﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	สวพส. และ วว. ลงนาม MOU เพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน	<p><strong>สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;มุ่งส่งเสริมสนับสนุนทางด้านการศึกษาวิจัย&nbsp;การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการวิจัย&nbsp;เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>นายวิรัตน์&nbsp;ปราบทุกข์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;(สวพส.)&nbsp;และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจในรูปแบบเสมือนจริง&nbsp;(Virtual&nbsp;MOU&nbsp;Signing&nbsp;Ceremony)&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนทางด้านการศึกษาวิจัย&nbsp;การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการวิจัย&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม&nbsp;เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งเกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี&nbsp;ความรู้&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;และบุคลากร&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร&nbsp;เพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่ทั้งสองฝ่ายพัฒนาร่วมกัน&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;และมีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของทั้งสองฝ่าย&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงและให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง&nbsp;เพื่อความก้าวหน้าทางด้านการวิจัยและการพัฒนาบนพื้นที่สูง&nbsp;ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนบนพื้นที่สูงและประเทศชาติต่อไปในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการบูรณาการงานทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;(Valued&nbsp;Chain)&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;เริ่มจากเทคโนโลยีการปลูก&nbsp;การพัฒนาสายพันธุ์&nbsp;เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ที่พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป&nbsp;ส่งผลให้เกิดการพัฒนางานวิจัย&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป&nbsp;</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303194104230
2	ตั้งเป้าเปิดศูนย์ดิจิทัลให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในชุมชนทั่วประเทศเพิ่มกว่า 2,000 แห่งภายในปีนี้	<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม&nbsp;กล่าวในการลงพื้นที่เปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนวัดสาขลา&nbsp;ตำบลนาเกลือ&nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ว่า&nbsp;จากการที่รัฐบาลผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดได้เปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนแล้ว&nbsp;500&nbsp;ศูนย์&nbsp;</strong>ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมามีผลทำให้โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;WSIS&nbsp;Prize&nbsp;ในปี&nbsp;2021&nbsp;ในหมวดสังคมและจริยธรรมของเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นรางวัลจากสหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ&nbsp;และองค์การสหประชาชาติ&nbsp;โดยเป้าหมายภายในปีนี้ผลักดันในส่วนของ&nbsp;กสทช&nbsp;ที่ร่วมทำให้ครบ&nbsp;2,000&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ</p><p><strong>สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชนจัดตั้งขึ้น</strong>&nbsp;มีบทบาทในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง&nbsp;อุปกรณ์ดิจิทัล&nbsp;บุคลากรสนับสนุนและส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับท้องถิ่น&nbsp;กระจายทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,277&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อลดช่องว่างทางด้านดิจิทัลให้กับชุมชน&nbsp;ให้สามารถใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษาและด้านอาชีพ&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต&nbsp;ปิดช่องว่างทางด้านโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำกันในสังคมชนบท&nbsp;ในกลุ่มคนทุกกลุ่มที่อยู่ในท้องถิ่น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และคนพิการ&nbsp;อีกทั้งยังทำหน้าที่เพิ่มช่องทางการเข้าถึงข่าวสาร&nbsp;บริการดิจิทัลในระดับชุมชนได้รับการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัล&nbsp;พร้อมที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนคุณภาพชีวิต&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202506619
3	รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช รับมอบนวัตกรรม 3D Printing พิมพ์ขึ้นรูปจากปูนงานโครงสร้างทนทานพิเศษ เอสซีจี สูตรปูนคนใต้ เพื่อสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช	"<p><strong>ที่เขาช้างสี&nbsp;อ.ลานสกา&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายสมพงษ์&nbsp;มากมณี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;รับมอบนวัตกรรม&nbsp;3D&nbsp;Printing&nbsp;ที่ขึ้นรูปจากปูนงานโครงสร้างทนทานพิเศษ&nbsp;เอสซีจี&nbsp;สูตรปูนคนใต้&nbsp;เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จากนายวิเชษฐ์&nbsp;ชูเชื้อ&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปูนซิเมนต์ไทย&nbsp;(ทุ่งสง)&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;นายประชา&nbsp;อุ่นใจชน&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;CPAC&nbsp;Solution&nbsp;Center&nbsp;-&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรยุทธ&nbsp;ศรีรักษา&nbsp;รองผู้อำนวยการ&nbsp;ฝ่ายวิศวกรรม&nbsp;สำนักงานแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราชที่&nbsp;1&nbsp;และนายสิงหา&nbsp;ขุนทน&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวนายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;เขต&nbsp;6&nbsp;เป็นผู้แทนเข้าร่วมรับมอบนวัตกรรมดังกล่าว</p><p><strong>นวัตกรรม&nbsp;3D&nbsp;Printing&nbsp;จากเอสซีจี</strong>&nbsp;เป็นจากการต่อยอดโครงการประกวดออกแบบเก้าอี้ด้วยเทคโนโลยี&nbsp;3D&nbsp;Printing&nbsp;และผลิตจากปูนงานโครงสร้างทนทานพิเศษ&nbsp;เอสซีจี&nbsp;สูตรปูนคนใต้&nbsp;ซึ่งออกแบบโดยนักออกแบบลูกหลานชาวใต้&nbsp;โดยผลงานชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผลงาน&nbsp;""คลื่น&nbsp;ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก&nbsp;ทะเล&nbsp;มีดีไซน์ที่โดดเด่น&nbsp;ล้ำสมัย&nbsp;ที่ยังคงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นภาคใต้ไว้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;เอสซีจีจึงได้นำมาผลิตเก้าอี้ด้วยเทคโนโลยี&nbsp;3D&nbsp;Printing&nbsp;ตามรูปแบบที่ชนะเลิศ&nbsp;และส่งมอบให้กับสถานที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;เช่น&nbsp;เขาช้าง&nbsp;วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร&nbsp;วัดเจดีย์&nbsp;(ไอ้ไข่)&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;เกาะลำพู&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;หาดชลาทัศน์&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;สวนสาธารณะสะพานหิน&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>นายสมพงษ์&nbsp;มากมณี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในนามตัวแทนรับมอบของจังหวัดนครศรีธรรมราชรู้สึกเป็นเกียรติและต้องขอบคุณ&nbsp;เอสซีจี&nbsp;ที่ริเริ่มกิจกรรมดี&nbsp;ๆ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนในพื้นที่&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์&nbsp;นอกจากใช้ประโยชน์ได้จริงแล้ว&nbsp;ยังมีดีไซน์ที่สวยงามเสริมภูมิสถาปัตย์ของสถานที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ด้วยดีไซน์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ภาคใต้</p><p><strong>นายวิเชษฐ์&nbsp;ชูเชื้อ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เอสซีจี&nbsp;มุ่งดำเนินธุรกิจตามแนวทาง&nbsp;ESG&nbsp;พร้อมส่งมอบและผลักดันสินค้าปูนงานโครงสร้างทนทานพิเศษ&nbsp;เอสซีจี&nbsp;สูตรปูนคนใต้&nbsp;ที่นอกจากจะมีคุณสมบัติที่แข็งแรง&nbsp;ทนทาน&nbsp;เหมาะสมอย่างยิ่งกับสภาพแวดล้อมภาคใต้โดยเฉพาะแล้ว&nbsp;ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต&nbsp;กิจกรรมดี&nbsp;ๆ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;คือต้องการส่งมอบเก้าอี้ให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์&nbsp;และเป็นความภูมิใจที่เราได้ส่งมอบนวัตกรรมสินค้าและเทคโนโลยีตอบแทนคืนสู่คนในพื้นที่ภาคใต้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เอสซีจี&nbsp;ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาชูนวัตกรรมสินค้าและเทคโนโลยี</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง&nbsp;เพื่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชมอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161228047
4	ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ดึงศักยภาพ ผลงานวิจัย เทคโนโลยีการเกษตร ของ ม.ศิลปากร หวังเป็นช่องทางพัฒนาเกษตรกร สร้างเสริมให้เพชรบุรี เป็นเมืองแห่งเสบียง	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ผศ.จอมภัค&nbsp;คลังระหัด&nbsp;รองอธิการบดี&nbsp;มหาวิทยาลัยศิลปากร&nbsp;วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะอาจารย์&nbsp;และทีมงานวิจัย&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;นำเสนอผลงานด้านวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การพัฒนาคน&nbsp;นับเป็นจุดสำคัญของการพัฒนาทุกด้าน&nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร&nbsp;หากมีโอกาสได้รับการอบรมเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;จะเป็นการช่วยสร้างเสริมระบบความคิด&nbsp;ต่อยอดภูมิปัญญา&nbsp;สามารถนำความรู้มาสร้างผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ซึ่งจากผลงานวิจัยของ&nbsp;ม.ศิลปากร&nbsp;ล้วนเป็นผลงานที่คิดค้น&nbsp;จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นบ้านเรา&nbsp;และสามารถหาหนทางนำใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า&nbsp;เช่น&nbsp;การวิจัยพัฒนาอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง&nbsp;(โคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;แพะ&nbsp;)&nbsp;จากวัตถุดิบในท้องถิ่นและเศษเหลือสับปะรด&nbsp;,การผลิตสัตว์ที่คำนึงถึงสุขภาพสัตว์&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสัตว์&nbsp;รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;กุ้ง&nbsp;ปู&nbsp;เชื่อมโยงธนาคารปูม้าของแต่ละชุมชน&nbsp;และการส่งเสริมการปลูกพืชที่มีวิธีการจัดการดินและปุ๋ยแบบแม่นยำ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ผลสำเร็จจากการวิจัยในแต่ละด้านทางเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;จะเป็นลู่ทาง&nbsp;พัฒนาการเกษตรในพื้นที่เพชรบุรีให้เป็นเมืองแห่งเสบียง&nbsp;มีฐานการผลิตอย่างมั่นคง&nbsp;สามารถตอบโจทย์การกระจายรายได้&nbsp;ซึ่งไม่เพียงแต่การส่งเสริมด้านการผลิต&nbsp;แต่ยังให้ความสำคัญในด้านการตลาด&nbsp;ที่มุ่งมั่นพัฒนาการขาย&nbsp;ผ่านแอพพลิเคชั่น&nbsp;ให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าดีราคาถูกอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310144822440
5	วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต จัดอบรมพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ปีการศึกษา 2564 เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีความพร้อมด้านภาษาเทคโนโลยี Digital Startup สู่วิทยาลัยมาตรฐานสากล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมราไวย์&nbsp;อาคาร&nbsp;R&nbsp;-&nbsp;Phuket&nbsp;Hotel&nbsp;</strong>วิทยาลัยอาชีวะศึกษาภูเก็ต&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;to&nbsp;Smart&nbsp;College&nbsp;วิถีใหม่ใส่ใจความปลอดภัย&nbsp;สู่วิทยาลัยมาตรฐานสากล&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีความพร้อมด้านภาษาเทคโนโลยี&nbsp;Digital&nbsp;Startup&nbsp;พัฒนากำลังคนให้มี&nbsp;Multi-Skill&nbsp;พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา&nbsp;ให้สอดคล้องกับโลกอนาคต&nbsp;พร้อมทั้งเชื่อมโยงการศึกษาระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;อาชีวศึกษา&nbsp;มหาวิทยาลัยของภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งระบบ&nbsp;Onsite&nbsp;และ&nbsp;Online&nbsp;รวมกว่า&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น&nbsp;</strong>และตอนปลาย&nbsp;เข้าร่วมรับฟังผ่าน&nbsp;live&nbsp;Streaming&nbsp;ทางช่อง&nbsp;You&nbsp;tube&nbsp;PKVC&nbsp;Chanel&nbsp;พร้อมทั้งมีแนะนำหลักสูตร&nbsp;5&nbsp;Game&nbsp;&nbsp;Changing&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;Bitkub&nbsp;World&nbsp;&nbsp;Tech&nbsp;และการบรรยายพิเศษเรื่อง&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;และ&nbsp;Metaverse&nbsp;กับการศึกษาในอนาคต&nbsp;จากผู้บริหารบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;เวิลด์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;และผู้บริหารบริษัทพันธมิตรในกลุ่ม&nbsp;Bitkub&nbsp;World&nbsp;Tech&nbsp;อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายวิทยา&nbsp;เกตุชู&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;หลักสูตร&nbsp;5&nbsp;Game&nbsp;Changing&nbsp;เป็นการมุ่งเน้นสร้างพื้นฐานความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้เยาวชน&nbsp;เกี่ยวกับ&nbsp;5&nbsp;เทคโนโลยีใหม่&nbsp;ซึ่งกำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานหลักของโลกในยุค&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;เพื่อให้เด็กไทยยุคใหม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสามารถนำพื้นฐานจากหลักสูตรนี้ไปเรียนรู้เพิ่มเติม&nbsp;เพื่อต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคต&nbsp;เช่น&nbsp;นักออกแบบร่าง&nbsp;Avatar&nbsp;ในโลกเสมือน,&nbsp;นักวางแผนกลยุทธ์ด้าน&nbsp;NFT,&nbsp;นักธุรกิจที่ดินบนโลกเสมือน&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162911524
6	คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาพผู้แทนราษฎร จัดสัมมนา นวัตกรรมพลังงานในอนาคต เพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ ที่จังหวัดเชียงใหม่	"<p><strong>คณะกรรมาธิการการพลังงาน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จัดสัมมนาถกประเด็น</strong>&nbsp;""นวัตกรรมพลังงานในอนาคตเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ""&nbsp;นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานมาใช้เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ที่โรงแรมดิเอ็มเพลส&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>นายกิตติกร&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน</strong>&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เป็นประธานเปิดการสัมมนา&nbsp;""นวัตกรรมพลังงานในอนาคตเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ""&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมการนำนวัตกรรมพลังงานมาใช้เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน&nbsp;ตลอดจนถึงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงาน&nbsp;ด้วยนวัตกรรมพลังงานในอนาคตเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ&nbsp;รวมทั้งรับฟังข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคการศึกษา&nbsp;และประชาชนผู้ที่สนใจ&nbsp;เข้าร่วมการสัมมนา&nbsp;ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศ&nbsp;ทั้งสถานการณ์</strong>การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;รวมถึงผลกระทบจากสงครามระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน&nbsp;ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานปิโตรเลียมเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทำให้การใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงสะอาดและการพึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานจำเป็นต้องมีการดำเนินการส่งเสริมอย่างจริงจัง&nbsp;ซึ่งการนำนวัตกรรมพลังงาน&nbsp;ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยและมีต้นทุนต่ำมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นหนึ่งทางเลือกที่สำคัญ&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันพลังงานไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง</strong>&nbsp;และมีแนวโน้มจะนำพลังงานไฟฟ้าไปเป็นเชื้อเพลิงประเภทต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในอนาคต&nbsp;เนื่องจากเป็นพลังงานทางเลือกที่สะอาด&nbsp;และสามารถส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตามศักยภาพพื้นที่&nbsp;นำมาผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2580&nbsp;&nbsp;(PDP&nbsp;2019&nbsp;Revision&nbsp;1)&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน&nbsp;จำนวน&nbsp;16,243&nbsp;เมกะวัตต์&nbsp;ภายในปี&nbsp;2580&nbsp;จาก&nbsp;โรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ&nbsp;พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ&nbsp;พลังงานลม&nbsp;ขยะอุตสาหกรรม&nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานเป็นสำคัญ&nbsp;และยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกลง&nbsp;ถึงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;ภายในปี&nbsp;2573&nbsp;ตามที่แสดงเจตนารมณ์ในกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;(COP&nbsp;21)&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;/&nbsp;12&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-12-03T00:00:00	NULL	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312120850178
7	โทรคมนาคมแห่งชาติ โชว์ล้ำ ใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดจัดเสวนา เพื่อพาภูเก็ตมาอยู่บนโลกเสมือนจริง(metaverse) เปิดตัว Phuket Metaverse City แห่งแรกในเอเชีย	<p><strong>งานเสวนาเรื่อง&nbsp;การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;Digital&nbsp;Economy</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และภาคสุขภาพ&nbsp;wellness&nbsp;ของภูเก็ตให้อยู่ในมิติของโลกเสมือนจริง(&nbsp;phuket&nbsp;metaverse&nbsp;city)</p><p><strong>โดย&nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;หน่วยงานหลักของรัฐที่มีบทบาท&nbsp;หน้าที่ในการขับเคลื่อนประเทศ</strong>โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;จัดงานเสวนาครั้งนี้ขึ้นเพื่อผลักดันเป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาดังกล่าว&nbsp;เพื่อสร้าง&nbsp;new&nbsp;S&nbsp;cuve&nbsp;ให้กับระบบเศรษฐกิจ&nbsp;และจะเป็นครั้งแรกที่มีการพัฒนาทั้งใน&nbsp;Physical&nbsp;and&nbsp;Digital&nbsp;ไปพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;มีการพัฒนา&nbsp;smart&nbsp;solution&nbsp;ในทุกมิติเพื่อให้ระบบการท่องเที่ยวมีความสะดวก&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ประกอบกับการนำ&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;มาใช้เพื่อดูแลด้านสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนและนักท่องเที่ยวเพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ&nbsp;ในการเสวนาในครั้งนี้&nbsp;ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น&nbsp;และจะนำไปสู่การพัฒนาอย่าง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;บนความร่วมมือของทุกภาคส่วน</p><p><strong>เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนครั้งสำคัญในระดับประเทศ</strong>และมีหลายส่วนงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยท่าน&nbsp;รมต.พิพัฒน์&nbsp;รัชกิจปราการ&nbsp;ได้แสดงวิสัยทัศน์&nbsp;พลิกโฉมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับนโยบายในการขับเคลื่อนสู่ยุคดิจิทัล&nbsp;,โดยร่วมมือกับ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขโดยท่าน&nbsp;รมต.อนุทิน&nbsp;ชาญวีรกุล&nbsp;ซึ่งมีนโยบายในการผลักดันหลักประกันสุขภาพให้คลอบคลุม&nbsp;และใช้&nbsp;digital&nbsp;health&nbsp;เข้ามาเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพ&nbsp;,&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษกิจและสังคมโดนท่าน&nbsp;รมต.ชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;มุ่งเน้นให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้สมบูรณ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลก&nbsp;,&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่มีแผนที่จะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งประเทศ&nbsp;ไปสื่อสารบนโลกเสมือนจริง&nbsp;(&nbsp;metaverse)&nbsp;โดยโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จัดงานเสวนาดังกล่าวขึ้นเพื่อให้แต่ละภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็น&nbsp;ซึ่งจะนำผลไปพัฒนาให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วและเพื่อให้โครงการบรรลุถึงเป้าหมาย</p><p><strong>ภายในงานวันนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ทองแตง&nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;เวิลด์เทค&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ&nbsp;Transformation&nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก&nbsp;และ&nbsp;นายจิรายุส&nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&nbsp;ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;บิทคับ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้แสดงแนวคิดในหัวข้อ&nbsp;Web&nbsp;3.0&nbsp;โอกาสอยู่ตรงไหน&nbsp;อนาคตใดที่ต้องคว้า&nbsp;นับเป็นการขานรับการสร้างเมืองภูเก็ต&nbsp;เมตาเวิร์สในส่วนของภาคเอกชนที่จะเข้ามามีบทบาทโดยทำงานร่วมกันในการสร้างหลักสูตรในรูปแบบ&nbsp;open&nbsp;sources&nbsp;เพื่อให้ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p><p>?นอกจากนี้ภายในงานมีการเสวนา&nbsp;แบ่งออกเป็นภาค&nbsp;-&nbsp;ภาคแรก&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&nbsp;Wellness&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;และภาคสองในหัวข้อ&nbsp;Phuket&nbsp;Metaverse&nbsp;City&nbsp;:&nbsp;เปลี่ยนการท่องเที่ยวภูเก็ตด้วยประโยชน์ของ&nbsp;Metaverse</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312155222230
8	สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลงนาม MOU ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัดลำปาง	<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ศ.&nbsp;(วิจัย)&nbsp;ดร.&nbsp;ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)</strong>&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;และ&nbsp;รศ.ดร.กิตติศักดิ์&nbsp;สมุทธารักษ์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วย&nbsp;การส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ในจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคมสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากร&nbsp;ทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขีพยาน&nbsp;</p><p><strong>การทำ&nbsp;MOU&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;</strong>นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อสนองตอบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;ที่ต้องการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ไปช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาครัฐและเอกชน&nbsp;โดยเฉพาะในด้านเกษตร&nbsp;จุลินทรีย์&nbsp;อาหาร&nbsp;และเวชสำอางไทย&nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>ผู้ว่าการ&nbsp;วว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วว.&nbsp;</strong>และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ดำเนินงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ผ่าน&nbsp;โครงการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับด้วยนวัตกรรมเกษตรตามแนวทางมาลัยวิทยสถาน&nbsp;อว.&nbsp;ซึ่งได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จด้วยดีเป็นรูปธรรม&nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จะดำเนินงานร่วมกันในระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ภายใต้บันทึกความเข้าใจครั้งนี้&nbsp;มุ่งเน้นการพัฒนาตามนโยบายเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ได้แก่&nbsp;เศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;Bio-Circular-Green&nbsp;Economy&nbsp;เพื่อนำนโยบายของรัฐบาลมาปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ดำเนินการให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของจังหวัดลำปางอย่างคุ้มค่า&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดของเสีย&nbsp;การนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่&nbsp;เพื่อสร้างและรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติ&nbsp;ร่วมมือพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;พัฒนามาตรฐานห้องปฏิบัติด้านการวิเคราะห์ทดสอบและโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการนำรายได้คืนสู่การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;รวมทั้งชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ที่เป็นฐานรากของทรัพยากร&nbsp;อันจะทำให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง&nbsp;(Inclusive&nbsp;growth)&nbsp;โดย&nbsp;วว.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะได้ผลลัพธ์ที่สร้างผลกระทบอันเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน&nbsp;และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ยึดปรัชญาการเป็น&nbsp;มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยที่ผ่านมามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางได้ลงพื้นที่ในจังหวัดลำปาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ที่มีอยู่&nbsp;ไปขับเคลื่อนให้ชุมชนท้องถิ่นโดยเฉพาะในเรื่องการเกษตร&nbsp;อาหารและเวชสำอาง&nbsp;รวมทั้งด้านสมุนไพรต่างๆ&nbsp;และนับจากนี้ไปมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางจะนำองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ของทั้ง&nbsp;วว.&nbsp;หรือมหาวิทยาลัยฯ&nbsp;ร่วมกันลงไปขับเคลื่อนในกับเศรษฐกิจของชุมชนฐานราก&nbsp;รวมทั้งการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในเรื่องของสมุนไพรเป็นหลัก&nbsp;เนื่องจากหลายท้องที่ในจังหวัดลำปางที่มีสมุนไพรเหมือนกัน&nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;จะก่อให้เกิดองค์ความรู้และงานวิจัยต่างๆ&nbsp;ร่วมกันต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154730714
9	ทีมวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนานวัตกรรม สเปรย์ไฟท์ฝุ่น (PhytFoon Spray) เป็นผลสำเร็จ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ศาสตราจารย์&nbsp;เภสัชกรหญิง&nbsp;ร้อยตำรวจเอกหญิง&nbsp;ดร.สุชาดา&nbsp;สุขหร่อง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นักวิจัย&nbsp;จากคณะเภสัชศาสตร์&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทีมวิจัยได้บ่มเพาะพัฒนาสเปรย์ไฟท์ฝุ่น&nbsp;ที่มีคุณสมบัติสามารถดักจับฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศให้ตกลงสู่พื้นได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยที่ฝุ่นไม่ฟุ้งนานถึง&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ช่วยลดอาการภูมิแพ้ที่เกิดจากฝุ่นได้&nbsp;เป็นสูตรตำรับที่ปราศจากแอลกอฮอล์&nbsp;ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นวัตกรรมนี้ได้คิดค้นผ่าน&nbsp;บริษัท&nbsp;เฮิร์บการ์เดียน&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ภายใต้โครงการบ่มเพาะของ&nbsp;CU&nbsp;innovation&nbsp;hub&nbsp;วิธีใช้นวัตกรรมสเปรย์ไฟท์ฝุ่น&nbsp;ทำได้ง่าย&nbsp;เพียงแค่ฉีดพ่นในพื้นที่ปิด&nbsp;เช่น&nbsp;บ้าน&nbsp;ออฟฟิศและรถยนต์&nbsp;เพื่อให้ละอองสเปรย์ดักจับฝุ่น&nbsp;สเปรย์&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;(ปริมาตรประมาณ&nbsp;1&nbsp;มิลลิลิตร)&nbsp;ต่อ&nbsp;พื้นที่ห้อง&nbsp;4&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;นวัตกรรมสเปรย์ไฟท์ฝุ่น&nbsp;สามารถลดฝุ่นละอองจิ๋วในบรรยากาศ&nbsp;ด้วยกลไกการเหนี่ยวนําให้ฝุ่นละอองเกิดการรวมตัวกันเป็นก้อนด้วยอันตรกิริยาระหว่างโมเลกุลแบบประจุ-ประจุ&nbsp;และจากความหนืด&nbsp;ร่วมกับการใช้สารลดแรงตึงผิว&nbsp;ทําให้อนุภาคฝุ่นรวมตัวกันและมีขนาดใหญ่และตกลงสู่พื้น&nbsp;สามารถทำความสะอาดด้วยการเช็ดถูได้ตามปกติ&nbsp;ปัจจุบันได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท&nbsp;เพนทา&nbsp;อินโนเทค&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อผลิตจำหน่าย&nbsp;ขณะนี้&nbsp;นวัตกรรมสเปรย์ไฟท์ฝุ่น&nbsp;มีกลิ่น&nbsp;Lavender&nbsp;และกลิ่น&nbsp;Blossom&nbsp;Bloom</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้&nbsp;ในการประกวดเวทีนวัตกรรมระดับนานาชาติ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;International&nbsp;Warsaw&nbsp;Invention&nbsp;Show&nbsp;2021IWIS&nbsp;2021&nbsp;ที่จัดโดย&nbsp;The&nbsp;Association&nbsp;of&nbsp;Polish&nbsp;Inventors&nbsp;and&nbsp;Rationalizers&nbsp;เป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมนักประดิษฐ์ของสาธารณรัฐโปแลนด์&nbsp;มีผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;สถาบันต่างๆ&nbsp;นักวิจัยและนักประดิษฐ์อิสระ&nbsp;จากประเทศโปแลนด์และต่างประเทศ&nbsp;เข้าร่วมประกวดและจัดแสดง&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;ผลงาน&nbsp;จาก&nbsp;17&nbsp;ประเทศ&nbsp;โดยประเทศไทย&nbsp;ได้นำผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดง&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ผลงาน&nbsp;จาก&nbsp;15&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ประเทศไทยได้รับรางวัลเหรียญทอง&nbsp;8&nbsp;ผลงาน&nbsp;รางวัลเหรียญเงิน&nbsp;13&nbsp;ผลงาน&nbsp;และรางวัลเหรียญทองแดง&nbsp;10&nbsp;ผลงาน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318201035538
10	มอบหุ่นยนต์ ปิ่นโต2 ให้ 3 รพ.สุรินทร์ ภายใต้โครงการ วศ. ห่วงใย ต้านภัยโควิด 	"<p><strong>ดร.กนิษฐ์&nbsp;ตะปะสา&nbsp;ผู้อำนวยการกองวัสดุวิศวกรรม</strong>&nbsp;และทีมนักวิทยาศาสตร์&nbsp;กรมวิทยาศาสตร์บริการ(วศ.)&nbsp;เป็นผู้แทนส่งมอบและสอนการใช้งานหุ่นยนต์ขนาดเล็กบังคับมือ&nbsp;ปิ่นโต2&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลสุรินทร์&nbsp;โรงพยาบาลปราสาท&nbsp;และโรงพยาบาลศีขรภูมิ&nbsp;โดยมี&nbsp;นพ.สินชัย&nbsp;ตันติรัตนานนท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวต้อนรับพร้อมด้วย&nbsp;นพ.ชุมนุม&nbsp;วิทยานันท์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์&nbsp;นางสาววรางศรี&nbsp;งามมาก&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายพยาบาลโรงพยาบาลปราสาท&nbsp;และนายอุดมศักดิ์&nbsp;อุดมดี&nbsp;นักบริหารจัดการทั่วไปชำนาญการโรงพยาบาลศีขรภูมิ&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>หุ่นยนต์&nbsp;ปิ่นโต2&nbsp;</strong>เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ&nbsp;วศ.&nbsp;ห่วงใย&nbsp;ต้านภัยโควิด&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้งานสำหรับแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วย&nbsp;ลดความเสี่ยงและเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ติดเชื้อ&nbsp;โดยหุ่นยนต์&nbsp;ปิ่นโต&nbsp;2&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;และพัฒนาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของ&nbsp;วศ.&nbsp;มีคุณสมบัติเด่น&nbsp;ที่นำไปใช้ขนส่งอาหาร&nbsp;น้ำ&nbsp;ยาและเวชภัณฑ์แก่ผู้ติดเชื้อ&nbsp;&nbsp;โดยการใช้รถเข็นควบคุมทางไกลเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ติดเชื้อ&nbsp;พัฒนาระบบจัดเก็บแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;สามารถใช้ได้ติดต่อกันนานถึง&nbsp;8-9&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วน</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;</strong>เกี่ยวกับนวัตกรรมหุ่นยนต์สนับสนุนทางการแพทย์&nbsp;ติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.dss.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.dss.go.th</a>&nbsp;และโทรศัพท์&nbsp;02201-7000</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185949706
11	มรภ.อด. จับมือ วว..เปิดตัวเซรั่มบัวแดง	"<p><strong>มรภ.อุดรฯ&nbsp;จับมือ&nbsp;วว.&nbsp;เปิดตัวเซรั่มเครื่องสำอางที่สกัดจากดอกบัวแดง&nbsp;ภายใต้โครงการวิจัย&nbsp;Co&nbsp;Research&nbsp;เผยผลการวิจัยสามารถยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว&nbsp;พร้อมยื่นจดแจ้งเครื่องสำอาง&nbsp;เพื่อสร้างนวัตอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี</strong></p><p><strong>ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;ศูนย์การศึกษาสามพร้าว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นประธานเปิดตัว&nbsp;""ผลงานวิจัยและพัฒนาเครื่องสำอางจากดอกบัวแดง""&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;ผศ.ดร.คณิศรา&nbsp;ธัญสุนทรสกุล&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;นำคณะผู้บริหารกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;ส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;อาจารย์&nbsp;บุคลากร&nbsp;นักศึกษา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;(วิจัย)&nbsp;ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;</strong>ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;และ&nbsp;วว.&nbsp;ถือเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;ที่ดำเนินงานรองรับพันธกิจหลัก&nbsp;ของกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;ที่เน้นการส่งเสริมสนับสนุนระหว่างหน่วยงานในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิจัยและพัฒนาร่วมกันให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;เพื่อพัฒนากำลังคนของกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;ให้สามารถทำให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ&nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการไทยทั้งขนาดใหญ่&nbsp;กลาง&nbsp;และเล็ก&nbsp;ซึ่งการวิจัยในขณะนี้เร่งสร้างการวิจัยและพัฒนาในรูปแบบ&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular&nbsp;-Green&nbsp;economy&nbsp;)&nbsp;เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมจากทรัพยากรไทย&nbsp;ให้เกิดคุณค่าและมูลค่าสูง&nbsp;พร้อมสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่หลังสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการรูปแบบใหม่นี้จะทนต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;เป็นเครื่องมือต่อการต่อสู้ต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ซึ่งผลงานวิจัยไทย&nbsp;หากจะเร็วหรือทันต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้&nbsp;เราทั้งสองหน่วยงานเห็นพ้องที่จะต้องเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในและนอกพื้นที่&nbsp;โดยเน้นการนำจุดแข็งและความสามารถที่โดดเด่นของแต่ละหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้เกิดผลงานวิจัยที่มีพลังเชิงสร้างสรรค์&nbsp;วันนี้&nbsp;ถือว่า&nbsp;วว.และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;มาร่วมสร้างพลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน&nbsp;ด้านการพัฒนานวัตกรรมเครื่องสำอาง&nbsp;แบบ&nbsp;Co&nbsp;research&nbsp;มีการแบ่งงานตามศักยภาพภาพและความเชี่ยวชาญของทีมนักวิจัยของกันละกัน&nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมเครื่องสำอางจากดอกบัวแดง&nbsp;ซึ่งได้แก่&nbsp;เซรั่มจากดอกบัวแดง&nbsp;ให้ครบ&nbsp;value&nbsp;chain&nbsp;เพื่อให้นำงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์&nbsp;โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี&nbsp;ดำเนินการพัฒนาต้นน้ำ&nbsp;ส่งเสริมผู้ปลูกดอกบัวแดงในพื้นที่&nbsp;อำเภอกุมภาวปี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนแชแล&nbsp;การพัฒนากระบวนการสกัด&nbsp;และการวิเคราะห์สารสำคัญ&nbsp;Phytochemica&nbsp;ซึ่งพบว่าสารสกัดจากดอกบัวแดง&nbsp;มีสารสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;สาร&nbsp;flavonoid&nbsp;Proanthocyanidin&nbsp;และ&nbsp;Tannin&nbsp;และเชื่อมต่อสู่การวิจัยของ&nbsp;วว.&nbsp;นำสารสกัดที่ได้จาก&nbsp;มรภ.อุดรธานี&nbsp;ดำเนินการประเมินความปลอดภัย&nbsp;และทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ&nbsp;ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเมลานินต่อเซลล์ผิวหนังมนุษย์&nbsp;ฤทธิ์ต้านการอักเสบ&nbsp;และฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เมื่อได้ผลประสิทธิภาพปลอดภัยของสารสกัดจึงนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์เซรั่มจากดอกบัวแดง&nbsp;ผลิตภัณฑ์ต้นแบบนี้ผ่านการทดสอบความพึงพอใจ&nbsp;พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการที่สนใจนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;วว.มีทางเลือกให้ผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;ในการใช้ประโยชน์สถานที่ผลิตเครื่องสำอาง&nbsp;วว.มีศูนย์บริการนวัตกรรมเครื่องสำอางแบบครบวงจร&nbsp;(Innovative&nbsp;Cosmetic&nbsp;Services&nbsp;Center&nbsp;:&nbsp;ICOS)&nbsp;ที่สามารถรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเชิงพาณิชย์&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;หรือผู้ประกอบการระดับ&nbsp;SME&nbsp;ที่สนใจผลิตผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบเครื่องสำอางเพื่อทดลองตลาด&nbsp;</p><p><strong>หากผู้ประกอบการที่สนใจในเทคโนโลยี&nbsp;</strong>ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ที่&nbsp;COS&nbsp;เพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตเพื่อทดสอบตลาดก่อนที่จะลงทุนจริงเพื่อลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นทางธุรกิจเครื่องสำอาง&nbsp;ซึ่งจากการทำงานตลอดระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ผลงานวิจัยก็พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ประโยชน์&nbsp;ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ทำธุรกิจอย่างสมบูรณ์แบบ&nbsp;</p><p><br></p><p>เครือข่ายการประชาสัมพันธ์&nbsp;ส.ปชส.อด.</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-27T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327174253543
12	""	""		""	""	""	""
13	""	""		""	""	""	""
14	""	""		""	""	""	""
15	""	""		""	""	""	""
16	""	""		""	""	""	""
17	""	""		""	""	""	""
18	""	""		""	""	""	""
19	""	""		""	""	""	""
20	""	""		""	""	""	""
21	""	""		""	""	""	""
22	""	""		""	""	""	""
23	""	""		""	""	""	""
24	""	""		""	""	""	""
25	""	""		""	""	""	""
26	""	""		""	""	""	""
