﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	ชวนเกษตรกร ใช้บริการศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แนะใช้ปุ๋ยให้ถูกต้อง เหมาะสมกับดินและชนิดพืช ลดต้นทุน	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ห่วงใยเกษตรกรจึงกำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;จากปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมาก&nbsp;โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;สภาพอากาศทั่วโลกส่วนใหญ่เอื้ออำนวยต่อการทำการเกษตร&nbsp;ราคาผลผลิตทางการเกษตรในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;หลายประเทศใช้ปุ๋ยเคมีทำการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น&nbsp;ประเทศผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยเคมีรายใหญ่ของโลก&nbsp;เช่น&nbsp;จีน&nbsp;รัสเซีย&nbsp;และเบลารุส&nbsp;ชะลอหรือห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีเพื่อความมั่นคงทางอาหารและภาวะสงคราม&nbsp;ซึ่งจีน&nbsp;รัสเซีย&nbsp;และเบลารุส&nbsp;เป็นแหล่งนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทยลำดับที่&nbsp;1,&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีการจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;ศดปช.&nbsp;</strong>เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการดินและการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต&nbsp;ผลผลิตมีคุณภาพและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;มี&nbsp;ศดปช.&nbsp;จำนวน&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ตั้งอยู่อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จะดำเนินโครงการรณรงค์การผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์&nbsp;โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่นมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง&nbsp;และไถกลบตอซัง&nbsp;ทำให้เกิด&nbsp;4&nbsp;ลด&nbsp;4&nbsp;เพิ่ม</p><p><strong>ขอเชิญชวนให้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ศดปช.&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการดิน&nbsp;วิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืช&nbsp;เป็นการใช้ปุ๋ยแม่นยำเฉพาะพื้นที่&nbsp;ไม่มากไม่น้อยเกินไปและเกิดการลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401102632033
2	กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดพายุฤดูร้อน ส่วนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ส่วนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;109&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชุมพร&nbsp;74&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,844&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,015&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401093646015
3	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดง 3 พื้นที่ โดยบริเวณต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอนสูงเกือบแตะ160ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงเกือบแตะ&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงสูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยเฉพาะสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เกือบแตะ&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;,&nbsp;เขตดอนเมือง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;แขวงทุ่งสองห้อง&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;และริมถนนพหลโยธิน&nbsp;เขตบางเขน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401093846017
4	กรมชลประทาน สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขับเคลื่อนงานพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างความมั่นคง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในพื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดเชียงใหม่	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้สนองพระราชดำริ&nbsp;ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ที่มีอยู่ทั่วประเทศ</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกร&nbsp;และประชาชนมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดย&nbsp;โครงการที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำแม่ลาด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;บ้านน้ำแพร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลน้ำแพร่&nbsp;อำเภอพร้าว&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;&nbsp;โดยกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2531&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;988&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันอาคารแบ่งน้ำและฝายในลำน้ำแม่ลาดมีสภาพชำรุดเสียหายอีกทั้งระบบส่งน้ำส่วนใหญ่ก็ยังเป็นคลองดินอยู่</strong>&nbsp;เวลาส่งน้ำเกิดการรั่วซึมและมีวัชพืชขึ้นปกคลุม&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ราษฎรตำบลน้ำแพร่&nbsp;จึงได้ร้องขอให้พิจารณาหาทางช่วยเหลือผ่านทางองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแพร่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้พิจารณาดำเนินการปรับปรุงอาคารในลำน้ำแม่ลาด&nbsp;พร้อมทั้งปรับปรุงระบบส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยกลุ่มพิจารณาโครงการ&nbsp;ส่วนวิศวกรรมบริหาร&nbsp;สำนักชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;ได้ตรวจสอบสภาพพื้นที่โครงการเพื่อเก็บรายละเอียดข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาประกอบการพิจารณาโครงการและจัดทำรายงานการศึกษา&nbsp;เพื่อให้โครงการฯสามารถควบคุมการส่งน้ำและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ราษฎรบ้านน้ำแพร่และหมู่บ้านใกล้เคียง&nbsp;มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;มีผลผลิตและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><br></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401114543096
5	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;177&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;80&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;132&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;87&nbsp;จุด&nbsp;และสุโขทัย&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกาะกลุ่มบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่า&nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,109&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11,968&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,084&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมวันนี้พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;2,249&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;458&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401112015075
6	จังหวัดลำพูน ประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมเมืองสุวรรณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานเปิดการประชุมการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;1/2565)&nbsp;พร้อมด้วยนายสิทธิ์&nbsp;สุรีวงศ์&nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;<strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ต้องเริ่มต้นพัฒนาจากฐานราก&nbsp;คือ&nbsp;ชุมชน&nbsp;การมีส่วนร่วมนั้นเป็นพลังที่มีคุณค่าในการขับเคลื่อนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อขยายการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;ตลอดจนสร้างความผูกพัน&nbsp;ความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ความร่วมมือในการดำเนินงานของกลุ่ม&nbsp;เพื่อความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้านเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สําคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และสร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;เป็นทางเลือก&nbsp;และทางรอดให้แก่ทุกภาคส่วน&nbsp;ในยุคของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่&nbsp;</p><p><strong>ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สมาพันธ์เกษตรยั่งยืนลำพูน&nbsp;เป็นองค์กรภาคประชาชน&nbsp;ภายใต้สหพันธ์&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย&nbsp;สถาบันหนึ่งในโครงสร้างสมาคมการค้า&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนไทย&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในจังหวัดลำพูน&nbsp;โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ในด้านการส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์&nbsp;มีการร่วมบูรณาการทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;การพัฒนาศักยภาพ&nbsp;เกษตรกรด้านการผลิต&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรฐานตลอดห่วงโซ่&nbsp;ทั้งต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนลำพูน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;@วังผาง&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งระหว่างเทศบาลตำบลวังผาง&nbsp;สมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย&nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรม&nbsp;ยั่งยืนลำพูน&nbsp;บริษัท&nbsp;ลำพูนออร์แกนิค&nbsp;วิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;จำกัด&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;ตลอดจน&nbsp;มีการร่วมวางแผนการพัฒนาและขับเคลื่อนงาน&nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดลำพูนร่วมวางแผนการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนสู่ลำพูนโมเดล&nbsp;ในลำดับต่อไป&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานในปีนี้&nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่&nbsp;โดยลงพื้นที่ตรวจแปลง&nbsp;บันทึกข้อมูลสมาชิกที่เข้า&nbsp;รับการตรวจประเมินแปลงของสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนในแต่ละกลุ่มอำเภอ&nbsp;และจัดการประชุมกลั่นกรองแปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;111&nbsp;แปลง&nbsp;รวมพื้นที่ทั้งสิ้น&nbsp;733.72&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;22&nbsp;แปลง&nbsp;มีพื้นที่จํานวน&nbsp;200.99&nbsp;ไร่&nbsp;และแปลงเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;จํานวน&nbsp;410.83&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประชุมพิจารณาให้การรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;มาตรฐานเกษตร&nbsp;อินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(SDGSPGS)&nbsp;ในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ได้ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดประชุมฯ&nbsp;จากวิทยาลัยเกษตรกรรม&nbsp;และเทคโนโลยีลำพูน&nbsp;และสมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;ตลอดจน&nbsp;เครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนหลายจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401121913106
7	จังหวัดตราด จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ลงสู่สระสีเสียด ภายใต้กิจกรรม 1 เมษา วันข้าราชการไทย ร่วมใจเพื่อประชาชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตราด&nbsp;และหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ลูกจ้างจากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดตราดเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด&nbsp;ตำบลหนองเสม็ด&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายคนึง&nbsp;คมขำ&nbsp;ประมงจังหวัดตราด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบหมายให้กรมประมงจัดขึ้น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในเป็นผู้ให้บริการ&nbsp;เสียสละ&nbsp;และประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;ทั้งยังเป็นการเพิ่มปริมาสัตว์น้ำตามธรรมชาติ&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;และเป็นแหล่งรายได้เพิ่มครัวเรือนจากการทำประมง&nbsp;โดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้&nbsp;เป็นการปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลาอีกง&nbsp;ปลาโพง&nbsp;และปลาตะเพียนขาว&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;101,000&nbsp;ตัว&nbsp;ลงสู่อ่างเก็บน้ำสระสีเสียดแห่งนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401170401225
8	สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม สำรวจผลผลิตลิ้นจี่ ปีนี้มีผลผลิตไม่มากนักประมาณกว่า 400 ตัน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;สำรวจผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปีนี้มีผลผลิตไม่มากนักประมาณกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ลิ้นจี่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสมุทรสงครามอีกชนิดหนึ่ง&nbsp;</strong>ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกลิ้นจี่จำนวน&nbsp;1,920&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมพื้นที่ประมาณ&nbsp;5,196&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที&nbsp;ประกอบกับในปีนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;จากที่มีการแทงช่อดอกแทบทุกสวนเมื่อมาเจอฝนทำให้ดอกร่วงเป็นจำนวนมากเหลือไม่มากนัก&nbsp;นายวิศิษ&nbsp;บ่อสารคาม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมด้วยนายเสนีย์&nbsp;ตรุยานนท์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ที่ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดย&nbsp;นายวิศิษ&nbsp;บ่อสารคาม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เริ่มแรกสภาพอากาศลิ้นจี่แทงช่อเป็นจำนวนมาก&nbsp;ต่อมาประมาณปลายเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นช่วงที่ดอกลิ้นจี่บานได้เกิดฝนตกหนักลมกรรโชกแรง&nbsp;ทำให้ดอกลิ้นจี่ร่วงเป็นจำนวนมาก&nbsp;จากการออกสำรวจของเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พบว่าในปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่เหลือประมาณกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงประมาณกลางเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;เท่านั้น&nbsp;เราจะเห็นได้ว่าในท้องตลาดมีลิ้นจี่จากจังหวัดอื่นมาวางจำหน่าย&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันว่าลิ้นจี่สมุทรสงครามมีจำนวนไม่มาก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านนายวิชัย&nbsp;กรรมาชีพ&nbsp;อายุ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ในตำบลบางสะแก&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ในปีนี้ผลผลิตมีจำนวนไม่มากนัก&nbsp;การดูแลค่อนข้างหนักเนื่องจากของมีน้อยค้างคาวจะมุ่งมาที่สวนที่มีลิ้นจี่&nbsp;จึงต้องมีการนำตาข่ายมาคลุมทั้งต้น&nbsp;ตอนกลางคืนต้องเปิดไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อป้องกันค้างคาว&nbsp;ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ&nbsp;&nbsp;สวนของตนจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ประมาณวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565นี้&nbsp;ซึ่งจะเปิดขายที่หน้าสวนไม่ไปขายที่อื่น&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเวลาซื้อขอให้สังเกตุว่าลิ้นจี่สมุทรสงคราม&nbsp;จะมีอัตลักษณ์เฉพาะคือหนามตั้ง&nbsp;หนังตึง&nbsp;เนื้อเต่ง&nbsp;&nbsp;ล่องชาด&nbsp;เปลือกจะบางเป็นสีชมพูเรื่อๆ&nbsp;รสชาติจะหวานไม่มีน้ำ&nbsp;&nbsp;เนื้อจะแห้ง&nbsp;นี่คืออัตลักษณ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมของสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175925283
9	จังหวัดนนทบุรีจัดงานเทศกลาชิมมะม่วงยายกล่ำของดีเมืองนนท์	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่วัดสวนแก้ว&nbsp;อำเภอบางใหญ่&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;นายราชันย์&nbsp;ซุ้นหั้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชิมมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ของดีเมืองนนท์&nbsp;ณ&nbsp;วัดสวนแก้ว&nbsp;วันที่&nbsp;1-13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&nbsp;วัดสวนแก้ว&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;บ้านสมเด็จเจ้าพระยา&nbsp;สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนนทบุรี&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่&nbsp;สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&nbsp;วิสาหกิจชุมชนนนทบุรี&nbsp;วิสาหกิจชุมชนสวนบัวโฮมสเตย์&nbsp;ตลาดน้ำ&nbsp;ประชารัฐสวนบัว&nbsp;บริษัท&nbsp;ศิวิไลซ์&nbsp;คาร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;อ.บางใหญ่&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;ร่วมเปิดงานเทศกาล&nbsp;ชิมมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ของดีเมืองนนท์&nbsp;เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และเชิงวัฒนธรรมระหว่างวัดสวนแก้วและแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผลผลิตซึ่งเป็นสิ่งบ่งขี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดนนทบุรีให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ในด้านของช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ในงานเทศกาลชิมมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ของดีเมืองนนท์&nbsp;ณ&nbsp;วัดสวนแก้วนี้&nbsp;ได้มีการรับซื้อผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรและช่วยเป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้เกษตรกรได้เกิดรายได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>และนอกจากนี้ยังได้มีการจัดพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสนำผลผลิตออกมาจัดจำหน่ายด้วยตนเอง</strong>&nbsp;ทำให้เกษตรกรเกิดรายได้&nbsp;ได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย&nbsp;ป้องกันการเกิดผลผลิตที่ล้นตลาดและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่สนใจได้มีโอกาสมาอุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากทางชุมชนอย่างแท้จริง&nbsp;ในการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการจัดงานครั้งต่อไป&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวและเพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวในบริเวณโดยรอบเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401182026303
10	ความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;SPRC&nbsp;บริษัทต้นเหตุน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;และเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;ประมงพาณิชย์&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหารและผู้ประกอบอาชีพทั่วไป&nbsp;โดยมุ่งเน้นในการจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม&nbsp;โปร่งใส&nbsp;สมเหตุสมผลและรวดเร็ว&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ได้จ่ายเงินให้กลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;อบต.เพ&nbsp;จำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;4.24&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกลุ่มโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;สวนสัปรดบ้านอาจารย์บัญชา&nbsp;จำนวน&nbsp;82&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;10.70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5,679&nbsp;ราย&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&nbsp;180&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,669&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;119.90&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กลุ่มอาชีพื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,906&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;42.74&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กลุ่มโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;17.89&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(จังหวัดระยอง)</strong>&nbsp;ส่งทีมเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายฝั่ง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อดำเนินการสำรวจและตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ตั้งแต่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;,ท่าเรือ&nbsp;IRPC&nbsp;,หาดแม่รำพึง&nbsp;,หาดสวนสน&nbsp;จนถึงบริเวณปากคลองแกลง&nbsp;เป็นระยะทางรวมกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งผลการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมพบว่า&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;สามารถรับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด&nbsp;สำหรับความคืบหน้าการจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศหลายแห่ง&nbsp;กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธรรมชาติให้กับชาวระยองต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401183038318
11	"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยจัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน (ลุ่มน้ำหมัน) ปีงบประมาณ 2565 หลักสูตร ""การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม"	"<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;และศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;""การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม""&nbsp;เกษตรกรเข้ารับการอบรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ในหัวข้อหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประสบการณ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;หลัก&nbsp;VRIO&nbsp;Model&nbsp;และกำหนดแผนการผลิตเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ในอาชีพ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านหมากแข้ง&nbsp;บ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401142931154
12	รัฐบาล ใช้งบกลางแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำจนเพิ่มแหล่งน้ำแล้วกว่า 26,000 แห่งทั่วประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา	<p><strong>รัฐบาล&nbsp;ใช้งบกลางแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำจนเพิ่มแหล่งน้ำแล้วกว่า&nbsp;26,000&nbsp;แห่งทั่วประเทศช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;สามารถเก็บน้ำฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้งแล้ว&nbsp;740&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงงานพัฒนาและบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยเฉพาะการใช้งบกลางในภาวะจำเป็นและเร่งด่วน&nbsp;เพื่อนำมาแก้ปัญหาเชิงการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น&nbsp;ทั้งน้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;และคุณภาพน้ำของรัฐบาลว่า&nbsp;ช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลสนับสนุนงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมาใช้ในโครงการบรรเทาผลกระทบภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;ระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการเกษตรครอบคลุมทั่วประเทศรวม&nbsp;26,830&nbsp;แห่ง&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดเจาะบ่อบาดาล&nbsp;แหล่งน้ำสำรองเพื่อผลิตน้ำประปา&nbsp;ก่อสร้างฝายและสระเก็บน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ขุดลอกคลอง&nbsp;และกำจัดวัชพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากแล้วเสร็จทั้งหมดทุกโครงการจะส่งผลให้เก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้งได้รวม&nbsp;742&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วยังสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้ได้ถึง&nbsp;91&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และมีน้ำดิบผลิตประปาได้อีก&nbsp;62&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชนถึง&nbsp;3.65&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ&nbsp;7.5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมปี&nbsp;2563&nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆภายใต้งบกลาง&nbsp;20,795&nbsp;แห่งที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;แล้วเกิดการจ้างแรงงานถึง&nbsp;184,000&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2564&nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรวม&nbsp;6,035&nbsp;แห่ง&nbsp;เน้นรองรับสถานการณ์ฝนตกน้อยและความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากการอพยพกลับภูมิลำเนาเดิมของประชาชนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;เบื้องต้นดำเนินการเสร็จแล้ว&nbsp;3,642&nbsp;แห่ง&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;2,441&nbsp;แห่ง&nbsp;โดย&nbsp;สทนช.จะเร่งให้แล้วเสร็จตามแผนทั้งหมดจะมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&nbsp;39&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีปริมาณน้ำบาดาล&nbsp;44&nbsp;&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;350,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;455,818&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส่วนปีนี้มีโครงการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงรวม&nbsp;2,525&nbsp;แห่ง&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากภัยแล้งได้&nbsp;และเป็นการเพิ่มการลงทุนภาครัฐด้วยการช่วยกระตุ้นการซื้อวัสดุและจ้างแรงงานคนในท้องถิ่นด้วย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังทำโครงการสูบกลับคลองสะพาน&nbsp;&nbsp;อ่างประแสร์&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;,&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพน้ำห้วยแม่ประจันต์&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา&nbsp;3&nbsp;และคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;พร้อมอาคารประกอบที่ช่วยป้องกันผลกระทบอุทกภัย&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;แบบจำลองกายภาพลุ่มน้ำ&nbsp;17&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;และโครงการจัดหาเครื่องดูดตะกอนดินและเครื่องแยกตะกอนดินเลน</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401142510149
13	กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงโครงการศึกษาป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระบบกลุ่มหาดที่ จ.ประจวบฯ มุ่งให้การจัดการปัญหาชายฝั่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน	"<p><strong>ที่โรงแรมเกาะหลัก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.เขาแดง&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;ต.บางน้ำจืด&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;จัดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เพื่อชี้แจงสรุปผลการศึกษาร่างแผนหลักแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาด&nbsp;พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการในพื้นที่ศึกษาตามระบบกลุ่มหาด&nbsp;โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเอกชน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมจำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;มีวิทยากรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ชี้แจงรายละเอียดแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;ซึ่งตามโครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาออกแบบแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยพิจารณาความเหมาะสมของสภาพพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;และเกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เช่น&nbsp;การก่อสร้างในรูปแบบกำแพงคอนกรีตกันคลื่นแบบลาดเอียง&nbsp;กำแพงคอนกรีตแบบขั้นบันได&nbsp;แนวกันคลื่นแบบหินใหญ่เรียง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต่างมีรูปแบบการป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งที่หลากหลาย</strong>&nbsp;หากรูปแบบการป้องกันการกัดเซาะที่เลือกใช้ไม่เหมาะสม&nbsp;จะทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและสิ้นเปลืองงบประมาณ&nbsp;ดังนั้นในปี&nbsp;2557&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;จึงได้เสนอแนวคิดในการจัดการชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาดซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&nbsp;มีการใช้หลักเกณฑ์และองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านสมุทรศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการชายฝั่งเข้ามากำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งเพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นไปในลักษณะเชิงพื้นที่หรือในลักษณะระบบกลุ่มหาด&nbsp;ต่อมา&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จึงได้นำแนวคิดนี้มาจัดทำ&nbsp;""โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง""&nbsp;ซึ่งขณะนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่&nbsp;2&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่แนวชายฝั่งประมาณ&nbsp;1,208&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีเป้าหมายดำเนินการใน&nbsp;4&nbsp;พื้นที่ศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาก่อน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;1&nbsp;</strong>ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.กร่ำ&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ถึง&nbsp;ต.หาดเล็ก&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&nbsp;326.70&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;2&nbsp;</strong>ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.อ่างศิลา&nbsp;อ.เมืองชลบุรี&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ถึง&nbsp;ต,สัตหีบ</p><p>อ.สัตหีบ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&nbsp;161.35&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;3</strong>&nbsp;ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต,เขาแดง&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;ต.บางน้ำจืด&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวมทั้งสิ้น&nbsp;412.69&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;4&nbsp;</strong>ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.พุมเรียง&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ถึง&nbsp;ต.แหลมตะลุมพุก&nbsp;อ.ปากพนัง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&nbsp;307.95&nbsp;กิโลเมตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401171640231
14	ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร ร่วมให้ความรู้การส่งเสริม การปลูกพืชอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน มีพอเพียงและได้มาตรฐาน	<p><strong>นายดำรงศักดิ์&nbsp;หงษ์ทะนี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร&nbsp;สัตว์ยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>เมื่อวานนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเศกสรรค์&nbsp;สวนกูล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;ได้มอบหมายศูนย์วิจัยและพัฒนา&nbsp;อาหารสัตว์ยโสธร&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ด&nbsp;โดยนางวัฒนาวรรณ&nbsp;มรรคสันต์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ฯ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมบูรณาการจัดฝึกอบรมตัวแทนเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;ชุมชนบ้านจอก&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บ้านจอก&nbsp;ตำบลสะพุง&nbsp;อำเภอศรีรัตนะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p>โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร&nbsp;ได้บรรยายให้ความรู้&nbsp;เกี่ยวกับอาหารสัตว์&nbsp;การปลูกพืชอาหารสัตว์&nbsp;การจัดการและการใช้ประโยชน์พืชอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&nbsp;พร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;ปลูกพืชอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและมีปริมาณอย่างพอเพียง&nbsp;เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารขึ้น&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อ&nbsp;เนื่อง&nbsp;รวมถึงการบรรยายเกี่ยวกับการถนอมพืช&nbsp;อาหารสัตว์ในรูปแบบ&nbsp;ของหญ้าหมักและการสาธิตการผลิตแร่ธาตุอัดก้อนเพื่อใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์&nbsp;พร้อมบริการท่อนพันธุ์หญ้าแพงโกลาสำหรับการนำไปปลูกด้วย</p><p><strong>ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งเป็นการเลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูก&nbsp;ต่างมีความตั้งใจในการรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และมีความตั้งใจที่จะนำไปปรับใช้ในการเลี้ยงสัตว์ของตนเอง&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401174318256
15	อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง  จัดประชุมคณะกรรมการในโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอย่านตาขาว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายนนท์ภนท์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการ&nbsp;โครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ในการประชุมครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือกคณะกรรมการบริหารตลาด</strong>&nbsp;การเพิ่มวันจำหน่ายสินค้าทุกวันอังคาร&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;และการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ตลาดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มียอดการจำหน่ายสินค้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;70,851&nbsp;บาท&nbsp;ตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เปิดจำหน่ายสินค้าทุกวันอังคาร&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;ถึง&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;บริเวณกำแพงด้านหน้าศูนย์ราชการอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ติดต่อจำหน่ายสินค้าโทร&nbsp;075-281241&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175448276
16	ใบเหลือง โตช้า แคระแกร็น รากเน่าโคนเน่า ปัญหาของผู้ปลูกพริกไทย อ.เมืองตรัง ด้านเกษตรอำเภอ แนะนำปรับแก้ด้วยวิธีผสมผสาน	<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพร้อมให้คำแนะนำเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยตรัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหนองตรุด&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าวปลูกพริกไทยตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ค้าง&nbsp;</strong>ประสบปัญหาต้นพริกไทยมีใบเหลือง&nbsp;แคระแกร็น&nbsp;เจริญเติบโตช้า&nbsp;จากการวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่าเกิดจากการระบายน้ำในแปลงไม่ดี&nbsp;อาจเกิดอาการรากเน่าร่วมด้วย&nbsp;&nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรขุดร่องรอบแปลงปลูกเพื่อลดระดับน้ำใต้ดิน&nbsp;และใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;หรือสารเคมีเมทาแลกซิล&nbsp;ในการป้องกันและรักษาโรครากเน่าโคนเน่า&nbsp;ควรกำจัดวัชพืชบริเวณรอบโคนต้นเพื่อไม่ให้รบกวนระบบรากของต้นพริกไทย&nbsp;และใส่ปุ๋ยสูตร&nbsp;25-7-7&nbsp;หรือ&nbsp;20-5-5&nbsp;เพื่อช่วยการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175548277
17	เกษตรกรชาวอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารา พื้นที่ 3 ไร่ มาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน สร้างรายได้งดงาม	<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;</strong>เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;และนางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;นายจรูญ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;(สวนบังไข)&nbsp;ตั้งอยู่บ้านเลขที่&nbsp;6&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;นายจรูญ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;หรือบังไข</strong>&nbsp;ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารา&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;มาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;เนื่องจากในช่วงนั้นราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;และในอดีตอำเภอปะเหลียนเป็นแหล่งปลูกพริกไทยที่สำคัญแห่งหนึ่ง&nbsp;จึงต้องการสืบสานการปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;ให้อยู่คู่กับชาวปะเหลียนและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป&nbsp;โดยพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;จะมีกลิ่นหอม&nbsp;รสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์&nbsp;มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันบังไข&nbsp;ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;มีระบบการผลิต&nbsp;และการจัดการสวนที่ดี&nbsp;ผลผลิตมีความปลอดภัย&nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;การปฏิบัติที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;สำหรับพืชอาหาร&nbsp;มกษ.9001-2556&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ปีนี้เป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;ที่ให้ผลผลิต&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ผลผลิตที่ได้จะสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;800&nbsp;-&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม(พริกไทยสด)&nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย&nbsp;ดังนี้&nbsp;พริกไทยสด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;พริกไทยดำ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;พริกไทยขาว(กระเทาะเปลือก)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ต้นพันธุ์พริกไทย(แบบไหล)&nbsp;สูง&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&nbsp;ต้นละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ต้นพันธุ์พริกไทย(แบบตอนกิ่ง)&nbsp;สูง&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&nbsp;ต้นละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;หากสนใจ&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;นายจรูญ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;081-6662376&nbsp;เพจเฟสบุ๊ค&nbsp;พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;สวนบังไข&nbsp;สุโสะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175701279
18	เกษตรอินทรีย์สมัยใหม่อำเภอเมืองตรัง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตามวิถีเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)ดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่ 3 ไร่	<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;&nbsp;Farmer)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&nbsp;วิจิตรเวชการ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;ซึ่งดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;(รวมที่อยู่อาศัย)&nbsp;กิจกรรมด้านเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปลูกผักสลัด&nbsp;ผักคะน้าในโรงเรือนแบบยกแคร่&nbsp;&nbsp;ปลูกมะเขือเทศในโรงเรือนปิด&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรได้ประยุกต์ส่วนของบริเวณใต้แคร่ของโรงเรือนปลูกผักในการเลี้ยงไก่ดำทำให้สามารถลดภาระเรื่องการกำจัดวัชพืชได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังได้ทำการเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์แหนแดงในกะละมัง</strong>&nbsp;โดยใช้ประโยชน์เป็นอาหารเลี้ยงไก่&nbsp;และเป็นปุ๋ยใส่ในแปลงผัก&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนด้านอาหาร&nbsp;และปุ๋ยได้อีกทางหนึ่งการเพาะขยายพันธุ์ต้นผักเหรียงพันธ์อินโด&nbsp;(ต้นละ&nbsp;90&nbsp;บาท)&nbsp;ซึ่งต้นผักเหรียงสายพันธุ์อินโดจะมีลักษะแตกต่างจากผักเหรียงทั่วไปคือ&nbsp;มีใบใหญ่เมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติมันกว่า&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การผลิตน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;โดยใช้เศษปลาเป็นวัตถุดิบในการหมัก</strong>&nbsp;ซึ่งน้ำหมักชีวภาพสามารถผลิตเดือนละประมาณ&nbsp;500&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยน้ำหมักที่ได้จะนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงผัก&nbsp;โดยภายในโรงเรือนปลูกผัก&nbsp;เกษตรกรได้มีการนำระบบน้ำอัจฉริยะมาใช้ในการควบคุมเวลาการให้น้ำในแปลงผัก&nbsp;โดยใช้สมาร์ทโฟนในการสั่งการทำให้สามารถลดเวลา&nbsp;และลดต้นทุนการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ปัจจุบันทางเกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ได้รับจ้างออกแบบและวางระบบน้ำอัจริยะในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;และแปลงไม้ผล&nbsp;และยังได้ดัดแปลงเครื่องมือในการผสมดินปลูกทำให้สะดวกในการทำงาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลผลิตที่ได้จากแปลงจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้า&nbsp;</strong>และร้านค้าประจำในเขตพื้นที่เขตเทศบาลนครตรัง&nbsp;และจำหน่ายผ่าน&nbsp;เพจเฟสบุ๊ก&nbsp;:จีโอฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;&nbsp;สนใจติดต่อ&nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&nbsp;วิจิตรเวชการโทร:&nbsp;0882464551&nbsp;หรือผ่านเพจเฟสบุ๊ก&nbsp;:จีโอฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น&nbsp;ผักปลอดสารพิษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401180055284
19	ผบ.ฉก.นราธิวาส เปิดกิจกรรม ลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม ต.พร่อน อ.ตากใบ	"<p><strong>ผบ.ฉก.นราธิวาส&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&nbsp;</strong>ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนา&nbsp;หมู่5&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่&nbsp;แปลงนา&nbsp;หมู่5&nbsp;ตำบลพร่อน&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&nbsp;ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส&nbsp;93&nbsp;ประธานองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติ&nbsp;และเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และพี่น้องประชาชนไทยพุทธ&nbsp;ไทยมุสลิม&nbsp;ในพื้นที่ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส</strong>&nbsp;และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและ&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อสืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&nbsp;""ลงแขก&nbsp;เกี่ยวข้าว""&nbsp;ตลอดจนฟื้นฟูรักษา&nbsp;วิถีวัฒนธรรมที่แสดงออกถึง&nbsp;ความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;เกื้อกูลกัน&nbsp;ของสังคมพหุวัฒนธรรมระหว่างไทยพุทธ&nbsp;และมุสลิมในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานในทุกๆด้าน&nbsp;โดยสร้างสังคมให้เกิดความผาสุกตามบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;กระตุ้นให้เกิดกลไก&nbsp;การจัดการ&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตามธรรมชาติ&nbsp;พัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;ศักยภาพผู้นํา&nbsp;และประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;และวิถีชุมชน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชน&nbsp;มีส่วนร่วมในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ของประชาชนให้ดีขึ้น&nbsp;เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;นำมาสู่การอยู่ร่วมกัน&nbsp;อย่างสันติสุขที่แท้จริงในสังคม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์สำคัญ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การฟื้นฟู&nbsp;รักษา&nbsp;วิถี&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;และการทํานาโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;รวมถึงการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;สู่แนวคิดความ&nbsp;เป็น&nbsp;""พลเมืองไทย&nbsp;ในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม""&nbsp;น้อมนําศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาประพฤติปฏิบัติอย่างจริงจัง&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างให้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ศาสนา</strong>ได้มีความรักความสามัคคีกันได้&nbsp;ผลผลิตข้าวนำมาบริโภค&nbsp;และจำหน่ายสร้างรายได้แก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของบรรพชนรุ่นก่อนให้คนรุ่นหลังหรือรุ่นปัจจุบันได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันต่อไป&nbsp;นับว่าเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;และที่สำคัญคือได้สร้างความมีส่วนร่วม&nbsp;ความสามัคคีปรองดองระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมสืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-01-04T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401180749290
20	ทสจ.นครพนม เผย PM2.5 ของจังหวัดนครพนม อยู่ในระดับ    ** คุณภาพอากาศดีมาก **	<p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทสจ.)&nbsp;</strong>โดย&nbsp;ผอ.นายอภชัย&nbsp;ฤทธิกรรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รายงานสถานการณ์สภาพอากาศของจังหวัดนครพนมว่า&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;6&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;15&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&nbsp;ค่าโอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพดีมาก&nbsp;&nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;</p><p><strong>คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;:&nbsp;&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401192800345
21	จ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการ 1 จังหวัด 1 โครงการ ผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ชีวิตวิถีใหม่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;โครงการผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ชีวิตวิถีใหม่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคารฝึกอบรม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ</p><p><strong>นางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;โครงการผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนากลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มผู้มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;แรงงานนอกระบบ&nbsp;และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ให้มีความรู้ต่อกระบวนการผลิตพืช&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานด้วยความรู้ทางเทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างครบวงจร&nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การสร้างโรงเรือน&nbsp;เทคนิคการติดตั้งระบบ&nbsp;Smart&nbsp;Control&nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์&nbsp;การตลาด&nbsp;และการขายของออนไลน์&nbsp;ทำให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;ส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น&nbsp;และนำสู่ความเข้มแข็งเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนส่วนราชการเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;รองคณบดีคณะศิลปะศาสตรและวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ประธานสมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;ไทยศรีสะเกษ&nbsp;และประธานคณะกรรมการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401193047347
22	ร้อน-แล้งซ้ำเติม ผลผลิตไข่ลด 15 %	<p>อากาศร้อนแล้ง&nbsp;ทำผลผลิตไข่เสียหาย-ปริมาณน้อยกว่าปกติ&nbsp;&nbsp;ผู้เลี้ยงถอดใจเลิกอาชีพแล้ว 10% เกษตรกรไก่ไข่ร้องรัฐปล่อยราคาตามกลไกตลาด ชี้ต้นทุนหลักวัตถุอาหารสัตว์สูงเป็นประวัติการณ์ ยังถูกซ้ำเติมด้วย</p><p><br></p><p>นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัญหาสภาพอากาศร้อน-แล้ง ทำให้แม่ไก่เครียด&nbsp;กินอาหารน้อย&nbsp;แม่ไก่จะมีไข่ไก่แตกในท้อง&nbsp;และมีไก่ตายวันละ 5-10 ตัว&nbsp;เปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้จะลดลงประมาณ 10-15 % คือ จากที่เคยมีอัตราการให้ไข่เฉลี่ยที่ 80 % เหลือเพียง 60-65 %&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้มีเปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้ช่วงนี้ มีจำนวนลดน้อยลงจากปกติ&nbsp;ผู้เลี้ยงขอให้ภาครัฐเข้าใจเกษตรกร และปล่อยให้ราคาไข่ไก่เป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;เพราะขณะนี้เกษตรกรต้องแบกรับภาระการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยเจอ ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนหลักที่ 70-80 %&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><em>ปัญหาต้นทุนการเลี้ยงที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ ทำให้ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงตัดสินใจเลิกอาชีพไปแล้ว 10 % เพราะไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนต่อไปได้&nbsp;สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนมากขณะนี้ แม่ไก่ไข่กินอาหารน้อย&nbsp;ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ&nbsp;ส่งผลต่อผลผลิตไข่ที่ได้&nbsp;ซึ่งจะมีเปลือกไข่ช่วงนี้บางกว่าปกติ ง่ายต่อการร้าว และแตกได้ง่าย&nbsp;ทำให้มีสภาพไข่ไก่สมบูรณ์พร้อมขายเพียงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์&nbsp;และผลผลิตไข่ไก่ที่ได้ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลาง-เล็ก ทำให้ผู้เลี้ยงขายไข่ได้ราคาลดลงไปด้วย</em> นางพเยาว์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันราคาไข่ที่ขายไม่มีความสมดุล&nbsp;เพราะไม่สามารถขายในราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง&nbsp;และในสภาพอากาศร้อนขณะนี้&nbsp;ทำให้ไก่เครียด แทบไม่กินอาหาร&nbsp;ขนาดของไข่ไก่ที่ออกมาในช่วงนี้จึงมีเพียงขนาดกลางถึงเล็ก ที่เบอร์ 3-4-5 เท่านั้น&nbsp;จากปกติมีไข่ไก่ 6 ขนาด คือ เบอร์ 0 ใหญ่สุด และเบอร์ 5 เป็นขนาดเล็กสุด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>สถานการณ์ภัยแล้งทำให้ผู้เลี้ยงต้องมีค่าใช้จ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบน้ำพ่นฝอย เพื่อลดความร้อนภายในโรงเรือน  รวมถึงระบบน้ำและพัดลมระบายอากาศของโรงเรือน ช่วงนี้เกษตรกรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากค่าไฟที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10 %&nbsp;จึงอยากให้ทุกภาคส่วน รวมถึงผู้บริโภคเข้าใจเกษตรกรด้วย</p>	2022-01-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401195123365
23	ครูภูมิปัญญาต่อยอด ผสมเมล่อนสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตรุ่นแรกลายสวยงาม	"<p><strong>""การปลูกเมล่อนจะว่ายากก็ไม่ยาก&nbsp;ง่ายก็ไม่ง่าย&nbsp;ต้องใส่ใจในการดูแล""</strong>&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกร&nbsp;ผู้ที่สนใจหลายราย&nbsp;ที่อาจคิดว่าการปลูกเมล่อนเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ทุนสูง&nbsp;ซึ่งทางเกษตรกรชาวอำเภอยะหา&nbsp;ได้หันมาใช้ภูมิปัญญาทางด้านการเกษตร&nbsp;ทำโรงเรือนขนาดเล็ก&nbsp;สำหรับปลูกเมล่อนได้&nbsp;120&nbsp;ต้น&nbsp;ด้วยการใช้ไม้ไผ่&nbsp;ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายมีอยู่ในพื้นที่&nbsp;ผสมผสานกับท่อพีวีซี&nbsp;ตาข่ายคลุมโรงเรือน&nbsp;ช่วยลดต้นทุนจากการสร้างโรงเรือนเหล็ก&nbsp;5-6&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;เหลือเพียงหมื่นกว่าบาท&nbsp;พร้อมกับนำกระถางมาลงปลูกเมล่อนสายพันธุ์คิโมจิ&nbsp;หลังปลูกได้มาปีเศษ&nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;สร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลองได้ใช้ภูมิปัญญา&nbsp;ต่อยอดการปลูกเมล่อน&nbsp;โดยนำเมล็ดพันธุ์เมล่อนอาหรับ&nbsp;ผสมเกสรเข้าด้วยกันกับ&nbsp;สายพันธุ์คิโมจิ&nbsp;ใช้ระยะเวลา&nbsp;ลงปลูกร่วม&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;เมล่อนลูกผสมสายพันธุ์ใหม่&nbsp;ได้ให้ผลผลิตสุดสวยงาม&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ก็เหลือแต่รอลุ้นรสชาติ&nbsp;ซึ่งผลเมล่อนรุ่นแรก&nbsp;นี้&nbsp;ก็จะสุกได้ที่&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;เม.ย&nbsp;65&nbsp;&nbsp;โดยมีนักชิมต่างให้ความสนใจจองแล้ว&nbsp;30&nbsp;ลูก</p><p><strong>นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร&nbsp;(ศพก)&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>/ภูมิปัญญาด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;บอกว่าเดิมที&nbsp;ตนเองก็ได้ปลูกเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นคิโมจิ&nbsp;ตั้งแต่ปีที่แล้วประสบผลสำเร็จ&nbsp;ขายผลผลิตได้&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;&nbsp;สำหรับเมล่อนแล้วใช้ระยะเวลาไม่ถึง&nbsp;3&nbsp;เดือนก็เก็บได้&nbsp;พอหมดรุ่นก็รื้อออกปลูกใหม่</p><p><strong>โดยจะนำความรู้ภูมิปัญญามาปรับให้เข้ากับพื้นที่ที่มีอยู่</strong>&nbsp;จนกระทั่งประสบผลสำเร็จแบบง่ายๆ&nbsp;ไม่มีเทคโนโลยีมากมายอะไร&nbsp;ใช้ถังในการปลูก&nbsp;โดยซื้อเมล็ดพันธุ์ตามท้องตลาดที่จะขายอยู่ที่เมล็ดละ&nbsp;5-8&nbsp;บาท&nbsp;นำมาเพาะและลงปลูก&nbsp;ปุ๋ยก็เป็นปุ๋ยคอก&nbsp;รดน้ำก็เป็นแบบสายลาก&nbsp;ไม่ให้เปียกมาก&nbsp;เมล่อนไม่ชอบน้ำเยอะพอประมาณ&nbsp;ถ้าเยอะจะเกิดเชื้อรา&nbsp;&nbsp;ซึ่งเราก็เป็นภูมิปัญญาอยู่แล้ว&nbsp;เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้วย&nbsp;ถ้าเราใช้เทคโนโลยีก็ไม่มีทุน&nbsp;อย่างโรงเรือน&nbsp;ก็จะใช้ไม้ไผ่ไม้ในพื้นที่&nbsp;ลงทุนครั้งแรกก็หมื่นกว่าบาท&nbsp;แต่ไม่มากเหมือนกับการทำโรงเรือนเหล็ก&nbsp;5-6&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;รวมถึงต้องการให้เกษตรกรที่ไม่มีทุนได้มาศึกษาจะได้นำกลับไปทำ&nbsp;มีรายได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็จะใช้ขบวนการที่เก็บลูกสวยไว้ทำพันธุ์ด้วย&nbsp;จะได้ไม่ต้องลงทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์&nbsp;ครั้งต่อไป&nbsp;ซึ่งราคาจะแพงสักหน่อย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต้นหนึ่งเมล่อนจะมีหลายลูก&nbsp;แต่ก็จะเก็บไว้เพียงลูกเดียว&nbsp;เพื่อไม่ให้ลูกอื่นแบ่งความหวานความอร่อย&nbsp;ไป</p><p><strong>ส่วนการผสมสายพันธุใหม่ได้แนวคิดพันธุ์จากการไปทำ</strong>&nbsp;อุมเราะห์&nbsp;ที่เมกกะ&nbsp;ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งตนเองไปในนามของเกษตรกร&nbsp;ได้ไปเจอเมล่อนที่ลูกสวย&nbsp;ซื้อในราคา&nbsp;ลูกละ&nbsp;200&nbsp;กว่าบาท&nbsp;โดยให้คนอื่นกิน&nbsp;ส่วนตนเองก็นำเมล็ดกลับมาอย่างเดียวพร้อมกับนำภูมิปัญญา&nbsp;ปู่&nbsp;ย่า&nbsp;ตายาย&nbsp;มาทดลองปลูกง่ายๆ&nbsp;ผสมไขว้เกสรดู&nbsp;คิโมจิผสมพันธุ์จากเมกกะ&nbsp;สุดท้ายประสบผลสำเร็จ&nbsp;ออกลูกมาผลของแท้จากเมกกะไม่มีลาย&nbsp;คิโมจิมีลาย&nbsp;ธรรมดา&nbsp;คิโมจิที่ปลูกขายที่นี่&nbsp;จะมีรสชาติหวาน&nbsp;หอม&nbsp;อร่อย&nbsp;เนื้อสีเขียว&nbsp;ส่วนเมกกะที่นำมาเนื้อสีส้ม&nbsp;โตสุดที่ได้ลูกตอนนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;กก.ต่อลูก&nbsp;ส่วนรสชาติยังไม่การันตี&nbsp;บอกไม่ได้&nbsp;เพราะ&nbsp;ยังไม่ได้ชิม&nbsp;ต้องรอดูให้ถึงเวลา&nbsp;ซึ่งในวันที่&nbsp;15&nbsp;เม.ย&nbsp;ก็จะได้ตัดรุ่นแรก&nbsp;30&nbsp;ลูก&nbsp;ซึ่งลูกค้าได้จองลูกพันธุ์ผสมเข้ามา&nbsp;ทั้ง&nbsp;ในพื้นที่ยะลา&nbsp;กทม.&nbsp;นราธิวาส&nbsp;เค้าอยากชิม&nbsp;โดยจองผ่านออนไลน์&nbsp;ซึ่งตนเองก็ขายตลาดออนไลน์มาหลายปีแล้วโดยเป็นสมาทฟาร์มเมอร์&nbsp;เกษตรกรต้นแบบของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;คนแรกที่ขายออนไลน์&nbsp;เริ่มจากสละอินโด&nbsp;และก็มาเมล่อน&nbsp;คิโมจิ&nbsp;&nbsp;ส่วนชื่อพันธุ์ใหม่ตอนนี้&nbsp;ก็ยังไม่ได้ตั้งรอทางเกษตรก่อน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายดอเล๊าะฯ&nbsp;ยังได้เตรียมขยาย</strong>&nbsp;โรงเรือนเมล่อนใหม่&nbsp;กว้าง&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;11&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อลงปลูกเมล่อนลูกผสม&nbsp;คิโมจิ-อาหรับ&nbsp;ซึ่งจะปลูกได้ประมาณ&nbsp;200&nbsp;กว่าต้น&nbsp;เป็นโรงเรือนที่มีความทนทานไม่แพ้โรงเรือนเหล็ก&nbsp;ทำจากท่อพีวีซี&nbsp;ไส้ใน&nbsp;ใส่ไม้ไผ่&nbsp;ด้วย&nbsp;เพื่อให้เกิดความคงทน&nbsp;และลดต้นทุน&nbsp;โดยบอกกว่า&nbsp;ดีใจ&nbsp;และภูมิใจมาก&nbsp;ที่ได้ใช้ความรู้&nbsp;ภูมิปัญญามาทำงานเป็นอาชีพจนถึงทุกวันนี้จนประสบความสำเร็จทางด้านการเกษตร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	2022-02-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402072604428
24	พัฒนาผ้าไหมลักษณะพิเศษ นุ่มพลิ้ว ไม่ยับง่าย เพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทย	<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมหม่อนไหมจัดทำโครงการการทำผ้าไหมต้นแบบลักษณะพิเศษ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้าหม่อนไหมตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;เป็นโครงการที่ดำเนินการเพื่อพัฒนาเพื่อให้ได้ผ้าไหมที่มีลักษณะพิเศษ&nbsp;มีความนุ่มพลิ้ว&nbsp;ไม่ยับง่าย&nbsp;โครงสร้างเนื้อผ้าแข็งแรงและหากสามารถพัฒนาให้มีคุณสมบัติพิเศษได้&nbsp;จะสามารถเพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทยและทำให้มีความนิยมใช้ผ้าไหมมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายและดูแลรักษาง่าย&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตเองได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการพัฒนาผ้าไหมดังกล่าว&nbsp;</strong>กรมหม่อนไหม&nbsp;ได้ใช้รังไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;06&nbsp;และพันธุ์วนาสวรรค์&nbsp;มาใช้ในการสาวเส้นไหม&nbsp;โดยการนำรังไหมมานำรังไหมไปต้มให้ฉ่ำน้ำ&nbsp;แล้วตักใส่กระบะสาวเครื่องยูบี&nbsp;2&nbsp;อุณหภูมิในการสาวเส้นไหมประมาณ&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;กำหนดขนาดเส้นและควบคุมจำนวนรัง&nbsp;รวมทั้งการเพิ่มคุณสมบัติด้วยการควบตีเกลียวทั้งนี้&nbsp;ได้ใช้การตีเกลียวด้วยเครื่องตีเกลียวเส้นไหม&nbsp;2&nbsp;แบบ&nbsp;โดยแบ่งครึ่งสำหรับย้อมด้วยแก่นเข&nbsp;และอีกส่วนหนึ่งนำไปย้อมด้วยแก่นเขแล้วนำไปหมักโคลน&nbsp;จากนั้นนำผ้าที่ทอไปวิเคราะห์หาโครงสร้าง&nbsp;ความยืดหยุ่นและความแข็งแรง&nbsp;และเมื่อนำไปวิเคราะห์หาโครงสร้าง&nbsp;ความยืดหยุ่น&nbsp;และความแข็งแรงของผ้า&nbsp;พบว่ามีการคืนตัวดีและมีสภาพยืดหยุ่นและการทิ้งตัวได้ดี</p><p><strong>กรมหม่อนไหม&nbsp;นำองค์ความรู้ดังกล่าวนี้ไปถ่ายทอด</strong>&nbsp;โดยจะนำร่องในกลุ่มเกษตรกรจังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปผลิตผ้าไหมที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ได้เองต่อไป&nbsp;ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมไทยอีกแนวทางหนึ่ง&nbsp;ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดของผู้บริโภคที่ชื่นชอบผ้าไหมและการสวมใส่ที่ให้ความสบายมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110635465
25	พัฒนาลุ่มน้ำยมตอนล่าง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ พิษณุโลก พิจิตร	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประตูระบายน้ำ&nbsp;ท่านางงาม&nbsp;อำเภอบางระกำ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ปตร.ท่าแห&nbsp;อำเภอสามง่าม&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;ปตร.บ้านวังจิก&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ปตร.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาได้รวมประมาณกว่า&nbsp;38&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานได้&nbsp;198,746&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งช่วยลดมวลน้ำหลากในช่วงฤดูฝน&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2568&nbsp;ปัจจุบันมีผลงานคืบหน้าสะสมเฉลี่ยทั้งโครงการฯ&nbsp;รวมประมาณร้อยละ&nbsp;44&nbsp;ของแผนงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำยม</strong>&nbsp;ยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาทั้งอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยมตอนล่างเป็นประจำ&nbsp;ขณะเดียวกันสภาพภูมิประเทศของลุ่มน้ำยมตอนล่างไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาหรือสร้างอ่างเก็บน้ำได้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ด้วยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆ&nbsp;แบบขั้นบันได&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกร&nbsp;สามารถนำน้ำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งลำน้ำ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างฝายยางและฝายคอนกรีต&nbsp;เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำในลำน้ำยมตอนล่างจำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>การพัฒนาแหล่งน้ำภายใต้ข้อจำกัดของลักษณะภูมิประเทศในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะช่วยสร้างแหล่งเก็บน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรและชุมชนที่อาศัยอยู่ตลอดลุ่มน้ำยมตอนล่างระยะทางกว่า&nbsp;225&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ได้ปริมาณน้ำรวมประมาณ&nbsp;61&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สามารถเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับราษฎร&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ในเขตจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และอีก&nbsp;1&nbsp;ตำบลในเขตจังหวัดพิจิตรคือ&nbsp;ตำบลกำแพงดิน&nbsp;อำเภอสามง่าม&nbsp;รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้นกว่า&nbsp;300,000&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110513462
26	ตลาดค้าส่งผลไม้เนินสูง จันทบุรีเริ่มคึกคักหลังผลผลิตทุเรียนพันธุ์กระดุม พันธุ์ชะนี และหมอนทองรุ่นแรก เริ่มทยอยออกสู่ตลาดราคาสูงกิโลกรัมละกว่า 200 บาท	<p><strong>ที่ตลาดเนินสูง&nbsp;ตำบลเขาวัว&nbsp;อำเภอท่าใหม่&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;แหล่งซื้อขายทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;พบว่ามีเกษตรกรชาวสวนเริ่มนำทุเรียนใส่ท้ายรถกระบะมาขาย&nbsp;และมีพ่อค้า&nbsp;แม่ค้าเร่ที่มาดักรอซื้อไปขายต่างจังหวัดมารอรับซื้อทุเรียนของเกษตรกรไปขาย&nbsp;โดยชาวสวนจะตัดทุเรียนจากสวน&nbsp;เพื่อมาขายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าหรือขาประจำที่ร้านรับซื้อทุเรียนอยู่ที่ตลาดแห่งนี้&nbsp;ซึ่งจังหวัดจันทบุรีมีมาตรการคุมเข้มป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ท้องตลาด&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคจะได้รับประทานทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;สำหรับทุเรียนที่ตัดได้ในช่วงนี้คือทุเรียนพันธุ์กระดุม&nbsp;และชะนีบางส่วนที่ติดดอกมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม&nbsp;ส่วนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จะเริ่มตัดได้ประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ไป&nbsp;แต่ในช่วงนี้ก็เริ่มมีทุเรียนหมอนทองตกไซร์ที่ออกดอกก่อนเริ่มทยอยออกมาสู่ท้องตลาดบ้างแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่มากเท่าที่ควร&nbsp;ส่วนราคาที่ตกลงซื้อขายตามแต่ละขนาดรูปทรง&nbsp;และน้ำหนัก&nbsp;และสายพันธุ์ของทุเรียน&nbsp;ซึ่งจะมีราคาซื้อขายดังนี้&nbsp;หมอนทองตกไซร์&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;190-200&nbsp;บาท&nbsp;พวงมณีกิโลกรัมละ&nbsp;190&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;พันธุ์กระดุมกิโลกรัมละ&nbsp;190&nbsp;บาท&nbsp;พันธุ์ชะนี&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;170&nbsp;-&nbsp;185&nbsp;บาท&nbsp;ก้านยาวกิโลกรัมละ&nbsp;170&nbsp;บาทราคาจะปรับขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงตามน้ำหนักและกลไกของตลาด</p><p><strong>&nbsp;ด้าน&nbsp;นายธนวัฒน์&nbsp;อัครภัคศิวทายิน&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;พ่อค้ารับซื้อทุเรียน</strong>ที่นำไปขายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลผลิตทุเรียนจันทบุรีจะออกช้ากว่าปีที่แล้ว&nbsp;ด้วยในพื้นที่มีฝนตก&nbsp;พายุเข้าติดต่อกันมา&nbsp;2-3&nbsp;วันติด&nbsp;ทำให้ทุนเรียนออกช้า&nbsp;เสียหายจากพายุอีกจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ชาวสวนเดือดร้อนไปตามกัน&nbsp;ผลผลิตโดยรวมทางเกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีความเข้มงวดเรื่องการตัดทุเรียนอ่อนมาก&nbsp;ก่อนจะตัดทุเรียนมาขายจะต้องมีใบรับประกันเปอร์เซ็นต์แป้งจากเกษตร&nbsp;ถึงจะอนุญาตให้ตัดได้&nbsp;ซึ่งช่วงต้นฤดูผลไม้จะเป็นทุเรียนเบญจพรรณ&nbsp;พวงมณี&nbsp;นกกระจิบ&nbsp;กระดุม&nbsp;ชะนี&nbsp;และหมอนทองเริ่มทยอยออกมาแล้ว&nbsp;ซึ่งคุณภาพหมอนทองก่อนตัดและถึงผู้บริโภคจะดีแน่นอนเพราะเกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เข้มงวดเรื่องตัดทุเรียนอ่อนมาก</p><p><strong>ส่วนราคาช่วงนี้&nbsp;หมอนทองราคาสูง&nbsp;ล้งคนจีนจะซื้อไซร์&nbsp;A&nbsp;-&nbsp;B&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;190&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ส่วนราคาบริโภคจะต้องรอถึงประมาณช่วงกลางเมษายนเพราะราคาจะปรับลงเหลือประมาณกิโลกรัมละ&nbsp;140-150&nbsp;บาท&nbsp;และเลยจากเมษายนราคาอาจปรับตัวลดลงอีกเพราะผลผลิตทุเรียนเริ่มออกมามากขึ้น&nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตทุเรียนโดยรวมจะมีออกสู่ตลาดมากกว่า&nbsp;7&nbsp;แสนตัน&nbsp;วิธีสังเกตุทุเรียนแก่อย่างง่ายคือลูกค้าหรือผู้บริโภคจะต้องดูที่หนาม&nbsp;หนามทุเรียนต้องแห้ง&nbsp;ยกต้องเบา&nbsp;ขั้วทุเรียนต้องแข็งแรง&nbsp;เปล่งบวม&nbsp;เมื่อเคาะดูจะมีเสียงปุ&nbsp;ปุ&nbsp;แต่ถ้าให้ดีหากซื้อบริโภคเลยก็ให้แม่ค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ปลอกใส่ภาชนะให้เลยจะดีที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402085833441
27	เร่งสำรวจความเสียหายสวนผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยในภาคตะวันออก	<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงานความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคตะวันออก&nbsp;เมื่อช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-29&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีสวนทุเรียนร่วง&nbsp;ต้นโค่นล้ม&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;มีเกษตรกรผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้น&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ประสบภัยรวม&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;ผลผลิตเสียหาย&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;67,200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่วนที่จังหวัดตราด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.9&nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;สวนผลไม้ของเกษตรกรผู้ประสบภัยรวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;มีทุเรียนโค่นล้ม&nbsp;พื้นที่ประสบภัยรวมประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตเสียหายรวมประมาณ&nbsp;7&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนได้รับความเสียหาย&nbsp;เกษตรกรสามารถยื่นแบบแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช&nbsp;กับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สมาชิก&nbsp;อบต.หรือเทศบาล&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ผู้แทนเกษตรกรที่ประสบภัย&nbsp;เพื่อลงตรวจสอบพื้นที่จริง&nbsp;</p><p><strong>หลังจากได้รับแจ้งเรื่อง&nbsp;</strong>คณะกรรมการอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;หากพบว่ามีเกษตรกรที่ผ่านหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กำหนดให้การช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;ในอัตราในอัตราไร่ละ&nbsp;4,048&nbsp;บาท</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือนในช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย&nbsp;เข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ขอให้เกษตรกรและประชาชน&nbsp;</strong>ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;โดยเฉพาะสวนไม้ผลซึ่งเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานหลายปี&nbsp;เกษตรกรจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111006471
28	สานต่อตลาดนำการเกษตร เปิดเทศกาลมะม่วงและผองเพื่อน ปี 2 เน้นเกรดพรีเมียมตรงจากสวน	<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการเดินทางไปยังโลตัส&nbsp;สาขารามอินทรา&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการ&nbsp;รับซื้อผลไม้ฤดูกาล&nbsp;&nbsp;ตรงจากเกษตรกร&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;มะม่วงและผองเพื่อน&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;ทั้งนี้มีความร่วมมือในด้านการตลาดสินค้าเกษตรกับโลตัสมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ฤดูกาลมะม่วงของปีนี้</strong>&nbsp;ทางโลตัสให้ความร่วมมือในการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรมาจำหน่าย&nbsp;เช่นที่&nbsp;โลตัส&nbsp;รามอินทรา&nbsp;โดยผลผลิตที่นำมาจำหน่ายเป็นเกรดระดับพรีเมียมเพื่อการส่งออก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;มะม่วงขายตึก&nbsp;มะม่วงทองดำ&nbsp;มะม่วงฟ้าลั่น&nbsp;และมะม่วงแรด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ตลาดมะม่วง&nbsp;เกรดพรีเมียมส่งออกนั้น</strong>&nbsp;ถือว่าไม่น่าเป็นห่วง&nbsp;เพราะยังมีการซื้อขายกันเป็นปกติ&nbsp;แต่ที่เป็นปัญหาและได้มีการเผยแพร่ผ่านทางสื่อนั้น&nbsp;จะเป็นส่วนของมะม่วงลูกเล็ก&nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากการปลูก&nbsp;ด้วยมีขนาดที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด&nbsp;จึงไม่สามารถส่งออกได้และถูกนำมาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการตลาดนั้น</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการเชิงรุกร่วมกับทุกภาคส่วนและหากกรณีเกิดปัญหาด้านผลผลิตล้นตลาดในบางช่วง&nbsp;ก็ให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่&nbsp;ขอฝากเชิญชวนให้ช่วยกันบริโภคมะม่วง&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111402476
29	สถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์ ร่วมกิจกรรม โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และกิจกรรม จิตอาสา บริการ เพื่อเกษตรกร เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปี 2565	<p><strong>นางปิ่นเพชร&nbsp;ดีล้อม&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับกลุ่มวิเคราะห์ดิน&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;3&nbsp;โดยตนพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้ร่วมออกหน่วยคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&nbsp;ต.เขวาสินรินทร์&nbsp;อ.เขวาสินรินทร์&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานในพิธีเปิดโครงการฯ</p><p><strong>โดยสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.1</strong>&nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.2&nbsp;น้ำหมักชีวภาพพร้อมใช้&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด&nbsp;มาให้บริการประชาชน&nbsp;พร้อมเปิดให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการดิน&nbsp;และให้บริการวิเคราะห์ตัวอย่างดินพร้อมคำแนะนำผลการวิเคราะห์ดิน&nbsp;รวมทั้งเป็นการจัดกิจกรรม&nbsp;<strong>จิตอาสา&nbsp;บริการ&nbsp;เพื่อเกษตรกร</strong>&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;<strong>1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน</strong>ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรไปสู่เกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งแก้ไขปัญหาและสร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;กระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัวและยอมรับ&nbsp;นวัตกรรมในการพัฒนาอาชีพให้มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ&nbsp;โดยมีประชาชนและเกษตรกรทั่วไปเข้าร่วมงานประมาณ&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;มาขอรับบริการ&nbsp;และร่วมกิจกรรมดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110037459
30	กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักมากถึงวันพรุ่งนี้ แล้วจะเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 5 จังหวัด	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักมากถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;แล้วจะเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(2&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;184&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;98&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;89&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,711&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,886&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนลงสู่อ่าวไทย&nbsp;และเคลื่อนผ่านภาคใต้&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักมากตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ระนอง&nbsp;และพังงา</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402102531449
31	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดงใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง สูงถึง 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดงใน&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;สูงถึง&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงถึง&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402104247454
32	กรมประมง เพาะขยายพันธุ์ ปลากระทิงไฟ น้อมสืบสานพระราชเสาวนีย์ พระพันปีหลวง	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่รับสั่งให้กรมประมงฟื้นฟู&nbsp;และอนุรักษ์พันธุ์ปลาไทยหายากไว้ไม่ให้สูญพันธุ์&nbsp;กรมประมงจึงเริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทยตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2533&nbsp;จนปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์และปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้มากกว่าพันล้านตัว&nbsp;</p><p><strong>ปลากระทิงไฟ&nbsp;เป็นปลาน้ำจืดพื้นเมืองของไทยชนิดหนึ่ง</strong>&nbsp;พบได้ตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคใต้&nbsp;และได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลก&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสุพรรณบุรี&nbsp;มีการขับเคลื่อนการดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ปลากระทิงไฟอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนสามารถผลิตลูกปลาที่มีความแข็งแรงและมีอัตรารอดสูงได้ประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;ตัว&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;และ&nbsp;3,000&nbsp;ตัว&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมประมงจะมีการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพันธุ์ปลากระทิงไฟ&nbsp;&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;900&nbsp;ตัว&nbsp;และปลาไทย&nbsp;9&nbsp;ชนิด&nbsp;จำนวน&nbsp;590,000&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อปล่อยเป็นพระราชกุศล&nbsp;พร้อมด้วยหนังสือ&nbsp;กระทิงไฟ..ฟื้นฟูปลาไทย&nbsp;น้อมสืบสานพระราชเสาวนีย์&nbsp;พระพันปีหลวง&nbsp;ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงเห็นถึงประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืดของไทย&nbsp;ให้เป็นแหล่งโปรตีนอาหารชั้นดี&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำของไทย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402112118484
33	อำนาจเจริญ ร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงดำเนินกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านระบบสื่อสารออนไลน์ Zoom Meeting	<p><strong>วานนี้&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;นางสาวปิยะพร&nbsp;สุริโยตระกูล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในช่วงดำเนินกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นผู้นำเสนอผลงานสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงานและประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบสื่อสารออนไลน์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มายังห้องประชุม&nbsp;SWOC&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/ผู้แทน&nbsp;ร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี</p><p><strong>สำหรับการประชุม&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;และหัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;ได้นำเรียนต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในเรื่องการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;(BIG&nbsp;DATA&nbsp;AMNATCHAROEN)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอำนาจเจริญ&nbsp;(M2)&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และการเตรียมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมให้กับ&nbsp;ศูนย์ข้อมูลอำนาจเจริญ&nbsp;และนำเสนอพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;SWOC&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110940470
34	วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบปีที่ 130 ผ่านระบบ Zoom Meeting	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">วานนี้&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดอำนาจเจริญ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พร้อมด้วยคณะสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;เหลียวหลังแลหน้า&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ครบรอบปีที่&nbsp;130&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;ดร.ทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นผู้บรรยายกิจกรรม&nbsp;จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;(ห้อง&nbsp;112&nbsp;และ&nbsp;115)&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;เขตพระนคร&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อรับชมและรับฟังที่มาความสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหรกณ์&nbsp;ร่วมกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;(SWOC7)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;การเตรียมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมให้กับศูนย์ข้อมูลอำนาจเจริญ&nbsp;และนำเสนอพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-02-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111213474
35	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบแตะ 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบแตะ&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;166&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;142&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;63&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;249&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกาะกลุ่มบริเวณตอนบนของประเทศในแต่ละภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่า&nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;พบจุดความร้อนของประเทศไทยรวม&nbsp;36,631&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมวันนี้มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือบางจังหวัดที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;4,370จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;321&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402145830557
36	สารพัดปัญหารุมเร้า เกษตรกรแบกทุกข์เต็มบ่า	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไทยเป็นประเทศที่เติบโตมาจากภาคเกษตรกรรม ทำให้ ภาคเกษตร กลายเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศ&nbsp;และเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ได้รับการยกย่องว่าเป็น กระดูกสันหลังของชาติ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่กลับยากจน&nbsp;&nbsp;ต้องประสบกับปัญหาเดิมซ้ำๆ&nbsp;ทั้งผลผลิตตกต่ำ&nbsp;และราคาผันผวน กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย</p><p><br></p><p> ทุกข์เกษตรกร แบกต้นทุนหลังแอ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในภาคปศุสัตว์ต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2563 ที่ผ่านมา&nbsp;ยิ่งในสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซีย ซึ่งต่างเป็นผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก&nbsp;&nbsp;กลายเป็นปัจจัยหนุนส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นจากการขาดแคลน&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี&nbsp;ปัจจุบันทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 13 บาท&nbsp;&nbsp;ส่วนกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 23 บาท จากปกติมีราคากิโลกรัมละ 10 กว่าบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังมีต้นทุนด้านการบริหารจัดการในโรงเรือน ทั้งปัญหามีน้ำไม่เพียงพอ ต้องซื้อน้ำ และต้องมีขั้นตอนปรับคุณภาพน้ำให้สะอาดก่อนนำมาใช้ในโรงเรือน&nbsp;และยังมีค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบปรับอากาศ (EVAP) ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าฤดูกาลอื่นๆ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในโรงเรือน กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรต้องเผชิญ&nbsp;และค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเพราะค่าเอฟที่ที่ปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนพค.นี้&nbsp;นอกจากนี้ ยังมีค่าพลังงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่ง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาขายผลผลิตของเกษตรกร เพียงแค่ช่วยต่อลมหายใจให้พอมีทุนในการเดินหน้าอาชีพต่อไปเท่านั้น ไม่ได้สามารถสร้างผลกำไรให้เกษตรกรร่ำรวย</p><p><br></p><p> ร้อน-แล้งกระทบเกษตรกร&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภาพอากาศร้อน-แล้ง ในฤดูร้อน ที่มักมีพายุฝน เริ่มส่งผลกับบางพื้นที่ที่กำลังประสบกับปัญหาอากาศแปรปรวน&nbsp;ทั้งร้อนขึ้น และอาจมีอุณหภูมิต่ำลงในช่วงค่ำถึงรุ่งเช้า&nbsp;ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญทั้งต่อไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร&nbsp;โดยสัตว์จะมีอาการเครียดและให้ผลผลิตลดลง อาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ&nbsp;การกินอาหารลดน้อยกว่าปกติ&nbsp;ทำให้การเติบโตต่ำกว่ามาตรฐาน&nbsp;เมื่อสุขภาพไม่ดีจึงติดโรคได้ง่าย มีอัตราการตายแบบเฉียบพลันเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของแม่ไก่ไข่ นอกจากผลกระทบจากสภาพอากาศแล้ว ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการปลดแม่ไก่ยืนกรงตามรอบเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรปรับลดลงจากช่วงปกติ 10-20 %&nbsp;แม้ว่าในเดือนมีนาคมนี้จะมีการปลดแม่ไก่ยืนกรงลดลง&nbsp;โดยปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดในปัจจุบันมีประมาณ 40 ล้านฟองต่อวัน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสุกร แม่สุกรอุ้มท้องมักมีอาการแท้ง&nbsp;ลูกสุกรเสียหาย มีเปอร์เซ็นต์เข้าคลอดต่ำ&nbsp;กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ลูกสุกรมีอาการอ่อนแอ&nbsp;อาจตายระหว่างแม่เลี้ยงลูก&nbsp;ปริมาณลูกสุกรหย่านมจะน้อยลง&nbsp;เมื่อนำเข้าเลี้ยงเป็นสุกรขุน&nbsp;จะทำให้ช่วงนี้มีสุกรขุนเข้าสู่ตลาดลดน้อยลง เชื่อว่าจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้สถานการณ์ต้นทุนสูงรุนแรงขึ้น ตามคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ประเมินว่า ต้นทุนการผลิตสุกรไตรมาสที่สองของปีนี้จะสูงถึงกิโลกรัมละ 98.81 บาท</p><p><br></p><p>สาริทธิ์ สันห์ฤทัย นักวิชาการอิสระด้านปศุสัตว์</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402163302580
37	จังหวัดแพร่ เชิดชูเกียรติเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่เกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีนโยบายให้คัดเลือกเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;ในแต่ละสาขา/ประเภท&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ&nbsp;และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก&nbsp;และยึดถือเป็นแบบอย่างตามแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรประจำทุกปี&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพ&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความสามารถเชิงประจักษ์&nbsp;ทั้งในด้านมีความคิดริเริ่ม&nbsp;กล้าฟันฝ่าอุปสรรค&nbsp;มีความเป็นผู้นำ&nbsp;เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;เป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอย่างขยัน&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมด้านการเกษตรประสบผลสำเร็จ&nbsp;ตลอดจนเกิดความยั่งยืนในอาชีพการเกษตรของตนเอง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร</strong>&nbsp;บุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>1.&nbsp;ประเภทเกษตรกรดีเด่น</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขาอาชีพทำสวน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายเดชฐาปณินท์&nbsp;ฉิมภารสรินทร์&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขาอาชีพทำไร่&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางกาญจนา&nbsp;ชมพูวิเศษ&nbsp;ตำบลนาพูน&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางอัมพวัน&nbsp;รุ่งเรืองเลิศ&nbsp;ตำบลป่าแดง&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>2.&nbsp;ประเภทบุคคลทางการเกษตรดีเด่น</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายชลกร&nbsp;สร้อยเพชร&nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;25&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวอัมธิกา&nbsp;หลวงติ๊บ&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;25&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขา&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวุทธิพงษ์&nbsp;เมืองมูล&nbsp;ตำบลสรอย&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>3.&nbsp;ประเภทสถาบันเกษตรกรดีเด่น</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;25&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-&nbsp;สาขากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ได้รับคัดเลือก&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;</strong>จะเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบไปประกวดในระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งจะมีการจัดพิธีมอบรางวัลในวันแรกนาขวัญ&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2566</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ได้กล่าวแสดงความยินดีกับเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรที่ได้รับรางวัลทุกสาขา&nbsp;และกล่าวว่าพร้อมจะผลักดันเกษตรกรรายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ก้าวหน้า&nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการร่วมกันผลักดันภาคการเกษตรให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของตนเองต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-02-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402170705603
38	คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>คณะกรรมาธิการกฎหมาย&nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;&nbsp;คณะกรรมาธิการการกฎหมาย&nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นำโดย&nbsp;นายสุทัศ&nbsp;เงินหมื่น&nbsp;ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ&nbsp;นายรังสิมันต์&nbsp;โรม&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ประชุมการตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;ตำบลน้ำปลีก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายภูษิต&nbsp;น้อยโสภากุล&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย&nbsp;</strong>การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ในครั้งนี้เพื่อตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;รับฟังปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งในส่วนที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลและประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างดังกล่าว&nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูลจากประชาชนทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ&nbsp;ขั้นตอนของกฎหมายแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นตามข้อร้องเรียนของประชาชนหากอยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในพื้นที่ก็ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-02-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402201615662
39	เลขานุการ รมว.ทส. ลงพื้นที่ลำปาง ติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน	<p><strong>เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ร่วมพบปะเจ้าหน้าที่รับฟังปัญหาอุปสรรครวบรวมข้อมูล&nbsp;เตรียมนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&nbsp;หาแนวทางช่วยเหลือ</p><p><strong>นายธเนศพล&nbsp;ธนบุณยวัฒน์&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมคณะทำงาน&nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;และเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;โดยร่วมทำการประชุมกับคณะผู้บริหาร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนทุกส่วน&nbsp;รวมถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง&nbsp;ตำบลแม่ทะ&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลรายงานสรุปผลเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในด้านต่างๆ</p><p><strong>โดยจากการประชุมได้มีการสรุปสถานการณ์ภาพรวม</strong>&nbsp;ซึ่งพบว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือไม่ค่อยรุนแรงเหมือนกับหลายๆ&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนหนึ่งเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเอาจริงเอาจังในการเฝ้าระวัง&nbsp;มีการประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงจิตอาสาภาคประชาชน&nbsp;ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ป่านับแต่ได้มีการเปลี่ยนฤดูย่างเข้าสู่หน้าแล้ง&nbsp;อีกทั้งได้มีการนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ&nbsp;จนทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่ามีจำนวนลดลง&nbsp;และปัญหามลพิษทางอากาศค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ก็ลดลงตามลำดับ&nbsp;ประกอบกับเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือในปีนี้แม้จะเป็นห้วงหน้าแล้งแต่ก็ได้มีฝนตกลงมาบ่อยครั้งเป็นระยะๆ&nbsp;ทำให้หลายๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;รวมไปถึงในบริเวณเขตป่ามีความชุ่มชื้นเศษวัสดุเชื้อเพลิง&nbsp;ใบไม้&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;ติดไฟได้ยากสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;จึงดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาท&nbsp;มีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะจากสถิติข้อมูลจะพบว่าสถานการณ์ไฟป่ามักจะเกิดรุนแรงมากที่สุดในห้วงเดือนเมษายน&nbsp;ซึ่งนับหลังจากนี้ไปได้คาดการณ์ว่าสถานการณ์ไฟป่าอาจจะกลับมารุนแรงมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับในส่วนการปฏิบัติงานในการเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน</strong>&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงาน&nbsp;ซึ่งพบว่าทางหน่วยปฏิบัติยังคงขาดแคลนงบประมาณสนับสนุน&nbsp;ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น&nbsp;เช่น&nbsp;ปัจจุบันเครื่องเป่าลมส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน&nbsp;และค่อนข้างมีน้ำหนักมากแบกหามเข้าไปในพื้นที่ป่า&nbsp;ที่เป็นภูเขาสูงชันได้ลำบากอีกทั้งการจัดซื้อน้ำมันมาเติมให้กับเครื่องเป่าลมมีไม่เพียงพอ&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่มีความประสงค์ต้องการได้เครื่องเป่าลมที่เป็นระบบไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่มาทดแทน&nbsp;ขณะเดียวกันมีความต้องการเครื่องโดรนที่มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;เพื่อจะใช้ในการบินสำรวจตรวจสอบพื้นที่ค้นหาจุดควันไฟในระยะไกล&nbsp;รวมเครื่องโดรนขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกสิ่งของได้&nbsp;เพื่อจะใช้บินนำสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงเสบียงอาหารและน้ำดื่ม&nbsp;ส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและดับไฟป่าอยู่ในพื้นที่ป่าลึก&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันเข้าถึงได้ยากลำบาก&nbsp;ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาถอนกำลังออกจากพื้นที่ป่า&nbsp;ก่อนที่ภารกิจจะเสร็จสิ้นเนื่องจากน้ำดื่มและเสบียงอาหารหมด&nbsp;ทำให้การดับไฟป่าแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์</p><p><strong>โดยจากข้อมูลที่ได้รับ</strong>&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ขอรับไว้พิจารณาซึ่งจะได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&nbsp;เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;โอกาสนี้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ร่วมพบปะกับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ&nbsp;เสือไฟ&nbsp;ที่ประจำอยู่ในฐานปฏิบัติการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง&nbsp;ทำการมอบอุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่า&nbsp;มอบเครื่องอุปโภค-อุปโภค&nbsp;ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;และน้ำดื่มสะอาด&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403095546717
40	กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรงและมีฝนฟ้าคะนองได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;118&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุรินทร์&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;105&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,607&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,796&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403100719724
41	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก เช่นเดียวกับ กทม.และปริมณฑล หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403102615727
42	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;ยังคงพบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;57&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;48&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และพระนครศรีอยุธยา&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ทำให้พบจุดความร้อนเกิดขึ้นเพียง&nbsp;11&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,493&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11,975&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,182&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดในประเทศมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;3,350&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403134628773
43	อากาศแปรปรวนฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ประสบปัญหาไร่มันสำปะหลังถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังสภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;</strong>ทำให้ฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน&nbsp;ทำให้พื้นที่อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรนิยมปลูกมันสำปะหลังในนาข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก&nbsp;ทำให้มันสำปะหลังที่ปลูกไว้ในนาข้าวเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีการทำการเกษตรหลากหลาย&nbsp;ทั้ง&nbsp;อ้อย&nbsp;นาข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;สวนยางพารา&nbsp;สวนปาล์ม&nbsp;แต่สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำนาอย่างเดียวหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะหันมาปลูกมันสำปะหลังต่อ&nbsp;โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมามันสำปะหลังราคาดีสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ทำให้ปีนี้มีเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโดยปกติมันสำปะหลังที่ปลูกในนาข้าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนพฤษภาคม&nbsp;แต่ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;มีฝนตกลงมาก่อนฤดูกาล&nbsp;ทำให้มันสำปะหลังเน่าเสียหายจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เกษตรกรที่ลงทุนปลูกมันสำปะหลังหลังฤดูการทำนา&nbsp;ขาดทุนอย่างหนัก&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403143018777
44	กรมประมง จับมือตลาดปลาจตุจักร ประกวดปลาสวยงาม กระตุ้นเศรษฐกิจ	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัล&nbsp;&nbsp;การประกวดปลาสวยงาม&nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลาสวยงามของไทยในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ว่า&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ธุรกิจการค้าปลาสวยงามเป็นอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19&nbsp;กรมประมงในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรให้สามารถผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพ&nbsp;ตรงตามมาตรฐานสามารถนำไปแข่งขันในตลาดโลกได้&nbsp;จึงร่วมกับตลาดปลาจตุจักร&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;จัด&nbsp;การประกวดปลาสวยงาม&nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนและกระตุ้นธุรกิจการค้าปลาสวยงาม&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์การเลี้ยงปลาสวยงามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สนับสนุนและผลักดันธุรกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก&nbsp;</p><p><strong>โดยให้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุก</strong>แบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อสร้างเสริมและพัฒนาทักษะของเกษตรกรในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดและยกระดับคุณภาพพันธุ์สัตว์น้ำสวยงามให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ&nbsp;มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในช่วงวิกฤตดังกล่าว&nbsp;จนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้านนายธีระชัย&nbsp;ลิขิตสมบูรณ์&nbsp;ผู้จัดการตลาดปลาจตุจักร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ตลาดปลาจตุจักรเป็นแหล่งค้าปลีก&nbsp;-&nbsp;ค้าส่งปลาสวยงาม&nbsp;พรรณไม้น้ำ&nbsp;ตลอดจนอุปกรณ์การเลี้ยงปลาแบบครบวงจรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;มีผู้ประกอบการร้านค้ามากกว่า&nbsp;400&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;เช่นเดียวกัน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการปลาสวยงามและสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;ตลาดปลาจตุจักรจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนพื้นที่บริเวณลานเร่&nbsp;ซึ่งมีขนาดพื้นที่กว่า&nbsp;3,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203259856
45	กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีอิทธิพลกระแสลมวนขั้วโลก ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดลงในวันที่ 1-3 เมษายนนี้ ไม่เป็นความจริง	"<p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อความ&nbsp;""สาเหตุที่อุณหภูมิไทยลดลง&nbsp;อากาศแปรปรวนในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;มาจากปรากฏการณ์กระแสลมวนขั้วโลก&nbsp;(Polar&nbsp;Vortex)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า&nbsp;ความแปรปรวนของสภาพอากาศวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มาจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;หากมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคใต้ตอนบน&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&nbsp;และมีลมแรง&nbsp;ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2559&nbsp;ดังนั้นอุณหภูมิที่ลดลงในระยะนี้&nbsp;จึงไม่ได้มาจากอิทธิพลของกระแสลมวนขั้วโลก&nbsp;(Polar&nbsp;Vortex)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203700862
46	ส่งออกผลไม้ไทยไปจีนล็อตแรกด้วยรถไฟสาย จีน-ลาว ผ่านด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนานแล้ววันนี้	<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;เปิดเผยวันนี้&nbsp;&nbsp;(3&nbsp;เม.ย)&nbsp;ว่า&nbsp;การขนส่งทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าวจำนวน1&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ&nbsp;&nbsp;จากสถานีรถไฟมาบตาพุตจังหวัดระยองในภาคตะวันออกสู่ประเทศจีน&nbsp;โดยมีนายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการปล่อยขบวนรถเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ถึงช่วงสุดท้ายที่สำคัญมากคือ&nbsp;การขนส่งข้ามพรมแดนลาวที่ด่านบ่อเตนสู่แผ่นดินใหญ่จีนที่ด่านโมฮ่าน&nbsp;มณฑลยูนนานได้ในวันนี้&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้แสดงความพอใจแผนโลจิสติกส์เกษตรที่ประสบผลสำเร็จจากการทดสอบการขนส่งทุเรียนและมะพร้าวน้ำหอมล็อตแรกจากไทยผ่านลาวไปจีน&nbsp;ภายใต้พิธีสารผลไม้ไทย-จีนด้วยเส้นทางรถไฟจีน-ลาว&nbsp;โดยได้สั่งการให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน&nbsp;เนื่องจากการขนส่งล็อตแรกยังมีความล่าช้ากว่าเป้าหมายรวม&nbsp;ทั้งการจัดการเรื่องพิธีการเอกสารของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การจองขบวนรถไฟ&nbsp;ตารางการเดินรถและค่าระวางการขนส่งในระบบ&nbsp;ราง-รถ&nbsp;ให้สามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งผลไม้บนเส้นทาง&nbsp;หนองคาย-เวียงจันทน์-บ่อเตน-โมฮ่าน&nbsp;ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนสำหรับฤดูการผลิตปี&nbsp;2565</p><p><strong>ขณะที่โครงการขนส่งผ่านท่าเรือหวุงอ๋าง</strong>&nbsp;ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมากในการประสานงานกับลาวและเวียดนาม&nbsp;ในการเปิดเส้นทางขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรออกทางด่านนครพนม-ด่านท่าแขกแขวงคำม่วนของลาวเข้าสู่เวียดนาม&nbsp;ได้ทำงานเชิงรุกกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนภาควิชาการและภาคเกษตรกร&nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดอีสานเหนือไปแล้วทั้งเส้นทางขนส่ง&nbsp;ราง-รถ&nbsp;ผ่านด่านหนองคาย&nbsp;และงานมหกรรมพืชสวนโลกปี&nbsp;2569&nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นการโปรโมทภาคอีสานและประเทศไทย&nbsp;โดยความร่วมมือกับประเทศอาเซียนและจีน&nbsp;และยังเป็นการเชื่อมโยงตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และจีนหนึ่งในยุทธศาสตร์การเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&nbsp;(AEC)</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203505859
47	ยกระดับบริการ เปิดรับคำขอและออกใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานภาครัฐระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ที่มุ่งอำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพให้บริการแก่ประชาชน&nbsp;พัฒนาระบบให้บริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น&nbsp;โดยยึดผู้ใช้บริการหรือประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;สามารถให้บริการเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จในจุดเดียว&nbsp;ประชาชนสามารถใช้บริการได้ตลอดเวลาและผ่านการติดต่อได้หลายช่องทางผสมผสาน&nbsp;ไม่ว่าจะมาติดต่อด้วยตนเอง&nbsp;อินเทอร์เน็ต&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;โซเชียลมีเดีย&nbsp;หรือแอปพลิเคชันต่างๆ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ล่าสุดได้ยกระดับการให้บริการเปิดรับคำขอ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">และออกใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล&nbsp;เบ็ดเสร็จออนไลน์ผ่านระบบ&nbsp;Biz&nbsp;Portal&nbsp;จบเพียง&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;สามารถให้บริการตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การยื่นขอรับใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล&nbsp;ผ่านระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Biz&nbsp;Portal)&nbsp;สามารถให้บริการทั้งการขอรับใบรับรอง/ต่ออายุใบรับรอง/ใบแทนใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพียงใน&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอนคือ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขั้นตอนที่&nbsp;1&nbsp;ลงชื่อเพื่อเข้าสู่ระบบที่เว็ปไซต์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://bizportal.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">Bizportal.go.th</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยเลือกเข้าระบบด้วยบัญชีประชาชน&nbsp;สำหรับท่านใดที่ยังไม่มี&nbsp;Digital&nbsp;ID&nbsp;ให้ทำการสมัครเพื่อรับ&nbsp;Digital&nbsp;ID&nbsp;ก่อน&nbsp;เพื่อสามารถเข้าสู่ระบบ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขั้นตอนที่&nbsp;2</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เลือกหัวข้อ&nbsp;การขออนุญาตออนไลน์&nbsp;คลิกที่หัวข้อการขออนุญาต/งานบริการใหม่&nbsp;และเลือกหัวข้อการขอใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;หรือการขอใบแทนใบรับรองฯ&nbsp;หรือผู้ขอต่ออายุใบรับรองฯ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขั้นตอนที่&nbsp;3</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ทำการกรอกแบบฟอร์มและอัปโหลดเอกสารแนบเพื่อยื่นคำขอ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขั้นตอนที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ทำการติดตามสถานะ/รับทราบผลการตรวจสอบเอกสาร&nbsp;โดยสามารถเลือกการรับแจ้งได้ทางอีเมล์และกล่องข้อความทางโทรศัพท์&nbsp;SMS</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขั้นตอนที่&nbsp;5</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;การรับใบรับรองฯ&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://bizportal.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">Bizportal.go.th</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นับว่าเป็นการยกระดับการให้บริการที่สะดวก&nbsp;รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&nbsp;ตอบสนองความต้องการประชาชนสามารถใช้บริการได้ทุกเวลาและทุกสถานที่&nbsp;ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมในฟาร์มสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;16&nbsp;ประเภท&nbsp;รวม&nbsp;23,246&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;และมีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดจำนวน&nbsp;7,594&nbsp;ราย&nbsp;โดยใบรับรองฯ&nbsp;ยังไม่หมดอายุ&nbsp;2,594&nbsp;ราย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404094816902
48	กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้ใน 4 จังหวัด	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้&nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้ใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(4&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;86&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;83&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,507&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,687&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการพัฒนาลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;และพิจิตร&nbsp;โดย&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;ด้วยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆแบบขั้นบันได&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรนำน้ำไปใช้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งลำน้ำ&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าน้ำหลากที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;คือ&nbsp;ประตูระบายน้ำท่านางงาม&nbsp;อ.บางระกำ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;//&nbsp;ประตูระบายน้ำท่าแห&nbsp;อ.สามง่าม&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ปตร.บ้านวังจิก&nbsp;และ&nbsp;ประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาได้ประมาณกว่า&nbsp;38&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานได้&nbsp;198,746&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วยลดปริมาณน้ำหลากช่วงฤดูฝนด้วย&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จปี&nbsp;2568&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;44&nbsp;ของแผนงาน</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404092223892
49	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือลดลงและคุณภาพอากาศดี เช่นเดียวกับ กทม.และปริมณฑล หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือลดลงและคุณภาพอากาศดี&nbsp;เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404092529897
50	คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ์&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอลี้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;เมาคำลี&nbsp;ประธานกรรมการโครงการมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ&nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ&nbsp;คณะกรรมการมีการวางแผนการดำเนินโครงการและจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมีการรายงานผลการดำเนินงานทาง&nbsp;Line&nbsp;กลุ่ม</p><p><strong>ด้านพัฒนาการของชุมชนต้นแบบ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;</p><p>1.ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภค&nbsp;ในส่วนของบ้านป่าหก&nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ผู้นำชุมชนได้แก่&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้&nbsp;ได้มีการส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;ส่วนที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>2.ครัวเรือนมีกิจกรรมคัดแยกขยะและมีการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ้ยอินทรีย์&nbsp;บ้านป่าหกมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการคัดแยกขยะ&nbsp;การนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นการนำเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์&nbsp;ลดการเผาลดหมอกควัน&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>3.ครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและเพื่อขาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;ปลา&nbsp;กบ&nbsp;หมู&nbsp;และยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นแรงงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ควาย&nbsp;วัว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;90.57&nbsp;ของครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ครัวเรือนมีการถนอมอาหารและมีการแปรรูปอาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะม่วงกวน&nbsp;มะม่วงแผ่น&nbsp;หน่อไม้ดอง&nbsp;กล้วยตาก&nbsp;มะม่วงดอง&nbsp;กระเทียมดอง&nbsp;พริกแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p>5.&nbsp;คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันในการสร้างคลังอาหารชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;โดยคนในหมู่บ้านป่าหกใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัด&nbsp;ริมฝั่งน้ำลี้&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจจะบริโภคผักปลอดสารพิษ&nbsp;โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสมาชิก&nbsp;ได้เป็นผู้ดูแลแปลงผักของตนเอง&nbsp;จนเกิดผลสัมฤทธิ์สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;และสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;เป็นการสร้างครัวชุมชน&nbsp;(แปลงผักรวม)&nbsp;ในการปลูกผักแปลงส่วนรวม&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกพืชที่มีผู้ดูแลหลายคน&nbsp;ดูแลร่วมกัน&nbsp;ในพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดสรรไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกมะเขือยาว&nbsp;มะเขือม่วง&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;พริก&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ผักชี&nbsp;ผักบุ้งและผักอื่นๆ&nbsp;โดยผลผลิตที่ได้จากแปลงรวมสามารถนำไปขาย&nbsp;และนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในครัวเรือน&nbsp;ทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ซึ่งดำเนินการทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ขยายผลไปยังอำเภอ&nbsp;ชุมชนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเพื่อเป็นการต่อยอด&nbsp;ขยายผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ไปยังระดับพื้นที่ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดังนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&nbsp;และอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดกิจกรรมประกวดการทำที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ระดับชุมชนขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404101135912
51	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(3&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;98&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;54&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;และสุโขทัย&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงต่อเนื่องพบเพียง&nbsp;13&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,569&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11,976&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,190&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เช้านี้เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;อากาศยังคงดีต่อเนื่อง&nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศยังคงมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาววันนี้&nbsp;1,121&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็นเมียนมา&nbsp;1,084&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;210&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404122719977
52	เกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ผลิตเมล่อนและแคนตาลูป สร้างรายได้	<p><strong>นายพิรัช&nbsp;จันทิมา&nbsp;นายอำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;ในพื้นที่ตำบลศรีถ้อย&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจดูผลผลิตเมล่อนและแคนตาลูป&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในพื้นที่&nbsp;หลังจากทางอำเภอ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ทำการผลิตเมล่อนและแคนตาลูป&nbsp;ซึ่งถือเป็นผลิตผลที่สำคัญของพื้นที่อำเภอแม่ใจ&nbsp;ที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี&nbsp;ในการดำเนินการที่จะพัฒนาคุณภาพของผลผลิตให้เป็นมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาดและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสมและมีผู้เดินทางมาสั่งจองและหาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>นายบุญเรือง&nbsp;แสงบุญเรือง</strong>&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลศรีถ้อย&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่พัฒนามาตรฐานสินค้า&nbsp;GAP&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองได้ทำการปลูกแคนตาลูปจำนวนเนื้อที่ประมาณ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว&nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตค่อนข้างมีความสมบูรณ์&nbsp;โดยผลผลิตรวมคาดว่าจะมีประมาณ&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งหลังจากที่ได้รวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;พบว่า&nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้&nbsp;เนื่องจากทุกภาคส่วนได้มีการส่งเสริมทั้งในเรื่องของการผลิต&nbsp;ผลผลิตแคนตาลูป&nbsp;รวมทั้งเรื่องของการตลาด&nbsp;ขณะนี้สามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;และหลังจากที่เข้าร่วมในการผลิตตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;แล้วพบว่ายอดขายสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องและมีรายได้ดีกว่าที่ผ่านมา</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายพิรัช&nbsp;จันทิมา&nbsp;นายอำเภอแม่ใจ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางอำเภอได้ร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งเกษตรจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พัฒนาให้เกษตรกรได้มีการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ในการผลิตสินค้าทางด้านการเกษตร&nbsp;ซึ่งเมล่อนและแคนตาลูป&nbsp;ถือเป็นผลผลิตที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ดังนั้นจึงได้มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มในการผลิตดังกล่าวให้มีมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งไม่มีปัญหาในเรื่องของการตลาด&nbsp;ปัจจุบันทางอำเภอได้มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม&nbsp;โดยมีผลผลิตเมล่อนที่เป็นสินค้าปลอดภัย&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;โรง&nbsp;มีผลผลิตประมาณ&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;และผลผลิตจะออกตลอดทั้งปี&nbsp;เพราะมีการวางแผนการผลิต&nbsp;พร้อมกับจะทำเป็นห้วงเวลาในการผลิตที่สามารถออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี&nbsp;ปัจจุบันสามารถที่จะจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท</p><p><strong>ขณะที่แคนตาลูปก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกร</strong>ได้ทำการผลิตสินค้าตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เช่นกัน&nbsp;ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;โดยขณะนี้มีพื้นที่ร่วมโครงการประมาณ&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;และมีผลผลิตประมาณ&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดแล้วเช่นกัน&nbsp;โดยจะมีการวางแผนกระจายสินค้าไปในทุกช่องทาง&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404104900938
53	อำเภอทุ่งหัวช้าง คัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง ดำเนินการโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บ้านทุ่งช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&nbsp;ในการนี้แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารไปยังระดับพื้นที่ในทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนของจังหวัดลำพูนให้มีความยั่งยืน&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้บรูณาการความร่วมมือกับ&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน</p><p><strong>นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งหัวช้างได้พิจารณาคัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ดำเนินการโครงการ&nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&nbsp;กลุ่มองค์กรและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับชุมชนเป้าหมาย&nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชน&nbsp;ในการดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยได้จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เทศบาลทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยจุดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดสาธิตของกลุ่มชุมชนเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อนำไปสู้การปฏิบัติในชุมชน&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.โครงการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ผู้สูงอายุปลูกผัก&nbsp;เด็กกินผัก&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการสืบสานเศรษฐกิจพอเพียง)โครงการปลูกผักของผู้สูงอายุและเยาวชน&nbsp;2.โครงการพัฒนาการเกษตรปลอดภัยให้แก่ชุมชน&nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;กับกิจกรรมปลูกผักในท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;การปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;บ้านนายปฐม&nbsp;ติ๊บหน่อ&nbsp;และนางอัมพร&nbsp;ยาบุญทา&nbsp;เป็นการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการคัดแยกขยะเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรียื&nbsp;นำไปใช้ในการบำรุงพืชผักสวนครัวภายในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการแปรรุปผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปมันฝรั่ง&nbsp;การทำกล้วยฉาบและกล้วยทอด&nbsp;บ้านนางละเอียด&nbsp;บุตรจุมปา&nbsp;และจุดที่&nbsp;4&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์&nbsp;ของนายสมควร&nbsp;มาชื้น&nbsp;เป็นจุดสาธิตเกี่ยวกับโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;การปลูกพืชผักต่างๆ&nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;แพะ&nbsp;ปลาชนิดต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404113639960
54	ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีตรวจรับรองฟาร์มสัตว์ปลอดโรค มุ่งหวังผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ปลอดภัย	<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง</strong>&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;7&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมินฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;GOOD&nbsp;FARMING&nbsp;MANAGEMENT&nbsp;(GFM)&nbsp;ชนิดสัตว์&nbsp;แพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ&nbsp;และหมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดใต้&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และพื้นที่อำเภอท่ายาง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;เพื่อขอรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรคบรูเซลลา&nbsp;ระดับ&nbsp;A&nbsp;การรับรองสถานภาพการเป็นฟาร์มปลอดโรค&nbsp;มุ่งหวังให้สัตว์ในฟาร์มปลอดโรค&nbsp;มีสุขภาพดี&nbsp;และผู้บริโภคได้รับประทานผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่ปลอดภัย&nbsp;โดยการรับรองสถานภาพฟาร์มปศุสัตว์ปลอดโรค&nbsp;สัตว์เลี้ยงภายในฟาร์มจะได้รับการเก็บตัวอย่างซีรัมเพื่อตรวจโรคบรูเซลล่า&nbsp;หรือโรคแท้งติดต่อ&nbsp;ซึ่งสัตว์ทุกตัวต้องมีผลตรวจเป็นลบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การตรวจรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรค&nbsp;มีเกณฑ์เบื้องต้นก่อนการขอรับรองคือ&nbsp;ฟาร์มจะต้องผ่านการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคที่ดี&nbsp;(GFM)&nbsp;หรือฟาร์มที่มีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;หรือฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;(GAP)&nbsp;มาก่อนด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404131336986
55	จิตอาสาอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ บริเวณฝายแม่แต๊ะ  เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ.2565	<p><strong>ที่บริเวณประตูสวรรค์บุรีลี้หลวง&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;บริเวณฝายแม่แต๊ะ&nbsp;เพื่อเป็นการร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาข้าร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ&nbsp;และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติ&nbsp;มั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และแนวพระราชดำริต่างๆ&nbsp;ในการบำบัด&nbsp;ทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า&nbsp;โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ&nbsp;และ&nbsp;ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา&nbsp;บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสา&nbsp;พระราชทานเพื่อเป็นโครงการฯ&nbsp;ที่เป็นแบบอย่างในการพัฒนาสภาพแวดล้อม</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกร&nbsp;ทุกหมู่เหล่า&nbsp;มีความสมัครสมานสามัคคี&nbsp;ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เพื่อให้เกิดความรักความผูกพันใน&nbsp;4&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;คือ&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;สถาบันศาสนา&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน&nbsp;ประกอบกับในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;กิจกรรมจิตอาสาในวันนี้จึงเป็นกิจกรรม&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระองค์ท่านอีกทางหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;อำเภอลี้ร่วมกับเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;พระราชทาน&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหา&nbsp;กรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้&nbsp;กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;บริเวณฝายแม่แต๊ะ&nbsp;บ้านหลวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404115228969
56	คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ์&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอลี้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;เมาคำลี&nbsp;ประธานกรรมการโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ&nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ&nbsp;คณะกรรมการมีการวางแผนการดำเนินโครงการและจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมีการรายงานผลการดำเนินงานทาง&nbsp;Line&nbsp;กลุ่ม</p><p><strong>ด้านพัฒนาการของชุมชนต้นแบบ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;</p><p>1.ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภค&nbsp;ในส่วนของบ้านป่าหก&nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ผู้นำชุมชนได้แก่&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้&nbsp;ได้มีการส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;ส่วนที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>2.ครัวเรือนมีกิจกรรมคัดแยกขยะและมีการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ้ยอินทรีย์&nbsp;บ้านป่าหกมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการคัดแยกขยะ&nbsp;การนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นการนำเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์&nbsp;ลดการเผาลดหมอกควัน&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>3.ครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและเพื่อขาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;ปลา&nbsp;กบ&nbsp;หมู&nbsp;และยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นแรงงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ควาย&nbsp;วัว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;90.57&nbsp;ของครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ครัวเรือนมีการถนอมอาหารและมีการแปรรูปอาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะม่วงกวน&nbsp;มะม่วงแผ่น&nbsp;หน่อไม้ดอง&nbsp;กล้วยตาก&nbsp;มะม่วงดอง&nbsp;กระเทียมดอง&nbsp;พริกแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p>5.&nbsp;คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันในการสร้างคลังอาหารชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;โดยคนในหมู่บ้านป่าหกใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัด&nbsp;ริมฝั่งน้ำลี้&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจจะบริโภคผักปลอดสารพิษ&nbsp;โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสมาชิก&nbsp;ได้เป็นผู้ดูแลแปลงผักของตนเอง&nbsp;จนเกิดผลสัมฤทธิ์สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;และสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;เป็นการสร้างครัวชุมชน&nbsp;(แปลงผักรวม)&nbsp;ในการปลูกผักแปลงส่วนรวม&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกพืชที่มีผู้ดูแลหลายคน&nbsp;ดูแลร่วมกัน&nbsp;ในพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดสรรไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกมะเขือยาว&nbsp;มะเขือม่วง&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;พริก&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ผักชี&nbsp;ผักบุ้งและผักอื่นๆ&nbsp;โดยผลผลิตที่ได้จากแปลงรวมสามารถนำไปขาย&nbsp;และนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในครัวเรือน&nbsp;ทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ซึ่งดำเนินการทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ขยายผลไปยังอำเภอ&nbsp;ชุมชนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเพื่อเป็นการต่อยอด&nbsp;ขยายผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ไปยังระดับพื้นที่ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดังนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&nbsp;และอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดกิจกรรมประกวดการทำที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ระดับชุมชนขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404120409971
57	"ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำประชาชนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จัดกิจกรรมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า ปี 2565 (การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ ""ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝ่าย"" )"	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณลำห้วยแม่กำปอง&nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;ตำบลตะเคียนปม&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ์&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;""ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝ่าย"")&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง?&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;จิตอาสาในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้างส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า&nbsp;มักเกิดการเผาในที่โล่ง&nbsp;การเผาในพื้นที่ป่า&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดจุดความร้อนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;136&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;พื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชนตามลำดับ&nbsp;ส่งผลกระทบตามมาทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และที่สำคัญ&nbsp;คือสุขภาพประชาชน&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จึงร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp;หน่วยพิทักษ์ป่าแม่แสม&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม&nbsp;จัดกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการสร้างฝ่ายชะลอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะเคียนปม&nbsp;และทุกพื้นที่ในหมู่บ้าน/ตำบลของอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ซึ่งอำเภอทุ่งหัวช้างตั้งเป้าหมายการจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&nbsp;90&nbsp;ฝ่าย&nbsp;แต่จากการสำรวจและได้รับการยืนยันข้อมูลทำฝายจากหน่วยงาน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;240&nbsp;ฝาย&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;188&nbsp;ฝาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับลำห้วยที่จัดทำฝายในวันนี้&nbsp;ชื่อลำห้วยแม่กำปอง&nbsp;</strong>เป็นพื้นที่ต้นน้ำสาขาหนึ่งไหลไปรวมกับลำห้วยแม่ลาหลวงและไหลลงสู่แม่น้ำลี้ที่บ้านห้วยไร่&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ตะเคียนปม&nbsp;ซึ่งแม่น้ำลี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของประชาชนอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;อ.ลี้&nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&nbsp;อ.เวียงหนองล่อง&nbsp;ลำห้วยแม่กำปอง&nbsp;มีความยาวประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.โดยช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาราษฎรบ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;มูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp;ได้ร่วมกันทำฝ่ายลำห้วยแห่งนี้เสร็จแล้วจำนวน&nbsp;28&nbsp;ฝาย&nbsp;และฝ่ายภูมิปัญญาอีก&nbsp;11&nbsp;ฝ่าย&nbsp;รวมจำนวนฝ่ายที่ทำในพื้นที่บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;ฝาย&nbsp;โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นการร่วมกันสร้างฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ในบริเวณพื้นที่&nbsp;ห้วยแม่กำปอง&nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;และป้องกันการเกิดไฟป่าในระยะยาวอย่างยั่งยืน&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องตาม&nbsp;แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;และค่าฝุ่นละออง&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดลำพูนประสบปัญหามลพิษหมอกควันมาทุกปี&nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการเผาเป็นส่วนใหญ่&nbsp;ทั้งในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;พื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;พื้นที่ริมทาง&nbsp;การเผากิ่งไม้ใบไม้&nbsp;และการเผาขยะในชุมชน&nbsp;รวมทั้งฝุ่นควันที่เกิดจากการจราจร&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;ก็ต้องแก้ไขโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันโดยแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;ระยะเตรียมการ&nbsp;ระยะรับมือ&nbsp;และระยะสร้างความยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า&nbsp;การลาดตระเวนดับไฟป่า&nbsp;การสร้างพื้นทีปลอดฝุ่น&nbsp;(Safety&nbsp;Zone)&nbsp;โดยการดำเนินงานที่สำคัญในระยะสร้างความยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการ&nbsp;""ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝ่าย""&nbsp;ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้ร่วมกันดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ดำเนินการตามเป้าหมายแล้วเสร็จ&nbsp;จำนวน&nbsp;416&nbsp;ฝาย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ดำเนินการจำนวน&nbsp;484&nbsp;ฝาย&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีเป้าหมายในการดำเนินการจำนวน&nbsp;400&nbsp;ฝาย&nbsp;เพื่อให้ครบจำนวน&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;และในวันนี้เอง&nbsp;การที่หลากหลายภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคเอกชน&nbsp;มูลนิธิรักษ์&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;ที่มารวมกันในกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;ณ&nbsp;ที่นี้&nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นการบูรณาการ&nbsp;การทำงานร่วมในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อำเภออื่นๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ท้ายนี้ขอฝากให้ทุกส่วนร่วมกันเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;การเผาทั้งในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;พื้นที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;และพื้นที่ริมทาง&nbsp;และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยอัตโนมัติ&nbsp;ตามระดับของความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&nbsp;ตามระดับของค่าดัชนีคุณภาพอากาศ&nbsp;หรือ&nbsp;AQI&nbsp;ที่แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;สีเหลือง&nbsp;สีส้ม&nbsp;และสีแดง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404120745972
58	อำเภอทุ่งหัวช้าง คัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง ดำเนินการโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บ้านทุ่งช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&nbsp;ในการนี้แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารไปยังระดับพื้นที่ในทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนของจังหวัดลำพูนให้มีความยั่งยืน&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้บรูณาการความร่วมมือกับ&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน</p><p><strong>นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งหัวช้างได้พิจารณาคัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ดำเนินการโครงการ&nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&nbsp;กลุ่มองค์กรและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับชุมชนเป้าหมาย&nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชน&nbsp;ในการดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยได้จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เทศบาลทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยจุดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดสาธิตของกลุ่มชุมชนเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อนำไปสู้การปฏิบัติในชุมชน&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.โครงการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ผู้สูงอายุปลูกผัก&nbsp;เด็กกินผัก&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการสืบสานเศรษฐกิจพอเพียง)โครงการปลูกผักของผู้สูงอายุและเยาวชน&nbsp;2.โครงการพัฒนาการเกษตรปลอดภัยให้แก่ชุมชน&nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;กับกิจกรรมปลูกผักในท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;การปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;บ้านนายปฐม&nbsp;ติ๊บหน่อ&nbsp;และนางอัมพร&nbsp;ยาบุญทา&nbsp;เป็นการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการคัดแยกขยะเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรียื&nbsp;นำไปใช้ในการบำรุงพืชผักสวนครัวภายในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการแปรรุปผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปมันฝรั่ง&nbsp;การทำกล้วยฉาบและกล้วยทอด&nbsp;บ้านนางละเอียด&nbsp;บุตรจุมปา&nbsp;และจุดที่&nbsp;4&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์&nbsp;ของนายสมควร&nbsp;มาชื้น&nbsp;เป็นจุดสาธิตเกี่ยวกับโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;การปลูกพืชผักต่างๆ&nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;แพะ&nbsp;ปลาชนิดต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404121038974
59	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งเร่งเครื่อง พลิกโอกาสถั่วเหลืองไทย พืชเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงอาหารของประเทศ	<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;สศก.&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยเฉพาะถั่วเหลือง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่ให้ทั้งโปรตีนและน้ำมัน&nbsp;และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท&nbsp;&nbsp;ทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร&nbsp;อุตสาหกรรมสกัดน้ำมัน&nbsp;และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์</p><p><strong>จากสถานการณ์การผลิตและการตลาดถั่วเหลืองในปีนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>ประเทศไทยมีเนื้อที่เพาะปลูก&nbsp;85,226&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเนื้อที่เพาะปลูกลดลงจากปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;88,010&nbsp;ไร่&nbsp;เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าพืชอื่น&nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงหันไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองและผลผลิตถั่วเหลืองลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี</strong>&nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ต้นทุนการผลิตที่สูง&nbsp;ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่ดี&nbsp;ต้องใช้แรงงานสูงโดยเฉพาะในการเก็บเกี่ยว&nbsp;ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากพิจารณาข้อมูล&nbsp;5&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;ความต้องการใช้ถั่วเหลืองในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;11.92&nbsp;ต่อปี&nbsp;</p><p>ในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่า&nbsp;ความต้องการใช้เมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณ&nbsp;4.02&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณ&nbsp;4.00&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ด้านราคาถั่วเหลืองที่เกษตรกรขายได้&nbsp;(เกรดคละ)&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.96&nbsp;ต่อปี&nbsp;</strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&nbsp;17.16&nbsp;บาท&nbsp;สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ&nbsp;16.71&nbsp;บาท&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.69&nbsp;และปัจจุบัน&nbsp;ราคา&nbsp;ณ&nbsp;ช่วงสัปดาห์ที่&nbsp;3&nbsp;ของเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;20.20&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาถั่วเหลืองนำเข้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือเกาะสีชัง&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.62&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ราคาถั่วเหลืองนำเข้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือเกาะสีชัง&nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&nbsp;18.15&nbsp;บาท&nbsp;สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ&nbsp;12.51&nbsp;บาท&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;(สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;45.08)&nbsp;ซึ่งราคาสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกับราคาในตลาดโลก</p><p><strong>จากสถานการณ์ถั่วเหลืองข้างต้น&nbsp;</strong>จะเห็นได้ว่าผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้งแนวโน้มราคายังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจกระทบต่อการนำเข้าพืชอาหารสัตว์&nbsp;ดังนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงมีนโยบายเร่งส่งเสริมการผลิตถั่วเหลืองในประเทศ&nbsp;พัฒนาศักยภาพการผลิตและคุณภาพของถั่วเหลือง&nbsp;</p><p><br></p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404135719009
60	กรมปศุสัตว์แนะนำการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ	<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น</strong>&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในต่างประเทศที่มีความผันผวนของวัตถุดิบ&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบทั้งห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่เกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์&nbsp;ผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพื่อทดแทนวัตถุดิบจากต่างประเทศ&nbsp;นอกเหนือจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผลิตภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้ผลิตอาหารสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปลายข้าว&nbsp;รำข้าว&nbsp;รวมถึงข้าวเปลือก&nbsp;ข้าวกล้อง&nbsp;ผลพลอยได้ที่ได้จากอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;กากมันสำปะหลัง&nbsp;กากเบียร์&nbsp;กากน้ำตาล&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อทดแทนดังกล่าวต้องคัดเลือกและตรวจสอบให้มีคุณภาพ&nbsp;มาตรฐานและความปลอดภัย&nbsp;</strong>โดยเฉพาะต้องไม่พบสิ่งปลอมปนซึ่งมาจากวัตถุดิบอื่น&nbsp;เชื้อราชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เมล็ดแตก&nbsp;เสีย&nbsp;มีกลื่นเหม็นหืน&nbsp;รวมถึงสิ่งที่ปนมา&nbsp;โดยธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ดิน&nbsp;หิน&nbsp;ทราย&nbsp;มีความชื้นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดสารพิษจากเชื้อรา&nbsp;ตลอดจนปริมาณการใช้ต้องเหมาะสมตามความต้องการด้านโภชนาการของสัตว์แต่ละชนิด&nbsp;วัตถุดิบบางชนิดไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสัตว์&nbsp;สุขภาพสัตว์&nbsp;รวมถึงผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์&nbsp;ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศคู่ค้า&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์จึงได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่มีวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทยเป็นทางเลือกเพื่อทดแทนการนำเข้า&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;(มันเส้น&nbsp;กากมัน)&nbsp;ข้าว&nbsp;(ปลายข้าว&nbsp;ข้าวกล้อง&nbsp;ข้าวกระเทาะเปลือก)&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;รำข้าว&nbsp;กากปาล์ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;วัตถุดิบบางชนิดมีข้อจำกัดในการใช้ผลิตอาหารสัตว์&nbsp;หากใช้ปริมาณที่ไม่เหมาะสมในสูตรอาหารสัตว์&nbsp;อาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพสัตว์&nbsp;ผลผลิต&nbsp;หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ได้</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404140730016
61	จ.อุบลฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ เรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางกสิกรรมไร้สารพิษ เน้นธาตุอาหารไนโตรเจนเป็นหลัก โดย อ.ธงชนะ พรหมมิ	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เรียนรู้&nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางกสิกรรมไร้สารพิษ&nbsp;เน้นธาตุอาหารไนโตรเจนเป็นหลัก&nbsp;โดย&nbsp;อ.ธงชนะ&nbsp;พรหมมิ&nbsp;เพื่อขยายผลสู่เกษตรกร&nbsp;กลุ่มองค์กรและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษโนนหงส์ทอง&nbsp;ตำบลไร่น้อย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีการรับฟังการบรรยายในการทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;สูตรเฉพาะ&nbsp;และการปรับปรุงดิน&nbsp;ซึ่งศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ&nbsp;ที่เป็นต้นแบบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกร&nbsp;และผู้สนใจได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้ดำเนินงานส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุบลราชธานี&nbsp;แห่งเกษตรอินทรีย์&nbsp;เป้าหมายพื้นที่&nbsp;600,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ปัจจัยการผลิตที่สำคัญคือปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี</p><p><strong>นายธงชนะ&nbsp;พรหมมิ&nbsp;เป็นปราชญ์ด้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong>รางวัลระดับประเทศปี&nbsp;2549&nbsp;เป็นคนปลูกผักตัวจริง&nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จปลูกผักต้นยักษ์จนโด่งดัง&nbsp;จากหลักการความเข้าใจในเรื่องปุ๋ยและจุลินทรีย์&nbsp;จนกลายมาเป็นเจ้าของสิทธิบัตร&nbsp;น้ำมะพร้าวเทียม&nbsp;ตัวสร้างกองทัพจุลินทรีย์&nbsp;ป้องกันโรคพืชและแมลง</p><p><strong>นายธงชนะ&nbsp;พรหมมิ&nbsp;เปิดเผย&nbsp;ธาตุอาหารหลักของพืช&nbsp;N&nbsp;P&nbsp;K&nbsp;มีหน้าที่อย่างไรบ้าง</strong></p><p><strong>N&nbsp;:</strong>&nbsp;ไนโตเจน&nbsp;ทำหน้าที่ในการสร้างความเจริญเติบโตให้กับพืช&nbsp;ช่วยให้พืชผลิใบสีเขียวแตกยอดงาม&nbsp;เหมือนคนวัยเด็ก</p><p><strong>P&nbsp;:</strong>&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;ทำหน้าที่สะสมอาหาร&nbsp;ช่วยให้ติดตา&nbsp;ออกดอก&nbsp;ติดผล&nbsp;เหมือนวัยเจริญพันธุ์</p><p><strong>K&nbsp;:</strong>&nbsp;โพแทสเซียม&nbsp;ทำหน้าที่ให้รสชาติหวานกรอบ</p><p><strong>การเรียนรู้จักอาหารพืช&nbsp;คือพื้นฐานของการพึ่งตนเองได้ในอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;</strong>ทุกวันนี้คนหันไปซื้อพวกกาก&nbsp;หรือมูลสัตว์&nbsp;มาทำปุ๋ย&nbsp;แต่กลับไม่ได้เรียนรู้เลยว่าวัตถุดิบที่นำมาทำปุ๋ยเลี้ยงพืชแท้จริงแล้วมาจากไหน&nbsp;ที่สำคัญยังเอามูลสัตว์ไปใส่พืชโดยตรงโดยไม่ผ่านกระบวนการหมัก&nbsp;กลับกลายว่ายิ่งซ้ำเติมพืชผัก&nbsp;สร้างโรคและแมลงให้เกิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียอีก&nbsp;</p><p><strong>""การที่ไปปลูกต้นไม้ไม่รู้คุณค่าของ&nbsp;N&nbsp;P&nbsp;K&nbsp;</strong>ค่าตัวไหนให้พลังงานกับพืชตัวไหน&nbsp;ถ้าไม่รู้เอาใส่สัดส่วนที่ไม่สมดุลกันไปใส่ให้พืชกินก็เหมือนใส่น้ำปลามากเกินไป&nbsp;น้ำตาลมากเกินไป&nbsp;น้ำส้มมากเกินไป&nbsp;มันก็กินไม่ได้&nbsp;พืชเช่นเดียวกัน&nbsp;คุณใส่ขี้เถ้าแกลบเยอะๆ&nbsp;คือ&nbsp;การใส่&nbsp;P&nbsp;ลงไปขณะที่พืชกำลังต้องการ&nbsp;N&nbsp;พืชก็เหลือง&nbsp;ออกดอก&nbsp;หยุดการเจริญเติบโตเพราะสะสมอาหาร&nbsp;ตราบใดที่ได้&nbsp;N&nbsp;มันงามแน่นอน&nbsp;พืชต้องการอาหารทุกชนิดแต่ห้วงเวลาแตกต่างกัน""</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404145333059
62	จังหวัดสระแก้วจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565	<p><strong>ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอตาพระยา&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;</strong>นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบริการให้ความรู้กับเกษตรกรก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ซึ่งจังหวัดสระแก้วถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตและให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้การเข้าถึงปัจจัยการผลิตการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;และบริการการเกษตรของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอตาพระยา&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ&nbsp;โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่และเพิ่มมูลค่าให้เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้สถานีหลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเตรียมดินในการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;การคัดเลือกเมล็ดข้าวพันธุ์ดี&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;การใช้ปุ๋ยในนาข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สถานีที่&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;การนำนวัตกรรมใหม่โดยการใช้โดรนเพื่อการเกษตรในนาข้าว&nbsp;และ&nbsp;สถานีที่&nbsp;5&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า</p><p><strong>นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการเริ่มต้นฤดูการผลิตทางการเกษตร&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสมกับชนิดพืช/สัตว์/ประมง&nbsp;หรือการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในการลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;และเกษตรกรมีคุณภาพชีวิต&nbsp;ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้และทคโนโลยีครั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเป้าหมายในการทำให้เกษตรกรรับรู้ถึงข้อมูล&nbsp;และนำข้อมูลไปใช้จนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดกับความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ถ่ายทอดความรู้จึงพิจารณาถึงความต้องการของเกษตรกร&nbsp;วิธีการและกลไกการถ่ายทอดความรู้&nbsp;และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายทอด&nbsp;เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้บรรลุผลสูงสุด&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดการลดต้นทุนตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป&nbsp;การเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินของตน</p><p><br></p><p>ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404133802998
63	จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดกิจกรรม KICK OFF  เกษตรอินทรีย์ปลอดภัยเพชรบูรณ์  สู่ตลาดสากล	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;เบญจสิริวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;กิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;เกษตรอินทรีย์/ปลอดภัยเพชรบูรณ์&nbsp;สู่ตลาดสากล&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;เพชรบูรณ์พอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์บ้านน้ำคำ&nbsp;ตำบลปากช่อง&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>นางธีรพร&nbsp;พรพฤติพันธุ์&nbsp;ประธานคณะกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบูรณ์(วิสาหกิจสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องอาหารปลอดภัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ดำเนินการใน&nbsp;3&nbsp;กลุ่มงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเกษตร&nbsp;แปรรูปและการท่องเที่ยวโดยชุมชนในรูปแบบประชารัฐ&nbsp;ภายใต้แนวคิดเพื่อสังคม&nbsp;ร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบูรณ์(วิสาหกิจเพื่อชุมชน)&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย(กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผักบ้านปากช่อง&nbsp;บ้านน้ำคำ&nbsp;ตำบลปากช่อง)&nbsp;ได้รับการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพ&nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;ส่งเสริมและขยายผลด้านการผลิต&nbsp;การตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ให้กับเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ทั้งนี้การเกษตรเป็นกลไกหนึ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มีศักยภาพในการผลิตสินค้าด้านเกษตรปลอดภัย&nbsp;สอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคเหนือ&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายชัชวาลย์&nbsp;เบญจสิริวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มุ่งส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ใช้ศักยภาพธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่น&nbsp;พร้อมกับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้ไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุข&nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถปฏิบัติให้เห็นผลกับประชาชนในจังหวัด&nbsp;มีประโยชน์อย่างต่อเนื่องวัดผลได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;จากแนวคิด&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง&nbsp;และชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมประกอบด้วย</strong>&nbsp;การออกบูธของภาคีเครือข่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;บูธ/&nbsp;การจัดเวทีเสวนาผลิตพืชอินทรีย์&nbsp;การควบคุมมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;และการตลาดเกษตรอินทรีย์เชิงอุตสาหกรรม/กิจกรรมตัดริ้บบิ้นปล่อยรถห้องเย็นเพื่อส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ตลาด&nbsp;และการตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404135251006
64	ประวิตร กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดินให้ประชาชน	<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดินให้ประชาชน&nbsp;พร้อมให้เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคผาเวียง&nbsp;&nbsp;ปากนาย&nbsp;ตำบลท่าแฝก&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาไม่มีที่ดินทํากินและปัญหาการถือครองที่ดิน&nbsp;ด้วยการจัดที่ดินทํากินตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดิน&nbsp;ควบคู่กับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้กำชับให้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนและให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ทั้งส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนทัองถิ่น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน&nbsp;และการนําแนวทางสหกรณ์มาใช้บริหารจัดการในพื้นที่&nbsp;คทช.ต่อเนื่อง&nbsp;แล้วสามารถต่อยอดความรู้และพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ขณะที่กรมทรัพยากรน้ํา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;และ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขอให้เร่งรัดดําเนินโครงการแก้ปัญหาแหล่งน้ําสําหรับการอุปโภค&nbsp;บริโภคที่เป็นปัญหาหลักของประชาชนด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;ของ&nbsp;คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าจริม&nbsp;ตําบลท่าแฝก&nbsp;อําเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;รวม&nbsp;313,125ไร่&nbsp;เบื้องต้นได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทําประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วกว่า&nbsp;12,815&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;และได้รับมอบพื้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม&nbsp;จากคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินรวมกว่า&nbsp;12,815&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมที่ดิน&nbsp;ได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองทําประโยชน์และจัดทําสมุดประจําตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทํากินในชุมชนในลักษณะแปลงรวมในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริมเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;691&nbsp;ราย&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;6,928&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนที่เหลือ&nbsp;371&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;607&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่กว่า&nbsp;5,887&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์และส่งมอบสมุดประจำตัวให้กับผู้ได้รับการคัดเลือกต่อไป</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404133602997
65	วัดอินทารามจัดงานส้มโอดี ลิ้นจี่หวานตลอดเดือนเมษายน 2565 ต้อนรับนักท่องเที่ยว	<p><strong>ที่วัดอินทาราม&nbsp;ตำบลเหมืองใหม่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>กำหนดจัดงานพุทธเกษตร&nbsp;ส้มโอดี&nbsp;ลิ้นจี่หวาน&nbsp;ตลอดเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และร่วมปรุงแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่&nbsp;พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานได้นำกลับไปรับประทานที่บ้านพร้อมขนมจีนด้วย&nbsp;สำหรับงานพุทธเกษตรส้มโอดี&nbsp;ลิ้นจี่หวาน&nbsp;จัดขึ้นตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยสามารถชิมก่อนซื้อได้ทุกร้าน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ&nbsp;&nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม</strong>&nbsp;ได้มอบทุนการศึกษาระดับ&nbsp;ปวช.&nbsp;ถึงระดับปริญญาเอก&nbsp;ให้พระสงฆ์และนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ทุน&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;1,021,000&nbsp;บาท&nbsp;และยังมอบบ้านสงฆ์เอื้ออาทรให้ผู้ยากไร้อีก&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;มูลค่า&nbsp;250,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;/ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404153003083
66	กอนช. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 5  8 เม.ย.นี้	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8&nbsp;หลังติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันนี้&nbsp;ถึง&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;พบอิทธิพลของลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ดลกอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกหนักสะสม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มากกว่า&nbsp;150&nbsp;มิลลิเมตรในหลายพื้นที่&nbsp;จึงเน้นให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;และพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำ-แม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเลด้วย</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404152021076
67	สุพรรณบุรีโชว์ผลสำเร็จโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ชูฟักทองเงินล้านเมนูพืชทางเลือกสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้	<p><strong>ที่แปลงต้นแบบการปลูกฟักทอง&nbsp;ตำบลนางบวช&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช</strong>&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;วันเก็บเกี่ยวฟักทองเงินล้าน&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญอยู่ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รัฐบาลตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงมีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพทางเลือกด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;โดยมีตลาดรองรับผลผลิต&nbsp;มีการประกันราคาซื้อขาย&nbsp;รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น&nbsp;โดยใช้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่นำร่องโครงการฯ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ภายใต้โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีบทบาทในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรปลูกพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น&nbsp;โดยเฉพาะการปลูกฟักทอง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่มีการดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก&nbsp;ใช้น้ำน้อย&nbsp;และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่าการทำนา&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;พื้นที่ดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,500&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งในขณะนี้อยู่ในช่วงของการเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่</p><p>เกษตรกรไม่น้อยกว่า&nbsp;40,000,000&nbsp;บาท</p><p><strong>เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเสวนาในประเด็นกลยุทธ์พิชิตฟักทองเงินล้าน&nbsp;และการถ่ายทอดความรู้ด้านการอารักขาพืช&nbsp;การเก็บเกี่ยวฟักทองในแปลงต้นแบบการปลูกฟักทอง&nbsp;พื้นที่ขนาด&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้งนิทรรศการโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เกษตรกรจะได้มาร่วมกันเรียนรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;รวมถึงวางแผนการผลิตและการขยายพื้นที่ปลูกในฤดูกาลถัดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404163245131
68	สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 12565 และน้ำยาฆ่าเชื้อ	<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่าน&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;1/2565&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;โด๊ส&nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;.เป็นนายวันนา&nbsp;ทิพโสต&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;12&nbsp;บ้านห้วยมุ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;เลี้ยงกระบือ&nbsp;33&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;68&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;-&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;การผสมน้ำยาฆ่าเชื้อฯ&nbsp;การฉีดวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;หรือ&nbsp;FMD&nbsp;(Foot&nbsp;and&nbsp;Mouth&nbsp;Disease)&nbsp;</strong>เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสพบได้ในสัตว์ที่มีกีบคู่เช่น&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;สุกร&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;และกวาง&nbsp;ยกเว้นม้า&nbsp;ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมีอยู่หลายชนิดและหลายสายพันธุ์&nbsp;ปัจจุบันมี&nbsp;7&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;ชนิด&nbsp;A,O,&nbsp;C,&nbsp;SAT&nbsp;1,&nbsp;SAT&nbsp;2,&nbsp;SAT&nbsp;3&nbsp;และAsia&nbsp;1&nbsp;สำหรับในประเทศไทยพบ&nbsp;3&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;ชนิด&nbsp;A,&nbsp;O&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;Asia&nbsp;1&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404160024103
69	สทนช. เร่งเตรียมพร้อมพื้นที่บึงสีไฟ ทุ่งบางระกำ และอีก 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้พร้อมรับน้ำหลากปีนี้	<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เร่งเตรียมพร้อมพื้นที่บึงสีไฟ&nbsp;ทุ่งบางระกำ&nbsp;และอีก&nbsp;10&nbsp;ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;เพื่อให้พร้อมรับน้ำหลากปีนี้&nbsp;ขณะที่ภาคเหนือลุ่มน้ำน่านบางส่วนประสบภัยแล้งแล้วใน&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาบึงสีไฟ&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ครอบคลุมการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งรัดดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟและโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จตามแผน&nbsp;โดยให้&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดทำแผนการขนย้ายมูลดินให้เก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;//&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;สำรวจและศึกษาให้บึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำต้นทุนภาคการเกษตร&nbsp;แล้วให้จังหวัดพิจิตรปรับภูมิทัศน์และจัดโซนพื้นที่ใช้ประโยชน์รอบบึงสีไฟให้แล้วเสร็จตามแผน&nbsp;//&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟให้สอดคล้องกับระบบนิเวศตามที่ออกแบบไว้&nbsp;โดยให้รักษาความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ&nbsp;พร้อมให้กรมชลประทาน&nbsp;เร่งออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรับมือน้ำหลากด้วยการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทุ่งบางระกำและอีก&nbsp;10&nbsp;ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้แก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่รับน้ำรวม&nbsp;1,704&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรช่วงฤดูฝน&nbsp;เบื้องต้นกรมชลประทานได้ปรับปฏิทินการเพาะปลูกเพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำหลาก&nbsp;โดยทุ่งบางระกำเริ่มส่งน้ำไปแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;เพื่อเก็บเกี่ยวได้ภายในเดือนกรกฎาคม&nbsp;และทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;10&nbsp;ทุ่ง&nbsp;จะเริ่มส่งน้ำในวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;และเก็บเกี่ยวได้ภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;1.2&nbsp;ล้านไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำถึงสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือว่า&nbsp;ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้รวม&nbsp;5,653&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;27&nbsp;ของน้ำใช้การ&nbsp;แม้ปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;ภาพรวมจะไม่มากนัก&nbsp;แต่ที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกในพื้นที่ช่วยให้ความแห้งแล้งคลี่คลายไปได้&nbsp;โดยเบื้องต้นมีพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำน่านของบางพื้นที่แล้วใน&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมืองเพชรบูรณ์&nbsp;อ.ชนแดน&nbsp;อ.หล่มสัก&nbsp;อ.หนองไผ่&nbsp;อ.วังโป่ง&nbsp;และ&nbsp;อ.เขาค้อ&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการนำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำแล้ว&nbsp;ทำให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404161422115
70	อากาศป่วนหนัก ร้อน แล้ง สลับหนาว กระทบสัตว์เลี้ยง เกษตรกรต้นทุนพุ่ง หวังผู้บริโภคเข้าใจ	<p>สภาพอากาศแปรปรวน ร้อนแล้งต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จนเข้าเดือนเมษายน อุณหภูมิทั่วไทยกลับลดลง เกิดอากาศหนาวเย็นฉับพลันและฝนตกมากในบางพื้นที่ จากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกําลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;</p><p>ความแปรปรวนของสภาพอากาศเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อสัตว์เลี้ยง ทั้งหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ที่ไม่สามารถปรับตัวกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ จึงกระทบต่อการให้ผลผลิตและอัตราเสียหายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มากขึ้น</p><p><br></p><p>&gt;&gt; ไก่ไข่ กระทบร้อน ผลผลิตลด ไข่เล็ก เสียหายหนัก</p><p>ไก่เป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อน และยังมีขนปกคลุมยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนออกจากร่างกาย เมื่ออุณหภูมิสูง 26-32 องศาฯ แม่ไก่จะกินอาหารลดลง กินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย แม่ไก่เกิดความเครียดสะสม การกินอาหารน้อยทำให้สารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอกับการสร้างฟองไข่ ผลผลิตไข่ไก่จึงลดลง ขนาดฟองไข่ที่ได้เล็กลง&nbsp;</p><p>หากอากาศร้อนจัดแม่ไก่จะเริ่มแสดงอาการหอบ อ้าปากหายใจแรงขึ้น เพื่อระบายความร้อน ทำให้ไก่สูญเสียพลังงานไปกับการหอบ และยังทำให้สูญเสีย CO2 ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการสร้างไข่ ส่งผลให้คุณภาพเปลือกไข่ด้อยลง สีซีด เปลือกบางลง แตกร้าวเสียหายง่ายขึ้น ปริมาณผลผลิตที่ลดลง คุณภาพไข่ไก่ที่ต่ำลง ไข่เสียหายมากขึ้น รวมถึงตัวแม่ไก่ที่เสียหายจากกรณีไข่แตกในท้อง ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะมีตัวหารน้อยลง และไข่ฟองเล็กเกษตรกรจึงขายไข่ได้เฉพาะไข่คละกลางและคละเล็ก ราคาขายที่ได้จะต่ำลง รายได้จึงลดลงตามไปด้วย</p><p>ความร้อนที่เพิ่มขึ้นมีผลกับอัตราการกินน้ำของแม่ไก่ด้วย โดยอุณหภูมิในโรงเรือนที่ 18-25 องศาเซลเซียส สัดส่วนการกินน้ำต่ออาหารของแม่ไก่จะอยู่ที่ 1.8-2.0 เท่าของอาหารที่กินได้ หากอากาศร้อนขึ้น สัดส่วนการกินน้ำอาจเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 2.6 เท่าของอาหารที่กินได้ เท่ากับต้องใช้น้ำในการเลี้ยงไก่มากขึ้น</p><p><br></p><p>&gt;&gt; อากาศร้อน ไก่เนื้อ เครียดกินอาหารน้อย โตช้า ต้นทุนสูง</p><p>ไก่เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือนเปิดมักพบปัญหา การกินอาหารน้อยลงจากความเครียดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ไก่โตช้า ใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น มีอัตราป่วยและเปอร์เซ็นต์ตายเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องเน้นการเลี้ยงไม่ให้มีปริมาณหนาแน่นเกินไป&nbsp;มีการจัดการเพื่อลดความร้อนให้กับโรงเรือนเลี้ยง อาทิ สเปรย์น้ำบนหลังคา ควบคู่กับการเปิดพัดลมระบายอากาศนานขึ้น ในกรณีร้อนจัดต้องตัดสินใจลงเลี้ยงไก่ให้บางกว่าช่วงปกติ&nbsp;</p><p>กรณีเลี้ยงไก่ในโรงเรือน EVAP ที่สามารถลดอุณหภูมิในโรงเรือนได้ดีกว่า แต่ก็จำเป็นต้องปรับสภาพอากาศภายในให้เหมาะสม ทั้งการเปิดน้ำหล่อเลี้ยงระบบความเย็นและเปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลา และต้องระวังความชื้นและก๊าซแอมโมเนียในโรงเรือน&nbsp;และสิ่งสำคัญที่สุดคือน้ำ ที่ต้องจัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอตลอดเวลา น้ำต้องสะอาด เกษตรกรต้องลงทุนปรับคุณภาพน้ำให้เหมาะสม และเพิ่มต้นทุนการเสริมวิตามินอิเลคโตรไลท์ หรือโปแตสเซียมคลอไรด์ ที่มีรสเค็มเล็กน้อยเพื่อช่วยกระตุ้นการกินน้ำ ช่วยให้ระบายความร้อนจากร่างกายได้ดีขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&gt;&gt; หมู ร้อนแม่อุ้มท้องเสียหาย หมูขุนโตช้า&nbsp;</p><p>หมูเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ จึงระบายความร้อนออกจากร่างกายด้วยการหอบหายใจ อาการนี้หากเกิดในแม่หมูอุ้มท้อง อาจทำให้เกิดการแท้ง หรือลูกตายในท้อง มีลูกมัมมี่มากขึ้น อัตราเข้าคลอดต่ำ ลูกแรกคลอดน้อยลง แม่เครียดจากอากาศส่งผลให้การเลี้ยงลูกได้ต่ำลง อาจเกิดอาการน้ำนมแห้ง ลูกอุจจาระเหลว ส่วนลูกหมูที่รอดจะอ่อนแอ น้ำหนักหย่านมต่ำ เมื่อนำไปเลี้ยงเป็นหมูอนุบาลหรือหมูขุน อัตราการเจริญเติบโต (ADG) จะต่ำ อากาศร้อนจัดทำให้หมูอยู่ไม่สบาย จึงกินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้อัตราแลกเนื้อ (FCR) แย่ลง และอัตราเสียหายมักสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;</p><p>อากาศร้อนรุนแรง ส่งผลให้หมูเนื้อที่เข้าสู่ตลาดมีน้ำหนักลดลงตัวละประมาณ 3-5 กิโลกรัม น้ำหนักที่หายไปกระทบกับรายได้ของเกษตรกร และมีผลโดยตรงต่อปริมาณเนื้อหมูที่ขายในท้องตลาด ซึ่งเป็นเหตุผลให้ราคาหมูค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นเป็นลำดับ ตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดน้อยลง เมื่อผนวกกับความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์ด้วยแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาหมูจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามกลไกตลาด&nbsp;</p><p>ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบจากที่เกิดจากอากาศร้อนแล้ง ที่มีผลต่อต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับต้นทุนอื่นๆ ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับอยู่ในขณะนี้ และค่าน้ำใช้ที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มในช่วงวิกฤติแล้ง และต้องมีการลงทุนปรับคุณภาพน้ำด้วย รวมถึงค่าไฟในการทำความเย็นด้วยระบบ EVAP ค่าน้ำมันสำหรับเดินมอเตอร์พัดลมท้ายโรงเรือน การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อเปิดพัดลมในเล้าช่วยระบายอากาศ</p><p>วันนี้ผู้บริโภคอย่างเรา รวมถึงภาครัฐ ต้องเห็นความจริงเรื่องต้นทุนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศ และทำความเข้าใจเรื่องราคาสินค้าเกษตรว่ามีขึ้น-มีลง ตามกลไกตลาด ที่มีความต้องการบริโภคและปริมาณผลผลิตเป็นตัวกำหนด และต้องไม่ลืมว่ากว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ให้เราได้รับประทานนั้น ย่อมมีต้นทุน ต้องใช้เวลา มีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ และเกษตรกรต้องทุ่มเทกับอาชีพ เพื่อสร้างอาหารที่เพียงพอสำหรับผู้บริโภค</p><p><br></p><p>รัฐพล ศรีเจริญ นักวิชาการอิสระ</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404161728117
71	เกษตรกรชาวสวนทุเรียนแห่นำทุเรียนตรวจหาเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งกับเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอแกลง จังหวัดระยอง หลังมีการคุมเข้มปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;มีเกษตรกรชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่&nbsp;อำเภอแกลงนับ&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;แห่นำทุเรียน&nbsp;มารับการตรวจเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้เกษตรกรนำทุเรียนมาตรวจตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา&nbsp;เพื่อส่งขายล้งรับซื้อ&nbsp;พ่อค้าคนกลางและนำออกขาย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการตัดทุเรียนก่อนกำหนด&nbsp;หรือป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด&nbsp;ซึ่งผลการตรวจพบว่า&nbsp;ทุเรียนของเกษตรกรบางรายไม่ผ่านเกณฑ์&nbsp;ก็ได้แนะนำตามปฏิบัติมาตรการเว้นระยะวันเพิ่มขึ้น&nbsp;ก่อนนำมาตรวจซ้ำอีก</p><p><strong>ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศให้เกษตรกร</strong>และมือตัดทุเรียนที่มีความประสงค์เก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศ&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;กำหนดเก็บเกี่ยววันที่&nbsp;20&nbsp;มี.ค.65&nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เม.ย.65&nbsp;และพันธุ์หมอนทอง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ให้แจ้งความประสงค์เก็บเกี่ยวได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ตั้งแปลง&nbsp;หรือสถานที่อื่นตามที่กำหนด&nbsp;พร้อมนำตัวอย่างทุเรียนในแปลงที่จะเก็บเกี่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลูก&nbsp;มาตรวจหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยยึดเกณฑ์ดังนี้&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนต้องได้&nbsp;27&nbsp;%&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี&nbsp;30%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;32%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;หากตรวจพบเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ประกาศให้ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ต้องเว้นระยะ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จึงจะสามารถนำมาขอตรวจซ้ำได้&nbsp;โดยจะรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่ก่อนวันเก็บเกี่ยวไปจนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;เม.ย.65&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งเป็นวันเก็บเกี่ยวพันธุ์หมอนทอง&nbsp;ในส่วนของทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนเฉพาะตัวอย่างแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนเข้าโรงคัดบรรจุ&nbsp;เพื่อคุมเข้มสกัดกั้นไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกนอกพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404171057156
72	ไทย-อียู ร่วมปลุกจิตสำนึกการแยกขยะให้เยาวชนภูเก็ต ในโครงการจัดการและลดพลาสติกภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong>&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการและลดพลาสติกภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม</p><p><strong>โครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเล</strong>&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป&nbsp;(EU)&nbsp;และกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี&nbsp;(BMZ)&nbsp;ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;ประจำประเทศไทยร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมภูเก็ตและมูลนิธิคุณ&nbsp;(KHUN&nbsp;Foundation)&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การลดขยะพลาสติกและการแยกขยะที่ถูกต้องผ่านการแสดงละครหุ่นเชิด&nbsp;(Puppet&nbsp;Show)&nbsp;และการเสวนาเรื่องบทบาทของเยาวชนในการลดพลาสติกและสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;เกิดขึ้นมาพร้อม&nbsp;ๆ&nbsp;กับปัญหาขยะพลาสติก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกิดจากการที่ประชาชนต้องกักตัวในบ้านหรือที่พักของตนเอง</strong>&nbsp;ส่งผลให้เกิดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนมากขึ้นจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในแอพพลิเคชั่นและการสั่งอาหารจากบริการฟู๊ดเดลิเวอรี่และซื้ออาหารกลับบ้าน&nbsp;พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก&nbsp;เมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;พลาสติกที่ถูกแสงแดดจะทำให้พลาสติกแตกออกเป็นชิ้นเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;และไม่สามารถมอบเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือที่เรียกว่าไมโครพลาสติกและสามารถแทรกซิมลงไปในชั้นดิน&nbsp;แหล่งน้ำและปนเปื้อนลงในอาหารและน้ำดื่ม&nbsp;ซึ่งเข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่าย&nbsp;และหากเราไม่มีการกำจัดขยะพลาสติกเหล่านี้อย่างถูกต้องจะส่งผลให้ขยะจากบกปะปนและลงสู่ทะเล&nbsp;ทำให้สัตว์ทะเลกินพลาสติกเข้าไปเกิดอาการป่วยและเสียชีวิตในที่สุด&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งผลให้ภูเก็ตสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ประมาณขยะมูลฝอยและขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยความตระหนักของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมไปถึงภาคประชาชนเอง&nbsp;ทำให้ภูเก็ตมีการขับเคลื่อนด้านการรณรงค์และมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ในระดับที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้&nbsp;และเชื่อว่าการทำงานให้สำเร็จได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดเรื่องการขับเคลื่อนภูเก็ตให้เป็นเมืองที่สะอาด&nbsp;เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;Dr.&nbsp;Glusappe&nbsp;Busini&nbsp;อัครราชฑูต</strong>&nbsp;รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศ&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;ตั้งแต่นโยบายการจัดการพลาสติกของสหภาพยุโรปถูกจัดตั้งขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;สหภาพยุโรปได้พยายามขับเคลื่อนที่จะจัดการกับปัญหามลพิษขยะพลาสติก&nbsp;โดยการจัดทำโครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเลขึ้น&nbsp;โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันเช่นกัน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างโครงการใน&nbsp;7&nbsp;ประเทศภาคีรวมถึงระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียด้วย&nbsp;และมีความปรารถนาดีที่จะทำงานให้กับทุกภาคส่วน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;Dr.Bend&nbsp;Christiansen&nbsp;ที่ปรึกษาฑูตฝ่ายทหารและการเกษต</strong>ร&nbsp;สถานเอกอัครราชฑูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย&nbsp;เน้นย้ำว่า&nbsp;ปัญหามลภาวะของขยะพลาสติกในทะเลรวมถึงขยะประเภทอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นปัญหาระดับโลก&nbsp;การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการนำระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนมาปรับใช้&nbsp;นับเป็นสองแนวปฏิบัติที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการนำร่องโครงการจัดกรและลดพลาสติ</strong>กภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ส่งผลให้ความรู้และประสบการณ์ของคนในพื้นที่ได้ถูกนำเข้ามาใช้เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา&nbsp;ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในกระบวนการดำเนินงานของโครงการทั้งยังเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จเพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่และจะยังมีการค้นหาพลาสติกทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-04T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404194951213
73	เดินหน้าพัฒนาเกษตรไทย นำผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่	<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาภาคการเกษตร&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;สนับสนุนข้อมูล&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ผลงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;พร้อมใช้หรือแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;พร้อมทั้งร่วมดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากลไกการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการทำงาน&nbsp;หรือแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;ด้วยการรวบรวมความต้องการของพื้นที่&nbsp;เพื่อใช้ในการวางแผนเชิงนโยบายในการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;หรือส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ไปใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p><p><strong>ที่สำคัญอีกประการคือ</strong>&nbsp;เป็นการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานพันธมิตรของกรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(ววน.)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา&nbsp;หรือแก้ปัญหาด้านการเกษตร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405101921324
74	กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักมากในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มใน 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 5-8 เม.ย.	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักมากในภาคใต้&nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมาก&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;139&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;131&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;137&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มบริเวณชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,370&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,562&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405093732299
75	เตือนประชาชนในทุกพื้นที่ให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน ช่วงสัปดาห์นี้	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศเย็นและหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;แต่ตอนกลางวันมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ส่วนภาคใต้&nbsp;ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้ระวังฝนตกหนัก&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และคลื่นสูง&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405102249328
76	ขอเชิญชวนร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 ต่อขอบเขตการศึกษาละแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือบริษัท เพียว ไบร์ท จำกัด ตำบลคลองฉนาก อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี	<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;เพียว&nbsp;ไบร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองฉนาก&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;มีความประสงค์จะขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการให้บริการโดยสามารถรับเรือเกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;เป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบ&nbsp;(EIA)&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>จึงมอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EA)&nbsp;จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;ตามกฎหมาย&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการดังที่กล่าวมาข้างตัน&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตการศึกษาและเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้นทางโครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1</strong>&nbsp;เพื่อนำเสนอขอบเขตละแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีส่วนได้เสียจากโครงการฯ&nbsp;ได้แสดงความคิดเห็นและให้ครอบคลุมประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงข้อห่วงกังวลของผู้เข้าร่วม&nbsp;เพื่อนำมาพิจารณากำหนดแนวทางป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;เชิญชวนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1ต่อขอบเขตการศึกษาและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวในวันอังคารที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดทาง&nbsp;มือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;หรือE-mail&nbsp;:&nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405101118314
77	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม 4 พื้นที่ ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน	"<p class=""ql-align-justify""><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม 4 พื้นที่ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</strong></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะ ต.จองคำ อ.เมือง และ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;เมษายน</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>"	2022-05-04T00:00:00	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405095038300
78	ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด-กุ้งก้ามกรามกว่า 10 ล้านตัวทั่วประเทศ  ความมั่นคงทางด้านอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมประมงได้จัดพิธีปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและพันธุ์กุ้งก้ามกรามกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้กิจกรรมจิตอาสา&nbsp;1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มผลผลิตของทรัพยากรสัตว์น้ำในประเทศ&nbsp;ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ&nbsp;ตลอดจนสร้างการรับรู้และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่ปล่อย&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาไทยกว่า&nbsp;10&nbsp;ชนิด&nbsp;และกุ้งก้ามกราม&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัว&nbsp;โดยปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล&nbsp;มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารให้ประชาชนอยู่ดีกินดี&nbsp;ชุมชนมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา</strong>และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร&nbsp;ชาวประมงและประชาชน&nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำให้อยู่ดีกินดีตลอดไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405105907346
79	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300 จุด  ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;300&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(4&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;326&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;97&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;95&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;นครพนม&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และตาก&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นพบกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,734&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,050&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,249&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทั่วประเทศอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ยกเว้นแต่แม่ฮ่องสอนคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาววันนี้&nbsp;2,815&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,716&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;446&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405103910334
80	ปัตตานี-ประชุมหารือมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 42 กับทางหลวง 410	<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานกองทุนสวนยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;นายเศวต&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประธานเปิดการประชุมหารือมาตรการป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(กลุ่มย่อย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2)&nbsp;โครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ&nbsp;จุดตัดทางหลวงหมายเลข&nbsp;42&nbsp;กับทางหลวง&nbsp;410&nbsp;(แยกตะลุโบะ)&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;โดยมีนายสมกิตติ์&nbsp;กิตติโศภิษฐ์&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปัตตานี&nbsp;กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกรมทางหลวง&nbsp;ได้ให้การสนับสนุน&nbsp;และขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภูมิภาคอื่นๆ&nbsp;และประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กรมทางหลวงจึงมีแผน&nbsp;และจัดตั้งโครงการสำรวจและออกแบบทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข&nbsp;42&nbsp;กับทางหลวงหมายเลข&nbsp;410&nbsp;(แยกตะลุโบะ)&nbsp;เพื่อจะช่วยบรรเทาปัญหาบริเวณทางแยกดังกล่าว&nbsp;และการขยายผลของโครงการเมืองต้นแบบ&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการจะมีการสำรวจและวิเคราะห์ทางวิศวกรรมอย่างละเอียด</strong>&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาออกแบบโครงการต่อไป&nbsp;ปัจจุบันแยกตะลุโบะเป็นทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข&nbsp;42&nbsp;กับทางหลวงหมายเลข&nbsp;410&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;เป็นทางแยกที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น&nbsp;และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การปรับปรุงบริเวณแยกตะลุโบะให้เป็นทางแยกต่างระดับ&nbsp;จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรและอุบัติแหตุดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ให้ดำเนินการสำรวจ</strong>และออกแบบรายละเอียดพร้อมทั้งจัดทำรายงาน&nbsp;ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;การประชุมในวันนี้&nbsp;เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษาของโครงการโดยเฉพาะรายละเอียดของรูปแบบโครงการและผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงมาตรการป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;และข้อเสนอแนะต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&nbsp;หน่วยงานกรมทางหลวง</strong>&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และอำเภอที่เกี่ยวข้อง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำระดับตำบลและหมู่บ้าน&nbsp;หน่วยงานศาสนสถาน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานที่พื้นที่อ่อนไหวบริเวณโครงการ&nbsp;สถานประกอบการร้านค้าและประชาชนในพื้นที่โครงการตำบลตะลุโบะ&nbsp;ตำบลจะบังติกอ&nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&nbsp;และตำบลรูสะมิแล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405114611374
81	War Room ไฟป่าฯ ลำปาง ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm 2.5	<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอกถิรวัฒน์&nbsp;ศรีสุวรรณ&nbsp;เสนาธิการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้ได้รับทราบสภาวะอากาศ</strong>&nbsp;ปริมาณน้ำฝน/&nbsp;สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง/&nbsp;มาตรการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก&nbsp;Pm2.5&nbsp;/การรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันฯ&nbsp;เช่น&nbsp;การลาดตระเวนป้องกันเหตุลักลอบเผาในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ&nbsp;การรายงานผลการจับกุม&nbsp;การดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดตามห้วงเวลาห้ามเผาฯ&nbsp;และการรายงานสภาพปัญหาและอุปสรรคของการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;และการรายงานสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ของแต่ละอำเภอ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405115410376
82	เกษตรกรและคนขายปุ๋ย ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา  พบปัญหาปุ๋ยแพง เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและคนขาย แนวโน้มปุ๋ยยังคงปรับราคาสูงขึ้นอีก	<p><strong>เกษตรกรและคนขายปุ๋ย</strong>&nbsp;<strong>ในอำเภอเบตง</strong>&nbsp;<strong>จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;พบปัญหาปุ๋ยแพง&nbsp;เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและคนขาย&nbsp;แนวโน้มปุ๋ยยังคงปรับราคาสูงขึ้นอีก&nbsp;ล่าสุดมีการประกาศจะขึ้นอีกอย่างน้อยกระสอบละ&nbsp;100&nbsp;บาทเพิ่มขึ้นมาเท่าตัวและปุ๋ยบางสูตรขาดตลาด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;5&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ร้านบ้านเกษตร&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เจ้าของ&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยในอำเภอเบตง&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาราคาปุ๋ยแพงที่ทำให้เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและผู้ค้า&nbsp;เพราะต้องซื้อปุ๋ยในราคาแพงเหมือนกัน&nbsp;จากเดิมเคยซื้อและขายเอากำไรกระสอบละ&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ขณะนี้ปุ๋ยทุกชนิดราคาปรับสูงขึ้นกระสอบละกว่า&nbsp;100%&nbsp;ทางร้านค้าก็ต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นกระสอบละกว่า&nbsp;100%&nbsp;เท่ากัน&nbsp;&nbsp;ก็นำมาขายเอากำไรกระสอบละ&nbsp;10-&nbsp;20&nbsp;บาทเท่าเดิมและที่สำคัญในขณะนี้ปุ๋ยบางตัวขาดตลาด</p><p><strong>นายยอดยิ่ง&nbsp;&nbsp;แซ่หลี&nbsp;เจ้าของร้านบ้านเกษตร&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ส่วนเรื่องกักตุนปุ๋ยในส่วนของร้านค้าไม่สามารถทำได้&nbsp;เพราะร้านค้าหากใครคิดจะกู้เงินมาซื้อปุ๋ยเก็บ&nbsp;เพื่อจำหน่ายในราคาแพงก็ไม่คุ้ม&nbsp;เนื่องจากว่าบริษัทผู้นำเข้าปล่อยให้ร้านค้ามาทีละน้อยๆ&nbsp;เพื่อที่จะขายให้ลูกค้าเท่านั้น&nbsp;และถ้ามาถึงไม่ขายเลยก็ไม่ได้&nbsp;เพราะต้องเปิดร้านขายทุกวัน&nbsp;และปุ๋ยราคาแพงกระทบกับยอดขายอย่างมาก&nbsp;เพราะเกษตรกรซื้อปุ๋ยน้อยลง&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางชาวสนทุเรียน&nbsp;ปริมาณการใช้น้อยลงมาก&nbsp;เนื่องจากยางพาราราคาตก&nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินซื้อปุ๋ย&nbsp;ส่วนชาวสวนทุเรียนก็ต้องประสบทั้งราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นอีกทั้งยังมาประสบกับดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนโดยช่วงนี้ทางภาคใต้ฝนตกเกือบทุกวัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปุ๋ยในประเทศไทยนั้นเป็นสินค้านำเข้า&nbsp;ทั้ง&nbsp;N-P-K&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;ธาตุไนโตรเจน&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;และโพแทสเซียม&nbsp;โดยทั้งหมดต่างทยอยปรับขึ้นทีละตัว&nbsp;&nbsp;เริ่มแรกฟอสฟอรัส&nbsp;จากแหล่งของจีน&nbsp;อิสราเอล&nbsp;รัสเซีย&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;และตัวอื่นๆตามมา&nbsp;ซึ่งทุกตัวปรับขึ้นเกิน&nbsp;100%&nbsp;ส่งผลให้ปุ๋ยสำเร็จปรับราคาขึ้นตาม&nbsp;เกิน&nbsp;100%&nbsp;เช่นกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยยูเรีย&nbsp;46-0-0&nbsp;เดิมราคา&nbsp;500-&nbsp;600&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้ราคากว่า&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;และกำลังจะถึง&nbsp;1,400&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนสูตร&nbsp;18-46-0&nbsp;ตัวกลางสูง&nbsp;จากกระสอบละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้เป็น&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;และจะขึ้นอีกเรื่อยๆ&nbsp;เชื่ออาจจะถึง&nbsp;1,900&nbsp;บาท&nbsp;บางชนิดเดิมกระสอบละ&nbsp;280&nbsp;บาทขึ้นมาเป็น&nbsp;750&nbsp;บาท&nbsp;380&nbsp;เป็น&nbsp;800&nbsp;บาท,&nbsp;ราคา&nbsp;700-800&nbsp;เป็น&nbsp;1,290&nbsp;บาท,&nbsp;600-700&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;1,400&nbsp;จากและราคาใหม่กำลังจะมาอีกทุกตัวจะปรับขึ้นอีกประมาณกระสอบละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งตอนนี้ทางร้านผมหยุดสั่งปุ๋ยยูเรีย&nbsp;46-0-0&nbsp;แล้วเนื่องจากราคาปรับสูงมาก&nbsp;นอกจากนี้ราคาอาหารสัตว์น้ำสัตว์บก&nbsp;ก็ปรับราคาขึ้นมา&nbsp;30&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เปอร์เซ๋นต์&nbsp;เช่นกัน</p><p><strong>ด้านเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ได้รับกระทบเยอะทั้งราคาปุ๋ยที่แพง&nbsp;</strong>ดินฟ้าอากาศ&nbsp;ที่ควบคุมไม่ได้&nbsp;&nbsp;ผมแก้ปัญหาเรื่องปุ๋ยแพง&nbsp;ก็คือเมื่อก่อนใส่ปุ๋ยทุเรียนครั้งละ&nbsp;20&nbsp;กระสอบ&nbsp;&nbsp;แต่ตอนนี้ใส่ครั้งละ&nbsp;2-&nbsp;3&nbsp;กระสอบ&nbsp;เพราะ&nbsp;ไม่ไหวกับราคาแต่ยังก็ต้องใช้เพราะฉนั้นอยู่กันไปอย่างนั้นี้เผื่ออนาคตราคาปุ๋ยอาจลดลง&nbsp;แต่คงอีกนาน&nbsp;&nbsp;ส่วนทุเรียนผมแก้ปัญหาโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์เอาไปผสมกันเพื่อลดต้นทุน&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ทุเรียนเริ่มออก&nbsp;เริ่มเป็นหางแย้แล้ว&nbsp;แต่ไม่สามารถควบคุมน้ำได้เนื่องจากฝนตกทำให้แตกใบอ่อนแล้วลูกร่วงซึ่งการแตกใบอ่อนมาจากฝนที่ตกเพราะมีตัวเอ็นเยอะ&nbsp;ตัวที่ทำให้เกิดใบอ่อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลผลิตจะออกเดือน&nbsp;กันยายน&nbsp;หรือไม่ก็เดือน&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปีนี้&nbsp;ผลผลิตทุเรียน&nbsp;คงได้ผลผลิตไม่เป็นที่พอใจอย่งแน่นอนและผมทำใ</strong>จ&nbsp;ไว้แล้วเพราะไม่สามารถควบคุมน้ำฝนได้&nbsp;&nbsp;ถึงแม้ค่าปุ๋ยจะแพงมากก็ตาม&nbsp;ตอนนี้ที่ยังซื้อปุ๋ยไปใส่บำรุงคือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และไม้ผล&nbsp;ที่ยังมีกำลังซื้อ&nbsp;แม้ราคาปุ๋ยจะแพงก็ยังพอซื้อ&nbsp;แต่ก็เชื่อว่าในอนาคตก็จะได้รับกระทบ&nbsp;ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแนวในการใส่ปุ๋ย&nbsp;อาจใส่ปุ๋ยสูตรต่ำและเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์เข้าไปเพิ่มขึ้นก็แล้วแต่สูตร&nbsp;เพื่อหาทางออกลดค่าใช้จ่าย&nbsp;เพราะแนวโน้มราคาปุ๋ยยังจะคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอีก&nbsp;ล่าสุดได้รับการแจ้งว่าจะปรับราคาอีกกระสอบละ&nbsp;100&nbsp;บาทเป็นอย่างน้อย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405140925417
83	เกษตรจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับ DEPA จัดอบรมสอนนักบินโดรนเพื่อการเกษตรแบบมืออาชีพ	<p><strong>จังหวัดนนทบุรี&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(DEPA)&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่&nbsp;จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร&nbsp;การสอนนักบินโดรนเพื่อการเกษตรแบบมืออาชีพ</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางธมลทัศน์&nbsp;ทัพพระจันทร์&nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;ฯ&nbsp;และดร.อภิชาติบุตร&nbsp;รอดยัง&nbsp;รักษาการผู้จัดการสาขาภาคกลางตอนกลาง&nbsp;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(DEPA)&nbsp;เข้าร่วมพบปะเกษตรกร&nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์การอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;หรือโดรนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้สามารถใช้งานโดรนได้อย่างถูกวิธี&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และบุคลากร&nbsp;มีทักษะดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเกษตรแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร</p><p><strong>โดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;ถูกนำมาใช้ในภาคการเกษตร</strong>เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;แรงงาน&nbsp;โดยสามารถพ่นยา/ปุ๋ย&nbsp;การรดน้ำ&nbsp;การให้ฮอร์โมน&nbsp;การถ่ายภาพวิเคราะห์/ตรวจโรคพืช&nbsp;และควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างแม่นยำ&nbsp;สามารถทำงาน&nbsp;โดยขึ้นบินครั้งหนึ่งได้&nbsp;20-25&nbsp;ไร่ต่อชั่วโมง&nbsp;นับเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์&nbsp;ทำให้โดรนเพื่อการเกษตรเข้ามามีบทบาทในลักษณะของการทำการเกษตรแบบแม่นยำมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับโครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>สู่เมืองอัจฉริยะ&nbsp;ถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;โครงการของจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;140,910&nbsp;บาท&nbsp;จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(DEPA)&nbsp;และในวันนี้&nbsp;ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านใหม่&nbsp;ที่เข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;ฯ&nbsp;และผ่านการอบรมแบบเข้มข้น&nbsp;จะได้นำความรู้ไปใช้บินโดรนจริงในการทำการเกษตร</p><p><strong>โครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่&nbsp;</strong>คือ&nbsp;โครงการที่สนับสนุนการนำโดรนมาเป็นทางเลือกสำหรับเป็นเครื่องมือช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;และลดการใช้แรงงานคน&nbsp;ซึ่งตอบโจทย์ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;การปรับเปลี่ยนสู่เกษตรสมัยใหม่&nbsp;(Smart&nbsp;Farm)&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;ผลลัพธ์ที่ได้&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกได้อย่างน้อยร้อยละ&nbsp;7&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&nbsp;(เวลาและแรงงานที่ใช้)&nbsp;ลงได้ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;คิดเป็น&nbsp;มูลค่าประมาณ&nbsp;1,000,000&nbsp;บาทต่อปี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-04T00:00:00	NULL	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405144655435
84	ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ลงนาม MOU ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองสำโรงไหลผ่าน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองสำโรงให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน	<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยความร่วมมือโครงการ&nbsp;คลองสำโรงสายน้ำแห่งความรักและความสามัคคี&nbsp;ต้นแบบตามนโยบายจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;รักษ์น้ำ&nbsp;รักษ์คลอง&nbsp;รักสมุทรปราการ&nbsp;ระหว่างจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองสำโรงไหลผ่าน&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;อำเภอบางเสาธง&nbsp;และอำเภอพระประแดง&nbsp;เพื่อบูรณาการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ในการฟื้นฟู&nbsp;พัฒนา&nbsp;และดูแลรักษาคลองสำโรงให้เกิดความสะอาดสวยงามเกิดภูมิทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากคลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการจัดเก็บผักตบชวาและขุดลอกตะกอนดินในคลองสำโรง</p><p><strong>คลองสำโรง&nbsp;เป็นคลองสายที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>พาดผ่านพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;17&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ&nbsp;แหล่งเกษตรกรรม&nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และมีความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำ&nbsp;หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวสมุทรปราการมาช้านาน&nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้เลือก&nbsp;คลองสำโรง&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อสืบสานพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำคูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;ลดความตื้นเขิน&nbsp;ปราศจากสิ่งปฏิกูล&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;และวัชพืชกีดขวางลำคลอง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;คลองสำโรงสายน้ำแห่งความรักและความสามัคคี&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการฟื้นฟู&nbsp;พัฒนา&nbsp;และดูแลรักษาคลองสำโรงให้มีความสะอาด&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;ให้เกิดความสวยงาม&nbsp;ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากคลองในด้านต่างๆ&nbsp;และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด&nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และน่าอยู่ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405145934461
85	เกษตรจังหวัดระยอง ขอความร่วมมือเกษตรกร อย่าตัดทุเรียนก่อนกำหนด ควรส่งตัวอย่างตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนเก็บเกี่ยว ป้องกันทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ตามที่&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีความห่วงใยในเรื่องคุณภาพของทุเรียนในภาคตะวันออก</strong>&nbsp;ที่กำลังใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;อาจมีเกษตรกรหรือผู้รับซื้อบางราย&nbsp;เร่งตัดทุเรียนด้อยคุณภาพหรือทุเรียนอ่อน&nbsp;ในช่วงต้นฤดูกาลเพื่อนำออกขายทำกำไร&nbsp;อาจเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค&nbsp;และส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งผู้ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเกษตรกร&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ดำเนินการป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ&nbsp;ภายใต้การกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;โดยการตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;ให้สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้บริการตรวจสอบความสุกแก่ของทุเรียนให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด&nbsp;หากเกษตรกรและมือตัดทุเรียนที่มีความประสงค์เก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศ&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;กำหนดเก็บเกี่ยววันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และพันธุ์หมอนทอง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ให้แจ้งความประสงค์เก็บเกี่ยวได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&nbsp;โดยนำตัวอย่างทุเรียนในแปลงที่จะเก็บเกี่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ผล&nbsp;ไปตรวจหาเปอร์เซ็นต์แป้งในเนื้อทุเรียนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยยึดเกณฑ์ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-พันธุ์กระดุม&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนต้องได้&nbsp;27&nbsp;%&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี&nbsp;30%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-พันธุ์หมอนทอง&nbsp;32%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หากตรวจพบเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ประกาศ</strong>&nbsp;ให้ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;ต้องเว้นระยะ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จึงจะสามารถนำมาขอตรวจซ้ำได้&nbsp;โดยจะรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่ก่อนวันเก็บเกี่ยวไปจนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันเก็บเกี่ยวพันธุ์หมอนทอง&nbsp;สำหรับทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนเฉพาะตัวอย่างแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนก่อนเข้าโรงคัดบรรจุ&nbsp;เพื่อคุมเข้มสกัดกั้นไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกนอกพื้นที่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-05-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405150708469
86	กรมอุทยาน รับมอบข้าวสาร 10,000 กิโลกรัมจากมูลนิธิชัยอนันต์ ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างแข็งแกร่ง	<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;รับมอบข้าวสาร&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัมจากมูลนิธิชัยอนันต์&nbsp;ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างแข็งแกร่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรัชฎา&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้รับมอบข้าวสารหอมมะลิ10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;318,000&nbsp;บาท&nbsp;จากมูลนิธิชัยอนันต์&nbsp;เพื่อใช้ในภารกิจการคุ้มครองปกป้องผืนป่าและดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศประมาณ&nbsp;73&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;วนอุทยาน&nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&nbsp;สวนรุกขชาติ&nbsp;และพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า&nbsp;สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;และสำนักอุทยานแห่งชาติ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานได้ทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางสาวอักษราภัค&nbsp;องค์เอี่ยว&nbsp;เลขานุการมูลนิธิชัยอนันต์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มูลนิธิชัยยอนันต์&nbsp;พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;ด้วยการสนับสนุนข้าวสารหอมมะลิที่ปลูกโดยเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งข้าวที่นำมาให้นี้ไม่มีการขัดสีเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405143256424
87	สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน จัดโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;แปลงสาธิต&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านจำบอน&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุทธิวัธน์&nbsp;นิธิสมบัติ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ</p><p><strong>นายสุทธิวัธน์&nbsp;นิธิสมบัติ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบหุบเขา&nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ&nbsp;400-800&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนใหญ่ประชากรในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ลำไย&nbsp;มะม่วง&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็ยังคงเหลือตอซังหรือเศษวัสดุของพืชอยู่&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรเผาเศษวัสดุหรือตอซังพืชเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม&nbsp;ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ&nbsp;ทำลายอินทรียวัตถุและโครงสร้างของดิน&nbsp;ทำให้ดินแน่นทึบ&nbsp;ขาดธาตุอาหารพืชที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรต้องพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;จึงจัดให้มีการรณรงค์ส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และกระตุ้นให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก<strong>&nbsp;</strong>การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;และดำเนินการไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาหมอกควัน&nbsp;ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน&nbsp;รักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;รักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดลำพูน</p><p><strong>ด้านนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปัจจุบันนี้การเผาตอซังและวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้น&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูน&nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่ง&nbsp;ที่มีปัญหาหมอกควันไฟเกิดขึ้นทุกปี&nbsp;และในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ที่มาร่วมงาน&nbsp;ที่จะได้รับความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการไถกลบตอซัง&nbsp;ที่จะสามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน&nbsp;และยังช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงดินให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการทำการเกษตร&nbsp;ให้มีความยั่งยืน&nbsp;และยังทำให้ตระหนักถึงโทษของการเผาตอซัง&nbsp;ที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม&nbsp;ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่&nbsp;หวังว่าทุกท่านคงจะได้รับความรู้และประโยชน์&nbsp;เพื่อนำไปปฏิบัติขยายผลต่อไป</p><p><strong>ด้านนายจรูญ&nbsp;คำปั่นนา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;115.42&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;72,139&nbsp;ไร่&nbsp;มีเขตการปกครองจำนวน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงมีภูเขาล้อมรอบ&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและมีเขตป่าชุมชน&nbsp;ภูมิอากาศช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศค่อนข้างเย็น&nbsp;ในพื้นที่เกษตรกรส่วนใหญ่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลำไยและข้าว&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ประชาชนในตำบลศรีบัวบานจะได้รับความรู้เพิ่มเติม&nbsp;และตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการไถกลบตอซัง&nbsp;ที่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน&nbsp;และปรับปรุงโครงสร้างของดินให้มีคุณภาพดีมากขึ้น&nbsp;ซึ่งมีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในตำบลให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งรู้คุณค่าและประโยชน์ของการไม่เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการร่วมงานในวันนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405145617451
88	ผวจ.จันทบุรีสั่งตรวจสอบเข้มทุเรียนอ่อน	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีสั่งตรวจสอบอย่างละเอียดทุเรียนด้อยคุณภาพส่งล้ง&nbsp;ก่อนคัดแยกนำไปทำลายทิ้งประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ล้งให้ความร่วมมืออย่างดีสร้างความมั่นใจผู้บริโภค</strong></p><p><strong>จากกรณีพบทุเรียนด้อยคุณภาพตัดก่อนเวลาอันควรทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งไม่ถึง</strong>&nbsp;ปะปนมาจำหน่ายในล้งทุเรียนที่จะส่งออกไปต่างประเทศ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และตำรวจ&nbsp;สภ.ท่าใหม่&nbsp;ทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทย&nbsp;สวพ.6&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบทุเรียนพันธุ์หมอนทองในล้งส่งออก&nbsp;ต.เนินสูง&nbsp;อ.ท่าใหม่&nbsp;จ.จันทบุรีแล้ว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;ซึ่งนายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;หรือ&nbsp;สวพ.6&nbsp;นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจอย่างละเอียดซ้ำ&nbsp;และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการ&nbsp;มีการให้ความรู้ด้านเทคนิควิธีการเช็คเปอร์เซ็นต์แป้งในเนื้อทุเรียนเพื่อให้ผู้ประกอบการรับซื้อนำไปปฏิบัติป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการซื้อทุเรียน&nbsp;ก่อนชำระเงินแก่ทีมมือตัด&nbsp;หรือเกษตรกรที่นำมาขายหน้าล้ง&nbsp;ทั้งนี้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ซื้อมาก่อนหน้านี้เป็นทุเรียนจากจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ไม่ใช่ทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีรวมประมาณ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่พบมีทุเรียนด้อยคุณภาพปะปนมารวมประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;1&nbsp;ตันกว่า&nbsp;ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่&nbsp;สวพ.6&nbsp;ได้ตรวจสอบแล้วสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้จึงออกใบรับรองคุณภาพให้ประมาณ&nbsp;48&nbsp;ตัน&nbsp;และผลผลิตด้อยคุณภาพทั้งหมดประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กิโลกรัมนำไปทำลายเป็นปุ๋ยออกจากระบบตลาด</p><p><strong>โดย&nbsp;นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผอ.&nbsp;สวพ.6&nbsp;จันทบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ทุเรียนมีราคาดีเพราะฉะนั้นขอร้องเกษตรกรไม่ต้องรับเก็บผลผลิตหากยังไม่ถึงเวลาอันควรเพราะอาจจะทำให้มีผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดได้&nbsp;และหากตรวจพบเกษตรกรเองก็จะมีความผิดไปด้วย&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายบอล&nbsp;แซ่ลี&nbsp;ผู้ดูแลล้งส่งออกทุเรียน&nbsp;ก็พอใจกับมาตรการของจังหวัดในการตรวจทุเรียนของเจ้าหน้าที่สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&nbsp;แบ่งเบาภาระของผู้รับซื้อที่อาจจะต้องมีข้อตกลงกับเกษตรกร&nbsp;และมือตัดให้รัดกุมยิ่งขึ้นป้องกันผลผลิตด้อยคุณภาพออกไปในตลาดซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405163248551
89	จังหวัดลำพูน กิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2565 พัฒนาแหล่งน้ำ (ลำน้ำแม่สาร) พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลำน้ำแม่สารจำนวนกว่า  200,000 ตัว	"<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ฝ่ายบ้านหลุก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลป่าสัก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;(ลำน้ำแม่สาร)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดลำพูนจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาโครงการจิตอาสา&nbsp;""เราทำความ&nbsp;ดี&nbsp;ด้วยหัวใจ""&nbsp;เพื่อประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี&nbsp;ร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ประกอบกิจกรรมสาธารณะ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม&nbsp;โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เพื่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความผูกพัน&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;คือ&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;สถาบันศาสนา&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;และประชาชน&nbsp;เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ในวันนี้ท่านทั้งหลายได้มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน&nbsp;ณ&nbsp;ที่นี้&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;และร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;(ลำน้ำแม่สาร)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;กวาดเก็บใบไม้&nbsp;บริเวณโดยรอบพื้นที่ฝ่ายบ้านหลุก&nbsp;ตำบลป่าสัก&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลำน้ำแม่สารจำนวน&nbsp;200,000&nbsp;ตัว</p><p><strong>สำหรับวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนของทุกปี</strong>&nbsp;เป็นวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;และกรมประมงได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด&nbsp;ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;""&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน""&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในการเป็นผู้ให้บริการ&nbsp;เสียสละ&nbsp;และอุทิศเวลาเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์น้ำ&nbsp;เป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนจากการทำประมงของชุมชน&nbsp;สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;คืนความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ลำน้ำแม่สาร&nbsp;เป็นลุ่มน้ำขนาดเล็ก&nbsp;และเป็นลุ่มน้ำย่อยของลำน้ำแม่กวง&nbsp;เกิดจากลำห้วยต่างๆ</strong>&nbsp;ไหลมาบรรจบกัน&nbsp;ต้นกำเนิดของน้ำแม่สารเป็นสันปันน้ำระหว่างอำเภอเมืองลำพูนกับอำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งพื้นที่เขตป่าสงวนแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร&nbsp;เป็นแหล่งต้นน้ำสาขาของน้ำแม่ธิ&nbsp;แม่ตีบ&nbsp;และน้ำแม่สาร&nbsp;เส้นทางของลำน้ำแม่สารแบ่งได้เป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ตันน้ำอยู่ในเขตตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กลางน้ำอยู่ในเขตตำบลป่าสัก&nbsp;และปลายน้ำอยู่ในเขตตำบลเวียงยอง&nbsp;ลำน้ำแม่สารไหลไปบรรจบน้ำแม่กวงที่บ้านแม่สารบ้านตอง&nbsp;ตำบลเวียงยอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ระยะทางจากต้นน้ำแม่สารถึงปลายน้ำ&nbsp;มีระยะทาง&nbsp;28.032&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ปัจจุบันลำน้ำแม่สาร&nbsp;มีสภาพตื้นเขินและปกคลุมไปด้วยผักตบชวา&nbsp;และวัชพืชเป็นจำนวนมากส่งผลให้กักเก็บน้ำได้น้อย&nbsp;และทำให้น้ำแม่สารมีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับใช้ในการเกษตร&nbsp;เทศบาลตำบลศรีบัวบานได้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมบวชป่า&nbsp;สืบชะตาขุนน้ำแม่สาร&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;และเทศบาลตำบลปาสัก&nbsp;และกลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;โดยจัดขึ้นบริเวณอ่างเก็บน้ำแม่สารหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านจำขี้มด&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ก่อให้เกิดความร่วมมือความสามัคคีและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของลำน้ำแม่สาร&nbsp;จึงได้ร่วมมือกันในการพัฒนา&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์และฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่สาร&nbsp;เพื่อให้เป็นลำน้ำที่มีความสะอาดสวยงาม&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-05-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405153552498
90	ทช. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเล ในช่วงสงกรานต์ เน้นท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม	<p>นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(อทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;แสดงความห่วงใยแก่ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์&nbsp;จึงสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันภัยอย่างเข้มข้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจบริเวณพื้นที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รวมถึงอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;จัดตั้งศูนย์ประสานงานและบริการนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;หรือชายหาด&nbsp;ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานทางทะเลจำนวน&nbsp;540&nbsp;คน&nbsp;ให้คำแนะนำปรึกษานักท่องเที่ยว&nbsp;แนะนำเส้นทาง&nbsp;พร้อมให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามความต้องการทั้งทางบกและทางทะเล</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว&nbsp;เที่ยวอย่างปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้มีความสะอาด&nbsp;ไม่ทิ้งขยะ&nbsp;ไม่ทำลายสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;เพื่อรักษาความสมดุลของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความสวยงามและอยู่คู่กับท้องทะเลไทยสืบไป</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405154933519
91	กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนให้ดูแลสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จากรายงานของผู้สื่อข่าวภูมิภาค&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ติดเทือกเขาพังเหย&nbsp;ตำบลนายางกลัก&nbsp;อำเภอเทพสถิต&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;พบสัตว์ปีกของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้เพื่อขายเสียชีวิต&nbsp;200&nbsp;กว่าตัว&nbsp;ทำให้สูญเสียรายได้จากการเลี้ยงครั้งนี้เป็นจำนวนมาก&nbsp;นายสมศรี&nbsp;กองเงินนอก&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;453&nbsp;ชาวบ้านหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และชาวบ้านห้วยหินฝน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไก่ที่ตาย&nbsp;ส่วนมากเป็นไก่อายุประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการตายเกิดจากสภาพอากาศเย็ดจัดถึง&nbsp;17&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนในปัจจุบัน&nbsp;ประกอบกับไม่พบบาดแผลและวิการอื่นๆ&nbsp;ที่สื่อให้ถึงการเป็นโรคระบาด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">มีความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;จากสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&nbsp;ภูมิคุ้มกันโรคลดลง&nbsp;อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;เฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยจัดเตรียมวิตามินและเกลือแร่ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;จัดเตรียมโรงเรือนเพื่อเป็นที่กำบังลม&nbsp;ฝนให้กับสัตว์ปีกในโรงเรือน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จึงมีความห่วงใยถึงเกษตรกรทุกรายที่ได้รับผลกระทบ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ&nbsp;และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ให้คำแนะนำการสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์สัตว์ปีก&nbsp;เช่น&nbsp;จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถเป็นที่กำบังให้สัตว์จากสภาพอากาศหนาวหรือฝน&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าใบ&nbsp;และพร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคระบาดในสัตว์ปีก&nbsp;และส่งเสริมยกระดับการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หรือGFM&nbsp;เพื่อเพิ่มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น&nbsp;ทั้งยังสามารถป้องกันโรคระบาดต่างๆ&nbsp;ได้อีกด้วยกรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405203334684
92	รองผู้บัญชาการทหารบกลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน	<p><strong>รองผู้บัญชาการทหารบกตรวจติดตามการตรวจเลือกทหารกองเกินฯ&nbsp;และการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong></p><p><strong>พลเอก&nbsp;อภินันท์&nbsp;คำเพราะ&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอหางดง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยในพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่&nbsp;33&nbsp;มียอดทหารกองเกิน&nbsp;ในพื้นที่จำนวน&nbsp;8,468&nbsp;นาย&nbsp;ขณะที่ยอดทหารกองเกินที่ต้องการเข้ากองประจำการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,396&nbsp;นาย&nbsp;เป็นแผนกทหารบก&nbsp;ผลัดที่&nbsp;1,&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;2,051&nbsp;นาย&nbsp;(ส่งหน่วยในพื้นที่&nbsp;มทบ.33&nbsp;(จังหวัดเชียงใหม่)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,194&nbsp;นาย,&nbsp;ส่งช่วย&nbsp;มทบ.32&nbsp;(จังหวัดลำปาง)&nbsp;จำนวน&nbsp;187&nbsp;นาย,&nbsp;ส่งช่วย&nbsp;มทบ.310&nbsp;(จังหวัดตาก)&nbsp;จำนวน&nbsp;287&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;ส่งช่วย&nbsp;ทภ.1&nbsp;จำนวน&nbsp;383&nbsp;นาย&nbsp;และเป็นแผนกทหารอากาศ&nbsp;ผลัดที่&nbsp;1,&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;345&nbsp;นาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน</strong>ของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ที่สโมสรยอดทัพบันเทิง&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากองบัญชาการควบคุมสถานการณ์&nbsp;ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ได้ยึดถือนโยบายในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;พร้อมกำหนดเป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในการลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;ลดจำนวนพื้นที่ไฟป่า&nbsp;(Burn&nbsp;Scar)&nbsp;และลดจุดความร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Spot)&nbsp;จากปี&nbsp;64&nbsp;ลงมากกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ตามเป้าหมายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งได้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานโดยการสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคม&nbsp;รวมถึงการใช้จิตอาสาเข้าร่วมการปฏิบัติ&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก&nbsp;ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง&nbsp;แจ้งเตือนและร่วมดับไฟป่า&nbsp;ตลอดจนควบคุมการเกิดไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;และส่งเสริมบทบาทเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกำลังสำคัญ&nbsp;ในการสนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ&nbsp;เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรม&nbsp;เปลี่ยนวิถีการดำรงชีพแบบดั้งเดิม&nbsp;สำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในปัจจุบัน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ถึง&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;65&nbsp;ส่งผลให้ค่าคุณภาพอากาศดีกว่าปีที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183932612
93	มุกดาหาร  เดินหน้ารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แก่เกษตรกร พื้นที่กว่า 700 ไร่	<p><strong>สถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนมุกดาหาร&nbsp;</strong>(SDGsPGS)&nbsp;จัดประชุมคณะทำงานรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(SDGsPGS)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อสรุปผลการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ในปี&nbsp;2564&nbsp;และดำเนินการพิจารณารับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดมุกดาหารที่ขอรับการรับรองในปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;73&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่รวม&nbsp;707.25&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;49&nbsp;แปลง&nbsp;</strong>พื้นที่&nbsp;444.25&nbsp;ไร่&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;8&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;61&nbsp;ไร่&nbsp;และปีที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;16&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;202&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การขอสนับสนุนงบประมาณและการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายแพทย์ประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมดอกช้างน้าว&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183144607
94	ภูเก็ตวางกรอบการดำเนินงานและแผนดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ</strong>และสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดภูเก็ตโดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการวางกรอบแนวทาง</strong>การดำเนินงานและแผนการดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ตลอดจนโครงการประกาศย่านชุมชนเก่าหินลูกเดียว&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;เป็นมรดกจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับชุมชนเก่าหินลูกเดียว&nbsp;ชาวมอแกนได้มีการย้ายถิ่นฐานมาอยู่กว่า</strong>&nbsp;100&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;มีอาชีพทำการประมง&nbsp;หาหอย&nbsp;หาปลา&nbsp;มีวิถีวัฒนธรรมประเพณีความเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่มาก&nbsp;ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยจำนวน&nbsp;52&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชากร&nbsp;&nbsp;287&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เป็นชุมชนเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนในพื้นที่จำนวน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;และได้มีการออกโฉนดชุมชนแต่ยังอยู่ระหว่างการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้ทางที่ประชุมได้ขอมีมติให้ไปศึกษาหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งเป็นมรดกจังหวัดอีกครั้งก่อให้ทางคณะกรรมการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405180401586
95	จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคุมไฟป่า ทั้งน่านฟ้า และพื้นดิน	<p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในห้วงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์&nbsp;warroom&nbsp;ไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การกำหนดแผนปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคพื้นดิน&nbsp;และทางอากาศยาน&nbsp;เหนือน่านฟ้าแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการบินลาดตระเวน,&nbsp;ตรวจสภาพป่า&nbsp;และการบุกรุกป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>โดยพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;กำหนดแผนการบินลาดตระเวน,</strong>&nbsp;ตรวจสภาพป่า&nbsp;การบุกรุกป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ปฏิบัติการบินครอบคลุม&nbsp;ต.ห้วยผา&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยปูลิง&nbsp;โดยอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบิน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากนั้นนำข้อมูลมาสรุปเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศ&nbsp;และชุดปฏิบัติการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไป</p><p><strong>ขณะที่ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;กำหนดแผนบินตรวจลาดตระเวน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;และ&nbsp;ต.เสาหิน&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการปฏิบัติการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183600610
96	แก้ปัญหาวัตถุดิบคืบหน้าแค่ครึ่งทาง ... รอบทสรุปภาษีกากถั่ว	"<p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ขาดแคลนและมีราคาพุ่งสูงขึ้นมากจากภาวะสงคราม หากปล่อยให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ประเทศไทยจะสุ่มเสี่ยงกับผลกระทบด้านความมั่นคงทางอาหารที่อาจเกิดขึ้น </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สัปดาห์ก่อน กรมการค้าภายในเรียกประชุม 4 ฝ่ายเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในส่วนที่ขาด 1.5 ล้านตันนั้น มีมติให้สามารถนำเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ทั้งหมดทุกช่องทางได้ในช่วง 4 เดือนคือ เมษายน  กรกฎาคม 2565 โดย ราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ต้องไม่ขยับมากไปกว่านี้ แต่หากปริมาณยังไม่พอเพียงอีกก็สามารถปรับปรุงตัวเลขได้บนฐานข้อมูลที่ชัดเจน โดยให้มีคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสัตว์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมการค้าพืชไร่ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และวัตถุดิบทดแทนจากทุกช่องทาง เป็นรายสัปดาห์ ตลอด 4 เดือน รวมถึงอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO ในอัตราภาษี 0% ในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตัน โดยสินค้าต้องถึงราชอาณาจักรไทย ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในเบื้องต้น ถือว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ ประเภทข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้จะยังต้องใช้เวลาอีกระยะในการดำเนินการจัดตั้งคณะทำงาน และต้องถือว่าในที่ประชุมมีความชัดเจนว่าราคาอาหารสัตว์จะไม่ขึ้นหากราคาต้นทุนวัตถุดิบไม่ขึ้น แต่ถ้าวัตถุดิบมีการขยับราคา ราคาอาหารสัตว์ก็จะขยับด้วย ซึ่งเป็นหลักการปกติที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ตรึงราคาขายแต่ปล่อยให้ราคาต้นทุนข้าวโพดและวัตถุดิบต่างๆขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างที่ผ่านมา &nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ มาตรการ 3 : 1 ได้รับการยกเลิกชั่วคราวจนถึงเดือนกรกฎาคม 2565 และควบคุมปริมาณไว้ที่ 1.5 ล้านตัน จากนี้ไปเป็นขั้นตอนของความรวดเร็วที่คณะทำงาน 4 ฝ่ายต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้วัตถุดิบต่างๆ มาถึงประเทศไทยให้ทันเวลาบรรลุวัตถุประสงค์ในการปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังมีวัตถุดิบอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญ และยังไม่ได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหา นั่นก็คือ กากถั่วเหลือง ซึ่งจำเป็นต้องลดภาษีเป็น 0% เพื่อลดภาระต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แหล่งข่าวจากผู้เข้าร่วมประชุมในวันนั้นระบุว่า ยังคงมีบางคนไม่เข้าใจและเกรงว่าการนำเข้ากากถั่วเหลืองด้วยภาษี 0 % จะส่งผลกระทบกับเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขให้โรงงานอาหารสัตว์ต้องซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตจากเมล็ดภายในประเทศให้หมดเสียก่อน ซึ่งในความเป็นจริง ประเทศไทยมีความต้องการใช้กากถั่วเหลืองถึง 4,800,000 ตัน แต่มีปริมาณในประเทศเพียง 20,000 ตัน จากถือว่าขาดแคลนอย่างหนักอยู่แล้ว ส่วนกากถั่วเหลืองอีกส่วนหนึ่งทึ่ผู้ผลิตน้ำมันพืชผลิตจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้าก็มีปริมาณเพียง 2 ล้านตัน ซึ่งอาหารสัตว์ก็รับซื้อมาโดยตลอด (แม้ไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องซื้อเพราะไม่ได้ปลูกโดยเกษตรกรไทย) กล่าวได้ว่า ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองไม่เคยขายกากถั่วเหลืองไม่หมด จึงไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ที่สำคัญ การเก็บภาษี 0% ก็เป็นไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นาทีนี้บ้านเมืองกำลังต้องการความเข้าใจและช่วยเหลือกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้ารักษาความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งทุกคนในห่วงโซ่การผลิตอาหารจะอยู่รอดได้นั้น จำเป็นต้องร่วมกันฝ่าวิกฤตสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและพลังงานในปัจจุบันไปให้ได้ คงไม่ยากถ้าจะทำความเข้าใจโดยแยกประโยชน์ส่วนตนเก็บไว้ก่อน และคำนึงถึงส่วนรวมและประเทศชาติให้มาก การแก้ปัญหาวัตถุดิบจะคืบหน้าแค่ครึ่งทางไม่ได้ บทสรุปของภาษีกากถั่วเหลืองจะเป็นอีกตัวแปรสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ดังนั้น คณะทำงานชุดเล็กที่จะเข้ามาร่วมกันพิจารณาจำเป็นต้องแข่งกับเวลาเช่นกัน </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">สมรรถพล ยุทธพิชัย&nbsp;</p><p><br></p>"	2022-05-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405180004582
97	พ่อเมืองศรีสะเกษ  ขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรบูรณาการ : โคเนื้อ	<p><strong>ที่ห้องประชุมศูนย์สาระสนเทศการพัฒนาโคเนื้อ</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;:&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;</p><p><strong>โดยประชุมคณะกรรมการดำเนินงานบูรณาการโคเนื้อ</strong>&nbsp;และผลิตภัณฑ์เนื้อโคแบบครบวงจร&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;แนวทางแก้ไข&nbsp;และการพัฒนาโคเนื้อศรีสะเกษ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โคเนื้อจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;BCG&nbsp;โคเนื้อศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;การติดตามภารกิจงานด้านสุขภาพโคเนื้อ&nbsp;,&nbsp;GFM&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;,&nbsp;สถานการณ์การเคลื่อนย้ายโคเนื้อภายในจังหวัด/ต่างจังหวัด&nbsp;การติดตามภารกิจงานด้านโรงฆ่าสัตว์(โคเนื้อ)&nbsp;การรับรองฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง&nbsp;(โคเนื้อ)&nbsp;,&nbsp;GAP&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;รวมทั้งการติดตามการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;สหกรณ์จังหวัด</strong>&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;นายชิดชัย&nbsp;จิณะแสน&nbsp;ประธาน&nbsp;&nbsp;ศพก.&nbsp;จังหวัด&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการ&nbsp;ธกส.&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;รองประธานหอการค้าจังหวัด&nbsp;ผู้แทนประธานโคเนื้อดอกลำดวน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;:&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405194728650
98	อุดรธานีประชุมเตรียมแผนการดำเนินงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ.2569	<p><strong>จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ประชุมร่วมกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน)&nbsp;เตรียมแผนการดำเนินงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;ชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมแผนการดำเนินงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2556&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจิรุตถ์&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทีเส็บ&nbsp;,นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายวันชัย&nbsp;จันทร์พร&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมประชุมและมีการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ไปยังผู้เกี่ยวข้อง</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงขั้นตอนการดำเนินการ</strong>ในการขับเคลื่อนงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;,โครงสร้างและองค์ประกอบของการตั้งสำนักงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี,&nbsp;แนวทางการบริหารงบประมาณการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณามอบหมายผู้ประสานงานหลักร่วมกับสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;AIPH</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าวส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405201310667
99	เกษตรยะลา ประชุมวางแผนทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง	<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัด</strong>&nbsp;ร่วมประชุมวางแผนการทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อวางแผนทดสอบการใช้ปุ๋ย&nbsp;</strong>และการคัดเลือกแปลงต้นแบบ&nbsp;และการเก็บข้อมูลผลการใช้ปุ๋ย&nbsp;โดยมี&nbsp;จ่าเอกเฉลิมพล&nbsp;ญาณสุทธิสกุล&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405202352677
100	เกษตรยะลา ให้ความรู้ การเพาะเลี้ยงไส้เดือน แก่ผู้สูงอายุในชุมชน	<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายฟิกรี&nbsp;มาหะมะ&nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายการเพาะเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ผู้สูงอายุในชุมชน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุ&nbsp;และยังสามารถนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้เสริมได้&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนผู้สูงอายุชายแดนใต้&nbsp;ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ&nbsp;บ้านทักษิณ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตำบลสะเตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405202436679
101	เกษตรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับเกษตรอำเภอขามทะเลสอจัดพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564	<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอรวรรณ&nbsp;มีใหม่&nbsp;นายอำเภอขามทะเลสอ&nbsp;นายสุโภค&nbsp;ควงขุนทด&nbsp;เกษตรอำเภอขามทะเลสอและเกษตรกร&nbsp;ร่วมพิธี</p><p>นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การมอบเงินครั้งนี้มีวงเงินช่วยเหลือ&nbsp;18,957,829&nbsp;บาท&nbsp;(สิบแปดล้านเก้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน)&nbsp;โดยเกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,303&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9,&nbsp;825.25&nbsp;ไร่</p><p><strong>โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดี</strong>จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ตลอดจนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและผู้บริหารส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนขามทะเลสอวิทยา&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-05-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405211457698
102	ปลูกเลมอนมะนาว ข้างบ้าน เสริมรายได้	<p><strong>เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ชาวบ้านบาโร๊ะ&nbsp;หมู่&nbsp;8</strong>&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;&nbsp;ได้ใช้เนื้อที่ว่างข้างบ้านปลูกมะนาวเลมอนไว้&nbsp;3-4&nbsp;ต้นให้ผลผลิตดี&nbsp;เหลือจากเก็บรับประทานกันในครอบครัว&nbsp;ยังได้เก็บขายเป็นรายได้เสริม&nbsp;ขณะเดียวกันได้ต่อยอดตอนกิ่งไว้สำหรับขายให้กับผู้ที่สนใจจะปลูก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ปลูกมะนาวแป้นเพื่อขายผลผลิต</strong>&nbsp;ยิ่งช่วงนี้มะนาวแพงสามารถเก็บผลผลิตไว้ทานและขาย&nbsp;มีรายได้จากการเก็บผลผลิตขายเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;หมุนเวียนในครอบครัวตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทำให้ลดผลกระทบในช่วงภาวะค่าครองชีพสูง&nbsp;เศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบันไปได้มาก</p><p><strong>นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตอนแรกก็ได้นำพันธุ์มะนาวเลมอนมาลองปลูกดูหลายปีแล้วให้ผลผลิตดี&nbsp;โดยใช้เนื้อที่ข้างบ้านให้เป็นประโยชน์ซึ่งชาวบ้านแถวนี้ก็ไม่มีใครปลูกกัน&nbsp;โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มีทุกอย่างให้หลากหลาย&nbsp;ปลูกหลายอย่างที่กินได้&nbsp;เหลือจากกินก็เก็บขาย&nbsp;ขายแบบง่ายๆ&nbsp;ให้กับชาวบ้านแถวนี้&nbsp;รวมทั้งรถปลาที่ผ่านมา&nbsp;ขายราคาไม่แพง&nbsp;เราปลูกเอง&nbsp;&nbsp;ไม่ต้องไปรอขายโน้นขายดี&nbsp;จะได้มีรายได้สลับหมุนเวียนกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากมะนาวพันธุ์เลมอนแล้ว</strong>&nbsp;ก็ยังมีมะนาวแป้นอยู่หลายต้น&nbsp;สามารถเก็บขายเป็นรายได้ดีตลอด&nbsp;รวมถึงได้ตอนกิ่งมะนาวพันธุ์เลมอนไว้ขาย&nbsp;ต้นละ&nbsp;30-40&nbsp;บาทด้วย&nbsp;ขายได้เรื่อยๆ&nbsp;บางคนชอบซื้อไปปลูกไว้ที่บ้าน&nbsp;ไว้กินน้ำมะนาวเลมอนนำไปผสมกับชาต่างๆ&nbsp;เป็นเครื่องดื่ม&nbsp;ซึ่งมะนาวเลมอนมีประโยชน์มากมายหลายอย่างต่อสุขภาพ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายดอเล๊าะฯ&nbsp;&nbsp;</strong>ยังได้ปลูกทุเรียนหมอนทองไว้ที่สวนและได้ต่อยอดการปลูกทุเรียน&nbsp;เพาะต้นทุเรียนหมอนทอง&nbsp;3&nbsp;ขา&nbsp;4&nbsp;ขา&nbsp;ไว้ขาย&nbsp;ซึ่งขายดี&nbsp;โดยชาวบ้านให้ความสนใจซื้อนำไปปลูกกันมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406081203734
103	ห่วงพี่น้องชาวนา เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 5  8 เมษายนนี้	<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พบว่าอิทธิพลของลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;ขานรับนโยบายตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8/2565&nbsp;แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;จึงได้สั่งการให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนน์วิจัยข้าวในพื้นที่&nbsp;ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ&nbsp;ให้คำแนะนำพี่น้องชาวนาและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวนาในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้&nbsp;พร้อมได้กำชับให้ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ&nbsp;ให้คำแนะนำพี่น้องชาวนาและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวนาในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406105741773
104	เดินหน้าปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม บรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ตำบลบ้านหนุน&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เป็นโครงการที่กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ได้ดำเนินการปรับปรุงหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ด้วยการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่&nbsp;บริเวณใกล้เคียงกับฝายเดิม&nbsp;เนื่องจากการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม&nbsp;ประกอบกับฝายยางมีอายุการใช้งานมานานและเกิดความเสียหายไม่สามารถใช้การได้&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ&nbsp;5&nbsp;ปี(ระหว่างปี&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2566)&nbsp;เฉพาะในส่วนของงานปรับปรุงตัวฝายแม่ยม&nbsp;มีผลงานคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>หากแล้วเสร็จทั้งโครงการฯจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>&nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำของฝายแม่ยมได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรของประชาชนในเขตอำเภอสอง&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;และอำเภอเด่นชัย&nbsp;ในช่วงฤดูฝนประมาณ&nbsp;196,000&nbsp;ไร่&nbsp;และในช่วงหน้าแล้งได้ประมาณ&nbsp;27,500&nbsp;ไร่&nbsp;รวมถึงส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนกว่า&nbsp;27,500&nbsp;ครัวเรือนได้อย่างเพียงพอในช่วงแล้งอีกด้วย</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ยังได้กำชับติดตามและเร่งรัดงานการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว</strong>&nbsp;ตามแผนที่กำหนดไว้&nbsp;ด้วยการเสริมทั้งกำลังคน&nbsp;เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ&nbsp;อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องชาวเมืองแพร่&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์จากฝายแม่ยมได้ในเร็ววัน&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพี่น้องชาวเมืองแพร่ได้มากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406110340778
105	"กรมชลประทาน กำหนดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ ""โครงการศึกษาความเหมาะสมและประมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำน้ำงาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง"" 7 เมษายนนี้"	"<p><strong>นางสาวธนกร&nbsp;จาตะวงษ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา&nbsp;คอนซันแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งตามแผนงานการประชาสัมพันธ์โครงการได้กำหนดให้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&nbsp;ให้มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทานได้กำหนดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;</strong>""โครงการศึกษาความเหมาะสมและประมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดลำปาง""&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมี&nbsp;Meeting&nbsp;ID&nbsp;คือ&nbsp;860&nbsp;5757&nbsp;2810&nbsp;และ&nbsp;Passcode&nbsp;คือ&nbsp;941522&nbsp;ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร&nbsp;08&nbsp;2313&nbsp;7652,&nbsp;0&nbsp;2943&nbsp;9638&nbsp;&nbsp;ต่อ&nbsp;1626</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406101123754
106	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีแดง ส่วน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 27 พื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&nbsp;โดย&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงในระดับสีแดง&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;27&nbsp;พื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;กว่า&nbsp;130&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีส้ม&nbsp;27&nbsp;พื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406100735752
107	กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักมาก พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลากใน 5 จังหวัด	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักมาก&nbsp;พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;-&nbsp;น้ำป่าไหลหลากใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;164&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;132&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;290&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;-&nbsp;น้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และชุมพร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ยังให้กรมชลประทานกำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามสภาพอากาศต่อเนื่องและให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;โดยให้พิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำหรือแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ขอให้ประสานจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาสเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,240&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,440&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406101102753
108	จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคุมไฟป่าทั้งภาคพื้นดินและอากาศ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสรุปผลการบินลาดตระเวน&nbsp;และวางแผนการดำเนินการปฏิบัติการยุทธการดับไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งภาคพื้นดินและอากาศ&nbsp;ในห้วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยได้สนธิกำลังทุกภาคส่วนจัดตั้งเป็นชุดปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันในการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละอองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การกำหนดแผนปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศยานเหนือน่านฟ้าแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกคว้น&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบิน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการบินลาดตระเวนและตรวจสภาพป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยพื้นที่อำเภอเมืองกำหนดแผนการบินลาดตระเวน&nbsp;,&nbsp;ตรวจสภาพป่า&nbsp;การบุกรุกป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ปฏิบัติการบินครอบคลุมตำบลห้วยผา&nbsp;และจากตำบลห้วยปูลิง&nbsp;โดยอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;กองการบิน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากนั้น&nbsp;นำข้อมูลมาสรุปเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศและชุดปฏิบัติการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไป</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>กำหนดแผนบินตรวจลาดตระเวนในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ครอบคลุมตำบลแม่คง&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;และตำบลเสาหิน&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการปฏิบัติการ</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406103754762
109	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงสวนลิ้นจี่ให้กำลังใจเกษตรกรชาวสวนคาดว่าลิ้นจี่จะเก็บผลผลิตหมดภายในวันที่ 15 เมษายนนี้	<p><strong>ที่ตำบลแควอ้อม&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>นายขจร&nbsp;&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นางสาวสุกานดา&nbsp;ปานะสุทธะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการจัดเก็บลิ้นจี่&nbsp;จากต้นจนถึงการจำหน่ายสู่ผู้บริโภคที่หน้าสวนของตนเอง</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่แม่กลองในปีนี้ที่ค่อนข้างมีน้อย&nbsp;จากสภาพอากาศแปรเปลี่ยน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่&nbsp;และส่งเสริมการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพของจังหวัดสมุทรสงครามโดยลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;ขึ้นชื่อว่าเป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหวาน&nbsp;เนื้อหนากรอบมีสีขาวอมชมพู&nbsp;เนื้อแห้งไม่แฉะ&nbsp;ลำต้นไม่สูงมากนัก&nbsp;เมื่อลิ้นจี่แก่จัดเปลือกด้านในจะเป็นสีชมพู&nbsp;หรือที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกกันว่าร่องชาด&nbsp;ส่วนราคานั้นปีนี้ค่อนข้างสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า&nbsp;250&nbsp;บาทขึ้นไปตามขนาดของผล&nbsp;ทั้งนี้ภายในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีลิ้นจี่จากจังหวัดอื่นมาวางจำหน่ายเช่นกัน&nbsp;แต่จะติดป้ายแสดงว่าเป็นลิ้นจี่จากจังหวัดใด&nbsp;ขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบก่อนซื้อด้วย&nbsp;หากมีการแอบอ้างก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค&nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมายอาญามีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><strong>ด้านนายยงยุทธ&nbsp;นามสุวรรณ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปีนี้ผลผลิตมีน้อยมีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น&nbsp;การดูแลเอาใจใส่สูง&nbsp;รวมถึงค่าแรงงานในการเก็บมีราคาแพง&nbsp;ทำให้ปีนี้ลิ้นจี่มีราคาสูงกว่าทุกปี&nbsp;ในปีนี้เกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บผลิตมาวางจำหน่ายหน้าสวนตนเองไม่ได้ไปจำหน่ายที่อื่น&nbsp;และคาดว่าลิ้นจี่สมุทรสงครามจะเก็บเกี่ยวหมดภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายนนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406124127847
110	ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เร่งตรวจสอบการกำจัดของเสียอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องในพื้นที่ปราจีนบุรี หลังพบการร้องเรียนลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งตรวจสอบการกำจัดของเสียอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องในพื้นที่ปราจีนบุรี&nbsp;หลังพบการร้องเรียนลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลลาดตะเคียน&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;4&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.)&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ&nbsp;(พยัคฆ์ไพร)&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;7&nbsp;สระบุรี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลลาดตะเคียน&nbsp;ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบ&nbsp;บริษัท&nbsp;เวสต์&nbsp;2&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;จำกัด&nbsp;พบเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;นำน้ำเสียไปทิ้งนอกโรงงาน&nbsp;เป็นบ่อดินปูด้วยแผ่นพลาสติก&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ลึกประมาณ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมตร&nbsp;โดยตัวแทนบริษัทแจ้งว่าเป็นน้ำเสียน้ำชะขยะจากโรงงานประเภท&nbsp;105&nbsp;ขณะตรวจสอบเมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบมีการนำน้ำเสียกลับเข้าในระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด&nbsp;คือ&nbsp;การนำน้ำเสียจากการประกอบกิจกรรมประเภท&nbsp;105&nbsp;ออกนอกโรงงาน&nbsp;ผิดเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการข้อที่&nbsp;1.9&nbsp;ให้&nbsp;คพ.&nbsp;ทำหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและจังหวัดปราจีนบุรีดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&nbsp;//&nbsp;มีการขุดดินทำบ่อบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2543&nbsp;ก่อนดำเนินการให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นความผิด&nbsp;อบต.ลาดตะเคียนจะไปแจ้งความดำเนินคดีภายในวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;//&nbsp;ให้กรมป่าไม้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินบริเวณก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายนอกโรงงานได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่&nbsp;โดยกรมป่าไม้ประสานกรมที่ดินดำเนินการภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;//&nbsp;พื้นที่การประกอบกิจการประเภทที่&nbsp;105&nbsp;ไม่ตรงกับเลขโฉนดตามใบอนุญาตให้&nbsp;คพ.&nbsp;ตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;//&nbsp;ผลการเก็บตัวอย่างน้ำเสียของเสียของกรมควบคุมมลพิษจะแจ้งและให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการต่อไป&nbsp;//&nbsp;คพ.&nbsp;จะทำหนังสือถึง&nbsp;บริษัท&nbsp;เวสต์&nbsp;2&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอเอกสารหลักฐานการนำเข้าของเสียและคุณสมบัติของของเสียที่นำเข้ามาประกอบกิจการประเภท&nbsp;106&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;อาจเป็นการขยายระบบบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.&nbsp;จะแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การตรวจสอบครั้งนี้ได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้แทนของสถานประกอบการข้างต้น&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่และคณะได้ลงลายมือชื่อผู้ตรวจสอบผู้ร่วมตรวจสอบและผู้นำตรวจสอบไว้เป็นหลักฐานแล้ว&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406124058846
111	จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า400จุดส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 8,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงเกือบ&nbsp;8,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;158&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;113&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด:คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;104&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,949&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,129&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,337&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางพบค่าฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาววันนี้มากถึง&nbsp;7,859&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;4,349&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;413&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406130848861
112	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่3จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้ทุกจังหวัดมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่าลดลง&nbsp;ซึ่งพบน้อยกว่าสัปดาห์ก่อนประมาณ&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;โดยสาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406130941862
113	ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคู่ขนานทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน เพื่อป้องกันและดับไฟป่าพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอแม่สะเรียง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ภายใต้ข้อสั่งการของนายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปล่อยแถวชุดปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดปฏิบัติการบ้านห้วยตอง&nbsp;และชุดปฏิบัติการบ้านไมโครเวฟ&nbsp;พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการเหยี่ยวไฟ&nbsp;เสือไฟ&nbsp;เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่าตามจุดเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;โดยมีชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อบินลาดตระเวนตรวจหาจุดเกิดไฟป่า&nbsp;และตรวจสภาพป่าและการบุกรุก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง</strong>&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;KA&nbsp;32&nbsp;จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าทางอากาศ&nbsp;ครอบคลุพื้นที่ตำบลแม่ยวม&nbsp;ตำบลแม่คง&nbsp;และตำบลเสาหิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด</strong>&nbsp;ยกเว้นพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตามประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดปริมาณหมอกควันไฟป่าและปริมาณฝุ่นควัน&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพลูกหลานชาวแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของแม่ฮ่องสอน&nbsp;อีกด้วย</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406140458887
114	"ปศุสัตว์ชัยภูมิ ผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว ตามโครงการ ""สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า"" ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง&nbsp;ให้บริการผ่าตัดทำหมันถาวรในสุนัข-แมว&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมประชากรสุนัขและแมวภายในพื้นที่&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า""&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง&nbsp;อำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มีผู้มารับบริการทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;สุนัข-แมว&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ตัว&nbsp;แยกเป็นสุนัขเพศผู้&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;,&nbsp;สุนัขเพศเมีย&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และแมวเพศเมีย&nbsp;21&nbsp;ตัว</p>"	2022-06-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406143018912
115	อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้มีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศประจำวันพฤหัสบดีที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-20&nbsp;กม./ชม.&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;33&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;21&nbsp;องศาเซลเซียส</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406161450945
116	คุมเข้มห้ามตัดทุเรียนอ่อนขาย พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนไทย ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP Plus	<p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เน้นย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้และสินค้าเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;โดยตั้งแต่มีมาตรการเข้มงวดคุณภาพ&nbsp;กรมวิชาการเกษตรร่วมกับจังหวัดจันทบุรี&nbsp;กำหนดมาตรการทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;หรือทุเรียนอ่อนมาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดจันทบุรีกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน</strong>&nbsp;แบ่งตามชนิดหลัก&nbsp;อาทิ&nbsp;พันธ์ทุเรียนกระดุม&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้หลังวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;ส่วนพันธุ์ชนี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายนนี้และหมอนทอง,ก้านยาว&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังพบการส่งทุเรียนอ่อนเข้าสู้ล้งก่อนส่งต่อไปต่างประเทศ&nbsp;ที่ผ่านมาได้ติดตามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดจันทบุรีอย่างใกล้ชิด&nbsp;สามารถจับกุมแล้ว&nbsp;2-3&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยภาพรวมการผลิตผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;แจ้งว่าจะมีทุเรียนกว่า&nbsp;7.4&nbsp;แสนตัน&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรหลายคนปลูกทุเรียนแทนยางพาราเนื่องจากราคาทุเรียนดีกว่าอยู่&nbsp;200&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ส่วนมังคุดและเงาะ&nbsp;มีปริมาณการผลิตที่&nbsp;2.2&nbsp;แสนตัน&nbsp;ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกมีปริมาณผลไม้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ซึ่งในตัวเลขปริมาณดังกล่าวมีทุเรียนอ่อนเพียงร้อยละ&nbsp;1&nbsp;ยืนยันว่ามาตรการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ออกมาเป็นมาตรการที่เข้มงวดและที่ผ่านมาปฎิบัติได้ดี&nbsp;รวมถึงจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง&nbsp;</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ล้ง</strong>&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;ที่ประเทศจีนได้เข้มงวดเป็นพิเศษ&nbsp;ที่ห้ามตรวจพบเจอโรคโควิด&nbsp;จึงได้ทำงานตรวจโรงงานให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;,&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;ควบคุมการผลิตที่คำนึงโรคโควิด&nbsp;ปัจจุบันมีโมเดลต้นแบบ&nbsp;4&nbsp;โรงงานที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เตรียมขยายผลโรงงานต้นแบบให้ครอบคลุมหลายจังหวัด&nbsp;เพื่อสามารถเตรียมส่งสินค้าไปต่างประเทศได้</p><p><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ได้รับข่าวดีถึงการส่งออกล็อตแรก&nbsp;เป็นสินค้าทุเรียนและมะพร้าว&nbsp;ปัจจุบันถึงด่านกว้างโจรเรียบร้อยแล้ว&nbsp;นับเป็นเรื่องที่ดี&nbsp;แต่ยังคงมีความกังวลเนื่องจากสถานการณ์การแพร่บาดโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในจีนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทำให้การส่งสินค้ายากขึ้น&nbsp;แต่ความโชคดีที่ประเทศไทยผลไม้ยังผลิตออกมาไม่มาก&nbsp;ยังคงมีเวลา&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สถานการณ์จะคลี่คลายลง&nbsp;โดยการส่งออกทางเครื่องบินและเรือ&nbsp;เป็นการส่งทางตรงที่มีโอกาส&nbsp;รวมถึงมองหาตลาดใหม่ช่วยกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเทศมาเลเชีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406194633027
117	ปศุสัตว์แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนให้ดูแลสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;มีความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสภาพอากาศดังกล่าว</strong>&nbsp;ส่งผลให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&nbsp;ภูมิคุ้มกันโรคลดลง&nbsp;อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;เฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยจัดเตรียมวิตามินและเกลือแร่ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;จัดเตรียมโรงเรือนเพื่อเป็นที่กำบังลม&nbsp;ฝนให้กับสัตว์ปีกในโรงเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ&nbsp;และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ให้คำแนะนำการสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์สัตว์ปีก&nbsp;เช่น&nbsp;จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถเป็นที่กำบังให้สัตว์จากสภาพอากาศหนาวหรือฝน&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าใบ&nbsp;และพร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคระบาดในสัตว์ปีก&nbsp;และส่งเสริมยกระดับการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อเพิ่มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น&nbsp;ทั้งยังสามารถป้องกันโรคระบาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักควบคุม&nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;(สคบ.)&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์&nbsp;โทร.06-3225-6888&nbsp;หรือแจ้งผ่าน&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406184725008
118	จนท.ควบคุมไฟป่าปางตองฯ สนธิกำลังลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า การลักลอบเผาป่า พร้อมสร้างความเข้าในใจการจัดการเชื้อเพลิง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสำราญ&nbsp;ธรรมตา&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าปางตองฯ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ร่วมกันเก็บใบไม้ใส่ในคอกเก็บใบไม้&nbsp;ตามโครงการชิงเก็บลดเผา&nbsp;บริเวณหน้าส่วนอิ่มใจ&nbsp;บ้านกุงไม้สัก&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในเวลาต่อมา&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน&nbsp;</strong>ตามแผนยุทธการดับไฟป่า&nbsp;เข้าตรวจสอบไฟป่า&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;บริเวณ&nbsp;บ้านไมโครเวฟ&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า</strong>&nbsp;การลักลอบเผาป่า&nbsp;และประชาสัมพันธ์แจกโปสเตอร์ในท้องที่ตำบงหมอกจำแป่&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406192715023
119	ชุมชนบ้านป่าเปา อำเภอบ้านธิ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ที่วัดป่าเปา&nbsp;ตำบลบ้านธิ&nbsp;อำเภอบ้านธิ&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยมีนายจักรินทร์&nbsp;สิรินทรภูมิ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอบ้านธิ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในการนี้&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับชุมชนบ้านป่าเปา&nbsp;มีครัวเรือนจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;128&nbsp;ครัวเรือน</strong>&nbsp;ประชาชนในชุมชนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการดำเนินชีวิต&nbsp;พร้อมทั้งนำหลักความรู้&nbsp;""ที่ว่างสร้างอาหาร""&nbsp;มาปรับใช้ในชุมชน&nbsp;โดยทุกครัวเรือยมีการคัดแยกขยะ&nbsp;และนำขยะเปียกหรือเศษอาหารมาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;นำวัสดุที่เหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ผลผลิตเหลือสามารถจำหน่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี</p>"	2022-06-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406192252021
120	เปิดยุทธการดับไฟป่าที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน	"<p><strong>เปิดยุทธการดับไฟป่า&nbsp;ออกปฏิบัติการทางอากาศ&nbsp;จัดชุดดับไฟทางพื้นดิน&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;หลังพบปัญหาไฟป่าและหมอกควันสูงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่กรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;ค่ายเทพสิงห์&nbsp;ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;&nbsp;นายพรเทพ&nbsp;เจริญสืบสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เป็นประธานปล่อยแถวออกปฏิบัติการ&nbsp;จากกำลังพลของหน่วยงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณุภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พันเอก&nbsp;สมภพ&nbsp;ใจบุญ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;นายธติทัศน์&nbsp;ฉลอม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;นายมิตร&nbsp;อุตมะ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยกรป่าไม้&nbsp;สบอ.16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;นายตวงสิทธิ์&nbsp;ประทินสุขอำไพ&nbsp;ปลัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือปฏิบัติการทางอากาศยาน&nbsp;และการปฏิบัติการทางภาคพื้นที่ดินเข้าปฏิบัตการดับไฟป่า&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายที่&nbsp;อยู่ห่างไกล&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่&nbsp;ตำบลแม่คง&nbsp;ตำบลเสาหิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายยังพบจุดความร้อนกระจายในพื้นที่ภูเขาสูง</p><p><strong>จากการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาดับไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่เสี่ยงในครั้งนี้ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;KA32-01&nbsp;ของกองบิน&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;</strong>ร่วมกับกองทัพบก&nbsp;ได้ออกปฏิบัติการ&nbsp;ขึ้นบินทิ้งน้ำไฟป่าครั้งละ&nbsp;3,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่ใช้ดับไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;18,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยได้ปฏิบัติการควบคู่กับชุดภาคพื้นดินที่กระจายกำลังดับไฟป่า&nbsp;จากการบูรณาการกำลังร่วมจากเจ้าหน้าที่ขอหน่วยสถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเสือไฟ&nbsp;ชุดเหยี่ยวไฟกรมป่าไม้&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานฯสาละวิน&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน&nbsp;อุทยานแห่งชาติสาขาแม่สะเรียง&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;ตชด.ที่&nbsp;337&nbsp;และกำลังพล&nbsp;อส.แม่สะเรียง&nbsp;เข้าร่วมปฏิบัติการดับไฟในพื้นที่เป้าหมาย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4,191&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุดได้แก่&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;รวม&nbsp;1,176&nbsp;จุด&nbsp;คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;88&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานรวมจำนวน&nbsp;32&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งมีค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;142&nbsp;มคก.ต่อ&nbsp;ลบ.ม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนที่สถานีวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;134&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานรวมจำนวน&nbsp;16&nbsp;วัน&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	2022-06-04T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406202934042
121	เกษตรโคราชร่วมกับเกษตรอำเภอพิมาย จัดพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.นายตติรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;เลขารัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอพิมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเป็นตัวแทนเกษตรกรผู้ประสบอุกทกภัยรับมอบ&nbsp;ซึ่งอำเภอพิมาย&nbsp;มีเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;129&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;5,593&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;74,461.25&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;100,313,628&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีพันจ่าโท&nbsp;ทวี&nbsp;พิมพ์อุบล&nbsp;นายอำเภอพิมาย&nbsp;นายวรกร&nbsp;เปรื่องค้า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;และ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านร่วมในพิธีด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406224445058
122	เกษตรอำเภอวังน้ำเขียวจัดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.นายชูศักดิ์&nbsp;ชุนเกาะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำบ้านสุขสมบูรณ์&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;City)&nbsp;และร่วมเสวนาหัวข้อ&nbsp;แนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยนายณัฐนาท&nbsp;สันทัดพร้อม&nbsp;เกษตรอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการเสวนาหัวข้อ&nbsp;แนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>ได้นำเสนอข้อมูลแนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&nbsp;ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;หรือ&nbsp;Korat&nbsp;Organic&nbsp;Standard&nbsp;:&nbsp;KOS&nbsp;ด้วยระบบการผลิต&nbsp;&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;5&nbsp;ดี&nbsp;วิถีคนโคราช&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ดี&nbsp;ดินดี&nbsp;น้ำดี&nbsp;การจัดการดี&nbsp;และคนดี&nbsp;พร้อมสนับสนุนเกษตรกรที่มีศักยภาพ&nbsp;ในการรับรองมาตรฐานสากลต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;</strong>ได้นำเสนอ&nbsp;ผลการพัฒนาระบบเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ค้า&nbsp;ให้สามารถตรวจเช็คปริมาณผลผลิตและซื้อขายกันได้โดยตรง&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการขับเคลื่อน&nbsp;ขยายผลไปยังผู้ใช้งานในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-06-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406224225057
123	เร่งแก้ไขปัญหาท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง แม่ฮ่องสอน ตะกอนอุดตัน สามารถใช้งานได้แล้ว	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;มอบหมายให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนดำเนินการร่วมกับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ช่วยกันอัดน้ำเข้าท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;เพื่อไล่ตะกอนดินที่อุดตันในท่อส่งน้ำออก&nbsp;จนประสบผลสำเร็จสามารถส่งน้ำได้ตามปกติแล้ว&nbsp;หลังพบตะกอนดินทับถมหน้าอ่างเก็บน้ำจนปิดท่อส่งน้ำทำให้ไม่สามารถส่งน้ำได้&nbsp;</p><p><strong>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ดำเนินการไล่ตะกอนในท่อส่งน้ำ&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี&nbsp;2546&nbsp;เนื่องจากมีการตัดถนนในบริเวณพื้นที่รับน้ำของตัวอ่างเก็บน้ำด้านบนและมีการตัดภูเขารวมทั้งดันดินเพื่อเปิดเส้นทาง&nbsp;ทำให้มีปริมาณตะกอนดินไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งเป็นจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้งในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตก&nbsp;ได้ชะล้างดินที่มีการไถเปิดทางไว้&nbsp;ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำอีกด้วย&nbsp;ประกอบกับพื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่รับน้ำ&nbsp;มีการบุกเบิกของประชาชนในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนดินทรายไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้&nbsp;ต่อมาในปี&nbsp;2548&nbsp;ได้เริ่มมีการอุดตันของท่อส่งน้ำเป็นครั้งแรก&nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขโดยใช้วิธีสูบน้ำจากด้านท้ายล้างดินตะกอนที่อยู่ในอ่างฯ&nbsp;ตลอดจนจ้างเหมาบริษัทเข้าไปดำเนินการขุดลอกและกำจัดดินตะกอนเป็นระยะๆ&nbsp;จนถึงปี&nbsp;2563</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;สั่งการให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ประสานงานร่วมกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&nbsp;1&nbsp;สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ดำเนินการตั้งแผนงานขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;ให้เสร็จภายในปีนี้&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาท่ออุดตันที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407113224116
124	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด ถึงวันที่ 8 เม.ย.นี้	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;-&nbsp;น้ำป่าไหลหลากใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคเหนือและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.สตูล&nbsp;104&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;89&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาสถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;กอนช.&nbsp;จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;อย่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าทองเฝ้าระวัง&nbsp;เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;//&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำท่วมขังโดยยกบานประตูระบายน้ำคลองคูพาย&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองป่าเหล้า&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองนครน้อย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;พร่องน้ำรอรับปริมาณน้ำที่จะไหลมาเติมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;ส่วนพื้นที่&nbsp;อ.ชะอวด&nbsp;และ&nbsp;อ.ปากพนัง&nbsp;ได้เร่งระบายน้ำผ่านทางประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง&nbsp;และประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลลงสู่ทะเลอ่าวไทยเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ยังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำและปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,113&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,320&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407093341078
125	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยโก๋น&nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จ.น่าน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยโก๋น&nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407093835080
126	กรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้แก่เกษตรกร	<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;กล่าวถึงผลสำเร็จของโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;Service&nbsp;ในงานแถลงข่าว&nbsp;OSS&nbsp;เคสดี&nbsp;ต้องมีโชว์&nbsp;ว่า&nbsp;ผลการดำเนินการของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;ที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยเกษตรกรจำนวน&nbsp;108,036&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;394&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;63&nbsp;จังหวัด&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ได้รับประโยชน์&nbsp;ปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลง&nbsp;59,047&nbsp;ตัน&nbsp;ที่สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ยในพืชเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;36&nbsp;คิดเป็นมูลค่ามากถึง&nbsp;244&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และเพิ่มผลผลิตได้จริง&nbsp;</p><p><strong>โดยผลผลิตของเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ย</strong>&nbsp;ตามค่าวิเคราะห์ดินเพิ่มขึ้นช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และเกิดการจ้างงานในธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,600&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในด้านการให้บริการเชิงธุรกิจ&nbsp;ทั้ง&nbsp;394&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้จดทะเบียนผู้ขายปุ๋ย&nbsp;เพื่อให้สามารถจำหน่ายปุ๋ยให้กับเกษตรกรทั่วไปได้&nbsp;ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;นับได้ว่าโครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของสมาชิกเครือข่าย&nbsp;รวมถึงเกษตรกรทั่วไปให้สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ&nbsp;แนวทางการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม&nbsp;มีประสิทธิภาพ</p><p><br></p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407112830111
127	ความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง ล่าสุดมีผู้ได้รับความช่วยเหลือ 5,540 ราย จาก 14,203 ราย เป็นเงินกว่า 179 ล้านบาท	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้เปิดลงทะเบียนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว&nbsp;เพื่อรับความช่วยเหลือรายละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับอาชีพและขนาดของกิจการ&nbsp;โดยให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ต้นเหตุน้ำมันรั่ว&nbsp;เป็นผู้จ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;ซึ่งมีด้วยกัน&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;กลุ่มโรงแรม/ร้านอาหาร&nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ล่าสุดได้จ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้ได้รับผลกระทบไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5,540&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;179.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ประมงพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มประมงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,663&nbsp;ลำ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;119.67&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อาชีพอื่นๆ&nbsp;2,892&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;42.58&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โรงแรม&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;17.3&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ตั้งแต่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;หาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;หาดสวนสน&nbsp;จนถึงบริเวณปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตรไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่คุณภาพน้ำทั่วไป&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;และขณะนี้ทางบริษัทกำลังให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหลายแห่ง&nbsp;รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธรรมชาติต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407120956152
128	สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค (ปศุสัตว์ OK) และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ	<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์</strong>&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปสุสัตว์อำเภอด่านซ้ายมอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;ตามโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&nbsp;(ปศุสัตว์&nbsp;OK)&nbsp;แก่ผู้ประกอบการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่งได้แก่.&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองฟาร์ม&nbsp;สาขาโคกงาม&nbsp;เลขที่&nbsp;113&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และ&nbsp;บริษัทรุ่งเรืองสยาม&nbsp;สาขาอำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลขที่&nbsp;26/1-2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง</strong>&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายศักดา&nbsp;ศรีมาลา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;45&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาโคป่วย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และ&nbsp;นายอุดม&nbsp;เหมือนศรีชัย&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;47&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาโคป่วย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านบุ่งกุ่ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;บ้านนาหมูม่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407111724110
129	เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร และการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางศศิมาภรณ์&nbsp;พันธโคตร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;และผู้แทนห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;และการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ให้กับ&nbsp;นายทองพูน&nbsp;วงษา&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอแปลงใหญ่และเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอแปลงใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านหนองผักหลอด&nbsp;ตำบลบ้านแท่น&nbsp;อำเภอบ้านแท่น&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;(ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;วิสาหกิจชุมชนส้มโอทองดีแปลงใหญ่บ้านแห่น)&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรที่มีโรงรวบรวมผักและผลไม้สด&nbsp;มีระบบควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและสามารถส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407131354167
130	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาวันนี้สูงเกือบ 5,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาวันนี้สูงเกือบ&nbsp;5,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;451&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;183&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;102&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;148&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนที่ยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;รองลงมาภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,164&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,184&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,453&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;วันนี้น่าเป็นห่วงหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางพบค่าฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;และ&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้มากถึง&nbsp;4,904&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;3,546&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;451&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407125743166
131	"กรมชลประทาน จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ ""โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำน้ำงาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง"""	"<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;""โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดลำปาง""&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;และมีผู้แทนกรมชลประทาน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมการประชุมและรับฟังการนำเสนอสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ&nbsp;การนำเสนอร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;การนำเสนอสรุปผลการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ตลอดจนการรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;สืบเนื่องจากนายอดิศักดิ์&nbsp;ศักดิ์นภารัตน์&nbsp;ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้าง&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่งาว&nbsp;บริเวณบ้านแม่หยวก&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หลวงเหนือ&nbsp;อ.งาว&nbsp;จ.&nbsp;ลำปาง&nbsp;เนื่องจากพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลของอำเภองาว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลบ้านร้อง&nbsp;ตำบลปงเตา&nbsp;ตำบลนาแก&nbsp;ตำบลหลวงเหนือ&nbsp;ตำบลหลวงใต้&nbsp;และตำบลบ้านโป่ง&nbsp;มักจะประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำ&nbsp;หากสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ&nbsp;ได้&nbsp;จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้ตลอดทั้งปี&nbsp;อีกทั้งยังสามารถบรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลดังกล่าวด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;</strong>โดยสำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา&nbsp;คอนซันแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งตามแผนงานการประชาสัมพันธ์โครงการได้กำหนดให้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&nbsp;ให้มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407135729174
132	บริษัท สยามนาวี จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องการปรับปรุงท่าเทียบเรือ ก่อสร้างท่าเรือ และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอส	<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามนาวี&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้บริการขนถ่ายสินค้าประเภทอเนกประสงค์&nbsp;มีความประสงค์ดำเนินการปรับปรุงท่าเทียบเรือ&nbsp;ก่อสร้างท่าเรือ&nbsp;และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาดเกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;2562&nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัท&nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระต่อสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือเพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการดังกล่าว</p><p><strong>ในการนี้การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ได้รวบรวมข้อเสนอแนะ&nbsp;ข้อห่วงกังวลที่ได้จาการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ต่อมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวฯ&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-12.00&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม</strong>สามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางสาว&nbsp;ปิยะนันท์&nbsp;วรรณชาลี&nbsp;ผู้ประสานงานโครงการ&nbsp;มือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;&nbsp;E-mail&nbsp;:&nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407141216185
133	บริษัท เพียว ไบร์ท จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ ที่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม	<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือในพื้นที่จังหวัด&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;บริษัท&nbsp;เพียว&nbsp;ไบร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบล&nbsp;คลองฉนาก&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีความประสงค์จะขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ&nbsp;ที่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;2561&nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระพบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาก่อสร้างท่าเทียบเรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ทราบรายละเอียดโครงการข่าวสาร</strong>และยังมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มโครงการ&nbsp;และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากโครงการต่อไป&nbsp;หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางสาว&nbsp;ปิยะนันท์&nbsp;วรรณชาลี&nbsp;ผู้ประสานงานโครงการมือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;E-mail&nbsp;:&nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407141321187
134	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยมี&nbsp;นายกกชัย&nbsp;ฉายรัศมีกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวต้อนรับ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำและผลการเพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ซึ่งพื้นที่ลุ่มต่ำดังกล่าวจะมีความลาดเทเข้าหาตัวคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ดังนั้นในช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำป่าจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่อำเภอโคกเจริญ&nbsp;อำเภอสระโบสถ์&nbsp;อำเภอหนองม่วง&nbsp;และอำเภอโคกสำโรง&nbsp;ไหลลงมาปะทะกับแนวคันคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรในเขตอำเภอบ้านหมี่ซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&nbsp;และเนื่องจากพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำกว่าบริเวณอื่นและไม่สามารถระบายน้ำท่วมขังลงคลองชัยนาท-ป่าสักได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา</strong>&nbsp;โดยก่อสร้างสถานีสูบน้ำริมคลองฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อสูบระบายน้ำท่วมขังลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;พร้อมปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อส่งน้ำให้เกษตรกรทำนาปี&nbsp;และทันเก็บเกี่ยวต้นเดือนกันยายนของทุกปี&nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทุ่งรับน้ำหลากที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนในลักษณะแก้มลิงธรรมชาติ&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;72,680&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถตัดยอดน้ำหลากได้&nbsp;116&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;นอกจากนี้จะเป็นการจัดจราจรน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ให้สอดคล้องกับช่วงระยะเวลาที่น้ำป่าไหลหลากลงมาและเร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตอนบน&nbsp;เพื่อตัดยอดน้ำหลากของพื้นที่ตอนบนที่จะไหลหลากลงมา&nbsp;และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หลังจากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่แปลงนา&nbsp;</strong>เพื่อร่วมกันเกี่ยวข้าวในพื้นที่แปลงนาของ&nbsp;นายพัลลภ&nbsp;โพธิ์อยู่&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;โดยเริ่มปลูกเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และเก็บเกี่ยวในวันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;และเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ใช้น้ำให้คุ้มค่า&nbsp;รวมถึงการดำเนินการตามข้อสั่งการด้วยความห่วงใยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ใช้น้ำทั้งภาคครัวเรือนและภาคการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164120279
135	จ.พิจิตร สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การรับมือภัยแล้ง เตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกล ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยงประสบภัย	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายสิงหราช&nbsp;วงษ์เสงี่ยม&nbsp;ปลัดจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร&nbsp;เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และภัยแล้งจังหวัดพิจิตร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรณรงค์หยุดเผาในที่โล่งทุกประเภท&nbsp;และงดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งให้อำเภอติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.-5&nbsp;เม.ย.65&nbsp;&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;627&nbsp;จุด&nbsp;เปรียบเทียบปี&nbsp;2564&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;892&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;29.71&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง</strong>&nbsp;พบพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;อ.ทับคล้อ&nbsp;ต.เขาทราย&nbsp;ม.6-8,&nbsp;ม.18&nbsp;และ&nbsp;อ.วชิรบารมี&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;ม.7&nbsp;โดยเตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลให้การช่วยเหลือ&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรอง&nbsp;เร่งสร้างฝายกักเก็บน้ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;รณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407165715301
136	ม.ราชภัฏเพชรบุรี เป็นเจ้าภาพจัดประชุมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น 76 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนอนุรักษ์ ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน	<p><strong>ผศ.พจนารถ&nbsp;บัวเขียว&nbsp;รองอธิการบดีมาหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ม.ราชภัฏเพชรบุรีมีพันธกิจในการเรียนการสอนแล้วยังเป็นหน่วยงานประสาน&nbsp;การดูแลศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในครั้งนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น&nbsp;เป็นการประชุมหัวหน้าหน่วย&nbsp;76&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;จัดขึ้นที่โรงแรมลองบีช&nbsp;ชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือของหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;เกิดการประสานงาน&nbsp;แลกเปลี่ยน&nbsp;ความร่วมมือร่วมกันแก้ปัญหาด้านต่างๆ&nbsp;มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนอนุรักษ์&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สิ่งที่ชาวจังหวัดเพชรบุรีจะได้จากการจัดประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;จำนวนสมาชิกจากทั่วประเทศกว่า&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เช่น&nbsp;ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ท่องเที่ยวชุมชนถ้ำรงค์&nbsp;สวนตาลลุงถนอม&nbsp;เยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน&nbsp;ชมศิลปะวัฒนะธรรมวัดใหญ่สุวรรณาราม&nbsp;วัดมหาธาตุวรวิหาร&nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดเพชรบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407203101432
137	ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ นำเสนอการบริหารจัดการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับคณะสมาชิกวุฒิสภา พร้อมพบปะผู้ผลิตข้าวคำหอมและผู้ผลิตพืชผักปลอดภัย ของจังหวัดแพร่	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.10&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ทาง&nbsp;พลเอก&nbsp;สกนธ์&nbsp;สัจจานิตย์&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง&nbsp;พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภาตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเอก&nbsp;ทวีป&nbsp;เนตรนิยม,&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;ชัชวาลย์&nbsp;สุขสมจิตร์,&nbsp;นายมณเฑียร&nbsp;บุญตัน,&nbsp;นายอภิชาติ&nbsp;โตดิลกเวชช์,&nbsp;พลเอก&nbsp;สมเจตต์&nbsp;บุญถนอม,&nbsp;นางสุมิตรา&nbsp;อติศัพท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต&nbsp;16&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;โดยมีนายวิเชียร&nbsp;อนุสาสนนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวศรีสกุล&nbsp;ทำดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;บรรยายสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดอุตรดิตถ์ในการส่งเสริมการปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับรัฐ&nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่เปิดดำเนินการเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2529&nbsp;</strong>ในชื่อศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืชที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่สังกัดกรมการข้าว&nbsp;เมื่อวันที่16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2549&nbsp;มีภารกิจหลักคือผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ชั้นพันธุ์ขยายและชั้นพันธุ์จำหน่าย&nbsp;เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและกระจายพันธุ์ข้าว&nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ,&nbsp;ส่งเสริมเผยแพร่และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกร&nbsp;โดยดำเนินงานภายใต้เงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืชโดยแต่ละปีจะใช้เงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;80,152,840&nbsp;บาท,&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของท้องถิ่น&nbsp;และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเมล็ดพันธุ์ของเอกชน&nbsp;ตลอดจนศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต&nbsp;การใช้และการตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าว,&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิทยาการเมล็ดพันธุ์&nbsp;และปฏิบัติงานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ตามที่ได้รับมอบหมาย</p><p><strong>ในการนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;</strong>ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ได้พบปะกลุ่มผู้ผลิตข้าวคำหอม&nbsp;และพบกลุ่มผู้ผลิตพืชผักปลอดภัย&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เยี่ยมชมกิจการการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164436282
138	ส.ป.ก.อยุธยา จัดงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ พร้อมมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดิน และมอบสินเชื่อเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง	"<p><strong>ณ&nbsp;ศูนย์จัดการที่ดินพระราชทาน&nbsp;ตำบลพระยาบันลือ&nbsp;อำเภอลาดบัวหลวง</strong>&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;บางเขน&nbsp;จัดงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ&nbsp;พร้อมมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;และมอบสินเชื่อเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;760,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.พจนันท์&nbsp;กองมาก&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายอดิเรก&nbsp;อุ่นโอสถ&nbsp;นายอำเภอลาดบัวหลวง&nbsp;ผศ.ดร.นิคม&nbsp;แหลมสัก&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ภู่สิทธิกุล&nbsp;กรรมการส่งเสริมกิจการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;นายพิสิฐ&nbsp;พรหมนารท&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ส.ป.ก.5&nbsp;จังหวัดในที่ดินพระราชทานและส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ&nbsp;มีกิจกรรมที่น่าสนใจ</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Rice&nbsp;Knowledge&nbsp;Sharing&nbsp;:&nbsp;ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;""ข้าวประจำถิ่น&nbsp;ข้าวคุณภาพ...สีกิน&nbsp;ที่เหลือขาย&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง""&nbsp;กิจกรรมบูรณาการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต&nbsp;:&nbsp;ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำของห่วงโซ่คุณค่าการพัฒนาธุรกิจข้าวประจำถิ่นและ&nbsp;การเสวนา&nbsp;นวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพและมีการเรียนรู้กิจกรรมผ่านสถานีการเรียนรู้ที่สนับสนุนเกษตรกรในการทำการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกข้าวปลอดภัย&nbsp;ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;และการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;การสร้างเงินออม&nbsp;การปลูกพืชผักปลอดภัย&nbsp;การทำการเกษตรครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับชาวนาให้มีความรู้และมุ่งสู่วิถีใหม่ที่มุ่งการผลิตที่ปลอดภัย&nbsp;ห่วงใยสุขภาพและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม&nbsp;<strong>โดยกิจกรรมนี้&nbsp;หวังให้เกษตรกรปรับลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;</strong>ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบตลาดที่เชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการ&nbsp;ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร&nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ในการปรับลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;นำมาปรับใช้ในการผลิตในพื้นที่จะช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต&nbsp;อีกทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรปลูกข้าวที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ผลิต&nbsp;ห่วงใยสุขภาพผู้บริโภคและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรไทยต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407171244320
139	"เตรียมยื่นคำขอ  ""มังคุดในสายหมอกเบตง""เป็นพืช GI จ.ยะลา ชนิดใหม่"	"<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;เตรียมยื่นคำขอ&nbsp;""มังคุดในสายหมอกเบตง""&nbsp;</strong>เป็นพืช&nbsp;GI&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ชนิดใหม่&nbsp;วันนี้&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;การประชุมคณะอนุกรรมการสิ่งชี้บ่งทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไทย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพานิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พื่อร่วมพิจารณาการยื่นคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มติที่ประชุมได้เห็นชอบมังคุดในสายหมอกเบตง</strong>&nbsp;เป็นพืชชนิดใหม่ที่จะยื่นคำขอ&nbsp;GI&nbsp;โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;เพื่อบรรจุเป็นชนิดพืชที่จะขอ&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดยะลาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164133280
140	เขตสุขภาพที่ 10 จัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ปลดล็อก กัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้ หายเจ็บ หายจน รวมพลคนรักกัญ และการปาฐกถาพิเศษ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ณ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565	<p><strong>เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;กำหนดจัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ภายใต้สโลแกน&nbsp;</strong>ปลดล็อก&nbsp;กัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;หายเจ็บ&nbsp;หายจน&nbsp;รวมพลคนรักกัญ&nbsp;ภายในงานจะมีการเสวนาเรื่องการปลดล็อกพืชกัญชากัญชงออกจากรายชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;การให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;การส่งต่อองค์ความรู้จากภาครัฐ&nbsp;นวัฒกรรมการสร้างเศรษฐกิจด้วยพืชกัญชา&nbsp;กัญชง</p><p><strong>งานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;อาคารสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พร้อมการปาฐกถาพิเศษ</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานจะต้องแสดงหลักฐานฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ผลการตรวจหาเชื้อในวันงาน&nbsp;พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;หากไม่มีผลตรวจหาเชื้อ&nbsp;ภายในงานจะมีจุดให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407181030339
141	จังหวัดชลบุรี  พบคราบน้ำมันลอยเกยชายฝั่งเกาะสีชัง เป็นระยะทางรวมเกือบกิโลเมตร คาดเรือขนส่งลักลอบทิ้ง	"<p><strong>พบคราบน้ำมันเตาลอยเกยชายฝั่งเกาะสีชัง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นระยะทางยาวเกือบ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ตลอดแนวหาดหน้าท่าเทียบเรือ&nbsp;และบริเวณท่าวัง&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;เจ้าหน้าที่เร่งเก็บตัวอย่างตรวจสอบ&nbsp;และทำความสะอาด&nbsp;คาดน่าจะมาจากเรือขนส่งสินค้าแอบปล่อยน้ำมันทิ้ง&nbsp;เตรียมแจ้งความดำเนินคดี</strong></p><p><strong>ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า&nbsp;พบคราบน้ำมันเตาเป็นจำนวนมากลอยเกยชายหาดในพื้นที่เกาะสีชัง</strong>&nbsp;อำเภอเกาะสีชัง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นระยะทางเกือบ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณอ่าวท่าวังภายในพระจุฑาธุชราชฐาน&nbsp;หาดทรายแก้ว&nbsp;หาดท่ายายทิม&nbsp;และบริเวณหาดหน้าสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ศูนย์วิจัย&nbsp;ทช.&nbsp;อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชลบุรี&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชลบุรี&nbsp;(ศรชล.)&nbsp;ทสจ.ชลบุรี&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ทช.ที่&nbsp;2&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;สำรวจบริเวณพื้นที่เกาะสีชัง&nbsp;อ.เกาะสีชัง&nbsp;จ.ชลบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงเรือสำรวจรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;บริเวณเกาะสีชังโดยรอบ</strong>&nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมัน&nbsp;และนำน้ำทะเลไปตรวจสอบวิเคราะห์ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;และเก็บตัวอย่างคราบน้ำมันบริเวณชายหาดเพื่อส่งวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันต่อไป&nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือหน้าสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชังพบคราบน้ำมันเป็นทางยาวประมาณ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนอีกจุดที่บริเวณอ่าวท่าวังภายในพระจุฑาธุชราชฐาน&nbsp;พบคราบน้ำมันสองจุด&nbsp;จุดแรกมีคราบน้ำมันยาวประมาณ&nbsp;330&nbsp;เมตร&nbsp;และจุดที่สองพบคราบน้ำมันยาวประมาณ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดชายหาดและพ่นสารเคมีทำลายคราบน้ำมันบางสวนอยู่&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายของสัตว์น้ำและปะการังในบริเวณดังกล่าว&nbsp;ซึ่งจะต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง&nbsp;โดยเบื้องต้นเป็นน้ำมันเตาที่ผ่านการใช้แล้ว&nbsp;ซึ่งคาดว่าน้ำมันที่มาเกยชายหาดในครั้งนี้น่าจะมาจากเรือสินค้าขนาดใหญ่แอบปล่อยน้ำมันลงทะเลในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;ก่อนคราบน้ำมันจะลอยเข้าติดชายฝั่งทะเลเกาะสีชังดังกล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายธเนศ&nbsp;ผ่องใส&nbsp;นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง</strong>&nbsp;ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวแล้วอย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ...ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-right""><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-right"">&nbsp;</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407192015385
142	จังหวัดภูเก็ต นำจิตอาสาและประชาชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับกำจัดวัชพืชริมกำแพงคลองบางใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ และปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวในเขตกลางเมืองภูเก็ต	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;นำจิตอาสาและประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชมรมรักษ์บางใหญ่&nbsp;กำจัดวัชพืช&nbsp;และเก็บขยะในคลองบางใหญ่&nbsp;บริเวณด้านข้างลานมังกร&nbsp;และศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิวภูเก็ต&nbsp;ตำบลตลาดใหญ่&nbsp;กลางเมืองภูเก็ต&nbsp;เพื่อให้มีความสะอาด&nbsp;สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง&nbsp;และเพื่อความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคต&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ทั้งนี้&nbsp;คลองบางใหญ่&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญและถือเป็นลำคลองสายหลัก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีต้นน้ำในเขตน้ำตกกะทู้ไหลผ่านตัวเมืองภูเก็ตไปออกสู่ทะเลและบริเวณปลายแหลมสะพานหิน&nbsp;มีความยาวกว่า&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คลองบางใหญ่จึงเปรียบเสมือนสายโลหิตหลักของการตั้งถิ่นฐานชุมชนตั้งแต่อดีต&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เป็นเมืองท่าของการเดินเรือที่มีชื่อเสียงในการค้าขายโดยเฉพาะการทำเหมืองแร่</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">การพัฒนาคลองบางใหญ่&nbsp;จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปรับสภาพพื้นที่ให้มีความสวยงาม&nbsp;เพื่อประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือของประชาชนบริเวณโดยรอบคลองบางใหญ่&nbsp;ที่จะต้องช่วยดูแลรักษาให้มีความสวยงามตลอดไป</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-07-04T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407200046414
143	มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2565	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เสนาะ&nbsp;&nbsp;กลิ่นงาม&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนจากหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;คณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ครู&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;เข้าร่วมประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมลองบีช&nbsp;ชะอำ&nbsp;ตำบลชะอำ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการดำเนินงานภายใต้ภารกิจของกระทรวงทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติ</strong>และสิ่งแวดล้อมที่ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;ซึ่งเป็นมรดกของชาติ&nbsp;โดยเป็นการดำเนินงานสืบเนื่องมาจาก&nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2527&nbsp;ที่เห็นชอบแผนพัฒนาการอนุรักษ์&nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;โดยกำหนดให้มีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;(ยกเว้นกรุงเทพมหานคร)&nbsp;เป็นกลไกในการดำเนินงานในท้องถิ่น&nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวังและติดตาม&nbsp;สถานการณ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย&nbsp;สร้างกระบวนการเรียนรู้&nbsp;ให้คำแนะนำด้าน&nbsp;เทคนิควิชาการ&nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการ&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;คุ้มครองและฟื้นฟูคุณภาพ&nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กระตุ้นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์&nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;เกิดการประสานงาน&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;และความร่วมมือ&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการทำลายและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;รวมทั้งสร้างเสริมความร่วมมือของหน่วยงานในทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมเป็นเครือข่ายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ฯ&nbsp;ให้เกิดประสิทธิผล&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;การประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัดมีประจำทุกปี&nbsp;โดยปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;12&nbsp;เพชรสมุทรคีรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;สมุทรสงครามและสมุทรสาคร&nbsp;ได้รับมอบหมายร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;7-9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การประชุมประจำปีภาคีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;การถอดบทเรียนงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;การมอบโล่แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้หน่วยอนุรักษ์ฯ&nbsp;และการศึกษาดูงานการจัดการสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในจังหวัดเพชรบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407200359416
144	สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา  มอบปัจจัยการผลิต โดโลไมท์ (Dolomite) ให้กับหมอดินอาสา และเกษตรกร อ.ด่านขุนทด อ.เทพารักษ์ อ.สีคิ้ว และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา	<p><strong>นายนพดล&nbsp;การดี&nbsp;นักวิชาการเกษตร</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวประนัฐญา&nbsp;นีพลกรัง&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;ลงพื้นที่!&nbsp;มอบปัจจัยการผลิต&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;(Dolomite)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;ให้กับหมอดินอาสา&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;อำเภอเทพารักษ์&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;และอำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ประปาหมู่บ้านหนองบัวตะเกียด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลหนองบัวตะเกียด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งเป็นการมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;(Dolomite)&nbsp;พร้อมสาธิตการตรวจสอบความเป็นกรด&nbsp;&nbsp;ด่างของดิน&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงประโยชน์ของการปรับปรุงคุณภาพดิน&nbsp;ที่ส่งผลต่อการทำการเกษตร&nbsp;และสามารถพัฒนาคุณภาพดินในพื้นที่จัดการปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;โดยการสนับสนุนส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงคุณภาพดินพื้นที่ดินกรด&nbsp;ด้วยการใช้ปูน&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;(Dolomite)&nbsp;&nbsp;เพื่อการเกษตรในการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพดินกรด&nbsp;ให้มีสภาพเหมาะสมในการทำเกษตรกรรมเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และมีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดโลไมท์&nbsp;(dolomite)&nbsp;เป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลากหลาย&nbsp;</strong>ในการเกษตรและการทำสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;แร่โดโลไมท์&nbsp;ถูกนำมาผลิตเป็นปูนโดโลไมท์หรือโดโลไมท์เพื่อใช้ลดความเป็นกรดของดินและน้ำ&nbsp;และช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน&nbsp;โดโลไมท์มีทั้งชนิดผงและชนิดเม็ด&nbsp;แรกเริ่มจะมีลักษณะเป็นผงฝุ่น&nbsp;ต่อมาได้มีพัฒนาการเป็นชนิดอัดเม็ด&nbsp;มีขนาดใกล้เคียงกับเม็ดปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานทางด้านเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใส่ไปกับเครื่องหยอดปุ๋ยหรือเครื่องพ่นปุ๋ยได้&nbsp;ในขั้นตอนปั้นเม็ดของผู้ผลิตบางรายได้มีการเพิ่มธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์แก่พืชลงไป&nbsp;เพื่อให้ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมดีขึ้นด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-07-04T00:00:00	NULL	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407204012436
145	พาณิชย์สุรินทร์ เตรียมจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และ&nbsp;นางวิยะดา&nbsp;เฮ่ประโคน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;เข้าพบผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพี่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อประสานเตรียมการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขารัตนบุรี&nbsp;&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตข้าวโรงสีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลตาอ็อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-07-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407231407480
146	ผู้ตรวจราชการกรมประมง ตรวจติดตาม การดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์	<p><strong>วานนี้&nbsp;(7&nbsp;เมษายน&nbsp;พ.ศ.2565)&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายประเทศ&nbsp;ซอรักษ์&nbsp;</strong>ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตาม&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&nbsp;โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์,&nbsp;โครงการตามแผนงานของกรมประมง&nbsp;และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายเมธา&nbsp;คชาภิชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการ</strong>เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามแผนตรวจราชการ&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr.&nbsp;สนง.ประมง&nbsp;จ.พช.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408094601511
147	ชลประทานลำปาง เปิดปัจฉิมนิเทศศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว	"<p><strong>ชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่จัดประชุมปัจฉิมนิเทศ</strong>&nbsp;เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p><p><strong>นายศุภชัย&nbsp;พินิจสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง</strong>&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่คณะทำงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และทีมบริษัทว่าจ้างที่ปรึกษา&nbsp;ร่วมลงพื้นเปิดเวทีจัดการประชุมสัมมนาปัจฉิมนิเทศนำเสนอรายงานสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;โครงการ&nbsp;""การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง""&nbsp;พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประเมินความเหมาะสมเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&nbsp;ตำบลนาแก&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>มีนายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการสัมมนาปัจฉิมนิเทศ&nbsp;พร้อมร่วมรับฟังรายงานการนำเสนอสาระสำคัญขอบเขตและรูปแบบแนวทางที่จะดำเนินงานตามโครงการฯ&nbsp;โดยมีตัวแทนประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกว่า&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;กลุ่ม&nbsp;&nbsp;เข้าร่วมประชุมสัมมนาและแสดงความคิดเห็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในเขตพื้นที่,&nbsp;กลุ่มหน่วยงานรับผิดชอบศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบ,&nbsp;กลุ่มหน่วยงานภาคราชการ,&nbsp;กลุ่มหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์,&nbsp;กลุ่มองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;นักวิชาการอิสระ,&nbsp;กลุ่มสื่อมวลชน&nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไป&nbsp;ซึ่งในการประชุมสัมมนา&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ได้มีการนำเสนอสาระสำคัญของผลการศึกษาโครงการฯ&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบและต้องมีการดำเนินการแก้ไขในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านทรัพยากรกายภาพและชีวภาพ&nbsp;ที่อาจมีผลกระทบต่อ&nbsp;สภาพภูมิประเทศ&nbsp;น้ำผิวดิน&nbsp;ป่าไม้&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;พื้นที่ชั้นผิวดิน&nbsp;ระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ&nbsp;รวมไปถึงการศึกษาในด้านคุณค่าการใช้ประโยชน์ที่จะมีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดิน&nbsp;การคมนาคมขนส่ง&nbsp;และด้านคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต&nbsp;ที่จะมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม</p><p><strong>โดยการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานประกอบการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ&nbsp;รวมถึงมาตรการแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบในด้านต่างๆ&nbsp;ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงรายละเอียดในรายงานผลการศึกษาให้มีความเหมาะสมครบถ้วน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ฉบับนี้&nbsp;ทางกรมชลประทานจะได้นำเสนอ&nbsp;ต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ&nbsp;ประกอบการขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&nbsp;1A&nbsp;และขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้&nbsp;เพื่อก่อสร้างโครงการฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่อำเภองาว&nbsp;ได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการก่อสร้าง&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2537&nbsp;แต่เนื่องจากความเห็นต่างของคนในพื้นที่ทำให้โครงการฯ&nbsp;ยืดเยื้อไม่สามารถดำเนินการได้มาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;นับเป็นเวลารวมกว่า&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;โดยโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ&nbsp;ที่จะดำเนินการก่อสร้างนี้&nbsp;เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&nbsp;มีจุดสถานที่ตั้งก่อสร้างอยู่ในเขตพื้นที่บ้านข่อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และบ้านท่าเจริญ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบ้านร้อง&nbsp;อำเภองาว&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยจุดที่ตั้งจะอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&nbsp;1A&nbsp;ประมาณ&nbsp;199.70&nbsp;ไร่&nbsp;และอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งซ้าย&nbsp;กับ&nbsp;ป่าแม่โป่ง&nbsp;ในเขตพื้นที่ป่าโซน&nbsp;C&nbsp;อีกประมาณ&nbsp;773.45&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งอ่างเก็บน้ำน้ำงาวจะมีเขื่อนหลักขวางกั้นลำน้ำงาว&nbsp;ขนาดความยาว&nbsp;360&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;สูง&nbsp;35.5&nbsp;เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับน้ำฝน&nbsp;251.47&nbsp;ตร.กม.&nbsp;มีขนาดความจุระดับกักเก็บ&nbsp;13&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และในพื้นที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ&nbsp;ขนาดความยาว&nbsp;505&nbsp;เมตร&nbsp;สูง&nbsp;22&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;1&nbsp;ส่วนพื้นที่ระหว่างถนนกับเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ&nbsp;จะมีการก่อสร้างระบบสูบน้ำจากลำห้วยคืนสู่อ่างเก็บน้ำน้ำงาวด้วย&nbsp;ซึ่งหากโครงการฯ&nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ&nbsp;ก็จะสามารถกักเก็บน้ำส่งช่วยเหลือสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรได้มากกว่า&nbsp;8,477&nbsp;ไร่&nbsp;ในฤดูฝน&nbsp;และสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งได้มากกว่า&nbsp;7,724&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมีชุมชนพื้นที่อย่างน้อย&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;ทั้งตำบลบ้านร้องและตำบลปงเตา&nbsp;รวมกว่า&nbsp;20,086&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการฯ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100147518
148	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเฮลิคอปเตอร์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพร้อม บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาโดยปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าลดลงมากกว่าทุกปี	<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;</strong>เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพร้อม&nbsp;บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาโดยปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าลดลงมากกว่าทุกปี</p><p><strong>จากสถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;พบยังมีจุดฮอตสปอตกระจายเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าของ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>นายพรเทพ&nbsp;เจริญสืบสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16</strong>&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้สั่งการให้มีการระดมการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่&nbsp;ร่วม&nbsp;ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าบริเวณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;และอุทยานแห่งชาติแม่เงา&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และพื้นที่ป่าห้วยทราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการการประชุมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการป้องกัน</strong>และแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟ&nbsp;โดยจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ปฏิบัติการทางอากาศยาน&nbsp;และ&nbsp;การปฏิบัติการทางภาคพื้นที่ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ยังพบจุดความร้อนกระจายในพื้นที่ภูเขาสูงชัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปฏิบัติการดังกล่าวว่ามีการบินดับไฟป่ากว่า&nbsp;18&nbsp;เที่ยว</strong>&nbsp;ในการขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;9,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยใช้แหล่งน้ำในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100343520
149	กรมปศุสัตว์ แนะนำเกษตรกรรับมือโรคสัตว์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล	<p><strong>นายสัตวแพทย์&nbsp;บุญญกฤช&nbsp;ปิ่นประสงค์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยถึงการรับมือโรคสัตว์ต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์กีบคู่&nbsp;รวมถึงโรคคอบวม&nbsp;ปากเท้าเปื่อย&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และโรคไข้ขาดำ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงรอยต่อฤดูฝนไปสูฤดูหนาว&nbsp;จะมีผลต่อการปรับตัวของสัตว์&nbsp;ทำให้สัตว์มีความไวต่อโรคได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโรคที่เกิดกับสัตว์ที่ควรเฝ้าระวังคือ</strong>&nbsp;โรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข&nbsp;หรือที่มักเกิดช่วงฤดูร้อน&nbsp;สุกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;โรคพีอาอาร์เอส&nbsp;โรคอหิวาต์สุกร&nbsp;และโรคปากเท้าเปื่อย&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคแท้งติดต่อที่อาจมีความรุนแรงเมื่อติดต่อสู่คน&nbsp;ม้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรค&nbsp;African&nbsp;Horse&nbsp;Sickness&nbsp;สัตว์ปีก&nbsp;ได้แก่&nbsp;Newcastle&nbsp;IBR&nbsp;และไข้หวัดนก&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรมีการเฝ้าระวังโรคทั้งเชิงรุกและเชิงรับ</strong>&nbsp;โดยการเฝ้าระวังเชิงรับจะเป็นการจัดทำระบบรายงานโรค&nbsp;เมื่อสงสัยว่าสัตว์ของตนเป็นโรคระบาดควรติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์&nbsp;เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและเก็บตัวอย่างรอยโรคเพื่อดำเนินการวินิจฉัยโรคและควบคุมป้องกันโรคได้อย่างถูกต้อง&nbsp;หากสัตว์เกิดโรคต้องทำการการุณยฒาตสัตว์&nbsp;โดยจะต้องมีคณะกรรมการในระดับต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลร่วมกัน&nbsp;หากสัตว์ล้มตายห้ามนำสัตว์ไปจำหน่าย&nbsp;เมื่อต้องขุดฝังซากระยะห่างจากปากหลุมจนถึงซากที่สูงที่สุดต้องห่างกันอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ต้องพ่นยาฆ่าเชื้อและโรยปูนขาวและต้องให้ดินพูนสุงขึ้นจากพื้น&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้หลุมฝังซากระเบิดเมื่อเกิดแก๊สจากหลุมฝัง&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถติดต่อกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ทาง&nbsp;Application&nbsp;DlD&nbsp;4.0&nbsp;และสายด่วนกรมปศุสัตว์&nbsp;063-225-6888&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ใกล้บ้านโดยตรง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408102514533
150	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันนี้ถึง 14 เม.ย.	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันนี้ถึง&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคเหนือและส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;25,970&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,190&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;8&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;พบเมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ระดับน้ำที่สถานีจิ่งหงเพิ่มขึ้น&nbsp;19&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;โดยมีอัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;2,030&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;2,192&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;อาจส่งผลกระทบในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อ.เชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;810&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;70&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;//&nbsp;ช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.เชียงคาน&nbsp;จ.เลย&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408093916509
151	กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนทุกพื้นที่เตรียมรับมือกับสภาพอากาศร้อน 	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์นี้บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศร้อนและฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;แต่ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็น&nbsp;รวมถึงมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่&nbsp;คลื่นสูงมากกว่า&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;และระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;</strong>ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408102145529
152	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และ ต.ระแหง อ.เมือง จ.ตาก  ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีส้ม 14 พื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408095515513
153	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 5,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงเกือบ&nbsp;5,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;352&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;166&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;พิจิตร&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;เกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ส่วนภาคเหนือจุดความร้อนลดลง&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในบางพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,200&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,252&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,650&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทั้งประเทศตั้งแต่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ไปจนถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;เกิดจากจุดความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;มีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;4,746&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;3,583&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100850524
154	กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ภาคใต้ฝนตกน้อยลงแล้ว	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;46,974&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;62&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&nbsp;23,036&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;แม้ว่าปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ภาคใต้จะลดลงบ้างแล้วในบางพื้นที่&nbsp;แต่ยังคงกำชับให้โครงการชลประทานในเขตสำนักงานชลประทานที่&nbsp;14-17&nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องเหมาะสม&nbsp;รวมถึงเน้นย้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะ&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดกลางทางภาคใต้&nbsp;ให้บริหารจัดการตามบริบททางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทาน&nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่รับทราบถึงสถานการณ์และปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;รวมถึงแผนเพาะปลูกในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่สำนักงานชลประทานดูแลอยู่&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408160733743
155	ผู้ตรวจราชการกรมประมง ตรวจติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์	<p><strong>นายประเทศ&nbsp;ซอรักษ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตาม&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&nbsp;โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์,&nbsp;โครงการตามแผนงานของกรมประมง&nbsp;และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเมธา&nbsp;คชาภิชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามแผนตรวจราชการ&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408105747561
156	องคมนตรี ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ	<p><strong>นายประเทศ&nbsp;ซอรักษ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์,&nbsp;นายเมธา&nbsp;คชาภิชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของกรมประมงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับการมาติดตามและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ของนายพลากร&nbsp;สุวรรณรัฐ&nbsp;องคมนตรี&nbsp;และได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;และพันธุ์ปลาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;ลงสู่โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลห้วยใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์น้ำ&nbsp;และเป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนจากการทำประมงของชุมชน&nbsp;สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำจืด&nbsp;และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;คืนความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&nbsp;ในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น&nbsp;อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408110715571
157	จังหวัดสุราษฎร์ธานีติดตามการรายงานผลและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายและเสื่อมโทรม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องตาปี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับมอบหมายจาก&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อหารือและติดตามการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยการนี้ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาโครงการที่บริษัทเอกชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ที่ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตดำเนินโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;หรือรีสอร์ท&nbsp;ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการโรงแรมบุรีบีช&nbsp;และโครงการ&nbsp;Villa&nbsp;Cha&nbsp;Cha&nbsp;Chaloklum&nbsp;1&nbsp;เพื่อพิจารณาว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว&nbsp;เป็นไปตามหลักของการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือไม่&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสงวนรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มิให้ถูกทำลายเสียหาย&nbsp;และเสื่อมโทรมมากขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408114818590
158	(EIA) ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงท่าเรือ ก่อสร้างท่าเรือ และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาด เกินกว่า 500 ตันกรอส ของ พี.ซี สยามปิโตรเลียม จำกัด ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี	<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;พี.ซี&nbsp;สยามปิโตรเลียม&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้บริการขนถ่ายสินค้าประเภทอเนกประสงค์ทั่วไป&nbsp;มีความประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงท่าเรือ&nbsp;ก่อสร้างท่าเรือ&nbsp;และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์&nbsp;การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาด&nbsp;เกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ซึ่งเป็นไประเบียบกรมเจ้าท่า&nbsp;พ.ศ&nbsp;2563&nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ตามประกาศทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายการประเมินผลสิ่งแวดล้อมโครงการเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ที่ปรึกษาฯ&nbsp;ได้รวบรวมข้อเสอนแนะ&nbsp;ข้อห่วงกังวลที่ได้จากการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและการจัดการประชุม&nbsp;รับฟังความคิดเห็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;นำมากำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการท่าเทียบเรือ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ขอเชิญเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ต่อร่างมาตรการป้องกันปละแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-12.00น.&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่<strong>&nbsp;</strong>นางสาว&nbsp;ปิยะนันท์&nbsp;วรรณชาลี&nbsp;ผู้ประสานงานโครงการ&nbsp;มือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;E-mail:piyanan.wan@siamenvi.co.th</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408143035654
159	วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด ต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม และของชุมชน เพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายธีรพงศ์&nbsp;มนต์แก้ว&nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพัทธนันท์&nbsp;บุญคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;</strong>มีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;ธนาคารปูม้า&nbsp;และได้มีการต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&nbsp;และของชุมชน&nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้ง&nbsp;และจ๊อปู&nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;และได้ร่วมกันวางแผนแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408135443625
160	จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายธีรพงศ์&nbsp;มนต์แก้ว&nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพัทธนันท์&nbsp;บุญคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานเส้นพลาสติกบ้านโคกออก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีกิจกกรมจักสานเส้นพลาสติกและทำขนมพื้นบ้าน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.วิสาหกิจชุมชนควนวิไลฟาร์มสเตย์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;แปรรูปอาหารทะเล&nbsp;และทำขนมตามเทศกาล</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการ&nbsp;</strong>โดยได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;และสมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408135714628
161	วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมันเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลืองสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย สร้างรายได้และมีตลาดในการรองรับผลผลิตที่แน่นอน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;เยี่ยมวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;(สมาชิกวิสาหกิจชุมชน)&nbsp;พาชมกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;ซึ่งใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สร้างโรงเรือนมุงด้วยผ้าใบพลาสติก&nbsp;สูง&nbsp;3-4&nbsp;เมตร&nbsp;ทำบ่อพลาสติก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;พร้อมติดตั้งระบบเติมน้ำและระบบน้ำออกจากบ่อ&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มจับขายได้ในราคา&nbsp;กิโลละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;(&nbsp;80-90&nbsp;ตัว&nbsp;/กิโลกรัม&nbsp;)&nbsp;และมีตลาดในการรองรับผลผลิตที่แน่นอน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับหอยเชอรี่สีทองนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย</strong>&nbsp;อัตราการตายน้อย&nbsp;กินพืชผัก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ใบตำลึง&nbsp;ใบหม่อน&nbsp;ชะพลู&nbsp;โตเร็ว&nbsp;เนื้อกรุบ&nbsp;ๆ&nbsp;นุ่ม&nbsp;หวานมัน&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&nbsp;รสชาติคล้ายหมึก&nbsp;และได้ชื่อว่าเป็นหอยเป่าฮื้อน้ำจืด&nbsp;สามารถนำไปทำเมนู&nbsp;ยำ&nbsp;ต้ม&nbsp;ผัด&nbsp;แกง&nbsp;ทอดหรือลวกจิ้มได้&nbsp;นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;มีกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมด้านปศุสัตว์&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;กิจกรรมด้านประมง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงหอยเชอรี่&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;กิจกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;ปลูกผัก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408140014633
162	อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ติดตามโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>1.วิสาหกิจชุมชนไตปลาคั่วกลิ้งพริกไทยปะเหลียน&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบางด้วน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;ไตปลาแห้ง&nbsp;พริกไทยแท้พันธุ์ปะเหลียน&nbsp;ให้รสชาติเข้มข้น&nbsp;ถึงรสพริกไทย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>2.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกงบ้านสันติราษฎร์&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;เครื่องแกง&nbsp;(แกงกะทิ&nbsp;แกงส้ม&nbsp;แกงพริก&nbsp;แกงผัดเผ็ด)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการ&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408144622668
163	คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดตรัง ลงพื้นที่คัดเลือกและพิจารณาคัดกรองบุคคลและหน่วยงานดีเด่น ประเภทเกษตรตำบลดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคัดกรองบุคคลและหน่วยงานดีเด่น&nbsp;ประเภทเกษตรตำบลดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพรทิพย์&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่คัดเลือกและพิจารณา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านทุ่งครก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ได้คัดเลือก&nbsp;นางกติญา&nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมคัดเลือก&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานเด่นด้านส่งเสริมการเกษตรในตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;ได้แก่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านบางยาง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">3.การพัฒนาศักยภาพแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังได้ติดตามและเยี่ยมเยียนกิจกรรมการผลิตเครื่องแกงของวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครกอีกด้วย</strong>&nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมการคัดเลือกเกษตรตำบลดีเด่น&nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการพัฒนาของบุคลากรได้เป็นอย่างดี&nbsp;เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ&nbsp;ในการพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;มีความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และความเชี่ยวชาญ&nbsp;และยังสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรให้เกิดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408140650640
164	จ.สุโขทัย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง	<p><strong>จังหวัดสุโขทัยค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;</strong>เกินค่ามาตรฐานฯ&nbsp;อยู่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;มีค่าเท่ากับ&nbsp;72&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถือว่าอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมขอให้ประชาชนทุกคนเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&nbsp;และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กเมื่อมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมในที่โล่ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;พื้นที่ภาคเหนือระหว่างวันที่&nbsp;5-13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี&nbsp;นอกจากนี้ยังพบจุดความร้อนเกิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ประกอบกับกลุ่มควันขนาดใหญ่จากการเผาในที่โล่งปกคลุมภูมิภาคตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดสุโขทัยพบค่าฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดเล็กเริ่มเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;สำหรับจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;สะสม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนรวม&nbsp;59&nbsp;จุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408134000621
165	อร่อย ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ มนต์เสน่ห์และเครื่องหมายการันตีในการสร้างคุณภาพของมังคุดในสายหมอกเบตง ขณะที่เกษตรยะลา เตรียมยื่นคำขอ เป็นพืช GI จ.ยะลา ชนิดใหม่	<p><strong>นายสวรรค์&nbsp;วุฒิพิทักษ์ศักดิ์&nbsp;เกษตรกรเจ้าของสวนมังคุด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับเหล่าสมาชิกแปลงใหญ่มังคุดในสายหมอกในพื้นที่ใต้สุดแดนสยามแห่งนี้&nbsp;ประกอบด้วยเกษตรกรชาวสวนมังคุดหัวก้าวหน้า&nbsp;44&nbsp;คน&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;250&nbsp;ไร่&nbsp;ที่มองเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีการบริการจัดการสวนสมัยใหม่เข้ามาใช้&nbsp;อีกทั้งยังเน้นรูปแบบการเกษตรที่สร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้กับผู้บริโภคด้วยการดำเนินในแนวทางของเกษตรอินทรีย์ที่เน้นการสร้างผลผลิตที่ปลอดสารพิษ&nbsp;ซึ่งความ&nbsp;อร่อย&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสุขภาพ&nbsp;คือสโลแกนที่ทางแปลงใหญ่มังคุดแห่งนี้ได้ยึดมั่น&nbsp;จนกลายเป็นมนต์เสน่ห์และเครื่องหมายการันตีในการสร้างคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ที่มาจากต้นมังคุดในสวนที่ปลูกเรียงรายไปตามเนินเขาสูงริมชายแดน&nbsp;โดยในช่วงเช้าก่อน&nbsp;9&nbsp;โมง&nbsp;จะปกคลุมไปด้วยสายหมอกสีขาวตลอดทั้งปี&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดผลผลิตคุณภาพ</p><p><strong>จากสภาพอากาศและการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ</strong>ภายใต้แนวทางการของเกษตรอินทรีย์ที่เน้นทุกอย่างจากธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้ปุ๋ยคอกทดแทนปุ๋ยเคมี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงสภาพพื้นที่และอากาศของเบตง&nbsp;จึงทำให้ผลมังคุดที่มีลักษณะเนื้อแห้ง&nbsp;เนื้อไม่เปียก&nbsp;ถึงแม้จะเก็บสุกจนขั้วแดงแล้ว&nbsp;ยังสามารถเก็บไว้ได้หลายวัน&nbsp;และเพื่อให้มีความหวานอร่อยตามธรรมชาติ&nbsp;จึงจะเน้นการเก็บผลสุกที่เป็นสีม่วง&nbsp;ขั้วเขียว&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>ด้วยความโดดเด่นอันสืบเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ</strong>&nbsp;รวมถึงการสร้างความแตกต่างนี้เองจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น&nbsp;มังคุดในสายหมอก&nbsp;ซึ่งแม้มังคุดเบตงนั้น&nbsp;ผิวอาจไม่สวย&nbsp;แต่รับรองว่า&nbsp;อร่อย&nbsp;ทานแล้วปลอดภัย&nbsp;100%&nbsp;การพัฒนาผลผลิตมังคุดที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดสารพิษจากการใช้ยาเคมีฉีดพ่น&nbsp;จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สมาชิกทุกคนร่วมกันยึดเป็นหลักสำคัญ&nbsp;จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ</p><p><strong>เกษตรกรสมาชิกล้วนแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต</strong>&nbsp;และการพัฒนาด้านการตลาด&nbsp;ที่ไม่ยอมแพ้กับการที่ราคาผลผลิตต้องขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง&nbsp;เกษตรกรได้มีการพัฒนาเพื่อขายตรงให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศในระบบออนไลน์&nbsp;สิ่งเหล่านี้นับเป็นจุดเด่นที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในสายหมอกของอำเภอเบตงแห่งนี้</p><p><strong>ด้านนายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้ประชุมคณะอนุกรรมการสิ่งชี้บ่งทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไทย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพานิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พื่อร่วมพิจารณาการยื่นคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มติที่ประชุมได้เห็นชอบมังคุดในสายหมอกเบตง&nbsp;</strong>เป็นพืชชนิดใหม่ที่จะยื่นคำขอ&nbsp;GI&nbsp;โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;เพื่อบรรจุเป็นชนิดพืชที่จะขอ&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดยะลาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408143329655
166	ขนส่งกรุงเก่าฯ นำร่องปฏิบัติการเชิงรุก ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอ็มบี  มินีแบ ไทย จำกัด ตรวจสอบค่ามลพิษ (ควันดำ) รถรับ-ส่ง พนักงานหวังแก้ไขปัญหาPM 2.5  เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	"<p><strong>นายไฟซอน&nbsp;อับดุลสมัด&nbsp;ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;มอบหมายผู้ตรวจการขนส่งนำร่องลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอ็นเอ็มบี-มินีแบ&nbsp;ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการตรวจสอบค่ามลพิษ&nbsp;(ควันดำ)&nbsp;ของรถรับ-ส่ง&nbsp;พนักงาน&nbsp;ทุกบริษัทฯในเครือ&nbsp;เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานปฏิบัติงานจำนวนมาก&nbsp;และต้องใช้รถในการรับ-ส่งพนักงานจำนวนมากเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>และเป็นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางมาปฏิบัติงานของพนักงาน&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จึงได้ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอ็นเอ็มบี-มินีแบ&nbsp;ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการตรวจวัดค่ามลพิษของรถรับ-ส่งพนักงาน&nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สรุปตรวจรถไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;277&nbsp;คัน&nbsp;ในจำนวนนี้พบรถที่มีค่าควันดำเกินกว่าค่ามาตรฐาน&nbsp;40%&nbsp;จำนวน&nbsp;123&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งได้ตักเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินการแก้ไข&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;บำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานด้วยแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408145403677
167	ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ปล่อยพันธุ์ลูกปูทะเลคืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนประมง	<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีมอบพันธุ์ลูกปูทะเลให้กับกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งบ้านขุนสมุทรจีน&nbsp;และร่วมปล่อยพันธุ์ลูกปูทะเลคืนสู่ทะเล&nbsp;ตามโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยพจน์&nbsp;จรูญพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายประทีป&nbsp;นทีทวีวัฒน์&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายโยธิน&nbsp;เทอดวงศ์วรกุล&nbsp;รักษาการแทนประมงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;วัดขุนสมุทรทราวาส&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลแหลมฟ้าผ่า&nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>ปัจจุบันปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;มีปริมาณลดน้อยลง&nbsp;และมีการจับสัตว์น้ำที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี&nbsp;ทำให้ชาวประมงประสบปัญหาจับสัตว์น้ำได้น้อยลงและมีรายได้ลดน้อยลงด้วย&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมฟ้าผ่าและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งบ้านขุนสมุทรจีน&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมชุมชนประมงในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนประมง&nbsp;โดยการปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเลขนาด&nbsp;20-25&nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&nbsp;รวมพันธุ์ปูทะเลกว่า&nbsp;5,500&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นการเพิ่มประมาณสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทย&nbsp;บริเวณชายฝั่งของตำบลแหลมฟ้าผ่า&nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408174855814
168	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา09.30&nbsp;น.&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นำคณะลงพื้นที่&nbsp;ตำบลท่าอุแท&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายพูลศักดิ์&nbsp;โสภณปทุมรักษ์&nbsp;นายอำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;นายนายสมศักดิ์&nbsp;ขาวหนูนา&nbsp;ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;11&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;-7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งตำบลท่าอุแทและตำบลท่าทอง&nbsp;เป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอดอนสัก&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;210&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎร&nbsp;450&nbsp;คน&nbsp;โดยนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จนสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;ทั้งพื้นที่การเกษตร&nbsp;รวมทั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;สามารถเบิกจ่ายงบประมาณจังหวัดเยียวยาทันที&nbsp;แต่หากเกินกว่าอำนาจจังหวัด&nbsp;สามารถส่งเรื่องให้ส่วนกลางจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมได้&nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408152317722
169	ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดตาก ปี 2564-2565 แถลงข่าวผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 ของจังหวัดตาก ครั้งที่ 1	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและป้องกันไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ของจังหวัดตาก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสาธิต&nbsp;มณฑาทิพย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก&nbsp;พันเอก&nbsp;เรืองเดช&nbsp;ฟูปินวงศ์&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;พันตำรวจเอกชูสิทธิ์&nbsp;วงษ์บุรี&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก&nbsp;นางสาวจิตรา&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;สาคร&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;ท่าช้าง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;4&nbsp;(ตาก)&nbsp;และนายนิติกรณ์&nbsp;ไชยสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฎิบัติการไฟป่า&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;14&nbsp;(ตาก)&nbsp;ร่วมแถลงข่าว</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดตากเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;19&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ถึงร้อยละ&nbsp;72&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;มีภูเขาสูงชัน&nbsp;สภาพภูมิประเทศคล้ายแอ่งกระทะ&nbsp;อีกทั้งยังมี&nbsp;อาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;จึงทำให้ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่รุนแรงในห้วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;การเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในการเตรียมการเพาะปลูกรอบปีถัดไป</p><p><strong>ซึ่งในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตากได้มีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;โดยเน้นประชาสัมพันธ์&nbsp;แบบเคาะประตูบ้าน&nbsp;,&nbsp;การกำหนดแผนการจัดระเบียบการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ในช่วงก่อนและหลังประกาศห้ามเผาเด็ดขาดโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหมอกควันสะสม&nbsp;,&nbsp;การควบคุมผู้มีอาชีพเก็บหาของป่าผู้มีวิถีชีวิตอยู่กับป่า&nbsp;โดยดำเนินการสำรวจรายชื่อราษฎรในพื้นที่จังหวัดตากในทุกอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;863&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และมอบหมายกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ควบคุมดูแลผู้มีอาชีพเก็บหา&nbsp;ของป่าในแต่ละชุมชนอย่างใกล้ชิดดึงมาเป็นแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&nbsp;การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;และพื้นที่ชุมชน&nbsp;โดยการกำหนดห้วงเวลาในการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;&nbsp;การดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน&nbsp;215&nbsp;เครือข่าย&nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตากได้กำหนดตัวชี้วัดในการดำเนินงานประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัวชี้วัดคือ&nbsp;การลดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลง&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;จากค่าเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;คือไม่เกิน&nbsp;7,595&nbsp;จุด&nbsp;และจำนวนวันที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;ลง&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;จากค่าเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;คือไม่เกิน&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดตากได้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดส่งผลให้ตั้งแต่มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;สามารถลดจุดความร้อนลงได้มากถึง&nbsp;78.76%&nbsp;และสามารถควบคุมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชนชาวจังหวัดตาก&nbsp;ลดลงได้มากถึง&nbsp;64.44&nbsp;%</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตากยังได้ออกประกาศจังหวัดตาก</strong>&nbsp;ห้ามเผาเด็ดขาด&nbsp;ในห้วงเวลาระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนเผาในที่โล่งหรือพื้นที่เกษตรหรือเผาป่า&nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;ตามแต่กรณีแต่ละพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้&nbsp;โดยมีบทกำหนดโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และปัจจุบันจังหวัดตากได้ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดตาก&nbsp;โดยไม่มีข้อยกเว้น&nbsp;ซึ่งตั้งแต่ห้ามเผาเด็ดขาด&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;คดี&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ว่ากล่าวตักเตือน&nbsp;เยาวชน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตากได้ดำเนินการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตากอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวจังหวัดตาก&nbsp;รวมทั้งป้องกัน&nbsp;รักษา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดตากอย่างยั่งยืน&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408185251867
170	สนง.พาณิชย์จังหวัดแพร่ จัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องนครา&nbsp;พาวิเลียน&nbsp;โรงแรมแพร่นครา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานงานสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรรับทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งเป็นการติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;โดยมีวิทยากรจากผู้แทนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และมันสำปะหลัง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;รวม&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมงาน</p><p><strong>ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ตามข้อเสนอของท่านจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;และยางพารา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;โดยจังหวัดแพร่&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมันและยางพาราปี&nbsp;2564/65&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;63,708&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งงานสัมมนาฯครั้งนี้&nbsp;จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ&nbsp;และได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ&nbsp;อย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184329864
171	สนง.พาณิชย์จังหวัดแพร่ จัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องนครา&nbsp;พาวิเลียน&nbsp;โรงแรมแพร่นครา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานงานสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรรับทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งเป็นการติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;โดยมีวิทยากรจากผู้แทนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และมันสำปะหลัง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;รวม&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมงาน</p><p><strong>ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ตามข้อเสนอของท่านจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;และยางพารา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;โดยจังหวัดแพร่&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมันและยางพาราปี&nbsp;2564/65&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;63,708&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งงานสัมมนาฯครั้งนี้&nbsp;จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ&nbsp;และได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ&nbsp;อย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184329865
172	ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เกษตรกรที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรในพื้นที่จังหวัดพัทลุง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โปรดให้นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกรพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;รัตนพร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง<strong>&nbsp;</strong>เป็นตัวแทนเข้ารับมอบ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;และ&nbsp;นำส่งต่อยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;49&nbsp;กล่อง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ</strong>&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โปรดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;กล่อง&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ครั้งเป็นจำนวน&nbsp;149&nbsp;กล่อง&nbsp;สำหรับเกษตรกรทั้งหมด&nbsp;149&nbsp;คน&nbsp;คือเกษตรกรที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเข้าไปทำลายสุกร&nbsp;เพื่อการควบคุมโรคและขอค่าชดเชยในการทำลายสุกร&nbsp;เนื่องจากจังหวัดพัทลุง&nbsp;เริ่มมีการระบาดของโรคระบาดในสุกรตั้งแต่ช่วงเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;ได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&nbsp;ชนิดโรคพื&nbsp;อาร์&nbsp;อาร์&nbsp;เอส&nbsp;ครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;อ.บางแก้ว&nbsp;และยังพบการระบาดของโรคเรื่อยมาในเขตอำเภอ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และในวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวชนิดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;อ.ควนขนุนครั้งแรก&nbsp;และปัจจุบัน&nbsp;มีการระบาดทั้งสิ้น&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;อ.เมืองพัทลุง&nbsp;อ.ศรีบรรพต&nbsp;และ&nbsp;อ.ปากพะยูน</p><p><strong>จากปัญหาดังกล่าว&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;</strong>อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ทรงห่วงใยพสกนิกร&nbsp;จึงพระราชทานสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สวท.พัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408165021763
173	ภาคเอกชนรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรณีการศึกษา ร่างมาตรการป้องกัน แก้ไข ติดตาม ตรวจสอบ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือหมายเลข 5 ของบริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่วัดน้อยนางหงษ์&nbsp;ต.ท่าจีน&nbsp;</strong>อ.เมืองฯ&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;ร.ต.ประพันธ์&nbsp;ถึกสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ต่อผลการศึกษาและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือบริษัท&nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&nbsp;จำกัด&nbsp;(ท่าเทียบเรือหมายเลข&nbsp;5)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;เจียระไน&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าจีน&nbsp;นายเทพภิฑูรย์&nbsp;สมวงศ์ษา&nbsp;ผู้จัดการส่วนการผลิต&nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และประชาชนในเขตอำเภอเมือง&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต.ท่าจีน&nbsp;ต.&nbsp;ท่าฉลอม&nbsp;ต.มหาชัย&nbsp;ต.โกรกกราก&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;ต.บางกระเจ้า&nbsp;&nbsp;ต.ท่าทราย&nbsp;&nbsp;ต.บ้านเกาะ&nbsp;และต.นาดี&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายเทพภิฑูรย์&nbsp;สมวงศ์ษา&nbsp;ผู้จัดการส่วนการผลิต&nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;ได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี&nbsp;32&nbsp;ดำเนินการบริการผลิตน้ำมันหล่อลื่นจาระบี&nbsp;ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม&nbsp;ผลิตน้ำมันหม้อแปลง&nbsp;บริการรับและจัดเก็บ&nbsp;และจัดจ่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับลูกค้า&nbsp;โดยมีท่าเทียบเรือเพื่อการขนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานของตนเอง&nbsp;และเนื่องจากกิจการการขนส่งทางน้ำของประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อผู้ประกอบการเดินเรือบรรทุกสินค้าทั่วประเทศ&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับปรุงท่าเรือและก่อสร้างท่าเรือเพื่อให้รองรับเทียบเรือขนาดเกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสได้</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดประเภทโครงการ&nbsp;กิจการ&nbsp;หรือการดำเนินการ&nbsp;ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ได้กำหนดให้&nbsp;โครงการประเภทท่าเทียบเรือที่รองรับเรือขนาดตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสขึ้นไป&nbsp;หรือมีความยาวหน้าท่าตั้งแต่&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ไม่ถึง&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;หรือมีพื้นที่ท่าเทียบเรือรวม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;แต่ไม่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเพื่อให้เป็นไปตามประกาศฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จึงได้มอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อนำเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้น</p><p><strong>ทางโครงการฯ&nbsp;จึงได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อห่วงกังวล&nbsp;และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียต่อการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการ&nbsp;และร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดจนรวบรวมข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อห่วงกังวล&nbsp;และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อโครงการฯ&nbsp;มาปรับปรุงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;ก่อนนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408172914794
174	ผลลัพธ์ จากมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกและทิศทางในอนาคต	<p><strong>มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง</strong> งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม  2563 ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในสังคมไทยได้ตระหนักรู้จากสื่อและจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนถึงการให้ความร่วมมือของประชาชนทั่วไปและความร่วมมือของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตฯ เป็นอย่างดี</p><p><strong>แต่ยังมีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับมาตรการนี้เกิดขึ้นอยู่</strong>  ไปดูที่มา ผลลัพธ์และทิศทางในอนาคตของมาตรการนี้กัน</p><p><strong>กระแสงดใช้พลาสติกทั่วโลกและที่มาของมาตรการในไทย</strong></p><p><strong>มาตรการงดใช้พลาสติก</strong> เป็นกระแสที่ส่งแรงกระเพื่อมในสังคมโลกมามากกว่าสิบปีแล้ว เนื่องจากชาวโลกเห็นถึงผลกระทบจากการใช้ถุงพลาสติกที่มากเกินไป กลายเป็นขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ธรรมชาติไม่ว่าพื้นที่ป่าไม้ ทะเลและบรรดาสัตว์ต่างๆ ทั้งในน้ำและบนบก ต่างได้รับผลกระทบจากพลาสติก รวมทั้งขยะจากพลาสติกยังเป็นส่วนทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หลายต่อหลายประเทศจึงมีมาตรการและตั้งเป้าหมายต่างๆ ออกมา เพื่อลดการใช้ไปจนถึงการเป็นประเทศปลอดการใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม หรือภาชนะต่างๆ ที่ทำจากพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ขณะที่ไทยเราก็มีไทม์ไลน์ของมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกโดยสรุปดังนี้</p><p>&nbsp;<strong>ปี 2561 เริ่มมีแนวคิดที่จะลดละเลิกถุงพลาสติก</strong>ตามหน่วยงานราชการและเอกชน เช่น ผู้ขายสินค้าต่างๆ อันเป็นรูปแบบการรณรงค์โดยสมัครใจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยหลายแห่งเริ่มปรากฏให้เห็นถึงผลกระทบจากพลาสติกที่กลายเป็นขยะตกค้างและส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ทะเล จนต้องมีประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่ง</p><p>&nbsp;ปี 2562 เริ่มมาตรการลดถุงพลาสติกอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเชิงรุก อย่างการห้ามให้พลาสติกหุ้มฝาเครื่องดื่ม มาตรการการห้ามใช้ถุงพลาสติกในสถานศึกษา การรณรงค์ไม่รับถุงพลาสติก</p><p><strong>1 มกราคม 2563 เริ่มใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง</strong> งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มาตรการนี้เป็นไปในลักษณะการขอความร่วมมือ มีร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หลายแห่งเข้าร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ผลการใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกฯ</strong></p><p><strong>กว่า 2 ปีที่ผ่านมากับการใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง</strong> งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หลายต่อหลายคนได้เห็นภาพ หรือได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการใช้ชีวิตประจำวันถึงการตื่นตัวและการให้ความร่วมมือจากประชาชนและร้านค้า อย่างการได้เห็นผู้คนหันมาใช้ถุงผ้านำไปใส่ของเองเมื่อไปซื้อของตามร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งในตลาดสด ก็มีผู้คนนำถุงผ้าไปใช้แทนถุงพลาสติกมากขึ้น ขณะที่ร้านค้าก็ลดการแจกถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้าได้มากขึ้น ด้วยวิธีการที่หลากหลาย อย่างร้านสะดวกซื้อไม่แจกถุงพลาสติกให้ผู้ซื้อสินค้าหากมูลค่าสินค้าที่ซื้อรวมไม่ถึง 150 บาท แต่หากลูกค้ายังต้องการถุงพลาสติกก็ต้องซื้อถุงเอง ราคาราวใบละ 2-3 บาท โดยมิได้บังคับซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าบางแห่งไม่แจกถุงพลาสติกทุกกรณี ลูกค้าต้องนำถุงผ้าส่วนตัวไปใช้เอง หรือใช้กล่องกระดาษที่ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตจัดไว้ให้ใช้แทนถุงพลาสติก เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้พอตีความได้ว่า เป็นผลลัพธ์ที่ได้กลับมาในทางที่ดี เพราะประชาชนและผู้ประกอบการมีจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบและใส่ใจร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p><p><strong>ขณะที่ผลลัพธ์ในเชิงตัวเลข</strong> มีข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ตั้งแต่ดำเนินมาตรการมาจนถึงขณะนี้ ลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วไปได้กว่า 341 ล้านใบ ถือว่าลดลงได้อย่างน่าพอใจไม่น้อย</p><p>&nbsp;<strong>ผลกระทบและข้อสงสัย จากมาตรการลดใช้ถุงพลาสติก</strong></p><p><strong>ทุกนโยบายทุกมาตรการ ล้วนก่อให้เกิดผลประโยชน์</strong> ผลกระทบและข้อสงสัยต่างๆ ตามมา มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกฯ ก็เช่นกัน ในแง่ของผลกระทบ อย่างเช่นในระยะแรกประชาชนยังไม่รับรู้ถึงแนวทางปฏิบัติ พอไปถึงแหล่งซื้อสินค้ากลับไม่มีถุงพลาสติกให้ได้ใช้ฟรีเหมือนเดิม นำมาซึ่งความไม่สะดวกพอควร แต่ผ่านไปสักระยะหนึ่งประชาชนส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวได้ ปัญหานี้จึงคลี่คลาย มาตรการก็เดินหน้าราบรื่นขึ้น&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักๆอีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายถุงพลาสติก ส่วนนี้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเมื่อมีความต้องการใช้น้อยลง การผลิตและจำหน่ายก็ย่อมน้อยลงตาม ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจในส่วนนี้</p><p><strong>ขณะที่ข้อสงสัยต่างๆ ก็มีมาตั้งแต่ก่อนจะเริ่มใช้มาตรการจนถึงขณะนี้</strong> อย่างคำถามที่ว่า มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกจะไปเอื้อนายทุนค้าปลีกหรือไม่ เพราะร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าฯ น่าจะมีผลพลอยได้สามารถลดต้นทุนการค้าจากการลดแจกฟรีถุงพลาสติก หรือได้กำไรจากการขายถุงพลาสติกให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้หรือไม่&nbsp;ข้อสงสัยเหล่านี้ อยากให้ไปดูที่เจตนาและเป้าหมายของนโยบายและมาตรการ ว่า ต้องการปลูกค่านิยมให้ประชาชนนำถุงมาใช้เองแทนถุงพลาสติก มากกว่าหวังผลทางอื่นหรือไม่ และหลายประเทศ อย่างประเทศในยุโรป&nbsp;ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเพื่อนบ้านเรากัมพูชา ก็มีมาตรการลักษณะคล้ายกันออกมานานแล้ว แถมเรียกเก็บค่าถุงพลาสติกสำหรับผู้ไม่มีถุงส่วนตัวแต่จำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกในอัตราที่แพงกว่าบ้านเราเสียอีก </p><p><strong>ทิศทางและเป้าหมาย การลดใช้พลาสติกในอนาคต</strong></p><p><strong>ไทยเรามี Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561  2573</strong> ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกก็เป็นไปตาม Roadmap นี้ ซึ่งเป้าหมายใน Roadmap กำหนดให้มีการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 4 ชนิด ภายในปี 2565 นี้ ได้แก่ </p><p>1. ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน </p><p>2. กล่องโฟมบรรจุอาหาร</p><p>3. แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน </p><p>4. หลอดพลาสติก </p><p><strong>ทั้งนี้ จะมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาทดแทนพลาสติก 4 ชนิดดังกล่าว </strong>แต่ก็ยังจะมีการส่งเสริมให้มีการนำพลาสติกบางชนิดกลับมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ใหม่ด้วย</p><p><strong>ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565</strong> ที่พึ่งผ่านมา ได้เห็นชอบหลักการขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการลดปริมาณการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก คาดว่าผู้ประกอบการจะเปลี่ยนมาใช้เม็ดพลาสติกชีวภาพเพื่อการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ประมาณ 10% ต่อปี หรือ 68,978 ตัน ของปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีการผลิตอยู่ในปัจจุบันจำนวน 689,785 ตัน </p><p><strong>การขยายเวลามาตรการภาษีดังกล่าว </strong>ได้กำหนดให้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพตามประเภทที่กำหนดและได้รับใบรับรองผลิตภัณฑ์ จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มาหักเป็นรายจ่ายได้เพิ่มอีก 25% สำหรับรายจ่าย ที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2567&nbsp;เชื่อว่าการขยายเวลามาตรการทางภาษีนี้ จะเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการลดใช้พลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพได้อย่างมากด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408163905759
175	ขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี พืชสมุนไพรพื้นบ้านใช้ในครัวเรือน พัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคตเกิดรายได้	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ว่า&nbsp;จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปมีจำนวนมาก&nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ซึ่งผลิตกระท่อมโดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;สำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีแล้ว&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;210,000&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;882&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศไทย&nbsp;โดยสนับสนุนรายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;รายต่อศูนย์&nbsp;ทำให้มีสมาชิก&nbsp;ศพก.&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;26,460&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;79,380&nbsp;ต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน</strong>&nbsp;มีประชาชนที่สนใจ&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;130,620&nbsp;ต้น&nbsp;พร้อมต่อยอดไปสู่การผลิตขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีเชิงพาณิชย์&nbsp;หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408201009881
176	ผู้ตรวจฯ พม. ลงพื้นที่จ.ตราดติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัด พร้อมมอบบ้านตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุ ฯ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายโชคชัย&nbsp;วิเชียรชัยยะ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคม</strong>และความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;พร้อมคณะเดินทงลงพื้นที่จังหวัดตราดเพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;โดยก่อนหน้าการติดตรวจติดตาม&nbsp;ได้เข้าพบนายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เพื่อหารือข้อราชการ&nbsp;โดยมีนางสาวจรัสพร&nbsp;ชนะศุภบวร&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีนางสาวจรัสพร&nbsp;ชนะศุภบวร&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong>&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมทั้งเป็นประธานในการมอบบ้าน&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;ตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ในพื้นที่ตำบลด่านชุมพล&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางสาวจรัสพร&nbsp;ชนะศุภบวร&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด</strong>&nbsp;พร้อมทีม&nbsp;พม.ตราด&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านชุมพล&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธิน&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408175817829
177	ผลักดันและพัฒนาโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นสู่มาตรฐานโคเนื้อสากล เพื่อรองรับการส่งออกโคเนื้อสู่ประเทศเพื่อนบ้าน	<p><strong>ที่ห้องประชุมคุวานันท์&nbsp;อาคารหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายปรีชา&nbsp;พันธ์นิกุล&nbsp;รองประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;ร่วมกันประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;และกำหนดแผนการดำเนินการในการส่งเสริมเศรษฐกิจเกษตรปศุสัตว์&nbsp;โคเนื้อขอนแก่น&nbsp;ก่อนจะมีการทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;โครงการ&nbsp;โคขุนเมืองดอกคูณ&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ไดโน่โมเดล&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;ได้มีการนำโมเดลธุรกิจเกษตรเชิงอุตสาหกรรมของ&nbsp;SWPGROUP&nbsp;หรือสุวพัชร์ฟาร์ม&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลสระแก้ว&nbsp;อำเภอเปือยน้อย&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มาเป็นโมเดลในการสร้างแหล่งผลิตโคเนื้อชั้นดี&nbsp;ที่ส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;โดยจะใช้แม่พันธุ์ของเกษตรกรร่วมกับแม่พันธุ์ของทางฟาร์มที่ผลิตมาจากพ่อพันธุ์อย่างดี&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;เลี้ยงวัวยุคใหม่&nbsp;ไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอด</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;พันธ์นิกุล&nbsp;รองประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากที่ประเทศจีนให้โควต้านำเข้าโคมีชีวิตจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;500,000&nbsp;ตัวต่อปี&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;มีนำเข้าจากประเทศไทย&nbsp;ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;จึงถือเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมเนื้อโคไทยในอาเซียน&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งที่มีองค์ความรู้ในเรื่องของการส่งออกและความรู้เรื่องการเลี้ยงดูโค&nbsp;ถือเป็นสร้างการเกษตรให้มีมูลค่าสูง&nbsp;โดยการพัฒนาภาคการเกษตรให้เป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการผลักดันเศรษฐกิจด้านการเกษตร&nbsp;ด้านปศุสัตว์โคเนื้อ&nbsp;ซึ่งมีศักยภาพในด้านธุรกิจสูง&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ยา&nbsp;และสายพันธุ์&nbsp;ไปกลางน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;การเลี้ยงแม่โค&nbsp;ลูกโค&nbsp;และนำเข้าโรงขุนให้ได้คุณภาพ&nbsp;จนถึงปลายน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;ความต้องการของผู้ซื้อ&nbsp;ทั้งผู้บริโภค&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ผู้ค้าส่ง&nbsp;ค้าปลีก&nbsp;ซึ่งล้วนต้องการสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่มีคุณภาพดี&nbsp;และยังมีโอกาสถึงตลาดต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และ&nbsp;จีน&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่รองรับการผลิตได้ทั้งหมด&nbsp;แต่สิ่งสำคัญ&nbsp;ที่จะทำให้สำเร็จ&nbsp;คือ&nbsp;ความรู้&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;ในการเพาะเลี้ยงและดูแล&nbsp;ซึ่งภาครัฐและภาควิชาการ&nbsp;จะต้องมีความพร้อมสูง&nbsp;ทั้งการหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่เลี้ยง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรจะยังไม่มีรายได้&nbsp;การหาตลาดรองรับไว้ล่วงหน้า&nbsp;ซึ่งหากทำงานประสานความร่วมมือกัน&nbsp;ก็จะประกันความสำเร็จ</p><p><strong>ด้านนายเชิดศักดิ์&nbsp;พิสวาด&nbsp;ผู้ประกอบการฟาร์มโคเนื้อ&nbsp;สุวพัชร์&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;อ.เปือยน้อย&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่</strong>า&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ตนเองได้พยายามทุ่มเทในการพัฒนาเนื้อในช่วงต้นน้ำ&nbsp;นั้นคือ&nbsp;การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์&nbsp;เพราะเราเห็นว่าการเลี้ยงโคเนื้อในช่วงต้นน้ำยังมีช่องว่างและโอกาส&nbsp;อีกทั้งหลายๆ&nbsp;คน&nbsp;ยังมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อในช่วงต้นน้ำค่อนข้างใช้เวลานาน&nbsp;ไม่คุ้มค่าต่อการรอคอย&nbsp;แต่เรามองสวนทางกับคนอื่น&nbsp;คือ&nbsp;ยิ่งไม่มีคนทำ&nbsp;พอเรามาทำมันก็กลายเป็นโอกาส&nbsp;หากทำสำเร็จที่นี่ก็จะกลายเป็นแหล่งผลิตโคเนื้อในช่วงต้นน้ำที่ดีที่สุดและมีคุณภาพที่สุด&nbsp;และกลายเป็นพื้นฐานให้กับคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ไปเลี้ยงกลางน้ำหรือปลายน้ำได้&nbsp;เพราะทุกวันนี้ตลาดโคเนื้อยังเต็มไปด้วยโอกาส&nbsp;แต่ยังมีปัจจัยและอุปสรรคค่อนข้างมาก&nbsp;เช่น&nbsp;เราจะทำอย่างไรให้เนื้อโคมีคุณภาพที่นิ่ง&nbsp;มีปริมาณที่เพียงพอ&nbsp;และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง&nbsp;สามารถสร้างมูลค่าจากการเลี้ยงวัวให้มีความแตกต่างขึ้นมาให้ได้&nbsp;ถ้าเราสร้างการเปลี่ยนแปลงของการเลี้ยงวัวให้ตอบโจทย์ตลาดโคเนื้อในบ้านเราได้&nbsp;เชื่อว่าบ้านเราจะหนีไม่ไกลคำว่าอุตสาหกรรมโคเนื้อได้อย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมให้ถูกทาง&nbsp;เพราะการเลี้ยงวัวเนื้อสามารถเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ได้&nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงโคเนื้อนั้นมีตลาดรองรับที่ชัดเจน&nbsp;เพียงแต่ว่าเราจะต้องเลี้ยงวัวที่มีคุณภาพที่ดีพอ&nbsp;และเพียงพอสำหรับความต้องการของตลาด&nbsp;โดยเป้าหมายของฟาร์มฯ&nbsp;คือ&nbsp;อยากเป็นแหล่งผลิตโคเนื้อที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค&nbsp;และเป็นความหวังให้กับเกษตรกร&nbsp;อย่างน้อยก็ได้เป็นแหล่งผลิตโคเนื้อหรืออุตสาหกรรมโคเนื้อให้กับภาคอีสาน&nbsp;เพราะเราอยากจะส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเป็นการผลักดันและพัฒนาโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;สู่การเป็นอุตสาหกรรมโคเนื้อที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;ได้มีกำหนดแผนในการพัฒนาในระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดอบรมให้กับเกษตรกรผู้สนใจการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;ให้เข้าใจและรับรู้ถึงความร่วมมือ&nbsp;การสนับสนุน&nbsp;และเตรียมความพร้อมสู่การผลิต&nbsp;การจัดสัมมนาด้านเศรษฐกิจและการตลาดของโคเนื้อ&nbsp;เพื่อให้เห็นยุทธศาสตร์ชัดเจน&nbsp;และได้รับความร่วมมือในวงกว้าง&nbsp;การจัดงาน&nbsp;ชิมเนื้อโคไทย&nbsp;ให้คนได้รับรู้ถึงคุณภาพ&nbsp;และได้สัมผัสด้วยตนเอง&nbsp;โดยจัดงานเทศกาลอาหารร่วมกับร้านอาหารในขอนแก่น&nbsp;การรวบรวมแหล่งผลิตและจำหน่าย&nbsp;เป็นทำเนียบ&nbsp;เผยแพร่&nbsp;และมอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับทั่วกัน&nbsp;และจัดกิจกรรมหาคู่ค้ากับตลาดต่างประเทศเบื้องต้น&nbsp;คือ&nbsp;เวียงจันทน์&nbsp;หนานหนิง&nbsp;ฟูเจี้ยน&nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่นมีพันธะเมืองคู่ไว้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184105863
178	จังหวัดกระบี่จัดโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบ โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำ ตำบลเขาต่อ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายพสิษฐ์&nbsp;เอี๋ยวพานิช&nbsp;</strong>รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;พร้อม&nbsp;ดร.ประยุทธ์&nbsp;ไกรปราบ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา&nbsp;เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;สำรวจ&nbsp;ออกแบบ&nbsp;โครงการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำ&nbsp;ตำบลเขาต่อ&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวินัย&nbsp;ดินแดง&nbsp;นายอำเภอปลายพระยา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม&nbsp;และมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นผู้แทนจากภาคราชการ&nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำ&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสาคร&nbsp;เกี่ยวข้อง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเขาต่อ&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายพสิษฐ์&nbsp;เอี๋ยวพานิช&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร&nbsp;และน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เนื่องด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่มีสภาพตื้นเขิน&nbsp;ขาดการอนุรักษ์ฟื้นฟูมานาน&nbsp;รวมถึงขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำที่มีศักยภาพ&nbsp;จึงเกิดโครงการนำร่อง&nbsp;งานอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;คลองบางเท่าแม่&nbsp;และคลองลาว&nbsp;ให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาต่อ&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และตำบลคลองชะอุ่น&nbsp;อำเภอพนม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;รวมถึงปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดร.ประยุทธ์&nbsp;ไกรปราบ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;กล่าว</strong>&nbsp;โครงการนำร่องนี้&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยแนวคิดของโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และฟื้นฟูแหล่งน้ำ&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;การลดรายจ่ายโดยส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงแทนการใช้ไฟฟ้า&nbsp;การส่งเสริมการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;หรือพืชมูลค่าสูงที่เหมาะสมกับสภาพดิน&nbsp;รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงน้ำตกบางเท่าแม่&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม&nbsp;มีความโดดเด่น&nbsp;และเชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เช่น&nbsp;วัดมหาธาตุวชิรมงคล&nbsp;(วัดบางโทง)&nbsp;ซึ่งจะเป็นโครงการสำคัญที่สามารถดึงความสนใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่&nbsp;และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่ให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408181152843
179	รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี แจกจ่ายกระท่อมพันธุ์ดี กว่า 2 แสนต้น ให้เกษตรกรทั่วประเทศ หวังให้เป็นพืชสมุนไพร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอนาบอน</strong>&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;<strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี<strong>&nbsp;</strong>โดยมีนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฐ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป&nbsp;จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ผลิตกระท่อมโดยการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก</p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;210,000&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;882&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&nbsp;โดยสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการพืชพันธุ์&nbsp;Doae&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้าน&nbsp;ได้รายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะหมด</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้มอบต้นกล้ากระท่อมให้กับเกษตรจังหวัด&nbsp;ตัวแทนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และตัวแทนเกษตรกร&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;และโรงเรียนอนุบาลพันธุ์พืชกระท่อม&nbsp;และร่วมปลูกต้นกระท่อมเป็นที่ระลึกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408183658862
180	ททท.สมุทรสงคราม ชวนปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร	"<p><strong>มมท.&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ชวนปลูกผักสวนครัว</strong>&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และจัดกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;และนางณัฐสุดา&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เปิดบ้านพักให้ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมแปลงผักสวนครัว&nbsp;พร้อมทั้งได้แบ่งปันผักที่ปลูกไว้&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;""ที่ว่างสร้างอาหาร""&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>โดยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ</strong>ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;มาขยายผลและต่อยอดสู่กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถนำไปทำในครัวเรือนของตนเองได้&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกหมู่บ้าน&nbsp;และทุกครัวเรือน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อให้&nbsp;ทุกครัวเรือน&nbsp;คือ&nbsp;คลังอาหาร&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์แบ่งปัน&nbsp;และเพื่อเป็นการบูรณาการกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนได้ในทุกพื้นที่&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408193737875
181	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจกกระท่อม 2 แสนต้น รับได้ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั่วประเทศ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ดร.&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;แจกจ่ายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;รวมกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนต้น&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;ผ่านศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ของกรมส่งสริมการเกษตร&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;หวังให้เป็นพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือน&nbsp;โดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน</p><p><strong>ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิต</strong>และขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก</p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;210,000&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;ต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดี</strong>ภายในชุมชน&nbsp;รายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;รายต่อศูนย์&nbsp;ทั้ง&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ทั่วประเทศไทย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;79,380&nbsp;ต้น&nbsp;สมาชิก&nbsp;ศพก.ที่ได้รับการสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;26,460&nbsp;ราย&nbsp;และสนับสนุนให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หน่วยงานราชการที่มีภารกิจ&nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรและประชาชนที่สนใจ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;130,620&nbsp;ต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้</strong>&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการพืชพันธุ์&nbsp;Doae&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้านท่าน&nbsp;รายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด&nbsp;</p><p><strong>การขยายพันธุ์พืชกระท่อมมีอยู่หลายวิธี&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;การเพาะเมล็ด&nbsp;การตอนกิ่ง&nbsp;การปักชำ&nbsp;การเสียบยอด&nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช&nbsp;โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนั้นเป็นวิธีที่ได้ต้นพันธุ์ที่ปลอดเชื้อ&nbsp;สามารถขยายเพิ่มจำนวนได้ปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น&nbsp;โดยนิยมใช้ส่วนเนื้อเยื่อเจริญของพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตายอด&nbsp;และตาข้าง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับพืชกระท่อมนั้น&nbsp;การใช้ตายอด</strong>&nbsp;ตาข้าง&nbsp;เป็นชิ้นส่วนในการเข้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;จะพบการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียค่อนข้างมาก&nbsp;กองขยายพันธุ์พืช&nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชจึงได้ทดสอบการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ&nbsp;ด้วยการนำเมล็ดกระท่อมมาฟอกฆ่าเชื้อ&nbsp;และเพาะเมล็ดบนอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;พบว่ามีการปนเปื้อนที่น้อย&nbsp;ต้นพันธุ์มีความสมบูรณ์&nbsp;สามารถคัดเลือกต้นพันธุ์ที่ดีไปขยายต่อได้&nbsp;โดยเมื่อต้นพันธุ์เจริญเติบโตได้ระยะหนึ่งจึงตัดขยายเพิ่มจำนวนจนได้ปริมาณ&nbsp;ตามที่ต้องการ&nbsp;และตัดย้ายลงในอาหารสูตรชักนำราก&nbsp;ก่อนนำไปอนุบาลจนพร้อมปลูกในสภาพธรรมชาติต่อไป&nbsp;โดยผลกลุ่ม&nbsp;1&nbsp;ผล&nbsp;จะได้ต้นพันธุ์พร้อมปลูก&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ต้น&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;และระยะอนุบาลจนพร้อมปลูก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;รวมระยะเวลาทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;เดือน</p><p><strong>สำหรับการปลูกนิยมปลูกระยะชิดเพื่อให้ได้จำนวนต้น</strong>ต่อพื้นที่ปริมาณมากร่วมกับการปลูกพืชอื่นในระยะแรกเพื่อเป็นร่มเงา&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วย&nbsp;โดยขุดหลุม&nbsp;กว้าง&nbsp;x&nbsp;ยาว&nbsp;x&nbsp;ลึก&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;&nbsp;50&nbsp;x&nbsp;50&nbsp;x&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;กรัม&nbsp;และนำดินชั้นบนผสมกับปุ๋ยหมักใส่ภายในหลุม&nbsp;คลุมโคนด้วยวัสดุคลุมดิน&nbsp;เช่น&nbsp;เศษหญ้าแห้ง&nbsp;ทะลายปาล์มเก่า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นำไม้ค้ำต้น&nbsp;ทำมุม&nbsp;45&nbsp;องศากับพื้นดินเพื่อช่วยพยุงต้น&nbsp;รดน้ำ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ลิตร/สัปดาห์ในช่วงแรกของการปลูก&nbsp;แนะนำให้ใส่ปุ๋ย&nbsp;สูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;อัตรา&nbsp;150&nbsp;กรัมต่อต้น&nbsp;และสูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;กรัมต่อต้น&nbsp;แบ่งใส่&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน&nbsp;และเพิ่มปริมาณปุ๋ยปีละประมาณร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ของปีก่อนหน้า</p><p><strong>ผู้ปลูกสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากปลูก&nbsp;1&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ปี</strong>&nbsp;โดยเก็บใบคู่ที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;นับจากยอด&nbsp;เว้นคู่ที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ไว้&nbsp;โดยจะสามารถเก็บเกี่ยวรอบต่อไปได้ในอีก&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;นับจาก&nbsp;เก็บเกี่ยวครั้งก่อนหน้า&nbsp;ซึ่งน้ำหนักสดเฉลี่ยประมาณ&nbsp;15&nbsp;กรัม/ใบ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;600&nbsp;ใบ/กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สทท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408201032884
182	สสก.5 สงขลา พัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้   จัดอบรมถ่ายทอดสดข้ามภูมิภาค	<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลไม้นับเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;ในส่วนภาคใต้&nbsp;เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญเป็นอันดับสองรองจากภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยพื้นที่ราบ&nbsp;ป่าไม้&nbsp;ภูเขา&nbsp;ขนาบด้วยท้องทะเลทั้งสองฝั่ง&nbsp;ทำให้มีลักษณะภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ที่สำคัญ&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้จัดทำ&nbsp;โครงการส่งเสริม</strong>อาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;เนื่องจากเล็งเห็นว่าไม้ผลหลายชนิด&nbsp;</p><p>เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลำไย&nbsp;มังคุด&nbsp;มะม่วง&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;ส้มโอ&nbsp;สละ&nbsp;จำปาดะ&nbsp;ล้วนแล้วแต่เป็นผลไม้ประจำท้องถิ่นหรือที่เรียกกันว่า&nbsp;อัตลักษณ์ผลไม้&nbsp;มีความสำคัญทางเศรษฐกิจตามบริบทของพื้นที่&nbsp;จึงทำให้เหมาะสมที่จะส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐาน&nbsp;เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตไม้ผล&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;โดยการสร้างเรื่องราว&nbsp;(Story)&nbsp;คุณค่า&nbsp;คุณประโยชน์&nbsp;และแหล่งที่มาที่ถูกต้องของผลไม้&nbsp;จนส่งผลให้เกิดการเพิ่มมูลค่าจากการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ที่มีคุณภาพดี&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ต่อไปในอนาคต</p><p><strong>โดยบริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจร</strong>&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐาน&nbsp;เตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออก&nbsp;ยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการรับรองคุณภาพ&nbsp;GAP&nbsp;การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย&nbsp;และสื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า&nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;ตามโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาความรู้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์กับแหล่งผลิตอื่นในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยได้คัดเลือกพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งมีการปลูกไม้ผลคุณภาพตามรูปแบบที่เกษตรกรในภาคใต้สามารถเรียนรู้และพัฒนารูปแบบการผลิตได้&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ไปยังเจ้าหน้าที่&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ซึ่งรับฟังอยู่&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;Live&nbsp;ผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;ให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วม&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;350&nbsp;คน</p><p><strong>เนื้อหาประกอบด้วย&nbsp;การบรรยายเทคนิคการผลิตมังคุดมาตรฐานส่งออก</strong>&nbsp;การพัฒนาไม้ผลอัตลักษณ์ตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดย&nbsp;นายชวิศร์&nbsp;สวัสดิสาร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครศรีธรรมราช&nbsp;และได้รับเกียรติจาก&nbsp;คุณมงคลเกียรติ&nbsp;ควรกิจ&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายสรรหาและพัฒนาสินค้าจากแหล่งผลิต&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทย&nbsp;แอ็กโกร&nbsp;เอ็กซเชนจ์&nbsp;จำกัด&nbsp;(ตลาดไท)&nbsp;บรรยายให้ความรู้เรื่องแนวโน้มการตลาดผลไม้คุณภาพสูงในประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการเสวนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดการสวนทุเรียนคุณภาพ</strong>&nbsp;พร้อมทั้งลงพื้นที่ศึกษาดูงานแปลงทุเรียนคุณภาพของนายสันติ&nbsp;สายสุวรรณ&nbsp;ซี่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทำสวนทุเรียนต่อจากรุ่นพ่อแม่&nbsp;ใช้หลักการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม&nbsp;เป็นการทำสวนแบบปราณีต&nbsp;ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยบริหารจัดการทรัพยากร&nbsp;และแรงงานในครัวเรือน&nbsp;ช่วยกันดำเนินการ&nbsp;จุดเด่นของสวนคุณสันติ&nbsp;คือ&nbsp;คุณภาพของผลผลิตที่สม่ำเสมอสามารถใช้หลักตลาดนำการผลิตได้อย่างชัดเจน&nbsp;ผลผลิตทุเรียนทุกผลในพื้นที่&nbsp;20&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;จำหน่ายหน้าสวนและลูกค้าโทรจองล่วงหน้าตั้งราคาเองโดยไม่พึ่งพาระบบตลาดทั่วไป</p><p><strong>คาดว่าผลจากการสัมมนาครั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรจะนำความรู้</strong>ที่ได้ไปพัฒนาการผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;และขยายผลองค์ความรู้ไปยังเกษตรกรรายอื่นของภาคใต้&nbsp;ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลไม้ผลในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนี้&nbsp;โดยจะให้ผลผลิตต่อเนื่องจากภาคตะวันออก&nbsp;และได้ศึกษาเรียนรู้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานภายใต้สถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;และในขณะนี้ภาคใต้มีฝนและมรสุมเป็นบางช่วงทำให้ไม้ผลที่กำลังติดดอก&nbsp;อาจจะมีการร่วงไปต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยได้วางแผนการบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องและการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรกับพ่อค้าผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเตรียมบริการจัดการสถานการณ์ผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาดในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;นายอนุชา&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-04T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สทท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408202544900
183	กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง	"<p class=""ql-align-justify""><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง</strong></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นและมีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ฝนลดลง แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย 75 มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่ 70 มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 25,818 ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 20,058 ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>"	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409083552959
184	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง 5 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง 3 พื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดง&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.สุเทพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;,&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;โดยบางพื้นที่สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ริมถนนพุทธมณฑล&nbsp;1&nbsp;เขตตลิ่งชัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;โดยบางพื้นที่สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409090247961
185	องค์การสวนสัตว์ ชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย เที่ยวช่วงสงกรานต์ในสวนสัตว์ 6 แห่ง และโครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ ช่วงวันที่ 13  17 เม.ย.นี้	<p><strong>องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;(อสส.)&nbsp;ชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย&nbsp;เที่ยวช่วงสงกรานต์ในสวนสัตว์&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวถึงการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ปีนี้ว่า&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จะจัดกิจกรรมปีใหม่ไทยในสวนสัตว์&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;และมาตรการเว้นระยะห่างส่วนบุคคล&nbsp;โดยให้สวนสัตว์แต่ละแห่งเน้นกิจกรรมประเพณีทางวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;คือ&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;จัดกิจกรรมชวนสวมใส่ผ้าไทยลายดอกฉลองสงกรานต์ทำบุญ&nbsp;สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Khao&nbsp;Kheow&nbsp;Night&nbsp;Zoo&nbsp;ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&nbsp;จัดกิจกรรมชวนร่วมสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม&nbsp;ม่วนจ๋ายปีใหม่เมือง&nbsp;ชม&nbsp;Mini&nbsp;Zoo&nbsp;ชมความน่ารักลูกสัตว์นานาชนิด&nbsp;กิจกรรมสรงน้ำพระ&nbsp;ขนทราย&nbsp;และประกวดก่อกองทรายรูปสัตว์บริเวณวัดกู่เขาดิน&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;จัดกิจกรรมลานบุญเสริมสิริมงคล&nbsp;ชมการแสดงความสามารถสัตว์นานาชนิดและแมวน้ำแสนรู้&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์สงขลา&nbsp;จัดกิจกรรมเที่ยวชมประเพณีไทยโบราณและร่วมทำบุญสงกรานต์ดูแลสัตว์ป่านานาชนิดเพื่อเสริมสิริมงคล&nbsp;ชมขบวนแห่และสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ร่วมทำบุญ&nbsp;12&nbsp;นักษัตร&nbsp;และการบริการให้อาหารสัตว์ในโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์อุบลราชธานี&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ลานบุญ&nbsp;ตุ้มโฮม&nbsp;ฮักแพง&nbsp;อีสานบ้านเฮา&nbsp;เพื่อเสริมสิริมงคล&nbsp;การป้อนอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับช่วงระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;จัดกิจกรรมสงกรานต์อีสาน&nbsp;ม่วนซื่น&nbsp;อิ่มบุญ&nbsp;อิ่มใจ&nbsp;ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยไว้พระขอพร&nbsp;สรงน้ำพระพุทธศิลามณี&nbsp;ชมส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกา&nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดกิจกรรมร่วมโอบกอดช้างและสัมผัสธรรมชาติในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ไหว้พระขอพรองค์พระครูปะกำที่ใหญ่ที่สุดในโลก&nbsp;นั่งช้างชมไพรพาช้างอาบน้ำบริเวณลำน้ำชี&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมสร้างความสุขและสนุกสนาน&nbsp;เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย&nbsp;โดยแต่ละแห่งมีรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างกันตามเอกลักษณ์ของสวนสัตว์</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409105519976
186	สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เผย ฝุ่นควันข้ามแดนส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศเชียงใหม่ ไปจนถึงวันที่ 10 เม.ย. 65	<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;ชี้แจง&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศ</strong>ของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ในระยะนี้จะสูงเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากฝุ่นควันข้ามแดน&nbsp;นางดวงใจ&nbsp;ดวงทิพย์&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนแนวโน้มค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;มีค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีผลโดยตรงกับพื้นที่&nbsp;ในภาพรวมของภาคเหนือ</strong>ทั้งจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;ลำพูน&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากว่ามีจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;เกิดขึ้นเกือบ&nbsp;8,000&nbsp;จุด&nbsp;ทิศทางลมในระดับ&nbsp;25,000&nbsp;ฟุตขึ้นไป&nbsp;นำพาฝุ่นควันขนาดเล็กเข้ามาในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>จากการที่ได้ประเมินสถานการณ์ฝุ่นกลุ่มนี้</strong>จะเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนืออย่างแน่นอน&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;เนื่องจากทิศทางลมพัดสอบจากทางทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก&nbsp;อย่างไรก็ตามในวันที่&nbsp;8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;มีเมฆมากไม่สามารถถ่ายภาพจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;ในพื้นที่ได้ชัด&nbsp;ภาพที่ถ่ายได้ดูเหมือนมีน้อย&nbsp;แต่ความจริงแล้วในพื้นที่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ยังมีจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;รวมทั้งกลุ่มควันที่ลมพัดพาเข้ามาทำให้คุณภาพอากาศมีค่าเกินมาตรฐาน&nbsp;และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเพิ่มสูงขึ้นไป&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;จากนั้นคุณภาพอากาศก็จะดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประเด็นของฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ช่วงหนึ่ง</strong>ถึงสองวันก่อน&nbsp;ก็ช่วยลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในอากาศได้บ้าง&nbsp;แต่เป็นช่วงสั้นๆ&nbsp;แค่&nbsp;&nbsp;24&nbsp;&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่เนื่องจากฝุ่นสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;พอเคลื่อนตัวเข้ามาก็จะเข้ามาแทนที่ทันที&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ก็จะเพิ่มขึ้นได้เหมือนเดิม&nbsp;&nbsp;ระยะเวลาที่ฝนตกทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้นได้อย่างมากไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงช่วงที่มีฝน&nbsp;และพื้นที่ได้รับผลจากฝนก็แค่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</strong>&nbsp;ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนใช้ร่วมกันรายงานจำนวนจุดความร้อน&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;รายประเทศ&nbsp;ระบุว่า&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จำนวน&nbsp;7,859&nbsp;จุด&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;จำนวน&nbsp;4,349&nbsp;จุด&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;431&nbsp;จุด&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;กัมพูชา&nbsp;จำนวน&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;และมาเลเซีย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409103225974
187	เตรียมต่อยอด ผลิต-ขยาย พืชกระท่อมพันธุ์ดี ทางเลือกใหม่ ให้เกษตรกร จ.ยะลา	<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเกษตรกรเป้าหมายในพื้นจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เข้าร่วมงาน&nbsp;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวพืชกระท่อมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบต้นกระท่อมพันธุ์ดีให้กับเกษตรจังหวัดและเกษตรกรเป้าหมายตามโครงการดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายรับทราบ&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชกระท่อมเป็นพืชสมุนไพรประจำครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการเรียนรู้/ทดสอบการผลิตและขยายพันธุ์พืชกระท่อมในชุมชน&nbsp;ให้พร้อมสำหรับการต่อยอดการผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีในเชิงพาณิชย์&nbsp;หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409114252995
188	เกษตรลำปาง มุ่งยกระดับตลาดเกษตรกร เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่ของจังหวัดและภาคเหนือ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;และคณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จัดพิธีมอบใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;และใบรับรองระยะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;อันจะทำให้ศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานของจังหวัดลำปาง&nbsp;และทำให้ประชาชนได้มีสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อบริโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;แก้วอ่อน&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;ให้จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ดำเนินการโครงการตลาดเกษตรกร&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ก่อสร้างศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และเป็นแหล่งจำหน่ายหลักสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัยและได้มาตรฐาน&nbsp;พัฒนาเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรให้มีศักยภาพในด้านการผลิต&nbsp;ด้านการแปรรูป&nbsp;ด้านการบรรจุภัณฑ์&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;พัฒนายกระดับให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร&nbsp;รวมถึงเพื่อสร้างเครือข่ายด้านการผลิตและเชื่อมโยงการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;โดยก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2562&nbsp;ใช้งบประมาณในก่อสร้าง&nbsp;13,050,000&nbsp;บาท&nbsp;และเริ่มเปิดจำหน่ายสินค้าวันแรก&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2562&nbsp;นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ที่คณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ได้ดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้ได้การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ให้การยอมรับในระดับประเทศ&nbsp;โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;มกอช.&nbsp;ให้การยอมรับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;หรือ&nbsp;PGS&nbsp;ของเครือข่ายมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย&nbsp;หรือ&nbsp;TOAF</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายธีระพงษ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ประธานในพิธีมอบใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;และใบรับรองระยะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการดำเนินงานของคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ที่ได้ผลักดันเกษตรกรที่เข้ามาจำหน่ายสินค้าในศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นเกษตรกรที่ผลิตสินค้าปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;อันจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดลำปาง&nbsp;และส่งเสริมให้ศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เป็นสถานที่ที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์แห่งใหญ่ของจังหวัดลำปาง</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409123254014
189	อบต.ปาล์มพัฒนา นำทีมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา เตรียมซ่อมบำรุงสถานที่รองรับการการเปิดภาคเรียนในอนาคต	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายภาณุ&nbsp;เพ็ชรประดับ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสุรินทร์&nbsp;ปรีดาพาก&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;,&nbsp;นายอนันต์&nbsp;วารีคาม&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนงานและเจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนา&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนาที่เกิดความเสียหายชำรุดจากการใช้งานรวม&nbsp;6&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อจะเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมให้มีสภาพปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยจากการลงพื้นที่พบว่า</strong>&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดเกิดการชำรุดมากบ้าง&nbsp;น้อยบ้าง&nbsp;เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และบางส่วนได้รับผลจากภัยธรรมชาติ&nbsp;หลังคารั่วเสียหาย&nbsp;ฝ้าเพดานมีร่องรอยน้ำฝนที่รั่วจากหลังคา&nbsp;หน้าต่างชำรุดมีสภาพผุพัง&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ซักถามถึงสภาพพื้นที่และปัญหาที่เกิดขึ้นจากคณะครูศูนย์เด็กเล็ก&nbsp;โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ได้เปิดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจดังกล่าว</strong>&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนา&nbsp;จะประชุมหารือเพื่อกำหนดการซ่อมแซมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่งและการดำเนินการส่วนที่เร่งด่วนเรื่องอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่ให้สามารถรองรับการเปิดภาคเรียนได้ในอนาคต</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409140029033
190	เกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.นี้เป็นต้นไป	<p><strong>เกาะโลซิน&nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว&nbsp;จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้คงความสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ได้ออกประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน&nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;แล้วเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป&nbsp;หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;เนื่องจากเกาะโลซินเป็นพื้นที่มีความสำคัญและเปราะบางมาก&nbsp;นับเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจากพื้นที่เกาะกระ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ที่ประกาศเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;เช่นกัน&nbsp;ซึ่งกลางปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาได้รับบทเรียนกรณีพบอวนประมงขนาดใหญ่ขาดติดบริเวณแนวปะการังตรงเกาะโลซิน&nbsp;รวมน้ำหนักกว่า&nbsp;800&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ปกคลุมแนวปะการังกว่า&nbsp;2,750&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า&nbsp;550&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;จนเกิดปะการังฟอกขาวและปะการังซีดจางบางส่วน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เร่งรัดให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ดำเนินการประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญแห่งอื่นๆต่อไป&nbsp;สิ่งสำคัญต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย&nbsp;สำหรับมาตรการทางกฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการกำกับและบังคับใช้เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในช่วงระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;แต่จิตสำนึกและความร่วมมือของทุกคนเป็นหัวใจสำคัญทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่โดยรอบเกาะโลซินพบปะการังหลากหลายชนิด&nbsp;ทั้งปะการังแข็ง&nbsp;ปะการังอ่อน&nbsp;และกัลปังหา&nbsp;ที่เป็นแหล่งอาศัยของฉลามวาฬ&nbsp;และปลาน้อยใหญ่อีกกว่า&nbsp;116&nbsp;ชนิด&nbsp;และหอยกว่า&nbsp;54&nbsp;ชนิด&nbsp;โดยกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดบริเวณพื้นที่บังคับไว้&nbsp;2&nbsp;บริเวณ&nbsp;กำหนดกิจกรรมที่ห้ามดำเนินการแตกต่างกัน&nbsp;คือ&nbsp;บริเวณที่&nbsp;1&nbsp;แผ่นดินบนเกาะโลซินและพื้นที่ทะเลรอบเกาะเนื้อที่ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ระยะทางห่างรอบเกาะจากฝั่งประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;ห้ามก่อมลพิษ&nbsp;ห้ามกระทำความเสียหายต่อปะการัง&nbsp;สัตว์น้ำ&nbsp;ซากปะการัง&nbsp;กัลปังหา&nbsp;ห้ามทอดสมอเรือ&nbsp;ห้ามประกอบการประมง&nbsp;ห้ามก่อสร้าง&nbsp;ห้ามนำสัตว์หรือพืชจากที่อื่นเข้าไปในบริเวณ&nbsp;และห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่&nbsp;และบริเวณที่&nbsp;2&nbsp;เป็นพื้นที่ในทะเล&nbsp;ห่างจากเกาะประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เนื้อที่รวมประมาณ&nbsp;143&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ห้ามก่อมลพิษ&nbsp;ห้ามกระทำการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง&nbsp;สัตว์ทะเล&nbsp;และซากปะการัง&nbsp;ห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่&nbsp;ห้ามถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำ&nbsp;และทำประมงยกเว้นการใช้เบ็ดมือ&nbsp;ส่วนกิจกรรมอื่นๆอย่างการดำน้ำและการท่องเที่ยว&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;จะกำหนดแนวทาง&nbsp;มาตรการ&nbsp;และแผนการบริหารจัดการในพื้นที่ต่อไป&nbsp;แล้วจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนชายฝั่งร่วมดำเนินการตามมาตรการที่ได้บังคับด้วย</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409141911041
191	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 10,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงกว่า&nbsp;10,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;259&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;114&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;41&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุดรธานี&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และยโสธร&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่ภาคกลางและกระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนภาคเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในบางพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,206&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,455&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,685&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ค่อยข้างสูง&nbsp;โดยเฉพาะหลายจังหวัดทางตอนบนของประเทศที่มีค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ไปจนถึงระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;10,167&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,935&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;1,150&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409145518042
192	ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบกรมชลประทาน ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนวัดดินดอน&nbsp;ตำบลท่าดี&nbsp;อำเภอลานสกา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งคลองท่าดีเป็นคลองธรรมชาติ&nbsp;ที่ได้ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน&nbsp;มีความยาวคลอง&nbsp;38.323&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงตัดผ่านพื้นที่การเกษตรหลายพื้นที่ซึ่งในฤดูน้ำหลากคลองท่าดีมีปริมาณน้ำจำนวนมาก&nbsp;ก่อให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งทั้งสองฝั่ง&nbsp;ทำให้พื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าดี&nbsp;อำเภอลานสกา&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โดยกรมชลประทาน&nbsp;พิจารณาจัดทำโครงการอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือราษฎรและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำกัดเซาะแนวตลิ่งจนพังเสียหาย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จากการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศในพื้นที่</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และตรวจสอบผลการคำนวณทางด้านวิศวกรรม&nbsp;พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เห็นสมควรให้ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;250&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถป้องกันตลิ่งบริเวณแนวคลองท่าดีได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตามโครงการอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี&nbsp;บ้านวัดสมอ&nbsp;ตำบลกำโลน&nbsp;อำเภอลานสกา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ที่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นจากการถูกน้ำกัดเซาะ&nbsp;จึงมีโครงการก่อสร้าง&nbsp;อาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำประชารัฐ&nbsp;โดยได้บรรจุแผนงานป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำเข้าไปด้วย&nbsp;และนำโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำคลองท่าดี&nbsp;บ้านวัดสมอ&nbsp;เข้าอยู่ในแผนด้วย&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งจากน้ำหลากบริเวณบ้านวัดสมอในช่วงฤดูน้ำหลากและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้ง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409210911136
193	ศกพ. เฝ้าระวังค่าฝุ่น PM  2.5 สูงเกินมาตรฐานในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลถึงวันที่ 11 เม.ย.นี้ จากสภาพอากาศปิดและผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน	<p><strong>ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;เฝ้าระวังค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินมาตรฐานในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;จากสภาพอากาศปิดและผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;หลังพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นและจากแหล่งกำเนิด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;สาเหตุเกิดจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ที่กระจายตัวในประเทศและประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;คือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;สภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่&nbsp;สภาพอากาศที่นิ่ง&nbsp;และลมอ่อน&nbsp;อาจส่งผลให้ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ช่วงวันนี้ถึง&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;จากสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่&nbsp;สภาพอากาศที่นิ่ง&nbsp;และการยกตัวของอากาศต่ำ&nbsp;หากจุดความร้อนมีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ค่าฝุ่นสูงขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;ค่าฝุ่นจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;งดกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;แล้วสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409161038059
194	ก.ทรัพย์ ทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์ จ.สกลนคร เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี	<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม?&nbsp;ได้ลงพื้นที่ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;บริเวณบ้านโนนเจริญศิลป์&nbsp;ต.หนองแวงใต้&nbsp;อ.วานรนิวาส&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ซึ่งโครงการนี้เกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปแบบขนาดใหญ่&nbsp;เพื่อใช้น้ำบาดาลประกอบอาชีพการเกษตรกรรมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงด้านแหล่งน้ำเพื่อการผลิตภาคการเกษตรให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูกาล&nbsp;ควบคู่กับ&nbsp;แก้ปัญหาความยากจน&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถการผลิต&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;มีน้ำใต้ดินที่มีศักยภาพ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำกินน้ำใช้&nbsp;การเกษตร&nbsp;และสร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์แห่งนี้&nbsp;พบมีเกษตรกรได้รับประโยชน์&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กว่า&nbsp;519&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนใหญ่ใช้น้ำบาดาลเพาะปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วย&nbsp;ฝรั่งกิมจู&nbsp;ฟักทอง&nbsp;หญ้าเนเปียร์&nbsp;โดยโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี้ประกอบด้วยบ่อน้ำบาดาลที่มีระดับความลึก&nbsp;62&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;บ่อ&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;3&nbsp;แรงม้า&nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;4,800&nbsp;วัตต์&nbsp;และเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด&nbsp;8&nbsp;กิโลวัตต์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ชุด&nbsp;แต่ละบ่อให้ปริมาณน้ำ&nbsp;24&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง&nbsp;พร้อมถังเหล็กเก็บน้ำ&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;120&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;และ&nbsp;ท่อกระจายน้ำ&nbsp;ความยาวรวม&nbsp;3,200&nbsp;เมตร</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409164706062
195	รองผู้ว่าฯ ยโสธร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตและเห็นชอบแผนงานซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409165658065
196	วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพง ภาคปศุสัตว์พัง ยกเลิกมาตรการไปไม่สุด	<p>พิษของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ทั่วโลกขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตอาหาร อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี เรฟซีดออยล์ นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังประกาศห้ามส่งออกสินค้าธัญพืชดังกล่าว ตามด้วยบราซิล อีกหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกประกาศเก็บภาษีส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ดังกล่าวเช่นกัน สำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระหว่างที่สงครามยังไม่สงบ ไม่ต่างกับภาคปศุสัตว์ไทยเจรจากันมากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ข้อสรุปที่ได้มา คือ เปิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เสรี แบบมีเงื่อนไข</p><p><br></p><p>เงื่อนไขที่ว่า คือ นำเข้าข้าวโพดจากประเทศใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ที่ภาษี 0% แต่จะต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 และไม่เกินปริมาณที่รัฐบาลกำหนด คือ 1.5 ล้านตัน เท่ากับผู้นำเข้ามีเวลาประมาณ 3 เดือน ในการนำเข้าให้เสร็จสิ้น นับว่าเฉียดฉิวกับสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ว่ากันว่าเหลือผลิตได้อีก 2 เดือน ขออวยพรให้หาแหล่งนำเข้าได้และดำเนินการได้ทันตามระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด เพราะกว่าเงื่อนไขการนำเข้าฉบับสมบูรณ์จะออกมาคงกินเวลาอีกไม่น้อยกว่า 15 วัน พิจารณาแล้วเวลาที่เหลือไม่น่าจะนำเข้าได้ในปริมาณที่ต้องการ</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญอีก 1 ชนิด ที่ยังไม่มีบทสรุปในการยกเลิกมาตรการภาษี คือ กากถั่วเหลือง รัฐไปไม่สุดหยุดภาษีนำเข้าไว้ที่ 2% เก็บไว้เป็นกุศโลบายถ่วงดุล</p><p><br></p><p>ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขาดแคลนและแพงจนยากจะเข้าถึง โดยราคาเฉลี่ยปรับสูงขึ้นไปถึง 13 บาท/กก. เมื่อเทียบกับราคาประกันขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด 8.50 บาท/กก. ถือว่าเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลี ราคาปรับขึ้นไปเป็น 13 บาท/กก. เท่ากับข้าวโพด ทั้งที่ราคาเมื่อเดือนธันวาคม 2564 อยู่ที่ 8.91 บาท/กก. จึงไม่จูงใจให้นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์เพื่อแก้ปัญหาข้าวโพดขาดแคลนอีกต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารชั้นนำระดับโลก กำลังแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและมีราคาสูง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงที่ผลผลิตในประเทศมีเพียง 5 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการอยู่ที่ 8 ล้านตัน ต้องมีการนำเข้าทดแทนส่วนที่ขาด 3 ล้านตัน/ปี ซึ่งเป็นการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา เป็นหลักประมาณปีละ 1.5-1.8 ล้านตัน แต่หนทางการนำเข้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขไว้หลายชั้นทั้งสัดส่วนการนำเข้าและภาษีนำเข้า เป็นเกราะป้องกันเกษตรกรชาวไร่ในประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>การพิจารณาใช้มาตรการทางภาษีและโควต้านำเข้านั้นเหมาะกับสถานการณ์ปกติ แต่สถานการณ์ขาดแคลนและราคาแพงในปัจจุบันอยู่ในภาวะไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไข ให้อุปทาน (Supply) หล่อเลี้ยงห่วงโซ่การผลิตอย่างเพียงพอและราคาไม่สูงจนเกินไป และเมื่อผลิตเป็นสินค้าออกมาต้องอนุญาตให้ปรับราคาได้ตามสมควร หากขาดปัจจัยเหล่านี้เกษตรกรจะขาดความมั่นใจในการลงทุน</p><p><br></p><p>เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 กระทรวงพาณิชย์ประกาศยกเลิกมาตรการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลกำหนดให้มีการนำเข้าในแต่ละปี เพื่อไม่ให้กระทบกับผลผลิตในประเทศที่จะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกันยายน การให้นำเข้าครั้งนี้เปรียบเสมือนการอนุญาตเชิงสัญลักษณ์มากกว่า&nbsp;</p><p><br></p><p>ตอนนี้ งานหลักของกรมปศุสัตว์อีกหนึ่งงาน คือ การตรวจสอบจับกุมโรงงานผลิตอาหารสัตว์เถื่อนและการลักลอบนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต นับเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีโอกาสได้อาหารสัตว์ไม่มีคุณภาพ สัตว์ไม่โตตามวัย จนต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นซึ่งมีผลต่อต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้น การแก้ปัญหาของรัฐครั้งนี้จึงไม่น่าตอบโจทย์และล่าช้าเกินไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัญหาการขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจึงยังคาราคาซัง หาที่ร่อนลงแบบนุ่มนวลไม่ได้ (soft landing) สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ ย้ำว่าสต๊อกข้าวโพดสมาชิกที่มีอยู่จะผลิตอาหารสัตว์ได้อีกประมาณ 2 เดือน หากยังไม่สามารถนำเข้าได้ในเร็ววันนี้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์อาจจะต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ห่วงโซ่การผลิตภาคปศุสัตว์จะหยุดชะงัก ความเดือดร้อนจะบังเกิดกับผู้บริโภคที่ต้องเผชิญของขาดของแพงอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>แทนขวัญ มั่นธรรมะ</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409165931067
197	สว. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างฝายยาง พร้อมเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนอินทผลัม คุณไข่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลพุเตย&nbsp;ตำบลพุเตย&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ตอนล่าง)&nbsp;นำโดยพลอากาศเอก&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;กลั่นเสนาะ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ผู้แทนผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และนายปกรณ์&nbsp;ตั้งใจตรง&nbsp;นายอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;เข้าร่วมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างฝายยาง&nbsp;บ้านพุเตย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลพุเตย&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;โดยมีนางจินตนา&nbsp;ทองใจสด&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย&nbsp;นำเสนอข้อมูลโครงการก่อสร้างฝายยาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการก่อสร้างฝายยางขณะนี้อยู่ในระหว่างการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำ&nbsp;ลำน้ำป่าสัก&nbsp;</strong>และได้มีการบรรจุเข้าแผนงานในการดำเนินการก่อสร้างได้ในปี&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งหากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอศรีเทพ&nbsp;และอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;โดยขนาดของฝายยางดังกล่าว&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;220,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งจากการรับฟังและข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เป็นไปในทิศทางที่ดี&nbsp;เนื่องจากโครงการก่อสร้างฝายยางดังกล่าว&nbsp;เอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมากในการบรรเทาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ตัวแทนภาคประชาชนได้ให้ข้อมูลข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับอ้อย</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การขนส่งอ้อยของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่อยู่ไกลจากโรงหีบอ้อย&nbsp;การขาดแคลนแรงงานทำไร่อ้อย&nbsp;ประเด็นเรื่องการขอจัดทำโครงการของท้องถิ่น&nbsp;ที่ไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากอยู่ในพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;และประเด็นเรื่องการขอให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดไม่เผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นพิษ&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เช่น&nbsp;เดียวกับฤดูหีบปี&nbsp;2563/64&nbsp;ซึ่งจะต้องหาแหล่งทุนสนับสนุน&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลอากาศเอก&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;กลั่นเสนาะ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนอินทผลัม&nbsp;คุณไข่&nbsp;บ้านโคกหนองแจง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสระประดู่&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร&nbsp;โดยศูนย์ฯ&nbsp;ดังกล่าวได้มีการนำหัวใจสำคัญของการพัฒนามาใช้บริหารจัดการศูนย์&nbsp;อาทิ&nbsp;การวางแผนบริหารจัดการน้ำตามระบบการรดน้ำของประเทศอิสราเอล&nbsp;นำความรู้การใช้เทคโนโลยีในการให้น้ำอินทผลัม&nbsp;เพิ่มการระบายอากาศและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ&nbsp;การใช้เครื่องจักรอันทันสมัยเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน&nbsp;ใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำขึ้นเองและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;คิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;มาใช้ในการให้บริการลูกค้าให้ได้รับความประทับใจ&nbsp;และนำส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของต้นอินทผลัมกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็น&nbsp;Zero&nbsp;Waste&nbsp;ตลอดทั้งได้มีการขยายผลโดยใช้ศูนย์ฯ&nbsp;เป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;และฝึกงานของนักเรียน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และบุคคลทั่วไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยทางศูนย์ได้มีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการด้วย</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ขอรับการสนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมให้อินทผลัมเป็นพืช&nbsp;ที่สามารถส่งออกได้&nbsp;การขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยคณะกรรมการฯ&nbsp;จะนำข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ไปดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409171207070
198	รมว.ทส.ลงพื้นที่นครพนม ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลให้เกษตรกรแปลงใหญ่ตำบลบ้านค้อ	<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่บ้านห้วยไหพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;17&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;เพื่อส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;รูปแบบที่&nbsp;2&nbsp;งบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;(งบเงินกู้)&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ตำบลบ้านค้อได้ใช้งาน&nbsp;ตามแนวทางการเพิ่มศักยภาพการผลิตภาคเกษตรกรรมไทย&nbsp;สร้างแนวทางช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกร&nbsp;ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้มีความมั่นคง&nbsp;โดยมุ่งพื้นที่เป้าหมายเป็นเกษตรกรชุมชนนอกเขตชลประทานและพื้นที่หาน้ำยาก&nbsp;เพราะต้องการที่จะช่วยเหลือประชาชนให้ได้ครอบคลุมมากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;ดำเนินการเจาะบ่อบาดาล&nbsp;รวมถึงติดตั้งระบบสูบน้ำและส่งน้ำจนแล้วเสร็จ&nbsp;โดยมีนายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ต้องถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง&nbsp;ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้ทรงมีพระราชดำริพระราชทานแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำ&nbsp;เพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับพสกนิกรชาวไทยโดยการใช้น้ำบาดาล&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงเป็นนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>บูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี&nbsp;มีความสุข&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำกินน้ำใช้&nbsp;หรือน้ำเพื่อการเกษตรก็ตาม&nbsp;ซึ่งในวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาดำเนินการตามพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ซึ่งในจังหวัดนครพนมและในภาคอีสานนั้น</strong>&nbsp;ยังมีศักยภาพน้ำอย่างมหาศาลในหลายๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;อย่างในอำเภอโพนสวรรค์แห่งนี้เจาะลงไปเพียง&nbsp;60&nbsp;กว่าเมตร&nbsp;หรือบางบ่อ&nbsp;50&nbsp;กว่าเมตรก็เจอน้ำแล้ว&nbsp;เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากน้ำนี้&nbsp;ขอให้ใช้อย่างประหยัดเพราะน้ำบาดาลไม่ใช่ว่าใช้แล้วไม่มีวันหมด&nbsp;จึงอยากให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์มากที่สุดในการใช้น้ำบาดาล&nbsp;เพื่อการพัฒนาไม่ว่าจะเป็น&nbsp;เศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p><strong>และด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;มีเข้ามา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะน้ำบาดาล&nbsp;ที่ลึกขึ้น&nbsp;หรือการสำรวจการขุดเจาะที่แม่นยำขึ้น&nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถ&nbsp;แก้ปัญหาน้ำอุปโภคเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตรได้อีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครพนมและในประเทศ&nbsp;สำหรับโครงการที่เดินทางมามอบในวันนี้เป็นการขุดบ่อบาดาลที่มีขนาดความลึก&nbsp;56&nbsp;-&nbsp;62&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;5.5&nbsp;แรงม้า&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;4,800&nbsp;วัตต์&nbsp;พร้อมเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด&nbsp;8&nbsp;กิโลวัตต์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;ถังเก็บน้ำขนาดความจุ&nbsp;120&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;และท่อกระจายน้ำความยาวรวม&nbsp;2,400&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p><strong>โดยภายหลังการส่งมอบในวันนี้&nbsp;</strong>กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเข้ามาดูแลบำรุงรักษา&nbsp;รวมถึงถ่ายทอดความรู้&nbsp;เทคนิควิธีการใช้งานให้กับกลุ่มเกษตรกรเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จากนั้นจะมีการส่งมอบต่อให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อเพื่อรับผิดชอบต่อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409201422117
199	ผู้ว่าฯลำพูน พร้อม แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร บ้านป่าดำ อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านป่าเบาะ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน	<p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;และคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ชุมชนบ้านป่าดำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.บ้านโฮ่ง&nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;โดยมีการนำเสนอข้อมูล&nbsp;ผลการดำเนินงานของชุมชน&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ตรวจประเมินการดำเนินการของสมาชิก&nbsp;และคนในชุมชนที่ได้&nbsp;ปลูกผักในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ให้แก่ตนเอง&nbsp;และครอบครัว&nbsp;ได้&nbsp;โดยมีนายอำเภอในพื้นที่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;บ้านป่าเบาะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลแม่แรง</strong>&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อลด&nbsp;รายจ่ายในครัวเรือนอยู่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และส่งเสริมให้คนในชุมชนรู้จักการคัดแยกขยะ&nbsp;นอกจากนั้นหมู่บ้าน&nbsp;ป่าเบาะยังรณรงค์ให้คนในชุมชนรู้จักใช้วัสดุตามธรรมชาติแทนการใช้โฟม&nbsp;พลาสติก&nbsp;เศษอาหารรวบรวม&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ใช้ถุงผ้า&nbsp;หรือตะกร้าไปจ่ายตลาด&nbsp;กินผักที่ปลูก&nbsp;ปลูกผักที่กิน&nbsp;อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชน&nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในการนี้ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อให้คนในชุมชนใช้พื้นที่ว่างเปล่าในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p><p><strong>โดยการสร้างแหล่งอาหารของ&nbsp;คนในชุมชน&nbsp;ด้วยการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ</strong>&nbsp;ผักอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค&nbsp;และเป็นจุดนัดพบของคนสามวัย&nbsp;ให้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์&nbsp;ทั้งเป็นการสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรม&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง&nbsp;แก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน</p><p><strong>และสำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและตรวจประเมินผล</strong>การดำเนินการในแต่ละชุมชนที่เข้าร่วม&nbsp;เพื่อให้ผลการดำเนินงานได้ตรงตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางส่วนของคณะกรรมการ&nbsp;ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติม&nbsp;ในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง&nbsp;และพร้อมสนับสนุน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;เพื่อให้คนในชุมชน&nbsp;มาร่วมกัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;พืชกินได้ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดภาระ&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;และมีความมั่นคงทางอาหารแก่ตนเอง&nbsp;ครอบครัวและชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409204258130
200	รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก ที่นครศรีธรรมราช ........ระบุพร้อมผักดันจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางยางพารา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ที่การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง</strong>&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;นางสาวพิมพ์ภัทรา&nbsp;วิชัยกุล&nbsp;นายประกอบ&nbsp;รัตนพันธ์&nbsp;สส.นครศรีธรรมราช&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ร่วมในพิธีเปิดงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่&nbsp;ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กล่าวถึง</strong>&nbsp;นวัตกรรมยางพาราไทย&nbsp;กับเศรษฐกิจยุคใหม่&nbsp;ว่า&nbsp;ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่ครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพารา&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็น&nbsp;อันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลกในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;กว่า&nbsp;6.65&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;แต่การที่จะทำให้ประเทศไทยยืนหนึ่งเรื่องยางพาราในเวทีโลกได้&nbsp;จำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กยท.&nbsp;มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;โดยใช้พื้นที่&nbsp;กว่า&nbsp;40000&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;ต.กรุงหยัน&nbsp;อ.ทุ่งใหญ่&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;เป็น&nbsp;Rubber&nbsp;Innovation&nbsp;หรือ&nbsp;อาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านแหล่งข้อมูล&nbsp;เรียนรู้การผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การส่งออก&nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษา&nbsp;ค้นคว้า&nbsp;วิจัย&nbsp;นวัตกรรมด้านยางพารา&nbsp;รวมถึงรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;SEC&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระนอง&nbsp;ชุมพร&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่มุ่งเน้นพัฒนาไปสู่การเป็น&nbsp;ประตูเศรษฐกิจแห่งภูมิภาค&nbsp;ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก</strong>&nbsp;กยท.&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อ.ช้างกลาง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;การวิจัย&nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราใน&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;และ&nbsp;เพื่อเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ&nbsp;แสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ขณะที่&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประกาศผักดันจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นศูนย์กลางยางพารา&nbsp;โดยภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์แห่งประเทศไทย&nbsp;และการประกวดยางแผนดิบคุณภาพ&nbsp;การแสดงนำเสนอการวิจัยและการต่อยอดพัฒนายางพารา&nbsp;รวมถึงเป็นเวทีเจรจาธุรกิจแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าในตลาดยางพารา.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พรรณี&nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&nbsp;/บุณณดา&nbsp;ภัทรธันยพงศ์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-04T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410082152163
201	"รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก"" โชว์ศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก""&nbsp;จัดโดยการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กยท.&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายไกรศร&nbsp;วิศิษฐ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;เกษตรกรและประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมที่สนามการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโต&nbsp;และรัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงยางพารา&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;พร้อมกับมอบหมายภารกิจให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ออกนโยบายและมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้ดีขึ้น&nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;โดยเศรษฐกิจไทย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;แม้ภาพรวมจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;แต่ภาคการเกษตรจะเห็นว่ามีการฟื้นตัวต่อเนื่อง&nbsp;โดยรายได้เกษตรกรจากพืชเศรษฐกิจ&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;อ้อย&nbsp;และข้าว&nbsp;มีมูลค่ารวมกันที่&nbsp;7.63&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;19.2%&nbsp;จากปี&nbsp;2563&nbsp;และยางพารา&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;รายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;2.89&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;หรือขยายตัว&nbsp;12.3%&nbsp;โดยปริมาณผลผลิตคาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน&nbsp;แต่ราคายางพาราคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น&nbsp;12.0%&nbsp;จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์ปรับสัดส่วนการใช้ยางสังเคราะห์มาเป็นยางธรรมชาติมากขึ้น&nbsp;รวมถึงความต้องการยางพาราที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออกหลัก&nbsp;เช่น&nbsp;จีน&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;ที่ต้องการนำไปผลิตเป็นสินค้าขั้นปลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางรถยนต์&nbsp;และถุงมือยางทางการแพทย์&nbsp;มากขึ้น&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยยังครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพาราอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของโลก&nbsp;และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็นอันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การที่ประเทศไทยจะยืนหนึ่งเรื่องยางพาราบนเวทีโลกได้นั้น</strong>&nbsp;ส่วนสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ต้องพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงดินและพัฒนาระบบน้ำ&nbsp;เพื่อให้สามารถปลูกยางพาราให้ได้ผลผลิตดี&nbsp;การปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตน้ำยางที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;การนำเทคโนโลยี&nbsp;4.0&nbsp;มาใช้ในขั้นตอนต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายใหม่&nbsp;คือ&nbsp;เรื่องศูนย์&nbsp;EEC&nbsp;เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรในทุกจังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ยังได้มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;โดยใช้พื้นที่กว่า&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ตำบลกรุงหยัน&nbsp;อำเภอทุ่งใหญ่&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สร้างเป็น&nbsp;Rubber&nbsp;Innovation&nbsp;หรืออาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน&nbsp;ด้านแหล่งข้อมูล&nbsp;เรียนรู้การผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การส่งออก&nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมเฉพาะด้านยางพาราครบวงจร&nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&nbsp;ครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;และเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;การวิจัย&nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย</strong>&nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;เมืองแห่งยางพารา&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&nbsp;จุดบริการข้อมูล&nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;สินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&nbsp;7&nbsp;เขต&nbsp;การเสวนาวิชาการ&nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ซึ่งการจัดงานดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p>"	2022-09-04T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409214358149
202	มหกรรมยางพารา 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช แห่งนวัตกรรมยางพารา ผลักดันนครศรีธรรมราชเป็นเมืองหลวงยางพารา	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญเติบโต&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนนโยบายและมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ&nbsp;ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ามาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปยางพารา&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าของยางและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจังต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราให้เติบโตยิ่งขึ้น&nbsp;ด้วยความพร้อมของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จึงอยากผลักดันให้กลายเป็นเมืองหลวงยางพารา&nbsp;และชูให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก&nbsp;เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการส่งเสริมการแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;การรักษาคุณภาพของน้ำยางและการรักษาเสถียรภาพราคายางให้มีความมั่นคง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>สำหรับมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;แห่งนวัตกรรมยางพารา&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;และที่สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&nbsp;เป็นการโชว์ศักยภาพไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลกและเป็นเวทีการเจรจาเพื่อแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราระดับนานาชาติ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410141847252
203	กรมชลประทาน เผย สรุปประชุมกลุ่มย่อยโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่า อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักบริหารโครงการ&nbsp;ส่วนวางโครงการที่&nbsp;1&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ภายใต้โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่า&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการจัดการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคมคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองล้อมแรด&nbsp;ตำบลล้อมแรด&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายบัณฑิต&nbsp;ขันพล&nbsp;ปลัดอำเภอเถิน&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;นายพรมงคล&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;ผวค.1&nbsp;บก.&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เข้าร่วมการระชุมและกล่าวรายงานต่อที่ประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบด้วย</strong>&nbsp;หน่วยงานระดับจังหวัด&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน&nbsp;หน่วยงานระดับอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;สถาบันการศึกษา/โรงพยาบาล/สถานศาสนา&nbsp;ตัวแทนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมรวม&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;โดยในจำนวนดังกล่าวมี&nbsp;23&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อโครงการผ่านแบบสอบถามทัศนคติ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ชุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.25&nbsp;ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;(โดยไม่นับรวมผู้แทนจากกรมชลประทานและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน)&nbsp;สามารถสรุปในภาพรวมได้&nbsp;ดังนี้&nbsp;ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการเก็บกักน้ำของประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่าว่าควรจะเก็บกักน้ำที่ระดับ&nbsp;+163.00&nbsp;ม.รทก.&nbsp;(ความจุเก็บกักในลำน้ำวัง&nbsp;4.41&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;50.77&nbsp;รองลงมาคือควรจะเก็บกักน้ำที่ระดับ&nbsp;+164.00&nbsp;ม.รทก.&nbsp;(ความจุเก็บกักในลำน้ำวัง&nbsp;5.85&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;21.54&nbsp;โดยมีการให้เหตุผลประกอบการเลือกที่ระดับ&nbsp;+163.00&nbsp;ม.รทก.ว่าครอบคลุมวัตถุประสงค์ของโครงการคือเพื่อการเกษตร/น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคมีผลกระทบที่น้อย&nbsp;ประหยัดงบประมาณในการสร้างคันกั้นน้ำล้น&nbsp;ประกอบกับปริมาณน้ำอยู่ในระดับที่เหมาะสม</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากข้อคิดเห็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในที่ประชุมเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกรมชลประทานและคณะที่ปรึกษา</strong>&nbsp;รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาโครงการ&nbsp;โดยจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ&nbsp;มาประกอบในการศึกษา&nbsp;ทั้งนี้รายละเอียดของโครงการจะได้นำเสนอในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของเวทีการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในครั้งต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากผู้สนใจมีข้อสงสัย&nbsp;หรือต้องการแก้ไข&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;</strong>สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักบริหารโครงการ&nbsp;ส่วนวางโครงการที่&nbsp;1&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เลขที่&nbsp;811&nbsp;ถนนสามเสน&nbsp;แขวงนครไชยศรี&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10300&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-2241-3354&nbsp;หรือทางอีเมล&nbsp;wangbanlao.2022@gmail.com&nbsp;หรือ&nbsp;Line&nbsp;Official&nbsp;:&nbsp;@wangbanlao</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410084922166
204	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนบนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนบนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(10&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และปัตตานี&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;25,678&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410093406173
205	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง 2 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;และ&nbsp;ต.ท่าอิฐ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410095612175
206	สุรสีห์ ย้ำ ปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนกับปี 54 จากสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติ	<p><strong>เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ย้ำ&nbsp;ปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนกับปี&nbsp;2554&nbsp;จากสภาพอากาศที่แปรปรวน&nbsp;โดยการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติ&nbsp;และแหล่งน้ำต่างๆยังสามารถเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศปรวนปรวน&nbsp;มีฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาคล้ายกับเมื่อปี&nbsp;2554&nbsp;จนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานกาณ์น้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;อาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ว่า&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามสภาพภูมิอากาศต่อเนื่องพบอากาศค่อนข้างแปรปรวนตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม&nbsp;มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติร้อยละ&nbsp;107&nbsp;เช่นเดียวกับปริมาณฝนช่วงเดือนเมษายนและมิถุนายน&nbsp;ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ&nbsp;ส่วนเดือนพฤษภาคมและช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนคาดการณ์ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติและน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกในปี&nbsp;2554&nbsp;ด้วย&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆทั่วประเทศ&nbsp;ช่วงต้นเดือนเมษายนมีปริมาณ&nbsp;58,525&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;ของปริมาณการกักเก็บ&nbsp;สามารถรองรับน้ำหลากได้อีกถึง&nbsp;28,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ลุ่มน้ำมูล&nbsp;ลุ่มน้ำชี&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติที่เตรียมการขุดลอกเพื่อรองรับน้ำหลาก&nbsp;และแหล่งน้ำที่พัฒนาเพิ่มเติมช่วงปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสนับสนุนงบกลางของรัฐบาลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า&nbsp;26,000&nbsp;แห่ง&nbsp;จะเป็นส่วนสำคัญเข้ามาช่วยเก็บกักน้ำฝนชะลอน้ำหลากได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพิจารณาจากปริมาณฝนที่จะตก&nbsp;และขีดความสามารถการกักเก็บน้ำของแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว&nbsp;มองว่าสถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่ซ้ำรอยหรือเกิดวิกฤตเหมือนปี&nbsp;2554&nbsp;แน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศที่แปรปรวนว่า&nbsp;สทนช.และหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทบทวนบทเรียนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปีที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อนำมาปรับปรุงแนวการบริหารจัดการรับมือปีนี้&nbsp;ทั้งมาตรการเดิมทำให้หน่วยงานต่างๆเข้าไปป้องกันผลกระทบล่วงหน้าและเกิดประโยชน์กับประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;คาดการณ์พื้นที่เสี่ยง&nbsp;ปรับปรุงเกณณ์การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเก็บกักน้ำ&nbsp;เขื่อนระบายน้ำ&nbsp;เตรียมเครื่องจักรเครื่องและมีการกำหนดเกณฑ์ค่าชดเชยค่าเสียหายในการผันน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม&nbsp;ขณะนี้อยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องตาม&nbsp;13&nbsp;มาตรการของรัฐบาลให้แล้วเสร็จก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปี&nbsp;2554&nbsp;</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410100925179
207	หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรมจัดเดินวิ่ง โกงกางรันรายได้มอบให้กองทุนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน	<p><strong>หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรมจัดเดินวิ่ง</strong>&nbsp;โกงกางรันรายได้มอบให้กองทุนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนตำบลบางแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน&nbsp;ที่บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&nbsp;ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะนักวิ่งกิจกรรมเดินวิ่งโกงกางรัน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กว่า&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่ง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้ร่วมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพด้วย&nbsp;โดยใช้เส้นทางถนนริมป่าชายเลนจากศูนย์การศึกษาจังสมุทรสงคราม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&nbsp;ไปยังโรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลน&nbsp;ตำบลบางแก้ว&nbsp;แล้วกลับมายังจุดเริ่มต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่เข้าเส้นชัยทุกคนได้รับเหรียญที่ระลึก&nbsp;</strong>สำหรับผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัล&nbsp;ส่วนรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลนและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอันจะทำให้ป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชนและผู้สนใจ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;นอกจากทุกคนจะได้ร่วมกันออกกำลังกายแล้ว&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจสังคมและการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410103111180
208	รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร ช่วยเกษตรกร (ระยะที่ 2) ถึงวันที่ 31 พ.ค. 65	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;โดยกรมการค้าภายใน&nbsp;ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;สมาคมไทยธุรกิจเกษตร&nbsp;สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย&nbsp;จัดให้มีการจำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับสถาบันเกษตรกร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และขณะนี้เกษตรกรยังมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในฤดูกาลเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จึงมีการขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยมีสินค้าโครงการลดราคาเคมีเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;รายการ&nbsp;56&nbsp;สาร</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเภทกำจัดวัชพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;,&nbsp;2,4-ดี-ไดเมททิลแอมโมเนีย&nbsp;,&nbsp;กลูโฟซิเนต&nbsp;,&nbsp;เพ็นดิเมนทาลิน&nbsp;,&nbsp;ไดยูรอน&nbsp;ประเภทกำจัดแมลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อะบาเมกติน,&nbsp;อีมาเมกติน&nbsp;เบนโซเอต&nbsp;,&nbsp;ฟีโพรนิล&nbsp;,&nbsp;ไซเปอร์เม็ททริน&nbsp;,&nbsp;ไทอะมีท็อกแซม&nbsp;ประเภทป้องกันและกำจัดโรคพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;คาเบนดาซิม&nbsp;,&nbsp;แมนโคเซบ&nbsp;,&nbsp;เฮ็กซาโคนาโซน&nbsp;,&nbsp;ไดฟีโนโคนาโซน&nbsp;,&nbsp;คลอโรทาโลนิน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410120328205
209	ตรัง เกษตรกรปลูกทุเรียนเมืองพระยา อ.รัษฎา จ.ตรัง สุดช้ำ ที่มีสมาชิกกว่า 40 ราย และมีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ในพื้นที่ อ.รัษฎา ต่างเครียดหนัก หลังเจอฝนผิดฤดูถล่ม จนดอกทุเรียนร่วงไปถึง 80% ทำให้ผลผลิตเสียหายจำนวนมาก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนทุเรียนหมอนทอง&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;</strong>ของนายมนตรี&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;สมาชิกกลุ่มสวนทุเรียนเมืองพระยา&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;117&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเขาไพร&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;บอกว่า&nbsp;นับตั้งแต่ปลูกทุเรียนมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน&nbsp;เพราะเกิดฝนตกลงมาผิดฤดู&nbsp;ทั้งที่ปกติจะเป็นหน้าแล้ง&nbsp;แถมยังตกหนักมาก&nbsp;จนทำให้ดอกทุเรียนร่วงไปถึง&nbsp;80%&nbsp;หรือเกือบหมดต้น&nbsp;และคงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กำไรแต่อย่างใด&nbsp;ขอแค่ให้ได้ทุนกลับก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว&nbsp;และคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตน้อยกว่าทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี&nbsp;จากที่เคยได้ถึง&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;น่าจะเหลือแค่&nbsp;10-15&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งคงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับทุเรียนที่ปลูกไปในสวนทั้งหมดนั้น&nbsp;มีประมาณ&nbsp;500&nbsp;กว่าต้น</strong>&nbsp;ซึ่งปกติจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงประมาณต้นเดือนกรกฎาคม&nbsp;โดยทุเรียนต้นใหญ่ที่มีอายุมากถึง&nbsp;10&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ยังคงให้ผลผลิตค่อนข้างดีอยู่&nbsp;ไม่มีผลกระทบจากฝนผิดฤดู&nbsp;แต่สำหรับทุเรียนต้นที่มีอายุไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ขณะนี้ดอกร่วงหมดแล้ว&nbsp;จากที่เคยให้ผลผลิตได้ต้นละ&nbsp;50-60&nbsp;ลูก&nbsp;แต่ปีนี้จะให้ผลผลิตได้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ลูกเท่านั้น&nbsp;ทำให้ชาวเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดตรัง&nbsp;คงต้องทำใจ&nbsp;เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ&nbsp;แต่ก็ยังโชคดีที่ต้นไม่เสียหาย&nbsp;และอาจจะกลับมาให้ผลผลิตอีก&nbsp;แต่คงล่าช้าหน่อย&nbsp;ต้องคอยลุ้นกัน&nbsp;ทั้งที่ทุเรียนของสวนแห่งนี้&nbsp;จะเป็นทุเรียนเกรด&nbsp;A&nbsp;ส่งออกต่างประเทศ&nbsp;แต่ปีนี้คงต้องเลื่อนการส่งออกไปก่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนรายได้ของสวนทุเรียน&nbsp;จากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปีที่เคยได้&nbsp;5&nbsp;ล้านกว่าบาท</strong>&nbsp;แต่ปีนี้คงได้มาประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้ประมาณ&nbsp;5&nbsp;แสนบาทแล้ว&nbsp;เนื่องจากปุ๋ยแพง&nbsp;และของทุกอย่างขึ้นราคาหมด&nbsp;รวมทั้งอันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ทำให้ชาวเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนได้รับผลกระทบอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย&nbsp;จากราคาเดิมกระสอบละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้เป็นกระสอบละ&nbsp;1,500-2,000&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ราคาทุเรียนในปีนี้&nbsp;จะสามารถปรับขึ้นตามราคาต้นทุนได้หรือไม่&nbsp;คงต้องรอดูราคาจากทางตลาดทั่วไปก่อน&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ฝนผิดฤดูที่เกิดขึ้นในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในกลุ่มสวนทุเรียนเมืองพระยา</strong>&nbsp;เป็นการรวมกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่&nbsp;มีสมาชิกกว่า&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนกว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;ต่างต้องประสบปัญหาและรู้สึกเครียดหนักเหมือนกันทุกคน</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410122451207
210	จังหวัดชุมพร จัดมหกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร ผลักดันกระท่อมก้านแดงชุมพรเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกร	<p><strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดมหกรรม&nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร&nbsp;เพื่อส่งเสริมภาคเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร&nbsp;และประชาสัมพันธ์พืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพรให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&nbsp;เกษตรกรและประชาชนชาวจังหวัดชุมพรเข้าร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;</strong>มีศักยภาพที่เหมาะสมในการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดง&nbsp;ซึ่งหากมีการส่งเสริมการปลูกและประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์ของพืชกระท่อมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่าพืชกระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดชุมพร&nbsp;สอดคล้องกับจุดประสงค์ของรัฐบาลที่จะผลักดันให้กระท่อมให้เป็น&nbsp;พืชเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย&nbsp;และเสริมเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;&nbsp;แต่ปัจจุบันการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก&nbsp;เพราะอยู่ในช่วงทดสอบตลาด&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เกษตรกรที่สนใจหันมาลงทุนปลูกพืชกระท่อม</strong>&nbsp;ต้องวางแผนเพื่อตัดสินใจในการปลูกอย่างรอบคอบ&nbsp;เพราะนอกจากการตอบรับความต้องการในระยะแรกแล้ว&nbsp;ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือเงินลงทุนในการเริ่มปลูก&nbsp;เงินทุนหมุนเวียนระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ระยะเวลาคืนทุน&nbsp;และความเสี่ยงของราคาขาย&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;ทั้งด้านการปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;มาตรฐานพืชกระท่อม&nbsp;การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;โอกาสกระท่อมไทยในตลาดโลก&nbsp;นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวกับพืชกระท่อม&nbsp;ตลอดจนการแปรรูป&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลผลิตพืชกระท่อมมีมูลค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;ยมสวัสดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;มีเกษตรกรปลูกพืชกระท่อม&nbsp;3,921&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชกระท่อม&nbsp;สายพันธุ์ก้านแดง&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;95.87&nbsp;คิดเป็นพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;3,943&nbsp;ไร่&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะปลูกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทางจังหวัดชุมพรจึงได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้พืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพร&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดชุมพร&nbsp;จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรชาวจังหวัดชุมพร&nbsp;จัดงานมหกรรม&nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร&nbsp;ประชาสัมพันธ์พืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพร&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรได้นำเอาความรู้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพ&nbsp;เป็นปัจจัยหนุนเสริมให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการ</strong>และการแสดงผลงานทางวิชาการ&nbsp;การเสวนาทางวิชาการ&nbsp;เกี่ยวกับกระท่อมก้านแดงชุมพร&nbsp;&nbsp;และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชุมพร&nbsp;การประกวดต้นกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ก้านแดงชุมพร&nbsp;ไก่ชน&nbsp;วัวชน&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และกิจกรรมด้านความบันเทิงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร&nbsp;ตำบลตะโก&nbsp;อำเภอทุ่งตะโก&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน&nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410125336211
211	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 2,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;353&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;147&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ภาคกลางพบมากสุดในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;คาดว่า&nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,257&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,510&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,875&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ยังน่าเป็นห่วงหลายจังหวัดทางตอนบนของประเทศพบค่าฝุ่นเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ไปจนถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;2,612&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,384&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;920&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410133528221
212	กอนช. เร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูยั่งยืน ทั้งการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง 7 สาย	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูยั่งยืน&nbsp;ทั้งการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง&nbsp;7&nbsp;สาย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ปีนี้ว่า&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;พร้อมให้เร่งรัดจัดทำแผนการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูแบบยั่งยืน&nbsp;อย่างกรมชลประทานกำหนดแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู&nbsp;ด้วยการจัดหาเครื่องสูบน้ำทดแทนเครื่องเดิมที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;//&nbsp;จัดหาเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติของสถานีสูบน้ำทดแทนของเดิม&nbsp;//&nbsp;ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมเครื่องสูบน้ำและระบบโทรมาตร&nbsp;//&nbsp;ปรับปรุงประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำเดิมและใหม่&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ปรับปรุงคลองชลประทานภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างปี&nbsp;2567</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับระยะเร่งด่วน&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำทั้งหมด&nbsp;ส่วนระยะกลางมีแผนปรับปรุงคลอง&nbsp;7&nbsp;สาย&nbsp;คือ&nbsp;คลองพระองค์ไชยานุชิต&nbsp;คลองปีกกา&nbsp;คลองสำโรง&nbsp;คลองด่าน&nbsp;คลองประเวศน์บุรีรมย์&nbsp;คลองอุดมชลขจร&nbsp;และคลองชวดพร้าว-เล้าหมู-บางพลีน้อย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังวางแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างบริเวณสะพานน้ำยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ&nbsp;พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร&nbsp;และขุดลอกคลองเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองต่างๆด้วย</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410134701222
213	สหกรณ์โคราช ชวนซื้อสินค้าตลาดสินค้าสหกรณ์ เกลียวใจ ช้อปอิ่มใจ ปลอดภัย ทั้งครอบครัว สู่ชุมชน ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวัฒนะ&nbsp;สัตยวงศ์ทิพย์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ขอเชิญประชาชนร่วมซื้อสินค้าในตลาดสินค้าสหกรณ์&nbsp;เกลียวใจ&nbsp;ช้อปอิ่มใจ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ทั้งครอบครัว&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณภาพปลอดภัย&nbsp;สู่ผู้บริโภค&nbsp;โดยมีสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมานำผลผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยมาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;โดยจะจำหน่ายทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการจัด&nbsp;ตลาดเกลียวใจ&nbsp;ช้อปอิ่มใจ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ทั้งครอบครัว</strong>&nbsp;เป็นไปตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ต้องการขยายตลาด&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานให้แก่เกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง&nbsp;ซึ่งได้บูรณาการและขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้จากการนำสินค้ามาจำหน่ายและผู้บริโภคได้เลือกสินค้าที่มีคุณภาพปลอดภัย&nbsp;ราคายุติธรรมอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การจัดตลาดครั้งนี้&nbsp;มีร้านค้าเครือข่ายสหกรณ์&nbsp;กลุ่มอาชีพสหกรณ์&nbsp;สมาชิกสหกรณ์&nbsp;และเกษตรกรตามโครงการนำลูกหลานกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;นำสินค้าผลิตภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวสารสหกรณ์&nbsp;นมปากช่องเฟรชมิลล์นมโคราชปุ๋ย&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;หมี่โคราช&nbsp;ผ้าฝ้ายพื้นเมือง&nbsp;พันธุ์ไม้&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และกำหนดให้ร้านค้าดำเนินการตามนโยบายของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โคราชสังคมไร้เงินสด&nbsp;(Korat&nbsp;Cashless&nbsp;Society)&nbsp;ซึ่งจะมีการเปิดตลาดครั้งแรกในวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;และครั้งต่อไปจะมีเฉพาะวันพฤหัสบดี&nbsp;สุดท้ายของเดือนเท่านั้นตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จึงขอเชิญประชาชนและผู้สนใจมาเลือกซื้อสินค้าจากตลาดสหกรณ์กันได้&nbsp;หรือหากต้องการเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในตลาดสหกรณ์สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โทร.0-4424-2091&nbsp;ต่อ&nbsp;18&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410151759282
214	เรียนรู้ศาสตร์ JAPO Model ต้นแบบการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร ตำบลลำใหม่ จังหวัดยะลา	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบลำใหม่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เรียนรู้ศาสตร์&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;เกษตรผสมผสานในชุมชน&nbsp;ฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;(Local&nbsp;Lab)&nbsp;และรับฟังผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้ประชาชนต้นแบบในพื้นที่&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมรับฟังการใช้นวัตกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายผลให้ผู้อื่นในชุมชน&nbsp;โดยนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบูรณาการใช้นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ดร.นิรันดิ์เกียรติ&nbsp;ลิ่วคุณูปการ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาดิลัน&nbsp;อาลีอิสเฮาะ&nbsp;ส.ส.ยะลา&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;เป็นผู้แทนโครงการนำเสนอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร</strong>&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักรวมกัน&nbsp;อาทิ&nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ผึ้งชันโรง&nbsp;ผสมกับการปลูกเห็ดนางฟ้าและผักสวนครัวหรือผักงอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยภายในกิจกรรมมีการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนความสำเร็จ&nbsp;</strong>จากนายซามซูดิง&nbsp;อาลี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรชุมชนและเป็นผู้ขยายผลสู่ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเป็น&nbsp;Best&nbsp;Practice&nbsp;ของโครงการฯ&nbsp;คือ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้สามารถนำมาลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;และลดต้นทุนการผลิตของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายอาชีพแก่ท้องถิ่น&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;คำว่า&nbsp;""JAPO""&nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่นที่ใช้พูดกันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;แปลว่า&nbsp;การผสม&nbsp;หรือรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญ&nbsp;ศาสตร์&nbsp;องค์ความรู้มาใช้&nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลานำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการเกษตรแบบผสมผสานในครั้งนี้</p>"	2022-10-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410153717286
215	กรมอุทยาน ขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าชนิดต่างๆได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้	<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าชนิดต่างๆได้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเผด็จ&nbsp;ลายทอง&nbsp;ผู้อำนว?ยการ?สำนัก?อนุรักษ์?สัตว์ป่า?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ทำโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้มีส่วนร่วมดูแลรักษาคุ้มครองทรัพยากรสัตว์ป่าของชาติให้คงอยู่&nbsp;เพิ่มจิตสำนึกเน้นคุณค่าชีวิตสัตว์ป่า&nbsp;และปลูกฝังให้ประชาชนมีเมตตาต่อสัตว์ป่า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เป็นการสนับสนุนการให้บริการ&nbsp;หรือสงเคราะห์สัตว์ป่าให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักสุขาภิบาลสัตว์ตลอดอายุขัย&nbsp;ปัจจุบันกรมอุทยานฯได้พยายามถนอมรักษาสัตว์ป่าชนิดต่างๆให้คงอยู่ไม่ให้สูญพันธุ์&nbsp;ด้วยการอนุรักษ์ภายในถิ่นที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;อุทยานแห่งชาติ&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;และการดูแลสัตว์ป่าในกรงเลี้ยง&nbsp;ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;รวมถึง&nbsp;สัตว์ป่าของกลางที่ได้รับมาจากการตรวจยึด&nbsp;จับกุม&nbsp;หรือสัตว์ป่าพลัดหลง&nbsp;และสัตว์ป่าที่ได้รับส่งคืนจากผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครอง&nbsp;และสัตว์ป่าจากการยกเลิกกิจการสวนสัตว์&nbsp;โดยสัตว์ป่าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;จะเป็นหน่วยงานที่รับดูแลสัตว์ป่าและศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาและมีส่วนร่วมการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กร&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;บริษัท&nbsp;กลุ่มบุคคล&nbsp;หรือบุคคลทั่วไป&nbsp;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;ด้วยการโอนเงินบริจาคเข้าบัญชี&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;สาขามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน&nbsp;เลขที่บัญชี&nbsp;980-216-5379&nbsp;ชื่อบัญชีโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อนำมาเป็นค่าอาหาร&nbsp;ค่าปรับ?ปรุง?ซ่อมแซม?กรงเลี้ยง?หรือปรับภูมิ?ทัศน์?กรงเลี้ยง?&nbsp;ซึ่งการรับบริจาคดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ&nbsp;(กคร.)&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และมีระยะเวลาการรับบริจาคถึงวันที่?&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม?นี้</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410154530289
216	รองเลขาธิการ ศอ.บต. ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบลำใหม่ จ.ยะลา เรียนรู้ศาสตร์ JAPO Model เกษตรผสมผสานในชุมชน	"<p><strong>นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;&nbsp;(Local&nbsp;Lab)&nbsp;และรับฟังผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้ประชาชนต้นแบบในพื้นที่&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมรับฟังการใช้นวัตกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายผลให้ผู้อื่นในชุมชน&nbsp;โดยนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบูรณาการใช้นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีดร.นิรันดิ์เกียรติ&nbsp;ลิ่วคุณูปการ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;เป็นผู้แทนโครงการนำเสนอ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาดิลัน&nbsp;อาลีอิสเฮาะ&nbsp;ส.ส.ยะลา&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ</p><p><strong>สำหรับโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้</strong>น้อยแบบครบวงจร&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักรวมกัน&nbsp;อาทิ&nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ผึ้งชันโรง&nbsp;ผสมกับการปลูกเห็ดนางฟ้าและผักสวนครัวหรือผักงอก</p><p><strong>ภายในกิจกรรมมีการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนความสำเร็จ</strong>จากนายซามซูดิง&nbsp;อาลี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรชุมชนและเป็นผู้ขยายผลสู่ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน&nbsp;ทั้งนี้ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเป็น&nbsp;Best&nbsp;Practice&nbsp;ของโครงการฯ&nbsp;คือ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้สามารถนำมาลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;และลดต้นทุนการผลิตของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายอาชีพแก่ท้องถิ่น&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;คำว่า&nbsp;""JAPO""&nbsp;</strong>เป็นภาษามลายูถิ่นที่ใช้พูดกันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;แปลว่า&nbsp;การผสม&nbsp;หรือรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญ&nbsp;ศาสตร์&nbsp;องค์ความรู้มาใช้&nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;นำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการทำเกษตรแบบผสมผสานในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-10-04T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410155926294
217	ทช. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยว	<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆทั้งบนบกและทะเล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&nbsp;เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวพร้อมดูแลตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเพิ่มมาตรการป้องกันภัยอย่างเข้มข้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;ถือเป็นการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพราะระยะเวลาดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนบริเวณพื้นที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก&nbsp;อาจจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุทางทะเลขึ้นได้&nbsp;จึงจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านศูนย์ประสานงานและบริการนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบ&nbsp;43&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;หรือชายหาด&nbsp;ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานทางทะเล&nbsp;540&nbsp;คน&nbsp;และยานพาหนะ&nbsp;เช่น&nbsp;รถยนต์&nbsp;57&nbsp;คัน&nbsp;เรือ&nbsp;35&nbsp;ลำ&nbsp;และน้ำดื่ม&nbsp;เสื้อชูชีพ&nbsp;อุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว&nbsp;ให้คำแนะนำปรึกษานักท่องเที่ยวที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ&nbsp;แนะนำเส้นทาง&nbsp;และจัดทำคู่มือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;อยากขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนใส่ใจการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยดูแลตนเองและคนรอบตัวทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หรือทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์&nbsp;ปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;และขอความร่วมมือท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้มีความสะอาด&nbsp;ไม่ทิ้งขยะ&nbsp;ไม่ทำลายสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล</p>	2022-10-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410155627293
218	รัฐบาล เตรียมพร้อมรับมืออากาศแปรปรวน มั่นใจสถานการณ์น้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54 แน่นอน	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;มีฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นในช่วงต้นเดือน&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งสถานการณ์คล้ายคลึงกับเมื่อปี&nbsp;54&nbsp;จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาถึง&nbsp;อาจซ้ำรอยมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี&nbsp;2554&nbsp;&nbsp;ในเรื่องนี้&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;รายงานว่า&nbsp;การคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติและแหล่งน้ำยังสามารถเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก&nbsp;ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนของรัฐบาล&nbsp;จะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี&nbsp;2554&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><strong>กอนช.&nbsp;ติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;อากาศค่อนข้างแปรปรวนตั้งแต่ช่วงเดือน&nbsp;ม.ค.-มี.ค.65&nbsp;มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติ&nbsp;107%&nbsp;เช่นเดียวกับปริมาณฝนในช่วงเดือน&nbsp;เม.ย.65&nbsp;และ&nbsp;มิ.ย.65&nbsp;ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ&nbsp;สำหรับเดือน&nbsp;พ.ค.65&nbsp;และช่วงเดือน&nbsp;ก.ค.-ก.ย.65&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในปี&nbsp;54&nbsp;คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ&nbsp;และน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกในปี&nbsp;54&nbsp;สำหรับปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ช่วงต้นเดือน&nbsp;เม.ย.65&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;58,525&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือ&nbsp;62&nbsp;%&nbsp;ของปริมาณการกักเก็บ&nbsp;สามารถรองรับน้ำหลากได้อีกถึง&nbsp;28,000&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งให้เร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนปี&nbsp;65&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่เหมือนปี&nbsp;54&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411104443395
219	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(11&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;75&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;44&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;25,550&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411091923363
220	ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง3พื้นที่สูงสุดบริเวณต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลกส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม49พื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&nbsp;49&nbsp;พื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.ท่าอิฐ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;และ&nbsp;ต.ท่าหลวง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;โดยบางพื้นที่พบสูงเกิน&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;49&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&nbsp;เขตสาทร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพหลโยธิน&nbsp;แยก&nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&nbsp;เขตจตุจักร&nbsp;,&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411094813366
221	เตือนประชาชนเกือบทุกภาค ระวังพายุฤดูร้อน 16-18 เมษายนนี้	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;มีอากาศร้อนและฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;แต่จะมีฝนเล็กน้อยด้านตะวันตกของภาคกลางและชายฝั่งภาคตะวันออก&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;ส่วนหลังสงกรานต์&nbsp;วันที่&nbsp;16-18&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;รวมถึงภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง&nbsp;ฝนตกหนัก</strong>&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่า&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและงดใช้เครื่องมือสื่อสารขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง</p><p><br></p><p><br></p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411103344378
222	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 5,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงกว่า&nbsp;5,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(10&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;299&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;131&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศไทยพบมากในพื้นที่เกษตรบริเวณภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,295&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,614&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,992&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;ไปจนถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;5,251&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,797&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;473&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411134928473
223	เดินหน้าจ้างแรงงานชลประทาน สร้างรายได้ทดแทนให้เกษตรกรช่วงแล้ง	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อซ่อมแซม&nbsp;บำรุงรักษา&nbsp;ขุดลอก&nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&nbsp;แก้มลิง&nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำ&nbsp;และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&nbsp;75,000&nbsp;คน</strong>&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;4,465&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;8,700&nbsp;&nbsp;87,000&nbsp;บาท(ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้าง/คน)&nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&nbsp;60,182&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;ลำดับคือ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;3,552&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;3,005&nbsp;คน&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;2,926&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;อีกเกือบ&nbsp;&nbsp;15,000&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&nbsp;หากเกษตรกร&nbsp;หรือประชาชนคนใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถาม&nbsp;หรือสมัครได้ที่&nbsp;โครงการชลประทานใกล้บ้าน&nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411143541489
224	จตุพร ย้ำ ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ในภูมิภาคของไทยปีนี้	<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ในภูมิภาคของประเทศไทยปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมการจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคปี&nbsp;2565&nbsp;เบื้องต้นได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อเตรียมการและจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้&nbsp;และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องปีนี้&nbsp;รวมถึง&nbsp;เห็นชอบร่างกำหนดการที่มีกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;สิงหาคมนี้&nbsp;และเห็นชอบการเปลี่ยนสถานที่จัดการประชุมเป็นจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่เดียวกับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;(SOM3)&nbsp;และการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้าไม้ที่ผิดกฎหมาย&nbsp;และการค้าอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;22&nbsp;(EGILAT22)&nbsp;โดยให้กรมป่าไม้และคณะทำงานด้านพิธีการและอำนวยการ&nbsp;ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง&nbsp;การต้อนรับคณะผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;และการคัดเลือกโรงแรมสำหรับการจัดการประชุม&nbsp;พร้อมกำหนดหัวข้อการศึกษาดูงานให้มีความเหมาะสมต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;ยังได้พิจารณาร่างถ้อยแถลงระดับรัฐมนตรี&nbsp;(Draft&nbsp;Ministerial&nbsp;Statement)&nbsp;ถือเป็นเอกสารสำคัญที่เป็นผลลัพธ์จากการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านการป่าไม้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ที่เขตเศรษฐกิจต่างๆและไทยจะได้นำไปดำเนินการต่อให้บรรลุตามเป้าหมาย&nbsp;จึงให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;นำความคิดเห็นจากที่ประชุมฯ&nbsp;ไปปรับแก้และดำเนินการต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นทุกฝ่ายให้ความสำคัญการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงโอกาสที่ไทยจะได้แสดงบทบาทการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ของภูมิภาค&nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อเป็นฐานการพัฒนาสังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;รวมถึง&nbsp;การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน</p>	2022-11-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411153354535
225	ชาวสวนยางตรัง ยอมโค่นยางทิ้งประมาณ 1 ไร่ นำพื้นที่มาใช้เลี้ยงแพะขายสร้างรายได้งามปีละกว่า 3 แสน  มีรายได้มากกว่ายางทั้งแปลง	<p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;ทองชู&nbsp;อายุ&nbsp;59&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;91/1</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.ท่างิ้ว&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นำผู้สื่อข่าวดูพื้นที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงแพะขาย&nbsp;โดยเมื่อประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ช่วงราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;ยอมตัดใจโค่นยางทิ้งประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จากเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อทำคอกเลี้ยงแพะส่งขาย&nbsp;</p><p><strong>โดยขณะนี้มีแพะอยู่ทั้งหมดกว่า&nbsp;120&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;64&nbsp;ตัว&nbsp;พ่อพันธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และลูกๆรวมกว่า&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;แต่หลังจากเลี้ยงไป&nbsp;ปรากฏว่าสามารถสร้างรายได้เสริมให้เป็นอย่างดี&nbsp;ตลาดความต้องการภายในจังหวัดดีมาก&nbsp;มีเท่าไรไม่พอขาย&nbsp;ผลิตไม่ทัน&nbsp;โดยตลาดรับซื้อไม่ต้องไปไกล&nbsp;เพียงภายในจังหวัดตรังก็ไม่พอขาย&nbsp;เช่น&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพี่น้องมุสลิม&nbsp;ในราคาขายกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดที่ตลาดต้องการไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ละปีสามารถผลิตแพะขายได้ปีละประมาณ&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;หรือมีรายได้ปีละกว่า&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;หักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่งามมาก&nbsp;กว่ายางพารารวมกันทั้งแปลง&nbsp;</p><p><strong>จึงคิดว่าตัดสินใจถูกที่หันมาเลี้ยงแพะขาย</strong>&nbsp;แม้จะต้องให้เวลากับการเลี้ยงมากกว่ายางพารา&nbsp;แต่ก็คุ้มค่า&nbsp;แต่ขณะนี้ต้นทุนการผลิต&nbsp;อาหารสูงมากจากวันละ&nbsp;200&nbsp;&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นเป็นวันละประมาณ&nbsp;&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;โดยต้นทุนดังกล่าวมาจากอาหาร&nbsp;ยารักษาโรค&nbsp;อาหารขึ้นประมาณ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;40&nbsp;%&nbsp;&nbsp;จึงต้องใช้วิธีออกไปเก็บทางปาล์มน้ำมันที่เจ้าของสวนเก็บผลผลิต&nbsp;และตัดแต่งลำต้น&nbsp;นำมาทำเป็นนั่งร้านวางไว้ด้านบน&nbsp;เพื่อให้แพะได้เล็มกินใบไม้ตามธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นการเลี้ยงแบบปิด&nbsp;ให้อยู่แต่ในคอก</strong>&nbsp;เพราะพื้นที่ด้านนอกก็มีการโค่นยางพารากันมาก&nbsp;ไม่มีหญ้าธรรมชาติให้กิน&nbsp;จึงเลี้ยงด้วยอาหาร&nbsp;และใบไม้จากปาล์มน้ำมันเป็นหลัก&nbsp;โดยแพะจะเล็มกินใบไม้เป็นอาหารในตอนเช้า&nbsp;ส่วนตอนเย็นให้กินอาหาร&nbsp;เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย&nbsp;ถ้าไม่ได้เอาทางปาล์มน้ำมันมาให้แพะกินจะต้องเพิ่มอาหารให้กินอีกจำนวน&nbsp;1&nbsp;เท่าตัว&nbsp;จึงต้องประหยัดต้นทุนการผลิตโดยวิธีการนี้&nbsp;ทำให้แต่ละปีเมื่อหักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนบาท&nbsp;เป็นอาชีพเสริม&nbsp;จากอาชีพหลักคือ&nbsp;ทำสวนยางพารา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งแนวโน้มการตลาดแพะ&nbsp;ยังดีมาก&nbsp;ความต้องการสูง</strong>&nbsp;มีไม่พอขาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตัวพ่อพันธุ์สั่งซื้อมาจากต่างจังหวด&nbsp;ส่วนแม่พันธุ์เดิมก็ซื้อมา&nbsp;หลังจากนั้นเมื่อออกลูกมา&nbsp;หากเป็นตัวเมียถ้าดูลักษณะแล้วจะต้องเป็นแม่พันธุ์ดี&nbsp;ก็จะเลี้ยงไว้เป็นแม่พันธุ์ต่อไป&nbsp;ส่วนตัวผู้ก็เลี้ยงส่งขาย&nbsp;เพื่อลดปัญหาการซื้อแม่พันธุ์บ่อย&nbsp;เนื่องจากหากซื้อแม่พันธุ์มาบ่อยกลัวจะนำเชื้อติดมาด้วย&nbsp;จึงใช้วิธีขยายพันธุ์เอง&nbsp;โดยมีทั้งพันธ์บอร์&nbsp;พันธุ์บอร์ผสม&nbsp;พันธุ์แองโกลนูเบียน&nbsp;พันธุ์คาราผสมแองโกล&nbsp;ตัวที่แพงที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตัวที่กักไว้ทำพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;แต่ถ้ามีคนมาซื้อก็ขายไปในราคาแพง&nbsp;ส่วนมูลแพะ&nbsp;ก็โกยใส่กระสอบปุ๋ยขายกระสอบละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ละปีขายมูลแพะได้ปีละประมาณ&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งขณะนี้มูลแพะเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;เพราะปุ๋ยเคมีมีราคาแพง&nbsp;เกษตรกรต้องการนำไปใส่บำรุงต้นไม้&nbsp;เพื่อประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412084847769
226	กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตร วางแผนปฏิบัติการช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์	<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีการปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;&nbsp;ประจำเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;&nbsp;11&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;&nbsp;เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรที่เริ่มมีการเพาะปลูก&nbsp;&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกแห่ง&nbsp;ติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวันและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ช่วงวันที่&nbsp;4-10&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา</strong>&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;มีการขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;ดับไฟป่าและเติมน้ำให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำ&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่เกษตร&nbsp;พื้นที่ป่าไม้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;และมีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;</p><p><strong>ด้านหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าไม้&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่เกษตร&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;&nbsp;พื้นที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์</strong>&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ยังคงปฏิบัติงานและมีการติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับการติดตามสภาพอากาศในสัปดาห์นี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ควรระวังเกี่ยวกับสภาพอากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;โดยจากลักษณะดังกล่าว&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีโอกาสวางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่การเกษตร&nbsp;รวมทั้งการทำฝนในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนต่างๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412100813796
227	กรมชลประทาน ติดตามบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณฝนตกลดลงในทุกพื้นที่	<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;46,433&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;61&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;&nbsp;และจากการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;19-20&nbsp;&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;จะเกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;จากอัตรา&nbsp;45&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตรา&nbsp;60&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;ตั้งเเต่วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.หลังจากนั้นจะปรับลดการระบายน้ำให้เหลือ&nbsp;50&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;พร้อมปรับปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกจากอัตรา&nbsp;20&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตรา&nbsp;30&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นลดปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือ&nbsp;20&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;</p><p><strong>จากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&nbsp;</strong>ปริมาณฝนจะลดลงในทุกพื้นที่ของประเทศ&nbsp;แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่&nbsp;รวมทั้งจัดระบบการเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;ในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่างให้พร้อมส่งน้ำได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายนเป็นต้นไป&nbsp;และได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ตรวจสอบอาคารชลประทาน&nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;ส่วนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412101213807
228	จังหวัดลำปาง ขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน	<p><strong>นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อทราบสถานการณ์น้ำจังหวัดลำปาง,&nbsp;การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ด้านการเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;และผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;โครงการ&nbsp;ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวด้วยเกษตรสมัยใหม่&nbsp;บนเส้นทางสายวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง&nbsp;(BCG&nbsp;Naga-Belt&nbsp;Road),&nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;และพิจารณาการสมัครเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;(เพิ่มเติม)</p><p><strong>ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับรองแปลงใหญ่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตำบลบ้านค่า&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง/แปลงใหญ่กระเทียม&nbsp;ตำบลหลวงใต้&nbsp;อำเภองาว/แปลงใหญ่ผัก&nbsp;ตำบลห้างฉัตร&nbsp;อำเภอห้างฉัตร/แปลงใหญ่สมุนไพร&nbsp;ตำบลวอแก้ว&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;และแปลงใหญ่ข้าวตำบลบ้านเอื้อม&nbsp;ตำบลบ้านเอื้อม&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412101322811
229	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงวันที่ 19 - 20 เม.ย.	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(12&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย&nbsp;โดยมีฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;67&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;25,409&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;หลังกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายนจะเกิดน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ทำให้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;โดยให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;จากอัตรา&nbsp;45&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็นอัตรา&nbsp;60&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;จากนั้นจะปรับลดการระบายน้ำให้เหลือ&nbsp;50&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ปรับปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกจากอัตรา&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็นอัตรา&nbsp;30&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;จากนั้นลดปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือ&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412092959774
230	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 18 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม 23 พื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&nbsp;23&nbsp;พื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;ต.ท่าหลวง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;23&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;แขวงบางซื่อ&nbsp;เขตบางซื่อ&nbsp;,&nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&nbsp;เขตสาทร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412094802784
231	สนับสนุนการทำเกษตรชีวภาพ ลดปริมาณปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มไม่กระทบต่อการเจริญเติบโต	<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการขาดแคลนเคมีที่นำมาเป็นส่วนผสม&nbsp;ทำให้ราคาแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม&nbsp;เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว&nbsp;ได้มีแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในปีรอบต้นฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรผู้รับการปลููกแทนด้วยยางพันธุ์ดี&nbsp;ส่วนปัญหาปุ๋ยเคมีขาดแคลน&nbsp;แก้ไขโดยปรับลดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยได้ง่ายขึ้นและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ร่วมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักวิชาการในอัตรา&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม/ต้น/ปี&nbsp;จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม/ต้น/ปี&nbsp;ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่า&nbsp;จะไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานที่จะต้องจัดหาเพิ่มขึ้นนั้น</strong>&nbsp;สามารถจัดหาได้ง่ายภายในประเทศ&nbsp;มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน&nbsp;สอดคล้องกับการทำเกษตรชีวภาพ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;MODEL&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การทำเกษตรกรรมปลอดภัย&nbsp;ลดการใช้สารเคมี&nbsp;ไร้สารพิษตกค้างและต้นทุนต่ำลงจากการลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม&nbsp;ตั้งแต่การบำรุงพืชด้วยปุ๋ยชีวภาพและวิธีการกำจัดศัตรูพืชด้วยสารชีวภาพ&nbsp;โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรที่รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีอย่างทั่วถึงในวิธีการใส่ปุ๋ยและอัตราการแนะนำใหม่&nbsp;ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ลดผลกระทบจากวิกฤติการณ์ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและขาดแคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412104953856
232	สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจท้อง และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ	<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจท้องโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายเป็นนายวินัย&nbsp;สิทธิจันทร์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;370&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านด่านซ้าย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>ก่อนหน้านั้น&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง</strong>&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายเป็นนายศรรักษ์&nbsp;พรหมรักษา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;64&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;บ้านนาสีเทียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412112844876
233	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 4,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงเกือบ&nbsp;4,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(11&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;258&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;80&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวเล็กน้อยทางพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,365&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,663&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,076&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้หลายพื้นที่มีปริมาณฝุ่นลดลง&nbsp;แต่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นยังอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และนครพนม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;3,604&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;3,324&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;420&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412125827912
234	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงยังคงลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412125652911
235	โคราช ขานรับนโยบาย รมว.เกษตร แจกจ่ายต้นกระท่อมพันธุ์แก่เกษตรกร หวังเป็นพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือนและเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกในอนาคต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;เม.ย&nbsp;65)&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;อินทร์ปัญญา&nbsp;นายอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานแจกจ่ายต้นกระท่อมพันธุ์ดีแก่เกษตรกร&nbsp;เกษตรกรเป้าหมายที่รับกล้ากระท่อม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรโครงการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;สนับสนุนรายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีนายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอฯ&nbsp;ร่วมในพิธีมอบกล้ากระท่อมให้เกษตรกร</p><p><strong>นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;ได้สนองตอบต่อนโยบายของนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องขยายกระท่อมพันธุ์ดีให้ไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560-2564&nbsp;ซึ่งการแจกจ่ายกล้ากระท่อมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งได้ผลิตต้นกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรพร้อมองค์ความรู้&nbsp;เกษตรกรที่ได้รับแจกจ่ายกล้าไม้สามารถปลูกไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;สามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นทางเลือกในอนาคต</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412151307986
236	ครม. เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน หวังหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ภายในปี 73	<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;หวังหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ภายในปี&nbsp;2573&nbsp;พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่จะหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี&nbsp;2573&nbsp;พร้อมสร้างความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และรักษาไว้ซึ่งการบริการของระบบนิเวศร่วมกับอีก&nbsp;143&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในการเดินหน้าอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศบนบก&nbsp;,&nbsp;การสนับสนุนนโยบายการค้าและการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&nbsp;,&nbsp;การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;,&nbsp;การดำเนินนโยบายการเกษตรยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;,&nbsp;การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเกษตรและการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน&nbsp;และการอำนวยความสะดวกให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและที่ดินจากความเสื่อมโทรม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะให้ประเทศไทยพัฒนาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทให้ได้ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2580&nbsp;และเป็นไปตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้จะเป็นการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี&nbsp;2593&nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี&nbsp;2608&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำโลกช่วงการประชุม&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จากนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะเร่งแจ้งการเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ฯ&nbsp;ต่อประธานการประชุม&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;และสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อทราบต่อไป</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412132350921
237	กลไกตลาด ทางรอดเกษตรกร ฝ่าวิกฤตร้อนแล้ง วัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่ง	"<p>เทศกาลสงกรานต์เวียนมาอีกครั้ง และเป็นประจำทุกปีที่ช่วงนี้ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณผลผลิตที่น้อยลงจากผลกระทบของสภาพอากาศ ปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล และต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>? ปริมาณผลผลิตที่น้อยลงจากผลกระทบของสภาพอากาศ&nbsp;</p><p>สภาพอากาศร้อนปรอทแตกในช่วงมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคม ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ ทำให้เกิดความเครียดสะสมจากความร้อนที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยเฉพาะหมูและไก่ ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย หากอากาศร้อนจัดสัตว์จะเริ่มแสดงอาการหอบ หายใจแรง เมื่ออุณหภูมิสูง 26-32 องศาฯ หมูจะลดการกินอาหารลง แต่กินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย การกินอาหารน้อยทำให้สารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอกับแม่หมูอุ้มทอง ความร้อนในร่างกายอาจทำให้แม่หมูแท้ง ลูกตายในท้องมากขึ้น อัตราเข้าคลอดลดลง ส่วนในหมูขุนลูกหมูกินอาหารลดลงอัตราการเจริญเติบโตจึงต่ำ ใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น หรือเกษตรกรต้องขายหมูเล็ก รวมทั้งการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ จากความเครียดสะสมเมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนตัด เมื่อปริมาณผลผลิตลดลงย่อมทำให้ต้นทุรการเลี้ยงของเกษตรกรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p><p><br></p><p>ส่วนในแม่ไก่ไข่สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบกับการสร้างฟองไข่ ผลผลิตไข่ไก่จึงลดลง ขนาดฟองไข่เล็กลง ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร เป็นไข่คละกลางและคละเล็กเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งราคาขายจะต่ำกว่าราคาประกาศของสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ส่วนไก่เนื้อเมื่อการกินได้ลดลง อัตราเติบโตต่ำลงๆ อัตราเสียหายในฟาร์มมากขึ้น</p><p><br></p><p>? ปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล&nbsp;</p><p>เดือนเมษายนของทุกปี เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร คึกคักมากขึ้น และยังมีเทศกาลเช็งเม้ง ที่ความต้องการบริโภคเนื้อหมูเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตลดลงดังกล่าวข้างต้น ทำให้แนวโน้มราคาสินค้าสูงขึ้น ตามหลักอุปสงค์และอุปทาน</p><p><br></p><p>? ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาพุ่ง</p><p>ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับแรงกดดันจากปัญหาการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน สองประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก ที่ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ และยังกระทบกับต้นทุนด้านพลังงาน ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่วนในภาคการเลี้ยงสัตว์กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติภัยแล้ง ที่กระทบกับปริมาณน้ำกินน้ำใช้ในฟาร์มหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำมาใช้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสม สะอาด ปลอดภัยกับสัตว์ รวมถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากการต้องเปิดระบบการควบคุมและระบายอากาศในช่วงฤดูร้อนนี้</p><p><br></p><p>ปัจจัยทั้งหมด ส่งผลกับการผลิตสินค้าเกษตรปศุสัตว์โดยตรง เมื่อปริมาณผลผลิตลดลง สวนทางกับการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาปรับขึ้น ""ตามกลไกตลาด"" ในช่วงเวลานี้ ซึ่งไม่ได้ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตร่ำรวยขึ้นจากสถานการณ์นี้ และต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมานั้นเกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาตลอด&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาคผู้ซื้อปลายทาง รวมทั้งภาครัฐต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของสินค้าเกษตรว่า ราคามีขึ้นย่อมมีลงเป็นธรรมดา ดังนั้น ""การปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี"" เปิดทางให้อุปสงค์อุปทานได้ทำงาน ให้ความต้องการตลาดเป็นตัวชี้นำราคา และควรยกเลิกมาตรการควบคุมราคาสินค้าตลอดห่วงโซ่การผลิต ถือเป็นทางออกและทางรอดของเกษตรกร เพื่อให้พวกเขาได้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้ผลิตสินค้าตามกำลังของตนเองต่อไป และกลไกตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถวางแผนการผลิต รองรับการบริโภคของประชาชนคนไทย ถือเป็นแนวทางในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยฝีมือเกษตรกรไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>ผู้เขียน : กัญจาฤก แว่นแก้ว นักวิชาการด้านปศุสัตว์</p><p><br></p>"	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412143639966
238	เริ่มแล้ว! กระทรวงเกษตรแจกต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี 2 แสนต้น รับได้ฟรีที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืช 10 แห่งทั่วประเทศ	"<p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVFrkgwDZsok1cpso53KZPd7q0nVlAO5N4MbVz7mcVS2hrNx5HiwsVQGYw26og0MvkGOPLpEBL7l_uL8TlZY0ZAvUNQi25UEEa8ZjYlVx6zCRDjH0MtxJUcpLdmEI1YKFU56_vqPGpMRNV60A5tvoAs&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;""><strong>#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong></a><strong>&nbsp;เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์&nbsp;</strong><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVFrkgwDZsok1cpso53KZPd7q0nVlAO5N4MbVz7mcVS2hrNx5HiwsVQGYw26og0MvkGOPLpEBL7l_uL8TlZY0ZAvUNQi25UEEa8ZjYlVx6zCRDjH0MtxJUcpLdmEI1YKFU56_vqPGpMRNV60A5tvoAs&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;""><strong>#กระท่อม</strong></a><strong>&nbsp;พันธุ์ดี&nbsp;</strong>ไว้ใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือนและนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;</p><p><strong>โครงการนี้เป็นการแจกต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีรวมกว่า&nbsp;2.1&nbsp;แสนต้น&nbsp;</strong>ให้กับเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;รายต่อศูนย์&nbsp;รวม&nbsp;882&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศไทย&nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หน่วยงานราชการที่มีภารกิจในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร&nbsp;และประชาชนทั่วไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีรายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าของจะหมด&nbsp;รับที่จุดบริการพืชพันธุ์&nbsp;Doae&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;10&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุดรธานี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-12-04T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412160240028
239	กรมปศุสัตว์ เร่งให่การช่วยเหลือควายน้ำทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่พัทลุง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ตามที่ได้รับข่าวแจ้งว่ามีควายน้ำทะเลน้อยลอยน้ำตายเป็นจำนวนมากกลางทะเลสาบ&nbsp;ต.ทะเลน้อย&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;หลังขาดอาหารนาน&nbsp;จากน้ำท่วมขัง&nbsp;จึงได้สั่งการด่วนให้ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์พร้อมด้วย&nbsp;ทีมปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งให้การช่วยเหลือควายทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนที่เป็นข่าวตามสื่อโดยเร็ว&nbsp;นั้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ป่าชื้นเขตอนุรักษ์ห้ามล่าทะเลน้อย&nbsp;280,000&nbsp;ไร่</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีควาย&nbsp;4,000&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;มีการเลี้ยงควายแบบปล่อยหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ&nbsp;อยู่กันเป็นกลุ่มเป็นฝูง&nbsp;นอนในที่สูงกว่าระดับน้ำทั่วไป&nbsp;บางฝูงเจ้าของมากั้นคอกให้นอนพัก&nbsp;มีการผสมแบบเลือดชิด&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่น้ำท่วม&nbsp;แหล่งพืชอาหารสัตว์ที่ควายหากินทุกปีในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;หลังน้ำลดควายก็หากินตามพื้นที่ชุมน้ำเป็นปกติ&nbsp;แต่ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;เนื่องจากเหตุกระทบน้ำท่วมขังนานตั้งแต่ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมาจนถึงตอนนี้&nbsp;ระยะเวลาร่วม&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;จึงกระทบต่อพืชอาหารสัตว์ที่หากินได้ตามปกติ&nbsp;ทำให้แม่ควายลูกอ่อนได้กินอาหารน้อยลง&nbsp;ร่างกายผอมจึงให้นมน้อยและบางตัวก็ทิ้งลูกทำให้ลูกอ่อนแอและตาย&nbsp;สะสมมา&nbsp;จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย&nbsp;3&nbsp;ฝูงในพื้นที่พัทลุง&nbsp;ในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลูกควายอ่อนแอและตายสะสม&nbsp;89&nbsp;ตัว&nbsp;และพบแม่ควายแก่ที่มีอายุมากตายไป&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จากการสอบสวนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลทะเลน้อยที่ประสบปัญหา&nbsp;1&nbsp;ราย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เบื้องต้นพบสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากโรคระบาด&nbsp;สำหรับข้อเท็จจริงความสูญเสียในพื้นที่โดยรวมจะต้องตรวจสอบและรวบรวมจากเกษตรกรทุกรายในพื้นที่ต่อไป&nbsp;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทุกราย&nbsp;ได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;โดยมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;600&nbsp;ฟ่อน&nbsp;มอบยาบำรุงยาถ่ายพยาธิแร่ธาตุเวชภัณฑ์&nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในเบื้องต้น&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;และประสานหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเพื่อขออนุญาตสร้างสถานที่พักสัตว์&nbsp;คลังเก็บเสบียงสัตว์ให้กับควายลูกอ่อนได้มีที่พัก</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412211601234
240	กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไขสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำพร้อมเตรียมการป้องกันน้ำท่วมย้ำไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน	<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ประชุมติดตามผลการดำเนินการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวคลองและการเตรียมความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยที่ประชุมได้แจ้งคำสั่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่&nbsp;222/2563&nbsp;ลงวันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;และปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม&nbsp;โดยมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย&nbsp;มาตรการ&nbsp;กำกับติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;เตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนน้ำท่วมผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;</p><p>โดยจะทำรายงานผลการดำเนินงานการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&nbsp;แจ้งประธานคณะกรรมการฯทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมอบหมายสำนักงานเขต&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;เร่งสำรวจการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบปัญหาการอุดตันของท่อระบายน้ำในพื้นที่&nbsp;ทิศทางการไหลของน้ำ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังศึกษาระเบียบกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ตื้นเขิน&nbsp;พ.ศ.2547&nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ที่ตื้นเขินโดยหน่วยงานภาคเอกชน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412211131230
241	สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพแตงโมเกาะสุกร	<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุม</strong>หารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตรัง&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกร&nbsp;คุณดำรงค์&nbsp;สินไชย&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมตำบลเกาะสุกร&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาระสำคัญของประชุมเพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตแตงโม</strong>ในพื้นที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;รับทราบ&nbsp;เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;&nbsp;ประเด็นหารือประกอบ&nbsp;การบริการจัดการกลุ่ม&nbsp;การแก้ไขปัญหาผลผลิตด้อยคุณภาพ&nbsp;การรับรองมาตรฐาน&nbsp;การบริจัดการตลาด&nbsp;และการขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;สรุปผลการประชุมหารือ&nbsp;&nbsp;แนวทางการพัฒนาขับเคลื่อนได้รับความเห็นจากหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมและเกษตรกรที่เข้าร่วมเห็นด้วยกับแนวทางที่นำเสนอในที่ประชุมโดยการทำงานด้วยแบบบูรการด้วยกันทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดตรังจะนำข้อสรุปดังกล่าวไปนำเสนอในเวทีชุมชนในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตในฤดูกาลถัดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171441110
242	เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการห่อผลทุเรียน เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนของ Young Smart Farmer ตำบลโพรงจระเข้	<p><strong>วันนี้(&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการห่อผลทุเรียน&nbsp;เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนของ&nbsp;นายสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;นายสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เริ่มห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติก&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผลทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;20&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;หรือระยะติดผลเล็ก&nbsp;</strong>(ผลทุเรียนขนาดไข่กระทา)&nbsp;โดยใช้ถุงพลาสติกขนาด&nbsp;6x14&nbsp;นิ้ว&nbsp;และในช่วงประมาณ&nbsp;30-40&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;หรือระยะติดผลกลาง&nbsp;(ผลทุเรียนขนาดกระป๋องนม)&nbsp;จะทำการคัดเลือกผลทุเรียนที่สมบูรณ์&nbsp;พร้อมทั้งห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติกขนาด&nbsp;16x26&nbsp;นิ้ว&nbsp;ซึ่งสามารถควบคุมหนอนเจาะผลได้ถึง&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;และเป็นวิธีการที่สามารถควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนได้ในขั้นตอนเดียว&nbsp;ผลผลิตปลอดสารเคมี&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;และผลผลิตจากสวนจำหน่ายให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเฉลี่ยปีละประมาณ&nbsp;18,000&nbsp;บาท/ต้น&nbsp;(สนใจสามารถติดต่อสั่งจองทุเรียนหมอนทองไร้สารเคมีได้ที่&nbsp;คุณสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;โทร&nbsp;086-0455116)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171606112
243	อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ก.ช.ภ.อ.) (โรคระบาดในสัตว์ โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ)	<p><strong>วันนี้(&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;โดยนางสุชิราอินทอง&nbsp;เกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกรกช&nbsp;เรืองศรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&nbsp;(โรคระบาดในสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ)&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอำเภอห้วยยอด&nbsp;ชั้น&nbsp;2</p><p><strong>ตามที่ได้เกิดโรคระบาดในสัตว์&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเขากอบ,</strong>&nbsp;ลำภูรา,&nbsp;นาวง,&nbsp;ท่างิ้ว&nbsp;และทุ่งต่อ&nbsp;ซึ่งเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;มีจำนวนสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;ของเกษตรกรจำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือรวม&nbsp;161,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการให้ความเห็นชอบให้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171714113
244	เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเลื้ยงหอยเชอรี่สีทอง ของนายภักดี คงวัน สมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&nbsp;ของนายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;ประกอบด้วยสมาชิก&nbsp;23&nbsp;คน</strong>&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมทั้งด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ได้แก่&nbsp;การทำนา&nbsp;การปลูกพืชผักตามฤดูกาล&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;และการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&nbsp;ซึ่งสมาชิกจะแบ่งกันทำกิจกรรมตามความถนัด&nbsp;และความเหมาะสมของตัวสมาชิกเอง&nbsp;แล้วมีการวางแผนการผลิต&nbsp;ตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีการเปิดตลาดนัดชุมชนอาทิตย์ละครั้ง&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ในส่วนของกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;แบ่งพื้นที่ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทำโรงเรือนกางสแลนสีเขียว&nbsp;ภายในโรงเรือนแบ่งเป็นบ่อพลาสติกย่อยๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บ่อสำหรับให้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์วางไข่&nbsp;บ่ออนุบาล&nbsp;และบ่อขุน&nbsp;โดยให้กินพืชที่หาได้ในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ตำลึง&nbsp;ใบหม่อน&nbsp;ชะพลู&nbsp;มันเทศ&nbsp;เป็นอาหาร&nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายได้เมื่ออายุ&nbsp;2&nbsp;เดือนครึ่งเป็นต้นไป&nbsp;เน้นจำหน่าย&nbsp;เป็นพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;ราคาคู่ละ&nbsp;20-300&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายเมนู&nbsp;</strong>ไม่ว่าจะเป็นลวกจิ้ม&nbsp;แกงกะทิ&nbsp;ผัดเผ็ด&nbsp;&nbsp;โดยรอบนี้&nbsp;นายภักดีเริ่มเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงปัจจุบันมีรายได้จากการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองประมาณ&nbsp;8,000&nbsp;-&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;095-3151907&nbsp;&nbsp;นายอุดม&nbsp;อุ่นนวล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;093-7521367</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171813114
245	ผู้เลี้ยงหมูชี้อากาศแปรปรวน ทำเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม ขอความเข้าใจราคาสุกรขายได้ต่ำกว่าทุน	<p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 จะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานแห้งลง&nbsp;&nbsp;ซึ่งผู้เลี้ยงประสบปัญหาภัยแล้งกันมาตลอด จากบทเรียนทุกปีที่ผ่านมา ทางเกษตรกรจึงกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง</p><p><br></p><p><em>ปีนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน หมูปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ขณะเดียวกันจากประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามที่กำหนดไว้&nbsp;บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม โดยใช้น้ำมันต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม เพื่อให้ความเย็นในโรงเรือนอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ จำเป็นต้องใช้น้ำมากขึ้นใช้ไฟฟ้าเดินระบบมากขึ้นช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลหมูมากกว่าปกติ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น โดยคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ&nbsp;98.81 บาท เป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์</em> นายสิทธิพันธ์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาสุกรหน้าฟาร์มมีราคากิโลกรัมละ 92-98 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนแล้ว&nbsp;สำหรับความเสียหายของสุกรที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และยังมีอัตราเสียหายจากการเลี้ยง ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดขณะนี้มีจำนวนลดน้อยลง และมีน้ำหนักต่อตัวต่ำกว่า 100 กิโลกรัม ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรที่ต่ำลงตามไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสิทธิพันธ์ฯ กล่าวด้วยว่า หากประสบปัญหาแล้ง ผู้เลี้ยงจะมีค่าน้ำเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งปกติจะมีการใช้น้ำอยู่ที่ 30-40 ลิตรต่อตัวต่อวัน โดยจะทำให้มีค่าน้ำเพิ่มเป็น 300-600 บาทต่อสุกรขุน 1 ตัว หรือ 3-6 บาทต่อสุกร 1 กิโลกรัม จากเฉลี่ยแล้วราคาน้ำต่อเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อน้ำ 1 หมื่นลิตร สำหรับฟาร์มขนาดเล็กต้องใช้น้ำราว 2 เที่ยวต่อวัน ต้นทุนในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 6,000 บาทต่อวัน หากเป็นฟาร์มใหญ่ขาดแคลนนํ้ามาก ต้นทุนจะสูงขึ้นมากขึ้นไปอีก กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับต้นทุนการเลี้ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412175844142
246	กรมอุทยานฯ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วประเทศช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรีอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ในวันครอบครัว 14 เม.ย.	<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;พร้อมเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรีอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;ในวันครอบครัว&nbsp;14&nbsp;เมษายน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรัชฎา&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ&nbsp;295&nbsp;แห่ง&nbsp;อยู่ในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;และหน่วยงานต่างๆในสังกัด&nbsp;พร้อมตั้งจุดบริการบนถนนสายหลักและสายรอง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;เพื่อเป็นจุดบริการน้ำดื่ม&nbsp;และช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวหากมีเหตุฉุกเฉินต่างๆ&nbsp;โดยได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะ&nbsp;อุปกรณ์การกู้ชีพ&nbsp;กู้ภัย&nbsp;และอุปกรณ์การสื่อสาร&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า&nbsp;1362&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้ออกประกาศยกเว้นค่าบริการในการเข้าอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั่วประเทศให้กับบุคคลชาวไทยและยานพาหนะในวันที่&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;ตรงกับวันครอบครัวและเป็นวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพื่อให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;สานสัมพันธ์ในครอบครัว&nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติและเห็นความสำคัญการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติ&nbsp;ปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติได้การรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;แล้ว&nbsp;151&nbsp;แห่ง&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;แล้ว&nbsp;109&nbsp;แห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมการรองรับการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติช่วงสงกรานต์&nbsp;ด้วยการดูแลนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับ&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>	2022-12-04T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412180513148
247	เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. ป่าไม้ จับชายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง ปลูกผลไม้ ปลูกยางพารา 2 จุด พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก อ้างมีไว้ยิงกระรอกที่จะมากินผลไม้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรมเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445</strong>&nbsp;สืบทราบว่ามีชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;หลายแปลง&nbsp;จึงประสาน&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;,&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445&nbsp;,&nbsp;ชุดเฝ้าตรวจชายแดน4405&nbsp;,&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;,&nbsp;อส.อำเภอเบตง&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิด&nbsp;โดยขี่รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางบ้านบ่อน้ำร้อน-บ้านเหมือง&nbsp;จนไปถึงบริเวณบ้านบาเร็ตตู้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าตามเส้นทางสวนยางพาราสวนผลไม้&nbsp;ขึ้นเขาสูงชันประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แปลงแรก&nbsp;พบนายฉัตรชัย&nbsp;ชุมปลา&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี</strong>&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;112/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;กำลังพรวนดินรอบๆต้นทุเรียน&nbsp;ตรวจสอบมีการแผ่วถางปลูกผลไม้&nbsp;ทั้งทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;สภาพป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย&nbsp;มีการโค่นต้นไม้&nbsp;กานต้นไม้&nbsp;เพื่อจะให้ต้นไม้ยืนต้นตาย&nbsp;พบของกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;1.&nbsp;มีดและเลื่อย&nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจที่เพิงพักก็ยังพบอาวุธปืนยาว&nbsp;ขนาด&nbsp;.22&nbsp;รุ่น&nbsp;CZ452-2EZKM&nbsp;และ&nbsp;2.เครื่องกระสุน&nbsp;ขนาด.22&nbsp;แอลอาร์&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;นัด&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;(บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์)&nbsp;เข้ามาตรวจวัดพื้นที่ป่า&nbsp;พบว่า&nbsp;พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;เนื้อที่จำนวน&nbsp;2-3-47&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จุดที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;พบมีการโค่นปลูกยางใหม่&nbsp;พื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;เนื้อที่จำนวน&nbsp;1-3-40&nbsp;ไร่&nbsp;แปลงนี้ยังมีต้นกระถินณรงค์ต้นใหญ่หลงเหลืออยู่&nbsp;ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ร่วมกันปลูกนานมาแล้ว&nbsp;หลังจากที่พื้นที่ป่าบริเวณนี้เคยถูกบุกรุก&nbsp;และทางเจ้าหน้าที่เคยทำการตรวจยึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และได้ปลูกต้นกระถินณรงค์ไว้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;แต่ก็มาถูกบุกรุกซ้ำ&nbsp;สอบถามนายฉัตรชัย&nbsp;ก็ทราบว่าเป็นที่ของตนเช่นกัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงมอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;เป็นผู้ร้องทุกข์&nbsp;ต่อพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดซึ่งแยกไปอีกเส้นทาง</strong>&nbsp;ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเป็นหย่อม&nbsp;ๆ&nbsp;ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปบนภูเขาสูง&nbsp;ก็ยิ่งมองเห็นพื้นที่ป่าถูกบุกรุกได้อย่างชัดเจน&nbsp;บางแห่งพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเกือบถึงเขตแดนประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ชาวบ้านที่บุกรุกป่า&nbsp;ส่วนใหญ่จะค่อย&nbsp;ๆ&nbsp;โค่นป่าที่ติดกับสวนของตนไปทีละเล็กทีละน้อย&nbsp;โดยใช้วิธีกานต้นไม้&nbsp;รอบโค่นแล้วทายาเพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นตาย&nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ซึ่งยากแก่การเข้าตรวจสอบจับกุมของเจ้าหน้าที่&nbsp;เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงผู้บุกรุกก็หนีหายไปหมดแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ก็ทำได้เพียงตรวจยึด&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้บุกรุกก็จะย้อนกลับมาดำเนินการทำต่อ&nbsp;จนปัจจุบันพื้นที่ป่าในอำเภอเบตงเหลือน้อยลงทุกที&nbsp;เพราะพอมีโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของรัฐเข้ามา&nbsp;ชาวบ้านก็จะมาเข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อทำให้ที่ป่าซึ่งเป็นพื้นที่บุกรุก&nbsp;จะได้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้อีกเพราะมีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ทั้ง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่&nbsp;เมื่อวัดพิกัด&nbsp;จีพีเอส&nbsp;จากดาวเทียม&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413064646280
248	กรมการข้าว มุ่งพัฒนาลดต้นทุนการปลูกข้าว ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดี	<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการข้าวมีความห่วงใยและตระหนักถึงปัญหาด้านต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยมาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งเรื่องต้นทุนการผลิตข้าวนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย&nbsp;ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก&nbsp;รวมไปถึงในส่วนที่กรมการข้าวรับผิดชอบโดยตรงและที่ภาคส่วนอื่นรับผิดชอบ&nbsp;โดยกรมการข้าวมีส่วนที่รับผิดชอบและดูแลในเรื่องต้นทุนการผลิตด้านต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านพัฒนาพันธุ์ข้าว&nbsp;กรมการข้าวได้พัฒนาข้าวพันธุ์ดี&nbsp;ผลผลิตสูง&nbsp;มีคุณภาพดี&nbsp;ต้านทานโรคและแมลง&nbsp;ทนต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและสามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ในทุกนิเวศการผลิต&nbsp;อีกทั้งยังพัฒนาพันธุ์เพื่อความมั่นคง&nbsp;เพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์&nbsp;ในการที่จะลดต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีด้านเมล็ดพันธุ์</strong>&nbsp;ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว&nbsp;มีระบบการขยายเมล็ดพันธุ์&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกนิเวศ&nbsp;ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ&nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรมีความสนใจสามารถขอรับการสนับสนุน&nbsp;หรือซื้อหาได้ตามระเบียบ&nbsp;รวมไปถึงมีเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;ธนาคารเมล็ดพันธุ์&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถติดต่อประสานรับการสนับสนุนได้</p><p>ตามระบบกระจายอยู่ทุกภูมิภาค&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองซึ่งเป็นการลดต้นทุนได้อย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ในด้านของเทคโนโลยีการจัดการผลิตข้าว</strong>&nbsp;กรมการข้าวได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการจัดการผลิต&nbsp;การจัดการปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;การจัดการน้ำที่คุ้มค่า&nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวที่เหมาะสม&nbsp;ทำให้ได้ข้าวมีคุณภาพดี&nbsp;ตลอดจนการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าและการเชื่อมโยงตลาดด้วยระบบกลุ่มทีแบ่งปัน&nbsp;การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริการให้ข้อมูล&nbsp;สนับสนุนการผลิต&nbsp;ลดความเสี่ยงในเรื่องของน้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;การระบาดของโรคและแมลง&nbsp;ตลอดจนเป็นการยกระดับคุณภาพผลผลิตข้าว&nbsp;ทั้งข้าวที่มีระบบการผลิตดีที่เหมาะสม&nbsp;(GAP)&nbsp;ข้าวอินทรีย์&nbsp;ข้าวตลาดเฉพาะ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113920345
249	คณะรัฐมนตรี เห็นชอบปรับเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากยิ่งขึ้น	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบนโยบายให้กรมประมงเร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเกี่ยวกับเงื่อนไขข้อจำกัดการสนับสนุนสินเชื่อในการประกอบอาชีพจากสถาบันการเงิน&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2546&nbsp;เรื่อง&nbsp;การขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและผู้ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;(Good&nbsp;Aquaculture&nbsp;Practice&nbsp;)&nbsp;และ&nbsp;CoC&nbsp;(Code&nbsp;of&nbsp;Conduct)&nbsp;ซึ่งเดิมมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลที่ได้การรับรองมาตรฐานทั้ง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;CoC&nbsp;ส่งผลให้มีเกษตรกรจำนวนมากได้รับผลกระทบ&nbsp;ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการประกอบอาชีพได้กรมประมง&nbsp;ได้พยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยได้รับการผลักดันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อยื่นเสนอเรื่องขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวข้างต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเหตุผลว่า&nbsp;การรับรองเพียงมาตรฐานเดียว&nbsp;</strong>หรือมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง&nbsp;เหมาะสมเพียงพอต่อการที่จะขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายนที่ผ่านมามีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเกิดความคล่องตัวในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อช่วยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413114338350
250	สหภาพยุโรปยอมรับข้อเสนอวิธีกำจัดแมลงวันผลไม้ พริก มะเขือ มะละกอ ฝรั่ง น้อยหน่า ของไทย หลังแจ้งปรับกฎระเบียบนำเข้าใหม่	<p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่สหภาพยุโรปมีการปรับกฎระเบียบ&nbsp;Regulation&nbsp;(EU)&nbsp;2019/2072&nbsp;ใหม่&nbsp;กำหนดให้มีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกพืช&nbsp;5&nbsp;ชนิดจากประเทศไทยได้แก่&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะละกอ&nbsp;&nbsp;ฝรั่งและน้อยหน่า&nbsp;จากเดิมที่เน้นการตรวจศัตรูพืชที่แปลงผลิต&nbsp;โรงคัดบรรจุและหน้าด่านตรวจพืชก่อนการส่งออก&nbsp;แต่กฎระเบียบใหม่กำหนดให้ประเทศไทย&nbsp;หรือทุกประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกของสหภาพยุโรปและมีรายงานการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ในสกุล&nbsp;Bactrocera&nbsp;ชนิดที่สหภาพยุโรปกำหนดจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ที่ประกาศใช้ดังกล่าว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;รีบจัดทำข้อมูลเสนอให้คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร&nbsp;พิจารณาพร้อมเร่งประสานกับสหภาพยุโรป&nbsp;โดยวิธีการที่ประเทศไทยเลือกคือ&nbsp;พืช&nbsp;4&nbsp;ชนิดได้แก่&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;น้อยหน่าและฝรั่ง&nbsp;บริหารจัดการตั้งแต่ในสวน&nbsp;การขนส่งจากแปลงไปโรงคัดบรรจุและการบริหารจัดการในโรงคัดบรรจุ&nbsp;รวมทั้งการรับรองสุขอนามัยพืชก่อนการส่งอออก&nbsp;ส่วนมะละกอ&nbsp;เสนอใช้วิธีการเก็บเกี่ยวที่ระยะเวลา&nbsp;90-120&nbsp;วัน&nbsp;หลังดอกบาน&nbsp;และมะละกอสุกจะต้องผ่านการแช่น้ำร้อน&nbsp;หรือผ่านการอบไอน้ำปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ก่อนการส่งออก&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังจากที่ได้ลงนามในหนังสือแจ้งให้&nbsp;DG&nbsp;SANTE</strong>&nbsp;พิจารณาเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ได้มีการประสานงานกับสำนักที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงบรัสเซลส์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อระยะเวลาที่กฎระเบียบของอียูจะมีผลบังคับใช้&nbsp;โดยได้รับรายงานว่าสหภาพยุโรปรับพิจารณาข้อมูลของประเทศไทยแล้ว&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;สามารถส่งออกพืชทั้ง&nbsp;5&nbsp;ชนิดได้อย่างต่อเนื่องภายใต้เงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113630341
251	กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;69&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;25,246&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413095221310
252	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม 7 พื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&nbsp;7&nbsp;พื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;7&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413102241315
253	สถานการณ์ราคาทุเรียนจังหวัดระยอง เริ่มผันผวน หลังพ่อค้าคนกลางปั่นราคา อ้างล้งหยุดรับซื้อ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สถานการณ์ราคาทุเรียนของภาคตะวันออก&nbsp;เริ่มปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน</strong>&nbsp;จากเดิมทุเรียนพันธุ์หมอนทองหน้าสวน&nbsp;ราคา&nbsp;140-150&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ลดเหลือ&nbsp;90-110&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยมีสาเหตุจากมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของจีน&nbsp;ที่มีการตรวจสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และมีรายงานว่า&nbsp;ด่านโมฮ่านของจีนออกประกาศระงับการนำเข้าทุเรียนไทย&nbsp;3&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;เมษายน&nbsp;เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนส่งทุเรียนจากไทยผ่านลาว&nbsp;เข้าด่านโมฮ่านทางตอนใต้ของมณฑลยูนนานเกินมาตรฐาน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อกระบวนการส่งออก&nbsp;จึงเป็นเหตุให้พ่อค้าคนกลางและผู้ประกอบการส่งออก&nbsp;ลดความเสี่ยง&nbsp;โดยการซื้อทุเรียนถูกลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทุเรียนในจังหวัดระยองยังไม่แก่เต็มที่&nbsp;ล้งรับซื้อต้องการทุเรียนแก่เท่านั้น&nbsp;จากการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในทุเรียนของเกษตรกรใน&nbsp;อำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;พบทุเรียนสุกเพียง&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ที่เหลือ&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เป็นทุเรียนอ่อน&nbsp;เป็นเหตุให้เกิดการปั่นราคาโดยอ้างว่าล้งปิดการรับซื้อ&nbsp;หากจะรับซื้อ&nbsp;จะซื้อในราคาที่ถูกลง&nbsp;ทำให้เกษตรกรเร่งตัดทุเรียนออกขายทั้งที่ทุเรียนยังอ่อน&nbsp;เมื่อนำไปขายล้งก็จะไม่รับซื้อ&nbsp;เกษตรกรก็จะนำทุเรียนออกมาขายตามท้องตลาด&nbsp;เป็นเหตุให้ราคาลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;</strong>ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;ไม่ให้มีเชื้อโควิด&nbsp;เพื่อช่วยให้การส่งออกรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;และช่วยป้องกันราคาลดต่ำลง</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113831344
254	คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจจับรถควันดำทั่วประเทศแล้วกว่า 240,000 คัน โดยวันนี้เป็นวันแรกเริ่มตรวจจับมาตรฐานควันดำรถยนต์สูงขึ้นร้อยละ 15	"<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจจับรถควันดำทั่วประเทศแล้วกว่า&nbsp;240,000&nbsp;คัน&nbsp;โดยวันนี้เป็นวันแรกเริ่มตรวจจับมาตรฐานควันดำรถยนต์สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;15&nbsp;เพื่อลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยเฉพาะในเขตเมืองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนที่มีสาเหตุแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่&nbsp;ซึ่งในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานครมีแหล่งกำเนิดหลักมาจากการขนส่งทางถนน&nbsp;โดยรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหาการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่างๆและแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะ&nbsp;จึงได้กำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานและวิธีการตรวจวัดการระบายมลพิษจากรถยนต์เป็นแนวทางหนึ่งแก้ปัญหาดังกล่าวตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;""การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง""&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ได้ตรวจควันดำทั่วประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;164,560&nbsp;คัน&nbsp;พบเกินมาตรฐาน&nbsp;46,176&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้&nbsp;682&nbsp;คัน&nbsp;ตรวจโดยกองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;และพื้นที่ต่างจังหวัด&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;82,096&nbsp;คัน&nbsp;พบเกินมาตรฐาน&nbsp;1,165&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้&nbsp;1,165&nbsp;คัน&nbsp;ตรวจโดยสำนักงานขนส่งจังหวัด&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;ตำรวจภูธร&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำ&nbsp;เพื่อเพิ่มความเข้มงวดและประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์&nbsp;ด้วยการออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;จึงขอแจ้งผู้ประกอบการและประชาชนดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดด้วย</p>"	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413125321388
255	ห่วงใยควายน้ำและเกษตรกร ปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือควายทะเลน้อย พัทลุง อย่างต่อเนื่อง	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มีความเป็นห่วงควายน้ำและเกษตรกรที่เดือดร้อน&nbsp;โดยเร่งให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;โดยอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ชัยวัตน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศัตว์&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงควายทะเลน้อย&nbsp;ร่วมกับนายวิญญ์&nbsp;สิทธิเชนทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ผู้แทนของผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;8,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ยาบำรุงยาถ่ายพยาธิ&nbsp;แร่ธาตุเวชภัณฑ์&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อให้กับตัวแทนเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางโลหิตวิทยาในเลือดกระบือทะเลน้อย</strong>ที่ประสบปัญหาสุขภาพ&nbsp;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้&nbsp;ยืนยันได้ว่ากระบือมีภาวะโลหิตจางที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ&nbsp;สอดคล้องกับประวัติการขาดอาหาร&nbsp;สรุปปัญหาสุขภาพของกระบือทะเลน้อย&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ตามที่มีรายงานข่าวในขณะนี้ไม่ได้เกิดจากโรคติดเชื้อ/โรคระบาด&nbsp;การแก้ไขปัญหามี&nbsp;3&nbsp;ระยะคือ&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;ระยะยาว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับระยะสั้น&nbsp;ที่เร่งด่วนคือ</strong>&nbsp;การช่วยเหลือด้านอาหารสัตว์และฟื้นฟูสุขภาพแก่ควายดังกล่าว&nbsp;จะบูรณาการทีมเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์และของคณะสัตวแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;ดำเนินการอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>ระยะกลาง&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรผู้เลี้ยงควายรวมกลุ่ม</strong>&nbsp;จัดองค์กรเพื่อประสานงานการพัฒนาการเลี้ยง&nbsp;ปรับปรุงพันธุ์ด้วยผสมเทียมและสนับสนุนพ่อพันธุ์คุมฝูง&nbsp;ลดปัญหาเรื่องการผสมเลือดชิด&nbsp;สร้างอาสาปศุสัตว์ประจำกลุ่ม&nbsp;สร้างเครือข่ายแจ้งข่าวสารและเตือนภัย&nbsp;</p><p><strong>ระยะยาว&nbsp;จัดทำคอกพักสัตว์จุดอพยพ</strong>&nbsp;ในยามน้ำในทะเลน้อยมีระดับสูง&nbsp;สำหรับบริหารจัดการดูแลควายของแต่ละกลุ่ม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413195903592
256	ไทย มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง และผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงอย่างน้อยร้อยละ 20	<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;และผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่าปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้นช่วงนี้&nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากหมอกควันข้ามแดนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เบื้องต้นประเทศไทยหนึ่งในคณะกรรมการภายใต้รัฐมนตรีประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;ได้แจ้งสำนักเลขาธิการอาเซียนให้ประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขงยกระดับการดำเนินการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอีกทางหนึ่ง&nbsp;คาดว่า&nbsp;การยกระดับความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว&nbsp;สำหรับภาพรวมจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ในอนุภูมิภาคแม่โขงปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยจำนวนจุดความร้อนสะสมตั้งแต่มกราคมจนถึงปัจจุบันลดลงถึงร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เป็นผู้นำการขับเคลื่อนพยายามผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงจากปีก่อนอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ขยายโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน&nbsp;(Haze&nbsp;Free&nbsp;ASEAN&nbsp;Roadmap)&nbsp;สำหรับภูมิภาคอาเซียนและแผนปฏิบัติการเชียงราย&nbsp;2017&nbsp;สำหรับอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;โดยแผนปฎิบัติการเชียงรายได้ถูกขยายไปอีก&nbsp;5&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไทยมุ่งหวังให้การป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียนมีผลในทางปฏิบัติให้มากขึ้น&nbsp;แล้วพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413132115399
257	ปภ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก ตำบลตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปภ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้&nbsp;โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก&nbsp;ตำบลตาเสา&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสารธภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;เหตุเพลิงไหม้&nbsp;บริษัท&nbsp;mme&nbsp;โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก&nbsp;และที่จัดเก็บพลาสติก&nbsp;เลขที่&nbsp;136&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลลำตาเสา&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;สถานที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;เปิดดำเนินกิจการตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2554&nbsp;มีพนักงานในบริษัท&nbsp;15&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากตู้เบรคเกอร์ไฟฟ้าของโรงงานระเบิด&nbsp;</strong>ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ขึ้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอพยพผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้นำส่งโรงพยาบาลวังน้อย&nbsp;ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รถดับเพลิง&nbsp;24&nbsp;คัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;ได้ประสานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ดำเนินการเข้าตรวจสภาพอากาศและดูแลสุขภาพประชาชนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงต่อไป&nbsp;</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413143717428
258	ไทย ประสบความสำเร็จติด 1 ใน 5 ของโลกการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน 1 ปี เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก	<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;ประสบความสำเร็จติด&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโลกการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน&nbsp;แหลมพันวา&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;ประสบความสำเร็จการอนุบาลเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จนประเทศไทยอยู่&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโลกที่ทำสำเร็จแล้ว&nbsp;คือ&nbsp;ศรีลังกา&nbsp;อเมริกา&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;แคนาดา&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาไทยใช้ความพยายามทดลองเลี้ยงเต่ามะเฟืองในบ่อเลี้ยง&nbsp;แต่ยังไม่สามารถอนุบาลเป็นเวลานานได้&nbsp;เพราะเต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก&nbsp;(Critically&nbsp;endangered)&nbsp;และเป็นสัตว์สงวนของไทยที่เป็นเต่าทะเลน้ำลึกต่างกับเต่าทะเลสายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;เมื่อนำมาอนุบาลในบ่อเลี้ยงเต่าจะว่ายชนบ่อเลี้ยงจนติดเชื้อและตาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เต่ามะเฟืองมีบทบาทสำคัญในการควบคุมปริมาณแมงกะพรุน&nbsp;แล้วอาศัยอยู่ในทะเลลึกเกือบตลอดชีวิตและจะกลับมาชายหาดเฉพาะตอนวางไข่เท่านั้น&nbsp;โดยปี&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;พบเต่ามะเฟืองกลับมาวางไข่ที่พังงาและภูเก็ตอีกครั้ง&nbsp;มีโดยมีลูกเต่ามะเฟืองฟักตัวจากไข่ออกสู่ทะเลมากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัว&nbsp;ตามสถิติลูกเต่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัวจะมีเพียง&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;เท่านั้นจะมีชีวิตรอดไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผลพลอยได้จากโครงการทดลองอนุบาลเต่ามะเฟืองครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;ความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์แมงกะพรุนหนังลายจุดและแมงกะพรุนลอดช่อง&nbsp;//&nbsp;การสร้างระบบเลี้ยงสำหรับลูกเต่ามะเฟือง&nbsp;โดยเฉพาะคอกป้องกันไม่ให้เต่าเกิดบาดแผล&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;งานวิจัยการอนุบาลเต่ามะเฟืองในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เล่ม&nbsp;สิ่งสำคัญการศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติของเต่ามะเฟืองยังเป็นการเพิ่มโอกาสการมีชีวิตรอดท่ามกลางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันนี้ด้วย</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413151110450
259	จังหวัดลพบุรีย้ำให้ทุกอำเภอชี้แจงเกษตรกร ชะลอการเข้าพื้นที่การเกษตรช่วงนี้	<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมพระปรางค์สามยอด&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&nbsp;นายสุภกิณห์&nbsp;แวงชิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อติดตามการปฏิบัติงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;ของทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ย้ำให้ทุกอำเภอชี้แจงเกษตรกร&nbsp;ชะลอการเข้าพื้นที่การเกษตรช่วงนี้และติดตั้งป้ายสัญญาณต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้ผู้เดินทางทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้เห็นอย่างเด่นชัด&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ด่านชุมชน&nbsp;ด่านครอบครัวทุกอำเภอดูแลกวดขันสมาชิกในครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;หมู่บ้านที่จัดเลี้ยงสังสรรค์&nbsp;เมาแล้วห้ามขับรถออกมา&nbsp;รวมทั้งเข้มงวดการสวมหมวกกันน็อคด้วย</p><p><strong>สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่&nbsp;2&nbsp;ของการรณรงค์ฯ&nbsp;เกิดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ชาย&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุมี&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอท่าหลวง&nbsp;อำเภอสระโบสถ์&nbsp;อำเภอหนองม่วง&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;และอำเภอโคกเจริญ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413145922438
260	ราคาหมูขยับจากปัจจัยรอบด้าน เป็นไปตามกลไกตลาด	<p>การผลิตอาหารเพื่อประชากรโลก มีห่วงโซ่การผลิตหรือ Supply Chain ที่ยาวมาก และแน่นอนว่าต้องมีผู้คนมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปกติแล้ว กลไกตลาด จะเป็นตัวกำหนดสมดุลราคาขายที่เหมาะสม กล่าวคือถ้ามีความต้องการมากผลผลิตน้อยราคาจะสูง ถ้ามีผลผลิตมากแต่ความต้องการน้อยราคาจะตกต่ำ แน่นอนว่าวัฏจักรสินค้าแต่ละชนิดจะมีปัจจัยเข้ามากระทบในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะกระทบราคาขายในช่วงนั้นๆ ยิ่งถ้ามีปัจจัยผิดปกติเข้ามากระทบต้นทุนการผลิต และเกิดการแทรกแซงในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของห่วงโซ่ นั่นย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังเช่นที่ ขณะนี้มีปัจจัยรอบด้านเข้ามาส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรภาคปศุสัตว์สูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประการแรก :&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p>ปัจจัยที่เกินคาดคิดอย่างผลพวงจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ถีบตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ ราคาข้าวสาลี กากถั่วเหลือง เนื่องจาก 2 ประเทศ เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น กลายเป็นต้นทุนค่าขนส่งที่ทวีคูณขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระดับราคาวัตถุดิบในประเทศที่ดันราคาให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ก่อความเดือดร้อนอย่างหนักให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากอาหารเป็นต้นทุนหลักของการผลิตสัตว์ถึง 70% ทีเดียว นับเป็นต้นทุนหลักที่หากรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันการณ์ จะส่งผลให้เกษตรกรอยู่ไม่ได้ และชะลอหรือยุติการเลี้ยงสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประการที่สอง : มาตรการป้องกันโรค&nbsp;&nbsp;</p><p>ช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาโรคระบาด ASF ทำให้ปริมาณแม่พันธุ์สุกรหายไปจากระบบจากเดิม 1.1 ล้านตัว เหลือเพียง 5 แสนตัว และลูกสุกรจาก 28 ล้านตัวเหลือเพียง 12-13 ล้านตัว ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเนื้อหมูหายไปจากตลาดเป็นจำนวนมาก รวมถึงเกษตรกรทก็หายไปจากระบบจาก 2 แสนรายเหลือเพียง 8 หมื่นราย เกษตรกรที่เหลืออยู่จำเป็นต้องวางมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพื่อห้สามารถเลี้ยงสุกรได้ตลอดรอดฝั่ง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประการที่สาม : สภาพภูมิอากาศ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;ภาวะอากาศร้อนแล้งและเปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;สภาพอากาศแปรปรวนส่งผลโดยตรงต่อการเลี้ยงสุกรมีอาการเครียด กินอาหารได้น้อยลง เสี่ยงต่อการแท้ง&nbsp;อัตราการเจริญเติบโต (ADG) ต่ำ และอัตราแลกเนื้อ (FCR) แย่ลง รวมถึงอัตราเสียหายที่มักสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;ประการที่สี่ : เทศกาลรื่นเริง&nbsp;&nbsp;</p><p>เทศกาลสงกรานต์ หรือ เทศกาลรื่นเริงต่างๆ มีผลต่อความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นสวนทางกับผลผลิตที่ลดลง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งหมดนี้ เป็นต้นทุนการผลิตรวมที่สูงขึ้นทุกทิศทาง ส่งผลให้ราคาหมูหน้าฟาร์มขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็จะอยู่ในระดับสูงไปจนกว่าปัจจัยที่เข้ามากระทบจะค่อยๆลดระดับลง เช่น สงครามสงบ ล่วงเลยเวลาช่วงเทศกาล หรือมีวัคซีนป้องกันโรค ASF ขึ้นมา และแม้ปัจจัยต่างๆ จะยังคงอยู่ แต่ถ้าผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ หรือหันไปบริโภคโปรตีนอื่นทดแทน ระดับราคาเนื้อหมูก็จะลดลงเองหรือที่เรียกว่า กลไกตลาดทำงาน โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงหรือตรึงราคาขายใดๆ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ขอเพียงรัฐทำหน้าที่ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยพิจารณารายละเอียดโครงสร้างอุตสาหกรรม ควบคู่กับการสนับสนุนกำลังซื้อ...ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เองด้วยกลไกตลาด&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>โดย ลักขณา นิราวัลย์</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413183128554
261	อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;เตือนอิสานใต้&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันพุธที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้</strong>&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-15&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;คาดว่า&nbsp;อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;36&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;25&nbsp;องศาเซลเซียส</p>	2022-04-13T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413200507601
262	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วงวันที่ 14 - 17 เม.ย.นี้จนเกิดฝนตก	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายนนี้จนเกิดฝนตก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนหลายพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางบางแห่งมีอากาศร้อนจัดและมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;25,096&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณน้ำช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;เนื่องจากลมตะวันตกนำความชื้นเข้าสู่ประเทศไทยตอนบน&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ความกดอากาศสูงจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง</p>	2022-04-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414094311722
263	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการรระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414095055726
264	อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;เตือนอิสานใต้&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อนึ่ง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;16-18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้</strong>&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-15&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;37&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;26&nbsp;องศาเซลเซียส</p>	2022-04-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414173519887
265	ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล จังหวัดชุมพร เพิ่มความเข้มงวดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;ได้จัดชุดส่วนราชการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;มอบสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการประชาชน&nbsp;เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน&nbsp;ทั้งด้านอำนวยความสะดวกและการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;รวมทั้งการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้&nbsp;คณะชุดทำงานตรวจเยี่ยมและติดตามจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการ&nbsp;และด่านชุมชน&nbsp;เดินทางออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจบริการประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยก่อนการลงพื้นที่&nbsp;นายสมพร&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงาน&nbsp;และแนวทางแก้ไข&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;ซึ่งได้สรุปรายงานการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพรมีอุบัติเหตุสะสม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;(Admit)&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ขับรถเร็วเกินกำหนด&nbsp;หลับใน&nbsp;ซึ่งประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากนั้น&nbsp;ได้มีการประชุมและสั่งการร่วมมือบูรณาการ&nbsp;ตามประเด็นข้อสั่งการของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</strong>&nbsp;โดยให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันตลอดจนอำนวยความสะดวกในการจราจรช่วง&nbsp;โดยเพิ่มความระมัดระวังบริเวณทางแยก&nbsp;จุดตัด&nbsp;จุดกลับรถ&nbsp;รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของความเร็วบนถนนสายหลัก&nbsp;สำหรับถนนสายรอง&nbsp;ให้ด่านชุมชน&nbsp;คนในหมู่บ้านดูแลกันภายใน&nbsp;ก่อนออกมาจากชุมชน&nbsp;หากพบผู้ที่สภาพร่างกายไม่พร้อม&nbsp;ให้ตรวจสอบ&nbsp;และควรใช้ด่านครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก&nbsp;ด้วยการให้คนในครอบครัวตักเตือนกันเอง&nbsp;ดูแลกันเอง&nbsp;และในเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ให้เพิ่มการดูแล&nbsp;เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะในจุดอันตรายต้องมีการแจ้งเตือน&nbsp;และต้องมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับพื้นที่ในตัวเมือง&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;จะพบว่าร้านอาหารจะมีการสังสรรค์</strong>&nbsp;ให้ตำรวจและฝ่ายปกครอง&nbsp;ตั้งจุดตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง&nbsp;ควบคู่กับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ทั้งมาตรการส่วนบุคคล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และสำหรับกิจการ&nbsp;กิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องมี&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;นอกจากนี้ยังฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางหลัก-เส้นทางรองในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;หากรู้สึกเมื่อยล้า&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;และง่วงจากการเดินทาง&nbsp;ขอให้แวะพักผ่อนได้ที่จุดบริการ&nbsp;จุดพักรถ&nbsp;ซึ่งจังหวัดชุมพรตั้งจุดบริการไว้ตลอดเส้นทาง</p>	2022-04-14T00:00:00	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414174246890
266	กอนช. ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;70&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;58&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;24,933&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมมาตรการรับมือปัญหาขาดแคลนน้ำหน้าแล้งปีนี้&nbsp;อย่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตรปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำเดือนเมษายน&nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;11&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรที่เริ่มเพาะปลูก&nbsp;แล้วให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกแห่งติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวันและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนต่างๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ให้โครงการชลประทานเชียงใหม่ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่จอกที่สำรองใช้หน้าแล้งให้การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาเชียงใหม่&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำสำหรับนำไปผลิตประปาที่สถานีผลิตน้ำอุโมงค์&nbsp;8&nbsp;สถานี&nbsp;รวมกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;สำหรับจ่ายน้ำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองเชียงใหม่&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำและแก้มลิงโดยส่งลงคลองแม่แตง&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองผลิตประปา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;ซึ่งมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั้งหมด&nbsp;82&nbsp;เครื่อง&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;16&nbsp;คัน&nbsp;รถขุด&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;รถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;ล้อ&nbsp;25&nbsp;คัน&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ&nbsp;12&nbsp;หน่วย</p>	2022-04-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415093924014
267	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการรระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415094941018
268	รัฐบาล สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดหาน้ำต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 1 ล้านครัวเรือน	<p><strong>รัฐบาล&nbsp;สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยจัดหาน้ำต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านครัวเรือน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความคืบหน้าจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2561-2580)&nbsp;โดยเฉพาะให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค-บริโภค&nbsp;น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง&nbsp;ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง&nbsp;คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;และบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ปัจจุบันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพประปาหมู่บ้าน&nbsp;4,675&nbsp;แห่ง&nbsp;จัดหาปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น&nbsp;1,797&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำผิวดินทั้งในพื้นที่ชลประทานและพื้นที่เกษตรน้ำฝนได้ปริมาณน้ำต้นทุนถึง&nbsp;1,452&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรได้ปริมาณน้ำ&nbsp;124&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำให้แหล่งน้ำอีก&nbsp;221&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;1.17&nbsp;ล้านไร่&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1.08&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;และยังได้พัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยมีพื้นที่ได้รับการป้องกัน&nbsp;9,556&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับการป้องกัน&nbsp;10,893&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;สร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;156,070&nbsp;ไร่&nbsp;และพัฒนาระบบติดตามประเมินผลด้านน้ำของประเทศไทย&nbsp;(TWA)&nbsp;ซึ่งจะเป็นเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำได้อย่างชัดเจน&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;ลดความซ้ำซ้อนของโครงการ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนมั่นใจมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำกระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศตามความจำเป็นเร่งด่วนแน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;สทนช.จะพิจารณาแผนงานโครงการโดยยึดปัญหาด้านน้ำเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ&nbsp;(Area&nbsp;Based)&nbsp;เป็นเกณฑ์สำคัญ&nbsp;มีแผนหลักเป็น&nbsp;Road&nbsp;map&nbsp;การแก้ปัญหาและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เช่น&nbsp;แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;35&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ขับเคลื่อนแล้ว&nbsp;21&nbsp;โครงการ&nbsp;อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม&nbsp;17&nbsp;โครงการ&nbsp;เพื่อรองรับการใช้น้ำในอีก&nbsp;20&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;//&nbsp;โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;บึงบอระเพ็ด&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;,&nbsp;บึงราชนก&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;บึงสีไฟ&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;หนองหาร&nbsp;จ.สกลนคร</p>	2022-04-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415105031044
269	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ 3,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ&nbsp;3,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;442&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;154&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;132&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;96&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และพระนครศรีอยุธยา&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมากระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,046&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,831&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,679&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นลดลงเล็กน้อยจากวันก่อน&nbsp;แต่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;และมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;2,708&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,480&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-04-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415110307047
270	คณะอนุกรรมการกำกับดูแลฯ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.แม่ฮ่องสอน ปี 6465 งวดที่ 5 เผย ราคาประกันรายได้ฯ สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน 15.5 เปอร์เซ็น กิโลกรัมละ 10.60 บาท	<p><strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;5)&nbsp;ดังนี้&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&nbsp;15.5&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;10.60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;(กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท)&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-15T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415120413071
271	จังหวัดตราด กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ฯ ที่วัดแหลมมะขาม ตำบลแหมงอบ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">นายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด</strong><strong>&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และส่วนราชการต่างๆ&nbsp;กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ขึ้นในวันพุธที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ที่วัดแหลมมะขาม&nbsp;ตำบลแหลมงอบ&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการจัดโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการวิชาการแก่เกษตรกร</strong>&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรมหลัก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;และคลินิกประมง&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์คลินิกกฎหมาย&nbsp;(สปก.)&nbsp;คลินิกตรวจเลือดหาสารตกค้างให้กับเกษตรกร&nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรกร&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้ารับบริการจากการจัดโครงการดังกล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	2022-04-15T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415131601109
272	เริ่มใช้เกณฑ์ตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากพบปรับสูงสุด 5,000 บาท	<p><strong>นายเสกสม</strong>&nbsp;<strong>อัครพันธุ์</strong>&nbsp;<strong>รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>และโฆษกกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;เพื่อลดการปล่อยควันดำให้น้อยลง&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ&nbsp;แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์และเป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นมา&nbsp;</p><p><strong>กรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&nbsp;ให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำและวิธีการตรวจวัดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด&nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&nbsp;กรณีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง&nbsp;ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&nbsp;ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จากเดิม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และหากตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรอง&nbsp;ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&nbsp;ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากเดิม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ซึ่งเกณฑ์การตรวจควันดำใหม่&nbsp;เริ่มมีผลบังคับใช้กับการตรวจวัดควันดำรถที่มาดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนจดทะเบียน&nbsp;หรือตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถ&nbsp;(ตรอ.)&nbsp;ทุกแห่งแล้ว&nbsp;ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;หากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง&nbsp;แล้วมีค่าควันดำเกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง&nbsp;แล้วมีค่าควันดำ&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ&nbsp;ห้ามใช้&nbsp;จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนดและนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านการตรวจวัดจึงจะนำไปใช้งานได้</p><p><strong>รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำดังกล่าวนอกจากมีผลบังคับใช้กับสำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถแล้ว&nbsp;ยังนำไปใช้กับการตรวจควันดำบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง&nbsp;จัดผู้ตรวจการออกตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียของรถบรรทุกและรถโดยสาร&nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเพิ่มความถี่ในการปฏิบัติงานออกตรวจวัดควันดำทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและสายรองที่เข้า-ออกกรุงเทพมหานคร&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถ&nbsp;ควรให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ&nbsp;&nbsp;รวมถึงการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่เกิดจากยานพาหนะ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415211559285
273	เปิดสวนชิมเมล่อน คิโมจิ- อาหรับ พันธุ์ใหม่  หวาน หอม อร่อย	<p><strong>เปิดสวน&nbsp;ชิมเมล่อน&nbsp;คิโมจิ-&nbsp;อาหรับ&nbsp;พันธุ์ใหม่&nbsp;</strong>ทยอยสุกจนเกือบเต็มแปลง&nbsp;หลังใช้เวลาการปลูกและดูแลมา&nbsp;ร่วม&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคมจนกระทั่งถึงขณะนี้&nbsp;โดยทางเกษตรกร&nbsp;เริ่มตัดผลผลิตรุ่นแรก&nbsp;30&nbsp;ลูก&nbsp;ส่งให้กับลูกค้า&nbsp;ที่ชื่นชอบเมล่อน&nbsp;ต้องการชิมรสชาติ&nbsp;ความอร่อยและได้สั่งจองผ่านออนไลน์ไว้&nbsp;ในราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมีทั้งสั่งจองลูกเดียว&nbsp;ไปจนถึงหลายลูก&nbsp;แต่ละลูก&nbsp;จะมีน้ำหนักไม่เท่ากัน&nbsp;ตั้งแต่กิโลกรัมกว่าไปจนถึง&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ด้านนายอมร&nbsp;ชุมช่วย&nbsp;นายอำเภอยะหา&nbsp;ปลัดอำเภอยะหา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงปลูกเมล่อนสายพันธุ์ใหม่&nbsp;ที่ผลผลิตกำลังทยอยสุก&nbsp;แต่ละลูกก็จะมีสีส้ม&nbsp;สวยงาม&nbsp;พร้อมทั้งได้ตัดผลเมล่อนและร่วมกันชิมรสชาติเมล่อนสายพันธุ์ใหม่หน้าแปลง&nbsp;ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง&nbsp;ทุกคนต้องยกนิ้วให้&nbsp;ด้วยความหอม&nbsp;เนื้อนุ่มสีส้มและความอร่อยของรสชาติ&nbsp;ที่หวานพอดี&nbsp;&nbsp;โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเปิดตลาดเมล่อนพันธุ์ใหม่&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร&nbsp;</strong>(ศพก)&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ครูภูมิปัญญาด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากที่ได้ต่อยอด&nbsp;นำเกสร&nbsp;ของเมล็ดพันธุ์เมล่อน&nbsp;อาหรับ&nbsp;ผสมเกสรกับ&nbsp;สายพันธุ์คิโมจิ&nbsp;มาร่วม&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งเดิม&nbsp;เมล่อน&nbsp;อาหรับ&nbsp;จะมีผลเป็นสีเหลือง&nbsp;ไม่หอม&nbsp;ส่วนคิโมจิผลจะเป็นสีเขียวไม่มีเหลือง&nbsp;&nbsp;พอนำมาผสมกัน&nbsp;ลูกก็จะออกมาเป็นสีเหลือง&nbsp;เมกกะ&nbsp;เนื้อในเดิม&nbsp;&nbsp;คิโมจิ&nbsp;สีเขียว&nbsp;ก็จะออกมาเป็นสีส้ม&nbsp;&nbsp;โดยสายพันธุ์ใหม่จะมีกลิ่นหอมของคิโมจิ&nbsp;ส่วนรสชาติหลายๆ&nbsp;คนได้ชิมแล้ว&nbsp;บอกว่า&nbsp;โอเค&nbsp;ผ่าน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้&nbsp;เป็นความภาคภูมิใจที่ตนเองได้ใช้ภูมิปัญญา&nbsp;ทางด้านการเกษตรมาต่อยอดทดลองปลูกเมล่อน</strong>&nbsp;ตะวันออกกลางที่มาปลูกบ้านเรามาผสมกับคิโมจิ&nbsp;จนประสบความสำเร็จครึ่งหนึ่ง&nbsp;ต่อไปก็จะขยายต่อเป็นพันธุ์ลูกผสม&nbsp;&nbsp;หลังได้ผลผลิตเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งผลและรสชาติความอร่อย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416075025326
274	แปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันด้านองค์ความรู้ การผลิต การตลาด	<p><strong>นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การศึกษาดูงานเป็นหนึ่งในกิจกรรมการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนากรเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ปีละ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของทั้งสองเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ตลอดจนเป็นที่บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;เข้าเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ได้อย่างแท้จริง&nbsp;สำหรับแปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จดำเนินการและบริหารงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอนซึ่งนับเป็นศูนย์เครือข่ายหนึ่งที่เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ทั้งด้านองค์ความรู้&nbsp;การผลิตและการตลาด</p><p><strong>นายสุวรรณ&nbsp;เทโวขัติ&nbsp;ประธานแปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ&nbsp;ได้สมัคร&nbsp;เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับวิธีการแปรรูปเป็นไปอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน&nbsp;ทำให้กาแฟเทพเสด็จมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;มีรสชาติหอมหวาน&nbsp;มีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าและปัจจุบันกาแฟเทพเสด็จ&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416120448377
275	กอนช. คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,771&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416094748341
276	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 16 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;16&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;16&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.สุเทพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;,&nbsp;ต.ช้างเผือก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;,&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416101114346
277	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว สูงกว่า 2,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;สูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;372&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;127&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;120&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และแพร่&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,185&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,893&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,811&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้&nbsp;ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,250&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,259&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416125240412
278	รัฐบาล เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ 43 โครงการ ช่วยเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้กว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมลงได้มาก	<p><strong>รัฐบาล&nbsp;เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ&nbsp;43&nbsp;โครงการ&nbsp;ช่วยเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้กว่า&nbsp;600&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมลงได้มากจากแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ได้เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญรวม&nbsp;43&nbsp;โครงการ&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้อีก&nbsp;646&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;1.56&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ประชาชนมีน้ำใช้ในกิจกรรมต่างๆกว่า&nbsp;262,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และบำบัดน้ำเสียได้&nbsp;1.36&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;//&nbsp;โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน&nbsp;//&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง&nbsp;//&nbsp;โครงการขยายเขต&nbsp;กปภ.บ้านฉาง&nbsp;รองรับ&nbsp;EEC&nbsp;//&nbsp;โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;แผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูคลองแสนแสบ&nbsp;โดยทำควบคู่กับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ยกระดับการมีส่วนร่วม&nbsp;สร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านน้ำตั้งแต่ระดับพื้นที่ผ่านองค์กรผู้ใช้น้ำ&nbsp;อนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำจนถึงระดับนโยบาย&nbsp;คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ยังได้พัฒนากลไกการกำกับดูแลและจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ&nbsp;และพัฒนาเครื่องมือการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;ผังน้ำ&nbsp;คลังข้อมูลน้ำในรูปแบบ&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;และ&nbsp;application&nbsp;National&nbsp;Thai&nbsp;Water&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การดำเนินงานดังกล่าวทำให้สถิติความเสียหายจากอุทกภัยลดลงอย่างชัดเจน&nbsp;อย่างปี&nbsp;2562&nbsp;ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงมาก&nbsp;แต่การบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกัน&nbsp;วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง&nbsp;และหาแหล่งน้ำสำรอง&nbsp;ส่งผลให้มีหมู่บ้านประกาศภัยแล้งปี&nbsp;2562&nbsp;เพียง&nbsp;30&nbsp;จังหวัด&nbsp;891&nbsp;ตำบล&nbsp;ใน&nbsp;7,662&nbsp;หมู่บ้านเท่านั้น&nbsp;ซึ่งน้อยกว่าการบริหารจัดการน้ำในหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยปี&nbsp;2564/65&nbsp;ยังไม่มีการประกาศภัยแล้ง&nbsp;ส่วนปัญหาอุทกภัยได้แจ้งเตือนล่วงหน้าและบริหารจัดการน้ำร่วมกันทำให้ความเสียหายน้อยลง&nbsp;แล้วยังป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย&nbsp;</p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416164434482
279	จุรินทร์ ออนทัวร์ ภาคใต้ ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 2 แสนราย พร้อมมอบเช็คชำระหนี้และโฉนดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สืบสานนโยบายอดีตนายกฯ ชวน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมเป็นประธานมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอท่าชนะ&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพูนพงษ์&nbsp;นัยนาภากรณ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายสไกร&nbsp;พิมพ์บึง&nbsp;เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;หัวส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เดินทางต่อไปยังวัดกลางเก่า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เพื่อพบกับสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่น&nbsp;โดยมีพี่น้องประชาชนได้มารอมอบดอกกุหลาบ&nbsp;และถือป้ายขอบคุณนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้มอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&nbsp;แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเบื้องต้น</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>นโยบายประกันรายได้&nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&nbsp;ให้เกษตรกรชาวสวนยางและชาวสวนปาล์ม&nbsp;ได้มีหลักประกันให้ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;และยางแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วย&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทางพรรคได้ดำเนินการมา&nbsp;3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ตอนนี้ราคาทะลุเพดาน&nbsp;ปาล์มกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาทโดยประมาณ&nbsp;อีกทั้งมีมาตรการช่วยเหลือหลายมาตรการจนสามารถช่วยให้ราคาดีขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก&nbsp;เพื่อไม่ให้ปาล์มของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปนในตลาด&nbsp;ต้องนำเข้าทางเรือเท่านั้น&nbsp;และตนพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย&nbsp;ส่งผลให้วันนี้การส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;40%&nbsp;ทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น&nbsp;แต่การประกันรายได้จะเป็นหลักประกัน&nbsp;เผื่อว่าวันไหนปาล์มและยางราคาตก&nbsp;อย่างน้อยจะมีหลักประกันให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โครงการประกันรายได้&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ปีได้&nbsp;177,800&nbsp;ราย&nbsp;โอนเงินส่วนต่างแล้วเฉพาะคนสุราษฎร์&nbsp;4,920&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรของบางคนเป็นหนี้และไปขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;</strong>(กฟก.)&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่เป็นหนี้ให้ไปเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;ไม่ให้โดนยึดที่ดินทำกิน&nbsp;ให้เป็นหนี้กองทุนแทน&nbsp;ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ&nbsp;จากเมื่อก่อน&nbsp;1%&nbsp;วันนี้เหลือ&nbsp;0%&nbsp;และจะไม่ยึดที่ดินทำกินของพี่น้อง&nbsp;เมื่อชำระครบก็จะคืนโฉนดให้กับพี่น้อง&nbsp;โดยวันนี้ตนเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจะเดินหน้าต่อไปเพราะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-16T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416211508564
280	กอนช. คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;24,771&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-04-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417102517593
281	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 8 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;8&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;8&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;ต.ช้างเผือก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;,&nbsp;ต.สุเทพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;และวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417102703594
282	จุรินทร์ ออนทัวร์ ติดตามโครงการประกันรายได้ 3 ปี ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะเดียวกันเผยถึงการเร่งแก้ปัญหาส่งออกทุเรียนคุณภาพหลังจีนชะลอการนำเข้า	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;เมย&nbsp;65&nbsp;)เวลา&nbsp;9.50&nbsp;น.นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อำเภอเวียงสระ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกันรายได้เกษตรกรสวนยางพารา&nbsp;และสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนเวียงสระ&nbsp;&nbsp;พร้อมมอบ&nbsp;ถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&nbsp;โดยนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายนันธวัช&nbsp;เจริญวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายเจริญศักดิ์&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;นายอำเภอเวียงสระ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การต้อนรับคณะรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับนโยบายประกันรายได้&nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์</strong>&nbsp;และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&nbsp;โดยมีประกันปาล์มน้ำมัน&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;และประกันยางแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;ขี้ยาง&nbsp;หรือยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ดำเนินการมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ตอนนี้ปาล์มน้ำมันราคาเกินราคาประกัน&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;&nbsp;10&nbsp;บาทจากหลายมาตรการ&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรที่ปลูกพืชดังกล่าว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กล่าวถึง&nbsp;ปัญหาราคาปุ๋ย</strong>&nbsp;ราคาอาหารสัตว์&nbsp;และราคาน้ำมัน&nbsp;ที่ปัจจุบันมีราคาแพงขึ้น&nbsp;เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสารตั้งต้นหลักๆ&nbsp;ของโลก&nbsp;อยู่ในภาวะสงคราม&nbsp;โดยเฉพาะรัสเซีย&nbsp;จึงส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขนส่งก็ดีล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญทั้งสิ้น&nbsp;โดยทางรัฐบาลได้พิจารณาเป็นกรณี&nbsp;และหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไปให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เปิดเผยถึง&nbsp;กรณีในสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีการตรวจสอบสารตกค้างในทุเรียน&nbsp;ส่งผลให้ประสบปัญหาหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน&nbsp;ติดค้างเป็นระยะทางกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทั้งนี้ทางรัฐบาลไทยได้หาแนวทางและดำเนินการช่วยเหลือผ่านทูตพาณิชย์ของจีนอย่างทันที&nbsp;จนปัจจุบันสามารถค้าขายได้ตามปกติ&nbsp;และในอนาคตข้างหน้าได้ช่องทางการขนส่งทางเรือเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-17T00:00:00	NULL	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417152352728
283	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงกว่า 2,000 จุด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;397&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;186&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;81&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;35&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงราย&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,401&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,932&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,916&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;2,093&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,275&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>	2022-04-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417154005729
284	จุรินทร์ ลงนครศรีธรรมราช ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน พร้อมมอบโฉนดกองทุนฟื้นฟูฯ และจัดถุงน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอท่าศาลา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราขให้การต้อนรับ</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นโยบายประกันรายได้&nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&nbsp;ให้ชาวสวนยางกับชาวสวนปาล์มได้มีหลักประกัน&nbsp;ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;และประกันยางแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเราทำมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ตอนนี้ราคาทะลุเพดาน&nbsp;ปาล์มกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาทโดยประมาณ&nbsp;ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะมาตรการที่ลงไปทำ&nbsp;ช่วยให้ราคาดีขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก&nbsp;เพื่อไม่ให้ปาล์มของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปนในตลาด&nbsp;ต้องนำเข้าทางเรือเท่านั้น&nbsp;และตนพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย&nbsp;วันนี้ส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400%&nbsp;ทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น&nbsp;แต่ประกันรายได้จะเป็นหลักประกันเผื่อวันไหนที่ปาล์มและยางราคาตก&nbsp;อย่างน้อยจะมีหลักประกัน&nbsp;ซึ่งยังคงอยู่และทำมา&nbsp;3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยางพาราก็ราคาดีเกินกว่ารายได้ที่ประกัน&nbsp;พร้อมกันนี้ภายในงานได้มีการมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุดด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และคณะได้เดินทางต่อไปยังตลาดรอมฎอน</strong>&nbsp;บ้านต้นโหนด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาเคียน&nbsp;อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อติดตามโครงการพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชนและให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยมุสลิมในโอกาสเดือนรอมฎอนเป็นลำดับต่อไป</p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-17T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417203140797
285	สิงห์บุรี ปลูกผักบุ้งไต้หวันแทนนาข้าวรายได้ดี	<p><strong>สิงห์บุรี&nbsp;ปลูกผักบุ้งไต้หวันแทนการทำนาข้าวรายได้ดี&nbsp;</strong></p><p><strong>สองพี่น้องเกษตรกรชาวสิงห์บุรี&nbsp;ปรับเปลี่ยนนาข้าวเป็นแปลงผักบุ้ง&nbsp;พื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>เก็บขายส่งพ่อค้าทุกวัน&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยวันละ&nbsp;500&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;นางกนกทิพย์&nbsp;เมืองช้าง&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;(เสื้อสีน้ำเงิน)&nbsp;และ&nbsp;นางนัยนา&nbsp;สาริศรี&nbsp;(&nbsp;เสื้อสีม่วง)&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;สองพี่น้องชาวตำบลต้นโพธิ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เดิมทีมีอาชีพทำนา&nbsp;แต่ได้ทำการทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่&nbsp;จากการทำนามาเป็นแปลงปลูกผักบุ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ลงทุนปลูกผักบุ้งพันธุ์ไต้หวัน&nbsp;ส่งขายตามท้องตลาด&nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันมีพ่อค้าตลาดอ่างทองมาติดต่อรับซื้อผักบุ้งจนถึงบ้านไม่ต้องออกไปขาย&nbsp;</p><p><strong>นางกนกทิพย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เดิมทีทำนาข้าว</strong>&nbsp;แต่กว่าจะได้เห็นผลกำไรจากหยาดเหงื่อ&nbsp;ก็ต้องรอเวลาประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;เดือน&nbsp;จึงจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;จึงตัดสินใจทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่นาจำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;มาทำแปลงปลูกผักบุ้งไต้หวันแทน&nbsp;โดยเบื้องต้นลงทุนไปประมาณ&nbsp;4,000-5,000&nbsp;บาท&nbsp;ในการย่ำแปลงและซื้อเมล็ดพันธุ์&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถเก็บยอดผักบุ้งจำหน่ายได้&nbsp;โดยสามารถเก็บยอดผักบุ้งได้ทุกวัน&nbsp;จำหน่ายให้แก่พ่อค้าที่เดินทางมารับซื้อถึงบ้าน&nbsp;โดยผักบุ้งที่เก็บมาจะมัดเป็นกำๆ&nbsp;ละ&nbsp;10-15&nbsp;ยอด&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;กำ&nbsp;จัดใส่ถุงพลาสติกใส&nbsp;หนึ่งถุงจำหน่ายในราคาถุงละ&nbsp;50-60&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะมีพ่อค้าออเดอร์สั่งมาทุกวันละ&nbsp;20-40&nbsp;ถุง&nbsp;สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ&nbsp;1,000-2,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อแบ่งกันแล้วก็จะเหลืออย่างน้อยวันละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งก็ดีกว่าการทำนา&nbsp;ตรงที่มีรายได้ใช้จ่ายในครอบครัวทุกวัน&nbsp;สำหรับปัญหาที่พบก็คือ&nbsp;ปัญหาน้ำที่ไม่สะอาด&nbsp;ทำให้ผักบุ้งมีก้านสีดำ&nbsp;และปัญหาอีกอย่างคือการขาดแคลนแรงงานในการเก็บยอดผักบุ้ง&nbsp;ซึ่งหากวันไหนที่พ่อค้ารับซื้อออเดอร์มา&nbsp;30-50&nbsp;ถุง&nbsp;ก็ต้องตื่นมาเก็บตั้งแต่เวลา&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อที่จะได้จำนวนตามที่ลูกค้าต้องการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สิงห์บุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418094554853
286	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดทำให้วันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;บริเวณภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;โดยฝนตกหนักและอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้&nbsp;เนื่องจากความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;113&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;80&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,445&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418095627858
287	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 3 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418101259861
288	จ.ลำปาง สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สสจ.ลำปาง แนะประชาชนดูแลสุขภาพ	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;พบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;วัดได้&nbsp;54&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;สถานีตรวจวัดฯ&nbsp;ตำบลแม่เมาะ&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;วัดได้&nbsp;47&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;สถานีตรวจวัดฯ&nbsp;ตำบลสบป้าด&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;วัดได้&nbsp;47&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และสถานีตรวจวัดฯ&nbsp;ตำบลบ้านดง&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;วัดได้&nbsp;46&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p><p><strong>สำหรับข้อแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป</strong>&nbsp;ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน&nbsp;หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์&nbsp;และสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก&nbsp;หญิงมีครรภ์&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;ให้ลดเวลาทำกิจกรรมนอกบ้าน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน&nbsp;หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์&nbsp;และผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5422&nbsp;7526&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;ต่อ&nbsp;117</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418120108916
289	จ.ระยอง เตรียมกระจายผลไม้ไปยังตลาดภายในประเทศ หลังประสบปัญหาการส่งออก	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป&nbsp;เป็นช่วงผลไม้ในภาคตะวันออกเริ่มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยมีปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;140,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนมังคุด&nbsp;มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;22,000&nbsp;ตัน&nbsp;ยกเว้นเงาะและลองกอง&nbsp;ให้ผลผลิตลดลง&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรโค่นเงาะและลองกอง&nbsp;หันมาปลูกทุเรียนที่ได้ราคาคุ้มกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้ผลผลิตผลไม้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;มีปริมาณรวม&nbsp;174,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกลดลงจากร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;หรืออาจจะมากกว่านี้&nbsp;ที่หลือจำเป็นต้องบริโภคภายในประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ซึ่งขณะนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ได้ประสานกับสภาอุตสาหกรรม&nbsp;ช่วยประสานไปยังผู้ประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;ในการรับซื้อผลผลิตป้อนเข้าสู่โรงงาน&nbsp;พร้อมทั้งประสานงานกับพาณิชย์จังหวัด&nbsp;,สหกรณ์การเกษตร&nbsp;,&nbsp;ธกส.,&nbsp;และบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;รวมถึงห้างค้าปลีกค้าส่ง&nbsp;ร่วมทำการค้าแบบพรีออเดอร์กับเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อจำหน่ายทุเรียนและมังคุดจากสวนของเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยขนส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยและเอกชน&nbsp;แต่เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนราคายังค่อนข้างสูง&nbsp;จำเป็นต้องปรับราคาให้เหมาะสม&nbsp;เพื่อดึงดูดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-18T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418132657954
290	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;420&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;180&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;และแพร่&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,606&nbsp;จุด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,940&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,075&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองวันนี้อากาศกลับมาดีอีกครั้ง&nbsp;ยกเว้น&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคเหนือยังพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และลำพูน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,544&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;326&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418144913007
291	พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 22)	<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;22)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</p><p><strong>สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;22&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,994.39&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,005.61&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,485.53&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;514.47,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,414.12&nbsp;บาท,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,585.88&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,572.11&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,427.89&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418153501055
292	รองผู้ว่าฯ สงขลา ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ควายน้ำตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือที่ประสบอุทกภัย จำนวน 200 ฟ่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น	<p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;200&nbsp;ฟ่อน&nbsp;&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย&nbsp;โดยมีนายสัตวแพทย์กิติกรณ์&nbsp;เจนไพบูลย์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายวรรณรพ&nbsp;ส่องสว่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.บ้านขาว&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;กิตติโชควัฒนา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอระโนด&nbsp;นายวัฒนพล&nbsp;พลอยมีค่า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p><strong>สืบเนื่องจากเกิดฝนตกหนักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง&nbsp;น้ำทะเลหนุนในพื้นที่ตำบลบ้านขาว&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อพืชอาหารสัตว์เน่าเสีย&nbsp;และกระบือขาดแคลนอาหาร&nbsp;ทำให้แม่กระบือลูกอ่อนกินอาหารน้อยลง&nbsp;ร่างกายผอมและตายกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;กระบือ&nbsp;937&nbsp;ตัว&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&nbsp;ให้การสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้จัดเตรียมหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;750&nbsp;ฟ่อน&nbsp;ซึ่งส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ฟ่อน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่เบื้องต้น</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมโครงการอนุรักษ์ควายน้ำตำบลบ้านขาว&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน&nbsp;เชื่อมโยงกับวิถีเกษตรควายน้ำตำบลบ้านขาว&nbsp;ตามนโยบายของกรมปศุสัตว์&nbsp;มีการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวิถีชีวิตต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การให้นักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูป&nbsp;การนั่งหลังควาย&nbsp;การลงเรือนำชมการยกยอ&nbsp;คอกควายเผือก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการสร้างรายให้เกิดภายในชุมชนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;18&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418154324068
293	กรมชลประทาน ติดตามการบริหารจัดการน้ำ รับมือเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนในระยะนี้	<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1-17&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;45,368&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;</p><p><strong>จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;</strong>บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ด้านตะวันออกของภาคเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;รวมทั้งจะมีฝนตกหนักและฟ้าผ่าเกิดได้&nbsp;โดยยังมีคงมีผลกระทบถึงวันนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งในเขตชลประทาน&nbsp;และนอกเขตชลประทาน&nbsp;ได้กำชับให้ทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในที่ประชุมให้เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&nbsp;</strong>โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่และลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย&nbsp;พร้อมยังได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งหมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418190004161
294	กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ด้วยสามารถทำให้การบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วนในคราวเดียวกัน&nbsp;โดยประกอบด้วยกิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการถึง&nbsp;12&nbsp;คลินิก&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีเป้าหมายคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ฯ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;กำหนดเป้าหมายเกษตรกรที่เข้าร่วมรวม&nbsp;30,800&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ได้จัดกิจกรรมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ครบถ้วนตามเป้าหมายแล้ว&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;และอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดงานในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงขณะนี้ได้จัดแล้วทั้งสิ้น&nbsp;114&nbsp;ครั้ง&nbsp;และที่สำคัญได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมกว่า&nbsp;39,038&nbsp;คน&nbsp;โดยหลังจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;และในไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;สิงหาคมนี้&nbsp;เฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;77&nbsp;จังหวัด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418195902180
295	สทนช. กำชับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำเดินหน้า 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดอุทกภัย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กำชับ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำเดินหน้า&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดอุทกภัย&nbsp;พร้อมเตรียมกักเก็บน้ำช่วงฤดูฝนนี้ไว้ใช้แล้งหน้า</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;และกักเก็บน้ำหน้าแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;หลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบมาตรการฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;มาตรการว่า&nbsp;มาตรการรับมือกับฤดูฝนปีนี้ได้เพิ่มเป็น&nbsp;13&nbsp;มาตรการ&nbsp;ซึ่งได้เพิ่มการจัดตั้งศูนย์ล่วงหน้าก่อนเกิดภัย&nbsp;//&nbsp;การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมการจัดทำข้อเสนอแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานโครงการเร่งด่วนของงบกลางที่ต้องมีแผนงานและเป้าหมายที่ชัดเจน&nbsp;หากได้รับการจัดสรรงบประมาณคาดว่าจะอยู่ในวงเงินประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สทนช.&nbsp;ได้พิจารณาและจัดกลุ่มแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม&nbsp;5&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือ&nbsp;การซ่อมแซม/ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;//&nbsp;การปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำและกำจัดผักตบชวา&nbsp;//&nbsp;การขุดลอกคูคลอง&nbsp;//&nbsp;การเตรียมวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;และการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อกักเก็บไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปีนี้มีพื้นที่บางส่วนใน&nbsp;73&nbsp;จังหวัด&nbsp;อาจจะได้รับผลกระทบจากฤดูฝนนี้&nbsp;ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งช่วงใกล้ฤดูฝน&nbsp;หรือประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;โดย&nbsp;สทนช.&nbsp;จะทำหน้าที่กำกับติดตามผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้สอดคล้องตามมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาการเกิดอุทกภัย&nbsp;จากนั้นจะรายงาน&nbsp;กนช.&nbsp;และคณะรัฐมนตรีรับทราบ&nbsp;เพื่อดำเนินตามแผนให้ได้ตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย</span></p>"	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418191318170
296	แล้งนี้ เกษตรกรมีหนาว รับภาระต้นทุนรอบด้าน กัดฟันขายสินค้าขาดทุน	<p>ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 นี้ มีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานเหือดแห้งลง</p><p><br></p><p>ยิ่งมีอากาศร้อนมาสมทบกับภัยแล้ง ก็ยิ่งมีผลต่อการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะการเลี้ยงแบบปล่อย หรือเลี้ยงในโรงเรือนเปิดที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ จะได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อฝูงสัตว์อย่างมาก&nbsp;</p><p><br></p><p>จากธรรมชาติของสัตว์ ทั้งหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ที่การระบายความร้อนออกจากร่างกายต้องใช้วิธีการหอบหายใจเท่านั้น เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ไม่มีต่อมเหงื่อที่ช่วยระบายความร้อนเหมือนคน ซึ่งอาการหอบจะส่งผลต่อเนื่องกับตัวสัตว์ ยิ่งในแม่หมูอุ้มท้อง ความร้อนในร่างกายที่สูงเกินไปประกอบกับมีอาการหอบทำให้เกิดภาวะแท้งเฉียบพลัน รวมถึงลูกมัมมี่ หรือลูกที่ตายในท้องแม่มากขึ้น ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์เข้าคลอดต่ำ จำนวนลูกแรกคลอดลดลง มีผลต่อเนื่องไปถึงจำนวนลูกหย่านม และปริมาณหมูขุนที่มีจำนวนน้อยลงตามไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในอากาศที่สูงขึ้นระหว่าง 26-32 องศาเซลเซียส จะทำให้สัตว์เริ่มกินอาหารลดลงและกินน้ำได้มากขึ้น การกินอาหารลดลงทำให้สัตว์ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในแม่หมูอุ้มท้องจะส่งผลให้ลูกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำ ทำให้น้ำหนักลูกหย่านมต่ำตามไปด้วย ส่วนในหมูขุนการกินได้น้อย ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตต่ำลง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานขึ้น เกษตรกรอาจต้องขายหมูขุนตัวเล็กลง ที่สำคัญความเครียดสะสมมีผลให้อัตราเจ็บป่วยในหมูทุกๆ รุ่นเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ กลายเป็นต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง</p><p><br></p><p>ในไก่เนื้อและไก่ไข่ก็ได้รับผลจากสภาพอากาศไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอาการหอบที่มีผลต่ออัตราการให้ผลผลิตที่จะลดลง และอัตราเสียหายที่เพิ่มขึ้น อาทิ ปริมาณแม่ไก่ไข่คัดทิ้งจากกรณีไข่แตกในท้องมากขึ้น แม่พันธุ์อ่อนแอมีอัตราเจ็บป่วยและตายเพิ่ม แม่ไก่เครียดจนไม่ออกไข่ ขณะที่การกินอาหารน้อยทำให้มีสารอาหารไม่เพียงพอสำหรับการผลิตฟองไข่ จึงเกิดไข่แตก บุบ ร้าว ได้ง่ายขึ้น ผลผลิตไข่ไก่ลดลง ฟองไข่ที่ผลิตได้เล็กลง การขายเป็นไข่ไก่คละหน้าฟาร์มได้ไข่คละเล็กและคละกลางเป็นส่วนใหญ่ รายได้ของเกษตรกรจึงต่ำลง&nbsp;</p><p><br></p><p>ส่วนไก่เนื้อการเจริญเติบโตจะต่ำลงจากการกินอาหารได้ลดลง ความเสียหายจากภาวะอากาศจะเพิ่มขึ้น ปริมาณไก่จับออกได้น้อยลง การเลี้ยงไก่ให้ได้น้ำหนักจับออกตามมาตรฐานต้องยืดระยะเวลาออกไปอีก ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น แต่กลับได้ผลผลิตน้อยลง</p><p><br></p><p>ผลกระทบจากภาวะแล้งและอากาศร้อนเช่นนี้ นอกจากจะทำให้อัตราเสียหายมาก ปริมาณผลผลิตลดลง มีต้นทุนที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงอีกโดยเฉพาะค่าน้ำที่จำเป็นต้องซื้อมาให้สัตว์ในฟาร์มได้กินได้ใช้ เนื่องจากภัยแล้งที่กำลังคุกคามในหลายพื้นที่ทั้งในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือหลายจังหวัด ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่ต้องสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นในการเลี้ยงหมูขุนที่ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 300-600 บาทต่อตัว ขณะที่สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงไม่คลี่คลาย การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ ข้อเสนอของรัสเซียให้ทหารยูเครนวางอาวุธ ก็ถูกปฏิเสธและยูเครนยังคงยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด เมื่อสองประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชของโลกห้ำหั่นกัน ประเทศอื่นๆที่พึ่งพาการนำเข้าธัญพืชจากทั้งสองประเทศย่อมได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา แม้แต่พืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็พลอยราคาปรับขึ้นตามไปด้วย ผู้ใช้ผลผลิตเพื่อทำเป็นอาหารสัตว์และภาคเกษตรกรต้องก้มหน้ารับผลกระทบนี้ไปอย่างไม่อาจหลีกหนีได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ยังไม่นับผลกระทบด้านพลังงานที่นับวันราคาพลังงานยิ่งจะปรับขึ้น จากผลพวงของการสู้รบดังกล่าว ในไทยเองก็โดนหางเลขไปด้วย เมื่อล่าสุดรัฐบาลไทยต้องยอมยกธงขาว ตัดสินใจเลิกอุ้มน้ำมันดีเซลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป ทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งต้องปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงต้นทุนในภาคการเกษตรที่ต้องพุ่งขึ้นเช่นกัน เช่นในภาคผู้เลี้ยงสัตว์ที่อาศัยเครื่องยนต์น้ำมันในการหมุนมอเตอร์พัดลมในโรงเรือนปิดแบบ EVAP ก็ต้องมีต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย</p><p><br></p><p>ภาระหนักอึ้งทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าน้ำมันในภาคขนส่งและการใช้พลังงานภายในฟาร์ม ค่าน้ำที่จำเป็นต้องซื้อมาใช้ ค่าไฟฟ้าที่ต้องใช้ในการเดินระบบการทำความเย็นในฟาร์ม กลายเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกษตรกรต้องแบกรับ ในขณะที่การขายสินค้าเกษตรยังคงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><br></p><p>อย่างเช่น การเลี้ยงหมูที่ขณะนี้ต้นทุนสูงถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ขณะที่เกษตรกรขายหมูขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มได้เพียง 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ส่วนเกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อยังถูกขอให้รักษาระดับราคาขายไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับต้นทุนการเลี้ยงที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน จากประกาศราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.40 บาท ผู้เลี้ยงยังคงตรึงราคาขายไข่ไว้ที่ 3.30  3.40 บาทต่อฟอง ตามที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือไว้ โดยผลผลิตไข่ไก่ช่วงนี้เป็นไข่ไก่คละเล็กและคละกลาง จึงขายได้ราคาต่ำกว่าราคาประกาศดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>ทางออกที่ดีที่สุดของเกษตรกรคือ การปล่อยให้กลไกตลาดได้ทำงาน และให้ผู้เลี้ยงสามารถขายสินค้าที่สะท้อนต้นทุนการผลิตได้ ก่อนที่เกษตรกรจะม้วนเสื่อเลิกเลี้ยงสัตว์เพราะรับภาระต้นทุนสูงแต่ต้องขายสินค้าขาดทุนไม่ไหว ถึงวันนั้นความมั่นคงทางอาหารย่อมสั่นคลอนแน่นอน</p><p><br></p><p>โดย จิตรา ศุภาพิชญ์ นักวิชาการอิสระ ศึกษาด้านการเกษตร</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418202536185
297	เกษตรนครพนม ติดตามนิเทศงานขับเคลื่อนการเกษตรในพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีสื่อสารทางไกลส่งเสริมการเกษตร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการติดตามนิเทศงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรและการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้การปรับเปลี่ยนวิธีการและปรับตัวในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะสำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรและผู้มารับบริการด้านการเกษตรต่างๆ&nbsp;โดยมีอำเภอจำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ในครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;อ.โพนสวรรค์&nbsp;อ.ธาตุพนม&nbsp;อ.เรณูนคร&nbsp;อ.บ้านแพง&nbsp;และ&nbsp;อ.นาทม</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปมาก&nbsp;โดยเฉพาะเทคโนโลยีต่างๆ&nbsp;สิ่งสำคัญคือการสื่อสารที่นับว่ามีความสำคัญมาก&nbsp;เพราเนื่องจากรูปแบบการสื่อสารแบบใหม่ที่ผ่านสื่อออนไลน์ทำให้ง่าย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;สะดวก&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;และสามารถทำได้ง่าย&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารการทำงานและขับเคลื่อนการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;สิ่งสำคัญเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานจะต้องเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากให้เกิดประโยชน์&nbsp;เกิดการต่อยอดไปสู่การสื่อสารในระดับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือด้านการเกษตรอย่างเท่าทันสถานการณ์&nbsp;โดยจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ยึดแนวทางการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานและมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาและส่งเสริมภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418225551198
298	กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งช่วยเหลือประชาชนขึ้นบินบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ และบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ	<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากข้อมูลสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ทางตอนบนของประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความชื้นยังคงพัดปกคลุมทางตอนบนของประเทศ&nbsp;ทำให้บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางของประเทศมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกตลอดสัปดาห์&nbsp;สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวโดยทั่วไปของประเทศไทย&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศในระยะนี้ไว้ด้วย&nbsp;สภาวะอากาศดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้มีแนวโน้มในการปฏิบัติการฝนหลวงได้โดยเมื่อ&nbsp;17&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้วางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บให้กับบางพื้นที่ของ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ลพบุรี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;บรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าบริเวณพื้นที่&nbsp;อ.สามเงา&nbsp;จ.ตาก&nbsp;เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อน&nbsp;รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;และสระแก้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการติดตามสภาพอากาศในวานนี้&nbsp;</strong>จากการตรวจสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;พบว่า&nbsp;ระยะนี้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมากกว่า&nbsp;60%&nbsp;และสภาพอากาศเข้าเงื่อนไข&nbsp;จึงมีแผนขึ้นบินเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ในขณะที่อีก&nbsp;6&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวันอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการ&nbsp;ทุกหน่วยฯ&nbsp;มีความพร้อมสามารถวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการได้ทันที</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419092905232
299	กรมชลประทาน รับฟังข้อมูลชาวสวนทุเรียน เดินหน้าพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี	<p><strong>นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวิฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมชลประทานให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน&nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด&nbsp;พัฒนาให้ชุมชนได้ประโยชน์&nbsp;&nbsp;โดยหลังจากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรที่ได้รับประโยชน์ครอบคลุม&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;อีกทั้งโครงการดังกล่าว&nbsp;ยังสามารถลดผลกระทบความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้ง&nbsp;ในพื้นที่เกษตร&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ยังได้มีแผนการจัดการน้ำในอนาคต&nbsp;</strong>โดยเฉพาะพื้นที่โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;จะมีการผันน้ำส่วนเกินในฤดูน้ำหลาก&nbsp;เข้าสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการและภาคประชาชนในพื้นที่พิจารณาความเหมาะสมและเห็นชอบต่อไป</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419093538233
300	ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือประชาชน 5 ตำบล ในพื้นที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือการอุปโภคบริโภค&nbsp;ให้กับแปลงอพยพจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลของอำเภอท่าปลา&nbsp;โครงการชลประทานอุตรดิตถ์&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กฟผ.(เขื่อนสิริกิติ์)&nbsp;นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เป็นเครื่องสูบน้ำขนาด&nbsp;10&nbsp;นิ้ว&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;อัตราการสูบ&nbsp;600&nbsp;ลบ.ม./ชม.&nbsp;และเครื่องสูบน้ำขนาด&nbsp;6&nbsp;นิ้ว&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;อัตราการสูบ&nbsp;400&nbsp;ลบ.ม./ชม.&nbsp;สูบน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ลงสู่คลองสิงห์&nbsp;ก่อนส่งไปให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตจัดสรรช่วยเหลือผู้อพยพท้ายเขื่อนสิริกิติ์ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลดังกล่าว&nbsp;ได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;คิดเป็นปริมาณน้ำประมาณ&nbsp;9,700&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สูบน้ำไปช่วยเหลือ</strong>&nbsp;การผลิตน้ำประปาของการประปาสุขาภิบาล&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;อัตราวันละประมาณ&nbsp;357&nbsp;ลบ.ม./วันอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสูบน้ำได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่สูบไปช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;64,000&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;&nbsp;ก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำได้แล้ว&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419100824250
301	ค่าฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ กทม. ปริมณฑล ลดลงหลังเกิดฝนตก ทุกพื้นที่คุณภาพอากาศดี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ทโดยค่าปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่หลังเกิดฝนตกลงมา&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">คุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">บำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่งและขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://bangkokairquality.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">bangkokairquality.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419100353249
302	กรมปศุสัตว์ เดินหน้าตรวจห้องเย็นรอบใหม่อย่างต่อเนื่อง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;พร้อมหน่วยงานเครือข่ายสนองนโยบาย&nbsp;สนธิกำลังไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์-18&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;สรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ตรวจสอบห้องเย็นประจำวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ที่เข้าตรวจสอบรอบใหม่จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดชลบุรีและสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตรวจพบซากสุกรจำนวน&nbsp;704&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมจำนวนตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่รวมสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;รวมกว่า&nbsp;19&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;จากห้องเย็นทั้งหมด&nbsp;738&nbsp;แห่ง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;ประกาศราคาสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;วันพระที่&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;การบริโภคชิ้นส่วนสุกรดีขึ้นในช่วงสงกรานต์&nbsp;แต่หลายภูมิภาคยังคงราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มเท่ากับวันพระก่อนหน้า&nbsp;ต้นทุนการผลิตไตรมาส&nbsp;2/2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;98.81&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สำหรับมติการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ&nbsp;WTO&nbsp;และลดอากรขาเข้าที่&nbsp;0%&nbsp;ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการเห็นชอบ&nbsp;ก่อนเข้าอนุมัติคณะรัฐมนตรีในขั้นสุดท้าย&nbsp;เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายสำหรับการนำเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดเมษายนถึงกรกฎาคม&nbsp;นี้&nbsp;สำหรับราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มในแต่ละภาคนั้น&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;96&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;98&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;94&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;96&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และภาคใต้&nbsp;94&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สำหรับราคาลูกสุกรเล็กขุนขนาด&nbsp;16&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ราคา&nbsp;3,200&nbsp;บาท&nbsp;บวกลบ&nbsp;92&nbsp;บาท</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419175156506
303	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดผลตกจากผลกระทบของพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดผลตกจากผลกระทบของพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</strong>&nbsp;<strong>โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือฝนตกหนักในบางแห่ง&nbsp;,&nbsp;ตะวันตกของภาคกลางและภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;151&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;123&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพะเยา&nbsp;121&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,309&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419101850258
304	ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบการจัดการแบบไร่นาสวนผสม กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในทุกด้านของตำบลนาโยงเหนือ	<p><strong>นางสาวรัชนี&nbsp;นิลละออ&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;เยี่ยมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;(ศพก.หลัก)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ประธานศูนย์&nbsp;คือ&nbsp;นายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;ภายในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>การผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.หลัก)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบการจัดการแบบไร่นาสวนผสม&nbsp;มีฐานการเรียนรู้ที่หลากหลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบน้ำอัจฉริยะ&nbsp;สู่การทำเกษตรสมัยใหม่&nbsp;การปลูกพืชผสมผสาน&nbsp;ปลูกพืชผักอินทรีย์&nbsp;ปลูกผักบนกระเบื้อง&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;การทำประมง&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;และการทำปุ๋ยหมัก&nbsp;ดินปลูก&nbsp;โดยมีรายได้รายวันขั้นต่ำ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;จากการขายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ส่งขายแม่ค้าในตลาดสดทุกวัน&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ไร่นาสวนผสมบนพื้นที่กว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในทุกด้านของตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;ที่เปิดให้เกษตรกร&nbsp;ผู้สนใจเข้าชมและเรียนรู้&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;081-0993651</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419111723281
305	สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่	<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;โด๊ส&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายให้คำแนะนำการทำวัคซีนไก่พื้นเมือง&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายอนงค์&nbsp;พุฒิมา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;444&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;โคกงาม&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;270&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการทำวัคซีนฯ&nbsp;การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419112547286
306	จ.ระยอง เปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวน มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และแบบ ซื้อ-ชั่ง-นั่งทาน คิดราคาตั้งแต่หัวละ 400 ถึง 690 บาท	<p><strong>หลังจากไวรัสโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดในช่วง&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือในการป้องกันการระบาด&nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;ได้งดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้าชมผลไม้ในสวนมาเป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แต่ในปีนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้เป็นครั้งแรก&nbsp;โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนถึง&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นฤดูผลไม้ในภาคตะวันออกให้ผลผลิตมากที่สุด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ประชุมร่วมกันในการกระจายผลไม้ออกสู่ตลาด&nbsp;เป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;และช่วยไม่ให้ราคาผลไม้ตกต่ำจนเกินไป&nbsp;หลังจากจีนมีมาตรการโควิด-19&nbsp;เป็นศูนย์&nbsp;โดยการตรวจผลไม้นำเข้าจากภาคตะวันออกของไทยอย่างเข้มงวด&nbsp;ส่งผลให้การส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศลดลง&nbsp;</p><p><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในปีนี้&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ&nbsp;ททท.&nbsp;สำนักงานระยอง&nbsp;และผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เปิดสวนผลไม้&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมผลไม้ภายในสวน&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;มีผู้ประกอบการสนใจเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนแล้วจำนวน&nbsp;31&nbsp;แห่ง&nbsp;มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์เหมาจ่ายเป็นรายหัว&nbsp;และแบบ&nbsp;ซื้อ-ชั่ง-นั่งทาน&nbsp;คิดราคาตั้งแต่หัวละ&nbsp;400&nbsp;ถึง&nbsp;690&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายโชติชัย&nbsp;บัวดิษฐ์&nbsp;&nbsp;ประธานชมรมสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;หากในปีนี้ประสบปัญหาการส่งออก&nbsp;จะทำให้ทุเรียนตกค้างภายในประเทศจำนวนมาก&nbsp;ราคาค่าเข้าชมสวนจะถูกลง&nbsp;แต่ถ้าส่งออกไปตามปกติ&nbsp;ค่าเข้าชมสวนจะอยู่ที่&nbsp;690&nbsp;บาท&nbsp;แต่สามารถรับประทานผลไม้ได้เหมือนกัน&nbsp;จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419122423323
307	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า400จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;414&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;205&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;101&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;129&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;ตาก&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนยังกระจายตัวอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,838&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,943&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,208&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมทั่วประเทศมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบฝุ่นในระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,629&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;266&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419123238327
308	สพด.มุกดาหาร MOU สยามแม็คโครมุกดาหาร  ผลิตน้ำหมักชีวภาพ สนับสนุนเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต	<p><strong>นายอธิวัฒน์&nbsp;สิทธิภิญญาพัฒน์</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;กับนายปัณธนวิชญ์&nbsp;บุมี&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;บมจ.&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ในการร่วมกันผลิตน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนผลิตทางการเกษตร&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;โดย&nbsp;บมจ.&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;สนับสนุนขยะสด&nbsp;วันละ&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งมอบสถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&nbsp;นำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.&nbsp;2&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>สำหรับความร่วมมือดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และที่สำคัญเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปสนับสนุนเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตในภาวะปุ๋ยเคมีราคาแพง&nbsp;และเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;Model&nbsp;กับงานพัฒนาที่ดินสู่เศรษฐกิจใหม่&nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมาย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419150737388
309	คพ. และ วช. ดึงสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยแหล่งที่มาของฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมากำหนดนโยบายภาครัฐ	<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ดึงสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยแหล่งที่มาของฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากำหนดนโยบายภาครัฐ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวในการประชุมสัมมนาโครงการแหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเคยประสบปัญหาคุณภาพอากาศ&nbsp;โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;จึงร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาสนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายให้ภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยเฉพาะการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญ&nbsp;แต่ข้อมูลแหล่งกำเนิดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีน้อยมาก&nbsp;ทำให้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ทำงานวิจัยศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้แก้ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งโครงการการศึกษานี้ได้เก็บตัวอย่าง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในบรรยากาศพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นครปฐม&nbsp;และสมุทรสาคร&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่าง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;11&nbsp;ประเภท&nbsp;และเตาเผาศพ&nbsp;แล้วนำตัวอย่างฝุ่นมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี&nbsp;เช่น&nbsp;อินทรีย์คาร์บอน&nbsp;,&nbsp;ธาตุคาร์บอนไอออนที่ละลายน้ำ&nbsp;และธาตุอื่นๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการทำข้อมูลแหล่งที่มาเพื่อหาสัดส่วนแหล่งที่มาของ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ผลการศึกษาพบแหล่งกำเนิดหลักมาจากแหล่งกำเนิดทุตยภูมิ&nbsp;การเผาในที่โล่ง&nbsp;การจราจร&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในพื้นที่และสภาพอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ซึ่งผลการศึกษาครั้งนี้จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;และ&nbsp;วช.&nbsp;จะจัดประชุมสัมมนาวิชาการเรื่องแหล่งที่มาของ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อบูรณาการผลการศึกษาและนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419141746352
310	สหกรณ์จังหวัดตาก จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวงเลอตอ	<p><strong>นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสินีนาถ&nbsp;อ่อนนวล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยทีมงานดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนให้กับกลุ่มหมู่บ้านในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนก&nbsp;ประสงค์หมู่บ้านเลอตอ&nbsp;ตำบลแม่ตื่น&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ได้รับทราบแนวทาง</strong>การส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;โดยประยุกต์ใช้รูปแบบของการสหกรณ์เข้าไปในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์&nbsp;หลักการ&nbsp;และวิธีการสหกรณ์&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมายให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;โดยที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น&nbsp;โดยวิธีการสหกรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์&nbsp;หลักการ&nbsp;และวิธีการสหกรณ์แก่ประชาชนในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;ให้เกิดการรวมกลุ่ม&nbsp;ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ตามความพร้อมของชุมชน&nbsp;แนะนำการดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์ตามความต้องการของสมาชิก&nbsp;โดยการดำเนินการจะดำเนินอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;บนพื้นฐานความสมัครใจและความพร้อมของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผ่านกลไกการให้ความรู้&nbsp;การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้&nbsp;การจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือระหว่างสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419173604488
311	ครม. อนุมัติ 2,054 ล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนในภาคเกษตร วิสาหกิจชุมชน	<p><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,054.054 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตร ที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้การสนับสนุนโครงการของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประกอบด้วย 5 โครงการย่อย ได้แก่</p><p><strong>โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ</strong>ในภาคเกษตรกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 3,500 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน</strong> เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,200 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร</strong> สร้างความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพสู่ชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานรากในภาวะวิกฤตโควิด-19 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เกษตรกร ชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3,700 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ </strong>แก่เกษตรกรไทยฝ่าวิกฤติโควิด 19 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม เกษตรสมัยใหม่ (Modern Agriculture -BCG) โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น จำนวน 5,001 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพ</strong> สร้างรายได้เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจฐานราก จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน อสม. กลุ่มสหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม OTOP ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ จำนวน จำนวน 3,300 กลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419173905490
312	ครม. อนุมัติ 159.69 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้บ่มอิสระ	<p><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> แถลงมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลาง จำนวน 159.69 ล้านบาท&nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ฤดูการผลิต 2562/2563 ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ ยสท. และกรมสรรพสามิต รวมจำนวน 14,292 ราย&nbsp;แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใบยาคือ ใบยาเวอร์ยิเนีย&nbsp;ประกอบด้วย ชาวไร่ 2,378 ราย ผู้บ่มอิสระ 54 ราย ชาวไร่ใบยาสด 1,807 ราย ใบยาเบอร์เลย์ ชาวไร่ 6,562 ราย และใบยาเตอร์กิช ชาวไร่ 3491 ราย</p><p><strong>รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยจ่ายเงินช่วยเหลือ</strong>ให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระในอัตราร้อยละ 70 ของรายได้ที่หายไป โดยคำนวณเงินช่วยเหลือจากปริมาณโควตาการผลิตใบยาที่ลดลงในฤดูการผลิต 2562/2563 เปรียบเทียบกับปริมาณโควตาที่ได้รับในฤดูการผลิต 2560/2561 คูณด้วยร้อยละ 70 ของรายได้ที่หายไป&nbsp;โดยเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบจะได้รับเงินช่วยเหลือตามปริมาณการรับซื้อใบยาสูบที่ลดลงจริงในแต่ละประเภทใบยาและปัจจุบันในพื้นที่ดังกล่าวต้องไม่มีการปลูกยาสูบทดแทนด้วย&nbsp;&nbsp;โดยจะมีคณะกรรมการฯ ตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล ส่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการดังกล่าว โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419174111497
313	กรมการข้าวปลื้มมิลลิ (Milli) จุดกระแส ข้าวเหนียวมะม่วง ฟีเวอร์ ช่วยชาวนาขายข้าวเหนียวได้ดีขึ้น	<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกระแสที่น้องมิลลิ&nbsp;แรปเปอร์สาวมากความสามารถ&nbsp;ได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีระดับโลกอย่างเวทีโคเชลลา&nbsp;&nbsp;(Coachella)&nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;และได้นำเมนูอย่างข้าวเหนียวมะม่วงซึ่งถือเป็นเมนูขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศไทยไปทานบนเวทีคอนเสิร์ต&nbsp;ถือเป็นการประกาศให้ชาวต่างชาติและคนทั้งโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีดีแต่เมนูต้มยำกุ้ง&nbsp;แต่ยังมีผลไม้และอาหารหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยและสามารถทานได้ที่ประเทศไทยและจากกระแสดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สั่งซื้อมะม่วงอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย&nbsp;สร้างความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง&nbsp;ที่ก่อนหน้าประสบกับปัญหาราคามะม่วงตกต่ำให้สามารถเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายให้สูงขึ้นกว่าเดิมและเป็นที่ต้องการของตลาดในตอนนี้&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของข้าวเหนียวก็มีความต้องการในตลาดด้วยเช่นกัน</strong>&nbsp;ส่งผลให้ชาวนาผู้ปลูกข้าวเหนียวได้รับประโยชน์จากกระแสในครั้งนี้ไปด้วย&nbsp;ซึ่งกรมการข้าวมีพันธุ์ข้าวเหนียวมากมายหลายพันธุ์ที่ผ่านการรับรอง&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;กข6&nbsp;กข18&nbsp;ข้าวเหนียวเขี้ยวงู&nbsp;และพันธุ์สันป่าตอง1&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่เหมาะกับการนำมาทำข้าวเหนียวมูลในการทานคู่กับมะม่วง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;กข6&nbsp;นั้นให้ผลผลิตสูง</strong>&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;กข18&nbsp;คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดีใกล้เคียงกับพันธุ์&nbsp;กข6&nbsp;และเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร&nbsp;ในส่วนของข้าวเหนียวเขี้ยวงู&nbsp;เมื่อนึ่งสุกแล้วข้าวมีความขาว&nbsp;นุ่ม&nbsp;เหนียวติดกันแต่ไม่เละ&nbsp;มีความเลื่อมมันค่อนข้างมาก&nbsp;มีกลิ่นหอมและข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;สันป่าตอง1&nbsp;ให้ผลผลิตสูง&nbsp;เป็นข้าวเหนียวที่สามารถปลูกได้ตลอดปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420103114611
314	"เล็งตั้ง""ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต"" ในกรุงเทพฯ 50 เขต ภายใต้โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนเน้นอาหารปลอดภัย "	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรุงเทพมหานครมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้ประชากรและชุมชนเพิ่มขึ้นประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เพราะมีพื้นที่เกษตรน้อยและมีพื้นที่สีเขียวไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากรกระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;มุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น&nbsp;มหานครสีเขียวแห่งอนาคต&nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ&nbsp;อีกทั้งยังสอดรับกับโครงการธนาคารสีเขียว&nbsp;ที่ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งช่วยให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองเพิ่มขึ้น&nbsp;เป็นการสร้างการขับเคลื่อนให้เกิดในลักษณะองค์รวม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">โดยมีตัวอย่างบางโครงการ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ที่ได้เปิดตัวโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองพื้นที่วัด&nbsp;ณ&nbsp;ธรรมสถานวัดพระราม&nbsp;9&nbsp;กาญจนภิเษก&nbsp;รวมถึงวัดพระยาสุเรนทร์&nbsp;บนความร่วมมือระหว่างบ้าน&nbsp;วัดและโรงเรียน&nbsp;(บ.ว.ร.)&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนเมืองใกล้วัดร่วมทำการเกษตรพัฒนาอาหารปลอดภัย&nbsp;สร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนเกิดการแบ่งปัน&nbsp;รวมถึงเป็นรายได้ให้แก่ชุมชนด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ล่าสุดพิจารณาแนวทางการจัดตั้งตลาดเกษตรกรในกรุงเทพมหานคร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ทั้งรูปแบบจัดตั้งในเขตชุมชนเมืองและตลาดเกษตรกรออนไลน์&nbsp;โดยการจองล่วงหน้าและมารับผลิตผล&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่จัดงาน&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;อาทิ&nbsp;แพลตฟอร์มจ่ายตลาด&nbsp;เพื่อช่วยในเรื่องการกระจายสินค้าที่ทั่วถึง&nbsp;ซึ่งหากนำทั้ง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบมาผสมผสานกันจะทำให้การจัด&nbsp;Farmer&nbsp;Market&nbsp;มีการกระจายตัวของเกษตรกรและผลิตผลถึงมือประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการจัด&nbsp;Farmer&nbsp;Market&nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานคร&nbsp;และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;จัดทำบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เอกชน&nbsp;พื้นที่ว่างสาธารณะ&nbsp;พื้นที่การเคหะรวมถึงวัดและสถานศึกษาโดยขอให้กระจายให้ครบทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขต</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420101155601
315	กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตก พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำโขง	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน&nbsp;อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำโขง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;120&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;73&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;72&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,179&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&nbsp;โดยเมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ระดับน้ำที่สถานีจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;91&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;มีอัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;970&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;1,626&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;อาจส่งผลกระทบในพื้นที่บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อ.เชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;2021&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;7080&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.เชียงคาน&nbsp;จ.เลย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;2225&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;70&nbsp;เซนติเมตร</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420101321604
316	กรมชลประทาน ส่งน้ำช่วยเกษตรกรบางระกำ เริ่มเพาะปลูกแล้วกว่า 5 หมื่นไร่	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่กรมชลประทานได้เริ่มส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งบางระกำ&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพรหมพิราม&nbsp;บางระกำ&nbsp;เมือง&nbsp;&nbsp;วัดโบสถ์&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และอำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;รวม&nbsp;265,000&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันมีการส่งน้ำเข้าทุ่งไปแล้ว&nbsp;46&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ&nbsp;15&nbsp;จากแผนจัดสรรน้ำทั้งหมด&nbsp;310&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;มีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว&nbsp;55,319&nbsp;ไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของพื้นที่ทุ่งบางระกำทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จะเดินหน้าส่งน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เพาะปลูกข้าวนาปีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนที่ฤดูน้ำหลากปี&nbsp;2565&nbsp;จะมาถึง&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงนาข้าวเสียหายจากการถูกน้ำท่วมและหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ&nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ&nbsp;รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย&nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420105826635
317	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก ส่วน กทม.และปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม 14 พื้นที่ สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420102002607
318	สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2565	<p><strong>ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ</strong>&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;,&nbsp;เชียงคาน&nbsp;,&nbsp;ภูหลวง&nbsp;,&nbsp;ภูกระดึง&nbsp;,&nbsp;ภูเรือ&nbsp;บูรณาการร่วมกันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีการให้บริการการผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;สุนัขเพศผู้&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัขเพศเมีย&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;เพศเมีย&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่&nbsp;สุนัข-แมว&nbsp;รวม&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;บริการรักษาแมวป่วย&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้มารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์</strong>&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยและสรรพชีวิต&nbsp;โดยทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ&nbsp;และทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทยนับเป็นพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล&nbsp;ทรงโปรดให้ดำเนินการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;รขัตติยราชนารี&nbsp;ในระยะต่อไป&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2568&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขข้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ตร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรชัตติยราชนารี&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420103911618
319	เกษตรกรในตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมัน ทำบ่อเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง โดยมีความคิดริเริ่มที่จะใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9	<p><strong>ที่บ้านเลขที่&nbsp;92/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นบ้านของ&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;เกษตรกรที่ทำอาชีพสวนปาล์มน้ำมันและเกษตรผสมผสาน&nbsp;ทั้งนี้นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;เกษตรกรได้มีความสนใจในการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเลริมและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><strong>นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ดูรายการทางโทรทัศน์เห็นการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;จึงมีความต้องการเลี้ยง&nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก&nbsp;ใช้พื้นที่ไม่มาก&nbsp;จึงไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเลี้ยงอยู่เพียงรายเดียว&nbsp;โดยใช้งบลงทุนในการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;คู่&nbsp;และบ่อสำเร็จรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยเริ่มเลี้ยงตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งเลี้ยงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เดือนครึ่งก็สามารถจับขายได้&nbsp;ซึ่งขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150-180&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายคู่ละ&nbsp;20-300&nbsp;บาท&nbsp;มีประชาชนให้ความสนใจมาซื้อหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลืองกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเลี้ยงจะเลี้ยงบ่อสำเร็จรูป</strong>&nbsp;เปลี่ยนถ่ายน้ำ&nbsp;3&nbsp;วันต่อ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในส่วนของอาหารจะใช้ใบชะพูล&nbsp;ใบหมอน&nbsp;ใบตำลึง&nbsp;โดยมีความคิดริเริ่มที่จะใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และมีความคิดในการแปรรูปหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&nbsp;หากเกษตรมีความสนใจหรือประชาชนต้องการซื้อหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;สามารรถเดินทางมาศึกษาดูงานได้ที่บ้านเลขที่&nbsp;92/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;หรือติดต่อที่&nbsp;โทร&nbsp;095-315907&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและนางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวานิช&nbsp;นักวิชาการส่งเสรมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;มาให้ความรู้กับเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวว่านายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;(สมาชิกวิสาหกิจชุมชน)&nbsp;พาชมกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง)&nbsp;เป็นเกษตรหัวก้าวหน้า&nbsp;มีความคิดริเริ่มในการทำการเกษตร&nbsp;จึงใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สร้างโรงเรือนมุงด้วยผ้าใบพลาสติกสูง&nbsp;3-4&nbsp;เมตร&nbsp;ทำบ่อพลาสติก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับหอยเชอรี่สีทองนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย</strong>&nbsp;อัตราการตายน้อย&nbsp;กินพืชผัก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ใบตำลึง&nbsp;ใบหม่อน&nbsp;ชะพลู&nbsp;โตเร็ว&nbsp;เนื้อกรุบ&nbsp;ๆ&nbsp;นุ่ม&nbsp;หวานมัน&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&nbsp;รสชาติคล้ายหมึก&nbsp;และได้ชื่อว่าเป็นหอยเป่าฮื้อน้ำจืด&nbsp;สามารถนำไปทำเมนู&nbsp;ยำ&nbsp;ต้ม&nbsp;ผัด&nbsp;แกง&nbsp;ทอดหรือลวกจิ้มได้&nbsp;นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;มีกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมด้านปศุสัตว์&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;กิจกรรมด้านประมง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงหอยเชอรี่&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;กิจกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;ปลูกผัก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420113256677
320	สุดเจ๋ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สานต่อโครงการ โคก หนอง นา เป็นกิจกรรม เอามื้อสามัคคี  เสริมสร้างคุณภาพทางอาหาร ลดรายจ่าย สร้างรายได้คนในชุมชน	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;มีแปลงโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;และมีแนวทางในการจัดกิจกรรมเครือข่ายเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อสานต่อโครงการฯและพัฒนาคุณภาพทางอาหาร&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้นายจักรกฤษณ์&nbsp;&nbsp;ฝั่งชลจิตร์&nbsp;นายอำเภอดอนสัก</strong>&nbsp;และนายสมยศ&nbsp;คงทอง&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอดอนสัก&nbsp;พร้อมกับคณะกรรมการเครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ได้ดำเนินการ&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;ประจำเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;แปลง&nbsp;นายธาดา&nbsp;ชูแสง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;มีทั้งการลงแขกทำปุ๋ยหมัก&nbsp;ปลูกต้นเสาวรส&nbsp;และปูพลาสติกบ่อน้ำ&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้เลี้ยงปลา</p><p><strong>นอกจากนั้นยังมีกิจกรรม&nbsp;</strong>การแลกเปลี่ยนพันธุ์ไม้&nbsp;แลกเปลี่ยนผลผลิตจาก&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ในแต่ละแปลง&nbsp;รวมไปถึงการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ&nbsp;โดยนายอำเภอดอนสัก&nbsp;ได้ร่วมให้คำแนะนำในการทำกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อให้สมาชิกสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ในกิจกรรมเอามื้อสามัคคีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420120129690
321	"อบก. และ สมอ. ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน ""หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก"" โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของไทย"	"<p><strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อบก.&nbsp;และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน&nbsp;""หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก""&nbsp;โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเกียรติชาย&nbsp;ไมตรีวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊ซเรือนกระจก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อบก.&nbsp;และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;ได้ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน&nbsp;(Accreditation)&nbsp;""หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก""&nbsp;และการขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสําหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;โครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร&nbsp;(CFO)&nbsp;โดยจะเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;มาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินภายนอกเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อรองรับโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และ&nbsp;CFO&nbsp;ที่มีเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมถึง&nbsp;เป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบสําหรับกลไกภายในประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อบก.ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทยและส่งเสริมการจัดทําคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และการประเมินผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตนเอง&nbsp;ด้วยการจัดทํำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเพื่อขอเครื่องหมายรับรอง&nbsp;CFO&nbsp;ซึ่งกลไกทั้ง&nbsp;2&nbsp;ของ&nbsp;อบก.ต้องมีมาตรฐานการตรวจสอบความใช้ได้ของโครงการและการทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;หรือผลการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรมีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในระดับสากล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊ซเรือนกระจก&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การรับรองระบบงานหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการสร้างมาตรฐานของคาร์บอนเครดิตในประเทศ&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสการใช้คาร์บอนเครดิตของประเทศไทยผ่านกลไกระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;CORSIA&nbsp;ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองระบบงานหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจกตาม&nbsp;ISO&nbsp;14065&nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานผู้ประเมินภายนอกสําหรับโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และ&nbsp;CFO&nbsp;แล้ว&nbsp;7&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;(T-VER)&nbsp;//&nbsp;หน่วยรับรองการจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;บริษัท&nbsp;เอสจีเอส&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จํากัด&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;บริษัท&nbsp;บูโรเวอริทัส&nbsp;เซอทิฟิเคชั่น&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จํากัด&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;บริษัท&nbsp;อีซีอีอี&nbsp;จํากัด&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอ็นพีซี&nbsp;เซฟตี้&nbsp;แอนด์&nbsp;เอ็นไวรอนเมนทอล&nbsp;เซอร์วิส&nbsp;จํากัด&nbsp;(CFO)</p>"	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153715787
322	จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมาก&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;109&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;56&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;นครพนม14&nbsp;จุด&nbsp;และยโสธร&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนบริเวณประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อนทำให้บางพื้นมีฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;แต่ยังมีจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่อง&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;แต่ยังมีบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;สูงบริเวณเขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;เขตประเวศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;806&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;775&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;526&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420120701695
323	สวทช. จับมือ อคส. ร่วมขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนา เพิ่มมูลค่า แปรรูปสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน	<p><strong>น.สพ.สนัด&nbsp;วงศ์ทวีทอง</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา&nbsp;เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อการค้าอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีนายอัมพร&nbsp;โพธิ์ใย&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม&nbsp;สวทช.&nbsp;และนายเกรียงศักดิ์&nbsp;ประทีปวิศรุต&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า&nbsp;เป็นผู้ลงนาม&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</p><p><strong>ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;แก้มลิง++&nbsp;ของ&nbsp;อคส.&nbsp;จะเร่งเพิ่มจำนวนสาขาของคลังสินค้า&nbsp;อคส.&nbsp;ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พัฒนายกระดับให้สอดรับกับนโยบายของรัฐและกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เรื่อง&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ซึ่งการที่&nbsp;สวทช.&nbsp;สนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ&nbsp;จะสามารถยกระดับผลผลิตต้นน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกับโครงการในการต่อยอดและขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เพื่อตอบโจทย์ที่ทาง&nbsp;อคส.&nbsp;ต้องการ</p><p><strong>ผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;เป็นรากฐานการผลิตที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;สวทช.ได้วิจัย&nbsp;พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้เกษตรกรไทย&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;DECC&nbsp;มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารผ่านงานวิจัย&nbsp;</p><p><strong>ความร่วมมือครั้งนี้</strong>&nbsp;จะเป็นการผนึกกำลังและใช้จุดแข็งของทั้งสององค์กรสามารถตอบโจทย์ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และนโยบายภาครัฐ&nbsp;และตอบโจทย์&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ที่เป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทยที่จะช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้มีรายได้สูง&nbsp;เพื่อพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างทั่วถึงและยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153544782
324	อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของด่านตรวจพืชในจังหวัดสงขลา เน้นให้เกิดผลสัมฤทธิ์สนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์</strong>&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการปฏิบัติงานและมอบนโยบายแก่ด่านตรวจพืชพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า&nbsp;-&nbsp;ส่งออก&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;(พืช)&nbsp;และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดนเน้นย้ำให้ป้องกันและปราบปราม&nbsp;การจำหน่ายปุ๋ย&nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชปลอม&nbsp;ผิดมาตราฐาน&nbsp;รวมถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าพืชและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยให้ด่านตรวจพืชดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของกรมวิชากรเกษตร&nbsp;และกฎหมายอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มอบนโยบายให้มีการปฏิบัติงานที่เกิดผลสัมฤทธิ์</strong>&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญผ่านทางด่านศุลกากรในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;เช่น&nbsp;ยางและผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;มะม่วง&nbsp;พริกสด&nbsp;ขิง&nbsp;กล้วย&nbsp;ส้ม&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ชมพู่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ&nbsp;7&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการบูรณาการเชื่อมโยงกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ซึ่งยางจะเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ&nbsp;และมีการหารือแนวทางการบูรณาการด้านการวิจัยและพัฒนายางพาราและการแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ยังได้เน้นยำเรื่องการดำเนินงาน</strong>แบบบรูณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;และกรมศุลกากร&nbsp;รวมถึงการทำงานบนพื้นฐานแนวคิด&nbsp;&nbsp;DOA&nbsp;TOGETHER&nbsp;""รวมใจเป็นหนึ่ง""&nbsp;การร่วมใจปฏิบัติงานอย่างแข็งขันรวมกันทุกหน่วยงานภายในกรมวิชาการเกษตร&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากด่านตรวจพืชในจังหวัดสงขลาจำนวน&nbsp;&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบไปด้วยด่านตราจพืชท่าเรือสงขลา&nbsp;ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานฯหาดใหญ่&nbsp;ด่านตรวจพืชบ้านประกอบ&nbsp;ด่านตรวจพืชปาดังเบซาร์&nbsp;และด่านตรวจพืชสะเดา&nbsp;เข้าร่วมการรับฟังการมอบนโยบายดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-20T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420144622757
325	พาณิชย์ จ.อุบลฯ แจ้งชาวสวนปาล์ม รีบขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ปี 2564-2565	<p><strong>นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ภายใต้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;กับราคาตลาดอ้างอิงให้แก่เกษตรกรทุกวันที่&nbsp;15&nbsp;และจะจ่ายเร็วขึ้น&nbsp;หากตรงกับวันหยุด&nbsp;ตลอดโครงการฯจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;หรือผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;FARMBOOK&nbsp;เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้รายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;แล้วรอรับการแจ้งเตือนเงินเข้าผ่านแอพพลิเคชั่น&nbsp;A-Mobile&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.</p><p>เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;หรือผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โทร.&nbsp;045&nbsp;-&nbsp;242904&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420151223769
326	ประธาน กมธ.วิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภานำคณะเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวในโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โฉนดเลขที่ 1 อ.บางปะอิน	"<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;โฉนดเลขที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ตำบลวัดยม&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวในโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้ง&nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรก&nbsp;ของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;รวมทั้งผู้แทนภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมกันรายงานผลการดำเนินงาน&nbsp;การสนับสนุนด้านการปลูกข้าว&nbsp;การเก็บเกี่ยวการพัฒนาและการส่งเสริมเกษตรกรตามระบบเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;Thai&nbsp;Ha&nbsp;Intelligent&nbsp;Farm&nbsp;ตลอดจนแนวทางการพัฒนาพื้นที่&nbsp;103&nbsp;ไร่&nbsp;บริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;จากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับผู้แทนส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบริษัทไทยฮา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดยม&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยปลา&nbsp;และกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำจังหวัด&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทาน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;พื้นที่จำนวน&nbsp;90,000&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นครนายก&nbsp;และจังหวัดนครปฐม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดิน</strong>ฉบับแรกของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เป็นการดำเนินงานโครงการแบบบูรณาการร่วมกันของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;บริษัทไทยฮา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดยม&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบูรณฟื้นฟูและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยให้เป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;แห่งนี้&nbsp;มีพระนาม&nbsp;""สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์""&nbsp;</strong>ทรงถือกรรมสิทธิ์&nbsp;เป็นโฉนดเลขที่&nbsp;1&nbsp;เลขที่ดิน&nbsp;117&nbsp;ระวาง&nbsp;17ต&nbsp;3&nbsp;อ&nbsp;ตำบลบ้านแป้ง&nbsp;อำเภอพระราชวัง&nbsp;แขวงเมืองกรุงเก่า&nbsp;เมืองกรุงเก่า&nbsp;(จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน)&nbsp;เนื้อที่&nbsp;89&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;52&nbsp;ไร่&nbsp;ออกเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;ร.ศ.&nbsp;120&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2444)&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;ได้รับโอนมาจากกระทรวงการคลัง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2533&nbsp;เนื้อที่รังวัดปัจจุบัน&nbsp;91&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;99&nbsp;ตารางวา&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.instagram.com/prd.ayutthaya""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420173223875
327	ควายตายที่ทะเลน้อยเตรียมเยี่ยวยาสูงสุดตัวละ 25000 กว่าบาท	<p><strong>สถานการณ์ความตายในพื้นทะเลน้อยดีขึ้น&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่</strong>ปศุสัตว์ลงพื้นที่ดูแลนำอาหารเสริม&nbsp;และนำฟางข้าวอัดก้อนแก้ปัญหาการขาดแคลนแหล่งหญ้าในทะเลน้อย&nbsp;ล่าสุดนำฟางข้าวอัดก้อนแจกเพิ่มเติม&nbsp;และหลังประกาศเขตช่วยเหลือปศุสัตว์จังหวัดตรียมเยี่ยวยาควายที่ตาย</p><p><strong>กรณีที่ฝูงควายน้ำทะเลน้อย&nbsp;ซึ่งเกษตรกรนำมาเลี้ยงไว้</strong>ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย&nbsp;โดยเฉพาะใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ซึ่งเป็นสะพานยกระดับที่เชื่อมระหว่าง&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;กับ&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ทำให้ควายน้ำได้ล้มตายลงมากกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;จากสาเหตุสำคัญการขาดแคลนอาหารสัตว์&nbsp;เนื่องจากในช่วงเดือน&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีฝนตกมาอย่างต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเลี้ยงควายน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้เร่งให้การช่วยเหลือเหตุดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดวันนี้&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สะพานยกระดับเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้นำฟางข้าวอันก้อนที่ได้รับสนับสนุนจาก&nbsp;ดร.อภัย&nbsp;จันทนจุลกะ&nbsp;อดีตปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม&nbsp;และนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ก้อน&nbsp;เพื่อแจกจ่ายกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่ตำบลพนางตุง&nbsp;และตำบลทะเลน้อย&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;ที่นำความเลี้ยงในพื้นที่ทะเลสาบและประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะแหล่งหญ้าใต้น้ำที่เป็นแหล่งอาหาร&nbsp;จากการเกิดสภาวะฝนตกต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมจากปลายปี&nbsp;2564&nbsp;จนวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.พนางตุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.ทะเลน้อย&nbsp;และตั้งแต่วันนี้ทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;&nbsp;นาย&nbsp;ลงพื้นที่คอกเลี้ยงควายของเกษตรกร&nbsp;เพื่อตรวจสุขภาพควายจำนวนกว่า&nbsp;800&nbsp;ตัว&nbsp;ที่ยังมีอาการอ่อนแอ่&nbsp;จากการขาดอาหาร&nbsp;และอาการต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา</p><p><strong>ทางด้านนายบุญส่ง&nbsp;รัตนพร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดจังหวัดพัทลุง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้สถานการณ์ควายของเกษตรกรที่เลี้ยงบริเวณพื้นที่ทะเลสาบและเสียชีวิตเกือบ&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;จากการขาดแคลนอาหารแหล่งหญ้าใต้น้ำ&nbsp;เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น&nbsp;ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นอัตราการเสียชีวิตของควายลดน้อยลง&nbsp;เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือโดยเฉพาะฟางข้างอันก้อนและอาหารเสริม&nbsp;ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงได้รับการช่วยเหลือจากสำนักงานปศุสัตว์&nbsp;และจากการสนับสนุนดร.อภัย&nbsp;จันทนจุลกะ&nbsp;อดีตปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม&nbsp;และนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงดูแลสุขภาพของควายที่อ่อนแอ่&nbsp;อีกกว่า&nbsp;800&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;หลังจากการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ</strong>ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย)&nbsp;ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงจะเยี่ยวยาควายของเกษตรกรที่เสียชีวิต&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;สูงสุดตัวละไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด&nbsp;และหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;จะทำการพูดคุยกับเจ้าของผู้เลี้ยงควายอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในอนาคตข้างหน้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153719788
328	จ.นครปฐม จัดกิจกรรมการบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำ ภายในศูนย์ราชการ	"<p><strong>ที่กองบังคับการอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;นายคมสัน&nbsp;เจริญอาจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำ&nbsp;ฉบับใหม่&nbsp;ภายในศูนย์ราชการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวราภรณ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรม&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้หน่วยงานราชการในศูนย์ราชการ&nbsp;ควบคุม&nbsp;ดูแลรักษารถยนต์ราชการให้เป็นไปตามประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำ&nbsp;(ฉบับใหม่)&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมมือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก</p><p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;สุสัณพูลทอง&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการขยายตัวของอุตสาหกรรมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลากหลายประการ&nbsp;ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ&nbsp;สร้างผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;""การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง""&nbsp;ใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(Single&nbsp;&nbsp;Command)&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;กำหนดสถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ระดับ&nbsp;ตามความรุนแรงของปัญหาและกำหนดมาตรการแก้ไขในแต่ละระดับอย่างชัดเจน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดนครปฐม&nbsp;ช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่ระหว่างห้วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;มีนาคม</strong>&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีค่า&nbsp;PM25&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;วัน&nbsp;ลดลงจากปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;38.10%&nbsp;ค่าเฉลี่ยสูงสุด&nbsp;60&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;อยู่ในระดับที่&nbsp;2&nbsp;ต้องเพิ่มระดับมาตรการให้เข้มงวดขึ้นในการเฝ้าระวังเพื่อให้การไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเกิดประสิทธิภาพ&nbsp;และได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;55&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมมลพิษและโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ออกประกาศ&nbsp;เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงจากเดิมไม่เกิน&nbsp;45%&nbsp;เป็นไม่เกิน&nbsp;30%&nbsp;และค่ากระดาษกรอง&nbsp;จากเดิมไม่เกิน&nbsp;50%&nbsp;เป็นไม่เกิน&nbsp;40%&nbsp;ตรวจวัดขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420163304847
329	สภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลจากการที่เกษตรกรร่วมโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น	<p><strong>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลจากการที่เกษตรกรร่วมโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น</strong>&nbsp;ซึ่งเกษตรกรมีการนำความรู้ที่ได้&nbsp;มาแปรรูปจากผลผลิตนมแพะดิบของตนเอง&nbsp;โดยการนำวัตถุดิบนมแพะที่มีอยู่ในครัวเรือนนั้นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าน้ำนมแพะดิบ&nbsp;เพิ่มทักษะการแปรรูป&nbsp;และเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน&nbsp;หรือจำหน่ายเพิ่มรายได้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420164411853
330	จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานรณรงค์การป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรสวนปาล์มในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;เมย&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมการรณรงค์การป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรสวนปาล์ม&nbsp;เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมสาธิตวิธีการกำจัดหนอนปลอกเล็ก&nbsp;ณ&nbsp;ลานร้านค้าชุมชนนาวะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเสวียด&nbsp;อำเภอท่าฉาง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยพร&nbsp;นุภักดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาคีเครือข่ายภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในพื้นที่ของอำเภอท่าฉาง</strong>พบการแพร่ระบาดของหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลท่าฉาง&nbsp;ตำบลเขาถ่าน&nbsp;ตำบลเสวียด&nbsp;และตำบลคลองไทร&nbsp;คิดเป็นพื้นที่&nbsp;1,523&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและปริมาณผลผลิตของปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;และอาจจะมีแนวโน้มในการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้หาแนวทางในกำจัด</strong>และลดผลกระทบให้แก่เกษตรสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ในการป้องกันกำจัดหนอนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างถูกวิธี&nbsp;ด้วยการสาธิตวิธีการป้องกันกำจัดเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริง&nbsp;เพื่อรักษาคุณภาพในด้านของปริมาณของผลผลิตที่ปัจจุบันมีความต้องการในท้องตลาดสูง&nbsp;เนื่องจากปาล์มน้ำมันถือได้ว่าเป็นพื้นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในขณะเดียวกันจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการขับเคลื่อนและพัฒนาปาล์มน้ำมันไปสู่&nbsp;Oil&nbsp;Palm&nbsp;City&nbsp;ต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418151148024</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420163902850
331	รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ ที่ อ.วังน้ำเขียว	"<p><strong>นายรณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&nbsp;รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;บ้านคลองบงพัฒนา&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดั<span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>บแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่</strong>และเชื่อมโยงตลาดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;การดำเนินการขับเคลื่อน&nbsp;แนวทางการส่งเสริมพัฒนา&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;แสนมี&nbsp;นายอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;นายณัฐนาท&nbsp;สันทัดพร้อม&nbsp;เกษตรอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-20T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420194918908
332	จังหวัดนนทบุรีจัดประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดินและการบริการชุมชน	<p><strong>ที่ห้องราชพฤกษ์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี&nbsp;นางสาวอโรชา&nbsp;นันทมนตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดินและการบริการชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2565&nbsp;เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการต่างๆ&nbsp;การใช้น้ำ&nbsp;การจัดการน้ำเสีย&nbsp;การจารจร&nbsp;พื้นที่สีเขียวและสุนทรีภาพ&nbsp;การป้องกันอัคคีภัย&nbsp;การมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;การดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตาม&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-20T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420232019976
333	เกษตรยะลา มอบปัจจัยการผลิตพร้อมสาธิตการใช้สารเคมี  สารชีวภัณฑ์ในต้นทุเรียน	<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;มอบปัจจัยการผลิตด้านเกษตรและสาธิต</strong>การใช้สารเคมี&nbsp;สารชีวภัณฑ์ในต้นทุเรียน&nbsp;โครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านสันติ2&nbsp;ตำบลแม่หวาด&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;เพื่อมอบปัจจัยด้านการเกษตรตามโครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดยะลา&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมทั้งสาธิตการใช้สารเคมีและสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรครากเน่า&nbsp;โคนเน่าในทุเรียน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสันติ&nbsp;2&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421095852999
334	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้เกิดฝนตกหนัก	"<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้เกิดฝนตกหนัก </strong></p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;<span style=""color: black;"">ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน , ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง</span> ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.<span style=""color: black;"">พังงา 85 </span>มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;<span style=""color: black;"">เพชรบูรณ์ 69</span>มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวม<span style=""color: black;"">ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด 24,054 </span>ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ<span style=""color: black;""> 41 </span>จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>"	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421093544992
335	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก ส่วน กทม.และปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม 3 พื้นที่ สูงสุดบริเวณริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;หากควบคุมการเกิดจุดความร้อนได้ดีจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;และ&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421095628996
336	เน้นเติมน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ รองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ	<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ยังคงวางแผนและเดินหน้าปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีปริมาณน้ำเพียงพอทั้งในด้านการเกษตร&nbsp;การอุปโภค-บริโภค&nbsp;และด้านอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยในช่วงนี้กรมฝนหลวงฯ</strong>&nbsp;เน้นภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เพื่อรองรับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสำหรับการจัดสรรเพื่อการเกษตรและการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ส่วนเขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญในการเก็บน้ำเพื่อกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง</p><p><strong>จากข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อน&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;45&nbsp;ล้าน.ลบ.ม.&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;40&nbsp;ล้าน.ลบ.ม.&nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า&nbsp;50%&nbsp;กรมฝนหลวงฯ&nbsp;จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;และจังหวัดแพร่&nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์อย่างต่อเนื่องในด้านการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรปัจจุบัน&nbsp;จากข้อมูลพื้นที่ขอรับบริการฝนหลวง&nbsp;จากทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;พบว่า&nbsp;มีจำนวนรวม&nbsp;31&nbsp;จังหวัด&nbsp;71&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีผู้ขอรับบริการฝนหลวง&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;87&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้</strong>&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลางและภาคใต้ตอนบน&nbsp;มีแผนบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเขื่อนสิริกิติ์และอ่างเก็บน้ำในพื้นที่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;รวมถึงปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ&nbsp;&nbsp;บริเวณภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;อีก&nbsp;5&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศ&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ของพายุลูกเห็บและปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;หมอกควัน-ไฟป่า&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421110116029
337	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคอีสานของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;134&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;และนครพนม&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่มีปริมาณลดลง&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังพบกระจายตัวเบาบางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;เกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,872&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,099&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,241&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศมีอากาศดี&nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศ&nbsp;ยกเว้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;สูงในเขตบางกะปิ&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;และเขตคันนายาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;491&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;249&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;171&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421101644012
338	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะเชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และน่าน&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421102854017
339	จังหวัดยโสธร ขับเคลื่อนเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่	"<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการพัฒนาเกษตร&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;ยกระดับการแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;:&nbsp;พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;""เสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1""&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>โดยมี&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด</strong>&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;วิทยากร&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอมราวดี&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค&nbsp;แกรนด์&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จัดหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;จัดงานดังกล่าว&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าโอทอป&nbsp;และสถาบันเกษตรกร&nbsp;ให้มีความรู้ในการบริหารจัดการและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาผู้ประกอบการควบคู่ไปกับพัฒนาเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกำหนดอบรมระหว่างวันที่&nbsp;20-22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;และสถาบันเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับความรู้เพื่อนำไปพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสมัยใหม่&nbsp;เพิ่มมูลค่า&nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421112706044
340	จังหวัดลำพูนมุ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 11 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำกวง รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวา เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมผู้บริหาร&nbsp;(มหันตยศ)&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวงเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้าร่วมประชุม</p><p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;การกำจัดผักตบชวา&nbsp;เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลเพราะปัญหาผักตบชวาเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต&nbsp;และความเป็นอยู่อย่างปกติสุขของประชาชน&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;เป็นวัชพืชที่แพร่ขยายพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยผักตบชวาเพียง&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;อาจขยายพันธุ์ได้มากถึง&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ในห้วงระยะเพียง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หรือถึงแม้ว่าน้ำจะแห้งจนต้นตาย&nbsp;แต่เมล็ดของมันจะยังมีชีวิตต่อไปได้นานถึง&nbsp;10-15&nbsp;ปี&nbsp;และพร้อมที่จะแตกหน่อเป็นต้นใหม่ทันที&nbsp;ที่เมล็ดได้รับน้ำเพียงพอ&nbsp;ซึ่งกลายเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ&nbsp;เช่นการทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน&nbsp;เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำเน่าเสีย&nbsp;และกีดขวางการสัญจรทางน้ำ&nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนรวมทั้ง&nbsp;ก่อให้เกิดภูมิทัศน์หรือทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม&nbsp;รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;และให้ความสำคัญในการแก้ไขโดยกำหนดให้ปัญหาผักตบชวา&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบบูรณาการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับจังหวัดลำพูน&nbsp;ปัจจุบันแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัด</strong>&nbsp;เกิดการแพร่กระจายของผักตบชวาและวัชพืชอย่างรวดเร็ว&nbsp;ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สร้างความตื้นเขินในแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;ตลอดจนการกีดขวางการไหลระบายของน้ำ&nbsp;ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำกวง&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดลำพูน&nbsp;ในช่วงฤดูแล้งจะมีปริมาณน้ำน้อยและนิ่ง&nbsp;ทำให้มีสภาพที่เอื้อต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวา&nbsp;ทำให้มีปริมาณผักตบชวาแพร่กระจายอย่างหนาแน่นในหลายจุดตั้งแต่เขตอำเภอบ้านธิถึงอำเภอป่าซาง&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านหน้าฝายแม่ร่องน้อย&nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลอุโมงค์&nbsp;สะพานข้ามแม่น้ำกวงบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;11&nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;และด้านหน้าฝายบ้านศรีเมืองยู้&nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;และเทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวงเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้เรียนเชิญคณะทำงานฯ&nbsp;มาร่วมประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางและกำหนดแผนงานในการกำจัดผักตบชวาในวันนี้</p><p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำกวง&nbsp;รับผิดชอบดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำกวง&nbsp;ตั้งแต่อำเภอบ้านธิ&nbsp;ถึงอำเภอป่าซางในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านธิ&nbsp;ดำเนินการช่วงรอยต่ออำเภอสารภี-สะพานครูบาแสนอนุสรณ์&nbsp;เทศบาลตำบลอุโมงค์&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานครูบาแสนอนุสรณ์-ฝายบ้านแม่ร่องน้อย&nbsp;เทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;ดำเนินการช่วงฝ่ายบ้านแม่ร่องน้อย-สะพานข้ามลำน้ำกวง&nbsp;(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;11)&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลเหมืองง่า&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานข้ามลำน้ำกวง&nbsp;(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;11)-สะพานศรีวิชัย&nbsp;2&nbsp;(ศรีบุญยืน)&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานศรีวิชัย&nbsp;2&nbsp;(ศรีบุญยืน)-สะพานมนตรี&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานมนตรี-สะพานรถไฟ&nbsp;(สะพานดำ)&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน/เทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานรถไฟ&nbsp;(สะพานดำ)-สะพานบ้านศรีเมืองผู้&nbsp;เทศบาลตำบลต้นธง/เทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานบ้านศรีเมืองยู้-สะพานท่าจักร&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านแป้น&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานท่าจักร-สะพานครัวสวนไผ่&nbsp;เทศบาลตำบลท่าเชียงทอง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานครัวสวนไผ่-ฝ่ายสบทา&nbsp;เทศบาลตำบลป่าซาง&nbsp;ดำเนินการช่วงฝ่ายสบทา-จุดเชื่อมแม่น้ำปิง.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421115801067
341	เกษตรกร 4 อำเภอใน จ.ประจวบฯ ร่วมเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรดในงาน Field Day ครั้งที่ 2	<p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ </strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565 ครั้งที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการจัดงาน Field day ถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในปีการผลิต 2565/66 โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด และ อ.กุยบุรี เข้าร่วมจำนวน 120 คน มีกิจกรรมหลัก คือ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรด โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้ จำนวน 4 สถานีเรียนรู้ ประกอบด้วย สถานีเรียนรู้ที่ 1 การขยายและการคัดพันธุ์สับปะรดผลสด  สถานีเรียนรู้ที่ 2 เทคโนโลยีการผลิตสับปะรดคุณภาพ  สถานีเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยี HandySense ในแปลงสับปะรด  สถานีเรียนรู้ที่ 4 การจัดการตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอองค์ความรู้ และบริการการเกษตรอื่นๆ จากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมการแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)&nbsp;รวมทั้งการแสดงความยินดีกับ นายรุ่งเรือง ไล้รักษา เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด หมู่ที่ 11 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับการประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำไร่ เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 ที่พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง</p><p><strong>ทั้งนี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</strong> หรือ ศพก. ทุกอำเภอ รวม 8 ศูนย์ และมีศูนย์เรียนรู้เครือข่าย จำนวน 155 ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่สอดคล้องกับสินค้าเกษตร หลัก และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งองค์ความรู้ของ ศพก. นั้น เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตรและการดำเนินชีวิตของเกษตรกร ขยายผลนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นจุดที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่าง ๆ กับเกษตรกรในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421120254072
342	บวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคล	<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีบวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยพิธีบวงสรวงคันไถ&nbsp;ได้เริ่มในเวลา&nbsp;11.39&nbsp;น.&nbsp;ประธานในพิธีจุดเทียนธูปบูชาเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&nbsp;&nbsp;พราหมณ์พิธีกล่าวนำคำอธิษฐานจิต&nbsp;จากนั้นประธานปักธูปบนเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&nbsp;&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปักธูปบนเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&nbsp;ต่อมาประธานโปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณปะรำพิธีที่ตั้งคันไถ&nbsp;พราหมณ์พิธีประพรมน้ำเทพมนตร์และเจิมแป้ง&nbsp;ประธานนำมาลัยคล้องคันไถและผู้บริหารที่ร่วมในพิธีนำมาลัยมาวางบนพานหน้าคันไถเป็นอันเสร็จพิธี&nbsp;</p><p><strong>ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ข้าวเป็นพืชสำคัญแก่การดำรงชีวิต&nbsp;ความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย&nbsp;ในอดีตคันไถเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมดินก่อนปลูกข้าว&nbsp;โดยใช้แรงงานสัตว์ในการขับเคลื่อน&nbsp;ซึ่งถูกนำมาใช้ประกอบพิธีไถหว่านในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;พระราชพิธีฯ&nbsp;มีมาแต่โบราณตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีจนกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์&nbsp;ในสมัยรัชการที่&nbsp;4&nbsp;ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพิธีสงฆ์&nbsp;จึงมีพิธีพืชมงคลรวมกับพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตั้งแต่นั้นมา&nbsp;</p><p><strong>พระราชพิธีดังกล่าว&nbsp;</strong>มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในการทำนา&nbsp;ชักนำให้มีความมั่นใจความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญในแก่เกษตรกร&nbsp;กำหนดจัดขึ้นในเดือนหก&nbsp;หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;โดยวันที่จะกำหนดตามฤกษ์ยามที่เหมาะสมตามปฏิทินหลวง&nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลาเหมาะสมแก่การเริ่มต้นการทำนาของทุกปี</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421145816161
343	ทช. เฝ้าระวังอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะทะลุ แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวได้	<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;เฝ้าระวังอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะทะลุ&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก&nbsp;ได้สำรวจและเก็บข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลระยะยาวด้วย&nbsp;เครื่องบันทึกอุณหภูมิ&nbsp;(Temperature&nbsp;Data&nbsp;Logger)&nbsp;&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณแนวปะการังเกาะทะลุ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ผลคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง&nbsp;ข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณเกาะทะลุ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;พบอุณหภูมิน้ำทะเลอยู่ที่&nbsp;28.75&nbsp;&nbsp;31.67&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;จากข้อมูลพบอุณหภูมิน้ำทะเลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม&nbsp;แต่จากการสำรวจแนวปะการังเบื้องต้นยังไม่พบการฟอกขาว&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;NOAA&nbsp;(โนอา)&nbsp;ประเมินแนวโน้มการเกิดปะการังฟอกขาวที่ได้คาดการณ์เดือนมีนาคม-เมษายนปะการังจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเล&nbsp;แต่&nbsp;NOAA&nbsp;(โนอา)&nbsp;ได้คาดการณ์อาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421153125180
344	องคมนตรี สนองพระราชดำริ สืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.นายจรัลธาดา&nbsp;กรรณสูต&nbsp;ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;นายอำพน&nbsp;กิตติอำพน&nbsp;รองประธานอนุกรรมการฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เพิ่มเกษร&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กปร.และคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการขุดลอกแก้มลิงหนองแสงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยรับฟังบรรยายสรุปแผนการดำเนินงานฯ&nbsp;จากผู้แทนกรมชลประทาน&nbsp;โอกาสนี้ได้ร่วมพิจารณาเสนอแนะแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;ให้แล้วสร็จ&nbsp;ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;จากนั้นเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่โครงการฯ&nbsp;พร้อมพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับทราบความเป็นอยู่การประกอบอาชีพและความต้องการการใช้น้ำเพื่อนำไปขยายผลต่อยอดโครงการให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;นางปณิตตา&nbsp;หอมโคกค้อ&nbsp;1&nbsp;ในเกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านท่าสวรรค์&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงที่ผ่านมาอาศัยน้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;5&nbsp;แหล่งน้ำบริเวณรอบหมู่บ้าน&nbsp;และน้ำจากลำน้ำชีที่ไหลผ่าน&nbsp;ในการนำไปใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;ทำให้บางช่วงประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง&nbsp;ส่งผลกระทบกับพืชผลทางการเกษตรอย่างมาก&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เข้ามาให้ความช่วยเหลือ&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเมื่อมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ส่งผลดีและเกิดประโยชน์กับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก&nbsp;ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;&nbsp;จากนั้นช่วงบ่าย&nbsp;คณะฯ&nbsp;ได้เดินทางมาที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลหนองแวง&nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระราชทานพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ราบเชิงภูเขียว&nbsp;โอกาสนี้คณะฯ&nbsp;รับฟังบรรยายสรุปผลความก้าวหน้าการดำเนินงานพร้อมเยี่ยมชมโครงการฯ&nbsp;และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่</span></p>"	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422173400644
345	เนื้อหมู ไม่แพงอย่างที่คิด ฝ่าวิกฤตวัตถุดิบพุ่ง น้ำมันแพง	<p>สงกรานต์ที่ผ่านมาหลายคนต้องระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะต้องเตรียมพร้อมรับมือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประกาศจะพาเหรดขึ้นราคายกแผง เพราะอั้นกับมาตรการตรึงราคาสินค้ามานาน สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ปรับขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะ 1 เดือน ที่ผ่านมา ภาวะสงครามในยูเครนส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตหลายรายการและราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นไปเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในภาคการผลิตและบริการ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ประมาณ 30%</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (UN Food and Agriculture Organization : FAO) รายงานว่า รัสเซียและยูเครนรวมกันส่งออกข้าวโพดคิดเป็น 30% และข้าวสาลีรวม 20% ของตลาดโลก แต่สงครามทำให้การค้าธัญพืชโลกหยุดชะงักและเป็นชนวนให้ราคาวัตถุดิอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นแรงมากเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อราคาเนื้อสัตว์ต้องปรับตัวสูงขึ้นตามภาระต้นทุน โดยเฉพาะราคาเนื้อสัตว์ทั้งเนื้อหมูและเนื้อไก่ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาเนื้อหมูเฉลี่ยเดือนมีนาคมปรับสูงขึ้น 4.8% เนื่องจากผลผลิตขาดแคลนในกลุ่มประเทศทางตะวันตก ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ปีกปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสำคัญปรับลดการผลิตจากความเสี่ยงของโรคไข้หวัดนก ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ปรับตามกลไกตลาดเกือบทุกประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>สำหรับประเทศไทย ภาคปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาโดยตลอด ด้วยการประกาศตรึงราคาหมูหน้าฟาร์มช่วงที่ขาดแคลนจากโรค ASF ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไว้ที่ 110 บาท/กก. ขณะที่ราคาหน้าฟาร์มมีการปรับลดลงตามกลไกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยราคาหน้าฟาร์มเฉลี่ยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2565 อยู่ที่ 94-98 บาท/กก. และราคายืนแข็งเป็นสัปดาห์ที่ 3 เป็นไปตามต้นทุนราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นเฉลี่ย 30-40 % ซึ่งราคาหน้าฟาร์มใกล้แตะระดับต้นทุนของเกษตรกร จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาหน้าฟาร์มบ้างเพื่อความอยู่รอด</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>ล่าสุดคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร รายงานว่า ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยการผลิตสุกรมีชีวิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 99 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรแบกรับภาระขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มที่ 94-98 บาท/กก. ขณะที่ราคาหน้าเขียงเป็นราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งราคาเนื้อแดงเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 190 บาท/กก.&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ฤดูร้อนปีนี้อากาศแปรปรวนกว่าปกติมีผลต่อการกินอาหารของสัตว์น้อยลง ทำให้สัตว์โตช้า ประกอบกับโรค ASF ทำให้เกษตรกรหายไปจากระบบ 50% ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดน้อยไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ราคาจึงอาจปรับสูงกว่าราคาเฉลี่ยในบางพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>สำหรับผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไข่ไก่ ก็เผชิญอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตไม่แตกต่างจากผู้เลี้ยงหมู&nbsp;หากแต่ปัญหาหลักที่เจอคือต้องตรึงราคาสินค้าตามที่ภาครัฐขอความร่วมมือ ซึ่งคนไทยนับว่ามีโอกาสดีกว่าผู้บริโภคในหลายประเทศที่สามารถเข้าถึงอาหารได้หลากหลายและในราคาที่เหมาะสม จากความร่วมมือของเกษตรกรและผู้ผลิตในการตรึงราคาสินค้าเพื่อฝ่าวิกฤตอาหารไปด้วยกัน ขอเพียงผู้บริโภคเข้าใจว่าราคาเนื้อสัตว์ของไทยไม่ได้แพงเกินความเป็นจริง</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421175533271
346	โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ มีความก้าวหน้า 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงความก้าวหน้าการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ว่า&nbsp;ในการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำชี&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;มาศึกษา&nbsp;กำหนดเป็นแนวทาง&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;โดยขณะนี้มีความก้าวหน้าและคาดจะแล้วเสร็จในปี&nbsp;2567&nbsp;ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">หนึ่งในประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นายเฉลิม&nbsp;สมัตถะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;ที่พระองค์เห็นถึงความสำคัญของประชาชน&nbsp;โดยประชาชนในพื้นที่ต่างรู้สึกดีใจ&nbsp;ที่มีโครงการพระราชดำริ&nbsp;เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่หลายเรื่องอย่างมาก&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421211745338
347	อบรมโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพฯ ปีงบ 65 ณ ศพก.อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดอบรมโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบแนวทางการทำการเกษตร&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่เกษตรกรร่วมโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอชานุมาน&nbsp;โดยมีนางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม&nbsp;ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยประธานศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;อาจารย์วีระพล&nbsp;กมลรัตน์&nbsp;และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมและภูมิปัญญาในการพัฒนาสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;มาตรฐานของสินค้าเกษตรให้ปลอดภัยต่อผู้ผลิต-ผู้บริโภค&nbsp;และการผลิตสินค้าเกษตรโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;สู่การเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;โดย&nbsp;นายฤทธิรงค์&nbsp;โคตะพันธ์&nbsp;ผู้บริหารบริษัท&nbsp;วินเทจ&nbsp;ฟาร์มดี&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มีความรู้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรที่หลากหลาย&nbsp;สามารถแก้ปัญหาทางการเกษตรและดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเอกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้และเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.อ.ชานุมาน&nbsp;และเกษตรเป้าหมายเข้าร่วมอบรม&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพฯ&nbsp;ปีงบ&nbsp;2565<strong>&nbsp;</strong>โดยความร่วมมือของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;และการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;650&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มพื้นที่เกษตรผสมผสาน&nbsp;550&nbsp;ไร่&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;พัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรมยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบเกษตรผสมผสานด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และการส่งเสริมการผลิตโกโก้คุณภาพโดยเกษตรกรมีส่วนร่วมในสวนยางพารา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421185109297
348	กอนช. ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ฉบับที่&nbsp;9&nbsp;หลังพบสถานการณ์แม่น้ำโขงมีระดับน้ำที่สถานีเขื่อนจิ่งหง&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เพิ่มขึ้นสะสมต่อเนื่อง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำสะสมอยู่ที่&nbsp;1,590&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เนื่องจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.ได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;โดยช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นสะสมในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ&nbsp;1.90&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ตั้งแต่สถานีเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ลงมาถึงสถานีโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้จังหวัดริมแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง&nbsp;พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรทางน้ำและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง&nbsp;8&nbsp;จังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงด้วย</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421202752316
349	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65	<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขารัตนบุรี&nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเชื่อมโยงซื้อขายข้าวเปลือกระหว่างเกษตรกรกับโรงสี&nbsp;ช่วยให้เกิดการแข่งขันรับซื้อผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้ราคาสูงขึ้น&nbsp;มีทางเลือกและอำนาจต่อรองในการขายข้าวเปลือกมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมด้านราคา&nbsp;การชั่งน้ำหนัก&nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;มีเกษตรกรมาขาย&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ข้าวชัยนาท&nbsp;และข้าวปทุมธานี&nbsp;ปริมาณข้าวรวม&nbsp;167.466&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;1,523,603.35&nbsp;บาท&nbsp;มียอดสะสม&nbsp;(19-21&nbsp;เมย.65)&nbsp;มีเกษตรกรมาขายรวม&nbsp;182&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ข้าวชัยนาท&nbsp;และข้าวปทุมธานี&nbsp;ปริมาณข้าวรวม&nbsp;464.274&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;4,149,032.45&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ชาวเกษตรกรพึงพอใจขายข้าวในตลาดนัดได้ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปไม่น้อยกว่าตันละ&nbsp;200-300&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกำหนดการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;10-12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาจอมพระ&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421204528319
350	เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์แจ้งเตือนเกษตรกร ไม่ให้ลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดผลเสียตามมา	<p><strong>นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในปีนี้ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทำให้มีฝนตกหลายท้องที่ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งในปีการผลิตที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายได้เริ่มลงมือเพาะปลูกข้าวตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการเพาะปลูกข้าวที่เร็วเกินไป&nbsp;เนื่องจากยังไม่เข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ข้าวที่เกษตรกรเพาะปลูกลงไป&nbsp;จึงมีความเสี่ยงต่อปัญหาฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง&nbsp;ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน&nbsp;&nbsp;มิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี&nbsp;อาจทำให้ข้าวตายได้&nbsp;และข้าวที่เพาะปลูกเร็วเกินไปยังจะต้องประสบปัญหาวัชพืชขึ้นในนาข้าวเป็นปริมาณมาก&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดต่ำลงประมาณ&nbsp;30%&nbsp;ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนในการกำจัดวัชพืช&nbsp;ต้นทุนการผลิตข้าวจึงสูงขึ้นและผลผลิตข้าวที่ได้จะมีคุณภาพต่ำ&nbsp;มีสิ่งเจือปนสูงทำให้จำหน่ายได้ในราคาต่ำตามมาอีกด้วย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อหลีกเสี่ยงปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงขอเตือนให้พี่&nbsp;น้องเกษตรกร&nbsp;อย่าเร่งรีบลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วเกินไป&nbsp;โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกข้าวนาปีคือ&nbsp;ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ถึง&nbsp;ปลายเดือนมิถุนายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์มีการปลูกข้าวหอมมะลิมากที่สุด&nbsp;</strong>โดยมีพื้นที่ปลูกมากกว่า&nbsp;2.6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งจังหวัด&nbsp;จึงถือได้ว่า&nbsp;ข้าวหอมมะลิเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยในแต่ละปีจะมีผลผลิตประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตันข้าวเปลือก&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จึงควรวางแผนช่วงการปลูกให้เหมาะสมกับช่วงฤดูแต่ไม่เกินเดือนสิงหาคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-21T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421210637332
351	จ.ประจวบฯ เร่งหาแนวทางรับมือปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำในช่วงเดือน พ.ค.- มิ.ย.นี้ หลังคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง 150,000 ตัน	<p><strong>นายวันชัย&nbsp;นิลวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การผลิตสับปะรดในพื้นที่ช่วงเดือน&nbsp;พ.ค.-&nbsp;มิ.ย.65&nbsp;ประมาณการว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง&nbsp;150,000&nbsp;ตัน&nbsp;โดยปัจจุบันราคารับซื้อหน้าแผงอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;6-7&nbsp;บาท&nbsp;ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;5.89&nbsp;บาท&nbsp;จึงได้มีการหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวป้องปัญหาผลผลิตส่วนเกินในระบบจนทำให้มีปัญหาด้านราคา&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้โรงงานแปรรูปช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและช่วยเหลือด้วยการตรึงราคารับซื้อที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&nbsp;และให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงงานสามารถรับซื้อผลผลิตส่วนต่างในช่วงที่มีปริมาณมากเพื่อแปรรูปสับปะรดไว้จำหน่ายภายหลัง&nbsp;ในช่วงที่สับปะรดลดน้อยลง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะมีการกระจายสับปะรดไปจำหน่ายทั้งในและนอกพื้นที่ในรูปของสับปะรดบริโภคผลสด&nbsp;</strong>ส่วนการสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว&nbsp;ต้องเน้นแนวทางเกษตรพันธสัญญา&nbsp;หรือคอนแทร็ก&nbsp;ฟาร์มมิ่ง&nbsp;และการส่งเสริมให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่ในไร่มาปลูกสับปะรดผลสดเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422095211388
352	ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;อนันตกูล&nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;โดยได้ประชาสัมพันธ์แนะนำและกำชับผู้มาติดต่อดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนจังหวัดฯ&nbsp;และขนส่งสาขาพระประแดง&nbsp;ให้ประชาชนและผู้ประกอบการหมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถให้มีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;กรณีใช้รถบรรทุกสินค้าหรือสิ่งของให้ปิดคลุมป้องกันการตกหล่นรั่วไหลให้เรียบร้อยด้วย&nbsp;และหากพบเห็นรถควันดำ&nbsp;หรือไม่ปิดคลุมป้องกันสินค้าหรือสิ่งของที่บรรทุก&nbsp;โปรดแจ้งข้อมูลร้องเรียนทาง&nbsp;Facebook&nbsp;1584&nbsp;ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;โทร.&nbsp;1584</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานขนจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขนส่งสาขาพระประแดง</strong>&nbsp;และสถานตรวจสภาพรถ&nbsp;(ตรอ.)&nbsp;ได้ตรวจวัดควันดำรถที่เข้ารับตรวจเพื่อดำเนินการทางทะเบียนและภาษี&nbsp;537&nbsp;คัน&nbsp;พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;526&nbsp;คัน&nbsp;และมีค่าควันดำเกินกำหนด&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;(ให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่)&nbsp;และได้ตรวจวัดควันดำรถตามโครงการตรวจสอบมลพิษทางอากาศและเสียงรถราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;ไม่พบว่ามีค่าควันดำเกินกำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110441436
353	เดินหน้าโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร คัดสรรผลิตผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายปณิธาน&nbsp;มีไชยโย&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็งและพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&nbsp;ตามวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรกรมั่นคง&nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ&nbsp;สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(สกต.สุรินทร์)&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ที่ทั้งสองฝ่ายดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา&nbsp;การสร้างรายได้&nbsp;โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ&nbsp;100%&nbsp;บรรจุถุงจำหน่าย&nbsp;สร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อ.ต.ก.จะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Co-Brand&nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้&nbsp;อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิในพื้นที่ที่ดีที่สุดของประเทศ&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;สู่ผู้บริโภคโดยตรง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110059427
354	เดินหน้าโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร คัดสรรผลิตผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายปณิธาน&nbsp;มีไชยโย&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็งและพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&nbsp;ตามวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรกรมั่นคง&nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ&nbsp;สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(สกต.สุรินทร์)&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ที่ทั้งสองฝ่ายดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา&nbsp;การสร้างรายได้&nbsp;โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ&nbsp;100%&nbsp;บรรจุถุงจำหน่าย&nbsp;สร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อ.ต.ก.จะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Co-Brand&nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้&nbsp;อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิในพื้นที่ที่ดีที่สุดของประเทศ&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;สู่ผู้บริโภคโดยตรง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110059430
355	เน้นย้ำ สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงอย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;44,964&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;&nbsp;59&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่และลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร-เครื่องมือต่างๆ&nbsp;ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในทุกพื้นที่&nbsp;ให้สามารถบำรุงรักษาและใช้งานเครื่องจักร-เครื่องมือได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบ</strong>&nbsp;อาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งหมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ติดตาม&nbsp;วิเคราะห์สภาพอากาศ&nbsp;สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;แม่น้ำสายหลักต่างๆ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105348416
356	กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนทุกภาคเตรียมรับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง 	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้พื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันที่&nbsp;23-27&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;รวมถึงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แต่ภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;รวมถึงระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105632421
357	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัว&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกเกิดฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;97&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,800&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;41&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนเพิ่มขึ้นสะสมต่อเนื่องจากวันที่&nbsp;18&nbsp;21&nbsp;เมษายนประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำสะสม&nbsp;1,590&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เนื่องมาจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นสะสมในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ&nbsp;1.90&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ตั้งแต่สถานีเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ลงมาถึงสถานีโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105721425
358	ก.ทรัพย์ และภาคเอกชนผู้ประกอบการร้านกาแฟทั่วประเทศ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เนื่องในวันคุ้มครองโลก ประจำปี 65	<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และภาคเอกชนผู้ประกอบการร้านกาแฟทั่วประเทศ&nbsp;ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก&nbsp;เนื่องในวันคุ้มครองโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;(Earth&nbsp;Day&nbsp;2022)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ได้จัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;(Earth&nbsp;Day&nbsp;2022)&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Invest&nbsp;In&nbsp;Our&nbsp;Planet&nbsp;:&nbsp;ทำเพื่อโลกวันนี้&nbsp;อนาคตที่ดี&nbsp;เป็นของเรา&nbsp;สร้างความตื่นตัวในสังคมกับวิกฤติจากขยะพลาสติกที่มีจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน&nbsp;โดยให้เห็นความสำคัญการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พร้อมร่วมกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการร้านกาแฟในประเทศประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;(Green&nbsp;Coffee&nbsp;Shop)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก&nbsp;หรือภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางและนำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้มากที่สุด&nbsp;สิ่งสำคัญให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการ&nbsp;และการบริโภควิถีใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าก้าวสู่การบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่ความสำเร็จการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภค&nbsp;และการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจร้านกาแฟและตลาดกาแฟในประเทศไทย&nbsp;และเพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนในการจัดการขยะพลาสติก&nbsp;รวมทั้งการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับ&nbsp;Roadmap&nbsp;การจัดการขยะพลาสติก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2573&nbsp;ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้มีการผลิต&nbsp;การบริการ&nbsp;และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่&nbsp;ด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ปาปะทา&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ&nbsp;ร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีหน่วยงานและร้านกาแฟเข้าร่วม&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้เกิดภาคีความร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจ&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;และผู้ให้บริการร้านกาแฟวางแนวทางหรือนโยบายประกอบกิจการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมร่วมรณรงค์สร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของลูกค้าหรือผู้บริโภคลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;ถือเป็นการช่วยกันลดปริมาณขยะต้นทางและการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังได้ประกาศเจตนารมณ์งดจำหน่ายภาชนะบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และพันธมิตรร่วมโครงการ&nbsp;5&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมงดจำหน่ายภาชนะบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแบบใช้ครั้งเดียวในห้างแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ&nbsp;และส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้ามาทดแทนด้วย</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422113343459
359	จังหวัดลำพูน มุ่งส่งเสริมและแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ปี 2565 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในปีที่ผ่านมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ห้องประชุมหริภุญชัย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด(คพจ.)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูนได้ดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป้าหมายผลผลิตจำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ตัน&nbsp;งบประมาณ&nbsp;15,000,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกระจายมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;โดยรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำพูนในราคานำตลาดไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;และจำกัดปริมาณการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแต่ละรายไม่เกินรายละ&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ดำเนินการรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่&nbsp;5-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บัดนี้&nbsp;สิ้นสุดระยะเวลาการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว&nbsp;มีเกษตรกรและผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูนจึงได้ร่วมกันประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณาอนุมัติรายชื่อและจัดสรรโควตาให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาร่างหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และร่างหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการขยายช่องทางการตลาดลำไยสด&nbsp;(รูดร่วง)&nbsp;เข้าสู่โรงงานแปรรูป&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422112120453
360	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;หากควบคุมการเกิดจุดความร้อนได้ดีจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422112314455
361	สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกษตรกรปรับตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเกษตรที่เลี้ยงวัว หันมาเลี้ยงแพะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อแพะยังไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก	<p><strong>ที่สวนปาล์มน้ำมันหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายสมัย&nbsp;ชื่นแก้ว&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;73&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันและเลี้ยงวัวในสวนปาล์มน้ำมันเป็นอาชีพเสริม&nbsp;แต่จากการแพร่ระบาดของวิด&nbsp;-19&nbsp;นั้นส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;ถึงแม้ว่าช่วงนี้ปาล์มน้ำมันจะมีราคาดีก็ตาม&nbsp;ต้นทุนการใส่ปุ๋ยก็เพิ่มตามมาด้วย&nbsp;แต่เพื่อความไม่ประมาทได้เลี้ยงวัวเนื้อภายในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;และในขณะนี้ได้เลี้ยงแพะเพิ่มอีกในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว</p><p><strong>นายสมัย&nbsp;ชื่นแก้ว&nbsp;เกษตรกรกล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;ทำให้ตนเองและประชาชนทั่วไปต้องมีการปรับตัว&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านอาชีพ&nbsp;หรือการใช้ชีวิตประจำวัน&nbsp;รวมถึงการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ&nbsp;ตนเองนั้นไม่ค่อยได้ออกนอกพื้นที่&nbsp;จึงใช้เวลาว่างมาเลี้ยงแพะ&nbsp;พันธุ์บอร์ลูกผสมและพันธุ์แอโกลูกผสม&nbsp;แพะนั้นจะตั้งท้องประมาณ&nbsp;5&nbsp;เดือนก็สามารถให้ลูกได้แล้ว&nbsp;ขณะนี้มีพ่อพันธุ์จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;ขณะนี้เริ่มออกลูกแพะแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการให้อาหารหรือการเลี้ยงนั้น&nbsp;จะเลี้ยงลักษณะกึ่งปล่อ</strong>ยหากไม่มีฝนตกก็จะให้กินหญ้าภายในสวนปาล์ม&nbsp;หากฝนตกก็จะนำหญ้ามาให้แพะ&nbsp;หารก็เป็นหญ้าเนเปียและอื่นๆ&nbsp;ได้เริ่มเลี้ยงมาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ได้ลูกแล้ว&nbsp;แต่จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์โดยตั้งเป้าแม่พันธุ์ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนราคาเนื้อแพะอยู่ที่&nbsp;80-200&nbsp;บาท&nbsp;จะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&nbsp;สถานการณ์วามต้องการเนื้อแพะพบว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422114421473
362	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคอีสานของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;60&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สระบุรี&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และนครพนม&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมจุดความร้อนลดลง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือจุดความร้อนเป็นศูนย์&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,872&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,123&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,265&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมวันนี้ทั่วประเทศคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&nbsp;ยกเว้นจังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่นยังพบค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;388&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;379&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;116&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422134251504
363	ประวิตร กำชับ สทนช. พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย สปป.ลาว อย่างรอบคอบให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด	<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อย่างรอบคอบให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอและประชาชนรับทราบก่อนตัดสินใจ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ได้พิจารณาแนวทางดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าภายใต้ระเบียบปฏิบัติคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&nbsp;เรื่องการแจ้ง&nbsp;การปรึกษาหารือล่วงหน้า&nbsp;และข้อตกลง&nbsp;(PNPCA)&nbsp;โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย&nbsp;ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ยืนยันจะขอรับข้อมูลที่เพียงพอจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;หรือ&nbsp;MRCS&nbsp;ต่อการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดนของชุมชนท้ายน้ำและการประเมินผลกระทบต่อเขตแดน&nbsp;เพื่อนำเสนอกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นไปตามกระบวนการ&nbsp;PNPCA&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อมูลที่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จะจัดส่งให้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมกับประเทศไทยต่อไป&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้ดำเนินการต่อเนื่องทั้งการชี้แจงข้อมูลโครงการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน&nbsp;จัดประชุมระดับนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และได้ประชุมร่วมกับสปป.ลาว&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&nbsp;(MRCS)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;โดยได้กำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไปของกระบวนการ&nbsp;PNPCA&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูงอย&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ที่&nbsp;สปป.&nbsp;ลาวเสนอให้เริ่มกระบวนการ&nbsp;PNPCA&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการ&nbsp;TNMC&nbsp;พิจารณาความเหมาะสมข้อมูลโครงการ&nbsp;โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทย&nbsp;สำหรับการดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า&nbsp;เพื่อแจ้งข้อบกพร่องของข้อมูลต่อ&nbsp;MRCS&nbsp;หากข้อมูลมีความครบถ้วนตามวัตถุประสงค์สามารถพิจารณาเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าได้&nbsp;ภาพรวมไทยต้องทำงานอย่างรอบคอบคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติที่จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างสูงสุด&nbsp;ด้วยการนำข้อมูลความคืบหน้าต่างๆที่เกิดขึ้นมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบต่อเนื่องและตรงไปตรงมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าของร่างแนวคิดการดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติเรื่อง&nbsp;การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบการใช้น้ำ&nbsp;(PWUM)&nbsp;อยู่ระหว่างการพัฒนาโดยคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&nbsp;(MRC)&nbsp;และประเทศภาคีสมาชิก&nbsp;4&nbsp;ประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นกรอบการทำงานสร้างระบบติดตามตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพในการใช้น้ำในแม่น้ำโขงสายประธานและแม่น้ำสาขาหลักของแม่น้ำโขง&nbsp;แล้วยังช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ดีและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกผ่านระบบการติดตามตรวจสอบการใช้น้ำที่โปร่งใส&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ติดตามการดำเนินการให้อยู่ภายในขอบเขตของความตกลงว่าด้วยการพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน&nbsp;(Mekong&nbsp;Agreement&nbsp;1995)&nbsp;ระเบียบปฏิบัติ&nbsp;และแนวปฏิบัติเกี่ยวข้องที่กำหนดให้ติดตามตรวจสอบการใช้น้ำที่มีขอบเขตเฉพาะการใช้น้ำที่อาจส่งผลกระทบสำคัญต่อการไหลของแม่น้ำโขงเท่านั้น&nbsp;ซึ่งจะไม่รวมการใช้ในครัวเรือนและการใช้ส่วนน้อยที่ไม่มีผลกระทบสำคัญ</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422145501555
364	ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ประสบภัย โดยระดมกำลังทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน	<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับอำเภอปาย&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ในการระดมความร่วมมือในกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง</p><p><strong>ทั้งนี้หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องด้วยอำเภอปาย&nbsp;</strong>ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;งบเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุภัยแล้ง&nbsp;สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค&nbsp;ปี&nbsp;๒๕๖๕&nbsp;โดยในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้เห็นชอบในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบบ้านที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;โครงการ&nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;๒&nbsp;หมู่บ้านประกอบด้วย&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;(บ้านบริวาล)&nbsp;บ้านห้วยหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๖&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๓&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;</strong>ของราษฎรเป็นไปด้วยความรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์&nbsp;อำเภอปายได้ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ร่วมทั้งชาวบ้าน&nbsp;จึงได้ร่วมมือในกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการป้อง&nbsp;กันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;โดยมีการนำร่องแก้ไขปัญหาในพื้นที่&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นจุดแรกก่อนที่จะขยายไปยังหมู่บ้านที่ประสบปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422151243562
365	ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์การมีส่วนร่วมของชาวริมสองฝั่งคลองและจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร	"<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ตรีบุบผา&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายสิทธิวีร์&nbsp;วรรณพฤกษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;เลิศอิทธิบาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ประชุมมงคลบพิตร&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอญ.&nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&nbsp;ประมาณ&nbsp;56&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&nbsp;การบำบัดน้ำเสีย</strong>&nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&nbsp;ต.บางกระสั้น&nbsp;และ&nbsp;ต.เชียงรากน้อย&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=""&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422181845665
366	กรมชลประทาน เตรียมพร้อมส่งน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก เพาะปลูกข้าวนาปี 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;เร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้ง&nbsp;บริเวณปากคลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;ต.หนองหม้อ&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เข้าสู่คลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;สำหรับให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;และอ.อินทร์บุรี&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;ได้เริ่มเพาะปลูก&nbsp;ตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง&nbsp;เป็นการลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก&nbsp;ลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่างในระยะต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สั่งการให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินในคลอง&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำมายังพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&nbsp;เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกตามแผนที่กำหนดไว้ได้อย่างทั่วถึง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422200624740
367	เกษตรปะเหลียน ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ตำบลปะเหลียน	<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;และ&nbsp;นางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;,7&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ได้มีเกษตรกรมาเข้ารับบริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านลำปลอก&nbsp;และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านวังเจริญ&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422185638686
368	มหกรรมอาหารทะเลยิ่งใหญ่ จังหวัดสงขลา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสกระจายสินค้าประมงคุณภาพดีสู่ครัวเรือนผู้บริโภค	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดมหกรรมอาหาร&nbsp;2&nbsp;ทะเล&nbsp;3&nbsp;น้ำและการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมประมง&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านชาวประมงในพื้นที่จังหวัดชายทะเลทั้ง&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;กระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;เพื่อสร้างรายได้พลิกคืนเศรษฐกิจครัวเรือนชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;</p><p>กรมประมง&nbsp;เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านมา&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;รวมไปถึงผู้ประกอบการประมงทั้ง&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีช่องทางตลาดเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้การกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างทั่วถึง&nbsp;โดยกำหนดเปิดจุดจำหน่ายสินค้าประมงขึ้น&nbsp;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงต่างๆ&nbsp;มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ตลาดปลาแห่งนี้เป็นตลาดขายสินค้าประมงที่มีคุณภาพของจังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งหลังจากที่มาตรการต่างๆ&nbsp;เริ่มผ่อนคลาย&nbsp;เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก&nbsp;สินค้าที่ดีมีคุณภาพจะเป็นจุดขายของจังหวัด&nbsp;จึงอยากให้พี่น้องชาวประมงรักษามาตรฐานที่ดีแบบนี้เอาไว้&nbsp;โดยกรมประมงจะมาช่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้า&nbsp;ซึ่งถือเป็นการการันตีคุณภาพของสินค้าได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มุ่งหวังจะให้มี&nbsp;Fisherman&nbsp;Market&nbsp;ทุกจังหวัด&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางให้กับชาวประมง&nbsp;โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านได้มีช่องทางการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคต่อไป</p><p><strong>ด้านนายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมในวันนี้&nbsp;มีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดสงขลา&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปลากะพงขาว&nbsp;องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าของกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มาร่วมงานในวันนี้ไม่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;4,012,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปูม้า&nbsp;3,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;กุ้งแชบ๊วย&nbsp;1,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;ปลาตะกรับ&nbsp;10,000&nbsp;และปลากะพงขาว&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำชุมชน&nbsp;มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422193414703
369	จนท.ภาครัฐ และประชาชนจิตอาสา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินเหตุการณ์ภัยแล้ง	<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายทศพล&nbsp;สินยบุตร&nbsp;นายอำเภอปาย&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายภูรีภัทร&nbsp;พิพัฒน์พงศธร&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;และนายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;นำกำลังสมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ปภ.จ.มส.),&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งสา,&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน,&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,&nbsp;ทหาร&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ราษฏร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;&nbsp;ป้องกันภัยแล้ง&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งเป็นงบเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติ&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการดำเนินการซ่อมแซมท่อน้ำประปาที่เสียหาย&nbsp;ชำรุด&nbsp;วางระบบน้ำจากลำห้วยต้นน้ำส่งเข้าหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;ในส่วนของอำเภอปาย&nbsp;ได้รับอนุมัติโครงการดังกล่าวจำนวน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;857,600&nbsp;บาท&nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;(บ้านบริวาล)&nbsp;บ้านห้วยหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;และบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>โดยสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>ได้ส่งผลกระทบให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะราษฏรบนพื้นที่สูง&nbsp;ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&nbsp;ขาดแคลนน้ำอุปโภค&nbsp;บริโภคเป็นจำนวนมาก&nbsp;การจัดกิจกรรมโครงการดังกล่าว&nbsp;ทางจังหวัดคาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงภัยแล้งได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422183517670
370	"รมว.เกษตร เปิด ""มหกรรมอาหาร 2 ทะเล 3 น้ำ"" 22-24 เมษายนนี้ ประเดิม Fisherman Market สงขลา ยกทัพสินค้าประมงพื้นบ้าน เพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค และเปิดตลาด อบจ.สงขลา ตลาดปลาสงขลา Night market"	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;""มหกรรมอาหาร&nbsp;2&nbsp;ทะเล&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market""&nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดโคกไร่&nbsp;ตำบลพะวง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;เรือโท&nbsp;นพดล&nbsp;จันทรมณี&nbsp;ประมงจังหวัดสงขลา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>""มหกรรมอาหาร&nbsp;2&nbsp;ทะเล&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)""&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่&nbsp;23&nbsp;จังหวัดชายทะเลที่ได้รับผลกระทบจากการขาดช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ&nbsp;กรมประมงจึงได้มีการดำเนินงานภายใต้โครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ&nbsp;โดยการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการแปรรูปสินค้าและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกรมประมง</strong>&nbsp;หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยภายในงานมีการเปิดตลาด&nbsp;Fisherman&nbsp;Market&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;พร้อมนิทรรศการให้ความรู้จากส่วนราชการและองค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง&nbsp;(กิจกรรมพัฒนาอาชีพชุมชนประมง)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ให้แก่ผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตจังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,012,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปูม้า&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;กุ้งแชบ๊วย&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ปลาตะกรับ&nbsp;10,000&nbsp;ตัว&nbsp;และปลากะพงขาว&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;บริเวณหลังวิทยาลัยประมงติณสลานนท์&nbsp;เพื่อปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้</strong>จะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าสัตว์น้ำและสินค้าประมงแปรรูปที่สำคัญของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;สามารถแก้ปัญหาการขาดช่องทางจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา&nbsp;ชาวประมงสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์พร้อมกับพัฒนาทักษะการขาย&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และบรรจุภัณฑ์&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่า&nbsp;และเพิ่มมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำจนสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจระดับครัวเรือนได้ต่อไปในอนาคต</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422193135702
371	อากาศแปรปรวน น้ำมันเตรียมขยับ กดดันต้นทุนการเลี้ยงสัตว์พุ่ง เกษตรกรขอความเข้าใจ ปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน	<p>สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่สุพรรณบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด และชมรมผู้เลี้ยงไก่ไข่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ขึ้นอีกฟองละ 10 สตางค์ จากราคา 3.40 บาทต่อฟอง เป็น 3.50 บาทต่อฟอง ด้วยปัญหาสะสมจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววันนี้ เป็นประเด็นหลักที่กดดันให้เกษตรกรต้องตัดสินใจปรับราคาขึ้นในครั้งนี้</p><p><br></p><p>นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ กล่าวถึงสาเหตุที่เกษตรกรจำเป็นต้องปรับราคาไข่ไก่ขึ้น เนื่องจากปัญหาต้นทุนการเลี้ยงต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นมาตลอด แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ ยิ่งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน สภาพอากาศของไทยเกิดแปรปรวนอย่างหนัก อากาศร้อนจัด สลับพายุฝน ผลผลิตไข่ไก่และแม่ไก่เสียหายมาก แม่ไก่ไม่ออกไข่ มีบางส่วนเจ็บป่วยล้มตายไป เพราะปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศ จนทำให้ปริมาณผลผลิตไข่ลดลงประมาณ 10% สวนทางกับการบริโภคที่คึกคักในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่ผ่านมา การปรับเพิ่มราคาเป็นเพียงการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเท่านั้น</p><p><br></p><p>เรื่องราคาอาหารที่ปรับขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบ้านเรา แต่เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก จากปัจจัยภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากการระบาดของโควิด-19 ผนวกกับภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกชะงักงัน ที่ผลักดันให้ต้นทุนราคาสินค้าและอาหารปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และยังมีสถานการณ์การสู่รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน กดดันให้ราคาสินค้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก</p><p><br></p><p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจและผู้นำด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคของโลก ที่ขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2558 โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ยืนยันการแพร่ระบาดของโรคใน 27 รัฐ นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซ้ำความต้องการบริโภคไข่ก็เพิ่มสูงขึ้นในช่วงอีสเตอร์ รวมถึงสงครามยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ สร้างแรงกระเพื่อมอันหนักหน่วงต่อห่วงโซ่อุปทานในสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><br></p><p>กลับมาที่ภาคปศุสัตว์ไทยที่ยังมีปัญหาใหญ่ในประเทศ จากวิกฤติวัตถุดิบขาดแคลน โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตอาหารสัตว์ ที่ยังไม่มีทางออกว่าภาครัฐจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เนื่องจากประเทศไทยผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้เพียง 5 ล้านตันต่อปี ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่มากถึง 8 ล้านตัน โดยมีมาตรการรัฐที่ยังคงเป็นอุปสรรค ทั้งมาตรการข้าวโพด 3:1 และภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% รวมถึงปัญหาของโลกจากสถานการณ์สู้รบในยูเครน ที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ พบว่าต้นทุนการผลิตส่วนนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30  40% แล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก ตราบใดที่การสู้รบระหว่างสองประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายสำคัญของโลก ยังไม่อาจบรรลุข้อตกลงระหว่างกันได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเพียงราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เท่านั้น หากแต่ยังลุกลามไปถึงปัญหาด้านพลังงาน เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย รัสเซียมีการส่งออกน้ำมันดิบราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกส่งไปยังสหภาพยุโรป ขณะที่ก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็น 40% ของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติทั้งหมดในสหภาพยุโรป การประกาศจำกัดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ของสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ย่อมทำให้ราคาพลังงานที่สูงอยู่แล้วมีโอกาสพุ่งขึ้นไปอีก&nbsp;</p><p><br></p><p>เท่ากับต้นทุนด้านพลังงานที่เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญในภาคการขนส่งสินค้าเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ ต้องปรับสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ล่าสุดภาคขนส่งของไทยส่งสัญญาณว่า จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าขนส่งทั่วประเทศขั้นต่ำ 15% หรืออาจมากกว่า 20% เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดและราคาน้ำมันดีเซล หลังจากที่รัฐบาลจะเลิกตรึงราคา 30 บาทต่อลิตร ในวันที่ 1 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้</p><p><br></p><p>ปัญหาเบื้องหน้าที่กำลังรอเกษตรกรอยู่นี้ เปรียบเหมือนมรสุมลูกใหญ่ที่ท้าทายภาคผู้เลี้ยงอีกระรอก ยังไม่นับปัญหาภัยแล้งที่มาเยือนเช่นทุกปี ที่เกษตรกรจะต้องเตรียมรับมือด้วยการจัดหาน้ำใช้สำหรับสัตว์ในฟาร์ม อย่างเช่น การเลี้ยงไก่ไข่ที่ปกติไก่หนึ่งตัวจะกินน้ำเป็น 3 เท่าของการกินอาหาร ตามมาตรฐานไก่กินอาหารที่ 120 กรัมต่อวัน เท่ากับจะต้องกินน้ำ 360 ซีซีต่อวัน แต่ในช่วงอากาศร้อนไก่จะกินน้ำเพิ่มเป็นกว่า 400 ซีซีต่อวัน ยกตัวอย่างการเลี้ยงไก่จำนวน 100,000 ตัว จำเป็นต้องใช้น้ำประมาณ 40,000 ลิตรต่อวัน กลายเป็นภาระการจัดซื้อน้ำที่เกษตรกรไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งต้นทุนด้านอื่นๆด้วย</p><p><br></p><p>เกษตรกรขอให้ผู้บริโภคเข้าใจในภาระและปัญหาสะสมที่พวกเขาต้องเผชิญ การเพิ่มขึ้นของราคาไข่ไก่แผงละ 3 บาท (ต่อ 30 ฟอง) ที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของผู้บริโภคนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยต่อชีวิตผู้เลี้ยงให้สามารถฝ่าฟันปัญหาต่างๆไปได้ เพื่อให้คนไทยมีโปรตีนคุณภาพดีราคาถูกไว้บริโภคต่อไป ที่สำคัญการปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ให้เกษตรกรได้มีโอกาสขายสินค้าในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง คือแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนของเรื่องนี้</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422184121676
372	ผลกระทบรอบด้าน กดดันเกษตรกร	<p>ภาคปศุสัตว์ต้องประสบกับต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 30-40 % และยังคงสูงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่วนนี้คิดเป็นต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ 70-80 % ยิ่งเมื่อประสบกับภาวะสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ต่างก็เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาธัญพืชทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้ส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากทิศทางวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประเทศไทยสามารถผลิตได้ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ต่ำกว่าความต้องการใช้ที่มีอยู่รวม 8 ล้านตันต่อปี&nbsp;ทำให้ต้องมีการนำเข้าอีกจำนวน 3 ล้านตันต่อปี&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เสนอให้ภาครัฐพิจารณายกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2 % ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 ส่วน และเปิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO, AFTA เป็นการชั่วคราว โดยยกเลิกโควต้าภาษีและค่าธรรมเนียมให้สามารถนำเข้าในปริมาณที่ขาดแคลนสำหรับปี 2565 นี้&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า จนถึงขณะนี้แนวทางที่มีการนำเสนอดังกล่าว ยังไม่มีข้อสรุปใดออกมา ทั้งที่กรมการค้าภายในมีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจได้อยู่แล้ว</p><p><br></p><p>ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากปี 2564 ที่ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ได้ปรับมาเป็นกิโลกรัมละ 12  13 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 30%&nbsp;ผลที่เกิดขึ้นตามมาส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ล่าสุด คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ&nbsp;98.81 บาท นับเป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์</p><p><br></p><p>ยิ่งสภาพอากาศของประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่เพียงตัวสัตว์จะต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอย่างมากเท่านั้น หากแต่ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 ว่า อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจต่อเนื่องยาวนานจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;แถมสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน หนาวสลับร้อน ในหลายพื้นที่ยังต้องเสี่ยงภัยกับฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัว ทำให้สัตว์เกิดความเครียดสะสม&nbsp;และมีอัตราเสียหายมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้มีต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่&nbsp;ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินระบบในการควบคุมและระบายอากาศมากขึ้น ขณะที่บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม ด้วยน้ำมัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังต้องใช้น้ำมากขึ้นทั้งน้ำกินและน้ำใช้&nbsp;ยิ่งในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้ง มีความจำเป็นต้องซื้อน้ำใช้ จะมีต้นทุนเพิ่ม 3,000-6,000 บาทต่อวัน งานนี้เรียกว่าเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตสำหรับภาคปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะที่เกษตรกรขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มได้เพียง 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อยังถูกขอให้รักษาระดับราคาขายไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับต้นทุนการเลี้ยงที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน เพราะต้องตรึงราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.40 บาท ตามที่ภาครัฐขอความร่วมมือไว้ โดยผลผลิตไข่ไก่ช่วงนี้เป็นไข่ไก่คละเล็กและคละกลาง ทำให้ขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาประกาศ&nbsp;เกษตรกรจึงไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามราคาที่สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง</p><p><br></p><p>การปล่อยให้ความต้องการของตลาดเป็นปัจจัยชี้นำราคา&nbsp;ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดในอาชีพได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงอาหารที่เข้มแข็งเพื่อคนไทย</p><p><br></p><p>สาริทธิ์ สันห์ฤทัย</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422184153677
373	ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์การมีส่วนร่วมของชาวริมสองฝั่งคลองและจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร	"<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ตรีบุบผา&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายสิทธิวีร์&nbsp;วรรณพฤกษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;เลิศอิทธิบาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมงคลบพิตร&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอญ.&nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&nbsp;ประมาณ&nbsp;56&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&nbsp;</strong>ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&nbsp;ต.บางกระสั้น&nbsp;และ&nbsp;ต.เชียงรากน้อย&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422194019717
374	ภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมร่วมตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางสงกรานต์&nbsp;ประจันตะเสน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลพะงาด&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์เก่าเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลพะงาด&nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปได้&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน&nbsp;ลำดับที่&nbsp;106&nbsp;ทำน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนจากยางใช้แล้วและเศษยางทั่วไป&nbsp;โดยผู้ประกอบการได้ก่อสร้างปรับปรุงโรงงานใหม่&nbsp;และเริ่มเดินเครื่องจักรทำการผลิตตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ไม่พบใบอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&nbsp;จึงมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลพะงาดดำเนินการกำกับควบคุมตามอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข&nbsp;พ.ศ.2535</p><p>3.&nbsp;เข้าตรวจสอบในโรงงานพบว่ามีเตาเผายางจำนวน&nbsp;12&nbsp;เตา&nbsp;ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันทดแทนที่ผลิตเองโดยกระบวนการ&nbsp;Pyrolysis&nbsp;มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศชนิด&nbsp;Bag&nbsp;filter&nbsp;house&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ชุด&nbsp;มีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนที่ผลิตได้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ใบ&nbsp;รวมความจุ&nbsp;2,000&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และมีระบบบำบัดไอระเหยจากถังเก็บกักด้วยถังกรอง&nbsp;โดยใช้วัสดุกรอง&nbsp;Activated&nbsp;Carbon&nbsp;ไม่มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิต</p><p>4.&nbsp;จากการสำรวจชุมชนบริเวณด้านทิศตะวันออก&nbsp;และทิศตะวันตกของโรงงาน&nbsp;บริเวณบ้านหนองไอ้เผือก&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ประชาชนให้ข้อมูลว่าจะได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นฉุนเป็นบางครั้งคราวโดยเฉพาะขณะที่มีลมพัด&nbsp;และได้รับผลกระทบเสียงดังจากกระบวนการผลิตในช่วงเวลากลางคืน</p><p>5.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะสุ่มลงพื้นที่ตรวจวัดก๊าซอันตรายและผลกระทบเสียงรบกวน&nbsp;บริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงาน&nbsp;และส่งผลการตรวจวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายและกำกับควบคุมการประกอบกิจการมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422201808751
375	ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ วุฒิสภาประชุมหารือการดำเนินโครงการปลูกป่าต้นยางนาและไม้มีค่าเฉลิมพระเกียรติที่จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.พลเอกสนั่น&nbsp;มะเริงสิทธิ์&nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ&nbsp;วุฒิสภา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินโครงการปลูกป่าต้นยางนาและไม้มีค่าเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เพื่อหารือแนวทางการดำเนินโครงการปลูกยางนา&nbsp;เสริมพื้นที่ป่าปลูกไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;ประดู่&nbsp;มะค่า&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า&nbsp;และพื้นที่สีเขียว&nbsp;เป็นกิจกรรมการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ต้นไม้&nbsp;และทรัพยากรป่าไม้ให้กับประชาชน&nbsp;โดยการประชุมในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา&nbsp;อาทิ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;2/มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา/มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นวัตกรรมแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจรตามแนวพระราชดำริ&nbsp;(APIC&nbsp;-&nbsp;100&nbsp;ไร่)&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422204657754
376	"จ.ศรีสะเกษจัดกิจกรรมจิตอาสาจัดทำฝายชะลอน้ำ โครงการ ""รักษ์น้ำฟื้นป่า ฉลอง 130 ปี แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาจัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ลำห้วยโผ่น&nbsp;ตำบลโนนค้อ&nbsp;อำเภอโนนคูณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;""รักษ์น้ำฟื้นป่า&nbsp;ฉลอง&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย</p><p><strong>กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดจัดกิจกรรมเป็นการพิเศษเนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;ครบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&nbsp;กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&nbsp;องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมลักษณะพิเศษ&nbsp;เน้นการดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;และกรมการปกครองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงน้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชาในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญในพื้นที่&nbsp;จึงได้เสนอโครงการ&nbsp;""รักษ์น้ำ&nbsp;ฟื้นป่าฉลอง&nbsp;๑๓๐&nbsp;ปี""แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดศรีสะเกษได้รับการกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่&nbsp;อำเภอโนนคูณ</strong>&nbsp;จึงได้คัดเลือกพื้นที่จัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ณลำห้วยโผ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลโนนค้อ&nbsp;เนื่องจากลำห้วยโผ่นเป็นลำห้วยที่ไหลผ่านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลโนนค้อ&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;บริเวณที่จัดทำฝายชะลอน้ำเดิมมีคันคูกั้นน้ำ&nbsp;แต่เมื่อปีที่แล้วมีกระแสน้ำไหลแรงทำให้คันคูขาดไม่สามารถกักเก็บน้ำได้&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร&nbsp;การจัดทำฝายชะลอน้ำจะทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภัยแล้งได้อย่างเพียงพอ&nbsp;กิจกรรมในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาประชาชนในพื้นที่และส่วนที่เกี่ยวข้องทำฝายชะลอน้ำดังกล่าว&nbsp;โดยมีผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอโนนคูณ&nbsp;ผู้แทนพัฒนาการจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชาชนและภาคเอกชน&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ร่วมงานดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422231734771
377	จ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่  อำเภอปรางค์กู่  แก้ปัญหารถดูดส้วมไม่มีที่ทิ้งสิ่งปฏิกูล สาเหตุการแพร่เชื้อโรคและพยาธิ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่&nbsp;อำเภอปรางค์กู่&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล&nbsp;อันเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน10&nbsp;&nbsp;วาระขับเคลื่อนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประเด็น&nbsp;คนศรีสะเกษสุขภาพดี&nbsp;กำจัดโรคพยาธิใบไม้ในตับ&nbsp;ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ&nbsp;ที่มีตัวพยาธิ&nbsp;ปนอยู่ในอุจจาระและถ่ายลงส้วม&nbsp;จากนั้นรถดูดส้วมสิ่งปฏิกูลนำไปทิ้งที่สาธารณะ&nbsp;เช่น&nbsp;ป่าร้าง&nbsp;สวน&nbsp;ไร่&nbsp;นา&nbsp;และปลา&nbsp;หอยกินเข้าไป&nbsp;และคนนำสัตว์พวกนี้มารับประทานเป็นอาหาร&nbsp;โดยไม่ผ่านการปรุงสุก&nbsp;ทำให้คนเกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี&nbsp;โดยบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่&nbsp;เป็นโครงการบ่อบำบัดแห่งที่&nbsp;4&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;497,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยรวมกับการทำถนนและปรับสภาพภูมิทัศน์</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมมหกรรม&nbsp;คนปรางค์กู่สุขภาพดี&nbsp;ปลอดโรคพยาธิใบไม้และมะเร็งท่อน้ำดี&nbsp;</strong>บูรณาการงานก้าวท้าใจ&nbsp;SEASON&nbsp;4&nbsp;ซึ่งอำเภอปรางค์กู่ได้รับเลือกให้เป็นอำเภอ&nbsp;Best&nbsp;practice&nbsp;ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ&nbsp;และมะเร็งท่อน้ำดีในปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;การเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ</p><p>2.&nbsp;การแสดงและจัดทำอาหารที่ถูกสุขลักษณะ&nbsp;</p><p>3.&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&nbsp;ผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;</p><p>4.&nbsp;กิจกรรมการเต้นแอโรบิคแด๊นซ์&nbsp;ประกอบจังหวะ&nbsp;โดยทีม&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่</p><p><strong>การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการ</strong>ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายแพทย์ปกรณ์&nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;นายอำเภอปรางค์กู่&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดอำเภอปรางค์กู่&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลปรางค์กู่&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;และพี่น้องประชาชนอำเภอปรางค์กู่&nbsp;ร่วมในกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422232058773
378	สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายภาณุพงศ์&nbsp;ศรีบุญ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;65&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านกกกระบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แพะถือเป็นสัตว์ที่น่าเลี้ยงน่าสนใจน่าศึกษาอีกประเภทหนึ่ง</strong>&nbsp;เพราะว่าสามารถเลี้ยงเพื่อขายได้ทั้งเนื้อ&nbsp;นม&nbsp;ขน&nbsp;หรือแม้กระทั่งเขา&nbsp;แถมราคายังดีอีกด้วย&nbsp;แพะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องที่สุดในจำนวนสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน&nbsp;และตอนนี้ก็เป็นที่นิยมเลี้ยงกันในกลุ่มเกษตรกรในแต่ละพื้นที่&nbsp;มีทั้งเลี้ยงแบบเป็นรายได้เสริมและเลี้ยงแบบเป็นอาชีพหลักเปิดเป็นฟาร์มเลยก็มี&nbsp;และที่สำคัญในเรื่องการทำตลาดแพะสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง&nbsp;เช่น&nbsp;แพะสวยงาม&nbsp;นำไปประกอบอาหารและผลิตลูกพันธุ์ดีให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงต่อไป&nbsp;เพราะแพะสามารถให้ลูกได้ไว&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;อาจผลิตลูกได้เฉลี่ย&nbsp;3-4&nbsp;ครอก&nbsp;จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423093838791
379	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำน้อย 2 เขื่อนขนาดใหญ่	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำน้อย&nbsp;2&nbsp;เขื่อนขนาดใหญ่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;87&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;70&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,701&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;41&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423095544793
380	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่ 30 เมษายน หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากหลายพื้นที่&nbsp;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423095922794
381	โคราชชูศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ผลิตปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์เคมี แก้ปัญหาชาวนายุคปุ๋ยแพง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)?&nbsp;นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;เยี่ยมเยียนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโนนอุดม&nbsp;อำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์ฯ&nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรค&nbsp;และร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ทันสถานการณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการฯ&nbsp;และสมาชิก&nbsp;ศดปช.</strong>&nbsp;จากนั้น&nbsp;เยี่ยมชมพื้นที่&nbsp;วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์เคมี&nbsp;พร้อมให้แนวทางในการผลิตปุ๋ยสั่งตัด&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์เคมีเพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกรในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ศดปช.&nbsp;ตำบลโนนอุดม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;227&nbsp;คนจาก&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;กำลังการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีในปีนี้&nbsp;120&nbsp;ตัน&nbsp;โดยขี้วัวที่นำมาผลิตรับซื้อจากเกษตรกรในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางให้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&nbsp;ขี้วัวเป็นทุนแลกปุ๋ยได้&nbsp;1&nbsp;รถ?&nbsp;ผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจมากเพราะเป็นศูนย์ฯ&nbsp;ที่มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&nbsp;2549&nbsp;มีการปันผลให้สมาชิก&nbsp;และช่วยเกษตรกรลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยตามท้องตลาดมากกว่า&nbsp;20%&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2565&nbsp;ราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดราคาสูงขึ้นถึง&nbsp;100%&nbsp;เกษตรกรที่เป็นสมาชิกจะยังสมารถซื้อปุ๋ยอินทรีย์เคมีในราคาเดิม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัญหาที่ประสบในช่วงนี้คือไม่สามารถซื้อแม่ปุ๋ย&nbsp;มาผลิตปุ๋ยสั่งตัดได้</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอฯ&nbsp;จะได้นำข้อมูลนี้เพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อให้&nbsp;ศดปช.&nbsp;สามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อเกษตรกรอำเภอเมืองยางได้มีปุ๋ยใช้ในฤดูกาลผลิตนี้ต่อไป</p><p><br></p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423113559814
382	กรมชลประทาน ร่วมมือ ADCA ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ศึกษาวิจัยแนวทางบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ร่วมมือกับ&nbsp;Agriculture&nbsp;Development&nbsp;Consultant&nbsp;Association&nbsp;(ADCA)&nbsp;แห่งรัฐบาลญี่ปุ่น&nbsp;ดำเนินการศึกษาวิจัยแนวทางบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย&nbsp;โดยเลือกจังหวัดชลบุรี&nbsp;ที่แนวโน้มความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว&nbsp;ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ท่าเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและเมืองพัทยา&nbsp;เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย&nbsp;หากไม่มีการเสริมความมั่นคงให้น้ำต้นทุนและดูแลคุณภาพน้ำ&nbsp;ในอนาคตย่อมเกิดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำได้&nbsp;โดยมีอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่&nbsp;ที่จะใช้สนับสนุนการใช้น้ำของทุกภาคส่วน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภคบริโภค&nbsp;การอุตสาหกรรม&nbsp;การท่องเที่ยวและการเกษตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;โดย&nbsp;ADCA&nbsp;ได้นำเทคโนโลยีการวัดปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ&nbsp;พร้อมระบบประมวลผล&nbsp;มาติดตั้งบริเวณลำห้วยต่างๆ&nbsp;ที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;รวมทั้งการติดตั้งสถานีวัดน้ำฝน&nbsp;การติดตั้งระบบการวัดคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำและการวัดปริมาณน้ำไหลออก&nbsp;สำหรับเทคโนโลยีที่&nbsp;ACDA&nbsp;นำมาใช้&nbsp;ทำให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำมากำหนดเวลาที่เหมาะสมในการผันน้ำมาใช้ในแต่ละช่วงเวลาของปี&nbsp;รวมไปถึงการส่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อทุกกิจกรรมใช้น้ำ&nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระบบอ่างฯพวงได้เป็นอย่างดี&nbsp;และภายในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ADCA&nbsp;จะส่งมอบอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;พร้อมจัดทำคู่มือดูแลบำรุงรักษา&nbsp;Software&nbsp;และ&nbsp;Hardware&nbsp;ทั้งระบบให้กับกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อใช้งานต่อไป&nbsp;ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;จะให้ความสำคัญกับน้ำกินน้ำใช้เป็นอันดับต้นๆ&nbsp;เนื่องจากมีความต้องการใช้สูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ในขณะที่แหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนมีจำกัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">หากสามารถควบคุม&nbsp;จัดการน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างมีคุณภาพได้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จะช่วยขับเคลื่อนการใช้น้ำในทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างพอเพียง&nbsp;สอดรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423205129929
383	พอใจผลการเยือนลาว เพิ่มการขนส่งสินค้าเกษตรบนเส้นทางรถไฟ จีน-ลาว จับมือท่าบกท่านาแล้งเคลียร์ปัญหาคอขวด	<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยวันนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเยือน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ว่า&nbsp;พอใจต่อผลการเจรจาความร่วมมือกับบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์คและบริษัทท่าบกท่านาแล้ง&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพระบบรถไฟ&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;ในการขนส่งสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาคอขวดของระบบโลจิสติกส์&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มีนโยบายอีสานเกตเวย์เชื่อมไทย&nbsp;เชื่อมลาว&nbsp;เชื่อมโลก&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่าง&nbsp;3&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไทย-ลาว-จีน&nbsp;ในการพัฒนาการขนส่งระบบใหม่คือ&nbsp;รถไฟลาว-จีนให้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ด้วยระบบโลจิสติกส์ผสมผสาน&nbsp;ราง-รถ&nbsp;ในการขนส่งสินค้าต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากไทยไปสู่จีน&nbsp;เอเซียกลาง&nbsp;ตะวันออกกลางและยุโรปภายใต้การทำงานเชิงรุกร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>การเจรจากับประธานบริหารบริษัทเวียงจันทน์โลจิสปาร์ค</strong>&nbsp;และคณะผู้บริหารบริษัทท่าบกท่านาแล้ง&nbsp;เห็นพ้องต้องกันในการเพิ่มขบวนรถไฟ&nbsp;การเพิ่มตู้สินค้า&nbsp;การอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านแดน&nbsp;การเชื่อมโยงท่าบกท่านาแล้วกับสถานีเวียงจันทน์ใต้&nbsp;การพัฒนาสถานีขนถ่ายสินค้า&nbsp;การพัฒนาระบบการจองขบวนรถสินค้าและการเพิ่มตู้คอนเทนเนอร์และการเปิดบริการด่านตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน&nbsp;ภายในเดือนมิถุนายน&nbsp;หรือพฤษภาคมปีนี้&nbsp;จะทำให้การขนส่งผลไม้ภายใต้พิธีสารไทย-จีนด้วยระบบรางสะดวกรวดเร็วมากขึ้นโดยจะใช้เวลาเพียง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันจากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิง&nbsp;รวมไปถึงข้อเสนอเพิ่มเติมเรื่องการพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างด่านหนองคายกับท่าบกท่านาแล้งเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของพิธีการเอกสารและการจราจรที่ติดขัดบริเวณพรมแดน&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาคอขวดมานานโดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด&nbsp;รวมทั้งข้อเสนอให้เปิดด่าน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยจะรายงานผลการเจรจาให้กับนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423201536919
384	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;93&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;และพิจิตร&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,876&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,135&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,318&nbsp;จุด&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;724&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;139&nbsp;จุด</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423133730844
385	พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 23)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;23)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;23&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;12,100.95&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,899.05&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,805.13&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;194.87&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,673.09&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,326.91&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,473.79&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,526.21&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423142844850
386	อยุธยาเมืองต้นน้ำ จัดพัฒนาคลองสวยน้ำใส เตรียมปรับภูมิทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวตลาดนัดชุมชนริมคลองเปรมเร็วๆนี้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอญ.&nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&nbsp;ประมาณ&nbsp;56&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;และตำบลเชียงรากน้อย&nbsp;อำเภแบางปะอิน&nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423155214858
387	ย้ำจีนเชื่อมั่นมาตรการ GMP plus ป้องกันทุเรียนส่งออกปนเปื้อนโควิด-19	<p><strong>นายระพีพัฒน์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่นางสาวมนัญญา&nbsp;&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อติดตามมาตรการจัดการส่งออกผลไม้ตามที่นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสถานกาณ์การส่งออกผลไม้ทุเรียนในภาคตะวันออกในฤดูการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;โดยได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกำกับดูแลให้มีการใช้มาตรการ&nbsp;GMP&nbsp;plus&nbsp;กับโรงคัดบรรจุและให้ความรู้กับเกษตรกรที่ได้รับการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ที่ผลิตผลไม้ส่งออกไปจีนเพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;ปนเปื้อนไปกับตู้สินค้า&nbsp;บรรจุภัณฑ์และผลไม้&nbsp;ซึ่งจะทำให้สินค้าถูกทำลาย&nbsp;หรือถูกระงับการส่งออก&nbsp;ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกผลไม้ที่เป็นข้อห่วงใยของทุกภาคส่วนในปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากผลผลิตทุเรียนในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจำนวนมาก&nbsp;และยืนยันว่า&nbsp;นางมนัญญา&nbsp;กำชับให้กรมวิชาการเกษตรควบคุมกำกับดูแลดำเนินการฆ่าเชื้อและตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;GMP&nbsp;plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่หน่วยงานศุลกากรแห่งชาติจีน&nbsp;(GACC)&nbsp;ได้ติดตามสุ่มตรวจประเมินโรงคัดบรรจุผลไม้หรือทุเรียนมาแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ผลการประเมินอยู่ในระดับที่น่าพอใจของ&nbsp;GACC&nbsp;</strong>ดังนั้นโรงคัดบรรจุ&nbsp;หรือผู้ส่งออกจึงไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;องค์กรตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจีน&nbsp;(CCIC)&nbsp;เนื่องจากจะทำให้โรงคัดบรรจุมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&nbsp;ทั้งนี้ขอย้ำทำความเข้าใจกับผู้ส่งออกและเจ้าของโรงคัดบรรจุให้เข้มงวดตามมาตรการ&nbsp;GMP&nbsp;plus&nbsp;ก็เพียงพอแล้ว&nbsp;&nbsp;และกรมวิชาการเกษตรไม่ได้สนับสนุนให้โรงคัดบรรจุ&nbsp;หรือผู้ส่งออกต้องนำผลผลิตเข้ารับการฆ่าเชื้อและติดสติกเกอร์ของ&nbsp;CCIC&nbsp;เพิ่มเติมในการส่งออกผลไม้&nbsp;หรือทุเรียนส่งออกไปจีน&nbsp;รวมทั้งกรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้ให้การรับรองมาตรฐานให้กับ&nbsp;CCIC&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423200721912
388	"ทช. แจ้งความดำเนินคดีกรมชลประทาน บุกรุกป่าชายเลนที่กำลังก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง ด้าน ""วราวุธ"" เตือนให้หน่วยงานรัฐอย่าข้ามขั้นตอนกฎหมายขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน"	<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;แจ้งความดำเนินคดีกรมชลประทาน&nbsp;บุกรุกป่าชายเลนที่กำลังก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง&nbsp;(โครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่น)&nbsp;ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เตือนให้หน่วยงานรัฐอย่าข้ามขั้นตอนกฎหมายขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวถึงการร้องเรียนโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง&nbsp;(โครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่น)&nbsp;พร้อมอาคารประกอบบริเวณตำบลเกาะพระทอง&nbsp;อำเภอคุระบุรี&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทองและสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;15&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกาะพระทอง&nbsp;ได้บุกรุกป่าชายเลนและป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการเนื้อที่กว่า&nbsp;428&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินงบประมาณกว่า&nbsp;350&nbsp;ล้านบาทว่า&nbsp;พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนและเขตป่าไม้ถาวรทั้งแปลง&nbsp;ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่คาบเกี่ยวกับเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;พบต้นไม้ถูกทำลายตลอดทั้งแปลง&nbsp;โดยหน่วยงานที่เข้าดำเนินการอ้างมีเอกสารเป็นหนังสือสำคัญที่หลวงและสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต&nbsp;แต่ในความเป็นจริงการดำเนินการในที่ดินที่ทำให้เสื่อมสภาพป่า&nbsp;แผ้วถาง&nbsp;เผาป่า&nbsp;ทำไม้&nbsp;หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินนั้นที่ดินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายป่าไม้&nbsp;ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่&nbsp;จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ไม่พบเอกสารคำขออนุญาตใช้ประโยชน์มายังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีในการใช้พื้นที่แม้จะเป็นโครงการเพื่อสาธารณะประโยชน์ก็ตาม&nbsp;ถือเป็นการบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;ทำลายป่าชายเลนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคุระบุรีลงวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2484&nbsp;และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;,&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;,&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;แล้วยังขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2534&nbsp;และวันที่&nbsp;17&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2543&nbsp;ที่ห้ามมิให้อนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าชายเลนทุกกรณีทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;หากมีความจำเป็นจะต้องเข้าใช้ประโยชน์โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีๆไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เร่งรัดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและ&nbsp;ทช.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้ระงับการดำเนินการโครงการดังกล่าวในทันทีตามอำนาจมาตรา&nbsp;17&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากการบุกรุกทำลายป่าชายเลนมีมูลค่ากว่า&nbsp;29&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองเข้าใจในความประสงค์ดีขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทองและกรมชลประทานที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;แต่ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเช่นกัน&nbsp;หากกระทำผิดต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย&nbsp;จึงกำชับอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;อย่างชัดเจนให้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วนและเป็นธรรม&nbsp;รวมถึง&nbsp;ให้เร่งปลูกป่าชายเลนฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์เช่นเดิมและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก&nbsp;โดยขอให้พื้นที่นี้เป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่และโครงการอื่นๆของทุกส่วนราชการทั่วประเทศขอให้ตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนดำเนินการตามแผนงาน</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423180034886
389	เกษตรกรพ้อต้นทุนเลี้ยงหมูสูงเป็นประวัติการณ์ ซ้ำต้องขายขาดทุน ชี้ร้อน-เลี้ยงนานขึ้น	<p>นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าเกษตรกรยังคงแบกรับภาระขาดทุน แต่ผู้เลี้ยงยังยืนหยัดสู้เพื่อรักษาอาชีพเดียวนี้ไว้และประคับประคองการผลิตสุกรต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภค ทั้งที่ในภาคการเลี้ยงต่างได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนการเลี้ยงที่สูงมาก จากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2563 และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติสงครามในยูเครน ที่ผลักดันให้ธัญพืชอาหารสัตว์ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น และกระทบกับปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย ทั้งยังมีปัญหาสภาพอากาศร้อนแล้งและอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อผลผลิต ทำให้มีอัตราเสียหายเพิ่มขึ้น สุกรโตช้า จำนวนสุกรจับออกน้อยลง ต้นทุนการเลี้ยงจึงสูงขึ้น และยังต้องซื้อน้ำสำหรับใช้ในฟาร์มในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย</p><p><br></p><p><em>ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสดขณะนี้ประมาณ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ขายหน้าเขียง และผู้บริโภค ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรในภูมิภาคต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง จำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคา 154-155 บาทต่อกิโลกรัม เป็นทางเลือกและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เกษตรกร และผู้ผลิตอาหารสัตว์ ต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ด้วยการซื้อข้าวโพดภายในประเทศ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงทั่วโลก เกษตรกรก็ยังคงช่วยกันประคับประคองราคาหน้าฟาร์มไม่ให้เกินกิโลกรัมละ 100 บาท มาโดยตลอด หากเปรียบเทียบราคาหมูของไทยแล้ว ยังถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชาที่ราคาขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 100 กว่าบาทแล้ว ตามกลไกตลาดที่เกิดขึ้นจริงจากปริมาณหมูที่ไม่เพียงพอกับการบริโภค </em>นายสุนทราภรณ์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตสุกรลดลงจากปัญหาโรคระบาดเมื่อช่วงก่อนหน้า ผู้เลี้ยงที่มีระบบการป้องกันโรคที่ไม่ดีพอก็จะเสียหายมาก และกว่าจะกลับมาเลี้ยงรอบใหม่ได้ต้องใช้เวลาอีก 6-12 เดือน รายที่ยังสามารถเลี้ยงต่อไปได้ ก็เพราะให้ความสำคัญกับการยกระดับด้านการป้องกันโรคและระบบการเลี้ยงที่เป็นมาตรฐาน ทั้งเกษตรกรรายเล็กและรายกลาง ที่ปรับสู่มาตรฐาน GFM รวมถึงผู้ประกอบการและบริษัทเอกชน ที่ใช้มาตรฐาน GAP ตามที่กรมปศุสัตว์ผลักดัน ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังคงมีกลุ่มผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังปรับตัวกับสถานการณ์ ด้วยการเลี้ยงสุกรใหญ่ขึ้น จากปกติสุกรขุนจับออกจำหน่ายที่น้ำหนัก 100 กิโลกรัม เป็น 110-120 กิโลกรัม ทำให้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาก็ต้องจับออก ไม่มีการกักหมูไว้เพื่อเก็งกำไร เพราะนั่นคือต้นทุนการผลิตที่ต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขอให้ผู้บริโภคเข้าใจภาระที่เกษตรกรต้องแบกรับ ซึ่งการบริโภคเนื้อสุกรของคนไทยที่ 19 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือราว 1 กิโลกรัมกว่าๆ ต่อเดือนนั้น ทำให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่บาท แต่กลับช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรได้มีแรงทำอาชีพนี้ต่อ ไม่ต้องเลิกเลี้ยงไปจนหมด ซึ่งจะกระทบกับความมั่นคงอาหารของประเทศอย่างแน่นอน</p>	2022-04-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423204405925
390	ผอ.สวพ.6 เผย แนวฏิบัติหลังครบกำหนดวันตัดทุเรียนหมอนทอง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะครบกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ตามคำสั่งจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน&nbsp;และเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;จึงขอให้ชี้แจงการทำงานของทีมเล็บเหยี่ยว&nbsp;ดังนี้&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;ทีมเล็บเหยี่ยวจะตรวจ&nbsp;%&nbsp;แป้ง&nbsp;ก่อนปิดตู้ส่งออก&nbsp;(ตรวจทุกตู้)&nbsp;เป็นวันสุดท้าย&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จะจัดกลุ่มล้ง&nbsp;สีแดง&nbsp;สีเหลือง&nbsp;สีเขียว&nbsp;โดยจะสุ่มตรวจกลุ่มล้งสีแดงกับสีเหลืองเท่านั้น&nbsp;และล้งที่ได้รับแจ้งเบาะแส&nbsp;ส่วนการตรวจ&nbsp;GMP+&nbsp;ยังคงตรวจต่อเนื่องจนกว่าจะครบตามจำนวนล้งที่เปิดรับซื้อผลไม้&nbsp;และจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;เข้าตรวจสอบล้งเมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชว่าพบทุเรียนอ่อน</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424075539954
391	กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเร่งส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี เพื่อได้เก็บเกี่ยวก่อนหน้าน้ำหลาก	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;เพื่อได้เก็บเกี่ยวก่อนหน้าน้ำหลาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อยแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;71&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเพชรบูรณ์&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;23,585&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;41&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการเตรียมส่งน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก&nbsp;เพื่อพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;โดยให้กรมชลประทาน&nbsp;เตรียมพร้อมส่งน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวก่อนหน้าน้ำหลาก&nbsp;ด้วยการเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้งบริเวณปากคลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;ต.หนองหม้อ&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;สูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เข้าสู่คลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;สำหรับให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;และอ.อินทร์บุรี&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;ซึ่งเริ่มเพาะปลูกตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนหน้าน้ำหลากจะมาถึงนี้&nbsp;ถือเป็นการลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำหลากลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่างต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ยังให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์&nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินในคลอง&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำมายังพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงรากเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกตามแผนที่กำหนดได้อย่างทั่วถึง</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424101544965
392	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึง 1 พ.ค. หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&nbsp;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424101749966
393	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;278&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;99&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;49&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และสุพรรณบุรี&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ส่วนใหญ่พบมากบริเวณภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,969&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,164&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,410&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,777&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;436&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในเมียนมา&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424102820967
394	ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ห่วงใยนักท่องเที่ยวทางทะเล หวั่นโดนพิษแมงกะพรุน สั่งการเจ้าหน้าเตรียมพร้อมช่วยเหลือทันทีเมื่อนักท่อเที่ยวประสบเหตุ เน้นย้ำ นักท่องเที่ยวเชื่อฟังคำแนะนำอย่างเคร่งครัด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับรายงานการพบแมงกะพรุนบางชนิดในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีพิษ&nbsp;ที่อาจจะสร้างความไม่ปลอดภัยให้แก่บรรดานักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานฯซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวในขณะนี้&nbsp;จึงได้สั่งการให้นายสาธิต&nbsp;ตันติกฤตยา&nbsp;นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&nbsp;เตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจากแมงกะพรุนพิษ&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมและรับมือ&nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยด้วยการ&nbsp;ติดตั้งป้ายเตือน&nbsp;พร้อมนำตาข่ายมาดักแมงกะพรุน&nbsp;พร้อมด้วยน้ำส้มสายชูและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการดูแลผู้ที่ถูกพิษจากแมงกะพรุนไว้ให้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์&nbsp;รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนตรวจสอบแมงกะพรุนในบริเวณพื้นที่เล่นน้ำ&nbsp;และพื้นที่ดำน้ำดูปะการัง&nbsp;ในทุกแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ประจำชายหาด&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;หอสังเกตการณ์&nbsp;และห้องปฐมพยาบาล&nbsp;เพื่อคอยดูแลความปลอดภัย&nbsp;แจ้งเตือน&nbsp;และให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว&nbsp;หากเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่ประกอบกิจกรรมว่ายน้ำ&nbsp;ดำน้ำ&nbsp;พายเรือคายัค&nbsp;ในเส้นทางและแนวทุ่นไข่ปลา&nbsp;ที่ทางอุทยานแห่งชาติกำหนดไว้&nbsp;พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎและระเบียบ&nbsp;และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยตลอดทริปการท่องเที่ยวอย่างมีความสุข&nbsp;</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424123957996
395	สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ จำกัด เดินหน้ากระจายผลไม้ของเกษตรกรในจังหวัดตราด สู่ห้างสรรพสินค้า และตลาดปลายทางในประเทศตามจังหวัดต่าง ๆ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ร่วมกันดำเนินการคัดเลือก&nbsp;และบรรจุสับปะรดตราดสีทองที่รับซื้อจากเกษตรกรในตำบลด่านชุมพล&nbsp;เพื่อเตรียมสำหรับการนำส่งไปยังห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในผลไม้หลายชนิดที่สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งจุดรับซื้อผลผลิตผลไม้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากสมาชิกเกษตรกร&nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตไปยังจังหวัดปลายทาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเสกสรรค์&nbsp;คำปลิว&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลผลิตสับปะรดตราดสีทองที่บรรจุในครั้งนี้ทางสหกรณ์&nbsp;ได้รับซื้อจากสมาชิกในตำบลด่าชุมพลเพื่อเตรียมจัดส่งให้กับห้างสรรพสินค้าเดอะมออล์กรุ๊ป&nbsp;ที่ทางสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำสัญญาซื้อขายขายไว้&nbsp;ซึ่งนอกจากสับปะรดตราดสีทองแล้วทางสหกรณ์ฯ&nbsp;ยังได้จัดส่งผลไม้ชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเงาะโรงเรียน&nbsp;เงาะสีทอง&nbsp;มังคุด&nbsp;มังคุดออร์แกนิก&nbsp;ลองกอง&nbsp;ลองกองออร์แกนิก&nbsp;ส่งไปยังห้างสรรสินค้าดังกล่าว&nbsp;ที่เปิดโอกาสให้ทางสหกรณ์ฯ&nbsp;รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิกโดยตรงเพื่อส่งไปขายยังห้างสรรพสินค้า&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพ&nbsp;และราคาให้กับสมาชิกเกษตรกร&nbsp;เป็นการตอบโจทย์ที่คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนให้เกษตรกรสมาชิกผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ&nbsp;เป็นการช่วยยกระดับราคาสินค้าให้เกษตรกรได้อย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าว่าอีกว่า</strong>&nbsp;นอกจากห้างสรรพสินค้าเดอะมออล์กรุ๊ป&nbsp;ที่เป็นลูกค้าหลักของสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;แล้ว&nbsp;ทางสหกรณ์ยังได้ส่งผลไม้ไปยังพื้นที่ปลายทาง&nbsp;ผ่านกลไกสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งพ่อค้าทั่วไปที่อยู่ในตลาดค้าส่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตลาดไทย&nbsp;ตลาดไอยรา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ตลาดศรีนคร&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;รวมทั้งตลาดไทยเจริญ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยผลไม้ส่วนใหญ่ที่ทางสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดส่งไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;นอกจากสับปะรดตราดสีทองแล้ว&nbsp;ยังมีเงาะที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ปลูกอยู่จำนวนมาก</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424132746013
396	เปิดศักราชใหม่อีสานเกตเวย์ ส่งออกสินค้าเกษตรด้วยรถไฟ ลาว-จีน เร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้(Fruit&nbsp;Board&nbsp;)เปิดเผยวันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.)&nbsp;ว่าขอแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จในการส่งออกทุเรียนไทยล็อตใหญ่ที่สุด&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;27&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ของฤดูการผลิตผลไม้ปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ขนส่งบนเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน&nbsp;ตามนโยบายอีสานเกตเวย์และเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยด้วยระบบรางภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีน&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของไทย-ลาวและจีน&nbsp;หลังจากทดสอบการส่งออกทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าวน้ำหอม&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&nbsp;จากนี้จะขยายไปสู่การขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;มังคุด&nbsp;ลำไย&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;น้ำตาล&nbsp;มะม่วง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ</p><p><strong>ด้านนายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทุเรียนล็อตใหญ่ล็อตแรกมาจากจังหวัดจันทบุรีจำนวน&nbsp;27&nbsp;ตู้&nbsp;ซึ่งเป็นการขนส่งระบบผสมผสาน&nbsp;ราง-รถ&nbsp;โดยรถบรรทุกคอนเทนเนอร์รุ่นใหม่บรรทุกทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบโรคพืชไม่มีทุเรียนอ่อนและปลอดการปนเปื้อนโควิดเดินทางจากภาคตะวันอออกถึงจังหวัดหนองคายข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&nbsp;1&nbsp;ไปถ่ายตู้ที่ท่าบกท่านาแล้ง&nbsp;ก่อนลำเลียงไปขึ้นแคร่รถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ใต้แล้วเดินทางไปยังสถานีรถไฟนาเตยในแขวงหลวงน้ำทา&nbsp;ก่อนยกขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เดินทางต่อไปด่านบ่อเต็นข้ามพรมแดน&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;ไปตรวจโรคพืชและโควิดที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนาน</p><p><strong>การขนส่งทุเรียนภายใต้พิธีสารไทย-จีนล็อตนี้</strong>&nbsp;ใช้เวลาเพียงวันครึ่งนับแต่ออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ผ่านพิธีการสินค้าผ่านแดนจนถึงด่านโมฮ่านร่นเวลาได้เร็วกว่าเดิมเกินเท่าตัวเมื่อเทียบกับการทดสอบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในสัปดาห์หน้าจะมีทุเรียนล็อตใหญ่จากจังหวัดตราดและจังหวัดภาคตะวันออกอีกอย่างน้อย&nbsp;25&nbsp;ตู้&nbsp;ที่จะส่งออกโดยรถไฟสาย&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;หลังจากประสบความสำเร็จในการประเดิมการขนส่งแบบเต็มขบวนรถไฟในวันนี้เป็นครั้งแรก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424212733091
397	เกษตรกรแนะเร่งกวาดล้าง ขบวนการลักลอบนำเข้าหมู บ่อนทำลายเกษตรกร-ผู้บริโภค-เศรษฐกิจชาติ	<p>นายสิทธิพันธ์&nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในปัจจุบันว่า&nbsp;จากปัญหา&nbsp;ASF&nbsp;โรคระบาดในสุกรที่พบในประเทศไทยเมื่อปลายปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันยังคงพบปัญหานี้บางพื้นที่&nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงต่างระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงด้วยการหยุดเข้าเลี้ยงสุกรไปก่อน&nbsp;ส่วนในรายที่ยังคงเลี้ยงสุกรอยู่ต้องปรับวิธีการเลี้ยงและการจัดการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม&nbsp;กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;300&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;ซึ่งเกษตรกรยินดีแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดในฝูงสัตว์ของตนเอง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กลับพบว่ายังคงมี&nbsp;ขบวนการลักลอบ&nbsp;นำเนื้อสุกรและชิ้นส่วนผิดกฎหมายจากหลายประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;เยอรมัน&nbsp;บราซิล&nbsp;แคนาดา&nbsp;อิตาลี&nbsp;เกาหลี&nbsp;เบลเยียม&nbsp;และสหรัฐอเมริกา&nbsp;โดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอื่น&nbsp;อาทิ&nbsp;เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;และอาหารทะเล&nbsp;นำมากระจายขายปะปนกับหมูไทยทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะตลาดแถวนครปฐมและราชบุรี&nbsp;ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายเกษตรกรไทย&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และเศรษฐกิจชาติ</p><p><br></p><p><em>ในขณะที่ทุกคนในวงการเลี้ยงหมูต่างพยายามป้องกันโรค&nbsp;ASF&nbsp;และพยายามผลักดันให้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกลับมาเลี้ยงหมูรอบใหม่ให้เร็วที่สุด&nbsp;ซึ่งทั้งเกษตรกร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และทุกคนในแวดวงผู้เลี้ยงได้ช่วยกันในทุกด้าน&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรกลับเข้าสู่ระบบอย่างมั่นใจและรวดเร็ว&nbsp;แต่กลับมี&nbsp;ไอ้โม่ง&nbsp;ที่ทำมาหาทำกินบนความทุกข์ของคนเลี้ยงหมูและคนไทย&nbsp;ขบวนการนี้ใช้วิกฤติเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง&nbsp;โดยไม่สนใจว่าเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้านั้น&nbsp;มีโรคหมูที่เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระบบการเลี้ยงหมูของไทย&nbsp;และยังปนเปื้อนสารอันตรายอย่างเช่นสารเร่งเนื้อแดงซึ่งเป็นสารต้องห้ามและผิดกฎหมายไทย&nbsp;ตามพ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&nbsp;และยังก่อผลกระทบร้ายแรงต่อผู้บริโภค&nbsp;ที่สำคัญรัฐต้องสูญเสียรายได้จากสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีตามระบบ&nbsp;เกษตรกรจึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งกรมศุลกากร&nbsp;และกรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งสกัดกั้นและกวาดล้างขบวนการนี้ให้สิ้นซาก&nbsp;ถ้ายังปล่อยให้หมูเถื่อนลอยนวล&nbsp;คนเลี้ยงหมูก็ตายสนิท&nbsp;คนไทยก็ตายผ่อนส่ง&nbsp;เศรษฐกิจไทยย่ำแย่แน่นอน&nbsp;</em>นายสิทธิพันธ์&nbsp;กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับสถานการณ์ราคาสุกร&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ราคาสุกรยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ&nbsp;94-98&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยการปรับราคาขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตและการบริโภคในแต่ละภูมิภาคเป็นตัวกำหนด&nbsp;ตามกลไกตลาดที่แท้จริง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรทั่วประเทศต่างร่วมกันบริหารจัดการผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;และคงระดับราคาไว้ไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน&nbsp;แม้ว่าจะมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น&nbsp;ทั้งจากการปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรค&nbsp;ต้นทุนค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด&nbsp;ค่าไฟ&nbsp;ค่าพลังงาน&nbsp;โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่รัฐบาลจะเลิกตรึงราคา&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมที่จะถึงนี้&nbsp;และยังมีภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำใช้&nbsp;ที่เกษตรกรหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำใช้แล้วจากผลกระทบของภัยแล้ง&nbsp;รวมถึงอากาศร้อนและแปรปรวนส่งผลต่ออัตราสูญเสียในฟาร์มเลี้ยงที่สูงขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีต้นทุนสูงถึงกว่า&nbsp;98&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมแล้ว&nbsp;การปล่อยให้กลไกตลาดทำงานจึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425092310138
398	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึง 2 พ.ค. หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&nbsp;หลังหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง<strong>&nbsp;</strong>แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425093459142
399	กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเร่งเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชน	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเช่นกัน&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;23,442&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;อย่างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณบ้านฝายพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ต.เขาแหลม&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ปรับปรุงระบบส่งน้ำฝายห้วยหินและปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหิน&nbsp;หากแล้วเสร็จจะส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,250&nbsp;ไร่&nbsp;และโครงการเกษตรวิชญาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านกองแหะ&nbsp;ต.โป่งแยง&nbsp;อ.แม่ริม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ได้ปรับปรุงสระเก็บน้ำห้วยปางหมี&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำโครงการเกษตรวิชญาฯและพื้นที่การเกษตรบ้านกองแหะ&nbsp;378&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;286&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ส่วนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูเพิ่มประสิทธิภาพระบบโครงข่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำวังมะกัก&nbsp;ต.เขาแหลม&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ได้เชื่อมต่อพื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;318&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมระบบกระจายน้ำสนับสนุน</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425100743159
400	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;240&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;113&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สกลนคร&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนกลับมากระจายตัวบริเวณตอนบนของประเทศไทยอีกครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;เป็นการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,000&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,274&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,461&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;อย่างแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และเชียงราย&nbsp;พบค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,219&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จำนวน&nbsp;612&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425111624191
401	เตือนประชาชนทุกภาคระวังสภาพอากาศแปรปรวน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศในช่วงต้นสัปดาห์&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10-20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้&nbsp;มีฝนตกร้อยละ&nbsp;20-30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ซึ่งลักษณะของสภาพอากาศร้อนและมีฝนตกจะยังเกิดขึ้นอีก&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันที่&nbsp;28-30&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;จะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;รวมถึงอาจเกิดฟ้าผ่าร่วมด้วย&nbsp;ซึ่งสภาพอากาศในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สภาพอากาศของประเทศไทยมีความแปรปรวน&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425105919174
402	กรมชลประทาน จัดกิจกรรม วันอาสาสมัครชลประทาน รำลึกถึงการจัดตั้งอาสาสมัครชลประทาน 25 เมษายน	<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมชลประทานได้เห็นชอบกำหนดให้วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ซึ่งปีนี้&nbsp;เป็นปีแรกที่ได้กำหนดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นวันที่จะรำลึกถึงวันแรกที่มีการจัดตั้งอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;เป็นการให้ความสำคัญของอาสาสมัครชลประทานและสร้างขวัญกำลังใจของอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เจ้าหน้าที่ชลประทาน&nbsp;กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน&nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ยุวชลกร&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;เพื่อแสดงว่า&nbsp;กรมชลประทานได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ในการเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนการบริหารจัดการน้ำชลประทาน&nbsp;ตลอด&nbsp;15&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นภารกิจที่ท้าทาย&nbsp;เต็มไปด้วยปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก&nbsp;</strong>เราจึงต้องการกำลังคนมากมายจากหลายๆส่วนมาร่วมมือกัน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรของกรมชลประทานเอง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กลุ่มบริหารการใช้น้ำ&nbsp;กลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;และกลไกสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ&nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในภารกิจการจัดการน้ำทุกๆครั้ง&nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&nbsp;คือตัวกลางที่จะคอยเชื่อมประสานระหว่างเกษตรกรหรือประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ชลประทาน&nbsp;ให้สามารถทำงานสอดรับและตอบโจทย์ความต้องการซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;มีสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ&nbsp;</strong>โดยจะมีการมอบเสื้ออาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ให้แก่ผู้แทนอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;เพื่อแสดงความขอบคุณ&nbsp;ที่ได้เสียสละ&nbsp;ทุ่มเท&nbsp;มุ่งมั่นทำงาน&nbsp;เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม&nbsp;เป็นเสมือนเพื่อนคนสำคัญของชาวชลประทาน&nbsp;ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจการจัดการน้ำทั้งประเทศตลอดมา&nbsp;หลังจากนี้จะได้มีการจัดกิจกรรมจิตอาสาในแต่ละพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425131513254
403	ฤดูกาลหมอนทอง ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก ประกาศยืนหนึ่งทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์&nbsp;Eastern&nbsp;Monthong&nbsp;Best&nbsp;Quality&nbsp;&nbsp;เปิดฤดูกาลทุเรียนหมอนทองตะวันออก&nbsp;ดีเลิศที่คุณภาพ&nbsp;ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก&nbsp;ที่สวนทุเรียนน้ำกร่อย&nbsp;อำเภอนายายอาม&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประเทศไทยเราประสบปัญหาภาวการณ์แข่งขันที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น&nbsp;รวมถึงการควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพและปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำในช่วงผลผลิตกระจุกตัว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;แนวทางที่จะพัฒนาภาคเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน&nbsp;จึงต้องพัฒนาทั้งระบบด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งเกษตรกร&nbsp;ล้ง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;เน้นการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดโดยยึดหลักตลาดนำการผลิต&nbsp;สร้างและขยายตลาดโดยเฉพาะตลาดภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้นและที่สำคัญคือ&nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแลเเนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลผลผลไม้ของภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งจะมีผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีความเป็นห่วงในเรื่องของ&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;และปัญหาทุเรียนอ่อน&nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ตั้งแต่ระดับสวนเกษตรกรและมาตรการควบคุมป้องกันแก้ไขทุเรียนอ่อนภาคตะวันออกปี&nbsp;2565&nbsp;ระดับสวนเกษตรกร&nbsp;เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้ทุกสวนผลไม้ส่งออกได้ยึดถือปฏิบัติ&nbsp;และเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;เพื่อเป้าหมายให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลกและมีมาตรฐานความปลอดภัย&nbsp;ยอมรับการจัดงานครั้งนี้&nbsp;ถือว่าเป็นการเน้นย้ำความมีคุณภาพของทุเรียนตะวันออกที่เป็นสินค้าเกษตรให้เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขอยืนยันว่าหากทุเรียนไทยเรายังรักษาคุณภาพไว้ได้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการส่งออกอย่างแน่นอน&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยกันรักษาคุณภาพทุเรียนไทยและไม่ให้มีการตัดทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เตรียมจะขยายช่องทางส่งทางรางรถไฟขนส่งไปจีน&nbsp;คาดว่า&nbsp;1-2&nbsp;เดือนจะแล้วเสร็จ&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกได้มากขึ้น</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425152006335
404	สทนช. และ กรมชลประทาน ช่วยกันแก้ปัญหาท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง จ.แม่ฮ่องสอน อุดตันจากฝนตกชะล้างดินตะกอนลงมาปิดทาง	<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;และ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ช่วยกันแก้ปัญหาท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;อุดตันจากฝนตกชะล้างดินตะกอนลงมาปิดทาง&nbsp;พร้อมเตรียมแผนระยะยาวให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเต็มศักยภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศว่า&nbsp;รัฐบาลเน้นให้ทุกหน่วยงานด้านน้ำให้ความสำคัญการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนในชุมชนใช้ประโยชน์โดยตรงที่ช่วยกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง&nbsp;โดยเฉพาะน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;อย่างพื้นที่&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ประชาชนประสบปัญหาไม่สามารถใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งได้&nbsp;เพราะท่อส่งน้ำตัน&nbsp;สนทช.&nbsp;จึงให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค&nbsp;1&nbsp;และโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จากการตรวจสอบพบการอุดตันของระบบส่งน้ำเกิดจากช่วงฤดูฝนมีฝนตกและได้ชะล้างดินที่มีการไถเปิดไว้ไหลลงสู่อ่าง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;พื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่รับน้ำและมีการเพาะปลูกพืชของเกษตรกรค่อนข้างมาก&nbsp;จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดตะกอนดินทรายไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่ผ่านมาโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนได้เข้าไปสูบน้ำจากด้านท้าย&nbsp;ฉีดล้างดินตะกอนที่อยู่ในท่อ&nbsp;และฉีดจนดินที่อยู่ในอ่างบริเวณหน้าท่อออก&nbsp;ส่งผลให้น้ำสามารถส่งต่อได้พร้อมสอนวิธีการบริหารจัดการท่อส่งน้ำ&nbsp;เพื่อไม่ให้ท่อส่งน้ำตันอีก&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่เข้ามาร่วมอัดน้ำเข้าท่อด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้อย่างมั่นคงในระยะยาวกำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;ระยะเร่งด่วน&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจและคุยกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการอัดน้ำเข้าท่อส่งน้ำ&nbsp;ซึ่งได้เริ่มส่งน้ำได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายนที่ผ่านมาแล้ว&nbsp;ส่วนระยะต่อไป&nbsp;จะประสานงานกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เสนอแผนปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งเพิ่มเติมจากของเดิมให้สามารถดำเนินการได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเร็วขึ้นจากแผนเดิมที่จะเริ่มในปี&nbsp;2566&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425144523296
405	เทศบาลนครระยองจัดเครื่องจักรกลเก็บผักตบปรับภูมิทัศน์ริมชายคลองคาชุมชนสองพี่น้อง	<p><strong>ที่ศาลาสวนป่าเฉลิมพระเกียรติบริเวณชายคลองคาชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;เขตเทศบาลนครระยอง</strong>&nbsp;ต.เชิงเนิน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จ่าเอกวินัย&nbsp;บุตรชัยพงษ์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายปกครองรักษาการหัวหน้าปลัดเทศบาลนครระยอง&nbsp;นายปรีชา&nbsp;สาลี&nbsp;ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลนครระยอง&nbsp;นายนิมิตร&nbsp;มากศิริ&nbsp;ประธานชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยองและเจ้าหน้าที่กองช่างฝ่ายโยธา&nbsp;นำเครื่องจักรกล&nbsp;เก็บผักตบชวาในคลองคานอกจากนี้ยังได้ปรับภูมิทัศน์ถนนเลียบชายคลอง&nbsp;ให้ดูสะอาดตาเตรียมพร้อมในการจัดงานทำบุญกลางบ้าน&nbsp;ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;</p><p><strong>นายนิมิตร&nbsp;มากศิริ&nbsp;ประธานชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากที่คณะกรรมการชุมชนไดประสานทางเทศบาลนครระยองที่ได้นำเครื่องจักรกลเข้ามาปรับภูมิทัศน์บริเวณคลองคาให้ดูสะอาดเป็นที่พักผ่อนของชาวบ้านในชุมชนสองพี่น้องและยังเป็นการเตรียมสถานที่ในการจัดงานทำบุญกลางบ้าน&nbsp;รดน้ำขอพรผู้สูงอายุสืบสานประเพณีไทย&nbsp;เชื่อมความสามัคคีในชุมชนในวันเสาร์ที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.65&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายวิชิต&nbsp;ศรีชลา&nbsp;นายกเทศมนตรีนครระยองให้เกียรติมาเป็นประธานในงานครั้งนี้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและสมาชิกสภาเทศบาลนครระยองมาร่วมงานด้วยและขอขอบคุณนายกเทศมนตรีนครระยอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่าง&nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยอง&nbsp;ที่เข้ามาดำเนินการปรับภูมิทัศน์การเตรียมสถานที่จัดงานครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425164009400
406	จังหวัดแพร่มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืน SDGSPGS	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงาน&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ที่สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่มอบหมายให้นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานในพิธีมอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;SDGSPGS&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความยินดีในความมุ่งมั่นแก่สมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแพร่&nbsp;ที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Agriculture)</strong>&nbsp;คือระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกร&nbsp;กระบวนการผลิต&nbsp;และการจัดการทุกรูปแบบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมสิ่งแวดล้อม&nbsp;และระบบนิเวศซึ่งนําไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนา&nbsp;คุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุมเกษตรธรรมชาติ&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;วนเกษตร&nbsp;เกษตรผสมผสาน&nbsp;และเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรรมยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS</strong>&nbsp;เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาและรับรองแปลง&nbsp;รับรองผลิตผลเกษตรเกิดการเชื่อมโยง&nbsp;และการจัดการนําผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบทั้งห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ครบวงจรอย่างเป็นระบบ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;SDGsPGS&nbsp;ได้พัฒนากลไกการขับเคลื่อนระดับจังหวัดขึ้นมา&nbsp;4&nbsp;กลไก&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลไกคณะทำงานตรวจแปลงเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;กลไกธุรกิจ&nbsp;กลไกคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&nbsp;และกลไกเพื่อดูแลการบริหารจัดการข้อมูลในระบบฐานข้อมูล&nbsp;SDGsPGS&nbsp;SAN&nbsp;(Sustainable&nbsp;Agriculture&nbsp;Network)&nbsp;ใช้ตลาดนําการผลิต&nbsp;ทำให้สามารถช่วยเกษตรกรจัดการผลิตเพื่อการค้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425155224367
407	ว.อาชีวศึกษาขอนแก่น จับมือ ศูนย์โอทอปขอนแก่น แปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แยมมะม่วงผสมเกลือไดโนเสาร์ พัฒนาต่อยอดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง	"<p><strong>ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;น.ส.กรรณิกา&nbsp;ยอดสง่า&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ปันจันดา&nbsp;ประธาน&nbsp;บริษัท&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โอทอป&nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และนางสิริพร&nbsp;จังตระกุล&nbsp;นายกเหล่ากาชาด&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ที่ปรึกษาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอป&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร&nbsp;ระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;กับ&nbsp;บริษัทขอนแก่น&nbsp;โอทอป&nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการผลิตแยมมะม่วงจากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปอ&nbsp;อ.บ้านไผ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;โดยมีเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งวิชาการและนักโภชนาการทางอาหารร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>นางสิริพร&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ที่ปรึกษาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอป</strong>&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เป็นผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก&nbsp;ซึ่งขอนแก่น&nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นลำดับต้นๆ&nbsp;ของไทย&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีเกษตรที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ที่เป็นเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,300&nbsp;ไร่&nbsp;มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง&nbsp;1,300&nbsp;ตัน&nbsp;โดยในปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด&nbsp;หรือการส่งจำหน่ายมะม่วงไม่ได้จากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้ในปีนี้คณะทำงานร่วมทุกฝ่าย&nbsp;จึงได้กำหนดแผนงานในการแปรรูปมะม่วงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;สาขาอาหารและโภชนาการ&nbsp;ที่มีคณาจารย์และคณะทำงานด้านโภชนาการและคหกรรมที่โดดเด่น&nbsp;จึงได้ร่วมกันผลิตและคิดค้นสูตรแยมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ที่เป็นสูตรของคนขอนแก่น&nbsp;ได้สำเร็จ&nbsp;และขณะนี้เข้าสู่กระบวนการผลิต&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;กก.</p><p><strong>""&nbsp;โครงการแปรรูปแยมมะม่วง&nbsp;ที่คิดค้นขึ้นจากผลผลิตของขอนแก่น</strong>และสูตรของขอนแก่น&nbsp;โดยชุดแรกที่จัดทำขึ้นนั้นได้นำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;จากวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปอ&nbsp;อ.บ้านไผ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;มาจัดทำเป็นแยมบรรจุในขวดขนาด&nbsp;230&nbsp;กรัม&nbsp;รวมชุดแรก&nbsp;1,500&nbsp;กระปุกจำหน่ายประปุกละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยแยมมะม่วงขอนแก่น&nbsp;ที่คิดค้นขึ้นนี้นั้นมีส่วนผสมจากเกลือสินเธาว์&nbsp;จาก&nbsp;อ.ภูเวียง&nbsp;ซึ่งเป็นเกลือในยุคจูลาสิคพาร์คหลายร้อยล้านปี&nbsp;ที่เป็นส่วนผสมที่มีเรื่องราวและคงอัตลักษณ์ของขอนแก่นได้อย่างลงตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่สูตรการทำแยมมะม่วงนั้น&nbsp;คณะทำงานก็ไม่หวงสูตร&nbsp;โดยสูตรมามาเร็ตมะม่วง&nbsp;เราใช้มะม่วง&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;ซึ่งเมื่อนำมาปลอกเปลือก&nbsp;นำเมล็ดออกและหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมก็จะได้เนื้อมะม่วงประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;กรัม&nbsp;ขณะที่ส่วนผสมมีไม่มาก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;น้ำตาลทรายขาว&nbsp;1,200&nbsp;กรัม,ผงเพคติน&nbsp;50&nbsp;กรัม,น้ำเปล่า&nbsp;1,000&nbsp;กรัม,น้ำสับประรด&nbsp;500&nbsp;กรัม,น้ำเลมอน&nbsp;50&nbsp;กรัม,ผิวเลมอน&nbsp;15&nbsp;กรัม&nbsp;และ&nbsp;กรด&nbsp;35&nbsp;กรัม""</p><p><strong>นางสิริพรฯ&nbsp;กล่าวต่ออีกว่า&nbsp;วิธีการทำแยมมะม่วงมามาเร็ตขอนแก่น&nbsp;</strong>คือนำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;มาปลอดเปลือก&nbsp;หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก&nbsp;จากนั้นใส่ลงหม้อ&nbsp;จากนั้นนำผงเพคตินแช่กับน้ำเปล่าทิ้งไว้&nbsp;ขั้นตอนต่อมาคือการนำน้ำเปล่ากับผงเพคตินที่แช่ไว้มาผสมกับน้ำตาลทรายขาว&nbsp;และน้ำสับประรด&nbsp;เมื่อผสมเสร็จนำตั้งไฟในระดับความร้อนปานกลาง&nbsp;ใส่มะม่วงลงไปเคี่ยวจนมะม่วงมีความข้น&nbsp;หนืด&nbsp;เหมือนซอส&nbsp;ซึ่งจะเคี่ยวประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ชม.&nbsp;เมื่อเคี่ยวจนได้ที่เหมือนซอสแล้ว&nbsp;ให้ปิดไฟแล้วเติมน้ำเลมอน&nbsp;และผิวเลมอนเข้าไปผสม&nbsp;พักไว้ให้อุ่นและเข้าสู่ขั้นตอนบรรจุ&nbsp;ซึ่งในการบรรจุนั้น&nbsp;ขวดและฝา&nbsp;ที่นำมาบรรจุนั้นต้องผ่านการลวกน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ&nbsp;เนื่องจากแยมมะม่วงของเรานั้นไม่ใช้วัตถุกันเสียหรือใส่สารกันบูด&nbsp;ซึ่งเมื่อบรรจุแล้วก็จะต้องทำการน็อคเย็นและเข้าสู่กระบวนการปิดฝาและซีลฝาทันที&nbsp;ซึ่งจะคงความหอม&nbsp;อร่อย&nbsp;และความเป็นแยมมะม่วงสูตรขอนแก่นได้อย่างลงตัว</p><p><strong>&nbsp;""แยมมะม่วงขอนแก่น&nbsp;หรือมามาเร็ตมะม่วง&nbsp;ที่คิดค้นสูตรขึ้นมานี้</strong>เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะฤดูผลผลิตของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;โดยชุดแรกมะม่วง&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;จัดทำแยมได้&nbsp;1,500&nbsp;กระปุกจำหน่ายกระปุกละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ที่ศูนย์โอทอป&nbsp;ข้างศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;หรือที่สายด่วน&nbsp;085-8536169&nbsp;และหลังจากเปิดฝามามาเร็ตมะม่วงแล้วสามารถจัดเก็บไว้ในตู้เย็นประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจากการทดลองรับประทานพบว่าเหมาะสำหรับการทานคู่กับขนมปัง&nbsp;ทั้งขนมปังแผ่นและขนมปังญวณ&nbsp;หรือขนมปังเวียดนาม&nbsp;อย่างไรก็ตามหลังสิ้นสุดการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวหากวิสาหกิจชุมชนใดหรือกลุ่มเกษตรกรกลุ่มใดต้องการนำสุูตรของคณะทำงานไปต่อยอดผลผลิต&nbsp;หรือนำไปแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อก่อให้เกิดรายได้โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425160516379
408	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน คุมเข้มมาตรการ Zero Covid ผลไม้ไทยทั้งระบบ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;ระบบห้องเย็น&nbsp;ผลไม้ไทยทั้งระบบ&nbsp;ว่า&nbsp;ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าและสร้างรายได้เป็นผลไม้อันดับ&nbsp;1&nbsp;ให้กับประเทศไทย&nbsp;ปีละกว่าแสนล้านบาท&nbsp;เพราะทุเรียนไทยมีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก&nbsp;โดยจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของไทย&nbsp;แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ทำให้การส่งออกทุเรียนได้รับผลกระทบ&nbsp;แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเพราะทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกร&nbsp;ล้ง&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ทำงานและร่วมมือกันทำให้ทุเรียนไทย&nbsp;เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้มีการส่งเสริมการขายภายในประเทศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;และใช้มาตรการ&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;ที่สวนทุเรียน&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;ที่ล้ง&nbsp;เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุเรียนไทยทุกลูกต้องมีความปลอดภัย&nbsp;หากเราเดินในแนวทางเดียวกันก็จะไม่เกิดปัญหา&nbsp;จึงขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้ามาตรการต่างๆ&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือผลผลิตผลไม้อื่นๆ&nbsp;ที่จะออกในเดือนหน้า</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านนายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงมาตรการที่จังหวัดได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ร่วมกับสมาคมทุเรียนไทย&nbsp;ได้เตรียมการประชุมร่วมกันตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และได้ออกมาตรการที่เข้มข้นตั้งแต่สวนทุเรียน&nbsp;ต้องตัดทุเรียนที่มีคุณภาพและเปอร์เซ็นแป้งต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ&nbsp;กำหนดวันตัดทุเรียนแต่ละพันธุ์&nbsp;ในส่วนของล้งมีการดำเนินการทำความสะอาด&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตทุเรียนที่ส่งออกจากล้งปลอดเชื้อเชื้อโควิด-19</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425211230531
409	คบจ.มหาสารคาม บูรณาการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวบ้านพงโพด-พงสว่าง ลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้อย่างยั่งยืน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ประชุมบ้านพงโพด-พงสว่าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ต.หนองสิม&nbsp;อ.บรบือ&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการส่งเสริม&nbsp;พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายอำเภอบรบือ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวบ้านพงโพด-พงสว่าง&nbsp;เข้าร่วมภายในงาน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อ.บรบือ&nbsp;ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการผลิตมันแกว&nbsp;และหัวไชเท้า&nbsp;ซึ่งจากที่&nbsp;คบจ.มหาสารคาม&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;มีปัญหาด้านต้นทุนการผลิต&nbsp;และเมล็ดพันธุ์&nbsp;ศึกษากระบวนการการผลิตที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีคุณภาพ&nbsp;รวมถึงการให้ความรู้ด้านการแปรรูป&nbsp;และการจัดทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้&nbsp;มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ก็คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อชุมชน)&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่เข้ามาให้การสนับสนุน&nbsp;พร้อมด้วยสถาบันการเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;ธกส.&nbsp;SMEs&nbsp;มาร่วมให้การสนับสนุนในโครงการนี้&nbsp;ซึ่งหากประสบผลสำเร็จ&nbsp;คาดว่าจะทำให้ต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรลดลง&nbsp;ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเน้นคุณภาพในเรื่องของสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้</p><p><strong>ด้าน&nbsp;น.ส.จารุพร&nbsp;ตามกลาง&nbsp;คลังจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;ประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คบจ.มหาสารคาม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ศึกษาความต้องการของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกว&nbsp;ซึ่งได้รับทราบปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของมันแกวและหัวไชเท้า&nbsp;จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;จัดโครงการบูรณาการส่งเสริม&nbsp;พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;โดยต้องการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ให้มีรายได้&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ด้านเงินทุนสำรองในการจัดหาเมล็ดพันธุ์มันแกว&nbsp;และช่วยหาตลาด&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;&nbsp;ให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย&nbsp;และภาษีที่ถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งการให้ความรู้ในกระบวนการผลิตเป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย</strong>&nbsp;และได้การรับรองจากหน่วยงานที่มีมาตรฐาน&nbsp;เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ผลผลิตให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สวท.มหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425173426434
410	ชาวบุรีรัมย์เตรียมชิมทุเรียนของดี ใกล้เข้าสู่ ช่วงทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟ ออกผลพร้อมกินแล้ว	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;นั้นมีของดีของเด่นที่ได้รับการยอมรับมากมาย&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ผ้าไหม&nbsp;ผ้าซิ่น&nbsp;กุ้งจ่อม&nbsp;กระยาสารท&nbsp;ลูกชิ้นยืนกิน</strong>&nbsp;รวมถึงข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ที่ได้รับผลักดันการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&nbsp;GI&nbsp;&nbsp;โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ล่าสุดอีกหนึ่งสินค้า&nbsp;ที่จะได้รับการผลักดันให้เป็น&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ก็คือ&nbsp;ทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ&nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งในช่วงเดือนหน้านี้&nbsp;ผลทุเรียนน้ำแร่ในสวนของชาวบ้านหลายพื้นที่&nbsp;ก็คงเริ่มสุก&nbsp;เนื้อทุเรียนเหลืองอร่าม&nbsp;พร้อมรับประทานกันแล้ว&nbsp;อย่างทุเรียนน้ำแร่ในสวนของผู้ใหญ่สุพจน์&nbsp;เจริญรัมย์&nbsp;บ้านโคกมะม่วง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.โคกมะม่วง&nbsp;อ.ปะคำ&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ที่ได้ร่วมกันกับชาวบ้านกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ในตำบลทำวิสาหกิจชุมชนทุเรียนตำบลโคกม่วง&nbsp;พลิกผืนดินที่เคยปลูกข้าว&nbsp;ปลูกอ้อย&nbsp;ปลูกมัน&nbsp;เปลี่ยนเป็นสวนทุเรียน&nbsp;มากกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ไร่&nbsp;ที่ปลูกโดยใช้ดินภูเขาไฟที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าอุดมด้วยแร่ธาตุ&nbsp;รดน้ำด้วยน้ำแร่ใต้ดิน&nbsp;และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ดูแลอย่างดีเพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพมากที่สุด&nbsp;โดยจุดเด่นของทุเรียนน้ำแร่&nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ตำบลโคกม่วง&nbsp;ก็คือ&nbsp;ผิวนอกกรอบ&nbsp;เนื้อในนุ่มเหมือนคัสตาดครีม&nbsp;รสชาติหวานมัน&nbsp;เนื้อแห้งไม่มีน้ำเยิ้ม&nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนจะส่งขายในพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;หรือใครที่สนใจก็มาสั่งซื้อที่สวนของวิสาหกิจชุมชนได้เลยในราคากิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;และขายในช่วงกลางเดือนหน้า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;มีคนจากนอกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;โซนภาคอีสาน&nbsp;หรือภาคกลางอย่าง&nbsp;กทม.&nbsp;มาจองไว้ตั้งแต่ออกผล&nbsp;สำหรับท่านใดสนใจทุเรียนน้ำแร่&nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;เบอร์&nbsp;084-828-6127&nbsp;วิสาหกิจชุมชนทุเรียนตำบลโคกม่วง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในส่วนของการส่งเสริม&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำลังผลักดันให้เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะได้ขึ้นทะเบียนในปี&nbsp;2566</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425185616466
411	เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบขาวอ้อย แนะหมั่นสำรวจแปลง หากพบแจ้งเจ้าหน้าที่ด่วน	<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสภาพอากาศเข้าสู่ภาวะร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไฟโตพลาสมา&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบขาว&nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&nbsp;โรคเอดส์ในอ้อย&nbsp;อาการเริ่มแรกจะพบใบมีสีขาวตามแนวยาวของเส้นกลางใบจากนั้นใบจะลายเป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองสลับสีเขียวขนานไปตามเส้นกลางใบ&nbsp;จนกระทั่งแสดงอาการใบขาวทั่วทั้งใบ&nbsp;ลำต้นแคระแกร็น&nbsp;ต้นไม่เจริญเติบโตเป็นลำที่สมบูรณ์&nbsp;หากพบอาการรุนแรง&nbsp;จะทำให้ใบขาวทั้งกอ&nbsp;และต้นอ้อยแห้งตายในที่สุดบางพื้นที่การปลูกอ้อยพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยระบาด&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยของพี่น้องเกษตรกรลดลง</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบการรายงาน</strong>ว่าพบการระบาด&nbsp;แต่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อยได้รับทราบ&nbsp;และเตรียมการในการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ซึ่งสาเหตุที่สำคัญของโรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา&nbsp;ลักษณะอาการใบขาวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต&nbsp;อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้าอ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ&nbsp;ที่มีใบสีขาวจำนวนมาก&nbsp;คล้ายกอหญ้า&nbsp;หน่อไม่เจริญเป็นลำ&nbsp;หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด&nbsp;หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้&nbsp;ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์&nbsp;อาจมีใบขาวที่ปลายยอด&nbsp;หรือมีหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;งอกจากตาข้างของลำ&nbsp;บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง&nbsp;พบเสมอในอ้อยที่ปลูกปีแรก&nbsp;ซึ่งอ้อยที่เป็นโรคจะเจริญเติบโตเป็นลำ&nbsp;มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ&nbsp;มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;ที่โคนกอ&nbsp;แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง</p><p><strong>สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย&nbsp;หากเกิดการแพร่ระบาด</strong>&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;แนะนำให้ทำลายด้วยการขุดทิ้ง&nbsp;และกรณีที่พบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง&nbsp;แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่&nbsp;เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน&nbsp;การขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้ง&nbsp;หรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค&nbsp;การกำจัดวัชพืชรอบๆ&nbsp;แปลงไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค&nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;การให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิตและตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง&nbsp;ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคใบขาวอ้อยได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425190723477
412	เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังแมลงดำหนามมะพร้าว พร้อมแนะวิธีรับมือ	<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เตือนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าว</strong>ให้ระวังแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;เนื่องจากบางพื้นที่พบการเข้าทำลาย&nbsp;จึงขอแจ้งให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมะพร้าวและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเมื่อเริ่มพบใบมะพร้าวแห้งเหี่ยวสีน้ำตาล&nbsp;ให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&nbsp;ลักษณะการทำลาย&nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่สุดของมะพร้าวที่ยังไม่คลี่&nbsp;โดยซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่&nbsp;และจะย้ายไปกินใบอ่อนอีกใบหลังจากที่ใบเดิมคลี่ออก&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;เมื่อมีการทำลายรุนแรงหลายๆ&nbsp;ใบในแต่ละต้นจะมองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;ซึ่งชาวสวนมะพร้าว&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โรคหัวหงอก&nbsp;ระยะตัวหนอนสำคัญที่สุด&nbsp;เพราะทำลายได้รุนแรงกว่าตัวเต็มวัย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้งและขาดน้ำ</p><p><strong>การแพร่ระบาดแมลงดำหนามมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูสำคัญของพืชตระกูลปาล์ม</strong>พบระบาดรุนแรงในมะพร้าว&nbsp;ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่มีคุณภาพและมีปริมาณลดลง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ทัศนียภาพที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวขาดความสวยงามเนื่องจากมะพร้าวเป็นโรคหัวหงอก&nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวระบาดทำลายยอดมะพร้าวทั้งต้นเล็กและต้นสูงที่ให้ผลผลิตแล้วมักพบทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยในยอดเดียวกันเป็นจำนวนมากและในมะพร้าวที่ให้ผลแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก</p><p><strong>วิธีการป้องกันกำจัด</strong>&nbsp;1.&nbsp;ในมะพร้าวต้นเตี้ย&nbsp;ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินมาเก็บไข่&nbsp;หนอน&nbsp;และตัวเต็มวัยไปทำลาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ใช้ตัวห้ำ&nbsp;ตัวเบียน&nbsp;และเชื้อจุลินทรีย์&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงหางหนีบ&nbsp;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;และเชื้อเมตตาไรเซียม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แมลงหางหนีบกินไข่&nbsp;หนอน&nbsp;และดักแด้</strong>&nbsp;ปล่อยแมลงหางหนีบ&nbsp;อัตรา&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;ต่อไร่</p><p><strong>แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว</strong>&nbsp;(Asecodeshipinarum)&nbsp;ช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;พฤติกรรมการเข้าทำลายของแตนเบียน&nbsp;เกิดจากเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในลำตัวของหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;หนอนแตนเบียนที่เกิดขึ้นภายในตัวแมลงดำหนามมะพร้าวฟักออกเป็นไข่ดูดกินของเหลว&nbsp;แล้วเข้าทำลายตัวแมลงในที่สุด&nbsp;ระยะการเจริญหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวถูกแตนเบียนทำลาย&nbsp;เติบโตตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัยประมาณ&nbsp;17-20&nbsp;วัน&nbsp;ปล่อยแตนเบียนอะซิโคเดส&nbsp;อัตรา&nbsp;5&nbsp;กก./ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ใช้สารเคมี&nbsp;ใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยและสลายตัวเร็ว&nbsp;เช่น&nbsp;คาร์บาริล&nbsp;(เซฟวิน&nbsp;85%&nbsp;wp)&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;กรัม&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้าพืชตระกูลปาล์ม&nbsp;ก่อนการเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดทุกครั้ง</p><p><strong>สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425193328485
413	เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบขาวอ้อย แนะหมั่นสำรวจแปลงพบแจ้งเจ้าหน้าที่	<p><strong>สภาพอากาศเข้าสู่ภาวะร้อนชื้น&nbsp;เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไฟโตพลาสมา</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ประกาศเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบขาว&nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&nbsp;โรคเอดส์ในอ้อย&nbsp;อาการเริ่มแรกจะพบใบมีสีขาวตามแนวยาวของเส้นกลางใบจากนั้นใบจะลายเป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองสลับสีเขียวขนานไปตามเส้นกลางใบ&nbsp;จนกระทั่งแสดงอาการใบขาวทั่วทั้งใบ&nbsp;ลำต้นแคระแกร็น&nbsp;ต้นไม่เจริญเติบโตเป็นลำที่สมบูรณ์&nbsp;หากพบอาการรุนแรง&nbsp;จะทำให้ใบขาวทั้งกอ&nbsp;และต้นอ้อยแห้งตายในที่สุด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>บางพื้นที่การปลูกอ้อยพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยระบาด&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยของพี่น้องเกษตรกรลดลง&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบการรายงานว่าพบการระบาด&nbsp;แต่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อยได้รับทราบ&nbsp;และเตรียมการในการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;สาเหตุที่สำคัญของโรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา&nbsp;ลักษณะอาการใบขาวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต&nbsp;อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้าอ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ&nbsp;ที่มีใบสีขาวจำนวนมาก&nbsp;คล้ายกอหญ้า&nbsp;หน่อไม่เจริญเป็นลำ&nbsp;หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด&nbsp;หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้&nbsp;ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์&nbsp;อาจมีใบขาวที่ปลายยอด&nbsp;หรือมีหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;งอกจากตาข้างของลำ&nbsp;บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง&nbsp;พบเสมอในอ้อยที่ปลูกปีแรก&nbsp;ซึ่งอ้อยที่เป็นโรคจะเจริญเติบโตเป็นลำ&nbsp;มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ&nbsp;มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;ที่โคนกอ&nbsp;แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง</p><p><strong>สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย&nbsp;หากเกิดการแพร่ระบาด&nbsp;</strong>ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;แนะนำให้ทำลายด้วยการขุดทิ้ง&nbsp;และกรณีที่พบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง&nbsp;แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่&nbsp;เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน&nbsp;การขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้ง&nbsp;หรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค&nbsp;การกำจัดวัชพืชรอบๆ&nbsp;แปลงไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค&nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;การให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง&nbsp;ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคใบขาวอ้อยได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425194057486
414	เกษตรจังหวัดนครพนม แจ้งมาตรการการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต ก่อนใช้ต้องมีความรู้	<p><strong>คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;โดยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;3&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;การจำกัดการใช้&nbsp;การกำหนดฉลาก&nbsp;และภาชนะบรรจุ&nbsp;วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;2)&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการผลิต&nbsp;การนำเข้า&nbsp;การส่งออก&nbsp;การมีไว้ในครอบครอง&nbsp;และกำหนดให้มีบุคลากร&nbsp;เฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย&nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;3)&nbsp;การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ประกาศทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;จะมีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ใช้&nbsp;ผู้รับจ้างพ่น&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต&nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ต้องผ่านการอบรม&nbsp;และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;โดยในส่วนราชสารพาราควอต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;นั้น&nbsp;ไม่อนุญาตให้เกษตรกรใช้&nbsp;แต่ในส่วนของสารไกลโฟเซต&nbsp;นั้นได้มีการจำกัดการใช้ตามมาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;หากเกษตรกรที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารไกลโฟเซต&nbsp;จะต้องดำเนินการติดต่อเข้ารับการอบรมและทดสอบความรู้โดยตรงจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเข้าใจและมีความรู้ในการใช้สารที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรการที่ควบคุม</p><p>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด</p><p><strong>พาราควอต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบสัมผัส&nbsp;และไม่เลือกทำลาย</strong>&nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;สารเข้าสู่ต้นพืชได้ทางใบและลำต้น&nbsp;มีกลไกการทำลายในพืชโดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสง&nbsp;ออก</p><p>ฤทธิ์ทำลายเฉพาะส่วนของพืชที่มีสีเขียว</p><p><strong>ไกลโฟเซต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบดูดซึม&nbsp;และไม่เลือกทำลาย&nbsp;</strong>ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;โดยเข้าสู่เนื้อเยื่อสีเขียวของใบและลำต้นของวัชพืชโดยดูดซึมผ่านราก&nbsp;เหง้า&nbsp;ลำต้น&nbsp;ที่ทอดยาวตามพื้นที่&nbsp;เข้าสู่ระบบลำเลียงน้ำของพืช&nbsp;กลไกการทำงานของไกลโฟเซตคือ&nbsp;การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช</p><p><strong>คลอร์ไพริฟอส&nbsp;เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต&nbsp;</strong>ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายทั้งแมลงปากดูด&nbsp;แมลงปากกัด&nbsp;มีคุณสมบัติทั้งถูกตัวตายหรือสัมผัส&nbsp;กินตาย&nbsp;การซึมผ่านใบ&nbsp;และเป็นไอระเหย&nbsp;มีการใช้ประโยชน์ทั้งการพ่นสารทางใบ&nbsp;การใช้การพ่นหรือราดลงดิน&nbsp;รองก้นหลุม&nbsp;การฉีดเข้าต้นตามรูเจาะของแมลง&nbsp;หรือใช้สำหรับรักษาเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อป้องกันแมลงศัตรูในโรงเก็บ&nbsp;เช่น&nbsp;การคลุกเมล็ดพันธุ์&nbsp;และชุบกระสอบ&nbsp;การออกฤทธิ์เมื่อได้รับการสัมผัส&nbsp;กินหรือรับไอสาร&nbsp;โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส&nbsp;ในระบบประสาท&nbsp;ทำให้เกิดอาการชักและเป็นอัมพาตได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425195005487
415	คพ. จัดอบรมตำรวจจราจรยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดรถเสียงดัง หลังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถแต่งซิ่งมาขับจนส่งมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น	<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;จัดอบรมตำรวจจราจรยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดรถเสียงดัง&nbsp;หลังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถแต่งซิ่งมาขับจนส่งมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;ภู่อิ่ม&nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;,&nbsp;สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ&nbsp;และกองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;(บก&nbsp;จร.)&nbsp;ได้ร่วมกันจัดอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยกระดับศักยภาพการตรวจวัดและห้ามใช้รถเสียงดัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-28&nbsp;เมษายน&nbsp;เพื่อให้ความรู้&nbsp;ปรับมาตรฐานการตรวจวัดเสียงให้เทียบเท่าระดับสากล&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะรถแต่งซิ่งที่นำมาขับขี่แข่งขันกันเวลากลางคืน&nbsp;หลังพบการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์แบบใหม่ที่ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;โดยปรับวิธีการตรวจวัดให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับเทคโนโลยี&nbsp;เป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;และปรับปรุงการกำหนดค่ามาตรฐานระดับเสียงให้สัมพัทธ์กับค่าผลการทดสอบระดับเสียงขณะอยู่กับที่ที่ได้รับการรับรองแบบจากกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ที่ผ่านมามีความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากผู้รู้เทคโนโลยีการวัดสู่ผู้บังคับใช้กฎหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;(บก.จร.)&nbsp;,&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริง&nbsp;เพื่อยกระดับความสามารถให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;เพิ่มความน่าเชื่อถือในผลการตรวจวัดและลดข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;สิ่งสำคัญเตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบและออกคำสั่งห้ามใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีเสียงดังเกินมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังขอความร่วมมือกับเจ้าของรถที่ใช้รถที่ผลิตและมีอุปกรณ์ส่วนควบ&nbsp;หรือท่อไอเสียในสภาพเดิมจากโรงงาน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาด้านเสียงดังรบกวน&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดค่ามาตรฐานและวิธีการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;โดยดาวน์โหลดคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์และคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ได้ทางเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;หรือ&nbsp;www.pcd.go.th&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;พันตำรวจเอกชัยณรงค์&nbsp;ทรัพยสาร&nbsp;ผู้ดำกับการ&nbsp;5&nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;(บก&nbsp;จร.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การนำเจ้าหน้าที่มาอบรมจะช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจวัดเสียงยานพาหนะ&nbsp;เนื่องมาจากที่ผ่านมามีกลุ่มเด็กแว๊นจักรยานยนต์เข้าไปขับรถและแข่งกันสร้างมลพิษทางเสียงในพื้นที่เขตพระราชทาน&nbsp;โดยเดิมตั้งด่านตรวจจับ&nbsp;แต่ครั้งนี้จะต้องลงไปดูแลควบคุมการตรวจจับอย่างเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;ซึ่งตามกฎหมายผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีเสียงเกินมาตรฐาน&nbsp;95&nbsp;เดซิเบล&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;มีโทษปรับตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425200314490
416	กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงเรื่องประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2565 ไม่เป็นความจริง	<p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่&nbsp;</strong>ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;&nbsp;ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนช่วงวันที่&nbsp;1-3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ไม่ได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;แต่เป็นข้อความจากบุคคลที่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง&nbsp;และไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล&nbsp;จึงทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงปลายฤดูร้อนและกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ซึ่งทำให้อากาศแปรปรวน&nbsp;โดยปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนนั้น&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องมีฝนตกชุกต่อเนื่องประกอบกับทิศทางลมระดับผิวพื้นถึงความสูง&nbsp;3.5&nbsp;กิโลเมตรจะเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;ซึ่งพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรขึ้นไป&nbsp;จะเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;จะทำการคาดหมายและประกาศ&nbsp;</strong>วันเริ่มต้นฤดูฝนให้ทุกคนทราบล่วงหน้า&nbsp;ผ่านเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์ภูมิอากาศต่อไป&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425205612505
417	เกษตรจังหวัดนครพนม แจ้งมาตรการการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต หากต้องการใช้ ต้องทดสอบความรู้ก่อน	"<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;โดยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;3&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1)&nbsp;การจำกัดการใช้&nbsp;การกำหนดฉลาก&nbsp;และภาชนะบรรจุ&nbsp;วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;</p><p>2)&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการผลิต&nbsp;การนำเข้า&nbsp;การส่งออก&nbsp;การมีไว้ในครอบครอง&nbsp;และกำหนดให้มีบุคลากร&nbsp;เฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย&nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;</p><p>3)&nbsp;การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งประกาศทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;มีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ใช้&nbsp;ผู้รับจ้างพ่น&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต&nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ต้องผ่านการอบรม&nbsp;และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;โดยในส่วนราชการสารพาราควอต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;นั้นไม่อนุญาตให้เกษตรกรใช้&nbsp;แต่ในส่วนของสารไกลโฟเซต&nbsp;นั้นได้มีการจำกัดการใช้ตามมาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;หากเกษตรกรที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารไกลโฟเซต&nbsp;จะต้องดำเนินการติดต่อเข้ารับการอบรมและทดสอบความรู้โดยตรงจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเข้าใจและมีความรู้ในการใช้สารที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรการที่ควบคุม</p><p><strong>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาราควอต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบสัมผัส&nbsp;และไม่เลือกทำลาย&nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;สารเข้าสู่ต้นพืชได้ทางใบและลำต้น&nbsp;มีกลไกการทำลายในพืชโดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสง&nbsp;ออกฤทธิ์ทำลายเฉพาะส่วนของพืชที่มีสีเขียว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบดูดซึม&nbsp;และไม่เลือกทำลาย&nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;โดยเข้าสู่เนื้อเยื่อสีเขียวของใบและลำต้นของวัชพืชโดยดูดซึมผ่านราก&nbsp;เหง้า&nbsp;ลำต้น&nbsp;ที่ทอดยาวตามพื้นที่&nbsp;เข้าสู่ระบบลำเลียงน้ำของพืช&nbsp;กลไกการทำงานของไกลโฟเซตคือ&nbsp;การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลอร์ไพริฟอส&nbsp;เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต&nbsp;ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายทั้งแมลงปากดูด&nbsp;แมลงปากกัด&nbsp;มีคุณสมบัติทั้งถูกตัวตายหรือสัมผัส&nbsp;กินตาย&nbsp;การซึมผ่านใบ&nbsp;และเป็นไอระเหย&nbsp;มีการใช้ประโยชน์ทั้งการพ่นสารทางใบ&nbsp;การใช้การพ่นหรือราดลงดิน&nbsp;รองก้นหลุม&nbsp;การฉีดเข้าต้นตามรูเจาะของแมลง&nbsp;หรือใช้สำหรับรักษาเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อป้องกันแมลงศัตรูในโรงเก็บ&nbsp;เช่น&nbsp;การคลุกเมล็ดพันธุ์&nbsp;และชุบกระสอบ&nbsp;การออกฤทธิ์เมื่อได้รับการสัมผัส&nbsp;กินหรือรับไอสาร&nbsp;โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส&nbsp;ในระบบประสาท&nbsp;ทำให้เกิดอาการชักและเป็นอัมพาตได้</p><p><br></p><p><strong>**&nbsp;หากเกษตรกรมีข้อสงสัย&nbsp;หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;หรือติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425205858511
418	อำนาจเจริญ จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร	"<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมมอบใบประกาศแต่งตั้งวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;และนำกล่าวปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งปล่อยคาราวานรถแห่ประชาสัมพันธ์&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาเกษตรกร&nbsp;บ้านโคกเลาะ&nbsp;ตำบลหนองแก้ว&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>นายพรเทพ&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;นายอำเภอหัวตะพาน&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงาน</strong>ในวันนี้ว่าตามที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาด้าน&nbsp;""อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่า&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;และการค้าชายแดนใต้มาตรฐานสากล""&nbsp;ในด้านการพัฒนาการเกษตรเน้นการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ได้,&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>แต่ยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ</strong>ปฏิบัติและความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;อันเนื่องมาจากการเผาตอซัง&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;และเศษซากพืชที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น&nbsp;เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;สภาพแวดล้อม&nbsp;และเศรษฐกิจอีกด้วย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ประมาณ&nbsp;หนึ่งแสนสี่หมื่นไร่หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;14&nbsp;เป็นพื้นที่ทำนาที่เข้าร่วมการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดการเผา&nbsp;</p><p><strong>การสร้างการตระหนักรู้ในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร</strong>จะช่วยให้เกษตรกรเข้าใจหลักการการผลิตพืชให้ได้มาตรฐานอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;รวมถึงสนับสนุนขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;""เมืองธรรมเกษตร&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เส้นทางการค้าสู่อาเซียน""&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช&nbsp;และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และเกิดความยั่งยืน&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดแนวทางในการจัดการดินเชิงพื้นที่&nbsp;วิถีอำนาจเจริญตามมาตรการ&nbsp;3&nbsp;ต้อง&nbsp;คือ&nbsp;ต้อง&nbsp;ร่วมมือกันไถกลบตอซังข้าว&nbsp;และหว่านพืชปุ๋ยสด&nbsp;(ถั่วพร้า)&nbsp;ต้องนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เช่น&nbsp;นำฟางข้าวมาทำวัสดุคลุมดิน&nbsp;เพาะเห็ดฟาง&nbsp;ทำปุ๋ยหมัก&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ต้องไม่&nbsp;เผาตอซังข้าวและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเด็ดขาด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;</strong>ในวันนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้พี่น้องเกษตรกรชาวหัวตะพานและทุกอำเภอในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน&nbsp;ไม่เผาตอซังข้าว&nbsp;โดยการไถกลบตอซัง&nbsp;และหว่านพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;มีกิจกรรมในงานประกอบด้วย&nbsp;การปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;มอบใบประกาศแต่งตั้งวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ปล่อยคาราวานรถแห่ประชาสัมพันธ์หยุดเผา&nbsp;กิจกรรมฐานเรียนรู้&nbsp;4&nbsp;ฐาน&nbsp;การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425210145516
419	เกษตรจังหวัดนครพนมเตือนเกษตรกรปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังแมลงดำหนามมะพร้าว พร้อมแนะวิธีรับมือ	<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>แจ้งเตือนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวให้ระวังแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;เนื่องจากบางพื้นที่พบการเข้าทำลาย&nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมะพร้าวและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเมื่อเริ่มพบใบมะพร้าวแห้งเหี่ยวสีน้ำตาล&nbsp;ให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&nbsp;ลักษณะการทำลาย&nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่สุดของมะพร้าวที่ยังไม่คลี่&nbsp;โดยซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่&nbsp;และจะย้ายไปกินใบอ่อนอีกใบหลังจากที่ใบเดิมคลี่ออก&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;เมื่อมีการทำลายรุนแรงหลายๆ&nbsp;ใบในแต่ละต้นจะมองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;ซึ่งชาวสวนมะพร้าว&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โรคหัวหงอก&nbsp;ระยะตัวหนอนสำคัญที่สุด&nbsp;เพราะทำลายได้รุนแรงกว่าตัวเต็มวัย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้งและขาดน้ำ</p><p><strong>การแพร่ระบาด&nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูสำคัญของพืชตระกูลปาล์ม</strong>พบระบาดรุนแรงในมะพร้าว&nbsp;ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่มีคุณภาพและมีปริมาณลดลง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ทัศนียภาพที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวขาดความสวยงามเนื่องจากมะพร้าวเป็นโรคหัวหงอก&nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวระบาดทำลายยอดมะพร้าวทั้งต้นเล็กและต้นสูงที่ให้ผลผลิตแล้วมักพบทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยในยอดเดียวกันเป็นจำนวนมากและในมะพร้าวที่ให้ผลแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก&nbsp;</p><p><strong>วิธีการป้องกันกำจัด&nbsp;ในมะพร้าวต้นเตี้ย&nbsp;ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินมาเก็บไข่&nbsp;หนอน&nbsp;</strong>และตัวเต็มวัยไปทำลาย&nbsp;ใช้ตัวห้ำ&nbsp;ตัวเบียน&nbsp;และเชื้อจุลินทรีย์&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงหางหนีบกินไข่&nbsp;หนอน&nbsp;และดักแด้&nbsp;ปล่อยแมลงหางหนีบ&nbsp;อัตรา&nbsp;200&nbsp;ตัวต่อไร่&nbsp;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;(Asecodeshipinarum)&nbsp;ช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;พฤติกรรมการเข้าทำลายของแตนเบียน&nbsp;เกิดจากเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในลำตัวของหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;หนอนแตนเบียนที่เกิดขึ้นภายในตัวแมลงดำหนามมะพร้าวฟักออกเป็นไข่ดูดกินของเหลว&nbsp;แล้วเข้าทำลายตัวแมลงในที่สุด&nbsp;ระยะการเจริญหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวถูกแตนเบียนทำลาย&nbsp;เติบโตตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัยประมาณ&nbsp;17-20&nbsp;วัน&nbsp;ปล่อยแตนเบียนอะซิโคเดส&nbsp;อัตรา&nbsp;5&nbsp;กก./ไร่&nbsp;ใช้เชื้อเมตตาไรเซียม&nbsp;หรือใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยและสลายตัวเร็ว&nbsp;เช่น&nbsp;คาร์บาริล&nbsp;(เซฟวิน&nbsp;85%&nbsp;wp)&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;กรัม&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้าพืชตระกูลปาล์ม&nbsp;ก่อนการเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดทุกครั้ง</p><p><strong>เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425211704535
420	กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ พร้อมระวังน้ำน้อยใน 3 แหล่งน้ำขนาดใหญ่	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ&nbsp;พร้อมระวังน้ำน้อยใน&nbsp;3&nbsp;แหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และน่าน&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,310&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426091109552
421	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่อง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;มีแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426095950564
422	คพ. เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบมาใช้แก้ปัญหาน้ำมันรั่วในประเทศและหาผู้กระทำผิด	"<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;และก้อนน้ำมันดิน&nbsp;พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;มาใช้แก้ปัญหาน้ำมันรั่วในประเทศและหาผู้กระทำผิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองจัดการคุณภาพน้ำ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้จัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางวิชาการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;""การจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;ก้อนน้ำมันดิน""&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหลจะช่วยให้การจัดการปัญหามลพิษเห็นผลมากขึ้น&nbsp;พร้อมพัฒนาศักยภาพการจัดการน้ำมันด้านต่างๆในประเทศไทย&nbsp;แล้วนำไปประยุกต์ใช้ป้องกันการเกิดน้ำมันรั่วไหล&nbsp;เนื่องจากปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันลงทะเลส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบริเวณชายหาดและก้อนน้ำมันดินตรงแนวชายฝั่งขึ้น&nbsp;กระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การประมง&nbsp;และการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องใช้เวลายาวนานฟื้นฟูให้กับคืนความสมบูรณ์&nbsp;ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถบ่งชี้แหล่งที่มาของการรั่วไหลหรือผู้ที่กระทำความผิดได้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;ได้พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;ถือเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันที่จะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันได้&nbsp;และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรฐานสากล&nbsp;ภาพรวมจากการสำรวจพบสาเหตุการรั่วไหลของน้ำมันในประเทศไทยระหว่างปี&nbsp;2516&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;เกิดจากอุบัติเหตุไม่ทราบสาเหตุสูงถึงร้อยละ&nbsp;35&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน&nbsp;เพื่อให้ผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยเฉพาะการจ่ายค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่สภาพเดิม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบันได้ใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;เพื่อเปรียบเทียบความเหมือนของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ต้องสงสัย&nbsp;โดยจะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันของประเทศไทยต่อไป&nbsp;แล้วจะตรวจสอบจากตัวชี้วัดทางชีวภาพที่คงทนและไม่เสื่อมสลายไปกับกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อย้อนกลับไปบ่งชี้แหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถนำมาจัดการมลพิษทางน้ำจากการรั่วไหลของน้ำมัน&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;และก้อนน้ำมันดินที่เกิดในประเทศให้ลดน้อยลง&nbsp;พร้อมร่วมกับประเทศต่างๆควบคุมการลักลอบการระบายน้ำมันและคราบน้ำมันลงสู่สิ่งแวดล้อมต่อไป</p>"	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426104309588
423	จังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรม น่าบ้าน น่ามอง  ร่วมกันทำความสะอาดหน้าบ้านและพื้นที่สาธารณะ	"<p><strong>ที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบางนางลี่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>นายขจร&nbsp;&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;น่าบ้าน&nbsp;น่ามอง&nbsp;&nbsp;ร่วมกันทำความสะอาด&nbsp;หน้าบ้านตนเอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ร่วมกันทำความสะอาดคลองบางแค&nbsp;อำเภออัมพวา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันทุกพื้นที่มีกิจกรรมลงแขกลงคลองทุกๆ&nbsp;เดือนอยู่แล้ว&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างต้นแบบให้กับประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง&nbsp;เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น&nbsp;อีกทั้งเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเมืองสะอาด&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างวินัยให้แก่คนในชุมชน&nbsp;ในการรักษาความสะอาดของหน้าบ้าน&nbsp;และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการกำจัดขยะ&nbsp;และลดปริมาณการทิ้งขยะในแต่ละวัน&nbsp;ตลอดจนช่วยกันรักษาความสะอาดถนน&nbsp;สถานที่สาธารณะ&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;กำจัดวัชพืช&nbsp;และสิ่งปฏิกูลในแม่น้ำลำคลอง&nbsp;และปรับสภาพภูมิทัศน์ในชุมชนให้สวยงาม&nbsp;ชุมชนน่าอยู่&nbsp;หน้าบ้านน่ามอง&nbsp;คลองสวยน้ำใสอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426104507590
424	กรมฝนหลวงฯ จัดอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ สำหรับบุคลากรของไทยและมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 25  28 เมษายน นี้ มุ่งเพิ่มพูนความรู้ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย	<p><strong>นายภักดี&nbsp;จันทร์เกษ&nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>โครงการฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;เสริมสร้างขีดความสามารถการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;และลดความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ&nbsp;สำหรับใช้บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของราษฎร&nbsp;โดยการอบรมครั้งนี้ช่วยเพิ่มพูนทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีฝนหลวง&nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของทั้งสองประเทศ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับมองโกเลีย&nbsp;และการอบรมครั้งนี้ได้มีนักวิชาการด้านอุตุนิยมวิทยาและการดัดแปรสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและติดตามสภาพอากาศแห่งประเทศมองโกเลีย&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;22&nbsp;คน&nbsp;และนักวิทยาศาสตร์&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเนื้อหาในการให้ความรู้ครั้งนี้ประกอบด้วย&nbsp;</strong>ประวัติความเป็นมาของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ประวัติของเทคโนโลยีฝนหลวง&nbsp;ขั้นตอนการปฏิบัติการฝนหลวงในประเทศไทย&nbsp;คุณลักษณะทางฟิสิกส์ของเมฆในประเทศไทย&nbsp;การเลือกเมฆเพื่อการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;การตัดสินใจเพื่อการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;การพัฒนาระบบประเมินผลการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ระบบประเมินพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;และวิธีการประเมินคุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;</p><p><strong>คาดหวังว่าการอบรมครั้งนี้บุคลากรของไทยและมองโกเลีย&nbsp;จะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศของประเทศตนเอง</strong>&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชน&nbsp;รวมถึงการสร้างเครือข่ายความมือด้านการดัดแปรสภาพอากาศระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศที่ได้น้อมนำแนวทางศาสตร์ฝนหลวงพระราชทาน&nbsp;เพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่ชาวต่างประเทศ</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426132054654
425	ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เข้าตรวจต่ออายุการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสําหรับสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก (GAP) โรงฟักชัยภูมิ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วานนี้&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เข้าตรวจต่ออายุการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสําหรับสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก&nbsp;(GAP)&nbsp;โรงฟักชัยภูมิ&nbsp;ของบริษัท&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;นายฐาภพ&nbsp;อำมาตย์&nbsp;ที่ตั้ง&nbsp;296&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.นาเสียว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พื้นที่สถานประกอบการ&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนไข่เข้าฟัก&nbsp;384,000&nbsp;ฟอง/สัปดาห์&nbsp;จำนวนลูกสัตว์ปีก&nbsp;288,000&nbsp;ตัว/สัปดาห์</p><p><strong>จากการเข้าตรวจพบว่าโดยรวมองค์ประกอบฟาร์มส่วนใหญ่เป็นไปตามหลักเกณฑ์&nbsp;</strong>แต่ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขเล็กน้อย&nbsp;เอกสารการบันทึกยังมีบางส่วนที่ไม่ครบถ้วน&nbsp;ไม่สามารถทวนสอบได้&nbsp;จึงได้แนะนำให้ผู้ประกอบการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ&nbsp;ให้แล้วเสร็จ&nbsp;แล้วรวบรวมรูปถ่ายพร้อมเอกสารส่งให้คณะผู้ตรวจฯ&nbsp;เพื่อส่งให้คณะผู้ตรวจรับรองประจำ&nbsp;สนง.ปศข.3&nbsp;พิจารณาให้การต่ออายุ&nbsp;GAP&nbsp;โรงฟักไข่สัตว์ปีก&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426112823617
426	แกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขอบคุณและให้กำลังใจ พลเอก ประวิตร ช่วยป้องกันการเอาเปรียบจากกลุ่มทุน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับนายสุพิท&nbsp;มีแก้ว&nbsp;ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมแกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม&nbsp;เข้าพบ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณ&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ได้ช่วยแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันให้มีเสถียรภาพมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;จนมูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก&nbsp;5&nbsp;หมื่นล้านบาทในปี&nbsp;2562&nbsp;เป็น&nbsp;1.1&nbsp;แสนล้านบาทในปี&nbsp;2564</p><p><strong>นาย&nbsp;สุพิทฯ&nbsp;กล่าวขอบคุณ</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;และคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ได้สานต่อแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันได้ลุล่วงทั้งระบบ&nbsp;ด้วยการรับฟังข้อมูล&nbsp;ปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มและเปิดการมีส่วนร่วมของเกษตรกรร่วมแก้ปัญหา&nbsp;พร้อมไปกับการป้องกันการกดราคาจากกลุ่มทุนใหญ่และผลักดันพลังงานทางเลือกจากปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพมากขึ้น&nbsp;พร้อมกับเสนอให้ช่วยผลักดันจัดทำโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ&nbsp;การติดตั้งมิเตอร์วัดคุณภาพน้ำมัน&nbsp;การควบคุมน้ำมันปาล์มลักลอบข้ามแดน&nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือบรรเทาราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นต่อไป</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กล่าวแสดงความขอบคุณ</strong>&nbsp;พร้อมย้ำว่ารัฐบาล&nbsp;โดยคณะกรรมการฯ&nbsp;พยามรักษาเสถียรภาพปาล์มน้ำมัน&nbsp;ด้วยการควบคุมสต๊อกและราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาด&nbsp;ส่งเสริมการส่งออกและถ่วงดุล&nbsp;รวมทั้งอยู่ระหว่างเร่งรัดจัดทำโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย&nbsp;ควบคู่กับการติดตั้งมิเตอร์วัดระดับน้ำมันปาล์ม&nbsp;เพื่อรักษาคุณภาพและควบคุมความถูกต้อง&nbsp;นอกจากนั้นได้ตั้งคณะทำงาน&nbsp;ดูแลในการยกร่าง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่ติดขัด&nbsp;พร้อมทั้งได้พยายามขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการในการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มต่างๆ&nbsp;ทั้งการผลิตเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อการส่งออกอีก&nbsp;8&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;จะผลักดันขับเคลื่อนกลไกปาล์มน้ำมันทั้งระบบ&nbsp;ร่วมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์มต่อไป&nbsp;เพื่อเสถียรภาพของปาล์มน้ำมันและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั้งประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426112347613
427	ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง	<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายสุรเดช&nbsp;สมิเปรม&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>และนางณัฐธัญ&nbsp;กาหลง&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่&nbsp;เข้าพบ&nbsp;นายวิระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;หารือข้อราชการด้านการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง&nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตร&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;จุดแรก&nbsp;เยี่ยมชม&nbsp;บริษัทอเนก&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ผลิตและจำหน่ายนกกระทาแบบครบวงจร&nbsp;ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;(นายอเนก&nbsp;สีเขียวสด)&nbsp;พร้อมด้วยประธานสภาเกษตร&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต.ป่างิ้ว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อ่างทอง&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหลายส่วน&nbsp;ในการจัดทำนวัตกรรมการทำไข่แดงเซ็นเตอร์&nbsp;ภายบ่ายตรวจเยี่ยม&nbsp;แปลงใหญ่ชะอม&nbsp;ต.โพธิ์รังนก&nbsp;อ.โพธิ์ทอง&nbsp;จ.อ่างทอง&nbsp;และดูงานแปลงชะอม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพยง&nbsp;คุ้มสกุลณี&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;180&nbsp;ไร่&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ทางกลุ่มเกษตรกรมุ่งเน้นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;และจัดหาช่องทางการตลาด&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนและการตอบรับจากส่วนราชการเป็นอย่างดี&nbsp;ผลผลิตยอดชะอม&nbsp;ทำเป็นธุรกิจมีการพัฒนา&nbsp;และมีช่องทางการตลาด&nbsp;มีรถห้องเย็นไปจัดส่งตลาดไท</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกภาคส่วนในพื้นที่บูรณาการร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และขอให้ปศุสัตว์จังหวัดและสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด&nbsp;บูรณาการร่วมกันในการจัดทำปุ๋ยจากมูลแพะ&nbsp;โดยเริ่มทดลองใช้ในโครงการแปลงใหญ่ชะอมภายใน&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426122802636
428	คนเลี้ยงหมูใต้ โอดแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ อุปสรรคเข้าเลี้ยงรอบใหม่ ซ้ำมีขบวนการลักลอบนำเข้าหมู เสี่ยงโรค-สารเร่ง-ทุบอุตสาหกรรมหมู	<p>นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพ นับตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคในสุกรที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรต้องเลิกเลี้ยง หรือหยุดการเลี้ยงไว้ก่อน แต่กลับต้องมีต้นทุนการป้องกันโรคอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถกลับมาเข้าเลี้ยงสุกรรอบใหม่ได้ และปัญหาสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ เกษตรกรขาดเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพ จากภาระหนี้สินสะสมตลอดเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา และหนักที่สุดในช่วงปีนี้ที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 98.81 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำใช้ ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการเลี้ยงยังประสบปัญหาอากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน เมื่อสัตว์ปรับตัวไม่ได้จึงมีอัตราเสียหายมากขึ้น ผลผลิตที่ได้ลดลง โดยเกษตรกรขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 96  98 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว ที่สำคัญทุกครั้งที่ราคาปรับตัวในระดับที่เกษตรกรผู้เลี้ยงพออยู่ได้ ภาครัฐจะเข้ามามีส่วนในการกำหนดราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของเกษตรกร</p><p><br></p><p><em>ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู กำลังมีทุกข์หนักเนื่องจากการเลี้ยงหมูต้องหยุดชะงักลง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะโรคระบาด เกษตรกรจึงไม่สามารถขอกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ เพราะคนเลี้ยงไม่มีรายได้และยังไม่มีหลักประกันในอาชีพ วันนี้เกษตรกรขาดที่พึ่ง แม้อยากทำอาชีพเลี้ยงหมูต่อก็ต้องมีอุปสรรคเพราะไม่มีต้นทุน การจะเริ่มการเลี้ยงหมูรอบใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากจากการต้องปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ได้มาตรฐาน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย บางรายที่พอมีแรงไปต่อก็ต้องอาศัยต้นทุนนจำนวนมากเพื่อการเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน หมูปลอดภัย ปลอดโรค&nbsp;ถ้ายังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็ยิ่งกระทบกับปริมาณหมูที่ลดลงมากยิ่งขึ้น เท่ากับความมั่นคงทางอาหารโปรตีนของประเทศก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยเช่นกัน เกษตรกรจึงขอความเห็นใจจากธนาคารและภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหานี้</em> นายปรีชา กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มี กลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ เข้ามาสวมเป็นสุกรไทย จำหน่ายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย ทั้งในแง่เศรษฐกิจ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีอากร และความเสี่ยงของผู้บริโภคจากสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรกว่า 2 แสนราย และเกษตรกรในห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ก็มีความเสี่ยงในอาชีพจากกลไกสินค้าที่ถูกบิดเบือนจากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ต่างประเทศดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งกวาดล้างขบวนการนี้ให้หมดไปโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หากเกษตรกรเลี้ยงสุกรต้องล่มสลาย จากการไม่มีต้นทุนซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ และเนื้อสุกรลักลอบนำเข้าที่เข้ามาตีตลาดสุกรไทย ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างแน่นอน</p>	2022-04-26T00:00:00	NULL	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426120551626
429	เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมเก็บขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดชายหาด เนื่องในวันสถาปนาสภากาชาดไทย ครบ 129 ปี	<p><strong>วันนี้&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นางสุภาเพ็ญ&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;</strong>นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกิจกรรมเก็บขยะ&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดชายหาด&nbsp;เนื่องในวันสถาปนาสภากาชาดไทย&nbsp;ครบ&nbsp;129&nbsp;ปี&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะธารา&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;มีระยะทางประมาณ&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;สาเก็บขยะได้ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสุภาเพ็ญ&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ดำเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากลและเป็นองค์การสาธารณกุศลระดับชาติคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน&nbsp;ถือกำเนิดขึ้นในรัตนโกสินทรศก&nbsp;112&nbsp;ขณะนั้นได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างสยามกับฝรั่งเศส&nbsp;เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง&nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&nbsp;วิกฤตการณ์&nbsp;&nbsp;ร.ศ.112&nbsp;เหตุการณ์ทวีความรุนแรงจนเกิดการสู้รบและส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก&nbsp;แต่ไม่มีองค์กรการกุศลใด&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือและให้การรักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บเหล่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ท่านผู้หญิงเปลี่ยน&nbsp;ภาสกรวงศ์&nbsp;จึงได้ชักชวนและรวบรวมสตรีอาสาสมัคร</strong>&nbsp;เรี่ยไรทุนทรัพย์&nbsp;จัดตั้งสภาอุณาโลมแดง&nbsp;เพื่อจัดซื้อยา&nbsp;สิ่งของที่ควรแก่การพยาบาลทหารและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บต่อมา&nbsp;เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท&nbsp;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง&nbsp;สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม&nbsp;&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;ร.ศ.112&nbsp;หรือพุทธศักราช&nbsp;2436&nbsp;ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาสภากาชาดไทย&nbsp;ภายหลังชื่อ&nbsp;สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม&nbsp;ได้เปลี่ยนชื่อเป็น&nbsp;สภากาชาดสยาม&nbsp;&nbsp;ในปี&nbsp;2449&nbsp;และเปลี่ยนชื่อเป็น&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2482&nbsp;จวบจนปัจจุบัน&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สภากาชาดไทยครบรอบ&nbsp;129&nbsp;ปี&nbsp;ยังคงสร้างความเชื่อมั่นและดำเนินการภายใต้พันธกิจหลัก&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย&nbsp;การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย&nbsp;การบริการโลหิต&nbsp;และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักการกาชาดสากล&nbsp;7&nbsp;ประการ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;มนุษยธรรม&nbsp;ความไม่ลำเอียง&nbsp;ความเป็นกลาง&nbsp;ความเป็นอิสระ&nbsp;บริการอาสาสมัคร&nbsp;ความเป็นเอกภาพ&nbsp;และความเป็นสากล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการดำเนินงานที่ผ่านมาในรอบปีของสำนักงานเหล่ากาชาด</strong>จังหวัดกระบี่ได้มีการช่วยเหลือการบรรเทาทุกข์&nbsp;ภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;วาตภัย&nbsp;&nbsp;อุทกภัย&nbsp;และ&nbsp;covid-19&nbsp;โดยเฉพาะโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ทางสภากาชาดไทยถึอว่าเป็นภัยอันดับหนึ่งที่ประชาชนเดือดร้อนเมื่อมีการกักตัว&nbsp;การรักษาตัว&nbsp;ก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือทันที&nbsp;นอกจากนี้ยังมีในเรื่องการบริจาคโลหิตในสภาวะที่โลหิตขาด&nbsp;ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนทำให้สภาวะขาดแคลนเลือดเบาบางลง&nbsp;ในส่วนของโครงการพระราชดำริทางเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ได้เข้าไปสนับสนุนในทุกๆโครงการด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426130929648
430	เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ให้คำแนะนำการกำจัดเพลี้ยหอยในสวนทุเรียน ตำบลนาโยงเหนือ	<p><strong>นางสาวรัชนี&nbsp;นิลละออ&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวนงลักษณ์&nbsp;เงารัตนพันธิกุล&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;(อกม.&nbsp;ม.5&nbsp;ต.นาโยงเหนือ)&nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของ&nbsp;ร.ต.ทักษิณ&nbsp;สัมฤทธิ์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ม.5&nbsp;ต.นาโยงเหนือ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากนายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;พบการเข้าทำลายของเพลี้ยหอยในสวนทุเรียน&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;อายุ&nbsp;2-4&nbsp;ปี&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;1.5&nbsp;ไร่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบว่าลักษณะการเข้าทำลาย</strong>&nbsp;เข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณ?ใต้ใบทุเรียน&nbsp;ทำให้ใบเหลืองเป็นจุดๆ&nbsp;ที่หน้าใบ&nbsp;ใบทุเรียนจะโทรมแห้งและร่วงหล่นใต้โคน&nbsp;เบื้องต้นเกษตรกรได้ฉีดพ่นสารเคมี&nbsp;ชื่อสามัญ&nbsp;อะซีทามิพริด&nbsp;ช่วยลดปริมาณเพลี้ยหอยลงได้ในระยะแรก&nbsp;แต่ยังคงมีการเข้าทำลายหลังจากใช้ไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ได้แนะนำให้ใช้สารป้องกันกำจัด&nbsp;ในกลุ่มปิโตเลียมออยต์&nbsp;และไวต์ออยต์&nbsp;ปริมาณการใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก&nbsp;พร้อมแนะนำให้ตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มในแปลงทุเรียน&nbsp;เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก&nbsp;เป็นการลดความชื้น?&nbsp;เพิ่มแสงสว่างส่องถึงทรงพุ่ม&nbsp;จัดเก็บใบที่ร่วงหล่นใต้โคนทำลายนอกแปลง&nbsp;และควรหมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426140432675
431	เกษตรกรในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ปลูกสละสุมาลีสร้างรายได้กว่า 350,000 บาทต่อปี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละสุมาลีของนายสังคม&nbsp;ทองโอ&nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าวมีพื้นที่ปลูกสละประมาณ&nbsp;3-3-0&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>อายุประมาณ&nbsp;3.6&nbsp;ปี&nbsp;และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากผสมเกสร&nbsp;220&nbsp;วัน&nbsp;(ความหวานอยู่ในช่วงที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของตลาด)&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยต่อปีประมาณ&nbsp;352,000&nbsp;บาท&nbsp;และได้สาธิตวิธีการผสมเกสรสละ&nbsp;แต่เกษตรกรมีปัญหาเชื้อราเข้าทำลายผลสละ&nbsp;เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกสลับกับแดดจัด&nbsp;เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุโรคผลเน่าเละของสละสุมาลี&nbsp;ซึ่งผลสละที่มีเชื้อราเข้าทำลาย&nbsp;จะมีอาการคือเปลือกผลสละจะมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ&nbsp;เน่าลามทั้งผล&nbsp;พบเส้นใยบนผลเมื่อมีความชื้นสูง&nbsp;เนื้อภายในผลเริ่มแรกเป็นแผลสีน้ำตาลและเน่าเละเป็นสีน้ำตาลถึงดำ&nbsp;ซึ่งสร้างความเสียหายให้เเก่เกษตรกรค่อนข้างสูง&nbsp;จึงได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาทุก&nbsp;ๆ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยใช้ในอัตราดังนี้&nbsp;&nbsp;-ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;ต้นละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม,&nbsp;-&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำสะอาด&nbsp;100-200&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำให้มีการแขวนช่อผลผลิตสละให้สูงจากพื้นดิน&nbsp;เพื่อลดการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช&nbsp;สนใจเยี่ยมชมสวนสละสุมาลี&nbsp;หรือสั่งซื้อผลผลิตสละได้ที่&nbsp;คุณสังคม&nbsp;ทองโอ&nbsp;โทร.&nbsp;099-3864179</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	NULL	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426143000702
432	จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;250&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;82&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,083&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,291&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,561&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;และตาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,870&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;585&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;383&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426140324674
433	ขนผลไม้คุณภาพส่งออกนานาชนิดจากสวนเกษตรกรถึงมือผู้บริโภค	<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลผลไม้ไทย&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ส่งตรงจากสวน&nbsp;ที่แม็คโคร&nbsp;สาขาสามเสน&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;&nbsp;และผู้แทนเกษตรกร&nbsp;กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการผลไม้ฤดูการผลิต&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผลผลิตจากผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ที่จะมีผลผลิตออกมาประมาณ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เป็นทุเรียน&nbsp;7&nbsp;แสนตัน&nbsp;เงาะ&nbsp;2.1&nbsp;แสนตัน&nbsp;และมังคุด&nbsp;2.1&nbsp;แสนตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;1.8&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;โดยมีแหล่งผลิตสำคัญคือ&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;ซึ่งถือเป็นฤดูกาลใหญ่ฤดูกาลแรกของปี&nbsp;จากนั้นจะเป็นลำไยภาคเหนือ&nbsp;ลงไปที่ผลไม้ภาคใต้&nbsp;และจะวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งที่ลำไยของภาคตะวันออก</p><p><strong>สำหรับโครงการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค</strong>&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;18&nbsp;มาตรการที่ทาง&nbsp;Fruit&nbsp;Board&nbsp;กำหนดไว้&nbsp;โดยจะส่งเสริมให้มีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากเดิมคือ&nbsp;จะส่งออก&nbsp;70%&nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&nbsp;30%&nbsp;แต่ปีนี้กำหนดเป้าหมายใหม่คือ&nbsp;ให้มีการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;40%&nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศจีน&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้ใหญ่ที่สุดของไทย&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการในการสร้างรายได้อย่างมั่นคง&nbsp;จึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่นี้ขึ้นมา&nbsp;ซึ่งโครงการการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิต&nbsp;สู่ผู้บริโภคนี้&nbsp;จะเป็นการนำผลไม้คุณภาพระดับส่งออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค&nbsp;ในราคาที่สมเหตุสมผล&nbsp;โดยมาจากสวนของเกษตรกรโดยตรง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อโควิด&nbsp;ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพแล้ว&nbsp;ยังถือเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรของไทยด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426142346692
434	สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังร่วมกับคณะกรรมการแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ จัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565	<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อประเมินการจัดชั้นคุณภาพและกำหนดแนวทาง</strong>การพัฒนา/ปรับปรุงการดำเนินงานของแปลงใหญ่แต่ละแปลง&nbsp;และเพื่อทราบผลการดำเนินงานและได้องค์ความรู้การของแปลงใหญ่ภายหลังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;โดยให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ได้มีส่วนร่วมในการประเมินการจัดชั้นคุณภาพและหาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานของกลุ่ม&nbsp;เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารจัดการกลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426143807707
435	สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน ตำบลนาท่ามเหนือ พร้อมเปิดช่องทางการขายใหม่	<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เยี่ยมเยียน&nbsp;และติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน&nbsp;&nbsp;แปลงทุเรียน&nbsp;นายสมชาย&nbsp;สมาธิ&nbsp;และนางอารมณ์&nbsp;สมาธิ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งได้โค่นยางพาราจำนวน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;300&nbsp;ต้น&nbsp;ในปี&nbsp;2560&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันแปลงทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จากการติดตา</strong>มสถานการณ์ทุเรียนระยะผลอ่อน&nbsp;และพัฒนาผล&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ระยะพัฒนาผลให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;ลูก&nbsp;เก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;ในส่วนระยะผลอ่อนให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;2000&nbsp;ลูก&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณสิงหาคม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังได้ดำเนินการถ่าย</strong>จัดทำวิดิโอเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการดูและ&nbsp;จัดการสวนทุเรียนให้มีคุณภาพ&nbsp;และหากสนใจทุเรียนทางสวนยินดีรับเปิดจองทุเรียนล่วงหน้า&nbsp;โดยสามารถเปิดจองผ่าน&nbsp;เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ได้อีกช่องทางหนึ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426144113710
436	จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีพุทธศักราช 2565	<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;โดยทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สร้างความประทับใจแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ&nbsp;การจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;นักศึกษา&nbsp;นักเรียน&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426154815754
437	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นทำให้ตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาประมาณ&nbsp;5.9&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426155215760
438	พร้อมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทย	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ในปีนี้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี&nbsp;2&nbsp;พิธีรวมกันคือ&nbsp;พระราชพิธีพืชมงคล&nbsp;เป็นพระราชพิธีทางสงฆ์&nbsp;โดยจะประกอบพระราชพิธี&nbsp;ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;ในพระบรมมหาราชวัง&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย</p><p><strong>สำหรับในวันถัดมาของการประกอบพระราชพิธีคือ</strong>&nbsp;พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;(วันไถหว่าน)&nbsp;อันเป็นพิธีพราหมณ์จะประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มณฑลพิธีท้องสนามหลวง&nbsp;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี&nbsp;หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี&nbsp;ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา</p><p><strong>สำหรับในปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาคือ&nbsp;นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เทพีคู่หาบทอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวณัฐชยา&nbsp;ศรีสุขสวัสดิ์&nbsp;นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;และนางสาวอาทิตยา&nbsp;ทองแกมแก้ว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เทพีคู่หาบเงิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวกันยารัตน์&nbsp;เศวตนันทิกุล&nbsp;นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนางสาวชลธิชา&nbsp;ทองอ่อน&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;พระโคแรกนา&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระโคพอและพระโคเพียง&nbsp;พระโคสำรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระโคเพิ่ม&nbsp;และพระโคพูล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปีนี้&nbsp;กรมการข้าว</strong>&nbsp;ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืช&nbsp;ซึ่งนำมาใช้ในงานพระราชพิธีฯ&nbsp;โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกในฤดูนาปี&nbsp;2564&nbsp;โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดามาใช้ในงานพระราชพิธีฯ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าวนาสวน&nbsp;6&nbsp;พันธุ์&nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น&nbsp;1,728&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และจัดเป็น&nbsp;พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน&nbsp;บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร&nbsp;ประชาชนผู้สนใจ&nbsp;และชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;</strong>และภายใต้มาตรการป้องกันควบคุม&nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเดินทางมายังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนยังสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ&nbsp;ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426192220887
439	"อบจ.กำแพงเพชร จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้สูงอายุ เข้าศึกษาดูแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทึ่ ""สวนเกษตรลุงฮุย  สวนทุเรียนแห่งแรกในกำแพงเพชร"	"<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายสุนทร&nbsp;รัตนากรนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;น.ส.ดาหวัน&nbsp;อินทพงษ์&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรนำคณะศึกษาดูงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้สูงอายุในเขตพื้นที่อำเภอพรานกระต่ายจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เดินทางมาศึกษาและดูงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวนเกษตรลุงฮุย&nbsp;ซึ่งมีนายวศิน&nbsp;ศรีงาม&nbsp;ทายาทลุงฮุยให้การต้อนรับและอธิบายถึงแนวทางการปลูกทุเรียนท่ามกลางความเสี่ยง&nbsp;""ปลูกอย่างไร?&nbsp;ถึงจะรอด&nbsp;ซึ่งทำให้ผู้ที่เข้าร่วมศึกษาดูงานได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสวนเกษตรลุงฮุยเป็นสวนเกษตรที่ได้ทำการปลูกทุเรียนและเงาะ&nbsp;</strong>เป็นสวนแห่งแรกของจังหวัดกำแพงเพชรโดยมีอายุกว่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีนายฮุย&nbsp;จันทร์เจริญ&nbsp;ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วได้ริเริ่มทดลองทำการปลูกทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;มะไฟ&nbsp;มังคุด&nbsp;ชมพู่&nbsp;ลองกอง&nbsp;กระท้อน&nbsp;รวมกว่า&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;21&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;2&nbsp;บ้านหนองกรด&nbsp;ตำบลสระแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;และในระหว่างช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;จะมีลูกค้าทั้งภายในและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชมสวนวันละนับร้อยคน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน&nbsp;เยาวชนตลอดจนผู้สนใจได้มาศึกษาดูงานเรียนรู้ด้านการเกษตรพืชสวนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.กำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426160906768
440	กรมปศุสัตว์ คัดเลือกพระโคเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ	<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;กล่าวถึงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี&nbsp;สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิต&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกโค</strong>&nbsp;เพื่อเป็นพระโคตามหลักเกณฑ์&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี&nbsp;รูปร่างสมบูรณ์&nbsp;มีความสูงไม่น้อยกว่า&nbsp;150&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า&nbsp;120&nbsp;ซ.ม.ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า&nbsp;180&nbsp;ซ.ม.&nbsp;โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน&nbsp;ผิวสวย&nbsp;ขนเป็นมัน&nbsp;กิริยามารยาทเรียบร้อย&nbsp;ฝึกง่าย&nbsp;สอนง่ายไม่ดุร้าย&nbsp;เขาลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน&nbsp;ตาแจ่มใส&nbsp;หูไม่มีตำหนิ&nbsp;หางยาวสวยงามดี&nbsp;มีขวัญหน้า&nbsp;ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้อง&nbsp;มีขาและกีบข้อเท้าแข็งแรง&nbsp;มองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม</p><p><strong>ในปีพ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</strong>กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;2&nbsp;คู่&nbsp;เป็นพระโคแรกนาขวัญ&nbsp;1&nbsp;คู่&nbsp;คือ&nbsp;พระโคพอ&nbsp;มีความสูง&nbsp;165&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;225&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;214&nbsp;ซ.ม.&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พระโคเพียง&nbsp;มีความสูง&nbsp;169&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;238&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;209&nbsp;ซ.ม.&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พระโคสำรอง&nbsp;1&nbsp;คู่&nbsp;คือ&nbsp;พระโคเพิ่ม&nbsp;มีความสูง&nbsp;159&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;233&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;201&nbsp;ซ.ม.&nbsp;อายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;พระโคพูล&nbsp;มีความสูง&nbsp;157&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;238&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;205&nbsp;ซ.ม.อายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน&nbsp;มีสีผิวขาวอมชมพู&nbsp;ขนสีขาวสะอาด&nbsp;ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ&nbsp;หรือสีอื่นบนลำตัว&nbsp;เขามีสีขาว&nbsp;เป็นลำเทียน&nbsp;เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม&nbsp;ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน&nbsp;ขนตาสีชมพู&nbsp;บริเวณจมูกขาว&nbsp;กีบสีขาว&nbsp;ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว&nbsp;ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;เวลายืนและเดินสง่า</p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;ดำทะมิส&nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคพอ</strong>&nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;และนายอาคม&nbsp;วัฒนากูล&nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพียง&nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ใช้เป็นพระโคแรกนาขวัญประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;นายทฤษดี&nbsp;ชาวสวนเจริญ&nbsp;อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพิ่ม&nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;และนายวิจารณ์&nbsp;ภุกพิบูลย์&nbsp;มอบพระโคพูลให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426192921898
441	จังหวัดสงขลา ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เรียนรู้การขายสินค้าในตลาดออนไลน์และวิธีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ	<p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เรียนรู้การขายสินค้า</strong>ในตลาดออนไลน์และวิธีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในฤดูกาลผลไม้ที่จะมาถึงนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลาได้จัดอบรมการพัฒนาศักยภาพด้านตลาดออนไลน์&nbsp;&nbsp;และการส่งออกสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;โรงแรมบุรีศรีภูฯ&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;โดย&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;เมื่อวันที่26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก&nbsp;ปี2565&nbsp;เพื่อบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;อย่างเป็นระบบ&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;มาตรการโดยกำหนดให้มีการจัดอบรมความรู้แก่เกษตรกรในเรื่อง&nbsp;การค้าออนไลน์เพื่อจำหน่ายผลไม้โดยตรงแก่ผู้บริโภค&nbsp;และความรู้เกี่ยวกับการส่งออกเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ส่งผลกระทบหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;การดำเนินชีวิตประจำวัน&nbsp;โดยเฉพาะภาคการส่งออก&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกกำลังออกสู่ตลาด&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;แต่เนื่องจากการส่งออกในต่างประเทศขณะนี้&nbsp;โดยเฉพาะประเทศจีนมีอุปสรรคในการขนส่งเป็นอย่างมาก&nbsp;เช่นการปิดด่าน&nbsp;(ตงซิง)&nbsp;รถขนส่งผลไม้ต้องปลอดโควิด&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่เพียงพอเป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยในส่วนของจังหวัดสงขลา&nbsp;มีพื้นที่ปลูกผลไม้หลักที่สำคัญทางเศรษฐกิ</strong>จ&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนมังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;อำเภอจะนะอำเภอสะเดา&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;อำเภอคลองหอยโข่ง&nbsp;อำเภอรัตภูมิ&nbsp;ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม&nbsp;ในเรื่องการตลาดเช่นเดียวกัน&nbsp;เมื่อไม่สามารถดำเนินการแบบปกติได้&nbsp;ก็ต้องปรับวิธีการค้าใหม่&nbsp;ซึ่งทางกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงมากพานิชย์&nbsp;ได้มอบโอกาสดีๆ&nbsp;ให้กับเกษตรกรในครั้งนี้&nbsp;จะได้มีการพัฒนาตลาดการค้าออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;การซื้อสินค้า&nbsp;เครื่องใช้ต่างๆ&nbsp;ผ่านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;เช่นลาซาด้า&nbsp;ช้อปปี้&nbsp;หรือเจดีเซ็นทรัล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426164323812
442	เกษตรจังหวัดภูเก็ต เชิญชมและเลือกซื้อสินค้า ผ่านตลาดเกษตรกรออนไลน์ เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง เพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรได้กระจายผลผลิต ในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก	<p><strong>นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ได้ร่วมจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ในโครงการส่งเสริมตลาดออนไลน์ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี&nbsp;สามารถจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;และเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรกระจายผลผลิต&nbsp;ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;และสามารถนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง</p><p><strong>อีกทั้งวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้าน&nbsp;การแนะนำแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรในช่องทางออนไลน์&nbsp;จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ในรูปแบบของเว็บไซต์ชื่อ&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ภายใต้สโลแกน&nbsp;เกษตรกรจริงจริง&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;เพียงคุณสั่ง&nbsp;เราพร้อมส่ง&nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล&nbsp;และช่องทางการติดต่อซื้อขายสินค้าเกษตรแบบออนไลน์&nbsp;ที่ผ่านการคัดสรรจากคณะทำงานโครงการส่งเสริมตลาดออนไลน์ระดับจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วยสินค้าเกษตรจำนวน&nbsp;9&nbsp;หมวด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวและธัญพืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;อาหารแปรรูปและเครื่องดื่มสมุนไพรและเครื่องสำอาง&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์&nbsp;และสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้คัดเลือกสินค้าคุณภาพดี</strong>&nbsp;จากเกษตรกร/องค์กรเกษตรกร,&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;,&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer,&nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชาดาวอินคา&nbsp;,น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น,&nbsp;ก้อนเห็ดอินทรีย์&nbsp;และ&nbsp;สับปะรดภูเก็ต&nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายผ่านระบบ&nbsp;online&nbsp;ในโครงการนี้</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน&nbsp;เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์</strong>ตลาดเกษตรกรออนไลน์&nbsp;เพียงค้นหาด้วยการพิมพ์คำว่า&nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ก็จะสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพดี&nbsp;ผลิตจากใจเกษตรกรตัวจริง&nbsp;พร้อมส่งถึงบ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426163628803
443	สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 สำรวจและประเมินสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและประเมินการบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;อำเภอบัวใหญ่&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พบว่ายังมีขยะสะสมตกค้าง&nbsp;และขยะปลิว&nbsp;โดย&nbsp;อปท.&nbsp;มีแผนยกระดับพัฒนาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และดำเนินการกลบขยะสะสมในพื้นที่&nbsp;สสภ.11&nbsp;จึงได้&nbsp;มีข้อเสนอแนะในเบื้องต้น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>(1)&nbsp;ให้ดำเนินการฝังกลบขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะเพื่อป้องกันมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;</p><p>(2)&nbsp;ดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนให้ถูกต้อง&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;งดเผาขยะมูลฝอย&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มาทิ้งขยะ&nbsp;เข้าใจถึงปัญหา&nbsp;รวมทั้งหมั่นตรวจตราดูแลสถานที่กำจัดขยะ&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบเผาขยะ&nbsp;และเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426205641945
444	สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามตรวจสอบ และประเมินประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบ&nbsp;และประเมินประสิทธิภาพการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;เทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;อำเภอบัวใหญ่&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;</strong>สามารถรองรับน้ำเสียได้วันละ&nbsp;3,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ปัจจุบันมีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ&nbsp;2,780&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;92.66&nbsp;ของที่ออกแบบไว้&nbsp;จากการติดตามประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;มีการเดินระบบปกติ&nbsp;น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วปล่อยลงสู่ห้วยลึก&nbsp;และห้วยกสิกรรม&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ได้ให้ข้อเสนอแนะในการวางท่อรวบรวมน้ำเสียให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เขตการปกครอง&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการจัดการน้ำเสียเพียง&nbsp;5.5&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานระบบบำบัดน้ำได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเสนอให้เทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;เก็บข้อมูลด้านพลังงาน&nbsp;และข้อมูลด้านป่าไม้เพื่อเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(LESS)&nbsp;สร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426205824947
445	จ.สุรินทร์  ลงพื้นที่ติดตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์ ณ อำเภอกาบเชิง	<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.20&nbsp;น.&nbsp;นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอกาบเชิงเยี่ยมชม&nbsp;ทุเรียนเมืองช้าง&nbsp;ทุเรียนอินทรีย์คุณภาพของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สวนเกษตรผสมผสาน&nbsp;ลุงสงวน-ป้าแสงจันทร์&nbsp;ศาลางาม&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;78&nbsp;บ้านโนนทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโคกตะเคียน&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>ลุงสงวน&nbsp;ศาลางาม&nbsp;คือหนึ่งในเกษตรกรผู้ริเริ่มการปลูกทุเรียนในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>จากพื้นที่ทำเกษตรทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแต่เดิมปลูกข้าว&nbsp;แต่ผลผลิตไม่ดี&nbsp;ขายไม่ได้ราคา&nbsp;ต่อมาเมื่อปี&nbsp;2554&nbsp;ได้หันมาทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองประมาณ&nbsp;8&nbsp;ต้น&nbsp;โดยนำพันธุ์มาจากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเป็นการลองผิดลองถูก&nbsp;ปรากฏว่าต้นทุเรียนเติบโตได้ดีจนออกลูกให้เก็บได้ในปีแรกนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ลูก&nbsp;และสามารถจำหน่ายได้&nbsp;จึงตั้งใจจะปลูกทุเรียนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งนอกจากทุเรียนแล้ว&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;ของนายสงวน&nbsp;ศาลางาม&nbsp;ยังปลูกพืชไร่และผลไม้อื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วย&nbsp;อ้อย&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;อินทผาลัม&nbsp;น้อยหน่า&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ซึ่งแต่ละชนิดก็กำลังเจริญเติบโตคาดว่าจะให้ผลผลิตในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426224920948
446	เกษตรยะลา ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวในกล้วย	<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรามัน&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวในกล้วย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านปาแตรายอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเกะรอ&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการจัดการการระบาดโรคเหี่ยวในกล้วย&nbsp;ทั้งการปลูกในแปลงเดิมและการปลูกในแปลงใหม่&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;แนะนำเรื่องสารชีวภัณฑ์และการจัดการศัตรูพืชในทุเรียน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427090820963
447	ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427091951968
448	กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,160&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;อย่างกรมชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;พร้อมติดตามสภาพอากาศ&nbsp;สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;แม่น้ำสายหลักต่างๆ&nbsp;,&nbsp;ตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;แล้วเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&nbsp;เร่งเก็บขยะและวัชพืชในเขตบางเขน&nbsp;มีนบุรี&nbsp;คลองสามวา&nbsp;และบางคอแหลม&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพร้อมรับมือฝน</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427092241969
449	จังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม	<p><strong>ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียคลองวัดประดู่&nbsp;โดยมีพันเอกจิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด,นายอนุกูล&nbsp;เรือนแก้ว&nbsp;ปลัดจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะทำงานด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการ,คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย,คณะทำงานการกำจัดตะกอนที่ตกค้างสะสมในคลอง,คณะทำงานด้านการกำจัดผักตบชวา,คณะทำงานด้านการตรวจสอบแหล่งน้ำเสีย,คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และคณะทำงานด้านติดตามและประเมินผล</p><p><strong>โดยที่ประชุมให้คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย</strong>&nbsp;เพิ่มจำนวน&nbsp;จุดตรวจคุณภาพน้ำจากเดิม&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ตรงบริเวณคลองจอมประทัด&nbsp;และคลองบางนางสูญ&nbsp;เพื่อนำน้ำมาวิเคราะห์คุณภาพ&nbsp;ส่วนด้านการกำจัดตะกอนเลนที่ตกค้างและสะสมในคลอง&nbsp;ผลจากการทดลองของกรมชลประทานนำเรือเครื่องจักรกลและเรือดูดเลนของภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ผลปรากฏว่าเรือดูดเลนของภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถดูดเลนได้ปริมาณที่มากกว่าและใช้แรงงานน้อยกว่า&nbsp;ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า&nbsp;ด้านการกำจัดวัชพืชจากการสำรวจตั้งแต่ปากคลองวัดประดู่จนถึงเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรี&nbsp;มีจุดที่ผักตบชวาหนาแน่นถึง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ทั้งนี้ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การตรวจค่าน้ำถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก&nbsp;เพื่อเราจะได้วิเคราะห์ว่าคุณภาพน้ำแต่ละจุดมีค่าแบคทีเรียมาจากกลุ่มใด&nbsp;จากพืชหรือสัตว์เลือดอุ่น&nbsp;เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมการประชุมครั้งต่อไปขอให้ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;8&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ประสานความร่วมมือกัน&nbsp;พร้อมทั้งแจ้งว่าการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;หน่วยงานใดมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&nbsp;ขอให้นำตัวอย่างหรือรายละเอียดมานำเสนอด้วยเพื่อจะร่วมกันพิจารณานำไปแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427101814982
450	จ.ระยอง ออกมาตรการด้านความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ในผลไม้ส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>ออกคำสั่งจังหวัดระยอง&nbsp;เรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยจากเชื้อโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในผลไม้เพื่อการส่งออกของจังหวัดระยอง&nbsp;หลังจากพบการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในตู้สินค้าและบรรจุภัณฑ์ผลไม้ที่ส่งออกไปยังประเทศจีนเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา&nbsp;จนส่งผลให้มีการระงับการส่งออกผลไม้บริเวณด่านชายแดนจีน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13-15&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;ของจีน&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายและกระทบด้านความเชื่อมั่นต่อผลไม้ส่งออกในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จึงกำหนดมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;Rayong&nbsp;Fruit&nbsp;(ZCRF)&nbsp;โดยให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ส่งออก&nbsp;ล้งรับซื้อผลไม้&nbsp;ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งผลไม้&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;หากพบการติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ให้ทราบทันที&nbsp;ก่อนจัดเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อลงพื้นที่สุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ในผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืน&nbsp;ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&nbsp;อาจมีความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคติดต่อ&nbsp;</strong>และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;มาตรา&nbsp;18&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427104713990
451	นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว ระบุ แก้ปัญหาข้าวมีความคืบหน้า 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า&nbsp;ขอขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมแก้ปัญหาเรื่องข้าวกันมาตลอดหลายปี&nbsp;ทำให้หลายอย่างมีความคืบหน้า&nbsp;โดยยังคงต้องทำต่อไปและต้องมีการปรับเปลี่ยน&nbsp;ซึ่งคิดว่าทุกคนคงเข้าใจกันดีว่าเป็นภาระอันหนักที่ต้องดูแลประชาชนและเกษตรกรชาวนาให้สามารถอยู่ได้&nbsp;เพราะวันนี้ก็มีสถานการณ์หลายอย่าง&nbsp;ที่เพิ่มผลกระทบเข้ามาทั้งในเรื่องของแรงงาน&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;และสถานการณ์สงครามความขัดแย้ง&nbsp;ซึ่งแต่ละปัญหามีความยากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;แต่ยังคงเชื่อมั่นว่า&nbsp;คณะกรรมการทุกคนจะหาวิธีการที่เหมาะสมให้ดีที่สุด&nbsp;ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีการพัฒนาพอสมควร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190323255
452	สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรคราม ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จัดสัมมนาระบบ QR trace on cloud ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรมาตรฐานและตลาดไร้คนกลาง	"<p><strong>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;จัดสัมมนาระบบ&nbsp;QR&nbsp;trace&nbsp;on&nbsp;cloud&nbsp;ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรมาตรฐานและตลาดไร้คนกลาง&nbsp;dgt&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมริเวอร์ตัน&nbsp;อัมพวา&nbsp;โดยมีนายชนวัฒน์&nbsp;สิทธิธูรณ์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดการสัมมนา&nbsp;เป็นการจับคู่ธุรกิจยุคใหม่ที่เกษตรกรไทยและผู้บริโภคจะมาพบกันในโลกออนไลน์&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้ารับการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าในตลาดออนไลน์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากนั้น&nbsp;นายชนวัฒน์&nbsp;สิทธิธูรณ์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสวงคราม</strong>&nbsp;พร้อคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติลงพื้นที่จัดทำประชาสัมพันธ์&nbsp;ถึงมาตรฐานของส้มโอขาวใหญ่&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;โดยนายประวิตร&nbsp;คุ้มสิน&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นำเยี่ยมชมแปลงส้มโอขาวใหญ่ที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&nbsp;ตอบข้อซักถาม&nbsp;ในการจัดทำประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ส้มโอขาวใหญ่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอบางคนที&nbsp;ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427105050993
453	อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่&nbsp;เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำงานในที่โล่งแจ้งในช่วงแดดจัดเป็นเวลานาน&nbsp;ด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันโดยทั่วไป&nbsp;กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนน้อย&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้ฝนที่ตกและหยุดตกสลับกัน</strong>&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชผัก&nbsp;ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช&nbsp;ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ&nbsp;แม้จะมีฝนตกบางพื้นที่&nbsp;แต่ปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช&nbsp;โดยเฉพาะทางตอนล่างของภาค&nbsp;เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ&nbsp;เพราะหากได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตลดลง&nbsp;และด้อยคุณภาพ&nbsp;ถ้าขาดน้ำจะทำให้ต้นพืชตายสูญเสียผลผลิตโดยสิ้นเชิง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112256010
454	ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ย้ำ ไทยจำเป็นต้องใช้ลายนิ้วมือน้ำมันดิบมาสืบค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำมารับผิดชอบความเสียหายกรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล	<p><strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;ย้ำ&nbsp;ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;มาสืบค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำมารับผิดชอบความเสียหายกรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;กล่าวถึงการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยว่า&nbsp;ปัญหามลพิษจากคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเลเป็นเรื่องสำคัญส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;ทำให้การพิสูจน์หาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำผิดเป็นเรื่องจำเป็นมาก&nbsp;ด้วยการใช้ฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;มาสืบค้นหาแหล่งที่มา&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟูผลกระทบจากน้ำมันที่ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณจำนวนมาก&nbsp;แต่ขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมันและปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลด้วย&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปีและกรอบความร่วมมืออาเซียนในการป้องกันและขจัดปัญหามลพิษอันเนื่องมาจากน้ำมันในภูมิภาคของอาเซียน&nbsp;เพราะปัญหามลพิษจากคราบน้ำมันเป็นปัญหาข้ามพรมแดนลักษณะเช่นเดียวกับปัญหาหมอกควัน&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;ได้พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;ถือเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันที่จะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันได้&nbsp;และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรฐานสากล</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427111125999
455	สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565	<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุณยานุช&nbsp;หาดสุดและนางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโคกยาง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง&nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆ&nbsp;จากทางภาครัฐ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร</strong>ในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร</strong>เป็นประจำทุกปี&nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112718015
456	สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่ คุณภาพดี ปลอดสารพิษ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;เยี่ยมชมตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดขายทุกวันพุธของสัปดาห์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;สินค้าที่วางจำหน่ายวันนี้&nbsp;เช่น&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;ขนมไทย&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;สละ&nbsp;แกงขมิ้น&nbsp;ข้าวกล่อง&nbsp;ขนมจีน&nbsp;และสินค้าอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการ</strong>พัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112826017
457	กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผย สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ไม่รุนแรงมากนัก ขณะที่เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่	<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงศ์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผย</strong>ในปีนี้ปฏิบัติการฝนหลวงได้เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยหลายพื้นที่&nbsp;ที่ได้ขึ้นปฏิบัติการพบร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ที่ปะสบความสำเร็จแต่ปริมาณน้ำยังไม่มากพอเหมือนหน้าฝน&nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในภาพรวมในปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมาแต่ยังคงมีพื้นที่&nbsp;ที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำหรือน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ใช้น้ำฝนในการทำเกษตรกรรม&nbsp;ดังนั้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงจำเป็นต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ในการขึ้นบินแต่ละครั้งต้องดูความชื้นสัมพัทธ์&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;ทิศทางของลม&nbsp;และปริมาณเมฆ&nbsp;เพื่อให้สามารถโปรยสารเคมีได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติม&nbsp;3&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และจ.นครราชสีมา&nbsp;และขณะนี้&nbsp;มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้แผนการปฏิบัติการฝนหลวงสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;และครอบคลุมพื้นที่เพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ</p><p><strong>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรย้ำปีนี้จะเกิดภัยแล้งไม่รุนแรงมากนัก&nbsp;</strong>พร้อมเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ด้วยการทำฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เกิดภัยแล้ง&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;&nbsp;กล่าวถึงแผนรับมือภัยแล้งปีนี้ว่า</strong>&nbsp;ภัยแล้งจะไม่รุนแรงเหมือนกับปีที่ผ่านมา&nbsp;ยกเว้นบางพื้นที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำหรือน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยปีนี้จะต้องวางจุดขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงกับพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เบื้องต้นมียื่นขอฝนหลวงมาแล้ว&nbsp;33&nbsp;จังหวัด&nbsp;ควบคู่กับดูแผนการเพาะปลูกประจำปีด้วยเพื่อให้เพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การขึ้นบินแต่ละครั้งต้องดูความชื้นสัมพัทธ์&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;ทิศทางของลม&nbsp;และปริมาณเมฆ&nbsp;เพื่อให้สามารถโปรยสารเคมีได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427121357028
458	กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้กวาด หมู่ที่ 5 บ้านแตะหรำ ตำบลกันตังใต้ ผลิตไม้กวาดดอกหญ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน	<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวสุคน&nbsp;ศรีเกตุ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้กวาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านแตะหรำ&nbsp;ตำบลกันตังใต้&nbsp;โดยกลุ่มมีสมาชิกจำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว&nbsp;ทำกิจกรรมผลิตไม้กวาด</strong>ดอกหญ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน&nbsp;โดยเก็บหญ้าดอกในชุมชนมาเพิ่มมูลค่าเป็นไม้กวาดดอกหญ้า&nbsp;สำหรับใช้ทำความสะอาดในครัวเรือน&nbsp;โดยการนำช่อดอกมาตากให้แห้ง&nbsp;พร้อมสลัดดอกให้ร่วงหมดด้วยมือ&nbsp;ก่อนนำมามัดร้อยให้เป็นผืน&nbsp;และถักติดกับด้ามไม้กวาด&nbsp;โดยมีกำลังผลิตเดือนละ&nbsp;&nbsp;100&nbsp;ด้าม&nbsp;ปีละประมาณ&nbsp;500&nbsp;ด้าม&nbsp;เนื่องจากวัตถุดิบในชุมชนมีไม่เพียงพอ&nbsp;และไม่มีเงินทุนในการซื้อดอกหญ้ามาผลิต&nbsp;โดยจำหน่ายด้ามละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;วัสดุมีความคงทน&nbsp;ใช้งานได้ยาวนาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนใจติดต่อได้ที่&nbsp;(นางเร๊าะเสียะ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;ประธานกลุ่มฯ&nbsp;)&nbsp;เบอร์ติดต่อ&nbsp;090-2257872</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427113851020
459	"บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมืองและ อ.บ้านฉางสามัคคี โดยกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดตลอดจนส่วนราชการในพื้นที่ จัดกิจกรรม ""ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำปีที่ 13 จำนวน 120,300 ตัว"	<p><strong>ที่ชุมชนปากน้ำ&nbsp;1&nbsp;บริเวณกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&nbsp;ถ.เลียบชายฝั่ง&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>ว่าที่&nbsp;ร.ต.พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;นายภูษิต&nbsp;ไชยฉ่ำ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครระยอง&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายวีระ&nbsp;จิสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยอง&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.วิษณุพงศ์&nbsp;วิเชียรรัตนกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล(ทช.)&nbsp;นายกุมพล&nbsp;ชวนชม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;น.ส.ดวงกมล&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&nbsp;รวมถึงนักศึกษา&nbsp;ประชาชนกลุ่มประมงเรือเล็กและพนักงานจิตอาสาของ&nbsp;PTTLNG&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่&nbsp;PITTLNG&nbsp;มีความตั้งใจในการทำร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และช่วยเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงสร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราทำมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องในทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;โดยกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าว&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและะเอกชนหลายๆ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ตลอดจนพนักงานจิตอาสาของ&nbsp;PTTLNG&nbsp;ร่วมกันปล่อยกุ้งกุลาดำ&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;ปูดำ&nbsp;และหอยหวาน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;120,300&nbsp;ตัว</p><p><strong>PTTLNG&nbsp;ในฐานะผู้ดำเนินการสถานีแอลเอ็นจี</strong>&nbsp;นอกจากภารกิจหลักซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศแล้ว&nbsp;การให้ความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทฯ&nbsp;ตระหนักและให้ความสำคัญอยู่เสมอในการเดินหน้าควบคู่กันไป&nbsp;ทั้งนี้ไม่ว่าะเป็นการดำเนินการเอง&nbsp;และร่วมกับกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในวันนี้&nbsp;อย่างน้อยจะเป็นการช่วยอนุรักษ์&nbsp;และเพิ่มจำนวนทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ตลอดจนเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงในพื้นที่จังหวัดระยองได้อีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของ&nbsp;PTTING&nbsp;ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นและดูแลช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427131808051
460	PTT LNG ร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดและส่วนราชการ จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำสู่ระบบนิเวศ	<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;120,300&nbsp;ตัว&nbsp;มี&nbsp;นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;นายภูษิต&nbsp;ไชยฉ่ำ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครระยอง&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายวีระ&nbsp;จิสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยอง&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;วิษณุพงศ์&nbsp;วิเชียรรัตนกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;ทช.&nbsp;นายกุมพล&nbsp;ชวนชม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;นางสาวดวงกมล&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ประชาชนกลุ่มประมงเรือเล็ก&nbsp;และพนักงานจิตอาสาร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;PTT&nbsp;LNG&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่&nbsp;PTT&nbsp;LNG&nbsp;ได้ตั้งใจในการทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และช่วยเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงสร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำมาเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหน่วยงานร่วมกันปล่อยกุ้งกุลาดำ&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;ปูดำ&nbsp;และหอยหวาน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;120,300&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;PTT&nbsp;LNG&nbsp;นอกจากจะมีภารกิจหลักในการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศแล้ว&nbsp;การให้ความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญอยู่เสมอในการเดินหน้าควบคู่กันไป&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการเองหรือดำเนินกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;โดยบริษัทได้มุ่งมั่นและตั้งใจในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นและดูแลช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132756058
461	กรมชลประทาน เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำบางขาม แหล่งน้ำสายสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตชาวลพบุรี 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;และ&nbsp;2563&nbsp;ในพื้นที่ภาคกลางเกิดภาวะฝนตกน้อยกว่าปกติประมาณร้อยละ&nbsp;37&nbsp;ส่งผลให้แม่น้ำบางขาม&nbsp;มีปริมาณน้ำน้อย&nbsp;บางช่วงแห้งขอดประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก&nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;และสำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ดำเนินการร่วมกับจังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยการนำของนายนิวัติ&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;ดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ&nbsp;ตำบลมหาสอน&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;ไปจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&nbsp;ตำบลบางขาม&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ปัจจุบันมีผลงานคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;38&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;หากดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จ&nbsp;จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขามในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;รวมทั้งเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้มากถึง&nbsp;21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอท่าวุ้ง&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;และอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;รวมไปถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่งของแม่น้ำบางขาม&nbsp;มีน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ผลิตน้ำประปา&nbsp;และทำการเกษตร&nbsp;ไว้ใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190218254
462	เกษตรจังหวัดภูเก็ต เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยระวังโรคเหี่ยวของกล้วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่กำลังระบาดหนักในแปลงกล้วยหินแถวจังหวัดยะลา สร้างความเสียหายหลายพันไร่	<p><strong>นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในระยะนี้ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในพื้นที่&nbsp;ให้ระวังโรคเหี่ยวกล้วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;ซึ่งระบาดหนักในแปลงกล้วยหินแถวจังหวัดยะลา&nbsp;ที่สร้างความเสียหายแล้วหลายพันไร่&nbsp;และขณะนี้โรคเหี่ยวกล้วยขยายการระบาดในหลายพื้นที่ภาคใต้&nbsp;จากเดิมที่พบเป็นเฉพาะกล้วยหินที่ยะลา&nbsp;แต่มาในขณะนี้พบสร้างความเสียหายแล้วทั้งกล้วยหินและกล้วยน้ำว้า&nbsp;และคาดว่าถ้าควบคุมการระบาดไม่ได้&nbsp;โรคนี้จะมีการระบาดในพื้นที่ปลูกกล้วยทั่วประเทศ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โรคเหี่ยวของกล้วยเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;โดยมีลักษณะอาการ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ใบจะเหี่ยวบริเวณใบธง&nbsp;(ใบอ่อน)&nbsp;ใบจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง&nbsp;ปลีกล้วยจะแคระแกร็น&nbsp;เมื่อตัดดูลักษณะภายในลำต้นเทียมจะเห็นท่อน้ำท่ออาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล&nbsp;เพราะแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้าไปทำลายและอาศัยอยู่ข้างใน&nbsp;ซึ่งหากติดผลเนื้อภายในจะเป็นสีดำ&nbsp;ถ้ามีอาการที่รุนแรงมากจะยืนต้นตาย&nbsp;ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;โดยการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;เกิดจากดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ลม&nbsp;ต้นพันธุ์&nbsp;มีด&nbsp;เครื่องมือทางการเกษตร&nbsp;และแมลงที่ดูดน้ำหวาน&nbsp;หรือแมลงผสมเกสรจากดอกกล้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของวิธีการป้องกันกำจัด&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;</p><p>1.ทำลายต้นที่เป็นโรคนำชิ้นส่วนที่ตัดไปกองให้ห่างจากกอ&nbsp;แล้วโรยด้วยปูนขาว&nbsp;หรือใช้วิธีการรมดินด้วยยูเรีย&nbsp;และปูนขาว&nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อสาเหตุที่อยู่ในดิน&nbsp;</p><p>2.ไม่นำหน่อกล้วยที่เป็นโรคไปปลูกในแหล่งอื่น&nbsp;</p><p>3.ต้นกล้วยที่เป็นโรคเมื่อตัดแล้วห้ามนำไปทิ้งบริเวณทางน้ำ&nbsp;หรือในแหล่งน้ำ&nbsp;</p><p>4.ตัดปลีกล้วยในระยะตีนเต่าเพื่อป้องกันแมลงนำเชื้อโรคเข้าทำลายในระยะผสมเกสร&nbsp;</p><p>5.ทำความสะอาดกอกล้วยให้โปร่งเพื่อลดแหล่งสะสมของโรคและแมลง&nbsp;</p><p>6.ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง&nbsp;และใช้ชีวภัณฑ์บาซิลลัส&nbsp;ซับทีลิส&nbsp;(BS-DOA&nbsp;24&nbsp;)&nbsp;ทุกเดือน&nbsp;เพื่อควบคุมโรค&nbsp;</p><p>7.&nbsp;ทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากพบการระบาดให้รีบทำลายกล้วยทันที&nbsp;</strong>หรือให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132301053
463	กรมการข้าว เตรียมแจก 6 พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน เนื่องในวันพืชมงคล	<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลแรกนาขวัญปีนี้&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต&nbsp;จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;พันธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,728&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ที่จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>ขาวดอกมะลิ&nbsp;105</strong>&nbsp;เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร&nbsp;เมล็ดข้าวสารใส&nbsp;แกร่ง&nbsp;คุณภาพการสีดี&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&nbsp;อ่อนนุ่ม&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;245&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>ปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;เป็นข้าวเจ้าผลผลิตสูง</strong>&nbsp;คุณภาพเมล็ดคล้ายพันธุ์ขาวดอกมะลิ&nbsp;105&nbsp;ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว&nbsp;ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;399&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>กข43&nbsp;เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง</strong>&nbsp;คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทาน&nbsp;ดี&nbsp;ข้าวสุกนุ่ม&nbsp;มีกลิ่นหอมอ่อน&nbsp;ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>กข6&nbsp;เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้ง&nbsp;</strong>ดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;คุณภาพการสีดี&nbsp;ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>กข87&nbsp;เป็นพันธุ์ข้าวประเภทพื้นนุ่ม</strong>&nbsp;ลักษณะเด่นพิเศษ&nbsp;ข้าวสุกนุ่ม&nbsp;ค่อนข้างเหนียว&nbsp;คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี&nbsp;ท้องไข่น้อย&nbsp;คุณภาพการสีดีมาก&nbsp;เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>กข85&nbsp;เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง</strong>&nbsp;เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง&nbsp;ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง&nbsp;ทนต่อสภาพอากาศเย็น&nbsp;คุณภาพการสีดีมาก&nbsp;ท้องไข่น้อย&nbsp;ให้ผลผลิตสูงถึง&nbsp;862&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;589&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพันธุ์ข้าวพระราชทานทั้ง&nbsp;6&nbsp;พันธุ์</strong>&nbsp;จะนำไปบรรจุซองพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้พสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ&nbsp;รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&nbsp;โดยท่านใดที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์&nbsp;02-561-3794&nbsp;และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง&nbsp;27&nbsp;แห่ง&nbsp;และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าว&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p><strong>พระราชพิธีจรดพระนังคลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;และสื่อโซเชียลมีเดีย&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427154016138
464	จังหวัดตราดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิด<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;</span>ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ที่วัดแหลมมะขาม&nbsp;&nbsp;ตำบลแหลมงอบ&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;</span>โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&nbsp;-19</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยมีกิจกรรมคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">คลินิกสัตว์&nbsp;</span>คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกอารักขาพืช&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;(สปก.)&nbsp;คลินิกตรวจเลือดหาสารตกค้างให้กับเกษตรกร&nbsp;</span>รวมทั้งการออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชนอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132103052
465	สพป.กระบี่ ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน	<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องทำงาน&nbsp;ผอ.สพป.กระบี่&nbsp;</strong>นายสพล&nbsp;ชูทอง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(Memorandum&nbsp;Of&nbsp;Understanding&nbsp;:&nbsp;MOU)&nbsp;การขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน&nbsp;ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวพวงผกา&nbsp;&nbsp;ขาวกระโทก&nbsp;ผู้จัดการโครงการ</strong>&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;นายประดิษฐ&nbsp;บุญปลอด&nbsp;นักวิจัย&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;&nbsp;และนางสาวอุมาพร&nbsp;ทองหรบ&nbsp;เจ้าหน้าที่โครงการ&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว&nbsp;เป็นการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ</strong>ในการดำเนินการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตา&nbsp;ภายใต้โครงการการพัฒนาความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่า&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;การจัดการขยะและขยะพลาสติกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เกาะของประเทศไทย&nbsp;กรณีศึกษาพื้นที่เกาะลันตาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และรู้จักวิธีการทิ้งและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี&nbsp;เพื่อป้องกันการหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อมและทะเล&nbsp;รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะและขยะพลาสติก&nbsp;บนพื้นฐานความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสภาพพื้นที่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;ร่วมกันพัฒนาโมเดล&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมการนำโมเดลความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่าการจัดการขยะและขยะพลาสติก&nbsp;ด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;สู่การปฏิบัติและขยายผลในระดับพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน/27&nbsp;เม.ย.2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132801059
466	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2565	<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;สาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนดเป็นเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ&nbsp;และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก&nbsp;ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์ดีเด่น&nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;โดยเกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สหกรณ์&nbsp;และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;สาขา&nbsp;สำหรับวันพระราชพิธีพืชมงคล&nbsp;ในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร&nbsp;และร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานในการประกอบพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองแก่อาชีพของตน&nbsp;เนื่องด้วยการเกษตรเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427141555083
467	สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย                        ณ ตลาดหน้าฟาร์ม ตามโครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1	<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จัดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดหน้าฟาร์ม&nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่&nbsp;ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;</strong>บานาน่าฟาร์ม&nbsp;ตำบลทุ่งสมอ&nbsp;อำเภอพนมทวน&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายประสาน&nbsp;ปานคง&nbsp;เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดหน้าฟาร์ม&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน&nbsp;การส่งเสริมและสร้างเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้า&nbsp;ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ศรีวงษ์ญาติดี&nbsp;นายอำเภอพนมทวน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตร&nbsp;และสหกรณ์&nbsp;เกษตรกรในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานมีการบรรยาย&nbsp;เรื่อง&nbsp;ความเป็นมา&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;</strong>การวางแผนการตลาด&nbsp;การเชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการรวบรวมผลผลิตกล้วยเพื่อเข้าสู่โรงงานแปรรูป&nbsp;กระบวนการแปรรูปกล้วย&nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;โดยคุณจินตนา&nbsp;สระสำอาง&nbsp;ประธานศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศพก.&nbsp;ตำบลทุ่งสมอ&nbsp;(บานาน่า&nbsp;ฟาร์ม)&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและสินค้าเกษตร&nbsp;ซึ่งได้มีมาตรการป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สวท.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155023152
468	นบข.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&nbsp;(นบข.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยขอบคุณคณะกรรมการ&nbsp;นบข.&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ได้ร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องข้าวร่วมกันมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยงานหลายอย่างมีความคืบหน้า&nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นในคณะกรรมการทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่จะหาวิธีการที่เหมาะสมในการเดินหน้าพัฒนางานบริหารข้าวให้ดีที่สุด&nbsp;ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>ประเทศไทยมีศักยภาพเรื่องข้าวอยู่แล้ว</strong>&nbsp;ยืนยันรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจนรายครัวเรือน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการวิจัย&nbsp;พัฒนาพันธุ์&nbsp;และเทคโนโลยีการผลิตข้าว&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ด้านการผลิต&nbsp;ที่ขณะนี้มีความคืบหน้าในการรับรองพันธุ์ข้าวไม่น้อยกว่า&nbsp;14&nbsp;พันธุ์&nbsp;พร้อมกำชับว่าในการดำเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณทุกอย่าง&nbsp;จะต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายทุกประการ</p><p><strong>สำหรับมติ&nbsp;นบข.&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;</strong>เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการคลังนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการพิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดหลักการให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปีของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้รับความคุ้มครองจากระบบการประกันภัยตามกฎของจำนวนมาก&nbsp;(Law&nbsp;of&nbsp;Large&nbsp;Numbers)&nbsp;เช่นเดียวกับการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ในปีการผลิต&nbsp;2559&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;และคงรูปแบบการรับประกันภัยส่วนเพิ่ม&nbsp;(Tier&nbsp;2)&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มีส่วนร่วมในการรับภาระค่าเบี้ยประกันภัย&nbsp;เช่นเดียวกับโครงการฯ&nbsp;ในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>โครงการฯ&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีหลักการและรายละเอียดในการรับประกันภัย&nbsp;ด้านแนวโน้มสถานการณ์การส่งออกข้าวไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกไว้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;14.38&nbsp;จากปริมาณการส่งออกปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและมีการบริโภคมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ความสัมพันธ์ทางการทูต&nbsp;</strong>ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียได้รับการฟื้นฟู&nbsp;ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีทางการค้าข้าวของไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเส้นทางการขนส่งเพิ่มขึ้นใหม่อย่างเส้นทางรถไฟจีน&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;และคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&nbsp;-&nbsp;ยูเครน&nbsp;จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยมากนัก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155231153
469	เปิดโลกการค้า เจรจาธุรกิจ พิชิตตลาดส่งออก 2022	<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดงานสัมมนา&nbsp;เปิดโลกการค้า&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;พิชิตตลาดส่งออก&nbsp;2022&nbsp;(e&nbsp;-&nbsp;Commerce&nbsp;Episode)&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;เมษายน&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ทีเค&nbsp;พาเลซ&nbsp;&amp;&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;นำความรู้ไปขยายผลในทางการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมีกระบวนการและรูปแบบที่เป็นระบบ&nbsp;ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะนำผู้ประกอบการไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ&nbsp;พร้อมเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ที่เชื่อมโยงสอดรับกับการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ</p><p><strong>นางชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต</strong>&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;กล่าวถึงแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในการพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ&nbsp;สร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ&nbsp;ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้นและสร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;วว.&nbsp;จะเป็นเพื่อนคู่คิดในการประกอบธุรกิจให้สำเร็จ</strong>&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Partner&nbsp;for&nbsp;your&nbsp;Success&nbsp;ของผู้ประกอบทั้งหลาย&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือ&nbsp;โครงการเปิดโลกการค้า&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;พิชิตตลาดส่งออก&nbsp;2022&nbsp;เป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ&nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้น&nbsp;สร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่ได้&nbsp;เชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งของทั้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และภาคีเครือข่ายพันธมิตร&nbsp;จะสามารถบ่มเพาะ&nbsp;ยกระดับและต่อยอดให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ทรงพลังและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427154743147
470	ประมงอำเภอด่านซ้าย จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านประมงแก่เกษตรกร ตามโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ (Field day) พื้นที่อำเภอด่านซ้าย   จังหวัดเลย	<p><strong>นายสายัน&nbsp;อาสาวัง&nbsp;ประมงอำเภอวังสะพุง</strong>&nbsp;รักษาการประมงอำเภอด่านซ้าย&nbsp;จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านประมงแก่เกษตรกร&nbsp;ตามโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;พื้นที่อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายด้านการประมง&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;ม&nbsp;3&nbsp;ต&nbsp;นาดี&nbsp;อ&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมประมงได้ร่วมบูรณาการพัฒนา</strong>&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งได้จัดตั้งและพัฒนา&nbsp;ศพก.เครือข่ายด้านการประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ต่ออำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;6,174&nbsp;ศูนย์&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการด้านการประมงของชุมชน&nbsp;ซึ่งกรมประมงได้คัดเลือก&nbsp;ศพก.เครือข่ายด้านการประมง&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;567&nbsp;ศูนย์&nbsp;ที่มีผลการดำเนินกิจกรรมด้านการประมงที่โดดเด่นมายกระดับและพัฒนาให้เป็นศูนย์ต้นแบบด้านการประมงระดับจังหวัด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง&nbsp;(Coaching&nbsp;คอยให้คำแนะนำ&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ติดตาม&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และอุปสรรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนการปฏิบัติงาน&nbsp;และบรรลุ&nbsp;ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&nbsp;ที่กำหนดไว้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ&nbsp;จึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติการโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าประมง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427142548086
471	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร ภาคตะวันตก ที่จังหวัดนครปฐม	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;ที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;และสานงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;ณ&nbsp;แสนปาล์ม&nbsp;เทรนนิ่งโฮม&nbsp;ตำบลกำแพงแสน&nbsp;อำเภอกำแพงแสน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม&nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;อกม.&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคตะวันตก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อยกย่อง&nbsp;เชิดชูเกียรติ&nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;อกม.&nbsp;ให้มีขวัญกำลังใจ&nbsp;ในการปฏิบัติงาน&nbsp;มีระบบการทำงานตามบทบาทหน้าที่&nbsp;อีกทั้งสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&nbsp;สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตลอดจนกำหนดกิจกรรมด้านการเกษตรที่จะดำเนินการ&nbsp;และเกิดเครือข่ายการบริการแก่เกษตรกรในชุมชนได้ต่อไป</p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การขับเคลื่อนงาน&nbsp;อกม.&nbsp;ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;อกม.&nbsp;ได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้านและรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ได้ร่วมลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร&nbsp;เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และรวดเร็ว</p><p><strong>สำหรับการจัดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่&nbsp;อกม.&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;การแสดงนิทรรศการผลงานของเครือข่าย&nbsp;อกม.&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;บทบาทหน้าที่ของ&nbsp;อกม.&nbsp;ต่อการพัฒนาการเกษตร&nbsp;ในภาคตะวันตก&nbsp;อีกทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของ&nbsp;อกม.&nbsp;การบรรยายในหัวข้อ&nbsp;อาสาสมัครเกษตรผู้ปิดทองหลังพระ,&nbsp;เครือข่ายข่าวประชาชน&nbsp;และการใช้&nbsp;Line&nbsp;Ads&nbsp;ในติดต่อสื่อสารผ่านกลุ่มและองค์กร&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของ&nbsp;อกม.&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง&nbsp;และเกิดต้นแบบการทำงานต่อไป</p><p><br></p><p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&nbsp;-&nbsp;ภาพ/ข่าว</strong></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันตก	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155919158
472	รายงานข้อมูลคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยทุกภาคของประเทศไทย	<p><strong>รายงานข้อมูลคาดการณ์และแจ้งเตือนภัย&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด&nbsp;</strong></p><p><strong>ภาคเหนือ</strong>&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;แม่สะเรียง)/จ.ลำพูน&nbsp;(อ.เมืองฯ)/จ.ลำปาง&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;เถิน)/จ.แพร่&nbsp;(อ.เมืองฯ)/จ.ตาก&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;สามเงา)/จ.สุโขทัย&nbsp;(อ.ศรีสำโรง)/จ.อุตรดิตถ์&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;และ&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>จ.อุดรธานี&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;และ&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ภาคกลาง</strong>&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;</p><p><strong>แนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำบ่อยๆ</strong>&nbsp;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และระวังอาการโรคลมแดด&nbsp;(Heat&nbsp;Stroke)&nbsp;</p><p><strong>พื้นที่เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ&nbsp;(PM&nbsp;2.5)</strong>&nbsp;ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><strong>ภาคเหนือ</strong>&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;(อ.แม่สาย)&nbsp;และ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>จ.หนองคาย&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;</p><p>ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&nbsp;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427160603160
473	จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐจังหวัดตรัง	<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศรีตรัง&nbsp;&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>ตามที่&nbsp;&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&nbsp;โดยมีคณะกรรมการภายใต้คณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คณะคือ&nbsp;คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแล&nbsp;และคณะกรรมการพิจารณาการปลูกป่าระดับพื้นที่&nbsp;โดยการประชุมเสนอพิจารณาเสนอพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลน&nbsp;เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต&nbsp;และเสนอพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลนทดแทนเพื่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม&nbsp;กรณีการดำเนินการโครงการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ของหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427162538172
474	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;166&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงราย&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจากวันก่อน&nbsp;แต่ยังคงกระจายตัวทางตอนบนของประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,141&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,331&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,603&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;หลายจังหวัดในภาคเหนือพบอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะเชียงรายและน่าน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,835&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,257&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;421&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427174931223
475	ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 17 ติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ อ.สามเงา จ.ตาก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;17&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก?&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตากที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(ลำไย)&nbsp;เยี่ยมชมโรงงานแปรรูปลำไย&nbsp;และพบปะกลุ่มเกษตรกร?&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลสามเงา&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>การผลิตลำไยของอำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;ได้มีการรวมกันเป็นแปลงใหญ่ตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;มีสมาชิกประมาณ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เฉลี่ยพื้นที่ปลูกรายละ&nbsp;20-30&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนในรูปแปลงใหญ่มุ่งเน้นให้เกษตรรวมกันซื้อ&nbsp;รวมกันขายผลผลิตทางการเกษตรและจัดซื้อปัจจัยการผลผลิต&nbsp;เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการผลิตให้ได้อย่างน้อย&nbsp;20%&nbsp;และเพิ่มผลผลิตให้ได้&nbsp;20%</p><p><strong>จากนั้นช่วงบ่าย&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;17&nbsp;และคณะ&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;พบปะกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เยี่ยมชมแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และอาคารแปรรูปอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งมีการแปรรูปขนมทองม้วนจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วย&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรมีการพัฒนากลุ่มและการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีเป้าหมายในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;การแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นอาหารสัตว์และขนมขบเคี้ยว&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ของสมาชิกให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งการแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นการลดการเผาที่เป็นสาเหตุของปัญหาหมอกควันอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427163928184
476	นอภ.เมืองยโสธร นำคณะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาด้านมลพิษของโรงงานผลิตยางพาราไม่พบปัญหาด้านกลิ่น	<p><strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายสมชัยบูรณะ&nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ออกตรวจติดตามกระบวนการผลิตยางพารา&nbsp;ส่งออกของโรงงานไทยฮั้ว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ตำบลเดิด&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับมลภาวะทางกลิ่น</p><p><strong>จากการลงพื้นที่ในวันนี้</strong>&nbsp;พบว่าบริษัทไทยฮั้ว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ได้นำเข้ายางพาราเทียมจากประเทศจีนและนำมากองไว้ส่วนหนึ่ง&nbsp;ไม่น่าส่งกลิ่นถึงหมู่บ้านและชุมชน&nbsp;ซึ่งนายอำเภอเมืองยโสธรได้แนะนำให้บริษัทฯ&nbsp;หาอุปกรณ์มาปิดยางเทียมไว้ก่อนใช้งาน&nbsp;อีกทั้งได้ตรวจสอบรายการผลิตที่ก่อให้เกิดปัญหากลิ่น&nbsp;ที่เกิดจากกระบวนการผลิตยางพารา&nbsp;ซึ่งบริษัท&nbsp;ไทยฮั้ว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ได้ติดตั้งปล่องควันจำนวนสองปล่อง&nbsp;ซึ่งมีระบบบำบัดกลิ่นแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอ&nbsp;และบริษัทได้แจ้งว่า&nbsp;ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดกลิ่นเพิ่มอีกสองปล่อง&nbsp;เพื่อลดควันและกลิ่นออกสู่อากาศ&nbsp;งบประมาณการก่อสร้างกว่าสองล้านบาท&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่าง&nbsp;ดำเนินการก่อสร้าง</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายอำเภอเมือยโสธร&nbsp;ได้แนะนำให้บริษัทฯ</strong>&nbsp;ใช้ฝอยละอองน้ำบนปากปล่องควันเพื่อลดควันและกลิ่นก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;ตรวจสอบบ่อระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ซึ่งตรวจสอบแล้วมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน&nbsp;กลิ่นน้ำเสียค่อนข้างจะเบาบางไม่น่าส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และเมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธรได้มอบหมายให้คณะทำงาน&nbsp;ลงพื้นที่สุ่มตรวจมลภาวะทางกลิ่น&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งยังไม่พบมีกลิ่นรบกวนประชาชนในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านใหม่ชุมพร/บริเวณบ้านโนนยาง&nbsp;ต.ขวาว&nbsp;อ.เสลภูมิ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด/ภายในหมู่บ้าน&nbsp;บ้านสะทอน&nbsp;ม.14&nbsp;ต.ขวาว&nbsp;อ.เสลภูมิ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;และปากทางเข้าหมู่บ้าน&nbsp;บ.คำแดง&nbsp;ต.เดิด&nbsp;อ.เมืองยโสธร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427162224170
477	รองผู้ว่าฯ ตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด	<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุม</strong>คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดประชุมคณะคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียน</strong>เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในการประชุมได้พิจารณาคำขอกู้ของเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ไม่เห็นชอบจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีมติให้ทบทวนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ&nbsp;อบก&nbsp;.ส่วนจังหวัด</strong>&nbsp;ทำหนังสือแจ้งผู้ขอกู้และเจ้าหน้าที่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรัง&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&nbsp;จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายได้และรายจ่ายเฉพาะตัวของผู้ขอกู้เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ&nbsp;และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีหมายเลขแดงลูกหนี้ว่าคดีพิพากษาและอายุความสิ้นสุดเมื่อไหร่&nbsp;พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อมอบฝ่ายเลขาฯ&nbsp;นำเข้าที่ประชุม&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัดเพื่อพิจารณาในการประชุม&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427163531180
478	จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.2565)&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;&nbsp;(อบก.)&nbsp;&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดประชุมคณะคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียน</strong>เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในการประชุมได้พิจารณาคำขอกู้ของเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ไม่เห็นชอบจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีมติให้ทบทวนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&nbsp;</strong>ทำหนังสือแจ้งผู้ขอกู้และเจ้าหน้าที่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรัง&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&nbsp;จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายได้และรายจ่ายเฉพาะตัวของผู้ขอกู้เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ&nbsp;และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีหมายเลขแดงลูกหนี้ว่าคดีพิพากษาและอายุความสิ้นสุดเมื่อไหร่&nbsp;พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อมอบฝ่ายเลขาฯ&nbsp;นำเข้าที่ประชุม&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัดเพื่อพิจารณาในการประชุม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427165033191
479	งานตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 วันที่ 2 ยังคงได้รับความสนใจจากเกษตรกรชาวบุรีรัมย์ ภาพรวมวันแรก มีเกษตรกรมาใช้บริการแล้วมากกว่า 40 ราย	<p><strong>บรรยากาศการรับซื้อข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ยังคงมีเกษตรกรนำข้าวมาขายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งข้อมูลล่าสุดมีเกษตรกรชาวนาในอำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ที่ทราบข่าวจำนวนกว่า&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ทยอยนำข้าวเปลือกมาจำหน่ายให้กับทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งได้มีการรับซื้อข้าวเปลือกในราคา&nbsp;12,000-13,000&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;ในขณะที่ขั้นตอนการซื้อขายข้าวเปลือก&nbsp;ในการจัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เกษตรกรชาวนาจะต้องนำข้าวมาตรวจคุณภาพข้าว&nbsp;จากนั้นจะมีการนำตัวอย่างของข้าวมาตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;เพื่อประเมินราคาข้าวต่อไป&nbsp;หากตรวจสอบข้าวแล้วพบว่า&nbsp;ข้าวนั้นมีคุณภาพดี&nbsp;อาจจะจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าที่กำหนดไว้</p><p><strong>ทั้งนี้สำหรับการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;จะเปิดรับซื้อข้าวเปลือกให้ราคาสูงจำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้งด้วยกัน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอโดยครั้งแรกระหว่างวันที่&nbsp;26-28&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.บุรีรัมย์,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;4-6&nbsp;พ.ค.65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรคูเมือง&nbsp;(บ้านโนนเพกา)&nbsp;อ.คูเมือง&nbsp;จ.บุรีรัมย์,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ในวันที่&nbsp;11-13&nbsp;พ.ค.65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.หนองหงส์&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;และครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ในวันที่&nbsp;18-20&nbsp;พ.ค.65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรกระสัง&nbsp;อ.กระสัง&nbsp;จ.บุรีรัมย์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427164521187
480	วราวุธ ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยูทูบเบอร์ชื่อดังจับปูเสฉวนไปเลี้ยงกระทำผิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่ พร้อมกังวลเยาวชนจะทำตาม	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยูทูบเบอร์ชื่อดังจับปูเสฉวนไปเลี้ยงกระทำผิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่&nbsp;พร้อมกังวลเยาวชนจะทำตาม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณียูทูบเบอร์ชื่อดังทำคอนเทนต์จับปูเสฉวน&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;จากทะเลกลับไปเลี้ยงและมียอดวิวกว่า&nbsp;700,000&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายนว่า&nbsp;เป็นการสร้างค่านิยมที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;เบื้องต้นปูเสฉวนยังไม่อยู่ในรายชื่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;จึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายยกเว้นในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;จึงให้ตรวจสอบยูทูบเบอร์ได้กระทำการในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่&nbsp;หากเกิดเหตุในเขตอุทยานแห่งชาติจะมีความผิดจำคุกสูงสุด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;หากกรณีไม่สามารถสืบหาหลักฐานยืนยันว่ากระทำในเขตอุทยานแห่งชาติหรือไม่จำเป็นต้องมีมาตรการทางสังคมสำหรับเรื่องนี้แน่นอน&nbsp;เพราะปูเสฉวนกำลังถูกคุกคามจากการจับมาซื้อขายเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ในฟาร์มได้&nbsp;แล้วปูเสฉวนค่อนข้างมีความอ่อนไหว&nbsp;เปราะบาง&nbsp;และมีความยุ่งยากในการเลี้ยง&nbsp;ทำให้ปูเสฉวนที่นำเลี้ยงส่วนใหญ่ตายลงก่อนอายุขัยตามธรรมชาติ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในการส่งต่อแนวคิดและพฤติกรรมสู่สังคมและเยาวชน&nbsp;เช่น&nbsp;ยูทูบเบอร์&nbsp;ควรต้องมีจิตสำนึก&nbsp;มีความรับผิดชอบ&nbsp;และใช้ความระมัดระวังในกระบวนการผลิตเนื้อหาเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งไม่ควรส่งต่อค่านิยมที่ผิดและเป็นอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ติดตามช่องยูทูบนี้ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน&nbsp;700,000&nbsp;คนหากมีผู้ทำตามไปเที่ยวทะเลแล้วเก็บปูเสฉวนกลับมาคนละตัวจะเท่ากับมีปูเสฉวนต้องเสี่ยงตายจากการถูกพรากมาจากธรรมชาติ&nbsp;เพราะวิดีโอชิ้นนี้ถึง&nbsp;700,000&nbsp;ตัว&nbsp;จึงขอเรียกร้องให้โปรดนำปูเสฉวนส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;หรือส่งคืนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชโดยเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีและไม่สนับสนุนการสร้างคอนเทนต์ผิดๆให้กับสังคม&nbsp;โดยเฉพาะเยาวชนที่ติดตามรับชมช่องยูทูบนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;อยากขอเรียกร้องให้แบรนด์ธุรกิจที่เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนการโฆษณาผ่านช่องทางยูทูบได้โปรดพิจารณายกเลิกการจ่ายเงินสนับสนุนเนื้อหาที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศ&nbsp;พร้อมขอเรียกร้องให้สังคม&nbsp;ผู้รับชม&nbsp;เยาวชน&nbsp;เลิกรับชม&nbsp;เลิกติดตาม&nbsp;และเลิกสนับสนุน&nbsp;บุคคลที่ใช้ชื่อเสียงมาสร้างกระแสและสร้างรายได้&nbsp;ด้วยการผลิตเนื้อหาที่สร้างค่านิยมเป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427173457216
481	ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด นำผลไม้คัดคุณภาพ เกรด A มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง	<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ชุมนุมการเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้นำ&nbsp;มังคุด&nbsp;,เงาะสีทอง&nbsp;และทุเรียนหมอนทอง&nbsp;คุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มาขายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมังคุดคัดเกรดคุณภาพ&nbsp;60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท,&nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;400-500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;และเงาะสีทอง&nbsp;360&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;กิโล&nbsp;100&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยนางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การเชื่อมโยงสินค้าในครั้งนี้&nbsp;ทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดี&nbsp;100%&nbsp;จำนวน&nbsp;9.7&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;291,000&nbsp;บาท&nbsp;ไปเชื่อมโยงกับผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งผลไม้ทุกชนิดที่นำมาขายในวันนี้&nbsp;เป็นผลผลิตจากสวนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด&nbsp;การันตีด้านคุณภาพอย่างแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างข้าวสารหอมมะลิ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กับผลไม้คุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายตามโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องการผลักดันให้เครือข่ายสหกรณ์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็ว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลไม้ไปประเทศคู่ค้าได้&nbsp;เนื่องจากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง&nbsp;ทำให้ผลไม้กระจุกตัวและส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427172515208
482	เกษตรยะลา เยี่ยมเยียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร บ้านเหมืองลาบู	<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;เยี่ยมเยียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;</strong>วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเหมืองลาบู&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;</strong>เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวอพิชญา&nbsp;พรหมแก้ว&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจุฑาทิพย์&nbsp;โพชนุกูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอยะหา&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเหมืองลาบู&nbsp;ตำบลปะแต&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;โดยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลการดำเนินกิจกรรมและร่วมให้คำแนะนำ&nbsp;พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปตามระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427173017212
483	"จังหวัดมุกดาหารเปิดการฝึกอบรมเลี้ยงปลากดแก้ว เตรียมพร้อมรับรองมาตรฐานการผลิตปลากดแก้ว ตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP)"""	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร&nbsp;</strong>ตำบลบางทรายใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญเรือง&nbsp;เมฆฉิม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;ผู้เลี้ยงปลากดแก้ว&nbsp;หลักสูตร&nbsp;""พัฒนาการเลี้ยงปลากดแก้วและการเตรียมความพร้อมในการรับรองมาตรฐานการผลิตปลากดแก้ว&nbsp;ตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;(GAP)""&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;และเพิ่มมูลค่าของสัตว์น้ำ&nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาผลิตประมงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงปลากดแก้ว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การฝึกอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยวิทยากรจากสำนักงานประมงจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>ปลากดแก้ว&nbsp;หรือปลากดคัง&nbsp;</strong>เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด&nbsp;มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นยังมีอีกหลายชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลากดเขี้ยว&nbsp;กดหางแดง&nbsp;กดข้างหม้อ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ปลากดแก้ว&nbsp;จัดเป็นปลาขนาดใหญ่ที่พบได้ตามธรรมชาติในแม่น้ำของไทยทุกภาค&nbsp;เช่น&nbsp;แม่น้ำโขง&nbsp;แม่น้ำมูล&nbsp;และในแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่ในประเทศไทย&nbsp;เมื่อเติบโตเต็มที่จะมีความยาวตัวราว&nbsp;1.5&nbsp;เมตร&nbsp;หนักได้ถึง&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ที่พบโดยเฉลี่ยจะมีขนาดประมาณ&nbsp;50-60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ลำตัวมีสีดำเทาอ่อนอมฟ้าหรือเขียวมะกอก&nbsp;ครีบหางและครีบอื่นๆ&nbsp;มีสีแดงสดหรือสีส้มสด&nbsp;มีรูปทรงยาวเพรียว&nbsp;ส่วนหัวแบนกว้าง&nbsp;ด้านบนของหัวเรียบ&nbsp;ปากกว้าง&nbsp;จะงอยปากทู่&nbsp;มีหนวด&nbsp;4&nbsp;คู่&nbsp;ครีบหูมีสีเทาดำ&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้ประกาศให้ปลากดแก้ว&nbsp;เป็นปลาประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยง&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;และรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากปลาดังกล่าว&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190404256
484	เกษตรโพนสวรรค์ ถ่ายทอดความรู้หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายปลอดการเผา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโพนบก&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;และสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งในการปลอดการเผาในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งยังเปิดเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางในการป้องกันและมาตรการที่จะดำเนินการในพื้นที่ร่วมกัน&nbsp;โดยมีนายนิพพิชฌน์&nbsp;อติอนวรรตน์&nbsp;นายอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเป้าหมายเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;</strong>หรือการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสุขภาพของประชาชน&nbsp;ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น&nbsp;อีกทั้งการเผาก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;220&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงให้แก่วัตถุใดๆ&nbsp;แม้เป็นของตนเอง&nbsp;จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น&nbsp;ต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;และปรับไม่เกิน&nbsp;14,000&nbsp;บาท&nbsp;(ประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;พ.ศ.2499)&nbsp;และหากยังมีการเผาต่อเนื่องจะทำให้ผิดกฎหมาย&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;74&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;21&nbsp;มาตรา&nbsp;22&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือวรรคสาม&nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&nbsp;ที่ออกตามมาตรา&nbsp;28/1&nbsp;วรรคสอง&nbsp;โดยไม่มีเหตุหรือขัดข้อแก้ตัวอันสมควร&nbsp;หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;23&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคสอง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคสองต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;25000&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมโดย&nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560)</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมขับเคลื่อนกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;เช่น&nbsp;การไถกลบตอซัง&nbsp;การทำปุ๋ยหมัก&nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&nbsp;และการทำอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้ลดลงในอนาคต&nbsp;สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการกล่าวคำสัตยาบัน&nbsp;ร่วมกันในการหยุดการเผา&nbsp;รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนและเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆในการเป็นพื้นที่ที่ปลอดการเผาอย่างสมบูรณ์แบบ&nbsp;ก่อให้เกิดการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างมั่นคง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190612257
485	ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตัวแปรกำหนดราคาสินค้าปศุสัตว์	<p>สถานการณ์วัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลางปี 2563 เรื่อยมา จนกระทั่งวิกฤติปะทุหนักพร้อมเสียงปืนนัดแรกที่รัสเซียยิงตกในแผ่นดินยูเครน การสู่รบในครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสองประเทศเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกธัญพืชสำคัญของโลก&nbsp;</p><p><br></p><p>แม้ว่าไทยจะห่างไกลจากพื้นที่สงคราม แต่หางเลขก็ตกมาถึงเช่นกัน โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ราคาปรับตัวอย่างไม่อาจคาดเดา ว่าจะสิ้นสุดที่จุดไหน วิเคราะห์ข้อมูลราคาวัตถุดิบ (แสดงในตาราง) เมื่อเทียบราคาปี 2563 กับปัจจุบัน จะเห็นว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาสูงขึ้นถึง 41.48 % ส่วนธัญพืชนำเข้า อย่างข้าวสาลี ราคาพุ่งไปถึง 76.15% ส่วนกากถั่วเหลืองราคาเพิ่มขึ้น 67.66% ขณะที่ปลาป่นที่เป็นวัตถุดิบสำคัญอีกชนิด ราคาก็ขึ้นไปแล้วถึง 30.20% ทั้งหมดนี้คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว 25-30%</p><p><br></p><p>สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับขึ้นไปขนาดนี้ นอกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกแล้ว ปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญคือ ปัญหาขาดแคลนผลผลิต จากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยราว 8 ล้านตันต่อปี แต่มีผลผลิตในประเทศเพียง 5 ล้านตันต่อปี ขาดแคลนถึง 3 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้ 1.3-1.5 ตันนำเข้าจากประเทศอาเซียนภายใต้กรอบ AFTA (ภาษีเป็นศูนย์) ส่วนที่ยังขาดไปอีกครึ่งหนึ่ง ผู้ผลิตจำเป็นต้องหาวัตถุดิบทดแทน แต่กลับมีมาตรการของรัฐที่เป็นอุปสรรค ทั้งมาตรการ 3:1 ที่กำหนดให้ต้องซื้อข้าวโพด 3 ส่วนก่อน จึงจะนำเข้าข้าวสาลีได้ 1 ส่วนได้ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะเดียวกัน รัฐมีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพด ด้วยโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่มีมาตรการควบคุมราคาขั้นต่ำ (Floor Price) กิโลกรัมละ 8.50 บาท (ความชื้นไม่เกิน 14.5%) แต่รัฐกลับไม่ได้กำหนดเพดานราคา (Ceiling Price) เป็นที่มาของราคาข้าวโพดที่สูงเกือบ 13 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดโลก นอกจากนี้ การนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) มียังมีภาษีที่สูงมาก โดยการนำเข้าภายใต้โควตาเก็บภาษีนำเข้า 20% กรณีนำเข้านอกโควตาเก็บภาษีสูงถึง 70% ซึ่งแพงเกินกว่าจะนำเข้าได้ รวมทั้งรัฐยังมีมาตรการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% กลายเป็นต้นทุนการผลิตที่ผู้ผลิตต้องแบกรับมาตลอด</p><p><br></p><p>เรื่องนี้ภาคผู้ผลิตได้ทำหนังสือแสดงถึงความเดือดร้อนถึงกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ วันที่ 19 มีนาคม 2564&nbsp;จนเกิดความประชุมหลายครั้ง จนถึงการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และโรงงานอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต และบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตของต้นน้ำ ที่เชื่อมโยงถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กลางน้ำก็ตาม แต่การประชุมวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา กลับมีมติให้ยกเลิกมาตรการชั่วคราวดังกล่าว จนถึงวันนี้ก็ไร้บทสรุป และยังไม่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างเป็นรูปธรรม พูดง่ายๆ ยังไม่มีข้าวโพดแม้แต่เมล็ดเดียวที่นำเข้ามาได้ เป็น 13 เดือนที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ</p><p><br></p><p>ภาคผู้ผลิตและเกษตรกรกำลังรอคอยคำตอบจากภาครัฐ ว่าจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตและเกษตรกร ก่อนที่ราคาข้าวโพดจะขยับขึ้นไปสูงกว่านี้ เพราะต้องไม่ลืมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้ในสูตรอาหารสัตว์มากกว่า 50%&nbsp;จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญและเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ ว่าจะสูงขึ้นหรือต่ำลง หากราคาข้าวโพดฯ ลดลง ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตในส่วนนี้ต่ำลง ทั้งหมดนี้ต้องรอให้รัฐลงมือปลดดล็อกปัญหา คลายมาตรการที่รัดตรึง รวมทั้งปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี เพื่อให้เกษตรกรหายใจหายคอสะดวกขึ้น เพราะคนสุดท้ายที่จะได้ประโยชน์นจากเรื่องนี้ ก็คือผู้บริโภคคนไทย</p><p><br></p><p><br></p><p>เรื่องโดย บรรจบ สุขชาวไทย นักวิชาการอิสระ&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427195803279
486	รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการด่วนให้อำเภอสะเมิงตรวจสอบ หลังอากาศยานตรวจพบมือเผาในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้	<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;สั่งการให้อำเภอสะเมิงลงตรวจสอบอย่างเร่งด่วน&nbsp;หลังอากาศยานของกองทัพอากาศสามารถบันทึกภาพคนจุดไฟในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้&nbsp;ขณะเดียวกันผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>นายวรวิทย์&nbsp;ชัยสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอควัน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมผู้แทนจากกองทัพอากาศ&nbsp;ได้ชี้แจงการตรวจพบจุดเกิดไฟ&nbsp;ซึ่งได้เป็นภาพถ่ายจากอากาศยานของกองทัพอากาศ&nbsp;โดยมีจุดเกิดไฟป่าในช่วงเช้าวันที่&nbsp;27&nbsp;เม.ย&nbsp;65&nbsp;เกิดขึ้นจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอสันกำแพง&nbsp;และอำเภอดอยสะเก็ด&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ยังได้รายงานอีกว่า&nbsp;อากาศยานสามารถบันทึกภาพคนจุดไฟในพื้นที่ป่าได้&nbsp;ซึ่งตามพิกัดทางการบินที่ได้รับแจ้งในที่ประชุมตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จึงได้สั่งการให้อำเภอสะเมิงทำการตรวจสอบ&nbsp;ทั้งพื้นที่และคนที่ปรากฏตามภาพที่กองทัพอากาศบันทึกได้&nbsp;ซึ่งอำเภอสะเมิงได้รับทราบข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;นายกมล&nbsp;นวลใย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;</strong>ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า&nbsp;จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ทราบว่าจุดพิกัดดังกล่าว&nbsp;เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง&nbsp;และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำการตรวจสอบกรณีตามที่ปรากฎตามภาพโดยด่วนและให้รายงานผลการตรวจสอบภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427203542291
487	สทนช. รับฟังความเห็นจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมฟอร์จูน&nbsp;วิวโขง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการจัดทำผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จากพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;กำหนดให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สทนช.&nbsp;ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ(กนช.)&nbsp;มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;ให้เป็นจัดทำผังน้ำภาย&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จัดทำผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เพื่อนำข้อมูลผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาประกอบการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำ&nbsp;เพื่อจัดทำแผนปรับปรุง&nbsp;ฟื้นฟูทางน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับทางน้ำสายหลัก&nbsp;เพื่อจัดทำแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือทั้งฤดูน้ำหลากและภัยแล้ง&nbsp;เพื่อเป็นมาตรฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน้ำข้อมูลการศึกษาไปใช้อย่างสอดคล้องเชื่อมโยงกัน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประสบวิกฤติอุทกภัยและภัยแล้งบ่อยครั้งจากหลายปัจจัย&nbsp;ทั้งแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;การบุกรุกแหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;การบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำลำธาร&nbsp;ตลอดจนสามารถในการระบายน้ำของลำน้ำมีจำกัดเกิดการบุกรุกพื้นที่ชุมชน&nbsp;และการตื้นเขินจากการตกตะกอนในลำน้ำ&nbsp;ปัญหาต่างมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น&nbsp;สทนช.จึงทำการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ&nbsp;โดยการศึกษาโครงการจัดทำผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ซึ่งโครงการฯ&nbsp;ได้ทำการศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว&nbsp;และในครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้อง&nbsp;ความสมบูรณ์ของข้อมูล&nbsp;ต่อร่างผังน้ำครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และรายการประกอบร่าง&nbsp;1&nbsp;เพื่อจัดทำผังน้ำและรายการประกอบสำหรับนำไปใช้ในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ข้อมูลสนับสนุนผังน้ำ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในพื้นที่ผังน้ำ&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมและมีการเตรียมความพร้อมในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;ในระบบทางน้ำของผังน้ำ&nbsp;และช่วยลดความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจากภาวะน้ำท่วม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-04-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427234438331
488	หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดอุดรธานี เติมน้ำเขื่อนห้วยหลวง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร	<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;17/2565&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ประชุมได้ยืนยันให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนห้วยหลวง&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ&nbsp;43&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;32)&nbsp;</p><p><strong>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;</strong>โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี&nbsp;วางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;26&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่รับน้ำเขื่อนห้วยหลวง&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่ปลูกอ้อย&nbsp;มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ทางภาคเหนือเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า&nbsp;ด้วยเฮลิคอปเตอร์ฝนหลวง&nbsp;ในบริเวณพื้นที่อำเภอแม่ออน&nbsp;อำเภอสันทราย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เที่ยว&nbsp;โดยใช้น้ำจำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จากเขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอีก&nbsp;8&nbsp;หน่วยฯ</strong>&nbsp;ได้ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;ทำให้มีฝนตกในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดแพร่&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;และเพชรบุรี&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428112010414
489	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่ 28 เม.ย.  2 พ.ค.	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;50&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เลย&nbsp;41&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;39&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;23,009&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428092744341
490	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;6&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย,&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เชียงของ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428101614357
491	ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันโรคในสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ	<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;3,9&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;และหมู่&nbsp;2,6&nbsp;ตำบลท่าตะคร้อ&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวรัชฎาภรณ์&nbsp;วงษ์สมาจารย์&nbsp;นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ประธานคณะกรรมการเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนกจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;มิสเตอร์ไข้หวัดนก&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;พร้อมส่งมอบใบรับรองระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคที่เหมาะสม(GFM)&nbsp;มอบยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;ให้คำแนะป้องกันโรคและสาธิตการทำวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ปีกให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันโรคในสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;นางสาวรัชฎาภรณ์&nbsp;วงษ์สมาจารย์&nbsp;นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อให้คำแนะนำด้านการผลิตโคต้นน้ำและด้านอาหารสัตว์&nbsp;พร้อมมอบใบรับรองระบบการเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคที่เหมาะสม(GFM)&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;จักรีฟาร์ม&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;32&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428110940405
492	ย้อนรำลึก 8 ทศวรรษ 80 ปี วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ เดินหน้าส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ สร้างมาตรฐานสากลต่อเนื่อง	<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานวันสถาปนากรมปศุสัตว์ครบรอบ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ว่า&nbsp;งานวันสถาปนากรมปศุสัตว์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;ย้อนรำลึก&nbsp;8&nbsp;ทศวรรษ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ&nbsp;สืบสานงานตามพระราชปณิธานตามรอยพ่อของแผ่นดินกรมได้ทำการไถ่ชีวิตโค&nbsp;กระบือจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;โดยนำไปมอบให้เกษตรกรในโครงการธนาคารโคกระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดําริ&nbsp;ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นโคจำนวน&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นโคจำนวน&nbsp;30&nbsp;ตัวและจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นกระบือจำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;เปิดตัวโครงการธนาคารโค&nbsp;-&nbsp;กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;แก่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้จัดกิจกรรม&nbsp;CSR</strong>&nbsp;ผ่านโครงการแบ่งปันความสุข&nbsp;แต่งเติมรอยยิ้ม&nbsp;คืนความดีสู่สังคม&nbsp;โดยนำเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นมอบแก่&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;สมาคมและสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมยืนยันจะส่งเสริมและพัฒนางานด้านปศุสัตว์&nbsp;ให้มีความเจริญก้าวหน้า&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ&nbsp;จึงถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่สร้างความเข้มแข็งของภาคปศุสัตว์ไทย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;มีแนวทางการขับเคลื่อนที่สามารถนำไปต่อยอดได้&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ด้านการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ด้านการสร้างมาตรฐานการผลิตปศุสัตว์เพื่อความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและเป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;และ<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการใช้ระบบการตลาดนำการผลิต</strong>&nbsp;การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์&nbsp;รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428112408417
493	ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ สนับสนุนงบอุดหนุนเพื่อปรับระบบมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์	<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;</strong>ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระ&nbsp;(ไก่ไข่อารมณ์ดี)&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการส่งเสริมมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฟาร์มได้แก่&nbsp;</p><p>1.&nbsp;เขาหลวงฟาร์ม&nbsp;ตำบลธงชัย&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ไฮบริด&nbsp;และ&nbsp;พันธุ์เล็กฮอร์น&nbsp;ในระยะปรับเปลี่ยน&nbsp;ใช้ผักสลัดเป็นส่วนเสริมให้ไก่ไข่&nbsp;ตั้งเป้าหมายเปิดร้านกาแฟสำหรับคนรุ่นใหม่&nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่..ผักสลัด&nbsp;และเครื่องดื่มตัวใหม่&nbsp;โซดาคราฟรสผลไม้&nbsp;แบรนด์เขาหลวงฟาร์ม&nbsp;ซึ่งจะเปิดตัวเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p>2.&nbsp;สวนเพชรรีสอร์ท&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;เครือข่ายด้านปศุสัตว์&nbsp;ตำบลท่าไม้รวก&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;</p><p>3.&nbsp;เสรีฟาร์ม&nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์เพชรบุรี&nbsp;ตำบลท่าคอย&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทุกฟาร์มมีความพร้อม&nbsp;เป็นโคกหนองนาโมเดล&nbsp;และพร้อมยื่นขอรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ไก่ไข่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/28&nbsp;เม.ย.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428121202458
494	เกษตรลำปาง หนุนเกษตรกรถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ พื้นที่อำเภอเสริมงาม	<p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ร่วมเป็นเกียรติในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดนาศาลา&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเสริมซ้าย&nbsp;อำเภอเสริมงาม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเชาว์ทวีพัฒน์&nbsp;ดนัยนันท์&nbsp;นายอำเภอเสริมงามเป็นประธาน&nbsp;นางสาวจงจิตร&nbsp;มาลีเดช&nbsp;เกษตรอำเภอเสริมงาม&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;พร้อมเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ราย</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;</strong>เพื่อให้ความรู้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมแก่เกษตรกรในการเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้เหมาะสมกับชนิดพืชและพื้นที่&nbsp;โดยการบูรณาการความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมให้บริการ&nbsp;และมีกิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;การลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;การบริหารจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตลอดจนนิทรรศการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-28T00:00:00	NULL	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428110840401
495	ตรัง ท่าเรือโชคชัยกันตัง จัดทำ EIA-ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รองรับเรือขนาด เกินกว่า 500 ตันกรอส	<p><strong>ท่าเรือโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน</strong>&nbsp;เพื่อประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนาดตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ขึ้นไปได้&nbsp;โดยไม่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่และไม่มีการขยายขนาดท่าเรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์&nbsp;อบต.บ่อน้ำร้อน&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>บริษัทโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ต่อขอบเขตการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;&nbsp;จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;ให้เป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตามที่กรมเจ้าท่าได้ออกระเบียบกรม&nbsp;ว่าด้วยการขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือประเภทการใช้ท่าเรือขนาดไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ให้สามารถเทียบเรือเกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสได้&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ส่งผลให้ท่าเรือที่มีขนาดที่มีขนาดเรือเกิน&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;และต้องการเปลี่ยนให้สามารถใช้เรือขนาดเกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสได้&nbsp;ต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>และที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนาดตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ขึ้นไปได้&nbsp;โดยไม่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่และไม่มีการขยายขนาดท่าเรือโดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ&nbsp;คือ&nbsp;การดูแลชุมชน&nbsp;การจ้างงานในชุมชน&nbsp;ท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีท่าเรือ&nbsp;และส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;กิจกรรมของชุมชน&nbsp;สำรับการจัดเวทีในครั้งนี้&nbsp;มีประชาชนตำบลบ่อน้ำร้อน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อสม.&nbsp;และ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายไชยงค์&nbsp;ไชยกุล&nbsp;กำนันตำบลบ่อน้ำร้อน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลกระทบที่ส่งผลต่อชาวบ้าน&nbsp;1&nbsp;คือเรื่องฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งตนอยากให้แก้ปัญหาอย่างถาวร&nbsp;โดยตนยอมรับว่าการมีท่าเรือในพื้นที่มีผลดี&nbsp;เพราะเกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;บุตรที่เรียนจบมาได้ทำงานใกล้บ้าน&nbsp;และทางท่าเรือโชคชัยกันตังมีส่วนร่วมกับกิจกรรมชุมชนในตำบลบ่อน้ำร้อนเป็นอย่างดี&nbsp;และที่ผ่านมายังให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด19&nbsp;การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นตนในฐานะผู้นำตำบลบ่อน้ำร้อนต้องเข้ามาเสนอแนะแนวทางต่างๆ&nbsp;ให้ผู้ประกอบการได้นำไปพิจารณาและปฏิบัติ&nbsp;หากความคิดเห็นของประชาชนที่มาร่วมในเวทีนี้&nbsp;ทางบริษัทรับฟังและนำไปปฏิบัติได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;แซ่ซี่&nbsp;กรรมการบริษัทโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;เมื่อกฎหมายสิ่งแวดล้อมมีความเข้มข้นขึ้น&nbsp;ท่าเรือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้จากเวลาทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในครั้งนี้&nbsp;ประเด็นหลักๆ&nbsp;คือเรื่องฝุ่นละออง&nbsp;ปัญหาการใช้ถนนหนทางร่วมกันระหว่างรถขนาดใหญ่&nbsp;และรถของประชาชน&nbsp;ด้วยเพราะถนนแคบอาจก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุได้&nbsp;การจัดเวทีวันนี้ทางบริษัทได้รวบรวมข้อคิดเห็น&nbsp;และปัญหาที่ชาวบ้านสะท้อนมา&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไข&nbsp;และวางมาตรการในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428113427427
496	รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 3 พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว หมู่ 5 ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อไป	<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ต.เกาะยอ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อไป</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเบี้ยว&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเกาะยอ&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีพระครูโกศลอรรถกิจ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดโคกเปรี้ยว&nbsp;นายวฤทธิ์&nbsp;อินทรกุล&nbsp;ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ร้อยตำรวจโทโกวิทย์&nbsp;รัชนียะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ&nbsp;นายจารุวิทย์&nbsp;เสถียรรังสฤษดิ์&nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ&nbsp;วิทยากร&nbsp;ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;บริษัทที่ปรึกษา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโคกเปี้ยว&nbsp;ตำบลเกาะยอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference</p><p><strong>นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;ตำบลเกาะยอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีลักษณะเป็นเกาะถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบสงขลาตอนล่าง&nbsp;เป็นพื้นที่ที่พบปัญหาการกัดเซาะเกิดจากกระแสน้ำในร่องน้ำรอบเกาะยอบริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;ลม&nbsp;และคลื่นในช่วงฤดูมรสุม&nbsp;ประกอบกับการสัญจรของเรือต่างๆ&nbsp;ทำให้เกิดการพัดพาของคลื่นเข้าสู่ตลิ่งส่งผลให้แนวตลิ่งบริเวณวัดได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะ&nbsp;ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ&nbsp;เพื่อป้องกันตลิ่ง&nbsp;อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างของวัดโคกเปี้ยวได้</p><p><strong>องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ&nbsp;ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ</strong>การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;และได้ตระหนักถึงปัญหาการกัดเซาะและได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&nbsp;&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัท&nbsp;แมคโครคอนซัลแตนส์&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เอส&nbsp;ที&nbsp;เอส&nbsp;เอ็นจิเนียริ่ง&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;ออโรร่า&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;แอนด์&nbsp;เอ็นจีเนียริ่ง&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้เป็นผู้ดำเนินการศึกษา&nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมชุมชน&nbsp;สังคมและวัฒนธรรม&nbsp;อาชีพ&nbsp;ความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;และวิถีชีวิตให้น้อยที่สุด&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสำรวจออกแบบรายละเอียด</p><p><strong>ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน</strong>&nbsp;โดยจะดำเนินการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;และให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบถึงการดำเนินโครงการ&nbsp;ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน&nbsp;และนำเสนอข้อมูลทางเลือกที่เหมาะสม&nbsp;แบบร่างและรายละเอียดของโครงสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะพื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;รวมถึงนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;มาตรการป้องกัน&nbsp;การแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มีต่อโครงการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;28&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428114405438
497	กรมปศุสัตว์แจ้งเตือน จีนพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในคนเป็นครั้งแรก	<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนก&nbsp;H3N8&nbsp;ในมณฑลเหอหนาน&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เป็นเด็กชาย&nbsp;อายุ&nbsp;4&nbsp;ขวบ&nbsp;มีอาการมีไข้และมีอาการอื่นๆ&nbsp;โดยบ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และกา&nbsp;อีกทั้งมีเป็ดป่าอยู่รอบๆ&nbsp;บ้าน&nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้ดำเนินการสังเกตอาการและสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยและไม่พบความผิดปกติใดๆ&nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์&nbsp;H3N8&nbsp;ในม้า&nbsp;สุนัข&nbsp;นก&nbsp;และแมวน้ำ&nbsp;จากทั่วโลก&nbsp;แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย&nbsp;H3N8&nbsp;ในมนุษย์มาก่อน&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่า&nbsp;เชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&nbsp;(HPAI)&nbsp;ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&nbsp;2,064&nbsp;จุด&nbsp;รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;ซึ่งพบสายพันธุ์&nbsp;H5N1&nbsp;และ&nbsp;H5N8&nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทันที&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ&nbsp;ควบคุมโรคทันที</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428171114664
498	พาณิชย์แพร่แจ้งความคืบหน้าชดเชยส่วนต่างราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 64/65	<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;รายงานความคืบหน้าการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ได้แจ้งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการขดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;5&nbsp;และงวดที่&nbsp;6&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้ออกประกาศฯ&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ</p><p><strong>โดยในงวดที่&nbsp;5&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกินร้อยละ&nbsp;14.59&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;10.60&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งราคาอ้างอิงดังกล่าวสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;ส่วนงวดที่&nbsp;6&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกินร้อยละ&nbsp;14.5&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;11.56&nbsp;บาท&nbsp;โดยราคาอ้างอิงดังกล่าวสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428120832454
499	มอบรถยนต์เพื่อการเกษตรและยางห้ามล้อที่ผลิตจากยางพารา	<p><strong>พิธีมอบรถยนต์เพื่อการเกษตรแก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง</strong>และยางห้ามล้อที่ผิตจากยางพาราแกหน่วยงานราชการในจังหวัดพัทลุง</p><p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.49&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนริศ&nbsp;ขำนุรักษ์&nbsp;ประธานที่ปรึกษา&nbsp;กมธ.&nbsp;เกษตรและสหกรณ์&nbsp;นางสุพัชรี&nbsp;ธรรมเพชร&nbsp;ผู้ช่วยเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยกุล&nbsp;รองผู้ว่าการด้สนปฏิบัติการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;นายณรงศักดิ์&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผอ.กยท.เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;และแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>ในช่วงเช้าจัดพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์&nbsp;มหิศรภักดี&nbsp;</strong>(คอซิมบี้&nbsp;ณ&nbsp;ระนอง)&nbsp;บิดาแห่งยางพาราไทย&nbsp;เพื่อความเป็นศิริมงคล&nbsp;ต่อไปได้มอบยางห้ามล้อที่พัฒนาขึ้นจากยางพาราและมอบรถยนต์บรรทุก&nbsp;ซึ่งได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบการกิจการยาง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;49(3)&nbsp;หมวดเงินอุดหนุน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราภายในประเทศไทย</p><p><strong>สำหรับการรับมอบรถยนต์บรรทุกเพื่อการเกษตรแก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สถาบัน&nbsp;ได้แก่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านลำสินธุ์&nbsp;จำกัด&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรทำสวน&nbsp;กยท.บ้านชข่างทอง&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การอุตสาหกรรม&nbsp;การตลอด&nbsp;และการประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&nbsp;ออกแบบและผลิตยางห้ามล้อที่พัฒนาขึ้นจากยางพารา&nbsp;ซึ่งใช้ยางพาราจากเกษตรกรโดยการรวบรวมของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านบางหล่อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลเกาะเต่า&nbsp;อำเภอป่าพะยอมจังหวัดพัทลุง&nbsp;และให้ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยียางเพื่อชุมชน&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&nbsp;ออกแบบสูตรและผลิตเป็นยางห้ามล้อเพื่อมอบให้แก่ส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งสามารถผลิตยางห้ามล้อได้จำนวน&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ยางพารา&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;Corporate&nbsp;Social&nbsp;Responsibility&nbsp;(CSR)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428132530479
500	จังหวัดลำปาง หลายภาคส่วนร่วมสนับสนุนเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อพลิกฟื้นแม่น้ำวังให้สะอาดสวยงาม ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมสนับสนุนเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการเติมอากาศให้กับแม่น้ำวัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ซึ่งสอดรับข้อสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ที่ให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;พร้อมทั้งเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&nbsp;โดยจังหวัดลำปางได้ดำเนินการพื้นที่ลุ่มน้ำวัง&nbsp;เหนือเขื่อนยาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;(สะพานเสตุวารีถึงฝายยางเฉลิมพระเกียรติ)</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;มีแผนงานการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>ระยะเร่งด่วน&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดลอกจอก&nbsp;แหน&nbsp;วัชพืชบก&nbsp;วัชพืชน้ำ&nbsp;หรือเศษขยะที่อยู่ในแม่น้ำ,&nbsp;ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย,&nbsp;การรักษาระดับแม่น้ำวัง,&nbsp;ต่อลมหายใจแม่น้ำวังโดยใช้เครื่องพ่นน้ำ,&nbsp;การบำบัดน้ำเสียปลายท่อแม่น้ำวัง&nbsp;รวมไปถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ในแม่น้ำคูคลอง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ระยะพัฒนา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การควบคุมปริมาณและรักษาระดับน้ำ&nbsp;(ฝายชะลอน้ำ,&nbsp;ประตูระบายน้ำ,แก้มลิงแม่น้ำวัง)&nbsp;ปรับภูมิทัศน์และรักษาเอกลักษณ์&nbsp;(เส้นทางจักรยาน,&nbsp;สวนสาธารณะริมเขื่อนยาง,พัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ)&nbsp;เติมลมหายใจให้แม่น้ำวัง&nbsp;(ระบบเติมอากาศให้แม่น้ำวัง)&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;30&nbsp;เครื่อง&nbsp;และระบบรวบรวมน้ำเสีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และระยะยาวสู่ความยั่งยืน&nbsp;ในการวางระบบเฝ้าระวัง&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมชุมชน&nbsp;ในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพและคุณภาพน้ำแม่น้ำวัง&nbsp;ที่มีคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428140903515
501	ก.ทรัพย์ เร่งผลักดันผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศจริงจังไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์	<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งผลักดันผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศจริงจังไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อตัดวงจรการเผาที่ก่อมลพิษในประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และและภาคีเครือข่าย&nbsp;ทั้งภาคราชการ&nbsp;สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สมาคมและองค์กรเอกชน&nbsp;และผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศ&nbsp;118&nbsp;แห่ง&nbsp;ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;การไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีมูลค่าสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ทองแดงที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรือหลอมนำกลับไปเป็นวัตถุดิบการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;ธุรกิจก่อสร้าง&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;และยานยนต์&nbsp;แต่วิธีการให้ได้มาซึ่งวัสดุมีค่าต้องเป็นวิธีการที่ถูกต้องด้วย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;แหล่งชุมชนหรือสถานที่ถอดแยกต้องคัดแยกอย่างถูกต้อง&nbsp;โดยไม่เผาวัสดุและต้องส่งขายไปยังศูนย์รับซื้อหรือโรงงานรีไซเคิลที่ถูกต้อง&nbsp;และต้องส่งเศษซากหรือวัสดุที่ไม่มีค่าไปกำจัดอย่างถูกต้องด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลายพื้นที่พบมีการเผาและจัดการเศษขยะไม่ถูกต้อง&nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบกระทำความผิดยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร&nbsp;จึงเห็นว่าหากผู้ประกอบการยินดีร่วมมือไม่รับซื้อวัสดุมีค่าที่มาจากการเผาเริ่มจากผลิตภัณฑ์ทองแดงที่มาจากการเผาสายไฟ&nbsp;จะเป็นการตัดวงจรการเผาดีที่สุดและเป็นการใช้ความร่วมมือแทนการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นประมาณ&nbsp;435,000&nbsp;ตัน&nbsp;ถูกเก็บรวบรวมไปกำจัดอย่างถูกต้องเพียง&nbsp;70&nbsp;ตันเท่านั้น&nbsp;ซึ่งซากผลิตภัณฑ์ฯที่มีค่าส่วนใหญ่จะถูกขายให้ซาเล้ง&nbsp;รถเร่&nbsp;หรือร้านรับซื้อของเก่า&nbsp;ส่วนซากผลิตภัณฑ์ฯที่ไม่มีค่าจะถูกทิ้งรวมกับขยะชุมชนทั่วไป&nbsp;</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428143933542
502	เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับเกษตรตรัง ลงพื้นที่ส่งมอบพร้อมให้คำแนะนำการใช้ถุงห่อทุเรียน Magik Growth เพื่อป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน เพลี้ยแป้ง และราดำ ของ Young Smart Farmer ตำบลโพรงจระเข้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;เพลี้ยแป้ง&nbsp;และราดำ&nbsp;ของนายสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการใช้ถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ควรห่อผลในช่วง&nbsp;50-60&nbsp;วัน&nbsp;หลังดอกบาน-หลังตัดแต่งไว้ผล&nbsp;รอบสุดท้าย-ขนาดผลสูงประมาณขวดโค้ก&nbsp;0.5&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ก่อนห่อผล-ฉีดล้างผลด้วยสารเคมี/สารชีวภัณฑ์ไล่แมลง&nbsp;ก่อนห่อ&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อล้างไข่&nbsp;หรือตัวอ่อนแมลงที่อาจเกาะอยู่ที่ผลทุเรียนออกก่อน-ควรไว้ลูกที่ห่อเป็นลูกเดี่ยว&nbsp;เวลาห่อแล้วไม่ติดกัน&nbsp;แมลงมักวางไข่ตามซอกมุม-ทำการป้องกันมดที่โคนต้นทุเรียน&nbsp;ไม่ให้มดสามารถพาไข่เพลี้ยแป้งขึ้นมาจากดินได้-ควรคัดลูกที่ทรงสวยสาหรับห่อ&nbsp;เนื่องจากหลังจากห่อ&nbsp;จะไม่สามารถปรับปรุง&nbsp;รูปทรงทุเรียนได้-แต่ละรุ่นทุเรียนที่ห่อ&nbsp;ควรมีรุ่นที่ไม่ห่อเปรียบเทียบ&nbsp;และทาเครื่องหมายบนถุงไว้&nbsp;เพื่อสะดวกในการสังเกต&nbsp;ช่วงที่สามารถตัดได้&nbsp;เนื่องจากคนตัด&nbsp;จะไม่สามารถดูจากสีหนามได้&nbsp;ต้องอาศัยการเคาะหรือ&nbsp;วัดปริมาณแป้ง&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ก่อนเก็บผล-ถ้าต้องการผลสีเขียวเข้ม-น้าตาล&nbsp;ควรแกะถุงห่อก่อนตัด&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์-ถ้าถอดถุงห่อวันที่ตัดผล&nbsp;จะได้ทุเรียนร่องหนามใส&nbsp;ผิวสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เหมาะกับการขายเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>4.&nbsp;วันตัดผล-ควรตัดผลเมื่อ&nbsp;%แป้ง&nbsp;มากกว่า&nbsp;32%-ควรถอดถุงห่อออกและปล่อยลงมาก่อน&nbsp;เทเศษเปลือกทุเรียนออกและพับเก็บ&nbsp;ในกรณีที่มีคราบสกปรก&nbsp;สามารถนาไปซักหรือแช่น้ายาฆ่าเชื้อโรคอ่อนๆได้&nbsp;ตากให้แห้งและเก็บสาหรับใช้ในฤดูกาลถัดไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;YSF&nbsp;เริ่มห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติก</strong>&nbsp;ขณะที่ผลทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;20&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;หรือระยะติดผลเล็ก&nbsp;(ผลทุเรียนขนาดไข่กระทา)&nbsp;โดยใช้ถุงพลาสติกขนาด&nbsp;6x14&nbsp;นิ้ว&nbsp;เนื่องจากมีหนอนเข้าทำลายในระยะดังกล่าว&nbsp;และในช่วงประมาณ&nbsp;50-50&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;จะทำการคัดเลือกผลทุเรียนที่สมบูรณ์&nbsp;และห่อด้วยถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;</p><p><strong>วิธีการห่อผลทุเรียนดังกล่าว&nbsp;YSF&nbsp;มีความมั่นใจว่าสามาร</strong>ถควบคุมหนอนเจาะผลได้ถึง&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;และเป็นวิธีการที่สามารถควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนได้ในขั้นตอนเดียว&nbsp;ผลผลิตปลอดสารเคมี&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;ผลผลิตจากสวนจำหน่ายให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเฉลี่ยปีละประมาณ&nbsp;18,000&nbsp;บาท/ต้น&nbsp;(สนใจสามารถติดต่อสั่งจองทุเรียนหมอนทองไร้สารเคมีได้ที่&nbsp;คุณสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;โทร&nbsp;086-0455116)&nbsp;</p><p><strong>ถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;&nbsp;เป็นนวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวน</strong>&nbsp;มีสมบัติให้น้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้โดยง่าย&nbsp;รวมถึงมีสมบัติการคัดเลือกช่วงแสงที่เหมาะสมกับเซลล์รับแสงที่ผิวผลไม้&nbsp;เมื่อนำไปห่อทุเรียนสามารถป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;เพลี้ยแป้ง&nbsp;และราดำ&nbsp;ตลอดจนมีสีของเปลือกที่สวยเป็นสีเขียวแกมเหลือง&nbsp;ซึ่งเป็นธรรมชาติของสีผิวของผลไม้ที่ห่อถุง&nbsp;เปลือกสวย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;ดร.ณัฐภพ&nbsp;สุวรรณเมฆ&nbsp;นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ&nbsp;กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง&nbsp;ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ&nbsp;(เอ็มเทค)&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160103588
503	จังหวัดตรัง   ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (ทุเรียนพื้นบ้าน) เพื่อบูรณาการงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลและแนวทางการพัฒนาพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านเพื่อบูรณาการงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เพื่อคัดเลือกทุเรียนพื้นบ้านที่มีลักษณะดีเด่น&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนายเกษม&nbsp;ทองรอด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลและกำหนดแนวทางพัฒนาร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แนวทางการพัฒนาที่มาจากการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน</strong>ที่ต้องการดำเนินการในปี&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;การคัดเลือกสายพันธุ์ดีและพัฒนาชุมชนต้นแบบทุเรียนพื้นบ้าน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;โดยเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวางแผนลงสำรวจและรวบรวมทุเรียนพื้นบ้านสายพันธุ์ดีตามคำบอกเล่า&nbsp;เพื่อนำผลทุเรียนมาพิจารณาและคัดเลือกสายพันธุ์จากการพิจารณาเนื้อผลและรสชาติอีกครั้งในช่วงทุเรียนสุกหล่น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160215589
504	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;244&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,280&nbsp;จุด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,342&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,656&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;หลายจังหวัดในภาคเหนือพบอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะเชียงราย&nbsp;น่าน&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมากถึงปานกลาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;4,268&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,644&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;439&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428155217583
505	สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา   จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร	<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชน&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(นายปราโมทย์&nbsp;ไชยมณี)&nbsp;ลงพื้นที่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้กับเกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และกำหนดลงพื้นที่ครั้งถัดไปในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4,&nbsp;10&nbsp;และ&nbsp;11&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี</strong>&nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160304591
506	จังหวัดพังงา เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร	<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางนายสี&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;ให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้คำแนะนำ</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานมีการให้บริการทางด้านการเกษตร</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;และคลินิกเสริมจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(YSF)&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428161011595
507	เกษตรจังหวัดพังงา จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาส 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางนายสี	<p><strong>เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาส&nbsp;3&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางนายสี&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีนายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ฯ</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;แก้วพิพัฒน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก&nbsp;ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;บริการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืช&nbsp;โรคทางพืชต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ศัตรูพืช&nbsp;ศัตรูธรรมชาติ&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;บริการทำหมันสุนัขและแมว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ&nbsp;แจกพันธ์ปลากินพืช&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;บริการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย&nbsp;ที่ดิน&nbsp;สปก.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;บริการให้คำปรึกษาการทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;บัญชีรายรับ-จ่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;บริการให้คำปรึกษาการใช้น้ำของเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางนายสี&nbsp;บริการตรวจหาสารพิษในกระแสเลือด</p><p><strong>การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;YSF&nbsp;</strong>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;แจกฟรีพันธุ์ปลาน้ำจืด&nbsp;สารชีวิภัณฑ์&nbsp;จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;มวนพิฆาต&nbsp;แหนแดง&nbsp;ปุ๋ยยางพารา&nbsp;ต้นผักเหมียง&nbsp;ต้นมะเขือ&nbsp;ต้นถั่วฝักยาว&nbsp;ต้นหมาก&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428163354615
508	เทศบาลนครตรัง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำขัง ทำให้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่	<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร</strong>&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายถนอมพงศ์&nbsp;หลีกภัย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ถนนห้วยยอด&nbsp;ซอย&nbsp;9&nbsp;ติดตามการดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำขัง&nbsp;ทำให้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>เทศบาลนครตรัง&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักช่าง</strong>&nbsp;ดำเนินการขุดร่องและขยายทางระบายน้ำ&nbsp;เพื่อให้น้ำที่ขังสามารถระบายได้&nbsp;โดยขอความอนุเคราะห์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำขังดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ยังได้ดำเนินการเสริมผิวจราจรเพื่อให้มีช่องทางรถในการสัญจรของพี่น้องประชาชนให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินงานฯ&nbsp;จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน</strong>&nbsp;โดยในอนาคต&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;จะร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาออกแบบ&nbsp;เพื่อนำน้ำไปสู่บ่อบำบัดน้ำเสียต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428162830609
509	ผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล เห็นด้วยกับมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ พร้อมอยากให้ส่งเสริมการจัดการขยะที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง	<p><strong>ผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล&nbsp;เห็นด้วยกับมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ&nbsp;พร้อมอยากให้ส่งเสริมการจัดการขยะที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมไทย&nbsp;วงษ์เจริญ&nbsp;ประธานบริหารกลุ่มวงษ์พาณิชย์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;ในฐานะผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล&nbsp;กล่าวถึงมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐว่า&nbsp;เห็นด้วยกับภาครัฐในเรื่องนี้และจะเกิดประโยชน์มากขึ้น&nbsp;เพราะการเผาสายไฟก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นสารก่อมะเร็ง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากนี้จะเร่งทำความเข้าใจและติดป้ายหยุดรับซื้อทองแดงจากการเผา&nbsp;พร้อมติดป้ายประกาศไม่รับซื้อทองแดงผิดกฎหมายจากการลักทรัพย์&nbsp;โดยมีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคดำเนินการตรวจสอบกิจการคู่ขนานกันไป&nbsp;ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เริ่มออกเทศบัญญัติห้ามเผาขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;แต่มีอุปสรรคสำคัญเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;คือ&nbsp;กลไกและมาตรการของภาครัฐ&nbsp;โครงสร้างภาษีที่ไม่เอื้อต่อการประกอบกิจการร้านขายของเก่า&nbsp;โรงงานรีไซเคิล&nbsp;และกฎหมายผังเมืองที่ไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานรีไซเคิลในเมือง&nbsp;ซึ่งล้าสมัย&nbsp;และไม่เอื้ออำนวยต่อการรวบรวมจัดส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หากภาครัฐส่งเสริมภาคเอกชนดำเนินการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มที่ในอนาคตประเทศไทยจะไม่มีมลพิษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกลุ่มวงษ์พาณิชย์&nbsp;มีเครือข่ายทั่วประเทศไทย&nbsp;2,222&nbsp;ราย&nbsp;ที่ผ่านมาสามารถรีไซเคิลได้&nbsp;2.5&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;ถือเป็นตลาดใหญ่ที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนหยุดรับซื้อ&nbsp;โดยได้ทำมาก่อนหน้าที่แล้วมีปริมาณการรับซื้ออยู่ที่&nbsp;3,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;รวมเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประกาศหยุดซื้อทองแดงเผาแต่ไม่กระทบการดำเนินงาน&nbsp;เพราะยังมีการถอดแยกซากอย่างถูกต้อง&nbsp;ซึ่งคุณภาพและราคารับซื้อดีกว่าทองแดงจากการเผาด้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;310&nbsp;บาทฃ</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428163743617
510	ต้นทุนหมูแพงเพราะเหตุ 4 เด้ง ขอผู้บริโภคโปรดเข้าใจ	"<p class=""ql-align-justify"">เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 คณะอนุกรรมการต้นทุน Pig Board รายงานต้นทุนการผลิตสุกรขุน 98.81 บาทต่อกิโลกรัม นับว่าเป็นต้นทุนการผลิตสุกรขุนที่สูงเป็นประวัติการณ์เรียกได้ว่าฟาร์มต้องกุมขมับ เพราะราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มมีชีวิตตามประกาศของสมาคมฯ คือ 96-98 บาท/กิโลกรัม ซื้อขายจริงในบางพื้นที่ทะลุ 100 บาท/กิโลกรัมเป็นที่เรียบร้อย</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><strong>คำถามคือที่มาของตัวเลขต้นทุนที่สูงปรี๊ดขณะนี้มาจากอะไรบ้าง &nbsp;</strong></p><p class=""ql-align-justify"">สาเหตุที่ตัวเลขต้นทุนการผลิตสุกรสูงในขณะนี้เกิดจากสถานการณ์ 4 เด้ง</p><p class=""ql-align-justify"">เด้งแรก ผลพวงของการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรหรือ ASF ปริมาณแม่พันธุ์ยังไม่เพียงพอ ทำให้อัตรากำลังการผลิตสุกรน้อยกว่าปีก่อน ผลผลิตสุกรเข้าสู่ตลาดลดลงราคาย่อมต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่มากกว่าอัตราการผลิตได้</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">เด้งที่ 2 ผลต่อเนื่องจากเด้งแรก คือต้นทุนลูกสุกร เนื้อหมูที่วางขายอยู่ในตลาดช่วงนี้ต้องย้อนไปเดือนมกราคม 2565 หากเราจำกันได้ เป็นช่วงที่ราคาเนื้อสุกรแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาลูกสุกรก็แพงที่สุดเช่นกัน โดยราคาเฉลี่ยลูกสุกรเดือนมกราคม 3,650 บาท/ตัว ทำให้สัดส่วนต้นทุนลูกสุกรสูงถึง 40.65% ของต้นทุนการผลิตสุกรขุน </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">เด้งที่ 3 ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสองประเทศนี้เป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญของโลก ผลพวงจากสถานการณ์นี้ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกชนิดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก่อนเกิดสงครามวัตถุดิบก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว โดยตั้งแต่ต้นปี ในเวลาเพียง 3 เดือน ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มขึ้น 17.1% กากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 13.6% ข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.3% ปลาป่นเพิ่มขึ้น 19.3% (ภาพที่ 1) (อันที่จริงปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยซ้ำ) ถึงกับมีการแซวกันว่า ราคาวัตถุดิบขึ้นโหดเหมือนโกรธคนเลี้ยง</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">ในการขุนสุกรให้ได้น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ต้องใช้อาหารสุกรประมาณ 248 กิโลกรัม คิดเป็นต้นทุนค่าอาหารไม่น้อยกว่า 4,000 บาท หรือประมาณ 45.09% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยขยายเวลาเลี้ยงนานขึ้นจาก 100 กิโลกรัม เป็น 110  120 กิโลกรัม แน่นนอนต้นทุนอาหารก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">เด้งที่ 4 สภาพอากาศที่ร้อน สุกรจะกินอาหารน้อยกว่าปกติ ทำให้โตช้า ฟาร์มต้องเลี้ยงนานขึ้น ทำให้ต้นทุนอาหารในช่วงหน้าร้อนสูงกว่าปกติ&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">หากถามว่าเด้งไหนที่รัฐพอจะบรรเทาปัญหาได้คือ เด้งที่ 2 การแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบ โดยทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้เสนอแนวทางแก้ไข 3 ข้อไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ได้แก่</p><p class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% </p><p class=""ql-align-justify"">2.&nbsp;ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 : 1 </p><p class=""ql-align-justify"">3.&nbsp;เปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO, AFTA ยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียม ในปริมาณขาดแคลนชั่วคราว ในปี 2565&nbsp;</p><p><br></p><p class=""ql-align-justify"">ข้อเสนอทั้ง 3 ได้รับการตอบสนองเพียงส่วนเดียว ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน หรือเป็นที่ยอมรับของภาคปศุสัตว์และอาหารสัตว์ กล่าวคือการผ่อนปรนให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ตามกรอบ WTO &nbsp;ไม่เกิน 0.38 ล้านตัน ในช่วงเมษายน  กรกฎาคม 2565 ซึ่งขณะนี้กำลังจะหมดเดือนเมษายน แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การอนุญาตนำเข้าข้าวโพดอาจมีส่วนช่วยให้ผู้กักตุนข้าวโพดขณะนี้ยอมคายผลผลิตที่กักตุนไว้เก็งกำไรได้ </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">ข้อเท็จจริงอีกข้อคือ ราคาข้าวสาลีในขณะนี้สูงเทียบเท่าข้าวโพดแล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจให้เกิดการนำเข้าข้าวสาลีมาเป็นวัตถุดิบทดแทนตามมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 ส่วน ส่วนมาตรการยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% ซึ่งจัดการได้ง่ายที่สุด และสามารถยกเลิกได้ทันที แต่มาตรการนี้ก็ถูกยื้อไว้นานที่สุด โดยที่ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ &nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">สำหรับมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ควรต้องผ่อนปรนมากขึ้น หากรัฐไม่ต้องการซ้ำเติมปัญหาให้แก้ยากไปกว่านี้ เนื่องจากรัฐได้กำหนดนโยบายประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ 8.5 บาท/กิโลกรัม และรับซื้อเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศ 19.75 บาท/กิโลกรัม เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองได้รับการดูแลอยู่แล้ว จึงควรปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">เนื่องจากสถานการณ์สงครามรัสเซียยูเครนยังคงยืดเยื้อ และกำลังการผลิตของผู้ผลิตถั่วเหลืองและข้าวโพดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา บราซิล น่าจะมีปัญหาในปีการผลิตปัจจุบันเนื่องจากต้นทุนน้ำมันและปุ๋ยแพง เหล่านี้จะทำให้ราคาต้นทุนการผลิตสุกรไม่น่าจะลดลงได้ &nbsp;นั่นหมายถึงราคาเนื้อสุกรคงต้องแพงขึ้นอีก นอกจากนี้ รัฐต้องเข้มงวดกวดขันการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนอีกปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวบ่อนทำลายเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูไทย ซึ่งจะกระทบไปยังเกษตรกรพืชไร่อีกหลายแสนรายด้วยอย่างแน่นอน</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">เมื่อรัฐไม่มีความสามารถแก้ปัญหาต้นทางจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปล่อยให้กลไกตลาดทำหน้าที่ มิเช่นนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่เหลืออยู่ไม่ถึงแสนราย คงต้องเซย์กู้ดบายถาวรเพราะต้นทุนที่แบกรับกันอยู่ตอนนี้ แบกกันแอ่นจนหลังจะหักแล้ว สำหรับผู้บริโภคคงได้เพียงบริหารจัดการเงินในกระเป๋า ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพราะการตรึงราคาสุกรหน้าฟาร์มคงไม่สามารถสั่งได้เหมือนในอดีต และในอีกไม่กี่วันนี้ก็จะต้องเผชิญกับการปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p class=""ql-align-justify"">เรื่องโดย ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ</p><p class=""ql-align-justify"">ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p><p class=""ql-align-justify""><br></p><p><br></p>"	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428202309725
511	ผลผลิตลด บริโภคเพิ่ม ต้นทุนพุ่ง ขบวนการลักลอบนำเข้าสุกรซ้ำเติม ขอกลไกตลาดทำงาน	<p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมสุกรทั้งประเทศมีผลผลิตสุกรลดลง 40-50 % นับแต่ได้รับผลกระทบจากโรค ASFในสุกรช่วงก่อนหน้านี้&nbsp;เป็นผลให้มีปริมาณไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์การเลี้ยงสุกรขณะนี้ เกษตรกรยังไม่มั่นใจกับภาวะโรคที่เกิดขึ้น&nbsp;ผู้เลี้ยงส่วนหนึ่งจึงลดความเสี่ยงในการนำสุกรเข้าเลี้ยง ขณะที่บางรายก็ยังงดการนำสุกรเข้าเลี้ยง&nbsp;ในรายที่ยังเลี้ยงอยู่ก็ลดปริมาณการเลี้ยงไม่เต็มประสิทธิภาพ&nbsp;กลายเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์ผลผลิตลดลงไปอีก&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกรได้ประเมินต้นทุนการเลี้ยงสุกรไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ 98.81 บาท กลายเป็นวิกฤตของเกษตรกร&nbsp;จากต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์&nbsp;โดยมีหลายปัจจัย ได้แก่&nbsp;</p><p><br></p><p>ประการแรก ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2563 เป็นต้นมา ยิ่งเมื่อมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ต่างก็เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก กลายเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกยิ่งปรับสูงขึ้นไปอีก&nbsp;ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นอาหารสำหรับสุกรสูงขึ้นเฉลี่ย 25-30%&nbsp;&nbsp;ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นธัญพืชที่ไทยสามารถผลิตได้เองปีละประมาณ 5 ล้านตัน&nbsp;น้อยกว่าความต้องการใช้ที่มีอยู่จริงปีละ 8 ล้านตัน&nbsp;เท่ากับยังขาดแคลนอีก 3 ล้านตัน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ประการที่สอง ต้นทุนป้องกันโรค&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสิทธิพันธ์&nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากการระบาด ASF ในสุกร เกษตรกรผู้เลี้ยงจึงลงทุนในการทำระบบป้องกันโรคระบาดในฟาร์มอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมกับยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)&nbsp;มีการพักคอก ปรับปรุงโรงเรือน และใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อเตรียมระบบการเลี้ยงก่อนการนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพื่อให้สามารถเลี้ยงสุกรได้อย่างปลอดภัย</p><p><br></p><p>ประการที่สาม&nbsp;ต้นทุนค่าน้ำ-ไฟ-น้ำมัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บอกว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ช่วงฤดูร้อน เกษตรกรต้องดูแลสภาพอากาศในโรงเรือนเพื่อคงประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยต้องเปิดระบบทำความเย็นแทบทั้งวัน&nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำและไฟฟ้าเพื่อเดินระบบมากขึ้น บางฟาร์มมีระบบปั่นมอเตอร์พัดลมโดยใช้น้ำมัน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม ยิ่งรัฐบาลจะเลิกพยุงราคาน้ำมันดีเซลในวันที่ 1 พ.ค.2565 นี้ ภาระหนักก็จะตกที่เกษตรกร เพราะต้องใช้น้ำมันทั้งในการเลี้ยงและขนส่งสุกร</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้สุกรที่ปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น&nbsp;ผลผลิตที่ได้ลดลง&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงก็ยิ่งสูงขึ้น เกือบ 99 บาทต่อกิโลกรัมดังกล่าวข้างต้น ขณะที่ประกาศราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ 96-98 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาภาคผู้เลี้ยงทั่วประเทศต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐ&nbsp;ในการพยุงราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เพื่อดูแลค่าครองชีพผู้บริโภค ทั้งที่เกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนก็ตาม</p><p><br></p><p>ประการที่สี่ แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ</p><p><br></p><p>นายปรีชา&nbsp;กิจถาวร นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภายใต้ ให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่สุดในอาชีพ&nbsp;หลังจากพบโรค ASF ในสุกร&nbsp;ทำให้การเลี้ยงสุกรต้องหยุดชะงัก เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะโรคระบาด&nbsp;และขณะนี้เกษตรกรยังไม่สามารถขอกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ เพราะผู้เลี้ยงไม่มีรายได้และยังไม่มีหลักประกันในอาชีพ&nbsp;&nbsp;เรียกง่ายๆว่า เกษตรกรขาดที่พึ่ง แม้จะอยากทำอาชีพเลี้ยงสุกรต่อ แต่ก็มีอุปสรรคเพราะไม่มีทุน การจะเริ่มเลี้ยงสุกรรอบใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จากการต้องปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ได้มาตรฐาน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย เรื่องนี้ภาครัฐต้องเร่งพิจารณาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p>ประการที่ห้า ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรซ้ำเติม</p><p><br></p><p>เรื่องนี้ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังคงมีกลุ่มผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ที่ปรับตัวกับสถานการณ์ ด้วยการเลี้ยงหมูขุนใหญ่ขึ้น จับออกขายที่น้ำหนัก 110-120 กิโลกรัม ทำให้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ต้องจับออก ไม่มีการกักหมูไว้เพื่อเก็งกำไร หากแต่ยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมายจากหลายประเทศมาสวมเป็นเนื้อสุกรไทย&nbsp;เพื่อฉวยโอกาสทำกำไร ซึ่งเป็นภัยร้ายกับผู้บริโภคโดยตรงเพราะหลายประเทศในตะวันตกยังอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ได้ ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงยังเสี่ยงต่อโรคต่างถิ่นที่อาจติดมากับสินค้าเหล่านี้&nbsp;ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากร และกรมปศุสัตว์ ต้องเร่งปราบปราม ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรไทยในระยะยาว และปกป้องเศรษฐกิจชาติที่ต้องเสียหายจากขบวนการลักลอบ</p><p><br></p><p>บทสรุป</p><p><br></p><p>ปัญหารอบด้านที่เกิดขึ้น ทั้งผลผลิตลด ต้นทุนเพิ่ม และขบวนการลักลอบนำเข้าสุกรที่ซ้ำเติม ทั้งสองสมาคมผู้เลี้ยงสุกรย้ำว่า เกษตรกรขอเพียงความเข้าใจจากผู้บริโภคและภาครัฐ&nbsp;ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี โดยไม่มีการควบคุม&nbsp;ให้เกษตรกรสามารถขายสุกรในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นทางออกของปัญหา และทางรอดของเกษตรกร</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428202250724
512	ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด นำผลไม้คัดคุณภาพ เกรด A มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง	<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>อำเภอมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;นางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ชุมนุมการเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้นำมังคุด&nbsp;,เงาะสีทอง&nbsp;และทุเรียนหมอนทอง&nbsp;คุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มาขายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;มังคุดคัดเกรดคุณภาพ&nbsp;60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท,&nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;400-500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;และเงาะสีทอง&nbsp;360&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;กิโล&nbsp;100&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยนางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าในครั้งนี้&nbsp;ทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดี&nbsp;100%&nbsp;จำนวน&nbsp;9.7&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;291,000&nbsp;บาท&nbsp;ไปเชื่อมโยงกับผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งผลไม้ทุกชนิดที่นำมาขายในวันนี้&nbsp;เป็นผลผลิตจากสวนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด&nbsp;การันตีด้านคุณภาพอย่างแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างข้าวสารหอมมะลิ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กับผลไม้คุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายตามโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องการผลักดันให้เครือข่ายสหกรณ์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็ว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลไม้ไปประเทศคู่ค้าได้&nbsp;เนื่องจากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง&nbsp;ทำให้ผลไม้กระจุกตัวและส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ</p><p><strong>ผู้ใดสนใจสามารถไปซื้อได้ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;</strong>ตั้งอยู่เยื้องกับตลาดกลางยางพารา&nbsp;ถนนสายบุรีรัมย์-สตึก&nbsp;หรือโทรติดต่อสอบถามและสั่งซื้อผลไม้ได้ที่&nbsp;081-6606020&nbsp;,&nbsp;044-611601&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428231409781
513	กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนถึงวันที่ 2 พฤษภาคมนี้	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;167&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกำแพงเพชร&nbsp;104&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;22,856&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;39&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำให้มีน้ำอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;และ&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ได้ร่วมกันทำโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ&nbsp;ต.มหาสอน&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;ไปจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&nbsp;ต.บางขาม&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;38&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จภายในปีนี้&nbsp;หากขุดลอกแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขามช่วงหน้าน้ำหลาก&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้มากถึง&nbsp;21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.ท่าวุ้ง&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;และ&nbsp;อ.เมืองลพบุรี&nbsp;รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่งของแม่น้ำบางขามมีน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;ผลิตน้ำประปา&nbsp;และทำการเกษตรไว้ใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429102423829
514	จังหวัดนนทบุรีลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงกระท้อนบางกร่างเพื่อขอใช้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)	"<p><strong>ที่พื้นที่อำเภอบางกร่าง&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี&nbsp;พร้อมคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงกระท้อนบางกร่างของผู้ปลูกกระท้อนในจังหวัดนนทบุรีและมีผลผลิตออกในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งได้สมัครขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;""กระท้อนบางกร่าง""&nbsp;ไว้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&nbsp;(GI)&nbsp;คือตราสัญลักษณ์ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้แก่ผู้ผลิตสินค้า&nbsp;เพื่อรับรองว่าเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้&nbsp;วัตถุประสงค์หลักของตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;เพื่อสร้างเกณฑ์ด้านคุณภาพให้กับสินค้า&nbsp;สร้างความเชื่อถือในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า&nbsp;สำหรับกระท้อนบางกร่างเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรีมาตั้งแต่ในอดีต&nbsp;แต่เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงขายที่ดิน&nbsp;หรือเกษตรกรที่ยังคงทำสวนอยู่ก็มักจะขาดทายาทรุ่นใหม่มาสานต่อ&nbsp;อันส่งผลให้ในปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ปลูกกระท้อนอยู่จำนวนไม่มาก&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;ยังมีเกษตรกรอีกหลายรายรวมถึงคุณศิริพันธ์ฯที่ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการทำสวนกระท้อน&nbsp;โดยใช้วิธีปลูกแบบดั้งเดิมผสมผสานกับการใช้ความรู้วิทยาการสมัยใหม่&nbsp;ผลิตกระท้อนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ&nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระท้อนห่อบางกร่าง&nbsp;เป็นผลไม้ที่ได้รับตราเครื่องหมายรับรอง&nbsp;GI&nbsp;</strong>(สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)&nbsp;ถึงแนวโน้มการทำเกษตรยุคใหม่ในจังหวัดนนทบุรีที่ปลูกพืชผักผลไม้จำนวนไม่มาก&nbsp;แต่มีคุณภาพและราคาสูง&nbsp;มีมาตรฐานรับรอง&nbsp;โดยเน้นการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;ปลูกพืชผักผลไม้หลายประเภทผสมผสาน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429114203872
515	ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงวันที่ 1 - 6 พ.ค.กระทบไทย	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคมกระทบไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.แม่นะ&nbsp;อ.เชียงดาว&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เชียงของ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนภายในประเทศด้วยเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออกช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;หากจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออกเฉียงเหนือยังคงสะสมจำนวนมากจะมีโอกาสเคลื่อนตัวมากระทบ&nbsp;จ.เชียงใหม่และน่านได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;เนื่องจากฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429103143833
516	ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา ทางเลือกในการซื้อสินค้าพืชผักผลไม้สดจากสวนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ตลาดเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>เปิดตลาดวันอังคาร&nbsp;และวันศุกร์สุดสัปดาห์ยังคงขายสินค้าจากเกษตรกรที่นำพืชผักสดๆ&nbsp;จากสวนมาวางขายกันสดๆโดยมีร้านขายอาหาร&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&nbsp;มาหาซื้อพืชผักผลไม้ของเกษตรกรที่นำมาจากสวนกันสดๆ&nbsp;เนื่องจากสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้ามาเป็นเวลานานหลายปี&nbsp;โดยลูกค้าที่มาซื้อ&nbsp;นอกจากจะได้รับพืชผักสดๆ&nbsp;จากสวนแล้ว&nbsp;ในส่วนของราคา&nbsp;ก็มีราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรนำผลผลิตมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;จึงทำให้ราคาผลผลิตที่นำมาขาย&nbsp;ราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป&nbsp;อีกทั้งการจัดการตลาดจัดเป็นแถวเดียวไม่มีการรวมกลุ่มโดยประชาชนจะเว้นระยะห่างกันเอง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกคน&nbsp;ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;ทุกร้านเข้าโครงการคนละครึ่ง&nbsp;จึงช่วยให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น</strong>&nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจในการออกมาจับจ่ายมากขึ้น&nbsp;วันนี้โครงการคนละครึ่งโค้งสุดท้าย&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;จะสิ้นสุดลงในวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของพืชผักและผลไม้นั้นจะต้องเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;GAP</strong>&nbsp;หรือออแกร์นิค&nbsp;ในส่วนของประเภทอาหารแปรรูปจะต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;ฮาลาลในส่วนของไข่ไก่ต้องจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และการดำเนินงานของตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาจะอยู่ภายใต้สโลแกน&nbsp;เกษตรกรจริงๆทุกสิ่งปลอดภัย</p><p><strong>ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&nbsp;เกษตรกรจริงๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย</strong>&nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวันอังคารและวันศุกร์เวลา&nbsp;06.30&nbsp;น.ถึง&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา</p><p><strong>จะเห็นได้ว่าในช่วงวันศุกร์&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่จะแห่กันมาซื้อผลผลิต</strong>ทางการเกษตรที่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาแห่งนี้&nbsp;กันอย่างคึกคัก&nbsp;เนื่องจากมีความมั่นใจสินค้าของเกษตรกรที่นำมาขายเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษและได้มีการรับรองคุณภาพ&nbsp;จากทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาทุกร้านมั่นใจในความปลอดภัยไม่มีสารเคมีเจือปน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429113055857
517	เร่งแผนปฏิบัติการฯ ระยะ 5 ปี ดันภาคเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง เกษตรกรมั่นคงในอาชีพ	<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)</strong>&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศต้องมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในหลายประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;การบริหารจัดการแรงงานภาคเกษตร&nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;การพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;ธุรกิจเกษตร&nbsp;การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;การสนับสนุนแหล่งทุนให้กับเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;การบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกร&nbsp;การส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปัจจุบันมีแผนพัฒนาการเกษตร</strong>&nbsp;ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2565)&nbsp;เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการร่วมกัน&nbsp;ซึ่งแผนดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี&nbsp;2565&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนฉบับใหม่&nbsp;และได้ปรับเปลี่ยนชื่อ&nbsp;แผนพัฒนาการเกษตร&nbsp;ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่...&nbsp;เป็น&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ได้ยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;เสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของร่างแผนปฏิบัติการฯ&nbsp;และเห็นควรให้เพิ่มเติมและปรับปรุงในประเด็นต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ&nbsp;รวมทั้งการกำหนดตัวชี้วัด&nbsp;ค่าเป้าหมายและเพิ่มเติมแนวทางการพัฒนาในแต่ละประเด็นการพัฒนาให้ครอบคลุมในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่นๆ&nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2570</strong>&nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์คือ&nbsp;เกษตรไทย&nbsp;&nbsp;สู่เกษตรมูลค่าสูง&nbsp;เกษตรกรมีรายได้สูง&nbsp;มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ&nbsp;เน้นการพัฒนา&nbsp;4&nbsp;ประเด็น&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;ยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการเกษตรแห่งอนาคต&nbsp;2.&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง&nbsp;3.&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตร&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;จะปรับปรุงประเด็นต่างๆ&nbsp;ตามข้อคิดเห็นของคณะอนุกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;&nbsp;และจะดำเนินการจัดสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อปรับแผนให้มีความครอบคุลมและครบถ้วน&nbsp;ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอแผนฉบับสมบูรณ์ต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;เพื่อทราบและนำแผนเข้าสู่ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ&nbsp;พร้อมทั้งประกาศใช้ภายในเดือนกันยายน&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429114550874
518	ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปผลการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสรุปผลการดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ทั้งด้านผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&nbsp;และเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่ประชุมสรุปสถานการณ์ไฟป่าฯ&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีจุดความร้อนสะสม&nbsp;5,145&nbsp;จุด&nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;และสามารถควบคุมให้น้อยกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ลดลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;จากจุดความร้อนเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;11,945&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;โดยต้องไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด</p><p><strong>ขณะที่พื้นที่เกิดจุดความร้อนสูงสุด</strong>&nbsp;ที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,359&nbsp;จุด,&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,268&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอขุนยวม&nbsp;จำนวน&nbsp;638&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,647&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,341&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;101&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ด้านคุณภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;49&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ขณะที่สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;24&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;มีค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เกินมาตรฐานที่&nbsp;142&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2564&nbsp;ที่มีค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เกินเกณฑ์อยู่ที่&nbsp;329&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถือว่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;207.1&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าฯ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนในปีนี้&nbsp;สามารถดำเนินการได้ดีกว่าแผนงานที่ตั้งไว้&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน&nbsp;และพี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการลดกิจกรรมการเผา&nbsp;อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุุบันสถานการณ์หมอกควันไฟป่าฯ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่คณะทำงานทุกหน่วย&nbsp;ทุกระดับ&nbsp;จะยังคงปฏิบัติการเฝ้าระวังต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429133957957
519	แมลงเศรษฐกิจสร้างรายได้กว่า 7 พันล้านบาท เดินหน้าติวเจ้าหน้าที่ สนองนโยบายอาหารแห่งอนาคต	<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจประมาณ&nbsp;69,176&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เกษตรกรมีรายได้จากการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผึ้งพันธุ์&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;ชันโรง&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;ครั่ง&nbsp;ซึ่งสร้างประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;7,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมาได้เน้นการส่งเสริมพัฒนา</strong>&nbsp;และรับรองระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรชีวภาพตลอดโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทางและปลายทาง&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นแมลงกินได้ที่สำคัญไปจัดแสดงในงานนิทรรศการระดับโลก&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;หรือ&nbsp;EXPO&nbsp;2022&nbsp;Floriade&nbsp;Almere&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&nbsp;และงาน&nbsp;World&nbsp;Expo&nbsp;Dubai&nbsp;ณ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แมลงเศรษฐกิจ&nbsp;ได้เป็นสินค้าชนิดหนึ่งในแผนเกษตรชีวภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ที่นับวันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น&nbsp;ด้วยเป็นสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพ&nbsp;ถือเป็น&nbsp;Future&nbsp;Food&nbsp;ที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังมีประเด็นท้าทายคือ</strong>&nbsp;การสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรชีวภาพที่มีโอกาสทางการตลาด&nbsp;เข้าสู่ระบบมาตรฐานและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านตลาดเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจในการผลิต&nbsp;รวมถึงการนำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาผสมผสานกับการดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ชุมชนและผู้ประกอบการ&nbsp;</p><p><strong>เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจคือ</strong>&nbsp;ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรและการสนับสนุนเพื่อให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;การเชื่อมโยงข้อมูลด้านตลาด&nbsp;รวมถึงการนำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาผสมผสานกับการดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในด้านการบริหารจัดการการผลิต&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงต้นทางการผลิต&nbsp;ที่ต้องมีความรู้&nbsp;ทันต่อเหตุการณ์&nbsp;ทราบถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;พร้อมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;หรือ&nbsp;Smart&nbsp;farming&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การสร้างช่องทางตลาด&nbsp;เกิดผลในเชิงพาณิชย์&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429145202994
520	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;471&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;203&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,524&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,365&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,785&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาคเหนือฝุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะเชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.&nbsp;ลาว&nbsp;3,553&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,263&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429150510005
521	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เยี่ยมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามน้ำแม้จะปลูกแซมสวนมะพร้าวแต่สร้างรายได้มูลค่าปีละกว่า 1 ล้านบาท	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบ้านปราโมทย์&nbsp;อำเภอบางคนที</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ยามโคกสูง&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมสวนทุเรียนสามน้ำ&nbsp;ของนายเอกชัย&nbsp;เทียนไชย&nbsp;เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ก้านยาว&nbsp;แซมในสวนมะพร้าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเอกชัย&nbsp;เทียนไชย&nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตนปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองมากว่า&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยปลูกแซมตามร่องสวนบนพื้นที่&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;มีผลผลิตออกจำหน่ายแล้วกว่า&nbsp;40&nbsp;ต้น&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นเมือง&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;คือมีทั้งน้ำจืด&nbsp;น้ำเค็มและน้ำกร่อย&nbsp;ทำให้ทุเรียนเจริญเติบโต&nbsp;&nbsp;ได้ดีและมีรสชาดอร่อย&nbsp;ใครกินแล้วก็จะติดใจและสั่งจองล่วงหน้าทุกปี&nbsp;เมื่อมีผลผลิตมากขึ้นทำให้มีรายได้ในการจำหน่ายทุเรียนปีละไม่น้อยกว่า&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุเรียนของที่สวนสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้ขึ้นชื่อและทำรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดหลายชนิด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;กล้วย&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนแซมในสวนจำนวน&nbsp;178&nbsp;ไร่&nbsp;187&nbsp;ราย&nbsp;ถึงแม้จะดูไม่มากนัก&nbsp;แต่จากการดูแลเอาใส่ใจของเกษตรกร&nbsp;ประกอบกับสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นเมืองน้ำเค็ม&nbsp;น้ำกร่อย&nbsp;น้ำจืดทำให้ทุเรียนของจังหวัดสมุทรสงครามมีรสชาติดี&nbsp;และราคาสูง&nbsp;จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้ไม่น้อยไปกว่าส้มโอและลิ้นจี่&nbsp;ผู้ที่ชื่นชอบการบริโภคทุเรียน&nbsp;สามารถหาชื้อได้ที่ตลาดน้ำสามอำเภอ&nbsp;ตำบลบ้านปราโมทย์&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;เริ่มมีจำหน่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้เป็นต้น(เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์)&nbsp;และในปีนี้ทางสวนของนายเอกชัยได้นำทุเรียนในสวนมอบให้กับจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ลูก&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดจะนำไปประมูลในงานเทศกาลผลไม้และของดีของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ที่หน้าศาลากลางจังหวัด&nbsp;รายได้จากการประมูลจะมอบให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนครอบครัวที่เปราะบางในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">รุ่งนภา/ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429154232036
522	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชวนเกษตรกรทำประกันภัยโคเนื้อ โคนม เป็นหลักประกันความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายกรณีโคตาย	"<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร&nbsp;</strong>พร้อมชี้แจงโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร""&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านพลกรัง&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดย&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมานั้น&nbsp;เป็นอำเภอที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;466,848&nbsp;คน&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;7,744&nbsp;ราย&nbsp;ถือว่าเป็นอำเภอปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นับเป็นเมืองหลวงของการปศุสัตว์&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การมาลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;ได้นำโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;มาชี้แจงกับข้าราชการและเกษตรกรโดยขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เร่งทำประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และสนับสนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;จะเน้นการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเเนะนำโครงการประกันภัยโคเนื้อและโคนม&nbsp;ให้กับเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง&nbsp;ช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;อันเนื่องมาจากการตายของโค&nbsp;ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ&nbsp;ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโคเนื้อ&nbsp;จ่ายค่าประกันที่&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;6&nbsp;เดือน</strong>&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;และโคนม&nbsp;จ่ายค่าประกัน&nbsp;810&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&nbsp;และซื้อกรมธรรม์ได้ที่ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ทุกสาขา</p>"	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429154908048
523	สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเลยมอบปัจจัยการผลิต (พันธุ์ไก่ไข่) โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน (ลุ่มน้ำหมัน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช</strong>&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;มอบปัจจัยการผลิต&nbsp;(พันธุ์ไก่ไข่)&nbsp;โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;รายละ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;รวมพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;และอาหารไก่ไข่&nbsp;รายละ&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวม&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ที่ศาลาประชาคมบ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429171407124
524	ยะลา ประชุมเกษตรอำเภอ ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร	<p><strong>วันนี้&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาเเล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;4/2565)&nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/หัวหน้าฝ่าย&nbsp;และเกษตรอำเภอ&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>งานตามยุทธศาสตร์จังหวัด/กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ&nbsp;การติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;-11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่องแจ้งของกลุ่ม/ฝ่ายและสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;และได้นำเสนอแผนปฏิบัติงานบูรณาการของสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นเเนวทางในการดำเนินงานให้เเก่สำนักงานเกษตรอำเภอต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยทาง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาได้มอบรางวัลผลการดำเนินงาน</strong>การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรที่มีผลงานโดดเด่น&nbsp;แก่สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง&nbsp;และประเภทผลงานดีเด่น&nbsp;แก่สำนักงานเกษตรอำเภอกาบัง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ได้ร่วมเเสดงความยินดีเเก่นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ในโอกาสสำเร็จการศึกษา&nbsp;ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต&nbsp;(การบริหารการพัฒนาสังคม)&nbsp;เกียรตินิยม&nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429170545116
525	ขอเชิญเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564-2565	<p><strong>นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน&nbsp;ว่าคณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565&nbsp;ได้มีมติในการประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มอบกรมการค้าภายใน&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและภูมิภาคดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับทราบเกี่ยวกับนโยบายประกันรายได้และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยด่วนเพื่อรับสิทธิรับเงินประกันรายได้ตามโครงการฯ&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ขอเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้มาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยด่วน&nbsp;เพื่อรับสิทธิรับเงินประกันรายได้ตามโครงการฯ&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565&nbsp;</p><p><strong>หลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;วิธีการดำเนินโครงการประกันรายได้</strong>เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565&nbsp;แจ้งขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ฯ&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;ปริมาณผลผลิตที่ชดเชย&nbsp;ใช้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีทั้งประเทศ&nbsp;ของ&nbsp;สศก.&nbsp;เฉลี่ยย้อนหลัง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(36&nbsp;เดือน)&nbsp;ก.ย.61-ส.ค.64&nbsp;เท่ากับ&nbsp;2,774&nbsp;กก./ไร่/ปี&nbsp;(231.17&nbsp;กก./ไร่/งวด)&nbsp;เท่ากัน&nbsp;ทุกจังหวัด</p><p><strong>ราคาตลาดอ้างอิง&nbsp;กำหนดโดยคณะอนุกรรมการบริหารโครงการ</strong>ประกันรายได้ฯ&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;เท่ากันสำหรับทุกจังหวัดแหล่งผลิต&nbsp;ผลปาล์มทะลาย&nbsp;4&nbsp;บาท/กก.&nbsp;(คุณภาพน้ำมัน&nbsp;18%)&nbsp;การช่วยเหลือ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับ&nbsp;กสก.&nbsp;,ได้รับเงินชดเชยตามพื้นที่ปลูกจริงไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;และต้องเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;อายุไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;การจ่ายเงิน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จ่ายเงินชดเชยเป็นงวด&nbsp;งวดละ&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;,&nbsp;จ่ายทุกวันที่&nbsp;15&nbsp;ของเดือน&nbsp;(วันหยุดจ่ายเร็วขึ้น)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร/ข่าว&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429195939200
526	กอนช. เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ช่วงวันที่ 1  5 พ.ค.นี้ ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;ฉบับที่&nbsp;10&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;พบช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ประกอบกับช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และทะเลจีนใต้&nbsp;ขณะที่ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;อิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน)&nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;บริเวณจังหวัดตราด&nbsp;และภาคใต้&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429182955152
527	หนองคาย อากาศร้อนจัดคลายร้อนให้ไก่ไข่	<p><strong>อากาศร้อนจัด&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่</strong>&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ทำปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และเปิดเพลง&nbsp;เพื่อคลายร้อนให้กับไก่ไข่&nbsp;ทำให้ไก่ที่เลี้ยงไม่ช็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัด&nbsp;ส่งผลให้ไก่อารมณ์ดี&nbsp;ทำให้อัตราการไข่ดีตามไปด้วย</p><p><strong>จากอากาศที่ร้อนจัดติดต่อกันหลายวัน&nbsp;บางวันอุณหภูมิสูง</strong>เกือบแตะ&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อากาศที่ร้อนจัดไม่ได้ส่งผลกระทบกับพืชผลการเกษตรเท่านั้น&nbsp;ยังส่งผลต่อไก่ไข่ที่เกษตรกรเลี้ยงในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่มีกว่า&nbsp;5&nbsp;แสนตัว&nbsp;ทำให้มีไก่น็อกตายจากอากาศร้อนทุกวัน&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องหาวิธีคลายความร้อนให้กับไก่ที่เลี้ยง&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;ที่เลี้ยงไก่ไข่จำนวน&nbsp;13&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ไก่ไข่กว่า&nbsp;15,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้คลายความร้อนให้กับไก่โดยติดตั้งระบบปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เปิดในช่วงที่อากาศร้อน&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ต้องเปิดทั้งวันคือตั้งแต่&nbsp;08.00&nbsp;น.-&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;และถ้าวันไหนร้อนจัดก็เปิดยาวจนถึง&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;มีการเปิดพัดลมภายในโรงเรือนเพื่อให้ไล่อากาศร้อน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;เปิดเพลงให้กับไก่เพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียดให้กับไก่อีกด้วย&nbsp;ส่งผลให้ไก่ที่เลี้ยงไม่ช็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้&nbsp;และยังอารมณ์ดี&nbsp;ออกไข่สูงไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;95&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>นายจันทร์เรือง&nbsp;ศรีคำ&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;บ้านนาโพธิ์</strong>&nbsp;ต.หนองปลาปาก&nbsp;อ.ศรีเชียงใหม่&nbsp;บอกว่า&nbsp;ช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด&nbsp;ตนได้ทำระบบสปริงเกอร์ที่หลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่&nbsp;เพราะไก่ร้อนมากจะทำให้ไก่น็อกตาย&nbsp;ออกไข่น้อยและฟองเล็ก&nbsp;ตอนแรกที่ทำ&nbsp;เสียงเครื่องสูบน้ำค่อนข้างดังไก่ก็ตกใจบ้าง&nbsp;แต่สักพักไก่ก็จะชินไม่ตกใจ&nbsp;อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงให้ไก่ฟังทุกวันเพื่อเป็นการคลายเครียดให้กับไก่ที่เลี้ยง&nbsp;ให้เป็นไก่อารมณ์ดี&nbsp;ในช่วงที่อากาศร้อนจัดคืออุณหภูมิตั้งแต่&nbsp;35&nbsp;องศาเซลเซียสจะมีผลกับไก่ไข่ที่เลี้ยงทันที&nbsp;ก็จะเปิดสปริงเกอร์ทั้งวัน&nbsp;คือตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งจากประสบการณ์การเลี้ยงไก่ไข่มานานมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พบว่าไก่ก็ไม่ต่างจากคน&nbsp;อากาศร้อนก็จะเครียดและหงุดหงิด&nbsp;จนทำให้ไก่ช็อกตาย&nbsp;การทำสปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือน&nbsp;และการเปิดเพลงให้ไก่ฟัง&nbsp;ในช่วงที่อากาศร้อนจัด&nbsp;เป็นวิธีการที่ช่วยคลายร้อนและคลายเครียดให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงในฟาร์มได้ดีที่สุด&nbsp;ทำให้ไก่ไม่น็อกตาย&nbsp;อัตราการไข่ของไก่ก็ยังเป็นปกติอีกด้วย&nbsp;หากหลายฟาร์มที่ไม่ทำหากอากาศร้อนจัดก็จะทำให้มีไก่ช็อกตายได้&nbsp;ซึ่งฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหมาะกับการเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุด&nbsp;เพราะไก่ไข่ชอบอากาศที่เย็นสบาย&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ไม่ต้องเปิดระบบสปริงเกอร์&nbsp;เป็นการลดต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;ประหยัดค่าไฟฟ้า&nbsp;และค่าน้ำมัน&nbsp;ที่ช่วงนี้กำลังแพงอีกด้วย</p><p><strong>ทางด้านนายเปรมปรี&nbsp;นนทฤทธิ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไก่ไข่จะไม่มีต่อมเหงื่อที่จะช่วยในการระบายความร้อนเหมือนมนุษย์&nbsp;นอกจากนั้นก็ยังมีขนที่ปกคลุมที่เป็นอุปสรรคในการระบายความร้อนให้กับร่างกายของไก่&nbsp;สำหรับแนวทางที่จะลดความร้อนก็ทำได้โดยการทำปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ในส่วนของการให้อาหารก็ให้มีการปรับเวลาเป็นในช่วงเช้า&nbsp;ๆ&nbsp;เพราะช่วงเช้าอากาศจะเย็น&nbsp;ไก่ก็จะกินอาหารได้มาก&nbsp;คือช่วงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ส่วนในช่วงเย็นก็จะเลื่อนไปเป็นช่วง&nbsp;17.00&nbsp;น.-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดแล้ว&nbsp;น้ำที่ให้ไก่กินก็ควรจะเพิ่มวิตามินและกรดอะมิโนที่จำเป็นเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เพราะช่วงฤดูร้อนไก่กินอาหารได้น้อยลง&nbsp;ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของไข่&nbsp;ที่อาจจะเปลือกบาง&nbsp;เปลือกย่น&nbsp;และปริมาณการออกไข่ลดลง&nbsp;โรคของไก่ไข่ในช่วงอากาศร้อนคือโรคความเครียดจากความร้อน&nbsp;ถ้าอุณหภูมิสูง&nbsp;ๆ&nbsp;เกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ก็จะทำให้ไก่ตายได้&nbsp;ส่วนสัตว์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่นโค&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือสุกร&nbsp;ในช่วงฤดูร้อนก็ให้เตรียมพร้อมในเรื่องของอาหาร&nbsp;และน้ำ&nbsp;ให้เพียงพอ&nbsp;ซึ่งพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;เป็นพื้นที่&nbsp;ๆ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ไม่ขาดแคลนในเรื่องน้ำ.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429193545184
528	รวช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ชาวจังหวัดสกลนคร ที่ประสบภัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease)	<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มอบเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;801&nbsp;ราย&nbsp;ที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนสว่างแดนดิน&nbsp;อำเภอสว่างแดนดิน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพิสิษฐ์&nbsp;แร่ทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน&nbsp;อำเภอส่องดาว&nbsp;อำเภอวาริชภูมิ&nbsp;อำเภอพังโคน&nbsp;อำเภอคำตากล้า&nbsp;อำเภอบ้านม่วง&nbsp;และอำเภอเจริญศิลป์&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&nbsp;ทำให้โค-กระบือ&nbsp;ของเกษตรกรเจ็บป่วยและตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทางจังหวัดจึงได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้านปศุสัตว์&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว&nbsp;เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการ&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&nbsp;ได้ประชุมพิจารณาเห็นชอบให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยในครั้งนี้จำนวน&nbsp;2,396&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสัตว์&nbsp;2,646&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;57,462,000&nbsp;บาท&nbsp;(ห้าสิบเจ็ดร้าน&nbsp;สี่แสน&nbsp;หกหมื่น&nbsp;สองพันบาท)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ยังได้ชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม&nbsp;(พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง)&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&nbsp;เพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;สามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;พร้อมขอเชิญชวนเกษตรผู้สนใจสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาใกล้บ้าน&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429213930218
529	"รมช.ประภัตร พาทีมเกษตรฯ บุกเมืองคาวบอย ประสานพ่อเมืองโคราชช่วยผลักดันโครงการ ""สานฝันสร้างอาชีพ"" พร้อมชวนเกษตรกรทำประกันภัยโคเนื้อ โคนม เป็นหลักประกันความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายกรณีโคตาย"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(29เม.ย.65)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร&nbsp;พร้อมชี้แจงโครงการ&nbsp;""สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร""&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านพลกรัง&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&nbsp;ไชยชะอุ่ม&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ร่วมคณะ&nbsp;และมีนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;และผู้นำภาคประชาชน&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมานั้น&nbsp;เป็นอำเภอที่มี</strong>จำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;466,848&nbsp;คน&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;7,744&nbsp;ราย&nbsp;มีปริมาณการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;18,360&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5,565&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,785&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;สุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;11,611&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;350,310&nbsp;ตัว&nbsp;แพะเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,870&nbsp;ตัว&nbsp;แพะนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,358&nbsp;ตัว&nbsp;ถือว่าเป็นอำเภอปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศไทย</p><p><strong>จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นับเป็นเมืองหลวงของการปศุสัตว์</strong>&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การมาลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;ได้นำโครงการ&nbsp;""สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร""&nbsp;&nbsp;มาชี้แจงกับข้าราชการและเกษตรกรโดยขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;เร่งทำประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และสนับสนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;จะเน้นการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ซึ่งได้รับอนุมัติงบจากรัฐบาล&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&nbsp;เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน&nbsp;โดยเน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเเนะนำโครงการประกันภัยโคเนื้อและโคนม&nbsp;</strong>ให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง&nbsp;ช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;อันเนื่องมาจากการตายของโค&nbsp;ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ&nbsp;ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่&nbsp;สำหรับโคเนื้อ&nbsp;จ่ายค่าประกันที่&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;และโคนม&nbsp;จ่ายค่าประกัน&nbsp;810&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&nbsp;และซื้อกรมธรรม์ได้ที่ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-04-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429214104219
530	สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ จัดโครงการรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการเผาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายสิทธิศักดิ์&nbsp;อภิกุลชัยสุทธิ์&nbsp;นายอำเภอแม่อาย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;เปิดโครงการรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ได้ร่วมกับส่วนราชการอำเภอที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันทำปุ๋ยหมักอินทรีย์&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;และกลุ่มผู้ผลิตพืชผักผลไม้ปลอดภัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-30T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.ฝาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430080252269
531	กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อน พร้อมระวังเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วง 1 - 5 พ.ค.ในภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้	<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อน&nbsp;พร้อมระวังเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;106&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;94&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;92&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;22,739&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;39&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;และภาคใต้&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;เตรียมแผนรับน้ำหลาก&nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ&nbsp;และแจ้งเตือนล่วงหน้า&nbsp;และเตรียมการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน</p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430103252298
532	ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณต.เวียงพางคำอ.แม่สายจ.เชียงรายส่วน กทม.และปริมณฑลสูงระดับสีส้มบริเวณริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา	<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสูงระดับสีส้มบริเวณริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนภายในประเทศด้วยเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;หากจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออกเฉียงเหนือยังคงสะสมจำนวนมากจะมีโอกาสเคลื่อนตัวมากระทบ&nbsp;จ.เชียงรายและน่านได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430103910299
533	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด  จังหวัดตรัง เพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายอาคม&nbsp;&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;โรงรมหนองสาม&nbsp;ห้อง&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสด&nbsp;&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการพัฒนาการตลาดลูกค้า&nbsp;ธกส.&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสดและเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรสมาชิก&nbsp;เครือข่ายสหกรณ์&nbsp;รวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้ร่วมธุรกิจตลาดน้ำยางสด&nbsp;ส่งผลให้สหกรณ์สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากความผันผวนของราคาและคุณภาพของน้ำยาง&nbsp;ทำให้สหกรณ์เกิดความมั่นคงและเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับโรงรมยางหนองสามห้อง&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;โรงรมยางของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิตและเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นผู้ส่งมอบให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยางในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดำเนินธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรสมาชิกเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของน้ำยางสดซึ่งมีปริมาณการรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ถึง&nbsp;20,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยจะนำน้ำยางสด&nbsp;&nbsp;ส่งขายผ่านบริษัทที่ร่วม&nbsp;MOU&nbsp;กับตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ถาวรอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;และอีกส่วนจะนำไปแปรรูปผลผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน&nbsp;&nbsp;มีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่&nbsp;3000-5000&nbsp;กิโลกรัมต่อวันโดยจะนำไปจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลาดกลางยางพาราของสำนักงานสหกรณ์ย่านตาขาว&nbsp;สาขาทุ่งค่าย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-30T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430122827334
534	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว  จำกัด  จังหวัดตรัง  เพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรงพร้อมคณะให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว</strong>&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการพัฒนาการตลาดลูกค้า&nbsp;ธกส.&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสดและเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรสมาชิก&nbsp;เครือข่ายสหกรณ์&nbsp;รวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้ร่วมธุรกิจตลาดน้ำยางสด&nbsp;ส่งผลให้สหกรณ์สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากความผันผวนของราคาและคุณภาพของน้ำยาง&nbsp;ทำให้สหกรณ์เกิดความมั่นคงและเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับโรงรมยางหนองสามห้อง&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;โรงรมยางของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิตและเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรังเป็นผู้ส่งมอบให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยางในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;โรงรมหนองสามห้องดำเนินธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรสมาชิกเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของน้ำยางสดซึ่งมีปริมาณการรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ถึง&nbsp;20,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยจะนำน้ำยางสดส่งขายผ่านบริษัทที่ร่วม&nbsp;MOU&nbsp;กับตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;ถาวรอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และอีกส่วนจะนำไปแปรรูปผลผลิตเป็นยางแผ่นรมควันมีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่&nbsp;3,000-5,000&nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&nbsp;โดยจะนำไปจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลาดกลางยางพาราของสำนักงานสหกรณ์ย่านตาขาว&nbsp;สาขาทุ่งค่าย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-04-30T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430123939339
535	จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย	<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;123&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;น่าน&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และลำปาง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่ลดลงเนื่องมาจากหลายพื้นที่มีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทำให้วานนี้พบจุดความร้อนในประเทศเพียง&nbsp;18&nbsp;จังหวัดเท่านั้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,631&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,375&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,790&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาคเหนือฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงราย&nbsp;&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;แต่มีบางพื้นที่ฝุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,679&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;837&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430134703353
536	หนองคาย จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม Olympic Day 2022	<p><strong>คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ร่วมกับจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;หนองกอมเกาะ&nbsp;ต.หนองกอมเกาะ</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;พล.ต.ท.ชัยวัฒน์&nbsp;โชติมา&nbsp;รองประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬามวลชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรรมการและเลขานุการ&nbsp;คณะกรรมการจัดกิจกรรม&nbsp;เดิน&nbsp;&nbsp;วิ่ง&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายณัฐวัสส์&nbsp;วิริยานภาภรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายกิตติคุณ&nbsp;บุตรคุณ&nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;ศรีตะบุตร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&nbsp;มุสิกูล&nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นางสุภา&nbsp;นันทะมีชัย&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน&nbsp;เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดนั้น&nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;โดยมีการปลูกป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;และปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430140153358
537	หนองคาย จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม Olympic Day 2022	<p><strong>คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ร่วมกับจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;หนองกอมเกาะ&nbsp;ต.หนองกอมเกาะ</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;พล.ต.ท.ชัยวัฒน์&nbsp;โชติมา&nbsp;รองประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬามวลชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรรมการและเลขานุการ&nbsp;คณะกรรมการจัดกิจกรรม&nbsp;เดิน&nbsp;&nbsp;วิ่ง&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายณัฐวัสส์&nbsp;วิริยานภาภรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายกิตติคุณ&nbsp;บุตรคุณ&nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;ศรีตะบุตร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&nbsp;มุสิกูล&nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นางสุภา&nbsp;นันทะมีชัย&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน&nbsp;เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดนั้น&nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;โดยมีการปลูกป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;และปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430142122365
538	Fisherman Shop @nakhonphanom ชูของดีจังหวัดนครพนม ลูกอ๊อด-กบแช่แข็ง นำร่องเปิดช่องทางกระจายสินค้าสัตว์น้ำแดนอีสาน	<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;@nakhonphanom&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งเป็นที่แรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลให้เกษตรกรและพี่น้องชาวประมงได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ&nbsp;ขาดช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;จึงได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและกลุ่มชาวประมงเพื่อให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ</strong>&nbsp;โดยจัดหาพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำให้เกษตรกรและกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านสามารถจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้โดยตรง&nbsp;พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนองค์ความรู้&nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะด้านการขาย&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์&nbsp;ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กรมประมงจัดตั้งร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop</strong>&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทั้งในรูปแบบของสดและแปรรูปที่ได้รับการตรวจและรับรองคุณภาพด้วยมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมประมง&nbsp;สร้างความมั่นใจกับให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;สดสะอาด&nbsp;สำหรับสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&nbsp;จัดตั้งร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;@Nakhonphanom&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&nbsp;ตำบลหนองแสง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าประมงแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพจากเกษตรกรและชาวประมงในจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;</p><p><strong>สินค้าทุกชิ้นล้วนได้รับการคัดสรร&nbsp;</strong>ให้เป็นสินค้าประมงระดับพรีเมียมของจังหวัดนครพนม&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ลูกอ๊อดแช่แข็ง&nbsp;กบแช่แข็ง&nbsp;ปลาร้าแม่น้ำ&nbsp;ปลาดุกแดดเดียว&nbsp;น้ำพริกปลานิลกลิ่นแมงดา&nbsp;ก้างปลาเห็ดโคนทอดกรอบ&nbsp;ข้าวเกรียบหอยแมลงภู่&nbsp;หอยแมลงภู่ทอดกรอบ&nbsp;ซอสราดปลาทอด&nbsp;ปลาต้มเค็มหวาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-17.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จสำหรับร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;สาขาบางเขน</strong>&nbsp;ที่สามารถขยายผลไปสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชาวประมงของจังหวัดนครพนม&nbsp;และในอนาคตจะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินค้าประมงจากภาคอื่นๆ&nbsp;มาจำหน่ายในร้านให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น&nbsp;ถือเป็นช่องทางการเชื่อมโยงสินค้าประมงจากแต่ละพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและจะเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการจัดตั้งร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;ในภาคอีสานและจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430200844433
539	ธ.ก.ส.เดินหน้านโยบายสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร เติมทุนสนับสนุนการสร้างห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีให้แก่สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตยางพารา	<p><strong>ณ&nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;</strong>อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำยางพาราสดของ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และเครือข่ายชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพผ่านห้องปฏิบัติการและรับรองคุณภาพน้ำยางพาราผ่านการบ่งชี้ค่าทางเคมีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;การหาค่า&nbsp;DRC&nbsp;(Dry&nbsp;Rubber&nbsp;Content)&nbsp;และค่าความบูดของน้ำยางสด&nbsp;VFA&nbsp;(Volatile&nbsp;Fatty&nbsp;Acid)&nbsp;เพื่อประเมินราคาให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลในการจำหน่ายไปยังตลาดและเกษตรกรไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;โพธิยอด&nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรรมการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นายมณฑล&nbsp;รัตนแคล้ว&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;นายชาญยุทธ&nbsp;กาญจนพรหม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&nbsp;และพนักงานในพื้นที่เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้</p><p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ตระหนักถึงสภาพการณ์ปัญหากลไกราคายางพาราเสถียรภาพและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนจากยางแผ่นรมควันและยางแท่ง&nbsp;เป็นน้ำยางพาราสด&nbsp;ทำให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาวต้องปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด&nbsp;จึงได้พัฒนา&nbsp;LAB&nbsp;หรือห้องปฏิบัติการสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำยางที่สามารถบ่งชี้ค่าทางเคมีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อย่างมีมาตรฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจสอบกรณีน้ำยางบูด&nbsp;ค่าความเข้มข้นของน้ำยางที่สมาชิกนำส่ง&nbsp;ต้องมีค่าใกล้เคียงกับที่บริษัทผู้รับซื้อต้องการ&nbsp;ซึ่งถือเป็นการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ผู้รับซื้อเชื่อมั่นและ&nbsp;ลดปัญหาการถูกกดราคาในการรับซื้อ&nbsp;ขณะเดียวกันยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรในการรักษาคุณภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ทั้งนี้ในช่วงฤดูการผลิตที่ผ่านมา&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำธุรกิจรวบรวมผลผลิตน้ำยางสด&nbsp;ยางแห้ง&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;จากเกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกยางพารา&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,866&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;467&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และดำเนินธุรกิจการแปรรูปผลผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อน&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;และยางแผ่นรมควัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,686&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;158&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาห้อง&nbsp;LAB&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมสนับสนุนเงินทุนในวงเงิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;(Supply&nbsp;Chain)&nbsp;เพิ่มพูนโอกาสในการแข่งขันทางการตลาด&nbsp;ทำให้เกษตรกรสมาชิกกว่า&nbsp;5,600&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาด้านราคาที่&nbsp;ผันผวนได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>อย่างไรก็ตามจากความสำเร็จในการดำเนินโครงการของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;</strong>จำกัด&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในนโยบายของการขับเคลื่อนงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ที่มุ่งเน้นการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพการผลิต&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้เพิ่ม&nbsp;ลดปัญหาภาระหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ทำให้ภาคเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกต่อไป&nbsp;นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์ฯ&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430161549389
540	ผู้เลี้ยงไก่มั่นใจผลิตไก่เนื้อเพียงพอต่อความต้องการ ในราคาสมเหตุผล	<p>สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ย้ำกำลังการผลิตไก่เนื้อมีเพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้&nbsp;และเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกช่วงเนื้อสัตว์และอาหารปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน&nbsp;สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้ผู้บริโภค&nbsp;ด้วยมาตรการเลี้ยงและระบบป้องกันโรคตามมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p><br></p><p>นางฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงที่ภาคปศุสัตว์ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตถึง&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;คือ&nbsp;1.โรคระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกต่อเนื่องมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2.ผลกระทบจากการบุกรุกของรัสเซียในยูเครน&nbsp;ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นทั่วโลกเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีประมาณ&nbsp;30%&nbsp;ตลอดจนน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นเกิน&nbsp;100&nbsp;เหรียญสหรัฐต่อบาเรล&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับอุตสาหกรรมไก่เนื้อ&nbsp;แม้จะต้องเผชิญปัญหาจากวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นเดียวกัน&nbsp;แต่ผู้เลี้ยงไก่พยายามบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนอย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;เสริมแหล่งโปรตีนทางเลือกให้กับผู้บริโภค&nbsp;ที่สำคัญราคาเข้าถึงได้&nbsp;แม้จำเป็นต้องปรับราคาหน้าฟาร์มเพื่อให้เกษตรกรไม่ขาดทุนจากเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ราคา&nbsp;39&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เป็น&nbsp;42&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ในปัจจุบันนั้น&nbsp;เป็นการปรับอย่างสมเหตุผลให้การผลิตเดินหน้าโดยไม่ให้หยุดชะงักและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ</p><p><br></p><p><em>สิ่งที่ภาคปศุสัตว์เป็นกังวลและจะส่งผลกระทบต่อการผลิตในระดับสูง&nbsp;คือ&nbsp;ราคาเนื้อสัตว์ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลต้องรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้เลี้ยงในการตรึงราคาไว้&nbsp;แต่เมื่อต้นทุนการผลิตปรับขึ้นรอบด้านในสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้&nbsp;ควรให้กลไกตลาดทำงานเพื่อให้เกษตรกรสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้&nbsp;และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&nbsp;</em>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้เลี้ยงไก่ก็ประสบปัญหาขาดทุนไม่ต่างกับผู้เลี้ยงสัตว์อื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ความต้องการเนื้อไก่ลดลงมากและราคาตกต่ำ&nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจรวมถึงการประกาศให้ทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์ของโรงเรียนทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงต้องชะลอการเลี้ยงและการจับสัตว์&nbsp;ทั้งที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างสมดุลปริมาณที่ออกสู่ตลาดและราคาไม่ให้ตกต่ำมากจนเกษตรกรอยู่ไม่ได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ในฐานะผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่อันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลก&nbsp;แสดงให้เห็นถึงการยอมรับมาตรการอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยทางอาหารตามมาตรฐานสากลทั้งระบบตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์กระบวนการผลิตและแปรรูป&nbsp;และสามารถส่งออกไปยังประเทศที่มีกฎเกณฑ์ด้านสุขอนามัยสูง&nbsp;เช่น&nbsp;อังกฤษ&nbsp;ประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป&nbsp;และญี่ปุ่น&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><em>เนื้อไก่มีโปรตีนสูงและราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;และเนื้อไก่ที่จำหน่ายในประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกันกับมาตรฐานส่งออก&nbsp;และเป็นโปรตีนทางเลือกที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป</em>&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับราคาเนื้อไก่และชิ้นส่วนต่างๆ&nbsp;ในตลาดสดยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยราคา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;85&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ราคาไก่หน้าฟาร์มอยู่ที่&nbsp;42&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งเนื้อไก่สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูไม่ต่างจากเนื้อหมู&nbsp;และเป็นทางเลือกในช่วงที่เนื้อสัตว์ประเภทอื่นมีราคาแพง</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;สมาคมฯ&nbsp;ขอเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการสนับสนุนต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ให้มีการนำเข้าในส่วนที่ขาดแคลนและยกเลิกอุปสรรคการนำเข้า&nbsp;เช่น&nbsp;ภาษีและโควต้านำเข้า&nbsp;และให้ราคาเนื้อปรับขึ้นลงตามกลไกการตลาดและมีมาตรการป้องกันโรคที่เคร่งครัด&nbsp;เพื่อรักษามาตรการผลิตและส่งออกเนื้อไก่ของไทยตามมาตรฐานสากล&nbsp;สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภค</p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430160726385
541	รองผู้ว่าฯ พังงา ลงพื้นที่ปลูกมังคุด ติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการมังคุดทิพย์พังงา	<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพมังคุด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสวนจำลองรีสอร์ท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่านา&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;สหกรณ์จังหวัดพังงา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้เเทนท้องถิ่นจังหวัดพังงา&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา&nbsp;สถิติจังหวัดพังงา&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้เเทนหัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดพังงา&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา&nbsp;ผู้เเทนประธานกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพังงา&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;พังงา&nbsp;จำกัด&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมังคุดอำเภอกะปง&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน</p><p><strong>ซึ่งสรุปสาระสำคัญแผนการจัดการมังคุดของอำเภอกะปง&nbsp;ได้ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>1.&nbsp;กำหนดจุดรวบรวมกลางของอำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;สหกรณ์สภาเกษตรกรเพื่อเกษตรกรพังงา&nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p>2.&nbsp;การกำหนดเกรดเพื่อให้ได้มังคุดทิพย์พังงาที่มีคุณภาพ&nbsp;</p><p>3.&nbsp;การหาช่องทางการกระจายผลผลิต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสม&nbsp;</p><p>4.&nbsp;การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;(QR&nbsp;code)&nbsp;เพื่อให้รู้แหล่งที่มาและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวน</strong>ของ&nbsp;นายฐิติกร&nbsp;เอี๋ยวสกุล&nbsp;และ&nbsp;สวนของ&nbsp;นายบุญรัตน์&nbsp;ศรีนวล&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-04-30T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430223234456
542	""	""		""	""	""	""
543	""	""		""	""	""	""
544	""	""		""	""	""	""
545	""	""		""	""	""	""
546	""	""		""	""	""	""
547	""	""		""	""	""	""
548	""	""		""	""	""	""
549	""	""		""	""	""	""
550	""	""		""	""	""	""
551	""	""		""	""	""	""
552	""	""		""	""	""	""
553	""	""		""	""	""	""
554	""	""		""	""	""	""
555	""	""		""	""	""	""
556	""	""		""	""	""	""
557	""	""		""	""	""	""
558	""	""		""	""	""	""
559	""	""		""	""	""	""
560	""	""		""	""	""	""
561	""	""		""	""	""	""
562	""	""		""	""	""	""
563	""	""		""	""	""	""
564	""	""		""	""	""	""
565	""	""		""	""	""	""
566	""	""		""	""	""	""
567	""	""		""	""	""	""
568	""	""		""	""	""	""
569	""	""		""	""	""	""
570	""	""		""	""	""	""
571	""	""		""	""	""	""
572	""	""		""	""	""	""
573	""	""		""	""	""	""
574	""	""		""	""	""	""
575	""	""		""	""	""	""
576	""	""		""	""	""	""
577	""	""		""	""	""	""
578	""	""		""	""	""	""
579	""	""		""	""	""	""
580	""	""		""	""	""	""
581	""	""		""	""	""	""
582	""	""		""	""	""	""
583	""	""		""	""	""	""
584	""	""		""	""	""	""
585	""	""		""	""	""	""
586	""	""		""	""	""	""
587	""	""		""	""	""	""
588	""	""		""	""	""	""
589	""	""		""	""	""	""
590	""	""		""	""	""	""
591	""	""		""	""	""	""
592	""	""		""	""	""	""
593	""	""		""	""	""	""
594	""	""		""	""	""	""
595	""	""		""	""	""	""
596	""	""		""	""	""	""
597	""	""		""	""	""	""
598	""	""		""	""	""	""
599	""	""		""	""	""	""
600	""	""		""	""	""	""
601	""	""		""	""	""	""
602	""	""		""	""	""	""
603	""	""		""	""	""	""
604	""	""		""	""	""	""
605	""	""		""	""	""	""
606	""	""		""	""	""	""
607	""	""		""	""	""	""
608	""	""		""	""	""	""
609	""	""		""	""	""	""
610	""	""		""	""	""	""
611	""	""		""	""	""	""
612	""	""		""	""	""	""
613	""	""		""	""	""	""
614	""	""		""	""	""	""
615	""	""		""	""	""	""
616	""	""		""	""	""	""
617	""	""		""	""	""	""
618	""	""		""	""	""	""
619	""	""		""	""	""	""
620	""	""		""	""	""	""
621	""	""		""	""	""	""
622	""	""		""	""	""	""
623	""	""		""	""	""	""
624	""	""		""	""	""	""
625	""	""		""	""	""	""
626	""	""		""	""	""	""
627	""	""		""	""	""	""
628	""	""		""	""	""	""
629	""	""		""	""	""	""
630	""	""		""	""	""	""
631	""	""		""	""	""	""
632	""	""		""	""	""	""
633	""	""		""	""	""	""
634	""	""		""	""	""	""
635	""	""		""	""	""	""
636	""	""		""	""	""	""
637	""	""		""	""	""	""
638	""	""		""	""	""	""
639	""	""		""	""	""	""
640	""	""		""	""	""	""
641	""	""		""	""	""	""
642	""	""		""	""	""	""
643	""	""		""	""	""	""
644	""	""		""	""	""	""
645	""	""		""	""	""	""
646	""	""		""	""	""	""
647	""	""		""	""	""	""
648	""	""		""	""	""	""
649	""	""		""	""	""	""
650	""	""		""	""	""	""
651	""	""		""	""	""	""
652	""	""		""	""	""	""
653	""	""		""	""	""	""
654	""	""		""	""	""	""
655	""	""		""	""	""	""
656	""	""		""	""	""	""
657	""	""		""	""	""	""
658	""	""		""	""	""	""
659	""	""		""	""	""	""
660	""	""		""	""	""	""
661	""	""		""	""	""	""
662	""	""		""	""	""	""
663	""	""		""	""	""	""
664	""	""		""	""	""	""
665	""	""		""	""	""	""
666	""	""		""	""	""	""
667	""	""		""	""	""	""
668	""	""		""	""	""	""
669	""	""		""	""	""	""
670	""	""		""	""	""	""
671	""	""		""	""	""	""
672	""	""		""	""	""	""
673	""	""		""	""	""	""
674	""	""		""	""	""	""
675	""	""		""	""	""	""
676	""	""		""	""	""	""
677	""	""		""	""	""	""
678	""	""		""	""	""	""
679	""	""		""	""	""	""
680	""	""		""	""	""	""
681	""	""		""	""	""	""
682	""	""		""	""	""	""
683	""	""		""	""	""	""
684	""	""		""	""	""	""
685	""	""		""	""	""	""
686	""	""		""	""	""	""
687	""	""		""	""	""	""
688	""	""		""	""	""	""
689	""	""		""	""	""	""
690	""	""		""	""	""	""
691	""	""		""	""	""	""
692	""	""		""	""	""	""
693	""	""		""	""	""	""
694	""	""		""	""	""	""
695	""	""		""	""	""	""
696	""	""		""	""	""	""
697	""	""		""	""	""	""
698	""	""		""	""	""	""
699	""	""		""	""	""	""
700	""	""		""	""	""	""
701	""	""		""	""	""	""
702	""	""		""	""	""	""
703	""	""		""	""	""	""
704	""	""		""	""	""	""
705	""	""		""	""	""	""
706	""	""		""	""	""	""
707	""	""		""	""	""	""
708	""	""		""	""	""	""
709	""	""		""	""	""	""
710	""	""		""	""	""	""
711	""	""		""	""	""	""
712	""	""		""	""	""	""
713	""	""		""	""	""	""
714	""	""		""	""	""	""
715	""	""		""	""	""	""
716	""	""		""	""	""	""
717	""	""		""	""	""	""
718	""	""		""	""	""	""
719	""	""		""	""	""	""
720	""	""		""	""	""	""
721	""	""		""	""	""	""
722	""	""		""	""	""	""
723	""	""		""	""	""	""
724	""	""		""	""	""	""
725	""	""		""	""	""	""
726	""	""		""	""	""	""
727	""	""		""	""	""	""
728	""	""		""	""	""	""
729	""	""		""	""	""	""
730	""	""		""	""	""	""
731	""	""		""	""	""	""
732	""	""		""	""	""	""
733	""	""		""	""	""	""
734	""	""		""	""	""	""
735	""	""		""	""	""	""
736	""	""		""	""	""	""
737	""	""		""	""	""	""
738	""	""		""	""	""	""
739	""	""		""	""	""	""
740	""	""		""	""	""	""
741	""	""		""	""	""	""
742	""	""		""	""	""	""
743	""	""		""	""	""	""
744	""	""		""	""	""	""
745	""	""		""	""	""	""
746	""	""		""	""	""	""
747	""	""		""	""	""	""
748	""	""		""	""	""	""
749	""	""		""	""	""	""
750	""	""		""	""	""	""
751	""	""		""	""	""	""
752	""	""		""	""	""	""
753	""	""		""	""	""	""
754	""	""		""	""	""	""
755	""	""		""	""	""	""
756	""	""		""	""	""	""
757	""	""		""	""	""	""
758	""	""		""	""	""	""
759	""	""		""	""	""	""
760	""	""		""	""	""	""
761	""	""		""	""	""	""
762	""	""		""	""	""	""
763	""	""		""	""	""	""
764	""	""		""	""	""	""
765	""	""		""	""	""	""
766	""	""		""	""	""	""
767	""	""		""	""	""	""
768	""	""		""	""	""	""
769	""	""		""	""	""	""
770	""	""		""	""	""	""
771	""	""		""	""	""	""
772	""	""		""	""	""	""
773	""	""		""	""	""	""
774	""	""		""	""	""	""
775	""	""		""	""	""	""
776	""	""		""	""	""	""
777	""	""		""	""	""	""
778	""	""		""	""	""	""
779	""	""		""	""	""	""
780	""	""		""	""	""	""
781	""	""		""	""	""	""
782	""	""		""	""	""	""
783	""	""		""	""	""	""
784	""	""		""	""	""	""
785	""	""		""	""	""	""
786	""	""		""	""	""	""
787	""	""		""	""	""	""
788	""	""		""	""	""	""
789	""	""		""	""	""	""
790	""	""		""	""	""	""
791	""	""		""	""	""	""
792	""	""		""	""	""	""
793	""	""		""	""	""	""
794	""	""		""	""	""	""
795	""	""		""	""	""	""
796	""	""		""	""	""	""
797	""	""		""	""	""	""
798	""	""		""	""	""	""
799	""	""		""	""	""	""
800	""	""		""	""	""	""
801	""	""		""	""	""	""
802	""	""		""	""	""	""
803	""	""		""	""	""	""
804	""	""		""	""	""	""
805	""	""		""	""	""	""
806	""	""		""	""	""	""
807	""	""		""	""	""	""
808	""	""		""	""	""	""
809	""	""		""	""	""	""
810	""	""		""	""	""	""
811	""	""		""	""	""	""
812	""	""		""	""	""	""
813	""	""		""	""	""	""
814	""	""		""	""	""	""
815	""	""		""	""	""	""
816	""	""		""	""	""	""
817	""	""		""	""	""	""
818	""	""		""	""	""	""
819	""	""		""	""	""	""
820	""	""		""	""	""	""
821	""	""		""	""	""	""
822	""	""		""	""	""	""
823	""	""		""	""	""	""
824	""	""		""	""	""	""
825	""	""		""	""	""	""
826	""	""		""	""	""	""
827	""	""		""	""	""	""
828	""	""		""	""	""	""
829	""	""		""	""	""	""
830	""	""		""	""	""	""
831	""	""		""	""	""	""
832	""	""		""	""	""	""
833	""	""		""	""	""	""
834	""	""		""	""	""	""
835	""	""		""	""	""	""
836	""	""		""	""	""	""
837	""	""		""	""	""	""
838	""	""		""	""	""	""
