<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>ชวนเกษตรกร ใช้บริการศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แนะใช้ปุ๋ยให้ถูกต้อง เหมาะสมกับดินและชนิดพืช ลดต้นทุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ห่วงใยเกษตรกรจึงกำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;จากปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมาก&amp;nbsp;โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สภาพอากาศทั่วโลกส่วนใหญ่เอื้ออำนวยต่อการทำการเกษตร&amp;nbsp;ราคาผลผลิตทางการเกษตรในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น&amp;nbsp;หลายประเทศใช้ปุ๋ยเคมีทำการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น&amp;nbsp;ประเทศผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยเคมีรายใหญ่ของโลก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;และเบลารุส&amp;nbsp;ชะลอหรือห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีเพื่อความมั่นคงทางอาหารและภาวะสงคราม&amp;nbsp;ซึ่งจีน&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;และเบลารุส&amp;nbsp;เป็นแหล่งนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทยลำดับที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;มีการจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการดินและการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;ผลผลิตมีคุณภาพและลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ตั้งอยู่อำเภอละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะดำเนินโครงการรณรงค์การผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์&amp;nbsp;โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่นมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง&amp;nbsp;และไถกลบตอซัง&amp;nbsp;ทำให้เกิด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เพิ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเชิญชวนให้เกษตรกร&amp;nbsp;เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการดิน&amp;nbsp;วิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืช&amp;nbsp;เป็นการใช้ปุ๋ยแม่นยำเฉพาะพื้นที่&amp;nbsp;ไม่มากไม่น้อยเกินไปและเกิดการลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401102632033</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดพายุฤดูร้อน ส่วนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;109&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;99&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และชุมพร&amp;nbsp;74&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,844&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,015&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401093646015</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดง 3 พื้นที่ โดยบริเวณต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอนสูงเกือบแตะ160ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;โดยบริเวณ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สูงเกือบแตะ&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&amp;nbsp;อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงสูงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะสูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เกือบแตะ&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.คลองหนึ่ง&amp;nbsp;อ.คลองหลวง&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขตดอนเมือง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แขวงทุ่งสองห้อง&amp;nbsp;เขตหลักสี่&amp;nbsp;และริมถนนพหลโยธิน&amp;nbsp;เขตบางเขน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401093846017</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>กรมชลประทาน สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขับเคลื่อนงานพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างความมั่นคง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในพื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดเชียงใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้สนองพระราชดำริ&amp;nbsp;ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ที่มีอยู่ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;โครงการที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำแม่ลาด&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;บ้านน้ำแพร่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลน้ำแพร่&amp;nbsp;อำเภอพร้าว&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2531&amp;nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;988&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันอาคารแบ่งน้ำและฝายในลำน้ำแม่ลาดมีสภาพชำรุดเสียหายอีกทั้งระบบส่งน้ำส่วนใหญ่ก็ยังเป็นคลองดินอยู่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เวลาส่งน้ำเกิดการรั่วซึมและมีวัชพืชขึ้นปกคลุม&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;ราษฎรตำบลน้ำแพร่&amp;nbsp;จึงได้ร้องขอให้พิจารณาหาทางช่วยเหลือผ่านทางองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแพร่&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้พิจารณาดำเนินการปรับปรุงอาคารในลำน้ำแม่ลาด&amp;nbsp;พร้อมทั้งปรับปรุงระบบส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยกลุ่มพิจารณาโครงการ&amp;nbsp;ส่วนวิศวกรรมบริหาร&amp;nbsp;สำนักชลประทานที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบสภาพพื้นที่โครงการเพื่อเก็บรายละเอียดข้อมูลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาประกอบการพิจารณาโครงการและจัดทำรายงานการศึกษา&amp;nbsp;เพื่อให้โครงการฯสามารถควบคุมการส่งน้ำและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ราษฎรบ้านน้ำแพร่และหมู่บ้านใกล้เคียง&amp;nbsp;มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;มีผลผลิตและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401114543096</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;360&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;177&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;80&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;53&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;132&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;87&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และสุโขทัย&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเกาะกลุ่มบริเวณตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;12,109&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;11,968&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,084&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมวันนี้พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;2,249&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;458&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;360&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401112015075</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน ประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเมืองสุวรรณ&amp;nbsp;วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีลำพูน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประธานเปิดการประชุมการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565)&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสิทธิ์&amp;nbsp;สุรีวงศ์&amp;nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;ต้องเริ่มต้นพัฒนาจากฐานราก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;การมีส่วนร่วมนั้นเป็นพลังที่มีคุณค่าในการขับเคลื่อนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อขยายการพัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;และประสบการณ์&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างความผูกพัน&amp;nbsp;ความรัก&amp;nbsp;ความสามัคคี&amp;nbsp;ความร่วมมือในการดำเนินงานของกลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้านเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สําคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้บริโภค&amp;nbsp;และสร้างความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;เป็นทางเลือก&amp;nbsp;และทางรอดให้แก่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ในยุคของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมาพันธ์เกษตรยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;เป็นองค์กรภาคประชาชน&amp;nbsp;ภายใต้สหพันธ์&amp;nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สถาบันหนึ่งในโครงสร้างสมาคมการค้า&amp;nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนไทย&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในด้านการส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;มีการร่วมบูรณาการทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การพัฒนาศักยภาพ&amp;nbsp;เกษตรกรด้านการผลิต&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรฐานตลอดห่วงโซ่&amp;nbsp;ทั้งต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนลำพูน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;@วังผาง&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งระหว่างเทศบาลตำบลวังผาง&amp;nbsp;สมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย&amp;nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรม&amp;nbsp;ยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ลำพูนออร์แกนิค&amp;nbsp;วิสาหกิจเพื่อสังคม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และเครือข่าย&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;มีการร่วมวางแผนการพัฒนาและขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดลำพูนร่วมวางแผนการดำเนินงาน&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนสู่ลำพูนโมเดล&amp;nbsp;ในลำดับต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานในปีนี้&amp;nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่&amp;nbsp;โดยลงพื้นที่ตรวจแปลง&amp;nbsp;บันทึกข้อมูลสมาชิกที่เข้า&amp;nbsp;รับการตรวจประเมินแปลงของสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนในแต่ละกลุ่มอำเภอ&amp;nbsp;และจัดการประชุมกลั่นกรองแปลงเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;111&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;รวมพื้นที่ทั้งสิ้น&amp;nbsp;733.72&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;แปลงเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;22&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;มีพื้นที่จํานวน&amp;nbsp;200.99&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และแปลงเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;มีพื้นที่&amp;nbsp;จํานวน&amp;nbsp;410.83&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การประชุมพิจารณาให้การรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;มาตรฐานเกษตร&amp;nbsp;อินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(SDGSPGS)&amp;nbsp;ในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;ได้ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดประชุมฯ&amp;nbsp;จากวิทยาลัยเกษตรกรรม&amp;nbsp;และเทคโนโลยีลำพูน&amp;nbsp;และสมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;เครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนหลายจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401121913106</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>จังหวัดตราด จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ลงสู่สระสีเสียด ภายใต้กิจกรรม 1 เมษา วันข้าราชการไทย ร่วมใจเพื่อประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษา&amp;nbsp;วันข้าราชการไทย&amp;nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดตราด&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตราด&amp;nbsp;และหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&amp;nbsp;โดยมีข้าราชการ&amp;nbsp;ลูกจ้างจากหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดตราดเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด&amp;nbsp;ตำบลหนองเสม็ด&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายคนึง&amp;nbsp;คมขำ&amp;nbsp;ประมงจังหวัดตราด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษา&amp;nbsp;วันข้าราชการไทย&amp;nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มอบหมายให้กรมประมงจัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในเป็นผู้ให้บริการ&amp;nbsp;เสียสละ&amp;nbsp;และประโยชน์ส่วนรวม&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการเพิ่มปริมาสัตว์น้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;เป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;และเป็นแหล่งรายได้เพิ่มครัวเรือนจากการทำประมง&amp;nbsp;โดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปลาอีกง&amp;nbsp;ปลาโพง&amp;nbsp;และปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;101,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ลงสู่อ่างเก็บน้ำสระสีเสียดแห่งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401170401225</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม สำรวจผลผลิตลิ้นจี่ ปีนี้มีผลผลิตไม่มากนักประมาณกว่า 400 ตัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;สำรวจผลผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ปีนี้มีผลผลิตไม่มากนักประมาณกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ลิ้นจี่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสมุทรสงครามอีกชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกลิ้นจี่จำนวน&amp;nbsp;1,920&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;รวมพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;5,196&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที&amp;nbsp;ประกอบกับในปีนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;จากที่มีการแทงช่อดอกแทบทุกสวนเมื่อมาเจอฝนทำให้ดอกร่วงเป็นจำนวนมากเหลือไม่มากนัก&amp;nbsp;นายวิศิษ&amp;nbsp;บ่อสารคาม&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายเสนีย์&amp;nbsp;ตรุยานนท์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตลิ้นจี่&amp;nbsp;ที่ตำบลบางสะแก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายวิศิษ&amp;nbsp;บ่อสารคาม&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เริ่มแรกสภาพอากาศลิ้นจี่แทงช่อเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ต่อมาประมาณปลายเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นช่วงที่ดอกลิ้นจี่บานได้เกิดฝนตกหนักลมกรรโชกแรง&amp;nbsp;ทำให้ดอกลิ้นจี่ร่วงเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จากการออกสำรวจของเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พบว่าในปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่เหลือประมาณกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จนถึงประมาณกลางเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;เราจะเห็นได้ว่าในท้องตลาดมีลิ้นจี่จากจังหวัดอื่นมาวางจำหน่าย&amp;nbsp;พร้อมทั้งยืนยันว่าลิ้นจี่สมุทรสงครามมีจำนวนไม่มาก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวิชัย&amp;nbsp;กรรมาชีพ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ในตำบลบางสะแก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;ในปีนี้ผลผลิตมีจำนวนไม่มากนัก&amp;nbsp;การดูแลค่อนข้างหนักเนื่องจากของมีน้อยค้างคาวจะมุ่งมาที่สวนที่มีลิ้นจี่&amp;nbsp;จึงต้องมีการนำตาข่ายมาคลุมทั้งต้น&amp;nbsp;ตอนกลางคืนต้องเปิดไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อป้องกันค้างคาว&amp;nbsp;ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวนของตนจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ประมาณวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565นี้&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดขายที่หน้าสวนไม่ไปขายที่อื่น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเวลาซื้อขอให้สังเกตุว่าลิ้นจี่สมุทรสงคราม&amp;nbsp;จะมีอัตลักษณ์เฉพาะคือหนามตั้ง&amp;nbsp;หนังตึง&amp;nbsp;เนื้อเต่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่องชาด&amp;nbsp;เปลือกจะบางเป็นสีชมพูเรื่อๆ&amp;nbsp;รสชาติจะหวานไม่มีน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื้อจะแห้ง&amp;nbsp;นี่คืออัตลักษณ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมของสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175925283</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>จังหวัดนนทบุรีจัดงานเทศกลาชิมมะม่วงยายกล่ำของดีเมืองนนท์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดสวนแก้ว&amp;nbsp;อำเภอบางใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายราชันย์&amp;nbsp;ซุ้นหั้ว&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชิมมะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;ของดีเมืองนนท์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดสวนแก้ว&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1-13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&amp;nbsp;วัดสวนแก้ว&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&amp;nbsp;บ้านสมเด็จเจ้าพระยา&amp;nbsp;สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนนทบุรี&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่&amp;nbsp;สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนนนทบุรี&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนสวนบัวโฮมสเตย์&amp;nbsp;ตลาดน้ำ&amp;nbsp;ประชารัฐสวนบัว&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ศิวิไลซ์&amp;nbsp;คาร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;อ.บางใหญ่&amp;nbsp;จ.นนทบุรี&amp;nbsp;ร่วมเปิดงานเทศกาล&amp;nbsp;ชิมมะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;ของดีเมืองนนท์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;และเชิงวัฒนธรรมระหว่างวัดสวนแก้วและแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผลผลิตซึ่งเป็นสิ่งบ่งขี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดนนทบุรีให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ในด้านของช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ในงานเทศกาลชิมมะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;ของดีเมืองนนท์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดสวนแก้วนี้&amp;nbsp;ได้มีการรับซื้อผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรและช่วยเป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้เกษตรกรได้เกิดรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;และนอกจากนี้ยังได้มีการจัดพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสนำผลผลิตออกมาจัดจำหน่ายด้วยตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรเกิดรายได้&amp;nbsp;ได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย&amp;nbsp;ป้องกันการเกิดผลผลิตที่ล้นตลาดและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่สนใจได้มีโอกาสมาอุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากทางชุมชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;ในการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการจัดงานครั้งต่อไป&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวและเพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวในบริเวณโดยรอบเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401182026303</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>ความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;สตาร์&amp;nbsp;ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;บริษัทต้นเหตุน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&amp;nbsp;และเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ประมงพาณิชย์&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหารและผู้ประกอบอาชีพทั่วไป&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นในการจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;โปร่งใส&amp;nbsp;สมเหตุสมผลและรวดเร็ว&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ได้จ่ายเงินให้กลุ่มอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อบต.เพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;281&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;4.24&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และกลุ่มโรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนสัปรดบ้านอาจารย์บัญชา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;10.70&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,679&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จากทั้งหมด&amp;nbsp;14,203&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&amp;nbsp;180&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,669&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;119.90&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพื่นๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,906&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;42.74&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มโรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;104&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;17.89&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางบริษัท&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(จังหวัดระยอง)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งทีมเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการสำรวจและตรวจสอบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ตั้งแต่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp;,ท่าเรือ&amp;nbsp;IRPC&amp;nbsp;,หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;,หาดสวนสน&amp;nbsp;จนถึงบริเวณปากคลองแกลง&amp;nbsp;เป็นระยะทางรวมกว่า&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ซึ่งผลการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมพบว่า&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;สามารถรับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด&amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทางบริษัท&amp;nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศหลายแห่ง&amp;nbsp;กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;เพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธรรมชาติให้กับชาวระยองต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401183038318</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยจัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน (ลุ่มน้ำหมัน) ปีงบประมาณ 2565 หลักสูตร "การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;และศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ฝึกอบรมเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&amp;nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;"การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม"&amp;nbsp;เกษตรกรเข้ารับการอบรมฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในหัวข้อหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ประสบการณ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;หลัก&amp;nbsp;VRIO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;และกำหนดแผนการผลิตเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ในอาชีพ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาประชาคมบ้านหมากแข้ง&amp;nbsp;บ้านหมากแข้ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลกกสะทอน&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401142931154</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>รัฐบาล ใช้งบกลางแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำจนเพิ่มแหล่งน้ำแล้วกว่า 26,000 แห่งทั่วประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;ใช้งบกลางแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำจนเพิ่มแหล่งน้ำแล้วกว่า&amp;nbsp;26,000&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;สามารถเก็บน้ำฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้งแล้ว&amp;nbsp;740&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงงานพัฒนาและบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะการใช้งบกลางในภาวะจำเป็นและเร่งด่วน&amp;nbsp;เพื่อนำมาแก้ปัญหาเชิงการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ทั้งน้ำท่วม&amp;nbsp;น้ำแล้ง&amp;nbsp;และคุณภาพน้ำของรัฐบาลว่า&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ระหว่างปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รัฐบาลสนับสนุนงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมาใช้ในโครงการบรรเทาผลกระทบภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&amp;nbsp;ระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;และการเกษตรครอบคลุมทั่วประเทศรวม&amp;nbsp;26,830&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขุดเจาะบ่อบาดาล&amp;nbsp;แหล่งน้ำสำรองเพื่อผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;ก่อสร้างฝายและสระเก็บน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ขุดลอกคลอง&amp;nbsp;และกำจัดวัชพืช&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หากแล้วเสร็จทั้งหมดทุกโครงการจะส่งผลให้เก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้งได้รวม&amp;nbsp;742&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วยังสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้ได้ถึง&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และมีน้ำดิบผลิตประปาได้อีก&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชนถึง&amp;nbsp;3.65&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภาพรวมปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆภายใต้งบกลาง&amp;nbsp;20,795&amp;nbsp;แห่งที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;แล้วเกิดการจ้างแรงงานถึง&amp;nbsp;184,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรวม&amp;nbsp;6,035&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เน้นรองรับสถานการณ์ฝนตกน้อยและความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากการอพยพกลับภูมิลำเนาเดิมของประชาชนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;เบื้องต้นดำเนินการเสร็จแล้ว&amp;nbsp;3,642&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;2,441&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สทนช.จะเร่งให้แล้วเสร็จตามแผนทั้งหมดจะมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำบาดาล&amp;nbsp;44&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ&amp;nbsp;350,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และพื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;455,818&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ส่วนปีนี้มีโครงการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงรวม&amp;nbsp;2,525&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากภัยแล้งได้&amp;nbsp;และเป็นการเพิ่มการลงทุนภาครัฐด้วยการช่วยกระตุ้นการซื้อวัสดุและจ้างแรงงานคนในท้องถิ่นด้วย&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ยังทำโครงการสูบกลับคลองสะพาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ่างประแสร์&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพน้ำห้วยแม่ประจันต์&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;D9&amp;nbsp;พร้อมอาคารประกอบที่ช่วยป้องกันผลกระทบอุทกภัย&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แบบจำลองกายภาพลุ่มน้ำ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;และโครงการจัดหาเครื่องดูดตะกอนดินและเครื่องแยกตะกอนดินเลน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401142510149</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงโครงการศึกษาป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระบบกลุ่มหาดที่ จ.ประจวบฯ มุ่งให้การจัดการปัญหาชายฝั่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงแรมเกาะหลัก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ว่าที่พันตรี&amp;nbsp;อดิศักดิ์&amp;nbsp;น้อยสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&amp;nbsp;ต.เขาแดง&amp;nbsp;อ.กุยบุรี&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต.บางน้ำจืด&amp;nbsp;อ.หลังสวน&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;จัดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงสรุปผลการศึกษาร่างแผนหลักแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการในพื้นที่ศึกษาตามระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเอกชน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วมจำนวนกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีวิทยากรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;ชี้แจงรายละเอียดแนวทางการดำเนินงาน&amp;nbsp;ซึ่งตามโครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาออกแบบแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยพิจารณาความเหมาะสมของสภาพพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และเกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การก่อสร้างในรูปแบบกำแพงคอนกรีตกันคลื่นแบบลาดเอียง&amp;nbsp;กำแพงคอนกรีตแบบขั้นบันได&amp;nbsp;แนวกันคลื่นแบบหินใหญ่เรียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต่างมีรูปแบบการป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งที่หลากหลาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากรูปแบบการป้องกันการกัดเซาะที่เลือกใช้ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;จะทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและสิ้นเปลืองงบประมาณ&amp;nbsp;ดังนั้นในปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;จึงได้เสนอแนวคิดในการจัดการชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาดซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&amp;nbsp;มีการใช้หลักเกณฑ์และองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านสมุทรศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการชายฝั่งเข้ามากำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งเพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นไปในลักษณะเชิงพื้นที่หรือในลักษณะระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;จึงได้นำแนวคิดนี้มาจัดทำ&amp;nbsp;"โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง"&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่แนวชายฝั่งประมาณ&amp;nbsp;1,208&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีเป้าหมายดำเนินการใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พื้นที่ศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาก่อน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ศึกษา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&amp;nbsp;ต.กร่ำ&amp;nbsp;อ.แกลง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต.หาดเล็ก&amp;nbsp;อ.คลองใหญ่&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&amp;nbsp;326.70&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ศึกษา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&amp;nbsp;ต.อ่างศิลา&amp;nbsp;อ.เมืองชลบุรี&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต,สัตหีบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.สัตหีบ&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&amp;nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&amp;nbsp;161.35&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ศึกษา&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&amp;nbsp;ต,เขาแดง&amp;nbsp;อ.กุยบุรี&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต.บางน้ำจืด&amp;nbsp;อ.หลังสวน&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;ความยาวชายฝั่งรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;412.69&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ศึกษา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&amp;nbsp;ต.พุมเรียง&amp;nbsp;อ.ไชยา&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต.แหลมตะลุมพุก&amp;nbsp;อ.ปากพนัง&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&amp;nbsp;307.95&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401171640231</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร ร่วมให้ความรู้การส่งเสริม การปลูกพืชอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน มีพอเพียงและได้มาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดำรงศักดิ์&amp;nbsp;หงษ์ทะนี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร&amp;nbsp;สัตว์ยโสธร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเศกสรรค์&amp;nbsp;สวนกูล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์&amp;nbsp;ได้มอบหมายศูนย์วิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;อาหารสัตว์ยโสธร&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยนางวัฒนาวรรณ&amp;nbsp;มรรคสันต์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ฯ&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการจัดฝึกอบรมตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ชุมชนบ้านจอก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;บ้านจอก&amp;nbsp;ตำบลสะพุง&amp;nbsp;อำเภอศรีรัตนะ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร&amp;nbsp;ได้บรรยายให้ความรู้&amp;nbsp;เกี่ยวกับอาหารสัตว์&amp;nbsp;การปลูกพืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและการใช้ประโยชน์พืชอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกร&amp;nbsp;ปลูกพืชอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและมีปริมาณอย่างพอเพียง&amp;nbsp;เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อ&amp;nbsp;เนื่อง&amp;nbsp;รวมถึงการบรรยายเกี่ยวกับการถนอมพืช&amp;nbsp;อาหารสัตว์ในรูปแบบ&amp;nbsp;ของหญ้าหมักและการสาธิตการผลิตแร่ธาตุอัดก้อนเพื่อใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;พร้อมบริการท่อนพันธุ์หญ้าแพงโกลาสำหรับการนำไปปลูกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;เกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลี้ยงโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูก&amp;nbsp;ต่างมีความตั้งใจในการรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และมีความตั้งใจที่จะนำไปปรับใช้ในการเลี้ยงสัตว์ของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401174318256</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง  จัดประชุมคณะกรรมการในโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอย่านตาขาว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายนนท์ภนท์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการ&amp;nbsp;โครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลย่านตาขาว&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือกคณะกรรมการบริหารตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเพิ่มวันจำหน่ายสินค้าทุกวันอังคาร&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์&amp;nbsp;และการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ตลาดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&amp;nbsp;โดยตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มียอดการจำหน่ายสินค้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;70,851&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;เปิดจำหน่ายสินค้าทุกวันอังคาร&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บริเวณกำแพงด้านหน้าศูนย์ราชการอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดต่อจำหน่ายสินค้าโทร&amp;nbsp;075-281241&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175448276</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>ใบเหลือง โตช้า แคระแกร็น รากเน่าโคนเน่า ปัญหาของผู้ปลูกพริกไทย อ.เมืองตรัง ด้านเกษตรอำเภอ แนะนำปรับแก้ด้วยวิธีผสมผสาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพร้อมให้คำแนะนำเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยตรัง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลหนองตรุด&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรรายดังกล่าวปลูกพริกไทยตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ค้าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประสบปัญหาต้นพริกไทยมีใบเหลือง&amp;nbsp;แคระแกร็น&amp;nbsp;เจริญเติบโตช้า&amp;nbsp;จากการวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่าเกิดจากการระบายน้ำในแปลงไม่ดี&amp;nbsp;อาจเกิดอาการรากเน่าร่วมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรขุดร่องรอบแปลงปลูกเพื่อลดระดับน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;และใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;หรือสารเคมีเมทาแลกซิล&amp;nbsp;ในการป้องกันและรักษาโรครากเน่าโคนเน่า&amp;nbsp;ควรกำจัดวัชพืชบริเวณรอบโคนต้นเพื่อไม่ให้รบกวนระบบรากของต้นพริกไทย&amp;nbsp;และใส่ปุ๋ยสูตร&amp;nbsp;25-7-7&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;20-5-5&amp;nbsp;เพื่อช่วยการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175548277</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>เกษตรกรชาวอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารา พื้นที่ 3 ไร่ มาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน สร้างรายได้งดงาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดยนายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;มอบหมายให้นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;และนางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;นายจรูญ&amp;nbsp;เสียมไหม&amp;nbsp;(สวนบังไข)&amp;nbsp;ตั้งอยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลสุโสะ&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;นายจรูญ&amp;nbsp;เสียมไหม&amp;nbsp;หรือบังไข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารา&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงนั้นราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;และในอดีตอำเภอปะเหลียนเป็นแหล่งปลูกพริกไทยที่สำคัญแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;จึงต้องการสืบสานการปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;ให้อยู่คู่กับชาวปะเหลียนและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป&amp;nbsp;โดยพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;จะมีกลิ่นหอม&amp;nbsp;รสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์&amp;nbsp;มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันบังไข&amp;nbsp;ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีระบบการผลิต&amp;nbsp;และการจัดการสวนที่ดี&amp;nbsp;ผลผลิตมีความปลอดภัย&amp;nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การปฏิบัติที่ดี&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;สำหรับพืชอาหาร&amp;nbsp;มกษ.9001-2556&amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ปีนี้เป็นปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่ให้ผลผลิต&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้จะสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัม(พริกไทยสด)&amp;nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;พริกไทยสด&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;160&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พริกไทยดำ&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พริกไทยขาว(กระเทาะเปลือก)&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้นพันธุ์พริกไทย(แบบไหล)&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต้นพันธุ์พริกไทย(แบบตอนกิ่ง)&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หากสนใจ&amp;nbsp;ติดต่อได้ที่&amp;nbsp;นายจรูญ&amp;nbsp;เสียมไหม&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;081-6662376&amp;nbsp;เพจเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;สวนบังไข&amp;nbsp;สุโสะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175701279</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>เกษตรอินทรีย์สมัยใหม่อำเภอเมืองตรัง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตามวิถีเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)ดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่ 3 ไร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&amp;nbsp;วิจิตรเวชการ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(รวมที่อยู่อาศัย)&amp;nbsp;กิจกรรมด้านเกษตร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การปลูกผักสลัด&amp;nbsp;ผักคะน้าในโรงเรือนแบบยกแคร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลูกมะเขือเทศในโรงเรือนปิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประยุกต์ส่วนของบริเวณใต้แคร่ของโรงเรือนปลูกผักในการเลี้ยงไก่ดำทำให้สามารถลดภาระเรื่องการกำจัดวัชพืชได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้ทำการเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์แหนแดงในกะละมัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยใช้ประโยชน์เป็นอาหารเลี้ยงไก่&amp;nbsp;และเป็นปุ๋ยใส่ในแปลงผัก&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนด้านอาหาร&amp;nbsp;และปุ๋ยได้อีกทางหนึ่งการเพาะขยายพันธุ์ต้นผักเหรียงพันธ์อินโด&amp;nbsp;(ต้นละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;ซึ่งต้นผักเหรียงสายพันธุ์อินโดจะมีลักษะแตกต่างจากผักเหรียงทั่วไปคือ&amp;nbsp;มีใบใหญ่เมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติมันกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การผลิตน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;โดยใช้เศษปลาเป็นวัตถุดิบในการหมัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งน้ำหมักชีวภาพสามารถผลิตเดือนละประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;โดยน้ำหมักที่ได้จะนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงผัก&amp;nbsp;โดยภายในโรงเรือนปลูกผัก&amp;nbsp;เกษตรกรได้มีการนำระบบน้ำอัจฉริยะมาใช้ในการควบคุมเวลาการให้น้ำในแปลงผัก&amp;nbsp;โดยใช้สมาร์ทโฟนในการสั่งการทำให้สามารถลดเวลา&amp;nbsp;และลดต้นทุนการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ปัจจุบันทางเกษตรกรรายดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับจ้างออกแบบและวางระบบน้ำอัจริยะในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;และแปลงไม้ผล&amp;nbsp;และยังได้ดัดแปลงเครื่องมือในการผสมดินปลูกทำให้สะดวกในการทำงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้จากแปลงจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และร้านค้าประจำในเขตพื้นที่เขตเทศบาลนครตรัง&amp;nbsp;และจำหน่ายผ่าน&amp;nbsp;เพจเฟสบุ๊ก&amp;nbsp;:จีโอฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น&amp;nbsp;ผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจติดต่อ&amp;nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&amp;nbsp;วิจิตรเวชการโทร:&amp;nbsp;0882464551&amp;nbsp;หรือผ่านเพจเฟสบุ๊ก&amp;nbsp;:จีโอฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น&amp;nbsp;ผักปลอดสารพิษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401180055284</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>ผบ.ฉก.นราธิวาส เปิดกิจกรรม ลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม ต.พร่อน อ.ตากใบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผบ.ฉก.นราธิวาส&amp;nbsp;เปิดกิจกรรม&amp;nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนา&amp;nbsp;หมู่5&amp;nbsp;ต.พร่อน&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;แปลงนา&amp;nbsp;หมู่5&amp;nbsp;ตำบลพร่อน&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&amp;nbsp;/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;เปิดกิจกรรม&amp;nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;จิรัสย์&amp;nbsp;ศิริวัลลภ&amp;nbsp;นายอำเภอตากใบ&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส&amp;nbsp;93&amp;nbsp;ประธานองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติ&amp;nbsp;และเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชนไทยพุทธ&amp;nbsp;ไทยมุสลิม&amp;nbsp;ในพื้นที่ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและ&amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เพื่อสืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;"ลงแขก&amp;nbsp;เกี่ยวข้าว"&amp;nbsp;ตลอดจนฟื้นฟูรักษา&amp;nbsp;วิถีวัฒนธรรมที่แสดงออกถึง&amp;nbsp;ความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมใจ&amp;nbsp;ช่วยเหลือ&amp;nbsp;เกื้อกูลกัน&amp;nbsp;ของสังคมพหุวัฒนธรรมระหว่างไทยพุทธ&amp;nbsp;และมุสลิมในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานในทุกๆด้าน&amp;nbsp;โดยสร้างสังคมให้เกิดความผาสุกตามบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดกลไก&amp;nbsp;การจัดการ&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ตามธรรมชาติ&amp;nbsp;พัฒนาทรัพยากรมนุษย์&amp;nbsp;ศักยภาพผู้นํา&amp;nbsp;และประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp;ภูมิปัญญา&amp;nbsp;และวิถีชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย&amp;nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;มีส่วนร่วมในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ของประชาชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp;เกิดความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;นำมาสู่การอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;อย่างสันติสุขที่แท้จริงในสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์สำคัญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การฟื้นฟู&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;วิถี&amp;nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;และการทํานาโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;รวมถึงการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;สู่แนวคิดความ&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;"พลเมืองไทย&amp;nbsp;ในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม"&amp;nbsp;น้อมนําศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;มาประพฤติปฏิบัติอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดจนกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างให้ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาสนา&lt;/strong&gt;ได้มีความรักความสามัคคีกันได้&amp;nbsp;ผลผลิตข้าวนำมาบริโภค&amp;nbsp;และจำหน่ายสร้างรายได้แก่พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของบรรพชนรุ่นก่อนให้คนรุ่นหลังหรือรุ่นปัจจุบันได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันต่อไป&amp;nbsp;นับว่าเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;และที่สำคัญคือได้สร้างความมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ความสามัคคีปรองดองระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมสืบไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401180749290</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>ทสจ.นครพนม เผย PM2.5 ของจังหวัดนครพนม อยู่ในระดับ    ** คุณภาพอากาศดีมาก **</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ทสจ.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดย&amp;nbsp;ผอ.นายอภชัย&amp;nbsp;ฤทธิกรรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์สภาพอากาศของจังหวัดนครพนมว่า&amp;nbsp;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.)&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ&amp;nbsp;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM10&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&amp;nbsp;ค่าโอโซน&amp;nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์&amp;nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&amp;nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์&amp;nbsp;คุณภาพดีมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&amp;nbsp;ของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;อยู่ในระดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสุขภาพ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;และการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401192800345</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการ 1 จังหวัด 1 โครงการ ผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ชีวิตวิถีใหม่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวชนมณัฐ&amp;nbsp;รอดบุญธรรม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ชีวิตวิถีใหม่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อาคารฝึกอบรม&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางทัศนี&amp;nbsp;ขจัดมลทิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะฯ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนากลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มผู้มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;แรงงานนอกระบบ&amp;nbsp;และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ให้มีความรู้ต่อกระบวนการผลิตพืช&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานด้วยความรู้ทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรมเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างครบวงจร&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก&amp;nbsp;การเตรียมดิน&amp;nbsp;การสร้างโรงเรือน&amp;nbsp;เทคนิคการติดตั้งระบบ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Control&amp;nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และการขายของออนไลน์&amp;nbsp;ทำให้เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;มีอาชีพ&amp;nbsp;มีรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;ส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น&amp;nbsp;และนำสู่ความเข้มแข็งเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนส่วนราชการเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&amp;nbsp;รองคณบดีคณะศิลปะศาสตรและวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ประธานสมาพันธ์&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;ไทยศรีสะเกษ&amp;nbsp;และประธานคณะกรรมการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401193047347</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>ร้อน-แล้งซ้ำเติม ผลผลิตไข่ลด 15 %</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;อากาศร้อนแล้ง&amp;nbsp;ทำผลผลิตไข่เสียหาย-ปริมาณน้อยกว่าปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงถอดใจเลิกอาชีพแล้ว 10% เกษตรกรไก่ไข่ร้องรัฐปล่อยราคาตามกลไกตลาด ชี้ต้นทุนหลักวัตถุอาหารสัตว์สูงเป็นประวัติการณ์ ยังถูกซ้ำเติมด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัญหาสภาพอากาศร้อน-แล้ง ทำให้แม่ไก่เครียด&amp;nbsp;กินอาหารน้อย&amp;nbsp;แม่ไก่จะมีไข่ไก่แตกในท้อง&amp;nbsp;และมีไก่ตายวันละ 5-10 ตัว&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้จะลดลงประมาณ 10-15 % คือ จากที่เคยมีอัตราการให้ไข่เฉลี่ยที่ 80 % เหลือเพียง 60-65 %&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้มีเปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้ช่วงนี้ มีจำนวนลดน้อยลงจากปกติ&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงขอให้ภาครัฐเข้าใจเกษตรกร และปล่อยให้ราคาไข่ไก่เป็นไปตามกลไกตลาด&amp;nbsp;เพราะขณะนี้เกษตรกรต้องแบกรับภาระการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยเจอ ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนหลักที่ 70-80 %&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ปัญหาต้นทุนการเลี้ยงที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ ทำให้ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงตัดสินใจเลิกอาชีพไปแล้ว 10 % เพราะไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนต่อไปได้&amp;nbsp;สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนมากขณะนี้ แม่ไก่ไข่กินอาหารน้อย&amp;nbsp;ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ส่งผลต่อผลผลิตไข่ที่ได้&amp;nbsp;ซึ่งจะมีเปลือกไข่ช่วงนี้บางกว่าปกติ ง่ายต่อการร้าว และแตกได้ง่าย&amp;nbsp;ทำให้มีสภาพไข่ไก่สมบูรณ์พร้อมขายเพียงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;และผลผลิตไข่ไก่ที่ได้ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลาง-เล็ก ทำให้ผู้เลี้ยงขายไข่ได้ราคาลดลงไปด้วย&lt;/em&gt; นางพเยาว์ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันราคาไข่ที่ขายไม่มีความสมดุล&amp;nbsp;เพราะไม่สามารถขายในราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง&amp;nbsp;และในสภาพอากาศร้อนขณะนี้&amp;nbsp;ทำให้ไก่เครียด แทบไม่กินอาหาร&amp;nbsp;ขนาดของไข่ไก่ที่ออกมาในช่วงนี้จึงมีเพียงขนาดกลางถึงเล็ก ที่เบอร์ 3-4-5 เท่านั้น&amp;nbsp;จากปกติมีไข่ไก่ 6 ขนาด คือ เบอร์ 0 ใหญ่สุด และเบอร์ 5 เป็นขนาดเล็กสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์ภัยแล้งทำให้ผู้เลี้ยงต้องมีค่าใช้จ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบน้ำพ่นฝอย เพื่อลดความร้อนภายในโรงเรือน  รวมถึงระบบน้ำและพัดลมระบายอากาศของโรงเรือน ช่วงนี้เกษตรกรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากค่าไฟที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10 %&amp;nbsp;จึงอยากให้ทุกภาคส่วน รวมถึงผู้บริโภคเข้าใจเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401195123365</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>ครูภูมิปัญญาต่อยอด ผสมเมล่อนสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตรุ่นแรกลายสวยงาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"การปลูกเมล่อนจะว่ายากก็ไม่ยาก&amp;nbsp;ง่ายก็ไม่ง่าย&amp;nbsp;ต้องใส่ใจในการดูแล"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจหลายราย&amp;nbsp;ที่อาจคิดว่าการปลูกเมล่อนเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ทุนสูง&amp;nbsp;ซึ่งทางเกษตรกรชาวอำเภอยะหา&amp;nbsp;ได้หันมาใช้ภูมิปัญญาทางด้านการเกษตร&amp;nbsp;ทำโรงเรือนขนาดเล็ก&amp;nbsp;สำหรับปลูกเมล่อนได้&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ด้วยการใช้ไม้ไผ่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายมีอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;ผสมผสานกับท่อพีวีซี&amp;nbsp;ตาข่ายคลุมโรงเรือน&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนจากการสร้างโรงเรือนเหล็ก&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;หมื่นบาท&amp;nbsp;เหลือเพียงหมื่นกว่าบาท&amp;nbsp;พร้อมกับนำกระถางมาลงปลูกเมล่อนสายพันธุ์คิโมจิ&amp;nbsp;หลังปลูกได้มาปีเศษ&amp;nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;สร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลองได้ใช้ภูมิปัญญา&amp;nbsp;ต่อยอดการปลูกเมล่อน&amp;nbsp;โดยนำเมล็ดพันธุ์เมล่อนอาหรับ&amp;nbsp;ผสมเกสรเข้าด้วยกันกับ&amp;nbsp;สายพันธุ์คิโมจิ&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลา&amp;nbsp;ลงปลูกร่วม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เมล่อนลูกผสมสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;ได้ให้ผลผลิตสุดสวยงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนี้ก็เหลือแต่รอลุ้นรสชาติ&amp;nbsp;ซึ่งผลเมล่อนรุ่นแรก&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ก็จะสุกได้ที่&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนักชิมต่างให้ความสนใจจองแล้ว&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดอเล๊าะ&amp;nbsp;สะตือบา&amp;nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;(ศพก)&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;/ภูมิปัญญาด้านการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่าเดิมที&amp;nbsp;ตนเองก็ได้ปลูกเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นคิโมจิ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปีที่แล้วประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ขายผลผลิตได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับเมล่อนแล้วใช้ระยะเวลาไม่ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนก็เก็บได้&amp;nbsp;พอหมดรุ่นก็รื้อออกปลูกใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจะนำความรู้ภูมิปัญญามาปรับให้เข้ากับพื้นที่ที่มีอยู่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จนกระทั่งประสบผลสำเร็จแบบง่ายๆ&amp;nbsp;ไม่มีเทคโนโลยีมากมายอะไร&amp;nbsp;ใช้ถังในการปลูก&amp;nbsp;โดยซื้อเมล็ดพันธุ์ตามท้องตลาดที่จะขายอยู่ที่เมล็ดละ&amp;nbsp;5-8&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นำมาเพาะและลงปลูก&amp;nbsp;ปุ๋ยก็เป็นปุ๋ยคอก&amp;nbsp;รดน้ำก็เป็นแบบสายลาก&amp;nbsp;ไม่ให้เปียกมาก&amp;nbsp;เมล่อนไม่ชอบน้ำเยอะพอประมาณ&amp;nbsp;ถ้าเยอะจะเกิดเชื้อรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเราก็เป็นภูมิปัญญาอยู่แล้ว&amp;nbsp;เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้วย&amp;nbsp;ถ้าเราใช้เทคโนโลยีก็ไม่มีทุน&amp;nbsp;อย่างโรงเรือน&amp;nbsp;ก็จะใช้ไม้ไผ่ไม้ในพื้นที่&amp;nbsp;ลงทุนครั้งแรกก็หมื่นกว่าบาท&amp;nbsp;แต่ไม่มากเหมือนกับการทำโรงเรือนเหล็ก&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;หมื่นบาท&amp;nbsp;รวมถึงต้องการให้เกษตรกรที่ไม่มีทุนได้มาศึกษาจะได้นำกลับไปทำ&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ก็จะใช้ขบวนการที่เก็บลูกสวยไว้ทำพันธุ์ด้วย&amp;nbsp;จะได้ไม่ต้องลงทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ครั้งต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งราคาจะแพงสักหน่อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้นหนึ่งเมล่อนจะมีหลายลูก&amp;nbsp;แต่ก็จะเก็บไว้เพียงลูกเดียว&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ลูกอื่นแบ่งความหวานความอร่อย&amp;nbsp;ไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการผสมสายพันธุใหม่ได้แนวคิดพันธุ์จากการไปทำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อุมเราะห์&amp;nbsp;ที่เมกกะ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ในครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งตนเองไปในนามของเกษตรกร&amp;nbsp;ได้ไปเจอเมล่อนที่ลูกสวย&amp;nbsp;ซื้อในราคา&amp;nbsp;ลูกละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กว่าบาท&amp;nbsp;โดยให้คนอื่นกิน&amp;nbsp;ส่วนตนเองก็นำเมล็ดกลับมาอย่างเดียวพร้อมกับนำภูมิปัญญา&amp;nbsp;ปู่&amp;nbsp;ย่า&amp;nbsp;ตายาย&amp;nbsp;มาทดลองปลูกง่ายๆ&amp;nbsp;ผสมไขว้เกสรดู&amp;nbsp;คิโมจิผสมพันธุ์จากเมกกะ&amp;nbsp;สุดท้ายประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ออกลูกมาผลของแท้จากเมกกะไม่มีลาย&amp;nbsp;คิโมจิมีลาย&amp;nbsp;ธรรมดา&amp;nbsp;คิโมจิที่ปลูกขายที่นี่&amp;nbsp;จะมีรสชาติหวาน&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;เนื้อสีเขียว&amp;nbsp;ส่วนเมกกะที่นำมาเนื้อสีส้ม&amp;nbsp;โตสุดที่ได้ลูกตอนนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กก.ต่อลูก&amp;nbsp;ส่วนรสชาติยังไม่การันตี&amp;nbsp;บอกไม่ได้&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;ยังไม่ได้ชิม&amp;nbsp;ต้องรอดูให้ถึงเวลา&amp;nbsp;ซึ่งในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;ก็จะได้ตัดรุ่นแรก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ซึ่งลูกค้าได้จองลูกพันธุ์ผสมเข้ามา&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ในพื้นที่ยะลา&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;เค้าอยากชิม&amp;nbsp;โดยจองผ่านออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งตนเองก็ขายตลาดออนไลน์มาหลายปีแล้วโดยเป็นสมาทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบของ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;คนแรกที่ขายออนไลน์&amp;nbsp;เริ่มจากสละอินโด&amp;nbsp;และก็มาเมล่อน&amp;nbsp;คิโมจิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนชื่อพันธุ์ใหม่ตอนนี้&amp;nbsp;ก็ยังไม่ได้ตั้งรอทางเกษตรก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายดอเล๊าะฯ&amp;nbsp;ยังได้เตรียมขยาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงเรือนเมล่อนใหม่&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เพื่อลงปลูกเมล่อนลูกผสม&amp;nbsp;คิโมจิ-อาหรับ&amp;nbsp;ซึ่งจะปลูกได้ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กว่าต้น&amp;nbsp;เป็นโรงเรือนที่มีความทนทานไม่แพ้โรงเรือนเหล็ก&amp;nbsp;ทำจากท่อพีวีซี&amp;nbsp;ไส้ใน&amp;nbsp;ใส่ไม้ไผ่&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความคงทน&amp;nbsp;และลดต้นทุน&amp;nbsp;โดยบอกกว่า&amp;nbsp;ดีใจ&amp;nbsp;และภูมิใจมาก&amp;nbsp;ที่ได้ใช้ความรู้&amp;nbsp;ภูมิปัญญามาทำงานเป็นอาชีพจนถึงทุกวันนี้จนประสบความสำเร็จทางด้านการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402072604428</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>พัฒนาผ้าไหมลักษณะพิเศษ นุ่มพลิ้ว ไม่ยับง่าย เพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมหม่อนไหมจัดทำโครงการการทำผ้าไหมต้นแบบลักษณะพิเศษ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;โครงการเทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้าหม่อนไหมตลอดห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;เป็นโครงการที่ดำเนินการเพื่อพัฒนาเพื่อให้ได้ผ้าไหมที่มีลักษณะพิเศษ&amp;nbsp;มีความนุ่มพลิ้ว&amp;nbsp;ไม่ยับง่าย&amp;nbsp;โครงสร้างเนื้อผ้าแข็งแรงและหากสามารถพัฒนาให้มีคุณสมบัติพิเศษได้&amp;nbsp;จะสามารถเพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทยและทำให้มีความนิยมใช้ผ้าไหมมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากมีเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายและดูแลรักษาง่าย&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตเองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการพัฒนาผ้าไหมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมหม่อนไหม&amp;nbsp;ได้ใช้รังไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&amp;nbsp;06&amp;nbsp;และพันธุ์วนาสวรรค์&amp;nbsp;มาใช้ในการสาวเส้นไหม&amp;nbsp;โดยการนำรังไหมมานำรังไหมไปต้มให้ฉ่ำน้ำ&amp;nbsp;แล้วตักใส่กระบะสาวเครื่องยูบี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อุณหภูมิในการสาวเส้นไหมประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;กำหนดขนาดเส้นและควบคุมจำนวนรัง&amp;nbsp;รวมทั้งการเพิ่มคุณสมบัติด้วยการควบตีเกลียวทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ใช้การตีเกลียวด้วยเครื่องตีเกลียวเส้นไหม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;โดยแบ่งครึ่งสำหรับย้อมด้วยแก่นเข&amp;nbsp;และอีกส่วนหนึ่งนำไปย้อมด้วยแก่นเขแล้วนำไปหมักโคลน&amp;nbsp;จากนั้นนำผ้าที่ทอไปวิเคราะห์หาโครงสร้าง&amp;nbsp;ความยืดหยุ่นและความแข็งแรง&amp;nbsp;และเมื่อนำไปวิเคราะห์หาโครงสร้าง&amp;nbsp;ความยืดหยุ่น&amp;nbsp;และความแข็งแรงของผ้า&amp;nbsp;พบว่ามีการคืนตัวดีและมีสภาพยืดหยุ่นและการทิ้งตัวได้ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมหม่อนไหม&amp;nbsp;นำองค์ความรู้ดังกล่าวนี้ไปถ่ายทอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจะนำร่องในกลุ่มเกษตรกรจังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานี&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปผลิตผ้าไหมที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ได้เองต่อไป&amp;nbsp;ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมไทยอีกแนวทางหนึ่ง&amp;nbsp;ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดของผู้บริโภคที่ชื่นชอบผ้าไหมและการสวมใส่ที่ให้ความสบายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110635465</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>พัฒนาลุ่มน้ำยมตอนล่าง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ พิษณุโลก พิจิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;ท่านางงาม&amp;nbsp;อำเภอบางระกำ&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ปตร.ท่าแห&amp;nbsp;อำเภอสามง่าม&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ปตร.บ้านวังจิก&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปตร.โพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาได้รวมประมาณกว่า&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;เพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานได้&amp;nbsp;198,746&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อีกทั้งช่วยลดมวลน้ำหลากในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;ปัจจุบันมีผลงานคืบหน้าสะสมเฉลี่ยทั้งโครงการฯ&amp;nbsp;รวมประมาณร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ของแผนงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำยม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาทั้งอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยมตอนล่างเป็นประจำ&amp;nbsp;ขณะเดียวกันสภาพภูมิประเทศของลุ่มน้ำยมตอนล่างไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาหรือสร้างอ่างเก็บน้ำได้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จึงได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;ด้วยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆ&amp;nbsp;แบบขั้นบันได&amp;nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;สามารถนำน้ำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งลำน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ดำเนินการก่อสร้างฝายยางและฝายคอนกรีต&amp;nbsp;เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำในลำน้ำยมตอนล่างจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การพัฒนาแหล่งน้ำภายใต้ข้อจำกัดของลักษณะภูมิประเทศในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยสร้างแหล่งเก็บน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรและชุมชนที่อาศัยอยู่ตลอดลุ่มน้ำยมตอนล่างระยะทางกว่า&amp;nbsp;225&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ได้ปริมาณน้ำรวมประมาณ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;สามารถเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับราษฎร&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ในเขตจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลในเขตจังหวัดพิจิตรคือ&amp;nbsp;ตำบลกำแพงดิน&amp;nbsp;อำเภอสามง่าม&amp;nbsp;รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้นกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110513462</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>ตลาดค้าส่งผลไม้เนินสูง จันทบุรีเริ่มคึกคักหลังผลผลิตทุเรียนพันธุ์กระดุม พันธุ์ชะนี และหมอนทองรุ่นแรก เริ่มทยอยออกสู่ตลาดราคาสูงกิโลกรัมละกว่า 200 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ตลาดเนินสูง&amp;nbsp;ตำบลเขาวัว&amp;nbsp;อำเภอท่าใหม่&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;แหล่งซื้อขายทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่ามีเกษตรกรชาวสวนเริ่มนำทุเรียนใส่ท้ายรถกระบะมาขาย&amp;nbsp;และมีพ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้าเร่ที่มาดักรอซื้อไปขายต่างจังหวัดมารอรับซื้อทุเรียนของเกษตรกรไปขาย&amp;nbsp;โดยชาวสวนจะตัดทุเรียนจากสวน&amp;nbsp;เพื่อมาขายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าหรือขาประจำที่ร้านรับซื้อทุเรียนอยู่ที่ตลาดแห่งนี้&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดจันทบุรีมีมาตรการคุมเข้มป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ท้องตลาด&amp;nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคจะได้รับประทานทุเรียนที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;สำหรับทุเรียนที่ตัดได้ในช่วงนี้คือทุเรียนพันธุ์กระดุม&amp;nbsp;และชะนีบางส่วนที่ติดดอกมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม&amp;nbsp;ส่วนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;จะเริ่มตัดได้ประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ไป&amp;nbsp;แต่ในช่วงนี้ก็เริ่มมีทุเรียนหมอนทองตกไซร์ที่ออกดอกก่อนเริ่มทยอยออกมาสู่ท้องตลาดบ้างแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่มากเท่าที่ควร&amp;nbsp;ส่วนราคาที่ตกลงซื้อขายตามแต่ละขนาดรูปทรง&amp;nbsp;และน้ำหนัก&amp;nbsp;และสายพันธุ์ของทุเรียน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีราคาซื้อขายดังนี้&amp;nbsp;หมอนทองตกไซร์&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;190-200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พวงมณีกิโลกรัมละ&amp;nbsp;190&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;พันธุ์กระดุมกิโลกรัมละ&amp;nbsp;190&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พันธุ์ชะนี&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;170&amp;nbsp;-&amp;nbsp;185&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ก้านยาวกิโลกรัมละ&amp;nbsp;170&amp;nbsp;บาทราคาจะปรับขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงตามน้ำหนักและกลไกของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายธนวัฒน์&amp;nbsp;อัครภัคศิวทายิน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ่อค้ารับซื้อทุเรียน&lt;/strong&gt;ที่นำไปขายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผลผลิตทุเรียนจันทบุรีจะออกช้ากว่าปีที่แล้ว&amp;nbsp;ด้วยในพื้นที่มีฝนตก&amp;nbsp;พายุเข้าติดต่อกันมา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วันติด&amp;nbsp;ทำให้ทุนเรียนออกช้า&amp;nbsp;เสียหายจากพายุอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้ชาวสวนเดือดร้อนไปตามกัน&amp;nbsp;ผลผลิตโดยรวมทางเกษตรจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มีความเข้มงวดเรื่องการตัดทุเรียนอ่อนมาก&amp;nbsp;ก่อนจะตัดทุเรียนมาขายจะต้องมีใบรับประกันเปอร์เซ็นต์แป้งจากเกษตร&amp;nbsp;ถึงจะอนุญาตให้ตัดได้&amp;nbsp;ซึ่งช่วงต้นฤดูผลไม้จะเป็นทุเรียนเบญจพรรณ&amp;nbsp;พวงมณี&amp;nbsp;นกกระจิบ&amp;nbsp;กระดุม&amp;nbsp;ชะนี&amp;nbsp;และหมอนทองเริ่มทยอยออกมาแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งคุณภาพหมอนทองก่อนตัดและถึงผู้บริโภคจะดีแน่นอนเพราะเกษตรจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เข้มงวดเรื่องตัดทุเรียนอ่อนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนราคาช่วงนี้&amp;nbsp;หมอนทองราคาสูง&amp;nbsp;ล้งคนจีนจะซื้อไซร์&amp;nbsp;A&amp;nbsp;-&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;190&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนราคาบริโภคจะต้องรอถึงประมาณช่วงกลางเมษายนเพราะราคาจะปรับลงเหลือประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp;140-150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเลยจากเมษายนราคาอาจปรับตัวลดลงอีกเพราะผลผลิตทุเรียนเริ่มออกมามากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตทุเรียนโดยรวมจะมีออกสู่ตลาดมากกว่า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;วิธีสังเกตุทุเรียนแก่อย่างง่ายคือลูกค้าหรือผู้บริโภคจะต้องดูที่หนาม&amp;nbsp;หนามทุเรียนต้องแห้ง&amp;nbsp;ยกต้องเบา&amp;nbsp;ขั้วทุเรียนต้องแข็งแรง&amp;nbsp;เปล่งบวม&amp;nbsp;เมื่อเคาะดูจะมีเสียงปุ&amp;nbsp;ปุ&amp;nbsp;แต่ถ้าให้ดีหากซื้อบริโภคเลยก็ให้แม่ค้า&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;ปลอกใส่ภาชนะให้เลยจะดีที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402085833441</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>เร่งสำรวจความเสียหายสวนผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยในภาคตะวันออก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงานความเสียหายจากเหตุวาตภัย&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคตะวันออก&amp;nbsp;เมื่อช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;-29&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มีสวนทุเรียนร่วง&amp;nbsp;ต้นโค่นล้ม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ประสบภัยรวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;ผลผลิตเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;67,200&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ม.9&amp;nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;สวนผลไม้ของเกษตรกรผู้ประสบภัยรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;มีทุเรียนโค่นล้ม&amp;nbsp;พื้นที่ประสบภัยรวมประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตเสียหายรวมประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเร่งสำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถยื่นแบบแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช&amp;nbsp;กับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;อบต.หรือเทศบาล&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรกรที่ประสบภัย&amp;nbsp;เพื่อลงตรวจสอบพื้นที่จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากได้รับแจ้งเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะกรรมการอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบ&amp;nbsp;หากพบว่ามีเกษตรกรที่ผ่านหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.2562&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กำหนดให้การช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในอัตราในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;4,048&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือนในช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย&amp;nbsp;เข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&amp;nbsp;โดยเฉพาะสวนไม้ผลซึ่งเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานหลายปี&amp;nbsp;เกษตรกรจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111006471</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>สานต่อตลาดนำการเกษตร เปิดเทศกาลมะม่วงและผองเพื่อน ปี 2 เน้นเกรดพรีเมียมตรงจากสวน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการเดินทางไปยังโลตัส&amp;nbsp;สาขารามอินทรา&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการ&amp;nbsp;รับซื้อผลไม้ฤดูกาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรงจากเกษตรกร&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;มะม่วงและผองเพื่อน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทั้งนี้มีความร่วมมือในด้านการตลาดสินค้าเกษตรกับโลตัสมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฤดูกาลมะม่วงของปีนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางโลตัสให้ความร่วมมือในการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรมาจำหน่าย&amp;nbsp;เช่นที่&amp;nbsp;โลตัส&amp;nbsp;รามอินทรา&amp;nbsp;โดยผลผลิตที่นำมาจำหน่ายเป็นเกรดระดับพรีเมียมเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;มะม่วงขายตึก&amp;nbsp;มะม่วงทองดำ&amp;nbsp;มะม่วงฟ้าลั่น&amp;nbsp;และมะม่วงแรด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ตลาดมะม่วง&amp;nbsp;เกรดพรีเมียมส่งออกนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือว่าไม่น่าเป็นห่วง&amp;nbsp;เพราะยังมีการซื้อขายกันเป็นปกติ&amp;nbsp;แต่ที่เป็นปัญหาและได้มีการเผยแพร่ผ่านทางสื่อนั้น&amp;nbsp;จะเป็นส่วนของมะม่วงลูกเล็ก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากการปลูก&amp;nbsp;ด้วยมีขนาดที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด&amp;nbsp;จึงไม่สามารถส่งออกได้และถูกนำมาจำหน่ายในราคาถูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการตลาดนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการเชิงรุกร่วมกับทุกภาคส่วนและหากกรณีเกิดปัญหาด้านผลผลิตล้นตลาดในบางช่วง&amp;nbsp;ก็ให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ขอฝากเชิญชวนให้ช่วยกันบริโภคมะม่วง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111402476</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์ ร่วมกิจกรรม โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และกิจกรรม จิตอาสา บริการ เพื่อเกษตรกร เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางปิ่นเพชร&amp;nbsp;ดีล้อม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ร่วมกับกลุ่มวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยตนพร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ได้ร่วมออกหน่วยคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&amp;nbsp;ต.เขวาสินรินทร์&amp;nbsp;อ.เขวาสินรินทร์&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีนายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ประธานในพิธีเปิดโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์&amp;nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&amp;nbsp;พด.1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&amp;nbsp;พด.2&amp;nbsp;น้ำหมักชีวภาพพร้อมใช้&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด&amp;nbsp;มาให้บริการประชาชน&amp;nbsp;พร้อมเปิดให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการดิน&amp;nbsp;และให้บริการวิเคราะห์ตัวอย่างดินพร้อมคำแนะนำผลการวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จิตอาสา&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;&lt;strong&gt;1&amp;nbsp;เมษา&amp;nbsp;วันข้าราชการไทย&amp;nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&lt;/strong&gt;ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรไปสู่เกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งแก้ไขปัญหาและสร้างแรงบันดาลใจ&amp;nbsp;กระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัวและยอมรับ&amp;nbsp;นวัตกรรมในการพัฒนาอาชีพให้มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;โดยมีประชาชนและเกษตรกรทั่วไปเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มาขอรับบริการ&amp;nbsp;และร่วมกิจกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110037459</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักมากถึงวันพรุ่งนี้ แล้วจะเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 5 จังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักมากถึงวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;แล้วจะเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;184&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;98&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และศรีสะเกษ&amp;nbsp;89&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,711&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,886&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนลงสู่อ่าวไทย&amp;nbsp;และเคลื่อนผ่านภาคใต้&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักมากตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;และพังงา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402102531449</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดงใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง สูงถึง 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดงใน&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;สูงถึง&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สูงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สูงถึง&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402104247454</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>กรมประมง เพาะขยายพันธุ์ ปลากระทิงไฟ น้อมสืบสานพระราชเสาวนีย์ พระพันปีหลวง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่รับสั่งให้กรมประมงฟื้นฟู&amp;nbsp;และอนุรักษ์พันธุ์ปลาไทยหายากไว้ไม่ให้สูญพันธุ์&amp;nbsp;กรมประมงจึงเริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทยตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2533&amp;nbsp;จนปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์และปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้มากกว่าพันล้านตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลากระทิงไฟ&amp;nbsp;เป็นปลาน้ำจืดพื้นเมืองของไทยชนิดหนึ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบได้ตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคใต้&amp;nbsp;และได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลก&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มีการขับเคลื่อนการดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ปลากระทิงไฟอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนสามารถผลิตลูกปลาที่มีความแข็งแรงและมีอัตรารอดสูงได้ประมาณ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กรมประมงจะมีการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพันธุ์ปลากระทิงไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;900&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และปลาไทย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;590,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพื่อปล่อยเป็นพระราชกุศล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหนังสือ&amp;nbsp;กระทิงไฟ..ฟื้นฟูปลาไทย&amp;nbsp;น้อมสืบสานพระราชเสาวนีย์&amp;nbsp;พระพันปีหลวง&amp;nbsp;ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่ทรงเห็นถึงประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืดของไทย&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งโปรตีนอาหารชั้นดี&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำของไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402112118484</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>อำนาจเจริญ ร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงดำเนินกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านระบบสื่อสารออนไลน์ Zoom Meeting</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นายจิรทัต&amp;nbsp;สวรรคทัต&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;นาราษฎร์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&amp;nbsp;นางสาวปิยะพร&amp;nbsp;สุริโยตระกูล&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในช่วงดำเนินกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.ทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นผู้นำเสนอผลงานสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงานและประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;Command)&amp;nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบสื่อสารออนไลน์&amp;nbsp;โปรแกรม&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มายังห้องประชุม&amp;nbsp;SWOC&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;สีหมงคลสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/ผู้แทน&amp;nbsp;ร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุม&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;Command)&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;และหัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&amp;nbsp;ได้นำเรียนต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;Command)&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ในเรื่องการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(BIG&amp;nbsp;DATA&amp;nbsp;AMNATCHAROEN)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(M2)&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และการเตรียมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมให้กับ&amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูลอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และนำเสนอพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;สีหมงคลสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;SWOC&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110940470</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบปีที่ 130 ผ่านระบบ Zoom Meeting</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;วานนี้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;สีหมงคลสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;เหลียวหลังแลหน้า&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ครบรอบปีที่&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;ดร.ทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นผู้บรรยายกิจกรรม&amp;nbsp;จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;(ห้อง&amp;nbsp;112&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;115)&amp;nbsp;อาคาร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขตพระนคร&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เพื่อรับชมและรับฟังที่มาความสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหรกณ์&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;(SWOC7)&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;การเตรียมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมให้กับศูนย์ข้อมูลอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และนำเสนอพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;สีหมงคลสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111213474</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบแตะ 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบแตะ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;393&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;166&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;142&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;63&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;249&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพิษณุโลก&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเกาะกลุ่มบริเวณตอนบนของประเทศในแต่ละภูมิภาค&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบจุดความร้อนของประเทศไทยรวม&amp;nbsp;36,631&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมวันนี้มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือบางจังหวัดที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;4,370จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;393&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;321&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402145830557</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>สารพัดปัญหารุมเร้า เกษตรกรแบกทุกข์เต็มบ่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศที่เติบโตมาจากภาคเกษตรกรรม ทำให้ ภาคเกษตร กลายเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศ&amp;nbsp;และเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ได้รับการยกย่องว่าเป็น กระดูกสันหลังของชาติ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่กลับยากจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องประสบกับปัญหาเดิมซ้ำๆ&amp;nbsp;ทั้งผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;และราคาผันผวน กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; ทุกข์เกษตรกร แบกต้นทุนหลังแอ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในภาคปศุสัตว์ต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ยิ่งในสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซีย ซึ่งต่างเป็นผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลายเป็นปัจจัยหนุนส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นจากการขาดแคลน&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี&amp;nbsp;ปัจจุบันทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 13 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 23 บาท จากปกติมีราคากิโลกรัมละ 10 กว่าบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังมีต้นทุนด้านการบริหารจัดการในโรงเรือน ทั้งปัญหามีน้ำไม่เพียงพอ ต้องซื้อน้ำ และต้องมีขั้นตอนปรับคุณภาพน้ำให้สะอาดก่อนนำมาใช้ในโรงเรือน&amp;nbsp;และยังมีค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบปรับอากาศ (EVAP) ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าฤดูกาลอื่นๆ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในโรงเรือน กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรต้องเผชิญ&amp;nbsp;และค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเพราะค่าเอฟที่ที่ปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนพค.นี้&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีค่าพลังงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ราคาขายผลผลิตของเกษตรกร เพียงแค่ช่วยต่อลมหายใจให้พอมีทุนในการเดินหน้าอาชีพต่อไปเท่านั้น ไม่ได้สามารถสร้างผลกำไรให้เกษตรกรร่ำรวย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; ร้อน-แล้งกระทบเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาพอากาศร้อน-แล้ง ในฤดูร้อน ที่มักมีพายุฝน เริ่มส่งผลกับบางพื้นที่ที่กำลังประสบกับปัญหาอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;ทั้งร้อนขึ้น และอาจมีอุณหภูมิต่ำลงในช่วงค่ำถึงรุ่งเช้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญทั้งต่อไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร&amp;nbsp;โดยสัตว์จะมีอาการเครียดและให้ผลผลิตลดลง อาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ&amp;nbsp;การกินอาหารลดน้อยกว่าปกติ&amp;nbsp;ทำให้การเติบโตต่ำกว่ามาตรฐาน&amp;nbsp;เมื่อสุขภาพไม่ดีจึงติดโรคได้ง่าย มีอัตราการตายแบบเฉียบพลันเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนของแม่ไก่ไข่ นอกจากผลกระทบจากสภาพอากาศแล้ว ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการปลดแม่ไก่ยืนกรงตามรอบเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรปรับลดลงจากช่วงปกติ 10-20 %&amp;nbsp;แม้ว่าในเดือนมีนาคมนี้จะมีการปลดแม่ไก่ยืนกรงลดลง&amp;nbsp;โดยปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดในปัจจุบันมีประมาณ 40 ล้านฟองต่อวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับสุกร แม่สุกรอุ้มท้องมักมีอาการแท้ง&amp;nbsp;ลูกสุกรเสียหาย มีเปอร์เซ็นต์เข้าคลอดต่ำ&amp;nbsp;กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ลูกสุกรมีอาการอ่อนแอ&amp;nbsp;อาจตายระหว่างแม่เลี้ยงลูก&amp;nbsp;ปริมาณลูกสุกรหย่านมจะน้อยลง&amp;nbsp;เมื่อนำเข้าเลี้ยงเป็นสุกรขุน&amp;nbsp;จะทำให้ช่วงนี้มีสุกรขุนเข้าสู่ตลาดลดน้อยลง เชื่อว่าจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้สถานการณ์ต้นทุนสูงรุนแรงขึ้น ตามคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ประเมินว่า ต้นทุนการผลิตสุกรไตรมาสที่สองของปีนี้จะสูงถึงกิโลกรัมละ 98.81 บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาริทธิ์ สันห์ฤทัย นักวิชาการอิสระด้านปศุสัตว์&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402163302580</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ เชิดชูเกียรติเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;มีนโยบายให้คัดเลือกเกษตรกร&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น&amp;nbsp;ในแต่ละสาขา/ประเภท&amp;nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก&amp;nbsp;และยึดถือเป็นแบบอย่างตามแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรประจำทุกปี&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพ&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความสามารถเชิงประจักษ์&amp;nbsp;ทั้งในด้านมีความคิดริเริ่ม&amp;nbsp;กล้าฟันฝ่าอุปสรรค&amp;nbsp;มีความเป็นผู้นำ&amp;nbsp;เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&amp;nbsp;เป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอย่างขยัน&amp;nbsp;เพื่อให้กิจกรรมด้านการเกษตรประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ตลอดจนเกิดความยั่งยืนในอาชีพการเกษตรของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;1.&amp;nbsp;ประเภทเกษตรกรดีเด่น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขาอาชีพทำสวน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายเดชฐาปณินท์&amp;nbsp;ฉิมภารสรินทร์&amp;nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขาอาชีพทำไร่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางกาญจนา&amp;nbsp;ชมพูวิเศษ&amp;nbsp;ตำบลนาพูน&amp;nbsp;อำเภอวังชิ้น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางอัมพวัน&amp;nbsp;รุ่งเรืองเลิศ&amp;nbsp;ตำบลป่าแดง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;ประเภทบุคคลทางการเกษตรดีเด่น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายชลกร&amp;nbsp;สร้อยเพชร&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&amp;nbsp;อำเภอร้องกวาง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวอัมธิกา&amp;nbsp;หลวงติ๊บ&amp;nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&amp;nbsp;อำเภอร้องกวาง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายวุทธิพงษ์&amp;nbsp;เมืองมูล&amp;nbsp;ตำบลสรอย&amp;nbsp;อำเภอวังชิ้น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;ประเภทสถาบันเกษตรกรดีเด่น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขากลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&amp;nbsp;อำเภอร้องกวาง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-&amp;nbsp;สาขากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลป่าแมต&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับคัดเลือก&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เพื่อคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบไปประกวดในระดับประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการจัดพิธีมอบรางวัลในวันแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวแสดงความยินดีกับเกษตรกร&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรที่ได้รับรางวัลทุกสาขา&amp;nbsp;และกล่าวว่าพร้อมจะผลักดันเกษตรกรรายอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้ก้าวหน้า&amp;nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการร่วมกันผลักดันภาคการเกษตรให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของตนเองต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402170705603</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการกฎหมาย&amp;nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการกฎหมาย&amp;nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายสุทัศ&amp;nbsp;เงินหมื่น&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;นายรังสิมันต์&amp;nbsp;โรม&amp;nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ประชุมการตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&amp;nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&amp;nbsp;ตำบลน้ำปลีก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;นายภูษิต&amp;nbsp;น้อยโสภากุล&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ในครั้งนี้เพื่อตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&amp;nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;รับฟังปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งในส่วนที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลและประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูลจากประชาชนทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ&amp;nbsp;ขั้นตอนของกฎหมายแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับประชาชน&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นตามข้อร้องเรียนของประชาชนหากอยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในพื้นที่ก็ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402201615662</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>เลขานุการ รมว.ทส. ลงพื้นที่ลำปาง ติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ร่วมพบปะเจ้าหน้าที่รับฟังปัญหาอุปสรรครวบรวมข้อมูล&amp;nbsp;เตรียมนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&amp;nbsp;หาแนวทางช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธเนศพล&amp;nbsp;ธนบุณยวัฒน์&amp;nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะทำงาน&amp;nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยร่วมทำการประชุมกับคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนทุกส่วน&amp;nbsp;รวมถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง&amp;nbsp;ตำบลแม่ทะ&amp;nbsp;อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลรายงานสรุปผลเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;รวมถึงการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในด้านต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจากการประชุมได้มีการสรุปสถานการณ์ภาพรวม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือไม่ค่อยรุนแรงเหมือนกับหลายๆ&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเอาจริงเอาจังในการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;มีการประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงจิตอาสาภาคประชาชน&amp;nbsp;ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ป่านับแต่ได้มีการเปลี่ยนฤดูย่างเข้าสู่หน้าแล้ง&amp;nbsp;อีกทั้งได้มีการนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ&amp;nbsp;จนทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่ามีจำนวนลดลง&amp;nbsp;และปัญหามลพิษทางอากาศค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ก็ลดลงตามลำดับ&amp;nbsp;ประกอบกับเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือในปีนี้แม้จะเป็นห้วงหน้าแล้งแต่ก็ได้มีฝนตกลงมาบ่อยครั้งเป็นระยะๆ&amp;nbsp;ทำให้หลายๆ&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;รวมไปถึงในบริเวณเขตป่ามีความชุ่มชื้นเศษวัสดุเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ใบไม้&amp;nbsp;กิ่งไม้&amp;nbsp;หญ้าแห้ง&amp;nbsp;ติดไฟได้ยากสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;จึงดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาท&amp;nbsp;มีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะจากสถิติข้อมูลจะพบว่าสถานการณ์ไฟป่ามักจะเกิดรุนแรงมากที่สุดในห้วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;ซึ่งนับหลังจากนี้ไปได้คาดการณ์ว่าสถานการณ์ไฟป่าอาจจะกลับมารุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในส่วนการปฏิบัติงานในการเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงาน&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าทางหน่วยปฏิบัติยังคงขาดแคลนงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปัจจุบันเครื่องเป่าลมส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน&amp;nbsp;และค่อนข้างมีน้ำหนักมากแบกหามเข้าไปในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;ที่เป็นภูเขาสูงชันได้ลำบากอีกทั้งการจัดซื้อน้ำมันมาเติมให้กับเครื่องเป่าลมมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่มีความประสงค์ต้องการได้เครื่องเป่าลมที่เป็นระบบไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่มาทดแทน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีความต้องการเครื่องโดรนที่มีประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;เพื่อจะใช้ในการบินสำรวจตรวจสอบพื้นที่ค้นหาจุดควันไฟในระยะไกล&amp;nbsp;รวมเครื่องโดรนขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกสิ่งของได้&amp;nbsp;เพื่อจะใช้บินนำสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;รวมไปถึงเสบียงอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp;ส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและดับไฟป่าอยู่ในพื้นที่ป่าลึก&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันเข้าถึงได้ยากลำบาก&amp;nbsp;ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาถอนกำลังออกจากพื้นที่ป่า&amp;nbsp;ก่อนที่ภารกิจจะเสร็จสิ้นเนื่องจากน้ำดื่มและเสบียงอาหารหมด&amp;nbsp;ทำให้การดับไฟป่าแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจากข้อมูลที่ได้รับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ขอรับไว้พิจารณาซึ่งจะได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;โอกาสนี้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ร่วมพบปะกับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ&amp;nbsp;เสือไฟ&amp;nbsp;ที่ประจำอยู่ในฐานปฏิบัติการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง&amp;nbsp;ทำการมอบอุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่า&amp;nbsp;มอบเครื่องอุปโภค-อุปโภค&amp;nbsp;ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp;และน้ำดื่มสะอาด&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403095546717</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรงและมีฝนฟ้าคะนองได้บางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;118&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;112&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;105&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,607&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,796&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403100719724</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก เช่นเดียวกับ กทม.และปริมณฑล หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403102615727</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;143&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ยังคงพบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;57&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ทำให้พบจุดความร้อนเกิดขึ้นเพียง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;12,493&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;11,975&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,182&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดในประเทศมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;3,350&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;143&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403134628773</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>อากาศแปรปรวนฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ประสบปัญหาไร่มันสำปะหลังถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังสภาพอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้ฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่อำเภอพนมดงรัก&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรนิยมปลูกมันสำปะหลังในนาข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก&amp;nbsp;ทำให้มันสำปะหลังที่ปลูกไว้ในนาข้าวเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่อำเภอพนมดงรัก&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีการทำการเกษตรหลากหลาย&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;นาข้าว&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;สวนยางพารา&amp;nbsp;สวนปาล์ม&amp;nbsp;แต่สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำนาอย่างเดียวหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะหันมาปลูกมันสำปะหลังต่อ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมามันสำปะหลังราคาดีสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ปีนี้มีเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งโดยปกติมันสำปะหลังที่ปลูกในนาข้าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;แต่ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;มีฝนตกลงมาก่อนฤดูกาล&amp;nbsp;ทำให้มันสำปะหลังเน่าเสียหายจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรที่ลงทุนปลูกมันสำปะหลังหลังฤดูการทำนา&amp;nbsp;ขาดทุนอย่างหนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403143018777</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>กรมประมง จับมือตลาดปลาจตุจักร ประกวดปลาสวยงาม กระตุ้นเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัล&amp;nbsp;&amp;nbsp;การประกวดปลาสวยงาม&amp;nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลาสวยงามของไทยในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ธุรกิจการค้าปลาสวยงามเป็นอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19&amp;nbsp;กรมประมงในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำ&amp;nbsp;เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรให้สามารถผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ตรงตามมาตรฐานสามารถนำไปแข่งขันในตลาดโลกได้&amp;nbsp;จึงร่วมกับตลาดปลาจตุจักร&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;และผู้ประกอบการภาคเอกชน&amp;nbsp;จัด&amp;nbsp;การประกวดปลาสวยงาม&amp;nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนและกระตุ้นธุรกิจการค้าปลาสวยงาม&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์การเลี้ยงปลาสวยงามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&amp;nbsp;ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สนับสนุนและผลักดันธุรกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยให้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุก&lt;/strong&gt;แบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อสร้างเสริมและพัฒนาทักษะของเกษตรกรในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดและยกระดับคุณภาพพันธุ์สัตว์น้ำสวยงามให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในช่วงวิกฤตดังกล่าว&amp;nbsp;จนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายธีระชัย&amp;nbsp;ลิขิตสมบูรณ์&amp;nbsp;ผู้จัดการตลาดปลาจตุจักร&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลาดปลาจตุจักรเป็นแหล่งค้าปลีก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ค้าส่งปลาสวยงาม&amp;nbsp;พรรณไม้น้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนอุปกรณ์การเลี้ยงปลาแบบครบวงจรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการร้านค้ามากกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการปลาสวยงามและสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ตลาดปลาจตุจักรจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนพื้นที่บริเวณลานเร่&amp;nbsp;ซึ่งมีขนาดพื้นที่กว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203259856</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีอิทธิพลกระแสลมวนขั้วโลก ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดลงในวันที่ 1-3 เมษายนนี้ ไม่เป็นความจริง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อความ&amp;nbsp;"สาเหตุที่อุณหภูมิไทยลดลง&amp;nbsp;อากาศแปรปรวนในเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มาจากปรากฏการณ์กระแสลมวนขั้วโลก&amp;nbsp;(Polar&amp;nbsp;Vortex)&amp;nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า&amp;nbsp;ความแปรปรวนของสภาพอากาศวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มาจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;หากมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&amp;nbsp;และมีลมแรง&amp;nbsp;ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ดังนั้นอุณหภูมิที่ลดลงในระยะนี้&amp;nbsp;จึงไม่ได้มาจากอิทธิพลของกระแสลมวนขั้วโลก&amp;nbsp;(Polar&amp;nbsp;Vortex)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203700862</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>ส่งออกผลไม้ไทยไปจีนล็อตแรกด้วยรถไฟสาย จีน-ลาว ผ่านด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนานแล้ววันนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;(Fruit&amp;nbsp;Board)&amp;nbsp;เปิดเผยวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;เม.ย)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การขนส่งทุเรียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าวจำนวน1&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานีรถไฟมาบตาพุตจังหวัดระยองในภาคตะวันออกสู่ประเทศจีน&amp;nbsp;โดยมีนายสาธิต&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานการปล่อยขบวนรถเมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ถึงช่วงสุดท้ายที่สำคัญมากคือ&amp;nbsp;การขนส่งข้ามพรมแดนลาวที่ด่านบ่อเตนสู่แผ่นดินใหญ่จีนที่ด่านโมฮ่าน&amp;nbsp;มณฑลยูนนานได้ในวันนี้&amp;nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้แสดงความพอใจแผนโลจิสติกส์เกษตรที่ประสบผลสำเร็จจากการทดสอบการขนส่งทุเรียนและมะพร้าวน้ำหอมล็อตแรกจากไทยผ่านลาวไปจีน&amp;nbsp;ภายใต้พิธีสารผลไม้ไทย-จีนด้วยเส้นทางรถไฟจีน-ลาว&amp;nbsp;โดยได้สั่งการให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;(Fruit&amp;nbsp;Board)&amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน&amp;nbsp;เนื่องจากการขนส่งล็อตแรกยังมีความล่าช้ากว่าเป้าหมายรวม&amp;nbsp;ทั้งการจัดการเรื่องพิธีการเอกสารของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;การจองขบวนรถไฟ&amp;nbsp;ตารางการเดินรถและค่าระวางการขนส่งในระบบ&amp;nbsp;ราง-รถ&amp;nbsp;ให้สามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งผลไม้บนเส้นทาง&amp;nbsp;หนองคาย-เวียงจันทน์-บ่อเตน-โมฮ่าน&amp;nbsp;ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนสำหรับฤดูการผลิตปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่โครงการขนส่งผ่านท่าเรือหวุงอ๋าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมากในการประสานงานกับลาวและเวียดนาม&amp;nbsp;ในการเปิดเส้นทางขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรออกทางด่านนครพนม-ด่านท่าแขกแขวงคำม่วนของลาวเข้าสู่เวียดนาม&amp;nbsp;ได้ทำงานเชิงรุกกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนภาควิชาการและภาคเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดอีสานเหนือไปแล้วทั้งเส้นทางขนส่ง&amp;nbsp;ราง-รถ&amp;nbsp;ผ่านด่านหนองคาย&amp;nbsp;และงานมหกรรมพืชสวนโลกปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เป็นการโปรโมทภาคอีสานและประเทศไทย&amp;nbsp;โดยความร่วมมือกับประเทศอาเซียนและจีน&amp;nbsp;และยังเป็นการเชื่อมโยงตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก&amp;nbsp;ระหว่างไทย&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;และจีนหนึ่งในยุทธศาสตร์การเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&amp;nbsp;(AEC)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203505859</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>ยกระดับบริการ เปิดรับคำขอและออกใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานภาครัฐระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ที่มุ่งอำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพให้บริการแก่ประชาชน&amp;nbsp;พัฒนาระบบให้บริการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;นำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยยึดผู้ใช้บริการหรือประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;สามารถให้บริการเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จในจุดเดียว&amp;nbsp;ประชาชนสามารถใช้บริการได้ตลอดเวลาและผ่านการติดต่อได้หลายช่องทางผสมผสาน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะมาติดต่อด้วยตนเอง&amp;nbsp;อินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;โซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;หรือแอปพลิเคชันต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ล่าสุดได้ยกระดับการให้บริการเปิดรับคำขอ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;และออกใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล&amp;nbsp;เบ็ดเสร็จออนไลน์ผ่านระบบ&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Portal&amp;nbsp;จบเพียง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;สามารถให้บริการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;การยื่นขอรับใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล&amp;nbsp;ผ่านระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(Biz&amp;nbsp;Portal)&amp;nbsp;สามารถให้บริการทั้งการขอรับใบรับรอง/ต่ออายุใบรับรอง/ใบแทนใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพียงใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ขั้นตอนคือ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลงชื่อเพื่อเข้าสู่ระบบที่เว็ปไซต์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://bizportal.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;Bizportal.go.th&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โดยเลือกเข้าระบบด้วยบัญชีประชาชน&amp;nbsp;สำหรับท่านใดที่ยังไม่มี&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;ID&amp;nbsp;ให้ทำการสมัครเพื่อรับ&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;ID&amp;nbsp;ก่อน&amp;nbsp;เพื่อสามารถเข้าสู่ระบบ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เลือกหัวข้อ&amp;nbsp;การขออนุญาตออนไลน์&amp;nbsp;คลิกที่หัวข้อการขออนุญาต/งานบริการใหม่&amp;nbsp;และเลือกหัวข้อการขอใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;หรือการขอใบแทนใบรับรองฯ&amp;nbsp;หรือผู้ขอต่ออายุใบรับรองฯ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ทำการกรอกแบบฟอร์มและอัปโหลดเอกสารแนบเพื่อยื่นคำขอ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ทำการติดตามสถานะ/รับทราบผลการตรวจสอบเอกสาร&amp;nbsp;โดยสามารถเลือกการรับแจ้งได้ทางอีเมล์และกล่องข้อความทางโทรศัพท์&amp;nbsp;SMS&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;การรับใบรับรองฯ&amp;nbsp;อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ผ่านทาง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://bizportal.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;Bizportal.go.th&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นับว่าเป็นการยกระดับการให้บริการที่สะดวก&amp;nbsp;รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&amp;nbsp;ตอบสนองความต้องการประชาชนสามารถใช้บริการได้ทุกเวลาและทุกสถานที่&amp;nbsp;ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมในฟาร์มสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;23,246&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;และมีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;7,594&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยใบรับรองฯ&amp;nbsp;ยังไม่หมดอายุ&amp;nbsp;2,594&amp;nbsp;ราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404094816902</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้ใน 4 จังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดินถล่มช่วง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วันนี้ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;112&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;86&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;83&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดินถล่มช่วง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,507&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,687&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามการพัฒนาลุ่มน้ำยมตอนล่าง&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;และพิจิตร&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยมตอนล่าง&amp;nbsp;ด้วยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆแบบขั้นบันได&amp;nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรนำน้ำไปใช้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งลำน้ำ&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าน้ำหลากที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำท่านางงาม&amp;nbsp;อ.บางระกำ&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำท่าแห&amp;nbsp;อ.สามง่าม&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;ปตร.บ้านวังจิก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาได้ประมาณกว่า&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานได้&amp;nbsp;198,746&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และช่วยลดปริมาณน้ำหลากช่วงฤดูฝนด้วย&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะแล้วเสร็จปี&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ของแผนงาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404092223892</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือลดลงและคุณภาพอากาศดี เช่นเดียวกับ กทม.และปริมณฑล หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือลดลงและคุณภาพอากาศดี&amp;nbsp;เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404092529897</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บ้านป่าหก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลลี้&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวรยุทธ์&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอลี้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;จันทร์โอภาส&amp;nbsp;นายอำเภอลี้&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;เมาคำลี&amp;nbsp;ประธานกรรมการโครงการมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;บ้านป่าหก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลลี้&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ&amp;nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;คณะกรรมการมีการวางแผนการดำเนินโครงการและจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการรายงานผลการดำเนินงานทาง&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านพัฒนาการของชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภค&amp;nbsp;ในส่วนของบ้านป่าหก&amp;nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนได้แก่&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้&amp;nbsp;ได้มีการส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;โดยการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&amp;nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้จำนวน&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ครัวเรือนมีกิจกรรมคัดแยกขยะและมีการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ้ยอินทรีย์&amp;nbsp;บ้านป่าหกมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp;การนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการนำเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ลดการเผาลดหมอกควัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&amp;nbsp;ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและเพื่อขาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;กบ&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;และยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นแรงงาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;วัว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;90.57&amp;nbsp;ของครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ครัวเรือนมีการถนอมอาหารและมีการแปรรูปอาหาร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มะม่วงกวน&amp;nbsp;มะม่วงแผ่น&amp;nbsp;หน่อไม้ดอง&amp;nbsp;กล้วยตาก&amp;nbsp;มะม่วงดอง&amp;nbsp;กระเทียมดอง&amp;nbsp;พริกแห้ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันในการสร้างคลังอาหารชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์&amp;nbsp;โดยคนในหมู่บ้านป่าหกใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัด&amp;nbsp;ริมฝั่งน้ำลี้&amp;nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจจะบริโภคผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;จัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสมาชิก&amp;nbsp;ได้เป็นผู้ดูแลแปลงผักของตนเอง&amp;nbsp;จนเกิดผลสัมฤทธิ์สามารถเพิ่มรายได้&amp;nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp;และผู้สูงอายุ&amp;nbsp;เป็นการสร้างครัวชุมชน&amp;nbsp;(แปลงผักรวม)&amp;nbsp;ในการปลูกผักแปลงส่วนรวม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การปลูกพืชที่มีผู้ดูแลหลายคน&amp;nbsp;ดูแลร่วมกัน&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดสรรไว้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การปลูกมะเขือยาว&amp;nbsp;มะเขือม่วง&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;ผักสลัด&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;ผักบุ้งและผักอื่นๆ&amp;nbsp;โดยผลผลิตที่ได้จากแปลงรวมสามารถนำไปขาย&amp;nbsp;และนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นโครงการที่แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในครัวเรือน&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ขยายผลไปยังอำเภอ&amp;nbsp;ชุมชนทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการต่อยอด&amp;nbsp;ขยายผลการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ไปยังระดับพื้นที่ทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;ของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;จัดกิจกรรมประกวดการทำที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ระดับชุมชนขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404101135912</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;98&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;38&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;54&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และสุโขทัย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงต่อเนื่องพบเพียง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;12,569&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;11,976&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,190&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เช้านี้เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;อากาศยังคงดีต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศยังคงมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาววันนี้&amp;nbsp;1,121&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;เป็นเมียนมา&amp;nbsp;1,084&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;210&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404122719977</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>เกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ผลิตเมล่อนและแคนตาลูป สร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิรัช&amp;nbsp;จันทิมา&amp;nbsp;นายอำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลศรีถ้อย&amp;nbsp;อำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจดูผลผลิตเมล่อนและแคนตาลูป&amp;nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในพื้นที่&amp;nbsp;หลังจากทางอำเภอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ทำการผลิตเมล่อนและแคนตาลูป&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นผลิตผลที่สำคัญของพื้นที่อำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;ที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ในการดำเนินการที่จะพัฒนาคุณภาพของผลผลิตให้เป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาดและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสมและมีผู้เดินทางมาสั่งจองและหาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญเรือง&amp;nbsp;แสงบุญเรือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลศรีถ้อย&amp;nbsp;อำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่พัฒนามาตรฐานสินค้า&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองได้ทำการปลูกแคนตาลูปจำนวนเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตค่อนข้างมีความสมบูรณ์&amp;nbsp;โดยผลผลิตรวมคาดว่าจะมีประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่ได้รวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้&amp;nbsp;เนื่องจากทุกภาคส่วนได้มีการส่งเสริมทั้งในเรื่องของการผลิต&amp;nbsp;ผลผลิตแคนตาลูป&amp;nbsp;รวมทั้งเรื่องของการตลาด&amp;nbsp;ขณะนี้สามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และหลังจากที่เข้าร่วมในการผลิตตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;แล้วพบว่ายอดขายสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องและมีรายได้ดีกว่าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายพิรัช&amp;nbsp;จันทิมา&amp;nbsp;นายอำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางอำเภอได้ร่วมกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พัฒนาให้เกษตรกรได้มีการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ในการผลิตสินค้าทางด้านการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเมล่อนและแคนตาลูป&amp;nbsp;ถือเป็นผลผลิตที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ดังนั้นจึงได้มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มในการผลิตดังกล่าวให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมทั้งไม่มีปัญหาในเรื่องของการตลาด&amp;nbsp;ปัจจุบันทางอำเภอได้มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;โดยมีผลผลิตเมล่อนที่เป็นสินค้าปลอดภัย&amp;nbsp;ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;โรง&amp;nbsp;มีผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และผลผลิตจะออกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;เพราะมีการวางแผนการผลิต&amp;nbsp;พร้อมกับจะทำเป็นห้วงเวลาในการผลิตที่สามารถออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ปัจจุบันสามารถที่จะจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่แคนตาลูปก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ได้ทำการผลิตสินค้าตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;โดยขณะนี้มีพื้นที่ร่วมโครงการประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และมีผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดแล้วเช่นกัน&amp;nbsp;โดยจะมีการวางแผนกระจายสินค้าไปในทุกช่องทาง&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สวท.พะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404104900938</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>อำเภอทุ่งหัวช้าง คัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง ดำเนินการโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บ้านทุ่งช้าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภัทรพล&amp;nbsp;ผัดดวงธรรม&amp;nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ในการนี้แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&amp;nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&amp;nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารไปยังระดับพื้นที่ในทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชนของจังหวัดลำพูนให้มีความยั่งยืน&amp;nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้บรูณาการความร่วมมือกับ&amp;nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภัทรพล&amp;nbsp;ผัดดวงธรรม&amp;nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งหัวช้างได้พิจารณาคัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;ดำเนินการโครงการ&amp;nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารบ้านทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ระดับชุมชนเป้าหมาย&amp;nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชน&amp;nbsp;ในการดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยได้จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เทศบาลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;โดยจุดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดสาธิตของกลุ่มชุมชนเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อนำไปสู้การปฏิบัติในชุมชน&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.โครงการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(ผู้สูงอายุปลูกผัก&amp;nbsp;เด็กกินผัก&amp;nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการสืบสานเศรษฐกิจพอเพียง)โครงการปลูกผักของผู้สูงอายุและเยาวชน&amp;nbsp;2.โครงการพัฒนาการเกษตรปลอดภัยให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กับกิจกรรมปลูกผักในท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านนายปฐม&amp;nbsp;ติ๊บหน่อ&amp;nbsp;และนางอัมพร&amp;nbsp;ยาบุญทา&amp;nbsp;เป็นการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการคัดแยกขยะเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรียื&amp;nbsp;นำไปใช้ในการบำรุงพืชผักสวนครัวภายในครัวเรือน&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการแปรรุปผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแปรรูปมันฝรั่ง&amp;nbsp;การทำกล้วยฉาบและกล้วยทอด&amp;nbsp;บ้านนางละเอียด&amp;nbsp;บุตรจุมปา&amp;nbsp;และจุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ของนายสมควร&amp;nbsp;มาชื้น&amp;nbsp;เป็นจุดสาธิตเกี่ยวกับโครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;การปลูกพืชผักต่างๆ&amp;nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;ปลาชนิดต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404113639960</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีตรวจรับรองฟาร์มสัตว์ปลอดโรค มุ่งหวังผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมินฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;GOOD&amp;nbsp;FARMING&amp;nbsp;MANAGEMENT&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;ชนิดสัตว์&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ&amp;nbsp;และหมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดใต้&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;และพื้นที่อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;เพื่อขอรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรคบรูเซลลา&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;A&amp;nbsp;การรับรองสถานภาพการเป็นฟาร์มปลอดโรค&amp;nbsp;มุ่งหวังให้สัตว์ในฟาร์มปลอดโรค&amp;nbsp;มีสุขภาพดี&amp;nbsp;และผู้บริโภคได้รับประทานผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่ปลอดภัย&amp;nbsp;โดยการรับรองสถานภาพฟาร์มปศุสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;สัตว์เลี้ยงภายในฟาร์มจะได้รับการเก็บตัวอย่างซีรัมเพื่อตรวจโรคบรูเซลล่า&amp;nbsp;หรือโรคแท้งติดต่อ&amp;nbsp;ซึ่งสัตว์ทุกตัวต้องมีผลตรวจเป็นลบ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การตรวจรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรค&amp;nbsp;มีเกณฑ์เบื้องต้นก่อนการขอรับรองคือ&amp;nbsp;ฟาร์มจะต้องผ่านการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคที่ดี&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;หรือฟาร์มที่มีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;หรือฟาร์มมาตรฐาน&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;มาก่อนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404131336986</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>จิตอาสาอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ บริเวณฝายแม่แต๊ะ  เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณประตูสวรรค์บุรีลี้หลวง&amp;nbsp;ตำบลลี้&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;บริเวณฝายแม่แต๊ะ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;จันทร์โอภาส&amp;nbsp;นายอำเภอลี้&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และประชาชนจิตอาสาข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;จันทร์โอภาส&amp;nbsp;นายอำเภอลี้&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติ&amp;nbsp;มั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;และแนวพระราชดำริต่างๆ&amp;nbsp;ในการบำบัด&amp;nbsp;ทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า&amp;nbsp;โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา&amp;nbsp;บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสา&amp;nbsp;พระราชทานเพื่อเป็นโครงการฯ&amp;nbsp;ที่เป็นแบบอย่างในการพัฒนาสภาพแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกร&amp;nbsp;ทุกหมู่เหล่า&amp;nbsp;มีความสมัครสมานสามัคคี&amp;nbsp;ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความรักความผูกพันใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถาบันหลักของชาติ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สถาบันชาติ&amp;nbsp;สถาบันศาสนา&amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน&amp;nbsp;ประกอบกับในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;กิจกรรมจิตอาสาในวันนี้จึงเป็นกิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;พระองค์ท่านอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;อำเภอลี้ร่วมกับเทศบาลตำบลวังดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดกิจกรรมจิตอาสา&amp;nbsp;พระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหา&amp;nbsp;กรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้&amp;nbsp;กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;บริเวณฝายแม่แต๊ะ&amp;nbsp;บ้านหลวง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลลี้&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404115228969</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บ้านป่าหก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลลี้&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวรยุทธ์&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอลี้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;จันทร์โอภาส&amp;nbsp;นายอำเภอลี้&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;เมาคำลี&amp;nbsp;ประธานกรรมการโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;บ้านป่าหก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลลี้&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ&amp;nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;คณะกรรมการมีการวางแผนการดำเนินโครงการและจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการรายงานผลการดำเนินงานทาง&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านพัฒนาการของชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภค&amp;nbsp;ในส่วนของบ้านป่าหก&amp;nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนได้แก่&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้&amp;nbsp;ได้มีการส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;โดยการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&amp;nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้จำนวน&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ครัวเรือนมีกิจกรรมคัดแยกขยะและมีการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ้ยอินทรีย์&amp;nbsp;บ้านป่าหกมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp;การนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการนำเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ลดการเผาลดหมอกควัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&amp;nbsp;ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและเพื่อขาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;กบ&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;และยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นแรงงาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;วัว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;90.57&amp;nbsp;ของครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ครัวเรือนมีการถนอมอาหารและมีการแปรรูปอาหาร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มะม่วงกวน&amp;nbsp;มะม่วงแผ่น&amp;nbsp;หน่อไม้ดอง&amp;nbsp;กล้วยตาก&amp;nbsp;มะม่วงดอง&amp;nbsp;กระเทียมดอง&amp;nbsp;พริกแห้ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันในการสร้างคลังอาหารชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์&amp;nbsp;โดยคนในหมู่บ้านป่าหกใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัด&amp;nbsp;ริมฝั่งน้ำลี้&amp;nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจจะบริโภคผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;จัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสมาชิก&amp;nbsp;ได้เป็นผู้ดูแลแปลงผักของตนเอง&amp;nbsp;จนเกิดผลสัมฤทธิ์สามารถเพิ่มรายได้&amp;nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp;และผู้สูงอายุ&amp;nbsp;เป็นการสร้างครัวชุมชน&amp;nbsp;(แปลงผักรวม)&amp;nbsp;ในการปลูกผักแปลงส่วนรวม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การปลูกพืชที่มีผู้ดูแลหลายคน&amp;nbsp;ดูแลร่วมกัน&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดสรรไว้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การปลูกมะเขือยาว&amp;nbsp;มะเขือม่วง&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;ผักสลัด&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;ผักบุ้งและผักอื่นๆ&amp;nbsp;โดยผลผลิตที่ได้จากแปลงรวมสามารถนำไปขาย&amp;nbsp;และนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นโครงการที่แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในครัวเรือน&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ขยายผลไปยังอำเภอ&amp;nbsp;ชุมชนทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการต่อยอด&amp;nbsp;ขยายผลการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ไปยังระดับพื้นที่ทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;ของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;จัดกิจกรรมประกวดการทำที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ระดับชุมชนขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404120409971</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำประชาชนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จัดกิจกรรมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า ปี 2565 (การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ "ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝ่าย" )</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณลำห้วยแม่กำปอง&amp;nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&amp;nbsp;ตำบลตะเคียนปม&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ์&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ&amp;nbsp;"ลำพูน&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;ฝ่าย")&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายภัทรพล&amp;nbsp;ผัดดวงธรรม&amp;nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง?&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;จิตอาสาในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้างส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า&amp;nbsp;มักเกิดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;การเผาในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;136&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;รองลงมาคือ&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;พื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชนตามลำดับ&amp;nbsp;ส่งผลกระทบตามมาทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;และที่สำคัญ&amp;nbsp;คือสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จึงร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย&amp;nbsp;หน่วยพิทักษ์ป่าแม่แสม&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม&amp;nbsp;จัดกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยการสร้างฝ่ายชะลอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&amp;nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลตะเคียนปม&amp;nbsp;และทุกพื้นที่ในหมู่บ้าน/ตำบลของอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอทุ่งหัวช้างตั้งเป้าหมายการจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;แต่จากการสำรวจและได้รับการยืนยันข้อมูลทำฝายจากหน่วยงาน&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;240&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;188&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับลำห้วยที่จัดทำฝายในวันนี้&amp;nbsp;ชื่อลำห้วยแม่กำปอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นพื้นที่ต้นน้ำสาขาหนึ่งไหลไปรวมกับลำห้วยแม่ลาหลวงและไหลลงสู่แม่น้ำลี้ที่บ้านห้วยไร่&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.ตะเคียนปม&amp;nbsp;ซึ่งแม่น้ำลี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของประชาชนอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อ.ลี้&amp;nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&amp;nbsp;อ.เวียงหนองล่อง&amp;nbsp;ลำห้วยแม่กำปอง&amp;nbsp;มีความยาวประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กม.โดยช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาราษฎรบ้านทุ่งข้าวหาง&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;มูลนิธิรักษ์ไทย&amp;nbsp;ได้ร่วมกันทำฝ่ายลำห้วยแห่งนี้เสร็จแล้วจำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;และฝ่ายภูมิปัญญาอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;รวมจำนวนฝ่ายที่ทำในพื้นที่บ้านทุ่งข้าวหาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นการร่วมกันสร้างฝ่ายชะลอน้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ในบริเวณพื้นที่&amp;nbsp;ห้วยแม่กำปอง&amp;nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&amp;nbsp;และป้องกันการเกิดไฟป่าในระยะยาวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องตาม&amp;nbsp;แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า&amp;nbsp;และค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดลำพูนประสบปัญหามลพิษหมอกควันมาทุกปี&amp;nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการเผาเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;ทั้งในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พื้นที่รกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;พื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;พื้นที่ริมทาง&amp;nbsp;การเผากิ่งไม้ใบไม้&amp;nbsp;และการเผาขยะในชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งฝุ่นควันที่เกิดจากการจราจร&amp;nbsp;การก่อสร้าง&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า&amp;nbsp;ก็ต้องแก้ไขโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันโดยแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระยะเตรียมการ&amp;nbsp;ระยะรับมือ&amp;nbsp;และระยะสร้างความยั่งยืน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;การลาดตระเวนดับไฟป่า&amp;nbsp;การสร้างพื้นทีปลอดฝุ่น&amp;nbsp;(Safety&amp;nbsp;Zone)&amp;nbsp;โดยการดำเนินงานที่สำคัญในระยะสร้างความยั่งยืน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;"ลำพูน&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;ฝ่าย"&amp;nbsp;ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้ร่วมกันดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ดำเนินการตามเป้าหมายแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;416&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ดำเนินการจำนวน&amp;nbsp;484&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการดำเนินการจำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;เพื่อให้ครบจำนวน&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;ฝาย&amp;nbsp;และในวันนี้เอง&amp;nbsp;การที่หลากหลายภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp;มูลนิธิรักษ์&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และจิตอาสาในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มารวมกันในกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่นี้&amp;nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นการบูรณาการ&amp;nbsp;การทำงานร่วมในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;ที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อำเภออื่นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ท้ายนี้ขอฝากให้ทุกส่วนร่วมกันเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;การเผาทั้งในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;พื้นที่รกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทาง&amp;nbsp;และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;ตามระดับของความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&amp;nbsp;ตามระดับของค่าดัชนีคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;AQI&amp;nbsp;ที่แบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;สีเหลือง&amp;nbsp;สีส้ม&amp;nbsp;และสีแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404120745972</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>อำเภอทุ่งหัวช้าง คัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง ดำเนินการโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บ้านทุ่งช้าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภัทรพล&amp;nbsp;ผัดดวงธรรม&amp;nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ในการนี้แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&amp;nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&amp;nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารไปยังระดับพื้นที่ในทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชนของจังหวัดลำพูนให้มีความยั่งยืน&amp;nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้บรูณาการความร่วมมือกับ&amp;nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภัทรพล&amp;nbsp;ผัดดวงธรรม&amp;nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งหัวช้างได้พิจารณาคัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;ดำเนินการโครงการ&amp;nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารบ้านทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ระดับชุมชนเป้าหมาย&amp;nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชน&amp;nbsp;ในการดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยได้จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เทศบาลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;โดยจุดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดสาธิตของกลุ่มชุมชนเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อนำไปสู้การปฏิบัติในชุมชน&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.โครงการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(ผู้สูงอายุปลูกผัก&amp;nbsp;เด็กกินผัก&amp;nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการสืบสานเศรษฐกิจพอเพียง)โครงการปลูกผักของผู้สูงอายุและเยาวชน&amp;nbsp;2.โครงการพัฒนาการเกษตรปลอดภัยให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กับกิจกรรมปลูกผักในท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านนายปฐม&amp;nbsp;ติ๊บหน่อ&amp;nbsp;และนางอัมพร&amp;nbsp;ยาบุญทา&amp;nbsp;เป็นการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการคัดแยกขยะเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรียื&amp;nbsp;นำไปใช้ในการบำรุงพืชผักสวนครัวภายในครัวเรือน&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการแปรรุปผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแปรรูปมันฝรั่ง&amp;nbsp;การทำกล้วยฉาบและกล้วยทอด&amp;nbsp;บ้านนางละเอียด&amp;nbsp;บุตรจุมปา&amp;nbsp;และจุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ของนายสมควร&amp;nbsp;มาชื้น&amp;nbsp;เป็นจุดสาธิตเกี่ยวกับโครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;การปลูกพืชผักต่างๆ&amp;nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;ปลาชนิดต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404121038974</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งเร่งเครื่อง พลิกโอกาสถั่วเหลืองไทย พืชเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงอาหารของประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้สั่งการให้&amp;nbsp;สศก.&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;โดยเฉพาะถั่วเหลือง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่ให้ทั้งโปรตีนและน้ำมัน&amp;nbsp;และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร&amp;nbsp;อุตสาหกรรมสกัดน้ำมัน&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การผลิตและการตลาดถั่วเหลืองในปีนี้&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประเทศไทยมีเนื้อที่เพาะปลูก&amp;nbsp;85,226&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเนื้อที่เพาะปลูกลดลงจากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวน&amp;nbsp;88,010&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าพืชอื่น&amp;nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงหันไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองและผลผลิตถั่วเหลืองลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตที่สูง&amp;nbsp;ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่ดี&amp;nbsp;ต้องใช้แรงงานสูงโดยเฉพาะในการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งหากพิจารณาข้อมูล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีย้อนหลัง&amp;nbsp;ความต้องการใช้ถั่วเหลืองในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;11.92&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;ความต้องการใช้เมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณ&amp;nbsp;4.02&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่าการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณ&amp;nbsp;4.00&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านราคาถั่วเหลืองที่เกษตรกรขายได้&amp;nbsp;(เกรดคละ)&amp;nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;1.96&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&amp;nbsp;17.16&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ&amp;nbsp;16.71&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;2.69&amp;nbsp;และปัจจุบัน&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ช่วงสัปดาห์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;20.20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนราคาถั่วเหลืองนำเข้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเรือเกาะสีชัง&amp;nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;3.62&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ราคาถั่วเหลืองนำเข้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเรือเกาะสีชัง&amp;nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&amp;nbsp;18.15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ&amp;nbsp;12.51&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;(สูงขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;45.08)&amp;nbsp;ซึ่งราคาสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกับราคาในตลาดโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ถั่วเหลืองข้างต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเห็นได้ว่าผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;อีกทั้งแนวโน้มราคายังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจกระทบต่อการนำเข้าพืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงมีนโยบายเร่งส่งเสริมการผลิตถั่วเหลืองในประเทศ&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพการผลิตและคุณภาพของถั่วเหลือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404135719009</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์แนะนำการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในต่างประเทศที่มีความผันผวนของวัตถุดิบ&amp;nbsp;ซึ่งมีผลกระทบทั้งห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และผู้บริโภค&amp;nbsp;ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพื่อทดแทนวัตถุดิบจากต่างประเทศ&amp;nbsp;นอกเหนือจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผลิตภายในประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้ผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปลายข้าว&amp;nbsp;รำข้าว&amp;nbsp;รวมถึงข้าวเปลือก&amp;nbsp;ข้าวกล้อง&amp;nbsp;ผลพลอยได้ที่ได้จากอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กากมันสำปะหลัง&amp;nbsp;กากเบียร์&amp;nbsp;กากน้ำตาล&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อทดแทนดังกล่าวต้องคัดเลือกและตรวจสอบให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐานและความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะต้องไม่พบสิ่งปลอมปนซึ่งมาจากวัตถุดิบอื่น&amp;nbsp;เชื้อราชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เมล็ดแตก&amp;nbsp;เสีย&amp;nbsp;มีกลื่นเหม็นหืน&amp;nbsp;รวมถึงสิ่งที่ปนมา&amp;nbsp;โดยธรรมชาติ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;หิน&amp;nbsp;ทราย&amp;nbsp;มีความชื้นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดสารพิษจากเชื้อรา&amp;nbsp;ตลอดจนปริมาณการใช้ต้องเหมาะสมตามความต้องการด้านโภชนาการของสัตว์แต่ละชนิด&amp;nbsp;วัตถุดิบบางชนิดไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสัตว์&amp;nbsp;สุขภาพสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์จึงได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่มีวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทยเป็นทางเลือกเพื่อทดแทนการนำเข้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;(มันเส้น&amp;nbsp;กากมัน)&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;(ปลายข้าว&amp;nbsp;ข้าวกล้อง&amp;nbsp;ข้าวกระเทาะเปลือก)&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;รำข้าว&amp;nbsp;กากปาล์ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;วัตถุดิบบางชนิดมีข้อจำกัดในการใช้ผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;หากใช้ปริมาณที่ไม่เหมาะสมในสูตรอาหารสัตว์&amp;nbsp;อาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404140730016</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>จ.อุบลฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ เรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางกสิกรรมไร้สารพิษ เน้นธาตุอาหารไนโตรเจนเป็นหลัก โดย อ.ธงชนะ พรหมมิ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมเพชร&amp;nbsp;สร้อยสระคู&amp;nbsp;นายทรงพล&amp;nbsp;วิชัยขัทคะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;นางศลิษา&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เรียนรู้&amp;nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางกสิกรรมไร้สารพิษ&amp;nbsp;เน้นธาตุอาหารไนโตรเจนเป็นหลัก&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;อ.ธงชนะ&amp;nbsp;พรหมมิ&amp;nbsp;เพื่อขยายผลสู่เกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรและวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษโนนหงส์ทอง&amp;nbsp;ตำบลไร่น้อย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;โดยมีการรับฟังการบรรยายในการทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;สูตรเฉพาะ&amp;nbsp;และการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ&amp;nbsp;ที่เป็นต้นแบบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้สนใจได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินงานส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุบลราชธานี&amp;nbsp;แห่งเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เป้าหมายพื้นที่&amp;nbsp;600,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ปัจจัยการผลิตที่สำคัญคือปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธงชนะ&amp;nbsp;พรหมมิ&amp;nbsp;เป็นปราชญ์ด้านเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รางวัลระดับประเทศปี&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;เป็นคนปลูกผักตัวจริง&amp;nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จปลูกผักต้นยักษ์จนโด่งดัง&amp;nbsp;จากหลักการความเข้าใจในเรื่องปุ๋ยและจุลินทรีย์&amp;nbsp;จนกลายมาเป็นเจ้าของสิทธิบัตร&amp;nbsp;น้ำมะพร้าวเทียม&amp;nbsp;ตัวสร้างกองทัพจุลินทรีย์&amp;nbsp;ป้องกันโรคพืชและแมลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธงชนะ&amp;nbsp;พรหมมิ&amp;nbsp;เปิดเผย&amp;nbsp;ธาตุอาหารหลักของพืช&amp;nbsp;N&amp;nbsp;P&amp;nbsp;K&amp;nbsp;มีหน้าที่อย่างไรบ้าง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;N&amp;nbsp;:&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไนโตเจน&amp;nbsp;ทำหน้าที่ในการสร้างความเจริญเติบโตให้กับพืช&amp;nbsp;ช่วยให้พืชผลิใบสีเขียวแตกยอดงาม&amp;nbsp;เหมือนคนวัยเด็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;P&amp;nbsp;:&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฟอสฟอรัส&amp;nbsp;ทำหน้าที่สะสมอาหาร&amp;nbsp;ช่วยให้ติดตา&amp;nbsp;ออกดอก&amp;nbsp;ติดผล&amp;nbsp;เหมือนวัยเจริญพันธุ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;K&amp;nbsp;:&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โพแทสเซียม&amp;nbsp;ทำหน้าที่ให้รสชาติหวานกรอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเรียนรู้จักอาหารพืช&amp;nbsp;คือพื้นฐานของการพึ่งตนเองได้ในอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทุกวันนี้คนหันไปซื้อพวกกาก&amp;nbsp;หรือมูลสัตว์&amp;nbsp;มาทำปุ๋ย&amp;nbsp;แต่กลับไม่ได้เรียนรู้เลยว่าวัตถุดิบที่นำมาทำปุ๋ยเลี้ยงพืชแท้จริงแล้วมาจากไหน&amp;nbsp;ที่สำคัญยังเอามูลสัตว์ไปใส่พืชโดยตรงโดยไม่ผ่านกระบวนการหมัก&amp;nbsp;กลับกลายว่ายิ่งซ้ำเติมพืชผัก&amp;nbsp;สร้างโรคและแมลงให้เกิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"การที่ไปปลูกต้นไม้ไม่รู้คุณค่าของ&amp;nbsp;N&amp;nbsp;P&amp;nbsp;K&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่าตัวไหนให้พลังงานกับพืชตัวไหน&amp;nbsp;ถ้าไม่รู้เอาใส่สัดส่วนที่ไม่สมดุลกันไปใส่ให้พืชกินก็เหมือนใส่น้ำปลามากเกินไป&amp;nbsp;น้ำตาลมากเกินไป&amp;nbsp;น้ำส้มมากเกินไป&amp;nbsp;มันก็กินไม่ได้&amp;nbsp;พืชเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;คุณใส่ขี้เถ้าแกลบเยอะๆ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การใส่&amp;nbsp;P&amp;nbsp;ลงไปขณะที่พืชกำลังต้องการ&amp;nbsp;N&amp;nbsp;พืชก็เหลือง&amp;nbsp;ออกดอก&amp;nbsp;หยุดการเจริญเติบโตเพราะสะสมอาหาร&amp;nbsp;ตราบใดที่ได้&amp;nbsp;N&amp;nbsp;มันงามแน่นอน&amp;nbsp;พืชต้องการอาหารทุกชนิดแต่ห้วงเวลาแตกต่างกัน"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404145333059</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>จังหวัดสระแก้วจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอตาพระยา&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อบริการให้ความรู้กับเกษตรกรก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสระแก้วถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตและให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้การเข้าถึงปัจจัยการผลิตการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;และบริการการเกษตรของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอตาพระยา&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่และเพิ่มมูลค่าให้เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้สถานีหลัก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การเตรียมดินในการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การคัดเลือกเมล็ดข้าวพันธุ์ดี&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การใช้ปุ๋ยในนาข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การนำนวัตกรรมใหม่โดยการใช้โดรนเพื่อการเกษตรในนาข้าว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการเริ่มต้นฤดูการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสมกับชนิดพืช/สัตว์/ประมง&amp;nbsp;หรือการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในการลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;และเกษตรกรมีคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้และทคโนโลยีครั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเป้าหมายในการทำให้เกษตรกรรับรู้ถึงข้อมูล&amp;nbsp;และนำข้อมูลไปใช้จนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดกับความรู้ที่ได้รับ&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ผู้ถ่ายทอดความรู้จึงพิจารณาถึงความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;วิธีการและกลไกการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายทอด&amp;nbsp;เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้บรรลุผลสูงสุด&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดการลดต้นทุนตลอดกระบวนการผลิต&amp;nbsp;และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินของตน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจัก&amp;nbsp;สารการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุชีวิน&amp;nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&amp;nbsp;/ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404133802998</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดกิจกรรม KICK OFF  เกษตรอินทรีย์ปลอดภัยเพชรบูรณ์  สู่ตลาดสากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชัชวาลย์&amp;nbsp;เบญจสิริวงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;KICK&amp;nbsp;OFF&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์/ปลอดภัยเพชรบูรณ์&amp;nbsp;สู่ตลาดสากล&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;เพชรบูรณ์พอเพียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาเอนกประสงค์บ้านน้ำคำ&amp;nbsp;ตำบลปากช่อง&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางธีรพร&amp;nbsp;พรพฤติพันธุ์&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบูรณ์(วิสาหกิจสังคม)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ดำเนินการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่มงาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;แปรรูปและการท่องเที่ยวโดยชุมชนในรูปแบบประชารัฐ&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิดเพื่อสังคม&amp;nbsp;ร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบูรณ์(วิสาหกิจเพื่อชุมชน)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย(กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผักบ้านปากช่อง&amp;nbsp;บ้านน้ำคำ&amp;nbsp;ตำบลปากช่อง)&amp;nbsp;ได้รับการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;กลางทาง&amp;nbsp;และปลายทาง&amp;nbsp;ส่งเสริมและขยายผลด้านการผลิต&amp;nbsp;การตลาดทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ทั้งนี้การเกษตรเป็นกลไกหนึ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;มีศักยภาพในการผลิตสินค้าด้านเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;สอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคเหนือ&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายชัชวาลย์&amp;nbsp;เบญจสิริวงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ใช้ศักยภาพธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่น&amp;nbsp;พร้อมกับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อให้ไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุข&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;สามารถปฏิบัติให้เห็นผลกับประชาชนในจังหวัด&amp;nbsp;มีประโยชน์อย่างต่อเนื่องวัดผลได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ&amp;nbsp;จากแนวคิด&amp;nbsp;เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง&amp;nbsp;และชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การออกบูธของภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;บูธ/&amp;nbsp;การจัดเวทีเสวนาผลิตพืชอินทรีย์&amp;nbsp;การควบคุมมาตรฐานอินทรีย์&amp;nbsp;และการตลาดเกษตรอินทรีย์เชิงอุตสาหกรรม/กิจกรรมตัดริ้บบิ้นปล่อยรถห้องเย็นเพื่อส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ตลาด&amp;nbsp;และการตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404135251006</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>ประวิตร กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดินให้ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดินให้ประชาชน&amp;nbsp;พร้อมให้เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคผาเวียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปากนาย&amp;nbsp;ตำบลท่าแฝก&amp;nbsp;อำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;พร้อมมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลว่า&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาไม่มีที่ดินทํากินและปัญหาการถือครองที่ดิน&amp;nbsp;ด้วยการจัดที่ดินทํากินตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดิน&amp;nbsp;ควบคู่กับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้กำชับให้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนและให้ทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ทั้งส่วนกลาง&amp;nbsp;ส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนทัองถิ่น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน&amp;nbsp;และการนําแนวทางสหกรณ์มาใช้บริหารจัดการในพื้นที่&amp;nbsp;คทช.ต่อเนื่อง&amp;nbsp;แล้วสามารถต่อยอดความรู้และพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;ขณะที่กรมทรัพยากรน้ํา&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขอให้เร่งรัดดําเนินโครงการแก้ปัญหาแหล่งน้ําสําหรับการอุปโภค&amp;nbsp;บริโภคที่เป็นปัญหาหลักของประชาชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นางรวีวรรณ&amp;nbsp;ภูริเดช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(สคทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าจริม&amp;nbsp;ตําบลท่าแฝก&amp;nbsp;อําเภอน้ำปาด&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;313,125ไร่&amp;nbsp;เบื้องต้นได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทําประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วกว่า&amp;nbsp;12,815&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;และได้รับมอบพื้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม&amp;nbsp;จากคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินรวมกว่า&amp;nbsp;12,815&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมที่ดิน&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองทําประโยชน์และจัดทําสมุดประจําตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทํากินในชุมชนในลักษณะแปลงรวมในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริมเสร็จเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;691&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;6,928&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือ&amp;nbsp;371&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;607&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เนื้อที่กว่า&amp;nbsp;5,887&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์และส่งมอบสมุดประจำตัวให้กับผู้ได้รับการคัดเลือกต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404133602997</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>วัดอินทารามจัดงานส้มโอดี ลิ้นจี่หวานตลอดเดือนเมษายน 2565 ต้อนรับนักท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดอินทาราม&amp;nbsp;ตำบลเหมืองใหม่&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กำหนดจัดงานพุทธเกษตร&amp;nbsp;ส้มโอดี&amp;nbsp;ลิ้นจี่หวาน&amp;nbsp;ตลอดเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;และร่วมปรุงแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่&amp;nbsp;พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานได้นำกลับไปรับประทานที่บ้านพร้อมขนมจีนด้วย&amp;nbsp;สำหรับงานพุทธเกษตรส้มโอดี&amp;nbsp;ลิ้นจี่หวาน&amp;nbsp;จัดขึ้นตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยสามารถชิมก่อนซื้อได้ทุกร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบทุนการศึกษาระดับ&amp;nbsp;ปวช.&amp;nbsp;ถึงระดับปริญญาเอก&amp;nbsp;ให้พระสงฆ์และนักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ทุน&amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;1,021,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และยังมอบบ้านสงฆ์เอื้ออาทรให้ผู้ยากไร้อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;250,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;/ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404153003083</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>กอนช. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 5  8 เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หลังติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันนี้&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบอิทธิพลของลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;ดลกอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&amp;nbsp;(ONE&amp;nbsp;MAP)&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกหนักสะสม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;มิลลิเมตรในหลายพื้นที่&amp;nbsp;จึงเน้นให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;และพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำ-แม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงของระดับน้ำทะเลด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404152021076</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>สุพรรณบุรีโชว์ผลสำเร็จโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ชูฟักทองเงินล้านเมนูพืชทางเลือกสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่แปลงต้นแบบการปลูกฟักทอง&amp;nbsp;ตำบลนางบวช&amp;nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;วันเก็บเกี่ยวฟักทองเงินล้าน&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชูชีพ&amp;nbsp;พงษ์ไชย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญอยู่ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รัฐบาลตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;จึงมีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพทางเลือกด้านพืช&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;และปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับผลผลิต&amp;nbsp;มีการประกันราคาซื้อขาย&amp;nbsp;รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น&amp;nbsp;โดยใช้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่นำร่องโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์&amp;nbsp;บุญเชิญ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มีบทบาทในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรปลูกพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะการปลูกฟักทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่มีการดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก&amp;nbsp;ใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่าการทำนา&amp;nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;พื้นที่ดำเนินการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งในขณะนี้อยู่ในช่วงของการเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เกษตรกรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;40,000,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การเสวนาในประเด็นกลยุทธ์พิชิตฟักทองเงินล้าน&amp;nbsp;และการถ่ายทอดความรู้ด้านการอารักขาพืช&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวฟักทองในแปลงต้นแบบการปลูกฟักทอง&amp;nbsp;พื้นที่ขนาด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมทั้งนิทรรศการโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกมากมาย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เกษตรกรจะได้มาร่วมกันเรียนรู้&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์&amp;nbsp;รวมถึงวางแผนการผลิตและการขยายพื้นที่ปลูกในฤดูกาลถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404163245131</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 12565 และน้ำยาฆ่าเชื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่าน&amp;nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;โด๊ส&amp;nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;.เป็นนายวันนา&amp;nbsp;ทิพโสต&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บ้านห้วยมุ่น&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลกกสะทอน&amp;nbsp;เลี้ยงกระบือ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุนัข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ให้คำแนะนำ&amp;nbsp;การผสมน้ำยาฆ่าเชื้อฯ&amp;nbsp;การฉีดวัคซีนฯ&amp;nbsp;การเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;FMD&amp;nbsp;(Foot&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Mouth&amp;nbsp;Disease)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสพบได้ในสัตว์ที่มีกีบคู่เช่น&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;และกวาง&amp;nbsp;ยกเว้นม้า&amp;nbsp;ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมีอยู่หลายชนิดและหลายสายพันธุ์&amp;nbsp;ปัจจุบันมี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชนิดคือ&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;A,O,&amp;nbsp;C,&amp;nbsp;SAT&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;SAT&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;SAT&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และAsia&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทยพบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดคือ&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;A,&amp;nbsp;O&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Asia&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404160024103</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>สทนช. เร่งเตรียมพร้อมพื้นที่บึงสีไฟ ทุ่งบางระกำ และอีก 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้พร้อมรับน้ำหลากปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;เร่งเตรียมพร้อมพื้นที่บึงสีไฟ&amp;nbsp;ทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เพื่อให้พร้อมรับน้ำหลากปีนี้&amp;nbsp;ขณะที่ภาคเหนือลุ่มน้ำน่านบางส่วนประสบภัยแล้งแล้วใน&amp;nbsp;จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาบึงสีไฟ&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ครอบคลุมการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมเร่งรัดดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟและโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จตามแผน&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จัดทำแผนการขนย้ายมูลดินให้เก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนนี้&amp;nbsp;//&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;สำรวจและศึกษาให้บึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำต้นทุนภาคการเกษตร&amp;nbsp;แล้วให้จังหวัดพิจิตรปรับภูมิทัศน์และจัดโซนพื้นที่ใช้ประโยชน์รอบบึงสีไฟให้แล้วเสร็จตามแผน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟให้สอดคล้องกับระบบนิเวศตามที่ออกแบบไว้&amp;nbsp;โดยให้รักษาความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ&amp;nbsp;พร้อมให้กรมชลประทาน&amp;nbsp;เร่งออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรับมือน้ำหลากด้วยการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทุ่งบางระกำและอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้แก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่รับน้ำรวม&amp;nbsp;1,704&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;เบื้องต้นกรมชลประทานได้ปรับปฏิทินการเพาะปลูกเพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำหลาก&amp;nbsp;โดยทุ่งบางระกำเริ่มส่งน้ำไปแล้วตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เพื่อเก็บเกี่ยวได้ภายในเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;และทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ทุ่ง&amp;nbsp;จะเริ่มส่งน้ำในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;และเก็บเกี่ยวได้ภายในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ล้านไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำถึงสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้รวม&amp;nbsp;5,653&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ของน้ำใช้การ&amp;nbsp;แม้ปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;ภาพรวมจะไม่มากนัก&amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกในพื้นที่ช่วยให้ความแห้งแล้งคลี่คลายไปได้&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นมีพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำน่านของบางพื้นที่แล้วใน&amp;nbsp;จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อ.เมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;อ.ชนแดน&amp;nbsp;อ.หล่มสัก&amp;nbsp;อ.หนองไผ่&amp;nbsp;อ.วังโป่ง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.เขาค้อ&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการนำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำแล้ว&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404161422115</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>อากาศป่วนหนัก ร้อน แล้ง สลับหนาว กระทบสัตว์เลี้ยง เกษตรกรต้นทุนพุ่ง หวังผู้บริโภคเข้าใจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สภาพอากาศแปรปรวน ร้อนแล้งต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จนเข้าเดือนเมษายน อุณหภูมิทั่วไทยกลับลดลง เกิดอากาศหนาวเย็นฉับพลันและฝนตกมากในบางพื้นที่ จากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกําลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความแปรปรวนของสภาพอากาศเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อสัตว์เลี้ยง ทั้งหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ที่ไม่สามารถปรับตัวกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ จึงกระทบต่อการให้ผลผลิตและอัตราเสียหายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;gt;&amp;gt; ไก่ไข่ กระทบร้อน ผลผลิตลด ไข่เล็ก เสียหายหนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไก่เป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อน และยังมีขนปกคลุมยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนออกจากร่างกาย เมื่ออุณหภูมิสูง 26-32 องศาฯ แม่ไก่จะกินอาหารลดลง กินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย แม่ไก่เกิดความเครียดสะสม การกินอาหารน้อยทำให้สารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอกับการสร้างฟองไข่ ผลผลิตไข่ไก่จึงลดลง ขนาดฟองไข่ที่ได้เล็กลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากอากาศร้อนจัดแม่ไก่จะเริ่มแสดงอาการหอบ อ้าปากหายใจแรงขึ้น เพื่อระบายความร้อน ทำให้ไก่สูญเสียพลังงานไปกับการหอบ และยังทำให้สูญเสีย CO2 ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการสร้างไข่ ส่งผลให้คุณภาพเปลือกไข่ด้อยลง สีซีด เปลือกบางลง แตกร้าวเสียหายง่ายขึ้น ปริมาณผลผลิตที่ลดลง คุณภาพไข่ไก่ที่ต่ำลง ไข่เสียหายมากขึ้น รวมถึงตัวแม่ไก่ที่เสียหายจากกรณีไข่แตกในท้อง ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะมีตัวหารน้อยลง และไข่ฟองเล็กเกษตรกรจึงขายไข่ได้เฉพาะไข่คละกลางและคละเล็ก ราคาขายที่ได้จะต่ำลง รายได้จึงลดลงตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความร้อนที่เพิ่มขึ้นมีผลกับอัตราการกินน้ำของแม่ไก่ด้วย โดยอุณหภูมิในโรงเรือนที่ 18-25 องศาเซลเซียส สัดส่วนการกินน้ำต่ออาหารของแม่ไก่จะอยู่ที่ 1.8-2.0 เท่าของอาหารที่กินได้ หากอากาศร้อนขึ้น สัดส่วนการกินน้ำอาจเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 2.6 เท่าของอาหารที่กินได้ เท่ากับต้องใช้น้ำในการเลี้ยงไก่มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;gt;&amp;gt; อากาศร้อน ไก่เนื้อ เครียดกินอาหารน้อย โตช้า ต้นทุนสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไก่เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือนเปิดมักพบปัญหา การกินอาหารน้อยลงจากความเครียดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ไก่โตช้า ใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น มีอัตราป่วยและเปอร์เซ็นต์ตายเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องเน้นการเลี้ยงไม่ให้มีปริมาณหนาแน่นเกินไป&amp;nbsp;มีการจัดการเพื่อลดความร้อนให้กับโรงเรือนเลี้ยง อาทิ สเปรย์น้ำบนหลังคา ควบคู่กับการเปิดพัดลมระบายอากาศนานขึ้น ในกรณีร้อนจัดต้องตัดสินใจลงเลี้ยงไก่ให้บางกว่าช่วงปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรณีเลี้ยงไก่ในโรงเรือน EVAP ที่สามารถลดอุณหภูมิในโรงเรือนได้ดีกว่า แต่ก็จำเป็นต้องปรับสภาพอากาศภายในให้เหมาะสม ทั้งการเปิดน้ำหล่อเลี้ยงระบบความเย็นและเปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลา และต้องระวังความชื้นและก๊าซแอมโมเนียในโรงเรือน&amp;nbsp;และสิ่งสำคัญที่สุดคือน้ำ ที่ต้องจัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอตลอดเวลา น้ำต้องสะอาด เกษตรกรต้องลงทุนปรับคุณภาพน้ำให้เหมาะสม และเพิ่มต้นทุนการเสริมวิตามินอิเลคโตรไลท์ หรือโปแตสเซียมคลอไรด์ ที่มีรสเค็มเล็กน้อยเพื่อช่วยกระตุ้นการกินน้ำ ช่วยให้ระบายความร้อนจากร่างกายได้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;gt;&amp;gt; หมู ร้อนแม่อุ้มท้องเสียหาย หมูขุนโตช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมูเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ จึงระบายความร้อนออกจากร่างกายด้วยการหอบหายใจ อาการนี้หากเกิดในแม่หมูอุ้มท้อง อาจทำให้เกิดการแท้ง หรือลูกตายในท้อง มีลูกมัมมี่มากขึ้น อัตราเข้าคลอดต่ำ ลูกแรกคลอดน้อยลง แม่เครียดจากอากาศส่งผลให้การเลี้ยงลูกได้ต่ำลง อาจเกิดอาการน้ำนมแห้ง ลูกอุจจาระเหลว ส่วนลูกหมูที่รอดจะอ่อนแอ น้ำหนักหย่านมต่ำ เมื่อนำไปเลี้ยงเป็นหมูอนุบาลหรือหมูขุน อัตราการเจริญเติบโต (ADG) จะต่ำ อากาศร้อนจัดทำให้หมูอยู่ไม่สบาย จึงกินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้อัตราแลกเนื้อ (FCR) แย่ลง และอัตราเสียหายมักสูงขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อากาศร้อนรุนแรง ส่งผลให้หมูเนื้อที่เข้าสู่ตลาดมีน้ำหนักลดลงตัวละประมาณ 3-5 กิโลกรัม น้ำหนักที่หายไปกระทบกับรายได้ของเกษตรกร และมีผลโดยตรงต่อปริมาณเนื้อหมูที่ขายในท้องตลาด ซึ่งเป็นเหตุผลให้ราคาหมูค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นเป็นลำดับ ตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดน้อยลง เมื่อผนวกกับความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์ด้วยแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาหมูจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามกลไกตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบจากที่เกิดจากอากาศร้อนแล้ง ที่มีผลต่อต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับต้นทุนอื่นๆ ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับอยู่ในขณะนี้ และค่าน้ำใช้ที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มในช่วงวิกฤติแล้ง และต้องมีการลงทุนปรับคุณภาพน้ำด้วย รวมถึงค่าไฟในการทำความเย็นด้วยระบบ EVAP ค่าน้ำมันสำหรับเดินมอเตอร์พัดลมท้ายโรงเรือน การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อเปิดพัดลมในเล้าช่วยระบายอากาศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้ผู้บริโภคอย่างเรา รวมถึงภาครัฐ ต้องเห็นความจริงเรื่องต้นทุนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศ และทำความเข้าใจเรื่องราคาสินค้าเกษตรว่ามีขึ้น-มีลง ตามกลไกตลาด ที่มีความต้องการบริโภคและปริมาณผลผลิตเป็นตัวกำหนด และต้องไม่ลืมว่ากว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ให้เราได้รับประทานนั้น ย่อมมีต้นทุน ต้องใช้เวลา มีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ และเกษตรกรต้องทุ่มเทกับอาชีพ เพื่อสร้างอาหารที่เพียงพอสำหรับผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รัฐพล ศรีเจริญ นักวิชาการอิสระ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404161728117</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>เกษตรกรชาวสวนทุเรียนแห่นำทุเรียนตรวจหาเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งกับเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอแกลง จังหวัดระยอง หลังมีการคุมเข้มปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอแกลง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเกษตรกรชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอแกลงนับ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แห่นำทุเรียน&amp;nbsp;มารับการตรวจเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;หลังเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้เกษตรกรนำทุเรียนมาตรวจตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp;เพื่อส่งขายล้งรับซื้อ&amp;nbsp;พ่อค้าคนกลางและนำออกขาย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการตัดทุเรียนก่อนกำหนด&amp;nbsp;หรือป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ซึ่งผลการตรวจพบว่า&amp;nbsp;ทุเรียนของเกษตรกรบางรายไม่ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;ก็ได้แนะนำตามปฏิบัติมาตรการเว้นระยะวันเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ก่อนนำมาตรวจซ้ำอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;และมือตัดทุเรียนที่มีความประสงค์เก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พันธุ์กระดุม&amp;nbsp;กำหนดเก็บเกี่ยววันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;และพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;ให้แจ้งความประสงค์เก็บเกี่ยวได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ตั้งแปลง&amp;nbsp;หรือสถานที่อื่นตามที่กำหนด&amp;nbsp;พร้อมนำตัวอย่างทุเรียนในแปลงที่จะเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;มาตรวจหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก่อนเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;โดยยึดเกณฑ์ดังนี้&amp;nbsp;พันธุ์กระดุม&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนต้องได้&amp;nbsp;27&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&amp;nbsp;พันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;32%&amp;nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&amp;nbsp;หากตรวจพบเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ประกาศให้ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&amp;nbsp;ต้องเว้นระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จึงจะสามารถนำมาขอตรวจซ้ำได้&amp;nbsp;โดยจะรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่ก่อนวันเก็บเกี่ยวไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันเก็บเกี่ยวพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;ในส่วนของทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนเฉพาะตัวอย่างแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนเข้าโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;เพื่อคุมเข้มสกัดกั้นไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404171057156</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>ไทย-อียู ร่วมปลุกจิตสำนึกการแยกขยะให้เยาวชนภูเก็ต ในโครงการจัดการและลดพลาสติกภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการและลดพลาสติกภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป&amp;nbsp;(EU)&amp;nbsp;และกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี&amp;nbsp;(BMZ)&amp;nbsp;ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&amp;nbsp;(GIZ)&amp;nbsp;ประจำประเทศไทยร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&amp;nbsp;มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมภูเก็ตและมูลนิธิคุณ&amp;nbsp;(KHUN&amp;nbsp;Foundation)&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การลดขยะพลาสติกและการแยกขยะที่ถูกต้องผ่านการแสดงละครหุ่นเชิด&amp;nbsp;(Puppet&amp;nbsp;Show)&amp;nbsp;และการเสวนาเรื่องบทบาทของเยาวชนในการลดพลาสติกและสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;เกิดขึ้นมาพร้อม&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;กับปัญหาขยะพลาสติก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกิดจากการที่ประชาชนต้องกักตัวในบ้านหรือที่พักของตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนมากขึ้นจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในแอพพลิเคชั่นและการสั่งอาหารจากบริการฟู๊ดเดลิเวอรี่และซื้ออาหารกลับบ้าน&amp;nbsp;พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง&amp;nbsp;เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก&amp;nbsp;เมื่อเวลาผ่านไป&amp;nbsp;พลาสติกที่ถูกแสงแดดจะทำให้พลาสติกแตกออกเป็นชิ้นเล็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และไม่สามารถมอบเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือที่เรียกว่าไมโครพลาสติกและสามารถแทรกซิมลงไปในชั้นดิน&amp;nbsp;แหล่งน้ำและปนเปื้อนลงในอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp;ซึ่งเข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่าย&amp;nbsp;และหากเราไม่มีการกำจัดขยะพลาสติกเหล่านี้อย่างถูกต้องจะส่งผลให้ขยะจากบกปะปนและลงสู่ทะเล&amp;nbsp;ทำให้สัตว์ทะเลกินพลาสติกเข้าไปเกิดอาการป่วยและเสียชีวิตในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่งผลให้ภูเก็ตสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น&amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ประมาณขยะมูลฝอยและขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้วยความตระหนักของหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;รวมไปถึงภาคประชาชนเอง&amp;nbsp;ทำให้ภูเก็ตมีการขับเคลื่อนด้านการรณรงค์และมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ในระดับที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้&amp;nbsp;และเชื่อว่าการทำงานให้สำเร็จได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดเรื่องการขับเคลื่อนภูเก็ตให้เป็นเมืองที่สะอาด&amp;nbsp;เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;Dr.&amp;nbsp;Glusappe&amp;nbsp;Busini&amp;nbsp;อัครราชฑูต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศ&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่นโยบายการจัดการพลาสติกของสหภาพยุโรปถูกจัดตั้งขึ้นในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;สหภาพยุโรปได้พยายามขับเคลื่อนที่จะจัดการกับปัญหามลพิษขยะพลาสติก&amp;nbsp;โดยการจัดทำโครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเลขึ้น&amp;nbsp;โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันเช่นกัน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างโครงการใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประเทศภาคีรวมถึงระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียด้วย&amp;nbsp;และมีความปรารถนาดีที่จะทำงานให้กับทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;Dr.Bend&amp;nbsp;Christiansen&amp;nbsp;ที่ปรึกษาฑูตฝ่ายทหารและการเกษต&lt;/strong&gt;ร&amp;nbsp;สถานเอกอัครราชฑูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย&amp;nbsp;เน้นย้ำว่า&amp;nbsp;ปัญหามลภาวะของขยะพลาสติกในทะเลรวมถึงขยะประเภทอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เป็นปัญหาระดับโลก&amp;nbsp;การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการนำระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนมาปรับใช้&amp;nbsp;นับเป็นสองแนวปฏิบัติที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จากการนำร่องโครงการจัดกรและลดพลาสติ&lt;/strong&gt;กภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ส่งผลให้ความรู้และประสบการณ์ของคนในพื้นที่ได้ถูกนำเข้ามาใช้เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา&amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในกระบวนการดำเนินงานของโครงการทั้งยังเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จเพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่และจะยังมีการค้นหาพลาสติกทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404194951213</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>เดินหน้าพัฒนาเกษตรไทย นำผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอัญชลี&amp;nbsp;สุวจิตตานนท์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาภาคการเกษตร&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;สนับสนุนข้อมูล&amp;nbsp;องค์ความรู้&amp;nbsp;ผลงานวิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;พร้อมใช้หรือแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากลไกการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการทำงาน&amp;nbsp;หรือแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;ด้วยการรวบรวมความต้องการของพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการวางแผนเชิงนโยบายในการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;หรือส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ไปใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างตรงจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สำคัญอีกประการคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานพันธมิตรของกรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;(ววน.)&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา&amp;nbsp;หรือแก้ปัญหาด้านการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405101921324</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักมากในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มใน 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 5-8 เม.ย.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักมากในภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดินถล่มใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;5-8&amp;nbsp;เมษายน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมาก&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;139&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;131&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;137&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดินถล่มบริเวณชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;5-8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,370&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,562&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405093732299</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>เตือนประชาชนในทุกพื้นที่ให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน ช่วงสัปดาห์นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้&amp;nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล&amp;nbsp;มีอากาศเย็นและหมอกบางในตอนเช้า&amp;nbsp;แต่ตอนกลางวันมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้&amp;nbsp;ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ให้ระวังฝนตกหนัก&amp;nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;และคลื่นสูง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405102249328</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>ขอเชิญชวนร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 ต่อขอบเขตการศึกษาละแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือบริษัท เพียว ไบร์ท จำกัด ตำบลคลองฉนาก อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวีร์&amp;nbsp;ปาติปา&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เพียว&amp;nbsp;ไบร์ท&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองฉนาก&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความประสงค์จะขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการให้บริการโดยสามารถรับเรือเกินกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;เป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบ&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงมอบหมายให้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EA)&amp;nbsp;จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สผ.)&amp;nbsp;ตามกฎหมาย&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการดังที่กล่าวมาข้างตัน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตการศึกษาและเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้นทางโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอขอบเขตละแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีส่วนได้เสียจากโครงการฯ&amp;nbsp;ได้แสดงความคิดเห็นและให้ครอบคลุมประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงข้อห่วงกังวลของผู้เข้าร่วม&amp;nbsp;เพื่อนำมาพิจารณากำหนดแนวทางป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไข&amp;nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;เชิญชวนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1ต่อขอบเขตการศึกษาและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวในวันอังคารที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&amp;nbsp;วัดท่าทองใหม่&amp;nbsp;ตำบลบางกุ้ง&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดทาง&amp;nbsp;มือถือ&amp;nbsp;095-962-4064&amp;nbsp;หรือE-mail&amp;nbsp;:&amp;nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405101118314</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม 4 พื้นที่ ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม 4 พื้นที่ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะ ต.จองคำ อ.เมือง และ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405095038300</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด-กุ้งก้ามกรามกว่า 10 ล้านตัวทั่วประเทศ  ความมั่นคงทางด้านอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมประมงได้จัดพิธีปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและพันธุ์กุ้งก้ามกรามกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมจิตอาสา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษา&amp;nbsp;วันข้าราชการไทย&amp;nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&amp;nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มผลผลิตของทรัพยากรสัตว์น้ำในประเทศ&amp;nbsp;ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างการรับรู้และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่ปล่อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พันธุ์ปลาไทยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;และกุ้งก้ามกราม&amp;nbsp;รวมจำนวนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;โดยปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล&amp;nbsp;มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารให้ประชาชนอยู่ดีกินดี&amp;nbsp;ชุมชนมีความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา&lt;/strong&gt;และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ชาวประมงและประชาชน&amp;nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำให้อยู่ดีกินดีตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405105907346</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300 จุด  ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;326&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;97&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;85&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;143&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นพบกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;12,734&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,050&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,249&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ทั่วประเทศอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;ยกเว้นแต่แม่ฮ่องสอนคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาววันนี้&amp;nbsp;2,815&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;1,716&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;446&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคตะวันตก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405103910334</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>ปัตตานี-ประชุมหารือมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 42 กับทางหลวง 410</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานกองทุนสวนยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;นายเศวต&amp;nbsp;เพชรนุ้ย&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ประธานเปิดการประชุมหารือมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไข&amp;nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(กลุ่มย่อย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;โครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ&amp;nbsp;จุดตัดทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;42&amp;nbsp;กับทางหลวง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;(แยกตะลุโบะ)&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;โดยมีนายสมกิตติ์&amp;nbsp;กิตติโศภิษฐ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปัตตานี&amp;nbsp;กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งกรมทางหลวง&amp;nbsp;ได้ให้การสนับสนุน&amp;nbsp;และขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ภูมิภาคอื่นๆ&amp;nbsp;และประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กรมทางหลวงจึงมีแผน&amp;nbsp;และจัดตั้งโครงการสำรวจและออกแบบทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;42&amp;nbsp;กับทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;410&amp;nbsp;(แยกตะลุโบะ)&amp;nbsp;เพื่อจะช่วยบรรเทาปัญหาบริเวณทางแยกดังกล่าว&amp;nbsp;และการขยายผลของโครงการเมืองต้นแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยโครงการจะมีการสำรวจและวิเคราะห์ทางวิศวกรรมอย่างละเอียด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาออกแบบโครงการต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันแยกตะลุโบะเป็นทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;42&amp;nbsp;กับทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;เป็นทางแยกที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น&amp;nbsp;และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้า&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การปรับปรุงบริเวณแยกตะลุโบะให้เป็นทางแยกต่างระดับ&amp;nbsp;จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรและอุบัติแหตุดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&amp;nbsp;ให้ดำเนินการสำรวจ&lt;/strong&gt;และออกแบบรายละเอียดพร้อมทั้งจัดทำรายงาน&amp;nbsp;ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&amp;nbsp;การประชุมในวันนี้&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษาของโครงการโดยเฉพาะรายละเอียดของรูปแบบโครงการและผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไข&amp;nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และเพื่อรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยงานกรมทางหลวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;และอำเภอที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำระดับตำบลและหมู่บ้าน&amp;nbsp;หน่วยงานศาสนสถาน&amp;nbsp;สถานศึกษา&amp;nbsp;สถานที่พื้นที่อ่อนไหวบริเวณโครงการ&amp;nbsp;สถานประกอบการร้านค้าและประชาชนในพื้นที่โครงการตำบลตะลุโบะ&amp;nbsp;ตำบลจะบังติกอ&amp;nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&amp;nbsp;และตำบลรูสะมิแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405114611374</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>War Room ไฟป่าฯ ลำปาง ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;พันเอกถิรวัฒน์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ&amp;nbsp;เสนาธิการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&amp;nbsp;(War&amp;nbsp;Room)&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;Pm&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมครั้งนี้ได้รับทราบสภาวะอากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปริมาณน้ำฝน/&amp;nbsp;สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&amp;nbsp;Pm&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง/&amp;nbsp;มาตรการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก&amp;nbsp;Pm2.5&amp;nbsp;/การรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันฯ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การลาดตระเวนป้องกันเหตุลักลอบเผาในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ&amp;nbsp;การรายงานผลการจับกุม&amp;nbsp;การดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดตามห้วงเวลาห้ามเผาฯ&amp;nbsp;และการรายงานสภาพปัญหาและอุปสรรคของการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;และการรายงานสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&amp;nbsp;Pm&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ของแต่ละอำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405115410376</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>เกษตรกรและคนขายปุ๋ย ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา  พบปัญหาปุ๋ยแพง เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและคนขาย แนวโน้มปุ๋ยยังคงปรับราคาสูงขึ้นอีก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรและคนขายปุ๋ย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในอำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบปัญหาปุ๋ยแพง&amp;nbsp;เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและคนขาย&amp;nbsp;แนวโน้มปุ๋ยยังคงปรับราคาสูงขึ้นอีก&amp;nbsp;ล่าสุดมีการประกาศจะขึ้นอีกอย่างน้อยกระสอบละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทเพิ่มขึ้นมาเท่าตัวและปุ๋ยบางสูตรขาดตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ร้านบ้านเกษตร&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เจ้าของ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยในอำเภอเบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัญหาราคาปุ๋ยแพงที่ทำให้เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและผู้ค้า&amp;nbsp;เพราะต้องซื้อปุ๋ยในราคาแพงเหมือนกัน&amp;nbsp;จากเดิมเคยซื้อและขายเอากำไรกระสอบละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ปุ๋ยทุกชนิดราคาปรับสูงขึ้นกระสอบละกว่า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ทางร้านค้าก็ต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นกระสอบละกว่า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เท่ากัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็นำมาขายเอากำไรกระสอบละ&amp;nbsp;10-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาทเท่าเดิมและที่สำคัญในขณะนี้ปุ๋ยบางตัวขาดตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยอดยิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แซ่หลี&amp;nbsp;เจ้าของร้านบ้านเกษตร&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนเรื่องกักตุนปุ๋ยในส่วนของร้านค้าไม่สามารถทำได้&amp;nbsp;เพราะร้านค้าหากใครคิดจะกู้เงินมาซื้อปุ๋ยเก็บ&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายในราคาแพงก็ไม่คุ้ม&amp;nbsp;เนื่องจากว่าบริษัทผู้นำเข้าปล่อยให้ร้านค้ามาทีละน้อยๆ&amp;nbsp;เพื่อที่จะขายให้ลูกค้าเท่านั้น&amp;nbsp;และถ้ามาถึงไม่ขายเลยก็ไม่ได้&amp;nbsp;เพราะต้องเปิดร้านขายทุกวัน&amp;nbsp;และปุ๋ยราคาแพงกระทบกับยอดขายอย่างมาก&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรซื้อปุ๋ยน้อยลง&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางชาวสนทุเรียน&amp;nbsp;ปริมาณการใช้น้อยลงมาก&amp;nbsp;เนื่องจากยางพาราราคาตก&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินซื้อปุ๋ย&amp;nbsp;ส่วนชาวสวนทุเรียนก็ต้องประสบทั้งราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นอีกทั้งยังมาประสบกับดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนโดยช่วงนี้ทางภาคใต้ฝนตกเกือบทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปุ๋ยในประเทศไทยนั้นเป็นสินค้านำเข้า&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;N-P-K&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือ&amp;nbsp;ธาตุไนโตรเจน&amp;nbsp;ฟอสฟอรัส&amp;nbsp;และโพแทสเซียม&amp;nbsp;โดยทั้งหมดต่างทยอยปรับขึ้นทีละตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มแรกฟอสฟอรัส&amp;nbsp;จากแหล่งของจีน&amp;nbsp;อิสราเอล&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;ปรับขึ้น&amp;nbsp;และตัวอื่นๆตามมา&amp;nbsp;ซึ่งทุกตัวปรับขึ้นเกิน&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ส่งผลให้ปุ๋ยสำเร็จปรับราคาขึ้นตาม&amp;nbsp;เกิน&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยยูเรีย&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;เดิมราคา&amp;nbsp;500-&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะนี้ราคากว่า&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และกำลังจะถึง&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนสูตร&amp;nbsp;18-46-0&amp;nbsp;ตัวกลางสูง&amp;nbsp;จากกระสอบละ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะนี้เป็น&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจะขึ้นอีกเรื่อยๆ&amp;nbsp;เชื่ออาจจะถึง&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บางชนิดเดิมกระสอบละ&amp;nbsp;280&amp;nbsp;บาทขึ้นมาเป็น&amp;nbsp;750&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;380&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;800&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;700-800&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1,290&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;600-700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;จากและราคาใหม่กำลังจะมาอีกทุกตัวจะปรับขึ้นอีกประมาณกระสอบละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ทางร้านผมหยุดสั่งปุ๋ยยูเรีย&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;แล้วเนื่องจากราคาปรับสูงมาก&amp;nbsp;นอกจากนี้ราคาอาหารสัตว์น้ำสัตว์บก&amp;nbsp;ก็ปรับราคาขึ้นมา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เปอร์เซ๋นต์&amp;nbsp;เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ได้รับกระทบเยอะทั้งราคาปุ๋ยที่แพง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดินฟ้าอากาศ&amp;nbsp;ที่ควบคุมไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมแก้ปัญหาเรื่องปุ๋ยแพง&amp;nbsp;ก็คือเมื่อก่อนใส่ปุ๋ยทุเรียนครั้งละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ตอนนี้ใส่ครั้งละ&amp;nbsp;2-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;ไม่ไหวกับราคาแต่ยังก็ต้องใช้เพราะฉนั้นอยู่กันไปอย่างนั้นี้เผื่ออนาคตราคาปุ๋ยอาจลดลง&amp;nbsp;แต่คงอีกนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนทุเรียนผมแก้ปัญหาโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์เอาไปผสมกันเพื่อลดต้นทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนี้ทุเรียนเริ่มออก&amp;nbsp;เริ่มเป็นหางแย้แล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถควบคุมน้ำได้เนื่องจากฝนตกทำให้แตกใบอ่อนแล้วลูกร่วงซึ่งการแตกใบอ่อนมาจากฝนที่ตกเพราะมีตัวเอ็นเยอะ&amp;nbsp;ตัวที่ทำให้เกิดใบอ่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลผลิตจะออกเดือน&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;หรือไม่ก็เดือน&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งปีนี้&amp;nbsp;ผลผลิตทุเรียน&amp;nbsp;คงได้ผลผลิตไม่เป็นที่พอใจอย่งแน่นอนและผมทำใ&lt;/strong&gt;จ&amp;nbsp;ไว้แล้วเพราะไม่สามารถควบคุมน้ำฝนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถึงแม้ค่าปุ๋ยจะแพงมากก็ตาม&amp;nbsp;ตอนนี้ที่ยังซื้อปุ๋ยไปใส่บำรุงคือ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;และไม้ผล&amp;nbsp;ที่ยังมีกำลังซื้อ&amp;nbsp;แม้ราคาปุ๋ยจะแพงก็ยังพอซื้อ&amp;nbsp;แต่ก็เชื่อว่าในอนาคตก็จะได้รับกระทบ&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแนวในการใส่ปุ๋ย&amp;nbsp;อาจใส่ปุ๋ยสูตรต่ำและเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์เข้าไปเพิ่มขึ้นก็แล้วแต่สูตร&amp;nbsp;เพื่อหาทางออกลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;เพราะแนวโน้มราคาปุ๋ยยังจะคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอีก&amp;nbsp;ล่าสุดได้รับการแจ้งว่าจะปรับราคาอีกกระสอบละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทเป็นอย่างน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405140925417</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับ DEPA จัดอบรมสอนนักบินโดรนเพื่อการเกษตรแบบมืออาชีพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;(DEPA)&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่&amp;nbsp;จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร&amp;nbsp;การสอนนักบินโดรนเพื่อการเกษตรแบบมืออาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นางธมลทัศน์&amp;nbsp;ทัพพระจันทร์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;และดร.อภิชาติบุตร&amp;nbsp;รอดยัง&amp;nbsp;รักษาการผู้จัดการสาขาภาคกลางตอนกลาง&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;(DEPA)&amp;nbsp;เข้าร่วมพบปะเกษตรกร&amp;nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์การอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้อากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;หรือโดรนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางใหญ่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถใช้งานโดรนได้อย่างถูกวิธี&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และบุคลากร&amp;nbsp;มีทักษะดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเกษตรแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ถูกนำมาใช้ในภาคการเกษตร&lt;/strong&gt;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ประหยัดเวลา&amp;nbsp;แรงงาน&amp;nbsp;โดยสามารถพ่นยา/ปุ๋ย&amp;nbsp;การรดน้ำ&amp;nbsp;การให้ฮอร์โมน&amp;nbsp;การถ่ายภาพวิเคราะห์/ตรวจโรคพืช&amp;nbsp;และควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;สามารถทำงาน&amp;nbsp;โดยขึ้นบินครั้งหนึ่งได้&amp;nbsp;20-25&amp;nbsp;ไร่ต่อชั่วโมง&amp;nbsp;นับเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ทำให้โดรนเพื่อการเกษตรเข้ามามีบทบาทในลักษณะของการทำการเกษตรแบบแม่นยำมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สู่เมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp;ถือเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โครงการของจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;140,910&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;(DEPA)&amp;nbsp;และในวันนี้&amp;nbsp;ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านใหม่&amp;nbsp;ที่เข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;และผ่านการอบรมแบบเข้มข้น&amp;nbsp;จะได้นำความรู้ไปใช้บินโดรนจริงในการทำการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;โครงการที่สนับสนุนการนำโดรนมาเป็นทางเลือกสำหรับเป็นเครื่องมือช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ประหยัดเวลา&amp;nbsp;และลดการใช้แรงงานคน&amp;nbsp;ซึ่งตอบโจทย์ส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนสู่เกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farm)&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;ผลลัพธ์ที่ได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกได้อย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&amp;nbsp;(เวลาและแรงงานที่ใช้)&amp;nbsp;ลงได้ร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;มูลค่าประมาณ&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405144655435</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ลงนาม MOU ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองสำโรงไหลผ่าน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองสำโรงให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ว่าด้วยความร่วมมือโครงการ&amp;nbsp;คลองสำโรงสายน้ำแห่งความรักและความสามัคคี&amp;nbsp;ต้นแบบตามนโยบายจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;รักษ์น้ำ&amp;nbsp;รักษ์คลอง&amp;nbsp;รักสมุทรปราการ&amp;nbsp;ระหว่างจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองสำโรงไหลผ่าน&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;อำเภอบางพลี&amp;nbsp;อำเภอบางบ่อ&amp;nbsp;อำเภอบางเสาธง&amp;nbsp;และอำเภอพระประแดง&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ในการฟื้นฟู&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และดูแลรักษาคลองสำโรงให้เกิดความสะอาดสวยงามเกิดภูมิทัศน์ที่สวยงาม&amp;nbsp;ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากคลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;พร้อมคณะฯ&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการจัดเก็บผักตบชวาและขุดลอกตะกอนดินในคลองสำโรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คลองสำโรง&amp;nbsp;เป็นคลองสายที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พาดผ่านพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ&amp;nbsp;แหล่งเกษตรกรรม&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และมีความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำ&amp;nbsp;หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวสมุทรปราการมาช้านาน&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้เลือก&amp;nbsp;คลองสำโรง&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;เป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เพื่อสืบสานพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำคูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;ลดความตื้นเขิน&amp;nbsp;ปราศจากสิ่งปฏิกูล&amp;nbsp;ผักตบชวา&amp;nbsp;และวัชพืชกีดขวางลำคลอง&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;คลองสำโรงสายน้ำแห่งความรักและความสามัคคี&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการฟื้นฟู&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และดูแลรักษาคลองสำโรงให้มีความสะอาด&amp;nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;ให้เกิดความสวยงาม&amp;nbsp;ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากคลองในด้านต่างๆ&amp;nbsp;และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมสะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และน่าอยู่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405145934461</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดระยอง ขอความร่วมมือเกษตรกร อย่าตัดทุเรียนก่อนกำหนด ควรส่งตัวอย่างตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนเก็บเกี่ยว ป้องกันทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;มีความห่วงใยในเรื่องคุณภาพของทุเรียนในภาคตะวันออก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กำลังใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;อาจมีเกษตรกรหรือผู้รับซื้อบางราย&amp;nbsp;เร่งตัดทุเรียนด้อยคุณภาพหรือทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;ในช่วงต้นฤดูกาลเพื่อนำออกขายทำกำไร&amp;nbsp;อาจเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค&amp;nbsp;และส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งผู้ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ดำเนินการป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;ภายใต้การกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;โดยการตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;ให้สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้บริการตรวจสอบความสุกแก่ของทุเรียนให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด&amp;nbsp;หากเกษตรกรและมือตัดทุเรียนที่มีความประสงค์เก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พันธุ์กระดุม&amp;nbsp;กำหนดเก็บเกี่ยววันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้แจ้งความประสงค์เก็บเกี่ยวได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;โดยนำตัวอย่างทุเรียนในแปลงที่จะเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผล&amp;nbsp;ไปตรวจหาเปอร์เซ็นต์แป้งในเนื้อทุเรียนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก่อนเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;โดยยึดเกณฑ์ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-พันธุ์กระดุม&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนต้องได้&amp;nbsp;27&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-พันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;32%&amp;nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หากตรวจพบเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ประกาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;ต้องเว้นระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จึงจะสามารถนำมาขอตรวจซ้ำได้&amp;nbsp;โดยจะรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่ก่อนวันเก็บเกี่ยวไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันเก็บเกี่ยวพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;สำหรับทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนเฉพาะตัวอย่างแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนก่อนเข้าโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;เพื่อคุมเข้มสกัดกั้นไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405150708469</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>กรมอุทยาน รับมอบข้าวสาร 10,000 กิโลกรัมจากมูลนิธิชัยอนันต์ ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างแข็งแกร่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;รับมอบข้าวสาร&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;กิโลกรัมจากมูลนิธิชัยอนันต์&amp;nbsp;ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างแข็งแกร่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายรัชฎา&amp;nbsp;สุริยกุล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ได้รับมอบข้าวสารหอมมะลิ10,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;318,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากมูลนิธิชัยอนันต์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในภารกิจการคุ้มครองปกป้องผืนป่าและดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศประมาณ&amp;nbsp;73&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;วนอุทยาน&amp;nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&amp;nbsp;สวนรุกขชาติ&amp;nbsp;และพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;และสำนักอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานได้ทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นางสาวอักษราภัค&amp;nbsp;องค์เอี่ยว&amp;nbsp;เลขานุการมูลนิธิชัยอนันต์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มูลนิธิชัยยอนันต์&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&amp;nbsp;ด้วยการสนับสนุนข้าวสารหอมมะลิที่ปลูกโดยเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ซึ่งข้าวที่นำมาให้นี้ไม่มีการขัดสีเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405143256424</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน จัดโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงสาธิต&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านจำบอน&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุทธิวัธน์&amp;nbsp;นิธิสมบัติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิวัธน์&amp;nbsp;นิธิสมบัติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบหุบเขา&amp;nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ&amp;nbsp;400-800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ประชากรในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็ยังคงเหลือตอซังหรือเศษวัสดุของพืชอยู่&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรเผาเศษวัสดุหรือตอซังพืชเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ&amp;nbsp;ทำลายอินทรียวัตถุและโครงสร้างของดิน&amp;nbsp;ทำให้ดินแน่นทึบ&amp;nbsp;ขาดธาตุอาหารพืชที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรต้องพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&amp;nbsp;จึงจัดให้มีการรณรงค์ส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;และกระตุ้นให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;เลิก&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และดำเนินการไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน&amp;nbsp;รักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปัจจุบันนี้การเผาตอซังและวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่ง&amp;nbsp;ที่มีปัญหาหมอกควันไฟเกิดขึ้นทุกปี&amp;nbsp;และในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ที่มาร่วมงาน&amp;nbsp;ที่จะได้รับความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการไถกลบตอซัง&amp;nbsp;ที่จะสามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน&amp;nbsp;และยังช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงดินให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการทำการเกษตร&amp;nbsp;ให้มีความยั่งยืน&amp;nbsp;และยังทำให้ตระหนักถึงโทษของการเผาตอซัง&amp;nbsp;ที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่&amp;nbsp;หวังว่าทุกท่านคงจะได้รับความรู้และประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อนำไปปฏิบัติขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายจรูญ&amp;nbsp;คำปั่นนา&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;115.42&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;72,139&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีเขตการปกครองจำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงมีภูเขาล้อมรอบ&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและมีเขตป่าชุมชน&amp;nbsp;ภูมิอากาศช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;ช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศค่อนข้างเย็น&amp;nbsp;ในพื้นที่เกษตรกรส่วนใหญ่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลำไยและข้าว&amp;nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนในตำบลศรีบัวบานจะได้รับความรู้เพิ่มเติม&amp;nbsp;และตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการไถกลบตอซัง&amp;nbsp;ที่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน&amp;nbsp;และปรับปรุงโครงสร้างของดินให้มีคุณภาพดีมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งมีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในตำบลให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;พร้อมทั้งรู้คุณค่าและประโยชน์ของการไม่เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการร่วมงานในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405145617451</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>ผวจ.จันทบุรีสั่งตรวจสอบเข้มทุเรียนอ่อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีสั่งตรวจสอบอย่างละเอียดทุเรียนด้อยคุณภาพส่งล้ง&amp;nbsp;ก่อนคัดแยกนำไปทำลายทิ้งประมาณ&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ล้งให้ความร่วมมืออย่างดีสร้างความมั่นใจผู้บริโภค&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีพบทุเรียนด้อยคุณภาพตัดก่อนเวลาอันควรทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งไม่ถึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปะปนมาจำหน่ายในล้งทุเรียนที่จะส่งออกไปต่างประเทศ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และตำรวจ&amp;nbsp;สภ.ท่าใหม่&amp;nbsp;ทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทย&amp;nbsp;สวพ.6&amp;nbsp;ได้เข้าตรวจสอบทุเรียนพันธุ์หมอนทองในล้งส่งออก&amp;nbsp;ต.เนินสูง&amp;nbsp;อ.ท่าใหม่&amp;nbsp;จ.จันทบุรีแล้ว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;ซึ่งนายชลธี&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สวพ.6&amp;nbsp;นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจอย่างละเอียดซ้ำ&amp;nbsp;และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการ&amp;nbsp;มีการให้ความรู้ด้านเทคนิควิธีการเช็คเปอร์เซ็นต์แป้งในเนื้อทุเรียนเพื่อให้ผู้ประกอบการรับซื้อนำไปปฏิบัติป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการซื้อทุเรียน&amp;nbsp;ก่อนชำระเงินแก่ทีมมือตัด&amp;nbsp;หรือเกษตรกรที่นำมาขายหน้าล้ง&amp;nbsp;ทั้งนี้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ซื้อมาก่อนหน้านี้เป็นทุเรียนจากจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ไม่ใช่ทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีรวมประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่พบมีทุเรียนด้อยคุณภาพปะปนมารวมประมาณ&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตันกว่า&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สวพ.6&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบแล้วสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้จึงออกใบรับรองคุณภาพให้ประมาณ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และผลผลิตด้อยคุณภาพทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;กิโลกรัมนำไปทำลายเป็นปุ๋ยออกจากระบบตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;ผอ.&amp;nbsp;สวพ.6&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีนี้ทุเรียนมีราคาดีเพราะฉะนั้นขอร้องเกษตรกรไม่ต้องรับเก็บผลผลิตหากยังไม่ถึงเวลาอันควรเพราะอาจจะทำให้มีผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดได้&amp;nbsp;และหากตรวจพบเกษตรกรเองก็จะมีความผิดไปด้วย&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;นายบอล&amp;nbsp;แซ่ลี&amp;nbsp;ผู้ดูแลล้งส่งออกทุเรียน&amp;nbsp;ก็พอใจกับมาตรการของจังหวัดในการตรวจทุเรียนของเจ้าหน้าที่สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;แบ่งเบาภาระของผู้รับซื้อที่อาจจะต้องมีข้อตกลงกับเกษตรกร&amp;nbsp;และมือตัดให้รัดกุมยิ่งขึ้นป้องกันผลผลิตด้อยคุณภาพออกไปในตลาดซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405163248551</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน กิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2565 พัฒนาแหล่งน้ำ (ลำน้ำแม่สาร) พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลำน้ำแม่สารจำนวนกว่า  200,000 ตัว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฝ่ายบ้านหลุก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลป่าสัก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา&amp;nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;(ลำน้ำแม่สาร)&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาโครงการจิตอาสา&amp;nbsp;"เราทำความ&amp;nbsp;ดี&amp;nbsp;ด้วยหัวใจ"&amp;nbsp;เพื่อประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี&amp;nbsp;ร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมใจ&amp;nbsp;ประกอบกิจกรรมสาธารณะ&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม&amp;nbsp;โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความรัก&amp;nbsp;ความผูกพัน&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถาบันหลักของชาติ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สถาบันชาติ&amp;nbsp;สถาบันศาสนา&amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ในวันนี้ท่านทั้งหลายได้มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่นี้&amp;nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;วันข้าราชการไทย&amp;nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&amp;nbsp;และร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;(ลำน้ำแม่สาร)&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp;ทำความสะอาด&amp;nbsp;กวาดเก็บใบไม้&amp;nbsp;บริเวณโดยรอบพื้นที่ฝ่ายบ้านหลุก&amp;nbsp;ตำบลป่าสัก&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลำน้ำแม่สารจำนวน&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนของทุกปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นวันข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;และกรมประมงได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด&amp;nbsp;ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;"&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;วันข้าราชการไทย&amp;nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน"&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในการเป็นผู้ให้บริการ&amp;nbsp;เสียสละ&amp;nbsp;และอุทิศเวลาเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์น้ำ&amp;nbsp;เป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนจากการทำประมงของชุมชน&amp;nbsp;สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;คืนความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ลำน้ำแม่สาร&amp;nbsp;เป็นลุ่มน้ำขนาดเล็ก&amp;nbsp;และเป็นลุ่มน้ำย่อยของลำน้ำแม่กวง&amp;nbsp;เกิดจากลำห้วยต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไหลมาบรรจบกัน&amp;nbsp;ต้นกำเนิดของน้ำแม่สารเป็นสันปันน้ำระหว่างอำเภอเมืองลำพูนกับอำเภอแม่ทา&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่เขตป่าสงวนแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร&amp;nbsp;เป็นแหล่งต้นน้ำสาขาของน้ำแม่ธิ&amp;nbsp;แม่ตีบ&amp;nbsp;และน้ำแม่สาร&amp;nbsp;เส้นทางของลำน้ำแม่สารแบ่งได้เป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตันน้ำอยู่ในเขตตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;กลางน้ำอยู่ในเขตตำบลป่าสัก&amp;nbsp;และปลายน้ำอยู่ในเขตตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;ลำน้ำแม่สารไหลไปบรรจบน้ำแม่กวงที่บ้านแม่สารบ้านตอง&amp;nbsp;ตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ระยะทางจากต้นน้ำแม่สารถึงปลายน้ำ&amp;nbsp;มีระยะทาง&amp;nbsp;28.032&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ปัจจุบันลำน้ำแม่สาร&amp;nbsp;มีสภาพตื้นเขินและปกคลุมไปด้วยผักตบชวา&amp;nbsp;และวัชพืชเป็นจำนวนมากส่งผลให้กักเก็บน้ำได้น้อย&amp;nbsp;และทำให้น้ำแม่สารมีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับใช้ในการเกษตร&amp;nbsp;เทศบาลตำบลศรีบัวบานได้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมบวชป่า&amp;nbsp;สืบชะตาขุนน้ำแม่สาร&amp;nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;และเทศบาลตำบลปาสัก&amp;nbsp;และกลุ่มผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;เป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;โดยจัดขึ้นบริเวณอ่างเก็บน้ำแม่สารหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านจำขี้มด&amp;nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความร่วมมือความสามัคคีและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านตลอดจนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของลำน้ำแม่สาร&amp;nbsp;จึงได้ร่วมมือกันในการพัฒนา&amp;nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์และฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่สาร&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นลำน้ำที่มีความสะอาดสวยงาม&amp;nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405153552498</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>ทช. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเล ในช่วงสงกรานต์ เน้นท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(อทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;แสดงความห่วงใยแก่ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;จึงสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันภัยอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจบริเวณพื้นที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;รวมถึงอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;จัดตั้งศูนย์ประสานงานและบริการนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;43&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;หรือชายหาด&amp;nbsp;ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานทางทะเลจำนวน&amp;nbsp;540&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้คำแนะนำปรึกษานักท่องเที่ยว&amp;nbsp;แนะนำเส้นทาง&amp;nbsp;พร้อมให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามความต้องการทั้งทางบกและทางทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เที่ยวอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&amp;nbsp;ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้มีความสะอาด&amp;nbsp;ไม่ทิ้งขยะ&amp;nbsp;ไม่ทำลายสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล&amp;nbsp;เพื่อรักษาความสมดุลของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความสวยงามและอยู่คู่กับท้องทะเลไทยสืบไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405154933519</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนให้ดูแลสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จากรายงานของผู้สื่อข่าวภูมิภาค&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่ติดเทือกเขาพังเหย&amp;nbsp;ตำบลนายางกลัก&amp;nbsp;อำเภอเทพสถิต&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;พบสัตว์ปีกของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้เพื่อขายเสียชีวิต&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กว่าตัว&amp;nbsp;ทำให้สูญเสียรายได้จากการเลี้ยงครั้งนี้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;นายสมศรี&amp;nbsp;กองเงินนอก&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;453&amp;nbsp;ชาวบ้านหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และชาวบ้านห้วยหินฝน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ไก่ที่ตาย&amp;nbsp;ส่วนมากเป็นไก่อายุประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการตายเกิดจากสภาพอากาศเย็ดจัดถึง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนในปัจจุบัน&amp;nbsp;ประกอบกับไม่พบบาดแผลและวิการอื่นๆ&amp;nbsp;ที่สื่อให้ถึงการเป็นโรคระบาด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;มีความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;จากสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&amp;nbsp;ภูมิคุ้มกันโรคลดลง&amp;nbsp;อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย&amp;nbsp;จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วทุกภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;เฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยจัดเตรียมวิตามินและเกลือแร่ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;จัดเตรียมโรงเรือนเพื่อเป็นที่กำบังลม&amp;nbsp;ฝนให้กับสัตว์ปีกในโรงเรือน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จึงมีความห่วงใยถึงเกษตรกรทุกรายที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์สัตว์ปีก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถเป็นที่กำบังให้สัตว์จากสภาพอากาศหนาวหรือฝน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผ้าใบ&amp;nbsp;และพร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคระบาดในสัตว์ปีก&amp;nbsp;และส่งเสริมยกระดับการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;หรือGFM&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งยังสามารถป้องกันโรคระบาดต่างๆ&amp;nbsp;ได้อีกด้วยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405203334684</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>รองผู้บัญชาการทหารบกลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้บัญชาการทหารบกตรวจติดตามการตรวจเลือกทหารกองเกินฯ&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อภินันท์&amp;nbsp;คำเพราะ&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอหางดง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยในพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;33&amp;nbsp;มียอดทหารกองเกิน&amp;nbsp;ในพื้นที่จำนวน&amp;nbsp;8,468&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ขณะที่ยอดทหารกองเกินที่ต้องการเข้ากองประจำการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,396&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;เป็นแผนกทหารบก&amp;nbsp;ผลัดที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,051&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;(ส่งหน่วยในพื้นที่&amp;nbsp;มทบ.33&amp;nbsp;(จังหวัดเชียงใหม่)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,194&amp;nbsp;นาย,&amp;nbsp;ส่งช่วย&amp;nbsp;มทบ.32&amp;nbsp;(จังหวัดลำปาง)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;187&amp;nbsp;นาย,&amp;nbsp;ส่งช่วย&amp;nbsp;มทบ.310&amp;nbsp;(จังหวัดตาก)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;287&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส่งช่วย&amp;nbsp;ทภ.1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;383&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และเป็นแผนกทหารอากาศ&amp;nbsp;ผลัดที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;345&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;ของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ที่สโมสรยอดทัพบันเทิง&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอแม่ริม&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากองบัญชาการควบคุมสถานการณ์&amp;nbsp;ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้ยึดถือนโยบายในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;พร้อมกำหนดเป้าหมาย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐาน&amp;nbsp;ลดจำนวนพื้นที่ไฟป่า&amp;nbsp;(Burn&amp;nbsp;Scar)&amp;nbsp;และลดจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hot&amp;nbsp;Spot)&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ลงมากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตามเป้าหมายของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งได้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานโดยการสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคม&amp;nbsp;รวมถึงการใช้จิตอาสาเข้าร่วมการปฏิบัติ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก&amp;nbsp;ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;แจ้งเตือนและร่วมดับไฟป่า&amp;nbsp;ตลอดจนควบคุมการเกิดไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;และส่งเสริมบทบาทเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกำลังสำคัญ&amp;nbsp;ในการสนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรม&amp;nbsp;เปลี่ยนวิถีการดำรงชีพแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในปัจจุบัน&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;มีจุดความร้อน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ส่งผลให้ค่าคุณภาพอากาศดีกว่าปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิมลกัลย์&amp;nbsp;เดชะชัย&amp;nbsp;สวท.&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183932612</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>มุกดาหาร  เดินหน้ารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แก่เกษตรกร พื้นที่กว่า 700 ไร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&amp;nbsp;ร่วมกับสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(SDGsPGS)&amp;nbsp;จัดประชุมคณะทำงานรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;(SDGsPGS)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อสรุปผลการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และดำเนินการพิจารณารับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดมุกดาหารที่ขอรับการรับรองในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;73&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่รวม&amp;nbsp;707.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;49&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นที่&amp;nbsp;444.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;16&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;202&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;การขอสนับสนุนงบประมาณและการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายแพทย์ประวิตร&amp;nbsp;ศรีบุญรัตน์&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมดอกช้างน้าว&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183144607</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>ภูเก็ตวางกรอบการดำเนินงานและแผนดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ&lt;/strong&gt;และสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดภูเก็ตโดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการวางกรอบแนวทาง&lt;/strong&gt;การดำเนินงานและแผนการดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตลอดจนโครงการประกาศย่านชุมชนเก่าหินลูกเดียว&amp;nbsp;ตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;เป็นมรดกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับชุมชนเก่าหินลูกเดียว&amp;nbsp;ชาวมอแกนได้มีการย้ายถิ่นฐานมาอยู่กว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;มีอาชีพทำการประมง&amp;nbsp;หาหอย&amp;nbsp;หาปลา&amp;nbsp;มีวิถีวัฒนธรรมประเพณีความเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่มาก&amp;nbsp;ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยจำนวน&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ประชากร&amp;nbsp;&amp;nbsp;287&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นชุมชนเด็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนในพื้นที่จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และได้มีการออกโฉนดชุมชนแต่ยังอยู่ระหว่างการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางที่ประชุมได้ขอมีมติให้ไปศึกษาหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งเป็นมรดกจังหวัดอีกครั้งก่อให้ทางคณะกรรมการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405180401586</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคุมไฟป่า ทั้งน่านฟ้า และพื้นดิน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในห้วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์&amp;nbsp;warroom&amp;nbsp;ไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกำหนดแผนปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคพื้นดิน&amp;nbsp;และทางอากาศยาน&amp;nbsp;เหนือน่านฟ้าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;จากกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และกองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในการบินลาดตระเวน,&amp;nbsp;ตรวจสภาพป่า&amp;nbsp;และการบุกรุกป่า&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;กำหนดแผนการบินลาดตระเวน,&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตรวจสภาพป่า&amp;nbsp;การบุกรุกป่า&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ปฏิบัติการบินครอบคลุม&amp;nbsp;ต.ห้วยผา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ห้วยปูลิง&amp;nbsp;โดยอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;จากกองการบิน&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จากนั้นนำข้อมูลมาสรุปเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน&amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศ&amp;nbsp;และชุดปฏิบัติการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ระหว่างวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กำหนดแผนบินตรวจลาดตระเวน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;ครอบคลุม&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;ต.แม่ยวม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เสาหิน&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;จากกองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในการปฏิบัติการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183600610</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>แก้ปัญหาวัตถุดิบคืบหน้าแค่ครึ่งทาง ... รอบทสรุปภาษีกากถั่ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ขาดแคลนและมีราคาพุ่งสูงขึ้นมากจากภาวะสงคราม หากปล่อยให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ประเทศไทยจะสุ่มเสี่ยงกับผลกระทบด้านความมั่นคงทางอาหารที่อาจเกิดขึ้น &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัปดาห์ก่อน กรมการค้าภายในเรียกประชุม 4 ฝ่ายเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในส่วนที่ขาด 1.5 ล้านตันนั้น มีมติให้สามารถนำเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ทั้งหมดทุกช่องทางได้ในช่วง 4 เดือนคือ เมษายน  กรกฎาคม 2565 โดย ราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ต้องไม่ขยับมากไปกว่านี้ แต่หากปริมาณยังไม่พอเพียงอีกก็สามารถปรับปรุงตัวเลขได้บนฐานข้อมูลที่ชัดเจน โดยให้มีคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสัตว์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมการค้าพืชไร่ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และวัตถุดิบทดแทนจากทุกช่องทาง เป็นรายสัปดาห์ ตลอด 4 เดือน รวมถึงอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO ในอัตราภาษี 0% ในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตัน โดยสินค้าต้องถึงราชอาณาจักรไทย ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในเบื้องต้น ถือว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ ประเภทข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้จะยังต้องใช้เวลาอีกระยะในการดำเนินการจัดตั้งคณะทำงาน และต้องถือว่าในที่ประชุมมีความชัดเจนว่าราคาอาหารสัตว์จะไม่ขึ้นหากราคาต้นทุนวัตถุดิบไม่ขึ้น แต่ถ้าวัตถุดิบมีการขยับราคา ราคาอาหารสัตว์ก็จะขยับด้วย ซึ่งเป็นหลักการปกติที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ตรึงราคาขายแต่ปล่อยให้ราคาต้นทุนข้าวโพดและวัตถุดิบต่างๆขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ มาตรการ 3 : 1 ได้รับการยกเลิกชั่วคราวจนถึงเดือนกรกฎาคม 2565 และควบคุมปริมาณไว้ที่ 1.5 ล้านตัน จากนี้ไปเป็นขั้นตอนของความรวดเร็วที่คณะทำงาน 4 ฝ่ายต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้วัตถุดิบต่างๆ มาถึงประเทศไทยให้ทันเวลาบรรลุวัตถุประสงค์ในการปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังมีวัตถุดิบอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญ และยังไม่ได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหา นั่นก็คือ กากถั่วเหลือง ซึ่งจำเป็นต้องลดภาษีเป็น 0% เพื่อลดภาระต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แหล่งข่าวจากผู้เข้าร่วมประชุมในวันนั้นระบุว่า ยังคงมีบางคนไม่เข้าใจและเกรงว่าการนำเข้ากากถั่วเหลืองด้วยภาษี 0 % จะส่งผลกระทบกับเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขให้โรงงานอาหารสัตว์ต้องซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตจากเมล็ดภายในประเทศให้หมดเสียก่อน ซึ่งในความเป็นจริง ประเทศไทยมีความต้องการใช้กากถั่วเหลืองถึง 4,800,000 ตัน แต่มีปริมาณในประเทศเพียง 20,000 ตัน จากถือว่าขาดแคลนอย่างหนักอยู่แล้ว ส่วนกากถั่วเหลืองอีกส่วนหนึ่งทึ่ผู้ผลิตน้ำมันพืชผลิตจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้าก็มีปริมาณเพียง 2 ล้านตัน ซึ่งอาหารสัตว์ก็รับซื้อมาโดยตลอด (แม้ไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องซื้อเพราะไม่ได้ปลูกโดยเกษตรกรไทย) กล่าวได้ว่า ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองไม่เคยขายกากถั่วเหลืองไม่หมด จึงไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ที่สำคัญ การเก็บภาษี 0% ก็เป็นไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นาทีนี้บ้านเมืองกำลังต้องการความเข้าใจและช่วยเหลือกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้ารักษาความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งทุกคนในห่วงโซ่การผลิตอาหารจะอยู่รอดได้นั้น จำเป็นต้องร่วมกันฝ่าวิกฤตสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและพลังงานในปัจจุบันไปให้ได้ คงไม่ยากถ้าจะทำความเข้าใจโดยแยกประโยชน์ส่วนตนเก็บไว้ก่อน และคำนึงถึงส่วนรวมและประเทศชาติให้มาก การแก้ปัญหาวัตถุดิบจะคืบหน้าแค่ครึ่งทางไม่ได้ บทสรุปของภาษีกากถั่วเหลืองจะเป็นอีกตัวแปรสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ดังนั้น คณะทำงานชุดเล็กที่จะเข้ามาร่วมกันพิจารณาจำเป็นต้องแข่งกับเวลาเช่นกัน &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;สมรรถพล ยุทธพิชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405180004582</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>พ่อเมืองศรีสะเกษ  ขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรบูรณาการ : โคเนื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมศูนย์สาระสนเทศการพัฒนาโคเนื้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยประชุมคณะกรรมการดำเนินงานบูรณาการโคเนื้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์เนื้อโคแบบครบวงจร&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การติดตามผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;และอุปสรรค&amp;nbsp;แนวทางแก้ไข&amp;nbsp;และการพัฒนาโคเนื้อศรีสะเกษ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานการณ์โคเนื้อจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;โคเนื้อศรีสะเกษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การติดตามภารกิจงานด้านสุขภาพโคเนื้อ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สถานการณ์การเคลื่อนย้ายโคเนื้อภายในจังหวัด/ต่างจังหวัด&amp;nbsp;การติดตามภารกิจงานด้านโรงฆ่าสัตว์(โคเนื้อ)&amp;nbsp;การรับรองฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง&amp;nbsp;(โคเนื้อ)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;รวมทั้งการติดตามการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก&amp;nbsp;Lumpy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&amp;nbsp;นายชิดชัย&amp;nbsp;จิณะแสน&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการ&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;รองประธานหอการค้าจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนประธานโคเนื้อดอกลำดวน&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405194728650</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>อุดรธานีประชุมเตรียมแผนการดำเนินงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ.2569</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ประชุมร่วมกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน)&amp;nbsp;เตรียมแผนการดำเนินงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.2569&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมแผนการดำเนินงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.2569&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2556&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจิรุตถ์&amp;nbsp;อิศรางกูร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ทีเส็บ&amp;nbsp;,นายสยาม&amp;nbsp;ศิริมงคล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายวันชัย&amp;nbsp;จันทร์พร&amp;nbsp;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ร่วมประชุมและมีการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ไปยังผู้เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงขั้นตอนการดำเนินการ&lt;/strong&gt;ในการขับเคลื่อนงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.2569&amp;nbsp;,โครงสร้างและองค์ประกอบของการตั้งสำนักงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และจังหวัดอุดรธานี,&amp;nbsp;แนวทางการบริหารงบประมาณการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณามอบหมายผู้ประสานงานหลักร่วมกับสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;AIPH&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าวส.ปชส.อด.&amp;nbsp;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405201310667</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>เกษตรยะลา ประชุมวางแผนทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมประชุมวางแผนการทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง&amp;nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อวางแผนทดสอบการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการคัดเลือกแปลงต้นแบบ&amp;nbsp;และการเก็บข้อมูลผลการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;จ่าเอกเฉลิมพล&amp;nbsp;ญาณสุทธิสกุล&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405202352677</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>เกษตรยะลา ให้ความรู้ การเพาะเลี้ยงไส้เดือน แก่ผู้สูงอายุในชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายฟิกรี&amp;nbsp;มาหะมะ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตร&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายการเพาะเลี้ยงไส้เดือน&amp;nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ผู้สูงอายุในชุมชน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และยังสามารถนำไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริมได้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนผู้สูงอายุชายแดนใต้&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;บ้านทักษิณ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตำบลสะเตง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405202436679</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับเกษตรอำเภอขามทะเลสอจัดพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;(อุทกภัย)&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีนายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวอรวรรณ&amp;nbsp;มีใหม่&amp;nbsp;นายอำเภอขามทะเลสอ&amp;nbsp;นายสุโภค&amp;nbsp;ควงขุนทด&amp;nbsp;เกษตรอำเภอขามทะเลสอและเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การมอบเงินครั้งนี้มีวงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;18,957,829&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(สิบแปดล้านเก้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน)&amp;nbsp;โดยเกษตรกรได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,303&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,&amp;nbsp;825.25&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดี&lt;/strong&gt;จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและผู้บริหารส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมโรงเรียนขามทะเลสอวิทยา&amp;nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405211457698</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>ปลูกเลมอนมะนาว ข้างบ้าน เสริมรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;ชาวบ้านบาโร๊ะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายดอเล๊าะ&amp;nbsp;สะตือบา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ใช้เนื้อที่ว่างข้างบ้านปลูกมะนาวเลมอนไว้&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ต้นให้ผลผลิตดี&amp;nbsp;เหลือจากเก็บรับประทานกันในครอบครัว&amp;nbsp;ยังได้เก็บขายเป็นรายได้เสริม&amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ต่อยอดตอนกิ่งไว้สำหรับขายให้กับผู้ที่สนใจจะปลูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ปลูกมะนาวแป้นเพื่อขายผลผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยิ่งช่วงนี้มะนาวแพงสามารถเก็บผลผลิตไว้ทานและขาย&amp;nbsp;มีรายได้จากการเก็บผลผลิตขายเป็นค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;หมุนเวียนในครอบครัวตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทำให้ลดผลกระทบในช่วงภาวะค่าครองชีพสูง&amp;nbsp;เศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบันไปได้มาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดอเล๊าะ&amp;nbsp;สะตือบา&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตอนแรกก็ได้นำพันธุ์มะนาวเลมอนมาลองปลูกดูหลายปีแล้วให้ผลผลิตดี&amp;nbsp;โดยใช้เนื้อที่ข้างบ้านให้เป็นประโยชน์ซึ่งชาวบ้านแถวนี้ก็ไม่มีใครปลูกกัน&amp;nbsp;โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;มีทุกอย่างให้หลากหลาย&amp;nbsp;ปลูกหลายอย่างที่กินได้&amp;nbsp;เหลือจากกินก็เก็บขาย&amp;nbsp;ขายแบบง่ายๆ&amp;nbsp;ให้กับชาวบ้านแถวนี้&amp;nbsp;รวมทั้งรถปลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;ขายราคาไม่แพง&amp;nbsp;เราปลูกเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ต้องไปรอขายโน้นขายดี&amp;nbsp;จะได้มีรายได้สลับหมุนเวียนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากมะนาวพันธุ์เลมอนแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็ยังมีมะนาวแป้นอยู่หลายต้น&amp;nbsp;สามารถเก็บขายเป็นรายได้ดีตลอด&amp;nbsp;รวมถึงได้ตอนกิ่งมะนาวพันธุ์เลมอนไว้ขาย&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;30-40&amp;nbsp;บาทด้วย&amp;nbsp;ขายได้เรื่อยๆ&amp;nbsp;บางคนชอบซื้อไปปลูกไว้ที่บ้าน&amp;nbsp;ไว้กินน้ำมะนาวเลมอนนำไปผสมกับชาต่างๆ&amp;nbsp;เป็นเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ซึ่งมะนาวเลมอนมีประโยชน์มากมายหลายอย่างต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายดอเล๊าะฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้ปลูกทุเรียนหมอนทองไว้ที่สวนและได้ต่อยอดการปลูกทุเรียน&amp;nbsp;เพาะต้นทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ขา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ขา&amp;nbsp;ไว้ขาย&amp;nbsp;ซึ่งขายดี&amp;nbsp;โดยชาวบ้านให้ความสนใจซื้อนำไปปลูกกันมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406081203734</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>ห่วงพี่น้องชาวนา เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 5  8 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าอิทธิพลของลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขานรับนโยบายตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;8/2565&amp;nbsp;แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนน์วิจัยข้าวในพื้นที่&amp;nbsp;ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ&amp;nbsp;ให้คำแนะนำพี่น้องชาวนาและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวนาในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้&amp;nbsp;พร้อมได้กำชับให้ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ&amp;nbsp;ให้คำแนะนำพี่น้องชาวนาและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวนาในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406105741773</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>เดินหน้าปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม บรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม&amp;nbsp;ตำบลบ้านหนุน&amp;nbsp;อำเภอสอง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป็นโครงการที่กรมชลประทาน&amp;nbsp;โดยสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;ได้ดำเนินการปรับปรุงหัวงานฝายแม่ยม&amp;nbsp;ด้วยการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่&amp;nbsp;บริเวณใกล้เคียงกับฝายเดิม&amp;nbsp;เนื่องจากการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;ประกอบกับฝายยางมีอายุการใช้งานมานานและเกิดความเสียหายไม่สามารถใช้การได้&amp;nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี(ระหว่างปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;2566)&amp;nbsp;เฉพาะในส่วนของงานปรับปรุงตัวฝายแม่ยม&amp;nbsp;มีผลงานคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากแล้วเสร็จทั้งโครงการฯจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำของฝายแม่ยมได้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรของประชาชนในเขตอำเภอสอง&amp;nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;และอำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;ในช่วงฤดูฝนประมาณ&amp;nbsp;196,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และในช่วงหน้าแล้งได้ประมาณ&amp;nbsp;27,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมถึงส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนกว่า&amp;nbsp;27,500&amp;nbsp;ครัวเรือนได้อย่างเพียงพอในช่วงแล้งอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;ยังได้กำชับติดตามและเร่งรัดงานการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามแผนที่กำหนดไว้&amp;nbsp;ด้วยการเสริมทั้งกำลังคน&amp;nbsp;เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ&amp;nbsp;อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องชาวเมืองแพร่&amp;nbsp;ได้ใช้ประโยชน์จากฝายแม่ยมได้ในเร็ววัน&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพี่น้องชาวเมืองแพร่ได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406110340778</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>กรมชลประทาน กำหนดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ "โครงการศึกษาความเหมาะสมและประมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำน้ำงาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง" 7 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวธนกร&amp;nbsp;จาตะวงษ์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่กรมชลประทาน&amp;nbsp;โดยสำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา&amp;nbsp;คอนซันแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ซึ่งตามแผนงานการประชาสัมพันธ์โครงการได้กำหนดให้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&amp;nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&amp;nbsp;ให้มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ&amp;nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทานได้กำหนดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;"โครงการศึกษาความเหมาะสมและประมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง"&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00-12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;ID&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;860&amp;nbsp;5757&amp;nbsp;2810&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Passcode&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;941522&amp;nbsp;ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;08&amp;nbsp;2313&amp;nbsp;7652,&amp;nbsp;0&amp;nbsp;2943&amp;nbsp;9638&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1626&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406101123754</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีแดง ส่วน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 27 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สูงในระดับสีแดง&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีส้ม&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406100735752</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักมาก พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลากใน 5 จังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักมาก&amp;nbsp;พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;164&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;132&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;290&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;และชุมพร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กอนช.ยังให้กรมชลประทานกำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามสภาพอากาศต่อเนื่องและให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ในช่วงเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;โดยให้พิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำหรือแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&amp;nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ขอให้ประสานจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาสเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,240&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,440&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406101102753</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคุมไฟป่าทั้งภาคพื้นดินและอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อสรุปผลการบินลาดตระเวน&amp;nbsp;และวางแผนการดำเนินการปฏิบัติการยุทธการดับไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งภาคพื้นดินและอากาศ&amp;nbsp;ในห้วงวันที่&amp;nbsp;5-8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;โดยได้สนธิกำลังทุกภาคส่วนจัดตั้งเป็นชุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันในการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า&amp;nbsp;และฝุ่นละอองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกำหนดแผนปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศยานเหนือน่านฟ้าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกคว้น&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;จากกองการบิน&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และกองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในการบินลาดตระเวนและตรวจสภาพป่า&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;โดยพื้นที่อำเภอเมืองกำหนดแผนการบินลาดตระเวน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตรวจสภาพป่า&amp;nbsp;การบุกรุกป่า&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ปฏิบัติการบินครอบคลุมตำบลห้วยผา&amp;nbsp;และจากตำบลห้วยปูลิง&amp;nbsp;โดยอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;กองการบิน&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;นำข้อมูลมาสรุปเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน&amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมประกอบด้วย&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศและชุดปฏิบัติการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กำหนดแผนบินตรวจลาดตระเวนในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ครอบคลุมตำบลแม่คง&amp;nbsp;ตำบลแม่ยวม&amp;nbsp;และตำบลเสาหิน&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;จากกองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในการปฏิบัติการ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406103754762</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงสวนลิ้นจี่ให้กำลังใจเกษตรกรชาวสวนคาดว่าลิ้นจี่จะเก็บผลผลิตหมดภายในวันที่ 15 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ตำบลแควอ้อม&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;นางสาวสุกานดา&amp;nbsp;ปานะสุทธะ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการจัดเก็บลิ้นจี่&amp;nbsp;จากต้นจนถึงการจำหน่ายสู่ผู้บริโภคที่หน้าสวนของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่แม่กลองในปีนี้ที่ค่อนข้างมีน้อย&amp;nbsp;จากสภาพอากาศแปรเปลี่ยน&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่&amp;nbsp;และส่งเสริมการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพของจังหวัดสมุทรสงครามโดยลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขึ้นชื่อว่าเป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหวาน&amp;nbsp;เนื้อหนากรอบมีสีขาวอมชมพู&amp;nbsp;เนื้อแห้งไม่แฉะ&amp;nbsp;ลำต้นไม่สูงมากนัก&amp;nbsp;เมื่อลิ้นจี่แก่จัดเปลือกด้านในจะเป็นสีชมพู&amp;nbsp;หรือที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกกันว่าร่องชาด&amp;nbsp;ส่วนราคานั้นปีนี้ค่อนข้างสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาทขึ้นไปตามขนาดของผล&amp;nbsp;ทั้งนี้ภายในจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;มีลิ้นจี่จากจังหวัดอื่นมาวางจำหน่ายเช่นกัน&amp;nbsp;แต่จะติดป้ายแสดงว่าเป็นลิ้นจี่จากจังหวัดใด&amp;nbsp;ขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบก่อนซื้อด้วย&amp;nbsp;หากมีการแอบอ้างก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมายอาญามีโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายยงยุทธ&amp;nbsp;นามสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปีนี้ผลผลิตมีน้อยมีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;การดูแลเอาใจใส่สูง&amp;nbsp;รวมถึงค่าแรงงานในการเก็บมีราคาแพง&amp;nbsp;ทำให้ปีนี้ลิ้นจี่มีราคาสูงกว่าทุกปี&amp;nbsp;ในปีนี้เกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บผลิตมาวางจำหน่ายหน้าสวนตนเองไม่ได้ไปจำหน่ายที่อื่น&amp;nbsp;และคาดว่าลิ้นจี่สมุทรสงครามจะเก็บเกี่ยวหมดภายในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406124127847</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เร่งตรวจสอบการกำจัดของเสียอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องในพื้นที่ปราจีนบุรี หลังพบการร้องเรียนลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เร่งตรวจสอบการกำจัดของเสียอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องในพื้นที่ปราจีนบุรี&amp;nbsp;หลังพบการร้องเรียนลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลลาดตะเคียน&amp;nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร&amp;nbsp;(กอ.รมน.)&amp;nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.)&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ&amp;nbsp;(พยัคฆ์ไพร)&amp;nbsp;กรมป่าไม้&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลลาดตะเคียน&amp;nbsp;ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เวสต์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;พบเมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;นำน้ำเสียไปทิ้งนอกโรงงาน&amp;nbsp;เป็นบ่อดินปูด้วยแผ่นพลาสติก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ลึกประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;โดยตัวแทนบริษัทแจ้งว่าเป็นน้ำเสียน้ำชะขยะจากโรงงานประเภท&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ขณะตรวจสอบเมื่อวานนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบมีการนำน้ำเสียกลับเข้าในระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การนำน้ำเสียจากการประกอบกิจกรรมประเภท&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ออกนอกโรงงาน&amp;nbsp;ผิดเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการข้อที่&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ทำหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและจังหวัดปราจีนบุรีดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;//&amp;nbsp;มีการขุดดินทำบ่อบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2543&amp;nbsp;ก่อนดำเนินการให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นความผิด&amp;nbsp;อบต.ลาดตะเคียนจะไปแจ้งความดำเนินคดีภายในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ให้กรมป่าไม้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินบริเวณก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายนอกโรงงานได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;โดยกรมป่าไม้ประสานกรมที่ดินดำเนินการภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่การประกอบกิจการประเภทที่&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ไม่ตรงกับเลขโฉนดตามใบอนุญาตให้&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ผลการเก็บตัวอย่างน้ำเสียของเสียของกรมควบคุมมลพิษจะแจ้งและให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;//&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;จะทำหนังสือถึง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เวสต์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ขอเอกสารหลักฐานการนำเข้าของเสียและคุณสมบัติของของเสียที่นำเข้ามาประกอบกิจการประเภท&amp;nbsp;106&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;อาจเป็นการขยายระบบบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;จะแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การตรวจสอบครั้งนี้ได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้แทนของสถานประกอบการข้างต้น&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่และคณะได้ลงลายมือชื่อผู้ตรวจสอบผู้ร่วมตรวจสอบและผู้นำตรวจสอบไว้เป็นหลักฐานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406124058846</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า400จุดส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 8,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้สูงเกือบ&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;424&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;158&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;113&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;83&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด:คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;104&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และอุตรดิตถ์&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อเนื่องหลายวัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;12,949&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,129&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,337&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางพบค่าฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาววันนี้มากถึง&amp;nbsp;7,859&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;4,349&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;413&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคตะวันตก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406130848861</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่3จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยสัปดาห์นี้ทุกจังหวัดมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่าลดลง&amp;nbsp;ซึ่งพบน้อยกว่าสัปดาห์ก่อนประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;โดยสาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406130941862</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคู่ขนานทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน เพื่อป้องกันและดับไฟป่าพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอแม่สะเรียง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้ข้อสั่งการของนายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ปล่อยแถวชุดปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการบ้านห้วยตอง&amp;nbsp;และชุดปฏิบัติการบ้านไมโครเวฟ&amp;nbsp;พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการเหยี่ยวไฟ&amp;nbsp;เสือไฟ&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่าตามจุดเป้าหมายที่กำหนด&amp;nbsp;โดยมีชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;จากกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อบินลาดตระเวนตรวจหาจุดเกิดไฟป่า&amp;nbsp;และตรวจสภาพป่าและการบุกรุก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&amp;nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&amp;nbsp;KA&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าทางอากาศ&amp;nbsp;ครอบคลุพื้นที่ตำบลแม่ยวม&amp;nbsp;ตำบลแม่คง&amp;nbsp;และตำบลเสาหิน&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตามประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณหมอกควันไฟป่าและปริมาณฝุ่นควัน&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพลูกหลานชาวแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406140458887</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>ปศุสัตว์ชัยภูมิ ผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว ตามโครงการ "สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า" ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&amp;nbsp;โชติวนิช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองชัยภูมิ&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง&amp;nbsp;ให้บริการผ่าตัดทำหมันถาวรในสุนัข-แมว&amp;nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมประชากรสุนัขและแมวภายในพื้นที่&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;"สัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัย&amp;nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า"&amp;nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยภูมิ&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;มีผู้มารับบริการทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สุนัข-แมว&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แยกเป็นสุนัขเพศผู้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สุนัขเพศเมีย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แมวเพศผู้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และแมวเพศเมีย&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406143018912</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้มีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทองละมุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสภาพอากาศประจำวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&amp;nbsp;04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันพรุ่งนี้&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลักษณะอากาศ&amp;nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ลมผิวพื้น&amp;nbsp;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ความเร็ว&amp;nbsp;10-20&amp;nbsp;กม./ชม.&amp;nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406161450945</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>คุมเข้มห้ามตัดทุเรียนอ่อนขาย พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนไทย ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP Plus</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และนางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เน้นย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้และสินค้าเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;โดยตั้งแต่มีมาตรการเข้มงวดคุณภาพ&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรร่วมกับจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;กำหนดมาตรการทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;หรือทุเรียนอ่อนมาต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดจันทบุรีกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบ่งตามชนิดหลัก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พันธ์ทุเรียนกระดุม&amp;nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้หลังวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;ส่วนพันธุ์ชนี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายนนี้และหมอนทอง,ก้านยาว&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังพบการส่งทุเรียนอ่อนเข้าสู้ล้งก่อนส่งต่อไปต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้ติดตามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดจันทบุรีอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;สามารถจับกุมแล้ว&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยภาพรวมการผลิตผลไม้ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;แจ้งว่าจะมีทุเรียนกว่า&amp;nbsp;7.4&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรหลายคนปลูกทุเรียนแทนยางพาราเนื่องจากราคาทุเรียนดีกว่าอยู่&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนมังคุดและเงาะ&amp;nbsp;มีปริมาณการผลิตที่&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกมีปริมาณผลไม้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ซึ่งในตัวเลขปริมาณดังกล่าวมีทุเรียนอ่อนเพียงร้อยละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ยืนยันว่ามาตรการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ออกมาเป็นมาตรการที่เข้มงวดและที่ผ่านมาปฎิบัติได้ดี&amp;nbsp;รวมถึงจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;ที่ประเทศจีนได้เข้มงวดเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ที่ห้ามตรวจพบเจอโรคโควิด&amp;nbsp;จึงได้ทำงานตรวจโรงงานให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;,&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ควบคุมการผลิตที่คำนึงโรคโควิด&amp;nbsp;ปัจจุบันมีโมเดลต้นแบบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โรงงานที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เตรียมขยายผลโรงงานต้นแบบให้ครอบคลุมหลายจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อสามารถเตรียมส่งสินค้าไปต่างประเทศได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับข่าวดีถึงการส่งออกล็อตแรก&amp;nbsp;เป็นสินค้าทุเรียนและมะพร้าว&amp;nbsp;ปัจจุบันถึงด่านกว้างโจรเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;นับเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp;แต่ยังคงมีความกังวลเนื่องจากสถานการณ์การแพร่บาดโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ในจีนเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้การส่งสินค้ายากขึ้น&amp;nbsp;แต่ความโชคดีที่ประเทศไทยผลไม้ยังผลิตออกมาไม่มาก&amp;nbsp;ยังคงมีเวลา&amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สถานการณ์จะคลี่คลายลง&amp;nbsp;โดยการส่งออกทางเครื่องบินและเรือ&amp;nbsp;เป็นการส่งทางตรงที่มีโอกาส&amp;nbsp;รวมถึงมองหาตลาดใหม่ช่วยกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ประเทศมาเลเชีย&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406194633027</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>ปศุสัตว์แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนให้ดูแลสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย&amp;nbsp;มีความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จากสภาพอากาศดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&amp;nbsp;ภูมิคุ้มกันโรคลดลง&amp;nbsp;อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย&amp;nbsp;จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วทุกภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;เฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยจัดเตรียมวิตามินและเกลือแร่ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;จัดเตรียมโรงเรือนเพื่อเป็นที่กำบังลม&amp;nbsp;ฝนให้กับสัตว์ปีกในโรงเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์สัตว์ปีก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถเป็นที่กำบังให้สัตว์จากสภาพอากาศหนาวหรือฝน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผ้าใบ&amp;nbsp;และพร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคระบาดในสัตว์ปีก&amp;nbsp;และส่งเสริมยกระดับการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งยังสามารถป้องกันโรคระบาดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&amp;nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;เจ้าหน้าปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&amp;nbsp;เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&amp;nbsp;(สคบ.)&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;โทร.06-3225-6888&amp;nbsp;หรือแจ้งผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;:&amp;nbsp;DLD&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406184725008</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>จนท.ควบคุมไฟป่าปางตองฯ สนธิกำลังลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า การลักลอบเผาป่า พร้อมสร้างความเข้าในใจการจัดการเชื้อเพลิง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสำราญ&amp;nbsp;ธรรมตา&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าปางตองฯ&amp;nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&amp;nbsp;ร่วมกันเก็บใบไม้ใส่ในคอกเก็บใบไม้&amp;nbsp;ตามโครงการชิงเก็บลดเผา&amp;nbsp;บริเวณหน้าส่วนอิ่มใจ&amp;nbsp;บ้านกุงไม้สัก&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในเวลาต่อมา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&amp;nbsp;สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามแผนยุทธการดับไฟป่า&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบไฟป่า&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;บ้านไมโครเวฟ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&amp;nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การลักลอบเผาป่า&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์แจกโปสเตอร์ในท้องที่ตำบงหมอกจำแป่&amp;nbsp;ตำบลห้วยผา&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406192715023</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>ชุมชนบ้านป่าเปา อำเภอบ้านธิ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่วัดป่าเปา&amp;nbsp;ตำบลบ้านธิ&amp;nbsp;อำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;โดยมีนายจักรินทร์&amp;nbsp;สิรินทรภูมิ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&amp;nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&amp;nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับชุมชนบ้านป่าเปา&amp;nbsp;มีครัวเรือนจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;128&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาชนในชุมชนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการดำเนินชีวิต&amp;nbsp;พร้อมทั้งนำหลักความรู้&amp;nbsp;"ที่ว่างสร้างอาหาร"&amp;nbsp;มาปรับใช้ในชุมชน&amp;nbsp;โดยทุกครัวเรือยมีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp;และนำขยะเปียกหรือเศษอาหารมาทำปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;นำวัสดุที่เหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&amp;nbsp;ผลผลิตเหลือสามารถจำหน่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406192252021</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>เปิดยุทธการดับไฟป่าที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปิดยุทธการดับไฟป่า&amp;nbsp;ออกปฏิบัติการทางอากาศ&amp;nbsp;จัดชุดดับไฟทางพื้นดิน&amp;nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;หลังพบปัญหาไฟป่าและหมอกควันสูงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่กรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ค่ายเทพสิงห์&amp;nbsp;ตำบลบ้านกาศ&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพรเทพ&amp;nbsp;เจริญสืบสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;เป็นประธานปล่อยแถวออกปฏิบัติการ&amp;nbsp;จากกำลังพลของหน่วยงาน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเรืองฤทธิ์&amp;nbsp;ผลดี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณุภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;สมภพ&amp;nbsp;ใจบุญ&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;นายธติทัศน์&amp;nbsp;ฉลอม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&amp;nbsp;นายมิตร&amp;nbsp;อุตมะ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยกรป่าไม้&amp;nbsp;สบอ.16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;นายตวงสิทธิ์&amp;nbsp;ประทินสุขอำไพ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พร้อมจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือปฏิบัติการทางอากาศยาน&amp;nbsp;และการปฏิบัติการทางภาคพื้นที่ดินเข้าปฏิบัตการดับไฟป่า&amp;nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน&amp;nbsp;และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายที่&amp;nbsp;อยู่ห่างไกล&amp;nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลแม่คง&amp;nbsp;ตำบลเสาหิน&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายยังพบจุดความร้อนกระจายในพื้นที่ภูเขาสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาดับไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่เสี่ยงในครั้งนี้ส่งเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;KA32-01&amp;nbsp;ของกองบิน&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;(ปภ.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับกองทัพบก&amp;nbsp;ได้ออกปฏิบัติการ&amp;nbsp;ขึ้นบินทิ้งน้ำไฟป่าครั้งละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เป็นจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;รวมปริมาณน้ำที่ใช้ดับไฟป่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;โดยได้ปฏิบัติการควบคู่กับชุดภาคพื้นดินที่กระจายกำลังดับไฟป่า&amp;nbsp;จากการบูรณาการกำลังร่วมจากเจ้าหน้าที่ขอหน่วยสถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเสือไฟ&amp;nbsp;ชุดเหยี่ยวไฟกรมป่าไม้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานฯสาละวิน&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติสาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ตชด.ที่&amp;nbsp;337&amp;nbsp;และกำลังพล&amp;nbsp;อส.แม่สะเรียง&amp;nbsp;เข้าร่วมปฏิบัติการดับไฟในพื้นที่เป้าหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พบจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;4,191&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุดได้แก่&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;1,176&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;88&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานรวมจำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งมีค่าสูงสุดที่วัดได้&amp;nbsp;142&amp;nbsp;มคก.ต่อ&amp;nbsp;ลบ.ม&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่วนที่สถานีวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;134&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานรวมจำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406202934042</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>เกษตรโคราชร่วมกับเกษตรอำเภอพิมาย จัดพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.นายตติรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;เลขารัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;อุทกภัย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมอำเภอพิมาย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเป็นตัวแทนเกษตรกรผู้ประสบอุกทกภัยรับมอบ&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอพิมาย&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;129&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;5,593&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;74,461.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;100,313,628&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีพันจ่าโท&amp;nbsp;ทวี&amp;nbsp;พิมพ์อุบล&amp;nbsp;นายอำเภอพิมาย&amp;nbsp;นายวรกร&amp;nbsp;เปรื่องค้า&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านร่วมในพิธีด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406224445058</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>เกษตรอำเภอวังน้ำเขียวจัดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.นายชูศักดิ์&amp;nbsp;ชุนเกาะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำบ้านสุขสมบูรณ์&amp;nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;และร่วมเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;แนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยนายณัฐนาท&amp;nbsp;สันทัดพร้อม&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีการเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;แนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้นำเสนอข้อมูลแนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Korat&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;Standard&amp;nbsp;:&amp;nbsp;KOS&amp;nbsp;ด้วยระบบการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดี&amp;nbsp;วิถีคนโคราช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์ดี&amp;nbsp;ดินดี&amp;nbsp;น้ำดี&amp;nbsp;การจัดการดี&amp;nbsp;และคนดี&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนเกษตรกรที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;ในการรับรองมาตรฐานสากลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้นำเสนอ&amp;nbsp;ผลการพัฒนาระบบเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ค้า&amp;nbsp;ให้สามารถตรวจเช็คปริมาณผลผลิตและซื้อขายกันได้โดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งจะดำเนินการขับเคลื่อน&amp;nbsp;ขยายผลไปยังผู้ใช้งานในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406224225057</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>เร่งแก้ไขปัญหาท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง แม่ฮ่องสอน ตะกอนอุดตัน สามารถใช้งานได้แล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนดำเนินการร่วมกับกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ช่วยกันอัดน้ำเข้าท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&amp;nbsp;เพื่อไล่ตะกอนดินที่อุดตันในท่อส่งน้ำออก&amp;nbsp;จนประสบผลสำเร็จสามารถส่งน้ำได้ตามปกติแล้ว&amp;nbsp;หลังพบตะกอนดินทับถมหน้าอ่างเก็บน้ำจนปิดท่อส่งน้ำทำให้ไม่สามารถส่งน้ำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการไล่ตะกอนในท่อส่งน้ำ&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&amp;nbsp;มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2546&amp;nbsp;เนื่องจากมีการตัดถนนในบริเวณพื้นที่รับน้ำของตัวอ่างเก็บน้ำด้านบนและมีการตัดภูเขารวมทั้งดันดินเพื่อเปิดเส้นทาง&amp;nbsp;ทำให้มีปริมาณตะกอนดินไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;อีกทั้งในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตก&amp;nbsp;ได้ชะล้างดินที่มีการไถเปิดทางไว้&amp;nbsp;ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำอีกด้วย&amp;nbsp;ประกอบกับพื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่รับน้ำ&amp;nbsp;มีการบุกเบิกของประชาชนในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนดินทรายไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้&amp;nbsp;ต่อมาในปี&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;ได้เริ่มมีการอุดตันของท่อส่งน้ำเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขโดยใช้วิธีสูบน้ำจากด้านท้ายล้างดินตะกอนที่อยู่ในอ่างฯ&amp;nbsp;ตลอดจนจ้างเหมาบริษัทเข้าไปดำเนินการขุดลอกและกำจัดดินตะกอนเป็นระยะๆ&amp;nbsp;จนถึงปี&amp;nbsp;2563&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สั่งการให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประสานงานร่วมกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำนักเครื่องจักรกล&amp;nbsp;ดำเนินการตั้งแผนงานขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&amp;nbsp;ให้เสร็จภายในปีนี้&amp;nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาท่ออุดตันที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407113224116</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด ถึงวันที่ 8 เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก&amp;nbsp;พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลากใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;104&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;89&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;65&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาสถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;อย่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าทองเฝ้าระวัง&amp;nbsp;เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;//&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำท่วมขังโดยยกบานประตูระบายน้ำคลองคูพาย&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำคลองป่าเหล้า&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำคลองนครน้อย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;พร่องน้ำรอรับปริมาณน้ำที่จะไหลมาเติมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่&amp;nbsp;อ.ชะอวด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ปากพนัง&amp;nbsp;ได้เร่งระบายน้ำผ่านทางประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลลงสู่ทะเลอ่าวไทยเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กอนช.ยังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำและปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,113&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,320&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407093341078</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ห้วยโก๋น&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.น่าน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ห้วยโก๋น&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;-&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407093835080</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้แก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอัญชลี&amp;nbsp;สุวจิตตานนท์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงผลสำเร็จของโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service&amp;nbsp;ในงานแถลงข่าว&amp;nbsp;OSS&amp;nbsp;เคสดี&amp;nbsp;ต้องมีโชว์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ผลการดำเนินการของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;ที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;108,036&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;394&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;63&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พื้นที่กว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;ปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลง&amp;nbsp;59,047&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ที่สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ยในพืชเศรษฐกิจต่างๆ&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่ามากถึง&amp;nbsp;244&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และเพิ่มผลผลิตได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผลผลิตของเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามค่าวิเคราะห์ดินเพิ่มขึ้นช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และเกิดการจ้างงานในธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2,600&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในด้านการให้บริการเชิงธุรกิจ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;394&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้จดทะเบียนผู้ขายปุ๋ย&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถจำหน่ายปุ๋ยให้กับเกษตรกรทั่วไปได้&amp;nbsp;ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;นับได้ว่าโครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของสมาชิกเครือข่าย&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรทั่วไปให้สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ&amp;nbsp;แนวทางการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407112830111</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>ความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง ล่าสุดมีผู้ได้รับความช่วยเหลือ 5,540 ราย จาก 14,203 ราย เป็นเงินกว่า 179 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้เปิดลงทะเบียนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อรับความช่วยเหลือรายละ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;45,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับอาชีพและขนาดของกิจการ&amp;nbsp;โดยให้บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ต้นเหตุน้ำมันรั่ว&amp;nbsp;เป็นผู้จ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;ซึ่งมีด้วยกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;กลุ่มโรงแรม/ร้านอาหาร&amp;nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;14,203&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่าสุดได้จ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้ได้รับผลกระทบไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,540&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;179.5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;และกลุ่มประมงพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,663&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;119.67&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;2,892&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;42.58&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;และร้านอาหาร&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;17.3&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจสอบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ตั้งแต่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หาดสวนสน&amp;nbsp;จนถึงบริเวณปากคลองแกลง&amp;nbsp;ระยะทางกว่า&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กิโลเมตรไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ขณะที่คุณภาพน้ำทั่วไป&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;และขณะนี้ทางบริษัทกำลังให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหลายแห่ง&amp;nbsp;รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;เพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407120956152</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค (ปศุสัตว์ OK) และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปสุสัตว์อำเภอด่านซ้ายมอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์&amp;nbsp;ตามโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย&amp;nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&amp;nbsp;(ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK)&amp;nbsp;แก่ผู้ประกอบการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งได้แก่.&amp;nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองฟาร์ม&amp;nbsp;สาขาโคกงาม&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;113&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัทรุ่งเรืองสยาม&amp;nbsp;สาขาอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;26/1-2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การให้อาหาร&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายศักดา&amp;nbsp;ศรีมาลา&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;45&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลนาหอ&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รักษาโคป่วย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายอุดม&amp;nbsp;เหมือนศรีชัย&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนาดี&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รักษาโคป่วย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่บ้านบุ่งกุ่ม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลนาหอ&amp;nbsp;บ้านนาหมูม่น&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนาดี&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407111724110</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร และการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางศศิมาภรณ์&amp;nbsp;พันธโคตร&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&amp;nbsp;และผู้แทนห้างสรรพสินค้าโลตัส&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด&amp;nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;นายทองพูน&amp;nbsp;วงษา&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอแปลงใหญ่และเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอแปลงใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านหนองผักหลอด&amp;nbsp;ตำบลบ้านแท่น&amp;nbsp;อำเภอบ้านแท่น&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;(ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนส้มโอทองดีแปลงใหญ่บ้านแห่น)&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรที่มีโรงรวบรวมผักและผลไม้สด&amp;nbsp;มีระบบควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและสามารถส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407131354167</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาวันนี้สูงเกือบ 5,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาวันนี้สูงเกือบ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;451&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;183&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;102&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;88&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;148&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนที่ยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&amp;nbsp;รองลงมาภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;13,164&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,184&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,453&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;วันนี้น่าเป็นห่วงหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางพบค่าฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณ&amp;nbsp;อ.ปาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ปางมะผ้า&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้มากถึง&amp;nbsp;4,904&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;3,546&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;451&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคตะวันตก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407125743166</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>กรมชลประทาน จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ "โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำน้ำงาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&amp;nbsp;"โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจำลักษ์&amp;nbsp;กันเพ็ชร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานเปิดการประชุม&amp;nbsp;และมีผู้แทนกรมชลประทาน&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมและรับฟังการนำเสนอสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ&amp;nbsp;การนำเสนอร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การนำเสนอสรุปผลการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ตลอดจนการรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สืบเนื่องจากนายอดิศักดิ์&amp;nbsp;ศักดิ์นภารัตน์&amp;nbsp;ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้าง&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่งาว&amp;nbsp;บริเวณบ้านแม่หยวก&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.หลวงเหนือ&amp;nbsp;อ.งาว&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลของอำเภองาว&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตำบลบ้านร้อง&amp;nbsp;ตำบลปงเตา&amp;nbsp;ตำบลนาแก&amp;nbsp;ตำบลหลวงเหนือ&amp;nbsp;ตำบลหลวงใต้&amp;nbsp;และตำบลบ้านโป่ง&amp;nbsp;มักจะประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำ&amp;nbsp;หากสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถบรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยสำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา&amp;nbsp;คอนซันแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ซึ่งตามแผนงานการประชาสัมพันธ์โครงการได้กำหนดให้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&amp;nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&amp;nbsp;ให้มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ&amp;nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407135729174</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>บริษัท สยามนาวี จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องการปรับปรุงท่าเทียบเรือ ก่อสร้างท่าเรือ และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวีร์&amp;nbsp;ปาติปา&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สยามนาวี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้บริการขนถ่ายสินค้าประเภทอเนกประสงค์&amp;nbsp;มีความประสงค์ดำเนินการปรับปรุงท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;ก่อสร้างท่าเรือ&amp;nbsp;และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาดเกินกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัท&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระต่อสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือเพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รวบรวมข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ข้อห่วงกังวลที่ได้จาการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;วัดท่าทองใหม่&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอเชิญชวนเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต่อมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวฯ&amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30-12.00&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&amp;nbsp;วัดท่าทองใหม่&amp;nbsp;ตำบลบางกุ้ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางสาว&amp;nbsp;ปิยะนันท์&amp;nbsp;วรรณชาลี&amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการ&amp;nbsp;มือถือ&amp;nbsp;095-962-4064&amp;nbsp;&amp;nbsp;E-mail&amp;nbsp;:&amp;nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407141216185</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>บริษัท เพียว ไบร์ท จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ ที่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวีร์&amp;nbsp;ปาติปา&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือในพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เพียว&amp;nbsp;ไบร์ท&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบล&amp;nbsp;คลองฉนาก&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;มีความประสงค์จะขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;ที่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระพบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาก่อสร้างท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ทราบรายละเอียดโครงการข่าวสาร&lt;/strong&gt;และยังมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มโครงการ&amp;nbsp;และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไข&amp;nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากโครงการต่อไป&amp;nbsp;หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางสาว&amp;nbsp;ปิยะนันท์&amp;nbsp;วรรณชาลี&amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการมือถือ&amp;nbsp;095-962-4064&amp;nbsp;E-mail&amp;nbsp;:&amp;nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407141321187</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายกกชัย&amp;nbsp;ฉายรัศมีกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำและผลการเพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ลุ่มต่ำดังกล่าวจะมีความลาดเทเข้าหาตัวคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;ดังนั้นในช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำป่าจากพื้นที่ตอนบน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอโคกเจริญ&amp;nbsp;อำเภอสระโบสถ์&amp;nbsp;อำเภอหนองม่วง&amp;nbsp;และอำเภอโคกสำโรง&amp;nbsp;ไหลลงมาปะทะกับแนวคันคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรในเขตอำเภอบ้านหมี่ซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;และเนื่องจากพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำกว่าบริเวณอื่นและไม่สามารถระบายน้ำท่วมขังลงคลองชัยนาท-ป่าสักได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยก่อสร้างสถานีสูบน้ำริมคลองฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;เพื่อสูบระบายน้ำท่วมขังลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;พร้อมปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;เพื่อส่งน้ำให้เกษตรกรทำนาปี&amp;nbsp;และทันเก็บเกี่ยวต้นเดือนกันยายนของทุกปี&amp;nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทุ่งรับน้ำหลากที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนในลักษณะแก้มลิงธรรมชาติ&amp;nbsp;พื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;72,680&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สามารถตัดยอดน้ำหลากได้&amp;nbsp;116&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;นอกจากนี้จะเป็นการจัดจราจรน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับช่วงระยะเวลาที่น้ำป่าไหลหลากลงมาและเร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตอนบน&amp;nbsp;เพื่อตัดยอดน้ำหลากของพื้นที่ตอนบนที่จะไหลหลากลงมา&amp;nbsp;และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่แปลงนา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อร่วมกันเกี่ยวข้าวในพื้นที่แปลงนาของ&amp;nbsp;นายพัลลภ&amp;nbsp;โพธิ์อยู่&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยเริ่มปลูกเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และเก็บเกี่ยวในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;และเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ใช้น้ำให้คุ้มค่า&amp;nbsp;รวมถึงการดำเนินการตามข้อสั่งการด้วยความห่วงใยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ใช้น้ำทั้งภาคครัวเรือนและภาคการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164120279</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>จ.พิจิตร สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การรับมือภัยแล้ง เตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกล ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยงประสบภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสิงหราช&amp;nbsp;วงษ์เสงี่ยม&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดพิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;และภัยแล้งจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรณรงค์หยุดเผาในที่โล่งทุกประเภท&amp;nbsp;และงดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้อำเภอติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค.-5&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;627&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เปรียบเทียบปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีจุดความร้อน&amp;nbsp;892&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;29.71&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบพื้นที่เสี่ยงสูง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อ.ทับคล้อ&amp;nbsp;ต.เขาทราย&amp;nbsp;ม.6-8,&amp;nbsp;ม.18&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.วชิรบารมี&amp;nbsp;ต.บ้านนา&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;โดยเตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรอง&amp;nbsp;เร่งสร้างฝายกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;รณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิจิตร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407165715301</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>ม.ราชภัฏเพชรบุรี เป็นเจ้าภาพจัดประชุมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น 76 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนอนุรักษ์ ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผศ.พจนารถ&amp;nbsp;บัวเขียว&amp;nbsp;รองอธิการบดีมาหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ม.ราชภัฏเพชรบุรีมีพันธกิจในการเรียนการสอนแล้วยังเป็นหน่วยงานประสาน&amp;nbsp;การดูแลศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ในครั้งนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นการประชุมหัวหน้าหน่วย&amp;nbsp;76&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;จัดขึ้นที่โรงแรมลองบีช&amp;nbsp;ชะอำ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือของหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นทั่วประเทศ&amp;nbsp;เกิดการประสานงาน&amp;nbsp;แลกเปลี่ยน&amp;nbsp;ความร่วมมือร่วมกันแก้ปัญหาด้านต่างๆ&amp;nbsp;มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนอนุรักษ์&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สิ่งที่ชาวจังหวัดเพชรบุรีจะได้จากการจัดประชุมในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวนสมาชิกจากทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ท่องเที่ยวชุมชนถ้ำรงค์&amp;nbsp;สวนตาลลุงถนอม&amp;nbsp;เยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;ชมศิลปะวัฒนะธรรมวัดใหญ่สุวรรณาราม&amp;nbsp;วัดมหาธาตุวรวิหาร&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดเพชรบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407203101432</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ นำเสนอการบริหารจัดการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับคณะสมาชิกวุฒิสภา พร้อมพบปะผู้ผลิตข้าวคำหอมและผู้ผลิตพืชผักปลอดภัย ของจังหวัดแพร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.10&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&amp;nbsp;อำเภอร้องกวาง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;สกนธ์&amp;nbsp;สัจจานิตย์&amp;nbsp;รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง&amp;nbsp;พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภาตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;(ตอนบน)&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ทวีป&amp;nbsp;เนตรนิยม,&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;ชัชวาลย์&amp;nbsp;สุขสมจิตร์,&amp;nbsp;นายมณเฑียร&amp;nbsp;บุญตัน,&amp;nbsp;นายอภิชาติ&amp;nbsp;โตดิลกเวชช์,&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;สมเจตต์&amp;nbsp;บุญถนอม,&amp;nbsp;นางสุมิตรา&amp;nbsp;อติศัพท์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&amp;nbsp;โดยมีนายวิเชียร&amp;nbsp;อนุสาสนนันท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวศรีสกุล&amp;nbsp;ทำดี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&amp;nbsp;บรรยายสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดอุตรดิตถ์ในการส่งเสริมการปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับรัฐ&amp;nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่เปิดดำเนินการเมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2529&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในชื่อศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่สังกัดกรมการข้าว&amp;nbsp;เมื่อวันที่16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;มีภารกิจหลักคือผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;ชั้นพันธุ์ขยายและชั้นพันธุ์จำหน่าย&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและกระจายพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ,&amp;nbsp;ส่งเสริมเผยแพร่และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกร&amp;nbsp;โดยดำเนินงานภายใต้เงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;เพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืชโดยแต่ละปีจะใช้เงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการ&amp;nbsp;80,152,840&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของท้องถิ่น&amp;nbsp;และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเมล็ดพันธุ์ของเอกชน&amp;nbsp;ตลอดจนศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต&amp;nbsp;การใช้และการตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าว,&amp;nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิทยาการเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และปฏิบัติงานอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตามที่ได้รับมอบหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&amp;nbsp;ได้พบปะกลุ่มผู้ผลิตข้าวคำหอม&amp;nbsp;และพบกลุ่มผู้ผลิตพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เยี่ยมชมกิจการการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164436282</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>ส.ป.ก.อยุธยา จัดงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ พร้อมมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดิน และมอบสินเชื่อเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ศูนย์จัดการที่ดินพระราชทาน&amp;nbsp;ตำบลพระยาบันลือ&amp;nbsp;อำเภอลาดบัวหลวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;บางเขน&amp;nbsp;จัดงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ&amp;nbsp;พร้อมมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมอบสินเชื่อเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;760,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;น.ส.พจนันท์&amp;nbsp;กองมาก&amp;nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;นายอดิเรก&amp;nbsp;อุ่นโอสถ&amp;nbsp;นายอำเภอลาดบัวหลวง&amp;nbsp;ผศ.ดร.นิคม&amp;nbsp;แหลมสัก&amp;nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;นายอนันต์&amp;nbsp;ภู่สิทธิกุล&amp;nbsp;กรรมการส่งเสริมกิจการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;นายพิสิฐ&amp;nbsp;พรหมนารท&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ส.ป.ก.5&amp;nbsp;จังหวัดในที่ดินพระราชทานและส่วนราชการ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ&amp;nbsp;มีกิจกรรมที่น่าสนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Rice&amp;nbsp;Knowledge&amp;nbsp;Sharing&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;"ข้าวประจำถิ่น&amp;nbsp;ข้าวคุณภาพ...สีกิน&amp;nbsp;ที่เหลือขาย&amp;nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง"&amp;nbsp;กิจกรรมบูรณาการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำของห่วงโซ่คุณค่าการพัฒนาธุรกิจข้าวประจำถิ่นและ&amp;nbsp;การเสวนา&amp;nbsp;นวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพและมีการเรียนรู้กิจกรรมผ่านสถานีการเรียนรู้ที่สนับสนุนเกษตรกรในการทำการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การปลูกข้าวปลอดภัย&amp;nbsp;ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;(โดรน)&amp;nbsp;และการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;การสร้างเงินออม&amp;nbsp;การปลูกพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp;การทำการเกษตรครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับชาวนาให้มีความรู้และมุ่งสู่วิถีใหม่ที่มุ่งการผลิตที่ปลอดภัย&amp;nbsp;ห่วงใยสุขภาพและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมนี้&amp;nbsp;หวังให้เกษตรกรปรับลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;และให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบตลาดที่เชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ในการปรับลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp;นำมาปรับใช้ในการผลิตในพื้นที่จะช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต&amp;nbsp;อีกทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรปลูกข้าวที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ผลิต&amp;nbsp;ห่วงใยสุขภาพผู้บริโภคและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรไทยต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;IG&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407171244320</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>เตรียมยื่นคำขอ  "มังคุดในสายหมอกเบตง"เป็นพืช GI จ.ยะลา ชนิดใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรยะลา&amp;nbsp;เตรียมยื่นคำขอ&amp;nbsp;"มังคุดในสายหมอกเบตง"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นพืช&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ชนิดใหม่&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;การประชุมคณะอนุกรรมการสิ่งชี้บ่งทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพานิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;พื่อร่วมพิจารณาการยื่นคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มติที่ประชุมได้เห็นชอบมังคุดในสายหมอกเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นพืชชนิดใหม่ที่จะยื่นคำขอ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;เพื่อบรรจุเป็นชนิดพืชที่จะขอ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ของจังหวัดยะลาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164133280</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>เขตสุขภาพที่ 10 จัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ปลดล็อก กัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้ หายเจ็บ หายจน รวมพลคนรักกัญ และการปาฐกถาพิเศษ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ณ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เขตสุขภาพที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กำหนดจัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ภายใต้สโลแกน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลดล็อก&amp;nbsp;กัญชา&amp;nbsp;กัญชง&amp;nbsp;สร้างสุขภาพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;หายเจ็บ&amp;nbsp;หายจน&amp;nbsp;รวมพลคนรักกัญ&amp;nbsp;ภายในงานจะมีการเสวนาเรื่องการปลดล็อกพืชกัญชากัญชงออกจากรายชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&amp;nbsp;5&amp;nbsp;การให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์&amp;nbsp;การส่งต่อองค์ความรู้จากภาครัฐ&amp;nbsp;นวัฒกรรมการสร้างเศรษฐกิจด้วยพืชกัญชา&amp;nbsp;กัญชง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมการปาฐกถาพิเศษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานจะต้องแสดงหลักฐานฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลการตรวจหาเชื้อในวันงาน&amp;nbsp;พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน&amp;nbsp;หากไม่มีผลตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;ภายในงานจะมีจุดให้บริการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ก่อนเข้างาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407181030339</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี  พบคราบน้ำมันลอยเกยชายฝั่งเกาะสีชัง เป็นระยะทางรวมเกือบกิโลเมตร คาดเรือขนส่งลักลอบทิ้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พบคราบน้ำมันเตาลอยเกยชายฝั่งเกาะสีชัง&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็นระยะทางยาวเกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ตลอดแนวหาดหน้าท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;และบริเวณท่าวัง&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เร่งเก็บตัวอย่างตรวจสอบ&amp;nbsp;และทำความสะอาด&amp;nbsp;คาดน่าจะมาจากเรือขนส่งสินค้าแอบปล่อยน้ำมันทิ้ง&amp;nbsp;เตรียมแจ้งความดำเนินคดี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า&amp;nbsp;พบคราบน้ำมันเตาเป็นจำนวนมากลอยเกยชายหาดในพื้นที่เกาะสีชัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเกาะสีชัง&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็นระยะทางเกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณอ่าวท่าวังภายในพระจุฑาธุชราชฐาน&amp;nbsp;หาดทรายแก้ว&amp;nbsp;หาดท่ายายทิม&amp;nbsp;และบริเวณหาดหน้าสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ศูนย์วิจัย&amp;nbsp;ทช.&amp;nbsp;อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชลบุรี&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;(ศรชล.)&amp;nbsp;ทสจ.ชลบุรี&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(ชลบุรี)&amp;nbsp;และสำนักงาน&amp;nbsp;ทช.ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ชลบุรี)&amp;nbsp;สำรวจบริเวณพื้นที่เกาะสีชัง&amp;nbsp;อ.เกาะสีชัง&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงเรือสำรวจรอบ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;บริเวณเกาะสีชังโดยรอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมัน&amp;nbsp;และนำน้ำทะเลไปตรวจสอบวิเคราะห์ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&amp;nbsp;และเก็บตัวอย่างคราบน้ำมันบริเวณชายหาดเพื่อส่งวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันต่อไป&amp;nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือหน้าสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชังพบคราบน้ำมันเป็นทางยาวประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนอีกจุดที่บริเวณอ่าวท่าวังภายในพระจุฑาธุชราชฐาน&amp;nbsp;พบคราบน้ำมันสองจุด&amp;nbsp;จุดแรกมีคราบน้ำมันยาวประมาณ&amp;nbsp;330&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และจุดที่สองพบคราบน้ำมันยาวประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดชายหาดและพ่นสารเคมีทำลายคราบน้ำมันบางสวนอยู่&amp;nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายของสัตว์น้ำและปะการังในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นเป็นน้ำมันเตาที่ผ่านการใช้แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าน้ำมันที่มาเกยชายหาดในครั้งนี้น่าจะมาจากเรือสินค้าขนาดใหญ่แอบปล่อยน้ำมันลงทะเลในช่วงเวลากลางคืน&amp;nbsp;ก่อนคราบน้ำมันจะลอยเข้าติดชายฝั่งทะเลเกาะสีชังดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายธเนศ&amp;nbsp;ผ่องใส&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวแล้วอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บัณฑิต&amp;nbsp;มันปาฏิ...ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-right"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-right"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407192015385</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ต นำจิตอาสาและประชาชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับกำจัดวัชพืชริมกำแพงคลองบางใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ และปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวในเขตกลางเมืองภูเก็ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายอานุภาพ&amp;nbsp;รอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;นำจิตอาสาและประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ชมรมรักษ์บางใหญ่&amp;nbsp;กำจัดวัชพืช&amp;nbsp;และเก็บขยะในคลองบางใหญ่&amp;nbsp;บริเวณด้านข้างลานมังกร&amp;nbsp;และศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิวภูเก็ต&amp;nbsp;ตำบลตลาดใหญ่&amp;nbsp;กลางเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อให้มีความสะอาด&amp;nbsp;สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&amp;nbsp;ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;และเพื่อความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คลองบางใหญ่&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญและถือเป็นลำคลองสายหลัก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดยมีต้นน้ำในเขตน้ำตกกะทู้ไหลผ่านตัวเมืองภูเก็ตไปออกสู่ทะเลและบริเวณปลายแหลมสะพานหิน&amp;nbsp;มีความยาวกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;คลองบางใหญ่จึงเปรียบเสมือนสายโลหิตหลักของการตั้งถิ่นฐานชุมชนตั้งแต่อดีต&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;เป็นเมืองท่าของการเดินเรือที่มีชื่อเสียงในการค้าขายโดยเฉพาะการทำเหมืองแร่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายอานุภาพ&amp;nbsp;รอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;การพัฒนาคลองบางใหญ่&amp;nbsp;จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปรับสภาพพื้นที่ให้มีความสวยงาม&amp;nbsp;เพื่อประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือของประชาชนบริเวณโดยรอบคลองบางใหญ่&amp;nbsp;ที่จะต้องช่วยดูแลรักษาให้มีความสวยงามตลอดไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407200046414</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.เสนาะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลิ่นงาม&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทนจากหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;76&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ครู&amp;nbsp;และนักศึกษา&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมลองบีช&amp;nbsp;ชะอำ&amp;nbsp;ตำบลชะอำ&amp;nbsp;อำเภอชะอำ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการดำเนินงานภายใต้ภารกิจของกระทรวงทรัพยากร&amp;nbsp;ธรรมชาติ&lt;/strong&gt;และสิ่งแวดล้อมที่ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ธรรมชาติและศิลปกรรม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมรดกของชาติ&amp;nbsp;โดยเป็นการดำเนินงานสืบเนื่องมาจาก&amp;nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2527&amp;nbsp;ที่เห็นชอบแผนพัฒนาการอนุรักษ์&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&amp;nbsp;โดยกำหนดให้มีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัด&amp;nbsp;76&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;(ยกเว้นกรุงเทพมหานคร)&amp;nbsp;เป็นกลไกในการดำเนินงานในท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวังและติดตาม&amp;nbsp;สถานการณ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;สร้างกระบวนการเรียนรู้&amp;nbsp;ให้คำแนะนำด้าน&amp;nbsp;เทคนิควิชาการ&amp;nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการ&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;คุ้มครองและฟื้นฟูคุณภาพ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;กระตุ้นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นทั่วประเทศ&amp;nbsp;เกิดการประสานงาน&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&amp;nbsp;และความร่วมมือ&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการทำลายและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างเสริมความร่วมมือของหน่วยงานในทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ร่วมเป็นเครือข่ายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ฯ&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิผล&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;การประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัดมีประจำทุกปี&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เพชรสมุทรคีรี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;สมุทรสงครามและสมุทรสาคร&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีกิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การประชุมประจำปีภาคีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การบรรยายพิเศษ&amp;nbsp;การถอดบทเรียนงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&amp;nbsp;การมอบโล่แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้หน่วยอนุรักษ์ฯ&amp;nbsp;และการศึกษาดูงานการจัดการสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407200359416</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา  มอบปัจจัยการผลิต โดโลไมท์ (Dolomite) ให้กับหมอดินอาสา และเกษตรกร อ.ด่านขุนทด อ.เทพารักษ์ อ.สีคิ้ว และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนพดล&amp;nbsp;การดี&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวประนัฐญา&amp;nbsp;นีพลกรัง&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตร&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&amp;nbsp;ลงพื้นที่!&amp;nbsp;มอบปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;โดโลไมท์&amp;nbsp;(Dolomite)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ให้กับหมอดินอาสา&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;อำเภอเทพารักษ์&amp;nbsp;อำเภอสีคิ้ว&amp;nbsp;และอำเภอปากช่อง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประปาหมู่บ้านหนองบัวตะเกียด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลหนองบัวตะเกียด&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการมอบปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;โดโลไมท์&amp;nbsp;(Dolomite)&amp;nbsp;พร้อมสาธิตการตรวจสอบความเป็นกรด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด่างของดิน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงประโยชน์ของการปรับปรุงคุณภาพดิน&amp;nbsp;ที่ส่งผลต่อการทำการเกษตร&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาคุณภาพดินในพื้นที่จัดการปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงคุณภาพดินพื้นที่ดินกรด&amp;nbsp;ด้วยการใช้ปูน&amp;nbsp;โดโลไมท์&amp;nbsp;(Dolomite)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อการเกษตรในการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพดินกรด&amp;nbsp;ให้มีสภาพเหมาะสมในการทำเกษตรกรรมเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และมีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดโลไมท์&amp;nbsp;(dolomite)&amp;nbsp;เป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลากหลาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการเกษตรและการทำสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;แร่โดโลไมท์&amp;nbsp;ถูกนำมาผลิตเป็นปูนโดโลไมท์หรือโดโลไมท์เพื่อใช้ลดความเป็นกรดของดินและน้ำ&amp;nbsp;และช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน&amp;nbsp;โดโลไมท์มีทั้งชนิดผงและชนิดเม็ด&amp;nbsp;แรกเริ่มจะมีลักษณะเป็นผงฝุ่น&amp;nbsp;ต่อมาได้มีพัฒนาการเป็นชนิดอัดเม็ด&amp;nbsp;มีขนาดใกล้เคียงกับเม็ดปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานทางด้านเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใส่ไปกับเครื่องหยอดปุ๋ยหรือเครื่องพ่นปุ๋ยได้&amp;nbsp;ในขั้นตอนปั้นเม็ดของผู้ผลิตบางรายได้มีการเพิ่มธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์แก่พืชลงไป&amp;nbsp;เพื่อให้ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407204012436</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>พาณิชย์สุรินทร์ เตรียมจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางวิยะดา&amp;nbsp;เฮ่ประโคน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;เข้าพบผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพี่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพื่อประสานเตรียมการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขารัตนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตข้าวโรงสีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลตาอ็อง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407231407480</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกรมประมง ตรวจติดตาม การดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พ.ศ.2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายประเทศ&amp;nbsp;ซอรักษ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำ&amp;nbsp;ในการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&amp;nbsp;โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์,&amp;nbsp;โครงการตามแผนงานของกรมประมง&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายเมธา&amp;nbsp;คชาภิชาติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการ&lt;/strong&gt;เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามแผนตรวจราชการ&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr.&amp;nbsp;สนง.ประมง&amp;nbsp;จ.พช.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408094601511</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>ชลประทานลำปาง เปิดปัจฉิมนิเทศศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลประทานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;ลงพื้นที่จัดประชุมปัจฉิมนิเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย&amp;nbsp;ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศุภชัย&amp;nbsp;พินิจสุวรรณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่คณะทำงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และทีมบริษัทว่าจ้างที่ปรึกษา&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นเปิดเวทีจัดการประชุมสัมมนาปัจฉิมนิเทศนำเสนอรายงานสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;"การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง"&amp;nbsp;พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประเมินความเหมาะสมเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&amp;nbsp;ตำบลนาแก&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีนายจำลักษ์&amp;nbsp;กันเพ็ชร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดการสัมมนาปัจฉิมนิเทศ&amp;nbsp;พร้อมร่วมรับฟังรายงานการนำเสนอสาระสำคัญขอบเขตและรูปแบบแนวทางที่จะดำเนินงานตามโครงการฯ&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมสัมมนาและแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในเขตพื้นที่,&amp;nbsp;กลุ่มหน่วยงานรับผิดชอบศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบ,&amp;nbsp;กลุ่มหน่วยงานภาคราชการ,&amp;nbsp;กลุ่มหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์,&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สถานศึกษา&amp;nbsp;ศาสนสถาน&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระ,&amp;nbsp;กลุ่มสื่อมวลชน&amp;nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ซึ่งในการประชุมสัมมนา&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ได้มีการนำเสนอสาระสำคัญของผลการศึกษาโครงการฯ&amp;nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบและต้องมีการดำเนินการแก้ไขในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งด้านทรัพยากรกายภาพและชีวภาพ&amp;nbsp;ที่อาจมีผลกระทบต่อ&amp;nbsp;สภาพภูมิประเทศ&amp;nbsp;น้ำผิวดิน&amp;nbsp;ป่าไม้&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;พื้นที่ชั้นผิวดิน&amp;nbsp;ระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ&amp;nbsp;รวมไปถึงการศึกษาในด้านคุณค่าการใช้ประโยชน์ที่จะมีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดิน&amp;nbsp;การคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;และด้านคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ที่จะมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเป็นการนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานประกอบการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ&amp;nbsp;รวมถึงมาตรการแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ&amp;nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงรายละเอียดในรายงานผลการศึกษาให้มีความเหมาะสมครบถ้วน&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;โดยรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ฉบับนี้&amp;nbsp;ทางกรมชลประทานจะได้นำเสนอ&amp;nbsp;ต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;ประกอบการขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&amp;nbsp;1A&amp;nbsp;และขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp;เพื่อก่อสร้างโครงการฯ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่อำเภองาว&amp;nbsp;ได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการก่อสร้าง&amp;nbsp;มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2537&amp;nbsp;แต่เนื่องจากความเห็นต่างของคนในพื้นที่ทำให้โครงการฯ&amp;nbsp;ยืดเยื้อไม่สามารถดำเนินการได้มาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;นับเป็นเวลารวมกว่า&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ&amp;nbsp;ที่จะดำเนินการก่อสร้างนี้&amp;nbsp;เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&amp;nbsp;มีจุดสถานที่ตั้งก่อสร้างอยู่ในเขตพื้นที่บ้านข่อย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และบ้านท่าเจริญ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบ้านร้อง&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยจุดที่ตั้งจะอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&amp;nbsp;1A&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;199.70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งซ้าย&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ป่าแม่โป่ง&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ป่าโซน&amp;nbsp;C&amp;nbsp;อีกประมาณ&amp;nbsp;773.45&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งอ่างเก็บน้ำน้ำงาวจะมีเขื่อนหลักขวางกั้นลำน้ำงาว&amp;nbsp;ขนาดความยาว&amp;nbsp;360&amp;nbsp;เมตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;35.5&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีพื้นที่รับน้ำฝน&amp;nbsp;251.47&amp;nbsp;ตร.กม.&amp;nbsp;มีขนาดความจุระดับกักเก็บ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;และในพื้นที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ&amp;nbsp;ขนาดความยาว&amp;nbsp;505&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ระหว่างถนนกับเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ&amp;nbsp;จะมีการก่อสร้างระบบสูบน้ำจากลำห้วยคืนสู่อ่างเก็บน้ำน้ำงาวด้วย&amp;nbsp;ซึ่งหากโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ก็จะสามารถกักเก็บน้ำส่งช่วยเหลือสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรได้มากกว่า&amp;nbsp;8,477&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในฤดูฝน&amp;nbsp;และสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งได้มากกว่า&amp;nbsp;7,724&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยมีชุมชนพื้นที่อย่างน้อย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ทั้งตำบลบ้านร้องและตำบลปงเตา&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;20,086&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;ปันเต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100147518</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเฮลิคอปเตอร์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพร้อม บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาโดยปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าลดลงมากกว่าทุกปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ส่งเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพร้อม&amp;nbsp;บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาโดยปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าลดลงมากกว่าทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบยังมีจุดฮอตสปอตกระจายเป็นบริเวณกว้าง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าของ&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรเทพ&amp;nbsp;เจริญสืบสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้สั่งการให้มีการระดมการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ส่งเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วม&amp;nbsp;ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าบริเวณ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติสาละวิน&amp;nbsp;และอุทยานแห่งชาติแม่เงา&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;และพื้นที่ป่าห้วยทราย&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีการการประชุมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการป้องกัน&lt;/strong&gt;และแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟ&amp;nbsp;โดยจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปฏิบัติการทางอากาศยาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การปฏิบัติการทางภาคพื้นที่ดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ยังพบจุดความร้อนกระจายในพื้นที่ภูเขาสูงชัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปฏิบัติการดังกล่าวว่ามีการบินดับไฟป่ากว่า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;โดยใช้แหล่งน้ำในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100343520</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ แนะนำเกษตรกรรับมือโรคสัตว์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;บุญญกฤช&amp;nbsp;ปิ่นประสงค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการรับมือโรคสัตว์ต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์กีบคู่&amp;nbsp;รวมถึงโรคคอบวม&amp;nbsp;ปากเท้าเปื่อย&amp;nbsp;ลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;และโรคไข้ขาดำ&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงรอยต่อฤดูฝนไปสูฤดูหนาว&amp;nbsp;จะมีผลต่อการปรับตัวของสัตว์&amp;nbsp;ทำให้สัตว์มีความไวต่อโรคได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีโรคที่เกิดกับสัตว์ที่ควรเฝ้าระวังคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข&amp;nbsp;หรือที่มักเกิดช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;โรคพีอาอาร์เอส&amp;nbsp;โรคอหิวาต์สุกร&amp;nbsp;และโรคปากเท้าเปื่อย&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรคแท้งติดต่อที่อาจมีความรุนแรงเมื่อติดต่อสู่คน&amp;nbsp;ม้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรค&amp;nbsp;African&amp;nbsp;Horse&amp;nbsp;Sickness&amp;nbsp;สัตว์ปีก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;Newcastle&amp;nbsp;IBR&amp;nbsp;และไข้หวัดนก&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เกษตรกรควรมีการเฝ้าระวังโรคทั้งเชิงรุกและเชิงรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการเฝ้าระวังเชิงรับจะเป็นการจัดทำระบบรายงานโรค&amp;nbsp;เมื่อสงสัยว่าสัตว์ของตนเป็นโรคระบาดควรติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและเก็บตัวอย่างรอยโรคเพื่อดำเนินการวินิจฉัยโรคและควบคุมป้องกันโรคได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;หากสัตว์เกิดโรคต้องทำการการุณยฒาตสัตว์&amp;nbsp;โดยจะต้องมีคณะกรรมการในระดับต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลร่วมกัน&amp;nbsp;หากสัตว์ล้มตายห้ามนำสัตว์ไปจำหน่าย&amp;nbsp;เมื่อต้องขุดฝังซากระยะห่างจากปากหลุมจนถึงซากที่สูงที่สุดต้องห่างกันอย่างน้อย&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ต้องพ่นยาฆ่าเชื้อและโรยปูนขาวและต้องให้ดินพูนสุงขึ้นจากพื้น&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้หลุมฝังซากระเบิดเมื่อเกิดแก๊สจากหลุมฝัง&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถติดต่อกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้ทาง&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;DlD&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;และสายด่วนกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;063-225-6888&amp;nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ใกล้บ้านโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408102514533</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันนี้ถึง 14 เม.ย.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันนี้ถึง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือและส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;62&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และพังงา&amp;nbsp;46&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;25,970&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;20,190&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;พบเมื่อวานนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ระดับน้ำที่สถานีจิ่งหงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;โดยมีอัตราการระบายน้ำจากเดิม&amp;nbsp;2,030&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;2,192&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบในพื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;อ.เชียงแสน&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;810&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;-&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;อ.เชียงคาน&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.โขงเจียม&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กอนช.ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408093916509</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนทุกพื้นที่เตรียมรับมือกับสภาพอากาศร้อน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์นี้บริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล&amp;nbsp;มีอากาศร้อนและฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;แต่ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็น&amp;nbsp;รวมถึงมีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่&amp;nbsp;คลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และระวังน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408102145529</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และ ต.ระแหง อ.เมือง จ.ตาก  ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีส้ม 14 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ระแหง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีส้ม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ระแหง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลังวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408095515513</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 5,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้สูงเกือบ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;352&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;166&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พิจิตร&amp;nbsp;27&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกาญจนบุรี&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;เกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือจุดความร้อนลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในบางพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;13,200&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,252&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,650&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทั้งประเทศตั้งแต่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ไปจนถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;เกิดจากจุดความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องของประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;มีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้มากถึง&amp;nbsp;4,746&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;3,583&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;424&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100850524</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ภาคใต้ฝนตกน้อยลงแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&amp;nbsp;46,974&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&amp;nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&amp;nbsp;23,036&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม&amp;nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนด&amp;nbsp;แม้ว่าปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ภาคใต้จะลดลงบ้างแล้วในบางพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังคงกำชับให้โครงการชลประทานในเขตสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;14-17&amp;nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องเหมาะสม&amp;nbsp;รวมถึงเน้นย้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะ&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดกลางทางภาคใต้&amp;nbsp;ให้บริหารจัดการตามบริบททางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทาน&amp;nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่รับทราบถึงสถานการณ์และปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;รวมถึงแผนเพาะปลูกในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ที่สำนักงานชลประทานดูแลอยู่&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408160733743</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกรมประมง ตรวจติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเทศ&amp;nbsp;ซอรักษ์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำ&amp;nbsp;ในการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&amp;nbsp;โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์,&amp;nbsp;โครงการตามแผนงานของกรมประมง&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเมธา&amp;nbsp;คชาภิชาติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามแผนตรวจราชการ&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408105747561</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>องคมนตรี ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเทศ&amp;nbsp;ซอรักษ์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์,&amp;nbsp;นายเมธา&amp;nbsp;คชาภิชาติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ของกรมประมงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับการมาติดตามและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ของนายพลากร&amp;nbsp;สุวรรณรัฐ&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;และได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และพันธุ์ปลาบ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ลงสู่โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตำบลห้วยใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และเป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนจากการทำประมงของชุมชน&amp;nbsp;สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำจืด&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;คืนความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น&amp;nbsp;อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408110715571</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานีติดตามการรายงานผลและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายและเสื่อมโทรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องตาปี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจาก&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ให้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;เพื่อหารือและติดตามการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp;ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยการนี้ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาโครงการที่บริษัทเอกชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตดำเนินโครงการประเภทโรงแรม&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;หรือรีสอร์ท&amp;nbsp;ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการโรงแรมบุรีบีช&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;Villa&amp;nbsp;Cha&amp;nbsp;Cha&amp;nbsp;Chaloklum&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นไปตามหลักของการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือไม่&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อสงวนรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มิให้ถูกทำลายเสียหาย&amp;nbsp;และเสื่อมโทรมมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408114818590</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>(EIA) ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงท่าเรือ ก่อสร้างท่าเรือ และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาด เกินกว่า 500 ตันกรอส ของ พี.ซี สยามปิโตรเลียม จำกัด ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวีร์&amp;nbsp;ปาติปา&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;พี.ซี&amp;nbsp;สยามปิโตรเลียม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้บริการขนถ่ายสินค้าประเภทอเนกประสงค์ทั่วไป&amp;nbsp;มีความประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงท่าเรือ&amp;nbsp;ก่อสร้างท่าเรือ&amp;nbsp;และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์&amp;nbsp;การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาด&amp;nbsp;เกินกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไประเบียบกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA)&amp;nbsp;ตามประกาศทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พ.ศ.2562&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำรายการประเมินผลสิ่งแวดล้อมโครงการเทียบเรือดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาฯ&amp;nbsp;ได้รวบรวมข้อเสอนแนะ&amp;nbsp;ข้อห่วงกังวลที่ได้จากการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและการจัดการประชุม&amp;nbsp;รับฟังความคิดเห็นครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาเอกประสงค์&amp;nbsp;วัดท่าทองใหม่&amp;nbsp;นำมากำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการท่าเทียบเรือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ขอเชิญเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต่อร่างมาตรการป้องกันปละแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวฯ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30-12.00น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&amp;nbsp;วัดท่าทองใหม่&amp;nbsp;ตำบลบางกุ้ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาว&amp;nbsp;ปิยะนันท์&amp;nbsp;วรรณชาลี&amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการ&amp;nbsp;มือถือ&amp;nbsp;095-962-4064&amp;nbsp;E-mail:piyanan.wan@siamenvi.co.th&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408143035654</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด ต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม และของชุมชน เพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายธีรพงศ์&amp;nbsp;มนต์แก้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวพัทธนันท์&amp;nbsp;บุญคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&amp;nbsp;ธนาคารปูม้า&amp;nbsp;และได้มีการต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&amp;nbsp;และของชุมชน&amp;nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&amp;nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้ง&amp;nbsp;และจ๊อปู&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;และได้ร่วมกันวางแผนแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408135443625</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายธีรพงศ์&amp;nbsp;มนต์แก้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวพัทธนันท์&amp;nbsp;บุญคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;1.&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานเส้นพลาสติกบ้านโคกออก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีกิจกกรมจักสานเส้นพลาสติกและทำขนมพื้นบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;2.วิสาหกิจชุมชนควนวิไลฟาร์มสเตย์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;แปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp;และทำขนมตามเทศกาล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;และสมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408135714628</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมันเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลืองสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย สร้างรายได้และมีตลาดในการรองรับผลผลิตที่แน่นอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;เยี่ยมวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแหลมสอม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;(สมาชิกวิสาหกิจชุมชน)&amp;nbsp;พาชมกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;ซึ่งใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สร้างโรงเรือนมุงด้วยผ้าใบพลาสติก&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ทำบ่อพลาสติก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;พร้อมติดตั้งระบบเติมน้ำและระบบน้ำออกจากบ่อ&amp;nbsp;โดยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เริ่มจับขายได้ในราคา&amp;nbsp;กิโลละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(&amp;nbsp;80-90&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;/กิโลกรัม&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และมีตลาดในการรองรับผลผลิตที่แน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับหอยเชอรี่สีทองนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อัตราการตายน้อย&amp;nbsp;กินพืชผัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;ใบตำลึง&amp;nbsp;ใบหม่อน&amp;nbsp;ชะพลู&amp;nbsp;โตเร็ว&amp;nbsp;เนื้อกรุบ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นุ่ม&amp;nbsp;หวานมัน&amp;nbsp;ไม่เหนียว&amp;nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&amp;nbsp;รสชาติคล้ายหมึก&amp;nbsp;และได้ชื่อว่าเป็นหอยเป่าฮื้อน้ำจืด&amp;nbsp;สามารถนำไปทำเมนู&amp;nbsp;ยำ&amp;nbsp;ต้ม&amp;nbsp;ผัด&amp;nbsp;แกง&amp;nbsp;ทอดหรือลวกจิ้มได้&amp;nbsp;นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&amp;nbsp;มีกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กิจกรรมด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;เลี้ยงโค&amp;nbsp;เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp;เลี้ยงไก่&amp;nbsp;กิจกรรมด้านประมง&amp;nbsp;เลี้ยงปลา&amp;nbsp;เลี้ยงหอยเชอรี่&amp;nbsp;เลี้ยงกบ&amp;nbsp;กิจกรรมด้านการเกษตร&amp;nbsp;ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปลูกผัก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408140014633</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ติดตามโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;1.วิสาหกิจชุมชนไตปลาคั่วกลิ้งพริกไทยปะเหลียน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบางด้วน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ไตปลาแห้ง&amp;nbsp;พริกไทยแท้พันธุ์ปะเหลียน&amp;nbsp;ให้รสชาติเข้มข้น&amp;nbsp;ถึงรสพริกไทย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;2.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกงบ้านสันติราษฎร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เครื่องแกง&amp;nbsp;(แกงกะทิ&amp;nbsp;แกงส้ม&amp;nbsp;แกงพริก&amp;nbsp;แกงผัดเผ็ด)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการ&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408144622668</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดตรัง ลงพื้นที่คัดเลือกและพิจารณาคัดกรองบุคคลและหน่วยงานดีเด่น ประเภทเกษตรตำบลดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคัดกรองบุคคลและหน่วยงานดีเด่น&amp;nbsp;ประเภทเกษตรตำบลดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางพรทิพย์&amp;nbsp;ศรีสมโภชน์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่คัดเลือกและพิจารณา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านทุ่งครก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ได้คัดเลือก&amp;nbsp;นางกติญา&amp;nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;เข้าร่วมคัดเลือก&amp;nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานเด่นด้านส่งเสริมการเกษตรในตำบลนาท่ามเหนือ&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;1.การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;2.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านบางยาง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;3.การพัฒนาศักยภาพแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้ติดตามและเยี่ยมเยียนกิจกรรมการผลิตเครื่องแกงของวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครกอีกด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมการคัดเลือกเกษตรตำบลดีเด่น&amp;nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการพัฒนาของบุคลากรได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ&amp;nbsp;ในการพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;มีความรู้&amp;nbsp;ทักษะ&amp;nbsp;และความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;และยังสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรให้เกิดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408140650640</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>จ.สุโขทัย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุโขทัยค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกินค่ามาตรฐานฯ&amp;nbsp;อยู่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;มีค่าเท่ากับ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ถือว่าอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พร้อมขอให้ประชาชนทุกคนเฝ้าระวังสุขภาพ&amp;nbsp;หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กเมื่อมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมในที่โล่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ระบุว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ภาคเหนือระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบจุดความร้อนเกิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ประกอบกับกลุ่มควันขนาดใหญ่จากการเผาในที่โล่งปกคลุมภูมิภาคตอนบนของประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลให้จังหวัดสุโขทัยพบค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;ขนาดเล็กเริ่มเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อน&amp;nbsp;(hotspot)&amp;nbsp;สะสม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2-8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีจำนวนรวม&amp;nbsp;59&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408134000621</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>อร่อย ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ มนต์เสน่ห์และเครื่องหมายการันตีในการสร้างคุณภาพของมังคุดในสายหมอกเบตง ขณะที่เกษตรยะลา เตรียมยื่นคำขอ เป็นพืช GI จ.ยะลา ชนิดใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสวรรค์&amp;nbsp;วุฒิพิทักษ์ศักดิ์&amp;nbsp;เกษตรกรเจ้าของสวนมังคุด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับเหล่าสมาชิกแปลงใหญ่มังคุดในสายหมอกในพื้นที่ใต้สุดแดนสยามแห่งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วยเกษตรกรชาวสวนมังคุดหัวก้าวหน้า&amp;nbsp;44&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่มองเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีการบริการจัดการสวนสมัยใหม่เข้ามาใช้&amp;nbsp;อีกทั้งยังเน้นรูปแบบการเกษตรที่สร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้กับผู้บริโภคด้วยการดำเนินในแนวทางของเกษตรอินทรีย์ที่เน้นการสร้างผลผลิตที่ปลอดสารพิษ&amp;nbsp;ซึ่งความ&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ใส่ใจสุขภาพ&amp;nbsp;คือสโลแกนที่ทางแปลงใหญ่มังคุดแห่งนี้ได้ยึดมั่น&amp;nbsp;จนกลายเป็นมนต์เสน่ห์และเครื่องหมายการันตีในการสร้างคุณภาพของผลผลิต&amp;nbsp;ที่มาจากต้นมังคุดในสวนที่ปลูกเรียงรายไปตามเนินเขาสูงริมชายแดน&amp;nbsp;โดยในช่วงเช้าก่อน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โมง&amp;nbsp;จะปกคลุมไปด้วยสายหมอกสีขาวตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดผลผลิตคุณภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสภาพอากาศและการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ&lt;/strong&gt;ภายใต้แนวทางการของเกษตรอินทรีย์ที่เน้นทุกอย่างจากธรรมชาติ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การใช้ปุ๋ยคอกทดแทนปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมถึงสภาพพื้นที่และอากาศของเบตง&amp;nbsp;จึงทำให้ผลมังคุดที่มีลักษณะเนื้อแห้ง&amp;nbsp;เนื้อไม่เปียก&amp;nbsp;ถึงแม้จะเก็บสุกจนขั้วแดงแล้ว&amp;nbsp;ยังสามารถเก็บไว้ได้หลายวัน&amp;nbsp;และเพื่อให้มีความหวานอร่อยตามธรรมชาติ&amp;nbsp;จึงจะเน้นการเก็บผลสุกที่เป็นสีม่วง&amp;nbsp;ขั้วเขียว&amp;nbsp;เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยความโดดเด่นอันสืบเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างความแตกต่างนี้เองจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น&amp;nbsp;มังคุดในสายหมอก&amp;nbsp;ซึ่งแม้มังคุดเบตงนั้น&amp;nbsp;ผิวอาจไม่สวย&amp;nbsp;แต่รับรองว่า&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;ทานแล้วปลอดภัย&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;การพัฒนาผลผลิตมังคุดที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดสารพิษจากการใช้ยาเคมีฉีดพ่น&amp;nbsp;จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สมาชิกทุกคนร่วมกันยึดเป็นหลักสำคัญ&amp;nbsp;จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสมาชิกล้วนแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการพัฒนาด้านการตลาด&amp;nbsp;ที่ไม่ยอมแพ้กับการที่ราคาผลผลิตต้องขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;เกษตรกรได้มีการพัฒนาเพื่อขายตรงให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศในระบบออนไลน์&amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้นับเป็นจุดเด่นที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในสายหมอกของอำเภอเบตงแห่งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ประชุมคณะอนุกรรมการสิ่งชี้บ่งทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพานิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;พื่อร่วมพิจารณาการยื่นคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;GI&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มติที่ประชุมได้เห็นชอบมังคุดในสายหมอกเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นพืชชนิดใหม่ที่จะยื่นคำขอ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;เพื่อบรรจุเป็นชนิดพืชที่จะขอ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ของจังหวัดยะลาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408143329655</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>ขนส่งกรุงเก่าฯ นำร่องปฏิบัติการเชิงรุก ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอ็มบี  มินีแบ ไทย จำกัด ตรวจสอบค่ามลพิษ (ควันดำ) รถรับ-ส่ง พนักงานหวังแก้ไขปัญหาPM 2.5  เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไฟซอน&amp;nbsp;อับดุลสมัด&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายผู้ตรวจการขนส่งนำร่องลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอ็นเอ็มบี-มินีแบ&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ในการตรวจสอบค่ามลพิษ&amp;nbsp;(ควันดำ)&amp;nbsp;ของรถรับ-ส่ง&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;ทุกบริษัทฯในเครือ&amp;nbsp;เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานปฏิบัติงานจำนวนมาก&amp;nbsp;และต้องใช้รถในการรับ-ส่งพนักงานจำนวนมากเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเป็นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางมาปฏิบัติงานของพนักงาน&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอ็นเอ็มบี-มินีแบ&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจวัดค่ามลพิษของรถรับ-ส่งพนักงาน&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สรุปตรวจรถไปแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;277&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ในจำนวนนี้พบรถที่มีค่าควันดำเกินกว่าค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;123&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ซึ่งได้ตักเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;บำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานด้วยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;IG&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408145403677</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ปล่อยพันธุ์ลูกปูทะเลคืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนประมง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานพิธีมอบพันธุ์ลูกปูทะเลให้กับกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งบ้านขุนสมุทรจีน&amp;nbsp;และร่วมปล่อยพันธุ์ลูกปูทะเลคืนสู่ทะเล&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยพจน์&amp;nbsp;จรูญพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;นายเจนเจตน์&amp;nbsp;เจนนาวิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;นายประทีป&amp;nbsp;นทีทวีวัฒน์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;นายโยธิน&amp;nbsp;เทอดวงศ์วรกุล&amp;nbsp;รักษาการแทนประมงจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดขุนสมุทรทราวาส&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลแหลมฟ้าผ่า&amp;nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีปริมาณลดน้อยลง&amp;nbsp;และมีการจับสัตว์น้ำที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี&amp;nbsp;ทำให้ชาวประมงประสบปัญหาจับสัตว์น้ำได้น้อยลงและมีรายได้ลดน้อยลงด้วย&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมฟ้าผ่าและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งบ้านขุนสมุทรจีน&amp;nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมชุมชนประมงในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนประมง&amp;nbsp;โดยการปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเลขนาด&amp;nbsp;20-25&amp;nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;รวมพันธุ์ปูทะเลกว่า&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มประมาณสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;บริเวณชายฝั่งของตำบลแหลมฟ้าผ่า&amp;nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408174855814</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นำคณะลงพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลท่าอุแท&amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&amp;nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายพูลศักดิ์&amp;nbsp;โสภณปทุมรักษ์&amp;nbsp;นายอำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp;นายนายสมศักดิ์&amp;nbsp;ขาวหนูนา&amp;nbsp;ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายจำนง&amp;nbsp;สวัสดิ์วงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งตำบลท่าอุแทและตำบลท่าทอง&amp;nbsp;เป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอดอนสัก&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;210&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ราษฎร&amp;nbsp;450&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;จนสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;ทั้งพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;สามารถเบิกจ่ายงบประมาณจังหวัดเยียวยาทันที&amp;nbsp;แต่หากเกินกว่าอำนาจจังหวัด&amp;nbsp;สามารถส่งเรื่องให้ส่วนกลางจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408152317722</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดตาก ปี 2564-2565 แถลงข่าวผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 ของจังหวัดตาก ครั้งที่ 1</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมชัย&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ของจังหวัดตาก&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสาธิต&amp;nbsp;มณฑาทิพย์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;เรืองเดช&amp;nbsp;ฟูปินวงศ์&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก&amp;nbsp;(ฝ่ายทหาร)&amp;nbsp;พันตำรวจเอกชูสิทธิ์&amp;nbsp;วงษ์บุรี&amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก&amp;nbsp;นางสาวจิตรา&amp;nbsp;ราชแก้ว&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;สาคร&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก&amp;nbsp;นายประสิทธิ์&amp;nbsp;ท่าช้าง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;(ตาก)&amp;nbsp;และนายนิติกรณ์&amp;nbsp;ไชยสิทธิ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฎิบัติการไฟป่า&amp;nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;(ตาก)&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จังหวัดตากเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ถึงร้อยละ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;มีภูเขาสูงชัน&amp;nbsp;สภาพภูมิประเทศคล้ายแอ่งกระทะ&amp;nbsp;อีกทั้งยังมี&amp;nbsp;อาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;จึงทำให้ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่รุนแรงในห้วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากการเผาในพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;การเผาเพื่อล่าสัตว์&amp;nbsp;การเผาขยะ&amp;nbsp;และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในการเตรียมการเพาะปลูกรอบปีถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดตากได้มีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยเน้นประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;แบบเคาะประตูบ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การกำหนดแผนการจัดระเบียบการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;ในช่วงก่อนและหลังประกาศห้ามเผาเด็ดขาดโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหมอกควันสะสม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การควบคุมผู้มีอาชีพเก็บหาของป่าผู้มีวิถีชีวิตอยู่กับป่า&amp;nbsp;โดยดำเนินการสำรวจรายชื่อราษฎรในพื้นที่จังหวัดตากในทุกอำเภอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;863&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบหมายกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ควบคุมดูแลผู้มีอาชีพเก็บหา&amp;nbsp;ของป่าในแต่ละชุมชนอย่างใกล้ชิดดึงมาเป็นแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&amp;nbsp;การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;และพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;โดยการกำหนดห้วงเวลาในการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;การดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน&amp;nbsp;215&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตากได้กำหนดตัวชี้วัดในการดำเนินงานประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวชี้วัดคือ&amp;nbsp;การลดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;%&amp;nbsp;จากค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีย้อนหลัง&amp;nbsp;คือไม่เกิน&amp;nbsp;7,595&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และจำนวนวันที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐาน&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;%&amp;nbsp;จากค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีย้อนหลัง&amp;nbsp;คือไม่เกิน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;จังหวัดตากได้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดส่งผลให้ตั้งแต่มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;สามารถลดจุดความร้อนลงได้มากถึง&amp;nbsp;78.76%&amp;nbsp;และสามารถควบคุมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชนชาวจังหวัดตาก&amp;nbsp;ลดลงได้มากถึง&amp;nbsp;64.44&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;จังหวัดตากยังได้ออกประกาศจังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ห้ามเผาเด็ดขาด&amp;nbsp;ในห้วงเวลาระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนเผาในที่โล่งหรือพื้นที่เกษตรหรือเผาป่า&amp;nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมาย&amp;nbsp;ตามแต่กรณีแต่ละพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้&amp;nbsp;โดยมีบทกำหนดโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;และปัจจุบันจังหวัดตากได้ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยไม่มีข้อยกเว้น&amp;nbsp;ซึ่งตั้งแต่ห้ามเผาเด็ดขาด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ว่ากล่าวตักเตือน&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตากได้ดำเนินการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตากอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวจังหวัดตาก&amp;nbsp;รวมทั้งป้องกัน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดตากอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408185251867</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>สนง.พาณิชย์จังหวัดแพร่ จัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องนครา&amp;nbsp;พาวิเลียน&amp;nbsp;โรงแรมแพร่นครา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวนิติยา&amp;nbsp;พงษ์พานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป็นประธานงานสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรรับทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการติดตามผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจากผู้แทนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และมันสำปะหลัง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ตามข้อเสนอของท่านจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ในการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;และยางพารา&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;โดยจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมันและยางพาราปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;63,708&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งงานสัมมนาฯครั้งนี้&amp;nbsp;จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ&amp;nbsp;และได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184329864</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>สนง.พาณิชย์จังหวัดแพร่ จัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องนครา&amp;nbsp;พาวิเลียน&amp;nbsp;โรงแรมแพร่นครา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวนิติยา&amp;nbsp;พงษ์พานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป็นประธานงานสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรรับทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการติดตามผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจากผู้แทนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และมันสำปะหลัง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ตามข้อเสนอของท่านจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ในการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;และยางพารา&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;โดยจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมันและยางพาราปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;63,708&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งงานสัมมนาฯครั้งนี้&amp;nbsp;จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ&amp;nbsp;และได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184329865</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เกษตรกรที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรในพื้นที่จังหวัดพัทลุง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;โปรดให้นายกู้เกียรติ&amp;nbsp;วงศ์กระพันธุ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;มอบให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกรพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;รัตนพร&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นตัวแทนเข้ารับมอบ&amp;nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นำส่งต่อยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;49&amp;nbsp;กล่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;โปรดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&amp;nbsp;ไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งเป็นจำนวน&amp;nbsp;149&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรทั้งหมด&amp;nbsp;149&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คือเกษตรกรที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเข้าไปทำลายสุกร&amp;nbsp;เพื่อการควบคุมโรคและขอค่าชดเชยในการทำลายสุกร&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เริ่มมีการระบาดของโรคระบาดในสุกรตั้งแต่ช่วงเดือน&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&amp;nbsp;ชนิดโรคพื&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;เอส&amp;nbsp;ครั้งแรกเมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อ.บางแก้ว&amp;nbsp;และยังพบการระบาดของโรคเรื่อยมาในเขตอำเภอ&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวชนิดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่&amp;nbsp;อ.ควนขนุนครั้งแรก&amp;nbsp;และปัจจุบัน&amp;nbsp;มีการระบาดทั้งสิ้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อ.ควนขนุน&amp;nbsp;อ.เมืองพัทลุง&amp;nbsp;อ.ศรีบรรพต&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ปากพะยูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ทรงห่วงใยพสกนิกร&amp;nbsp;จึงพระราชทานสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&amp;nbsp;ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สวท.พัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408165021763</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>ภาคเอกชนรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรณีการศึกษา ร่างมาตรการป้องกัน แก้ไข ติดตาม ตรวจสอบ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือหมายเลข 5 ของบริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่วัดน้อยนางหงษ์&amp;nbsp;ต.ท่าจีน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เมืองฯ&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;ร.ต.ประพันธ์&amp;nbsp;ถึกสกุล&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อผลการศึกษาและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการท่าเทียบเรือบริษัท&amp;nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(ท่าเทียบเรือหมายเลข&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;เจียระไน&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าจีน&amp;nbsp;นายเทพภิฑูรย์&amp;nbsp;สมวงศ์ษา&amp;nbsp;ผู้จัดการส่วนการผลิต&amp;nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;และประชาชนในเขตอำเภอเมือง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ต.ท่าจีน&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;ท่าฉลอม&amp;nbsp;ต.มหาชัย&amp;nbsp;ต.โกรกกราก&amp;nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&amp;nbsp;ต.บางกระเจ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.ท่าทราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.บ้านเกาะ&amp;nbsp;และต.นาดี&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเทพภิฑูรย์&amp;nbsp;สมวงศ์ษา&amp;nbsp;ผู้จัดการส่วนการผลิต&amp;nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;ได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ดำเนินการบริการผลิตน้ำมันหล่อลื่นจาระบี&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม&amp;nbsp;ผลิตน้ำมันหม้อแปลง&amp;nbsp;บริการรับและจัดเก็บ&amp;nbsp;และจัดจ่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับลูกค้า&amp;nbsp;โดยมีท่าเทียบเรือเพื่อการขนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานของตนเอง&amp;nbsp;และเนื่องจากกิจการการขนส่งทางน้ำของประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จึงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อผู้ประกอบการเดินเรือบรรทุกสินค้าทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับปรุงท่าเรือและก่อสร้างท่าเรือเพื่อให้รองรับเทียบเรือขนาดเกินกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอสได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;กำหนดประเภทโครงการ&amp;nbsp;กิจการ&amp;nbsp;หรือการดำเนินการ&amp;nbsp;ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ได้กำหนดให้&amp;nbsp;โครงการประเภทท่าเทียบเรือที่รองรับเรือขนาดตั้งแต่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอสขึ้นไป&amp;nbsp;หรือมีความยาวหน้าท่าตั้งแต่&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แต่ไม่ถึง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;หรือมีพื้นที่ท่าเทียบเรือรวม&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;แต่ไม่ถึง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเพื่อให้เป็นไปตามประกาศฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สผ.)&amp;nbsp;และเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางโครงการฯ&amp;nbsp;จึงได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อห่วงกังวล&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียต่อการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการ&amp;nbsp;และร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดจนรวบรวมข้อคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อห่วงกังวล&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อโครงการฯ&amp;nbsp;มาปรับปรุงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์&amp;nbsp;ก่อนนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408172914794</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>ผลลัพธ์ จากมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกและทิศทางในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง&lt;/strong&gt; งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม  2563 ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในสังคมไทยได้ตระหนักรู้จากสื่อและจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนถึงการให้ความร่วมมือของประชาชนทั่วไปและความร่วมมือของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตฯ เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่ยังมีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับมาตรการนี้เกิดขึ้นอยู่&lt;/strong&gt;  ไปดูที่มา ผลลัพธ์และทิศทางในอนาคตของมาตรการนี้กัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระแสงดใช้พลาสติกทั่วโลกและที่มาของมาตรการในไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการงดใช้พลาสติก&lt;/strong&gt; เป็นกระแสที่ส่งแรงกระเพื่อมในสังคมโลกมามากกว่าสิบปีแล้ว เนื่องจากชาวโลกเห็นถึงผลกระทบจากการใช้ถุงพลาสติกที่มากเกินไป กลายเป็นขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ธรรมชาติไม่ว่าพื้นที่ป่าไม้ ทะเลและบรรดาสัตว์ต่างๆ ทั้งในน้ำและบนบก ต่างได้รับผลกระทบจากพลาสติก รวมทั้งขยะจากพลาสติกยังเป็นส่วนทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หลายต่อหลายประเทศจึงมีมาตรการและตั้งเป้าหมายต่างๆ ออกมา เพื่อลดการใช้ไปจนถึงการเป็นประเทศปลอดการใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม หรือภาชนะต่างๆ ที่ทำจากพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ขณะที่ไทยเราก็มีไทม์ไลน์ของมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกโดยสรุปดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ปี 2561 เริ่มมีแนวคิดที่จะลดละเลิกถุงพลาสติก&lt;/strong&gt;ตามหน่วยงานราชการและเอกชน เช่น ผู้ขายสินค้าต่างๆ อันเป็นรูปแบบการรณรงค์โดยสมัครใจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยหลายแห่งเริ่มปรากฏให้เห็นถึงผลกระทบจากพลาสติกที่กลายเป็นขยะตกค้างและส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ทะเล จนต้องมีประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปี 2562 เริ่มมาตรการลดถุงพลาสติกอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเชิงรุก อย่างการห้ามให้พลาสติกหุ้มฝาเครื่องดื่ม มาตรการการห้ามใช้ถุงพลาสติกในสถานศึกษา การรณรงค์ไม่รับถุงพลาสติก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1 มกราคม 2563 เริ่มใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง&lt;/strong&gt; งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มาตรการนี้เป็นไปในลักษณะการขอความร่วมมือ มีร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หลายแห่งเข้าร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกฯ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กว่า 2 ปีที่ผ่านมากับการใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง&lt;/strong&gt; งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หลายต่อหลายคนได้เห็นภาพ หรือได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการใช้ชีวิตประจำวันถึงการตื่นตัวและการให้ความร่วมมือจากประชาชนและร้านค้า อย่างการได้เห็นผู้คนหันมาใช้ถุงผ้านำไปใส่ของเองเมื่อไปซื้อของตามร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งในตลาดสด ก็มีผู้คนนำถุงผ้าไปใช้แทนถุงพลาสติกมากขึ้น ขณะที่ร้านค้าก็ลดการแจกถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้าได้มากขึ้น ด้วยวิธีการที่หลากหลาย อย่างร้านสะดวกซื้อไม่แจกถุงพลาสติกให้ผู้ซื้อสินค้าหากมูลค่าสินค้าที่ซื้อรวมไม่ถึง 150 บาท แต่หากลูกค้ายังต้องการถุงพลาสติกก็ต้องซื้อถุงเอง ราคาราวใบละ 2-3 บาท โดยมิได้บังคับซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าบางแห่งไม่แจกถุงพลาสติกทุกกรณี ลูกค้าต้องนำถุงผ้าส่วนตัวไปใช้เอง หรือใช้กล่องกระดาษที่ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตจัดไว้ให้ใช้แทนถุงพลาสติก เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้พอตีความได้ว่า เป็นผลลัพธ์ที่ได้กลับมาในทางที่ดี เพราะประชาชนและผู้ประกอบการมีจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบและใส่ใจร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ผลลัพธ์ในเชิงตัวเลข&lt;/strong&gt; มีข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ตั้งแต่ดำเนินมาตรการมาจนถึงขณะนี้ ลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วไปได้กว่า 341 ล้านใบ ถือว่าลดลงได้อย่างน่าพอใจไม่น้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ผลกระทบและข้อสงสัย จากมาตรการลดใช้ถุงพลาสติก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทุกนโยบายทุกมาตรการ ล้วนก่อให้เกิดผลประโยชน์&lt;/strong&gt; ผลกระทบและข้อสงสัยต่างๆ ตามมา มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกฯ ก็เช่นกัน ในแง่ของผลกระทบ อย่างเช่นในระยะแรกประชาชนยังไม่รับรู้ถึงแนวทางปฏิบัติ พอไปถึงแหล่งซื้อสินค้ากลับไม่มีถุงพลาสติกให้ได้ใช้ฟรีเหมือนเดิม นำมาซึ่งความไม่สะดวกพอควร แต่ผ่านไปสักระยะหนึ่งประชาชนส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวได้ ปัญหานี้จึงคลี่คลาย มาตรการก็เดินหน้าราบรื่นขึ้น&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักๆอีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายถุงพลาสติก ส่วนนี้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเมื่อมีความต้องการใช้น้อยลง การผลิตและจำหน่ายก็ย่อมน้อยลงตาม ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจในส่วนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ข้อสงสัยต่างๆ ก็มีมาตั้งแต่ก่อนจะเริ่มใช้มาตรการจนถึงขณะนี้&lt;/strong&gt; อย่างคำถามที่ว่า มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกจะไปเอื้อนายทุนค้าปลีกหรือไม่ เพราะร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าฯ น่าจะมีผลพลอยได้สามารถลดต้นทุนการค้าจากการลดแจกฟรีถุงพลาสติก หรือได้กำไรจากการขายถุงพลาสติกให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้หรือไม่&amp;nbsp;ข้อสงสัยเหล่านี้ อยากให้ไปดูที่เจตนาและเป้าหมายของนโยบายและมาตรการ ว่า ต้องการปลูกค่านิยมให้ประชาชนนำถุงมาใช้เองแทนถุงพลาสติก มากกว่าหวังผลทางอื่นหรือไม่ และหลายประเทศ อย่างประเทศในยุโรป&amp;nbsp;ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเพื่อนบ้านเรากัมพูชา ก็มีมาตรการลักษณะคล้ายกันออกมานานแล้ว แถมเรียกเก็บค่าถุงพลาสติกสำหรับผู้ไม่มีถุงส่วนตัวแต่จำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกในอัตราที่แพงกว่าบ้านเราเสียอีก &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทิศทางและเป้าหมาย การลดใช้พลาสติกในอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไทยเรามี Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561  2573&lt;/strong&gt; ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกก็เป็นไปตาม Roadmap นี้ ซึ่งเป้าหมายใน Roadmap กำหนดให้มีการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 4 ชนิด ภายในปี 2565 นี้ ได้แก่ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;2. กล่องโฟมบรรจุอาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3. แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;4. หลอดพลาสติก &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ จะมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาทดแทนพลาสติก 4 ชนิดดังกล่าว &lt;/strong&gt;แต่ก็ยังจะมีการส่งเสริมให้มีการนำพลาสติกบางชนิดกลับมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ใหม่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565&lt;/strong&gt; ที่พึ่งผ่านมา ได้เห็นชอบหลักการขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการลดปริมาณการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก คาดว่าผู้ประกอบการจะเปลี่ยนมาใช้เม็ดพลาสติกชีวภาพเพื่อการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ประมาณ 10% ต่อปี หรือ 68,978 ตัน ของปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีการผลิตอยู่ในปัจจุบันจำนวน 689,785 ตัน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การขยายเวลามาตรการภาษีดังกล่าว &lt;/strong&gt;ได้กำหนดให้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพตามประเภทที่กำหนดและได้รับใบรับรองผลิตภัณฑ์ จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มาหักเป็นรายจ่ายได้เพิ่มอีก 25% สำหรับรายจ่าย ที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2567&amp;nbsp;เชื่อว่าการขยายเวลามาตรการทางภาษีนี้ จะเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการลดใช้พลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพได้อย่างมากด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408163905759</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>ขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี พืชสมุนไพรพื้นบ้านใช้ในครัวเรือน พัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคตเกิดรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปมีจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;ซึ่งผลิตกระท่อมโดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&amp;nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;สำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีแล้ว&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;210,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;โดยสนับสนุนรายละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;รายต่อศูนย์&amp;nbsp;ทำให้มีสมาชิก&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26,460&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;79,380&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีประชาชนที่สนใจ&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;130,620&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;พร้อมต่อยอดไปสู่การผลิตขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408201009881</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>ผู้ตรวจฯ พม. ลงพื้นที่จ.ตราดติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัด พร้อมมอบบ้านตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุ ฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายโชคชัย&amp;nbsp;วิเชียรชัยยะ&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคม&lt;/strong&gt;และความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;พร้อมคณะเดินทงลงพื้นที่จังหวัดตราดเพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยก่อนหน้าการติดตรวจติดตาม&amp;nbsp;ได้เข้าพบนายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เพื่อหารือข้อราชการ&amp;nbsp;โดยมีนางสาวจรัสพร&amp;nbsp;ชนะศุภบวร&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยมีนางสาวจรัสพร&amp;nbsp;ชนะศุภบวร&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในจังหวัดตราด&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นประธานในการมอบบ้าน&amp;nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;ตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลด่านชุมพล&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนางสาวจรัสพร&amp;nbsp;ชนะศุภบวร&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทีม&amp;nbsp;พม.ตราด&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านชุมพล&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธิน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408175817829</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>ผลักดันและพัฒนาโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นสู่มาตรฐานโคเนื้อสากล เพื่อรองรับการส่งออกโคเนื้อสู่ประเทศเพื่อนบ้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมคุวานันท์&amp;nbsp;อาคารหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;พันธ์นิกุล&amp;nbsp;รองประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ร่วมกันประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&amp;nbsp;เสนอแนะ&amp;nbsp;และกำหนดแผนการดำเนินการในการส่งเสริมเศรษฐกิจเกษตรปศุสัตว์&amp;nbsp;โคเนื้อขอนแก่น&amp;nbsp;ก่อนจะมีการทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;โคขุนเมืองดอกคูณ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;ไดโน่โมเดล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;ได้มีการนำโมเดลธุรกิจเกษตรเชิงอุตสาหกรรมของ&amp;nbsp;SWPGROUP&amp;nbsp;หรือสุวพัชร์ฟาร์ม&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลสระแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเปือยน้อย&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;มาเป็นโมเดลในการสร้างแหล่งผลิตโคเนื้อชั้นดี&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;โดยจะใช้แม่พันธุ์ของเกษตรกรร่วมกับแม่พันธุ์ของทางฟาร์มที่ผลิตมาจากพ่อพันธุ์อย่างดี&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;เลี้ยงวัวยุคใหม่&amp;nbsp;ไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปรีชา&amp;nbsp;พันธ์นิกุล&amp;nbsp;รองประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากที่ประเทศจีนให้โควต้านำเข้าโคมีชีวิตจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ตัวต่อปี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;มีนำเข้าจากประเทศไทย&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;จึงถือเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมเนื้อโคไทยในอาเซียน&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งที่มีองค์ความรู้ในเรื่องของการส่งออกและความรู้เรื่องการเลี้ยงดูโค&amp;nbsp;ถือเป็นสร้างการเกษตรให้มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;โดยการพัฒนาภาคการเกษตรให้เป็น&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;พร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการผลักดันเศรษฐกิจด้านการเกษตร&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์โคเนื้อ&amp;nbsp;ซึ่งมีศักยภาพในด้านธุรกิจสูง&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;และสายพันธุ์&amp;nbsp;ไปกลางน้ำ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การเลี้ยงแม่โค&amp;nbsp;ลูกโค&amp;nbsp;และนำเข้าโรงขุนให้ได้คุณภาพ&amp;nbsp;จนถึงปลายน้ำ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ความต้องการของผู้ซื้อ&amp;nbsp;ทั้งผู้บริโภค&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ภัตตาคาร&amp;nbsp;ผู้ค้าส่ง&amp;nbsp;ค้าปลีก&amp;nbsp;ซึ่งล้วนต้องการสินค้า&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;และยังมีโอกาสถึงตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่รองรับการผลิตได้ทั้งหมด&amp;nbsp;แต่สิ่งสำคัญ&amp;nbsp;ที่จะทำให้สำเร็จ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ความรู้&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;ในการเพาะเลี้ยงและดูแล&amp;nbsp;ซึ่งภาครัฐและภาควิชาการ&amp;nbsp;จะต้องมีความพร้อมสูง&amp;nbsp;ทั้งการหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่เลี้ยง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรจะยังไม่มีรายได้&amp;nbsp;การหาตลาดรองรับไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;ซึ่งหากทำงานประสานความร่วมมือกัน&amp;nbsp;ก็จะประกันความสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเชิดศักดิ์&amp;nbsp;พิสวาด&amp;nbsp;ผู้ประกอบการฟาร์มโคเนื้อ&amp;nbsp;สุวพัชร์&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;อ.เปือยน้อย&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;กล่าวว่&lt;/strong&gt;า&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ตนเองได้พยายามทุ่มเทในการพัฒนาเนื้อในช่วงต้นน้ำ&amp;nbsp;นั้นคือ&amp;nbsp;การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์&amp;nbsp;เพราะเราเห็นว่าการเลี้ยงโคเนื้อในช่วงต้นน้ำยังมีช่องว่างและโอกาส&amp;nbsp;อีกทั้งหลายๆ&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ยังมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อในช่วงต้นน้ำค่อนข้างใช้เวลานาน&amp;nbsp;ไม่คุ้มค่าต่อการรอคอย&amp;nbsp;แต่เรามองสวนทางกับคนอื่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยิ่งไม่มีคนทำ&amp;nbsp;พอเรามาทำมันก็กลายเป็นโอกาส&amp;nbsp;หากทำสำเร็จที่นี่ก็จะกลายเป็นแหล่งผลิตโคเนื้อในช่วงต้นน้ำที่ดีที่สุดและมีคุณภาพที่สุด&amp;nbsp;และกลายเป็นพื้นฐานให้กับคนอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ไปเลี้ยงกลางน้ำหรือปลายน้ำได้&amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้ตลาดโคเนื้อยังเต็มไปด้วยโอกาส&amp;nbsp;แต่ยังมีปัจจัยและอุปสรรคค่อนข้างมาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เราจะทำอย่างไรให้เนื้อโคมีคุณภาพที่นิ่ง&amp;nbsp;มีปริมาณที่เพียงพอ&amp;nbsp;และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง&amp;nbsp;สามารถสร้างมูลค่าจากการเลี้ยงวัวให้มีความแตกต่างขึ้นมาให้ได้&amp;nbsp;ถ้าเราสร้างการเปลี่ยนแปลงของการเลี้ยงวัวให้ตอบโจทย์ตลาดโคเนื้อในบ้านเราได้&amp;nbsp;เชื่อว่าบ้านเราจะหนีไม่ไกลคำว่าอุตสาหกรรมโคเนื้อได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมให้ถูกทาง&amp;nbsp;เพราะการเลี้ยงวัวเนื้อสามารถเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ได้&amp;nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงโคเนื้อนั้นมีตลาดรองรับที่ชัดเจน&amp;nbsp;เพียงแต่ว่าเราจะต้องเลี้ยงวัวที่มีคุณภาพที่ดีพอ&amp;nbsp;และเพียงพอสำหรับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยเป้าหมายของฟาร์มฯ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อยากเป็นแหล่งผลิตโคเนื้อที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;และเป็นความหวังให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;อย่างน้อยก็ได้เป็นแหล่งผลิตโคเนื้อหรืออุตสาหกรรมโคเนื้อให้กับภาคอีสาน&amp;nbsp;เพราะเราอยากจะส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเป็นการผลักดันและพัฒนาโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่การเป็นอุตสาหกรรมโคเนื้อที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ได้มีกำหนดแผนในการพัฒนาในระยะสั้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดอบรมให้กับเกษตรกรผู้สนใจการเลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;ให้เข้าใจและรับรู้ถึงความร่วมมือ&amp;nbsp;การสนับสนุน&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมสู่การผลิต&amp;nbsp;การจัดสัมมนาด้านเศรษฐกิจและการตลาดของโคเนื้อ&amp;nbsp;เพื่อให้เห็นยุทธศาสตร์ชัดเจน&amp;nbsp;และได้รับความร่วมมือในวงกว้าง&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;ชิมเนื้อโคไทย&amp;nbsp;ให้คนได้รับรู้ถึงคุณภาพ&amp;nbsp;และได้สัมผัสด้วยตนเอง&amp;nbsp;โดยจัดงานเทศกาลอาหารร่วมกับร้านอาหารในขอนแก่น&amp;nbsp;การรวบรวมแหล่งผลิตและจำหน่าย&amp;nbsp;เป็นทำเนียบ&amp;nbsp;เผยแพร่&amp;nbsp;และมอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับทั่วกัน&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมหาคู่ค้ากับตลาดต่างประเทศเบื้องต้น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เวียงจันทน์&amp;nbsp;หนานหนิง&amp;nbsp;ฟูเจี้ยน&amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่นมีพันธะเมืองคู่ไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184105863</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>จังหวัดกระบี่จัดโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบ โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำ ตำบลเขาต่อ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายพสิษฐ์&amp;nbsp;เอี๋ยวพานิช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;ดร.ประยุทธ์&amp;nbsp;ไกรปราบ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสม&amp;nbsp;สำรวจ&amp;nbsp;ออกแบบ&amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำ&amp;nbsp;ตำบลเขาต่อ&amp;nbsp;อำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวินัย&amp;nbsp;ดินแดง&amp;nbsp;นายอำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม&amp;nbsp;และมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นผู้แทนจากภาคราชการ&amp;nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสาคร&amp;nbsp;เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเขาต่อ&amp;nbsp;อำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพสิษฐ์&amp;nbsp;เอี๋ยวพานิช&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร&amp;nbsp;และน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;เนื่องด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่มีสภาพตื้นเขิน&amp;nbsp;ขาดการอนุรักษ์ฟื้นฟูมานาน&amp;nbsp;รวมถึงขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;จึงเกิดโครงการนำร่อง&amp;nbsp;งานอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;คลองบางเท่าแม่&amp;nbsp;และคลองลาว&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และการเกษตร&amp;nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาต่อ&amp;nbsp;อำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และตำบลคลองชะอุ่น&amp;nbsp;อำเภอพนม&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;รวมถึงปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.ประยุทธ์&amp;nbsp;ไกรปราบ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;กล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการนำร่องนี้&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยแนวคิดของโครงการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การพัฒนา&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;และฟื้นฟูแหล่งน้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;การลดรายจ่ายโดยส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงแทนการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;การส่งเสริมการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;หรือพืชมูลค่าสูงที่เหมาะสมกับสภาพดิน&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงน้ำตกบางเท่าแม่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม&amp;nbsp;มีความโดดเด่น&amp;nbsp;และเชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;วัดมหาธาตุวชิรมงคล&amp;nbsp;(วัดบางโทง)&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นโครงการสำคัญที่สามารถดึงความสนใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่ให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408181152843</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี แจกจ่ายกระท่อมพันธุ์ดี กว่า 2 แสนต้น ให้เกษตรกรทั่วประเทศ หวังให้เป็นพืชสมุนไพร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอนาบอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีนายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฐ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;ผลิตกระท่อมโดยการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช&amp;nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;210,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดบริการพืชพันธุ์&amp;nbsp;Doae&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้าน&amp;nbsp;ได้รายละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มอบต้นกล้ากระท่อมให้กับเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ตัวแทนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;และโรงเรียนอนุบาลพันธุ์พืชกระท่อม&amp;nbsp;และร่วมปลูกต้นกระท่อมเป็นที่ระลึกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408183658862</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>ททท.สมุทรสงคราม ชวนปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มมท.&amp;nbsp;สมุทรสงคราม&amp;nbsp;ชวนปลูกผักสวนครัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;และจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนางณัฐสุดา&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เปิดบ้านพักให้ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยี่ยมชมแปลงผักสวนครัว&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้แบ่งปันผักที่ปลูกไว้&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;และกิจกรรม&amp;nbsp;"ที่ว่างสร้างอาหาร"&amp;nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ&lt;/strong&gt;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;มาขยายผลและต่อยอดสู่กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถนำไปทำในครัวเรือนของตนเองได้&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกหมู่บ้าน&amp;nbsp;และทุกครัวเรือน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อให้&amp;nbsp;ทุกครัวเรือน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คลังอาหาร&amp;nbsp;ทุกหมู่บ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ศูนย์แบ่งปัน&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการบูรณาการกิจกรรม&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนได้ในทุกพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408193737875</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจกกระท่อม 2 แสนต้น รับได้ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั่วประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และนายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;แจกจ่ายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนต้น&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผ่านศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;ของกรมส่งสริมการเกษตร&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;หวังให้เป็นพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&amp;nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิต&lt;/strong&gt;และขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;210,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน&amp;nbsp;ต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดี&lt;/strong&gt;ภายในชุมชน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;รายต่อศูนย์&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;79,380&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;ศพก.ที่ได้รับการสนับสนุน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26,460&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และสนับสนุนให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer/&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer/อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หน่วยงานราชการที่มีภารกิจ&amp;nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรและประชาชนที่สนใจ&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;130,620&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดบริการพืชพันธุ์&amp;nbsp;Doae&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้านท่าน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การขยายพันธุ์พืชกระท่อมมีอยู่หลายวิธี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;การเพาะเมล็ด&amp;nbsp;การตอนกิ่ง&amp;nbsp;การปักชำ&amp;nbsp;การเสียบยอด&amp;nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช&amp;nbsp;โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนั้นเป็นวิธีที่ได้ต้นพันธุ์ที่ปลอดเชื้อ&amp;nbsp;สามารถขยายเพิ่มจำนวนได้ปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น&amp;nbsp;โดยนิยมใช้ส่วนเนื้อเยื่อเจริญของพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตายอด&amp;nbsp;และตาข้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำหรับพืชกระท่อมนั้น&amp;nbsp;การใช้ตายอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตาข้าง&amp;nbsp;เป็นชิ้นส่วนในการเข้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&amp;nbsp;จะพบการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียค่อนข้างมาก&amp;nbsp;กองขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชจึงได้ทดสอบการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ&amp;nbsp;ด้วยการนำเมล็ดกระท่อมมาฟอกฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;และเพาะเมล็ดบนอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&amp;nbsp;พบว่ามีการปนเปื้อนที่น้อย&amp;nbsp;ต้นพันธุ์มีความสมบูรณ์&amp;nbsp;สามารถคัดเลือกต้นพันธุ์ที่ดีไปขยายต่อได้&amp;nbsp;โดยเมื่อต้นพันธุ์เจริญเติบโตได้ระยะหนึ่งจึงตัดขยายเพิ่มจำนวนจนได้ปริมาณ&amp;nbsp;ตามที่ต้องการ&amp;nbsp;และตัดย้ายลงในอาหารสูตรชักนำราก&amp;nbsp;ก่อนนำไปอนุบาลจนพร้อมปลูกในสภาพธรรมชาติต่อไป&amp;nbsp;โดยผลกลุ่ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผล&amp;nbsp;จะได้ต้นพันธุ์พร้อมปลูก&amp;nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลาในการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และระยะอนุบาลจนพร้อมปลูก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;รวมระยะเวลาทั้งสิ้น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการปลูกนิยมปลูกระยะชิดเพื่อให้ได้จำนวนต้น&lt;/strong&gt;ต่อพื้นที่ปริมาณมากร่วมกับการปลูกพืชอื่นในระยะแรกเพื่อเป็นร่มเงา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;โดยขุดหลุม&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;x&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;x&amp;nbsp;ลึก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;x&amp;nbsp;50&amp;nbsp;x&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;และนำดินชั้นบนผสมกับปุ๋ยหมักใส่ภายในหลุม&amp;nbsp;คลุมโคนด้วยวัสดุคลุมดิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เศษหญ้าแห้ง&amp;nbsp;ทะลายปาล์มเก่า&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;นำไม้ค้ำต้น&amp;nbsp;ทำมุม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;องศากับพื้นดินเพื่อช่วยพยุงต้น&amp;nbsp;รดน้ำ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลิตร/สัปดาห์ในช่วงแรกของการปลูก&amp;nbsp;แนะนำให้ใส่ปุ๋ย&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;15-15-15&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;กรัมต่อต้น&amp;nbsp;และสูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กรัมต่อต้น&amp;nbsp;แบ่งใส่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน&amp;nbsp;และเพิ่มปริมาณปุ๋ยปีละประมาณร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ของปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ปลูกสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากปลูก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเก็บใบคู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นับจากยอด&amp;nbsp;เว้นคู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไว้&amp;nbsp;โดยจะสามารถเก็บเกี่ยวรอบต่อไปได้ในอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับจาก&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวครั้งก่อนหน้า&amp;nbsp;ซึ่งน้ำหนักสดเฉลี่ยประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กรัม/ใบ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ใบ/กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408201032884</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>สสก.5 สงขลา พัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้   จัดอบรมถ่ายทอดสดข้ามภูมิภาค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ผลไม้นับเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;ในส่วนภาคใต้&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญเป็นอันดับสองรองจากภาคตะวันออก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยพื้นที่ราบ&amp;nbsp;ป่าไม้&amp;nbsp;ภูเขา&amp;nbsp;ขนาบด้วยท้องทะเลทั้งสองฝั่ง&amp;nbsp;ทำให้มีลักษณะภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้จัดทำ&amp;nbsp;โครงการส่งเสริม&lt;/strong&gt;อาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;เนื่องจากเล็งเห็นว่าไม้ผลหลายชนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ส้มโอ&amp;nbsp;สละ&amp;nbsp;จำปาดะ&amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เป็นผลไม้ประจำท้องถิ่นหรือที่เรียกกันว่า&amp;nbsp;อัตลักษณ์ผลไม้&amp;nbsp;มีความสำคัญทางเศรษฐกิจตามบริบทของพื้นที่&amp;nbsp;จึงทำให้เหมาะสมที่จะส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตไม้ผล&amp;nbsp;ให้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยการสร้างเรื่องราว&amp;nbsp;(Story)&amp;nbsp;คุณค่า&amp;nbsp;คุณประโยชน์&amp;nbsp;และแหล่งที่มาที่ถูกต้องของผลไม้&amp;nbsp;จนส่งผลให้เกิดการเพิ่มมูลค่าจากการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;มีมาตรฐาน&amp;nbsp;และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยบริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออก&amp;nbsp;ยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการรับรองคุณภาพ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย&amp;nbsp;และสื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ตามโครงการดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาความรู้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์กับแหล่งผลิตอื่นในรูปแบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;โดยได้คัดเลือกพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งมีการปลูกไม้ผลคุณภาพตามรูปแบบที่เกษตรกรในภาคใต้สามารถเรียนรู้และพัฒนารูปแบบการผลิตได้&amp;nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;meeting&amp;nbsp;ไปยังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งรับฟังอยู่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วม&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;350&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื้อหาประกอบด้วย&amp;nbsp;การบรรยายเทคนิคการผลิตมังคุดมาตรฐานส่งออก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การพัฒนาไม้ผลอัตลักษณ์ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายชวิศร์&amp;nbsp;สวัสดิสาร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;คุณมงคลเกียรติ&amp;nbsp;ควรกิจ&amp;nbsp;ผู้จัดการฝ่ายสรรหาและพัฒนาสินค้าจากแหล่งผลิต&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;แอ็กโกร&amp;nbsp;เอ็กซเชนจ์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(ตลาดไท)&amp;nbsp;บรรยายให้ความรู้เรื่องแนวโน้มการตลาดผลไม้คุณภาพสูงในประเทศ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการเสวนา&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การจัดการสวนทุเรียนคุณภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งลงพื้นที่ศึกษาดูงานแปลงทุเรียนคุณภาพของนายสันติ&amp;nbsp;สายสุวรรณ&amp;nbsp;ซี่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทำสวนทุเรียนต่อจากรุ่นพ่อแม่&amp;nbsp;ใช้หลักการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;เป็นการทำสวนแบบปราณีต&amp;nbsp;ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยบริหารจัดการทรัพยากร&amp;nbsp;และแรงงานในครัวเรือน&amp;nbsp;ช่วยกันดำเนินการ&amp;nbsp;จุดเด่นของสวนคุณสันติ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คุณภาพของผลผลิตที่สม่ำเสมอสามารถใช้หลักตลาดนำการผลิตได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;ผลผลิตทุเรียนทุกผลในพื้นที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่เศษ&amp;nbsp;จำหน่ายหน้าสวนและลูกค้าโทรจองล่วงหน้าตั้งราคาเองโดยไม่พึ่งพาระบบตลาดทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาดว่าผลจากการสัมมนาครั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรจะนำความรู้&lt;/strong&gt;ที่ได้ไปพัฒนาการผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ในพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp;และขยายผลองค์ความรู้ไปยังเกษตรกรรายอื่นของภาคใต้&amp;nbsp;ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลไม้ผลในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนี้&amp;nbsp;โดยจะให้ผลผลิตต่อเนื่องจากภาคตะวันออก&amp;nbsp;และได้ศึกษาเรียนรู้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานภายใต้สถานการณ์&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;และในขณะนี้ภาคใต้มีฝนและมรสุมเป็นบางช่วงทำให้ไม้ผลที่กำลังติดดอก&amp;nbsp;อาจจะมีการร่วงไปต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยได้วางแผนการบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องและการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรกับพ่อค้าผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเตรียมบริการจัดการสถานการณ์ผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาดในเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408202544900</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นและมีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ฝนลดลง แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.เชียงราย 75 มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่ 70 มิลลิเมตร&amp;nbsp;และพังงา&amp;nbsp;49&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 25,818 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 20,058 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;42 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409083552959</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง 5 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง 3 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต.สุเทพ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.นาจักร&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แพร่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ระแหง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;โดยบางพื้นที่สูงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลังวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ริมถนนพุทธมณฑล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขตตลิ่งชัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&amp;nbsp;เขตทวีวัฒนา&amp;nbsp;และริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;โดยบางพื้นที่สูงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409090247961</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>องค์การสวนสัตว์ ชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย เที่ยวช่วงสงกรานต์ในสวนสัตว์ 6 แห่ง และโครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ ช่วงวันที่ 13  17 เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;(อสส.)&amp;nbsp;ชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;เที่ยวช่วงสงกรานต์ในสวนสัตว์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพร&amp;nbsp;ศรีเหรัญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ปีนี้ว่า&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;จะจัดกิจกรรมปีใหม่ไทยในสวนสัตว์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนภายใต้มาตรการโควิด-19&amp;nbsp;และมาตรการเว้นระยะห่างส่วนบุคคล&amp;nbsp;โดยให้สวนสัตว์แต่ละแห่งเน้นกิจกรรมประเพณีทางวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;จัดกิจกรรมชวนสวมใส่ผ้าไทยลายดอกฉลองสงกรานต์ทำบุญ&amp;nbsp;สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Khao&amp;nbsp;Kheow&amp;nbsp;Night&amp;nbsp;Zoo&amp;nbsp;ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&amp;nbsp;จัดกิจกรรมชวนร่วมสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม&amp;nbsp;ม่วนจ๋ายปีใหม่เมือง&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;Mini&amp;nbsp;Zoo&amp;nbsp;ชมความน่ารักลูกสัตว์นานาชนิด&amp;nbsp;กิจกรรมสรงน้ำพระ&amp;nbsp;ขนทราย&amp;nbsp;และประกวดก่อกองทรายรูปสัตว์บริเวณวัดกู่เขาดิน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&amp;nbsp;จัดกิจกรรมลานบุญเสริมสิริมงคล&amp;nbsp;ชมการแสดงความสามารถสัตว์นานาชนิดและแมวน้ำแสนรู้&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์สงขลา&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเที่ยวชมประเพณีไทยโบราณและร่วมทำบุญสงกรานต์ดูแลสัตว์ป่านานาชนิดเพื่อเสริมสิริมงคล&amp;nbsp;ชมขบวนแห่และสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ร่วมทำบุญ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นักษัตร&amp;nbsp;และการบริการให้อาหารสัตว์ในโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์อุบลราชธานี&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;ลานบุญ&amp;nbsp;ตุ้มโฮม&amp;nbsp;ฮักแพง&amp;nbsp;อีสานบ้านเฮา&amp;nbsp;เพื่อเสริมสิริมงคล&amp;nbsp;การป้อนอาหารสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับช่วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่น&amp;nbsp;จัดกิจกรรมสงกรานต์อีสาน&amp;nbsp;ม่วนซื่น&amp;nbsp;อิ่มบุญ&amp;nbsp;อิ่มใจ&amp;nbsp;ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยไว้พระขอพร&amp;nbsp;สรงน้ำพระพุทธศิลามณี&amp;nbsp;ชมส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกา&amp;nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมร่วมโอบกอดช้างและสัมผัสธรรมชาติในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;ไหว้พระขอพรองค์พระครูปะกำที่ใหญ่ที่สุดในโลก&amp;nbsp;นั่งช้างชมไพรพาช้างอาบน้ำบริเวณลำน้ำชี&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมสร้างความสุขและสนุกสนาน&amp;nbsp;เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;โดยแต่ละแห่งมีรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างกันตามเอกลักษณ์ของสวนสัตว์&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409105519976</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เผย ฝุ่นควันข้ามแดนส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศเชียงใหม่ ไปจนถึงวันที่ 10 เม.ย. 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชี้แจง&amp;nbsp;ค่าคุณภาพอากาศ&lt;/strong&gt;ของจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ในระยะนี้จะสูงเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เนื่องจากฝุ่นควันข้ามแดน&amp;nbsp;นางดวงใจ&amp;nbsp;ดวงทิพย์&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนแนวโน้มค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มีค่าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีผลโดยตรงกับพื้นที่&amp;nbsp;ในภาพรวมของภาคเหนือ&lt;/strong&gt;ทั้งจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ค่าคุณภาพอากาศเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากว่ามีจุด&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;Spot&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เกิดขึ้นเกือบ&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ทิศทางลมในระดับ&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ฟุตขึ้นไป&amp;nbsp;นำพาฝุ่นควันขนาดเล็กเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่ได้ประเมินสถานการณ์ฝุ่นกลุ่มนี้&lt;/strong&gt;จะเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนืออย่างแน่นอน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เนื่องจากทิศทางลมพัดสอบจากทางทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;มีเมฆมากไม่สามารถถ่ายภาพจุด&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;Spot&amp;nbsp;ในพื้นที่ได้ชัด&amp;nbsp;ภาพที่ถ่ายได้ดูเหมือนมีน้อย&amp;nbsp;แต่ความจริงแล้วในพื้นที่&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ยังมีจุด&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;Spot&amp;nbsp;เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;รวมทั้งกลุ่มควันที่ลมพัดพาเข้ามาทำให้คุณภาพอากาศมีค่าเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเพิ่มสูงขึ้นไป&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;จากนั้นคุณภาพอากาศก็จะดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประเด็นของฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ช่วงหนึ่ง&lt;/strong&gt;ถึงสองวันก่อน&amp;nbsp;ก็ช่วยลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในอากาศได้บ้าง&amp;nbsp;แต่เป็นช่วงสั้นๆ&amp;nbsp;แค่&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;แต่เนื่องจากฝุ่นสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;พอเคลื่อนตัวเข้ามาก็จะเข้ามาแทนที่ทันที&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ก็จะเพิ่มขึ้นได้เหมือนเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะเวลาที่ฝนตกทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้นได้อย่างมากไม่เกิน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงช่วงที่มีฝน&amp;nbsp;และพื้นที่ได้รับผลจากฝนก็แค่ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนใช้ร่วมกันรายงานจำนวนจุดความร้อน&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;Spot&amp;nbsp;รายประเทศ&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7,859&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เมียนมาร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,349&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;431&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;424&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และมาเลเซีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิมลกัลย์&amp;nbsp;เดชะชัย&amp;nbsp;สวท.&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409103225974</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>เตรียมต่อยอด ผลิต-ขยาย พืชกระท่อมพันธุ์ดี ทางเลือกใหม่ ให้เกษตรกร จ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเกษตรกรเป้าหมายในพื้นจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวพืชกระท่อมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มอบต้นกระท่อมพันธุ์ดีให้กับเกษตรจังหวัดและเกษตรกรเป้าหมายตามโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายรับทราบ&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชกระท่อมเป็นพืชสมุนไพรประจำครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเรียนรู้/ทดสอบการผลิตและขยายพันธุ์พืชกระท่อมในชุมชน&amp;nbsp;ให้พร้อมสำหรับการต่อยอดการผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409114252995</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>เกษตรลำปาง มุ่งยกระดับตลาดเกษตรกร เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่ของจังหวัดและภาคเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และคณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&amp;nbsp;จัดพิธีมอบใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(PGS)&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และใบรับรองระยะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อันจะทำให้ศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และทำให้ประชาชนได้มีสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อบริโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;แก้วอ่อน&amp;nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2561&amp;nbsp;ให้จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ดำเนินการโครงการตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ก่อสร้างศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และเป็นแหล่งจำหน่ายหลักสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัยและได้มาตรฐาน&amp;nbsp;พัฒนาเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรให้มีศักยภาพในด้านการผลิต&amp;nbsp;ด้านการแปรรูป&amp;nbsp;ด้านการบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;และด้านการตลาด&amp;nbsp;พัฒนายกระดับให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อสร้างเครือข่ายด้านการผลิตและเชื่อมโยงการตลาดสินค้าเกษตร&amp;nbsp;โดยก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ใช้งบประมาณในก่อสร้าง&amp;nbsp;13,050,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเริ่มเปิดจำหน่ายสินค้าวันแรก&amp;nbsp;วันเสาร์ที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่คณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ให้ได้การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ให้การยอมรับในระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;มกอช.&amp;nbsp;ให้การยอมรับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;ของเครือข่ายมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;TOAF&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายธีระพงษ์&amp;nbsp;ฤทธิโชติ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานในพิธีมอบใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(PGS)&amp;nbsp;และใบรับรองระยะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการดำเนินงานของคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;ที่ได้ผลักดันเกษตรกรที่เข้ามาจำหน่ายสินค้าในศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรที่ผลิตสินค้าปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของระดับประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;อันจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และส่งเสริมให้ศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;เป็นสถานที่ที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์แห่งใหญ่ของจังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409123254014</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>อบต.ปาล์มพัฒนา นำทีมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา เตรียมซ่อมบำรุงสถานที่รองรับการการเปิดภาคเรียนในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายภาณุ&amp;nbsp;เพ็ชรประดับ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสุรินทร์&amp;nbsp;ปรีดาพาก&amp;nbsp;รองนายกฯ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายอนันต์&amp;nbsp;วารีคาม&amp;nbsp;ปลัด&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนงานและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนา&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&amp;nbsp;สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนาที่เกิดความเสียหายชำรุดจากการใช้งานรวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เพื่อจะเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมให้มีสภาพปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยจากการลงพื้นที่พบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดเกิดการชำรุดมากบ้าง&amp;nbsp;น้อยบ้าง&amp;nbsp;เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และบางส่วนได้รับผลจากภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;หลังคารั่วเสียหาย&amp;nbsp;ฝ้าเพดานมีร่องรอยน้ำฝนที่รั่วจากหลังคา&amp;nbsp;หน้าต่างชำรุดมีสภาพผุพัง&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ซักถามถึงสภาพพื้นที่และปัญหาที่เกิดขึ้นจากคณะครูศูนย์เด็กเล็ก&amp;nbsp;โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ได้เปิดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนา&amp;nbsp;จะประชุมหารือเพื่อกำหนดการซ่อมแซมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่งและการดำเนินการส่วนที่เร่งด่วนเรื่องอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่ให้สามารถรองรับการเปิดภาคเรียนได้ในอนาคต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409140029033</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>เกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.นี้เป็นต้นไป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกาะโลซิน&amp;nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&amp;nbsp;อ.ปะนาเระ&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว&amp;nbsp;จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้คงความสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน&amp;nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&amp;nbsp;อ.ปะนาเระ&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;แล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะมีผลบังคับใช้วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;เนื่องจากเกาะโลซินเป็นพื้นที่มีความสำคัญและเปราะบางมาก&amp;nbsp;นับเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อจากพื้นที่เกาะกระ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ที่ประกาศเมื่อปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งกลางปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้รับบทเรียนกรณีพบอวนประมงขนาดใหญ่ขาดติดบริเวณแนวปะการังตรงเกาะโลซิน&amp;nbsp;รวมน้ำหนักกว่า&amp;nbsp;800&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ปกคลุมแนวปะการังกว่า&amp;nbsp;2,750&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า&amp;nbsp;550&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;จนเกิดปะการังฟอกขาวและปะการังซีดจางบางส่วน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เร่งรัดให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ดำเนินการประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญแห่งอื่นๆต่อไป&amp;nbsp;สิ่งสำคัญต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย&amp;nbsp;สำหรับมาตรการทางกฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการกำกับและบังคับใช้เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในช่วงระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;แต่จิตสำนึกและความร่วมมือของทุกคนเป็นหัวใจสำคัญทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พื้นที่โดยรอบเกาะโลซินพบปะการังหลากหลายชนิด&amp;nbsp;ทั้งปะการังแข็ง&amp;nbsp;ปะการังอ่อน&amp;nbsp;และกัลปังหา&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งอาศัยของฉลามวาฬ&amp;nbsp;และปลาน้อยใหญ่อีกกว่า&amp;nbsp;116&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;และหอยกว่า&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;โดยกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดบริเวณพื้นที่บังคับไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;กำหนดกิจกรรมที่ห้ามดำเนินการแตกต่างกัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บริเวณที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผ่นดินบนเกาะโลซินและพื้นที่ทะเลรอบเกาะเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;ระยะทางห่างรอบเกาะจากฝั่งประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ห้ามก่อมลพิษ&amp;nbsp;ห้ามกระทำความเสียหายต่อปะการัง&amp;nbsp;สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ซากปะการัง&amp;nbsp;กัลปังหา&amp;nbsp;ห้ามทอดสมอเรือ&amp;nbsp;ห้ามประกอบการประมง&amp;nbsp;ห้ามก่อสร้าง&amp;nbsp;ห้ามนำสัตว์หรือพืชจากที่อื่นเข้าไปในบริเวณ&amp;nbsp;และห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่&amp;nbsp;และบริเวณที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ในทะเล&amp;nbsp;ห่างจากเกาะประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เนื้อที่รวมประมาณ&amp;nbsp;143&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;ห้ามก่อมลพิษ&amp;nbsp;ห้ามกระทำการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง&amp;nbsp;สัตว์ทะเล&amp;nbsp;และซากปะการัง&amp;nbsp;ห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่&amp;nbsp;ห้ามถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำ&amp;nbsp;และทำประมงยกเว้นการใช้เบ็ดมือ&amp;nbsp;ส่วนกิจกรรมอื่นๆอย่างการดำน้ำและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;จะกำหนดแนวทาง&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;และแผนการบริหารจัดการในพื้นที่ต่อไป&amp;nbsp;แล้วจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนชายฝั่งร่วมดำเนินการตามมาตรการที่ได้บังคับด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409141911041</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 10,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้สูงกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;259&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;114&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;34&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และยโสธร&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่ภาคกลางและกระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในบางพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;13,206&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,455&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,685&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ค่อยข้างสูง&amp;nbsp;โดยเฉพาะหลายจังหวัดทางตอนบนของประเทศที่มีค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ไปจนถึงระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้มากถึง&amp;nbsp;10,167&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;1,935&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;1,150&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409145518042</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบกรมชลประทาน ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนวัดดินดอน&amp;nbsp;ตำบลท่าดี&amp;nbsp;อำเภอลานสกา&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ซึ่งคลองท่าดีเป็นคลองธรรมชาติ&amp;nbsp;ที่ได้ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน&amp;nbsp;มีความยาวคลอง&amp;nbsp;38.323&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงตัดผ่านพื้นที่การเกษตรหลายพื้นที่ซึ่งในฤดูน้ำหลากคลองท่าดีมีปริมาณน้ำจำนวนมาก&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งทั้งสองฝั่ง&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลท่าดี&amp;nbsp;อำเภอลานสกา&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;โดยกรมชลประทาน&amp;nbsp;พิจารณาจัดทำโครงการอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือราษฎรและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำกัดเซาะแนวตลิ่งจนพังเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศในพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;และตรวจสอบผลการคำนวณทางด้านวิศวกรรม&amp;nbsp;พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เห็นสมควรให้ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน&amp;nbsp;ความยาวประมาณ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถป้องกันตลิ่งบริเวณแนวคลองท่าดีได้&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังติดตามโครงการอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี&amp;nbsp;บ้านวัดสมอ&amp;nbsp;ตำบลกำโลน&amp;nbsp;อำเภอลานสกา&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ที่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นจากการถูกน้ำกัดเซาะ&amp;nbsp;จึงมีโครงการก่อสร้าง&amp;nbsp;อาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน&amp;nbsp;ความยาวประมาณ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำประชารัฐ&amp;nbsp;โดยได้บรรจุแผนงานป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำเข้าไปด้วย&amp;nbsp;และนำโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำคลองท่าดี&amp;nbsp;บ้านวัดสมอ&amp;nbsp;เข้าอยู่ในแผนด้วย&amp;nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งจากน้ำหลากบริเวณบ้านวัดสมอในช่วงฤดูน้ำหลากและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409210911136</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>ศกพ. เฝ้าระวังค่าฝุ่น PM  2.5 สูงเกินมาตรฐานในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลถึงวันที่ 11 เม.ย.นี้ จากสภาพอากาศปิดและผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;เฝ้าระวังค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินมาตรฐานในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลถึงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;จากสภาพอากาศปิดและผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน&amp;nbsp;หลังพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นและจากแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp;สาเหตุเกิดจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ที่กระจายตัวในประเทศและประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;สภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่&amp;nbsp;สภาพอากาศที่นิ่ง&amp;nbsp;และลมอ่อน&amp;nbsp;อาจส่งผลให้ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ช่วงวันนี้ถึง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;จากสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่&amp;nbsp;สภาพอากาศที่นิ่ง&amp;nbsp;และการยกตัวของอากาศต่ำ&amp;nbsp;หากจุดความร้อนมีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ค่าฝุ่นสูงขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลังวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ค่าฝุ่นจะมีแนวโน้มดีขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;งดกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;แล้วสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409161038059</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ ทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์ จ.สกลนคร เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม?&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บริเวณบ้านโนนเจริญศิลป์&amp;nbsp;ต.หนองแวงใต้&amp;nbsp;อ.วานรนิวาส&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้เกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปแบบขนาดใหญ่&amp;nbsp;เพื่อใช้น้ำบาดาลประกอบอาชีพการเกษตรกรรมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงด้านแหล่งน้ำเพื่อการผลิตภาคการเกษตรให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูกาล&amp;nbsp;ควบคู่กับ&amp;nbsp;แก้ปัญหาความยากจน&amp;nbsp;เพิ่มขีดความสามารถการผลิต&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;มีน้ำใต้ดินที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำกินน้ำใช้&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;และสร้างรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์แห่งนี้&amp;nbsp;พบมีเกษตรกรได้รับประโยชน์&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กว่า&amp;nbsp;519&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ใช้น้ำบาดาลเพาะปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;ฝรั่งกิมจู&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;หญ้าเนเปียร์&amp;nbsp;โดยโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี้ประกอบด้วยบ่อน้ำบาดาลที่มีระดับความลึก&amp;nbsp;62&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ำ&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;4,800&amp;nbsp;วัตต์&amp;nbsp;และเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลวัตต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;แต่ละบ่อให้ปริมาณน้ำ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;พร้อมถังเหล็กเก็บน้ำ&amp;nbsp;ขนาดความจุ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ท่อกระจายน้ำ&amp;nbsp;ความยาวรวม&amp;nbsp;3,200&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409164706062</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ ยโสธร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตและเห็นชอบแผนงานซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409165658065</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพง ภาคปศุสัตว์พัง ยกเลิกมาตรการไปไม่สุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;พิษของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ทั่วโลกขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตอาหาร อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี เรฟซีดออยล์ นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังประกาศห้ามส่งออกสินค้าธัญพืชดังกล่าว ตามด้วยบราซิล อีกหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกประกาศเก็บภาษีส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ดังกล่าวเช่นกัน สำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระหว่างที่สงครามยังไม่สงบ ไม่ต่างกับภาคปศุสัตว์ไทยเจรจากันมากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ข้อสรุปที่ได้มา คือ เปิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เสรี แบบมีเงื่อนไข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เงื่อนไขที่ว่า คือ นำเข้าข้าวโพดจากประเทศใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ที่ภาษี 0% แต่จะต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 และไม่เกินปริมาณที่รัฐบาลกำหนด คือ 1.5 ล้านตัน เท่ากับผู้นำเข้ามีเวลาประมาณ 3 เดือน ในการนำเข้าให้เสร็จสิ้น นับว่าเฉียดฉิวกับสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ว่ากันว่าเหลือผลิตได้อีก 2 เดือน ขออวยพรให้หาแหล่งนำเข้าได้และดำเนินการได้ทันตามระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด เพราะกว่าเงื่อนไขการนำเข้าฉบับสมบูรณ์จะออกมาคงกินเวลาอีกไม่น้อยกว่า 15 วัน พิจารณาแล้วเวลาที่เหลือไม่น่าจะนำเข้าได้ในปริมาณที่ต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญอีก 1 ชนิด ที่ยังไม่มีบทสรุปในการยกเลิกมาตรการภาษี คือ กากถั่วเหลือง รัฐไปไม่สุดหยุดภาษีนำเข้าไว้ที่ 2% เก็บไว้เป็นกุศโลบายถ่วงดุล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขาดแคลนและแพงจนยากจะเข้าถึง โดยราคาเฉลี่ยปรับสูงขึ้นไปถึง 13 บาท/กก. เมื่อเทียบกับราคาประกันขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด 8.50 บาท/กก. ถือว่าเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลี ราคาปรับขึ้นไปเป็น 13 บาท/กก. เท่ากับข้าวโพด ทั้งที่ราคาเมื่อเดือนธันวาคม 2564 อยู่ที่ 8.91 บาท/กก. จึงไม่จูงใจให้นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์เพื่อแก้ปัญหาข้าวโพดขาดแคลนอีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารชั้นนำระดับโลก กำลังแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและมีราคาสูง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงที่ผลผลิตในประเทศมีเพียง 5 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการอยู่ที่ 8 ล้านตัน ต้องมีการนำเข้าทดแทนส่วนที่ขาด 3 ล้านตัน/ปี ซึ่งเป็นการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา เป็นหลักประมาณปีละ 1.5-1.8 ล้านตัน แต่หนทางการนำเข้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขไว้หลายชั้นทั้งสัดส่วนการนำเข้าและภาษีนำเข้า เป็นเกราะป้องกันเกษตรกรชาวไร่ในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การพิจารณาใช้มาตรการทางภาษีและโควต้านำเข้านั้นเหมาะกับสถานการณ์ปกติ แต่สถานการณ์ขาดแคลนและราคาแพงในปัจจุบันอยู่ในภาวะไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไข ให้อุปทาน (Supply) หล่อเลี้ยงห่วงโซ่การผลิตอย่างเพียงพอและราคาไม่สูงจนเกินไป และเมื่อผลิตเป็นสินค้าออกมาต้องอนุญาตให้ปรับราคาได้ตามสมควร หากขาดปัจจัยเหล่านี้เกษตรกรจะขาดความมั่นใจในการลงทุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 กระทรวงพาณิชย์ประกาศยกเลิกมาตรการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลกำหนดให้มีการนำเข้าในแต่ละปี เพื่อไม่ให้กระทบกับผลผลิตในประเทศที่จะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกันยายน การให้นำเข้าครั้งนี้เปรียบเสมือนการอนุญาตเชิงสัญลักษณ์มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตอนนี้ งานหลักของกรมปศุสัตว์อีกหนึ่งงาน คือ การตรวจสอบจับกุมโรงงานผลิตอาหารสัตว์เถื่อนและการลักลอบนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต นับเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีโอกาสได้อาหารสัตว์ไม่มีคุณภาพ สัตว์ไม่โตตามวัย จนต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นซึ่งมีผลต่อต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้น การแก้ปัญหาของรัฐครั้งนี้จึงไม่น่าตอบโจทย์และล่าช้าเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาการขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจึงยังคาราคาซัง หาที่ร่อนลงแบบนุ่มนวลไม่ได้ (soft landing) สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ ย้ำว่าสต๊อกข้าวโพดสมาชิกที่มีอยู่จะผลิตอาหารสัตว์ได้อีกประมาณ 2 เดือน หากยังไม่สามารถนำเข้าได้ในเร็ววันนี้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์อาจจะต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ห่วงโซ่การผลิตภาคปศุสัตว์จะหยุดชะงัก ความเดือดร้อนจะบังเกิดกับผู้บริโภคที่ต้องเผชิญของขาดของแพงอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แทนขวัญ มั่นธรรมะ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409165931067</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>สว. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างฝายยาง พร้อมเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนอินทผลัม คุณไข่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลพุเตย&amp;nbsp;ตำบลพุเตย&amp;nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;(ตอนล่าง)&amp;nbsp;นำโดยพลอากาศเอก&amp;nbsp;อดิศักดิ์&amp;nbsp;กลั่นเสนาะ&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการ&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&amp;nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ผู้แทนผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และนายปกรณ์&amp;nbsp;ตั้งใจตรง&amp;nbsp;นายอำเภอวิเชียรบุรี&amp;nbsp;เข้าร่วมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างฝายยาง&amp;nbsp;บ้านพุเตย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลพุเตย&amp;nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&amp;nbsp;โดยมีนางจินตนา&amp;nbsp;ทองใจสด&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย&amp;nbsp;นำเสนอข้อมูลโครงการก่อสร้างฝายยาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างฝายยางขณะนี้อยู่ในระหว่างการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำ&amp;nbsp;ลำน้ำป่าสัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และได้มีการบรรจุเข้าแผนงานในการดำเนินการก่อสร้างได้ในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ซึ่งหากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;และอำเภอวิเชียรบุรี&amp;nbsp;โดยขนาดของฝายยางดังกล่าว&amp;nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&amp;nbsp;220,000&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งจากการรับฟังและข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เป็นไปในทิศทางที่ดี&amp;nbsp;เนื่องจากโครงการก่อสร้างฝายยางดังกล่าว&amp;nbsp;เอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมากในการบรรเทาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ตัวแทนภาคประชาชนได้ให้ข้อมูลข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับอ้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขนส่งอ้อยของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่อยู่ไกลจากโรงหีบอ้อย&amp;nbsp;การขาดแคลนแรงงานทำไร่อ้อย&amp;nbsp;ประเด็นเรื่องการขอจัดทำโครงการของท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่ไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;และประเด็นเรื่องการขอให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดไม่เผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นพิษ&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เดียวกับฤดูหีบปี&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องหาแหล่งทุนสนับสนุน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลอากาศเอก&amp;nbsp;อดิศักดิ์&amp;nbsp;กลั่นเสนาะ&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการ&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนอินทผลัม&amp;nbsp;คุณไข่&amp;nbsp;บ้านโคกหนองแจง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลสระประดู่&amp;nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร&amp;nbsp;โดยศูนย์ฯ&amp;nbsp;ดังกล่าวได้มีการนำหัวใจสำคัญของการพัฒนามาใช้บริหารจัดการศูนย์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การวางแผนบริหารจัดการน้ำตามระบบการรดน้ำของประเทศอิสราเอล&amp;nbsp;นำความรู้การใช้เทคโนโลยีในการให้น้ำอินทผลัม&amp;nbsp;เพิ่มการระบายอากาศและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ&amp;nbsp;การใช้เครื่องจักรอันทันสมัยเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน&amp;nbsp;ใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำขึ้นเองและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;คิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาใช้ในการให้บริการลูกค้าให้ได้รับความประทับใจ&amp;nbsp;และนำส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของต้นอินทผลัมกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็น&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Waste&amp;nbsp;ตลอดทั้งได้มีการขยายผลโดยใช้ศูนย์ฯ&amp;nbsp;เป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ศึกษาดูงาน&amp;nbsp;และฝึกงานของนักเรียน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และบุคคลทั่วไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยทางศูนย์ได้มีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุน&amp;nbsp;ส่งเสริมให้อินทผลัมเป็นพืช&amp;nbsp;ที่สามารถส่งออกได้&amp;nbsp;การขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;จะนำข้อคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ไปดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409171207070</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>รมว.ทส.ลงพื้นที่นครพนม ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลให้เกษตรกรแปลงใหญ่ตำบลบ้านค้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่บ้านห้วยไหพัฒนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ตำบลบ้านค้อ&amp;nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รูปแบบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(งบเงินกู้)&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ตำบลบ้านค้อได้ใช้งาน&amp;nbsp;ตามแนวทางการเพิ่มศักยภาพการผลิตภาคเกษตรกรรมไทย&amp;nbsp;สร้างแนวทางช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;โดยมุ่งพื้นที่เป้าหมายเป็นเกษตรกรชุมชนนอกเขตชลประทานและพื้นที่หาน้ำยาก&amp;nbsp;เพราะต้องการที่จะช่วยเหลือประชาชนให้ได้ครอบคลุมมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;ดำเนินการเจาะบ่อบาดาล&amp;nbsp;รวมถึงติดตั้งระบบสูบน้ำและส่งน้ำจนแล้วเสร็จ&amp;nbsp;โดยมีนายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ต้องถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ได้ทรงมีพระราชดำริพระราชทานแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำ&amp;nbsp;เพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับพสกนิกรชาวไทยโดยการใช้น้ำบาดาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมถึงเป็นนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;บูรณาการการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี&amp;nbsp;มีความสุข&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำกินน้ำใช้&amp;nbsp;หรือน้ำเพื่อการเกษตรก็ตาม&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาดำเนินการตามพื้นที่ต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในจังหวัดนครพนมและในภาคอีสานนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีศักยภาพน้ำอย่างมหาศาลในหลายๆ&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;อย่างในอำเภอโพนสวรรค์แห่งนี้เจาะลงไปเพียง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;กว่าเมตร&amp;nbsp;หรือบางบ่อ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กว่าเมตรก็เจอน้ำแล้ว&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากน้ำนี้&amp;nbsp;ขอให้ใช้อย่างประหยัดเพราะน้ำบาดาลไม่ใช่ว่าใช้แล้วไม่มีวันหมด&amp;nbsp;จึงอยากให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์มากที่สุดในการใช้น้ำบาดาล&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;เศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเข้ามา&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะน้ำบาดาล&amp;nbsp;ที่ลึกขึ้น&amp;nbsp;หรือการสำรวจการขุดเจาะที่แม่นยำขึ้น&amp;nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถ&amp;nbsp;แก้ปัญหาน้ำอุปโภคเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตรได้อีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครพนมและในประเทศ&amp;nbsp;สำหรับโครงการที่เดินทางมามอบในวันนี้เป็นการขุดบ่อบาดาลที่มีขนาดความลึก&amp;nbsp;56&amp;nbsp;-&amp;nbsp;62&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;4,800&amp;nbsp;วัตต์&amp;nbsp;พร้อมเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลวัตต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;ถังเก็บน้ำขนาดความจุ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;และท่อกระจายน้ำความยาวรวม&amp;nbsp;2,400&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายหลังการส่งมอบในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเข้ามาดูแลบำรุงรักษา&amp;nbsp;รวมถึงถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;เทคนิควิธีการใช้งานให้กับกลุ่มเกษตรกรเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จากนั้นจะมีการส่งมอบต่อให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อเพื่อรับผิดชอบต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409201422117</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>ผู้ว่าฯลำพูน พร้อม แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร บ้านป่าดำ อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านป่าเบาะ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ชุมชนบ้านป่าดำ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ต.บ้านโฮ่ง&amp;nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp;โดยมีการนำเสนอข้อมูล&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานของชุมชน&amp;nbsp;พร้อมลงพื้นที่ตรวจประเมินการดำเนินการของสมาชิก&amp;nbsp;และคนในชุมชนที่ได้&amp;nbsp;ปลูกผักในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ให้แก่ตนเอง&amp;nbsp;และครอบครัว&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;โดยมีนายอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่&amp;nbsp;บ้านป่าเบาะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลแม่แรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอป่าซาง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อลด&amp;nbsp;รายจ่ายในครัวเรือนอยู่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และส่งเสริมให้คนในชุมชนรู้จักการคัดแยกขยะ&amp;nbsp;นอกจากนั้นหมู่บ้าน&amp;nbsp;ป่าเบาะยังรณรงค์ให้คนในชุมชนรู้จักใช้วัสดุตามธรรมชาติแทนการใช้โฟม&amp;nbsp;พลาสติก&amp;nbsp;เศษอาหารรวบรวม&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ใช้ถุงผ้า&amp;nbsp;หรือตะกร้าไปจ่ายตลาด&amp;nbsp;กินผักที่ปลูก&amp;nbsp;ปลูกผักที่กิน&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ในการนี้ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อให้คนในชุมชนใช้พื้นที่ว่างเปล่าในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการสร้างแหล่งอาหารของ&amp;nbsp;คนในชุมชน&amp;nbsp;ด้วยการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผักอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค&amp;nbsp;และเป็นจุดนัดพบของคนสามวัย&amp;nbsp;ให้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;ทั้งเป็นการสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง&amp;nbsp;แก่ทุกภาคส่วนราชการ&amp;nbsp;ในจังหวัด&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และสำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและตรวจประเมินผล&lt;/strong&gt;การดำเนินการในแต่ละชุมชนที่เข้าร่วม&amp;nbsp;เพื่อให้ผลการดำเนินงานได้ตรงตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางส่วนของคณะกรรมการ&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติม&amp;nbsp;ในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;และพร้อมสนับสนุน&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;เพื่อให้คนในชุมชน&amp;nbsp;มาร่วมกัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;พืชกินได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อลดภาระ&amp;nbsp;ลดรายจ่าย&amp;nbsp;และมีความมั่นคงทางอาหารแก่ตนเอง&amp;nbsp;ครอบครัวและชุมชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409204258130</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก ที่นครศรีธรรมราช ........ระบุพร้อมผักดันจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางยางพารา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอช้างกลาง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยชนะ&amp;nbsp;เดชเดโช&amp;nbsp;นางสาวพิมพ์ภัทรา&amp;nbsp;วิชัยกุล&amp;nbsp;นายประกอบ&amp;nbsp;รัตนพันธ์&amp;nbsp;สส.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ร่วมในพิธีเปิดงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่&amp;nbsp;ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้กล่าวถึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นวัตกรรมยางพาราไทย&amp;nbsp;กับเศรษฐกิจยุคใหม่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่ครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพารา&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็น&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของโลกในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;6.65&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;แต่การที่จะทำให้ประเทศไทยยืนหนึ่งเรื่องยางพาราในเวทีโลกได้&amp;nbsp;จำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมยางพารา&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;40000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;ต.กรุงหยัน&amp;nbsp;อ.ทุ่งใหญ่&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;Rubber&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านแหล่งข้อมูล&amp;nbsp;เรียนรู้การผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การส่งออก&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษา&amp;nbsp;ค้นคว้า&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านยางพารา&amp;nbsp;รวมถึงรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SEC&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นพัฒนาไปสู่การเป็น&amp;nbsp;ประตูเศรษฐกิจแห่งภูมิภาค&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;งานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;อ.ช้างกลาง&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&amp;nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราใน&amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรมไทย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เพื่อเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ&amp;nbsp;แสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประกาศผักดันจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางยางพารา&amp;nbsp;โดยภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากยางพารา&amp;nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และการประกวดยางแผนดิบคุณภาพ&amp;nbsp;การแสดงนำเสนอการวิจัยและการต่อยอดพัฒนายางพารา&amp;nbsp;รวมถึงเป็นเวทีเจรจาธุรกิจแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าในตลาดยางพารา.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พรรณี&amp;nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&amp;nbsp;/บุณณดา&amp;nbsp;ภัทรธันยพงศ์/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410082152163</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก" โชว์ศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก"&amp;nbsp;จัดโดยการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฐ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;เกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมที่สนามการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;อำเภอช้างกลาง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโต&amp;nbsp;และรัฐบาลภายใต้การนำของ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงยางพารา&amp;nbsp;มาโดยตลอด&amp;nbsp;พร้อมกับมอบหมายภารกิจให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินการส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;ออกนโยบายและมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แม้ภาพรวมจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;แต่ภาคการเกษตรจะเห็นว่ามีการฟื้นตัวต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยรายได้เกษตรกรจากพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;และข้าว&amp;nbsp;มีมูลค่ารวมกันที่&amp;nbsp;7.63&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;19.2%&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และยางพารา&amp;nbsp;คาดการณ์ว่า&amp;nbsp;รายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;2.89&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;หรือขยายตัว&amp;nbsp;12.3%&amp;nbsp;โดยปริมาณผลผลิตคาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน&amp;nbsp;แต่ราคายางพาราคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;12.0%&amp;nbsp;จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์ปรับสัดส่วนการใช้ยางสังเคราะห์มาเป็นยางธรรมชาติมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงความต้องการยางพาราที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออกหลัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;ที่ต้องการนำไปผลิตเป็นสินค้าขั้นปลาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ยางรถยนต์&amp;nbsp;และถุงมือยางทางการแพทย์&amp;nbsp;มากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ไทยยังครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพาราอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็นอันดับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;การที่ประเทศไทยจะยืนหนึ่งเรื่องยางพาราบนเวทีโลกได้นั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต้องพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพารา&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงดินและพัฒนาระบบน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถปลูกยางพาราให้ได้ผลผลิตดี&amp;nbsp;การปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตน้ำยางที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;การนำเทคโนโลยี&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;มาใช้ในขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายใหม่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เรื่องศูนย์&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรในทุกจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่กว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ตำบลกรุงหยัน&amp;nbsp;อำเภอทุ่งใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สร้างเป็น&amp;nbsp;Rubber&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;หรืออาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน&amp;nbsp;ด้านแหล่งข้อมูล&amp;nbsp;เรียนรู้การผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การส่งออก&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมเฉพาะด้านยางพาราครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&amp;nbsp;ครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;และเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&amp;nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมืองแห่งยางพารา&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&amp;nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;จุดบริการข้อมูล&amp;nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&amp;nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&amp;nbsp;สินค้าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;การเสวนาวิชาการ&amp;nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409214358149</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>มหกรรมยางพารา 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช แห่งนวัตกรรมยางพารา ผลักดันนครศรีธรรมราชเป็นเมืองหลวงยางพารา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญเติบโต&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนนโยบายและมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ามาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปยางพารา&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าของยางและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจังต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราให้เติบโตยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ด้วยความพร้อมของจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;จึงอยากผลักดันให้กลายเป็นเมืองหลวงยางพารา&amp;nbsp;และชูให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการส่งเสริมการแปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;การรักษาคุณภาพของน้ำยางและการรักษาเสถียรภาพราคายางให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แห่งนวัตกรรมยางพารา&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;และที่สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;อำเภอช้างกลาง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการโชว์ศักยภาพไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลกและเป็นเวทีการเจรจาเพื่อแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410141847252</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>กรมชลประทาน เผย สรุปประชุมกลุ่มย่อยโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่า อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำนักบริหารโครงการ&amp;nbsp;ส่วนวางโครงการที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยข้อสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ภายใต้โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่า&amp;nbsp;อำเภอเถิน&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการจัดการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคมคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00-12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมใหญ่&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองล้อมแรด&amp;nbsp;ตำบลล้อมแรด&amp;nbsp;อำเภอเถิน&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายบัณฑิต&amp;nbsp;ขันพล&amp;nbsp;ปลัดอำเภอเถิน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;นายพรมงคล&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;ผวค.1&amp;nbsp;บก.&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;เข้าร่วมการระชุมและกล่าวรายงานต่อที่ประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงานระดับจังหวัด&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน&amp;nbsp;หน่วยงานระดับอำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา/โรงพยาบาล/สถานศาสนา&amp;nbsp;ตัวแทนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมรวม&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยในจำนวนดังกล่าวมี&amp;nbsp;23&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;การประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อโครงการผ่านแบบสอบถามทัศนคติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;81.25&amp;nbsp;ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(โดยไม่นับรวมผู้แทนจากกรมชลประทานและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;สามารถสรุปในภาพรวมได้&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการเก็บกักน้ำของประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่าว่าควรจะเก็บกักน้ำที่ระดับ&amp;nbsp;+163.00&amp;nbsp;ม.รทก.&amp;nbsp;(ความจุเก็บกักในลำน้ำวัง&amp;nbsp;4.41&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;50.77&amp;nbsp;รองลงมาคือควรจะเก็บกักน้ำที่ระดับ&amp;nbsp;+164.00&amp;nbsp;ม.รทก.&amp;nbsp;(ความจุเก็บกักในลำน้ำวัง&amp;nbsp;5.85&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;21.54&amp;nbsp;โดยมีการให้เหตุผลประกอบการเลือกที่ระดับ&amp;nbsp;+163.00&amp;nbsp;ม.รทก.ว่าครอบคลุมวัตถุประสงค์ของโครงการคือเพื่อการเกษตร/น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคมีผลกระทบที่น้อย&amp;nbsp;ประหยัดงบประมาณในการสร้างคันกั้นน้ำล้น&amp;nbsp;ประกอบกับปริมาณน้ำอยู่ในระดับที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากข้อคิดเห็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในที่ประชุมเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกรมชลประทานและคณะที่ปรึกษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาโครงการ&amp;nbsp;โดยจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ&amp;nbsp;มาประกอบในการศึกษา&amp;nbsp;ทั้งนี้รายละเอียดของโครงการจะได้นำเสนอในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของเวทีการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากผู้สนใจมีข้อสงสัย&amp;nbsp;หรือต้องการแก้ไข&amp;nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;สำนักบริหารโครงการ&amp;nbsp;ส่วนวางโครงการที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;811&amp;nbsp;ถนนสามเสน&amp;nbsp;แขวงนครไชยศรี&amp;nbsp;เขตดุสิต&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;10300&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0-2241-3354&amp;nbsp;หรือทางอีเมล&amp;nbsp;wangbanlao.2022@gmail.com&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;:&amp;nbsp;@wangbanlao&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410084922166</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนบนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนบนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;99&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;55&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;25,678&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410093406173</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง 2 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.นาจักร&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แพร่&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต.นาจักร&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แพร่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ท่าอิฐ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลังวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410095612175</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>สุรสีห์ ย้ำ ปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนกับปี 54 จากสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนกับปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;จากสภาพอากาศที่แปรปรวน&amp;nbsp;โดยการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติ&amp;nbsp;และแหล่งน้ำต่างๆยังสามารถเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศปรวนปรวน&amp;nbsp;มีฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาคล้ายกับเมื่อปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;จนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานกาณ์น้ำช่วงฤดูฝนนี้&amp;nbsp;อาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ว่า&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;ได้ติดตามสภาพภูมิอากาศต่อเนื่องพบอากาศค่อนข้างแปรปรวนตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม&amp;nbsp;มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติร้อยละ&amp;nbsp;107&amp;nbsp;เช่นเดียวกับปริมาณฝนช่วงเดือนเมษายนและมิถุนายน&amp;nbsp;ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ&amp;nbsp;ส่วนเดือนพฤษภาคมและช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนคาดการณ์ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติและน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกในปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆทั่วประเทศ&amp;nbsp;ช่วงต้นเดือนเมษายนมีปริมาณ&amp;nbsp;58,525&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ของปริมาณการกักเก็บ&amp;nbsp;สามารถรองรับน้ำหลากได้อีกถึง&amp;nbsp;28,000&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ลุ่มน้ำมูล&amp;nbsp;ลุ่มน้ำชี&amp;nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติที่เตรียมการขุดลอกเพื่อรองรับน้ำหลาก&amp;nbsp;และแหล่งน้ำที่พัฒนาเพิ่มเติมช่วงปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสนับสนุนงบกลางของรัฐบาลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;26,000&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จะเป็นส่วนสำคัญเข้ามาช่วยเก็บกักน้ำฝนชะลอน้ำหลากได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากพิจารณาจากปริมาณฝนที่จะตก&amp;nbsp;และขีดความสามารถการกักเก็บน้ำของแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;มองว่าสถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่ซ้ำรอยหรือเกิดวิกฤตเหมือนปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;แน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศที่แปรปรวนว่า&amp;nbsp;สทนช.และหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทบทวนบทเรียนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อนำมาปรับปรุงแนวการบริหารจัดการรับมือปีนี้&amp;nbsp;ทั้งมาตรการเดิมทำให้หน่วยงานต่างๆเข้าไปป้องกันผลกระทบล่วงหน้าและเกิดประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คาดการณ์พื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ปรับปรุงเกณณ์การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเก็บกักน้ำ&amp;nbsp;เขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp;เตรียมเครื่องจักรเครื่องและมีการกำหนดเกณฑ์ค่าชดเชยค่าเสียหายในการผันน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;เร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องตาม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการของรัฐบาลให้แล้วเสร็จก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410100925179</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรมจัดเดินวิ่ง โกงกางรันรายได้มอบให้กองทุนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรมจัดเดินวิ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โกงกางรันรายได้มอบให้กองทุนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนตำบลบางแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน&amp;nbsp;ที่บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&amp;nbsp;ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะนักวิ่งกิจกรรมเดินวิ่งโกงกางรัน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่ง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ได้ร่วมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพด้วย&amp;nbsp;โดยใช้เส้นทางถนนริมป่าชายเลนจากศูนย์การศึกษาจังสมุทรสงคราม&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&amp;nbsp;ไปยังโรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลน&amp;nbsp;ตำบลบางแก้ว&amp;nbsp;แล้วกลับมายังจุดเริ่มต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ที่เข้าเส้นชัยทุกคนได้รับเหรียญที่ระลึก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัล&amp;nbsp;ส่วนรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลนและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอันจะทำให้ป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชนและผู้สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;นอกจากทุกคนจะได้ร่วมกันออกกำลังกายแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจสังคมและการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410103111180</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร ช่วยเกษตรกร (ระยะที่ 2) ถึงวันที่ 31 พ.ค. 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;โดยกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;สมาคมไทยธุรกิจเกษตร&amp;nbsp;สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย&amp;nbsp;จัดให้มีการจำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และขณะนี้เกษตรกรยังมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในฤดูกาลเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จึงมีการขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยมีสินค้าโครงการลดราคาเคมีเกษตร&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;(ระยะที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;75&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;สาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ประเภทกำจัดวัชพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;,&amp;nbsp;2,4-ดี-ไดเมททิลแอมโมเนีย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กลูโฟซิเนต&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เพ็นดิเมนทาลิน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ไดยูรอน&amp;nbsp;ประเภทกำจัดแมลง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อะบาเมกติน,&amp;nbsp;อีมาเมกติน&amp;nbsp;เบนโซเอต&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ฟีโพรนิล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ไซเปอร์เม็ททริน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ไทอะมีท็อกแซม&amp;nbsp;ประเภทป้องกันและกำจัดโรคพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คาเบนดาซิม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แมนโคเซบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เฮ็กซาโคนาโซน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ไดฟีโนโคนาโซน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลอโรทาโลนิน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410120328205</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>ตรัง เกษตรกรปลูกทุเรียนเมืองพระยา อ.รัษฎา จ.ตรัง สุดช้ำ ที่มีสมาชิกกว่า 40 ราย และมีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ในพื้นที่ อ.รัษฎา ต่างเครียดหนัก หลังเจอฝนผิดฤดูถล่ม จนดอกทุเรียนร่วงไปถึง 80% ทำให้ผลผลิตเสียหายจำนวนมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สวนทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ปลอดสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของนายมนตรี&amp;nbsp;แสงแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มสวนทุเรียนเมืองพระยา&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;117&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเขาไพร&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปลูกทุเรียนมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน&amp;nbsp;เพราะเกิดฝนตกลงมาผิดฤดู&amp;nbsp;ทั้งที่ปกติจะเป็นหน้าแล้ง&amp;nbsp;แถมยังตกหนักมาก&amp;nbsp;จนทำให้ดอกทุเรียนร่วงไปถึง&amp;nbsp;80%&amp;nbsp;หรือเกือบหมดต้น&amp;nbsp;และคงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กำไรแต่อย่างใด&amp;nbsp;ขอแค่ให้ได้ทุนกลับก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว&amp;nbsp;และคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตน้อยกว่าทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จากที่เคยได้ถึง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;น่าจะเหลือแค่&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งคงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับทุเรียนที่ปลูกไปในสวนทั้งหมดนั้น&amp;nbsp;มีประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;กว่าต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งปกติจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงประมาณต้นเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;โดยทุเรียนต้นใหญ่ที่มีอายุมากถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;ยังคงให้ผลผลิตค่อนข้างดีอยู่&amp;nbsp;ไม่มีผลกระทบจากฝนผิดฤดู&amp;nbsp;แต่สำหรับทุเรียนต้นที่มีอายุไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ขณะนี้ดอกร่วงหมดแล้ว&amp;nbsp;จากที่เคยให้ผลผลิตได้ต้นละ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;แต่ปีนี้จะให้ผลผลิตได้ไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลูกเท่านั้น&amp;nbsp;ทำให้ชาวเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;คงต้องทำใจ&amp;nbsp;เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ&amp;nbsp;แต่ก็ยังโชคดีที่ต้นไม่เสียหาย&amp;nbsp;และอาจจะกลับมาให้ผลผลิตอีก&amp;nbsp;แต่คงล่าช้าหน่อย&amp;nbsp;ต้องคอยลุ้นกัน&amp;nbsp;ทั้งที่ทุเรียนของสวนแห่งนี้&amp;nbsp;จะเป็นทุเรียนเกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ส่งออกต่างประเทศ&amp;nbsp;แต่ปีนี้คงต้องเลื่อนการส่งออกไปก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนรายได้ของสวนทุเรียน&amp;nbsp;จากทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ปีที่เคยได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านกว่าบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ปีนี้คงได้มาประมาณ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จากที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้ประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนบาทแล้ว&amp;nbsp;เนื่องจากปุ๋ยแพง&amp;nbsp;และของทุกอย่างขึ้นราคาหมด&amp;nbsp;รวมทั้งอันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ทำให้ชาวเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนได้รับผลกระทบอย่างมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย&amp;nbsp;จากราคาเดิมกระสอบละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตอนนี้เป็นกระสอบละ&amp;nbsp;1,500-2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะที่ราคาทุเรียนในปีนี้&amp;nbsp;จะสามารถปรับขึ้นตามราคาต้นทุนได้หรือไม่&amp;nbsp;คงต้องรอดูราคาจากทางตลาดทั่วไปก่อน&amp;nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ฝนผิดฤดูที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในกลุ่มสวนทุเรียนเมืองพระยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการรวมกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่&amp;nbsp;มีสมาชิกกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ต่างต้องประสบปัญหาและรู้สึกเครียดหนักเหมือนกันทุกคน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410122451207</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>จังหวัดชุมพร จัดมหกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร ผลักดันกระท่อมก้านแดงชุมพรเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโชตินรินทร์&amp;nbsp;เกิดสม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดมหกรรม&amp;nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมภาคเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์พืชกระท่อม&amp;nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพรให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&amp;nbsp;เกษตรกรและประชาชนชาวจังหวัดชุมพรเข้าร่วมงานจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีศักยภาพที่เหมาะสมในการปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดง&amp;nbsp;ซึ่งหากมีการส่งเสริมการปลูกและประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์ของพืชกระท่อมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;คาดว่าพืชกระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สอดคล้องกับจุดประสงค์ของรัฐบาลที่จะผลักดันให้กระท่อมให้เป็น&amp;nbsp;พืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย&amp;nbsp;และเสริมเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันการปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก&amp;nbsp;เพราะอยู่ในช่วงทดสอบตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เกษตรกรที่สนใจหันมาลงทุนปลูกพืชกระท่อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องวางแผนเพื่อตัดสินใจในการปลูกอย่างรอบคอบ&amp;nbsp;เพราะนอกจากการตอบรับความต้องการในระยะแรกแล้ว&amp;nbsp;ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือเงินลงทุนในการเริ่มปลูก&amp;nbsp;เงินทุนหมุนเวียนระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;ระยะเวลาคืนทุน&amp;nbsp;และความเสี่ยงของราคาขาย&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ทั้งด้านการปลูก&amp;nbsp;การดูแลรักษา&amp;nbsp;มาตรฐานพืชกระท่อม&amp;nbsp;การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;โอกาสกระท่อมไทยในตลาดโลก&amp;nbsp;นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวกับพืชกระท่อม&amp;nbsp;ตลอดจนการแปรรูป&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลผลิตพืชกระท่อมมีมูลค่าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายธีระศักดิ์&amp;nbsp;ยมสวัสดิ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;มีเกษตรกรปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;3,921&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;สายพันธุ์ก้านแดง&amp;nbsp;มากถึงร้อยละ&amp;nbsp;95.87&amp;nbsp;คิดเป็นพื้นที่ปลูกประมาณ&amp;nbsp;3,943&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และมีแนวโน้มที่จะปลูกเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ทางจังหวัดชุมพรจึงได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้พืชกระท่อม&amp;nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพร&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรชาวจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;จัดงานมหกรรม&amp;nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์พืชกระท่อม&amp;nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพร&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป&amp;nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรได้นำเอาความรู้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เป็นปัจจัยหนุนเสริมให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&lt;/strong&gt;และการแสดงผลงานทางวิชาการ&amp;nbsp;การเสวนาทางวิชาการ&amp;nbsp;เกี่ยวกับกระท่อมก้านแดงชุมพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;การประกวดต้นกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;ก้านแดงชุมพร&amp;nbsp;ไก่ชน&amp;nbsp;วัวชน&amp;nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;และกิจกรรมด้านความบันเทิงอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร&amp;nbsp;ตำบลตะโก&amp;nbsp;อำเภอทุ่งตะโก&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ชุมพร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410125336211</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 2,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้สูงกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;353&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;147&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;67&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อุตรดิตถ์&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพิษณุโลก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ภาคกลางพบมากสุดในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;13,257&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,510&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,875&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ยังน่าเป็นห่วงหลายจังหวัดทางตอนบนของประเทศพบค่าฝุ่นเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ไปจนถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้มากถึง&amp;nbsp;2,612&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;2,384&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;920&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410133528221</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>กอนช. เร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูยั่งยืน ทั้งการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง 7 สาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;เร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูยั่งยืน&amp;nbsp;ทั้งการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สาย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;ปีนี้ว่า&amp;nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp;พร้อมให้เร่งรัดจัดทำแผนการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูแบบยั่งยืน&amp;nbsp;อย่างกรมชลประทานกำหนดแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู&amp;nbsp;ด้วยการจัดหาเครื่องสูบน้ำทดแทนเครื่องเดิมที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;//&amp;nbsp;จัดหาเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติของสถานีสูบน้ำทดแทนของเดิม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมเครื่องสูบน้ำและระบบโทรมาตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ปรับปรุงประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำเดิมและใหม่&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;ปรับปรุงคลองชลประทานภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างปี&amp;nbsp;2567&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;ส่วนระยะกลางมีแผนปรับปรุงคลอง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คลองพระองค์ไชยานุชิต&amp;nbsp;คลองปีกกา&amp;nbsp;คลองสำโรง&amp;nbsp;คลองด่าน&amp;nbsp;คลองประเวศน์บุรีรมย์&amp;nbsp;คลองอุดมชลขจร&amp;nbsp;และคลองชวดพร้าว-เล้าหมู-บางพลีน้อย&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ยังวางแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างบริเวณสะพานน้ำยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร&amp;nbsp;และขุดลอกคลองเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองต่างๆด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410134701222</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>สหกรณ์โคราช ชวนซื้อสินค้าตลาดสินค้าสหกรณ์ เกลียวใจ ช้อปอิ่มใจ ปลอดภัย ทั้งครอบครัว สู่ชุมชน ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายวัฒนะ&amp;nbsp;สัตยวงศ์ทิพย์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ขอเชิญประชาชนร่วมซื้อสินค้าในตลาดสินค้าสหกรณ์&amp;nbsp;เกลียวใจ&amp;nbsp;ช้อปอิ่มใจ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ทั้งครอบครัว&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณภาพปลอดภัย&amp;nbsp;สู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยมีสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมานำผลผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยมาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;โดยจะจำหน่ายทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการจัด&amp;nbsp;ตลาดเกลียวใจ&amp;nbsp;ช้อปอิ่มใจ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ทั้งครอบครัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นไปตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ต้องการขยายตลาด&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานให้แก่เกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งได้บูรณาการและขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้จากการนำสินค้ามาจำหน่ายและผู้บริโภคได้เลือกสินค้าที่มีคุณภาพปลอดภัย&amp;nbsp;ราคายุติธรรมอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดตลาดครั้งนี้&amp;nbsp;มีร้านค้าเครือข่ายสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพสหกรณ์&amp;nbsp;สมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;และเกษตรกรตามโครงการนำลูกหลานกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;นำสินค้าผลิตภัณฑ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวสารสหกรณ์&amp;nbsp;นมปากช่องเฟรชมิลล์นมโคราชปุ๋ย&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;ผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;หมี่โคราช&amp;nbsp;ผ้าฝ้ายพื้นเมือง&amp;nbsp;พันธุ์ไม้&amp;nbsp;และอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;และกำหนดให้ร้านค้าดำเนินการตามนโยบายของจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โคราชสังคมไร้เงินสด&amp;nbsp;(Korat&amp;nbsp;Cashless&amp;nbsp;Society)&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการเปิดตลาดครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;และครั้งต่อไปจะมีเฉพาะวันพฤหัสบดี&amp;nbsp;สุดท้ายของเดือนเท่านั้นตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;จึงขอเชิญประชาชนและผู้สนใจมาเลือกซื้อสินค้าจากตลาดสหกรณ์กันได้&amp;nbsp;หรือหากต้องการเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในตลาดสหกรณ์สอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โทร.0-4424-2091&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ในวันและเวลาราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410151759282</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>เรียนรู้ศาสตร์ JAPO Model ต้นแบบการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร ตำบลลำใหม่ จังหวัดยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบลำใหม่&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เรียนรู้ศาสตร์&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;เกษตรผสมผสานในชุมชน&amp;nbsp;ฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;(Local&amp;nbsp;Lab)&amp;nbsp;และรับฟังผลการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้ประชาชนต้นแบบในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลลำใหม่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมรับฟังการใช้นวัตกรรมเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายผลให้ผู้อื่นในชุมชน&amp;nbsp;โดยนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบูรณาการใช้นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;ดร.นิรันดิ์เกียรติ&amp;nbsp;ลิ่วคุณูปการ&amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;และคณะทำงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอาดิลัน&amp;nbsp;อาลีอิสเฮาะ&amp;nbsp;ส.ส.ยะลา&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;เป็นผู้แทนโครงการนำเสนอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการ&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักรวมกัน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;ผึ้งชันโรง&amp;nbsp;ผสมกับการปลูกเห็ดนางฟ้าและผักสวนครัวหรือผักงอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยภายในกิจกรรมมีการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนความสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากนายซามซูดิง&amp;nbsp;อาลี&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลลำใหม่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรชุมชนและเป็นผู้ขยายผลสู่ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเป็น&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;ของโครงการฯ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้สามารถนำมาลดรายจ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ครัวเรือน&amp;nbsp;และลดต้นทุนการผลิตของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายอาชีพแก่ท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;คำว่า&amp;nbsp;"JAPO"&amp;nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่นที่ใช้พูดกันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แปลว่า&amp;nbsp;การผสม&amp;nbsp;หรือรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;ศาสตร์&amp;nbsp;องค์ความรู้มาใช้&amp;nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลานำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการเกษตรแบบผสมผสานในครั้งนี้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410153717286</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>กรมอุทยาน ขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าชนิดต่างๆได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าชนิดต่างๆได้ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเผด็จ&amp;nbsp;ลายทอง&amp;nbsp;ผู้อำนว?ยการ?สำนัก?อนุรักษ์?สัตว์ป่า?&amp;nbsp;กล่าวว่า?&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ทำโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้มีส่วนร่วมดูแลรักษาคุ้มครองทรัพยากรสัตว์ป่าของชาติให้คงอยู่&amp;nbsp;เพิ่มจิตสำนึกเน้นคุณค่าชีวิตสัตว์ป่า&amp;nbsp;และปลูกฝังให้ประชาชนมีเมตตาต่อสัตว์ป่า&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนการให้บริการ&amp;nbsp;หรือสงเคราะห์สัตว์ป่าให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักสุขาภิบาลสัตว์ตลอดอายุขัย&amp;nbsp;ปัจจุบันกรมอุทยานฯได้พยายามถนอมรักษาสัตว์ป่าชนิดต่างๆให้คงอยู่ไม่ให้สูญพันธุ์&amp;nbsp;ด้วยการอนุรักษ์ภายในถิ่นที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;และการดูแลสัตว์ป่าในกรงเลี้ยง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;สัตว์ป่าของกลางที่ได้รับมาจากการตรวจยึด&amp;nbsp;จับกุม&amp;nbsp;หรือสัตว์ป่าพลัดหลง&amp;nbsp;และสัตว์ป่าที่ได้รับส่งคืนจากผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครอง&amp;nbsp;และสัตว์ป่าจากการยกเลิกกิจการสวนสัตว์&amp;nbsp;โดยสัตว์ป่าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&amp;nbsp;จะเป็นหน่วยงานที่รับดูแลสัตว์ป่าและศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาและมีส่วนร่วมการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;มูลนิธิ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;กลุ่มบุคคล&amp;nbsp;หรือบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&amp;nbsp;ด้วยการโอนเงินบริจาคเข้าบัญชี&amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;สาขามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน&amp;nbsp;เลขที่บัญชี&amp;nbsp;980-216-5379&amp;nbsp;ชื่อบัญชีโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า&amp;nbsp;เพื่อนำมาเป็นค่าอาหาร&amp;nbsp;ค่าปรับ?ปรุง?ซ่อมแซม?กรงเลี้ยง?หรือปรับภูมิ?ทัศน์?กรงเลี้ยง?&amp;nbsp;ซึ่งการรับบริจาคดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;(กคร.)&amp;nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;และมีระยะเวลาการรับบริจาคถึงวันที่?&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม?นี้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410154530289</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>รองเลขาธิการ ศอ.บต. ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบลำใหม่ จ.ยะลา เรียนรู้ศาสตร์ JAPO Model เกษตรผสมผสานในชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Local&amp;nbsp;Lab)&amp;nbsp;และรับฟังผลการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้ประชาชนต้นแบบในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลลำใหม่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมรับฟังการใช้นวัตกรรมเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายผลให้ผู้อื่นในชุมชน&amp;nbsp;โดยนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบูรณาการใช้นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งมีดร.นิรันดิ์เกียรติ&amp;nbsp;ลิ่วคุณูปการ&amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;และคณะทำงาน&amp;nbsp;เป็นผู้แทนโครงการนำเสนอ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอาดิลัน&amp;nbsp;อาลีอิสเฮาะ&amp;nbsp;ส.ส.ยะลา&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการ&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้&lt;/strong&gt;น้อยแบบครบวงจร&amp;nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักรวมกัน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;ผึ้งชันโรง&amp;nbsp;ผสมกับการปลูกเห็ดนางฟ้าและผักสวนครัวหรือผักงอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในกิจกรรมมีการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนความสำเร็จ&lt;/strong&gt;จากนายซามซูดิง&amp;nbsp;อาลี&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลลำใหม่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรชุมชนและเป็นผู้ขยายผลสู่ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน&amp;nbsp;ทั้งนี้ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเป็น&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;ของโครงการฯ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้สามารถนำมาลดรายจ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ครัวเรือน&amp;nbsp;และลดต้นทุนการผลิตของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายอาชีพแก่ท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;JAPO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;คำว่า&amp;nbsp;"JAPO"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นภาษามลายูถิ่นที่ใช้พูดกันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;แปลว่า&amp;nbsp;การผสม&amp;nbsp;หรือรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;ศาสตร์&amp;nbsp;องค์ความรู้มาใช้&amp;nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;นำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการทำเกษตรแบบผสมผสานในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410155926294</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>ทช. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆทั้งบนบกและทะเล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&amp;nbsp;เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวพร้อมดูแลตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และเพิ่มมาตรการป้องกันภัยอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถือเป็นการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;เพราะระยะเวลาดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนบริเวณพื้นที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;อาจจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุทางทะเลขึ้นได้&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผ่านศูนย์ประสานงานและบริการนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;หรือชายหาด&amp;nbsp;ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานทางทะเล&amp;nbsp;540&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และยานพาหนะ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;57&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และน้ำดื่ม&amp;nbsp;เสื้อชูชีพ&amp;nbsp;อุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ให้คำแนะนำปรึกษานักท่องเที่ยวที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ&amp;nbsp;แนะนำเส้นทาง&amp;nbsp;และจัดทำคู่มือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;อยากขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนใส่ใจการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;โดยดูแลตนเองและคนรอบตัวทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ล้างมือ&amp;nbsp;หรือทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่&amp;nbsp;และขอความร่วมมือท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&amp;nbsp;ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้มีความสะอาด&amp;nbsp;ไม่ทิ้งขยะ&amp;nbsp;ไม่ทำลายสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410155627293</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>รัฐบาล เตรียมพร้อมรับมืออากาศแปรปรวน มั่นใจสถานการณ์น้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54 แน่นอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสภาพอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;มีฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นในช่วงต้นเดือน&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งสถานการณ์คล้ายคลึงกับเมื่อปี&amp;nbsp;54&amp;nbsp;จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาถึง&amp;nbsp;อาจซ้ำรอยมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในเรื่องนี้&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;การคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติและแหล่งน้ำยังสามารถเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนของรัฐบาล&amp;nbsp;จะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กอนช.&amp;nbsp;ติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบว่า&amp;nbsp;อากาศค่อนข้างแปรปรวนตั้งแต่ช่วงเดือน&amp;nbsp;ม.ค.-มี.ค.65&amp;nbsp;มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติ&amp;nbsp;107%&amp;nbsp;เช่นเดียวกับปริมาณฝนในช่วงเดือน&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มิ.ย.65&amp;nbsp;ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ&amp;nbsp;สำหรับเดือน&amp;nbsp;พ.ค.65&amp;nbsp;และช่วงเดือน&amp;nbsp;ก.ค.-ก.ย.65&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในปี&amp;nbsp;54&amp;nbsp;คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ&amp;nbsp;และน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกในปี&amp;nbsp;54&amp;nbsp;สำหรับปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ช่วงต้นเดือน&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;มีปริมาณ&amp;nbsp;58,525&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ของปริมาณการกักเก็บ&amp;nbsp;สามารถรองรับน้ำหลากได้อีกถึง&amp;nbsp;28,000&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้เร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่เหมือนปี&amp;nbsp;54&amp;nbsp;อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411104443395</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;75&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;47&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;44&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;25,550&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411091923363</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง3พื้นที่สูงสุดบริเวณต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลกส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม49พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&amp;nbsp;49&amp;nbsp;พื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต.ท่าอิฐ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ท่าหลวง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;โดยบางพื้นที่พบสูงเกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;49&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&amp;nbsp;ซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&amp;nbsp;เขตสาทร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนพหลโยธิน&amp;nbsp;แยก&amp;nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&amp;nbsp;เขตจตุจักร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.คลองหนึ่ง&amp;nbsp;อ.คลองหลวง&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411094813366</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>เตือนประชาชนเกือบทุกภาค ระวังพายุฤดูร้อน 16-18 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp;มีอากาศร้อนและฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;แต่จะมีฝนเล็กน้อยด้านตะวันตกของภาคกลางและชายฝั่งภาคตะวันออก&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&amp;nbsp;ส่วนหลังสงกรานต์&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;16-18&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp;รวมถึงภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ฝนตกหนัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงฟ้าผ่า&amp;nbsp;ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและงดใช้เครื่องมือสื่อสารขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411103344378</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 5,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้สูงกว่า&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;299&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;131&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;34&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;34&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และอุตรดิตถ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศไทยพบมากในพื้นที่เกษตรบริเวณภาคกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;13,295&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,614&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,992&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;ไปจนถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ติดต่อกัน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้มากถึง&amp;nbsp;5,251&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;1,797&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;473&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411134928473</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>เดินหน้าจ้างแรงงานชลประทาน สร้างรายได้ทดแทนให้เกษตรกรช่วงแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซม&amp;nbsp;บำรุงรักษา&amp;nbsp;ขุดลอก&amp;nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&amp;nbsp;แก้มลิง&amp;nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&amp;nbsp;75,000&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณ&amp;nbsp;4,465&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;8,700&amp;nbsp;&amp;nbsp;87,000&amp;nbsp;บาท(ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้าง/คน)&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&amp;nbsp;60,182&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำดับคือ&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;3,552&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;3,005&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;2,926&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อีกเกือบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&amp;nbsp;หากเกษตรกร&amp;nbsp;หรือประชาชนคนใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถาม&amp;nbsp;หรือสมัครได้ที่&amp;nbsp;โครงการชลประทานใกล้บ้าน&amp;nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&amp;nbsp;1460&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411143541489</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>จตุพร ย้ำ ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ในภูมิภาคของไทยปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ในภูมิภาคของประเทศไทยปีนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมการจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เบื้องต้นได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อเตรียมการและจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้&amp;nbsp;และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องปีนี้&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;เห็นชอบร่างกำหนดการที่มีกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;สิงหาคมนี้&amp;nbsp;และเห็นชอบการเปลี่ยนสถานที่จัดการประชุมเป็นจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่เดียวกับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(SOM3)&amp;nbsp;และการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้าไม้ที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;และการค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;(EGILAT22)&amp;nbsp;โดยให้กรมป่าไม้และคณะทำงานด้านพิธีการและอำนวยการ&amp;nbsp;ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง&amp;nbsp;การต้อนรับคณะผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจต่างๆ&amp;nbsp;และการคัดเลือกโรงแรมสำหรับการจัดการประชุม&amp;nbsp;พร้อมกำหนดหัวข้อการศึกษาดูงานให้มีความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมฯ&amp;nbsp;ยังได้พิจารณาร่างถ้อยแถลงระดับรัฐมนตรี&amp;nbsp;(Draft&amp;nbsp;Ministerial&amp;nbsp;Statement)&amp;nbsp;ถือเป็นเอกสารสำคัญที่เป็นผลลัพธ์จากการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านการป่าไม้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ที่เขตเศรษฐกิจต่างๆและไทยจะได้นำไปดำเนินการต่อให้บรรลุตามเป้าหมาย&amp;nbsp;จึงให้ฝ่ายเลขานุการฯ&amp;nbsp;นำความคิดเห็นจากที่ประชุมฯ&amp;nbsp;ไปปรับแก้และดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นทุกฝ่ายให้ความสำคัญการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงโอกาสที่ไทยจะได้แสดงบทบาทการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ของภูมิภาค&amp;nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อเป็นฐานการพัฒนาสังคม&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411153354535</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>ชาวสวนยางตรัง ยอมโค่นยางทิ้งประมาณ 1 ไร่ นำพื้นที่มาใช้เลี้ยงแพะขายสร้างรายได้งามปีละกว่า 3 แสน  มีรายได้มากกว่ายางทั้งแปลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;ทองชู&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;91/1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.ท่างิ้ว&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;นำผู้สื่อข่าวดูพื้นที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงแพะขาย&amp;nbsp;โดยเมื่อประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ช่วงราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;ยอมตัดใจโค่นยางทิ้งประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จากเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อทำคอกเลี้ยงแพะส่งขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยขณะนี้มีแพะอยู่ทั้งหมดกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พ่อพันธุ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และลูกๆรวมกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แต่หลังจากเลี้ยงไป&amp;nbsp;ปรากฏว่าสามารถสร้างรายได้เสริมให้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ตลาดความต้องการภายในจังหวัดดีมาก&amp;nbsp;มีเท่าไรไม่พอขาย&amp;nbsp;ผลิตไม่ทัน&amp;nbsp;โดยตลาดรับซื้อไม่ต้องไปไกล&amp;nbsp;เพียงภายในจังหวัดตรังก็ไม่พอขาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพี่น้องมุสลิม&amp;nbsp;ในราคาขายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขนาดที่ตลาดต้องการไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;แต่ละปีสามารถผลิตแพะขายได้ปีละประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;หรือมีรายได้ปีละกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่งามมาก&amp;nbsp;กว่ายางพารารวมกันทั้งแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงคิดว่าตัดสินใจถูกที่หันมาเลี้ยงแพะขาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม้จะต้องให้เวลากับการเลี้ยงมากกว่ายางพารา&amp;nbsp;แต่ก็คุ้มค่า&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;อาหารสูงมากจากวันละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นเป็นวันละประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยต้นทุนดังกล่าวมาจากอาหาร&amp;nbsp;ยารักษาโรค&amp;nbsp;อาหารขึ้นประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;%&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงต้องใช้วิธีออกไปเก็บทางปาล์มน้ำมันที่เจ้าของสวนเก็บผลผลิต&amp;nbsp;และตัดแต่งลำต้น&amp;nbsp;นำมาทำเป็นนั่งร้านวางไว้ด้านบน&amp;nbsp;เพื่อให้แพะได้เล็มกินใบไม้ตามธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการเลี้ยงแบบปิด&amp;nbsp;ให้อยู่แต่ในคอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะพื้นที่ด้านนอกก็มีการโค่นยางพารากันมาก&amp;nbsp;ไม่มีหญ้าธรรมชาติให้กิน&amp;nbsp;จึงเลี้ยงด้วยอาหาร&amp;nbsp;และใบไม้จากปาล์มน้ำมันเป็นหลัก&amp;nbsp;โดยแพะจะเล็มกินใบไม้เป็นอาหารในตอนเช้า&amp;nbsp;ส่วนตอนเย็นให้กินอาหาร&amp;nbsp;เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ถ้าไม่ได้เอาทางปาล์มน้ำมันมาให้แพะกินจะต้องเพิ่มอาหารให้กินอีกจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;จึงต้องประหยัดต้นทุนการผลิตโดยวิธีการนี้&amp;nbsp;ทำให้แต่ละปีเมื่อหักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;เป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;จากอาชีพหลักคือ&amp;nbsp;ทำสวนยางพารา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งแนวโน้มการตลาดแพะ&amp;nbsp;ยังดีมาก&amp;nbsp;ความต้องการสูง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีไม่พอขาย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตัวพ่อพันธุ์สั่งซื้อมาจากต่างจังหวด&amp;nbsp;ส่วนแม่พันธุ์เดิมก็ซื้อมา&amp;nbsp;หลังจากนั้นเมื่อออกลูกมา&amp;nbsp;หากเป็นตัวเมียถ้าดูลักษณะแล้วจะต้องเป็นแม่พันธุ์ดี&amp;nbsp;ก็จะเลี้ยงไว้เป็นแม่พันธุ์ต่อไป&amp;nbsp;ส่วนตัวผู้ก็เลี้ยงส่งขาย&amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาการซื้อแม่พันธุ์บ่อย&amp;nbsp;เนื่องจากหากซื้อแม่พันธุ์มาบ่อยกลัวจะนำเชื้อติดมาด้วย&amp;nbsp;จึงใช้วิธีขยายพันธุ์เอง&amp;nbsp;โดยมีทั้งพันธ์บอร์&amp;nbsp;พันธุ์บอร์ผสม&amp;nbsp;พันธุ์แองโกลนูเบียน&amp;nbsp;พันธุ์คาราผสมแองโกล&amp;nbsp;ตัวที่แพงที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตัวที่กักไว้ทำพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;แต่ถ้ามีคนมาซื้อก็ขายไปในราคาแพง&amp;nbsp;ส่วนมูลแพะ&amp;nbsp;ก็โกยใส่กระสอบปุ๋ยขายกระสอบละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ละปีขายมูลแพะได้ปีละประมาณ&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มูลแพะเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;เพราะปุ๋ยเคมีมีราคาแพง&amp;nbsp;เกษตรกรต้องการนำไปใส่บำรุงต้นไม้&amp;nbsp;เพื่อประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412084847769</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตร วางแผนปฏิบัติการช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีการปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประจำเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรที่เริ่มมีการเพาะปลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกแห่ง&amp;nbsp;ติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวันและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ช่วงวันที่&amp;nbsp;4-10&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;มีการขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ดับไฟป่าและเติมน้ำให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำ&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;พื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;และมีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและไฟป่า&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ยังคงปฏิบัติงานและมีการติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;สำหรับการติดตามสภาพอากาศในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-17&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ควรระวังเกี่ยวกับสภาพอากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&amp;nbsp;โดยจากลักษณะดังกล่าว&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีโอกาสวางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งการทำฝนในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนต่างๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412100813796</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>กรมชลประทาน ติดตามบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณฝนตกลดลงในทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&amp;nbsp;46,433&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&amp;nbsp;มีภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจากการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์&amp;nbsp;กองทัพเรือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;19-20&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;จะเกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จึงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;จากอัตรา&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;เป็นอัตรา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;ตั้งเเต่วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.หลังจากนั้นจะปรับลดการระบายน้ำให้เหลือ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;พร้อมปรับปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกจากอัตรา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;เป็นอัตรา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้นลดปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&amp;nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปริมาณฝนจะลดลงในทุกพื้นที่ของประเทศ&amp;nbsp;แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งจัดระบบการเพาะปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;ในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่างให้พร้อมส่งน้ำได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายนเป็นต้นไป&amp;nbsp;และได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ตรวจสอบอาคารชลประทาน&amp;nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;ส่วนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412101213807</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>จังหวัดลำปาง ขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อทราบสถานการณ์น้ำจังหวัดลำปาง,&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ด้านการเกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวด้วยเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;บนเส้นทางสายวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Naga-Belt&amp;nbsp;Road),&amp;nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;และพิจารณาการสมัครเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับรองแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตำบลบ้านค่า&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง/แปลงใหญ่กระเทียม&amp;nbsp;ตำบลหลวงใต้&amp;nbsp;อำเภองาว/แปลงใหญ่ผัก&amp;nbsp;ตำบลห้างฉัตร&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร/แปลงใหญ่สมุนไพร&amp;nbsp;ตำบลวอแก้ว&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ข้าวตำบลบ้านเอื้อม&amp;nbsp;ตำบลบ้านเอื้อม&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412101322811</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงวันที่ 19 - 20 เม.ย.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย&amp;nbsp;โดยมีฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;68&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;67&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และราชบุรี&amp;nbsp;59&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;25,409&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;หลังกรมอุทกศาสตร์&amp;nbsp;กองทัพเรือ&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายนจะเกิดน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;ทำให้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;โดยให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;จากอัตรา&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เพิ่มเป็นอัตรา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;จากนั้นจะปรับลดการระบายน้ำให้เหลือ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ปรับปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกจากอัตรา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เพิ่มเป็นอัตรา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;จากนั้นลดปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412092959774</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 18 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม 23 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ท่าหลวง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แขวงบางซื่อ&amp;nbsp;เขตบางซื่อ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&amp;nbsp;เขตสาทร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&amp;nbsp;ซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412094802784</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>สนับสนุนการทำเกษตรชีวภาพ ลดปริมาณปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มไม่กระทบต่อการเจริญเติบโต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการขาดแคลนเคมีที่นำมาเป็นส่วนผสม&amp;nbsp;ทำให้ราคาแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ&amp;nbsp;ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว&amp;nbsp;ได้มีแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในปีรอบต้นฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดำเนินการจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรผู้รับการปลููกแทนด้วยยางพันธุ์ดี&amp;nbsp;ส่วนปัญหาปุ๋ยเคมีขาดแคลน&amp;nbsp;แก้ไขโดยปรับลดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยได้ง่ายขึ้นและเพียงพอกับความต้องการ&amp;nbsp;ร่วมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักวิชาการในอัตรา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัม/ต้น/ปี&amp;nbsp;จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม/ต้น/ปี&amp;nbsp;ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่า&amp;nbsp;จะไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานที่จะต้องจัดหาเพิ่มขึ้นนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถจัดหาได้ง่ายภายในประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน&amp;nbsp;สอดคล้องกับการทำเกษตรชีวภาพ&amp;nbsp;ตามนโยบาย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;MODEL&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;การทำเกษตรกรรมปลอดภัย&amp;nbsp;ลดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;ไร้สารพิษตกค้างและต้นทุนต่ำลงจากการลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม&amp;nbsp;ตั้งแต่การบำรุงพืชด้วยปุ๋ยชีวภาพและวิธีการกำจัดศัตรูพืชด้วยสารชีวภาพ&amp;nbsp;โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรที่รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีอย่างทั่วถึงในวิธีการใส่ปุ๋ยและอัตราการแนะนำใหม่&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ลดผลกระทบจากวิกฤติการณ์ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและขาดแคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412104953856</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจท้อง และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;นำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจท้องโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การให้อาหาร&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายเป็นนายวินัย&amp;nbsp;สิทธิจันทร์&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;370&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่บ้านด่านซ้าย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนหน้านั้น&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การให้อาหาร&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายเป็นนายศรรักษ์&amp;nbsp;พรหมรักษา&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;64&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;บ้านนาสีเทียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412112844876</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 4,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้สูงเกือบ&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;258&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;83&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;80&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวเล็กน้อยทางพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;13,365&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,663&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;8,076&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้หลายพื้นที่มีปริมาณฝุ่นลดลง&amp;nbsp;แต่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นยังอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;และนครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ติดต่อกัน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้มากถึง&amp;nbsp;3,604&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;3,324&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;420&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412125827912</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงยังคงลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&amp;nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412125652911</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>โคราช ขานรับนโยบาย รมว.เกษตร แจกจ่ายต้นกระท่อมพันธุ์แก่เกษตรกร หวังเป็นพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือนและเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นายไพรัตน์&amp;nbsp;อินทร์ปัญญา&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานแจกจ่ายต้นกระท่อมพันธุ์ดีแก่เกษตรกร&amp;nbsp;เกษตรกรเป้าหมายที่รับกล้ากระท่อม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรโครงการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;สนับสนุนรายละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยมีนายจารพัฒน์&amp;nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&amp;nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอฯ&amp;nbsp;ร่วมในพิธีมอบกล้ากระท่อมให้เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจารพัฒน์&amp;nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&amp;nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;ได้สนองตอบต่อนโยบายของนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ต้องขยายกระท่อมพันธุ์ดีให้ไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560-2564&amp;nbsp;ซึ่งการแจกจ่ายกล้ากระท่อมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งได้ผลิตต้นกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรพร้อมองค์ความรู้&amp;nbsp;เกษตรกรที่ได้รับแจกจ่ายกล้าไม้สามารถปลูกไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;สามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นทางเลือกในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412151307986</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>ครม. เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน หวังหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ภายในปี 73</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&amp;nbsp;หวังหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&amp;nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่จะหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;พร้อมสร้างความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;และรักษาไว้ซึ่งการบริการของระบบนิเวศร่วมกับอีก&amp;nbsp;143&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ในการเดินหน้าอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศบนบก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การสนับสนุนนโยบายการค้าและการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การดำเนินนโยบายการเกษตรยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเกษตรและการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน&amp;nbsp;และการอำนวยความสะดวกให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและที่ดินจากความเสื่อมโทรม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะให้ประเทศไทยพัฒนาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทให้ได้ร้อยละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2580&amp;nbsp;และเป็นไปตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้จะเป็นการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี&amp;nbsp;2593&amp;nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี&amp;nbsp;2608&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำโลกช่วงการประชุม&amp;nbsp;COP&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จากนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สผ.)&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จะเร่งแจ้งการเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ฯ&amp;nbsp;ต่อประธานการประชุม&amp;nbsp;COP&amp;nbsp;26&amp;nbsp;และสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อทราบต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412132350921</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>กลไกตลาด ทางรอดเกษตรกร ฝ่าวิกฤตร้อนแล้ง วัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;เทศกาลสงกรานต์เวียนมาอีกครั้ง และเป็นประจำทุกปีที่ช่วงนี้ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณผลผลิตที่น้อยลงจากผลกระทบของสภาพอากาศ ปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล และต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;? ปริมาณผลผลิตที่น้อยลงจากผลกระทบของสภาพอากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สภาพอากาศร้อนปรอทแตกในช่วงมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคม ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ ทำให้เกิดความเครียดสะสมจากความร้อนที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยเฉพาะหมูและไก่ ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย หากอากาศร้อนจัดสัตว์จะเริ่มแสดงอาการหอบ หายใจแรง เมื่ออุณหภูมิสูง 26-32 องศาฯ หมูจะลดการกินอาหารลง แต่กินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย การกินอาหารน้อยทำให้สารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอกับแม่หมูอุ้มทอง ความร้อนในร่างกายอาจทำให้แม่หมูแท้ง ลูกตายในท้องมากขึ้น อัตราเข้าคลอดลดลง ส่วนในหมูขุนลูกหมูกินอาหารลดลงอัตราการเจริญเติบโตจึงต่ำ ใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น หรือเกษตรกรต้องขายหมูเล็ก รวมทั้งการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ จากความเครียดสะสมเมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนตัด เมื่อปริมาณผลผลิตลดลงย่อมทำให้ต้นทุรการเลี้ยงของเกษตรกรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนในแม่ไก่ไข่สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบกับการสร้างฟองไข่ ผลผลิตไข่ไก่จึงลดลง ขนาดฟองไข่เล็กลง ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร เป็นไข่คละกลางและคละเล็กเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งราคาขายจะต่ำกว่าราคาประกาศของสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ส่วนไก่เนื้อเมื่อการกินได้ลดลง อัตราเติบโตต่ำลงๆ อัตราเสียหายในฟาร์มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;? ปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เดือนเมษายนของทุกปี เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร คึกคักมากขึ้น และยังมีเทศกาลเช็งเม้ง ที่ความต้องการบริโภคเนื้อหมูเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตลดลงดังกล่าวข้างต้น ทำให้แนวโน้มราคาสินค้าสูงขึ้น ตามหลักอุปสงค์และอุปทาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;? ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาพุ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับแรงกดดันจากปัญหาการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน สองประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก ที่ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ และยังกระทบกับต้นทุนด้านพลังงาน ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่วนในภาคการเลี้ยงสัตว์กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติภัยแล้ง ที่กระทบกับปริมาณน้ำกินน้ำใช้ในฟาร์มหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำมาใช้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสม สะอาด ปลอดภัยกับสัตว์ รวมถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากการต้องเปิดระบบการควบคุมและระบายอากาศในช่วงฤดูร้อนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจัยทั้งหมด ส่งผลกับการผลิตสินค้าเกษตรปศุสัตว์โดยตรง เมื่อปริมาณผลผลิตลดลง สวนทางกับการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาปรับขึ้น "ตามกลไกตลาด" ในช่วงเวลานี้ ซึ่งไม่ได้ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตร่ำรวยขึ้นจากสถานการณ์นี้ และต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมานั้นเกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาคผู้ซื้อปลายทาง รวมทั้งภาครัฐต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของสินค้าเกษตรว่า ราคามีขึ้นย่อมมีลงเป็นธรรมดา ดังนั้น "การปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี" เปิดทางให้อุปสงค์อุปทานได้ทำงาน ให้ความต้องการตลาดเป็นตัวชี้นำราคา และควรยกเลิกมาตรการควบคุมราคาสินค้าตลอดห่วงโซ่การผลิต ถือเป็นทางออกและทางรอดของเกษตรกร เพื่อให้พวกเขาได้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้ผลิตสินค้าตามกำลังของตนเองต่อไป และกลไกตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถวางแผนการผลิต รองรับการบริโภคของประชาชนคนไทย ถือเป็นแนวทางในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยฝีมือเกษตรกรไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้เขียน : กัญจาฤก แว่นแก้ว นักวิชาการด้านปศุสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412143639966</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>เริ่มแล้ว! กระทรวงเกษตรแจกต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี 2 แสนต้น รับได้ฟรีที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืช 10 แห่งทั่วประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C?__eep__=6&amp;amp;__cft__[0]=AZVFrkgwDZsok1cpso53KZPd7q0nVlAO5N4MbVz7mcVS2hrNx5HiwsVQGYw26og0MvkGOPLpEBL7l_uL8TlZY0ZAvUNQi25UEEa8ZjYlVx6zCRDjH0MtxJUcpLdmEI1YKFU56_vqPGpMRNV60A5tvoAs&amp;amp;__tn__=*NK-R"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--accent);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;&lt;strong&gt;#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&amp;nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1?__eep__=6&amp;amp;__cft__[0]=AZVFrkgwDZsok1cpso53KZPd7q0nVlAO5N4MbVz7mcVS2hrNx5HiwsVQGYw26og0MvkGOPLpEBL7l_uL8TlZY0ZAvUNQi25UEEa8ZjYlVx6zCRDjH0MtxJUcpLdmEI1YKFU56_vqPGpMRNV60A5tvoAs&amp;amp;__tn__=*NK-R"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--accent);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;&lt;strong&gt;#กระท่อม&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;พันธุ์ดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไว้ใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือนและนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้เป็นการแจกต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีรวมกว่า&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;แสนต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้กับเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;รายต่อศูนย์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer/&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer/อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หน่วยงานราชการที่มีภารกิจในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีรายละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าของจะหมด&amp;nbsp;รับที่จุดบริการพืชพันธุ์&amp;nbsp;Doae&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412160240028</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ เร่งให่การช่วยเหลือควายน้ำทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่พัทลุง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ตามที่ได้รับข่าวแจ้งว่ามีควายน้ำทะเลน้อยลอยน้ำตายเป็นจำนวนมากกลางทะเลสาบ&amp;nbsp;ต.ทะเลน้อย&amp;nbsp;อ.ควนขนุน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;หลังขาดอาหารนาน&amp;nbsp;จากน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;จึงได้สั่งการด่วนให้ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์พร้อมด้วย&amp;nbsp;ทีมปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งให้การช่วยเหลือควายทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนที่เป็นข่าวตามสื่อโดยเร็ว&amp;nbsp;นั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ป่าชื้นเขตอนุรักษ์ห้ามล่าทะเลน้อย&amp;nbsp;280,000&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;มีควาย&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีการเลี้ยงควายแบบปล่อยหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ&amp;nbsp;อยู่กันเป็นกลุ่มเป็นฝูง&amp;nbsp;นอนในที่สูงกว่าระดับน้ำทั่วไป&amp;nbsp;บางฝูงเจ้าของมากั้นคอกให้นอนพัก&amp;nbsp;มีการผสมแบบเลือดชิด&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่น้ำท่วม&amp;nbsp;แหล่งพืชอาหารสัตว์ที่ควายหากินทุกปีในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&amp;nbsp;หลังน้ำลดควายก็หากินตามพื้นที่ชุมน้ำเป็นปกติ&amp;nbsp;แต่ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เนื่องจากเหตุกระทบน้ำท่วมขังนานตั้งแต่ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมาจนถึงตอนนี้&amp;nbsp;ระยะเวลาร่วม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จึงกระทบต่อพืชอาหารสัตว์ที่หากินได้ตามปกติ&amp;nbsp;ทำให้แม่ควายลูกอ่อนได้กินอาหารน้อยลง&amp;nbsp;ร่างกายผอมจึงให้นมน้อยและบางตัวก็ทิ้งลูกทำให้ลูกอ่อนแอและตาย&amp;nbsp;สะสมมา&amp;nbsp;จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝูงในพื้นที่พัทลุง&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ลูกควายอ่อนแอและตายสะสม&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และพบแม่ควายแก่ที่มีอายุมากตายไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากการสอบสวนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลทะเลน้อยที่ประสบปัญหา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นพบสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากโรคระบาด&amp;nbsp;สำหรับข้อเท็จจริงความสูญเสียในพื้นที่โดยรวมจะต้องตรวจสอบและรวบรวมจากเกษตรกรทุกรายในพื้นที่ต่อไป&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทุกราย&amp;nbsp;ได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;โดยมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ฟ่อน&amp;nbsp;มอบยาบำรุงยาถ่ายพยาธิแร่ธาตุเวชภัณฑ์&amp;nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในเบื้องต้น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;และประสานหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเพื่อขออนุญาตสร้างสถานที่พักสัตว์&amp;nbsp;คลังเก็บเสบียงสัตว์ให้กับควายลูกอ่อนได้มีที่พัก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412211601234</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไขสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำพร้อมเตรียมการป้องกันน้ำท่วมย้ำไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจิต&amp;nbsp;ชัชวานิชย์&amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมติดตามผลการดำเนินการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวคลองและการเตรียมความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้แจ้งคำสั่งนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;222/2563&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp;และปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม&amp;nbsp;โดยมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;กำกับติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนน้ำท่วมผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจะทำรายงานผลการดำเนินงานการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;แจ้งประธานคณะกรรมการฯทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และมอบหมายสำนักงานเขต&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;เร่งสำรวจการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบปัญหาการอุดตันของท่อระบายน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;ทิศทางการไหลของน้ำ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังศึกษาระเบียบกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ตื้นเขิน&amp;nbsp;พ.ศ.2547&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ที่ตื้นเขินโดยหน่วยงานภาคเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412211131230</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพแตงโมเกาะสุกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม&lt;/strong&gt;หารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตรัง&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;วิทยาเขตตรัง&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกร&amp;nbsp;คุณดำรงค์&amp;nbsp;สินไชย&amp;nbsp;และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมตำบลเกาะสุกร&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาระสำคัญของประชุมเพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตแตงโม&lt;/strong&gt;ในพื้นที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;รับทราบ&amp;nbsp;เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเด็นหารือประกอบ&amp;nbsp;การบริการจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาผลผลิตด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;การรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;การบริจัดการตลาด&amp;nbsp;และการขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;สรุปผลการประชุมหารือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แนวทางการพัฒนาขับเคลื่อนได้รับความเห็นจากหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมและเกษตรกรที่เข้าร่วมเห็นด้วยกับแนวทางที่นำเสนอในที่ประชุมโดยการทำงานด้วยแบบบูรการด้วยกันทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดตรังจะนำข้อสรุปดังกล่าวไปนำเสนอในเวทีชุมชนในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตในฤดูกาลถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171441110</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle>เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการห่อผลทุเรียน เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนของ Young Smart Farmer ตำบลโพรงจระเข้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการห่อผลทุเรียน&amp;nbsp;เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนของ&amp;nbsp;นายสุรเชษฐ&amp;nbsp;เส็นฤทธิ์&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรเชษฐ&amp;nbsp;เส็นฤทธิ์&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;เริ่มห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ผลทุเรียนอายุประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วันหลังดอกบาน&amp;nbsp;หรือระยะติดผลเล็ก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ผลทุเรียนขนาดไข่กระทา)&amp;nbsp;โดยใช้ถุงพลาสติกขนาด&amp;nbsp;6x14&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;และในช่วงประมาณ&amp;nbsp;30-40&amp;nbsp;วันหลังดอกบาน&amp;nbsp;หรือระยะติดผลกลาง&amp;nbsp;(ผลทุเรียนขนาดกระป๋องนม)&amp;nbsp;จะทำการคัดเลือกผลทุเรียนที่สมบูรณ์&amp;nbsp;พร้อมทั้งห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติกขนาด&amp;nbsp;16x26&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;ซึ่งสามารถควบคุมหนอนเจาะผลได้ถึง&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เปอร์เซนต์&amp;nbsp;และเป็นวิธีการที่สามารถควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนได้ในขั้นตอนเดียว&amp;nbsp;ผลผลิตปลอดสารเคมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซนต์&amp;nbsp;และผลผลิตจากสวนจำหน่ายให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;และต่างจังหวัด&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเฉลี่ยปีละประมาณ&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;บาท/ต้น&amp;nbsp;(สนใจสามารถติดต่อสั่งจองทุเรียนหมอนทองไร้สารเคมีได้ที่&amp;nbsp;คุณสุรเชษฐ&amp;nbsp;เส็นฤทธิ์&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;086-0455116)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171606112</Link_News></row>
<row _id="243"><NewsTitle>อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ก.ช.ภ.อ.) (โรคระบาดในสัตว์ โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนางสุชิราอินทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวกรกช&amp;nbsp;เรืองศรี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&amp;nbsp;(โรคระบาดในสัตว์&amp;nbsp;โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโค-กระบือ)&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่ได้เกิดโรคระบาดในสัตว์&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลเขากอบ,&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลำภูรา,&amp;nbsp;นาวง,&amp;nbsp;ท่างิ้ว&amp;nbsp;และทุ่งต่อ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp;มีจำนวนสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ของเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือรวม&amp;nbsp;161,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการให้ความเห็นชอบให้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171714113</Link_News></row>
<row _id="244"><NewsTitle>เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเลื้ยงหอยเชอรี่สีทอง ของนายภักดี คงวัน สมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางบุหลัน&amp;nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&amp;nbsp;ของนายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแหลมสอม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&amp;nbsp;ประกอบด้วยสมาชิก&amp;nbsp;23&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมทั้งด้านพืช&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การทำนา&amp;nbsp;การปลูกพืชผักตามฤดูกาล&amp;nbsp;เลี้ยงโค&amp;nbsp;เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;และการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&amp;nbsp;ซึ่งสมาชิกจะแบ่งกันทำกิจกรรมตามความถนัด&amp;nbsp;และความเหมาะสมของตัวสมาชิกเอง&amp;nbsp;แล้วมีการวางแผนการผลิต&amp;nbsp;ตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และมีการเปิดตลาดนัดชุมชนอาทิตย์ละครั้ง&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;ในส่วนของกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&amp;nbsp;นายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;แบ่งพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ทำโรงเรือนกางสแลนสีเขียว&amp;nbsp;ภายในโรงเรือนแบ่งเป็นบ่อพลาสติกย่อยๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;บ่อสำหรับให้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์วางไข่&amp;nbsp;บ่ออนุบาล&amp;nbsp;และบ่อขุน&amp;nbsp;โดยให้กินพืชที่หาได้ในท้องถิ่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;ตำลึง&amp;nbsp;ใบหม่อน&amp;nbsp;ชะพลู&amp;nbsp;มันเทศ&amp;nbsp;เป็นอาหาร&amp;nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายได้เมื่ออายุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนครึ่งเป็นต้นไป&amp;nbsp;เน้นจำหน่าย&amp;nbsp;เป็นพ่อพันธุ์&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;ราคาคู่ละ&amp;nbsp;20-300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายเมนู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่ว่าจะเป็นลวกจิ้ม&amp;nbsp;แกงกะทิ&amp;nbsp;ผัดเผ็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยรอบนี้&amp;nbsp;นายภักดีเริ่มเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมีรายได้จากการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองประมาณ&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;นายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;095-3151907&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอุดม&amp;nbsp;อุ่นนวล&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;093-7521367&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171813114</Link_News></row>
<row _id="245"><NewsTitle>ผู้เลี้ยงหมูชี้อากาศแปรปรวน ทำเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม ขอความเข้าใจราคาสุกรขายได้ต่ำกว่าทุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 จะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานแห้งลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งผู้เลี้ยงประสบปัญหาภัยแล้งกันมาตลอด จากบทเรียนทุกปีที่ผ่านมา ทางเกษตรกรจึงกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ปีนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน หมูปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ขณะเดียวกันจากประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามที่กำหนดไว้&amp;nbsp;บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม โดยใช้น้ำมันต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม เพื่อให้ความเย็นในโรงเรือนอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ จำเป็นต้องใช้น้ำมากขึ้นใช้ไฟฟ้าเดินระบบมากขึ้นช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลหมูมากกว่าปกติ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น โดยคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;98.81 บาท เป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/em&gt; นายสิทธิพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาสุกรหน้าฟาร์มมีราคากิโลกรัมละ 92-98 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนแล้ว&amp;nbsp;สำหรับความเสียหายของสุกรที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และยังมีอัตราเสียหายจากการเลี้ยง ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดขณะนี้มีจำนวนลดน้อยลง และมีน้ำหนักต่อตัวต่ำกว่า 100 กิโลกรัม ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรที่ต่ำลงตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายสิทธิพันธ์ฯ กล่าวด้วยว่า หากประสบปัญหาแล้ง ผู้เลี้ยงจะมีค่าน้ำเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งปกติจะมีการใช้น้ำอยู่ที่ 30-40 ลิตรต่อตัวต่อวัน โดยจะทำให้มีค่าน้ำเพิ่มเป็น 300-600 บาทต่อสุกรขุน 1 ตัว หรือ 3-6 บาทต่อสุกร 1 กิโลกรัม จากเฉลี่ยแล้วราคาน้ำต่อเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อน้ำ 1 หมื่นลิตร สำหรับฟาร์มขนาดเล็กต้องใช้น้ำราว 2 เที่ยวต่อวัน ต้นทุนในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 6,000 บาทต่อวัน หากเป็นฟาร์มใหญ่ขาดแคลนนํ้ามาก ต้นทุนจะสูงขึ้นมากขึ้นไปอีก กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับต้นทุนการเลี้ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412175844142</Link_News></row>
<row _id="246"><NewsTitle>กรมอุทยานฯ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วประเทศช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรีอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ในวันครอบครัว 14 เม.ย.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;พร้อมเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรีอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;ในวันครอบครัว&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายรัชฎา&amp;nbsp;สุริยกุล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ&amp;nbsp;295&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;อยู่ในอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;และหน่วยงานต่างๆในสังกัด&amp;nbsp;พร้อมตั้งจุดบริการบนถนนสายหลักและสายรอง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;เพื่อเป็นจุดบริการน้ำดื่ม&amp;nbsp;และช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวหากมีเหตุฉุกเฉินต่างๆ&amp;nbsp;โดยได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะ&amp;nbsp;อุปกรณ์การกู้ชีพ&amp;nbsp;กู้ภัย&amp;nbsp;และอุปกรณ์การสื่อสาร&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า&amp;nbsp;1362&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังได้ออกประกาศยกเว้นค่าบริการในการเข้าอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั่วประเทศให้กับบุคคลชาวไทยและยานพาหนะในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ตรงกับวันครอบครัวและเป็นวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สานสัมพันธ์ในครอบครัว&amp;nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติและเห็นความสำคัญการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติได้การรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;151&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;109&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมการรองรับการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติช่วงสงกรานต์&amp;nbsp;ด้วยการดูแลนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับ&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-04T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412180513148</Link_News></row>
<row _id="247"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. ป่าไม้ จับชายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง ปลูกผลไม้ ปลูกยางพารา 2 จุด พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก อ้างมีไว้ยิงกระรอกที่จะมากินผลไม้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&amp;nbsp;ธรรมเนียม&amp;nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&amp;nbsp;ร้อย&amp;nbsp;ฉก.ตชด.445&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบทราบว่ามีชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&amp;nbsp;หลายแปลง&amp;nbsp;จึงประสาน&amp;nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&amp;nbsp;จินตาคม&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;ตชด.445&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายพิชัย&amp;nbsp;แก้วจำรัส&amp;nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตชด.445&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุดเฝ้าตรวจชายแดน4405&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ฉก.ตชด.445&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อส.อำเภอเบตง&amp;nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิด&amp;nbsp;โดยขี่รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางบ้านบ่อน้ำร้อน-บ้านเหมือง&amp;nbsp;จนไปถึงบริเวณบ้านบาเร็ตตู้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าตามเส้นทางสวนยางพาราสวนผลไม้&amp;nbsp;ขึ้นเขาสูงชันประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;แปลงแรก&amp;nbsp;พบนายฉัตรชัย&amp;nbsp;ชุมปลา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;112/3&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;กำลังพรวนดินรอบๆต้นทุเรียน&amp;nbsp;ตรวจสอบมีการแผ่วถางปลูกผลไม้&amp;nbsp;ทั้งทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;สภาพป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย&amp;nbsp;มีการโค่นต้นไม้&amp;nbsp;กานต้นไม้&amp;nbsp;เพื่อจะให้ต้นไม้ยืนต้นตาย&amp;nbsp;พบของกลาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;มีดและเลื่อย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจที่เพิงพักก็ยังพบอาวุธปืนยาว&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;.22&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;CZ452-2EZKM&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.เครื่องกระสุน&amp;nbsp;ขนาด.22&amp;nbsp;แอลอาร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;ยล.4&amp;nbsp;(บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์)&amp;nbsp;เข้ามาตรวจวัดพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง&amp;nbsp;เนื้อที่จำนวน&amp;nbsp;2-3-47&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบมีการโค่นปลูกยางใหม่&amp;nbsp;พื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง&amp;nbsp;เนื้อที่จำนวน&amp;nbsp;1-3-40&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แปลงนี้ยังมีต้นกระถินณรงค์ต้นใหญ่หลงเหลืออยู่&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ร่วมกันปลูกนานมาแล้ว&amp;nbsp;หลังจากที่พื้นที่ป่าบริเวณนี้เคยถูกบุกรุก&amp;nbsp;และทางเจ้าหน้าที่เคยทำการตรวจยึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และได้ปลูกต้นกระถินณรงค์ไว้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า&amp;nbsp;แต่ก็มาถูกบุกรุกซ้ำ&amp;nbsp;สอบถามนายฉัตรชัย&amp;nbsp;ก็ทราบว่าเป็นที่ของตนเช่นกัน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงมอบหมายให้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;ยล.4&amp;nbsp;เป็นผู้ร้องทุกข์&amp;nbsp;ต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.เบตง&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดซึ่งแยกไปอีกเส้นทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเป็นหย่อม&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปบนภูเขาสูง&amp;nbsp;ก็ยิ่งมองเห็นพื้นที่ป่าถูกบุกรุกได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;บางแห่งพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเกือบถึงเขตแดนประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;ชาวบ้านที่บุกรุกป่า&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะค่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โค่นป่าที่ติดกับสวนของตนไปทีละเล็กทีละน้อย&amp;nbsp;โดยใช้วิธีกานต้นไม้&amp;nbsp;รอบโค่นแล้วทายาเพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นตาย&amp;nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&amp;nbsp;ซึ่งยากแก่การเข้าตรวจสอบจับกุมของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงผู้บุกรุกก็หนีหายไปหมดแล้ว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ก็ทำได้เพียงตรวจยึด&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้บุกรุกก็จะย้อนกลับมาดำเนินการทำต่อ&amp;nbsp;จนปัจจุบันพื้นที่ป่าในอำเภอเบตงเหลือน้อยลงทุกที&amp;nbsp;เพราะพอมีโครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของรัฐเข้ามา&amp;nbsp;ชาวบ้านก็จะมาเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เพื่อทำให้ที่ป่าซึ่งเป็นพื้นที่บุกรุก&amp;nbsp;จะได้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้อีกเพราะมีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;เมื่อวัดพิกัด&amp;nbsp;จีพีเอส&amp;nbsp;จากดาวเทียม&amp;nbsp;พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413064646280</Link_News></row>
<row _id="248"><NewsTitle>กรมการข้าว มุ่งพัฒนาลดต้นทุนการปลูกข้าว ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมการข้าวมีความห่วงใยและตระหนักถึงปัญหาด้านต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยมาโดยตลอด&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องต้นทุนการผลิตข้าวนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย&amp;nbsp;ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก&amp;nbsp;รวมไปถึงในส่วนที่กรมการข้าวรับผิดชอบโดยตรงและที่ภาคส่วนอื่นรับผิดชอบ&amp;nbsp;โดยกรมการข้าวมีส่วนที่รับผิดชอบและดูแลในเรื่องต้นทุนการผลิตด้านต่างๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านพัฒนาพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;กรมการข้าวได้พัฒนาข้าวพันธุ์ดี&amp;nbsp;ผลผลิตสูง&amp;nbsp;มีคุณภาพดี&amp;nbsp;ต้านทานโรคและแมลง&amp;nbsp;ทนต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและสามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ในทุกนิเวศการผลิต&amp;nbsp;อีกทั้งยังพัฒนาพันธุ์เพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;เพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์&amp;nbsp;ในการที่จะลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ยังมีด้านเมล็ดพันธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว&amp;nbsp;มีระบบการขยายเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกนิเวศ&amp;nbsp;ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรมีความสนใจสามารถขอรับการสนับสนุน&amp;nbsp;หรือซื้อหาได้ตามระเบียบ&amp;nbsp;รวมไปถึงมีเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;ธนาคารเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ที่เกษตรกรสามารถติดต่อประสานรับการสนับสนุนได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามระบบกระจายอยู่ทุกภูมิภาค&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองซึ่งเป็นการลดต้นทุนได้อย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ในด้านของเทคโนโลยีการจัดการผลิตข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมการข้าวได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนา&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการจัดการผลิต&amp;nbsp;การจัดการปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;การจัดการน้ำที่คุ้มค่า&amp;nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวที่เหมาะสม&amp;nbsp;ทำให้ได้ข้าวมีคุณภาพดี&amp;nbsp;ตลอดจนการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าและการเชื่อมโยงตลาดด้วยระบบกลุ่มทีแบ่งปัน&amp;nbsp;การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริการให้ข้อมูล&amp;nbsp;สนับสนุนการผลิต&amp;nbsp;ลดความเสี่ยงในเรื่องของน้ำท่วม&amp;nbsp;น้ำแล้ง&amp;nbsp;การระบาดของโรคและแมลง&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการยกระดับคุณภาพผลผลิตข้าว&amp;nbsp;ทั้งข้าวที่มีระบบการผลิตดีที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;ข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;ข้าวตลาดเฉพาะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113920345</Link_News></row>
<row _id="249"><NewsTitle>คณะรัฐมนตรี เห็นชอบปรับเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากยิ่งขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มอบนโยบายให้กรมประมงเร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเกี่ยวกับเงื่อนไขข้อจำกัดการสนับสนุนสินเชื่อในการประกอบอาชีพจากสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2546&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและผู้ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Aquaculture&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CoC&amp;nbsp;(Code&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Conduct)&amp;nbsp;ซึ่งเดิมมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลที่ได้การรับรองมาตรฐานทั้ง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CoC&amp;nbsp;ส่งผลให้มีเกษตรกรจำนวนมากได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการประกอบอาชีพได้กรมประมง&amp;nbsp;ได้พยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยได้รับการผลักดันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อยื่นเสนอเรื่องขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีเหตุผลว่า&amp;nbsp;การรับรองเพียงมาตรฐานเดียว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง&amp;nbsp;เหมาะสมเพียงพอต่อการที่จะขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ&amp;nbsp;ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมามีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเกิดความคล่องตัวในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อช่วยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413114338350</Link_News></row>
<row _id="250"><NewsTitle>สหภาพยุโรปยอมรับข้อเสนอวิธีกำจัดแมลงวันผลไม้ พริก มะเขือ มะละกอ ฝรั่ง น้อยหน่า ของไทย หลังแจ้งปรับกฎระเบียบนำเข้าใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่สหภาพยุโรปมีการปรับกฎระเบียบ&amp;nbsp;Regulation&amp;nbsp;(EU)&amp;nbsp;2019/2072&amp;nbsp;ใหม่&amp;nbsp;กำหนดให้มีผลบังคับใช้วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกพืช&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิดจากประเทศไทยได้แก่&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;มะละกอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝรั่งและน้อยหน่า&amp;nbsp;จากเดิมที่เน้นการตรวจศัตรูพืชที่แปลงผลิต&amp;nbsp;โรงคัดบรรจุและหน้าด่านตรวจพืชก่อนการส่งออก&amp;nbsp;แต่กฎระเบียบใหม่กำหนดให้ประเทศไทย&amp;nbsp;หรือทุกประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกของสหภาพยุโรปและมีรายงานการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ในสกุล&amp;nbsp;Bactrocera&amp;nbsp;ชนิดที่สหภาพยุโรปกำหนดจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ที่ประกาศใช้ดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รีบจัดทำข้อมูลเสนอให้คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร&amp;nbsp;พิจารณาพร้อมเร่งประสานกับสหภาพยุโรป&amp;nbsp;โดยวิธีการที่ประเทศไทยเลือกคือ&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิดได้แก่&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;น้อยหน่าและฝรั่ง&amp;nbsp;บริหารจัดการตั้งแต่ในสวน&amp;nbsp;การขนส่งจากแปลงไปโรงคัดบรรจุและการบริหารจัดการในโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;รวมทั้งการรับรองสุขอนามัยพืชก่อนการส่งอออก&amp;nbsp;ส่วนมะละกอ&amp;nbsp;เสนอใช้วิธีการเก็บเกี่ยวที่ระยะเวลา&amp;nbsp;90-120&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หลังดอกบาน&amp;nbsp;และมะละกอสุกจะต้องผ่านการแช่น้ำร้อน&amp;nbsp;หรือผ่านการอบไอน้ำปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ก่อนการส่งออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังจากที่ได้ลงนามในหนังสือแจ้งให้&amp;nbsp;DG&amp;nbsp;SANTE&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พิจารณาเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีการประสานงานกับสำนักที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงบรัสเซลส์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อระยะเวลาที่กฎระเบียบของอียูจะมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;โดยได้รับรายงานว่าสหภาพยุโรปรับพิจารณาข้อมูลของประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ส่งออก&amp;nbsp;สามารถส่งออกพืชทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิดได้อย่างต่อเนื่องภายใต้เงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113630341</Link_News></row>
<row _id="251"><NewsTitle>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;69&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และตรัง&amp;nbsp;54&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;25,246&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413095221310</Link_News></row>
<row _id="252"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม 7 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนดินแดง&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&amp;nbsp;ซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413102241315</Link_News></row>
<row _id="253"><NewsTitle>สถานการณ์ราคาทุเรียนจังหวัดระยอง เริ่มผันผวน หลังพ่อค้าคนกลางปั่นราคา อ้างล้งหยุดรับซื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สถานการณ์ราคาทุเรียนของภาคตะวันออก&amp;nbsp;เริ่มปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากเดิมทุเรียนพันธุ์หมอนทองหน้าสวน&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;140-150&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ลดเหลือ&amp;nbsp;90-110&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;โดยมีสาเหตุจากมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ของจีน&amp;nbsp;ที่มีการตรวจสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และมีรายงานว่า&amp;nbsp;ด่านโมฮ่านของจีนออกประกาศระงับการนำเข้าทุเรียนไทย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;12-14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนส่งทุเรียนจากไทยผ่านลาว&amp;nbsp;เข้าด่านโมฮ่านทางตอนใต้ของมณฑลยูนนานเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อกระบวนการส่งออก&amp;nbsp;จึงเป็นเหตุให้พ่อค้าคนกลางและผู้ประกอบการส่งออก&amp;nbsp;ลดความเสี่ยง&amp;nbsp;โดยการซื้อทุเรียนถูกลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุเรียนในจังหวัดระยองยังไม่แก่เต็มที่&amp;nbsp;ล้งรับซื้อต้องการทุเรียนแก่เท่านั้น&amp;nbsp;จากการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในทุเรียนของเกษตรกรใน&amp;nbsp;อำเภอแกลง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พบทุเรียนสุกเพียง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่เหลือ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;เป็นเหตุให้เกิดการปั่นราคาโดยอ้างว่าล้งปิดการรับซื้อ&amp;nbsp;หากจะรับซื้อ&amp;nbsp;จะซื้อในราคาที่ถูกลง&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรเร่งตัดทุเรียนออกขายทั้งที่ทุเรียนยังอ่อน&amp;nbsp;เมื่อนำไปขายล้งก็จะไม่รับซื้อ&amp;nbsp;เกษตรกรก็จะนำทุเรียนออกมาขายตามท้องตลาด&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ราคาลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปฏิบัติตามมาตรการ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ไม่ให้มีเชื้อโควิด&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้การส่งออกรวดเร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และช่วยป้องกันราคาลดต่ำลง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113831344</Link_News></row>
<row _id="254"><NewsTitle>คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจจับรถควันดำทั่วประเทศแล้วกว่า 240,000 คัน โดยวันนี้เป็นวันแรกเริ่มตรวจจับมาตรฐานควันดำรถยนต์สูงขึ้นร้อยละ 15</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ตรวจจับรถควันดำทั่วประเทศแล้วกว่า&amp;nbsp;240,000&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;โดยวันนี้เป็นวันแรกเริ่มตรวจจับมาตรฐานควันดำรถยนต์สูงขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เพื่อลดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยเฉพาะในเขตเมืองลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนที่มีสาเหตุแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานครมีแหล่งกำเนิดหลักมาจากการขนส่งทางถนน&amp;nbsp;โดยรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหาการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่างๆและแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะ&amp;nbsp;จึงได้กำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานและวิธีการตรวจวัดการระบายมลพิษจากรถยนต์เป็นแนวทางหนึ่งแก้ปัญหาดังกล่าวตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;"การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง"&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ตรวจควันดำทั่วประเทศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;164,560&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;46,176&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ห้ามใช้&amp;nbsp;682&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ตรวจโดยกองบังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และพื้นที่ต่างจังหวัด&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;82,096&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;1,165&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ห้ามใช้&amp;nbsp;1,165&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ตรวจโดยสำนักงานขนส่งจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&amp;nbsp;ตำรวจภูธร&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความเข้มงวดและประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์&amp;nbsp;ด้วยการออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;จึงขอแจ้งผู้ประกอบการและประชาชนดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413125321388</Link_News></row>
<row _id="255"><NewsTitle>ห่วงใยควายน้ำและเกษตรกร ปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือควายทะเลน้อย พัทลุง อย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความเป็นห่วงควายน้ำและเกษตรกรที่เดือดร้อน&amp;nbsp;โดยเร่งให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยอธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ชัยวัตน์&amp;nbsp;โยธคล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมปศัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงควายทะเลน้อย&amp;nbsp;ร่วมกับนายวิญญ์&amp;nbsp;สิทธิเชนทร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ผู้แทนของผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ยาบำรุงยาถ่ายพยาธิ&amp;nbsp;แร่ธาตุเวชภัณฑ์&amp;nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อให้กับตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางโลหิตวิทยาในเลือดกระบือทะเลน้อย&lt;/strong&gt;ที่ประสบปัญหาสุขภาพ&amp;nbsp;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้&amp;nbsp;ยืนยันได้ว่ากระบือมีภาวะโลหิตจางที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ&amp;nbsp;สอดคล้องกับประวัติการขาดอาหาร&amp;nbsp;สรุปปัญหาสุขภาพของกระบือทะเลน้อย&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ตามที่มีรายงานข่าวในขณะนี้ไม่ได้เกิดจากโรคติดเชื้อ/โรคระบาด&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะคือ&amp;nbsp;ระยะสั้น&amp;nbsp;ระยะกลาง&amp;nbsp;ระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับระยะสั้น&amp;nbsp;ที่เร่งด่วนคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การช่วยเหลือด้านอาหารสัตว์และฟื้นฟูสุขภาพแก่ควายดังกล่าว&amp;nbsp;จะบูรณาการทีมเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์และของคณะสัตวแพทย์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;ดำเนินการอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะกลาง&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรผู้เลี้ยงควายรวมกลุ่ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดองค์กรเพื่อประสานงานการพัฒนาการเลี้ยง&amp;nbsp;ปรับปรุงพันธุ์ด้วยผสมเทียมและสนับสนุนพ่อพันธุ์คุมฝูง&amp;nbsp;ลดปัญหาเรื่องการผสมเลือดชิด&amp;nbsp;สร้างอาสาปศุสัตว์ประจำกลุ่ม&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายแจ้งข่าวสารและเตือนภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะยาว&amp;nbsp;จัดทำคอกพักสัตว์จุดอพยพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในยามน้ำในทะเลน้อยมีระดับสูง&amp;nbsp;สำหรับบริหารจัดการดูแลควายของแต่ละกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413195903592</Link_News></row>
<row _id="256"><NewsTitle>ไทย มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง และผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงอย่างน้อยร้อยละ 20</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทย&amp;nbsp;มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง&amp;nbsp;และผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;20&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่าปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้นช่วงนี้&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากหมอกควันข้ามแดนของประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เบื้องต้นประเทศไทยหนึ่งในคณะกรรมการภายใต้รัฐมนตรีประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&amp;nbsp;ได้แจ้งสำนักเลขาธิการอาเซียนให้ประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขงยกระดับการดำเนินการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;พร้อมขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;การยกระดับความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว&amp;nbsp;สำหรับภาพรวมจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ในอนุภูมิภาคแม่โขงปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยจำนวนจุดความร้อนสะสมตั้งแต่มกราคมจนถึงปัจจุบันลดลงถึงร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เป็นผู้นำการขับเคลื่อนพยายามผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงจากปีก่อนอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ขยายโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน&amp;nbsp;(Haze&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;ASEAN&amp;nbsp;Roadmap)&amp;nbsp;สำหรับภูมิภาคอาเซียนและแผนปฏิบัติการเชียงราย&amp;nbsp;2017&amp;nbsp;สำหรับอนุภูมิภาคแม่โขง&amp;nbsp;โดยแผนปฎิบัติการเชียงรายได้ถูกขยายไปอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ไทยมุ่งหวังให้การป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียนมีผลในทางปฏิบัติให้มากขึ้น&amp;nbsp;แล้วพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413132115399</Link_News></row>
<row _id="257"><NewsTitle>ปภ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก ตำบลตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปภ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก&amp;nbsp;ตำบลตาเสา&amp;nbsp;อำเภอวังน้อย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายกฤษณ์&amp;nbsp;แก้วทองหลาง&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสารธภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;เหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;mme&amp;nbsp;โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก&amp;nbsp;และที่จัดเก็บพลาสติก&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;136&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลลำตาเสา&amp;nbsp;อำเภอวังน้อย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา&amp;nbsp;07.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&amp;nbsp;ในช่วงเวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สถานที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เปิดดำเนินกิจการตั้งแต่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;มีพนักงานในบริษัท&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากตู้เบรคเกอร์ไฟฟ้าของโรงงานระเบิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ขึ้น&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอพยพผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ&amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้นำส่งโรงพยาบาลวังน้อย&amp;nbsp;ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;รถดับเพลิง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประสานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ดำเนินการเข้าตรวจสภาพอากาศและดูแลสุขภาพประชาชนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413143717428</Link_News></row>
<row _id="258"><NewsTitle>ไทย ประสบความสำเร็จติด 1 ใน 5 ของโลกการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน 1 ปี เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทย&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จติด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของโลกการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน&amp;nbsp;แหลมพันวา&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จการอนุบาลเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จนประเทศไทยอยู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของโลกที่ทำสำเร็จแล้ว&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ศรีลังกา&amp;nbsp;อเมริกา&amp;nbsp;ฝรั่งเศส&amp;nbsp;แคนาดา&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาไทยใช้ความพยายามทดลองเลี้ยงเต่ามะเฟืองในบ่อเลี้ยง&amp;nbsp;แต่ยังไม่สามารถอนุบาลเป็นเวลานานได้&amp;nbsp;เพราะเต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก&amp;nbsp;(Critically&amp;nbsp;endangered)&amp;nbsp;และเป็นสัตว์สงวนของไทยที่เป็นเต่าทะเลน้ำลึกต่างกับเต่าทะเลสายพันธุ์อื่นๆ&amp;nbsp;เมื่อนำมาอนุบาลในบ่อเลี้ยงเต่าจะว่ายชนบ่อเลี้ยงจนติดเชื้อและตาย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เต่ามะเฟืองมีบทบาทสำคัญในการควบคุมปริมาณแมงกะพรุน&amp;nbsp;แล้วอาศัยอยู่ในทะเลลึกเกือบตลอดชีวิตและจะกลับมาชายหาดเฉพาะตอนวางไข่เท่านั้น&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบเต่ามะเฟืองกลับมาวางไข่ที่พังงาและภูเก็ตอีกครั้ง&amp;nbsp;มีโดยมีลูกเต่ามะเฟืองฟักตัวจากไข่ออกสู่ทะเลมากกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ตามสถิติลูกเต่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัวจะมีเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เท่านั้นจะมีชีวิตรอดไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผลพลอยได้จากโครงการทดลองอนุบาลเต่ามะเฟืองครั้งนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์แมงกะพรุนหนังลายจุดและแมงกะพรุนลอดช่อง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การสร้างระบบเลี้ยงสำหรับลูกเต่ามะเฟือง&amp;nbsp;โดยเฉพาะคอกป้องกันไม่ให้เต่าเกิดบาดแผล&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;งานวิจัยการอนุบาลเต่ามะเฟืองในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เล่ม&amp;nbsp;สิ่งสำคัญการศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติของเต่ามะเฟืองยังเป็นการเพิ่มโอกาสการมีชีวิตรอดท่ามกลางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันนี้ด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413151110450</Link_News></row>
<row _id="259"><NewsTitle>จังหวัดลพบุรีย้ำให้ทุกอำเภอชี้แจงเกษตรกร ชะลอการเข้าพื้นที่การเกษตรช่วงนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ห้องประชุมพระปรางค์สามยอด&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;นายสุภกิณห์&amp;nbsp;แวงชิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;เพื่อติดตามการปฏิบัติงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ย้ำให้ทุกอำเภอชี้แจงเกษตรกร&amp;nbsp;ชะลอการเข้าพื้นที่การเกษตรช่วงนี้และติดตั้งป้ายสัญญาณต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เดินทางทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้เห็นอย่างเด่นชัด&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ด่านชุมชน&amp;nbsp;ด่านครอบครัวทุกอำเภอดูแลกวดขันสมาชิกในครอบครัว&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;หมู่บ้านที่จัดเลี้ยงสังสรรค์&amp;nbsp;เมาแล้วห้ามขับรถออกมา&amp;nbsp;รวมทั้งเข้มงวดการสวมหมวกกันน็อคด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของการรณรงค์ฯ&amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และอำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอท่าหลวง&amp;nbsp;อำเภอสระโบสถ์&amp;nbsp;อำเภอหนองม่วง&amp;nbsp;อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp;และอำเภอโคกเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413145922438</Link_News></row>
<row _id="260"><NewsTitle>ราคาหมูขยับจากปัจจัยรอบด้าน เป็นไปตามกลไกตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;การผลิตอาหารเพื่อประชากรโลก มีห่วงโซ่การผลิตหรือ Supply Chain ที่ยาวมาก และแน่นอนว่าต้องมีผู้คนมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปกติแล้ว กลไกตลาด จะเป็นตัวกำหนดสมดุลราคาขายที่เหมาะสม กล่าวคือถ้ามีความต้องการมากผลผลิตน้อยราคาจะสูง ถ้ามีผลผลิตมากแต่ความต้องการน้อยราคาจะตกต่ำ แน่นอนว่าวัฏจักรสินค้าแต่ละชนิดจะมีปัจจัยเข้ามากระทบในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะกระทบราคาขายในช่วงนั้นๆ ยิ่งถ้ามีปัจจัยผิดปกติเข้ามากระทบต้นทุนการผลิต และเกิดการแทรกแซงในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของห่วงโซ่ นั่นย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังเช่นที่ ขณะนี้มีปัจจัยรอบด้านเข้ามาส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรภาคปศุสัตว์สูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการแรก :&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจัยที่เกินคาดคิดอย่างผลพวงจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ถีบตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ ราคาข้าวสาลี กากถั่วเหลือง เนื่องจาก 2 ประเทศ เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น กลายเป็นต้นทุนค่าขนส่งที่ทวีคูณขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระดับราคาวัตถุดิบในประเทศที่ดันราคาให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ก่อความเดือดร้อนอย่างหนักให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากอาหารเป็นต้นทุนหลักของการผลิตสัตว์ถึง 70% ทีเดียว นับเป็นต้นทุนหลักที่หากรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันการณ์ จะส่งผลให้เกษตรกรอยู่ไม่ได้ และชะลอหรือยุติการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการที่สอง : มาตรการป้องกันโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาโรคระบาด ASF ทำให้ปริมาณแม่พันธุ์สุกรหายไปจากระบบจากเดิม 1.1 ล้านตัว เหลือเพียง 5 แสนตัว และลูกสุกรจาก 28 ล้านตัวเหลือเพียง 12-13 ล้านตัว ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเนื้อหมูหายไปจากตลาดเป็นจำนวนมาก รวมถึงเกษตรกรทก็หายไปจากระบบจาก 2 แสนรายเหลือเพียง 8 หมื่นราย เกษตรกรที่เหลืออยู่จำเป็นต้องวางมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพื่อห้สามารถเลี้ยงสุกรได้ตลอดรอดฝั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการที่สาม : สภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภาวะอากาศร้อนแล้งและเปลี่ยนแปลงบ่อย&amp;nbsp;สภาพอากาศแปรปรวนส่งผลโดยตรงต่อการเลี้ยงสุกรมีอาการเครียด กินอาหารได้น้อยลง เสี่ยงต่อการแท้ง&amp;nbsp;อัตราการเจริญเติบโต (ADG) ต่ำ และอัตราแลกเนื้อ (FCR) แย่ลง รวมถึงอัตราเสียหายที่มักสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประการที่สี่ : เทศกาลรื่นเริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เทศกาลสงกรานต์ หรือ เทศกาลรื่นเริงต่างๆ มีผลต่อความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นสวนทางกับผลผลิตที่ลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ เป็นต้นทุนการผลิตรวมที่สูงขึ้นทุกทิศทาง ส่งผลให้ราคาหมูหน้าฟาร์มขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็จะอยู่ในระดับสูงไปจนกว่าปัจจัยที่เข้ามากระทบจะค่อยๆลดระดับลง เช่น สงครามสงบ ล่วงเลยเวลาช่วงเทศกาล หรือมีวัคซีนป้องกันโรค ASF ขึ้นมา และแม้ปัจจัยต่างๆ จะยังคงอยู่ แต่ถ้าผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ หรือหันไปบริโภคโปรตีนอื่นทดแทน ระดับราคาเนื้อหมูก็จะลดลงเองหรือที่เรียกว่า กลไกตลาดทำงาน โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงหรือตรึงราคาขายใดๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขอเพียงรัฐทำหน้าที่ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยพิจารณารายละเอียดโครงสร้างอุตสาหกรรม ควบคู่กับการสนับสนุนกำลังซื้อ...ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เองด้วยกลไกตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดย ลักขณา นิราวัลย์&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413183128554</Link_News></row>
<row _id="261"><NewsTitle>อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&amp;nbsp;เตือนอิสานใต้&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทองละมุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสภาพอากาศ&amp;nbsp;ประจำวันพุธที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&amp;nbsp;04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันพรุ่งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลักษณะอากาศ&amp;nbsp;อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ลมผิวพื้น&amp;nbsp;ลมใต้&amp;nbsp;ความเร็ว&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413200507601</Link_News></row>
<row _id="262"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วงวันที่ 14 - 17 เม.ย.นี้จนเกิดฝนตก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายนนี้จนเกิดฝนตก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนหลายพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางบางแห่งมีอากาศร้อนจัดและมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;79&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;62&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;25,096&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณน้ำช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;เนื่องจากลมตะวันตกนำความชื้นเข้าสู่ประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;ความกดอากาศสูงจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414094311722</Link_News></row>
<row _id="263"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&amp;nbsp;อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;สูงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&amp;nbsp;อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;สูงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการรระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414095055726</Link_News></row>
<row _id="264"><NewsTitle>อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&amp;nbsp;เตือนอิสานใต้&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทองละมุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสภาพอากาศ&amp;nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&amp;nbsp;04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อนึ่ง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;16-18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&amp;nbsp;รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันพรุ่งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลักษณะอากาศ&amp;nbsp;อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ลมผิวพื้น&amp;nbsp;ลมใต้&amp;nbsp;ความเร็ว&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414173519887</Link_News></row>
<row _id="265"><NewsTitle>ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล จังหวัดชุมพร เพิ่มความเข้มงวดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดชุดส่วนราชการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ&amp;nbsp;มอบสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ&amp;nbsp;จุดบริการประชาชน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน&amp;nbsp;ทั้งด้านอำนวยความสะดวกและการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;รวมทั้งการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ซึ่งในครั้งนี้&amp;nbsp;คณะชุดทำงานตรวจเยี่ยมและติดตามจุดตรวจ&amp;nbsp;จุดบริการ&amp;nbsp;และด่านชุมชน&amp;nbsp;เดินทางออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจบริการประชาชน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยก่อนการลงพื้นที่&amp;nbsp;นายสมพร&amp;nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;พร้อมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;ปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงาน&amp;nbsp;และแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;ซึ่งได้สรุปรายงานการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดชุมพรมีอุบัติเหตุสะสม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;(Admit)&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไม่สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;ขับรถเร็วเกินกำหนด&amp;nbsp;หลับใน&amp;nbsp;ซึ่งประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;ได้มีการประชุมและสั่งการร่วมมือบูรณาการ&amp;nbsp;ตามประเด็นข้อสั่งการของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันตลอดจนอำนวยความสะดวกในการจราจรช่วง&amp;nbsp;โดยเพิ่มความระมัดระวังบริเวณทางแยก&amp;nbsp;จุดตัด&amp;nbsp;จุดกลับรถ&amp;nbsp;รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของความเร็วบนถนนสายหลัก&amp;nbsp;สำหรับถนนสายรอง&amp;nbsp;ให้ด่านชุมชน&amp;nbsp;คนในหมู่บ้านดูแลกันภายใน&amp;nbsp;ก่อนออกมาจากชุมชน&amp;nbsp;หากพบผู้ที่สภาพร่างกายไม่พร้อม&amp;nbsp;ให้ตรวจสอบ&amp;nbsp;และควรใช้ด่านครอบครัว&amp;nbsp;ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ด้วยการให้คนในครอบครัวตักเตือนกันเอง&amp;nbsp;ดูแลกันเอง&amp;nbsp;และในเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ให้เพิ่มการดูแล&amp;nbsp;เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะในจุดอันตรายต้องมีการแจ้งเตือน&amp;nbsp;และต้องมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่ในตัวเมือง&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;จะพบว่าร้านอาหารจะมีการสังสรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ตำรวจและฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ตั้งจุดตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง&amp;nbsp;ควบคู่กับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทั้งมาตรการส่วนบุคคล&amp;nbsp;Universal&amp;nbsp;Prevention&amp;nbsp;และสำหรับกิจการ&amp;nbsp;กิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ต้องมี&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางหลัก-เส้นทางรองในพื้นที่จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;หากรู้สึกเมื่อยล้า&amp;nbsp;อ่อนเพลีย&amp;nbsp;และง่วงจากการเดินทาง&amp;nbsp;ขอให้แวะพักผ่อนได้ที่จุดบริการ&amp;nbsp;จุดพักรถ&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดชุมพรตั้งจุดบริการไว้ตลอดเส้นทาง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ชุมพร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414174246890</Link_News></row>
<row _id="266"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;59&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;70&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;58&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;24,933&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมมาตรการรับมือปัญหาขาดแคลนน้ำหน้าแล้งปีนี้&amp;nbsp;อย่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตรปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำเดือนเมษายน&amp;nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรที่เริ่มเพาะปลูก&amp;nbsp;แล้วให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกแห่งติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวันและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ให้โครงการชลประทานเชียงใหม่ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่จอกที่สำรองใช้หน้าแล้งให้การประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;สาขาเชียงใหม่&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำสำหรับนำไปผลิตประปาที่สถานีผลิตน้ำอุโมงค์&amp;nbsp;8&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;สำหรับจ่ายน้ำให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมืองเชียงใหม่&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;และส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำและแก้มลิงโดยส่งลงคลองแม่แตง&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองผลิตประปา&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;82&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;รถบรรทุกน้ำ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถขุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถบรรทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้อ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถแทรกเตอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หน่วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415093924014</Link_News></row>
<row _id="267"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการรระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415094941018</Link_News></row>
<row _id="268"><NewsTitle>รัฐบาล สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดหาน้ำต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 1 ล้านครัวเรือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยจัดหาน้ำต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเกือบ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ความคืบหน้าจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2561-2580)&amp;nbsp;โดยเฉพาะให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง&amp;nbsp;ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง&amp;nbsp;คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;และบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล&amp;nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ปัจจุบันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพประปาหมู่บ้าน&amp;nbsp;4,675&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จัดหาปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1,797&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำผิวดินทั้งในพื้นที่ชลประทานและพื้นที่เกษตรน้ำฝนได้ปริมาณน้ำต้นทุนถึง&amp;nbsp;1,452&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรได้ปริมาณน้ำ&amp;nbsp;124&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำให้แหล่งน้ำอีก&amp;nbsp;221&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&amp;nbsp;1.17&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;1.08&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;และยังได้พัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยมีพื้นที่ได้รับการป้องกัน&amp;nbsp;9,556&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับการป้องกัน&amp;nbsp;10,893&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;สร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;156,070&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพัฒนาระบบติดตามประเมินผลด้านน้ำของประเทศไทย&amp;nbsp;(TWA)&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;ตรวจสอบได้&amp;nbsp;ลดความซ้ำซ้อนของโครงการ&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนมั่นใจมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำกระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศตามความจำเป็นเร่งด่วนแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;สทนช.จะพิจารณาแผนงานโครงการโดยยึดปัญหาด้านน้ำเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;(Area&amp;nbsp;Based)&amp;nbsp;เป็นเกณฑ์สำคัญ&amp;nbsp;มีแผนหลักเป็น&amp;nbsp;Road&amp;nbsp;map&amp;nbsp;การแก้ปัญหาและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC)&amp;nbsp;ขับเคลื่อนแล้ว&amp;nbsp;21&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;17&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการใช้น้ำในอีก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีข้างหน้า&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บึงบอระเพ็ด&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บึงราชนก&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บึงสีไฟ&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;หนองหาร&amp;nbsp;จ.สกลนคร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415105031044</Link_News></row>
<row _id="269"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ 3,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;442&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;154&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;132&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;83&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;96&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมากระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,046&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,831&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;8,679&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นลดลงเล็กน้อยจากวันก่อน&amp;nbsp;แต่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;และมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;2,708&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,480&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415110307047</Link_News></row>
<row _id="270"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลฯ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.แม่ฮ่องสอน ปี 6465 งวดที่ 5 เผย ราคาประกันรายได้ฯ สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน 15.5 เปอร์เซ็น กิโลกรัมละ 10.60 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการ&amp;nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/strong&gt;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&amp;nbsp;15.5&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;10.60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&amp;nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&amp;nbsp;(กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415120413071</Link_News></row>
<row _id="271"><NewsTitle>จังหวัดตราด กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ฯ ที่วัดแหลมมะขาม ตำบลแหมงอบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นายชยุทกฤดิ&amp;nbsp;นนทแก้ว&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;/&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขึ้นในวันพุธที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ที่วัดแหลมมะขาม&amp;nbsp;ตำบลแหลมงอบ&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการวิชาการแก่เกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมหลัก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;และคลินิกประมง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;(สปก.)&amp;nbsp;คลินิกตรวจเลือดหาสารตกค้างให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้ารับบริการจากการจัดโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415131601109</Link_News></row>
<row _id="272"><NewsTitle>เริ่มใช้เกณฑ์ตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากพบปรับสูงสุด 5,000 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสกสม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อัครพันธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt;และโฆษกกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&amp;nbsp;ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อลดการปล่อยควันดำให้น้อยลง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์และเป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&amp;nbsp;ให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำและวิธีการตรวจวัดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&amp;nbsp;กรณีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง&amp;nbsp;ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&amp;nbsp;ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และหากตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรอง&amp;nbsp;ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&amp;nbsp;ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ซึ่งเกณฑ์การตรวจควันดำใหม่&amp;nbsp;เริ่มมีผลบังคับใช้กับการตรวจวัดควันดำรถที่มาดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนจดทะเบียน&amp;nbsp;หรือตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถ&amp;nbsp;(ตรอ.)&amp;nbsp;ทุกแห่งแล้ว&amp;nbsp;ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;หากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง&amp;nbsp;แล้วมีค่าควันดำเกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง&amp;nbsp;แล้วมีค่าควันดำ&amp;nbsp;เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ&amp;nbsp;ห้ามใช้&amp;nbsp;จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนดและนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านการตรวจวัดจึงจะนำไปใช้งานได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำดังกล่าวนอกจากมีผลบังคับใช้กับสำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถแล้ว&amp;nbsp;ยังนำไปใช้กับการตรวจควันดำบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;จัดผู้ตรวจการออกตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียของรถบรรทุกและรถโดยสาร&amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเพิ่มความถี่ในการปฏิบัติงานออกตรวจวัดควันดำทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและสายรองที่เข้า-ออกกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถ&amp;nbsp;ควรให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ที่เกิดจากยานพาหนะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415211559285</Link_News></row>
<row _id="273"><NewsTitle>เปิดสวนชิมเมล่อน คิโมจิ- อาหรับ พันธุ์ใหม่  หวาน หอม อร่อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปิดสวน&amp;nbsp;ชิมเมล่อน&amp;nbsp;คิโมจิ-&amp;nbsp;อาหรับ&amp;nbsp;พันธุ์ใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทยอยสุกจนเกือบเต็มแปลง&amp;nbsp;หลังใช้เวลาการปลูกและดูแลมา&amp;nbsp;ร่วม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคมจนกระทั่งถึงขณะนี้&amp;nbsp;โดยทางเกษตรกร&amp;nbsp;เริ่มตัดผลผลิตรุ่นแรก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ส่งให้กับลูกค้า&amp;nbsp;ที่ชื่นชอบเมล่อน&amp;nbsp;ต้องการชิมรสชาติ&amp;nbsp;ความอร่อยและได้สั่งจองผ่านออนไลน์ไว้&amp;nbsp;ในราคา&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งสั่งจองลูกเดียว&amp;nbsp;ไปจนถึงหลายลูก&amp;nbsp;แต่ละลูก&amp;nbsp;จะมีน้ำหนักไม่เท่ากัน&amp;nbsp;ตั้งแต่กิโลกรัมกว่าไปจนถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอมร&amp;nbsp;ชุมช่วย&amp;nbsp;นายอำเภอยะหา&amp;nbsp;ปลัดอำเภอยะหา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงปลูกเมล่อนสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;ที่ผลผลิตกำลังทยอยสุก&amp;nbsp;แต่ละลูกก็จะมีสีส้ม&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้ตัดผลเมล่อนและร่วมกันชิมรสชาติเมล่อนสายพันธุ์ใหม่หน้าแปลง&amp;nbsp;ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง&amp;nbsp;ทุกคนต้องยกนิ้วให้&amp;nbsp;ด้วยความหอม&amp;nbsp;เนื้อนุ่มสีส้มและความอร่อยของรสชาติ&amp;nbsp;ที่หวานพอดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเปิดตลาดเมล่อนพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดอเล๊าะ&amp;nbsp;สะตือบา&amp;nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ศพก)&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ครูภูมิปัญญาด้านการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากที่ได้ต่อยอด&amp;nbsp;นำเกสร&amp;nbsp;ของเมล็ดพันธุ์เมล่อน&amp;nbsp;อาหรับ&amp;nbsp;ผสมเกสรกับ&amp;nbsp;สายพันธุ์คิโมจิ&amp;nbsp;มาร่วม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งเดิม&amp;nbsp;เมล่อน&amp;nbsp;อาหรับ&amp;nbsp;จะมีผลเป็นสีเหลือง&amp;nbsp;ไม่หอม&amp;nbsp;ส่วนคิโมจิผลจะเป็นสีเขียวไม่มีเหลือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอนำมาผสมกัน&amp;nbsp;ลูกก็จะออกมาเป็นสีเหลือง&amp;nbsp;เมกกะ&amp;nbsp;เนื้อในเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;คิโมจิ&amp;nbsp;สีเขียว&amp;nbsp;ก็จะออกมาเป็นสีส้ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสายพันธุ์ใหม่จะมีกลิ่นหอมของคิโมจิ&amp;nbsp;ส่วนรสชาติหลายๆ&amp;nbsp;คนได้ชิมแล้ว&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;โอเค&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นความภาคภูมิใจที่ตนเองได้ใช้ภูมิปัญญา&amp;nbsp;ทางด้านการเกษตรมาต่อยอดทดลองปลูกเมล่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตะวันออกกลางที่มาปลูกบ้านเรามาผสมกับคิโมจิ&amp;nbsp;จนประสบความสำเร็จครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;ต่อไปก็จะขยายต่อเป็นพันธุ์ลูกผสม&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังได้ผลผลิตเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ทั้งผลและรสชาติความอร่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416075025326</Link_News></row>
<row _id="274"><NewsTitle>แปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันด้านองค์ความรู้ การผลิต การตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การศึกษาดูงานเป็นหนึ่งในกิจกรรมการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนากรเกษตรที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของทั้งสองเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;สามารถ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นที่บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;เข้าเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;สำหรับแปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จดำเนินการและบริหารงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอนซึ่งนับเป็นศูนย์เครือข่ายหนึ่งที่เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ทั้งด้านองค์ความรู้&amp;nbsp;การผลิตและการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุวรรณ&amp;nbsp;เทโวขัติ&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ&amp;nbsp;ได้สมัคร&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดกับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับวิธีการแปรรูปเป็นไปอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน&amp;nbsp;ทำให้กาแฟเทพเสด็จมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&amp;nbsp;มีรสชาติหอมหวาน&amp;nbsp;มีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าและปัจจุบันกาแฟเทพเสด็จ&amp;nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416120448377</Link_News></row>
<row _id="275"><NewsTitle>กอนช. คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;85&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;57&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;24,771&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416094748341</Link_News></row>
<row _id="276"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 16 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.สุเทพ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ช้างเผือก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.พระบาท&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;23&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416101114346</Link_News></row>
<row _id="277"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว สูงกว่า 2,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;สูงกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;372&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;127&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;120&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;59&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแพร่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,185&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,893&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;8,811&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2,250&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,259&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416125240412</Link_News></row>
<row _id="278"><NewsTitle>รัฐบาล เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ 43 โครงการ ช่วยเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้กว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมลงได้มาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้กว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;โดยช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมลงได้มากจากแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;ได้เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญรวม&amp;nbsp;43&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้อีก&amp;nbsp;646&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;1.56&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ประชาชนมีน้ำใช้ในกิจกรรมต่างๆกว่า&amp;nbsp;262,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และบำบัดน้ำเสียได้&amp;nbsp;1.36&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการประตูระบายน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการขยายเขต&amp;nbsp;กปภ.บ้านฉาง&amp;nbsp;รองรับ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;แผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูคลองแสนแสบ&amp;nbsp;โดยทำควบคู่กับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ยกระดับการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านน้ำตั้งแต่ระดับพื้นที่ผ่านองค์กรผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;อนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&amp;nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำจนถึงระดับนโยบาย&amp;nbsp;คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กนช.)&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ยังได้พัฒนากลไกการกำกับดูแลและจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ&amp;nbsp;และพัฒนาเครื่องมือการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผังน้ำ&amp;nbsp;คลังข้อมูลน้ำในรูปแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Map&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;application&amp;nbsp;National&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Water&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การดำเนินงานดังกล่าวทำให้สถิติความเสียหายจากอุทกภัยลดลงอย่างชัดเจน&amp;nbsp;อย่างปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงมาก&amp;nbsp;แต่การบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกัน&amp;nbsp;วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;และหาแหล่งน้ำสำรอง&amp;nbsp;ส่งผลให้มีหมู่บ้านประกาศภัยแล้งปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เพียง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;891&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7,662&amp;nbsp;หมู่บ้านเท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งน้อยกว่าการบริหารจัดการน้ำในหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ยังไม่มีการประกาศภัยแล้ง&amp;nbsp;ส่วนปัญหาอุทกภัยได้แจ้งเตือนล่วงหน้าและบริหารจัดการน้ำร่วมกันทำให้ความเสียหายน้อยลง&amp;nbsp;แล้วยังป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416164434482</Link_News></row>
<row _id="279"><NewsTitle>จุรินทร์ ออนทัวร์ ภาคใต้ ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 2 แสนราย พร้อมมอบเช็คชำระหนี้และโฉนดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สืบสานนโยบายอดีตนายกฯ ชวน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา&amp;nbsp;และปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;พร้อมเป็นประธานมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคม&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอท่าชนะ&amp;nbsp;อำเภอท่าชนะ&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพูนพงษ์&amp;nbsp;นัยนาภากรณ์&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายอุดม&amp;nbsp;ศรีสมทรง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นายสไกร&amp;nbsp;พิมพ์บึง&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;หัวส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เดินทางต่อไปยังวัดกลางเก่า&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพบกับสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่น&amp;nbsp;โดยมีพี่น้องประชาชนได้มารอมอบดอกกุหลาบ&amp;nbsp;และถือป้ายขอบคุณนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้มอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&amp;nbsp;แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพื่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นโยบายประกันรายได้&amp;nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;ให้เกษตรกรชาวสวนยางและชาวสวนปาล์ม&amp;nbsp;ได้มีหลักประกันให้ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และยางแผ่นดิบชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งทางพรรคได้ดำเนินการมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ตอนนี้ราคาทะลุเพดาน&amp;nbsp;ปาล์มกิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทโดยประมาณ&amp;nbsp;อีกทั้งมีมาตรการช่วยเหลือหลายมาตรการจนสามารถช่วยให้ราคาดีขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ปาล์มของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปนในตลาด&amp;nbsp;ต้องนำเข้าทางเรือเท่านั้น&amp;nbsp;และตนพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย&amp;nbsp;ส่งผลให้วันนี้การส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;ทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น&amp;nbsp;แต่การประกันรายได้จะเป็นหลักประกัน&amp;nbsp;เผื่อว่าวันไหนปาล์มและยางราคาตก&amp;nbsp;อย่างน้อยจะมีหลักประกันให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีได้&amp;nbsp;177,800&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โอนเงินส่วนต่างแล้วเฉพาะคนสุราษฎร์&amp;nbsp;4,920&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรของบางคนเป็นหนี้และไปขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(กฟก.)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่เป็นหนี้ให้ไปเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;ไม่ให้โดนยึดที่ดินทำกิน&amp;nbsp;ให้เป็นหนี้กองทุนแทน&amp;nbsp;ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ&amp;nbsp;จากเมื่อก่อน&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;วันนี้เหลือ&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;และจะไม่ยึดที่ดินทำกินของพี่น้อง&amp;nbsp;เมื่อชำระครบก็จะคืนโฉนดให้กับพี่น้อง&amp;nbsp;โดยวันนี้ตนเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจะเดินหน้าต่อไปเพราะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416211508564</Link_News></row>
<row _id="280"><NewsTitle>กอนช. คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;85&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;57&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;24,771&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417102517593</Link_News></row>
<row _id="281"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 8 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&amp;nbsp;ต.ศรีภูมิ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต.ศรีภูมิ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่,&amp;nbsp;ต.ช้างเผือก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.สุเทพ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417102703594</Link_News></row>
<row _id="282"><NewsTitle>จุรินทร์ ออนทัวร์ ติดตามโครงการประกันรายได้ 3 ปี ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะเดียวกันเผยถึงการเร่งแก้ปัญหาส่งออกทุเรียนคุณภาพหลังจีนชะลอการนำเข้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;เมย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;)เวลา&amp;nbsp;9.50&amp;nbsp;น.นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอเวียงสระ&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกันรายได้เกษตรกรสวนยางพารา&amp;nbsp;และสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนเวียงสระ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมมอบ&amp;nbsp;ถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;nbsp;โดยนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายนันธวัช&amp;nbsp;เจริญวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายเจริญศักดิ์&amp;nbsp;วงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;นายอำเภอเวียงสระ&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การต้อนรับคณะรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับนโยบายประกันรายได้&amp;nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมีประกันปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และประกันยางแผ่นดิบชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขี้ยาง&amp;nbsp;หรือยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดำเนินการมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตอนนี้ปาล์มน้ำมันราคาเกินราคาประกัน&amp;nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทจากหลายมาตรการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรที่ปลูกพืชดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้กล่าวถึง&amp;nbsp;ปัญหาราคาปุ๋ย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคาอาหารสัตว์&amp;nbsp;และราคาน้ำมัน&amp;nbsp;ที่ปัจจุบันมีราคาแพงขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสารตั้งต้นหลักๆ&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;อยู่ในภาวะสงคราม&amp;nbsp;โดยเฉพาะรัสเซีย&amp;nbsp;จึงส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขนส่งก็ดีล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญทั้งสิ้น&amp;nbsp;โดยทางรัฐบาลได้พิจารณาเป็นกรณี&amp;nbsp;และหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไปให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยถึง&amp;nbsp;กรณีในสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีการตรวจสอบสารตกค้างในทุเรียน&amp;nbsp;ส่งผลให้ประสบปัญหาหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;ติดค้างเป็นระยะทางกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางรัฐบาลไทยได้หาแนวทางและดำเนินการช่วยเหลือผ่านทูตพาณิชย์ของจีนอย่างทันที&amp;nbsp;จนปัจจุบันสามารถค้าขายได้ตามปกติ&amp;nbsp;และในอนาคตข้างหน้าได้ช่องทางการขนส่งทางเรือเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-17T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417152352728</Link_News></row>
<row _id="283"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงกว่า 2,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;397&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;186&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;84&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;68&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;81&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,401&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,932&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;8,916&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;2,093&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,275&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417154005729</Link_News></row>
<row _id="284"><NewsTitle>จุรินทร์ ลงนครศรีธรรมราช ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน พร้อมมอบโฉนดกองทุนฟื้นฟูฯ และจัดถุงน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอท่าศาลา&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;และมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราขให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นโยบายประกันรายได้&amp;nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;ให้ชาวสวนยางกับชาวสวนปาล์มได้มีหลักประกัน&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และประกันยางแผ่นดิบชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเราทำมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตอนนี้ราคาทะลุเพดาน&amp;nbsp;ปาล์มกิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทโดยประมาณ&amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะมาตรการที่ลงไปทำ&amp;nbsp;ช่วยให้ราคาดีขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ปาล์มของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปนในตลาด&amp;nbsp;ต้องนำเข้าทางเรือเท่านั้น&amp;nbsp;และตนพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย&amp;nbsp;วันนี้ส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;400%&amp;nbsp;ทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น&amp;nbsp;แต่ประกันรายได้จะเป็นหลักประกันเผื่อวันไหนที่ปาล์มและยางราคาตก&amp;nbsp;อย่างน้อยจะมีหลักประกัน&amp;nbsp;ซึ่งยังคงอยู่และทำมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ยางพาราก็ราคาดีเกินกว่ารายได้ที่ประกัน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ภายในงานได้มีการมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ชุดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และคณะได้เดินทางต่อไปยังตลาดรอมฎอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ้านต้นโหนด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลนาเคียน&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เพื่อติดตามโครงการพาณิชย์&amp;nbsp;ลดราคา&amp;nbsp;ช่วยประชาชนและให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยมุสลิมในโอกาสเดือนรอมฎอนเป็นลำดับต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417203140797</Link_News></row>
<row _id="285"><NewsTitle>สิงห์บุรี ปลูกผักบุ้งไต้หวันแทนนาข้าวรายได้ดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิงห์บุรี&amp;nbsp;ปลูกผักบุ้งไต้หวันแทนการทำนาข้าวรายได้ดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สองพี่น้องเกษตรกรชาวสิงห์บุรี&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนนาข้าวเป็นแปลงผักบุ้ง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เก็บขายส่งพ่อค้าทุกวัน&amp;nbsp;มีรายได้เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;นางกนกทิพย์&amp;nbsp;เมืองช้าง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(เสื้อสีน้ำเงิน)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางนัยนา&amp;nbsp;สาริศรี&amp;nbsp;(&amp;nbsp;เสื้อสีม่วง)&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สองพี่น้องชาวตำบลต้นโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;เดิมทีมีอาชีพทำนา&amp;nbsp;แต่ได้ทำการทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่&amp;nbsp;จากการทำนามาเป็นแปลงปลูกผักบุ้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ลงทุนปลูกผักบุ้งพันธุ์ไต้หวัน&amp;nbsp;ส่งขายตามท้องตลาด&amp;nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันมีพ่อค้าตลาดอ่างทองมาติดต่อรับซื้อผักบุ้งจนถึงบ้านไม่ต้องออกไปขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกนกทิพย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เดิมทีทำนาข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่กว่าจะได้เห็นผลกำไรจากหยาดเหงื่อ&amp;nbsp;ก็ต้องรอเวลาประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จึงจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;จึงตัดสินใจทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่นาจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มาทำแปลงปลูกผักบุ้งไต้หวันแทน&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นลงทุนไปประมาณ&amp;nbsp;4,000-5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในการย่ำแปลงและซื้อเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็สามารถเก็บยอดผักบุ้งจำหน่ายได้&amp;nbsp;โดยสามารถเก็บยอดผักบุ้งได้ทุกวัน&amp;nbsp;จำหน่ายให้แก่พ่อค้าที่เดินทางมารับซื้อถึงบ้าน&amp;nbsp;โดยผักบุ้งที่เก็บมาจะมัดเป็นกำๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;ยอด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กำ&amp;nbsp;จัดใส่ถุงพลาสติกใส&amp;nbsp;หนึ่งถุงจำหน่ายในราคาถุงละ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยจะมีพ่อค้าออเดอร์สั่งมาทุกวันละ&amp;nbsp;20-40&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;1,000-2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อแบ่งกันแล้วก็จะเหลืออย่างน้อยวันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งก็ดีกว่าการทำนา&amp;nbsp;ตรงที่มีรายได้ใช้จ่ายในครอบครัวทุกวัน&amp;nbsp;สำหรับปัญหาที่พบก็คือ&amp;nbsp;ปัญหาน้ำที่ไม่สะอาด&amp;nbsp;ทำให้ผักบุ้งมีก้านสีดำ&amp;nbsp;และปัญหาอีกอย่างคือการขาดแคลนแรงงานในการเก็บยอดผักบุ้ง&amp;nbsp;ซึ่งหากวันไหนที่พ่อค้ารับซื้อออเดอร์มา&amp;nbsp;30-50&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;ก็ต้องตื่นมาเก็บตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;03.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อที่จะได้จำนวนตามที่ลูกค้าต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สิงห์บุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418094554853</Link_News></row>
<row _id="286"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดทำให้วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;บริเวณภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นมีพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;และมีลูกเห็บตกบางแห่ง&amp;nbsp;โดยฝนตกหนักและอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;เนื่องจากความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;113&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บึงกาฬ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;79&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;24,445&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418095627858</Link_News></row>
<row _id="287"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 3 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&amp;nbsp;ต.ศรีภูมิ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.ศรีภูมิ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่,&amp;nbsp;ต.พระบาท&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418101259861</Link_News></row>
<row _id="288"><NewsTitle>จ.ลำปาง สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สสจ.ลำปาง แนะประชาชนดูแลสุขภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;พบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศตำบลพระบาท&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดฯ&amp;nbsp;ตำบลแม่เมาะ&amp;nbsp;อำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดฯ&amp;nbsp;ตำบลสบป้าด&amp;nbsp;อำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดฯ&amp;nbsp;ตำบลบ้านดง&amp;nbsp;อำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้อแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน&amp;nbsp;หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์&amp;nbsp;และสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก&amp;nbsp;หญิงมีครรภ์&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และผู้มีโรคประจำตัว&amp;nbsp;ให้ลดเวลาทำกิจกรรมนอกบ้าน&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน&amp;nbsp;หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์&amp;nbsp;และผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5422&amp;nbsp;7526&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;117&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418120108916</Link_News></row>
<row _id="289"><NewsTitle>จ.ระยอง เตรียมกระจายผลไม้ไปยังตลาดภายในประเทศ หลังประสบปัญหาการส่งออก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;เป็นช่วงผลไม้ในภาคตะวันออกเริ่มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยมีปริมาณผลผลิตรวม&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ส่วนมังคุด&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ยกเว้นเงาะและลองกอง&amp;nbsp;ให้ผลผลิตลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรโค่นเงาะและลองกอง&amp;nbsp;หันมาปลูกทุเรียนที่ได้ราคาคุ้มกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตผลไม้ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;มีปริมาณรวม&amp;nbsp;174,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกลดลงจากร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เหลือร้อยละ&amp;nbsp;60-70&amp;nbsp;หรืออาจจะมากกว่านี้&amp;nbsp;ที่หลือจำเป็นต้องบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ซึ่งขณะนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ได้ประสานกับสภาอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ช่วยประสานไปยังผู้ประกอบการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ในการรับซื้อผลผลิตป้อนเข้าสู่โรงงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งประสานงานกับพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;,สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ธกส.,&amp;nbsp;และบริษัทไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;รวมถึงห้างค้าปลีกค้าส่ง&amp;nbsp;ร่วมทำการค้าแบบพรีออเดอร์กับเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายทุเรียนและมังคุดจากสวนของเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;โดยขนส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยและเอกชน&amp;nbsp;แต่เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนราคายังค่อนข้างสูง&amp;nbsp;จำเป็นต้องปรับราคาให้เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อดึงดูดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418132657954</Link_News></row>
<row _id="290"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;420&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;112&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;71&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแพร่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในภาคเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,606&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,940&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,075&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองวันนี้อากาศกลับมาดีอีกครั้ง&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือยังพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;และลำพูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;1,544&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;326&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418144913007</Link_News></row>
<row _id="291"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 22)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;22)&amp;nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;11,994.39&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,005.61&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,485.53&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;514.47,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;8,414.12&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,585.88&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;9,572.11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,427.89&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418153501055</Link_News></row>
<row _id="292"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ สงขลา ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ควายน้ำตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือที่ประสบอุทกภัย จำนวน 200 ฟ่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ฟ่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;โดยมีนายสัตวแพทย์กิติกรณ์&amp;nbsp;เจนไพบูลย์&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายวรรณรพ&amp;nbsp;ส่องสว่าง&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.บ้านขาว&amp;nbsp;นายสวัสดิ์&amp;nbsp;กิตติโชควัฒนา&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอระโนด&amp;nbsp;นายวัฒนพล&amp;nbsp;พลอยมีค่า&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว&amp;nbsp;อำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากเกิดฝนตกหนักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;น้ำทะเลหนุนในพื้นที่ตำบลบ้านขาว&amp;nbsp;อำเภอระโนด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อพืชอาหารสัตว์เน่าเสีย&amp;nbsp;และกระบือขาดแคลนอาหาร&amp;nbsp;ทำให้แม่กระบือลูกอ่อนกินอาหารน้อยลง&amp;nbsp;ร่างกายผอมและตายกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;937&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&amp;nbsp;ให้การสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้จัดเตรียมหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;750&amp;nbsp;ฟ่อน&amp;nbsp;ซึ่งส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ฟ่อน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่เบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานประชุมโครงการอนุรักษ์ควายน้ำตำบลบ้านขาว&amp;nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว&amp;nbsp;อำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน&amp;nbsp;เชื่อมโยงกับวิถีเกษตรควายน้ำตำบลบ้านขาว&amp;nbsp;ตามนโยบายของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;มีการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวิถีชีวิตต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การให้นักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูป&amp;nbsp;การนั่งหลังควาย&amp;nbsp;การลงเรือนำชมการยกยอ&amp;nbsp;คอกควายเผือก&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นการสร้างรายให้เกิดภายในชุมชนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณิชารีย์&amp;nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418154324068</Link_News></row>
<row _id="293"><NewsTitle>กรมชลประทาน ติดตามการบริหารจัดการน้ำ รับมือเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนในระยะนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;1-17&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&amp;nbsp;45,368&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&amp;nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ด้านตะวันออกของภาคเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง&amp;nbsp;รวมทั้งจะมีฝนตกหนักและฟ้าผ่าเกิดได้&amp;nbsp;โดยยังมีคงมีผลกระทบถึงวันนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งในเขตชลประทาน&amp;nbsp;และนอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;ได้กำชับให้ทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมให้เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่และลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย&amp;nbsp;พร้อมยังได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&amp;nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งหมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418190004161</Link_News></row>
<row _id="294"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ด้วยสามารถทำให้การบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วนในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;โดยประกอบด้วยกิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการถึง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีเป้าหมายคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;กำหนดเป้าหมายเกษตรกรที่เข้าร่วมรวม&amp;nbsp;30,800&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขณะนี้ได้จัดกิจกรรมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในไตรมาสที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครบถ้วนตามเป้าหมายแล้ว&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดงานในไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงขณะนี้ได้จัดแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;114&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;และที่สำคัญได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;39,038&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยหลังจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในไตรมาสที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และในไตรมาสที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สิงหาคมนี้&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418195902180</Link_News></row>
<row _id="295"><NewsTitle>สทนช. กำชับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำเดินหน้า 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดอุทกภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กำชับ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำเดินหน้า&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดอุทกภัย&amp;nbsp;พร้อมเตรียมกักเก็บน้ำช่วงฤดูฝนนี้ไว้ใช้แล้งหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และกักเก็บน้ำหน้าแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;หลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบมาตรการฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการว่า&amp;nbsp;มาตรการรับมือกับฤดูฝนปีนี้ได้เพิ่มเป็น&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ซึ่งได้เพิ่มการจัดตั้งศูนย์ล่วงหน้าก่อนเกิดภัย&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมการจัดทำข้อเสนอแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานโครงการเร่งด่วนของงบกลางที่ต้องมีแผนงานและเป้าหมายที่ชัดเจน&amp;nbsp;หากได้รับการจัดสรรงบประมาณคาดว่าจะอยู่ในวงเงินประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ได้พิจารณาและจัดกลุ่มแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การซ่อมแซม/ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำและกำจัดผักตบชวา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การขุดลอกคูคลอง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การเตรียมวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ&amp;nbsp;และการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อกักเก็บไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ปีนี้มีพื้นที่บางส่วนใน&amp;nbsp;73&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;อาจจะได้รับผลกระทบจากฤดูฝนนี้&amp;nbsp;ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งช่วงใกล้ฤดูฝน&amp;nbsp;หรือประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;จะทำหน้าที่กำกับติดตามผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้สอดคล้องตามมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาการเกิดอุทกภัย&amp;nbsp;จากนั้นจะรายงาน&amp;nbsp;กนช.&amp;nbsp;และคณะรัฐมนตรีรับทราบ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินตามแผนให้ได้ตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418191318170</Link_News></row>
<row _id="296"><NewsTitle>แล้งนี้ เกษตรกรมีหนาว รับภาระต้นทุนรอบด้าน กัดฟันขายสินค้าขาดทุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 นี้ มีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานเหือดแห้งลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยิ่งมีอากาศร้อนมาสมทบกับภัยแล้ง ก็ยิ่งมีผลต่อการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะการเลี้ยงแบบปล่อย หรือเลี้ยงในโรงเรือนเปิดที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ จะได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อฝูงสัตว์อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากธรรมชาติของสัตว์ ทั้งหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ที่การระบายความร้อนออกจากร่างกายต้องใช้วิธีการหอบหายใจเท่านั้น เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ไม่มีต่อมเหงื่อที่ช่วยระบายความร้อนเหมือนคน ซึ่งอาการหอบจะส่งผลต่อเนื่องกับตัวสัตว์ ยิ่งในแม่หมูอุ้มท้อง ความร้อนในร่างกายที่สูงเกินไปประกอบกับมีอาการหอบทำให้เกิดภาวะแท้งเฉียบพลัน รวมถึงลูกมัมมี่ หรือลูกที่ตายในท้องแม่มากขึ้น ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์เข้าคลอดต่ำ จำนวนลูกแรกคลอดลดลง มีผลต่อเนื่องไปถึงจำนวนลูกหย่านม และปริมาณหมูขุนที่มีจำนวนน้อยลงตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในอากาศที่สูงขึ้นระหว่าง 26-32 องศาเซลเซียส จะทำให้สัตว์เริ่มกินอาหารลดลงและกินน้ำได้มากขึ้น การกินอาหารลดลงทำให้สัตว์ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในแม่หมูอุ้มท้องจะส่งผลให้ลูกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำ ทำให้น้ำหนักลูกหย่านมต่ำตามไปด้วย ส่วนในหมูขุนการกินได้น้อย ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตต่ำลง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานขึ้น เกษตรกรอาจต้องขายหมูขุนตัวเล็กลง ที่สำคัญความเครียดสะสมมีผลให้อัตราเจ็บป่วยในหมูทุกๆ รุ่นเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ กลายเป็นต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในไก่เนื้อและไก่ไข่ก็ได้รับผลจากสภาพอากาศไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอาการหอบที่มีผลต่ออัตราการให้ผลผลิตที่จะลดลง และอัตราเสียหายที่เพิ่มขึ้น อาทิ ปริมาณแม่ไก่ไข่คัดทิ้งจากกรณีไข่แตกในท้องมากขึ้น แม่พันธุ์อ่อนแอมีอัตราเจ็บป่วยและตายเพิ่ม แม่ไก่เครียดจนไม่ออกไข่ ขณะที่การกินอาหารน้อยทำให้มีสารอาหารไม่เพียงพอสำหรับการผลิตฟองไข่ จึงเกิดไข่แตก บุบ ร้าว ได้ง่ายขึ้น ผลผลิตไข่ไก่ลดลง ฟองไข่ที่ผลิตได้เล็กลง การขายเป็นไข่ไก่คละหน้าฟาร์มได้ไข่คละเล็กและคละกลางเป็นส่วนใหญ่ รายได้ของเกษตรกรจึงต่ำลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนไก่เนื้อการเจริญเติบโตจะต่ำลงจากการกินอาหารได้ลดลง ความเสียหายจากภาวะอากาศจะเพิ่มขึ้น ปริมาณไก่จับออกได้น้อยลง การเลี้ยงไก่ให้ได้น้ำหนักจับออกตามมาตรฐานต้องยืดระยะเวลาออกไปอีก ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น แต่กลับได้ผลผลิตน้อยลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลกระทบจากภาวะแล้งและอากาศร้อนเช่นนี้ นอกจากจะทำให้อัตราเสียหายมาก ปริมาณผลผลิตลดลง มีต้นทุนที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงอีกโดยเฉพาะค่าน้ำที่จำเป็นต้องซื้อมาให้สัตว์ในฟาร์มได้กินได้ใช้ เนื่องจากภัยแล้งที่กำลังคุกคามในหลายพื้นที่ทั้งในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือหลายจังหวัด ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่ต้องสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นในการเลี้ยงหมูขุนที่ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 300-600 บาทต่อตัว ขณะที่สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงไม่คลี่คลาย การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ ข้อเสนอของรัสเซียให้ทหารยูเครนวางอาวุธ ก็ถูกปฏิเสธและยูเครนยังคงยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด เมื่อสองประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชของโลกห้ำหั่นกัน ประเทศอื่นๆที่พึ่งพาการนำเข้าธัญพืชจากทั้งสองประเทศย่อมได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา แม้แต่พืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็พลอยราคาปรับขึ้นตามไปด้วย ผู้ใช้ผลผลิตเพื่อทำเป็นอาหารสัตว์และภาคเกษตรกรต้องก้มหน้ารับผลกระทบนี้ไปอย่างไม่อาจหลีกหนีได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยังไม่นับผลกระทบด้านพลังงานที่นับวันราคาพลังงานยิ่งจะปรับขึ้น จากผลพวงของการสู้รบดังกล่าว ในไทยเองก็โดนหางเลขไปด้วย เมื่อล่าสุดรัฐบาลไทยต้องยอมยกธงขาว ตัดสินใจเลิกอุ้มน้ำมันดีเซลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป ทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งต้องปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงต้นทุนในภาคการเกษตรที่ต้องพุ่งขึ้นเช่นกัน เช่นในภาคผู้เลี้ยงสัตว์ที่อาศัยเครื่องยนต์น้ำมันในการหมุนมอเตอร์พัดลมในโรงเรือนปิดแบบ EVAP ก็ต้องมีต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาระหนักอึ้งทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าน้ำมันในภาคขนส่งและการใช้พลังงานภายในฟาร์ม ค่าน้ำที่จำเป็นต้องซื้อมาใช้ ค่าไฟฟ้าที่ต้องใช้ในการเดินระบบการทำความเย็นในฟาร์ม กลายเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกษตรกรต้องแบกรับ ในขณะที่การขายสินค้าเกษตรยังคงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างเช่น การเลี้ยงหมูที่ขณะนี้ต้นทุนสูงถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ขณะที่เกษตรกรขายหมูขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มได้เพียง 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ส่วนเกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อยังถูกขอให้รักษาระดับราคาขายไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับต้นทุนการเลี้ยงที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน จากประกาศราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.40 บาท ผู้เลี้ยงยังคงตรึงราคาขายไข่ไว้ที่ 3.30  3.40 บาทต่อฟอง ตามที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือไว้ โดยผลผลิตไข่ไก่ช่วงนี้เป็นไข่ไก่คละเล็กและคละกลาง จึงขายได้ราคาต่ำกว่าราคาประกาศดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางออกที่ดีที่สุดของเกษตรกรคือ การปล่อยให้กลไกตลาดได้ทำงาน และให้ผู้เลี้ยงสามารถขายสินค้าที่สะท้อนต้นทุนการผลิตได้ ก่อนที่เกษตรกรจะม้วนเสื่อเลิกเลี้ยงสัตว์เพราะรับภาระต้นทุนสูงแต่ต้องขายสินค้าขาดทุนไม่ไหว ถึงวันนั้นความมั่นคงทางอาหารย่อมสั่นคลอนแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดย จิตรา ศุภาพิชญ์ นักวิชาการอิสระ ศึกษาด้านการเกษตร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418202536185</Link_News></row>
<row _id="297"><NewsTitle>เกษตรนครพนม ติดตามนิเทศงานขับเคลื่อนการเกษตรในพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีสื่อสารทางไกลส่งเสริมการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการติดตามนิเทศงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรและการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทำให้การปรับเปลี่ยนวิธีการและปรับตัวในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะสำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรและผู้มารับบริการด้านการเกษตรต่างๆ&amp;nbsp;โดยมีอำเภอจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอที่เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อ.ท่าอุเทน&amp;nbsp;อ.โพนสวรรค์&amp;nbsp;อ.ธาตุพนม&amp;nbsp;อ.เรณูนคร&amp;nbsp;อ.บ้านแพง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.นาทม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะเทคโนโลยีต่างๆ&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือการสื่อสารที่นับว่ามีความสำคัญมาก&amp;nbsp;เพราเนื่องจากรูปแบบการสื่อสารแบบใหม่ที่ผ่านสื่อออนไลน์ทำให้ง่าย&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;สะดวก&amp;nbsp;ประหยัดเวลา&amp;nbsp;และสามารถทำได้ง่าย&amp;nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารการทำงานและขับเคลื่อนการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;สิ่งสำคัญเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานจะต้องเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;เกิดการต่อยอดไปสู่การสื่อสารในระดับกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือด้านการเกษตรอย่างเท่าทันสถานการณ์&amp;nbsp;โดยจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทำให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้ยึดแนวทางการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานและมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาและส่งเสริมภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418225551198</Link_News></row>
<row _id="298"><NewsTitle>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งช่วยเหลือประชาชนขึ้นบินบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ และบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากข้อมูลสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทางตอนบนของประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความชื้นยังคงพัดปกคลุมทางตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;ทำให้บริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคกลางของประเทศมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกตลอดสัปดาห์&amp;nbsp;สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวโดยทั่วไปของประเทศไทย&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศในระยะนี้ไว้ด้วย&amp;nbsp;สภาวะอากาศดังกล่าว&amp;nbsp;ส่งผลให้มีแนวโน้มในการปฏิบัติการฝนหลวงได้โดยเมื่อ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ได้วางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บให้กับบางพื้นที่ของ&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;บรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าบริเวณพื้นที่&amp;nbsp;อ.สามเงา&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อน&amp;nbsp;รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;และสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการติดตามสภาพอากาศในวานนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการตรวจสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ระยะนี้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมากกว่า&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;และสภาพอากาศเข้าเงื่อนไข&amp;nbsp;จึงมีแผนขึ้นบินเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;ในขณะที่อีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&amp;nbsp;ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวันอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการ&amp;nbsp;ทุกหน่วยฯ&amp;nbsp;มีความพร้อมสามารถวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการได้ทันที&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419092905232</Link_News></row>
<row _id="299"><NewsTitle>กรมชลประทาน รับฟังข้อมูลชาวสวนทุเรียน เดินหน้าพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;คงวิเชียรวิฒน์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมชลประทานให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด&amp;nbsp;พัฒนาให้ชุมชนได้ประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยหลังจากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้&amp;nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรที่ได้รับประโยชน์ครอบคลุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;อีกทั้งโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ยังสามารถลดผลกระทบความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้ง&amp;nbsp;ในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ยังได้มีแผนการจัดการน้ำในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะพื้นที่โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC)&amp;nbsp;จะมีการผันน้ำส่วนเกินในฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;เข้าสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการและภาคประชาชนในพื้นที่พิจารณาความเหมาะสมและเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419093538233</Link_News></row>
<row _id="300"><NewsTitle>ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือประชาชน 5 ตำบล ในพื้นที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ให้กับแปลงอพยพจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลของอำเภอท่าปลา&amp;nbsp;โครงการชลประทานอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กฟผ.(เขื่อนสิริกิติ์)&amp;nbsp;นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;เป็นเครื่องสูบน้ำขนาด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;อัตราการสูบ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ลบ.ม./ชม.&amp;nbsp;และเครื่องสูบน้ำขนาด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;อัตราการสูบ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ลบ.ม./ชม.&amp;nbsp;สูบน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ลงสู่คลองสิงห์&amp;nbsp;ก่อนส่งไปให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตจัดสรรช่วยเหลือผู้อพยพท้ายเขื่อนสิริกิติ์ในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลดังกล่าว&amp;nbsp;ได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;คิดเป็นปริมาณน้ำประมาณ&amp;nbsp;9,700&amp;nbsp;ลบ.ม./วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้สูบน้ำไปช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การผลิตน้ำประปาของการประปาสุขาภิบาล&amp;nbsp;อำเภอท่าปลา&amp;nbsp;อัตราวันละประมาณ&amp;nbsp;357&amp;nbsp;ลบ.ม./วันอีกด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การสูบน้ำได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;รวมปริมาณน้ำที่สูบไปช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;64,000&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำได้แล้ว&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ&amp;nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419100824250</Link_News></row>
<row _id="301"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ กทม. ปริมณฑล ลดลงหลังเกิดฝนตก ทุกพื้นที่คุณภาพอากาศดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;ทโดยค่าปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่หลังเกิดฝนตกลงมา&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;คุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;บำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่งและขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://bangkokairquality.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;bangkokairquality.com&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419100353249</Link_News></row>
<row _id="302"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ เดินหน้าตรวจห้องเย็นรอบใหม่อย่างต่อเนื่อง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานเครือข่ายสนองนโยบาย&amp;nbsp;สนธิกำลังไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-18&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;สรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&amp;nbsp;ตรวจสอบห้องเย็นประจำวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่ที่เข้าตรวจสอบรอบใหม่จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในจังหวัดชลบุรีและสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ตรวจพบซากสุกรจำนวน&amp;nbsp;704&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมจำนวนตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่รวมสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านกิโลกรัม&amp;nbsp;จากห้องเย็นทั้งหมด&amp;nbsp;738&amp;nbsp;แห่ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&amp;nbsp;ประกาศราคาสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันพระที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การบริโภคชิ้นส่วนสุกรดีขึ้นในช่วงสงกรานต์&amp;nbsp;แต่หลายภูมิภาคยังคงราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มเท่ากับวันพระก่อนหน้า&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตไตรมาส&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;98.81&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;สำหรับมติการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ&amp;nbsp;WTO&amp;nbsp;และลดอากรขาเข้าที่&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการเห็นชอบ&amp;nbsp;ก่อนเข้าอนุมัติคณะรัฐมนตรีในขั้นสุดท้าย&amp;nbsp;เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายสำหรับการนำเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดเมษายนถึงกรกฎาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สำหรับราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มในแต่ละภาคนั้น&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;96&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;98&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ภาคอีสาน&amp;nbsp;94&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;96&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;94&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;สำหรับราคาลูกสุกรเล็กขุนขนาด&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;วันจันทร์ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3,200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บวกลบ&amp;nbsp;92&amp;nbsp;บาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419175156506</Link_News></row>
<row _id="303"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดผลตกจากผลกระทบของพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดผลตกจากผลกระทบของพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือฝนตกหนักในบางแห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตะวันตกของภาคกลางและภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;151&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;123&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และพะเยา&amp;nbsp;121&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;24,309&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419101850258</Link_News></row>
<row _id="304"><NewsTitle>ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบการจัดการแบบไร่นาสวนผสม กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในทุกด้านของตำบลนาโยงเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชนี&amp;nbsp;นิลละออ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;เยี่ยมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ศพก.หลัก)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประธานศูนย์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายประกิจ&amp;nbsp;จิตรใจภักดิ์&amp;nbsp;ภายในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ&lt;/strong&gt;การผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.หลัก)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบการจัดการแบบไร่นาสวนผสม&amp;nbsp;มีฐานการเรียนรู้ที่หลากหลาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ระบบน้ำอัจฉริยะ&amp;nbsp;สู่การทำเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;การปลูกพืชผสมผสาน&amp;nbsp;ปลูกพืชผักอินทรีย์&amp;nbsp;ปลูกผักบนกระเบื้อง&amp;nbsp;การขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;การทำประมง&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และการทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ดินปลูก&amp;nbsp;โดยมีรายได้รายวันขั้นต่ำ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากการขายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ส่งขายแม่ค้าในตลาดสดทุกวัน&amp;nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ไร่นาสวนผสมบนพื้นที่กว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในทุกด้านของตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;ที่เปิดให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้สนใจเข้าชมและเรียนรู้&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;081-0993651&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419111723281</Link_News></row>
<row _id="305"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;โด๊ส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายให้คำแนะนำการทำวัคซีนไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;การเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายอนงค์&amp;nbsp;พุฒิมา&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;444&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;โคกงาม&amp;nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;270&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการทำวัคซีนฯ&amp;nbsp;การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&amp;nbsp;การเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การถ่ายพยาธิ&amp;nbsp;การป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419112547286</Link_News></row>
<row _id="306"><NewsTitle>จ.ระยอง เปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวน มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และแบบ ซื้อ-ชั่ง-นั่งทาน คิดราคาตั้งแต่หัวละ 400 ถึง 690 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;แพร่ระบาดในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือในการป้องกันการระบาด&amp;nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้งดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้าชมผลไม้ในสวนมาเป็นเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่ในปีนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้เป็นครั้งแรก&amp;nbsp;โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนถึง&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นฤดูผลไม้ในภาคตะวันออกให้ผลผลิตมากที่สุด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ประชุมร่วมกันในการกระจายผลไม้ออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;และช่วยไม่ให้ราคาผลไม้ตกต่ำจนเกินไป&amp;nbsp;หลังจากจีนมีมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;เป็นศูนย์&amp;nbsp;โดยการตรวจผลไม้นำเข้าจากภาคตะวันออกของไทยอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ส่งผลให้การส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;สำนักงานระยอง&amp;nbsp;และผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;เปิดสวนผลไม้&amp;nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมผลไม้ภายในสวน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการสนใจเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนแล้วจำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์เหมาจ่ายเป็นรายหัว&amp;nbsp;และแบบ&amp;nbsp;ซื้อ-ชั่ง-นั่งทาน&amp;nbsp;คิดราคาตั้งแต่หัวละ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;690&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายโชติชัย&amp;nbsp;บัวดิษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานชมรมสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;หากในปีนี้ประสบปัญหาการส่งออก&amp;nbsp;จะทำให้ทุเรียนตกค้างภายในประเทศจำนวนมาก&amp;nbsp;ราคาค่าเข้าชมสวนจะถูกลง&amp;nbsp;แต่ถ้าส่งออกไปตามปกติ&amp;nbsp;ค่าเข้าชมสวนจะอยู่ที่&amp;nbsp;690&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่สามารถรับประทานผลไม้ได้เหมือนกัน&amp;nbsp;จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419122423323</Link_News></row>
<row _id="307"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า400จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;414&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;205&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;101&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;74&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;129&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังกระจายตัวอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&amp;nbsp;ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังพบจุดความร้อนเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,838&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;12,943&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,208&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมทั่วประเทศมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;(สีฟ้า)&amp;nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบฝุ่นในระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;1,629&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นราชอาณาจักรกัมพูชา&amp;nbsp;266&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419123238327</Link_News></row>
<row _id="308"><NewsTitle>สพด.มุกดาหาร MOU สยามแม็คโครมุกดาหาร  ผลิตน้ำหมักชีวภาพ สนับสนุนเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอธิวัฒน์&amp;nbsp;สิทธิภิญญาพัฒน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;กับนายปัณธนวิชญ์&amp;nbsp;บุมี&amp;nbsp;ผู้จัดการ&amp;nbsp;บมจ.&amp;nbsp;สยามแม็คโคร&amp;nbsp;สาขามุกดาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการร่วมกันผลิตน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;บมจ.&amp;nbsp;สยามแม็คโคร&amp;nbsp;สาขามุกดาหาร&amp;nbsp;สนับสนุนขยะสด&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่งมอบสถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&amp;nbsp;นำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์&amp;nbsp;พด.&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความร่วมมือดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และที่สำคัญเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปสนับสนุนเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตในภาวะปุ๋ยเคมีราคาแพง&amp;nbsp;และเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;กับงานพัฒนาที่ดินสู่เศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมาย&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419150737388</Link_News></row>
<row _id="309"><NewsTitle>คพ. และ วช. ดึงสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยแหล่งที่มาของฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมากำหนดนโยบายภาครัฐ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(วช.)&amp;nbsp;ดึงสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยแหล่งที่มาของฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากำหนดนโยบายภาครัฐ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวในการประชุมสัมมนาโครงการแหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า&amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเคยประสบปัญหาคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;nbsp;จึงร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาสนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายให้ภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญ&amp;nbsp;แต่ข้อมูลแหล่งกำเนิดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีน้อยมาก&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(วช.)&amp;nbsp;ทำงานวิจัยศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้แก้ปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;ซึ่งโครงการการศึกษานี้ได้เก็บตัวอย่าง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในบรรยากาศพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;นครปฐม&amp;nbsp;และสมุทรสาคร&amp;nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่าง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;และเตาเผาศพ&amp;nbsp;แล้วนำตัวอย่างฝุ่นมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อินทรีย์คาร์บอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ธาตุคาร์บอนไอออนที่ละลายน้ำ&amp;nbsp;และธาตุอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการทำข้อมูลแหล่งที่มาเพื่อหาสัดส่วนแหล่งที่มาของ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ผลการศึกษาพบแหล่งกำเนิดหลักมาจากแหล่งกำเนิดทุตยภูมิ&amp;nbsp;การเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;การจราจร&amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในพื้นที่และสภาพอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ซึ่งผลการศึกษาครั้งนี้จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหา&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;วช.&amp;nbsp;จะจัดประชุมสัมมนาวิชาการเรื่องแหล่งที่มาของ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการผลการศึกษาและนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419141746352</Link_News></row>
<row _id="310"><NewsTitle>สหกรณ์จังหวัดตาก จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวงเลอตอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนำโชค&amp;nbsp;ศิลกุล&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสินีนาถ&amp;nbsp;อ่อนนวล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วยทีมงานดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนให้กับกลุ่มหมู่บ้านในพื้นที่โครงการหลวง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาเอนก&amp;nbsp;ประสงค์หมู่บ้านเลอตอ&amp;nbsp;ตำบลแม่ตื่น&amp;nbsp;อำเภอแม่ระมาด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ได้รับทราบแนวทาง&lt;/strong&gt;การส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง&amp;nbsp;โดยประยุกต์ใช้รูปแบบของการสหกรณ์เข้าไปในการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์&amp;nbsp;หลักการ&amp;nbsp;และวิธีการสหกรณ์&amp;nbsp;การรวมกลุ่ม&amp;nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมายให้เป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง&amp;nbsp;เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยวิธีการสหกรณ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์&amp;nbsp;หลักการ&amp;nbsp;และวิธีการสหกรณ์แก่ประชาชนในพื้นที่โครงการหลวง&amp;nbsp;ให้เกิดการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ตามความพร้อมของชุมชน&amp;nbsp;แนะนำการดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์ตามความต้องการของสมาชิก&amp;nbsp;โดยการดำเนินการจะดำเนินอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;บนพื้นฐานความสมัครใจและความพร้อมของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ผ่านกลไกการให้ความรู้&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือระหว่างสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419173604488</Link_News></row>
<row _id="311"><NewsTitle>ครม. อนุมัติ 2,054 ล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนในภาคเกษตร วิสาหกิจชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt; เผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,054.054 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตร ที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้การสนับสนุนโครงการของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประกอบด้วย 5 โครงการย่อย ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ&lt;/strong&gt;ในภาคเกษตรกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 3,500 กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน&lt;/strong&gt; เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,200 กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร&lt;/strong&gt; สร้างความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพสู่ชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานรากในภาวะวิกฤตโควิด-19 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เกษตรกร ชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3,700 กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ &lt;/strong&gt;แก่เกษตรกรไทยฝ่าวิกฤติโควิด 19 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม เกษตรสมัยใหม่ (Modern Agriculture -BCG) โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น จำนวน 5,001 กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพ&lt;/strong&gt; สร้างรายได้เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจฐานราก จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน อสม. กลุ่มสหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม OTOP ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ จำนวน จำนวน 3,300 กลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419173905490</Link_News></row>
<row _id="312"><NewsTitle>ครม. อนุมัติ 159.69 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้บ่มอิสระ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt; แถลงมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลาง จำนวน 159.69 ล้านบาท&amp;nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ฤดูการผลิต 2562/2563 ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ ยสท. และกรมสรรพสามิต รวมจำนวน 14,292 ราย&amp;nbsp;แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใบยาคือ ใบยาเวอร์ยิเนีย&amp;nbsp;ประกอบด้วย ชาวไร่ 2,378 ราย ผู้บ่มอิสระ 54 ราย ชาวไร่ใบยาสด 1,807 ราย ใบยาเบอร์เลย์ ชาวไร่ 6,562 ราย และใบยาเตอร์กิช ชาวไร่ 3491 ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยจ่ายเงินช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;ให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระในอัตราร้อยละ 70 ของรายได้ที่หายไป โดยคำนวณเงินช่วยเหลือจากปริมาณโควตาการผลิตใบยาที่ลดลงในฤดูการผลิต 2562/2563 เปรียบเทียบกับปริมาณโควตาที่ได้รับในฤดูการผลิต 2560/2561 คูณด้วยร้อยละ 70 ของรายได้ที่หายไป&amp;nbsp;โดยเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบจะได้รับเงินช่วยเหลือตามปริมาณการรับซื้อใบยาสูบที่ลดลงจริงในแต่ละประเภทใบยาและปัจจุบันในพื้นที่ดังกล่าวต้องไม่มีการปลูกยาสูบทดแทนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะมีคณะกรรมการฯ ตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล ส่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการดังกล่าว โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419174111497</Link_News></row>
<row _id="313"><NewsTitle>กรมการข้าวปลื้มมิลลิ (Milli) จุดกระแส ข้าวเหนียวมะม่วง ฟีเวอร์ ช่วยชาวนาขายข้าวเหนียวได้ดีขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกระแสที่น้องมิลลิ&amp;nbsp;แรปเปอร์สาวมากความสามารถ&amp;nbsp;ได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีระดับโลกอย่างเวทีโคเชลลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Coachella)&amp;nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;และได้นำเมนูอย่างข้าวเหนียวมะม่วงซึ่งถือเป็นเมนูขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศไทยไปทานบนเวทีคอนเสิร์ต&amp;nbsp;ถือเป็นการประกาศให้ชาวต่างชาติและคนทั้งโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีดีแต่เมนูต้มยำกุ้ง&amp;nbsp;แต่ยังมีผลไม้และอาหารหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยและสามารถทานได้ที่ประเทศไทยและจากกระแสดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สั่งซื้อมะม่วงอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย&amp;nbsp;สร้างความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง&amp;nbsp;ที่ก่อนหน้าประสบกับปัญหาราคามะม่วงตกต่ำให้สามารถเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายให้สูงขึ้นกว่าเดิมและเป็นที่ต้องการของตลาดในตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของข้าวเหนียวก็มีความต้องการในตลาดด้วยเช่นกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ชาวนาผู้ปลูกข้าวเหนียวได้รับประโยชน์จากกระแสในครั้งนี้ไปด้วย&amp;nbsp;ซึ่งกรมการข้าวมีพันธุ์ข้าวเหนียวมากมายหลายพันธุ์ที่ผ่านการรับรอง&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;ข้าวเหนียวพันธุ์&amp;nbsp;กข6&amp;nbsp;กข18&amp;nbsp;ข้าวเหนียวเขี้ยวงู&amp;nbsp;และพันธุ์สันป่าตอง1&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ที่เหมาะกับการนำมาทำข้าวเหนียวมูลในการทานคู่กับมะม่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้าวเหนียวพันธุ์&amp;nbsp;กข6&amp;nbsp;นั้นให้ผลผลิตสูง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&amp;nbsp;มีกลิ่นหอม&amp;nbsp;ข้าวเหนียวพันธุ์&amp;nbsp;กข18&amp;nbsp;คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดีใกล้เคียงกับพันธุ์&amp;nbsp;กข6&amp;nbsp;และเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร&amp;nbsp;ในส่วนของข้าวเหนียวเขี้ยวงู&amp;nbsp;เมื่อนึ่งสุกแล้วข้าวมีความขาว&amp;nbsp;นุ่ม&amp;nbsp;เหนียวติดกันแต่ไม่เละ&amp;nbsp;มีความเลื่อมมันค่อนข้างมาก&amp;nbsp;มีกลิ่นหอมและข้าวเหนียวพันธุ์&amp;nbsp;สันป่าตอง1&amp;nbsp;ให้ผลผลิตสูง&amp;nbsp;เป็นข้าวเหนียวที่สามารถปลูกได้ตลอดปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420103114611</Link_News></row>
<row _id="314"><NewsTitle>เล็งตั้ง"ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต" ในกรุงเทพฯ 50 เขต ภายใต้โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนเน้นอาหารปลอดภัย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรุงเทพมหานครมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้ประชากรและชุมชนเพิ่มขึ้นประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;เพราะมีพื้นที่เกษตรน้อยและมีพื้นที่สีเขียวไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากรกระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&amp;nbsp;มุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น&amp;nbsp;มหานครสีเขียวแห่งอนาคต&amp;nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;อีกทั้งยังสอดรับกับโครงการธนาคารสีเขียว&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ซึ่งช่วยให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เป็นการสร้างการขับเคลื่อนให้เกิดในลักษณะองค์รวม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;โดยมีตัวอย่างบางโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ที่ได้เปิดตัวโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองพื้นที่วัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ธรรมสถานวัดพระราม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กาญจนภิเษก&amp;nbsp;รวมถึงวัดพระยาสุเรนทร์&amp;nbsp;บนความร่วมมือระหว่างบ้าน&amp;nbsp;วัดและโรงเรียน&amp;nbsp;(บ.ว.ร.)&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนเมืองใกล้วัดร่วมทำการเกษตรพัฒนาอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;สร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนเกิดการแบ่งปัน&amp;nbsp;รวมถึงเป็นรายได้ให้แก่ชุมชนด้วย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ล่าสุดพิจารณาแนวทางการจัดตั้งตลาดเกษตรกรในกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ทั้งรูปแบบจัดตั้งในเขตชุมชนเมืองและตลาดเกษตรกรออนไลน์&amp;nbsp;โดยการจองล่วงหน้าและมารับผลิตผล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่จัดงาน&amp;nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;แพลตฟอร์มจ่ายตลาด&amp;nbsp;เพื่อช่วยในเรื่องการกระจายสินค้าที่ทั่วถึง&amp;nbsp;ซึ่งหากนำทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รูปแบบมาผสมผสานกันจะทำให้การจัด&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;มีการกระจายตัวของเกษตรกรและผลิตผลถึงมือประชาชนได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการจัด&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ&amp;nbsp;จัดทำบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เอกชน&amp;nbsp;พื้นที่ว่างสาธารณะ&amp;nbsp;พื้นที่การเคหะรวมถึงวัดและสถานศึกษาโดยขอให้กระจายให้ครบทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขต&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420101155601</Link_News></row>
<row _id="315"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตก พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำโขง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน&amp;nbsp;อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำโขง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;73&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;72&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;24,179&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;และมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&amp;nbsp;โดยเมื่อวานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ระดับน้ำที่สถานีจิ่งหง&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;91&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;มีอัตราการระบายน้ำจากเดิม&amp;nbsp;970&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;1,626&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบในพื้นที่บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;อ.เชียงแสน&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;7080&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;อ.เชียงคาน&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.โขงเจียม&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;2225&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เซนติเมตร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420101321604</Link_News></row>
<row _id="316"><NewsTitle>กรมชลประทาน ส่งน้ำช่วยเกษตรกรบางระกำ เริ่มเพาะปลูกแล้วกว่า 5 หมื่นไร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่กรมชลประทานได้เริ่มส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพรหมพิราม&amp;nbsp;บางระกำ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดโบสถ์&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และอำเภอกงไกรลาศ&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;265,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการส่งน้ำเข้าทุ่งไปแล้ว&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จากแผนจัดสรรน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;310&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;มีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว&amp;nbsp;55,319&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ของพื้นที่ทุ่งบางระกำทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จะเดินหน้าส่งน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เพาะปลูกข้าวนาปีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนที่ฤดูน้ำหลากปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะมาถึง&amp;nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงนาข้าวเสียหายจากการถูกน้ำท่วมและหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ&amp;nbsp;รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย&amp;nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420105826635</Link_News></row>
<row _id="317"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก ส่วน กทม.และปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม 14 พื้นที่ สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&amp;nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนดินแดง&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนพระราม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&amp;nbsp;เขตบางนา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ปากน้ำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420102002607</Link_News></row>
<row _id="318"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลนาหอ&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงคาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูหลวง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูกระดึง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูเรือ&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;และผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&amp;nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีการให้บริการการผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&amp;nbsp;สุนัขเพศผู้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุนัขเพศเมีย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แมวเพศผู้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพศเมีย&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่&amp;nbsp;สุนัข-แมว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;บริการรักษาแมวป่วย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีผู้มารับบริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยและสรรพชีวิต&amp;nbsp;โดยทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ&amp;nbsp;และทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทยนับเป็นพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล&amp;nbsp;ทรงโปรดให้ดำเนินการโครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;รขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ในระยะต่อไป&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขข้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ตร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรชัตติยราชนารี&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420103911618</Link_News></row>
<row _id="319"><NewsTitle>เกษตรกรในตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมัน ทำบ่อเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง โดยมีความคิดริเริ่มที่จะใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;92/3&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแหลมสอม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นบ้านของ&amp;nbsp;นายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;เกษตรกรที่ทำอาชีพสวนปาล์มน้ำมันและเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ทั้งนี้นายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;เกษตรกรได้มีความสนใจในการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเลริมและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&amp;nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดูรายการทางโทรทัศน์เห็นการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;จึงมีความต้องการเลี้ยง&amp;nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก&amp;nbsp;ใช้พื้นที่ไม่มาก&amp;nbsp;จึงไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเลี้ยงอยู่เพียงรายเดียว&amp;nbsp;โดยใช้งบลงทุนในการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;และบ่อสำเร็จรูป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยเริ่มเลี้ยงตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งเลี้ยงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนครึ่งก็สามารถจับขายได้&amp;nbsp;ซึ่งขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150-180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายคู่ละ&amp;nbsp;20-300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีประชาชนให้ความสนใจมาซื้อหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลืองกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเลี้ยงจะเลี้ยงบ่อสำเร็จรูป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปลี่ยนถ่ายน้ำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ในส่วนของอาหารจะใช้ใบชะพูล&amp;nbsp;ใบหมอน&amp;nbsp;ใบตำลึง&amp;nbsp;โดยมีความคิดริเริ่มที่จะใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และมีความคิดในการแปรรูปหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&amp;nbsp;หากเกษตรมีความสนใจหรือประชาชนต้องการซื้อหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&amp;nbsp;สามารรถเดินทางมาศึกษาดูงานได้ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;92/3&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแหลมสอม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;หรือติดต่อที่&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;095-315907&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและนางบุหลัน&amp;nbsp;ทักษิณาวานิช&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสรมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;มาให้ความรู้กับเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;พร้อมทั้งกล่าวว่านายภักดี&amp;nbsp;คงวัน&amp;nbsp;(สมาชิกวิสาหกิจชุมชน)&amp;nbsp;พาชมกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง)&amp;nbsp;เป็นเกษตรหัวก้าวหน้า&amp;nbsp;มีความคิดริเริ่มในการทำการเกษตร&amp;nbsp;จึงใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สร้างโรงเรือนมุงด้วยผ้าใบพลาสติกสูง&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ทำบ่อพลาสติก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับหอยเชอรี่สีทองนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อัตราการตายน้อย&amp;nbsp;กินพืชผัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;ใบตำลึง&amp;nbsp;ใบหม่อน&amp;nbsp;ชะพลู&amp;nbsp;โตเร็ว&amp;nbsp;เนื้อกรุบ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นุ่ม&amp;nbsp;หวานมัน&amp;nbsp;ไม่เหนียว&amp;nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&amp;nbsp;รสชาติคล้ายหมึก&amp;nbsp;และได้ชื่อว่าเป็นหอยเป่าฮื้อน้ำจืด&amp;nbsp;สามารถนำไปทำเมนู&amp;nbsp;ยำ&amp;nbsp;ต้ม&amp;nbsp;ผัด&amp;nbsp;แกง&amp;nbsp;ทอดหรือลวกจิ้มได้&amp;nbsp;นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&amp;nbsp;มีกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กิจกรรมด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;เลี้ยงโค&amp;nbsp;เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp;เลี้ยงไก่&amp;nbsp;กิจกรรมด้านประมง&amp;nbsp;เลี้ยงปลา&amp;nbsp;เลี้ยงหอยเชอรี่&amp;nbsp;เลี้ยงกบ&amp;nbsp;กิจกรรมด้านการเกษตร&amp;nbsp;ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปลูกผัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420113256677</Link_News></row>
<row _id="320"><NewsTitle>สุดเจ๋ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สานต่อโครงการ โคก หนอง นา เป็นกิจกรรม เอามื้อสามัคคี  เสริมสร้างคุณภาพทางอาหาร ลดรายจ่าย สร้างรายได้คนในชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีแปลงโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;และมีแนวทางในการจัดกิจกรรมเครือข่ายเดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อสานต่อโครงการฯและพัฒนาคุณภาพทางอาหาร&amp;nbsp;ลดรายจ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&amp;nbsp;ในกิจกรรม&amp;nbsp;เอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้นายจักรกฤษณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝั่งชลจิตร์&amp;nbsp;นายอำเภอดอนสัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนายสมยศ&amp;nbsp;คงทอง&amp;nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอดอนสัก&amp;nbsp;พร้อมกับคณะกรรมการเครือข่ายโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ได้ดำเนินการ&amp;nbsp;เอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;ประจำเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;นายธาดา&amp;nbsp;ชูแสง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลปากแพรก&amp;nbsp;อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;มีทั้งการลงแขกทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ปลูกต้นเสาวรส&amp;nbsp;และปูพลาสติกบ่อน้ำ&amp;nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้เลี้ยงปลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้นยังมีกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแลกเปลี่ยนพันธุ์ไม้&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนผลผลิตจาก&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ในแต่ละแปลง&amp;nbsp;รวมไปถึงการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;โดยนายอำเภอดอนสัก&amp;nbsp;ได้ร่วมให้คำแนะนำในการทำกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อให้สมาชิกสามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ในกิจกรรมเอามื้อสามัคคีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแนวทางปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420120129690</Link_News></row>
<row _id="321"><NewsTitle>อบก. และ สมอ. ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน "หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก" โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อบก.&amp;nbsp;และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&amp;nbsp;(สมอ.)&amp;nbsp;ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน&amp;nbsp;"หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก"&amp;nbsp;โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเกียรติชาย&amp;nbsp;ไมตรีวงษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊ซเรือนกระจก&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อบก.&amp;nbsp;และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&amp;nbsp;(สมอ.)&amp;nbsp;ได้ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน&amp;nbsp;(Accreditation)&amp;nbsp;"หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก"&amp;nbsp;และการขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสําหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;T-VER&amp;nbsp;และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร&amp;nbsp;(CFO)&amp;nbsp;โดยจะเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;มาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินภายนอกเพิ่มเติม&amp;nbsp;เพื่อรองรับโครงการ&amp;nbsp;T-VER&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CFO&amp;nbsp;ที่มีเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;เป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบสําหรับกลไกภายในประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;อบก.ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทยและส่งเสริมการจัดทําคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการ&amp;nbsp;T-VER&amp;nbsp;และการประเมินผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตนเอง&amp;nbsp;ด้วยการจัดทํำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเพื่อขอเครื่องหมายรับรอง&amp;nbsp;CFO&amp;nbsp;ซึ่งกลไกทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;อบก.ต้องมีมาตรฐานการตรวจสอบความใช้ได้ของโครงการและการทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการ&amp;nbsp;T-VER&amp;nbsp;หรือผลการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรมีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในระดับสากล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊ซเรือนกระจก&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การรับรองระบบงานหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการสร้างมาตรฐานของคาร์บอนเครดิตในประเทศ&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสการใช้คาร์บอนเครดิตของประเทศไทยผ่านกลไกระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;CORSIA&amp;nbsp;ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองระบบงานหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจกตาม&amp;nbsp;ISO&amp;nbsp;14065&amp;nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานผู้ประเมินภายนอกสําหรับโครงการ&amp;nbsp;T-VER&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CFO&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;(T-VER,&amp;nbsp;CFO)&amp;nbsp;//&amp;nbsp;วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยนเรศวร&amp;nbsp;(T-VER)&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หน่วยรับรองการจัดการก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&amp;nbsp;(T-VER,&amp;nbsp;CFO)&amp;nbsp;//&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอสจีเอส&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(T-VER,&amp;nbsp;CFO)&amp;nbsp;//&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;บูโรเวอริทัส&amp;nbsp;เซอทิฟิเคชั่น&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(T-VER,&amp;nbsp;CFO)&amp;nbsp;//&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;อีซีอีอี&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(T-VER,&amp;nbsp;CFO)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;เอ็นพีซี&amp;nbsp;เซฟตี้&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;เอ็นไวรอนเมนทอล&amp;nbsp;เซอร์วิส&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(CFO)&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153715787</Link_News></row>
<row _id="322"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมาก&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;109&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;56&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;นครพนม14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และยโสธร&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนบริเวณประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อนทำให้บางพื้นมีฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่ยังมีจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่อง&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;(สีฟ้า)&amp;nbsp;แต่ยังมีบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;สูงบริเวณเขตหนองแขม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขตบางนา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขตประเวศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;806&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;775&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;526&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420120701695</Link_News></row>
<row _id="323"><NewsTitle>สวทช. จับมือ อคส. ร่วมขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนา เพิ่มมูลค่า แปรรูปสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.สพ.สนัด&amp;nbsp;วงศ์ทวีทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อการค้าอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีนายอัมพร&amp;nbsp;โพธิ์ใย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม&amp;nbsp;สวทช.&amp;nbsp;และนายเกรียงศักดิ์&amp;nbsp;ประทีปวิศรุต&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า&amp;nbsp;เป็นผู้ลงนาม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;แก้มลิง++&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;อคส.&amp;nbsp;จะเร่งเพิ่มจำนวนสาขาของคลังสินค้า&amp;nbsp;อคส.&amp;nbsp;ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พัฒนายกระดับให้สอดรับกับนโยบายของรัฐและกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;เกษตรผลิต&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;ซึ่งการที่&amp;nbsp;สวทช.&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ&amp;nbsp;จะสามารถยกระดับผลผลิตต้นน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกับโครงการในการต่อยอดและขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เพื่อตอบโจทย์ที่ทาง&amp;nbsp;อคส.&amp;nbsp;ต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคการเกษตร&amp;nbsp;เป็นรากฐานการผลิตที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;สวทช.ได้วิจัย&amp;nbsp;พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้เกษตรกรไทย&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;DECC&amp;nbsp;มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารผ่านงานวิจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความร่วมมือครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเป็นการผนึกกำลังและใช้จุดแข็งของทั้งสององค์กรสามารถตอบโจทย์ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;และตอบโจทย์&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;โมเดลเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;ที่เป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทยที่จะช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้มีรายได้สูง&amp;nbsp;เพื่อพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างทั่วถึงและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153544782</Link_News></row>
<row _id="324"><NewsTitle>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของด่านตรวจพืชในจังหวัดสงขลา เน้นให้เกิดผลสัมฤทธิ์สนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการปฏิบัติงานและมอบนโยบายแก่ด่านตรวจพืชพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;(พืช)&amp;nbsp;และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;โดนเน้นย้ำให้ป้องกันและปราบปราม&amp;nbsp;การจำหน่ายปุ๋ย&amp;nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชปลอม&amp;nbsp;ผิดมาตราฐาน&amp;nbsp;รวมถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าพืชและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยให้ด่านตรวจพืชดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของกรมวิชากรเกษตร&amp;nbsp;และกฎหมายอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายให้มีการปฏิบัติงานที่เกิดผลสัมฤทธิ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดประโยชน์ต่อการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญผ่านทางด่านศุลกากรในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยางและผลิตภัณฑ์ยางพารา&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;พริกสด&amp;nbsp;ขิง&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;ส้ม&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ชมพู่&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;มีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการบูรณาการเชื่อมโยงกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เขตภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ซึ่งยางจะเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ&amp;nbsp;และมีการหารือแนวทางการบูรณาการด้านการวิจัยและพัฒนายางพาราและการแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ยังได้เน้นยำเรื่องการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;แบบบรูณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;และกรมศุลกากร&amp;nbsp;รวมถึงการทำงานบนพื้นฐานแนวคิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;DOA&amp;nbsp;TOGETHER&amp;nbsp;"รวมใจเป็นหนึ่ง"&amp;nbsp;การร่วมใจปฏิบัติงานอย่างแข็งขันรวมกันทุกหน่วยงานภายในกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากด่านตรวจพืชในจังหวัดสงขลาจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ประกอบไปด้วยด่านตราจพืชท่าเรือสงขลา&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานฯหาดใหญ่&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชบ้านประกอบ&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชปาดังเบซาร์&amp;nbsp;และด่านตรวจพืชสะเดา&amp;nbsp;เข้าร่วมการรับฟังการมอบนโยบายดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420144622757</Link_News></row>
<row _id="325"><NewsTitle>พาณิชย์ จ.อุบลฯ แจ้งชาวสวนปาล์ม รีบขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ปี 2564-2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปัญญา&amp;nbsp;สัมพะวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ภายใต้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กับราคาตลาดอ้างอิงให้แก่เกษตรกรทุกวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;และจะจ่ายเร็วขึ้น&amp;nbsp;หากตรงกับวันหยุด&amp;nbsp;ตลอดโครงการฯจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;หรือผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;FARMBOOK&amp;nbsp;เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้รายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;แล้วรอรับการแจ้งเตือนเงินเข้าผ่านแอพพลิเคชั่น&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;หรือผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;045&amp;nbsp;-&amp;nbsp;242904&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420151223769</Link_News></row>
<row _id="326"><NewsTitle>ประธาน กมธ.วิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภานำคณะเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวในโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โฉนดเลขที่ 1 อ.บางปะอิน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;โฉนดเลขที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลวัดยม&amp;nbsp;อ.บางปะอิน&amp;nbsp;นายประทีป&amp;nbsp;การมิตรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายสุวพันธุ์&amp;nbsp;ตันยุวรรธนะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวในโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้ง&amp;nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรก&amp;nbsp;ของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;ผิวผ่อง&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;นายวิณะโรจน์&amp;nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;รวมทั้งผู้แทนภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมกันรายงานผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;การสนับสนุนด้านการปลูกข้าว&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวการพัฒนาและการส่งเสริมเกษตรกรตามระบบเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Ha&amp;nbsp;Intelligent&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางการพัฒนาพื้นที่&amp;nbsp;103&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;จากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับผู้แทนส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบริษัทไทยฮา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดยม&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยปลา&amp;nbsp;และกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำจังหวัด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พื้นที่จำนวน&amp;nbsp;90,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;นครนายก&amp;nbsp;และจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดิน&lt;/strong&gt;ฉบับแรกของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;เป็นการดำเนินงานโครงการแบบบูรณาการร่วมกันของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;บริษัทไทยฮา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดยม&amp;nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบูรณฟื้นฟูและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยให้เป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;มีพระนาม&amp;nbsp;"สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทรงถือกรรมสิทธิ์&amp;nbsp;เป็นโฉนดเลขที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เลขที่ดิน&amp;nbsp;117&amp;nbsp;ระวาง&amp;nbsp;17ต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อ&amp;nbsp;ตำบลบ้านแป้ง&amp;nbsp;อำเภอพระราชวัง&amp;nbsp;แขวงเมืองกรุงเก่า&amp;nbsp;เมืองกรุงเก่า&amp;nbsp;(จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน)&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;89&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ออกเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;ร.ศ.&amp;nbsp;120&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2444)&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;(ส.ป.ก.)&amp;nbsp;ได้รับโอนมาจากกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2533&amp;nbsp;เนื้อที่รังวัดปัจจุบัน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;99&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;IG&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.instagram.com/prd.ayutthaya"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://www.instagram.com/prd.ayutthaya&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420173223875</Link_News></row>
<row _id="327"><NewsTitle>ควายตายที่ทะเลน้อยเตรียมเยี่ยวยาสูงสุดตัวละ 25000 กว่าบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์ความตายในพื้นทะเลน้อยดีขึ้น&amp;nbsp;หลังเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt;ปศุสัตว์ลงพื้นที่ดูแลนำอาหารเสริม&amp;nbsp;และนำฟางข้าวอัดก้อนแก้ปัญหาการขาดแคลนแหล่งหญ้าในทะเลน้อย&amp;nbsp;ล่าสุดนำฟางข้าวอัดก้อนแจกเพิ่มเติม&amp;nbsp;และหลังประกาศเขตช่วยเหลือปศุสัตว์จังหวัดตรียมเยี่ยวยาควายที่ตาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรณีที่ฝูงควายน้ำทะเลน้อย&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรนำมาเลี้ยงไว้&lt;/strong&gt;ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย&amp;nbsp;โดยเฉพาะใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสะพานยกระดับที่เชื่อมระหว่าง&amp;nbsp;อ.ควนขนุน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;อ.ระโนด&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;ทำให้ควายน้ำได้ล้มตายลงมากกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จากสาเหตุสำคัญการขาดแคลนอาหารสัตว์&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงเดือน&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีฝนตกมาอย่างต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเลี้ยงควายน้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้เร่งให้การช่วยเหลือเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดวันนี้&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สะพานยกระดับเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้นำฟางข้าวอันก้อนที่ได้รับสนับสนุนจาก&amp;nbsp;ดร.อภัย&amp;nbsp;จันทนจุลกะ&amp;nbsp;อดีตปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม&amp;nbsp;และนายกู้เกียรติ&amp;nbsp;วงศ์กระพันธ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;เพื่อแจกจ่ายกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่ตำบลพนางตุง&amp;nbsp;และตำบลทะเลน้อย&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;ที่นำความเลี้ยงในพื้นที่ทะเลสาบและประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะแหล่งหญ้าใต้น้ำที่เป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp;จากการเกิดสภาวะฝนตกต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมจากปลายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.พนางตุง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ทะเลน้อย&amp;nbsp;และตั้งแต่วันนี้ทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ลงพื้นที่คอกเลี้ยงควายของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อตรวจสุขภาพควายจำนวนกว่า&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่ยังมีอาการอ่อนแอ่&amp;nbsp;จากการขาดอาหาร&amp;nbsp;และอาการต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายบุญส่ง&amp;nbsp;รัตนพร&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้สถานการณ์ควายของเกษตรกรที่เลี้ยงบริเวณพื้นที่ทะเลสาบและเสียชีวิตเกือบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จากการขาดแคลนอาหารแหล่งหญ้าใต้น้ำ&amp;nbsp;เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นอัตราการเสียชีวิตของควายลดน้อยลง&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือโดยเฉพาะฟางข้างอันก้อนและอาหารเสริม&amp;nbsp;ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงได้รับการช่วยเหลือจากสำนักงานปศุสัตว์&amp;nbsp;และจากการสนับสนุนดร.อภัย&amp;nbsp;จันทนจุลกะ&amp;nbsp;อดีตปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม&amp;nbsp;และนายกู้เกียรติ&amp;nbsp;วงศ์กระพันธ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงดูแลสุขภาพของควายที่อ่อนแอ่&amp;nbsp;อีกกว่า&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;หลังจากการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย)&amp;nbsp;ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงจะเยี่ยวยาควายของเกษตรกรที่เสียชีวิต&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สูงสุดตัวละไม่เกิน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด&amp;nbsp;และหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&amp;nbsp;จะทำการพูดคุยกับเจ้าของผู้เลี้ยงควายอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในอนาคตข้างหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074&amp;nbsp;612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153719788</Link_News></row>
<row _id="328"><NewsTitle>จ.นครปฐม จัดกิจกรรมการบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำ ภายในศูนย์ราชการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่กองบังคับการอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายคมสัน&amp;nbsp;เจริญอาจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำ&amp;nbsp;ฉบับใหม่&amp;nbsp;ภายในศูนย์ราชการ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางวราภรณ์&amp;nbsp;เจริญศิริโชติ&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้หน่วยงานราชการในศูนย์ราชการ&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;ดูแลรักษารถยนต์ราชการให้เป็นไปตามประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำ&amp;nbsp;(ฉบับใหม่)&amp;nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมมือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;สุสัณพูลทอง&amp;nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบเนื่องจากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการขยายตัวของอุตสาหกรรมด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลากหลายประการ&amp;nbsp;ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;สร้างผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;"การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง"&amp;nbsp;ใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;&amp;nbsp;Command)&amp;nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;กำหนดสถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;แบ่งออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;ตามความรุนแรงของปัญหาและกำหนดมาตรการแก้ไขในแต่ละระดับอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่ระหว่างห้วงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มีนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;PM25&amp;nbsp;เกินมาตรฐาน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ลดลงจากปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หรือคิดเป็น&amp;nbsp;38.10%&amp;nbsp;ค่าเฉลี่ยสูงสุด&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;อยู่ในระดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต้องเพิ่มระดับมาตรการให้เข้มงวดขึ้นในการเฝ้าระวังเพื่อให้การไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&amp;nbsp;55&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมมลพิษและโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;ออกประกาศ&amp;nbsp;เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงจากเดิมไม่เกิน&amp;nbsp;45%&amp;nbsp;เป็นไม่เกิน&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;และค่ากระดาษกรอง&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกิน&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;เป็นไม่เกิน&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;ตรวจวัดขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&amp;nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420163304847</Link_News></row>
<row _id="329"><NewsTitle>สภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลจากการที่เกษตรกรร่วมโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลจากการที่เกษตรกรร่วมโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรมีการนำความรู้ที่ได้&amp;nbsp;มาแปรรูปจากผลผลิตนมแพะดิบของตนเอง&amp;nbsp;โดยการนำวัตถุดิบนมแพะที่มีอยู่ในครัวเรือนนั้นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าน้ำนมแพะดิบ&amp;nbsp;เพิ่มทักษะการแปรรูป&amp;nbsp;และเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน&amp;nbsp;หรือจำหน่ายเพิ่มรายได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420164411853</Link_News></row>
<row _id="330"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานรณรงค์การป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรสวนปาล์มในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;เมย&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมการรณรงค์การป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรสวนปาล์ม&amp;nbsp;เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;พร้อมสาธิตวิธีการกำจัดหนอนปลอกเล็ก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานร้านค้าชุมชนนาวะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลเสวียด&amp;nbsp;อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยพร&amp;nbsp;นุภักดิ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายสุกิจ&amp;nbsp;มีพริ้ง&amp;nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ภาคีเครือข่ายภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในพื้นที่ของอำเภอท่าฉาง&lt;/strong&gt;พบการแพร่ระบาดของหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตำบลท่าฉาง&amp;nbsp;ตำบลเขาถ่าน&amp;nbsp;ตำบลเสวียด&amp;nbsp;และตำบลคลองไทร&amp;nbsp;คิดเป็นพื้นที่&amp;nbsp;1,523&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและปริมาณผลผลิตของปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และอาจจะมีแนวโน้มในการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้หาแนวทางในกำจัด&lt;/strong&gt;และลดผลกระทบให้แก่เกษตรสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยจัดกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ในการป้องกันกำจัดหนอนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างถูกวิธี&amp;nbsp;ด้วยการสาธิตวิธีการป้องกันกำจัดเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริง&amp;nbsp;เพื่อรักษาคุณภาพในด้านของปริมาณของผลผลิตที่ปัจจุบันมีความต้องการในท้องตลาดสูง&amp;nbsp;เนื่องจากปาล์มน้ำมันถือได้ว่าเป็นพื้นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการขับเคลื่อนและพัฒนาปาล์มน้ำมันไปสู่&amp;nbsp;Oil&amp;nbsp;Palm&amp;nbsp;City&amp;nbsp;ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418151148024&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420163902850</Link_News></row>
<row _id="331"><NewsTitle>รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ ที่ อ.วังน้ำเขียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรณวริทธิ์&amp;nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&amp;nbsp;รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;บ้านคลองบงพัฒนา&amp;nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดั&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;บแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่&lt;/strong&gt;และเชื่อมโยงตลาดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;การดำเนินการขับเคลื่อน&amp;nbsp;แนวทางการส่งเสริมพัฒนา&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;แสนมี&amp;nbsp;นายอำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;นายณัฐนาท&amp;nbsp;สันทัดพร้อม&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420194918908</Link_News></row>
<row _id="332"><NewsTitle>จังหวัดนนทบุรีจัดประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดินและการบริการชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องราชพฤกษ์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;นางสาวอโรชา&amp;nbsp;นันทมนตรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดินและการบริการชุมชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;/2565&amp;nbsp;เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการต่างๆ&amp;nbsp;การใช้น้ำ&amp;nbsp;การจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;การจารจร&amp;nbsp;พื้นที่สีเขียวและสุนทรีภาพ&amp;nbsp;การป้องกันอัคคีภัย&amp;nbsp;การมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;การดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp;การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตาม&amp;nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420232019976</Link_News></row>
<row _id="333"><NewsTitle>เกษตรยะลา มอบปัจจัยการผลิตพร้อมสาธิตการใช้สารเคมี  สารชีวภัณฑ์ในต้นทุเรียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรยะลา&amp;nbsp;มอบปัจจัยการผลิตด้านเกษตรและสาธิต&lt;/strong&gt;การใช้สารเคมี&amp;nbsp;สารชีวภัณฑ์ในต้นทุเรียน&amp;nbsp;โครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางวีระ&amp;nbsp;สมศิริ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นางสาวปุณญิสา&amp;nbsp;เซ่งซิ้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านสันติ2&amp;nbsp;ตำบลแม่หวาด&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;เพื่อมอบปัจจัยด้านการเกษตรตามโครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดยะลา&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พร้อมทั้งสาธิตการใช้สารเคมีและสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรครากเน่า&amp;nbsp;โคนเน่าในทุเรียน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสันติ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.แม่หวาด&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421095852999</Link_News></row>
<row _id="334"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้เกิดฝนตกหนัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้เกิดฝนตกหนัก &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&lt;span style="color: black;"&gt;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน , ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/span&gt; ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.&lt;span style="color: black;"&gt;พังงา 85 &lt;/span&gt;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;span style="color: black;"&gt;เพชรบูรณ์ 69&lt;/span&gt;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;68&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวม&lt;span style="color: black;"&gt;ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด 24,054 &lt;/span&gt;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&lt;span style="color: black;"&gt; 41 &lt;/span&gt;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421093544992</Link_News></row>
<row _id="335"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก ส่วน กทม.และปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม 3 พื้นที่ สูงสุดบริเวณริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&amp;nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;หากควบคุมการเกิดจุดความร้อนได้ดีจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&amp;nbsp;ซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.คลองหนึ่ง&amp;nbsp;อ.คลองหลวง&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421095628996</Link_News></row>
<row _id="336"><NewsTitle>เน้นเติมน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ รองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ยังคงวางแผนและเดินหน้าปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีปริมาณน้ำเพียงพอทั้งในด้านการเกษตร&amp;nbsp;การอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;และด้านอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในช่วงนี้กรมฝนหลวงฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เน้นภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;เพื่อรองรับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากเขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสำหรับการจัดสรรเพื่อการเกษตรและการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ส่วนเขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญในการเก็บน้ำเพื่อกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อน&amp;nbsp;พบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ล้าน.ลบ.ม.&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้าน.ลบ.ม.&amp;nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;กรมฝนหลวงฯ&amp;nbsp;จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;และจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์อย่างต่อเนื่องในด้านการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรปัจจุบัน&amp;nbsp;จากข้อมูลพื้นที่ขอรับบริการฝนหลวง&amp;nbsp;จากทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีจำนวนรวม&amp;nbsp;31&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;71&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;โดยมีผู้ขอรับบริการฝนหลวง&amp;nbsp;จำนวนรวม&amp;nbsp;87&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลางและภาคใต้ตอนบน&amp;nbsp;มีแผนบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเขื่อนสิริกิติ์และอ่างเก็บน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;รวมถึงปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริเวณภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศ&amp;nbsp;รวมถึงสถานการณ์ของพายุลูกเห็บและปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;หมอกควัน-ไฟป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421110116029</Link_News></row>
<row _id="337"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคอีสานของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;134&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และนครพนม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่มีปริมาณลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังพบกระจายตัวเบาบางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;เกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,872&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,099&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,241&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ทั่วประเทศมีอากาศดี&amp;nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;ยกเว้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;สูงในเขตบางกะปิ&amp;nbsp;เขตบึงกุ่ม&amp;nbsp;และเขตคันนายาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;491&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;249&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;171&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421101644012</Link_News></row>
<row _id="338"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะเชียงใหม่&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;และพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&amp;nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421102854017</Link_News></row>
<row _id="339"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร ขับเคลื่อนเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการพัฒนาเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;ยกระดับการแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;"เสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1"&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;วิทยากร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องอมราวดี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค&amp;nbsp;แกรนด์&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;จ.ยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จัดหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าโอทอป&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ให้มีความรู้ในการบริหารจัดการและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาผู้ประกอบการควบคู่ไปกับพัฒนาเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกำหนดอบรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;20-22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(SMEs)&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้ารับความรู้เพื่อนำไปพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสมัยใหม่&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421112706044</Link_News></row>
<row _id="340"><NewsTitle>จังหวัดลำพูนมุ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 11 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำกวง รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวา เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมผู้บริหาร&amp;nbsp;(มหันตยศ)&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวงเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกำจัดผักตบชวา&amp;nbsp;เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลเพราะปัญหาผักตบชวาเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต&amp;nbsp;และความเป็นอยู่อย่างปกติสุขของประชาชน&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ผักตบชวา&amp;nbsp;เป็นวัชพืชที่แพร่ขยายพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;โดยผักตบชวาเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;อาจขยายพันธุ์ได้มากถึง&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ในห้วงระยะเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หรือถึงแม้ว่าน้ำจะแห้งจนต้นตาย&amp;nbsp;แต่เมล็ดของมันจะยังมีชีวิตต่อไปได้นานถึง&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และพร้อมที่จะแตกหน่อเป็นต้นใหม่ทันที&amp;nbsp;ที่เมล็ดได้รับน้ำเพียงพอ&amp;nbsp;ซึ่งกลายเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ&amp;nbsp;เช่นการทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน&amp;nbsp;เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp;และกีดขวางการสัญจรทางน้ำ&amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนรวมทั้ง&amp;nbsp;ก่อให้เกิดภูมิทัศน์หรือทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม&amp;nbsp;รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;และให้ความสำคัญในการแก้ไขโดยกำหนดให้ปัญหาผักตบชวา&amp;nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;โดยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบบูรณาการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปัจจุบันแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดการแพร่กระจายของผักตบชวาและวัชพืชอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;สร้างความตื้นเขินในแหล่งกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนการกีดขวางการไหลระบายของน้ำ&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำกวง&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ในช่วงฤดูแล้งจะมีปริมาณน้ำน้อยและนิ่ง&amp;nbsp;ทำให้มีสภาพที่เอื้อต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวา&amp;nbsp;ทำให้มีปริมาณผักตบชวาแพร่กระจายอย่างหนาแน่นในหลายจุดตั้งแต่เขตอำเภอบ้านธิถึงอำเภอป่าซาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ด้านหน้าฝายแม่ร่องน้อย&amp;nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลอุโมงค์&amp;nbsp;สะพานข้ามแม่น้ำกวงบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลมะเขือแจ้&amp;nbsp;และด้านหน้าฝายบ้านศรีเมืองยู้&amp;nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลเมืองลำพูน&amp;nbsp;และเทศบาลตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวงเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จึงได้เรียนเชิญคณะทำงานฯ&amp;nbsp;มาร่วมประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางและกำหนดแผนงานในการกำจัดผักตบชวาในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้แบ่งพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำกวง&amp;nbsp;รับผิดชอบดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำกวง&amp;nbsp;ตั้งแต่อำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;ถึงอำเภอป่าซางในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เทศบาลตำบลบ้านธิ&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงรอยต่ออำเภอสารภี-สะพานครูบาแสนอนุสรณ์&amp;nbsp;เทศบาลตำบลอุโมงค์&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานครูบาแสนอนุสรณ์-ฝายบ้านแม่ร่องน้อย&amp;nbsp;เทศบาลตำบลมะเขือแจ้&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงฝ่ายบ้านแม่ร่องน้อย-สะพานข้ามลำน้ำกวง&amp;nbsp;(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;11)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลตำบลเหมืองง่า&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานข้ามลำน้ำกวง&amp;nbsp;(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;11)-สะพานศรีวิชัย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ศรีบุญยืน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานศรีวิชัย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ศรีบุญยืน)-สะพานมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานมนตรี-สะพานรถไฟ&amp;nbsp;(สะพานดำ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน/เทศบาลตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานรถไฟ&amp;nbsp;(สะพานดำ)-สะพานบ้านศรีเมืองผู้&amp;nbsp;เทศบาลตำบลต้นธง/เทศบาลตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานบ้านศรีเมืองยู้-สะพานท่าจักร&amp;nbsp;เทศบาลตำบลบ้านแป้น&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานท่าจักร-สะพานครัวสวนไผ่&amp;nbsp;เทศบาลตำบลท่าเชียงทอง&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานครัวสวนไผ่-ฝ่ายสบทา&amp;nbsp;เทศบาลตำบลป่าซาง&amp;nbsp;ดำเนินการช่วงฝ่ายสบทา-จุดเชื่อมแม่น้ำปิง.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421115801067</Link_News></row>
<row _id="341"><NewsTitle>เกษตรกร 4 อำเภอใน จ.ประจวบฯ ร่วมเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรดในงาน Field Day ครั้งที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ &lt;/strong&gt;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565 ครั้งที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการจัดงาน Field day ถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในปีการผลิต 2565/66 โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด และ อ.กุยบุรี เข้าร่วมจำนวน 120 คน มีกิจกรรมหลัก คือ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรด โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้ จำนวน 4 สถานีเรียนรู้ ประกอบด้วย สถานีเรียนรู้ที่ 1 การขยายและการคัดพันธุ์สับปะรดผลสด  สถานีเรียนรู้ที่ 2 เทคโนโลยีการผลิตสับปะรดคุณภาพ  สถานีเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยี HandySense ในแปลงสับปะรด  สถานีเรียนรู้ที่ 4 การจัดการตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอองค์ความรู้ และบริการการเกษตรอื่นๆ จากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมการแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)&amp;nbsp;รวมทั้งการแสดงความยินดีกับ นายรุ่งเรือง ไล้รักษา เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด หมู่ที่ 11 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับการประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำไร่ เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 ที่พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt; หรือ ศพก. ทุกอำเภอ รวม 8 ศูนย์ และมีศูนย์เรียนรู้เครือข่าย จำนวน 155 ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่สอดคล้องกับสินค้าเกษตร หลัก และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งองค์ความรู้ของ ศพก. นั้น เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตรและการดำเนินชีวิตของเกษตรกร ขยายผลนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นจุดที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่าง ๆ กับเกษตรกรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421120254072</Link_News></row>
<row _id="342"><NewsTitle>บวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีบวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยพิธีบวงสรวงคันไถ&amp;nbsp;ได้เริ่มในเวลา&amp;nbsp;11.39&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ประธานในพิธีจุดเทียนธูปบูชาเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พราหมณ์พิธีกล่าวนำคำอธิษฐานจิต&amp;nbsp;จากนั้นประธานปักธูปบนเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปักธูปบนเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&amp;nbsp;ต่อมาประธานโปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณปะรำพิธีที่ตั้งคันไถ&amp;nbsp;พราหมณ์พิธีประพรมน้ำเทพมนตร์และเจิมแป้ง&amp;nbsp;ประธานนำมาลัยคล้องคันไถและผู้บริหารที่ร่วมในพิธีนำมาลัยมาวางบนพานหน้าคันไถเป็นอันเสร็จพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ข้าวเป็นพืชสำคัญแก่การดำรงชีวิต&amp;nbsp;ความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย&amp;nbsp;ในอดีตคันไถเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมดินก่อนปลูกข้าว&amp;nbsp;โดยใช้แรงงานสัตว์ในการขับเคลื่อน&amp;nbsp;ซึ่งถูกนำมาใช้ประกอบพิธีไถหว่านในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;พระราชพิธีฯ&amp;nbsp;มีมาแต่โบราณตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีจนกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;ในสมัยรัชการที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพิธีสงฆ์&amp;nbsp;จึงมีพิธีพืชมงคลรวมกับพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตั้งแต่นั้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระราชพิธีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในการทำนา&amp;nbsp;ชักนำให้มีความมั่นใจความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญในแก่เกษตรกร&amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นในเดือนหก&amp;nbsp;หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี&amp;nbsp;โดยวันที่จะกำหนดตามฤกษ์ยามที่เหมาะสมตามปฏิทินหลวง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลาเหมาะสมแก่การเริ่มต้นการทำนาของทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421145816161</Link_News></row>
<row _id="343"><NewsTitle>ทช. เฝ้าระวังอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะทะลุ แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;เฝ้าระวังอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะทะลุ&amp;nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;ได้สำรวจและเก็บข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลระยะยาวด้วย&amp;nbsp;เครื่องบันทึกอุณหภูมิ&amp;nbsp;(Temperature&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;Logger)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณแนวปะการังเกาะทะลุ&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ผลคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง&amp;nbsp;ข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณเกาะทะลุ&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบอุณหภูมิน้ำทะเลอยู่ที่&amp;nbsp;28.75&amp;nbsp;&amp;nbsp;31.67&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;จากข้อมูลพบอุณหภูมิน้ำทะเลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;แต่จากการสำรวจแนวปะการังเบื้องต้นยังไม่พบการฟอกขาว&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;NOAA&amp;nbsp;(โนอา)&amp;nbsp;ประเมินแนวโน้มการเกิดปะการังฟอกขาวที่ได้คาดการณ์เดือนมีนาคม-เมษายนปะการังจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเล&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;NOAA&amp;nbsp;(โนอา)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์อาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421153125180</Link_News></row>
<row _id="344"><NewsTitle>องคมนตรี สนองพระราชดำริ สืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.นายจรัลธาดา&amp;nbsp;กรรณสูต&amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;นายอำพน&amp;nbsp;กิตติอำพน&amp;nbsp;รองประธานอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เพิ่มเกษร&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;กปร.และคณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการขุดลอกแก้มลิงหนองแสงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตำบลท่าศาลา&amp;nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;โดยรับฟังบรรยายสรุปแผนการดำเนินงานฯ&amp;nbsp;จากผู้แทนกรมชลประทาน&amp;nbsp;โอกาสนี้ได้ร่วมพิจารณาเสนอแนะแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการฯ&amp;nbsp;ให้แล้วสร็จ&amp;nbsp;ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;จากนั้นเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่โครงการฯ&amp;nbsp;พร้อมพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับทราบความเป็นอยู่การประกอบอาชีพและความต้องการการใช้น้ำเพื่อนำไปขยายผลต่อยอดโครงการให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางปณิตตา&amp;nbsp;หอมโคกค้อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในเกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านท่าสวรรค์&amp;nbsp;ตำบลท่าศาลา&amp;nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมาอาศัยน้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แหล่งน้ำบริเวณรอบหมู่บ้าน&amp;nbsp;และน้ำจากลำน้ำชีที่ไหลผ่าน&amp;nbsp;ในการนำไปใช้เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ทำให้บางช่วงประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบกับพืชผลทางการเกษตรอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เข้ามาให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และเมื่อมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ส่งผลดีและเกิดประโยชน์กับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก&amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นช่วงบ่าย&amp;nbsp;คณะฯ&amp;nbsp;ได้เดินทางมาที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตำบลหนองแวง&amp;nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;พระราชทานพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ราบเชิงภูเขียว&amp;nbsp;โอกาสนี้คณะฯ&amp;nbsp;รับฟังบรรยายสรุปผลความก้าวหน้าการดำเนินงานพร้อมเยี่ยมชมโครงการฯ&amp;nbsp;และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422173400644</Link_News></row>
<row _id="345"><NewsTitle>เนื้อหมู ไม่แพงอย่างที่คิด ฝ่าวิกฤตวัตถุดิบพุ่ง น้ำมันแพง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สงกรานต์ที่ผ่านมาหลายคนต้องระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะต้องเตรียมพร้อมรับมือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประกาศจะพาเหรดขึ้นราคายกแผง เพราะอั้นกับมาตรการตรึงราคาสินค้ามานาน สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ปรับขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะ 1 เดือน ที่ผ่านมา ภาวะสงครามในยูเครนส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตหลายรายการและราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นไปเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในภาคการผลิตและบริการ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ประมาณ 30%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (UN Food and Agriculture Organization : FAO) รายงานว่า รัสเซียและยูเครนรวมกันส่งออกข้าวโพดคิดเป็น 30% และข้าวสาลีรวม 20% ของตลาดโลก แต่สงครามทำให้การค้าธัญพืชโลกหยุดชะงักและเป็นชนวนให้ราคาวัตถุดิอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นแรงมากเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อราคาเนื้อสัตว์ต้องปรับตัวสูงขึ้นตามภาระต้นทุน โดยเฉพาะราคาเนื้อสัตว์ทั้งเนื้อหมูและเนื้อไก่ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาเนื้อหมูเฉลี่ยเดือนมีนาคมปรับสูงขึ้น 4.8% เนื่องจากผลผลิตขาดแคลนในกลุ่มประเทศทางตะวันตก ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ปีกปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสำคัญปรับลดการผลิตจากความเสี่ยงของโรคไข้หวัดนก ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ปรับตามกลไกตลาดเกือบทุกประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย ภาคปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาโดยตลอด ด้วยการประกาศตรึงราคาหมูหน้าฟาร์มช่วงที่ขาดแคลนจากโรค ASF ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไว้ที่ 110 บาท/กก. ขณะที่ราคาหน้าฟาร์มมีการปรับลดลงตามกลไกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยราคาหน้าฟาร์มเฉลี่ยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2565 อยู่ที่ 94-98 บาท/กก. และราคายืนแข็งเป็นสัปดาห์ที่ 3 เป็นไปตามต้นทุนราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นเฉลี่ย 30-40 % ซึ่งราคาหน้าฟาร์มใกล้แตะระดับต้นทุนของเกษตรกร จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาหน้าฟาร์มบ้างเพื่อความอยู่รอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุดคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร รายงานว่า ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยการผลิตสุกรมีชีวิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 99 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรแบกรับภาระขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มที่ 94-98 บาท/กก. ขณะที่ราคาหน้าเขียงเป็นราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งราคาเนื้อแดงเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 190 บาท/กก.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ ฤดูร้อนปีนี้อากาศแปรปรวนกว่าปกติมีผลต่อการกินอาหารของสัตว์น้อยลง ทำให้สัตว์โตช้า ประกอบกับโรค ASF ทำให้เกษตรกรหายไปจากระบบ 50% ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดน้อยไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ราคาจึงอาจปรับสูงกว่าราคาเฉลี่ยในบางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไข่ไก่ ก็เผชิญอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตไม่แตกต่างจากผู้เลี้ยงหมู&amp;nbsp;หากแต่ปัญหาหลักที่เจอคือต้องตรึงราคาสินค้าตามที่ภาครัฐขอความร่วมมือ ซึ่งคนไทยนับว่ามีโอกาสดีกว่าผู้บริโภคในหลายประเทศที่สามารถเข้าถึงอาหารได้หลากหลายและในราคาที่เหมาะสม จากความร่วมมือของเกษตรกรและผู้ผลิตในการตรึงราคาสินค้าเพื่อฝ่าวิกฤตอาหารไปด้วยกัน ขอเพียงผู้บริโภคเข้าใจว่าราคาเนื้อสัตว์ของไทยไม่ได้แพงเกินความเป็นจริง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421175533271</Link_News></row>
<row _id="346"><NewsTitle>โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ มีความก้าวหน้า </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงความก้าวหน้าการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำชี&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;มาศึกษา&amp;nbsp;กำหนดเป็นแนวทาง&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยขณะนี้มีความก้าวหน้าและคาดจะแล้วเสร็จในปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;หนึ่งในประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นายเฉลิม&amp;nbsp;สมัตถะ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&amp;nbsp;ที่พระองค์เห็นถึงความสำคัญของประชาชน&amp;nbsp;โดยประชาชนในพื้นที่ต่างรู้สึกดีใจ&amp;nbsp;ที่มีโครงการพระราชดำริ&amp;nbsp;เกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่หลายเรื่องอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421211745338</Link_News></row>
<row _id="347"><NewsTitle>อบรมโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพฯ ปีงบ 65 ณ ศพก.อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดอบรมโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&amp;nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;กิจกรรมสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมมอบแนวทางการทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่เกษตรกรร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอชานุมาน&amp;nbsp;โดยมีนางสาวอุทัยวรรณ&amp;nbsp;เพ็งธรรม&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;ชำนาญการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานฯ&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม&amp;nbsp;ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยประธานศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;อาจารย์วีระพล&amp;nbsp;กมลรัตน์&amp;nbsp;และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรมและภูมิปัญญาในการพัฒนาสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;มาตรฐานของสินค้าเกษตรให้ปลอดภัยต่อผู้ผลิต-ผู้บริโภค&amp;nbsp;และการผลิตสินค้าเกษตรโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;สู่การเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายฤทธิรงค์&amp;nbsp;โคตะพันธ์&amp;nbsp;ผู้บริหารบริษัท&amp;nbsp;วินเทจ&amp;nbsp;ฟาร์มดี&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;มีความรู้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรที่หลากหลาย&amp;nbsp;สามารถแก้ปัญหาทางการเกษตรและดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเอกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ลดรายจ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้และเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนในจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศพก.อ.ชานุมาน&amp;nbsp;และเกษตรเป้าหมายเข้าร่วมอบรม&amp;nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพฯ&amp;nbsp;ปีงบ&amp;nbsp;2565&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยความร่วมมือของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&amp;nbsp;650&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพิ่มพื้นที่เกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;550&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กิจกรรมสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;พัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรมยั่งยืน&amp;nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบเกษตรผสมผสานด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และการส่งเสริมการผลิตโกโก้คุณภาพโดยเกษตรกรมีส่วนร่วมในสวนยางพารา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421185109297</Link_News></row>
<row _id="348"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หลังพบสถานการณ์แม่น้ำโขงมีระดับน้ำที่สถานีเขื่อนจิ่งหง&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นสะสมต่อเนื่อง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำสะสมอยู่ที่&amp;nbsp;1,590&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เนื่องจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;กอนช.ได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;โดยช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นสะสมในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ&amp;nbsp;1.90&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ตั้งแต่สถานีเชียงคาน&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ลงมาถึงสถานีโขงเจียม&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้จังหวัดริมแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง&amp;nbsp;พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรทางน้ำและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421202752316</Link_News></row>
<row _id="349"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;19-21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30-17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขารัตนบุรี&amp;nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเชื่อมโยงซื้อขายข้าวเปลือกระหว่างเกษตรกรกับโรงสี&amp;nbsp;ช่วยให้เกิดการแข่งขันรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้ราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;มีทางเลือกและอำนาจต่อรองในการขายข้าวเปลือกมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมด้านราคา&amp;nbsp;การชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพ&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;มีเกษตรกรมาขาย&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ซื้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;ข้าวชัยนาท&amp;nbsp;และข้าวปทุมธานี&amp;nbsp;ปริมาณข้าวรวม&amp;nbsp;167.466&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ารวม&amp;nbsp;1,523,603.35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มียอดสะสม&amp;nbsp;(19-21&amp;nbsp;เมย.65)&amp;nbsp;มีเกษตรกรมาขายรวม&amp;nbsp;182&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ซื้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;ข้าวชัยนาท&amp;nbsp;และข้าวปทุมธานี&amp;nbsp;ปริมาณข้าวรวม&amp;nbsp;464.274&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ารวม&amp;nbsp;4,149,032.45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ชาวเกษตรกรพึงพอใจขายข้าวในตลาดนัดได้ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปไม่น้อยกว่าตันละ&amp;nbsp;200-300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกำหนดการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;10-12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สาขาจอมพระ&amp;nbsp;อำเภอจอมพระ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421204528319</Link_News></row>
<row _id="350"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์แจ้งเตือนเกษตรกร ไม่ให้ลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดผลเสียตามมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดำรง&amp;nbsp;ปลั่งกลาง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในปีนี้ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&amp;nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกหลายท้องที่ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งในปีการผลิตที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายได้เริ่มลงมือเพาะปลูกข้าวตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการเพาะปลูกข้าวที่เร็วเกินไป&amp;nbsp;เนื่องจากยังไม่เข้าสู่ฤดูฝน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ข้าวที่เกษตรกรเพาะปลูกลงไป&amp;nbsp;จึงมีความเสี่ยงต่อปัญหาฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี&amp;nbsp;อาจทำให้ข้าวตายได้&amp;nbsp;และข้าวที่เพาะปลูกเร็วเกินไปยังจะต้องประสบปัญหาวัชพืชขึ้นในนาข้าวเป็นปริมาณมาก&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดต่ำลงประมาณ&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนในการกำจัดวัชพืช&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตข้าวจึงสูงขึ้นและผลผลิตข้าวที่ได้จะมีคุณภาพต่ำ&amp;nbsp;มีสิ่งเจือปนสูงทำให้จำหน่ายได้ในราคาต่ำตามมาอีกด้วย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อหลีกเสี่ยงปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;จึงขอเตือนให้พี่&amp;nbsp;น้องเกษตรกร&amp;nbsp;อย่าเร่งรีบลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วเกินไป&amp;nbsp;โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกข้าวนาปีคือ&amp;nbsp;ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ปลายเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์มีการปลูกข้าวหอมมะลิมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีพื้นที่ปลูกมากกว่า&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งจังหวัด&amp;nbsp;จึงถือได้ว่า&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;โดยในแต่ละปีจะมีผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตันข้าวเปลือก&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จึงควรวางแผนช่วงการปลูกให้เหมาะสมกับช่วงฤดูแต่ไม่เกินเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421210637332</Link_News></row>
<row _id="351"><NewsTitle>จ.ประจวบฯ เร่งหาแนวทางรับมือปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำในช่วงเดือน พ.ค.- มิ.ย.นี้ หลังคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง 150,000 ตัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;นิลวงศ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การผลิตสับปะรดในพื้นที่ช่วงเดือน&amp;nbsp;พ.ค.-&amp;nbsp;มิ.ย.65&amp;nbsp;ประมาณการว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยปัจจุบันราคารับซื้อหน้าแผงอยู่ที่&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;6-7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;5.89&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงได้มีการหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวป้องปัญหาผลผลิตส่วนเกินในระบบจนทำให้มีปัญหาด้านราคา&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือให้โรงงานแปรรูปช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและช่วยเหลือด้วยการตรึงราคารับซื้อที่&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&amp;nbsp;และให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงงานสามารถรับซื้อผลผลิตส่วนต่างในช่วงที่มีปริมาณมากเพื่อแปรรูปสับปะรดไว้จำหน่ายภายหลัง&amp;nbsp;ในช่วงที่สับปะรดลดน้อยลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;จะมีการกระจายสับปะรดไปจำหน่ายทั้งในและนอกพื้นที่ในรูปของสับปะรดบริโภคผลสด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่วนการสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว&amp;nbsp;ต้องเน้นแนวทางเกษตรพันธสัญญา&amp;nbsp;หรือคอนแทร็ก&amp;nbsp;ฟาร์มมิ่ง&amp;nbsp;และการส่งเสริมให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่ในไร่มาปลูกสับปะรดผลสดเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422095211388</Link_News></row>
<row _id="352"><NewsTitle>ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;อนันตกูล&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;โดยได้ประชาสัมพันธ์แนะนำและกำชับผู้มาติดต่อดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานขนจังหวัดฯ&amp;nbsp;และขนส่งสาขาพระประแดง&amp;nbsp;ให้ประชาชนและผู้ประกอบการหมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถให้มีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&amp;nbsp;กรณีใช้รถบรรทุกสินค้าหรือสิ่งของให้ปิดคลุมป้องกันการตกหล่นรั่วไหลให้เรียบร้อยด้วย&amp;nbsp;และหากพบเห็นรถควันดำ&amp;nbsp;หรือไม่ปิดคลุมป้องกันสินค้าหรือสิ่งของที่บรรทุก&amp;nbsp;โปรดแจ้งข้อมูลร้องเรียนทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;1584&amp;nbsp;ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;หรือสายด่วน&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1584&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานขนจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ขนส่งสาขาพระประแดง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสถานตรวจสภาพรถ&amp;nbsp;(ตรอ.)&amp;nbsp;ได้ตรวจวัดควันดำรถที่เข้ารับตรวจเพื่อดำเนินการทางทะเบียนและภาษี&amp;nbsp;537&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&amp;nbsp;526&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และมีค่าควันดำเกินกำหนด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;(ให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่)&amp;nbsp;และได้ตรวจวัดควันดำรถตามโครงการตรวจสอบมลพิษทางอากาศและเสียงรถราชการ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ไม่พบว่ามีค่าควันดำเกินกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110441436</Link_News></row>
<row _id="353"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร คัดสรรผลิตผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายปณิธาน&amp;nbsp;มีไชยโย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็งและพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&amp;nbsp;ตามวิสัยทัศน์&amp;nbsp;เกษตรกรมั่นคง&amp;nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&amp;nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;(อ.ต.ก.)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย&amp;nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ&amp;nbsp;สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;(อ.ต.ก.)&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(สกต.สุรินทร์)&amp;nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;ที่ทั้งสองฝ่ายดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ&amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา&amp;nbsp;การสร้างรายได้&amp;nbsp;โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;บรรจุถุงจำหน่าย&amp;nbsp;สร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อ.ต.ก.จะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมด้านการตลาด&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;Co-Brand&amp;nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้&amp;nbsp;อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิในพื้นที่ที่ดีที่สุดของประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;สู่ผู้บริโภคโดยตรง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110059427</Link_News></row>
<row _id="354"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร คัดสรรผลิตผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายปณิธาน&amp;nbsp;มีไชยโย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็งและพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&amp;nbsp;ตามวิสัยทัศน์&amp;nbsp;เกษตรกรมั่นคง&amp;nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&amp;nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;(อ.ต.ก.)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย&amp;nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ&amp;nbsp;สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;(อ.ต.ก.)&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(สกต.สุรินทร์)&amp;nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;ที่ทั้งสองฝ่ายดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ&amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา&amp;nbsp;การสร้างรายได้&amp;nbsp;โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;บรรจุถุงจำหน่าย&amp;nbsp;สร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อ.ต.ก.จะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมด้านการตลาด&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;Co-Brand&amp;nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้&amp;nbsp;อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิในพื้นที่ที่ดีที่สุดของประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;สู่ผู้บริโภคโดยตรง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110059430</Link_News></row>
<row _id="355"><NewsTitle>เน้นย้ำ สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงอย่างเคร่งครัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;44,964&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;รวมกัน&amp;nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่และลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้ให้สำนักเครื่องจักรกล&amp;nbsp;ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร-เครื่องมือต่างๆ&amp;nbsp;ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในทุกพื้นที่&amp;nbsp;ให้สามารถบำรุงรักษาและใช้งานเครื่องจักร-เครื่องมือได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&amp;nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งหมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;วิเคราะห์สภาพอากาศ&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;แหล่งน้ำ&amp;nbsp;แม่น้ำสายหลักต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105348416</Link_News></row>
<row _id="356"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนทุกภาคเตรียมรับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้พื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;มีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันที่&amp;nbsp;23-27&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;รวมถึงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แต่ภาคใต้มีฝนลดลง&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;รวมถึงระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105632421</Link_News></row>
<row _id="357"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกเกิดฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้เกิดฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&amp;nbsp;97&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;81&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และอุตรดิตถ์&amp;nbsp;68&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,800&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนเพิ่มขึ้นสะสมต่อเนื่องจากวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายนประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำสะสม&amp;nbsp;1,590&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เนื่องมาจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นสะสมในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ&amp;nbsp;1.90&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ตั้งแต่สถานีเชียงคาน&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ลงมาถึงสถานีโขงเจียม&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105721425</Link_News></row>
<row _id="358"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ และภาคเอกชนผู้ประกอบการร้านกาแฟทั่วประเทศ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เนื่องในวันคุ้มครองโลก ประจำปี 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และภาคเอกชนผู้ประกอบการร้านกาแฟทั่วประเทศ&amp;nbsp;ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก&amp;nbsp;เนื่องในวันคุ้มครองโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(Earth&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สส.)&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(Earth&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022)&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Invest&amp;nbsp;In&amp;nbsp;Our&amp;nbsp;Planet&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ทำเพื่อโลกวันนี้&amp;nbsp;อนาคตที่ดี&amp;nbsp;เป็นของเรา&amp;nbsp;สร้างความตื่นตัวในสังคมกับวิกฤติจากขยะพลาสติกที่มีจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน&amp;nbsp;โดยให้เห็นความสำคัญการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;พร้อมร่วมกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการร้านกาแฟในประเทศประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Coffee&amp;nbsp;Shop)&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก&amp;nbsp;หรือภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางและนำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้มากที่สุด&amp;nbsp;สิ่งสำคัญให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการ&amp;nbsp;และการบริโภควิถีใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าก้าวสู่การบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่ความสำเร็จการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภค&amp;nbsp;และการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจร้านกาแฟและตลาดกาแฟในประเทศไทย&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนในการจัดการขยะพลาสติก&amp;nbsp;รวมทั้งการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับ&amp;nbsp;Roadmap&amp;nbsp;การจัดการขยะพลาสติก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้มีการผลิต&amp;nbsp;การบริการ&amp;nbsp;และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&amp;nbsp;หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่&amp;nbsp;ด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;(Circular&amp;nbsp;Economy)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ปาปะทา&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ&amp;nbsp;ร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มีหน่วยงานและร้านกาแฟเข้าร่วม&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้เกิดภาคีความร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจ&amp;nbsp;ผู้ผลิต&amp;nbsp;และผู้ให้บริการร้านกาแฟวางแนวทางหรือนโยบายประกอบกิจการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมร่วมรณรงค์สร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของลูกค้าหรือผู้บริโภคลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp;ถือเป็นการช่วยกันลดปริมาณขยะต้นทางและการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ยังได้ประกาศเจตนารมณ์งดจำหน่ายภาชนะบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแบบใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สยามแม็คโคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และพันธมิตรร่วมโครงการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมงดจำหน่ายภาชนะบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแบบใช้ครั้งเดียวในห้างแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ&amp;nbsp;และส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้ามาทดแทนด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422113343459</Link_News></row>
<row _id="359"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน มุ่งส่งเสริมและแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ปี 2565 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในปีที่ผ่านมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ห้องประชุมหริภุญชัย&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภาษเดช&amp;nbsp;หงส์ลดารมภ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด(คพจ.)&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางกนกรัตน์&amp;nbsp;ยุกติรัตน์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนได้ดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป้าหมายผลผลิตจำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;15,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกระจายมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;โดยรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำพูนในราคานำตลาดไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจำกัดปริมาณการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแต่ละรายไม่เกินรายละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ดำเนินการรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บัดนี้&amp;nbsp;สิ้นสุดระยะเวลาการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;nbsp;มีเกษตรกรและผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์&amp;nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนจึงได้ร่วมกันประชุม&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาอนุมัติรายชื่อและจัดสรรโควตาให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาร่างหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไข&amp;nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และร่างหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไข&amp;nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการขยายช่องทางการตลาดลำไยสด&amp;nbsp;(รูดร่วง)&amp;nbsp;เข้าสู่โรงงานแปรรูป&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422112120453</Link_News></row>
<row _id="360"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&amp;nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;หากควบคุมการเกิดจุดความร้อนได้ดีจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422112314455</Link_News></row>
<row _id="361"><NewsTitle>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกษตรกรปรับตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเกษตรที่เลี้ยงวัว หันมาเลี้ยงแพะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อแพะยังไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สวนปาล์มน้ำมันหมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแหลมสอม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายสมัย&amp;nbsp;ชื่นแก้ว&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;73&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแหลมสอม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันและเลี้ยงวัวในสวนปาล์มน้ำมันเป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;แต่จากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;นั้นส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าช่วงนี้ปาล์มน้ำมันจะมีราคาดีก็ตาม&amp;nbsp;ต้นทุนการใส่ปุ๋ยก็เพิ่มตามมาด้วย&amp;nbsp;แต่เพื่อความไม่ประมาทได้เลี้ยงวัวเนื้อภายในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;และในขณะนี้ได้เลี้ยงแพะเพิ่มอีกในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมัย&amp;nbsp;ชื่นแก้ว&amp;nbsp;เกษตรกรกล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&amp;nbsp;-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้ตนเองและประชาชนทั่วไปต้องมีการปรับตัว&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านอาชีพ&amp;nbsp;หรือการใช้ชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;รวมถึงการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;ตนเองนั้นไม่ค่อยได้ออกนอกพื้นที่&amp;nbsp;จึงใช้เวลาว่างมาเลี้ยงแพะ&amp;nbsp;พันธุ์บอร์ลูกผสมและพันธุ์แอโกลูกผสม&amp;nbsp;แพะนั้นจะตั้งท้องประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือนก็สามารถให้ลูกได้แล้ว&amp;nbsp;ขณะนี้มีพ่อพันธุ์จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แม่พันธุ์&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ขณะนี้เริ่มออกลูกแพะแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการให้อาหารหรือการเลี้ยงนั้น&amp;nbsp;จะเลี้ยงลักษณะกึ่งปล่อ&lt;/strong&gt;ยหากไม่มีฝนตกก็จะให้กินหญ้าภายในสวนปาล์ม&amp;nbsp;หากฝนตกก็จะนำหญ้ามาให้แพะ&amp;nbsp;หารก็เป็นหญ้าเนเปียและอื่นๆ&amp;nbsp;ได้เริ่มเลี้ยงมาประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้ลูกแล้ว&amp;nbsp;แต่จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์โดยตั้งเป้าแม่พันธุ์ประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ส่วนราคาเนื้อแพะอยู่ที่&amp;nbsp;80-200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&amp;nbsp;สถานการณ์วามต้องการเนื้อแพะพบว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422114421473</Link_News></row>
<row _id="362"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคอีสานของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;27&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และนครพนม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมจุดความร้อนลดลง&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือจุดความร้อนเป็นศูนย์&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,872&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,123&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,265&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมวันนี้ทั่วประเทศคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&amp;nbsp;ยกเว้นจังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่นยังพบค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;388&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;379&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422134251504</Link_News></row>
<row _id="363"><NewsTitle>ประวิตร กำชับ สทนช. พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย สปป.ลาว อย่างรอบคอบให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;อย่างรอบคอบให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;โดยต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอและประชาชนรับทราบก่อนตัดสินใจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ได้พิจารณาแนวทางดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าภายใต้ระเบียบปฏิบัติคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&amp;nbsp;เรื่องการแจ้ง&amp;nbsp;การปรึกษาหารือล่วงหน้า&amp;nbsp;และข้อตกลง&amp;nbsp;(PNPCA)&amp;nbsp;โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ยืนยันจะขอรับข้อมูลที่เพียงพอจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;MRCS&amp;nbsp;ต่อการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดนของชุมชนท้ายน้ำและการประเมินผลกระทบต่อเขตแดน&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นไปตามกระบวนการ&amp;nbsp;PNPCA&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อมูลที่&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;จะจัดส่งให้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมกับประเทศไทยต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้ดำเนินการต่อเนื่องทั้งการชี้แจงข้อมูลโครงการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน&amp;nbsp;จัดประชุมระดับนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และได้ประชุมร่วมกับสปป.ลาว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&amp;nbsp;(MRCS)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยได้กำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไปของกระบวนการ&amp;nbsp;PNPCA&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังได้พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูงอย&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สปป.&amp;nbsp;ลาวเสนอให้เริ่มกระบวนการ&amp;nbsp;PNPCA&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการ&amp;nbsp;TNMC&amp;nbsp;พิจารณาความเหมาะสมข้อมูลโครงการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทย&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า&amp;nbsp;เพื่อแจ้งข้อบกพร่องของข้อมูลต่อ&amp;nbsp;MRCS&amp;nbsp;หากข้อมูลมีความครบถ้วนตามวัตถุประสงค์สามารถพิจารณาเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าได้&amp;nbsp;ภาพรวมไทยต้องทำงานอย่างรอบคอบคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติที่จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างสูงสุด&amp;nbsp;ด้วยการนำข้อมูลความคืบหน้าต่างๆที่เกิดขึ้นมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบต่อเนื่องและตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าของร่างแนวคิดการดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติเรื่อง&amp;nbsp;การติดตาม&amp;nbsp;ตรวจสอบการใช้น้ำ&amp;nbsp;(PWUM)&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการพัฒนาโดยคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&amp;nbsp;(MRC)&amp;nbsp;และประเทศภาคีสมาชิก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเป็นกรอบการทำงานสร้างระบบติดตามตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพในการใช้น้ำในแม่น้ำโขงสายประธานและแม่น้ำสาขาหลักของแม่น้ำโขง&amp;nbsp;แล้วยังช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ดีและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกผ่านระบบการติดตามตรวจสอบการใช้น้ำที่โปร่งใส&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินการให้อยู่ภายในขอบเขตของความตกลงว่าด้วยการพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(Mekong&amp;nbsp;Agreement&amp;nbsp;1995)&amp;nbsp;ระเบียบปฏิบัติ&amp;nbsp;และแนวปฏิบัติเกี่ยวข้องที่กำหนดให้ติดตามตรวจสอบการใช้น้ำที่มีขอบเขตเฉพาะการใช้น้ำที่อาจส่งผลกระทบสำคัญต่อการไหลของแม่น้ำโขงเท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งจะไม่รวมการใช้ในครัวเรือนและการใช้ส่วนน้อยที่ไม่มีผลกระทบสำคัญ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422145501555</Link_News></row>
<row _id="364"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ประสบภัย โดยระดมกำลังทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายเรืองฤทธิ์&amp;nbsp;ผลดี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ร่วมกับอำเภอปาย&amp;nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;ในการระดมความร่วมมือในกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่า&amp;nbsp;เนื่องด้วยอำเภอปาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;งบเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุภัยแล้ง&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;๒๕๖๕&amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้เห็นชอบในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบบ้านที่ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;๒&amp;nbsp;หมู่บ้านประกอบด้วย&amp;nbsp;บ้านป่าซาง&amp;nbsp;(บ้านบริวาล)&amp;nbsp;บ้านห้วยหก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;๖&amp;nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;๓&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของราษฎรเป็นไปด้วยความรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์&amp;nbsp;อำเภอปายได้ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ร่วมทั้งชาวบ้าน&amp;nbsp;จึงได้ร่วมมือในกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน&amp;nbsp;ประชาชนจิตอาสา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการป้อง&amp;nbsp;กันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;โดยมีการนำร่องแก้ไขปัญหาในพื้นที่&amp;nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นจุดแรกก่อนที่จะขยายไปยังหมู่บ้านที่ประสบปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422151243562</Link_News></row>
<row _id="365"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์การมีส่วนร่วมของชาวริมสองฝั่งคลองและจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายประพันธ์&amp;nbsp;ตรีบุบผา&amp;nbsp;ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;นายสิทธิวีร์&amp;nbsp;วรรณพฤกษ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&amp;nbsp;นางพิศมัย&amp;nbsp;เลิศอิทธิบาท&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประชุมมงคลบพิตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;ศอญ.&amp;nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&amp;nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&amp;nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อำเภอบางปะอิน&amp;nbsp;อำเภอบางไทร&amp;nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&amp;nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&amp;nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&amp;nbsp;ต.บางกระสั้น&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เชียงรากน้อย&amp;nbsp;อ.บางปะอิน&amp;nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลบางกระสั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&lt;a&amp;nbsp;href="&amp;nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;&amp;nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422181845665</Link_News></row>
<row _id="366"><NewsTitle>กรมชลประทาน เตรียมพร้อมส่งน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก เพาะปลูกข้าวนาปี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล&amp;nbsp;เร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้ง&amp;nbsp;บริเวณปากคลองส่งน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;ต.หนองหม้อ&amp;nbsp;อ.ตาคลี&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;เพื่อสูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;เข้าสู่คลองส่งน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;สำหรับให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&amp;nbsp;อ.ตาคลี&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;อ.สรรพยา&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;และอ.อินทร์บุรี&amp;nbsp;จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp;ได้เริ่มเพาะปลูก&amp;nbsp;ตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง&amp;nbsp;เป็นการลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&amp;nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก&amp;nbsp;ลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่างในระยะต่อไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้สั่งการให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินในคลอง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำมายังพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&amp;nbsp;เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกตามแผนที่กำหนดไว้ได้อย่างทั่วถึง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422200624740</Link_News></row>
<row _id="367"><NewsTitle>เกษตรปะเหลียน ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ตำบลปะเหลียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดยนายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวศัลยา&amp;nbsp;มานะกล้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางบุหลัน&amp;nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;,7&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ได้มีเกษตรกรมาเข้ารับบริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;104&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;ศาลาเอนกประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านลำปลอก&amp;nbsp;และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านวังเจริญ&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422185638686</Link_News></row>
<row _id="368"><NewsTitle>มหกรรมอาหารทะเลยิ่งใหญ่ จังหวัดสงขลา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสกระจายสินค้าประมงคุณภาพดีสู่ครัวเรือนผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทะเล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำและการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;(Fisherman&amp;nbsp;Market)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมประมง&amp;nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านชาวประมงในพื้นที่จังหวัดชายทะเลทั้ง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&amp;nbsp;กระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้พลิกคืนเศรษฐกิจครัวเรือนชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรมประมง&amp;nbsp;เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;มาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านมา&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;เกิดประโยชน์ต่อชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;รวมไปถึงผู้ประกอบการประมงทั้ง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีช่องทางตลาดเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทำให้การกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;โดยกำหนดเปิดจุดจำหน่ายสินค้าประมงขึ้น&amp;nbsp;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงต่างๆ&amp;nbsp;มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ตลาดปลาแห่งนี้เป็นตลาดขายสินค้าประมงที่มีคุณภาพของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่มาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เริ่มผ่อนคลาย&amp;nbsp;เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;สินค้าที่ดีมีคุณภาพจะเป็นจุดขายของจังหวัด&amp;nbsp;จึงอยากให้พี่น้องชาวประมงรักษามาตรฐานที่ดีแบบนี้เอาไว้&amp;nbsp;โดยกรมประมงจะมาช่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการการันตีคุณภาพของสินค้าได้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;มุ่งหวังจะให้มี&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;ทุกจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางให้กับชาวประมง&amp;nbsp;โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านได้มีช่องทางการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;มีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปลากะพงขาว&amp;nbsp;องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าของกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มาร่วมงานในวันนี้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,012,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปูม้า&amp;nbsp;3,000,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;กุ้งแชบ๊วย&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ปลาตะกรับ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;และปลากะพงขาว&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำชุมชน&amp;nbsp;มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422193414703</Link_News></row>
<row _id="369"><NewsTitle>จนท.ภาครัฐ และประชาชนจิตอาสา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินเหตุการณ์ภัยแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายทศพล&amp;nbsp;สินยบุตร&amp;nbsp;นายอำเภอปาย&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายภูรีภัทร&amp;nbsp;พิพัฒน์พงศธร&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&amp;nbsp;และนายพิเชษฐ&amp;nbsp;พุ่มนวน&amp;nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&amp;nbsp;นำกำลังสมาชิก&amp;nbsp;อส.&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายเรืองฤทธิ์&amp;nbsp;ผลดี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(ปภ.จ.มส.),&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งสา,&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน,&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;และประชาชนจิตอาสา&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ&amp;nbsp;กรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;ราษฏร์&amp;nbsp;รัฐ&amp;nbsp;ร่วมใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ป้องกันภัยแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยนายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงบเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติ&amp;nbsp;กรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยการดำเนินการซ่อมแซมท่อน้ำประปาที่เสียหาย&amp;nbsp;ชำรุด&amp;nbsp;วางระบบน้ำจากลำห้วยต้นน้ำส่งเข้าหมู่บ้าน&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ในส่วนของอำเภอปาย&amp;nbsp;ได้รับอนุมัติโครงการดังกล่าวจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;งบประมาณทั้งสิ้น&amp;nbsp;857,600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านป่าซาง&amp;nbsp;(บ้านบริวาล)&amp;nbsp;บ้านห้วยหก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&amp;nbsp;และบ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ส่งผลกระทบให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะราษฏรบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&amp;nbsp;ขาดแคลนน้ำอุปโภค&amp;nbsp;บริโภคเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ทางจังหวัดคาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงภัยแล้งได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422183517670</Link_News></row>
<row _id="370"><NewsTitle>รมว.เกษตร เปิด "มหกรรมอาหาร 2 ทะเล 3 น้ำ" 22-24 เมษายนนี้ ประเดิม Fisherman Market สงขลา ยกทัพสินค้าประมงพื้นบ้าน เพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค และเปิดตลาด อบจ.สงขลา ตลาดปลาสงขลา Night market</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"มหกรรมอาหาร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทะเล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;(Fisherman&amp;nbsp;Market"&amp;nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดโคกไร่&amp;nbsp;ตำบลพะวง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;นายเจษฎา&amp;nbsp;จิตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายไพเจน&amp;nbsp;มากสุวรรณ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เรือโท&amp;nbsp;นพดล&amp;nbsp;จันทรมณี&amp;nbsp;ประมงจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;"มหกรรมอาหาร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทะเล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;(Fisherman&amp;nbsp;Market)"&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ตามนโยบายของ&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จังหวัดชายทะเลที่ได้รับผลกระทบจากการขาดช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ&amp;nbsp;กรมประมงจึงได้มีการดำเนินงานภายใต้โครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;(Fisherman&amp;nbsp;Market)&amp;nbsp;มาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;โดยการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการแปรรูปสินค้าและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยภายในงานมีการเปิดตลาด&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;พร้อมนิทรรศการให้ความรู้จากส่วนราชการและองค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง&amp;nbsp;(กิจกรรมพัฒนาอาชีพชุมชนประมง)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้แก่ผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;กลุ่มละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,012,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปูม้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;กุ้งแชบ๊วย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp;ปลาตะกรับ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และปลากะพงขาว&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;บริเวณหลังวิทยาลัยประมงติณสลานนท์&amp;nbsp;เพื่อปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้ายว่า&amp;nbsp;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/strong&gt;จะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าสัตว์น้ำและสินค้าประมงแปรรูปที่สำคัญของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;สามารถแก้ปัญหาการขาดช่องทางจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ชาวประมงสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์พร้อมกับพัฒนาทักษะการขาย&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่า&amp;nbsp;และเพิ่มมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำจนสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจระดับครัวเรือนได้ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422193135702</Link_News></row>
<row _id="371"><NewsTitle>อากาศแปรปรวน น้ำมันเตรียมขยับ กดดันต้นทุนการเลี้ยงสัตว์พุ่ง เกษตรกรขอความเข้าใจ ปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่สุพรรณบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด และชมรมผู้เลี้ยงไก่ไข่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ขึ้นอีกฟองละ 10 สตางค์ จากราคา 3.40 บาทต่อฟอง เป็น 3.50 บาทต่อฟอง ด้วยปัญหาสะสมจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววันนี้ เป็นประเด็นหลักที่กดดันให้เกษตรกรต้องตัดสินใจปรับราคาขึ้นในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ กล่าวถึงสาเหตุที่เกษตรกรจำเป็นต้องปรับราคาไข่ไก่ขึ้น เนื่องจากปัญหาต้นทุนการเลี้ยงต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นมาตลอด แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ ยิ่งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน สภาพอากาศของไทยเกิดแปรปรวนอย่างหนัก อากาศร้อนจัด สลับพายุฝน ผลผลิตไข่ไก่และแม่ไก่เสียหายมาก แม่ไก่ไม่ออกไข่ มีบางส่วนเจ็บป่วยล้มตายไป เพราะปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศ จนทำให้ปริมาณผลผลิตไข่ลดลงประมาณ 10% สวนทางกับการบริโภคที่คึกคักในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่ผ่านมา การปรับเพิ่มราคาเป็นเพียงการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องราคาอาหารที่ปรับขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบ้านเรา แต่เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก จากปัจจัยภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากการระบาดของโควิด-19 ผนวกกับภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกชะงักงัน ที่ผลักดันให้ต้นทุนราคาสินค้าและอาหารปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และยังมีสถานการณ์การสู่รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน กดดันให้ราคาสินค้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจและผู้นำด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคของโลก ที่ขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2558 โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ยืนยันการแพร่ระบาดของโรคใน 27 รัฐ นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซ้ำความต้องการบริโภคไข่ก็เพิ่มสูงขึ้นในช่วงอีสเตอร์ รวมถึงสงครามยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ สร้างแรงกระเพื่อมอันหนักหน่วงต่อห่วงโซ่อุปทานในสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลับมาที่ภาคปศุสัตว์ไทยที่ยังมีปัญหาใหญ่ในประเทศ จากวิกฤติวัตถุดิบขาดแคลน โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตอาหารสัตว์ ที่ยังไม่มีทางออกว่าภาครัฐจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เนื่องจากประเทศไทยผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้เพียง 5 ล้านตันต่อปี ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่มากถึง 8 ล้านตัน โดยมีมาตรการรัฐที่ยังคงเป็นอุปสรรค ทั้งมาตรการข้าวโพด 3:1 และภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% รวมถึงปัญหาของโลกจากสถานการณ์สู้รบในยูเครน ที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ พบว่าต้นทุนการผลิตส่วนนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30  40% แล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก ตราบใดที่การสู้รบระหว่างสองประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายสำคัญของโลก ยังไม่อาจบรรลุข้อตกลงระหว่างกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเพียงราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เท่านั้น หากแต่ยังลุกลามไปถึงปัญหาด้านพลังงาน เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย รัสเซียมีการส่งออกน้ำมันดิบราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกส่งไปยังสหภาพยุโรป ขณะที่ก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็น 40% ของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติทั้งหมดในสหภาพยุโรป การประกาศจำกัดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ของสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ย่อมทำให้ราคาพลังงานที่สูงอยู่แล้วมีโอกาสพุ่งขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เท่ากับต้นทุนด้านพลังงานที่เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญในภาคการขนส่งสินค้าเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ ต้องปรับสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ล่าสุดภาคขนส่งของไทยส่งสัญญาณว่า จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าขนส่งทั่วประเทศขั้นต่ำ 15% หรืออาจมากกว่า 20% เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดและราคาน้ำมันดีเซล หลังจากที่รัฐบาลจะเลิกตรึงราคา 30 บาทต่อลิตร ในวันที่ 1 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาเบื้องหน้าที่กำลังรอเกษตรกรอยู่นี้ เปรียบเหมือนมรสุมลูกใหญ่ที่ท้าทายภาคผู้เลี้ยงอีกระรอก ยังไม่นับปัญหาภัยแล้งที่มาเยือนเช่นทุกปี ที่เกษตรกรจะต้องเตรียมรับมือด้วยการจัดหาน้ำใช้สำหรับสัตว์ในฟาร์ม อย่างเช่น การเลี้ยงไก่ไข่ที่ปกติไก่หนึ่งตัวจะกินน้ำเป็น 3 เท่าของการกินอาหาร ตามมาตรฐานไก่กินอาหารที่ 120 กรัมต่อวัน เท่ากับจะต้องกินน้ำ 360 ซีซีต่อวัน แต่ในช่วงอากาศร้อนไก่จะกินน้ำเพิ่มเป็นกว่า 400 ซีซีต่อวัน ยกตัวอย่างการเลี้ยงไก่จำนวน 100,000 ตัว จำเป็นต้องใช้น้ำประมาณ 40,000 ลิตรต่อวัน กลายเป็นภาระการจัดซื้อน้ำที่เกษตรกรไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งต้นทุนด้านอื่นๆด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เกษตรกรขอให้ผู้บริโภคเข้าใจในภาระและปัญหาสะสมที่พวกเขาต้องเผชิญ การเพิ่มขึ้นของราคาไข่ไก่แผงละ 3 บาท (ต่อ 30 ฟอง) ที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของผู้บริโภคนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยต่อชีวิตผู้เลี้ยงให้สามารถฝ่าฟันปัญหาต่างๆไปได้ เพื่อให้คนไทยมีโปรตีนคุณภาพดีราคาถูกไว้บริโภคต่อไป ที่สำคัญการปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ให้เกษตรกรได้มีโอกาสขายสินค้าในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง คือแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนของเรื่องนี้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422184121676</Link_News></row>
<row _id="372"><NewsTitle>ผลกระทบรอบด้าน กดดันเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;ภาคปศุสัตว์ต้องประสบกับต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 30-40 % และยังคงสูงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่วนนี้คิดเป็นต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ 70-80 % ยิ่งเมื่อประสบกับภาวะสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ต่างก็เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาธัญพืชทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้ส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากทิศทางวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประเทศไทยสามารถผลิตได้ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ต่ำกว่าความต้องการใช้ที่มีอยู่รวม 8 ล้านตันต่อปี&amp;nbsp;ทำให้ต้องมีการนำเข้าอีกจำนวน 3 ล้านตันต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เสนอให้ภาครัฐพิจารณายกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2 % ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 ส่วน และเปิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO, AFTA เป็นการชั่วคราว โดยยกเลิกโควต้าภาษีและค่าธรรมเนียมให้สามารถนำเข้าในปริมาณที่ขาดแคลนสำหรับปี 2565 นี้&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า จนถึงขณะนี้แนวทางที่มีการนำเสนอดังกล่าว ยังไม่มีข้อสรุปใดออกมา ทั้งที่กรมการค้าภายในมีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากปี 2564 ที่ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ได้ปรับมาเป็นกิโลกรัมละ 12  13 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 30%&amp;nbsp;ผลที่เกิดขึ้นตามมาส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ล่าสุด คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;98.81 บาท นับเป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยิ่งสภาพอากาศของประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่เพียงตัวสัตว์จะต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอย่างมากเท่านั้น หากแต่ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 ว่า อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจต่อเนื่องยาวนานจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;แถมสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน หนาวสลับร้อน ในหลายพื้นที่ยังต้องเสี่ยงภัยกับฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัว ทำให้สัตว์เกิดความเครียดสะสม&amp;nbsp;และมีอัตราเสียหายมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้มีต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่&amp;nbsp;ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินระบบในการควบคุมและระบายอากาศมากขึ้น ขณะที่บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม ด้วยน้ำมัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังต้องใช้น้ำมากขึ้นทั้งน้ำกินและน้ำใช้&amp;nbsp;ยิ่งในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้ง มีความจำเป็นต้องซื้อน้ำใช้ จะมีต้นทุนเพิ่ม 3,000-6,000 บาทต่อวัน งานนี้เรียกว่าเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตสำหรับภาคปศุสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่เกษตรกรขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มได้เพียง 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อยังถูกขอให้รักษาระดับราคาขายไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับต้นทุนการเลี้ยงที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน เพราะต้องตรึงราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.40 บาท ตามที่ภาครัฐขอความร่วมมือไว้ โดยผลผลิตไข่ไก่ช่วงนี้เป็นไข่ไก่คละเล็กและคละกลาง ทำให้ขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาประกาศ&amp;nbsp;เกษตรกรจึงไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามราคาที่สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การปล่อยให้ความต้องการของตลาดเป็นปัจจัยชี้นำราคา&amp;nbsp;ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดในอาชีพได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงอาหารที่เข้มแข็งเพื่อคนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาริทธิ์ สันห์ฤทัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422184153677</Link_News></row>
<row _id="373"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์การมีส่วนร่วมของชาวริมสองฝั่งคลองและจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายประพันธ์&amp;nbsp;ตรีบุบผา&amp;nbsp;ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;นายสิทธิวีร์&amp;nbsp;วรรณพฤกษ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&amp;nbsp;นางพิศมัย&amp;nbsp;เลิศอิทธิบาท&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมมงคลบพิตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;ศอญ.&amp;nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&amp;nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&amp;nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อำเภอบางปะอิน&amp;nbsp;อำเภอบางไทร&amp;nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&amp;nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&amp;nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&amp;nbsp;ต.บางกระสั้น&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เชียงรากน้อย&amp;nbsp;อ.บางปะอิน&amp;nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลบางกระสั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://ayutthaya.prd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://ayutthaya.prd.go.th/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422194019717</Link_News></row>
<row _id="374"><NewsTitle>ภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมร่วมตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนางสงกรานต์&amp;nbsp;ประจันตะเสน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ร่วมกับผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลพะงาด&amp;nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์เก่าเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลพะงาด&amp;nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปได้&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ทำน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนจากยางใช้แล้วและเศษยางทั่วไป&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการได้ก่อสร้างปรับปรุงโรงงานใหม่&amp;nbsp;และเริ่มเดินเครื่องจักรทำการผลิตตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ไม่พบใบอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลพะงาดดำเนินการกำกับควบคุมตามอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข&amp;nbsp;พ.ศ.2535&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบในโรงงานพบว่ามีเตาเผายางจำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เตา&amp;nbsp;ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันทดแทนที่ผลิตเองโดยกระบวนการ&amp;nbsp;Pyrolysis&amp;nbsp;มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศชนิด&amp;nbsp;Bag&amp;nbsp;filter&amp;nbsp;house&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;มีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนที่ผลิตได้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;รวมความจุ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;และมีระบบบำบัดไอระเหยจากถังเก็บกักด้วยถังกรอง&amp;nbsp;โดยใช้วัสดุกรอง&amp;nbsp;Activated&amp;nbsp;Carbon&amp;nbsp;ไม่มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;จากการสำรวจชุมชนบริเวณด้านทิศตะวันออก&amp;nbsp;และทิศตะวันตกของโรงงาน&amp;nbsp;บริเวณบ้านหนองไอ้เผือก&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประชาชนให้ข้อมูลว่าจะได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นฉุนเป็นบางครั้งคราวโดยเฉพาะขณะที่มีลมพัด&amp;nbsp;และได้รับผลกระทบเสียงดังจากกระบวนการผลิตในช่วงเวลากลางคืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จะสุ่มลงพื้นที่ตรวจวัดก๊าซอันตรายและผลกระทบเสียงรบกวน&amp;nbsp;บริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงาน&amp;nbsp;และส่งผลการตรวจวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายและกำกับควบคุมการประกอบกิจการมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422201808751</Link_News></row>
<row _id="375"><NewsTitle>ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ วุฒิสภาประชุมหารือการดำเนินโครงการปลูกป่าต้นยางนาและไม้มีค่าเฉลิมพระเกียรติที่จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.พลเอกสนั่น&amp;nbsp;มะเริงสิทธิ์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;วุฒิสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินโครงการปลูกป่าต้นยางนาและไม้มีค่าเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;เพื่อหารือแนวทางการดำเนินโครงการปลูกยางนา&amp;nbsp;เสริมพื้นที่ป่าปลูกไม้ผล&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;ประดู่&amp;nbsp;มะค่า&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า&amp;nbsp;และพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ต้นไม้&amp;nbsp;และทรัพยากรป่าไม้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;โดยการประชุมในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;2/มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา/มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์นวัตกรรมแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจรตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;(APIC&amp;nbsp;-&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่)&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422204657754</Link_News></row>
<row _id="376"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษจัดกิจกรรมจิตอาสาจัดทำฝายชะลอน้ำ โครงการ "รักษ์น้ำฟื้นป่า ฉลอง 130 ปี แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสำรวย&amp;nbsp;เกษกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาจัดทำฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลำห้วยโผ่น&amp;nbsp;ตำบลโนนค้อ&amp;nbsp;อำเภอโนนคูณ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;"รักษ์น้ำฟื้นป่า&amp;nbsp;ฉลอง&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดจัดกิจกรรมเป็นการพิเศษเนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&amp;nbsp;กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&amp;nbsp;องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;โดยกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมลักษณะพิเศษ&amp;nbsp;เน้นการดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;และกรมการปกครองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จึงน้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชาในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญในพื้นที่&amp;nbsp;จึงได้เสนอโครงการ&amp;nbsp;"รักษ์น้ำ&amp;nbsp;ฟื้นป่าฉลอง&amp;nbsp;๑๓๐&amp;nbsp;ปี"แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษได้รับการกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอโนนคูณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้คัดเลือกพื้นที่จัดทำฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ณลำห้วยโผ่น&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลโนนค้อ&amp;nbsp;เนื่องจากลำห้วยโผ่นเป็นลำห้วยที่ไหลผ่านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลโนนค้อ&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;บริเวณที่จัดทำฝายชะลอน้ำเดิมมีคันคูกั้นน้ำ&amp;nbsp;แต่เมื่อปีที่แล้วมีกระแสน้ำไหลแรงทำให้คันคูขาดไม่สามารถกักเก็บน้ำได้&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร&amp;nbsp;การจัดทำฝายชะลอน้ำจะทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภัยแล้งได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;กิจกรรมในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาประชาชนในพื้นที่และส่วนที่เกี่ยวข้องทำฝายชะลอน้ำดังกล่าว&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนปลัดจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอโนนคูณ&amp;nbsp;ผู้แทนพัฒนาการจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประชาชนและภาคเอกชน&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ร่วมงานดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422231734771</Link_News></row>
<row _id="377"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่  อำเภอปรางค์กู่  แก้ปัญหารถดูดส้วมไม่มีที่ทิ้งสิ่งปฏิกูล สาเหตุการแพร่เชื้อโรคและพยาธิ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่&amp;nbsp;อำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล&amp;nbsp;อันเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน10&amp;nbsp;&amp;nbsp;วาระขับเคลื่อนจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;คนศรีสะเกษสุขภาพดี&amp;nbsp;กำจัดโรคพยาธิใบไม้ในตับ&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ&amp;nbsp;ที่มีตัวพยาธิ&amp;nbsp;ปนอยู่ในอุจจาระและถ่ายลงส้วม&amp;nbsp;จากนั้นรถดูดส้วมสิ่งปฏิกูลนำไปทิ้งที่สาธารณะ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ป่าร้าง&amp;nbsp;สวน&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;และปลา&amp;nbsp;หอยกินเข้าไป&amp;nbsp;และคนนำสัตว์พวกนี้มารับประทานเป็นอาหาร&amp;nbsp;โดยไม่ผ่านการปรุงสุก&amp;nbsp;ทำให้คนเกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี&amp;nbsp;โดยบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่&amp;nbsp;เป็นโครงการบ่อบำบัดแห่งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;497,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยรวมกับการทำถนนและปรับสภาพภูมิทัศน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมมหกรรม&amp;nbsp;คนปรางค์กู่สุขภาพดี&amp;nbsp;ปลอดโรคพยาธิใบไม้และมะเร็งท่อน้ำดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บูรณาการงานก้าวท้าใจ&amp;nbsp;SEASON&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอปรางค์กู่ได้รับเลือกให้เป็นอำเภอ&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;practice&amp;nbsp;ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ&amp;nbsp;และมะเร็งท่อน้ำดีในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;การแสดงและจัดทำอาหารที่ถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;กิจกรรมการเต้นแอโรบิคแด๊นซ์&amp;nbsp;ประกอบจังหวะ&amp;nbsp;โดยทีม&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการ&lt;/strong&gt;ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายแพทย์ปกรณ์&amp;nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;นายอำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดอำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลปรางค์กู่&amp;nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชนอำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;ร่วมในกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422232058773</Link_News></row>
<row _id="378"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การให้อาหาร&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายภาณุพงศ์&amp;nbsp;ศรีบุญ&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลโป่ง&amp;nbsp;เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่บ้านกกกระบาก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลโป่ง&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;แพะถือเป็นสัตว์ที่น่าเลี้ยงน่าสนใจน่าศึกษาอีกประเภทหนึ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะว่าสามารถเลี้ยงเพื่อขายได้ทั้งเนื้อ&amp;nbsp;นม&amp;nbsp;ขน&amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งเขา&amp;nbsp;แถมราคายังดีอีกด้วย&amp;nbsp;แพะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องที่สุดในจำนวนสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;และตอนนี้ก็เป็นที่นิยมเลี้ยงกันในกลุ่มเกษตรกรในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;มีทั้งเลี้ยงแบบเป็นรายได้เสริมและเลี้ยงแบบเป็นอาชีพหลักเปิดเป็นฟาร์มเลยก็มี&amp;nbsp;และที่สำคัญในเรื่องการทำตลาดแพะสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แพะสวยงาม&amp;nbsp;นำไปประกอบอาหารและผลิตลูกพันธุ์ดีให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงต่อไป&amp;nbsp;เพราะแพะสามารถให้ลูกได้ไว&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อาจผลิตลูกได้เฉลี่ย&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ครอก&amp;nbsp;จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423093838791</Link_News></row>
<row _id="379"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำน้อย 2 เขื่อนขนาดใหญ่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมระวังน้ำน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขื่อนขนาดใหญ่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;87&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;81&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และอุทัยธานี&amp;nbsp;70&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,701&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423095544793</Link_News></row>
<row _id="380"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่ 30 เมษายน หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากหลายพื้นที่&amp;nbsp;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423095922794</Link_News></row>
<row _id="381"><NewsTitle>โคราชชูศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ผลิตปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์เคมี แก้ปัญหาชาวนายุคปุ๋ยแพง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)?&amp;nbsp;นายจารพัฒน์&amp;nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&amp;nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;(ศดปช.)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโนนอุดม&amp;nbsp;อำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์ฯ&amp;nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;และร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ทันสถานการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;และสมาชิก&amp;nbsp;ศดปช.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;เยี่ยมชมพื้นที่&amp;nbsp;วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์เคมี&amp;nbsp;พร้อมให้แนวทางในการผลิตปุ๋ยสั่งตัด&amp;nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์เคมีเพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกรในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจให้เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;ตำบลโนนอุดม&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;227&amp;nbsp;คนจาก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;กำลังการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีในปีนี้&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยขี้วัวที่นำมาผลิตรับซื้อจากเกษตรกรในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางให้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&amp;nbsp;ขี้วัวเป็นทุนแลกปุ๋ยได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รถ?&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจมากเพราะเป็นศูนย์ฯ&amp;nbsp;ที่มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;มีการปันผลให้สมาชิก&amp;nbsp;และช่วยเกษตรกรลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยตามท้องตลาดมากกว่า&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;โดยเฉพาะในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดราคาสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เกษตรกรที่เป็นสมาชิกจะยังสมารถซื้อปุ๋ยอินทรีย์เคมีในราคาเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ปัญหาที่ประสบในช่วงนี้คือไม่สามารถซื้อแม่ปุ๋ย&amp;nbsp;มาผลิตปุ๋ยสั่งตัดได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอฯ&amp;nbsp;จะได้นำข้อมูลนี้เพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อให้&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;สามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อเกษตรกรอำเภอเมืองยางได้มีปุ๋ยใช้ในฤดูกาลผลิตนี้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423113559814</Link_News></row>
<row _id="382"><NewsTitle>กรมชลประทาน ร่วมมือ ADCA ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ศึกษาวิจัยแนวทางบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ร่วมมือกับ&amp;nbsp;Agriculture&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Consultant&amp;nbsp;Association&amp;nbsp;(ADCA)&amp;nbsp;แห่งรัฐบาลญี่ปุ่น&amp;nbsp;ดำเนินการศึกษาวิจัยแนวทางบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเลือกจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ที่แนวโน้มความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;ท่าเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง&amp;nbsp;นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและเมืองพัทยา&amp;nbsp;เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย&amp;nbsp;หากไม่มีการเสริมความมั่นคงให้น้ำต้นทุนและดูแลคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;ในอนาคตย่อมเกิดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำได้&amp;nbsp;โดยมีอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่&amp;nbsp;ที่จะใช้สนับสนุนการใช้น้ำของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;การอุตสาหกรรม&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ADCA&amp;nbsp;ได้นำเทคโนโลยีการวัดปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;พร้อมระบบประมวลผล&amp;nbsp;มาติดตั้งบริเวณลำห้วยต่างๆ&amp;nbsp;ที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำบางพระ&amp;nbsp;รวมทั้งการติดตั้งสถานีวัดน้ำฝน&amp;nbsp;การติดตั้งระบบการวัดคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำและการวัดปริมาณน้ำไหลออก&amp;nbsp;สำหรับเทคโนโลยีที่&amp;nbsp;ACDA&amp;nbsp;นำมาใช้&amp;nbsp;ทำให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำมากำหนดเวลาที่เหมาะสมในการผันน้ำมาใช้ในแต่ละช่วงเวลาของปี&amp;nbsp;รวมไปถึงการส่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อทุกกิจกรรมใช้น้ำ&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระบบอ่างฯพวงได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;และภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ADCA&amp;nbsp;จะส่งมอบอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมจัดทำคู่มือดูแลบำรุงรักษา&amp;nbsp;Software&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Hardware&amp;nbsp;ทั้งระบบให้กับกรมชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อใช้งานต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;จะให้ความสำคัญกับน้ำกินน้ำใช้เป็นอันดับต้นๆ&amp;nbsp;เนื่องจากมีความต้องการใช้สูงขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;ในขณะที่แหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนมีจำกัด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;หากสามารถควบคุม&amp;nbsp;จัดการน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างมีคุณภาพได้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จะช่วยขับเคลื่อนการใช้น้ำในทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างพอเพียง&amp;nbsp;สอดรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423205129929</Link_News></row>
<row _id="383"><NewsTitle>พอใจผลการเยือนลาว เพิ่มการขนส่งสินค้าเกษตรบนเส้นทางรถไฟ จีน-ลาว จับมือท่าบกท่านาแล้งเคลียร์ปัญหาคอขวด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยวันนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเยือน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;พอใจต่อผลการเจรจาความร่วมมือกับบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์คและบริษัทท่าบกท่านาแล้ง&amp;nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพระบบรถไฟ&amp;nbsp;ลาว-จีน&amp;nbsp;ในการขนส่งสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาคอขวดของระบบโลจิสติกส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีนโยบายอีสานเกตเวย์เชื่อมไทย&amp;nbsp;เชื่อมลาว&amp;nbsp;เชื่อมโลก&amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไทย-ลาว-จีน&amp;nbsp;ในการพัฒนาการขนส่งระบบใหม่คือ&amp;nbsp;รถไฟลาว-จีนให้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ด้วยระบบโลจิสติกส์ผสมผสาน&amp;nbsp;ราง-รถ&amp;nbsp;ในการขนส่งสินค้าต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากไทยไปสู่จีน&amp;nbsp;เอเซียกลาง&amp;nbsp;ตะวันออกกลางและยุโรปภายใต้การทำงานเชิงรุกร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเจรจากับประธานบริหารบริษัทเวียงจันทน์โลจิสปาร์ค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะผู้บริหารบริษัทท่าบกท่านาแล้ง&amp;nbsp;เห็นพ้องต้องกันในการเพิ่มขบวนรถไฟ&amp;nbsp;การเพิ่มตู้สินค้า&amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านแดน&amp;nbsp;การเชื่อมโยงท่าบกท่านาแล้วกับสถานีเวียงจันทน์ใต้&amp;nbsp;การพัฒนาสถานีขนถ่ายสินค้า&amp;nbsp;การพัฒนาระบบการจองขบวนรถสินค้าและการเพิ่มตู้คอนเทนเนอร์และการเปิดบริการด่านตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน&amp;nbsp;ภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;หรือพฤษภาคมปีนี้&amp;nbsp;จะทำให้การขนส่งผลไม้ภายใต้พิธีสารไทย-จีนด้วยระบบรางสะดวกรวดเร็วมากขึ้นโดยจะใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันจากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิง&amp;nbsp;รวมไปถึงข้อเสนอเพิ่มเติมเรื่องการพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างด่านหนองคายกับท่าบกท่านาแล้งเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของพิธีการเอกสารและการจราจรที่ติดขัดบริเวณพรมแดน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาคอขวดมานานโดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;รวมทั้งข้อเสนอให้เปิดด่าน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;โดยจะรายงานผลการเจรจาให้กับนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423201536919</Link_News></row>
<row _id="384"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;93&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพิจิตร&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,876&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,135&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,318&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;724&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;139&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423133730844</Link_News></row>
<row _id="385"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 23)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;23)&amp;nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;12,100.95&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,899.05&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,805.13&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;194.87&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;8,673.09&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,326.91&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;9,473.79&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,526.21&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423142844850</Link_News></row>
<row _id="386"><NewsTitle>อยุธยาเมืองต้นน้ำ จัดพัฒนาคลองสวยน้ำใส เตรียมปรับภูมิทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวตลาดนัดชุมชนริมคลองเปรมเร็วๆนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;ศอญ.&amp;nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&amp;nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;56&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&amp;nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อำเภอบางปะอิน&amp;nbsp;อำเภอบางไทร&amp;nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&amp;nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&amp;nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&amp;nbsp;ตำบลบางกระสั้น&amp;nbsp;และตำบลเชียงรากน้อย&amp;nbsp;อำเภแบางปะอิน&amp;nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลบางกระสั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423155214858</Link_News></row>
<row _id="387"><NewsTitle>ย้ำจีนเชื่อมั่นมาตรการ GMP plus ป้องกันทุเรียนส่งออกปนเปื้อนโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีพัฒน์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อติดตามมาตรการจัดการส่งออกผลไม้ตามที่นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสถานกาณ์การส่งออกผลไม้ทุเรียนในภาคตะวันออกในฤดูการผลิตปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกำกับดูแลให้มีการใช้มาตรการ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;plus&amp;nbsp;กับโรงคัดบรรจุและให้ความรู้กับเกษตรกรที่ได้รับการรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ที่ผลิตผลไม้ส่งออกไปจีนเพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปนเปื้อนไปกับตู้สินค้า&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์และผลไม้&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้สินค้าถูกทำลาย&amp;nbsp;หรือถูกระงับการส่งออก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกผลไม้ที่เป็นข้อห่วงใยของทุกภาคส่วนในปัจจุบัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตทุเรียนในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจำนวนมาก&amp;nbsp;และยืนยันว่า&amp;nbsp;นางมนัญญา&amp;nbsp;กำชับให้กรมวิชาการเกษตรควบคุมกำกับดูแลดำเนินการฆ่าเชื้อและตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;plus&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่หน่วยงานศุลกากรแห่งชาติจีน&amp;nbsp;(GACC)&amp;nbsp;ได้ติดตามสุ่มตรวจประเมินโรงคัดบรรจุผลไม้หรือทุเรียนมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการประเมินอยู่ในระดับที่น่าพอใจของ&amp;nbsp;GACC&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดังนั้นโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;หรือผู้ส่งออกจึงไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;องค์กรตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจีน&amp;nbsp;(CCIC)&amp;nbsp;เนื่องจากจะทำให้โรงคัดบรรจุมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&amp;nbsp;ทั้งนี้ขอย้ำทำความเข้าใจกับผู้ส่งออกและเจ้าของโรงคัดบรรจุให้เข้มงวดตามมาตรการ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;plus&amp;nbsp;ก็เพียงพอแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกรมวิชาการเกษตรไม่ได้สนับสนุนให้โรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;หรือผู้ส่งออกต้องนำผลผลิตเข้ารับการฆ่าเชื้อและติดสติกเกอร์ของ&amp;nbsp;CCIC&amp;nbsp;เพิ่มเติมในการส่งออกผลไม้&amp;nbsp;หรือทุเรียนส่งออกไปจีน&amp;nbsp;รวมทั้งกรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้ให้การรับรองมาตรฐานให้กับ&amp;nbsp;CCIC&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423200721912</Link_News></row>
<row _id="388"><NewsTitle>ทช. แจ้งความดำเนินคดีกรมชลประทาน บุกรุกป่าชายเลนที่กำลังก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง ด้าน "วราวุธ" เตือนให้หน่วยงานรัฐอย่าข้ามขั้นตอนกฎหมายขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;แจ้งความดำเนินคดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;บุกรุกป่าชายเลนที่กำลังก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง&amp;nbsp;(โครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่น)&amp;nbsp;ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เตือนให้หน่วยงานรัฐอย่าข้ามขั้นตอนกฎหมายขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงการร้องเรียนโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง&amp;nbsp;(โครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่น)&amp;nbsp;พร้อมอาคารประกอบบริเวณตำบลเกาะพระทอง&amp;nbsp;อำเภอคุระบุรี&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทองและสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกาะพระทอง&amp;nbsp;ได้บุกรุกป่าชายเลนและป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการเนื้อที่กว่า&amp;nbsp;428&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณกว่า&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ล้านบาทว่า&amp;nbsp;พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนและเขตป่าไม้ถาวรทั้งแปลง&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่คาบเกี่ยวกับเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;พบต้นไม้ถูกทำลายตลอดทั้งแปลง&amp;nbsp;โดยหน่วยงานที่เข้าดำเนินการอ้างมีเอกสารเป็นหนังสือสำคัญที่หลวงและสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต&amp;nbsp;แต่ในความเป็นจริงการดำเนินการในที่ดินที่ทำให้เสื่อมสภาพป่า&amp;nbsp;แผ้วถาง&amp;nbsp;เผาป่า&amp;nbsp;ทำไม้&amp;nbsp;หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินนั้นที่ดินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายป่าไม้&amp;nbsp;ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ไม่พบเอกสารคำขออนุญาตใช้ประโยชน์มายังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีในการใช้พื้นที่แม้จะเป็นโครงการเพื่อสาธารณะประโยชน์ก็ตาม&amp;nbsp;ถือเป็นการบุกรุกแผ้วถาง&amp;nbsp;ทำลายป่าชายเลนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคุระบุรีลงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2484&amp;nbsp;และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2507&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;แล้วยังขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2534&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2543&amp;nbsp;ที่ห้ามมิให้อนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าชายเลนทุกกรณีทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;หากมีความจำเป็นจะต้องเข้าใช้ประโยชน์โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีๆไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เร่งรัดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและ&amp;nbsp;ทช.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้ระงับการดำเนินการโครงการดังกล่าวในทันทีตามอำนาจมาตรา&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากการบุกรุกทำลายป่าชายเลนมีมูลค่ากว่า&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองเข้าใจในความประสงค์ดีขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทองและกรมชลประทานที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;แต่ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเช่นกัน&amp;nbsp;หากกระทำผิดต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย&amp;nbsp;จึงกำชับอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;อย่างชัดเจนให้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วนและเป็นธรรม&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ให้เร่งปลูกป่าชายเลนฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์เช่นเดิมและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก&amp;nbsp;โดยขอให้พื้นที่นี้เป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่และโครงการอื่นๆของทุกส่วนราชการทั่วประเทศขอให้ตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนดำเนินการตามแผนงาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423180034886</Link_News></row>
<row _id="389"><NewsTitle>เกษตรกรพ้อต้นทุนเลี้ยงหมูสูงเป็นประวัติการณ์ ซ้ำต้องขายขาดทุน ชี้ร้อน-เลี้ยงนานขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าเกษตรกรยังคงแบกรับภาระขาดทุน แต่ผู้เลี้ยงยังยืนหยัดสู้เพื่อรักษาอาชีพเดียวนี้ไว้และประคับประคองการผลิตสุกรต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภค ทั้งที่ในภาคการเลี้ยงต่างได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนการเลี้ยงที่สูงมาก จากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2563 และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติสงครามในยูเครน ที่ผลักดันให้ธัญพืชอาหารสัตว์ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น และกระทบกับปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย ทั้งยังมีปัญหาสภาพอากาศร้อนแล้งและอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อผลผลิต ทำให้มีอัตราเสียหายเพิ่มขึ้น สุกรโตช้า จำนวนสุกรจับออกน้อยลง ต้นทุนการเลี้ยงจึงสูงขึ้น และยังต้องซื้อน้ำสำหรับใช้ในฟาร์มในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสดขณะนี้ประมาณ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ขายหน้าเขียง และผู้บริโภค ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรในภูมิภาคต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง จำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคา 154-155 บาทต่อกิโลกรัม เป็นทางเลือกและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เกษตรกร และผู้ผลิตอาหารสัตว์ ต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ด้วยการซื้อข้าวโพดภายในประเทศ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงทั่วโลก เกษตรกรก็ยังคงช่วยกันประคับประคองราคาหน้าฟาร์มไม่ให้เกินกิโลกรัมละ 100 บาท มาโดยตลอด หากเปรียบเทียบราคาหมูของไทยแล้ว ยังถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชาที่ราคาขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 100 กว่าบาทแล้ว ตามกลไกตลาดที่เกิดขึ้นจริงจากปริมาณหมูที่ไม่เพียงพอกับการบริโภค &lt;/em&gt;นายสุนทราภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตสุกรลดลงจากปัญหาโรคระบาดเมื่อช่วงก่อนหน้า ผู้เลี้ยงที่มีระบบการป้องกันโรคที่ไม่ดีพอก็จะเสียหายมาก และกว่าจะกลับมาเลี้ยงรอบใหม่ได้ต้องใช้เวลาอีก 6-12 เดือน รายที่ยังสามารถเลี้ยงต่อไปได้ ก็เพราะให้ความสำคัญกับการยกระดับด้านการป้องกันโรคและระบบการเลี้ยงที่เป็นมาตรฐาน ทั้งเกษตรกรรายเล็กและรายกลาง ที่ปรับสู่มาตรฐาน GFM รวมถึงผู้ประกอบการและบริษัทเอกชน ที่ใช้มาตรฐาน GAP ตามที่กรมปศุสัตว์ผลักดัน ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังคงมีกลุ่มผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังปรับตัวกับสถานการณ์ ด้วยการเลี้ยงสุกรใหญ่ขึ้น จากปกติสุกรขุนจับออกจำหน่ายที่น้ำหนัก 100 กิโลกรัม เป็น 110-120 กิโลกรัม ทำให้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาก็ต้องจับออก ไม่มีการกักหมูไว้เพื่อเก็งกำไร เพราะนั่นคือต้นทุนการผลิตที่ต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขอให้ผู้บริโภคเข้าใจภาระที่เกษตรกรต้องแบกรับ ซึ่งการบริโภคเนื้อสุกรของคนไทยที่ 19 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือราว 1 กิโลกรัมกว่าๆ ต่อเดือนนั้น ทำให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่บาท แต่กลับช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรได้มีแรงทำอาชีพนี้ต่อ ไม่ต้องเลิกเลี้ยงไปจนหมด ซึ่งจะกระทบกับความมั่นคงอาหารของประเทศอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423204405925</Link_News></row>
<row _id="390"><NewsTitle>ผอ.สวพ.6 เผย แนวฏิบัติหลังครบกำหนดวันตัดทุเรียนหมอนทอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายชลธี&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะครบกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;ตามคำสั่งจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน&amp;nbsp;และเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;จึงขอให้ชี้แจงการทำงานของทีมเล็บเหยี่ยว&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ทีมเล็บเหยี่ยวจะตรวจ&amp;nbsp;%&amp;nbsp;แป้ง&amp;nbsp;ก่อนปิดตู้ส่งออก&amp;nbsp;(ตรวจทุกตู้)&amp;nbsp;เป็นวันสุดท้าย&amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;จะจัดกลุ่มล้ง&amp;nbsp;สีแดง&amp;nbsp;สีเหลือง&amp;nbsp;สีเขียว&amp;nbsp;โดยจะสุ่มตรวจกลุ่มล้งสีแดงกับสีเหลืองเท่านั้น&amp;nbsp;และล้งที่ได้รับแจ้งเบาะแส&amp;nbsp;ส่วนการตรวจ&amp;nbsp;GMP+&amp;nbsp;ยังคงตรวจต่อเนื่องจนกว่าจะครบตามจำนวนล้งที่เปิดรับซื้อผลไม้&amp;nbsp;และจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบล้งเมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชว่าพบทุเรียนอ่อน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424075539954</Link_News></row>
<row _id="391"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเร่งส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี เพื่อได้เก็บเกี่ยวก่อนหน้าน้ำหลาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมเร่งส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;เพื่อได้เก็บเกี่ยวก่อนหน้าน้ำหลาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อยแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;71&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;53&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;49&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,585&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามการเตรียมส่งน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก&amp;nbsp;เพื่อพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp;โดยให้กรมชลประทาน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมส่งน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวก่อนหน้าน้ำหลาก&amp;nbsp;ด้วยการเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้งบริเวณปากคลองส่งน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;ต.หนองหม้อ&amp;nbsp;อ.ตาคลี&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;สูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&amp;nbsp;เข้าสู่คลองส่งน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;สำหรับให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;อ.ตาคลี&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;อ.สรรพยา&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;และอ.อินทร์บุรี&amp;nbsp;จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มเพาะปลูกตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนหน้าน้ำหลากจะมาถึงนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&amp;nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำหลากลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่างต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ยังให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์&amp;nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินในคลอง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำมายังพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงรากเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกตามแผนที่กำหนดได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424101544965</Link_News></row>
<row _id="392"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึง 1 พ.ค. หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424101749966</Link_News></row>
<row _id="393"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;278&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;99&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;84&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;34&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และสุพรรณบุรี&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&amp;nbsp;ส่วนใหญ่พบมากบริเวณภาคเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;14,969&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,164&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,410&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;1,777&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;436&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในเมียนมา&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424102820967</Link_News></row>
<row _id="394"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ห่วงใยนักท่องเที่ยวทางทะเล หวั่นโดนพิษแมงกะพรุน สั่งการเจ้าหน้าเตรียมพร้อมช่วยเหลือทันทีเมื่อนักท่อเที่ยวประสบเหตุ เน้นย้ำ นักท่องเที่ยวเชื่อฟังคำแนะนำอย่างเคร่งครัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับรายงานการพบแมงกะพรุนบางชนิดในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีพิษ&amp;nbsp;ที่อาจจะสร้างความไม่ปลอดภัยให้แก่บรรดานักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานฯซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวในขณะนี้&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้นายสาธิต&amp;nbsp;ตันติกฤตยา&amp;nbsp;นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจากแมงกะพรุนพิษ&amp;nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมและรับมือ&amp;nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยด้วยการ&amp;nbsp;ติดตั้งป้ายเตือน&amp;nbsp;พร้อมนำตาข่ายมาดักแมงกะพรุน&amp;nbsp;พร้อมด้วยน้ำส้มสายชูและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการดูแลผู้ที่ถูกพิษจากแมงกะพรุนไว้ให้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์&amp;nbsp;รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนตรวจสอบแมงกะพรุนในบริเวณพื้นที่เล่นน้ำ&amp;nbsp;และพื้นที่ดำน้ำดูปะการัง&amp;nbsp;ในทุกแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ประจำชายหาด&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;หอสังเกตการณ์&amp;nbsp;และห้องปฐมพยาบาล&amp;nbsp;เพื่อคอยดูแลความปลอดภัย&amp;nbsp;แจ้งเตือน&amp;nbsp;และให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;หากเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่ประกอบกิจกรรมว่ายน้ำ&amp;nbsp;ดำน้ำ&amp;nbsp;พายเรือคายัค&amp;nbsp;ในเส้นทางและแนวทุ่นไข่ปลา&amp;nbsp;ที่ทางอุทยานแห่งชาติกำหนดไว้&amp;nbsp;พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎและระเบียบ&amp;nbsp;และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยตลอดทริปการท่องเที่ยวอย่างมีความสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424123957996</Link_News></row>
<row _id="395"><NewsTitle>สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ จำกัด เดินหน้ากระจายผลไม้ของเกษตรกรในจังหวัดตราด สู่ห้างสรรพสินค้า และตลาดปลายทางในประเทศตามจังหวัดต่าง ๆ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกันดำเนินการคัดเลือก&amp;nbsp;และบรรจุสับปะรดตราดสีทองที่รับซื้อจากเกษตรกรในตำบลด่านชุมพล&amp;nbsp;เพื่อเตรียมสำหรับการนำส่งไปยังห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในผลไม้หลายชนิดที่สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งจุดรับซื้อผลผลิตผลไม้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จากสมาชิกเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตไปยังจังหวัดปลายทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายเสกสรรค์&amp;nbsp;คำปลิว&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลผลิตสับปะรดตราดสีทองที่บรรจุในครั้งนี้ทางสหกรณ์&amp;nbsp;ได้รับซื้อจากสมาชิกในตำบลด่าชุมพลเพื่อเตรียมจัดส่งให้กับห้างสรรพสินค้าเดอะมออล์กรุ๊ป&amp;nbsp;ที่ทางสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ทำสัญญาซื้อขายขายไว้&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากสับปะรดตราดสีทองแล้วทางสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;ยังได้จัดส่งผลไม้ชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเงาะโรงเรียน&amp;nbsp;เงาะสีทอง&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;มังคุดออร์แกนิก&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ลองกองออร์แกนิก&amp;nbsp;ส่งไปยังห้างสรรสินค้าดังกล่าว&amp;nbsp;ที่เปิดโอกาสให้ทางสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิกโดยตรงเพื่อส่งไปขายยังห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพ&amp;nbsp;และราคาให้กับสมาชิกเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นการตอบโจทย์ที่คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนให้เกษตรกรสมาชิกผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นการช่วยยกระดับราคาสินค้าให้เกษตรกรได้อย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าว่าอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากห้างสรรพสินค้าเดอะมออล์กรุ๊ป&amp;nbsp;ที่เป็นลูกค้าหลักของสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ทางสหกรณ์ยังได้ส่งผลไม้ไปยังพื้นที่ปลายทาง&amp;nbsp;ผ่านกลไกสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งพ่อค้าทั่วไปที่อยู่ในตลาดค้าส่งต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตลาดไทย&amp;nbsp;ตลาดไอยรา&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ตลาดศรีเมือง&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ตลาดศรีนคร&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;รวมทั้งตลาดไทยเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และจังหวัดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยผลไม้ส่วนใหญ่ที่ทางสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จัดส่งไปยังตลาดปลายทาง&amp;nbsp;นอกจากสับปะรดตราดสีทองแล้ว&amp;nbsp;ยังมีเงาะที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ปลูกอยู่จำนวนมาก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424132746013</Link_News></row>
<row _id="396"><NewsTitle>เปิดศักราชใหม่อีสานเกตเวย์ ส่งออกสินค้าเกษตรด้วยรถไฟ ลาว-จีน เร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้(Fruit&amp;nbsp;Board&amp;nbsp;)เปิดเผยวันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;เม.ย.)&amp;nbsp;ว่าขอแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จในการส่งออกทุเรียนไทยล็อตใหญ่ที่สุด&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ของฤดูการผลิตผลไม้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ขนส่งบนเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน&amp;nbsp;ตามนโยบายอีสานเกตเวย์และเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยด้วยระบบรางภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีน&amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของไทย-ลาวและจีน&amp;nbsp;หลังจากทดสอบการส่งออกทุเรียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;จากนี้จะขยายไปสู่การขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;น้ำตาล&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อเร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;(Fruit&amp;nbsp;Board)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ทุเรียนล็อตใหญ่ล็อตแรกมาจากจังหวัดจันทบุรีจำนวน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการขนส่งระบบผสมผสาน&amp;nbsp;ราง-รถ&amp;nbsp;โดยรถบรรทุกคอนเทนเนอร์รุ่นใหม่บรรทุกทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบโรคพืชไม่มีทุเรียนอ่อนและปลอดการปนเปื้อนโควิดเดินทางจากภาคตะวันอออกถึงจังหวัดหนองคายข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไปถ่ายตู้ที่ท่าบกท่านาแล้ง&amp;nbsp;ก่อนลำเลียงไปขึ้นแคร่รถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ใต้แล้วเดินทางไปยังสถานีรถไฟนาเตยในแขวงหลวงน้ำทา&amp;nbsp;ก่อนยกขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เดินทางต่อไปด่านบ่อเต็นข้ามพรมแดน&amp;nbsp;ลาว-จีน&amp;nbsp;ไปตรวจโรคพืชและโควิดที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การขนส่งทุเรียนภายใต้พิธีสารไทย-จีนล็อตนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใช้เวลาเพียงวันครึ่งนับแต่ออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ผ่านพิธีการสินค้าผ่านแดนจนถึงด่านโมฮ่านร่นเวลาได้เร็วกว่าเดิมเกินเท่าตัวเมื่อเทียบกับการทดสอบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในสัปดาห์หน้าจะมีทุเรียนล็อตใหญ่จากจังหวัดตราดและจังหวัดภาคตะวันออกอีกอย่างน้อย&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ที่จะส่งออกโดยรถไฟสาย&amp;nbsp;ลาว-จีน&amp;nbsp;หลังจากประสบความสำเร็จในการประเดิมการขนส่งแบบเต็มขบวนรถไฟในวันนี้เป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424212733091</Link_News></row>
<row _id="397"><NewsTitle>เกษตรกรแนะเร่งกวาดล้าง ขบวนการลักลอบนำเข้าหมู บ่อนทำลายเกษตรกร-ผู้บริโภค-เศรษฐกิจชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายสิทธิพันธ์&amp;nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ&amp;nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในปัจจุบันว่า&amp;nbsp;จากปัญหา&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;โรคระบาดในสุกรที่พบในประเทศไทยเมื่อปลายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงพบปัญหานี้บางพื้นที่&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงต่างระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงด้วยการหยุดเข้าเลี้ยงสุกรไปก่อน&amp;nbsp;ส่วนในรายที่ยังคงเลี้ยงสุกรอยู่ต้องปรับวิธีการเลี้ยงและการจัดการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทต่อตัว&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรยินดีแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดในฝูงสัตว์ของตนเอง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กลับพบว่ายังคงมี&amp;nbsp;ขบวนการลักลอบ&amp;nbsp;นำเนื้อสุกรและชิ้นส่วนผิดกฎหมายจากหลายประเทศ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เยอรมัน&amp;nbsp;บราซิล&amp;nbsp;แคนาดา&amp;nbsp;อิตาลี&amp;nbsp;เกาหลี&amp;nbsp;เบลเยียม&amp;nbsp;และสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;โดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอื่น&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;และอาหารทะเล&amp;nbsp;นำมากระจายขายปะปนกับหมูไทยทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะตลาดแถวนครปฐมและราชบุรี&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายเกษตรกรไทย&amp;nbsp;ผู้บริโภค&amp;nbsp;และเศรษฐกิจชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ในขณะที่ทุกคนในวงการเลี้ยงหมูต่างพยายามป้องกันโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;และพยายามผลักดันให้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกลับมาเลี้ยงหมูรอบใหม่ให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งทั้งเกษตรกร&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และทุกคนในแวดวงผู้เลี้ยงได้ช่วยกันในทุกด้าน&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรกลับเข้าสู่ระบบอย่างมั่นใจและรวดเร็ว&amp;nbsp;แต่กลับมี&amp;nbsp;ไอ้โม่ง&amp;nbsp;ที่ทำมาหาทำกินบนความทุกข์ของคนเลี้ยงหมูและคนไทย&amp;nbsp;ขบวนการนี้ใช้วิกฤติเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง&amp;nbsp;โดยไม่สนใจว่าเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้านั้น&amp;nbsp;มีโรคหมูที่เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระบบการเลี้ยงหมูของไทย&amp;nbsp;และยังปนเปื้อนสารอันตรายอย่างเช่นสารเร่งเนื้อแดงซึ่งเป็นสารต้องห้ามและผิดกฎหมายไทย&amp;nbsp;ตามพ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&amp;nbsp;และยังก่อผลกระทบร้ายแรงต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;ที่สำคัญรัฐต้องสูญเสียรายได้จากสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีตามระบบ&amp;nbsp;เกษตรกรจึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งกรมศุลกากร&amp;nbsp;และกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เร่งสกัดกั้นและกวาดล้างขบวนการนี้ให้สิ้นซาก&amp;nbsp;ถ้ายังปล่อยให้หมูเถื่อนลอยนวล&amp;nbsp;คนเลี้ยงหมูก็ตายสนิท&amp;nbsp;คนไทยก็ตายผ่อนส่ง&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยย่ำแย่แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/em&gt;นายสิทธิพันธ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ราคาสุกร&amp;nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ราคาสุกรยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;94-98&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;โดยการปรับราคาขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตและการบริโภคในแต่ละภูมิภาคเป็นตัวกำหนด&amp;nbsp;ตามกลไกตลาดที่แท้จริง&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรทั่วประเทศต่างร่วมกันบริหารจัดการผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;และคงระดับราคาไว้ไม่เกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน&amp;nbsp;แม้ว่าจะมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ทั้งจากการปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรค&amp;nbsp;ต้นทุนค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด&amp;nbsp;ค่าไฟ&amp;nbsp;ค่าพลังงาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่รัฐบาลจะเลิกตรึงราคา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคมที่จะถึงนี้&amp;nbsp;และยังมีภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำใช้&amp;nbsp;ที่เกษตรกรหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำใช้แล้วจากผลกระทบของภัยแล้ง&amp;nbsp;รวมถึงอากาศร้อนและแปรปรวนส่งผลต่ออัตราสูญเสียในฟาร์มเลี้ยงที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีต้นทุนสูงถึงกว่า&amp;nbsp;98&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัมแล้ว&amp;nbsp;การปล่อยให้กลไกตลาดทำงานจึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425092310138</Link_News></row>
<row _id="398"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึง 2 พ.ค. หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;หลังหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425093459142</Link_News></row>
<row _id="399"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเร่งเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมเร่งเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเช่นกัน&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.จันทบุรี49&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;79&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;43&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,442&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;อย่างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณบ้านฝายพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ต.เขาแหลม&amp;nbsp;อ.ชัยบาดาล&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ปรับปรุงระบบส่งน้ำฝายห้วยหินและปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหิน&amp;nbsp;หากแล้วเสร็จจะส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;1,250&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และโครงการเกษตรวิชญาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;บ้านกองแหะ&amp;nbsp;ต.โป่งแยง&amp;nbsp;อ.แม่ริม&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ได้ปรับปรุงสระเก็บน้ำห้วยปางหมี&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำโครงการเกษตรวิชญาฯและพื้นที่การเกษตรบ้านกองแหะ&amp;nbsp;378&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;286&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ส่วนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูเพิ่มประสิทธิภาพระบบโครงข่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำวังมะกัก&amp;nbsp;ต.เขาแหลม&amp;nbsp;อ.ชัยบาดาล&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ได้เชื่อมต่อพื้นที่สาธารณประโยชน์&amp;nbsp;318&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พร้อมระบบกระจายน้ำสนับสนุน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425100743159</Link_News></row>
<row _id="400"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;240&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;113&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนกลับมากระจายตัวบริเวณตอนบนของประเทศไทยอีกครั้ง&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;เป็นการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,274&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,461&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อย่างแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;พบค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;1,219&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;612&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425111624191</Link_News></row>
<row _id="401"><NewsTitle>เตือนประชาชนทุกภาคระวังสภาพอากาศแปรปรวน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศในช่วงต้นสัปดาห์&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;10-20&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้&amp;nbsp;มีฝนตกร้อยละ&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งลักษณะของสภาพอากาศร้อนและมีฝนตกจะยังเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันที่&amp;nbsp;28-30&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;รวมถึงอาจเกิดฟ้าผ่าร่วมด้วย&amp;nbsp;ซึ่งสภาพอากาศในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สภาพอากาศของประเทศไทยมีความแปรปรวน&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425105919174</Link_News></row>
<row _id="402"><NewsTitle>กรมชลประทาน จัดกิจกรรม วันอาสาสมัครชลประทาน รำลึกถึงการจัดตั้งอาสาสมัครชลประทาน 25 เมษายน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่กรมชลประทานได้เห็นชอบกำหนดให้วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันอาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้&amp;nbsp;เป็นปีแรกที่ได้กำหนดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นวันที่จะรำลึกถึงวันแรกที่มีการจัดตั้งอาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;เป็นการให้ความสำคัญของอาสาสมัครชลประทานและสร้างขวัญกำลังใจของอาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชลประทาน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน&amp;nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;ยุวชลกร&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;เพื่อแสดงว่า&amp;nbsp;กรมชลประทานได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;ในการเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนการบริหารจัดการน้ำชลประทาน&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นภารกิจที่ท้าทาย&amp;nbsp;เต็มไปด้วยปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เราจึงต้องการกำลังคนมากมายจากหลายๆส่วนมาร่วมมือกัน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรของกรมชลประทานเอง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มบริหารการใช้น้ำ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;และกลไกสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ&amp;nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในภารกิจการจัดการน้ำทุกๆครั้ง&amp;nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;คือตัวกลางที่จะคอยเชื่อมประสานระหว่างเกษตรกรหรือประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ชลประทาน&amp;nbsp;ให้สามารถทำงานสอดรับและตอบโจทย์ความต้องการซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;มีสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยจะมีการมอบเสื้ออาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;ให้แก่ผู้แทนอาสาสมัครชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อแสดงความขอบคุณ&amp;nbsp;ที่ได้เสียสละ&amp;nbsp;ทุ่มเท&amp;nbsp;มุ่งมั่นทำงาน&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp;เป็นเสมือนเพื่อนคนสำคัญของชาวชลประทาน&amp;nbsp;ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจการจัดการน้ำทั้งประเทศตลอดมา&amp;nbsp;หลังจากนี้จะได้มีการจัดกิจกรรมจิตอาสาในแต่ละพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425131513254</Link_News></row>
<row _id="403"><NewsTitle>ฤดูกาลหมอนทอง ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก ประกาศยืนหนึ่งทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;Eastern&amp;nbsp;Monthong&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;Quality&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดฤดูกาลทุเรียนหมอนทองตะวันออก&amp;nbsp;ดีเลิศที่คุณภาพ&amp;nbsp;ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก&amp;nbsp;ที่สวนทุเรียนน้ำกร่อย&amp;nbsp;อำเภอนายายอาม&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประเทศไทยเราประสบปัญหาภาวการณ์แข่งขันที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพและปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำในช่วงผลผลิตกระจุกตัว&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;แนวทางที่จะพัฒนาภาคเกษตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน&amp;nbsp;จึงต้องพัฒนาทั้งระบบด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งเกษตรกร&amp;nbsp;ล้ง&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;เน้นการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดโดยยึดหลักตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;สร้างและขยายตลาดโดยเฉพาะตลาดภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้นและที่สำคัญคือ&amp;nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแลเเนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลผลผลไม้ของภาคตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีความเป็นห่วงในเรื่องของ&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;และปัญหาทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับสวนเกษตรกรและมาตรการควบคุมป้องกันแก้ไขทุเรียนอ่อนภาคตะวันออกปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระดับสวนเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้ทุกสวนผลไม้ส่งออกได้ยึดถือปฏิบัติ&amp;nbsp;และเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;เพื่อเป้าหมายให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลกและมีมาตรฐานความปลอดภัย&amp;nbsp;ยอมรับการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;ถือว่าเป็นการเน้นย้ำความมีคุณภาพของทุเรียนตะวันออกที่เป็นสินค้าเกษตรให้เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขอยืนยันว่าหากทุเรียนไทยเรายังรักษาคุณภาพไว้ได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการส่งออกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยกันรักษาคุณภาพทุเรียนไทยและไม่ให้มีการตัดทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เตรียมจะขยายช่องทางส่งทางรางรถไฟขนส่งไปจีน&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เดือนจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกได้มากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425152006335</Link_News></row>
<row _id="404"><NewsTitle>สทนช. และ กรมชลประทาน ช่วยกันแก้ปัญหาท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง จ.แม่ฮ่องสอน อุดตันจากฝนตกชะล้างดินตะกอนลงมาปิดทาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ช่วยกันแก้ปัญหาท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อุดตันจากฝนตกชะล้างดินตะกอนลงมาปิดทาง&amp;nbsp;พร้อมเตรียมแผนระยะยาวให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศว่า&amp;nbsp;รัฐบาลเน้นให้ทุกหน่วยงานด้านน้ำให้ความสำคัญการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนในชุมชนใช้ประโยชน์โดยตรงที่ช่วยกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;โดยเฉพาะน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;อย่างพื้นที่&amp;nbsp;ต.ห้วยโป่ง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประชาชนประสบปัญหาไม่สามารถใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งได้&amp;nbsp;เพราะท่อส่งน้ำตัน&amp;nbsp;สนทช.&amp;nbsp;จึงให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบการอุดตันของระบบส่งน้ำเกิดจากช่วงฤดูฝนมีฝนตกและได้ชะล้างดินที่มีการไถเปิดไว้ไหลลงสู่อ่าง&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;พื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่รับน้ำและมีการเพาะปลูกพืชของเกษตรกรค่อนข้างมาก&amp;nbsp;จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดตะกอนดินทรายไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ที่ผ่านมาโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนได้เข้าไปสูบน้ำจากด้านท้าย&amp;nbsp;ฉีดล้างดินตะกอนที่อยู่ในท่อ&amp;nbsp;และฉีดจนดินที่อยู่ในอ่างบริเวณหน้าท่อออก&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำสามารถส่งต่อได้พร้อมสอนวิธีการบริหารจัดการท่อส่งน้ำ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ท่อส่งน้ำตันอีก&amp;nbsp;ซึ่งมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่เข้ามาร่วมอัดน้ำเข้าท่อด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้อย่างมั่นคงในระยะยาวกำหนดไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจและคุยกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการอัดน้ำเข้าท่อส่งน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งได้เริ่มส่งน้ำได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมาแล้ว&amp;nbsp;ส่วนระยะต่อไป&amp;nbsp;จะประสานงานกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เสนอแผนปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งเพิ่มเติมจากของเดิมให้สามารถดำเนินการได้ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะเร็วขึ้นจากแผนเดิมที่จะเริ่มในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425144523296</Link_News></row>
<row _id="405"><NewsTitle>เทศบาลนครระยองจัดเครื่องจักรกลเก็บผักตบปรับภูมิทัศน์ริมชายคลองคาชุมชนสองพี่น้อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลาสวนป่าเฉลิมพระเกียรติบริเวณชายคลองคาชุมชนสองพี่น้อง&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.เชิงเนิน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;จ่าเอกวินัย&amp;nbsp;บุตรชัยพงษ์&amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายปกครองรักษาการหัวหน้าปลัดเทศบาลนครระยอง&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;สาลี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลนครระยอง&amp;nbsp;นายนิมิตร&amp;nbsp;มากศิริ&amp;nbsp;ประธานชุมชนสองพี่น้อง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยองและเจ้าหน้าที่กองช่างฝ่ายโยธา&amp;nbsp;นำเครื่องจักรกล&amp;nbsp;เก็บผักตบชวาในคลองคานอกจากนี้ยังได้ปรับภูมิทัศน์ถนนเลียบชายคลอง&amp;nbsp;ให้ดูสะอาดตาเตรียมพร้อมในการจัดงานทำบุญกลางบ้าน&amp;nbsp;ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของชุมชนสองพี่น้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิมิตร&amp;nbsp;มากศิริ&amp;nbsp;ประธานชุมชนสองพี่น้อง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากที่คณะกรรมการชุมชนไดประสานทางเทศบาลนครระยองที่ได้นำเครื่องจักรกลเข้ามาปรับภูมิทัศน์บริเวณคลองคาให้ดูสะอาดเป็นที่พักผ่อนของชาวบ้านในชุมชนสองพี่น้องและยังเป็นการเตรียมสถานที่ในการจัดงานทำบุญกลางบ้าน&amp;nbsp;รดน้ำขอพรผู้สูงอายุสืบสานประเพณีไทย&amp;nbsp;เชื่อมความสามัคคีในชุมชนในวันเสาร์ที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นายวิชิต&amp;nbsp;ศรีชลา&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครระยองให้เกียรติมาเป็นประธานในงานครั้งนี้&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและสมาชิกสภาเทศบาลนครระยองมาร่วมงานด้วยและขอขอบคุณนายกเทศมนตรีนครระยอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่าง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยอง&amp;nbsp;ที่เข้ามาดำเนินการปรับภูมิทัศน์การเตรียมสถานที่จัดงานครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425164009400</Link_News></row>
<row _id="406"><NewsTitle>จังหวัดแพร่มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืน SDGSPGS</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงาน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ตำบลดอนมูล&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่มอบหมายให้นางสาวนิติยา&amp;nbsp;พงษ์พานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานในพิธีมอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;SDGSPGS&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความยินดีในความมุ่งมั่นแก่สมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Agriculture)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;กระบวนการผลิต&amp;nbsp;และการจัดการทุกรูปแบบ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคมสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และระบบนิเวศซึ่งนําไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนา&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุมเกษตรธรรมชาติ&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;วนเกษตร&amp;nbsp;เกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;และเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรรมยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGsPGS&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาและรับรองแปลง&amp;nbsp;รับรองผลิตผลเกษตรเกิดการเชื่อมโยง&amp;nbsp;และการจัดการนําผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบทั้งห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;ครบวงจรอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;ได้พัฒนากลไกการขับเคลื่อนระดับจังหวัดขึ้นมา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลไก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลไกคณะทำงานตรวจแปลงเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;กลไกธุรกิจ&amp;nbsp;กลไกคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;และกลไกเพื่อดูแลการบริหารจัดการข้อมูลในระบบฐานข้อมูล&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;SAN&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Agriculture&amp;nbsp;Network)&amp;nbsp;ใช้ตลาดนําการผลิต&amp;nbsp;ทำให้สามารถช่วยเกษตรกรจัดการผลิตเพื่อการค้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425155224367</Link_News></row>
<row _id="407"><NewsTitle>ว.อาชีวศึกษาขอนแก่น จับมือ ศูนย์โอทอปขอนแก่น แปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แยมมะม่วงผสมเกลือไดโนเสาร์ พัฒนาต่อยอดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&amp;nbsp;น.ส.กรรณิกา&amp;nbsp;ยอดสง่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;ปันจันดา&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;โอทอป&amp;nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และนางสิริพร&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาด&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;ที่ปรึกษาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอป&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร&amp;nbsp;ระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;บริษัทขอนแก่น&amp;nbsp;โอทอป&amp;nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ในการผลิตแยมมะม่วงจากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปอ&amp;nbsp;อ.บ้านไผ่&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งวิชาการและนักโภชนาการทางอาหารร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสิริพร&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ที่ปรึกษาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;เป็นผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก&amp;nbsp;ซึ่งขอนแก่น&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นลำดับต้นๆ&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;มีเกษตรที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;ที่เป็นเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยในปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด&amp;nbsp;หรือการส่งจำหน่ายมะม่วงไม่ได้จากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ในปีนี้คณะทำงานร่วมทุกฝ่าย&amp;nbsp;จึงได้กำหนดแผนงานในการแปรรูปมะม่วงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&amp;nbsp;สาขาอาหารและโภชนาการ&amp;nbsp;ที่มีคณาจารย์และคณะทำงานด้านโภชนาการและคหกรรมที่โดดเด่น&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันผลิตและคิดค้นสูตรแยมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;ที่เป็นสูตรของคนขอนแก่น&amp;nbsp;ได้สำเร็จ&amp;nbsp;และขณะนี้เข้าสู่กระบวนการผลิต&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"&amp;nbsp;โครงการแปรรูปแยมมะม่วง&amp;nbsp;ที่คิดค้นขึ้นจากผลผลิตของขอนแก่น&lt;/strong&gt;และสูตรของขอนแก่น&amp;nbsp;โดยชุดแรกที่จัดทำขึ้นนั้นได้นำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;จากวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปอ&amp;nbsp;อ.บ้านไผ่&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;มาจัดทำเป็นแยมบรรจุในขวดขนาด&amp;nbsp;230&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;รวมชุดแรก&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;กระปุกจำหน่ายประปุกละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยแยมมะม่วงขอนแก่น&amp;nbsp;ที่คิดค้นขึ้นนี้นั้นมีส่วนผสมจากเกลือสินเธาว์&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;อ.ภูเวียง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกลือในยุคจูลาสิคพาร์คหลายร้อยล้านปี&amp;nbsp;ที่เป็นส่วนผสมที่มีเรื่องราวและคงอัตลักษณ์ของขอนแก่นได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่สูตรการทำแยมมะม่วงนั้น&amp;nbsp;คณะทำงานก็ไม่หวงสูตร&amp;nbsp;โดยสูตรมามาเร็ตมะม่วง&amp;nbsp;เราใช้มะม่วง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อนำมาปลอกเปลือก&amp;nbsp;นำเมล็ดออกและหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมก็จะได้เนื้อมะม่วงประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ขณะที่ส่วนผสมมีไม่มาก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;น้ำตาลทรายขาว&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;กรัม,ผงเพคติน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กรัม,น้ำเปล่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กรัม,น้ำสับประรด&amp;nbsp;500&amp;nbsp;กรัม,น้ำเลมอน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กรัม,ผิวเลมอน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรด&amp;nbsp;35&amp;nbsp;กรัม"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสิริพรฯ&amp;nbsp;กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;วิธีการทำแยมมะม่วงมามาเร็ตขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือนำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;มาปลอดเปลือก&amp;nbsp;หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก&amp;nbsp;จากนั้นใส่ลงหม้อ&amp;nbsp;จากนั้นนำผงเพคตินแช่กับน้ำเปล่าทิ้งไว้&amp;nbsp;ขั้นตอนต่อมาคือการนำน้ำเปล่ากับผงเพคตินที่แช่ไว้มาผสมกับน้ำตาลทรายขาว&amp;nbsp;และน้ำสับประรด&amp;nbsp;เมื่อผสมเสร็จนำตั้งไฟในระดับความร้อนปานกลาง&amp;nbsp;ใส่มะม่วงลงไปเคี่ยวจนมะม่วงมีความข้น&amp;nbsp;หนืด&amp;nbsp;เหมือนซอส&amp;nbsp;ซึ่งจะเคี่ยวประมาณ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;เมื่อเคี่ยวจนได้ที่เหมือนซอสแล้ว&amp;nbsp;ให้ปิดไฟแล้วเติมน้ำเลมอน&amp;nbsp;และผิวเลมอนเข้าไปผสม&amp;nbsp;พักไว้ให้อุ่นและเข้าสู่ขั้นตอนบรรจุ&amp;nbsp;ซึ่งในการบรรจุนั้น&amp;nbsp;ขวดและฝา&amp;nbsp;ที่นำมาบรรจุนั้นต้องผ่านการลวกน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;เนื่องจากแยมมะม่วงของเรานั้นไม่ใช้วัตถุกันเสียหรือใส่สารกันบูด&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อบรรจุแล้วก็จะต้องทำการน็อคเย็นและเข้าสู่กระบวนการปิดฝาและซีลฝาทันที&amp;nbsp;ซึ่งจะคงความหอม&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;และความเป็นแยมมะม่วงสูตรขอนแก่นได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;"แยมมะม่วงขอนแก่น&amp;nbsp;หรือมามาเร็ตมะม่วง&amp;nbsp;ที่คิดค้นสูตรขึ้นมานี้&lt;/strong&gt;เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะฤดูผลผลิตของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;โดยชุดแรกมะม่วง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;จัดทำแยมได้&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;กระปุกจำหน่ายกระปุกละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ที่ศูนย์โอทอป&amp;nbsp;ข้างศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;หรือที่สายด่วน&amp;nbsp;085-8536169&amp;nbsp;และหลังจากเปิดฝามามาเร็ตมะม่วงแล้วสามารถจัดเก็บไว้ในตู้เย็นประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งจากการทดลองรับประทานพบว่าเหมาะสำหรับการทานคู่กับขนมปัง&amp;nbsp;ทั้งขนมปังแผ่นและขนมปังญวณ&amp;nbsp;หรือขนมปังเวียดนาม&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหลังสิ้นสุดการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวหากวิสาหกิจชุมชนใดหรือกลุ่มเกษตรกรกลุ่มใดต้องการนำสุูตรของคณะทำงานไปต่อยอดผลผลิต&amp;nbsp;หรือนำไปแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อก่อให้เกิดรายได้โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425160516379</Link_News></row>
<row _id="408"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน คุมเข้มมาตรการ Zero Covid ผลไม้ไทยทั้งระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;ระบบห้องเย็น&amp;nbsp;ผลไม้ไทยทั้งระบบ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าและสร้างรายได้เป็นผลไม้อันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ให้กับประเทศไทย&amp;nbsp;ปีละกว่าแสนล้านบาท&amp;nbsp;เพราะทุเรียนไทยมีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก&amp;nbsp;โดยจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกทุเรียนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเพราะทุกฝ่ายร่วมมือกัน&amp;nbsp;ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกร&amp;nbsp;ล้ง&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ทำงานและร่วมมือกันทำให้ทุเรียนไทย&amp;nbsp;เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้มีการส่งเสริมการขายภายในประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;และใช้มาตรการ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ที่สวนทุเรียน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ที่ล้ง&amp;nbsp;เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุเรียนไทยทุกลูกต้องมีความปลอดภัย&amp;nbsp;หากเราเดินในแนวทางเดียวกันก็จะไม่เกิดปัญหา&amp;nbsp;จึงขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้ามาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับมือผลผลิตผลไม้อื่นๆ&amp;nbsp;ที่จะออกในเดือนหน้า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ด้านนายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงมาตรการที่จังหวัดได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับสมาคมทุเรียนไทย&amp;nbsp;ได้เตรียมการประชุมร่วมกันตั้งแต่เดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และได้ออกมาตรการที่เข้มข้นตั้งแต่สวนทุเรียน&amp;nbsp;ต้องตัดทุเรียนที่มีคุณภาพและเปอร์เซ็นแป้งต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;กำหนดวันตัดทุเรียนแต่ละพันธุ์&amp;nbsp;ในส่วนของล้งมีการดำเนินการทำความสะอาด&amp;nbsp;และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกวันศุกร์&amp;nbsp;เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตทุเรียนที่ส่งออกจากล้งปลอดเชื้อเชื้อโควิด-19&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425211230531</Link_News></row>
<row _id="409"><NewsTitle>คบจ.มหาสารคาม บูรณาการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวบ้านพงโพด-พงสว่าง ลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้อย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศูนย์ประชุมบ้านพงโพด-พงสว่าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.หนองสิม&amp;nbsp;อ.บรบือ&amp;nbsp;จ.มหาสารคาม&amp;nbsp;นายธรรมนูญ&amp;nbsp;แก้วคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการส่งเสริม&amp;nbsp;พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;นายอำเภอบรบือ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวบ้านพงโพด-พงสว่าง&amp;nbsp;เข้าร่วมภายในงาน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธรรมนูญ&amp;nbsp;แก้วคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.บรบือ&amp;nbsp;ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการผลิตมันแกว&amp;nbsp;และหัวไชเท้า&amp;nbsp;ซึ่งจากที่&amp;nbsp;คบจ.มหาสารคาม&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจ&amp;nbsp;มีปัญหาด้านต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;และเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ศึกษากระบวนการการผลิตที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีคุณภาพ&amp;nbsp;รวมถึงการให้ความรู้ด้านการแปรรูป&amp;nbsp;และการจัดทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งในครั้งนี้&amp;nbsp;มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;ก็คือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม&amp;nbsp;(วิสาหกิจเพื่อชุมชน)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่เข้ามาให้การสนับสนุน&amp;nbsp;พร้อมด้วยสถาบันการเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;มาร่วมให้การสนับสนุนในโครงการนี้&amp;nbsp;ซึ่งหากประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;คาดว่าจะทำให้ต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรลดลง&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเน้นคุณภาพในเรื่องของสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;น.ส.จารุพร&amp;nbsp;ตามกลาง&amp;nbsp;คลังจังหวัดมหาสารคาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คบจ.มหาสารคาม&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ศึกษาความต้องการของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกว&amp;nbsp;ซึ่งได้รับทราบปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของมันแกวและหัวไชเท้า&amp;nbsp;จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;จัดโครงการบูรณาการส่งเสริม&amp;nbsp;พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัด&amp;nbsp;โดยต้องการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ให้มีรายได้&amp;nbsp;ลดต้นทุน&amp;nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ด้านเงินทุนสำรองในการจัดหาเมล็ดพันธุ์มันแกว&amp;nbsp;และช่วยหาตลาด&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย&amp;nbsp;และภาษีที่ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งการให้ความรู้ในกระบวนการผลิตเป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และได้การรับรองจากหน่วยงานที่มีมาตรฐาน&amp;nbsp;เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ผลผลิตให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สวท.มหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425173426434</Link_News></row>
<row _id="410"><NewsTitle>ชาวบุรีรัมย์เตรียมชิมทุเรียนของดี ใกล้เข้าสู่ ช่วงทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟ ออกผลพร้อมกินแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;นั้นมีของดีของเด่นที่ได้รับการยอมรับมากมาย&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;ผ้าไหม&amp;nbsp;ผ้าซิ่น&amp;nbsp;กุ้งจ่อม&amp;nbsp;กระยาสารท&amp;nbsp;ลูกชิ้นยืนกิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&amp;nbsp;ที่ได้รับผลักดันการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ล่าสุดอีกหนึ่งสินค้า&amp;nbsp;ที่จะได้รับการผลักดันให้เป็น&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ก็คือ&amp;nbsp;ทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ&amp;nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงเดือนหน้านี้&amp;nbsp;ผลทุเรียนน้ำแร่ในสวนของชาวบ้านหลายพื้นที่&amp;nbsp;ก็คงเริ่มสุก&amp;nbsp;เนื้อทุเรียนเหลืองอร่าม&amp;nbsp;พร้อมรับประทานกันแล้ว&amp;nbsp;อย่างทุเรียนน้ำแร่ในสวนของผู้ใหญ่สุพจน์&amp;nbsp;เจริญรัมย์&amp;nbsp;บ้านโคกมะม่วง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.โคกมะม่วง&amp;nbsp;อ.ปะคำ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ที่ได้ร่วมกันกับชาวบ้านกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในตำบลทำวิสาหกิจชุมชนทุเรียนตำบลโคกม่วง&amp;nbsp;พลิกผืนดินที่เคยปลูกข้าว&amp;nbsp;ปลูกอ้อย&amp;nbsp;ปลูกมัน&amp;nbsp;เปลี่ยนเป็นสวนทุเรียน&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่ปลูกโดยใช้ดินภูเขาไฟที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าอุดมด้วยแร่ธาตุ&amp;nbsp;รดน้ำด้วยน้ำแร่ใต้ดิน&amp;nbsp;และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;ดูแลอย่างดีเพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพมากที่สุด&amp;nbsp;โดยจุดเด่นของทุเรียนน้ำแร่&amp;nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&amp;nbsp;ตำบลโคกม่วง&amp;nbsp;ก็คือ&amp;nbsp;ผิวนอกกรอบ&amp;nbsp;เนื้อในนุ่มเหมือนคัสตาดครีม&amp;nbsp;รสชาติหวานมัน&amp;nbsp;เนื้อแห้งไม่มีน้ำเยิ้ม&amp;nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนจะส่งขายในพื้นที่ภาคอีสาน&amp;nbsp;หรือใครที่สนใจก็มาสั่งซื้อที่สวนของวิสาหกิจชุมชนได้เลยในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และขายในช่วงกลางเดือนหน้า&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;มีคนจากนอกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;โซนภาคอีสาน&amp;nbsp;หรือภาคกลางอย่าง&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;มาจองไว้ตั้งแต่ออกผล&amp;nbsp;สำหรับท่านใดสนใจทุเรียนน้ำแร่&amp;nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;084-828-6127&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนทุเรียนตำบลโคกม่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการส่งเสริม&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;กำลังผลักดันให้เป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะได้ขึ้นทะเบียนในปี&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425185616466</Link_News></row>
<row _id="411"><NewsTitle>เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบขาวอ้อย แนะหมั่นสำรวจแปลง หากพบแจ้งเจ้าหน้าที่ด่วน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสภาพอากาศเข้าสู่ภาวะร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไฟโตพลาสมา&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบขาว&amp;nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&amp;nbsp;โรคเอดส์ในอ้อย&amp;nbsp;อาการเริ่มแรกจะพบใบมีสีขาวตามแนวยาวของเส้นกลางใบจากนั้นใบจะลายเป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองสลับสีเขียวขนานไปตามเส้นกลางใบ&amp;nbsp;จนกระทั่งแสดงอาการใบขาวทั่วทั้งใบ&amp;nbsp;ลำต้นแคระแกร็น&amp;nbsp;ต้นไม่เจริญเติบโตเป็นลำที่สมบูรณ์&amp;nbsp;หากพบอาการรุนแรง&amp;nbsp;จะทำให้ใบขาวทั้งกอ&amp;nbsp;และต้นอ้อยแห้งตายในที่สุดบางพื้นที่การปลูกอ้อยพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยระบาด&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยของพี่น้องเกษตรกรลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบการรายงาน&lt;/strong&gt;ว่าพบการระบาด&amp;nbsp;แต่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อยได้รับทราบ&amp;nbsp;และเตรียมการในการเฝ้าระวังป้องกัน&amp;nbsp;ซึ่งสาเหตุที่สำคัญของโรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา&amp;nbsp;ลักษณะอาการใบขาวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต&amp;nbsp;อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้าอ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ&amp;nbsp;ที่มีใบสีขาวจำนวนมาก&amp;nbsp;คล้ายกอหญ้า&amp;nbsp;หน่อไม่เจริญเป็นลำ&amp;nbsp;หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด&amp;nbsp;หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้&amp;nbsp;ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์&amp;nbsp;อาจมีใบขาวที่ปลายยอด&amp;nbsp;หรือมีหน่อขาวเล็กๆ&amp;nbsp;งอกจากตาข้างของลำ&amp;nbsp;บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง&amp;nbsp;พบเสมอในอ้อยที่ปลูกปีแรก&amp;nbsp;ซึ่งอ้อยที่เป็นโรคจะเจริญเติบโตเป็นลำ&amp;nbsp;มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ&amp;nbsp;มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ&amp;nbsp;ที่โคนกอ&amp;nbsp;แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย&amp;nbsp;หากเกิดการแพร่ระบาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;แนะนำให้ทำลายด้วยการขุดทิ้ง&amp;nbsp;และกรณีที่พบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง&amp;nbsp;แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่&amp;nbsp;เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน&amp;nbsp;การขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้ง&amp;nbsp;หรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค&amp;nbsp;การกำจัดวัชพืชรอบๆ&amp;nbsp;แปลงไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค&amp;nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;การให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิตและตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคใบขาวอ้อยได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425190723477</Link_News></row>
<row _id="412"><NewsTitle>เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังแมลงดำหนามมะพร้าว พร้อมแนะวิธีรับมือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เตือนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าว&lt;/strong&gt;ให้ระวังแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;เนื่องจากบางพื้นที่พบการเข้าทำลาย&amp;nbsp;จึงขอแจ้งให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมะพร้าวและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเมื่อเริ่มพบใบมะพร้าวแห้งเหี่ยวสีน้ำตาล&amp;nbsp;ให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&amp;nbsp;ลักษณะการทำลาย&amp;nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่สุดของมะพร้าวที่ยังไม่คลี่&amp;nbsp;โดยซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่&amp;nbsp;และจะย้ายไปกินใบอ่อนอีกใบหลังจากที่ใบเดิมคลี่ออก&amp;nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;เมื่อมีการทำลายรุนแรงหลายๆ&amp;nbsp;ใบในแต่ละต้นจะมองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&amp;nbsp;ซึ่งชาวสวนมะพร้าว&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;nbsp;โรคหัวหงอก&amp;nbsp;ระยะตัวหนอนสำคัญที่สุด&amp;nbsp;เพราะทำลายได้รุนแรงกว่าตัวเต็มวัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้งและขาดน้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแพร่ระบาดแมลงดำหนามมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูสำคัญของพืชตระกูลปาล์ม&lt;/strong&gt;พบระบาดรุนแรงในมะพร้าว&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่มีคุณภาพและมีปริมาณลดลง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้ทัศนียภาพที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวขาดความสวยงามเนื่องจากมะพร้าวเป็นโรคหัวหงอก&amp;nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวระบาดทำลายยอดมะพร้าวทั้งต้นเล็กและต้นสูงที่ให้ผลผลิตแล้วมักพบทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยในยอดเดียวกันเป็นจำนวนมากและในมะพร้าวที่ให้ผลแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิธีการป้องกันกำจัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ในมะพร้าวต้นเตี้ย&amp;nbsp;ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินมาเก็บไข่&amp;nbsp;หนอน&amp;nbsp;และตัวเต็มวัยไปทำลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ใช้ตัวห้ำ&amp;nbsp;ตัวเบียน&amp;nbsp;และเชื้อจุลินทรีย์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แมลงหางหนีบ&amp;nbsp;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;และเชื้อเมตตาไรเซียม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แมลงหางหนีบกินไข่&amp;nbsp;หนอน&amp;nbsp;และดักแด้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปล่อยแมลงหางหนีบ&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ต่อไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Asecodeshipinarum)&amp;nbsp;ช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;พฤติกรรมการเข้าทำลายของแตนเบียน&amp;nbsp;เกิดจากเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในลำตัวของหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;หนอนแตนเบียนที่เกิดขึ้นภายในตัวแมลงดำหนามมะพร้าวฟักออกเป็นไข่ดูดกินของเหลว&amp;nbsp;แล้วเข้าทำลายตัวแมลงในที่สุด&amp;nbsp;ระยะการเจริญหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวถูกแตนเบียนทำลาย&amp;nbsp;เติบโตตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัยประมาณ&amp;nbsp;17-20&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปล่อยแตนเบียนอะซิโคเดส&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก./ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.ใช้สารเคมี&amp;nbsp;ใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยและสลายตัวเร็ว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คาร์บาริล&amp;nbsp;(เซฟวิน&amp;nbsp;85%&amp;nbsp;wp)&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้าพืชตระกูลปาล์ม&amp;nbsp;ก่อนการเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดทุกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425193328485</Link_News></row>
<row _id="413"><NewsTitle>เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบขาวอ้อย แนะหมั่นสำรวจแปลงพบแจ้งเจ้าหน้าที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพอากาศเข้าสู่ภาวะร้อนชื้น&amp;nbsp;เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไฟโตพลาสมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ประกาศเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบขาว&amp;nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&amp;nbsp;โรคเอดส์ในอ้อย&amp;nbsp;อาการเริ่มแรกจะพบใบมีสีขาวตามแนวยาวของเส้นกลางใบจากนั้นใบจะลายเป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองสลับสีเขียวขนานไปตามเส้นกลางใบ&amp;nbsp;จนกระทั่งแสดงอาการใบขาวทั่วทั้งใบ&amp;nbsp;ลำต้นแคระแกร็น&amp;nbsp;ต้นไม่เจริญเติบโตเป็นลำที่สมบูรณ์&amp;nbsp;หากพบอาการรุนแรง&amp;nbsp;จะทำให้ใบขาวทั้งกอ&amp;nbsp;และต้นอ้อยแห้งตายในที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บางพื้นที่การปลูกอ้อยพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยระบาด&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยของพี่น้องเกษตรกรลดลง&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบการรายงานว่าพบการระบาด&amp;nbsp;แต่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อยได้รับทราบ&amp;nbsp;และเตรียมการในการเฝ้าระวังป้องกัน&amp;nbsp;สาเหตุที่สำคัญของโรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา&amp;nbsp;ลักษณะอาการใบขาวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต&amp;nbsp;อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้าอ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ&amp;nbsp;ที่มีใบสีขาวจำนวนมาก&amp;nbsp;คล้ายกอหญ้า&amp;nbsp;หน่อไม่เจริญเป็นลำ&amp;nbsp;หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด&amp;nbsp;หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้&amp;nbsp;ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์&amp;nbsp;อาจมีใบขาวที่ปลายยอด&amp;nbsp;หรือมีหน่อขาวเล็กๆ&amp;nbsp;งอกจากตาข้างของลำ&amp;nbsp;บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง&amp;nbsp;พบเสมอในอ้อยที่ปลูกปีแรก&amp;nbsp;ซึ่งอ้อยที่เป็นโรคจะเจริญเติบโตเป็นลำ&amp;nbsp;มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ&amp;nbsp;มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ&amp;nbsp;ที่โคนกอ&amp;nbsp;แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย&amp;nbsp;หากเกิดการแพร่ระบาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;แนะนำให้ทำลายด้วยการขุดทิ้ง&amp;nbsp;และกรณีที่พบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง&amp;nbsp;แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่&amp;nbsp;เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน&amp;nbsp;การขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้ง&amp;nbsp;หรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค&amp;nbsp;การกำจัดวัชพืชรอบๆ&amp;nbsp;แปลงไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค&amp;nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;การให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคใบขาวอ้อยได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425194057486</Link_News></row>
<row _id="414"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนม แจ้งมาตรการการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต ก่อนใช้ต้องมีความรู้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;โดยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;การจำกัดการใช้&amp;nbsp;การกำหนดฉลาก&amp;nbsp;และภาชนะบรรจุ&amp;nbsp;วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขในการผลิต&amp;nbsp;การนำเข้า&amp;nbsp;การส่งออก&amp;nbsp;การมีไว้ในครอบครอง&amp;nbsp;และกำหนดให้มีบุคลากร&amp;nbsp;เฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย&amp;nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดนี้&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดนี้&amp;nbsp;โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ประกาศทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;จะมีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ใช้&amp;nbsp;ผู้รับจ้างพ่น&amp;nbsp;ผู้ขาย&amp;nbsp;ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต&amp;nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ต้องผ่านการอบรม&amp;nbsp;และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;โดยในส่วนราชสารพาราควอต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ไม่อนุญาตให้เกษตรกรใช้&amp;nbsp;แต่ในส่วนของสารไกลโฟเซต&amp;nbsp;นั้นได้มีการจำกัดการใช้ตามมาตรการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หากเกษตรกรที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารไกลโฟเซต&amp;nbsp;จะต้องดำเนินการติดต่อเข้ารับการอบรมและทดสอบความรู้โดยตรงจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเข้าใจและมีความรู้ในการใช้สารที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรการที่ควบคุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาราควอต&amp;nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบสัมผัส&amp;nbsp;และไม่เลือกทำลาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&amp;nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&amp;nbsp;สารเข้าสู่ต้นพืชได้ทางใบและลำต้น&amp;nbsp;มีกลไกการทำลายในพืชโดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสง&amp;nbsp;ออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฤทธิ์ทำลายเฉพาะส่วนของพืชที่มีสีเขียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบดูดซึม&amp;nbsp;และไม่เลือกทำลาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&amp;nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&amp;nbsp;โดยเข้าสู่เนื้อเยื่อสีเขียวของใบและลำต้นของวัชพืชโดยดูดซึมผ่านราก&amp;nbsp;เหง้า&amp;nbsp;ลำต้น&amp;nbsp;ที่ทอดยาวตามพื้นที่&amp;nbsp;เข้าสู่ระบบลำเลียงน้ำของพืช&amp;nbsp;กลไกการทำงานของไกลโฟเซตคือ&amp;nbsp;การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายทั้งแมลงปากดูด&amp;nbsp;แมลงปากกัด&amp;nbsp;มีคุณสมบัติทั้งถูกตัวตายหรือสัมผัส&amp;nbsp;กินตาย&amp;nbsp;การซึมผ่านใบ&amp;nbsp;และเป็นไอระเหย&amp;nbsp;มีการใช้ประโยชน์ทั้งการพ่นสารทางใบ&amp;nbsp;การใช้การพ่นหรือราดลงดิน&amp;nbsp;รองก้นหลุม&amp;nbsp;การฉีดเข้าต้นตามรูเจาะของแมลง&amp;nbsp;หรือใช้สำหรับรักษาเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อป้องกันแมลงศัตรูในโรงเก็บ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การคลุกเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และชุบกระสอบ&amp;nbsp;การออกฤทธิ์เมื่อได้รับการสัมผัส&amp;nbsp;กินหรือรับไอสาร&amp;nbsp;โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส&amp;nbsp;ในระบบประสาท&amp;nbsp;ทำให้เกิดอาการชักและเป็นอัมพาตได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425195005487</Link_News></row>
<row _id="415"><NewsTitle>คพ. จัดอบรมตำรวจจราจรยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดรถเสียงดัง หลังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถแต่งซิ่งมาขับจนส่งมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;จัดอบรมตำรวจจราจรยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดรถเสียงดัง&amp;nbsp;หลังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถแต่งซิ่งมาขับจนส่งมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพรศักดิ์&amp;nbsp;ภู่อิ่ม&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ&amp;nbsp;และกองบังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;(บก&amp;nbsp;จร.)&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยกระดับศักยภาพการตรวจวัดและห้ามใช้รถเสียงดัง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้&amp;nbsp;ปรับมาตรฐานการตรวจวัดเสียงให้เทียบเท่าระดับสากล&amp;nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะรถแต่งซิ่งที่นำมาขับขี่แข่งขันกันเวลากลางคืน&amp;nbsp;หลังพบการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ได้ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์แบบใหม่ที่ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยปรับวิธีการตรวจวัดให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับเทคโนโลยี&amp;nbsp;เป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;และปรับปรุงการกำหนดค่ามาตรฐานระดับเสียงให้สัมพัทธ์กับค่าผลการทดสอบระดับเสียงขณะอยู่กับที่ที่ได้รับการรับรองแบบจากกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ที่ผ่านมามีความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากผู้รู้เทคโนโลยีการวัดสู่ผู้บังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;(บก.จร.)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริง&amp;nbsp;เพื่อยกระดับความสามารถให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพิ่มความน่าเชื่อถือในผลการตรวจวัดและลดข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;สิ่งสำคัญเตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบและออกคำสั่งห้ามใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีเสียงดังเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ยังขอความร่วมมือกับเจ้าของรถที่ใช้รถที่ผลิตและมีอุปกรณ์ส่วนควบ&amp;nbsp;หรือท่อไอเสียในสภาพเดิมจากโรงงาน&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาด้านเสียงดังรบกวน&amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดค่ามาตรฐานและวิธีการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;โดยดาวน์โหลดคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์และคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ได้ทางเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;www.pcd.go.th&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;พันตำรวจเอกชัยณรงค์&amp;nbsp;ทรัพยสาร&amp;nbsp;ผู้ดำกับการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;(บก&amp;nbsp;จร.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การนำเจ้าหน้าที่มาอบรมจะช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจวัดเสียงยานพาหนะ&amp;nbsp;เนื่องมาจากที่ผ่านมามีกลุ่มเด็กแว๊นจักรยานยนต์เข้าไปขับรถและแข่งกันสร้างมลพิษทางเสียงในพื้นที่เขตพระราชทาน&amp;nbsp;โดยเดิมตั้งด่านตรวจจับ&amp;nbsp;แต่ครั้งนี้จะต้องลงไปดูแลควบคุมการตรวจจับอย่างเข้มงวดมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งตามกฎหมายผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีเสียงเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เดซิเบล&amp;nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;มีโทษปรับตามมาตรา&amp;nbsp;152&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425200314490</Link_News></row>
<row _id="416"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงเรื่องประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2565 ไม่เป็นความจริง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนช่วงวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ไม่ได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;แต่เป็นข้อความจากบุคคลที่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง&amp;nbsp;และไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล&amp;nbsp;จึงทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงปลายฤดูร้อนและกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูฝน&amp;nbsp;ซึ่งทำให้อากาศแปรปรวน&amp;nbsp;โดยปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนนั้น&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องมีฝนตกชุกต่อเนื่องประกอบกับทิศทางลมระดับผิวพื้นถึงความสูง&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;กิโลเมตรจะเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้&amp;nbsp;ซึ่งพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตรขึ้นไป&amp;nbsp;จะเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;จะทำการคาดหมายและประกาศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันเริ่มต้นฤดูฝนให้ทุกคนทราบล่วงหน้า&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์ภูมิอากาศต่อไป&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425205612505</Link_News></row>
<row _id="417"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนม แจ้งมาตรการการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต หากต้องการใช้ ต้องทดสอบความรู้ก่อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;โดยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;การจำกัดการใช้&amp;nbsp;การกำหนดฉลาก&amp;nbsp;และภาชนะบรรจุ&amp;nbsp;วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขในการผลิต&amp;nbsp;การนำเข้า&amp;nbsp;การส่งออก&amp;nbsp;การมีไว้ในครอบครอง&amp;nbsp;และกำหนดให้มีบุคลากร&amp;nbsp;เฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย&amp;nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดนี้&amp;nbsp;เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งประกาศทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;มีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ใช้&amp;nbsp;ผู้รับจ้างพ่น&amp;nbsp;ผู้ขาย&amp;nbsp;ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต&amp;nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ต้องผ่านการอบรม&amp;nbsp;และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย&amp;nbsp;โดยในส่วนราชการสารพาราควอต&amp;nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;นั้นไม่อนุญาตให้เกษตรกรใช้&amp;nbsp;แต่ในส่วนของสารไกลโฟเซต&amp;nbsp;นั้นได้มีการจำกัดการใช้ตามมาตรการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หากเกษตรกรที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารไกลโฟเซต&amp;nbsp;จะต้องดำเนินการติดต่อเข้ารับการอบรมและทดสอบความรู้โดยตรงจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเข้าใจและมีความรู้ในการใช้สารที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรการที่ควบคุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาราควอต&amp;nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบสัมผัส&amp;nbsp;และไม่เลือกทำลาย&amp;nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&amp;nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&amp;nbsp;สารเข้าสู่ต้นพืชได้ทางใบและลำต้น&amp;nbsp;มีกลไกการทำลายในพืชโดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสง&amp;nbsp;ออกฤทธิ์ทำลายเฉพาะส่วนของพืชที่มีสีเขียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไกลโฟเซต&amp;nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบดูดซึม&amp;nbsp;และไม่เลือกทำลาย&amp;nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&amp;nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&amp;nbsp;โดยเข้าสู่เนื้อเยื่อสีเขียวของใบและลำต้นของวัชพืชโดยดูดซึมผ่านราก&amp;nbsp;เหง้า&amp;nbsp;ลำต้น&amp;nbsp;ที่ทอดยาวตามพื้นที่&amp;nbsp;เข้าสู่ระบบลำเลียงน้ำของพืช&amp;nbsp;กลไกการทำงานของไกลโฟเซตคือ&amp;nbsp;การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต&amp;nbsp;ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายทั้งแมลงปากดูด&amp;nbsp;แมลงปากกัด&amp;nbsp;มีคุณสมบัติทั้งถูกตัวตายหรือสัมผัส&amp;nbsp;กินตาย&amp;nbsp;การซึมผ่านใบ&amp;nbsp;และเป็นไอระเหย&amp;nbsp;มีการใช้ประโยชน์ทั้งการพ่นสารทางใบ&amp;nbsp;การใช้การพ่นหรือราดลงดิน&amp;nbsp;รองก้นหลุม&amp;nbsp;การฉีดเข้าต้นตามรูเจาะของแมลง&amp;nbsp;หรือใช้สำหรับรักษาเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อป้องกันแมลงศัตรูในโรงเก็บ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การคลุกเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และชุบกระสอบ&amp;nbsp;การออกฤทธิ์เมื่อได้รับการสัมผัส&amp;nbsp;กินหรือรับไอสาร&amp;nbsp;โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส&amp;nbsp;ในระบบประสาท&amp;nbsp;ทำให้เกิดอาการชักและเป็นอัมพาตได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;**&amp;nbsp;หากเกษตรกรมีข้อสงสัย&amp;nbsp;หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;หรือติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425205858511</Link_News></row>
<row _id="418"><NewsTitle>อำนาจเจริญ จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;พร้อมมอบใบประกาศแต่งตั้งวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;และนำกล่าวปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;พร้อมทั้งปล่อยคาราวานรถแห่ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนาเกษตรกร&amp;nbsp;บ้านโคกเลาะ&amp;nbsp;ตำบลหนองแก้ว&amp;nbsp;อำเภอหัวตะพาน&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรเทพ&amp;nbsp;เพชรน้อย&amp;nbsp;นายอำเภอหัวตะพาน&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงาน&lt;/strong&gt;ในวันนี้ว่าตามที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาด้าน&amp;nbsp;"อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&amp;nbsp;และการค้าชายแดนใต้มาตรฐานสากล"&amp;nbsp;ในด้านการพัฒนาการเกษตรเน้นการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ได้,&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่ยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ&lt;/strong&gt;ปฏิบัติและความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากการเผาตอซัง&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;และเศษซากพืชที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&amp;nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;สภาพแวดล้อม&amp;nbsp;และเศรษฐกิจอีกด้วย&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;หนึ่งแสนสี่หมื่นไร่หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ทำนาที่เข้าร่วมการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดการเผา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสร้างการตระหนักรู้ในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&lt;/strong&gt;จะช่วยให้เกษตรกรเข้าใจหลักการการผลิตพืชให้ได้มาตรฐานอินทรีย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ภาคการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงสนับสนุนขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;"เมืองธรรมเกษตร&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เส้นทางการค้าสู่อาเซียน"&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช&amp;nbsp;และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ในจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และเกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำหนดแนวทางในการจัดการดินเชิงพื้นที่&amp;nbsp;วิถีอำนาจเจริญตามมาตรการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้อง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต้อง&amp;nbsp;ร่วมมือกันไถกลบตอซังข้าว&amp;nbsp;และหว่านพืชปุ๋ยสด&amp;nbsp;(ถั่วพร้า)&amp;nbsp;ต้องนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;นำฟางข้าวมาทำวัสดุคลุมดิน&amp;nbsp;เพาะเห็ดฟาง&amp;nbsp;ทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ต้องไม่&amp;nbsp;เผาตอซังข้าวและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานวันรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้พี่น้องเกษตรกรชาวหัวตะพานและทุกอำเภอในจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน&amp;nbsp;ไม่เผาตอซังข้าว&amp;nbsp;โดยการไถกลบตอซัง&amp;nbsp;และหว่านพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;มีกิจกรรมในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;มอบใบประกาศแต่งตั้งวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ปล่อยคาราวานรถแห่ประชาสัมพันธ์หยุดเผา&amp;nbsp;กิจกรรมฐานเรียนรู้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลทางการเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425210145516</Link_News></row>
<row _id="419"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนมเตือนเกษตรกรปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังแมลงดำหนามมะพร้าว พร้อมแนะวิธีรับมือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แจ้งเตือนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวให้ระวังแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;เนื่องจากบางพื้นที่พบการเข้าทำลาย&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมะพร้าวและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเมื่อเริ่มพบใบมะพร้าวแห้งเหี่ยวสีน้ำตาล&amp;nbsp;ให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&amp;nbsp;ลักษณะการทำลาย&amp;nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่สุดของมะพร้าวที่ยังไม่คลี่&amp;nbsp;โดยซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่&amp;nbsp;และจะย้ายไปกินใบอ่อนอีกใบหลังจากที่ใบเดิมคลี่ออก&amp;nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;เมื่อมีการทำลายรุนแรงหลายๆ&amp;nbsp;ใบในแต่ละต้นจะมองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&amp;nbsp;ซึ่งชาวสวนมะพร้าว&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;nbsp;โรคหัวหงอก&amp;nbsp;ระยะตัวหนอนสำคัญที่สุด&amp;nbsp;เพราะทำลายได้รุนแรงกว่าตัวเต็มวัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้งและขาดน้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแพร่ระบาด&amp;nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูสำคัญของพืชตระกูลปาล์ม&lt;/strong&gt;พบระบาดรุนแรงในมะพร้าว&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่มีคุณภาพและมีปริมาณลดลง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้ทัศนียภาพที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวขาดความสวยงามเนื่องจากมะพร้าวเป็นโรคหัวหงอก&amp;nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวระบาดทำลายยอดมะพร้าวทั้งต้นเล็กและต้นสูงที่ให้ผลผลิตแล้วมักพบทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยในยอดเดียวกันเป็นจำนวนมากและในมะพร้าวที่ให้ผลแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิธีการป้องกันกำจัด&amp;nbsp;ในมะพร้าวต้นเตี้ย&amp;nbsp;ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินมาเก็บไข่&amp;nbsp;หนอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และตัวเต็มวัยไปทำลาย&amp;nbsp;ใช้ตัวห้ำ&amp;nbsp;ตัวเบียน&amp;nbsp;และเชื้อจุลินทรีย์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แมลงหางหนีบกินไข่&amp;nbsp;หนอน&amp;nbsp;และดักแด้&amp;nbsp;ปล่อยแมลงหางหนีบ&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ตัวต่อไร่&amp;nbsp;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;(Asecodeshipinarum)&amp;nbsp;ช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;พฤติกรรมการเข้าทำลายของแตนเบียน&amp;nbsp;เกิดจากเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในลำตัวของหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&amp;nbsp;หนอนแตนเบียนที่เกิดขึ้นภายในตัวแมลงดำหนามมะพร้าวฟักออกเป็นไข่ดูดกินของเหลว&amp;nbsp;แล้วเข้าทำลายตัวแมลงในที่สุด&amp;nbsp;ระยะการเจริญหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวถูกแตนเบียนทำลาย&amp;nbsp;เติบโตตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัยประมาณ&amp;nbsp;17-20&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปล่อยแตนเบียนอะซิโคเดส&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก./ไร่&amp;nbsp;ใช้เชื้อเมตตาไรเซียม&amp;nbsp;หรือใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยและสลายตัวเร็ว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คาร์บาริล&amp;nbsp;(เซฟวิน&amp;nbsp;85%&amp;nbsp;wp)&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้าพืชตระกูลปาล์ม&amp;nbsp;ก่อนการเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดทุกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425211704535</Link_News></row>
<row _id="420"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ พร้อมระวังน้ำน้อยใน 3 แหล่งน้ำขนาดใหญ่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ&amp;nbsp;พร้อมระวังน้ำน้อยใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;59&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,310&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426091109552</Link_News></row>
<row _id="421"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;มีแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426095950564</Link_News></row>
<row _id="422"><NewsTitle>คพ. เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบมาใช้แก้ปัญหาน้ำมันรั่วในประเทศและหาผู้กระทำผิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน&amp;nbsp;คราบน้ำมัน&amp;nbsp;และก้อนน้ำมันดิน&amp;nbsp;พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&amp;nbsp;(Oil&amp;nbsp;Fingerprint)&amp;nbsp;มาใช้แก้ปัญหาน้ำมันรั่วในประเทศและหาผู้กระทำผิด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กองจัดการคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้จัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางวิชาการ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;"การจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน&amp;nbsp;คราบน้ำมัน&amp;nbsp;ก้อนน้ำมันดิน"&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหลจะช่วยให้การจัดการปัญหามลพิษเห็นผลมากขึ้น&amp;nbsp;พร้อมพัฒนาศักยภาพการจัดการน้ำมันด้านต่างๆในประเทศไทย&amp;nbsp;แล้วนำไปประยุกต์ใช้ป้องกันการเกิดน้ำมันรั่วไหล&amp;nbsp;เนื่องจากปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันลงทะเลส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบริเวณชายหาดและก้อนน้ำมันดินตรงแนวชายฝั่งขึ้น&amp;nbsp;กระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล&amp;nbsp;ทรัพยากรทางทะเล&amp;nbsp;ระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;การประมง&amp;nbsp;และการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องใช้เวลายาวนานฟื้นฟูให้กับคืนความสมบูรณ์&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถบ่งชี้แหล่งที่มาของการรั่วไหลหรือผู้ที่กระทำความผิดได้&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ได้พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&amp;nbsp;(Oil&amp;nbsp;Fingerprint)&amp;nbsp;ถือเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันที่จะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันได้&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรฐานสากล&amp;nbsp;ภาพรวมจากการสำรวจพบสาเหตุการรั่วไหลของน้ำมันในประเทศไทยระหว่างปี&amp;nbsp;2516&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เกิดจากอุบัติเหตุไม่ทราบสาเหตุสูงถึงร้อยละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจ่ายค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่สภาพเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันได้ใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&amp;nbsp;(Oil&amp;nbsp;Fingerprint)&amp;nbsp;เพื่อเปรียบเทียบความเหมือนของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ต้องสงสัย&amp;nbsp;โดยจะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันของประเทศไทยต่อไป&amp;nbsp;แล้วจะตรวจสอบจากตัวชี้วัดทางชีวภาพที่คงทนและไม่เสื่อมสลายไปกับกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อย้อนกลับไปบ่งชี้แหล่งที่มา&amp;nbsp;ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถนำมาจัดการมลพิษทางน้ำจากการรั่วไหลของน้ำมัน&amp;nbsp;คราบน้ำมัน&amp;nbsp;และก้อนน้ำมันดินที่เกิดในประเทศให้ลดน้อยลง&amp;nbsp;พร้อมร่วมกับประเทศต่างๆควบคุมการลักลอบการระบายน้ำมันและคราบน้ำมันลงสู่สิ่งแวดล้อมต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426104309588</Link_News></row>
<row _id="423"><NewsTitle>จังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรม น่าบ้าน น่ามอง  ร่วมกันทำความสะอาดหน้าบ้านและพื้นที่สาธารณะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบางนางลี่&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;น่าบ้าน&amp;nbsp;น่ามอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันทำความสะอาด&amp;nbsp;หน้าบ้านตนเอง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;จิระโรจน์&amp;nbsp;กองวารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ร่วมกันทำความสะอาดคลองบางแค&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันทุกพื้นที่มีกิจกรรมลงแขกลงคลองทุกๆ&amp;nbsp;เดือนอยู่แล้ว&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างต้นแบบให้กับประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง&amp;nbsp;เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเมืองสะอาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างวินัยให้แก่คนในชุมชน&amp;nbsp;ในการรักษาความสะอาดของหน้าบ้าน&amp;nbsp;และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการกำจัดขยะ&amp;nbsp;และลดปริมาณการทิ้งขยะในแต่ละวัน&amp;nbsp;ตลอดจนช่วยกันรักษาความสะอาดถนน&amp;nbsp;สถานที่สาธารณะ&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;กำจัดวัชพืช&amp;nbsp;และสิ่งปฏิกูลในแม่น้ำลำคลอง&amp;nbsp;และปรับสภาพภูมิทัศน์ในชุมชนให้สวยงาม&amp;nbsp;ชุมชนน่าอยู่&amp;nbsp;หน้าบ้านน่ามอง&amp;nbsp;คลองสวยน้ำใสอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426104507590</Link_News></row>
<row _id="424"><NewsTitle>กรมฝนหลวงฯ จัดอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ สำหรับบุคลากรของไทยและมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 25  28 เมษายน นี้ มุ่งเพิ่มพูนความรู้ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภักดี&amp;nbsp;จันทร์เกษ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ&amp;nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศ&amp;nbsp;เสริมสร้างขีดความสามารถการดัดแปรสภาพอากาศ&amp;nbsp;และลดความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;สำหรับใช้บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของราษฎร&amp;nbsp;โดยการอบรมครั้งนี้ช่วยเพิ่มพูนทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีฝนหลวง&amp;nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับมองโกเลีย&amp;nbsp;และการอบรมครั้งนี้ได้มีนักวิชาการด้านอุตุนิยมวิทยาและการดัดแปรสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและติดตามสภาพอากาศแห่งประเทศมองโกเลีย&amp;nbsp;เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และนักวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเนื้อหาในการให้ความรู้ครั้งนี้ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประวัติความเป็นมาของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ประวัติของเทคโนโลยีฝนหลวง&amp;nbsp;ขั้นตอนการปฏิบัติการฝนหลวงในประเทศไทย&amp;nbsp;คุณลักษณะทางฟิสิกส์ของเมฆในประเทศไทย&amp;nbsp;การเลือกเมฆเพื่อการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;การตัดสินใจเพื่อการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;การพัฒนาระบบประเมินผลการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;ระบบประเมินพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;และวิธีการประเมินคุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาดหวังว่าการอบรมครั้งนี้บุคลากรของไทยและมองโกเลีย&amp;nbsp;จะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศของประเทศตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชน&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างเครือข่ายความมือด้านการดัดแปรสภาพอากาศระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย&amp;nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศที่ได้น้อมนำแนวทางศาสตร์ฝนหลวงพระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่ชาวต่างประเทศ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426132054654</Link_News></row>
<row _id="425"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เข้าตรวจต่ออายุการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสําหรับสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก (GAP) โรงฟักชัยภูมิ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&amp;nbsp;โชติวนิช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;เข้าตรวจต่ออายุการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสําหรับสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;โรงฟักชัยภูมิ&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;ซีพีเอฟ&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;นายฐาภพ&amp;nbsp;อำมาตย์&amp;nbsp;ที่ตั้ง&amp;nbsp;296&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.นาเสียว&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;พื้นที่สถานประกอบการ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวนไข่เข้าฟัก&amp;nbsp;384,000&amp;nbsp;ฟอง/สัปดาห์&amp;nbsp;จำนวนลูกสัตว์ปีก&amp;nbsp;288,000&amp;nbsp;ตัว/สัปดาห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการเข้าตรวจพบว่าโดยรวมองค์ประกอบฟาร์มส่วนใหญ่เป็นไปตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขเล็กน้อย&amp;nbsp;เอกสารการบันทึกยังมีบางส่วนที่ไม่ครบถ้วน&amp;nbsp;ไม่สามารถทวนสอบได้&amp;nbsp;จึงได้แนะนำให้ผู้ประกอบการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;แล้วรวบรวมรูปถ่ายพร้อมเอกสารส่งให้คณะผู้ตรวจฯ&amp;nbsp;เพื่อส่งให้คณะผู้ตรวจรับรองประจำ&amp;nbsp;สนง.ปศข.3&amp;nbsp;พิจารณาให้การต่ออายุ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โรงฟักไข่สัตว์ปีก&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426112823617</Link_News></row>
<row _id="426"><NewsTitle>แกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขอบคุณและให้กำลังใจ พลเอก ประวิตร ช่วยป้องกันการเอาเปรียบจากกลุ่มทุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้การต้อนรับนายสุพิท&amp;nbsp;มีแก้ว&amp;nbsp;ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;พร้อมแกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม&amp;nbsp;เข้าพบ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องรับรอง&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณ&amp;nbsp;ในฐานะประธานกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ได้ช่วยแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันให้มีเสถียรภาพมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จนมูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;แสนล้านบาทในปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาย&amp;nbsp;สุพิทฯ&amp;nbsp;กล่าวขอบคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;และคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ได้สานต่อแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันได้ลุล่วงทั้งระบบ&amp;nbsp;ด้วยการรับฟังข้อมูล&amp;nbsp;ปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มและเปิดการมีส่วนร่วมของเกษตรกรร่วมแก้ปัญหา&amp;nbsp;พร้อมไปกับการป้องกันการกดราคาจากกลุ่มทุนใหญ่และผลักดันพลังงานทางเลือกจากปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพมากขึ้น&amp;nbsp;พร้อมกับเสนอให้ช่วยผลักดันจัดทำโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ&amp;nbsp;การติดตั้งมิเตอร์วัดคุณภาพน้ำมัน&amp;nbsp;การควบคุมน้ำมันปาล์มลักลอบข้ามแดน&amp;nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือบรรเทาราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;กล่าวแสดงความขอบคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่ารัฐบาล&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;พยามรักษาเสถียรภาพปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ด้วยการควบคุมสต๊อกและราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมการส่งออกและถ่วงดุล&amp;nbsp;รวมทั้งอยู่ระหว่างเร่งรัดจัดทำโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;ควบคู่กับการติดตั้งมิเตอร์วัดระดับน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;เพื่อรักษาคุณภาพและควบคุมความถูกต้อง&amp;nbsp;นอกจากนั้นได้ตั้งคณะทำงาน&amp;nbsp;ดูแลในการยกร่าง&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่ติดขัด&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้พยายามขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการในการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งการผลิตเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อการส่งออกอีก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่า&amp;nbsp;จะผลักดันขับเคลื่อนกลไกปาล์มน้ำมันทั้งระบบ&amp;nbsp;ร่วมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์มต่อไป&amp;nbsp;เพื่อเสถียรภาพของปาล์มน้ำมันและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426112347613</Link_News></row>
<row _id="427"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสุรเดช&amp;nbsp;สมิเปรม&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และนางณัฐธัญ&amp;nbsp;กาหลง&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่&amp;nbsp;เข้าพบ&amp;nbsp;นายวิระศักดิ์&amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;หารือข้อราชการด้านการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดแรก&amp;nbsp;เยี่ยมชม&amp;nbsp;บริษัทอเนก&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผู้ผลิตและจำหน่ายนกกระทาแบบครบวงจร&amp;nbsp;ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&amp;nbsp;(นายอเนก&amp;nbsp;สีเขียวสด)&amp;nbsp;พร้อมด้วยประธานสภาเกษตร&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ต.ป่างิ้ว&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.อ่างทอง&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหลายส่วน&amp;nbsp;ในการจัดทำนวัตกรรมการทำไข่แดงเซ็นเตอร์&amp;nbsp;ภายบ่ายตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;แปลงใหญ่ชะอม&amp;nbsp;ต.โพธิ์รังนก&amp;nbsp;อ.โพธิ์ทอง&amp;nbsp;จ.อ่างทอง&amp;nbsp;และดูงานแปลงชะอม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพยง&amp;nbsp;คุ้มสกุลณี&amp;nbsp;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;180&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;ทางกลุ่มเกษตรกรมุ่งเน้นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;และจัดหาช่องทางการตลาด&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนและการตอบรับจากส่วนราชการเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ผลผลิตยอดชะอม&amp;nbsp;ทำเป็นธุรกิจมีการพัฒนา&amp;nbsp;และมีช่องทางการตลาด&amp;nbsp;มีรถห้องเย็นไปจัดส่งตลาดไท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกภาคส่วนในพื้นที่บูรณาการร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;และขอให้ปศุสัตว์จังหวัดและสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกันในการจัดทำปุ๋ยจากมูลแพะ&amp;nbsp;โดยเริ่มทดลองใช้ในโครงการแปลงใหญ่ชะอมภายใน&amp;nbsp;เดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อ่างทอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426122802636</Link_News></row>
<row _id="428"><NewsTitle>คนเลี้ยงหมูใต้ โอดแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ อุปสรรคเข้าเลี้ยงรอบใหม่ ซ้ำมีขบวนการลักลอบนำเข้าหมู เสี่ยงโรค-สารเร่ง-ทุบอุตสาหกรรมหมู</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพ นับตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคในสุกรที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรต้องเลิกเลี้ยง หรือหยุดการเลี้ยงไว้ก่อน แต่กลับต้องมีต้นทุนการป้องกันโรคอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถกลับมาเข้าเลี้ยงสุกรรอบใหม่ได้ และปัญหาสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ เกษตรกรขาดเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพ จากภาระหนี้สินสะสมตลอดเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา และหนักที่สุดในช่วงปีนี้ที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 98.81 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำใช้ ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการเลี้ยงยังประสบปัญหาอากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน เมื่อสัตว์ปรับตัวไม่ได้จึงมีอัตราเสียหายมากขึ้น ผลผลิตที่ได้ลดลง โดยเกษตรกรขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 96  98 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว ที่สำคัญทุกครั้งที่ราคาปรับตัวในระดับที่เกษตรกรผู้เลี้ยงพออยู่ได้ ภาครัฐจะเข้ามามีส่วนในการกำหนดราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู กำลังมีทุกข์หนักเนื่องจากการเลี้ยงหมูต้องหยุดชะงักลง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะโรคระบาด เกษตรกรจึงไม่สามารถขอกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ เพราะคนเลี้ยงไม่มีรายได้และยังไม่มีหลักประกันในอาชีพ วันนี้เกษตรกรขาดที่พึ่ง แม้อยากทำอาชีพเลี้ยงหมูต่อก็ต้องมีอุปสรรคเพราะไม่มีต้นทุน การจะเริ่มการเลี้ยงหมูรอบใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากจากการต้องปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ได้มาตรฐาน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย บางรายที่พอมีแรงไปต่อก็ต้องอาศัยต้นทุนนจำนวนมากเพื่อการเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน หมูปลอดภัย ปลอดโรค&amp;nbsp;ถ้ายังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็ยิ่งกระทบกับปริมาณหมูที่ลดลงมากยิ่งขึ้น เท่ากับความมั่นคงทางอาหารโปรตีนของประเทศก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยเช่นกัน เกษตรกรจึงขอความเห็นใจจากธนาคารและภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหานี้&lt;/em&gt; นายปรีชา กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มี กลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ เข้ามาสวมเป็นสุกรไทย จำหน่ายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย ทั้งในแง่เศรษฐกิจ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีอากร และความเสี่ยงของผู้บริโภคจากสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรกว่า 2 แสนราย และเกษตรกรในห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ก็มีความเสี่ยงในอาชีพจากกลไกสินค้าที่ถูกบิดเบือนจากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ต่างประเทศดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งกวาดล้างขบวนการนี้ให้หมดไปโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หากเกษตรกรเลี้ยงสุกรต้องล่มสลาย จากการไม่มีต้นทุนซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ และเนื้อสุกรลักลอบนำเข้าที่เข้ามาตีตลาดสุกรไทย ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426120551626</Link_News></row>
<row _id="429"><NewsTitle>เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมเก็บขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดชายหาด เนื่องในวันสถาปนาสภากาชาดไทย ครบ 129 ปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางสุภาเพ็ญ&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมเก็บขยะ&amp;nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดชายหาด&amp;nbsp;เนื่องในวันสถาปนาสภากาชาดไทย&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;129&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนสาธารณะธารา&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;มีระยะทางประมาณ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สาเก็บขยะได้ประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุภาเพ็ญ&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;ดำเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากลและเป็นองค์การสาธารณกุศลระดับชาติคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;ถือกำเนิดขึ้นในรัตนโกสินทรศก&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ขณะนั้นได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างสยามกับฝรั่งเศส&amp;nbsp;เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง&amp;nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&amp;nbsp;วิกฤตการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร.ศ.112&amp;nbsp;เหตุการณ์ทวีความรุนแรงจนเกิดการสู้รบและส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่ไม่มีองค์กรการกุศลใด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือและให้การรักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บเหล่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่านผู้หญิงเปลี่ยน&amp;nbsp;ภาสกรวงศ์&amp;nbsp;จึงได้ชักชวนและรวบรวมสตรีอาสาสมัคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรี่ยไรทุนทรัพย์&amp;nbsp;จัดตั้งสภาอุณาโลมแดง&amp;nbsp;เพื่อจัดซื้อยา&amp;nbsp;สิ่งของที่ควรแก่การพยาบาลทหารและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บต่อมา&amp;nbsp;เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง&amp;nbsp;สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ร.ศ.112&amp;nbsp;หรือพุทธศักราช&amp;nbsp;2436&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาสภากาชาดไทย&amp;nbsp;ภายหลังชื่อ&amp;nbsp;สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม&amp;nbsp;ได้เปลี่ยนชื่อเป็น&amp;nbsp;สภากาชาดสยาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2449&amp;nbsp;และเปลี่ยนชื่อเป็น&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2482&amp;nbsp;จวบจนปัจจุบัน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สภากาชาดไทยครบรอบ&amp;nbsp;129&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ยังคงสร้างความเชื่อมั่นและดำเนินการภายใต้พันธกิจหลัก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;การบริการโลหิต&amp;nbsp;และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ตามหลักการกาชาดสากล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มนุษยธรรม&amp;nbsp;ความไม่ลำเอียง&amp;nbsp;ความเป็นกลาง&amp;nbsp;ความเป็นอิสระ&amp;nbsp;บริการอาสาสมัคร&amp;nbsp;ความเป็นเอกภาพ&amp;nbsp;และความเป็นสากล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการดำเนินงานที่ผ่านมาในรอบปีของสำนักงานเหล่ากาชาด&lt;/strong&gt;จังหวัดกระบี่ได้มีการช่วยเหลือการบรรเทาทุกข์&amp;nbsp;ภัยพิบัติต่างๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;วาตภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุทกภัย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะโรค&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;ทางสภากาชาดไทยถึอว่าเป็นภัยอันดับหนึ่งที่ประชาชนเดือดร้อนเมื่อมีการกักตัว&amp;nbsp;การรักษาตัว&amp;nbsp;ก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือทันที&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีในเรื่องการบริจาคโลหิตในสภาวะที่โลหิตขาด&amp;nbsp;ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนทำให้สภาวะขาดแคลนเลือดเบาบางลง&amp;nbsp;ในส่วนของโครงการพระราชดำริทางเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ได้เข้าไปสนับสนุนในทุกๆโครงการด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426130929648</Link_News></row>
<row _id="430"><NewsTitle>เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ให้คำแนะนำการกำจัดเพลี้ยหอยในสวนทุเรียน ตำบลนาโยงเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชนี&amp;nbsp;นิลละออ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวนงลักษณ์&amp;nbsp;เงารัตนพันธิกุล&amp;nbsp;และนางจรัสศรี&amp;nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายประกิจ&amp;nbsp;จิตรใจภักดิ์&amp;nbsp;(อกม.&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.นาโยงเหนือ)&amp;nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของ&amp;nbsp;ร.ต.ทักษิณ&amp;nbsp;สัมฤทธิ์&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.นาโยงเหนือ&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากนายประกิจ&amp;nbsp;จิตรใจภักดิ์&amp;nbsp;พบการเข้าทำลายของเพลี้ยหอยในสวนทุเรียน&amp;nbsp;พันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บนพื้นที่&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พบว่าลักษณะการเข้าทำลาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณ?ใต้ใบทุเรียน&amp;nbsp;ทำให้ใบเหลืองเป็นจุดๆ&amp;nbsp;ที่หน้าใบ&amp;nbsp;ใบทุเรียนจะโทรมแห้งและร่วงหล่นใต้โคน&amp;nbsp;เบื้องต้นเกษตรกรได้ฉีดพ่นสารเคมี&amp;nbsp;ชื่อสามัญ&amp;nbsp;อะซีทามิพริด&amp;nbsp;ช่วยลดปริมาณเพลี้ยหอยลงได้ในระยะแรก&amp;nbsp;แต่ยังคงมีการเข้าทำลายหลังจากใช้ไปแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;ได้แนะนำให้ใช้สารป้องกันกำจัด&amp;nbsp;ในกลุ่มปิโตเลียมออยต์&amp;nbsp;และไวต์ออยต์&amp;nbsp;ปริมาณการใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก&amp;nbsp;พร้อมแนะนำให้ตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มในแปลงทุเรียน&amp;nbsp;เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก&amp;nbsp;เป็นการลดความชื้น?&amp;nbsp;เพิ่มแสงสว่างส่องถึงทรงพุ่ม&amp;nbsp;จัดเก็บใบที่ร่วงหล่นใต้โคนทำลายนอกแปลง&amp;nbsp;และควรหมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426140432675</Link_News></row>
<row _id="431"><NewsTitle>เกษตรกรในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ปลูกสละสุมาลีสร้างรายได้กว่า 350,000 บาทต่อปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละสุมาลีของนายสังคม&amp;nbsp;ทองโอ&amp;nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรรายดังกล่าวมีพื้นที่ปลูกสละประมาณ&amp;nbsp;3-3-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อายุประมาณ&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากผสมเกสร&amp;nbsp;220&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;(ความหวานอยู่ในช่วงที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของตลาด)&amp;nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยต่อปีประมาณ&amp;nbsp;352,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้สาธิตวิธีการผสมเกสรสละ&amp;nbsp;แต่เกษตรกรมีปัญหาเชื้อราเข้าทำลายผลสละ&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกสลับกับแดดจัด&amp;nbsp;เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุโรคผลเน่าเละของสละสุมาลี&amp;nbsp;ซึ่งผลสละที่มีเชื้อราเข้าทำลาย&amp;nbsp;จะมีอาการคือเปลือกผลสละจะมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ&amp;nbsp;เน่าลามทั้งผล&amp;nbsp;พบเส้นใยบนผลเมื่อมีความชื้นสูง&amp;nbsp;เนื้อภายในผลเริ่มแรกเป็นแผลสีน้ำตาลและเน่าเละเป็นสีน้ำตาลถึงดำ&amp;nbsp;ซึ่งสร้างความเสียหายให้เเก่เกษตรกรค่อนข้างสูง&amp;nbsp;จึงได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยใช้ในอัตราดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;-ทางดิน&amp;nbsp;โดยผสมเชื้อสด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โรยรอบโคนต้น&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม,&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ทางน้ำ&amp;nbsp;ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำสะอาด&amp;nbsp;100-200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งแนะนำให้มีการแขวนช่อผลผลิตสละให้สูงจากพื้นดิน&amp;nbsp;เพื่อลดการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;สนใจเยี่ยมชมสวนสละสุมาลี&amp;nbsp;หรือสั่งซื้อผลผลิตสละได้ที่&amp;nbsp;คุณสังคม&amp;nbsp;ทองโอ&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;099-3864179&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426143000702</Link_News></row>
<row _id="432"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;83&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;82&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;31&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวบริเวณตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;15,083&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,291&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,561&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;1,870&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;585&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;383&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426140324674</Link_News></row>
<row _id="433"><NewsTitle>ขนผลไม้คุณภาพส่งออกนานาชนิดจากสวนเกษตรกรถึงมือผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลผลไม้ไทย&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;ส่งตรงจากสวน&amp;nbsp;ที่แม็คโคร&amp;nbsp;สาขาสามเสน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้แทนเกษตรกร&amp;nbsp;กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการผลไม้ฤดูการผลิต&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผลผลิตจากผลไม้ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ที่จะมีผลผลิตออกมาประมาณ&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;เป็นทุเรียน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;และมังคุด&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;หมื่นตัน&amp;nbsp;โดยมีแหล่งผลิตสำคัญคือ&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;และตราด&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นฤดูกาลใหญ่ฤดูกาลแรกของปี&amp;nbsp;จากนั้นจะเป็นลำไยภาคเหนือ&amp;nbsp;ลงไปที่ผลไม้ภาคใต้&amp;nbsp;และจะวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งที่ลำไยของภาคตะวันออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มาตรการที่ทาง&amp;nbsp;Fruit&amp;nbsp;Board&amp;nbsp;กำหนดไว้&amp;nbsp;โดยจะส่งเสริมให้มีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;จากเดิมคือ&amp;nbsp;จะส่งออก&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;แต่ปีนี้กำหนดเป้าหมายใหม่คือ&amp;nbsp;ให้มีการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้ใหญ่ที่สุดของไทย&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการในการสร้างรายได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;จึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่นี้ขึ้นมา&amp;nbsp;ซึ่งโครงการการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิต&amp;nbsp;สู่ผู้บริโภคนี้&amp;nbsp;จะเป็นการนำผลไม้คุณภาพระดับส่งออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;ในราคาที่สมเหตุสมผล&amp;nbsp;โดยมาจากสวนของเกษตรกรโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อโควิด&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพแล้ว&amp;nbsp;ยังถือเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรของไทยด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426142346692</Link_News></row>
<row _id="434"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังร่วมกับคณะกรรมการแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ จัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อประเมินการจัดชั้นคุณภาพและกำหนดแนวทาง&lt;/strong&gt;การพัฒนา/ปรับปรุงการดำเนินงานของแปลงใหญ่แต่ละแปลง&amp;nbsp;และเพื่อทราบผลการดำเนินงานและได้องค์ความรู้การของแปลงใหญ่ภายหลังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;โดยให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ได้มีส่วนร่วมในการประเมินการจัดชั้นคุณภาพและหาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานของกลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารจัดการกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426143807707</Link_News></row>
<row _id="435"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน ตำบลนาท่ามเหนือ พร้อมเปิดช่องทางการขายใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;และติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แปลงทุเรียน&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;สมาธิ&amp;nbsp;และนางอารมณ์&amp;nbsp;สมาธิ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อ.เมืองตรัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ซึ่งได้โค่นยางพาราจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยปัจจุบันแปลงทุเรียนอายุประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จากการติดตา&lt;/strong&gt;มสถานการณ์ทุเรียนระยะผลอ่อน&amp;nbsp;และพัฒนาผล&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ระยะพัฒนาผลให้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;ในส่วนระยะผลอ่อนให้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;2000&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณสิงหาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังได้ดำเนินการถ่าย&lt;/strong&gt;จัดทำวิดิโอเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการดูและ&amp;nbsp;จัดการสวนทุเรียนให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;และหากสนใจทุเรียนทางสวนยินดีรับเปิดจองทุเรียนล่วงหน้า&amp;nbsp;โดยสามารถเปิดจองผ่าน&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ได้อีกช่องทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426144113710</Link_News></row>
<row _id="436"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีพุทธศักราช 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;สร้างความประทับใจแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019(COVID-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&amp;nbsp;ส่วนราชการอำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426154815754</Link_News></row>
<row _id="437"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นทำให้ตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาประมาณ&amp;nbsp;5.9&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&amp;nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426155215760</Link_News></row>
<row _id="438"><NewsTitle>พร้อมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในปีนี้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พิธีรวมกันคือ&amp;nbsp;พระราชพิธีพืชมงคล&amp;nbsp;เป็นพระราชพิธีทางสงฆ์&amp;nbsp;โดยจะประกอบพระราชพิธี&amp;nbsp;ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp;ในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในวันถัดมาของการประกอบพระราชพิธีคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;(วันไถหว่าน)&amp;nbsp;อันเป็นพิธีพราหมณ์จะประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มณฑลพิธีท้องสนามหลวง&amp;nbsp;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี&amp;nbsp;หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี&amp;nbsp;ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาคือ&amp;nbsp;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เทพีคู่หาบทอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวณัฐชยา&amp;nbsp;ศรีสุขสวัสดิ์&amp;nbsp;นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;และนางสาวอาทิตยา&amp;nbsp;ทองแกมแก้ว&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เทพีคู่หาบเงิน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวกันยารัตน์&amp;nbsp;เศวตนันทิกุล&amp;nbsp;นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และนางสาวชลธิชา&amp;nbsp;ทองอ่อน&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พระโคแรกนา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พระโคพอและพระโคเพียง&amp;nbsp;พระโคสำรอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พระโคเพิ่ม&amp;nbsp;และพระโคพูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปีนี้&amp;nbsp;กรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ซึ่งนำมาใช้ในงานพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกในฤดูนาปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดามาใช้ในงานพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าวนาสวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,728&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;และจัดเป็น&amp;nbsp;พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน&amp;nbsp;บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร&amp;nbsp;ประชาชนผู้สนใจ&amp;nbsp;และชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และภายใต้มาตรการป้องกันควบคุม&amp;nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเดินทางมายังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนยังสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ&amp;nbsp;ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426192220887</Link_News></row>
<row _id="439"><NewsTitle>อบจ.กำแพงเพชร จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้สูงอายุ เข้าศึกษาดูแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทึ่ "สวนเกษตรลุงฮุย  สวนทุเรียนแห่งแรกในกำแพงเพชร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสุนทร&amp;nbsp;รัตนากรนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;น.ส.ดาหวัน&amp;nbsp;อินทพงษ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรนำคณะศึกษาดูงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้สูงอายุในเขตพื้นที่อำเภอพรานกระต่ายจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เดินทางมาศึกษาและดูงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวนเกษตรลุงฮุย&amp;nbsp;ซึ่งมีนายวศิน&amp;nbsp;ศรีงาม&amp;nbsp;ทายาทลุงฮุยให้การต้อนรับและอธิบายถึงแนวทางการปลูกทุเรียนท่ามกลางความเสี่ยง&amp;nbsp;"ปลูกอย่างไร?&amp;nbsp;ถึงจะรอด&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ผู้ที่เข้าร่วมศึกษาดูงานได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสวนเกษตรลุงฮุยเป็นสวนเกษตรที่ได้ทำการปลูกทุเรียนและเงาะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นสวนแห่งแรกของจังหวัดกำแพงเพชรโดยมีอายุกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีนายฮุย&amp;nbsp;จันทร์เจริญ&amp;nbsp;ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วได้ริเริ่มทดลองทำการปลูกทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;มะไฟ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ชมพู่&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;กระท้อน&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;บนพื้นที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านหนองกรด&amp;nbsp;ตำบลสระแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;และในระหว่างช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;จะมีลูกค้าทั้งภายในและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชมสวนวันละนับร้อยคน&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน&amp;nbsp;เยาวชนตลอดจนผู้สนใจได้มาศึกษาดูงานเรียนรู้ด้านการเกษตรพืชสวนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.กำแพงเพชร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426160906768</Link_News></row>
<row _id="440"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ คัดเลือกพระโคเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี&amp;nbsp;สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิต&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกโค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นพระโคตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;กล่าวคือ&amp;nbsp;จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี&amp;nbsp;รูปร่างสมบูรณ์&amp;nbsp;มีความสูงไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ซ.ม.ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;180&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน&amp;nbsp;ผิวสวย&amp;nbsp;ขนเป็นมัน&amp;nbsp;กิริยามารยาทเรียบร้อย&amp;nbsp;ฝึกง่าย&amp;nbsp;สอนง่ายไม่ดุร้าย&amp;nbsp;เขาลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน&amp;nbsp;ตาแจ่มใส&amp;nbsp;หูไม่มีตำหนิ&amp;nbsp;หางยาวสวยงามดี&amp;nbsp;มีขวัญหน้า&amp;nbsp;ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้อง&amp;nbsp;มีขาและกีบข้อเท้าแข็งแรง&amp;nbsp;มองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปีพ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;เป็นพระโคแรกนาขวัญ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พระโคพอ&amp;nbsp;มีความสูง&amp;nbsp;165&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความยาวลำตัว&amp;nbsp;225&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&amp;nbsp;214&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พระโคเพียง&amp;nbsp;มีความสูง&amp;nbsp;169&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความยาวลำตัว&amp;nbsp;238&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&amp;nbsp;209&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พระโคสำรอง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พระโคเพิ่ม&amp;nbsp;มีความสูง&amp;nbsp;159&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความยาวลำตัว&amp;nbsp;233&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&amp;nbsp;201&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พระโคพูล&amp;nbsp;มีความสูง&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความยาวลำตัว&amp;nbsp;238&amp;nbsp;ซ.ม.&amp;nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&amp;nbsp;205&amp;nbsp;ซ.ม.อายุ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน&amp;nbsp;มีสีผิวขาวอมชมพู&amp;nbsp;ขนสีขาวสะอาด&amp;nbsp;ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ&amp;nbsp;หรือสีอื่นบนลำตัว&amp;nbsp;เขามีสีขาว&amp;nbsp;เป็นลำเทียน&amp;nbsp;เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม&amp;nbsp;ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน&amp;nbsp;ขนตาสีชมพู&amp;nbsp;บริเวณจมูกขาว&amp;nbsp;กีบสีขาว&amp;nbsp;ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว&amp;nbsp;ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง&amp;nbsp;เวลายืนและเดินสง่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชาย&amp;nbsp;ดำทะมิส&amp;nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคพอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&amp;nbsp;และนายอาคม&amp;nbsp;วัฒนากูล&amp;nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพียง&amp;nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&amp;nbsp;ใช้เป็นพระโคแรกนาขวัญประจำปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายทฤษดี&amp;nbsp;ชาวสวนเจริญ&amp;nbsp;อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพิ่ม&amp;nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&amp;nbsp;และนายวิจารณ์&amp;nbsp;ภุกพิบูลย์&amp;nbsp;มอบพระโคพูลให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&amp;nbsp;ใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426192921898</Link_News></row>
<row _id="441"><NewsTitle>จังหวัดสงขลา ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เรียนรู้การขายสินค้าในตลาดออนไลน์และวิธีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เรียนรู้การขายสินค้า&lt;/strong&gt;ในตลาดออนไลน์และวิธีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในฤดูกาลผลไม้ที่จะมาถึงนี้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลาได้จัดอบรมการพัฒนาศักยภาพด้านตลาดออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการส่งออกสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงแรมบุรีศรีภูฯ&amp;nbsp;อ.หาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&amp;nbsp;เมื่อวันที่26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก&amp;nbsp;ปี2565&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลผลิตปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มาตรการโดยกำหนดให้มีการจัดอบรมความรู้แก่เกษตรกรในเรื่อง&amp;nbsp;การค้าออนไลน์เพื่อจำหน่ายผลไม้โดยตรงแก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;และความรู้เกี่ยวกับการส่งออกเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งผลกระทบหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ด้านสังคม&amp;nbsp;การดำเนินชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคการส่งออก&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกกำลังออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;แต่เนื่องจากการส่งออกในต่างประเทศขณะนี้&amp;nbsp;โดยเฉพาะประเทศจีนมีอุปสรรคในการขนส่งเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เช่นการปิดด่าน&amp;nbsp;(ตงซิง)&amp;nbsp;รถขนส่งผลไม้ต้องปลอดโควิด&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่เพียงพอเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในส่วนของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกผลไม้หลักที่สำคัญทางเศรษฐกิ&lt;/strong&gt;จ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียนมังคุด&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย&amp;nbsp;อำเภอเทพา&amp;nbsp;อำเภอจะนะอำเภอสะเดา&amp;nbsp;อำเภอนาทวี&amp;nbsp;อำเภอคลองหอยโข่ง&amp;nbsp;อำเภอรัตภูมิ&amp;nbsp;ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม&amp;nbsp;ในเรื่องการตลาดเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;เมื่อไม่สามารถดำเนินการแบบปกติได้&amp;nbsp;ก็ต้องปรับวิธีการค้าใหม่&amp;nbsp;ซึ่งทางกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงมากพานิชย์&amp;nbsp;ได้มอบโอกาสดีๆ&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรในครั้งนี้&amp;nbsp;จะได้มีการพัฒนาตลาดการค้าออนไลน์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การซื้อสินค้า&amp;nbsp;เครื่องใช้ต่างๆ&amp;nbsp;ผ่านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;เช่นลาซาด้า&amp;nbsp;ช้อปปี้&amp;nbsp;หรือเจดีเซ็นทรัล&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426164323812</Link_News></row>
<row _id="442"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดภูเก็ต เชิญชมและเลือกซื้อสินค้า ผ่านตลาดเกษตรกรออนไลน์ เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง เพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรได้กระจายผลผลิต ในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุบรรณ์&amp;nbsp;รักษ์ทอง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ได้ร่วมจำหน่ายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในโครงการส่งเสริมตลาดออนไลน์ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี&amp;nbsp;สามารถจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่มีอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;และเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรกระจายผลผลิต&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และสามารถนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้งวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้าน&amp;nbsp;การแนะนำแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรในช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ในรูปแบบของเว็บไซต์ชื่อ&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ภายใต้สโลแกน&amp;nbsp;เกษตรกรจริงจริง&amp;nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&amp;nbsp;เพียงคุณสั่ง&amp;nbsp;เราพร้อมส่ง&amp;nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล&amp;nbsp;และช่องทางการติดต่อซื้อขายสินค้าเกษตรแบบออนไลน์&amp;nbsp;ที่ผ่านการคัดสรรจากคณะทำงานโครงการส่งเสริมตลาดออนไลน์ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประกอบด้วยสินค้าเกษตรจำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวและธัญพืช&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&amp;nbsp;อาหารแปรรูปและเครื่องดื่มสมุนไพรและเครื่องสำอาง&amp;nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์&amp;nbsp;และสินค้าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ได้คัดเลือกสินค้าคุณภาพดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากเกษตรกร/องค์กรเกษตรกร,&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer,&amp;nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชาดาวอินคา&amp;nbsp;,น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น,&amp;nbsp;ก้อนเห็ดอินทรีย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สับปะรดภูเก็ต&amp;nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายผ่านระบบ&amp;nbsp;online&amp;nbsp;ในโครงการนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์&lt;/strong&gt;ตลาดเกษตรกรออนไลน์&amp;nbsp;เพียงค้นหาด้วยการพิมพ์คำว่า&amp;nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ก็จะสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพดี&amp;nbsp;ผลิตจากใจเกษตรกรตัวจริง&amp;nbsp;พร้อมส่งถึงบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426163628803</Link_News></row>
<row _id="443"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 สำรวจและประเมินสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นางสาวปวีณา&amp;nbsp;ด่านกุล&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและประเมินการบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองบัวใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบัวใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พบว่ายังมีขยะสะสมตกค้าง&amp;nbsp;และขยะปลิว&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;มีแผนยกระดับพัฒนาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และดำเนินการกลบขยะสะสมในพื้นที่&amp;nbsp;สสภ.11&amp;nbsp;จึงได้&amp;nbsp;มีข้อเสนอแนะในเบื้องต้น&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(1)&amp;nbsp;ให้ดำเนินการฝังกลบขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;และปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะเพื่อป้องกันมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(2)&amp;nbsp;ดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนให้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(3)&amp;nbsp;งดเผาขยะมูลฝอย&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มาทิ้งขยะ&amp;nbsp;เข้าใจถึงปัญหา&amp;nbsp;รวมทั้งหมั่นตรวจตราดูแลสถานที่กำจัดขยะ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบเผาขยะ&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426205641945</Link_News></row>
<row _id="444"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามตรวจสอบ และประเมินประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นางสาวปวีณา&amp;nbsp;ด่านกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบ&amp;nbsp;และประเมินประสิทธิภาพการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;เทศบาลเมืองบัวใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบัวใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เทศบาลเมืองบัวใหญ่&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองบัวใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถรองรับน้ำเสียได้วันละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ปัจจุบันมีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ&amp;nbsp;2,780&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;92.66&amp;nbsp;ของที่ออกแบบไว้&amp;nbsp;จากการติดตามประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;มีการเดินระบบปกติ&amp;nbsp;น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วปล่อยลงสู่ห้วยลึก&amp;nbsp;และห้วยกสิกรรม&amp;nbsp;ทั้งนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;ได้ให้ข้อเสนอแนะในการวางท่อรวบรวมน้ำเสียให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เขตการปกครอง&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการจัดการน้ำเสียเพียง&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานระบบบำบัดน้ำได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และเสนอให้เทศบาลเมืองบัวใหญ่&amp;nbsp;เก็บข้อมูลด้านพลังงาน&amp;nbsp;และข้อมูลด้านป่าไม้เพื่อเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;(LESS)&amp;nbsp;สร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426205824947</Link_News></row>
<row _id="445"><NewsTitle>จ.สุรินทร์  ลงพื้นที่ติดตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์ ณ อำเภอกาบเชิง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.20&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นางทรงลักษณ์&amp;nbsp;วรภัย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอกาบเชิงเยี่ยมชม&amp;nbsp;ทุเรียนเมืองช้าง&amp;nbsp;ทุเรียนอินทรีย์คุณภาพของจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ลุงสงวน-ป้าแสงจันทร์&amp;nbsp;ศาลางาม&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;78&amp;nbsp;บ้านโนนทอง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลโคกตะเคียน&amp;nbsp;อำเภอกาบเชิง&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลุงสงวน&amp;nbsp;ศาลางาม&amp;nbsp;คือหนึ่งในเกษตรกรผู้ริเริ่มการปลูกทุเรียนในจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากพื้นที่ทำเกษตรทั้งหมด&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยแต่เดิมปลูกข้าว&amp;nbsp;แต่ผลผลิตไม่ดี&amp;nbsp;ขายไม่ได้ราคา&amp;nbsp;ต่อมาเมื่อปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;ได้หันมาทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;โดยนำพันธุ์มาจากจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการลองผิดลองถูก&amp;nbsp;ปรากฏว่าต้นทุเรียนเติบโตได้ดีจนออกลูกให้เก็บได้ในปีแรกนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;และสามารถจำหน่ายได้&amp;nbsp;จึงตั้งใจจะปลูกทุเรียนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากทุเรียนแล้ว&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ของนายสงวน&amp;nbsp;ศาลางาม&amp;nbsp;ยังปลูกพืชไร่และผลไม้อื่นๆ&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;อินทผาลัม&amp;nbsp;น้อยหน่า&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละชนิดก็กำลังเจริญเติบโตคาดว่าจะให้ผลผลิตในเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426224920948</Link_News></row>
<row _id="446"><NewsTitle>เกษตรยะลา ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวในกล้วย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรามัน&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวในกล้วย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านปาแตรายอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเกะรอ&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการจัดการการระบาดโรคเหี่ยวในกล้วย&amp;nbsp;ทั้งการปลูกในแปลงเดิมและการปลูกในแปลงใหม่&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้&amp;nbsp;แนะนำเรื่องสารชีวภัณฑ์และการจัดการศัตรูพืชในทุเรียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427090820963</Link_News></row>
<row _id="447"><NewsTitle>ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงดีมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427091951968</Link_News></row>
<row _id="448"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ&amp;nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;63&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และตรัง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,160&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp;อย่างกรมชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;พร้อมติดตามสภาพอากาศ&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;แหล่งน้ำ&amp;nbsp;แม่น้ำสายหลักต่างๆ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&amp;nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;แล้วเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เร่งเก็บขยะและวัชพืชในเขตบางเขน&amp;nbsp;มีนบุรี&amp;nbsp;คลองสามวา&amp;nbsp;และบางคอแหลม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพร้อมรับมือฝน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427092241969</Link_News></row>
<row _id="449"><NewsTitle>จังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียคลองวัดประดู่&amp;nbsp;โดยมีพันเอกจิระโรจน์&amp;nbsp;กองวารี&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด,นายอนุกูล&amp;nbsp;เรือนแก้ว&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดฯ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;คณะทำงานด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการ,คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย,คณะทำงานการกำจัดตะกอนที่ตกค้างสะสมในคลอง,คณะทำงานด้านการกำจัดผักตบชวา,คณะทำงานด้านการตรวจสอบแหล่งน้ำเสีย,คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และคณะทำงานด้านติดตามและประเมินผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมให้คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพิ่มจำนวน&amp;nbsp;จุดตรวจคุณภาพน้ำจากเดิม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตรงบริเวณคลองจอมประทัด&amp;nbsp;และคลองบางนางสูญ&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำมาวิเคราะห์คุณภาพ&amp;nbsp;ส่วนด้านการกำจัดตะกอนเลนที่ตกค้างและสะสมในคลอง&amp;nbsp;ผลจากการทดลองของกรมชลประทานนำเรือเครื่องจักรกลและเรือดูดเลนของภูมิปัญญาชาวบ้าน&amp;nbsp;ผลปรากฏว่าเรือดูดเลนของภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถดูดเลนได้ปริมาณที่มากกว่าและใช้แรงงานน้อยกว่า&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า&amp;nbsp;ด้านการกำจัดวัชพืชจากการสำรวจตั้งแต่ปากคลองวัดประดู่จนถึงเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรี&amp;nbsp;มีจุดที่ผักตบชวาหนาแน่นถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การตรวจค่าน้ำถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก&amp;nbsp;เพื่อเราจะได้วิเคราะห์ว่าคุณภาพน้ำแต่ละจุดมีค่าแบคทีเรียมาจากกลุ่มใด&amp;nbsp;จากพืชหรือสัตว์เลือดอุ่น&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมการประชุมครั้งต่อไปขอให้ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งแจ้งว่าการประชุมครั้งต่อไป&amp;nbsp;หน่วยงานใดมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&amp;nbsp;ขอให้นำตัวอย่างหรือรายละเอียดมานำเสนอด้วยเพื่อจะร่วมกันพิจารณานำไปแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427101814982</Link_News></row>
<row _id="450"><NewsTitle>จ.ระยอง ออกมาตรการด้านความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ในผลไม้ส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ออกคำสั่งจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยจากเชื้อโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ในผลไม้เพื่อการส่งออกของจังหวัดระยอง&amp;nbsp;หลังจากพบการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในตู้สินค้าและบรรจุภัณฑ์ผลไม้ที่ส่งออกไปยังประเทศจีนเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนส่งผลให้มีการระงับการส่งออกผลไม้บริเวณด่านชายแดนจีน&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;13-15&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ตามมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;ของจีน&amp;nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายและกระทบด้านความเชื่อมั่นต่อผลไม้ส่งออกในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จึงกำหนดมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;Rayong&amp;nbsp;Fruit&amp;nbsp;(ZCRF)&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ส่งออก&amp;nbsp;ล้งรับซื้อผลไม้&amp;nbsp;ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งผลไม้&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;หากพบการติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ&amp;nbsp;ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ให้ทราบทันที&amp;nbsp;ก่อนจัดเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อลงพื้นที่สุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หากผู้ใดฝ่าฝืน&amp;nbsp;ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&amp;nbsp;อาจมีความผิดตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.โรคติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.2548&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นบาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427104713990</Link_News></row>
<row _id="451"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว ระบุ แก้ปัญหาข้าวมีความคืบหน้า </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า&amp;nbsp;ขอขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมแก้ปัญหาเรื่องข้าวกันมาตลอดหลายปี&amp;nbsp;ทำให้หลายอย่างมีความคืบหน้า&amp;nbsp;โดยยังคงต้องทำต่อไปและต้องมีการปรับเปลี่ยน&amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าทุกคนคงเข้าใจกันดีว่าเป็นภาระอันหนักที่ต้องดูแลประชาชนและเกษตรกรชาวนาให้สามารถอยู่ได้&amp;nbsp;เพราะวันนี้ก็มีสถานการณ์หลายอย่าง&amp;nbsp;ที่เพิ่มผลกระทบเข้ามาทั้งในเรื่องของแรงงาน&amp;nbsp;สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;และสถานการณ์สงครามความขัดแย้ง&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละปัญหามีความยากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;แต่ยังคงเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการทุกคนจะหาวิธีการที่เหมาะสมให้ดีที่สุด&amp;nbsp;ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีการพัฒนาพอสมควร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190323255</Link_News></row>
<row _id="452"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรคราม ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จัดสัมมนาระบบ QR trace on cloud ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรมาตรฐานและตลาดไร้คนกลาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&amp;nbsp;จัดสัมมนาระบบ&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;trace&amp;nbsp;on&amp;nbsp;cloud&amp;nbsp;ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรมาตรฐานและตลาดไร้คนกลาง&amp;nbsp;dgt&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมริเวอร์ตัน&amp;nbsp;อัมพวา&amp;nbsp;โดยมีนายชนวัฒน์&amp;nbsp;สิทธิธูรณ์&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการสัมมนา&amp;nbsp;เป็นการจับคู่ธุรกิจยุคใหม่ที่เกษตรกรไทยและผู้บริโภคจะมาพบกันในโลกออนไลน์&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้ารับการอบรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าในตลาดออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายชนวัฒน์&amp;nbsp;สิทธิธูรณ์&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสวงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติลงพื้นที่จัดทำประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ถึงมาตรฐานของส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;สมุทรสงคราม&amp;nbsp;โดยนายประวิตร&amp;nbsp;คุ้มสิน&amp;nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;นำเยี่ยมชมแปลงส้มโอขาวใหญ่ที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&amp;nbsp;ตอบข้อซักถาม&amp;nbsp;ในการจัดทำประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ส้มโอขาวใหญ่จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอบางคนที&amp;nbsp;ตำบลบางสะแก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427105050993</Link_News></row>
<row _id="453"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่&amp;nbsp;เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำงานในที่โล่งแจ้งในช่วงแดดจัดเป็นเวลานาน&amp;nbsp;ด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันโดยทั่วไป&amp;nbsp;กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนน้อย&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้ฝนที่ตกและหยุดตกสลับกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;และพืชผัก&amp;nbsp;ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช&amp;nbsp;ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;แม้จะมีฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;แต่ปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช&amp;nbsp;โดยเฉพาะทางตอนล่างของภาค&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ&amp;nbsp;เพราะหากได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตลดลง&amp;nbsp;และด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;ถ้าขาดน้ำจะทำให้ต้นพืชตายสูญเสียผลผลิตโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112256010</Link_News></row>
<row _id="454"><NewsTitle>ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ย้ำ ไทยจำเป็นต้องใช้ลายนิ้วมือน้ำมันดิบมาสืบค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำมารับผิดชอบความเสียหายกรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&amp;nbsp;(Oil&amp;nbsp;Fingerprint)&amp;nbsp;มาสืบค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำมารับผิดชอบความเสียหายกรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิจารย์&amp;nbsp;สิมาฉายา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยว่า&amp;nbsp;ปัญหามลพิษจากคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเลเป็นเรื่องสำคัญส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ทำให้การพิสูจน์หาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำผิดเป็นเรื่องจำเป็นมาก&amp;nbsp;ด้วยการใช้ฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&amp;nbsp;(Oil&amp;nbsp;Fingerprint)&amp;nbsp;มาสืบค้นหาแหล่งที่มา&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟูผลกระทบจากน้ำมันที่ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่ขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมันและปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลด้วย&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีและกรอบความร่วมมืออาเซียนในการป้องกันและขจัดปัญหามลพิษอันเนื่องมาจากน้ำมันในภูมิภาคของอาเซียน&amp;nbsp;เพราะปัญหามลพิษจากคราบน้ำมันเป็นปัญหาข้ามพรมแดนลักษณะเช่นเดียวกับปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ได้พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&amp;nbsp;(Oil&amp;nbsp;Fingerprint)&amp;nbsp;ถือเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันที่จะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันได้&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427111125999</Link_News></row>
<row _id="455"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุณยานุช&amp;nbsp;หาดสุดและนางสาวอมรรัตน์&amp;nbsp;ชูเมฆ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลโคกยาง&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆ&amp;nbsp;จากทางภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&amp;nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&amp;nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&amp;nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&lt;/strong&gt;เป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&amp;nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&amp;nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112718015</Link_News></row>
<row _id="456"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่ คุณภาพดี ปลอดสารพิษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นางฉลวย&amp;nbsp;เวียนคำ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;เยี่ยมชมตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดขายทุกวันพุธของสัปดาห์&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;ปลอดสารพิษ&amp;nbsp;สินค้าที่วางจำหน่ายวันนี้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักสลัด&amp;nbsp;ผักพื้นบ้าน&amp;nbsp;ขนมไทย&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;สละ&amp;nbsp;แกงขมิ้น&amp;nbsp;ข้าวกล่อง&amp;nbsp;ขนมจีน&amp;nbsp;และสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการ&lt;/strong&gt;พัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สินค้าแปรรูป&amp;nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&amp;nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112826017</Link_News></row>
<row _id="457"><NewsTitle>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผย สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ไม่รุนแรงมากนัก ขณะที่เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผย&lt;/strong&gt;ในปีนี้ปฏิบัติการฝนหลวงได้เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยหลายพื้นที่&amp;nbsp;ที่ได้ขึ้นปฏิบัติการพบร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ที่ปะสบความสำเร็จแต่ปริมาณน้ำยังไม่มากพอเหมือนหน้าฝน&amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในภาพรวมในปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมาแต่ยังคงมีพื้นที่&amp;nbsp;ที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำหรือน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ใช้น้ำฝนในการทำเกษตรกรรม&amp;nbsp;ดังนั้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงจำเป็นต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการขึ้นบินแต่ละครั้งต้องดูความชื้นสัมพัทธ์&amp;nbsp;สภาพอากาศ&amp;nbsp;ทิศทางของลม&amp;nbsp;และปริมาณเมฆ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถโปรยสารเคมีได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;และจ.นครราชสีมา&amp;nbsp;และขณะนี้&amp;nbsp;มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้แผนการปฏิบัติการฝนหลวงสอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;และครอบคลุมพื้นที่เพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรย้ำปีนี้จะเกิดภัยแล้งไม่รุนแรงมากนัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ด้วยการทำฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เกิดภัยแล้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวถึงแผนรับมือภัยแล้งปีนี้ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภัยแล้งจะไม่รุนแรงเหมือนกับปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ยกเว้นบางพื้นที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำหรือน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยปีนี้จะต้องวางจุดขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงกับพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เบื้องต้นมียื่นขอฝนหลวงมาแล้ว&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ควบคู่กับดูแผนการเพาะปลูกประจำปีด้วยเพื่อให้เพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การขึ้นบินแต่ละครั้งต้องดูความชื้นสัมพัทธ์&amp;nbsp;สภาพอากาศ&amp;nbsp;ทิศทางของลม&amp;nbsp;และปริมาณเมฆ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถโปรยสารเคมีได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427121357028</Link_News></row>
<row _id="458"><NewsTitle>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้กวาด หมู่ที่ 5 บ้านแตะหรำ ตำบลกันตังใต้ ผลิตไม้กวาดดอกหญ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวสุคน&amp;nbsp;ศรีเกตุ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้กวาด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านแตะหรำ&amp;nbsp;ตำบลกันตังใต้&amp;nbsp;โดยกลุ่มมีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว&amp;nbsp;ทำกิจกรรมผลิตไม้กวาด&lt;/strong&gt;ดอกหญ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยเก็บหญ้าดอกในชุมชนมาเพิ่มมูลค่าเป็นไม้กวาดดอกหญ้า&amp;nbsp;สำหรับใช้ทำความสะอาดในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยการนำช่อดอกมาตากให้แห้ง&amp;nbsp;พร้อมสลัดดอกให้ร่วงหมดด้วยมือ&amp;nbsp;ก่อนนำมามัดร้อยให้เป็นผืน&amp;nbsp;และถักติดกับด้ามไม้กวาด&amp;nbsp;โดยมีกำลังผลิตเดือนละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ด้าม&amp;nbsp;ปีละประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ด้าม&amp;nbsp;เนื่องจากวัตถุดิบในชุมชนมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;และไม่มีเงินทุนในการซื้อดอกหญ้ามาผลิต&amp;nbsp;โดยจำหน่ายด้ามละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วัสดุมีความคงทน&amp;nbsp;ใช้งานได้ยาวนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจติดต่อได้ที่&amp;nbsp;(นางเร๊าะเสียะ&amp;nbsp;เสียมไหม&amp;nbsp;ประธานกลุ่มฯ&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เบอร์ติดต่อ&amp;nbsp;090-2257872&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427113851020</Link_News></row>
<row _id="459"><NewsTitle>บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมืองและ อ.บ้านฉางสามัคคี โดยกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดตลอดจนส่วนราชการในพื้นที่ จัดกิจกรรม "ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำปีที่ 13 จำนวน 120,300 ตัว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ชุมชนปากน้ำ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บริเวณกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&amp;nbsp;ถ.เลียบชายฝั่ง&amp;nbsp;ต.ปากน้ำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.พิรุณ&amp;nbsp;เหมะรักษ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายรัตติกูล&amp;nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;พีทีที&amp;nbsp;แอลเอ็นจี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นายภูษิต&amp;nbsp;ไชยฉ่ำ&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครระยอง&amp;nbsp;นายเสรี&amp;nbsp;เรือนหล้า&amp;nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายวีระ&amp;nbsp;จิสุวรรณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยอง&amp;nbsp;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.วิษณุพงศ์&amp;nbsp;วิเชียรรัตนกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล(ทช.)&amp;nbsp;นายกุมพล&amp;nbsp;ชวนชม&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;น.ส.ดวงกมล&amp;nbsp;ร่มรื่น&amp;nbsp;ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&amp;nbsp;รวมถึงนักศึกษา&amp;nbsp;ประชาชนกลุ่มประมงเรือเล็กและพนักงานจิตอาสาของ&amp;nbsp;PTTLNG&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรัตติกูล&amp;nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;พีทีที&amp;nbsp;แอลเอ็นจี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่&amp;nbsp;PITTLNG&amp;nbsp;มีความตั้งใจในการทำร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และช่วยเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;รวมถึงสร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราทำมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องในทุกๆ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าว&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและะเอกชนหลายๆ&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ตลอดจนพนักงานจิตอาสาของ&amp;nbsp;PTTLNG&amp;nbsp;ร่วมกันปล่อยกุ้งกุลาดำ&amp;nbsp;ปลาเก๋า&amp;nbsp;ปูดำ&amp;nbsp;และหอยหวาน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;120,300&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;PTTLNG&amp;nbsp;ในฐานะผู้ดำเนินการสถานีแอลเอ็นจี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากภารกิจหลักซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศแล้ว&amp;nbsp;การให้ความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทฯ&amp;nbsp;ตระหนักและให้ความสำคัญอยู่เสมอในการเดินหน้าควบคู่กันไป&amp;nbsp;ทั้งนี้ไม่ว่าะเป็นการดำเนินการเอง&amp;nbsp;และร่วมกับกลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในวันนี้&amp;nbsp;อย่างน้อยจะเป็นการช่วยอนุรักษ์&amp;nbsp;และเพิ่มจำนวนทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;ตลอดจนเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงในพื้นที่จังหวัดระยองได้อีกช่องทางหนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของ&amp;nbsp;PTTING&amp;nbsp;ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นและดูแลช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427131808051</Link_News></row>
<row _id="460"><NewsTitle>PTT LNG ร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดและส่วนราชการ จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำสู่ระบบนิเวศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;พิรุณ&amp;nbsp;เหมะรักษ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีเปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;120,300&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายรัตติกูล&amp;nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;พีทีที&amp;nbsp;แอลเอ็นจี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นายภูษิต&amp;nbsp;ไชยฉ่ำ&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครระยอง&amp;nbsp;นายเสรี&amp;nbsp;เรือนหล้า&amp;nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายวีระ&amp;nbsp;จิสุวรรณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยอง&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;วิษณุพงศ์&amp;nbsp;วิเชียรรัตนกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&amp;nbsp;ทช.&amp;nbsp;นายกุมพล&amp;nbsp;ชวนชม&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;นางสาวดวงกมล&amp;nbsp;ร่มรื่น&amp;nbsp;ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;ประชาชนกลุ่มประมงเรือเล็ก&amp;nbsp;และพนักงานจิตอาสาร่วมพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรัตติกูล&amp;nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;PTT&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่&amp;nbsp;PTT&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;ได้ตั้งใจในการทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และช่วยเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;รวมถึงสร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำมาเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหน่วยงานร่วมกันปล่อยกุ้งกุลาดำ&amp;nbsp;ปลาเก๋า&amp;nbsp;ปูดำ&amp;nbsp;และหอยหวาน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;120,300&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;PTT&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;นอกจากจะมีภารกิจหลักในการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศแล้ว&amp;nbsp;การให้ความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญอยู่เสมอในการเดินหน้าควบคู่กันไป&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการเองหรือดำเนินกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;โดยบริษัทได้มุ่งมั่นและตั้งใจในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นและดูแลช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132756058</Link_News></row>
<row _id="461"><NewsTitle>กรมชลประทาน เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำบางขาม แหล่งน้ำสายสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตชาวลพบุรี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคกลางเกิดภาวะฝนตกน้อยกว่าปกติประมาณร้อยละ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ส่งผลให้แม่น้ำบางขาม&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำน้อย&amp;nbsp;บางช่วงแห้งขอดประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และสำนักเครื่องจักรกล&amp;nbsp;ดำเนินการร่วมกับจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;โดยการนำของนายนิวัติ&amp;nbsp;รุ่งสาคร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&amp;nbsp;ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ&amp;nbsp;ตำบลมหาสอน&amp;nbsp;อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp;ไปจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&amp;nbsp;ตำบลบางขาม&amp;nbsp;อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp;รวมระยะทางประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปัจจุบันมีผลงานคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;หากดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขามในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้มากถึง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอท่าวุ้ง&amp;nbsp;อำเภอบ้านหมี่&amp;nbsp;และอำเภอเมืองลพบุรี&amp;nbsp;รวมไปถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งของแม่น้ำบางขาม&amp;nbsp;มีน้ำอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;และทำการเกษตร&amp;nbsp;ไว้ใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190218254</Link_News></row>
<row _id="462"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดภูเก็ต เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยระวังโรคเหี่ยวของกล้วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่กำลังระบาดหนักในแปลงกล้วยหินแถวจังหวัดยะลา สร้างความเสียหายหลายพันไร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุบรรณ์&amp;nbsp;รักษ์ทอง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในระยะนี้ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ระวังโรคเหี่ยวกล้วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย&amp;nbsp;ซึ่งระบาดหนักในแปลงกล้วยหินแถวจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ที่สร้างความเสียหายแล้วหลายพันไร่&amp;nbsp;และขณะนี้โรคเหี่ยวกล้วยขยายการระบาดในหลายพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;จากเดิมที่พบเป็นเฉพาะกล้วยหินที่ยะลา&amp;nbsp;แต่มาในขณะนี้พบสร้างความเสียหายแล้วทั้งกล้วยหินและกล้วยน้ำว้า&amp;nbsp;และคาดว่าถ้าควบคุมการระบาดไม่ได้&amp;nbsp;โรคนี้จะมีการระบาดในพื้นที่ปลูกกล้วยทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โรคเหี่ยวของกล้วยเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย&amp;nbsp;โดยมีลักษณะอาการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ใบจะเหี่ยวบริเวณใบธง&amp;nbsp;(ใบอ่อน)&amp;nbsp;ใบจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง&amp;nbsp;ปลีกล้วยจะแคระแกร็น&amp;nbsp;เมื่อตัดดูลักษณะภายในลำต้นเทียมจะเห็นท่อน้ำท่ออาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล&amp;nbsp;เพราะแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้าไปทำลายและอาศัยอยู่ข้างใน&amp;nbsp;ซึ่งหากติดผลเนื้อภายในจะเป็นสีดำ&amp;nbsp;ถ้ามีอาการที่รุนแรงมากจะยืนต้นตาย&amp;nbsp;ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;โดยการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;เกิดจากดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ลม&amp;nbsp;ต้นพันธุ์&amp;nbsp;มีด&amp;nbsp;เครื่องมือทางการเกษตร&amp;nbsp;และแมลงที่ดูดน้ำหวาน&amp;nbsp;หรือแมลงผสมเกสรจากดอกกล้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในส่วนของวิธีการป้องกันกำจัด&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ทำลายต้นที่เป็นโรคนำชิ้นส่วนที่ตัดไปกองให้ห่างจากกอ&amp;nbsp;แล้วโรยด้วยปูนขาว&amp;nbsp;หรือใช้วิธีการรมดินด้วยยูเรีย&amp;nbsp;และปูนขาว&amp;nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อสาเหตุที่อยู่ในดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ไม่นำหน่อกล้วยที่เป็นโรคไปปลูกในแหล่งอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ต้นกล้วยที่เป็นโรคเมื่อตัดแล้วห้ามนำไปทิ้งบริเวณทางน้ำ&amp;nbsp;หรือในแหล่งน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.ตัดปลีกล้วยในระยะตีนเต่าเพื่อป้องกันแมลงนำเชื้อโรคเข้าทำลายในระยะผสมเกสร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ทำความสะอาดกอกล้วยให้โปร่งเพื่อลดแหล่งสะสมของโรคและแมลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง&amp;nbsp;และใช้ชีวภัณฑ์บาซิลลัส&amp;nbsp;ซับทีลิส&amp;nbsp;(BS-DOA&amp;nbsp;24&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ทุกเดือน&amp;nbsp;เพื่อควบคุมโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หากพบการระบาดให้รีบทำลายกล้วยทันที&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&amp;nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132301053</Link_News></row>
<row _id="463"><NewsTitle>กรมการข้าว เตรียมแจก 6 พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน เนื่องในวันพืชมงคล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลแรกนาขวัญปีนี้&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต&amp;nbsp;จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,728&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ที่จะจัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขาวดอกมะลิ&amp;nbsp;105&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร&amp;nbsp;เมล็ดข้าวสารใส&amp;nbsp;แกร่ง&amp;nbsp;คุณภาพการสีดี&amp;nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&amp;nbsp;อ่อนนุ่ม&amp;nbsp;มีกลิ่นหอม&amp;nbsp;ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;245&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปทุมธานี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นข้าวเจ้าผลผลิตสูง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คุณภาพเมล็ดคล้ายพันธุ์ขาวดอกมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว&amp;nbsp;ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;399&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กข43&amp;nbsp;เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทาน&amp;nbsp;ดี&amp;nbsp;ข้าวสุกนุ่ม&amp;nbsp;มีกลิ่นหอมอ่อน&amp;nbsp;ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;125&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กข6&amp;nbsp;เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง&amp;nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&amp;nbsp;มีกลิ่นหอม&amp;nbsp;คุณภาพการสีดี&amp;nbsp;ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กข87&amp;nbsp;เป็นพันธุ์ข้าวประเภทพื้นนุ่ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลักษณะเด่นพิเศษ&amp;nbsp;ข้าวสุกนุ่ม&amp;nbsp;ค่อนข้างเหนียว&amp;nbsp;คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี&amp;nbsp;ท้องไข่น้อย&amp;nbsp;คุณภาพการสีดีมาก&amp;nbsp;เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กข85&amp;nbsp;เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง&amp;nbsp;ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง&amp;nbsp;ทนต่อสภาพอากาศเย็น&amp;nbsp;คุณภาพการสีดีมาก&amp;nbsp;ท้องไข่น้อย&amp;nbsp;ให้ผลผลิตสูงถึง&amp;nbsp;862&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;589&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพันธุ์ข้าวพระราชทานทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พันธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะนำไปบรรจุซองพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้พสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ&amp;nbsp;รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&amp;nbsp;โดยท่านใดที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน&amp;nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์&amp;nbsp;02-561-3794&amp;nbsp;และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง&amp;nbsp;29&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง&amp;nbsp;27&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าว&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระราชพิธีจรดพระนังคลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และสื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427154016138</Link_News></row>
<row _id="464"><NewsTitle>จังหวัดตราดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิด&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;/&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ซึ่งจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;ที่วัดแหลมมะขาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลแหลมงอบ&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&amp;nbsp;-19&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกอารักขาพืช&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;(สปก.)&amp;nbsp;คลินิกตรวจเลือดหาสารตกค้างให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;รวมทั้งการออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชนอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132103052</Link_News></row>
<row _id="465"><NewsTitle>สพป.กระบี่ ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องทำงาน&amp;nbsp;ผอ.สพป.กระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสพล&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(Memorandum&amp;nbsp;Of&amp;nbsp;Understanding&amp;nbsp;:&amp;nbsp;MOU)&amp;nbsp;การขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน&amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นางสาวพวงผกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขาวกระโทก&amp;nbsp;ผู้จัดการโครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;นายประดิษฐ&amp;nbsp;บุญปลอด&amp;nbsp;นักวิจัย&amp;nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนางสาวอุมาพร&amp;nbsp;ทองหรบ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่โครงการ&amp;nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ&lt;/strong&gt;ในการดำเนินการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการการพัฒนาความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่า&amp;nbsp;(Value&amp;nbsp;Chain)&amp;nbsp;การจัดการขยะและขยะพลาสติกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เกาะของประเทศไทย&amp;nbsp;กรณีศึกษาพื้นที่เกาะลันตาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และรู้จักวิธีการทิ้งและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อมและทะเล&amp;nbsp;รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะและขยะพลาสติก&amp;nbsp;บนพื้นฐานความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสภาพพื้นที่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;ร่วมกันพัฒนาโมเดล&amp;nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมการนำโมเดลความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่าการจัดการขยะและขยะพลาสติก&amp;nbsp;ด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;สู่การปฏิบัติและขยายผลในระดับพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วาสนา&amp;nbsp;บัวทอง&amp;nbsp;สวท.กระบี่&amp;nbsp;รายงาน/27&amp;nbsp;เม.ย.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132801059</Link_News></row>
<row _id="466"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น&amp;nbsp;สาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนดเป็นเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก&amp;nbsp;ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์ดีเด่น&amp;nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยเกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;สำหรับวันพระราชพิธีพืชมงคล&amp;nbsp;ในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร&amp;nbsp;และร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานในการประกอบพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองแก่อาชีพของตน&amp;nbsp;เนื่องด้วยการเกษตรเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&amp;nbsp;เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427141555083</Link_News></row>
<row _id="467"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย                        ณ ตลาดหน้าฟาร์ม ตามโครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;จัดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บานาน่าฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลทุ่งสมอ&amp;nbsp;อำเภอพนมทวน&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;นายประสาน&amp;nbsp;ปานคง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;การส่งเสริมและสร้างเครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้า&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;ศรีวงษ์ญาติดี&amp;nbsp;นายอำเภอพนมทวน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;และสหกรณ์&amp;nbsp;เกษตรกรในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงานมีการบรรยาย&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ความเป็นมา&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การวางแผนการตลาด&amp;nbsp;การเชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และการรวบรวมผลผลิตกล้วยเพื่อเข้าสู่โรงงานแปรรูป&amp;nbsp;กระบวนการแปรรูปกล้วย&amp;nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป&amp;nbsp;โดยคุณจินตนา&amp;nbsp;สระสำอาง&amp;nbsp;ประธานศูนย์เครือข่าย&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ตำบลทุ่งสมอ&amp;nbsp;(บานาน่า&amp;nbsp;ฟาร์ม)&amp;nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งได้มีมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณัฏฐภัส&amp;nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สวท.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สวท.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155023152</Link_News></row>
<row _id="468"><NewsTitle>นบข.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&amp;nbsp;(นบข.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยขอบคุณคณะกรรมการ&amp;nbsp;นบข.&amp;nbsp;ทุกคน&amp;nbsp;ที่ได้ร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องข้าวร่วมกันมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยงานหลายอย่างมีความคืบหน้า&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นในคณะกรรมการทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ที่จะหาวิธีการที่เหมาะสมในการเดินหน้าพัฒนางานบริหารข้าวให้ดีที่สุด&amp;nbsp;ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทยมีศักยภาพเรื่องข้าวอยู่แล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยืนยันรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจนรายครัวเรือน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการวิจัย&amp;nbsp;พัฒนาพันธุ์&amp;nbsp;และเทคโนโลยีการผลิตข้าว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าว&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ด้านการผลิต&amp;nbsp;ที่ขณะนี้มีความคืบหน้าในการรับรองพันธุ์ข้าวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พันธุ์&amp;nbsp;พร้อมกำชับว่าในการดำเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณทุกอย่าง&amp;nbsp;จะต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายทุกประการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมติ&amp;nbsp;นบข.&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการคลังนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการพิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยกำหนดหลักการให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปีของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้รับความคุ้มครองจากระบบการประกันภัยตามกฎของจำนวนมาก&amp;nbsp;(Law&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Large&amp;nbsp;Numbers)&amp;nbsp;เช่นเดียวกับการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ในปีการผลิต&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และคงรูปแบบการรับประกันภัยส่วนเพิ่ม&amp;nbsp;(Tier&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;มีส่วนร่วมในการรับภาระค่าเบี้ยประกันภัย&amp;nbsp;เช่นเดียวกับโครงการฯ&amp;nbsp;ในปีการผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการฯ&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีหลักการและรายละเอียดในการรับประกันภัย&amp;nbsp;ด้านแนวโน้มสถานการณ์การส่งออกข้าวไทย&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกไว้ประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;14.38&amp;nbsp;จากปริมาณการส่งออกปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;เริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและมีการบริโภคมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ความสัมพันธ์ทางการทูต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียได้รับการฟื้นฟู&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีทางการค้าข้าวของไทย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีเส้นทางการขนส่งเพิ่มขึ้นใหม่อย่างเส้นทางรถไฟจีน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ยูเครน&amp;nbsp;จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยมากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155231153</Link_News></row>
<row _id="469"><NewsTitle>เปิดโลกการค้า เจรจาธุรกิจ พิชิตตลาดส่งออก 2022</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดงานสัมมนา&amp;nbsp;เปิดโลกการค้า&amp;nbsp;เจรจาธุรกิจ&amp;nbsp;พิชิตตลาดส่งออก&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;(e&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Commerce&amp;nbsp;Episode)&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ทีเค&amp;nbsp;พาเลซ&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;คอนเวนชั่น&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยน&amp;nbsp;เรียนรู้&amp;nbsp;นำความรู้ไปขยายผลในทางการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมีกระบวนการและรูปแบบที่เป็นระบบ&amp;nbsp;ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะนำผู้ประกอบการไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ&amp;nbsp;พร้อมเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ที่เชื่อมโยงสอดรับกับการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางชุติมา&amp;nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(วว.)&amp;nbsp;กล่าวถึงแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ในการพัฒนาผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ภาคการเกษตร&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ&amp;nbsp;สร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้นและสร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;วว.&amp;nbsp;จะเป็นเพื่อนคู่คิดในการประกอบธุรกิจให้สำเร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Partner&amp;nbsp;for&amp;nbsp;your&amp;nbsp;Success&amp;nbsp;ของผู้ประกอบทั้งหลาย&amp;nbsp;ภายใต้ความร่วมมือ&amp;nbsp;โครงการเปิดโลกการค้า&amp;nbsp;เจรจาธุรกิจ&amp;nbsp;พิชิตตลาดส่งออก&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;เป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้น&amp;nbsp;สร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่ได้&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งของทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;และภาคีเครือข่ายพันธมิตร&amp;nbsp;จะสามารถบ่มเพาะ&amp;nbsp;ยกระดับและต่อยอดให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ทรงพลังและยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427154743147</Link_News></row>
<row _id="470"><NewsTitle>ประมงอำเภอด่านซ้าย จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านประมงแก่เกษตรกร ตามโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ (Field day) พื้นที่อำเภอด่านซ้าย   จังหวัดเลย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสายัน&amp;nbsp;อาสาวัง&amp;nbsp;ประมงอำเภอวังสะพุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาการประมงอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านประมงแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ตามโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;day)&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เครือข่ายด้านการประมง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต&amp;nbsp;นาดี&amp;nbsp;อ&amp;nbsp;ด่านซ้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมประมงได้ร่วมบูรณาการพัฒนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศพก.หลัก&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้จัดตั้งและพัฒนา&amp;nbsp;ศพก.เครือข่ายด้านการประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ศูนย์ต่ออำเภอ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;6,174&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการด้านการประมงของชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งกรมประมงได้คัดเลือก&amp;nbsp;ศพก.เครือข่ายด้านการประมง&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;567&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ที่มีผลการดำเนินกิจกรรมด้านการประมงที่โดดเด่นมายกระดับและพัฒนาให้เป็นศูนย์ต้นแบบด้านการประมงระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp;(Coaching&amp;nbsp;คอยให้คำแนะนำ&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และอุปสรรคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;และบรรลุ&amp;nbsp;ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&amp;nbsp;ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ&amp;nbsp;จึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติการโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าประมง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427142548086</Link_News></row>
<row _id="471"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร ภาคตะวันตก ที่จังหวัดนครปฐม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;และสานงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แสนปาล์ม&amp;nbsp;เทรนนิ่งโฮม&amp;nbsp;ตำบลกำแพงแสน&amp;nbsp;อำเภอกำแพงแสน&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายรัฐศาสตร์&amp;nbsp;ชิดชู&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมงานในครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดภาคตะวันตก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;นครปฐม&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;สมุทรสงคราม&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อยกย่อง&amp;nbsp;เชิดชูเกียรติ&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ให้มีขวัญกำลังใจ&amp;nbsp;ในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;มีระบบการทำงานตามบทบาทหน้าที่&amp;nbsp;อีกทั้งสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตลอดจนกำหนดกิจกรรมด้านการเกษตรที่จะดำเนินการ&amp;nbsp;และเกิดเครือข่ายการบริการแก่เกษตรกรในชุมชนได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ต้องดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน&amp;nbsp;พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้านและรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้ร่วมลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;การแสดงนิทรรศการผลงานของเครือข่าย&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ของ&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ต่อการพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;ในภาคตะวันตก&amp;nbsp;อีกทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของ&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;การบรรยายในหัวข้อ&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรผู้ปิดทองหลังพระ,&amp;nbsp;เครือข่ายข่าวประชาชน&amp;nbsp;และการใช้&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;Ads&amp;nbsp;ในติดต่อสื่อสารผ่านกลุ่มและองค์กร&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของ&amp;nbsp;อกม.&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง&amp;nbsp;และเกิดต้นแบบการทำงานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155919158</Link_News></row>
<row _id="472"><NewsTitle>รายงานข้อมูลคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยทุกภาคของประเทศไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายงานข้อมูลคาดการณ์และแจ้งเตือนภัย&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ&amp;nbsp;แม่สะเรียง)/จ.ลำพูน&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/จ.ลำปาง&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ&amp;nbsp;เถิน)/จ.แพร่&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/จ.ตาก&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ&amp;nbsp;สามเงา)/จ.สุโขทัย&amp;nbsp;(อ.ศรีสำโรง)/จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.อุดรธานี&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.มหาสารคาม&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคกลาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำบ่อยๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;และระวังอาการโรคลมแดด&amp;nbsp;(Heat&amp;nbsp;Stroke)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;(อ.แม่สาย)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.หนองคาย&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&amp;nbsp;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427160603160</Link_News></row>
<row _id="473"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐจังหวัดตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพบูลย์&amp;nbsp;โอมาก&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องศรีตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการภายใต้คณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คณะคือ&amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแล&amp;nbsp;และคณะกรรมการพิจารณาการปลูกป่าระดับพื้นที่&amp;nbsp;โดยการประชุมเสนอพิจารณาเสนอพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลน&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต&amp;nbsp;และเสนอพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลนทดแทนเพื่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;กรณีการดำเนินการโครงการใด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427162538172</Link_News></row>
<row _id="474"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;166&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;53&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจากวันก่อน&amp;nbsp;แต่ยังคงกระจายตัวทางตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;15,141&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,331&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,603&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;หลายจังหวัดในภาคเหนือพบอยู่ที่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;โดยเฉพาะเชียงรายและน่าน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2,835&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;2,257&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;421&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427174931223</Link_News></row>
<row _id="475"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 17 ติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ อ.สามเงา จ.ตาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;เราประเสริฐ&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนายนำโชค&amp;nbsp;ศิลกุล&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก?&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตากที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;(ลำไย)&amp;nbsp;เยี่ยมชมโรงงานแปรรูปลำไย&amp;nbsp;และพบปะกลุ่มเกษตรกร?&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลสามเงา&amp;nbsp;อำเภอสามเงา&amp;nbsp;จังหวัดตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การผลิตลำไยของอำเภอสามเงา&amp;nbsp;จังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการรวมกันเป็นแปลงใหญ่ตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;มีสมาชิกประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เฉลี่ยพื้นที่ปลูกรายละ&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนในรูปแปลงใหญ่มุ่งเน้นให้เกษตรรวมกันซื้อ&amp;nbsp;รวมกันขายผลผลิตทางการเกษตรและจัดซื้อปัจจัยการผลผลิต&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการผลิตให้ได้อย่างน้อย&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;และเพิ่มผลผลิตให้ได้&amp;nbsp;20%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นช่วงบ่าย&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;(ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลยกกระบัตร&amp;nbsp;อำเภอสามเงา&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;พบปะกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เยี่ยมชมแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และอาคารแปรรูปอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งมีการแปรรูปขนมทองม้วนจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วย&amp;nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรมีการพัฒนากลุ่มและการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;การแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นอาหารสัตว์และขนมขบเคี้ยว&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ของสมาชิกให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;อีกทั้งการแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นการลดการเผาที่เป็นสาเหตุของปัญหาหมอกควันอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427163928184</Link_News></row>
<row _id="476"><NewsTitle>นอภ.เมืองยโสธร นำคณะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาด้านมลพิษของโรงงานผลิตยางพาราไม่พบปัญหาด้านกลิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายสมชัยบูรณะ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;พร้อมคณะฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่ออกตรวจติดตามกระบวนการผลิตยางพารา&amp;nbsp;ส่งออกของโรงงานไทยฮั้ว&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ตำบลเดิด&amp;nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับมลภาวะทางกลิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการลงพื้นที่ในวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่าบริษัทไทยฮั้ว&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ได้นำเข้ายางพาราเทียมจากประเทศจีนและนำมากองไว้ส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;ไม่น่าส่งกลิ่นถึงหมู่บ้านและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งนายอำเภอเมืองยโสธรได้แนะนำให้บริษัทฯ&amp;nbsp;หาอุปกรณ์มาปิดยางเทียมไว้ก่อนใช้งาน&amp;nbsp;อีกทั้งได้ตรวจสอบรายการผลิตที่ก่อให้เกิดปัญหากลิ่น&amp;nbsp;ที่เกิดจากกระบวนการผลิตยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งบริษัท&amp;nbsp;ไทยฮั้ว&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ได้ติดตั้งปล่องควันจำนวนสองปล่อง&amp;nbsp;ซึ่งมีระบบบำบัดกลิ่นแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอ&amp;nbsp;และบริษัทได้แจ้งว่า&amp;nbsp;ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดกลิ่นเพิ่มอีกสองปล่อง&amp;nbsp;เพื่อลดควันและกลิ่นออกสู่อากาศ&amp;nbsp;งบประมาณการก่อสร้างกว่าสองล้านบาท&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่าง&amp;nbsp;ดำเนินการก่อสร้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมนี้&amp;nbsp;นายอำเภอเมือยโสธร&amp;nbsp;ได้แนะนำให้บริษัทฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใช้ฝอยละอองน้ำบนปากปล่องควันเพื่อลดควันและกลิ่นก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้&amp;nbsp;ตรวจสอบบ่อระบบบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;ซึ่งตรวจสอบแล้วมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;กลิ่นน้ำเสียค่อนข้างจะเบาบางไม่น่าส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;และเมื่อวานนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธรได้มอบหมายให้คณะทำงาน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สุ่มตรวจมลภาวะทางกลิ่น&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งยังไม่พบมีกลิ่นรบกวนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านใหม่ชุมพร/บริเวณบ้านโนนยาง&amp;nbsp;ต.ขวาว&amp;nbsp;อ.เสลภูมิ&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด/ภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านสะทอน&amp;nbsp;ม.14&amp;nbsp;ต.ขวาว&amp;nbsp;อ.เสลภูมิ&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;และปากทางเข้าหมู่บ้าน&amp;nbsp;บ.คำแดง&amp;nbsp;ต.เดิด&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427162224170</Link_News></row>
<row _id="477"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ ตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุม&lt;/strong&gt;คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;(อบก.)&amp;nbsp;ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมมรกต&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้จัดประชุมคณะคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียน&lt;/strong&gt;เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;(อบก.)&amp;nbsp;ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งในการประชุมได้พิจารณาคำขอกู้ของเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไม่เห็นชอบจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมีมติให้ทบทวนจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ&amp;nbsp;อบก&amp;nbsp;.ส่วนจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำหนังสือแจ้งผู้ขอกู้และเจ้าหน้าที่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และมอบหมายให้สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายได้และรายจ่ายเฉพาะตัวของผู้ขอกู้เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีหมายเลขแดงลูกหนี้ว่าคดีพิพากษาและอายุความสิ้นสุดเมื่อไหร่&amp;nbsp;พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อมอบฝ่ายเลขาฯ&amp;nbsp;นำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;อบก.ส่วนจังหวัดเพื่อพิจารณาในการประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427163531180</Link_News></row>
<row _id="478"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.2565)&amp;nbsp;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(อบก.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมมรกต&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้จัดประชุมคณะคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียน&lt;/strong&gt;เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;(อบก.)&amp;nbsp;ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งในการประชุมได้พิจารณาคำขอกู้ของเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไม่เห็นชอบจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมีมติให้ทบทวนจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ&amp;nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำหนังสือแจ้งผู้ขอกู้และเจ้าหน้าที่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และมอบหมายให้สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายได้และรายจ่ายเฉพาะตัวของผู้ขอกู้เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีหมายเลขแดงลูกหนี้ว่าคดีพิพากษาและอายุความสิ้นสุดเมื่อไหร่&amp;nbsp;พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อมอบฝ่ายเลขาฯ&amp;nbsp;นำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;อบก.ส่วนจังหวัดเพื่อพิจารณาในการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427165033191</Link_News></row>
<row _id="479"><NewsTitle>งานตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 วันที่ 2 ยังคงได้รับความสนใจจากเกษตรกรชาวบุรีรัมย์ ภาพรวมวันแรก มีเกษตรกรมาใช้บริการแล้วมากกว่า 40 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บรรยากาศการรับซื้อข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ยังคงมีเกษตรกรนำข้าวมาขายอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลล่าสุดมีเกษตรกรชาวนาในอำเภอเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ที่ทราบข่าวจำนวนกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทยอยนำข้าวเปลือกมาจำหน่ายให้กับทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการรับซื้อข้าวเปลือกในราคา&amp;nbsp;12,000-13,000&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;ในขณะที่ขั้นตอนการซื้อขายข้าวเปลือก&amp;nbsp;ในการจัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรชาวนาจะต้องนำข้าวมาตรวจคุณภาพข้าว&amp;nbsp;จากนั้นจะมีการนำตัวอย่างของข้าวมาตรวจสอบคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อประเมินราคาข้าวต่อไป&amp;nbsp;หากตรวจสอบข้าวแล้วพบว่า&amp;nbsp;ข้าวนั้นมีคุณภาพดี&amp;nbsp;อาจจะจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สำหรับการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเปิดรับซื้อข้าวเปลือกให้ราคาสูงจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้งด้วยกัน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอโดยครั้งแรกระหว่างวันที่&amp;nbsp;26-28&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์,&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;พ.ค.65&amp;nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรคูเมือง&amp;nbsp;(บ้านโนนเพกา)&amp;nbsp;อ.คูเมือง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์,&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;พ.ค.65&amp;nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อ.หนองหงส์&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;18-20&amp;nbsp;พ.ค.65&amp;nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรกระสัง&amp;nbsp;อ.กระสัง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427164521187</Link_News></row>
<row _id="480"><NewsTitle>วราวุธ ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยูทูบเบอร์ชื่อดังจับปูเสฉวนไปเลี้ยงกระทำผิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่ พร้อมกังวลเยาวชนจะทำตาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยูทูบเบอร์ชื่อดังจับปูเสฉวนไปเลี้ยงกระทำผิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่&amp;nbsp;พร้อมกังวลเยาวชนจะทำตาม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณียูทูบเบอร์ชื่อดังทำคอนเทนต์จับปูเสฉวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จากทะเลกลับไปเลี้ยงและมียอดวิวกว่า&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายนว่า&amp;nbsp;เป็นการสร้างค่านิยมที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;เบื้องต้นปูเสฉวนยังไม่อยู่ในรายชื่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;จึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายยกเว้นในเขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;จึงให้ตรวจสอบยูทูบเบอร์ได้กระทำการในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่&amp;nbsp;หากเกิดเหตุในเขตอุทยานแห่งชาติจะมีความผิดจำคุกสูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับ&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หากกรณีไม่สามารถสืบหาหลักฐานยืนยันว่ากระทำในเขตอุทยานแห่งชาติหรือไม่จำเป็นต้องมีมาตรการทางสังคมสำหรับเรื่องนี้แน่นอน&amp;nbsp;เพราะปูเสฉวนกำลังถูกคุกคามจากการจับมาซื้อขายเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ในฟาร์มได้&amp;nbsp;แล้วปูเสฉวนค่อนข้างมีความอ่อนไหว&amp;nbsp;เปราะบาง&amp;nbsp;และมีความยุ่งยากในการเลี้ยง&amp;nbsp;ทำให้ปูเสฉวนที่นำเลี้ยงส่วนใหญ่ตายลงก่อนอายุขัยตามธรรมชาติ&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในการส่งต่อแนวคิดและพฤติกรรมสู่สังคมและเยาวชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยูทูบเบอร์&amp;nbsp;ควรต้องมีจิตสำนึก&amp;nbsp;มีความรับผิดชอบ&amp;nbsp;และใช้ความระมัดระวังในกระบวนการผลิตเนื้อหาเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งไม่ควรส่งต่อค่านิยมที่ผิดและเป็นอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ติดตามช่องยูทูบนี้ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;คนหากมีผู้ทำตามไปเที่ยวทะเลแล้วเก็บปูเสฉวนกลับมาคนละตัวจะเท่ากับมีปูเสฉวนต้องเสี่ยงตายจากการถูกพรากมาจากธรรมชาติ&amp;nbsp;เพราะวิดีโอชิ้นนี้ถึง&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จึงขอเรียกร้องให้โปรดนำปูเสฉวนส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;หรือส่งคืนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีและไม่สนับสนุนการสร้างคอนเทนต์ผิดๆให้กับสังคม&amp;nbsp;โดยเฉพาะเยาวชนที่ติดตามรับชมช่องยูทูบนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;อยากขอเรียกร้องให้แบรนด์ธุรกิจที่เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนการโฆษณาผ่านช่องทางยูทูบได้โปรดพิจารณายกเลิกการจ่ายเงินสนับสนุนเนื้อหาที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศ&amp;nbsp;พร้อมขอเรียกร้องให้สังคม&amp;nbsp;ผู้รับชม&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;เลิกรับชม&amp;nbsp;เลิกติดตาม&amp;nbsp;และเลิกสนับสนุน&amp;nbsp;บุคคลที่ใช้ชื่อเสียงมาสร้างกระแสและสร้างรายได้&amp;nbsp;ด้วยการผลิตเนื้อหาที่สร้างค่านิยมเป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427173457216</Link_News></row>
<row _id="481"><NewsTitle>ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด นำผลไม้คัดคุณภาพ เกรด A มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางรุ่งอรุณ&amp;nbsp;เชาวกรกุล&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ชุมนุมการเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้นำ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;,เงาะสีทอง&amp;nbsp;และทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;คุณภาพเกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มาขายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมังคุดคัดเกรดคุณภาพ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเงาะสีทอง&amp;nbsp;360&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโล&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนางรุ่งอรุณ&amp;nbsp;เชาวกรกุล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเชื่อมโยงสินค้าในครั้งนี้&amp;nbsp;ทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดี&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9.7&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;291,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไปเชื่อมโยงกับผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ซึ่งผลไม้ทุกชนิดที่นำมาขายในวันนี้&amp;nbsp;เป็นผลผลิตจากสวนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด&amp;nbsp;การันตีด้านคุณภาพอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างข้าวสารหอมมะลิ&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;กับผลไม้คุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายตามโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องการผลักดันให้เครือข่ายสหกรณ์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลไม้ไปประเทศคู่ค้าได้&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง&amp;nbsp;ทำให้ผลไม้กระจุกตัวและส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427172515208</Link_News></row>
<row _id="482"><NewsTitle>เกษตรยะลา เยี่ยมเยียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร บ้านเหมืองลาบู</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรยะลา&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเหมืองลาบู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวอพิชญา&amp;nbsp;พรหมแก้ว&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจุฑาทิพย์&amp;nbsp;โพชนุกูล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอยะหา&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเหมืองลาบู&amp;nbsp;ตำบลปะแต&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;โดยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลการดำเนินกิจกรรมและร่วมให้คำแนะนำ&amp;nbsp;พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปตามระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427173017212</Link_News></row>
<row _id="483"><NewsTitle>จังหวัดมุกดาหารเปิดการฝึกอบรมเลี้ยงปลากดแก้ว เตรียมพร้อมรับรองมาตรฐานการผลิตปลากดแก้ว ตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP)"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลบางทรายใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายบุญเรือง&amp;nbsp;เมฆฉิม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงปลากดแก้ว&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;"พัฒนาการเลี้ยงปลากดแก้วและการเตรียมความพร้อมในการรับรองมาตรฐานการผลิตปลากดแก้ว&amp;nbsp;ตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&amp;nbsp;(GAP)"&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และเพิ่มมูลค่าของสัตว์น้ำ&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาผลิตประมงจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงปลากดแก้ว&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;การฝึกอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากสำนักงานประมงจังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลากดแก้ว&amp;nbsp;หรือปลากดคัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด&amp;nbsp;มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นยังมีอีกหลายชื่อ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลากดเขี้ยว&amp;nbsp;กดหางแดง&amp;nbsp;กดข้างหม้อ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ปลากดแก้ว&amp;nbsp;จัดเป็นปลาขนาดใหญ่ที่พบได้ตามธรรมชาติในแม่น้ำของไทยทุกภาค&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แม่น้ำโขง&amp;nbsp;แม่น้ำมูล&amp;nbsp;และในแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่ในประเทศไทย&amp;nbsp;เมื่อเติบโตเต็มที่จะมีความยาวตัวราว&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;หนักได้ถึง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;แต่ที่พบโดยเฉลี่ยจะมีขนาดประมาณ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ลำตัวมีสีดำเทาอ่อนอมฟ้าหรือเขียวมะกอก&amp;nbsp;ครีบหางและครีบอื่นๆ&amp;nbsp;มีสีแดงสดหรือสีส้มสด&amp;nbsp;มีรูปทรงยาวเพรียว&amp;nbsp;ส่วนหัวแบนกว้าง&amp;nbsp;ด้านบนของหัวเรียบ&amp;nbsp;ปากกว้าง&amp;nbsp;จะงอยปากทู่&amp;nbsp;มีหนวด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;ครีบหูมีสีเทาดำ&amp;nbsp;ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้ประกาศให้ปลากดแก้ว&amp;nbsp;เป็นปลาประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยง&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากปลาดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190404256</Link_News></row>
<row _id="484"><NewsTitle>เกษตรโพนสวรรค์ ถ่ายทอดความรู้หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายปลอดการเผา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลโพนบก&amp;nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;และสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งในการปลอดการเผาในพื้นที่&amp;nbsp;อีกทั้งยังเปิดเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางในการป้องกันและมาตรการที่จะดำเนินการในพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;โดยมีนายนิพพิชฌน์&amp;nbsp;อติอนวรรตน์&amp;nbsp;นายอำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเป้าหมายเข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งการเผาก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;220&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงให้แก่วัตถุใดๆ&amp;nbsp;แม้เป็นของตนเอง&amp;nbsp;จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น&amp;nbsp;ต้องระวางโทษ&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และปรับไม่เกิน&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp;พ.ศ.2499)&amp;nbsp;และหากยังมีการเผาต่อเนื่องจะทำให้ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;74&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;หรือมาตรา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;หรือวรรคสาม&amp;nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&amp;nbsp;ที่ออกตามมาตรา&amp;nbsp;28/1&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;โดยไม่มีเหตุหรือขัดข้อแก้ตัวอันสมควร&amp;nbsp;หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;หรือมาตรา&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วรรคสองต้องระวางโทษ&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;25000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ร่วมขับเคลื่อนกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การไถกลบตอซัง&amp;nbsp;การทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&amp;nbsp;และการทำอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&amp;nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม&amp;nbsp;เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้ลดลงในอนาคต&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการกล่าวคำสัตยาบัน&amp;nbsp;ร่วมกันในการหยุดการเผา&amp;nbsp;รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนและเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆในการเป็นพื้นที่ที่ปลอดการเผาอย่างสมบูรณ์แบบ&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190612257</Link_News></row>
<row _id="485"><NewsTitle>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตัวแปรกำหนดราคาสินค้าปศุสัตว์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สถานการณ์วัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลางปี 2563 เรื่อยมา จนกระทั่งวิกฤติปะทุหนักพร้อมเสียงปืนนัดแรกที่รัสเซียยิงตกในแผ่นดินยูเครน การสู่รบในครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสองประเทศเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกธัญพืชสำคัญของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าไทยจะห่างไกลจากพื้นที่สงคราม แต่หางเลขก็ตกมาถึงเช่นกัน โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ราคาปรับตัวอย่างไม่อาจคาดเดา ว่าจะสิ้นสุดที่จุดไหน วิเคราะห์ข้อมูลราคาวัตถุดิบ (แสดงในตาราง) เมื่อเทียบราคาปี 2563 กับปัจจุบัน จะเห็นว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาสูงขึ้นถึง 41.48 % ส่วนธัญพืชนำเข้า อย่างข้าวสาลี ราคาพุ่งไปถึง 76.15% ส่วนกากถั่วเหลืองราคาเพิ่มขึ้น 67.66% ขณะที่ปลาป่นที่เป็นวัตถุดิบสำคัญอีกชนิด ราคาก็ขึ้นไปแล้วถึง 30.20% ทั้งหมดนี้คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว 25-30%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับขึ้นไปขนาดนี้ นอกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกแล้ว ปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญคือ ปัญหาขาดแคลนผลผลิต จากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยราว 8 ล้านตันต่อปี แต่มีผลผลิตในประเทศเพียง 5 ล้านตันต่อปี ขาดแคลนถึง 3 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้ 1.3-1.5 ตันนำเข้าจากประเทศอาเซียนภายใต้กรอบ AFTA (ภาษีเป็นศูนย์) ส่วนที่ยังขาดไปอีกครึ่งหนึ่ง ผู้ผลิตจำเป็นต้องหาวัตถุดิบทดแทน แต่กลับมีมาตรการของรัฐที่เป็นอุปสรรค ทั้งมาตรการ 3:1 ที่กำหนดให้ต้องซื้อข้าวโพด 3 ส่วนก่อน จึงจะนำเข้าข้าวสาลีได้ 1 ส่วนได้ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รัฐมีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพด ด้วยโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่มีมาตรการควบคุมราคาขั้นต่ำ (Floor Price) กิโลกรัมละ 8.50 บาท (ความชื้นไม่เกิน 14.5%) แต่รัฐกลับไม่ได้กำหนดเพดานราคา (Ceiling Price) เป็นที่มาของราคาข้าวโพดที่สูงเกือบ 13 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดโลก นอกจากนี้ การนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) มียังมีภาษีที่สูงมาก โดยการนำเข้าภายใต้โควตาเก็บภาษีนำเข้า 20% กรณีนำเข้านอกโควตาเก็บภาษีสูงถึง 70% ซึ่งแพงเกินกว่าจะนำเข้าได้ รวมทั้งรัฐยังมีมาตรการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% กลายเป็นต้นทุนการผลิตที่ผู้ผลิตต้องแบกรับมาตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้ภาคผู้ผลิตได้ทำหนังสือแสดงถึงความเดือดร้อนถึงกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ วันที่ 19 มีนาคม 2564&amp;nbsp;จนเกิดความประชุมหลายครั้ง จนถึงการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และโรงงานอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต และบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตของต้นน้ำ ที่เชื่อมโยงถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กลางน้ำก็ตาม แต่การประชุมวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา กลับมีมติให้ยกเลิกมาตรการชั่วคราวดังกล่าว จนถึงวันนี้ก็ไร้บทสรุป และยังไม่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างเป็นรูปธรรม พูดง่ายๆ ยังไม่มีข้าวโพดแม้แต่เมล็ดเดียวที่นำเข้ามาได้ เป็น 13 เดือนที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาคผู้ผลิตและเกษตรกรกำลังรอคอยคำตอบจากภาครัฐ ว่าจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตและเกษตรกร ก่อนที่ราคาข้าวโพดจะขยับขึ้นไปสูงกว่านี้ เพราะต้องไม่ลืมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้ในสูตรอาหารสัตว์มากกว่า 50%&amp;nbsp;จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญและเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ ว่าจะสูงขึ้นหรือต่ำลง หากราคาข้าวโพดฯ ลดลง ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตในส่วนนี้ต่ำลง ทั้งหมดนี้ต้องรอให้รัฐลงมือปลดดล็อกปัญหา คลายมาตรการที่รัดตรึง รวมทั้งปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี เพื่อให้เกษตรกรหายใจหายคอสะดวกขึ้น เพราะคนสุดท้ายที่จะได้ประโยชน์นจากเรื่องนี้ ก็คือผู้บริโภคคนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องโดย บรรจบ สุขชาวไทย นักวิชาการอิสระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427195803279</Link_News></row>
<row _id="486"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการด่วนให้อำเภอสะเมิงตรวจสอบ หลังอากาศยานตรวจพบมือเผาในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สั่งการให้อำเภอสะเมิงลงตรวจสอบอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;หลังอากาศยานของกองทัพอากาศสามารถบันทึกภาพคนจุดไฟในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้&amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรวิทย์&amp;nbsp;ชัยสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอควัน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งในที่ประชุมผู้แทนจากกองทัพอากาศ&amp;nbsp;ได้ชี้แจงการตรวจพบจุดเกิดไฟ&amp;nbsp;ซึ่งได้เป็นภาพถ่ายจากอากาศยานของกองทัพอากาศ&amp;nbsp;โดยมีจุดเกิดไฟป่าในช่วงเช้าวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เกิดขึ้นจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอสันกำแพง&amp;nbsp;และอำเภอดอยสะเก็ด&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ยังได้รายงานอีกว่า&amp;nbsp;อากาศยานสามารถบันทึกภาพคนจุดไฟในพื้นที่ป่าได้&amp;nbsp;ซึ่งตามพิกัดทางการบินที่ได้รับแจ้งในที่ประชุมตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้&amp;nbsp;อำเภอสะเมิง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้อำเภอสะเมิงทำการตรวจสอบ&amp;nbsp;ทั้งพื้นที่และคนที่ปรากฏตามภาพที่กองทัพอากาศบันทึกได้&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอสะเมิงได้รับทราบข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;นายกมล&amp;nbsp;นวลใย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(เชียงใหม่)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ทราบว่าจุดพิกัดดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง&amp;nbsp;และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำการตรวจสอบกรณีตามที่ปรากฎตามภาพโดยด่วนและให้รายงานผลการตรวจสอบภายในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427203542291</Link_News></row>
<row _id="487"><NewsTitle>สทนช. รับฟังความเห็นจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โรงแรมฟอร์จูน&amp;nbsp;วิวโขง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชาญชัย&amp;nbsp;คงทัน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการจัดทำผังน้ำ&amp;nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จากพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;พ.ศ.2561&amp;nbsp;กำหนดให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ(กนช.)&amp;nbsp;มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp;ให้เป็นจัดทำผังน้ำภาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จัดทำผังน้ำ&amp;nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลผังน้ำ&amp;nbsp;ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาประกอบการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำ&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแผนปรับปรุง&amp;nbsp;ฟื้นฟูทางน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับทางน้ำสายหลัก&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือทั้งฤดูน้ำหลากและภัยแล้ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นมาตรฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน้ำข้อมูลการศึกษาไปใช้อย่างสอดคล้องเชื่อมโยงกัน&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ประสบวิกฤติอุทกภัยและภัยแล้งบ่อยครั้งจากหลายปัจจัย&amp;nbsp;ทั้งแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;การบุกรุกแหล่งน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;การบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำลำธาร&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถในการระบายน้ำของลำน้ำมีจำกัดเกิดการบุกรุกพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;และการตื้นเขินจากการตกตะกอนในลำน้ำ&amp;nbsp;ปัญหาต่างมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สทนช.จึงทำการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ&amp;nbsp;โดยการศึกษาโครงการจัดทำผังน้ำ&amp;nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ทำการศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว&amp;nbsp;และในครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้อง&amp;nbsp;ความสมบูรณ์ของข้อมูล&amp;nbsp;ต่อร่างผังน้ำครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และรายการประกอบร่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อจัดทำผังน้ำและรายการประกอบสำหรับนำไปใช้ในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;ข้อมูลสนับสนุนผังน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในพื้นที่ผังน้ำ&amp;nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมและมีการเตรียมความพร้อมในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน&amp;nbsp;ในระบบทางน้ำของผังน้ำ&amp;nbsp;และช่วยลดความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจากภาวะน้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427234438331</Link_News></row>
<row _id="488"><NewsTitle>หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดอุดรธานี เติมน้ำเขื่อนห้วยหลวง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;17/2565&amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ประชุมได้ยืนยันให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนห้วยหลวง&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;32)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;วางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่รับน้ำเขื่อนห้วยหลวง&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกอ้อย&amp;nbsp;มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;หนองบัวลำภู&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;บึงกาฬ&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่ทางภาคเหนือเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า&amp;nbsp;ด้วยเฮลิคอปเตอร์ฝนหลวง&amp;nbsp;ในบริเวณพื้นที่อำเภอแม่ออน&amp;nbsp;อำเภอสันทราย&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;โดยใช้น้ำจำนวน&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จากเขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอีก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หน่วยฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ยโสธร&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;และเพชรบุรี&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428112010414</Link_News></row>
<row _id="489"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่ 28 เม.ย.  2 พ.ค.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนในภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เลย&amp;nbsp;41&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และราชบุรี&amp;nbsp;39&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;23,009&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428092744341</Link_News></row>
<row _id="490"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.พระบาท&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.เวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย,&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เวียง&amp;nbsp;อ.เชียงของ&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428101614357</Link_News></row>
<row _id="491"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันโรคในสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;3,9&amp;nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;และหมู่&amp;nbsp;2,6&amp;nbsp;ตำบลท่าตะคร้อ&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวรัชฎาภรณ์&amp;nbsp;วงษ์สมาจารย์&amp;nbsp;นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนกจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;มิสเตอร์ไข้หวัดนก&amp;nbsp;อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;พร้อมส่งมอบใบรับรองระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคที่เหมาะสม(GFM)&amp;nbsp;มอบยาฆ่าเชื้อโรค&amp;nbsp;ให้คำแนะป้องกันโรคและสาธิตการทำวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ปีกให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันโรคในสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นางสาวรัชฎาภรณ์&amp;nbsp;วงษ์สมาจารย์&amp;nbsp;นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อให้คำแนะนำด้านการผลิตโคต้นน้ำและด้านอาหารสัตว์&amp;nbsp;พร้อมมอบใบรับรองระบบการเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคที่เหมาะสม(GFM)&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จักรีฟาร์ม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428110940405</Link_News></row>
<row _id="492"><NewsTitle>ย้อนรำลึก 8 ทศวรรษ 80 ปี วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ เดินหน้าส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ สร้างมาตรฐานสากลต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานวันสถาปนากรมปศุสัตว์ครบรอบ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;งานวันสถาปนากรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;ย้อนรำลึก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ทศวรรษ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;สืบสานงานตามพระราชปณิธานตามรอยพ่อของแผ่นดินกรมได้ทำการไถ่ชีวิตโค&amp;nbsp;กระบือจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยนำไปมอบให้เกษตรกรในโครงการธนาคารโคกระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดําริ&amp;nbsp;ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นโคจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นโคจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัวและจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นกระบือจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เปิดตัวโครงการธนาคารโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;แก่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้จัดกิจกรรม&amp;nbsp;CSR&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผ่านโครงการแบ่งปันความสุข&amp;nbsp;แต่งเติมรอยยิ้ม&amp;nbsp;คืนความดีสู่สังคม&amp;nbsp;โดยนำเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นมอบแก่&amp;nbsp;มูลนิธิ&amp;nbsp;สมาคมและสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พร้อมยืนยันจะส่งเสริมและพัฒนางานด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ให้มีความเจริญก้าวหน้า&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ&amp;nbsp;จึงถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่สร้างความเข้มแข็งของภาคปศุสัตว์ไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีแนวทางการขับเคลื่อนที่สามารถนำไปต่อยอดได้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ด้านการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;ด้านการสร้างมาตรฐานการผลิตปศุสัตว์เพื่อความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและเป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;และ&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการใช้ระบบการตลาดนำการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์&amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428112408417</Link_News></row>
<row _id="493"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ สนับสนุนงบอุดหนุนเพื่อปรับระบบมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระ&amp;nbsp;(ไก่ไข่อารมณ์ดี)&amp;nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการส่งเสริมมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฟาร์มได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;เขาหลวงฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลธงชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;เลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ไฮบริด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พันธุ์เล็กฮอร์น&amp;nbsp;ในระยะปรับเปลี่ยน&amp;nbsp;ใช้ผักสลัดเป็นส่วนเสริมให้ไก่ไข่&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายเปิดร้านกาแฟสำหรับคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ไข่ไก่..ผักสลัด&amp;nbsp;และเครื่องดื่มตัวใหม่&amp;nbsp;โซดาคราฟรสผลไม้&amp;nbsp;แบรนด์เขาหลวงฟาร์ม&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดตัวเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สวนเพชรรีสอร์ท&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;เครือข่ายด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ตำบลท่าไม้รวก&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;เสรีฟาร์ม&amp;nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์เพชรบุรี&amp;nbsp;ตำบลท่าคอย&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทุกฟาร์มมีความพร้อม&amp;nbsp;เป็นโคกหนองนาโมเดล&amp;nbsp;และพร้อมยื่นขอรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ไก่ไข่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/28&amp;nbsp;เม.ย.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428121202458</Link_News></row>
<row _id="494"><NewsTitle>เกษตรลำปาง หนุนเกษตรกรถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ พื้นที่อำเภอเสริมงาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีระพงศ์&amp;nbsp;ฤทธิโชติ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมเป็นเกียรติในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดนาศาลา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลเสริมซ้าย&amp;nbsp;อำเภอเสริมงาม&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเชาว์ทวีพัฒน์&amp;nbsp;ดนัยนันท์&amp;nbsp;นายอำเภอเสริมงามเป็นประธาน&amp;nbsp;นางสาวจงจิตร&amp;nbsp;มาลีเดช&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเสริมงาม&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;พร้อมเกษตรกรเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงาน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้ความรู้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมแก่เกษตรกรในการเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&amp;nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้เหมาะสมกับชนิดพืชและพื้นที่&amp;nbsp;โดยการบูรณาการความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ร่วมให้บริการ&amp;nbsp;และมีกิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การบริหารจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตลอดจนนิทรรศการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428110840401</Link_News></row>
<row _id="495"><NewsTitle>ตรัง ท่าเรือโชคชัยกันตัง จัดทำ EIA-ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รองรับเรือขนาด เกินกว่า 500 ตันกรอส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่าเรือโชคชัยกันตังพอร์ต&amp;nbsp;จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนาดตั้งแต่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;ขึ้นไปได้&amp;nbsp;โดยไม่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่และไม่มีการขยายขนาดท่าเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารเอนกประสงค์&amp;nbsp;อบต.บ่อน้ำร้อน&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริษัทโชคชัยกันตังพอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อขอบเขตการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการท่าเทียบเรือโชคชัยกันตังพอร์ต&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ตามที่กรมเจ้าท่าได้ออกระเบียบกรม&amp;nbsp;ว่าด้วยการขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือประเภทการใช้ท่าเรือขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;ให้สามารถเทียบเรือเกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอสได้&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;ส่งผลให้ท่าเรือที่มีขนาดที่มีขนาดเรือเกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และต้องการเปลี่ยนให้สามารถใช้เรือขนาดเกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอสได้&amp;nbsp;ต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนาดตั้งแต่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;ขึ้นไปได้&amp;nbsp;โดยไม่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่และไม่มีการขยายขนาดท่าเรือโดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การดูแลชุมชน&amp;nbsp;การจ้างงานในชุมชน&amp;nbsp;ท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีท่าเรือ&amp;nbsp;และส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;กิจกรรมของชุมชน&amp;nbsp;สำรับการจัดเวทีในครั้งนี้&amp;nbsp;มีประชาชนตำบลบ่อน้ำร้อน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไชยงค์&amp;nbsp;ไชยกุล&amp;nbsp;กำนันตำบลบ่อน้ำร้อน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลกระทบที่ส่งผลต่อชาวบ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คือเรื่องฝุ่นละออง&amp;nbsp;ซึ่งตนอยากให้แก้ปัญหาอย่างถาวร&amp;nbsp;โดยตนยอมรับว่าการมีท่าเรือในพื้นที่มีผลดี&amp;nbsp;เพราะเกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;บุตรที่เรียนจบมาได้ทำงานใกล้บ้าน&amp;nbsp;และทางท่าเรือโชคชัยกันตังมีส่วนร่วมกับกิจกรรมชุมชนในตำบลบ่อน้ำร้อนเป็นอย่างดี&amp;nbsp;และที่ผ่านมายังให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด19&amp;nbsp;การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นตนในฐานะผู้นำตำบลบ่อน้ำร้อนต้องเข้ามาเสนอแนะแนวทางต่างๆ&amp;nbsp;ให้ผู้ประกอบการได้นำไปพิจารณาและปฏิบัติ&amp;nbsp;หากความคิดเห็นของประชาชนที่มาร่วมในเวทีนี้&amp;nbsp;ทางบริษัทรับฟังและนำไปปฏิบัติได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพโรจน์&amp;nbsp;แซ่ซี่&amp;nbsp;กรรมการบริษัทโชคชัยกันตังพอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;เมื่อกฎหมายสิ่งแวดล้อมมีความเข้มข้นขึ้น&amp;nbsp;ท่าเรือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้จากเวลาทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในครั้งนี้&amp;nbsp;ประเด็นหลักๆ&amp;nbsp;คือเรื่องฝุ่นละออง&amp;nbsp;ปัญหาการใช้ถนนหนทางร่วมกันระหว่างรถขนาดใหญ่&amp;nbsp;และรถของประชาชน&amp;nbsp;ด้วยเพราะถนนแคบอาจก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุได้&amp;nbsp;การจัดเวทีวันนี้ทางบริษัทได้รวบรวมข้อคิดเห็น&amp;nbsp;และปัญหาที่ชาวบ้านสะท้อนมา&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไข&amp;nbsp;และวางมาตรการในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428113427427</Link_News></row>
<row _id="496"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 3 พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว หมู่ 5 ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อไป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.เกาะยอ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายวงศกร&amp;nbsp;นุ่นชูคันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเบี้ยว&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลเกาะยอ&amp;nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยมีพระครูโกศลอรรถกิจ&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดโคกเปรี้ยว&amp;nbsp;นายวฤทธิ์&amp;nbsp;อินทรกุล&amp;nbsp;ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;ร้อยตำรวจโทโกวิทย์&amp;nbsp;รัชนียะ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ&amp;nbsp;นายจารุวิทย์&amp;nbsp;เสถียรรังสฤษดิ์&amp;nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;วิทยากร&amp;nbsp;ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;บริษัทที่ปรึกษา&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโคกเปี้ยว&amp;nbsp;ตำบลเกาะยอ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวงศกร&amp;nbsp;นุ่นชูคันธ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&amp;nbsp;ตำบลเกาะยอ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นเกาะถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบสงขลาตอนล่าง&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่พบปัญหาการกัดเซาะเกิดจากกระแสน้ำในร่องน้ำรอบเกาะยอบริเวณวัดโคกเปี้ยว&amp;nbsp;ลม&amp;nbsp;และคลื่นในช่วงฤดูมรสุม&amp;nbsp;ประกอบกับการสัญจรของเรือต่างๆ&amp;nbsp;ทำให้เกิดการพัดพาของคลื่นเข้าสู่ตลิ่งส่งผลให้แนวตลิ่งบริเวณวัดได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะ&amp;nbsp;ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันตลิ่ง&amp;nbsp;อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างของวัดโคกเปี้ยวได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ&amp;nbsp;ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&lt;/strong&gt;การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดโคกเปี้ยว&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;และได้ตระหนักถึงปัญหาการกัดเซาะและได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;แมคโครคอนซัลแตนส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอส&amp;nbsp;ที&amp;nbsp;เอส&amp;nbsp;เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp;คอนซัลแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ออโรร่า&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;เอ็นจีเนียริ่ง&amp;nbsp;คอนซัลแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้เป็นผู้ดำเนินการศึกษา&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมชุมชน&amp;nbsp;สังคมและวัฒนธรรม&amp;nbsp;อาชีพ&amp;nbsp;ความปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และวิถีชีวิตให้น้อยที่สุด&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสำรวจออกแบบรายละเอียด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจะดำเนินการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชน&amp;nbsp;และให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบถึงการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน&amp;nbsp;และนำเสนอข้อมูลทางเลือกที่เหมาะสม&amp;nbsp;แบบร่างและรายละเอียดของโครงสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะพื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&amp;nbsp;รวมถึงนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มาตรการป้องกัน&amp;nbsp;การแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มีต่อโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณิชารีย์&amp;nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428114405438</Link_News></row>
<row _id="497"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์แจ้งเตือน จีนพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในคนเป็นครั้งแรก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนก&amp;nbsp;H3N8&amp;nbsp;ในมณฑลเหอหนาน&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;เป็นเด็กชาย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ขวบ&amp;nbsp;มีอาการมีไข้และมีอาการอื่นๆ&amp;nbsp;โดยบ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และกา&amp;nbsp;อีกทั้งมีเป็ดป่าอยู่รอบๆ&amp;nbsp;บ้าน&amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้ดำเนินการสังเกตอาการและสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยและไม่พบความผิดปกติใดๆ&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์&amp;nbsp;H3N8&amp;nbsp;ในม้า&amp;nbsp;สุนัข&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;และแมวน้ำ&amp;nbsp;จากทั่วโลก&amp;nbsp;แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย&amp;nbsp;H3N8&amp;nbsp;ในมนุษย์มาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่า&amp;nbsp;เชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&amp;nbsp;(HPAI)&amp;nbsp;ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&amp;nbsp;2,064&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประเทศเวียดนาม&amp;nbsp;ซึ่งพบสายพันธุ์&amp;nbsp;H5N1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;H5N8&amp;nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&amp;nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทันที&amp;nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;ควบคุมโรคทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428171114664</Link_News></row>
<row _id="498"><NewsTitle>พาณิชย์แพร่แจ้งความคืบหน้าชดเชยส่วนต่างราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 64/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานความคืบหน้าการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ได้แจ้งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการขดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และงวดที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ได้ออกประกาศฯ&amp;nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในงวดที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ&amp;nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;14.59&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;10.60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งราคาอ้างอิงดังกล่าวสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&amp;nbsp;ส่วนงวดที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ&amp;nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;14.5&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;11.56&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยราคาอ้างอิงดังกล่าวสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428120832454</Link_News></row>
<row _id="499"><NewsTitle>มอบรถยนต์เพื่อการเกษตรและยางห้ามล้อที่ผลิตจากยางพารา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พิธีมอบรถยนต์เพื่อการเกษตรแก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/strong&gt;และยางห้ามล้อที่ผิตจากยางพาราแกหน่วยงานราชการในจังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.49&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายนริศ&amp;nbsp;ขำนุรักษ์&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษา&amp;nbsp;กมธ.&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นางสุพัชรี&amp;nbsp;ธรรมเพชร&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;นายสุขทัศน์&amp;nbsp;ต่างวิริยกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้สนปฏิบัติการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายณรงศักดิ์&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ผอ.กยท.เขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;และแขกผู้มีเกียรติ&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงเช้าจัดพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์&amp;nbsp;มหิศรภักดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(คอซิมบี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ระนอง)&amp;nbsp;บิดาแห่งยางพาราไทย&amp;nbsp;เพื่อความเป็นศิริมงคล&amp;nbsp;ต่อไปได้มอบยางห้ามล้อที่พัฒนาขึ้นจากยางพาราและมอบรถยนต์บรรทุก&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบการกิจการยาง&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;49(3)&amp;nbsp;หมวดเงินอุดหนุน&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราภายในประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการรับมอบรถยนต์บรรทุกเพื่อการเกษตรแก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สถาบัน&amp;nbsp;ได้แก่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านลำสินธุ์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรทำสวน&amp;nbsp;กยท.บ้านชข่างทอง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การอุตสาหกรรม&amp;nbsp;การตลอด&amp;nbsp;และการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&amp;nbsp;ออกแบบและผลิตยางห้ามล้อที่พัฒนาขึ้นจากยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งใช้ยางพาราจากเกษตรกรโดยการรวบรวมของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านบางหล่อ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลเกาะเต่า&amp;nbsp;อำเภอป่าพะยอมจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และให้ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยียางเพื่อชุมชน&amp;nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&amp;nbsp;ออกแบบสูตรและผลิตเป็นยางห้ามล้อเพื่อมอบให้แก่ส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราภายในประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถผลิตยางห้ามล้อได้จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ยางพารา&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Corporate&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Responsibility&amp;nbsp;(CSR)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428132530479</Link_News></row>
<row _id="500"><NewsTitle>จังหวัดลำปาง หลายภาคส่วนร่วมสนับสนุนเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อพลิกฟื้นแม่น้ำวังให้สะอาดสวยงาม ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมสนับสนุนเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการเติมอากาศให้กับแม่น้ำวัง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นผู้รับมอบ&amp;nbsp;ซึ่งสอดรับข้อสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ที่ให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;โดยจังหวัดลำปางได้ดำเนินการพื้นที่ลุ่มน้ำวัง&amp;nbsp;เหนือเขื่อนยาง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;(สะพานเสตุวารีถึงฝายยางเฉลิมพระเกียรติ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;มีแผนงานการพัฒนา&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขุดลอกจอก&amp;nbsp;แหน&amp;nbsp;วัชพืชบก&amp;nbsp;วัชพืชน้ำ&amp;nbsp;หรือเศษขยะที่อยู่ในแม่น้ำ,&amp;nbsp;ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย,&amp;nbsp;การรักษาระดับแม่น้ำวัง,&amp;nbsp;ต่อลมหายใจแม่น้ำวังโดยใช้เครื่องพ่นน้ำ,&amp;nbsp;การบำบัดน้ำเสียปลายท่อแม่น้ำวัง&amp;nbsp;รวมไปถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ในแม่น้ำคูคลอง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ระยะพัฒนา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การควบคุมปริมาณและรักษาระดับน้ำ&amp;nbsp;(ฝายชะลอน้ำ,&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำ,แก้มลิงแม่น้ำวัง)&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์และรักษาเอกลักษณ์&amp;nbsp;(เส้นทางจักรยาน,&amp;nbsp;สวนสาธารณะริมเขื่อนยาง,พัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ)&amp;nbsp;เติมลมหายใจให้แม่น้ำวัง&amp;nbsp;(ระบบเติมอากาศให้แม่น้ำวัง)&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;และระบบรวบรวมน้ำเสีย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และระยะยาวสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;ในการวางระบบเฝ้าระวัง&amp;nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมชุมชน&amp;nbsp;ในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพและคุณภาพน้ำแม่น้ำวัง&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428140903515</Link_News></row>
<row _id="501"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ เร่งผลักดันผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศจริงจังไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เร่งผลักดันผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศจริงจังไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;เพื่อตัดวงจรการเผาที่ก่อมลพิษในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และและภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ทั้งภาคราชการ&amp;nbsp;สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;สมาคมและองค์กรเอกชน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศ&amp;nbsp;118&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;การไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;เพื่อนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทองแดงที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรือหลอมนำกลับไปเป็นวัตถุดิบการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า&amp;nbsp;ธุรกิจก่อสร้าง&amp;nbsp;เครื่องจักร&amp;nbsp;และยานยนต์&amp;nbsp;แต่วิธีการให้ได้มาซึ่งวัสดุมีค่าต้องเป็นวิธีการที่ถูกต้องด้วย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;แหล่งชุมชนหรือสถานที่ถอดแยกต้องคัดแยกอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;โดยไม่เผาวัสดุและต้องส่งขายไปยังศูนย์รับซื้อหรือโรงงานรีไซเคิลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;และต้องส่งเศษซากหรือวัสดุที่ไม่มีค่าไปกำจัดอย่างถูกต้องด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลายพื้นที่พบมีการเผาและจัดการเศษขยะไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบกระทำความผิดยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร&amp;nbsp;จึงเห็นว่าหากผู้ประกอบการยินดีร่วมมือไม่รับซื้อวัสดุมีค่าที่มาจากการเผาเริ่มจากผลิตภัณฑ์ทองแดงที่มาจากการเผาสายไฟ&amp;nbsp;จะเป็นการตัดวงจรการเผาดีที่สุดและเป็นการใช้ความร่วมมือแทนการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นประมาณ&amp;nbsp;435,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ถูกเก็บรวบรวมไปกำจัดอย่างถูกต้องเพียง&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ตันเท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งซากผลิตภัณฑ์ฯที่มีค่าส่วนใหญ่จะถูกขายให้ซาเล้ง&amp;nbsp;รถเร่&amp;nbsp;หรือร้านรับซื้อของเก่า&amp;nbsp;ส่วนซากผลิตภัณฑ์ฯที่ไม่มีค่าจะถูกทิ้งรวมกับขยะชุมชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428143933542</Link_News></row>
<row _id="502"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับเกษตรตรัง ลงพื้นที่ส่งมอบพร้อมให้คำแนะนำการใช้ถุงห่อทุเรียน Magik Growth เพื่อป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน เพลี้ยแป้ง และราดำ ของ Young Smart Farmer ตำบลโพรงจระเข้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบถุงห่อทุเรียน&amp;nbsp;Magik&amp;nbsp;Growth&amp;nbsp;เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียน&amp;nbsp;เพลี้ยแป้ง&amp;nbsp;และราดำ&amp;nbsp;ของนายสุรเชษฐ&amp;nbsp;เส็นฤทธิ์&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการใช้ถุงห่อทุเรียน&amp;nbsp;Magik&amp;nbsp;Growth&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ควรห่อผลในช่วง&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หลังดอกบาน-หลังตัดแต่งไว้ผล&amp;nbsp;รอบสุดท้าย-ขนาดผลสูงประมาณขวดโค้ก&amp;nbsp;0.5&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ก่อนห่อผล-ฉีดล้างผลด้วยสารเคมี/สารชีวภัณฑ์ไล่แมลง&amp;nbsp;ก่อนห่อ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เพื่อล้างไข่&amp;nbsp;หรือตัวอ่อนแมลงที่อาจเกาะอยู่ที่ผลทุเรียนออกก่อน-ควรไว้ลูกที่ห่อเป็นลูกเดี่ยว&amp;nbsp;เวลาห่อแล้วไม่ติดกัน&amp;nbsp;แมลงมักวางไข่ตามซอกมุม-ทำการป้องกันมดที่โคนต้นทุเรียน&amp;nbsp;ไม่ให้มดสามารถพาไข่เพลี้ยแป้งขึ้นมาจากดินได้-ควรคัดลูกที่ทรงสวยสาหรับห่อ&amp;nbsp;เนื่องจากหลังจากห่อ&amp;nbsp;จะไม่สามารถปรับปรุง&amp;nbsp;รูปทรงทุเรียนได้-แต่ละรุ่นทุเรียนที่ห่อ&amp;nbsp;ควรมีรุ่นที่ไม่ห่อเปรียบเทียบ&amp;nbsp;และทาเครื่องหมายบนถุงไว้&amp;nbsp;เพื่อสะดวกในการสังเกต&amp;nbsp;ช่วงที่สามารถตัดได้&amp;nbsp;เนื่องจากคนตัด&amp;nbsp;จะไม่สามารถดูจากสีหนามได้&amp;nbsp;ต้องอาศัยการเคาะหรือ&amp;nbsp;วัดปริมาณแป้ง&amp;nbsp;เป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ก่อนเก็บผล-ถ้าต้องการผลสีเขียวเข้ม-น้าตาล&amp;nbsp;ควรแกะถุงห่อก่อนตัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อาทิตย์-ถ้าถอดถุงห่อวันที่ตัดผล&amp;nbsp;จะได้ทุเรียนร่องหนามใส&amp;nbsp;ผิวสะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะกับการขายเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;วันตัดผล-ควรตัดผลเมื่อ&amp;nbsp;%แป้ง&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;32%-ควรถอดถุงห่อออกและปล่อยลงมาก่อน&amp;nbsp;เทเศษเปลือกทุเรียนออกและพับเก็บ&amp;nbsp;ในกรณีที่มีคราบสกปรก&amp;nbsp;สามารถนาไปซักหรือแช่น้ายาฆ่าเชื้อโรคอ่อนๆได้&amp;nbsp;ตากให้แห้งและเก็บสาหรับใช้ในฤดูกาลถัดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;เริ่มห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ผลทุเรียนอายุประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วันหลังดอกบาน&amp;nbsp;หรือระยะติดผลเล็ก&amp;nbsp;(ผลทุเรียนขนาดไข่กระทา)&amp;nbsp;โดยใช้ถุงพลาสติกขนาด&amp;nbsp;6x14&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;เนื่องจากมีหนอนเข้าทำลายในระยะดังกล่าว&amp;nbsp;และในช่วงประมาณ&amp;nbsp;50-50&amp;nbsp;วันหลังดอกบาน&amp;nbsp;จะทำการคัดเลือกผลทุเรียนที่สมบูรณ์&amp;nbsp;และห่อด้วยถุงห่อทุเรียน&amp;nbsp;Magik&amp;nbsp;Growth&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิธีการห่อผลทุเรียนดังกล่าว&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;มีความมั่นใจว่าสามาร&lt;/strong&gt;ถควบคุมหนอนเจาะผลได้ถึง&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เปอร์เซนต์&amp;nbsp;และเป็นวิธีการที่สามารถควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนได้ในขั้นตอนเดียว&amp;nbsp;ผลผลิตปลอดสารเคมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซนต์&amp;nbsp;ผลผลิตจากสวนจำหน่ายให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;และต่างจังหวัด&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเฉลี่ยปีละประมาณ&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;บาท/ต้น&amp;nbsp;(สนใจสามารถติดต่อสั่งจองทุเรียนหมอนทองไร้สารเคมีได้ที่&amp;nbsp;คุณสุรเชษฐ&amp;nbsp;เส็นฤทธิ์&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;086-0455116)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถุงห่อทุเรียน&amp;nbsp;Magik&amp;nbsp;Growth&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นนวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีสมบัติให้น้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้โดยง่าย&amp;nbsp;รวมถึงมีสมบัติการคัดเลือกช่วงแสงที่เหมาะสมกับเซลล์รับแสงที่ผิวผลไม้&amp;nbsp;เมื่อนำไปห่อทุเรียนสามารถป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน&amp;nbsp;เพลี้ยแป้ง&amp;nbsp;และราดำ&amp;nbsp;ตลอดจนมีสีของเปลือกที่สวยเป็นสีเขียวแกมเหลือง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นธรรมชาติของสีผิวของผลไม้ที่ห่อถุง&amp;nbsp;เปลือกสวย&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก&amp;nbsp;ดร.ณัฐภพ&amp;nbsp;สุวรรณเมฆ&amp;nbsp;นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ&amp;nbsp;กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง&amp;nbsp;ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ&amp;nbsp;(เอ็มเทค)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&amp;nbsp;(สวทช.)&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160103588</Link_News></row>
<row _id="503"><NewsTitle>จังหวัดตรัง   ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (ทุเรียนพื้นบ้าน) เพื่อบูรณาการงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางกันยารัตน์&amp;nbsp;ก้านจันทร์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลและแนวทางการพัฒนาพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านเพื่อบูรณาการงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เพื่อคัดเลือกทุเรียนพื้นบ้านที่มีลักษณะดีเด่น&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านนายเกษม&amp;nbsp;ทองรอด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลและกำหนดแนวทางพัฒนาร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;แนวทางการพัฒนาที่มาจากการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน&lt;/strong&gt;ที่ต้องการดำเนินการในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การคัดเลือกสายพันธุ์ดีและพัฒนาชุมชนต้นแบบทุเรียนพื้นบ้าน&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;โดยเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวางแผนลงสำรวจและรวบรวมทุเรียนพื้นบ้านสายพันธุ์ดีตามคำบอกเล่า&amp;nbsp;เพื่อนำผลทุเรียนมาพิจารณาและคัดเลือกสายพันธุ์จากการพิจารณาเนื้อผลและรสชาติอีกครั้งในช่วงทุเรียนสุกหล่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160215589</Link_News></row>
<row _id="504"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;244&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;107&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;59&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;15,280&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,342&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,656&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;หลายจังหวัดในภาคเหนือพบอยู่ที่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;โดยเฉพาะเชียงราย&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;4,268&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;2,644&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;439&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428155217583</Link_News></row>
<row _id="505"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา   จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นางฉลวย&amp;nbsp;เวียนคำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;(นายปราโมทย์&amp;nbsp;ไชยมณี)&amp;nbsp;ลงพื้นที่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้กับเกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และกำหนดลงพื้นที่ครั้งถัดไปในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&amp;nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&amp;nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160304591</Link_News></row>
<row _id="506"><NewsTitle>จังหวัดพังงา เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางนายสี&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และครบถ้วน&amp;nbsp;ให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ให้คำแนะนำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงานมีการให้บริการทางด้านการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;และคลินิกเสริมจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;(YSF)&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428161011595</Link_News></row>
<row _id="507"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดพังงา จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาส 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางนายสี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางนายสี&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยมีนายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;ฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;แก้วพิพัฒน์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก&amp;nbsp;ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีกิจกรรม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;บริการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืช&amp;nbsp;โรคทางพืชต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ศัตรูพืช&amp;nbsp;ศัตรูธรรมชาติ&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;บริการทำหมันสุนัขและแมว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ&amp;nbsp;แจกพันธ์ปลากินพืช&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;บริการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย&amp;nbsp;ที่ดิน&amp;nbsp;สปก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;บริการให้คำปรึกษาการทำบัญชีครัวเรือน&amp;nbsp;บัญชีรายรับ-จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;บริการให้คำปรึกษาการใช้น้ำของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางนายสี&amp;nbsp;บริการตรวจหาสารพิษในกระแสเลือด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;แจกฟรีพันธุ์ปลาน้ำจืด&amp;nbsp;สารชีวิภัณฑ์&amp;nbsp;จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&amp;nbsp;มวนพิฆาต&amp;nbsp;แหนแดง&amp;nbsp;ปุ๋ยยางพารา&amp;nbsp;ต้นผักเหมียง&amp;nbsp;ต้นมะเขือ&amp;nbsp;ต้นถั่วฝักยาว&amp;nbsp;ต้นหมาก&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428163354615</Link_News></row>
<row _id="508"><NewsTitle>เทศบาลนครตรัง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำขัง ทำให้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ดร.สัญญา&amp;nbsp;ศรีวิเชียร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายถนอมพงศ์&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครตรัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ถนนห้วยยอด&amp;nbsp;ซอย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำขัง&amp;nbsp;ทำให้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศบาลนครตรัง&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักช่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการขุดร่องและขยายทางระบายน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้น้ำที่ขังสามารถระบายได้&amp;nbsp;โดยขอความอนุเคราะห์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำขังดังกล่าว&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ยังได้ดำเนินการเสริมผิวจราจรเพื่อให้มีช่องทางรถในการสัญจรของพี่น้องประชาชนให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการดำเนินงานฯ&amp;nbsp;จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยในอนาคต&amp;nbsp;เทศบาลนครตรัง&amp;nbsp;จะร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาออกแบบ&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำไปสู่บ่อบำบัดน้ำเสียต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428162830609</Link_News></row>
<row _id="509"><NewsTitle>ผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล เห็นด้วยกับมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ พร้อมอยากให้ส่งเสริมการจัดการขยะที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล&amp;nbsp;เห็นด้วยกับมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ&amp;nbsp;พร้อมอยากให้ส่งเสริมการจัดการขยะที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสมไทย&amp;nbsp;วงษ์เจริญ&amp;nbsp;ประธานบริหารกลุ่มวงษ์พาณิชย์&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;ในฐานะผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล&amp;nbsp;กล่าวถึงมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐว่า&amp;nbsp;เห็นด้วยกับภาครัฐในเรื่องนี้และจะเกิดประโยชน์มากขึ้น&amp;nbsp;เพราะการเผาสายไฟก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นสารก่อมะเร็ง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากนี้จะเร่งทำความเข้าใจและติดป้ายหยุดรับซื้อทองแดงจากการเผา&amp;nbsp;พร้อมติดป้ายประกาศไม่รับซื้อทองแดงผิดกฎหมายจากการลักทรัพย์&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคดำเนินการตรวจสอบกิจการคู่ขนานกันไป&amp;nbsp;ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เริ่มออกเทศบัญญัติห้ามเผาขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;แต่มีอุปสรรคสำคัญเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลไกและมาตรการของภาครัฐ&amp;nbsp;โครงสร้างภาษีที่ไม่เอื้อต่อการประกอบกิจการร้านขายของเก่า&amp;nbsp;โรงงานรีไซเคิล&amp;nbsp;และกฎหมายผังเมืองที่ไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานรีไซเคิลในเมือง&amp;nbsp;ซึ่งล้าสมัย&amp;nbsp;และไม่เอื้ออำนวยต่อการรวบรวมจัดส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;หากภาครัฐส่งเสริมภาคเอกชนดำเนินการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มที่ในอนาคตประเทศไทยจะไม่มีมลพิษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มวงษ์พาณิชย์&amp;nbsp;มีเครือข่ายทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;2,222&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ผ่านมาสามารถรีไซเคิลได้&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ล้านตันต่อปี&amp;nbsp;ถือเป็นตลาดใหญ่ที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนหยุดรับซื้อ&amp;nbsp;โดยได้ทำมาก่อนหน้าที่แล้วมีปริมาณการรับซื้ออยู่ที่&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;รวมเป็นมูลค่ากว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประกาศหยุดซื้อทองแดงเผาแต่ไม่กระทบการดำเนินงาน&amp;nbsp;เพราะยังมีการถอดแยกซากอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ซึ่งคุณภาพและราคารับซื้อดีกว่าทองแดงจากการเผาด้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;310&amp;nbsp;บาทฃ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428163743617</Link_News></row>
<row _id="510"><NewsTitle>ต้นทุนหมูแพงเพราะเหตุ 4 เด้ง ขอผู้บริโภคโปรดเข้าใจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 คณะอนุกรรมการต้นทุน Pig Board รายงานต้นทุนการผลิตสุกรขุน 98.81 บาทต่อกิโลกรัม นับว่าเป็นต้นทุนการผลิตสุกรขุนที่สูงเป็นประวัติการณ์เรียกได้ว่าฟาร์มต้องกุมขมับ เพราะราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มมีชีวิตตามประกาศของสมาคมฯ คือ 96-98 บาท/กิโลกรัม ซื้อขายจริงในบางพื้นที่ทะลุ 100 บาท/กิโลกรัมเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำถามคือที่มาของตัวเลขต้นทุนที่สูงปรี๊ดขณะนี้มาจากอะไรบ้าง &amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;สาเหตุที่ตัวเลขต้นทุนการผลิตสุกรสูงในขณะนี้เกิดจากสถานการณ์ 4 เด้ง&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เด้งแรก ผลพวงของการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรหรือ ASF ปริมาณแม่พันธุ์ยังไม่เพียงพอ ทำให้อัตรากำลังการผลิตสุกรน้อยกว่าปีก่อน ผลผลิตสุกรเข้าสู่ตลาดลดลงราคาย่อมต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่มากกว่าอัตราการผลิตได้&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เด้งที่ 2 ผลต่อเนื่องจากเด้งแรก คือต้นทุนลูกสุกร เนื้อหมูที่วางขายอยู่ในตลาดช่วงนี้ต้องย้อนไปเดือนมกราคม 2565 หากเราจำกันได้ เป็นช่วงที่ราคาเนื้อสุกรแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาลูกสุกรก็แพงที่สุดเช่นกัน โดยราคาเฉลี่ยลูกสุกรเดือนมกราคม 3,650 บาท/ตัว ทำให้สัดส่วนต้นทุนลูกสุกรสูงถึง 40.65% ของต้นทุนการผลิตสุกรขุน &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เด้งที่ 3 ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสองประเทศนี้เป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญของโลก ผลพวงจากสถานการณ์นี้ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกชนิดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก่อนเกิดสงครามวัตถุดิบก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว โดยตั้งแต่ต้นปี ในเวลาเพียง 3 เดือน ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มขึ้น 17.1% กากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 13.6% ข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.3% ปลาป่นเพิ่มขึ้น 19.3% (ภาพที่ 1) (อันที่จริงปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยซ้ำ) ถึงกับมีการแซวกันว่า ราคาวัตถุดิบขึ้นโหดเหมือนโกรธคนเลี้ยง&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;ในการขุนสุกรให้ได้น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ต้องใช้อาหารสุกรประมาณ 248 กิโลกรัม คิดเป็นต้นทุนค่าอาหารไม่น้อยกว่า 4,000 บาท หรือประมาณ 45.09% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยขยายเวลาเลี้ยงนานขึ้นจาก 100 กิโลกรัม เป็น 110  120 กิโลกรัม แน่นนอนต้นทุนอาหารก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เด้งที่ 4 สภาพอากาศที่ร้อน สุกรจะกินอาหารน้อยกว่าปกติ ทำให้โตช้า ฟาร์มต้องเลี้ยงนานขึ้น ทำให้ต้นทุนอาหารในช่วงหน้าร้อนสูงกว่าปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;หากถามว่าเด้งไหนที่รัฐพอจะบรรเทาปัญหาได้คือ เด้งที่ 2 การแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบ โดยทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้เสนอแนวทางแก้ไข 3 ข้อไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;1.&amp;nbsp;ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;2.&amp;nbsp;ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 : 1 &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;3.&amp;nbsp;เปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO, AFTA ยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียม ในปริมาณขาดแคลนชั่วคราว ในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;ข้อเสนอทั้ง 3 ได้รับการตอบสนองเพียงส่วนเดียว ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน หรือเป็นที่ยอมรับของภาคปศุสัตว์และอาหารสัตว์ กล่าวคือการผ่อนปรนให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ตามกรอบ WTO &amp;nbsp;ไม่เกิน 0.38 ล้านตัน ในช่วงเมษายน  กรกฎาคม 2565 ซึ่งขณะนี้กำลังจะหมดเดือนเมษายน แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การอนุญาตนำเข้าข้าวโพดอาจมีส่วนช่วยให้ผู้กักตุนข้าวโพดขณะนี้ยอมคายผลผลิตที่กักตุนไว้เก็งกำไรได้ &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;ข้อเท็จจริงอีกข้อคือ ราคาข้าวสาลีในขณะนี้สูงเทียบเท่าข้าวโพดแล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจให้เกิดการนำเข้าข้าวสาลีมาเป็นวัตถุดิบทดแทนตามมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 ส่วน ส่วนมาตรการยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% ซึ่งจัดการได้ง่ายที่สุด และสามารถยกเลิกได้ทันที แต่มาตรการนี้ก็ถูกยื้อไว้นานที่สุด โดยที่ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;สำหรับมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ควรต้องผ่อนปรนมากขึ้น หากรัฐไม่ต้องการซ้ำเติมปัญหาให้แก้ยากไปกว่านี้ เนื่องจากรัฐได้กำหนดนโยบายประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ 8.5 บาท/กิโลกรัม และรับซื้อเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศ 19.75 บาท/กิโลกรัม เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองได้รับการดูแลอยู่แล้ว จึงควรปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เนื่องจากสถานการณ์สงครามรัสเซียยูเครนยังคงยืดเยื้อ และกำลังการผลิตของผู้ผลิตถั่วเหลืองและข้าวโพดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา บราซิล น่าจะมีปัญหาในปีการผลิตปัจจุบันเนื่องจากต้นทุนน้ำมันและปุ๋ยแพง เหล่านี้จะทำให้ราคาต้นทุนการผลิตสุกรไม่น่าจะลดลงได้ &amp;nbsp;นั่นหมายถึงราคาเนื้อสุกรคงต้องแพงขึ้นอีก นอกจากนี้ รัฐต้องเข้มงวดกวดขันการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนอีกปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวบ่อนทำลายเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูไทย ซึ่งจะกระทบไปยังเกษตรกรพืชไร่อีกหลายแสนรายด้วยอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เมื่อรัฐไม่มีความสามารถแก้ปัญหาต้นทางจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปล่อยให้กลไกตลาดทำหน้าที่ มิเช่นนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่เหลืออยู่ไม่ถึงแสนราย คงต้องเซย์กู้ดบายถาวรเพราะต้นทุนที่แบกรับกันอยู่ตอนนี้ แบกกันแอ่นจนหลังจะหักแล้ว สำหรับผู้บริโภคคงได้เพียงบริหารจัดการเงินในกระเป๋า ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพราะการตรึงราคาสุกรหน้าฟาร์มคงไม่สามารถสั่งได้เหมือนในอดีต และในอีกไม่กี่วันนี้ก็จะต้องเผชิญกับการปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;เรื่องโดย ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428202309725</Link_News></row>
<row _id="511"><NewsTitle>ผลผลิตลด บริโภคเพิ่ม ต้นทุนพุ่ง ขบวนการลักลอบนำเข้าสุกรซ้ำเติม ขอกลไกตลาดทำงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;ปัจจุบันอุตสาหกรรมสุกรทั้งประเทศมีผลผลิตสุกรลดลง 40-50 % นับแต่ได้รับผลกระทบจากโรค ASFในสุกรช่วงก่อนหน้านี้&amp;nbsp;เป็นผลให้มีปริมาณไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การเลี้ยงสุกรขณะนี้ เกษตรกรยังไม่มั่นใจกับภาวะโรคที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงส่วนหนึ่งจึงลดความเสี่ยงในการนำสุกรเข้าเลี้ยง ขณะที่บางรายก็ยังงดการนำสุกรเข้าเลี้ยง&amp;nbsp;ในรายที่ยังเลี้ยงอยู่ก็ลดปริมาณการเลี้ยงไม่เต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;กลายเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์ผลผลิตลดลงไปอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกรได้ประเมินต้นทุนการเลี้ยงสุกรไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ 98.81 บาท กลายเป็นวิกฤตของเกษตรกร&amp;nbsp;จากต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์&amp;nbsp;โดยมีหลายปัจจัย ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการแรก ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2563 เป็นต้นมา ยิ่งเมื่อมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ต่างก็เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก กลายเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกยิ่งปรับสูงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นอาหารสำหรับสุกรสูงขึ้นเฉลี่ย 25-30%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นธัญพืชที่ไทยสามารถผลิตได้เองปีละประมาณ 5 ล้านตัน&amp;nbsp;น้อยกว่าความต้องการใช้ที่มีอยู่จริงปีละ 8 ล้านตัน&amp;nbsp;เท่ากับยังขาดแคลนอีก 3 ล้านตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการที่สอง ต้นทุนป้องกันโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายสิทธิพันธ์&amp;nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากการระบาด ASF ในสุกร เกษตรกรผู้เลี้ยงจึงลงทุนในการทำระบบป้องกันโรคระบาดในฟาร์มอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;พร้อมกับยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)&amp;nbsp;มีการพักคอก ปรับปรุงโรงเรือน และใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อเตรียมระบบการเลี้ยงก่อนการนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพื่อให้สามารถเลี้ยงสุกรได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการที่สาม&amp;nbsp;ต้นทุนค่าน้ำ-ไฟ-น้ำมัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บอกว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ช่วงฤดูร้อน เกษตรกรต้องดูแลสภาพอากาศในโรงเรือนเพื่อคงประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยต้องเปิดระบบทำความเย็นแทบทั้งวัน&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำและไฟฟ้าเพื่อเดินระบบมากขึ้น บางฟาร์มมีระบบปั่นมอเตอร์พัดลมโดยใช้น้ำมัน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม ยิ่งรัฐบาลจะเลิกพยุงราคาน้ำมันดีเซลในวันที่ 1 พ.ค.2565 นี้ ภาระหนักก็จะตกที่เกษตรกร เพราะต้องใช้น้ำมันทั้งในการเลี้ยงและขนส่งสุกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้สุกรที่ปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้ลดลง&amp;nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงก็ยิ่งสูงขึ้น เกือบ 99 บาทต่อกิโลกรัมดังกล่าวข้างต้น ขณะที่ประกาศราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ 96-98 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาภาคผู้เลี้ยงทั่วประเทศต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐ&amp;nbsp;ในการพยุงราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เพื่อดูแลค่าครองชีพผู้บริโภค ทั้งที่เกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการที่สี่ แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายปรีชา&amp;nbsp;กิจถาวร นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภายใต้ ให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่สุดในอาชีพ&amp;nbsp;หลังจากพบโรค ASF ในสุกร&amp;nbsp;ทำให้การเลี้ยงสุกรต้องหยุดชะงัก เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะโรคระบาด&amp;nbsp;และขณะนี้เกษตรกรยังไม่สามารถขอกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ เพราะผู้เลี้ยงไม่มีรายได้และยังไม่มีหลักประกันในอาชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรียกง่ายๆว่า เกษตรกรขาดที่พึ่ง แม้จะอยากทำอาชีพเลี้ยงสุกรต่อ แต่ก็มีอุปสรรคเพราะไม่มีทุน การจะเริ่มเลี้ยงสุกรรอบใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จากการต้องปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ได้มาตรฐาน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย เรื่องนี้ภาครัฐต้องเร่งพิจารณาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประการที่ห้า ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรซ้ำเติม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องนี้ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังคงมีกลุ่มผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ที่ปรับตัวกับสถานการณ์ ด้วยการเลี้ยงหมูขุนใหญ่ขึ้น จับออกขายที่น้ำหนัก 110-120 กิโลกรัม ทำให้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ต้องจับออก ไม่มีการกักหมูไว้เพื่อเก็งกำไร หากแต่ยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมายจากหลายประเทศมาสวมเป็นเนื้อสุกรไทย&amp;nbsp;เพื่อฉวยโอกาสทำกำไร ซึ่งเป็นภัยร้ายกับผู้บริโภคโดยตรงเพราะหลายประเทศในตะวันตกยังอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ได้ ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงยังเสี่ยงต่อโรคต่างถิ่นที่อาจติดมากับสินค้าเหล่านี้&amp;nbsp;ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากร และกรมปศุสัตว์ ต้องเร่งปราบปราม ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรไทยในระยะยาว และปกป้องเศรษฐกิจชาติที่ต้องเสียหายจากขบวนการลักลอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บทสรุป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหารอบด้านที่เกิดขึ้น ทั้งผลผลิตลด ต้นทุนเพิ่ม และขบวนการลักลอบนำเข้าสุกรที่ซ้ำเติม ทั้งสองสมาคมผู้เลี้ยงสุกรย้ำว่า เกษตรกรขอเพียงความเข้าใจจากผู้บริโภคและภาครัฐ&amp;nbsp;ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี โดยไม่มีการควบคุม&amp;nbsp;ให้เกษตรกรสามารถขายสุกรในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทางออกของปัญหา และทางรอดของเกษตรกร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428202250724</Link_News></row>
<row _id="512"><NewsTitle>ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด นำผลไม้คัดคุณภาพ เกรด A มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอมือง&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;นางรุ่งอรุณ&amp;nbsp;เชาวกรกุล&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ชุมนุมการเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้นำมังคุด&amp;nbsp;,เงาะสีทอง&amp;nbsp;และทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;คุณภาพเกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;มาขายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;มังคุดคัดเกรดคุณภาพ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเงาะสีทอง&amp;nbsp;360&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโล&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนางรุ่งอรุณ&amp;nbsp;เชาวกรกุล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าในครั้งนี้&amp;nbsp;ทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดี&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9.7&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;291,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไปเชื่อมโยงกับผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ซึ่งผลไม้ทุกชนิดที่นำมาขายในวันนี้&amp;nbsp;เป็นผลผลิตจากสวนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด&amp;nbsp;การันตีด้านคุณภาพอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างข้าวสารหอมมะลิ&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;กับผลไม้คุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายตามโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องการผลักดันให้เครือข่ายสหกรณ์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลไม้ไปประเทศคู่ค้าได้&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง&amp;nbsp;ทำให้ผลไม้กระจุกตัวและส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ใดสนใจสามารถไปซื้อได้ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งอยู่เยื้องกับตลาดกลางยางพารา&amp;nbsp;ถนนสายบุรีรัมย์-สตึก&amp;nbsp;หรือโทรติดต่อสอบถามและสั่งซื้อผลไม้ได้ที่&amp;nbsp;081-6606020&amp;nbsp;,&amp;nbsp;044-611601&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428231409781</Link_News></row>
<row _id="513"><NewsTitle>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนถึงวันที่ 2 พฤษภาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนถึงวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนในภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;167&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปราจีนบุรี&amp;nbsp;112&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และกำแพงเพชร&amp;nbsp;104&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;22,856&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำให้มีน้ำอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อย่างกรมชลประทาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.ลพบุรี&amp;nbsp;ได้ร่วมกันทำโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&amp;nbsp;ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ&amp;nbsp;ต.มหาสอน&amp;nbsp;อ.บ้านหมี่&amp;nbsp;ไปจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&amp;nbsp;ต.บางขาม&amp;nbsp;อ.บ้านหมี่&amp;nbsp;รวมระยะทางประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะแล้วเสร็จภายในปีนี้&amp;nbsp;หากขุดลอกแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขามช่วงหน้าน้ำหลาก&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้มากถึง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ท่าวุ้ง&amp;nbsp;อ.บ้านหมี่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.เมืองลพบุรี&amp;nbsp;รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งของแม่น้ำบางขามมีน้ำอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;ผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;และทำการเกษตรไว้ใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429102423829</Link_News></row>
<row _id="514"><NewsTitle>จังหวัดนนทบุรีลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงกระท้อนบางกร่างเพื่อขอใช้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่พื้นที่อำเภอบางกร่าง&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;พร้อมคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงกระท้อนบางกร่างของผู้ปลูกกระท้อนในจังหวัดนนทบุรีและมีผลผลิตออกในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งได้สมัครขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;"กระท้อนบางกร่าง"&amp;nbsp;ไว้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;คือตราสัญลักษณ์ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้แก่ผู้ผลิตสินค้า&amp;nbsp;เพื่อรับรองว่าเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้&amp;nbsp;วัตถุประสงค์หลักของตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เพื่อสร้างเกณฑ์ด้านคุณภาพให้กับสินค้า&amp;nbsp;สร้างความเชื่อถือในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า&amp;nbsp;สำหรับกระท้อนบางกร่างเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรีมาตั้งแต่ในอดีต&amp;nbsp;แต่เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประกอบกับราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงขายที่ดิน&amp;nbsp;หรือเกษตรกรที่ยังคงทำสวนอยู่ก็มักจะขาดทายาทรุ่นใหม่มาสานต่อ&amp;nbsp;อันส่งผลให้ในปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ปลูกกระท้อนอยู่จำนวนไม่มาก&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังมีเกษตรกรอีกหลายรายรวมถึงคุณศิริพันธ์ฯที่ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการทำสวนกระท้อน&amp;nbsp;โดยใช้วิธีปลูกแบบดั้งเดิมผสมผสานกับการใช้ความรู้วิทยาการสมัยใหม่&amp;nbsp;ผลิตกระท้อนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระท้อนห่อบางกร่าง&amp;nbsp;เป็นผลไม้ที่ได้รับตราเครื่องหมายรับรอง&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)&amp;nbsp;ถึงแนวโน้มการทำเกษตรยุคใหม่ในจังหวัดนนทบุรีที่ปลูกพืชผักผลไม้จำนวนไม่มาก&amp;nbsp;แต่มีคุณภาพและราคาสูง&amp;nbsp;มีมาตรฐานรับรอง&amp;nbsp;โดยเน้นการบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp;ปลูกพืชผักผลไม้หลายประเภทผสมผสาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429114203872</Link_News></row>
<row _id="515"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงวันที่ 1 - 6 พ.ค.กระทบไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคมกระทบไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.แม่นะ&amp;nbsp;อ.เชียงดาว&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เวียง&amp;nbsp;อ.เชียงของ&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนภายในประเทศด้วยเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออกช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;หากจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออกเฉียงเหนือยังคงสะสมจำนวนมากจะมีโอกาสเคลื่อนตัวมากระทบ&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่และน่านได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;เนื่องจากฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429103143833</Link_News></row>
<row _id="516"><NewsTitle>ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา ทางเลือกในการซื้อสินค้าพืชผักผลไม้สดจากสวนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ตลาดเกษตรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดตลาดวันอังคาร&amp;nbsp;และวันศุกร์สุดสัปดาห์ยังคงขายสินค้าจากเกษตรกรที่นำพืชผักสดๆ&amp;nbsp;จากสวนมาวางขายกันสดๆโดยมีร้านขายอาหาร&amp;nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;มาหาซื้อพืชผักผลไม้ของเกษตรกรที่นำมาจากสวนกันสดๆ&amp;nbsp;เนื่องจากสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้ามาเป็นเวลานานหลายปี&amp;nbsp;โดยลูกค้าที่มาซื้อ&amp;nbsp;นอกจากจะได้รับพืชผักสดๆ&amp;nbsp;จากสวนแล้ว&amp;nbsp;ในส่วนของราคา&amp;nbsp;ก็มีราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรนำผลผลิตมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;จึงทำให้ราคาผลผลิตที่นำมาขาย&amp;nbsp;ราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป&amp;nbsp;อีกทั้งการจัดการตลาดจัดเป็นแถวเดียวไม่มีการรวมกลุ่มโดยประชาชนจะเว้นระยะห่างกันเอง&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกคน&amp;nbsp;ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้ง&amp;nbsp;ทุกร้านเข้าโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;จึงช่วยให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ก็ได้ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจในการออกมาจับจ่ายมากขึ้น&amp;nbsp;วันนี้โครงการคนละครึ่งโค้งสุดท้าย&amp;nbsp;เฟส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จะสิ้นสุดลงในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของพืชผักและผลไม้นั้นจะต้องเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;GAP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือออแกร์นิค&amp;nbsp;ในส่วนของประเภทอาหารแปรรูปจะต้องผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;ฮาลาลในส่วนของไข่ไก่ต้องจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และการดำเนินงานของตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาจะอยู่ภายใต้สโลแกน&amp;nbsp;เกษตรกรจริงๆทุกสิ่งปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เกษตรกรจริงๆ&amp;nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวันอังคารและวันศุกร์เวลา&amp;nbsp;06.30&amp;nbsp;น.ถึง&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จะเห็นได้ว่าในช่วงวันศุกร์&amp;nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่จะแห่กันมาซื้อผลผลิต&lt;/strong&gt;ทางการเกษตรที่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาแห่งนี้&amp;nbsp;กันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;เนื่องจากมีความมั่นใจสินค้าของเกษตรกรที่นำมาขายเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษและได้มีการรับรองคุณภาพ&amp;nbsp;จากทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาทุกร้านมั่นใจในความปลอดภัยไม่มีสารเคมีเจือปน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429113055857</Link_News></row>
<row _id="517"><NewsTitle>เร่งแผนปฏิบัติการฯ ระยะ 5 ปี ดันภาคเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง เกษตรกรมั่นคงในอาชีพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศต้องมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในหลายประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การบริหารจัดการแรงงานภาคเกษตร&amp;nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การพัฒนาผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ธุรกิจเกษตร&amp;nbsp;การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร&amp;nbsp;การสนับสนุนแหล่งทุนให้กับเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;การบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกร&amp;nbsp;การส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปัจจุบันมีแผนพัฒนาการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการร่วมกัน&amp;nbsp;ซึ่งแผนดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนฉบับใหม่&amp;nbsp;และได้ปรับเปลี่ยนชื่อ&amp;nbsp;แผนพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่...&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ได้ยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;เสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของร่างแผนปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;และเห็นควรให้เพิ่มเติมและปรับปรุงในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ&amp;nbsp;รวมทั้งการกำหนดตัวชี้วัด&amp;nbsp;ค่าเป้าหมายและเพิ่มเติมแนวทางการพัฒนาในแต่ละประเด็นการพัฒนาให้ครอบคลุมในทุกมิติ&amp;nbsp;เพื่อให้การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่นๆ&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;&amp;nbsp;2570&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์คือ&amp;nbsp;เกษตรไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สู่เกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้สูง&amp;nbsp;มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เน้นการพัฒนา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการเกษตรแห่งอนาคต&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะปรับปรุงประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;ตามข้อคิดเห็นของคณะอนุกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะดำเนินการจัดสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อปรับแผนให้มีความครอบคุลมและครบถ้วน&amp;nbsp;ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอแผนฉบับสมบูรณ์ต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อทราบและนำแผนเข้าสู่ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ&amp;nbsp;พร้อมทั้งประกาศใช้ภายในเดือนกันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429114550874</Link_News></row>
<row _id="518"><NewsTitle>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปผลการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อสรุปผลการดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า&amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ทั้งด้านผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;และเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ที่ประชุมสรุปสถานการณ์ไฟป่าฯ&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;5,145&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;และสามารถควบคุมให้น้อยกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ลดลง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จากจุดความร้อนเมื่อปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,945&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยต้องไม่เกิน&amp;nbsp;9,556&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่พื้นที่เกิดจุดความร้อนสูงสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,359&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,268&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และอำเภอขุนยวม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;638&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,647&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,341&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;101&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ขณะที่สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐานที่&amp;nbsp;142&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ลดลงจากปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่มีค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เกินเกณฑ์อยู่ที่&amp;nbsp;329&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ถือว่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีเพิ่มขึ้นถึง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;207.1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าฯ&amp;nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนในปีนี้&amp;nbsp;สามารถดำเนินการได้ดีกว่าแผนงานที่ตั้งไว้&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในการลดกิจกรรมการเผา&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุุบันสถานการณ์หมอกควันไฟป่าฯ&amp;nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่คณะทำงานทุกหน่วย&amp;nbsp;ทุกระดับ&amp;nbsp;จะยังคงปฏิบัติการเฝ้าระวังต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429133957957</Link_News></row>
<row _id="519"><NewsTitle>แมลงเศรษฐกิจสร้างรายได้กว่า 7 พันล้านบาท เดินหน้าติวเจ้าหน้าที่ สนองนโยบายอาหารแห่งอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจประมาณ&amp;nbsp;69,176&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้จากการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ผึ้งพันธุ์&amp;nbsp;ผึ้งโพรง&amp;nbsp;ชันโรง&amp;nbsp;จิ้งหรีด&amp;nbsp;ครั่ง&amp;nbsp;ซึ่งสร้างประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ผ่านมาได้เน้นการส่งเสริมพัฒนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรับรองระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรชีวภาพตลอดโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;กลางทางและปลายทาง&amp;nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแมลงกินได้ที่สำคัญไปจัดแสดงในงานนิทรรศการระดับโลก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EXPO&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;Floriade&amp;nbsp;Almere&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&amp;nbsp;และงาน&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;Dubai&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ได้เป็นสินค้าชนิดหนึ่งในแผนเกษตรชีวภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ที่นับวันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น&amp;nbsp;ด้วยเป็นสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ถือเป็น&amp;nbsp;Future&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;ที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังมีประเด็นท้าทายคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรชีวภาพที่มีโอกาสทางการตลาด&amp;nbsp;เข้าสู่ระบบมาตรฐานและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านตลาดเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจในการผลิต&amp;nbsp;รวมถึงการนำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาผสมผสานกับการดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ชุมชนและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรและการสนับสนุนเพื่อให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;การเชื่อมโยงข้อมูลด้านตลาด&amp;nbsp;รวมถึงการนำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาผสมผสานกับการดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในด้านการบริหารจัดการการผลิต&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงต้นทางการผลิต&amp;nbsp;ที่ต้องมีความรู้&amp;nbsp;ทันต่อเหตุการณ์&amp;nbsp;ทราบถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;farming&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การสร้างช่องทางตลาด&amp;nbsp;เกิดผลในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429145202994</Link_News></row>
<row _id="520"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;471&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;203&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;115&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;74&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;15,524&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,365&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,785&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ภาคเหนือฝุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;โดยเฉพาะเชียงราย&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;3,553&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&amp;nbsp;2,263&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429150510005</Link_News></row>
<row _id="521"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เยี่ยมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามน้ำแม้จะปลูกแซมสวนมะพร้าวแต่สร้างรายได้มูลค่าปีละกว่า 1 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบ้านปราโมทย์&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวุฒิชัย&amp;nbsp;ยามโคกสูง&amp;nbsp;นายอำเภอบางคนที&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมสวนทุเรียนสามน้ำ&amp;nbsp;ของนายเอกชัย&amp;nbsp;เทียนไชย&amp;nbsp;เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;ก้านยาว&amp;nbsp;แซมในสวนมะพร้าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายเอกชัย&amp;nbsp;เทียนไชย&amp;nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตนปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองมากว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;โดยปลูกแซมตามร่องสวนบนพื้นที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;มีผลผลิตออกจำหน่ายแล้วกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;คือมีทั้งน้ำจืด&amp;nbsp;น้ำเค็มและน้ำกร่อย&amp;nbsp;ทำให้ทุเรียนเจริญเติบโต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ดีและมีรสชาดอร่อย&amp;nbsp;ใครกินแล้วก็จะติดใจและสั่งจองล่วงหน้าทุกปี&amp;nbsp;เมื่อมีผลผลิตมากขึ้นทำให้มีรายได้ในการจำหน่ายทุเรียนปีละไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งทุเรียนของที่สวนสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้ขึ้นชื่อและทำรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดหลายชนิด&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนแซมในสวนจำนวน&amp;nbsp;178&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;187&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ถึงแม้จะดูไม่มากนัก&amp;nbsp;แต่จากการดูแลเอาใส่ใจของเกษตรกร&amp;nbsp;ประกอบกับสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นเมืองน้ำเค็ม&amp;nbsp;น้ำกร่อย&amp;nbsp;น้ำจืดทำให้ทุเรียนของจังหวัดสมุทรสงครามมีรสชาติดี&amp;nbsp;และราคาสูง&amp;nbsp;จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้ไม่น้อยไปกว่าส้มโอและลิ้นจี่&amp;nbsp;ผู้ที่ชื่นชอบการบริโภคทุเรียน&amp;nbsp;สามารถหาชื้อได้ที่ตลาดน้ำสามอำเภอ&amp;nbsp;ตำบลบ้านปราโมทย์&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;เริ่มมีจำหน่ายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้เป็นต้น(เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์)&amp;nbsp;และในปีนี้ทางสวนของนายเอกชัยได้นำทุเรียนในสวนมอบให้กับจังหวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดจะนำไปประมูลในงานเทศกาลผลไม้และของดีของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่หน้าศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp;รายได้จากการประมูลจะมอบให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนครอบครัวที่เปราะบางในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;รุ่งนภา/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429154232036</Link_News></row>
<row _id="522"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชวนเกษตรกรทำประกันภัยโคเนื้อ โคนม เป็นหลักประกันความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายกรณีโคตาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมชี้แจงโครงการ&amp;nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านพลกรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมานั้น&amp;nbsp;เป็นอำเภอที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;466,848&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;7,744&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ถือว่าเป็นอำเภอปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นับเป็นเมืองหลวงของการปศุสัตว์&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การมาลงพื้นที่ในวันนี้&amp;nbsp;ได้นำโครงการ&amp;nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;มาชี้แจงกับข้าราชการและเกษตรกรโดยขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เร่งทำประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;และสนับสนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;จะเน้นการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะเวลา&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีการเเนะนำโครงการประกันภัยโคเนื้อและโคนม&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากการตายของโค&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ&amp;nbsp;ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโคเนื้อ&amp;nbsp;จ่ายค่าประกันที่&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คุ้มครอง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&amp;nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;และโคนม&amp;nbsp;จ่ายค่าประกัน&amp;nbsp;810&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คุ้มครอง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&amp;nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&amp;nbsp;และซื้อกรมธรรม์ได้ที่ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;ทุกสาขา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429154908048</Link_News></row>
<row _id="523"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเลยมอบปัจจัยการผลิต (พันธุ์ไก่ไข่) โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน (ลุ่มน้ำหมัน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;มอบปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;(พันธุ์ไก่ไข่)&amp;nbsp;โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&amp;nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นพันธุ์ไก่ไข่&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวมพันธุ์ไก่ไข่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และอาหารไก่ไข่&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;300&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมบ้านหมากแข้ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลกกสะทอน&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429171407124</Link_News></row>
<row _id="524"><NewsTitle>ยะลา ประชุมเกษตรอำเภอ ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาเเล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;4/2565)&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/หัวหน้าฝ่าย&amp;nbsp;และเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;งานตามยุทธศาสตร์จังหวัด/กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp;การติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-11&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เรื่องแจ้งของกลุ่ม/ฝ่ายและสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;และได้นำเสนอแผนปฏิบัติงานบูรณาการของสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อเป็นเเนวทางในการดำเนินงานให้เเก่สำนักงานเกษตรอำเภอต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทาง&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาได้มอบรางวัลผลการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรที่มีผลงานโดดเด่น&amp;nbsp;แก่สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;และประเภทผลงานดีเด่น&amp;nbsp;แก่สำนักงานเกษตรอำเภอกาบัง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ได้ร่วมเเสดงความยินดีเเก่นางสาวปุณญิสา&amp;nbsp;เซ่งซิ้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;ในโอกาสสำเร็จการศึกษา&amp;nbsp;ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต&amp;nbsp;(การบริหารการพัฒนาสังคม)&amp;nbsp;เกียรตินิยม&amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429170545116</Link_News></row>
<row _id="525"><NewsTitle>ขอเชิญเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564-2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;ว่าคณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;ได้มีมติในการประชุม&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มอบกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและภูมิภาคดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รับทราบเกี่ยวกับนโยบายประกันรายได้และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยด่วนเพื่อรับสิทธิรับเงินประกันรายได้ตามโครงการฯ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564-2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ขอเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยด่วน&amp;nbsp;เพื่อรับสิทธิรับเงินประกันรายได้ตามโครงการฯ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไข&amp;nbsp;วิธีการดำเนินโครงการประกันรายได้&lt;/strong&gt;เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;แจ้งขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ฯ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64-65&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตที่ชดเชย&amp;nbsp;ใช้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีทั้งประเทศ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;สศก.&amp;nbsp;เฉลี่ยย้อนหลัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(36&amp;nbsp;เดือน)&amp;nbsp;ก.ย.61-ส.ค.64&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;2,774&amp;nbsp;กก./ไร่/ปี&amp;nbsp;(231.17&amp;nbsp;กก./ไร่/งวด)&amp;nbsp;เท่ากัน&amp;nbsp;ทุกจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราคาตลาดอ้างอิง&amp;nbsp;กำหนดโดยคณะอนุกรรมการบริหารโครงการ&lt;/strong&gt;ประกันรายได้ฯ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64-65&amp;nbsp;เท่ากันสำหรับทุกจังหวัดแหล่งผลิต&amp;nbsp;ผลปาล์มทะลาย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;(คุณภาพน้ำมัน&amp;nbsp;18%)&amp;nbsp;การช่วยเหลือ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับ&amp;nbsp;กสก.&amp;nbsp;,ได้รับเงินชดเชยตามพื้นที่ปลูกจริงไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และต้องเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;อายุไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;การจ่ายเงิน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จ่ายเงินชดเชยเป็นงวด&amp;nbsp;งวดละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จ่ายทุกวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ของเดือน&amp;nbsp;(วันหยุดจ่ายเร็วขึ้น)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ยโสธร/ข่าว&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429195939200</Link_News></row>
<row _id="526"><NewsTitle>กอนช. เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ช่วงวันที่ 1  5 พ.ค.นี้ ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้ช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;พบช่วงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ขณะที่ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนถึงร้อนจัด&amp;nbsp;ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;อิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นช่วงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;และสุรินทร์&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดตราด&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;และกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ในช่วงเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;อาคารบังคับน้ำ&amp;nbsp;แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429182955152</Link_News></row>
<row _id="527"><NewsTitle>หนองคาย อากาศร้อนจัดคลายร้อนให้ไก่ไข่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อากาศร้อนจัด&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ทำปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;และเปิดเพลง&amp;nbsp;เพื่อคลายร้อนให้กับไก่ไข่&amp;nbsp;ทำให้ไก่ที่เลี้ยงไม่ช็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัด&amp;nbsp;ส่งผลให้ไก่อารมณ์ดี&amp;nbsp;ทำให้อัตราการไข่ดีตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากอากาศที่ร้อนจัดติดต่อกันหลายวัน&amp;nbsp;บางวันอุณหภูมิสูง&lt;/strong&gt;เกือบแตะ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อากาศที่ร้อนจัดไม่ได้ส่งผลกระทบกับพืชผลการเกษตรเท่านั้น&amp;nbsp;ยังส่งผลต่อไก่ไข่ที่เกษตรกรเลี้ยงในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ที่มีกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนตัว&amp;nbsp;ทำให้มีไก่น็อกตายจากอากาศร้อนทุกวัน&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องหาวิธีคลายความร้อนให้กับไก่ที่เลี้ยง&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่&amp;nbsp;ที่เลี้ยงไก่ไข่จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ไก่ไข่กว่า&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ได้คลายความร้อนให้กับไก่โดยติดตั้งระบบปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;เปิดในช่วงที่อากาศร้อน&amp;nbsp;ซึ่งช่วงนี้ต้องเปิดทั้งวันคือตั้งแต่&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.-&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และถ้าวันไหนร้อนจัดก็เปิดยาวจนถึง&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีการเปิดพัดลมภายในโรงเรือนเพื่อให้ไล่อากาศร้อน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้&amp;nbsp;เปิดเพลงให้กับไก่เพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียดให้กับไก่อีกด้วย&amp;nbsp;ส่งผลให้ไก่ที่เลี้ยงไม่ช็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้&amp;nbsp;และยังอารมณ์ดี&amp;nbsp;ออกไข่สูงไม่ต่ำกว่าร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจันทร์เรือง&amp;nbsp;ศรีคำ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;บ้านนาโพธิ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.หนองปลาปาก&amp;nbsp;อ.ศรีเชียงใหม่&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด&amp;nbsp;ตนได้ทำระบบสปริงเกอร์ที่หลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่&amp;nbsp;เพราะไก่ร้อนมากจะทำให้ไก่น็อกตาย&amp;nbsp;ออกไข่น้อยและฟองเล็ก&amp;nbsp;ตอนแรกที่ทำ&amp;nbsp;เสียงเครื่องสูบน้ำค่อนข้างดังไก่ก็ตกใจบ้าง&amp;nbsp;แต่สักพักไก่ก็จะชินไม่ตกใจ&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงให้ไก่ฟังทุกวันเพื่อเป็นการคลายเครียดให้กับไก่ที่เลี้ยง&amp;nbsp;ให้เป็นไก่อารมณ์ดี&amp;nbsp;ในช่วงที่อากาศร้อนจัดคืออุณหภูมิตั้งแต่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;องศาเซลเซียสจะมีผลกับไก่ไข่ที่เลี้ยงทันที&amp;nbsp;ก็จะเปิดสปริงเกอร์ทั้งวัน&amp;nbsp;คือตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ซึ่งจากประสบการณ์การเลี้ยงไก่ไข่มานานมากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พบว่าไก่ก็ไม่ต่างจากคน&amp;nbsp;อากาศร้อนก็จะเครียดและหงุดหงิด&amp;nbsp;จนทำให้ไก่ช็อกตาย&amp;nbsp;การทำสปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือน&amp;nbsp;และการเปิดเพลงให้ไก่ฟัง&amp;nbsp;ในช่วงที่อากาศร้อนจัด&amp;nbsp;เป็นวิธีการที่ช่วยคลายร้อนและคลายเครียดให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงในฟาร์มได้ดีที่สุด&amp;nbsp;ทำให้ไก่ไม่น็อกตาย&amp;nbsp;อัตราการไข่ของไก่ก็ยังเป็นปกติอีกด้วย&amp;nbsp;หากหลายฟาร์มที่ไม่ทำหากอากาศร้อนจัดก็จะทำให้มีไก่ช็อกตายได้&amp;nbsp;ซึ่งฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหมาะกับการเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุด&amp;nbsp;เพราะไก่ไข่ชอบอากาศที่เย็นสบาย&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ไม่ต้องเปิดระบบสปริงเกอร์&amp;nbsp;เป็นการลดต้นทุนการเลี้ยง&amp;nbsp;ประหยัดค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;และค่าน้ำมัน&amp;nbsp;ที่ช่วงนี้กำลังแพงอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายเปรมปรี&amp;nbsp;นนทฤทธิ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ไก่ไข่จะไม่มีต่อมเหงื่อที่จะช่วยในการระบายความร้อนเหมือนมนุษย์&amp;nbsp;นอกจากนั้นก็ยังมีขนที่ปกคลุมที่เป็นอุปสรรคในการระบายความร้อนให้กับร่างกายของไก่&amp;nbsp;สำหรับแนวทางที่จะลดความร้อนก็ทำได้โดยการทำปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;ในส่วนของการให้อาหารก็ให้มีการปรับเวลาเป็นในช่วงเช้า&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพราะช่วงเช้าอากาศจะเย็น&amp;nbsp;ไก่ก็จะกินอาหารได้มาก&amp;nbsp;คือช่วงเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ส่วนในช่วงเย็นก็จะเลื่อนไปเป็นช่วง&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.-&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดแล้ว&amp;nbsp;น้ำที่ให้ไก่กินก็ควรจะเพิ่มวิตามินและกรดอะมิโนที่จำเป็นเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เพราะช่วงฤดูร้อนไก่กินอาหารได้น้อยลง&amp;nbsp;ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของไข่&amp;nbsp;ที่อาจจะเปลือกบาง&amp;nbsp;เปลือกย่น&amp;nbsp;และปริมาณการออกไข่ลดลง&amp;nbsp;โรคของไก่ไข่ในช่วงอากาศร้อนคือโรคความเครียดจากความร้อน&amp;nbsp;ถ้าอุณหภูมิสูง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เกิน&amp;nbsp;39&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ก็จะทำให้ไก่ตายได้&amp;nbsp;ส่วนสัตว์อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่นโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;หรือสุกร&amp;nbsp;ในช่วงฤดูร้อนก็ให้เตรียมพร้อมในเรื่องของอาหาร&amp;nbsp;และน้ำ&amp;nbsp;ให้เพียงพอ&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ไม่ขาดแคลนในเรื่องน้ำ.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จุมพล&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429193545184</Link_News></row>
<row _id="528"><NewsTitle>รวช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ชาวจังหวัดสกลนคร ที่ประสบภัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;ชาวจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;Disease)&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;801&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;Disease)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมโรงเรียนสว่างแดนดิน&amp;nbsp;อำเภอสว่างแดนดิน&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายพิสิษฐ์&amp;nbsp;แร่ทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน&amp;nbsp;อำเภอส่องดาว&amp;nbsp;อำเภอวาริชภูมิ&amp;nbsp;อำเภอพังโคน&amp;nbsp;อำเภอคำตากล้า&amp;nbsp;อำเภอบ้านม่วง&amp;nbsp;และอำเภอเจริญศิลป์&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;Skin&amp;nbsp;Disease)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ทำให้โค-กระบือ&amp;nbsp;ของเกษตรกรเจ็บป่วยและตายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทางจังหวัดจึงได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ชนิดโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการ&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&amp;nbsp;ได้ประชุมพิจารณาเห็นชอบให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยในครั้งนี้จำนวน&amp;nbsp;2,396&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนสัตว์&amp;nbsp;2,646&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;57,462,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ห้าสิบเจ็ดร้าน&amp;nbsp;สี่แสน&amp;nbsp;หกหมื่น&amp;nbsp;สองพันบาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้ชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;(พืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง)&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&amp;nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&amp;nbsp;เพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน&amp;nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&amp;nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&amp;nbsp;สามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&amp;nbsp;พร้อมขอเชิญชวนเกษตรผู้สนใจสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาใกล้บ้าน&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สกลนคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429213930218</Link_News></row>
<row _id="529"><NewsTitle>รมช.ประภัตร พาทีมเกษตรฯ บุกเมืองคาวบอย ประสานพ่อเมืองโคราชช่วยผลักดันโครงการ "สานฝันสร้างอาชีพ" พร้อมชวนเกษตรกรทำประกันภัยโคเนื้อ โคนม เป็นหลักประกันความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายกรณีโคตาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29เม.ย.65)&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร&amp;nbsp;พร้อมชี้แจงโครงการ&amp;nbsp;"สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านพลกรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&amp;nbsp;ไชยชะอุ่ม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมคณะ&amp;nbsp;และมีนายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;และผู้นำภาคประชาชน&amp;nbsp;ตลอดจนเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมานั้น&amp;nbsp;เป็นอำเภอที่มี&lt;/strong&gt;จำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;466,848&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;7,744&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีปริมาณการเลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,360&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,565&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,785&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,611&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;350,310&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แพะเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,870&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แพะนม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,358&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ถือว่าเป็นอำเภอปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นับเป็นเมืองหลวงของการปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การมาลงพื้นที่ในวันนี้&amp;nbsp;ได้นำโครงการ&amp;nbsp;"สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร"&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาชี้แจงกับข้าราชการและเกษตรกรโดยขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เร่งทำประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;และสนับสนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;จะเน้นการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะเวลา&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&amp;nbsp;โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุมัติงบจากรัฐบาล&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&amp;nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&amp;nbsp;เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยเน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีการเเนะนำโครงการประกันภัยโคเนื้อและโคนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากการตายของโค&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ&amp;nbsp;ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่&amp;nbsp;สำหรับโคเนื้อ&amp;nbsp;จ่ายค่าประกันที่&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คุ้มครอง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&amp;nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;และโคนม&amp;nbsp;จ่ายค่าประกัน&amp;nbsp;810&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คุ้มครอง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&amp;nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&amp;nbsp;และซื้อกรมธรรม์ได้ที่ธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;ทุกสาขา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429214104219</Link_News></row>
<row _id="530"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ จัดโครงการรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการเผาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นายสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;อภิกุลชัยสุทธิ์&amp;nbsp;นายอำเภอแม่อาย&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;เปิดโครงการรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;เลิก&amp;nbsp;การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;ได้ร่วมกับส่วนราชการอำเภอที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกันทำปุ๋ยหมักอินทรีย์&amp;nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;และกลุ่มผู้ผลิตพืชผักผลไม้ปลอดภัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.ฝาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430080252269</Link_News></row>
<row _id="531"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อน พร้อมระวังเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วง 1 - 5 พ.ค.ในภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;พร้อมระวังเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;106&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;94&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;92&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;22,739&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พฤษภาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;และสุรินทร์&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;และกระบี่&amp;nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;เตรียมแผนรับน้ำหลาก&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&amp;nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&amp;nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;และแจ้งเตือนล่วงหน้า&amp;nbsp;และเตรียมการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430103252298</Link_News></row>
<row _id="532"><NewsTitle>ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณต.เวียงพางคำอ.แม่สายจ.เชียงรายส่วน กทม.และปริมณฑลสูงระดับสีส้มบริเวณริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสูงระดับสีส้มบริเวณริมถนนบางนา-ตราด&amp;nbsp;เขตบางนา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.เวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนภายในประเทศด้วยเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;หากจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออกเฉียงเหนือยังคงสะสมจำนวนมากจะมีโอกาสเคลื่อนตัวมากระทบ&amp;nbsp;จ.เชียงรายและน่านได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณริมถนนบางนา-ตราด&amp;nbsp;เขตบางนา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430103910299</Link_News></row>
<row _id="533"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด  จังหวัดตรัง เพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงรมหนองสาม&amp;nbsp;ห้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการพัฒนาการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสดและเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;เครือข่ายสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้ร่วมธุรกิจตลาดน้ำยางสด&amp;nbsp;ส่งผลให้สหกรณ์สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากความผันผวนของราคาและคุณภาพของน้ำยาง&amp;nbsp;ทำให้สหกรณ์เกิดความมั่นคงและเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโรงรมยางหนองสามห้อง&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรงรมยางของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิตและเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นผู้ส่งมอบให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยางในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรสมาชิกเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของน้ำยางสดซึ่งมีปริมาณการรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โดยจะนำน้ำยางสด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งขายผ่านบริษัทที่ร่วม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถาวรอุตสาหกรรมยางพารา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และอีกส่วนจะนำไปแปรรูปผลผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่&amp;nbsp;3000-5000&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อวันโดยจะนำไปจำหน่าย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลาดกลางยางพาราของสำนักงานสหกรณ์ย่านตาขาว&amp;nbsp;สาขาทุ่งค่าย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430122827334</Link_News></row>
<row _id="534"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว  จำกัด  จังหวัดตรัง  เพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรงพร้อมคณะให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการพัฒนาการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสดและเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;เครือข่ายสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้ร่วมธุรกิจตลาดน้ำยางสด&amp;nbsp;ส่งผลให้สหกรณ์สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากความผันผวนของราคาและคุณภาพของน้ำยาง&amp;nbsp;ทำให้สหกรณ์เกิดความมั่นคงและเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโรงรมยางหนองสามห้อง&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรงรมยางของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิตและเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรังเป็นผู้ส่งมอบให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยางในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp;โรงรมหนองสามห้องดำเนินธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรสมาชิกเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของน้ำยางสดซึ่งมีปริมาณการรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โดยจะนำน้ำยางสดส่งขายผ่านบริษัทที่ร่วม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ถาวรอุตสาหกรรมยางพารา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และอีกส่วนจะนำไปแปรรูปผลผลิตเป็นยางแผ่นรมควันมีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่&amp;nbsp;3,000-5,000&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&amp;nbsp;โดยจะนำไปจำหน่าย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลาดกลางยางพาราของสำนักงานสหกรณ์ย่านตาขาว&amp;nbsp;สาขาทุ่งค่าย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430123939339</Link_News></row>
<row _id="535"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;123&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;83&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่ลดลงเนื่องมาจากหลายพื้นที่มีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทำให้วานนี้พบจุดความร้อนในประเทศเพียง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จังหวัดเท่านั้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;15,631&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;13,375&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;9,790&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ภาคเหนือฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และเชียงราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;แต่มีบางพื้นที่ฝุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;1,679&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;837&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430134703353</Link_News></row>
<row _id="536"><NewsTitle>หนองคาย จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม Olympic Day 2022</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อบจ.หนองคาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการปลูกป่า&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(IOC)&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&amp;nbsp;โลกร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;ต.หนองกอมเกาะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;พล.ต.ท.ชัยวัฒน์&amp;nbsp;โชติมา&amp;nbsp;รองประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬามวลชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กรรมการและเลขานุการ&amp;nbsp;คณะกรรมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;เดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิ่ง&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการปลูกป่า&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายณัฐวัสส์&amp;nbsp;วิริยานภาภรณ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางสาวสิริมา&amp;nbsp;วัฒโน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายกิตติคุณ&amp;nbsp;บุตรคุณ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายยุทธนา&amp;nbsp;ศรีตะบุตร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.หนองคาย&amp;nbsp;,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&amp;nbsp;มุสิกูล&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุภา&amp;nbsp;นันทะมีชัย&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(IOC)&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&amp;nbsp;โลกร้อน&amp;nbsp;เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดนั้น&amp;nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อบจ.หนองคาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการปลูกป่า&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;โดยมีการปลูกป่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และปล่อยพันธุ์ปลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จุมพล&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430140153358</Link_News></row>
<row _id="537"><NewsTitle>หนองคาย จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม Olympic Day 2022</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อบจ.หนองคาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการปลูกป่า&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(IOC)&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&amp;nbsp;โลกร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;ต.หนองกอมเกาะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;พล.ต.ท.ชัยวัฒน์&amp;nbsp;โชติมา&amp;nbsp;รองประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬามวลชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กรรมการและเลขานุการ&amp;nbsp;คณะกรรมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;เดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิ่ง&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการปลูกป่า&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายณัฐวัสส์&amp;nbsp;วิริยานภาภรณ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางสาวสิริมา&amp;nbsp;วัฒโน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายกิตติคุณ&amp;nbsp;บุตรคุณ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายยุทธนา&amp;nbsp;ศรีตะบุตร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.หนองคาย&amp;nbsp;,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&amp;nbsp;มุสิกูล&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุภา&amp;nbsp;นันทะมีชัย&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(IOC)&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&amp;nbsp;โลกร้อน&amp;nbsp;เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดนั้น&amp;nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อบจ.หนองคาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการปลูกป่า&amp;nbsp;Olympic&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;โดยมีการปลูกป่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และปล่อยพันธุ์ปลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จุมพล&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430142122365</Link_News></row>
<row _id="538"><NewsTitle>Fisherman Shop @nakhonphanom ชูของดีจังหวัดนครพนม ลูกอ๊อด-กบแช่แข็ง นำร่องเปิดช่องทางกระจายสินค้าสัตว์น้ำแดนอีสาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดร้าน&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;@nakhonphanom&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่แรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลให้เกษตรกรและพี่น้องชาวประมงได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ขาดช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;จึงได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและกลุ่มชาวประมงเพื่อให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจัดหาพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำให้เกษตรกรและกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านสามารถจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้โดยตรง&amp;nbsp;พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนองค์ความรู้&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะด้านการขาย&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สินค้า&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;กรมประมงจัดตั้งร้าน&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Shop&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทั้งในรูปแบบของสดและแปรรูปที่ได้รับการตรวจและรับรองคุณภาพด้วยมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จากกรมประมง&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจกับให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;สดสะอาด&amp;nbsp;สำหรับสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;จัดตั้งร้าน&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;@Nakhonphanom&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ตำบลหนองแสง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าประมงแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพจากเกษตรกรและชาวประมงในจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สินค้าทุกชิ้นล้วนได้รับการคัดสรร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เป็นสินค้าประมงระดับพรีเมียมของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ลูกอ๊อดแช่แข็ง&amp;nbsp;กบแช่แข็ง&amp;nbsp;ปลาร้าแม่น้ำ&amp;nbsp;ปลาดุกแดดเดียว&amp;nbsp;น้ำพริกปลานิลกลิ่นแมงดา&amp;nbsp;ก้างปลาเห็ดโคนทอดกรอบ&amp;nbsp;ข้าวเกรียบหอยแมลงภู่&amp;nbsp;หอยแมลงภู่ทอดกรอบ&amp;nbsp;ซอสราดปลาทอด&amp;nbsp;ปลาต้มเค็มหวาน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.-17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จสำหรับร้าน&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;สาขาบางเขน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่สามารถขยายผลไปสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชาวประมงของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และในอนาคตจะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินค้าประมงจากภาคอื่นๆ&amp;nbsp;มาจำหน่ายในร้านให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ถือเป็นช่องทางการเชื่อมโยงสินค้าประมงจากแต่ละพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและจะเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการจัดตั้งร้าน&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;ในภาคอีสานและจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430200844433</Link_News></row>
<row _id="539"><NewsTitle>ธ.ก.ส.เดินหน้านโยบายสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร เติมทุนสนับสนุนการสร้างห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีให้แก่สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตยางพารา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำยางพาราสดของ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;และเครือข่ายชาวสวนยาง&amp;nbsp;เพื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพผ่านห้องปฏิบัติการและรับรองคุณภาพน้ำยางพาราผ่านการบ่งชี้ค่าทางเคมีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;การหาค่า&amp;nbsp;DRC&amp;nbsp;(Dry&amp;nbsp;Rubber&amp;nbsp;Content)&amp;nbsp;และค่าความบูดของน้ำยางสด&amp;nbsp;VFA&amp;nbsp;(Volatile&amp;nbsp;Fatty&amp;nbsp;Acid)&amp;nbsp;เพื่อประเมินราคาให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลในการจำหน่ายไปยังตลาดและเกษตรกรไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจำเริญ&amp;nbsp;โพธิยอด&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรรมการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&amp;nbsp;ผู้จัดการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;นายมณฑล&amp;nbsp;รัตนแคล้ว&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;นายชาญยุทธ&amp;nbsp;กาญจนพรหม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และพนักงานในพื้นที่เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&amp;nbsp;ผู้จัดการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ตระหนักถึงสภาพการณ์ปัญหากลไกราคายางพาราเสถียรภาพและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนจากยางแผ่นรมควันและยางแท่ง&amp;nbsp;เป็นน้ำยางพาราสด&amp;nbsp;ทำให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาวต้องปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด&amp;nbsp;จึงได้พัฒนา&amp;nbsp;LAB&amp;nbsp;หรือห้องปฏิบัติการสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำยางที่สามารถบ่งชี้ค่าทางเคมีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้อย่างมีมาตรฐาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การตรวจสอบกรณีน้ำยางบูด&amp;nbsp;ค่าความเข้มข้นของน้ำยางที่สมาชิกนำส่ง&amp;nbsp;ต้องมีค่าใกล้เคียงกับที่บริษัทผู้รับซื้อต้องการ&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ผู้รับซื้อเชื่อมั่นและ&amp;nbsp;ลดปัญหาการถูกกดราคาในการรับซื้อ&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรในการรักษาคุณภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้จัดการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งนี้ในช่วงฤดูการผลิตที่ผ่านมา&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ย่านตาขาว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ทำธุรกิจรวบรวมผลผลิตน้ำยางสด&amp;nbsp;ยางแห้ง&amp;nbsp;ยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;จากเกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกยางพารา&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;10,866&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;467&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และดำเนินธุรกิจการแปรรูปผลผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อน&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;และยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2,686&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;158&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาห้อง&amp;nbsp;LAB&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ร่วมสนับสนุนเงินทุนในวงเงิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต&amp;nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;(Supply&amp;nbsp;Chain)&amp;nbsp;เพิ่มพูนโอกาสในการแข่งขันทางการตลาด&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสมาชิกกว่า&amp;nbsp;5,600&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาด้านราคาที่&amp;nbsp;ผันผวนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามจากความสำเร็จในการดำเนินโครงการของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำกัด&amp;nbsp;ถือเป็นหนึ่งในนโยบายของการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นการพัฒนา&amp;nbsp;ฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพการผลิต&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่ม&amp;nbsp;ลดปัญหาภาระหนี้สินครัวเรือน&amp;nbsp;ทำให้ภาคเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&amp;nbsp;เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกต่อไป&amp;nbsp;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์ฯ&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430161549389</Link_News></row>
<row _id="540"><NewsTitle>ผู้เลี้ยงไก่มั่นใจผลิตไก่เนื้อเพียงพอต่อความต้องการ ในราคาสมเหตุผล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ย้ำกำลังการผลิตไก่เนื้อมีเพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้&amp;nbsp;และเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกช่วงเนื้อสัตว์และอาหารปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน&amp;nbsp;สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้ผู้บริโภค&amp;nbsp;ด้วยมาตรการเลี้ยงและระบบป้องกันโรคตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;คำพา&amp;nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในช่วงที่ภาคปศุสัตว์ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.โรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกต่อเนื่องมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2.ผลกระทบจากการบุกรุกของรัสเซียในยูเครน&amp;nbsp;ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นทั่วโลกเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีประมาณ&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ตลอดจนน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นเกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐต่อบาเรล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับอุตสาหกรรมไก่เนื้อ&amp;nbsp;แม้จะต้องเผชิญปัญหาจากวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;แต่ผู้เลี้ยงไก่พยายามบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนอย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เสริมแหล่งโปรตีนทางเลือกให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;ที่สำคัญราคาเข้าถึงได้&amp;nbsp;แม้จำเป็นต้องปรับราคาหน้าฟาร์มเพื่อให้เกษตรกรไม่ขาดทุนจากเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ราคา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;42&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ในปัจจุบันนั้น&amp;nbsp;เป็นการปรับอย่างสมเหตุผลให้การผลิตเดินหน้าโดยไม่ให้หยุดชะงักและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;สิ่งที่ภาคปศุสัตว์เป็นกังวลและจะส่งผลกระทบต่อการผลิตในระดับสูง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ราคาเนื้อสัตว์ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐบาลต้องรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้เลี้ยงในการตรึงราคาไว้&amp;nbsp;แต่เมื่อต้นทุนการผลิตปรับขึ้นรอบด้านในสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้&amp;nbsp;ควรให้กลไกตลาดทำงานเพื่อให้เกษตรกรสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้&amp;nbsp;และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/em&gt;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงไก่ก็ประสบปัญหาขาดทุนไม่ต่างกับผู้เลี้ยงสัตว์อื่นๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ความต้องการเนื้อไก่ลดลงมากและราคาตกต่ำ&amp;nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจรวมถึงการประกาศให้ทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์ของโรงเรียนทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงต้องชะลอการเลี้ยงและการจับสัตว์&amp;nbsp;ทั้งที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างสมดุลปริมาณที่ออกสู่ตลาดและราคาไม่ให้ตกต่ำมากจนเกษตรกรอยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในฐานะผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่อันดับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงการยอมรับมาตรการอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยทางอาหารตามมาตรฐานสากลทั้งระบบตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์กระบวนการผลิตและแปรรูป&amp;nbsp;และสามารถส่งออกไปยังประเทศที่มีกฎเกณฑ์ด้านสุขอนามัยสูง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อังกฤษ&amp;nbsp;ประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป&amp;nbsp;และญี่ปุ่น&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;เนื้อไก่มีโปรตีนสูงและราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น&amp;nbsp;และเนื้อไก่ที่จำหน่ายในประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกันกับมาตรฐานส่งออก&amp;nbsp;และเป็นโปรตีนทางเลือกที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป&lt;/em&gt;&amp;nbsp;นางฉวีวรรณ&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับราคาเนื้อไก่และชิ้นส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ในตลาดสดยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยราคา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที&amp;nbsp;75&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อกไก่&amp;nbsp;85&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น่องไก่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะที่ราคาไก่หน้าฟาร์มอยู่ที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งเนื้อไก่สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูไม่ต่างจากเนื้อหมู&amp;nbsp;และเป็นทางเลือกในช่วงที่เนื้อสัตว์ประเภทอื่นมีราคาแพง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สมาคมฯ&amp;nbsp;ขอเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการสนับสนุนต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ให้มีการนำเข้าในส่วนที่ขาดแคลนและยกเลิกอุปสรรคการนำเข้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภาษีและโควต้านำเข้า&amp;nbsp;และให้ราคาเนื้อปรับขึ้นลงตามกลไกการตลาดและมีมาตรการป้องกันโรคที่เคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อรักษามาตรการผลิตและส่งออกเนื้อไก่ของไทยตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430160726385</Link_News></row>
<row _id="541"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ พังงา ลงพื้นที่ปลูกมังคุด ติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการมังคุดทิพย์พังงา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพมังคุด&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการมังคุดทิพย์พังงา&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;29-30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านสวนจำลองรีสอร์ท&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลท่านา&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดพังงา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ผู้เเทนท้องถิ่นจังหวัดพังงา&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา&amp;nbsp;สถิติจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ผู้เเทนหัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ผู้เเทนประธานกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพังงา&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมังคุดอำเภอกะปง&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งสรุปสาระสำคัญแผนการจัดการมังคุดของอำเภอกะปง&amp;nbsp;ได้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;กำหนดจุดรวบรวมกลางของอำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สหกรณ์สภาเกษตรกรเพื่อเกษตรกรพังงา&amp;nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลเหมาะ&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;การกำหนดเกรดเพื่อให้ได้มังคุดทิพย์พังงาที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;การหาช่องทางการกระจายผลผลิต&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;(QR&amp;nbsp;code)&amp;nbsp;เพื่อให้รู้แหล่งที่มาและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวน&lt;/strong&gt;ของ&amp;nbsp;นายฐิติกร&amp;nbsp;เอี๋ยวสกุล&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สวนของ&amp;nbsp;นายบุญรัตน์&amp;nbsp;ศรีนวล&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430223234456</Link_News></row>
<row _id="542"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="543"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="544"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="545"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="546"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="547"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="548"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="549"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="550"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="551"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="552"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="553"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="554"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="555"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="556"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="557"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="558"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="559"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="560"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="561"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="562"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="563"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="564"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="565"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="566"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="567"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="568"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="569"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="570"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="571"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="572"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="573"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="574"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="575"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="576"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="577"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="578"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="579"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="580"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="581"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="582"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="583"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="584"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="585"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="586"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="587"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="588"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="589"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="590"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="591"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="592"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="593"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="594"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="595"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="596"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="597"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="598"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="599"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="600"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="601"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="602"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="603"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="604"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="605"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="606"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="607"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="608"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="609"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="610"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="611"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="612"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="613"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="614"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="615"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="616"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="617"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="618"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="619"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="620"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="621"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="622"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="623"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="624"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="625"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="626"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="627"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="628"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="629"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="630"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="631"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="632"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="633"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="634"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="635"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="636"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="637"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="638"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="639"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="640"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="641"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="642"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="643"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="644"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="645"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="646"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="647"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="648"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="649"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="650"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="651"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="652"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="653"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="654"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="655"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="656"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="657"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="658"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="659"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="660"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="661"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="662"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="663"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="664"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="665"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="666"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="667"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="668"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="669"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="670"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="671"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="672"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="673"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="674"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="675"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="676"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="677"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="678"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="679"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="680"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="681"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="682"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="683"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="684"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="685"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="686"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="687"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="688"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="689"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="690"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="691"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="692"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="693"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="694"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="695"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="696"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="697"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="698"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="699"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="700"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="701"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="702"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="703"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="704"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="705"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="706"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="707"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="708"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="709"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="710"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="711"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="712"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="713"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="714"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="715"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="716"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="717"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="718"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="719"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="720"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="721"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="722"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="723"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="724"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="725"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="726"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="727"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="728"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="729"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="730"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="731"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="732"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="733"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="734"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="735"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="736"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="737"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="738"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="739"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="740"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="741"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="742"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="743"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="744"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="745"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="746"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="747"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="748"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="749"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="750"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="751"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="752"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="753"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="754"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="755"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="756"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="757"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="758"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="759"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="760"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="761"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="762"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="763"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="764"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="765"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="766"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="767"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="768"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="769"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="770"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="771"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="772"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="773"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="774"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="775"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="776"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="777"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="778"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="779"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="780"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="781"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="782"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="783"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="784"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="785"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="786"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="787"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="788"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="789"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="790"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="791"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="792"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="793"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="794"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="795"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="796"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="797"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="798"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="799"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="800"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="801"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="802"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="803"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="804"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="805"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="806"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="807"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="808"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="809"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="810"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="811"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="812"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="813"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="814"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="815"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="816"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="817"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="818"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="819"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="820"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="821"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="822"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="823"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="824"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="825"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="826"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="827"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="828"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="829"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="830"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="831"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="832"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="833"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="834"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="835"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="836"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="837"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="838"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
</data>
