﻿_id	ชื่อท้องถิ่น	ชื่อสามัญ (EN)	ชื่อสามัญ (TH)	ชื่อวิทยาศาสตร์	Genus	Family	สถานะชื่อ	สถานะชื่อไทย	IUCN Red List	สภาพนิเวศ	ลักษณะทางพฤกษศาสตร์	Author	URL	การใช้ประโยชน์	การขยายพันธุ์
1	""	Guava	ฝรั่งขี้นก ฝรั่ง	Psidium guajava L.	Psidium	Myrtaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไป  เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี 	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2511	ใบนำมาต้มน้ำดื่มหรือรับประทานสด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย	เพาะเมล็ด
2	""	Cape lily, Crinum lily, Giant Lily	พลับพลึง	Crinum asiaticum  L. 	Crinum 	Amaryllidaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกประดับทั่วไป  ขึ้นได้ดีในดินทั่วไป ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้น ไม่ต้องการการบำรุงมาก เป็นพืชที่ทนทาน สามารถทนน้ำขังหรือบริเวณที่แห้งแล้งในบางช่วงได้ 	พลับพลึงเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ใบเดี่ยว เรียงซ้อนสลับเป็นวง กว้าง 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร หนาอวบน้ำ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบสีขาวและสีขาวแกมชมพู ผลเป็นผลสด	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B6%E0%B8%87/	ใบนำมาอังไฟให้ร้อนแล้วพันบริเวณที่ปวด ช่วยแก้ปวด	แยกกอ
3	""	Aloe, Aloin, Star cactus, Jafferabad, Barbados	ว่านหางจระเข้ 	Aloe vera (L.) Burm.f.	Aloe	Xanthorrhoeaceae	Accepted	""	""	พบปลูกกระจายอยู่ทั่วไป  ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี และทนต่อภาวะน้ำขัง	ว่านหางจระเข้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-1 เมตร ข้อและปล้องสั้น ใบเดี่ยว เรียงรอบต้น กว้าง 5-12 ซม. ยาว 0.3-0.8 เมตร อวบน้ำมาก สีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ภายใน มีวุ้นใสใต้ผิวสีเขียวมีน้ำยางสีเหลือง ใบอ่อนมีประสีขาว    ช่อดอกออกจากกลางต้น ดอกย่อย เป็นหลอดห้อยลง สีส้ม บานจากล่างขึ้นบน ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89/	วุ้นในใบใช้สด ทาแผลน้ำร้อนลวกไฟไหม้ ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบ ปวดร้อน	แยกกอ
4	""	Bitter bush, Siam weed	สาบเสือ	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	Chromolaena	Compositae	Accepted	""	""	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/211	นำใบสดมาตำให้ระเอียด แปะแผลสดช่วยห้ามเลือด	เพาะเมล็ด
5	""	""	ราชาวดีป่า	Buddleja asiatica Lour.	Buddleja	Scrophulariaceae	Accepted	""	LC 2019	 เขตร้อนของทวีปเอเชีย ออกดอกเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม	ไม้พุ่ม กิ่งโปร่ง สูง 1-5 ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปหอกแคบ กว้าง 1-3 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายแหลมยาว ขอบหยัก ท้องใบมีขน ดอกสีขาว ออกจากซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อยาว 10-15 ซม. ดอกย่อยมีจำนวนมาก กลีบรองดอกโคนเชื่อมติดกัน กลีบดอกเป็นหลอดขนาดเล็ก ยาว 0.4-0.8 ซม. ปลายแยกเป็น 4 แฉก เกสรเพศผู้ 4 อัน	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2508	ใบนำมาทุบให้ระเอียดใช้ทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก	เพาะเมล็ด
6	""	""	ละหุ่ง	Ricinus communis L.	Ricinus	Euphorbiaceae	Accepted	""	""	มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ	ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. แยกเพศร่วมต้น มีต่อมน้ำต้อยกระจายตามขอบหูใบ โคนก้านใบ โคนแผ่นใบ และโคนใบประดับ หูใบเชื่อมติดกันรูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1.5 ซม. โอบรอบกิ่ง ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปฝ่ามือ 6-11 แฉก เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 ซม. โคนแบบก้นปิด ขอบจักฟันเลื่อยไม่เท่ากัน ปลายจักเป็นต่อม ช่อดอกแบบช่อกระจะ หรือแยกแขนงสั้น ๆ ดอกเพศผู้อยู่ช่วงล่าง ดอกเพศเมียอยู่ช่วงบน ไม่มีกลีบดอกและจานฐานดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1 ซม. ในดอกเพศเมียคล้ายเกล็ด เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นมัด แยกสองแฉกหลายหน รังไข่ 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลเม็ดเดียว มีเกล็ดคล้ายหนาม ก้านเกสร 3 อัน ยาวเท่า ๆ กลีบเลี้ยง ปลายแฉกลึก ติดทน ผลแห้งแตก รูปรี ยาวประมาณ 1.5 ซม. จัก 3 พู มีขนคล้ายหนาม เมล็ดผิวมีปื้นสีน้ำตาล จุกขั้วจัก 2 พู	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=5080	เวลาหูตึงนำก้านใบมาลนไฟ แล้วใช้เป่าลมเข้าหู หรือนำไปวางบนหัวเวลาหน้ามืด	เพาะเมล็ด
7	""	Saltbush, Sea holly	เหงือกปลาหมอ	Acanthus ebracteatus Vahl	Acanthus	Acanthaceae	Accepted	""	LC 2010	ชอบขึ้นตามชายน้ำ ริมลำคลอง รวมถึงพื้นที่ชุ่มชื้นที่มีน้ำทะเลหรือน้ำกร่อยเข้าถึง	เหงือกปลาหมอเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีหนามตามข้อ ลำต้นเป็นโพรง เมื่อแก่มีรากค้ำจุนและรากอากาศ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ขอบใบจักฟันเลื่อยห่าง ปลายซี่เป็นหนาม ผิวใบเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียวแข็ง  ดอกเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวมีจุดประสีม่วงแดง ผลเป็นฝักรูปไข่หรือทรงกระบอก เมล็ดรูปกระดุม ผิวเกลี้ยง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1053	ทั้งต้นนำมาต้มน้ำอาบ แก้ไข้	ปักชำ แยกกอ
8	""	""	เครือไก่ฟ้า ไก่ฟ้าพญาลอ	Aristolochia ringens Vahl	Aristolochia	Aristolochiaceae	Accepted	""	""	""	ไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุหลายปี ตามเถามีขนสั้นปกคลุม เถาอ่อนสีเขียวมีแต้มสีแดง เถาแก่สีเขียวเข้ม ใบเดี่ยวออกตามข้อเถา ใบกลมรูปหัวใจ ขนาดกว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 5 เซนติเมตร ปลายใบแหลมแกมมน ขอบใบเรียบ โคนใบเว้าลึกเข้าหาก้านใบ ก้านใบสั้น ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มีหูใบขนาดเล็กคล้ายใบออกตามข้อเถา มีเส้นใบออกจากจุดโคนใบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ยาว 15-20 เซนติเมตร มีสมมาตรด้านข้าง โคนดอกเป็นกระเปาะ รูปร่างคล้ายไก่ฟ้า กลีบรวมเชื่อมติดกันโค้งงอคล้ายตะขอ สีเขียวอ่อน มีลายสีม่วงแดงเป็นรูปตาข่ายทั่วทั้งกลีบดอก ปลายยื่นยาวออกเป็นหางสีม่วงแดง มีแต้มสีเขียวอ่อนเป็นจุด มีกลิ่นแรง ผลรูปทรงกระบอก ขอบเป็นสันเหลี่ยม ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ขั้วผลยาวประมาณ 6.5 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกออกตามรอยตะเข็บ เป็นรูปกระเช้า คล้ายกระเช้าสีดา มีเมล็ดขนาดเล็กแบนรูปหัวใจ ด้านข้างมีปีก ช่วยให้ลอยไปตามลมได้ไกลขึ้น	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2462	หัวนำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงเลือด	เพาะเมล็ด
9	""	Coral bush, Coral plant	มะละกอฝรั่ง ฝิ่นต้น	Jatropha multifida L.	Jatropha	Euphorbiaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป ชอบอากาศแห้ง กลางแจ้ง เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	ว่านนพเก้าเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งคล้ายต้นมะละกอ แต่เล็กและแข็งกว่า สูง   2-4 เมตร มีน้ำยางใสทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่กว้างแกมรูปโล่ กว้าง 15-20 ซม. ยาว 18-25 ซม. แยกเป็นแฉก คล้ายใบมะละกอ แต่แฉกใบฝอยกว่า ช่อดอกแยกแขนง แบบเชิงหลั่น ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีแดง ผลแห้ง รูปไข่กลับกว้าง มี 3 พู แตกได้ เมื่อสุกมีสีเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1459	ใช้น้ำยางจากต้นทาแผลน้ำร้อนลวก	เพาะเมล็ด ปักชำ
10	""	Sand ginger, Aromatic ginger	ว่านเปราะหอม 	Kaempferia galanga L.	Kaempferia	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไปในป่าดิบชื้น  ชอบดินร่วน ระบายน้ำมี มีความชื้น 	"ว่านหอมเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า แผ่ราบไปบนดิน ท้องใบมีขน เนื้อค่อนข้างหนา ช่อดอก ออกตรงกลางระหว่างใบ สีขาวแต้มม่วง ผลเป็นผลแห้ง แตกได้
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ว่านหอมตัวผู้ ใบเรียวยาว และว่านหอมใบมน ใบค่อนข้างกลม ชาวบ้านนิยมทั้ง 2 ชนิด
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1307	นำใบมาให้เด็กห้อยคอป้องกันขวัญอ่อน ช่วยแก้หวัด	แยกเหง้า
11	""	""	เอื้องปากเป็ด, เอื้องด้ามข้าว, กล้วยหางไหล, กาเรการ่อน	Cymbidium aloifolium (L.) Sw.	Cymbidium	Orchidaceae	Accepted	""	""	พบได้ตามป่าผลัดใบและป่าไม่ผลัดใบ ตามที่โล่งแจ้งมีแสงแดดจัด ในระดับหลายความสูง 	กล้วยไม้อิงอาศัย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนเว้าเล็กน้อย โคนใบสอบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร แผ่นใบมีลักษณะหนาแข็ง หลังใบและท้องใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อสายห้อยลง โดยจะออกที่โคนต้น มีช่อดอกประมาณ 1-2 ช่อ ช่อดอกมีความยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ในช่อดอกมีดอกย่อยจำนวนมาก (ประมาณ 17-26 ดอก) ดอกมีขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร (บ้างว่าเส้นผ่านศูนย์กลางดอกกว้างประมาณ 3.5 เซนติเมตร) กลีบดอกสั้นสีเหลืองมีลักษณะเป็นรูปแถบ มีแถบสีม่วงหรือสีน้ำตาลอมแดงขอบขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ มีลักษณะเป็นรูปแถบ โดยกลีบดอกจะแคบและสั้นกว่ากลีบเลี้ยง ดอกมีเกสรเพศผู้มีสีเหลือง โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก เป็นพู 5 พู ผิวผลเรียบ (บ้างว่า ผลมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานสีน้ำตาล ยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร[4]) ผลเป็นสีเขียวอมสีเหลือง เมื่อผลแห้งจะแตกได้ ในผลมีเมล็ดเป็นผงละเอียดจำนวนมาก	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99/	บีบน้ำคั้นจากใบใส่หู แก้หูน้ำหนวก	เพาะเมล็ด แยกหน่อ
12	""	tapeworm plant, ribbonbush	ตะขาบหิน ว่านตะขาบ ตะขาบบิน	Homalocladium platycladum (F.Muell.) L.H.Bailey	Homalocladium	Polygonaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบความชื้นปานกลาง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ตะขาบหินเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ลำต้นแบน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ร่วงง่าย รูปใบหอกแกมเส้นตรง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว  2-5 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่บริเวณข้อ แยกเพศอยู่คนละต้น กลีบรวมสีขาวแกมเขียว ผลสด รูปค่อนข้างกลม เมื่อสุกสีแดง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1743	นำใบมาต้มน้ำดื่มแก้ไข้ แก้พิษตะขาบ หรือนำมาตำให้ระเอียดแล้วทาบริเวณที่ตะขาบต่อย	ปักชำ
13	""	""	มะเดื่ออุทุมพร มะเดื่อเกลี้ยง เดื่อน้ำ เดื่อใหญ่	Ficus racemosa L.	Ficus 	Moraceae	Accepted	""	LC 2019	พบตามริมธารในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง 350-650เมตร	ไม้ต้น สูง 10-30 เมตร ทุกส่วนมียางขาว ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปรีรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 3-9 ซม. ยาว 7-18 ซม. ดอก แยกเพศขนาดเล็ก อยู่ในช่อดอกที่มีรูปร่างคล้ายผล รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มม.	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1721	ผลดิบนำมารับประทาน ช่วยป้องกันมะเร็ง	เพาะเมล็ด
14	""	Australian arrowroot, Edible Canna, Indian shot	พุทธรักษา พุทธรักษากินหัว สาคูมอญ	Canna indica L.	Canna	Cannaceae	Accepted	""	""	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเขตร้อน เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน	ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 ม. เหง้าใต้ดินแตกแขนง ใบเรียงเวียน รูปไข่แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก สีเขียวหรืออมม่วง ยาว 30-60 ซม. ก้านใบสั้น กาบใบสีเขียวหรือม่วง ช่อดอกแบบช่อกระจะออกที่ยอด ช่อย่อยแบบช่อวงแถวเดี่ยว มี 1-2 ดอก ใบประดับรูปไข่ยาว 6-9 มม. ดอกสมมาตรด้านข้าง กลีบนอก 3 กลีบ รูปใบหอก ยาวประมาณ 1.5 ซม. ติดทน กลีบใน 3 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอดสีเหลืองอมส้ม แนบติดเกสรเพศผู้และเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน หลอดกลีบยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. สีแดงหรือเหลืองอมส้ม แผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันมี 2-3 แผ่น สีแดง โคนสีเหลืองอมส้ม รูปใบหอกกลับ ยาว 4-5.5 ซม. มีหนึ่งแผ่นปลายเว้า กลีบปากสีแดงหรือมีจุดเหลือง รูปใบหอก ยาวประมาณ 4.5 ซม. ขอบม้วนงอ ปลายเว้าตื้น เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน ก้านชูอับเรณูรูปใบหอก ยาวประมาณ 4 ซม. อับเรณูมีช่องเดียว ยาวประมาณ 9 มม. รังไข่ใต้วงกลีบ มี 3 ช่อง มีปุ่มกระจาย พลาเซนตารอบแกนร่วม ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 6 ซม. โคนเชื่อมติดเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน ผลแห้งแตกเป็น 3 ส่วน รูปไข่กว้าง ยาว 1.2-2 ซม. มีปุ่มหนาแน่น เมล็ดกลม มีหลายเมล็ด	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=4110	นำหัวมาต้มน้ำให้เด็กดื่มน้ำต้มบำรุงกำลัง	แยกกอ
15	""	Crofton weed, Sticky snakeroot	สาบหมา	Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.	Ageratina	Compositae	Accepted	""	""	พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป	พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก	สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)	http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=33608&id=159201	ใบใช้ห้ามเลือด แก้คัน	เพาะเมล็ด
16	""	Bangle Hantu	ไพลดำ	Zingiber ottensii Valeton	Zingiber	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นเองในป่าทั่วทุกภาคของประเทศ ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี	ปูเลยดำเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดินเนื้อในเป็นสีม่วง ลำต้นเหนือดินสูงได้ถึง 1.5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 6-8 ซม. ยาว 26-30 ซม. ช่อดอก ออกที่โคนต้นแทงช่อขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน ก้านช่อดอกยาว 14 ซม. ช่อดอกยาวประมาณ     9 ซม. ใบประดับเมื่อยังอ่อนมีสีแดงปนเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงเข้ม กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง แตกได้	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B3/	เหง้าใช้เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม	แยกเหง้า
17	""	Cussumuna ginger	ไพล 	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	Zingiber 	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี  ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน 	ปูเลยเป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2914	เหง้าใช้เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม	แยกเหง้า
18	""	temulawak, Javanese ginger, Javanese turmeric	ว่านชักมดลูก	Curcuma zanthorrhiza Roxb.	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี แสงแดดรำไร  	ว่านชักมดลูกเป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีเหง้าอยู่ใต้ดินเนื้อสีขาวหรือเหลืองอ่อน  ใบเดี่ยวออกเรียงสลับเป็นกระจุกใกล้ราก ใบรูปขอบขนานแกมรูปรี ดอกเป็นช่อมีสีชมพู แทงออกจากพื้นดิน เกสรเพศผู้สีขาวเป็นหมัน ใบประดับที่ไม่ได้รองรับดอกย่อยมีสีม่วง ส่วนใบประดับที่รองรับดอกย่อยมีสีเขียวอ่อน ผลแห้งแตกออกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=855	เหง้าใต้ดินนำมาต้มน้ำดื่ม แก้โรคกระเพาะ	แยกเหง้า
19	""	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	หญ้าเอ็นยืด ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Plantago major L.	Plantago	Plantaginaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด	หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=2141	ทั้งต้นนำมาต้มน้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อยร่างกาย	เพาะเมล็ด แยกกอ
20	""	""	ตีนฮุ้งดอย สัตฤาษี	Paris polyphylla Sm.	Paris	Melanthiaceae	Accepted	""	""	""	ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน สูงได้ถึง 1 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบข้อ 4-9 ใบ รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-5 ซา. ยาว 8-15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ดอกสีเหลืองแกมส้ม ออกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะเป็นกระจุกที่ปลายยอด มีก้านดอกยืดยาว 5-30 ซม. มีใบประดับ 4-6 ใบ ยาว 5-10 ซม. กลีบดอกเป็นเส้นเล็กสีเขียว ยาว 6-12 ซม. เกสรผู้ 10-22 อัน แตกตามยาว ผลลักษณะเป็นก้อนกลม ผิวเรียบ ขนาด 4-5 ซม. เมล็ดสีแสดแดง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/BOTANIC_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1111	หัวใต้ดินนำมาต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง	เพาะเมล็ด แยกเหง้า
21	""	Black oil plant, Climbing staff tree, Intellect tree	มะแตก มะแตกเครือ กระทงลาย	Celastrus paniculatus Willd.	Celastrus	Celastraceae	Accepted	""	""	พบตามป่าดิบ ป่าผลัดใบ ระดับความสูง 0-1300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ติดผลเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม	ไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ ขึ้นพาดพันต้นไม้อื่นไปได้ไกลถึง 10 ม. ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรี รูปรีแกมรูปขอบขนาน รูปไข่ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน รูปไข่กลับ หรือรูปกลม ปลายแหลม มนหรือเว้าเล็กน้อย โคนแหลมหรือมน ขอบจักเป็นคลื่นถี่ๆ ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกตามปลายกิ่ง ดอกเล็ก สีขาวอมเหลือง มีจำนวนมาก ดอกแยกเพศ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ติดกันคล้ายรูประฆัง กลีบดอก 5 กลีบ แยกกัน ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7 มม. ผลแก่สีส้มปนเหลือง แตกตามผนังออกเป็น 3 กลีบ มี 3-6 เมล็ด เมล็ดรูปไข่ มีเนื้อสีแดงอมน้ำตาลหุ้มโดยรอบ	"กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"	"http://www.dnp.go.th/Botany/detail.aspx?words=%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81&typeword=group
http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2465"	น้ำมันจากผลนำมานวดแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	เพาะเมล็ด
22	""	""	ดีปลากั้ง	Phlogacanthus pulcherrimus T.Anderson	Phlogacanthus	 Acanthaceae	Unresolved	""	""	""	ไม้พุ่มสูง 50-150 ซม. ลำต้น ตั้งตรง ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน ยาว 8-16 ซม. กว้าง 3-5 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ก้านใบ ยาว 1-3 ซม. ช่อดอก แบบช่อเชิงลด ออกที่ปลายยอด ดอก สมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยง มีสีเขียว รูประฆัง ยาว 5 มม. กลีบดอก สีม่วงอมแดง เชื่อมกันเป็นรูปคนโท ส่วนหลอดกลีบพองออกด้านเดียว ส่วนปลายแยกเป็น 5 แฉก ผล แบบแคปซูล ยาว 2.5-3.5 ซม.เมื่อแห้งแตก เมล็ดเกิดที่ช่วงปลายของผล มีก้านตะขอดีดเมล็ด (jaculator) ยอดอ่อน รับประทานเป็นผักแกล้มกับน้ำพริก 	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=142	ยอดอ่อนนำมารับประทานช่วยแก้ไอ	เพาะเมล็ด
23	""	Prickly leaved elephant's foot	โด่ไม่รู้ล้ม	Elephantopus scaber L.	Elephantopus	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า	ไม้ล้มลุก ลำต้นสั้นอยู่ในระดับผิวดิน  ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบลำต้นขนานกับผิวดิน  ใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน  ขอบใบจักฟันเลื่อย  แผ่นใบมีขนสาก ก้านดอกแข็งแทงออกจากกลางต้น  ดอกเป็นช่อแบบแขนงที่ปลายยอดสีม่วง มีใบประดับ 3 ใบ ผลรูปทรงกลม มีสัน 10 สัน ผิวมีขนนุ่มปกคลุม	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=97	ใช้เป็นยาแก้ไอ	เพาะเมล็ด แยกเหง้า
24	""	Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant	มะเขือขื่น 	Solanum virginianum L.	Solanum 	Solanaceae	Accepted	""	""	พบปลูกทั่วไป  ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=259	เนื้อในผลนำมาผสมกับปูนกินหมาก ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน	เพาะเมล็ด
25	""	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	มะระขี้นก	Momordica charantia  L. 	Momordica 	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ 	มะระขี้นกเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1208	นำใบมาผสมกับยาหม่อง แก้ไข้ไทฟอยด์	เพาะเมล็ด
26	""	""	ผักเยี่ยววัว	Millettia caerulea Baker	Millettia	Leguminosae	Accepted	""	""	""	ไม้เลื้อย ลำต้นสีเทา ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ก้านใบยาว 4-7 ซม. แกนกลางใบยาว 10-12 ซม. ใบย่อย 3-5 คู่ รูปรีหรือรูปหอกกลับ กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-20 ซม. เส้นใบ 6-9 คู่ ฐานใบรูปลิ่มหรือมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลมหรือยาวคล้ายหาง หลังใบเกลี้ยง ท้องใบมีขน ช่อดอกแบบช่อกระจะประกอบ ยาว 15-30 ซม. ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีม่วงเข้ม ยาว 2-3 มม. ปลายหยักตื้น 5 หยัก กลีบดอกสีม่วงเข้ม กลีบกลาง สีม่วง กว้าง 6-8 มม. ยาว 7-10 มม. กลีบคู่ข้าง กว้าง 4-5 มม. ยาว 8-10 มม. กลีบคู่ล่าง ยาว 8-10 มม. เกสรเพศผู้ 10 อัน ผลรูปรี กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. เมล็ดรูปไต เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มม.	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2610	ใบนำมาต้มน้ำอาบหลังหายไข้	เพาะเมล็ด
27	""	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	รางจืด	Thunbergia laurifolia Lindl.	Thunbergia	Acanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=714	ทั้งเครือนำมาต้มน้ำดื่มช่วยขับพิษในร่างกาย	เพาะเมล็ด ปักชำ
28	""	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	ข่า	Alpinia galanga (L.) Willd.	Alpinia	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1413	เหง้านำมาตำให้ระเอียด ทาบริเวณที่เป็นกากเกลื้อน	แยกเหง้า
29	""	Calamus, Calamus Flargoot, Flag Root, Mytle Grass, Myrtle sedge, Sweet Flag, Sweetflag, Sweet Sedge	ว่านน้ำ	Acorus calamus L.	Acorus	Acoraceae	Accepted	""	LC 2014	พบขึ้นเองตามบริเวณริมหนองน้ำ สระ บ่อ คูคลอง ในที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือที่ชื้นแฉะหรือแหล่งน้ำตื้น พบในเอเชีย ยุโรป อเมริกา ซึ่งในแต่ละที่โครโมโมซมีทั้ง diploid triploid และ tetraploid แตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด ทำให้มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาและปริมาณน้ำมันทั้งในเหง้าและใบผันแปรสูง และถูกเคยแยกเป็นหลายชนิดย่อย	ใบยาวกว่า 1 เมตร มีเส้นกลางใบชัดเจน เหง้าหนา ช่อดอกหนา เส้นผ่านศูนย์กลางโตได้ถึง 1.2 ซม. เมล็ดไม่มีขนแข็ง ผิวมีรอยบุ๋ม	"เมดไทย (Medthai)
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช"	"https://medthai.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3/
http://www.dnp.go.th/botany/detail.html?menu=PlantGeneraOfThailand_Acorus"	นำหัวมาต้มน้ำดื่มแก้ไข้ หรือนำใบมาผูกคอเด็กแก้ไข้	แยกหน่อ
30	""	Red Sandalwood Tree	มะกล่ำต้น มะแค่ก	Adenanthera pavonina L.	Adenanthera	Leguminosae	Accepted	""	LC 2019	พบตามป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ หรือตามชายป่าหรือที่เปิด ที่ระดับความสูงไม่เกิน 700 เมตร	ไม้ต้น สูงถึง 20 เมตร กิ่งมีขน ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ปลายคี่ ใบย่อยเรียงแบบสลับ แผ่นใบย่อยรูปรี ยาว 1.6-3 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ฐานป้านหรือเบี้ยวเล็กน้อย ปลายกลมหรือเว้าเล็กน้อย ขอบเรียบ ดอกแบบช่อเชิงลด ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยง มี 5 กลีบ รูปไข่ โคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก กลีบดอก มี 5 กลีบ รูปรี โคนกลีบเชื่อมกันปลายแยก เกสรเพศผู้มีอับเรณูรูปขอบขนาน เกสรเพศเมีย มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ผลเป็นฝักแบน บิดโค้ง ผลแก่สีน้ำตาล แห้งแล้วแตก เมล็ดแบน	"กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้"	"http://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/singburi.htm
http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=661"	นำยอดอ่อนมากินกับน้ำพริก ช่วยบำรุงเลือด	เพาะเมล็ด
31	""	""	ผักแปม	Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	Eleutherococcus	Araliaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบมากในภาคเหนือ  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2871	ยอดอ่อนนำมารับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด ปักชำ
32	""	Sesame	งา	Sesamum indicum L.	Sesamum	Pedaliaceae	Accepted	""	""	นิยมปลูกทั่วไป	"เป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 30-100 ซม. ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีร่องตามยาวของลำต้น มีขนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือสลับ ลักษณะใบเป็นรูปไข่ หรือรูปใบหอก กว้างประมาณ 2-5 ซม. ยาวประมาณ 6-10 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยว เป็นหลอด ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาวหรือสีชมพู ออกโดยรอบลำต้นตอนบน ผลเป็นผลแห้ง มี 4 พู เมล็ดแบน ขนาดเล็ก มีจำนวนมาก รูปไข่ สีดำ เรียก""งาดำ"" สีขาวหรือสีนวล เรียก"" งาหม่น"""	โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	http://www.rspg.or.th/plants_data/use/oil-1.htm	เมล็ดนำมาประกอบอาหาร ทำขนม หรือใช้ในพิธีกรรม	เพาะเมล็ด
33	ทีลอซ่ะ	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้างหลวง, ต้างป่า	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	Trevesia	Araliaceae	Accepted	""	LC 2018	ชอบขึ้นในป่าดิบที่ปลอดจากไฟป่า หรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น	ต้างหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร  ลำต้น กิ่งก้าน และเส้นใบมีหนามแหลมปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด รูปร่างกลมรี  ติดกันเป็นกระจุกกลม  กระจุกละ 30-50 ดอก ช่อหนึ่งมีหลายกระจุก สีเหลืองอมเขียว ผลมีเนื้อ รูปกรวยคว่ำ มีสามพู เมล็ดแบน	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=716&view=showone&Itemid=59	ดอกอ่อนนำมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด ปักชำ
34	""	""	บอน	Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	Colocasia	Araceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ  ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร	บอนเป็นไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/168	ก้านใบนำมาประกอบอาหาร เช่น แกงบอน	แยกเหง้า
35	จอปลา	Sweet potato	มันเทศ	Ipomoea batatas (L.) Lam.	Ipomoea	Convolvulaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง	"มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก   ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก
ในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่ 
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/	หัวใต้ดินนำมารับประทานได้	ชำหัว
36	""	""	ผักเฮือด	Ficus lacor Buch.-Ham.	Ficus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป  ชอบดินร่วน อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี	ไม้ต้นขนาดใหญ่ ขนาดเดียวกับไทรและมะเดื่อ สูง 8-15 เมตร เปลือกต้นบางและเรียบ ผลัดใบพร้อมกันทั้งต้น จะแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่และรูปรี กว้าง 6-7 ซม. ยาว 7-18 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาและมัน ยอดอ่อนม้วนเป็นแท่ง รูปทรงกระบอก ปลายเรียวแหลม ใบอ่อนสีแดง มีขนละเอียดคล้ายไหม ดอกช่อเล็กๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ผลกลม สีเขียวอ่อนออกขาว ผลสุกสีเหลือง	กาญจนา จันทร์สิงห์	https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=116&code_db=610010&code_type=01	ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหารหรือรับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง
37	บอบ่ะซ่ะ	Hyacinth bean, Lablab bean, Dolichos bean, Bonavista bean	ถั่วแปบ	Lablab purpureus (L.) Sweet	Lablab	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศที่แห้งแล้ง  	"มะแปบเป็นไม้เลื้อยพันแบบเถาวัลย์ เป็นไม้ปีเดียว ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 5 ซม. ยาว 7-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกว้างหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาเรียบ ช่อดอกกระจะ ยาว 10-15 ซม. ดอกสีขาว ชมพู หรือม่วงอ่อน คล้ายดอกถั่ว ผลเป็นฝักแบนยาวโค้ง คล้ายรูปเคียวเกี่ยวข้าว เมล็ดรูปกลมรี สีเขียว เรียงเป็นแถวเดียวในฝัก 
ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ มะแปปปล้องขาว มะแปปแหล้ มะแปปมัน และมะแปปบะอ้า(ฝักยาวกว่าชนิดอื่น) ใช้ประโยชน์เหมือนกันทั้ง 4 ชนิด
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%9A/	ฝักอ่อนนำมาประกอบอาหาร	เพาะเมล็ด
38	""	""	ลิงลาว เอื้องแลว นางแลว	Aspidistra sutepensis K.Larsen 	Aspidistra	‎Asparagaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม  แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล  สีเขียวเข้ม 	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3&typeword=group	ดอกอ่อนนำมาประกอบอาหารหรือรับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด แยกกอ
39	ติโกหล่า	""	ย่านลิเภา เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	Lygodium	Lygodiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบในป่าทั่วไป	ไม้เถามีเหง้าสั้นอยู่ในดิน มีขนสีน้ำตาลปกคลุม มีใบประกอบ 5 ชั้น ก้านใบชั้นแรกยาวได้มากกว่า 50 ซม. โคนก้านสีน้ำตาลมีขนปกคลุม แกนกลางใบหรือก้านใบชั้นที่ 2 มีครีบสันตลอดความยาว มีขนปกคลุม แกนย่อยชั้นแรกหรือก้านใบชั้นที่ 3 ยาว 5 มม. มีขนปกคลุมและขนชี้ลง ก้านใบชั้นที่ 4 เป็นใบประกอบแบบขนนก 1-2 ชั้น รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ปลายแหลม กว้าง 7-12 ซม. ยาว 10-25 ซม. ก้านใบชั้นที่ 5 เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 แฉก หรือใบเดี่ยว โคนของแฉกเว้าแบบหัวใจ ขนาดใบกว้าง 2.5 ซม. ยาว 15 ซม. ปลายแหลม ขอบใบจักซี่ฟัน เป็นครีบสันมีขนประปราย ที่โคนใบและก้านไม่มีข้อต่อที่จุดเชื่อม แผ่นใบบางและเรียบ อับสปอร์เกิดที่ส่วนติ่งยื่นออกจากขอบใบย่อยชั้นสุดท้าย	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/246	ยอดอ่อนมีรสหวาน นำมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้มกับน้ำพริกหรือใช้แทนผงชูรส	สปอร์
40	""	Thorny tree	ชะอม	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	Acacia 	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายทั่วไป  ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ชะอมเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2542	ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหาร	ปักชำ
41	""	Sweet leaf, Sweet leaf bush	ผักหวานบ้าน 	Sauropus androgynus (L.) Merr.	Sauropus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	ในธรรมชาติพบขึ้นตามป่าผลัดใบทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี	ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.7-2 เมตร เปลือกต้นขรุขระ สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้ม ผิวเรียบ ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเข้มกว่าหลังใบ คล้ายใบมะยม ดอกสีแดง ออกติดตามก้านใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก อย่างละ 3 กลีบ มีเมล็ดกลมแป้นขอบเป็นพู 3 พูสีเขียวฝ้า จานรองสีแดงเข้ม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2901	ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหาร	ปักชำ
42	คอคอเด้าะ	Pagoda plant, Pagoda flower	นมสวรรค์ พนมสวรรค์ ปิ้งดอกแดง	Clerodendrum paniculatum L.	Clerodendrum	Lamiaceae	Accepted	""	""	""	ไม้พุ่มสูง มีลำต้นตรงและเป็นเหลี่ยมสี่เหลี่ยมเป็นข้อ ๆ และไม่มีกิ่ง แต่มีก้านใบซึ่งจะแตกออกจากตรงลำต้นโดยตรง ลำต้นมีความสูงได้ถึง 3 เมตร ส่วนเปลือกต้นมีลักษณะเรียบ เป็นสีน้ำตาลแกมเขียว ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ลักษณะของใบเป็นฝ่ามือรูปไข่กว้างหรือรูปไข่เกือบกลม ใบกว้างประมาณ 7-38 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-40 เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก 3-7 แฉก ปลายแฉกจะแหลม ฐานใบเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย ผิวใบมีขนและต่อมกระจายอยู่ทั้ง 2 ด้าน ส่วนหลังใบเรียบมีสีเขียวเข้ม ส่วนท้องใบมีขนสากระคายมือและมีสีอ่อนกว่า และมีก้านใบยาวประมาณ 3-15 เซนติเมตร หรืออาจยาวกว่า มีร่องตามยาว ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงขนาดใหญ่ที่ปลายยอด ดอกมีสีแดงหรือสีส้ม ช่อดอกเป็นชั้นคล้ายฉัตรหรือรูปไข่ ขนาดช่อดอกกว้างประมาณ 20-30 เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-35 เซนติเมตร ก้านช่อดอกเป็นเหลี่ยม กลีบดอกสมมาตรด้านข้าง กลีบดอกมี 5 กลีบ มีขนกระจายด้านนอก ส่วนกลีบดอกเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ยาวประมาณ 0.7-1.4 เซนติเมตร มีขนและต่อมกระจายด้านนอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว มีความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มีเกสรตัวเมีย มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ส่วนรังไข่เป็นรูปทรงรีเกือบกลม มีความยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร เกลี้ยง ส่วนก้านเกสรตัวเมียจะยาวเท่ากับเกสรตัวผู้อันยาวหรือยาวกว่าเล็กน้อย โดยยอดเกสรจะแยกเป็น 2 แฉกสั้น ๆ มีใบประดับเป็นรูปไข่แกมรูปรี ยาวประมาณ 1-5 เซนติเมตร โดยใบประดับย่อยรูปแถบยาวได้ประมาณ 1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังสีส้มแดง มีด้วยกัน 5 กลีบ โคนเชื่อมกัน หลอดกลีบเลี้ยงสั้น ๆ ปลายแยก 5 กลีบ เป็นรูปใบหอก ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีต่อมและขนกระจาย ผลมีลักษณะกลม มีขนาดเล็กสีเขียว ผลผนังชั้นในแข็ง ทรงกลม มี 2-4 พู มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-9 เซนติเมตร ผลเมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมเขียวหรือสีดำ และในผลมีเมล็ดเดียว มีลักษณะแข็ง	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C/	ยอดอ่อนนำมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด
43	""	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	ผักชีฝรั่ง	Eryngium foetidum L.	Eryngium	Apiaceae	Accepted	""	""	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก
"	"Unknown
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)"	"http://biodiversity.crru.ac.th/public/bio2018/File%20PDF/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87.pdf
http://sathai.org/2020/03/10/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/
"	ใบมีกลิ่นหอม นำมาปรุงอาหาร	เพาะเมล็ด
44	ปูปอเด้าะ	""	ผักเยี่ยววัว	Millettia caerulea Baker	Millettia	Leguminosae	Accepted	""	""	""	ไม้เลื้อย ลำต้นสีเทา ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ก้านใบยาว 4-7 ซม. แกนกลางใบยาว 10-12 ซม. ใบย่อย 3-5 คู่ รูปรีหรือรูปหอกกลับ กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-20 ซม. เส้นใบ 6-9 คู่ ฐานใบรูปลิ่มหรือมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลมหรือยาวคล้ายหาง หลังใบเกลี้ยง ท้องใบมีขน ช่อดอกแบบช่อกระจะประกอบ ยาว 15-30 ซม. ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงสีม่วงเข้ม ยาว 2-3 มม. ปลายหยักตื้น 5 หยัก กลีบดอกสีม่วงเข้ม กลีบกลาง สีม่วง กว้าง 6-8 มม. ยาว 7-10 มม. กลีบคู่ข้าง กว้าง 4-5 มม. ยาว 8-10 มม. กลีบคู่ล่าง ยาว 8-10 มม. เกสรเพศผู้ 10 อัน ผลรูปรี กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 4-6 ซม. เมล็ดรูปไต เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มม.	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2610	ยอดอ่อนนำมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด
45	""	Cassava, Manioc, Tapioca 	มันสำปะหลัง สำโรง	Manihot esculenta Crantz	Manihot	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไป  ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"พืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง 
"	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/204	หัวใต้ดินนำมารับประทานได้	เพาะเมล็ด ปักชำ
46	""	Polyscias, Ming aralia	เล็บครุฑ	Polyscias fruticosa (L.) Harms	Polyscias	Araliaceae	Accepted	""	""	พบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี  แสงแดงปานกลาง	เล็บครุฑเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นส่วนยอดสีเขียวอมน้ำตาลเกือบดำ  มีกระสีน้ำตาลอ่อนตามกิ่งมีรูอากาศเห็นได้ชัด ลำต้นแตกแขนงได้ดี ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยขอบเว้าลึก ขอบใบจักฟันเลื่อยปลายแหลม ก้านใบส่วนที่ติดกับลำต้นเป็นกาบ ใบเมื่อขยี้ดมจะให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย ช่อดอกแยกแขนง มีแกนกลางช่อยาว 60 ซม. ขนาดเล็ก ช่อดอกย่อยออกเป็นช่อซี่ร่ม กลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้ 5 อัน ผลรูปเกือบกลม มีเนื้อผล 	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%91/	ยอดอ่อนนำมารับประทานเป็นผักแกล้ม	ปักชำ
47	เฮาะทีเส่ะ	""	ข้าหลวงหลังลาย	Asplenium nidus L.	Asplenium	Aspleniaceae	Accepted	""	""	 ทวีปแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย ในไทยพบทั่วทุกภาค พบขึ้นบนต้นไม้ใหญ่ ก้อนหิน บริเวณที่มีความชื้นสูง	เฟินอิงอาศัย เหง้าสั้น ตั้งตรง มีรากและขนสีน้ำตาล ออกเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ปลายยอดเป็นเหง้ามีเกล็ดสีน้ำตาลถึงน้ำตาลดำ หนาแน่น เกล็ดเป็นแผ่นบาง กว้าง 2-3 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร  ใบเดี่ยว เรียงเวียนถี่รอบแกนของเหง้า รูปรีแกนมรูปขอบขนาน กว้าง 10-30 เซนติเมตร ยาว 0.5-1.5 เมตร ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น แผ่นใบหนา เส้นกลางใบเป็นสันนูนสีน้ำตาล เส้นแขนงใบแยกเป็นคู่ กลุ่มอับสปอร์เรียงเป็นแถบตามแนวยาว เส้นแขนงใบแต่ไม่ถึงขอบใบ เยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์เป็นแผ่นบางๆ กว้างประมาณ 0.5 มิลลิเมตร	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=845&view=showone&Itemid=59	นำใบมาตากแห้งแล้วใช้ปรุงอาหารแทนผงชูรส	สปอร์
48	เส่ทูซ่ะ	""	สลอดเถา มะหลอด	Elaeagnus latifolia L.	Elaeagnus 	Elaeagnaceae	Accepted	""	""	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร  	"ไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น       5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน  และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว 
"	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=841	ผลนำมารับประทานได้	เพาะเมล็ด
49	""	Smooth loofa, sponge gourd, Egyptian cucumber, Vietnamese luffa	บวบหอม บวบกลม	Luffa cylindrica (L.) M.Roem.	Luffa 	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ  ชอบขึ้นตามที่รกร้าง ริมรำธาร และตามบึงทั่วไป  แต่ในภาคเหนือผลส่วนใหญ่มีลักษณะค่อนข้างกลมป้อม	มะบวบเป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นเป็นเหลี่ยม ตามข้อมีมือเกาะ 3 เส้น ต้นอ่อนและยอดอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่จะหลุดไป ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม    รูปใบกลมมีหยักเว้า 3-7 หยัก ปลายใบแหลมสั้น ท้องใบสีเขียวอ่อน เห็นรอยใบเส้นใบนูนชัดเจน ดอกเป็นดอกเดี่ยว สีเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ขอบมีรอยย่นเป็นคลื่น ผลอ่อนลายสีเขียวแก่มีนวลขาวเคลือบ ผลแก่สีเขียวออกเหลืองหรือเขียวอมเทา เนื้อในมีเส้นใยเหนียวเป็นร่างแห เมล็ดแบนรี	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=333	ผลนำมาประกอบอาหาร	เพาะเมล็ด
50	""	""	เต่าร้าง	Caryota sp.	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหาร	เพาะเมล็ด แยกกอ
51	มะนอยอ้ม	""	ขี้กาดง กะดอม มะนอยอ้อม	Gymnopetalum chinense (Lour.) Merr.	Gymnopetalum	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนาและทุ่งหญ้าทั่วไป	มะนอยเป็นไม้เถาลำต้นเป็นร่อง มีมือเกาะ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือเป็นแฉก กว้าง 3-10 ซม. ยาว 4-10 ซม. โคนเว้ารูปหัวใจ ผิวใบสาก ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงเป็นหลอดยาว ปลายแยก 5 แฉก มีขนเป็นมันเลื่อม กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว โคนติดกันเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยว กลีบเลี้ยง และกลีบดอกเหมือนดอกเพศผู้ ผลสีแดงอมส้ม รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ผิวสาก มีสัน 10 สัน เนื้อสีเขียว เมล็ดรูปรี มีจำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=998&view=showone&Itemid=132	ผลอ่อนนำมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้ม	เพาะเมล็ด
52	""	Job’s tear, Adlay	เดือย เดือยหิน	Coix lacryma-jobi L	Coix 	Poaceae	Accepted	""	""	พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน	มะเดือยหินเป็นไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2/	เมล็ดนำมาต้มรับประทานแทนข้าว	เพาะเมล็ด
53	""	Papaya	มะละกอ	Carica papaya L.	Carica	Caricaceae	Accepted	""	""	นิยมปลูกทั่วไป	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลออกขาว ลำต้นตรง ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนก้าน ก้านใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดำ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส	"เมดไทย (Medthai)
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"	"https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD/
http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_4.htm"	ผลสุกนำมารับประทานได้	เพาะเมล็ด
54	""	""	ผักอีหลืน	Isodon ternifolius (D.Don) Kudô	Isodon	Lamiaceae	Accepted	""	""	ในธรรมชาติพบตามทุ่งหญ้าที่โล่ง ป่าโปร่ง พบมากบนดอยทางภาคเหนือ เป็นสมุนไพร (ล้านนา)	ไม้พุ่มหรือวัชพืช ความสูง 1-2 เมตร ลำต้นมักตั้งตรงขึ้น แตกกิ่งก้านใกล้โคนต้นไม่มากนัก ถ้าสูงมากต้นจะเอียงเอนลง มีขนสั้นสีขาวปกคลุมทั่วไป ใบออกตรงข้ามสลับตั้งฉาก ดูเป็นชั้นๆ รอบต้น ก้านใบสั้นมากหรือไม่มี ใบรูปแถบกึงใบรูปหอก ยาว 4-15 เซนติเมตร ใบหนาและหยาบ ดอกเป็นช่อใหญ่ แตกกิ่งเป็นช่อย่อยหลายช่อ ดอกเล็ก จำนวนมาก เรียงชิดกันแน่นบนก้านช่อ กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน ด้านนอกมีขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น กลีบดอกสีม่วงอ่อน ปลายแยกเป็น 2 ปาก ด้านบนมีประจุดสีม่วงเข้ม ผลแห้ง รูปสามเหลี่ยม	สำนักพิมพ์บ้านและสวน	https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/136353.html	ใบมีกลิ่นหอม นำมาปรุงอาหาร	เพาะเมล็ด
55	เปะโบ	Foxtail millet	ข้าวฟ่างหางจิ้งจอก	Setaria italica (L.) P.Beauv.	Setaria	Poaceae	Accepted	""	""	""	 เป็นหญ้าปีเดียว ขึ้นเป็นกอมีสีเหลืองม่วง กาบใบรูปหลอด ด้านบนเปิดออก ผิวเกลี้ยงหรือมีขนปกคลุมเล็กน้อย ลิ้นใบสั้นเป็นชายครุย เห็นแกนใบชัดเจน ดอกช่อ เมล็ดรูปไข่ มีกาบบนและล่างหุ้มแน่น มีหลายสีตั้งแต่เหลืองอ่อน ส้ม แดง น้ำตาล ดำ มีความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์อยู่มาก	ร้านพรีเมี่ยมซีด	http://www.premiumseedshop.com/category/646/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2-grass-seeds-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9F%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9F%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3-purple-majesty-millet	เมล็ดนำมาผสมกับข้าวแล้วหุงรับประทาน	เพาะเมล็ด
56	""	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	บอน เผือก	Colocasia esculenta (L.) Schott	Colocasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว  บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง  บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา  และบอนดำ 
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99/	หัวใต้ดินนำมารับประทานได้	ชำหัว แยกกอ
57	""	Wax gourd, White gourd, Chinese water melon, Chinese preserving melon	ฟัก ฟักเขียว	Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.	Benincasa	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	ขึ้นเองตามธรรมชาติในปาดิบแลง กระจายทั่วไป เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง  เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย	"มะฟักเป็นไม้เลื้อย ลำต้นแตกแขนง เลื้อยตามพื้นดิน มีมือเกาะ 2-3 แขนง ทั้งต้นมีขนหยาบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปฝ่ามือ ขอบหยัก 5-11 แฉก ปลายแฉกแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศบนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง รูปไข่กลับ เกสรตัวผู้ 3 อัน ดอกเพศเมีย เหมือนดอกเพศผู้ แต่ก้านสั้นกว่า ผลอ่อนมีขน ผลแก่ผิวด้านนอกมีนวลขาว ผิวแข็ง เนื้อผลสีขาวปนเขียวอ่อน เนื้อตรงกลางพรุน มีเมล็ดรูปไข่แบนอยู่มาก
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มะฟักเล็ก มีผลขนาดใหญ่  และมะฟักหม่น มีผลขนาดเล็ก สีขาว มีกลิ่นหอมกว่า
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7/	ผลสุกนำมาประกอบอาหารได้ เช่น แกงฟัก	เพาะเมล็ด
58	เทบ่ะเทอ	Pumpkin	ฟักทอง	Cucurbita moschata Duchesne	Cucurbita	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	นิยมปลูกทั่วไป	 เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ	โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	http://www.rspg.or.th/plants_data/use/herbs10-1.htm	ผลสุกนำมาประกอบอาหารได้	เพาะเมล็ด
59	""	Roselle	กระเจี๊ยบ	Hibiscus sabdariffa L.	Hibiscus	Malvaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ชอบพื้นที่แดดจัดและความชุ่มชื้นพอเหมาะ	ผักเก็งเค็งเป็นไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/	ยอดอ่อนนำมาลวกรับประทานเป็นผักแกล้ม ผลนำมาทำน้ำกระเจี้ยบ	เพาะเมล็ด
60	""	Negro Guinea Grass, Millet Grass, Sorghum	ข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างสมุทรโคดม	Sorghum bicolor (L.) Moench	Sorghum	Poaceae	Accepted	""	""	""	พรรณไม้จำพวกหญ้า ลำต้นมีลักษณะกลม สูงได้ประมาณ 3-4 เมตร ตามบริเวณข้อจะมีขนสั้นสีน้ำตาล ซึ่งมองเห็นได้ชัด  ใบออกสลับกัน ลักษณะของใบจะแคบเป็นเส้นยาวประมาณ 50 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ปลายใบแหลมคม บริเวณท้องใบไม่มีขน แต่จะมีผงสีขาวนวล เส้นกลางใบจะแข็ง ส่วนขอบใบและหลังใบจะมีขนสั้น ๆ ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายยอด มีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ผลมีลักษณะกลมเท่ากับเมล็ดพริกไทย โผล่พ้นออกมาจากเปลือก ผลแก่จะมีเนื้อแข็ง ผิวภายนอกผลเป็นมัน ส่วนเมล็ดจะเป็นสีน้ำตาลออกเทา และมีแป้งมาก	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9F%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%A1/	เมล็ดนำมาผสมกับข้าวแล้วหุงรับประทาน	เพาะเมล็ด
