_id NewsTitle NT01_NewsDesc NewsDate Region Province Department Link_News 1 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน

                      กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (1 พ.ค.64) ว่า ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง แล้ว 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จังหวัดแพร่ 120 มิลลิเมตร // นครราชสีมา 91 มิลลิเมตร // กรุงเทพมหานคร 73 มิลลิเมตร // ปราจีนบุรี 132 มิลลิเมตร // ราชบุรี 76 มิลลิเมตร และ ยะลา 84 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,748 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 34,032 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 48 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 13 แห่ง พร้อม เฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณ จังหวัดตาก ชัยภูมิ และนครราชสีมา แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุทัยธานี ชัยภูมิ ตราด และจันทบุรี

                   ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำช่วงต้นฤดูฝนวันนี้พบแหล่งน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำ 34,032 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 48 มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่แล้ว จำนวน 15 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำใช้การน้อยอาจส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำด้านการอุปโภคบริโภค ซึ่งต้นฤดูฝนต้องเร่งเก็บกักน้ำ ด้านอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังน้ำใช้การน้อยกว่าร้อยละ 15 คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ่างเก็บน้ำคลองสียัด และเขื่อนวชิราลงกรณ

                   กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบอ่างเก็บน้ำให้เร่งเก็บกักน้ำ ควบคู่กับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและการส่งน้ำ และได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงช่วงเดือนพฤษภาคมพบมีพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย 254 ตำบล 59 อำเภอ ใน 20 จังหวัด จึงขอให้หน่วยงานปรับแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับน้ำฝนที่อาจจะเพิ่มขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย

2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501091737008 2 กรมชลประทาน เร่งเก็บผักตบชวาในคลองบางบัวทอง คาดแล้วเสร็จต้นเดือนพฤษภาคมนี้

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณคลองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ว่าผักตบชวาไหลลงมาสะสมบริเวณคลองจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้โครงการชลประทานนนทบุรี สำนักงานชลประทานที่ 11 โดยนายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนนทบุรี นำเครื่องจักร เครื่องมือ อาทิ เรือกำจัดผักตบชวาและรถแมคโฮ เข้าไปดำเนินการกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะผักตบชวา พร้อมประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนนทบุรี เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ตามนโยบายของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดวัชพืช ผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝนจะมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤษภาคม 2564 นี้

ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เร่งดำเนินการเก็บวัชพืชโดยเฉพาะผักตบชวาที่อยู่ในพื้นที่ของตนเองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนและสนับสนุนน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย



2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501100706035 3 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (1 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501094110016 4 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด "

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศไทยตอนบนประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ตาก ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด และสุรินทร์ รวม 4 อำเภอ 5 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 49 หลัง

ส่วนตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน (1 พ.ค. 64) มีพื้นที่ประสบวาตภัย 43 จังหวัด รวม 129 อำเภอ 234 ตำบล 538 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 2,687 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย (นครศรีธรรมราช) และผู้บาดเจ็บ 1 ราย (สุพรรณบุรี) แยกเป็น ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร พิษณุโลก แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ตาก และอุตรดิตถ์ , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครพนม นครราชสีมา มหาสารคาม มุกดาหาร บึงกาฬ ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และอุบลราชธานี , ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท นครปฐม ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สระบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี , ภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และปัตตานี ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



" 2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501101644045 5 TBCSD ได้ส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19

องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ได้ส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19                

                นายวิจารย์ สิมาฉายา เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ประกอบด้วย องค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศจำนวนกว่า 40 องค์กร ที่ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นช่วยป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวม 400,000 บาท ตามความต้องการของโรงพยาบาล ประกอบด้วย อาหารกึ่งสำเร็จรูป 1,000 ห่อ , น้ำดื่ม 1,000 ขวด , นม UHT 500 กล่อง , น้ำผลไม้ 500 กล่อง , ชุดของใช้ 400 ชุด , ชุด PPE 300 ชุด , หน้ากากอนามัย 3,000 ชิ้น , หน้ากาก N95 จำนวน 200 ชิ้น , ถุงคลุมขา 100 คู่ , ถุงมือยาง 1,500 คู่ , น้ำยาฆ่าเชื้อ 500 ลิตร , ถุงขยะสีแดง 100 กิโลกรัม และรถเข็นของ 2 คัน ให้กับโรงพยาบาลสนาม 6 แห่ง คือ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี // โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี // โรงพยาบาลศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ // โรงพยาบาลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ // โรงพยาบาลปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศ ร่วมส่งกำลังใจ ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่มีความเกี่ยวข้องป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้

2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501142955166 6 ก.ทรัพย์ เร่งแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าปีนี้เพิ่มอีก 400,000 ไร่ เพื่อให้ครบจำนวนตามแผน 2.68 ล้านไร่ ในปี 2570 "กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าปีนี้เพิ่มอีก 400,000 ไร่ เพื่อให้ครบจำนวนตามแผน 2.68 ล้านไร่ ในปี 2570

            นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการฝ่ายปฏิบัติงานปลูกป่า ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและควบคุมไฟป่า” ว่า เพื่อขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานประสานงานกับเครือข่ายจิตอาสาและภาคเอกชนทำความเข้าใจร่วมกับชุมชนให้ร่วมกันปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างความสมดุลของทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ เบื้องต้นตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่า ระหว่างปี 2563 – 2570 จำนวน 2,680,000 ไร่ โดยปีนี้จะเพิ่มให้ได้ 400,000 ไร่ แบ่งเป็น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มีแผนปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนปีนี้ 10,000 ไร่ ดำเนินงานแล้ว 5,618 ไร่ เหลืออีก 4,659 ไร่ // กรมป่าไม้ได้ มีแผนปลูกป่าปีนี้ 239,000 ไร่ใน 5 แผนงาน คือ ปลูกป่าจากเงินงบประมาณ 8,620 ไร่ , ปลูกป่าจากแผนงานเบิกจ่ายแทนกัน 8,550 ไร่ , ปลูกป่าจากเงินนอกงบประมาณ 97,690 ไร่ , ปลูกป่าจากโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ 52,500 ไร่ , ปลูกป่าในพื้นที่ป่าชุมชน 75,000 ไร่ รวมทั้ง ได้สำรวจพื้นที่เตรียมการสนับสนุนหน่วยงานอื่นตามโครงการฯในพื้นที่ 55 จังหวัด รวม 96,555 ไร่ และจัดเตรียมกล้าไม้สนับสนุนโครงการฯอีก 7,838,243 กล้า

        ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ขอให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งเรื่องพื้นที่และกล้าไม้ทำสรุปตัวเลขส่งให้จังหวัดทุกจังหวัดภายใน 1 อาทิตย์ เพื่อส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนำไปปรับแผนการทำงาน พร้อมเชิญทุกส่วนราชการระดม Kick off เริ่มตั้งแต่ Soft Opening วันปลูกต้นไม้ประจำปีตรงกับวันที่ 27 พฤษภาคมไปจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้

" 2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501160525193 7 กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จังหวัดพะเยา แก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในพื้นที่อำเภอเชียงคำ มีปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งประสบปัญหามาอย่างยาวนาน เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของอำเภอเชียงคำ มีสภาพลาดชัน ในช่วงฤดูฝนมักจะเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาสูงลงมายังพื้นที่ด้านล่าง โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำน้ำญวนกับลำน้ำแม่ลาวซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่สองฝั่งเป็นระยะเวลา 1-2 วัน เกือบทุกปี กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) ได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จังหวัดพะเยา ได้มีข้อเสนอแนะให้กรมชลประทานดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านอย่างสมบูรณ์ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาพร้อมกันนี้จะดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการสำรวจออกแบบ รวมไปถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่สำหรับการก่อสร้างโครงการต่อไป

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านสบสา (บ้านใหม่ปางวัว) หมู่ 18 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา มีลักษณะเป็นโครงการเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ ประมาณ 26,138 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ชลประทาน 20,910 ไร่ ครอบคลุม 57 หมู่บ้าน 7 ตำบล ของอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้จากการทำการเกษตร ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นอีกด้วย



2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501193137244 8 เม.ย.มีการยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 700 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

เดือนเมษายนมีการยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 700 องค์กร โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ    

            นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า หลังจาก สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำช่วงเดือนแรกระหว่างวันที่ 1 - 30 เมษายน พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม 727 องค์กร และอนุมัติไปแล้ว 61 องค์กร แบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม 55 องค์กร ภาคอุตสาหกรรม 3 องค์กร และภาคพาณิชยกรรม 3 องค์กร ทั้งนี้ สทนช. ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ องค์กรภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคพาณิชยกรรม    

            สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ https://twuo.onwr.go.th/ หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่ สทนช. อาคารจุฑามาศ กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่ สทนช. ภาค 1 - 4 (ลำปาง สระบุรี ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี) หรือส่งไปรษณีย์มาที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต

2021-01-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501171405207 9 คณะกลุ่มอารักขาพืชเพชรบุรี ร่วมกับเกษตรกรปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร คุมกำเนิดแมลงและใช้เทคโนโลยีชีวภาพแบบเชิงรุกที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

            วันนี้ ( 1 พฤษภาคม 2564 ) นางอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยนางสาวจันทิมา เอี่ยมสะอาด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง ลงพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ปล่อยแมลงวันผลไม้เป็นหมันจากการฉายรังสี ชนิด Bactrocera dorsalis สายพันธุ์ (GSS – White thoraxed) (ครั้งที่ 3) มีการปล่อยแมลงวันผลไม้ฉายรังสีทั้งหมด 11 ครั้ง ระหว่างเดือนมีนาคม – เดือนกันยายน เป็นการนำแมลงศัตรูพืชชนิดที่ต้องการควบคุมมาเลี้ยงขยายให้ได้จำนวนมากและทำให้เป็นหมันด้วยการฉายรังสี และนำกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อให้แมลงเป็นหมันไปทำหน้าที่ควบคุมแมลงชนิดเดียวกันในธรรมชาติสามารถควบคุมศัตรูพืชแบบจำเพาะเจาะจง เป็นวิธีการคุมกำเนิดแมลงและใช้เทคโนโลยีชีวภาพแบบเชิงรุกที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีความยั่งยืน เมื่อแมลงวันผลไม้เพศผู้ที่เป็นหมันจากการฉายรังสีถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จะมาผสมพันธุ์กับแมลงวันผลไม้เพศเมียในธรรมชาติทำให้แมลงวันผลไม้เพศเมียในธรรมชาติวางไข่ในผลไม้แต่ไข่นั้นไม่ฟักออกเป็นตัวหนอนเนื่องจากได้รับการผสมพันธุ์จากแมลงวันผลไม้เพศผู้ที่เป็นหมันจากการฉายรังสี 

            ทั้งนี้ เป็นการลดจำนวนประชากรของแมลงวันผลไม้ที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยมีจุดปล่อยแมลงวันผลไม้เป็นหมัน ทั้งหมด 9 จุด จุดละ 2 กล่อง รวมทั้งหมด 18 กล่อง จำนวน 458,820 ตัว ครอบคลุมขอบเขตพื้นที่หลัก 2,747 ไร่ ในพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองโสน ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรี, ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

            นภสวรรณ มีลิ  สวท.เพชรบุรี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-01-05T00:00:00 ภาคตะวันตก เพชรบุรี สวท.เพชรบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501185938229 10 อว. เผยขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,131 ล้านโดส ใน 194 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดทุกประเทศแล้วกว่า 31.3 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.477 ล้านโดส "

อว. เผยขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,131 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดทุกประเทศแล้วกว่า 31.3 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.477 ล้านโดส

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,131 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 20 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 240 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 101 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

   ส่วนประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ ฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 31.3 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 20.1 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,477,078 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 51.5%

" 2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502131211375 11 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ

                    กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (2 พ.ค.64) ว่า ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง แล้ว 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จังหวัดลำปาง 118 มิลลิเมตร // หนองคาย 123 มิลลิเมตร และกาญจนบุรี 87 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,763 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 34,041 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 48 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 13 แห่ง พร้อม เฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนและมุกดาหาร แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ชัยภูมิ ตราด จันทบุรี และนครศรีธรรมราช

                   กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำ อย่างสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เร่งทำความสะอาดท่อระบายน้ำเตรียมพร้อมรับฝนในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตบางนา เขตสาทร และเขตลาดพร้าว ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย นำรถบรรทุกน้ำประปา 6,000 ลิตร เติมน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้านบริเวณ วัดดงข่อย หมู่ 3 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง

2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502100916316 12 ฝนตกหนัก น้ำในลำห้วยเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 80 หลังคาเรือน

ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอปาย เปิดเผยว่า ค่ำวานนี้ (1 พฤษภาคม 2564) ได้มอบหมายให้นายภูรีภัทร พิพัฒน์พงศ์ธร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย พร้อมด้วยนายพิเชษฐ พุ่มนวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอปายที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัย เนื่องจากฝนตกหนัก เป็นเหตุให้น้ำในลำห้วยแม่ฮี้ เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5 ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 80 หลังคาเรือน

เบื้องต้นได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือแล้ว ส่วนความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการประเมิน




2021-02-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502101613327 13 เกิดวาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด "

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (1 พ.ค.64 – 2 พ.ค.64) เกิดวาตภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 105 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


 

" 2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502102914338 14 เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (2 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502102335334 15 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝนตกต่อเนื่อง ฟ้าใสคุณภาพอากาศดีมากติดต่อกัน 6 วันรวด

            จังหวัดแม่ฮ่องสอน คุณภาพอากาศดีมากติดต่อกัน 6 วัน โดยวันนี้ (2 พ.ค. 64) กรมควบคุมมลพิษรายงาน ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อยู่ที่ 8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เท่านั้น โดยนับตั้งแต่ วันที่ 27 เมษายน 2564 เป็นต้นมา คุณภาพอากาศดีมาก คือไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และหากตรวจสอบสถานการณ์คุณภาพอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 พฤษภาคม 2564 ค่า PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนหน้านี้พุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 48 วัน ค่าสูงสุดที่วัดได้ เท่ากับ 329 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564


            โดยมีคำแนะนำว่า ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศดีมาก-ดี สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้ตามปกติ กรณีผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง


            เนื่องจากในระยะนี้มีฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายวัน จึงทำให้คุณภาพอากาศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์


            ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้น สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรในระยะนี้ไว้ด้วย







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-02-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502130614371 16 อว. เผยคนกรุงเทพใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว 99.37% ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่รายงานมา "

   อว. เผยคนกรุงเทพใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว 99.37% ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่รายงานมา

   ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงมีการระบาดอยู่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาและมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก กระทรวง อว. ได้รายงานผลการติดตามการใส่หน้ากากอนามัย โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แบบเรียลไทม์ โดยเอสไอไอที มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พบว่าขณะนี้คนกรุงเทพใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะสูงถึง 99.37% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่ได้ประเมินการให้ความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัย โดยมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันเพียง 0.63% หรือเท่ากับมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยเพียง 2 ใน 1,000 คน และใส่แต่ไม่ถูกต้องเพียง 4 ใน 1,000 คนเท่านั้น

   ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รายงานว่า ข้อมูลล่าสุดได้ประเมินแบบอัตโนมัติในประชากร 11,894 คน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 จาก 30 จุด ใน 28 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยทุกจุดมีผู้ใส่หน้ากากอนามัยมากกว่า 95% และมี 8 จุดในเขตยานนาวา มีนบุรี ภาษีเจริญ พระนคร บางคอแหลม ดอนเมือง จตุจักร และคลองเตย ประชาชนที่สัญจรไปมาได้ใส่หน้ากากอนามัย 100% แล้ว โดย อัตราการใส่หน้ากากอนามัยขณะนี้ทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มรายงานมา อย่างไรก็ตามช่วงศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ก็ยังมีแนวโน้มอัตราส่วนการใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่าช่วงวันทำงาน และในช่วงเย็นที่มีอัตราการใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่าในตอนเช้า

" 2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502131441377 17 เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 หลังปลาที่เลี้ยงไว้ไม่มีพ่อค้าเดินทางมารับซื้อ

            จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา อย่างหนัก ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาจำนวนกว่า 400-500 ราย ที่ปลาครบกำหนดอายุสามารถนำออกจำหน่ายได้แล้ว ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อ เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรต้องประสบกับภาวะหนี้สินและต้องรับภาระในการเลี้ยงปลาต่อออกไปอีก เป็นการเพิ่มต้นทุนแก่เกษตรกร

            นายประยุทธ์ เกษมเศรษฐพัฒน์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ไม่มีพ่อค้าเดินทางมารับซื้อปลาในพื้นที่ ซึ่งหากจะซื้อก็ซื้อในจำนวนที่น้อยกว่าเดิมมาก หากเป็นสถานการณ์ปกตินั้นในช่วงเวลานี้ ปริมาณปลาในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ จะสามารถนำออกจำหน่ายในช่วงนี้ได้ แต่ละวันไม่น้อยกว่า 5,000-6,000 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันมีผู้เดินทางมาซื้อเพียง 500 - 600 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งทำให้เกษตรกรต้องรับภาระในเรื่องของต้นทุนของอาหารปลาและต้องประสบกับภาวะขาดทุน จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยมาดำเนินการแก้ไข และช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย

            ด้าน นายจิรพงศ์ ใจลา ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งพาณิชย์จังหวัด และเกษตรจังหวัด เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือกับเกษตรกร และในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลบ้านต๊ำ จะได้นำเนินการเปิดตลาดชุมชนบริเวณถนนสายหลัก เพื่อให้เกษตรกรนำปลาดังกล่าวไปจำหน่ายบริเวณในเขตย่านชุมชนที่มีผู้เดินทางผ่านไปมาสามารถหาซื้อได้ นอกจากนั้นจะประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ให้ทำการช่วยเหลือในเรื่องของการกระจายผลผลิตปลาดังกล่าวออกสู่ต่างอำเภอและต่างจังหวัด เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

            สำหรับพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ถือเป็นแหล่งผลิตปลานิลใหญ่ที่สุดในจังหวัดพะเยา โดยที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลมากกว่า 400 - 500 ราย โดยมีบ่อปลาที่ทำการเลี้ยงรวมกว่า 2,000 บ่อ แต่ปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมาซื้อปลานิลเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-02-05T00:00:00 ภาคเหนือ พะเยา สวท.พะเยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502135741401 18 นายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องผลักดันแผนลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกกระตุ้นภาคการผลิต การขนส่ง ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม

นางสาาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย  เพราะเมื่อมีการกำหนดเป้าหมายแล้ว ประเทศไทยจะต้องผลักดันภาคส่วนต่างๆ ทั้งส่วนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรม การขนส่งให้ได้ตามเป้าหมาย เช่นเดียวกับนานาชาติ ที่มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก บางประเทศกำหนดเป้าหมายการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ ประเทศไทยจะต้องเป็นส่วนหนึ่งกับนานาชาติในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด ต้องอาศัยทั้งการลงมือปฏิบัติและใช้เวลาการเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้ แม้ในช่วงระยะที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กิจกรรมภาคการผลิตอุตสาหกรรมจะลดลงไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากทั้งกิจกรรมการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการขนส่ง

นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง กับการกำกับดูแลการลงทุนทั้งภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง  หรือกิจกรรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำการสื่อสารและมีมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับปรุงการผลิต รวมถึงลงทุนในเทคโนโลยี มีนวัตกรรมใหม่ เพื่อไปสู่การผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ที่นอกจากจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยลดลง แนวทางดังกล่าวยังเป็นกระแสของโลกที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจสินค้าจากผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ประเทศไทย ได้เข้าเป็นภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ตั้งแต่ปี ปี พ.ศ. 2537 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2558 ประเทศไทย ได้จัดส่งข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายหลังปี พ.ศ. 2563 ไปยังสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยให้ได้ร่อยละ 20 – 25 จากกรณีปกติภายในปี 2573  และ ครม. ยังเห็นชอบให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมาได้มีการอนุมัติงบประมาณ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


 

2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502212526459 19 จังหวัดเชียงราย ขอความร่วมมือให้งดการเผาทุกประเภทเพื่อลมหายใจลดฝุ่นควัน

            นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงราย ออกประกาศขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่ง ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2564 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่าของจังหวัดเชียงราย ลดมลพิษหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยขอความร่วมมือไม่เผาทุกประเภท ทั้งเศษวัสดุการเกษตร และขยะมูลฝอยในที่โล่ง ให้ปรับเปลี่ยนใช้วิธีการกำจัดจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ด้วยการนำไปใช้ประโยชน์ทำการย่อยสลายโดยวิธีที่เหมาะสม เช่น ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล เป็นต้น สำหรับการกำจัดขยะมูลฝอยในครัวเรือน ให้คัดแยกหรือนำขยะมูลฝอยที่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่แทนการเผาใบไม้กิ่งไม้ และการเผาในที่โล่งทุกชนิด ซึ่งสร้างมูลพิษ สร้างความเดือดร้อน มีความผิดตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข ปี พ.ศ.2535

       

            สำหรับการเผาในพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวน เป็นความผิดตามกฎหมาย ถ้าหากพบเห็นไฟไหม้ป่าสามารถแจ้งสายด่วน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย โทรศัพท์ 053-712603 สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 และสายด่วน 191ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้บริหารจัดการและควบคุมดูแล แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและฝุ่นควัน จากการจราจร การขนส่ง การก่อสร้างอาคาร การประกอบกิจการอุตสาหกรรมโรงงานและการประกอบกิจกรรมต่างๆ ต้องไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กแพร่กระจาย อันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน 


            โดยให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารท้องถิ่น ให้สอดส่องดูแลประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในพื้นที่โล่งทุกชนิด หากพบเห็นการเผาจนไฟลุกลามไหม้ป่า จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจังหวัดเชียงราย ออกประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท เพื่อลดมลพิษทางอากาศและฝุ่นควัน PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจังหวัดเชียงราย 








#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-02-05T00:00:00 ภาคเหนือ เชียงราย สวท.เชียงราย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502171903432 20 ส่งออกข้าวไทยไตรสมาสแรกลดลงร้อยละ 23.6 จากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น ไทยอาจเสียตลาดข้าวขาว-ข้าวนึ่งให้อินเดีย

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงการส่งออกข้าวในเดือนมีนาคม  2564 มีปริมาณ 302,668 ตัน มูลค่า 6,262 ล้านบาท โดยปริมาณลดลงร้อยละ 25.8 และมูลค่าส่งออกลดลงร้อยละ 18.8 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่มีการส่งออกปริมาณ 407,800 ตัน มูลค่า 7,716 ล้านบาท  ทำให้อันดับการส่งออกข้าวของไทยยังคงอยู่ในอันดับที่ 3 ตามหลังประเทศอินเดียและปากีสถาน โดยสูงกว่าเวียดนามประมาณ 30,000 ตัน ซึ่งมีโอกาสที่เวียดนามจะแซงไทยขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3 เนื่องจากประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งค่าระวางเรือและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น  ประกอบกับราคาข้าวไทยโดยเฉพาะข้าวขาวและข้าวนึ่ง ยังคงสูงกว่าอินเดียและปากีสถานมาก จึงส่งผลให้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงไปมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ  

ทำให้ในเดือนมีนาคม 2564 มีการส่งออกข้าวขาวเพียง 87,305 ตัน ลดลงถึงร้อยละ 49.2 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่การส่งออกข้าวนึ่งมีปริมาณ  60,803 ตัน ลดลงร้อยละ 22.3 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่วนการส่งออกข้าวหอมมะลิ (ต้นข้าว) มีปริมาณ 90,508 ตัน ลดลงร้อยละ 9.6 ทำให้การส่งออกข้าวช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 มีปริมาณ 1,131,944 ตันมูลค่า 21,804 ล้านบาท โดยปริมาณส่งออกลดลงร้อยละ 23.0 และมูลค่าลดลงร้อยละ 23.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่มีการส่งออกปริมาณ 1,469,664 ตัน  มูลค่า 28,526 ล้านบาท

สมาคมฯคาดว่าในเดือนเมษายน 2564 ปริมาณส่งออกข้าวจะอยู่ที่ประมาณ 400,000 ตัน ซึ่งเป็นระดับที่ไทยสามารถส่งออกใด้ในภาวะการแข่งขันด้านราคาที่เป็นไปอย่างรุนแรง เนื่องจากราคาข้าวของไทยยังคงสูงกว่าคู่แข่งที่สำคัญโดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งมีราคาข้าวที่ต่ำที่สุดในตลาด และต่ำกว่าไทยประมาณ 90-120  เหรียญสหรัฐฯต่อตัน โดยข้าวขาว 5% ของไทยราคาอยู่ที่ 493 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวขาว 5%  ของเวียดนาม อยู่ที่ 488-492 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน , อินเดีย 398-402 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน และปากีสถาน  อยู่ที่ 438-442 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน  ส่วนข้าวนึ่งของไทยราคาอยู่ที่ 496 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวนึ่ง ของอินเดีย และปากีสถาน อยู่ที่ 368-372 และ 441-445 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ตามลำดับ ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยสูญเสียตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่งให้แก่อินเดีย โดยในช่วงที่ผ่านมาประเทศอินเดียสามารถส่งออกข้าวได้มากถึงเดือนละเกือบ 2 ล้านตัน และคาดว่าจะส่งออกในปีนี้ได้ประมาณ 15-16 ล้านตัน



2021-02-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502214149467 21 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่แผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้เกินแผนในพื้นที่ EEC พร้อมเร่งกักเก็บน้ำฝนไว้สำรองใช้ปีหน้า

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่แผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้เกินแผนในพื้นที่ EEC พร้อมเร่งกักเก็บน้ำฝนไว้สำรองใช้ปีหน้า

                   กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (3 พ.ค.64) ว่า ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงใหม่ 71 มิลลิเมตร // อุบลราชธานี 65 มิลลิเมตร // สระบุรี 67 มิลลิเมตร // จันทบุรี 39 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 47 มิลลิเมตร และพังงา 47 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,786 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 34,042 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 48 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 11 แห่ง พร้อมเฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดลำปาง แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ชัยภูมิ ตราด จันทบุรี และนครศรีธรรมราช

                    ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามผลการจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้ จากแผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ รวม 10,627 ล้านลูกบาศก์เมตร พบจัดสรรน้ำไปแล้ว ณ วันที่ 2 พฤษภาคม รวม 137 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 1 ของแผน ยกเว้นพื้นที่ EEC ที่มีการจัดสรรน้ำเกินกว่าแผน ส่วนช่วงปลายฤดูฝน กอนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนและดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีปริมาณน้ำใช้ตลอดฤดูฝน และเป็นน้ำต้นทุนสำหรับหน้าแล้งถัดไปอย่างเพียงพอด้วย

                     กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503091749496 22 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (3 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503093407500 23 สภาพอากาศช่วง 1-2 วันนี้หลายพื้นที่ยังคงได้รับอิทธิพลจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ (3 พ.ค.64) ถึงวันพรุ่งนี้ (4 พ.ค.64) ว่า  มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนยังคงพัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนประกอบกับมีลมใต้พัดปกคลุมประเทศไทยอยู่ ทำให้ลักษณะอากาศหลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ 40 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคเหนือและภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งร้อยละ 60 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนต้องระวังอันตรายโดยเฉพาะเกษตรกรควรดูแลผลผลิตด้านการเกษตร ขณะเดียวกันในช่วงนี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝนจึงทำให้ลักษณะอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่

รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวต่อว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปีนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการก่อนกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ผ่านมาพบว่าปี 2564 ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติเพียงเล็กน้อย



2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503100815508 24 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ ก่อนพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืชต่างๆ

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมก่อนพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้นั้น ไม่สามารถดำเนินการจัดได้ตามปกติ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2564 และพระราชทานพระมหากรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.00 น. และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 ซึ่งพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และศาลพระภูมิเจ้าที่ของพระยาแรกนาขวัญ จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พนักงาน ข้าราชการและประชาชน และเป็นพิธีกรรมก่อนวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยมีเทพีคู่หาบทอง-หาบเงิน ร่วมในพิธีด้วย ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อพสกนิกร



2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503100138505 25 สทนช.จัดทำผังน้ำเพิ่มอีก 5 ลุ่มน้ำ เพื่อเร่งจัดระบบทางน้ำประเทศแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง คาดแล้วเสร็จทั้ง 22 ลุ่มน้ำปี 67 พร้อม ปรับแผนการสำรวจเส้นทางน้ำและข้อมูลลุ่มน้ำใหม่ให้ดีขึ้น

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)จัดทำผังน้ำเพิ่มอีก 5 ลุ่มน้ำ เพื่อเร่งจัดระบบทางน้ำประเทศแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง คาดแล้วเสร็จทั้ง 22 ลุ่มน้ำภายในปี 2567 พร้อม ปรับแผนการสำรวจเส้นทางน้ำและข้อมูลลุ่มน้ำใหม่ให้ดีขึ้น

                     นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำผังน้ำว่า แผนการจัดทำผังน้ำ 22 ลุ่มน้ำ ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี พ.ศ.2561 ได้ศึกษาการจัดทำผังน้ำแล้ว 8 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำชี มูล บางปะกง สะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน และลุ่มน้ำแม่กลอง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 29 พฤษภาคม 2563 กำหนดแล้วเสร็จ 20 กันยายนนี้ โดย สทนช.จะนำเสนอสรุปผลศึกษาจัดทำผังน้ำ 8 ลุ่มน้ำแรกให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พิจารณาก่อนประกาศกำหนดผังน้ำในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดทำแผนปรับปรุง พื้นฟูทางน้ำ แหล่งน้ำทุกประเภท แม่น้ำแต่ละสายมีผู้รับผิดชอบชัดเจน โดยเฉพาะแหล่งน้ำขนาดเล็ก แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่เชื่อมโยงกับทางน้ำสายหลักที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2564 สทนช.ได้เพิ่มเติมอีก 6 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน โขงตะวันออกเฉียงเหนือ และลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน เริ่มดำเนินการตั้งแต่เมษายนแล้วสิ้นสุดเดือนสิงหาคมปี 2565 ส่วนอีก 8 ลุ่มน้ำที่เหลือ คือ ลุ่มน้ำสาละวิน โขงเหนือ เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ทะเลสาบสงขลา ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ชายฝั่งตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และลุ่มน้ำโตนเลสาบ จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2566 คาดว่า จะแล้วเสร็จทั้ง 22 ลุ่มน้ำภายในปี 2567

                     สำหรับสิ่งสำคัญต้องให้เกิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องให้มากที่สุด ควบคู่กับรวบรวมข้อมูลพื้นฐานแต่ละลุ่มน้ำต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผังเมือง แผนการพัฒนาเมืองทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างน้อยในระยะ 5 ปี ระบบโครงข่ายน้ำที่มีอยู่เดิมและที่จะเกิดขึ้น ข้อมูลทางสถิติของระดับน้ำท่วมน้ำแล้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต โดยเฉพาะการใช้ภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียมนำมาวิเคราะห์การกำหนดขอบเขตเส้นทางน้ำที่เหมาะสม อย่างริมสองฝั่งลำน้ำที่การศึกษาจะนำไปสู่แผนการปรับปรุง แผนการบริหารจัดการน้ำ และการกำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบแต่ละรับน้ำที่ชัดเจน โดยผ่านความเห็นชอบจาก กนช.ให้มีผลทางปฏิบัติครอบคลุม 22 ลุ่มน้ำโดยเร็ว

                    เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวย้ำว่า การวางผังทางน้ำและทิศทางการไหลของทางน้ำทั้งระบบจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย แผนแม่บท และแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเกิดเอกภาพและเป็นระบบที่จะความเชื่อมโยงกับผังเมืองตามกฏหมายว่าด้วยผังเมือง มีกรอบที่ชัดเจนและข้อตกลงที่สังคมให้การยอมรับ การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำต้องไม่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางน้ำ หรือกระแสน้ำ หรือสิ่งกีดขวางการไหลของน้ำ ที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในหน้าน้ำหลากที่ต้องมีความชัดเจนถึงเส้นทางการไหลของปริมาณน้ำ ระดับความสูงที่ลำน้ำรองรับได้ และแหล่งน้ำที่จะรองรับน้ำไปเก็บไว้ใช้หน้าแล้งอย่างเป็นระบบตามเจตนารมณ์ของกฏหมายน้ำอย่างแท้จริง

2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503101113511 26 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (2 พ.ค.64 – 3 พ.ค. 64) เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ลำปาง  ลำพูน สุรินทร์ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสุราษฎร์ธานี รวม 15 อำเภอ  25 ตำบล  37 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 93 หลัง ส่วนตั้งแต่วันที่ 1 – 3 พ.ค. 64  เวลา 06.00 น.  มีพื้นที่ประสบวาตภัย 10 จังหวัด 18 อำเภอ 28 ตำบล 42 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 198 หลัง มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แยกเป็น ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สุรินทร์ ภาคกลาง ได้แก่ สุพรรณบุรี ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ ต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503102158516 27 รมว.อว. ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ปรับ รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน "

รมว.อว. ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ปรับ รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน     

   ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า หลังจาก อว.สนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 ระลอก 3 ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี และจะขยายกำลังดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง ได้ มากขึ้น จากเดิมที่ดูแลกลุ่มเขียวเป็นหลักด้วย รพ.สนาม โดยให้กลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิดในการรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ส้ม และเหลืองแก่ ส่วน รพ.สนามที่ อว.เปิดดำเนินการอยู่แล้ว จะปรับเพิ่มเติมให้พร้อมรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ส้ม ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ จะเตรียมความพร้อมทางอาคาร สถานที่และนวัตกรรม ในกรณีที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น รพ.สนามสำหรับสีเหลืองส้ม ICU สนาม เพื่อเป็นกำลังหนุน โดยขอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าช่วย โดยประสานร่วมมือกับภาคเอกชน รวมทั้งสนับสนุนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรองและการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน โดยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นหลัก

   ด้าน ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า อว.จะสนับสนุนข้อมูลและระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า สำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยทำมาแล้วที่ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ อว.ได้ปรับงบประมาณที่มีอยู่มาสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแนวหน้า โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ โดยให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนวัตกรรมที่ใช้งานได้และมีสายการผลิตแล้ว มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้หน่วยงานที่มีนวัตกรรม และบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ศบค. ซึ่งมี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เป็นต้น

 

" 2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503112422535 28 ผลผลิตพืชผักสวนครัวศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่ 2 ออกจำหน่ายให้กับทหารเรือ และครอบครัว

            ผลผลิตพืชผักสวนครัวศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่ 2 ออกจำหน่ายให้กับทหารเรือ และครอบครัว

            

            ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ กองทัพเรือ พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 ซึ่งทำเป็นต้นแบบให้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับผู้ที่สนใจมาเรียนรู้ ที่ศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล ทัพเรือภาคที่ 2 หลังเปิดศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่ 2 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่บริเวณหัวสนามบินภายในทัพเรือภาคที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

ผ่านมาเกือบ 3 เดือน พืชผักที่ปลูก ก็เริ่มงอกงาม และออกผลผลิตออกมาหลากหลายชนิด โดยเจ้าหน้าที่ได้นำพืชผักสวนครัวผลผลิตศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่ 2 ออกจำหน่ายให้กับทหารเรือ และครอบครัวบริเวณหน้าศูนย์การเรียนรู้ฯ ทุกวัน ในราคาถูก ถุงละ 10 บาท และ 20 บาท ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาถูก และยังปลอดจากสารพิษ เนื่องจากไม่มีการใช้สารเคมีแต่อย่างใด


            ในทุก ๆ วัน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พลเรือโท สำเริง จันทร์โส และนางภาวิณี จันทร์โส ประธานชมรมภริยาทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 2 จะมาที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ แห่งนี้ เพื่อมาดูแลความเรียบร้อย และชื่นชมผลผลิตที่ออกมา มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นอย่างดี และซื้อพืชผักกลับไปบ้านพักเพื่อทำอาหารอีกด้วย 


            ส่วนพืชผักที่นำมาขายบริเวณหน้าศูนย์การเรียนรู้ฯ ประกอบด้วย มะเขือเปราะมะเขือยาว ตะไคร้ ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว พริกเหลือง ผักกาด ใบกระเพรา ซึ่งขายในราคาถุงละ 10 บาท  และ  20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก ครอบครัวของทหารเรือที่มีบ้านพักอยู่ภายในบริเวณทัพเรือภาคที่ 2 ได้มาเลือกซื้อพืชผักเพื่อนำกลับปรุงอาหารที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละวันพืชผักที่เป็นผลผลิตจากศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่เก็บมาขายจะขายหมดทุกวัน เนื่องจากเป็นการทยอยเก็บ จึงสามารถเก็บผลผลิต ออกมาขายได้ทุกวัน


            พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 กล่าวว่า โคกหนองนาที่ เราทำ คาดว่าดำเนินการไปได้ 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว สามารถเริ่มเก็บผลผลิตขายตั้งแต่ประมาณเดือนที่แล้ว








#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-03-05T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503122901598 29 รอง ผอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ อ.สังขละบุรี "            พ.อ.บรรเจิด จันทร์ส่งเสริม รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี และคณะ ตรวจเยี่ยมความคืบหน้า โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ""คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน กจ.5"" ตามแนวพระราชดำริ ณ หมู่ 9 พื้นที่ตะเคียนทอง ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

            วัตถุประสงค์ของโครงการ คือ เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านพระราชทาน ปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกร เก็บเมล็ดพันธุ์สำรองสะสมไว้ปลูกในรุ่นต่อต่อไป ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปปลูกผักปลอดภัยบริโภคในครัวเรือนส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถจำหน่ายเป็นรายได้ ฟื้นฟูต้นน้ำลำธารรวมถึงสร้างจิตสำนึกให้คนอยู่กับป่า ดูแลรักษา ป้องกันไฟป่า ระบบนิเวศในพื้นที่มีความชุ่มชื้น และจัดทำเป็นจุดเรียนรู้และแปลงสาธิตการปลูกพืชตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียงป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เตรียมต่อยอดสู่มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวการเกษตรเชิงอนุรักษ์

            โดยโครงการนี้มีพื้นที่ดำเนินงาน 150 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 30 ราย เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 เดือน ปลูกพืชทั้งหมด 25 ชนิด ได้เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธ์ในรุ่นแรกแล้ว อายุการเก็บรักษาประมาณ 1 ปี สำหรับชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้สึกดีที่ได้เข้าร่วม และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยคาดหวังว่าจะเป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-03-05T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503124229604 30 ธ.ก.ส. พร้อมนำเงินช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย 10,000 ล้านบาท อัดฉีดผู้ประกอบการภาคการเกษตร ฝ่าวิกฤตโควิด-19

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ซึ่ง ธ.ก.ส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เกษตร และสถาบันเกษตรกร ผ่าน 2 มาตรการ ประกอบด้วย 

มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยเติมวงเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งที่เป็นเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ภาคการเกษตร และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรมและบริการ โดยลูกค้าเดิมสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท โดยให้นับรวมวงเงิน Soft Loan เดิมที่เคยได้รับ กรณีลูกค้าใหม่ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงินทุกแห่ง ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 กู้ได้ไม่เกินรายละ 20 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรกและปีต่อไปคิดดอกเบี้ยร้อยละ 4.875 ต่อปี หรือร้อยละ 6.50 ต่อปี ตามประเภทลูกค้า โดยรัฐบาลรับภาระจ่ายดอกเบี้ยแทนในช่วง 6 เดือนแรก กำหนดระยะเวลาชำระคืนภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ลูกค้าได้รับเงินกู้ หรือตามที่ ธปท. กำหนด โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อตามมาตรการนี้

มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ (พักทรัพย์ พักหนี้) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่และได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 แต่ยังมีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันเงินกู้กับ ธ.ก.ส. ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564 เพื่อช่วยรักษาโอกาสไม่ให้ถูกกดราคาบังคับขายทรัพย์สิน และช่วยให้สามารถกลับมาสร้างงานและทำรายได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งในการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ จะให้สิทธิลูกค้าที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือบุคคลอื่นซึ่งผู้ประกอบธุรกิจและเจ้าของทรัพย์สินกำหนด สามารถเช่าทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและซื้อคืนได้ภายตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่เกิน 5 ปี กรณีมีต้นเงินและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจากการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ จะดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ กำหนดอายุสัญญาไม่เกิน 20 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก และปีต่อไป กรณีเป็นผู้ประกอบการและสถาบัน คิดอัตราดอกเบี้ย MLR-1 กรณีเป็นเกษตรกรและบุคคล คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 1 ต่อปี นอกจากนี้ยังขอสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมตามมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจได้

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการต้องประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีสถานะไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และไม่เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 9 เมษายน 2566 ซึ่งลูกค้าที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ



2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503143111653 31 รมช.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ชุมชนบ้านเด่นเหม้า อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน "

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ชุมชนบ้านเด่นเหม้า อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

 ที่ วัดเด่นเหม้า หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ลาน อำเภอ จังหวัดลำลำพูน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะฯ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรชาวบ้าน เด่นเหม้า หมู่ที่ 4 ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการแก้ไขปัญหาราษฎรบ้านเด่นเหม้า และได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำ ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ( ส.ป.ก.4-01 ) จำนวน 29 ราย 32 แปลง เนื้อที่ 198 ไร่ โดยมอบผ่านท่านนายอำเภอลี้ ทั้งนี้ได้รับทราบแนวทางการจัดที่ดินพื้นที่หมดสัมปทาน เหมืองแร่ ตำบลนาทราย เนื้อที่ 241 ไร่ ที่โดยจะเข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ตามลำดับ โดยมีนายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำเภอลี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับ จังหวัดลำพูน มีพื้นที่ประมาณ 4,506 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,815,000 ไร่ แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ ประชากร 405,918 คน พื้นที่มีลักษณะ เป็นที่ราบสลับภูเขา มีพื้นที่เกษตรกรรม 692,000 ไร่ สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่ ลำไย ข้าว กระเทียม โคนม และไก่พื้นเมือง อำเภอเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดลำพูน เป็นบ้านเกิดของ ""ครูบาศรีวิชัย"" นักบุญแห่งล้านนา ส่วนชุมชนบ้านเด่นเหม้า ตำบลแม่ลาน อำเภอแห่งนี้ มีประชากรจำนวน 259 ราย 89 ครัวเรือน อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่หาด แม่ก้อ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลำไย พื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและความมั่นคง ในที่ดินทำกิน ทั้งปัญหาของแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและชลประทานไม่ทั่วถึง โดยในการดำเนินการร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ช่วยผลักดัน การแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรกรมาโดยตลอด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิ ในที่ดินทำกิน ผ่านสำนักงานการปฏิรูปจังหวัดลำพูน ในการเร่งรัดการออกหนังสืออนุญาต เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) รวมทั้งช่วยติดตามการดำเนินการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำ ฝาย และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ของจังหวัดลำพูน อีกด้วย 

" 2021-03-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503144940663 32 13 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ปฏิบัติการทำฝนหลวงร่วมกับเหล่าทัพ ช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ยังคงรายงานแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวง และปฏิบัติงานร่วมกองทัพอากาศและกองทัพบก จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 13 หน่วยปฏิบัติการ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงโดยไม่มีวันหยุด เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง , เติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อย , บรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่า รวมถึงการยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บด้วย สำหรับการติดตามสภาพอากาศวันนี้ (3 พ.ค.64) วางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 6 หน่วยฯ ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา และจันทบุรี พร้อมช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 

เกษตรกรและประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100 และติดตามรับชมรายการ “ใต้ปีกฝนหลวง” ผ่านช่องทาง YouTube ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานประกวดบทความในหัวข้อ “อาชีพในฝันที่ฉันรัก” ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ - 17 พฤษภาคมนี้ ทาง Inbox เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร



2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503195219833 33 จังหวัดสงขลา เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

            จากสถานการณ์ราคาพริกเขียวมันในจังหวัดสงขลาตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ 8 บาท จากปกติกิโลกรัม ละ 17-20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ อำเภอกระแสสินธุ์ และอำเภอระโนด ได้รับความเดือดร้อน โดยผลผลิตส่วนใหญ่นั้นจะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเป็นหลัก ไม่ได้ใช้บริโภคในประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า ทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อพริกจากประเทศไทย ส่งผลให้มีพริกตกค้างอยู่ในสวนของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก


            ในวันนี้ (3 พ.ค. 64) นายวิชัย โภชนกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามรับฟังปัญหา และแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน พร้อมเปิดจุดรวบรวมและกระจายพริกเขียวมันจังหวัดสงขลา ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแดนสงวน อำเภอระโนด โดยใช้งบประมาณเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการเพิ่มช่องทางและ เชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้ ปี 2564


            นายวิชัย โภชนกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกับจังหวัดสงขลา จัดโครงการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้ ปี 2564 ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน 1,000 ตัน รวมมูลค่า 5 ล้านบาท โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมัน ในอัตรากิโลกรัมละ 5 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2564 รวมถึงเชื่อมโยงตลาด โดยให้ห้องเย็น ผู้ ส่งออก และผู้ประกอบการเข้าไปช่วยรับซื้อในราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายผลผลิตในห้วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 


            ส่วนในระยะยาวนั้น อาจจะมีการเปิดตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากตลาดมาเลเซีย รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรให้เน้นการปลูกพริกแบบปลอดสารเคมี เพื่อให้สามารถส่งขายในพื้นที่ได้








เครดิต  :     ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว  ประชา-มัทนา/ภาพ

                สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-03-05T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503151222689 34 วช. หนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลิตถุงมือยางฆ่าเชื้อด้วยตัวเอง ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

  วช. หนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลิตถุงมือยางฆ่าเชื้อด้วยตัวเอง ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

   ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค- 19 ทำให้เกิดความตื่นตัวในการป้องกันการติดเชื้อ ภายใต้แผนงานวิจัยการยกระดับการใช้ประโยชน์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเชิงรุก แผนงานย่อย โครงการต้นแบบการยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานด้านการวิจัย และนวัตกรรม ด้านการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้ทุนสนับสนุนโครงการวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งผลจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยการนำถุงมือยางพาราและถุงมือไนไตรที่ผลิตจากยางสังเคราะห์มาเคลือบสูตรน้ำยานาโนอิมัลชัน เพื่อปรับแต่งโครงสร้างพื้นผิวถุงมือยางให้มีคุณสมบัติกำจัดและฆ่าเชื้อโรคด้วยตนเอง หลังจากทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัคร 300 คน เป็น กลุ่มอาสาสมัครที่ใช้ถุงมือยางพาราเคลือบสารนาโนอิมัลชัน และอาสาสมัครที่ใช้ถุงมือไนไตรเคลือบสารนาโนอิมัลชัน ปรากฏว่า ไม่แตกต่างกัน สารนาโนอิมัลชันที่เคลือบบนถุงมือยางมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไวรัสได้ ประสิทธิภาพมากในการฆ่าเชื้ออยู่ได้ประมาณ 24 ชั่วโมง ในส่วนของการเตรียมสารเคลือบนาโนอิมัลชันและกรรมวิธีในการเคลือบถุงมือยางได้จดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ในลำดับต่อไปจะร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อผลิตถุงมือยางพาราเคลือบสารนาโนอิมัลชััน 30,000 คู่ เพื่อนำไปทดลองกับคนในสถานที่ปฏิบัติงานจริง คือผู้ปฎิบัติงานที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในชุมชน คาดจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน จึงสามารถสรุปผลการทดลองและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกอบการพิจารณาเพื่อขอขึ้นทะเบียน และผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ สำหรับผลที่ได้จากโครงการนี้ จะทำให้ถุงมือยางมีความปลอดภัยในการใช้งาน ลดการปนเปื้อน และป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสลงได้ คาดว่าจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การใช้น้ำยางข้นในประเทศ โดยกระบวนการแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางไม่น้อยกว่า 10 % ของการใช้น้ำยางข้นแปรรูปในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชัน

    ผศ.ดร.เอกวิภู กาลกรณ์สุรปราณี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนายางพารา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ กล่าวว่า หากงานวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 ประสบผลสำเร็จ จะทำให้ความต้องการถุงมือยางที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติมีมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยยกระดับปริมาณการใช้น้ำยางธรรมชาติให้มากขึ้น และส่งผลดีต่อเกษรกรผู้ปลูกยางพารา

   นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช.ได้สนับสนุนโครงการวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา อำเภอ สะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อนำวัตถุดิบที่มีอยู่มากในภาคใต้ประจำท้องถิ่นคือ น้ำยางพาราเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแล ป้องกันประชาชนจากการติดเชื้อโรค เและถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยไปยังชุมชนท้องถิ่นเพื่อยกระดับการผลิต ช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน และตอบสนองความต้องการพัฒนาของท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน 

2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503155550713 35 อว.ใช้ iMap เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด -19 ในเขต กทม. 1 ใน 6 จังหวัดสีแดงเข้มให้ ศปก.ศบค. "

 อว.ใช้ iMap เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด -19 ในเขต กทม. 1 ใน 6 จังหวัดสีแดงเข้มให้ ศปก.ศบค.

  ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ใช้ระบบบูรณาการข้อมูล iMAP สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด – 19 ให้ ศปก.ศบค. โดยนำข้อมูลภูมิสาร สนเทศและข้อมูลภาพจากดาวเทียมมาใช้ประกอบการกำหนดพื้นที่ เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด มุ่งเป้าหมายให้เกิดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด

  ปัจจุบัน อว.เร่งพัฒนาระบบ iMAP สำหรับใช้บริหารสถานการณ์ฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็น 1 ใน 6 จังหวัดสีแดงเข้มที่ต้องมีการควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดย จิสด้า ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม ศปก. ศบค.ให้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กทม. กรมควบคุมโรค วช./อว. เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ตั้งโรงพยาบาลสนามตามจุดต่างๆ ข้อมูลชุมชนแออัดจากการเคหะแห่งชาติ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นำมาประกอบการรายงานผล และใช้ประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายให้กับ ศปก.ศบค. ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และการกำหนดเป็นมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อลดการแพร่ระบาดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ได้อย่างรวดเร็ว 

" 2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503160306714 36 วช. มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 2564 นวัตกรรมตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสไฮบริด 3 ระบบบริการ ต้านโควิด-19 "

 วช. มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 2564 นวัตกรรมตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสไฮบริด 3 ระบบบริการ ต้านโควิด-19

   สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ แก่ ผศ.ดร.กนกวรรณ เรืองศิริ แห่งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และคณะ จากผลงานการประดิษฐ์ นวัตกรรมระบบบริการตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสแบบไฮบริด ฆ่าเชื้อได้ 3 ระบบ ควบคุมการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อให้บริการอบฆ่าเชื้อสิ่งของ อุปกรณ์ส่วนบุคคล แก่สถานที่สาธารณะ และสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ ประกอบด้วยระบบฆ่าเชื้อ 3 รูปแบบ ได้แก่ รังสียูวีซี ก๊าซโอโซน และความร้อน โดยสามารถนำสิ่งของมาฆ่าเชื้อผ่านนวัตกรรมตู้ล็อคเกอร์ปลอดเชื้อควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน บนแอปพลิเคชัน (Smart Locker) ทั้งแบบออนไลน์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแบบออฟไลน์โดยใช้เทคโนโลยี RFID เป้าหมายสำคัญ คือ การให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่สถานที่สาธารณะ อาทิ แหล่งชุมชนต่าง ๆ สถานพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ ทั้งนี้ ได้นำร่องการใช้ระบบบริการตู้อบฆ่าเชื้อไฮบริด ภายในสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาก่อน อนาคตจะกระจายการติดตั้งไปยังหน่วยงานในเครือข่าย

   รศ.ดร.ปรีชา กอเจริญ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กล่าวว่า นวัตกรรมนี้ สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้อีก อาทิ การนำไปทำเป็นตู้บริการแบบหยอดเหรียญ หรือแตะบัตร การนำไปติดตั้งในกลุ่มธุรกิจบริการด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหรือผู้รับบริการ อีกทั้ง ยังช่วยให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาหน้ากากอนามัยและการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี หลายหน่วยงานพยายามคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19

" 2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503161632721 37 กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก เตรียมพร้อมรับฤดูฝนเต็มพิกัด

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน (3 พ.ค. 64)ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 36,459 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 12,530 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันประมาณ 39,608 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,949 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีน้ำใช้การได้ประมาณ 2,253 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน ได้รวมกันประมาณ 15,922 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งเร่งขุดลอกคลองและแก้มลิง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน อาทิ บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท หลังจากที่มีวัชพืชไหลมาสะสมกว่า 40,000 ตัน ขณะนี้ได้กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำไปแล้ว ประมาณ 31,500 ตัน หรือคิดเป็น 78.75 % หากไม่มีวัชพืชไหลเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ส่วนทีบริเวณคลองระบายน้ำ 2R สองพี่น้อง ต.ดอนมะเกลือ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้อง สำนักงานชลประทานที่ 13 ได้กำจัดวัชพืชไปแล้วกว่า 13,800 ตัน แล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา และบริเวณคลองบางบัวทอง ที่พบวัชพืชไหลมาสะสมเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ขณะนี้สำนักงานชลประทานที่ 11 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองนนทบุรี ดำเนินการกำจัดวัชพืชคงเหลือระยะประมาณ 500 เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 นี้เช่นกัน



2021-03-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503193924822 38 เกษตรจังหวัดลำปาง หนุนเกษตรกรกำจัดศัตรูมะพร้าวด้วยศัตรูธรรมชาติและสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี

        วันที่? 3 พฤษภาคม? 2564? นายชำนาญ? เมืองลอง? นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองลำปาง อบรมให้ความรู้พร้อมสาธิตการกำจัดศัตรูมะพร้าว? ได้แก่? ด้วงแรดมะพร้าว? หนอนหัวดำมะพร้าว? ด้วงงวงมะพร้าว? แมลงดำหนาม? และไรสี่ขา? ณ? แปลงมะพร้าวเกษตรกร? ตำบลต้นธงชัย? อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง? 

        การอบรมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนหัวเชื้อราเมทตาไรเซี่ยม? แตนเบียนทริโครแกรมม่า? แตนเบียนบราคอน? และแมลงหางหนีบ จากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดเชียงใหม่? และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดชลบุรี? เพื่อให้เกษตรกรใช้ศัตรูธรรมชาติและสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี

        อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปางได้แจ้งเตือนภัยไรสี่ขาที่รุกระบาดสวนมะพร้าวช่วงฤดูแล้ง โดยขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงของตนเอง ซึ่งความเสียหายหนักสุดคือจะทำให้ผลเล็กลีบและร่วงหล่นไม่สามารถขายได้ โดยสวนที่ระบาดรุนแรงแนะนำให้ตัดช่อดอกและช่อผล เก็บผลและเศษซากจากการปอกมะพร้าวไปทำลายตัดวงจรไรไม่ให้กลับมาระบาดซ้ำ

2021-03-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503181643799 39 ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ลดต้นทุน สร้างรายได้ที่ดี

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ และกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ลงพื้นที่ บ้านกุดเสถียร ม.6 ต.สร้างมิ่ง อ.เลิงนกทา ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ แก่กลุ่มเกษตรกร 10 ราย โดยสนับสนุนไก่ไข่ 25 ตัวต่อราย และปัจจัยการผลิต ได้แก่ อวนตาข่าย ถังอาหาร ถังน้ำ พร้อมทั้งถั่วลิสงเถาฟลอริเกรซ 50 กล้า สำหรับนำไปปลูกเป็นพืชอาหารสัตว์ 

        นอกจากนี้ เกษตรกรยังใช้วัตถุดิบอินทรีย์ในพื้นที่ ได้แก่ รำอ่อน ปลายข้าว เลี้ยงไก่ รวมทั้งทำหลุมปลวกเพื่อเพาะพันธุ์ปลวกให้เป็นอาหารสัตว์ เพิ่มโปรตีน ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ ไก่ไข่จะให้ผลผลิตไข่ไก่เฉลี่ยรายละ 20 ฟองต่อวัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่ารายละ 2,000 บาทต่อเดือน เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ใช้สมุนไพร ใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งผสมในอาหารสัตว์ เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ ผลผลิตไข่ไก่อินทรีย์ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในตลาดชุมชน จึงสร้างรายได้ที่ดีให้แก่เกษตรกร รวมทั้งสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย

2021-03-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503201809853 40 เกษตรจังหวัดเพชรบุรี และคณะกลุ่มอารักขาพืช ติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หลังพบการระบาดในข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 กข 31 และ กข 43 พร้อมใช้เครื่องบินไร้คนขับ (โดรน) ฉีดพ่นบิวเวอเรียแบบครอบคลุมพื้นที่แพร่ระบาด

            เกษตรจังหวัดเพชรบุรี และคณะกลุ่มอารักขาพืช ติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หลังพบการระบาดในข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 กข 31 และ กข 43 พร้อมใช้เครื่องบินไร้คนขับ (โดรน) ฉีดพ่นบิวเวอเรียแบบครอบคลุมพื้นที่แพร่ระบาด 


            วันนี้ (3 พฤษภาคม 2564) นายชาญณรงค์ พวงสั้น เกษตรจังหวัดเพชรบุรี นางอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช นางสาววรรณ เจริญสิน เกษตรอำเภอท่ายาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืชและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่ายาง ร่วมกับนายวีระพงษ์ ฉ่ำมาก นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หลังพบการระบาดในข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 กข 31 และ กข 43 ระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวง พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ 


            พร้อมทั้งสนับสนุนเชื้อราบิวเวอเรียพร้อมใช้ จำนวน 150 กิโลกรัม และได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท คำ - วีการเกษตร จำกัด อ. โพธาราม จังหวัดราชบุรี ในการใช้เครื่องบินไร้คนขับ (โดรน) ฉีดพ่นบิวเวอเรียแบบครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ100 ไร่ และติดตั้งเครื่องดูดเพลี้ยกระโดด เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง ในพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ในหมู่ที่ 2 และ 3 ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี 


            สำหรับการปลูกข้าวในฤดูกาลถัดไป ควรเลือกใช้พันธุ์ต้านทาน เช่น กข 41 กข 47 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 3 สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน 4 ฤดูกาล หว่านข้าวในอัตรา 15 - 20 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อไม่ให้ข้าวหนาแน่นมากเกินไป และใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป เพราะจะทำให้ข้าวงามและเขียวจัดเหมาะสมต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงศัตรูพืชชนิดอื่นด้วย 


            จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องเกษตรกรให้หมั่นสำรวจแปลงอยู่เสมอ โดยสุ่มสำรวจแปลงละ 10 จุด จุดละ 10 ต้น (นาหว่าน) ถ้าพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมากกว่า 10 ตัว ต่อจุด ถือว่าเป็นพื้นที่ระบาด ในพื้นที่ที่สามารถควบคุมน้ำได้ควรระบายน้ำออกนาน 7 - 10 วัน สลับกันไปจะช่วยลดการระบาดได้ ฉีดพ่นด้วยเชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบและควรฉีดพ่นในเวลาเย็น 


            หากพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในระยะตัวอ่อนยังไม่มีปีก ให้ฉีดพ่นสารสกัดสะเดาในช่วงเย็นเพื่อยับยั้งการลอกคราบ ห้ามใช้สารเคมี ได้แก่ อะบาเม็กติน ไซเพอร์เมทริน ซึ่งเป็นสารกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ เพราะจะทำลายศัตรูธรรมชาติ เช่น มวนเขียวดูดไข่ ด้วงเต่าตัวห้ำ เป็นต้น และจะเป็นการเร่งให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลฟักไข่เร็วขึ้นและเกิดการระบาดเพิ่มขึ้น






เครดิต  :  นภสวรรณ มีลิ/สวท.เพชรบุรี/4 พ.ค.64

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



2021-04-05T00:00:00 ภาคตะวันตก เพชรบุรี สวท.เพชรบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504093124898 41 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะช่วง 1-2 วันนี้ บริเวณเชียงใหม่ ตราด และจันทบุรี

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะช่วง 1-2 วันนี้ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ตราด และจันทบุรี

                   กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (4 พ.ค.64) ว่า ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เลย 97 มิลลิเมตร และกรุงเทพมหานคร 62 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 14,705 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 25 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 10,369 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 22 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 11 แห่ง พร้อมเฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ตราด และจันทบุรี

                      ทั้งนี้ กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำ อย่างกรมเจ้าท่า ขุดลอกแม่น้ำท่าว้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำชวงหน้าน้ำหลากช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเสีย และร่องน้ำตื้นเขินใน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี // กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร อุทัยธานี และตาก ส่วนกรุงเทพมหานคร เก็บขยะและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำบริเวณเขตบางคอแหลม เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี และเขตดุสิต

                        กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-04-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504093339899 42 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (4 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-04-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504094352900 43 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีกำลังอ่อน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ลำพูน ชัยภูมิ มุกดาหาร  ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ลพบุรี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี รวม 29 อำเภอ 45 ตำบล 102 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 457 หลัง

ส่วนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน (4 พ.ค. 64) มีพื้นที่ประสบวาตภัย 19 จังหวัด 45 อำเภอ 71 ตำบล 141 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 655 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (สุราษฎร์ธานี 1 ราย ลพบุรี 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ 1 ราย (สุราษฎร์ธานี) แยกเป็น ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน พะเยา  เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และกำแพงเพชร , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่  ชัยภูมิ  มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ และศรีสะเกษ , ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี , ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง  สุพรรณบุรี และลพบุรี และภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



2021-04-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504100847910 44 เกษตรจังหวัดปัตตานี ใช้ระบบออนไลน์บริหารงานส่งเสริมการเกษตรในสภาวะการแพร่ระบาดโควิท-19

            วันที่ (4 พ.ค. 64) เกษตรปัตตานีใช้ระบบออนไลน์บริหารงานส่งเสริมการเกษตรในสภาวะการแพร่ระบาดโควิท-19


            นายชาลี สิตะบุศก์ เกษตรจังหวัดปัตตานีเป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนเมื่อ30 เม.ย.2564 ณห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี ที่มีการใช้ระบบ Miclosoft  Team เชื่อมเครือข่ายสื่อสารกับเกษตรอำเภอ12อำเภอ โดยมุ่งเน้นการทำงานภายใต้มาตรการป่องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-19 การบริหารงบประมาณโครงการกิจกรรมจากกรมส่งเสริมการเกษตร20กิจกรรมจำนวนงบประมาณ19,030,010 บาท ขณะได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานโครงการมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่าร้อยละ41 


            นอกจากนั้น ยังมีงบประมาณจากโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด3โครงการงบประมาณ5,217,060 บาท โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด 2 กิจกรรม งบประมาณ1,834,600 บาท และโครงการภายใต้พรก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 พ.ศ.2564 จำนวน 2 โครงการ งบประมาณ 58,770,180 บาท(โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยชุมชน จากกรมส่งเสริมการเกษตร และโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการผลิตด้านการเกษตร 25 กิจกรรมงบประมาณ 56,264,000 บาท) รวมงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 84 ล้านบาท ได้กำชับให้มีการดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานโครงการและเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ตามที่จังหวัดกำหนดโดยใช้ระบบส่งเสริมการเกษตรเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนมีการใช้ระบบออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารเพิ่มขึ้น 


            ทั้งนี้ ยังมีการเสนอของบประมาณฟื้นฟูโควิท-19รอบ2จากจังหวัดเพิ่มอีก1โครงการงบประมาณ74.5ล้านบาท เพื่อส่งเสริมเพิ่มรายได้เกษตรกรในพื้นที่








เครดิต  :  ภาพ/ข่าว/บดินทร์ ส,ปชส,ปน,

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-04-05T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504103749921 45 กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมมือกับ ปตท. OR จัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ "

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายตลาดนำการผลิต มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน เพื่อประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า กลุ่มผู้บริโภคและสถานการณ์ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตร โดยการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศให้กับเกษตรกรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้ชื่อ “โครงการพื้นที่ปันสุข” มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนในช่วงการระบาดของ COVID-19 และช่วงสินค้าล้นตลาดในแต่ละพื้นที่ โดยจะหมุนเวียนให้เกษตรกรเข้ามาจำหน่ายรายละ 1 เดือน ภายใต้ชื่อ ""โครงการพื้นที่ปันสุข"" 

สำหรับสินค้าที่จะนำเข้าไปจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน จะต้องเป็นสินค้าเกษตรจากเกษตรกรโดยตรง หรือสินค้าแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชน ประเภทสินค้าสด สินค้าแปรรูป สินค้าเกษตรอินทรีย์และต้องเป็นสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานรับรอง เช่น GAP อินทรีย์ ฮาลาล อย. หรือเป็นสินค้าที่ต้องการจำหน่ายเร่งด่วน เช่น กรณีผัก ผลไม้ล้นตลาดและไม่เป็นสินค้าที่ทับซ้อนกับผู้เช่า หรือมีจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันอยู่แล้ว

สำหรับผลการดำเนินงานโครงการระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน 2564 มีเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในโครงการพื้นที่ปันสุขของสถานีบริการน้ำมันจังหวัดต่างๆ จำนวน 8 ราย จาก 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครสวรรค์ จันทบุรี สงขลาและจังหวัดเพชรบุรี ประเภทสินค้าที่นำมาจำหน่าย ประกอบด้วย สินค้าที่มีผลผลิตออกมามากต้องกระจายเร่งด่วนคือ มะม่วงน้ำดอกไม้ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ผลิตภัณฑ์ข้าวสาร พริกไทย อาหารแปรรูป ผลผลิตผักสด เป็นต้น

เกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อประสานงานเบื้องต้นไว้ก่อน เมื่อสถานการณ์การระบาดดีขึ้น เกษตรกรจะได้เข้าใช้พื้นที่ได้ทันที



" 2021-04-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504101636913 46 สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม รับซื้อแล้วกว่า 60 ตัน เตรียมส่งออกสู่ตลาดนอกพื้นที่

            นายจณภพ กาญจนาประดิษฐ์ สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายวรากร เลิศปรีชา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 5 เข้าร่วมตรวจเยี่ยมจุดรับซื้อกระเทียม สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง จำกัด ในโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปีการผลิต 2563/64 ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับสหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง จำกัด  เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม ที่อาจได้รับผลกระทบด้านราคา ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก และกระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร  ปี 2564 ให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินโครงการกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิต เป้าหมาย 200 ตัน 


            ในปีนี้สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง จำกัด ได้รวบรวมกระเทียมจากสมาชิกแล้วปริมาณกว่า 60 ตัน โดยมีจุดรับซื้อกระเทียม บริเวณตลาดกลางรับซื้อพืชผลทางการเกษตร ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 053 621 221สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง จำกัด







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-04-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504121953969 47 ชุมชนตำบลพิชัย เครือข่าย ทสม. ดีเด่นระดับประเทศ มุ่งพลิกฟื้นผืนป่า ลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน "            สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง เปิดเผยถึงความสำเร็จของเครือข่าย ทสม. ตำบลพิชัย ที่ได้บริหารจัดการพื้นที่ป่าในชุมชนด้วยจิตสำนึกชุมชนที่เริ่มเห็นถึงความสำคัญของป่าในท้องถิ่นของตนเอง ภายใต้การนำโดยนายมานิต อุ่นเครือ ประธานเครือข่าย ทสม. ตำบลพิชัย 

            จากการใช้ประโยชน์ของป่า เพื่อนำพามาซึ่งรายได้เลี้ยงดูครอบครัวของคนในตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่ได้มีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่า ยึดครองที่ดินมาทำการเกษตร ทั้งยังมีกลุ่มนายทุนเข้าไปตัดต้นไม้ และทำการแปรรูปไม้ภายในป่า จนกระทั่งความเสื่อมโทรมได้เข้าไปแทนที่ความอุดมสมบูรณ์ที่ป่าเคยมี จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นายมานิต อุ่นเครือ ได้รวบรวมพันธมิตร เพื่อเริ่มลงมือพลิกฟื้นผืนป่า ด้วยการออกไปทำฝายชะลอน้ำ ปลูกป่า ทำแนวกันไฟป่า จากนั้นไม่นาน เมื่อมีน้ำล้นฝาย และกลายเป็นน้ำตกเล็กๆ ซึ่งเป็นดั่งที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน จนเป็นที่สนใจของหน่วยงานราชการและชาวบ้านในพื้นที่ก็เริ่มเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงทำให้ป่ากลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ทุกคนอยากเข้าไปอนุรักษ์ และฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด เปลี่ยนการสู้กับศัตรูให้กลายเป็นมิตร เป็นอีกหนึ่งวิธีคิดที่ปิดช่องว่างระหว่างระยะห่างของนักอนุรักษ์ และผู้บุกรุกป่า ให้หันมาเห็นถึงความสำคัญของป่า ด้วยการเดินหน้าทำความเข้าใจอย่างอดทน บนวิถีความเป็นจริงของธรรมชาติ เพื่อปิดโอกาสความไม่รู้ของชาวบ้านให้เห็นเอง จากการใช้วิธีเสนอแนะ เช่น ความเชื่อเรื่องการเผาป่าเพื่อหาของป่านั้น เป็นวิธีคิดที่ผิด ซึ่งถ้าไม่เผาก็ทำให้ได้ประโยชน์จากการใช้ป่าตามธรรมชาติได้มากกว่าวิธีการเผา

            เมื่อความเข้าใจในท้องถิ่นเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ที่มีคุณค่า ได้ขยายขอบเขตมากขึ้น จากนั้น จึงได้เริ่มขอคืนพื้นที่ป่าในบริเวณที่เคยถูกชาวบ้านบุกรุกเข้าไปครอบครอง ด้วยการใช้วิธีเจรจา แทนที่จะบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งก็ทำให้เกิดความประนีประนอม และพร้อมที่จะร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ยังมีการชดเชยผลผลิตที่ชาวบ้านปลูกไปแล้ว ด้วยการทำผ้าป่าชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ “ใจ” ในการแก้ปัญหาแทนกฎหมายคือสิ่งที่จะละลายอคติทางความคิด จนก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อกันและกันได้

ในวันที่ป่าซึ่งเคยแห้งแล้ง ได้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง จากการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันของเครือข่าย ทสม. ตำบลพิชัย ซึ่งได้ขยายออกไปสู่ชุมชนที่มีพื้นที่ติดกับป่าจำนวน 7 หมู่บ้าน ด้วยแนวทางการทำงานที่ควบคู่กันไปทั้งงานอนุรักษ์ งานป้องกัน และการสื่อสารสร้างความเข้าใจ จึงทำให้ในวันนี้เริ่มมีน้ำสะสมใต้ผืนดินเหมือนในอดีตที่ป่าเคยอุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นนักอนุรักษ์ได้เติบโตขึ้นในจิตใจของคนในชุมชนอย่างงดงาม ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของเครือข่าย ทสม. ตำบลพิชัย ที่ได้รับรางวัล เครือข่าย ทสม. ดีเด่นระดับประเทศ ด้านการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ประจำปี พ.ศ. 2563


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-04-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504122033970 48 ปล่อยลูกเต่าตนุลงทะเลบริเวณหน้าหาดวัดถ้ำเขาไม้รวก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 50 ตัว

ปล่อยลูกเต่าตนุลงทะเลบริเวณหน้าหาดวัดถ้ำเขาไม้รวก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 50 ตัว

                    ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้รายงานพบลูกเต่าตนุฟักออกจากไข่ บริเวณชายหาดวัดถ้ำเขาไม้รวก ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์ของกรม ทช. จึงได้ประสานให้ข้อมูลวิธีการปล่อยลูกเต่าคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย และการจัดการหลุมไข่เต่าผ่านทางโทรศัพท์ โดยผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ร่วมกับ ประธานองค์กรประมงชุมชนพื้นบ้านโคกตาหอม และชาวบ้านในพื้นที่ ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจสอบหลุมไข่เต่าพบมีไข่เต่าตนุ 88 ฟอง มีลูกเต่าตนุฟัก 50 ตัว ลูกเต่าตนุตาย 1 ตัว มีไข่ติดเชื้อราและเน่าเสีย 26 ฟอง และไข่ยังไม่พร้อมฟัก 11 ฟอง จึงได้ฝังกลบไว้ในหลุมตามเดิม ภาพรวมปล่อยลูกเต่าตนุกลับคืนสู่ทะเลรวม 50 ตัว



2021-04-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504150914047 49 อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ และสัตว์น้ำ ระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ในระยะนี้

            นายสมนึก สวนดอกไม้ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคเหนือซึ่งอาจมีน้ำไหลหลาก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฟ้าคะนอง และไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาสูงๆ ขณะลมแรง รวมทั้งควรเก็บของขึ้นสู่ที่สูง และผูกยึดอุปกรณ์เครื่องใช้ให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันน้ำพัดพา

            คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง ในช่วงวันที่ 5 - 9 พฤษภาคม 2564 จะมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่   ไม่แข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาสูง ๆ ขณะลมแรง ระยะนี้อากาศแปรปรวน เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนัก เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำ หลังจากฝนตกควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นรวมทั้งไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อโดยตรง เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอ และเป็นโรคได้ง่าย

            ทั้งนี้       เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


2021-04-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504151410048 50 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงฤดูฝน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงฤดูฝน

                     กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (5 พ.ค.64) ว่า ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.ยะลา 64 มิลลิเมตร // ระยอง 57 มิลลิเมตร และ ปัตตานี 51 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 14,715 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 25 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 10,359 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 22 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 11 แห่ง ทั้งนี้ กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำ กำจัดวัชพืช ผักตบชวา และแก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน อย่างกรมชลประทาน เร่งกำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคลองและแก้มลิงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงฤดูฝน แบ่งเป็น เหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำไปแล้ว ประมาณ 31,500 ตัน หรือร้อยละ 78.75 คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคม และคลองระบายน้ำ 2R สองพี่น้อง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กำจัดวัชพืชไปแล้วกว่า 13,800 ตัน โดยเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่กรมเจ้าท่า กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำคลองบางพระครู ต.ตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา กำจัดไปแล้ว 196,167 ตัน หรือร้อยละ 59.44 ซึ่ง กอนช. ยังให้หน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาอุทกภัยด้วย

                        กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505093838154 51 แนะนำผู้ประกอบการเลี่ยงเส้นทางส่งออกผ่านด่านโหย่วอี้กวน หลังพบรถติดหนักสะสมส่งผลต่อคุณภาพผลไม้ไทย

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าการส่งออกสินค้าผลไม้จากไทยไปจีนทางบก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านโหย่วอี้กวน ชายแดนจีน – เวียดนาม เนื่องจากสภาพการจราจรที่เป็นคอขวด ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดยาวแรงงานสากล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับฤดูกาลส่งออกทุเรียนของภาคตะวันออก รวมทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกใช้เส้นทางบกในการส่งออกไปยังด่านโหย่วอี้กวน ทำให้ปัจจุบันมีรถติดสะสมก่อนเข้าด่านโหย่วอี้กวนจำนวนมาก ประมาณ 600 - 700 คัน จากเดิมที่ใช้เวลาผ่านด่านนี้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงแต่ปัจจุบันใช้เวลารอถึง 2-3 วัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนที่อาจจะสุกก่อนถึงมือผู้บริโภค 

ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางส่งออก ไปยังด่านโหย่วอี้กวนโดยใช้ทางเลือกเส้นทางอื่น โดยปัจจุบันจีนได้อนุญาตให้ผลไม้ไทยสามารถขนส่งทางบกผ่านประเทศที่สามไปยัง 4 ด่านของจีนคือ ด่านโหย่วอี้กวน ด่านโม่หัน ด่านตงซิง และด่านรถไฟผิงเสียง กรณีผู้ประกอบการต้องการส่งออกผลไม้ไปจีนทางบกไปยังด่าน โหย่วอี้กวน ด่านตงซิง และด่านรถไฟผิงเสียง สามารถส่งออกจากไทยได้ที่ด่านนครพนม และด่านมุกดาหาร นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกส่งออกทางเรือได้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของไทย

สำหรับผู้ประกอบการ เมื่อเปลี่ยนเส้นทางนำเข้าผลไม้สู่จีนไปที่ทางด่านรถไฟผิงเสียง ด่านโม่หันและด่านตงซิง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากด่านโหย่วอี้กวน หรือขนส่งทางเรือ สามารถลดความเสี่ยงรถติดในการนำเข้าทางด่านโหย่วอี้กวน ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพทุเรียนไทยที่สุกในรถระหว่างการรอคิวตรวจปล่อยสินค้า ทั้งนี้ ปัญหารถติดสะสมหน้าด่านโหย่วอี้กวนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นประจำทุกปีในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทยและเวียดนามโดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นวันหยุดแรงงานสากล



2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505095306164 52 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505095631169 53 อว.เผยขณะนี้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนแล้ว 1,179 ล้านโดส ใน 194 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 32.1 ล้านโดส โดยประเทศไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.498 ล้านโดส "

   อว.เผยขณะนี้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนแล้ว 1,179 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 32.1 ล้านโดส โดยประเทศไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.498 ล้านโดส

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,179 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกัน 20.2 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกา ฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 247 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 106 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้ว 32.1 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด 20.65 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ค.64 ได้มีการจัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,058,247 โดส ฉีดวัคซีนสะสม 1,498,617 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น เข็มแรก 1,106071 โดส / เข็มสอง 392,546 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 51.4%

" 2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100849178 54 อรรถพล ย้ำ คุณภาพอากาศทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3 - 9 พ.ค. มีฝนเกิดขึ้น ช่วยลดการเกิดจุดความร้อนจากการเผาลง

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำ คุณภาพอากาศทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3 - 9 พฤษภาคม มีฝนเกิดขึ้น ช่วยลดการเกิดจุดความร้อน (Hotspot) จากการเผาลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ภาพรวมคุณภาพอากาศของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาวะอากาศและผลกระทบต่อฝุ่นละออง ช่วงวันที่ 3 - 9 พฤษภาคม ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง และยังมีฝนเกิดขึ้น ประกอบกับ ระดับเพดานการลอยตัวของอากาศยังอยู่ในระดับสูง และจุดความร้อน (Hotspot) จากการเผาในที่โล่งมีน้อย ทำให้การสะสมฝุ่นละอองหรือหมอกควันทุกภาคของประเทศมีน้อย สำหรับภาคใต้มีลมพัดปกคลุมต่อเนื่องและมีฝนตกบางพื้นที่ ทำให้การสะสมฝุ่นละอองมีน้อยตลอดช่วง ทั้งนี้ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ขอขอบคุณประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือลดแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ ทั้งจากภาคการจราจรขนส่ง การเผาในที่โล่ง และภาคอุตสาหกรรม ทำให้คุณภาพอากาศภาพรวมของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ดีทุกภาค

                       อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศกพ.) ยังขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองอีกครั้ง และขอให้ดูแลสุขภาพสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ และสามารถดูข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง และแบบค่าเฉลี่ยราย 24 ชั่วโมง จากเว็บไซต์ Air4Thai.com และ bangkokairquality.com หรือทางแอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง Facebook Fanpage “ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)”

2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100840177 55 สำนักงานเกษตรอำเภอ สังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ปฏิบัติงานและแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่ ตามระบบส่งเสริมการเกษตร

        กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง นำโดยนางน้ำเย็น ศิริพัฒน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการรักษาราชการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง ประชุมประจำเดือน เพื่อชี้แจงแนวทางทางปฏิบัติงานและแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่ ตามระบบส่งเสริมการเกษตร ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย และนางสาวพัชรินทร์ นาคา เกษตรอำเภอเอราวัณ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอภูกระดึง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูกระดึง ประชุมประจำเดือนพฤษภาคม 2564 เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่ ที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

 นายประดิษฐ์ ทองหล่อ เกษตรอำเภอนาด้วงมอบหมายให้ นางจารีพร บุตรสระเกษ เจ้าพนักงานเคกิจเกษตรชำนาญการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย อบต.ท่าสะอาด ตรวจแปลงภัยธรรมชาติไฟป่าสวนยางพารา ณ ม.4 ต.ท่าสะอาด อ.นาด้วง จ.เลย

        ด้านสำนักงานเกษตรอำเภอท่าลี่ นำโดยนางสุจิตรา ญาณะนันท์ เกษตรอำเภอท่าลี่ มอบหมายให้ นางสาววิยะดา สุทธิศักดิ์ นางสาวณัฐวดี อยู่เจริญกิจ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และนางสาวณัฐฤดา สกุลวงค์ เจ้าหน้าที่โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ติดตามพื้นที่ในโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่จังหวัดเลย

        ก่อนหน้านั้น สำนักงานเกษตรอำเภอท่าลี่ นำโดยนางสุจิตรา ญาณนันท์ เกษตรอำเภอท่าลี่ มอบหมายให้นางรัชนี มณีวัฒน์ เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน ติดตามเยี่ยมเยียนและให้คำแนะนำเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในแปลงนา เช่น หอยเชอรี่ ปูนา ปลาดุก กบ ปลาตะเพี้ยน และปลาไน บนพื้นที่ 5 ไร่ ณ แปลงนางบุญช่วย สวาทนา หมู่ 9 ตำบลหนองผือ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย 

2021-05-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505110014219 56 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกพื้นที่ "

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีกำลังอ่อน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่สงผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สระบุรี และอ่างทอง รวม 19 อำเภอ 38 ตำบล 93 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 327 หลัง

ส่วนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน (5 พ.ค. 64) มีพื้นที่ประสบวาตภัย 23 จังหวัด 62 อำเภอ 109 ตำบล 223 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 982 หลัง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (สุราษฎร์ธานี 1 ราย ลพบุรี 1 ราย) และผู้บาดเจ็บ 1 ราย (สุราษฎร์ธานี) แยกเป็น ภาคเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และกำแพงเพชร , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์ และศรีสะเกษ , ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี , ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และราชบุรี และภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง



" 2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505103736198 57 สวทช. ร่วมกับองค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ ชิงแชมป์ประเทศไทย "

   สวทช. ร่วมกับองค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ ชิงแชมป์ประเทศไทย ค้นหาสุดยอดทีมเยาวชนไทย ส่งโปรแกรมประมวลผลบนสถานีอวกาศนานาชาติ 

       นางจุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.ร่วมกับ องค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา ( JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร จัด โครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ The 2nd Kibo Robot Programming Challenge เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย พัฒนาขีดความรู้ความสามารถด้านสะเต็มศึกษา และเตรียมทรัพยากรบุคคลให้พร้อม สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศ ของกระทรวง อว. ซึ่ง สวทช.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยเปิดรับใบสมัครถึงวันที่ 16 พ.ค. 64 จากนั้น จะคัดเลือกทีมชนะเลิศเป็นตัวแทนทีมเยาวชนจากประเทศไทย โดยดูผลคะแนนการรันโค้ดในระบบซิมูเลชันของแจ็กซา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน The 2nd Kibo Robot Programming Challenge  รอบชิงแชมป์เอเชียทางออนไลน์ร่วมกับเยาวชนจากต่างประเทศ โดยถ่ายทอดสดจากสถานีอวกาศนานาชาติ ผ่านศูนย์ควบคุมอวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายน นี้

      นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ทีมที่จะสมัครเข้าร่วมการแข่งขันต้องมีสมาชิก 3 คน กำลังศึกษาอยู่ไม่เกินระดับปริญญาตรี สามารถอยู่ต่างสถานศึกษา และระดับชั้นเรียนได้ โดยส่งใบสมัครมายังโครงการฯ ภายในวันที่ 16 พ.ค. นี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องเขียนโปรแกรมด้วยภาษา JAVA ให้สั่งการให้หุ่นยนต์แอสโตรบีเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่กำหนด ขณะนี้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันสามารถเข้าไปทดลองประมวลผลโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาในเซิฟเวอร์ของการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์ https://jaxa.krpc.jp สำหรับการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย. นีี้

" 2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505112006224 58 กรมชลประทาน เดินหน้าผันน้ำเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากและอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ผลิตประปาเมืองบุรีรัมย์

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 8 ผันน้ำจากลำปะเทีย ไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและผันน้ำจากลำปลายมาศที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เพื่อสำรองปริมาณน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปา ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยให้เร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำ สำหรับไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเพียงพอ โดยได้กำชับให้วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมกับวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่จะอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ 13.78 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก มีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ 14.08 ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ได้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำจังหันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และอ่างเก็บน้ำลำปะเทียอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงในลำปะเทีย ก่อนจะผันเข้าสู่ระบบผันน้ำลำปะเทียลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด โดยมีแผนการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง รวม 10 ล้าน ลบ. เริ่มดำเนินการผันน้ำตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2564 เป็นต้นมา คาดว่าจะสามารถผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ได้รวมประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม. 

ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ได้มีการผันน้ำจากลำปลายมาศที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศ ลงมาเติม โดยเริ่มสูบน้ำมาตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2564 คาดว่าจะสามารถสูบน้ำมาเติมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้ามาก ได้ประมาณ 9 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ หากดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จะทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในการผลิตประปา ให้กับการประปาส่วนภูมิภาคบุรีรัมย์ ได้ตลอดในช่วงแล้งหน้า



2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505105827213 59 โมเดลมหาสารคามเมืองน่าอยู่ ด้วยจุลินทรีย์บำบัดแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

            วันนี้ (5 พฤษภาคม 2564) ที่สวนวิสาหกิจชุมชนส่องเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สมาคมหน่วยแก้วิกฤตเมือง ฯ และวิสาหกิจชุมชนส่องเหนือถ่ายทอดเทคโนโลยี ฯ จัดโครงการโมเดลมหาสารคามเมืองน่าอยู่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ พร้อมด้วยสมาชิกวิสาหกิจชุมชนส่องเหนือ เข้าร่วม 


            ทั้งนี้ เพื่อร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัดมหาสารคาม ที่มีผลกระทบกับประชาชน เช่น ปัญหาน้ำเน่าเสีย ปัญหาสภาพอากาศ รวมทั้งการดูแลดิน น้ำ พืช และสัตว์ ไม่ให้มีสารเคมีตกค้าง ด้วยขบวนการครูน้ำมวกโดยการใช้จุลินทรีย์บำบัดกลิ่นเพิ่มออกซิเจนในอากาศ






เครดิต  : วิศิษฎ์-ข่าว/สันติภาพ-ภาพ   ส.ปชส.มหาสารคาม

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505123951286 60 เกษตรจังหวัดนครราชสีมาติดตามความก้าวหน้าขุดสระเก็บน้ำปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ หวังเกษตรกรพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมยั่งยืน

        วันนี้ (5 พ.ค.64) นายกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตรจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่อำเภอขามทะเลสอติดตามการปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการดำเนินการขุดสระเก็บน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละราย สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ 

        นายกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในการติดตามความก้าวหน้าการขุดสระเก็บน้ำเพื่อปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่อำเภอขามทะเลสอในวันนี้ อำเภอขามทะเลสอ มีเกษตรกรเป้าหมาย 74 ราย โดยในรอบแรกมีเป้าหมายขุดสระ 40 สระ และรอบ2 จำนวน 34 สระ มีการดำเนินการขุดสระเก็บน้ำโดยใช้รูปแบบตามกรมพัฒนาที่ดินกำหนดให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละราย ซึ่งในทุกกิจกรรมจะมีเกษตรอำเภอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร(เกษตรตำบล) จ้างแรงงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบล เป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในวันนี้ติดตามการขุดสระเก็บน้ำเกษตรกร 3 ราย พื้นที่ตำบลขามทะเลสอ ซึ่งเกษตรกรมีความพึงพอใจมากและดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ ทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพัฒนาพื้นที่จุดเรียนรู้ในรูปแบบหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยหลังจากดำเนินการขุดสระเกษตรกรแต่ละรายแล้ว จะได้มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมการตลาด ให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตามประเมินผลต่อไป เกษตรจังหวัดฯ กล่าว




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา สวท.นครราชสีมา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505123235278 61 ปศุสัตว์ยโสธรจัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน สนับสนุนสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายปรีชา ชำกรม ปศุสัตว์อำเภอมหาชนะชัย ลงพื้นที่จัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน ณ บ้านโนนยาง หมู่ที่ 10 ตำบลพระเสาร์ อำเภอมหาชนะชัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการปักหมุดหมู่บ้านปลอดโรคสัตว์ยโสธร มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ 27 ครัวเรือน เลี้ยงโค 200 ตัว เลี้ยงไก่พื้นเมือง 250 ตัว โดยมอบยาปฏิชีวนะ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค อาหารเสริม วิตามิน แร่ธาตุก้อน ยาถ่ายพยาธิ และวัสดุสำหรับรักษาพยาบาลสัตว์เบื้องต้น ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน นำเข้าเป็นคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร และเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ของโรคระบาดสัตว์ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง สมบูรณ์ ทั้งนี้ จะจัดตั้งคลังยาสัตว์ ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงสัตว์หนาแน่นต่อไป





#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505141635334 62 ก.ทรัพย์ ตั้ง “ตู้ปันน้ำใจ จากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด–19” เพื่อช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัด บรรเทาความเดือดร้อนช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด–19 "กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้ง “ตู้ปันน้ำใจ จากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด–19” เพื่อช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการร้านค้าที่อยู่ภายในอาคารกรมควบคุมมลพิษ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด–19

?               นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิด “ตู้ปันน้ำใจ จากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด–19” อย่างเป็นทางการ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ผู้ประกอบการ และร้านค้าที่อยู่ภายในอาคารกรมควบคุมมลพิษได้ใช้บริการ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการกำหนดมาตรการควบคุมที่จำเป็นในช่วงเวลานี้ เป็นการบรรเทาความเดือนร้อน และได้รับผลกระทบจากมาตรการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) เพื่อช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศไทยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด โดยสามารถหยิบอาหารและน้ำดื่มด้วยตนเองในรูปแบบ “New Normal ของการแบ่งปัน” ที่ยังคงรักษาระยะห่างทางสังคมตามนโยบายของรัฐบาล

?               สำหรับตู้ปันสุข ทส. ดังกล่าวประกอบด้วย อาหารกล่อง จากร้านค้าที่อยู่ภายในอาคารฯ 100 กล่อง และน้ำดื่มบรรจุขวด ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 100 ขวดต่อวัน โดยจะเปิดให้พนักงานและเจ้าหน้าที่มารับได้ตั้งแต่เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งตู้นี้จะเปิดให้บริการต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด–19 จะคลี่คลาย หากมีผู้ประสงค์ร่วมแสดงน้ำใจร่วมกับตู้ปันสุขของกระทรวงฯ เพื่อแบ่งปันอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น สามารถแจ้งประสานเจ้าหน้าที่แล้วนำอาหารและน้ำดื่มมาร่วมใส่ในตู้ได้

" 2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505145354349 63 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,195 ล้านโดส ใน 194 ประเทศเขตปกครอง "

 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,195 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ กว่า 32.7 ล้านโดส โดยไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.573 ล้านโดส

   ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,195 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19.8 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 248 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 106 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีน แล้ว ประมาณ 32.7 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีน มากที่สุดที่ 20.9 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,071,247 โดส ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,573,075 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น เข็มแรก 1,150,564 โดส และเข็มสอง 422,511 โดส

โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 49.9%

" 2021-05-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505195556493 64 ร.3 พัน.3 ลงพื้นที่รับซื้อไข่ไก่จากผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่รายย่อย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรโดยตรง บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยโควิด-19

            ที่จังหวัดนครพนม เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่นครพนม กำลังประสบปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด ซึ่งเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา การซื้อขายไข่ไก่ในท้องตลาดซบเซา เนื่องจากการคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้ซื้อวิตกกังวลในการออกนอกบ้าน การซื้อขายไข่น้อยลง ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่ จ.นครพนม เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง พันโท ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน 3) ได้สั่งการให้กำลังพลของหน่วยออกรับซื้อไข่ไก่จากผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่รายย่อย ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมืองนครพนม ในการรับซื้อไข่ไก่มาประกอบอาหารเลี้ยงให้กับกำลังพลทหารกองประจำการของหน่วย พร้อมทั้งยังได้แจกจ่ายให้กำลังพลและครอบครัว เพื่อเป็นการช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัวไปด้วยอีกทางในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19           


            ทั้งนี้ หน่วย ร.3 พัน.3 ยังได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม ผนึกกำลังประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายไข่ไก่ราคาถูกให้กับประชาชนและผู้ที่สนใจโดยจำหน่าย บริเวณลานหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด -19 อย่างเคร่งครัด 








เครดิต  : ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505210625520 65 “เอ็นไอเอ” ร่วมกับสมาคมเฮลธ์เทคไทยส่งระบบ “โควิดแทร็คเกอร์”ช่วยแพทย์มอนิเตอร์อาการผู้ป่วยโควิด – 19 ในโรงพยาบาลสนาม 1,000 กว่าเตียง "

 “เอ็นไอเอ” ร่วมกับสมาคมเฮลธ์เทคไทยส่งระบบ “โควิดแทร็คเกอร์”ช่วยแพทย์มอนิเตอร์อาการผู้ป่วยโควิด – 19 ในโรงพยาบาลสนาม 1,000 กว่าเตียง

   นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด – 19 ในระยะที่ 3 ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาในการเข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด จนทำให้ต้องขยายพื้นที่เพื่อรักษาอาการผู้ติดเชื้อโดยใช้ “โรงพยาบาลสนาม” ดังนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคประชาชน NIA จึงร่วมมือกับสมาคมเฮลธ์เทคไทย และบริษัท พรีซีชั่น ไดเอทซ์ จำกัด นำแพลตฟอร์ม “Covid Tracker : โควิดแทร็กเกอร์” เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลสนาม คือ ระบบประเมินอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยและรายงานไปยังทีมแพทย์ รวมถึงการติดตามอาการโดยที่บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเริ่มนำร่องใช้จริงแล้วในโรงพยาบาลสนามทั้งที่อยู่ภายใต้สังกัด อว. และโรงพยาบาลสนามอื่นที่แสดงความจำนงเข้ามา 6 แห่ง ประมาณ 1,200 เตียง โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และจะถูกใช้ไปจนกว่าโรงพยาบาลสนามจะปิดตัวลง หรือจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด ในประเทศไทยจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

   นายพงษ์ชัย เพชรสังหาร กรรมการผู้จัดการบริษัท พรีซีชั่น ไดเอทซ์ จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์ม Covid Tracker จะเป็นการทำงานผ่านแพลตฟอร์มเว็บแอปพลิเคชัน (web application) ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจะได้รับ Password และ Username สำหรับการเข้าใช้งานครั้งแรก นอกจากนี้ แพทย์สามารถตรวจหรือสอบถามอาการของคนไข้ผ่านการใช้ระบบการแพทย์ทางไกลด้วยการวิดีโอคอล ซึ่งจะช่วยลดข้อกังวลแก่ผู้ป่วย และลดความเสี่ยงให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าในโรงพยาบาลสนามได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมาได้นำระบบไปติดตั้งและใช้งานในโรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และ Alternative State Quarantine (ASQ) หลายแห่ง สามารถรองรับการรายงานจำนวนมากกว่า 300,000 ครั้ง และช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ระบบยังสามารถติดตามอาการของผู้ป่วยเมื่อออกจากโรงพยาบาลสนามไปกักตัวที่บ้านได้อีกด้วย

 ด้าน พญ.วรรณิกา แสงสุริย์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลตากสิน ผู้ดูแลตากสินฮอสพิเทล (หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ)สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ระบุว่า สำหรับ Taksin HOSPITEL อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลตากสิน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ขณะนี้ได้ร่วมมือกับโรงแรมบ้านไทย บูทีค เขตบางกะปิ เปลี่ยนโรงแรมเป็นโรงพยาบาล รองรับผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 300 ราย และเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา และโรงพยาบาลได้ทดลองใช้ระบบเทเลเฮลธ์ “โควิดแทร็กเกอร์” ซึ่งจากการใช้งานระบบดังกล่าวพบว่าได้รับผลเป็นที่น่าพอใจต่อบุคลากรที่ปฏิบัติงาน ช่วยให้การทำงานของบุคลากรมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น 

" 2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506101548624 66 ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท ชวนเกษตรกรทำประกันภัยข้าวนาปี ขยายเวลาโครงการไปสิ้นสุด 31 พ.ค.นี้

            นายจินตกร เรืองเสน ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร  ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.64 ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 โดยปกติโครงการนี้ ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา แต่เป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 จึงเลื่อนกำหนดไปสิ้นสุดในวันที่ 31 พฤษภาคม  2564  สำหรับรายละเอียดโครงการประกันภัยข้าวนาปี เป็นการทำประกันใน 2 ส่วน ส่วนแรก  คือ  การประกันภัยขั้นพื้นฐานเรียกทั่วไปว่าเทียร์ 1 คือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร เกษตรกรต้องไปปรับปรุงข้อมูล ตามแบบ  ทบก. 2564/65  โดยทางรัฐบาล และ ธ.ก.ส. ช่วยกันออกเบี้ยประกัน โดยคุ้มครองภัย 7 ภัย  ได้แก่ น้ำท่วม ฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้ง พายุ พายุใต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาว ลูกเห็บ ไฟไหม้ และช้างป่า วงเงินความคุ้มครอง 1,260 บาท/ไร่  อีกส่วนหนึ่งความคุ้มครองศัตรูพืช  และโรคระบาด วงเงินความคุ้มครอง 630 บาท/ไร่ ส่วนนี้ทางรัฐบาล และ ธ.ก.ส.ออกค่าเบี้ยประกันให้ 90 บาท/ไร่ และอีกส่วนหนึ่งหากเกษตรกรต้องการทำประกันภัยเพิ่มเติม  หรือเรียกว่ารับประกันภัยส่วนเพิ่ม หรือเทียร์ 2 เกษตรกรต้องไปสมัครเองโดยไปติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส. หรือสมัครผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile            

            สำหรับในพื้นที่จังหวัดชัยนาท มีทั้งหมด 3 ความเสี่ยง ราคาเบี้ยประกันไม่เท่ากัน อย่างเช่นพื้นที่เสี่ยงสูง ได้แก่ อำเภอสรรพยา เบี้ยประกันภัย 101 บาท/ไร่ ความเสี่ยงปานกลาง ได้แก่ อำเภอสรรบุรี และอำเภอเนินขาม เบี้ยประกันภัย 48 บาท/ไร่ ความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอมโนรมย์ อำเภอหนองมะโมง อำเภอวัดสิงห์ และอำเภอหันคา  เบี้ยประกันภัย 24 บาท/ไร่ หากเกิดความเสียหายจะมีวงเงินความคุ้มครอง 240  บาท/ไร่ สำหรับ 7 ภัย ส่วนความคุ้มครองภัยศัตรูพืชและโรคระบาด วงเงินคุ้มครอง 120  บาท/ไร่ เกษตรกรที่สนใจทำประกันภัยข้าวนาปี 2564 สามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส.ใกล้บ้านท่าน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506094636594 67 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน เพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน เพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (6 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้มีพายุฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงใหม่ 65 มิลลิเมตร // ขอนแก่น 64 มิลลิเมตร และตราด 88 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,733 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,977 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 48 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 10 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 1 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดลำพูนและระยอง ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามผลการจัดสรรน้ำฤดูฝนปีนี้และเน้นย้ำทุกภาคส่วนจัดสรรน้ำตามแผน ด้วยการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน เพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง อย่างกรมชลประทานได้ดำเนินการผันน้ำในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ คือ ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปะเทียและอ่างเก็บน้ำลำจังหันไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด // ผันน้ำจากลำปลายมาศที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก

               ขณะเดียวกัน กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ โดยให้กรมชลประทาน กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำน้อย ต.ตาลาน อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และกรมเจ้าท่า กำจัดผักตบชวาและวัชพืชบริเวณแม่น้ำลพบุรี ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแก้ปัญหาการสัญจรทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

                กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506094213582 68 กรมชลประทาน ร่วมป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เน้นย้ำติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประธาน กล่าวถึงบทบาทกรมชลประทานหลังประชุมคณะทำงานภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติบูรณาการและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เฝ้าระวังพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ด้วยการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เน้นย้ำบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำให้สามารถกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมกับจัดการจราจรน้ำตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ อย่างเหมาะสม พร้อมเร่งระบายน้ำและผลักดันออกสู่ทะเลโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

ขณะที่นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน(5 พ.ค. 64) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 36,419 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้รวมกันประมาณ 39,648 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ หน่วยงานหรือประชาชนหากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานทุกแห่ง หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460



2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506095147598 69 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (6 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดี โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506095240601 70 กรมปศุสัตว์ ให้บริการรับรอง GAP ฟรี เตรียมพร้อมฟาร์มหมูเกิน 500 ตัวสู่มาตรฐานบังคับ ช่วยให้มีระบบการป้องกันโรคที่เข้มแข็งขึ้น

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรได้มีมติเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 เห็นชอบกำหนดให้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกรฉบับทบทวน (Good Agricultural Practices : GAP) เป็นมาตรฐานบังคับ โดยมีขอบข่ายการบังคับใช้แบ่งเป็น 2 ระยะ ตามขนาดการเลี้ยงสุกรคือ สุกรขุน ตั้งแต่ 1,500 ตัวขึ้นไป หรือสุกรแม่พันธุ์ ตั้งแต่ 120 ตัวขึ้นไป ระยะเวลาปรับเปลี่ยน 90 วัน หลังประกาศราชกิจจาฯ สุกรขุน ตั้งแต่ 500 – 1,499 ตัว หรือสุกรแม่พันธุ์ ตั้งแต่ 95 - 119 ตัว ระยะเวลาปรับเปลี่ยน 180 วัน หลังประกาศราชกิจจาฯ

โดยขั้นตอนต่อไปสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จะมีการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเกษตรกรฟาร์มสุกรที่อยู่ในเกณฑ์บังคับดังกล่าวและประชาชนทั่วไปโดยประกาศให้ทราบโดยทั่วกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน และให้เวลาแจ้งความคิดเห็นคัดค้าน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน จากนั้นนำผลการแสดงความคิดเห็นนั้นเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรเพื่อประกอบการพิจารณามาตรฐานบังคับต่อไป ซึ่งหากเกษตรกรมีข้อคิดเห็นให้ติดตามข่าวและรีบแจ้งได้

ในส่วนของกรมปศุสัตว์ ได้เตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรฟาร์มสุกรมาโดยลำดับ ซึ่งขณะนี้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานเดียวที่ให้บริการรับรองมาตรฐานฟาร์มสุกร GAP โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่ปี 2542 จนล่าสุดฉบับปรับปรุงปี 2558 ซึ่งเป็นฉบับก่อนมาตรฐานบังคับนี้ โดยมียอดการรับรอง GAP ทุกขนาดฟาร์ม ณ เมษายน 2564 รวมจำนวน 4,768 ฟาร์ม ซึ่งในจำนวนนี้มี 4,531 ฟาร์มที่จะเข้าเกณฑ์มาตรฐานบังคับ นับเป็นร้อยละ 61.9 จากจำนวนฟาร์มสุกรทั้งหมดที่จะต้องเข้าสู่มาตรฐานบังคับรวม 7,314 ฟาร์ม

กรมปศุสัตว์ เชิญชวนให้เกษตรกรฟาร์มสุกรที่มีสุกรขุนตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป หรือมีสุกรแม่พันธุ์ ตั้งแต่ 95 ตัวขึ้นไปได้เตรียมความพร้อมการเข้าสู่ GAP ไว้ ซึ่งสามารถขอคำแนะนำได้จากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทั้งระดับอำเภอ จังหวัด หรือเขต โดยกรมปศุสัตว์ให้บริการฟรีตั้งแต่การอบรมให้ความรู้ GAP แก่เกษตรกร หรือการตรวจรับรอง GAP ให้แก่ฟาร์มท่านฟรี ซึ่งการทำตามหลักมาตรฐาน GAP 7 ข้อคือ องค์ประกอบฟาร์ม การจัดการฟาร์ม บุคลากร สุขภาพสัตว์ สวัสดิภาพสัตว์ สิ่งแวดล้อม การบันทึกข้อมูล ถือเป็นสิ่งที่ให้ผลดีในยุค New Normal นี้



2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506101223617 71 ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 800 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 800 องค์กร โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

              นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า หลังจาก สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นมา พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม 826 องค์กร แบ่งเป็น ภาคเหนือ 190 ราย // ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 169 ราย // ภาคกลาง 237 ราย // ภาคตะวันออก 165 ราย และภาคใต้ 65 ราย ทั้งนี้ สทนช. ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ องค์กรภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคพาณิชยกรรม

               สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่ สทนช. อาคารจุฑามาศ กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่ สทนช. ภาค 1 - 4 (ลำปาง สระบุรี ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี) หรือส่งไปรษณีย์มาที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506101055615 72 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ จังหวัดสตูล อย่างต่อเนื่อง

            เมื่อวานนี้ (5 พ.ค. 64) นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล พร้อมผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล เกษตรอำเภอควนโดน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้รับจ้างงานระดับตำบล ลงพื้นที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เพื่อชี้แจงโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ แก่เกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ราย และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานขุดสระกักเก็บน้ำภายใต้โครงการฯ ณ แปลงเกษตรกรนางสาววิไลพร นุ่งอาหลี ตำบลควนสตอ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ขนาดพื้นที่ 4 ไร่ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการขุดสระกักเก็บน้ำ ขนาด 2,800 ลบ.ม.

            ทั้งนี้ จังหวัดสตูล มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 47 ราย มีพื้นที่ เข้าร่วมโครงการฯ 153.5 ไร่  (6 อำเภอ 14 ตำบล) และจ้างงานระดับตำบล จำนวน 21 ราย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506111047653 73 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แก่สุนัข-แมว บ้านทุ่งน้ำใส เป็นสุนัข 123 ตัว และแมว 10 ตัว รวม 133 ตัว ให้บริการที่บ้านทุ่งน้ำใส หมู่ที่ 7 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

2021-06-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506113001666 74 สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย จัดอบรมเกษตรกรโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของเผ่นดิน ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย "

        กรมส่งเสริมกรเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย จัดอบรมเกษตรกรหลักสูตร ถ่ายทอดเทคโนโลยีการขยายพันธุ์ไม้ผล ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดย นายประดิษฐ์ อินตาพรม เกษตรจังหวัดเลย และนายวิรัตน์ ทองเวียง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรที่สูงด่านช้าย กล่าวพบปะให้กำลังใจแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นางนันทิยา ศรีทัดจันทา หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดอบรมในครั้งนี้ พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากกลุ่มอารักขาพืช เกษตรที่สูงด่านช้ายและพืชสวนเลย 

        ซึ่งหลักสูตรนี้ เน้นให้ความรู้ในการปลูกและขยายพันธุ์ไม้ผล (เมืองหนาว) การจัดการศัตรูไม้ผล พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรได้สามารถขยายพันธุ์ไม้ผลด้วยตนเองได้ และนำไปปรับใช้กับการเกษตรของตนเอง เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตรให้เกษตรกรสามรถพึ่งพาตนเองได้ ""พออยู่พอกิน"" ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่การเกษตร

" 2021-06-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506112436662 75 ปศุสัตว์ยโสธร จัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน รักษาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายปรีชา ชำกรม ปศุสัตว์อำเภอมหาชนะชัย ลงพื้นที่ จัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้านที่บ้านโนนยาง หมู่ที่ 10 ตำบลพระเสาร์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร

        นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า การจัดตั้งคลังยาสัตว์ในครั้งนี้เป็นหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการปักหมุดหมู่บ้านปลอดโรคสัตว์ยโสธร ที่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ 27 ครัวเรือน เลี้ยงโค 200 ตัว เลี้ยงไก่พื้นเมือง 250 ตัว ซึ่งได้มอบยาปฏิชีวนะ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค อาหารเสริม วิตามิน แร่ธาตุก้อน ยาถ่ายพยาธิ และวัสดุสำหรับรักษาพยาบาลสัตว์เบื้องต้น ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน นำเข้าเป็นคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร และเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ของโรคระบาดสัตว์ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง สมบูรณ์ และเดินหน้าจัดตั้งคลังยาสัตว์ ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงสัตว์หนาแน่นอีกด้วย

2021-06-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506113148669 76 วราวุธ ขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วให้ถูกวิธีและทิ้งในที่เฉพาะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วให้ถูกวิธีและทิ้งในที่เฉพาะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

              นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยเฉพาะสิ่งที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน อย่างหน้ากากอนามัย ทั้งแบบหน้ากากผ้าและแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งหลังการใช้แล้วปัจจุบันพบหน้ากากอนามัยถูกทิ้งอยู่ตามข้างถนนและท่อระบายน้ำ จนกลายเป็นเศษขยะปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก จึงขอความความร่วมมือจากประชาชนให้แยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องและถูกวิธี เพราะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่ สิ่งสำคัญอาจทำให้เจ้าหน้าที่เก็บขยะได้รับเชื้อโรคเหล่านี้ไปอีกทางหนึ่ง ด้วยการขอให้แยกถุงทิ้งเฉพาะหน้ากากอนามัยใช้แล้วรวบรวมไว้ จากนั้นนำไปทิ้งในจุดที่จัดเตรียมไว้สำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยโดยเฉพาะ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือฝากทิ้งตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน เนื่องจากขยะหน้ากากอนามัยถือเป็นขยะติดเชื้อประเภทหนึ่ง ต้องทิ้งให้ถูกที่อย่าทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป เพื่อสุขอนามัยที่ดีของตนเองและผู้ที่เก็บขยะหน้ากากอนามัยไปกำจัดด้วย

                รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ยังขอความร่วมมือจากประชาชนเกี่ยวกับการใช้บริการส่งอาหารตามบ้านและการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ช่วงนี้ ด้วยการขอให้ช่วยกันลดปริมาณขยะที่ไม่จำเป็นลง เช่น ช้อนส้อมพลาสติก หากไม่จำเป็นต้องใช้ขอความกรุณาให้แจ้งผู้ให้บริการว่าไม่ขอรับ หรืออย่างกล่องพลาสติกที่ใส่อาหารมาส่ง หากใช้แล้วยังสามารถนำมาล้างเพื่อเก็บไว้ใช้ซ้ำได้อีก เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะและยืดอายุให้กับบ่อกำจัดขยะ หรือ Landfill ได้ทางหนึ่ง





2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506115531679 77 คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ มีมติทบทวนให้หน่วยงานของภาครัฐและเอกชนสามารถส่งออกไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ จากเดิมให้ อ.อ.ป.ส่งออกไม้สักสวนป่าเพียงรายเดียว เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา

คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ (คปช.) มีมติทบทวนให้หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนสามารถส่งออกไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ จากเดิมให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ส่งออกไม้สักสวนป่าเพียงรายเดียว เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

              นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ (คปช.) ครั้งที่ 2 ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ด้วยการประชุมผ่านวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference) ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ที่ประชุมได้มีมติขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการขออนุญาตส่งออกไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ จากเดิมที่อนุญาตให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออกไม้สักสวนป่าจำหน่ายต่างประเทศแต่เพียงรายเดียว เป็นการให้หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนสามารถส่งไม้สักออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ด้วย พร้อมทั้ง ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเดิมให้เฉพาะไม้ผลบางชนิดเท่านั้นที่สามารถนำป้อนเข้าโรงงานแปรรูปไม้ (โรงเลื่อย) ผลิตเป็นไม้แปรรูปหรือชิ้นไม้สับได้ เป็นการเสนอให้เพิ่มไม้ผลทุกชนิดสามารถนำเข้าป้อนโรงงานแปรรูปไม้ (โรงเลื่อย) ผลิตเป็นไม้แปรรูปหรือชิ้นไม้สับได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากต้นหรือกิ่งของไม้ผลชนิดต่างๆที่ตัดฟันออกให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ถือเป็นการสร้างประโยชน์และรายได้ให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป 

               ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติให้มีความสมบูรณ์ขึ้น ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างนำเสนอร่างแผนแม่บทดังกล่าวให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ขณะเดียวกันได้เร่งปรับปรุงแก้กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ให้ทันต่อสถานการณ์และตอบรับความต้องการของประชาชน โดยมีพระราชบัญญัติที่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว 9 ฉบับ แล้วต้องดำเนินการจัดทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องต่อไป

              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ที่ประชุมยังรับทราบตามกรณีปัญหาการถือครองที่ดินของราษฎรบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป คือ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนัก?งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินงานอย่างรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติให้แล้วเสร็จครบถ้วนเป็นปัจจุบัน และเร่งรัดการจัดทำกฎหมายลำดับรอง เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ไม่มีที่ดินทำกินและได้อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 รวมทั้ง การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4,000 (One Map) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506131732734 78 "เทศบาลเมืองแพร่ ขอเชิญชวนประชาชนประดิษฐ์ ""เสวียนรักษ์โลก"" งดเผา ลดขยะอินทรีย์" "

        เทศบาลเมืองแพร่ โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนประชาชนประดิษฐ์ ""เสวียนรักษ์โลก"" งดเผา ลดขยะอินทรีย์ เอาใบไม้ไปทำปุ๋ย สุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาบรรพบุรุษสู่ปัจจุบันที่ถูกลืม ซึ่งในอดีตโบราณจะนำภูมิปัญญานี้ไปใช้ในการเก็บวัสดุทางการเกษตรต่างๆ โดยจะสร้างจากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่เป็นหลัก

        ""เสวียนรักษ์โลก"" งดเผา ลดขยะอินทรีย์ เอาใบไม้ไปทำปุ๋ย โดยมีหลักการใช้เสวียนสร้างปุ๋ยให้กับต้นไม้ ดังนี้

        1) สร้างเสวียนล้อมต้นไม้ไว้

        2) เวลากวาดเศษใบไม้ ใบหญ้า แทนที่จะเอาไปเผาทิ้งก็ให้เอาไปกองใส่ไว้ในเสวียนแทน

        3) ใช้น้ำหมักชีวภาพรดใส่เศษใบไม้ในเสวียน เพื่อเร่งการย่อยสลายและเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้แก่เศษใบไม้ใบหญ้า

        ซึ่งในส่วนข้อดีของการใช้เสวียนนั้น คือ ช่วยลดการเผาเศษใบไม้ ช่วยลดโลกร้อน ช่วยลดขยะอินทรีย์ ช่วยลดการใช้ปุ๋ยสารเคมีกับพืชยังช่วยประหยัดเงินด้วย เพราะไม้ไผ่ที่นำมาทำเสวียนนั้นสามารถสานเองได้แบบง่ายๆ จึงไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเพิ่มและเมื่อผุพังยังสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับต้นไม้ได้อีก

        ทั้งนี้ โครงการ ""เสวียนรักษ์โลก"" ถืออีกโครงการที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกษตรกรและยังเป็นโครงการที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับลูกหลานได้อีกด้วย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-06-05T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สวท.แพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506135038787 79 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ให้คำแนะนำการเลี้ยงไก่พื้นเมือง การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำให้กับเกษตรกร

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้คำแนะนำการเลี้ยงไก่พื้นเมือง มอบยาปฏิชีวนะละลายน้ำให้กับเกษตรกร ให้คำแนะนำการใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จำนวน 2 รายเป็นเกษตรกรบ้านห้วยน้ำเมย หมู่ที่ 7 ตำบลปากหม้น เลี้ยงไก่พื้นเมือง 325 ตัว เกษตรกรบ้านเดิ่น หมู่ที่ 3 ตำบลด่านซ้าย เลี้ยงไก่พื้นเมือง 158 ตัว ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

2021-06-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506140414796 80 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้ชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ

กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้ชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ

               นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ภาคเอกชน ส่วนราชการ และประชาชนทั่วประเทศต้องดำเนินการตามมาตรการที่ภาครัฐและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด ส่วนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุขต้องรับผิดชอบดูแลและเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงน้อยจนถึงผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดที่ผลิตจากน้ำบาดาลบรรจุขวดไปส่งมอบให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น มูลนิธิดวงประทีป ชุมชน 70 ไร่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 1,300 ขวด // โรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี 1,000 ขวด // โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และโรงพยาบาลสนาม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จ.สุพรรณบุรี 2,500 ขวด // โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 1,000 ขวด // โรงพยาบาลมหาราช และโรงพยาบาลสนาม ณ สนามกีฬา 80 พรรษา จ.นครราชสีมา 1,000 ขวด // โรงพยาบาลสนาม ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น 1,000 ขวด และกรมแพทย์ทหารอากาศ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 1,200 ขวด รวมทั้งหมด 9,000 ขวด

              อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวย้ำว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยังได้ให้การสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด 100 ขวดต่อวัน เพื่อนำไปไว้ที่ตู้ปันสุข ทส. ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับฝ่าวิกฤตโควิด-19 บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยตู้ปันสุขนี้จะเปิดให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมารับอาหารและน้ำดื่มด้วยตนเองได้ตั้งแต่เวลา 11.30 น.เป็นต้นไป และจะเปิดให้บริการตู้ปันสุขนี้ต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506141031801 81 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้ง พบวัวแดงกว่า 40 ตัว และสัตว์ป่าหลายชนิด ออกหากินบริเวณกลางทุ่งหญ้าโป่งช้างเผือก เกิดจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพและการจัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผน

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้ง พบวัวแดงกว่า 40 ตัว และสัตว์ป่าหลายชนิด ออกหากินบริเวณกลางทุ่งหญ้าโป่งช้างเผือก เกิดจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพและการจัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผน

               นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) กล่าวว่า พบฝูงวัวแดงและสัตว์ป่าหลากหลายชนิดในพื้นที่ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้ง หลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้งได้ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพและสามารถบันทึกภาพฝูงวัวแดงได้ประมาณ 40 ตัว โดยจำนวนนี้เป็นลูกวัวแดงประมาณ 10 ตัว ออกกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่หลังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเข้าจัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผน บริเวณหอดูสัตว์หอนกยูง (โป่งช้างเผือก) ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี รวมทั้ง พบมีฝูงหมูป่าอีกกว่า 50 ตัว เก้ง กวางป่า นกยูง เข้ามาใช้ประโยชน์บริเวณโป่งช้างเผือกด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแหล่งมรดกโลกแห่งนี้

                ด้าน นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กล่าวว่า พื้นที่โป่งช้างเผือกเป็นโป่งที่มีต้นไม้ใหญ่ที่เป็นอาหารสัตว์ป่าได้ เช่น มะเดื่อกระจายอยู่รอบๆ ขณะนี้กำลังสุกและร่วงหล่นอยู่ตามพื้น มีทุ่งหญ้าที่สมบูรณ์ และมีลำห้วยทับเสลา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านโป่ง โดยพื้นที่โป่งส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ จึงเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการอาศัยและหากินของสัตว์กีบอย่างมาก ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้กำชับให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART PATROL) มาใช้ปฏิบัติงานอย่างจริงจังต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการช่วยป้องกัน ปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่า และลดการบุกรุกทำลายถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่ได้ผลดี ส่งผลทำให้จำนวนของสัตว์ป่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144257829 82 กรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมรับมือฤดูฝน

พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ติดตามการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำในฤดูฝนในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยสำนักการระบายน้ำ ได้รายงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำฝน น้ำเหนือและน้ำหนุน ซึ่งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมระบุว่าประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนประมาณกลางสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมนี้ และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2564 ปริมาณฝนโดยรวมของทั้งประเทศจะมากกว่าในปี 2563  ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก  รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่  

กรุงเทพมหานคร จึงเตรียมพร้อมแผนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำและรับมือในภาพรวมแต่ละกรณีอย่างเป็นรูปธรรม กรณีน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุน ได้ดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ความยาว 78.93 กม. พร้อมเรียงกระสอบทรายในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันถาวรและเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมที่มีระดับต่ำ มีการติดตามสถานการณ์น้ำเหนือกับกรมชลประทาน และบริหารจัดการน้ำร่วมกับศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ ในการติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และส่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราจุดที่คาดว่าจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าท่วมพื้นที่ต่อเนื่อง รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้พร้อมทำงานตลอดเวลา 

นอกจากนี้ สำนักการระบายน้ำและทุกสำนักงานเขต เตรียมระบบระบายน้ำ โดยมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของอุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ บ่อสูบน้ำให้พร้อมใช้งานทุกสถานี ลดระดับน้ำในคลองให้อยู่ในระดับต่ำ สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม  อีกทั้งได้ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง เปิดทางน้ำไหลและจัดเก็บขยะวัชพืชเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมการสำรองเครื่องสูบน้ำกรณีฉุกเฉิน จัดหน่วยเร่งด่วน (BEST) พร้อมเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ให้สามารถเข้าพื้นที่ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมง 



2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144642832 83 การประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ดครั้งที่ 3

        จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ด เตรียมปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่างบริเวณเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึง พร้อมพิจารณาทางไหลของระบบรับน้ำ-ระบายน้ำผ่านคลองบอระเพ็ด เป้าหมายเสร็จก่อน ระดับแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายฝนนี้

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ด โดยที่ประชุมติดตามเรื่องต่อเนื่องคือการปรับเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ด บริเวณด้านทิศใต้ ซึ่งเมื่อปรับแล้วจะได้พื้นที่ประมาณ 300 ไร่ มีโครงการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมบึงแห่งใหม่ ในเบื้องต้นจะปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ 13 ไร่ เลือกปลูกเป็นต้นไม้ท้องถิ่นโตเร็ว โดยต้องขุดหลุมให้ลึกและกว้าง แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ผสมดินปลูก เนื่องจากมูลดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอเพ็ดเป็นดินที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอในการปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโต ส่วนชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูกได้ทำการทดลองปลูกที่แหลมตาเส็งแล้ว ประกอบด้วย มะขามเทศ หว้า พะยอม ยางนา พฤกษ์ สะเดา ขี้เหล็ก นนทรี ไผ่ กระถินเทพา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ขอให้เสริมแคนาและทองอุไรเข้าไปด้วย ในส่วนของแคนาให้ไปขุดขึ้นมาชำ จาก พื้นที่สวนพระนอน ส่วนทองอุไรให้จัดซื้อต้นที่โตพอสมควรเพื่อให้รอดและเจริญเติบโตดี โดยจะปลูกรอบแรกในวันต้นไม้แห่งชาติ 26 พฤษภาคมนี้ เวลา 08.30 น.

        ด้านการปรับปรุงอาคารบังคับน้ำและคลองบอระเพ็ดที่เชื่อมต่อจากแม่น้ำน่านระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร ซึ่งคลองอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า อาคารบังคับน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ซึ่งต้องอาศัยเครื่องจักรกลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์นั้น ที่ประชุมได้มีการพิจารณาปรับธรณีประตูทั้ง 4 ช่องให้ลดลง จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 21.429 เมตร เป็นระดับน้ำทะเลปานกลาง 19.879 เมตร เพื่อรับน้ำจากแม่น้ำน่านปลายฤดูฝนนี้ที่คาดว่าจำสูงถึงระดับธรณีประตูที่ปรับลงใหม่ประมาณ 1.7 เมตร พร้อมปรับคลองบอระเพ็ดตลอดสาย ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจะเสนอเรื่องขออนุญาตไปยังกรมเจ้าท่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และสำนักงานชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ประสานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนำเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับน้ำจากแม่น้ำน่านทันฤดูฝนนี้ 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506160301871 84 กรมประมง ย้ำชาวประมงเร่งสมัครเข้าร่วมโครงการสินเชื่อ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หมดเขตยื่นขอกู้ 25 พฤษภาคมนี้

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ที่มีกรอบวงเงินกู้ จำนวน 10,300 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ประสบความเดือดร้อนขาดสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ ขณะนี้การดำเนินโครงการฯ ผ่านมาเกือบ 1 ปี (เริ่มโครงการฯ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 เมษายน 2564) พบว่า ได้มีการอนุมัติสินเชื่อไปแล้วกว่า 22.95% และอยู่ระหว่างการพิจารณาสินเชื่ออีก 77.05% จากผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ 5,438 ราย ซึ่งมีเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 6,190 ลำ รวมวงเงินสินเชื่อที่ต้องการ จำนวน 6,359 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2564) 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา การดำเนินโครงการพบมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง ซึ่งจากปัญหาต่างๆ กรมประมงจึงประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กรมเจ้าท่า ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อสร้างความเข้าใจ และพยายามหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวประมงให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอย่างแท้จริง ขอให้เชื่อมั่นในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง ทั้งนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือน ที่โครงการดังกล่าวฯ จะหมดเขตการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ สามารถยื่นกู้ที่ธนาคาร ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นี้

ขอให้พี่น้องชาวประมงที่ประสบความเดือดร้อนขาดสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ขณะนี้ ได้เร่งสมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยพี่น้องชาวประมงสามารถกู้เงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 7 ต่อปี ผู้ประกอบการจะจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 4 ต่อปี และรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี โดยมีกำหนดชำระคืนเงินกู้ภายในระยะเวลา 7 ปี นับตั้งแต่วันที่กู้ ซึ่งหากมีปัญหาหรือข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเล ทั้ง 22 จังหวัด สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานประมงอำเภอและสมาคมประมงทุกพื้นที่



2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506201214993 85 วราวุธ สนับสนุนสิ่งของจำเป็นในตู้ปันสุข ทส. ให้กับเจ้าหน้าที่ในสังกัด พร้อม ขอให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนสิ่งของจำเป็นใน “ตู้ปันสุข ทส. ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด–19” ให้กับเจ้าหน้าที่ในสังกัด พร้อม ขอให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม

             นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มารับแจกอาหารกล่องและน้ำดื่ม รวมถึง ผู้ประกอบการร้านค้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ “ตู้ปันสุข ทส. ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด–19” บริเวณโถงชั้น 1 และโรงอาหาร ภายในอาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สนับสนุนทุนการจัดซื้ออาหารกล่องและสั่งการให้เพิ่มจำนวนจากวันละ 100 กล่อง เป็นวันละ 150 กล่อง เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัด และช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าภายในอาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคมตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ขอเชิญชวนข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานสามารถรับและร่วมแบ่งปันอาหารและน้ำดื่มสะอาดได้ที่ “ตู้ปันสุข ทส. ปันน้ำใจ จากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด–19” ทุกวันตั้งแต่เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด–19 จะคลี่คลาย

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506152927853 86 จังหวัดลำพูนเร่งสนับสนุนแนวทางการกระจายผลผลิตมะม่วง ลำไย ออกสู่ตลาด

        จังหวัดลำพูนประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร อันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร ระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน เพื่อสนับสนุนแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถกระจายผลผลิต มะม่วง ลำไย ออกสู่ตลาด หลังประสบปัญหาจากไวรัสโควิด - 19 และการแข่งขันทางการตลาดกับประเทศในกลุ่มอาเซียน 

        วันนี้ (6 พ.ค.64) ที่ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร ระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 5/2564 โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพู หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนการกระจายผลผลิต มะม่วง ลำไย ออกสู่ตลาด 

        สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบด้วยการจัดสรรงบประมาณกิจกรรมเชื่อมโยงกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต ภายใต้โครงการบริหารจัดการผลไม้ปี 2564, หลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนค่าบริการจัดการ Mobile รถเร่ผลไม้กิจกรรมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลไม้ภายใต้โครงการบริหารจัดการผลไม้ปี 2564, หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง จังหวัดลำพูน ปี 2564 และหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต จังหวัดลำพูน ปี 2564 โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สถานการณ์การเพาะปลูกมะม่วงจังหวัดลำพูนในปีนี้ มีเกษตรกรเพาะปลูกจำนวน 11,288 ราย พื้นที่ปลูกรวม 31,304 ไร่ คาดการณ์ผลผลิต 48,767 ตัน ซึ่งหลังจากประสบปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด-19 และมะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านกำลังออกสู่ตลาด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ แก่สถาบันการเกษตร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร แลผู้ประกอบการ กิโลกรัมละ 3 บาท และรณรงค์การบริโภคมะม่วงคุณภาพภายในประเทศผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ สถานการณ์ผลผลิตลำไยลำพูน ปี 2564 คาดว่าจะมีผลผลิตทั้งจังหวัด 340,305 ตัน สถานการณ์ด้านการตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการผลผลิตเกรด AA +A แต่ผลผลิตมีจำนวนจำกัด ซึ่งหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯจะผลักดันให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียน รับรองมาตรฐาน GAP มากขึ้น 

        ส่วนมาตรการกระตุ้นการส่งออก กรมการค้าภายในจะสนับสนุน การเสริมสภาพคล่องการรับซื้อผลไม้ โดยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ ไม่เกินร้อยละ 3 ระยะเวลา 6 เดือน สนับสนุนค่าบริหารจัดการผลผลิตออกนอกแหล่งแก่กลุ่มเกษตรกร ไม่เกิน 3 บาท/กิโลกรัม และเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตภายในประเทศ ไปยังห้างสรรพสินค้า และตลาดท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-06-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506154048857 87 คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคา งวดที่ 6

คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคา งวดที่ 6 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น

            นายผกายเนติ์ เล่งอี้ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 งวดที่ 6 สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563-31 มีนาคม 2564 โดยระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2564 โดยมีระยะเวลาการปลูกไม่น้อยกว่า 8 เดือน มีสิทธิได้รับการชดเชยส่วนต่างรอบวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสำหรับการจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/2564 งวดที่ 6 กิโลกรัมละ 2.38 บาท ส่วนต่างชดเชยกิโลกรัมละ 0.12 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 12,000 บาท โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 86,065 ครัวเรือน 109,507 แปลง 1,068,133 ไร่ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี โทร.034-564294


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-06-05T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506165140887 88 ศปก.พล.ตรวจสอบการฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างดินที่ปนเปื้อน 4 จุด บริเวณพื้นที่ตำบลกลางดงไปตรวจสอบ

ศูนย์ปฏิบัติการผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) ตรวจสอบการฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างดินที่ปนเปื้อน 4 จุด บริเวณพื้นที่ตำบลกลางดงไปตรวจสอบ

               นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) กล่าวว่า จากการให้กองตรวจมลพิษและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) ร่วมกับ สภ.กลางดง , ชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีเรื่องร้องเรียนการฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณพื้นที่โรงงานและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชน พื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบพื้นที่ครอบครองของ บริษัท เอกอุทัย จำกัด โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ดำเนินคดีตรวจยึดไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ด้วยการนำรถแบคโฮขุดในจุดที่พบค่าไอระเหยของสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยวิธี Soil Gas จำนวน 4 จุด ขุดที่ระดับความลึก 4 - 5 เมตร พบทุกจุดมีกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง แล้วมีชั้นดินที่มีลักษณะการทับถมเป็นชั้น บางชั้นมีลักษณะของสารปนเปื้อนอยู่ ศปก.พล.จึงได้ทำบันทึกร่วมกันและเก็บตัวอย่างดินที่ปนเปื้อนทั้ง 4 จุด เพื่อนำไปวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการและนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดีต่อไป

2021-06-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506170525895 89 "ผู้ว่าฯ เลย ลงพื้นที่พบปะและมอบนโยบายแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ ""รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน""" "

          ที่ศาลากลางบ้านหมากแข้ง หมู่ที่ 4 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงพื้นที่พบปะและมอบนโยบายแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ ""รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน"" ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมีนายประดิษฐ์ อินตาพรม เกษตรจังหวัดเลย นางนันทิยา ศรีทัดจันทา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช เจ้าหน้าที่เกษตร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน เข้าร่วมรับนโยบาย

          นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่อันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการ ""รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน"" ลุ่มน้ำหมัน ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยการน้อมนำแนวทางพระราชดำริฯ สร้างป่าสร้างรายได้ตามกระบวนการ ""เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"" ด้วยการปลูกไม้ป่า ไม้ผล และพืชเกษตรหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่ได้ให้สูงขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจน ทำให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นสุข

          นางนันทิยา ศรีทัดจันทา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยได้เสนอของบประมาณโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ “รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน"" ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตร ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ""พออยู่พอกิน"" ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 1 โครงการ 2 กิจกรรม โดยมีกิจกรรม ดังนี้

          กิจกรรมที่ 1 ถ่ายทอดเทคโนโลยีการขยายพันธุ์ไม้ผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการขยายพันธุ์ไม้ผลด้วยวิธีการต่าง ๆ และความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 ครั้ง อบรมเกษตรกร 2 รุ่น ๆ ละ 50 ราย รวมทั้งสิ้น 100 ราย รุ่นที่ 1 วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 และรุ่นที่ 2 วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ที่ศาลากลางบ้านหมากแข้ง หมู่ที่ 4 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเลย (พืชสวน) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรเลย (เกษตรที่สูงด่านซ้าย) กรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

          กิจกรรมที่ 2 จัดทำแปลงต้นแบบการขยายพันธุ์ไม้ผลสนับสนุน ต้นพันธุ์ไม้ผล ประกอบด้วยย อะโวกาโด มะคาเดเมีย เงาะ และฝรั่ง เกษตรกรต้นแบบ จำนวน 24 แปลง แปลงละ 4 ไร่ โดยการสนับสนุนต้นพันธุ์ไม้ผล ทั้งชนิดและปริมาณ พิจารณาตามความเหมาะสมกับพื้นที่ปลูก โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เป็นหลักสำคัญ เพื่อให้เป็นแปลงต้นแบบขยายผลถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไป รวมทั้งได้ให้แปลงต้นแบบ 24 แปลงนี้ ทำสัญญาคืนพันธุ์ไม้ให้แก่ชุมชน จำนวน 30% ภายในระยะเวลา 3-5 ปี อีกด้วย

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507075608056 90 เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีเปิดเผยผลการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2564 "            นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดให้มีการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีแนวโน้มการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบแก่วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันจะเป็นการกระตุ้นและพัฒนาประสิทธิภาพการประกอบการที่ดี รวมทั้งเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ยกย่อง ประกาศเกียรติคุณของวิสาหกิจชุมชนที่มีผลงานดีเด่นสู่สาธารณชน โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกนั้น ประกอบด้วย 1) ความคิดริเริ่ม 2) ความสามารถในการบริหารและการจัดการสถาบัน 3) บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน 4) ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบันและ 5) การทำกิจกรรมด้านสวัสดิการชุมชน สาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            ทั้งนี้ คณะทำงานประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2564 นำโดย นายชูชีพ พงษ์ไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจประเมินวิสาหกิจชุมชนที่มีผลงานดีเด่น จำนวน 10 แห่ง จาก 10 อำเภอ และพิจารณาคัดเลือกจากวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยผลการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2564 อันดับที่ 1 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า อำเภอสองพี่น้อง อันดับที่ 2 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนสารสกัดสมุนไพร อำเภอหนองหญ้าไซ และอันดับที่ 3 ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านตะค่า บ้านชีปะขาว อำเภอบางปลาม้า  

            “วิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า อำเภอสองพี่น้อง นั้นเกิดจากการรวมกลุ่มของคนในชุมชน          ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนของคนชุมชน ด้วยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เริ่มต้นจากส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว ไว้บริโภคภายในครัวเรือน และเมื่อมีส่วนที่เหลือจากการบริโภค จึงนำมาแบ่งขาย    เพิ่มรายได้ มีการเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ จนสามารถมีเงินทุนนำมาต่อยอด เกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ประกอบกิจการ ผลิตพืชผักอินทรีย์ โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต มีมาตรฐานรับรอง นอกจากการประกอบกิจการที่มีความเข้มแข็งและมั่นคงแล้ว วิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า ยังเล็งเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม    ด้านสวัสดิการชุมชน สาธารณประโยชน์ โดยได้จัดทำโครงการ   ""ยืมอนาคต สร้างอนาคต"" ให้สมาชิกที่มีฐานะยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน สามารถสร้างอาชีพ จากการปลูกผักอินทรีย์ ในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรจากวิสาหกิจชุมชน และเมื่อเกิดรายได้ก็สามารถผ่อนจ่ายที่ดินนั้นให้เป็นของตนเองได้ จึงนับได้ว่าวิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า    อำเภอสองพี่น้องนั้น สามารถเป็นต้นแบบที่ดีให้กับวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ นำไปเป็นตัวอย่างในการดำเนินการต่อไปได้เป็นอย่างดี” 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507093645063 91 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 ราชบุรี หนุนแปลงใหญ่ทำเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืนสนองตลาดผู้บริโภค "

            สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 ราชบุรี ผลักดันการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน     ในกลุ่มแปลงใหญ่ผัก หมู่ 13 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี  นางธัญธิตา บุญญมณีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จ.ราชบุรี กล่าวว่า กลุ่มแปลงใหญ่ผักบ่อสุพรรณ ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมี นายปฐมพงศ์ จาตุพิศาลพงษ์ เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 58 ราย พื้นที่ 230 ไร่ ผลิตผักกินใบ 23 ชนิด ผักกินผล 17 ชนิด โดยแต่เดิมในปี 2555 ผู้นำชุมชนได้นำนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของหน่วยงานภาครัฐ มาจัดทำโครงการ ""ผักสวนครัวรั้วกินได้"" เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนเริ่มต้น 10 ราย ขยายผลเป็น 20 ราย ผลผลิตมากขึ้น เกิดผลผลิตล้นตลาดจึงได้ประสานหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ 

            โดย ธ.ก.ส. และมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก ส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์ และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสุพรรณดอนศาลเจ้า มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มุ่งเน้นแนวทางการผลิตเกษตรอินทรีย์ สมาชิกเริ่มต้น 20 ราย เกิดรายได้ที่ชัดเจน และเป็นที่พอใจของสมาชิก ต่อมา มีการทำโครงการ ""ยืมอนาคต สร้างอนาคต""  โดยการให้สมาชิกที่ยากจนซื้อที่ดินของชุมชนเพื่อปลูกผักอินทรีย์ และหักเงินค่าที่ดินจากค่าขายผัก ภายหลังเกิดปัญหาผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดจึงเกิดการสร้างเครือข่ายขึ้น ต่อมาปี 2561 ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กลุ่มแปลงใหญ่ผัก หมู่ 13 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง การจัดซื้อปัจจัยการผลิต สร้างอำนาจต่อรองการตลาด และขยายช่องทางการตลาดมากขึ้น วางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน และในปี 2562 ได้จดทะเบียนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่บ่อสุพรรณ และบริหารจัดการกลุ่มแปลงใหญ่โดยเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ประกอบด้วย 7 วิสาหกิจชุมชน โดยส่งผลผลิตไปยังตลาดโรงพยาบาล 2 แห่ง ได้แก่ รพ.เจ้าพญายมราช และ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 พร้อมทั้งส่งไปยังบริษัทต่างๆ จุดเด่นของกลุ่มแปลงใหญ่ คือ มีมาตรฐานออร์แกนิก             ไทยแลนด์จากกรมวิชาการเกษตร และยังมีวิธีการเพาะปลูกที่ทำให้ผักมีคุณภาพ ซึ่งความรู้เรื่องการผลิตผักอินทรีย์ และด้านการใช้สารชีวภัณฑ์ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่ทุกระดับตั้งแต่สำนักงานเกษตรอำเภอสองพี่น้อง สำนักงานเกษตร จ.สุพรรณบุรี และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จ.ราชบุรี เป็นอย่างดี นอกเหนือจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังมีการส่งเสริมและให้คำแนะนำในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต มีการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งยังส่งเสริมการตลาด โดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต นอกจากนี้ยังได้พัฒนาคุณภาพสินค้าโดยได้นำการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) มาส่งเสริมกับเกษตรกรแปลงใหญ่แห่งนี้อีกด้วย 

            ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรแปลงใหญ่ผักกลุ่มนี้ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS จำนวน 60 ราย และมาตรฐานอินทรีย์ Organic Thailand 31 ราย มาตรฐาน GAP 6 ราย และมีการตลาดที่ดีเยี่ยม มีการวางแผนการผลิตโดยใช้ระบบตลาด

นำการผลิต สามารถรวมกันผลิตเพื่อสร้างอำนาจต่อรองราคาและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายได้มากขึ้นทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงอย่างเห็นได้ชัด

            ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลมีแผนการดำเนินงานโครงการด้านเกษตรอินทรีย์กว่า 200 โครงการ งบประมาณ 1.9 พันล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ให้ได้ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านไร่  ภายในปี 2565


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507101928076 92 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ช่วงฤดูฝนนี้มีเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม โดยเฉพาะเขตชลประทาน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ช่วงฤดูฝนนี้มีเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม โดยเฉพาะเขตชลประทาน

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (7 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองทำให้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.ลำปาง 88 มิลลิเมตร // ชัยภูมิ 68 มิลลิเมตร // พระนครศรีอยุธยา 68 มิลลิเมตร // ราชบุรี 95 มิลลิเมตร // นครนายก 69 มิลลิเมตร และยะลา 138 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว , ภาคกลางและภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การ แหล่งน้ำทุกขนาด 38,710 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,950 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 1 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดยะลาและสงขลา

                 ทั้งนี้ กอนช.ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าช่วงฤดูฝนนี้แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม โดยเดือนเมษายนที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยรายเดือนมากกว่าค่าปกติ 87 มิลลิเมตร และมากกว่าการคาดการณ์ 10 มิลลิเมตร และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เดือนเมษายนรวม 1,154 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น ภาคเหนือ 349 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคกลาง 229 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคตะวันออก 53 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคตะวันตก 311 ล้านลูกบาศก์เมตร และภาคใต้ 198 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากคาดการณ์พบจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าช่วงฤดูฝนนี้เพิ่มอีก 33,195 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อรวมกับปริมาณน้ำต้นทุนช่วงหน้าแล้ง 14,683 ล้านลูกบาศก์เมตร จะมีปริมาณน้ำรวม 47,878 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าเพียงพอสำหรับความต้องการการใช้น้ำในเขตชลประทาน

                 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507095915069 93 เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (7 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507100237070 94 หลายภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรกระจายลิ้นจี่ออกสู่ตลาด ลดผลกระทบ ช่วงโควิด-19 ระบาด

        นางณิชรัศม์ แลวงค์นิล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร จังหวัดลำปาง ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง สำนักงานเกษตรอำเภองาว สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดลำปาง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำปาง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่ บ้านแม่แก้ ตำบลบ้านอ้อน และบ้านบ่อสี่เหลี่ยม ตำบลปงเตา อำเภองาว จังหวัดลำปาง ซึ่งปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่ทั้งสองพื้นที่มีประมาณ 70 ตัน มีเกษตรกรที่ปลูกจำนวน 32 ราย มีแนวทางการส่งออกและจำหน่ายผลผลิตลิ้นจี่ ดังนี้

         กลุ่มเกษตรกรบ้านแม่แก้ (1.)จะขายผลผลิตทางออนไลน์ และส่งผลผลิตให้กับพ่อค้าคนกลาง (2.)สำนักงานพาณิชย์ สำนักงานสภาเกษตร สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเกษตรจังหวัดและอำเภองาว ช่วยหาตลาดและจัดหาออเดอร์ให้กับเกษตรกร (3.)สำนักงานพาณิชย์ จัดหากล่องใส่ผลไม้ให้กับเกษตรกร ขนาดบรรจุกล่องละ 10 กก. (4.)สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตร อำเภองาว รับขึ้นทะเบียนจดเป็นวิสาหกิจชุมชนให้กับกลุ่มเกษตรกร และ (5.)สำนักงานไปรษณีย์ คิดค่าขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ในราคา 3 กิโลกรัม 50 บาท และกิโลกรัมต่อไปกิโลละ10 บาท

         สำหรับกลุ่มเกษตรกรบ้านบ่อสี่เหลี่ยม (1.)สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภองาว รับขึ้นทะเบียนจดเป็นวิสาหกิจชุมชนให้กับกลุ่มเกษตรกร (2.)สำนักงานไปรษณีย์ คิดค่าขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ให้ 3 กิโลกรัม 50 บาท กิโลกรัมต่อไป 10 บาท และ (3.)สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง รับซื้อลิ้นจี่ของเกษตรกร ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท ขนาดไซค์ A,B โดยจะเริ่มรับซื้อประมาณวันที่ 12 พ.ค.64




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-07-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507110228096 95 ชาวสวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนถล่ม สร้างความเสียหายแก่ชาวสวน

         วันนี้ 7 พฤษภาคม 2564 ที่สวนตาบุญทันยายกล่อง บ้านซำตารมย์ ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นางสาวสายชล เครือแก้ว กำนันตำบลตระกาจ ได้ออกสำรวจความเสียหายสวนทุเรียนภูเขาไฟที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดลมพายุพัดโหมกระหน่ำในเขตตำบลตระกาจ เมื่อช่วงใกล้ค่ำของวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา

          จากการสำรวจพบว่าเกษตรกรชาวสวนทุเรียนภูเขาไฟ กำลังช่วยกันเดินเก็บลูกทุเรียนภูเขาไฟที่หล่นลงมากองอยู่กับพื้น เก็บรวบรวมนำเอาไปกองรวมกันไว้จำนวนมาก ซึ่งทุเรียนเหล่านี้จะสุกภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ และพร้อมที่จะนำออกสู่ท้องตลาด เพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบทุเรียนภูเขาไฟ โดยเกษตรกรต่างมีใบหน้าที่เศร้าหมองเนื่องจากว่า ในปีนี้ปลูกทุเรียนโดนลมพายุพัดต้นทุเรียนรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ลูกทุเรียนร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกทุเรียนภูเขาไฟที่เก็บมากองรวมกันไว้ ได้มีการแบ่งปันไปให้ประชาชนทั่วไปในเขตอำเภอกันทรลักษ์ได้มารับเอาไป

          ทั้งนี้ เพื่อจะได้นำเอาไปประกอบอาหารจำพวกของหวานและขนมหวานทอดกรอบต่าง ๆ เป็นการแบ่งปันความสุขให้กับประชาชนทั่วไปในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ว่าเกษตรกรจะมีความเสียดายมากที่ผลผลิตทุเรียนภูเขาไฟต้องร่วงหล่นจำนวนมาก แต่หากเก็บเอาไว้ก็คงจะไม่สามารถที่จะนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้หมด จึงต้องแจกจ่ายให้กับคนทั่วไป

          นางกล่อง จันทรักษ์ อายุ 65 ปี กล่าวว่า ตนปลูกทุเรียนภูเขาไฟ จำนวน 200 ต้นในเนื้อที่ 9 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตและรายได้จากการจำหน่ายทุเรียนภูเขาไฟประมาณ 4 ล้านบาท แต่ว่าปีนี้ไม่คิดว่าจะโดนภัยธรรมชาติทำให้ลูกทุเรียนภูเขาไฟหล่นลงมากองกับพื้นจำนวนมากร่วม 200 ลูก ทำให้ตนเสียใจมากเพราะคิดว่าปีนี้หลังจากขายทุเรียนภูเขาไฟแล้วจะมีเงินนำเอาไปใช้หนี้สินจำพวกค่าปุ๋ย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการปลูกทุเรียนภูเขาไฟซึ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำ โดยกำนันตำบลตระกาจ ได้มาสำรวจความเสียหายแล้วก็หวังว่าทางราชการจะให้ความช่วยเหลือเพื่อที่ตนจะได้มีกำลังใจในการทำสวนทุเรียนภูเขาไฟ ต่อไป


2021-07-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สวท.ศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507104657086 96 เตือนประชาชนเฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกช่วง 2-3 วันนี้ โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบน

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ (7พ.ค.64) - 9 พ.ค.64 ว่า ขณะนี้มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้พัดปกคลุมประเทศไทยอยู่ ทำให้ลักษณะอากาศหลายพื้นที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกร้อยละ 70 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกร้อยละ 60 ของพื้นที่ อาจมีลูกเห็บตกบางแห่งส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ 40 ของพื้นที่ และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองที่อาจจะเกิดขึ้น

รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวต่อว่า ช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนเนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลคือ ฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด



2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153620323 97 วช.สนับสนุน นวัตกรรมชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ผลิตจากยางพาราไทย ลดการนำเข้า สร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกร และผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ในประเทศไทย "

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สนับสนุน นวัตกรรมชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ผลิตจากยางพาราไทย ลดการนำเข้า สร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกร และผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ในประเทศไทย

 ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ภายหลังการผ่าตัดของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ หรือผู้ประสบอุบัติเหตุทางช่องท้อง บางรายต้องพบเจอกับปัญหาความพิการ ต้องขับถ่ายอุจจาระทางรูเปิดของลำไส้ที่ผนังหน้าท้อง ซึ่งไม่มีหูรูด หรือ “ทวารเทียม” ดังนั้น จึงผลิตชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม จากยางพาราไทย เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ด้วยความร่วมมือของสหสาขา เช่น ด้านผู้ผลิตยางพารา ด้านการแพทย์ ภาคเอกชนหลายองค์กร เป็นต้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่ายางพารา ซึ่งข้อดี ที่ผลิตโดยยางพาราไทย คือ ระคายเคืองผิวน้อย พัฒนาขนาดอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของคนไทย สามารถเก็บกลิ่นได้ดีกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีของ PTTGC ต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้า 2-10 เท่า ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐาน อย.และได้รับรางวัลนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นการช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางให้มีรายได้ ลดการขาดแคลนของอุปกรณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประหยัดเงินภาครัฐและตอบสนองความต้องการเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่โรงพยาบาลหลายแห่ง ที่ผ่านมา ได้แจกจ่ายไปยังในหลายจังหวัดด้วยการสนับสนุนของ วช. และมีการสั่งซื้อจากผู้ที่สนใจเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ของจำนวนการผลิตทั้งหมด ในอนาคต มั่นใจว่าจะเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น พร้อมเน้นย้ำแนวคิด จะส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราร่วมกับทางการแพทย์ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาให้ได้มาตรฐานต่าง ๆ เพิ่มเติม อาทิ มาตรฐาน Halal เพื่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์และพร้อมส่งออกได้


ด้าน นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้มหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัยหลายแห่งให้สามารถผลิตและพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ของประเทศ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ตามความเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น นวัตกรรมหลายประเภทสามารถผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และอีกหลายโครงการเป็นการวางรากฐานงานวิจัยของไทยให้เกิดความเข้มแข็งในระยะยาวต่อไป


" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507103209080 98 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,216 ล้านโดส ใน 195 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 33.4 ล้านโดส ขณะที่ ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.6 ล้านโดส "

 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,216 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 33.4 ล้านโดส ขณะที่ ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.6 ล้านโดส

  ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,216 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19.7 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่า อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 250 ล้านโดส มีชาวอเมริกันกว่า 107 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีน แล้ว ประมาณ 33.4 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 21.3 ล้านโดส

    สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ได้มีการจัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,291,676 โดส ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 1,601,833 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น เข็มแรก 1,167,719 โดส / เข็มสอง 434,114 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 49.5%

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507102705079 99 จ.แม่ฮ่องสอนเตรียมขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ปี 2565 จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อดำเนินโครงการกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิต เป้าหมาย 1,000 ตัน "

        นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 5/2564 ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน

        ที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดกระเทียม ปี 2564/65 ซึ่งคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูก 21,572 ไร่ เกษตรกร 5,115 ราย ผลผลิต 68,840.35 ตัน(สด) (ผลผลิตเฉลี่ย 3,079 กิโลกรัม/ไร่) ผลผลิต 22,946.78 ตัน (แห้ง) เกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้ว 3,958 ราย พื้นที่ 16,228.50 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 21 เม.ย.64) ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จสิ้นแล้ว

        สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการประชาสัมพันธ์การจำหน่ายกระเทียมผ่านช่องทางออนไลน์ ""1 คน 1 กิโล"" ปัจจุบัน มียอดจำหน่าย 26,450 บาท และมีคำสั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่อง

        ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2565 วิธีกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิตเป้าหมาย 1,000 ตัน




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507114943119 100 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโป่ง ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แก่สุนัข-แมว ที่บ้านโป่ง หมู่ที่ 1 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 113 ตัว แมว 41 ตัว รวม 154 ตัว

2021-07-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507121329146 101 วว. เสริมแกร่งอุตสาหกรรมไทย ให้บริการวิเคราะห์ความเสียหายชิ้นส่วนวิศวกรรมกว่า 100 รายการ คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาทปี ป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ "

วว. เสริมแกร่งอุตสาหกรรมไทย ให้บริการวิเคราะห์ความเสียหายชิ้นส่วนวิศวกรรมกว่า 100 รายการ คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท/ปี ป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ 

     ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) วว. กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ วว.ให้บริการวิเคราะห์รากของปัญหาความเสียหายเชิงโลหะวิทยาสำหรับชิ้นส่วนวิศวกรรม เนื่องจากความเสียหายของเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ และแม้แต่โครงสร้าง เป็นปัญหาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมทุกประเภท จะนำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน การวิเคราะห์สาเหตุความเสียหายจึงมีความสำคัญ ทำให้ทราบถึงรากของปัญหาหรือสาเหตุที่แท้จริงของความเสียหาย ช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และช่วยยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานชิ้นส่วนวิศวกรรม อาทิ ชิ้นส่วนวิศวกรรม ซึ่ง วว. ให้บริการวิเคราะห์ครอบคลุมในอุตสาหกรรมต่างๆ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตโครงสร้างสลิง อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเคมี เป็นต้น ดังนั้นความสามารถในการวิเคราะห์การเสียหายของวัสดุได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดอย่างหนึ่งในวิชาชีพวิศวกรรม และยังเพิ่มขีดความสามารถในการออกแบบและวิศวกรรมให้สูงขึ้น เป็นประโยชน์ในการป้องกันและลดการเสียหายของชิ้นส่วนในอนาคต ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับบริการจาก ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ วว. ติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2577-9264-79  


" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507143225241 102 สอวช. ร่วมกับ ม.เกษตร กำแพงแสน เตรียมขยายผล “ชะอวดโมเดล” ช่วยชาวสวนมังคุด ปาล์ม ภาคใต้ หนุนเป็นเกษตรพรีเมียม "

 สอวช. ร่วมกับ ม.เกษตร กำแพงแสน เตรียมขยายผล “ชะอวดโมเดล” ช่วยชาวสวนมังคุด ปาล์ม ภาคใต้ หนุนเป็นเกษตรพรีเมียม แนะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชดาวรุ่ง ส้มโอทับทิมสยาม - ทุเรียน หลังพบราคาดีต่อเนื่อง

   นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า สอวช.จะต่อยอดโครงการ

บูรณาการวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลทางเศรษฐกิจสูง ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ช่วยชาวสวนมังคุด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชตามวิถีให้ได้ผลผลิตที่มีราคา จึงนำแนวคิด “ชะอวดโมเดล” มาปรับใช้เพิ่มผลผลิตให้กับชาวสวนใน 2 อำเภอ จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น คณะอาจารย์จาก ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จึงได้ให้ความรู้ด้านการแต่งกิ่งเพื่อให้แสงเข้าถึง ความชื้นพอเหมาะ ดูเรื่องของดินและการให้ปุ๋ยตามเวลา จึงทำให้ได้ผลผลิตดี ขายได้ในราคาสูง บางพื้นที่สามารถทำมังคุดได้นอกฤดู ผลใหญ่ ประมาณ 6 ลูกต่อกิโลกรัม สามารถขายได้ในราคากิโลละ 120-180 กว่าบาท ถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างดี

 ทั้งนี้ การยกระดับเกษตรกรให้เป็นเกษตรอัจฉริยะ องค์ความรู้และคณะอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ ในมหาวิทยาลัย จะช่วยได้ ปัจจุบัน สอวช. กำลังผลักดันให้สามารถทำได้ ซึ่ง กำลังดูการวิจัยเชิงระบบเพิ่มเติมจะทำอะไรได้บ้างกับเกษตรตำบล และเกษตรอำเภอ และ ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.ปากพนัง สามารถปลูกส้มโอทับทิมสยาม ขายได้ในราคาที่สูงมาก และรสชาติอร่อยกว่าส้มโอทั่วไป ดังนั้น จึงอาจจะมีการหารือกันถึงการขยายพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะเดียวกัน ทุเรียน ก็ยังเป็นพืชที่ตายง่าย ซึ่งจะเข้าไปช่วยกันแก้ปัญหาในจุดนี้ เพราะทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยังมีตลาดใหญ่ สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้อีกมาก

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507125352191 103 กรมชลประทาน เดินหน้ารับมือฤดูฝนปี 2564 เต็มที่ เน้นเก็บกักน้ำให้มากที่สุด สำรองน้ำไว้ใช้ในแล้งหน้าอย่างไม่ขาดแคลน

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้สิ้นสุดของการบริหารจัดการในช่วงหน้าแล้ง ปี 2563/64 ที่เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย. 63 – 30 เม.ย.64 แล้ว  ผลการจัดสรรน้ำหน้าแล้งทั้งประเทศเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากมีฝนตกบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อน ส่งผลให้การใช้น้ำจากเขื่อนลดลง ที่สำคัญยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรในการนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ของตน อาทิ บ่อยืม หนองและบึงต่างๆ มาใช้ในการเพาะปลูก ทำให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนและเพียงพอ ขณะที่การทำนาปรังประมาณ 2.79 ล้านไร่ เก็บเกี่ยวแล้ว 2.593 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองทำการเพาะปลูก ขณะเดียวกันตลอดในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างปราณีตและรัดกุม โดยจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก

ด้านนายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เริ่มต้นการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 64 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 36,442 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีก  39,626 ล้าน ลบ.ม. สำหรับการบริหารจัดการน้ำและการรับมือฤดูฝนปี 2564 ได้วางมาตรการบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ การส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักหลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการและมีฝนตกในพื้นที่สม่ำเสมอ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนหรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย กำหนดคน และกำหนดเครื่องจักรเครื่องมือกว่า 5,935 หน่วย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ เน้นการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกัก (RULE CURVE) โดยพิจารณาปรับลดการระบายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา



2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507143459243 104 วช.ส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 5,000 ชิ้น ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์โควิด-19 "

   วช.ส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 5,000 ชิ้น ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์โควิด-19

    นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานในพิธีส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 5,000 ชิ้น ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี โดยมี นางสาวนันทนา มีประเสริฐ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รับมอบ ซึ่งจะนำไปใช้งานในโรงพยาบาลสนาม เพื่อรับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 พร้อมกล่าวว่า วช. พร้อมสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อให้บุคลากร เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล สำหรับการปฏิบัติหน้าที่รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ

   นวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 เป็นผลงานของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ที่ออกแบบและพัฒนาหน้ากากอนามัยชนิด KN95 เพื่อใช้ทางการแพทย์ เน้นออกแบบเพิ่มความกระชับให้แนบเข้ากับใบหน้า รอบจมูกและปาก เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ทางเดินหายใจจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 และป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) หน้ากากอนามัย ชนิด KN95 ผ่านการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการ เทียบเท่ากับสินค้าท้องตลาด และวัสดุผลิตได้ในประเทศประเมินราคาต้นทุนต่อหน่วย เมื่อเทียบราคาตลาด จะถูกกว่า 20-30 บาทต่อชิ้น โครงการการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อผลิตและขยายกำลังการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล และเพียงพอและตรงตามความต้องการของท้องตลาด อีกด้วย

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507141240229 105 “เอ็นไอเอ” ชวนสตาร์ทอัพสาย “ดีพเทค” ร่วมเติบโตในอีอีซี "

 “เอ็นไอเอ” ชวนสตาร์ทอัพสาย “ดีพเทค” ร่วมเติบโตในอีอีซี

  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA ขอเชิญชวนสตาร์ทอัพสาขาเทคโนโลยีเชิงลึก (DeepTech) ในกลุ่ม ARI-Tech ได้แก่ 1. Artificial Intelligent (AI) 2. Robotics และ 3.Immersive IoT ร่วมพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสเติบโตในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในโครงการ NIA Deep Tech Incubation Program@EEC โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อยอดสู่การขยายธุรกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมร่วมทำงานจริงกับองค์กรพันธมิตรชั้นนำในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมตอบสนองความต้องการของพื้นที่

     สำหรับ สตาร์ทอัพที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้- 12 พ.ค. 2564 พร้อมทั้งส่งรายละเอียดของบริษัทและแผนธุรกิจ (Pitch Deck) เข้ามาได้ที่ http://aritech.nia.or.th/eec หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-017555 และ www.nia.or.th 

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507141458230 106 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ปตท.ขับเคลื่อนพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทย "

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ปตท.ขับเคลื่อนพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทย  

     ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของประเทศ ระหว่าง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ณ สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งโครงการศูนย์การแพทย์ ศูนย์วิจัย และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Science Park) ตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อการพัฒนาเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในการกระจายวัคซีนให้กับประชากรในภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการ

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ เพื่อให้การควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประสานงานให้ความช่วยเหลือ รวมถึงให้บริการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับความเห็นชอบให้เป็นตัวแทนของรัฐบาล/ประเทศไทย ในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนเพื่อเพิ่มเป็นทางเลือกให้ประชาชนร่วมกับการบริหารจัดการวัคซีน


" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507143531247 107 ก.ทรัพย์ เตรียมยื่นฟ้องกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 หลังตรวจสอบพบมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบกิจการโรงงาน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมยื่นฟ้องกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 หลังตรวจสอบพบมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบกิจการโรงงาน            

            นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อมลพิษ โดย คพ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินพยานหลักฐานการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ พิจารณาเอกสารหลักฐานการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 ทั้งนี้ จากการพิจารณาประเมินพยานหลักฐานการตรวจพิสูจน์ของ คพ. และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พบมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบกิจการโรงงานที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 โดยกรมชลประทานจะดำเนินการร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ด้าน คพ. และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 กับผู้ประกอบกิจการโรงงานที่อยู่บริเวณใกล้เคียง            

            อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า คพ. จะร่วมกับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมชลประทาน ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ตามมาตรา 96 และ 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยครอบคลุมถึงค่าเสียหายของกรมชลประทาน ค่าเสียหายจากการที่ประชาชนไม่มีน้ำใช้ การปนเปื้อนของน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งต่อไป 

2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507150234283 108 นายก อบจ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการเสริมสร้างพัฒนาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริ และความยั่งยืนของสังคมไทย (1 ไร่แก้จนคนสุพรรณบุรี) "            วันนี้ (7 พฤษภาคม 2564) นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การ?บริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์?การบริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี เขตอำเภอหนองหญ้าไซและอำเภอสามชุก หัวหน้า?ส่วน?ราชการ? ข้าราชการ? และพนักงานองค์การ?บริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี? ลงพื้นที่ตรวจติดตามและให้กำลังใจเกษตรกรในโครงการเสริมสร้างพัฒนาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริ และความยั่งยืนของสังคมไทย (1 ไร่แก้จนคนสุพรรณบุรี) ของอำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี

            จากสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรภาคกลางของประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าจีน ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำจากธรรมชาติซึ่งในปัจจุบันได้ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปีนั้น

            องค์การ?บริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี และอำเภอ?หนองหญ้าไซ? ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อจัดหาแหล่งน้ำให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคโดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานไว้ เพื่อพัฒนาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้เกษตรกรยังแบ่งพื้นที่ในการเลี้ยงหนู?พุกสร้างรายได้?เสริมอีกด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153048315 109 กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือเกษตรกรฝ่าวิกฤติโควิด เปิดบริการสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรไทยในสถาการณ์โควิด-19 ที่กระทบต่อการทำงาน จึงได้เปิดโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) ซึ่งเป็นโครงการที่แก้ไข ปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกรในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพใช้ในชุมชนและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ถูกต้องเหมาะสมกับดินและชนิดพืช ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 

ปัจจุบันมีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จำนวนทั้งสิ้น 882 ศูนย์ ใน 77 จังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ 394 ศูนย์ ใน 63 จังหวัด โดยความคืบหน้าของโครงการในภาพรวมอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 แบ่งเป็นการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์คือ ชุดตรวจวิเคราะห์ดิน ดำเนินการแล้วเสร็จ 281 ศูนย์ ใน 54 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 86 ส่งมอบแม่ปุ๋ยทั้ง 3 สูตร (N P และ K) ดำเนินการแล้วเสร็จ 284 ศูนย์ ใน 51 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 81 และส่งมอบเครื่องผสมปุ๋ย ดำเนินการแล้วเสร็จ 257 ศูนย์ ใน 47 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 75

นอกจากการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์แล้ว กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเทคนิคและการบริหารธุรกิจ และการจัดเวทีเชื่อมโยงศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ ให้แก่ เกษตรกรที่สนใจ ทั้งนี้มี ศดปช. ที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเปิดให้บริการในเชิงธุรกิจในหลายพื้นที่แล้ว คิดเป็นร้อยละ 71 เพื่อสนับสนุนให้มีความพร้อมในปัจจัยการผลิตสำคัญคือ ดิน ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน ให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด หรืออำเภอใกล้บ้าน



2021-07-05T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507152410302 110 วช. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายวิจัยด้านน้ำกว่า 8 แห่ง ทำงานวิจัยกว่า 20 โครงการ เน้นผลวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์

 วช. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายวิจัยด้านน้ำกว่า 8 แห่ง ทำงานวิจัยกว่า 20 โครงการ เน้นผลวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ คาดแล้วเสร็จกลางปี 2565 ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ EEC และพื้นที่ชลประทานภาคกลางตอนบน


  นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานเปิดการประชุม Kick-off แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการนํ้าปีที่ 2 กล่าวว่า วช. สนับสนุนทุนวิจัยแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ บน “แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย โครงการวิจัยเข็มมุ่ง ด้านสังคม การบริหารจัดการน้ำ” ซึ่งเป็นการให้ทุนแบบใหม่ภายใต้การบริหารงานวิจัยแบบใหม่ ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 2 พร้อมกับขยายผลและเชื่อมโยงงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม กฎหมาย และการจัดสรรงบประมาณ โดยแผนงานการบริหารจัดการน้ำปีที่ 2 ประกอบด้วย 4 กลุ่ม คือการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC อย่างเต็มรูปแบบ / การพัฒนาเทคโนโลยีและเครือข่ายองค์กรการบริหารจัดการน้ำชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเขตพื้นที่ชลประทานท่อทองแดง จังหวัดกำแพงเพชร / การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของเขื่อนหลักและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ราบภาคกลาง / และงานสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่นโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนหน่วยงานปฏิบัติ ภาคเอกชนและภาคประชาชนให้บรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน อย่างยั่งยืนต่อไป


2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507174152438 111 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรีไกลเกลี่ยประณอมข้อพิพาทของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากนาสวน ครั้งที่ 2

            ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี ที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีสวัสดิ์ ร่วมประชุมไกล่เกลี่ยประณอมข้อพิพาทของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากนาสวน ครั้งที่ 2 เนื่องจากกลุ่มออมทรัพย์ปลายนาสวนมีเงินออมทรัพย์จากสมาชิกอยู่จำนวน 4 ล้านบาท ปล่อยกู้ไป 2 ล้านบาท มียอดเงินคงเหลือ จำนวน 4 แสนบาท มีจำนวนเงินที่ขาดหายไปจำนวน 1 ล้าน 6 แสนบาท ทางสมาชิกมีประสงค์จะถอนเงินคืน แต่ทางกลุ่มออมทรัพย์ ไม่สามารถนำเงินมาคืนได้ จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือ แก้ปัญหาความเดือดร้อน จากการตรวจสอบ จึงได้ให้คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ จัดทำบัญชีสรุปเงินทั้งหมดให้ชัดเจน และชี้แจงเงินในส่วนที่หายไป รายงานผลให้อำเภอศรีสวัสดิ์ ทราบภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 เพื่ออำเภอฯ จะดำเนินการทำความเข้าใจกับสมาชิกกองทุน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-07-05T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181938464 112 ก.ทรัพย์ รับมอบลังกระดาษกว่า 10 ตันจากภาคเอกชน เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงสนามช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับมอบลังกระดาษกว่า 10 ตันจากภาคเอกชน เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงสนามช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายใต้ “โครงการรวมใจสู้ โควิด เปลี่ยนกระดาษเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี” 

            นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับมอบกล่องและลังกระดาษเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจาก บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งกล่องและลังกระดาษเก่ากว่า 10 ตัน เพื่อนำไปสนับสนุน “โครงการรวมใจสู้ โควิด เปลี่ยนกระดาษเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี” นำไปบริจาคให้โรงพยาบาลสนาม เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19และบุคลากรทางการแพทย์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญการร่วมมือร่วมใจต้านภัยโควิด-19 ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ที่เป็นมาตรการทำควบคู่กับการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ การรักษาระยะห่างทางสังคม และการทำงานที่บ้าน (WORK FROM HOME) อย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญสร้างการมีส่วนร่วมการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการร่วมแบ่งปันช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมและประชาชน ภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 เพราะการระบาดปีที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจากการใช้บริการ Food Delivery เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก          

            อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนร่วมรณรงค์ผ่านทางโครงการ “เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุ ญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน)” เชิญชวนให้ประชาชนคัดแยกขยะพลาสติกจากการใช้บริการ Food Delivery ส่งกลับไปรีไซเคิล ภาพรวมได้รับความร่วมมือและการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการจัดการพลาสติกใช้แล้ว ด้วยการนำไปหมุนเวียนผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือนำไปทำประโยชน์กับส่วนรวม และยังช่วยลดปัญหาขยะจากพลาสติกในธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย

2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507182223466 113 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร สำรวจสุกร และเฝ้าระวังโรค ASF และ PRRS และให้บริการผสมเทียมกระบือ "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม สำรวจสุกร และเฝ้าระวังโรค ASFและ PRRS ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จำนวน 2 ราย เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรบ้านนา เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ 4 ตัว ลูกสุกร 7 ตัว หมูป่า 1 ตัว รวม 12 ตัว บ้านทุ่งเทิง เลี้ยงสุกรพ่อพันธุ์ 1 ตัว สุกรแม่พันธุ์ 9 ตัว ลูกสุกร 5 ตัว สุกรขุน 6 ตัว รวม 21 ตัว สถานการณ์ปกติ ให้บริการที่บ้านนา หมู่ที่ 13 ตำบลอิปุ่ม บ้านทุ่งเทิง หมู่ที่ 5 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย                 

            จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ให้บริการผสมเทียมกระบือ จำนวน 1 ตัว ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ บ้านนา จำนวน 1 ราย เลี้ยงกระบือ 4 ตัว ที่บ้านนา หมู่ที่ 13 ตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183628478 114 จังหวัดยโสธร ประชุมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด

            วันที่ (7 พฤษภาคม 2564) เวลา 09.30 น. นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดยโสธร โดยมี นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยโสธร 

            ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข็มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ ต่อยอดด้านคุณภาพ มาตรฐาน แปรรูป สร้างมูลเพิ่ม เชื่อมโยงการตลาด และสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนจากการผลิต การลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งได้มีประชุมได้เสนอโครงการจำแนกตามหน่วยงาน ประกอบการ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ การยางแห่งประเทศไทย และกรมการข้าว รวมจำนวน 71 โครงการ ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้เลื่อนการพิจารณาออกไป และให้ฝ่ายเลขาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกฎหมายและแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง และจะกำหนดประชุมเพื่อให้คณะกรรมการฯ ระดับจังหวัดพิจารณาอีกครั้ง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-07-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507185915486 115 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,236 ล้านโดส ใน 195 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 34.04 ล้านโดส "

อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,236 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 34.04 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.65 ล้านโดส


    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,236 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19.4 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 252 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 109 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว


    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 33.4 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 21.6 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,402,688 โดส มีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,651,782 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น เข็มแรก 1,201,258 โดส/ เข็มสอง 450,524 โดส ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,651,782 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 49.5%

" 2021-07-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507210236513 116 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ และจัดฝึกอบรมเกษตรกร "

          สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ และจัดฝึกอบรมเกษตรกร

          ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดยนายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ จำนวน 1 ราย เป็นเกษตรกรบ้านตาดเสี้ยว หมู่ที่ 1 ตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 15 ตัว ไก่พื้นเมือง 28 ตัว สุนัข 1 ตัว พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

          จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย เป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง ""การเลี้ยงสัตว์ปีกบนบ่อปลา"" แก่เกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ อำเภอด่านซ้าย (งบ กปร.) จำนวน 40 ราย ที่ศาลาประชาคมบ้านนาเบี้ย หมู่ที่ 7 ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

 

" 2021-08-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508085000543 117 "สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564" "

          สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

          ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโป่ง นำโดยนายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัข-แมว ที่บ้านโป่งชี หมู่ที่ 9 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 106 ตัว แมว 45 ตัว รวม 151 ตัว

" 2021-08-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508084734542 118 หน่วยงานเกษตรฯ ลำปาง ร่วมขับเคลื่อน “โครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่” สินค้าข้าวโพดหวาน "

          นางสาวรตนพร  กิติกาศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง เข้าร่วมประชุมรับฟังการประชุมชี้แจงแผนการขับเคลื่อน ""โครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่"" สินค้าข้าวโพดหวาน ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Application Zoom ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยมีนางดาเรศร์ กิตติโยภาส ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 17 เป็นประธานการประชุม

          ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม และบริหารจัดการผลผลิตและการจำหน่ายร่วมกัน โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรให้เพิ่มมากขึ้น

          ข้าวโพดหวาน เป็นหนึ่งใน 5 สินค้าเป้าหมาย (รวม 5 ชนิด ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน ข้าวโพดหวานและมะเขือเทศ) ภายใต้แผนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  

" 2021-08-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508100603560 119 เปิดตลาดกัญชาชุมชนจังหวัดสกลนคร ซื้อ-ขาย ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด นำไปปรุงผสมในอาหาร "

          มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ได้รับอนุญาตจากสำนักงานองค์การอาหารและยา (อย.) ให้ปลูกกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ตั้งแต่ปี 2562 รวมทั้งดำเนินการศึกษา วิจัย พัฒนา และแปรรูปกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์และเพื่อสุขภาพ ในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้วย จึงได้เปิดตลาดกัญชาชุมชนจังหวัดสกลนคร ขึ้น เพื่อซื้อ-ขาย ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด นำไปปรุงผสมในอาหารเพื่อจำหน่าย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

          โดยนายแพทย์ ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวว่า ได้วางยุทธศาสตร์ให้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เป็นศูนย์กลางการค้า ตั้งแต่เรื่องของสายพันธุ์ เรื่องของการปลูก และเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ แบบครบวงจรการผลิต และสุดท้ายได้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ทั้งในระดับชุมชน ในเมือง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          ""...จังหวัดสกลนครมีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์ความรู้ของหมอพื้นบ้านของการใช้กัญชาต่าง ๆ แล้วก็เรื่องของต้นพันธุ์หางกระรอก พันธุ์หางเสือ เป็นแหล่งเพาะต้นกล้า และเป็นแหล่งขององค์ความรู้ เป็นโอกาสดีเรานำสิ่งที่เรามีอยู่ในพื้นที่มาสร้างเป็นรายได้ให้กับชุมชน เอากัญชาทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจในปริมาณที่มากขึ้นในเชิงพาณิชย์...""

          สำหรับผู้ประกอบการในจังหวัดสกลนคร ที่มีความต้องการซื้อชิ้นส่วนกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด ที่เป็นผลผลิตจากแปลงปลูกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร เพื่อนำไปใช้ปรุงอาหารและเครื่องดื่มเพื่อจำหน่าย ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร จึงจะซื้อ-ขาย ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดได้

          โดยนายแพทย์วิศณุ วิทยาบำรุง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ผู้ที่จะเข้ามาเอากัญชาไปใช้ในสถานประกอบการ หรือร้านอาหาร ก็จะต้องได้รับการอบรมเรื่องของ การประกอบอาหารที่ใช้กัญชาได้อย่างปลอดภัยในผู้ประกอบการ และในผู้สัมผัสอาหาร ทำให้ประชาชนที่มาบริโภคได้รับความปลอดภัย รสชาติอร่อย ปลอดภัยกับตัวเอง

          ด้าน รศ. ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร กล่าวว่า คนที่จะนำ กัญชาไปใช้จะต้องมีองค์ความรู้ แล้วก็เตรียมเรื่องการอัพสกิล มีหลักสูตรรองรับ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ทุกคนต้องมีความรู้มา Training และมาเป็น Partner กับเราก่อน แล้วก็จัดคิว จัดกระบวนการจอง โดยมีมีระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งในอนาคต ที่นำไปประกอบอาหารสดก็เป็นใบกัญชาสด ในอนาคตจะทำเป็นคนอร์ ทำเป็นซุป ทำเป็นหัวเชื้อที่ไปผสมกับ Soft Drink ได้ด้วย แต่ต้องปรุงหน้าร้าน ซึ่งกฎหมายให้ดำเนินการได้

          นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ยังได้เตรียมวิสาหกิจชุมชน จำนวน 1,000 แห่ง เพื่อขออนุญาตปลูกกัญชา 2 แสนต้น สำหรับสกัดทำเป็นยาให้ทุกคนเข้าถึงยาได้ทั้งกลุ่มแผนไทย และแพทย์แผนปัจจุบัน อีกด้วย

.


" 2021-08-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508100414559 120 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศโครงการต่างๆให้แล้วเสร็จตามแผน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศโครงการต่างๆให้แล้วเสร็จตามแผน

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (8 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.พิษณุโลก 45 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 59 มิลลิเมตร และยะลา 74 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว , ภาคกลางและภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,719 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,952 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 1 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามการทำงานของ สทนช. เกี่ยวกับการเร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน โดยเตรียมดำเนินโครงการจัดทำข้อมูลผลิตภาพการใช้น้ำและปรับปรุงระบบประเมินและเชื่อมโยงผลการดำเนินงานใช้เป็นเครื่องมือสำคัญประกอบการตัดสินใจวางแผนบริหารจัดการน้ำในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม เพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรน้ำ และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต คือ โครงการจัดทำข้อมูลผลิตภาพการใช้น้ำเป็นการศึกษารวบรวมและจัดทำแนวทางการวิเคราะห์ผลิตภาพการใช้น้ำในปัจจุบันของภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ซึ่งรวมน้ำอุปโภค-บริโภคในระดับประเทศ จังหวัด และลุ่มน้ำ รวมทั้ง ประเมินและวางแผนการเพิ่มผลิตภาพการใช้น้ำในปีต่อไปสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ ด้านที่ 2 การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต // โครงการปรับปรุงระบบประเมินและเชื่อมโยงผลการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 22 ลุ่มน้ำ เป็นการทบทวนรูปแบบ วิเคราะห์ ประเมินความเสียหายจากการเกิดอุทกภัย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตร เพื่อพัฒนาระบบประเมินความเสียหายจากอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำ ระบบฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ รวมทั้ง จัดทำคู่มือการประเมินความเสียหายจากอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ ด้านที่ 6 การบริหารจัดการ

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508100950563 121 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่คุณภาพอากาศยังดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่คุณภาพอากาศยังดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (8 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508102050564 122 ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 6 โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน ชี้แจง กรณีการร้องเรียนร้องทุกข์ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอและการร้องเรียนถนนคลองชลประทานชำรุด

        ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง ได้รับหนังสือร้องเรียนร้องทุกข์จากกำนันตำบลแม่ยวมอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากเกษตรกรในตำบลแม่ยวมว่า เกิดปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอต่อการเกษตรและจะทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเกรงว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งการใช้น้ำ และการร้องเรียนถนนคลองชลประทานชำรุด ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 6 โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ และการบำรุงรักษาถนนเลียบคลองชลประทานดังกล่ว ขอชี้แจงปัญหาและแนวทางแก้ไข ดังนี้

        1. ด้านการบริหารจัดการน้ำ ก่อนฤดูกาลเพาะปลูกนาปี 2564/2565 จะมีการประชุมใหญ่กลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อชี้แจงปัญหา อุปสรรค การบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา พร้อมหามติในที่ประชุมเพื่อพิจารณาหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำ

        2. การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ ที่ผ่านมามีบริษัทเข้ามาส่งเสริมการปลูก จำนวน 3 บริษัท ทำให้เกิดการกระจายรอบการเพาะปลูกข้าวโพดค่อนข้างมาก ทำให้ยากต่อการควบคุมและบริหารจัดการน้ำให้ได้ตามรอบเวรการใช้น้ำที่กำหนด ซึ่งจากเหตุนี้ก่อนการเพาะปลูกในครั้งต่อไป จะได้เชิญตัวแทนทั้ง 3 บริษัท และเกษตรกรผู้ใช้น้ำมาร่วมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเพาะปลูกให้เหมาะสม ตาม Zoning ของพื้นที่

        3. การขุดลอกฝายน้ำยวมและการปรับปรุงฝายน้ำยวม สำหรับการขุดลอกตะกอนฝายน้ำยวม ในส่วนนี้สำนักเครื่องจักรกล ส่วนบริหารเครื่องจักรที่ 1 ฝ่ายเครื่องจักรกลเรือขุดและเรือกำจัดวัชพืชที่ 1 เชียงใหม่ ได้ดำเนินการเข้ามาสำรวจเรียบร้อยแล้ว เมื่อต้นปี พ.ศ.2563 และได้จัดส่งเอกสารเพื่อของบประมาณขุดลอก ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณจากกรมชลประทาน ส่วนการปรับปรุงฝ่ายน้ำยวม ฝายน้ำยวมได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 และเริ่มส่งน้ำให้เกษตรกร เมื่อปี 2519 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากฝายน้ำยวมที่มีอยู่ปัจจุบัน ไม่มีอาคารระบายทราย ทำให้เกิดการตกตะกอนหน้าฝายเป็นจำนวนมากและมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน จึงได้ให้ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 1 ออกแบบฝายน้ำยวมใหม่ ซึ่งได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำประมาณการ เพื่อรับการสนับสนุนด้านงบประมาณโดยมีการวางแผนปรับปรุงฝายน้ำยวมในปีงบประมาณ พ.ศ.2565

        4. ถนนเลียบคลองชลประทานคลองสายใหญ่ฝายน้ำยวม เป็นถนนลาดยาง (F4) ความยาว 22.580 กิโลเมตร เป็นถนนที่ใช้สำหรับดูแลบำรุงรักษาคลองส่งน้ำ และขนผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ แต่ปัจจุบันถนนดังกล่าวได้มีการสัญจรระหว่างหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะรถบรรทุกหนักวิ่งผ่านส่งผลให้ถนนลาดยางชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก ในการบำรุงรักษามีงบประมาณที่ได้รับเป็นประจำทุกปี ปีละ 300,000 บาทเท่านั้น ซึ่งฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ได้แจ้งให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนและฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 1 ให้ดำเนินการสำรวจเพื่อออกแบบถนนดังกล่าวทั้งสาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อสำรวจจะได้ดำเนินการปรับปรุงถนนตามแผนงาน/โครงการ งบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง ปีงบประมาณพ.ศ. 2566 เป็นต้นไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-08-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110126567 123 "พช.สตูล สนับสนุนและติดตามงานโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ ""โคก หนอง นา """

        เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.64) นางศุภมาส เหล็นเรือง พัฒนาการจังหวัดสตูล นายวีระ เพ็ญจำรัส ผอ.กลุ่มงานสารสนเทศฯ และนางสาวรูกาย๊ะ แสงเขียว นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ โคก หนอง นา ในกิจกรรมปรับปรุงพื้นที่ตามแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล ขนาด 1 ไร่ และขนาด 3 ไร่ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการออกแบบแปลนโดยมี นายโชคชัย อุปถัมภ์ วิศวะกรโยธาปฏิบัติงาน อบต.ควนกาหลง ร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางการดำเนินงาน ณ สพอ.ควนกาหลง

        ในการนี้ ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานครัวเรือนเป้าหมายตำบลควนกาหลง จำนวน 2 แปลง ดังนี้ 1.แปลงขนาด 1 ไร่ ของนายสุรชา บุญจันทร์ ม.3 ต.ควนกาหลง ได้ดำเนินขุดและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ทางเจ้าของแปลงได้ดำเนินการปรับสภาพดินเพื่อนำพันธ์พืชมาลงในแปลง และเตรียมที่จะปลูกข้าวต่อไป และ 2.แปลงขนาด 1 ไร่ พื้นที่ราชพัสดุตั้งอยู่ที่ รร.นิคมซอย 10 โดยนายฐปวัฒ ประกอบชัยชนะ ผอ.รร.ได้มอบหมายให้นายสุภาพ สิตะรุโณ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ควนกาหลง ดำเนินการพบว่าได้มีการขุดและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางคณะกรรมการหมู่บ้านได้มีการปรับสภาพดินและนำพันธ์ุพืชลงแปลงไปบ้างส่วน และได้มีการเตรียมพื้นที่ในการปลูกข้าวเพื่อรองรับกิจกรรมออกปากซอแรง อีกด้วย



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110939572 124 คพ.เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ

             นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... เนื่องจาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบที่เป็นสารอันตรายและโลหะหนักหลายชนิด หากรั่วไหลจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน จำเป็นต้องจัดเก็บ รวบรวม คัดแยก ถอดชิ้นส่วน และกำจัดซากผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ควบคู่กับหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) ที่ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

            สำหรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... ประกอบด้วย บททั่วไป หมวด 1 คณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์ , หมวด 2 กองทุนการจัดการซากผลิตภัณฑ์ , หมวด 3 การจัดการซากผลิตภัณฑ์ , หมวด 4 การตรวจสอบและควบคุม , หมวด 5 บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล ซึ่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้กระทำ หรือห้ามมิให้กระทำการใดๆ หากฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายต้องระวางโทษปรับทางปกครอง ที่มีอัตราโทษสูงสุดปรับทางปกครองไม่เกิน 100,000 บาท เช่น ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งหรือทำลายซากผลิตภัณฑ์ในที่สาธารณะ ที่รกร้างว่างเปล่า หรือทิ้งปนอยู่กับสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยต้องนำไปคืนที่ศูนย์รับคืนซากผลิตภัณฑ์ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 500 บาท หรือ ห้ามมิให้ผู้ใดรับคืนจัดเก็บหรือรวบรวมซากผลิตภัณฑ์ เว้นแต่จัดทำโดยศูนย์รับคืนที่ได้จัดตั้งและขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 100,000 บาท

              อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า เมื่อรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วเสร็จ จะเข้าสู่กระบวนการเสนอขอความเห็นชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในหลักการแล้วมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป โดยประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถให้ความเห็นได้ระหว่างวันที่ 23 เมษายน ถึง 23 พฤษภาคมนี้ ทางอีเมล์ Pcdlaw10@gmail.com และอ่านรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ได้ทาง https://1th.me/oq9M2

2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508122804593 125 ปศุสัตว์แม่ลาน้อย แจ้งเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ “ลัมปี สกิน” ในโค- กระบือ ระบาดในไทยแล้ว 18 จังหวัด ยืนยันไม่ติดคน

        นายมงคล เจริญเมือง ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้ตรวจพบโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย เป็นครั้งแรกที่บ้านดอนแดง ตำบลแสนสุข อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2564  ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการรายงานการเกิดโรคไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) แล้วตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2564 โรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค- กระบือ ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน

        ในช่วงที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม ป้องกันในพื้นที่ ในปัจจุบันพบการระบาดของโรคใน 18 จังหวัด สาเหตุหลักที่ทำให้โรคแพร่ระบาดไปส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ ประกอบกับมีแมลงดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบ และเห็บ ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ

        ทั้งนี้ เพื่อให้การควบคุมโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามมาตรการควบคุมโรคลัมปี สกิน ของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด โดยเน้นการดำเนินการตามมาตรการหลักที่สำคัญ ดังนี้

        1. ขอความร่วมมือเกษตรกรเฝ้าระวัง เรียนรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค รวมถึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง ค้นหาโรค โดยการตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกซื้อขายสัตว์ จากข้อมูลที่อาจบ่งบอกการเกิดโรคในฟาร์ม เช่น ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยลดลง หรือสงสัยการเกิดโรคทางอาการ ได้แก่ ซึม น้ำตาไหล น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในยะเวลาต่อมา ซึ่งหากตรวจพบฟาร์มที่สงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ หรือโทรศัพท์สายด่วน 063-225-6888 เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งตรวจสอบ เก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันโรค ตลอดจนควบคุมโรคและแมลงพาหะโดยเร็ว ทั้งนี้หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ 28 วัน พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง เพื่อควบคุมแมลงพาหะ รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

        2.เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ แหล่งรวมสัตว์ และตลาดนัดค้าสัตว์ รวมทั้งช่องทางการนำเข้าสัตว์ตามแนวชายแดน โดยให้เข้มงวดการตรวจรอยโรคในโค-กระบือ ที่เคลื่อนย้านผ่านจุตรวจทุกตัว

    3.ขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์ เกษตรกร งดการซื้อขายโค-กระบือ ที่มาจากแหล่งที่เกิดโรค หรือจากพื้นที่ในรัศมี 50 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค เพราะอาจได้สัตว์ที่มีเชื้ออยู่ในร่างกายและสามารถติดต่อไปยังโค-กระบือ ตัวอื่นเมื่อนำเข้าร่วมฝูง เพราะโรคนี้ติดต่อโดยแมลงดูดเลือด และการสัมผัสกับของเหลวจากตุ่มเนื้องอกที่แตก

        4.ป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนำโรค โดยใช้สารเคมีกำจัดแมลง ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและพื้นที่เสี่ยง

        5.ให้การรักษาสัตว์ป่วยตามอาการ เพื่อลดความสูญเสียแก่สัตว์ของเกษตรกร พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด

        นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ ได้วางแผนการนำวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกินมาใช้สำหรับการควบคุมโรคในประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และจะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้เร็วขึ้น ทั้งนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการนำเข้าวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการป้องกันและควบคุมการเกิดโรคลัมปี สกินอย่างเคร่งครัด 

 

2021-08-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508123833602 126 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง พบสัตว์ป่าจำนวนมากหลายชนิดหากินและเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่โป่งเทียม ภาพรวมไม่พบปัจจัยภัยคุกคามต่อสัตว์ป่า?

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง พบสัตว์ป่าจำนวนมากหลายชนิดหากินและเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่โป่งเทียม ภาพรวมไม่พบปัจจัยภัยคุกคามต่อสัตว์ป่า?

              นายชัยพร ทับทิมทอง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิง?คุณภาพ?เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง ได้ออกตรวจสอบควบคุม?ปัจจัย?คุกคาม?บริเวณ?ป่าด้านทิศใต้วัดป่าเขามะกอก? ตำบล?ตะขบ? อำเภอ?ปักธงชัย? จังหวัด?นครราชสีมา? ผล?การตรวจสอบไม่พบปัจจัยภัยคุกคามต่อสัตว์ป่า? จากนั้นได้ตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายสัตว์ป่าของกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ติดตั้งสำรวจสัตว์ป่าบริเวณโป่งเทียม พบเก้ง หมูป่า เม่น เข้าใช้ประโยชน์โป่งเทียมที่จัดทำบำรุงรักษาแหล่งอาหารและน้ำไว้ เพื่อช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าบ้านของสัตว์ป่า

               สำหรับโป่งเทียม เป็นโป่งที่มนุษย์ทำขึ้นมีลักษณะเป็นโป่งดิน ด้วยการขุดดินให้เป็นแอ่ง แล้วนำเกลือสมุทรเทลงผสมกับดินบริเวณที่ขุด เมื่อมีฝนตกหรือความชื้นจากน้ำค้างเกลือจะละลาย ทำให้ดินเค็มและกลายเป็นอาหารให้กับสัตว์ป่า เพราะแร่ธาตุชนิดต่างๆมีความจำเป็นต่อร่างกายและการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่กินพืชเป็นอาหาร เนื่องจากพืชที่สัตว์กินเข้าไปไม่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุดังกล่าวสัตว์จึงต้องทดแทนด้วยการกินดินหรือกินน้ำจากโป่งแทน

2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508123703600 127 วช. จับมือ 13 หน่วยงานเครือข่ายวิจัย สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ "

วช. จับมือ 13 หน่วยงานเครือข่ายวิจัย สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

  น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. กล่าวว่า เพื่อขับเคลื่อน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและนวัตกรรม : บุคลากรด้านการวิจัย ภายใต้โครงการโครงการ “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) ประจำปี 2564 วช. จึงจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการ “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) กับ 13 หน่วยงานเครือข่ายด้านการวิจัยทั่วประเทศ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ขึ้น เพื่อเพิ่มความเข้มแข็ง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ส่งผลให้จำนวนบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมมีเพิ่มมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ของประเทศในด้านการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีคุณภาพสูง การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการสร้าง พัฒนา และยกระดับศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำวิจัยได้อย่างมีระบบมากขึ้น ผ่านการดำเนินงานโครงการฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งการฝึกอบรมฯ จะครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ๒๕๖๔ 

" 2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508153050671 128 จ.ลพบุรี เทศบาลตำบลท่าศาลา นำรถแบคโฮ พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ เร่งขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำป่าไหลหลาก

        นางวิลาทิพย์ สละชีพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าศาลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองช่างและเจ้าหน้าที่งานป้องกันเทศบาลตำบลท่าศาลา นำเอารถแบคโฮ ,รถบรรทุก 6 ล้อ และรถน้ำออกไปทำการขุดลอกคลองระบายน้ำ เรียบถนนสายลพบุรี-วังม่วง โดยเริ่มตั้งสี่แยกไฟแดงนิคมสร้างตนเองไปจนถึงวัดเขาแก้วรวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เนื่องจากในช่วงหน้าแล้งน้ำภายในคลองได้แห้งขอดลงจนทำให้มีวัชพืชนานาชนิดได้ขึ้นปกคลุมจนเต็มคลอง และในช่วงนี้ได้มีพายุฤดูร้อนพัดผ่านเข้ามาพื้นที่จังหวัดลพบุรีจนทำให้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องจนทำให้มีน้ำป่าสีแดงได้ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาในพื้นที่นิคมสร้างตนเองและตำบลโคกตูม ลงสู่คลองระบายน้ำจนทำให้มีเศษขยะวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมขึ้นมากีดขวางทางระบายน้ำ 

        ทั้งนี้ ทางด้านเทศบาลตำบลท่าศาลา โดยนางวิลาทิพย์ สละชีพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าศาลา จึงได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูน้ำป่าไหลหลาก ด้วยการเร่งทำการเปิดทางระบายน้ำภายในคลองส่งน้ำด้วยการนำเอารถแบคโฮมาทำการขุดลอกคลองตักเก็บวัชพืช และขยะนำไปทิ้ง ก่อนที่จะมีมวลน้ำป่าจำนวนมากไหลบ่าเข้ามาท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองและในพื้นที่ลุ่มต่ำ อย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา 

        สำหรับคลองระบายน้ำแห่งนี้จะมีการรับน้ำมาจากเทือกเขาจีนแล เขาซับเสือแมบ และอีกหลายเขาในพื้นที่ตำบลนิคมสร้างตนเองและตำบลโคกตูม มวลน้ำจำนวนมากจะไหลมารวม เพื่อรอระบายอยู่ที่สี่แยกไฟแดงนิคมฯ พื้นที่ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี นำจะไหลผ่านท่อระบายน้ำถนนพหลโยธิน 1 เข้าไปในพื้นที่ตำบลกกโก และไหลลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสักในพื้นที่ตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

2021-08-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508153655674 129 ปศุสัตว์มุกดาหาร เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน "

          ปศุสัตว์มุกดาหาร เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน วัวที่ป่วยเป็นโรค ลักษณะคล้ายเป็นโรคผิวหนัง เป็นจุดทั่วทั้งลำตัว และมีน้ำลายยืดเป็นฟอง ขาทั้ง 4 ข้างอ่อนแรง ไม่ยอมกินอาหารและน้ำ ซึ่งตอนนี้หมู่บ้านสามขามีวัวที่เป็นโรคแบบนี้รวม ๆ แล้วประมาณ 60 ตัว

          วันนี้ (8 พ.ค. 64) จากกรณีพบวัวของเกษตรกรป่วยเป็นโรคระบาดเป็นจำนวนมาก ที่บ้านสามขา ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่ป่วยเป็นโรค ลักษณะคล้ายเป็นโรคผิวหนัง เป็นจุดทั่วทั้งลำตัว และมีน้ำลายยืดเป็นฟอง ขาทั้ง 4 ข้างอ่อนแรง ไม่ยอมกินอาหารและน้ำ ซึ่งตอนนี้หมู่บ้านสามขามีวัวที่เป็นโรคแบบนี้รวม ๆ แล้วประมาณ 60 ตัว

          โดยทางปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เตรียมประกาศพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย ซึ่งพบว่ามีการเกิด โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Disease) เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (โรคระบาดสัตว์)

          นายพิภพ เพียวิเศษ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า พื้นที่ตำบลคำป่าหลาย ซึ่งพบว่ามีการเกิดโรคลัมปีสกิน ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (โรคระบาดสัตว์) ซึ่งทางปศุสัตว์จังหวัด พร้อมด้วยเทศบาลตำบลคำป่าหลาย ได้มีการปรึกษาพร้อมกับหาแนวทางการแก้ไขและป้องกันโรคที่เกิดในสัตว์ โดยจะมีการออกสำรวจสัตว์ที่เป็นโรค พร้อมกับออกแนะนำการให้ความรู้กับชาวเกษตรกรที่เลี้ยงวัว

          ดังนั้น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารจึงได้มีมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องมาตรการป้องกันแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ รวมทั้งตรวจสถานที่กักสัตว์เพื่อให้ได้มาตรฐาน โดยมีการดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ยานพาหนะและตัวสัตว์ที่เข้า-ออก ตลาดนัดโค กระบือ รวมทั้งพื้นที่บริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อโรค พร้อมกับควบคุมตลาดนัดโค กระบือ ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

          สำหรับโรค ""ลัมปีสกิน"" เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบในโค กระบือ อัตราการป่วยมากกว่า 5% โดยจะพบตุ่มเนื้อ (Nodule) บนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุมในเวลาต่อมา โดยโค กระบือที่ได้รับเชื้อจะมีไข้ หายใจลำบาก ในโคนม อาจพบปริมาณน้ำนมลด โรคลัมปีสกินสามารถแพร่ระบาดสู่โคและกระบือ โดยการได้รับเชื้อผ่านทางการนำเข้าเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ตลอดจนแมลงพาหะ ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ

" 2021-08-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508184526731 130 ไปรษณีย์ไทยจับมือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Ecommerce กระทรวงเกษตรฯ ช่วยกลุ่มเกษตรกรไทยเพิ่มช่องทางขายผลไม้บนออนไลน์

        จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไปรษณีย์ไทย ยินดีช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทย ดึงจุดแข็งไปรษณีย์เสริมทัพรับฝาก ณ ที่อยู่ลูกค้า (Pick Up Service) อำนวยความสะดวกส่งของในประเทศ ไม่ต้องออกจากที่พักอาศัย ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อร่วมรณรงค์การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนอยู่ในที่พักอาศัย และลดการใช้พื้นที่ส่วนรวม เพื่อลดอัตราการแพร่ระบาดของไวรัส ทุกชิ้นส่งได้ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

        นอกจากนี้ บริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทไปรษณีย์ไทยร่วมมือกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Ecommerce กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยกลุ่มเกษตรกรไทย โดยขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ถึงผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยบริการโลจิสติกส์และการจ่ายเงินออนไลน์ (E-payment) ซึ่งนับเป็นอีกช่องทางสำคัญที่จะช่วยระบายผลไม้ในช่วงที่ผลผลิตออกมาล้นตลาด และแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2564

        กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมขายสินค้าแบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เข้าร่วมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thailandpostmart.com/

2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509082251790 131 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มใน 4 จ. พร้อม ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปีนี้

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มใน 4 จังหวัด พร้อม ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปีนี้

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (9 พ.ค.64) ว่า ทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.กำแพงเพชร 120 มิลลิเมตร // สระบุรี 95 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 91 มิลลิเมตร // สุราษฎร์ธานี 56 มิลลิเมตร // ฉะเชิงเทรา 37 มิลลิเมตร และชัยภูมิ 47 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น , ภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,692 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,924 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม บริเวณจังหวัดสระบุรี เชียงราย สุโขทัย และตาก

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบสภาพอากาศปีนี้คล้ายคลึงกับปี 2551 ที่ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศมีค่าสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะสูงกว่าค่าปกติมาก โดยช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกรกฎาคมปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง จากนั้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น ส่วนเดือนสิงหาคมถึงกันยายนมีโอกาสเกิดพายุเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย 2 - 3 ลูก จึงได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและเสี่ยงเกิดอุทกภัย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้วยการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น กรมชลประทาน วางแผนการใช้น้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำเริ่มทำนาปีตั้งแต่เดือนเมษายน 280,000 ไร่ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก กำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ เตรียมทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ให้เพียงพอและพร้อมใช้งานตลอดเวลาสำหรับจุดเสี่ยงอุทกภัย 

               สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมแผนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำและรับมือภาพรวมแต่ละกรณี โดยตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ ซึ่งทำงานร่วมกับกรมชลประทานและบริหารจัดการน้ำร่วมกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ รวมทั้ง เตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ สถานีสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย

2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509094022805 132 ชุดปฏิบัติการ?พิเศษ?เหยี่ยว?ไฟ เข้าควบคุมไฟไหม้พื้นที่ป่าลำปาง

          นายชัยธวัช ศิวบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เปิดเผย?ว่า ชุดปฏิบัติการ?พิเศษ?เหยี่ยว?ไฟ?ประจำ?ฐาน?แม่ทะ?ชุดสบปราบ ได้ออกลาดตระเวน?พล?เคลื่อนที่?เร็ว?เฝ้า?ระวัง?จุด?พื้น?ที่?จุด?เสี่ยง?ต่อ?การ?เกิด?ไฟไหม้? ช่วงเวลา 08.30-15.00 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม? 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งพบกลุ่ม?ควันไฟ?ขึ้น 2 จุด และได้นำโครนบินดูทั้ง 2 จุด

         พบว่าจุดแรกพิกัด 47Q?561727E UTM?2019521N ที่บริเวณกลางเขา ได้แจ้งให้ชุดแม่ทะเข้าดับไฟในเขตป่าสงวน ป่าแม่อางแม่จาง สามารถ?ควบคุมสถานการณ์?ไฟไว้ได้ พบพื้นที่เสียหาย? 3 ไร่ ไม่ทราบ?สาเหตุ?ใน?การเผา และจุดที่ 2 พิกัด? 47Q?562257E UTM?2017856N เขตลอยต่อเกษตรกร?รมไร่หมุนเวียนติดป่าชุมชน ได้แจ้งให้ชุดสบปราบและรถน้ำฐานแม่ทะเข้าดับไฟ? และสามารถ?ควบคุม?ไฟไว้ได้ พบพื้นที่เสียหาย 1 งาน สาเหตุจาก?การ?เผาเศษไม้?ที่ไถดันกองไว้ติดเขตป่าชุมชน?บ้านอิ่วเมี่ยน

          นายชัยธวัช ศิวบวร  เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ศูนย์บัญชาการฯ ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง รายงานจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ระบบ VIIRS ช่วงบ่ายวันที่ 8 พฤษภาคม? 2564 ภาพรวมทั่วประเทศ 49 จุด จังหวัดลำปาง 0 จุด และช่วงเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม? 2564 ภาพรวมทั่วประเทศ 2 จุด จังหวัดลำปาง 0 จุด


2021-09-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509095502807 133 เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (9 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509101940810 134 หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง

หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง

          วันนี้ (9 พ.ค. 64) นายฟูอาดี แตปูซู หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 (บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์) พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอัยเยอร์เวง นำโดย พ.ต.ต. ชนะพล หลังยาหน่าย สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรอัยเยอร์เวง เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ฉก.ตชด.444 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง บริเวณบ้านปิยะมิตร 3 หมู่ที่ 7 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 1 จุด พื้นที่ถูกบุกรุก จำนวน 9 ไร่ 1 งาน 57 ตารางวา??

          โดยขณะตรวจสอบไม่พบบุคคลใดแต่อย่างใด จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 (บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์) ดำเนินการจัดทำบันทึกกล่าวโทษ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และให้ประสานงานผู้ปกครองนิคมเบตง กล่าวโทษ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ต่อ พงส.สภ.อัยเยอร์เวง ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ..ยะลา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่พบเห็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ มีการแผ้วถางป่าสงวนเพื่อการเกษตร หรือนำไม้ออกจากเขตป่าสงวนโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ไปได้ที่ ศูนย์สายด่วนพิทักษ์ป่า หมายเลขโทรศัพท์ 1362 หรือสายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบต่อไป

2021-09-05T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.เบตง จ.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509105743831 135 วันพืชมงคลปีนี้ จัดงานในรูปแบบที่เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

รายงานพิเศษ พืชมงคล

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้นั้นไม่สามารถดำเนินการจัดได้ตามปกติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2564 และในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่ขอพระราชทานและทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.00 น. และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 วันพืชมงคล

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และศาลพระภูมิเจ้าที่ของพระยาแรกนาขวัญ จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ พนักงาน ข้าราชการและประชาชนไปแล้ว เป็นพิธีกรรมก่อนวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และแม้ปีนี้สถานการณ์ส่งผลให้ไม่สามารถจัดพระราชพิธีได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็ยังสามารถแสดงถึงความสำคัญของพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่นำความเป็นสิริมงคลมาให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับไว้และมีส่วนร่วมได้ ผ่านพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

ในปีนี้ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้หว่านข้าว โดยมีคู่หาบทอง คู่หาบเงิน พร้อมด้วยพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน ที่เตรียมไว้ในพิธีหว่านข้าว จำนวน 5 สายพันธุ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 1,396 กิโลกรัม ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105, ปทุมธานี 1, กข79, กข43 และ กข6 ซึ่งบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้ประชาชนผู้สนใจ ส่งมอบไปยังชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป



2021-09-05T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509114521861 136 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง ณ สวนจิตรลดา "

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้หว่านข้าว ในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง ซึ่งจะประกอบพิธี ณ สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปี 2564 จึงได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เป็นวันพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ซึ่งประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย สำหรับวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เป็นพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง ซึ่งจะประกอบพิธี ณ สวนจิตรลดา

สำหรับคู่หาบทองปีนี้ ได้แก่ นางสาวณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนางสาวอาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร คู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวกันยารัตน์ เศวตนันทิกุล นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวชลธิชา ทองอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ โดยมีนายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้หว่านข้าว

สำหรับพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานที่เตรียมไว้ในพิธีหว่านข้าว มีทั้งสิ้น 5 สายพันธุ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 1,396 กิโลกรัม ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105, ปทุมธานี 1, กข79, กข43 และ กข6 ตลอดจนบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร ประชาชนผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล


 

" 2021-09-05T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509120358875 137 จังหวัดแพร่ สนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย ให้ทุกพื้นที่เร่งขุดลอกคูคลอง เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่

          เวลา 10.00 น. วันนี้ (9 พ.ค. 64) ที่บ้านหมู่ 10 ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยพันเอก สุชาติ พุ่มสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ (ฝ่ายทหาร) นายกิติพัฒน์ กะวัง นายอำเภอสอง และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจติดตามการขุดลอกลำน้ำห้วยขอน เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่บ้านนาตอง หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรกลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และเทศบาลตำบลห้วยหม้าย ให้การสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินการครั้งนี้

          ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายของพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีหนังสือสั่งการด่วนให้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่ดำเนินการในการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี 2564 โดยเฉพาะการขุดลอกคู คลอง ซึ่งมีการตื้นเขินและมีเศษสวะกีดขวางการไหลของน้ำ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวจะทำให้มีฝนตก และมีปริมาณน้ำสะสมในพื่นที่ ก็จะทำให้น้ำสามารถระบายออกได้ทันไม่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร

          ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายในการป้องกันอุทกภัยในปี 2564 โดยเฉพาะพื้นที่ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องรีบขุดลอกลำเหมืองหรือคลองส่งน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ดี เตรียมพื้นที่รองรับน้ำให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และป้องกันการเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย

2021-09-05T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123456891 138 ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 900 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ "ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 900 องค์กร โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

               นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า หลังจาก สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นมา พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม 919 องค์กร ทั้งนี้ สทนช. ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป แล้วจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการนำระบบการรับจดทะเบียนออนไลน์มาใช้ เพื่อให้การรับจดทะเบียนยังคงมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง และผู้ลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้เอง โดยกรอกข้อมูลตามลำดับขั้นตอนโดยแนบเอกสารต่างๆตามที่กำหนด แล้วยังสามารถบันทึกและกลับมาทำใหม่ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการส่งเข้าสู่ระบบต่อไป  พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ องค์กรภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคพาณิชยกรรม

                สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่ สทนช. อาคารจุฑามาศ กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่ สทนช. ภาค 1 - 4 (ลำปาง สระบุรี ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี) หรือส่งไปรษณีย์มาที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต

" 2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509132245903 139 อว. เผยคนกรุงเทพฯ ใส่หน้ากากอนามัย ทำสถิติสูงกว่า 99% ติดต่อกัน 11 วัน ระมัดระวังตัวสูงสุดแล้ว โดยล่าสุดมีคนไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องเพียง 45 คนจาก 10,910 คน "

อว. เผยคนกรุงเทพฯ ใส่หน้ากากอนามัย ทำสถิติสูงกว่า 99% ติดต่อกัน 11 วัน ระมัดระวังตัวสูงสุดแล้ว โดยล่าสุดมีคนไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องเพียง 45 คนจาก 10,910 คน


    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. กล่าวว่า อว.ได้ประมวลผลจากกล้อง 30 จุดใน 28 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร พบว่าเกือบทุกคนใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว โดยประชากร 10,910 คน มีเพียง 45 คนเท่านั้นที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้อง มี 3 เขตที่ต่ำกว่า 99% แต่สูงกว่า 98% และมีเพียง 2 เขตที่ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่า 98% เมื่อวิเคราะห์โดยละเอียดพบว่าอัตราการใส่ในช่วงเช้าและเย็นก็สูงกว่า 99.5% ทั้งสองช่วง

   ทั้งนี้จุดที่สำรวจพบการใส่หน้ากากอนามัยในอัตราต่ำสุดอยู่ที่บริเวณสะพานลอยคนข้ามถนนที่เขตสาทร พบการใส่หน้ากากอนามัยเพียง 88.89% นอกจากนี้ เมื่อติดตามการใส่หน้ากากอนามัยในแต่ละบริเวณ ไม่ว่า จะเป็นหน้าธนาคาร ทางเดินริมถนน หน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าศูนย์การค้า หน้าตลาด ป้ายรถเมล์ สะพานลอยข้ามถนน และในตลาด ก็มีอัตราการใส่หน้ากากอนามัยสูงกว่า 99.5% ทุกบริเวณ แสดงว่าคนกรุงเทพฯได้ระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ในที่สาธารณะแล้ว 

" 2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509154040937 140 รมว.อว. ตรวจเยี่ยมราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ ชม รพ.สนาม แห่งใหม่ จากหอพักนักศึกษาสู่หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจาก กทม.และปริมณฑล "

รัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตรวจเยี่ยมราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ ชม รพ.สนาม แห่งใหม่ จากหอพักนักศึกษาสู่หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจาก กทม.และปริมณฑล

 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย

และนวัตกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร อว./ ผู้บริหารจังหวัดสมุทรปราการ อธิการบดีและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี ( มรภ.ธนบุรี) เข้าเยี่ยมชมการดัดแปลงหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 ตามมาตรฐาน สธ. เพิ่มจากเดิมที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ ที่ตั้งรองรับได้เพียง 300 เตียง ซึ่งขณะนี้ไม่เพียงพอ เนื่องจากการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงต่างๆของจังหวัดสมุทรปราการ พบมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 800 คน เป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรงและผู้ป่วยภาวะวิกฤติ โรงพยาบาลสมุทรปราการและโรงพยาบาลบางพลี จึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ จัดตั้งหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 ขึ้น โดยการดัดแปลงหอพักนักศึกษา จำนวน 2 อาคาร สามารถขยายสูงสุดได้ 800 เตียง และเตรียมหอประชุมเป็นโรงพยาบาลสนามอีก 120 เตียง รองรับผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตจากภายในจังหวัดสมุทรปราการและจะรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจาก กทม. และปริมณฑล ด้วย

   หลังการเยี่ยมชม รมว.อว. กล่าวว่า วันนี้ได้นำความห่วงใยและกำลังใจ พร้อมคำขอบคุณ

มามอบให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง รพ.สนาม และเห็นถึงความตั้งใจของมรภ.ธนบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้ง รพ.สนาม เป็นการทำด้วยใจอย่างแท้จริง ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ว่า อว. พร้อมเป็นหน่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่

   ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ตนเองได้มาที่ รพ.สนาม แห่งนี้ ครั้งหนึ่งแล้วช่วงวันหยุดสงกรานต์ ซึ่งได้สัมผัสกับความตั้งใจของผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยมเกิดเป็น รพ.สนาม ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย น่าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นภาพของความร่วมมือครั้งนี้ และมั่นใจว่าไม่ว่าจะมีวิกฤติเข้ามาในอนาคตแบบใดก็สามารถก้าวผ่านได้อย่างแน่นอน

" 2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509182448982 141 ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการอนุรักษ์ควายไทย สร้างความตระหนักแก่เกษตรกรในการเลี้ยง ขยายพันธุ์เนื่องจากควายไทยมีแนวโน้มลดลง

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายสมศักดิ์ ธรรมบุตร ปศุสัตว์อำเภอค้อวัง และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ลงพื้นที่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เครือข่ายด้านปศุสัตว์ ของนางพิมพา มุ่งงาม บ้าน ดวน ม.7 ต.น้ำอ้อม อ.ค้อวัง เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ควายไทย กิจกรรมประกอบด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย การถ่ายพยาธิ การผสมเทียมเพื่อขยายสัตว์พันธุ์ดี มอบแร่ธาตุก้อน วิตามิน เพื่อบำรุงสุขภาพสัตว์ การตรวจสุขภาพสัตว์เบื้องต้น การทำพิธีแฮกนาตามประเพณีโบราณ การใช้ควายไถนา เพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าว และการเสริมสร้างความรู้ในการเลี้ยงควายแก่เกษตรกร เนื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย ซึ่งกำหนดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มี.ค.60 ที่เห็นชอบให้วันที่ 14 พ.ค.ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำรัสถึงหลักการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เป็นครั้งแรก และเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกรให้ความสำคัญในการเลี้ยงและขยายพันธุ์ควายไทย เนื่องจากจำนวนควายมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเนื่องจากเกษตรกรนิยมใช้รถไถนาแทนการใช้แรงงานควาย พื้นที่เลี้ยงลดลง ขาดแคลนแรงงานเลี้ยงควาย อาหารหยาบไม่เพียงพอ และควายขาดความสมบูรณ์พันธุ์ ทำให้มีลูกห่าง สำหรับ จ.ยโสธร มีกระบือ จำนวน 28,751 ตัว ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีกระบือ 32,073 ตัว

2021-09-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509180231979 142 วราวุธ ย้ำ สามารถเพิ่มป่าชายเลนของประเทศได้กว่า 200,000 ไร่ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคน พร้อมเน้นรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆเนื่องใน “วันป่าชายเลนแห่งชาติ”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำ สามารถเพิ่มป่าชายเลนของประเทศได้กว่า 200,000 ไร่ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคนช่วยกันรักษาและฟื้นฟู พร้อมเน้นรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆเนื่องใน “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” 

               นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้งดจัดกิจกรรม “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วเปลี่ยนรูปแบบการรณรงค์เน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน พร้อมกำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) หาแนวทางการสร้างมาตรฐานจัดการป่าชายเลนแบบครบทุกมิติ หลังผืนป่าชายเลนของประเทศไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีความสมบูรณ์และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการสำรวจและแปลภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับ GISTDA เมื่อปี 2563 พบพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ 1.737 ล้านไร่ แล้วเพิ่มขึ้นประมาณ 200,000 ไร่ เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่มีเพียง 1.53 ล้านไร่ ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคนช่วยกันดูแล รักษาและฟื้นฟูจนป่าชายเลนกลับคืนสภาพสมบูรณ์ในหลายพื้นที่ พร้อมได้เปิดตัว “แคนยอนบ้านท่าเลน จังหวัดกระบี่” เป็นผืนป่าชายเลนที่สมบูรณ์เกิดจากการดูแลของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังกำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งน้อมนำแนวพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นหลักและแนวทางร่วมกันปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์และดูแลป่าชายเลน ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ พร้อมคาดหวังจะเพิ่มป่าชายเลนมากขึ้นในทุกปี

                ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ปีนี้เน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางต่างๆเกี่ยวกับผลงานความสำเร็จของประชาชนที่ช่วยกันดูแลผืนป่าชายเลน จนทำให้จำนวนพื้นที่ป่าภาพรวมเพิ่มขึ้น การปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน และกิจกรรมสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน เช่น การก่อสร้างสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 รวมพื้นที่กว่า 518 ไร่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั่วโลก เป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนทั่วประเทศ และการผลักดันให้ผืนป่าชายเลนจังหวัดระนองที่มีความสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเสนอเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ เพื่อให้นานาชาติเห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติและสะท้อนความร่วมมือของประชาชนที่ช่วยกันดูแลอย่างเข้มแข็ง รวมทั้ง ให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งถอดบทเรียนจากกิจกรรมที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงการทำงาน การพัฒนาศักยภาพและความรู้ของเจ้าหน้าที่ การหาพันธมิตรภาคเอกชนและสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมฟื้นฟูและดูแลป่าชายเลน เชื่อว่า หลังโควิด-19 คลี่คลายพื้นที่ป่าชายเลนของไทยจะมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ จึงต้องเตรียมมาตรการและแนวทางรองรับสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล NULL สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509181743981 143 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,280 ล้านโดส ใน 195 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 35.19 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.74 ล้านโดส "

อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,280 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 35.19 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.74 ล้านโดส

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,259 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19.4 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 257 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 113 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 33.4 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 21.97 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,427,452 โดส ฉีดวัคซีนแล้ว 1,743,720 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น เข็มแรก 1,273,666 โดส และเข็มสอง 470,054 โดส ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,743,720 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 49.5%

" 2021-09-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509215858026 144 เช้านี้ลำปางอากาศดีมาก ไม่พบจุด Hotspot ด้านเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์สร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง "

          นายชัยธวัช ศิวบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ (10 พ.ค. 64) ไม่พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ทำให้คุณภาพอากาศอยู่ระดับอากาศดีมาก

          ด้านการป้องกัน เจ้าหน้าที่ยังคงออกลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เสี่ยง

ต่อการเกิดไฟป่า เพื่อสร้างการรับรู้และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านช่วงการประกาศห้ามเผาระหว่าง 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2564

          สำหรับการดำเนินงานของศูนย์รับแจ้งเหตุไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งเหตุทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-5425-6072-3 และทางกลุ่มไลน์ ""War Room ไฟป่าลำปาง"" รวมสะสม 422 ครั้ง ผลการดำเนินคดีสะสม 19 คดี พื้นที่เสียหาย 458-3-98 ไร่

" 2021-10-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510085102035 145 วันพืชมงคล เกษตรกรหลายแห่งถือโอกาสเตรียมดินไว้เพาะปลูก

10 พฤษภาคม 2564 เป็นวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นวันมงคลของเกษตรกรไทย ซึ่งจะได้เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ เนื่องจากจะก้าวเข้าสู่ฤดูฝนที่เหมาะแก่การปลูกพืช เพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงเหมาะแก่การทำนาปลูกข้าวและพืชไร่ต่างๆ

วันพืชมงคลที่ได้เริ่มขึ้นในวันนี้เกษตรกรหลายพื้นที่หลายแห่ง ทั้งชาวนา  ชาวสวน ได้เตรียมดินไว้เพื่อการเพาะปลูก หลังจากนี้เมื่อมีน้ำฝนมาสามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มรูปแบบ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นฤดูการผลิตของเกษตรกรไทย



2021-10-05T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510091018041 146 จังหวัดยโสธร ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางพร้อมจุดบั้งไฟถวายพญาแถน บอกกล่าวถึงฤดูการทำนา

นายสถิตย์ ศรีสงคราม ปลัดเทศบาลเมืองยโสธร ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมชาวชุมชนเทศบาลเมืองยโสธร ทำพิธีบวงสรวง บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทางที่ฐานจุดบั้งไฟจังหวัดยโสธร ที่บริเวณฐานจุดบั้งไฟ สวนสาธารณะพญาแถน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เนื่องจากในปีนี้จังหวัดยโสธรได้ประกาศงดจัดประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  เพื่อเป็นการบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางที่ไม่ได้จัดประเพณีบุญบั้งไฟตามประเพณี จึงต้องทำพิธีบวงสรวงเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้รับรู้และรับทราบพร้อมจุดบั้งไฟถวายพญาแถน เพื่อบอกกล่าวว่าถึงฤดูการทำนาแล้วให้ฝนตกลงมาตามความเชื่อของชาวจังหวัดยโสธร



2021-10-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510094514053 147 จังหวัดสกลนคร ชาวนาไถหว่านพันธุ์ข้าวในวันพืชมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล

วันพืชมงคล จะมีพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัย และให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงาม ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของเกษตรกรไทยที่จะเริ่มการเพาะปลูก โดยชาวนาจะนิยมใช้วันพืชมงคลในการเริ่มไถเตรียมดินในการทำนา 

วันนี้ 10 พฤษภาคม 2564 ที่แปลงนาของนายระดมจิตร แก้วกิ่ง ผู้ใหญ่บ้านนาสีนวล ม.3 ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร  ก็ได้ใช้รถไถนาเดินตามคู่ใจ ไถกลบเตรียมดิน โดยตอซังข้าวและวัชพืชที่ไถกลบ จะเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน ซึ่งเมื่อปรับเตรียมสภาพดินให้ดีแล้ว ผลผลิตข้าวก็จะดีตาม

นายระดมจิตร แก้วกิ่ง กล่าวว่า วันพืชมงคลถือเป็นวันดีของชาวนาไทย และเป็นวันที่เป็นสิริมงคลต่อเกษตรกรทุกคน โดยตนกับญาติจะมาช่วยกันทำนา ตั้งแต่เริ่มไถนา  หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ปักดำนา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ที่นาก็จะอยู่ใกล้กัน เนื้อที่ครอบครัวละ 5 ไร่ ทำนาแบบพอเพียง ไว้รับประทานในครอบครัว เหลือก็แบ่งปันเครือญาติ ปีไหนราคาดีก็จะแบ่งขายบ้าง โดยการทำนาในชนบทส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ เช่น พ่อแม่ที่อยู่บ้าน ขณะที่ ลูกหลานก็จะออกไปทำงานในเมือง หรือเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ

สำหรับสภาพดินและแหล่งน้ำของบ้านนาสีนวล ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก  เพราะอยู่ใกล้กับเทือกเขาภูพาน มีป่าไม้และมีแหล่งน้ำธรรมชาติจำนวนมาก โดยดินส่วนมากจะเป็นดินร่วนปนทราย ชาวบ้านจึงนิยมทำนาดำ โดยจะให้ผลผลิตที่ดีและดูแลง่ายกว่าการทำนาหว่าน ซึ่งมักจะมีปัญหาด้านวัชพืช

นอกจากนี้ ตนยังได้ทำเกษตรแบบผสมผสาน มีการปลูกพืชหลากหลายชนิดและขุดบ่อเลี้ยงปลา เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกด้วย  



2021-10-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510095440057 148 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในเพชรบุรี ขณะที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในจังหวัดเพชรบุรี ขณะที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (10 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ และภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 65 มิลลิเมตร // ศรีสะเกษ 56 มิลลิเมตร // กรุงเทพมหานคร 32 มิลลิเมตร // ชลบุรี 81 มิลลิเมตร และราชบุรี 52 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,676 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,907 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมถึงปัจจุบัน คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 35 ล้านลูกบาศก์เมตร จัดสรรน้ำไปแล้ว 46.50 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคกลาง มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 9 ล้านลูกบาศก์เมตร จัดสรรน้ำไปแล้ว 10.71 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 12 ล้านลูกบาศก์เมตร จัดสรรน้ำไปแล้ว 18.47 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ปริมาณน้ำยังคงลดลงเล็กน้อย

                กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าสะสม 3 วันล่วงหน้าในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง มีปริมาณน้ำไหลเข้ารวม 204 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะเน้นเก็บกักน้ำให้มากที่สุดสำรองน้ำไว้ใช้หน้าแล้งปีหน้าอย่างไม่ขาดแคลน

2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510100913060 149 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (10 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510101106062 150 "เกษตรกรชาวไร่ ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ต่างถือฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" ปลูกต้นกล้ากันแต่เช้า เพราะเชื่อว่าเป็นวันดี วันมงคล พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี ถึงแม้ปีนี้จะไม่สามารถจัดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้อย่างเต็มรูปแบบ" "

          เกษตรกรชาวไร่ ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ต่างถือฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" ปลูกต้นกล้ากันแต่เช้า เพราะเชื่อว่าเป็นวันดี วันมงคล พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี ถึงแม้ปีนี้จะไม่สามารถจัดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้อย่างเต็มรูปแบบ

          ถึงแม้ใน ""วันพืชมงคล"" ปีนี้ จะไม่สามารถจัดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้อย่างเต็มรูปแบบ เหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่าน ๆ มา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่ปีนี้ฝนมาเร็วกว่าทุกปี จึงส่งผลดีต่อเกษตรกร ชาวไร่ ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดในหลายพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดลพบุรี ต่างยังคงถือฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" ออกมาทำการเกษตรกันแต่เช้า เพราะเชื่อว่าเป็นวันดี วันมงคล พืชผลผลิตจะเจริญงอกงาม ขายได้กำไรดี โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในพื้นที่ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง และตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม ต่างนำรถไถเพื่อการเกษตร ซึ่งใช้สำหรับกดปักตอกล้าของต้นอ้อย เพื่อปลูกอ้อยลงสู่แปลงปลูกที่ได้ไถเตรียมไว้ก่อนหน้า กันแต่เช้า เช่นเดียวกัน

          เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง หมู่ที่ 10 ตำบลโคกตูม หลายรายก็ถือฤกษ์ดีใน ""วันพืชมงคล"" ร่วมกันลงแขก ปลูกต้นมันสำปะหลัง แบบใช้แรงงานคนในการปักเลียงต้นมันกล้า ในแปลงปลูกที่ได้มีการปรับแต่งพรวนดินยกล่องรอไว้ก่อนตั้งแต่เมื่อวานนี้ บนพื้นที่เกือบ 200 ไร่ โดยถือฤกษ์ดีในช่วงพืชมงคล ตามแบบประเพณีโบราณที่ยึดถือกันมาทุกปี เพราะเชื่อว่าหลังจากวันนี้ไปจะทำให้ฝนตกต้องฤดูกาล พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี และก็ถือเป็นฤกษ์ดีจริง ๆ เนื่องจากเมือคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นเพาะปลูกของเกษตรกรพอสมควร

          ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งส่วนใหญ่ ได้หยอดเมล็ดไปก่อนหน้าแล้ว 1-2 สัปดาห์ อย่างที่บอกว่าปีนี้ฝนมาเร็วกว่าทุกปี เกษตรกรบางส่วนจึงชิงเพาะปลูกไปก่อนล่วงหน้า และอาศัยฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" นำรถไถเพื่อการเกษตรขนาดเล็กออกมาไถพวนดิน และใส่ปุ๋ยในแปลงข้าวโพดของตนเองด้วยเช่นกัน

" 2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510104006071 151 "ชาวนาชัยนาทหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวถือฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" หวังผลผลิตเจริญงอกงามน้ำท่าอุดมสมบูรณ์" "

          ชาวนาชัยนาทหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวถือฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" หวังผลผลิตเจริญงอกงามน้ำท่าอุดมสมบูรณ์

          เกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เร่งไถ่นาปรับพื้นที่พร้อมเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยถือฤกษ์ดีใน ""วันพืชมงคล"" หวังผลผลิตดี น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ พืชผลทางการเกษตรเจริญงอกงาม เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการทำนา

          นางจารุวรรณ ปิ่นทอง อายุ 48 ปี เกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลเที่ยงแท้ เปิดเผยว่า ตนเองทำนาอยู่ประมาณ 44 ไร่ ปีนี้ ตนเองได้ทำการสูบน้ำจากคลองส่งน้ำของชลประทาน เพื่อนำน้ำมาใช้ทำนา ซึ่งปีนี้โชคดีที่ชลประทานได้เริ่มเปิดน้ำเข้าคลองจึงทำให้มีน้ำใช้ในการทำนา โดยเตรียมดินเสร็จและหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ในวันพืชมงคลพอดี แต่สิ่งที่ตนเองประสบปัญหามาตลอดฤดูกาลทำนาจากปีที่ผ่านมา คือ ปัญหาภัยแล้ง ผลผลิตได้รับความเสียหาย ราคาผลผลิตไม่ค่อยดี

          โดยในปีนี้หวังว่าผลผลิตทางการเกษตร ข้าวของตนจะเจริญงอกงามได้ผลผลิตดี มีราคาที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ หากเป็นไปได้อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นช่วยพยุงราคาข้าวให้ดีกว่านี้

" 2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510104303072 152 เกษตรอำเภอแม่ลาน้อย เตือนเกษตรกรเฝ้าระวัง “โรคเหี่ยวเหลืองในพริก” ระบาดหน้าฝน

        สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งเตือนเกษตรกรในช่วงนี้ให้หมั่นสำรวจแปลงและเฝ้าระวังการระบาดของ “โรคเหี่ยวเหลืองในพริก” สาเหตุจากเชื้อรา Fusarium oxysporum สามารถแพร่กระจายโดยทางดิน น้ำ และฝน พบโรคได้บ่อยในฤดูฝน

        ลักษณะอาการ คือ หากเกิดโรคในระยะกล้า ต้นพริกจะแสดงอาการมีแผลฉ่ำน้ำบริเวณคอดิน เหี่ยว และล้มพับเป็นหย่อมๆ แต่ถ้าเกิดโรคในระยะต้นโตแล้ว เชื้อราจะเข้าทำลายรากพริกหรือโคนต้นที่อยู่ระดับผิวดิน เมื่อใช้มีดปาดที่ผิวโคนต้นบริเวณระดับเหนือดินให้ลึกถึงท่อนำอาหารจะพบว่าท่อนำอาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ซึ่งอาการผิดปกตินี้จะลามไปถึงส่วนรากด้วย ส่วนใบที่อยู่ตอนล่างในทรงพุ่มหรือบริเวณรอบทรงพุ่มจะเหลืองและร่วง ต้นพริกจะแสดงอาการเหี่ยวช่วงแดดร้อนจัดแต่จะฟื้นในตอนเช้า และจะเหี่ยวถาวรภายใน 2-7 วัน พริกจะยืนต้นตายหรือใบร่วงหมด หากเกิดโรคในระยะออกดอกติดผล ดอกและผลจะร่วง

        สำหรับการป้องกันและกำจัด 1.ในการเตรียมดินควรไถดินตากแดดสักระยะหนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อโรคในดิน 2.ปรับสภาพดินด้วยปูนขาว และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือไถกลบปุ๋ยพืชสด 3.ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ผสมน้ำฉีดพ่นในแปลง 4.เว้นระยะต้นและระยะแถวให้เหมาะสม เพื่อให้แสงแดดส่องผ่านถึงพื้นดินและมีการระบายอากาศในทรงพุ่มได้ดี 5.หมั่นตรวจแปลง หากพบต้นที่เป็นโรคต้องรีบถอน 6.ปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยเพื่อตัดวงจรของโรค



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-10-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510121040093 153 เปิดใจเกษตรกรในโครงการธนาคารอาหารชุมชนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนาป่าแปกฯ ปลื้มปิติ ได้มีโอกาสนำข้าวที่ปลูกเอง ทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระพันปีหลวง

          นายวิโรจน์ บรรเจิดฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 ลงพื้นที่บ้านนาป่าแปก ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามความก้าวหน้าของเกษตรกรในโครงการธนาคารอาหารชุมชนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนาป่าแปก ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

          ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับลุงซู่ ผู้เฒ่าแห่งบ้านนาป่าแปก ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยระบุว่า ลุงซู่เล่าให้ฟังตามสำเนียงไทยใหญ่แฝงด้วยความปลื้มปิติ ว่า ณ พื้นที่ธนาคารอาหารชุมชนบ้านนาป่าแปกแห่งนี้

         ลุงซู่เป็นคนแรกที่เข้ามาทำมาหากิน และปลูกบ้านอยู่อาศัยเมื่อ 40 กว่าปีก่อน อยู่มาวันหนึ่งได้เห็นพ่อหลวงและแม่หลวงเสด็จฯมาที่นี้ ทั้งสองพระองค์ทรงงานจนเวลาพลบค่ำ พระองค์ท่านจึงเสด็จพระราชดำเนินบนพื้นดินเป็นทางลาดลงไปใกล้ๆลำธาร และเสวยพระกระยาหารค่ำที่กระท่อมเล็ก ๆ ตรงนั้น โดยผู้ตามเสด็จฯ ได้ส่องไฟสปอตไลท์ให้แสงสว่าง ระหว่างเล่าลุงซู่ได้ชี้ไปที่จุดที่เคยมีกระท่อมริมน้ำพร้อมแววตามีประกายสดใสและรอยยิ้มของผู้เฒ่า

          ลุงซู่ บอกว่าไม่ได้รับเสด็จฯมาหลายปีแล้ว แต่ยังโชคดี เมื่อไม่กี่ปีมานี้ลุงได้มีโอกาสนำข้าวที่ลุงปลูกเองในโครงการธนาคารอาหารชุมชนฯ เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายแด่นางฟ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ที่พระตำหนักปางตอง ลุงทราบว่าพระองค์ประชวร อยากให้พระองค์หายจากประชวร จะได้เสด็จฯมาที่นี่อีก



2021-10-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510114757088 154 ธ.ก.ส.ขยายระยะเวลาเปิดรับทำประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ในพื้นที่ 42 จังหวัด

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้เปิดโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต โดยใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนั้น เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ธ.ก.ส. จึงหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขยายระยะเวลาในการขายกรมธรรม์โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2564 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ในกลุ่มที่ 1 พื้นที่ 42 จังหวัด สำหรับจังหวัดอื่นๆ ยังคงสิ้นสุดตามระยะเวลาเดิม

กรมธรรม์การประกันภัยข้าวนาปีในส่วนของการประกันภัยขั้นพื้นฐาน อัตราค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 55 บาทถึง 230 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ความเสี่ยง โดยรัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 58 บาทต่อไร่ กรณีเป็นเกษตรกรลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อ ธ.ก.ส. ธนาคารจะจ่ายสมทบส่วนที่เหลือให้เต็มจำนวน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับประกันภัยฟรี โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเกิดภัยธรรมชาติ 7 ภัย วงเงินคุ้มครองจำนวน 1,260 บาทต่อไร่ กรณีเกิดภัยศัตรูพืช/โรคระบาด วงเงินคุ้มครอง 630 บาทต่อไร่ เป้าหมายการทำประกันภัยบนพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ 46 ล้านไร่ กรณีทำประกันภัยส่วนเพิ่ม ค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 24 บาทถึง 101 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ความเสี่ยง เมื่อเกิดภัยธรรมชาติจะได้รับวงเงินเพิ่มอีก 240 บาทต่อไร่ รวมเงินประกันภัยที่ได้รับ 1,500 บาทต่อไร่ กรณีเกิดภัยศัตรูพืช โรคระบาด ได้รับวงเงินคุ้มครองเพิ่ม 120 บาทต่อไร่ รวมเงินประกันภัยที่ได้รับ 750 บาทต่อไร่

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อ ธ.ก.ส. และเกษตรกรทั่วไปในพื้นที่เสี่ยงต่ำ จะได้รับสิทธิ์ประกันภัยฟรี ไม่ต้องมาติดต่อธนาคาร โดย ธ.ก.ส. จะดำเนินการให้ทั้งหมด ส่วนเกษตรกรทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงปานกลางและสูง สามารถซื้อประกันภัย ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “BAAC INSURE” ผ่านสมาร์ทโฟน หรือขอทำประกันภัยได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ



2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510133459144 155 คพ.ตรวจสอบพบฟาร์มหมูลุ่มน้ำแม่กลองและฟาร์มขนาดใหญ่ปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐานกว่าร้อยละ 70 พร้อมเร่งดำเนินการทางกฎหมายให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจสอบพบฟาร์มหมูลุ่มน้ำแม่กลองและฟาร์มขนาดใหญ่ปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐานกว่าร้อยละ 70 พร้อมเร่งดำเนินการทางกฎหมายให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ

              นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)  ได้รับแจ้งร้องเรียนจากประชาชนต่อเนื่องเรื่องความเดือดร้อนและผลกระทบเป็นวงกว้างจากปัญหาน้ำเสียจากการเลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ส่งผลให้ลำคลองและลำห้วยต่างๆในพื้นที่รอยต่อลุ่มน้ำแม่กลองเกิดการเน่าเสีย คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม และประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ คพ. ได้กำหนดแผนตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงสุกรจำนวนมาก เพื่อควบคุมการระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมหรือลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มีพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมแม่น้ำแม่กลองและคลองประดู่ไหลผ่าน 5 อำเภอ คือ ปากท่อ บ้านโป่ง โพธาราม เมืองราชบุรี และดำเนินสะดวก ซึ่งช่วงตุลาคม 2563 ถึง มีนาคม 2564 คพ.ได้ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียและคุณภาพน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว 100 แห่ง พบเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษการเลี้ยงสุกรประเภท ก (เทียบเท่าสุกรขุนมากกว่า 5,000 ตัว) 28 แห่ง ผลการตรวจสอบน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 20 แห่ง หรือร้อยละ 71 // ประเภท ข (เทียบเท่าสุกรขุน 500 - 5,000 ตัว) 47 แห่ง ผลการตรวจสอบน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 21 แห่ง หรือร้อยละ 46 (เก็บน้ำไม่ได้ 1 แห่ง) และประเภท ค (เทียบเท่าสุกรขุนมากกว่า 50 - 500 ตัว) 25 แห่ง ผลการตรวจสอบน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 8 แห่ง หรือร้อยละ 33 (เก็บน้ำไม่ได้ 1 แห่ง) 

             อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า จากการตรวจสอบพบฟาร์มสุกรประเภท ก ซึ่งเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ยังบำบัดน้ำเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะมีน้ำเสียเกิดขึ้นปริมาณมากและมีศักยภาพการก่อมลพิษสูง ส่วนของฟาร์มขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อยที่มีจำนวนมากมีสัดส่วนการก่อมลพิษสูงเช่นกัน ทั้งนี้ ฟาร์มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คพ.กำลังดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพเพียงพอจะบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดย คพ. จะลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่ภายในปีนี้

2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510122553106 156 สำนักงานชลประทานที่ 6 เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากฤดูฝนปี 2564 ลุ่มน้ำยัง "

        นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยหลังจากการลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือนพฤษภาคมจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน โดยคาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปีนี้จะเทียบเคียงเท่ากับปริมาณฝนในปี 2551 ซึ่งถือว่ามีเกณฑ์ฝนตกค่อนข้างมากปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สำนักงานชลประทานที่ 6 จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำยังซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยซ้ำซาก 

        สาเหตุเกิดจากช่วงต้นของลำน้ำยังในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะกว้างและลาดชันมาก ส่วนช่วงท้ายก่อนบรรจบกับลำน้ำชีในเขตอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะแคบลงและคดเคี้ยว จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประจำเกือบทุกปี เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จากการลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่าอาคารชลประทานและประตูระบายน้ำอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน งานก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยในลุ่มน้ำยังก็คืบหน้าไปมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จทันรับมือช่วงน้ำหลาก 

        นอกจากนี้ยังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบูรณาการป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำยัง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์ ป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำยัง 

        นายศักดิ์ศิริฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ดำเนินการตามมาตรการเตรียมการรับมือปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำยังตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ตามมาตรการของกรมชลประทาน โดยการควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างฯ รวมไปถึงการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ การกำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ, รถขุด, Sheet Pile, กระสอบทรายและเครื่องจักรต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่ให้เพียงพอ และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ที่สำคัญยังได้กำหนดแผนเผชิญเหตุกรณีที่เกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำยังโดยกำหนดให้พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำยังเป็นพื้นที่หน่วงน้ำตัดยอดน้ำหลากเก็บกักในแก้มลิง 3 แห่ง ได้แก่ บึงบ่อแก บึงเกลือ และกุดปลาคูณ ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำรวมประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม.

        ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา แผนเผชิญเหตุในภาวะฉุกเฉิน และมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำยังไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังคน  ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-10-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยเอ็ด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510131656130 157 กรมชลประทาน เร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำโดยเฉพาะผักตบชวาเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2564 นี้ ขณะนี้ยังคงเหลือการเก็บย่อยโดยใช้เรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก เข้าไปดำเนินการเก็บผักตบชวาที่ตกค้างในพื้นที่ รวมไปถึงผักตบชวาที่ลอยมาตามกระแสน้ำ อาทิ ที่ จ.นนทบุรี โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ ได้กำจัดวัชพืชและผักตบชวาบริเวณประตูระบายน้ำบางบัวทอง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง ที่ จ.นครปฐม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล นำเรือนวัตกรรมลงพื้นที่เก็บวัชพืช บริเวณคลองมหาสวัสดิ์ ต.มศาลายา อ.พุทธมณฑล ที่ จ.ปราจีนบุรี โครงการชลประทานปราจีนบุรี นำเรือกำจัดวัชพืช เข้ากำจัดผักตบชวา บริเวณบ้านคลองสารภี ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่สัญจรทางน้ำ ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำเน่าเสียในคลอง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เป็นต้น

ด้านนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กล่าวว่า ผักตบชวาที่ไหลมาสะสมกันเป็นจำนวนมากที่บริเวณ หน้าเขื่อนเจ้าพระยา กว่า 40,000 ตันในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ แต่ยังคงมีผักตบชวาไหลมาสมทบอีกกว่า 2,400 ตัน จึงได้เร่งให้เจ้าหน้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณการสะสมต่อไปแล้ว

นอกจากนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการ์ณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้ยังคงมีวัชพืชไหลเพิ่มเข้ามาสะสมอย่างต่อเนื่อง และสั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล รวมทั้งโครงการชลประทานทุกแห่ง เร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในเขตรับผิดชอบของตนเองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบให้แก่ประชาชน และป้องกันปัญหาจากการมีสิ่งกีดขวางในการระบายน้ำ



2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510212653255 158 "ชาวนาตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด ถือฤกษ์ดี ""วันพืชมงคล"" ไถนาพลิกดิน" "

          วันนี้ (10 พ.ค. 64) บริเวณแปลงนาข้าว หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด เกษตรกร ชาวนา นำรถไถนา เร่งไถนาพลิกดิน เริ่มต้นฤดูทำนา ปี 2564 โดยถือเอาฤกษ์ ""วันพืชมงคล"" เป็นวันเริ่มต้นของการทำนา ชาวนาในพื้นที่ต่างถือฤกษ์วันนี้ที่เป็นวันดีในการเริ่มต้นไถนาเพื่อเริ่มต้นฤดูการทำนา โดยได้ถือเอาฤกษ์ไถนา ตามความเชื่อที่สืบสานมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมจังหวัด (ข้าวขาวดอกมะลิ 105)

          เกษตรกรชาวนา ชาวตำบลหนองเสม็ด กล่าวว่า ตนยังได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ มาปรับใช้เพื่อลดต้นทุนการทำนาในฤดูกาลผลิตแต่ละฤดูอีกด้วย

" 2021-10-05T00:00:00 ภาคตะวันออก ตราด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510135556163 159 ก.ทรัพย์ และซีพีเอฟ ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนในพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆในพื้นที่ "

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนในพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆในพื้นที่

                นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา ทำโครงการ ""ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน"" เพื่อปกป้อง อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ภาพรวมจากการดำเนินโครงการระยะที่ 1 ระหว่างปี 2557 -2561 สามารถอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนรวม 2,388 ไร่ เช่น ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและผืนป่าชายเลน แล้วยังเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าชายเลน ช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระบบนิเวศป่าชายเลนกลับมาอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนมาในพื้นที่เป็นผลดีต่อชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ป่าชายเลนจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่อ่าวตัว ก. ที่มีปัญหาชายฝั่งถูกกัดเซาะ แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ผ่านโครงการซีพีเอฟช่วยให้ผืนป่าชายเลนบริเวณนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นป่าชายเลนมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากการปลูกไม้ป่าชายเลน อย่างต้นแสม ต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ แล้วปริมาณต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการทับถมของตะกอนเลนเป็นแนวเพิ่มขึ้น จนสามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้นเป็นผลโดยตรงของการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น

                นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี จะเดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนร่วมกับภาครัฐและประชาชนดูแลทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์ เพราะป่าชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญเป็นต้นทางการสร้างความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์และสัตว์ทุกชีวิต และเป็นแหล่งรายได้ของผู้ประกอบอาชีพด้านการประมง โดยซีพีเอฟจะเดินหน้าโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน”ระยะที่ 2 ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชปลูกป่าใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่มอีก 266 ไร่ หลังประสบความสำเร็จในพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร รวม 604 ไร่ ควบคู่กับเดินหน้าอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณ ต.ปากน้ำประแส จ.ระยอง รวม 614 ไร่ และปีนี้ยังมีแผนจะอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่บริเวณ ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด ถือว่าสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบกด้วย

               สำหรับการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากโครงการ ""ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน"" ระหว่างปี 2561-2562 เทียบกับก่อนเริ่มโครงการด้านเศรษฐกิจพบคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น เช่น รายได้จากการทำประมง โดยพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า และพื้นที่ ต.ปากน้ำประแส จ.ระยอง มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า ด้านสังคม กลุ่มผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตดีขึ้น จากการช้เวลาว่างเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝั่ง เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามธรรมชาติ และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

" 2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510140713168 160 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน "

นายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา และพังงา ทำโครงการ ""ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน"" เพื่อปกป้อง อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ภาพรวมจากการดำเนินโครงการระยะที่ 1 ระหว่างปี 2557 -2561 สามารถอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนรวม 2,388 ไร่ เช่น ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและผืนป่าชายเลน แล้วยังเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าชายเลน ช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระบบนิเวศป่าชายเลนกลับมาอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนมาในพื้นที่เป็นผลดีต่อชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ป่าชายเลนจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่อ่าวตัว ก. ที่มีปัญหาชายฝั่งถูกกัดเซาะ แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ผ่านโครงการซีพีเอฟช่วยให้ผืนป่าชายเลนบริเวณนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เป็นป่าชายเลนมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากการปลูกไม้ป่าชายเลน อย่างต้นแสม ต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ แล้วปริมาณต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการทับถมของตะกอนเลนเป็นแนวเพิ่มขึ้น จนสามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้นเป็นผลโดยตรงของการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี จะเดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนร่วมกับภาครัฐและประชาชนดูแลทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์ เพราะป่าชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญเป็นต้นทางการสร้างความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์และสัตว์ทุกชีวิต และเป็นแหล่งรายได้ของผู้ประกอบอาชีพด้านการประมง โดยซีพีเอฟจะเดินหน้าโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน”ระยะที่ 2 ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชปลูกป่าใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่มอีก 266 ไร่ หลังประสบความสำเร็จในพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร รวม 604 ไร่ ควบคู่กับเดินหน้าอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณ ต.ปากน้ำประแส จ.ระยอง รวม 614 ไร่ และปีนี้ยังมีแผนจะอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่บริเวณ ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด ถือว่าสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบกด้วย

สำหรับการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากโครงการ ""ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน"" ระหว่างปี 2561-2562 เทียบกับก่อนเริ่มโครงการด้านเศรษฐกิจพบคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น เช่น รายได้จากการทำประมง โดยพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า และพื้นที่ ต.ปากน้ำประแส จ.ระยอง มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า ด้านสังคม กลุ่มผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตดีขึ้น จากการช้เวลาว่างเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝั่ง เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามธรรมชาติ และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


 

" 2021-10-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510213113256 161 วว.เปิดห้องปฏิบัติการให้บริการสกัด ศึกษาประสิทธิภาพความปลอดภัย ตรวจวิเคราะห์ทดสอบสารสกัดจากกัญชากัญชง

ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า จากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ สร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศและป้องกันการผูกขาดทางด้านยารวมถึงการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจจากทรัพยากรที่มีอยู่ วว. โดยห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยาและห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยาได้เปิดให้บริการวิเคราะห์ทดสอบกัญชา ผลิตภัณฑ์กัญชา ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกัญชา/กัญชงและสารสกัดแคนนาบินอยด์  (Cannabidiol ; CBD) รวมทั้งวิเคราะห์ทดสอบองค์ประกอบและชนิดของกรดไขมัน โอเมก้า 3  และ 6 ในน้ำมันจากเมล็ดกัญชง ภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายและได้รับอนุญาตจาก อย.ดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาได้ โดยขณะนี้เปิดให้บริการวิจัยในการสกัดและศึกษาประสิทธิภาพความปลอดภัยกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด ส่วนดอกกัญชาที่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการวิจัยด้านการสกัดและตรวจสอบสาระสำคัญ

ทั้งนี้ วว. พร้อมให้บริการผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร ในการวิจัยและพัฒนา วิเคราะห์ทดสอบเกี่ยวกับกัญชา/กัญชง และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2577-9000 , 0-2577-9344 ในวันและเวลาราชการ


 

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511095040304 162 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาในหลายพื้นที่ เพื่อลดปริมาณการสะสมจนเกิดการเน่าเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาในหลายพื้นที่ เพื่อลดปริมาณการสะสมจนเกิดการเน่าเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (11 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ และภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 60 มิลลิเมตร // ระยอง 53 มิลลิเมตร และกระบี่ 60 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,654 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,885 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามความคืบหน้าการกำจัดผักตบชวาของกรมชลประทานบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยา 40,000 ตันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วยังเร่งกำจัดผักตบชวาที่ไหลมาสมทบอีกกว่า 2,400 ตัน เพื่อลดปริมาณการสะสมต่อไป

                 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังให้กรมชลประทานเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำต่อเนื่อง บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ ที่ประตูระบายน้ำบางบัวทอง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี // โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล บริเวณคลองมหาสวัสดิ์ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม // โครงการชลประทานปราจีนบุรี บริเวณบ้านคลองสารภี ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่สัญจรทางน้ำ ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำเน่าเสียในคลอง และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ คาดว่า จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511092943298 163 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511093722300 164 อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง และควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผลและพืชผัก "            นายสมนึก สวนดอกไม้ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ส่วนในช่วงวันที่ 14 -16 พฤษภาคม 2564 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะมี ฝนตกหนัก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฟ้าคะนอง และไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ป้ายโฆษณาสูงๆ ขณะลมแรง รวมทั้งควรเก็บของขึ้นสู่ที่สูงและผูกยึดอุปกรณ์เครื่องใช้ให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันน้ำพัดพา

            คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนอง เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาสูงๆ ขณะลมแรงและควรขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูก นอกจากนี้ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผลและพืชผัก ซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช เช่น ใบอ่อนและยอดอ่อน ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ

            ทั้งนี้       เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511100737312 165 กรมวิชาการเกษตร เข้มงวด ตรวจ ติดตาม เฝ้าระวัง สารตกค้างในผักและผลไม้ สุ่มตรวจ ไม่ปล่อยปละละเลย

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปี 2564 กรมวิชาการเกษตรสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GAP จากแปลงและแหล่งจำหน่าย ซึ่งเป็นโครงการตรวจติดตามที่ทำต่อเนื่องทุกปี โดยเน้นสุ่มตรวจชนิดผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการแจ้งเตือนตรวจพบสารตกค้างบ่อยครั้ง เช่น พริก ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ คะน้า ผักกาดขาว ส้มและฝรั่ง โดยได้ปรับแผนขยายขอบข่ายสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักผลไม้ครอบคลุมไปถึงผลผลิตที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และสินค้าที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) รวมทั้งยังสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่อาจมีการลักลอบใช้วัตถุอัตรายที่ห้ามใช้แล้วในประเทศด้วย ซึ่งจากการสุ่มเก็บตัวอย่างพืชที่ได้รับการรับรอง GAP และสุ่มเก็บตัวอย่างพืชที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากศูนย์กระจายสินค้า ตลาดค้าส่ง ตลาดค้าปลีก และห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่างพืชในกลุ่มที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม ( PGS) นั้น หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะพบว่าผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรอง GAP ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน 86 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรอง GAP ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข 67 เปอร์เซ็นต์ และสินค้าที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม(PGS) ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 86 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของพืชที่พบไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน กรมวิชาการเกษตรได้แจ้งข้อมูลการตรวจพบให้แหล่งจำหน่ายได้ทราบ เพื่อทำการตรวจสอบและฝ้าระวังความปลอดภัยของสินค้าร่วมกัน พร้อมทั้งได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตรเข้าทวนสอบย้อนกลับเพื่อหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สารวัตรเกษตรเข้าไปตรวจสอบ ร้านจำหน่ายสารเคมีในพื้นที่ที่มีการตรวจพบตัวอย่างสินค้าพืชที่พบสารตกค้างที่ห้ามใช้แล้วเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยกรมวิชาการเกษตรมีแผนที่จะบูรณาการปฏิบัติงานตรวจ ติดตามและเฝ้าระวัง สารตกค้างในผักและผลไม้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต่อไปอย่างเข้มข้นด้วย



2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131809435 166 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ออกใบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายปฏิบัติงานออกใบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสัตว์ก่อนเคลื่อนย้ายฯ จำนวน 1 ราย ใบเคลื่อนย้ายฯ ปลายทางที่ 229 หมู่ที่ 4 ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ไก่ไข่ คละเพศ 350 ตัว ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-11-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511103130334 167 เกษตร จ.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาคุณภาพและการผลิตส้มปลอดภัย ใช้สารชีวภัณฑ์ แทนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช

        นายอัครพล ขัติยะ เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายสุริยนต์ ดีดเหล็ก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกส้ม ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

        โดยเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ให้คำแนะนำในการผลิตส้มปลอดภัยด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ เพื่อลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช การตัดแต่งกิ่งไม้ผลตามหลักวิชาการ ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาคุณภาพและการผลิตส้มปลอดภัย เพื่อขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อเกษตรกร ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-11-05T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511111059347 168 ครม.ส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5 อนุมัติงบช่วยเหลือผ่านโครงการ 6,869 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (11 พ.ค. 64) อนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2563/2564 กรอบวงเงิน 6,869 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายโครงการช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 6,720 ล้านบาท และค่าดำเนินการของ ธ.ก.ส. จำนวน 149 ล้านบาท ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาอ้อยในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดให้มีรายได้รวมมากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ ซึ่งเป็นการจูงใจให้เกษตรกรตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น สำหรับรายละเอียดการดำเนินโครงการคล้ายคลึงกับฤดูการผลิตปี 2562/2563 ที่ผ่านมา แต่โครงการฤดูการผลิตปี 2563/2564 นี้ รัฐจะให้ความช่วยเหลือเฉพาะเกษตรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานเท่านั้น (ประมาณ 300,000 ราย) ในอัตรา 120 บาทต่อตัน ตั้งเป้าหมายอ้อยสดร้อยละ 80 ของปริมาณอ้อย คาดการณ์ทั้งหมด 70 ล้านตัน คิดเป็นอ้อยสด 56 ล้านตัน โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหลังปิดหีบ (ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน 2564) ซึ่ง ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทุกรายโดยตรง อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อส่งเสริมการตัดอ้อยสดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้นและตอบสนองการแก้ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ตามนโยบายรัฐบาลแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการประกอบอาชีพและดำรงชีพอีกด้วย



2021-11-05T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133600451 169 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งมอบผลไม้คุณภาพจากเกษตรกรไทย สู่บุคลากรทางการแพทย์ เป็นขวัญกำลังใจ

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นำผลไม้จากเกษตรกรไปมอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ในการปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนในช่วงสถานการณ์โรคโควิด - 19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในวันนี้ (11 พ.ค.64) โดยมี นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบ

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน โดยผลไม้ที่นำมามอบในครั้งนี้ เป็นผลไม้ที่เป็นผลผลิตของเกษตรกรไทยตั้งใจนำมามอบเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้แก่ เงาะ ทุเรียน สละ จากจังหวัดระยอง



2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511130654424 170 ครม.เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลปี 2564-2568 "

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลปี 2564-2568(ASEAN Regional Action Plan for Combating Marine Debris 2021-2025) และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายรับรองร่างแผนปฏิบัติการดังกล่าว และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำในร่างแผนปฏิบัติการในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยทางสำนักเลขาธิการอาเซียนจะขอรับการรับรองร่างแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลปี 2564-2568 จากรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564

สำหรับวัตถุประสงค์ของร่างแผนปฏิบัติการฯนั้น เพื่อสร้างการประสานงานทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล เนื่องจากขยะประเภทนี้มีปริมาณมากและใช้เวลาในการย่อยสลายนาน โดยเริ่มตั้งแต่ต้นทางของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงปลายทางในเรื่องของการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแผนปฏิบัติการนี้สามารถดำเนินงานได้อย่างสอดประสานกัน เพื่อแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่คุณค่าของพลาสติก ซึ่งตอบสนองต่อกรอบปฏิบัติการทั้ง 4 ด้าน และครอบคลุมการดำเนินการในทุกช่องของพลาสติกได้แก่ ลดการนำพลาสติกเข้าสู่ระบบ, ส่งเสริมการจัดเก็บและลดการรั่วไหลออกจากระบบ และสร้างมูลค่าให้กับพลาสติกที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ


 

" 2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134745463 171 ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ ชวนสืบสานพระราชปณิธาน วันป่าชายเลนแห่งชาติ "            ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ในหลวงรัชกาล 9 ทรงมีความห่วงใยเกี่ยวกับธรรมชาติของป่าชายเลนไทย ความว่า ""ป่าชายเลนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศของพื้นที่ชายฝั่งทะเลและอ่าวไทย แต่ปัจจุบันป่าชายเลนของไทยเรากำลังถูกบุกรุกและถูกทำลายลงไปโดยผู้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยเฉพาะต้นโกงกางเป็นไม้ป่าชายเลนที่แปลกขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัยระบบน้ำขึ้นลงในการเติบโตด้วย จึงขอให้ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง คือ กรมป่าไม้ กรมประมง กรมชลประทาน และกรมอุทกศาสตร์ ร่วมกันหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการทดลองขยายพันธุ์โกงกางและปลูกสร้างป่าชายเลนกันต่อไป""

            ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ หลายหน่วยงานที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแสดงเจตนารมณ์เนื่องในวันสำคัญดังกล่าวขึ้น

            ด้าน น.ส.สุภาดา วงศ์ซิ้ม ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ Rubbish Communication ได้แสดงความคิดเห็นว่า “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ถือเป็นวันสำคัญทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นความห่วงใยของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน ซึ่งนอกจากผู้ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ทุกภาคส่วนของสังคมควรร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานในการปกป้อง ดูแลรักษา ปลูกจิตสำนึกในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบไป

            ปริญญา  เทศสวัสดิ์ข่าว/ภาพ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-11-05T00:00:00 ภาคตะวันออก ชลบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511140530469 172 ครม.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 คุ้มครอง 7 ภัยธรรมชาติ และภัยศัตรูพืชโรคระบาด

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (11 พ.ค. 64) เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 วงเงินงบประมาณ 311.41 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทดลองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยก่อน และรัฐบาลจะชดเชยเงินตามจำนวนที่จ่ายจริง พร้อมด้วยอัตราต้นทุนเงิน ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ธ.ก.ส. บวก 1 ในปีงบประมาณถัดไป ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อให้เกษตรกรมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติผ่านระบบการประกันภัย และเป็นการต่อยอดความช่วยเหลือของภาครัฐในการรองรับต้นทุนการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีการผลิต 2563 โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข คือ พื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยโครงการปีการผลิต 2564 รวม 2.92 ล้านไร่ และค่าเบี้ยประกันภัย (ไม่รวมค่าอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบ่งเป็น ค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน แยกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ค่าเบี้ยประกันภัย 160 บาทต่อไร่ พื้นที่เป้าหมาย 2.8 ล้านไร่ โดยรัฐอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 96 บาทต่อไร่ และ ธ.ก.ส. อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้อีก 64 บาทต่อไร่ ส่วนกลุ่มลูกค้าเกษตรกรทั่วไป ค่าเบี้ยประกันภัยแยกเป็นพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 150 บาทต่อไร่ พื้นที่ความเสี่ยงปานกลาง 350 บาทต่อไร่ พื้นที่ความเสี่ยงสูง 550 บาทต่อไร่ พื้นที่เป้าหมาย 6 หมื่นไร่ โดยรัฐจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 96 บาทต่อไร่ และค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ ซึ่งเกษตรกรซื้อเพิ่มเติมและจะต้องจ่ายค่าเบี้ยเองตามระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ คือ พื้นที่เสี่ยงภัยต่ำ 90 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง 100 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงภัยสูง 110 บาทต่อไร่ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 6 หมื่นไร่

ส่วนวงเงินความคุ้มครอง ครอบคลุมภัยพิบัติธรรมชาติ 7 ภัย โดยค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐานให้วงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติจำนวน 1,500 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูหรือโรคระบาด จำนวน 750 บาทต่อไร่ ส่วนค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ ให้วงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติจำนวน 240 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูหรือโรคระบาด จำนวน 120 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์ได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขา



2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511181714626 173 กรมเจ้าท่า เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่จังหวัดนนทบุรี

นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูฝนและมีปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ผักตบชวาและวัชพืชมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมเจ้าท่า ได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่ตกค้าง เพื่อลดการสะสมของปริมได้ดำเนินการเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ และทางเดินเรือ โดยปัจจุบันได้ระดมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 1 ได้นำชุดเรือเจ้าท่า ผ.3 พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพื่อปฏิบัติงานกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณ ท้ายน้ำที่บริเวณเหนือน้ำมีการพร่องน้ำออกจากแม่น้ำ ลำคลองสายรองจากเหตุเกิดฝนตกหนักในเวลาที่ผ่านมา ทำให้ผักตบชวาและวัชพืชไหลมารวมกัน ซึ่งคาดว่าจะเก็บได้ปริมาณ 600-800 ตัน เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งเจ้าพระยา บรรเทาความเดือดร้อนให้สามารถใช้การสัญจรทางน้ำในชีวิตประจำวันและการอุปโภคบริโภค อีกทั้งช่วยในการเดินเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เกิดความปลอดภัย



2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134625461 174 จังหวัดลำพูน ร่วมกับภาคเอกชน และประชาชน ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ ป้องกันปัญหาภัยแล้ง ตามโครงการ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในปี 2564 ดำเนินการแล้ว 422 ฝาย "

        ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ซึ่งส่วนราชการจังหวัดลำพูน ร่วมกับภาคเอกชน และประชาชน ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ ป้องกันปัญหาภัยแล้ง ตามโครงการ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในปี 2564 มีเป้าหมายก่อสร้าง 1,000 ฝาย ขณะนี้ก่อสร้างในพื้นที่ทั้ง 8อำเภอแล้ว แล้ว 422 ฝาย 

        วันนี้ (11 พ.ค.64) ที่ห้องประชุมหริภุญชัย ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้ประชุมหารือ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ สร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ป้องกันปัญหาภัยแล้ง ตามโครงการ "" ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย "" โดยมีนายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ปลัดจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ซึ่งในปี 2564 จังหวัดลำพูนได้ตั้งเป้าหมายก่อสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 1,000 ฝาย ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ 

        โดยจังหวัดลำพูน ร่วมกับภาคเอกชน และประชาชน ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 422 ฝาย สำหรับแนวทางการดำเนินงานได้เกิดผลอย่างต่อเนื่องนั้น แต่ละอำเภอได้ประสานหน่วยงานสังกัดกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ในพื้นที่ สำรวจพิกัดการสร้างฝายชะลอน้ำที่เหมาะสมแล้ว ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนจิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อร่วมกันก่อสร้างฝาย และแสวงหาความร่วมมือในการดำเนินการจัดทำฝายชะลอน้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการบูรณาการด้านเอกชน ภายใต้กิจกรรม CSR ดำเนินการโดยกำหนดมาตรการตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำและรายงานผลการดำเนินงาน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนรับทราบอย่างต่อเนื่อง




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-11-05T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511144046486 175 ผวจ.แพร่ ตรวจดูการขุดลอกทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ "

         วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.30 น. นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย รอง ผอ.กอ.รมน.(ท), ท้องถิ่นจังหวัดแพร่, นายอำเภอสูงเม่น, ตัวแทน ปภ.จังหวัดแพร่, ตัวแทนชลประทานจังหวัดแพร่, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่, นายก อบต.หัวฝาย, ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวฝาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจดูการขุดลอกทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่บ้านหัวฝาย ระยะขุดลอกประมาณ 2.5 กิโลเมตร ณ บ้านหัวฝาย หมู่ที่ 3 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

        ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายของพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีหนังสือสั่งการด่วนให้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่ดำเนินการในการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี 2564 โดยเฉพาะการขุดลอกคู คลอง ซึ่งมีการตื้นเขินและมีเศษสวะกีดขวางการไหลของน้ำ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวจะทำให้มีฝนตก และมีปริมาณน้ำสะสมในพื่นที่ ก็จะทำให้น้ำสามารถระบายออกได้ทันไม่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร

        ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จังหวัดแพร่จัด “สัปดาห์รณรงค์กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ วันที่ 6-13 พฤษภาคม 2564” ขอเชิญประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ช่วยกัน ลอก รื้อ วัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง หัวสะพาน ฝายระบายน้ำ ปีนี้ฝนมาเร็ว น้ำจะมาก ป้องกันน้ำท่วม เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย โดยได้มอบนโยบายในการป้องกันอุทกภัยในปี 2564 โดยเฉพาะพื้นที่ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องรีบขุดลอกลำเหมืองหรือคลองส่งน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ดี เตรียมพื้นที่รองรับน้ำให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และป้องกันการเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-11-05T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151019504 176 จ.ร้อยเอ็ด ชู ข้าวหอมมะลิในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ขับเคลื่อนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

        วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ของจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และที่ปรึกษาโครงการ เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด

        ทั้งนี้ ที่ประชุม ได้ ชู ! ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ พื้นที่มากที่สุด กว่า 1 ล้านไร่ โดยข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้เป็นหนึ่งในสินค้าข้าวที่ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) เมื่อปี 2549 ซึ่งการผลิตสินค้าข้าว GI ในแหล่งภูมิศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียน เป็นการสร้างสินค้าข้าวที่มีเอกลักษณ์ต่างจากแหล่งผลิตอื่น จึงนับว่าเป็นโอกาสทางการค้า การตลาดรวมถึงเป็นการยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นสินค้าข้าวคุณภาพที่ได้มาตรฐานการผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น และที่สำคัญเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น รักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

        โดยจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 2,494,433.39 ไร่ รับรองข้าวอินทรีย์ ปี 2560 – 2563 รวมทั้งสิ้น 103,085.50 ไร่ ผลการรับรองข้าวมาตรฐาน GAP ปี 2563 กลุ่มติดตาม จำนวน 59,760.50 ไร่ ซึ่งข้าวเหล่านี้ จะถูกนำมาผลิตข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มมูลค่าทางอาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยเปิดเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและ อาหาร ณ บริเวณพื้นที่ทุ่งกุลาร้องให้ และจะเป็นโครงการทางการผลิต และโครงการการศึกษา สำหรับนักธุรกิจ นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ต่อไป

2021-11-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยเอ็ด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151254508 177 เกษตรนครพนม ช่วยเกษตรกรสวนสับปะรดหวานเร่งกระจายผลผลิตสู่ตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ป้องกันผลผลิตเสียหาย จากผลกระทบโควิด-19

        นางสาวกัญณฐา อภินนท์ธนา เกษตรจังห วัดนครพนม เปิดเผยว่า สับปะรดท่าอุเทน พืช GI ของจังหวัดนครพนม เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร มีพื้นที่ปลูกสับปะรด จำนวน 5,850 ไร่ ในอำเภอโพนสวรรค์ จำนวน 1,850 ไร่ และอำเภอท่าอุเทน จำนวน 4,000 ไร่ ในช่วงเดือนเมษายน- ต้นเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณมาก ส่งผลให้มีราคาลดลง เกษตรกรขายส่งที่โรงงานราคากิโลกรัมละ 5-6 บาท และจำหน่ายที่หน้าสวนกิโลกรัมละ 7 - 10 บาท ซึ่งราคาหน้าสวนเป็นราคาที่ชาวสวนพอใจ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง การเดินทางของนักท่องเที่ยวและการสัญจรไปมาลดลง ทำให้มีผู้บริโภคลดลงตามไปด้วย สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมพร้อมทีมเกษตรอำเภอ จึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสับปะรดของเกษตรกร พร้อมทั้งช่วยเร่งกระจายผลผลิตสู่ตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเป็นการป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหาย

        โดยผู้สนใจสามารถซื้อผลผลิตสับปะรดได้ที่หน้าสวนอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ส่วนตลาดสินค้าออนไลน์ ซื้อได้ทางเว็บไซต์ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com และทางเพจ facebook “ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ จังหวัดนครพนม” หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ หรือ โทรศัพท์ 09-8170-7112 , 08-0180-0015

2021-11-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151200507 178 คพ.ได้รับมอบถุงขยะติดเชื้อจากนักเรียน รร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เพื่อมาใช้ประโยชน์รณรงค์คัดแยกมูลฝอยติดเชื้อ หลังกรุงเทพมหานครพบขยะติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 20 ตันต่อวัน

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รับมอบถุงขยะติดเชื้อจากนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เพื่อมาใช้ประโยชน์รณรงค์คัดแยกมูลฝอยติดเชื้อ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว หลังกรุงเทพมหานครพบขยะติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 20 ตันต่อวัน

               นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รับมอบถุงขยะสีแดง 1,200 ใบ จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมรณรงค์คัดแยกมูลฝอยติดเชื้อในครัวเรือนและหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ช่วงเดือนเมษายนมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยกรุงเทพมหานครได้ประเมินตัวเลขขยะติดเชื้อในพื้นที่ทั้ง 50 เขตเพิ่มมากกว่า 20 ตันต่อวัน ที่ผ่านมา คพ. , กทม. และจังหวัดต่างๆให้ทำตามคู่มือการจัดการขยะติดเชื้อ โดยเฉพาะการทิ้งหน้ากากอนามัยจากครัวเรือนที่ส่วนใหญ่พบทิ้งปะปนกับขยะบ้านโดยไม่คัดแยกทิ้งให้ชัดเจน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดขึ้นได้ เพราะขยะติดเชื้อทั้งหน้ากากอนามัยและของใช้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งเมื่อไม่ได้ถูกแยกออกจะทิ้งปะปนไปรถขยะและกองขยะ ทั้งนี้ ภาพรวมขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆไม่น่ากังวล เนื่องจากขยะติดเชื้อทุกประเภทต้องนำเข้าระบบการจัดเก็บและกำจัดและมาตรฐานกำจัดขยะติดเชื้อ แต่สิ่งที่กังวลคือประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่ยังทิ้งรวมกับขยะปกติ ทำให้ คพ. ได้รับมอบถุงขยะสีแดงจาก ดช.วรดร โกศลพิศิษฐ์กุล และ ดช.ธัญฑ์ กฤษณะเศรณี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม ร่วมกับผู้ปกครอง จากการทำโครงการ “มินิ ถุงแดง สำหรับครัวเรือน” ขนาดเหมาะสมสำหรับครัวเรือน 18 X 20 นิ้ว 1,200 ใบ เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนักการคัดแยกขยะมูลฝอยติดเชื้อ ทั้งหน้ากากอนามัยและทิชชู ระดับครัวเรือนให้กับประชาชนช่วงโควิด ถือเป็นต้นแบบเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกและให้ความสำคัญต่อการคัดแยกขยะ สำหรับถุงขยะสีแดงดังกล่าวมีส่วนผสมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ได้จากการหมุนเวียนขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ โดย คพ.จะนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนพื้นที่เขตพญาไทในการแยกขยะมูลฝอยติดเชื้อ เพื่อให้กรุงเทพมหานครนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป

              อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า อยากขอความร่วมมือทุกครัวเรือนให้ทิ้งหน้ากากอนามัยแยกออกจากขยะทั่วไปต่างหาก ด้วยการขอให้ม้วนด้านในที่สัมผัสกับปาก แล้วนำสายรัดให้แน่นลงในถังเฉพาะประมาณ 3 - 4 วัน จากนั้นรวบรวมใส่ถุงพลาสติกและถุงที่ไม่เปียกน้ำง่าย มัดปากถุงให้แน่น แล้วเวลาจะทิ้งเขียนป้ายว่าเป็นขยะติดเชื้อ แยกรวบรวมใส่ถุงติดป้ายชัดเจนก่อนนำไปทิ้งในจุดรับทิ้งของกรุงเทพมหานครที่มี 1,000 จุด เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนมูลฝอยติดเชื้อไปกับขยะทั่วไป ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมมือกันคัดแยกขยะและแยกทิ้งให้ถูกถัง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากมูลฝอยติดเชื้อ ชณะเดียวกันขอให้ประชาชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออนไลน์ ให้ทุกคนช่วยกันด้วย

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511154105529 179 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินหน้าช่วยเหลือพื้นที่ต้องการน้ำตามความต้องการของเกษตรกรทั่วทุกภูมิภาค

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงนี้ประเทศไทยตอนบน มีความชื้นจากลมตะวันออกเฉียงใต้และลมจากทางใต้ปกคลุม ส่งผลให้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ขณะที่ความต้องการน้ำของเกษตรกรที่ขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาจากเดิม 174 แห่ง เพิ่มเติม 7 แห่ง รวมเป็น 181 แห่ง ได้แก่พื้นที่ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และ อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ขณะที่โอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและพายุฤดูร้อนตามมา ส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดพายุลูกเห็บค่อนข้างมาก

สำหรับช่วงเช้าวันนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ปฏิบัติการบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนกิ่วลม  หน่วยปฏิบัติติการ จ.กาญจนบุรี ปฏิบัติการในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนศรีนครินทร์  หน่วยปฏิบัติติการ จ.ลพบุรี ในพื้นที่การเกษตร จ.ชัยนาท อุทัยธานี และหน่วยปฏิบัติการ จ.อุบลราชธานี ปฏิบัติการพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำขนาดกลาง จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ


 

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511183101636 180 เกษตรกรตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ปลูกสละอินโดร่วมยางพาราสร้างรายได้ "            วันนี้ (11 พฤษภาคม 2564 ) นายอำนาจ เซ่งเซี่ยง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอย่านตาขาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละอินโดร่วมยางพาราของนายเสถียร ศิริพันธ์ ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง

            ทั้งนี้  เกษตรกรมีพื้นที่ปลูกสละอินโดร่วมยางพารา จำนวน 15 ไร่ อายุประมาณ 15 ปี จากการลงพื้นที่เยี่ยมแปลงสละฯ ของเกษตรกรพบว่าในช่วงหน้าฝนมีเชื้อราเข้าทำลายผลผลิต จึงได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ทางดิน โดยผสมเชื้อสด 1 กิโลกรัม : รำละเอียด 4 กิโลกรัม. : ปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัม โรยรอบโคนต้น ต้นละ 1-2 กิโลกรัม ซึ่งการปลูกสละอินโดร่วมยางพาราสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยหลังจากหักต้นทุนแล้วไม่ต่ำกว่า 135,400 บาท/ปี พร้อมด้วยรายได้จากการกรีดยางพาราเฉลี่ย 106,000 บาท/ปี และเกษตรกรมีการจำหน่ายต้นพันธุ์สละ โดยต้นตัวเมียจำหน่ายต้นละ 120 บาท ต้นตัวผู้จำหน่ายต้นละ 100 บาท สำหรับผลผลิตจำหน่ายกิโลกรัมละ 70 บาท ดังนั้นการปลูกสละอินโดร่วมยางพาราสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรได้ (สนใจสั่งซื้อได้ที่นายเสถียร ศิริพันธ์ โทร. 095-0163001)


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-11-05T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511160325547 181 รองผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่ตรวจประเมินความพร้อมตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (ตลาดกุ้ง) เตรียมเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ พิจารณาการเปิดตลาด

            เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่ ร้านเฟื่องทองซีฟู๊ด ภายในตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (ตลาดกุ้ง) ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายนครินทร์ อาจหาญ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะตรวจประเมินฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนตำบลหันตรา และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจประเมินความพร้อมตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (ตลาดกุ้ง) ติดตามการป้องกันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อเตรียมข้อมูลเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิจารณา การเปิดให้ตลาด

            นายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า ตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (ตลาดกุ้ง) ในภาพรวมถือว่า ได้รับความร่วมมือจากร้านค้า เกือบทุกร้าน หลังจากที่ได้มีการตรวจประเมินจากทีมศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้ดำเนินการตรวจประเมินร่วมกับทีมสาธารณสุขจังหวัด และ อบจ. เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาในมาตรการ 12 ข้อยังมีหลายเรื่องที่ยังไม่ผ่านการประเมิน เกี่ยวกับการควบคุมจำนวนลูกค้า การติดตั้งพัดลมระบายอากาศ และการติดตั้งบ่อดักไขมัน เป็นต้น ซึ่งในวันนี้ ทางทีมสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา และ อบต.หันตรา ได้ลงพื้นที่ประเมินความพร้อมในการเตรียมเปิดให้บริการลูกค้าของร้านค้าภายในตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (ตลาดกุ้ง) โดยร้านค้าส่วนใหญ่ได้ปรับปรุงตามมาตราการ 12 ข้อได้เป็นอย่างดี มีการกำหนดจุดเข้า-ออกตลาด อย่างชัดเจน โดยลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการจะต้องมีการตรวจวัดอุณภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และสแกนแอป “ไทยชนะ” ทุกคน ส่วนทางร้านค้าเอง จะต้องให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านตรวจวัดอุณภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และสแกน แอปไทยชนะ อีกครั้งก่อนเข้าร้านเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ต้องมีการประเมินความเสี่ยงของบุคลากรภายในร้านค้าเองด้วย ถือเป็นการประเมินตนเอง โดยให้ทำแบบรายงานในทุกๆ วันก่อนเปิดร้าน และหลังปิดร้าน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511162408569 182 กรมชลประทาน เชิญชวนเกษตรกรปลูกข้าวนาปี หลังปริมาณฝนตกเป็นไปตามคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ในหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาการคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยาที่มีความพร้อมในการทำนาปีได้แล้ว จึงให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ทำการประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรในพื้นที่ ที่มีความพร้อมให้เริ่มเพาะปลูกพืชพร้อมกันโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักและให้เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการตามมาตรการที่วางไว้ อาทิ การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกัก  (RULE CURVE) และเพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย กำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือรวม 5,935 หน่วย ไว้ในพื้นที่เสียงอุทกภัย ซึ่งสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานเฝ้าระวังติดตาม สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้ โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้ตรวจสอบเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง 437 แห่ง และอาคารชลประทานทั่วประเทศอีก 1,806 แห่ง ให้มีความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างเต็มศักยภาพ ที่สำคัญที่ได้เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด



2021-11-05T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511182623631 183 กรมวิชาการเกษตร ลุยตรวจสารตกค้างผัก ผลไม้ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ปรับแผนปี 64 ตรวจเพิ่มครอบคลุมผัก ผลไม้ ไม่เข้ามาตรฐาน GAP

        นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่าในปี 2564 นี้กรมวิชาการเกษตรได้สุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GAP จากแปลงและแหล่งจำหน่าย ซึ่งเป็นโครงการตรวจติดตามที่ทำต่อเนื่องทุกปี โดยเน้นสุ่มตรวจชนิดผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการแจ้งเตือนตรวจพบสารตกค้างบ่อยครั้ง เช่น พริก ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ คะน้า ผักกาดขาว ส้ม และฝรั่ง  โดยในปีนี้กรมวิชาการเกษตรได้ปรับแผนขยายขอบข่ายสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักผลไม้ครอบคลุมไปถึงผลผลิตที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP  และสินค้าที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) รวมทั้งยังสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่อาจมีการลักลอบใช้วัตถุอัตรายที่ห้ามใช้แล้วในประเทศด้วย 

         #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512224532155 184 จ.นครสวรรค์ เฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร ในอำเภอแม่เปิน

        ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอแม่เปิน ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ให้เฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร ถึงแม้ยังไม่พบการระบาดก็ตาม

        นายสัตวแพทย์พิษณุ ตุลยวณิชย์ ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่อำเภอแม่เปิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอแม่เปิน เพื่อสร้างความรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคและการควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมทั้งมาตรการในการเฝ้าระวังและแนวทางป้องกันโรค การควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร ซากสุกร รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากสุกร แก่ผู้ประกอบการ ในอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์

        โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นโรคไวรัสติดต่อร้ายแรงที่เกิดกับสัตว์ในตระกูลสุกรทุกชนิด เกิดได้ทุกช่วงอายุ การเกิดโรคมักมีการระบาดรุนแรงทาให้สัตว์ที่ติดเชื้อตายเกือบหมดแต่เชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมสูง สุกรที่หายป่วยแล้วยังมีเชื้อไวรัสได้นานจึงสามารถเป็นพาหะของโรคได้ตลอดชีวิต ทำให้เมื่อมีเกิดโรคขึ้น ยากที่จะกำจัดโรคได้หมด ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันและควบคุมโรคนี้ทำให้การเกิดโรคระบาดส่งผลกระทบรุนแรงโดยตรงต่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมากแม้ว่าเชื้อนี้จะไม่ติดคนก็ตาม โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรจึงเป็นความเสี่ยงใหม่อีกชนิดหนึ่งสาหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงและผลิตสุกรของประเทศไทย เนื่องจากพบรายงานการระบาดของโรคในสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีความเสี่ยงสูงของโรคนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกใต้ เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสัตว์-ซากสัตว์ภายในภูมิภาค รวมถึงมีโอกาสที่เชื้อจะปนเปื้อนกับคนและอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสุกรที่ไม่ผ่านการปรุงสุกเพื่อการบริโภค โดยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นโรคระบาดสัตว์ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมปศุสัตว์จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อป้องกันมิให้โรคนี้เข้ามาภายในประเทศ ซึ่งมีอุตสาหกรรมการผลิตและเลี้ยงสุกรที่ก้าวหน้าในลำดับต้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2021-11-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511173515607 185 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

                กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (12 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เพชรบูรณ์ 102 มิลลิเมตร // ชลบุรี 53 มิลลิเมตร และนราธิวาส 60 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,620 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,850 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงราย เพชรบูรณ์ ชลบุรี ระยอง และสงขลา พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามการแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็ม น้ำท่วม น้ำแล้งระยะเร่งด่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง คือ บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาท่าจีน บางปะกงตอนล่าง และแม่กลองตอนล่าง โดยมีแนวทางมาตรการแก้ปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้น้ำและปริมาณน้ำต้นทุนในลุ่มน้ำ ด้วยการควบคุมการจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำของทุกภาคส่วน และลดต้นทุนการใช้น้ำในอนาคต // การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของแต่ละลุ่มน้ำ ด้วยการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และอุปโภค-บริโภค จัดหาแหล่งน้ำสำรองทั้งผิวดินและใต้ดิน และพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่ต้นน้ำให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้เต็มศักยภาพ รวมทั้ง การกำหนดแนวทาง มาตรการ กลไก ระบบคาดการณ์ และผลการศึกษาวิจัยสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ

                ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะนำข้อสรุปกรอบแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวเสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดที่อยู่บริเวณชายขอบของ 4 แม่น้ำสายหลัก เพื่อรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ และสรุปรายงานต่อ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512090140716 186 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (12 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512091623727 187 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์และจับลูกสุนัขจรจัด ส่งมอบให้กับผู้เลี้ยงรายใหม่

            สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์และจับลูกสุนัขจรจัด ส่งมอบให้กับผู้เลี้ยงรายใหม่

                         

            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่ ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ จำนวน 1 รายเป็นเกษตรกรบ้านกกกระบาก หมู่ที่ 10 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงแพะเนื้อ 12 ตัว ไก่พื้นเมือง 32 ตัว พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย            


            ก่อนหน้านั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ลงพื้นที่จับลูกสุนัขจรจัด ส่งมอบให้กับผู้เลี้ยงรายใหม่ จำนวน 3 ตัวที่บริเวณพระธาตุศรีสองรัก ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512100031760 188 ผู้ว่าฯขอนแก่น ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกคูคลองกำจัดวัชพืช รองรับน้ำช่วงฤดูฝน

        วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่บริเวณลำห้วยพระคือ เทศบาลตำบลพระลับ อำเภอเมืองขอนแก่น ดร สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการกำจัดวัชพืช เศษสวะ ผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ และเปิดทางน้ำ การพร่องน้ำเพื่อเตรียมเป็นแก้มลิงไว้รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2564

        ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในโครงการขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืชและผักตบชวาเพื่อเปิดทางน้ำ เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันน้ำท่วม ในเขตเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นในปีนี้ ได้เริ่มเปิดโครงการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ในการดำเนินการช่วงต้นของโครงการ เป็นการเริ่มต้นการพร่องน้ำที่บึงหนองโคตร ขุดลอกผักตบชวาและขุดลอกคูคลอง เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำบริเวณคลองส่งน้ำ บริเวณหมู่บ้านชลดามายังศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น และไหลไปยังตอนท้ายของลำน้ำก่อนที่จะเข้าสู่ลำน้ำพอง ซึ่งส่วนที่กำลังดำเนินงานเป็นเขตเทศบาลตำบลพระลับ มีระยะทางประมาณ 11.7 กิโลเมตร แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ช่วง โดยจากการสำรวจจะมีการทำงานเพียง 2 ช่วง ระยะกว่า 6 กิโลเมตร ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งของระยะทางทั้งหมด ส่วนอีก 3 ช่วง ลำน้ำยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ โดยเป็นการบูรณาการเครื่องมือและบุคลากรของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ คือ เทศบาลตำบลพระลับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานชลประทานที่ 6 และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 6 รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการเตรียมความพร้อมในการเร่งการระบายน้ำ โดยคาดการณ์ว่าปีนี้ ปริมาณน้ำฝนน่าจะมีปริมาณสูง ตามที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พยากรณ์อากาศไว้ว่า จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี 5 - 10 เปอร์เซ็นต์

        อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อในช่วงที่ยังไม่เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการนั้น ยังจะต้องมีการขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำต่างๆในเขตเมือง ขณะนี้ ภาครัฐและประชาชนในทุกอำเภอได้มีการขุดลอกร่องระบายน้ำ โดยที่ผ่านมามีดินโคลนไปอุดตัน ทำให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งแต่ละหน่วยงานในแต่ละอำเภอได้มีจิตอาสา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปกครองท้องที่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกันเตรียมการป้องกันน้ำท่วมของจังหวัดขอนแก่นในตัวอำเภอไว้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม และสามารถช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512101354764 189 ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างนวัตกรรมผลิตภาชนะจากใบไม้ ทดแทนการใช้โฟมและพลาสติก ลดภาวะโลกร้อน ลดปัญหาด้านขยะ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้าน อบจ.สกลนคร เตรียมสนับสนุน "            มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนป่าครอบครัวต้นผึ้ง ตำบลต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร ได้จัดทำโครงการ “ผลิตภาชนะจากใบไม้” เพื่อทดแทนการใช้โฟมและพลาสติก  ลดภาวะโลกร้อน และปัญหาด้านขยะ  โดยนายชูพงศ์ คำจวง นายก อบจ.สกลนคร พร้อมคณะก็ได้ลงพื้นที่เตรียมสนับสนุนโครงการดังกล่าว เพื่อขยายการผลิต สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น   

            ผศ.รุจิกาญจน์ ศิริวาลย์ กล่าวว่า ตนได้รับผิดชอบโครงการ 1 ตำบล 1 มหาลัย คลัสเตอร์ 14 ตำบลต้นผึ้ง โดยมุ่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 พบว่าประชาชนตำบลต้นผึ้งมีความเข้มแข็งสามัคคี และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นพื้นที่ต้นแบบ “ป่าครอบครัว” และการทำกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อเก็บผลผลิตจากป่า ซึ่งมีเอกสารสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมาย และครอบครองโดยบุคคล โดยได้นำใบไม้แห้ง มาผลิตเป็นภาชนะ โดยมีแนวคิด“เปลี่ยนใบไม้ เป็นรายได้” และได้พัฒนานวัตกรรม “เครื่องขึ้นรูปภาชนะจากใบไม้”  จากใบไม้ที่ไร้มูลค่าเมื่อแปรรูปเป็นภาชนะแล้ว นำไปจำหน่ายได้ชิ้นละ 3-4 บาท ขึ้นกับชนิดของใบไม้  ใบไม้ที่สามารถแปรรูปได้ เช่น ใบไผ่ ใบพลวง ใบกล้วย กาบกล้วย ถ้าเป็นใบแห้งให้แช่น้ำพอนิ่ม ถ้าเป็นใบสดให้นำมาตากแดด แล้วนำไปขึ้นรูปด้วยเครื่องอัด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที นำมาตัดแต่งด้วยกรรไกรให้ได้รูปแบบตามต้องการ ปัจจุบันกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 



" 2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512105930785 190 กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรเข้าร่วม 29,877 ราย เกิดการจ้างงานแล้ว 13,677 ราย

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับสมัครเกษตรกรและจ้างแรงงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบลในพื้นที่เป้าหมาย 4,009 ตำบล  เกษตรกรเป้าหมาย 32,000 ราย มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 29,877 ราย แบ่งเป็น  เกษตรกรทั่วไป 28,493 ราย เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่  (5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง) จำนวน 1,384 ราย และมีการจ้างแรงงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบล จำนวน 13,677 ราย จากเป้าหมาย 16,000 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2564)

ทั้งนี้ได้มีการจัดทำคู่มือมือการปฏิบัติงาน จำนวน 50,000 เล่ม และได้ดำเนินการจัดส่งทั้งหมดแล้ว มีการขุดสระเก็บกักน้ำให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 32,000 แปลง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างขุดสระเก็บกักน้ำรอบแรกให้แก่เกษตรกรจำนวน 19,059 ราย อยู่ระหว่างการขุด จำนวน 17,612 ราย ขุดสระเก็บกักน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 1,447 ราย และอยู่ระหว่างสำรวจความต้องการปัจจัยการผลิตของเกษตรกร และเตรียมจัดสรรโอนงบประมาณสู่พื้นที่จังหวัด

สำหรับการช่วยเหลือด้านปัจจัยนั้น แบ่งเป็นแต่ละกรมต่างๆตามภารกิจกรม เช่น กรมพัฒนาที่ดินจะสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการพัฒนาที่ดิน เช่น วัสดุปรับปรุง บำรุงดิน เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ฯลฯ กรมส่งเสริมการเกษตร จะสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านพืช เช่น กิ่งพันธุ์ไม้ผล ไม้ยืนต้น (ไม้ที่ให้ผลผลิต) และเมล็ดพันธุ์พืชผัก สมุนไพร กรมประมง จะสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านประมง เช่น พันธุ์สัตว์น้ำ อาหารสัตว์น้ำ และ กรมปศุสัตว์ จะสนับสนุนปัจจัยด้านปศุสัตว์ เช่น พันธุ์สัตว์และหรืออาหารสัตว์ วัตถุดิบอาหารสัตว์ เมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์ วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยง เป็นต้น



2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512114118818 191 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และบริการน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรพื้นเมือง "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 จำนวน 20 โดส และอุปกรณ์การฉีดวัคซีนฯ จำนวน 1 ราย เป็นเกษตรกรบ้านกกกระบาก หมู่ที่ 10 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงแพะเนื้อ 12 ตัว พร้อมให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ การเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

            จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ จำนวน 1 ลิตร แก่ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก บ้านห้วยตาด หมู่ที่ 2 ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงสุกรพื้นเมือง 6 ตัว พร้อมให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรพื้นเมือง ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512113834817 192 สำนักงานเกษตรเลย ประชุมประจำสัปดาห์ตามระบบส่งเสริมการเกษตรและลงพื้นที่เตรียมความพร้อมในการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นสาขาไร่นาสวนผสม ปี 2564

        กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย โดยนายประดิษฐ์ อินตาพรม เกษตรจังหวัดเลย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ร่วมประชุมประจำสัปดาห์ตามระบบส่งเสริมการเกษตร เพื่อหารือข้อราชการและชี้แจงรายละเอียดการปฏิบัติงานเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี พ.ศ.2564 แจ้งรายละเอียดการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นเพื่อรับรางวัลแม่ดีเด่น การชี้แจงรายละเอียดการจัดประชุมคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนการขับเคลื่อนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอำเภอด่านซ้าย การชี้แจงการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่น ประจำปี 2564 การแจ้งการอบรมแปลงใหญ่ข้าว กิจกรรมบริหารจัดการศัตรูข้าว พร้อมทั้ง ชี้แจงข้อราชการอื่นๆ ที่มีความสำคัญเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

        จากนั้น นายประดิษฐ์ อินตาพรม เกษตรจังหวัดเลย พร้อมด้วยนายศราวุฒิ เกลี้ยงพร้อม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสมระดับเขต ประจำปี 2564 ซึ่งมีเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพไร่นาสวนผสมระดับจังหวัด ปี 2564 คือ นายเฉลิมชัย อินทรชัยศรี เกษตรกรบ้านโคกใหญ่ ตำบลตาดข่า อำเภอหนองหิน เข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้ พร้อมทั้งทดสอบระบบ zoom สำหรับการคัดเลือก





#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140710897 193 จังหวัดสุราษฎร์ธานีพิจารณาการขออนุญาตสิ่งก่อสร้างในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ป้องกันการทำลายและเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ "            วันนี้ (12 พ.ค. 64) ที่ห้องตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 5/2564 เพื่อหารือและติดตามการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

            โดยการนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาโครงการที่บริษัทเอกชน จำนวน 3 ราย ในพื้นที่อำเภอเมือง 1 ราย และอำเภอเกาะสมุย 2 ราย ที่ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตดำเนินโครงการประเภทโรงแรม ที่พัก หรือรีสอร์ท ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว เป็นไปตามหลักของการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมพิจารณาโครงการทั้งหมดอย่างรอบคอบก่อนที่จะให้ความเห็นชอบ เพื่อสงวนรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มิให้ถูกทำลายเสียหาย และเสื่อมโทรมมากขึ้น


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-12-05T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512123011845 194 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2021 ที่จะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2021 ที่จะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านระบบโปรแกรม Zoom Cloud Meetings ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าในการดำเนินงานพืชสวนโลก 2021 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมหกรรมพืชสวนโลกดังกล่าว ได้เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งสวนที่จัดแสดงสวนไทยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างดี โดยที่ประชุมเตรียมการจัดแถลงข่าวและพิธีเปิดสวนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยที่ประชุมเห็นชอบการเลื่อนการจัดงานแถลงข่าวเป็นวันที่ 3 กันยายน 2564 และใช้รูปแบบออนไลน์พร้อมกันทั้งสองประเทศ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความหลากหลายของสินค้าเกษตรไทย และส่งเสริมการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

สำหรับกิจกรรมภายในงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดจัดกิจกรรมภายในงานจำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2564 ภายใต้แนวคิดกล้วยไม้และผลไม้ไทย และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 4 – 10 กันยายน 2564 และครั้งที่ 2 เป็นการจัดแสดงสินค้ากลุ่มผัก สมุนไพรแปรรูป และเครื่องปรุงสำเร็จ กลุ่มกล้วยไม้และไม้ดอก ไม้ประดับและกลุ่มสินค้าเกษตรอื่น ๆ) การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2021 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จัก เพื่อเปิดตลาดสินค้าเกษตรชนิดใหม่ๆ เพิ่มเติมในตลาดประเทศจีนต่อไป



2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185047115 195 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดทีมเชิงรุกลงพื้นที่ SWAB หาผู้ติดเชื้อ Covid-19 "

  ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดทีมเชิงรุกลงพื้นที่ SWAB หาผู้ติดเชื้อ Covid-19

   ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับกรมควบคุมโรค โดย สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โดย ศูนย์บริการสาธารณสุข 53 เขตทุ่งสองห้อง และ สำนักงานเขตหลักสี่ จัดทีมให้บริการตรวจค้นหาเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ด้วยวิธีการ SWAB ณ ชุมชนการเคหะหลักสี่ กทม. โดยมีประชาชนในชุมชนให้ความสนใจและเข้าร่วมการตรวจกว่า 500 ราย เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจค้นหาโรคอย่างทั่วถึงและป้องกันการแพร่กระจายให้กับประชาชนในชุมชน

" 2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512125113854 196 ผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เร่งขุดลอก ห้วย หนอง คลองบึง ให้ระบายน้ำได้ดี

        สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า วันนี้ (12 พ.ค.64) ที่ห้วยร่องค้าว หมู่ 2 หมู่ 8 ตำบลแม่คำมี อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมด้วย พันเอก สุชาติ พุ่มสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่(ฝ่ายทหาร) นายต่อพงษ์ ทับทิมโต ท้องถิ่นจังหวัดแพร่ นางรติพร บุญคง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ นายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอเมืองแพร่ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และผู้แทนโครงการชลประทานแพร่ ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ประจำปี 2564 โดยเร่งดำเนินการขุดลอก คู ห้วย หนอง คลองบึง ให้สามารถระบายน้ำได้ดี และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยขุดลอกห้วยร่องค้าว ความยาว 1,500 เมตร 

        ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า ปีนี้ในภาคเหนือคาดว่าน้ำจะมาเร็วและมากกว่าปกติ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดแพร่ว่ามีที่ใดมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ หรือว่ายังไม่มีการขุดลอกคู คลอง ทำให้น้ำระบายได้ยาก และให้สำรวจแหล่งเก็บกักน้ำต่างๆ ให้มีความมั่นคง ซึ่งเมื่อมีน้ำมาอาจจะเกิดความเสีหายพังทลายได้ รวมถึงสำรวจเส้นทางน้ำอย่าให้มีสิ่งกีดขวางทางไหลของน้ำ หากมีก็ให้ร่วมกันทุกฝ่ายโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางออกไป 

        ทั้งนี้จังหวัดแพร่มีแผนบริหารจัดการน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหาแหล่งน้ำให้ได้ทั้งหมด ในพื้นที่ชลประทานเกษตรกรมีแหล่งน้ำในการทำการเกษตร แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานจะพยายามขยายเขตชลทานเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำไว้ประกอบอาชีพ ในส่วนของจังหวัดแพร่นอกจากภาครัฐจะดำเนินการให้แล้ว สิ่งสำคัญคือ ภาคประชาชนที่ต้องช่วยตัวเองในการหาแหล่งเก็บกักน้ำเป็นของตัวเองไว้ บางอย่างทำได้ก็ทำ บางอย่างเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลางก็แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ 

        จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมคณะได้เดินทางไปยังห้วยจำฝาง หมู่ 8 ตำบลห้วยม้า อำเภอเมืองแพร่ ซึ่งมีการขุดลอกลำห้วย ความยาว 650 เมตร เพื่อใช้ประโยชน์แก่เกษตรกร บ้านหมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 8 ในพื้นที่การเกษตรประมาณ 500 ไร่




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-12-05T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512135350887 197 ปศุสัตว์ยโสธรแนะนำเกษตรกร กางมุ้งให้สัตว์ และกำจัดแมลง พาหะนำโรคลัมปี สกิน ในโค- กระบือ ช่วงฤดูฝน

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่าในขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน สภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตก ทำให้สัตว์เกิดความเครียด ระดับภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง เสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย ประกอบกับในช่วงนี้มีแมลงเกิดขึ้นชุกชุม จึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรให้ระวังโค-กระบือถูกแมลงกัด ซึ่งเป็นพาหะนำโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin disease) ที่เป็นโรคเฉพาะในสัตว์ไม่ติดต่อสู่คน โดยสัตว์ที่ถูกแมลงกัดจะพบตุ่มนูนที่ผิวหนัง จากนั้น 1 สัปดาห์ตุ่มนูนจะแตกเป็นแผลหลุมและตกสะเก็ด แผลจะหายภายในเวลาประมาณ 1 เดือน สัตว์อาจมีไข้ หายใจลำบาก อัตราการป่วยประมาณร้อยละ 5-45 อัตราการตายต่ำ ลูกสัตว์ที่อายุน้อยกว่า 2 เดือน จะมีอาการรุนแรงและอาจตายได้ โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ หากเกษตรกรควรคัดแยกสัตว์ป่วย รักษาตามอาการ โดยการฉีดยาปฏิชีวนะ ร่วมกับยาใส่แผลภายนอก แนะนำให้เกษตรกรป้องกันแมลงกัดสัตว์ โดยใช้ยากำจัดแมลงแบบฉีดหรือแบบราดหลังที่ตัวสัตว์ หรือแบบพ่นพื้นคอกทุก 2 สัปดาห์ ร่วมกับปรับภูมิทัศน์รอบฟาร์มให้โปร่งโล่ง เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง เก็บอาหารสัตว์สำเร็จรูปในภาชนะที่ปิดมิดชิดป้องกันแมลงไปตอม กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มหรือใช้ผ้าใบคลุมป้องกันแมลงมาวางไข่ กางมุ้งให้แก่สัตว์ ติดตั้งหลอดไฟไล่แมลง งดการปล่อยสัตว์เลี้ยงในทุ่งหญ้าสาธารณะร่วมกันกับฟาร์มอื่น หากจะเคลื่อนย้ายสัตว์เข้ามาใหม่ให้กักแยกไว้ดูอาการ 14 วัน และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับสัตว์ป่วย การป้องกันโรคที่สำคัญ ต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรช่วยกันกำจัดแมลงอย่างต่อเนื่อง และหากพบสัตว์ป่วย ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อจะได้เข้าไปตรวจโรคและให้ความช่วยเหลือต่อไป





#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512144241912 198 สทนช.เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก น้ำท่วม และน้ำแล้งใน 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยระยะเร่งด่วนและระยะยาว คาด เริ่มแผนระยะยาวได้ปี 65

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก น้ำท่วม และน้ำแล้งใน 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยระยะเร่งด่วนและระยะยาว คาด เริ่มแผนระยะยาวได้ปี 2565

               นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำแนวทางการแก้ปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย ว่า จากการกำหนดกรอบแนวทางและขอบเขตการศึกษาการแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำบางปะกงตอนล่าง และลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่าง ต้องให้แล้วเสร็จใน 90 วัน หรือในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แล้วนำกรอบแนวทางการศึกษาที่ได้สรุปรายงานต่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐนตรี ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้ความเห็นชอบเบื้องต้น สทนช. ได้เร่งระดมแนวคิดจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำในคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดในลุ่มน้ำที่ติดอ่าวไทย และเชิญอีก 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม อย่างกรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม องค์การจัดการน้ำเสีย และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเสีย คุณภาพน้ำ ข้อห่วงกังวลด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม คุณภาพน้ำ และระบบนิเวศจากแนวคิดก่อสร้างประตูระบายน้ำปิดปากแม่น้ำ 4 สาย เพื่อให้การจัดทำแนวทางการแก้ปัญหามีความครอบคลุมทุกมิติมากขึ้น ทั้งนี้ จากการรวบรวม วิเคราะห์ กลั่นกรองข้อมูลสถานการณ์ และแนวทางการแก้ปัญหา โดยจะทบทวนปรับปรุงแนวทางมาตรการแก้ปัญหาในลุ่มน้ำติดอ่าวไทยระยะเร่งด่วน 3 ด้าน คือ ด้านอุปสงค์ (Demand) ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมีปริมาณที่สูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนในลำน้ำ สาเหตุมาจากการความต้องการใช้น้ำที่เพิ่ม เนื่องจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และอุปโภค-บริโภค จึงจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้น้ำและปริมาณน้ำต้นทุนในลุ่มน้ำ ด้วยการควบคุมการจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะภาคการเกษตร รวมถึง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำของทุกภาคส่วนและลดต้นทุนการใช้น้ำในอนาคต

                ขณะที่ด้านอุปทาน ปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะเอลนีโญ ส่งผลให้ฝนตกปริมาณน้อยลงและแปรปรวนมาก ทำให้ปริมาณน้ำท่าและน้ำไหลลงเขื่อนลงลด เกิดการสูญเสียน้ำในระบบส่งทำให้ปริมาณน้ำที่ส่งได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึง การพัฒนาน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อความต้องการที่สูงเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของแต่ละลุ่มน้ำ ด้วยการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และอุปโภค-บริโภคเชื่อมโยงแหล่งน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรองทั้งผิวดินและใต้ดิน และพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่ต้นน้ำให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้เต็มศักยภาพ ส่วนด้านบริหารจัดการ กลไกการบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมดุลยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันยังขาดกฎหมายลำดับรอง ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และมาตรการที่เป็นรูปธรรมควบคุมให้การจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผน สิ่งสำคัญระบบการตรวจวัด ติดตาม พยากรณ์สถานการณ์ความเค็มยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ ระบบฐานข้อมูลยังไม่ได้บูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ องค์ความรู้และข้อมูลเชิงวิชาการยังไม่เพียงพอที่จะวางแผนและกำหนดมาตรการในระยะยาว จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายในการกำหนดแนวทาง มาตรการ องค์กร กลไก ฐานข้อมูล ระบบคาดการณ์ และผลการศึกษาวิจัยสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำที่เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการและปริมาณน้ำต้นทุน

              เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวย้ำว่า สทนช.จะนำแนวทางและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาจากหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญไปวิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อประกอบการพิจารณาทางเลือกการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนที่มีความเหมาะสมมากที่สุด จากนั้นจะนำเสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดที่อยู่บริเวณชายขอบของทั้ง 4 แม่น้ำสายหลัก เพื่อให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เชื่อมโยงกับบริบทของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องที่ลงรายละเอียดเชิงลึกในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์หาจุดสมดุลระหว่างลุ่มน้ำได้อย่างครอบคลุมในมิติของภาพรวมและรายลุ่มน้ำ คาดว่า ปี 2565 จะสามารถดำเนินการแก้ปัญหาในระยะยาวได้

2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512135814890 199 รองผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ประชุมติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา "            วันนี้ (12 พ.ค.64) ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)  ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางภูสิน เกตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตาม กำชับ เร่งรัดการดำเนินการให้เกิดคามก้าวหน้าและเกิดความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม

            โดยที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ระบายน้ำเสียและก่อให้เกิดการปนเปื้อนของอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16  การลักลอบปล่อยน้ำเสียลงลำธารสาธารณะและคลองระบม การลักลอบปล่อยน้ำเสียลงลำธารสาธารณะ , การลักลอบทิ้งกากของเสียบริเวณหมู่ที่ 3 บ้านโคกตะเคียนงาม ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต  ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนและฝุ่นควัน , ทำให้น้ำผิวดิน/น้ำบาดาลระดับตื้น ปนเปื้อนสารเคมีและโลหะหนัก , การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน EIA กรณีโรงงานภายในสวนฯ 304 ระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐาน , กรณีน้ำผิวดินและน้ำบาดาลระดับตื้นปนเปื้อนโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่าย , การปล่อยน้ำเสียลงแปลงนา ทำให้ข้าวราษฎรเสียหาย , กรณีการคัดค้านการก่อสร้างโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512153614963 200 ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

        วันนี้ (12 พ.ค. 64) เวลา 09.00 น. นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย และคณะทำงานติดตามสถานการณ์อุทกภัย ปี 2564 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยจุดแรก ลงพื้นที่ดู ปตร.คลอง DR ทะเลหลวง (แก้มลิง) ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย, ทรบ.คลองบางคลอง ตำบลปากแคว อำเภอเมืองสุโขทัย, ทรบ.คลองตาแฟง ตำบลทับผึ้ง อำเภอสรีสำโรง,ทรบ.คลองตาดิน ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง, ปตร.คลองน้ำโจน ตำบลป่ากุมเกาะ อำเภอสวรรคโลก, สถานีวัดน้ำ Y14A (บ้านแม่สำเหนือ) ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย ปตร.คลองหกบาท, ปตร.แม่น้ำยม (บ้านหาดสะพายจันทร์), ทรบ.คลองตาไร่, ทรบ.คลองต้นข้อ, ปตร.คลองบ้านหลุม, ปตร.บ้านยางซ้าย ปตร.กม.22+300 และปตร.วังสะตือ ตำบลดงเดือย อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยปี 2564 ของจังหวัดสุโขทัย เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทย คาดว่าปริมาณฝนรวมจะสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 โดยภาคเหนือจะมีปริมาณฝนรวม ประมาณ 400 - 500 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 446 มม.) และในช่วงระยะครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน และจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นด้วย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุโขทัย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512155655980 201 กรมชลประทาน เร่งแก้ปัญหาระดับความสูงท่อรับน้ำอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน จังหวัดนครราชสีมา ที่กระทบทำให้เกิดน้ำท่วมขัง

นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา สำนักงานชลประทานที่ 8 กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีชาวบ้านไร่ริมบึง ต.ประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อน จากการก่อสร้างเพิ่มระดับความสูงขอบอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน และมีการก่อสร้างท่อระบายน้ำสูงกว่าระดับผิวถนน ทำให้ช่วงฝนตกมีน้ำท่วมขัง บริเวณผิวถนน ว่าอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน ต.ประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ.2559 ได้รับงบประมาณ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ ก่อสร้างอาคารระบายน้ำ ท่อรับน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 8 เริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2559 แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2561 และส่งมอบให้โครงการชลประทานนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ.2562

จากการตรวจสอบพื้นที่จริง จุดที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนนั้น เป็นท่อรับน้ำช่วง กม.4+800 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร จำนวน 2 แถว ซึ่งท่อดังกล่าวจะทำหน้าที่รับน้ำจากพื้นที่ให้ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ ระดับธรณีท่อมีระดับเท่ากับผิวถนน มีการปรับปรุงถนนทางเข้าหมู่บ้านไร่ริมบึง ซึ่งถนนช่วงหน้าท่อ มีระดับต่ำกว่าจุดอื่นๆ เมื่อมีฝนตกจะมีน้ำท่วมขังและมีตะกอนดินไหลมาทับถมบริเวณหน้าท่อ จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ จะทำแก้ไขปัญหา ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์



2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512184157108 202 ก.ทรัพย์ พัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก "

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

               นางอัษฎาพร ไกรพานนท์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ""บทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศ"" ในเวทีการประชุม ""วิชาการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 20 และ 10 th International Conference on Environment Engineering Science and Management"" ในหัวข้อ “Build forward Greener with AI” ผ่านระบบทางไกล ว่า การเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างมาก แต่กลับส่งผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดการฟื้นฟูของธรรมชาติ การลดลงของมลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการลดทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ทั้งนี้ เมื่อมนุษย์สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดได้มลพิษและก๊าซเรือนกระจกจะกลับมาอยู่ในระดับเดิมหรือสูงกว่าเดิม ส่งผลโดยตรงต่อนาฬิกาสภาพภูมิอากาศโลก (World Climate Clock) ที่เหลือเพียง 6 ปี ที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ดังนั้น การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ประโยชน์ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการพัฒนาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา Application ต่างๆ เช่น Nature4Thai , Smart EIAAir4Thai และ BurnCheck // การใช้ระบบ Telemetering และ Early Warning ควบคู่กับการใช้ CCTV // การจัดทำ Big Data และการใช้อากาศยานไร้คนขับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อเป็นการยกระดับการบริหารจัดการด้วยการติดตาม สำรวจ วิเคราะห์ และตอบสนองได้ทันทีและเป็นปัจจุบัน (real time) โดยเน้นย้ำแนวคิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป

" 2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512164825019 203 พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมออกมาตรการรองรับพืชนอกการประกันรายได้ แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด

        นางพนิดา วานิชรัตน์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ที่มีผลผลิตทางด้านการเกษตรออกสู่ตลาด ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ภายใต้โครงการภาครัฐการประกันรายได้ ซึ่งได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้วกว่า 8 หมื่น 6 พันราย 

        สำหรับ พืชนอกการประกันรายได้ ในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ กระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง ลิ้นจี่ และลำไย ซึ่งอยู่ระหว่างผลผลิตออกสู่ตลาด พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ ทั้งการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดภายในประเทศ ร่วมกับมาตรการชะลอผลผลิต เพื่อไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด ได้แก่การนำพืชหัว เช่นหอมใหญ่เข้าสู่ห้องเย็น หากมีการกระจายสู่ตลาด จะใช้มาตรการนำราคาตลาด ขณะที่ในช่วงที่ผลผลิตลำไยของภาคเหนือออกสู่ตลาด มีการเตรียมผู้รับซื้อลำไยไว้จำนวน 3 พันตัน อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ บริโภคผลไม้ไทยตามฤดูกลาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง 

2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.เชียงใหม่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513091006183 204 จ.นครพนม ประสาน Tops Supermarket รับซื้อสับปะรด GI ช่วยเกษตรกรชาวสวน

            วันที่ (12 พฤษภาคม 2554) ที่จังหวัดนครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เรียกประชุมด่วนคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด (เซลล์แมนจังหวัด) เพื่อหารือวางแผนร่วมกับตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์ ในการช่วยเหลือชาวสวนสับปะรดหวานทั้ง 2 อำเภอที่ในช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดในปริมาณที่มากตามฤดูกาล ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ที่ทำให้อาจจำหน่ายในพื้นที่ได้น้อย ซึ่งจะส่งผลต่อราคาที่ลดลงตามกลไกของตลาด อีกทั้งเป็นการป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหายหากเวลาผ่านไปนานกว่านี้ 

            โดยในการหารือครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้เน้นย้ำกับคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด (เซลล์แมนจังหวัด) และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ ว่าอยากให้ราคาสินค้าดังกล่าวถึงเกษตรกรผู้ปลูกจริง ๆ ไม่อยากให้ทุกอย่างไปตกอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง เพราะฉะนั้นจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีทั้งระบบ ทั้งในเรื่องการกระจายจำนวนการรับซื้อที่ทั่วถึงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม การนำเงินส่งต่อยังตัวเกษตรกรที่ต้องเปิดบัญชีในลักษณะกลุ่มเกษตรกรไม่ใช่เปิดบัญชีในนามห้างหุ่นส่วนจำกัดที่เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเบื้องต้นได้มีการประสาน Tops Supermarket ในการรับซื้อสับปะรดเพื่อไปวางจำหน่ายให้แล้ว ซึ่งทางห้างจะรับซื้อจำนวน 50 ตัน ในราคาลูกละ 15 บาทแต่ต้องคัดขนาดอยู่ระหว่าง 1.3 - 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดนครพนมประสานส่วนราชการ ห้างร้านและเครือข่ายเพื่อรับซื้อส่วนที่เหลือเพิ่มเติม รวมถึงการส่งมอบสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ในต่างจังหวัดที่จะให้ไปรษณีย์ไทยเป็นผู้กระจายสินค้า ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายเดิมที่กลุ่มเกษตรกรกำลังดำเนินอยู่ ที่ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 064 – 3667223, 098-1707112, 080-1800015 และการส่งโรงงานที่ชลบุรีก็ให้คงไว้เช่นเดิม รวมถึงในส่วนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ เช่น การเปิดช่องทางออนไลน์จำหน่ายผ่านทางเพจ facebook ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ จังหวัดนครพนม และการไปรับมาจำหน่ายช่วย 

            ทั้งนี้ สับปะรดที่เกษตรกรอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์ปลูก เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครพนม ที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินปัญญาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยเป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียสายน้ำผึ้ง ซึ่งได้มีการนําต้นพันธุ์มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยลักษณะต้นพันธุ์มีรสเปรี้ยวแต่เมื่อเจอสภาพอากาศและสภาพดินในพื้นที่ทำให้สับปะรดกลายพันธุ์ มีรสหวานฉ่ำที่ในช่วงนี้จะมีค่าความหวานสูงถึง 18 บริกซ์ นอกจากนี้ยังมีเนื้อละเอียดแน่นสีเหลืองเข้ม ตาตื้น มีกลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ไม่ระคายคอ และแกนหวานกรอบรับประทานได้เช่นเดียวกับเนื้อแตกต่างไปจากพันธุ์เดิม โดยในปี 2564 นี้มีเกษตรกรปลูกสับปะรดทั้งสิ้น 5,500 ไร่ แบ่งเป็นอำเภอท่าอุเทน 4,000 ไร่ และอำเภอโพนสวรรค์ 1,500 ไร่ ภาพ 

            ข่าว  ส.ปชส.นครพนม


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512191901127 205 ชาวสวนสับปะรดนครพนม ยิ้ม!! เกษตรนครพนมช่วยกระจายผลผลิตจำหน่ายสู่ตลาดสู้วิกฤติโควิด "

            นางสาวกัญณฐา อภินนท์ธนา เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า สับปะรดหวาน อ.ท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ได้ชื่อว่าเป็นสับปะรดหวานที่สุดในประเทศไทย เป็นชนิดพันธุ์ปัตตาเวียสายน้ำผึ้ง ซึ่งได้มีการนําต้นพันธุ์มาปลูกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นต้นตระกูลที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งเมื่อมาเจอกับสภาพอากาศและสภาพดินในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ ทำให้สับปะรดมีการกลายพันธุ์จนมีรสชาติที่หวานฉ่ำ กลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ตาตื้น จนได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (พืช GI) ของจังหวัดนครพนม ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและมีคุณภาพอีกหนึ่งชนิด ปัจจุบันจังหวัดนครพนม มีพื้นที่ปลูกสับปะรด จำนวน 5,500 ไร่ โดยแบ่งเป็นอำเภอโพนสวรรค์ จำนวน 1,500 ไร่ และอำเภอท่าอุเทน จำนวน 4,000 ไร่ ซึ่งเป็นพืชผลที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนสับปะรดอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ ซึ่งในช่วงเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่เป็นช่วงฤดูกาลผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณที่มาก ทำให้ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่มีมากกว่าปกติ และอาจส่งผลให้ผลผลิตมีราคาที่ลดลง ซึ่งเป็นไปตามกลไกด้านการตลาดทั่วไป

            สำหรับช่องทางการจำหน่ายเกษตรกรจะจำหน่ายผลผลิตที่โรงงานในราคากิโลกรัมละ 4 - 5 บาท และจำหน่ายที่หน้าสวนในราคากิโลกรัมละ 8 - 10 บาท ซึ่งเกษตรกรชาวสวนสับปะรดบางรายบอกว่า ตนเองพอใจที่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคา กิโลกรัมละ 8 - 10 บาท เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 ที่จะต้องระมัดระวังและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง การเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ลดลงอีกทั้งการสัญจรไปมาที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทำให้มีผู้บริโภคลดลง จากผลกระทบดังกล่าวสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม ได้ประสานให้สำนักงานเกษตรอำเภอท่าอุเทน และสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสับปะรดถึงหน้าสวนของพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งช่วยเร่งระบายและกระจายผลผลิตสู่ตลาด เพื่อเป็นการป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหาย 

            เกษตรจังหวัดนครพนม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการจัดการด้านการตลาด สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม ได้ส่งเสริมและขับเคลื่อนตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ให้กับเกษตรกรได้มีความรู้ เทคนิค และวิธีการจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบตลาดออนไลน์มากขึ้น มีการเปิดช่องทางการจำหน่ายผลผลิตสับปะรดแบบออนไลน์ เช่น www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com  และ เพจ facebook “ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ จังหวัดนครพนม” ซึ่งจะเป็นช่องทางในการโปรโมทและช่วยในการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร อีกทั้งยังเป็นการนำผู้ผลิตและผู้บริโภคมาเจอกันโดยตรง ทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าที่ดี มีคุณภาพและราคาสุดประหยัด จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอุดหนุนและสั่งซื้อสับปะรดหวาน ซึ่งสามารถสั่งซื้อผลผลิตได้ที่ เพจ facebook “ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ จังหวัดนครพนม” หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ หรือ โทรศัพท์ 064 - 3667223 / 098-1707112 / 080-1800015 เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ""ซื้อสินค้าเกษตรไทย เกษตรกรอยู่ได้ ประเทศไทยอยู่รอด"" 

            ภาพ /ข่าว : ว่าที่ร้อยตรี อาทิตย์ อุ่นนาแซง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-12-05T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512201642134 206 อว. เผย คนไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้วเฉลี่ย 2.06% ของประชากร มี 532,462 คนฉีดครบสองเข็ม ส่วนในแง่ความปลอดภัย 89.19% ไม่พบผลข้างเคียงจากวัคซีน "

   อว. เผย คนไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้วเฉลี่ย 2.06% ของประชากร มี 532,462 คนฉีดครบสองเข็ม ส่วนในแง่ความปลอดภัย 89.19% ไม่พบผลข้างเคียงจากวัคซีน ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครและภูเก็ต ฉีดแล้วเกิน 20% ของประชากร


    ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รายงานว่า กระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามและประมวลผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสรุปข้อมูลถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ว่าประเทศไทย ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว 1,898,454 โดส มีผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม 1,365,992 คน หรือเท่ากับ 2.06% ของประชากร และฉีดครบสองเข็มแล้วถึง 532,462 คน หรือเท่ากับ 0.80% ของประชากร และพบว่ามี 15 จังหวัด ที่จะได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 2% ของประชากร ได้แก่ สมุทรสาคร ภูเก็ต ระนอง ตากกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชลบุรี พังงา สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นครนายก ปทุมธานี และระยอง

  โดยจังหวัดสมุทรสาคร มี 173,319 คน ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม คิดเป็น 29.57% ของประชากร ส่วนจังหวัดภูเก็ต มี 101,001 คน ที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม คิดเป็น 24.37% ของประชากร

   สำหรับการฉีดวัคซีนครบสองเข็ม จังหวัดภูเก็ตมี 94,231 คน คิดเป็น 22.74% ของประชากร ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร มี 105,418 คน ที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม คิดเป็น 17.98% ของประชากร

    ทั้งนี้ วัคซีนที่ใช้มีความปลอดภัยสูง โดยไม่มีรายงานผลข้างเคียงในผู้ที่ฉีดวัคซีน 1,693,234 ราย หรือ 89.19% ของผู้ฉีด โดยมีการรายงานผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน 205,220 ราย ส่วนใหญ่เป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง เรียงตามลำดับ ได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ (6.65% ของผู้ที่ฉีด), ปวดศีรษะ (4.37%), เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง (3.23%), ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีด (3.18%), ไข้ (2.08%), คลื่นไส้ (1.56%), ท้องเสีย (1.23%), ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง (0.91%), ผื่น (0.7%), อาเจียน (0.4%) และอาการอื่นๆ (1.34%)


   ในส่วนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงหลังการฉีดวัคซีนโควิดนั้น ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีน ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า โดยการประมวลผลล่าสุดซึ่งได้ฉีดวัคซีนในคนไทย 1,935,565 โดสแล้วนั้น มีผู้ที่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคโดยเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน 428 ราย แบ่งเป็น 404 รายจากวัคซีนซิโนแวก (เท่ากับ 22.24 ต่อหนึ่งแสนโดส) และ 24 รายจากวัคซีนแอสตราซิเนกา (เท่ากับ 20.19 ต่อหนึ่งแสนโดส) โดยรวมแล้วมีอาการแพ้รุนแรง 13 ราย (เท่ากับ 0.67 คนต่อหนึ่งแสนโดส) และการชาชนิด Polyneuropathy 1 ราย (เท่ากับ 0.06 คนต่อหนึ่งแสนโดส) และไม่มีผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุจากวัคซีน และใน 13 รายที่มีอาการแพ้รุนแรง มี 12 ราย เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวก (0.66 รายในผู้ฉีดหนึ่งแสนราย) และเป็นผู้ได้รับวัคซีนแอสตราซิเนกา 1 ราย (0.84 รายในผู้ฉีดหนึ่งแสนราย) สำหรับอาการชาชนิด Polyneuropathy 1 ราย เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวก (0.06 รายในผู้ฉีดหนึ่งแสนราย)

" 2021-12-05T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512215503153 207 กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ร่วมชมการถ่ายทอดสดงานวันผึ้งโลก 20 พฤษภาคม 2564 นี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “รักผึ้ง รักษ์โลก” ชูประเด็นผึ้งและแมลงผสมเกสรเป็นผู้ช่วยเกษตรกร หวังกระตุ้นการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติ "

            นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 20 พฤษภาคมของทุกปีเป็น ‘วันผึ้งโลก’ หรือ World Bee Day โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัวของประชากรโลกเกี่ยวกับความสำคัญของผึ้งต่อโลก รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งตามธรรมชาติที่ลดลง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงกำหนดจะจัดกิจกรรมวันผึ้งโลก (World Bee Day) ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2564 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “รักผึ้ง รักษ์โลก” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปได้รับรู้ถึงคุณค่า ความสำคัญ และประโยชน์ของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร ที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มผลผลิตในแปลงเกษตรกร และยังช่วยอนุรักษ์พันธุ์พืช โดยหวังให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติและการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากแมลงช่วยผสมเกสร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และส่งเสริมให้เกิดการเลี้ยงผึ้งและแมลงผสมเกสรอย่างยั่งยืน โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมส่งเสริมการเกษตรจะจัดให้มีการถ่ายทอดสด (Live) การจัดกิจกรรมผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร” และ “ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร” ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย สนทนาสาระดี ๆ กับอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในหัวข้อ “ความสำคัญของแมลงช่วยผสมเกสรต่อภาคการเกษตรไทย” นิทรรศการ เรื่องความสำคัญของวันผึ้งโลก ความหลากหลายของน้ำผึ้งในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ผึ้งเพื่อสุขภาพ และการสาธิตการทำเมนูจากน้ำผึ้ง โดยเชฟจากัวร์ ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงศ์ และอย่าพลาดร่วมสนุกตอบคำถามชิงรางวัลในช่วงการ Live สด รับรางวัลเป็นของที่ระลึกการจัดงานวันผึ้งโลกสุดพิเศษ

            อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญต่อการทำการเกษตรที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้วิธีการป้องกันและกําจัดศัตรูแบบผสมผสาน (IPM) และการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธีมาโดยตลอด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางด้านอาหาร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งผลต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามแนวทางของสหประชาชาติ และงานส่งเสริมการเลี้ยงผึ้ง ก็เป็นอีกภารกิจหนึ่งของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งได้ดำเนินงานส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจมาเป็นเวลากว่า 40 ปี เพื่อใช้ในการช่วยผสมเกสรและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้ คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมวันผึ้งโลกนี้จะทำให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงประโยชน์ของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร ทั้งในเรื่องการช่วยผสมเกสร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้งซึ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ รวมทั้งเกษตรกรได้ตระหนักถึงการทำการเกษตรอย่างปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศด้วย 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513094017196 208 กรมชลประทาน วางระบบระบายน้ำอ่างฯห้วยหนองโรง จังหวัดชัยนาท ลดผลกระทบในช่วงฤดูฝน

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน กรมชลประทานยังคงเร่งดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารรวมถึงระบบชลประทานหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการระบบระบายน้ำ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง ในพื้นที่ ตำบลกะบกเตี้ย อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท โดย สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 12 มีแผนดำเนินการ 4 ปี (2561-2564) มีลักษณะเป็นการก่อสร้างอาคารลดระดับน้ำ ท่อระบายน้ำลอดถนน และขุดลอกคลองระบายน้ำความยาวประมาณ 21 กิโลเมตร เมื่อแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 2,000 ไร่ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะของลำห้วยเดิม และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ได้ พร้อมกับได้กำชับให้ทุกโครงการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ในส่วนของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้ปรับหน้างานเพื่อลดการกีดขวางทางน้ำในช่วงฤดูฝน และสามารถเก็บกักน้ำได้เพื่อชะลอและลดผลกระทบจากอุทกภัย

อย่างไรก็ตาม ได้ร่วมกับหลายหน่วยงานบูรณาการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท 20 ปี โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำเดิมให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ



2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513103107222 209 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมให้แต่ละพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนนี้

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมให้แต่ละพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนนี้

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (13 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 53 มิลลิเมตร // จันทบุรี 54 มิลลิเมตร และยะลา 93 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,583 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,815 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดสงขลา พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนในแต่ละพื้นที่ เช่น จังหวัดสุโขทัย ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่สุโขทัย เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยปี 2564 // จังหวัดแพร่ เร่งดำเนินการขุดลอก คู ห้วย หนอง คลอง บึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำห้วยร่องค้าว ความยาว 1,500 เมตร // จังหวัดนครราชสีมา เร่งแก้ปัญหาระดับความสูงท่อรับน้ำอ่างเก็บน้ำบึงกระโตนสูงกว่าระดับผิวถนน ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง คาดว่า จะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ โดย กอนช. ยังให้หน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513093238189 210 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (13 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513095525206 211 อว.เผยทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,340 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 37.53 ล้านโดส โดยไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.935 ล้านโดส

อว.เผยทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,340 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 37.53 ล้านโดส โดยไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.935 ล้านโดส

     ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,340 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 21.6 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  พบว่า อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 263 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 117 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 37.53 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค27.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซีย ฉีดวัคซีนมากที่สุด 22.61 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,935,565 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 47.7%

2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513113503268 212 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว ชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ พลิกโฉมหอพักบุคลากร เป็นโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบ พร้อมใช้งานทั้งระบบภายใน 24ชั่วโมง ช่วยทีมแพทย์ใกล้ชิดผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบการติดตามอาการได้ทันที โดยไร้การสัมผัส "

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว ชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ พลิกโฉมหอพักบุคลากร เป็นโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบ พร้อมใช้งานทั้งระบบภายใน 24ชั่วโมง ช่วยทีมแพทย์ใกล้ชิดผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบการติดตามอาการได้ทันที โดยไร้การสัมผัส

  นายวัชระ อมศิริ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ได้เปิดตัว ชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เพื่อช่วยเหลืองานของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ทันที เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเป็นโรงพยาบาลสนามอีกครั้ง จากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ เพื่อพลิกโฉมหอพักบุคลากรให้เป็นโรงพยาบาลสนามที่พร้อมใช้งานเต็มระบบได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยระบบสารสนเทศและโทรคมนาคมของ TSE เป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร ระหว่างทีมแพทย์และผู้ป่วย ช่วยให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ สื่อสารกับทีมแพทย์ได้ตลอดเวลา ด้วยระบบการติดตามอาการโดยไร้การสัมผัส ช่วยให้สามารถจำแนกอาการของผู้ป่วยแต่ละระดับได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว และลดความเหนื่อยล้าของทีมแพทย์จากการสวมชุด PPE เป็นเวลานาน

   ทั้งนี้ TSE มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลให้เปิดกว้างในการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่มีศักยภาพทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา ที่มีความพร้อมทั้งทรัพยากรและองค์ความรู้ เพื่อช่วยยกระดับโรงพยาบาลสนามและระบบสาธารณสุขให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยทีมแพทย์ไม่ต้องกักตัวจากการสัมผัสเสี่ยงสูงโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผู้ป่วยเลือกโรงพยาบาล โดยยึดหลัก “ใกล้ที่ไหน รักษาที่นั่น นอกจากนี้ TSE พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่หน่วยงานที่สนใจ โดยปัจจุบัน TSE มีหลักสูตรด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวกับการวางระบบสารสนเทศและโทรคมนาคมที่ทันสมัย และขณะนี้ TSE กำลังเปิดรับสมัครคัดเลือกนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2564 ผ่านระบบ TCAS 64 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 64 สามารถติดตามข่าวสารของ TSE ได้ที่ www.engr.tu.ac.th และ Facebook Fanpage ของTSE ที่

www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT

 


" 2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513113327267 213 ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝน ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

        สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามที่นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2564 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 โดยประเทศไทยคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูร้อนและเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เนื่องจากบริเวณประเทศไทยมีฝนตกซุกต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบกับทิศทางลมระดับผิวพื้นถึงความสูง 3.5 กิโลเมตร ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง 5 กิโลเมตรขึ้นไป ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้

        ในช่วงครึ่งแรกของฤดูฝน ปริมาณและการกระจายของฝนจะมีมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ส่วนในช่วงครึ่งหลังของฤดูฝนปริมาณและการกระจายของฝนจะเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตามในบางช่วงจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันหลายวัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

        ฤดูฝนปีนี้คาดว่าจะมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้วและมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 5-10 และฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกต่อไปอีกถึงกลางเดือนมกราคม จึงขอประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน

        สำหรับจังหวัดแพร่ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดจากฝนตกในฤดูกาลปี 2564 ด้วยการขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก และมีแหล่งเก็บกักในช่วงฤดูฝน เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-13T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513112221257 214 กรมปศุสัตว์ สั่งการด่วน คุมเข้มโรคลัมปี สกิน ทั่วประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกร สร้างความตระหนักรู้ เพื่อเร่งค้นหาโรค “รู้โรคเร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว”

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ในพื้นที่ 19 จังหวัดของประเทศไทย นั้น จึงได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ ยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน กำชับให้ดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคลัมปี สกิน อย่างเข้มงวด ตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์ได้มีหนังสือสั่งการไป โดยให้เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกร สร้างความตระหนักรู้ เพื่อเร่งค้นหาโรค “รู้โรคเร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว” ทำการควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ อย่างเข้มงวด แนะเกษตรกรควบคุมแมลงพาหะ ในการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเป็นแมลงประเภทดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบและเห็บ โดยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ใช้ยาฆ่าแมลง และกางมุ้งกันแมลง หากเกษตรกรพบโค-กระบือป่วย หรือสงสัยว่าป่วย เบื้องต้นให้ทำการแยกออกจากโค-กระบือ ร่วมฝูง เพื่อทำการรักษา นอกจากนี้กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างเร่งรัดการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน จากต่างประเทศ เพื่อใช้ในการฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่โค-กระบือ ของเกษตรกร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม ป้องกันโรค พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรโดยทันทีเมื่อได้รับแจ้งเหตุ พร้อมทั้งได้สั่งการปศุสัตว์เขตทุกเขต ให้ทำหน้าที่ติดตาม กำกับดูแล พร้อมช่วยเหลือ แนะนำ สนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบอีกด้วย หากจังหวัดใดที่มีการเลี้ยงโคนม ให้ดำเนินการด้วยความเข้มแข็ง จริงจังและต่อเนื่อง เป็นกรณีพิเศษ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จะเกิดเฉพาะในโค-กระบือ ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย ขอให้พี่น้องเกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพของโค-กระบือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที



2021-05-13T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513141720371 215 ประชาสัมพันธ์ระยองจับมือปศุสัตว์ระยองออกหน่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ฉีดวัคซีนทำหมันสุนัข-แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า "สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง จับมือปศุสัตว์จังหวัดระยอง รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ฉีดวัคซีนทำหมันสุนัข-แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

            เมื่อวันที่ (13 พ.ค. 2564) ที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์ ม.6 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง นายรัตนไกร ตันศรีวงษ์ ปศุสัตว์จังหวัดระยอง และ นายกุมพล ชวนชม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยองได้นำเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์และบริการฉีดวัคซีน ทำหมันสุนัข-แมวของประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง จัดขึ้น เพื่อสนองพระปณิธานฯ ของพระองค์ที่ต้องการให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513114830272 216 "ประกาศ"" วันเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2564 """

        กรมอุตนิยมวิทยาออกประกาศ ประเทศไทยสิ้นสุดฤดูร้อน และเริ่มต้นเข้าหน้าฝน วันที่ 15 พ.ค.64 คาดมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้ว และมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 5-10

        กรมอุตนิยมวิทยาเรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ.2564 โดยระบุว่า ประเทศไทยคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูร้อน และเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เนื่องจากบริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบกับทิศทางลม ระดับผิวพื้นถึงความสูง 3.5 กิโลเมตร ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดนําความชื้นจากทะเลอันดามัน เข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง 5 กิโลเมตรขึ้นไป ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ฤดูฝนของไทย 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-13T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513211507596 217 นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานรับมอบต้นแบบเรือเก็บผักตบชวาอัดก้อน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริก เป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่มีความกระทัดรัด ใช้สะดวก และขนย้ายได้ง่าย "            วันที่ (13 พฤษภาคม 2564) ที่บริเวณคลองขวด หมู่ที่ 3 ต.สวนพริก อ.พระนคร ศรีอยุธยา นายบดินทร์ เกษมศานติ์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการรับมอบต้นแบบเรือเก็บผักตบชวาอัดก้อน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายสุบิน แพทย์รัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา นายสมชาย ธราพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริก และนายดิเรก ขันธมาลา กำนันตำบลสวนพริก ร่วมพิธีรับมอบในวันนี้ 

            นายสุบิน แพทย์รัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ได้คิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์สร้างต้นแบบเรือเก็บผักตบชวาแบบอัดก้อนและแบบสายพานลำเลียง ซึ่งได้ออกแบบให้มีความกะทัดรัด สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก มีความเหมาะสมกับหน้าประตูระบายน้ำ และคลองสาขา อีกทั้งสามารถขนย้ายเพื่อไปกำจัดต่อได้ง่ายขึ้น โดยทยอยส่งมอบให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จำนวนทั้งสิ้น 5 ลำ 

            ภาพ-ไชยวัฒน์ / ATVอยุธยา 

            ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

            เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513130930331 218 "พัฒนาการจังหวัดตรัง ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ ”โคก หนอง นา โมเดล"" อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง" "            นายสริห์ หอมหวล พัฒนาการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นางสาววะดี จักรราช ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ติดตามสนับสนุนความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ ”โคก หนอง นา โมเดล"" อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ประกอบด้วย  โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ ”โคก หนอง นา โมเดล"" กิจกรรมที่ 2.2 พัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต(Household Lab Model for quality of life : HLM) ระดับครัวเรือน  / แปลง นายสมพงษ์ ลิ้มฉุ้น พื้นที่ขนาด 3 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางกุ้ง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง  ซึ่งความก้าวหน้าการดำเนินการ แปลงดังกล่าว มีการดำเนินการขุดบ่อ ขุดคลองไส้ไก่ เสร็จเรียบร้อย และอยู่ระหว่างการเบิกจ่ายงบประมาณฯ

            ทั้งนี้  โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ ”โคก หนอง นา โมเดล"" มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล เพื่อพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ “โคกหนองนาโมเดล” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบลและระดับครัวเรือน และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร แรงงาน และบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513135053356 219 จังหวัดชุมพร เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอปะทิว

            นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยปลัดจังหวัดชุมพร ท้องถิ่นจังหวัดชุมพร พาณิชย์จังหวัดชุมพร เกษตรจังหวัดชุมพร และเกษตรอำเภอปะทิว ร่วมเป็นเกียรติเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอปะทิว เพื่อเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ที่เหมาะสมในฤดูกาลผลิต ซึ่งจังหวัดชุมพรอยู่ในช่วงของฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ซึ่งเป็นที่นิยม และทำการเพราะปลูกกันเป็นจำนวนมาก โดยการเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนในครั้งนี้ ได้ถ่ายทอดสดการจำหน่ายผลสดผ่านเพจเฟซบุ๊ก (Facebook Live) ของเพจสวนทุเรียน สวนทวีทรัพย์ชุมพร SuanTaweesup Durian Farm ณ สวนทวีทรัพย์ หมู่ที่ 5 ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ทุเรียนคุณภาพของจังหวัดชุมพร 

            นายวีรวัฒน์ จีรวงส์ ประธาน ศพก.ปะทิว เปิดเผยว่า อำเภอปะทิวมีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่าสี่พันไร่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยส่วนใหญ่ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองประมาณร้อยละ 90 ส่วนที่เหลือเป็นพันธุ์ชะนี ก้านยาว และพันธุ์อื่นๆ สภาพการณ์ปลูกทุเรียนส่วนใหญ่ปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว มีการปลูกพืชแซมบ้าง เช่น กล้วยเล็บมือนาง ส้มโชกุน ซึ่งเป็นพืชเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร สำหรับพื้นที่ปลูกทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศพก. อำเภอปะทิว นั้น มีความเหมาะสมสำหรับเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของทุเรียน ทั้งในแง่ของสภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนทรัพยากรดินและแร่ธาตุ ทำให้ผลผลิตทุเรียนที่ได้มีรสชาติกรอบ หวานมัน และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกทุเรียนและได้มาตรฐาน ทั้ง GAP และ ThaiGAP 

            สวนทวีทรัพย์ มีการดูแลผลทุเรียนอย่างพิถีพิถัน และใช้ถุงกระดาษห่อผลทุเรียนป้องกันแมลง ช่วยลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2 เดือน ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และการใช้ถุงกระดาษห่อผลทุเรียนนั้น ทำให้ผลทุเรียนปลอดภัยจากศัตรูพืช เช่น หนอนเจาะผล หนอนเจาะเมล็ด และเพลี้ยแป้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของราดำที่ทำให้ผลทุเรียนไม่เป็นที่ต้องการของตลาด และเมื่อไม่มีการเข้าทำลายของศัตรูพืช ผิวของทุเรียนจะมีสีสันสวยงาม เหมาะที่จะเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม ทั้งนี้ จะมีสีเขียวจนถึงเหลืองตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับวัสดุห่อผลแต่ละชนิด ในส่วนของขั้นตอนการห่อผลทุเรียนนั้น จะทำการห่อผลหลังจากดอกทุเรียนบานและทำการตัดแต่งผลครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 1.5 - 2 เดือน และพ่นสารป้องกันกำจัดโรคราและแมลงศัตรูพืชก่อน และถุงกระดาษที่จะใช้นั้น จะใช้ถุงที่เจาะรูบริเวณก้นถุง เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกมาได้ เมื่อห่อผลแล้ว จะระบุวันดอกบานและรุ่นของทุเรียนบนถุงห่อเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว โดยในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน สวนทวีทรัพย์มีการจัดส่งทุเรียนฟรีทั่วประเทศ พร้อมรับประกันสินค้า โดยจะจัดส่งตั้งแต่วันที่ 10 - 14 พฤษภาคม 2564 แบ่งจำหน่ายเป็นทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยม 3 แบบ ได้แก่ แบบA1 ขนาด 2.5 - 3.4 กิโลกรัม (ไซส์ S) ราคาลูกละ 800 บาท แบบA2 ขนาด 3.5 - 4.4 กิโลกรัม (ไซส์ M) ราคาลูกละ 1,000 บาท และแบบA3 ขนาด 4.5 - 5.4 กิโลกรัม (ไซส์ L) ราคาลูกละ 1,200 บาท และทุเรียนหมอนทองตกไซส์ จำหน่ายแบบยกกล่อง 2 แบบ ได้แก่ แบบB1 ขนาดน้ำหนัก 9.5 - 10 กิโลกรัม ราคากล่องละ 1,700 บาท (ทุเรียน 2 - 4 ลูก) และแบบ B2 ขนาดน้ำหนัก 17 - 18 กิโลกรัม ราคากล่องละ 2,700 บาท (ทุเรียน 6 - 8 ลูก)


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-13T00:00:00 ภาคใต้ ชุมพร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145853415 220 ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในโค-กระบือ

        นายถาวร ไขยวังราษฎร์ ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร ลงนามออกประกาศสำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร เรื่อง กำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในโค-กระบือ เนื่องด้วยปรากฏว่าในท้องที่ บ้านสันทราย หมู่ที่ 1 ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง พบเนื้อป่วยด้วยระบาดชนิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ซึ่งเป็นโรคระบาตตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดออกไปยังท้องที่ข้างเคียงหรือระบาดเข้ามาในท้องที่ ได้จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ที่เป็นโรคระบาด หรือพาหะของโรคระบาด

         อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

         ข้อ 1.ให้ท้องที่บ้านสันทราย หมู่ที่ 1 ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางไปทางทิศเหนือ จด บ้านห้างฉัตรใต้ หมู่ที่ 1 ตำบลห้างฉัตร อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางไปทางทิศใต้ จด บ้านโฮ้ง-ทะล้า หมู่ที่ 11 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางไปทางทิศตะวันออก จด บ้านหัวหนอง หมู่ที่ 8 ตำบลห้างฉัตร อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางไปทางทิศตะวันตก จด บ้านเหล่า หมู่ 2 ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิด โรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในโค กระบือ

         ข้อ 2 ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโค- กระบือ หรือซากของสัตว์ตังกล่าว เข้า ออกผ่านหรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เว้นแต้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

         ทั้งนี้ มีตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 และหากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 22 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาครา 65 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ ท.ศ. 2558

        โรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค- กระบือไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ในช่วงที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้โรคแพร่ระบาดไปส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ ประกอบกับมีแมลงดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบ และเห็บ ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ 

        สำหรับข้อมูลที่อาจบ่งบอกการเกิดโรคในฟาร์ม เช่น ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยลดลง หรือสงสัยการเกิดโรคทางอาการ ได้แก่ ซึม น้ำตาไหล น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในยะเวลาต่อมา ซึ่งหากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ หรือโทรศัพท์สายด่วน 063-225-6888 เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งตรวจสอบ เก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันโรค ตลอดจนควบคุมโรคและแมลงพาหะโดยเร็ว 

        ทั้งนี้หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ 28 วัน พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง เพื่อควบคุมแมลงพาหะ รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

2021-05-13T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145412413 221 คพ. เร่ง แก้ปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มหมูในพื้นที่คลองเจดีย์บูชา จ.นครปฐม หลังพบมีผู้ประกอบการหลายรายไม่ปฏิบัติตามระบบบำบัดน้ำเสีย

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่ง แก้ปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มหมูในพื้นที่คลองเจดีย์บูชา จังหวัดนครปฐม หลังพบมีผู้ประกอบการหลายรายไม่ปฏิบัติตามระบบบำบัดน้ำเสีย     

            นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า พื้นที่คลองเจดีย์บูชา จังหวัดนครปฐม เป็นคลองในสมัยราชกาลที่ 4 ไหลผ่านพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครปฐมและอำเภอนครชัยศรี กำลังประสบปัญหาน้ำเน่าเสียต่อเนื่องสาเหตุเกิดจากแหล่งกำเนิดมลพิษหลายประเภท โดยบริเวณดังกล่าวมีฟาร์มสุกรหนาแน่น เบื้องต้น คพ. ได้ตรวจสอบและให้คำแนะนำแก้ปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร ควบคู่กับการดำเนินงานตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ภายใต้แผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีน พร้อมให้คำแนะนำกับฟาร์มสุกรพื้นที่หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7 ตำบลสามควายเผือก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 22 ฟาร์ม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่ดังกล่าวที่ผ่านมา พบฟาร์มสุกร ร้อยละ 82 มีการใช้งานระบบบำบัดน้ำเสียเป็นปกติ ส่วนฟาร์มสุกร ร้อยละ 18 ไม่มีการใช้งานระบบบำบัดน้ำเสีย แล้วฟาร์มสุกรบางส่วนนำน้ำทิ้งไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงลูกไรแดง ซึ่งจากการสำรวจพบผู้ประกอบการฟาร์มสุกรส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียเท่าที่ควร โดยปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียที่พบส่วนมาก คือ การอุดตัน การสะสมของมูลสุกร การตื้นเขินของบ่อ คันดินรอบบ่อทรุด และมีวัชพืชขึ้นปกคลุมพื้นที่ของบ่อบำบัด โดย คพ. ได้ให้คำแนะนำการแก้ไขและปรับปรุงระบบเบื้องต้นเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียและเพิ่มความสามารถการรองรับน้ำเสียของบ่อ เพื่อป้องกันการไหลล้นของน้ำออกภายนอกฟาร์ม     

            อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า ส่วนการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แบบการเก็บสถิติข้อมูลการจัดทำบันทึกรายละเอียด และรายงานสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2555 (มาตรา 80) พบมีฟาร์มสุกร ร้อยละ 68 บันทึกข้อมูลตามแบบ ทส.1 และจัดทำรายงานสรุปข้อมูลตามแบบ ทส.2 เสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นประจำทุกเดือน แต่ผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่เข้าใจถึงวิธีการจัดทำบันทึกรายละเอียดและรายงานสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าว ส่วนฟาร์มสุกร ร้อยละ 32 ยังไม่ดำเนินการ ทำให้ คพ. ให้คำแนะนำผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง พร้อมให้คำแนะนำแก้ปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรในพื้นที่คลองเจดีย์บูชา จังหวัดนครปฐมเพิ่มเติม คือ ตำบลนครปฐม ตำบลบ่อพลับ ตำบลพระประโทน ตำบลวังตะกู และตำบลหนองปากโลง ซึ่งเป็นการช่วยลดการระบายมลพิษลงสู่คลองเจดีย์บูชานำไปสู่การแก้ปัญหาน้ำเสียคลองเจดีย์บูชาต่อไป 

2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145330412 222 จตุพร ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ ทสจ.พิษณุโลกเรียกรับเงินเพิ่มใบอนุญาตค้าไม้แปรรูปและวันสิ่งประดิษฐ์ ต้องได้รับความชัดเจนภายใน 7 วัน

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลกเรียกรับเงินเพิ่มใบอนุญาตค้าไม้แปรรูปและวันสิ่งประดิษฐ์ ต้องได้รับความชัดเจนภายใน 7 วัน            

            นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก (ทสจ.พิษณุโลก) ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ได้เรียกรับเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ที่มายื่นขอใบอนุญาตค้าไม้แปรรูปและสิ่งประดิษฐ์ จนถูกเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เข้าดำเนินการจับกุมพร้อมของกลาง ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกคำสั่งที่ 553/2564 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมาปฏิบัติราชการประจำสำนักงานปลัดกระทรวงไว้ก่อน แล้วตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ความชัดเจนภายใน 7 วัน ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนี้เป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด และผู้ที่ได้รับความเสียหายตามระเบียบของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดจริงจะดำเนินการลงโทษ และหากการสืบสวนข้อเท็จจริงพบมีกรณีพาดพิงถึงบุคคลใด หรือมีประเด็นข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมให้ดำเนินการสืบสวนไปในคราวเดียวกัน            

            ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อเนื่อง และได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการทุกระดับปฏิบัติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม มีเกียรติและศักดิ์ศรี ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ อดทน กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน เพื่อให้กระทรวงทรัพย์เป็นความหวัง เป็นที่พึ่งในการแก้ปัญหาความเดือนร้อนให้กับประชาชน พร้อมได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด

2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513151142430 223 ชาวนาในพื้นที่เขตชลประทานร่วมแรง ลงแขก ในการขุดลอกลำเหมือง เพื่อรองรับน้ำจากฝายลำน้ำปัว หลังจากโครงการชลประทานน่าน เตรียมพร้อมปล่อยน้ำให้ชาวนาช่วงฤดูกาลทำนา เตรียมพื้นที่เพาะปลูก

        ที่ลำเหมืองชลประทานอำเภอปัว เกษตรกรนาชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลไชยวัฒนาหลายหมู่บ้าน ต่างพร้อมใจกัน ลงมือขุดลอกลำเหมืองคลองส่งน้ำชลประทาน ที่ลำเหมืองส่งน้ำลำน้ำปัว เพื่อนำเอาเศษวัชพืชและสิ่งต่างๆ ออกจากลำเหมืองเพื่อให้การไหลของน้ำไหลลงพื้นที่แปลงนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวนาลงมือปรับพื้นที่ หลังจากได้เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ปลูกแล้วเสร็จและเตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวในฤดูกาลทำนา ประจำปี 2564 

        ตามที่โครงการชลประทานน่านได้ขอความร่วมมือเกษตรกรชาวนาในพื้นที่เขตชลประทาน ทำการขุดลอกลำเหมืองส่งน้ำ ระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร เพื่อที่จะได้ปล่อยน้ำให้ชาวนาอย่างต่อเนื่องหลังจากน้ำในเขื่อนฝายชลประทาน ที่ลำน้ำปัว ได้มีน้ำปริมาณเยอะ โดยจะปล่อยน้ำให้เกษตรกรชาวนาได้ทำนากันในช่วงฤดูกาลทำนา ซึ่งน้ำมีเพียงพอถึงขั้นที่จะทำนาได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งสร้างความดีใจให้กับเกษตรกรชาวนา หลังจากฝนได้ลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีของชาวนา ชาวสวน ที่จะได้ทำนาในช่วงฤดูฝนนี้ หลังจากได้เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชหลังนาเสร็จแล้ว ก็จะลงมือปรับพื้นที่และไถคราด ในการเตรียมเพาะปลูกข้าวข้าวช่วงฤดูกาลทำนา หลังจากที่ฝนตกลงมาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้น้ำตามลำห้วยและหนองน้ำธรรมชาติเริ่มมีน้ำขังกันแล้ว ขณะที่ชาวนาและชาวสวนต่างดีใจที่จะได้มีน้ำใช้ในการทำนา 

        ทั้งนี้ ทางโครงการชลประธานน่าน ได้ให้เจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทานน่าน ลงประจำอ่างกักเก็บน้ำหรือฝายของโครงการชลประทานทุกแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน เกษตรกรชาวนาทุกพื้นที่ คาดว่า ในฤดูกาลทำนาในปีนี้ เกษตรกรชาวนาสามารถทำนาได้อย่างต่อเนื่องและมีน้ำอย่างเพียงพอในฤดูกาลทำนานี้ 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-13T00:00:00 ภาคเหนือ น่าน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513181540544 224 จ.ยโสธร เตรียมจัดสถานพยาบาลสัตว์แห่งแรกของจังหวัดรองรับสัตว์ป่วยและถูกทอดทิ้ง

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายบรรลือ กล่ำพูล ปศุสัตว์อำเภอกุดชุม ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารของหน่วยผสมเทียมอำเภอกุดชุม ซึ่งได้รับงบประมาณปี 2564 จากกรมปศุสัตว์จำนวน 120,000 บาท ในการปรับปรุงให้เป็น สถานพยาบาลสัตว์ประจำอำเภอกุดชุม ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสัตว์ แห่งแรกของจังหวัด 

        โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในเดือน ก.ค.64 มีศักยภาพรองรับการรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงประมาณ 30 ตัวต่อวัน สำหรับวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์ ประจำอำเภอ เพื่อให้การบริการด้านสุขภาพสัตว์แก่ประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง สามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บ สัตว์ที่ถูกทารุณกรรม สัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง รวมทั้งการบริการผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุมประชากรสัตว์ สนับสนุนการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 และเฝ้าระวังโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนอีกด้วย

2021-05-13T00:00:00 NULL ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513173143507 225 รมว.การอุดมศึกษาฯ ย้ำ ต้องระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด ชี้ วัคซีนที่ดีที่สุดคือที่ฉีดเร็วที่สุด ไทยฉีดไปแล้วกว่า 2 ล้านโดส ยังไม่มีใครเสียชีวิตจากวัคซีน เตรียมฉีดวัคซีนให้นิสิต นักศึกษา ทุกชั้นทุกระดับ รวมถึงนักเรียน ทุกแห่ง และคนนอกมหาวิทยาลัยด้วย "

 รมว.การอุดมศึกษาฯ ย้ำ ต้องระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด ชี้ วัคซีนที่ดีที่สุดคือที่ฉีดเร็วที่สุด ไทยฉีดไปแล้วกว่า 2 ล้านโดส ยังไม่มีใครเสียชีวิตจากวัคซีน เตรียมฉีดวัคซีนให้นิสิต นักศึกษา ทุกชั้นทุกระดับ รวมถึงนักเรียน ทุกแห่ง และคนนอกมหาวิทยาลัยด้วย

 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้มารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ว่า วัคซีนที่ดีที่สุดไม่ใช่อยู่ที่ยี่ห้ออะไร แต่คือชนิดที่มีอยู่และฉีดได้เร็วที่สุด ขอยืนยันว่าวัคซีนทุกชนิดที่มีในประเทศไทยเวลานี้ ดีหมด ใช้ได้หมด ประสิทธิผลสูงเท่าๆ กัน และผลข้างเคียงมีน้อยมาก ขณะนี้ ฉีดมาร่วม 2 ล้านโดส ยังไม่มีใครเสียชีวิต ดังนั้น ในภาวะที่ไทยเริ่มจะมีวัคซีนแล้ว วิธีการหยุดยั้งการระบาดที่ดีที่สุด คือ การระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด

   รมว.อว.ยืนยันว่า อว.พร้อมฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ในสังกัด อว. ซึ่งทั่วประเทศมีกว่าสองล้านคน นิสิต นักศึกษา ทุกชั้นทุกระดับ รวมถึงนักเรียนโรงเรียนสาธิตทุกแห่ง และพร้อมที่จะช่วยฉีดให้คนนอกมหาวิทยาลัยด้วย 

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513163228471 226 ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมใจมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

        บ่ายวันนี้ (13 พ.ค.64) ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยตัวแทนทางโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี หน่วยงานสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และใช้ประโยชน์อื่นๆ ตามความเหมาะสม 

        ในการนี้นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้ตัวแทนเป็นผู้มอบชุดจัดท่าคว่ำช่วยหายใจ จำนวน 7 ชุด, กลุ่มบริษัทเอเชี่ยนร่วมกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด มอบเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง จำนวน 1 เครื่อง ชุดอุปกรณ์ปกป้องระบบหายใจชนิดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ จำนวน 2 ชุด, หจก.สมบูรณ์พรเจริญก่อสร้าง มอบเตียงผู้ป่วย จำนวน 2 หลัง ,คุณยุทธนา - คุณภารดี รัตโน มอบเตียงผู้ป่วยจำนวน 1 หลัง, คุณพิสิทธิ์ - คุณลัดดา นวนนุ่น มอบเตียงผู้ป่วย จำนวน 1 หลัง และ คุณพนม ตู้วิเชียร - คุณสุรีพร จันทร์หุ่น มอบเตียงผู้ป่วย จำนวน 1 หลัง

        โอกาสนี้ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวขอบคุณผู้มีจิตกุศลทุกท่าน ที่ได้มอบสิ่งของอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ โดยจะส่งต่อให้กับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี นำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยให้เกิดความคุ้มค่าต่อไป




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-13T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513165557482 227 กรมวิชาการเกษตร เผยประวัติ 2 เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2564 สาขา GAP ปลูกพืชผักผสมผสานอินทรีย์

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในทุกปีกรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นที่ผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดเป็นแนวทางการปฏิบัติงาน เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกร โดยในปี 2564 นี้กรมวิชาการเกษตรได้คัดเลือก นายอำนาจ จันทรส เกษตรกรเจ้าของสวนลำไย จังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) และนายสุธรรม จันทร์อ่อน เกษตรกรปลูกพืชผักผสมผสาน จังหวัดนครปฐม ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชอินทรีย์

สำหรับนายสุธรรม จันทร์อ่อน เกษตรกรพืชอินทรีย์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดชัยนาท เกษตรกรที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิต แต่เนื่องจากกิจกรรมทางการเกษตรมีต้นทุนที่สูง กระบวนการผลิตยังมีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง ส่งผลให้มีปัญหาทั้งด้านสุขภาพและหนี้สินจึงกลับมาทำเกษตรแบบธรรมชาติโดยเริ่มทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ ในปี พ.ศ. 2542 จนสามารถปลดหนี้สินได้สำเร็จและยึดแนวทางผลิตพืชแบบอินทรีย์มาจนถึงปัจจุบัน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2564 ทั้ง 2 รายนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมวิชาการเกษตร เพราะเป็นเกษตรกรที่มีความมุ่งมั่นและรักในอาชีพเกษตรกร มีความคิดริเริ่ม อดทน ขยันหมั่นเพียร พร้อมที่จะแบ่งปันความรู้ ทำการเกษตรโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ผลผลิตมีคุณภาพได้รับการยอมรับจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งสามารถเป็นผู้นำและแบบอย่างให้เกษตรกรรายอื่นได้ปฏิบัติตามต่อไป



2021-05-13T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513210258585 228 อว.ประกาศให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเตรียมเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.64 เป็นต้นไป พร้อมจัดเรียนการสอนออนไลน์-ออนไซต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ "

 อว.ประกาศให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเตรียมเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.64 เป็นต้นไป พร้อมจัดการเรียนการสอนออนไลน์-ออนไซต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่

     ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อว. มีนโยบายให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเริ่มเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.64 เป็นต้นไป ตามความพร้อมของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 โดยให้ใช้การสอนแบบผสมผสาน ทั้งออนไลน์และออนไซต์ตามสถานการณ์ในพื้นที่ หากสามารถเปิดการสอนในสถานที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด และขณะนี้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) กำลังดำเนินการจัดทำมาตรฐานการศึกษาออนไลน์ เพื่อช่วยสนับสนุนให้การเรียนออนไลน์ ให้มีมาตรฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ ไม่แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย

    โฆษก อว. กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้ทุกมหาวิทยาลัยสามารถเริ่มดำเนินการเรียนการสอนได้เร็วขึ้น คือ การที่บุคลากรต่างๆ ได้รับวัคซีน ซึ่งอธิการบดีทุกมหาวิทยาลัยได้ลงความเห็นว่า หากอาจารย์ บุคลากร และนิสิตนักศึกษา ได้รับวัคซีนก่อนการเปิดเทอมจะสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น และจะทำให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ เกิดความมั่นใจในการใช้วัคซีนด้วย ในส่วนนิสิต นักศึกษานั้น ถึงแม้อายุยังไม่มากนักและมีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงได้น้อยกว่าผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรมมาก และมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อและแพร่เชื้อต่อไปในสังคมได้สูง ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละคน  

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513181107543 229 จ.ยโสธร เดินหน้าลอกผักตบชวา รับหน้าฝนที่จะมาเร็วกว่าปกติ พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำทุกวัน

        นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองจังหวัดยโสธร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองยโสธร ลงพื้นที่ติดตามการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ ของสำนักงานชลประทาน ที่ 7  ณ บริเวณเขื่อนยโสธร พนมไพร เพื่อเตรียมการรับน้ำหลากในฤดูฝน ปี 2564 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งสำนักงานชลประทาน ที่ 7 ได้ระดมเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุกเร่งทำการกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะผักตบชวาและสิ่งปฎิกูลต่างๆในพื้นที่รับน้ำโดยรอบเขื่อน

2021-05-13T00:00:00 NULL ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513171327488 230 กรมชลประทาน วางแผนรับน้ำฤดูฝนปี 64 ในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง เน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ.2564 ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 นี้ คาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปีนี้จะเทียบเคียงเท่ากับปริมาณฝนในปี 2551 กรมชลประทาน จึงกำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากเป็นพิเศษ

โดยในช่วงฤดูฝนปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 5 -10 % ซึ่งถือว่ามีเกณฑ์ฝนตกค่อนข้างมาก ทำให้ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี จึงสั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือตามมาตราการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี 2564 โดยเฉพาะพื้นที่เกิดอุทกภัยซ้ำซาก อาทิ ในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง เนื่องจากช่วงต้นของลำน้ำที่อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะกว้างและลาดชันมาก ส่วนช่วงท้ายก่อนบรรจบกับลำน้ำชีในเขต อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะแคบลงและคดเคี้ยว มักจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประจำเกือบทุกปี เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน

จากการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและประตูระบายน้ำในลุ่มน้ำยัง พบว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ส่วนงานก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยในลุ่มน้ำยัง หลายแห่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จทันรับมือช่วงน้ำหลากปีนี้ นอกจากนี้ ยังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบูรณาการป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำยัง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์ ป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำยังอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา แผนเผชิญเหตุในภาวะฉุกเฉินและมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำทุกพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด



2021-05-13T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513213419606 231 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบฝูงวัวแดงกว่า 60 ตัว ออกหากินกระจายเต็มพื้นที่โป่งช้างเผือก แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และความสำเร็จของระบบลาดตระเชิงคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบฝูงวัวแดงกว่า 60 ตัว ออกหากินกระจายเต็มพื้นที่โป่งช้างเผือก แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และความสำเร็จของระบบลาดตระเชิงคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

            นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สามารถบันทึกภาพฝูงวัวแดงกว่า 60 ตัว ออกมาหากินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกใบอ่อนใหม่บริเวณโป่งช้างเผือก เป็นผลมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้จัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผนและมีการลาดตระเชิงคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ ภาพรวมฝูงวัวแดงฝูงใหญ่กำลังแทะเล็มหญ้าบริเวณดังกล่าวจำนวนมากเลียบคลองทับเสลาจากด้านทิศใต้เดินขึ้นมาทางทิศเหนือ ซึ่งวัวแดงแต่ละตัวมีร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์บ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ มีทั้งวัวแดงแก่ วัวแดงโตเต็มวัย และลูกวัวแดงแสดงให้เห็นถึงความสามารถการขยายพันธุ์ของฝูงวัวแดง แล้วยังพบวัวแดงอีกฝูงหากินอยู่ทางด้านทิศเหนือของโป่งช้างเผือกกระจายตัวหากินอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน รวมทั้ง ยังพบหมูป่า เก้ง กวางป่า นกยูง และสัตว์ป่าชนิดอื่นอีกหลายชนิดลงมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โป่งช้างเผือกเช่นกัน

            สำหรับวัวแดง จัดเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ (EN) ตามรายงานการประเมินสถานภาพของ IUCN และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวรได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การ UNESCO เมื่อปี 2534 เนื่องจากเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยความหลากหลายของชนิดพันธุ์ทั้งพืชป่าและสัตว์ป่า รวมทั้งยังมีสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ปัจจุบันเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีพื้นที่ 1.7 ล้านไร่ พบเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายของสัตว์ป่าอย่างมากที่สำคัญ เช่น วัวแดง ควายป่า เสือโคร่ง

" 2021-05-13T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513183014553 232 ชาวระยอง เฮ อบจ.ระยอง ทำแก้มลิง 4 โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ช่วงฤดูฝนเรียบร้อยแล้ว คาดจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน

        วันที่ 13 พ.ค.64 นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตตัวเมืองระยอง หลัง อบจ.ระยอง ได้มีการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ดังกล่าว และมีการก่อสร้างโครงการต่างๆ จนแล้วเสร็จ และมีความพร้อมรับมือน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้

        นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง กล่าวว่า อบจ.ระยอง ได้มีแผนงานตามผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลนครระยอง ต.เชิงเนิน ต.ทับมา และต.เนินพระ อ.เมืองระยอง โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 4 โครงการ ซึ่งปัจจุบันแผนงานต่างๆ ได้มีการบูรณาการร่วมกันดำาเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วและมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมืองระยอง ประกอบด้วย 1)การก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองหนองโพรง โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2)การก่อสร้างสถานีสูบน้ำปลายคลองทับมาพร้อมระบบระบายน้ำสู่แม่น้ำระยอง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและโครงการชลประทานระยอง 3)การปรับปรุงระบบระบายน้ำคลองทับมาก่อสร้างกำแพงกั้นตลิ่ง โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง และโครงการชลประทานระยอง 4)การก่อสร้างสระเก็บน้ำดิบทับมา โดยบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) 

        โดยแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตามผลการศึกษาทั้ง 4 แผนงาน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมืองระยอง ซึ่งมีความพร้อมในการรับมือน้ำจากลุ่มน้ำคลองทับมา โดยสามารถกักเก็บน้ำส่วนเกินตอนบนไว้ในสระเก็บน้ำดิบทับมา ขณะน้ำหลากไว้ใช้ประโยชน์ในฤดูแล้งก่อนไหลเข้าสู่ตัวเมือง ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งระบายน้ำจากคลองทับมาสู่แม่น้ำระยอง เพื่อไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมืองระยอง




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-13T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513185414562 233 มุกดาหาร -กอ.รมน. รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน (โรคระบาดสัตว์) ในโค-กระบือ "

            พ.อ.วิระ สอนถม รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.64 เวลา 09.00 น. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคระบาดที่เกิดกับโคและกระบือทำให้โคและกระบือของประชาชนล้มป่วยเป็นจำนวนมากในพื้นที่ หมู่ 17 บ.สามขาเหนือ  ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร 


            ปัจจุบันพบมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมือง, ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล และ ต.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร โดยปศุสัตว์อำเภอได้ออกประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรค ""ลัมปิ สกิน (Lumpy skin Dissease) ในโคและกระบือ ห้ามเคลื่อนย้ายโค  กระบือ เข้าออกพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต


            ขณะที่ปัจจุบันโรคลัมปิ สกิน ได้แพร่ระบาดในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและยังไม่มีวัคซีนป้องกันในส่วนของจังหวัดมุกดาหาร ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารแก้ไขปัญหาด้วยการแนะนำเกษตรกรใช้ยากำจัดเเมลงฉีดพ่นฆ่าแมลงดูดเลือด และราดลงในตัวสัตว์เลี้ยง  รวมทั้งทำความสะอาดคอกสัตว์ เพื่อกำจัดแมลงดังกล่าว


            อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคระบาดดังกล่าวและมีการระบาดแล้วในหลายพื้นที่คาดว่าการแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างและส่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือในพื้นที่ จึงขอความร่วมมือเกษตรกรเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง ค้นหาโรคลัมปี สกิน ด้วย







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514090536641 234 สอวช. เตรียมพร้อมส่งเสริมการพัฒนาวิจัย นวัตกรรม ช่วยเหลือประชาชน - SMEs พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วย บีซีจี โมเดล "

  สอวช. เตรียมพร้อมส่งเสริมการพัฒนาวิจัย นวัตกรรม ช่วยเหลือประชาชน - SMEs พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วย บีซีจี โมเดล

 นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) เปิดเผยถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “BCG Economy Model” ที่ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า สอวช. จะเข้าไปสนับสนุนเรื่องนโยบาย โดยเริ่มจากจัดลำดับความสำคัญ ประสานงานในเชิงนโยบายกับหน่วยงานที่จะเสริมสร้างเรื่องแรงจูงใจขับเคลื่อนในเชิงของการลงทุน การพัฒนากำลังคน ด้านการฟื้นฟูประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19 เชื่อว่า โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี จะเป็นแนวทางช่วยฟื้นฟูประเทศได้ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยในเรื่องระบบสุขภาพมากขึ้น ด้านบทบาทของภาคประชาชนและ SMEs ที่ต้องปรับตัวให้พร้อมสำหรับนโยบายบีซีจี กลุ่มเกษตรจะต้องปรับตัวการใช้ Smart Farming หรือ เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ เพื่อให้ผลผลิตออกมาได้มาตรฐานทุกครั้ง ในส่วนของกลุ่ม SMEs จะต้องปรับตัวแนวคิดใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมเพิ่มเติมเข้าไปในการประกอบธุรกิจ ปัจจุบัน สอวช. กำลังคิดที่จะทำแซนด์บอกซ์ ในกลุ่มนวัตกรรมบางอย่าง เช่น นวัตกรรมทางด้านเครื่องมือแพทย์ ที่ทำออกมาแล้วให้ได้มาตรฐาน และนำไปทดลองใช้ในโรงพยาบาลต่างๆ เมื่อเกิดการนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงค่อยนำไปขยายผลในการพัฒนาต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนให้ตอบสนองต่อความต้องการ ด้านภาครัฐจะต้องมีตลาดเข้ามาช่วยสนับสนุนการซื้อในช่วงแรก เพื่อร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจ บีซีจี ขึ้นในประเทศได้

 นายกิติพงค์ ยังให้ความมั่นใจว่า ทิศทางของ บีซีจี เป็นทิศทางที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่ประเทศไทยมี และภาครัฐได้พยายามเตรียมการอะไรหลายอย่างขึ้นมาในการสนับสนุน รวมถึงการปลดล็อกทางด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะในภาคส่วนที่เป็นเรื่องเกษตร เรื่องอาหาร เรื่องสุขภาพ เรื่องการแพทย์ เรื่องของพลังงาน เรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในประเทศ จึงต้องมีการเตรียมการในการทำงานอย่างเต็มที่ และมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องระยะยาวและต่อเนื่อง


" 2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514094621646 235 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี และองค์การบริหารส่วนตำบลปากหมันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แก่สุนัข-แมว ที่บ้านนาดี หมู่ที่ 1 ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 148 ตัว แมว 37 ตัว รวม 185 ตัว  บ้านนาทอง หมู่ที่ 1 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 89 ตัว แมว 11 ตัว รวม 100 ตัว และบ้านห้วยน้ำมี หมู่ที่ 3 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 16 ตัว แมว 5 ตัว รวม 21 ตัว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514093553645 236 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ พร้อมคาดการณ์ปริมาณฝนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศแล้วว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้  (15 พ.ค.64) พร้อมคาดว่าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 5-10 ขอให้ประชาชนประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและควรรักษาสุขภาพ

รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงสภาพอากาศช่วงสุดสัปดาห์นี้ด้วยว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ 20-30 ของพื้นที่  ขณะที่ภาคกลาง มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออก มีอากาศร้อนในตอนกลางวันเช่นกันและมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกร้อยละ 20 ของพื้นที่ และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่



2021-05-14T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514110627686 237 จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่ง“บุกแม่ฮ่องสอน”ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย "

        ที่ห้องประชุมขุนลุมประพาส ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานประชุมโครงการส่งเสริม เพิ่มมูลค่า และยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ""บุกแม่ฮ่องสอน"" ครั้งที่ 1 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการในการสร้างเอกลักษณ์ ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด และก่อให้เกิดการทำการเกษตร การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การกำหนดชื่อสินค้าทางภูมิศาสตร์ของบุกแม่ฮ่องสอน ที่มีความเหมาะสมและเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

        เบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งเสริมบุกแม่ฮ่องสอน พืชเศรษฐกิจแนวใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่า และยกระดับสินค้าชุมชุนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดทำขอขึ้นทะเบียนมาตรฐาน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indications หรือ GI) ซึ่ง “บุก” เป็นพืชที่มีมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มากกว่า 4 พันไร่และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการผลักดันถั่วลายเสือและกระเทียมแม่ฮ่องสอน ให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยแล้ว

        ทั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงาน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์บุกแม่ฮ่องสอน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่ มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ เพื่อกำกับดูแลและร่วมกันดำเนินงานให้เป็นไปตามความเรียบร้อย มีความรัดกุม ครอบคลุมรอบด้าน และมีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-14T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514095631651 238 จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งเสริมบุกให้เป็นพืชเศรษฐกิจแนวใหม่ พร้อมยกระดับสินค้าชุมชุน ขึ้นทะเบียนมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย "

        นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานประชุมโครงการส่งเสริมเพิ่มมูลค่า และยกระดับสินค้าชุมชุนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ""บุกแม่ฮ่องสอน"" ครั้งที่ 1 ณ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการในการสร้างเอกลักษณ์ ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด และก่อให้เกิดการทำการเกษตร การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

        เบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งเสริมบุกแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกมากว่า 4 พันไร่ในจังหวัด และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศให้เป็นพืชเศรษฐกิจแนวใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจัดทำขอขึ้นทะเบียนมาตรฐาน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย

        จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์บุกแม่ฮ่องสอน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะเพื่อกำกับดูแลและร่วมกันดำเนินงาน ให้เป็นไปตามความเรียบร้อย มีความรัดกุม ครอบคลุมรอบด้าน และมีประสิทธิภาพ




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-14T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514100005653 239 พ่อค้า แม่ค้า มือใหม่ขายของออนไลน์ แห่ส่งทุเรียน และผลไม้ทางไปรษณีย์ จันทบุรี ที่มีบริการ Roll Pallet ส่งตรงถึงปลายทางทั่วประเทศไทย

            ที่ไปรษณีย์จันทบุรี เกษตรกรชาวสวนผลไม้ พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษาที่หันมาขายสินค้าออนไลน์ เพิ่มช่องทางการตลาด หารายได้ลดผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด -19 ลดความเสี่ยงจากการขายตรง สัมผัสบุคคลทั่วไป ต่างพากันนำสินค้า ผลไม้ตามฤดูกาลของจังหวัดจันทบุรีที่กำลังให้ผลผลิต มาฝากไปรษณีย์จันทบุรีเพื่อส่งไปยังลูกค้าปลายทาง โดยเฉพาะทุเรียนมีการนำส่ง EMS ผ่านบริการ Roll Pallet ซึ่งเป็นตู้ตะแกรงเหล็กใส่สินค้า 

            โดยนายนิคม พรหมวัน ผู้ช่วยไปรษณีย์สาขาจันทบุรี กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้ ชาวสวน พ่อค้า แม่ค้า รวมทั้งมือสมัครเล่นหน้าใหม่ที่ขายสินค้าผ่านออนไลน์ได้พากันมาฝากส่งผลไม้ไปยังปลายทางจำนวนมาก โดยไปรษณีย์จันทบุรีมีบริการสำหรับลูกค้าที่ส่งสินค้าจำนวนมากเป็นการบริการพิเศษ Roll Pallet ส่งตรงถึงปลายทางทั่วประเทศไทย ในราคาเหมาจ่าย ตามระยะทาง อาทิ ถ้าเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะมีค่าเหมาจ่าย พาเลท หรือตู้ละ 600 บาท แต่ถ้าเป็นพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง จะเหมาจ่าย ตู้ละ 900 บาท ถ้าเป็นภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจะเหมาจ่าย ตู้ละ 1,400 บาท หากเป็นพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลการส่ง EMS Roll Pallet จะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 วัน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ไกลกว่าก็จะใช้เวลา 2 – 3 วัน มีเกษตรกรชาวสวน และประชาชนทั่วไปมาใช้บริการจำนวนมาก ทั้งนี้ บริการ Roll Pallet ที่จันทบุรีจะมีตู้บริการได้ประมาณวันละ 25 ตู้ ผู้ที่จะส่งสินค้าต้องมาจองด้วยตนเองที่ไปรษณีย์เพื่อความเป็นธรรม หาก ตู้เต็มทางไปรษณีย์จะรับจองไว้ก่อนเมื่อตู้หมุนเวียนกลับมาก็จะแจ้งกลับไปยังผู้ใช้บริการเพื่อนำสินค้ามาใส่ และ ส่งไปต่างจังหวัด  

            ด้าน นางสาวพนิดา ปัจฉิม เกษตรกรชาวสวนที่มาใช้บริการส่งทุเรียนไปยังตลาดปลายทาง ก็กล่าวชื่นชมและมั่นใจในบริการของไปรษณีย์ ทุเรียนที่ส่งไปสามารถถึงลูกค้าปลายทางได้ตรงเวลา และไม่เสียหาย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออก จันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514102705667 240 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมให้เร่งแผนการฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมให้เร่งแผนการฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (14 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ. เพชรบูรณ์ 56 มิลลิเมตร // เลย 102 มิลลิเมตร // ตราด 55 มิลลิเมตร // ราชบุรี 51 มิลลิเมตร และกระบี่ 56 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง // ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว // ภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนแม่น้ำโขง น้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,549 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,780 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม บริเวณจังหวัดภูเก็ต

               ทั้งนี้ กอนช.ยังได้ติดตามแผนการฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ พร้อมผลักดัน 2 โครงการฟื้นฟูบึงเป็นโครงการสำคัญ ด้วยการให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีแผนดำเนินแล้วโดยเร็ว // ให้ทบทวนแผนพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุก การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการเพิ่มพื้นที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ // ให้จัดทำแผนพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ 2 บึง คือ กว๊านพะเยา จ.พะเยา และเวียงหนองหล่ม จ.เชียงราย รวมถึง โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 15 โครงการให้เป็นโครงการสำคัญ โดยจะเสนอให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาต่อไป พร้อมทั้ง ยังให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดปรับแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมายสอดคล้องและทันต่อการบริหารจัดการน้ำ โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณตามความจำเป็นและคุ้มค่าที่สุด

                 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514095040648 241 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (14 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514095648652 242 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และน้ำยาฆ่าเชื้อ

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 จำนวน 50 โด๊ส จำนวน 4 ราย เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น หมู่ที่ 8 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 48 ตัว ให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ จำนวน 1 ลิตร ให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือน พร้อมให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ การเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514102603665 243 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งสกัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ให้ได้

??นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ จึงได้มีคำสั่งให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด ด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด พร้อมทั้งเร่งรัดการประกาศเขต ทั้งเขตโรคระบาดชั่วคราวฯ เขตโรคระบาดฯ เขตเฝ้าระวังฯ 

นอกจากนี้ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบืออย่างเข้มงวด กรณีที่พบโรคระบาด หากสอบสวนแล้วพบว่าเกิดจากการเคลื่อนย้าย ปศุสัตว์จังหวัดต้นทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันให้ทางกรมปศุสัตว์กำชับด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนให้เข้มงวดป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน และป้องกันปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือ พร้อมกำชับจุดตรวจให้เข้มงวดในการตรวจอาการ เป็นต้น และให้ทางกรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง

??ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า การระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ที่พบในพื้นที่เขต 3, 4 และ 7 จนถึงขณะนี้ พบว่า มีแนวโน้มที่โรคจะแพร่กระจายไปในวงกว้าง ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ กรมปศุสัตว์จึงกำหนดการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคออกเป็น 2 รูปแบบ คือ หนึ่ง จังหวัดที่เกิดโรคและจังหวัดที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค และสอง จังหวัดที่อยู่นอกพื้นที่รัศมี 50 กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค และเพื่อให้มาตรการที่กรมปศุสัตว์สัมฤทธิ์ผล จึงได้มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้ช่วยกำกับติดตามดูแลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัดตามแนวทางของกรมปศุสัตว์

??สำหรับมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคนั้น ทางกรมปศุสัตว์ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติและสั่งการเป็นที่เรียบร้อย โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้าย การจัดการดูแลในส่วนของตลาดนัดค้าสัตว์ พร้อมให้มีการตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตโรคระบาด



2021-05-14T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514115612724 244 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ 3 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 64 เน้นการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผย ถึงการประชุมเตรียมความพร้อมข้อมูลสำหรับการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ครั้งที่ 2/2564 ก่อนนำเสนอต่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ ว่าในส่วนของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอจำนวน 3 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 64 ในประเด็น การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก การทบทวนปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลางและเขื่อนระบายน้ำ รวมไปถึงการซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ ตลอดจนสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ

ขณะที่ กรมชลประทาน ได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา แผนป้องกันเหตุในภาวะฉุกเฉินและมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำทุกพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้านทุกแห่ง หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา



2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514110942691 245 ชาวไร่อ้อยเฮ ตัดอ้อยสดขายโรงงานรัฐช่วยเหลืออัตรา 120 บาทต่อตัน วงเงินกว่า 6 พันล้านบาท

        สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตัดอ้อยสดฤดูการผลิตปี 2563/2564 วงเงิน 6,056 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

        โครงการฤดูการผลิตปี 2563/2564 รัฐบาลช่วยเหลือเฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงาน เป้าหมาย 300,000 ราย ช่วยเหลืออัตรา 120 บาทต่อตัน ตั้งเป้าหมายอ้อยสดร้อยละ 80 ของปริมาณอ้อยคาดการณ์ 70 ล้านตัน คิดเป็นอ้อยสด 56 ล้านตัน โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหลังปิดหีบระหว่างเดือน มิถุนายน-กันยายน 2564 โดย ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทุกรายโดยตรง ทั้งที่เป็นคู่สัญญากับโรงงานและเกษตรกรรายย่อยที่ส่งอ้อยผ่านหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย

        ส่วนโครงการฤดูการผลิตปี 2562/2563 ได้จ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดแล้ว 133,000 ราย เป็นเงินจำนวน 3,457 ล้านบาท มีปริมาณอ้อยสดส่งเข้าโรงงาน จำนวน 37.58 ล้านตัน และมีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงเหลือร้อยละ 49.65 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด เมื่อเทียบกับปริมาณอ้อยไฟไหม้ในฤดูกาลผลิตปี 2561/2562 อยู่ที่ร้อยละ 61.11 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด

        ทั้งนี้ประโยชน์ของมาตรการดังกล่าว จะแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาอ้อยในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว, ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดให้มีรายได้มากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ จูงใจให้ตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น และช่วยให้ชาวไร่อ้อยมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการประกอบอาชีพ งดเผาอ้อย เพื่อสิ่งแวดล้อมและมีอ้อยสดที่มีคุณภาพส่งโรงงาน รับเงินเพิ่มจากรัฐบาล 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514115403722 246 อบจ.ชลบุรี ร่วมกับ อปท. 94 แห่งบริหารจัดการปัญหาขยะอันตรายชุมชน "

            วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนจังหวัดชลบุรี และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 94 แห่ง ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

            องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี แก้ไขปัญหาขยะอันตรายชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญระดับประเทศ เนื่องจากก่อให้เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ ทั้งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ระบบนิเวศวิทยา การปนเปื้อนทางน้ำ การเกิดมลพิษทางอากาศ การปนเปื้อนในดิน ผลกระทบต่อพืชและสัตว์ โดยขยะอันตรายชุมชนมีอยู่ทั้งในที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และร้านค้าต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนให้ เป็นไปตามหลักสุขาภิบาลต่อไป

            นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจากจังหวัดชลบุรีในการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชน ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 94 แห่ง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชน ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ. 2560 โดยครั้งนี้ดำเนินการรวบรวมขยะอันตรายชุมชน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวนทั้งสิ้น 20,205 กิโลกรัม และให้บริษัท บางปู เอนไวรอนเมนทอล คอมเพล็กซ์ จำกัด ในการนำขยะอันตรายชุมชนไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาลต่อไป

            ปริญญา  เทศสวัสดิ์ ข่าว/ภาพ

" 2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออก ชลบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514120349731 247 จังหวัดนครสวรรค์เตรียมปลูกป่าก่อนสิ้นสุดฤดูฝนนี้ ตั้งเป้าหมายเกือบ 2,600 ไร่

        จังหวัดนครสวรรค์เตรียมปลูกป่าในพื้นที่ก่อนสิ้นสุดฤดูฝนนี้ ตั้งเป้าหมายเกือบ 2,594 ไร่ พร้อมปลูกซ่อมในพื้นที่ป้าเดิม ผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้มีการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปีแรกหลังฝน มักพบว่าต้นไม้ขาดการดูแล ไม่เจริญเติบโตหรือแห้งตายในฤดูแล้ง

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดนครสวรรค์ ที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการฯ ที่จะมาร่วมดูแลทั้งการป้องกันไฟป่าและการปลูกป่ามีเป้าหมายปลูกต่อเนื่องทุกปี ถึงปี 2570 ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าหมายปลูกป่าจนถึงปี 2570 รวมประมาณ 9,800 ไร่ โดยปีที่ผ่านมาปลูกไปแล้ว 825 ไร่ อำเภอแม่เปิน 155 ไร่ อำเภอแม่วงก์ 170 ไร่(5แปลงย่อย) ภาคเอกชนปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ 500 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นไม้เศรษฐกิจ เช่น สัก ประดู่ พยุง

        ส่วนปี 2564 จังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าหมายปลูกป่า 2,594 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่อำเภอแม่เปิน อำเภอไพศาลี 15 แปลง รวม 123 ไร่ ป่าชุมชนปลูกเสริมป่าไม้เดิมที่มีอยู่ไร่ละ 25 ต้น รวม 990 ไร่ ปลูกป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด 300 ไร่ ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 181 ไร่ โดยจะจัดกิจกรรมปลูกป่าในวันสำคัญของชาติ เช่น วันต้นไม้แห่งชาติ วันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น

        ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดนครสวรรค์ปีนี้ลดลงไปมากเนื่องเริ่มมีฝนตกในพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่เสี่ยงบางแห่งเช่น ไพศาลี แม่วงก์ และหนองบัว สำหรับการปลูกป่าจังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าหมายไว้ไม่น้อยกว่าปีละ 100 ไร่ ต่อเนื่องถึงปี 2570 แต่ปัญหาของการสร้างป่า คือ หลังจากปลูกในช่วงฤดูฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ต้นไม้จะไม่เจริญเติบโต หรืออยู่ไม่ได้จนถึงฤดูฝนปีถัดไป ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลบำรุงรักษาต่อเนื่อง ทั้งการรดน้ำเสริมช่วงแล้ง การปลูกซ่อมต้นไม้ที่ตาย เพื่อให้การปลูกป่าเป็นไปดังเป้าหมาย ต้นไม้เจริญเติบโตสร้างความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชนด้วย 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514153431912 248 ไทย - จีน ร่วมฉลอง ส่งออกทุเรียนไทยผ่านด่านตงซิงล็อตปฐมฤกษ์สำเร็จ ช่วยแก้ปัญหารถติด

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ (14 พฤษภาคม 2564) เทศบาลเมืองตงซิงได้จัดพิธีต้อนรับผลไม้ไทยล็อตแรก และแถลงข่าวการนำเข้าผลไม้ไทยมายังประเทศจีนผ่านด่านตงซิง โดยมีนายเฉิน เจี้ยนหลิน รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และนายกเทศมนตรีเมืองตงซิง เป็นประธานฝ่ายจีน และนางสาวเบญจมาศ ตันเวทยานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง เป็นผู้แทนฝ่ายไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการนำเข้าผลไม้ของจีนทราบถึงโอกาสและศักยภาพในการนำเข้าผลไม้จากไทยผ่านด่านตงซิงที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว โดยใช้เวลาในการขนส่งออกจากไทยและเข้าจีนได้ในระยะเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น 

นายปรัตถกร แท่นมณี กงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ได้ประเดิมส่งออกทุเรียนตู้ปฐมฤกษ์เพื่อทดลองนำร่องในการขนส่งผ่านด่านตงซิง จำนวน 2 ตู้คอนแทนเนอร์ ปริมาณรวม 36 ตัน มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ซึ่งพบว่ารถขนส่งสามารถผ่านเข้าด่านตงซิงและผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างราบรื่น โดยผู้ประกอบการจีนได้ทำการต้อนรับตู้ทุเรียนตู้แรกของไทย ณ ตลาดการค้าสินค้าเกษตรฟู่หมินตงซิงกว่างซี เมื่อเวลา 23.48 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นผลจากการที่สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ได้ประกาศให้ด่านตงซิง (สะพานข้ามแม่น้ำเป่ยหลุนแห่งที่ 2) สามารถนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้การเจรจาและผลักดันการทำความตกลงกับสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน  (GACC) จนเห็นชอบร่วมกันให้บรรจุด่านตงซิงเข้าไปในร่างพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการขนส่งผลไม้ไทยที่ส่งออกผ่านประเทศที่สามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน

ด่านตงซิงสามารถรองรับรถบรรทุกสินค้าเข้าออกได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คันต่อวัน จึงเป็นด่านทางบกที่มีศักยภาพในการนำเข้าผลไม้จากไทย นอกเหนือจากด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน  ด่านโหย่วอี้กวน และด่านรถไฟผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังจีน ช่วยแก้ปัญหารถติดสะสมบริเวณหน้าด่านโหย่วอี้กวน โดยเฉพาะในฤดูกาลส่งออกทุเรียนในขณะนี้ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ส่งออกไทย



2021-05-14T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514141113821 249 อบจ.ชลบุรีเดินเครื่องใส่ใจขยะพิษ ทำ MOU กับ ทสจ.ชลบุรี นำขยะไปกำจัดให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของชาวชลบุรี "            เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ (14 พฤษภาคม 2564) ที่หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) นายชายชาญ เตโชทินกร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี และนายสัญชัย ชนะสงคราม ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม ร่วมกันเปิดโครงการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนจังหวัดชลบุรี โดยมีการปล่อยรถขนขยะอันตราย 3 คัน เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีที่ บริษัท บางปู เอนไวรอนเมนทอล คอมเพล็กซ์ จำกัด (BPEC) การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นครั้งแรก ที่ อบจ.ชลบุรี ได้จัดสรรงบประมาณในการกำจัดขยะอันตรายชุมชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.ชลบุรี และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อร่วมกันกำจัดขยะพิษ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา เพื่อสุขภาพที่ของประชาชนใน จ.ชลบุรี

            นายวิทยา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมกันกำจัดขยะพิษ ซึ่งฟังดูแล้วน่ากลัว อย่างไรก็ตามขยะพิษมีอยู่ตามบ้านเรือนมากมาย อาทิ หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องกำจัดอย่างถูกวิธี จะทำแบบขยะชุมชนไม่ได้ ซึ่งการกำจัดขยะพิษจะต้องดำเนินการโดยโรงงานกำจัดขยะพิษที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงอยากขอความร่วมมือกับประชาชนในการนำขยะพิษไปทิ้ง ควรทิ้งในถังขยะอันตรายเท่านั้น เพื่อจะได้นำมากำจัดได้อย่างถูกต้อง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน

            บัณฑิต มันปาฏิ   ภาพ/ข่าว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออก ชลบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514140708818 250 ปศุสัตว์แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ ในชุมชนอำเภอขุนยวม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จาก COVID-19

        สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอขุนยวม ดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกร หลักสูตรการเลี้ยงไก่ไข่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียนและชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

        โดยดำเนินการให้ความรู้การเลี้ยงไก่ไข่ การระบาดในไก่ การทำวัคซีนป้องกันโรคไก่ การดูแล การให้อาหารสำเร็จรูปการให้อาหารเสริม การทำโรงเรือน การให้ยาและวิตามิน ตลอดจนการบันทึกข้อมูล บัญชีฟาร์ม ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีกลุ่มเป้าหมาย เกษตรกร เข้าร่วมจำนวน 40 ราย





#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514191443042 251 ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามการเชื่อมโยงส่งออกผลไม้ไทยจากพาณิชย์จังหวัดสู่ตลาดฮ่องกง มูลค่า 100 ล้านบาท

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นสักขีพยานการลงนาม Memorandum of Purchasing (MOP) การเชื่อมโยงส่งออกผลไม้ไทยจากพาณิชย์จังหวัดสู่ตลาดฮ่องกง ว่า เป็นการลงนามซื้อขายมะม่วงระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าฮ่องกง ปริมาณรวม 2,200 ตัน มูลค่ารวม 100 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ของไทย เข้าสู่ตลาดฮ่องกงได้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางการจำหน่ายและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งการการลงนามซื้อขายผ่านทางออนไลน์ครั้งนี้ ยังเป็นสร้างโมเดลการค้าใหม่ให้เกิดขึ้นรองรับยุค New Normal ตามนโยบายของนายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด ในฐานะเซลส์แมนจังหวัด และทูตพาณิชย์ในฐานะเซลล์แมนประเทศประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าของจังหวัดไปยังตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับ การลงนามการเชื่อมโยงซื้อขายมะม่วงครั้งนี้ แบ่งเป็นจังหวัดปทุมธานี  ปริมาณ 1,200 ตัน  ระหว่างบริษัทFreco Asia Company Limited ผู้ส่งออกไทย กับบริษัท Shing Kee Lan Company Limited ผู้นำเข้าฮ่องกง และจังหวัดสระแก้ว  ปริมาณ 1,000 ตัน มูลค่า 45 ล้านบาท ระหว่าง เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว ผู้ส่งออกไทยกับบริษัท Chiang Mai Herbs Trading Limited ผู้นำเข้าฮ่องกง  โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสระแก้ว จะมีการต่อยอดทำเป็น สระแก้วโมเดลในการพัฒนามะม่วงน้ำดอกไม้ เพื่อส่งออกไปยังตลาดฮ่องกง ให้มีคุณภาพมาตรฐานระดับสูง โดยจะร่วมมือกันระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว เพื่อการส่งออกที่ยั่งยืน 

นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เตรียมการจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ Online Business Matching ผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกงระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคม 2564 โดยมีผลไม้เป้าหมายคือ ทุเรียน มังคุด ส้มโอ เงาะ ลำไย เนื่องจากเป็นที่นิยมของชาวฮ่องกง ขณะนี้มีเกษตรกรและผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมจำนวน 20 ราย  จาก 11 จังหวัด โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมตรวจสอบศักยภาพและความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้าว่าจะได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพสูงระดับส่งออก  ในส่วนของการส่งออกสินค้าผลไม้มีในไตรมาสแรกของปี 2564 สถิติการส่งออกมะม่วงจากประเทศไทยสู่ฮ่องกง มีมูลค่า 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 464



2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514163612953 252 เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลในควน ให้คำแนะนำการแก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน "            วันนี้ (14 พฤษภาคม 2564)  นายอำนาจ เซ่งเซี่ยง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอย่านตาขาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของ นายเรียม มีสุข บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 9 ตำบลในควน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง

            ทั้งนี้   เกษตรกรทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ 6 ไร่ และพบว่าทุเรียนเป็นโรครากเน่าโคนเน่า เนื่องจากต้นทุเรียนที่เริ่มเป็นโรคจะมีลักษณะใบไม่เป็นมันสดใส ใบค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดและร่วง บริเวณลำต้น กิ่งหรือรากที่เป็นโรคจะมีสีของเปลือกเข้มเป็นจุดฉ่ำน้ำ เนื่องจากเกษตรกรใส่ปุ๋ยหมักใกล้โคนต้น ส่งผลให้ดินบริเวณโคนต้นอบอ้าว ทำให้รากทุเรียนอ่อนแอ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่า เบื้องต้นแนะนำให้เกษตรกรเกลี่ยปุ๋ยหมักบริเวณโคนต้นเพื่อให้ทุเรียนได้รับแสงที่เพียงพอ และแนะนำให้ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา ในอัตราดังนี้ เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด 1 กิโลกรัม : รำละเอียด 4 กิโลกรัม : ปุ๋ยหมัก 100 กิโลกรัม ใส่บริเวณโคน (ใส่ในช่วงเย็น) และได้แนะนำให้ตัดแต่งกิ่ง และใช้ปูนแดงทาแผลที่เกิดจากการตัดแต่งกิ่ง เพื่อเป็นการป้องกันราเชื้อเข้าทำลาย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-14T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514142340833 253 ก.ทรัพย์และภาคเอกชน ร่วมกันส่งมอบกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วกว่า 30,000 กิโลกรัม พร้อมเปิดจุดรับคืนกระป๋องกว่า 192 จุด นำไปผลิตน้ำดื่มกระป๋องใหม่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และ รพ.สนาม "

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและภาคเอกชน ร่วมกันส่งมอบกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วกว่า 30,000 กิโลกรัม เพื่อนำไปผลิตเตียงสนามกระดาษรีไซเคิล พร้อมเปิดจุดรับคืนกระป๋องกว่า 192 จุด นำไปผลิตน้ำดื่มกระป๋องใหม่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลสนาม

              นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วกว่า 30,000 กิโลกรัม ส่งต่อให้กับ บริษัทเอสซีจีพี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP และบริษัท เอก - ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด หรือ Lotus’s เพื่อนำไปรีไซเคิลผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพีที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยช่วงแรกตั้งเป้าผลิตเตียงสนามให้ได้ 3,300 เตียง จะทำให้กล่องกระดาษกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า 50 ตัน แล้วส่งต่อให้โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศใช้ประโยชน์ต่อไปและช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย พร้อมทั้ง ยังรวบรวมกระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้วส่งกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องน้ำดื่มใหม่จากอลูมิเนียม 100 เปอร์เซ็นต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วให้กลับมาเป็นกระป๋องอลูมิเนียมใบใหม่ที่มีคุณภาพคงเดิมได้อย่างไม่รู้จบ ซึ่งกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วเหล่านี้จะถูกรวบรวมให้กับ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มกระป๋องใหม่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ พร้อมเปิดจุดรับคืนกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว (Drop Point) กว่า 192 จุดทั่วประเทศ เพื่อรีไซเคิลเป็นกระป๋องน้ำดื่มใหม่ สามารถร่วมบริจาคกระป๋องใช้แล้วที่ล้างสะอาดและบีบให้เล็กได้ที่จุดรับคืนกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วบริเวณ ห้างบิ๊กซี ทุกสาขา กว่า 192 จุดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน) โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเน้นการนำขยะที่เกิดขึ้นกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ภายใต้แนวคิด ""การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"" ส่งต่อประโยชน์กลับสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ ถือเป็นการลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วย “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

               ด้าน นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเดินหน้าดำเนินการโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน) ต่อเนื่องให้เข้มข้นขึ้น ด้วยการตั้งจุดรับคืนขยะที่ใช้แล้ว (Drop Point) ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนนำร่องบริเวณกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม , หน่วยงานราชการอื่น ห้างโลตัส และไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า 220 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมนำขยะกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล แล้วรวบรวมกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว

" 2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514145844867 254 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมจัดอบรมหลักสูตรการเงินการบัญชีให้กรรมการสหกรณ์ฟรี เสริมคุณวุฒิให้เป็นไปตามกฎกระทรวง

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์(กสส.) เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำหลักสูตร “การเงินการบัญชีและการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์” สำหรับใช้จัดอบรมให้ความรู้ด้านการเงิน การบัญชีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เพื่อให้คณะกรรมการสหกรณ์มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กฎกระทรวงหมวด 2 ข้อ 8 ซึ่งบัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง 2 ประเภทไว้ว่าจะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน การบัญชี การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคคลากรให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีคือ ภายใน 10 กุมภาพันธ์ 2566 

การอบรมดังกล่าว กรมฯได้จัดให้กรรมการชุดรอยต่อของกฎหมาย เพื่อให้มีคุณสมบัติครบโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ การจัดอบรมฟรีเป็นไปตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมได้ให้นโยบายไว้ว่า ในระยะเปลี่ยนผ่านกฎหมายไม่ควรให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งการที่ได้กำหนดเรื่องคุณวุฒิเหล่านี้เป็นผลมาจากการระดมความเห็นจนได้ข้อยุติมาเป็นกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อประโยชน์สูงสุดคือการบริหารสหกรณ์ ดูแลและคุ้มครองประโยชน์ของสมาชิก จึงได้มีการกำหนดให้บุคคลที่จะอาสามาเป็นกรรมการสหกรณ์ ต้องมีความรู้ด้านวิชาการเงิน การบัญชี โดยปกติกรรมการสหกรณ์มีจำนวนไม่เกิน 15 คน กรณีเป็นสหกรณ์ขนาดเล็กกำหนดให้ต้องมีความรู้ด้านการเงินการบัญชี อย่างน้อย 1 คน และสหกรณ์ขนาดใหญ่อย่างน้อย 3 คน

สำหรับหลักสูตรดังกล่าวขณะนี้ อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติรับรองหลักสูตร โดยหลักสูตรสำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ จะใช้เวลาอบรม 14 วัน และหลักสูตรสำหรับสหกรณ์ขนาดเล็ก จะใช้เวลาอบรม 4-5 วัน โดยกรมฯจะจัดการอบรมกระจายตามศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ที่มีอยู่ 20 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งกรณีกรรมการสหกรณ์ที่ยังขาดคุณสมบัตินั้น หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายคาดว่าใช้เวลาดำเนินการอบรมเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน เมื่อผ่านการอบรมจะได้ใบรับรองการจบหลักสูตรที่ออกโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์



2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514163134949 255 จตุพร กำชับให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งทำแผนด่วนรับมือฤดูฝนนี้ โดยใช้นโยบาย 6 จ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งทำแผนด่วนรับมือฤดูฝนนี้ โดยใช้นโยบาย 6 จ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ

                นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงแล้วนโยบายเร่งด่วนการบริหารจัดการน้ำให้กับกรมทรัพยากรน้ำ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผ่านระบบ VDO Conferance ว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการปรับปรุงแผนบริหารจัดการน้ำเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ โดยต้องรองรับน้ำในอนาคตไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำแล้ง คุณภาพน้ำ การขุดลอกคลองเพื่อรองรับน้ำฝนไว้ โดยเฉพาะการเข้าถึงน้ำของประชาชน พร้อมแผนบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ให้ประชาชนในทุกมิติและคุ้มค่ากับงบประมาณเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ ได้ให้เร่งรัดการทำงานให้เร็วที่สุดภายใช้นโยบาย 6 จ คือ เจาะ จก จูง จ่าย แจก และใจ ควบคู่กับเน้นสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนด้วย

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514152802908 256 ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา จัดงานวันอนุรักษ์ควายไทย

        นายสมบัติ ศุภประภากร ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา มอบหมายให้นายนิธิศ จิตนิยม หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ดำเนินการ จัดงานวันอนุรักษ์ควายไทย ณ กลุ่มอนุรักษ์ควายไทยบ้านสันสลี (หนองเล็งทราย) อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โดยมีนายชุติเดช มีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าว

        ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย ซึ่งตรงกับวันที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงมีพระราชดำรัสถึงหลักการดำเนินโครงการธนาคาร โค-กระบือ เป็นครั้งแรก

        ดังนั้น สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา จึงได้จัดงานวันอนุรักษ์ควายไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และคุณค่าของควายไทย โดยงานครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การเลี้ยงขันโตกควาย ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและของโลก ซึ่งในอนาคตสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา จะทำการฟื้นฟูควายลุ่มน้ำอิงจังหวัดพะเยา ให้กลับคืนมาเป็นมรดกให้ลูกหลานพะเยาได้สานต่อเป็นอาชีพ และเป็นแหล่งผลิตควายพันธุ์ดีในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคเหนือ พะเยา สวท.พะเยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514154224920 257 เกษตรกรแบกต้นทุนสูง แต่คนไทยยังกินหมูถูกสุดในอาเซียน "

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนเมษายน 2564 ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) อยู่ที่ 100.48 เพิ่มขึ้น 3.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 14 เดือน และขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 ปี 4 เดือน เป็นผลจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงราคาอาหารสดเช่น หมูและผักสดที่ปรับตัวขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง

 

นายรัฐพล ศรีเจริญ นักวิชาการด้านปศุสัตว์ ชี้ให้เห็นความจริงในส่วนของ “หมู” ที่บางคนมองว่าราคาขยับขึ้นนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อน เพราะอันที่จริงแล้ว ชาวหมูนั้นทำเพื่อผู้บริโภคมาตลอด ย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติในฐานะตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศ ได้ร่วมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการวางแผนการผลิตหมูทั้งระบบ ป้องกันปัญหาขาดแคลนหมู อย่างที่ประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียและอาเซียน ทั้งจีน เวียดนาม รัสเซีย กัมพูชา มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินเดีย ลาว และเมียนมา ที่กำลังประสบปัญหาโรค ASF ที่ระบาดอย่างหนัก กระทบกับปริมาณหมูที่ลดลง ราคาหมูจึงปรับขึ้น  

 

สมาคมหมูกับกระทรวงพาณิชย์ จึงตัดสินใจ “ทำสัญญาลูกผู้ชาย” เพื่อร่วมกันดูแลราคาหมูไว้ล่วงหน้า โดยขอให้ยืนหยัดราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกินกว่า 80 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาเนื้อหมูขายปลีกหน้าเขียงไม่เกิน 150-160 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ให้กระทบกับค่าครองชีพของผู้บริโภค ที่สำคัญการหารือครั้งนั้นเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศไทยจะโดนพิษโควิด-19 เล่นงาน วันนี้เกษตรกรทุกคนยังยืนราคาหมูไว้ตามสัญญา ไม่มีการขึ้นราคา ทั้งๆที่ไทยเป็นประเทศเดียวที่คงสถานะปลอดโรค ASF ไว้ได้นานกว่า 2 ปี จนถึงปัจจุบัน

 

นอกจากคนไทยจะไม่ขาดแคลนหมูเหมือนประเทศอื่นแล้ว ยังคงกินหมู “ราคาถูกที่สุดในอาเซียน” ขณะที่ประเทศดังกล่าวข้างต้น ราคาหมูมีชีวิตสูงกว่าไทยทั้งสิ้น เช่น ฟิลิปปินส์ราคากิโลกรัมละ 116 บาท จีน 110 บาท กัมพูชา 109 บาท เวียดนาม 103 บาท เมียนมา 94 บาท และ ลาว 93 บาท

 

สวนทางต้นทุนการเลี้ยงหมูไตรมาส 1/2564 ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประมาณการไว้ว่าอยู่ที่ 77.49 บาทต่อกิโลกรัม หักลบแล้วเกษตรกรเหลือกำไรแค่กิโลกรัมละ 2.51 บาท และเมื่อมองอีกด้านจะเห็นทุกข์ของเกษตรกร ที่ต้องแบกรับต้นทุนจนอ่วม ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงขึ้น ทั้งกากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รำและปลายข้าว รวมถึงความเข้มข้นในการจัดการระบบ Biosecurity ของฟาร์มเพื่อป้องกันโรค ASF ในระดับสูงสุด ที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนส่วนนี้มากกว่า 300 บาทต่อตัว และบางฟาร์มยังมีค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำสะอาดมาใช้ในฟาร์มต่อเนื่อง

 

ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณหมูลดลงจากผลกระทบของภาวะร้อนแล้ง รวมถึงความเสียหายจากโรค PRRS เป็นเหตุให้ราคาหมูขยับ แต่ถึงอย่างไรราคาหมูมีชีวิตก็ไม่เกินกว่า 80 บาทต่อกิโลกรัมไปได้ แม้ว่ากลไกตลาดจะทำงานแล้วก็ตาม คนเลี้ยงหมูจึงไม่ควรตกเป็นจำเลยว่าเป็นต้นเหตุของราคาเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้น ทั้งๆที่ทุกคนต่างระดมทุกสรรพกำลังในการป้องกัน ASF เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคปลายทางต้องเดือดร้อนเหมือนประเทศอื่น เกษตรกรยังต้องกัดฟันสู้ไม่ให้ล้มหายตายจากไปมากกว่านี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมหมูไทยเดินหน้าต่อ และยืนหยัดปกป้องพี่น้องคนไทยต่อไป

" 2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514155022927 258 เกษตรอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แปลงพยากรณ์ไม้ผลพืชเศรษฐกิจ (เงาะ) และติดตามสถานการณ์แปลงตัวอย่างแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลควนกาหลง

        วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 นางอภิวันท์ ทองแท่น เกษตรอำเภอควนกาหลง พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แปลงพยากรณ์ไม้ผลพืชเศรษฐกิจ (เงาะ) ของตำบลควนกาหลง ในแปลงของนายหน่าเฉบ สันหลัง ม.8 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งขณะนี้เงาะออกดอกอยู่ในระยะติดผลอ่อน และติดตามสถานการณ์แปลงตัวอย่างแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลควนกาหลง ของนายมายี สีสวัด ม.6 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งอยู่ระยะติดผลเล็ก และได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่มากทำให้ต้นสลัดลูกทิ้งไปประมาณ 30 % และเริ่มมีร่องรอยของหนอนเจาะเมล็ดทำลายผลอ่อนประมาณ 20 % พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลการจัดการสวนในระยะติดผลแก่เกษตร




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514155600932 259 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย วัคซีนเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย

        วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 สพ.ญ.ศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นวิทยากรฝึกอบรม อาสาปศุสัตว์ อสม. ผู้นำหมู่บ้าน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเริงรมย์ เพื่อรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ให้กับสุนัข แมว โดยไม่คิดธรรมเนียมตามประกาศฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ทั้ง 12 หมู่บ้าน ของตำบลโคกเริงรมย์ ซึ่งได้รับงบอุดหนุนวัคซีนและอุปกรณ์ฯ จากองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเริงรมย์ จำนวน 1,427 โด๊ส ผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้นจำนวน 21 ราย ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ณ.ห้องประขุมองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเริงรมย์ และรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย ให้กับโคของเกษตรกรที่ หมู่ 8 ต.โคกเริงรมย์ จำนวนโค 197 ตัว เกษตรกร จำนวน 15 ราย และหมู่ที่ 14,3,7 ต.บ้านเพชร โคจำนวน 60 ตัว เกษตรกรจำนวน 7 ราย

        ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2564 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ จะดำเนินการเดินเคาะบ้านเพื่อฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัข-แมว โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย ประจำปีงบประมาณ 2564 ในพื้นที่ ม.1,9 ต.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ประจำปี 2564 มีสัตว์ที่เข้ารับบริการทั้งสิ้น จำนวน 700 ตัว และรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยและวัคซีนเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย ให้กับโค/กระบือ/แพะ หมู่ 1, 9 ต.หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิ สวท.ชัยภูมิ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514174738005 260 เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไม้ผลในตำบลย่านตาขาว พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาเรื่องหนอนเจาะผลทุเรียน

        วันนี้ (14 พ.ค.64) นายอำนาจ เซ่งเซี่ยง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอย่านตาขาว พร้อมด้วย นางสาวเกศรินทร์ สุวรรณวัฒน์ และนางสาวอภันตรี มีบุญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตของไม้ผลในแปลงของ นางจรรยา สุดสวาท เกษตกร หมู่ที่ 5 ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง

         ทั้งนี้ เกษตรกรมีพื้นที่ปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน จำนวน 10 ไร่ จากการลงพื้นที่พบว่าไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ได่แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และกระท้อน มีสถานการณ์การผลผลิตดังนี้ ทุเรียน ส่วนใหญ่อยู่ในระยะผลอ่อน แต่ประสบปัญหาเรื่องหนอนเจาะผลทุเรียน ทำให้ผลทุเรียนหลุดร่วงและเสียหาย คาดว่าผลผลิตทุเรียนปีนี้น่าจะลดลงกว่าปีที่แล้ว เบื้องต้นได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เทคนิคการการใช้กับดักแสงไฟแบล็คไลท์ในควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียน และหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน, มังคุดส่วนใหญ่อยู่ในระยะผลเล็ก, เงาะส่วนใหญ่อยู่ในระยะผลเล็ก สำหรับกระท้อนอยู่ในระยะผลแก่




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514165358975 261 บ. ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จก. ปล่อยพันธุ์ปลาบู่ 20,000 ตัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์และการขยายพันธุ์ปลาบู่ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม

        วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ ต.เขวาไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รอง ผวจ.มหาสารคาม ประธานในการปล่อยปลาบู่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปลาบู่ จำนวน  20,000 ตัว มูลค่า 70,000 บาท โดยมี นายอำเภอนาเชือก หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ.นาเชือก และคณะผู้บริหาร อบต.เขวาไร่ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธีพร้อมร่วมปล่อยปลาในครั้งนี้ 

        นายโฆษิต เหล่าสุวรรณ ประธานกรรมการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี มหาสารคาม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด กล่าวว่า บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม(วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เป็นบริษัทที่ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายสานพลังประชารัฐ มีเป้าหมายหลักเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมโดยมิได้มุ่งหวังผลกำไรสูงสุดทางธุรกิจ โดยในส่วนกลางมีบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และในส่วนภูมิภาค มีบริษัท ประชารัฐ รักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด จำนวน 76 บริษัทฯ เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก มีเป้าหมาย คือ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ประชาชนมีความสุข ดำเนินงาน 3 เรื่อง ได้แก่ เกษตรแปรรูปและท่องเที่ยว โดยชุมชนผ่าน 5 กระบวนการ คือ การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ การตลาด การสื่อสารเพื่อการรับรู้เพื่อความยั่งยืน และการบริหารจัดการ

        สำหรับความเป็นมาในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีโอกาสเข้ามาส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรปลูกมะม่วงแปลงใหญ่ ที่บ้านเหล่าค้อใหม่หมู่ที่ 12 ตำบลปอพาน อำเภอนาเชือก ที่ประสบปัญหาในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 (โควิด-19) และได้มีโอกาสเยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคามได้ทราบว่าที่นี่เป็นแหล่งปลาบู่ตามธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ และใหญ่ที่สุดในจังหวัดมหาสารคาม แต่ในปัจจุบันปริมาณปลาบู่ลดลงเป็นอย่างมาก บริษัท  ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ร่วมกับภาคเอกชน และหลายภาคส่วน ได้เล็งเห็นว่าการปล่อยพันธุ์ลูกปลาบู่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ปลาบู่ให้อยู่คู่กับอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ และยังเป็นการสร้างแหล่งอาหารสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยค้อแห่งนี้อีกด้วย 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514165748977 262 วว. สนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามกระทรวง อว. ในสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 มูลค่า 300,000 บาท

วว. สนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามกระทรวง อว. ในสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 มูลค่า 300,000 บาท


   ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับมอบเงินบริจาคจำนวน 160,000 บาท หน้ากาก N95 จำนวน 2,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 300 ขวด (ขนาด 400 ml) รวมมูลค่า 300,000  บาท  จาก ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อสนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามของกระทรวง อว. สำหรับนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีภาวะเสี่ยงในการรับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ 

   ทั้งนี้ วว. พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ด้วยกันอีกครั้ง   


2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514181135015 263 ชป.6 ปูพรมเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากพื้นที่เศรษฐกิจเมืองขอนแก่น หลังอุตุฯ คาดการณ์ปริมาณฝนปีนี้ใกล้เคียงปี 2551 ย้ำเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด

        นายไชยวิชญ์ กัณหะยุวะ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 5 -10 % และคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 2-3 ลูก โดยมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน กรมชลประทานจึงสั่งให้โครงการชลประทานเตรียมพร้อมรับมือตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี 2564 โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย 

        จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าปริมาณฝนในปี 2564 จะมีปริมาณฝนตกใกล้เคียงกับปี 2551 ซึ่งมีฝนตกในปริมาณมากส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นในปริมาณมาก เมื่อวานนี้ (13 พ.ค.64) สำนักงานชลประทานที่ 6 จึงได้มีการประชุมร่วมกับเขื่อนอุบลรัตน์ (กองจัดการทรัพยากรน้ำ กฟผ.) พิจารณาวางแผนการบริหารจัดการน้ำ ให้เป็นไปตามเกณฑ์บริหารจัดการอ่างเก็บน้ำแบบพลวัต (Dynamic Rule curve) ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการระบายน้ำที่ได้วางแผนไว้ โดยจะนำเสนอคณะอนุกรรมการบริหารทรัพยากรน้ำจังหวัดขอนแก่น ให้ความเห็นชอบต่อไป เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากลดผลกระทบที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชน

      นายไชยวิชญ์ฯ กล่าวอีกว่า การนำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพอาคารชลประทานและพนังกั้นลำน้ำชี พนังกั้นลำน้ำพอง ซึ่งเป็นด่านสำคัญด่านแรกในการป้องกันน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเมืองขอนแก่นและพื้นที่ชลประทานในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการของอธิบดีกรมชลประทาน ที่ได้เน้นย้ำให้ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทาน พนังกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพนังกั้นลำน้ำชีและพนังกั้นลำน้ำพอง ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี ไม่มีจุดไหนที่น่าเป็นห่วง เพราะได้ทำการปรับปรุงเสริมพนังให้แข็งแรงและสูงขึ้นเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์ 

        ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการบริหารจัดการน้ำปีนี้ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เตรียมความพร้อมไว้อย่างดี เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือและกำลังคน ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สวท.ขอนแก่น https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514185240032 264 อ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

        นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย นางชุณห์พิมาณ ด่านขุนทด ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยม/ติดตาม โครงการฝ่าวิกฤตด้วยเศรษฐกิจฐานรากให้พัฒนาก้าวไปตามแนวพระราชดำริ โครงการพัฒนาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น โดยลงพื้นที่ กลุ่มปลูกผักบ้านท่าแร่ หมู่ที่ 10 ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และกลุ่มเกษตรผสมผสานโสกม่วง บ้านเหล่านาดี หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านหว้า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

        นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม/ติดตามพบว่าผลการดำเนินงานได้ติดตั้งระบบเสร็จเรียบร้อย และสามารถใช้น้ำได้แล้ว โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลประโยชน์ ได้ดำเนินการปลูกผัก หลากหลายชนิด และเริ่มนำออกจำหน่ายได้บางส่วน  สามารถลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน มีความมั่นคงทางอาหาร เป็นธนาคารอาหาร FOOD BANK ของชุมชน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19





#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สวท.ขอนแก่น https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514183813028 265 เกษตรจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหากระจายผลผลิตสับปะรดแปลงใหญ่ "            วันนี้ (14 พฤษภาคม 2564) เวลา 09.30 น. ที่บริเวณกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรด ตำบลนาใน อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม นางสาวกัญณฐา อภินนท์ธนา เกษตรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายชุมพล แย้มวิจิตรจรรยา หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่ตำบลนาใน อำเภอโพนสวรรค์ โดยร่วมกันวางแผนการตลาด การบริหารจัดการผลิตออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบกับเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรด ขณะนี้ปริมาณผลผลิตสับปะรดเริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ลดลง ทั้งยังต้องเร่งกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดในจังหวัดและต่างหวัด เพื่อป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหาย

            จังหวัดนครพนม มีพื้นที่การปลูกสับปะรดหวานท่าอุเทนมากที่สุด 2 อำเภอ คือ อำเภอโพนสวรรค์ จำนวน 1,850 ไร่ อำเภอท่าอุเทน จำนวน 4,000 ไร่ รวมพื้นที่ 5,850 ไร่ สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่ช่วยสร้างอาชีพและราได้ให้กับเกษตรกรชาวนครพนม ชนิดพันธุ์ปัตตาเวียสาย มีรสชาติที่หวานฉ่ำ กลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ตาตื้น ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (พืช GI) ของจังหวัดนครพนม ในช่วงเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณที่มาก ทำให้ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่มีมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีราคาที่ลดลง

            จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกันสั่งซื้อสับปะรดหวาน ผ่านช่องทางการจำหน่ายผลผลิตสับปะรดแบบออนไลน์ ได้แก่ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com และเพจ  facebook “ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ จังหวัดนครพนม” หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ หรือ โทร 098-1707112, 080-1800015 เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-14T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514201127052 266 ปศุสัตว์ลพบุรี ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโรคลัมปี สกิน ไม่ให้ระบาดในวัว-ควาย "            นายจรูญ ชูเกียรติวัฒนา ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับรู้ลักษณะของโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคลัมปี สกิน ส่วนใหญ่เป็นวัวและควาย โดยจะมีตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั้งร่างกาย ต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์จะมีไข้และหายใจลำบาก โรคนี้ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน

จังหวัดลพบุรีได้ยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และแนะนำเกษตรกรควบคุมแมลงดูดเลือด พาหะนำโรค ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบ และเห็บ โดยทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ ใช้ยาฆ่าแมลง หรือกางมุ้งป้องกัน ตลอดจนขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สหกรณ์ /ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด อาสาสมัครปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน และเครือข่ายเฝ้าระวัง ค้นหาโรค หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือพ่อค้าสัตว์และเกษตรกร งดการซื้อ-ขายวัว ควาย ที่มาจากแหล่งที่เกิดโรค หรือจากพื้นที่ในรัศมี 50 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรคอีกด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514201504053 267 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอทุ่งหว้า

        วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล พร้อมผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล เกษตรอำเภอควนกาหลง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้รับจ้างงานระดับตำบล ลงพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานขุดสระกักเก็บน้ำภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ จังหวัดสตูล จำนวน 4 แปลง ได้แก่ 1. แปลงนายหน่าเฉบ สันหลัง ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ 4 ไร่ ขุดสระกักเก็บน้ำ 2,800 ลบ.ม., 2. แปลงนายสุทรรศน์ จุนณศักดิ์ศรี ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ 5 ไร่ ขุดสระกักเก็บน้ำ 3,500 ลบ.ม., 3. แปลงนายกฤษณพงษ์ สุตตานนท์ ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ 3 ไร่ ขุดสระกักเก็บน้ำ 2,100 ลบ.ม. และ 4.แปลงนายสินเกียรติ พฤกษเศรษฐ ตำบลป่าแก่บ่อหิน อำเภอทุ่งหว้า พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ 5 ไร่ ขุดสระกักเก็บน้ำ 3,500 ไร่

        ทั้งนี้ จังหวัดสตูลมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 47 ราย มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ (6 อำเภอ 14 ตำบล) และจ้างงานระดับตำบล จำนวน 21 ราย    



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514204025064 268 สนง.ประมงเพชรบูรณ์ ส่งมอบปัจจัยการผลิต ให้เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 ในพื้นที่ อ.บึงสามพัน และวิเชียรบุรี

            สนง.ประมงเพชรบูรณ์ ส่งมอบปัจจัยการผลิต ให้เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 ในพื้นที่ อ.บึงสามพัน และวิเชียรบุรี

      

            วันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ว่าที่ร้อยตรี ชัยรัตน์ พุ่มช่วย ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นางสาววาริน อ่วมเทศ ประมงอำเภอวิเชียรบุรี และ นางสาวสมมาศ บุญยวง ประมงอำเภอศรีเทพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง ร่วมกับ นางสาวจิราภรณ์ พรหมชัยรัตน์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต ซึ่งประกอบด้วย พันธุ์ปลาตะเพียนขาว จำนวน 2,000 ตัว/ราย และอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก จำนวน 20 กิโลกรัม/ราย ให้กับเกษตรกรพัฒนาเครือข่ายด้านการประมง โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564  (เกษตรกรรายเดิม ปี 2560 - 2563) จำนวน 30 ราย ในพื้นที่อำเภอบึงสามพัน และอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ 


            โดยการดำเนินการครั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ส่งมอบอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก จำนวน 20 กิโลกรัม/ราย ให้กับเกษตรกร จำนวน 165 ราย กระจายไปในพื้นที่ 10 อำเภอของจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับพันธุ์สัตว์น้ำในระหว่าง วันที่ 14 – 28 พฤษภาคม 2564 และเพื่อให้เกษตรกรได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ 


            โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรสร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในแปลงของตน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีความมั่นคงทางอาหาร เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไป








เครดิต      :  สวท.เพชรบูรณ์ Cr.สนง.ประมง จ.พช.

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-14T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล เพชรบูรณ์ สวท.เพชรบูรณ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515111314109 269 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา มอบเช็คชำระหนี้ ชำระหนี้แทนเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอจุน จังหวัดพะเยา จำนวน 2 ราย

            วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. นางพัชรี รู้น้อม หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา ร่วมกับนายสุรพล เต็มสวัสดิ์ ประธานอนุกรรมการฯ และนายจำรัส สักลอ อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดพะเยา ได้ดำเนินการมอบเช็คชำระหนี้ จำนวน 224,083.81 บาท ให้กับสหกรณ์การเกษตรจุน จำกัด เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอจุน จังหวัดพะเยา จำนวน 2 ราย โดยมีนายประเสริฐ จันทร์ยา ประธานสหกรณ์ฯ และนายนฤนาถ แก้วมา ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบเช็คและส่งมอบโฉนดที่ดิน จำนวนรวม 2 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 23 ตารางวา ซึ่งเกษตรกรได้นำไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับสหกรณ์การเกษตรจุน จำกัด ให้หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา 

   

            ภายหลังจากที่ได้รับการชำระหนี้แทนแล้ว เกษตรกรได้ทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน คืนกับ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา ตามจำนวนเงินที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา ได้จ่ายชำระหนี้แทนเกษตรกร ให้กับสหกรณ์ฯ ในระยะเวลาการผ่อนชำระเงินคืนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ไม่น้อยกว่า 5 ปี และไม่เกิน 20 ปี โดยไม่มีค่าบริการหรือดอกเบี้ย และเกษตรกรต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ ตามที่คณะกรรมการกำหนด







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-15T00:00:00 ภาคเหนือ พะเยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515104736088 270 เกษตรกร พลิกนาข้าวหันมาปลูกทุเรียนคันนา ให้ผลผลิตดี มีรายได้

            ปลูกทุเรียนคันนา หนึ่งทางเลือกของเกษตรกรบ้านทรายขาว  หลังเนื้อที่มีน้อย กระแสทุเรียนบูม หันมาปรับเปลี่ยนนาข้าว กลายมาเป็นสวนทุเรียนพื้นราบ ให้ผลผลิตดี มีรายได้ 

 

            เกษตรกรบ้านทรายขาว  อ.โคกโพธิ์ พลิกนาข้าวหันมาปลูกทุเรียนคันนาแทน หลังเนื้อที่ปลูกมีน้อย กระแสทุเรียนบูม  ลงทุนใช้เครื่องจักรกลขุดร่องสวน ขุดสระ กลายมาเป็นสวนทุเรียน  ร่วม 8 ปี ให้ผลผลิตดี มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เลี้ยงครอบครัว

           

            นายดิน บาเหมบูงา กรรมการทุเรียนแปลงใหญ่ ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี  บอกว่า เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้ จะทำนาข้าว แต่หลังกระแสทุเรียนในพื้นที่โคกโพธิ์ บูม และมาแรง 3-4 ปีก่อน ทุเรียนหมอนทอง กก.ละ 150 บาท ก็เลยได้เปลี่ยนจากการทำนา มาปลูกทุเรียนแทน โดย เริ่มแรกก็จะใช้รถแม็คโครมาขุดแปลงนาเพื่อนำดินขึ้นมาถมคันนาให้สูงเพื่อป้องกันไม่ให้รากทุเรียนไปเจอกับน้ำ และทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาด้วย โดยจะปลูกทุเรียนรอบบ่อ ประมาณ 100 ต้น เน้นคุณภาพ ทำมาได้ 8 ปี แล้วให้ผลผลิตดี มีรายได้ ช่วงนี้ ทุเรียนก็เริ่มทยอยออกผล เดือน ก.ค ที่จะถึงก็จะครบอายุเก็บเกี่ยวขายผลผลิต

           

            สำหรับข้อควรระวังการปลูกทุเรียนคันนานั้น ห้ามให้น้ำท่วมขังต้นทุเรียน ถ้าน้ำท่วมขังจะเกิดรากเน่าทำให้ทุเรียนตาย ทุเรียนจะไม่ชอบน้ำที่ท่วมขัง  การปลูกตามคันนาจะค่อนข้างยากต้องยกร่องให้สูงทุเรียนถึงจะรอด ซึ่งเป็นความแตกต่างกับการปลูกบนเขา หรือที่สูง สำหรับรสชาติหมอนทองที่ปลูกคันนา ก็จะเหมือนกับการปลูกพื้นที่อื่นๆ ขึ้นอยู่กับการดูแล รักษา ตั้งแต่เริ่มออกดอก ไข่ปลา เป็นลูกซึ่งใช้ระยะเวลา ประมาณ 6 เดือน จนเก็บเกี่ยว








#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-15T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105020091 271 นิพนธ์ฯ ลุยสวนพริก-ฟักทองติดตามความก้าวหน้าแก้ปัญหาราคาพืชเกษตรตกต่ำ ซื้อโดยตรงจากหน้าสวนนำปรุงอาหารสุกพร้อมทานแจกจ่ายประชาชนผู้รับผลกระทบจากโควิดได้สองเด้ง พร้อมตรวจการเตรียมศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักจ.สงขลา เป็น รพ.สนาม 80 เตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19

            นิพนธ์ฯ ลุยสวนพริก-ฟักทองติดตามความก้าวหน้าแก้ปัญหาราคาพืชเกษตรตกต่ำ ซื้อโดยตรงจากหน้าสวนนำปรุงอาหารสุกพร้อมทานแจกจ่ายประชาชนผู้รับผลกระทบจากโควิดได้สองเด้ง พร้อมตรวจการเตรียมศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักจ.สงขลา เป็น รพ.สนาม 80 เตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 


            ที่ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก อ.ระโนด จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมช.มท.) พร้อมด้วยนายวรณัฏฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามความพร้อมศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักจังหวัดสงขลา ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่บริเวณองค์กรบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าบอน หมู่ที่ 3 ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา บนที่ดิน 6 ไร่ เพื่อใช้ในการรองรับพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และวาตภัย ซึ่งภายในศูนย์พักพิงฯ ดังกล่าวได้จัดให้มีความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยในชีวิต ทั้งความเป็นอยู่ที่ได้รับการจัดอย่างเป็นระบบและถูกสุขลักษณะ สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้กว่า 300 คน ซึ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 นี้ 


            ทางจังหวัดสงขลาจึงได้มีการปรับใช้สถานที่ศูนย์พักพิงฯ นี้เพื่อเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราวรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดฯที่มีอาการไม่รุนแรง และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จำนวน 80 เตียง ภายใต้การดูของแพทย์รวมถึงยังได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในด้านต่างๆ ทั้งด้านการสาธารณสุขและการรักษาความปลอดภัย อีกด้วย


            จากนั้น นายนิพนธ์ รมช.มท.ได้เดินทางไปพบปะเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาราคาสินค้าผลผลิตทางการเกษตรกรตกต่ำในพื้นที่ตำบลแดนสงวน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 


            โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรภายใต้แนวทางของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร(คชก.) ประสานการปฏิบัติร่วมกับจังหวัดสงขลา พร้อมทั้งมอบหมาย นายนิพนธ์ รมช.มท. ให้มากำกับติดตามการดำเนินการมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวในพื้นที่ซึ่งเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การส่งออกพริกเขียว และพืชผลทางการเกษตรอื่นๆในพื้นที่ภาคใต้ ไม่สามารถส่งออกได้ มีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก อาทิ พริกเขียวมัน ฟักทอง พืชผักและสินค้าการเกษตรอื่นๆ 


            ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยนายนิพนธ์ รมช.มท. ได้รับซื้อผักหน้าสวนของเกษตรกร เพื่อนำไปประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนในเขตชุมชนเทศบาลสงขลาที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 และเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น ลดการสูญเสียของผลผลิต สนับสนุนและอุดหนุนเกษตรกรโดยตรง ให้เศรษฐกิจฐานรากหมุนเวียนในชุมชนและจังหวัดอย่างต่อเนื่อง







#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-15T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105759098 272 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือฝน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการวันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือฝน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการวันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (15 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 56 มิลลิเมตร // อุบลราชธานี 55 มิลลิเมตร // ตราด 59 มิลลิเมตร และยะลา 50 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง // ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,508 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,744 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล

             ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยปีนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดย ช่วงแรกของฤดูฝนปริมาณและการกระจายของฝนมากกว่าค่าปกติ ส่วนช่วงครึ่งหลังปริมาณและการกระจายของฝนใกล้เคียงค่าปกติ ซึ่งบางช่วงจะมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันหลายวัน อาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ได้ เบื้องต้น กอนช.เตรียมพร้อมรับมือ โดยได้เสนอ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาเห็นชอบ แล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาช่วงฤดูฝนนี้ต่อไป

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ

2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515094327082 273 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515095807083 274 ชาวบ้านห้วยเดื่อ จ.แม่ฮ่องสอน ต่อยอด หม่อนผลสด สายพันธุ์เชียงใหม่ พระราชทาน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ "

            นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการเพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมแม่ฮ่องสอน เลขที่ 33/1 หมู่ 3 บ้านห้วยเดื่อ ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยมี คุณณิชทิพย์ มูลแก้ว ประธานกลุ่มฯให้การต้อนรับ

         

            บ้านห้วยเดื่อ เป็นหมู่บ้านแรกที่มีการส่งเสริมปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับเหล่าประชาราษฎร์ โดยกลุ่มแปรรูปฯ ได้มีโอกาสเข้ารับพระราชทานต้นกล้าหม่อนผลสด สายพันธุ์เชียงใหม่ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อคราวเสด็จมาติดตามพระราชกรณียกิจ ณ ศูนย์ศิลปาชีพหม่อนไหม บ้านห้วยเดื่อ และนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกันอย่างแพร่หลาย

         

            ประกอบกับแนวโน้มในปัจจุบัน ผู้คนในสังคมได้ใส่ใจดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น จึงได้พัฒนาต่อยอดนำผลหม่อนหรือมัลเบอร์รี่ มาเป็นเครื่องดื่มน้ำมัลเบอร์รี พร้อมดื่ม เพื่อดูแลสุขภาพ ภายใต้ชื่อ “QUEEN BERRY” ซึ่งผ่านกระบวนการสเตอร์รีไรท์ตามหลักมาตรฐาน ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่ใช้สารปรุงแต่งกลิ่นและสี จึงให้รสสัมผัสแท้จากธรรมชาติ

         

            หม่อนหรือมัลเบอร์รี่ มีสรรพคุณป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยสารแอนโทไซยานิ เควอซิทิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูนอิสระ ช่วยเสริมความจำ ป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ มีกรดโฟลิค บรรเทาโรคโลหิตจาง และวิตามิน B6, A, C ช่วยบำรุงตับ ไต สายตา เส้นผมและผิวพรรณ รวมถึง ป้องกันหวัด ภูมิแพ้ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่อบแห้ง แยมมัลเบอร์รี่ น้ำเสาวรส น้ำมะขามป้อม ฯลฯ

         

            ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีจำหน่ายทั้งหน้าร้านและร้าน""เฮ็ดก้อเหลียว"" ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยการสนับสนุนของ อบจ.แม่ฮ่องสอน และการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่น Shopee ชื่อร้าน gump_shop








#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-15T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105920100 275 กรมชลประทานลุยแผนรับมือน้ำฤดูฝนปี 64 หลายพื้นที่

        ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน และคาดว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยน 5 – 10 % นั้น กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับมือฝนตามมาตราการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2564 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

        ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการชลประทานทุกแห่ง ได้เดินหน้าตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี 2564 โดยเน้นการบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันอุทกภัย ด้วยการกำหนดคน กำหนดเครื่องจักรเครื่องมือ กำหนดพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก อาทิ ที่ จ.สุโขทัย โครงการชลประทานสุโขทัย ร่วมกับจังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับทราบปัญหาสภาพพื้นที่บริเวณแนวคลองที่จะใช้สำหรับผันน้ำเข้าสู่แหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติ และแก้มลิงต่างๆ ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมกันนี้ได้ทำการตรวจสอบสภาพอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา 

        ด้าน สำนักงานชลประทานที่ 10 จ.ลพบุรี จัดประชุมหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำทั้ง 14 โครงการในสังกัด เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในการการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพื่อให้การดำเนินงานด้านอื่นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทิศทางเดียวกัน ผ่านระบบ video conference และที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นำทีมลงพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ และเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้งหน้า

        ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมชลประทานจะบริหารการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการทำงานในพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้น้อยที่สุด รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือและกำลังคน ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้านทุกแห่ง หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา

2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515102917084 276 ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 1,100 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 1,100 องค์กร โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

             นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า หลังจาก สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 14 พฤษภาคม พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม 1,139 องค์กร เบื้องต้นอนุมัติแล้ว 205 องค์กร แบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม 157 องค์กร // ภาคอุตสาหกรรม 31 องค์กร และภาคพาณิชยกรรม 17 องค์กร ทั้งนี้ สทนช. ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป แล้วจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการนำระบบการรับจดทะเบียนออนไลน์มาใช้ เพื่อให้การรับจดทะเบียนยังคงมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง และผู้ลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้เอง โดยกรอกข้อมูลตามลำดับขั้นตอนโดยแนบเอกสารต่างๆตามที่กำหนด แล้วยังสามารถบันทึกและกลับมาทำใหม่ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการส่งเข้าสู่ระบบต่อไป  พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า 30 ราย แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ องค์กรภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคพาณิชยกรรม

              สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่ สทนช. อาคารจุฑามาศ กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่ สทนช. ภาค 1 - 4 (ลำปาง สระบุรี ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี) หรือส่งไปรษณีย์มาที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต

2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105711097 277 กรมชลประทาน เดินหน้าแผนรับมือน้ำฤดูฝนปี 64 หลายพื้นที่ ให้สอดคล้องตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนและคาดว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยน 5 – 10 % นั้น กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับมือฝนตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2564 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยขณะนี้โครงการชลประทานทุกแห่ง ได้เดินหน้าตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี 2564 โดยเน้นการบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันอุทกภัย ด้วยการกำหนดคน กำหนดเครื่องจักรเครื่องมือ กำหนดพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก อาทิ ที่จังหวัดสุโขทัย โครงการชลประทานสุโขทัย ร่วมกับจังหวัดสุโขทัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับทราบปัญหาสภาพพื้นที่บริเวณแนวคลองที่จะใช้สำหรับผันน้ำเข้าสู่แหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติและแก้มลิงต่างๆ ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมกันนี้ได้ทำการตรวจสอบสภาพอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

ด้านสำนักงานชลประทานที่ 10 จังหวัดลพบุรี จัดประชุมหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำทั้ง 14 โครงการในสังกัด เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในการการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพื่อให้การดำเนินงานด้านอื่นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทิศทางเดียวกัน ผ่านระบบ video conference และที่จังหวัดศรีสะเกษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นำทีมลงพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ และเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้งหน้า ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมชลประทานจะบริหารการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการทำงานในพื้นที่ เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือและกำลังคน ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้านทุกแห่ง หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460



2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515112558118 278 โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งจี้ หนุนชุมชนปลูกหวายบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ หวังฟื้นฟูสภาพป่าและเป็นแนวป้องกันไฟธรรมชาติ

        นายจรินทร์ กันตี หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ สังกัดส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งชุดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย รวมทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันดำเนินการทำแนวกันไฟและทำกิจกรรมตามมาตรการ “การชิงเก็บและการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเชื้อเพลิง” ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าไม่ให้ถูกทำลายและยังคงความอุสมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด แต่ยังคงมีพื้นที่บางส่วนที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ ธรรมชาติถูกทำลาย จึงจำเป็นที่จะต้องทำการฟื้นฟูและร้างความสมดุลทางธรรมชาติให้กลับมาโดยเร็วที่สุด

        โดยภายหลังผ่านห้วงวิกฤตของสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ในช่วงระยะฟื้นฟูธรรมชาติตามแผนการบริหารของจังหวัดลำปาง ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปนั้น โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ ได้ดำเนินการโครงการปลูกหวาย จำนวนกว่า 20,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ในเขตป่าบ้านทุ่งข่วง ต.ทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งในอนาคตยังสามารถเป็นแนวกันไฟทางธรรมชาติได้ นอกจากนี้ป่าหวายแห่งนี้ยังจะสามารถเป็นแหล่งอาหาร สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน และสามารถสร้างความมั่นคงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

        นายจรินทร์ กันตี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนมีความประสงค์ หรือมีความต้องการต้นกล้าหวาย หรือไม้ชนิดอื่นๆ ที่ทางหน่วยได้ทำการเพาะชำไว้ เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่หรือหัวไร่ปลายนา เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับทางธรรมชาติ สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ขอรับกล้าไม้ได้ที่ โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำ หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ในวันและเวลาราชการ



#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-15T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515113520136 279 คพ.พร้อมเดินหน้าด้านการจัดการมลพิษตามความร่วมมือของ USEPA เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการมลพิษและยกระดับการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมเดินหน้าด้านการจัดการมลพิษตามความร่วมมือขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ประเทศสหรัฐอเมริกา (USEPA) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการมลพิษและยกระดับการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี

              นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้หารือร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินความร่วมมือกับองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ USEPA เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ คพ. ด้านการจัดการมลพิษ พร้อมขอบคุณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกา กับ คพ. โดยเฉพาะด้านการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษ จากนี้ คพ. จะกำหนดแผนการดำเนินงาน งบประมาณ และการยกระดับความร่วมมือการจัดทำบันทึกความตกลงร่วมกัน ภาพรวมการประชุมครั้งแรกจะเน้นการนำเสนอโครงสร้าง กฎหมาย และรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ USEPA รวมทั้ง การเสนอการดำเนินงานของ USEPA ในการแก้ปัญหามลพิษด้านต่างๆ ส่วนการประชุมระยะต่อไปจะนำเสนอตัวอย่างและแนวทางการแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ ขยะมูลฝอย ของเสียอันตราย และสารอันตราย ทั้งนี้ ยังได้หารือรูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร การยกระดับการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี การยกระดับการพัฒนากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานใน คพ. โดยเฉพาะศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPU) เพื่อให้ภารกิจของ คพ. มีประสิทธิภาพสามารถบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษหรือผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างเข้มแข็ง รวดเร็ว มีการเยียวยาผลกระทบต่อประชาชนและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดย คพ. ได้เสนอโครงการความร่วมมือด้านการจัดการมลพิษเบื้องต้น เช่น การเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงานด้านการประเมินและจัดการพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษ การดำเนินการจัดทำระบบการออกใบอนุญาตในการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษของประเทศไทย การพัฒนามาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากเรือ และการจัดทำคู่มือสำหรับความเข้มข้นไมโครพลาสติกในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

              อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เจ้าหน้าที่ คพ. โดยเฉพาะด้านการจัดการของเสียและสารอันตรายเป็นลำดับแรก รวมถึง การปรับปรุงแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้การเรียนรู้ตัวอย่างความสำเร็จของ US EPA เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515120032145 280 "กรมประมงออกประกาศกำหนด ""ฤดูน้ำแดง 2564 - 2565"" คุ้มครองฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ"

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงได้บริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยออกประกาศกำหนดฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ “ฤดูน้ำแดง” ทั่วประเทศ ปรับมาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืด มีไข่ วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันของปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำท่าและข้อมูลการพัฒนาระบบสืบพันธุ์และผสมพันธุ์วางไข่ของสัตว์น้ำจืด เพื่อลดผลกระทบต่อวิถีการทำประมงของชาวบ้าน ประเดิมเริ่มวันแรก 16 พฤษภาคมนี้ โดยขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัดร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืดในช่วงที่กำลังมีไข่ วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำจืดได้แพร่ขยายพันธุ์เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำและมีใช้อย่างยั่งยืน

สำหรับการประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำจืด หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “ฤดูน้ำแดง” เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน โดยการกำหนดระยะเวลา พื้นที่และห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงทุกชนิด ยกเว้น เครื่องมือบางชนิดที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้จับสัตว์น้ำเพื่อการดำรงชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรสัตว์น้ำได้ฟื้นตัวเกิดขึ้นใหม่ทดแทนและดำรงอยู่อย่างยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญคือ ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงทุกชนิดในช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ ยกเว้น เครื่องมือบางชนิด ตามระยะเวลาและพื้นที่ ดังต่อไปนี้

วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 และวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 : ในพื้นที่ 33 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 และวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 : ในพื้นที่ 39 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

วันที่ 1 กันยายน 2564 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และวันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที่

30 พฤศจิกายน 2565 : ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ?



2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515131253201 281 อว.รายงานผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคนไทย สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ทั้งซิโนแวกและ แอสตราซิเนกา "

อว.รายงานผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคนไทย สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ทั้งซิโนแวกและ แอสตราซิเนกา

      ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผลการศึกษาประสิทธิผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีนโรคโควิด-19 ทั้งวัคซีนซิโนแวก และแอสตราซิเนกา ที่ฉีดในคนไทยของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ทั้งวัคซีน 2 ชนิด สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ผู้ได้รับวัคซีนเกือบทุกรายสามารถสร้างแอนติบอดีในระดับสูง โดยร้อยละ 97.26 ของผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราซิเนกาเข็มแรกแล้ว 4 สัปดาห์ และร้อยละ 99.49 ของผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวก 2 เข็มแล้ว 4 สัปดาห์ สามารถสร้างแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

      ทั้งนี้ จากการศึกษาตรวจวัดระดับแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเลือด แบ่งการวิเคราะห์เป็นกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิด / กลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน / กลุ่มที่ฉีดวัคซีนแอสตราซิเนกา / และกลุ่มที่ฉีดวัคซีนซิโนแวก โดยผลการตรวจวัดระดับแอนติบอดี และเปอร์เซ็นต์ ตรวจพบแอนติบอดีในกลุ่มต่างๆ ซึ่งบ่งถึงการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน กรณีที่การติดเชื้อโดยธรรมชาติ กลุ่มผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อและไม่ได้ฉีดวัคซีน ทุกรายตรวจไม่พบแอนติบอดีต่อเชื้อ / กลุ่มผู้เคยมีการติดเชื้อโดยธรรมชาติ ตรวจพบแอนติบอดีร้อยละ 92.40 (243 ใน 263 ราย) และมีปริมาณเฉลี่ย 60.9 unit/ml

" 2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515124339183 282 ฝนหลวงฯ แจ้งเตือนประเทศไทยเริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว แต่ยังต้องสำรองน้ำไว้ใช้ในการเกษตรต่อไป

        วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.30 น. นายปนิธิ เสมอวงษ์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูร้อน และเข้าสู่ฤดูฝนแล้วแต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ปริมาณฝนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการเพาะปลูก โดย 2-3 วันที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนเริ่มกระจายตัวและมีปริมาณลดลง อย่างไรก็ตามกรมฝนหลวงและการบินเกษตรยังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการติดตามข้อมูลสภาพอากาศเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ วางแผนปฏิบัติการฝนหลวง 

        นอกจากนี้ยังได้รายงานถึงสภาพอากาศจากแผนที่ผิวพื้น ของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 01.00 น. โดยตอนบนของประเทศจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และขณะเดียวกันยังมีลมตะวันตกเฉียงใต้ และลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม อาจทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในภาคเหนือ ภาคกลาง ร้อยละ 10 ภาคตะวันออก ร้อยละ 30 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อระมัดระวังภัยจากฝนและลมกรรโชกแรง รวมถึงได้เชิญชวนให้ร่วมกันประหยัดและสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค รวมถึงน้ำสำหรับการเกษตร แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตาม แต่ห้ามประมาทหากเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง 

        สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้ (14 พ.ค. 2564) ได้ขึ้นบินปฏิบัติการ 8 หน่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณ จ.พิจิตร กาญจนบุรี อุทัยธานี กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนลำปาว และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก จำนวน 10 แห่ง

        นายปนิธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการติดตามสภาพอากาศในช่วงเช้าวันนี้ จากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ทั่วทุกภูมิภาค พบว่า มีบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ในเช้าวันนี้จึงมีการวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 2 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง คือ หน่วยฯ จ.อุดรธานีช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.อุดรธานี จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนลำปาว เขื่อนอุบลรัตน์ และหน่วยฯ นครราชสีมา ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.นครราชสีมา 

        ทั้งนี้ อีก 11 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจะติดตามสภาพอากาศตลอดทั้งวัน โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายต่อไป และพี่น้องเกษตรกรและประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ที่ช่องทาง Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร Twitter Instagram Line Official Account : @drraa_pr และหมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100 และขอเชิญร่วมส่งผลงานโครงการประกวดบทความ หัวข้อ “อาชีพในฝันที่ฉันรัก” ลุ้นรับรางวัลของที่ระลึกร่มขนาดพกพาและเกียรติบัตรจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยส่งผลงาน ทาง Inbox เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งแต่วันนนี้ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564


2021-05-15T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515141239210 283 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ และบริการผสมเทียมโคเนื้อ

            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จำนวน 1 ราย เป็นเกษตรกรบ้านเก่า เลี้ยงโคเนื้อ 6 ตัว ณ บ้านเก่า หมู่ที่ 5 ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย

            จากนั้นให้บริการผสมเทียมโคเนื้อ จำนวน 1 ตัว ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านน้ำพุ จำนวน 1 ราย เลี้ยงโคเนื้อ 1 ตัว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-15T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515151155228 284 ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ ประกาศห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในที่จับสัตว์น้ำเขตพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 "            นายอนุวัติ อุปนันไชย ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งมายังสำนักงานประชาสัมพันธ์อุตรดิตถ์ เพื่อประชาสัมพันธ์ประกาศกรมประมงให้งดจับสัตว์น้ำตั้งแต่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่และวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน หรือระยะเวลาอื่นใดที่จำเป็นต่อการคุ้มครองสัตว์น้ำ เนื่องทรัพยากรประมงสัตว์น้ำจืดของประเทศไทย เป็นทรัพยากรของแผ่นดินที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนไทยมายาวนาน เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และเป็นความมั่นคงด้านอาหารที่หล่อเลี้ยงประชาชนของประเทศ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อการยังชีพและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว กรมประมง มีนโยบายชัดเจนและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน จึงกำหนดช่วงเวลาในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัด โดยการห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงที่มีประสิทธิภาพสูงจับสัตว์น้ำจืดที่มีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนครอบคลุมแหล่งน้ำจืดในที่จับสัตว์น้ำของแต่ละจังหวัด ซึ่งกรมประมงได้ออกประกาศกำหนดเพื่อใช้เป็นมาตรการด้านการสงวนคุ้มครอง และอนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืดในฤดูที่กำลังมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ให้มีโอกาสแพร่ขยายพันธุ์เพื่อเกิดผลผลิตสัตว์น้ำของแหล่งน้ำในปีต่อ ๆ ไปอย่างยั่งยืน

            สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอความร่วมมือห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมง หรือด้วยวิธีใดๆ ในการทำการประมงในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดอุตรดิตถ์น้ำจืดยกเว้นเครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมงได้ เป็นเครื่องมือบางชนิดที่ไม่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรงตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ การทำการประมง โดยใช้เบ็ดทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชากหรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน การทำการประมงโดยใช้ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง  ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีการประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป การทำการประมงโดยใช้สุ่ม ฉมวก ส้อม การทำการประมงโดยใช้ไช ตุ้ม อีจู้ ลัน การทำประมงโดยใช้แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร) ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย ทดลองทางวิชาการหรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการทางราชการ ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดทำการประมงในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หากพบเห็นผู้ใดกระทำการดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ หมายเลขโทรศัพท์ 055-444223 หรือที่หน่วยบริหารจัดการประมงน้ำจืดเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ หมายเลขโทรศัพท์ 055-402094 และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่นั้น ๆ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-15T00:00:00 ภาคเหนือ อุตรดิตถ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516200637476 285 รองผู้ว่าฯ สงขลา ลงพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ ติดตามสถานการณ์และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาพืชผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ

            วันนี้ (15 พ.ค. 64) นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 พร้อมเน้นย้ำถึงมาตรการและคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา การควบคุมการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ควบคุมการเดินทางของประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าสู่พื้นที่ชุมชน การป้องกันการรวมกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค มาตรการคัดกรองเชิกรุก มาตรการ D-M-H-T-T การสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าทุกครั้งเมื่อออกจากเคหสถาน การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรค เป็นต้น 

            นอกจากนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทั้งในระดับอำเภอและระดับตำบลเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และกลุ่มประชาชนอายุ 18-59 ปี ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่านแอป “หมอพร้อม” หรือลงทะเบียนได้ ณ โรงพยาบาลใกล้บ้านที่มีประวัติการรักษา ซึ่งผลการลงทะเบียนเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของอำเภอกระแสสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1-14 พฤษภาคม 2564 มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว 506 คน จากจำนวนทั้งหมด 2,588 คน คิดเป็น 19.55 % ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 โรค เข้ารับการลงทะเบียนแล้ว 92 คน จากจำนวนทั้งหมด 298 คน คิดเป็น 10.24%

            จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้หารือร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสงขลา สำนักงานเกษตรอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจากผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ พริกเขียวมัน ฟักทอง ฟักเขียว และแตงโม ซึ่งทางจังหวัดสงขลาได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนในพื้นที่ในการเข้ามารับซื้อสินค้าทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น ตลอดจนการหาแนวทางป้องกันโรคระบาดในสุกร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้อยู่ในพื้นที่จำกัดและกำจัดโรคให้หมดโดยเร็ว 

            ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


2021-05-15T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516200909477 286 อว.เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,414 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง

อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,414 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 39.98 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.218 ล้านโดส

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,414 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 22.7 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกา ฉีดวัคซีนสูงที่สุด 268 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 120 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ ฉีดวัคซีนแล้ว ประมาณ 39.98 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค ร้อยละ 27.5 ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด 22.68 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 2,218,420 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 47.6%

2021-05-15T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515213032291 287 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง พร้อม เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง พร้อม เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (16 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.อำนาจเจริญ 57 มิลลิเมตร // สระแก้ว 61 มิลลิเมตร // เพชรบุรี 52 มิลลิเมตร และยะลา 95 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง , ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว สำหรับแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทุกขนาด 38,451 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,692 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล

                กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ติดตามการดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ของหน่วยงานต่างๆ อย่างกรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำท่าควบคู่กับการวางแผนป้องกันอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก เช่น สุโขทัย กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่ สภาพพื้นที่บริเวณแนวคลองที่จะใช้ผันน้ำเข้าสู่แหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติและแก้มลิงต่างๆ และปรับปรุงสภาพอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

                สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบสถานีสูบน้ำตามแนวคลองแสนแสบ 6 สถานี คือ สถานีสูบน้ำคลองสามเสน คลองลำพังพวย คลองจิต คลองจิก หน้าสถานีหัวหมาก และคลองกะจะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมทั้ง ติดตั้ง เครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารองรับเหตุฉุกเฉินจากปัญหากระแสไฟฟ้าดับ และจัดเก็บขยะที่กีดขวางการระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำคลองกะจะด้วย

2021-05-16T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516094606310 288 เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (16 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-16T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516102622320 289 พบวัวเป็นโรคลุมปี สกิน ล้มตายในพื้นที่เทศบาลตำบลเวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง "            เทศบาลตำบลเวียงตา อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก นายบุญล้วน ติ๊บปะละ ราษฎรหมู่ที่ 4 บ้านยางอ้อย ต.เวียงตาล ว่ามีวัวที่เลี้ยงในคอกได้ตายจำนวนหนึ่งตัว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตรเพื่อตรวจสอบ โดยภายหลังการตรวจสอบตรวจสอบพบว่าสาเหตุการตายเกิดโรคลุมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบือ จึงได้ทำการนำไปผังกลบ อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดออกไปยังท้องที่ข้างเคียงหรือระบาดเข้ามาในท้องที่ได้จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ ที่เป็นโรคระบาด หรือพาหะของโรคระบาด

            โรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค กระบือ ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยในช่วงที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้โรคแพร่ระบาดไปส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ ประกอบกับมีแมลงดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบ และเห็บ ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ สำหรับข้อมูลที่อาจบ่งบอกการเกิดโรคในฟาร์ม เช่น ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยลดลง หรือสงสัยการเกิดโรคทางอาการ ได้แก่ ซึม น้ำตาไหล น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในยะเวลาต่อมา ซึ่งหากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ หรือโทรศัพท์สายด่วน 063-225-6888 เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งตรวจสอบ เก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันโรค ตลอดจนควบคุมโรคและแมลงพาหะโดยเร็ว ทั้งนี้ หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ 28 วัน พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง เพื่อควบคุมแมลงพาหะ รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

            ทั้งนี้ ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร ได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในโค กระบือ ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มีผลถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 และหากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 22 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาครา 65 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

 

" 2021-05-16T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516162622434 290 ทุเรียนท่ายาง เปลือกบาง เนื้อหนานุ่ม ละมุลลิ้น ละลายในปาก ไม่ได้จอง ไม่ได้ชิม ชาวเพชรบุรี ชวนลิ้มรส ทุเรียนหลากสายพันธุ์ 1 ปี มี เพียง 1 ครั้ง

            ทุเรียนท่ายาง เปลือกบาง เนื้อหนานุ่ม ละมุลลิ้น ละลายในปาก ไม่ได้จอง ไม่ได้ชิม ชาวเพชรบุรี ชวนลิ้มรส ทุเรียนหลากสายพันธุ์ 1 ปี มีเพียง 1 ครั้ง หากพูดถึงความอร่อยของผลไม้ที่ถูกห่อหุ้มด้วยหนามแหลมคม พร้อมด้วยกลิ่นหอมยั่วยวน ที่ไม่อยากให้ใครพลาด โดยเฉพาะคอทุเรียน แค่เพียงได้ลิ้มชิมรสชาติ ที่มีทั้งความกลมกล่อม หวานมันหอม เนื้อหนานุ่ม ละมุลลิ้น ละลายในปาก ชาวเพชรบุรี ชวนชิม ทุเรียนหลากสายพันธุ์ 1 ปี มี เพียง 1 ครั้ง ไม่ได้จอง ไม่ได้ชิม นับเป็นความตั้งใจของชาวบ้านเพชรบุรี ที่มีแนวคิดเพียงชอบกินทุเรียน ลงมือปลูกจนสำเร็จ ไม่เพียงมีไว้กิน ไว้แจกเพื่อนบ้าน แต่วันนี้สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ฝ่าความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด -19 ได้เป็นอย่างดี 

            นางยุพา รุ่งอุทัย ชาวบ้านอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้เปิดเผยว่า เป็นคนชอบกินทุเรียนจึงทดลองปลูกไว้กินในครอบครัว เหลือแจกให้ญาติพี่น้องแล้วไว้ขาย ทุเรียนท่ายางไม่ใช้สารกระตุ้นอะไรทั้งสิ้น ปลอดภัย ซึ่งเพิ่งมีผลผลิตได้เพียง 3 ปี ปีแรกขายได้ 3000 กว่าบาท ปีที่ 2 ได้ 4 แสนกว่าบาท ปีนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งการจำหน่ายจะไม่ให้ใครมาเหมาสวน ไว้ขายเองหน้าร้าน เพราะสามารถแบ่งขายได้ เป็นแบบพูๆไป ช่วยให้คนที่เงินน้อย สามารถซื้อได้ ราคาไม่แพง 25 บาท 50 บาท 70 บาท ก็กินได้ มีโอกาสได้ชิมรสชาติทุเรียนแก่จัดสุกสดจากต้น ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ไร่นางยุพา รุ่งอุทัย ใกล้ พาสุข รีสอทร์ หลัง Lotus ท่ายาง 

            จามรี อนุรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี  รายงาน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-16T00:00:00 ภาคตะวันตก เพชรบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516193700469 291 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,439 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 40.31 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.242 ล้านโดส "

 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,439 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 40.31 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.242 ล้านโดส""

   ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,439 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 23.2 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 271 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 122 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว""

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 40.31 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 27.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 22.705 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 2,242,150 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 47.2%

" 2021-05-16T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516203619482 292 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี และองค์การบริหารส่วนตำบลปากหมันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แก่สุนัข-แมว ที่บ้านห้วยปลาฝาหมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 106 ตัว แมว 16 ตัว รวม 122 ตัว ที่บ้านปากโป่ง หมู่ที่ 6 บ้านห้วยน้ำเมย หมู่ที่ 7 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 53 ตัว แมว 10 ตัว รวม 63 ตัว และบ้านห้วยน้ำเมย หมู่ที่ 7 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเป็นสุนัข 45 ตัว รวม 45 ตัว




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-17T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517094523504 293 ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.แม่ลาน้อย ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำประปาที่บ้านท่าสองแคว หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่าใช้การไม่ได้ เบื้องต้นแก้ไขโดยขุดบ่อพักน้ำใหม่และเปิดปิดเป็นเวลา

        อำเภอแม่ลาน้อย ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า พบปัญหาน้ำประปาที่บ้านท่าสองแคว ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน มีลักษณะสีน้ำขุ่นใช้การไม่ได้มาเป็นเวลาหลายเดือน ชาวบ้านไม่มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบโดยด่วน

        นายชูชาติ คำมา นายอำเภอแม่ลาน้อย มอบหมายให้ นายนนทวัฒน์ วุฒิลักษณ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากการลงพื้นที่ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และผู้ดูแลระบบน้ำประปาของหมู่บ้าน ตรวจสอบปัญหาเรื่องน้ำประปา บ้านท่าสองแคว ตำบลแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย พบว่า ในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำยวมขุ่น มีสีแดงไหลซึมเข้าบ่อพักน้ำ ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำไปยังระบบกรองน้ำได้ ทำให้น้ำให้ถังกังเก็บน้ำหมู่บ้าน มีปริมาณน้อยกว่าปกติ รวมถึงปัญหาภัยแล้งช่วง 1 เดือน ที่ผ่านทำให้ไม่สามารถสูบน้ำเพื่อกักเก็บได้ตามปกติ โดยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และอบต.แม่ลาน้อย ดำเนินการแก้ปัญหาโดยขุดบ่อพักน้ำใหม่ และแจ้งประชาสัมพันธ์สัมพันธ์ราษฎรในพื้นที่ถึง ช่วงเวลาเปิด-ปิด โดยจะเปิดน้ำประปาในเวลา 06.01 - 20.00 น. และปิดเวลา 20.01- 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำของประชาชนในหมู่บ้านในเบื้องต้น โดยได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนแล้ว




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-17T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517095239508 294 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อม เร่งแก้ปัญหาน้ำประปาให้ประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อม เร่งแก้ปัญหาน้ำประปาให้ประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (17 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.นครราชสีมา 57 มิลลิเมตร // ตราด 51 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 59 มิลลิเมตร และยะลา 61 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง , ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทุกขนาด 38,396 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,634 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 9 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดพิษณุโลก จันทบุรี ตราด และพังงา

              ทั้งนี้ กอนช. ยังได้ติดตามการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ที่เดือดร้อนจากน้ำประปามีรสเค็ม โดยการประปาส่วนภูมิภาคได้ประสานกรมชลประทานเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 6 เขื่อนหลัก เพื่อเจือจางค่าคลอไรด์ในแม่น้ำชี บริเวณหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด คือ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 1.1 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเติมน้ำลงลำน้ำพองและไหลไปลงแม่น้ำชีที่หน้าเขื่อนมหาสารคาม // เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 100,000 ลูกบาศก์เมตร // เขื่อนในแม่น้ำชี ตั้งแต่เขื่อนชนบท จ.ขอนแก่น เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 240,000 ลูกบาศก์เมตร // เขื่อนมหาสารคาม เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 3.10 ล้านลูกบาศก์เมตร // เขื่อนวังยาง จ.กาฬสินธุ์ เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 3.86 ล้านลูกบาศก์เมตร // เขื่อนร้อยเอ็ด เพิ่มการระบายน้ำวันละ 4.21 ล้านลูกบาศก์เมตร และรักษาระดับน้ำเก็บกักเขื่อนร้อยเอ็ดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับระบบสูบจ่ายน้ำดิบ

            กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมเจ้าท่า ขุดลอกลำน้ำคาว ต.แม่อ้อ อ.พาน จ.เชียงราย ระยะทาง 2,400 เมตร เพื่อเพิ่มความกว้างและความลึกของร่องน้ำ เพิ่มพื้นที่การกักเก็บน้ำ แก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง แก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยสนับสนุนน้ำให้ประปาหมู่บ้าน 1 แห่ง พื้นที่เกษตรกรรม 2,530 ไร่ และใช้น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคกว่า 456 ครัวเรือน

2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517095542511 295 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (17 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517112905514 296 กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำ 6 เขื่อนหลักเติมน้ำลงแม่น้ำชี ช่วยเจือจางความเค็มการประปาเมืองร้อยเอ็ด

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังจากได้รับรายงานว่าประชาชนเมืองร้อยเอ็ดได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากน้ำประปามีรสเค็มเป็นผลมาจากคลอไรด์ในน้ำสูง ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ดได้ประสานขอให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงแม่น้ำชีเพื่อเจือจางค่าคลอไรด์ในแม่น้ำชี

โดยปรับเพิ่มการระบายน้ำ 6 เขื่อนอีสานกลาง (เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนชนบท เขื่อนมหาสารคาม เขื่อนวังยาง และเขื่อนร้อยเอ็ด) ได้แก่ บริเวณหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด จึงสั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 6 ประสานไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 1.1 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยเติมน้ำลงลำน้ำพองและไหลไปลงแม่น้ำชีที่หน้าเขื่อนมหาสารคาม ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นวันละ 0.10 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนในแม่น้ำชีตั้งแต่เขื่อนชนบทจังหวัดขอนแก่น เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 0.24 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนมหาสารคาม เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 3.10 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนวังยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 3.86 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนร้อยเอ็ดระบายน้ำวันละ 4.21 ล้าน ลบ.ม. และรักษาระดับน้ำเก็บกักเขื่อนร้อยเอ็ดไว้ที่ +129.500 เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับระบบสูบจ่ายน้ำดิบ จากการตรวจวัดค่าความเค็มบริเวณหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด จุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคาขาร้อยเอ็ด

การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว เพื่อเจือจางค่าคลอไรด์ของน้ำชีหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด หลังพบค่าความเค็มของน้ำประปาเมืองร้อยเอ็ดเกินมาตรฐาน ขณะที่เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา พบว่าค่าความเค็มที่สูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว แต่ยังคงกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและค่าความเค็มในพื้นที่ร่วมกับการประปาฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำชีให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาวร้อยเอ็ด



2021-05-17T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517141512583 297 จ.แม่ฮ่องสอน อากาศร้อนจัด เตรียมรับฝน 17-22 พ.ค. นี้

        กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ทั้งนี้เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางสำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

        ในช่วงวันที่ 17 - 22 พ.ค.64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 18 - 22 พ.ค.64 ขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-17T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517132649547 298 กรมประมง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอุณหภูมิและออกซิเจนในน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในขณะนี้ที่สภาพอากาศของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ในหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องทำให้สภาวะอากาศ อุณหภูมิและออกซิเจนในน้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้สัตว์น้ำทั้งที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติและที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ในบ่อหรือในกระชังอาจจะปรับตัวไม่ทัน เกิดความเครียด อ่อนแอ เสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ง่ายและอาจตายได้อย่างฉับพลัน 

กรมประมง ได้มีการจัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยด้านประมง ประจำปี 2564 เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไว้ 3 ระยะคือ การดำเนินการก่อนการเกิดภัย การดำเนินการขณะเกิดภัย และการดำเนินการหลังการเกิดภัย กรมประมง ขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมการเฝ้าระวัง ป้องกันและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว 

สำหรับโรคสัตว์น้ำที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและเกษตรกรควรเฝ้าระวัง เช่น โรคน๊อคน้ำ ส่วนใหญ่พบเกิดขึ้นในปลา เนื่องจากคุณภาพของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน เช่น อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ออกซิเจนต่ำ ความเป็นกรด – ด่าง ต่ำ เกิดจากฝนตกชะล้างความเป็นกรดจากดินสู่น้ำ และความขุ่นในน้ำมากขึ้นหรือมีตะกอนแขวนลอยในน้ำสูง เป็นต้น ทำให้ปลามีอาการลอยหัว เปิด - ปิด กระพุ้งแก้มเร็ว เนื่องจากภาวะออกซิเจนหรือตะกอนในน้ำไปทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนของเหงือกลดลง จึงทำให้ปลาตายอย่างกระทันหัน โรคนี้ไม่มีทางรักษาแต่เกษตรกรสามารถเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายได้

?อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมประมง ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมเฝ้าระวัง ป้องกันและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ตามแผนเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยด้านการประมง ประจำปี 2564 เพื่อให้สามารถใช้เป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที แนะนำเกษตรกรควรติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหากมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคสัตว์น้ำที่พบ สามารถขอคำปรึกษาและคำแนะนำได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด ทุกแห่งทั่วประเทศ และกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง กรุงเทพมหานคร



2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517125829536 299 สวทช. หนุนสตาร์ทอัพ Herbs Starter พัฒนาแพลตฟอร์ม ตลาดสินค้าชุมชนเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น GI OTOP Organic รายแรกของไทย "

สวทช. หนุนสตาร์ทอัพ Herbs Starter พัฒนาแพลตฟอร์ม ตลาดสินค้าชุมชนเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น GI OTOP Organic รายแรกของไทย พัฒนาต่อยอดให้เกษตรกรขับเคลื่อนธุรกิจได้เอง พร้อมเชื่อมโยงลูกค้าให้เข้าถึงชุมชน นำองค์ความรู้กลับไปสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

     นางสาวอิสรีย์ นิตยสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บอร์น อาร์ดีไอ เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์มพัฒนาธุรกิจและสร้างนวัตกรรมตลาดสินค้าเพื่อชุมชน “Herbs Starter”เป็นสื่อกลางที่ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรทั่วประเทศ ให้สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยน แปรรูปสินค้าได้ตามต้องการ ที่สำคัญเพื่อให้เป็นแหล่งตลาดสินค้าชุมชน GI OTOP Organic รายแรกของเมืองไทย ปัจจุบันเกษตรกรยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้น้อย แต่หากเกษตรกรมีรายได้จากการขายสินค้าเกษตรผ่านทางช่องทางการตลาดจริง ก็จะนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดผลผลิตที่มากขึ้น และสร้างรายได้มากขึ้น ซึ่งจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปมาก ไม่นิยมออกมาซื้อสินค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือแม้แต่ในชุมชน หันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์ ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนจากสินค้าที่เป็นของฝาก มาเป็นสินค้าที่สามารถใช้หรือรับประทานได้ ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2563 (SUCESSS 2020) เพื่อต้องการหาโอกาสและช่องทางเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากรูปแบบ SMEs ให้เป็นสตาร์ทอัพด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีทิศทาง พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนผู้ประกอบการในสายเทคโนโลยีต่างๆปัจจุบันได้ทดสอบรูปแบบธุรกิจ Herbs Starter ร่วมกับโครงการ AGTECH4OTOP ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สามารถสร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ ต.ท่าทราย ทำยอดขายได้ถึง 1 แสนบาทต่อเดือน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ปี 2564 (SUCCESS 2021) ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2564 ที่ www.facebook.com/NSTDABIC  

" 2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184937819 300 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 22564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 ให้กับแพะเนื้อ ของเกษตรกรบ้านกกกระบาก จำนวน 12 ตัว พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเนื้อ จำนวน 1 ราย ที่บ้านกกกระบาก หมู่ที่ 10 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

2021-05-17T00:00:00 NULL เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517145428630 301 สภาพอากาศตลอดสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 70 ของพื้นที่ "

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยตลอดสัปดาห์นี้ว่า(17-23 พ.ค.64) แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแต่ในช่วง 1-2 วันนี้ (17-18 พ.ค.64) ปริมาณฝนจะลดลงเนื่องจากเป็นลักษณะอากาศของช่วงต้นฤดูฝน จากนั้นวันที่ 18-20 พ.ค.64  ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง โดยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ปริมาณฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันออก ปริมาณฝนร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ อาจมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้ปริมาณฝนร้อยละ 40-70 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ดังนั้นขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดฝนตก

ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวต่อว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th


 

" 2021-05-17T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517131838543 302 จังหวัดเพชรบุรี ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เชื่อมโยงตลาด หวังยกระดับรายได้เกษตรกร เชื่อมั่น ชาวบ้านสมาชิกร่วมมือ จะช่วยสร้างความมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ "            เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (17 พฤษภาคม 2564) นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐและคณะกรรมการ ร่วมประชุมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จำกัด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี 

            นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยถึงโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดว่า เพื่อฟื้นฟู แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จากผลพวงกระทบความเดือดร้อนของการแพร่ระบาดโรคโควิด- 19 ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องชาวบ้านเกษตรกร ด้วยการช่วยเยียวยา ต่อยอดกลุ่มแปลงใหญ่ โดยส่งเสริมเงินอุดหนุน ให้เกษตรกร เพิ่มมาตรฐานการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการนาแปลงใหญ่ ที่สมาชิกจะร่วมกันขับเคลื่อน จะช่วยยกระดับรายได้ให้เกษตรกร สร้างความมั่นคงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ อย่างต่อเนื่อง 

            นอกจากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การขอรับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนของกลุ่มแปลงใหญ่ ขอให้คำนึงความคุ้มค่าให้มากที่สุด และต่อยอดผลผลิตให้ก้าวสู่ระบบมาตรฐานสากล มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้สามารถเข้าสู่ตลาดออนไลน์ ออฟไลน์ พร้อมมีศูนย์กระจายผลผลิตเป็นสินค้าคุณภาพที่มีความน่าเชื่อถือในตลาดการค้าใหญ่ต่อไป สำหรับจังหวัดเพชรบุรีเกษตรกรส่วนใหญ่ยกระดับแปลงใหญ่ข้าว แปลงใหญ่โคขุน โคเนื้อ แปลงใหญ่หญ้าเนเปียร์ และแปลงใหญ่กล้วยหอมทอง

            จามรี อนุรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี รายงาน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-17T00:00:00 ภาคตะวันตก เพชรบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517133437555 303 กอนช. เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ พร้อมผลักดันใช้กลไกระดับท้องถิ่นร่วมกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้เกิดประสิทธิภาพ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ พร้อมผลักดันใช้กลไกระดับท้องถิ่นร่วมกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้เกิดประสิทธิภาพ     

            นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว จึงเตรียมพร้อมแผนปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานในการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันแก้ปัญหา บรรเทาผลกระทบ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนช่วงฤดูฝนนี้ได้ทันสถานการณ์ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) จะเสนอแผนเร่งขับเคลื่อน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค.64) โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้วางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสู่การปฏิบัติ และหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และคณะกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญบริหารจัดการน้ำรับฤดูฝนได้ถึงระดับพื้นที่ โดยเฉพาะภาวะวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น         

            เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวย้ำว่า จะใช้มาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการ ควบคู่กับทบทวนมาตรการเดิมที่ได้ดำเนินการมาปรับใช้ พร้อมปรับปรุงกระบวนการและวิธีการเพื่อลดปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จแต่ละมาตรการ เช่น คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและเสี่ยงขาดแคลนน้ำ เนื่องจากฝนตกน้อยกว่าค่าปกติแบบรายเดือนและรายพื้นที่ การทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และเขื่อนระบายน้ำ ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคูคลอง และกำจัดผักตบชวา รวมทั้ง สร้างการรับรู้ แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เข้าถึงต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำที่เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากปีก่อน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนต่อเนื่องถึงหน้าแล้งถัดไปให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517131949546 304 ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมปราชญ์ชาวบ้าน ปรุงยาสมุนไพรโบราณ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพสัตว์

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายทรงศักดิ์ วงศ์สุพรรณ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ นายพงศ์นริศร์ สิทธิบุรี รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว นายสมพงษ์ ดงใต้ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ และนายวะชิระมงคล พิมเสน ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ดงเจริญ ลงพื้นที่ บ้านแหล่งหนู ม.6 ต.ดงเจริญ อ.คำเขื่อนแก้ว เพื่อส่งเสริมการปรุงยาสมุนไพรโบราณ ของนางกานดา บุญคง ปราชญ์ชาวบ้าน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสูตรการปรุงยามาจากบรรพบุรุษ เพื่อใช้รักษาและบำรุงสุขภาพสัตว์เลี้ยง โดยส่วนผสมประกอบด้วย เครือผมดก รากกล้วยตีบ ใบยูคา ใบสาบเสือ ต้นเยา ใบเยา เครือตดหมา ข้าวสาร และยาเขียว นำส่วนผสมทั้งหมดมาตำในครกให้แหลก แล้วนำมาหมักในน้ำสะอาด ทิ้งไว้นาน 1 คืน จากนั้นนำน้ำที่ได้จากการหมัก ไปลูบชโลมให้ทั่วตัวสัตว์ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ จะทำให้ผิวหนังสัตว์เลี้ยงสะอาด ขนเป็นมัน หากมีแผลจะทำให้แผลแห้ง หายเร็วขึ้น 

        นอกจากนี้ กลิ่นของยาสมุนไพรยังช่วยไล่แมลงหรือยุง ไม่ให้มารบกวนสัตว์อีกด้วย และเนื่องจากส่วนผสมของยาสมุนไพรโบราณสกัดมาจากสารธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ และไม่สะสมเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่จะสนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพรโบราณสูตรดังกล่าว ให้เกษตรกรนำไปเสริมสร้างสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างแพร่หลายต่อไป

2021-05-17T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517153713656 305 สทนช.เตรียมเสนอ ครม.รับทราบแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำให้เพียงพอและป้องกันพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม "

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำให้เพียงพอและป้องกันพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม            

            นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเสนอผลการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้ เช่น การคาดการณ์ปริมาณฝน ประเมินปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำให้เพียงพอในทุกกิจกรรม พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากช่วงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน แบ่งเป็น เดือน พฤษภาคม 254 ตำบล 59 อำเภอ ในพื้นที่ 20 จังหวัด // เดือนมิถุนายน 155 ตำบล 79 อำเภอ ในพื้นที่ 27 จังหวัด // เดือนกรกฎาคม 396 ตำบล 131 อำเภอ ในพื้นที่ 36 จังหวัด // เดือนสิงหาคม 538 ตำบล 170 อำเภอ ในพื้นที่ 40 จังหวัด // เดือนกันยายน 1,012 ตำบล 290 อำเภอ ในพื้นที่ 56 จังหวัด รวมถึง การเร่งเก็บกักน้ำฝนช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงช่วงต้นฤดูให้มากที่สุด                

            สำหรับการคาดการณ์อาจมีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำจากภาวะฝนตกน้อยบางช่วงเวลาได้ในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม แบ่งเป็น เดือนพฤษภาคม ตำบล 45 อำเภอ ในพื้นที่ 9 จังหวัด // เดือนมิถุนายน 1,100 ตำบล 195 อำเภอ ในพื้นที่ 25 จังหวัด และเดือนกรกฎาคม 1,504 ตำบล 239 อำเภอ ในพื้นที่ 29 จังหวัด โดย กอนช.จะติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอดฤดูฝน เพื่อให้หน่วยงานเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ควบคู่กับการเชื่อมโยงข้อมูลแจ้งเตือนภัยในระดับต่างๆผ่านเครือข่ายคณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นของปีนี้

" 2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517140131575 306 อว.หนุนช่วยผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไทย ฝ่าวิกฤติโควิด – 19 ให้บริการภาคเอกชนใช้เทคโนโลยีพร้อมใช้ 3 ด้าน เทคโนโลยีพร้อมเสิร์ฟ - บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ – บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดพร้อมเปิดให้สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ "

  อว.หนุนช่วยผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไทย ฝ่าวิกฤติโควิด – 19 ให้บริการภาคเอกชนใช้เทคโนโลยีพร้อมใช้ 3 ด้าน เทคโนโลยีพร้อมเสิร์ฟ - บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ – บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดพร้อมเปิดให้สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

   ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประชุม “อว.ช่วยเอสเอ็มอีไทยผ่ายวิกฤติโควิด – 19” โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว.และโฆษก อว. / นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ(วศ.) / นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยพร้อมผู้บริหาร เข้าร่วม

     ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เปิดเผยว่า เพื่อร่วมขับเคลื่อนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้สามารถผ่านวิกฤติโควิด – 19ไปให้ได้ เนื่องจากส่งผลกระทบค่อนข้างมาก ภายใต้ 3 กลไกหลัก ทั้ง เทคโนโลยีพร้อมเสิร์ฟ / บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ และบริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ดังนั้น อว.พร้อมร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอีให้เติบโต สามารถประคองธุรกิจให้อยู่ได้ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ ช่วยเหลือให้เข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือของรัฐ สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจหรือเพื่อยกระดับขีดความสามารถให้สูงขึ้นด้วยเทคโนโลยีพร้อมใช้ของ อว.

      ด้านนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวด้วยว่า สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี กับ อว. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมใช้ ไปช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกคนต้องช่วยกันฝ่าฟันและประคองธุรกิจให้อยู่รอดให้ได้

" 2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184205813 307 จ.พัทลุง จัดสรรงบประมาณ 46 ล้านบาท ขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด

        นายสมคิด รัตนวงศ์ เกษตรจังหวัดพัทลุง เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลง ของเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่จังหวัดพัทลุง เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยมีกลุ่มแปลงใหญ่ขอรับเงินอุดหนุนจากโครงการดังกล่าว จำนวน 20 แปลง ประกอบด้วย แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน 6 แปลง, แปลงใหญ่ไม้ผล 9 แปลง มีสวนทุเรียน และสวนสละ และแปลงใหญ่ผึ้งโพรงและชันโรง 5 แปลง ใช้งบประมาณ ในการดำเนินงาน ตามตามโครงการดังกล่าว 46 ล้าน 3 แสน 6 หมื่น 3,329 บาท

        นายสมคิด รัตนวงศ์ เกษตรจังหวัดพัทลุง ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการดำเนินงานโครงการฯ เพื่อให้ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ได้รับทราบ โดยสำนักงานเกษตร จ.พัทลุง จะดำเนินการให้คำแนะนำ ติดตาม กำกับการดำเนินงานโครงการฯ ตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน จนสิ้นสุดการดำเนินงาน และรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับกระทรวงทราบต่อไป

2021-05-17T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สวท.พัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517170543742 308 กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้ากำจัดผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ ในแม่น้ำสายหลักและคูคลอง

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน โดยสำนักเครื่องจักรกล ระดมเครื่องเครื่อง เครื่องมือ เข้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 6 ส่งเครื่องจักรกลประเภทรถขุดไฮดรอลิคแบบลงโป๊ะเข้าไปกำจัดวัชพืชในบริเวณคลองบางขนาก ตำบลหมอนทอง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว สามารถกำจัดวัชพืชได้กว่า 14,000 ตัน แล้วเสร็จตามแผนฯ และที่ จังหวัดปทุมธานี ได้ส่งเครื่องจักรกลประเภทรถขุดไฮดรอลิคแบบลงโป๊ะและเรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก เข้าไปกำจัดวัชพืชและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคลองเปรมประชากร ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี ปริมาณวัชพืช 22,400 ตัน แล้วเสร็จตามแผนฯ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอีกด้วย

อธิบดีกรมชลประทาน ยังได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เฝ้าระวังและติดตามสถาณการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้ยังคงมีวัชพืชไหลเพิ่มเข้ามาสะสมอย่างต่อเนื่อง และสั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล ตลอดจนโครงการชลประทานทุกแห่ง เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในเขตรับผิดชอบของตนเองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบให้แก่ประชาชนและป้องกันปัญหาจากการมีสิ่งกีดขวางในการระบายน้ำโดยเร็วที่สุดอีกด้วย



2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517183317806 309 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,459 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 40.55 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.264 ล้านโดส

  อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,459 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 40.55 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.264 ล้านโดส

      ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,459 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 23.2 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 271 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 122 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

       ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ ฉีดวัคซีน แล้ว ประมาณ 40.55 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาคร้อยละ 27.5 ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด 22.870 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 2,264,308 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 46.8%

2021-05-17T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517201324848 310 ร.3 พัน.3 ซับน้ำตาชาวสวนสับปะรดหวาน GI อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ราคาตกต่ำจากพิษโควิด-19 "

        ที่จังหวัดนครพนม กลุ่มเกษตรกรชาวสวนสับปะรด GI อ.ท่าอุเทน กำลังประสบปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้คนไม่ค่อยเดินทางออกจากบ้าน ด่านการค้าชายแดนถูกปิดยาว ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อผลผลิต ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมาก พิษโควิด-19 ระบาดรอบนี้หนักกว่าครั้งก่อนมาก ทำให้ชาวสวนต้องลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ 10-15 บาท จากปีที่ผ่านมาเคยขายได้กิโลกรัมละ 20-25  บาท สับปะรดหวาน อ.ท่าอุเทน พืช GI นครพนมนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ อีกชนิดหนึ่งของจังหวัดนครพนม ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนสับปะรดอำเภอท่าอุเทน และอำเภอโพนสวรรค์ ในช่วงเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณที่มาก ทำให้ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่มีมากกว่าปกติ สับปะรดท่าอุเทน ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เป็นเวลา 2 ปี ช้อน จากการประกวดสับปะรดระดับประเทศของกรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อปี พ.ศ. 2548 และ 2549 และได้รับการขึ้นทะเบียน ""สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)"" สับปะรดท่าอุเทน (Tha Uthen Pineapple) จากกรมทรัพย์สินปัญญา ปี พ.ศ. 2557

        พันโทศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3) มีความห่วงใยต่อเกษตรกรชาวสวนสับปะรดที่กำลังประสบปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จึงได้จัดกำลังพลลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนสับปะรดหวาน ไปรับซื้อสับปะรดของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ที่ได้รับผลกระทบฯ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถมารับซื้อที่สวนโดยตรงกับเกษตรกรถึงสวน ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะทำให้ผลผลิตเสียหายและขาดทุน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรตามโครงการของกองทัพบก ""หน่วยทหาร จ่ายตลาด ช่วยเกษตรกร ฟื้นฟูเศรษฐกิจ"" เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ที่ไม่สามารถนำพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ ออกจำหน่ายตามแหล่งรับซื้อหรือท้องตลาดได้ตามปกติ ทำให้ขาดรายได้ ส่งผลกระทบกับเกษตรกรเป็นวงกว้าง ร.3 พัน.3 จึงได้ประสานกับกลุ่มเกษตรกร เพื่อทำการรับซื้อจำนวน 200 กิโลกรัม นำไปสนับสนุนเป็นเมนูอาหารเสริม ให้กำลังพลทหารในหน่วยได้รับประทานผลไม้ที่สดสะอาด ปลอดภัย รสชาติอร่อย รวมถึงจัดซื้อนำไปแจกจ่ายประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มแม่บ้านทหาร ประชาชนในพื้นที่รอบค่ายได้ช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด รวมถึงกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด แก้ปัญหาสับปะรดล้นตลาด และให้สามารถขายหมดได้ทันฤดูกาล ป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เนื่องจากช่วงนี้เสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อน ""เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส"" ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด

        กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอุดหนุนและสั่งซื้อสับปะรดหวาน ซึ่งสามารถสั่งซื้อผลผลิตได้ที่ เพจ facebook ""ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ จังหวัดนครพนม"" หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์ หรือ โทร 064 366 7223/098 170 7112/080 180 0015 และ 063 170 7456 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 

" 2021-05-17T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517210043863 311 สกัดโรค โรคลัมปี สกินในโค-กระบือ "

        นายเฉลิมชัย’ สั่งเข้ม คุมการระบาดโรคลัมปี สกินในโค-กระบือ หลังพบกระจายเป็นวงกว้าง กำชับด่านป้องกันลักลอบ ขณะให้ปศุสัตว์ต้นทางรับผิดชอบกรณีพบสาเหตุมาจากการเคลื่อนย้าย

        นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ จึงได้มีคำสั่งให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด ด้วยมาตรการต่างๆ ทั้ การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด พร้อมทั้งเร่งรัดการประกาศเขต ทั้งเขตโรคระบาดชั่วคราวฯ เขตโรคระบาดฯ เขตเฝ้าระวังฯ

        นอกจากนี้ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบืออย่างเข้มงวด กรณีที่พบโรคระบาด หากสอบสวนแล้วพบว่าเกิดจากการเคลื่อนย้าย ปศุสัตว์จังหวัดต้นทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันให้ทางกรมปศุสัตว์กำชับด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนให้เข้มงวดป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน และป้องกันปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือ พร้อมกำชับจุดตรวจให้เข้มงวดในการตรวจอาการ เป็นต้น และให้ทางกรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร ดังนั้นจึงกำชับให้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคลัมปี สกิน อย่างเข้มแข็ง จริงจังตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทุกคนขอให้ทำงานโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลของผู้ใดทั้งสิ้น ตนเองพร้อมปกป้องและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่” นายเฉลิมชัย กล่าว

        ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโตอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่าในส่วนของของการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ที่พบในพื้นที่เขต 3, 4 และ 7 จนถึงขณะนี้ พบว่ามีแนวโน้มที่โรคจะแพร่กระจายไปในวงกว้าง ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ กรมปศุสัตว์จึงกำหนดการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.จังหวัดที่เกิดโรคและจังหวัดที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค และ 2.จังหวัดที่อยู่นอกพื้นที่รัศมี 50 กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค และเพื่อให้มาตรการที่กรมปศุสัตว์สัมฤทธิ์ผล จึงได้มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้ช่วยกำกับติดตามดูแลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัดตามแนวทางของกรมปศุสัตว์

 


 

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-17T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517212623865 312 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดีปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แก่สุนัข-แมว ที่บ้านหนองทุ่มหมู่ที่ 4 ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 38 ตัว แมว 13 ตัว รวม 51 ตัว




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

 

2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518110837913 313 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (18 พ.ค.64) ว่า ภาคกลางและภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มมากขึ้น และภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.ลำพูน 66 มิลลิเมตร // อุบลราชธานี 134 มิลลิเมตร // จันทบุรี 40 มิลลิเมตร และสุราษฎร์ธานี 78 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลัก น้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,324 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,575 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 7 แห่ง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดพิษณุโลก จันทบุรี ตราด พังงา และนครศรีธรรมราช

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมเจ้าท่า กำจัดผักตบชวาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.ธรรมมูล , ต.บ้านกลัวย อ.เมือง จ.ชัยนาท ปริมาณ 35,000 ตัน เพื่อแก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว บริเวณหมู่ที่ 3 บ้านวังกระดาน ต.วังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เพื่อสูบน้ำจากคลองวังโตนดลงสระทุ่งน้อย เติมแหล่งน้ำระบบประปาหมู่บ้านและสำรองไว้ในการทำเกษตร โดยมีผู้รับประโยชน์ 2 หมู่บ้าน รวม 630 ครัวเรือน

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518093800886 314 รอง ผอ.ศปพร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ วัดมะกรูด และกลุ่มเครือข่ายภาคี ในพื้นที่ จ.ปัตตานี แนะให้ฟาร์มตัวอย่างฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและเป็นศูนย์กลางการกระจายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร "            พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและตรวจการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ วัดมะกรูด ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ให้คำแนะนำในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับปลูกพืชผลทางการเกษตร ให้ฟาร์มตัวอย่างฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และเป็นศูนย์กลางการกระจายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของฟาร์มฯ ต่าง ๆ ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ และหนองจิก เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งชุมชน จากนั้น รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เดินทางไปยังห้องประชุม รพ.สต.สามยอด ต./อ.โคกโพธิ์ เพื่อเยี่ยมชมโครงการกินผักปลอดสารพิษ ปลูกสมุนไพรเป็นยา พัฒนาสุขภาพ โดยใช้เครือข่ายของ อสม. ในพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการฯ โดยการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษในครัวเรือนของตนเอง พร้อมทั้งเยี่ยมชมแปลงปลูกพืชผักของราษฎรในพื้นที่

            ต่อจากนั้น รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จากบ้านพอเพียงสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ ต.ตะลุโบะ ณ รพ.สต.ตะลุโบะ อ.เมือง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปโครงการสภาองค์กรชุมชนของตำบล พร้อมตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยโครงการบ้านพอเพียงชนบท ของ พอช.

            ภาพ/ข่าว  บดินทร์ ส.ปชส.ปัตตานี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518102211898 315 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก ยกเว้น ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก ยกเว้น ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (18 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบางพื้นที่ โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง ยกเว้น ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518093913887 316 ปัตตานี เมล่อน พืชทางเลือกสร้างรายได้หน้าแล้งแก่ Young Smart Farmer "            ที่ ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี นายชาลี สิตบุศย์ เกษตรจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ Young Smart Farmer ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี โดยมี นางสาวพรเพ็ญ สุวัฒนกุล เกษตรอำเภอแม่ลาน ร่วมให้ข้อมูลพร้อมนำเยี่ยมชมพื้นที่

            ตามที่ กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อสร้างขีดความสามารถด้านการเกษตร สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมทดแทนเกษตรกรสูงอายุ มีการส่งเสริมการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการ การตลาด สามารถเป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น และจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการกลุ่มในการสนับสนุนองค์ความรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิต และนำศึกษาดูงานจากพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ ทำให้ในปัจจุบันจังหวัดปัตตานีมีการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer แล้วรวม 235 ราย สำหรับนายสการียา ดอฆอ Young Smart Farmer ต้นแบบอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี ผู้ผลิตเมล่อนเป็นอาชีพเสริมจากการทำสวนยางพาราซึ่งปลูกในโรงเรือนแบบปิด มีการให้น้ำให้ปุ๋ยแบบระบบน้ำหยด มีการใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมโรคพืชทดแทนการใช้สารเคมี ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรกว่า 70,000 บาท/ปี เป็นอีกทางเลือกในการสร้างอาชีพสร้างรายได้แก่เกษตรกรในช่วงหน้าแล้งและในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 

            ภาพ/ข่าว  บดินทร์ ส.ปชส.ปัตตานี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518110903914 317 ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคโรคลัมปี สกิน ระบาดเป็นวงกว้าง แนะดูแลสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง "            นายสัตวแพทย์ บุญฤทธิ์ ทองสม ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้าง แต่ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท จึงขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ งดการนาสัตว์ชนิดดังกล่าวเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่ ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้แข็งแรง จัดหาน้ำ อาหารให้เพียงพอ และโรงเรือนให้สะอาดปลอดภัย กางมุ้งเพื่อป้องกันแมลงที่ดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะของโรคนี้ ซึ่งโรคลัมปี สกิน เป็นโรคที่เกิดจาการติดเชื้อไวรัสจึงยังไม่มียารักษาเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง นอกจากการทำให้ร่างกายสัตว์มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนแมลงดูดเลือดกัน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518110230910 318 เกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แจ้งเตือน มอดเจาะลำต้น ระบาด ในอะโวคาโดแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจดูตามลำต้น

        สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แจ้งเตือนการระบาดศัตรูพืช ฉบับที่ 2 ประจำเดือนพฤษภาคม 2564 มอดเจาะลำต้น (Shot hole boror) โดยระบุว่า การมีอยู่ของมอดเจาะลำต้น สามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือ ต้นไม้ โดยเฉพาะต้นอะโวคาโด จะมีรูพรุนตามโคนต้น และที่ปากรูมีมูลของหนอน มีลักษณะเป็นขุยละเอียดอยู่ทั่วไป มอดจะเจาะเข้าไปกินในลำต้นหรือกึ่งลึกตั้งแต่ 2-3 เชนติเมตรขึ้นไป หากเป็นต้นเล็กทำให้ต้นตายได้ สำหรับอะโวคาโดต้นใหญ่ที่มีมอดเข้าทำลายน้อยจะไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่รอยเจาะของมอดจะเป็นทางให้เชื้อสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่า เข้าทำลาย ทำให้โรคแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของต้นอาโวคาโดอาจทำให้ตายได้

        มอดเจาะลำต้นตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวยาว 3-4 มิลลิเมตร มีสีดำมันปนน้ำตาล รูปร่างทรงกระบอก หัวและท้ายตัด ตัวเต็มวัยจะเจาะเข้าไปที่กิ่งหรือลำต้นอะโวคาโดทำให้เป็นรูพรุน หลังจากผสมพันธุ์ตัวเมียจะวางไข่เป็นกลุ่มประมาณ 5-8 ฟองในรูที่เจาะ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนก็จะกัดกินชอนไชภายในกิ่งและลำต้นและเข้าดักแด้อยู่ภายในรูที่มอดอาศัยอยู่ ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะเจาะเข้าไปกินในลำต้นและกิ่ง

        สำหรับการป้องกันและกำจัด มอดเจาะลำต้น สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจดูตามลำต้นอะโวคาโด หากพบกิ่งแห้งที่ถูกมอดทำลายควรตัดและเผาไฟทิ้ง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้มอดขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณและระบาดไปยังต้นอื่นๆ ส่วนของต้นอะโวคาโดที่ไม่สามารถตัดทิ้งได้ เช่น ลำต้นหรือกิ่งใหญ่อาจจำเป็นต้องใช้สารฆ่าแมลง เช่น คลอร์ไพริฟอส อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือฟิโพรนิล อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นบนลำต้นหรือกิ่งที่มีรูมอด หรือใช้คลอร์ไพริฟอส อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 5 ลิตร หรือฟิโพรนิล อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 5 ลิตรผสมกับ ยาเชื้อรา ทาบริเวณแผลที่เน่า

        ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โทร.053-695-462




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-18T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518105443906 319 กรมชลประทาน เชิญชวนให้เกษตรกรลุ่มเจ้าพระยาทำนาปี เพาะปลูกพืชพร้อมกันโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาการ ได้ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนปี 2564 อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่มีความพร้อมในการทำนาปี ให้ประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรในพื้นที่ ให้เริ่มทำนา หรือเพาะปลูกพืชพร้อมกันโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากในช่วงเดือนตุลาคม ช่วยลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง มีการเพาะปลูกพืชไปแล้วประมาณ 543,725 ไร่  หรือคิดเป็น 38 ของแผนฯ เฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ มีการเพาะปลูกพืชไปแล้ว ร้อยละ 92 ของแผนฯ

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้ ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อเกษตรกร พร้อมกับบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดเป็นไปตามเกณฑ์เก็บกัก (RULE CURVE) ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย กำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ จัดสรรเครื่องจักร เครื่องมือ ประจำพื้นที่เสียงอุทกภัย ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบเขื่อนและอาคารชลประทานให้พร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด


 

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518142927044 320 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดเสนาภายใต้หัวข้อ “รวมพลังประชาคมวิจัย ขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model” พร้อมคาดหวังการวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดเสนาภายใต้หัวข้อ “รวมพลังประชาคมวิจัย ขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model” พร้อมคาดหวังการวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดล BCG

ในการเสริมจุดแข็งของการมีฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพ 

    นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เปิดการเสวนาหัวข้อ “รวมพลังประชาคมวิจัย ขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model” ผ่านช่องทาง Facebook LIVE : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติและระบบ Zoom พร้อมกล่าวว่า บทบาทของ วช.ในการเป็นหน่วยงานบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญหนึ่งคือการดูแลทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องซึ่ง วช.ได้รับมอบหมายการดำเนินงานในโปรแกรมการบริหารทุนสำคัญส่วนนี้จากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กสว.ในการให้บริหารจัดการทุนเพื่อตอบโจทย์ท้ายสำคัญทางสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางการเกษตร เพื่อนำองค์ความรู้จากงานวิจัย องค์ความรู้สำคัญเทคโนโลยีนวัตกรรมในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ BCG Model เป็นส่วนสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยเฉพาะเรื่องของ SBG และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินงานที่ผ่านมา วช.ได้สนับสนุนทุนให้กับอีกหลายหน่วยเครือข่ายวิจัย สถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการนำความรู้มาใช้ในการเชื่อมโยงกับ BCG Model พร้อมคาดหวังการวิจัยและนวัตกรรมจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วย BCG Model

ในการเสริมจุดแข็งของการมีฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพ 

     สำหรับช่วงการเสวนาประกอบด้วย นายธนิต ชังถาวร รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม   นายอมรพล หุวะนันทน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง moreloop สตาร์ทอัพประเทศไทย โดยนายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกรรมการ BCG กล่าวว่า กระทรวง อว.ถือเป็นอีกส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Model เป็นการตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ตอบโจทย์เรื่องยุทธศาสตร์ชาติแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมฯ โดยเฉพาะฉบับปัจจุบัน ยุทธศาสตร์ที่ 5 ประเทศไทยจะต้องมีการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การขับเคลื่อนวิจัยในเชิงพื้นที่จะมีความแตกต่างกันทั้งวัฒนธรรม การเกษตร การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งการเติบโตทาง BCG Model จะให้ความสำคัญเรื่องการกระจายรายได้ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน และลดการใช้ทรัพยากร ทั้งนี้ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันต่อไป

 


2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518121347944 321 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรและฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 22564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกร จำนวน 2 ลิตร เป็นเกษตรกรบ้านหนองผือ หมู่ที่ 3 ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงสุกรขุน จำนวน 78 ตัว พร้อมให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรพื้นเมือง ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

        จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และถ่ายพยาธิ ให้กับโคของเกษตรกร จำนวน 1 ตัว ที่วัดสว่างอารมณ์ บ้านนาเบี้ย หมู่ที่ 7 ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518121452945 322 การประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดนครสวรรค์

        จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการประมง พิจารณาแก้ไขข้อความและคำผิดในประกาศที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ รวม 22 แห่งส่วนใหญ่อยู่ในลำน้ำหน้าวัด ในแม่น้ำน่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมกำกับดูแลการประมงผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งในพื้นที่กฎหมายห้ามและการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัด ที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประมงจังหวัด 5 คนประกอบด้วย นายวิโรจน์ ปรีชา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประมงน้ำจืด นางสาวแสงเดือน พาริตา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นางสาวแตงอ่อน บุญสำลีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านแปรรูปสัตว์น้ำ นายนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้มีความรู้มีประสบการณ์ด้านประมง นายวันชัย สุโพธิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้มีความรู้มีประสบการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

        ที่ประชุมได้พิจารณาแก้ไขข้อความและคำผิดในประกาศ ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ รวม 22 แห่งส่วนใหญ่อยู่ในลำน้ำหน้าวัด ในแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม เพื่อกำหนดและประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตอภัยทาน

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์ มีแหล่งน้ำสำคัญ ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำปิง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่วงก์ คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ส่งผลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ปลา ในขณะเดียวกัน มีการลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังตรวจจับ กำกับควบคุม ทั้งในพื้นที่กฎหมายห้าม และการใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย เพื่อให้แม่น้ำลำคลองแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหาร ของชุมชนอย่างยั่งยืน  

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518132143984 323 อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก "            นายสมนึก สวนดอกไม้ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าระยะนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พฤษภาคม 2564 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

            คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง ระยะนี้มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผักไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรที่จะปลูกพืชในระยะนี้ควรคลุกเมล็ดหรือแช่ท่อนพันธุ์พืชด้วยสารป้องกันเชื้อราก่อนปลูก เพื่อป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา 

            ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518130225969 324 ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ปีกระบบอินทรีย์ต้นแบบ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่กลุ่มเกษตรกร

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายสุรชัย สีน้ำคำ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว ลงพื้นที่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เครือข่ายด้านปศุสัตว์ ของนางฤทธิชัยยา ทุ่มโมง ต.โพนทัน อ.คำเขื่อนแก้ว ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในระบบอินทรีย์ โดยมอบพันธุ์ไก่ไข่ให้แก่กลุ่มเกษตรกร จำนวน 10 ราย รายละ 25 ตัว พร้อมปัจจัยการผลิต ได้แก่ อวนตาข่าย อาหารสัตว์สำเร็จรูป ถังน้ำ ถังอาหาร ถังหมักอาหารสัตว์ กากน้ำตาล ตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เกษตรกรนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ปีก โดยไก่ไข่จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 20 ฟองต่อวัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรรายละประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน 

        นอกจากนี้ ได้ ส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดไข่ พันธุ์กากีแคมเบลล์ แก่กลุ่มเกษตรกร ซึ่งเลี้ยงเป็ดรวม 100 ตัว ให้ผลผลิตไข่เป็ดเฉลี่ย 70 ฟองต่อวัน อาหารสัตว์ประกอบด้วย รำ ปลายข้าว หยวกกล้วยสับ หญ้าสับ และวัตถุดิบอินทรีย์ในพื้นที่ เสริมด้วยหัวอาหารสำเร็จรูป มีต้นทุนค่าอาหารสัตว์ 110 บาทต่อวัน ขายไข่เป็ดฟองละ 4 บาท ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดในชุมชน สร้างรายได้ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน เกษตรกรได้แปรรูปไข่เป็ดเป็นไข่เค็ม ขายฟองละ 7 บาท และทำเป็นเมนูยำไข่มัธยัสถ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าอีกด้วย เจ้าหน้าที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงเป็ดไข่ และไก่ไข่ ในระบบอินทรีย์ต้นแบบ แก่ผู้สนใจ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และให้การรับรองเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม(GFM)ต่อไป

2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518150432086 325 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง ส่งมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

        นางสาวรตนพร กิติกาศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง มอบหมายให้นายเกรียงไกร โนคำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ร่วมมอบพันธุ์กบนา จำนวน 16,000 ตัว และอาหารกบ จำนวน 3,200 กิโลกรัม ซึ่งเป็นกิจกรรมของโครงการย่อยส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ บริเวณพื้นที่การเกษตรในเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากโครงการแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดลำปาง ประมงอำเภอเมืองปาน และเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 80 ราย โดยทยอยเดินทางเข้ารับปัจจัยการผลิต

         ทั้งนี้ เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้รับการอบรมการเลี้ยงกบนาในกระชังจากสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง ต่อมาได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการนำกบไปเลี้ยงในกระชังบกที่ได้รับพบว่ามีความพร้อมในการเลี้ยง คาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต่อไป 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-18T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518145006064 326 เจ้าหน้าที่ คพ.ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานโรงงานเม็ดพลาสติกไฟไหม้เขตสุขาภิบาล 5 หลังพบควันสีดำที่มีกลุ่มสาร VOCs และฝุ่น PM 2.5 พร้อมเตรียมฟ้องแพ่งข้อหาปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม

เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานโรงงานเม็ดพลาสติกไฟไหม้เขตสุขาภิบาล 5 หลังพบควันสีดำที่มีกลุ่มสารประกอบอินทรรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และฝุ่น PM 2.5 พร้อมเตรียมฟ้องแพ่งข้อหาปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม

                นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานพลาสติกในซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 39 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงงานเม็ดพลาสติกและโฟมเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระหว่างเกิดเพลิงไหม้ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงควบคุมเพลิงและพบมีกลุ่มควันสีดำลอยไกลมองเห็นได้ชัดเจน ว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสารมลพิษตกค้าง ด้วยการนำเครื่องตรวจวัดไอระเหยและกลุ่มสารประกอบอินทรรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในบรรยากาศ เนื่องจากบริษัทแห่งนี้ผลิตเม็ดพลาสติกและพลาสติก แต่ช่วงระหว่างการเผาไหม้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ทันที ทำให้ไม่พบตัวสารกลุ่มสารประกอบอินทรรีย์ระเหยง่าย (VOCs) จึงต้องเก็บข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมทั้งเรื่องน้ำที่ฉีดดับไฟ ตัวขี้เถ้าที่ตกค้างในพื้นที่โรงงาน และสิ่งแวดล้อมรอบๆพื้นที่ เนื่องจากช่วงไฟไหม้จะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มควันที่ลอยดำบนท้องฟ้าหลายชั่วโมงและพัดไปตามทิศทางลมจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ แล้วมีสารมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 สารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยเฉพาะสารมลพิษจากโรงงานเม็ดพลาสติก จึงอาจจะมีสารมลพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ ได้ให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาข้อกฎหมายและเก็บพยานหลักฐานต่างๆด้วยการคำนวณจากพลาสติก เม็ดพลาสติกที่ถูกเผาไหม้ออกมา แล้วคำนวณออกมามีปริมาณของเหล่านั้ันจะทำให้ปล่อยมลพิษทางอากาศออกมามากแค่ไหน แม้ว่าเพลิงไหม้โรงงานเม็ดพลาสติกจะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่มลพิษทางอากาศจากการเผามลพิษออกมาสามารถตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้

                 อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า คพ.จะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีครบถ้วนเพียงพอจะฟ้องแพ่งโรงงานแห่งนี้ตามมาตรา 96 และมาตรา 97 ของพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ไฟไหม้ขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดมลพิษลงสู่สิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่ได้ฟ้องร้องเอาผิดและต้องรับผิดชอบ หากมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอ คพ.จะพิจารณาฟ้องร้องความรับผิดชอบทางแพ่งที่ปลดปล่อยสารอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518142146037 327 จันทบุรี ระดมแนวคิดหารือการแก้ปัญหาช้างป่า แบบบูรณาการหาทางผลักดันช้างป่าเกเรออกจากชุมชน ลดผลกระทบประชาชน

            วันนี้ ( 18 พ.ค.64 ) ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม แนวทางการผลักดันช้างป่าที่ทำร้ายราษฎรให้ออกจากเขตชุมชนกลับสู่เขตป่าอนุรักษ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดจันทบุรี ทั้ง 3 เขต องค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนกลุ่มอาสาพิทักษ์ผลักดันช้างป่า ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหา ลดผลกระทบระหว่างคนกับช้างป่า โดยเฉพาะการผลักดันช้างป่าเกเรที่ทำร้ายทรัพย์สิน และทำร้ายประชาชนบาดเจ็บ และเสียชีวิต 

            วาระการประชุมที่น่าสนใจ คือสถานการณ์ช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2564 จนถึงปัจจุบันรวม 1,992 ครั้ง ในพื้นที่ 8 อำเภอ 20 ตำบล 95 หมู่บ้าน โดยทำร้ายราษฎรเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ที่อยู่อาศัยของประชาชนเสียหายบางส่วนจำนวน 2 หลัง และส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่จำนวน 40 ไร่ 1 งาน ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาช้างป่า และจะได้นำไปปรับแผน บูรณาการการแก้ปัญหา ต่อไป 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออก จันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518143323049 328 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดระนอง ปลดล็อคการเป็นหนี้ มอบหลักประกันคืนให้เกษตรกรเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม หลังชำระหนี้ครบตามสัญญา พร้อมย้ำรับขึ้นทะเบียนหนี้ของเกษตรกร และองค์กรเกษตรกรเพื่อการฟื้นฟูและจัดการหนี้ตลอดปี "            ที่ สำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง นายจอมภพ บุญธรรม หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดระนอง มอบหลักประกันคืนให้แก่ นายนันทวัฒน์ พึ่งแย้ม เกษตรกรเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม โดย นายนันทวัฒน์ฯ ได้ขอขึ้นทะเบียนหนี้ของเกษตรกรกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดระนอง และได้ชำระหนี้เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 63,460.12 บาท ครบตามสัญญา

            นายจอมภพ บุญธรรม หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาในการจัดการหนี้เพื่อปลอดล็อคหนี้สินให้แก่เกษตรกรสมาชิก พร้อมทั้งดูแลให้เกษตรกรได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้จนสามารถชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญา และได้รับหลักประกันคืน เพื่อช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรให้คงไว้ นับเป็นภารกิจของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดระนอง ที่สร้างความภาคภูมิใจในการช่วยรักษาที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกรสมาชิกให้สามารถมีที่ทำกินส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลาน สร้างงาน สร้างรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

            สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดระนอง เป็นหน่วยงานรัฐ จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูฯ พ.ศ. 2542 และ พ.ศ. 2544 มีภารกิจหลัก คือ

        1.สนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกร ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ที่มีอาชีพเกษตรกรรม ที่ลักษณะคล้ายกัน มีถิ่นฐานจังหวัดเดียวกัน ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร

        2.สนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อต่อยอดกิจกรรมหรือริเริ่มอาชีพภาคการเกษตรและเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกรเพื่อให้องค์กรเข้มแข็ง

        3.ช่วยเหลือด้านการจัดการหนี้สินเกษตรกร ต้องเป็นหนี้เกี่ยวกับการเกษตรหรือแปรรูป

            สำหรับเกษตรกรผู้สนใจขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดระนอง จะต้องเป็นสมาชิกขององค์กรเกษตรกร และยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้ของเกษตรกรที่เป็นหนี้การกู้ยืมเพื่อการเกษตรหรือแปรรูปจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ เช่น สหกรณ์การเกษตร   ธ.ก.ส.  ธนาคารพานิชย์ โดยยื่นผ่านองค์กรเกษตรกรที่เป็นสมาชิก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 077-812825 ในวัน/เวลาราชการ โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดระนอง รับขึ้นทะเบียนหนี้ตลอดปี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคใต้ ระนอง สวท.ระนอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518154202121 329 ก.ทรัพย์ เตรียมปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศใน “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” พร้อมตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้ 400,000 ไร่ภายในปีนี้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศใน “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” พร้อมตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้ 400,000 ไร่ภายในปีนี้

                 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าจากการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าผ่านระบบ Video conference ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาพรวมผลการดำเนินการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระยะที่ 1 ปี 2563 ได้ดำเนินการปลูกป่าไปแล้ว 21,247 ไร่ ถือว่าเกินจากเป้าที่วางไว้ ส่วนแผนการดำเนินการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระยะที่ 2 ปีนี้ ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายแล้วลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนและเตรียมกล้าไม้ เพื่อเริ่มปลูกป่าให้ได้ตามที่วางไว้ 400,000 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน ป่าชายเลน และป่าพรุ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จะเริ่มปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518151341095 330 “เกษตรสวนผสม” 1 ในอาชีพทางรอดของยุคโควิด-19 ของลุงปิ่นเกษตรกรบ้านวังใหญ่ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

        จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกในขณะนี้ ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศไทยชะงักไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ อาชีพเกษตรกรรม เป็นหนึ่งในอาชีพที่พอจะเลี้ยงดูช่วยเหลือเรื่องปากท้องและพอเพียงที่จะเหลือไว้เก็บออม ในยุคของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

        ลุงปิ่น รอดมี อยู่ที่หมู่ 9 บ้านวังใหญ่ ตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 น้อยมาก เนื่องจากผลผลิตในสวนมีให้ขายได้ตลอดเวลา ในแต่ละฤดูพร้อมมีตลาดรองรับเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาด ซึ่งภายในสวนผสมแห่งนี้มีผลไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่จำนวน 10 ไร่ อาทิ/ทุเรียน 40 ต้น/มะยงชิด 80 ต้น/ขนุน 250 ต้น/ส้มโอทับทิมสยาม-ขาวแตงกวา 180 ต้น/ตะขบ 15 ต้น/มะไฟเหรียญทอง 9 ต้น และมะนาว 50 ต้น

        ลุงปิ่น รอดมี กล่าวว่า นอกจากเคล็ดลับในการทำเกษตรด้วยเทคนิคที่ได้มีการเรียนรู้มาตลอดชีวิตแล้วนั้น จุดแข็งของสวนนี้คือการมีผลผลิตที่ดี มีผลไม้รสชาติที่หวานอร่อย และมีตลาดมารองรับผลผลิตในทุกฤดู โดยลุงปิ่นพร้อมที่จะแนะนำช่องทางการขาย เช่น แม่ค้าหรือพ่อค้าที่มารับซื้อถึงสวนโดยเกษตรกร ไม่ต้องออกไปขายเอง ผู้สนใจเข้าชมสวนหรือติดต่อคุณลุงปิ่น สามารถโทรสอบถามได้ที่ 086-9913769 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518151028093 331 ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง จับมือปศุสัตว์จังหวัดระยอง รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ฉีดวัคซีนทำหมันสุนัข-แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี "            เมื่อวันที่ (18 พ.ค.64) ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ อบต.ตะพง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายรัตนไกร ตันศรีวงษ์ ปศุสัตว์จังหวัดระยอง และน ายกุมพล ชวนชม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยองได้นำเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์และบริการฉีดวัคซีน ทำหมันสุนัข-แมวของประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง จัดขึ้น เพื่อสนองพระปณิธานฯ ของพระองค์ที่ต้องการให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย

            วฐิต กลางนอก  ข่าว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518152819104 332 เกษตรลำปาง ร่วมวางแผนบริหารจัดการสินค้าเกษตร (ส้มโอและมะม่วง) เตรียมกระจายผลผลิตออกสู่ท้องตลาด ช่วงสถานการณ์โควิด-19

        นายสมมารถ สยมภาค เกษตรจังหวัดลำปาง มอบหมายให้?นายพิเชษธ รักชาติโชติกูล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ร่วมกับท่านเกษตรอำเภอแจ้ห่ม และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอแจ้ห่ม พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร การตลาด และการขนส่ง ลงพื้นที่วางแผนบริหารจัดการสินค้าเกษตร (ส้มโอ และมะม่วง)? ในสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพชรลานนา ?ตำบลแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เพื่อวางแผนการกระจายผลผลิตออกสู่ท้องตลาด 

        สำนักงานเกษตรและสำนักงานพาณิชย์ ร่วมวางแผนประชาสัมพันธ์ในการกระจ่ายผลผลิตส้มโอ ประกอบด้วย ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา และพันธุ์ทองดี โดยมีผลผลิต ประมาณ 10,000 ลูก (พันธุ์ละ 5,000 ลูก)? โดยจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนกันยายน 2564 และมีมะม่วงพันธุ์ขาวนิยม ที่สามารถบริโภคได้ทั้งผลสดและผลสุก โดยมีผลผลิตประมาณ 3,000 ลูก (น้ำหนักประมาณ 0.6 - 0.7 กิโลกรัมต่อลูก)? ซึ่งเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง กลางเดือนมิถุนายน 2564 ในการนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัทไปรษณีย์ไทย ร่วมสนับสนุนการรับซื้อ กระจายผลผลิตและการขนส่ง 

2021-05-18T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518154038119 333 จตุพร ย้ำ ไฟป่าหมอกควันปีนี้เกิดค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ 9 ส่วนจุดความร้อนลดลงร้อยละ 52 พร้อมเตรียมถอดบทเรียนการทำงานต่อไป "

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำ ไฟป่าหมอกควันปีนี้เกิดค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ 9 ส่วนจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงร้อยละ 52 พร้อมเตรียมถอดบทเรียนการทำงานต่อไป

               นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาพรวมระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 17 พฤษภาคม 2564 เมื่อเทียบกับปี 2563 ว่า มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ 9 และจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงร้อยละ 52 โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันยังสามารถเก็บรวบรวมเชื้อเพลิงออกจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ภายใต้โครงการ ""ชิงเก็บ ลดเผา"" ได้ถึง 2,248 ตัน ขณะนี้สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้วมาตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง แล้วหลังจากนี้จะสรุปภาพรวมปีนี้และเตรียมถอดบทเรียนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518152805103 334 กรมการข้าว เตรียมจัดงานวันข้าวฯ เทิดพระเกียรติยิ่งใหญ่ในรูปแบบออนไลน์ ยกขบวนองค์ความรู้ด้านข้าว เสิร์ฟให้พี่น้องชาวนาถึงหน้าจอ

นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิถุนายน 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดทางออนไลน์ผ่านระบบ Video Conference งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2564 โดยในปีนี้จะขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 6 มิถุนายน 2564 ในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับชมงานโดยไม่จำเป็นต้องมาถึงสถานที่จัดงาน เป็นการรับชมนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ภายในงานทางระบบออนไลน์ ผ่านการถ่ายทอดสัญญาณภาพจากกรมการข้าวส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติการเฝ้าระวังและการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 

โดยการจัดงานผ่านระบบออนไลน์ครั้งนี้ ผู้เข้าชมงานจะได้รับชมนิทรรศการต่างๆมากมาย  อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติด้านข้าวของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 นิทรรศการงานวิชาการและงานวิจัย ด้านข้าวใหม่ๆที่น่าสนใจ รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตข้าวต่างๆที่จะมาจัดแสดงให้ได้รับชม

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และการผลิตข้าวที่เป็นประโยชน์ผ่านระบบออนไลน์ในครั้งนี้ด้วย เช่น การปรับพื้นที่นาด้วยระบบ Laser land leveling จากศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี แนวทางการอารักขาศัตรูข้าวจากศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร และเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่จากศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง เป็นต้น 

นอกจากนั้น ยังได้หน่วยงานภาคีเครือข่ายของกรมการข้าวและหน่วยงานภายนอกมาร่วมจัดนิทรรศการ ผ่านการนำเสนอแนวความรู้ด้านข้าวในรูปแบบต่างๆทางออนไลน์ในครั้งนี้ด้วย



2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213249283 335 โครงการชลประทานสตูล จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องใน “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” พ.ศ. 2564 "            วันที่ (18 พฤษภาคม 2564) โครงการชลประทานสตูล สำนักงานชลประทานที่ 16 มอบหมายให้ นายพงศ์เทพ ปรีชา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 พร้อมด้วย นางภัทราภรณ์ ผาสุข เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน และเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานสตูล ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องใน “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” พ.ศ.2564 ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้จากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้จังหวัดสตูล ได้แก่ พันธุ์กล้าต้นหว้า 100 ต้น ต้นสะเดาเทียม 80 ต้น ต้นกระถินเทพา จำนวน 70 ต้น ในพื้นที่ปลูก 5 ไร่ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน ณ บริเวณหัวงานที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 (ท่าแพร) หมู่ 3 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518155839138 336 ศอ.บต. เร่งช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตตกค้างภาคการเกษตรในพื้นที่สงขลา หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19

        พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และคณะ ลงพื้นที่ไปยังหมู่ที่ 6 บ้านป่าโอน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อสั่งซื้อฟักทองจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เป็นการช่วยเหลือช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มเกษตรกรเบื้องต้น เพราะพื้นที่แห่งนี้นิยมเพาะปลูกฟักทองเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในปลายปี 2562 ต่อเนื่องถึงปัจจุบันทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซียซึ่งมีการ Lock-down ไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 ได้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อสินค้าทางการเกษตรที่ให้ผลผลิตในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2564 โดยเฉพาะฟักทองที่มีเกษตรกรหลายรายจำนวนหลายร้อยไร่ ทยอยให้ผลผลิตเป็นจำนวนกว่าหลายร้อยตัน เกิดเป็นผลผลิตตกค้าง ไม่สามารถนำส่งไปยังตลาดกลาง รวมถึงไปยังประเทศมาเลเซีย ร้านอาหาร โรงแรม และตลาดต่างๆ ได้ ประกอบกับประชาชนไม่ได้ออกมาจับจ่ายสินค้าส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ประสบภาวะขาดทุน ทำให้กลุ่มเกษตรกรเดือดร้อนอย่างมาก และในปัจจุบันเริ่มทำให้ผลผลิตเน่าเสียและทำให้เกษตรกรขาดทุนจากการเพาะปลูกในห้วงฤดูกาลนี้

        ทั้งนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. มีความห่วงใยเกษตรกรทุกคนที่ได้รับผลจากผลกระทบโควิด-19 และให้สัญญาว่าจะเร่งหาทางช่วยเหลือ โดยจะเร่งหาช่องทาง การตลาด และทุกช่องทางที่สามารถนำผลผลิตของเกษตรกรไปจำหน่ายให้เร็วที่สุด โดยในเบื้องต้นจะเน้นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก่อน จากนั้นจึงจะขยายไปสู่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกลุ่มอื่นๆ ตามลำดับต่อไป ให้ครอบคลุมมากที่สุดและเร็วที่สุด “เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ทุกคนจะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

        ด้าน นายวรศักดิ์ แก้วกับสิง เจ้าของสวนฟักทองเปิดเผยว่า ตนเองมีพื้นที่ปลูกฟักทองประมาณ 15 ไร่ ผลผลิตจากฟักทองปีนี้ลูกสวยงามมาก ไม่มีโรคระบาด ฟักทองไม่เสียหาย แต่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้เลยเพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ปกติตนเองจะขายฟักทองในราคาส่งไร่ละ 3 หมื่นกว่าบาท ปัจจุบันยังมีฟักทองที่ยังตกค้างในสวนประมาณ 5 ไร่ รวมน้ำหนักประมาณ 10 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 แสนกว่าบาท ในวันนี้ดีใจที่ทางรัฐบาล โดย ศอ.บต. มารับทราบปัญหากันจริงๆ อย่างน้อยได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับผลผลิต และขอบคุณที่ ศอ.บต. จะหาช่องทางการตลาด เพื่อระบายฟักทองออกจากสวน ชาวบ้านจะได้มีรายได้มาเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-18T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518155648137 337 จ.ลำพูน ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมกันปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ตลอดจนประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมกัน "

        วันนี้ (18 พฤษภาคม 2564) ที่ ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการตามประกาศจังหวัดลำพูน เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ลงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 1/2564 เพื่อให้การดำเนินงาน ""โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า"" เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมกันปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ตลอดจนประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อร่วมกันรับผิดชอบอำนวยการและขับเคลื่อนโครงการได้บรรลุวัตถุประสงค์ และเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง โดยมี นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร, นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

        ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 รับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ ได้แก่ (1) รับทราบผลการประชุมสัมมนา ""การขับเคลื่อนนโยบาย สำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"" เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ณ อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ และ (2) มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำเนินการตามข้อสั่งการของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะทำงาขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนชองรัฐบาล ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ""โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า"" ข่าวโดย นายอานนท์ บุญมาตุ้ย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518162504154 338 จ.ตราด ติดตามสถานการณ์ ผลไม้ 4 ชนิด พบ ทุเรียนตราดออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ 74 "            (18 พ.ค. 64) นายภิญโญ ประกอบผล ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด มอบหมายให้ นายกัฬชัย  เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องจากผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัด จังหวัดตราด ครั้งที่ 3/2564 ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน องค์กรเกษตรกร เข้าร่วมที่ทั้งที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด และผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

            สำหรับการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องจากผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัด ในครั้งนี้ที่ประชุมได้นำเสนอสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ของจังหวัดตราด ในปีการผลิต 2564 ซึ่งจากการประมาณการและการเก็บข้อมูลผลผลิตผลไม้ 4 ชนิดของจังหวัดตราด ที่ออกสู่ตลาดพบว่า จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดแล้ว ถึงร้อยละ 74 เงาะผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ 35  มังคุดออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ 26 และลองกองมีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วเพียงร้อยละ 6 โดยในที่ประชุมได้ระบุว่ายังคงมีความเป็นห่วงสถานการณ์ราคาผลผลิตเงาะ เนื่องจากผลผลิตยังรอออกสู่ตลาดอีกจำนวนมาก   นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้นำเสนอกิจกรรมที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการผลไม้ ของจังหวัดตราด ปี 2564 ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ กิจกรรมการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลไม้ (Mobile รถเร่ผลไม้) อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาร่างโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จังหวัดตราด โดยจะมีกิจกรรมจ่ายค่าบริหารจัดการผลไม้เป้าหมายเงาะ หรือ มังคุด รวม 2,000 ตัน ออกสู่จังหวัดปลายทาง อีกด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออก ตราด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518172531207 339 จตุพร ย้ำให้ ทสจ. ทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยช่วงฤดูฝนปีนี้

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยช่วงฤดูฝนปีนี้

                นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังการประชุมทางไกล VDO conference) ติดตามงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ว่า ได้กำชับให้เร่งรัดแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน 4 เรื่อง คือ การอนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบขยายเวลายื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ภายใน 120 วัน จึงกำชับให้ทุกจังหวัดเร่งรัดดำเนินการแล้วนำมติดังกล่าวแจ้งที่ประชุมประจำจังหวัด เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและเร่งรัดให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ส่งให้กรมป่าไม้พิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ต่อไป หากมีข้อสังเกตเพิ่มเติมขอให้แต่ละจังหวัดรายงานเข้ามาพิจารณาแก้ไขที่เป็นข้อติดขัด เนื่องจากจะไม่มีการขยายเวลาเพิ่มเติมให้กับพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์อีกแล้ว // โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดสำรวจตรวจสอบพื้นที่และนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด แล้วให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนงานที่มีระยะเวลาการทำงานชัดเจนส่งภายใน 30 วัน ใช้เป็นกรอบการทำงานของแต่ละจังหวัดต่อไป // โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ได้ทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) โดยช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้วจึงให้ทุกจังหวัดเตรียมปลูกป่าให้ได้ตามแผนที่กำหนดจะเริ่มปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศช่วงสัปดาห์หน้า เบื้องต้นให้ ทสจ. ทุกจังหวัดประสานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปลูกต้นไม้อย่างพร้อมเพรียงกันตามความเหมาะสม พร้อมประสานขอความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้มีภาวะฝนทิ้งช่วงอาจส่งผลให้มีปริมาณจุดความร้อนเพิ่มขึ้น จึงขอให้พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือยังคงตรึงกำลังดูแลควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันอย่างเคร่งครัดต่อไป

                 สำหรับข้อสุดท้าย การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในปี 2564 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ได้ให้ ทสจ. เป็นศูนย์กลางประสานงานกรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนภูมิภาคใกล้เคียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานในระดับจังหวัดเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือ เครื่องมือที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุการณ์ และการเข้าถึงพื้นที่ โดยได้กำชับให้แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำแผนการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากที่มีแผนการทำงาน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุการณ์ที่ชัดเจน รวมถึง การประสานงานร่วมกับแต่ละหน่วยงานและแนวทางการซักซ้อมหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นระบบ ไม่เกิดความตื่นตระหนก และช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518180610218 340 อำเภอบางปะอิน ร่วมกับชลประทานรังสิตเหนือ ขุดลอกผักตบชวาคลองเปรมประชากร ให้เป็นคลองสวย น้ำใส ไร้สิ่งกีดขวางทางน้ำ ตามนโยบายของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

        วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 นายวัชระ กระแสฉัตร์ นายอำเภอบางปะอิน ได้มอบหมายให้ นางวาศิณี กิจรัตนี รองปลัดเทศบาลตำบลบางกระสั้น พร้อมด้วย นายเผชิญ ขวัญยืน กำนันตำบลบางกระสั้น นายรณชัย นิ่มน้อย ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.บางกระสั้น และ จนท.เทศบาลฯ ลงพื่นที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณคลองเปรมประชากร หลังจากปฏิบัติการขุดลอกผักตบชวาและกอบัวที่ขยายพันธุ์ รวมทั้งสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อปรับปรุงคลองเปรมประชากรให้เป็นคลองสวย น้ำใส ไร้สิ่งกีดขวาง ตามนโยบายของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ อำเภอบางปะอิน ทำให้เกิดความสะอาดและสวยงาม โดยการใช้เครื่องมือขุดลอกจากหน่วยงานชลประทานรังสิตเหนือ เข้าดำเนินการเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ขณะนี้ ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

       



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518201628258 341 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,484 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 41.61 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.34 ล้านโดส "

อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,484 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 41.61 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.34 ล้านโดส


    ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,484 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 24.5 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 274 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 124 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 41.65 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (27.5% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 23.26 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 2,340,995 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 46.1%

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518211448270 342 สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท รับเรื่องร้องทุกข์เกษตรกรจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมปรับแผนส่งน้ำช่วยบรรเทาความเดือดร้อน

        วันนี้ (18 พ.ค.64) ที่บริเวณสำนักงานชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท นายพายับ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส. สิงห์บุรี พร้อมด้วยเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และปลูกข้าว ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีกว่า 20 คน ยื่นหนังสือต่อนายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เพื่อร้องขอให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยสนับสนุนส่งน้ำให้เกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี มีน้ำไว้หล่อเลี้ยงหลังขาดน้ำเป็นเวลานานและกำลังจะยืนต้นตาย

        นายพายับ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่นำเกษตรกรชาว จังหวัดสิงห์บุรีเดินทางมายังสำนักงานชลประทานที่ 12 เพื่อยื่นหนังสื่อให้กับกรมชลประทานในการพิจารณาช่วยส่งน้ำเข้าสู่ระบบคลองชลประทานให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากที่ก่อนหน้า กรมชลประทานได้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนา แต่ขณะนี้ถึงฤดูการทำนาแล้ว เกษตรกรเริ่มลงมือทำนาไปแล้ว แต่กลับไม่มีน้ำของกรมชลประทานส่งไปสนับสนุน จึงทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไปจะได้รับความเสียหาย ซึ่งตรงนี้อยากจะฝากไปถึงรัฐบาล ในช่วงนี้เป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาไปหลายอย่างแล้ว อยากจะให้มาทำการช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนบ้าง

        นายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ภายหลังจากการที่ได้รับหนังสือแล้วก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้รับทราบถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยายังคงมีปริมาณน้ำต้นทุนที่น้อยอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานชลประทานที่ 12 จะรับเรื่องและส่งต่อไปยังกรมชลประทาน เพื่อพิจารณาในการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

        ด้านนายประพันธ์ กลับฝั่ง อายุ 65 ปี ชาวนาในพื้นที่ หมู่ 7 บ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า ตนเองทำนาอยู่ 20 ไร่ และยังปลูกอ้อยอีกกว่า 30 ไร่ ซึ่งก่อนหน้าได้ใช้น้ำบาดาลในการลดพืชผลทางการเกษตร แต่ขณะนี้น้ำบาดาลก็สูบไม่ขึ้น หนำซ้ำน้ำในคลองชลประทานที่ส่งไปก็ไม่มี ซึ่งภายหลังจากการยื่นหนังสือกับทางสำนักงานชลประทานที่ 12 แล้ว ทาง ผอ.รับปากที่จะช่วยเหลือส่งน้ำไปให้



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519100540342 343 อำเภอศรีเทพ ร่วมกับ นางสาวจิราภรณ์ พรหมชัยรัตน์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต "

            วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรี ชัยรัตน์ พุ่มช่วย ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นางสาวสมมาศ บุญยวง ประมงอำเภอศรีเทพ ร่วมกับ นางสาวจิราภรณ์ พรหมชัยรัตน์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต ซึ่งประกอบด้วย พันธุ์ปลาตะเพียนขาว จำนวน 2,000 ตัว/ราย และอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก จำนวน 20 กิโลกรัม/ราย ให้กับเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 จำนวน 15 ราย ณ ศาลากลางบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 

            ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในแปลงของตน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีความมั่นคงทางอาหาร เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไป 

            เพลินจิต สวนศิลป์พงศ์  สวท.เพชรบูรณ์

            แหล่งข้อมูล : สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-18T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล เพชรบูรณ์ สวท.เพชรบูรณ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519114635454 344 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุก

        วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 กองบัญชาการกองทัพไทย โดยผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุกและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้เกษตรกรรับรู้ ลักษณะของโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโค - กระบือ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันพบการระบาดของโรคภายในจังหวัดอำนาจเจริญในหลายพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ และถูกกัดโดยแมลงดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบและเห็บ ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ โดยแนะนำให้เกษตรกรเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเชิงรุก การเฝ้าระวังสังเกตโค-กระบือ ของตนเอง พร้อมกับแนะนำการปฏิบัติหากพบการติดเชื้อ และร่วมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ฉีดพ่นสารกำจัดแมลง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ บ้านทับเมย หมู่ที่ 5 ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ





2021-05-18T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519101520350 345 รอง ผอ.ศปพร. ลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ จ.ยะลา

            พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และคณะ เดินทางลงพื้นที่พบปะ/หารือ ผบ.ฉก.ทพ.30 และกลุ่มเครือข่ายฝายมีชีวิต จว.ย.ล. เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับทำเกษตรกรรม (สวนทุเรียน) ในช่วงฤดูแล้ง ของครอบครัวนายวรวิทย์ ไชยสกุล ณ บก.ฉก.ทพ.3007 บ.กาโสด ต./อ.บันนังสตา ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ให้คำแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน โดยการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ด้วยการสร้างฝายมีชีวิต มี ผบ.ร้อย ทพ.3007 ให้การต้อนรับ ณ ร้อย ท.พ.3007 บ้านกาโสด ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

            จากนั้น รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เดินทางไปพบปะกลุ่มเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิถีชุมชนเขื่อนบางลาง ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา เพื่อร่วมกันเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยววิถีชุมชนในพื้นที่ โดยใช้โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ อ.ธารโต เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ต่อไป 

            ต่อมาเวลา 14.30 น. รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ตรวจเยี่ยมพบปะ สมาชิก อรบ. มว.ปิยะมิตร 4 กองพันพิเศษปิยะมิตร/จุฬาภรณ์พัฒนา และเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปราชญ์ผู้นำด้านการเกษตรพึ่งพาตนเอง โดยมี ผญบ.ปิยะมิตร 4 และ หน.กองพันพิเศษปิยะมิตร/จุฬาภรณ์พัฒนา ให้การต้อนรับ ณ บ.ปิยะมิตร 4 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


2021-05-19T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519095045329 346 สิ่งแวดล้อมที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีประชาชนร้องเรียนการใช้สารเคมีจำนวนมาก พร้อมเฝ้าระวังการชะล้างสารเคมีทางการเกษตรลงสู่แม่น้ำวัง

        เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 2 พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านต้นยาง หมู่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ที่มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) ดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการชะล้างสารเคมีทางการเกษตรลงสู่แม่น้ำวัง กรณีประชาชนร้องเรียนการใช้สารเคมีจำนวนมาก ณ แปลงผัก บ้านต้นยาง หมู่ 4 ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 

        จากการตรวจสอบพบว่าเกษตรกรได้เลิกทำการเพาะปลูกในพื้นที่ โดยมีการรื้อถอนเครื่องมือและอุปกรณ์ ท่อส่งน้ำฯ ออกนอกพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกรในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง (บ้านปงวัง หมู่ 6 ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง) ที่อาศัยอยู่ติดกับพื้นที่ที่เกิดปัญหาเรื่องร้องเรียน ซึ่งได้ยืนยันข้อมูลว่าเกษตรกรแปลงดังกล่าว เดินทางกลับไปยังจังหวัดน่าน โดยเลิกทำการเพาะปลูกในบริเวณพื้นที่ที่มีข้อร้องเรียน พร้อมทั้งได้ขนเครื่องมือและอุปกรณ์ออกนอกพื้นที่แล้ว

        เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 2 และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 (บ้านต้นยาง) จึงได้กำชับให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง (บ้านปงวัง หมู่ 6 ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง) หากพบเห็นว่าเกษตรกรผู้ถูกร้อง เริ่มดำเนินการปลูกพืช/ผัก หรือดำเนินกิจกรรมใดในพื้นที่ร้องเรียนดังกล่าว ให้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในลำดับต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104002372 347 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำวัง ช่วงไหลผ่านชุมชนเมือง เขตเทศบาลนครลำปาง เพื่อตรวจติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำ

        เจ้าหน้าที่ส่วนวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำวัง ช่วงไหลผ่านชุมชนเมือง เขตเทศบาลนครลำปาง จำนวน 6 จุดเก็บ เพื่อตรวจติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำ ได้แก่ บริเวณสะพานฝายยาง สะพานออเร้นจ์ สะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี สะพานช้างเผือก สะพานเขลางค์นคร และสะพานเสตุวารี พร้อมนำส่งตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์หาค่าสารมลพิษ ณ ห้องปฏิบัติการทดสอบ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง 

         จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำวัง พบสภาพโดยรวมทั่วไปมีลักษณะน้ำนิ่ง ปริมาณน้ำน้อย เนื่องจากมีการระบายน้ำออกจากฝายกั้นน้ำ เพื่อขุดลอกลำน้ำ ลักษณะน้ำขุ่น (จุดที่ 1-4) และใส (จุดที่ 5 และ 6) สามารถมองเห็นปลา พืชน้ำ และสาหร่ายใต้น้ำได้ชัดเจน ความลึกของลำน้ำ อยู่ระหว่าง 0.6 - 1.8 เมตร ค่าความเป็นกรดและด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 7.41 - 7.64 และค่าปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) อยู่ระหว่าง 3.76- 6.98 มิลลิกรัมต่อลิตร 

         จุดที่ 4, 5 และ 6 พบหญ้าบริเวณข้างริมน้ำ และในลำน้ำพบพืชใต้น้ำ สาหร่ายเป็นจำนวนมากบริเวณริมฝั่ง พบมีการระบายน้ำทิ้งจากท่อ ลงสู่แหล่งน้ำ จำนวน 7 ท่อ น้ำทิ้งที่ระบายมีลักษณะขุ่นสีขาวถึงดำมีกลิ่นเหม็น และมีเศษอาหารปะปน และจุดเก็บที่ 4 ยังพบการทำแนวไม้ไผ่ เพื่อดักเศษที่ลอยบนผิวน้ำ ทำให้พบวัชพืช เศษขยะ คราบน้ำมันจำนวนมาก บริเวณเหนือแนวไม้ไผ่ นอกจากนี้ยังพบถุงพลาสติก ขวดแก้ว เศษแก้ว ขวดพลาสติก และเศษอาหาร บริเวณริมฝั่งน้ำและในลำน้ำ

         ดังนั้น เพื่อเป็นการตรวจติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพแม่น้ำวังอย่างต่อเนื่อง สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง จึงทำการเก็บตัวอย่างน้ำ และส่งตรวจวิเคราะห์หาสารมลพิษ จำนวน 6 จุดเก็บ เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประเมินผลคุณภาพน้ำ สำหรับเป็นแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำวัง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดต่อไป




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2021-05-19T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104303373 348 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง ส่งมอบพันธุ์ลูกปลานิล จำนวน 45,000 ตัว สนับสนุนเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าว

        นางสาวรตนพร กิติกาศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง มอบหมายให้นายณัฐนนท์ ปินคำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ร่วมมอบพันธุ์ลูกปลานิล จำนวน 45,000 ตัว และอาหารปลา ซึ่งเป็นกิจกรรมของโครงการย่อยส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ บริเวณพื้นที่การเกษตรในเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากโครงการแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดลำปาง ประมงอำเภอเมืองปาน และเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 45 ราย โดยทยอยการรับปัจจัยการผลิต ณ วัดปลายนาเฮี้ย หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต่อไป 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104635379 349 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำตามมาตรการควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงทางน้ำชลประทาน

        นายสุรศักดิ์ สุพรรณคง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำตามมาตรการควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงทางน้ำชลประทาน ประจำเดือนพฤษภาคม 2564 ณ บริเวณที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำ อ่างเก็บน้ำกิ่วลม จำนวน 6 จุด ได้แก่ หน้าโรงสูบน้ำการประปาลำปาง หน้าโรงสูบน้ำการไฟฟ้าฝ่าผลิตแห่งประเทศไทย แม่เมาะ จังหวัดลำปาง บริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำกิ่วลม ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา บริเวณกลางอ่างเก็บน้ำกิ่วลมถึงบริเวณท้ายเขื่อนกิ่วลม 300 เมตร ในพื้นที่ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จากนั้นได้ตรวจสอบบริเวณจุดที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา จำนวน 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาฝั่งขวา บริเวณกลางอ่างกิ่วคอหมา และบริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาฝั่งซ้ายในพื้นที่ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

        จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำทั้ง 9 จุด พบว่าลักษณะของน้ำทั่วไปใส ไม่มีตะกอน ไม่มีกลิ่น คุณภาพน้ำปกติ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมชลประทานกำหนด



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104902381 350 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก พร้อมเร่งเช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัยปีนี้ ตามแผนมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก พร้อมเร่งเช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัยปีนี้ ตามแผนมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการ

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (19 พ.ค.64) ว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 87 มิลลิเมตร // นครราชสีมา 68 มิลลิเมตร // ตราด 59 มิลลิเมตร และสุราษฎร์ธานี 76 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,274 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,524 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุบลราชธานี ทั้งนี้ กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สนับสนุนเครื่องจักรกลขุดเจาะบ่อน้ำตื้น 6 บ่อ ก่อสร้างระบบเติมน้ำใต้ดิน เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค-บริโภคและเพื่อการเกษตรในพื้นที่บ้านนนทรี บ้านวังรี และบ้านเขาข่า ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และกองบัญชาการกองทัพไทย นำรถบรรทุกน้ำ 12,000 ลิตร เติมเข้าระบบถังเก็บน้ำในบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ห่างจากประปาหมู่บ้านและเติมเข้าระบบประปาหมู่บ้าน หมู่ 3 บ้านดงช่อย อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

                กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ 10 มาตรการ พร้อมให้บูรณาการทำงานร่วมกันกำหนดมาตรการหรือแผนบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้งและฤดูฝนให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์และแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) โดยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป ส่วนการเตรียมความพร้อมการรับมือ ป้องกัน และลดความเสียหายจากการเกิดภัยพิบัติในฤดูฝนนี้ สทนช.ได้กำหนดแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝนและมาตรการรับมือฤดูฝนควบคู่กันไป ซึ่งแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝนกำหนดให้ใช้น้ำฝนทำกิจกรรมต่างๆเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519093042318 351 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (19 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519094319322 352 พัฒนาชุมชนสตูล ลงพื้นที่ตรวจรับงานตามโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก หนอง นา ณ อำเภอทุ่งหว้า

            วานนี้ (18 พ.ค. 64) นางศุภมาส เหล็นเรือง พัฒนาการจังหวัดสตูล มอบหมายให้นางสาวนวภัทร หอมหวล ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ตรวจรับงานตามโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก หนอง นา ณ อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล โดยมี นางสาวอนงค์ ตุ้นรัตน์ พัฒนาการอำเภอทุ่งหว้า เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน รองปลัด อบต.ทุ่งหว้า นายช่าง อบต.ทุ่งหว้า ผู้รับเหมา และครัวเรือนเป้าหมาย นำเสนอข้อมูลเอกสาร รายงานความก้าวหน้า และผลการดำเนินงานตามโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก หนอง นา กิจกรรมปรับปรุงพื้นที่ตามมาตรฐานโคก หนอง นา โมเดล ขนาด 1 ไร่ ประกอบด้วย จำนวน 3 ครัวเรือน ในตำบลนาทอน ดังนี้ 1.ร.ต.ท.ชูศักดิ์ ตัญจะโร ม.2 , 2.น.ส.เปรมวดี จิช่อง ม.5 และ3.นางธัญวรัตน์ ชูชื่น ม.6

            ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจรับฯ เน้นย้ำให้มีการดำเนินงานตามรายละเอียดงานในสัญญาจ้าง อย่างเคร่งครัด และสร้างความเข้าใจแก่ครัวเรือนอย่างโปร่งใสในการทำงานต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519102425360 353 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมพลังเสนอทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วย BCG Model เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน "

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมพลังเสนอทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วย BCG Model เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน

    นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติหรือ วช. เปิดเสวนา “รวมพลังประชาคมวิจัยขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model” กล่าวว่า วช. ในบทบาทการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม โดยในประเด็นท้าทายด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการเกษตร ได้รับงบประมาณจากกองทุน ววน. เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเกษตร และเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง อว. ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ.2564-2569 ที่มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพใหม่คุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

    ทั้งนี้ การวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยการเสริมจุดแข็งของการมีฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพที่สูง เร่งกระบวนการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ลดการใช้ทรัพยากร และหมุนเวียนการใช้ทรัพยากร เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”

" 2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519114805455 354 เกษตรจังหวัดกระบี่ เร่งขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เพื่อเชื่อมโยงตลาด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่

            นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน (2564) มีแปลงใหญ่ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด และจากข้อมูลแปลงใหญ่ในระบบ co-farm.doae.go.th มีข้อมูลแปลงใหญ่ จำนวน 93 แปลง โดยจำแนกเป็น ด้านพืช มีหน่วยงาน สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่ ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มีทั้งหมด 86 แปลง แยกเป็น ปาล์มน้ำมัน จำนวน 42 แปลง ยางพารา จำนวน 21 แปลง ผึ้งโพรง จำนวน 11 แปลง ทุเรียน จำนวน 7 แปลง ข้าวจำนวน 2 แปลง ผัก จำนวน 2 แปลง กาแฟ จำนวน 1 แปลง และด้านปศุสัตว์ มีหน่วยงาน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มีทั้งหมด 7 แปลง ประกอบด้วย แพะ จำนวน 5 แปลง โคเนื้อ จำนวน 2 แปลง

            โดยแปลงใหญ่ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ประเภทนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และดำเนินงานตามคู่มือโครงการ เสนอให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ ระดับอำเภอ พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ ระดับจังหวัดพิจารณาอนุมัติ ภายใต้เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการต่อไป

            ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการภายใต้กรอบนโยบายแผนงาน เกษตรอัจฉริยะ (เกษตรแม่นยำ เกษตรแปลงใหญ่ การเกษตรที่มีมูลค่าสูง) เพื่อพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งร่วมกันบริหารจัดการเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการผลิตให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านอาหารและพลังงาน ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

            นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยมี นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณากลั่นกรองแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ แปลงใหญ่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 แปลง ประกอบด้วย แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน 12 แปลง แปลงใหญ่ยางพารา 2 แปลง แปลงใหญ่ทุเรียน 1 แปลง แปลงใหญ่ผึ้งโพรง 1 แปลง และแปลงใหญ่แพะ 4 แปลง รวมสมาชิก 1,647 ราย พื้นที่ 25,959.25 ไร่ งบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งสิ้น 53,016,686 บาท ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้ง 20 แปลง วงเงินงบประมาณ 53,016,686 บาท และหลังจากนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ จะได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานโครงการฯ ให้คำแนะนำ และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัดและระดับกระทรวงต่อไป

            วาสนา บัวทอง  สวท.กระบี่ รายงาน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


2021-05-19T00:00:00 ภาคใต้ กระบี่ สวท.กระบี่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104400374 355 การส่งมอบปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

        ว่าที่ร้อยตรี ชัยรัตน์ พุ่มช่วย ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า สนง.ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มอบหมายให้ นางสาวสมมาศ บุญยวง ประมงอำเภอศรีเทพ ร่วมกับ นางสาวจิราภรณ์ พรหมชัยรัตน์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต ซึ่งประกอบด้วย พันธุ์ปลาตะเพียนขาว จำนวน 2,000 ตัว/ราย และอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก จำนวน 20 กิโลกรัม/ราย ให้กับเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 จำนวน 15 ราย เมื่อวัน ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ณ ศาลากลางบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 

        ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในแปลงของตน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีความมั่นคงทางอาหาร เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไป

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล เพชรบูรณ์ สวท.เพชรบูรณ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519111930415 356 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) และสหภาพยุโรป(EU) ยกย่องไทยเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาประมง(IUU)อย่างยั่งยืน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (European Commission) ส่งหนังสือเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น 1 ใน 6 รัฐมนตรี จากประเทศสมาชิก 194 ประเทศ เตรียมขึ้นเวทีระดับโลกกล่าวสุนทรพจน์ (Testimonial Statement) และเข้าร่วมการเสวนา (Panel Discussion) ในการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง (High-Level Event) เรื่อง ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSMA) และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 นี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบนโยบายให้กรมประมง ทำงานบรูณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) โดยที่ผ่านมา รัฐบาลไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่และชัดเจน ที่จะขจัดปัญหาการทำประมง IUU เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง มิใช่เฉพาะแต่ของไทยแต่หมายถึงทรัพยากรของโลกโดยภาพรวม โดยการแก้ไขปัญหาประมง IUU ได้ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ

ด้านนายธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต(ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงโรม (FAO/IFAD/WFP) กล่าวว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในครั้งนี้ จะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและนำเสนอผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกที่ร่วมลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า (Port State Measures Agreement หรือ PSMA) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2564 เพื่อสร้างความตระหนักต่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) และส่งเสริมการดำเนินนโยบายของประเทศสมาชิกฯ

ทั้งนี้ FAO ได้เชิญรัฐมนตรีจาก 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐโมซัมบิก สาธารณรัฐเปรู สเปน และประเทศไทย ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ และแถลงผลงานความสำเร็จในระดับประเทศในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย จะเป็นรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียเพียงประเทศเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สำคัญระดับโลกในครั้งนี้ด้วย



2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104505376 357 เกษตรแม่ฮ่องสอนเตือนเกษตรกรระวัง “โรคกุ้งแห้ง” ระบาด

        สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งเตือนการระบาดศัตรูพืช ชื่อโรคกุ้งแห้ง เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและมีฝนตก อาจทำให้เกิดการระบาดของโรคกุ้งแห้ง สามารถพบได้ในระยะที่ต้นพริกให้ผลผลิต มักพบบนผลพริกที่เริ่มสุกหรือก่อนที่ผลพริกจะเปลี่ยนสี เริ่มแรกจะพบจุดหรือแผลช้ำยุบตัวเล็กน้อย ต่อมาแผลขยายใหญ่สีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเป็นวงรีหรือวงกลม บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดสีดำขนาดเล็กเรียงเป็นวงซ้อนกัน กรณีที่สภาพอากาศขึ้น จะเห็นเมือกเยิ้มสีส้มอ่อน ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้ผลเน่าและร่วงก่อนเก็บเกี่ยว หากพบอาการที่ผลอ่อน จะทำให้ผลพริกโค้งงอบิดเบี้ยวลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ

        หากเริ่มระบาดให้เก็บพริกที่เป็นโรคไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรคและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อไม่ให้แปลงปลูกมีความขึ้นสูง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค หากพบว่าเริ่มมีการระบาดของโรค ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช อะซอกชีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรหรือสารโพรคลอราช 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 7-10 วัน

        หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกแต่ละรุ่นแล้ว เกษตรกรควรกำจัดวัชพืชและเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคในแปลงไปเผาทำลายทิ้งให้หมด และควรจัดระยะปลูกพริกให้เหมาะสม ไม่ปลูกชิดกันเกินไป ก่อนเพาะ ควรแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส นาน 20-30 นาที และควรเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าจากแหล่งที่ปราศจากโรค กรณีเก็บเมล็ดพันธุ์เอง ควรเลือกผลพริกที่ไม่เป็นโรค สำหรับในพื้นที่มีการระบาดของโรครุนแรง เกษตรกรควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เพื่อตัดวงจรของเชื้อสาเหตุโรค



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519111711411 358 กรมชลประทาน แนะนำเกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปีให้สอดคล้องกับปริมาณฝนในพื้นที่

นายประพิศ จันทรมา อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่าขณะนี้กรมชลประทานได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่เขตชลประทาน เพื่อแจ้งเกษตรกรเพาะปลูกข้าวนาปีให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่  เน้นให้ทำนาพร้อมกัน ในพื้นที่ที่มีฝนตกเพียงพอและสม่ำเสมอ โดยการเพาะปลูกแต่ละพื้นที่จะใช้น้ำฝนเป็นหลักและเมื่อเกษตรกรเพาะปลูกแล้ว  ในช่วงเวลาที่ฝนตกน้อยจะใช้น้ำชลประทานเสริมน้ำฝน ทั้งนี้ในพื้นที่ที่มีฝนเพียงพอและสามารถปลูกได้เร็ว จะลดปัญญาความเสี่ยงที่เกิดความเสียหายในฤดูน้ำหลาก หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาการ ได้ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนปี 2564 อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 โดยได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์เชิงรุกในทุกพื้นที่เขตชลประทาน ให้เกษตรกรทำนาปีพร้อมกัน หากในพื้นที่มีปริมาณฝนตกสม่ำเสมอและมีปริมาณน้ำเพียงพอ โดยให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก และหากเกษตรกรเพาะปลูกแล้ว ในช่วงที่เกิดภาวะฝนตกน้อย จะใช้น้ำชลประทานเข้าไปเสริมน้ำฝน ทั้งนี้ การเพาะปลูกนาปีเร็วขึ้น จะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำหลากจากมา ช่วยลดผลกระทบจากผลผลิตเสียหายได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้  ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อเกษตรกร พร้อมกับบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดเป็นไปตามเกณฑ์เก็บกัก (RULE CURVE) เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด



2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519114448451 359 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แก่สุนัข-แมว ที่บ้านกกแหนเก่าหมู่ที่ 5 เป็นสุนัข 31 ตัว แมว 3 ตัว รวม 34 ตัว ที่บ้านกกแหนใหม่ หมู่ที่ 9 ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นสุนัข 68 ตัว แมว 1 ตัว รวม 69 ตัว

2021-05-19T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519113454443 360 เกษตรจังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เพื่อเชื่อมโยงตลาด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ "            นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ มาตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน (2564) มีแปลงใหญ่ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด และจากข้อมูลแปลงใหญ่ในระบบ co-farm.doae.go.th มีข้อมูลแปลงใหญ่ จำนวน 93 แปลง ได้แก่ ด้านพืช มีหน่วยงาน สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่ ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มีทั้งหมด 86 แปลง แยกเป็น ปาล์มน้ำมัน จำนวน 42 แปลง ยางพารา จำนวน 21 แปลง ผึ้งโพรง จำนวน 11 แปลง ทุเรียน จำนวน 7 แปลง ข้าว จำนวน 2 แปลง ผัก จำนวน 2 แปลง และกาแฟ จำนวน 1 แปลง ด้านปศุสัตว์ มีหน่วยงาน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มีทั้งหมด 7 แปลง ประกอบด้วย แพะ จำนวน 5 แปลง โคเนื้อ จำนวน 2 แปลง โดยแปลงใหญ่ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ประเภทนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และดำเนินงานตามคู่มือโครงการ เสนอให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ ระดับอำเภอ พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ และให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ ระดับจังหวัดพิจารณาอนุมัติ ภายใต้เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการ 

            ขณะนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อพิจารณากลั่นกรองแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ แปลงใหญ่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 แปลง ประกอบด้วย แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน 12 แปลง แปลงใหญ่ยางพารา 2 แปลง แปลงใหญ่ทุเรียน 1 แปลง แปลงใหญ่ผึ้งโพรง 1 แปลง และแปลงใหญ่แพะ 4 แปลง รวมสมาชิก 1,647 ราย พื้นที่ 25,959.25 ไร่ งบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งสิ้น 53,016,686 บาท โดยมี นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้ง 20 แปลง วงเงินงบประมาณ 53,016,686 บาท และหลังจากนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ จะได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานโครงการฯ ให้คำแนะนำ และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัดและระดับกระทรวงทราบต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-19T00:00:00 ภาคใต้ กระบี่ สวท.กระบี่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519115131456 361 ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี พาปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้ของชาติปี 2564

            วันที่ (19 พฤษภาคม 2564) เวลา 09.30 น. นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ณ บริเวณป่าชุมชนบ้านหัวงิ้ว หนองสาหร่าย ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี โดยมี นายจุมพฏ ชอบธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุมชนบ้านหัวงิ้ว ร่วมกันปลูกต้นมะค่าโมง และต้นประดู่ป่า จำนวน 200 กล้า พร้อมทั้งพรวนดิน ใส่ปุ๋ย รดน้ำและบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อให้ป่าชุมชนบ้านหัวงิ้ว หนองสาหร่าย เป็นป่าชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเป็นต้นแบบของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประชาชนและหน่วยงานราชการต่างนำไปขยายผลสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์และรู้จักการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า 

            ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับศูนย์ป่าไม้สิงห์บุรี สถานีเพาะกล้าไม้จังหวัดสิงห์บุรีและสวนรุกขชาติคูเมืองได้ร่วมกันสำรวจพื้นที่และมีความเห็นว่าป่าชุมชนบ้านหัวงิ้วหนองสาหร่ายมีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ล้อมรอบแหล่งน้ำมีต้นไม้ที่ค่าทางเศษฐกิจและสมุนไพรควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สิงห์บุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519121722479 362 จังหวัดสระบุรีเตรียมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ตามนโยบายรัฐบาล

            เช้าวันนี้ (19 พ.ค.64) ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท ศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายปี 2564 จำนวน 2,128.79 ไร่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ป่าชุมชน ป่าสงวนแห่งชาติ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ร่วมกับบริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ได้กำหนดปลูกป่าโครงการ รักษ์ป่า รักษ์น้ำ รักแผ่นดิน ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น บ้านบุใหญ่ หมู่ 10 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย 

            โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว จำนวนไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ทั่วประเทศ ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 55 ของประเทศ โดยจังหวัดสระบุรีได้รับเป้าหมายดำเนินการเนื้อที่ จำนวน 16,288.98 ไร่ ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2563-2570 เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาราษฎร และเพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ร่วมใจกันปลูกป่าตามพื้นที่ว่างเปล่า หัวไร่ปลายนา บริเวณที่อยู่อาศัย วัด โรงเรียน สถานที่ประกอบกิจการ โดยสามารถขอรับพันธุ์กล้าไม้ได้ที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) หรือติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สระบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519132310493 363 "ไทยคาดปี 64 ส่งออก ""อาหารสัตว์เลี้ยง PET FOOD ติด TOP 3 ตลาดโลก"""

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงมีความรุนแรงและแพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่ New Normal มีการใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น (Work From Home) ทำให้สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมวกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการใช้ชีวิต เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวและเพื่อนแก้เหงาตามไปด้วย ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีการขยายเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงต้องการดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีที่สุดไม่ต่างไปจากตัวเอง โดยหันมาสนใจในอาหารสัตว์เลี้ยงมากขึ้น 

รายงานตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ปี 2020-30: COVID- 19 ผลกระทบและการฟื้นตัวจาก ResearchAndMarkets.com คาดการณ์ว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจะเติบโตจาก 74.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2562 เป็น 75.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 1.3% และเติบโตต่อปีที่ 6% จากปี 2564 และแตะ 88.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566” 

สำหรับกรมปศุสัตว์ โดยสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ มีภารกิจหน้าที่ในการกำกับดูแลกระบวนการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet food) เพื่อการส่งออก โดยครอบคลุมการขึ้นทะเบียนรับรองโรงงานผลิตอาหารสัตว์เพื่อการส่งออก (VCN.) ควบคุมคุณภาพมาตรฐานโรงงานให้มีระบบรับรองการปฏิบัติทางการผลิตที่ดี (GMP) และมีระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (HACCP) การตรวจสอบกระบวนการผลิต และการออกหนังสือรับรองสุขอนามัยสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง โดยสอดคล้องตามข้อกำหนดและระเบียบของประเทศคู่ค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้า 

โดยพบว่าอาหารกลุ่มประเภทอาหารกระป๋อง สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าที่มูลค่าการส่งออกมากที่สุดถึง 73% และประเทศคู่ค้าที่นำเข้าหลักคือ สหรัฐอเมริกา (31%) และสหภาพยุโรป (25.38%) และประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เป็นต้น ขณะที่ในปี 2563 ประเทศที่ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง 5 อันดับแรกของโลก คือ เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ไทย และเนเธอร์แลนด์ 

ส่วนปี 2564 อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง ยังคงมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การส่งออกเพียงแค่ช่วง 4 เดือนแรก มีปริมาณรวมแล้ว 240,440,070.10 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 16,736.72 ล้านบาท เนื่องจากประเทศคู่ค้ามีความเชื่อมั่นในสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากประเทศไทย ประกอบกับการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ของคนทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยขยายตัว นับเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่ในปีนี้จะก้าวขึ้นสู่ Top 3 เป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ สวนทางเศรษฐกิจโลกในช่วงวิกฤตการณ์ COVID-19 นี้



2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519141057528 364 ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการกางมุ้งคอกสัตว์ และปรุงยาสมุนไพรจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ไล่แมลงรบกวน

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายพงศ์นริศร์ สิทธิบุรี รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว นายพิมสอน พิมทอง ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.ลุมพุก ลงพื้นที่ บ้านเหล่าฝ้าย ม.9 ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว ส่งเสริมให้เกษตรกรกางมุ้งในคอกสัตว์ โดยมอบอุปกรณ์ และมุ้ง เป็นการสาธิต และสนับสนุนการปรุงยาสมุนไพรโบราณจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มเกษตรกรบ้านเหล่าฝ้าย ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสูตรมาจากบรรพบุรุษ 

        โดยส่วนผสมประกอบด้วยใบยูคา ใบสาบเสือ ตระไคร้หอม ใบสะเดา และข่าแก่ น้ำหนักอย่างละเท่ากัน นำต้นมาทุบหรือสับเป็นท่อนเล็กๆ และขยี้ใบให้แหลก ใส่ในถังพลาสติคขนาด 100 ลิตร ผสมน้ำ ทิ้งไว้ 2 คืน นำน้ำที่ได้ปริมาณ 1 แก้ว ผสมน้ำ 20 ลิตร ไปลูบชโลมให้ทั่วตัวสัตว์ วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ จะทำให้ผิวหนังสัตว์สะอาด กลิ่นของยาสมุนไพรยังช่วยไล่แมลงหรือยุง ไม่ให้มารบกวนสัตว์ จึงช่วยป้องกันโรคลัมปี สกิน ที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค ได้เป็นอย่างดี และเนื่องจากส่วนผสมของยาสมุนไพรสกัดมาจากสารธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ และไม่สะสมเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่จะสนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพร จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เกษตรกรนำไปใช้กับสัตว์เลี้ยง ควบคู่ไปกับการกางมุ้งในคอกสัตว์ต่อไป

2021-05-19T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519140918525 365 การประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด

        คณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดนครสวรรค์ประชุม สนับสนุนการเข้าถึงทุนให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ พิจารณาข้อมูลรายกลุ่มให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด และตรงตามวัตถุประสงค์

        นางสาวชุติพร เสชัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อพิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกรโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม มีแปลงใหญ่ที่เสนอความต้องการขอสนับสนุนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์จำนวน 68 แปลง จากทั่วประเทศรวม 5,250 แปลง

        สำหรับหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณตามมติคณะรัฐมนตรีต้องไม่เกินวงเงินเดิมที่เคยเสนอขอความต้องการและได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 แล้ว ซึ่งจังหวัดนครสวรรค์มีแปลงใหญ่ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 68 แปลง วงเงิน 186,801,246 บาท ประกอบด้วย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว 45 แปลง สำนักงานเกษตรจังหวัด 18 แปลง สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 4 แปลง และการยางแห่งประเทศไทย 1 แปลง มีจำนวน 67 แปลง ยกเว้นการยางแห่งประเทศไทย ที่ขอเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ รวมวงเงิน 185,876,346 บาท แบ่งเป็นอำเภอบรรพตพิสัย 13 กลุ่ม อำเภอท่าตะโก 9 กลุ่ม อำเภอเมือง อำเภอชุมแสง อำเภอละ 7 กลุ่ม อำเภอตากฟ้า 6 กลุ่ม อำเภอลาดยาว 5 กลุ่ม อำเภอหนองบัวและพยุหะคีรีอำเภอละ 4 กลุ่ม อำเภอไพศาลี 3 กลุ่ม อำเภอโกรกพระ ตาคลี แม่เปินอำเภอละ 2 กลุ่ม อำเภอแม่วงก์ ชุมตาบง เก้าเลี้ยว อำเภอละ 1 กลุ่ม

        คณะกรรมการได้เชิญผู้แทนนาแปลงใหญ่ ทั้ง 67 กลุ่มเข้าชี้แจงรายละเอียดคำของบสนับสนุนประมาณเป็นรายแปลง โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ขอให้คณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519153559580 366 จังหวัดเชียงราย พบโรคลัมปีสกินในโค สั่งคุมเข้มเฝ้าระวังห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์โค- กระบือ "

        จังหวัดเชียงรายพบโรค ลัมปี สกีนในโคที่อำเภอเชียงแสน และอำเภอเมืองเชียงราย และประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมโรคให้เฝ้าระวังรัศมี 50 กิโลเมตร ครอบคลุมทุกอำเภอ ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์

       นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายพบโรคลัมปีสกีนในโค-กระบือ จำนวน 2 จุด คือ ที่ บ้านสันธาตุ ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 พบโรค 1 ตัวในฝูงโคจำนวน 10 ตัว และที่จุดบ้านดาวดึงส์ หมู่ที่ 11 ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย พบโคเป็นโรค 1 ตัวในฝูง 7 ตัว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ซึ่งโรคลัมปีสกีนเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เริ่มระบาดในประเทศไทยครั้งแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2564 ยังได้มีการระบาดไปอีก 18 จังหวัด รวมถึงที่จังหวัดเชียงราย จากการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้ามาในพื้นที่

        ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า สำหรับโรคลัมปีสกีน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดในโค-กระบือไม่ติดต่อถึงคน ที่ภาคเหนือพบที่จังหวัดลำปางและจังหวัด เชียงราย ส่วนเชียงรายพบในโค 2 ตัว ทั้ง 2 จุด ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศเป็นเขตควบคุมโรคระบาดชั่วคราวทั้งจังหวัดแล้ว ให้มีการเฝ้าระวังในรัศมี 50 กิโลเมตร ให้ครอบคลุมทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย ให้มีการเข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ สั่งชะลอการเคลื่อนย้ายสัตว์โค-กระบือ เข้าจังหวัดเชียงรายและข้ามถิ่น ทุกด่านมีการตรวจเข้ม ให้ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค โดยโรคนี้เป็นโรคเฉพาะในสัตว์โค-กระบือ ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน อาการของสัตว์ได้แก่ ซึม น้ำตาไหล น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในระยะเวลาต่อมา ซึ่งการติดต่อของโรคนี้เกิดจากแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ ยุง แมลงวัน และอาจติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกันของสัตว์ ติดจากน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ร่วมกันหากพบเห็นและมีข้อสงสัยให้ติดต่อและแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ หรือปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย โทร 053- 711604 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-19T00:00:00 ภาคเหนือ เชียงราย สวท.เชียงราย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519151837557 367 กอนช.เร่งเดินหน้าแผนรับมือฤดูฝน 10 มาตรการทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการใช้น้ำหวังลดการสูญเสียน้ำ โดยเน้นบริหารจัดการใช้น้ำฝนเป็นหลักควบคู่กับการเร่งเก็บกักน้ำบนดินและใต้ดิน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เร่งเดินหน้าแผนรับมือฤดูฝน 10 มาตรการทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการใช้น้ำหวังลดการสูญเสียน้ำ โดยเน้นบริหารจัดการใช้น้ำฝนเป็นหลักควบคู่กับการเร่งเก็บกักน้ำบนดินและใต้ดิน

                นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า จากการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เรื่อง “บูรณาการเชื่อมโยงจัดการน้ำทั่วไทยด้วย 10 มาตรการรับมือฝน’64” ที่มี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามความพร้อมของแต่ละหน่วยงานตามมาตรการที่เกี่ยวข้องให้รองรับน้ำในฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ขับเคลื่อน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนให้เกิดการเชื่อมโยงผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันได้กำชับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการใช้น้ำเพื่อลดการสูญเสียน้ำให้มากที่สุด โดยเน้นบริหารจัดการใช้น้ำฝนเป็นหลัก พร้อมเร่งเก็บกักน้ำบนดินและใต้ดินภายในเดือนมิถุนายนนี้สำรองไว้ใช้ช่วงฝนน้อย

                เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวย้ำว่า ยังได้ติดตาม เฝ้าระวัง แจ้งเตือนน้ำหลากดินถล่ม พร้อมทบทวนแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ อาคารบังคับน้ำ และแนวคันป้องกันน้ำโดยเฉพาะบริเวณจุดเสี่ยงต่างๆ แล้วเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือในพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมแก้ปัญหาได้ทันท่วงที สิ่งสำคัญต้องสร้างการรับรู้ทั้ง 10 มาตรการอย่างทั่วถึงให้ประชาชนพร้อมรับมือและสนับสนุนร่วมกับภาครัฐ

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519151928561 368 รมว.อว.ส่งมอบ “ห้องแยกโรคความดันลบ” สำหรับโรงพยาบาลสนาม ช่วย รพ.รามาฯ รับมือโควิด-19 ฝีมือผลิตจากช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมนำส่งอีก 9 โรงพยาบาล "

รมว.อว.ส่งมอบ “ห้องแยกโรคความดันลบ” สำหรับโรงพยาบาลสนาม ช่วย รพ.รามาฯ รับมือโควิด-19 ฝีมือผลิตจากช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมนำส่งอีก 9 โรงพยาบาล

   ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานส่งมอบห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมชื่นชมสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด19 ทั้งนี้ ห้องแยกโรคความดันลบ มีต้นทุนต่ำมากในราคาประมาณ 1 แสนบาท ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศหลายเท่า ทั้งนี้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ก.อว.เป็นกองหนุนให้กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ในการช่วยรับมือโควิด-19 ทั้งระดมโรงเรียนแพทย์กว่า 22 แห่ง มาเป็นด่านหน้าในการรักษาผู้ป่วย การสร้างโรงพยาบาลสนามในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ของ อว. แล้ว ยังผลิตนวัตกรรมอีกมากมา ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า อว. สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่มาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงทีในช่วงสถานการณ์คับขันเช่นนี้

  รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผอ.สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า ห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม มีส่วนประกอบ 2 ส่วน ทั้ง ห้องความดันลบสำหรับเตียงผู้ป่วย และห้องเข้า-ออกสำหรับแพทย์และพยาบาล ซึ่งความดันภายในห้องจะต่ำกว่าความดันบรรยากาศ และมีระบบกรองอากาศ HEPA filter เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสกระจายสู่ภายนอก ต้นทุนการผลิตห้องแยกโรคความดันลบฯ ประมาณ 100,000 บาท สามารถผลิตได้โดยใช้ช่างฝีมือท้องถิ่น โดยสถาบันฯ สนับสนุนแบบผลิตทางวิศวกรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

 ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.พรชัย มูลพฤกษ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวด้วยว่า ในช่วงสถานการณ ขณะนี้ การที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลผู้ป่วย และการที่มีห้องแยกโรคความดันลบ จะเป็นส่วนช่วยสร้างความมั่นใจทั้งผู้ป่วยและและบุคลากรทางการแพทย์ โดยขณะนี้ได้มีการติดตั้งและเริ่มใช้แล้ว

  นอกจากนี้ อว .ยังได้ส่งมอบห้องแยกโรคความดันลบ ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งโรงพยาบาลในพื้นที่ต่าง ๆ รวม 15 ชุด ได้แก่ รพ.ปากช่องนานา รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา รพ.พิมาย รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร


" 2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160735600 369 รมว.อว. ระบุ ก.อว.พร้อมที่จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรของ อว.และนักศึกษาที่มีกว่า 2 ล้าน 2 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข "

รมว.อว. ระบุ ก.อว.พร้อมที่จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรของ อว.และนักศึกษาที่มีกว่า 2 ล้าน 2 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข

   ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวถึงกรณีที่ กทม. มีแผนการบริหารจัดการฉีดวัคซีนโควิด19 ให้ประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน ประมาณ 5 ล้านคน โดยตั้งเป้าจะเร่งฉีดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน(มิ.ย.-ก.ค.) ว่า ก.อว พร้อมที่จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับข้าราชการ พนักงาน ในสังกัด อว.ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งนักศึกษา รวมประมาณ 2 ล้าน 2 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนจะเริ่มดำเนินการช่วงไหน และจะฉีดได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ไม่น่าวิตก เนื่องจากมีหลายคณะ หลายโรงพยาบาล ที่พร้อมจะเข้ามาช่วยในเรื่องการฉีดวัคซีน ให้ 

" 2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160905603 370 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564

        ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายเป็นวิทยากรฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า โครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564 โดยมีอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน ตำบลวังยาว เข้าร่วมอบรมฯ จำนวน 11 ราย

        จากนั้น ตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จำนวน 1 รายเป็นเกษตรกรบ้านโคกงาม เลี้ยงโคเนื้อ 29 ตัว ที่บ้านโคกงาม หมู่ที่ 1 ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

2021-05-19T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160328596 371 กอนช.คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติช่วง ก.ย.ในพื้นที่ 56 จังหวัด พร้อมเร่งปรับปรุงเครื่องมือรองรับน้ำฝน โดยเฉพาะเตรียมแก้มลิงรับน้ำจาก กทม.

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติช่วงกันยายนในพื้นที่ 56 จังหวัด พร้อมเร่งปรับปรุงเครื่องมือรองรับน้ำฝน โดยเฉพาะเตรียมแก้มลิงรับน้ำจากกรุงเทพมหานคร

                นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า ได้คาดการณ์ชี้พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ พบช่วงเดือนกันยายนมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมากที่สุด 1,012 ตำบล 290 อำเภอ ในพื้นที่ 56 จังหวัด ส่วนพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเนื่องจากฝนน้อยกว่าค่าปกติช่วงเดือนกรกฎาคมมีพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด 1,504 ตำบล 239 อำเภอ ในพื้นที่ 29 จังหวัด ส่วนการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก พบพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ 265,000 ล้านไร่ เริ่มเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนปัจจุบันเพาะปลูกไปแล้ว 245,000 ล้านไร่ และได้เตรียมแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครไว้ 13.04 ล้านลูกบาศก์เมตร ควบคู่กับซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์และระบบระบายน้ำ สถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน โดยอาคารชลศาสตร์แก้ไขแล้ว 2,312 แห่ง และสถานีโทรมาตร แก้ไขแล้ว 4,209 แห่ง ส่วนการปรับปรุงและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ แก้ไขแล้ว 400 แห่ง , การขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา กำจัดแล้ว 3,779,973 ตัน รวมถึง การเตรียมพร้อมและวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และพื้นที่ฝนน้อยกว่าค่าปกติ เตรียมความพร้อมแล้ว 40,604 หน่วย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และปรับปรุงการส่งน้ำ ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพร้อมก่อสร้างระบบกระจายน้ำ 2,498 บ่อ และเติมน้ำใต้ดิน 998 แห่ง ทั้งนี้ กอนช. จะติดตามงานที่คั่งค้างของทุกหน่วยงานให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้ครอบคลุมการป้องกันปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ฝนตกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519154833592 372 เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง สาธิตวิธีการผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มาให้กับเกษตรกร เพื่อใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน "            วันนี้ (19 พฤษภาคม 2564 ) นายอำนาจ เซ่งเซี่ยง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอย่านตาขาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว สาธิตวิธีการผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มาให้กับเกษตรกร เพื่อใช้ในการป้องกันเชื้อราสาเหตุโรคพืชในทุเรียน เนื่องจากในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศและสภาพดินมีความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน และได้แนะนำวิธีการใช้ในอัตราส่วนดังนี้ เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด 1 กิโลกรัม : รำละเอียด 4 กิโลกรัม : ปุ๋ยหมัก 100 กิโลกรัม ใส่บริเวณโคนพืชปลูก ณ สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง

            สำหรับเชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน อาศัยเศษซากพืช ซากสัตว์และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อราหลายชนิด สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่ เรียกว่า “โคนิเดีย” หรือ “สปอร์” จำนวนมากรวมเป็นกลุ่มหนาแน่นจนเห็นเป็นสีเขียว เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นศัตรู (ปฏิปักษ์) ต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียน หรือเป็นปรสิต และแข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลิตปฏิชีวนสาร และสารพิษ ตลอดจนน้ำย่อยหรือเอนไซม์สำหรับช่วยละลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคพืช คุณสมบัติพิเศษของเชื้อราไตรโคเดอร์มาคือ สามารถช่วยละลายแร่ธาตุให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรค


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-19T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519161102606 373 ปศุสัตว์ยโสธร บูรณาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดและสื่อมวลชนจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่สร้างการรับรู้การป้องกันโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ

        วันที่ 19 พ.ค.2564 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร บูรณาการร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อมวลชน นางสาวเสาวนิต ทับทิมจรูญ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด นายทรงศักดิ์ วงษ์สุพรรณ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ อบต.สิงห์ และผู้ใหญ่บ้าน ม.1,3,10,11 ต.สิงห์ ลงพื้นที่ ศาลาอเนกประสงค์ อบต.สิงห์ อ.เมืองยโสธร เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เรื่องโรคลัมปี สกิน และมาตรการป้องกันโรค แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ โดยการงดเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะนี้ กางมุ้ง ติดตั้งหลอดไฟไล่แมลง การกำจัดพาหะนำโรค แมลงดูดเลือด ได้แก่ เห็บ เหลือบ แมลงวันและยุง การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง พร้อมมอบสารกำจัดแมลง น้ำส้มควันไม้ ยาสมุนไพรสูตรโบราณไล่แมลง วิตามินบำรุงสุขภาพ ยาถ่ายพยาธิ รวมทั้งแนะนำวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องแก่เกษตรกร และแจ้งเตือนไม่ให้เกษตรกรถูกหลอกลวงจากการเสนอขายวัคซีนหรือยาผิดกฎหมายตามสื่อต่างๆ 

        นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพ่นน้ำฆ่าเชื้อโรค และยากำจัดแมลงที่คอกสัตว์ ทั้งนี้ หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ เพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือ และควบคุมโรค ตามหลักการ รู้โรคเร็ว ควบคุมโรคเร็ว โรคสงบเร็ว ต่อไป

2021-05-19T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519175039677 374 คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลงานด้านการอนุรักษ์มรดกธรณีและอุทยานธรณี พร้อมเตรียมจัดประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย (TGN)

คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลงานด้านการอนุรักษ์มรดกธรณีและอุทยานธรณี พร้อมเตรียมจัดประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย (TGN) และจัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกเดือนกันยายนนี้

            นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีผ่านระบบ VDO Conference เกี่ยวกับการดำเนินงานอนุรักษ์มรดกธรณีและอุทยานธรณีที่ผ่านมา โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯทั้งด้านนโยบาย ด้านการส่งเสริม ด้านการประเมินพื้นที่ ด้านวิชาการ ด้านเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย และตั้งอนุกรรมการเชิงพื้นที่ของอุทยานธรณีระดับประเทศและระดับโลก ทั้งนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาร่างนโยบายการอนุรักษ์มรดกธรณีและการดำเนินงานอุทยานธรณี แผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและการดำเนินงานอุทยานธรณีระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 - 2570) และแผนปฏิบัติงานอื่นๆขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุก แล้วยังพิจารณาการแสดงเจตจำนงของอุทยานธรณีขอนแก่นเพื่อขอรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกจากยูเนสโก รวมทั้ง ยังมีมติเห็นชอบให้จัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย (TGN) ครั้งที่ 1 ณ อุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูล และจัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 7 ในเดือนกันยายนนี้ ณ อุทยานธรณีโลก จังหวัดสตูล ภาพรวมประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและขับเคลื่อนงานอุทยานธรณีของประเทศไทยเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยการดำเนินงานอุทยานธรณีจะทำให้เกิดการตระหนักรับรู้ถึงการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมได้ประโยชน์การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นด้วย

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519192120717 375 เกษตรควนกาหลง จังหวัดสตูล ติดตามแปลงเกษตรผสมผสานเนื่องจากมีการเข้าทำลายของเชื้อรา

        วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 นางอภิวันท์ ทองแท่น เกษตรอำเภอควนกาหลง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง ลงพื้นที่ติดตามและให้คำแนะนำ แปลงเกษตรผสมผสานของ นางทิพาพร คงนวล เกษตรกรหมู่ 8 ตำบลอุใดเจริญ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งมีการปลูกขมิ้นในพื้นที่ปลูกยางพาราที่ยังไม่ให้ผลผลิต โดยฤดูกาลที่ผ่านมาสามารถขายผลผลิตได้ 70,000 บาท โดยมีการปลูกในพื้นที่ 12 ไร่ แต่ขณะที่ฤดูกาลนี้สามารถเก็บผลผลิตได้เพียง 5 ไร่ เนื่องจากมีการเข้าทำลายของเชื้อรา โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลงให้คำแนะนำ ให้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ในการป้องกันการเข้าทำลายผลผลิตในฤดูกาลถัดไป





#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519205112756 376 เฮลิคอปเตอร์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถูกยิงระหว่างบินตรวจสอบสภาพป่าแก่งกระจาน เบื้องต้นไม่ได้รับอันตรายและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกคน พร้อมเตรียมลงบันทึกประจำวันพรุ่งนี้ "

เฮลิคอปเตอร์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถูกยิงระหว่างบินตรวจสอบสภาพป่าแก่งกระจาน เบื้องต้นไม่ได้รับอันตรายและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกคน พร้อมเตรียมลงบันทึกประจำวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.64)

    นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวถึงกรณีเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานหลังขึ้นบินตรวจสอบสภาพป่าประจำเดือนพฤษภาคม ตามแผนการบินของกองการบินสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ได้ขึ้นบินถึงบริเวณแปลงที่จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ เพื่อประเมินและวางแผนส่งกำลังเข้าตรวจสอบในวันถัดไป ขณะบินวนพื้นที่ดังกล่าวพบเห็นบุคคล 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน วิ่งออกมาจากแนวชายป่า เข้าไปยังเพิงพักในแปลงบุกรุก คาดว่า เข้าไปหยิบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์บริเวณทางท้ายเครื่อง 1 นัด ในระยะห่างประมาณ 10 - 15 เมตร เมื่อเวลา 09.00น. โดย พ.ท.ถนอม ศิริม่วง นักบิน มองเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นปืนไทยประดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน ส่งผลให้กัปตันตัดสินใจนำเครื่องลงจอดบริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดินห่างจากจุดที่โดนยิงประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องในเบื้องต้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์บริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดินไม่พบร่องรอยความเสียหายกับตัวเฮลิคอปเตอร์ จึงนำกำลังทั้งหมดกลับมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อตรวจสอบเครื่องอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนี้จะรายงานสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานความมั่นคง พร้อมทั้ง วางแผนการเข้าดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ซึ่งจะต้องสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ส่งกำลังที่สนาม ฮ. ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยพรุ่งนี้ (20 พ.ค.64) นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.แก่งกระจานต่อไป

    ด้าน นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ระหว่างบินสำรวจลาดตระเวนป่าแนวชายแดนไทยตนเองเป็น 1 ใน 6 คนรวมนักบินที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ โดยเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ตกและทุกคนปลอดภัยดี ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบร่องรอยวิถีกระสุนและกระสุนที่ยิงถูก เบื้องต้นไม่พบความเสียหายกับเฮลิคอปเตอร์พร้อมเตรียมสรุปเหตุการณ์นี้รายงานให้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชรับทราบต่อไป


" 2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519210527757 377 ศูนย์หม่อนไหมขอนแก่น ติดตามงานกลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรม อ.เวียงเก่า และแปลงใหญ่หม่อนไหมหัตถกรรมบ้านสวนกล้วย อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น

        นายอาคม จงอริยตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น มอบหมายให้ นางสาวพิมลรัตน์ เมธินธรังสรรค์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ พร้อมด้วย นางสาววีราภรณ์ อินทรักษ์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ และนายทินกร สุ่มมาตย์ นักวิชาการเกษตร ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนงบอุดหนุนโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมระบบแปลงใหญ่ จำนวน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรม อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น และ กลุ่มหม่อนไหมแปลงใหญ่ไหมหัตถกรรมบ้านสวนกล้วย พร้อมกันนี้ได้ติดตามงานโครงการธนาคารหม่อนไหม บ้านสวนกล้วย อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ด้วย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-19T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สวท.ขอนแก่น https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519210715759 378 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 ร่วมกับนายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุกและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ผู้นำชุมชนรับรู้ ลักษณะของโรคลัมปีสกิน

        วันนี้ (19 พ.ค.64) กองบัญชาการกองทัพไทย โดยผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51ฯ ร่วมกับนายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุกและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สร้างการรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโค-กระบือ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันพบการระบาดของโรคภายในจังหวัดอำนาจเจริญในหลายพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ และถูกกัดโดยแมลงดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบและเห็บ ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำความรู้ไปเผยแพร่ในชุมชน สามารถแนะนำให้เกษตรกรภายในชุมชนป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และเฝ้าระวังสังเกตโค- กระบือ ของตนเอง พร้อมกับแนะนำการปฏิบัติหากพบการติดเชื้อ เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ให้กับเกษตรกรภายในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดเวฬุวัน บ้านโนนหนามแท่ง หมู่ที่ 1 ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND




2021-05-19T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520102033790 379 กรมปศุสัตว์ยืนยันเลือดหมูต้มสุกกินได้ ปลอดภัย ปลอดโรค แนะผู้ประกอบการศึกษากฎหมายประเทศปลายทางอย่างละเอียด

จากกรณีร้านอาหารไทยในประเทศสิงคโปร์นำผลิตภัณฑ์เลือดหมูจากประเทศไทย ไปเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย กระทั่งถูกดำเนินคดี่โดยสำนักงานอาหารสิงคโปร์ ฐานนำเข้าและจำหน่ายอาหารมีเลือดเป็นส่วนประกอบ ซึ่งถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายของสิงคโปร์นั้น 


นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า การผลิตอาหารของประเทศไทยมีมาตรฐานอาหารปลอดภัยในระดับสูง โดยเฉพาะการผลิตสุกรและผลิตภัณฑ์สุกร ที่ทุกกระบวนการต้องผ่านมาตรฐานต่างๆ ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด ตั้งแต่การเลี้ยงสุกรที่ต้องได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (Good Agricultural Practices : GAP) ส่วนโรงฆ่าสัตว์ต้องได้รับการรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงฆ่าสัตว์ (Good Manufacturing Practice : GMP) จนถึงโรงงานแปรรูปก็ต้องปฏิบัติตามหลักสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Hygienic Practice : GHP) และการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Point : HACCP) ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ผลิตภายใต้มาตรฐานดังกล่าวนี้ มีความสะอาด ปลอดภัย ปลอดสาร เหมาะสำหรับการบริโภคอย่างแน่นอน


“มาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสุกร เพื่อให้ตลอดห่วงโซ่มีการกำกับทั้งกระบวนการ ทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้มีมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์เลือดหมูต้มสุก ถือว่ามีกระบวนการผลิตที่สะอาดมาก อย่างเช่นที่โรงฆ่าสุกรบางคล้าภายใต้กำกับของกรมปศุสัตว์นั้น ในการผลิตเลือดหมูต้ม หลังจากเชือดแล้ว เลือดจะถูกดึงจากตัวหมูด้วยมีด Vacuum ทำให้ไม่มีการสัมผัสพื้นตลอดการผลิต เลือดที่ได้จะถูกส่งเข้าถังเก็บโดยระบบท่อ จากนั้นบรรจุลงถาดและปิดผนึก ก่อนเข้ากระบวนการให้ความร้อนด้วยหม้อความดัน ที่อุณหภูมิ 90-95 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 110 นาที ซึ่งเป็นระดับที่ทำลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆได้ทั้งหมด ที่สำคัญประเทศไทยไม่มีการส่งออกเลือดหมูเข้าสิงคโปร์ เพราะทราบดีถึงข้อกฎหมายดังกล่าว จึงขอเตือนประชาชนที่ประกอบการหรือจะเดินทางไปประเทศใดก็ตาม ให้การศึกษากฎหมายอย่างละเอียด และไม่ละเมิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ถูกลักลอบเข้าไปในประเทศสิงคโปร์นั้น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นผลิตภัณฑ์เลือดหมูต้มที่ได้มาตรฐานการผลิตและมีความปลอดภัยสำหรับการบริโภค


ข่าว/ข้อมูล : คณะทำงานโฆษกกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

2021-05-19T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519230804766 380 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,515 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 42.32 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.242 ล้านโดส "

   ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,515 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 25 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกาฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 276.ล้านโดส มีชาวอเมริกันกว่า 124 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

   ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้ว ประมาณ 42.32 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 29.9% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีน มากที่สุดที่ 23.466 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 2,445,645 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 44.6%

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520111737811 381 ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง วว. เสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการไทย บริการ วทน. ครบวงจร วิเคราะห์ทดสอบระบบรางรถไฟส่วนเชื่อมต่อการขนส่ง คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30,000 ล้านบาทปี "

 ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง วว. เสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการไทย บริการ วทน. ครบวงจร วิเคราะห์ทดสอบระบบรางรถไฟ/ส่วนเชื่อมต่อการขนส่ง คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30,000 ล้านบาท/ปี

   “รัฐบาล” ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบราง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาไปสู่ระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) สนับสนุนโยบายการขนส่งระบบรางของภาครัฐ ผ่านการดำเนินงานของ ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง หรือ ศทร.โดย ศ.(วิจัย)ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ศทร. วว. มีความพร้อมในการเป็นหน่วยงานสนับสนุนวิจัยและพัฒนา ด้านการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ของระบบขนส่งทางราง ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล ครอบคลุมรถไฟทุกระบบ ได้แก่ รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟฟ้ารางเบา และรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งรองรับเทคโนโลยีระบบรางได้ทุกค่าย โดยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบำรุงรักษาระบบขนส่งทางรางให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ให้แก่โครงการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย อาทิ โครงการรถไฟฟ้สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี /โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต/โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

  นอกจากนี้ ยังให้บริการทดสอบในส่วนเชื่อมต่อกับการขนส่งทางถนน และทางน้ำ หรือ การขนส่งหลายรูปแบบ (Multi-modal transport) ด้วย เช่น รถบรรทุกสินค้า ยานยนต์ไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ขนส่งสินค้า ฯลฯ เพื่อสนับสนุนด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบขนส่งทางรางและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยการทดแทนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ในระบบขนส่งและโลจิสติกส์อีกด้วย

สามารถสร้างรายได้และช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย คิดเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี เพิ่มศักยภาพการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการดำเนินงานด้าน วทน.สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมของไทยระยะ 20 ปี  

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520112002813 382 นักวิจัยคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตเครื่องกะเทาะเมล็ดแมคคาเดเมีย ช่วยสร้างศักยภาพผลผลิตและรายได้ แก่เกษตรกรในพื้นที่สูง

    นักวิจัยคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตเครื่องกะเทาะเมล็ดแมคคาเดเมีย ช่วยสร้างศักยภาพผลผลิตและรายได้ แก่เกษตรกรในพื้นที่สูง

     รองศาสตราจารย์ ธานี ศรีวงศ์ชัย หัวหน้าโครงการวิจัยจาก ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ได้คิดค้นเครื่องกะเทาะเมล็ดแมคคาเดเมีย จากโครงการพัฒนามาตรฐานการผลิตแมคคาเดเมียอบแห้งสำหรับชุมชน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการดำเนินการพัฒนาเครื่องกะเทาะแมคคาเดเมียที่สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ ของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเขตพื้นที่ บ้านทับเบิก อำเภอหล่มเก่า และ บ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ โดยร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัด อาทิตย์ เวนติเลเตอร์ เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการการแปรรูปแมคคาเดเมียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะการใช้งาน คือ เมื่อนำผลกะลาแมคคาเดเมียใส่เข้าด้านบนของเครื่องกะเทาะ ผลกะลาแมคคาเดเมียจะตกลงไปภายในเครื่องมีแกนหมุนเพื่อให้ผลกะลาที่ตกลงไปกระทบกับชุดใบมีดสำหรับการกะเทาะผลกะลาให้แตก จากนั้นกะลาและเนื้อในที่แยกออกจากกัน ตกลงสู่ถาดรองรับภายนอกเครื่องกะเทาะและนำไปสู่กระบวนการอื่นต่อไป

   นวัตกรรมชุดนี้สามารถช่วยย่นเวลาการผลิต ตอบโจทย์ในระดับวิสาหกิจชุมชน อีกทั้ง ได้ผลเมล็ดเต็มของแมคคาเดเมีย ถึงร้อยละ 60 โดยแมคคาเดเมีย 1 กิโลกรัม จะใช้เวลาการกะเทาะประมาณ 30 นาที ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาวิธีการที่จะทำให้ได้เมล็ดเต็มมากขึ้น โดยมีการวางเป้าหมายการขยายผล ไปสู่การสร้างศูนย์เรียนรู้การแปรรูปแมคคาเดเมียสำหรับชุมชน เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้การแปรรูปการผลิตแมคคาเดเมียโดยใช้เครื่องกะเทาะแมคคาเดเมีย ให้แก่ ชุมชนและเกษตรกร ให้เกิดรายได้มากขึ้น มีอาชีพใหม่รองรับ และเกิดการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสำหรับการแปรรูปแมคคาเดเมีย และขยายผลต่อไปยังเขตพื้นที่สูงต่าง ๆ

    ด้าน นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรือ วช.เปิดเผยว่า วช. มีนโยบายสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาของไทยพัฒนานวัตกรรมในด้านต่างๆ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหลายแห่งสามารถผลิตนวัตกรรมเพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ตามความเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น นวัตกรรมหลายประเภทสามารถผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และอีกหลายโครงการเป็นการวางรากฐานงานวิจัยของไทยให้เกิดความเข้มแข็งในระยะยาว 


2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520112811817 383 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้ 4 พื้นที่ พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝน

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้ 4 พื้นที่ พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝน

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (20 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.แพร่ 93 มิลลิเมตร // สกลนคร 48 มิลลิเมตร // ตราด 90 มิลลิเมตร // ประจวบคีรีขันธ์ 57 มิลลิเมตร // กรุงเทพมหานคร 122 มิลลิเมตร และพังงา 56 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,216 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,477 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ ตราด และยะลา ทั้งนี้ กอนช.ยังได้เร่งให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยการกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เช่น เร่งดำเนินการโครงการที่ได้รับจัดสรรงบกลางและขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณปี 2564 // เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อน 10 มาตรการรับมือฤดูฝน // ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งเก็บกักน้ำผิวดิน-ใต้ดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ การใช้น้ำ // ให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตาม เฝ้าระวัง แจ้งเตือน น้ำหลากดินถล่ม และทบทวนแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์ // ตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ อาคารบังคับน้ำ แนวคันป้องกันน้ำ และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ // สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ 10 มาตรการ ภายใต้การขับเคลื่อน กอนช. // เสนอแผนพัฒนาแหล่งน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาวของทุกหน่วยงานต้องผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และให้ สทนช. ติดตาม กำกับให้หน่วยงานดำเนินการตามแผนอย่างใกล้ชิด

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างการประปาส่วนภูมิภาค ตรวจสอบระบบประปาเพื่อแก้ปัญหาระบบการจ่ายน้ำประปาโรงเรียนบ้านทุ่งดอน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา // กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำรวจหาแหล่งน้ำบาดาล เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ช่วยเหลือชาวบ้าน อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย พัฒนาบ่อน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย

2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520100036778 384 ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 ตรัง ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารที่เก็บรักษาได้นาน เช่น ฟักทอง ฟักเขียว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารสำรองช่วงโควิด-19 สำหรับการบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน "

          วันนี้ (20 พ.ค.64) ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ตั้งอยู่เลขที่ 9 หมู่ที่ 11 ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สังกัดกองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร มีบทบาท ภารกิจหลัก คือการผลิตและขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดี สนับสนุนให้แก่เกษตรกรใช้พืชพันธุ์ดีในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนโครงการพระราชดำริ และเพื่อเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนฟื้นฟู รองรับการเกิดภัยพิบัติ และการเกิดโรคระบาดต่างๆ

        นางวรรณา พรหมบุญทอง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยได้เกิดโรคระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ COVID-19 และเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม หรือภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง กองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด จึงได้มีนโยบายให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืช ดำเนินกิจกรรมการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร

        โดยดำเนินการผลิตพืชอาหารเป็นพืชแซมหรือพืชรองในแปลงพืชหลัก โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเก็บผลผลิตรองรับและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่เกิดขึ้น ได้มีอาหารสำรองสำหรับการบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

        สำหรับพืชอาหารที่ปลูกจะเป็นพืชที่มีผลผลิตที่มีอายุการเก็บรักษาได้นาน เช่น ฟักทอง ฟักเขียว ทางศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ได้ดำเนินการปลูกฟักทอง จำนวน 240 หลุม และปลูกฟักเขียว จำนวน 240 หลุม โดยปลูกแซมในแปลงพืชหลัก อายุเก็บเกี่ยว(ฟักแก่) ประมาณ 90-110 วัน ผลผลิตฟักทอง ประมาณ 4,000 กิโลกรัม และฟักเขียว ผลผลิตฟักแก่ ประมาณ 6,000 กิโลกรัม




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520112830818 385 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (20 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520100905784 386 “เอ็นไอเอ” ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ส่งมอบ “หน้ากากพีเอพีอาร์” นวัตกรรมป้องกันภัยรุ่นพิเศษ เสริมความปลอดภัย – หายใจสะดวก ส่งตรงสถานพยาบาล 55 แห่งทั่วประเทศ "

 “เอ็นไอเอ” ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ส่งมอบ “หน้ากากพีเอพีอาร์” นวัตกรรมป้องกันภัยรุ่นพิเศษ เสริมความปลอดภัย – หายใจสะดวก ส่งตรงสถานพยาบาล 55 แห่งทั่วประเทศ


  นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า NIA ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โครงการ “ส่งความห่วงใย ส่งให้สู้ภัย COVID-19 ปี 2564” และ บริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด ผู้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด – 19 ส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ (Powered Air Purifying Respirator; PAPR) หรือ ชุดหน้ากาก PAPR สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 200 ชุด และหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ 200 ชิ้น มูลค่ากว่า 6,000,000 บาท ส่งไปยัง 55 สถานพยาบาลทั่วไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะจากการสวมใส่ชุดป้องกันภัยที่ส่วนใหญ่พบว่ามีระบบระบายอากาศที่ยังไม่ดีพออาจทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น เป็นลม หรือเกิดการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติงาน

    สำหรับ PAPR มีลักษณะเป็นหมวกคลุมศีรษะและปั๊มลมช่วยดันลม ใช้ฟิลเตอร์เป็นเทฟลอน โดยจะช่วยป้องกันเฉพาะส่วนคอถึงศีรษะเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ร่วมกับชุด PPE ช่วยให้รู้สึกสบายตัว หายใจได้สะดวก และสามารถกรองเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอกไม่ให้เข้ามาข้างในเนื่องจากมีแรงอัดของลมคอยผลักอยู่ จึงสามารถป้องกันเชื้อโรคได้มากให้แก่ผู้สวมใส่ได้มาก ถึง 99.99 %  

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520113135828 387 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จำนวน 1 ราย เป็นเกษตรกรบ้านทุ่งเทิง เลี้ยงโคเนื้อ 9 ตัว ที่บ้านทุ่งเทิง หมู่ที่ 11 ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

            ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์เร่งควบคุมโรคลัมปี สกินซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ในโคกระบือ พบระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ปศุสัตว์จังหวัดเฝ้าระวังและป้องกันโรค แนะเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำเฝ้าระวังโรคอย่างเคร่งครัด   สืบเนื่องจากมีรายงานจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) พบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคประจำถิ่นในแอฟริกาและมีการแพร่กระจายของโรคมาสู่ภูมิภาคเอเชียได้แก่ บังคลาเทศ อินเดีย ฮ่องกง จีน ไต้หวัน ภูฏาน เนปาล เวียดนาม และเมียนมา ต่อมาเมื่อปลายเดือนมีนาคม กรมปศุสัตว์ได้รับรายงานพบโคเนื้อแสดงอาการสงสัยโรคลัมปี สกินในโคเนื้อของเกษตรกรรายย่อยที่ อ. พนมไพร จ. ร้อยเอ็ด โดยเกษตรกรแต่ละรายพบโคป่วย 1-2 ตัว จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ซึ่งต่อมาผลทางห้องปฏิบัติการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคลัมปี สกิน จากการสอบสวนโรคเกิดจากการนำเข้าโคเนื้อมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ โดยเป็นโคเนื้อที่อาจมีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงสั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดเร่งควบคุมโรคเพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรและเฝ้าระวังโรคในจังหวัดข้างเคียง ด้วยการชะลอการนำเข้าโคกระบือมีชีวิตและซากโคซากกระบือจากเมียนมาแล้ว ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรสังเกตอาการของโคกระบือ แนะนำวิธีการป้องกันและเฝ้าระวังโรคให้เกษตรกร สหกรณ์โคเนื้อ โคนม ตลาดนัดค้าสัตว์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520120617874 388 ปศุสัตว์เขต 5 รณรงค์ทำความสะอาดฟาร์ม ป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ระบาดในโค

        ที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ บริษัท เชียงใหม่เฟรชมิลค์ ศูนย์ฯ แม่ทา อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายพนม มีศิริพันธุ์ ปศุสัตว์เขต 5 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ทำความสะอาดฟาร์มโคนม เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในโค เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคออกไปในวงกว้าง โดยมีนายอนุชา ศานติวิจัย ปศุสัตว์จังหวัดลำพูน สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแม่ทา, หน่วยพัฒนาสุขภาพและผลผลิตสัตว์แม่ทา บริษัทเชียงใหม่เฟรชมิลค์ จำกัด, บริษัทที.เค.แดรี่โกลด์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรแม่ทา จำกัด จัดโครงการรณรงค์ทำความสะอาดฟาร์มโคนม และโรงเลี้ยงเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะโรคลัมปีสกิน เข้าร่วม

        อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว โดยได้มีการแจ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคทุกท่าน เฝ้าระวังโรคระบาดใหม่ที่เกิดขึ้น หรือ “ลัมปี สกิน” (Lumpy skin disease) ในโคนมและโคเนื้อ

        โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ น้ำนมลดลง (สูงสุดถึง 40%) โคขุนอาจมีอัตราการเจริญเติบโต/วันลดลง (ในช่วงป่วยและการรักษาจนหายระยะเวลา 1-2 เดือน) แม่โคมีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ ผสมไม่ติด โคอายุน้อยมักอาการรุนแรงและเสียชีวิต และโคที่ป่วยมักหายช้า และอาจไม่คืนสภาพ ทั้งยังอาจมีผลกับระบบสืบพันธุ์ในอนาคต

        ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสภาวะเศรษฐกิจของเกษตรผู้เลี้ยงโคทุกคน ขอความร่วมมืองดนำเข้าวัวจากต่างพื้นที่เข้าฟาร์ม จัดให้มีโปรแกรมกำจัดแมลงดูดเลือดในฟาร์ม พ่นสารกำจัดแมลงที่คอกและตัวสัตว์ เช่น ไซเปอร์เมทริน แอลฟ่าไซเปอร์เมทริน เดลตาเมทริน หรืออะมิทราซ ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย และไม่ตกค้างในน้ำนมสม่ำเสมอ นอกจากนี้ให้เกษตรกรติดที่ดักจับแมลง หรือใช้หลอดไฟไล่แมลง และหากพบโคที่สงสัยรีบแจ้งหมอหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเพื่อที่จะวินิจฉัยและควบคุมโรคต่อไป

        สำหรับฟาร์มใดที่พบโคสงสัยว่าจะเป็นโรค ควรรีบแยกสัตว์ออกจากฝูง แจ้งหมอและกำจัดแมลงอย่างเร่งด่วน




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สวท.ลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520115749868 389 สสก.5 สงขลา เชิญชวน“รักผึ้ง รักษ์โลก”ร่วมกับ ศทม. ชุมพร จัดกิจกรรมวันผึ้งโลก ครั้งที่ 4 ชูการทำเกษตรยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

        นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า คณะกรรมการด้านการเกษตร ภายใต้การประชุมสมัชชา FAO (FAO Council) ครั้งที่ 40 มีมติกำหนดให้วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “วันผึ้งโลก (World Bee Day)” เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักและเห็นคุณค่า ความสำคัญ ประโยชน์ของผึ้งที่มีต่อโลกใบนี้ รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งที่ลดลง และเป็นการให้เกียรติกับวันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ ดร. อันตัน ฮัลซา (Anton Jansa) ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่ ให้เป็นที่แพร่หลาย ถึงแม้ปีนี้จะมีผลกระทบจากโรค COVID-19 แต่กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงให้ความสำคัญกับงานวันผึ้งโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดออนไลน์ ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ผ่านทาง Facebook ของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร และ Facebook ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ภายในงานจะมีความมหัศจรรย์ของน้ำผึ้ง น้ำนมผึ้ง ไขผึ้ง และเกสรผึ้งจากทั่วโลก 

        นอกจากนี้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแยกตามภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ จันทบุรี และชุมพร เป็นที่ทราบกันดีว่าผึ้งเป็นแมลงมหัศจรรย์ ทั้งในเรื่องการช่วยผสมเกสร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ลำไยมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 78.78% เงาะโรงเรียน เพิ่มขึ้น 75.09% ลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 42.05% พืชตระกูลแตง เพิ่มขึ้น 39.00% และงา เพิ่มขึ้น 26.70% และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

        นายสุพิท จิตรภักดี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทําการเกษตรยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน และการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี และได้ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในเชิงอุตสาหกรรม จากข้อมูลปี 2563 พบว่าไทยสามารถผลิตน้ำผึ้งได้มากเป็นอันดับที่ 36 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากเวียดนาม โดยไทยผลิตน้ำผึ้งได้ 10,110 ตัน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง 1,215 ราย ผึ้ง 353,724 รัง เก็บน้ำผึ้งจากดอกลำไย ลิ้นจี่ งา กาแฟ ทานตะวัน และสาบเสือ ได้มากกว่า 12,203 ตัน โดยการส่งเสริมผ่านการรวมกลุ่มเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเกษตรกรส่วนหนึ่งเลี้ยงผึ้งและเก็บน้ำผึ้งตามธรรมชาติ ปัจจุบันทั่วประเทศ มีแปลงใหญ่ผึ้ง จำนวน 76 แปลง แยกเป็นผึ้งพันธุ์ 9 แปลง และผึ้งโพรง 67 แปลง ในภาคใต้เองมีแปลงใหญ่ผึ้งมากถึง 62 แปลง เป็นแปลงใหญ่ผึ้งโพรงทั้งหมด กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ รวม 10 จังหวัด

        อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ผ่านมามีผึ้งจำนวนมากตายเพราะสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช ผนวกกับจำนวนพื้นที่ป่าลดลง มีงานวิจัยชี้ว่าร้อยละ 40  ของแมลงผสมเกสรทั่วโลกเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ FAO จึงเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันปกป้องแมลงที่ช่วยผสมเกสร โดยเฉพาะผึ้ง สำหรับภาคใต้มีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร (ศทม.ชุมพร) เป็นหน่วยงานที่มีเทคโนโลยี องค์ความรู้ ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้ง สำหรับส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยตรงดูแลครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ และในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลก ในระหว่างวันที่ 19 - 31 พฤษภาคม 2564 ณ ศทม.ชุมพร ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

        ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ แสดงผลงานวิชาการ ด้านแมลงเศรษฐกิจ และเปิดให้เกษตรกรเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ภายในศูนย์ การบริการตรวจสอบคุณภาพน้ำผึ้งเบื้องต้น เพื่อขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงผึ้ง กิจกรรมการเลี้ยงผึ้งไล่ช้าง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้ง และอุปกรณ์ในการเลี้ยงผึ้ง รวมทั้ง การร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อลุ้นรับของรางวัล จึงขอเชิญเกษตรกรและผู้สนใจ เข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้มีการจำกัดผู้เข้าร่วมในแต่ละจุดไม่เกิน   5 คน โดยเน้นปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายสุวิทย์ ดำแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร โทร 077- 658669

2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สทท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520120819875 390 เอ็มเทค สวทช. ส่ง‘เปลความดันลบ’ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด ช่วยบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มอีก 3 ชุด พร้อมมอบ รถส่งของ ‘อารี’ ลดเสี่ยงแพร่เชื้อในโรงพยาบาล "

 เอ็มเทค สวทช. ส่ง‘เปลความดันลบ’ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด ช่วยบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มอีก 3 ชุด พร้อมมอบ รถส่งของ ‘อารี’ ลดเสี่ยงแพร่เชื้อในโรงพยาบาล

    นายจุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)(เอ็มเทค สวทช.)พร้อมด้วย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และทีมวิจัยเอ็มเทค ร่วมส่งมอบ PETE (พีท) เปลปกป้อง: เปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 3 ชุด และรถส่งของบังคับทางไกล “อารี” เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับใช้ขนส่งสัมภาระให้ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1 ชุด ให้แก่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19

    นายจุลเทพ ขจรไชยกูล กล่าวว่า วันนี้ได้มอบเปลความดันลบ สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งทีมวิจัยได้เร่งผลิตเป็นกรณีพิเศษเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนที่ต้องการบริจาคเปลความดันลบ ให้โรงพยาบาลสนามและสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ / โรงพยาบาลกลาง กทม./ และ โรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 สังกัดโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ กทม.เพื่อใช้ในการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และบุคคลทั่วไปจากการแพร่กระจายเชื้อของโรคโควิด-19 รวมถึงลดภาระในการทำความสะอาด   

    นอกจากนี้ ยังส่งมอบ รถส่งของบังคับทางไกล “อารี” เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 1 ชุด เพื่อใช้ในการขนส่งสัมภาระแทนบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยผู้สนใจบริจาค รถส่งของบังคับทางไกล “อารี” ให้กับโรงพยาบาล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เอ็มเทค สวทช. โทร. 0 2564 6500 ต่อ 4676

   นายศราวุธ เลิศพลังสันติ หัวหน้าทีมวิจัยออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัยรู้สึกดีใจและภูมิใจที่สามารถพัฒนาเปลความดันลบ มาช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในภาวะวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทันท่วงที โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งมอบเปลความดันลบ ให้แก่โรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนไปใช้งานแล้ว 5 แห่ง ซึ่งมีผลตอบรับในการใช้งานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 อย่างดีมาก

   ด้าน ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ในฐานะตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา กล่าวว่า เปลความดันลบของเอ็มเทค สวทช. ที่มีการผลิตผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยและนำไปใช้ได้จริงแล้ว จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริจาคเห็นตรงกันว่าควรช่วยสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ทำงานที่สะดวก ปลอดภัย ในการส่งต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 สังกัดโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ หรือโรงพยาบาลสนามแห่ง อื่นๆ เปลความดันลบจึงเป็นคำตอบที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ ถือเป็นการปกป้องทั้งคนทำงานและผู้ติดเชื้อให้ได้รับการดูแลรักษาโรคในทันที

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520131914884 391 ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แนะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบืออย่าซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ลักลอบนำเข้า เพราะยังไม่ผ่านการทดสอบและรับรองจาก อย.

(20 พ.ค.64) นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แจ้งให้เกษตรอำเภอทุกอำเภอ ออกให้คำแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือในการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ หลังพบการระบาดในพื้นที่ ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี และ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน โดยมีรายงานโคเนื้อป่วยติดเชื้อกว่า 100 ตัว และโคนมป่วยติดเชื้อกว่า 100 ตัว ขณะนี้ได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวในพื้นที่ที่เกิดโรคแล้ว ห้ามการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้า-ออกพื้นที่ และให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกทำการสอบสวนควบคุมโรคด้วยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงชนิดพ่นบนตัวสัตว์และบริเวณคอกโรงเรือนในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค 

            อย่างไรก็ตาม โรคลัมปี สกิน ไม่ติดจากสัตว์สู่คน สัตว์ที่ติดเชื้อมีอัตราการป่วยน้อยเพียงร้อยละ 10-50 อัตราการตายไม่ถึงร้อยละ 10 แต่ส่งผลเสียต่อผลผลิต เช่น โคนมอาจจะให้น้ำนมลดลง หรือโคเนื้อเมื่อป่วยก็จะกินอาหารได้น้อย ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายก็น้อยตามไปด้วย ส่วนโคกระบือที่ตั้งท้องอยู่อาจจะแท้งได้ สำหรับแนวทางรักษาขณะนี้รักษาตามอาการ และกำลังจะมีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคเข้ามาในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อฉีดให้กับสัตว์ของเกษตรกรฟรี ดังนั้นในช่วงนี้จึงขอให้เกษตรกรระมัดระวังอย่าซื้อวัคซีนลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพราะยังไม่ผ่านการทดสอบและรับรองจาก อย.อาจจะส่งผลเสียต่อสัตว์ได้  

            สำหรับอาการของโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ จะพบตุ่มขึ้นตามตัวสัตว์ ลักษณะคล้ายอีสุกอีใส เนื้อสัตว์ที่พบการติดเชื้อสามารถบริโภคได้แต่ไม่แนะนำให้บริโภค โรคนี้ติดต่อทางแมลงดูดเลือดทุกชนิด เช่น เห็บ ยุง เหลือบ จึงแนะนำให้เกษตรกรดูแลรักษาความสะอาดคอกโรงเรือนอย่างสม่ำเสมอ กางมุ้ง หรือฉีดพ่นยาฆ่าแมลงบริเวณพื้นคอกโรงเรือน หรือใช้ยาฆ่าแมลงชนิดพ่นบนตัวสัตว์จะช่วยป้องกันสัตว์ป่วยติดเชื้อได้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันตก ประจวบคีรีขันธ์ สวท.ประจวบคีรีขันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520133715898 392 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งเร่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ ปลายเดือน พ.ค. นี้ พร้อมสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ในการควบคุมและป้องกันโรคดังกล่าวให้สงบลงโดยเร็ว

        นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกิน (LSDV)ในโคกระบือ ว่า ล่าสุดได้สั่งการให้อธิบดีกรมปศุสัตว์เร่งรัดให้นำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน (LSDV) เพื่อใช้ในการควบคุมและป้องกันโรคในโค-กระบือที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ประมาณ 20 จังหวัด ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2564 กรมปศุสัตว์รายงานว่า ได้เกิดการระบาดของโรคนี้ในประเทศเมียนมาร์ จึงได้มีการสั่งการให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในทุกด่านตามแนวชายแดน ได้ตรวจติดตามสถานการณ์ที่จังหวัดตากทันที จนเกิดการปิดด่านตามแนวชายแดน และตรวจการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเข้มข้น ตามแนวทางที่กรมปศุสัตว์เสนอมาจนถึงปัจจุบัน แม้ดำเนินมาตรการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ได้เกิดโรคดังกล่าวขึ้นโดยเกิดครั้งแรกในประเทศไทย ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และปัจจุบันก็ได้เกิดโรคนี้ลุกลามในพื้นที่จังหวัดต่างๆ แล้วประมาณ 20 จังหวัด โดยโค-กระบือสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอัตราการตายที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายด้านอื่นๆ ตามมา กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว ได้กำชับและให้แนวทางแก่กรมปศุสัตว์ในการดำเนินมาตรการต่างๆ ให้ได้รับความร่วมมือที่ดีจากเกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

        ขณะที่นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ หลายด้านอย่างเข้มข้น รวมถึงได้มีการสั่งซื้อวัคซีน LSDV จาก บ. Inter vet intetnational BV ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีโรงงานผลิตในประเทศแอฟริกาใต้รวม 60,000 โด๊ส ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานเพื่อส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทย ซึ่งหากกระบวนการดังกล่าวไม่มีอะไรติดขัด ทางผู้ขายจะใช้เวลาในการส่งมอบทางเครื่องบิน 3 วัน ซึ่งประเมินไว้ในเบื้องต้นว่า จะได้รับวัคซีน LSDV ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 หลังจาก ผ่านกระบวนการต่างๆตามขั้นตอนในประเทศไทยแล้ว กรมฯ จะกระจายวัคซีนให้ถึงเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่เกิดโรค และในพื้นที่เสี่ยงสูงโดยเร็วที่สุด ภายใต้การกำกับดูแล ของกรมปศุสัตว์อย่างใกล้ชิดต่อไป

2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520151325951 393 เกษตรลำปาง หนุนเกษตรกร อ.วังเหนือ จัดทำแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพและแปลงส่งเสริมการผลิตพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี

        นายสมมารถ สยมภาค เกษตรจังหวัดลำปาง มอบหมายให้ นางสาวจิตติมา กาบเย็น นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และนายพิเชษธ รักชาติโชติกูล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังเหนือ ร่วมสนับสนุนวัสดุจัดทำแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพ และแปลงส่งเสริมการผลิตพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านตึงเหนือ หมู่ที่ 2 ตำบลวังทอง อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

         ทั้งนี้ ในการจัดทำแปลงต้นแบบหรือแปลงสาธิต มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแปลงตัวอย่างในการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง และเป็นการส่งเสริมการผลิตพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี โดยการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและการป้องกันกำจัดศัตรูมันสำปะหลังโดยการสำรวจศัตรูพืชเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้มีแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านให้เข้าไปศึกษาเพื่อนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ไปปรับใช้กับแปลงเพาะปลูกของตนเองได้




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520152836967 394 จ.ยโสธร ดำเนินการเตรียมตรวจสอบพื้นที่เพื่อวางแผนและเตรียมการเปิดปฏิบัติการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในบริเวณลำน้ำทวน เพื่อรองรับฤดูฝน

        นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดยโสธร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวัชพืช สิ่งปฏิกูล และผักตบชวาในลำน้ำทวน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เพื่อพิจารณาแบ่งมอบภารกิจให้แต่ละหน่วยรับไปดำเนินการ โดยกำหนดแผนดำเนินการฯ ประมาณ 20 วัน และกำหนดพิธีเปิดปฏิบัติการกำจัดผักตบชวาฯ ในบริเวณลำน้ำทวน ดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.30 น เป็นไป ณ บริเวณสะพานลำน้ำทวน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด/จิตอาสา 904 รอง ผอ.รมน.จังหวัด (ท) ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอเมืองยโสธร องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เทศบาลเมืองยโสธร เทศบาลตําบลตาดทอง องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่องคำ หอการค้าจังหวัดยโสธร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร จิตอาสา904 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในฐานะคณะทำงานฯ เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมหมอนขิด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดยโสธร

        โดยในเบื้องต้น ได้รับการสนับสนุนรถแบคโฮ รถบรรทุก เรือดันผักตบชวาและน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนจากสำนักชลประทานที่ 7 และโครงการชลประทานยโสธร องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เทศบาลเมืองยโสธร และเทศบาลตาดทองสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง รถบรรทุกและวัสดุอุปกรณ์ สำนักงาน ปภ.จังหวัดยโสธร และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยโสธร สนับสนุนเรือท้องแบน หอการค้าจังหวัดยโสธร สนับสนุนอาหารน้ำดื่ม เป็นต้น โดยใช้กำลังแรงงานสนับสนุนจากจิตอาสาพระราชทาน

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150636936 395 สำนักงานเกษตรลำปาง ติดตามและขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่น

        นางกีรติกร พรรณกมลกุล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรลำปาง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) กิจกรรมการขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นประจำปี 2564 และติดตามการพิจารณาจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) เครือข่าย อย่างน้อยอำเภอละ 1 ศูนย์ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง 

        ทั้งนี้ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดินและปุ๋ย มีเกษตรกรดูแลด้วยกันเอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยง เพื่อต้องการให้เกิดการยอมรับการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย ส่งเสริมให้พืชแข็งแรงพอที่จะต้านทานโรคและศัตรูพืชซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช รวมถึงเกษตรกรจะได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520154413979 396 ไทย เสนออนุภูมิภาคแม่โขงจัดทำถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ (AAR) ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้เตรียมการรับมือหมอกควันข้ามแดนปีหน้า หลังปีนี้หมอกควันข้ามแดนดีขึ้นและจุดความร้อนลดลง

ประเทศไทย เสนออนุภูมิภาคแม่โขงจัดทำถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ (AAR) ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้เตรียมการรับมือหมอกควันข้ามแดนปีหน้า หลังปีนี้หมอกควันข้ามแดนดีขึ้นและจุดความร้อนลดลง

             นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะหัวคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมประชุมกับประเทศกัมพูชา เวียดนาม และ สปป.ลาว ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เพื่อสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขงช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทย โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ประสานสำนักเลขาธิการอาเซียนให้มีจัดประชุมหารือวาระพิเศษ หลังสิ้นสุดสถานการณ์หมอกควันในอนุภูมิภาคแม่โขงผ่านระบบการประชุมทางไกล อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ประเทศไทยขอขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนปีนี้จนทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) รวมในอนุภูมิภาคแม่โขงที่น้อยลงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งในที่ประชุมประเทศสมาชิกได้นำเสนอสถานการณ์หมอกควัน ไฟป่าที่ผ่านมา และมาตรการต่างๆในการควบคุมสถานการณ์ ในส่วนของประเทศไทยได้นำเสนอบทเรียนจากการจัดทำการถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ (AAR) ให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มุ่งเน้นให้ประเทศเพื่อนบ้านได้จัดทำ AAR ภายหลังการสิ้นสุดการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การรับมือปัญหาครั้งต่อไปดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการเตรียมการรับมือสถานการณ์หมอกควันไฟป่าปีหน้า

             อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยได้เชิญชวนประเทศเพื่อนบ้านให้มุ่งเน้นการบริหารจัดการปัญหาด้วยการปฏิรูปการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่จะเกิดขึ้นปีหน้า โดยเฉพาะการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและปลูกพืชที่ใช้ไฟเตรียมพื้นที่ที่อาจส่งผลให้มีการเผาในที่โล่งเพิ่มขึ้น แล้วส่งผลให้สถานการณ์ปีหน้ารุนแรงขึ้นได้ และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันในภูมิภาคอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกประเทศพร้อมจะให้ความร่วมมือติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป

2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520143531915 397 เกษตรกรนครพนม มีเฮ มทบ.210 จัดรถสายันต์รับซื้อ ฟักทอง 300 กก.

        จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันบวกกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(covid-19) กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในพื้นที่ตำบลบ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ประสบปัญหาความเดือดร้อน ราคาผลผลิตตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี เป็นการเก็บเกี่ยวฟักทองที่ผ่านมามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 25 บาท หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเร่งให้ช่วยเหลือ 

        ฟักทองของกลุ่มเกษตรกรบ้านแพง มีรสชาติหวาน กรอบ และเหนียว ปลูกบนเนื้อที่ของหาดดอนแพง  ที่เกิดจากการสะสมของดินตะกอนแม่น้ำโขง มีแร่ธาตุสำคัญที่พืชต้องการจำนวนมาก ช่วงราคาตกจึงเตรียมแปรรูปเป็นน้ำฟักทองและของคบเคี้ยว บางส่วนส่งตลาดและหน่วยงานที่มีคนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ในสถานการณ์ปกติจะมีพ่อค้าคนกลางเข้าไปซื้อจำนวนมาก รวมถึงพ่อค้าจากต่างจังหวัดด้วย

        พลตรีสามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (ผบ.มทบ.210) ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนฟักทอง ซึ่งห้วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิต แต่จากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อฟักทองที่สวนเหมือนเช่นเคยส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ และถ้าไม่รีบขายออกตลาดผลผลิตก็จะเน่าเสียและขาดทุน จึงจัดทีมรถสายันต์ลงพื้นที่ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านแพง และผู้นำชุมชน เข้ารับซื้อฟักทองจากกลุ่มเกษตรกรจำนวน 300 กิโลกรัม ในราคา 5 บาท/กก. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวสวนฟักทอง

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150704937 398 การประปายโสธร แจ้งเตือนค่าคลอไรด์(ค่าความเค็มในน้ำประปา)สูงกว่าค่ามาตรฐาน

        เนื่องด้วยได้รับแจ้งสถานการณ์ ค่าคลอไรด์ (ค่าความเค็ม) สูงกว่าค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 250 mg/l) จากบริเวณเหนือเขื่อนร้อยเอ็ด ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลางได้เริ่มระบายน้ำลงมาเมื่อวานและมีการระบายน้ำจากเหนือน้ำเพื่อเจือจาง ขณะนี้ได้รับแจ้ง ค่าความเค็มมาถึงประปาเสลภูมิแล้ว และขณะนี้ น้ำดิบในแม่น้ำชี กำลังไหลลงมาสู่ จังหวัดยโสธร ซึ่งในระบบผลิตโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ จะไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ได้โดยตรง เนื่องจากคลอไรด์เมื่ออยู่ในน้ำจะอยู่ในสภาพของสารละลาย ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนระบบกรองปกติของระบบผลิตน้ำประปาไม่สามารถกรองออกไปได้ อาจเป็นผลทำให้ น้ำประปาในจังหวัดยโสธร มีความเค็มสูงขึ้น ขณะนี้ กปภ.สาขายโสธร ได้ประสาน กับ เขื่อนยโสธร เตรียมพร้อมรับมือ และขอรับการพร่องน้ำจาก เขื่อนลำปาวและเขื่อนอุบลรัตน์ มาเจือจางให้ค่าความเค็ม ลดลง  

        ทั้งนี้ การประปาส่วนภูมิภาค สาขายโสธร กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบวัดค่าคลอไรด์ และจะรีบประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อพิจารณา การอุปโภคบริโภค น้ำประปา ดังนี้

         1.ค่าคลอไรด์ต่ำกว่า 250 mg/l  สามารถอุปโภคบริโภคได้

        2.ค่าคลอไรด์ตั้งแต่250-400mg/l  สามารถอุปโภคบริโภคได้ แต่กลุ่มเสี่ยง เด็กอ่อน ผู้มีโรคไต โรคความดันโลหิต โรคหัวใจฯ ไม่ควรใช้อุปโภค

        3.ค่าคลอไรด์มากกว่า 400 mg/l ใช้เพื่ออุปโภค เท่านั้น

        ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม? ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 045711540

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150735938 399 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรจังหวัดยโสธร จัดกิจกรรม live เนื่องในวันผึ้งโลก

        ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดยโสธร ขอเชิญชวนรับการชมการถ่านทอดสดผ่าน Facebook Live “สำนักส่งเสริมและการจัดการสินค้าเกษตร” และ “ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการเกษตร” เนื่องในวันผึ้งโลก โดยมีกิจกรรม สนทนาสาระดี ๆ “ความสำคัญแมลงผสมเกสรต่อภาคการเกษตรไทย” โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและการจัดการสินค้าเกษตร “กิจกรรมรักผึ้งรักษ์โลก” และสาธิตการทำเมนูสายคลีนจากน้ำผึ้ง โดย เชฟจากัวร์ ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงศ์พร้อมลุ้นรับของรางวัลตลอดการไลฟ์สด ที่เพจ สำนักส่งเสริมและการจัดสินค้าเกษตร

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150928942 400 20 พฤษภาคม วันผึ้งโลก

ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนให้ประชาชนและเกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของผึ้งต่อโลก

        นายธนพงศ์ สำเภาลอย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผึ้งและแมลงผสมเกสร เป็นสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหาร โดยผึ้งมีส่วนช่วยในการผสมเกสรพืชถึงร้อยละ 90 ของพืชหลักทั่วโลก นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากผึ้งและแมลงผสมเกสร ยังก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกอีกด้วย แม้ว่าผึ้งเป็นแมลงที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แต่ก็ยังถูกคุกคามจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การเผาและทำลายแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนักวิจัยพบว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของแมลงช่วยผสมเกสรทั่วโลกมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 

        ที่ประชุมคณะกรรมการด้านการเกษตร ภายใต้การประชุมสมัชชา FAO (FAO Council) ครั้งที่ 40 จึงได้เห็นชอบให้วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันผึ้งโลก “World Bee Day” เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัวของประชากรโลกเกี่ยวกับความสำคัญของผึ้งต่อโลก รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งตามธรรมชาติที่ลดลงและเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมปกป้องแมลงผสมเกสรโดยเฉพาะผึ้ง

        ทั้งนี้ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีบทบาทหน้าที่หลักในการศึกษา ทดสอบ และประยุกต์เทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ ตลอดจนถ่ายทอดความรู้และเป็นศูนย์กลางในการผลิตขยายกระจายพันธุ์แมลงเศรษฐกิจ บริการตรวจวินิจฉัยโรค บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้งเบื้องต้นแก่เกษตรกรและผู้สนใจ ภายในศูนย์ฯ ยังมีจุดเรียนรู้ของผึ้งและเหล่าแมลงสร้างรายได้จัดแสดง อาทิ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด ครั่ง การเพาะนางพญาผึ้งสายพันธุ์ดีและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ให้เกษตรกร ผู้สนใจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและเรียนรู้วงจรชีวิต การเลี้ยง การจัดการ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพและรายได้ต่อไป

        เกษตรกรท่านใดมีความสนใจ สามารถติดต่อขอรับการฝึกอบรมได้ที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โทร 0-5200-1152




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคเหนือ เชียงใหม่ สวท.เชียงใหม่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520155404994 401 ปศุสัตว์ยโสธร บูรณาหลายภาคส่วน ลงพื้นที่สร้างการรับรู้การป้องกันโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ

        นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร บูรณาการร่วมกับ สื่อมวลชน นางสาวเสาวนิต ทับทิมจรูญ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด นายทรงศักดิ์ วงษ์สุพรรณ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ อบต.สิงห์ และผู้ใหญ่บ้าน ม.1,3,10,11 ต.สิงห์ ลงพื้นที่ ศาลาอเนกประสงค์ อบต.สิงห์ อ.เมืองยโสธร เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เรื่องโรคลัมปี สกิน และมาตรการป้องกันโรค แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ โดยการงดเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะนี้ กางมุ้ง ติดตั้งหลอดไฟไล่แมลง การกำจัดพาหะนำโรค แมลงดูดเลือด ได้แก่ เห็บ เหลือบ แมลงวันและยุง การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง พร้อมมอบสารกำจัดแมลง น้ำส้มควันไม้ ยาสมุนไพรสูตรโบราณไล่แมลง วิตามินบำรุงสุขภาพ ยาถ่ายพยาธิ รวมทั้งแนะนำวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องแก่เกษตรกร และแจ้งเตือนไม่ให้เกษตรกรถูกหลอกลวงจากการเสนอขายวัคซีนหรือยาผิดกฎหมายตามสื่อต่างๆ 

        นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพ่นน้ำฆ่าเชื้อโรค และยากำจัดแมลงที่คอกสัตว์ ทั้งนี้ หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ เพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือ และควบคุมโรค ตามหลักการ รู้โรคเร็ว ควบคุมโรคเร็ว โรคสงบเร็ว ต่อไป

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520151130946 402 ม.รำไพฯ โดยคณะคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ฯ ลงพื้นที่ติดตั้งระบบตรวจจับแจ้งเตือนช้าง Ai-YARA ตำบลพวา แก่งหางแมว

            คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ลงพื้นที่ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับระบบตรวจจับและแจ้งเตือนช้าง โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ประกอบไปด้วย กล้องวงจรปิดคุณภาพสูง เข้าถึงภาพแบบ Real Time สามารถควบคุมมุมกล้องได้จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน ชุดแบตเตอรี่ และอุปกรณ์ควบคุมพลังงาน รองรับการทำงานของตัวกล้องเพื่อให้สามารถทำงานได้ 3-4 วัน ชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ

            ตัวระบบมีวัตถุประสงค์เพื่อมอนิเตอร์การเข้าออกของช้างบริเวณจุดรอยต่อระหว่างป่า พื้นที่เกษตรกรรม และที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน และดำเนินการวางระบบเครือข่ายเพื่ออ่านภาพจากหัวกล้องแต่ละตัวที่ติดตั้ง เพื่อนำภาพมาประมวลผลด้วย AI เพื่อตรวจจับหาวัตถุที่อยู่ในภาพ หากเป็นช้างระบบจะทำการแจ้งเตือนไปยังกลุ่มไลน์ของกลุ่มชาวบ้าน อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าในเขตพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวัง ขับดัน และกำหนดทิศทางของช้าง ทำให้ลดผลกระทบความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตร ชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน ที่เกิดจากช้าง โดยจะทำการติดตั้งระบบดังกล่าวให้ครบทั้ง 5 จุดของตำบลพวาภายในสัปดาห์หน้า


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออก จันทบุรี สวท.จันทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520162709036 403 ศูนย์สงครามพิเศษ รับซื้อปลานิลจิตรลดา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 สำหรับนำมาใช้ประกอบเลี้ยงให้กับทหารกองประจำการ ตามโครงการ “น้องทหารอิ่มท้อง เกษตรกรอิ่มใจ” "

            พลตรี วัฒนา ฉัตรรัตนแสง ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี ได้มอบหมายให้ กองบริการศูนย์สงครามพิเศษ ดำเนินการติดต่อเข้าช่วยเหลือเกษตรกร โดยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร และปลานิลพันธุ์จิตรลดา จำนวน 500 กิโลกรัม จากผู้ประกอบการ ฟาร์มปลานิลวิจารณ์ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด -19 มาประกอบเลี้ยงเป็นอาหารพิเศษ ประจำเดือน ให้แก่ทหารกองประจำการ และจำหน่ายให้กับครอบครัวกำลังพล ในราคาถูก เพียงกิโลกรัมละ 55 บาท ซึ่งน้ำหนักปลาต่อ 1 ตัว ประมาณ 1.2 กิโลกรัม โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ได้นำจัดส่งถึงโรงประกอบเลี้ยงให้กับทหารกองประจำการ ณ หมวดสูทกรรม กองบริการศูนย์สงครามพิเศษ เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ สำหรับทำเป็นอาหารปรุงสุก ในเมนู ปลานิลทอดราดพริก ให้กับทหารกองประจำการ ได้รับประทาน เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ทางโภชนาการ ให้น้อง ๆ ทหารกองประจำการ ส่วนเศษปลาที่เหลือจากการแล่ เช่น ไส้ปลา หัวปลา และเกล็ด ได้นำไปใส่ถังทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อนำไปเป็นปุ๋ย สำหรับใส่แปลงผักของหมวดสูทกรรมต่อไป 

            ทั้งนี้ ถือเป็นไป ตามนโยบายของ กองทัพบก ในโครงการ ""น้องทหารอิ่มท้อง เกษตรกรอิ่มใจ"" เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทุกสาขาอาชีพ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ราคาผลผลิตตกต่ำ และไม่สามารถจัดส่งผลผลิตออกจำหน่ายได้เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา โครงการ ""ทหารอิ่มท้อง พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ"" ถือเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก ในการช่วยเหลือสังคม ""ทุกคำ ทุกมื้อ เราอิ่มท้อง และอิ่มใจ"" หากขายไม่ออก ""บอกทหาร"" ซึ่งกองทัพ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาส


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520153354971 404 เกษตรเลย ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมเพื่อรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่และสาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

        กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย โดย นางนันทิยา ศรีทัดจันทา หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ประชุมร่วมกับทีมงานเกษตรอำเภอวังสะพุงและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำไร่ ระดับเขต4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2564 พร้อมทั้ง วางแผนเตรียมการประกวดเกษตรกรดีเด่นผ่านระบบ ZOOM Meeting จาก คณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ณ แปลงเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่ จังหวัดเลย ปี 2564 นายจีรพงศ์ ทันวงษา ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

        จากนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย โดย นางรานีย์ ท่าโพธิ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเลย ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ประจำปี 2564 ตามภารกิจการคัดเลือกเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับเขต โดยคณะกรรมการจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ จังหวัดขอนแก่น ณ แปลงนายวิชิตร พิมพ์โคตร หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำหมานอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ซึ่งมีการนำเสนอผ่านระบบ z00m เพื่อดูพื้นที่จริงของแปลงเกษตรกร และสัมภาษณ์เกษตรกรเชิงลึก ตามมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172224083 405 ศูนย์ผึ้งชุมพรจัดกิจกรรม วันผึ้งโลก (WorldBeeDay) 19-31 พ.ค.64

        วันนี้ (20 พ.ค.64) นายสุวิทย์ ดำแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร กล่าวว่า ปกติงาน “วันผึ้งโลก” จะเป็นกิจกรรมสำคัญในรอบ 1 ปี ของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง แต่เนื่องจาก ระยะนี้อยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 จำเป็นต้องจัดกิจกรรม อย่างจำกัดตามประกาศของจังหวัด

        สำหรับวันผึ้งโลก ที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร หมู่ที่ .6 ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-31 พ.ค.64 กิจกรรมสำคัญได้แก่ นิทรรศการวิชาการด้านผึ้ง/แมลงเศรษฐกิจ และเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ภายในศูนย์บริการตรวจคุณภาพเบื้องต้น เพื่อขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงผึ้ง จำหน่ายผลิตภัยจากผึ้ง และอุปกรณ์การเลี้ยงผึ้ง ร่วมลุ้นรับรางวัล และลงทะเบียนรับของที่ระลึกฟรี ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามและลงทะเบียนเข้าชมได้ที่ โทร.077-658669

        ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร ยังกล่าวว่า ข้อมูลจากการวิจับพบว่า ผึ้งสามารถช่วยผสมเกสรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 78.78% เงาะโรงเรียนเพิ่มขึ้น 75.09% ลิ้นจี่เพิ่มขึ้น 42.05% พืชตระกูลแตงเพิ่มขึ้น 39.00% และงาเพิ่มขึ้น 26.70% น้ำผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ใช้มาอย่างยาวนาน

        นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กล่าวถึงความเป็นมา “วันผึ้งโลก” ว่า กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับศาสตราจารย์ ดร.อันตัน ฮัลซา ชาวสโลวีน ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่ โดยคณะกรรมการด้านการเกษตร ภายใต้การประชุมสมัชชา  FAO (FAO Council) ครั้งที่ 40 มีมติกำหนดให้วันที่ 20 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันผึ้งโลก”  (World Bee Day) เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญ ประโยชน์ของผึ้งที่มีต่อโลก รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งที่ลดลง 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND  

2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ชุมพร สวท.ชุมพร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520170220063 406 นายก อบจ.ตรัง พร้อมคณะ และชาวบ้านตำบลสุโสะ ร่วมใจปล่อยลูกปูม้า 30 ล้านตัว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศคลองสุโสะ "

            วันที่ (20 พฤษภาคม 2564) ที่คลองสุโสะ หมู่ที่ 1 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เป็นประธานปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปูม้าจำนวน 30 ล้านตัว ตามโครงการขยายผลธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” โดยมี นายจารึก ทองหนัน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายละมุน สงบดี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายสมคิด รองเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน นายประสิทธิ์ โสะหาบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลสุโสะ และชาวบ้าน ตำบลสุโสะ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ท่าเทียบเรือควนโต๊ะสัน หมู่ที่ 1 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

            กิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศนคลองสุโสะ โดยได้รับลูก  ปูม้าจากชาวประมงพื้นบ้านที่นำมาบริจาคให้กับธนาคารปูม้าตำบลสุโสะ เพื่อฟักลูกปูนำปล่อยสู่ธรรมชาติ  ส่วนอุปกรณ์ในการดูแลพ่อแม่พันธุ์ปูได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง สำหรับโครงการปล่อยสัตว์น้ำในคลองสุโสะดำเนินการเป็นประจำทั้งปลา กุ้ง ปู  

            คลองสุโสะ ถือเป็นหม้อข้าวของคนในอำเภอปะเหลียนทั้งหมด ชาวบ้านในพื้นที่ต่างช่วยกันดูแลรักษาป่าโกงกาง และระบบนิเวศ เพื่อความสมบูรณ์ของท้องทะเลให้ชาวบ้านทำมาหากินได้จนถึงรุ่นลูกหลาน ทั้งนี้ ชาวบ้านได้พัฒนาชุมชนคลองสุโสะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์และการอาชีพ ในนามวิสาหกิจชุมชนล่องแพ คลองหวายดน มีบริการล่องแพ ชมระบบนิเวศป่าชายเลนคลองสุโสะ-หวายดน วิถีชีวิตชาวประมง จิบชาขลู่ ดูนก ตกปลา ดำหาสาหร่ายพวงองุ่นที่มีในลำคลองตามธรรมชาติ และรับประทานอาหารพื้นบ้านบนแพจากวัตถุดิบธรรมชาติในลำคลองสุโสะ เช่น เมนูยำหอยสันขวาน ยำสาหร่ายพวงองุ่น 

    สำหรับโครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ ""คืนปูม้าสู่ทะเลไทย"" เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง ""การจัดการและส่งเสริมธนาคารปูม้าแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนในจังหวัดตรังและกระบี่ ระยะที่ 2 ซึ่งโครงการดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อดำเนินโครงการวิจัย      โดยใช้หน่วยงานบูรณาการและความร่วมมือ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172013077 407 นายก อบจ.ตรัง พร้อมคณะ และชาวบ้านตำบลสุโสะ ร่วมใจปล่อยลูกปูม้า 30 ล้านตัว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศคลองสุโสะ "            วันนี้ ( 20 พฤษภาคม 2564) ที่คลองสุโสะ หมู่ที่ 1 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เป็นประธานปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปูม้าจำนวน 30 ล้านตัว ตามโครงการขยายผลธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” โดยมี นายจารึก ทองหนัน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายละมุน สงบดี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายสมคิด รองเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน นายประสิทธิ์ โสะหาบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลสุโสะ และชาวบ้าน ตำบลสุโสะ เข้าร่วมกิจกรรม ณ ท่าเทียบเรือควนโต๊ะสัน หมู่ที่ 1 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

            กิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศนคลองสุโสะ โดยได้รับลูกปูม้าจากชาวประมงพื้นบ้านที่นำมาบริจาคให้กับธนาคารปูม้าตำบลสุโสะ เพื่อฟักลูกปูนำปล่อยสู่ธรรมชาติ   ส่วนอุปกรณ์ในการดูแลพ่อแม่พันธุ์ปูได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง สำหรับโครงการปล่อยสัตว์น้ำในคลองสุโสะดำเนินการเป็นประจำทั้งปลา กุ้ง ปู 

            คลองสุโสะ ถือเป็นหม้อข้าวของคนในอำเภอปะเหลียนทั้งหมด ชาวบ้านในพื้นที่ต่างช่วยกันดูแลรักษาป่าโกงกาง และระบบนิเวศ เพื่อความสมบูรณ์ของท้องทะเลให้ชาวบ้านทำมาหากินได้จนถึงรุ่นลูกหลาน ทั้งนี้ ชาวบ้านได้พัฒนาชุมชนคลองสุโสะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์และการอาชีพ ในนามวิสาหกิจชุมชนล่องแพ คลองหวายดน มีบริการล่องแพ ชมระบบนิเวศป่าชายเลนคลองสุโสะ-หวายดน วิถีชีวิตชาวประมง จิบชาขลู่ ดูนก ตกปลา ดำหาสาหร่ายพวงองุ่นที่มีในลำคลองตามธรรมชาติ และรับประทานอาหารพื้นบ้านบนแพจากวัตถุดิบธรรมชาติในลำคลองสุโสะ เช่น เมนูยำหอยสันขวาน ยำสาหร่ายพวงองุ่น

            สำหรับโครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ ""คืนปูม้าสู่ทะเลไทย"" เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง ""การจัดการและส่งเสริมธนาคารปูม้าแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนในจังหวัดตรังและกระบี่ ระยะที่ 2 ซึ่งโครงการดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อดำเนินโครงการวิจัย          โดยใช้หน่วยงานบูรณาการและความร่วมมือ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520171337071 408 เกษตรตรัง ขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน ภายใต้แนวทางความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับกรมส่งเสริมการเกษตร "            นายวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ร่วมกับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างใบปาล์มน้ำมันเพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหาร ภายใต้การขับเคลื่อนการลดต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยใช้แนวทางความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับกรมส่งเสริมการเกษตร ของแปลงเกษตรกรจำนวน 4 ราย ในพื้นที่ ตำบลปะเหลียน ลิพัง และแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

            ทั้งนี้ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการปลูกกันเป็นจำนวนมากในพื้นที่ การที่จะได้รับผลผลิตที่คุ้มค่าจำเป็นต้องมีวิธีการดูแลที่เหมาะสมและถูกวิธี ซึ่งการให้ปุ๋ยปาล์มน้ำมันที่ดีที่สุด คือการวิเคราะห์ตัวอย่างใบ เพื่อให้ได้ทราบว่า มีธาตุอาหารเพียงพอหรือไม่ ช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้  สำหรับการเก็บตัวอย่างใบปาล์ม จะใช้ตัวอย่างใบจากทางใบที่ 17 (ปาล์มใหญ่) หรือทางใบที่ 9 (อายุไม่เกิน 3 ปี) การจัดส่งจะเป็นตัวอย่างใบสดที่ลอกเส้นกลางใบทิ้งเหลือเฉพาะแผ่นใบ นำตัวอย่างใบใส่ถุงพลาสติกและรัดปากถุง ซึ่งมีเกษตรกรส่งตัวอย่างใบปาล์ม เพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหาร จำนวน 4 ราย ได้แก่

        แปลงที่ 1 เจ้าของแปลง นางบุญเรือน ชั้นสกุล ที่ตั้งแปลง ม.14 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง 16 ไร่

        แปลงที่ 2 เจ้าของแปลง นายเกียรติ น้ำผุด ที่ตั้งแปลง ม.5 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง 35 ไร่

        แปลงที่ 3 เจ้าของแปลง นายอิ่ม ทวีวงศ์ ที่ตั้งแปลง ม.2 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง 10 ไร่

            แปลงที่ 4 เจ้าของแปลง นายสมเกียรติ ธีรกุลพิศุทธิ์ ที่ตั้งแปลง ม.8 ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง 2 ไร่


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172639090 409 เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะกรรมการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลทุ่งกระบือ บริการปุ๋ยเคมีแก่สมาชิก เพื่อลดต้นทุนการผลิต "            วันนี้( 20 พฤษภาคม 2564 ) นายอำนาจ เซ่งเซี่ยง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอย่านตาขาว พร้อมด้วยนายฮูสรี หีมมะหมัด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และคณะกรรมการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน บริการปุ๋ยเคมีสูตร 14-7-35 ให้แก่สมาชิก จำนวน 180 กระสอบ ซึ่งใช้งบหมุนเวียนของกลุ่มฯ เป็นเงินจำนวน 142,200 บาท โดยให้สมาชิกผ่อนจ่ายคืนให้แก่กลุ่มฯ ประมาณ 6 เดือน เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตของสมาชิก ส่งเสริมให้กลุ่มมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป และที่สำคัญกลุ่มจะได้มีงบหมุนเวียนในการซื้อปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านใต้ หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง

            ทั้งนี้  โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่  เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน  ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน  ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น  รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172428088 410 จังหวัดลำพูน เดินหน้าโครงการลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย สร้างฝายชะลอน้ำ ที่อำเภอลี้ เพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

        จังหวัดลำพูน สร้างฝายชะลอน้ำ ที่อำเภอลี้ เพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ผู้ประกาศ จังหวัดลำพูน เดินหน้าโครงการลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย สร้างฝายชะลอน้ำ ที่อำเภอลี้ เพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน เทป นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ( สร้างฝายชะลอน้ำ ) ณ บ้านเด่นเหม้า ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยมีนายวิวัฒน์ จันทร์โอภาส นายอำเภอลี้ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย จิตอาสา ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร ชุมชนบ้านเด่นเหม้า ร่วมพิธีและร่วมกันสร้างฝาย จำนวน 1 ฝาย สำหรับ หมู่บ้านเด่นเหม้า หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นชุมชนคนพื้นราบและเป็นประชากรไทย 100% มีครัวเรือน 99 ครัวเรือนประชากร 300 คนที่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ชุมชนบ้านเด่นหม้า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่หาด-แม่ก๊อ และชาวบ้านปลูกลำไย 100% การพัฒนายากลำบาก เพราะจะทำฝาย ขุดสระน้ำ เจาะน้ำบาดาล ในพื้นที่การเกษตรก็ไม่ได้ ซึ่งป่าไม้ไม่อนุญาต ชุมชนบ้านเด่นเหม้า เป็นหมู่บ้านที่มีปัญหาประสบภัยแล้งเป็นหมู่บ้านอันดับที่1 ของจังหวัดลำพูนแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข 

        โดยโครงการดังกล่าว ได้มีการจัดกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 1 จุด ซึ่งสร้างเป็นแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการนำวัสดุในพื้นที่ อาทิ ไม้ไผ่ รวมกับ หิน ปูนชีเมนต์ มาสร้างเป็นฝายชะลอน้ำขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่เป็นต้นน้ำ ลำธาร เพื่อให้คงอยู่และเป็นแหล่งอาหารของชุมชน เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ป้องกันการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กลับคืนมาดังเดิม และเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อำเภอลี้อย่างยั่งยืน ต่อไป 

2021-05-20T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520174318113 411 ปศุสัตว์ลพบุรี ระดมกำลังป้องกันโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ "            วันที่ (20 พฤษภาคม 2564ฉ นายจรูญ ชูเกียรติวัฒนา ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและให้ความรู้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยการประชุมออนไลน์ผ่าน Web Conference ไปยังสหกรณ์และศูนย์รับน้ำนมดิบทั้ง 14 แห่ง  ในจังหวัดลพบุรี  เพื่อชี้แจงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค ”ลัมปี สกิน” ในโคนม โดยปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย ดังนั้นจังหวัดลพบุรีจึงยกระดับการป้องกันโรค “ลัมปี สกิน” โดยดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด โดยเน้นการดำเนินการใน 5 มาตรการหลักที่สำคัญ คือ  เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง  เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์ เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี 50 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค 

            สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี, ด่านกักกันสัตว์ลพบุรีสหกรณ์/ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด, หน่วย HHU ,ท้องถิ่นฯลฯ ออกปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค ด้วยการใช้สารกำจัดแมลง โดยการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปดำเนินการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคบริเวณคอกสัตว์ แนะนำเกษตรกรปรับภูมิทัศน์โดยรอบฟาร์มให้โปร่งโล่งไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะรวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มเป็นประจำหรือใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่ รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด และจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวัง ค้นหาโรค หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีในทันทีเพื่อควบคุมโรคไม่ให้ลุกลามและแพร่กระจายออกไป

            สำหรับ โรคลัมปี สกิน มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในโค กระบือไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ มีลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือก ทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย โดยในโคนมอาจพบนำ้นมลดลง 25-65 % โรคนี้มีแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวันดูดเลือดและยุงเป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อนอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง ผ่านทางน้ำเชื้อหรือผ่านทางรกได้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND




" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520180139133 412 จ.มุกดาหาร จิตอาสาพระราชทาน กำจัดผักตบชวาและวัชพืชคลองหินอ่าง สนามกีฬากลางจังหวัดป้องกันน้ำท่วมขังและให้เกิดความสวยงาม

            วันนี้ (20 พ.ค.64) เวลา 09.00 น. นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสาจังหวัดมุกดาหาร (ผอ.ศอ.จอส.) มอบหมายให้ นายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดกิจกรรม จิตอาสาแก้ไขปัญหาผักตบชวาและกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำ ณ คลองหินอ่าง สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีจิตอาสาพระราชทาน จำนวนกว่า 250 คน ประกอบด้วย สมาชิกจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนต่างๆ อาทิ ปกครองจังหวัดมุกดาหาร องค์บริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร เทศบาลเมืองมุกดาหาร ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร สำนักงาน ปภ.จังหวัดมุกดาหาร หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 (นพค.24) ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ตชด.234 จังหวัดมุกดาหาร  โครงการชลประทานจังหวัดมุกดาหาร และบริษัททิพยประกันภัยสาขามุกดาหาร ร่วมกิจกรรม กำจัดผักตบชวาและกำจัดวัชพืชในคลองหินอ่าง ทั้งใช้เครื่องจักร เครื่องมือ และแรงงานคน ด้วยความสามัคคีพร้อมใจกันจนแล้วเสร็จ

            ทั้งนี้ เพื่อให้การระบายน้ำภายในครองหินอ่าง ซึ่งเป็นคลองขุดระบายน้ำขนาดกว้างประมาณ 10 เมตร รอบสนามกีฬากลางจังหวัด และรับน้ำจากตอนเหนือของเทศบาลเมืองมุกดาหาร ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น ป้องกันน้ำท่วมขัง สนามกีฬากลางจังหวัด และภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ในฤดูฝนนี้ รวมถึงให้เกิดความสวยงาม ไม่เกิดน้ำเสีย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร สวท.มุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520182349149 413 20 พฤษภาคม “วันผึ้งโลก (World Bee Day) "            นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5  จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า คณะกรรมการด้านการเกษตร ภายใต้การประชุมสมัชชา  FAO (FAO Council) ครั้งที่ 40 มีมติกำหนดให้วันที่ 20 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “วันผึ้งโลก (World Bee Day)” เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักและเห็นคุณค่า ความสำคัญ ประโยชน์ของผึ้งที่มีต่อโลกใบนี้ รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งที่ลดลง และเป็นการให้เกียรติกับวันคล้ายวันเกิดของ  ศาสตราจารย์  ดร. อันตัน ฮัลซา (Anton Jansa) ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่ ให้เป็นที่แพร่หลาย ถึงแม้ปีนี้จะมีผลกระทบจากโรค COVID-19 แต่กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงให้ความสำคัญกับงานวันผึ้งโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดออนไลน์ ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ผ่านทาง Facebook ของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร และ Facebook ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ภายในงานจะมีความมหัศจรรย์ของน้ำผึ้ง น้ำนมผึ้ง ไขผึ้ง และเกสรผึ้งจากทั่วโลก 

            นอกจากนี้ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแยกตามภูมิภาค  ได้แก่  กรุงเทพฯ เชียงใหม่ จันทบุรี และชุมพร เป็นที่ทราบกันดีว่าผึ้งเป็นแมลงมหัศจรรย์ ทั้งในเรื่องการช่วยผสมเกสร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้ลำไยมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 78.78% เงาะโรงเรียน  เพิ่มขึ้น 75.09% ลิ้นจี่ เพิ่มขึ้น 42.05% พืชตระกูลแตง เพิ่มขึ้น 39.00% และงา เพิ่มขึ้น 26.70% และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

            นายสุพิท จิตรภักดี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทําการเกษตรยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน และการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี และได้ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในเชิงอุตสาหกรรม จากข้อมูลปี 2563 พบว่าไทยสามารถผลิตน้ำผึ้งได้มากเป็นอันดับที่ 36 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากเวียดนาม โดยไทยผลิตน้ำผึ้งได้ 10,110 ตัน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง 1,215 ราย ผึ้ง 353,724 รัง เก็บน้ำผึ้งจากดอกลำไย ลิ้นจี่ งา  กาแฟ  ทานตะวัน  และสาบเสือ ได้มากกว่า 12,203 ตัน โดยการส่งเสริมผ่านการรวมกลุ่มเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเกษตรกรส่วนหนึ่งเลี้ยงผึ้งและเก็บน้ำผึ้งตามธรรมชาติ ปัจจุบันทั่วประเทศ มีแปลงใหญ่ผึ้ง จำนวน 76 แปลง แยกเป็นผึ้งพันธุ์ 9 แปลง และผึ้งโพรง 67 แปลง ในภาคใต้เองมีแปลงใหญ่ผึ้งมากถึง 62 แปลง เป็นแปลงใหญ่ผึ้งโพรงทั้งหมด กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ รวม 10 จังหวัด

            อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ผ่านมามีผึ้งจำนวนมากตายเพราะสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช ผนวกกับจำนวนพื้นที่ป่าลดลง มีงานวิจัยชี้ว่าร้อยละ 40  ของแมลงผสมเกสรทั่วโลกเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ FAO จึงเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันปกป้องแมลงที่ช่วยผสมเกสร โดยเฉพาะผึ้ง สำหรับภาคใต้มีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร (ศทม.ชุมพร) เป็นหน่วยงานที่มีเทคโนโลยี องค์ความรู้ ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้ง สำหรับส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยตรงดูแลครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ และในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลก ในระหว่างวันที่ 19 - 31 พฤษภาคม 2564 ณ ศทม.ชุมพร ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

            ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ แสดงผลงานวิชาการ ด้านแมลงเศรษฐกิจ และเปิดให้เกษตรกรเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ภายในศูนย์ การบริการตรวจสอบคุณภาพน้ำผึ้งเบื้องต้น เพื่อขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงผึ้ง กิจกรรมการเลี้ยงผึ้งไล่ช้าง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้ง และอุปกรณ์ในการเลี้ยงผึ้ง รวมทั้งการร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อลุ้นรับของรางวัล จึงขอเชิญเกษตรกรและผู้สนใจ เข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทั้งนี้มีการจำกัดผู้เข้าร่วมในแต่ละจุดไม่เกิน   5 คน โดยเน้นปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายสุวิทย์ ดำแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดชุมพร โทร 077- 658669


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520191243176 414 จังหวัดอำนาจเจริญ ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ครั้งที่ 1 /2564 "            วันนี้ (20 พฤษภาคม 2564) เวลา 13.30 น. ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1 /2564 โดยมี นายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน 

            ด้วยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 อนุมัติ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ ตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการ การกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้แผนงานโครงการ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม จังหวัดอำนาจเจริญ มีแปลงใหญ่ที่ขอรับการสนับสนุนโครงการดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติ จำนวน 116 แปลง งบประมาณ 347,671,430 บาท โดยมีแนวทางการดำเนินงานภายใต้แผนงาน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  เพื่อให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็ง ในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ มาต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงการตลาด และสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทน การลดต้นทุนการผลิต รายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 

            โดยในวันนี้ ที่ประชุม ได้ร่วมกันพิจารณากลั่นกรอง อนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ของกลุ่มแปลงใหญ่ ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงกับตลาด จำนวน แปลงใหญ่ 102 แปลง เช่น แปลงใหญ่ข้าว แปลงใหญ่ยางพารา แปลงใหญ่พืช แปลงใหญ่หม่อนไหม แปลงใหญ่ปศุสัตว์ วงเงินงบประมาณ 305,315,160 บาท 

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520192159178 415 ปศุสัตว์กาฬสินธุ์ประกาศเขตโรคระบาดลัมปี สกิน ระดมพ่นหมอกควันกำจัดแมลงดูดเลือดพาหะนำโรคย้ำไม่แพร่จากสัตว์สู่คน

        จังหวัดกาฬสินธุ์ประกาศกำหนดเขตโรคระบาด ชนิดโรคลัมปี สกิน ในโค- กระบือ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกระดมพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุง และแมลงดูดเลือด ซึ่งเป็นพาหะนำโรค ขณะที่ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ ย้ำโรคนี้ไม่แพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน เป็นแล้วให้แยกกักทายาและฉีดย่าฆ่าเชื้อ ก่อนวัคซีนจะมาถึงในเดือนมิถุนายนนี้ 

        นายสุทิน กาญจนรัช ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวถึงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ว่า ปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาด ชนิดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ โดยห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ และจะต้องรักษาอย่างเร่งด่วน 

        ทั้งนี้ ได้มอบหมายกลุ่ม?พัฒนา?สุขภาพ?สัตว์? สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ตามประกาศของจังหวัดฯ 

        นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกระดมพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุง และแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะนำโรค ซึ่งโรคลัมปี สกิน จะไม่แพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน ประชาชนสามารถซื้อเนื้อสัตว์มารับประทานได้ ส่วนในกรณีที่มีโค-กระบือติดเชื้อแล้ว ขอให้เกษตกรกรแยกกัก เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัส และมีแมลงเป็นพาหะ ไม่มียารักษาโรค แต่สามารถรักษาได้ตามอาการ ด้วยการใช้ยาทาแผลบริเวณตุ่มที่เกิดตามลำตัว หรือฉีดยาฆ่าเชื้อเพื่อไม่ให้ลุกลาม โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ แม้จะมีการระบาดหลายพื้นที่ เนื่องจากนำโดยแมลง แต่อัตราการป่วยตายจะมีเพียงร้อยละ 5-10 โดยวัคซีนที่จะนำมาฉีดเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีการระบาดคาดว่าจะมาถึงราวเดือนมิถุนายนนี้


        --------เสียง----------

        นายสุทิน กาญจนรัช 

       ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์


        ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะมีการระบาดประปรายในพื้นที่ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ยางตลาด กุฉินารายณ์ ร่องคำ กมลาไสย หนองกุงศรี เขาวง สมเด็จ นามน และสหัสขันธ์ แต่เกษตรกรสามารถป้องกันการระบาดของโรคได้ ด้วยการปรับภูมิทัศน์โดยรอบคอกเลี้ยงสัตว์ให้โปร่งโล่ง ไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะ รวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ ใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่ รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด ที่เป็นพาหะของโรค




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาฬสินธุ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520194837182 416 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,546 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 43.63 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.54 ล้านโดส "

   ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,546 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 25.6 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 277.ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 125 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

   ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 43.63 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 29.9% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 24.033 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 2,540,116 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 43.4%

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520205105196 417 ระนองยกระดับแปลงใหญ่ หนุนเกษตรสมัยใหม่-เชื่อมโยงตลาด "            (20 พ.ค. 64) นายสมจิตร์ เขียนด้วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัด ครั้งที่ 3/2564 มี นายบุญชัย สมใจ ปลัดจังหวัดระนอง นางสาวทิพย์สุดา อินทรสุวรรณ พาณิชย์จังหวัดระนอง นายถาวร ศรีสุข เกษตรจังหวัดระนอง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระนอง ในสังกัดกระทรวงเกตรและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ จังหวัดระนอง และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

            การประชุมครั้งนี้มีเรื่องพิจารณากลั่นกรองอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดของแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ 10 ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประเภทนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นลำดับที่ 12 ของจังหวัดระนอง

            นายถาวร ศรีสุข เกษตรจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 มุ่งที่ช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ในภาวะการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเฉพาะภาคการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม และยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จังหวัดระนองมีแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการจำนวน 12 แปลง ประกอบด้วย แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน 2 แปลง แปลงใหญ่มังคุด 4 แปลง แปลงใหญ่กาแฟ 3 แปลง แปลงใหญ่ทุเรียน 2 แปลง และแปลงใหญ่โคเนื้อ 1 แปลง ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งสามารถพัฒนาต่อยอดนำระบบเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยี นวัตกรรม พร้อมทั้งการเชื่อมโยงตลาดสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุนพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร โดยมีกลุ่มสมาชิกเกษตรกรเป็นหลักในการขับเคลื่อนดำเนินการ โดยยกระดับการรวมจากวิสาหกิจชุมชน เป็นการรวมกลุ่มแบบนิติบุคคล เพื่อเสริมศักยภาพการบริหารจัดการแปลงใหญ่ อาทิ การจัดหาปัจจัยการผลิตร่วมกัน การใช้เทคโนโลยีหรือแม้กระทั่งเครื่องจักรกล ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้เศรษฐกิจระดับครัวเรือน ชุมชนเกิดความมั่นคงด้านเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคใต้ ระนอง สวท.ระนอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520213500205 418 ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ติดตามการดำเนินงานกลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรมและหม่อนไหมหัตถกรรม อ.มัญจาคีรี และ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น "            นายอาคม จงอริยะตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น มอบหมายให้ นางสาวพิมลรัตน์ เมธินธรังสรรค์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ พร้อมด้วย นางอารีย์รัตน์ พระภูวงศ์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ นางสาววีราภรณ์ อินทรักษ์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ และนายสุพจน์ บรรเทา ช่างต้นแบบสิ่งทอ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนงบอุดหนุนโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมระบบแปลงใหญ่ จำนวน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ,กลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไหมมัดหมี่บ้านห้วฝาย และกลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านหัวฝาย ต. ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น

            โดย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งระเบียบวาระการประชุมของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ เพื่อใช้ในการดำเนินการจัดซื้อวัสดุเพื่อจัดทำแปลงสาธิต ตามความต้องการของสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ในกิจกรรมงบอุดหนุน ให้กับกลุ่มต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-20T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สวท.ขอนแก่น https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520213714206 419 ปศุสัตว์ลพบุรี ระดมกำลัง ป้องกันโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ "

            วานนี้ (20 พ.ค. 2564) นายจรูญ ชูเกียรติวัฒนา ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและให้ความรู้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยการประชุมออนไลน์ผ่าน Web Conference ไปยังสหกรณ์และศูนย์รับน้ำนมดิบทั้ง 14 แห่งในจังหวัดลพบุรีเพื่อชี้แจงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค ""ลัมปี สกิน"" ในโคนม สำหรับโรคลัมปี สกิน มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่เกิดเฉพาะใน โค กระบือ ไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ มีลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย โดยในโคนมอาจพบน้ำนมลดลง 25-65 เปอร์เซนต์ โรคนี้มีแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวันดูดเลือด และยุง เป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง ผ่านทางน้ำเชื้อหรือผ่านทางรกได้ ในปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย 

            ดังนั้น จังหวัดลพบุรีจึงยกระดับการป้องกันโรค""ลัมปี สกิน"" โดยดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด โดยเน้นการดำเนินการใน 5 มาตรการหลักที่สำคัญ ได้แก่ เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค, เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง, เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์ เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี 50 กม. รอบจุดเกิดโรค, สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดลพบุรี ด่านกักกันสัตว์ลพบุรี สหกรณ์/ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด หน่วย HHU ท้องถิ่นฯลฯ ออกปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค โดยใช้สารกำจัดแมลง โดยการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปดำเนินการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคบริเวณคอกสัตว์ แนะนำเกษตรกรปรับภูมิทัศน์โดยรอบฟาร์มให้โปร่งโล่งไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะรวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มเป็นประจำหรือใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่ รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด และจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวัง ค้นหาโรค หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีในทันที เพื่อจะได้ควบคุมโรคไม่ให้ลุกลามและแพร่กระจายออกไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521095801238 420 ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ หลังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่ 4 อำเภอ พร้อมเตือนเกษตรกรอย่าซื้อวัคซีนที่ยังไม่ผ่านการรับรองจากภาครัฐมาใช้งาน

            นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ ในพื้นที่ ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี และ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน โดยมีรายงานโคเนื้อติดเชื้อกว่า 100 ตัว และโคนมติดเชื้อกว่า 100 ตัว จึงได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว ห้ามการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกพื้นที่ และสอบสวนควบคุมโรคด้วยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงชนิดพ่นบนตัวสัตว์และบริเวณคอกโรงเรือนในฟาร์มของเกษตรกรในรัศมี 1 กิโลเมตร รอบจุดเกิดโรค 

            อย่างไรก็ตาม โรคลัมปี สกิน ไม่ติดจากสัตว์สู่คน มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ สัตว์ที่ติดเชื้อมีอัตราการป่วยเพียงร้อยละ 10-50 อัตราการตายไม่ถึงร้อยละ 10 แต่ส่งผลเสียต่อผลผลิต เช่น โคนมให้น้ำนมลดลง หรือโคเนื้อเมื่อป่วยก็จะกินอาหารได้น้อย ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายก็ลดลงตามไปด้วย ส่วนโคกระบือที่ตั้งท้องอยู่อาจจะแท้งได้ สำหรับแนวทางรักษาขณะนี้รักษาตามอาการ และกำลังจะมีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคเข้ามาเพื่อฉีดให้กับสัตว์ของเกษตรกรฟรี ดังนั้นในช่วงนี้จึงขอให้เกษตรกรระมัดระวังอย่าซื้อวัคซีนลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพราะยังไม่ผ่านการทดสอบและรับรองจากหน่วยงานภาครัฐอาจจะส่งผลเสียต่อสัตว์ได้ 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันตก ประจวบคีรีขันธ์ สวท.ประจวบคีรีขันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521094859224 421 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ครั้งที่ 1 อนุมัติแผนฯ รวม 15 แปลง กรอบวงเงิน 37,452,770 บาท "

            วานนี้ (20 พฤษภาคม 2564) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ ห้องประชุมอโยธยา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายพรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2564  โดยมี นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

            โดยสาระสำคัญที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการฯ จำนวน 15 แปลง กรอบวงเงินงบประมาณ 37,452,770 บาท แบ่งเป็นแปลงใหญ่พืชผัก จำนวน 1 แปลง แปลงใหญ่ข้าว จำนวน 14 แปลง และเห็นชอบให้คณะกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับอำเภอ เป็นพี่เลี้ยงดำเนินการติดตามและชี้แจงทำความเข้าใจ เรื่อง ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุให้กับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ได้รับอนุมัติโครงการ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการและตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

            ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521094651219 422 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมคาดการณ์มีพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้บริเวณเพชรบูรณ์และตราด

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมคาดการณ์มีพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์และตราด

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (21 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงใหม่ 46 มิลลิเมตร // เลย 61 มิลลิเมตร // ตราด 55 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 95 มิลลิเมตร // กรุงเทพมหานคร 78 มิลลิเมตร และสุราษฎร์ธานี 45 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 38,157 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,423 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณ จังหวัดลำปาง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์และตราด ทั้งนี้ กอนช.ได้ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประสานผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรในฐานะประธานอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอ่างเก็บน้ำเขางาย ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพรแห้งขอด ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เช่น การขุดลอกอ่างน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำ โดยให้กรมทรัพยากรน้ำเป็นผู้สำรวจและออกแบบ แล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ // กำหนดหลักเกณฑ์และกติกาการใช้น้ำ // อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน // ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำรวจและดำเนินโครงการขุดเจาะบาดาลขนาดใหญ่ใช้ในการอุปโภค-บริโภค และการเกษตร พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ปัญหาและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำต้นทุน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมชลประทาน กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มช่วยประสิทธิภาพการระบายน้ำ บริเวณ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา // กรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วคอหมา และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบริเวณ จ.ลำปาง ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ ก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำ ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521100120243 423 จ.นครสวรรค์ ปลูกป่าบริเวณเนินดินที่ขุดลอกจากบึงบอระเพ็ด ก่อนปลูกใหญ่วันต้นไม้แห่งชาติ

        จิตอาสาทำดีด้วยหัวใจจังหวัดนครสวรรค์ ปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง บริเวณเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ด ตำบลพระนอน ที่จะถูกปรับเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ตามการออกแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยทยอยปลูก ก่อนปลูกใหญ่ในวันต้นไม้แห่งชาติ  

        ว่าที่ร้อยตรีปรีชา พลับน้อยปลัดจังหวัดนครสวรรค์ นำจิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ จากมณฑลทหารบกที่31 กรมชลประทาน จิตอาสาอำเภอเมือง และจิตอาสาของหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง เริ่มปลูกต้นไม้บริเวณเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ด พื้นที่ตำบลพระนอน ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 300 ไร่ ตามโครงการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมบึงแห่งใหม่ ซึ่งในเบื้องต้นจะปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ 13 ไร่ เลือกปลูกเป็นต้นไม้ท้องถิ่นโตเร็ว โดยขุด แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ผสม ดินปลูก เนื่องจากมูลดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ดเป็นดินที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอในการปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโต ส่วนชนิดพันธุ์ไม้ที่คัดเลือกลงปลูก ประกอบด้วย มะขามเทศ หว้า พะยอม ยางนา พฤกษ์ สะเดา ขี้เหล็ก นนทรี กระถินเทพา ปลูกไผ่ทนแล้งบริเวณโดยรอบขอบเนินดิน สำหรับต้นมะขามเทศเมื่อโตได้ขนาดที่จะเป็นต้นไม้พี่เลี้ยงจะนำผักหวานป่ามาปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหารสำหรับชุมชน ด้วย

        ปลัดจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า กิจกรรมการปลูกป่าในบึงบอระเพ็ดแห่งนี้เพื่อสร้างสวนป่าประชารัฐเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ของจังหวัดนครสวรรค์ เป็นป่าในเมืองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง เป็นแหล่งที่อยู่และอาหารให้กับสัตว์ป่า รวมทั้งจะเป็นแหล่งอาหารของชุมชนในอนาคต การปลูกต้นไม้จะปลูกต่อเนื่อง เป็นระยะ โดยจะมีการบำรุงรักษาดูแลให้เติบโต พร้อมกับการปรับภูมิทัศน์โดยรอย ตามแบบที่กรมโยธาธิการและผังเมืองออกแบบไว้

หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะร่วมปลูกอีกครั้งในวันที่ 26 พฤษภาคม ในวันต้นไม้แห่งชาติ 

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521100217245 424 อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยร่วมประชุม โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และโครงการวันต้นไม้ประจำชาติ ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น จังหวัดเลย ประจำปี 2564 ผ่านระบบ VSC

        ที่ห้องประชุมไมตรี ชั้น2 ศาลาประชาคมอำเภอด่านซ้ายนายนที พรมภักดี นายอำเภอด่านซ้าย พร้อมด้วย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ปลัดอำเภอหัวหน้าอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำลำห้วยสัก หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ด่านซ้าย หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย สาขาด่านซ้าย แขวงการทางเลยที่ 2 ด่านซ้าย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกตำบล เข้าร่วมประชุม โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และโครงการวันต้นไม้ประจำชาติ ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น จังหวัดเลย ประจำปี 2564 ผ่านระบบ VSC 

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521095949241 425 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (21 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521100245246 426 กรมปศุสัตว์ ห่วงเกษตรกรถูกหลอกให้ซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกินเถื่อน ย้ำเตือนห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกิน (LSDV) ในโคกระบือ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปีสกิน ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก จึงได้มีคำสั่งตรงถึงกรมปศุสัตว์ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและให้เห็นผลสำเร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกินในครั้งนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รายงานการเกิดโรคทันที ปัจจุบันเกิดโรคระบาดขึ้นใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ จึงได้เร่งทำความเข้าใจเกษตรกรเกี่ยวกับโรคนี้ แมลงพาหะนำโรค เช่น ยุง เห็บ เหลือบ เพื่อตัดวงจรโรคให้เร็วที่สุด

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานเดียว ที่รับอนุญาติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้สามารถนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยความคืบหน้าในการนำเข้า ทางกรมปศุสัตว์ ได้ติดต่อและสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน จากประเทศแอฟริกาใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวัคซีนล๊อตแรกจะเข้ามาถึงประเทศไทยภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ จำนวน 60,000 โด๊ส ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะไว้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมออกปฏิบัติงานฉีดวัคซีนแก่โค-กระบือของเกษตรกรตามแผนปฏิบัติการที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน กำหนดมาได้ทันที พร้อมแนะนำย้ำเตือนเกษตรกร อย่าได้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีที่มีการนำเข้าวัคซีนมาอย่างผิดกฎหมายและนำมาหลอกขายให้กับเกษตรกร ขอให้รอวัคซีนที่กรมปศุสัตว์นำเข้าถูกกฎหมายเท่านั้น



2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521103117265 427 วราวุธ เชิญชวนคนไทยร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ 1 ต้น เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 64 ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี "

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เชิญชวนคนไทยร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ 1 ต้น เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 2564 ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี

                 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ปลูก “ต้นกันเกรา” กล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จากโครงการพฤกษามหามงคล เมื่อเดือนธันวาคม 2563 บริเวณสนามหญ้า กรมทรัพยากรน้ำ เพื่อรณรงค์และเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้ เนื่องใน “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ 2564"" ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยากที่สุดแก้ได้ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด คือ การปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้เพียงหนึ่งต้นจะสามารถผลิตออกซิเจนให้มนุษย์ได้ถึง 2 คน แล้วอากาศบริสุทธิ์หายใจได้ตลอดทั้งปี ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 15 กิโลกรัมต่อปี ทำให้พื้นที่รอบๆต้นไม้เย็นขึ้นได้ถึง 2-4 องศาเซลเซียส และช่วยแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มากมายด้วย จึงอยากขอเชิญชวนคนไทยทุกคนมาร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ 1 ต้น พร้อมดูแลให้เติบโตเพื่อให้ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต ทำให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแบบปัจจุบันนี้

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521103647269 428 กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนรณรงค์ให้ประชาชน ผู้ประกอบการ เฝ้าระวังและแก้ปัญหาการจัดการศัตรูมะพร้าว "            นายทวีป สิงหรัตน รักษาการเลขานุการกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดของศัตรูพืชมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นพืชที่มีศัตรูเข้าทำลายหลายชนิด ในทุกส่วนของลำต้นเช่น หนอนหัวดำทำลายใบแก่ แมลงดำหนามทำลายใบอ่อนที่ยังไม่คลี่ ด้วงแรดทำลายยอดอ่อน กัดโคนทางใบ และคอมะพร้าว ด้วงงวงเข้าทำลายซ้ำตามรอยเจาะของด้วงแรดทำให้มะพร้าวตายในที่สุด การระบาดมีแนวโน้มแพร่กระจายในวงกว้างหากไม่ดำเนินการแก้ไขจะสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร ได้แก่ 1.หนอนหัวดำ พบพื้นที่ระบาดรวม 9,821.50 ไร่ ในพื้นที่ 24 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 2. แมลงดำหนาม พบพื้นที่ระบาดรวม 22,979.55 ไร่ ในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรปราการ นครราชสีมา อุบลราชธานี กระบี่ ขุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา ภูเก็ต ยะลา สงขลา สตูล และจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3. ด้วงแรด พบพื้นที่ระบาดรวม 7,979.555 ไร่ ในพื้นที่ 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อ่างทอง นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ระยอง สมุทรปราการ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ปัตตานี ภูเก็ต ยะลา สงขลา สตูล และจังหวัดสุราษฎร์ธานี 4. ด้วงงวง พบพื้นที่การระบาดรวม 1,204 ไร่ ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด สมุทรปราการ ชุมพร ปัตตานี พังงา ภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานี และไรสี่ขา พบพื้นที่ระบาดรวม 2,604.75 ไร่ ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดราชบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สุรินทร์ และจังหวัดชุมพร           นอกจากนี้ยังทำลายภูมิทัศน์ที่สวยงามในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสุราษฏร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น จึงทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้เกี่ยวข้องออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการแก้ปัญหาศัตรูมะพร้าวให้มีความยั่งยืน

            ทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาเพื่อให้การแก้ปัญหาศัตรูมะพร้าวประสบผลสำเร็จและเกิดความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพราะปัญหาการระบาดศัตรูมะพร้าวมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน และไม่เฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้นที่ปลูกมะพร้าว ยังมีการปลูกในพื้นที่อื่น อีกจำนวนมาก เช่น ในโรงแรม รีสอร์ท สถานที่ท่องเที่ยว ที่สาธารณะ บ้าน วัด โรงเรียน เป็นต้น การแก้ปัญหาต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ปลูกมะพร้าว ตลอดจนแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของศัตรูมะพร้าว เช่น ปางช้าง บ่อนควายชน กองขยะ กองทะลายปาล์ม กองปุยคอก กองขี้เลื่อย กองชิ้นส่วนมะพร้าวของผู้ประกอบการ และมะพร้าวที่ยืนต้นตาย ล้วนเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของด้วงแรดสัตรูมะพร้าว

            ดังนั้น ขอความร่วมมือในการขับเคลื่อนการรณรงค์ให้ประชาชน และผู้ประกอบการ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ทุกแห่งที่ปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังและแก้ปัญหาการจัดการศัตรูมะพร้าว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทั้งภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521103459268 429 นครพนม ตั้งเต้นท์วางจำหน่ายปลานิลสด ช่วยเหลือผู้เลี้ยง และสินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ

            วันที่ (21 พฤษภาคม 2564) ที่จังหวัดนครพนม สำนักงานพานิชย์จังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมประมง และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม ได้ร่วมกันเปิดเต้นท์ตามโครงการผู้ว่าฯ ชวนซื้อปลาฝ่าวิกฤติโควิด -19 ที่บริเวณหน้าสวนชมโขง ฝั่งด้านข้างศาลากลางจังหวัดนครพนม และที่บริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.นคพนม จำกัด ซึ่งเพื่อให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลในกระชัง บ้านเหล่าสวนกล้วย ตำบลหนองเทา อำเภอท่าอุเทน ได้นำปลานิลสดๆ จากกระชังของตนเองมาวางจำหน่ายเป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรได้มีรายได้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังจำหน่ายได้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางในตลาดสด ตลาดนัดที่มีการรับจำนวนน้อยลงเนื่องจากประชาชนมาจับจ่ายในตลาดน้อยลง ตลาดนัดบางแห่งก็ไม่ได้เปิดเหมือนช่วงเหตุการณ์ปกติ งานรื่นเริงที่มีการรวมกลุ่มกันมาก ๆ ก็ยังไม่สามารถจัดได้ หรือแม้แต่การตระเวนจำหน่ายในพื้นที่ก็มีการรับซื้อน้อยลงเช่นเดียวกัน ทำให้กลุ่มเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายได้ตามเป้าที่วางไว้จากเดิมที่เคยขายได้ประมาณวันละ 1 ตัน ก็เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยกิโลกรัม ทำให้มีปลานิลตกค้างอยู่ในกระชังเป็นจำนวนมาก โดยในวันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลนำปลามาวางจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด คือ อยู่ที่กิโลกรัมละ 55 บาท ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการให้ชำแหละก็พร้อมบริการให้โดยคิดการดำเนินการเพิ่มกิโลกรัมละ 5 บาท โดยจะเปิดเต็นท์ตั้งแต่เวลา 09.00 น เป็นต้นไป 

            นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่มีปัญหาในการจำหน่ายอีก เช่น สับปะรดท่าอุเทน ที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินปัญญา ว่ามีรสหวานฉ่ำที่ในช่วงนี้จะมีค่าความหวานสูงถึง 18 บริกซ์ นอกจากนี้ยังมีเนื้อละเอียดแน่นสีเหลืองเข้ม ตาตื้น มีกลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ไม่ระคายคอ และแกนหวานกรอบรับประทานได้เช่นเดียวกัน รวมถึงฟักทองที่หลายคนชอบซื้อหามารับประทานเพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย เป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะฟักทองมีกากใยที่สูง มีแคลอรี่และไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี โดยตลอดเวลามีประชาชนแวะเวียนสลับสับเปลี่ยนกันมาสอบถามและซื้อกลับไปปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานที่บ้านกันเป็นระยะ ๆ เนื่องจากทั้ง 2 จุดเป็นจุดที่ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถมองเห็นได้โดยสะดวก ทำให้เกษตรกรทุกคนดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น 

            ภาพ / ข่าว  ส.ปชส.นครพนม


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521104817277 430 เทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมจิตอาสา ร่วมใจ กำจัดผักตบชวาและวัชพืช รองรับน้ำในช่วงหน้าฝน ไม่มีอุปสรรคจากการตื้นเขิน ตามโครงการคลองสวย น้ำใส ใส่ใจชุมชน

            ที่บริเวณคูคลอง สระน้ำลูกที่ 3 และลูกที่ 4 ชุมชนบ้านถนน เทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรม จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมใจ กำจัดผักตบชวาและวัชพืช เพื่อเตรียมรับน้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อขจัดอุปสรรคจากการตื้นเขิน หากเกิดการมีน้ำไหลหลาก ตามโครงการคลองสวย น้ำใส ใส่ใจชุมชน โดยกองช่างสุขาภิบาล กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และกองช่างเทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำ คูคลอง กำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และแก้ไขปัญหาผักตบชวา และวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อีกทั้งเพื่อสนองนโยบายตามโครงการของรัฐบาล ตามแผนกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ สำหรับรองรับน้ำฝนในฤดูฝนที่จะมาถึงเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ร่วมใจ สร้างการมีส่วนร่วม และกระตุ้นให้ทุกคนให้มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาผักตบชวา หากประชาชนร่วมกันเก็บผักตบชวาตั้งแต่ปริมาณน้อยในช่วงต้นก็จะป้องกันการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวาได้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อเนื่องยั่งยืนตลอดไป โดย นายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ มอบหมายให้ นายธนกร วนะกิจกุลพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์เป็นประธานเปิดกิจกรรมครั้งนี้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521112702298 431 เทศบาลเมืองสุรินทร์ เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช เตรียมรับน้ำและป้องกันน้ำท่วมช่วงหน้าฝนนี้ "

        นายธนกร วนะกิจกุลพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม ""จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมใจ กำจัดผักตบชวาและวัชพืช"" เพื่อเตรียมรับน้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อไม่ให้มีอุปสรรคจากการตื้นเขินหากเกินการมีน้ำไหลหลาก ตามโครงการคลองสวย น้ำใส ใส่ใจชุมชน ณ บริเวณคูคลอง สระน้ำลูกที่ 3 และลูกที่ 4 ชุมชนบ้านถนน เทศบาลเมืองสุรินทร์ 

        โดยกองช่างสุขาภิบาล กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  และกองช่าง เทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำ คูคลอง กำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฎิกูล แก้ไขปัญหาผักตบชวา และวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อีกทั้งเพื่อสนองนโยบายตามโครงการของรัฐบาล ตามแผนกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ สำหรับเตรียมรับน้ำฝนในฤดูฝนที่จะมาถึงเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ร่วมใจ สร้างการมีส่วนร่วม และกระตุ้นให้ทุกคนให้มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาผักตบชวา หากประชาชนร่วมกันเก็บผักตบชวาตั้งแต่ปริมาณน้อยในช่วงต้นก็จะป้องกันการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวาได้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อเนื่องยั่งยืนตลอดไป



 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521120119312 432 จังหวัดสุรินทร์ ประกาศขอความร่วมมืองดจับสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนและกำหนดเครื่องมือ วิธีทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ.2564

        นายณรงค์ศักดิ์ สิริชัยพันธุ์ ประมงจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า สำนักงานประมงจังหวัดสุรินทร์ ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่เลี้ยงตัวอ่อน กำหนดเครื่องมือวิธีการทำการประมงและเงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ.2564 ลงวันที่ 30 เมษายน 2564 ห้ามทำการประมงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ยกเว้นการทำการประมงโดยใช้เครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมง ดังต่อไปนี้ 1.เบ็ดทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชากหรือการใช้ เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึง 2.ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง 3.สุ่ม ฉมวก ส้อม 4.ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน 5.แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร) หาผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง  พ.ศ.2558 มาตรา 70 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า หากพบเห็นผู้กระทำผิดโปรดแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดสุรินทร์ โทร 044514590



 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521121310315 433 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และน้ำยาฆ่าเชื้อ "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 จำนวน 450 โด๊ส จำนวน 11 ราย พร้อมอุปกรณ์การฉีดวัคซีนฯ เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น หมู่ที่ 8 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 248 ตัว เกษตรกรบ้านน้ำหมัน หมู่ที่ 1 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 196 ตัว พร้อมให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ จำนวน 2 ลิตร เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น หมู่ที่ 8 ตำบลกกสะทอน และเกษตรกรบ้านทุ่งน้ำใส หมู่ที่ 7 ตำบลโป่ง เลี้ยงโคเนื้อ 52 ตัว ให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือน และให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ การเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



" 2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521121204314 434 พาณิชย์จังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานกรมประมงขายสินค้าเกษตรราคาต่ำกว่าท้องตลาด

        จังหวัดนครพนมจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรบริเวณหน้าสวนชมโขง เทศบาลเมืองนครพนม ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 เริ่มเวลา 09.00 น.เป็นต้นไป 

        เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และผลผลิตจากการประมงของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลของจังหวัดนครพนมได้ ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรในราคาต่ำกว่าท้องตลาด มีทั้งพืชผัก ผลไม้ อาทิ สัปปะรด ฟักทอง และสิ้นค้าจากการประมง เช่น ปลานิลคุณภาพ ในราคา กิโลกรัมละ 55 บาท

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521132757356 435 ผู้ว่าฯ อยุธยา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการดำเนินงาน “ชุมชนปลอดถังขยะ” ของชุมชนหมู่บ้านศรีกรุง ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมมีแปรรูปขยะสร้างรายได้ให้ชุมชน "

            วันที่ (21 พฤษภาคม 2564) เวลา 10.00 น. ที่ หมู่ 4 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน ชุมชนต้นแบบด้านการคัดแยกขยะตามหลักการ 3Rs ในบริเวณชุมชนหมู่บ้านศรีกรุง เทศบาลเมืองอโยธยา โดยมี นายบดินทร์ เกษมศานติ์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายอนันต์ ถ้ำทอง ท้องถิ่นจังหวัด นายวุฒิชัย ด่านชัยวิจิตร นายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม 

            นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การคัดแยกขยะที่ต้นทางเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมาก โดยหน่วยงานหลักคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องช่วยรณรงค์ส่งเสริมนำไปสู่การปฏิบัติในการคัดแยกขยะในครัวเรือน ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ทำให้ขยะไม่ถูกต้อง เพราะขยะเมื่อถูกทำการคัดแยกแล้วจะมีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งบางองค์กรหรือบางชุมชนที่ทำการคัดแยกขยะ มีการพัฒนาโดยการนำเงินที่ได้จากการคัดแยกขยะทำเป็นสวัสดิการของชุมชน ซึ่งสุดท้ายการคัดแยะขยะในครัวเรือนจะทำให้ลดการทิ้งขยะลง เพราะได้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ ผลดีอีกประการ คือ ประชาชนในพื้นที่ทุกคนพูดตรงกันว่า การคัดแยกขยะแล้วทำให้พื้นที่สาธารณะในชุมชนสะอาดตาขึ้น และยังช่วยลดปัญหาเรื่องโรคไข้เลือดออกเพราะภาชนะต่าง ๆ ที่ทิ้งไว้ ชาวบ้านในพื้นที่จะเก็บและบริหารจัดการทั้งหมด จึงไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ให้ยุงลายมาวางไข่ เป็นที่มาการเกิดโรคต่าง ๆ ดังเช่น ชุมชนหมู่บ้านศรีกรุง หมู่ 4 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ""ชุมชนปลอดถังขยะ"" ซึ่งมีแนวทางการจัดการขยะในชุมชน โดยกำหนดนัดเวลาการจัดเก็บขยะตามบ้านเรือน เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนดชาวบ้านจะนำขยะมาแขวนหรือวางไว้หน้าบ้าน ซึ่งจะมีรถเก็บขยะของเทศบาลเมืองอโยธยาเข้ามาดำเนินการจัดเก็บ 

            ทั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ในส่วนของขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก ซองกาแฟ หรือกระป๋องน้ำอัดลมต่าง ๆ จะนำมาแปรรูปสร้างผลิตภัณฑ์และขาย เพื่อสร้างรายได้นำเงินเข้าสวัสดิการชุมชนหมู่บ้านมาบริหารจัดการต่อไป 

            ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

            เว็บไซต์ http://pr.prd.go.th/ayutthaya


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521132631353 436 วว. ชูผลสำเร็จ “58 ปี” การดำเนินงาน ตอบโจทย์ประเทศด้วย วทน. ในทุกมิติ เสริมแกร่งเศรษฐกิจผู้ประกอบการ เผยก้าวในอนาคตมุ่งพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เชี่ยวชาญให้สำเร็จเป็นรูปธรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค "

 วว. ชูผลสำเร็จ “58 ปี” การดำเนินงาน ตอบโจทย์ประเทศด้วย วทน. ในทุกมิติ เสริมแกร่งเศรษฐกิจ/ผู้ประกอบการ เผยก้าวในอนาคตมุ่งพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เชี่ยวชาญให้สำเร็จเป็นรูปธรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค   

    ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า วันที่ 25 พฤษภาคม นี้ วว.จะครบรอบการสถาปนา 58 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยและพัฒนา ให้บริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) แก่ประเทศในกรอบมิติภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs Startup เกษตรกร รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีผลงานในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ สามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจประเทศเป็นรูปธรรม เป็นที่ยอมรับของเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อาทิ การสนองตอบนโยบาย BCG ของรัฐบาล ประสบผลสำเร็จพัฒนา กระบวนการผลิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ในภาคอุตสาหกรรม นอกจาก ประสบผลสำเร็จในการนำ วทน. เข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและประชาชน โดยร่วมกับพันธมิตรสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ สร้างความเข้มแข็ง สร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์วิกฤตแพร่ระบาดโควิด-19 วว.นำความเชี่ยวชาญด้าน วทน. เข้าไปช่วยลดผลกระทบ โดยร่วมรับสมัครบุคลากรเพื่อแก้ปัญหาว่างงาน ในโครงการ อว. สร้างงานกว่า 270 อัตรา บริการทดสอบและปรับปรุงระบบห้องความดันลบ ณ โรงพยาบาลศิริราช ออกบทเฉพาะกาลร่วมควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในกิจกรรมการตรวจประเมินรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานคุณภาพฯ บริการทดสอบหน้ากากอนามัยรองรับความต้องการภาคอุตสาหกรรมเทียบเท่ามาตรฐานต่างประเทศ สนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามของกระทรวง อว. มูลค่า 3 แสนบาท นอกจากนี้ยังแจกผลงานวิจัยเจลแอลกอฮอล์ส่งไปช่วยพี่เหลือน้องชาวจีนและแจกให้กับพี่น้องชาวไทย กว่า 4,000 หลอด พร้อมแนะนำและถ่ายทอดความรู้ วทน. ที่สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้ สำหรับก้าวในอนาคตของ วว. ยังยึดมั่น มุ่งเน้นนำ วทน. เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการพัฒนาประเทศ มุ่งดำเนินงานสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม อย่างครบวงจร พัฒนาวิสาหกิจในทุกระดับ พร้อมสนองนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วย วทน. ก้าวสู่ปีที่ 59 ของ วว. นั้น จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะผลิตผลงานตอบโจทย์สังคม ประเทศชาติ พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่มีความเชี่ยวชาญให้สำเร็จเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มเป้าหมายและกระจายไปสู่กลุ่มอื่นๆ  

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182054578 437 จ๊อบส์ ดีบี เตรียมจัด “Virtual Career Fair by JobsDB” มหกรรมออนไลน์จ๊อบแฟร์ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือกระตุ้นให้คนหางานและองค์กรพบปะพูดคุยกันโดยตรง เกิดการจ้างงานช่วงวิกฤตโควิด-19 เปิดโอกาสให้คนหางานพบปะพูดคุยทีมทรัพยากรบุคคลจากบริษัทโดยตรง ในรูปแบบออนไลน์ ฟังก์ชันไลฟ์แชท และระบบสัมภาษณ์งานออนไลน์แบบตัวต่อตัว ตั้งแต่ 7 – 11 มิ.ย.64 "

จ๊อบส์ ดีบี เตรียมจัด “Virtual Career Fair by JobsDB” มหกรรมออนไลน์จ๊อบแฟร์ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือกระตุ้นให้คนหางานและองค์กรพบปะพูดคุยกันโดยตรง เกิดการจ้างงานช่วงวิกฤตโควิด-19  เปิดโอกาสให้คนหางานพบปะพูดคุยทีมทรัพยากรบุคคลจากบริษัทโดยตรง ในรูปแบบออนไลน์ ฟังก์ชันไลฟ์แชท และระบบสัมภาษณ์งานออนไลน์แบบตัวต่อตัว ตั้งแต่ 7 – 11  มิ.ย.64

    นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จ๊อบส์ ดีบี (JobsDB) ในฐานะแพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย เปิดตัว “Virtual Career Fair by JobsDB” มหกรรมออนไลน์จ๊อบแฟร์ ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นให้คนหางานและองค์กรต่าง ๆ ได้พบปะพูดคุยกันโดยตรง ตลอดจนทำให้เกิดการจ้างงานในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ โดยภายในงานได้รวบรวมตำแหน่งงานครบทุกสายงาน กว่า 3,000 ตำแหน่ง กว่า 100 บริษัท ทั้งธุรกิจไอที ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจการเงินการธนาคาร ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และอีกหลากหลายธุรกิจที่พร้อมเปิดประตูให้คนหางานเข้ามาพบปะพูดคุยถึงโอกาสในการหางานที่ใช่ โดยมีโอกาสได้ติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่า จะเป็นโปรไฟล์หรือข้อมูลของแต่ละองค์กรแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive Profile) ระบบแชทบอต (Chat Bot) ฟังก์ชันไลฟ์แชท  (Live Chat) รวมถึงการสัมภาษณ์งานออนไลน์แบบตัวต่อตัว (On-the-spot Interviews) นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมรับฟังเทคนิคและเคล็ดลับต่าง ๆ เกี่ยวกับการหางาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้แก่ กิจกรรมสตรีมมิ่งให้ความรู้จากกูรูและผู้บริหารจากหลากหลายธุรกิจที่จะมาพูดคุย แนะนำเทคนิคต่าง ๆ ในการทำงาน ทั้งเรื่องเงินเดือน การยื่นใบสมัครงาน การพัฒนาทักษะความสามารถ ตลอดจนถึงเทรนด์และแนวโน้มการทำงานใหม่ ๆ หรือการบริหารเงินเดือนอย่างไรไม่ให้เป็นหนี้ และ เรซูเม่ คลินิก (Resume Clinic) ที่เปิดโอกาสให้ผู้หางานนำเรซูเม่มาให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ และปรับแก้ไขให้โดดเด่นมากขึ้นก่อนสมัครงาน เพื่อให้ได้งานที่ใช่ตรงใจยิ่งขึ้น พร้อมโบนัสพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า มาอัพสกิลผ่านกิจกรรม “ยกระดับความรู้ ก้าวสู่งานที่ใช่” เลือกเรียนจากกว่า 80 คอร์ส พร้อมรับใบประกาศนียบัตร หลังเรียนจบ ฟรี อีกด้วย

   ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อร่วมงาน “Virtual Career Fair by JobsDB” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ http://jobsdb.me/vcfevent1 ระหว่างวันที่ 7–11 มิถุนายน 2564 ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) โทรศัพท์ 02-670-0700 

ตอบส่งต่อ

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182256580 438 กรมฝนหลวงฯ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรพร้อมยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ บริเวณ จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงฯ มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 13 หน่วยกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำ ต่างๆ ซึ่งวานนี้(20 พค) หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดพิษณุโลก ขึ้นบินปฏิบัติฝนหลวงยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดศรีสะเกษ หลังปฏิบัติการพบว่ามีฝนตกเล็กน้อยและไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่

สำหรับวันนี้ (21 พ.ค.64) ได้ขึ้นบินปฏิบัติการ 7 หน่วยฯ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนต่างๆ ทั้งหน่วยฯ จังหวัดเชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ลพบุรี  อุดรธานี อุบลราชธานี และจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่อีก 6 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จะติดตามสภาพอากาศตลอดทั้งวัน หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที



2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521152523432 439 ไทย นำร่องติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีอวกาศเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำ

ประเทศไทย นำร่องติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีอวกาศเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำ

              นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศภาคพื้นดิน Pandora (ground-based remote sensing) จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลคุณภาพอากาศจากดาวเทียม สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศครอบคลุมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยจะติดตั้งเครื่องมือ 3 เครื่อง คือ กรุงเทพมหานคร บริเวณอาคาร คพ. // เชียงใหม่ และสงขลา โดยไทยติดตั้งเครื่องมือเป็นที่แรกในภูมิภาคอาเซียนจากนั้นติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติมในอีก 4 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ สปป.ลาว ซึ่งการติดตั้งเครื่องมือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ “Building the Pan-Asia Partnership for Geospatial Air Pollution information” โดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียแปซิฟิก (เอสแคป) ร่วมกับ National Environment Research Institute (NEIR) และ Korea International Cooperation Agency (KOICA) มุ่งเน้นการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้ประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน บูรณาการข้อมูลจากอวกาศและภาคพื้นดิน เพื่อการติดตามมลพิษทางอากาศและการปรับปรุงข้อมูลคุณภาพอากาศในปี 2021-2023

             อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า คพ. และ สอทภ. ได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) และการเผาในที่โล่ง ความร่วมมือพัฒนาระบบบริหารการเผาในที่โล่ง (Burn Check) อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบการใช้งานระบบ และการติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศภาคพื้นดิน โดยได้ทดสอบการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งระบบจากประเทศเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกามาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งและเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบออนไลน์ ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยให้มีระบบการติดตามสถานการณ์มลพิษทางอากาศของประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมาก ซึ่ง คพ. ยินดีจะสนับสนุนงานร่วมกับทุกภาคส่วนพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อนำมาแก้ปัญหามลพิษทางอากาศของไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521150321418 440 จ.น่าน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดน่าน ปันน้ำใจสู้โควิด มอบผลผลิตการเกษตรแก่บุคลากรทางการแพทย์

        วันนี้ 21 พฤษภาคม 2564 ที่หน้าอาคารสิริเวชรักษ์ โรงพยาบาลน่าน นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำหัวหน้าส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดยนายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่มะม่วง ส่งมอบผลผลิตทางการเกษตร แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคในระลอกใหม่นี้ด้วย 

        โดยผลผลิตทางการเกษตรที่ส่งมอบประกอบด้วย 

        1. มะม่วงน้ำดอกเบอร์ 4 และน้ำดอกไม้สีทอง จำนวน 4 ตัน 

        2. มะม่วงเขียวเสวย จำนวน 100 กิโลกรัม 

        3. ข้าวสาร(หอมมะลิ 15 กก.) จำนวน 10 ถุง 

        4. ไข่ไก่ จำนวน 50 แผง 

        5. น้ำดื่ม จำนวน 50 แพ๊คมะม่วงทองจำนวน 5,000 ลูก มะม่วงจำนวน 250 กิโลกรัม ให้แก่ โรงพยาบาลน่าน 

        พร้อมกันนี้ ทางโรงพยาบาลน่าน จะได้จัดสรรค ผลผลิตทางการเกษตร และสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับมอบในครั้งนี้ นำไปแจกจ่ายให้แก่ โรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบความรัก ความห่วงใย สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และภารกิจต่อสู้กับปัญหา ของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยมี แพทย์หญิง อัจฉรา ละอองนวลพาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน และ นายนิยม ศิริ รองนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดน่าน และข้าราชการ บุคคลากรโรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ ทางด้าน นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์จึงจัดกิจกรรม เพื่อรณรงค์ส่งเสริมสินค้าเกษตรและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยเชิญชวนให้ส่วนราชการและประชาชนช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพดีไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกันอุดหนุนสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรง ส่งมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกัน ประกอบกับในขณะนี้เกิดการระบาดระลอกที่ 3 ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการแก้ไ-ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

2021-05-21T00:00:00 ภาคเหนือ น่าน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521155104466 441 คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เห็นชอบ (ร่าง) กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ ครม.พิจารณา "

คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เห็นชอบ (ร่าง) กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

              นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2564 แล้วให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป // เห็นชอบข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินการของสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย และภาคีร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกในการก่อสร้างและเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์คอนกรีต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป // เห็นชอบกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และเห็นชอบ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของราชอาณาจักรไทยกับกรมสิ่งแวดล้อมของสมาพันธรัฐสวิสเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายลงนามใน (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวแล้วให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบต่อไป

               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบการเข้าร่วมกลุ่มดำเนินงานด้านกรดไนตริกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (NACAG) ของประเทศไทย และการสรุปผลการเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี หัวข้อ ""Adaptation and Resilience"" ในการประชุม ""Leaders Summit on Climate"" ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างวันที่ 22- 23 เมษายน 2564 และผลงานเสวนา Media roundtable หัวข้อ“Partnering for Climate Action: Outcomes from the U.S. Climate Summit” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 ด้วย

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521153401444 442 จังหวัดสตูล ประชุมพิจารณาหารือการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2564

            วันที่ (21 พฤษภาคม 2564) นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล มอบหมาย นางอัญญาณี อุปการัตน์ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร ร่วมประชุมหารือแนวทางการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสตูล ประจำปี 2564 โดยมี นายหวน ทนงาน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล เป็นประธานการพิจารณาหารือ ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

            ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้พิจารณาคัดเลือกผลงานแปลงใหญ่จากเอกสารการส่งเข้าประกวด ประจำปี 2564 และกำหนดลงพื้นที่เพื่อพิจารณาคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่น ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521171054539 443 สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล จัดกิจกรรมการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายกาแฟ จังหวัดสตูล ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ปีงบประมาณ พ.ศ 2564 "            วันที่ (21 พฤษภาคม 2564) นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล มอบหมาย นางสาวจตุพร พรุเพ็ชรแก้ว หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กลุ่มช่วยเหลือฯ จัดกิจกรรมการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่าย ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ปีงบประมาณ พ.ศ 2564 โดยการจัดเวทีแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร วิเคราะห์สถานภาพและศักยภาพ (จุดแข็ง,จุดอ่อน) และจัดทำแผนปฏิบัติการกลุ่มเครือข่ายกาแฟ จังหวัดสตูล ให้กับสมาชิกกลุ่มเกษตรกร จำนวน 12 ราย เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ เพิ่มทักษะในการผลิตกาแฟ การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากกการแปรรูปกาแฟระดับพรีเมี่ยม และช่องทางการตลาด รองรับการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสวนคุณาดิน อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521171824542 444 กำหนดเขตโรคระบาดชนิด ลัมปี สกิน ในโค กระบือ

        ด้วยขณะนี้พบสถานการณ์ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ พบสัตว์ชนิดโคเนื้อ ป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

        ในท้องที่ชุมชนรุ่งอรุณ 2 หมู่ที่ 4 ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ, บ้านอุ่มยาง หมู่ที่ 6 ตำบลจานลาน อำเภอพนา และบ้านเหล่าฝ้าย หมู่ที่ 7 ตำบลดงบัง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังห้องที่จังหวัดอื่นๆ ได้จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด

        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

        ข้อ 1 ให้ท้องที่ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ของจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นเขต โรคระบาด ชนิดโรคลัมปี สกิน ในสัตว์ ชนิดโค กระบือ

        ข้อ 2 ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์ ชนิดโค กระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแตได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

        ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

        ( นายทวีป บุตรโพธิ์ )

    ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ

        หมายเหตุ : ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

2021-05-21T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521174437551 445 วช.จัดเสวนา “โควิด-19 กับความกลัว : กลัวโควิด กลัววัคซีน กลัวอด”เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและคลายข้อสงสัย ลดความกังวลใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ใช้ภายในประเทศ

วช.จัดเสวนา “โควิด-19 กับความกลัว : กลัวโควิด กลัววัคซีน กลัวอด”เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและคลายข้อสงสัย ลดความกังวลใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ใช้ภายในประเทศ

    นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานเปิดการเสวนาออนไลน์ เรื่อง “โควิด-19 กับความกลัว : กลัวโควิด กลัววัคซีน กลัวอด”เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและคลายข้อสงสัย ลดความกังวลใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ใช้ภายในประเทศ รวมถึงการรับทราบผลกระทบและผลข้างเคียง แนวทางแก้ไขทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ จากองค์ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างแท้จริง พร้อมกล่าวว่า การแก้ปัญหาและรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดย วช.สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อรองรับการระบาดในระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยทุกประเทศมีนโยบายการฉีดวัคซีนให้ประชาชนภายในประเทศให้เร็วที่สุด ด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานการแพทย์และสาธารณสุข วช.จึงเน้นงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถช่วยแก้ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจในระหว่างการเกิดวิกฤตโรคโควิด-19 รองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งการวิจัยจะช่วยให้ประเทศสามารถฟื้นตัวได้เร็ว เพิ่มภูมิคุ้มกันทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและสุขภาพให้กับประชาชนในประเทศ

  ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญในการลดการระบาด คือ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน เพื่อช่วยป้องกันการป่วยที่มีอาการรุนแรง ลดการสูญเสีย ซึ่งในอนาคตจะมีวัคซีนจากหลายบริษัทเข้ามา จึงจะต้องพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และอาจมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อหยุดยั้งการระบาดได้อย่างมีสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การขจัดความกลัวเกี่ยวกับเรื่องวัคซีน จึงควรเป็นการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง

   ขณะที่ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมแพทย์ กล่าวถึงความก้าวหน้าแนวทางการแก้ไขการเกิด VITT หรือ ภาวะเกร็ดเลือดต่ำ โดยการใช้ IVIG หลังการฉีดวัคซีน ซึ่งได้รับการอนุมัติแนวทางจาก สปสช.แล้ว อีกทั้งมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงผลข้างเคียงเกี่ยวกับระบบประสาท และมีการวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนใน 6 ด้าน อาทิ การสร้าง Vaccine Passport การสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใส เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการปรับตัวพร้อมเรียนรู้ไปพร้อมกัน ขณะนี้กรมการแพทย์ สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มประชาชนผู้ให้บริการด้านคมนาคม โดยจะเริ่มทดสอบระบบประมาณ 5,000 คน รองรับการฉีดวัคซีนได้วันละ 10,000 คนหรือ 300,000 คนต่อเดือน เชื่อจะสามารถเป็นอีกหนึ่ง Outlet ช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพมหานคร

 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า การวิจัยได้มีการแบ่งการทำงานเป็นระยะต่าง ๆ โดยยึดหลักการตาม WHO มีความพร้อมด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถส่งเสริมและต่อยอดให้กับภาครัฐและภาคเอกชนได้ โดยความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย Oxford และบริษัท Astrazeneca ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการผลิตชีววัตถุ และส่งเสริมในเชิงธุรกิจต่อไปได้ ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้ วช.จะรวบรวมเอาองค์ความรู้ ไปเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยนำมาออกแบบเป็นนโยบาย หรือมาตรการ ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182441581 446 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ส่งมอบ “ตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก” แก่เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยและคัดกรองผู้ติดเชื้อได้ดีขึ้น

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ส่งมอบ “ตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก” แก่เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยและคัดกรองผู้ติดเชื้อได้ดีขึ้น


   รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และรศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ร่วมส่งมอบ “ตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก” แก่เรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยนายสันทัด ชินโชติ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ เป็นผู้รับมอบ ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ยังส่งมอบ “เครื่องกำจัดเชื้อไวรัสและกรองอากาศด้วยระบบโคโรน่าดิสชาร์จ” แก่โรงพยาบาลสูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมาด้วย

  สำหรับตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก เป็นนวัตกรรมสำหรับคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค โดยตู้คัดกรองฯ จะมีระบบดูดอากาศผ่านแผ่นกรอง HEPA filter เข้าสู่ภายในตู้คัดกรองฯ เพื่อให้มีความดันภายในตู้มากกว่าความดันบรรยากาศ 25 ปาสคาล เพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ปฏิบัติงานที่นั่งอยู่ภายในตู้คัดกรองฯ ปลอดภัยจากเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจ และยังนั่งปฏิบัติงานภายในตู้คัดกรองฯ ได้อย่างสบาย อีกทั้งยังออกแบบให้ผลิตได้ง่าย เพื่อให้ช่างท้องถิ่นนำแบบไปผลิตตามด้วยวัสดุในท้องถิ่น ที่มีต้นทุนประมาณ 100,000 บาท โดยสถาบันฯ จะเผยแพร่แบบเพื่อนำไปผลิตโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างช่องทางกระจายรายได้สู่ช่างฝีมือท้องถิ่น เพื่อให้โรงพยาบาลและชุมชนสามารถมีทางเลือกพึ่งพาตนเองได้เป็นอย่างดี

2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182605582 447 เนคเทค-สวทช.จัดเสวนา AI FOR THAI ก้าวต่อไปสู่แพลตฟอร์ม AI แห่งชาติ ล่าสุด ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรเพิ่มสมรรถนะ AI FOR THAI ให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นและให้บริการได้อย่างยั่งยืน "

 เนคเทค-สวทช.จัดเสวนา AI FOR THAI ก้าวต่อไปสู่แพลตฟอร์ม AI แห่งชาติ ล่าสุด ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรเพิ่มสมรรถนะ AI FOR THAI ให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นและให้บริการได้อย่างยั่งยืน มุ่งหวังเป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของไทย นำไปสู่การดำเนินงานตามแผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยแข่งขันในเวทีโลกได้ 

      นายชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.) กล่าวว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศมีความสำคัญเป็นอย่างมากและจำเป็นต้องมีเครื่องมือสําหรับการพัฒนาบุคลากรด้านAI เชิงลึก ที่ตรงกับโจทย์การพัฒนาประเทศของไทย โดย นักวิจัย นักพัฒนานักศึกษา สามารถนําผลงานพัฒนาด้าน AI มาเปิดบริการเพื่อทดสอบที่แพลตฟอร์ม AI FOR THAI (www.aiforthai.in.th) ขณะเดียวกันภาคธุรกิจที่สำคัญอุตสาหกรรมซึ่งมี S-Curve ด้าน AI แบบก้าวกระโดด สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำคัญให้ Startup/SME เชื่อมต่อไปทดลองสร้างนวัตกรรมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย AIFORTHAI แพลตฟอร์มบริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2562 ภายใต้แนวคิด “AI สัญชาติไทย” ล่าสุดแพลตฟอร์ม AI FOR THAI ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ให้การสนับสนุนด้านทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางด้าน AIและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี

         ทั้งนี้ เนคเทค-สวทช.ได้จัดเสวนา AI FOR THAI ก้าวต่อไปสู่แพลตฟอร์ม AI แห่งชาติ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปัจจัยและความท้าทายของการพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทยสู่ AI Service Platform ระดับประเทศ  

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521183249587 448 นาโนเทค สวทช. ส่งมอบหน้ากากอนามัย n-Breeze ให้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน "

 นาโนเทค สวทช. ส่งมอบหน้ากากอนามัย n-Breeze ให้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

    ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.วรล อินทะสันตา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุผสมและการเคลือบนาโน นำหน้ากากอนามัย n-Breeze จำนวน 3,500 ชิ้น เป็น หน้ากากอนามัย n-Breeze M02 จำนวน 1,000 ชิ้น และหน้ากากอนามัย n-Breeze M03 จำนวน 2,500 ชิ้น ให้แก่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน โดยมี ผศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน 

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521192333603 449 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,579 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 44.04 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.648 ล้านโดส "

อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,579 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 44.04 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.648 ล้านโดส

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,579 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 26.8 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 279 ล้านโดส มีชาวอเมริกันกว่า 127 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

   ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีน แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 44.04 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 29.9% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 24.317 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 2,648,256 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 42.1%

" 2021-05-21T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521200610608 450 ผู้ว่าฯ พิจิตร ติดตามการดำเนินการควบคุมโรคลัมปีสกินในโคกระบือ ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด

        วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ ชุนเกาะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายสุพจน์ รัตนรุ่งเรือง  รักษาราชการแทนนายอำเภอโพทะเล นายบุญศักดิ์ เกลียวกมลทัต ปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร ร่วมกับด่านกักกันสัตว์พิจิตรและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอโพทะเล ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเฝ้าระวังและป้องกันโรคลัมปี สกิน โดยสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรในเรื่องโรคและการป้องกันโรค การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และการกำจัดสัตว์พาหะนำโรคบริเวณคอกสัตว์ โดยการพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อลดแมลงพาหะนำโรคและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สำหรับโรคลัมปีสกิน เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นโรคที่เกิดเฉพาะใน โค กระบือ ซึ่งไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ ลักษณะอาการคือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วยโรคนี้มีแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวันดูดเลือด และยุง เป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ ปัจจุบันอำเภอโพทะเล พบโคที่มีอาการคล้ายโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่อำเภอโพทะเล จำนวนเกษตรกร 6 ราย จำนวนโคในฟาร์ม 132 ตัว พบจำนวนโคที่แสดงอาการป่วย จำนวน 22 ตัว โดยปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิดลัมปี สกิน ในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบจุดเกิดเหตุ เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์ เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี 50 กม. รอบจุดเกิดโรค 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคเหนือ พิจิตร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202035610 451 ผู้ว่าฯ พิจิตร ติดตามการดำเนินการควบคุมโรคลัมปีสกินในโคกระบือ ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด

        วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ ชุนเกาะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายสุพจน์ รัตนรุ่งเรือง  รักษาราชการแทนนายอำเภอโพทะเล นายบุญศักดิ์ เกลียวกมลทัต ปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร ร่วมกับด่านกักกันสัตว์พิจิตรและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอโพทะเล ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเฝ้าระวังและป้องกันโรคลัมปี สกิน โดยสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรในเรื่องโรคและการป้องกันโรค การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ และการกำจัดสัตว์พาหะนำโรคบริเวณคอกสัตว์ โดยการพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อลดแมลงพาหะนำโรคและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สำหรับโรคลัมปีสกิน เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นโรคที่เกิดเฉพาะใน โค กระบือ ซึ่งไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ ลักษณะอาการคือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วยโรคนี้มีแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวันดูดเลือด และยุง เป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ ปัจจุบันอำเภอโพทะเล พบโคที่มีอาการคล้ายโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่อำเภอโพทะเล จำนวนเกษตรกร 6 ราย จำนวนโคในฟาร์ม 132 ตัว พบจำนวนโคที่แสดงอาการป่วย จำนวน 22 ตัว โดยปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิดลัมปี สกิน ในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบจุดเกิดเหตุ เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์ เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี 50 กม. รอบจุดเกิดโรค 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-21T00:00:00 ภาคเหนือ พิจิตร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202035611 452 นายอำเภอศรีณรงค์ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาฝุ่นละอองจากก่อสร้างถนน แจ้งท้องถิ่นและ สาธารณสุขแก้ไขปัญหาเร่งด่วน

          นายคเณศวร เกษอินทร์ นายอำเภอศรีณรงค์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีประชาชนร่วมกันลงชื่อแจ้งความเดือดร้อนจากเหตุฝุ่นละอองจากการก่อสร้างถนนเส้นทางระหว่างบ้านณรงค์-โรงพยาบาลศรีณรงค์ ซึ่งตรวจสอบแล้วบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏป้ายโครงการของหน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบ โดยมีนายปราโมทย์ ว่องไว ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบต.ณรงค์ และพนักงาน อบต.ณรงค์ ชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา

          กรณีดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.ณรงค์ ได้รายงานให้ทราบว่า อบต.ณรงค์ ได้แก้ไขปัญหาด้วยการนำรถน้ำ อบต.ณรงค์ รดพรมดินเพื่อลดฝุ่นละอองแล้ว และได้ประสาน อบจ.สุรินทร์ ผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าวทราบพิจารณาแก้ไขปัญหาระยะต่อไป

          ทั้งนี้ นายอำเภอศรีณรงค์ ได้กำชับให้ อบต.ณรงค์ ร่วมประสานกับสาธารณสุขอำเภอ

2021-05-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522072852626 453 ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.32 ร่วมกับ ทสม.ตำบลพิชัย สร้างฝายชะลอน้ำเป็นแนวป้องกันไฟป่า

        มทบ.32/ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.32 จัดกำลังพลจิตอาสาของหน่วยร่วมกับ อบต.พิชัย และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 2 ฝาย ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านต้นต้อง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อเป็นการเก็บกักน้ำไว้ใช้อุปโภค/บริโภคห้วงฤดูแล้งและเป็นการสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผืนป่าในบริเวณดังกล่าวป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ในอนาคตต่อไป

        ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว มทบ.32 ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเพราะนอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการดำเนินการที่มุ่งก่อเกิดประโยชน์กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมฯ ต่างรู้สึกดีใจที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติอันสำคัญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะช่วยกันดูแลให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-22T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123057707 454 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและมอบยาถ่ายพยาธิ โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและมอบยาถ่ายพยาธิ โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

          ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดยนายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จำนวน 1 ราย เป็นเกษตรกรบ้านห้วยปลาฝา เลี้ยงโคเนื้อ 3 ตัว ที่บ้านห้วยปลาฝา หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และมอบยาถ่ายพยาธิ โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

          จากนั้น ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายมอบยาถ่ายพยาธิ จำนวน 10 ขวด แก่เกษตรกรเจ้าของศูนย์ ศพก. ผู้เลี้ยงกระบือ โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านปศุสัตว์สำหรับ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ พร้อมให้คำแนะการถ่ายพยาธิกระบือ ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

2021-05-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522102545652 455 สำนักงานเกษตรอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ร่วมติดตามการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ ฉีดพ่นปุ้ยจากมูลไก่ เพื่อลดปัญหาการเกิดแมลงวันเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง

สำนักงานเกษตรอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ร่วมติดตามการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ ฉีดพ่นปุ้ยจากมูลไก่ เพื่อลดปัญหาการเกิดแมลงวันเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง

          นายทวี ศรีวรรณา นักวิชากรส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอภูเรือ มอบหมายให้นางสาวชลทิพย์ ชลานุเคราะห์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ พร้อมด้วย คณะกรรมการแปลงใหญ่ ร่วมต้อนรับนางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม นายอำเภอภูเรือ พร้อมด้วยปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ ที่ทำการปกครองอำเภอภูเรือ ร่วมติดตามการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ ฉีดพ่นปุ้ยจากมูลไก่ เพื่อลดปัญหาการเกิดแมลงวัน ณ ที่ทำการกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่แก้วมังกรตำบลร่องจิก หมู่ 4 ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

          จากนั้น นายทวี ศรีวรรณา นักวิชากรส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอภูเรือ มอบหมายให้นางสาวเบญจรัตน์ วันทองสุข จพง.เคหกิจเกษตรชำนาญงาน เยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง ปัจจัยความสำเร็จในการประกอบอาชีพการเกษตรของ Smart Farmer นายสุรินทร์ สุธงษา บ้านหนองบง หมู่ 4 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และรับมอบวัสดุผีกอบรมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรม สร้างอาหารปลอดภัย เสริมอาชีพ ลดรายจ่าย จากนายนิสันดิ์ กงเพชร นวส.ปฏิบัติการ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดเลย (พืชสวนเลย) เพื่อเตรียมสำหรับฝึกอบรมเกษตรกร จำนวน 4 รุ่น ณ สำนักงานเกษตรอำเภอภูเรือ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย


2021-05-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522102809653 456 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ พร้อมเร่งแผน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ พร้อมเร่งแผน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (22 พ.ค.64) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 174 มิลลิเมตร // เพชรบุรี 50 มิลลิเมตร // ตราด 54 มิลลิเมตร และสตูล 90 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง // ภาคตะวันออกและภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 38,108 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,373 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดระนอง ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามการดำเนินการตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ กฟผ. เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน ด้วยการจัดทำเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ (Dynamic Operation Curve) ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของ กฟผ. 12 แห่ง // จัดทำแผนการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงปริมาณน้ำเกินความจุ คือ เขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนบางลาง โดยติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อทบทวนและปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมตลอดช่วงฤดูฝน // ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อน อาคารชลศาสตร์ ประตูระบายน้ำและสถานีโทรมาตรให้มีความพร้อมต่อการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมชลประทานกำจัดวัชพืชผักตบชวา และสิ่งปฏิกูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ บริเวณเหนือประตูระบายน้ำยางมณีในพื้นที่ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ส่วนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้บินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบริเวณ จ.พัทลุง จ.สงขลา และบินสำรวจพื้นที่อ่างเก็บน้ำและพื้นที่การเกษตร เพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงบริเวณ จ.เพชรบุรี

2021-05-22T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522101627645 457 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-22T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522102342650 458 เกษตรกรเมืองสงขลา เก็บสละอินโด ผลโตหวานกรอบ จำหน่ายสร้างรายได้ ไร้กระทบโควิด-19

เกษตรกรเมืองสงขลา เก็บสละอินโด ผลโตหวานกรอบ จำหน่ายสร้างรายได้ ไร้กระทบโควิด-19

          นายหมัดแสละ หีมหมัด วัย 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 276 หมู่ 5 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกสละพันธุ์อินโด ประมาณ 150 ต้น หลังปลูกมา 2 ปี สละอินโด เริ่มให้ผลผลิต สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอย่างตอเนื่องนอกจากการทำอาชีพหลักคือสวนยางพารา

          ในขณะเดียวกัน สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลาได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำในการจัดการสวนทั้งการใส่ปุ๋ย การตัดแต่งต้น การผสมเกสร การเก็บเกี่ยวผลผลิต และการจัดการศัตรูพืช หากพบปัญหาศัตรูพืช รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลาก็ได้เข้ามาเยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกสละอินโดอย่างต่อเนื่อง

          นายหมัดแสละ หีมหมัด กล่าวว่า ตนและครอบครัวประกอบอาชีพทำสวนยางและมีพื้นที่ว่างใกล้ๆบ้านประมาณ 1 ไร่ ก็ได้นำต้นสละอินโดมาปลูก เนื่องด้วยสละอินโดเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว ดูแลง่าย แต่เป็นพืชที่แตกหน่อคล้ายไผ่ ลำต้นและทางใบมีหนาม จะต้องหมั่นตัดแต่งต้นและทางใบสม่ำเสมอเพื่อสะดวกในการจัดการ สามารถปลูกแซมสวนยางพารา และสวนผลไม้ได้ ให้ผลผลิตตลอดปี หลังปลูกเพียง 2 ปีเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งตนและภรรยาจะใช้เวลาว่างหลังจากทำสวนยางเข้าสวนสละอินโด เพื่อตัดแต่งกอและทางใบ ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นบำรุงผล เมื่อสละอินโดเริ่มแทงช่อดอก จะทราบได้ว่าเป็นต้นเพศผู้ หรือต้นเพศเมีย แต่ละต้นจะแยกเพศกัน หากต้องการให้ได้ผลผลิตสูงจึงต้องช่วยผสมเกสร โดยตัดช่อดอกเกสรตัวผู้นำไปเคาะละอองเกสรเพศผู้หรือวางช่อดอกเกสรตัวผู้บนช่อดอกเกสรตัวเมียของต้นเพศเมีย

          หลังผสมเกสรประมาณ 5-6 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ ผลสละอินโด มีลักษณะกลม ผลโต สีน้ำตาลคล้ำถึงดำ ผลสุกเต็มที่มีรสชาติ หวาน หอม กรอบ อร่อย ซึ่งสละอินโดในสวนของต้น จะให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละประมาณ 7-10 กิโลกรัม/ปี แต่ละครั้งจะเก็บผลสละอินโด ได้ประมาณ 30-50 กิโลกรัม จะเก็บ 15 วันต่อครั้ง 


สำหรับวิธีการเก็บผลผลิตสละอินโดในสวนของบังหมัดแสละ จะต้องชิมผลทุกช่อก่อนตัด หากยังมีรสฝาด จะไม่ตัดเด็ดขาดจะต้องมีรสชาติ หวาน กรอบเท่านั้น การชิมผลก่อนตัดทำให้ได้สละที่หวาน กรอบ อร่อยไม่มีรสฝาด เป็นที่ต้องการของลูกค้า โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งลูกค้าจะมาซื้อที่บ้าน มีทั้งลูกค้าในอำเภอ และต่างจังหวัด สามารถสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวเป็นอย่างดี 


นายหมัดแสละ หีมหมัด กล่าวอีกว่าจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้มีผลกระทบกับผลผลิตและการจำหน่ายสละอินโดแต่อย่างใด เพราะผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ความเชื่อมั่นในผลผลิต ซึ่งมีผลโต หอม หวาน กรอบอร่อยเมื่อได้กินแล้วจะติดใจ และสละอินโดนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจและสามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี  


ปัจจุบันมีเกษตรกรในอำเภอเมืองสงขลาหลายรายเริ่มนำสละอินโด มาปลูกแซมสวนยางพารา และปลูกแซมสวนผลไม้สร้างรายได้เสริม ผู้ใดสนใจสละอินโด ผลโตสดจากสวน ติดต่อบังหมัดแสละ โทร 087-3972297

2021-05-22T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522111113665 459 "หนองคาย ประชาสัมพันธ์ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า""" "

          สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ประจำปี 2564 ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

          เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ค. 64) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย นำโดยนางจิดาภา แก่นนาคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย ได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ประจำปี 2564 ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย

          โดยได้มีการตั้งป้ายนิทรรศการพร้อมแจกจ่ายแผ่นพับให้ความรู้ และรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อหาสินค้า และผู้ประกอบการภายในตลาดเป็นอย่างดี

          สำหรับโครงการ .สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า. ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และศักยภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษา โรคพิษสุนัขบ้าในคน โดยบูรณาการความรู้ทางทฤษฎีสู่การบริการวิชาการให้กับชุมชนและสังคม ซึ่งประชาชนในชุมชนจะได้รับความรู้ และเห็นความสำคัญถึงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า เกิดทัศนคติที่ดีต่อการมีพฤติกรรมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สามารถลดความเสี่ยงจากโรค และป้องกันการสูญเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว

          นางจิดาภา แก่นนาคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า วันนี้ทีมงานจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้ออกมารณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ตามโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ประจำปี 2564 ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย พร้อมกับทีมงานจากเทศบาลเมืองหนองคาย ที่ได้ออกมารณรงค์ในเรื่องของการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับคน ส่วนทีมงานประชาสัมพันธ์ฯ ก็ให้ความสำคัญทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เมื่อมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราให้ความรักความเอ็นดูแล้ว ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแล ป้องกัน และแก้ไข สัตว์เลี้ยงของเรา

          ทีมงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย มีความยินดีที่จะออกมาให้ความรู้ ประชาชนและผู้ประกอบการที่ยินดีตอบรับความรู้ที่ทางทีมงานฯ มอบให้ ซึ่งโครงการฯ นี้ เป็นโครงการที่ดีของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ส่งต่อมายังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย ซึ่งทางสำนักงานประชาสัมพันธ์ฯ ก็ได้ส่งต่อไปยังประชาชนอีกต่อหนึ่ง

" 2021-05-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522111626667 460 "คณะเกษตร มรภ.สงขลา ชวนร่วมอบรมออนไลน์ ""การผลิตปุ๋ยอินทรีย์"" วันที่ 25 พ.ค. นี้" "

คณะเทคโนโลยีการเกษตร มรภ.สงขลา เชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้น ""การผลิตปุ๋ยอินทรีย์"" แบบออนไลน์ วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เผย วิทยากรพร้อมถ่ายทอดความรู้รอบด้าน

          คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมชมและร่วมกิจกรรม ""การผลิตปุ๋ยอินทรีย์"" โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ศิษย์เก่า คณะเทคโนโลยีการเกษตร มรภ.สงขลา ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00-16.00 น. ผ่านทางเพจ Facebook คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยากรโดย ผศ. ดร.อมรรัตน์ ชุมทอง รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มรภ.สงขลา หัวข้อการอบรม ประกอบด้วย การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดคุณภาพสูง การผลิตวัสดุเพาะกล้าทดแทนพีทมอส การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนสูตรแหนแดง การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์อย่างง่าย

" 2021-05-22T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522120207693 461 "ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย ลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ ""โคก หนอง นา"" อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย" "

ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย ลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ ""โคก หนอง นา"" อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย

          นายทวิชาติ นิลกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย ลงพื้นที่ติดตามสนับสนุนงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ ""โคก หนอง นา"" ในพื้นที่อำเภอนาด้วง โดยมีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านโนนสวาท หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสวรรค์ ซึ่งเป็นการดำเนินงานในรูปแบบ HLM

          ทั้งนี้ นายคมสิทธิ์ สุริยวรรณ พัฒนาการจังหวัดเลย พร้อมด้วยนางสาวเมตตา แสนอินอำนาจ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ได้ลงพื้นที่เเละได้มีการชี้แจงการดำเนินงานเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินงาน และครัวเรือนเป้าหมายได้ให้ข้อมูล ในการดำเนินงานขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ โดยพบว่าพื้นที่ครัวเรือนเป้าหมายมีความพอใจ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ในการสร้างศูนย์เรียนรู้การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ ""โคก หนอง นา""

          ในการนี้ นายกฤษฎา โพธิ์ชัย นายอำเภอนาด้วง เเละนางพัฒนา ธรรมสรณกุล พัฒนาการอำเภอนาด้วง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน ร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลที่บ้านโนนสวาท หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสววรค์ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย

" 2021-05-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522121237698 462 ผู้ว่าฯ แพร่ ตรวจติดตามการขุดลอกลำเหมืองหิตและห้วยร่องสวรรค์ เพื่อกำจัดวัชพืชกีดขวางลำน้ำ ป้องกันอุทกภัย

        สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ รายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.64)  เวลา 10.00 น. นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยพันเอก สุชาติ พุ่มสุวรรณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่(ฝ่ายทหาร), ตัวแทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่, ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลเมืองแพร่ลงพื้นที่ตรวจติดตาม การขุดลอกลำเหมืองหิต    และกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ ความยาวกว่า 200 เมตร เพื่อเปิดทางน้ำให้สามารถไหลได้สะดวกป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

        จากนั้นเวลา 10.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดลอกลำห้วยร่องสวรรค์ และกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำในการเปิดทางน้ำให้สามารถไหลได้สะดวกป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ที่บ้านนาแหลม หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ 

2021-05-22T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522124014714 463 ปศุสัตว์ชัยภูมิ จับกุมเนื้อสุกรเถื่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเเละป้องกันการเเพร่ระบาดของโรค

          วานนี้ 21 พฤษภาคม 2564 นางศรีสมัย โชติวนิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองบัวระเหว สืบหาข่าวและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองบัวระเหว และได้สนธิกำลังเข้าออกตรวจสอบในพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ พบผู้กระทำความผิด 2 ราย ดังนี้

                    1.ผู้ต้องหารายที่ 1 เหตุเกิดที่ร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ เลขที่ 102 ม.6 ต.หนองบัวระเหว จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารรับรองรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ (แบบ รน.) และไม่มีใบอนุญาตให้นำ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์เข้า-ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด (แบบ ร.3) ของกลางเนื้อสุกรบด จำนวน 18 กิโลกรัม มูลค่า 1,440 บาท

                    2.ผู้ต้องหารายที่ 2 เหตุเกิดที่ร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ เลขที่ 23 ม.3 ต.โคกสะอาด จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารรับรองรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ (แบบ รน.) ใบอนุญาตทำการค้า หรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว (ร.10/1) และไม่มีใบอนุญาตให้นำ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์เข้า-ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด (แบบ ร.3) ของกลางเนื้อสุกรบด 49 กิโลกรัม เเละขาหมู 2 กิโลกรัม มูลค่ารวม 4,365 บาท

          ทั้งนี้ จังหวัดชัยภูมิได้ประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Africa Swine Fever) ในสัตว์ หรือซากสัตว์ชนิดสุกรและหมูป่า ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิด ดังนี้

                    1.จำหน่ายเนื้อสัตว์โดยมิได้รับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามมาตรา 38 และมีบทลงโทษตามมาตรา 62 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559

                    2.ทำการค้า หรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามมาตรา 24 มีบทลงโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558

                    3.เคลื่อนย้ายซากสัตว์ภายในเขตประกาศเฝ้าระวังโรคระบาดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำพื้นที่ ตามมาตรา 24 มีบทลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 66 ตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 


นอกจากนี้ได้ขอรับของกลางจากพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการทำลายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 13(4)และมาตรา40(4)แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันทำลายโดยการฝัง สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้มงวดของกรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ และความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

2021-05-22T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิ สวท.ชัยภูมิ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123232708 464 ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำจิตอาสา ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในพื้นที่อำเภอแม่ทา "

        ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำจิตอาสา ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในพื้นที่อำเภอแม่ทา ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนนำประชาชนจิตอาสา ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในพื้นที่อำเภอแม่ทา เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอำเภอแม่ทามีเป้าหมายก่อสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 132 ฝาย 

        วันนี้ (22 พ.ค.64) บริเวณห้วยต้นยาง บ้านทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสา ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ "" 1,300 ปี 1,300 ฝาย "" โดยมี นายสมาน กองแก้ว นายอำเภอแม่ทา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร ร่วมกิจกรรม ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้ร่วมก่อสร้างฝายกับประชาชนที่ห้วยต้นยาง และที่บริเวณป่าชุมชนหมู่บ้านทาปลาดุก นายอำเภอแม่ทา กล่าวว่า อำเภอแม่ทา แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 ตำบล 71 หมู่บ้าน 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีประชากรจำนวน 38,284 คน มีเนื้อที่ทั้งหมด 776.82 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาสลับกับพื้นราบเชิงเขา มีความสูงชัน มีลักษณะภูมิประเทศยาวตามลำน้ำแม่ทา มีแม่น้ำสายหลัก เพียงสายเดียว และมีแหล่งน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งค่อนข้างน้อย มีเพียงอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก กั้นเก็บน้ำตามลำห้วยสาขา ซึ่งในฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ในฤดูฝนเกิดอุทกภัยเป็นประจำทุกปี แต่มีป่าชุ่มน้ำ ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น และมีน้ำคอยเติมอ่างเก็บน้ำ สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย อำเภอแม่ทา ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างฝายจำนวน 100 ฝาย โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานป่าไม้ทุกหน่วยในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการกำหนดจุดสร้างฝาย โดยได้กำหนดจุดสร้างฝายจำนวน 132 แห่ง ประกอบด้วย ตำบลทาปลาดุก 50 แห่ง ตำบลทาสบเส้า 17 แห่ง ตำบลทากาศ 9 แห่ง ตำบลทาแม่ลอบ 26 แห่ง ตำบลทาขุมเงิน 20 แห่ง สภ.ทากาศ 5 แห่ง และ สภ.แม่ทา 5 แห่ง เพื่อให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ โดยการสร้างฝาย ปลูกป่า เพื่อป้องกันภัยแล้ง ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมถึง การสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติแก่ประชาชนในพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย เป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งที่ทุกพื้นที่มักจะประสบในปัจจุบัน ซึ่งแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาของจังหวัดลำพูนนั้น ได้ใช้หลักการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยดำเนินการในทุกมิติ อาทิ การอนุรักษ์ฟื้นฟู การปรับปรุงซ่อมแซม แหล่งเก็บกักน้ำ และสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งจังหวัดลำพูนมีความคาดหวังว่า การก่อสร้าง ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำ ตามโครงการ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย จะช่วยป้องกัน แก้ไขปัญหา ภัยแล้ง และอุกภัยในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดลำพูนอย่างยั่งยืน



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

" 2021-05-22T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522191618823 465 เทศบาลนครหาดใหญ่ จัดโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2564

เทศบาลนครหาดใหญ่ จัดโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2564

          วันนี้ 22 พฤษภาคม 2564 เทศบาลนครหาดใหญ่ นำโดย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เป็นประธาน พร้อมด้วยรองนายกเทศมนตรี นายภคนันท์ ประทุมชาติภักดี ประธานสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ เลขานุการนายกเทศมนตรี ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ รองปลัดเทศบาลฯ สมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้ง 4 เขต พนักงาน พนักงานจ้าง คณะกรรมการชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2564 ซึ่งได้จัดกิจกรรมปลูกต้นยมชวน จำนวนกว่า 150 ต้น ณ บริเวณสนามกีฬา แห่งที่ 2 (วัดปรักกริม) บริเวณโดยรอบ เพื่อได้พร้อมใจกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจไว้เป็นอเนกประการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ความจงรักภักดีจนเป็นที่ประจักษ์แก่ผองพสกนิกร

          อีกทั้ง การจัดกิจกรรมยังเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกฝ่าย ได้เกิดความรัก ความผูกพัน รวมทั้งเพื่อเป็นกิจกรรมสานพลังแห่งปณิธานสร้างความดีอย่างต่อเนื่อง

2021-05-22T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522214209850 466 สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส แจ้งพยากรณ์อากาศประจำวัน บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองกระจายและฝนหนักบางแห่ง

          วันนี้ (23 พ.ค. 64) นายมะณี อุทรักษ์ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้พยากรณ์อากาศประจำวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ จนถึงเวลา 06.00 น. วันพรุ่งนี้ บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองกระจายและฝนหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

         ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณอำเภอรือเสาะ ศรีสาครจะแนะ สุคิริน และแว้ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ห่างฝั่งทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

2021-05-23T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523084534862 467 นายกรัฐมนตรี ห่วงใยเกษตรกร สั่งเร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ เพิ่มความเข้มงวดป้องกันลักลอบนำเข้า

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก  ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบือ ใน 35 จังหวัด ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตกและภาคใต้ โดยมีโค กระบือ ป่วยกว่า 6,763 ตัว จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรค ตามมาตราการที่กรมปศุสัตว์กำหนด ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน ซึ่งถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

นายกรัฐมนตรี จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบในการทำงาน มีความรัดกุมในการดำเนินมาตรการควบคุมโรค โดยให้มีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด

นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยเกษตรกร โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบือ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก พร้อมกับเข้าใจถึงแนวทางการรับมือ ควบคุมและป้องกันโรคอย่างถูกต้องและไปกังวลถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายโค กระบือ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำโรคเข้ามาเพิ่มในประเทศไทย รวมถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้โรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ กรณีมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนด จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด


 

2021-05-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523123549918 468 นายกรัฐมนตรี กำชับบังคับใช้กฎหมายป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมายตามพันธกรณีระหว่างประเทศเข้มงวด

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก  ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาและมาตรการป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมาย  เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้บังคับใช้กฎหมายที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้วให้เข้มงวดและต่อเนื่อง เพราะการดำเนินงานการที่เข้มงวดได้ จะส่งผลสำคัญต่อทั้งภาพลักษณ์และความสามารถในการส่งออกอาหารทะเลของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปี 2564 แสดงข้อมูลว่าการส่งออกของไทยได้กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาสและมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักๆ นายกรัฐมนตรีจึงได้กำชับให้มีการการดำเนินทุกมาตรการที่จะสนับสนุนการส่งออก ซึ่งอาหารทะเลเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทยด้วย

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การดำเนินการตามกฎหมายต่างๆ จะต้องทำควบคู่ไปกับการบรรเทาผลกระทบต่อประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชน โดยให้มีกลไกการแก้ไขปัญหา  บรรเทาผลกระทบที่มีทุกภาคส่วนเข้ารวมทั้งประชาชน ประชาสังคม ภาครัฐ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาครอบคลุมประเด็นที่รอบด้าน สร้างความเชื่อมั่นต่ออาหารทะเลไทยของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ไปพร้อมกับการทำประมงที่ยั่งยืน

รายงานของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมาประเทศไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ในหลายด้าน เช่น การปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 17 ฉบับ การบริหารจัดการประมงทะเลไทยและการจัดการกองเรือไทย โดยมีการบริหารจัดการจำนวนเรือประมงเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรประมง การออกใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์และใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำ มีการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงให้เป็นไปตามกฎระเบียบทั้งในและระเบียบระหว่างประเทศ บังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรการทางปกครองควบคู่กับการใช้บทลงโทษทางอาญา การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยมาตรการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงไปยังแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ ตลอดจนจัดระเบียบแรงงานประมง โดยมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของคนประจำเรือและป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ปราบปรามการค้ามนุษย์ และดำเนินมาตรการในการพัฒนาการประมงของไทยให้ปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU-Free Thailand)


 

2021-05-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523124357924 469 การควบคุมโรคระบาดโรคลัมปี สกิน ใน 35 จังหวัดฉีดวัคซีนเร่งด่วน "

        น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค-กระบือ ใน 35 จังหวัด ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ โดยมีโค-กระบือ ป่วยกว่า 6,763 ตัว จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรค ตามมาตราการที่กรมปศุสัตว์กำหนด ไม่ว่าจะเป็นควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ, ป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนำโรค, รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน โรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค-กระบือ ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นายกรัฐมนตรี จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบในการทำงาน มีความรัดกุมในการดำเนินมาตรการควบคุมโรค โดยให้มีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด

         น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความห่วงใยเกษตรกร โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค- กระบือ

        นายกฯ ยังกังวลถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำโรคเข้ามาเพิ่มในประเทศไทย รวมถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้โรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด




 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

" 2021-05-23T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523132810937 470 รมต.ประภัตร สส.ณัฐวุฒิ ประชุมบริหารจัดการน้ำลุ่มท่าจีนช่วยเกษตรชาวนาสุพรรณบุรี

        ที่บ้านเรือนไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคชาติไทยพัฒนา นายวิชัย ภูมิวัฒนาชัย (สจ.ช้าง) ผู้นำท้องถิ่นในเขตอำเภอสามชุก อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า อำเภอศรีประจันต์ และอำเภอสองพี่น้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำท่าจีน เนื่องจากหลังจากวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 กรมชลประทานประกาศว่าเข้าสู่ฤดูฝน เกษตรกรชาวนา ได้เริ่มลงมือทำนา และหว่านข้าวกัน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำ (แก้มลิง) ผักไห่-เจ้าเจ็ด ได้ทำการหว่านข้าว และข้าวยืนต้น เต็มพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประมาณ 3-4 แสนไร่ ในขณะนี้เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงมาประมาณ 10 วัน ประกอบกับทางกรมชลประทานมีน้ำต้นทุนน้อย จึงทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งทุกพื้นที่ในเขตอำเภอบางปลาม้าและสองพี่น้อง น้ำในคลองส่งทุกคลองแห้งหมด เกิดปัญหาความเดือดร้อนกับเกษตรกรชาวนาที่เพิ่งเริ่มทำการหว่านข้าวโดยทั่วกัน

        ผลการประชุมสรุปได้ว่า ทางกรมชลประทานจะเพิ่มน้ำที่ประตูพรเทพ (ปากแม่น้ำท่าจีน)จากเดิม 20 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเป็น 30 ลบ.ม./วินาทีเริ่มปฏิบัติการ วันนี้ (23 พ.ค.64) การเพิ่มการระบายน้ำที่ปากแม่น้ำท่าจีนจะทำให้ประตูบางยี่หนสามารถผลักดันน้ำเข้าทุ่งผักไห่-เจ้าเจ็ด ผ่านคลองเจ้าเจ็ดบางยี่หน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรโดยอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง และสร้างการรับรู้ให้ผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ทราบข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำโดยดำเนินการ ดังนี้

        ดำเนินการตามมาตรการของกรมชลประทานการบริหรจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน เมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอ และมีปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอ จึงจะเหมาะสมสำหรับการเริ่มเพาะปลูกโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักให้พิจารณารับน้ำเข้าเพื่อการอุปโภค - บริโภค และไม้ผล ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับปริมาณน้ำควบคุมปริมาณน้ำเก็บไว้เหนือ ปตร.ต่างๆ เป็นต้น



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523140131948 471 ศบภ.นสศ. จัดกำลังจิตอาสา พร้อมรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ ตามนโยบายของกองทัพบก "

          ศบภ.นสศ. จัดกำลังจิตอาสา พร้อมรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ ตามนโยบายของกองทัพบก

          ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ""เราทำความ ดี เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์"" จากกองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 2 ค่ายเอราวัณ พร้อมด้วย รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 2 คัน ร่วมกับรถยนต์บรรทุกน้ำของเทศบาลตำบลดีลัง ขนาด 12,000 ลิตร อีก จำนวน 1 คัน ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชน

          โดยได้บูรณาการร่วมกันออกปฏิบัติงานเติมเต็มน้ำลงสู่ภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำตามบ้านเรือนประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ ประกอบกับน้ำสำรองในภาชนะซึ่งใช้กักเก็บน้ำฝนของประชาชนในแต่ละบ้านได้แห้งขอด ไม่เพียงพอต่อการอุบโภคบริโภค ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลดีลัง ได้ทำหนังสือร้องขอเนื่องจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลดีลัง กำลังประสบกับปัญหาปริมาณน้ำดิบในแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ต่อการผลิตน้ำประปาที่สะอาดสำหรับจ่ายเข้าระบบประปา เพื่อส่งต่อไปตามหมู่บ้านชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 5 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ชุมชนหนาแน่น ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบและแคลนน้ำเป็นจำนวนมาก

          โดยรถบรรทุกน้ำทั้ง 3 คัน ได้ร่วมกันแจกจ่ายน้ำโดยหมุนเวียนไปตามหมู่บ้าน รวมปริมาณน้ำ จำนวน 60,000 ลิตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ ดังกล่าว

" 2021-05-23T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523161350001 472 สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส แจ้งพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง และมีฝนหนักบางแห่ง

          วันนี้ (23 พ.ค. 64) นายมะณี อุทรักษ์ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้แจ้งพยากรณ์อากาศระยะปานกลาง ระหว่างวันที่ 23-29 พฤษภาคม 2564 (7 วันข้างหน้า) สำหรับบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง และมีฝนหนักบางแห่ง

          ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญ ช่วงวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2564 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนหนักบางแห่งตลอดช่วง

          ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง 

2021-05-23T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สวท.นราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523165605010 473 "อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด ""ลัมปี สกิน""" "

          อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด ""ลัมปี สกิน"" อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด ""ลัมปี สกิน"" ในสัตว์ชนิดโค กระบือ หลังผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ออกประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคระบาด ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ เร่งฉีดพ่นหมอกควันกำจัดแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะนำโรค กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเกษตรกร

          นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายอนุชา ศิริจันทร์ ปศุสัตว์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายกังวาน แสนอุดม ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองสอ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองสอ และผู้ใหญ่บ้านหนองสอใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลลำปาว ร่วมกันลงพื้นที่ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อแจกยากำจัดแมลงในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ให้คำแนะนำในการเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด ""ลัมปี สกิน"" ในสัตว์ชนิดโค กระบือ พร้อมพ่นหมอกควันกำจัดแมลงดูดเลือด ซึ่งเป็นพาหะนำโรคดังกล่าว

          นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากกรณีเกิดการระบาดของโรค ""ลัมปี สกิน"" (Lumpy Skin Disease) ในสัตว์ชนิดโค กระบือ ซึ่งนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ประกาศให้จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่เขตโรคระบาด โดยให้เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ตามประกาศของจังหวัดฯ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากโรค ""ลัมปี สกิน"" เป็นโรคอุบัติใหม่ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ยังไม่มีประสบการณ์ในการสังเกตอาการ หรือดูแลสัตว์ที่ได้รับเชื้ออย่างถูกต้อง ซึ่งปศุสัตว์อำเภอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ออกสำรวจและมอบเวชภัณฑ์ พร้อมให้คำแนะนำในการสังเกตอาการ การเฝ้าระวัง การป้องกัน รักษาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้และสนับสนุนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการป้องกันและรักษาโรคด้วย

          อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำจากสำนักปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธ์เกี่ยวกับการบริโภคเนื้อสัตว์ด้วยว่า ประชาชนที่บริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อโค ไม่ควรตื่นตระหนกกับโรค ""ลัมปี สกิน"" เนื่องจากเนื้อโคทุกตัวที่ชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์ ผ่านการตรวจเชื้อก่อนชำหละ จะไม่มีการนำโคที่ล้มป่วย หรือเป็นโรค ""ลัมปี สกิน"" เข้ามายังโรงฆ่าสัตว์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นในคุณภาพเนื้อสัตว์ที่ส่งออกจากโรงฆ่าสัตว์ว่ามีคุณภาพ ปลอดภัยจากเชื้อโรค และแนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

" 2021-05-23T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาฬสินธุ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523180613034 474 ผอ.ศปพร.ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านโคกโก เพื่อขับเคลื่อน ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักชีวิตชีวภาพ และปลูกผักปลอดสารพิษ

        วันที่ 23 พฤษภาคม 2564 เวลา 1100 น. พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา จากสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านโคกโก ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยพลตรีไพศาล หนูสังข์ ได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินงาน พร้อมกับได้มอบนโยบายในการบริหารจัดการภายใน โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านโคกโก ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด เพื่อให้ฟาร์มตัวอย่างฯสามารถเลี้ยงดูตนเองได้ เป็นแหล่งจ้างแรงงานให้สมาชิกฯ มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ได้เรียนรู้การทำเกษตร ปศุสัตว์ และประมงอย่างถูกหลักวิชาการ และรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่มทำงาน อีกทั้งมีมาตรการระวังป้องกันตนเองให้พ้นจากภัยคุกคามของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง ฯ เรื่องของการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19 

        จากนั้น พลตรีไพศาล หนูสังข์ ได้ตรวจเยี่ยมแปลงผักปลอดสารพิษ และส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักชีวิตชีวภาพ โดยกล่าวว่า การที่จะให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้นั้น ก็คือการพยายามให้เกษตรกรลด การพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกชุมชน ทั้งในรูปของสารเคมี ปุ๋ยต่างๆ โดยหันมาผลิตโดยไม่ใช้สารเคมี และปุ๋ยวิทยาศาสตร์เข้าช่วย เปลี่ยนมาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนแทน เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ย หมัก ปุ๋ยพืชสด ไม่เพียงแต่จะช่วยลดสารเคมีที่ตกค้าง และปนเปื้อนในผลผลิตที่มี ผลกระทบต่อผู้บริโภคนั้น ยังรวมไปถึงการช่วยฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร ตลอดจนยังเป็นการลดต้นทุนในการผลิตให้กับเกษตรกรเอง การปลูกผักปลอดสารพิษ เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยได้ เพราะที่ผ่านมานั้นเกษตรกรที่ปลูกผักเองก็มีการใช้ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะให้ได้ผลผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด แต่ในปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มที่จะสนใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น ทุกคนต้องการอาหารที่ปลอดสารพิษตกค้าง ดังนั้นการปลูกผักปลอดสารพิษจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาทั้งต่อตัวเกษตรกร ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-23T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523200826045 475 “ธนาคารอาหารชุมชนบ้านป่าแป๋” หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านรวบรวมพืชท้องถิ่นได้มากกว่า 150 ชนิด จัดสรรความหลากหลายเป็นอาหารและยาสมุนไพร กินอยู่ได้อย่างยั่งยืน

        โครงการธนาคารอาหารชุมชน หรือ Food bank ภายใต้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับชุมชนบนพื้นที่สูงของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่สูงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ในการดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับชุมชนบ้านป่าแป๋ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากการสำรวจความหลากหลายของชนิดพืชท้องถิ่นที่มีการนำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารและยาสมุนไพร พบว่ามีจำนวน 150 ชนิด แบ่งเป็นพืชที่พบในพื้นที่ป่าและตามหัวไร่ปลายนา 68 ชนิด และ พบภายในชุมชน 82 ชนิด

        ทั้งนี้ ได้ร่วมกันคัดเลือกชนิดพืชที่พบเหลือน้อยหรือชุมชนมีความต้องการใช้ประโยชน์มาก มาทำการทดสอบเพาะขยายพันธุ์ ศึกษารูปแบบการปลูกที่เหมาะสม และให้ชุมชนนำกลับไปปลูกฟื้นฟู ซึ่งสมาชิกชุมชนมากกว่าร้อยละ 70 ครัวเรือน มีการปลูกพืชท้องถิ่นในรูปแบบสวนหลังบ้าน (home garden) หรือปลูกตามหัวไร่ปลายนาของตนเอง มากกว่า 20 ชนิดต่อหลัง เช่น ผักไผ่ สะระแหน่ คาวตอง ผักชีฝรั่ง ผักชีล้อม ผักอีหลืน หอมชู ตะไคร้ ชะพลู พริกขี้หนู มะนาว มะกรูด มะเขื่อแจ้ มะละกอ เพกา หญ้าเอ็นยืด หญ้าหวาน น้ำนมราชสีห์ ฟ้าทะลายโจร ว่านน้ำ ว่านหางจระเข้ ฮ่อม คราม ฯลฯ

        ผลจากการดำเนินงานร่วมกันทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างมากมาย เช่น 1) มีพืชท้องถิ่นที่สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารหรือเป็นยาสมุนไพร ได้โดยตรงและปลอดภัย 2) ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ได้รับการฟื้นฟู โดยเฉพาะในด้านเชิงปริมาณ 3) ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน 4) ช่วยเพิ่มความสวยงามและร่มรื่นให้กับบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย 5) ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกและกระตุ้นให้คนในชุมชนตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และเป็นมรดกให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป 6) ช่วยลดการเข้าไปรบกวนพื้นที่ป่า 7) ช่วยทำให้คนในชุมชน มีสุขภาพกายและใจที่ดี มีความรัก ความสามัคคี โดยการแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ทำให้ชุมชนอยู่ดีมีอยู่




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-24T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524094341077 476 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,635 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 45.869 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วกว่า 2.865 ล้านโดส "

   อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,635 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 45.869 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วกว่า 2.865 ล้านโดส

   ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,635 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 28.4 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกา ฉีดวัคซีนสูงที่สด 284.ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 129 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีน แล้วประมาณ 45.869 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 29.9% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 24.76 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 2,865,091 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 39.7%

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524100208080 477 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ อ.บางปลาม้า และสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ อ.บางปลาม้า และสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (24 พ.ค.64) ว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.น่าน 43 มิลลิเมตร // ยโสธร 46 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 41 มิลลิเมตร // ตราด 148 มิลลิเมตร และสุราษฎร์ธานี 46 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มลดลง ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 37,976 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,254 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 47 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ อ.บางปลาม้า และสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาเกษตรกรได้เริ่มลงมือทำนาและหว่านข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำ (แก้มลิง) ผักไห่-เจ้าเจ็ด ประมาณ 300,000 - 400,000 ไร่ แล้วประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกข้าวจากภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำต้นทุนน้อย ทำให้กรมชลประทานเร่งเพิ่มการระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำพลเทพ (ปากแม่น้ำท่าจีน) จากเดิม 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักดันน้ำเข้าทุ่งผักไห่-เจ้าเจ็ด ผ่านคลองเจ้าเจ็ดบางยี่หน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังทราบเตรียมความพร้อมและสร้างการรับรู้ให้ผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ทราบถึงสถานการณ์น้ำ รวมถึง ดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของกรมชลประทาน โดยเริ่มเพาะปลูกด้วยการใช้น้ำฝนเป็นหลักเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอและมีปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอ แล้วให้รับน้ำเข้าพื้นที่เพื่อการอุปโภค-บริโภคและไม้ผลตามความจำเป็นและเหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีการควบคุมปริมาณน้ำเก็บไว้เหนือประตูระบายน้ำต่างๆ

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมเจ้าท่า ขุดลอกแม่น้ำแม่จาง ระยะทางรวม 3,400 เมตร เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในแหล่งน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค และแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ส่วนศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรมการขนส่งทหารบก ของกองทัพไทย ได้จัดอากาศยานเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 212 พร้อมเจ้าหน้าที่ สนับสนุนภารกิจกรมฝนหลวงและการบินเกษตร 1 เที่ยวบิน ทำการโปรยสารทำฝนหลวง จำนวน 1,000 กิโลกรัม ในพื้นที่เป้าหมาย อ.ท่าตะโก และ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ 

2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524101847083 478 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (24 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524102225084 479 รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาลดจุดความร้อน ที่เป็นต้นเหตุฝุ่นละออง PM 2.5 สี่เดือนแรกแก้ปัญหาลงได้ร้อยละ 53

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยแนวทางสำคัญคือ การลดจุดความร้อน (Hot Spot)  ลดการเผาในที่โลงแจ้ง ซึ่งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (Gistda)  รายงานว่า เปรียบเทียบระหว่างช่วงเดือนมกราคม- เมษายนปีนี้ กับปีที่ผ่านมา ทุกพื้นที่ของประเทศมีจุดความร้อนลดลง ร้อยละ 53 เป็นผลจากการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวง และความร่วมมือจากประชาชน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา รวม 280 เครือข่าย มีการดำเนินการหลากหลายแนวทางในการจัดการเศษวัสดุตามความเหมาะสมและบริบทของชุมชน ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการจัดการเศษวัสดุ ซึ่งพื้นที่เกษตร มีจุดความร้อนสะสมลดลง ร้อยละ 47

กระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาตรการแก้ปัญหาการเผาอ้อยส่งโรงงาน หรือที่เรียกว่าอ้อยไฟไหม้ โดยออกโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงาน  อัตรา 120 บาทต่อตัน เป้าหมายอ้อยสดสัดส่วนร้อยละ 80 ของปริมาณอ้อย คาดการณ์ประมาณ  70 ล้านตัน หรือเป็นอ้อยสด 56 ล้านตัน และมีมาตรการอื่นๆ เช่น หักเงินชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ 30 บาท กำหนดโทษปรับโรงงานที่รับอ้อยไฟไหม้เกินเกณฑ์ที่กำหนด จัดหาเครื่องสางใบอ้อยให้เกษตรกรยืม เพื่ออำนวยสะดวกในการตัดอ้อยสด ส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อย เพื่อเพิ่มรายได้และลดการเผาใบอ้อยหลังตัดและสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยกู้ยืมเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการชิงเก็บลดเผา ในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ให้ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อเก็บเชื้อเพลิง ใบไม้ ใบหญ้าในป่า เพื่อไปแปรสภาพให้เกิดมูลค่า เช่น ปุ๋ย เชื้อเพลิงขยะและมีเอกชนมารับซื้อ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา สามารถทำได้เกินเป้า จากที่ตั้งเป้าเก็บเชื้อเพลิงจากพื้นที่ป่า เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ตัน ปริมาณรวมเท่ากับ 1,700 ตัน ซึ่งทำได้จริง 2,250 ตัน มากไปกว่านั้น ยังได้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า ครอบคลุมการประชาสัมพันธ์เชิงรุก จัดฝึกอบรมเสริมบทบาทชุมชน เครือข่ายภาคประชาชนและจิตอาสาเพื่อร่วมเป็นชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้านในการลาดตระเวน เฝ้าระวังและดับไฟป่า

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันจนเกิดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ประเทศไทย ยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนในทุกด้านกับอาเซียน ที่ผ่านมาไทยถือได้ว่าเป็นผู้นำในการให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าแก่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย


 

2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524105517094 480 อธิบดีกรมปศุสัตว์ เกาะติดสถานการณ์โรคลัมปี สกินในโคกระบือ ระดมพลสั่งดำเนินการ 5 มาตรการควบคุมเข้ม

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์และการควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ ว่าได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานควบคุมโรคท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อ Covid-19 และเน้นย้ำการสื่อสารทำความเข้าใจแก่เกษตรกรในเรื่องการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค รวมถึงการใช้วัคซีนภายในฟาร์มเนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาการของโรคที่ดูรุนแรงอาจทำให้เกษตรกรมีความตื่นตระหนก และกังวลใจ จึงต้องเร่งสื่อสารทำความเข้าใจให้ถูกต้อง 

ปัจจุบันพบการรายงานการเกิดโรคแล้ว 35 จังหวัด สัตว์ป่วยจำนวน 6,763 ตัว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตกและภาคใต้ 

กรมปศุสัตว์ กำหนดมาตรการควบคุมโรคคือ ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ เป็นมาตรการที่สำคัญที่สุดเพื่อลดการแพร่กระจายของโรค กรณีมีความจำเป็นให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนดอย่างเคร่งครัด  เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด เน้นการรู้โรคให้เร็ว ควบคุมได้ทัน โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรคเนื่องจากเป็นโรคที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค ขอให้เกษตรกรป้องกันโดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์และบริเวณโดยรอบฟาร์ม ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและในพื้นที่เสี่ยง รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ เพื่อลดความสูญเสียแก่เกษตรกร เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่มียาที่ใช้ในการรักษาโดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องรักษาตามอาการโดยแบ่งการรักษาเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 สัตว์ป่วยแสดงอาการมีไข้ให้ดำเนินการให้ยาลดไข้ ระยะที่ 2 เริ่มแสดงอาการตุ่มบนผิวหนัง ให้ยาลดการอักเสบ ระยะที่ 3 ตุ่มบนผิวหนังมีการแตก หลุดลอก ให้ยารักษาแผลที่ผิวหนังร่วมกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ระยะที่ 4 แผลที่ผิวหนังตกสะเก็ด ใช้ยารักษาแผลภายนอกจนกว่าจะหายดี และการใช้วัคซีนควบคุมโรค เนื่องจากโรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงยังไม่เคยมีการใช้วัคซีนในสัตว์สำหรับควบคุมและป้องกันโรคในประเทศมาก่อน ซึ่งการใช้วัคซีนมีความจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง และติดตามผลหลังการใช้อย่างใกล้ชิด

กรมปศุสัตว์ อยู่ระหว่างการนำเข้าวัคซีนเพื่อใช้ควบคุมโรคในพื้นที่เกิดโรค โดยที่ lot แรกที่จะนำเข้ามาจำนวน 60,000 โดส ซึ่งการนำเข้าวัคซีนจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนที่จะใช้ในสัตว์ และขอเน้นย้ำว่าการใช้วัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้โรคสงบได้ ต้องดำเนินการตามมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา



2021-05-24T00:00:00 NULL กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524104444088 481 อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ปลื้มเกษตรกรและประชาชน รับชมการถ่ายทอดสด งานวันผึ้งโลก ครั้งที่ 4 ล้นหลาม ซึ่งงานนี้มุ่งเน้นให้รับรู้ถึงประโยชน์ของผึ้งผสมเกสร กระตุ้น และตระหนักให้เกิดการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติ "

            นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรมถ่ายทอดสด งานวันผึ้งโลก ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาว่า ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมชมการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร และเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร มากกว่า 1,000 ราย โดยการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นในธีม “รักษ์ผึ้ง รักโลก” และถือเป็นการจัดงานที่พิเศษกว่าทุกปี เพราะเป็นการจัดงานในรูปแบบออนไลน์ โดยมีการถ่ายทอดสดให้เกษตรกรและผู้สนใจรับชมผ่าน Facebook Live เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปได้รับรู้ถึงคุณค่า ความสำคัญ ประโยชน์ของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร เป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติ และสร้างความตระหนักถึงการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม และประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ของการต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยู่ในกระแสโลก 

            “การจัดงานในครั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูแบบผสมผสาน หรือ IPM การกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี มาโดยตลอด เราจึงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากผึ้งและแมลงผสมเกสร ซึ่งผึ้งนั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบ่งชี้คุณภาพของระบบนิเวศด้วย บทบาทของผึ้ง และการเลี้ยงผึ้งจึงเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองต่อการผลิตอาหาร และยังเป็นการช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ด้วย การจัดงานในครั้งนี้เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลก ครั้งที่ 4 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลกด้วย เช่น ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดชุมพร ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี อุตรดิตถ์ และขอนแก่น โดยการจัดงานจะเน้นให้มีการประชาสัมพันธ์ และรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ผึ้งและแมลงผสมเกสร เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรและเครือข่ายในพื้นที่ ในการใช้แมลงช่วยผสมเกสรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสวนไม้ผล และพืชไร่ชนิดต่างๆ การจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดในครั้งนี้ยังได้มีการสาธิตการเลี้ยงและการจัดการรังผึ้งและชันโรงอย่างถูกวิธี และสาธิตการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากผึ้งชนิดต่างๆด้วย”

            เกษตรกรและผู้สนใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากผึ้ง ความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้ง การสาธิตการปรุงอาหารโดยใช้น้ำผึ้งเป็นวัตถุดิบหลัก โดยเชฟจาร์กัว ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ สามารถย้อนชมการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก (Live) ได้ที่ลิงก์ https://fb.watch/5C_HbvHwLh/ หรือเข้าไปที่เฟซบุ๊ก สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร และหากสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งแท้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้ง รวมถึงพันธุ์ผึ้งและอุปกรณ์การเลี้ยงผึ้งต่างๆ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ http://www.agriman.doae.go.th/homebee62/index.html และตลาดเกษตรกรออนไลน์ กรมส่งเสริมการเกษตร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

 

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524111406113 482 ผู้ประกอบการด้าน IoT platform เปิดตัวนวัตกรรม “BearconCAM” กล้องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะแบบไร้สัมผัส คัดกรองโรคโควิด-19 "

ผู้ประกอบการด้าน IoT platform เปิดตัวนวัตกรรม “BearconCAM” กล้องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะแบบไร้สัมผัส คัดกรองโรคโควิด-19

    นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี หรือ SUCCESS เป็นโครงการที่จะช่วยสร้างรากฐานให้ผู้ประกอบการด้าน ธุรกิจดิจิตัล ซอฟต์แวร์ และไอซีที ทุกประเภท ผู้ประกอบการธุรกิจนาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ และอื่นๆ ให้สามารถเติบโต และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมั่นคง ด้วยกระบวนการเรียนรู้ การบ่มเพาะ และกลไกการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งปีนี้ ผู้ประกอบการสร้างรายได้กว่า 750 ล้านบาท มีมูลค่าการลงทุนเพิ่มกว่า 147 ล้านบาทและมีการจ้างงานเพิ่มกว่า 190 ราย หรือนับเป็นมูลค่ากว่า 49 ล้านบาท

  นายภลลกร พิมพ์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบร์คอน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรม “BearconCAM” กล้องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะแบบไร้สัมผัส สามารถตรวจวัดอุณหภูมิผ่านข้อมือโดยไม่สัมผัสอุปกรณ์มีระบบตรวจจับการใส่หน้ากากอนามัยพร้อมเสียงเตือน มีการเก็บประวัติใบหน้าอุณหภูมิ เวลาที่ตรวจวัดและพิกัดบริเวณที่ทำการตรวจวัดเพื่อนำข้อมูลไปใช้ภายหลังได้ โดยจุดเด่นของ BearconCAM ยังสามารถตรวจวัดได้อย่างแม่นยำ ตรวจวัดได้ 20-30 คน/นาที โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บบนระบบ Cloud Server ซึ่งหน่วยงานสามารถมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ได้ที่หน้า dashboard รวมถึงการเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ เกิดจากการได้รับการบ่มเพาะและการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจจากโครงการ SUCCESS นอกจากนี้ยังสนับสนุนในเรื่องของการออกบูธและการประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วยทำให้นวัตกรรมเป็นที่รู้จักและมีพื้นที่สื่อมากขึ้นด้วย

 ทั้งนี้ในปี 2564 โครงการ SUCCESS 2021 ร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยี และ Startup ได้รับโอกาสจับคู่ธุรกิจเพื่อต่อยอดเทคโนโลยีร่วมกับภาคเอกชนชั้นนำ และหน่วยงานวิจัยระดับแนวหน้า โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี หรือ SUCCESS 2021 (รุ่นที่ 19) ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ที่โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 81493, 081 9131828  

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524113439133 483 ปศุสัตว์ยโสธรร่วมประชาสัมพันธ์จังหวัด ส่งเสริมปชช.ดื่มนมเพื่อสุขภาพในวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day ปี 2564

        วันนี้ (24 พ.ค.64) เวลา 10.00 น. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร นำโดย นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดและสื่อมวลชน จัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคนม เนื่องในโอกาสวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day

        นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day เพื่อให้ประเทศสมาชิกและองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม โดยในปี 2564 ได้กำหนดแคมเปญว่า “Enjoy Dairy” มีคำขวัญว่า “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู”

        ทั้งนี้จากสถิติการบริโภคนมของคนไทย พบว่ามีการบริโภคนมเฉลี่ยเพียง 18 ลิตร/คน/ปี หรือสัปดาห์ละ 2 แก้วเท่านั้น น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลกถึง 6 เท่า ซึ่งค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนทั่วโลกคือ 113 ลิตร/คน/ปี ค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนเอเชียคือ 66 ลิตร/คน/ปี คนยุโรป 274 ลิตร/คน/ปี คนอเมริกาเหนือ 237 ลิตร/คน/ปี และคนลาตินอเมริกา 124 ลิตร/คน/ปี 

        ดังนั้นประเทศไทยจึงตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการบริโภคนมของคนไทยจากเดิม 18 ลิตร/คน/ปี ให้เป็น 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2569 เพราะนมมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็ก และเป็นการเสริมสร้างพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงให้กับคนไทย เนื่องจากนมมีโปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ แคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เสริมสร้างกระดูกและฟัน นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 


2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524113551134 484 ประมงจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ รักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ

        นายกิตติพงษ์ ลีลาศสง่างาม ประมงจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ด้วยกรมประมงได้มีการกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนและกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ. 2564 โดยห้ามทำการประมงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลชีววิทยาของสัตว์น้ำจืด ข้อมูลปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ปริมาณน้ำท่า และข้อมูลด้านการประมงที่เป็นปัจจุบัน เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ รักษาทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืนตามหลักการป้องกันล่วงหน้า และเพื่อเป็นการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ รักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ และระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืนตามหลักการป้องกันล่วงหน้า

        ประมงจังหวัดศรีสะเกษ จึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ และชาวประมง ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ยกเว้นกรณีทำการประมงโดยใช้เบ็ดทุกชนิด ยกเว้นเบ็ดราว เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชาก หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน , การทำการประมงโดยใช้ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป, การทำการประมงโดยใช้สุ่ม ฉมวก ส้อม, การทำการประมงโดยใช้ไช ตุ้ม อีจู้ ลัน, การทำการประมงโดยใช้แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร)

        ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2560 มาตรา 138 ติดต่อสอบเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่ สำนักงานประมงจังหวัดศรีสะเกษ โทร 045611939  




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สวท.ศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524114942142 485 จ.นครพนม เร่งปศุสัตว์แก้ไขด่วน โรคระบาด โรคลัมปี สกินในวงกว้าง "

        นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมลงนามประกาศจังหวัดนครพนม เรื่อง กำหนดเขตโรคระบาด โรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในท้องที่หมู่ที่ 2 ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก หมู่ที่ 11 ตำบลนามะเขือ อำเภอปลาปาก หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอเมืองนครพนม หมู่ที่ 2 ตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม พบโคเนื้อป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังท้องที่อำเภอ และจังหวัดอื่นๆ ได้ จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด

        จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นสาเหตุการเกิดโรค มาจากการนำเข้าโคเนื้อมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ โดยเป็นโคเนื้อที่อาจมีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้ กรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินการควบคุมโรคเพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกร และเฝ้าระวังโรคในจังหวัดเคียงข้าง แต่ก็กั้นไม่อยู่โรคได้แพร่ระบาดใหญ่จนเป็นวงกว้าง

        ด้านนายบัญชา ศรีชาหลวง นายก อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบรับทราบปัญหา พบว่ามีเกษตรกรที่เลี้ยงโคกระบือในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคระบาดลัมปีสกิน เป็นเชื้อโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรอย่างมาก อยากให้หน่วยงานปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลแก้ไข ช่วยเหลือหาทางป้องกันอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จะได้ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งมาดูแลแก้ไข และพร้อมให้การสนับสนุนในส่วนที่สามารถดูแลช่วยเหลือได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องขาดบุคคลากรเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่มีความรู้เรื่องสัตวบาล รวมถึงการให้วัคซีนและความรู้การดูแลป้องกัน ต้องอาศัยหน่วยงานปศุสัตว์ เข้ามาดูแลจริงจัง อีกทั้งยังขาดแคลนเรื่องงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจะได้เร่งประสานหาทางช่วยเหลือเร่งด่วน 

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524123003164 486 คพ.เร่งส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

              นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มุ่งมั่นเดินหน้านโยบายส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนเพื่อตอบสนองนโยบาย “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมร่วมกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัย องค์กรอิสระ และภาคเอกชน ควบคู่กับส่งเสริมให้ภาคผู้ผลิตและผู้ประกอบการมีการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งเน้นฐานการผลิตสินค้าภาคอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ที่ผ่านมา คพ. ได้ดำเนินงานด้านเชิงนโยบายการขับเคลื่อนภาคการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วร่วมกับกรมบัญชีกลางจัดทำกฎกระทรวงการคลังเรื่องกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ลงประกาศราชกิจจานุเบกษา 22 ธันวาคม 2563) เพื่อเป็นแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามระเบียบราชการ และผู้ผลิตมีความมั่นใจพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามเกณฑ์ข้อกำหนดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ คพ. ซึ่งปี 2563 มีเกณฑ์ข้อกำหนดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 36 ประเภท เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร สีทาอาคาร ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์และปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ฉนวนกันความร้อน รถยนต์ น้ำมัน จำนวนสินค้าในฐานข้อมูล 1,423 รายการ ดูรายละเอียดสินค้าได้จาก http://gp.pcd.go.th/

               อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า การเดินหน้าส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และเป็นแนวทางรวบรวมข้อมูลปริมาณการบริโภค จำหน่ายสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับใช้คำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาพรวมของประเทศ

2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524123550169 487 จ.นครพนม ค่าฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มลดลงสมกับเป็นเมืองน่าอยู่

        วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 (เวลา 09.00 น.) ค่าฝุ่น PM2.5(ค่าเฉลี่ย 24 ชม.) เท่ากับ 16 มคก./ลบ.ม. ค่ามลพิษที่สำคัญอื่นๆ เช่น PM10 , ไนโตรเจนไดออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก 

        สำหรับค่าโอโซน อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี ทำให้ค่าคุณภาพอากาศโดยรวม ของจังหวัดนครพนม อยู่ในเกณฑ์ คุณภาพอากาศดี มีจุดความร้อนขนาดใหญ่ (Hotspot) จากการเผาไหม้ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม จำนวน 2 จุด (ข้อมูลวันที่ 23 พฤษภาคม 2564) ความเร็วลม 2 กม./ชม. จากทิศตะวันเหนือ (เวลา 09.00 ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ) ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีค่าต่ำ และมีแนวโน้มลดลงได้อีก

2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524141309243 488 จังหวัดพิษณุโลก ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์” หลังพบพบการระบาดของ เชื้อลัมปีสกินในพื้นที่ 2 อำเภอ สั่งห้ามเคลื่อนย้ายโค กระบือ หรือซากออกนอกเขตฯ

        วันนี้ (24 พ.ค.64) น.สพ. สุริพล มาบุญช่วย ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์โรคลัมปีสกิน ตอนนี้พบในพื้นที่ 2 อำเภอ เริ่มพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ที่อำเภอนครไทย และต่อมาวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 พบที่อำเภอชาติตระการ ขณะนี้ในพื้นที่ทั้ง 2 อำเภอพบการระบาดของเชื้อ “ลัมปีสกิน” ในโค- กระบือ แล้วประมาณ 80  ตัว จากข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีเกษตรกรเลี้ยงโคประมาณ 60,000 ตัวและกระบืออีกประมาณ 40,000 ตัว ทั้งนี้ เกรงจะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง จึงต้องมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม ป้องกันในพื้นที่ล่าสุดวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 จังหวัดพิษณุโลกได้ประกาศกำหนดเขตโรคระบาด ชนิดโรค ลัมปี สกิน ห้ามการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ ภายในท้องที่ ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอําเภอ และห้ามการเคลื่อนย้ายเข้า-ออกในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้สามารถควบคุมและป้องกันโรค ได้ดียิ่งชึ้น  

            ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลกยังได้กล่าวเน้นย้ำว่า โรคดังกล่าวไม่ติดต่อสู่คน หากสัตว์ป่วยด้วยโรคนี้ สามารถรักษาให้หายได้ แต่จะเกิดลักษณะของแผล เป็นตุ่มนูน เป็นหลุม เป็นบ่อ  สำหรับเนื้อสัตว์สามารถบริโภคได้แต่ไม่แนะนำให้บริโภค ขณะนี้ได้เร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคลัมปี สกิน พร้อมแนะนำวิธีการควบคุมป้องกันโรคที่เหมาะสม และการสังเกตอาการสัตว์ป่วยที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการรายงานโรคของเกษตรกร รวมถึงมอบหมายให้อาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ เข้าตรวจสอบสัตว์ป่วยและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-24T00:00:00 ภาคเหนือ พิษณุโลก สวท.พิษณุโลก https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135203207 489 กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปี www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com เล็งมอบโปรโมชันพิเศษตอบแทนลูกค้า

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคการเกษตร รวมทั้งแนวโน้มของผู้บริโภคที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทาง กรมส่งเสริมการเกษตรมองเห็นโอกาสดังกล่าว จึงจัดทำเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ขึ้น เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำสินค้าเกษตรคุณภาพดี ผลงานของเกษตรกรตัวจริง ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง” ซึ่งสอดรับกับนโยบายตลาดนำการผลิตของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดและมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน เพื่อประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มผู้บริโภค 

ปัจจุบันเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ได้ดำเนินการมาครบรอบ 1 ปี มียอดจำหน่ายรวมกว่า 207 ล้านบาท เป็นสินค้าคุณภาพดีเกรดพรีเมียม จำนวน 9 กลุ่มชนิดสินค้า 774 รายการ เกษตรกรสมาชิก 575 ราย โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายดีสูงสุด 3 อันดับแรก ในช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ได้แก่ กลุ่มอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ยอดขายรวม 7.9 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวแตนสมุนไพร  ข้าวแตนพันหน้า จังหวัดขอนแก่น กล้วยเส้นทรงเครื่อง Nawati จังหวัดปัตตานี และปลาสลิดแดดเดียว จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มผลไม้ (สด) ยอดขายรวมกว่า 2.4 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดขอนแก่น เมล่อน จังหวัดพิษณุโลก และสับปะรด จังหวัดนครพนม

สำหรับในโอกาสที่เว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ดำเนินงานมาครบรอบ 1 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรจึงจัดกิจกรรม “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ฉลองครบรอบปี มอบโปรโมชันพิเศษให้คนไทย จากใจเกษตรกร” ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564 นำสินค้าราคาพิเศษและของแถมถูกใจจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ร่วมจัดโปรโมชัน เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้า เช่น ข้าวสารหอมมะลิแดง จังหวัดนครสวรรค์ ลดราคา 25 % พร้อมส่งฟรีทั่วไทย น้ำปลาหวานต้นหอม จังหวัดสมุทรปราการ ลดราคา 20% พร้อมส่งฟรี ผลิตภัณฑ์ชาใบข้าวออร์แกนิค บ้านไร่ต้นฝัน จังหวัดแพร่ ลดราคา 10 % เป็นต้น ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานงานกับบริษัทขนส่งที่เป็นภาคี ได้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปอลอ เอ็กซ์เพรส จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมด้วยการมอบส่วนลดค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งให้กับเกษตรกรผู้ผลิต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย



2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524140401221 490 จังหวัดมหาสารคาม ส่งมอบบ่อน้ำโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ สนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 "            เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ที่บ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานส่งมอบบ่อน้ำโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ และสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายจัดทำ “โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีหัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรในพื้นที่โครงการ เข้าร่วมกิจกรรม

            นายชูเกียรติ คำโสภา ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินมหาสารคาม เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายจัดทำ “โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่” ขึ้น เพื่อบรรเทาปัญหาการว่างงาน ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่นๆ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในท้องถิ่น มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร มีทางเลือก มีอาหาร มีอาชีพ มีความอุดมสมบูรณ์ มีความอบอุ่นจากครอบครัว และมีความสุขตามวิถีชีวิตพอเพียงก็จะเกิดขึ้นกับชุมชน ซึ่งเป็นวิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนด้วยศาสตร์พระราชา เพื่อมุ่งสู่ระบบเกษตรที่ยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งภายในงาน มีกิจกรรมส่งมอบบ่อน้ำโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่  การมอบปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการ และยังได้ร่วมกันปลูกหญ้าแฝกรอบบ่อน้ำโครงการฯ ด้วย

            ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว กรมพัฒนาที่ดิน ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โดยการขุดสระเก็บน้ำ เพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำฝนหรือน้ำซับที่ไหลออกจากดิน และนำดินที่ได้จากการขุดบ่อมาปรับเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และใช้ประโยชน์อื่นๆ ในพื้นที่เข้าร่วมโครงการจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ในรอบที่ 1 จำนวน 708 คน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นๆ ในการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ ทำให้เกิดการดำเนินโครงการฯ ที่สามารถขับเคลื่อนแบบบูรณาการ สู่การพัฒนาให้เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สวท.มหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524140552225 491 ก.อว.จัดกิจกรรมพิเศษ “U2T ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” ปรับบทบาท 6 หมื่นคนที่ได้รับการจ้างงานใน 3,000 ตำบล ร่วมเป็นกองหนุนรัฐบาลให้ชุมชน เคลียร์เชื้อร้ายรณรงค์เร่งฉีดวัคซีน "

ก.อว.จัดกิจกรรมพิเศษ “U2T ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” ปรับบทบาท 6 หมื่นคนที่ได้รับการจ้างงานใน 3,000 ตำบล ร่วมเป็นกองหนุนรัฐบาลให้ชุมชน เคลียร์เชื้อร้ายรณรงค์เร่งฉีดวัคซีน เป้าหมายแรกเริ่มที่โรงเรียนรับเปิดเทอม 14 มิ.ย.ต้องปลอดภัย พร้อมลงพื้นที่ โรงเรียนวัดเขาพระ จ.นครนายก 29 พ.ค.นี้

   ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อว.ได้ปรับแผนการทำงานของผู้ได้รับการจ้างงานโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด – 19 โดยระหว่างวันที่ 23 – 31 พ.ค.นี้ จัดกิจกรรมพิเศษ “U2T Covid week ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” ทั้ง 3,000 ตำบลทั่วประเทศที่ผู้ได้รับการจ้างงาน 6 หมื่นคนปฏิบัติงานอยู่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนชุมชนและณรงค์การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนผ่าน 2 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมเชิงรุก “รุกคลีนพื้นที่ เคลียร์เชื้อร้าย สร้างความปลอดภัยให้ชุมชน” ทั้งนี้ โรงเรียนจะเป็นสถานที่แรก ที่จะเริ่มปฎิบัติภารกิจ เนื่องจากจะเปิดเรียนวันที่ 14 มิ.ย.นี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเรียน ผู้ปกครองและครู// ส่วนกิจกรมเชิงรับ “รวมพลังฉีดวัคซีน หยุดเชื้อเพื่อชาติ ลดการระบาดของโรค” เร่งสำรวจคนในชุมชนในกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว สร้างความมั่นใจและอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้และคนในชุมชนได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน เพื่อให้ชุมชนกลับมามีชีวิตอย่างปกติในเร็ววัน

   นอกจากนี้ ผู้ได้รับการจ้างงาน 6 หมื่นคนในโครงการ U2T จะต้องช่วยกันวางแผน กำหนดรูปแบบเพื่อลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือและตลอดทั้งสัปดาห์ของกิจกรรมพิเศษ “U2T Covid week ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” ยังสามารถร่วมสนุกกับเวปไซต์ U2T.ac.th ส่งภาพถ่ายหรือแชร์ประสบการณ์ท้าทายมาร่วมสนุกได้ในกิจกรรมชาเล้นท์ โดยวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะนำผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่ที่โรงเรียนวัดเขาพระ ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก ด้วย

 

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135932214 492 มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออินทผลัมจากหน่อข้างพันธุ์ดี

ผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า อินทผลัม เป็นพืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี หากมีการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดี ปัจจุบันประเทศไทย ต้องนำเข้าตันพันธุ์อินทผลัมจากแลปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างประเทศ จึงทำให้ราคาสูงและราคาเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะเดียวกันนักวิจัยในประเทศ มีองค์ความรู้และมีฝีมือไม่แพ้นักวิจัยต่างประเทศ ถึงแม้จะมีประสบการณ์ไม่มากเท่ากับนักวิจัยในต่างประเทศก็ตาม ในอนาคตประเทศไทย ก็หวังจะเป็นผู้ผลิตต้นพันธุ์อินทผลัมที่สำคัญในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ ยังได้ทำการวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชชนิดอื่นๆ เช่น มะพร้าวน้ำหอมก้นจีน อ้อยปลอดโรคใบขาว กล้วยไม้สกุลต่างๆ กัญชงและสตรอว์เบอร์รี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร มีความมุ่งมั่นที่จะทำการศึกษาวิจัยและนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ได้นำองค์ความรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนของคณะฯ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการปฏิบัติงาน มีความรอบรู้ ทันต่อเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกและที่สำคัญบัณฑิตจะต้องเป็นที่ต้องการของผู้ใช้บัณฑิตด้วย

นายนพรัตน์ อินถา นักวิจัย กล่าวว่า การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออินทผลัมเพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ดีเพศเมีย จะต้องนำหน่อข้างหรือช่อดอกมาเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ หรือเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ เพื่อชักนำให้เกิดแคลลัส (callus) จากนั้น จึงชักนำให้เป็นต้นอ่อนขนาดเล็ก จากนั้นชักนำให้เกิดรากและเลี้ยงจนได้ต้นอ่อนที่ใบและรากที่สมบูรณ์ ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี จึงย้ายออกจากขวดหรือหลอดทดลอง แล้วนำไปปลูกอนุบาลในโรงเรือนอนุบาลพืช อีกประมาณ  12 เดือน จึงจะนำไปปลูกในแปลงปลูกได้ แต่หากต้องการต้นพันธุ์จำนวนมากก็ต้องใช้ระยะเวลามากขึ้นไปตามจำนวนต้นพันธุ์ที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ไม่ควรเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อเป็นระยะเวลานาน หรือไม่ควรนำแคลลัสไปเพิ่มปริมาณหลายรอบ ซึ่งจะทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรมอันเนื่องมาจากการโคลนได้ 


 

2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524140705228 493 สวท.ภูเก็ต บูรณาการร่วมกับ ปภ.เขต 18 ประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ในการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษี เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นตำบลรัษฎาอย่างยั่งยืน "            วันนี้ (24 พฤษภาคม 2564) ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต (สวท.ภูเก็ต) นายประพันธ์ ขันพระแสง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ร่วมกับนายโสภณ เคี่ยมการ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษี ซึ่งเป็นพื้นที่ธนารักษ์ในการดูแลรับผิดชอบของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต ได้ขอความอนุเคราะห์บูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ผ่านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษี ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต พร้อมทำคันกั้นน้ำ เพื่อเป็นพื้นที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่หน้าห้างซุปเปอร์ชีป และพื้นที่ลักกงษี ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต ในช่วงของฤดูฝนที่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก ยากต่อการแก้ไขปัญหา

            ดังนั้น สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต จึงเล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลรัษฎาอย่างยั่งยืน จึงบูรณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต โดยการดำเนินการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษีในครั้งนี้ จะดำเนินการในรูปแบบของแก้มลิงเล็ก เพื่อเป็นพื้นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และเป็นพื้นที่แหล่งน้ำในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในช่วงหน้าแล้งให้กับพื้นที่ 

            ทั้งนี้ หากดำเนินการแล้วเสร็จบริเวณขุมน้ำชุมชนลักกงษี จะสามารถเป็นพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มจากเดิมอีก 30,000 ลูกบาศก์เมตร ในเนื้อที่กว่า 9 ไร่ โดยในที่ประชุมผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณพื้นที่โดยรอบ ยินดีให้ความร่วมมือในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาให้กับพื้นที่ และเป็นการพัฒนาพื้นที่ให้มีความสวยงามและน่าอยู่มากขึ้น


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

    

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคใต้ ภูเก็ต สวท.ภูเก็ต https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524142057255 494 พบขยะเข้าสู่ระบบของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร อบจ.ลำปาง ช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 100 ตันต่อวัน

        เจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง เข้าติดตามและประเมินผลสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ทั้งนี้จากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค. 64 พบว่าในเดือน เม.ย.64 มีขยะเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ตันต่อวัน สามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลได้ประมาณ 3 ตันต่อวัน ในส่วนของระบบฝังกลบคาดว่าจะเต็มภายใน 2 ปี โดยได้มีการวางแผนเปิดบ่อใหม่เพื่อรองรับขยะ นอกจากนี้พบว่าเครื่องจักรเริ่มชำรุดตามอายุการใช้งาน และระบบบำบัดน้ำเสียอยู่ระหว่างการปรับปรุง

        เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำในการดำเนินการเพื่อให้ระบบจัดการขยะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

2021-05-24T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524144527279 495 จ.ศรีสะเกษ ออกประกาศกำหนดให้ทุกท้องที่เป็นเขตควบคุมการแพร่กระจายโรคระบาดชนิดโรคลัมปี สกิน เพื่อควบคุมโรคและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

        วันนี้ (24 พฤษภาคม 2564) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ลงนาม ประกาศจังหวัดศรีสะเกษ เรื่องกำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin disease) ในโคนม โคเนื้อ กระบือตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ด้วยจังหวัดศรีสะเกษ ได้ตรวจสอบพบการรายงานการเกิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin disease) ในโคนม โคเนื้อ กระบือ อย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ในจังหวัดศรีสะเกษ และมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้างซึ่งพาหะหลักคือ แมลงดูดเลือด ยุง เห็บ เหลือบและแมลงวัน เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตร์กรผู้เลี้ยงสัตว์ จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมแก้ปัญหาการแพร่ระบาดให้สงบลงอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดและแพร่กระจายโรคลัมปี สกิน(Lumpy Skin disease)ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน ให้สงบอย่างรวดเร็ว

        จังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นเขตโรคระบาดชนิดโรค ลัมปีสกิน (Lumpy Skin disease) ชนิดสัตว์ควบคุม โคนม โคเนื้อ และกระบือ โดยเจ้าของสัตว์หรือซากสัตว์ ต้องปฏิบัติ ดังนี้ ให้เจ้าของสัตว์แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สารวัตร หรือสัตวแพทย์ภายใน 12 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ทราบว่าสัตว์ป่วยหรือตาย เมื่อมีสัตว์ป่วยหรือตายโดยรู้ว่าเป็นโรคระบาด มีสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่รู้สาเหตุ และในหมู่บ้านเดียวกัน หรือบริเวณใกล้เคียงกัน มีสัตว์ป่วยหรือตายมีอาการคล้ายคลึงกันในระยะเวลาห่างกันไม่เกินเจ็ดวัน และต้องกักขัง แยก หรือย้ายสัตว์ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย หรือย้ายสัตว์ที่อยู่ร่วมฝูงหรือเคยอยู่ร่วมฝูงกับสัตว์ที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยหรือตายไว้ในเขตตามวิธีที่กำหนด ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโคนม โคเนื้อและกระบือ หรือซากสัตว์ดังกล่าวเข้า-ออก หรือผ่านในเขตนั้นเว้นแต่ใด้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายเจ้าของสัตว์ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตว์แพทย์ทุกประการ

        ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติหรือคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สวท.ศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524154753328 496 เกษตรปลื้ม ปีแรกของเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ทำยอดขายรวมทะลุ 200 ล้านบาท พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษตอบแทนลูกค้าจากใจเกษตรกร ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ "

        นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคการเกษตร รวมทั้งแนวโน้มของผู้บริโภคที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทาง กรมส่งเสริมการเกษตรมองเห็นโอกาสดังกล่าว จึงจัดทำเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ขึ้น เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำสินค้าเกษตรคุณภาพดี ผลงานของเกษตรกรตัวจริง ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง” ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรายย่อย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร Smart Farmer (SF) Young Smart Farmer (YSF) กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตรกรอื่น ๆ จากทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ถึงมือผู้บริโภค สอดรับกับนโยบายตลาดนำการผลิตของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน เพื่อประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า และกลุ่มผู้บริโภค 

        ปัจจุบันเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ได้ดำเนินการมาครบรอบ 1 ปี มียอดจำหน่ายรวม ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 จำนวนกว่า 207.8 ล้านบาท เป็นสินค้าคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม จำนวน 9 กลุ่มชนิดสินค้า 774 รายการ เกษตรกรสมาชิก 575 ราย โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายดีสูงสุด 3 อันดับแรก ในช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ได้แก่

        1) กลุ่มอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ยอดขายรวม 7.9 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวแตนสมุนไพร / ข้าวแตนพันหน้า จังหวัดขอนแก่น กล้วยเส้นทรงเครื่อง Nawati จังหวัดปัตตานี และปลาสลิดแดดเดียว จังหวัดสมุทรปราการ 

        2) กลุ่มผลไม้ (สด) ยอดขายรวมกว่า 2.4 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดขอนแก่น เมล่อน จังหวัดพิษณุโลก และสับปะรด จังหวัดนครพนม และ 3) กลุ่มข้าวและธัญพืช ยอดขายรวมกว่า 2.2 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวสิริมณีไรซ์ จังหวัดพิษณุโลก ข้าวฮางยอดทิพย์ จังหวัดหนองบัวลำภู และข้าวอินทรีย์ จังหวัดนครพนม 

        ในโอกาสที่เว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” ดำเนินงานมาครบรอบ 1 ปี กรมส่งเสริมการเกษตรจึงจัดกิจกรรม “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ฉลองครบรอบปี มอบโปรโมชั่นพิเศษให้คนไทย จากใจเกษตรกร” ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564 เพื่อฉลองความสำเร็จของเว็บไซต์ฯ พบกับสินค้าราคาพิเศษ และของแถมถูกใจจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ร่วมจัดโปรโมชั่น เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้า เช่น ข้าวสารหอมมะลิแดง จังหวัดนครสวรรค์ ลดราคา 25 % พร้อมส่งฟรีทั่วไทย น้ำปลาหวานต้นหอม จังหวัดสมุทรปราการ ลดราคา 20% พร้อมส่งฟรี ผลิตภัณฑ์ชาใบข้าวออร์แกนิค บ้านไร่ต้นฝัน จังหวัดแพร่ ลดราคา 10 % เป็นต้น

        ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานงานกับบริษัทขนส่งที่เป็นภาคี ได้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปอลอ เอ็กซ์เพรส จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมด้วยการมอบส่วนลดค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งให้กับเกษตรกรผู้ผลิต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

        นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้รับทราบข่าวดีจากเกษตรกรที่จำหน่ายผลผลิตบนเว็บไซต์ อาทิ นายสุชาติ พัดน้อย Smart Farmer เจ้าของสวนกระท้อนลุงสุวรรณ ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จำหน่ายกระท้อนหวานปุยฝ้าย เป็นสินค้า GI สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาดี และมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกิจกรรมจัดโปรโมชั่น ลดราคา 10% สำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก เพียงแจ้งว่ามาจากเว็ปไซต์ ""ตลาดเกษตรกรออนไลน์ กรมส่งเสริมการเกษตร"" เท่านั้น 

        ไม่เพียงแค่นั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่ ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ จำหน่ายสินค้ามะขามหวานไร้เมล็ด ""ภูขาม"" ซึ่งผลิตจากมะขามหวานเพชรบูรณ์ พันธุ์ศรีชมภู ผลิตสินค้าคุณภาพดีจนลูกค้าติดใจ สั่งซื้อมะขามหวานไร้เมล็ดจากทางกลุ่มเพิ่มจำนวน 2,400 กล่อง และยังสั่งซื้อมะขามเปียกเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งด้วย รวมออร์เดอร์เดียวสามารถสร้างรายได้ให้กับทางกลุ่มเป็นเงินกว่า 3.8 แสนบาท ซึ่งผลสำเร็จของเกษตรกรดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเลือกซื้อหาสินค้าเกษตรคุณภาพพรีเมี่ยม ฝีมือเกษตรกรตัวจริง ราคายุติธรรม ส่งตรงถึงบ้านท่านโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทาง www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com โดยเฉพาะช่วงวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2564 พบกับโปรโมชั่นพิเศษขอบคุณลูกค้า จากใจเกษตรกร

        อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการเว็บไซต์ “ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com” อย่างต่อเนื่องทุกด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาเกษตรกร เพื่อพัฒนาให้เกษตรกรเป็นผู้ค้าออนไลน์ มีการส่งเสริมองค์ความรู้และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้กับเกษตรกรมากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ด้านการพัฒนาสินค้า มีการคัดสรรสินค้าเกษตรคุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม ที่ได้รับรองคุณภาพมาตรฐานเข้ามาร่วมจำหน่าย และมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่ไปพัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ด้านการพัฒนาการให้บริการ กรมส่งเสริมการเกษตรมีการติดตามและประเมินผล เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่พบ และได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะมีคณะทำงานระดับจังหวัดลงพื้นที่ไปตรวจสอบคุณภาพผลผลิตต้องได้รับการรับรองคุณภาพ มีมาตรฐาน เพื่อการจําหน่ายแบบ online ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าให้กับผู้บริโภค 

        นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้ทั้งทางมือถือและคอมพิวเตอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น ทั้งการจัดหมวดหมู่ จำแนกประเภทสินค้า ตลอดจนสินค้าใหม่ สินค้าแนะนำต่าง ๆ เมื่อคลิ๊กเข้าไปก็จะมีรายละเอียดและข้อมูลการติดต่อเกษตรกรผู้ขายที่ครบถ้วน ชัดเจน สะดวกสบาย รองรับการใช้งานอีกด้วย


" 2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524145136284 497 สู้ภัยโควิด “อลงกรณ์”ลงพื้นที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรท่ายาง-บ้านลาด ระดมพลคนเกษตรร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนขยายเศรษฐกิจการค้าด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มยอดขายขยายการค้าช่วยเกษตรกร

        นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (24 พ.ค.) ว่า ภายใต้ข้อสั่งการของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทีมเกษตรเพชรบุรีได้เริ่มเดินหน้า “เพชรบุรีโมเดล” ด้วย ยุทธศาสตร์  “1 ปิด 1 เปิด” อย่างต่อเนื่อง โดยลงพื้นที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรท่ายางและตลาดกลางสินค้าเกษตรบ้านลาด รับฟังบรรยายสรุปและร่วมประชุมหารือโครงการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตรด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดใหม่เสริมการค้าแบบออฟไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายเศรษฐกิจการค้า ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวโดยจะเร่งดำเนินการเริ่มคิดออฟการค้าออนไลน์ทั้งการค้าแบบ B2B และ B2C ภายใน 10 วัน

        นอกจากนี้ ยังให้ส่งเสริมเพิ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ สมุนไพร สินค้าประมงและปศุสัตว์ในตลาดกลางสินค้าเกษตรทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ในการกำกับของกระทรวงเกษตรฯ เพียงจุดเดียวในรัศมี ตั้งแต่จังหวัดชุมพรจนถึงกาญจนบุรีและสมุทรสาคร พร้อมกับให้คณะอนุกรรมการอีคอมเมิร์ซนำระบบสั่งซื้อล่วงหน้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (pre order platform) มาใช้ด้วยหลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดทุเรียนในประเทศจีนซึ่งจะมีการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ ระบบประกันสินค้า ระบบสร้างแบรนด์สหกรณ์และสินค้าเกษตรมาใช้ด้วย และจะร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีซึ่งเป็นศูนย์ AIC เพชรบุรีในการอบรมบ่มเพาะด้านอีคอมเมิร์ซซึ่งจะให้ทีม Local Hero ที่ผ่านการฝึกอบรมการขายออนไลน์ของกระทรวงเกษตรฯ มาช่วยสนับสนุนการทำงานและการสร้างคอนเท้นต์ของสินค้าเกษตร

        ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ เร่งตรวจประเมินขึ้นทะเบียนรับรอง GAP และ GMP เพื่อสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ บริษัทไปรษณีย์ไทยจะจัดตั้งหน่วยบริการพิเศษในตลาดกลางทั้ง 2 แห่งเพื่อบริการการขนส่งทั้งระบบปกติและระบบควบคุมความเย็น (Cool container) สำหรับผักและผลไม้โดยใช้แพลตฟอร์มไทยแลนด์โพสต์มาร์ต

        ในขณะที่พาณิชย์จังหวัด หอการค้าจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดจะช่วยด้านข้อมูลสถานประกอบการและโรงงานในกลุ่มเป้าหมาย B2B สำหรับสหกรณ์การเกษตรท่ายางและบ้านลาดรับผิดชอบการพัฒนาตลาดกลางแบะการคัดเลือกเกษตรกรและสินค้าเกษตรให้พร้อมขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์โดยที่ประชุมกำหนดเป้าหมายให้เริ่มการขายออนไลน์ภายใน 10 วันภายใต้ความพร้อมทั้งต้นน้ำการผลิต การแปรรูปการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การจัดการตลาด การพัฒนาคน การบริหาร    โลจิสติกส์ การบริหารธุรกิจและแพลตฟอร์มออนไลน์ภายใต้แบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรีที่สดสะอาดปลอดภัยจากไร่ถึงลูกค้า

        นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า เราระดมพลคนทุกภาคส่วนปิดเกมโควิดให้เร็วที่สุดพร้อมกับเปิดธุรกิจการค้าให้กว้างที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน “ยุทธศาสตร์ 1 ปิด 1 เปิด” โดยเริ่มที่เพชรบุรีโมเดลเป็นจังหวัดแรกก่อนขยายไปจังหวัดอื่นๆ ประการสำคัญคือเพชรบุรีอยู่ในกลุ่ม 10 จังหวัดแรกที่รัฐบาลมีแผนจะเปิดรับการท่องเที่ยวจึงต้องเร่งมือเตรียมจังหวัดเพชรบุรีให้พร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต



2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524150028294 498 ปศุสัตว์ยโสธร จัดกิจกรรม ส่งเสริมให้ประชาชนดื่มนม เพื่อสุขภาพที่ดี เนื่องในวันดื่มนมโลก ปี 2564 "

        วันนี้ (24 พ.ค.64) เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร  จัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคนม ให้ประชาชนหันมาบริโภคนมมากขึ้น ตามที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี เป็น วันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day เพื่อให้ประเทศสมาชิกและองค์กรต่างๆให้ความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม โดยในปี 2564 ได้กำหนดแคมเปญว่า ""Enjoy Dairy” มีคำขวัญว่า ""สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” สำหรับสถิติการบริโภคนม พบว่าคนไทยบริโภคนม 18 คน/ลิตร/ปี หรือสัปดาห์ละ 2 แก้ว เท่านั้น น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลกถึง 6 เท่า ซึ่งค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนทั่วโลก คือ 113 ลิตร/คน/ปี ค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนเอเชีย คือ 66 ลิตร/คน/ปี คนยุโรป 274 ลิตร/คน/ปี คนอเมริกาเหนือ 237 ลิตร/คน/ปี และคนลาตินอเมริกา 124 ลิตร/คน/ปี ประเทศไทย จึงตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการบริโภคนมของคนไทยจากเดิม 18 ลิตร/คน/ปี ให้เป็น 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2569 เนื่องจากนมมีโปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยสร้างกระดูกและฟัน นมมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็ก 

        นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็ง ความยั่งยืนในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524161225342 499 รมว.อว.ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด -19 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผย เป็นการใช้ระบบการฉีดวัคซีนในรูปแบบใหม่ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงพร้อมให้กำลังใจบุคลากรสร้างความเชื่อมั่นในการรับวัคซีน

รมว.อว.ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด -19 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผย เป็นการใช้ระบบการฉีดวัคซีนในรูปแบบใหม่ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงพร้อมให้กำลังใจบุคลากรสร้างความเชื่อมั่นในการรับวัคซีน 

    ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว.และคณะผู้บริหาร อว. ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ฉีดวัคซีนให้บุคลากร มก. บางเขน นิสิต และประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งพัฒนาโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ฉีดได้จำนวนมาก ดำเนินการได้ในภาคสนาม นอกโรงพยาบาล ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนน้อย โดยทดลองใช้กับ มก.เป็นแห่งแรก มีเป้าหมายฉีดวัคซีนประมาณ 120,000 คน ต้องให้เสร็จสิ้นช่วงเดือน ก.ย.เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา  

   จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดบริการวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ บริเวณ CAT Convention Hall โดยมี นพ.นิธิ มหานนท์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังสรุปข้อมูลการ

เตรียมการความพร้อมการให้บริการฉีดวัคซีน และให้กำลังใจบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการวัคซีน และส่งมอบหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้หน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด -19 พร้อมกล่าวว่า การตรวจเยี่ยมหน่วยบริการทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยในการฉีดวัคซีน โดยการฉีดวัคซีนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการใช้ระบบการฉีดวัคซีนในรูปแบบที่ให้ผู้เข้ารับบริการนั่งอยู่กับที่ มีพยาบาลเป็นผู้ฉีด และแพทย์เป็นผู้กำกับอย่างใกล้ชิด ถือเป็นนวัตกรรมที่กำลังทดลองว่าจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จากการ สังเกตุการพบว่ามีความเป็นระเบียบ เรียบร้อยดี โดยจะใช้เวลาในการรับบริการโดยเฉลี่ยไม่เกิน 1 ชั่วโมง รวมถึงมีการสังเกตอาการและผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีน เมื่อไม่มีอาการผู้เข้ารับบริการก็สามารถเดินทางกลับได้ 

2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524162605351 500 กรมชลประทาน ประสานขอฝนหลวงช่วยชาวนา หลังมีฝนตกน้อยลง พร้อมเตือนภาคใต้ตอนบนรับมือพายุ “ยาอาส”

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ร่วมมือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยเกษตรกรปลูกข้าวนาปีหลังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกน้อยลง จึงได้จัดสรรน้ำตามรอบเวร ช่วยลดผลกระทบไม่ให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย โดยประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศเพิ่มขึ้น ขอให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ใดทำการเพาะปลูกไปแล้วกรมชลประทานจะจัดสรรน้ำให้ตามรอบเวร เพื่อช่วยลดความเสียหาย  ของผลผลิตทางการเกษตร

ขณะเดียวกัน กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เฝ้าระวังจุดเสี่ยงเกิดอุทกภัยซ้ำซาก  การเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเตรียมพร้อมใช้พื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำนอง กรมชลประทานได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำและพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา 13 ทุ่ง เป็นพื้นที่รับน้ำ รวมพื้นที่ 1,410,267 ไร่

นอกจากนี้ ได้เตรียมพร้อมรับมือกับพายุไซโคลน “ยาอาส” ที่เคลื่อนตัวอยู่บริเวณอ่าวเบงกอล ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนว่า จะส่งผลให้มีฝนตกหนักเป็นบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ในช่วงวันที่ 24-29 พฤษภาคม 2564 โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้คอยติดตาม ตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ และบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม และจัดเตรียมความพร้อมทั้งรถแบคโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำไว้ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที หากประชาชนหรือหน่วยงานใดมีต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460



2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524171210381 501 จ.ยโสธร ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชาทางการแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ครั้งที่ 12564

        พ.อ.ยุทธศาสตร์? เสนาวุฒิ? หัวหน้ากลุ่ม?งาน?นโยบาย?แผน?และการ?ข่าว? กอ.รมน.จว.ย.ส.? เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ?พิจารณา?อนุญาต?ให้?ปลูก?กัญชาทาง?การแพทย์?ในพื้นที่จังหวัดยโสธร? ครั้ง?ที่? 1/2564? โดยมี นายสมเพชร? สร้อยสระคู? รอง? ผวจ.ยโสธร เป็นประธานในที่ประชุม? ณ ห้องประชุม? 1? ชั้น? 4? สำนักงาน?สาธารณสุข?จังหวัด?ยโสธร? อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

ผลการประชุม? ได้พิจารณาในกรณีที่?ปลูกในต่างจังหวัด? ต้องผ่านการพิจารณา?จากผู้ว่าราชการจังหวัด? 

        โดยความเห็นจากคณะกรรมการ? ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด?แต่งตั้งหรือมอบหมาย?ให้พิจารณา และได้ มีการยื่นคำขออนุญาต?ผลิต?(ปลูก)?กัญชา? จำนวน? 1? ราย? คือ? รพ.สต.สามแยกร่วมกับวิสาหกิจ?ชุมชน?สมุนไพร?ออแกนิกอำเภอ?เลิงนกทา? สถานที่?ปลูก? เลขที่? 161 ม.5? ต.สามแยก? อ.เลิงนกทา? จ.ยโสธร

2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524174334401 502 เจ้าของสวนปาล์มตรัง ทำดินไร้สารเคมีกลายเป็นทรัพย์ในดินแหล่งเห็ดโคนที่ธรรมชาติให้มา เก็บขายได้ปีละหลายครั้งในช่วงหน้าฝน สภาพดินมีความชื้น ทำเงินรายได้เสริมเป็นกอบเป็นกำ เพราะราคาจำหน่ายสูงมาก มีเท่าไรไม่พอขาย "            (24 พ.ค.2564) นางกนกวรรณ คำเนตร เจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน กล่าวว่า หน้านี้ ซึ่งเป็นช่วงฝนตก โดยก่อนหรือหลังวันพระ มักจะมีเห็ดโคน ซี่งได้ชื่อว่าเป็นเห็ดที่อร่อยที่สุดในโลกมีขึ้นตามธรรมชาติ โดยชาวบ้านจำนวนมากมักออกไปหาในป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีขึ้นทุกปี ก็จะขึ้นซ้ำในบริเวณพื้นที่เดิมที่มีเชื้อเดิมอยู่แล้ว ทั้งพื้นที่ป่า และในสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน แต่ปัจจุบันหายากมากขึ้นทุกปี เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าเปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญคือ เชื้อเห็ดมักถูกทำลายด้วยสารเคมี ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง แต่ทั้งนี้ หากชาวบ้านพบในพื้นที่ใดก็หมายความว่าสามารถเก็บไปทำอาหาร และเหลือไปขายได้เงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำ เพราะเห็ดโคน หรือเห็ดปลวกมีราคาแพง เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ทำให้ได้เท่าไรก็ไม่พอขาย แต่ไม่ใช่ว่าจะหาได้ทุกคนที่เข้าป่าไปหา แต่ในสวนปาล์มน้ำมันของนางกนกวรรณ กลับสามารถเก็บเห็ดโคน หรือเห็ดปลวกได้เป็นประจำทุกปี ๆ ละหลายๆ ครั้ง เพราะพื้นที่สวนปาล์มมีเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญไม่ได้ใช้ยาฆ่าหญ้า หรือยาฆ่าแมลง ทำให้เชื้อเห็ดโคนยังคงมีอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อถึงฤดูก็จะออกดอกให้ได้เก็บไปทำอาหาร หรือมีเป็นจำนวนมาก ก็เอาไว้ขายได้ราคาสูง โดยหากขายชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงราคาอยู่ที่กิโลกรัม 200 - 300 บาท แต่หากไปขายในตลาดทั่วไปราคาสูงถึงกิโลกรัม 300 - 400 บาท โดยในวันนี้สามารถเก็บได้ถึงประมาณ 7 กิโลกรัม ขายได้ราคากิโลกรัมละ 300 บาท 

            โดยนางกนกวรรณ กล่าวว่า ในสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง ไม่เคยใช้สารเคมีเลย ทำให้สามารถรักษาเชื้อเห็ดไว้ได้ตามธรรมชาติ โดยแต่ละปีสามารถเก็บได้ปีละหลายๆครั้งในช่วงหน้าฝนจะออกตลอด เนื่องจากว่าปลอดสารเคมี ตนเองจะไม่ใช้สารเคมีในการทำเกษตร การที่เห็ดโคนมีขึ้นเองตามธรรมชาติ บ่งบอกถึงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ปีหนึ่งๆได้เก็บได้ประมาณ 40 - 50  กิโลกรัม ราคาขายที่บ้านกิโลกรัมละ 200 -300 บาท แต่หากนำไปขายในตลาดจะได้ราคาสูงกิโลกรัมละ 400 บาท ซึ่งมีเท่าไรก็ไม่พอขาย ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไปหากันในป่า แต่หายากมาก แต่ของตนเองไม่ต้องไปหาในป่าเพียงแต่พยายามเดินหาสังเกตุ ก็จะพบเห็น เพราะพื้นที่สวนปาล์มไม่มีสารเคมี และมีความชื้นสูง เห็ดโคนจึงชอบขึ้น พอถึงช่วงหน้าฝนก็จะต้องเฝ้าระวัง และสำรวจ โดยปีนี้เก็บได้แล้วกว่า 10 ครั้ง เพราะพบเจอเรื่อยๆในสวนปาล์ม แต่ต้องขยันเดินหา โดยแต่ละปีเก็บได้นับร้อยกิโลกรัม เพราะแต่ละครั้งที่พบเจอประมาณ 4 - 5 กิโลกรัม แต่เคยพบเจอมากที่สุดจุดเดียวถึง 21 กิโลกรัม เมื่อได้ก็นำไปล้างน้ำเอาดินออกให้สะอาดแล้วใส่ถุงขาย ซึ่งส่วนใหญ่มีคนสั่งจองไว้ล่วงหน้า


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524174858404 503 รอง.ผอ.ศปพร.ลงพื้นที่เชื่อมต่อภาคีเครือข่าย เกษตรกรรุ่นใหม่ และเครือข่ายเกษตรกรโดยรอบ ในพื้นที่ จ. ปัตตานี "            วันนี้ (24 พ.ค.64) เวลา 09.30 น. พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดินทางลงพื้นที่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลบ้านน้ำบ่อ ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อเชื่อมต่อภาคีเครือข่าย เกษตรกรรุ่นใหม่ และเครือข่ายเกษตรกรโดยรอบ ""พบปะพูดคุย พัฒนาสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนแนวคิด เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในชุมชน"" ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเยี่ยมชมกิจการภายในศูนย์เรียนรู้ 

            จากนั้น พ.อ.ภัทรชัย แทนขำ รอง ผอ.ศปพร.นำเครือข่าย เกษตรกรรุ่นใหม่ YSF จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยเครือข่ายอื่นๆ เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มตัวอย่างฯ ในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วย ฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านป่าตาเขียว ต.ท่าข้าม และฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านปากช่อง ต.คอกกระบือ เพื่อให้เครือข่ายได้ศึกษาบริบทของฟาร์มในการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างชุมชน กับโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคใต้ ปัตตานี สวท.ปัตตานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524191634418 504 จังหวัดสตูล อบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในการสร้างกระบวนการเรียนรู้การผลิตกาแฟพิเศษโรบัสต้าสตูล ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตกาแฟ ปีงบประมาณ 2564 "            วันที่ (24 พฤษภาคม 2564) นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล มอบหมาย นางสาวจตุพร พรุเพช็รแก้ว หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มช่วยเหลือฯ เข้าร่วมอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในการสร้างกระบวนการเรียนรู้การผลิตกาแฟพิเศษโรบัสต้าสตูล ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตกาแฟ ปีงบประมาณ 2564 กิจกรรมขับเคลื่อนและพัฒนากาแฟโรบัสต้าสตูล ตามแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) ระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2564 ณ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา ตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 

            ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับเกษตรกรเป้าหมายของโครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน กิจกรรมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่าย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ได้คัดเลือกกลุ่มเครือข่ายกาแฟสตูล เป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร ตามแนวทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524204345438 505 ปศุสัตว์นครพนม ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อคอกวัว ป้องกันโรคลัมปีสกินลาม แนะหมั่นสังเกตอาการสงสัยประสานอาสาในพื้นที่เร่งรักษา "            วันที่ (24 พฤษภาคม 2564) นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงฐิติมา ศรีคำ สารวัตรกรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์นครพนม นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 17 หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อพ่นยาป้องกันกำจัดแมลง เนื่องจากได้รับแจ้งจากอาสาปศุสัตว์ประจำตำบล ว่า พบโคจำนวน 3 ตัว แสดงอาการสงสัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในโคกระบืออยู่ขณะนี้ ซึ่งได้พบกับเจ้าของบ้าน นางอัญชลียา คำซาว อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า มีวัวพันธุ์ผสมพื้นเมืองทั้งหมด 3 ตัว เป็นเพศแม่อายุ 5 ปี ลูกเพศเมียอายุ 1.3 ปี และลูกเพศผู้อายุ 4 เดือน โดยเฉพาะวัวตัวเล็กมีตุ่มขนาดใหญ่ ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย ลุกลามไปที่คอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะและหว่างขาทรมานมาก ตนก็รีบทำความสะอาดคอกและติดต่ออาสาปศุสัตว์ให้เข้ามาดูอาการสม่ำเสมอ ก็ได้รับการฉีดวัคซีนจนอาการดีขึ้นตามลำดับ

            ด้าน นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ได้เผยว่า พาหะสำคัญของโรคอุบัติใหม่นี้คือแมลงดูดเลือด เลือด เช่น เห็บ ยุง แมลงวัน และอาจติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกันของสัตว์ เช่น ติดจากน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน วิธีการป้องกันโรค คือ การกำจัดและป้องกันแมลงในพื้นที่ ทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์ในการเลี้ยง และกักสัตว์ใหม่ก่อนนำเข้าพื้นที่ โรคนี้ไม่มีการรักษาจำเพาะ ทำได้เพียงรักษาตามอาการ สำหรับวัวคอกนี้เจ้าของได้ขอคำปรึกษาจากอาสาปศุสัตว์ตลอดเวลา จึงปฏิบัติตามคำแนะนำทุกอย่าง ซึ่งวัวเพศแม่สองตัวมีอายุแล้ว จะแสดงอาการไม่รุนแรงเหมือนตัวเล็กที่จะเห็นตุ่มเต็มทั้งลำตัว แต่ภายหลังได้รับวัคซีนตุ่มแผลพองก็เริ่มตกสะเก็ด จากที่ประเมินว่าไม่รอดกลับเป็นว่าวัวตัวเล็กนี้พ้นวิกฤตแล้ว แต่ต้องเฝ้าระวังเป็นระยะ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-24T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525100423499 506 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาในบางพื้นที่

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาในบางพื้นที่

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (25 พ.ค.64) ว่า ประเทศไทยตอนบนฝนเพิ่มขึ้นทั่วไปและมีฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.พิษณุโลก 122 มิลลิเมตร // มุกดาหาร 184 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 41 มิลลิเมตร // จันทบุรี 66 มิลลิเมตร และพังงา 37 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ส่วนแม่น้ำโขงมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 37,917 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,205 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้บริเวณจังหวัดแพร่ เลย กาฬสินธ์ุ และลำปาง ทั้งนี้ กอนช. ได้ติดตามแนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและปัญหาคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมชลประทาน ได้ก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านก่อ พร้อมระบบส่งน้ำ จ.สกลนคร เพื่อควบคุมการระบายน้ำเข้า –ออก ในลำน้ำยามที่เป็นลำน้ำสาขาเป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำสงครามและแม่น้ำโขงตามลำดับ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการประตูระบายน้ำ ภายใต้แผนงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำสงคราม ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 2562 - 2566)

             ขณะที่การประปานครหลวง เตรียมการสำรวจ ออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.2 เมตร ระยะทาง 4 กิโลเมตร ใต้คลองมหาสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ 9 การก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 44 กิโลเมตร เพื่อสร้างเสถียรภาพในการสูบส่งและสูบจ่ายน้ำประปา เพิ่มศักยภาพการส่งน้ำประปาทดแทนระหว่างพื้นที่บริการฝั่งตะวันตกกับตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และบรรเทาผลกระทบกรณีน้ำดิบด้อยคุณภาพรุกล้ำถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล ทำให้ประชาชนได้รับน้ำประปาที่เพียงพอและทั่วถึง รองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นโครงการดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว

            กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย อย่างกรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับ เทศบาลตำบลเมืองยาง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากคลองอีสานเขียว เดิมน้ำในแหล่งน้ำของระบบประปาหมู่บ้านบ้านหนองไม้ตายแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในพื้นที่ อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา มีประชาชนได้รับประโยชน์ 900 หลังคาเรือน รวม 3,012 คน และกองทัพบก โดย มณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลจิตอาสาพร้อมรถบรรทุกน้ำ ร่วมกับ เทศบาลเมืองน่าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนน้ำ 18,000 ลิตร ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในพื้นที่บ้านท่าล้อและบ้านแสงดาว อ.ภูเพียง จ.น่าน

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525092711474 507 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (25 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบสงพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525093229478 508 อว.เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,656 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 46.21 ล้านโดส ขณะที่ไทย ฉีดแล้วมากกว่า 2.910 ล้านโดส "

อว.เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,656 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 46.21 ล้านโดส ขณะที่ไทย ฉีดแล้วมากกว่า 2.910 ล้านโดส

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,656 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 29.1 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 286 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 130 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 46.21 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค ร้อยละ 29.9 ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด 24.826 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 2,910,664 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ 38.9

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525094804493 509 คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เตรียมนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นจากโควิด-19

คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เตรียมนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นจากโควิด-19

             นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบองค์ประกอบและท่าทีของราชอาณาจักรไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 31 กรกฎาคมนี้ โดยประเทศไทยได้ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการมรดกโลก วาระปี 2562 – 2566 พร้อมทั้ง ยังเห็นชอบการนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันเพื่อบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ทรัพยากรทางบกปี 2561 – 2565 ในการผลักดันการนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก ทั้งนี้ การผลักดันการนำเสนอแหล่งมรดกทางธรรมชาติพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามัน เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก จะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจ ความรัก และความหวงแหนต่อแหล่งมรดกของท้องถิ่น แล้วยังทำให้แหล่งดังกล่าวเป็นที่รู้จักสนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวของประเทศที่ได้รับการยกย่องในฐานะแหล่งที่อยู่ระหว่างการเตรียมการยกระดับเป็นแหล่งมรดกโลก สิ่งสำคัญยังเป็นการสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ให้กับชุมชนและภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย

               สำหรับพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน อยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต  ประกอบด้วย อุทยานเเห่งชาติ 6 เเห่ง คือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง , อุทยานแห่งชาติแหลมสน , อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ , อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน , อุทยานแห่งชาติเขาลำปี - ท้ายเหมือง และอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ครอบคลุมรวมถึงป่าชายเลน จังหวัดระนองด้วย

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525095323496 510 กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนเฝ้าระวังในช่วง 1-3 วันนี้ หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและอาจมีน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะภาคใต้ "

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยช่วงสัปดาห์นี้ว่า วันนี้ (25 พ.ค.64) - 28 พ.ค.64 หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุไซโคลน “ยาอาส” ที่ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ที่อ่าวเบงกอล ทำให้ลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นโดยเฉพาะภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงาและภูเก็ต คลื่นลมในทะเลฝั่งอันดามันสูง 2- 4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ขณะที่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่และอาจมีน้ำหลากเกิดขึ้น ส่วนภาคกลาง ปริมาณฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ประชาชนควรติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการดำรงชีวิตประจำวันที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th


 

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525104807520 511 ปี 64 แม่สะเรียง ปลูกกะหล่ำปลี 8,100 ไร่ รวม 53,000 ตัน เกษตรกรรายได้งาม ส่งเข้าห้างเทสโก้โลตัสทั่วประเทศ

        กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์การผลิตคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูกของสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2564 คือกะหล่ำปลีพบว่า มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 9,900 ไร่ เกษตรกร 1,233 ครัวเรือนคาดการณ์ ผลผลิตรวม 57,489.70 ตัน (ผลผลิตเฉลี่ย 6,544.08 กิโลกรัม/ไร่) ปลูกมากในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง พื้นที่ 8,100 ไร่ ปริมาณผลผลิต 53,000 ตัน อายุการเก็บเกี่ยว 90 วัน เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตหมุนเวียนตลอดทั้งปี โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนธันวาคม เกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้ว 386 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 2,224.19 ไร่

        ช่องทางการจำหน่ายในพื้นที่เอง มีผู้ประกอบการท้องถิ่นรับซื้อผลผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง 6 ราย และอำเภอเมือง 1 ราย จุดรับซื้ออำเภอแม่สะเรียงจะมาก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตหลักเกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายให้กับผู้ประการรับซื้อท้องถิ่น ณ จุดรวบรวมผลผลิตตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง ผู้ประกอบการต่างถิ่น อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ประกอบการท้องถิ่น/ต่างถิ่นเข้าไปรับซื้อถึงแหล่งผลิต บางส่วนผู้ประกอบการท้องถิ่นจะตัดแต่งและคัดเกรดจำหน่ายไปยังปลายทางจังหวัดต่างๆ เช่น ปทุมธานี ราชบุรี นครศรีธรรมราช รวมถึงมีการคัดเกรดจำหน่ายให้กับห้าง เทสโก้โลตัส สัดส่วนผลผลิตประมาณร้อยละ 70 จะตัดแต่งเพื่อเข้าสู่ตลาดห้าง Modern trade เช่น เทสโก้ โลตัส 

        นอกจากนี้ ยังมีบริษัท คิงส์ วิช จำกัดที่ร่วมทุนกับ เทสโก้ โลตัส ตั้งอยู่ อำเภอแม่สะเรียง เป็นบริษัทเพื่อตัดแต่งกะหล่ำปลีเพื่อส่งเข้า ห้างเทสโก้โลตัส ทั่วประเทศ สถิติราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้แบบไม่ตัดแต่ง (จุดรับซื้อ/ณ หน้าแหล่งผลิต) 4 บาท/กก. ตลาดทั่วไปตัดแต่งแล้ว (คละ) 15 บาท/กก. ซึ่งราคาดังกล่าวจะปรับขึ้นลงตามภาวะตลาด

   


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525101244501 512 พช. ร่วมกับ ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” กำกับการใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่

        นายปฐมพงษ์ จันทร์สว่าง มอบหมายให้ นายสุภาพ บุญสว่าง ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่รับการตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กิจกรรมที่ 2 สร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล และพัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

         สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีข้อห่วงใยในการดำเนินโครงการ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความยาก เป็นครั้งแรกที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการในลักษณะนี้ มีเป้าหมายการดำเนินโครงการจำนวนมาก และสำนักงานพัฒนาชุมชนไม่มีบุคลากรด้านช่าง ซึ่งต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน

         โดยสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แนะนำข้อพึงระวังในการดำเนินงานตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง ให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ เอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์ การกำหนดราคากลาง รายละเอียดสัญญา การควบคุมงานของช่างผู้ควบคุมงาน การตรวจรับงาน เบิกจ่ายงบประมาณตามที่เบิกได้จริง ภาพถ่ายการดำเนินการให้ถ่ายให้ละเอียด ก่อนดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ และหลังดำเนินการ

         กรณีที่พบปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา ให้ดำเนินการบริหารสัญญา เช่น การรายงานถึงคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจากช่างผู้ควบคุมงาน หนังสือแจ้งความประสงค์จากครัวเรือนถึงผู้รับจ้าง หากการปฏิบัติใด ไม่แน่ใจในแนวทางปฏิบัติ ให้มีหนังสือหารือไปยังกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อหาแนวทางก่อนดำเนินการต่อไป การดำเนินงานขอให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ฯ การบริหารโครงการเป็นไปตามกรอบระยะเวลา และเป็นไปตามระเบียบ ซึ่งสำนักงาน ปปช. จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะได้ลงติดตามการดำเนินโครงการของทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานราชการใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่า บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป

         ทังนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ดำเนินโครงการฯ ทั้งหมด จำนวน 103 แปลง แยกเป็นพื้นที่เรียนรู้ฯชุมชนต้นแบบ (CLM) จำนวน 4 แปลง และพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบฯ (HLM) จำนวน 99 แปลง โดยพื้นที่เรียนรู้ฯชุมชนต้นแบบ (CLM) จำนวน 4 แปลง กรมการพัฒนาชุมชนได้มอบหมายให้กองทัพไทย โดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 (นพค.36) ดำเนินการ 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525101447503 513 ประมงสิงห์บุรี รณรงค์งดจับปลาในฤดูน้ำแดง

ประมงจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรมมอบป้ายไวนิลรณรงค์งดเว้นการจับปลาและสัตว์น้ำในฤดูแล้ง            

            ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายประดิษฐ์ ศรีภัทรประสิทธิ์ ประมงจังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดกิจกรรมมอบป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ชาวประมงและประชาชนจังหวัดสิงห์บุรีงดเว้นการจับปลาและสัตว์น้ำในช่วงฤดูน้ำแดงหรือฤดูการวางไข่ของปลา ให้กับประมงอำเภอ จำนวน 6 อำเภอ เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่แต่ละอำเภอ สำหรับการกำหนดห่วงเวลาและพื้นที่ที่จะเป็นฤดูน้ำแดงหรือฤดูการวางไข่นั้น ในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดจะมีห่วงเวลาที่ไม่ตรงกัน ซึ่งกรมประมงได้ทำการศึกษาระยะเวลาการทำรังวางไข่ของสัตว์น้ำในแต่ละโซนพื้นที่ พบว่าในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีห่วงเวลาในการสืบพันธุ์ ทำรัง วางไข่ของสัตว์น้ำ และปลา จะอยู่ในห่วงเวลาระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงห์หาคม 2564 รวมระยะเวลา 92 วัน โดยในห่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้จะขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการจับปลาในลำน้ำ และแม่น้ำ หากจะจับก็ให้ใช้เครื่องมือตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น ใช้เบ็ดตกปลาได้ แต่ห้ามวางเบ็ดราว ห้ามใช้แหทอด ห้ามใช้อวน 

            ซึ่งในช่วงระหว่างการณรงค์ประชาสัมพันธ์นี้ ทางสำนักงานประมงจังหวัดสิงห์บุรี ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจราในแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด เช่น ลำแม่ลา แม่น้ำน้อย แม่น้ำเจ้าพระยา และตามแหล่งเก็บน้ำที่เป็นแหล่งเพราะพันธ์ในพื้นที่อำเภอต่างๆ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตักเตือน แต่หากไม่เชื่อฟังก็จะดำเนินการตามกฎหมาย 

            วีรยุทธ รวดเร็ว  ข่าว / ภาพ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สิงห์บุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525101253502 514 พัฒนาชุมชนอุบลราชธานี เดินหน้าสนับสนุน “โคก หนอง นา พช.” ในพื้นที่ อ.สิรินธร และเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกแก่คณะตรวจสอบ โดยเน้นความถูกต้อง โปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน "            นายคมกริช ชินชนะ พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอสิรินธร นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) และนายช่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” กิจกรรมที่ 2 พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับครัวเรือน พร้อมรอรับการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในพื้นที่อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 

            สำหรับการลงพื้นที่สนับสนุนโครงการฯ ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา” ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครัวเรือนต้นแบบ ในพื้นที่ นางทิพย์เกษร พุ่มแก้ว บ้านโชครังสรรค์ หมู่ที่ 13 ตำบลคันไร่ พื้นที่ 3 ไร่ และพื้นที่นายอุทัย ผาดี บ้านห้วยไฮ หมู่ที่ 6 ตำบลคำเขื่อนแก้ว พื้นที่ 3 ไร่ แปลงของนายบุญมี ทองเหลือ หมู่ที่ 9 บ้านสุขสำราญ ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย พื้นที่ 3 ไร่ แปลงนายสมพงษ์ ดวงสินธุ์ หมู่ที่ 8 ตำบลนิคมสค้างตนเองลำโดมน้อย พื้นที่ 1 ไร่ และแปลงนายอุทัย ผาดี หมู่ที่ 8 ตำบลคำเขื่อนแก้ว พื้นที่ 3 ไร่  ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน 

            โอกาสนี้ คณะติดตามฯ ได้พบปะกับนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) และเจ้าของแปลงในพื้นที่ โดยให้คำแนะนำการปลูกไม้ป่า 5 ระดับ ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง พร้อมชื่นชมแปลงที่ดำเนินการได้แล้วเสร็จตามแนวทางของหลักกสิกรรมธรรมชาติ 

            กรกช ภูมี / สวท.อุบลฯ  รายงาน


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี สวท.อุบลราชธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525103640512 515 เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่เฟ้นหาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนที่ประสบความสำเร็จ เตรียมนำแนวทางการดำเนินงานด้านการจัดการดินปุ๋ยไปขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่

        นายอัครพล ขัติยะ เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้คณะกรรมการประกวดศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2564 ลงพื้นที่พิจารณาคัดเลือก ศดปช. ดีเด่นระดับจังหวัด เพื่อเผยแพร่ผลงานของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนที่ประสบความสำเร็จ และนำไปเป็นแนวทางในการขยายผลการดำเนินงานด้านการจัดการดินปุ๋ยสู่เกษตรกรในพื้นที่

        โดยวานนี้ (24 พ.ค.64)  คณะกรรมการประกวดศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ดีเด่นระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ลงพื้นที่ไปยังอำเภอปางมะผ้า มีนายวันชัย พรินทรากุล เกษตรอำเภอปางมะผ้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูลสนับสนุนประกอบการคัดเลือกฯ ณ ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

        สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย สถานที่ตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนและวัสดุอุปกรณ์, การนำเทคโนโลยีไปปฏิบัติของสมาชิก, การตรวจวิเคราะห์ดินพร้อมคำแนะนำ, การจัดหาแม่ปุ๋ย, กระบวนการเรียนรูแก่สมาชิก และแปลงเรียนรู้ เป็นต้น




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525103805516 516 เชื้อไวรัสลัมปี สกิน ไม่ติดต่อสู่คน มั่นใจเลือกซื้อเนื้อสัตว์มองหาตราปศุสัตว์ OK เลี่ยงกินเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ ซึ่งมีรายการการศึกษาว่าติดต่อสู่แพะได้ แต่ไม่ติดต่อสู่สัตว์ชนิดอื่น อาทิเช่น สุกร สุนัขและไม่ใช่โรคที่ติดสู่คน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต และมีตุ่มขนาดใหญ่ ประมาณ 2-5 เซนติเมตร ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะและหว่างขา ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก ตกสะเก็ดและเกิดเป็นเนื้อตาย หรือมีหนอนแมลงมาไชได้ อาจพบตุ่มน้ำใสขึ้นที่เยื่อเมือก ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการน้ำลายไหล ตาอักเสบ มีตุ่มขึ้นที่เยื่อเมือก อัตราการป่วยอยู่ที่ 5 – 45 % อัตราการตายน้อยกว่า 10% แต่อาจมีอัตราการตายสูงในพื้นที่ที่ ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผลผลิตที่ลดลง

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพสุกรมีรอยโรค ตุ่มนูนแดง กระจายตัวที่บริเวณขาหลัง นั้น อาการแสดงลักษณะนี้ สามารถวินิจฉัยแยกโรคออกเป็น 2 กลุ่มคือ กรณีโรคไม่ติดเชื้อ เช่น แมลงกัดต่อยจนเกิดอาการของเป็นตุ่มนูนแดง หรือกรณีโรคติดเชื้อ เช่น โรคฝีดาษสุกร (swine pox) เป็นเชื้อไวรัส ซึ่งก่อโรคเฉพาะในสุกร ไม่ติดต่อสู่คน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ปศุสัตว์ชนิดอื่น ซึ่งกล่าวโดยสรุปคือ โรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดต่อในโค กระบือ แต่ไม่ติดต่อสู่คนและสัตว์ชนิดอื่น โรคฝีดาษ-สุกร เกิดโรคเฉพาะในสุกร ไม่ติดต่อสู่สัตว์ชนิดอื่นและไม่ติดต่อสู่คน ดังนั้น การบริโภคเนื้อสัตว์จึงต้องรับประทานสุกทุกกรณี เพื่อหลีกเลี่ยงโรคบางโรคที่เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ เช่น โรคท้องร่วง หรือโรคหูดับ (Streptococcus suis)



2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525111853550 517 อบรมโครงการเลี้ยงกบและปลาดุกในกระชังบก บ้านดู่ทุ่ง อำเภอเมืองยโสธร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

        นายธนนชัย สืบพรม ประมงจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนายชัยณรงค์ ชื่นชม หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการประมง และเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดยโสธร จัดอบรมเกษตรกรโครงการอบรมให้ความรู้การส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาการตลาดสินค้าเกษตร โครงการย่อยการเลี้ยงกบและปลาดุกในกระชังบก โดยเบิกจ่ายจากเงินกู้ตามพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ณ บ้านดู่ทุ่ง หมู่ 2 ตำบลดู่ทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และได้ตรวจรับและมอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ กระชังบก อาหารกบ และอาหารปลาดุก ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ฯ จำนวน 27 ราย 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525111133543 518 กรมชลประทาน เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทานที่ได้รับการพัฒนาแล้ว แทนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน มุ่งเน้นและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำโดยใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทานด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงกำหนดทิศทางของการบริหารจัดการน้ำชลประทานในอนาคตด้วยการเปลี่ยนจากการพัฒนาเชิงปริมาณไปเป็นการพัฒนาเชิงคุณภาพ โดยมีกระบวนการที่สำคัญที่สุดคือ การส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำชลประทานอย่างจริงจัง อาทิ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก ทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุกโดยการลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาจุก และเกษตรกรผู้ใช้น้ำจากโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ (ฝั่งซ้าย) เขื่อนทดน้ำผาจุก อำเภอเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน โดยสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจหลักการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน ตลอดจนวิธีการบำรุงรักษาระบบชลประทานตามหลักวิชาการ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำของเกษตรกรในพื้นที่

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวด้วยว่า กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงกำชับให้ทุกโครงการชลประทานให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการให้มากที่สุด



2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525112702554 519 "ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ""คณะกรรมการบริหารของสภาวิจัยโลก (Global Research Council: GRC)""" "

ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ""คณะกรรมการบริหารของสภาวิจัยโลก (Global Research Council: GRC)""

     นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของสภาวิจัยโลก (Global Research Council: GRC) จากการประชุม GRC ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เนื่องในโอกาสที่ตำแหน่งผู้แทนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่างลง 1 ตำแหน่ง คณะกรรมการบริหารของ GRC ประกอบไปด้วยผู้แทนจากภูมิภาคอเมริกา ยุโรป และเอเชีย-แปซิฟิก ภูมิภาคละ 3 ตำแหน่ง ผู้แทนจากภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา (Sub-Saharan Africa) จำนวน 2 ตำแหน่ง และภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (Middle East and North Africa: MENA) จำนวน 1 ตำแหน่ง โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี มีบทบาทหน้าที่ในการให้ความเห็นและพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของ GRC รวมทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทำงาน GRC Executive Support Group และ Executive Secretary ตลอดจนให้ความเห็นเอกสารหรือข้อกำหนดที่สำคัญของ GRC โดย นางสาว วิภารัตน์ฯ ได้ให้ถ้อยแถลงในการส่งเสริมการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการให้ทุนวิจัย การแบ่งปันข้อมูลและแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best practice) และการทำงานร่วมกันแบบพหุภาคีระหว่างหน่วยงานผู้ให้ทุนวิจัยในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525134718634 520 การประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด

        คณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดนครสวรรค์ประชุม พิจารณาข้อมูลรายกลุ่มสนับสนุนทุนให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด และตรงตามวัตถุประสงค์ หลังผ่านการพิจารณากลั่นกรอง67แปลง

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อพิจารณาในรายละเอียด หลังจาก ผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการ ตามคำเสนอขอ 67 แปลง ซึ่งหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณตามมติคณะรัฐมนตรีต้องไม่เกินวงเงินเดิมที่เคยเสนอขอความต้องการและได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 แล้ว โดยจังหวัดนครสวรรค์ มีแปลงใหญ่ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 68 แปลง วงเงิน 186,801,246 บาท ประกอบด้วย ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว 45 แปลง สำนักงานเกษตรจังหวัด 18 แปลง สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด 4 แปลง และการยางแห่งประเทศไทย 1 แปลง มีจำนวน 67 แปลง ยกเว้นการยางแห่งประเทศไทย ที่ขอเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ รวมวงเงิน 185,876,346 บาท แบ่งเป็น อำเภอบรรพตพิสัย 13 กลุ่ม อำเภอท่าตะโก 9 กลุ่ม อำเภอเมือง อำเภอชุมแสง อำเภอละ 7 กลุ่ม อำเภอตากฟ้า 6 กลุ่ม อำเภอลาดยาว 5 กลุ่ม อำเภอหนองบัวและพยุหะคีรีอำเภอละ 4 กลุ่ม อำเภอไพศาลี 3 กลุ่ม อำเภอโกรกพระ ตาคลี แม่เปินอำเภอละ 2 กลุ่ม อำเภอแม่วงก์ ชุมตาบง เก้าเลี้ยว อำเภอละ 1 กลุ่ม

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ กล่าวว่า จากผลการกลั่นกรองของคณะกรรมการมีบางรายการที่ยังมีข้อสงสัย จึงขอให้หารือไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและกรมส่งเสริมการเกษตร หากได้รับหนังสือตอบอย่างไร แต่ละแปลงให้ดำเนินการตามนั้น อย่างไรก็ตามแนวทางปฏิบัติมีหลักเกณฑ์ชัดเจน ตามระเบียบราชการ ที่ต้องยึดถือเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สวท.นครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525130029609 521 "มร.ลป. จัดกิจกรรมจิตอาสา ""รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านกล้า"" เฉลิมพระเกียรติ" "

        วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ผศ.ปริตต์ สายสี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พร้อมด้วย รศ.ดร.พิมผกา โพธิลังกา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการต่างประเทศ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และสมาชิกจิตอาสาพระราชทาน สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และสมาชิกจิตอาสาสังกัดศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ""รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านกล้า""เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ณ บริเวณด้านข้างอาคารบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 

        กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นภายใต้โครงการอาสาบำเพ็ญประโยชน์และบัณฑิตจิตอาสา เพื่อให้คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ บุคลากร ของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางทุกคนได้ร่วมกันปลูกต้นไม้และบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญงอกงาม โดยมีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ทั้งในพื้นที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่สาธารณะ ศาสนสถาน ไม่น้อยกว่า 100 ล้าน

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525130309612 522 ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงาน “รำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง” ณ แปลงนาส่วนพระองค์ (ทุ่งมะขามหย่อง) เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 "            วันนี้ (25 พ.ค.64) เวลา 09.30 น. ณ แปลงนาส่วนพระองค์ (ทุ่งมะขามหย่อง) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดและกล่าวปราศรัยใน ""งานรำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง"" จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มี นายไพฑูรย์ รื่นสุข เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยมี พันเอก(พ) เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง ผอ.รมน.จว. นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธนากร ตันติกุล ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา นายบดินทร์ เกษมศาสนติ์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรมาร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา ได้ร่วมบังคับโดรนเพื่อการเกษตรในการฉีดพ่นสารจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง และเยี่ยมชมนิทรรศการ และพบปะผู้ร่วมงาน อีกด้วย 

            วันที่ 25 พฤษภาคม ของทุกปี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะกำหนดจัดงาน ""รำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง"" เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง พระราชทานขวัญและกำลังใจให้พสกนิกร ที่ผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมในปี พ.ศ. 2554 ในโอกาสนั้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ปลูกข้าวในที่ดินส่วนพระองค์ ทุกวันที่ 25 พฤษภาคม ของทุกปี และได้พัฒนาเป็นแปลงนาสาธิต ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้มาศึกษาและนำไปปฏิบัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 มาอย่างต่อเนื่อง โดยผลผลิตข้าวที่ได้จากแปลงนาส่วนพระองค์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะนำทูลเกล้าถวาย เพื่อใช้ประโยชน์ตามพระราชอัธยาศัยและในปีนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะดำเนินการปลูกข้าว ในช่วงเดือนพฤษภาคม และกำหนดการเก็บเกี่ยวช่วงเดือนกันยายน โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูก คือ ข้าวพันธุ์ กข 43 มีลักษณะเป็นพันธุ์ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม อายุการเก็บเกี่ยว 95 -97 วัน ผลผลิตข้าวสดเฉลี่ย 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับช่วงเช้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

บรมนาถบพิตร ณ บริเวณพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เพื่อรำลึกถึงพระองค์เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนหลังเกิดอุทกภัยเมื่อปี 2554


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525130444613 523 จ.มุกดาหาร ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดชนิด โรคลัมปีสกิน ในโคและกระบือ

        จังหวัดมุกดาหาร ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกิน ในโคและกระบือ โดยห้ามมิให้เคลื่อนย้าย โคกระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าวเข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากสัตวแพทย์ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ

        นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ออกอากาศจังหวัดมุกดาหาร กำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกินในโคกระบือ หลังพบการระบาดในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้าง หรือจังหวัดอื่นเพิ่มขึ้น

        ด้วยจังหวัดมุกดาหารพบการระบาดของ โรคลัมปีสกิน ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย และอำเภอหว้านใหญ่ เกิดขึ้นในสัตว์ชนิดโคซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย เป็นโรคตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ภายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างขึ้น เนื่องจากโรคนี้มีแมลงดูดเลือด ได้แก่ ยุง แมลงวัน เหลือบ และเห็บ เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ และมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาด ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นๆเพิ่มขึ้นได้ จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาด หรือพาหะของโรคระบาด และก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เป็นอย่างมาก

        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ. ศ. 2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร จึงออกประกาศ ให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เป็นเขตโรคระบาดชนิด โรคลิมปีสกิน ในสัตว์ชนิดโคและกระบือ และห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้าย สัตว์ชนิดโคและกระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ. ศ. 2558 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม พ. ศ. 2560 เป็นต้นไป

2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร สวท.มุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525132816619 524 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ เร่งกระจายส้มเขียวหวานจังหวัดแพร่ เพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนส้ม

        เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรแปลงใหญ่ส้มเขียวหวาน พื้นที่ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ และไม่สามารถระบายสินค้าส้มเขียวหวานออกสู่ตลาดได้เนื่องจากสถานการณ์ โควิท-19 โดยร่วมกับไปรษณีย์จังหวัดแพร่จัดให้มีการกระจายผลผลิตไปยังปลายทางต่างจังหวัดโดยรถขนส่งไปรษณีย์ เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ในการจัดหายอดสั่งซื้อ ตลอดจนความร่วมมือจากผู้บริโภคในจังหวัดแพร่ จำนวนทั้งสิ้น 2,420 กิโลกรัม เป็นเงิน 65,900 บาท ประกอบด้วย จังหวัดน่าน จำนวน 1,050 กิโลกรัม เป็นเงิน 29,400 บาท, จังหวัดเชียงราย จำนวน 450 กิโลกรัม เป็นเงิน 13,500 บาท และจังหวัดแพร่ จำนวน 920 กิโลกรัม เป็นเงิน 23,000 บาท

        นอกจากนี้ ได้มีการเชื่อมโยงส้มเขียวหวานเข้าสู่โรงพยาบาลแพร่เป็นประจำ (จัดส่งวันเว้นวัน) วันละ 60 กิโลกรัม ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดส่งสินค้าได้ตลอดช่วงฤดูกาล จำนวนทั้งสิ้น 6,000 กิโลกรัม เป็นเงิน 150,000 บาท สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525133222621 525 ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดโครงการเมืองแห่งความสุข กิจกรรม ปลูกป่าชายเลน วันต้นไม้แห่งชาติ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัด

        วันนี้(25 พ.ค.64)นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดโครงการเมืองแห่งความสุข ณ พื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลน หมู่ 10 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม โดยมี นายถิน พิสูจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการดังกล่าว พร้อมด้วยนางรัชฎา บุญณสะ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรม ซึ่งก่อนที่จะปลูกนายวิสูตร นวมศิริ หรือผู้ใหญ่แดง ปราชญ์ชาวบ้านด้านการปลูกป่า ได้แนะนำวิธีการปลูกเพื่อให้ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมได้รู้ถึงขั้นตอนการปลูก

        ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า กิจกรรมการปลูกป่าชายเลนในวันนี้ เป็นครั้งที่ 23 ในปี 2564 ของจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามนโยบายของจังหวัดสมุทรสงคราม ตามโครงการเมืองแห่งความสุข ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 10 ไร่ ประกอบกับวันที่ 26 พฤษภาคม เป็นวันต้นไม้แห่งชาติ การปลูกป่าชายเลนวันนี้เป็นการปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ จำนวน 700 ต้น แม้ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย แต่กิจกรรมที่จัดเป็นกิจกรรมในที่โล่ง ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ตามประกาศของ ศบค.จ.สมุทรสงครามอย่างเคร่งครัด 

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สมุทรสงคราม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525134503630 526 พิษโควิด-19 เล่นงาน เด็กหนุ่มชาวแม่สะเรียง ตัดสินใจปิดร้านในเมืองใหญ่ กลับบ้านเปิดร้านกาแฟแนวแคมป์ร้านแรกในแม่สะเรียง “CAMP 29 CUP - Slowbar & Grill” "

        วันนี้ (25 พ.ค.64) ณ ลานหน้าสวนรุกขชาติห้วยชมภู อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีร้านกาแฟแนวแคมป์ปิ้งเล็กๆ ที่มีคนต่อแถวนั่งรอเพียบ ร้านกาแฟแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของวัยรุ่นยุคปัจจุบัน ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามเจ้าของร้านนายกิตติคุณ กวางทู อายุ 27 ปี เจ้าของ CAMP 29 CUP - Slowbar & Grill เปิดเผยถึงความเป็นมาของร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ ชื่อร้านประกอบด้วย CAMP คือ การตั้งแคมป์ปิ้ง 29 คือ เลขวันเกิด ส่วน CUP มาจากแก้วกาแฟเล็กๆ ตนไม่ได้เรียนทำเครื่องดื่มหรือเป็นบาริสต้าโดยตรง ก่อนหน้านี้เปิดร้านหม่าล่าที่เชียงใหม่ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ระลอกแรกทำพิษ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่า ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ จนกระทั่งประมาณปลายปีที่แล้ว จึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านอำเภอแม่สะเรียง เพื่อลดค่าใช้จ่ายทั้งหมด หลังจากกลับมาอยู่ที่อำเภอแม่สะเรียงที่เป็นบ้านเกิดของตน จึงคิดจะเปิดร้านเพื่อสร้างรายได้ไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

        ปกติเปิดร้านอยู่ใกล้กับการประปาแม่สะเรียง เปิดร้านมา 4 เดือน อยู่ในช่วงปรับตัวกับสถานการณ์โควิด-19  ประกอบกับตนเป็นคนเบื่อง่าย จึงอยากออกมานอกสถานที่บ้าง และคิดว่าน่าจะมีคนแบบเดียวกัน จึงตั้งใจจะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ ได้ทั้งท่องเที่ยวและพักผ่อน ให้คอกาแฟได้ถ่ายรูปตามสถานที่สวยๆ ในแต่ละพื้นที่ที่ร้านไปตั้ง เป็นการนำเสนอเมืองแม่สะเรียงอีกทางหนึ่งด้วย อีกอย่างเวลาออกแคมป์ ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว อยู่บ้านทำกาแฟดื่มเองทุกวัน พอมีเพื่อนได้ลองชิมอยากจะดื่มด้วย จึงออกแบบกาแฟที่เป็นรูปแบบที่ตนเองชอบ ทำเป็นร้านกาแฟเล็กๆ เข้าไปเสริมกับร้านหม่าล่าที่ทำอยู่แล้ว 

        สำหรับจุดเด่นของร้านที่อยากให้ลองมาชิม คือ ROK Espresso ใช้เมล็ดกาแฟจากหลายพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นเป็นกาแฟผลไม้ ราคาอยู่ที่ 30 บาทขึ้นไป เมนูในแคมป์มีทั้ง กาแฟสกัดเย็น โมกาพอต (Mokapot) ลาเต้ คาปูชิโน่ กาแฟดริป ชา โซดาผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังเข้าร่วมโครงการเราชนะและคนละครึ่งของรัฐบาล เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำเงินให้ได้เช่นเดียวกัน




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525141801668 527 นิพนธ์ ยืนยัน มหาดไทย พร้อมร่วมมือ ก.พาณิชย์ และ ก.เกษตรฯ ดูแลเกษตรกรราคาพืชผลตกต่ำจากสถานการณ์โควิด-19

        วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ได้เข้าช่วยเหลือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกที่ 3 ของประเทศไทย ว่า ขณะนี้จะยังมีการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศยังคงมียอดผู้ติดเชื้อที่สูงอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการช่วยเหลือต่อไปจนกว่าสถานการณ์ในภาพรวมต่างๆ จะทยอยดีขึ้นพร้อมทั้งมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19  โดยตลอดช่วงวันหยุดราชการก็ได้มีการลงพื้นที่ เพื่อไปตรวจราชการติดตามงานถึงการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลกระทบมาตลอดระยะของการระบาดระลอกที่ 3 นี้

        ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการพบปะประชาชน เกษตรกร จึงทำให้ทราบถึงความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก หลายคนขาดรายได้จากการทำงาน ไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ขณะเดียวกันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่ปลูกฟักทอง ฟักเขียว พริกเขียวมัน ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่มีคนเดินทางออกจากบ้าน เพื่อไปซื้อของที่ตลาด รวมทั้งไม่กล้าเดินทาง เพื่อไปรับซื้อพืชผลทางการเกษตรดังกล่าว ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำและค้างอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนในฐานะที่รับผิดชอบในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของจังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ได้มีเข้าไปติดตามแก้ไขปัญหาช่วยเหลือ พร้อมทั้งประสานการเข้าไปดูแลและหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งหลายภาคส่วนได้มีการตอบรับเป็นอย่างดีเพื่อลงพื้นที่นำอาหาร ทั้งพร้อมรับประทานอาหารแห้ง หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือทำความสะอาดป้องกันโรค และสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

        นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้เน้นย้ำด้วยว่า รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกัน ประสานงานกัน ในการช่วยเหลือต่างๆเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยนายวิชัย โภชนกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการประสานการรับซื้อพืชผลทางการเกษตรที่ราคาตกต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 46 ตัน และยังมีเครือข่ายองค์กรต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมด้วยช่วยกัน อีกหลายองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบจากสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีและในเร็วๆ นี้ 

        นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าและรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินมาตรการฯเพื่อนำไปปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการช่วยเหลือเกษตรกรให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525165503786 528 อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรระวังและเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก "

            นายสมนึก สวนดอกไม้ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

            คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองเกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวเกษตรกรควร   ขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูฝนแมลงต่าง ๆและศัตรูสัตว์ เช่น ยุงเหลือบ ริ้น ไร เป็นต้น จะเจริญเติบโตได้ดี เกษตรกรควรระวังและป้องกันศัตรูสัตว์ดังกล่าวมารบกวนสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์ชะงักการเจริญเติบโต และศัตรูสัตว์บางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้

            ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525144739694 529 จ.ยโสธร เชิญชวนร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ

        นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เชิญชวนชาวยโสธร ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ณ วัดป่าหนองบก บ้านหนองบก ต.หนองหิน อ.เมืองยโสธร ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 หรือตามสถานที่ที่เหมาะสม

        นอกจากนั้น ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบ Video Conference พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับมอบกล้าไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 จำนวน 100 กล้า จากนายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล รองอธิบดีกรมป่าไม้ และคณะ โดยกล้าไม้ที่รับมอบ ได้แก่ ต้นพะยูง จำนวน 40 กล้า ต้นมะฮอกกานี จำนวน 20 กล้า ต้นเหลืองปรีดียาธร จำนวน 20 กล้า และต้นมะค่าโมง จำนวน 20 กล้า

        คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เชิญชวนให้คณะรัฐมนตรีร่วมกันปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 จึงเป็นที่มาของการมอบกล้าไม้ดังกล่าว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นำกล้าไม้ดังกล่าวไปปลูกบริเวณกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการ/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ต่อไป 

2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525154626733 530 สศท.7 โชว์แปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ ศกอ. จ.สุพรรณบุรี ดึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

        นางสาวสมบัติ พุทธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการนำแนวคิดเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตและปรับปรุงการทำการเกษตร โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตนั้น เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นรูปธรรม ทำให้เกษตรกรมีการจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ต้นทุน และมีรายได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการพัฒนาที่มุ่งสู่เกษตร 4.0 เพื่อทำให้อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง ยั่งยืน สร้างรายได้ที่ดี และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น

          จากตัวอย่างของ Smart Farmer ที่ประสบความสำเร็จโดยนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตข้าวปทุมธานี 1 คือ นายพิชิต เกียรติสมพร เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) และยังเป็นประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสวนแตง ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี บอกเล่าว่า เดิมนั้นตนเพาะปลูกข้าวโดยใช้สารเคมีเป็นหลักส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขณะที่ได้กำไรน้อย จึงศึกษาวิธีและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวและไม่มีโรคแมลงศัตรูข้าวมารบกวน โดยได้เข้าร่วมโครงการแนวทางการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตข้าวของสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติสุพรรณบุรี เมื่อปี 2562 จึงได้ลงมือทำแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะข้าวขึ้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี บนเนื้อที่แปลงนาต้นแบบ 11 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับก่อนเข้าร่วมโครงการ โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ครอบคลุมตลอดกระบวนการผลิต อาทิ เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ เครื่องกำจัดวัชพืชที่มีความแม่นยำสูง เครื่องตรวจวัดความต้องการธาตุอาหารพืช เครื่องให้ปุ๋ยอัตโนมัติตามค่าวิเคราะห์ดินระบบควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะ ติดตั้ง Sensor ตรวจสภาพต้นข้าว กล้องดักจับแมลง การใช้อากาศยานไร้คนขับในการสำรวจการเจริญเติบโตของพืชร่วมกับการฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ การใช้ Sensor ตรวจวัดสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม รวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแปลงเรียนรู้เพื่อนำไปประมวลผลผ่านระบบ Internet ทำให้ลดแรงงานในการดำเนินงาน ลดระยะเวลา ลดปริมาณการใช้น้ำ และลดปริมาณการใช้สารเคมี    

        หลังจากเข้าร่วมโครงการ พบว่าปีเพาะปลูก 2563/64 ซึ่งเพาะปลูกระหว่างเดือนตุลาคม- กุมภาพันธ์ มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 4,985 บาท/ไร่/รอบการผลิต ระยะเวลาเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ผลผลิตเฉลี่ย 870 กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต ผลตอบแทนเฉลี่ย 8,976 บาท/ไร่/รอบการผลิต คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 3,991 บาท/ไร่/รอบการผลิต ราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ เมษายน 2564 ความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 10,313 บาท/ตัน และความชื้น 25% ราคาอยู่ที่ 9,100 บาท/ตัน โดยจะจำหน่ายเป็นพันธุ์ข้าวปลูกทั้งหมดให้กับเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และเกษตรกรในชุมชน อย่างไรก็ตาม จากการที่นายพิชิตเข้าร่วมโครงการและได้นำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตข้าวสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ 13 และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับก่อนเข้าโครงการ

         นอกจากนี้ นายพิชิต ยังได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนเกษตรกรให้ไปศึกษาดูงานเรื่องการรวมกลุ่มเกษตรกรการผลิตข้าวเป็นเมล็ดพันธุ์ และแปรรูปข้าวที่ประเทศญี่ปุ่นและจีน โดยได้นำองค์ความรู้มาเผยแพร่แก่สมาชิกแปลงใหญ่เพื่อการบริหารจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มปริมาณผลผลิต สร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกร 

        ทั้งนี้ หากท่านใดที่สนใจรายละเอียดข้อมูลเกษตรอัจฉริยะข้าวปทุมธานี 1 สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นายพิชิต เกียรติสมพร บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 4 ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โทร 08 9174 2512 หรือเข้าไปศึกษาดูงานได้ที่แปลงใหญ่ข้าวตำบลสวนแตงได้โดยตรง หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ สศท.7 โทร 0 5640 5007-8 อีเมล์ zone7@oae.go.th




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525170502794 531 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน จังหวัดขอนแก่น

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาและแนวทางมาตรการป้องกันโรคระบาด โรคลัมกี สกิน ในพื้นที่เขต 3 และเขต 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์  จังหวัดขอนแก่น และเป็นประธานเปิดงาน Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน  (Lumpy skin Disease) ที่จังหวัดขอนแก่น ว่า จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน อย่างใกล้ชิด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน ดังนั้นเพื่อให้การควบคุม ป้องกันและกำจัดโรค เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อคลายความวิตกกังวลของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ระหว่างวันที่ 25 - 26 พ.ค. 64 ณ จังหวัดขอนแก่น สกลนคร และมุกดาหาร 

กิจกรรมประกอบด้วย 1) ปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อรักษาโค -กระบือ ที่ป่วย โดยเป็นการรักษาตามอาการในเบื้องต้น 2) ปล่อยขบวนหน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรคและพ่นสารเคมีกำจัดแมลง ซึ่งเป็นพาหะของโรค เพื่อยับยั้ง ชะลอการแพร่ระบาด 3) แจกสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ แจกยารักษาแผลภายนอก ยาบำรุง แร่ธาตุ ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจโรคและการป้องกันให้กับเกษตรกร สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โรคลัมปี สกิน เป็นแล้วรักษาหาย เนื้อทานได้ ไม่ติดต่อสู่คน พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของโรคอย่างใกล้ชิด



2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525193152928 532 เกษตรควนกาหลง จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ชี้แจงการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

        วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นางอภิวันท์ ทองแท่น เกษตรอำเภอควนกาหลง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง ร่วมประชุมชี้แจงการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ให้แก่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลทุ่งนุ้ย ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล เพื่อวางแผนเตรียมการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน โดยกลุ่มมีกิจกรรมการเลี้ยงโค และแปลงปลูกหญ้าเพื่อเป็นอาหารให้แก่โค 

        ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขี้แจงรายละเอียดการจดทะเบียนวิสาหกิจ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 เพื่อให้เกษตรกรได้ดำเนินการในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525171713813 533 ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมคณะสำรวจพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำคลองบางตลาด "            วันนี้ (25 พ.ค. 64) เวลา 09.30 น. นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สำรวจบริเวณสถานีสูบน้ำบ่อปากคลองบางตลาด ระยะทาง 200 เมตร และบริเวณหมู่บ้านประชานิเวศน์ 2 ระยะทาง 800 เมตร เพื่อวางแผนแก้ปัญหาและป้องกันน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมด้านการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ทันในช่วงฝนตกหนัก โดยได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นนทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525171041803 534 คพ.เร่งแก้ปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน พร้อมเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งแก้ปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน พร้อมเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ            

            นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้ง (Flare) ในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ว่า ส่วนใหญ่เกิดจากเหตุระบบจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทำให้มีการร้องเรียน โดยคณะกรรมการควบคุมมลพิษได้ให้หน่วยงานกำกับดูแลป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่ง คพ. ได้หารือแนวทางการจัดการปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อป้องกันการปล่อยควันดำจำนวนมากที่หอเผาทิ้ง ภาพรวมจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอการดำเนินงานที่ผ่านมาและแนวทางการแก้ปัญหาและความเห็น เพื่อแก้ปัญหาการปล่อยทิ้งควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด เบื้องต้นได้เห็นชอบแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้ง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ให้ผู้ประกอบการมีการกำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อเผชิญเหตุ การดำเนินการแก้ไข การรายงานสถานการณ์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและสาธารณะชนให้รวดเร็วขึ้นแล้วเสนอให้หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณา // คพ. ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำหนดมาตรการที่เหมาะสมทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้ง หน่วยงานที่รับผิดชอบกรณีการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้งเสนอคณะกรรมการควบคุมมลพิษและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ประกาศเป็นระเบียบข้อบังคับต่อไป            

            นอกจากนี้ คพ. จะประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีการใช้หอเผาทิ้ง เพื่อกำหนดมาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้ง และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในรูปแบบกองทุนเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมจากการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้ง 

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174401833 535 ลัมปีสกิน ระบาดแล้วใน 18 อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานี โค-กระบือติดเชื้อ 345 ตัว ปศุสัตว์ย้ำไม่ระบาดสู่คนและสุกร สั่งห้ามนำเนื้อไปรับประทาน ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ออกนอกพื้นที่ "            นายพนธ์สมิทธิ์ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงโรคลัมปีสกินในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ว่า ปัจจุบันได้ระบาดในวัว 18 อำเภอ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 250 ราย 345 ตัว ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ได้ซักซ้อมและให้แนวทางป้องกันแก่ปศุสัตว์อำเภอ พร้อมประกาศให้ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เป็นเขตโรคระบาดตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เพื่อควบคุมห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ ซึ่งโรคลัมปีสกินมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส POX ซึ่งติดต่อโดยแมลงดูดเลือด เห็บ ยุง แมลงวัน เป็นพาหะ เป็นโรคอุบัติใหม่ ยังไม่มียารักษา ต้องรักษาตามอาการ

            ทั้งนี้ การสังเกตอาการของโรคจะมี 4 ระยะ คือ ระยะแรก 1-2 วัน จะแสดงอาการไข้ ไม่กินอาหาร มีตุ่มใต้ผิวหนัง ระยะที่ 2 ต่อมน้ำเหลืองจะบวม ตุ่มที่ผิวหนังมีลักษณะคล้ายฝี ไม่มีหัวและแข็ง ระยะที่ 3 ตุ่มจะแตก มีน้ำเหลืองซึม เป็นแผลหลุม ระยะแตกของตุ่มไม่พร้อมกัน ระยะที่ 4 แผลเริ่มหาย วงแผลแดงจนปิดสนิท สีอาจเปลี่ยนไปในช่วงแรก โรคนี้ไม่ระบาดสู่คน พื้นที่ระบาดหนักคืออำเภอเมืองอุดรธานี เกษตรกร 50 ราย วัวเนื้อติดเชื้อ 72 ตัว

            ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี กล่าวอีกว่า โรคนี้มีต้นกำเนิดมาจากโซนทวีปแอฟริกา มาเป็นระยะเวลา 100 ปีแล้ว แพร่ระบาดไปยังไปยุโรป เอเชียใต้ พม่า ไทย ลาว เวียดนาม และจีน โรคนี้เข้ามาในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2564 พบครั้งแรกที่ จังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนการแพร่ระบาดเกิดจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยแพร่ระบาดเข้ามาในจังหวัดอุดรธานี เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2564 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พบวัวเนื้อแรกเกิด อายุ 1 เดือน ป่วยโรคลัมปีสกินเสียชีวิต 1 ตัว ซึ่งห้ามนำเนื้อไปรับประทาน ต้องนำไปฝังทำลายอย่างเดียว แต่ถ้ารักษาหายแล้ว สามารถนำเนื้อไปรับประทานได้ ส่วนมาตรการป้องกันโรค ต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกร ห้ามเคลื่อนย้ายโค กระบือ หากเกษตรกรรายใดได้รับโคเนื้อมาใหม่ ให้กักดูอาการไม่น้อยกว่า 14 วัน นอกจากจะควบคุมการเคลื่อนย้ายเข้า-ออกของโคกระบือแล้ว ให้เกษตรกรกางมุ้งให้โค - กระบือ และการให้ยาฉีดพ่นควบคุมแมลง ซึ่งโรคนี้ไม่ระบาดสู่คน และไม่ระบาดในสุกรแต่อย่างใด

            สำหรับเกษตรกรที่พบโค - กระบือป่วย ขอให้แจ้งปศุสัตว์ใกล้บ้านโดยเร็ว เพื่อจะได้ควบคุมโรคทันที เพื่อลดความสูญเสีย ขอความร่วมมือเกษตรกร ห้ามเคลื่อนย้ายโค กระบือ เข้า-ออกพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้สั่งชะลอการเปิดตลาดนัดโค-กระบือ 5 แห่งประกอบด้วย อำเภอบ้านผือ , ศรีธาตุ , สร้างคอม , เพ็ญ และอำเภอเมือง จนกว่าสถานการณ์ระบาดจะคลี่คลาย รวมทั้งขอให้เกษตรกรแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ให้ทราบถึงระยะการระบาดในพื้นที่ ตามวิธีปฎิบัติ “รู้เร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว” จะช่วยให้การควบคุมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุดรธานี สวท.อุดรธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174233832 536 จังหวัดอุดรธานีพบโรคลัมปีสกินระบาด 18 อำเภอสั่งห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือ หรือซากสัตว์ "

        จังหวัดอุดรธานี พบการระบาดของโรคลัมปีสกินใน 18 อำเภอ ประกาศห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือ หรือซากสัตว์ข้ามจังหวัด ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ย้ำโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คน สัตว์ป่วยรักษาหายได้ เนื้อสามารถบริโภคได้ปลอดภัยให้ปรุงสุก 

        นายพนธ์สมิทธิ์ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี เรียกประชุมปศุสัตว์ 20 อำเภอ ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี เพื่อซักซ้อมแนวทางมาตรการป้องกันโรคลัมปีสกิน พร้อมประกาศให้ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ เป็นเขตโรคระบาดตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมเป็นต้นไป เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยล่าสุดจังหวัดอุดรธานีพบการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ 18 อำเภอ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 250 ราย โคเนื้อติดเชื้อ 345 ตัว ซึ่งสาเหตุมาจากไวรัสในตระกูล pox(พ็อค)ซึ่งติดต่อโดยแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ เช่น เห็บ เหลือบ ยุง แมลงวัน และสามารถติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับสะเก็ดแผล น้ำมูก น้ำลาย สัตว์ป่วย พบการระบาดในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานีมากที่สุด เป็นโคเนื้อ 72 ตัว 

        เบื้องต้นสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี สั่งห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือเข้า-ออกพื้นที่ ปิดตลาดนัดโค-กระบือ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขอความร่วมมือเกษตรกรเฝ้าระวังสังเกตอาการสัตว์ หากพบโค-กระบือ มีตุ่มตามผิวหนัง แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และอาสาสมัครปศูสัตว์ใกล้บ้าน เพื่อจะได้เข้าควบคุมโรคได้ทันท่วงที รวมทั้งให้การรักษาโค-กระบือ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น กล่าวคือ ""รู้เร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว"" หากเกษตรกรรายใดรับโคเนื้อเข้ามาใหม่แยกกักดูอาการไม่น้อยกว่า 14 วัน โรคลัมปีสกิน ไม่ติดต่อสู่คน สัตว์ป่วยรักษาหายได้ เนื้อสัตว์สามารถบริโภคได้ปลอดภัยด้วยการปรุงให้สุกทุกครั้ง 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุดรธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525180838849 537 ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ จัดฝึกอบรมเกษตรกร หลักสูตร “กรอบแนวคิดและการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ ประจำปี 2564

        วันนี้ (25 พ.ค.64) นางสาวอาทิยา แปลงใจ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่ ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอสูงเม่น ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมเกษตรกร หลักสูตร “กรอบแนวคิดและการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์” ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดย นายสัตวแพทย์ ดร.สมพร พรวิเศษศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม 2563 ณ ที่ทำการกลุ่มเลี้ยงไก่บ้านพันธุ์พื้นเมืองและสวยงามตำบลพระหลวง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ซึ่งมีเป้าหมายจำนวน 1 แปลง ไก้แก่ แปลงใหญ่กลุ่มเลี้ยงไก่บ้านพันธุ์พื้นเมืองและสวยงามตำบลพระหลวง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่สมาชิกจำนวน 30 ราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน สามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-25T00:00:00 ภาคเหนือ แพร่ สวท.แพร่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191212898 538 หน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดมุกดาหาร ร่วมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ

        วันนี้( 25 พ.ค.64) เวลา 09.30 น. นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันปลูกต้นไม้ ณ บริเวณพื้นที่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ วันวิสาขบูชา ปี 2564 โดยได้พันธ์ไม้ที่ปลูก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 400 ต้น ได้แก่ ไม้สัก พะยูง และ มะค่าโมง 

        ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่สถานีฯ ให้มีความร่มรื่น ป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน  

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.มุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525201349942 539 จังหวัดมุกดาหาร ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดชนิด โรคลัมปีสกิน ในโคและกระบือ

        นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ออกอากาศจังหวัดมุกดาหาร กำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกินในโคกระบือ หลังพบการระบาดในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้าง หรือจังหวัดอื่นเพิ่มขึ้น

        โรคลัมปีสกิน เกิดขึ้นในสัตว์ชนิดโคซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย เป็นโรคตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ภายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างขึ้น เนื่องจากโรคนี้มีแมลงดูดเลือด เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ และมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาด ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นๆเพิ่มขึ้นได้ จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาด หรือพาหะของโรคระบาด และก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เป็นอย่างมาก

        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ. ศ. 2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร จึงออกประกาศ ให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เป็นเขตโรคระบาดชนิด โรคลิมปีสกิน ในสัตว์ชนิดโคและกระบือ และห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้าย สัตว์ชนิดโคและกระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาต เป็นหนังสือจากสัตวแพทย์

2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.มุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525201153940 540 "สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส จัด "" รณรงค์ (Kick-Off) ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เร่งพ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงพาหะของโรค หลังพบระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน" "

        นายสัตวแพทย์ สามารถ อ่อนสองชั้น ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ ชนินทร์ ทิพปภาสมิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ และเจ้าหน้าที่ ฯ จัด "" รณรงค์ (Kick-Off) ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตามนโยบาย 

        นายสัตวแพทย์ สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ โดยร่วมกับนายกระจ่าง หมวกสกุล ปศุสัตว์อำเภอบาเจาะและเจ้าหน้าที่ฯ อบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคดังกล่าว แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อพื้นที่อำเภอบาเจาะ 

        จากนั้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส ได้บูรณาการร่วมกับปศุสัตว์อำเภอบาเจาะ ด่านกักกันสัตว์นราธิวาส องค์การบริหารส่วนตำบลปาลุกาสาเมาะ จัดการ “รณรงค์ (Kick-Off) ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน ด้วยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค พ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงพาหะของโรค ซึ่งดำเนินการใน ๓ จุดหลักที่สำคัญของพื้นที่อำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส และหลังจากนี้มีแผนการปฏิบัติงานในจุดอื่นๆให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับเกษตรกร และบรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของกรมปศุสัตว์

        ทั้งนี้ โรคลัมปี สกิน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจะเกิดเฉพาะในโค - กระบือ ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน รักษาหายได้ โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้ คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย ขอให้เกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพของโค - กระบือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-25T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525205345951 541 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,684 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง "

 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,684 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 47.41 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.024 ล้านโดส""  

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,684 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 28.9 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 287 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 131 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ ฉีดวัคซีนแล้ว ประมาณ 47.41 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 29.9% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 25.455 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 3,024,313 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 37.9%

" 2021-05-25T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525214512960 542 กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอชะอำ และเกษตรกรในพื้นที่ แก้ปัญหาการระบาดศัตรูมะพร้าว

            วานนี้ ( 25 พฤษภาคม 2564 ) แปลงมะพร้าวน้ำหอมของนางเรณู คลังนาค หมู่ที่ 5 ตำบลดอนขุนห้วย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นางอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอชะอำ และเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาดของศัตรูมะพร้าว ดำเนินโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร จัดกิจกรรมทำแปลงเรียนรู้การจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์ม (มะพร้าว) โดยร่วมกันกำหนดโจทย์ ออกแบบการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของศัตรูมะพร้าวที่พบ และดำเนินการจัดทำแปลงเรียนรู้เพื่อให้ได้ข้อสรุปการแก้ปัญหาศัตรูพืชนั้นๆ จำนวน 1 แปลง ขนาดอย่างน้อย 3 ไร่ อยู่ในพื้นที่ที่เกษตรกรสามารถเดินทางมาเรียนรู้ได้สะดวก จึงร่วมกันคัดเลือกแปลงมะพร้าวน้ำหอมของนางเรณู คลังนาค ซึ่งพบการเข้าทำลายของหนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนาม และด้วงแรดมะพร้าว 

            ทั้งนี้ ได้จัดทำเป็นแปลงเรียนรู้การจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์ม จัดการศัตรูมะพร้าวด้วยวิธีผสมผสาน ตัดทางใบที่พบศัตรูมะพร้าวมาทำลาย ทำความสะอาดแปลง ฉีดพ่นเชื้อบีที ใช้แตนเบียนไข่ทริโครแกรมม่า และติดตั้งกับดักฟีโรโมนด้วงแรด เพื่อเป็นแปลงเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เข้ามาศึกษาวิธีการจัดการศัตรูมะพร้าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 

            สวท.เพชรบุรี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันตก เพชรบุรี สวท.เพชรบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526091556973 543 สำนักงานประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 50,000 ตัว สร้างแหล่งอาหารโปรตีน และเสริมรายได้ให้กับคนในชุมชน

            ที่ อ่างเก็บน้ำหนองระหาร ต.แม่ลา อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุชาติ พิลาเดช ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ประมงอำเภอนครหลวง เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้นำท้องถิ่นตำบลแม่ลา อำเภอนครหลวง นายก อบต.แม่ลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ได้ร่วมกัน ปล่อยพันธุ์ปลาสลิด และปลาตะเพียน ลงสู่อ่างเก็บน้ำหนองระหาร สร้างแหล่งอาหารโปรตีน และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

            นายสุชาติ พิลาเดช ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชนมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นผลให้ความต้องการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการทำการประมงมากเกินกำลังผลิตทดแทนในธรรมชาติ การทำประมงที่ไม่ถูกวิธี การจับสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กเกินไป การขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของชุมชน อ่างเก็บน้ำหนองระหาร ต.แม่ลา อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่จำนวนกว่า 210 ไร่ และจะกั้นเขตบริเวณไว้จำนวน 100 ไร่ ให้เป็นแหล่งประมงน้ำจืด ที่ให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นอย่างมาก ถือเป็นแหล่งทรัพยากรประมงอันมีค่าที่ก่อให้เกิดแหล่งอาหารโปรตีน และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เพื่อให้แหล่งน้ำธรรมชาติในชุมชนมีผลผลิตสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการของชุมชน ทางสำนักงานประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำและบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ กรมประมง ขึ้น โดยส่งเสริมให้ชุมชนรอบ ๆ โครงการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างแท้จริง และให้ชุมชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรสัตว์น้ำ เกิดความรักความหวงแหนและช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุดต่อไป 

            ซึ่งในวันนี้ ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาสลิด จากสถานีเพาะพันธ์สัตว์น้ำจืด อ.บางบ่อ จ.สมุปราการ จำนวน 30,000 ตัว พันธุ์ปลาตะเพียนขาว จากสถานีเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 20,000 ตัว รวมพันธุ์ปลาที่ปล่อยลงสู่ หนองระหารในครั้งนี้ จำนวน 50,000 ตัว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526092654979 544 ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก เร่งทำงานเชิงรุกลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรป้องกันโรคลัมปี สกิน และเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่

        วันนี้ ( 26 พ.ค.64)  นายสุริพล มาบุญช่วย ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะนี้พบที่อำเภอนครไทย 198 ตัว  ที่อำเภอชาติตระการ 115 ตัว รวม 313 ตัว ยังไม่พบโค-กระบือป่วยตาย และยังไม่มีรายงานการกระจายหรือการระบาดเพิ่มในพื้นที่อื่นโรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค -กระบือไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก มีมาตรการเชิงรุกในการควบคุมโรคดังกล่าว โดยลงพื้นที่มอบยาและเวชภัณฑ์ให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรเพื่อใช้ในการควบคุมโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

       ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดพิษณุโลกได้เร่งควบคุมโรคเพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรและเฝ้าระวังโรคในจังหวัดข้างเคียง โดยออกประกาศเข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่ ดังนั้นหากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดหากปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเคลื่อนย้าย และเกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง ส่วนเกษตรกรขอให้หมั่นดูแลสุขภาพของโค-กระบือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ พิษณุโลก สวท.พิษณุโลก https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526094407988 545 จังหวัดนครสวรรค์ จัดกิจกรรม “ปลูกป่าในเมือง บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์” เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ "

        วันนี้ (26 พ.ค.64) เวลา 08.30 น. นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานกิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการ ""ปลูกป่าในเมือง บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์"" เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โดยมีจิตอาสา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ร่วมกิจกรรม  ณ จุดชมวิวบึงบอระเพ็ด ตำบลพระนอน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยกิจกรรมได้ร่วมกันดำเนินการเปลี่ยนถุงเพาะชำกล้าไม้ ปักหลักหมายแนวปลูก เตรียมหลุม และทำการปลูกต้นไม้บางส่วน โดยมีกล้าไม้จำนวน 10 ชนิดได้แก่/ยางนา/หว้า/นนทรี/พะยอม/สะเดา/พฤกษ์/ขี้เหล็ก/มะขามเทศ/กระดินเทพา/และไผ่ชนิดต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 1,300 กล้า บนพื้นที่เป้าหมาย 13 ไร่ 

        เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร ตามพระราชปณิธานที่ต้องการให้คนไทยอยู่ดีมีสุขและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่าเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 ในการนี้จังหวัดนครสวรรค์ได้มีเป้าหมายการดำเนินโครงการในปี 2564 จำนวน 24 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตป่าอนุรักษ์ และเขตปฏิรูปที่ดิน


 **********สัมภาษณ์ ********** 

        นายสิริรัฐ ชุมอุปการ 

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครสวรรค์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526111934022 546 จ.สกลนคร ปลูกป่า 200 ไร่ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2564

            นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2564 ซึ่งจังหวัดสกลนคร โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร จัดขึ้น ณ บริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุดไห ป่านาใน และป่าโนนอุดม ท้องที่บ้านหินแตก ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในพื้นที่ หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ จำนวน 200 ไร่ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน รวมทั้งช่วยป้องกันและลดมลพิษจากฝุ่นละอองและหมอกควัน โดยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ได้กล่าวเชิญชวนร่วมกันปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดสกลนคร ซึ่งจะทำให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ มีสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี

            ด้าน นายนเรศ ชมบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โดยในปี พ.ศ. 2564 จังหวัดสกลนคร ได้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปลูกป่าให้ได้จำนวน 10,000 ไร่ 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526112337024 547 รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดตาก ลงพื้นที่ตรวจติดตามเฝ้าระวัง โรคอุบัติใหม่ โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ในพื้นที่จังหวัดตาก

        ที่ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยนายสมชาย ไตรทิพย์ชาติสกุล นายอำเภอเมืองตาก เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดตาก และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ในพื้นที่จังหวัดตาก เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค- กระบือ กรณีสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อโรคลัมปี สกิน

        สืบเนื่องจากมีการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่จังหวัดตาก จากรายงานสถานการณ์โรคลัมปี สกิน ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 จังหวัดตากพบโค-กระบือที่ติดเชื้อแล้วใน 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองตาก แม่ระมาด และบ้านตาก

        ทั้งนี้ จังหวัดตากจึงได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคลัมปี สกิน ของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด โดยดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค รวมถึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนำโรค โดยใช้สารเคมีกำจัดแมลง ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด และให้เข้มงวดในการควบคุมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ แหล่งรวมสัตว์ และตลาดนัดค้าสัตว์ รวมทั้งช่องทางการนำเข้าสัตว์ตามแนวชายแดน โดยให้เข้มงวดการตรวจโรคในโค-กระบือ ที่เคลื่อนย้ายผ่านจุดตรวจทุกแห่ง

        นอกจากนี้ กรณีเกษตรกรที่พบว่าสัตว์ที่เลี้ยงมีการติดเชื้อดังกล่าว ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง เพื่อควบคุมแมลงพาหะ รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบต่อไป




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันตก ตาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526113335027 548 ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัด ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ล่าสุดเซ็นสัญญาซื้อขายแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต กับแขวงทางหลวงสตูล แขวงทางหลวงชนบทสตูล และแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช "            เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา นายประยูร พะมะ สหกรณ์จังหวัดสตูล พร้อมด้วย นางรัชดาภรณ์ เสนานิคม ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 และ นางสาวปิ่นมนัส มณีประพันธ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัด ทั้งนี้เพื่อร่วมสังเกตการณ์ ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการประชุมใหญ่ให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนด และมีคณะกรรมการดำเนินการผู้ตรวจสอบกิจการ ฝ่ายจัดการ และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสิ้น 40 คน โดยมี นายอุดม คงสมคิด ประธานกรรมการเป็นประธานการประชุมฯ ณ ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัด ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

            สำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัด ปัจจุบันมีสมาชิก 18 สหกรณ์ ดำเนินธุรกิจ 4 ธุรกิจ คือ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรวบรวมยางแผ่นรมควันเพื่อจำหน่าย ธุรกิจแปรรูปอัดก้อน ธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์ ในปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ชุมนุมสหกรณ์ฯ ได้เข้าร่วมโครงการผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) โดยมีการส่งมอบแผ่นยางดังกล่าว เป็นระยะทาง 1,081 เมตร จำนวนเงิน 3,465,800.41 บาท และยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยในปีปัจจุบันได้เซ็นสัญญาซื้อขายแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต กับแขวงทางหลวงสตูล แขวงทางหลวงชนบทสตูล และแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช รวมจำนวน 11,935 เมตร เป็นเงิน 46,257,310.97 บาท

            ทั้งนี้ การประชุมฯ ดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากนายอำเภอควนกาหลงและปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของจังหวัดสตูล อย่างเคร่งครัดอีกด้วย

            ข่าว/อมรรัตน์ จันทร์พริ้ม   สวท.สตูล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ สตูล สวท.สตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526114216029 549 ผู้ว่าฯ นำชาวแม่ฮ่องสอน ปลูกต้นไม้ กว่า 10 ไร่ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ "

            นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 กิจกรรมโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมร่วมปลูกต้นไม้ ในบริเวณพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ท้องที่บ้านสบสอย หมู่ที่ 7 ตำบลปางหมูอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เนื้อที่ 10.20 ไร่

            กิจกรรมในครั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ และเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี โดยทำการปลูก


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526114444031 550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

            เช้าวันนี้ (26 พ.ค.64) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอดิศร นุชดำรง อธิบดีกรมป่าไม้ และ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกันปลูกต้นมะเกลือและต้นประดู่ป่า ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พร้อมกันนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใน จ.สุพรรณบุรีร่วมกับหลายหน่วยงานปลูกต้นไม้กว่า 10 ชนิด 1,200 ต้น ในพื้นที่ 6 ไร่ ที่วัดหนองเต่าทอง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า

            นโยบายป่าไม้แห่งชาติกำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศอย่างน้อยร้อยละ 40 ของพื้นที่หรือจำนวน 128 ล้านไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์เหลือเพียง 102 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 32 ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายปลูกฟื้นฟูสภาพป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ป่าต้นน้ำกลับมามีความสมบูรณ์ โดยปี 2564 มีเป้าหมายปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศจำนวน 4 แสนไร่ และจัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านต้น

            คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และเชิญชวนจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึก ให้ประชาชนเห็นความสำคัญ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526115538044 551 อำนาจเจริญส่วนราชการและจิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติบนเกาะจิตกูฏสร้างความร่มรื่นบนเกาะรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

            วันนี้ ( 26 พฤษภาคม 2564 ) ที่ เกาะจิตกูฏ อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นำส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าเนื่องในววันต้นไม้แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6) ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึกและช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งป่าไม้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัย 4 ตั้งแต่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การชลประทาน บรรเทาอุทกภัย และอื่นๆ อีกมาก

            โดยในวันนี้มีการนำต้นไม้มาปลูกบนพื้นที่เกาะจิตรกูฏเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับสภาพเกาะให้มีความร่มรื่น ซึ่งเกาะจิตรกูฏเป็นเกาะที่มีความสำคัญของคนอำนาจเจริญเพราะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ได้รับการอัญเชิญไปร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 และมีปราสาทเทวาลัยสามหลังซึ่งเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือ พระพุทธสมปรารถนา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระแม่ปารมิตาเทวี  ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาให้เกาะจิตรกูฏเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอำนาจเจริญ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526121143056 552 ชาวกาฬสินธุ์ สร้างป่าในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ร่วมใจปลูกต้น กว่า 2 พันต้น

            (26 พ.ค.64) ที่วัดป่ากกไม้แดง บ้านสิมลี หมู่ที่ 2 ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาพสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายเลิศบุศย์ กองทอง นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 ได้อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ ศูนย์ป่าไม้กาฬสินธุ์ และเทศบาลตำบลเหนือ เพื่อให้วันต้นไม้ประจำปีของชาติ เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนจะได้ร่วมกันปลูกป่าช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน

            ทั้งนี้ก่อนการปลูกต้นไม้ ได้มีพิธีทางศาสนา มีพระครูวรจิตตานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ฝ่ายธรรมยุติ เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ร่วมสวดภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมกิจกรรม และพันธุ์กล้าไม้ โดย ต้นไม้ที่นำมาปลูกที่บริเวณวัดป้ากกไม้แดง บนเนื้อที่ประมาณ 11 ไร่ 2 งาน 36 ตารางวา จำนวน 2,200 ต้น เป็นต้นกล้ายางนา และต้นพะยอม โดยบรรยากาศมีประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ พร้อมส่วนราชการ กันอย่างพร้อมเพรียง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาฬสินธุ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122237066 553 จิตอาสา จังหวัดมหาสารคาม ร่วมปลูกต้นไม้ 20,000 ต้น เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ

( 26 พ.ค. 64) ที่บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 1 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 โดยมี นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ นายธรรมนูญ แก้วคำ นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วม 

            ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และประชาชน มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ มีความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ โดยกิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ จากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดมหาสารคาม อาทิ ต้นยางนา พะยูง ตะแบก จำนวน 20,000 ต้น 

            นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งกรมป่าไม้ได้เชิญชวนจังหวัดและหน่วยงานจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นที่เห็นสมควร เช่น ที่สาธารณประโยชน์ ป่าชุมชน ศาสนสถาน โรงเรียน แม่น้ำลำคลอง สองข้างทางสาธารณะ ประกอบกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระทาน (ศอญ.) ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ระยะที่ 2 ซึ่งตามโครงการนี้เป็นการปลูกป่าแบบจิตอาสาไม่มีงบประมาณ โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดเตรียมกล้าไม้ บูรณาการร่วมกับภาคประชาชนและชุมชนในการร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูก พร้อมทั้งขอความร่วมมือทุกอำเภอนำไปขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122827075 554 สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (VIDEO CONFERENCE SYSTEM) "            เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา นายชาติชาย ไชยพิมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่ง นางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ได้ร่วมการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference System) ในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุมโต๊ะหยงกง ศาลากลางจังหวัดสตูล ชั้น 3 อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมฯ ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference System) จากห้องประชุมคอซิมบี้ ชั้น 2 อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

            ทั้งนี้ เพื่อร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนทรัพย์สินที่เกิดจากงบประมาณรายจ่ายของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน การขอความเห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการฯ การใช้เงินเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และประเด็นอื่น ๆ ที่สำคัญ ดังนี้

        1. รายงานสรุปผลการดำเนินงานและติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2564

        2. รายงานผลการพิจารณางบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

         3. ปฏิทินการพิจารณางบประมาณรายจ่ายตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

            4. รายงานผลการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในห้วงแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562-2565

            และ 5. การจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570)

            ข่าว/อมรรัตน์ จันทร์พริ้มสวท.สตูล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ สตูล สวท.สตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123053077 555 จังหวัดพัทลุงจัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ตามโครงการ รักษ์น้ำ รักป่า รักษาแผ่นดินพัฒนาเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 "            วันนี้ 26 เมษายน 2564 ที่ โรงเรียนบ้านยางยายขลุย หมู่ที่ 6 ตำบลร่มเมือง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์พระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และ นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นำจิตอาสาในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ของจังหวัดพัทลุงในวันนี้สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 ได้อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ขอความร่วมมือจากทุกจังหวัดและหน่วยงานต่าง ๆ ให้จัดโครงการวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 โดยขอให้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในบริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นๆ เช่น ที่สาธารณประโยชน์ ป่าชุมชน ศาสนาสถาน โรงเรียนริมแม่น้ำลำคลอง สองข้างทางสาธารณประโยชน์ เพื่อเพิ่มจำนวนทรัพยากรป่าไม้ให้เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป รวมทั้งเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกอันเป็นการลดภาวะโลกร้อน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าซึ่งเป็นโครงการของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีเป้าหมายปลูกป่าทั่วประเทศในระยะ8 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2564 ให้ได้ 2.68 ล้านไร่ อีกทั้งยังเป็นการสนองพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการต่อยอดโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ในการปลูกไม้  3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง

            ในการจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นรูปแบบจิตอาสา ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่พัทลุง ในการเอื้อเฟื้อสถานที่ปลูก เทศบาลตำบลร่มเมือง และอำเภอเมืองพัทลุง โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ตำบลร่มเมือง ให้ความร่วมมือในการเตรียมพื้นที่ปลูก ศูนย์ป่าไม้พัทลุง สนับสนุนกล้าไม้สำหรับปลูกและศูนย์เพาะชำกล้าไม้พัทลุง สนับสนุนกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้มาร่วมกิจกรรมและหน่วยงานต่างๆ เป็นอย่างดี

            ส่วนการปลูกต้นไม้ครั้งนี้ เป็นการปลูกเพิ่มเติมจากพื้นที่ 7 ไร่ มีต้นไม้ทั้งหมด 700 ต้น เช่น ต้นพะยอม มะม่วงหิมพานต์ ต้นกระโดน

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง 


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122000065 556 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา ปลูกต้นไม้ป่าชุมชนบ้านอูยงซูแง ต.บาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ในวันต้นไม้ประจําปีของชาติ 2564 "            วันที่ (26 พ.ค.64) เวลา 08.30 น. ที่บริเวณป่าชุมชน บ้านอูยงซูแง หมู่ที่ 6 ตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา นายสิทธิชัย บรรพต ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายปลิว ชุมแดง ผอ. ศูนย์ป่าไม้ยะลา คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านอูยงซูแง ต.บาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ เนื่องใน ""วันวิสาขบูชา : วันต้นไม้ประจําปีของชาติ 2564"" เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่ รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน

            นายสิทธิชัย บรรพต ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา กล่าวว่า รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบาย ได้น้อมนำแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยให้คนอยู่กับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน และส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นจะส่งเสริมให้ประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล สำหรับต้นไม้ที่ปลูก เป็นต้นหลุมพอ ต้นยางนา ต้นพยอม และต้นตะเคียนทอง จำนวน 1,150 ต้น บนพื้นที่ 42 ไร่ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ สร้างความอุดมสมบูรณ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526124048087 557 จังหวัดยโสธร ปลูกต้นในที่สาธารณะวัดป่าหนองบก ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และการปลูกต้นไม้ในใจคน "            เวลา 10.00 น. วันนี้ (26 พ.ค.64)  นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 จังหวัดยโสธร โดยมี นายสมเพชร สร้อยสระคู ปลัดจังหวัดยโสธร หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนชาวบ้ายหนองบก เข้าร่วมกิจกรรม ที่ วัดป่าหนองบก บ้านหนองบก ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

            โดย นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า จังหวัดยโสธรได้จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน

            โดยในวันนี้ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้บนพื้นที่สาธารณประโยชน์ของวัดป่าหนองบก ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จำนวนกว่า 1,000 ต้น ประกอบด้วย ต้นพะยูง และหญ้าแฝก 

            ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 เห็นชอบให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งกรมป่าไม้ได้เชิญชวนให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นที่เห็นควร เช่น ที่สาธารณประโยชน์ ป่าชุมชน ศาสนสถาน โรงเรียน สองข้างทางสาธารณะ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่น หมอกควัน และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526124853094 558 นายอำเภอเมืองลำปาง ร่วมกับหลายภาคส่วน หารือหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย “ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท” อี-มาร์เก็ตเพลซ จากเกษตรกรไทย สู่ผู้บริโภค

        นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง เปิดเผยว่า ได้หารือกรณีราคาสับปะรดมีแนวโน้มตกต่ำ ร่วมกับผู้แทนพาณิชย์จังหวัดลำปาง  ผู้แทนสภาเกษตรกร  เกษตรอำเภอเมืองลำปาง ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง จำกัด พร้อมทีมงานไปรษณีย์ลำปาง ณ สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง จำกัด ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย “ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท” อี-มาร์เก็ตเพลซ จากเกษตรกรไทย สู่ผู้บริโภค

        สืบเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคใต้ทยอยปิดตัวลง รวมทั้งตลาดขายส่งที่สำคัญหลายแห่งก็ถูกปิด เนื่องจากแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการดังกล่าวติดโควิด-19 ส่งผลให้การรับซื้อผลผลิตสับปะรดลดลง ขณะที่ผลผลิตสับปะรดเริ่มออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ราคาสับปะรดผลสดจึงมีแนวโน้มร่วงลงอย่างต่อเนื่อง

        สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง จึงเข้ามาช่วยเหลือแนะนำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ผ่าน “เว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท - www.thailandpostmart.com” อี-มาร์เก็ตเพลซ โฉมใหม่ พร้อมรองรับใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบการจำหน่ายออนไลน์ผ่าน “ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท” อี-มาร์เก็ตเพลซ ส่งพัสดุประมาณ 3 กก. (EMS next day) สามารถส่งสับปะรดคุณภาพ เนื้อ 1-2 ถึงผู้บริโภคได้รวดเร็ว รวมทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากสับปะรด อาทิ สับปะรดกวน ขนม ฯลฯ และรูปแบบการจำหน่ายออฟไลน์ ผ่านสาขาไปรษณีย์ไทย ประมาณ 1,200 สาขา จำหน่ายสับปะรดสด

        นอกจากนี้ สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง ยังเปิดพื้นที่บริเวณหน้าสำนักงานฯ เพื่อให้เกษตรกรหมุนเวียนมาจำหน่ายผลสด ในวันที่ 5 และ 20 ของทุกเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับการรับสลากกินแบ่งรัฐบาล อันจะช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายให้เกษตรกร




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526130812107 559 จังหวัดพัทลุงจัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า "            เมื่อวานนี้ 25 พ.ค. 2564 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง ออกหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านพร้าว ภายใต้ ""โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าประจำปีงบประมาณ 2564"" ทางสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านพร้าว สำนักงานปศุสัตว์อำเภอป่าพะยอม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง ร่วมกันจัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อสำรวจและควบคุมประชากรสุนัขและแมวในเขตความรับผิดชอบ เพื่อจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาเวชภัณฑ์ให้เพียงพอต่อการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าตลอดจนสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างถูกต้อง และเพื่อให้สุนัขและแมวในเขตความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลบ้านพร้าวได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าของสัตว์ในเขตตำบลบ้านพร้าว มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตามพระปณิธานศาสตร์จารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2564 โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เทศบาลบ้านพร้าว ด้านแผนงานและงานสาธารสุข จำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท 

            โดยกิจกรรมการดำเนินงาน ประกอบด้วย การสำรวจและลงทะเบียนประชากรสุนัขและแมว ทั้งมีเจ้าของและประเภทจรจัดซึ้งดำเนินเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 1,702 ตัว การฉีดวัคซีนทั้งหมดไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเป้าหมายที่สำรวจทั้งหมดการผ่าตัดทำหมัน ผลที่คาดว่าจะได้คือสุนัขและแมวได้รับการฉีดวัคซีนอย่างถูกวิธี ตระหนักรู้ถึงความสำคัญไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงให้เป็นสัตว์จรจัด สามารถลดปัญหาการเพิ่มจำนวนของสุนัขและแมวตามที่สาธารณสะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าและไม่มีคนเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ พัทลุง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526130007102 560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี "            เช้าวันนี้ (26 พ.ค. 64) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอดิศร นุชดำรง อธิบดีกรมป่าไม้ และ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกันปลูกต้นประดู่ป่า และต้นมะเกลือ ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ นโยบายป่าไม้แห่งชาติกำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศอย่างน้อยร้อยละ 40 ของพื้นที่ หรือจำนวน 128 ล้านไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์เหลือเพียง 102 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 32 ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีนโยบายปลูกฟื้นฟูสภาพป่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ป่าต้นน้ำกลับมามีความสมบูรณ์ โดยปี 2564 มีเป้าหมายปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ จำนวน 4 แสนไร่ และจัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านต้น 

            ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และเชิญชวนจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึก ให้ประชาชนเห็นความสำคัญ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526130235103 561 จิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าเนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ "            ที่เกาะจิตกูฏอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานอำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ จิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าเนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6) ของทุกปี  เป็นวันสำคัญของชาติ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นำประชาชนทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึกและช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งป่าไม้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัย 4 ตั้งแต่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การชลประทาน บรรเทาอุทกภัย และอื่นๆ อีกมาก

            โดยในวันนี้มีการนำต้นไม้มาปลูกบนพื้นที่เกาะจิตรกูฏเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับสภาพเกาะให้มีความร่มรื่น ซึ่งเกาะจิตรกูฏเป็นเกาะที่มีความสำคัญของคนอำนาจเจริญเพราะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ได้รับการอัญเชิญไปร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 และมีปราสาทเทวาลัยสามหลังซึ่งเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ พระพุทธสมปรารถนา พระโพธิสัตว์อำนาจอวโลกิเตศวร และพระแม่ปารมิตาเทวี ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาให้เกาะจิตรกูฏเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอำนาจเจริญ

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526134836125 562 "ทัพเรือภาคที่ 2 จัดกิจกรรมเนื่องใน ""วันต้นไม้ประจำปีของชาติ"" พ.ศ.2564" "            พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีกิจกรรมเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 พร้อมด้วย นางภาวิณี จันทร์โส ประธานชมรมภริยาทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 2 คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และข้าราชการ ทัพเรือภาคที่ 2 เข้าร่วมพิธีฯ ณ กองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 2 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

            ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัย 4 ตั้งแต่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ให้ประโยชน์ทางเศรษกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การชลประทาน บรรเทาอุทกภัย และอื่นๆ อีกมาก

            เนื่องจากป่าไม้นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญในด้านสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อสังคมมนุษย์ขยายตัวมากขึ้น ความต้องการในด้านบริโภคย่อมขยายตัวตามไปด้วย มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไปเพื่อการเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย ฯลฯ แต่เนื่องจากทรัพยากรบางประเภทมีอยู่อย่างจำกัด เช่น ที่ดิน ป่าไม้ สินแร่ ถ่านหิน น้ำมัน ฯลฯ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้โดยง่าย แต่การปลูกทดแทนต้องรอเวลาและใช้งบประมาณสูงในการดูแลรักษา ทำนุบำรุง ซึ่งหากไม่มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ พื้นที่ป่าในสังคมนั้นๆ ก็จะเสื่อมโทรมหรือหมดไปในที่สุด

            `*เหตุที่ต้องกำหนดให้มี “วันต้นไม้แห่งชาติ”*` ก็เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้คนไทย ตระหนัก และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ อันจะเป็นหนทางนำไปสู่การอนุรักษ์และรู้จักการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เพื่อเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานต่อไปในอนาคต


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526135340127 563 มทบ.29 สกลนครร่วมโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ "            เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดไห ป่านาในและป่าโนนอุดม ท้องที่บ้านหินแตก พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร พล.ต.ภัชรพล ศิริรักษ์ ผบ.มทบ.29 มอบหมายให้ พ.อ.สุดเขตต์ พลยะเรศ รอง เสธ.มทบ.29 พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา ร่วมโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าวันต้นไม้ประจำปีของชาติขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 เนื่องในวันวิสาขบูชาของทุกปี โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครประธานเปิดโครงการฯ เพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติเป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมลพิษสภาพภูมิอากาศลดมลพิษจากฝุ่นละอองหมอกควัน สำหรับจังหวัดสกลนครในปีพุทธศักราช 2564 ได้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปลูกต้นไม้ จำนวน 10,000 ไร่ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนชาวสกลนครต่อไป

 

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร สวท.สกลนคร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526141047137 564 โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ ร่วมกับประชาชนจิตอาสา ปลูกต้นไม้และสร้างภูมิคุ้มกันทางอาหาร

        วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายจรินทร์ กันตี หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ ส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ และนายธนากร สิงห์เชื้อ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13  สาขาลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรม วันปลูกต้นไม้แห่งชาติ ประจำปี 2564 และกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษและเลี้ยงปลา ภายใต้โครงการฝึกอบรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ณ โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ (บ้านถํ้า หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปาง)

        นายจรินทร์ กันตี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีประชาชนจำนวนกว่า 30 คน อาสาเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ อาทิ ต้นหวาย ต้นหว้า และต้นมะค่าโมง รวมจำนวน 150 ต้น เพื่อเสริมระบบนิเวศน์ให้กับป่า อีกทั้งคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษและเลี้ยงปลา ได้มีการบรรยายการปลูกผักปลอดสารพิษ เทคนิคการดูแล การทำปุ๋ยหมัก พร้อมทั้งแจกเมล็ดพันธุ์ผักและพันธุ์ปลา เพื่อให้ประชาชนได้นำไปปลูก นำไปเลี้ยง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีภูมิค้มกันทางอาหาร สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มายึดปฏิบัติใช้ในการดำรงชีวิต                

        ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า โดยระยะที่ 1 ในปี  พ.ศ. 2563 สามารถปลูกป่าได้จำนวน 21,247 ไร่ และระยะที่ 2 ในปี พ.ศ. 2564 มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย พร้อมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน และเตรียมกล้าไม้เพื่อปลูกป่าตามโครงการฯ ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 400,000 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน ป่าชายเลน และป่าพรุ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเริ่มปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี สำหรับปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526140929136 565 ชลประทานเชียงใหม่ เตรียมกักเก็บน้ำสำรองให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลน "

ชลประทานเชียงใหม่ วางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน เตรียมกักเก็บน้ำสำรองให้ได้มากที่สุด ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเกณฑ์ปกติ

    นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเป็นทางการตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าปี 2564 จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปีก่อน และจะมีมากกว่าค่าน้ำฝนปกติถึงร้อยละ 5-10 ซึ่งนับจากนี้ไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือถึงร้อยละ 40-60

        ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ดังกล่าว สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำและการจัดสรรน้ำให้กับประชาชน โดยเตรียมกักเก็บน้ำฝนเข้าในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ให้ได้มากที่สุด หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง จะได้นำน้ำที่กักเก็บไว้มาใช้ในยามฉุกเฉิน ประชาชนมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไม่ขาดแคลน โดยได้มีการวางแผนว่าจะต้องมีน้ำส่งเข้าระบบประปาก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะมีการจัดสรรน้ำไปให้กับภาคการเกษตร ซึ่งในปีนี้มีการวางแผนเพาะปลูกประมาณ 500,000 ไร่ จะเน้นให้เกษตรกรที่ต้องการจะทำการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนนี้ ใช้น้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลักก่อน หากไม่เพียงพอจึงจะระบายน้ำในเขื่อนมาใช้เป็นลำดับถัดไป ซึ่งวิธีการบริหารจัดการน้ำเช่นนี้จะทำให้จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอสำหรับใช้ในตลอดช่วงฤดูฝน ปี 2564 ยาวไปจนถึงช่วงหน้าแล้งในปีหน้า

        สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้ ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ ยังอยู่ในสภาวะปกติ โดยอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 44 อ่างขนาดกลางร้อยละ 28 ส่วนอ่างขนาดใหญ่ที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำ 91 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 34 และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีน้ำ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 18 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ แม้ก่อนหน้านี้ชลประทานเชียงใหม่ จะได้ระบายน้ำให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำไปบางส่วนสำหรับใช้ในการเพาะปลูกในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา 



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ เชียงใหม่ สวท.เชียงใหม่ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526141120138 566 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า โดยปลูกต้นไม้ 3 พันต้น บนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เนื้อที่ 30 ไร่ "            (26 พ.ค.2564) ที่บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม บ้านหาดยาว หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า 

            ทั้งนี้ นายวุฒิชัย พิรุณสุนทร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2532 กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 จังหวัดตรังและอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้พิจารณาแล้วว่าที่บ้านหาดยาว หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง สมควรที่จะดำเนินการปลูกต้นไม้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และสมควรที่จะได้รับการฟื้นฟูสภาพป่าให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและทีพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของจังหวัด ประเด็นการพัฒนาที่ 4 บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม พะยูน สัตว์ทะเลหายากและพลังงานอย่างเหมาะสมกับชุมชน พื้นที่และความยั่งยืน

            สำหรับพื้นที่การจัดกิจกรรมมีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าชายหาด เชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ คือหาดหยงหลิง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม เนื้อที่ 30 ไร่ โดยทำการปลูกต้นไม้ชนิด หยีทะเล จิกทะเล กระทิง เสม็ดขาว และต้นไม้ประจำถิ่นชนิดอื่นๆ รวม 3 พันต้น และจะมีการแบ่งการปลูก เนื่องจากต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด -19 ของกระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จากการที่มีการรณรงค์ปลูกต้นไม้นั้น ทำให้มีผืนป่าเพิ่มขึ้น อีกทั้งจังหวัดตรังจากการวัดคุณภาพอากาศปรากฏว่าคุณภาพทางอากาศบางแห่งดีที่สุดในประเทศ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526141855142 567 สุพรรณบุรี เปิดโครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า พ.ศ. 2564” "            ที่ วัดหนองเต่าทอง หมู่ 1 ตำบลหนองราชวัตร อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี นายปรีชา ทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า พ.ศ. 2564 เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564” ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งได้เชิญชวนให้จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนให้เกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ซึ่งตามยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 55 ต่อพื้นที่ประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มียุทธศาสตร์การจัดการป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ ในระยะ 20 ปี โดยมีเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวร้อยละ 40 และได้มีโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและการเสื่อมสภาพของป่า โดยเฉพาะในพื้นที่เขาสูงชันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ กำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวน 2.68 ล้านไร่ ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2563 – 2570) 

            รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีในการปลูกต้นไม้ ทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ หรือปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ส่งผลให้ประเทศไทยของเรามีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและลดภาวะโลกร้อนให้เราและลูกหลานในอนาคต


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526142733146 568 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ร่วมกับเทศบาลตำบลตะกาง และพี่น้องประชาชน จัดกิจกรรมปลูกป่าปล่อยพันธุ์ปลา ที่อ่างเก็บน้ำทับตาพง "            (26 พ.ค. 64) น.อ.ปรีชา รัตนสำเนียง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด พร้อมด้วย น.อ.ปรัชญา โพธิ์ย้อย รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด น.อ.นันทพัทธ์ วงศ์วิกรานต์ เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด นำกำลังพลทหารนาวิกโยธิน จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น โดยมี นายอภิเดช บุญล้อม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะกาง นำคณะผู้บริหาร,สมาชิกสภาเทศบาล,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,สภ.บ้านท่าเลื่อน,ฉก.ตชด.ตราด,ป่าไม้ ตร.2 คลองห้วยแร้ง และชาวบ้าน ร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ณ อ่างเก็บน้ำทับตาพง หมู่ที่ 6 ตำบลตะกาง อำเภอเมืองตราด

            ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด กล่าวว่า ตามโครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น อันเป็นหนึ่งในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนทรัพยากรธรรมชาติให้มากขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงธรรมชาติที่กำลังจะหมดไป หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด จึงได้ประสานไปยังได้ศูนย์เพาะชำกล้าไม้จังหวัดตราด นำกล้าไม้ยางนา,โกศล,ตะเคียน มาปลูก ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และความสมบูรณ์ของนิเวศ เป็นผลดีต่อการบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม รับมือกับภัยพิบัติ และความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน (Climate Chang) โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในตำบลตะกางเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยพันธุ์ ประกอบด้วย ปลาตะเพียน ปลานิล ปลายี่สก เพื่อเป็นห่วงโซ่อาหารในชุมชนและเพื่อสืบสานโครงการดังกล่าวต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออก ตราด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526143817152 569 จ. สุพรรณบุรี สส.ณัฐวุฒิ ควง สจ.ช้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบต้นตอถนนทรุด อ.บางปลาม้า

กรณีชาวบ้านที่ใช้ถนนเข้าหมู่บ้านเลียบคลองชลประทาน บ้านทรงกระเทียม หมู่ 4 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ร้องเรียนว่าถนนลาดยางด้านฝั่งคลองชลประทาน เกิดทรุดตัวลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ต่อมา นายวิชัย ภูมิวัฒนาชัย(สจ.ช้าง)สจ.เขต อ.บางปลาม้า  ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าถนนทรุดตัวลงไปกว่า 2 เมตร เป็นระยะทางประมาณ 50 เมตร ทำให้ประชาชนสัญจรไปมาอย่างทุลักทุเล สาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกรมชลประทานไม่สามารถปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนาได้เพียงพอ เมื่อไม่มีน้ำปล่อยลงมาตามระบบชลประทาน ชาวนาจึงสูบน้ำที่มีอยู่ในลำคลองจนแห้งถึงท้องคลอง จึงทำให้ ถนนเกิดการทรุดตัว

            ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 พ.ค.นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายวิชัย ภูมิวัฒนาชัย(สจ.ช้าง) สจ.เขต อ.บางปลาม้า และคณะได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย พร้อมนำเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายทราบถึงวิกฤติภัยแล้งในครั้งนี้ที่กระทบต่อพี่น้องเกษตรกรชาวนาเป็นอย่างมาก ขณะนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี สส. สจ. นายอำเภอ ทราบถึงวิกฤติในครั้งนี้แล้วกำลังเร่งหาทางช่วยเหลือแก้ไขทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเอาน้ำมาจากคลองพระยาบันลือ จากคลองจระเข้สามพัน จากเจ้าพระยา ได้พยายามระดมช่วยเหลือแก้ไขวิกฤติในครั้งนี้ ที่ฝนทิ้งช่วงไปประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องเกษตรอย่างมาก ภายในอนาคตอีก 4-5 วันนี้ ถ้าฝนไม่ตกลงมาจะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน และแผนต่อไปถ้าไม่มีน้ำจริงๆ ทางจังหวัดสุพรรณบุรี คงจะต้องประกาศภัยแล้งเพื่อชดเชยให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาโดยเร็ว เพื่อจะได้สามารถทำนาได้ทันก่อนน้ำจะมา เพราะพื้นที่บางปลาม้า เป็นทุ่งรับน้ำ ต้องรีบทำนาให้เร็ว จึงขอฝากถึงกรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ด้วยว่าให้พิจารณาการช่วยเหลือลำดับแรกในพื้นที่ที่รับน้ำแบบนี้ให้ปล่อยน้ำมาโดยเร่งด่วนก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้

            ด้าน นายวิชัย ภูมิวัฒนาชัย สจ.ช้าง กล่าวว่า ถนนสายดังกล่าวที่ทรุดพังนั้นเกิดจากน้ำในคลองลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ปัญหาดินสไลด์ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ สาเหตุที่น้ำลงอย่างรวดเร็ว เพราะหลังจากวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมชลประทานประกาศให้ชาวนาเริ่มทำนาเพราะเข้าสู่ฤดูฝน แต่พอชาวนาเริ่มทำนาในพื้นที่ อ.บางปลาม้า ประมาณ 4 แสนไร่ ชลประทานส่งน้ำมาได้ไม่พอเพียง จึงทำให้ชาวนาต้องสูบน้ำจากคลองดังกล่าวจนแห้ง ขณะนี้ทุกพื้นที่ในเขตลุ่มต่ำลำบากกันถ้วนหน้าเรื่องน้ำ จึงอยากให้ชลประทานเร่งปล่อยน้ำให้เกษตรกรถ้าฝนยังมี่ตกเสียหายแน่นอน นายวิชัย กล่าว


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526144233153 570 ผอ.สวท.ภูเก็ต นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และวันวิสาขบูชา ปี 2564 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่เมือง "            วันนี้ ( 26 พฤษภาคม 2564) นายโสภณ เคี่ยมการ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต (ผอ.สวท.ภูเก็ต) นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ในสังกัดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต (สวท.ภูเก็ต) ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และวันวิสาขบูชา ปี 2564 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต แห่งใหม่ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปลูกต้นไม้เพื่อสร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่เมือง ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น

            ทั้งนี้ ทีมงาน สวท.ภูเก็ต ได้ร่วมปลูกต้นราชพฤกษ์ ซึ่งต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่สื่อถึงต้นไม้ของพระราชา และเป็นต้นไม้ประจำชาติไทย เป็นต้นไม้ที่ประชาชนให้ความรัก ความหวงแหน ดูแล ฟื้นฟูให้อยู่คู่กับพื้นที่ จังหวัด และประเทศสืบไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ภูเก็ต สวท.ภูเก็ต https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526145207160 571 วราวุธ ชวนทุกภาคส่วนเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดเพชรบุรี เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 64 พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือป้องกัน รักษาป่ากับเพื่อนบ้านอาเซียนในภูมิภาคอาเซียน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชวนทุกภาคส่วนเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดเพชรบุรี เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือป้องกัน รักษาป่ากับเพื่อนบ้านอาเซียนในภูมิภาคอาเซียน            

            นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และประชาชนในพื้นที่ ทำกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว บริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนในพื้นที่ โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มพื้นที่ป่าบกและป่าชายเลนในจังหวัดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาการบุกรุก การจัดหาที่ดินทำกิน และจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่ประสบปัญหาในพื้นที่ เบื้องต้นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กำลังเร่งสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดเพชรบุรี และในพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล เพื่อวางแผนการบริหารจัดการ การกำหนดมาตรการและแนวทางการตรวจลาดตระเวนร่วมกับภาคประชาชนและอาสาสมัครในพื้นที่อย่างเป็นระบบและเกิดความยั่งยืน พร้อมทั้ง เตรียมวางแผนจัดการป่าชายเลนอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ เพราะความร่วมมือของประชาชนเป็นกำลังสำคัญช่วยเพิ่มพื้นที่และอนุรักษ์ป่าชายเลนให้ดีขึ้นในหลายพื้นที่ รวมทั้ง เป็นเครื่องหมายสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าไม้และพร้อมจะดูแลฟื้นฟูผืนป่าให้คงอยู่เพิ่มขึ้นต่อไป ทั้งนี้ ความร่วมมือกับประชาชน ภาคส่วนต่างๆ และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ภายใต้โครงการ “Thailand Plus One” ที่มุ่งเน้นการรักษาผืนป่าและการลดการเผาที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแถบภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งรัดให้หาเทคโนโลยีที่ทันสมัยหรือนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาช่วยสำรวจ ลาดตระเวน ติดตามการดำเนินงานและสถานการณ์ต่างๆให้ได้แบบ Real time ในอนาคต            

            ด้าน นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ทช. กำลังเร่งรัดประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปเข้ามาร่วมปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนให้คืนสู่ความสมบูรณ์ด้วยการปลูกป่าชายเลน เพื่อใช้ประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต เบื้องต้นได้เตรียมพื้นที่พร้อมดำเนินการไว้แล้วประมาณ 10,000 ไร่ สามารถรองรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้จำนวนมาก โดย ทช. ได้จัดเตรียมกล้าไม้ป่าชายเลนไว้บริการแจกฟรี สำหรับหน่วยงานและประชาชนที่ต้องการจะขอรับกล้าไม้ไปปลูกในพื้นที่เอกสารสิทธิ์หรือพื้นที่สาธารณะเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามเหมาะสมติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1-10 และศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนทุกแห่งในพื้นที่ 

2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526145202159 572 จ.อุตรดิตถ์ จัดกิจกรรม “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” ประจำปี 2564

            วันนี้ (26 พ.ค.64) นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพภาคที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 35 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและศูนย์จิตอาสาพระราชทาน จ.อุตรดิตถ์ ร่วมกิจกรรม Kick off โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ณ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

            สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ นอกจากนี้ป่าไม้ยังช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านต้น”

            ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการปลูกต้นไม้ 9 วัด กล้าไม้ 9 ชนิด ในเนื้อที่ 9 ไร่ จำนวนกล้าไม้ 900 ต้น


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

     

2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ อุตรดิตถ์ สวท.อุตรดิตถ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526150045162 573 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักมากในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ช่วง 1 – 2 วันนี้ พร้อม เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีต่อเนื่อง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักมากในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ช่วง 1 – 2 วันนี้ พร้อม เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีต่อเนื่อง หลังมีประชาชนได้ประโยชน์แล้ว 2.27 ล้านครัวเรือน            

            กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (26 พ.ค.64) ว่า ช่วงวันที่ 26 - 27 พฤษภาคมนี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.น่าน 63 มิลลิเมตร // อุดรธานี 64 มิลลิเมตร // สระแก้ว 70 มิลลิเมตร // สุพรรณบุรี 38 มิลลิเมตร และระนอง 101 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 37,890 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,177 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 2 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดระนองและชัยภูมิ ทั้งนี้ กอนช.ได้เร่งเดินหน้าจัดการน้ำตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 -2580) มีประชาชนได้ประโยชน์แล้ว 2.27 ล้านครัวเรือน และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำได้กว่า 1,100 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยให้ สทนช. เน้นดำเนินการตามเป้าหมายของแผนแม่บทน้ำฯให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภค-บริโภค จากผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน พบมีแหล่งเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น 1,138 ล้านลูกบาศก์เมตร มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 2.27 ล้านครัวเรือน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบประปาหมู่บ้านได้อีก 3,214 หมู่บ้าน พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรและสร้างธนาคารน้ำใต้ดินได้ปริมาณน้ำมากกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร และดำเนินการรักษาระบบนิเวศฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 135,170 ไร่             

            สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเร่งบูรณาการหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่ผ่านการพิจารณาของ กนช.แล้ว เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี รวม 38 โครงการ หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ 629 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์ได้ 1.4 ล้านไร่ และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 312,612 ครัวเรือน

2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526151059164 574 ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าและโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564

        วันนี้ (26 พ.ค.64) ที่บริเวณที่ดินของวัดป่าโพธิ์ทุ่งรวงทอง บ้านทุ่งรวงทอง หมู่ที่ 5 ตำบลโพธิ์ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าและโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 โดยมี พ.อ.ณัฐพงศ์ จินดาเวช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ นายวิชัย ตั้งคำเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายธานนท์ โสภิตชา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ นายมานิต บริพันธ์ม นายอำเภอโนนคูณ และนายชวน ธีรวุฒิอุดม ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอโนนคูณ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาและประชาชนในพื้นที่อำเภอโนนคูณ ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก และได้รับความเมตตาจากพระครูวิศิษฐ์ปภากร เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิ์ทุ่งรวงทอง อนุญาติให้ปลูกต้นไม้ในมีเนื้อที่ 33 ไร่  จำนวน  8,509 ต้น ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ 5 ชนิด ได้แก่ ต้นพะยูง ประดู่ ยางนา ตะเคียนทอง และมะค่าโมง เป็นต้น 

        ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจและประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน ของจังหวัดศรีสะเกษต่อไป

        นายธานนท์ โสภิตชา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 31มกราคม 2532 อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งกรมป่ไม้ได้เชิญชวนจังหวัดและหน่วยงานจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นที่เห็นสมควร เช่น ที่สาธารณประโยชน์ ป่าชุมชน ศาสนสถาน โรงเรียนริมแม่น้ำลำคลอง สองข้างทางสาธารณะ ในวันที๋ 26 พฤษภาคม 2564  ประกอบกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระทาน (ศอญ.) ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระยะที่ 6 ซึ่งตามโครงการนี้เป็นการปลูกป่าแบบจิตอาสาไม่มีงบประมาณ โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดเตรียมกล้าไม้ บูรณาการร่วมกับภาคประชาชนและชุมชนในการร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูกไม้ ซึ่งจะต้องขอความ

ร่วมมือทุกอำเภอนำไปขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัด โดยจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่  26  พฤษภาคม 2564 เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติและวันวิสาขบูชา เป็นต้นไป จังหวัดศรีสะเกษจึงได้จัดทำโครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่าและโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจและประชาชน มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สวท.ศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526152448166 575 จ.ศรีสะเกษ อบต.กล้วยกว้าง ร่วมกับชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรมสัปดาห์วันต้นไม้แห่งชาติปล่อยนกสู่ฟ้า ปล่อยกบปล่อยปลาสู่น้ำ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน "            เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พุทธสถานธรรมดอนแก้วห้วยวะ บ้านโนนสำโรง ตำบลกล้วยกว้าง อำเภอห้วยทับทัน พระครูบุญสถิต อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าพุทธสถานธรรมดอนแก้วห้วยวะ นายทิวา รุ้งแก้ว ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ และนายไพบูลย์ เชื้อทอง นายก อบต.กล้วยกว้าง อำเภอห้วยทับทัน ได้นำพุทธศาสนิกชนบ้านโนนสำโรง ร่วมกันปลู่กต้นไม้ให้แผ่นดิน ปล่อยนกสู่ฟ้า ปล่อยกบปล่อยปลาสู่น้ำกิจกรรมสัปดาห์วันต้นไม้แห่งชาติ ประจำปี 2564 ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคนอีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะโลกร้อนต่อไป

            นายไพบูลย์ เชื้อทอง นายก อบต.กล้วยกว้าง กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เป็นวันวิสาขบูชา ทางราชการได้กำหนดให้เป็นวันต้นไม้แห่งชาติ  อบต.กล้วยกว้าง จึงได้กำหนดเอาวันที่ 23 - 29 พฤษภาคม 2564 เป็นสัปดาห์พระพุทธศาสนา โดยได้แจ้งให้หมู่บ้านในเขตตำบลกล้วยกว้างร่วมกันทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนที่วัดในเขตบริการของทุกหมู่บ้าน เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า  อบต.กล้วยกว้าง ร่วมกับชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ และพุทธสถานธรรมดอนแก้วห้วยวะ จึงได้กำหนดเอาวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 เป็นวันดูแลต้นไม้ ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่ง และปลูกต้นไม้ซ่อมแซม นอกจากนั้นยังมีการปล่อยนก ปล่อยกบ ปล่อยปลาลงในเขตอภัยทานที่ยาว 3,000 เมตร ที่ยาวที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526152506167 576 ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำส่วนราชการและภาคประชาชนจิตอาสา ปลูกต้นไม้มงคล ที่ศูนย์ราชการแห่งใหม่ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ

        ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน และประชาชนจิตอาสาชาวจังหวัดลำพูน ร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคลสร้างความร่มรื่น ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564

        วันนี้ (26 พ.ค.64) ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางปนัดดา เนาวรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน และประชาชนจิตอาสาร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคล เพื่อสร้างความร่มรื่น บริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ซึ่งจังหวัดลำพูนได้จัดพิธีทอดผ้าป่าต้นไม้ เพื่อนำเงินสมทบทุนการจัดซื้อต้นไม้ สำหรับปลูกภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้จัดซื้อต้นไม้มงคลมาเพาะปลูกแล้ว ได้แก่ ต้นเหลืองปรีดียาธร ราชพฤกษ์ ตะแบก สนมังกร อโศกพวง และลีลาวดี เป็นต้น 

        ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ คณะผู้บริหารสนามกอล์ฟกัซซัน ได้ร่วมมอบเงินสมทบทุนการจัดซื้อต้นไม้ เพื่อปลูกภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน จำนวน 200,000 บาท 

        ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เนื่องจากเป็นวันมงคล ที่พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันทำความดีรักษาศีล และร่วมกันปลูกต้นไม้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ รักษาสมดุลในระบบนิเวศน์




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526161002178 577 มุกดาหาร - รมช.ประภัตร Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ปล่อยขบวนสัตวแพทย์ ป้องกัน ควบคุมแมลงพาหะนำโรค ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์

        วันที่ 26 พฤษภาคม 2564  นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธาน Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ที่ สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด (สำนักงานใหญ่) ตำบลหนองสูงเหนือ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมกับนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมประชุมรับนโยบายและร่วมกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน โดยนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตัดริบบิ้นปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรค แจกและพ่นสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ แจกยารักษาแผลภายนอก ยาบำรุง แร่ธาตุ ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจโรคและการป้องกันให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

        นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จะเกิดเฉพาะในโค-กระบือ ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน รักษาหายได้ และสามารถบริโภคได้ โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย เกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพของโค-กระบือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

        รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ 5 มาตรการควบคุมและป้องกันโรคลัมปี สกิน มีดังนี้ 1) ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค และปฏิบัติตามแนวทางการเคลื่อนย้ายของกรมปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด 2) เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด เน้นการรู้โรคให้เร็ว ควบคุมได้ทัน โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว 3) การป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนาโรค 4) รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ เพื่อลดความสูญเสียแก่เกษตรกร และ 5) การใช้วัคซีนควบคุมโรค กรณีมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนด จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด

        นายพิภพ เพียวิเศษ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหาร มีโค-กระบือทั้งหมด 79,125 ตัว พบโรคครั้งแรกช่วงต้นเดือนมีนาคม 2564 ในพื้นที่ ม.6 ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มีสาเหตุจากแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรค ปัจจุบันมีโค-กระบือป่วยด้วยโรคลัมปี สกิน 4,291 ตัว เกษตรกรกว่า 1,766 คน คิดเป็นร้อยละ 5.42 พบโค-กระบือเสียชีวิตแล้ว 13 ตัว ด้านการแก้ไขปัญหาทางจังหวัดสั่งปิดตลาดนัดโค-กระบือเป็นเวลา 1 เดือน ตามประกาศกรมปศุสัตว์ และจัดเจ้าหน้าออกควบคุม ป้องกัน รักษาโรค สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับเกษตรกรในการป้องกันโรคทุกระดับ




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526172249193 578 ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือที่ได้รับความเดือนร้อนจากโรคลัมปีสกิน

            วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี สมาชิกวุฒิสภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม  

            นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การประชุมศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะโรคลัมปีสกิน ซึ่งได้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดร้อเอ็ด จึงได้กำหนดแนวทางในเรื่องของการป้องกันการดูแลรักษาโคและกระบือที่ติดเชื้อ รวมทั้งแนวทางที่จะชดเชยสัตว์ที่ตายไปจากโรคลัมปีสกิน และสรุปได้ว่าตอนนี้ในเรื่องของการป้องกันได้มอบหมายให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้มีการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์เพื่อไปฉีดพ่นในการป้องกันเกี่ยวกับแมลง เพราะโรคลัมปีสกินนี้ อาศัยแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรค จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการป้องกันไม่ให้สัตว์ดูดเลือด เช่น ยุง ลิ้น หรือสัตว์ต่างๆที่ดูดเลือด ได้มากัดโคหรือกระบือของท่าน โดยอาจจะมีวิธีการ เช่น กางมุ้งหรือสุมไฟ เพื่อลดจำนวนแมลงหรือสัตว์ดูดเลือดที่จะไปกัดกินเลือดของโคหรือกระบือ นอกจากนี้ทางปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการไปฉีดพ่นยาให้ ซึ่งจะมีวิธีการคล้ายๆ กับการพ่นยาฆ่ายุง เราจะต้องรณรงค์ฉีดพ่นพร้อมกันทั้งจังหวัด และในเรื่องของการรักษาโคหรือกระบือที่เป็นโรคลัมปีสกิน นั้น ทางปศุสัตว์จังหวัดก็จะได้เผยแพร่แนวทางในการรักษาโรค ส่วนโรคลัมปีสกินนี้ เป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อไวรัสซึ่งยังไม่มียารักษาได้ มีเพียงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ลดอาการไข้ ลดการติดเชื้อหรือการรักษาแผลพุพองต่างๆ ของโคกระบือ ต้องรักษาไปตามอาการและขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่ามียาฉีดในเชิงป้องกัน ให้ฟังแนวทางจากปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์ในพื้นที่จะได้ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยา โค กระบือที่ตายขณะนี้มีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบ โดยได้การตั้งกรรมการระดับอำเภอ โดยมีนายอำเภอเป็นประธานและมีการสำรวจเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือที่เป็นโรคและเสียชีวิต มีแนวทางในการช่วยเหลือชดเชยให้พี่น้องประชาชนขอให้ติดตามแนวทางการช่วยเหลือต่อไปเบื้องต้นเกษตรกรจะได้รับการชดเชยรายละไม่เกินสองตัวของสัตว์ที่เสียชีวิต ส่วนราคาการชดเชยจะขึ้นอยู่กับอายุของโคกระบือของท่าน

            ทางด้าน ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ เราทุกคนก็ต้องรับผิดชอบตนเอง ถึงแม้ความช่วยเหลือจะมาจากไหนก็ตามขอให้เรารับผิดชอบตัวเองก่อนและช่วยตัวเองเป็นเบื้องต้นให้ดีที่สุด เมื่อพบสัตว์ป่วยพยายามอย่าให้เป็นไข้เพราะคนส่วนมากจะปล่อยโคกระบือออกหากินตามธรรมชาติ เราควรจะกักตัวสัตว์ไว้ไม่ให้ไปปะปนกับสัตว์ตัวอื่นและต้องป้องกันในเรื่องของแมลงดูดเลือดเป็นการเบื้องต้น ซึ่งทางราชการไม่ได้ทอดทิ้งท่านอย่างแน่นอน และทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรทุกคน

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยเอ็ด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526172015192 579 ผู้ว่าฯ มุกดาหารนำจิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา ร่วมกันปลูกต้นไม้ตามโครงการ “ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ปี 2564 "            วันนี้ (26 พ.ค.64) นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีปลูกต้นไม้ ตามโครงการ “ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ณ สำนักสงฆ์ภูเพียงดิน หมู่ที่ 6 บ้านนันทวัน ตำบลกุดแข้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร  เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐ จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา กว่า 500 คน ร่วมถวายพระพร และกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” จากนั้นได้นำปลูกต้นไม้ในพื้นที่สำนักสงฆ์ภูเพียงดินกว่า 50 ไร่ โดยต้นไม้ที่ปลูกมีต้นประดู่ป่า มะค่าโมง เต็ง รัง และยางนา จำนวนกว่า 2,000 ต้น

            ด้วยศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดทำ “โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า” ครอบคลุมถึงป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายรวมกันจำนวนไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ ใน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ภายในปี พ.ศ. 2563 – 2570 ประกอบกับ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 

            จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกุดแข้ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ องค์กรภาคเอกชน เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ในพื้นที่ดังกล่าวขึ้น  เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 สืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  (รัชกาลที่ 9) ในการพลิกฟื้นผืนป่า เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล กำหนดให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 55 ต่อพื้นที่ประเทศ และยุทธศาสตร์ของจังหวัดมุกดาหาร ในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มีผืนป่าเพิ่มขึ้นให้ได้ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 953,300 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 35.15 ของพื้นที่จังหวัด 4,407 ตร.กม. หรือ 2,714,400 ไร่ เป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองจากจังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

 

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุกดาหาร สวท.มุกดาหาร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526173828195 580 "ศอ.บต. ร่วมอุดหนุนฟักทองตกค้างกว่า? 500? ตัน"" ??พร้อมส่งต่อ?ช่วยหมู่บ้านถูกปิด?เหตุโควิด? ในพื้นที่? จชต. 18 หมู่บ้าน" "            วันนี้? (26? พ.ค.? 2564) ที่บ้านป่างาม? อ.จะนะ? จ.สงขลา? ศอ.บต.? นำภาคเอกชน?และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น? เข้ารับซื้อฟักทองของเกษตรกรเพิ่ม? 10  ตัน? พร้อมประสานรับซื้อฟักทองจาก ต.ไม้แก่น? อ.จะนะ? 4 ตัน? และ? อ.เทพา? จ. สงขลา? อีก? 4 ตัน? โดย?ประสานหน่วยราชการ? และภาคเอกชนในพื้นที่ร่วมรับซื้อตั้งแต่วันที่? 15 ?- 26? พฤษภาคม 2564? รวมทั้งสิ้นกว่า? 500? ตัน? เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ไม่สามารถกระจายพืชผลทางการเกษตรได้ในช่วงโรคระบาดโควิด? -19? เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าคนกลางไม่สามารถมารับซื้อไปขายได้? เพราะสถานที่ค้าขายหลายแห่งถูกปิด? อย่างไรก็ดี? ฟักทอง?กว่า? 10 ตัน? ของเกษตรกรบ้านป่างามล็อตนี้?ตกค้างมานานกว่า? 2 เดือนแล้ว

            นางอารมเดียน  อาแว? เกษตรกรบ้านป่างาม? เล่าว่า? ทุกปี? เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์? พ่อค้าแม่ค้าคนกลางจะขับรถมาจ่อรับซื้อทันที?เพียง? 10 วัน? ผลผลิตก็จะถูกขายและกระจายลงสู่ตลาด? แต่ปีนี้?ต่างโทรมาบอกว่า?ตลาดปิด? บางรายบอกว่า?ไม่สามารถขายได้? และไม่กล้าลงทุนรับซื้อ จึงเป็นเหตุให้ผลผลิต?ตกค้างจำนวนมาก?และเป็นระยะเวลานาน ?ที่ผ่านมาได้ขายให้กับเพื่อนบ้านบ้าง?เล็กน้อย? ขณะมี? ศอ.บต.? และ กอ.ร?มน.? ภาค? 4 ส่วนหน้า? พร้อมหน่วยงานราชการเข้ามาช่วยเหลือรับซื้อไปเกือบหมดแล้ว? ขอบคุณ?จากใจที่นึกถึงกัน?และให้การช่วยเหลือ หากไม่มีคนมารับซื้อก็ต้องยอมขาดทุนและทำใจ

            อย่างไรก็ตาม? ฟักทองที่? ศอ.บต.? รับซื้ออย่างต่อเนื่องนี้? ได้นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด? -19? ทำให้ต้องปิดหมู่บ้าน? ตำบล? เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ? ขณะนี้ทั้งสิ้น? 18 หมู่บ้าน? 3,572 ครัวเรือน โดย? ศอ.บต.?ร่วมหารือกับ? ศปก.อำเภอ? เพื่อให้หน่วยราชการส่วนท้องถิ่นคัดเลือกพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่ง?ด่วน ส่งมอบผลผลิตเพื่อนำไปทำอาหารก่อน? อาทิ? ตำบลเกาะสะท้อน? อ.ตากใบ? จ.นราธิวาส อ.บันนังสตา? อ.กรงปินัง? เทศบาลเมืองยะลา? โรงครัวโรงพยาบาลยะลา? เป็นต้น

            ด้านภาคเอกชน? บริษัท ทีพีไอ? โพลีน  เพาเวอร์? จำกัด?  ซึ่งเป็น? 1 ในหน่วยงานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรในครั้งนี้ด้วย?นั้น?  จะนำฟักทองที่รับซื้อไปแจกจ่ายแก่โรงครัวที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์?โรคระบาด?โควิด? -19 ?ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร?


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526180110201 581 สสก.5 สงขลา ขับเคลื่อนการทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ "            พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของประชาชน อีกทั้งเกษตรกรมีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว อาศัยพึ่งพารายได้จากทางเดียว จึงมักประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เกิดภัยพิบัติซ้ำซาก ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรค่อนข้างลำบาก รายได้ไม่เพียงพอ ชุมชนขาดความเข้มแข็งและเกิดความไม่มั่นคงในพื้นที่

            กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมบูรณาการกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นที่ความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย) โดยได้น้อมนำแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” และศาสตร์ของพระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวทางในการจัดทำโครงการ มีเป้าหมายให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีโอกาสในการศึกษา และประกอบอาชีพที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น มุ่งพัฒนาในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาคน ซึ่งครอบคลุมทั้งครอบครัว ให้อยู่ดี มีสุข และมั่นคง เกิดความสันติสุขในพื้นที่ ด้านการพัฒนาสินค้า มีการผลักดันและยกระดับทั้งพืชเศรษฐกิจและพืชประจำถิ่น ด้านการพัฒนาพื้นที่ ส่งเสริมการทำการเกษตรผสมผสาน สนับสนุนการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้มีแหล่งอาหารในชุมชน ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในชุมชน เป็นฐานรากของการพัฒนาในระดับภูมิภาค และระดับประเทศต่อไป โดยเฉพาะการทำเกษตรผสมผสาน ช่วยลดความเสี่ยงในการทำการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นได้ 

            นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการขับเคลื่อนเกษตรผสมผสานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและพัฒนาเป็นเกษตรกรต้นแบบแล้วกว่า 185 ราย สามารถเป็นตัวอย่างและขยายผลให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้ และมีแผนการพัฒนาเกษตรกรต้นแบบอย่างน้อยตำบลละ 1 คน ให้ครบทุกตำบล ทั้ง 37 อำเภอ ในปี 2568 โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร สร้างความพร้อมที่จะขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ในพื้นที่ 

            ซึ่งในปี 2564 ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำเกษตรผสมผสาน โดยให้แต่ละจังหวัดคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จ จังหวัดละ 1 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด องค์ความรู้ การจัดทำแผน และแนวทางการพัฒนาแปลง ผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากแปลงเกษตรผสมผสาน เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้นำไปปรับใช้ ตัวแทนเกษตรกร ได้แก่ นายอิสมาแอ ลาเต๊ะ ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา นายเจียร ทองคง ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นางอุบลรัตน์ สีทองแก้ว ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และนายมูหัมมัดซำซูดิน เซ็นมาด ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส มีความคิดเห็นตรงกันทุกคนว่า จากการที่ตนเองปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้น ทำให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายในครัวเรือนลงได้มาก มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอ มีเหลือแบ่งปัน และขายในชุมชน เกิดเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดขึ้นในพื้นที่ รู้สึกรักและภูมิใจในอาชีพเกษตร หวงแหนพื้นที่ทำกิน เกิดความสงบสุข และความสามัคคีในชุมชน และตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดี นำความรู้ไปขยายผลให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไป ดังนั้น การทำเกษตรผสมผสานจึงตอบโจทย์ ในการสร้างสร้างอาชีพที่มั่นคง และช่วยสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างแท้จริง นายสุพิท กล่าวทิ้งท้าย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526181138206 582 จังหวัดระนองจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า” "            วันนี้ 26 พฤษภาคม 2564 ที่ วัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง อ.เมืองระนอง นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า” พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมกิจกรรม โดยนายปรัชญา ทั่งจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้

            ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า” โดยมีหน่วยงานร่วมบูรณาการ ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม มีเป้าหมายโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว จำนวนไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ทั่วประเทศ ให้ครอบคลุมพื้นที่ ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุและที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 55 ของประเทศ เนื้อที่ 59,010.68 ไร่ ในปี 2564-2570 

            จังหวัดระนอง กำหนดจัดกิจกรรม ณ บริเวณวัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง โดยเป็นการปลูกต้นไม้เสริมโดยรอบบริเวณพื้นที่วัด ใช้กล้าไม้ 300 ต้น ชนิดพันธุ์ไม้ ได้แก่ ต้นชมภูพันธ์ทิพย์,สัก,มะฮอกกานี,จำปาทอง,อบเชย,ตะเคียนทอง และหลุมพอ ในการนี้ได้จัดเตรียมกล้าไม้สำหรับมอบหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน อีก 150 ต้น โดยได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดระนอง กำหนดวัน Kick Off ในวันนี้ 26 พฤษภาคม 2564 เป็นวันเริ่มต้นโครงการ ในพื้นที่นำร่อง จำนวน 10 แห่ง ครอบคลุม 5 อำเภอ

            นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ในวันนี้นอกจากเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือวันวิสาขบูชา แล้วยังเป็นในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า”เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาราษฎร ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามศาสตร์พระราชา และเพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชน หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่จังหวัดระนองสืบไป

            ส.ปชส.ระนอง  ภาพ/ข่าว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ระนอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526182807212 583 รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง kick off โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า”กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 จังหวัดระนอง ณ บ้านปากแพรก ต.ละอุ่นเหนือ อ.ละอุ่น

        รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง kick off โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า”กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 จังหวัดระนอง ณ บ้านปากแพรก ต.ละอุ่นเหนือ อ.ละอุ่น 

        วันนี้ (26 พ.ค.64) ณ บ้านปากแพรก หมู่ที่ 5 ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น นายสมจิตร์ เขียนด้วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธาน กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า”พร้อมด้วยพันเอก เฉลิมชัย สุทธินวล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระนอง (ฝ่ายทหาร) หัวหน้าส่วนราชการอำเภอละอุ่น จิตอาสาพระราชทาน โดยนายปรัชญา ทั่งจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง กล่าวรายงาน คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ มาตั้งแต่ปี 2532 เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเพาะปลูก เนื่องจากเข้าช่วงฤดูฝน ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 จึงถือเป็นวันสำคัญของชาติ ที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกต้นไม้ และเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 55 ของประเทศ จังหวัดระนองรับเป้าหมายตามแผนงานโครงการฯ เนื้อที่ 59,010.68 ไร่ ในปี พ.ศ.2563 -2570 ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุและที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ จังหวัดระนอง กำหนดวัน Kick Off ในวันนี้ 26 พฤษภาคม 2564 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาเป็นวันเริ่มต้นโครงการฯ ในพื้นที่นำร่องจำนวน 10 แห่ง ครอบคลุม 5 อำเภอ เนื้อที่เป้าหมาย 4,399.47 ไร่ 

        สำหรับพื้นที่ ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น กำหนดให้เป็นพื้นที่ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า”จำนวน รวม 12 ไร่เศษ  บริเวณบ้านปากแพรก อำเภอละอุ่น สำหรับพันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูก อาทิ ต้นอบเชย 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ระนอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526191308235 584 ปลัดจังหวัดระนอง พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า อุทยานแห่งชาติแหลมสน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 "            วันนี้ (26 พ.ค. 64) นายบุญชัย สมใจ ปลัดจังหวัดระนอง พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า อุทยานแห่งชาติแหลมสน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 ณ บ้านกำพวน หมู่ 3 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง

            นายบุญชัย สมใจ ปลัดจังหวัดระนอง ประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ประจำปี 2564 กล่าวว่า จังหวัดระนองนำจิตอาสาร่วมปลูกป่าโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ประจำปี 2564 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนักในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โดยจังหวัดระนองมีเป้าหมายที่จะดำเนินการในพื้นที่นำร่อง จำนวน 10 แห่ง เนื้อที่เป้าหมายกว่า 4 พันไร่ ครอบคลุมทั้ง 5 อำเภอของจังหวัด เพื่อร่วมกันพลิกฟื้นคืนสภาพผืนป่าธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ สร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มเขตพื้นที่ป่า ช่วยลดปัญหามลภาวะ ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อต้องการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนพื้นที่ ให้ข้าราชการและพี่น้องประชาชนชาวระนอง ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของต้นไม้ และพร้อมใจที่จะร่วมกันปลูกต้นไม้ ทำความดีเพื่อสนองแนวทางตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการที่จะอนุรักษ์ ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในเขตพื้นที่ต้นน้ำ และรักษาระบบนิเวศทางสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นแนวทางในการที่จะส่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ตลอดจนการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ดังกล่าว ยังเพื่อเป็นการสนองตอบนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวของประเทศ ที่ได้กำหนดไว้ให้มีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของประเทศ

            ทั้งนี้ กรมป่าไม้ ได้สรุปผลการดำเนินการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระยะที่ 1 ในปี 2563 จำนวน 21,247 ไร่ ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้ และแผนการดำเนินการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ระยะที่ 2 ในปี 2564 มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน และเตรียมกล้าไม้ เพื่อเริ่มดำเนินการปลูกป่าตามโครงการฯ ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 400,000 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน ป่าชายเลน และป่าพรุ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยจะเริ่มดีเดย์ปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี สำหรับปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ระนอง สวท.ระนอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526191229234 585 กิจกรรมเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ "            นายสมหมาย ลูกอินทร์ รองปลัดเทศบาลนครยะลา ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครยะลา นำพนักงานเทศบาลนครยะลา ร่วมปลูกต้นทองอุไร จำนวน 350 ต้น ฌ บริเวฌถนนจัดรูปที่ดินทั้งสองฝั่งจากสวนขวัญเมืองจนถึงหน้าวัดเวฬุวัน ในวันนี้ 26 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และ ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึก และช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526191426239 586 ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด นำจิตอาสาปลูกป่าเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ณ ที่สาธารณประโยชน์หนองคลอง บ้านน้ำคำ หมู่ 3 ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตน์ "            เมื่อวันที่ (26 พฤษภาคม 2564) เวลา 10.00 น. นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสา พัฒนาปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และโครงการปลูกป่า เพื่อป้องกันไฟป่า ประจำปี 2564 โดยมี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดร้อยเอ็ด, ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 , ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด,หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด,ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดร้อยเอ็ด,ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด , ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ร้อยเอ็ด,หัวหน้าส่วนราชการ , นายอำเภอปทุมรัตน์ , นายกเทศ มนตรีตำบลโนนสวรรค์ , และจิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมกิจกรรม

            นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  กล่าวว่า “จังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึก และรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย” 

            ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดยังเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ประจำปี 2564 เพื่อเป็นการ KICK OFF ในการเริ่มโครงการปีที่ 2 พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดร้อยเอ็ด ในกิจกรรมประกอบด้วย การปลูกต้นไม้ ,การปลูกหญ้าแฝก โดยมีจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ได้ร่วมแรง ร่วมมือ ร่วมใจกันประกอบกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ โดยไม่หวังผลตอบแทนมีความสมัครสมานสามัคคีและมีความรักความผูกพันใน 4 สถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งผลการดำเนินตามโครงการการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เป็นอย่างดี

            ธนากร ฉากจินดา ภาพ

            คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยเอ็ด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526193036254 587 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,712 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 48.527 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.147 ล้านโดส "

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,712 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 28.9 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 288 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 131 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

   ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีน แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 45.869 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 31.7% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีน มากที่สุดที่ 25.76 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 3,147,227 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 36.6%

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526211943290 588 “ปศุสัตว์ต้องเร็ว วัคซีนต้องเร่ง ท้องถิ่นต้องรีบ เกษตรกรโปรดเข้าใจ” "

อธิบดีกรมปศุสัตว์ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน ติดตามสถานการณ์ กำชับนโยบายการควบคุมป้องกัน และกำหนดแนวทางการใช้วัคซีนตามหลักวิชาการ

                  เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งคณะกรรมการนี้ประกอบด้วยทุกภาคส่วนจากภาครัฐและเอกชน คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันอุดมศึกษา องค์กรวิชาชีพ และเกษตรกร    ร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค และกำหนดแนวทางการใช้วัคซีน และได้ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนว่า กรมปศุสัตว์ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือของเกษตรกรนั้น ต้องขอชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะตั้งแต่พบว่า     โคเนื้อของเกษตรกรที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด มีอาการป่วยคล้ายกับโรคลัมปี สกิน กรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ พร้อมเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการจนมีผลยืนยันในช่วงปลายเดือนมีนาคมว่าโคป่วยด้วย โรคลัมปี สกินจริง      ช่วงรอผลตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการนั้นได้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมและแก้ไข เข้มงวดการเฝ้าระวัง และมาตรการป้องกันและควบคุมโรค กรณีสงสยโรคลัมปี สกิน เป็นต้น โดยในการดำเนินการนั้นได้รายงานให้       ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายประภัตร โพธสุธนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจากการประชุม คณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมาที่มี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ได้มีข้อสั่งการให้ กรมปศุสัตว์เร่งควบคุมต้นตอของการระบาดของโรคลัมปี สกิน โดยให้เข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ตามแนวชายแดนทุกแห่ง ดังนั้นหากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่หากปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเคลื่อนย้าย และเกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น จะดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาด


                  ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน ควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคลัมปี สกิน หรือ War room เพื่อทำหน้าที่ติดตาม สถานการณ์โรคระบาด วางแผนมาตรการควบคุมโรค วางแผนการกระจายวัคซีน การป้องกันกำจัดโรค ตลอดจนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกรตามมาตรการการช่วยเหลือ และขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหลายท้องถิ่นที่ช่วยดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีควบคุมแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหนะของโรคลัมปี สกิน

 

                  “ส่วนกรณีของวัคซีน ด้วยโรคลมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงยังไม่เคยมีการใช้ วัคซีนในสัตว์สำหรับควบคุมและป้องกันโรคในประเทศมาก่อน ขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการสั่งซื้อวัคซีนจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีแหล่งผลิตในประเทศแอฟริกาใต้ รวม 60,000 โดส และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานจัดส่งวัคซีน หลังจากวัคซีนเข้ามาถึงประเทศไทยแล้ว จะต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิต  จากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา จึงจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้          กรมปศุสัตว์กำลังดำเนินการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีก ประมาณ 300,000 โดส เพื่อการควบคุมโรคและเพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย”


                  สถานการณ์การเกิดโรคล่าสุด ปัจจุบันพบใน 35 จังหวัด มีสัตว์ป่วย จำนวน 7,200 ตัว ตาย 53 ตัว และที่สำคัญสามารถควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด โดยตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.เป็นต้นมา ยังไม่มีรายงานการกระจายหรือการระบาดเพิ่มในจังหวัดใหม่ ดังนั้น ขอฝากถึงเกษตรกร หากมีข้อสงสัย หรือต้องการได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) หรือสายด่วนแจ้งโรคระบาดกรมปศุสัตว์ call center 063-225-6888 หรือแจ้ง ผ่านแอปพลิเคชั่น  DLD4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” ได้ตลอดเวลา และสามารถติดตามองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวของ ได้ที่เว็บไซต์ https://sites.google.com/view/dldlsd/home

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526203537270 589 ผอ.ศปพร. ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านโคกไร่ใหญ่ พร้อมส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร น้ำมัลเบอร์รี่ เทรนใหม่เพื่อคนรักสุขภาพ "            เมื่อวันที่ (26 พฤษภาคม 2564) เวลา 10.30 น. พลตรี ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วย พันเอก ยุทธนา สายประเสริฐ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 /หัวหน้าคณะทำงานฯ ที่ 3 และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา จากผู้จัดการ และสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บ้านโคกไร่ใหญ่ ตำบลสุไหงปาดี อำเภอ สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดย พลตรี ไพศาล หนูสังข์ ได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง ในการดำเนินงาน พร้อมกับได้มอบนโยบายในการบริหารจัดการภายใน โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด เพื่อให้ฟาร์มตัวอย่างฯ สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ เป็นแหล่งจ้างแรงงานให้สมาชิกฯ มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ได้เรียนรู้การทำเกษตร ปศุสัตว์ และประมงอย่างถูกหลักวิชาการ และรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่มทำงาน อีกทั้งมีมาตรการระวังป้องกันตนเองให้พ้นจากภัยคุกคามของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ ให้กับพี่น้อง สมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง ฯ เรื่องของการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิค -19 ตลอดจนมอบถุงยังชีพ เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ในช่วงสถานการณ์โควิค -19 

            จากนั้น พลตรี ไพศาล หนูสังข์ ได้ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตร และส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร น้ำมัลเบอร์รี่ เทรนใหม่เพื่อคนรักสุขภาพ โดยกล่าวว่า ลูกหม่อนหรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ส่วนต่างๆ ของต้นหม่อนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งใช้เพื่ออุตสาหกรรมการทอผ้า การนำใบหม่อนมาแปรรูปเป็นชา หรือแม้แต่ลูกหม่อนเองก็ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ หรือเป็นวัตถุดิบในอาหารต่างๆ ลูกหม่อนเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เพราะเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้แคลอรี่ต่ำ มีสารอาหารสำคัญอย่างคาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มท้อง ทั้งยังช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังพบสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ตำรับยาโบราณมีการใช้ผลหม่อนต้มบริโภคทั้งเนื้อและน้ำแก้โรคไขข้ออักเสบ ท้องผูก โลหิตจาง และขับเสมหะ ได้อีกด้วย ทำให้ประชาชนที่รักษาสุขภาพ หันมาสนใจการดื่มน้ำมัลเบอร์รี่ เป็นจำนวนมาก สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ อีกช่องทางหนึ่งให้แก่พี่น้องสมาชิก โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านโคกไร่ใหญ่ ได้ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526203836271 590 "ชาวบ้านใน ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกันปลูกต้นไม้ เนื่องใน วันต้นไม้ประจําปีของชาติ 2564""" "            วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ที่บ้านสามร้อยไร่ หมู่ที่ 11 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นายยุทธนา สัจกุล ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี  ได้นำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลางร่วมเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่ายะลา เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในจังหวัดยะลาร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจําปีของชาติ 2564"" เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน

            นายยุทธนา สัจกุล ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี กล่าวว่า รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบาย ได้น้อมนำแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยให้คนอยู่กับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน และส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นจะส่งเสริมให้ประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.เบตง จ.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526212918292 591 ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำปลูกต้นไม้ 1,200 ต้น เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ ตั้งเป้าหมายปลูกให้ได้ 65,790 ไร่ ในปี 2570 "            เมื่อวันที่ (26 พฤษภาคม 2564) ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในกิจกรรมปลูกต้นไม้ ""โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี"" เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 โดยมีหน่วยงานราชการและประชาชนร่วมปลูกต้นไม้ 

            ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ 2532 ให้วันวิสาขบูชา ของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โดยในปีนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ""โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 จำนวน 1,200 ต้น บนเนื้อที่ 12 ไร่เศษ ของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี พร้อมกับการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้อีก 19 อำเภอ อย่างไรก็ตามจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ดำเนินการปลูกต้นไม้ ตามโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า มาตั้งแต่ปี พ.ศ 2563 และจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2570 โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ให้ได้ จำนวน 65,790 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 399 ไร่


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-26T00:00:00 ภาคใต้ สุราษฎร์ธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526214858297 592 โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก "            นายสำพรต จันทร์หอม เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายให้คณะทำงานดำเนินการรับแจ้งความต้องการเข้าร่วมโครงการ พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ภายใต้แผนงาน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น จังหวัดอำนาจเจริญ โดยเสนอโครงการยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร

            โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนายความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งการสร้างการเข้าถึงช่องทางการตลาด พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน

            ในการนี้หากพี่น้องเกษตรกรหรือประชนทั่วไป สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ติดต่อสอบถามรายระเอียดได้ที่ เกษตรจังหวัด เเละเกษตรอำเภอในพื้นที่ต่างๆ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527100957330 593 กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อม คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 3 วันล่วงหน้าภาคอีสานมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อม คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 3 วันล่วงหน้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 82 ล้านลูกบาศก์เมตร

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (27 พ.ค.64) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 59 มิลลิเมตร // สุรินทร์ 114 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 38 มิลลิเมตร // ตราด 51 มิลลิเมตร และระนอง 49 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 37,855 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,142 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันล่วงหน้าบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ต ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามสภาพอากาศเนื่องจากระยะนี้อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 - 26 พฤษภาคมพบมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนสะสม แบ่งเป็น ภาคเหนือ น้ำไหลเข้าสะสม 271 ล้านลูกบาศก์เมตร มากสุดที่เขื่อนสิริกิติ์ 122 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้ำไหลเข้าสะสม 265 ล้านลูกบาศก์เมตร มากสุดที่เขื่อนอุบลรัตน์ 94 ล้านลูกบาศก์เมตร

              สำหรับภาคตะวันออก น้ำไหลเข้าสะสม 75 ล้านลูกบาศก์เมตร มากสุดที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 32 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคกลาง น้ำไหลเข้าสะสม 42 ล้านลูกบาศก์เมตร มากสุดที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร // ภาคตะวันตก น้ำไหลเข้าสะสม 277 ล้านลูกบาศก์เมตร มากสุดที่เขื่อนศรีนครินทร์ 165 ล้านลูกบาศก์เมตร และภาคใต้น้ำไหลเข้าสะสม 252 ล้านลูกบาศก์เมตร มากสุดที่เขื่อนบางลาง 135 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 3 วันล่วงหน้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 82.42 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนภาคอื่นๆปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลง ทำให้ กอนช. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527094017315 594 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (27 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบสงพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527094118316 595 สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ “รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประจำปีงบประมาณ 2564 "            สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย กำหนดจัดทำแปลงต้นแบบการขยายพันธุ์ไม้ผล โครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ “รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประจำปีงบประมาณ 2564 (งบพัฒนาจังหวัด) โดย นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในการส่งมอบพันธุ์ไม้ผล พร้อมด้วย นายนที พรมภักดี นายอำเภอด่านซ้าย เกษตรอำเภอด่านซ้าย หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช ผอ.เกษตรที่สูง นายทหารปฏิบัติการอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง และผู้ใหญ่บ้านหมากแข้งให้กับเกษตรกรต้นแบบ จำนวน 24 ราย ณ ที่ทำการกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านหมากแข้ง

            ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ให้เกียรติปลูกต้นแมคคาเดเมียและตรวจเยี่ยมโรงเรือนไม้ ณ แปลงต้นแบบขยายพันธุ์ไม้ผลของนายสไว สีเสือ บ้านหมากแข้ง หมู่ที่ 4 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527102611338 596 วช.จัดแถลงผลงาน และแถลงข่าว“วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19” ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม ในการนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกัน ดูแล รักษา แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก Covid-19

วช.จัดแถลงผลงาน และแถลงข่าว“วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19” ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม ในการนำไปใชเประโยชน์ในการป้องกัน ดูแล รักษา แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก Covid-19 

   นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดแถลงผลงาน และแถลงข่าว“วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19” ในรูปแบบออนไลน์ผ่านวีดิทัศน์ทางไกล (VDO Conference) ด้วยระบบ Zoom ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ทั้งนี้ เป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม และการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย การป้องกัน ดูแล รักษา แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก Covid-19 รวมทั้งยังมีการเสวนาเรื่อง “เปิดประเด็นวัคซีน Covid-19 ไขข้อสงสัย และการเดินหน้าประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย การป้องกัน การดูแลรักษา การแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการสถานการณ์อันเนื่องมาจาก Covid-19 จาก วช. มานำเสนอในรูปแบบออนไลน์

  ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะแถลงนโยบายและผลงาน อว. วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย Covid-19 และการแถลงข่าวผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “Cold Chain Logistics : การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีน Covid-19 เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา พร้อมจะมีการส่งมอบนวัตกรรม “ ห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่สําหรับติดตั้งในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม” โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว.จะกล่าวถึงบทบาทของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหา Covid-19 ด้วย

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527140230445 597 นายอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เปิดกิจกรรมโครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และโครงการต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น จังหวัดเลย ประจำปี 2564 "            วานนี้ ( 26 พฤษภาคม 2564) เวลา 08.30 น. นายนที พรมภักดี นายอำเภอด่านซ้าย เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และโครงการต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น จังหวัดเลย ประจำปี 2564 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตำบลด่านซ้าย เทศบาลตำบลศรีสองรัก องค์การบริหารส่วนตำบลโคกงาม องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสูง กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลด่านซ้าย ตำบลโคกงาม และตำบลโพนสูง จิตอาสาพระราชทานและประชาชน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้ ณ พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ลาดหินอินทร์แปลงหมู่ที่ 2 ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

            ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 กำหนดให้ ""วันวิสาขบูชา"" ของทุกปีเป็น “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เช่น การปลูกต้นไม้ ซึ่งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน โดยในปีนี้ “วันต้นไม้ประจำปีของชาติ” ตรงกับวันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527102802340 598 จ.สมุทรปราการ จัดกิจกรรม “ปลูกป่า และป้องกันไฟป่า” เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 "            นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ภายใต้โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ณ  กองสถานพักผ่อน กรมพลาธิการทหารบก สถานตากอากาศบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พ.อ.ประเทือง แก้วทุย รอง.ผอ.รมน.ส.ป. นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ นายสุพจน์ กุลประยงค์ ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ นายเชาวลิต สามห้วย เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ นายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ และคณะกรรมการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีผู้เข้าร่วมในครั้งนี้ จำนวน 20 คน ตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่เชื้อระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 

            สำหรับกิจกรรมดังนี้ ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ ""โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า"" โดยมีหน่วยงานหลัก ร่วมบูรณาการการดำเนินโครงการกับทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม โดยมีเป้าหมายโครงการในการเพิ่มพื้นที่  สีเขียว จำนวนไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ทั่วประเทศ ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 45 ของประเทศ   จังหวัดสมุทรปราการได้รับเป้าหมายพื้นที่ในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการฯ เนื้อที่จำนวน 1,000 ไร่ ภายในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2570 ในการดำเนินการโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ประจำปีงบประมาณ 2563 ได้ดำเนินการปลูกป่าชายเลน ณ กองสถานพักผ่อน กรมพลาธิการทหารบก จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ จำนวน 3 ไร่ ซึ่งมีอัตราการรอดตายร้อยละ 30 ของพื้นที่

            และการดำเนินการโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ประจำปีงบประมาณ 2564 ได้กำหนดปลูกป่าชายเลนซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ  เนื้อที่ จำนวน 1 ไร่ และดำเนินการปลูกซ่อมบำรุงป่าชายเลน บริเวณที่ดำเนินการไปเมื่อปี พ.ศ. 2563 ด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สมุทรปราการ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527103613344 599 อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) พบเต่ากระขึ้นวางไข่ต่อเนื่องครั้งที่ 3 อีก 86 ฟอง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง "

อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) พบเต่ากระขึ้นวางไข่ต่อเนื่องครั้งที่ 3 อีก 86 ฟอง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

              นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ออกลาดตระเวนและเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่ากระในพื้นที่เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของแม่เต่ากระบริเวณอ่าวเทียน แต่ไม่พบตัวแม่เต่ากระ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) จากนั้นเจ้าหน้าที่สำรวจบริเวณโดยรอบพบหลุมวางไข่ จึงทำการขุดหลุมไข่เพื่อทำการย้ายรัง ภาพรวมหลุมไข่แห่งนี้เป็นรังที่ 3 มีจำนวนไข่เต่า 86 ฟอง วัดขนาดรอยพายได้ 78 เซนติเมตร ความกว้างของหลุม 25 เซนติเมตร และความลึกของหลุม 44 เซนติเมตร

            สำหรับ ""เต่ากระ"" เป็นสัตว์ทะเลหายากมีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและ พืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ทั้งนี้ ได้ทำการเคลื่อนย้ายไข่เต่าไปจุดอนุบาลที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อม จัดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลหลุมไข่เต่าตลอด 24 ชั่วโมง

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527112013362 600 อ.ภูเรือ จ.เลย จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ.2564 "            ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม นายอำเภอภูเรือเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูเรือ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ,อำเภอภูเรือ,สถานีตำรวจภูธรภูเรือ,เทศบาลภูเรือ,องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว,และประชาชนจิตอาสา จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ.2564 ตามโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า (ด้านปลูกป่า) เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ป่าท้องถิ่นเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ที่ราษฎรถือครองในพื้นที่อนุรักษ์ แบบประชาอาสา พิกัด 47 Q 747176 E 1930545 N ท้องที่บ้านสันติสุข หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เนื้อที่ 10 ไร่ ต้นกล้าไม้ที่ปลูก ประกอบด้วย ไม้สัก,ประดู่ป่า,ยางนา,พะยูง,และกล้าไม้มะค่าโมง จำนวน 2,000 กล้า

            เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และยังเป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนจะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านเรือนและชุมชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นับเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับสถานที่ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่า รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านเรือน และชุมชน ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในศาสนสถานประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 กำหนดให้ “วันวิสาขบูชา” ของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งนับเริ่มต้นของฤดูฝน ซึ่งเหมาะสมต่อการปลูกต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 และเป็นไปตามนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า ขยายพื้นที่สีเขียวให้ครอบคลุมทั้งประเทศ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527112415364 601 สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ช่วยเหลือเกษตรกร ในการทำบันทึกการขอรับเงินอุดหนุน โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด จังหวัดตรัง กว่า 26 ล้านบาท "            ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง นายวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีทำบันทึกข้อตกลงการขอรับรับเงินอุดหนุน โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดตรัง งบอุดหนุน(งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เงินกู้) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 รับทราบและอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยให้รับฟังความเห็นของสำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และกำหนดแนวทางการดำเนินงานและการกำกับดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ โดยจังหวัดตรังได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานโครงการฯ ในพื้นที่ทุกอำเภอ จำนวน 49 แปลง งบประมาณทั้งสิ้น 129,578,700 บาท และผลการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ระดับจังหวัดครั้งที่ 1/2564 จังหวัดตรังได้ให้กลุ่มแปลงใหญ่ไปทบทวนการเข้าร่วมโครงการฯ และแผนการดำเนินงาน/แผนการใช้จ่ายเงิน และผ่านความเห็นชอบผ่านคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับอำเภอ และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับจังหวัด เห็นชอบอนุมัติทั้ง 16 โครงการ ตามเงินงบประมาณ พ.ศ.2564 เงินกู้ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด เป็นเงินจำนวน 46,248,884 บาท ประกอบด้วยเจ้าของสินค้า 3 หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จำนวน 9 แปลง กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง จำนวน 5 แปลง และการยางแห่งประเทศไทย โดยการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง จำนวน 4 แปลง โดยให้แต่ละหน่วยงานเสนอแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ของกลุ่มแปลงใหญ่ ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ระดับกรม และหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ระดับกรม จัดสรรงบประมาณตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ในพื้นที่ และให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ในพื้นที่จัดทำบันทึกข้อตกลง ใบเสร็จรับเงินกับกลุ่มแปลงใหญ่ พ้อมหนังสือถึง ธ.ก.ส.และโอนเงินให้กลุ่มแปลงใหญ่

            สำหรับสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง มีหน้าที่รับผิดชอบแปลงใหญ่ ปาล์มน้ำมัน ผึ้ง ฝรั่ง จำนวน 9 กลุ่ม งบประมาณ 26,716,441 บาท เช่น อำเภอเมืองตรัง จำนวน 1 แปลง คือ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง  อ.เมืองตรัง ปี 2560 งบประมาณ 3,000,000 บาท, อำเภอกันตัง จำนวน 1 แปลง คือ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 4 ต.ย่านซื่อ อ.กันตัง งบประมาณ 3,000,000 บาท อำเภอห้วยยอด จำนวน 1 แปลง คือ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 6 ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด ปี 2560 งบประมาณ 2,999,905 บาทและอำเภออื่นๆ

            ดังนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้จัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการขอรับเงินอุดหนุนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดตรังงบอุดหนุน (งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เงินกู้) ระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังกับแปลงใหญ่ จำนวน 9 แปลง งบประมาณ 26,716,441 บาท เพื่อให้ดำเนินงานโครงการตามแผนดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีส่วนร่วม และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527114146369 602 ผู้ว่าฯ เลย นำทุกภาคส่วนร่วมปลูกต้นคูน และต้นตะแบก โดยเริ่มปลูกริมถนนสองข้างทางช่วงสวนหินผางาม – ภูป่าเปาะ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย เพื่อสร้างสีสันให้กับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเลย "            วันนี้ (27 พ.ค.64) เวลา 07.30 น. ที่บริเวณริมถนนสองข้างทางตั้งบริเวณสวนหินผางาม ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วย นางนงค์นิตย์ เนียมศิริ นายณรงค์ จีนอ่ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายศิริวัฒน์ พินิชพานิชย์ ปลัดจังหวัดเลย นายอภินันท์ สุวรรณโค นายอำเภอหนองหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำภาคเอกชน ตลอดจนข้าราชการจากส่วนราชการและพลังมวลชนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อพัฒนาภูมิทัศน์ในพื้นที่จังหวัด เพื่อสร้างสีสันให้กับแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของจังหวัด ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและของรัฐบาล ที่ต้องการรณรงค์ให้มีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานทั่วประเทศให้เพิ่มมากขึ้น เช่น บริเวณพื้นที่ว่างของหน่วยงาน สวนสาธารณะ ริมทางหลวงแผ่นดิน ริมถนนสายรอง  เพื่อเป็นการพัฒนาและปรับปรุงทัศนียภาพของพื้นที่ให้เกิดความร่มรื่นสวยงามและมีเอกลักษณ์ รวมทั้งสามารถพัฒนาไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชนและท้องถิ่น

            นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ในครั้งนี้จังหวัดเลยเลือกปลูกต้นไม้ยืนต้นที่มีดอกสีเหลือง คือ ต้นราชพฤกษ์ (ต้นไม้ของพระราชา) หรือ ต้นคูน เนื่องจากสีเหลืองนั้นเป็นสีประจำรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 และปลูกต้นไม้ที่มีดอกสีม่วง คือ ต้นตะแบก เป็นสีแห่งความเป็นศิริมงคล เนื่องจากวันเสาร์เป็นวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

            ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวเพิ่มเติมว่า นับจากวันนี้ไปไม่เกิน 4 ปี ต้นไม้ที่ปลูกไว้ทั้งสองข้างทาง กว่า 7 กิโลเมตรไปจนถึงภูป่าเปาะ ซึ่งทุกๆ 200 เมตร ตลอดสองฝั่ง จะมีสีเหลืองและสีม่วง สลับกันไปตลอดเส้นทาง ส่วนอีก 13 อำเภอของจังหวัดเลย ก็จะต้องเลือกพื้นที่ปลูกเช่นเดียวกันเพื่อให้มีการปลูกต้นไม้ที่มีสีสันรองรับการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดใดก็ตาม จะมีการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ มาล่วงหน้าเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้น ถ้าทั้ง 14 อำเภอของจังหวัดเลย มีโค้งไหนสวย ๆ หรือเส้นทางไหนสวย ๆ ก็สามารถปลูกต้นไม้กันเพื่อให้เรามีสถานที่สวย ๆ ให้เกิดขึ้นในแต่ละจุด และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

            โดย  นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยทุก ๆ คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ข้างทาง เพื่อเป็นสีสัน นำไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดเลย ซึ่งสามารถปลูกต้นไม้อะไรก็ได้มีดอกมาสร้างสีสันสวยงาม โดยขอให้ร่วมกันปลูกเป็นแนวเป็นแถวและเป็นระบบระเบียบ ซึ่งอีกไม่เกิน 4 ปี จังหวัดเลยจะได้ต้นไม้เหล่านี้มาสร้างอาชีพ สร้างราย ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และสร้างสมดุลให้กับพื้นที่ป่า จะทำให้จังหวัดเลยมีป่าเพิ่มมากขึ้น นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527124959406 603 จังหวัดสระบุรี ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ท้องที่บ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 10 ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

(27 พฤษภาคม 2564) เวลา 09.30 น. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และพร้อมด้วย นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ,นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ,นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ,นายโกเมศ พุทธสอน ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี ,หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี ,นางสาวสลิลรัตน์ พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด พร้อมด้วยประชาชน เครือข่ายจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2564 และการปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 และเพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า และพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ท้องที่บ้านบุใหญ่ หมู่ 10 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จำนวน 50 ไร่ เป็นปฐมฤกษ์ในพื้นที่ของ จ.สระบุรี

            การดำเนินโครงการในวันนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง จังหวัดสระบุรี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด เครือข่ายจิตอาสา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามโครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่ป่า ร้อยละ 55 ของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2570 โดยจังหวัดสระบุรี มีเป้าหมายดำเนินการปลูกป่า จำนวน 16,288.98 ไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรม เป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสำนึก และการมีส่วนร่วมในการปลูกป่า

            โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี มีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - 2570 ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 มีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการ จำนวน 3,305 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 117 ไร่ ป่าชุมชน จำนวน 117 ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3,071 ไร่ สำหรับชนิดพันธุ์ไม้ที่ปลูกครั้งนี้ ได้แก่ พะยูง สมอพิเภก แคนา ประดู่ป่า พะยอม กาญจนิการ์ และขี้เหล็ก รวมจำนวน 10,000 กล้า             

            กิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ จิตอาสา 904 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ทั้งนี้ บริษัท ซีพี - เมจิ จำกัด ได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการมีส่วนร่วมในร่วมฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมสร้างผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงได้ร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าแบบบูรณาการ

และโอกาสนี้ขอเชิญชวนหน่วยงานต่าง ๆ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณหน่วยงาน สถานที่ที่เห็นสมควร เช่น ที่สาธารณประโยชน์

ป่าชุมชน ศาสนสถาน โรงเรียน บริเวณข้างทางสาธารณะ หรือตามบ้านเรือน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างความร่มรื่น ต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สระบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527130042410 604 จ.เพชรบูรณ์ เปิดโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ขับเคลื่อนโครงการเพชรบูรณ์พอเพียงด้านความมั่นคงด้านอาหาร

        ที่แปลงเกษตรกร (นายธีรพล เรืองโรจน์) ตำบลตะเบาะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายนิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นางภัทรภร บุญอาบ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วม

        นางภัทรภร บุญอาบ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ มาเป็นแนวทางในการ ดำเนินงานโครงการฯ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงด้วยการพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตร ทฤษฎีใหม่ และเพื่อพื้นฟูภาคการเกษตร ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งสอดคล้องกับโครงการเพชรบูรณ์ พอเพียง (ความมั่นคงด้านอาหาร) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของจังหวัดที่มุ่งให้ประชาชน คนเพชรบูรณ์ มีความมั่นคงในชีวิตบนพื้นฐาน “ปัจจัย 4”  โดยจังหวัดเพชรบูรณ์มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด จำนวน 3 อำเภอ 3 ตำบล ประกอบด้วย อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ตำบลตะเบาะ  อำเภอหล่มเก่า ตำบลนาเกาะ และ อำเภอ เขาค้อ ตำบลแคมป์สน ซึ่งแปลงเกษตรกรเหล่านี้จะเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจ เข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้

        โดยกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย การมอบป้ายสระน้ำโครงการ 1 ตำบล1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ การมอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร ประกอบด้วย วัสดุบำรุงดิน (ปุ๋ยหมัก โดโลไมท์ ปุ๋ยพืชสด),พันธุ์ไม้ผล,พันธุ์ไก่ไข่-เวชภัณฑ์ และพันธุ์ปลา  การชมแปลงสาธิตการปลูกพืชผักสวนครัว   การปล่อยพันธุ์ปลา  การปลูกหญ้าแฝก  การปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564  และการหว่านปอเทืองในแปลงนา เพื่อให้แปลงเกษตรนี้เป็นแปลงต้นแบบในอนาคตต่อไป

2021-05-27T00:00:00 ภาคเหนือ เพชรบูรณ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527131800415 605 จังหวัดลพบุรี Kick-Off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน "            วันที่ (27 พฤษภาคม 2564) เวลา 10.30 น. ที่ สหกรณ์โคนมพัฒนานิคม จำกัด อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี นายศุภภิมิตร เปาริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันโรคลัมปี สกิน และสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจังหวัดลพบุรี ทราบและตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคลัมปี สกิน ตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด รวมทั้งเตรียมหน่วยสัตว์แพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อลดปัญหาการเกิดโรคได้ในที่สุด โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เข้าร่วมพิธี สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ได้แก่ การมอบนโยบายการป้องกันโรคลัมปี สกิน และมอบเวชภัณฑ์สารกำจัดแมลงแก่ปศุสัตว์ทั้ง 11 อำเภอเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคและการป้องกันโรคลัมปี สกิน ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด

            จังหวัดลพบุรี มีการเลี้ยงปศุสัตว์จำนวนมาก อาทิ โคนม จำนวน 90,734 ตัว เกษตรกร 2,481 ราย โคเนื้อ 56,515 ตัว เกษตรกร 3,599 ราย ละกระบือ 3,370 ตัว เกษตรกร 222 ราย ซึ่งหากเกิดการระบาดของโรคนี้ในฟาร์มจะก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือเป็นอย่างมาก สำหรับโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) เป็นโรคอุบัติใหม่เกิดจากเชื้อไวรัส เกิดเฉพาะในโค กระบือ ไม่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ เช่น แมลงวันคอก ยุง เหลือบ ริ้น และเห็บ เป็นต้น โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้คือพบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื้อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย ส่วนวิธีป้องกันนั้นเกษตรกรต้องมั่นดูแลสุขภาพของโค กระบือ ให้มีสุขภาพแข็งแรง ควรกางมุ้งให้วัว-ควายเพื่อกันแมลงดูดเลือด และดำเนินการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและสารกำจัดแมลงในบริเวณคอดสัตว์เลี้ยง หากพบสัตว์ที่มีอาการผิดปกติสงสัยว่าป่วย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ทันที


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ลพบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527131220412 606 รมว.อว. แถลงผลสำเร็จในผลงาน อว.วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย Covid-19 ที่หลากหลาย

รมว.อว. แถลงผลสำเร็จในผลงาน อว.วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย Covid-19 ที่หลากหลาย ทั้งผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม “Cold Chain Logistics : การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีน Covid-19 เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา และส่งมอบนวัตกรรม “ห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่สําหรับติดตั้งในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม”

  ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงนโยบายและผลงาน อว.วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย Covid-19 ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายหน่วยงาน พร้อมย้ำว่า อยากให้ประชาชนได้เห็นถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมในหลายเรื่องของคนไทย ที่เป็นทั้งในส่วนของนักวิจัย นักนวัตกรรม ที่สามารถผลิตผลงานมากมายในการต่อสู้กับโควิด19 ขึ้น รวมถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “Cold Chain Logistics : การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีน Covid-19 เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา พร้อมส่งมอบนวัตกรรม “ห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่สําหรับติดตั้งในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม” ให้กับโรงพยาบาล 5 แห่งๆ ละ 2 ชุด รวม 10 ชุด ส่วนอีก 5 ชุดจะส่งมอบต่อไป ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนของคนไทยนั้นขณะนี้สำเร็จแล้ว 3 ชนิดที่เป็นเทคโนโลยีระดับสูง และกำลังวิจัยขั้นสุดท้าย คาดปลายปีนี้จะเริ่มนำออกมาฉีดได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีผลงานการวิจัยอีกหลากหลานสำคัญทั้งชุด PPE / ชุดตรวจวินิจฉัย / AI Mask / การผลิตยาฟิวิราเวีย เป็นต้น 

  รมว.อว.ยังย้ำผลงานนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจะมีการยกระดับคุณภาพของบุคลากร และวัคซีนเพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ในอนาคต สำหรับการสนับสนุนโรงพยาบาลสนาม นอกจากนี้ อว.ยังสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในสังกัด อว.ทุกพื้นที่ของประเทศ โดยขณะนี้ยังมีเตียงที่จะสามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้อีกประมาณกว่า 8,000 เตียง และพร้อมที่จะขยายเตียงได้อีกหากเกิดสถานการณ์ โดยมีความพร้อมในทุกด้านทั้งบุคลากร เวชภัณฑ์ต่าง ๆ 

พื้นที่ไฟล์แนบ


2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527140058443 607 ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานปล่อยพันธุ์กุ้งแซบ๊วย จำนวน 1,000,000 ตัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี "            วันนี้ (27 พ.ค.64) ที่บริเวณท่าน้ำวัดศรัทธาธรรม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม นายชรัส บุญณสะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และกล่าวบังคมทูลถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมี นาวาตรี สรรเสริญ เสรีรักษ์ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวรายงานและมีนางรัชฎา บุญณสะ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ  นายทำเนียบ แสงชมภู รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ   ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ประชาชนร่วมปล่อยพันธุ์กุ้งแซบ๊วย จำนวน 1,000,000 ตัว พร้อมทั้งมอบพันธุ์กุ้งแซบ๊วยให้ผู้นำท้องที่ตำบลคลองโคน ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง และตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา นำไปปล่อยในแหล่งน้ำของชุมชนในพื้นที่

            ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม  กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี กรมประมงและจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประชาชนชาวไทย เพื่อสืบสานตามแนวพระราชดำริ และพระบรมวงศานุวงศ์ในด้านการประมงและเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรและเพิ่มพูนปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

             

     


 

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สมุทรสงคราม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527135437440 608 วช.สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดโควิด19 ภายในประเทศ "

ผู้อํานวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ ระบุ วช.ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดโควิด19 ภายในประเทศ ขณะนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงCovid-19 แล้วหลายด้าน

    นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อํานวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. กล่าวแถลงผลงาน และแถลงข่าว“วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19” ในรูปแบบออนไลน์ผ่านวีดิทัศน์ทางไกล (VDO Conference) ด้วยระบบ Zoom ซึ่งเป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม และการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย การป้องกัน ดูแล รักษา แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก Covid-19 พร้อมกล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดโควิด19 ภายในประเทศ ซึ่งขณะนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงCovid-19 แล้วหลายด้านทั้งผลงานนวัตกรรม Cold Chai logistics

: การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด-19 เพื่อควบคุมอุณภูมิ และติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการวัคซีนสามารถเข้าถึง สถานะการขนส่งได้แบบ Real time ตลอดทั้งเส้นทางการขนส่ง เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต การกระจายติดตาม และควบคุมสำหรับสถานการณ์โรคระบาดใน อนาคตได้อีกด้วย 

   ทั้งนี้ ได้มีการนำมาใช้แล้วช่วงพฤษภาคม 2564 โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัด สธ. ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับ แอปพลิเคชันหมอพร้อมเพื่อการบริหารจัดการ 

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527140421446 609 ประมงจังหวัดอุบลราชธานีแจ้งงดจับสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่หรือวางไข่ ประจำปี 2564

        ประมงจังหวัดอุบลราชธานี แจ้งฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืด ในช่วงที่มีไข่ วางไข่ รวมทั้งคุ้มครองตัวอ่อนของสัตว์น้ำไม่ให้ถูกจับก่อนวัยอันสมควร

        นายศุภกิตติ์ ใส่กระจ่าง ประมงจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า กรมประมงออกประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ.2564 ลงวันที่ 30 เมษายน 2564 เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืด ในช่วงที่มีไข่ วางไข่ รวมทั้งคุ้มครองตัวอ่อนของสัตว์น้ำไม่ให้ถูกจับก่อนวัยอันสมควร และได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 โดยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีห้ามทำการประมง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564

        เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืด ในช่วงที่มีไข่ วางไข่ รวมทั้งคุ้มครองตัวอ่อนของสัตว์น้ำไม่ให้ถูกจับก่อนวัยอันสมควร และให้ประชาชนในท้องที่ร่วมกันอนุรักษ์ หวงแหนและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความยั่งยืนสู่ลูกหลาน



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 

#สนง.ประมงจังหวัดอุบลราชธานี

#อังกฤษ ทองสัมฤทธิ์ สวท.อุบลราชธานี 

 

2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี สวท.อุบลราชธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527150322481 610 ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากช่วงระยะ 2-3 วันนี้ในพื้นที่ 10 จังหวัด

ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากช่วงระยะ 2-3 วันนี้ในพื้นที่ 10 จังหวัด

            นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีและประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ และภูเก็ต เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มบริเวณอำเภอเมือง อำเภอเขาชะเมา อำเภอแกลงบ้านค่าย จังหวัดระยอง // อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอขลุง อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี // อำเภอเกาะช้าง อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด // อำเภอพะโต๊ะ อำเภอละแม อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร // อำเภอพนม อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี // อำเภอเมือง อำเภอสุขสำราญ อำเภอกะเปอร์ อำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง // อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา // อำเภอเขาพนม อำเภอเมือง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และอำเภอเมือง อำเภอกะทู้ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักและตกติดต่อกันมาหลายวันในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก ที่สำคัญเริ่มมีน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่แล้ว

             ทั้งนี้ ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและวัดปริมาณน้ำฝนต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังที่ได้มีการอบรมไว้แล้ว

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527152642504 611 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่และประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่ ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯและการให้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ แก่ครูผู้รับผิดชอบ เลี้ยงไก่ไข่ จำนวน 21 ตัว ตรวจเยี่ยมกิจกรรมอื่นๆ ภายในบริเวณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมราษฎร์บำรุง บ้านห้วยลาด หมู่ที่ 8 ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

            จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 2 ราย เป็นเกษตรกรบ้านโคกงาม เลี้ยงโคเนื้อ 29 ตัว และเกษตรกรบ้านหนองอุมลัว เลี้ยงโคเนื้อ 6 ตัว ที่บ้านโคกงาม หมู่ที่ 1 ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และบ้านหนองอุมลัว หมู่ที่ 6 ตำบลโพนสูง อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527153220508 612 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว (surface swab)

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว (surface swab) บริเวณวางจำหน่าย วางเนื้อ บริเวณชำแหละ เขียง มีด และบริเวณท่อน้ำทิ้ง จากสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร จำนวน 6 ตัวอย่าง เป็นเขียงหมูนายวิเชียร สุทน จำนวน 3 ตัวอย่างและเขียงหมูนายแท๊ก เหมสุทธิ จำนวน 3 ตัวอย่าง ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

        จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว (surface swab) บริเวณวางจำหน่ายวางเนื้อ บริเวณชำแหละ เขียง มีด และบริเวณท่อน้ำทิ้งจากสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร จำนวน 3 ตัวอย่าง ที่ร้านหมูอนามัย บ้านเดิ่น หมู่ที่ 3 ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 

2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527154313517 613 จ.สุรินทร์ จัดกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรมทุเรียนเมืองช้าง และเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์ "

            นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมทุเรียนเมืองช้างและเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยตรวจเยี่ยมชมสวนทุเรียนเมืองช้างของนางฉลอง จุดาบุตร เกษตรกร บ้านโคกกะลัน ณ บ้านโคกกะลัน หมู่ที่ 7 ตำบลปราสาททนง  ตรวจเยี่ยมและรับฟังสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ณ บารมีฟาร์ม โคขุนวากิว บ้านทนง หมู่ที่ 1 ตำบลปราสาททะนง  เยี่ยมชมโครงการโคกหนองนาโมเดล แปลงนางสาวเกื้อ ยองใย บ้านโคกจ๊ะ หมู่ที่ 4 ตำบลสมุด และกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ

            นอกจากนี้ภายหลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และคณะรับประทานอาหารกลางวัน ณ เต่าเสร็น ตำบลปรือ อำเภอปราสาท แล้ว ได้ไปเยี่ยมชม ""ปราสาทเมืองแห่งอินทผลัม"" โดยเยี่ยมชมสวนอินทผลัมและวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชา นายอนันต์–นางสุวรรณี โชติศิรินันท์ ณ บ้านสระ หมู่ที่ 2 ตำบลกันตวจระมวล จำนวน 200 ต้น  เยี่ยมชมสวนอินทผลัมและแปลงผักสวนครัว ""ฟิวชั่นฟาร์ม"" บ้านกะเพอโร หมู่ที่ 7 ตำบลตาเบา  เยี่ยมชมสวนอินทผลัม นายจอมทัช กาญจนกิตติ์ บ้านโชค หมู่ที่ 1 ตำบลตาเบา จำนวน 100 ต้น และเยี่ยมชมสวนอินทผลัมนายบุญช่วย-นางเพ็ญศรี ผลอินทร์ ณ บ้านโคกลาว หมู่ที่ 9 ตำบลหนองใหญ่ จำนวน 970 ต้น

            ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ มีเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ที่ว่า ""เมืองเกษตรอินทรีย์ ศูนย์เศรษฐกิจชายแดน ท่องเที่ยววิถีชุมชน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี"" โดยมีประเด็นการพัฒนาที่ 1 คือ การพัฒนาและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร มีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มรายได้และมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์ ยกระดับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐาน และเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527154538518 614 จ.สุรินทร์ จัดโครงการ Kick off เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคลัมปี สกิน "

            วันนี้ (27 พ.ค.64) ที่บารมีฟาร์ม ต.ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิด ""โครงการ Kick off เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน "" โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดขึ้นตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ให้กับภาคประชาสังคม และเกษตรกร และบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการตามมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคสัมปี สกิน โดยมี นายจำลอง ผูกดวง ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวรายงานว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดต่อในสัตว์ที่สำคัญตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสก่อความเสียหายในสัตว์เคี้ยวเอื้อง โดยเฉพาะโค-กระบือ มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อโดยโรคดังกล่าว ไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน สัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สังเกตได้คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบาก แท้ง อาจทำให้ตายได้

            ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้มีมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคลัมปี สกิน ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยกำหนดใน 5 มาตรการควบคุมและป้องกันโรค ได้แก่ ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด การป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค รักษาสัตว์ป่วยตามอาการและ การใช้วัคซีนเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่เป้าหมายตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดในอนาคต ในส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้มีการออกประกาศจังหวัดสุรินทร์ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดในท้องที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ของจังหวัดสุรินทร์ เป็นเขตโรคมลพิษระบาดชนิด โรคลัมปี สกิน ในโคนม โคเนื้อ และกระบือ ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527155655527 615 คพ.ตรวจสอบพบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ฉะเชิงเทรายังปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมลงอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 พร้อม เตรียมดำเนินคดีตาม กม.ต่อไป

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจสอบพบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรายังปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมลงอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 พร้อม เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

           นายอรรถพล เจริญชันษา(คพ.) อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงกรณีอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 มีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรม ว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ คพ.ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบสาเหตุเกิดจากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมบริเวณใกล้เคียงรั่วไหลซึมลงสู่น้ำใต้ดินมาเป็นระยะเวลานาน แล้วจากการเข้าตรวจสอบ บริษัท ทีเอชเอช โมลีโพรเซสซิ่ง จำกัด พบการระบายน้ำทิ้งมีค่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดออกสู่ภายนอก และการประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในหลายประการ จึงได้รายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราทราบแล้วได้มีคำสั่งให้ บริษัท ทีเอชเอช โมลีโพรเซสซิ่ง จำกัด หยุดประกอบกิจการชั่วคราวจนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาต ส่วนผลการตรวจสอบน้ำใต้ดินของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพบความเชื่อมโยงจากโรงงานดังกล่าว

          ทั้งนี้ เนื่องจากมีบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันและประกอบกิจการในลักษณะเดียวกันจึงได้ให้ชุดปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจขยายผลมีการกระทำผิดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบอีกหรือไม่บริเวณตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา พบเป็นโรงงานประกอบกิจการผลิตโมลิบดินัมเข้มข้นด้วยการอบมีขั้นตอนการผลิตโดยนำโมลิบดินัมเข้มข้นร้อยละ 50 มาอบที่อุณหภูมิ 570 – 680 องศาเซลเซียส แล้วใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงได้ผลิตภัณฑ์เป็นโมลิบดินัมเข้มข้นร้อยละ 60 มีระบบบำบัดอากาศเสียแบบไซโคลน (Cyclone ) ร่วมกับเครื่องกรองฝุ่นแบบถุงกรอง (Bag Filter) และระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) 5 ชุด ระบายอากาศออกทางปล่องความสูง 40 เมตร ระบบฯเปิดใช้งานตามปกติ และไม่พบเขม่าควันที่ปลายปล่อง ขณะตรวจสอบมีการประกอบกิจการตามปกติทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง มีคนงาน 39 คน โรงงานมีของเสียและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน คือ น้ำเสียจากระบบบำบัดอากาศเสีย พบถัง 2 ถังและน้ำเสียมีปริมาณเล็กน้อย ซึ่งโรงงานไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตให้กักเก็บน้ำเสียไว้ภายในโรงงาน และนำน้ำเสียไปกำจัดภายนอกโรงงานตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ

            นอกจากนี้ ยังพบตะกอนขี้เถ้าจากการเผาไหม้กองไว้ภายนอกอาคารเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 รวมทั้ง ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน พ.ศ. 2559 ดังนั้น คพ. จะมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมและจังหวัดฉะเชิงเทราในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล เพื่อให้ตรวจสอบกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นและดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527160423536 616 จังหวัดสงขลา ลงนาม MOU กับกลุ่มเกษตรกรรับเงินอุดหนุน โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดสงขลา หวังแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 "

            วันนี้ (27 พ.ค. 64) สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา โดย นายวิชัย ศรีสมโภชน์ เกษตรจังหวัดสงขลา รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในการลงนามบันทึกข้อตกลงการขอรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัด ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ด้านพืช งบประมาณทั้งสิ้น 14,494,530 บาท จำนวน 5 แปลง ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

            จังหวัดสงขลาขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  เพื่อให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพในด้านการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ มาต่อยอดให้เกิดคุณภาพมาตรฐานด้านการแปรรูป สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต และผลตอบแทนจากการผลิต การลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงการตลาด ที่มาพร้อมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย

            สำหรับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ด้านพืช ที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา งบประมาณทั้งสิ้น 14,494,530 บาท จำนวน 5 แปลง วันนี้ ประกอบด้วย 1) แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันเขาใน อ.กระแสสินธุ์ งบประมาณ 2,998,600 บาท 2) แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันรัดปูน อ.กระแสสินธุ์ งบประมาณ 2,998,600 บาท 3) แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันคูวาตก อ.ระโนด งบประมาณ 2,997,300 บาท 4) แปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟอำเภอสะบ้าย้อย งบประมาณ 3,000,000 บาท และ 5) วิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงแปลงใหญ่ตำบลโคกม่วง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา งบประมาณ 2,500,030 บาท

            ฟารีด้า รอดกุบ/ข่าว

            จิรพัฒน์ – มัทนา /ภาพ

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-27T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162236564 617 กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ช่วยเกษตรกรแปลงใหญ่เผือกหอม จ.สระบุรี

        ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ลงพื้นที่หารือกับผู้แทนเกษตรกรอำเภอบ้านหมอ เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกเผือกหอมแปลงใหญ่ ในพื้นที่ 3 อำเภอ (อ.บ้านหมอ อ.หนองโดน และ อ.เอนพุด) จังหวัดสระบุรี ซึ่งใช้น้ำจากคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง เนื่องจากในช่วงวันที่ 3 – 26 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคกลางมีฝนตกน้อย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลง จนไม่สามารถไหลเข้าคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสักได้ แม้ว่าจะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก วันละ 1.5 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสนับสนุนน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค 7 สาขา และการประปาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 24 แห่ง รวมทั้งสิ้น 31 แห่ง ที่ใช้น้ำจากคลองดังกล่าว แต่ด้วยปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่เพียงพอที่จะส่งไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ

        ในการนี้ ได้สั่งการให้นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 ส่งผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปหารือร่วมกับผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่เผือกหอม เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพื้นที่ดังกล่าว โดยในเบื้องต้นจะระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ประมาณวันละ 0.5 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 พร้อมปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 4 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้น้ำจากอ่างเก็บน้ำมวกเหล็กไหลมาบรรจบกับแม่น้ำป่าสักที่อำเภอวังม่วง คาดว่ามวลน้ำดังกล่าวจะเดินทางมาถึงเขื่อนพระราม 6 ในวันนี้ (27 พ.ค. 64) จากนั้นจะใช้เขื่อนพระราม 6 ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักให้สูงขึ้นประมาณ 10-15 เซนติเมตร ให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักทางด้านปลายคลอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำเริงราง ที่อยู่ห่างจากปลายคลองประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งในวันนี้(27 พ.ค. 64)เกษตรกรได้เริ่มสูบน้ำเข้าระบบทางคลองส่งน้ำ 23ขวาแล้ว ช่วยบรรเทาและลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำของแปลงใหญ่เผือกหอมได้เป็นอย่างมาก

        อนึ่ง กรมชลประทาน ขอให้เกษตรกรติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และให้เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกในพื้นที่สม่ำเสมอ เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น และจากคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2564 นี้ ในพื้นที่ภาคกลางจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น จะช่วยลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรได้ ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับในระยะต่อไป

2021-05-27T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานสำนักข่าว https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162915571 618 นครพนม เมืองสุขที่สุด ค่าฝุ่น PM2.5 มีค่าต่ำมาก "            วันนี้ 27 พฤษภาคม 2564 (เวลา 06.00 น.) ค่าฝุ่น PM 2.5 (ค่าเฉลี่ย 24 ชม.) เท่ากับ 7 มคก./ลบ.ม. ค่ามลพิษที่สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย PM10 , โอโซน, ไนโตรเจนไดออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก ทำให้ค่าคุณภาพอากาศโดยรวม ของจังหวัดนครพนม อยู่ในระดับ ** คุณภาพอากาศดีมาก **  และไม่มีจุดความร้อน (Hotspot) จากการเผาไหม้ ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 มีค่าต่ำมาก และมีแนวโน้มทรงตัว


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527170445590 619 ปศุสัตว์ยโสธร ร่วมกับด่านกักกันสัตว์ ผู้นำหมู่บ้าน พ่นหมอกควันไล่แมลง และสร้างการรับรู้ ว่าโรคลัมปี สกิน รักษาหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดคน "            นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ นายพงนริศร์ สิทธิบุรี รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ บ้านหนองแคน ม.5 ต.ดงแคนใหญ่ อ.คำเขื่อนแก้ว พ่นหมอกควันไล่แมลง ยุง ตามคอกโค กระบือ ของเกษตรกร รวม 12 ราย เลี้ยงสัตว์ 62 ตัว แจกวิตามิน แร่ธาตุก้อน บำรุงสุขภาพสัตว์ และแนะนำให้หมั่นเก็บมูลสัตว์ อย่าให้คอกแฉะ กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ุแมลง ขอความร่วมมือให้เกษตรกรช่วยเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรค พร้อมสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร ว่า โรคลัมปี สกิน รักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดต่อสู่คน หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-27T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527171049592 620 นายอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เปิดการอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกร “โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่” "            วานนี้ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนบ้านนาเจียง หมู่ที่ 3 ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวดเลย นายนที พรมภักดี นายอำเภอด่านซ้าย เป็นประธานในการอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกร “โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่” ในระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2564 โดยมี วิทยากรจากสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เลย สถานีพัฒนาที่ดินเลย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย สำนักงานประมงจังหวัดเลย และศูนย์การเรียนรุ้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เข้าร่วมให้การฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ

            ด้าน ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่ จังหวัดเลย กระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 หลักสูตร : หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมฯ 7 ราย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094659698 621 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 2 ราย เป็นเกษตรกรบ้านนาเวียงใหญ่ เลี้ยงโคเนื้อ 4 ตัว และเกษตรกรบ้าหนองฟ้าแลบ เลี้ยงโค 9 ตัว พร้อมแนะนำการสุมควันไฟ น้ำส้มควันไม้ และหลอดไฟขับไล่แมลงให้กับสัตว์เลี้ยง ที่บ้านนาเวียงใหญ่ หมู่ที่ 12 และ บ้านนาหนองฟ้าแลบ หมู่ที่ 8 ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

            จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 3 ราย เป็นเกษตรกรบ้านโคกงาม เลี้ยงโคเนื้อ 29 ตัวเกษตรกรบ้านนาข่า เลี้ยงโค 4 ตัว และเกษตรกรบ้านหนามแท่ง เลี้ยงโค 3 ตัว พร้อมแนะนำการสุมควันไฟ น้ำส้มควันไม้ ติดหลอดไฟขับไล่แมลง และกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง ที่บ้านโคกงาม หมู่ที่ 1 ตำบลโคกงาม บ้านนาข่า หมู่ที่ 5 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยและบ้านหนามแท่ง หมู่ที่ 7 ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094835699 622 ดันชาวสวนยะลา สู้โควิด เน้นผลิตมังคุดคุณภาพ เกษตรกร เผยการระบาด ปิดประเทศกระทบส่งออก "            เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตร อ.เมืองยะลา นำโดย นายวิทยา สายกี่เส้ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตร อ.เมืองยะลา นายอนุรักษ์ สีพุฒอ่อน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร รับผิดชอบ ต.ตาเซะ ได้นำชาวสวนมังคุดในกลุ่มแปลงใหญ่ เกือบ 20 ราย ในพื้นที่ ต.ตาเซะ ลงพื้นที่แปลงจริง ที่บริเวณสวนมังคุด ม.1 บ้านคล้า  ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตตามระบบโรงเรียนเกษตรกร ให้เกษตรกรได้พัฒนากระบวนการผลิตมังคุดให้ได้คุณภาพ และมาตรฐาน ตามความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มราคามังคุดให้สูงขึ้น                 

            สำหรับ การเรียนรู้ก็จะเริ่มต้นในระหว่างเดือน ก.พ ไปจนถึงเดือน ก.ค ตั้งแต่มังคุดยังไม่มีผลผลผลิต ทั้งการดูแลต้น การให้น้ำ ให้ปุ๋ย การตัดแต่ง การทำความสะอาดแปลง การป้องกันศัตรูพืช การดูแลในช่วงออกดอก ติดลูก จนกระทั่งการเก็บเกี่ยว และการดูแลหลังเก็บเกี่ยว

          ขณะที่ในช่วงนี้ สวนมังคุดของเกษตรกรบ้านคล้า ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นที่แปลงปลูกคนละ 1-2 ไร่ กำลังให้ผลผลิต คาดปลายเดือนกรกฎาคม ผลผลิตก็จะออกสู่ท้องตลาด

           นายวิทยา สายกี่เส้ง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ฯ บอกว่า ทางเกษตร อ.เมืองยะลา ได้เข้ามาส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามระบบโรงเรียนเกษตรกร เรื่องมังคุด ในปีแรก โดยนำเกษตรกรลงแปลง ในการสำรวจมังคุด ระยะติดผล เกษตรกรจะดูแลอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลสวนแปลงจริง ในจุดเรียนรู้ ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มังคุด ของ ต.ตาเซะ ที่มีเกษตรกรเข้าร่วม 30 ราย เป็นการนำผลผลิตทำการตลาด เพื่อให้ได้ผลในปีนี้ และก็จะขยายต่อไปในปีหน้า 

           ด้าน นางมาริน แสงทอง ชาวสวนมังคุด บอกว่า สวนมังคุดของตนเองมีแปลงปลูกอยู่เกือบ 6 ไร่ ผลผลิตปีนี้ จะดีกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วไม่ค่อยมี เนื่องจากสภาพอากาศ ฟ้าฝน รวมถึงการบำรุงรักษา ด้วย คาดว่า ปีนี้มังคุดจะราคาดี

           สำหรับมังคุด ถ้าเป็นผลที่ดี ผิวสวย ลูกโต ราคาก็จะดี ปีที่แล้ว ขายได้ กก.ละ 28 บาท ปีนี้คาดว่าราคามังคุดจะแพงกว่า เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกมาก ทำให้ผลผลิตมังคุดบางสวนร่วงหล่นไปมาก  ผลผลิตจะไม่ดีกว่าปีก่อน แต่จะดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเก็บเกี่ยวได้ 60 กว่าตัน    ในอีก 2 เดือน ก็สามารถจะเก็บผลผลิตได้ ส่วนรสชาติมังคุดที่นี่ จะหวานอมเปรี้ยว เป็นเอกลักษณ์ นำ  

           ที่ผ่านมาสวนของตนเอง จะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียอย่างเดียว ได้ผลตอบรับดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็จะต้องสวยด้วย ปีที่แล้ว ส่งมาเลย์ วันละ กว่า 2 ตัน  ปีนี้สถานการณ์โควิด-19 น่าจะมีปัญหาเยอะ เกี่ยวกับการเปิด-ปิดประเทศ ของมาเลย์   ส่วนตลาดยะลา นั้น ก็จะลูกค้ามารับซื้อจากสวนไปขายยังต่างจังหวัดบ้าง แต่เศรษฐกิจตอนนี้แย่ คาดว่าจะส่งผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะการส่งออกไปขายยังประเทศมาเลเซียซึ่งมีการปิดประเทศ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528095709701 623 ปศุสัตว์ชัยนาท Kick-off ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน ยังไม่พบการระบาดในพื้นที่ "            นายธนู มณฑาทอง ปลัดอำเภอเนินขาม รักษาราชการแทน นายอำเภอเนินขาม เป็นประธานเปิดการรณรงค์(Kick-off) ป้องกันและกำจัดโรค ลัมปี สกิน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท โดยมีปศุสัตว์อำเภอ ด่านกักกันสัตว์ชัยนาท อาสาสมัครปศุสัตว์ และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรค ลัมปี สกิน การแจกเวชภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และปล่อยขบวนรถฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค และทีมฉีดพ่นยากำจัดแมลง เพื่อป้องกันโรคดังกล่าว

            นายสัตวแพทย์บุญฤทธิ์ ทองสม ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับโคและกระบือ ขณะนี้จังหวัดชัยนาทยังไม่มีรายงานการเกิดโรค แต่มีมาตรการป้องกันโรคเชิงรุก โดยการรพดมทีมฉีดพ่นยากำจัดแมลง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากโรคนี้ติดต่อได้โดยแมลง จึงเน้นกำจัดแมลงเป็นหลัก 

มาตรการของจังหวัดชัยนาทได้ออกประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคลัมปี สกิน หากเกษตรกรจะเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะโค กระบือ ต้องให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพสัตว์เสียก่อน จึงจะเคลื่อนย้ายได้ ขอแนะนำเกษตรกรให้ดูแลคอกเลี้ยงสัตว์อย่าให้เป็นแหล่งสะสมของแมลง ให้กำจัดมูลสัตว์ให้สะอาด เปิดคอกให้โล่ง เวลากลางคืนให้กางมุ้งให้สัตว์ จะช่วยลดการเกิดโรคได้  

            ทั้งนี้ โรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ เกิดจากเชื้อไวรัส ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ไม่มียารักษาโดยตรง การรักษาจะรักษาตามอาการ ขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างนำเข้าวัคซีนเพื่อนำมาฉีดเพื่อป้องกันโรค คาดว่าจะได้ในต้นเดือนมิถุนายนนี้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สวท.ชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528092530691 624 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 10 จังหวัด

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 10 จังหวัด

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (28 พ.ค.64) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.ลำปาง 100 มิลลิเมตร // หนองคาย 99 มิลลิเมตร // พระนครศรีอยุธยา 101 มิลลิเมตร // ตราด 616 มิลลิเมตร // เพชรบุรี 54 มิลลิเมตร และนครศรีธรรมราช 71 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 37,806 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,091 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ และภูเก็ต ทั้งนี้ กอนช.ได้ติดตามการปรับปรุงขั้นตอนการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับศูนย์เตือนภัยต่างๆ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และชี้เป้าเกิดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย พร้อมติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ อ.บ้านหมอ อ.หนองโดน และ อ.ดอนพุด จ.สระบุรี ของกรมชลประทาน ด้วยการให้อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก จ.สระบุรี ระบายน้ำประมาณวันละ 500,000 ลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม // เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็นวันละ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม

             ขณะที่เขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักให้สูงขึ้นประมาณ 10 - 15 เซนติเมตร ทำให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักทางด้านปลายคลอง ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำเริงราง โดยเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.64) เกษตรกรได้เริ่มสูบน้ำเข้าระบบช่วยบรรเทาและลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ กอนช. มอบหมายให้หน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตามสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528095657700 625 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (28 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528095802702 626 กรมชลประทาน สูบน้ำช่วยเกษตรกรที่เพาะปลูกแล้ว พร้อมย้ำให้เพาะปลูกเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอในพื้นที่ ลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยความคืบหน้า การช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกแล้ว ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ว่าจากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (27 พ.ค. 64) ณ บริเวณจุดสูบน้ำปากคลองชัยนาท-ป่าสัก และจุดสูบน้ำคลองซอย 6 ขวา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ สำนักงานชลประทานที่ 10 เพื่อติดตามการไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ พบว่าเนื่องจากเกิดฝนทิ้งช่วงเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เกษตรในพื้นที่ภาคกลางที่เริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้วประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้เข้าให้การช่วยเหลือโดยการสูบน้ำจากคลองชัยนาท - ป่าสัก สนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือจากเกษตรกร ที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูกให้ชะลอการเพาะปลูกออกไปก่อน และขอให้เกษตรกรติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยให้เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกในพื้นที่สม่ำเสมอและมีน้ำในพื้นที่เพียงพอ เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น



2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528114840796 627 สภาพอากาศในช่วง 1-2 วันนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากนั้นวันที่ 30 พฤษภาคมเป็นต้นไปปริมาณฝนจะลดลง "

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า 1-2 วันนี้ (28-29 พ.ค.64) หลายพื้นที่ยังคงมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนร้อยละ 60-70 ของพื้นที่อาจมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ ภาคกลาง ปริมาณฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออก ปริมาณฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะตามแนวใช้ฝั่งที่จังหวัดจันทบุรี ตราดและระยอง และภาคใต้ ปริมาณฝนร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จากนั้นวันที่ 30 พ.ค. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 2 มิ.ย. นี้ ปริมาณฝนของทุกพื้นที่จะลดลง เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มอ่อนกำลังลง ดังนั้นประชาชนควรรักษาสุขภาพเนื่องจากลักษณะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

ประชาชนสามารถติดตามสภาพอากาศได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา  www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182 



" 2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528114642792 628 ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการนำผลงานการพัฒนาวัตกรรม“สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย” เข้าประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

   ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการนำผลงานการพัฒนาวัตกรรม“สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย” เข้าประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติที่สาธารณรัฐประชาชนจีน   

    นางสาววราภรณ์ โชติสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนักวิจัย เปิดเผยว่า กระบวนการวิจัยเริ่มจากการนำผักคราดหัวแหวน และน้ำมันหอมระเหยระกำมาทำ เพราะเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายบวกกับมีสรรพคุณลดการปวดตึง หรือ อักเสบของกล้ามเนื้อ ส่วนน้ำมันหอมระเหยระกำ มีสรรพคุณช่วยระงับอาการปวดชนิดใช้เฉพาะที่สำหรับบรรเทาอาการปวดที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อจากภาวะตึง ซึ่งทำให้รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสถูกผิวหนังในระยะแรก จากนั้นจะอุ่นขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ ทีมนักวิจัยฯ ได้นำสมุนไพรมาต่อยอดเป็นภูมิปัญญาไทย สำหรับนวัตกรรมระบบนําส่งด้วยนาโนเทคโนโลยี หรือ ตัวพาอนุภาคนาโน เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย มีข้อดีในการนำส่งตัวยาหรือสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ช่วยเพิ่มการแทรกผ่านผิวหนัง ทำให้การซึมผ่านของตัวยาหรือสารสำคัญที่ปล่อยออกจากอนุภาคเพิ่มสูงขึ้น จากสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบของน้ำมันหอมระเหยระกำ และสารสปิแลนทอลจากผักคราดหัวแหวน การใช้สารสำคัญทั้งสองชนิดร่วมกันย่อมส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการรักษาหรือบรรเทาอาการปวดและการอักเสบได้ดี โดยไม่ทิ้งคราบมันบนผิวไม่เหนียว รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศ ทั้งนี้ การพัฒนาต่อยอด ขณะนี้ผลิตภัณฑ์อยู่ในขั้นตอนการยื่นขอเลข อย. เพื่อให้สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงตามกฎหมายอาหารและยาของประเทศไทย และในอนาคตหวังว่า นวัตกรรมจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดในการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายในประเทศเพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้จากการปลูกพืชสมุนไพร

    ด้านนางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย หรือ วช. กล่าวว่า วช. ส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านการวิจัยและด้านการประดิษฐ์คิดค้น เข้าร่วมการประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติ ทำให้ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของคนไทยเป็นที่รู้จักสามารถนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงาน เปิดโอกาสให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ  

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528105400750 629 อว.พร้อมเป็นกองหนุนให้กับรัฐบาล ในการร่วมต่อสู้กับสถานการณ์โควิด19 อย่างเต็มที่ "

รมว.อว.ย้ำ อว.พร้อมเป็นกองหนุนให้กับรัฐบาล ในการร่วมต่อสู้กับสถานการณ์โควิด19 อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ อว.ประสบผลสำเร็จจากงานวิจัยและนวัตกรรมในหลายเรื่อง ทั้งนวัตกรรม “Cold Chain Logistics : การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด -19 / ห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่สำหรับติดตั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม / การพัฒนาวัคซีน

    ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวถึงผลสำเร็จงาน “วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

อว. ได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับรัฐบาลในการรับมือด้านบริหารจัดการเพื่อสู้ภัยโควิด-19 พร้อมคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและขั้นกลางเพื่อนำมาใช้ในช่วงวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว และร่วมมือกับทุกฝ่าย ทุกกระทรวง เพื่อเป็นทั้งด่านหน้าจากกองกำลังของโรงเรียนแพทย์ในสังกัด อว.ที่ระดมกันเต็มสรรพกำลังเพื่อมาช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงยังเป็นกองหนุนที่พร้อมสนับสนุนการทำงานในทุกด้าน และขณะนี้ อว.ประสบผลสำเร็จจากงานวิจัยและนวัตกรรมในหลายเรื่อง อาทิ ผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม “Cold Chain Logistics : การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด -19 เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ ""โซ่ความเย็น"" วัคซีนโควิด-19 ที่สามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการการกระจายวัคซีนได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยเป็นการบริหารจัดการด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในเส้นทางการกระจายวัคซีนโควิด -19

    นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งมอบนวัตกรรมห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่สำหรับติดตั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม ซึ่งได้ส่งมอบให้โรงพยาบาล 4 แห่ง ได้แก่ กรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย

 


" 2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528104900744 630 กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเกษตรกรใช้ประโยชน์จากศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แหล่งความรู้ด้านการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยแบบครบวงจร

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญเรื่องดินและปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ด้วยการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและตามความต้องการของพืช ซึ่งเป็นการให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมในปริมาณที่ไม่มาก หรือน้อยเกินไป ทำให้ต้นพืชมีความแข็งแรงต้านทานต่อการเข้าทำลายของศัตรูพืช เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตลดลง ในขณะเดียวกันก็ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และบริการดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ริเริ่มจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ต้นแบบ ในปลายปี 2557 และในปี 2558 ได้จัดตั้ง ศดปช. ครบทุกอำเภอใน 77 จังหวัด รวมจำนวน 882 ศูนย์ เพื่อเป็นกลไกในการขยายผลการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องเพื่อลดต้นทุนการผลิต

ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยของชุมชน ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจวิเคราะห์ดินแบบรวดเร็ว (Soil test kit) ให้คำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยเบื้องต้น บริการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง โดยมีคณะกรรมการ ศดปช. ซึ่งเป็นเกษตรกร บริหารจัดการกิจกรรมภายในศูนย์ร่วมกัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยง

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ตั้งเป้าขยายผลการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง ผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ไปสู่เกษตรกรแปลงใหญ่ เกษตรกรกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งเร่งตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) เครือข่าย เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ดินในพื้นที่ของเกษตรกรได้รับการดูแล ลดการใช้ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น และลดต้นทุนลงได้ หากเกษตรกรสนใจอยากใช้บริการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน



2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528115640807 631 จังหวัดสตูล อบต.ฉลุง เดินหน้าสร้างความเข้าใจการจัดการขยะ พร้อมคัดเลือกหมู่บ้านตัวอย่างเป็นต้นแบบการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ "            วันนี้ (28 พ.ค.64) นายธรายุทธ ถิ่นกาแบง รองปลัด อบต.ฉลุง รักษาราชการแทน ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การบริหารจัดการขยะของ อบต.ฉลุง ดำเนินการภายใต้กฎหมายที่สามารถกระทำได้รวม 3 ฉบับ รวมถึงข้อบัญญัติของ อบต.ฉลุง เกี่ยวกับการกำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย พ.ศ.2547 เพื่อทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยตามสถานที่ที่อยู่ในการดูแลให้เพียงพอและถูกสุขลักษณะ โดยมีพื้นที่ดูแลทั้งสิ้น 14 ชุมชน/หมู่บ้าน                 

            ในปีงบประมาณ 2564 ได้ลงพื้นที่รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่รวม 4 โรงเรียน ทั้งการจัดการขยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง สำหรับการจัดการขยะต้นทางนั้น ส่งเสริมการคัดแยกจากต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้รู้จักวิธีการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน เช่น ขยะอินทรีย์ (ขยะเปียก) เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยหรือฝังกลบได้ และจะต้องไม่นำไปทิ้งรวมกับขยะอื่น ๆ                  

            ในส่วนของการจัดการขยะกลางทาง ได้จัดทำระบบเก็บขนส่งที่มีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ โดยนำรถขยะ จำนวน 3 คัน ออกเก็บขยะในช่วงเช้าของทุกวัน และปลายทาง คือ นำขยะที่จัดเก็บได้ส่งไปกำจัดที่เทศบาลเมืองสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่รับกำจัดขยะ ในแต่ละเดือนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 - 60,000 บาท

            ที่ผ่านมาปริมาณขยะที่พบมากที่สุด คือ ขยะอินทรีย์ (ขยะเปียก) โดยเฉพาะช่วงฤดูผลไม้ ถึงแม้จะรณรงค์และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม ยังคงพบเห็นการนำเปลือกผลไม้ (เปลือกทุเรียน)   ทิ้งรวมกับขยะอื่น ๆ อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง อบต.ฉลุง ก็มุ่งมั่นที่จะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง  

            นอกจากนี้ นายธรายุทธ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อบต.ฉลุง ได้เตรียมดำเนินการคัดเลือก หมู่ที่ 9 ตำบลฉลุง เป็นหมู่บ้านตัวอย่าง เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับคนในชุมชนเกิดการเรียนรู้และนำไปสู่การคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

            ข่าว/อมรรัตน์ จันทร์พริ้ม  สวท.สตูล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ สตูล สวท.สตูล https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528111208765 632 เทศบาลตำบลทับมา ชวนเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมปลูกป่าแห่งชาติ (ตามรอยพ่อ) และพัฒนาแหล่งน้ำ ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ "            นางสาวเรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีตำบลทับมา นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา ร่วมกิจกรรมปลูกป่าแห่งชาติ (ตามรอยพ่อ) และพัฒนาแหล่งน้ำ ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยการส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่เทศบาลตำบลทับมา เพิ่มพื้นที่ป่าให้กับชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่เทศบาลตำบลทับมา ส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดเทศบาลตำบลทับมา และประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีการมอบกล้าไม้ให้กับพระครูปริยัติสุวัฒนาภรณ์ ดร. เจ้าคณะตำบลทับมา เจ้าอาวาสวัดทับมา พร้อมทั้งมอบกล้าไม้ให้กับบุคลากรในสังกัดเทศบาลตำบลทับมา ทั้งนี้ เพื่อนำไปปลูกเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ต่อไป พร้อมร่วมกันปลูกต้นไม้ภายในวัดทับมาอีกด้วย 

            วฐิต กลางนอก


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออก ระยอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528110612760 633 เกษตรกรโคราชนำผลผลิตทางการเกษตร คุณภาพส่งออก กว่า 10 ตัน มาจำหน่ายราคาถูก ในงานโคราชไม่ทิ้งกัน ฝ่าวิกฤต โควิด-19 อุดหนุนสินค้าเกษตร จากเกษตรกรโดยตรง หลังถูกพิษโควิด-19 เล่นงาน ส่งออกไม่ได้

            วันนี้ (28 พ.ค.64) ที่ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายภารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัด นายกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตรจังหวัด และส่วนราชการ ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันอุดหนุนสินค้าทางการเกษตร เกรดส่งออก ของเกษตรที่นำมาจำหน่ายให้กับส่วนราชการและประชาชน ในกิจกรรมโครงการคนโคราชไม่ทิ้งกัน ฝ่าวิกฤต โควิด-19 อุดหนุนสินค้าเกษตร จากเกษตรกรโดยตรง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

            ด้าน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผย่วา การจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรในครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนไม่ออกมาจับจ่ายใช้ สอย ร้านอาหาร โรงแรม ขายสินค้าได้น้อยลง และกิจกรรมประเพณีงานบุญต่างๆ ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่ ประกอบกับ โรงเรียนที่เป็นผู้ใช้วัตถุดิบหลักยังไม่สามารถเปิดการเรียนกาสอนได้ทำให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร เกิดภาวะ ล้นตลาดและภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ เกษตรกรยังคงจำหน่ายได้แต่ปริมาณการรับซื้อน้อยลงจากเดิม จังหวัดนครราชสีมา มีสินค้าเกษตรที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมากในช่วงนี้ ได้แก่ ฟักทอง จำนวน 2,262 ตัน มันเทศ 2,775 ตัน ขนุน 2,500 ตัน ซึ่งปลูกมากในพื้นที่อำเภอเสิงสาง ครบุรี และปลานิล จำนวน 100 ตัน เพาะเลี้ยงในพื้นที่อำเภอโนนสูง ปากช่อง และอำเภอวังน้ำเขียว 

            และในวันนี้จังหวัดนครราชสีมา จึงจัดกิจกรรมและเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายให้กับประชาชน ณ บริเวณตลาดนัดเกษตรกร หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการระบายสินค้าเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะล้นตลาดและราคาตกต่ำได้อีกทางหนึ่ง โดยสินค้าที่นำมาจำหน่าย รวมกว่า 10 ตัน ได้แก่ ปลานิล 100 กก. กิโลกรัมละ 60 บาท ฟักทอง (คละ) 1 ตัน กก.ละ 5 บาท ขนุน (คละ) 2 ตัน กก.ละ 3 บาท มันเทศ (คละ) 2 ตัน ถุงละ 50 บาท (บรรจุถุงละ 10 กก.) เผือก 2 ตัน ถุงละ 100 บาท (บรรจุถุงละ 10 กก.) ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามาสั่งจองเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ เกรด ส่งออก เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายให้กับประชาชนเป็นประจำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528113634782 634 วราวุธ ร่วมงานเปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล หวังวางกรอบการจัดการขยะทะเลนำอาเซียนสู่การจัดการขยะอย่างครอบคลุม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมงานเปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล หวังวางกรอบการจัดการขยะทะเลนำอาเซียนสู่การจัดการขยะอย่างครอบคลุม

           นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมงานเปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล (ASEAN Regional Action Plan for Combating Marine Debris) ที่ประเทศไทย โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับธนาคารโลก และสำนักเลขาธิการอาเซียน จัดขึ้นผ่านระบบการประชุมทางไกล พร้อมด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา และภาคเอกชนกว่า 200 คน โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถ้อยแถลงว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันการแก้ปัญหาขยะทะเลในอาเซียน ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเลเมื่อปี 2562 และผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันรับรองปฏิญญากรุงเทพฯว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน รวมถึง รับทราบกรอบปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล แล้วดำเนินความร่วมมืออย่างเข้มแข็งนำมาซึ่งการจัดทำแผนปฏิบัติอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล ที่ได้รับการรับรองจากรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับเป็นกรอบแนวทางการจัดการขยะทะเลและต่อยอดสู่การดำเนินงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำอาเซียนสู่การจัดการขยะอย่างครอบคลุมและมีส่วนร่วมแก้ปัญหาขยะทะเลของภูมิภาคให้ประสบความสำเร็จ

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112833777 635 จ.สุรินทร์ เตรียมแบรนด์ “ทุเรียนเมืองช้าง” ขยายตลาดทุเรียนในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการจำหน่าย สร้างรายได้ "            นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวถึงการส่งเสริมการปลูกและจำหน่ายทุเรียนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า ได้มอบหมายให้ทีมงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์ลงสำรวจพื้นที่ว่า ที่ไหนเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านปัจจัยพื้นฐานที่สามารถปลูกทุเรียนได้ และเจ้าของพื้นที่ที่พร้อมอยากร่วมลงทุนสร้างรายได้อีกทางนอกเหนือจากการทำนา มาลงทุนปลูกทุเรียน เพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของทุเรียนสูงมาก ถ้าผลผลิตของเรามีคุณภาพ มีรสชาติถูกใจผู้บริโภค เชื่อว่าในราคาตลาดสามารถขายได้สบายๆ และถ้ารสชาติเราอร่อยกว่า ก็สามารถเพิ่มราคาที่แพงกว่าได้ โดยขณะนี้ได้เตรียมแบรนด์ “ทุเรียนเมืองช้าง” ไว้เป็นจุดขายและประชาสัมพันธ์ เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์มีช้างมากที่สุดในประเทศไทย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528113149779 636 จ.มหาสารคาม จัดกิจกรรม Kick Off รณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ รู้เร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว “ลัมปี สกิน เป็นแล้วรักษาหาย กินได้ ไม่ติดต่อสู่คน ” "            วันนี้ ( 28 พ.ค.64 ) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง อ.เมืองมหาสารคาม นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick Off รณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ รู้เร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว “ลัมปี สกิน เป็นแล้วรักษาหาย กินได้ ไม่ติดต่อสู่คน ” โดยมี นายนพดล พินิจ ปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม นายสุรศักดิ์ จูมศรีสิงห์ นายก อบต.หนองปลิง หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมปศุสัตว์ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีการตรวจวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง ตามมาตรการด้านสาธารณสุข

            นายนพดล พินิจ ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม มีเกษตรกรเลี้ยงโค กระบือ รวมกว่า 2 แสนตัว ขณะนี้พบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ แล้วทุกอำเภอ มีรายงานสัตว์ป่วยตายจากโรคนี้ จำนวน 6 ตัว ซึ่งถือว่าสถานการณ์ไม่รุนแรง แต่หากไม่ควบคุมป้องกันก็มีแนวโน้มแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้ เนื่องจากโรคนี้มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ เช่น แมลงวันคอก ยุง เหลือบ เห็บ หมัด ริ้น ไร จึงมีความจำเป็นต้องทำลายสัตว์พาหะและแหล่งเพาะพันธุ์ โดย จ.มหาสารคาม ได้ประกาศให้ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ เป็นเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออก ในพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค

            สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานปศุสัตว์ อ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกับ อบต.หนองปลิง จึงจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ พร้อมมอบยากำจัดแมลงและเห็บหมัด ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ต.หนองปลิง ทั้ง 8 หมู่บ้าน จำนวน 40 ราย เป็นการป้องกันเชิงรุก บรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร และการปล่อยแถวหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ โดยเจ้าหน้าที่จากกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ ได้ลงพื้นที่ฉีดพ่นคอกสัตว์ให้กับเกษตรกร ในพื้นที่ อบต.หนองปลิง เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธ์สัตว์พาหะนำโรค ทั้งนี้ หากพบโค กระบือ ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย เบื้องต้นให้แยกสัตว์ออกจากฝูง แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว หรือติดต่อได้ที่ กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม โทร. 043-777960


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สวท.มหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528122138836 637 จ.สุรินทร์ ขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์ จัดกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรม โคก หนอง นา พช.สุรินทร์ "

            นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายศักรินทร์ ทุมเสน ปลัดจังหวัดสุรินทร์ นายวสันต์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด/อำเภอ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมติดตามและให้กำลังใจการดำเนินงานโครงการโคก หนอง นา พช.สุรินทร์ แปลงของ นางเอื้อ ยองใย บ้านโคกจ๊ะ หมู่ที่ 4 ตำบลสมุด อำเภอปราสาท ซึ่งได้รับงบประมาณโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล พื้นที่ 3 ไร่ แบบมาตรฐานจังหวัดสุรินทร์ สัดส่วน 1:2 ธารานาวา โดยได้ดำเนินการปรับขุดรูปแบบแปลงเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติในพื้นที่ดังกล่าว

            ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ขอให้ครัวเรือนเป้าหมายและเกษตรกร ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการทำนาเพียงอย่างเดียว เป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน หรือปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ขอให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ได้รับงบประมาณ ดำเนินการจัดสรรพื้นที่และใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แนะนำให้ปลูกพืชสมุนไพร ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น กระชายขาว ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น รวมทั้งปลูกกล้วยสลับกับไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล เช่น มะพร้าว เป็นต้น ซึ่งกล้วยจะสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรในช่วงแรก และเป็นพี่เลี้ยงให้ไม้ผลหรือไม้เศรษฐกิจอื่นๆ ขอเป็นกำลังใจให้ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) ขับเคลื่อนงานโคก หนองนา ได้ประสบผลสำเร็จ

            ด้านนางเอื้อ ยองใย เจ้าของแปลงนา กล่าวว่า ตนและชาวบ้าน เป็นลูกศิษย์หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ""พระผู้สร้างผืนป่า รักษาธรรม"" หลวงปู่มักจะหยิบยกให้เห็นประโยชน์และคุณค่าของป่า ทั้งเป็นแหล่งอาหาร ยา สมุนไพร และได้สั่งสอนให้ชาวบ้านปลูกป่า ปลูกไม้เศรษฐกิจและไม้ผล เพื่อให้เกิดประโยชน์กับลูกหลานในภายภาคหน้า ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอปราสาท พัฒนาชุมชน เกษตร ประมง และทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยและเป็นพี่เลี้ยงด้วยดีเสมอมา ตนพร้อมจะขับเคลื่อนให้เป็นศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชนต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุรินทร์ สวท.สุรินทร์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528123203839 638 "อ.อ.ป.เปิดรับบริจาคกล่อง ลังกระดาษ และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน)""" "

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เปิดรับบริจาคกล่อง ลังกระดาษ และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน)""

            นางพรเพ็ญ วรวิลาวัณย์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะในขณะนี้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) จึงได้รวบรวมและส่งต่อ “กล่อง ลังกระดาษ และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียม” ในโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน)"" ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม จัดการปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้น นำขยะที่เกิดขึ้นกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น กล่องหรือลังกระดาษผลิตเป็นเตียงสนาม กระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องน้ำดื่มใหม่ เพื่อสนับสนุนงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติงานป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา อ.อ.ป. ได้ขอรับบริจาคกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้วจากผู้ปฏิบัติงาน อ.อ.ป. และชุมชนใกล้เคียง แล้วส่งมอบให้กับเทสโก้ โลตัส สาขาเมอร์รี่คิงส์ – ปิ่นเกล้า และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งต่อให้ SCGP นำไปจัดทำเตียงสนามสำหรับบริจาคให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ปัจจุบัน อ.อ.ป. ยังคงเปิดรับบริจาคกล่อง ลังกระดาษ และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมต่อเนื่อง โดยได้ตั้งจุดเปิดรับบริจาค “กล่อง ลังกระดาษ และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียม” บริเวณโถงชั้น 1 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (สำนักงานกลาง) ถนนราชดำเนินนอก ประชาชนสามารถมาบริจาคได้ในวันและเวลาราชการ

             ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน (WORK FROM HOME) เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดการใช้บริการอาหารแบบส่งถึงที่ (Food Delivery) และการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นแล้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการบริโภคและการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจออนไลน์ ทำให้ปริมาณขยะเป็นเรื่องวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ต้องเร่งรับมือ โดยจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ปี 2563 ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 27.35 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณปีละ 2 ล้านตัน พบมีขยะมูลฝอยถูกคัดแยก ณ ต้นทาง แล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียงปีละ 11.93 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์หรือเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ถือเป็นการเสียโอกาสการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงเกิดโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน)"" ขึ้น

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528124537843 639 จ.สุโขทัยปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ

        วันนี้ (28 พ.ค.64) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ณ บริเวณรอบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองปลาหมอ ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรม 

        สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ในปี 2564 รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,150 ไร่ โดยในครั้งนี้มีพื้นที่ปลูกประมาณ 10 ไร่ ปลูกไม้ 6 ชนิดคือ รวงผึ้ง เหลืองปรีดียาธร เหลืองเชียงราย ชมพูพันธุ์ทิพย์ อินทนิล เสลา รวม 800 ต้น เพื่อเพิ่มต้นไม้ในพื้นที่เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดสุโขทัยและชุมชนช่วยเพิ่มปริมาณก๊าชออกซิเจนในอากาศอีกด้วย 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 

2021-05-28T00:00:00 ภาคเหนือ สุโขทัย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528142625866 640 ก.ทรัพย์ รับมอบผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ โฟมล้างมือ และหน้ากากอนามัยจากภาคเอกชน เพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับมอบผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ โฟมล้างมือ และหน้ากากอนามัยจากภาคเอกชน เพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ

                นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ Teepol 1,200 ขวด และผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ 936 ขวด มูลค่ารวม 250,000 บาท รวมทั้ง รับมอบหน้ากากอนามัย 50,000 ชิ้น จาก บริษัท TOA เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่นับเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนพร้อมใจส่งต่อความห่วงใยให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปส่งต่อให้กับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อสู้กับสถานการณ์โควิด – 19 ต่อไป

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528130850845 641 "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับ อ.ส.ค. และสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม เฝ้าระวังการแพร่ระบาด ""โรคลัมปี สกิน"""

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ณ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง  องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยได้มอบสิ่งของเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง พร้อมถังฉีดพ่นให้กับสหกรณ์เขตภาคกลาง 15 แห่งที่ส่งน้ำนมให้ อ.ส.ค. และร่วมฉีดพ่นยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคลัมปี สกิน ณ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง อ.ส.ค. จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร พร้อมชมการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ณ ณัฎฐ์ฟาร์ม ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

พร้อมกล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่ยังวิกฤติหนักในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือทั่วประเทศ นั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อย่างมากและกำชับให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ตนในฐานะกำกับดูแล อ.ส.ค. มีความห่วงใยต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนมที่ส่งน้ำนมดิบให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศจึงได้สั่งการให้ อ.ส.ค.เฝ้าระวังโรคในพื้นที่พร้อมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และให้รายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

อย่างไรก็ตาม เป็นกำลังใจให้กับเกษตรกร และเชื่อมั่นว่าสามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้ ซึ่งขณะนี้ได้เร่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกินในโค กระบือ โดยลอตแรก 60,000 โดส นอกจากนี้ ยังเตรียมลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อติดตามสถานการณ์และมอบสิ่งของเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง ให้กับผู้เลี้ยงโคนมต่อไป



2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528204958093 642 ผวจ.นครศรีธรรมราช ประชุมเข้มเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมช่วงฤดูฝน

        วันนี้ (28 พ.ค.64) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 4 นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2564 ครั้งที่ 1/2564 โดยมีนายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน องค์กรภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

         สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2564 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช การคาดหมายสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนตลอดช่วงฤดูกาล การติดตามสถานการณ์น้ำปัจจุบันในพื้นที่จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอำเภอในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ การร่วมพิจารณากำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัย ในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช พื้นที่เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง และอำเภอปากพนัง ในพื้นที่บ้านแสงวิมาน บ้านศาลาใหม่ รวมทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การติดตามตามข้อสั่งการทั้ง 10 ข้อ ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เบื้องต้นได้มีการปรับแผนเผชิญเหตุฯ ใหม่ โดยปรับพื้นที่เสี่ยงภัยเป็น 7 อำเภอแบ่งเป็น 3 โซน คือโซนที่ 1 พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เศรษฐกิจ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และอำเภอปากพนัง โซนที่ 2 พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เศรษฐกิจ อำเภอทุ่งสง และโซนที่ 3 พื้นที่น้ำผ่าน อำเภอชะอวด เชียรใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอพระพรหม โดยเน้นย้ำเรื่องเครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำระยะไกล และเครื่องผลักดันน้ำ พร้อมนำปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานรับมืออุทกภัยครั้งที่ผ่านมามาปรับปรุงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นด้วย 

        นอกจากนี้ยังได้สั่งกำชับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ความสำคัญกับเรื่องผลกระทบของประชาชน โดยให้มีการกำหนดจุดเสี่ยงภัยที่ชัดเจนและทำรายการผู้ที่ได้รับผลกระทบในมิติต่างๆ ให้พร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะผลกระทบด้านการเกษตร



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 


2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ นครศรีธรรมราช สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155836945 643 สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลบางด้วน "            วันนี้ ( 28 พฤษภาคม 2564 ) นางนิตยา จันทร์ประทีป เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน ได้ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน นายประทีป บุญโยดม เกษตรกรหมู่ที่ 2 ตำบลบางด้วน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

            ทั้งนี้ เกษตรกรรายดังกล่าว ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง แบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ 1.ทุเรียน อายุ 29 ปี พื้นที่ปลูกประมาณ 5 ไร่ ปลูกแซมในสวนยางพารา เนื่องจากลำต้นสูงการดูแลทำได้ยากจึงเน้นการดูแลรักษาแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี การควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตทำได้ยาก คาดการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดย 1. ต้นให้ผลผลิตเฉลี่ย 100 ลูก ผลผลิตมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงหน้าสวน (ราคาขึ้นอยู่กับราคาตลาดขณะนั้น)  2.ทุเรียนอายุ 2.5 ปี พื้นที่ปลูก 5.5 ไร่ ระยะปลูก 8?8 เมตร มีการติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์ ใช้วิธีการตัดหญ้าแทนการใช้ยาฆ่าหญ้า ตัดแต่งกิ่งต้นทุเรียนและควบคุมดูแลแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ เหมาะสำหรับเป็นแปลงเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเองต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สวท.ตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155738944 644 ปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรีรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ "            วันนี้ ( 28 พฤษภาคม 2564 ) เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมฯ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรีจัดกิจกรรมรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อและกำจัดพาหะนำโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ เพื่อควบคุม ป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรค โดยนำร่องรณรงค์ออกพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา และอำเภอพนมทวน ซึ่งพบการเกิดโรคเป็นอำเภอลำดับแรก จากนั้นจะออกดำเนินการในทุกพื้นที่ต่อไป 

            เนื่องจากขณะนี้พบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทยและเป็นโรคระบาดสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 พบในสัตว์ชนิดโคเนื้อ โคนม และกระบือ เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คนและสัตว์ชนิดอื่นๆ อาการของโรคสัตว์จะป่วยและมีไข้สูง เยื่อจมูกเยื่อตาขาวอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบวมโต เกิดตุ่มกลมนูนเป็นแผลบริเวณผิวหนัง พื้นท้อง หัว คอ ขา เต้านม อัตราการป่วยร้อยละ 5-45 อัตราการตายน้อยกว่าร้อยละ 10 สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคนม และกระบือ จำนวน 34,565 ราย ประชากรสัตว์รวม 321,611 ตัว พบสัตว์ป่วยจำนวน 414 ตัว เกษตรกร จำนวน 48 ราย ในพื้นที่อำเภอท่ามะกา ท่าม่วง พนมทวน เลาขวัญ และศรีสวัสดิ์ ทั้งนี้ ได้มีการประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชนิดลัมปี สกิน ในสัตว์ชนิดโคและกระบือ ไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 แล้ว 

            สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว/ภาพ 

            ภัสร์ภรณ์ เหลืองทอง  ข่าว


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันตก กาญจนบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155556942 645 ไทยและสมาพันธรัฐสวิส ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ประเทศไทยและสมาพันธรัฐสวิส ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

              นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย Ms. Simonetta Sommaruga รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม คมนาคม พลังงาน และการสื่อสารของสมาพันธรัฐสวิส เป็นสักขีพยานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการลงนามแถลงการณ์ร่วมระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ของราชอาณาจักรไทย กับ กรมสิ่งแวดล้อมของสมาพันธรัฐสวิส เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ Mrs. Helene Budliger Artieda เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย บนเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ณ ท่าเทียบเรือ CAT Tower ได้เป็นผู้ลงนามในร่างแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 90 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสมาพันธรัฐสวิสด้วย ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินความร่วมมือสำคัญกับสมาพันธรัฐสวิส 2 ประเด็น คือ การจัดทำแถลงการณ์ร่วมฯ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

             สำหรับแถลงการณ์ร่วมฯ มีเนื้อหาแสดงถึงความมุ่งมั่นของสองประเทศในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก การมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่วิถีการพัฒนาที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความตั้งใจจะยกระดับความร่วมมือภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส อันจะนำไปสู่การดำเนินงานและการบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดของทั้งสองประเทศในอนาคต

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528153315908 646 เกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เร่งเก็บฟักทองที่กำลังให้ผลผลิต เนื่องจากที่จังหวัดตรัง เกิดภาวะฝนตกลงมา 2-3 วันแล้ว หากไม่รีบเก็บก็เกรงว่าฟักทองจะเน่าเสียหาย "            ที่หมู่ที่ 1 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกฟักทองของนายปรีชา ชัยเกิด โดยปลูกฟักทองในที่นาประมาณ 2 ไร่ ทั้งนี้เกษตรกรได้ปลูกฟักทองเพื่อเป็นรายได้เสริม หลังจากที่ว่างเว้นจากการทำนา และได้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการปลูกฟักทองมาอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ดี ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากโควิด -19 บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ที่เคยมารับซื้อฟักทองถึงที่นั้นไม่สามารถเดินทางมารับซื้อฟักทองได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 จึงทำให้ฟักทองของเกษตรกรในตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง ที่ปลูกฟักทอง ประมาณ 60 ไร่ ซึ่งจะได้ผลผลิตประมาณ 180 ตัน มีจำนวนมากกว่าความต้องการ และทำให้ราคาตกเป็นอย่างมาก

            ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายปรีชา ชัยเกิด เกษตรกร บอกว่า ในปีนี้ราคาฟักทองตกลงมาอย่างมากถึงครึ่งต่อครึ่ง ในปีที่ผ่านสามารถขายได้กิโลกรัมละกว่า 10 บาท แต่ในปีนี้เหลือเพียงกิโลกรัม 5 บาท เท่านั้น ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 8 บาท ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุน 

            ทางด้าน นายเสน่ห์ ทองเกลี้ยง เกษตรอำเภอนาโยง กล่าวว่า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ได้สั่งการให้เกษตรอำเภอนาโยง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาราคาฟักทองตกต่ำอยู่ในขณะนี้ โดยให้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ช่วยหาตลาดในการนำผลผลิตของเกษตรกรไปจำหน่าย ในขณะที่นายชาญ เรืองรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 และนายเกียรติศักดิ์ ศรีทองเที่ยว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ก็ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง และห้างแมคโคร สาขาตรัง รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 7 บาท โดยให้เกษตรกรนำผลผลิตบรรทุกรถไปส่งให้ เพื่อที่จะส่งต่อไปยังจังหวดใกล้เคียง ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งปัญหาผลผลิตทางเกษตรตกต่ำเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 สร้างผลกระทบไม่เว้นแต่เกษตรกร อีกทั้งเกษตรกรต้องรีบเก็บผลผลิต เนื่องจากที่จังหวัดตรัง มีฝนตกลงมา 2-3 วันแล้ว เกษตรกรเกรงว่าจะทำให้ฟักทองได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



" 2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ ตรัง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528162143968 647 นครปฐม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ "            วันที่ 28 พ.ค.2564 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ผู้แทนประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564 ซึ่งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงาน หรือสถานที่อื่นที่เป็นสาธารณประโยชน์ ศาสนสถาน โรงเรียน ป่า ชุมชน ริมแม่น้ำ และสองข้างทางสาธารณะ

            ซึ่งในวันนี้ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณศาลากลางจังหวัด ประกอบด้วย ต้นยางนา ต้นสัก ต้นกระทิง ขี้เหล็ก รวงผึ้ง สาละลังกา หว้า และนิโครธ รวม 100 ต้น เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดนครปฐมอีกทางหนึ่งด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล นครปฐม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155913946 648 นครพนม ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม รวมพลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร "

        องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อำเภอปลาปาก จัดกิจกรรมเปิด ""Kick off การรณรงค์ป้องกัน ควบคุม โรคลัมปี สกิน"" เพื่อการรณรงค์ ป้องกัน ควบคุมโรคลัมปี สกิน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอปลาปาก พร้อมทั้งได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์ และมอบยาฆ่าเชื้อให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ณ พื้นที่ ม.1 ม.2 ม.11 และ ม.12 ต.หนองฮี อ.ปลาปาก จ.นครพนม

        โดยมีนายชนะชัย กล่องแก้ว ปศุสัตว์อำเภอปลาปาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยงานด้านสัตวแพทย์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลหนองฮี อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เข้าร่วมกิจกรรมในการรณณรงค์ครั้งนี้



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สวท.นครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528174621018 649 สำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตัดสินการประกวดเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น จังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2564 "            คณะกรรมการตัดสินการประกวดเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น จังหวัดนราธิวาส ปี 2564 ลงพื้นที่ตัดสินการประกวดฯ แปลงต้นแบบเกษตรเกษตรผสมผสานดีเด่น ปี 2560 - 2564 ณ อำเภอศรีสาคร อำเภอรือเสาะ อำเภอยี่งอ อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอตากใบ เพื่อคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น เป็นตัวอย่างในการขยายผลการส่งเสริมเกษตรผสมผสานเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของเกษตรกรต้นแบบ กระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงานเกษตรผสมผสานให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการเผยแพร่ผลงานที่ประสบผลสำเร็จสู่สาธารณชนได้เรียนรู้

            ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 24 – 27 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมการตัดสินการประกวดเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น จังหวัดนราธิวาส ปี 2564 ได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น จังหวัดนราธิวาส ซึ่งผลการตัดสิน ได้แก่ นายอาเรส หะมะ เกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานอำเภอยี่งอ เนื่องจากภายในแปลงมีการดำเนินกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย เช่น การปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก การขยายพันธุ์พืช เป็นต้น ซึ่งได้สำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาสจะดำเนินการส่งประกวดในระดับเขตต่อไป


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ นราธิวาส สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528195208066 650 จังหวัดนครพนม Kick off รณรงค์ป้องกันควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ พร้อมกันทุกอำเภอ "

            วันที่ (28 พฤษภาคม 2564) ที่ตลาดชุมชนบ้านผึ้ง ม.13 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดกิจกรรม ""Kick off การรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ จังหวัดนครพนม"" ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ร่วมกับด่านกักกันสัตว์นครพนม จัดกิจกรรมขึ้นพร้อมกันทุกอำเภอ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม

            นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม กล่าวว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทยที่เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อทางแมลงดูดเลือดเป็นหลัก จากเข็มที่ใช้ร่วมกัน การเคลื่อนย้าย เชื้อโรคแพร่ไปได้ไกลในเวลาอันรวดเร็วหากเคลื่อนย้ายโค-กระบือ ที่ติดเชื้อไปยังที่อื่นๆ ซึ่งเจ้าของสัตว์บางคนมักจะรีบขายสัตว์ป่วย/สัตว์ร่วมฝูงออก ทำให้โรคแพร่กระจายสร้างความเสียหายในวงกว้าง โดยโรคนี้ยังไม่มียารักษาโดยตรง การรักษาที่ทำอยู่เป็นการรักษาตามอาการ เจ้าของสัตว์ต้องแยกตัวป่วยออกจากฝูง กางมุ้ง หรือใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถกันแมลงดูดเลือดมาดูดเลือดสัตว์ป่วยที่อาจนำเชื้อไปติดสัตว์ตัวอื่นๆ แล้วให้ยารักษาตามอาการสัตว์ป่วย เช่น ยาลดไข้สำหรับสัตว์ที่มีไข้ ยาแก้อักเสบ การบวมของตุ่มของผิวหนังหรือข้อ ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกัน/รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ยาบำรุงต่างๆ ยาใส่แผลภายนอก การทำความสะอาดแผลกรณีตุ่มที่ผิวหนังแตก ยาป้องกันแมลงวัน เป็นต้น ซึ่งหากทราบว่ามีโคติดเชื้อเร็ว ยิ่งทำให้การรักษาตัวป่วยหายเร็วลดการแพร่ระบาดของเชื้อ รวมทั้งต้องกำจัดแมลงพาหะ ซึ่งเป็นแมลงดูดเลือดต่างๆ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงเหล่านี้ด้วยการพ่นยากำจัดหรือยาไล่แมลง โดยสัตว์ที่ติดเชื้อโรคมีระยะเวลาตั้งแต่ป่วยจนหายป่วยประมาณ 1-2 เดือน เมื่อสัตว์หายป่วยแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโรคไปตลอดชีวิตสัตว์ ซึ่งสัตว์อาจเป็นหมันชั่วคราวหรือถาวร

            การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มอบยาและเวชภัณฑ์ให้กับอาสาปศุสัตว์ ก่อนปล่อยขบวนรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อป้องกันแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ พร้อมนำหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังพื้นที่บ้านที่มีสัตว์ติดเชื้อสังเกตดูการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อป้องกันแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน 

            ข่าว:ธนกรณ์ ยิ้มสงวน / ภาพ : อรพรรณ อาษาวัง ส.ปชส.นครพนม


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528202004077 651 กรมอุทยานฯ ตั้งโรงพยาบาลสนามสัตว์ป่า เพื่อกู้ชีพรักษา ตรวจโรค เก็บตัวอย่าง และตรวจสุขภาพลิงแสมของกลางทั้งหมด

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งโรงพยาบาลสนามสัตว์ป่า เพื่อกู้ชีพรักษา ตรวจโรค เก็บตัวอย่าง และตรวจสุขภาพลิงแสมของกลางทั้งหมด

           นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กล่าวว่า จากกรณีลักลอบขนย้ายลิงแสม 102 ตัว เป็นลิงมาจากจังหวัดพิจิตรเป้าหมายนำส่งที่สระแก้วบริเวณชายแดนเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.64) พบมีลิงตายในที่เกิดเหตุ 15 ตัว และตายระหว่างเคลื่อนย้ายมารักษา 3 ตัว รวมตายทั้งหมด 18 ตัว จากจำนวนลิงของกลาง 102 ตัว ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาขาดอากาศหายใจ ขาดน้ำ และเกิดจากความเครียด ปัจจุบันมีลิง 4 ตัวยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ภาพรวมลิงทั้งหมดอยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ณ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก) ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้กำชับให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามสัตว์ป่า เพื่อกู้ชีพรักษา ตรวจโรค และเก็บตัวอย่างตรวจสุขภาพลิงของกลางทั้งหมด ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 โดยสถานการณ์ตอนนี้อยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างตรวจสุขภาพและตรวจโรคทั้งหมด 80 ตัว ซึ่งลิงส่วนมากมีอาการอ่อนเพลียจากร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน แล้วบางตัวจะมีปัญหาของระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากความแออัดระหว่างการลักลอบขนส่ง ส่วนตัวที่อยู่ในวิกฤตมี 4 ตัว โรงพยาบาลสนามได้กู้ชีพจนปลอดภัยแล้ว 2 ตัว ส่วนอีก 2 ตัว สัตวแพทย์ยังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอยู่ในตู้อบสัตววิกฤต

            นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กล่าวย้ำว่า นอกจากการคัดแยกคัดกรองสุขภาพของลิงแต่ละกลุ่มแล้ว ยังได้คัดแยกเพศ ช่วงอายุ ลักษณะทางสภาพร่างกายของลิงด้วย โดยลิงบางตัวมีน้ำนมไหลจากการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์เช็ค พบตั้งท้องได้อยู่ในภาวะที่ใกล้จะคลอดแล้ว ทางสัตวแพทย์จึงทำการแยกไว้เฝ้าดูอาการ ส่วนกรณีของลิงตัวที่ตาย 18 ตัว พบ 4 ตัว ตายระหว่างการเคลื่อนย้ายเพื่อเข้ามาดูแลรักษา โดยตัวที่ตายเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันเพื่อลงบันทึกขออนุญาตทำลาย ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เนื่องจากโรคโควิด-19 เกี่ยวกับเรื่องโรคติดต่อระหว่างสัตว์ป่าสู่คน หรือจากคนสู่คนเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาปฏิบัติงานต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528194037060 652 เกษตรอำเภอเบตงติดตามแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน ในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ ตามโครงการมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ "            วันที่ (28 พฤษภาคม 2564) นายอารีฟ มหัศนียนนท์ เกษตรอำเภอเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง ลงพื้นที่ติดตามเกษตรโครงการตำบลมั่นคง  มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมส่งเสริมการทำแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ปีที่ 1 ณ หมู่ที่ 4 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตงโดยแปลงมีการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน บนเนื้อที่ 8  ไร่ 

            โดยส่วนแรกเป็นการขุดสระเก็บกักน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้ สม่ำเสมอตลอดปี โดยเก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน และใช้ในฤดูแล้งรวมทั้งยังเลี้ยงปลาสายพันธุ์ต่างๆ และส่วนที่ 2 ปลูกผลไม้ ไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชผัก สมุนไพร เช่น กะเพรา โหระพา ข่าขมิ้น  มะพร้าว  มะละกอ อ้อย พริก ผักโขมเบตง ถั่วพู ถั่วฝักยาว และตะไคร้ เป็นต้น  เป็นการทำกิจกรรมอย่างผสมผสานและหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือจากการบริโภคก็นำไปแปรรูปเป็นอาหารที่ร้านอาหาร เพื่อเพิ่มมูลค่าของพืชผักต่างๆอีกด้วย 

            นายอารีฟ มหัศนียนนท์ เกษตรอำเภอเบตง กล่าวว่า การทำเกษตรผสมผสานเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความสมดุลของสภาพแวดล้อมและเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่มีการจัดการอย่างมีระบบ สามารถนำไปบูรณาการใช้ได้กับทุกพื้นที่  แก้ปัญหาได้จริงและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้เป็นอย่างดี


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สวท.เบตง จ.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528214537115 653 ชัยภูมิ เปิดตัว “หลงพญาแล” ทุเรียนพันธุ์ใหม่ขายหมดในเวลาไม่ถึง 30 นาที สั่งจองเพียบ "            วันนี้ (28 พ.ค.64) ที่ตลาดสีเขียวหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ  คาราวานผลไม้จากแหล่งผลิต บ้านโหล่น  อ.หนองบัวแดง  จ.ชัยภูมิ  นำสินค้าเกษตร ประเภทผลไม้นานาชนิด และพืชผักสวนครัว จากแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง นำมาส่งถึงมือผู้บริโภค   โดยไม่ผ่านคนกลาง จำนวนมากกว่า 10 เต้นท์ ประกอบด้วย ผักที่เป็นอาหาร เช่น หน่อไม้ ฟักทอง มะม่วงส่งออกที่ขึ้นชื่อคือน้ำดอกไม้สีทอง  ซึ่งขายในราคาที่ถูกมาก มะม่วงอื่นๆที่สนใจเช่นมันขุนศรีอาร์ทู แรด งามเมืองย่าเป็นต้น 

            นอกจากนี้มีกล้วยหอมส่งออก  กล้วยไข่ อินทผาลัม เงาะ โดยเฉพาะทุเรียนมีทั้งหมอนทองและทุเรียนพันธุ์ใหม่ ที่นำมาปิดตัวครั้งแรกในวันนี้ คือ“หลงพญาแล"" 

            โดย นายกอบชัย  บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า อำเภอหนองบัวแดงจังหวัดชัยภูมิ  น่าจะเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ เพราะที่นี่มีภูมิที่ดีหลายอย่างเช่นดินดี เป็นดินภูเขาที่มีแร่ธาตุมาก น้ำดีเพราะเป็นต้นน้ำชีมีน้ำไหลฉุ่มฉ่ำตลอดปี มีอ่างเก็บน้ำตามโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานคนชัยภูมิ มีอากาศดีเพราะมีป่าเขามากมายล้วนส่งเสริมให้การทำเกษตรได้ผลดี อย่างที่เรามองเห็น   

            วันนี้ ผู้ว่าฯ ได้พบทุเรียนพันธุ์ใหม่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือมีทั้งกลิ่นสีรสที่แปลกไปจากทุเรียนอื่นๆ สิ่งแรกคือรูปลักษณ์ของผลที่ค่อนข้างกลม สวยงาม ลูกไม่ใหญ่มาก ขนาดประมาณไม่เกิน 1.60 กก. เปลือกบาง ปอกง่าย เนื้อในเรียบนวลไม่เป็นเส้นรสมันหวานกลมกล่อม นุ่มนวลไม่แหลม เม็ดเล็กลีบ  กลิ่นหอมออกวานิลาไม่เหมือนทุเรียนอื่น ตั้งชื่อให้ว่า ”หลงพญาแล” วันนี้เปิดตัวให้คนชัยภูมิได้ชิมก่อนในราคาที่จับต้องได้โลละ 200 บาท ยังไม่วางขายเพราะไม่พอขาย หมดตั้งแต่อยู่ในสวนแล้ว            

            ด้าน นายพงศธร  อร่ามวิทยานุกูล  เจ้าของ “สวนทุเรียนเจ้านาย” เล่าว่า ตนเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรี เคยทำสวนทุเรียน ได้มาท่องเที่ยวเมืองชัยภูมิ พบว่าที่ชัยภูมิเหมาะที่จะทำการเกษตรด้วยมีดินที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างมีน้ำดีอากาศดี ผู้คนน่ารัก จึงซื้อสวนทุเรียนเก่าที่เจ้าของบอกขาย มาพัฒนาต่อพบว่ามีต้นทุเรียนดั้งเดิมอายุประมาณ 25 ปีต้นนี้ต้นเดียวที่มีลักษณะดีคล้ายหรือน่าจะเป็นพันธุ์หลงลับแล แต่ด้วยดินที่นี่มีแร่ธาตุดี อุดมสมบูรณ์ มีการบำรุงและปรับปรุงต้นด้วยปุ๋ยถูกต้องตามหลักวิชาและประสบการณ์ ปรากฏว่าเมื่อต้นทุเรียนนี้ให้ผล  กลับมีรสชาติที่โดดเด่นแปลกไปจากหลงลับแลโดยสิ้นเชิง ทั้งยังมีกลิ่นหอมที่คล้ายวานิลาผสมอยู่ กินแล้วชวนให้หลงใหลไม่รู้เบื่อ 

            ส่วนชื่อที่ท่านผู้ว่าตั้งให้มาจากการพิจารณาว่าทุเรียนต้นนี้พันธุ์เดิมน่าจะเป็นหลงลับแล แต่มาเกิดและปรับปรุงพันธุ์ในถิ่นพญาแล จึงให้ชื่อว่า “หลงพญาแล” ให้เกียรติทั้งชื่อพันธุ์เดิม และถิ่นกำเนิดใหม่  ขณะนี้ได้ขยายพันธุ์ไปกว่า 300 ต้นแล้ว เป้าหมายปลูกพันธุ์นี้ให้ได้ 2,000 ต้นใน 2 ปี ท่านที่สนใจแวะเยี่ยมชมสวนทุเรียนและผลไม้อื่นๆ เช่น เงาะโรงเรียน มังคุด ได้ที่สวนเจ้านาย ต. นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิ สวท.ชัยภูมิ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528215255117 654 ปศุสัตว์อำเภอหัวตะพานดำเนินการแนะนำการป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ "            วันที่ (28 พฤษภาคม 2564) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหัวตะพานมอบหมายให้ นายใฉน พระเวียงคำ ช่วยงานด้านสัตว์แพทย์ ออกพื้นที่หมู่ 7,12 ตำบลสร้างถ่อน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้ความเข้าใจในการป้องกันโรคสัตว์กับผู้นำชุมชนและเกษตรกร ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เรื่อง“โรคลัมปี สกิน และมาตรการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ” จำนวนเกษตรกร 20 ราย โค 60 ตัว กระบือ 25 ตัว พร้อมทั้งแนะนำการกำจัดพาหะของโรค ได้แก่ ยุงและแมลงดูดเลือดในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน โดยให้ความรู้ สถานการณ์ มาตรการดำเนินการ ป้องกันและควบคุมโรค


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-28T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529181639308 655 "ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุ โรค ""ลัมปี สกิน"" ในโค กระบือ ระบาดแล้ว 6 อำเภอ พร้อมประสาน อปท. ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงพาหะนำโรคในฟาร์มของเกษตรกร" "

          ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุ โรค ""ลัมปี สกิน"" ในโค กระบือ ระบาดแล้ว 6 อำเภอ พร้อมประสาน อปท. ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงพาหะนำโรคในฟาร์มของเกษตรกร

          วันนี้ (29 พ.ค. 64) นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบการระบาดของโรค ""ลัมปี สกิน"" ในโค กระบือ แล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ อ.หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี เมือง และทับสะแก มีโคเนื้อและโคนมป่วยติดเชื้อ 296 ตัวใน 80 ฟาร์ม แบ่งเป็นโคเนื้อ 183 ตัว และโคนม 113 ตัว ขณะนี้ ได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวในพื้นที่เกิดโรคแล้ว ห้ามการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้า-ออก พื้นที่ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลงพื้นที่ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงดูดเลือด ซึ่งเป็นพาหะนำโรคในฟาร์มของเกษตรกรในรัศมี 1 กม. รอบจุดเกิดโรค และรณรงค์ให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับการดูแลฟาร์มและสัตว์เลี้ยงของตนเอง

          นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรอย่าซื้อวัคซีนป้องกันโรค ""ลัมปี สกิน"" ลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายเพราะไม่ผ่านการรับรองจาก อย. โดยขอให้รอวัคซีนจากภาครัฐที่กำลังจะนำเข้ามาฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร ฟรี

          ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวอีกว่า ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในฟาร์มของเกษตรกร เพื่อควบคุมไม่ให้การแพร่ระบาดขยายวงกว้างมากขึ้น แม้โรคดังกล่าวจะมีอัตราการป่วยของสัตว์เพียง ร้อยละ 20-50 และมีอัตราการตายเพียง ร้อยละ 10 แต่หากสัตว์ป่วยจะให้ผลผลิตลดลง เช่น เมื่อโคป่วยจะให้น้ำนมลดลง โคเนื้อเติบโตไม่สมบูรณ์ หรือโคที่ตั้งท้องอยู่อาจจะแท้งได้

          อย่างไรก็ตาม จะต้องให้จังหวัดประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีโรคระบาดสัตว์ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่เป็นรายหมู่บ้าน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณในเชิงป้องกันได้

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคตะวันตก ประจวบคีรีขันธ์ สวท.ประจวบคีรีขันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529072411127 656 กฟผ.เขื่อนสิรินธร ร่วมต้อนรับคณะจากสถาบันวิทยาลัยชุมชนยโสธร เยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจเกษตรผสมผสาน เลี้ยงแพะ บ้านคำวังยาง

          กฟผ.เขื่อนสิรินธร ร่วมต้อนรับคณะจากสถาบันวิทยาลัยชุมชนยโสธร เยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจเกษตรผสมผสาน เลี้ยงแพะ บ้านคำวังยาง

          นายอาทิตย์ พรคุณา วิศวกรระดับ 10 ทำการแทนหัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร พร้อมด้วยผู้บริหาร-ผู้ปฏิบัติงานเขื่อนสิรินธร และนายวสันต์ สุนทรนิกรกิจ ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ และสมาชิก ร่วมต้อนรับคณะจากสถาบันวิทยาลัยชุมชนยโสธร นำโดยอาจารย์สุธิมา เทียนงาน ในการเยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การแก้ไขปัญหาความยากจน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานเลี้ยงแพะ ณ ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสาน เลี้ยงแพะ บ้านคำวังยาง ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อมาเยี่ยมชมวิธีการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานเลี้ยงแพะ บ้านคำวังยาง แห่งนี้ 


2021-05-29T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี สวท.อุบลราชธานี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529070705125 657 องุ่นดาดฟ้า-พืชผักปลอดสารพิษ ครัวอาหารคนเมืองยะลา ช่วงโควิด-19

ชาวยะลาใช้เวลาว่างหยุดเชื้ออยู่บ้านช่วงโควิด-หลังเกษียณ หันมาปรับพื้นที่ว่างเปล่าบนดาดฟ้า ปลูกองุ่น-พืชผักปลอดสารพิษ สร้างครัวอาหารคนเมือง บริโภคในครัวเรือน

          อดีตพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคใต้ ยะลา ใช้เวลาว่างหลังเกษียณและในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้อย่างสบายใจ เพราะต้องคอยระแวดระวังกับเชื้อที่กำลังแพร่ระบาดในทุกพื้นที่ หันมาทำโรงเรือนโดยใช้เนื้อที่บนดาดฟ้าบ้าน ปลูกองุ่นและพืชผักปลอดสารพิษ ยึดหลักพอเพียง ได้ผลผลิตดีเกินคาด สำหรับไว้บริโภคในครัวเรือน ช่วยประหยัดรายจ่าย สร้างความมั่นคงครัวอาหาร สู้ภัยโควิด-19 รวมไปถึงแบ่งปันให้กับเพื่อนฝูงได้รับประทาน

          สำหรับพืชที่ปลูกนั้นก็จะใช้พืชที่มีความเหมาะสม คำนวณเรื่องรากและน้ำหนัก ซึ่งสามารถปลูกไว้บนดาดฟ้าได้ เน้นปลูกไม้แดด ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว มีทั้งกล้วยไข่ กระชาย กะเพรา ตะไคร้ เพกา การะเวก ฯลฯ

          นายธนิต คุมภะสาโน ได้เล่าว่า เริ่มต้นมาปลูกองุ่นเมื่อต้นปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มมีโควิด-19 ระบาดในพื้นที่ยะลา และมาเจอการระบาดในปี 2564 อีกรอบ โดยเห็นว่าบนดาดฟ้าของบ้านซึ่งมี 4 ชั้น เป็นที่ว่าง เมื่อก่อนกางสแลนกันแดดใช้เป็นที่ออกกำลังกาย ขึ้นมาก็ร้อน ก็เลยคุยกับคุณเอมอร ภรรยา จะลุยทำโรงเรือนเพื่อปลูกเมล่อน ปลูกได้ 3 รอบก็หยุด เมล่อนไม่ชอบน้ำ เป็นโรคเยอะ แต่ก็ได้ผลผลิตบ้าง รอบสุดท้ายแม่บ้านก็ไปเจอกับคลิปของลุงแป๊ะ ไร่องุ่นคุณหวานโคราช จ.นครราชสีมา ก็เลยสนใจเริ่มต้นมาทำโรงเรือน ทดลองปลูกองุ่นดู โดยสั่งซื้อต้นพันธุ์องุ่นมาจากไร่ของคุณหวาน ส่งมา 5 ต้น เริ่มแรก มีตอ 1 ตอ 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไวท์มะละกาสีเขียวมีเม็ด สีดำ แบ็ลคโอปอร์ไร้เมล็ต และมีเฟรม อีกต้นหนึ่ง ปลูกไปก็เรียนรู้ไปตามคลิป ศึกษาการปลูกมาเรื่อย ๆ ทั้งการดูแลบำรุงรักษา การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ล้วน พอมาถึงทำพรุน ทำไม่เป็น แม่บ้านก็ได้ศึกษาดู โดยเริ่มจากการตัดใบออกทั้งหมด ปล่อยให้ต้นโล้น เหมือนกับว่าแกล้งต้นองุ่น 20 กว่าวัน หลังจากนั้นก็เริ่มบำรุงใส่ปุ๋ยตามสูตร องุ่นก็เริ่มแตกใบ แตกช่อ และเป็นลูกอย่างที่เห็น สำหรับองุ่น ไม่ชอบฝน ดินไม่ชอบน้ำแฉะ โดนน้ำค้างไม่ดี เป็นราน้ำค้างเป็นด่าง โรงเรือนที่ทำก็จะต้องมีพลาสติกคลุมด้วย

          จริง ๆ แล้วก็ต้องขอบคุณโควิด-19 ที่เหมือนกับทำให้เราไปไหนไม่ได้ ถ้าอยู่เฉย ๆ ก็ไร้สาระ เสียเวลาไปโดยไม่มีประโยชน์ และที่เห็นองุ่นออกลูกมากมาย ก็เป็นผลผลิตครั้งแรก เป็นความภาคภูมิใจที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บ้านเราสามารถปลูกองุ่นได้ รสชาติก็ดีหวานอร่อย ถ้าบำรุงรักษาดี ๆ ต้นพันธุ์ ซึ่งมีอายุ 8-9 ปี ก็จะให้ผลผลิตไปตลอด

          สำหรับผลผลิตองุ่นที่ได้นี้ ก็จะไว้รับประทานเองด้วย แจกเพื่อน ๆ ด้วย ให้คนอื่นได้ชิมรสชาติ พอเพื่อนบอกรสชาติได้ ก็มีกำลังใจที่จะลุยต่อ ต่อไปก็คงปลูกไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของการค้าขาย ทำเพื่อออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไว้รับประทานในครอบครัวมากกว่า ซึ่งพอได้เห็นผลผลิต เวลาที่ผ่านไปก็ไม่ได้ไร้ค่า มีค่าเสมอใน 24 ชม.

2021-05-29T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529081303134 658 "แม่สะเรียงยังไม่พบโคป่วยโรค ""ลัมปี สกิน"" ปศุสัตว์อำเภอแม่สะเรียง ลงพื้นที่แนะวิธีป้องกันแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เดินหน้าเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยใน 7 ตำบล" "

          นายรังสิทธิ์ ศิริคำ ปศุสัตว์อำเภอแม่สะเรียง พร้อมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ออกดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย ที่ บ้านพะมอมอ หมู่ที่ 9 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย โค จำนวน 106 ตัว แพะ จำนวน 35 ตัว ซึ่งในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง มีสัตว์เลี้ยงที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น จำนวน 24,456 ตัว แบ่งเป็นโค จำนวน 15,137 ตัว กระบือ จำนวน 8,050 ตัว และแพะ จำนวน 1,269 ตัว

          พร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์แม่สะเรียง ได้แนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคระบาดและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงเกิดโรคปากและเท้าเปื่อย และประชาสัมพันธ์ในเรื่องของโรค ""ลัมปี สกิน"" ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมีแมลงดูดเลือด เช่น แมลงวันดูดเลือด ยุง เหลือบ เป็นพาหะที่สำคัญ โค กระบือที่ได้รับเชื้อจะแสดงอาการมีไข้ มีตุ่มนูนแข็งขึ้นตามลำตัว การรักษา รักษาตามอาการ โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยกำจัดแมลงดูดเลือดที่เป็นพาหะ งดการเคลื่อนย้ายสัตว์จากพื้นที่ที่เกิดโรค

          ทั้งนี้ ทางสำนักงานปศุสัตว์แม่สะเรียง จะได้ออกดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย ในพื้นที่ 7 ตำบล ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ถึง วันที่ 27 มิถุนายน 2564

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529081604135 659 "ทหารพรานที่ 36 ตรวจเข้มชายแดนแม่ฮ่องสอน ป้องกันการลักลอบนำเข้าโค-กระบือ จากประเทศเพื่อนบ้าน หวั่นโรค ""ลัมปี สกิน"" แพร่ระบาด ภาคเหนือพบแล้ว 7 จังหวัด" "

          พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 มอบนโยบายให้พันเอก สมรรถชัย แปงสาย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เน้นย้ำ การปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน ในเรื่องการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะนำพาโรค ""ลัมปี สกิน"" เข้ามาในประเทศเพิ่มเติมอีก โดยได้กำชับให้ทุกกองร้อยที่ประจำพื้นที่ตามแนวชายแดน ให้เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างจริงจัง ซึ่งหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่ตามแนวชายแดน ขอให้แจ้งไปที่กองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก กองกำลังนเรศวร โทรศัพท์ 0-5556-3703 หรือ กรมทหารพรานที่ 36 โทรศัพท์ 0-5368-1300

          ในช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้มีการรายงานว่า พบโคเนื้อแสดงอาการของโรค ""ลัมปี สกิน"" ที่บริเวณอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้มีการเก็บตัวอย่างของเชื้อไปส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ หลังทำการตรวจสอบแล้วได้ผลสรุปออกมาว่า เชื้อตัวเป็นเชื้อที่มีการแพร่ระบาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ชื่อว่า ""ลัมปี สกิน"" ซึ่งจากการสันนิษฐานถึงสาเหตุของการเกิดโรค สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติได้ระบุว่า น่าจะเกิดมาจากการนำเข้าโคเนื้อมาเลี้ยงในพื้นที่ โดยเป็นโคเนื้อที่อาจจะมีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

          โรค ""ลัมปี สกิน"" เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Lumpy Skin Disease Virus ซึ่งสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง เบื่ออาหาร มีน้ำตาไหลตลอดเวลา และมีตุ่มน้ำเหลืองขนาดใหญ่ประมาณ 2-5 เซนติเมตร ขึ้นอยู่ทั่วทั้งร่างกาย แต่จะพบมากที่บริเวณคอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะ และหว่างขา ที่สำคัญตุ่มที่ขึ้นมาอาจแตกและตกสะเก็ดเป็นเนื้อตาย นอกจากนี้ โค-กระบือยังมีอาการซึม มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และทางเดินอาหารร่วมด้วย ในส่วนของโคนมก็อาจจะเกิดการแท้งลูกและมีปริมาณน้ำนมที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

          อย่างไรก็ตาม โรค ""ลัมปี สกิน"" ถือเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นเฉพาะกับโค-กระบือเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ แต่โรคดังกล่าวเป็นโรคอุบัติใหม่พบเกิดขึ้นแล้ว 35 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ภาคเหนือพบการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวแล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย , ลำปาง , ตาก , พิษณุโลก , เพชรบูรณ์ , พิจิตร และสุโขทัย

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529082624139 660 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ รวมใจ ปลูกต้นทองอุไร กว่า 300 ต้น "

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ รวมใจ ปลูกต้นทองอุไร กว่า 300 ต้น

          เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 64 เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์สวนสัตว์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารสวนสัตว์เปิดเขาเขียว นำโดยนายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และพนักงาน ลูกจ้าง ได้ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ""รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน"" สืบสานสู่ 100 ล้านต้น โดยร่วมกันปลูกต้นทองอุไร จำนวน 300 ต้น บริเวณสองข้างทางของเส้นทางภายในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ลดโลกร้อน ลดมลภาวะและฝุ่นละออง สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ตลอดจนยังเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ อีกด้วย

          ทั้งนี้ เมื่อ 31 ม.ค. 32 ครม. ได้มีมติกำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็น ""วันต้นไม้ประจำปีของชาติ"" โดยกรมป่าไม้ได้จัดกิจกรรมและเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อย คนละ 1 ต้น เป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 26 พ.ค. 64

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคตะวันออก ชลบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529105020155 661 รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจพื้นที่โครงการโคกหนองนา บ้านพิชิตใจ เขตประเวศ แหล่งเรียนรู้ฝึกอาชีพสำหรับคนเมือง คาดการณ์แล้วเสร็จภายในปีนี้

นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการตรวจพื้นที่โครงการโคกหนองนา ณ บ้านพิชิตใจ เขตประเวศ ว่า วันนี้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการทำโครงการโคกหนองนาว่ามีปัญหาในการดำเนินการหรือไม่ โดยปลัดกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มขุดหนองและดำเนินการบางส่วน สำหรับโครงการดังกล่าว มีพื้นที่ 10 ไร่  เดิมมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมการเกษตรในโรงเรือน บ่อน้ำ คูน้ำ มีต้นทุนแหล่งน้ำภายในพื้นที่อย่างเพียงพอ  รวมทั้งมีอาคารที่สามารถปรับปรุงให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ในอนาคตได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อให้คนเมืองเรียนรู้และนำไปต่อยอดได้ เช่น การปลูกแคตตัส การเลี้ยงปลาสวยงาม   เป็นต้น รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ กทม.สำหรับนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปและผู้ที่เข้ามารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพด้านยาเสพติดได้ศึกษาเรียนรู้ หรือฝึกอาชีพมีรายได้เสริมพึ่งพาตนเองได้ 

คาดการณ์ว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้ โดยโครงการจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ โดยหมุนเวียนใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยให้กับผู้ร่วมในโครงการ



2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529130916205 662 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 12 จังหวัด

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 12 จังหวัด

             กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (29 พ.ค.64) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 92 มิลลิเมตร // เลย 48 มิลลิเมตร // กรุงเทพมหานคร 85 มิลลิเมตร // ตราด 482 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 53 มิลลิเมตร และพังงา 52 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ 37,783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,059 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำหลาก - ดินถล่มบริเวณจังหวัดนครราชสีมา ตราด และพะเยา พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรติตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย จันทบุรี และตราด 

                ทั้งนี้ กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกรมทรัพยากรน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ เช่น โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูบึงแพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำ 1.4 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ 447 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ 1,013 ครัวเรือน // เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำ เพื่อสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกองง อ.ขลุง จ.จันทบุรี มีพื้นที่รับประโยชน์ 10,000 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ 700 ครัวเรือน

            ขณะที่กรมเจ้าท่า ได้ขุดลอกขยายพื้นที่รับน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำใช้ในการเกษตรหน้าแล้งบริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน คือ แม่น้ำจาง ต.ดอนไฟ หัวเสือ และ น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ระยะทาง 2,300 เมตร ปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้ว มีประชาชนได้รับประโยชน์ 350 - 400 ครัวเรือน // แม่น้ำจาง ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ระยะทาง 3,400 เมตร ผลการดำเนินงานร้อยละ 89 // แม่น้ำยม ต.สบสาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ ระยะทาง 2,050 เมตร ผลการดำเนินงานร้อยละ 90 มีประชาชนได้รับประโยชน์ 550 ครัวเรือน

2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529125318185 663 อว. จัดสู้ภัยโควิด นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ U2T สร้างเขตปลอดโควิด นำร่อง จ.นครนายก พร้อมปูพรมใน 3,000 ตำบลก่อนเปิดเทอม 14 มิ.ย.นี้ "

 อว. จัดสู้ภัยโควิด นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ U2T สร้างเขตปลอดโควิด นำร่อง จ.นครนายก พร้อมปูพรมใน 3,000 ตำบลก่อนเปิดเทอม 14 มิ.ย.นี้ 

  ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่โรงเรียนวัดเกาะกระชาย จ.นครนายก จัดกิจกรรมพิเศษ “U2T Covid-19 week ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด” ในโครง การมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคักคัก มีผู้ที่ได้รับการจ้างงานในโครงการ U2T ร่วมทำกิจกรรมทำความสะอาดเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระกระจายของเชื้อโควิด-19 ในโรงเรียนเพิ่มความมั่นใจให้นักเรียน ผู้ปกครอง และครู ก่อนเปิดเรียนในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ พร้อมกล่าวว่า งานนี้ เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนนำ้หนักของ U2T จากงานด้านการพัฒนาพื้นที่และชุมชน มาเป็นการทำเรื่องโควิดมากขึ้น โดยผู้ได้รับการจ้างงาน จะทำกิจกรรมในชุมชนเพื่อให้ปลอดเชื้อ สะอาด ปลอดภัย ให้เด็กได้มีโรงอาหารที่สะอาดปลอดเชื้อ มีการทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ในโรงเรียน และยังมีนิทรรศการให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจ โดย จ.นครนายก มทร.ธัญบุรีสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อได้เรียนรู้และมีประสบการณ์

    อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าในปีต่อไปรัฐบาลอาจจะให้เงินสนับสนุนโครงการต่อ แต่ถึงจะไม่ได้รับงบ มทร. ทั่วประเทศก็พร้อมดำเนินการ โดยจะใช้งบของมหาวิทยาลัยทำเอง ถ้าเป็นไปได้ อว.จะไปเชิญ มรภ.ทั่วประเทศหรือในบางพื้นที่ทำต่ออีกด้วย ส่วนชาวบ้านที่นี่พร้อมมากที่จะฉีดวัคซีน จากการที่เด็กๆ และอาจารย์เข้าไปทำความเข้าใจ ทำให้มีความมั่นใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ให้การสนับสนุนมาก แทบทุกจังหวัดยินดีสนับสนุนโครงการนี้และมีงบประมาณสำหรับเรื่องโควิดอยู่แล้ว

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529140028222 664 ปศุสัตว์จังหวัดเลย เร่งตรวจและปราบปรามโรคลัมปี-สกิน ในโค-กระบือ "            เมื่อวันที่ (29 พ.ค.2564) นายสุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย กล่าวว่า จากการระบาดของโรคลัมปี-สกิน (Lumpy skin disease : LSD) ในพื้นที่จังหวัดเลย ขณะนี้แพร่กระจายเกษตรกรได้รับผลกระทบทั้ง 14 อำเภอ กับโคเนื้อ โคนม และกระบือ แยกเป็นโคเนื้อได้รับผลกระทบ 79 ราย จำนวนโคเนื้อ 583 ตัว โคนม 1 ราย จำนวน 1 ตัว สำหรับสถานการณ์สัตว์ที่เจ็บป่วยนั้น ประกอบด้วย โคเนื้อ 161 ตัว ตายแล้ว 1 ตัว ส่วนโคนม 1 ตัว สำหรับกระบือยังไม่พบสัตว์เจ็บป่วย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยเร่งดำเนินการจัดหน่วยสัตวแพทย์ออกไปบริการ ตรวจสุขภาพสัตว์ เพื่อควบคุม ป้องกัน รักษา ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคตามคอกตามโรงเรือนสัตว์ทุกสัปดาห์ เช่น วันที่ 2 มิ.ย.2564 มีกำหนดการออกหน่วยที่บ้านนาซ่าว ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน จ. เลย

            ปศุสัตว์จังหวัดเลย กล่าวอีกว่า เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปี สกิน หลายพื้นที่ทั้งปศุสัตว์เขต 3, 4 และ เขต 7 และมีแนวโน้มที่โลกจะแพร่กระจายไปในวงกว้างซึ่งสอดคล้องกับผลการสอบสวนโรคมาจากปัจจัยการเคลื่อนย้ายโคกระบือมีชีวิตจากพื้นที่เกิดโรคไปยังพื้นที่อื่นซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการแพร่ระบาดไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ได้ จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคหรือพาหะของโรคดังกล่าว ดังนั้นเพื่อให้เกิดการควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์เพื่อลดการแพร่ระบาดอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์พ. ศ. 2558 จังหวัดเลย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย ดำเนินการเร่งด่วนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงนามออกเป็นประกาศเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปี-สกิน (Lumpy skin disease : LSD )

            ดังนั้น เพื่อให้ท้องที่ทุกหมู่บ้านทุกตำบลทุกอำเภอของจังหวัดเลยเป็นเขตโรคระบาดชนิดโรค lumpy skin ในชนิดสัตว์โคกระบือและห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ในเขตพื้นที่ตำบลหมู่บ้านทุกอำเภอการเข้าออกผ่านหรือภายในเขตโรคระบาดเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ 2558 ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ 2558 พร้อมกับประชาสัมพันธ์ไปส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ เกษตรกรทุกหมู่บ้าน รับทราบเพื่อถือปฏิบัติด้วยแล้ว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.เลย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529145206243 665 "สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมคิกออฟ ป้องกันโรค ""ลัมปี สกิน"" ในโค-กระบือ หลังพบการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอจุน จังหวัดพะเยา" "

          เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค สำนักงานป้องกันโรคภาคเหนือ กรมปศุสัตว์ ได้นำสารเข้าทำการฉีดพ่นบริเวณ คอกวัวของเกษตรกรในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยยางขาม อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อที่เป็นพาหะของการนำไปสู่โรค ""ลัมปี สกิน"" หลังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่ 3 ตำบล อำเภอจุน จังหวัดพะเยา โดยพบว่าฟาร์มวัว จำนวน 4 ฟาร์ม มีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว และมีโคที่ป่วย จำนวนรวม 22 ตัว ซึ่งวานนี้ (28 พ.ค. 64) ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมคิกออฟ ป้องกันโรค ""ลัมปี สกิน"" ในโค-กระบือ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปสู่พื้นที่อื่น

          นายอัครา พรหมเผ่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ทาง อบจ.พะเยา ได้บูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ในการเฝ้าระวังป้องกัน โดยการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ระงับการแพร่ระบาดของโรคระบาด ""ลัมปี สกิน"" โดย อบจ.พะเยา ได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำนวัตกรรมใหม่ ซิลเวอร์นาโน เข้ามาช่วยป้องกันการแพร่ระบาดโรคดังกล่าว นอกจากนี้ อบจ.พะเยา ได้ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค-กระบือ พร้อมทั้งได้จัดตั้งกองทุนในการรับซื้อลูกโค-กระบือ กรณีที่โค-กระบือ ของเกษตรกรเสียชีวิต เพื่อเป็นการเยียวยาให้กับเกษตรกรให้ได้มีเงินทุนในการเลี้ยงโค-กระบือ ต่อไป

          ด้าน นายสัตว์แพทย์ สมบัติ ศุภประภากร ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ""ลัมปี สกิน"" ได้มีการระบาดในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลห้วยยางขาม ตำบลห้วยข้าวก่ำ และตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา โดยมีการแพร่ระบาดอยู่ 4 ฟาร์ม มีโค-กระบือ จำนวน 22 ตัวที่เกิดโรค ซึ่งขณะนี้ทางปศุสัตว์จังหวัดพะเยาได้ทำการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วนตามมาตรการควบคุมโรค พร้อมสั่งให้มีการกักโค และทำการรักษา ซึ่งถือว่าโชคดีที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดไปในพื้นที่อื่น

          สำหรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน ได้มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง เพื่อกำจัดเห็บ หมัด ตัวเหลือบ หรือแมลงวันคอก ที่เป็นพาหะนำโรคเข้าสู่สัตว์และแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น สำหรับอาชีพการเลี้ยงโค-กระบือ ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ถือว่าเป็นอาชีพที่สำคัญและสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ จำนวน 6,047 ราย มีโค-กระบือ จำนวนรวมกว่า 56,000 ตัว และแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท 

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคเหนือ พะเยา สวท.พะเยา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529143318232 666 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่งมอบโครงการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎร ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

          หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่งมอบโครงการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎร ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

          ที่หอประชุมศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พันเอก รฐนนท์ รัตนโสภณ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานส่งมอบโครงการต่าง ๆ ในการส่งเสริมอาชีพให้การช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ ลดรายจ่ายในการดำรงชีพและการใช้ชีวิตประจำวัน ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอด ตามพระราชปณิธาณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามที่ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัฐชาการกองทัพไทย ได้มอบหมายให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ขึ้น รวม 3 โครงการ ได้แก่ กลุ่มปั้นหม้อดินเผา กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์กลุ่มปลูกพืชเศรษฐ กลุ่มเลี้ยงโค ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กับราษฎรที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

          ในการนี้ พันเอก รฐนนท์ รัตนโสภณ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ได้พบปะราษฎรในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับราษฎรที่เข้าร่วมโครงการโดยมีราษฎรทั้ง 7 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลเชียงของ เข้าร่วมโครงการ รวม 15 ราย เพื่อสืบสานต่อยอดแนวทางพระราชดำริ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 ในการส่งเสริมสนับสนุนอาชีพด้านการเกษตร และปศุสัตว์ ได้แก่ อาหารสัตว์ ยาเวชภัณฑ์รักษาโรค ในการดูแลรักษาสัตว์ และอาหารสัตว์ สิ่งของและอุปกรณ์ ปุ๋ยในการบำรุงพืช ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ 2564 ให้กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 ราย

          พร้อมกันนี้ ได้มอบเครื่องไฟฟ้าปั้นหม้อดิน เครื่องปดหญ้าอาหารสัตว์ ให้แก่กลุ่มเลี้ยงโค มอบพันธุ์ปลาและอาหารปลา อาทิ การเลี้ยงปลาในบ่อสระ การเลี้ยงกบ การไก่พื้นเมือง มอบพันธุ์ไม้ยืนต้น ให้กับราษฎร์ในพื้นที่ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มรายได้จากกิจกรรมที่ดำเนินการ และเป็นแบบอย่างแก่ชุมชน สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนการยกระดับในการดำรงชีพของตนเอง ในชุมชนได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต่อไป

2021-05-29T00:00:00 ภาคเหนือ น่าน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529143743235 667 คพ.เร่งแก้ปัญหาความเค็มสูงผิดปกติของแม่น้ำชีในพื้นที่ 6 จ.ภาคอีสาน สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักหลายจังหวัดแล้วน้ำสาขาไหลลงแม่น้ำชีและน้ำฝนได้ชะเอาตะกอนดินจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำ

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งแก้ปัญหาความเค็มสูงผิดปกติของแม่น้ำชีในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักหลายจังหวัดแล้วน้ำสาขาไหลลงแม่น้ำชีและน้ำฝนได้ชะเอาตะกอนดินจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำ

                นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์คุณภาพน้ำแม่น้ำชีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี ประสบปัญหากับความเค็มสูงผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อการผลิตประปาในหลายพื้นที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10-12 คพ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและหาแนวทางป้องกันแก้ปัญหาดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพน้ำจากสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติที่ติดตั้งในแม่น้ำชีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคมพบปริมาณค่าการนำไฟฟ้า (EC) มีค่าอยู่ในช่วง 1,267 – 4,750 ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร ถือว่าสูงผิดปกติจะเห็นได้ว่าค่าการนำไฟฟ้าแสดงถึงความเข้มข้นของปริมาณสารนำประจุไฟฟ้าในน้ำ เช่น โซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือ และจากสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ พบค่า EC เริ่มมีค่าสูงผิดปกติในพื้นที่ชัยภูมิช่วงปลายเดือนเมษายน สูงสุดวันที่ 25 เมษายน 2564 จนเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ขอนแก่นบริเวณตำบลท่าพระ โดยค่า EC สูงผิดปกติช่วงวันที่ 9 - 13 พฤษภาคม แล้วได้ไหลลงส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และยโสธร

                  สำหรับสาเหตุสำคัญเกิดจากช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีฝนตกหนักในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้น้ำสาขาไหลลงแม่น้ำชีและน้ำฝนได้ชะเอาตะกอนดินจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำที่มีลักษณะทางธรณีเป็นพื้นที่มีปัญหาดินเค็มตามธรรมชาติ แล้วไหลลงมามากผิดปกติเมื่อฝนตกหนักช่วงฤดูฝนแรก จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำชีและลำสาขาเพิ่มเติม พบค่าการนำไฟฟ้าในแม่น้ำชีและลำสาขา มีค่าอยู่ช่วง 119.1-1,401 ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร ส่วนค่าคลอไรด์ มีค่าอยู่ในช่วง 5.5-380 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยมีค่าสูงสุดบริเวณอ่างเก็บน้ำบึงละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจากการสังเกตพบพื้นที่โดยรอบบึงละหานช่วงหน้าแล้งจะมีคราบเกลือปรากฏเป็นบริเวณกว้าง เมื่อเกิดฝนตกหนัก คราบเกลือดังกล่าวจะถูกน้ำฝนชะลงอ่างเก็บน้ำบึงละหานก่อนระบายออกสู่แม่น้ำชีผ่านทางลำคันฉู ทั้งกิจกรรมต่างๆของประชาชนที่อยู่บริเวณด้านบนอ่างเก็บน้ำบึงละหานเป็นผลให้บึงละหานมีค่าความเค็มเพิ่มขึ้นและระบายลงสู่แม่น้ำชี เป็นผลให้ค่าความเค็มในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา

                  อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า จากสภาพของแม่น้ำชีที่ค่าความเค็มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคหลายแห่งประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ประกอบด้วย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสารคาม การประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด เบื้องต้นการแก้ปัญหา คพ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ประสานงานกับเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว และเขื่อนร้อยเอ็ด เพื่อเร่งระบายปริมาณน้ำเดิมและปล่อยปริมาณน้ำใหม่มาเจือจาง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์และชี้แจงผ่านช่องทางต่างๆให้ประชาชนได้ทราบ เพิ่มความถี่การตรวจวัดคุณภาพน้ำค่าคลอไรด์ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง ในแต่ละวันเพื่อแจ้งเตือนประชาชน และประสานหน่วยงานราชการพื้นที่ปลายน้ำที่จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำเค็มที่จะไหลเข้าพื้นที่ให้เตรียมรับมือ

2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529134649220 668 กอนช.คาดการณ์ฝนยังตกหนักถึงสิ้น พ.ค.นี้ พร้อมคาดปีนี้มีฝนมากกว่าปีก่อน โดยจะมีฝนตกชุกและมีพื้นที่เสี่ยงท่วมมากที่สุดช่วง ส.ค.ถึง ก.ย.

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) คาดการณ์ฝนยังตกหนักถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมคาดปีนี้มีฝนมากกว่าปีก่อน โดยจะมีฝนตกชุกและมีพื้นที่เสี่ยงท่วมมากที่สุดช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 

                นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศได้ทันท่วงที จากการรายงานสถานการณ์ปัจจุบันพบช่วงวันที่ 28 - 30 พฤษภาคมร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขณะที่ช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม – 3 มิถุนายนร่องมรสุมจะมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่จะยังมีฝนตกหนักได้บางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักภาคตะวันออกและภาคกลางมีระดับน้ำปานกลางถึงระดับน้ำมาก ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ยังมีระดับน้ำน้อยถึงระดับน้ำปานกลาง กับมีน้ำล้นตลิ่งบริเวณคลองชี ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง แล้วมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง กอนช. ยังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

                รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวย้ำว่า ฤดูฝนปีนี้คาดจะมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้วและมากกว่าค่าปกติร้อยละ 5-10 ซึ่งฝนจะตกชุกหนาแน่นช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน เนื่องจากจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 2-3 ลูก แล้วมีโอกาสสูงจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ทำให้ กนอช. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเมินคาดการณ์ เพื่อทบทวนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยตลอดฤดูฝนนี้เป็นรายเดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม รวมทั้ง เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากและต้องบริหารจัดการน้ำให้อยู่ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้มีช่องว่างเพียงพอสำหรับรองรับน้ำช่วงฤดูฝนนี้ พร้อมรับมือสถานการณ์ช่วงฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์จริงล่วงหน้า แล้วประสานงานเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง กอนช. และศูนย์บรรเทาภัย 7 เครือข่ายหลักจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้สามารถแก้ปัญหาเร่งด่วน ช่วยเหลือ เยียวยา และบรรเทาผลกระทบได้รวดเร็ว รวมถึง พื้นที่เสี่ยงบางแห่งที่อาจจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำจากฝนตกน้อยบางช่วงเวลาด้วย

2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529143830238 669 สหกรณ์นครพนม ชวนซื้อปลานิลช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤติโควิด-19 "

            ที่จังหวัดนครพนม ว่าที่ร้อยตรี ประสิทธิ์ชัย บุระเนตร สหกรณ์จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังจำหน่ายได้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางในตลาดสด ตลาดนัดที่มีการรับจำนวนน้อยลง เนื่องจากประชาชนมาจับจ่ายในตลาดน้อยลง ตลาดนัดบางแห่งก็ไม่ได้เปิดเหมือนช่วงเหตุการณ์ปกติ งานรื่นเริงที่มีการรวมกลุ่มกันมากๆ ก็ยังไม่สามารถจัดได้ หรือแม้แต่การตระเวนจำหน่ายในพื้นที่ก็มีการรับซื้อน้อยลงเช่นเดียวกัน ทำให้กลุ่มเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายได้ตามเป้าที่วางไว้จากเดิมที่เคยขายได้ประมาณวันละ 1 ตัน ก็เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยกิโลกรัม ทำให้มีปลานิลตกค้างอยู่ในกระชังเป็นจำนวนมาก สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม จึงได้ทำการการประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปช่วยซื้อผลผลิตปลานิลของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบฯ เพื่อให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลในกระชัง ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้นำปลานิลคุณภาพสดๆ จากกระชังของตนเองมาวางจำหน่าย เป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรได้มีรายได้ ซึ่งได้เริ่มทำการจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และมีหลายหน่วยงานได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนช่วยซื้อ อาทิ เรือนจำกลางนครพนม มณฑลทหารบกที่ 210 ด่านกักกันสัตว์นครพนม ฯลฯ และในวันนี้สหกรณ์ฯได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ เข้าร่วมช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานครพนม จำกัด ทำการส่งมอบปลานิลคุณภาพสดๆ ให้ทางเรือนจำกลางนครพนม ที่ช่วยสนับสนุนช่วยซื้อเป็นจำนวนมากถึง 1,200 กิโลกรัม เพื่อนำมาประกอบอาหารเลี้ยงผู้ต้องขังในเรือนจำ สร้างความดีใจให้กับสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานครพนม จำกัด เป็นอย่างมาก

            สหกรณ์จังหวัดนครพนม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเลือกซื้อปลานิลคุณภาพจากแหล่งต้นน้ำ เพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ จากสหกรณ์ผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ได้ในราคากิโลกรัมละ 55 บาท หากชำแหละให้ราคากิโลกรัม 60 บาท ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เริ่มเวลา 09.00 น. ที่จุดจำหน่ายบริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.นคพนม จำกัด ตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครพนม หรือโทรศํพท์สั่งซื้อได้ที่ 087 226 2563 / 042 511 228 ต่อ 16 

            ภาพ/ข่าว : ศริญญา อ่อนหวาน


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529151725252 670 "ลำปาง เดินหน้าสู้ไฟป่าและฝุ่นควัน จัดโครงการ ""ป่าชุมชนอาสา ประชาร่วมใจ คืนเมล็ดไม้ให้แผ่นดิน""" "            องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ร่วมกับสมาคมเพื่อการเรียนรู้ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง อาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน บริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่ายป่าชุมชน จัดโครงการป่าชุมชนอาสา ประชาร่วมใจ คืนเมล็ดไม้ให้แผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันป่าชุมชน (29 พฤษภาคม 2564) และวันสิ่งแวดล้อมโลก (5 มิถุนายน 2564) โดยมี นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน และ นายสุมัย หมายมั่น นายกสมาคมเพื่อการเรียนรู้ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ บริเวณวัดบรรพตสถิต ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

            สำหรับโครงการป่าชุมชนอาสา ประชาร่วมใจ คืนเมล็ดไม้ให้แผ่นดิน เป็นโครงการที่จัดหาเมล็ดพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดที่มีใบสีเขียวครึ้มตลอดทั้งปี หรือมีการผลัดใบในช่วงเวลาอันสั้น โดยนำเมล็ดพันธุ์มารวมกัน จากนั้นนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 7 รูป มาประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเมื่อทำพิธีแล้วจะได้มอบเมล็ดพันธุ์ไม้ให้แก่เครือข่ายทั้ง 13 อำเภอ นำไปปลูกในป่าชุมชน เพื่อสร้างป่าชุมชนที่สมบูรณ์ ชุมชนสามารถพึ่งพิงป่าในด้านอาหาร รวมทั้งเป็นต้นน้ำและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

            ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 (ลำปาง) ได้ร่วมสมทบทุนถวายผ้าป่ากองทุนสนับสนุนหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าด้วยเมล็ดไม้ และเผยแพร่ชุดเอกสาร ""เกณฑ์ประเมินความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง"" ภายใต้โครงการสำรวจศักยภาพชุมชนด้านการจัดการไฟป่าและฝุ่นควัน และเอกสารศักยภาพชุมชนด้านการจัดการไฟป่าและฝุ่นควัน จังหวัดลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพื่อให้เครือข่ายป่าชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไปด้วย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



" 2021-05-29T00:00:00 ภาคเหนือ ลำปาง สวท.ลำปาง https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529165037301 671 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองกว่า 100 ตัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 "            ช่วงบ่ายวันนี้ (29 พ.ค. 64) นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ ณ วัดเกษตรชลธี  ม.1 ต.ตะเครียะ อ.ระโนด   จ.สงขลา ปล่อยคาราวานขบวนฟักทอง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธีในครั้งนี้

            นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในเรื่องพริกเขียวมัน และฟักทอง ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศมาเลเซียลดการรับซื้อจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ ในส่วนของพริกเขียวมันนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดโครงการนำเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน กิโลกรัมละ 5 บาท ช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายพริกเขียวมันได้ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งถือว่าพออยู่ได้ และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

            ขณะที่การแก้ปัญหาผลผลิตฟักทอง ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสงขลา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ประสานหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา หน่วยงานทหาร และห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น รับซื้อฟักทองจากเกษตรกรโดยตรง ช่วยให้สามารถกระจายฟักทองได้เป็นจำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีการกระจายผลผลิตฟักทองไปแล้ว กว่า 400 ตัน และในวันนี้ ได้ปล่อยขบวนฟักทองอีก จำนวนกว่า 100 ตัน ไปยังกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก จนถึงชายแดนจังหวัดตราด และยังมีการประสานรับออเดอร์จากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองโดยตรงในช่วงสถานการณ์นี้

            สำหรับภาพรวมผลผลิตฟักทองที่จังหวัดสงขลา ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 4,000 ตัน  ปลูกมากที่สุดในพื้นที่อำเภอระโนด 2,800 ตัน อำเภอเทพา 350 ตัน อำเภอสทิงพระ  300 ตัน อำเภอกระแสสินธุ์ 250 ตัน และอำเภอจะนะ 225 ตัน เป็นต้น คาดว่ามาตรการในครั้งนี้จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองได้อีกทางหนึ่ง และจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ในส่วนของผลไม้อื่น ๆ ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียม 16  มาตรการรองรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND




" 2021-05-29T00:00:00 ภาคใต้ สงขลา สวท.สงขลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529164217297 672 อธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยันหมูไทยปลอดภัย แจงส่งออกหมูไปเวียดนามตามข้อกำหนด "    อธิบดีกรมปศุสัตว์“ยืนยันหมูไทยปลอดภัย” แจงส่งออกหมูไปเวียดนามตามข้อกำหนด ผลตรวจโรค ASF ก่อนการส่งออกไม่พบเชื้อ สั่งเข้มยกระดับมาตรการตรวจสอบที่ด่านท่าออกเข้มงวดขึ้น


    นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าจากกรณีที่กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม ได้ส่งจดหมายถึงสถานเอกอัครราชฑูตไทยในกรุงฮานอย แจ้งว่าเวียดนามจะห้ามนำเข้าสุกรขุนมีชีวิตจากประเทศไทย มีผลวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป สาเหตุสืบเนื่องจากตรวจพบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรนั้น ในประเด็นดังกล่าว กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับพบว่าสุกรสล๊อตดังกล่าวพบผลการสุ่มตรวจโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทางห้องปฏิบัติการตามข้อกำหนดก่อนการส่งออกไปยังเวียดนามนั้น ปรากฏว่าไม่พบเชื้ออหิวาต์แอฟริกาหรือASF


    “อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้า ในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพสุกรของประเทศไทย กรมปศุสัตว์ได้สั่งชะลอการส่งออกสุกรมีชีวิตของฟาร์มและบริษัทฯ ที่ประเทศเวียดนามแจ้งว่าตรวจพบผลบวกดังกล่าวแล้วและจะเร่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วสรุปรายงานให้ทางประเทศเวียดนามทราบ”


    อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ยังได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบสุกรมีชีวิตก่อนการส่งออกให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการส่งออกสุกรทุกรายได้ทราบว่า สุกรมีชีวิตทุกชนิดที่จะส่งออกไปยังเวียดนามต้องได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ด่านกักกันสัตว์ท่าออกอีกครั้ง ก่อนอนุญาตให้ส่งออก โดยสุ่มเก็บตัวอย่างสุกรบนรถขนสุกรทุกคันบริเวณจุดขนถ่ายสุกร ณ ท่าส่งออก หรือจุดที่ด่านกักกันสัตว์กำหนดจำนวน 10 ตัวอย่าง/คัน


    “มาตรการที่ยกระดับขึ้นมานี้ ให้มีผลบังคับใช้ในทันที เพิ่มเติมจากข้อกำหนดเดิมของประเทศเวียดนามที่กำหนดไว้ว่า สุกรขุนมีชีวิตต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สุกรขุนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) และโรคกลุ่มอาการทางระบบสืบพันธุ์และทางเดินหายใจ (PRRS) รวมทั้งต้องได้รับการตรวจจากห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ว่าสุกรขุนปลอดจากโรคอหิวาต์แอฟริกา ในสุกร (ASF) โรคแท้งติดต่อ (Brucellosis) โรคฉี่หนู (Leptospirosis) และปลอดจากสารเร่งเนื้อแดง (Beta-Agonist) โดยหลังจากนี้เป็นต้นไป หากพบว่ายังมีปัญหากับเวียดนาม ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม กรมปศุสัตว์จะพิจารณาระงับการส่งออกสุกรมีชีวิตไปยังเวียดนามโดยทันทีต่อไป”


    น.สพ.สรวิศฯ กล่าวต่อไปอีกว่า กรมปศุสัตว์มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกรอย่างเข้มงวด ที่ผ่านมารัฐบาลได้ยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการลักลอบนำสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เข้าประเทศ เฝ้าระวังและค้นหาโรคเชิงรับและเชิงรุก เช่น การเฝ้าระวังทางอาการในฟาร์ม การเฝ้าระวังในโรงฆ่าสัตว์ การเฝ้าระวังในซากและผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาด การประเมินความเสี่ยงระดับอำเภอทั่วประเทศ เพื่อกำหนดมาตรการการควบคุมการเคลื่อนย้าย ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละระดับความเสี่ยง ตลอดจนดำเนินการลดความเสี่ยงต่อโรคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยการทำลายสุกรในฟาร์มที่มีความเสี่ยงสูงมาก เป็นต้น


    “ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสุกรของประเทศไทย โดยการกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์นั้น มีการพัฒนามาตรฐานการผลิตเนื้อสุกรตลอดห่วงโซ่การผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสุกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร (Good Agricultural Practices : GAP) โรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับการรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงฆ่าสัตว์ (Good Manufacturing Practice : GMP) จนถึงโรงงานแปรรูปที่ต้องปฏิบัติตามหลักสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Hygienic Practice : GHP) และการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Point : HACCP)”


“สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความมั่นใจในความสะอาดปลอดภัย ได้มาตรฐานขอแนะนำให้เลือกซื้อเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากสถานที่จำหน่ายที่มีตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ซึ่งผ่านการตรวจรับรองความปลอดภัยจากกรมปศุสัตว์ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของแหล่งผลิตได้ และจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ผลิตพัฒนาการผลิตเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานต่อไปอีกด้วย” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

" 2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529222622351 673 กอนช.เฝ้าระวังแม่น้ำโขงลดลงอย่างฉับพลันจากการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน พร้อมแจ้งเตือน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงพร้อมรับมือ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังแม่น้ำโขงลดลงอย่างฉับพลันจากการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมแจ้งเตือน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงพร้อมรับมือ

              กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างฉับพลัน หลังพบระดับน้ำจากสถานีจิ่งหงลดลงอย่างฉับพลัน เนื่องจากการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง สาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วงวันที่ 28 - 29 พฤษภาคม จากเดิม 2,525 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือเพียง 1,854 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงถึง 671 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เบื้องต้น กอนช.ได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากการลดการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง จึงออกประกาศแจ้งเตือนผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ประกอบด้วย ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว บริเวณสถานีเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย คาดการณ์ระดับน้ำลดลง 80 - 100 เซนติเมตร ช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน // ช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว บริเวณอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย , อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงโดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง รวมถึง ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย

2021-05-29T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529224218352 674 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,815 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 50.526 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.5 ล้านโดส "

 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,815 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 50.526 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.5 ล้านโดส

    ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,815 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 30.9 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอล ได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 292 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 134 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

    ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 50.526 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 32.7% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 26.758 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 3,504,125 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 39.4%

" 2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530090112362 675 มูลนิธิโครงการหลวง แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลกะหล่ำ ระวัง “เพลี้ยอ่อน” ระบาด

        คณะทํางานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร และเอกสารวิชาการ ศูนย์อารักขาพืช มูลนิธิโครงการหลวง แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยให้ระวัง “เพลี้ยอ่อน” ซึ่งเป็นศัตรูพืชในตระกูลกะหล่ำ เช่น คะน้า กะหล่ำปลี ผักกาดขาว กะหล่ำดอก บรอกโคลี ฯลฯ โดยให้ระมัดระวังในทุกระยะการเจริญเติบโต เนื่องด้วยสภาพอากาศช่วงอากาศร้อน มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ก่อให้เกิดการระบาดของเพลี้ยอ่อน ที่สามารถเข้าทำลายพืชได้ทั้งในระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัย โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชทั้งส่วนยอด ใบอ่อน และใบแก่ สำหรับลักษณะอาการที่เห็นได้ชัด คือ ส่วนยอด และใบจะหงิกงอ เมื่อจำนวนเพลี้ยอ่อนเพิ่มมากขึ้นพืชจะเหี่ยว ใบที่ถูกทำลายจะค่อย ๆ มีสีเหลือง

        สำหรับแนวทางป้องกัน/แก้ไข 1.รักษาความชื้นในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ 2. หากเริ่มพบการทำลายแต่ยังไม่มากควรพ่นด้วยน้ำหมักสมุนไพร สูตรพีพี 1 หรือพีพี 3 หรือเชื้อราบูเวเรีย บัสเซียน่า (พีพี-เบ็บ) หรือสบู่อ่อน หรือสารสกัดจากเมล็ดสะเดาบด 3.หากระบาดมากให้ใช้สารเคมี เช่น ไดโนทีฟูเรน (สตาร์เกิล) ฟิโปรนิล (แอสเซนด์) อิมิดาคลอพริด (แอดมาย, โปรวาโด, คอนฟิดอร์) อะเซทามิพริด (โมแลน) ใช้ 2 ใน 3 ชนิดนี้พ่นสลับกัน 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 

2021-05-30T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530090247363 676 เกษตรกรสกลนคร ปลื้ม ใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ ลดต้นทุนได้อย่างมาก

        สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ ลดต้นทุนอาหารสัตว์ สร้างความพึงพอใจให้แก่เกษตรกร

        นายวัชรา คำภาบุตร เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะภูพาน บ้านชลประทาน ตำบลหลุบเลา อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ได้รวมกลุ่มกันเลี้ยงแพะ จำนวน 60 ตัว เมื่อปี 2563 แต่ประสบปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์มีราคาแพง ทำให้เงินที่ได้จากการจำหน่ายแพะ เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วแทบไม่เหลือกำไรและคิดว่าคงจะเลี้ยงแพะต่อไปอีกไม่ไหว สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร ได้เข้ามาให้คำแนะนำ และส่งเสริมให้ปลูกแหนแดงเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยง จึงได้ทดลองปลูกแหนแดงตามคำแนะนำ และใช้แหนแดง ซึ่งมีสารอาหารโปรตีนสูงถึงร้อยละ 30 มาผลิตเป็นอาหารสัตว์ โดยนำแหนแดงผสมกับรำกลาง เกลือ และผงพรีมิกส์ ทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ ราคาต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 2 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่เคยซื้ออาหารสัตว์กิโลกรัมละประมาณ 10-15 บาท ทำให้ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงได้เป็นอย่างดี สร้างความพึงพอใจให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเป็นอย่างมาก

         ด้านนายวีระสันติ ประทุมพล ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดสกลนคร ประสบปัญหาต้นทุนในการเลี้ยงแพะมีราคาสูง จึงได้เร่งส่งเสริมการปลูกแหนแดงให้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงแพะ ทำให้ลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งเตรียมจัดตั้งสมาคมแพะสกลนคร เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแพะให้ได้ราคาที่เป็นธรรม และส่งเสริมการเลี้ยงแพะอย่างมีคุณภาพต่อไป



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND 


2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530094446370 677 นายกรัฐมนตรี กำชับเกษตรจังหวัดปรับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลน้ำกับเกษตรกรในฤดูเพาะปลูกรวดเร็ว-ทั่วถึง ลดความเสียหาย

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ เพราะการปลูกข้าวนาปีต้องอาศัยน้ำฝน แต่ปีนี้เกษตรกรต้องเผชิญกับฝนขาดช่วงในต้นฤดูกาล ทำให้บางพื้นที่ขาดแคลนน้ำในช่วงต้น โดยฝนเริ่มตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม แต่หลายพื้นที่ยังขาดแคลนน้ำอยู่ จึงให้กรมชลประทาน เร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของนาข้าวที่ได้มีการเพาะปลูกไปแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรี กำชับให้สำนักงานเกษตรแต่ละจังหวัด ติดตามการพยากรณ์อากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา และการรายงานสถานการณ์น้ำของสํานักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ หากพื้นที่ใดยังไม่เหมาะต่อมาการเพาะปลูก ให้มีการประชาสัมพันธ์แก่เกษตรกรได้รับทราบอย่างทั่วถึง พร้อมมีการแจ้งถึงแนวทางการดูแลการเพาะปลูกอย่างเหมาะสม โดยช่วงเวลาของการเพาะปลูก ซึ่งต้องคำนึงฤดูน้ำหลากที่จะมาถึงด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชาสัมพันธ์ สื่อสารกับเกษตรกร แต่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ทำให้บางครั้งแม้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการปฎิบัติตามข้อแนะนำ ส่งผลให้การเพาะปลูกได้รับความเสียหาย จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการ ในการปรับปรุงระบบประชาสัมพันธ์ ให้เข้าถึงเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด โดยนอกจากช่องทางการสื่อสารหลักที่มีอยู่แล้ว ควรพิจารณานำรูปแบบการสื่อสารระบบออนไลน์มาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะถือเป็นรูปแบบการสื่อสารใหม่ ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายและทั่วถึง

นายกรัฐมนตรี ย้ำให้แต่ละพื้นที่ปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืช ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม ให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้ พร้อมการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปีด้วย ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย พร้อมมีระบบการแจ้งเตือนประชาชนที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่การเกษตรให้ได้มากที่สุด พร้อมเน้นย้ำนโยบายการพัฒนาข้าว รวมถึงพืชเศรษฐกิจต่างๆ ให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมให้ยึดหลักการการตลาดนำการเพาะปลูก ผลผลิตต้องไม่เกินความต้องการ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ 



2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124955450 678 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง

                 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (30 พ.ค.64) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.เชียงราย 46 มิลลิเมตร // ชัยภูมิ 29 มิลลิเมตร // ตาก 103 มิลลิเมตร // ตราด 35 มิลลิเมตร // กรุงเทพมหานคร 45 มิลลิเมตร และยะลา 55 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลัก ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มลดลง สำหรับแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 37,743 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,011 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 7 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก 1 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และเฝ้าระวังน้ำหลาก - ดินถล่มบริเวณจังหวัดตาก พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดตากและพังงา

                 กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ติดตามแนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและปัญหาคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมชลประทานตรวจสอบความพร้อมของคลองธรรมชาติ เพื่อการระบายน้ำช่วงฤดูฝนนี้ และเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ

สำรองไว้ใช้กรณีฝนน้อยในพื้นที่ ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ นำรถบรรทุกน้ำเติมน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้านและจ่ายน้ำให้ประชาชน เพื่อใช้ในการอุปโภค - บริโภคในพื้นที่ บ้านม่วงตาล ต.นายาง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124121442 679 จ.ร้อยเอ็ด ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ "

        วันที่ 30 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ หมู่ที่ 7 ตำบลปอภาร อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ โดยมี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ เข้าร่วมกิจกรรม

        นายปัญญา มูลคำกาเจริญ ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า กิจกรรมป้องกันกำจัดแมลงพาหะนำโรคล้มปี สกิน ในครั้งนี้ จากการพบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในทุกอำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด

        ปัจจุบันมีรายงานสัตว์ป่วย จำนวน 890 ตัว และสัตว์ตาย จำนวน 37 ตัว ทั้งหมดเป็นโคเนื้อ และมีแนวโน้มแพร่กระจายของโรคเป็นวงกว้าง เนื่องจากมีแมลงดูดเลือด เช่น ยุง เหลือบ ริ้น แมลงวัน และเห็บ เป็นพาหนะนำโรค จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้ประกาศให้ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ เป็นเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ เพื่อเฝ้าระวังควบคุมโรค และให้ความช่วยเหลือ เยียวยา บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรตามระเบียบของทางราชการ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค จำเป็นต้องกำจัดแมลงพาหะนำโรค และแหล่งเพาะพันธุ์ โดยเร่งด่วน ""ไม่ให้เกิด ไม่ให้กัด"" โดยได้ร่วมมือกับตำบลปอภาร จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ แจกจ่ายเวชภัณฑ์ และหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพสัตว์ของเกษตรกร และเปิดกิจกรรม ""วันรณรงค์ป้องกันกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน"" ให้เกษตรกรเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

         กิจกรรมประกอบด้วย การมอบเวชภัณฑ์รักษาโรคลัมปี สกิน แก่ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านเพื่อนำไปช่วยรักษาโรคลัมปี สกิน ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ในหมู่บ้าน การปล่อยขบวนรณรงค์ เพื่อลงพื้นที่คอกสัตว์ โค-กระบือ เพื่อการกำจัด แมลงนำโรค การฉีดยารักษาโรคให้แก่โคเนื้อที่ติดเชื้อ โรคลัมปี สกิน การทายารักษาแผลที่เกิดจากโรคลัมปี สกิน ให้แก่โคเนื้อ เป็นต้น



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT#ILOVETHAILAND

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

 

" 2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยเอ็ด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124950449 680 ศรีสะเกษ ติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ระดับจังหวัด "            เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารส่งเสริมเกษตรอินทรีย์วิถีศรีสะเกษ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2564 เพื่อพิจารณากลั่นกรอง อนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ มีแปลงใหญ่ที่พิจารณากลั่นกรอง 254 แปลง ในพื้นที่ 22 อำเภอ โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองระดับอำเภอ อีกทั้งการกลั่นกรองของคณะทำงานระดับจังหวัดในการตรวจสอบคุณสมบัติ ความพร้อมในด้านต่างๆ และเป็นไปตามแนวทางการประมาณการราคาครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ ในโครงการเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

            ทั้งนี้ ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยการจัดจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม เว้นระยะห่าง เจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด

            โดยมี นายบุญมี สุระโคตร สมาชิกวุฒิสภา/ประธานแปลงใหญ่ ระดับจังหวัด นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ เกษตรอำเภอทุกอำเภอ ร่วมให้ข้อมูล


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND



" 2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530150711468 681 รมช.เกษตรและสหกรณ์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกิน ใน โค-กระบือ

        รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เร่งติดตามให้การช่วยเหลือดูแลเกษตรกร หลังเกิดโรคลัมปีสกินระบาดในโค-กระบือ ในพื้นที่มีสัตว์ตาย 338 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 5,500 ราย

        วันนี้ (30 พ.ค.64) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลโนนสูง อำเภอยางตลาด และพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รายงานถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 

        ทั้งนี้จังหวัดกาฬสินธุ์เกษตรกรนิยมเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 88,771 ราย มีจำนวนโคเนื้อ 108,411 ตัว คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2,700 ล้านบาท ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคลำปีสกิน ครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ทำให้จังหวัดกาฬสินธุ์ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 โดยห้ามมิให้เคลื่อนย้ายสัตว์ชนิดโค- กระบือ หรือซากสัตว์เข้าออกผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปีสกินของจังหวัดกาฬสินธุ์มีสัตว์ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์-29 พฤษภาคม 2564 รวม 18 อำเภอ จำนวน 9,994 ตัว แบ่งเป็นโคเนื้อ 9,978 ตัว โคนม 6 ตัว กระบือ 10 ตัว สัตว์ตาย 338 ตัว และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 5,586 ราย

        นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้เดินทางมาให้กำลังใจแก่เกษตรกร โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ และเร่งที่จะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะได้นำข้อมูลไปนำเสนอแก่นายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันได้นำเวชภัณฑ์และพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกสัตว์ให้แก่เกษตรกร เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการระบาดลุกลาม นอกจากนี้ยังได้เตรียมวัคซีน ซึ่งขณะนี้นำเข้ามาแล้ว 60,000 โดส โดยอยู่ระหว่างนำเสนอ อย. และเตรียมนำเข้ามาอีก 300,000 โดส เพื่อกระจายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคต่อไป


                -------เสียง-------

        น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาฬสินธุ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530151700471 682 รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกินในโค - กระบือ

            วันนี้ (30 พ.ค.64) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลโนนสูง อำเภอยางตลาด และพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อติดตาม ดูแล ช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน ในโค - กระบือ โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์เกษตรกรนิยมเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 88,771 ราย มีจำนวนโคเนื้อ 108,411 ตัว คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2,700 ล้านบาท การแพร่ระบาดของโรคลำปี สกิน ในครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ส่งผลให้จังหวัดกาฬสินธุ์ ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยห้ามมิให้เคลื่อนย้ายสัตว์ชนิดโค - กระบือ หรือซากสัตว์ เข้าออก ผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด

            นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เดินทางมาให้กำลังใจแก่พี่น้องเกษตรกร โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ และเร่งที่จะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกร ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะได้นำข้อมูลไปนำเสนอแก่นายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน ก็ได้นำเวชภัณฑ์และพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกสัตว์ให้แก่เกษตรกร เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการระบาดลุกลาม นอกจากนี้ยังได้เตรียมวัคซีน ซึ่งขณะนี้นำเข้ามาแล้ว 60,000 โดส โดยอยู่ระหว่างนำเสนอ อย. และเตรียมนำเข้ามาอีก 300,000 โดส เพื่อกระจายให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคต่อไป

            สำหรับสถานการณ์การรระบาดของโรคลัมปี สกิน ของจังหวัดกาฬสินธุ์ มีสัตว์ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ - 29 พฤษภาคม 2564 รวม 18 อำเภอ จำนวน 9,994 ตัว แบ่งเป็นโคเนื้อ 9,978 ตัว โคนม 6 ตัว กระบือ 10 ตัว สัตว์ตาย 338 ตัว และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 5,586 ราย


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สวท.กาฬสินธุ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530162421481 683 สวนสัตว์ขอนแก่นเร่งสกัดป้องกันโรคลัมปี สกิน ที่อาจเกิดในสัตว์ ที่กำลังระบาดหนักทั่วภาคอีสาน "            ตามที่ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นประชุมที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดขอนแก่น ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและการควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ โดยมีปศุสัตว์จังหวัดและนายด่านกักกันสัตว์ ในพื้นที่ 20 จังหวัดเข้าร่วมประชุม ซึ่งการระบาดของโรคลัมปี สกิน เกิดจากแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ โดยเฉพาะ แมลงวัน, ยุง ,เหลือบ เห็บ, หมัด, ริ้นและไร โดยจะแสดงอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทำให้เกษตรกรที่ไม่ได้ระวังตัวต้องประสบปัญหากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพื้นที่ภาคอีสานยอมรับว่าเกิดการระบาดของโรคอย่างแพร่หลาย

            ขณะนี้ จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ระบาดแล้ว 23 อำเภอ ดังนั้นการลงพื้นที่วันนี้ได้สั่งการหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เน้นการสื่อสารทำความเข้าใจแก่เกษตรกร  ผู้เลี้ยงโค-กระบือ ในเรื่องการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรครวมถึงการใช้วัคซีนภายในฟาร์มเนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น กล่าวว่า ทั้งนี้สวนสัตว์ขอนแก่นได้อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการระบาดของโรคลัมปีสกินไปแล้ว 23 อำเภอ อาจเสี่ยงต่อการระบาดของโรคดังกล่าวได้ เพื่อให้การควบคุม ป้องกัน และจำกัดโรค เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สวนสัตว์ขอนแก่นจึงมีมาตรการป้องกันกับสัตว์ที่อยู่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั่นก็คือวัววาตูซี่ โดยเข้มงวดการเฝ้าระวังและมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้ดีที่สุด โดยในการดำเนินการนั้น ได้ให้ นายสัตวแพทย์วชิราวิทย์ สมสา หัวหน้าฝ่ายบำรุงสัตว์ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคลัมปีสกินต่อไป

            นายสัตวแพทย์วชิราวิทย์ สมสา หัวหน้าฝ่ายบำรุงสัตว์ กล่าวว่า สวนสัตว์ขอนแก่นมีสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคลัมปีสกิน คือ วัววาตูซี่ ที่จัดแสดงอยู่บริเวณส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกาด้านบน หลังจากที่ทราบเรื่องการระบาดของโรคลัมปีสกิน ฝ่ายบำรุงสัตว์ จึงได้หารือกับผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่นพร้อมกับได้จัดทำแผนและมาตรการป้องกันเฝ้าระวังโรคลัมปีสกิน โดยการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงสัปดาห์ละ 2 ครั้งที่บริเวณส่วนจัดแสดงสัตว์ และที่กักสัตว์ นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งมุ้งไนล่อนขนาดใหญ่ที่ส่วนกักสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกันแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะ ไม่ว่าจะเป็นแมลงวัน, ยุง ,เหลือบ เห็บ, หมัด, ริ้นและไร เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกิน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น สวท.ขอนแก่น https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530170804487 684 จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในโอกาสวันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 "            วันนี้ (30 พฤษภาคม 2564) นายสมบรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย นายนที มนตริวัต รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในราชวงศ์จักรี และในโอกาสวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 จังหวัดชัยนาท โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และศูนย์ป่าไม้ชัยนาท ได้ร่วมกันจัดทำโครงการปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 จังหวัดชัยนาท ณ บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อ.เมืองฯ จังหวัดชัยนาท บนเนื้อที่ จำนวน 5 ไร่ มีพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ปลูกรวม 1,000 ต้น ได้แก่ มะค่าโมง ราชพฤกษ์ ประดู่ และสะเดา โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 25 - 30 พฤษภาคม 2564 เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน 

            ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวฯ จังหวัดชัยนาทยังได้เชิญชวนหน่วยงานทั้งภาคราชการ เอกชน และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณสำนักงาน และบริเวณที่พักอาศัย เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน             

            ส.ปชส.ชัยนาท


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล ชัยนาท สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530175406495 685 รับมอบวัคซีนลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ล๊อตแรก 60,000 โดส เร่งฉีดให้โค-กระบือ ในพื้นที่ระบาด

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีรับมอบวัคซีนโรคลัมปี สกิน พร้อมปล่อยขบวนรถขนส่งวัคซีนและทีมสัตวแพทย์ออกปฏิบัติงาน ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำเข้าวัคซีนโรคลัมปี สกิน (lumpy Skin) ด้วยเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ พบการติดเชื้อครั้งแรกในโคเนื้อของเกษตรกรอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และแพร่กระจายโดยมีแมลงเป็นพาหะไปยังโค-กระบือของเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ กว่า 35 จังหวัด ทำให้มีสัตว์ป่วยรวม 10,023 ตัว และตาย 93 ตัว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จโดยเร็ว กรมปศุสัตว์จึงได้ทำการจัดหาและสั่งซื้อวัคซีน LSDV จากประเทศแอฟริกาใต้ จำนวน 60,000 โดส และนำมาสู่การรับมอบในวันนี้ สำหรับวัคซีนล็อตแรก จะนำไปฉีดให้กับโค-กระบือของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ที่มีการระบาดเป็นหลักก่อน โดยต้องฉีดรอบจุดเกิดโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจายตามหลักวิชาการ และจะดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกร 

นอกจากนี้ ยังได้จัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 โดส เพื่อให้เพียงพอและสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย พร้อมย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวนี้ เป็นมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แก่เกษตรกรทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันทั้ง 5 มาตรการ ได้แก่ การควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ การเฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด การป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค การรักษาสัตว์ป่วยตามอาการและการใช้วัคซีนควบคุมโรค ยังต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อให้การระบาดสงบโดยเร็วที่สุดและไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต


 

2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530212754536 686 กรมปศุสัตว์มีมาตรฐานผลิตอาหารเข้มงวด มั่นใจอาหารปลอดภัย สินค้าปลอดโควิด

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อรายงานว่า พบพนักงานในโรงงานชำแหละไก่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากทางผู้ประกอบการได้ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข ในการตรวจค้นหาเชื้อเชิงรุก เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้รับการยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่ง โดยผู้ที่ติดเชื้อและผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยง ได้ถูกคัดแยกออกเพื่อเข้ารับการรักษาและกักตัวเพื่อสังเกตอาการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง ได้หยุดการผลิตพร้อมทั้งทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทันที รวมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่าง (swab) และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องแล้วไม่พบว่ามีเชื้อไวรัสหลงเหลืออยู่ กรมปศุสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น โดยกรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการป้องกันโรคโควิดในโรงงาน และตรวจสอบประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัยอาหารอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การเก็บรักษา และการขนส่งสินค้าเพื่อป้องกันการปนเปื้อน


อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้ส่งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ ไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก เพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานตรวจโรคสัตว์และกำกับดูแลการผลิตเนื้อสัตว์อย่างเข้มงวดตามหลักสุขอนามัยที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ของโรงงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 กรมปศุสัตว์ได้จัดทำแผนสุ่มตัวอย่างเนื้อสัตว์ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อการส่งออก และจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามตลาดสดเพื่อสุ่มเก็บตัวอย่าง โดยเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ไปแล้ว จำนวน 2,251 ตัวอย่าง ทุกตัวอย่างไม่พบว่ามีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 หากพบสินค้าที่มีความเสี่ยงหรือปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมปศุสัตว์จะไม่อนุญาตให้จำหน่ายหรือส่งออก ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจว่าเนื้อไก่มีความปลอดภัยไม่ปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 อย่างแน่นอน โดยผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากร้านค้าที่ได้รับการตรวจสอบและรับรอง เช่น ร้านค้าที่มีป้ายตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์ OK ซึ่งได้รับการรับรองโดยกรมปศุสัตว์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังต้องนำเนื้อไก่ไปผ่านกระบวนการความร้อนจนสุกก่อนรับประทาน ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสโควิด-19 และเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการรับประทาน


ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ กลุ่มตรวจสอบมาตรฐานด้านการปศุสัตว์ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ (สพส.) กรมปศุสัตว์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-653-4444 ต่อ 3134

2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530184024506 687 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,845 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง "

 อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,845 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 51.34 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.548 ล้านโดส

   ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,845 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 31.5 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 294 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 134 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

   ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้วประมาณ 51.34 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค ร้อยละ 32.7 ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด 26.889 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 3,548,330 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่าร้อยละ 39.9

" 2021-05-30T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530205633530 688 “น้องทหารอิ่มท้อง พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ” โครงการดีๆ จากกองทัพบกสู่ประชาชน "

ทหารค่ายพระยอดเมืองขวาง นครพนม ซับน้ำตาช่วยพี่น้องเกษตรกร รับซื้อผลผลิตล้นตลาดจากพิษโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

            ที่จังหวัดนครพนม พันโท ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3) มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรนครพนม จึงได้จัดกำลังพลลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนรับซื้อผลผลิตล้นตลาดจากพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ ขายออกยากเนื่องจากการเดินทางในสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ไม่มีพ่อค้าไปรับซื้อผลผลิตเหมือนเช่นเคย จนทำให้ราคาตกต่ำ หากไม่รีบขายออกตลาดผลผลิตอาจเสียหายและขาดทุน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ภายใต้โครงการของกองทัพบกที่มีนโยบายให้ทำการเข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรทั่วประเทศที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยกองทัพบกช่วยแบ่งเบาปัญหาตามโครงการ ""น้องทหารอิ่มท้อง พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ"" โดยเข้าช่วยเหลือทำการรับซื้อผลผลิตในแต่ละพื้นที่ที่พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบมีความเดือดร้อน

            โดยได้จัดกำลังพลทหาร ลงพื้นที่ทำการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกร นางพรรธ์ณภา อุดหนุน ที่บ้านหมู่ 5 ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม ทำการรับซื้อน้ำดอกไม้ จำนวน 100 กิโลกรัม รวมถึงพืชผักสวนครัว นำไปสนับสนุนเป็นเมนูอาหารเสริม ให้กำลังพลทหารในหน่วยได้รับประทานผลไม้ที่สดสะอาด ปลอดภัย รสชาติอร่อย ได้ช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด รวมถึงกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด แก้ปัญหาล้นตลาด และให้สามารถขายหมดได้ทันฤดูกาล ป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เนื่องจากช่วงนี้เสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อน

            จากนั้นลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรที่อำเภอบ้านแพง โดยประสานไปยัง นายสุพรรณ โกศล นายยกเทศมนตรีตำบลบ้านแพง นำไปยังพื้นที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด - 19 ข้าวโพดราคาตกต่ำในห้วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิตแต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อข้าวโพดที่สวนเหมือนเช่นเคย จนทำให้ราคาตกต่ำ หากไม่รีบขายออกตลาดผลผลิตก็จะเสียหายและขาดทุน เพราะเข้าสู่ฤดูฝน ร.3 พัน.3 จึงได้ทำการรับซื้อข้าวโพดจำนวน 200 กก. ในราคา 15 บาท/กก. และรับซื้อฟักทองของเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในพื้นที่ตำบลเดียวกันนี้ ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม ของทุกปี เป็นการเก็บเกี่ยวฟักทองที่ผ่านมามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 25 บาท แต่จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันบวกกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ทำให้ราคาตกต่ำเป็นอย่างมาก ประกอบกับพ่อค้าคนกลางกดราคาจนเหลือกิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งหน่วย ร.3 พัน.3 ได้ทำการรับซื้อฟักทอง จำนวน 500 กก. ในราคา 5 บาท/กก. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรอำเภอบ้านแพง ซึ่งฟักทองที่นี่นั้นมีรสชาติหวาน กรอบ และเหนียว ทั้งข้าวโพดและฟักทองปลูกบนเนื้อที่ของหาดดอนแพงที่เกิดจากการสะสมของดินตะกอนแม่น้ำโขง มีแร่ธาตุสำคัญที่พืชต้องการจำนวนมาก ช่วงราคาตกเกษตรกรจึงเตรียมแปรรูปผลผลิต เช่น น้ำฟักทอง ของคบเคี้ยวทานเล่น เป็นต้น บางส่วนส่งตลาดและหน่วยงานที่มีคนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งในสถานการณ์ปกติจะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาแย่งซื้อจำนวนมาก และมีกำลังซื้อจากต่างจังหวัดสูง จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอุดหนุนช่วยซื้อฟักทองและข้าวโพดหวานของกลุ่มเกษตรกรอำเภอบ้านแพง โดยสามารถสั่งซื้อได้ที่ นายสุพรรณ โกศล นายยกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านแพง อ.บ้านแพง โทรศัทพ์ 087438 4731

            ต่อจากนั้นลงพื้นที่ไปยังอำเภอปลาปาก ช่วยเกษตรกร นางล้อม วงศ์แก้ว ผู้เลี้ยงไก่- เป็ด ที่บ้านโคกกลาง ต.ปลาปาก จากปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในห้วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิตแต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อไข่ไก่-เป็ดเหมือนเช่นเคย จนทำให้ราคาตกต่ำและขาดทุน เพราะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ร.3 พัน.3 จึงทำการรับซื้อจำนวน 20 แผง เพื่อนำมาประกอบอาหารให้กับกำลังพลทหารกองประจำการ ได้รับประทาน และเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร

            กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ร.3 พัน.3) ค่ายพระยอดเมืองขวาง ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่องต่อไป #เพราะทหารคือลูกหลานคนไทย.....ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส# 

            ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-30T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครพนม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531095858581 689 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 2 รายเป็นเกษตรกรบ้านนาทอง เลี้ยงโคเนื้อ 12 ตัว เกษตรกรบ้านนาเวียงใหญ่ เลี้ยงโค 4 ตัวแนะนำการสุมควันไฟ น้ำส้มควันไม้ ติดหลอดไฟขับไล่แมลง และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง ที่บ้านนาทอง หมู่ที่ 1 ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และบ้านนาเวียงใหญ่ หมู่ที่ 12 ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

        จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 4 รายเป็นเกษตรกรบ้านบุ่งกุ่ม เลี้ยงโคเนื้อ 15 ตัวแนะนำการสุมควันไฟ น้ำส้มควันไม้ ติดหลอดไฟขับไล่แมลง หรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง ทีบ้านบุ่งกุ่ม หมู่ที่ 1 ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และการจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 3 รายเป็นเกษตรกรบ้านนาข่า หมู่ที่ 5 ตำบลปากหมัน เลี้ยงโคเนื้อ 11 ตัว เกษตรกรบ้านหัวนายูง หมู่ที่ 14 ตำบลด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 2 ตัว และเกษตรกรบ้านนาสีเทียน หมู่ที่ 10 ตำบลด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 4 ตัว พร้อมแนะนำการสุมควันไฟ น้ำส้มควันไม้ ติดหลอดไฟขับไล่แมลง และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง 




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531095126578 690 กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พร้อมติดตามการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหงอย่างฉับพลันของจีนกระทบไทย โดยเฉพาะประชาชนริมแม่น้ำโขง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พร้อมติดตามการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหงอย่างฉับพลันของจีนกระทบประเทศไทย โดยเฉพาะประชาชนริมแม่น้ำโขง

                กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้ (31 พ.ค.64) ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ แล้วช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ จ.ลำปาง 63 มิลลิเมตร // ชัยภูมิ 34 มิลลิเมตร // กาญจนบุรี 21 มิลลิเมตร // สระบุรี 46 มิลลิเมตร และชุมพร 54 มิลลิเมตร โดยแม่น้ำสายหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น , ภาคเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มลดลง สำหรับแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด 37,710 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 32,978 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่ 7 แห่ง และเฝ้าระวังน้ำมาก 1 แห่ง บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ทั้งนี้ กอนช.ได้ให้ สทนช. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ทำหนังสือประสานไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแจ้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหงอย่างฉับพลันในช่วงวันที่ 28 - 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำโขงบริเวณประเทศไทยลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย วันนี้ระดับน้ำลดลง 47 เซนติเมตร

               กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ยังได้ประสานขอทราบสาเหตุการปรับลดการระบายน้ำ ขอให้แจ้งแผนการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหง และหากมีการปรับลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็วขอให้แจ้งเป็นการล่วงหน้า เพื่อประเทศไทยจะประกาศแจ้งประชาชนริมแม่น้ำโขงให้ทราบและเตรียมความรับมือ ป้องกัน และลดผลกระทบ ควบคู่กับขับเคลื่อนกลไกการประสานงานผ่านคณะทำงานร่วมภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้างอีกทางหนึ่งด้วย ปัจจุบันเขื่อนจิ่งหงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำ 244 ลูกบาศก์เมตร วินาที หรือจากเดิม 1,854 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 2,098 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สถานีเชียงแสน จ.เชียงราย อยู่ที่ประมาณ 3.24 เมตร ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงได้ที่ http://www.tnmc-is.org

2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531094951577 691 เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง

                      นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้ (31 พ.ค.64) ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ทั่วประเทศปรับตัวลดลง ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง 

                        ขณะที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531095815580 692 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนงานตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการตามภาระกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด กรมชลประทาน ได้วางแผนงานตามนโยบายดังกล่าว ด้วยการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ บริหารจัดการน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ในพื้นที่ 44 จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง รวมไปถึงเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยได้ดำเนินงานพัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ได้แก่ แก้มลิง ขุดลอกอ่างเก็บน้ำ ขุดลอกคลอง อาคารบังคับน้ำ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และปรับปรุง ซ่อมแซมงานชลประทาน รวม 354 รายการ งานระบบกระจายน้ำสู่แปลงเกษตรกรรม ได้แก่ จัดระบบน้ำ ปรับปรุงงานจัดระบบน้ำ ปรับปรุงงานจัดรูปที่ดิน รวม 30 รายการ ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำ ช่วยให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคและสนับสนุนด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน โดยในปีงบประมาณ 2564 นี้ กรมชลประทานกำหนดเป้าหมายของโครงการดังกล่าวไว้ อาทิ เพิ่มการจ้างงาน 9,716 คน ปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 26.98 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 19,667 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์เพิ่มขึ้น 209,653 ไร่ และประชากรผู้รับประโยชน์ 64,952 ครัวเรือน

อธิบดีกรมชลประทาน ย้ำว่า การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ รวมทั้งยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่เดินทางกลับภูลำเนาและหันมาทำการเกษตรมากขึ้น ซึ่งกรมชลประทานมีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าปรับปรุง และพัฒนางานชลประทานอย่างต่อเนื่อง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต



2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531103011589 693 สภาพอากาศตลอดสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ปริมาณฝนเริ่มลดลงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนจัดบางแห่ง "

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยช่วงสัปดาห์นี้ว่า ตั้งแต่วันนี้ (31 พ.ค.64)  ถึง 4 มิ.ย.64  ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อ่อนกำลังลง ทำให้หลายพื้นที่ปริมาณฝนเริ่มลดลงแต่บางพื้นที่ยังคงมีฝนตกอยู่บางแห่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รับลม โดยภาคเหนือปริมาณฝนร้อยละ 40-60  ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 39 องศาเซลเซียส ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือปริมาณฝนร้อยละ 30-40 ของพื้นที่อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางปริมาณฝนร้อยละ 20 -30 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียสเช่นกัน สำหรับภาคตะวันออกปริมาณฝนร้อยละ 40 ของพื้นที่โดยเฉพาะตามแนวชายฝั่ง และภาคใต้ปริมาณฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากลักษณะอากาศค่อนข้างแปรปรวนส่วนเกษตรกรควรเตรียมการด้านการเกษตรไว้ด้วย

จากนั้นวันที่ 5 มิ.ย.64 เป็นต้นไป ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกจะเริ่มมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th


 

" 2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531102247583 694 สวพส. ชวนเกษตรกรปลูกผักคุณภาพบนพื้นที่สูง แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสทางการตลาดในกลุ่มคนรักสุขภาพ

        นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชของเกษตรกรบนพื้นที่สูง พบว่าพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือนั้นมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศต่างจากพื้นที่ราบเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ประชาชนที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ จึงมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยในอดีตดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกพืชเพียงไม่กี่ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพด และพืชผักท้องถิ่น เพื่อเป็นพืชอาหารเป็นหลัก ส่วนพืชรายได้มีน้อยมาก

        ดังนั้น การสร้างอาชีพเพื่อความยั่งยืน ด้วยการปลูกพืชผัก และวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอีกทางเลือกที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งจากการที่โครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน พบว่า ในปีหนึ่งๆ มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า 25,552 ตัน มูลค่า ประมาณ 646 ล้านบาท โดยมีหลักการและแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง ดังนี้

        1. การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และแปลงของเกษตรกร บนพื้นที่สูงพื้นที่ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ จึงต้องวางแผนการใช้พื้นที่ให้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย ตามความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่ ควบคู่ไปกับการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

        2. การวางแผนการผลิตและตลาด ความสำเร็จของการทำการเกษตรคือเกษตรกรจะต้องสามารถขายผลผลิตได้และราคาเป็นธรรม การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินงานของ สวพส. จะยึดหลักตลาดนำการผลิต หรือเป็นพืชหรือพันธุ์ใหม่ จะเริ่มส่งเสริมจากจำนวนที่ไม่มาก ควบคู่กับการสร้างตลาด สำหรับพืชผักเป็นพืชที่มีช่วงเวลาปลูกสั้น และต้องมีการวางแผนการผลิตและการตลาดให้สัมพันธ์กัน

        3. การเพาะปลูกภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย หรือ พืชผักที่ปลูกภายใต้ระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะความตระหนักเรื่องสุขภาพ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน

        4. การเลือกพันธุ์และผลิตต้นกล้าแบบประณีต ความแม่นยำของปริมาณผลิตผลและช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ มาจากพื้นฐานสำคัญ คือ การผลิตต้นกล้าให้ได้ตรงตามพันธุ์ ปริมาณ และช่วงเวลา ซึ่งการผลิตต้นกล้าแบบประณีตในโรงเรือนเพาะกล้าโดยใช้วัสดุปลูกที่ดี ช่วยให้ได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพ มีจำนวน และระยะเวลาที่แน่นอน รวมทั้งยังช่วยให้ใช้เมล็ดพืชผักพันธุ์ดีซึ่งมีราคาสูงได้อย่างคุ้มค่า

        5. โรงเรือน คือ หัวใจของคุณภาพและความปลอดภัย การปลูกผักในโรงเรือนช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนโดยเฉพาะบนพื้นที่สูง และยังใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าการปลูกนอกโรงเรือนประมาณ 2-5 เท่า สามารถควบคุมการผลิตได้ค่อนข้างแม่นยำและผลผลิตมีคุณภาพดี ช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตมากถึง 30-50 % ลดการใช้สารป้องกันและกำจัดวัชพืชได้ร้อยละ 100 ควบคุมการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้

        6. การปลูกและดูแลรักษาอย่างประณีต โดยเริ่มจากการปลูกในโรงเรือน ใช้ต้นกล้าที่คุณภาพดีสม่ำเสมอ ปลูกอย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อให้ทุกต้นมีพื้นที่และได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน ให้น้ำและปุ๋ยอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอด้วยการให้ปุ๋ยทางระบบการน้ำ และการดูแลและป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด สำหรับพืชผักใบส่วนใหญ่จะปลูกลงแปลง (ดิน) โดยตรง สำหรับผักผลบางชนิด เช่น พริกหวาน และมะเขือเทศ นิยมที่จะปลูกในวัสดุปลูก (Substrate culture)

        7. การจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการตลาดที่ดี นอกจากการผลิตในแปลงปลูกอย่างประณีตและปลอดภัยแล้ว ต้องมีการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ดี ทั้งการรวบรวมและการคัดคุณภาพของผลิตผลให้เป็นไปตามที่กำหนด การบรรจุหีบห่อ และการขนส่งไปสู่ตลาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องทำอย่างประณีตและรวดเร็ว เพื่อให้ผลิตผลถึงตลาดและผู้บริโภคด้วยคุณภาพดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยของผลผลิต โดยตรวจสารเคมีตกค้างทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นระบบแบบนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น โรงคัดบรรจุ ห้องเย็น ห้องวิเคราะห์สารเคมี หรือรถขนส่งผลผลิต ซึ่งเกษตรกรควรรวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อให้รัฐสามารถให้สนับสนุนได้ง่าย รวมถึงการขอรับรอง



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-31T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531110004596 695 โครงการรณรงค์โรคลัมปี สกิน” (Lumpy Skin Disease)

        ณ ฟาร์มโคนายสนธยา โสระเวช บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 3 ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ นายธานินทร์ จุฑาทิพย์ชาติกุล ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชวงศา คณะกรรมการดำเนินการ-สมาชิก-เจ้าหน้าที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปทุมราชวงศา สหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่ จำกัด สัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย หน่วยพ่นยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรคและหน่วยพ่นยากำจัดแมลง ให้แก่โค-กระบือ ของเกษตรกร  

        ทั้งนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ  ด้จัดกิจกรรมอบรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคลัมปี สกินและการป้องกันโรคผู้นำชุมชน/หมู่บ้านและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่มาร่วมงานด้วย



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

 

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำนาจเจริญ สวท.อำนาจเจริญ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531111716610 696 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 22564และเป็นวิทยากร ฝึกอบรมเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่ จังหวัดเลย

        สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และเป็นวิทยากรฝึกอบรมเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่ จังหวัดเลย

        ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 จำนวน 20 โด๊ส จำนวน 2 ราย เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น หมู่ที่ 8 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 18 ตัวให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ การเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การถ่ายพยาธิ การป้องกันโรคฯ เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

        จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย เป็นวิทยากร ฝึกอบรมเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่จังหวัดเลย กระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 หลักสูตร : หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาการเกษตรทฤษฎีใหม่ บรรยายในหัวข้อ หลักพื้นฐานและความสัมพันธ์ของการวางแผนการผลิตและการตลาดด้านปศุสัตว์ แก่เกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมฯ 7 ราย ที่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนบ้านนาเจียง หมู่ที่ 3 ตำบลโคกงาม (ศูนย์เครือข่าย ศพก.อำเภอด่านซ้าย) จังหวัดเลย



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531110707600 697 อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรระวังและเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก ตลอดจนแมลงที่เป็นศัตรูของพืชและสัตว์ "            นายสมนึก สวนดอกไม้ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ระยะนี้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

            คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองเกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวเกษตรกรควรขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูฝนแมลงต่าง ๆ และศัตรูสัตว์ เช่น ยุงเหลือบ ริ้น ไร เป็นต้น จะเจริญเติบโตได้ดี เกษตรกรควรระวังและป้องกันศัตรูสัตว์ดังกล่าวมารบกวนสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์ชะงักการเจริญเติบโต และศัตรูสัตว์บางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้

            ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล สุพรรณบุรี สวท.สุพรรณบุรี https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531122805660 698 กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ทั่วประเทศไทย เฝ้าระวังการระบาดของจักจั่นในไร่อ้อย

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานว่า พบการเข้าทำลายของจักจั่นอ้อยในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อยและเริ่มพบตัวเต็มวัยจากตัวอ่อนที่อยู่ในดินเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ ประกอบกับรายงานสถานการณ์การระบาดของจักจั่นอ้อยในช่วงปี 2563 พบว่ามีการระบาดของจักจั่นในพื้นที่ปลูกอ้อยภาคกลาง ได้แก่ สุพรรณบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง พื้นที่มากกว่า 6,000 ไร่ โดยพื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากอ้อย ทำให้ต้นอ้อยชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น เหี่ยวและแห้งตาย ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลงเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของศัตรูพืชดังกล่าวขยายเป็นวงกว้าง กรมส่งเสริมการเกษตร ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอ้อยอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดให้แจ้งเกษตรกรแปลงปลูกข้างเคียงให้เฝ้าระวังและรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชที่อยู่ใกล้เคียงทราบ เพื่อรับคำแนะนำได้ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวัง ติดตามและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการควบคุม ป้องกันกำจัดการระบาดแล้ว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำให้เกษตรกรดำเนินป้องกันกำจัดจักจั่นในอ้อยคือ หมั่นสำรวจแปลงอ้อย โดยสังเกตคราบของจักจั่นบนต้นอ้อยหรือบนพื้นดินและตัวเต็มวัยที่เกาะบนต้นอ้อย ในพื้นที่ที่มีการระบาดให้ใช้วิธีเขตกรรม เช่น การขุดหรือไถพรวนเพื่อจับตัวอ่อนในดิน หรือการเก็บตัวเต็มวัยในเวลากลางคืน หรือใช้วิธีตัดใบอ้อยที่พบกลุ่มไข่ของจักจั่นไปทำลายนอกแปลง หรือปรับเปลี่ยนปลูกพืชหมุนเวียน เพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตของจักจั่น เช่น ปลูกข้าวสลับกับอ้อย  ใช้ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ แมลงหางหนีบ โดยปล่อยแมลงหางหนีบ จำนวน 500 ตัวต่อไร่ ก่อนการระบาดของจักจั่น 1 เดือน เพื่อกำจัดตัวอ่อนระยะฝักจากไข่ จับตัวเต็มวัยเพื่อนำไปทำลายหรือประกอบอาหาร เพื่อกำจัดจักจั่นตัวเต็มวัยที่พร้อมจะผสมพันธุ์และวางไข่ ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณแมลงที่จะระบาดในฤดูกาลถัดไปได้

เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชและโรคพืชได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน



2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531113137621 699 สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ "            ดร.สุวัฒน์ มัตราช ปศุสัตว์จังหวัดเลย มอบหมายให้ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย นำโดย นายทวีพงศ์ สาระทัศนานันท์ ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่ ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ จำนวน 1 ราย เป็นเกษตรกรบ้านกกกระบาก หมู่ที่ 10 ตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย เลี้ยงโคเนื้อ 5 ตัว สุนัข 5 ตัว แมว 1 ตัวให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ การป้องกันโรคฯ แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

            ทั้งนี่้  สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย ได้ดำเนินการตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ และเก็บกวาดทำความสะอาด บริเวณโดยรอบสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายเพื่อให้สิ่งแวดล้อมโดยรอบบริเวณสำนักงานสะอาด เป็นสัดส่วน และสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการหรือติดต่อราชการ


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย สวท.ด่านซ้าย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531123714669 700 แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการชุมชนต้นแบบ ที่ว่างสร้างอาหาร ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร

        จังหวัดลำพูน ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU โครงการชุมชนต้นแบบ ที่ว่างสร้างอาหาร ผู้ประกาศ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการชุมชนต้นแบบ ที่ว่างสร้างอาหาร ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร เทป วันนี้ (31พฤษภาคม 2564) นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารระหว่าง สมาคมแม่บ้านมหาดไทยกับจังหวัดลำพูน หน่วยงานราชการ และอำเภอทุกอำเภอรวม15 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน, สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน, สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน, สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน, อำเภอเมืองลำพูน, อำเภอแม่ทา, อำเภอบ้านธิ, อำเภอเวียงหนองล่อง, อำเภอทุ่งหัวช้าง, อำเภอบ้านโฮ่ง, อำเภอป่าซางและอำเภอลี้ ร่วมลงนาม 

        นางปนัดดา เนาวรัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงข้อตกลง (MOU) โครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนปลูกผักสวนครัว โดยใช้ “ที่ว่างสร้างอาหาร” สำหรับบริโภคในครัวเรือน ให้พอมี พอกิน พอใช้ และพึ่งตนเองได้ ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือนทุกครัวเรือน ส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนทุกครัวเรือน พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมให้มีการแปรรูปผลผลิตเพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้ในครัวเรือน โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน นับว่าเป็นโครงการที่ดีต่อประชาชน เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย สร้างรายได้ในครัวเรือนในช่วงยุคเศรษฐกิจ แบบนี้ พร้อมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน อีกด้วย

2021-05-31T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531132409694 701 เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอนลงพื้นที่สอนการผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ (ไตรโคเดอร์มา) ในการป้องกันกำจัดโรคพืชแทนการใช้สารเคมี

        นายอัครพล ขัติยะ เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายเจษฎา กาพย์ไชย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ให้องค์ความรู้และสอนการผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ (ไตรโคเดอร์มา) ในการป้องกันกำจัดโรคพืชในต้นส้ม ให้แก่ young smart farmer ณ สวนส้มไทยเสรี ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

        สารชีวภัณฑ์ ไตรโคเดอร์มา จัดเป็นเชื้อราชั้นสูงที่เจริญได้ดีในดินเศษซากพืชซากของสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมทั้งจุลินทรีย์ และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ ไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราปฏิปักษ์หรือเชื้อราที่เป็นศัตรูต่อเชื้อสาเหตุโรคพืชหลายชนิดได้ โดยมีกลไกในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืช โดยเชื้อราไตรโคเดอร์มา สายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว สามารถพันรัดแล้วแทงส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชทำให้เส้นใยตาย ขณะเดียวกัน เชื้อราไตรโคเดอร์มา ยังสามารถสร้างปฏิชีวนสาร สารพิษ และน้ำย่อย (เอนไซน์) เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้ นอกจากนี้ ยังสามารถชักนำให้พืชสร้างกระบวนการผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้พืชเกิดความต้านทานต่อเชื้อโรคได้



#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND    

2021-05-31T00:00:00 ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน สวท.แม่ฮ่องสอน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531133840710 702 ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เตรียมคิกอ๊อฟ ปล่อยขบวนรถฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ วันที่ 4 มิ.ย.นี้ หลังพบโคป่วยติดเชื้อแล้วเกือบ 500 ตัว ใน 6 อำเภอ

        วันนี้ (31 พ.ค.64) นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ในพื้นที่ 6 อำเภอของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ อ.หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี เมือง และทับสะแก มีโคเนื้อและโคนมป่วยติดเชื้อ 488 ตัว ล่าสุดได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวครอบคลุมทั้งจังหวัดแล้ว ห้ามการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้า-ออกพื้นที่ และเร่งทำการสอบสวนควบคุมโรค 

        ทั้งนี้ โรคดังกล่าวมีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรคจึงได้ให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลฟาร์มและสัตว์เลี้ยงของตนเองอย่างใกล้ชิด เช่น การกางมุ้ง การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงชนิดที่ปลอดภัยบนตัวสัตว์และพื้นคอกโรงเรือน ขณะเดียวกันได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยสามารถใช้งบประมาณของท้องถิ่นในการจัดซื้อยาฆ่าแมลงได้เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดสัตว์ โดยในวันที่ 4 มิ.ย.64 สำนักงานปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ จะร่วมกับ อบจ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมคิกอ๊อฟ ปล่อยขบวนรถฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ส่วนวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้นำเข้ามาล็อตแรก 60,000 โด๊สแล้ว และจะมีการพิจารณาจัดสรรมาให้กับจังหวัดที่ประสบปัญหาการระบาดโดยเร่งด่วนต่อไป  




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND    

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันตก ประจวบคีรีขันธ์ สวท.ประจวบคีรีขันธ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531135234718 703 กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศ วันนี้ (31 พ.ค.64) บริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จึงขึ้นบินปฏิบัติการ 7 หน่วยฯ ทั้งหน่วยฯ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จังหวัดลำพูน เชียงใหม่ ลำปาง ตาก และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล  ส่วนหน่วยฯ จังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จังหวัดกำแพงเพชร เพชรบูรณ์ หน่วยฯ กาญจนบุรี ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี  ขณะที่หน่วยฯ ลพบุรี ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จังหวัดชัยนาท อุทัยธานี  หน่วยฯ จังหวัดสระแก้ว ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และหน่วยฯ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จังหวัดราชบุรี


 

2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531142231725 704 อรรถพล ย้ำ ลมมสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทำให้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 6 มิ.ย. ช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลงได้

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำ ลมมสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทำให้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 6 มิถุนายน ช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลงได้

              นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ภาพรวมคุณภาพอากาศของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาวะอากาศและผลกระทบต่อฝุ่นละอองระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 6 มิถุนายน ลมมสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุม ทำให้ยังมีฝนและฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ระดับเพดานการลอยตัวของอากาศยังสูง จุดความร้อนสะสมน้อย และการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันในระยะนี้มีน้อย ทั้งนี้ ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ขอขอบคุณประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือลดแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ ทั้งจากภาคการจราจรขนส่ง การเผาในที่โล่ง และภาคอุตสาหกรรม รวมถึง หลายหน่วยงานออกมาตรการ Work From Home ทำให้คุณภาพอากาศภาพรวมของประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

                อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศกพ.) ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด แล้วประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการในพื้นที่กำกับดูแลควบคุม เพื่อป้องกันและแก้การฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในพื้นที่อย่างเคร่งครัด และขอให้ดูแลสุขภาพสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ สามารถดูข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง และแบบค่าเฉลี่ยราย 24 ชั่วโมง จากเว็บไซต์ Air4Thai.com และ bangkokairquality.com หรือทางแอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง Facebook Fanpage “ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)”

2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531153644756 705 จ.ยโสธร เปิดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้แก่เกษตรกร พร้อมมอบชุดเวชภัณฑ์ป้องกัน และกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ

        วันนี้ ( 31 พ.ค. 2564) เวลา 10.00 น. ณ ที่ทำการกลุ่มโคขุนหนองแหน ม.7 ต.หนองแหน อ.กุดชุม จ.ยโสธร นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกัน และกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกร และให้เกิดความร่วมมือกันของทุกฝ่ายในการปฏิบัติงานป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรค โดยกิจกรรมประกอบด้วยการมอบชุดเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ สารกำจัดแมลง หญ้าแห้ง อาหารสัตว์ ให้แก่เกษตรกร การปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและยากำจัดแมลง โดยมีปศุสัตว์จังหวัดยโสธร ส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแหน ผู้นำชุมชน ประธานและสมาชิกกลุ่มโคขุนหนองแหน เข้าร่วมกิจกรรม

        นายสัตวแพทย์ชาติ ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร กล่าว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต และมีตุ่มขนาดใหญ่ ประมาณ 2-5 เซนติเมตรขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก ตกสะเก็ด และเกิดเป็นเนื้อตาย หรือมีหนอนแมลงมาชอนไชได้ นอกจากนี้สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย โดยกิจกรรมในวันนี้นอกจากเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลัมปี สกินแล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรค พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกร งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ในช่วงนี้

        ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร กล่าวต่อไปว่า จังหวัดยโสธรพบการระบาดทั้งหมด 9 อำเภอ 58 ตำบล จำนวนสัตว์ป่วยสะสม 875 ตัว จำนวนสัตว์ป่วยคงเหลือ 768 ตัว จากจำนวนโคกระบือทั้งจังหวัด 160,236 ตัว คิดเป็นร้อยละ 0.6 ซึ่งจังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปี สกิน ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา  เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่จังหวัดยโสธรต่อไป

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531153552752 706 จ.ยโสธร เปิด kick off ป้องกันและกำจัดโรค ลัมปี สกิน

        กลุ่มโคขุนหนองแหน ม.7 ต.หนองแหน อ.กุดชุม จ.ยโสธร นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ (Kick Off) ป้องกัน และกำจัดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) กิจกรรมประกอบด้วยการมอบชุดเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ สารกำจัดแมลง หญ้าแห้ง อาหารสัตว์ ให้แก่เกษตรกร การปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ และหน่วยพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและยากำจัดแมลง โดยมีปศุสัตว์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายอำเภอกุดชุม หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแหน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานกลุ่มฯ เกษตรกร เข้าร่วมกิจกรรม

        จังหวัดยโสธร พบการระบาดทั้งหมด 9 อำเภอ 58 ตำบล จำนวนสัตว์ป่วยสะสม 875 ตัว จำนวนสัตว์ป่วยคงเหลือ 768 ตัว จากจำนวนโคกระบือทั้งจังหวัด 160,236 ตัว คิดเป็นร้อยละ 0.6 ซึ่งจังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปี สกิน ( Lumpy skin diseas ) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531163611808 707 ปศุสัตว์ยโสธร บูรณาการกับ อบต.ลุมพุก พ่นหมอกควันกำจัดแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน สร้างความเชื่อมั่นว่า รักษาหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดคน

        นายสัตวแพทย์ ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายวสันต์ ชัยภูมิ นายก อบต.ลุมพุก และนายพงศ์นริศร์ สิทธิบุรี รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว อาสาปศุสัตว์ประจำตำบล ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ,14 ลงพื้นที่ ศาลาอเนกประสงค์ บ้านโคกกลาง ม.14 ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว เสริมสร้างความรู้ในการป้องกันโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกร 20 ราย มอบน้ำส้มควันไม้ สมุนไพรไล่แมลง สารกำจัดแมลง แร่ธาตุก้อน วิตามินบำรุงสุขภาพสัตว์ ซึ่ง อบต.ลุมพุก เตรียมสนับสนุนสารกำจัดแมลงและเวชภัณฑ์เพิ่มเติม 

        จากนั้น เข้าพ่นหมอกควันกำจัดแมลง ยุง ตามคอกสัตว์ในหมู่บ้าน ให้คำแนะนำการป้องกันแมลง เช่น การกางมุ้ง การติดหลอดไฟไล่แมลง หมั่นเก็บมูลสัตว์ ไม่ให้คอกชื้นแฉะ กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ุแมลง งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะนี้ รวมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร ว่า โรคลัมปี สกิน รักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดต่อสู่คน หากพบสัตว์ป่วย ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531163646809 708 กรมชลประทาน เร่งส่งน้ำช่วยชาวนาหลังฝนทิ้งช่วง ควบคู่เดินหน้าบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของนาข้าว หลังพบหลายพื้นที่มีฝนตกน้อย ต้องบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัด โดยขอความร่วมมือเกษตรกรเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ ส่วนพื้นที่ใดที่ทำการเพาะปลูกไปแล้วจะจัดสรรน้ำให้ตามรอบเวร ตามข้อสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไว้ว่าช่วงระหว่างวันที่ 31 พ.ค. - 3 มิ.ย. 64 จะมีฝนตกน้อยลง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผนช่วยเหลือพื้นที่ข้าวนาปีที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจากภาวะฝนทิ้งช่วง ประกอบกับปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้พื้นที่การเกษตรได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นต้องทำการจัดสรรน้ำตามรอบเวรให้กับพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะข้าวนาปีที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้ ตามนโยบายของรัฐบาล และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เน้นย้ำบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเก็บกักน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การกำหนดพื้นที่เสี่ยง กำหนดเจ้าหน้าที่ กำหนดเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185333912 709 โควิด-19 กระทบกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ นำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า เพื่อระบายน้ำนมพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดื่มนม เนื่องในวันดื่มนมโลก World Milk Day 1 มิถุนายน "

            จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม ในจังหวัดมหาสารคาม โดยเฉพาะสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม 108 ครอบครัว  มีโคนม 4,700 ตัว และธนาคารเลี้ยงโคนม ทดแทน 4 แห่ง ซึ่งมีปริมาณน้ำนมดิบ ประมาณ 22,000 กก.ต่อวัน ทั้งยังมีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ 2 แห่ง ในเขตอำเภอเมืองและเขตอำเภอบรบือ ซึ่งภายหลังจากสถานศึกษาต่างๆ ได้ปิดเรียน และเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ต้องหาวิธีในการที่จะระบายน้ำนมดิบโดยการบุกตลาดในห้างสรรพสินค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์มหาสารคาม และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ดื่มนมโคโคกก่อ เนื่องในวันดื่มนมโลก World Milk Day ในวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี พร้อมกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมสด อาทิ นมโคพาสเจอไรซ์ แกลลอนละ 40 บาท นมยูเอสที และไอศกรีมนมสด ราคา 10 บาท โดยได้รับความสนใจจากชาวมหาสารคาม โดยเฉพาะเด็กๆ มาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก 

            นายณัฐวุฒิ ประทีปวะณิช รักษาการ ผจก.สหกรณ์โคนมโคกก่อ จำกัด กล่าวว่า ในยุควิกฤตโควิด-19 ได้นำผลิตภัณฑ์นมโคโคกก่อ มาบุกตลาดในห้างสรรพสินค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์มหาสารคาม โดยได้รับความเอื้อเฟื้อสถานที่ จาก นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต 1 มาวางจำหน่ายเพื่อลดช่องว่างระหว่างผลิตภัณฑ์นมโคโคกก่อกับผู้บริโภค ให้สามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก คล่องตัวมากขึ้น เป็นการให้ประชาชนได้เลือกซื้อและบริโภคผลิตภัณฑ์นมโคโคกก่อ ที่ผลิตจากน้ำนมสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของคนในครอบครัว แทนการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ไม่จำเป็นต่อสุขภาพ อีกทั้งเป็นการช่วยเหลืออาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและเป็นการหาช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ และทันสมัย เพื่อเพิ่มยอดขาย โดยยึดหลักการ “คนสารคาม ดื่มนมโคสารคาม” สร้างเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น โดยในแต่ละปี จะผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยปีละ 25 ตัน สร้างเงินหมุนเวียนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม กว่าปีละ 200 ล้านบาท


 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

" 2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม สวท.มหาสารคาม https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164951823 710 อรรถพล ย้ำ รายได้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่งลดลงจากโควิด-19 แต่สัตว์ป่ากว่า 10,000 ตัวยังมีอาหารเพียงพอไม่ขาดแคลน พร้อม ปรับรูปแบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น

ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ย้ำ รายได้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่งลดลงจากโควิด-19 แต่สัตว์ป่ากว่า 10,000 ตัวยังมีอาหารเพียงพอไม่ขาดแคลน พร้อม ปรับรูปแบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น 

              นายอรรถพล ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จาดกรณีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี เปิดขอรับเงินบริจาคค่าอาหารสัตว์ป่าในโครงการกองทุนเลี้ยงสัตว์องค์การสวนสัตว์ เป็นการเปิดรับบริจาคเงินไม่ได้เกิดจากปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ แต่เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับสวนสัตว์ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ให้ใกล้ชิดและไม่ลืมสวนสัตว์ ซึ่งส่วนของงบประมาณค่าอาหารสัตว์ของสวนสัตว์ปีนี้เฉพาะค่าอาหารได้รับการจัดสรร 112 ล้านบาท เบื้องต้นได้รับมาแล้ว 80 ล้านบาท จากนี้จะกระจายไปยังสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่ง ภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีสัตว์ป่าในการดูแล 10,700 ตัว แบ่งเป็น สวนสัตว์เปิดเขาเขียว 2,196 ตัว // สวนสัตว์เชียงใหม่ 2,800 ตัว // สวนสัตว์นครราชสีมา 2,080 ตัว // สวนสัตว์ขอนแก่น 1,400 ตัว // สวนสัตว์สงขลา 1,100 ตัว และสวนสัตว์อุบลราชธานี 816 ตัว โดยแต่ละแห่งงบประมาณค่าอาหารสัตว์จะต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์ป่าแต่ละประเภท ทั้งนี้ สวนสัตว์ทั้งของรัฐและเอกชนช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจากตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2562 มีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยว 4.2 ล้านคน แต่ปี 2563 ลดลงเหลือ 3 ล้านคน ส่วนปีนี้จนถึงเดือนเมษายน ลดลงอีกเหลือเพียง 1.5 ล้านคน ถือว่ารายได้ลดลงและนักท่องเที่ยวลดลงด้วยเช่นกัน โดยรายได้บางส่วนนำมาใช้สนับสนุนเป็นค่าอาหารสัตว์และกิจกรรมอื่นๆภายในสวนสัตว์

               ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวย้ำว่า ขณะนี้งบประมาณค่าอาหารสัตว์จากภาครัฐยังมีเพียงพอ แต่หากมองยาวถึงอนาคต หากมีรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้ามาชมสวนสัตว์ยังสามารถนำเงินมาช่วยดูแลสัตว์ให้อยู่ดีกินดี แต่มองในทางกลับกันหากนักท่องเที่ยวยังน้อยลงไปกว่านี้อาจกระทบต่อสัตว์ในสวนสัตว์ได้ จึงเห็นว่าการทำกิจกรรมเกี่ยวกับกองทุนอาหารจะช่วยได้ เบื้องต้นได้เริ่มนำร่องในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว พบได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชน

2021-05-31T00:00:00 ภาคกลางและปริมณฑล กรุงเทพมหานคร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531165505829 711 เกษตรยะลา ประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนพฤษภาคม 2564

            วันนี้ ( 31 พฤษภาคม 2564) นายจำนงค์ เพชรอนันต์ เกษตรจังหวัดยะลา เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอ ครั้งที่ 5/2564 ประจำเดือนพฤษภาคม โดยมีหัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฝ่าย เกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

            การประชุมในครั้งนี้ มีระเบียบวาระการประชุมเพื่อแจ้งข้อราชการ และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการต่างๆ ได้แก่ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การขับเคลื่อนงานวิสาหกิจชุมชน การสรุปผลการนิเทศงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร การพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ผลการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด จังหวัดยะลา โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) พร้อมทั้งพิจารณาแผนการปฏิบัติงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดบูรณาการ ประจำเดือนมิถุนายน 2564

            ทั้งนี้ ก่อนวาระการประชุมได้มีการมอบรางวัลให้แก่สำนักงานเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตำบลที่มีผลการดำเนินงานขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรดีเด่นประจำเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งได้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง และนางสาวอาภรณ์ รัตนพิบูล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ผู้รับผิดชอบตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง


#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

2021-05-31T00:00:00 ภาคใต้ ยะลา สทท.ยะลา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531171626846 712 โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 และโครงการประกันภัยข้าวโลดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564

        สมาคมประกันภัยวินาศภัยไทย ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกันภัย (คปภ.) จัดโครงการ “อบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) สำหรับการประกันข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้ไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อจัดการโครงการดังกล่าว

        สมาคมประกันภัยวินาศภัย จึงได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์ ประกอบด้วยสื่อประชาสัมพันธ์โครงการประกันข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อให้ความรู้ด้านการประกันภัยแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยโสธร สวท.ยโสธร https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531171002840 713 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วงของเกษตรกรอำเภอเวียงหลองล่อง จังหวัดลำพูน ตามโครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด- 19 "

        กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วง ของเกษตรกรอำเภอเวียงหลองล่อง จังหวัดลำพูน ตามโครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด-19 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วงของเกษตรกรอำเภอเวียงหลองล่อง จังหวัดลำพูน เพื่อกระจายผลผลิตมะม่วงลำพูน สู่ผู้บริโภคให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยจะนำมะม่วงของจังหวัดลำพูนส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล 15 แห่งในกรุงเทพฯ ตามโครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด-19

        วันนี้ (31 พ.ค.64) ที่บริเวณที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงแปลงใหญ่ ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน นายนวนิตย์ พลเคน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตรที่ 6 เชียงใหม่ และคณะ ได้พบปะกลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง เพื่อรับทราบปัญหาการส่งออกและแนวทางการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตมะม่วงในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่อไป 

        นายพสิษฐ์ สุขสวัสดิ์ ประธานเกษตรแปลงใหญ่จังหวัดลำพูน กล่าวว่า เกษตรกรอำเภอเวียงหนองล่องส่วนใหญ่ จะเพาะปลูกมะม่วงพันธุ์แฟนซีสำหรับส่งออกโดยเฉพาะได้แก่ พันธุ์อาร์ทูอีทู งาช้างแดง และแดงจักรพรรดิ เน้นส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ในปีนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อมีจำนวนลดลง ประกอบกับมีการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ และผลผลิตมะม่วงแฟนซีบางสายพันธุ์ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ทำให้เกษตรกรหลายรายไม่สามารถส่งออกผลผลิตได้ตามที่เป้าหมาย 

        ด้านกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือโดยจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง จังหวัดลำพูน ปี 2564 จำนวน 9 ล้านบาทเศษ มีเป้าหมายกระจายผลผลิต จำนวน 3,000 ตัน โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง กิโลกรัมละ 3 บาท เกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายได้เพิ่มกิโลกรัมละ 1.50 บาท เริ่มรับซื้อผลผลิตตั้งแต่ 21 พ.ค.-30 มิ.ย.64 โดยในจังหวัดลำพูนมีการตั้งจัดจุดรับซื้อจำนวน 41 จุด ซึ่งวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ตำบลวังผางมีเป้าหมายรับซื้อผลผลิตมะม่วงในพื้นที่จำนวน 88 ตัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินโครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด -19 โดยเบื้องต้นจะรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากวิสาหกิจชุมชนตามจุดรับซื้อ เพื่อนำมะม่วงไปมอบให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด -19 ในโรงพยาบาล 15 ในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดโครงการสนับสนุนงบประมาณสำหรับพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกร ในแต่ละพื้นที่ด้วย




                --------เสียง--------

               นายนวนิตย์ พลเคน 

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตรที่ 6 เชียงใหม่




 #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND    

" 2021-05-31T00:00:00 ภาคเหนือ ลำพูน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531182422889 714 ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาลำปาว ลงพื้นที่ชี้แจงการซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและระยะเวลาที่จะปล่อยน้ำที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน

        ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ชี้แจงการซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและระยะเวลาที่จะปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรทราบ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งเป็นการติดตามสอบถามปัญหาการใช้ประโยชน์น้ำจากเขื่อนลำปาว เพื่อป้องกันปัญหาการแย่งน้ำ หลังจากทางเขื่อนลำปาวได้หยุดส่งน้ำให้กับเกษตรในช่วงซ่อมบำรุงบานประตูส่งน้ำ

        นายฤาชัย จำปานิล กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อชี้แจงการซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและระยะเวลาที่จะปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้รับทราบ เมื่อโครงการฯดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จจะรีบระบายน้ำให้เกษตรกรทันทีเพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา โดยแผนงานในการปรับปรุงดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมีเพียงพอที่จะส่งให้เกษตรกรในช่วงต้นฤดูฝนนี้อย่างแน่นอน

        ด้านนายวีระชาติ ภูโปรง เลขานุการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน กล่าวว่า กลุ่มประสบปัญหาในการส่งออกกุ้งก้ามกรามมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดกรอบกับในช่วงนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้หยุดส่งน้ำเพื่อซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำ ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มช่วยกันแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนโดยการใช้เครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เป็นต้น ช่วยให้กุ้งดำรงชีวิตอยู่ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อรอโครงการฯ ปล่อยน้ำ ขอขอบคุณผู้อำนวยการโครงการฯ พร้อมคณะที่ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงปัญหาการปล่อยน้ำให้เกษตรกรผู้เลียงกุ้งได้รับทราบ ซึ่งตนและสมาชิกในกลุ่มหวังว่าโครงการฯจะเร่งดำเนินการปรับปรุงคลองส่งน้ำให้แล้วเสร็จและเร่งระบายน้ำให้ได้โดยเร็ว

        ทั้งนี้ สมาชิกในกลุ่มได้เสนอแนะและแจ้งปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น โดยผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้รับทราบปัญหาต่างๆของเกษตรกรและจะนำทุกปัญหาไปพิจารณากับทีมงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่ายต่อไป




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND    

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาฬสินธุ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185937918 715 ผวจ.ศก.ติดตามเยี่ยมชม ผลผลิต หาช่องทางการจำหน่ายภายใต้สถานการณ์โควิด

        เวลา 18.00 น. ณ ไร่สร้างฝัน (Dream Creator Farm) หมู่ที่ 8 ตำบลสระเยาว์ อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ติดตามเยี่ยมชมผลผลิตแนวโน้มระยะเวลาในการเก็บผลผลิต แนวทางประชาสัมพันธ์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ช่องทางการจำหน่ายภายใต้สถานการณ์โควิด-19 

         นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ซึ่งเป็นทุเรียนที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดศรีสะเกษ มีกฎหมายคุ้มครอง ซึ่งต้องเป็นทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ 3 อำเภอได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ หากมีการแอบอ้างถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

           โดยมี นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี สันติ เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ นายนพ พงศ์พลาดิสัย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายบุญประสงค์ นวลสายย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ นายภัทรนันท์ บุญมานัด นายอำเภอศรีรัตนะ และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยนายชูเกียรติ ยวนพันธ์ เจ้าของสวน ให้การต้อนรับและเข้าร่วม




#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND     

2021-05-31T00:00:00 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210601095848027