<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ (Seafood Festival) ครั้งที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวฉัตร์สุดา&amp;nbsp;ชุมแสง&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กำหนดจัดงาน&amp;nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&amp;nbsp;(Seafood&amp;nbsp;Festival)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการบริโภคปลากะพงสามน้ำ&amp;nbsp;และอาหารทะเลของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีร้านอาหารชั้นนำเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;โดยโครงการ&amp;nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&amp;nbsp;(Seafood&amp;nbsp;Festival)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง&amp;nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยให้ปลากะพงสามน้ำซึ่งเป็นปลากะพงท้องถิ่นของจังหวัด&amp;nbsp;ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากปลากะพงทั่วไป&amp;nbsp;โดยมีเนื้อที่หวานและอร่อย&amp;nbsp;ไม่มีความคาวและปราศจากกลิ่นสาบโคลน&amp;nbsp;ให้ได้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมในปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จะจัดขึ้นในรูปแบบการกดรับคูปองส่วนลด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งสนับสนุนโดยโครงการ&amp;nbsp;ใช้ได้ทั้งแบบเดลิเวอรี่และการกดสั่งเมื่อไปทานอาหารที่ร้าน&amp;nbsp;โดยลูกค้าของทางร้านสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดค่าอาหารได้ทันที&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;E-Menu&amp;nbsp;ในแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;OneChat&amp;nbsp;จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งมีป้ายสัญลักษณ์&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&amp;nbsp;(Seafood&amp;nbsp;Festival)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยรับส่วนลด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเด่นประจำร้าน&amp;nbsp;มูลค่าตั้งแต่&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทขึ้นไป&amp;nbsp;และรับส่วนลด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเดียว&amp;nbsp;โดยลด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท/จาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301081638010</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>สถาบันวิจัยและพัฒนาจัดการประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย ครั้งที่ 10นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 68 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ที่โรงแรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.ชัยฤทธิ์&amp;nbsp;ศิลาเดช&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ในหัวข้อเรื่อง&amp;nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&amp;nbsp;IEEE&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Cybernetics&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Innovations&amp;nbsp;2002&amp;nbsp;(ICCI&amp;nbsp;2022)&amp;nbsp;Ai&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Innovative&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ณฐพรภัทร์&amp;nbsp;อินทร์ศิริพงษ์&amp;nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;อาจารย์&amp;nbsp;นักวิจัยและส่วนราชการร่วมในพิธี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;นฤมล&amp;nbsp;ชูเมือง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;กล่าวว่า?&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;ด้วยวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2497&amp;nbsp;มีการพัฒนาและเติบโตมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏจนถึงวันนี้นับเป็นเวลาถึง&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมจึงถือเป็น&amp;nbsp;วันสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันสถาปนานี้&amp;nbsp;จึงจัดการประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงวิจัยขึ้น&amp;nbsp;โดยครั้งแรกจัดในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;และจัดต่อเนื่องมาทุกปีจนเป็นประเพณี&amp;nbsp;ซึ่งการจัดในครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ในหัวข้อเรื่อง&amp;nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&amp;nbsp;IEEE&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Cybernetics&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Innovations&amp;nbsp;20212&amp;nbsp;(ICCI&amp;nbsp;2022)&amp;nbsp;Ai&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Innovative&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้คณาจารย์นักวิจัย&amp;nbsp;นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;และบุคคลที่สนใจ&amp;nbsp;ได้นำเสนอผลงานวิจัยและผลงานวิชาการสู่สาธารณชน&amp;nbsp;อันจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;เกิดแนวปฏิบัติในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพงานวิจัยและงานวิชาการ&amp;nbsp;รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวคิด&amp;nbsp;วิธีปฏิบัติ&amp;nbsp;และประสบการณ์ในการวิจัย&amp;nbsp;ซึ่งนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการวิจัย&amp;nbsp;ก่อให้เกิด&amp;nbsp;ความก้าวหน้าทางวิชาการที่สามารถนำความรู้จากการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนา&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;กิจกรรมของการประชุมวิชาการครั้งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การนำเสนอ&amp;nbsp;ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการภาคบรรยายในสาขาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ครอบคลุมถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สาขาวิชา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านการศึกษา&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;ชุมชนและการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และยังมีกิจกรรมเสวนาที่&amp;nbsp;น่าสนใจในประเด็นเรื่อง&amp;nbsp;นวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.ผดุงศักดิ์&amp;nbsp;รัตนเดโช&amp;nbsp;ศาสตราจารย์ระดับ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;เมธีวิจัยอาวุโส&amp;nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;การจัดประชุมวิชาการครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกจากหลากหลายมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ให้ความอนุเคราะห์ในการพิจารณาคัดเลือกบทความวิจัย&amp;nbsp;บทความวิชาการ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;วิพากษ์บทความที่จะนำเสนอในวันนี้&amp;nbsp;โดยมีผลงานที่นำเสนอทั้งผลงานวิจัยและผลงานวิชาการรวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สาขาวิชา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;77&amp;nbsp;บทความ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้รับเกียรติจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;คือ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย&amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีร่วมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ในการนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.ชัยฤทธิ์&amp;nbsp;ศิลาเดช&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ได้มอบโล่ให้กับเจ้าภาพร่วมจัดงานในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;และการบรรยายพิเศษจากศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.ผดุงศักดิ์&amp;nbsp;รัตนเดโช&amp;nbsp;ศาสตราจารย์ระดับ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;เมธีวิจัยอาวุโส&amp;nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ราชบุรี</Province><Department>สวท.ราชบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131531111</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>การท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน  เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจังหวัดตรังนั้น เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เสือบุญทอง&amp;nbsp;นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย&amp;nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหรือยูเครนนั้น&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ถ้าเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังนั้นก็เป็นแบบเช้าไปเย็นกลับมากกว่า&amp;nbsp;จะไม่พักค้างคืน&amp;nbsp;ดังนั้นการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สายการบินไทยสมายด์&amp;nbsp;ได้เปิดเที่ยวบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางมาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเดินทางและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นการสร้างโอกาสให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ส่วนที่น่าวิตกมากกว่าการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น&amp;nbsp;คือสถานการณ์การณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่มีอัตราการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดตรังนั้นต้องฉีดวัคซีนครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก่อน&amp;nbsp;ถึงจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังได้&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวนั้นจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp;ที่หาดปากเมง&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;และถ้ำมรกต&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;รวมถึงการดำน้ำดูปะการังที่สวยงามและยังคงธรรมชาติอยู่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132814116</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน คัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชน สู่การเพิ่มพื้นที่ผู้ซื้อพบผู้ขาย พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างรายได้สู่ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสด์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกตลาดชุมชน&amp;nbsp;จากทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;สู่การเป็นสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมผดุงม่วยต่อ&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้ได้มีช่องทาง&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;และมีพื้นที่ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปพบกับผู้ซื้อโดยตรง&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อฟื้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;กระตุ้นการค้าขายในชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผลการพิจารณาคัดเลือกสุดยอดตลาดชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กาดซอกจ่า&amp;nbsp;บ้านผาบ่อง&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตลาดสายหยุดเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ตำบลจองคำ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และกาดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(ตลาดออนไลน์)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301141623169</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Saudi Arabian Airlines ฟื้นความสัมพันธ์ไทย - ซาอุดีอาระเบีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;กิตติขจร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ท่าอากาศยานไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;(ทอท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.05&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;(ทสภ.)&amp;nbsp;ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ทสภ.&amp;nbsp;โดยสายการบิน&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabian&amp;nbsp;Airlines&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;SV846&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเที่ยวบินประวัติศาสตร์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียมีเส้นทางการบินมายังประเทศไทยอีกครั้ง&amp;nbsp;หลังจากไม่ได้ทำการบินมายังประเทศไทยเป็นเวลา&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยในส่วนของ&amp;nbsp;ทสภ.&amp;nbsp;ได้จัดให้มีอุโมงค์น้ำ&amp;nbsp;(Water&amp;nbsp;Salute)&amp;nbsp;ต้อนรับในช่วงที่เครื่องบินกำลังเคลื่อนตัวเข้าหลุมจอด&amp;nbsp;G5&amp;nbsp;พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;รวมทั้งจัดของที่ระลึกพิเศษมอบให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการอำนวยความสะดวกต้อนรับผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวในวันนี้&lt;/strong&gt;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ทสภ.&amp;nbsp;ได้มีการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ทสภ.,&amp;nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่โรงแรม&amp;nbsp;และสายการบิน&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabian&amp;nbsp;Airlines&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อร่วมอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินจำนวน&amp;nbsp;56&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้ได้รับความสะดวกในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย&amp;nbsp;และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทสภ.&amp;nbsp;ได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมของ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า&amp;nbsp;(Exit&amp;nbsp;B)&amp;nbsp;ซึ่งได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีต้อนรับในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทสภ.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สายการบิน&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabian&amp;nbsp;Airlines&amp;nbsp;ได้เริ่มกลับมาทำการบินสู่ประเทศไทยอีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยมีนโยบายเปิดประเทศเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกที่ทยอยผ่อนปรนมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อทั้งอุตสาหกรรมการบิน&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150755188</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวซาอุปีนี้ 2 แสน ตะวันออกกลาง 5 แสนคน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางนายกฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1 มี.ค. 2565 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt; เปิดเผยว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวจากซาอุดิอาระเบีย รอบแรกวันที่ 28 ก.พ. ที่ยอดน้อยกว่าที่วางเป้าไว้ว่า เป็นเพราะนักท่องเที่ยวยื่นเอกสารไม่ผ่าน และที่จริงแล้วตามกำหนดการเที่ยวบินแรก เขาควรมาในเดือน พ.ค. แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีหลังเว้นว่างมากว่า 32 ปี เราได้รับการตอบรับจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เขาจึงส่งนักท่องเที่ยวเที่ยวปฐมฤกษ์มาเร็วกว่าที่คิดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เราขอขอบคุณรัฐบาลซาอุฯ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. มาได้เพียง 71 คน&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราต้อนรับอย่างสมเกียรติสมฐานะ เที่ยวบินที่เข้ามา มีการยิงม่านน้ำ ตนและปลัดกระทรวงฯได้ให้การต้อนรับ หวังว่าจากนี้จะมีเที่ยวบินจากซาอุฯ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือและพูดคุยนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ต้องการมาเที่ยวที่ไทยจำนวนมาก&lt;/strong&gt; ในปีนี้ตั้งเป้ารับนักท่องเที่ยวชาวซาอุดิฯ 2 แสนคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของนายกฯ และจากข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ เฉลี่ยแล้วจะให้เงินรายละ 9 หมื่นบาทต่อทริป โดยในปี 2566 ตั้งเป้า 5 แสนคน และภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางปีนี้ เราตั้งเป้าไว้ที่ 5 แสนคน ปี 2566 ตั้งเป้าไว้ 1 ล้านคน เราพยายามวิ่งไปถึงเป้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301150649187</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>ครม. อนุมัติงบประมาณ 1,411 ล้านบาท ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;โดยใช้ที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;141&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2566-&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;จำนวนวงเงินลงทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,411.70&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิทยาการทางการแพทย์และระบบบริการทางการแพทย์&amp;nbsp;รองรับการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ที่ทันสมัย&amp;nbsp;พัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์มูลค่าสูง&amp;nbsp;เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&amp;nbsp;โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;กระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&amp;nbsp;เพิ่ม&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;และท้องถิ่น&amp;nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&amp;nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทยด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้การพัฒนาโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;จะเป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155438212</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>จังหวัดเลย เตรียมความพร้อมจัดงาน Mask Festival 2022 สวมหน้ากาก ยลงานศิลป์ เช็คอินริมโขง ชมศิลปะร่วมสมัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยังยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;อำเภอเชียงคาน&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชัยธวัช&amp;nbsp;เนียมศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรม&amp;nbsp;สวมหน้ากาก&amp;nbsp;ยลงานศิลป์&amp;nbsp;เช็คอินริมโขง&amp;nbsp;&amp;nbsp;Mask&amp;nbsp;&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ตามโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวณัณธิญาจ์&amp;nbsp;มังคละคีรี&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย,&amp;nbsp;นายอภินันท์&amp;nbsp;สุวรรณโค&amp;nbsp;นายอำเภอเชียงคาน,&amp;nbsp;นายอภิชาติ&amp;nbsp;สะบู่แก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย,&amp;nbsp;นายจริยาทร&amp;nbsp;สูหู่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานเลย,&amp;nbsp;นางสาวอินทิรา&amp;nbsp;สุพรหมจักร&amp;nbsp;ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวฯ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายดำรงค์&amp;nbsp;สิริวิชย&amp;nbsp;อิ่มวิเศษ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ,&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,&amp;nbsp;ผู้ประกอบการอำเภอเชียงคาน&amp;nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วมในงานแถลงข่าวฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยธวัช&amp;nbsp;เนียมศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดเลยมีความพร้อมที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัดเลยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ภายใต้การพัฒนาจังหวัดเลยและวิสัยทัศน์จังหวัดเลย&amp;nbsp;เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดเลยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนานกว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และมีภูมิธรรมชาติที่สวยงามเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;พร้อมเตรียมมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;และมีความปลอดภัยสูงสุดจากมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภินันท์&amp;nbsp;สุวรรณโค&amp;nbsp;นายอำเภอเชียงคาน&amp;nbsp;กล่าวถึง&lt;/strong&gt;ความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&amp;nbsp;มีความพร้อมในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเชียงคานมีความตื่นตัวและยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต้อนรับและดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองคาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp;สะบู่แก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่จังหวัดเลยได้ปฏิบัติอย่างเข้มข้นเสมอมา&amp;nbsp;โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการ&amp;nbsp;VUCA&amp;nbsp;:&amp;nbsp;(&amp;nbsp;v&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับวัคซีนครบโด๊ส,&amp;nbsp;U&amp;nbsp;&amp;nbsp;Universal&amp;nbsp;Prevention&amp;nbsp;การป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล,&amp;nbsp;C&amp;nbsp;&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;มีมาตรการควบคุมการจัดงานที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย,&amp;nbsp;A&amp;nbsp;&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เมื่อมีอาการและมีความเสี่ยง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวณัณธิญาจ์&amp;nbsp;มังคละคีรี&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวถึง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายละเอียดของโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;ที่จังหวัดเลย&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมสวมหน้ากาก&amp;nbsp;ยลงานศิลป์&amp;nbsp;เช็คอินริมโขง&amp;nbsp;"Mask&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;การแสดงผลงาน&amp;nbsp;จากการประกวดศิลปะร่วมสมัยของเยาวชน&amp;nbsp;เทศกาลหน้ากาก&amp;nbsp;Mask&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;การสาธิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;(CPOT&amp;nbsp;/&amp;nbsp;CCPOT)&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;กิจกรรมถนนสายศิลปะ&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Street&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;at&amp;nbsp;loei)&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวาด/ระบายสี&amp;nbsp;ลงหน้ากาก&amp;nbsp;FACE&amp;nbsp;SHIELD&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;FACE&amp;nbsp;SHIELD&amp;nbsp;ที่มีการระบายสีอย่างสวยงาม&amp;nbsp;เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ร่วมกิจกรรม,&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;นิทรรศการหน้ากากนานาชาติ&amp;nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฎในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง,&amp;nbsp;นิทรรศการ&amp;nbsp;ผ้า&amp;nbsp;ลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัดเลย&amp;nbsp;ผ้าลายดอกฝ้ายบาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น/ร่วมสมัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.อุเทน&amp;nbsp;วชิรชิโณรส&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมมหาลัยราชภัฎเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึง&amp;nbsp;บทบาทของสถาบันการศึกษาในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเลยและกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฎ&amp;nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่นำมาบูรณาการในโครงการกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจริยาทร&amp;nbsp;สู่หู่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเลย&amp;nbsp;กล่าวถึง&amp;nbsp;รูปแบบการจัดการประชาสัมพันธ์สำหรับกิจกรรมสวมหน้ากาก&amp;nbsp;งานศิลป์ริมโขง&amp;nbsp;2020&amp;nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&amp;nbsp;ซึ่งได้นำกิจกรรม&amp;nbsp;MASK&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ลงในปฏิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และ&amp;nbsp;นางสาวอินทิรา&amp;nbsp;สุพรหมจักร&amp;nbsp;ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวถึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บทบาทของภาคเอกชน&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเชียงคานและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเลย&amp;nbsp;ซึ่งพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;ได้ให้ความมั่นใจว่า&amp;nbsp;จังหวัดเลยมีแนวทางที่ชัดเจน&lt;/strong&gt;ทั้งด้านการประกอบธุรกิจการค้า&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้&amp;nbsp;พร้อมกำชับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างจริงจัง&amp;nbsp;เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัย&amp;nbsp;จึงได้มีการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;MASK&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;สวมหน้ากาก&amp;nbsp;ยลงานศิลป์&amp;nbsp;เช็คอินริมโขง&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานและเที่ยวจังหวัดเลย&amp;nbsp;โดยจังหวัดเลยพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้ทุกท่านให้มีความสุข&amp;nbsp;ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;และปลอดภัยจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301160025220</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จัดงานกาชาด มะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอ ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;ร่วมกับกิ่งกาชาดอำเภอ&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;จัดงานกาชาดมะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่ใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;จัดจำหน่ายมะม่วงให้ผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;น่ายปีละกว่า&amp;nbsp;6,500&amp;nbsp;ตันต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกองเอกปราโมทย์&amp;nbsp;ธัญญพืช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานกาชาดมะม่วงแฟร์&amp;nbsp;ของดีหนองวัวซอ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายนพดล&amp;nbsp;มามาก&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์&amp;nbsp;ถวายชัย&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชกร&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจรูญ&amp;nbsp;บุหิรัญ&amp;nbsp;นายอำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;จัดงานกาชาดมะม่วงแฟร์ของดีหนองวัวซอครั้งแรก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2533&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยการระดมทุนจากเกษตรกรชาวสวนมะม่วง&amp;nbsp;จากวันนั้นถึงวันนี้&amp;nbsp;งานมะม่วงแฟร์ได้กลายเป็นงานประจำปีของอำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอหนองวัวซอมีพื้นที่ปลูกมะม่วงเป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;485&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีผลผลิตทั้งนอกฤดูและในฤดู&amp;nbsp;6,500&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;และสามารถส่งออกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;(จีน&amp;nbsp;ญี่ปุ่น&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เกาหลีใต้&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;โซนยุโรปอีกหลายประเทศ&amp;nbsp;)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้อำเภอและหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ติดต่อประสานงานให้เกษตรกรมีโอกาสไปจัดแสดงสินค้า&amp;nbsp;และจำหน่ายผลผลิตของตนเองตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ภายในงานจัดให้มีการออกร้านนิทรรศการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;องค์กรเครือข่าย&amp;nbsp;การออกร้านนิทรรศการของกิ่งกาชาดอำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายมะม่วงนอกฤดู&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ของดีทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ผ้าไหมขิด&amp;nbsp;ของดีอีกอย่างหนึ่งของอำเภอหนองวัวซอ&amp;nbsp;อาหารแปรรูป&amp;nbsp;เครื่องจักรสาน&amp;nbsp;และการจำหน่ายสินค้าในราคาย่อมเยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170152271</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>กลุ่มคนพิการทำธุรกิจแคบหมูเมืองยวมสร้างอาชีพสร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้สนับสนุนกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจแคบหมูสร้างอาชีพสร้างรายได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสังคม&amp;nbsp;คัดเชียงแสน&amp;nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดอาคารแคบหมูเมืองยวม&amp;nbsp;บ้านไร่&amp;nbsp;ตำบลแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.โดยนายพงศ์พัฒน์&amp;nbsp;อยู่แฮ&amp;nbsp;รองประธานชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;ชมรมคนพิการเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ร่วมกับสถาบันพัฒนาธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;จัดทำโครงการอาคารแคบหมูเมืองยวม&amp;nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพคนพิการทำธุรกิจแคบหมูจำหน่ายสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;มีการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา&amp;nbsp;35&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2550&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สิทธิ&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;1,349,040&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัทยูเนียน&amp;nbsp;ออโตพาร์ทส&amp;nbsp;มนูแฟคเชอริ่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ใช้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ทำอาชีพแคบหมู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสังคม&amp;nbsp;คัดเชียงแสน&amp;nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การทำธุรกิจแคบหมูสำหรับผู้พิการได้รับโอกาสในด้านอาชีพ&amp;nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความร่วมมือของคนพิการในการรวมตัวกันทำแคบหมูจำหน่ายขอให้พัฒนาต่อยอดงานและสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพทำให้คนพิการมีศักยภาพสร้างผลิตผลที่ดี&amp;nbsp;สามารถแข่งขันในท้องตลาดได้&amp;nbsp;ขอให้รวมกลุ่มไปดำเนินการขอจดทะเบียนเป็นกลุ่มแคบหมูวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ทำให้มีหน่วยงานสนับสนุนเงินงบประมาณ&amp;nbsp;ดูแลช่วยเหลือต่อยอดพัฒนาสินค้าธุรกิจผลิตภัณฑ์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301170600273</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบการจัดทำความตกลง Air Travel Bubble ระหว่างไทย  อินเดีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบการจัดทำความตกลง&amp;nbsp;Air&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;ระหว่างไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ&amp;nbsp;สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเทศอินเดียได้ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;ทำให้เที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศอินเดียได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการทาบทามฝ่ายไทยต่อการทำความตกลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;Air&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;ระหว่างไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;และขณะนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการประสานงานจนได้ข้อสรุปของการจัดทำความตกลง&amp;nbsp;Air&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;ระหว่างไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp;การรับขนผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างไทยและอินเดีย&amp;nbsp;สามารถรับขนผู้มีสัญชาติไทย&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;เนปาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภูฏาน&amp;nbsp;และผู้มีสัญชาติต่างประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ถือวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทยและอินเดีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนที่สายการบินจะออกบัตรโดยสาร/Boarding&amp;nbsp;Pass&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้กับผู้โดยสาร&amp;nbsp;สายการบินต้องมั่นใจว่าผู้โดยสารทุกคนมีคุณสมบัติสามารถเข้าประเทศได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีแผนที่จะเริ่มการบินในเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;ผู้โดยสารที่เดินทางบนเที่ยวบินจะต้องเป็นการเดินทางระหว่างไทยและอินเดียเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194342333</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย- จีน ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์สู้ภัยโควิคระลอกใหม่ให้ รพ.สต.และ อสม.จชต.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พ.อ.ชลัช&amp;nbsp;ศรีวิเชียร&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการคณะประสานงานระดับพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นผู้แทน&amp;nbsp;พล.ท.&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4/หัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่(สล.3)&amp;nbsp;ได้มอบอุปกรณ์แพทย์และเวชภัณฑ์&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับมือสู้ภัยโควิคระลอกใหม่ให้กับ&amp;nbsp;รพ.สต.และ&amp;nbsp;อสม.ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;พล.อ.เชษฐา&amp;nbsp;ฐานะจาโร&amp;nbsp;อดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผบ.ทบ.และนายกสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;คุณชดา&amp;nbsp;บูรณะพิมพ์&amp;nbsp;จากรายการที่นี่สุขภาพดี&amp;nbsp;เสียงสามยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และทีมสื่อมวลชนส่วนกลาง&amp;nbsp;มาร่วมส่งมอบอุปกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&amp;nbsp;เสื้อพยาบาล/ชุด&amp;nbsp;PPE.&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;แอลกอฮอล์?&amp;nbsp;250&amp;nbsp;CC.&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;หลอด&amp;nbsp;ข้าวสาร?&amp;nbsp;1กก.จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ถุงให้แก่ผู้แทน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;อสม.และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พยาบาลรักบ้านเกิด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาผดุงประชายะลา&amp;nbsp;โดยมีคุณสมพร&amp;nbsp;กิติสาธร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฯ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ฯ&amp;nbsp;ทางคณะประสานงานระดับพื้นที่ได้เล็งเห็นความสำคัญโดยได้ประสานกับสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์โรงพยาบาลแจกจ่ายโดยใช้กลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน(อสม.)&amp;nbsp;และโรงพยาบาลสาธารณสุขประจำตำบล(รพ.สต.)ในพื้นที่เพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิก&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;รวมถึงการเปิดการศึกษาให้กับลูกหลานประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301183942299</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ พังงา kick off คาราวานแก้จน พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยเอก&amp;nbsp;พงศ์ศักดิ์&amp;nbsp;เวทยาวงศ์&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;คาราวานแก้จนจังหวัดพังงา&amp;nbsp;โครงการพังงาร่วมใจ&amp;nbsp;รวมพลัง&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;พิชิตปัญหา&amp;nbsp;ขจัดความยากจน&amp;nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างบูรณาการด้วยระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอเมืองพังงาได้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีการจัดตั้งหมอแก้จน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และทีมพี่เลี้ยง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;ดูแล&amp;nbsp;ติดตามการแก้ปัญหาความยากจนของครัวเรือนอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;มีจำนวนครัวเรือนยากจน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอชื่นชมในความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันกระทำกิจกรรมดี&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก&amp;nbsp;ผู้เดือดร้อนมิติต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;และขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมขึ้น&amp;nbsp;พร้อมทั้งอวยพรให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการเริ่มต้นที่ดี&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการมอบคู่มือแก้จน&amp;nbsp;และสิ่งของอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;ช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมายให้กับหมอแก้จนและทีมพี่เลี้ยงเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน&amp;nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานแก้จนลงพื้นที่รายครัวเรือน&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ในระดับพื้นที่ช่วยเหลือบุคคล/ครัวเรือนอย่างตรงจุดใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สุขภาพ&amp;nbsp;การศึกษา&amp;nbsp;ความเป็นอยู่&amp;nbsp;รายได้&amp;nbsp;และการเข้าถึงบริการของภาครัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193445323</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>เริ่มแล้วฤดูกาลล่า ทางช้างเผือก ยามเช้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&amp;nbsp;เผย&amp;nbsp;ในช่วงเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถเริ่มสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกได้&amp;nbsp;ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง&amp;nbsp;สังเกตด้วยตาเปล่าได้&amp;nbsp;ทุกภูมิภาคของไทยในบริเวณมืดสนิทไร้แสงเมืองรบกวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศุภฤกษ์&amp;nbsp;คฤหานนท์&amp;nbsp;หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์&amp;nbsp;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&amp;nbsp;(สดร.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพ&amp;nbsp;"ใจกลางทางช้างเผือก"&amp;nbsp;เนื่องจากตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ขนานกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเช้ามืด&amp;nbsp;เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ&amp;nbsp;04:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ปรากฏอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง&amp;nbsp;มองเห็นได้เด่นชัดด้วยตาเปล่าในพื้นที่มืดสนิทไร้แสงรบกวน&amp;nbsp;มีเวลาเก็บภาพทางช้างเผือกประมาณ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น&amp;nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลออกล่าทางช้างเผือกยามเช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปีนี้ยังมีดาวเคราะห์สว่างโดดเด่นให้ชมอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ดวงในช่วงเช้ามืด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;ดาวศุกร์&amp;nbsp;และดาวอังคาร&amp;nbsp;สังเกตได้บริเวณด้านซ้ายล่างของใจกลางทางช้างเผือก&amp;nbsp;และจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น&amp;nbsp;จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน&amp;nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกจะเปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า&amp;nbsp;ช่วงนี้จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป&amp;nbsp;สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น&amp;nbsp;"ทางช้างเผือก"&amp;nbsp;เป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก&amp;nbsp;มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า&amp;nbsp;เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า&amp;nbsp;ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้&amp;nbsp;ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือกคือ&amp;nbsp;"ใจกลางทางช้างเผือก"&amp;nbsp;(Galactic&amp;nbsp;Center)&amp;nbsp;ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ดาวฤกษ์&amp;nbsp;กระจุกดาว&amp;nbsp;เนบิวลา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;แนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูและกลุ่มดาวแมงป่อง&amp;nbsp;ปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้&amp;nbsp;และเนื่องจากใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้&amp;nbsp;ทางตอนใต้ของไทยจึงมองเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่าภูมิภาคอื่น&amp;nbsp;ส่งผลให้ชาวใต้มีโอกาสสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ในแต่ละปีช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นตุลาคม&amp;nbsp;จะสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในตำแหน่งกลางท้องฟ้าเกือบตลอดทั้งคืน&amp;nbsp;หากแต่ในประเทศไทยตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี&amp;nbsp;จึงมักมีอุปสรรคเรื่องเมฆและฝนตก&amp;nbsp;แต่หากท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆฝนก็จะเป็นโอกาสดีที่สุดของการถ่ายภาพทางช้างเผือกในรอบปี&amp;nbsp;หลังจากนั้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน&amp;nbsp;เป็นช่วงต้นฤดูหนาว&amp;nbsp;อุปสรรคเรื่องเมฆฝนจะเริ่มน้อยลง&amp;nbsp;จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301202022353</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>จังหวัดระยองประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เกี่ยวกับทุเรียนหมอนทองระยอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนางสาวสุวีรยา&amp;nbsp;ปั้นปาน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ทุเรียนหมอนทองระยอง&amp;nbsp;โดยขอแก้ไขให้ถูกต้อง&amp;nbsp;เหมาะสม&amp;nbsp;และสอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของชื่อและข้อมูล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชื่อในภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;คำนิยามลักษณะเฉพาะของตัวทุเรียนรวมถึงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้ทุเรียนของระยองมีความแตกต่างจากที่อื่นและกระบวนการเพาะปลูกทุเรียน&amp;nbsp;ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;ส่วนการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ขนุน&amp;nbsp;ผักกะชับ&amp;nbsp;กระจูด&amp;nbsp;ให้ใช้คณะกรรมการชุดเดียวกันนี้ดำเนินการเช่นเดียวกันซึ่งอาจมีการพิจารณาในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301205445364</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>สระบุรีเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์ SMEs วิถีชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 28ก.พ.- 4 มี.ค. 65 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;สิงห์บุรี&amp;nbsp;อ่างทอง&amp;nbsp;และจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เดินหน้าจัดงาน&amp;nbsp;"สินค้าดี&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;วิถีชุมชน"&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมพัฒนาขีดความสามารถ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&amp;nbsp;SMES&amp;nbsp;ให้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(&amp;nbsp;COVID-19)&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;โดยภายในงานมีร้านค้าเข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คูหา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สินค้าประเภทอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าวปลอดสารพิษ&amp;nbsp;ผัดหมี่ไท-ยวน&amp;nbsp;กระหรี่พัฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลาช่อนแดดเดียว&amp;nbsp;ประเภทสมุนไพร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม&amp;nbsp;ประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของใช้/ของประดับตกแต่งบ้าน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;เครื่องหนัง&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;และอื่นๆอีกมากมาย&amp;nbsp;กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;10:00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20:30&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ของทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอังคณา&amp;nbsp;ชิตะติตติ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานในการเปิดงาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;"สำหรับการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมการสินค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&amp;nbsp;นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าของกลุ่มจังหวัดให้รู้จักแพร่หลาย&amp;nbsp;ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะสร้างเครือข่ายเจรจาการค้าธุรกิจระหว่างกัน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการจะใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงทางการตลาดในอนาคตต่อไป"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภายในงานนอกจาก&amp;nbsp;จะมีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองที่จะให้ผู้เข้าร่วมงานได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษ&amp;nbsp;รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;และการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301215450375</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>กรมการขนส่งทางราง เดินหน้าโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชฐ&amp;nbsp;คุณาธรรมรักษ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อประชาสัมพันธ์และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบรางและการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;พื้นที่ต่อเนื่อง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;M-MAP2&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยเปิดให้บริการรถไฟฟ้า&amp;nbsp;เป็นทางเลือกสำคัญในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;แล้วกว่า&amp;nbsp;211.94&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp;112.20&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;จากโครงข่ายทั้งหมด&amp;nbsp;553.41&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการพัฒนาแผนแม่บท&amp;nbsp;M-MAP&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;จนถึงปี&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;แต่เนื่องจากการเดินทางของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแผนแม่บทรถไฟฟ้าให้มีความทันสมัย&amp;nbsp;และสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารในอนาคต&amp;nbsp;เห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ส่งให้ให้พฤติกรรมการเดินทางของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;โดยกรมการขนส่งทางราง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการศึกษา&amp;nbsp;M-MAP2&amp;nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดแผนแม่บทเดิม&amp;nbsp;พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;JICA&amp;nbsp;ในการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;M-MAP&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่าผลการศึกษาแล้วเสร็จต้นปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีได้กลางปี&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับหลักสำคัญของโครงการนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อลดการลงทุนในโครงข่ายที่มีความจำเป็นในลำดับรองให้สอดคล้องความต้องการในการเดินทางของประชาชนและทิศทางการพัฒนาในอนาคต&amp;nbsp;รวมทั้งวางแผนดำเนินการในเส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ที่จำเป็น&amp;nbsp;โดยปัจจัยการกำหนดเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยของประชากรอาศัย&amp;nbsp;แหล่งห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;แหล่งที่ทำงาน&amp;nbsp;และระยะเวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกตรงตามความต้องการและประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาให้กับประชาชน&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางกรมการขนส่งทางราง&amp;nbsp;คาดว่าจะมีการประชุมกันอีกครั้งหลังจากการดำเนินงานได้ผลแล้ว&amp;nbsp;โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302212413847</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>พาณิชย์ จ.ลำพูน เชิญร่วมงาน ล้านนาวิถี ของดีเมืองหริภุญชัย 2-6 มี.ค.65 ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เชิญร่วมงาน&amp;nbsp;ล้านนาวิถี&amp;nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดโดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบการธุรกิจและการตลาด&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;2-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;แอร์พอร์ต&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;G&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21.00น.&amp;nbsp;ภายในงานพบกับ&amp;nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;สินค้าแปรรูปเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;Lamphun&amp;nbsp;Brand&amp;nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;แฟนเพจเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ล้านนาวิถี&amp;nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&amp;nbsp;(https://www.facebook.com/ล้านนาวิถี-ของดีเมืองหริภุญชัย-109058288357412/)&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5351&amp;nbsp;1184&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#ล้านนาวิถีของดีเมืองหริภุญชัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สวท.ลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302105513457</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย 28-31 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;ศิริเลิศวรกุล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&amp;nbsp;(สวทช.)&amp;nbsp;พร้อมนายจุลเทพ&amp;nbsp;ขจรไชยกูล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ&amp;nbsp;(เอ็มเทค)&amp;nbsp;นำนักวิจัย&amp;nbsp;สวทช.แถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี&amp;nbsp;สวทช.&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;(NAC2022)&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย&amp;nbsp;ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;โดยจัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์&amp;nbsp;www.nstda.or.th/nac&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;28-31&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมประจำปี&amp;nbsp;สวทช.ในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;ศิริเลิศวรกุล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดงานในปีนี้&amp;nbsp;สอดรับวิถี&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;จัดในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมดและเข้มข้นขึ้นในเนื้อหาสาระเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp;เข้าไปหาความรู้&amp;nbsp;อัพเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากศักยภาพของนักวิจัยและห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;สวทช.&amp;nbsp;เพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย&amp;nbsp;ด้วยงานวิจัย-นวัตกรรม&amp;nbsp;BCG&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุลเทพ&amp;nbsp;ขจรไชยกูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในงานได้มีการสัมมนามากกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเต็มอิ่มกับเนื้อหาสาระสำคัญต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ความท้าทายในการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทยด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;สาขาเครื่แงมือแพทย์&amp;nbsp;ความก้าวหน้าอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การอบรมเชืงปฏิบัติการ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาตามหลักสูตรฐานสมรรถนะด้วย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Webiner&amp;nbsp;on&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;นิทรรศการออนไลน์&amp;nbsp;102&amp;nbsp;ผลงาน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่มตามการดำเนินงานสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;และแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;AI&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;สวทช.&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกษตรและอาหาร&amp;nbsp;สุขภาพและการแพทย์&amp;nbsp;พลังงาน&amp;nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ/&amp;nbsp;ดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับบรรยากาศภายในงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการนำตัวอย่างผลงานวิจัยมาแสดงด้วย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวจากโปรตีนพืช&amp;nbsp;ที่พัฒนาสูตรโปรตีนจากพืชเป็นไข่เหลวจากพืชพาสเจอร์ไรซ์&amp;nbsp;เหมาะสำหรับผู้บริโภคกลุ่มกินวีแกน&amp;nbsp;กลุ่มที่แพ้ไข่&amp;nbsp;&amp;nbsp;นวัตกรรมมะนีมะนาว&amp;nbsp;มะนาวขั้นสด&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;แช่แข็ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ&amp;nbsp;เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี&amp;nbsp;(ENcase)&amp;nbsp;โดยผู้สนใจเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;NAC2022&amp;nbsp;สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;www.nstda.or.th/nac&amp;nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;0-2564-8000&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114505502</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>พาณิชย์ลำพูนลงพื้นที่ตรวจสอบราคาเนื้อสุกร เนื้อไก่ พบราคามีการปรับลด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกนกรัตน์&amp;nbsp;ยุกติรัตน์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคา&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;และเนื้อไก่&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;ร้านค้าขายปลีก&amp;nbsp;ร้านค้าส่ง&amp;nbsp;และตลาดสด&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบพบราคาจำหน่ายผักและผลไม้ราคาปรับลดลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนราคาสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ก็มีการปรับตัวลดลงเช่นกัน&amp;nbsp;เนื้อสุกรราคาอยู่ที่&amp;nbsp;140-160&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;เนื้อไก่ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;70-75&amp;nbsp;บาท/กก.สำหรับสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพอื่นและผลไม้ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประกอบการมีการปิดป้ายราคาชัดเจน&amp;nbsp;ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&amp;nbsp;และไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด&amp;nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และได้แนะนำให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ครบถ้วนชัดเจน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการร้องเรียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สวท.ลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302114651506</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบราคา การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ  พื้นที่อำเภอบ้านแหลม พื้นที่อำเภอเขาย้อย และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมกับคณะทำงานฯ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรีลงพื้นที่ติดตาม&amp;nbsp;ตรวจสอบราคา&amp;nbsp;การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;61&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่องการแสดงราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;และประกาศจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เรื่องแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้มีการปิดป้ายแสดงราคา&amp;nbsp;และห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;รวมถึงห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตลาดสดในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเขาย้อย&amp;nbsp;จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;การสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ&amp;nbsp;ประเภทเนื้อหมู&amp;nbsp;หมูเนื้อแดงราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;145-165&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หมูสามชั้นราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;170-175&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ประเภทเนื้อไก่&amp;nbsp;ไก่สดทั้งตัวราคา&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;69-85&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;(น่องติดสะโพก)&amp;nbsp;ราคากิโลกรัม&amp;nbsp;70-80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อกไก่&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;75-80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผงละ&amp;nbsp;108-120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แผงละ&amp;nbsp;99-102&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แผงละ&amp;nbsp;93-99&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แผงละ&amp;nbsp;87-90&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ประเภทน้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำมันถั่วเหลืองวดละ&amp;nbsp;60-62&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำมันปาล์มขวดละ&amp;nbsp;59-64&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;120-140&amp;nbsp;บาท/ถัง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;330-340&amp;nbsp;บาท/ถัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากตรวจพบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;จะดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302132903568</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>อดีตครูโรงเรียนสารคามพิทยาคม เพาะพันธุ์กระท่อมใช้เวลา 5 เดือนพร้อมจำหน่าย  โปรโมชั่น ซื้อ 10 ต้น แถมปุ๋ย 1 ถุง หากต้นตายนำมาเปลี่ยนฟรีได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสีบู&amp;nbsp;ขาลวงศ์&amp;nbsp;อดีตครูภาษาไทยและสังคมศึกษา&amp;nbsp;โรงเรียนสารคามพิทยาคม&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากเกษียณได้หันหน้ามาทำการเกษตรอย่างเต็มตัว&amp;nbsp;พร้อมกันนั้นใช้พื้นที่บ้านพักของตนเองบ้านเลขที่&amp;nbsp;118&amp;nbsp;ถนนฉิมพลีเจริญ&amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม&amp;nbsp;ในการผลิตปุ๋ย&amp;nbsp;พร้อมเพาะพันธุ์ต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง&amp;nbsp;โดยซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะในกระถาง&amp;nbsp;เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;สัปดาห์ก็แยกใส่ถุงพลาสติก&amp;nbsp;รวมระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็สามารถจำหน่ายในราคาต้นละ&amp;nbsp;100-150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แล้วแต่ขนาดของต้น&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้เพาะพันธุ์ต้นกระท่อมไว้แล้วจำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ตั้งเป้าให้ครบ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ก่อนฤดูฝนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสีบู&amp;nbsp;ยังบอกอีกว่า&amp;nbsp;ตนเองลองผิดลองถูกมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กว่าจะประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ซึ่งหากประชาชนผู้ใดสนใจมาเรียนรู้การปลูกในแบบฉบับของตนเองก็สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;โทร.098-1182053&amp;nbsp;ส่วนท่านใดที่มาซื้อต้นกระท่อมกับตนเอง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;จะแถมปุ๋ยให้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;หากต้นกระท่อมที่ตายสามารถนำมาเปลี่ยนฟรีได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พืชกระท่อมถูกขึ้นบัญชีเป็นยาเสพติดเป็นพืชต้องห้าม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใครมีไว้ในครอบครองทั้งผลิต&amp;nbsp;ทั้งเสพ&amp;nbsp;ทั้งขาย&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;มีความผิด&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.พืชกระท่อม&amp;nbsp;ที่ออกเมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2486&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ใบกระท่อมนั้นเป็นยารักษาโรคที่หาได้ในท้องถิ่น&amp;nbsp;กระทั่งมาถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้ออกประกาศยกเลิก&amp;nbsp;พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประชาชนสามารถนำใบกระท่อมมากิน&amp;nbsp;เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้แต่ห้ามนำไปเป็นส่วนผสมยาเสพติด&amp;nbsp;หลังจากมีประกาศยกเลิก&amp;nbsp;พ.ร.บ.พืชกระท่อม&amp;nbsp;ไม่ใช่ยาเสพติด&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนจำนวนมากหันมาสนใจปลูกพืชกระท่อมขายสร้างรายได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สวท.มหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302151822653</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>ททท. พลิกโฉมการท่องเที่ยว รวบรวมแพ็กเกจ สิทธิประโยชน์มากมาย ในงาน Thailand Holideals </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการเปิดตัวโครงการ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Holideals&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้ร่วมมือกับบริษัท&amp;nbsp;กู๊ด&amp;nbsp;มู๊ด&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคเอกชน&amp;nbsp;รวบรวมแพ็กเกจบริการ&amp;nbsp;และบัตรกำนัล&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Voucher)&amp;nbsp;ท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศไทยมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.tourismthailand.org/holideals"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.tourismthailand.org/holideals&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุขภาพ&amp;nbsp;ความงามหรือสปา&amp;nbsp;สันทนาการและบริษัทนําเที่ยว&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมอบส่วนลดสูงสุด&amp;nbsp;80%&amp;nbsp;และมีการให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจผ่านโครงการ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;holideals&amp;nbsp;ซึ่งได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมจากการใช้เหรียญดิจิทัลแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการท่องเที่ยวของโครงการและสามารถเลือกชําระผ่านระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;Token&amp;nbsp;ได้อีกด้วย&amp;nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบการในทั้งระบบออนไลน์&amp;nbsp;และออฟไลน์&amp;nbsp;ทุกช่องทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ทางตรงให้กับผู้ประกอบการประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการเดินทางประมาณ&amp;nbsp;100,000-200,000&amp;nbsp;คนครั้ง&amp;nbsp;และเกิดรายได้ทางอ้อมไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คาดการณ์ในปี&amp;nbsp;2566&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;นำรายได้เข้าประเทศประมาณ&amp;nbsp;628,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทย&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกว่า&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ล้านคนครั้ง&amp;nbsp;คิดเป็นรายได้เข้าประเทศกว่า&amp;nbsp;65,600&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150100643</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>เร่งเจรจาเปิดด่านขนส่งสินค้าผลไม้ไปจีน ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับผลิตทางการเกษตรของไทยช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพันธ์&amp;nbsp;มงคลสุธี&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สอท.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากนโยบายความเข้มงวดการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ในบางประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจากจีนมีนโยบาย&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ทำให้มีการเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าผลไม้ส่งผลกระทบการส่งสินค้าผลไม้จจากไทยไปจีนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ทั้งการฆ่าเชื้อทุกตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;การตรวจสอบศัตรูพืชกักกันและการตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้เวลาการขนส่งจากเดิมใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;วันเป็น&amp;nbsp;1015&amp;nbsp;วันต่อเที่ยว&amp;nbsp;อีกทั้งความไม่แน่นอนในการเปิด-ปิดด่าน&amp;nbsp;ทำให้เกิดความแออัดที่ด่านจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการส่งออกผลไม้ของไทย&amp;nbsp;ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวผลไม้ประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน&amp;nbsp;หลายชนิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียนที่ผลผลิตออกมาหลายแสนตัน&amp;nbsp;ซึ่งหากแก้ไขไม่ทันจะทำให้ราคาสินค้าผลไม้ตกต่ำอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ได้ขอเสนอกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เร่งเจรจากับรัฐบาลกลางจีน&amp;nbsp;ให้เปิดด่านสถานีรถไฟบ่อหาน&amp;nbsp;เพื่อรองรับสินค้าผลไม้ไทยให้ทันในเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;และขยายเวลาเปิดด่านเป็น&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพิ่มช่องทาง&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;lane&amp;nbsp;ในการตรวจสินค้าผลไม้&amp;nbsp;รวมถึงขอให้มีการพิจารณาเพิ่มการอนุญาตจำนวนรถบรรทุกให้ผ่านด่านในเส้นทาง&amp;nbsp;R3A&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้มากขึ้น&amp;nbsp;และขอให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามและผลักดันการเปิดด่านกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145047627</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร เปิดงานวันสถาปนาในโอกาสครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่า&amp;nbsp;ราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สะออน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ศรียโสธร&amp;nbsp;โดยมีนายบุญธรรม&amp;nbsp;เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารรภัย&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;ลือชาธนานนท์&amp;nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางพัทธานันท์&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายสุวัฒน์&amp;nbsp;เข็มเพชร&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นางวิชชุฎา&amp;nbsp;เข็มเพชร&amp;nbsp;นางรพีพรรณ&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&amp;nbsp;ยโสธร&amp;nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนชาวจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีที่&amp;nbsp;สวนสาธารณะ&amp;nbsp;บุ่งน้อย&amp;nbsp;บุ่งใหญ่&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;มีขบวนแห่วันสถาปนาจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จานจาก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จากหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธรมายังสวนสาธารณะบุ่งน้อย&amp;nbsp;บุ่งใหญ่&amp;nbsp;การรำบำบวงบวงสรวงอนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา&amp;nbsp;(สิงห์)&amp;nbsp;เจ้าเมืองยโสธร&amp;nbsp;ท่านแรก&amp;nbsp;โดยนางรำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จากทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เปิดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สะออน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ศรียโสธร&amp;nbsp;พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ให้แก่&amp;nbsp;คนดีศรีเมืองยศ&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ฮุ่งเฮือง&amp;nbsp;เมืองยศ&amp;nbsp;สาขาการศาสนาและวัฒนธรรม&amp;nbsp;แด่พระเทพวงศาจารย์&amp;nbsp;เจ้าคณะ&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร,/พระบุญชวน&amp;nbsp;ธรรมโฆสโก&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าวังน้ำทิพย์/พระวินัยสุนทรเมธี&amp;nbsp;(บัลลังค์&amp;nbsp;ฉินนอนโธ)&amp;nbsp;เจ้าคณะจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ธรรมยุติ/พระครูสุมนสารคุณ&amp;nbsp;(หลวงปู่ประสาร&amp;nbsp;สุมโน)&amp;nbsp;สาขาการพัฒนา&amp;nbsp;ที่ยั่งยืน&amp;nbsp;แก่นายบุญธรรม&amp;nbsp;เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา&amp;nbsp;สาธารรภัย&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;ลือชาธนานนท์&amp;nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;มอบโล่เชิดชูเกียรติคนดีศรีเมืองยศ&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ศิลปินนักร้อง&amp;nbsp;นักแสดงที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;ภาคเอกชนและ&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิ&amp;nbsp;พระสุนทรราชวงศา&amp;nbsp;ให้แก่&amp;nbsp;นักเรียนจากทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และนางพัทธานันท์&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของเหล่ากาชาด&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;มีการแสดงที่เวทีกลาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;การแสดงจินตลีลาจากโรงเรียน&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สุขวิทยากรตั้งตรงจิต&amp;nbsp;15&amp;nbsp;และการเดินแบบผ้าไทย&amp;nbsp;โดยนายแบบ&amp;nbsp;นางแบบ&amp;nbsp;จากภาคราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&amp;nbsp;ทั้งระดับอำเภอ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยหัวหน้าส่วนราขการ&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน&amp;nbsp;และนายแบบ&amp;nbsp;นางแบบกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;เหล่า&amp;nbsp;กาชาด&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;รองนายกเหล่า&amp;nbsp;กาชาด&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผ้าไทยประจำถิ่น&amp;nbsp;ผ้าประจำจังหวัด&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและ&amp;nbsp;นำมาใช้อย่างแพร่หลายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ก่อตั้งขึ้นตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่&amp;nbsp;70&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2515&amp;nbsp;ให้แยกอำเภอยโสธร&amp;nbsp;อำเภอกุดชุม&amp;nbsp;อำเภอเลิงนกทา&amp;nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&amp;nbsp;และอำเภอป่าติ้ว&amp;nbsp;ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;แล้วรวมจัดตั้งเป็นจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2515&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงเป็นวันครบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แห่งการสถาปนาจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สะออน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ศรียโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อยบุ่งใหญ่&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนและภาค&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียง&amp;nbsp;เอกลักษณ์&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานของจังหวัด&amp;nbsp;ตามแนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&amp;nbsp;ให้เป็นที่&amp;nbsp;รู้จักและสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวยโสธร&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการ&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302162409691</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมความพร้อมบุคลากรแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในจังหวัดตราดในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;เทพเสนา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง&amp;nbsp;การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้&amp;nbsp;ซึ่งสถาบันเอเชียศึกษา&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&amp;nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&amp;nbsp;และชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดตราด&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมทั้งนักศึกษาด้านการโรงแรมและอาหาร&amp;nbsp;ในจังหวัดตราด&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมอัยยะปุระรีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์สปา&amp;nbsp;อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.ลักษณ์นัยน์&amp;nbsp;ทรงเสี่ยงไชย&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและผลักดันสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ภาคตะวันออกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&amp;nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และจังหวัดสู่การสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;โดยส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ&amp;nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;และเพื่อส่งเสริมการจัดการสถานที่ท่องเที่ยวให้รองรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&amp;nbsp;ซึ่งจะให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อจะได้รับรู้พฤติกรรม&amp;nbsp;มุมมอง&amp;nbsp;หรือวิถีชีวิต&amp;nbsp;ความชอบ&amp;nbsp;ความต้องการของชาวเอเชียใต้ว่าเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยและในท้องถิ่นบ้านของเราจะเตรียมการรองรับทั้งในเรื่องอาหาร&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวหรือสินค้าของที่ระลึกอะไรบ้าง&amp;nbsp;จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียใต้&amp;nbsp;โดยศูนย์เอเชียใต้ศึกษา&amp;nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้&amp;nbsp;ที่มีจำนวนประชากรกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พันล้านคน&amp;nbsp;ซึ่งสามารถทดแทนนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศจีน&amp;nbsp;และยุโรป&amp;nbsp;รวมทั้งรัสเซีย&amp;nbsp;ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก&amp;nbsp;ของแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมทั้งจังหวัดตราดโดยเฉพาะเกาะช้าง&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;เทพเสนา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;มองว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียใต้เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยอยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่มักจะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;พัทยา&amp;nbsp;(ชลบุรี)&amp;nbsp;และภูเก็ตเป็นหลัก&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดก็มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาอำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;แต่ยังไม่ใช่กลุ่มหลัก&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเมื่อศูนย์เอเชียใต้&amp;nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการนี้&amp;nbsp;เพื่อสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรือชุมชนท่องเที่ยวน่าจะเป็นเรื่องดี&amp;nbsp;ที่จะสามารถสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดได้อีก&amp;nbsp;ซึ่งการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยเฉพาะหมู่เกาะช้างที่สามารถรองรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302232525875</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>พิธีเปิดงาน "OTOP CHONBURI FAIR 2022"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"OTOP&amp;nbsp;CHONBURI&amp;nbsp;FAIR&amp;nbsp;2022&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน&amp;nbsp;โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ&amp;nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;และการส่งเสริมช่องทางการตลาดในทุกระดับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;นายภัครธรณ์&amp;nbsp;เทียนไชย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"OTOP&amp;nbsp;CHONBURI&amp;nbsp;FAIR&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;โดยมีนางสุพิศ&amp;nbsp;วิริยบัณฑร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดงาน&amp;nbsp;"OTOP&amp;nbsp;CHONBURI&amp;nbsp;FAIR&amp;nbsp;2022"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนให้ชุมชนรวมกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรในชุมชนผลิตสินค้า&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน&amp;nbsp;โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ&amp;nbsp;การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;และการส่งเสริมช่องทางการตลาดในทุกระดับ&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชลบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;และเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;"OTOP&amp;nbsp;CHONBURI&amp;nbsp;FAIR&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรีกับจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จากผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;318&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;แยกเป็นผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ของจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;142&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;และผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;176&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ด้วยงบการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็นค่าเช่าเต็นท์พร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการจัดร้านค้า&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1,874,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยงาน&amp;nbsp;"OTOP&amp;nbsp;CHONBURI&amp;nbsp;FAIR&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190636784</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>ส่งออกเดือนมกราคม 2565 ขยายตัวร้อยละ 8 มูลค่ากว่า 708,000 ล้านบาท คาดตลอดทั้งปียังขยายตัวได้ตามเป้าหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;21,258.6&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;708,312&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;โดยตลาดที่ขยายตัวสูง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำดับแรก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;รัสเซียและสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนปัจจัยที่สนับสนุนให้การส่งออกเพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน&amp;nbsp;ที่เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ประกอบกับภาคการผลิตทั่วโลกยังคงขยายตัวและปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มดีขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังคงคาดการณ์การส่งออกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะขยายตัวที่ร้อยละ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ตามเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การนำเข้าในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;23,785&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;20.5&amp;nbsp;ส่งผลให้ขาดดุลการค้ามูลค่ากว่า&amp;nbsp;2,526&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นผลมาจากการนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302210021839</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>จังหวัดศรีสะเกษ เปิดตัวจุดถ่ายภาพ แลนด์มาร์คใหม่ หน้าศาลากลางจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน&amp;nbsp;ภาพวาด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ร่วมกันเปิดจุดถ่ายภาพ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;สื่อถึงอัตลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;แลนด์มาร์คใหม่&amp;nbsp;ใต้ต้นโพธิ์เก่าแก่&amp;nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในตัวเมือง&amp;nbsp;หากมาไหว้ขอพรศาลหลักเมือง&amp;nbsp;สามารถเดินมาถ่ายภาพ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;เช็คอิน&amp;nbsp;และขัยรถตรงไปยังหอขวัญเมืองศรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนสาถารณะกุดหวาย&amp;nbsp;สวนสาธารณะแห่งใหม่&amp;nbsp;เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองจังหวัดศรีสะเกษต่อได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302180015753</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>ททท. ร่วมกับสายการบินไทยเวียตเจ็ต บุกตลาดเวียดนามและกัมพูชา เชิญชวนเดินทางเที่ยวไทย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธเนศวร์&amp;nbsp;เพชรสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับสายการบินไทยเวียตเจ็ท&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ&amp;nbsp;ผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมและยั่งยืน&amp;nbsp;อีกทั้งทำให้การทำงานของ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;เริ่มผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพสำหรับตลาดอาเซียน&amp;nbsp;โดยเฉพาะตลาดเวียดนามและกัมพูชา&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้เปิดเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างเวียดนาม-ไทย&amp;nbsp;และกัมพูชา-ไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยมีปัจจุบันมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;โฮจิมินห์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;และมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดานัง&amp;nbsp;ที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมเปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พนมเปญ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีกทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายและมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตลาดเวียดนามและกัมพูชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถิติ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวเวียดนามที่เดินทางมาประเทศไทย&amp;nbsp;1,077,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวจากกัมพูชา&amp;nbsp;908,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าด้านการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับตลาดเอเชียตะวันออก&amp;nbsp;โดยเฉพาะญี่ปุ่น&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;ไต้หวันและเกาหลีใต้&amp;nbsp;เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ถึงแม้ทางการจีนยังคงมีมาตรการเข้มงวดด้านโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;แต่คาดว่าจะเห็นการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;ของจีนในเร็ววัน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;ด้านการตลาดการขาย&amp;nbsp;มีความพร้อมในการบุกตลาดการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204437817</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>จังหวัดมุกดาหารเตรียม พร้อมเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) 1 เมษายน นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดน&amp;nbsp;ไทย-ลาว&amp;nbsp;(มุกดาหาร&amp;nbsp;-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตม.มุกดาหาร&amp;nbsp;ด่านศุลกากรมุกดาหาร&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และเป็นการประชุมครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลังจากครั้งแรกเมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และได้มอบหมายให้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบการพิจารณา&amp;nbsp;กรณีเปิดด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;และด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;สปป.ลาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้รวบรวม&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;นำเสนอ&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เรือขนเฉพาะสินค้า&amp;nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมด้วยผู้โดยสาร&amp;nbsp;และรถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ผ่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สะหวันนะเขต&amp;nbsp;รวมไปถึงมาตรการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทั้งเรือโดยสาร&amp;nbsp;เรือขนส่งสินค้า&amp;nbsp;รถยนต์โดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากพิธีการทางศุลกากร&amp;nbsp;การเข้าเมืองอย่างถูกต้องแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีเรือขนเฉพาะสินค้า&amp;nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมผู้โดยสาร&amp;nbsp;พนักงานขับเรือ&amp;nbsp;คนประจำเรือ&amp;nbsp;คนโดยสาร&amp;nbsp;ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp;โควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;หากเป็น&amp;nbsp;จอนสันแอนจอนสัน&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ผลการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;มีผลตรวจไม่พบเชื้อ&amp;nbsp;โดยมีระยะเวลาไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันออกผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;หากเกินกำหนดจะต้องได้รับการตรวจอีกครั้ง&amp;nbsp;หรือผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;โดยตรวจก่อนการเดินทางไม่เกิน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ให้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในเรือก่อนการขนถ่ายสินค้า&amp;nbsp;และรับผู้โดยสารทุกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ให้บริการได้วันละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;ทั้งไปและกลับ&amp;nbsp;เรือไทย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(&amp;nbsp;ไป-กลับ&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;(ไป-กลับ)&amp;nbsp;เช้าเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บ่ายเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่เว้นวันเสาอาทิตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณีรถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;รถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;คนขับรถ&amp;nbsp;ผู้ติดตาม&amp;nbsp;ผู้เดินทางทุกคน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าของยานพาหนะ&amp;nbsp;ต้องมีเอกสารแสดงว่าได้รับการฉีดวัคซีนโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;หรือจอนสันแอนจอนสัน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;เอกสารการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ถ้าไม่มีให้ตรวจ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดตรวจในด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขาเข้าเท่านั้น&amp;nbsp;หากมีอาการติดเชื้อให้เข้าสู่กระบวนการกักตัวภายในจังหวัด&amp;nbsp;ระยะเวลาและระยะทางการเดินทาง&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.00-&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;เฉพาะจังหวัดมุกดาหารและพักแรมได้เฉพาะโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;EXTRA&amp;nbsp;PLUS&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้เกิดการค้า&amp;nbsp;การท่องเที่ยวชายแดน&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กับประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งภายหลังจากข้อสรุป&amp;nbsp;ที่ชัดเจนแล้วจะได้ประสานไปยังกงสุลใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แขวงสะหวันนะเขต&amp;nbsp;ในการนัดประชุมร่วมกัน&amp;nbsp;ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กับแขวงสะหวันนะเขต&amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เพื่อเปิดด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;และด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สะหวันนะเขต&amp;nbsp;ให้ประชาชน&amp;nbsp;ได้มีการค้า&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ระหว่างกันซึ่งคาดว่าไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่รัฐบาล&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;โดยห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นครหลวงเวียงจันทน์&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ได้แจ้งการตกลงและแนะนำการประชุมรัฐบาลสมัยสามัญประจำเดือน&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกี่ยวกับมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;และสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ในระยะใหม่ให้ทราบและปฏิบัติ&amp;nbsp;โดยเห็นชอบให้นครหลวงเวียงจันทน์&amp;nbsp;และแขวงต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;หารือร่วมกับท้องถิ่นของตนที่มีด่านร่วมกัน&amp;nbsp;หากเห็นว่ามีความพร้อมรอบด้าน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและรับประกันการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทั้งยังมีความเอกภาพแล้ว&amp;nbsp;มอบให้องค์การปกครองนครหลวงเวียงจันทน์และองค์การปกครองแขวงอนุญาตให้เปิดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302210248842</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คงพูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;CAAT&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;CAAT&amp;nbsp;ได้มอบใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;พัทยา&amp;nbsp;ให้การท่าอากาศยานอู่ตะเภา&amp;nbsp;กองทัพเรือ&amp;nbsp;โดยมีพลเรือเอก&amp;nbsp;วรพล&amp;nbsp;ทองปรีชา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา&amp;nbsp;เป็นผู้รับมอบ&amp;nbsp;ทั้งนี้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&amp;nbsp;(Public&amp;nbsp;Aerodrome&amp;nbsp;Operating&amp;nbsp;Certificate:&amp;nbsp;PAOC)&amp;nbsp;เป็นเอกสารที่ออกให้กับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินที่ได้รับอนุญาตในการเปิดให้บริการแก่สาธารณะ&amp;nbsp;ทำให้สามารถยืนยันได้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;พัทยา&amp;nbsp;นับเป็นสนามบินสาธารณะแห่งที่สองและสนามบินนานาชาติแห่งแรกที่ได้รับมอบใบรับรองนี้ภายใต้การพิจารณาด้วยกระบวนการใหม่ตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;ภายหลังการจัดตั้ง&amp;nbsp;CAAT&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;พัทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันให้บริการสาธารณะแก่อากาศยานภายในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;มีความยาวทางวิ่ง&amp;nbsp;3,505&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้ทั้ง&amp;nbsp;B777,&amp;nbsp;B787,&amp;nbsp;A330&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;Antonov&amp;nbsp;เครื่องบินลำเลียง&amp;nbsp;อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการพัฒนาภายใต้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญของ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;เพื่อยกระดับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;พัทยา&amp;nbsp;เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เชื่อมต่อกับท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;ด้วยรถไฟความเร็วสูงส่งผลให้ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100233904</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>ภาษีที่ดินปี 65-66 จัดเก็บอัตราคงเดิม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ยังคงมีการแชร์ข้อมูลคลาดเคลื่อนในโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;เกี่ยวกับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการจัดเก็บภาษี&amp;nbsp;ขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า&amp;nbsp;รัฐบาลได้ประกาศคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีภาษี&amp;nbsp;2565-2566&amp;nbsp;ในอัตราเช่นเดียวกับปี&amp;nbsp;2563-2564&amp;nbsp;แต่ไม่มีการปรับลดการจัดเก็บลงร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;เหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีในหลายกรณี&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมจะได้รับยกเว้นภาษี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อคำนวณได้เท่าไร&amp;nbsp;จะต้องจ่ายเต็มจำนวน&amp;nbsp;เนื่องจากที่มีการลดภาษีที่ดินฯ&amp;nbsp;ลงร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ทำให้รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงปีละประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ทำให้ขาดรายได้ไปพัฒนาพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ยังเผยว่า&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้เสียภาษียังคงได้รับการบรรเทาภาระภาษีหลายกรณี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรมได้รับยกเว้นภาษี&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา&amp;nbsp;และมีชื่อในทะเบียนบ้านในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;กรณีที่เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp;ก็จะได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน&amp;nbsp;มูลค่าไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แล้วแต่กรณี&amp;nbsp;จะไม่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;แต่สำหรับบุคคลที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวที่มีมูลค่าเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือเกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แล้วแต่กรณี&amp;nbsp;จะเสียภาษีเต็มอัตราเฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;การผ่อนปรนภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีกรณีมีภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp;สูงกว่าค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ที่เคยชำระในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;จะบรรเทาภาระให้โดยเสียภาษีเท่ากับค่าภาษีปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;บวกกับร้อยละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ของส่วนต่างค่าภาษีปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กับปี&amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100921929</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเร่งวางแผนรับมือการบริหารจัดการปัญหาราคากระเทียมที่จะออกสู่ท้องตลาดราว 5 ล้านกิโลกรัม รองรับการแก้ไขปัญหาในอนาคต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(คพจ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาประเด็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการบริหารจัดการการตลาดพืชหัว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(การกระจายผลผลิตกระเทียมสดออกนอกแหล่งผลิต)&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;5,000,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โดยมีประเด็นการพิจารณา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อนุมัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;กำหนดโควต้าในการซื้อ-ขายผลผลิต&amp;nbsp;รวมถึงกำหนดแนวทางการเบิกจ่ายเงินชดเชย&amp;nbsp;และการแต่งตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;การดำเนินการตามโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;จะเป็นการดูดซับผลผลิตกระเทียมสดส่วนเกินจากทางการค้าปกติ&amp;nbsp;ออกจากแหล่งผลิตจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&amp;nbsp;ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100826924</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงการยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;จะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Health/Medical&amp;nbsp;Plaza)&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&amp;nbsp;(Premium&amp;nbsp;Long&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Care)&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&amp;nbsp;(Hospice&amp;nbsp;Home)&amp;nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคองในระยะสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp;4.ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&amp;nbsp;(Rehabilitation&amp;nbsp;Center)&amp;nbsp;สำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&amp;nbsp;จะใช้ที่ดินราชพัสดุเนื้อที่&amp;nbsp;141&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;โดยรูปแบบการบริหารจัดการยังอยู่ระหว่างหารือซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งรัฐอาจดำเนินการเองทั้งหมด&amp;nbsp;การร่วมทุนกับภาคเอกชน&amp;nbsp;หรือรูปแบบพิเศษ&amp;nbsp;โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การกระจายรายได้&amp;nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&amp;nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;และท้องถิ่น&amp;nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&amp;nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&amp;nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&amp;nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทย&amp;nbsp;พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&amp;nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก&amp;nbsp;ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;นับเป็นการต่อยอดโครงการ&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;ที่จะเป็นการบูรณาการระบบสาธารณสุขของ&amp;nbsp;จ.ภูเก็ตให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โครงการพัฒนา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดอันดามัน&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พ.ย.2564&amp;nbsp;ในการประชุม&amp;nbsp;ครม.นอกสถานที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303094820894</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>กระทรวงแรงงาน เผย นายจ้างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดจ้างตรงแรงงานไทย 25 อัตรา ประเภทงานโรงแรมและร้านอาหาร สมัครงานโดยตรงผ่านเว็บไซต์อีเมลนายจ้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;โดยกรมการจัดหางานได้รับแจ้งจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงอาบูดาบี&amp;nbsp;ว่าได้พบปะนายจ้าง/สถานประกอบการเพื่อขยายตลาดแรงงานและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทย&amp;nbsp;ซึ่งมีนายจ้าง/สถานประกอบการประเภทโรงแรม&amp;nbsp;และร้านอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Ritz-Carlton&amp;nbsp;Ras&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Khaimah,&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Wadi&amp;nbsp;Desert&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Hamra&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;รัฐราสอัลไคม่าห์&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;Anantara&amp;nbsp;Eastern&amp;nbsp;Mangroves&amp;nbsp;Abu&amp;nbsp;Dhabi&amp;nbsp;Hotel&amp;nbsp;เมืองอาบูดาบี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;Centara&amp;nbsp;Mirage&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Resort&amp;nbsp;Dubai&amp;nbsp;ของรัฐดูไบ&amp;nbsp;ประสงค์จ้างแรงงานไทย&amp;nbsp;25&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;โดยวิธีการจ้างตรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้าเถื่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพโรจน์&amp;nbsp;โชติกเสถียร&amp;nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากที่นายจ้าง/สถานประกอบการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;(UAE)&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ต้องการแรงงานเพื่อทำงานในสถานประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;Centara&amp;nbsp;Mirage&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Resort&amp;nbsp;Dubai&amp;nbsp;รัฐดูไบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;Guest&amp;nbsp;Service&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Guest&amp;nbsp;Relation&amp;nbsp;Agent&amp;nbsp;แผนก&amp;nbsp;Front&amp;nbsp;Office&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;Waiter/waitress&amp;nbsp;แผนก&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Beverage&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;Commis&amp;nbsp;1/2/3&amp;nbsp;แผนก&amp;nbsp;Kitchen&amp;nbsp;อัตราเงินเดือน&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;ดีแรห์ม&amp;nbsp;ส่วนโรงแรม&amp;nbsp;Anantara&amp;nbsp;Eastern&amp;nbsp;Mangroves&amp;nbsp;Abu&amp;nbsp;Dhabi&amp;nbsp;Hotel&amp;nbsp;เมืองอาบูดาบี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;Guest&amp;nbsp;Service&amp;nbsp;Agent&amp;nbsp;(Front&amp;nbsp;Office)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;F&amp;amp;B&amp;nbsp;Attendant&amp;nbsp;(Waitress/Hostess)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;อัตราเงินเดือน&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;ดีแรห์ม&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Ritz-Carlton&amp;nbsp;Ras&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Khaimah,&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Wadi&amp;nbsp;Desert&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Hamra&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;รัฐราสอัลไคม่าห์&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;Spa&amp;nbsp;Therapist&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;อัตราเงินเดือน&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ดีแรห์ม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนตามธนาคารแห่งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและช่องทางการสมัครตำแหน่งงานได้ที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://doe.go.th/prd/overseas"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;doe.go.th/prd/overseas&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;ข่าวประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;นายจ้างในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความประสงค์จ้างแรงงานไทยโดยวิธีการจ้างตรง&amp;nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;2254&amp;nbsp;6708&amp;nbsp;ในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;โดยคนหางาจะต้องสมัครงานกับนายจ้าง/สถานประกอบการผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;และอีเมลของนายจ้างโดยตรงเท่านั้น&amp;nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101925942</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>จนท.พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หจก.&amp;nbsp;กาคคำ&amp;nbsp;ตำบลจองคำ&amp;nbsp;ภาคเหนือหมูสด&amp;nbsp;ตำบลจองคำ&amp;nbsp;และเบทาโกร&amp;nbsp;ตำบลจองคำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;น้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;66&amp;nbsp;บาท/น้ำมันถั่วเหลือง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;63&amp;nbsp;-&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บาท/น้ำปลา&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;700&amp;nbsp;มล.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;30-35&amp;nbsp;บาท/ปลากระป๋อง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;155&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;17-24&amp;nbsp;บาท/น้ำตาลทราย&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;บาท/ผงซักฟอก&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;800&amp;nbsp;มล&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;บาท/หมูสามชั้น&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;183&amp;nbsp;บาท/สันนอกหมู&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;161&amp;nbsp;บาท/หมูบดเกรด&amp;nbsp;เอ&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;153&amp;nbsp;บาท/หมูบดเกรด&amp;nbsp;บี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ห้ามกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303105220968</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>พาณิชย์ลำพูนจัดงาน ล้านนาวิถี ของดีเมืองหริภุญชัย กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสินค้าเกษตรของจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกนกรัตน์&amp;nbsp;ยุกติรัตน์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;ล้านนาวิถี&amp;nbsp;ของดีเมืองหริภุญชัย&amp;nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองเกษตรสีเขียว&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;2-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานโปรโมชั่น&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;G&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;แอร์พอร์ต&amp;nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปที่สำคัญของจังหวัดลำพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดเป้าหมาย&amp;nbsp;สร้างรายให้แก่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดมูลค่าทางการค้าและเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมในงาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;การจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คูหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เกษตรแปรรูป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;การจัด&amp;nbsp;Display&amp;nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายสินค้าในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4)&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานและกระตุ้นยอดขายภายในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีกิจกรรมเพื่อความบันเทิง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การแสดงศิลปะพื้นบ้านภาคเหนือ&amp;nbsp;ดนตรีโฟล์คซอง&amp;nbsp;รวมไปถึงกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;Check-in&amp;nbsp;เพื่อรับของที่ระลึก&amp;nbsp;โปรโมชั่นพิเศษ&amp;nbsp;สินค้านาทีทอง&amp;nbsp;และกิจกรรมเพื่อร่วมสนุก&amp;nbsp;อีกมากมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สวท.ลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303105512969</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ห่วงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด  19 และสถานการณ์การความตึงเครียดในยุโรป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;โดยนายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยผลการประชุมฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นตัวขึ้นมาก&amp;nbsp;แต่ยังมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;และสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรป&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้พลังงานราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีห่วงใยและให้ความสำคัญกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบนี้&amp;nbsp;จึงสั่งการคณะที่ปรึกษาให้เดินหน้าอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;ดำเนินการตาม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แนวทางหลักคือ&amp;nbsp;การหาแนวทางลดภาระค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ดูแลประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ร่วมพิจารณามาตรการที่เหมาะสม&amp;nbsp;แบ่งเบาภาระของประชาชน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาราคาน้ำมัน&amp;nbsp;ราคาก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;ค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;การบรรเทาภาระหนี้สิน&amp;nbsp;เป็นประเด็นที่รัฐบาลดูแลมาโดยตลอด&amp;nbsp;รัฐบาลได้กำหนดให้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้เป็น&amp;nbsp;ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน&amp;nbsp;และได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไว้ครอบคลุมทุกมิติ&amp;nbsp;อย่างไรก็ดีในการประชุมฯ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีหน่วยงานขับเคลื่อนเพื่อให้ดูแลประชาชนทุกคน&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาภาระหนี้ให้กับประชาชนไม่ให้มีคนต้องถูก&amp;nbsp;ยึดบ้าน&amp;nbsp;ยึดรถ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;สั่งการให้เร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ให้มีเม็ดเงินกระจายลงไปในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งโครงการ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐานสร้างความเชื่อมโยง&amp;nbsp;กระจายทรัพยากรสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น&amp;nbsp;รถไฟเส้นทางขนส่งสินค้าส่งออกซึ่งทำได้ในปริมาณมาก&amp;nbsp;ประหยัด&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;และเป็นโอกาสเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งรัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;ต้องการให้แบ่งเบาภาระประชาชนทุกคนเห็นผลโดยเร็วที่สุด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185317211</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบุรี ชี้การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด -19 จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐอย่างเดียวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัย คนรุ่นใหม่ไฟแรง ร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ พร้อมชื่นชมนักธุรกิจรุ่นใหม่ สำนึกรักบ้านเกิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;09.39&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;นายธรรมนูญ&amp;nbsp;ศรีวรรธนะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมงานพิธีเปิด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ที&amp;nbsp;ฮาร์ดแวร์&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;แมททีเรียล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(สำนักงานใหญ่)&amp;nbsp;บริเวณตรงข้ามอุทยาน&amp;nbsp;ร.4&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธรรมนูญ&amp;nbsp;ศรีวรรธนะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาร่วมให้กำลังใจนักธุรกิจคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;ที่ลุกขึ้นมาลงทุน&amp;nbsp;ฝ่าปัญหามรสุมทางธุรกิจ&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในบ้านเกิดของตนเอง&amp;nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จะขับเคลื่อนโดยภาครัฐอย่างเดียวให้ประสบความสำเร็จไม่ได้&amp;nbsp;จำเป็นต้องอาศัย&amp;nbsp;คนรุ่นใหม่ไฟแรง&amp;nbsp;ร่วมสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพให้คนในพื้นที่&amp;nbsp;และนับเป็นส่วนสำคัญ&amp;nbsp;ที่จะช่วยผลักดันธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น&amp;nbsp;ช่วยให้คนมีอาชีพ&amp;nbsp;จ้างงานคนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพชรบุรีและในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;(ด้วยสินค้าที่ครบครันทุกความต้องการเกี่ยวกับบ้าน&amp;nbsp;พร้อมด้วยบริการออกแบบสี&amp;nbsp;ผสมสีจากเครื่องอัตโนมัติ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายเอกภาพ&amp;nbsp;กิจพวงสุวรรณ&amp;nbsp;กรรมการบริหาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ที&amp;nbsp;ฮาร์ดแวร์&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;แมททีเรียล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แสดงความขอบคุณที่ทุกคนมาให้กำลังใจ&amp;nbsp;และกล่าวว่า&amp;nbsp;สิ่งที่เรากำลังทำเป็นธุรกิจขายอุปกรณ์และเครื่องมือก่อสร้าง&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงทำเพื่อธุรกิจการค้า&amp;nbsp;แต่เราให้ความสำคัญในการช่วยเหลือสังคม&amp;nbsp;มีโครงการ&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;,ส่งเสริมชุมชนในเรื่องของการกระจายรายได้&amp;nbsp;ช่วยเสริมสร้างอาชีพให้กับชุมชน&amp;nbsp;ให้กับบุคคลในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งการจ้างงาน&amp;nbsp;การฝึกฝนทักษะช่างมืออาชีพ&amp;nbsp;ที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคม&amp;nbsp;ซึ่งจากสภาวะโควิด-19&amp;nbsp;การลงทุนใหม่&amp;nbsp;อาจจะเกิดขึ้นน้อย&amp;nbsp;แต่เชื่อมั่นว่าการลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp;จะสามารถช่วยเหลือสังคม&amp;nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่เพชรบุรีได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135811051</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอเมืองตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&amp;nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาวและอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;สถานการณ์การค้า&amp;nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;และหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&amp;nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&amp;nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;หน้ากากผ้า&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และถุงมือ&amp;nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;น้ำปลา&amp;nbsp;ซอสหอยนางรม&amp;nbsp;ปลากระป๋อง&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&amp;nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ครบถ้วน&amp;nbsp;ชัดเจน&amp;nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&amp;nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7522&amp;nbsp;3076&amp;nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&amp;nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135849053</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมจัดประชุมชี้แจงเงื่อนไข คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80  พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันโท&amp;nbsp;หนุน&amp;nbsp;ศันสนาคม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่สำนักงานสลากฯ&amp;nbsp;ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนจำหน่ายสลากทั่วประเทศ&amp;nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,790&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นได้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัครแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,768&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีเขต/อำเภอ&amp;nbsp;ที่ไม่มีผู้สมัครรวมถึงไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;292&amp;nbsp;เขต/อำเภอ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;67&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จะต้องเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;โดยจะเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กรุงเทพ&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;และจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ในภาคกลาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,234&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp;จะจัดอบรมและทำการคัดเลือกตามลำดับ&amp;nbsp;ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในวันดังกล่าว&amp;nbsp;จะทำการชี้แจงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย&amp;nbsp;พร้อมทำการคัดเลือกแบบการจัดเรียงลำดับแบบสุ่ม&amp;nbsp;ซึ่งหากจุดจำหน่ายสลากมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายที่ได้แจ้งไว้เป็นสถานที่เดียวกัน&amp;nbsp;เมื่อมีตัวแทนรายหนึ่งเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ถือว่าจุดจำหน่ายนั้นได้รับสิทธิตามโครงการแล้ว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายชื่อไม่ร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;โดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคาที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324114123421</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมจัดประชุมชี้แจงเงื่อนไข คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80  พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันโท&amp;nbsp;หนุน&amp;nbsp;ศันสนาคม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่สำนักงานสลากฯ&amp;nbsp;ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนจำหน่ายสลากทั่วประเทศ&amp;nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,790&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นได้ตรวจสอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัครแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,768&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีเขต/อำเภอ&amp;nbsp;ที่ไม่มีผู้สมัครรวมถึงไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;292&amp;nbsp;เขต/อำเภอ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;67&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จะต้องเข้ารับฟังการชี้แจงเงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;โดยจะเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กรุงเทพ&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;และจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ในภาคกลาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,234&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่อื่นๆในภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp;จะจัดอบรมและทำการคัดเลือกตามลำดับ&amp;nbsp;ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในวันดังกล่าว&amp;nbsp;จะทำการชี้แจงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเป็นตัวแทนจำหน่าย&amp;nbsp;พร้อมทำการคัดเลือกแบบการจัดเรียงลำดับแบบสุ่ม&amp;nbsp;ซึ่งหากจุดจำหน่ายสลากมีตัวแทนจำหน่ายหลายรายที่ได้แจ้งไว้เป็นสถานที่เดียวกัน&amp;nbsp;เมื่อมีตัวแทนรายหนึ่งเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกให้ถือว่าจุดจำหน่ายนั้นได้รับสิทธิตามโครงการแล้ว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหากผู้มีรายชื่อไม่ร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;โดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการอีกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่งวดวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสลากได้ในราคาที่กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324114123422</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำจังหวัดแพร่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยมีนางสาวอังศุมาลิน&amp;nbsp;ฉัตรสุวรรณวารี&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณากลั่นกรอง&amp;nbsp;เพื่อคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินของโครงการสินเชื่อเพิ่มศักยภาพ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;23,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งต่อธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สาขาแพร่&amp;nbsp;ดำเนินการวิเคราะห์ทางการเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นการร่วมกันขับเคลื่อนเอสเอ็มอี&amp;nbsp;ให้มีเงินทุนในการพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจให้ดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164053156</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>ระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น เปิดให้บริการบนทางพิเศษ ระยะที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;แจ้งว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;ดำเนินการระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;โดยร่วมกับกรมทางหลวงในการบูรณาการให้เป็นไปในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;Platform&amp;nbsp;System)&amp;nbsp;บนทางพิเศษ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทางพิเศษฉลองรัช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด่านสุขาภิบาล&amp;nbsp;5-1&amp;nbsp;ด่านสุขาภิบาล&amp;nbsp;5-2&amp;nbsp;และด่านจตุโชติ&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมทางหลวงได้เปิดให้บริการ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่ด่านธัญบุรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ด่านธัญบุรี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด่านทับช้าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และด่านทับช้าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการศึกษาและนำผลจากการเปิดให้บริการดังกล่าว&lt;/strong&gt;ไปพัฒนาการดำเนินงาน&amp;nbsp;โดยอยู่ระหว่าง&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;การพัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการบัตร&amp;nbsp;Easy&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงจากฐานข้อมูลเดิมไปใช้ในการลงทะเบียน&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;ได้โดยง่าย&amp;nbsp;ลดขั้นตอนในการเติมข้อมูล&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมเพื่อประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ล่วงหน้าก่อนเปิด&lt;/span&gt;ให้บริการ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;บนทางพิเศษ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทางพิเศษฉลองรัช&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด่าน&amp;nbsp;ในเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการปรับปรุงกายภาพหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ&lt;/strong&gt;เพื่อรองรับระบบ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ด่านสุขาภิบาล&amp;nbsp;5-1&amp;nbsp;และด่านสุขาภิบาล&amp;nbsp;5-2&amp;nbsp;กทพ.&amp;nbsp;ดำเนินการจนแล้วเสร็จตามแผนงาน&amp;nbsp;คงเหลือเพียงด่านจตุโชติที่อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง&amp;nbsp;และจะแล้วเสร็จภายในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในส่วนของ&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;งานติดตั้งอุปกรณ์ของระบบ&amp;nbsp;Multi-Lane&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Flow&amp;nbsp;(M-Flow)&amp;nbsp;และการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมต่อระบบ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;Single&amp;nbsp;Platform&amp;nbsp;System&amp;nbsp;ของกรมทางหลวง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่ร้อยละ&amp;nbsp;88.15&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303184657205</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>อบจ.พระนครศรีอยุธยา รับโล่ห์ผ่านการประเมินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับเข้าถึง เป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โรงแรม&amp;nbsp;ทีเค&amp;nbsp;พาเลซ&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;คอนเวนชัน&amp;nbsp;เขตหลักสี่&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายทวี&amp;nbsp;เสริมภักดีกุล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและประโยชน์สุขของภูมิภาค&amp;nbsp;กรณีศึกษาภาคกลางตะวันตก&amp;nbsp;พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ระดับเข้าถึง&amp;nbsp;เป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุข&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสมทรง&amp;nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เข้าร่วมรับรางวัลดังกล่าว&amp;nbsp;สำหรับโครงการ&amp;nbsp;"การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน&amp;nbsp;ท้องถิ่นเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและประโยชน์สุขของภูมิภาค&amp;nbsp;กรณีศึกษาภาคกลางตะวันตก"&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทเรียนการพัฒนา&amp;nbsp;"นวัตกรรม&amp;nbsp;สังคม"&amp;nbsp;และบทเรียนการยกระดับ&amp;nbsp;"ระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง"&amp;nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อ&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;"เครือข่ายขององค์กรแห่งการเรียนรู้"&amp;nbsp;ที่นำไปสู่ความยั่งยืนของการพัฒนาบนฐานการมีส่วนร่วมของ&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติอันนำไปสร้างความสุขและประโยชน์สุขของชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303165709167</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>แป้งสาคูบ้านไสขันจากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม&amp;nbsp;ในการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นถิ่นและฟื้นฟูวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการศึกษา&amp;nbsp;รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp;และมีการจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรม&amp;nbsp;ตลอดจนมีการเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมด้านการเกษตรทางสื่อต่างๆ&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีหลายหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์&amp;nbsp;คุ้มครองและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;จึงมีการเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ในการนำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่&amp;nbsp;เกิดประโยชน์ในการลดต้นทุน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มและมีการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเรื่อง&amp;nbsp;แป้งสาคู&amp;nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านใสขัน&amp;nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นจุดดำเนินการในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยการดำเนินการจัดเวทีถอดบทเรียนแบบละเอียด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อค้นหาแนวทางการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการเก็บรักษา&amp;nbsp;พัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่า&amp;nbsp;รายได้จากสินค้าและบริการที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน&amp;nbsp;และเกิดแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรในชุมชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสุดสาคร&amp;nbsp;สังฆ์รักษ์&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านใสขัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สาคูเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงนราธิวาส&amp;nbsp;พบมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;พัทลุงและตรัง&amp;nbsp;โดยพื้นที่ป่าสาคูส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณที่มีแม่น้ำหรือคลองไหลผ่าน&amp;nbsp;โดยสาคูจะขึ้นตามสองข้างทางน้ำ&amp;nbsp;ชาวบ้านในอดีตได้ใช้ประโยชน์จากป่าสาคูหลากหลายรูปแบบ&amp;nbsp;ทั้งด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;การจัดการน้ำ&amp;nbsp;โดยมองว่า&amp;nbsp;ป่าสาคูมีความสำคัญในฐานะเป็นป่าริมน้ำที่ช่วยชะลอการไหลของน้ำและชาวบ้านได้นำน้ำจากคลองป่าสาคูมาใช้ในการทำนาและการใช้ประโยชน์อย่างอื่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำจำพวก&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;กุ้ง&amp;nbsp;หอย&amp;nbsp;เต่า&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งที่จะมีพืชชนิดอื่นขึ้นอยู่ด้วย&amp;nbsp;ทำให้บริเวณที่มีสาคูขึ้นจึงเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของชาวบ้าน&amp;nbsp;นอกจากนี้ชาวบ้านยังนำส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ของสาคูทั้งลำต้น&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;มาใช้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการนำลำต้นมาทำแป้ง&amp;nbsp;(สาคู)&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแป้งชนิดแรกๆ&amp;nbsp;ที่คนนำมาทำเป็นอาหาร&amp;nbsp;การนำใบสาคูมาทำจากเพื่อมุงหลังคา&amp;nbsp;การนำทางสาคูมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;หรือการที่ชาวบ้านนำต้นสาคูมาเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยงหรือนำมาเพื่อเลี้ยงด้วงสาคู&amp;nbsp;ทำให้สาคูได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพราะมีคุณค่าในด้านการใช้ประโยชน์มากมายตามที่กล่าวมาข้างต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุดสาคร&amp;nbsp;ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;แป้งสาคู&amp;nbsp;หมายถึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แป้งที่ผลิตได้จากปาล์มสาคู&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นผงแป้งละเอียดหรือเป็นเม็ด&amp;nbsp;เนื้อแป้งอาจมีสีน้ำตาลหรือสีชมพูอมขาว&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต&amp;nbsp;และสายพันธุ์ของต้นสาคู&amp;nbsp;ซึ่งแป้งชนิดนี้&amp;nbsp;นิยมใช้ประโยชน์สำหรับประกอบอาหารเป็นหลัก&amp;nbsp;โดยเฉพาะใช้ทำขนมหวาน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ขนมปากหม้อ&amp;nbsp;และลอดช่อง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยเนื้อขนมจะมีความเหนียวนุ่ม&amp;nbsp;และหวาน&amp;nbsp;มีขั้นตอนและวิธีการผลิต&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.เลือกต้นสาคูที่แก่เต็มที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือระยะออกดอกเขากวาง&amp;nbsp;ซึ่งสังเกตุที่บริเวณดอกเป็นช่อปลายยอดเหนือลำต้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าต้นสาคูมีความสมบูรณ์และอยู่ในระยะที่เหมาะสมในการผลิตแป้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;2.ตัดต้นสาคูให้เป็นท่อนสั้นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;0.5-1.0&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ใช้มีดหรือขวานปอกเปลือกแข็งด้านนอกออก&amp;nbsp;จะเห็นเนื้อในสาคูสีขาว&amp;nbsp;ผ่าเป็นชิ้นๆ&amp;nbsp;ไม่ต้องใหญ่มากให้ขนาดพอดีกับเครื่องขูด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;3.ใช้เครื่องมือที่เป็นไม้ตอกตาปู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือที่เรียกว่าไม้&amp;nbsp;ตรูน&amp;nbsp;นําไปขูดเนื้อสาคูให้ละเอียดเป็นผง&amp;nbsp;ปัจจุบันทางกลุ่มจึงได้ผลิตชุดหัวขูดขึ้นมาเอง&amp;nbsp;โดยใช้หลักการทำงานเดียวกันกับเครื่องขูดมะพร้าว&amp;nbsp;ซึ่งการใช้เครื่องขูดนี้ทำให้ได้เนื้อสาคูที่ละเอียดเป็นผงกว่าวิธีดั้งเดิม&amp;nbsp;สามารถผลิตแป้งที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สกัดแป้งออกจากเนื้อในให้ได้มากกว่าวิธีแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;ป้องกันการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์และการย่อยตัวเองของแป้งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;4.นำส่วนที่เป็นเนื้อสาคูทำการขูดให้ได้ขุยเนื้อสาคู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ลักษณะคล้ายการขูดมะพร้าว)&amp;nbsp;ไปขยํากับน้ำบนผ้ากรองทําเหมือนการคั้นกะทิเพื่อแยกแป้งออกมา&amp;nbsp;กรองด้วยผ้าขาวบาง&amp;nbsp;น้ำแป้งจะไหลลงในภาชนะที่รองรับ&amp;nbsp;ในปัจจุบันทางกลุ่มนำขุยเนื้อสาคูใส่ถังหรือภาชนะ&amp;nbsp;เติมน้ำให้ท่วมเนื้อแป้ง&amp;nbsp;ปั่นประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;โดยใช้เครื่องมือปั่นที่ทางกลุ่มได้คิดค้นผลิตขึ้นมาเอง&amp;nbsp;กรองเอาขุยเนื้อสาคูออกด้วยผ้าขาวดิบ&amp;nbsp;ทิ้งน้ำไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชม.)&amp;nbsp;เพื่อให้แป้งตกตะกอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;5.เทน้ำออกเอาเนื้อแป้งห่อผ้าขาวเพื่อให้เนื้อแป้งสะเด็ดน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะได้ปริมาณเนื้อแป้งสด&amp;nbsp;มีความชื้นประมาณ&amp;nbsp;65-75&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;6.นำแป้งสดที่ได้ไปตากแดดจนแห้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะได้แป้งสาคูผงพร้อมใช้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;7.หากต้องการทำแป้งสาคูเม็ดให้นำแป้งสาคูที่ตากหมาดๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาร่อนด้วยถาดหรือกระด้ง&amp;nbsp;จะได้เป็นสาคูเม็ดแล้วนำไปตากแดดต่อจนแห้งสนิท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;8.&amp;nbsp;การคัดขนาดเม็ดแป้งสาคู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยการร่อนกับตะกร้าเป็นขนาดต่างๆ&amp;nbsp;จะได้แป้งสาคู&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แป้งสาคูชนิดผง&amp;nbsp;แป้งสาคูชนิดเม็ดเล็ก&amp;nbsp;และแป้งสาคูชนิดเม็ดใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;9.&amp;nbsp;บรรจุใส่ถุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถุงละ&amp;nbsp;0.5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ถุงละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำและสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รวมทั้งลูกหลานที่ปิดภาคเรียน&amp;nbsp;หันไปตระเวนรับซื้อต้นสาคูในราคาต้นละ&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มาแปรรูปเป็นแป้งสาคูและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขนมจากแป้งสาคูขาย&amp;nbsp;สร้างรายกว่า&amp;nbsp;5,000-6,000&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;มีลูกค้าและผู้สนใจมารับซื้อถึงบ้านนอกจากนี้มีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากท่านใดสนใจเรียนรู้และต้องการเยี่ยมชมภูมิปัญญาท้องถิ่น&lt;/strong&gt;หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;นายสุดสาคร&amp;nbsp;สังฆ์รักษ์&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;095-0737330&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303170959173</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล ทุกชนิดปรับขึ้น 0.20 บาทต่อลิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบางจาก&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&amp;nbsp;0.60&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&amp;nbsp;ปรับขึ้น&amp;nbsp;0.20&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;44.56&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;29.34&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;36.04&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;36.88&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;37.15&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;35.96&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;29.94&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303184829207</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>เทศบาลตำบลกะรนประชุมเตรียมความพร้อมโครงการมหกรรมอาหารทะเล หรอยริมเล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2565 ณ หาดกะตะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมเทศบาล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เทศบาลตำบลกะรน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรือเอก&amp;nbsp;เจด็จ&amp;nbsp;วิชรศรณ์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกะรน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดโครงการมหกรรมอาหารทะเล&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรือเอก&amp;nbsp;เจด็จ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เทศบาลตำบลกะรน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กำหนดจัดโครงการมหกรรมอาหารทะเล&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;19-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน&amp;nbsp;ถ.&amp;nbsp;ปากบาง&amp;nbsp;(เลียบชายหาดกะตะ)&amp;nbsp;หาดกะตะ&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;กะรน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยภายในงานได้จัดให้มีร้านอาหารต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;สำหรับการประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเพื่อให้การจัดงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185630212</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ตจัดประชุมติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์การค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในอาเซียนเพื่อพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าอาเซียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวัชรินทร์&amp;nbsp;รัตนชู&amp;nbsp;ประมงจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดและเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าของจังหวัดภูเก็ตสามารถทำรายได้ปีละหลายพันล้านบาทแต่เมื่อมีการกำหนดกฎหมายประมงที่มีความเข้มงวดในเรื่องของเรือทำให้จำนวนของปลาทูน่าที่เข้ามาลดลงเนื่องจากประเทศไทยไม่มีเรือที่จับปลาทูน่าต้องอาศัยเรือต่างชาติที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ประกอบกับมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่องจึงทำให้ต้องสูญเสียโอกาสในการแข่งขันในเรื่องของอุตสากรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าทั้งที่ทางจังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องนี้แต่ติดขัดในเรื่องกฎหมายซึ่งต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประชุมวันนี้มีประเด็นหลัก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;ที่พูดคุยในวันนี้คือต้องการแก้ปัญหาเรื่องชาวประมงที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวปลาทูน่าหรือรายละเอียดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จึงอยากให้มีการจัดการอบรมถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;และฝึกทักษะโดยเฉพาะจากผู้ที่มีความรู้หรือชำนาญการ&amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้มีการดำเนินการเพื่อพูดคุยในการแก้ไขข้อกฎหมายเรื่องเรือที่ใช้ให้สามารถใช้งานได้&amp;nbsp;ซึ่งทำให้เห็นว่ารายได้ที่ผ่านมาลดลงเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้ทุกหน่วยงานทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลางต้องมีการร่วมกันพูดคุยเพื่อหาแนวทางที่จะพัฒนาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเพื่อ&amp;nbsp;ส่งเสริมนวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;และส่งเสริมให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าขายและส่งออกปลาทูน่าในอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185228209</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อน ภูเก็ตเป็นศูนย์การค้าปลาทูน่า และผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในอาเซียน เพื่อพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน&amp;nbsp;ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าอาเซียน&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เนื่องจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปลาทูน่าของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;สามารถทำรายได้ปีละหลายพันล้านบาท&amp;nbsp;แต่เมื่อมีการกำหนดกฎหมายประมงที่มีความเข้มงวดในเรื่องของเรือ&amp;nbsp;ทำให้จำนวนของปลาทูน่าที่เข้ามาลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเรือที่ขึ้นทะเบียนจับปลาทูน่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงต้องอาศัยเรือต่างชาติที่มีความชำนาญ&amp;nbsp;ประกอบกับมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายเรื่อง&amp;nbsp;ทำให้ต้องสูญเสียโอกาสทั้งที่จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องนี้&amp;nbsp;แต่ติดขัดในหลายประเด็น&amp;nbsp;ดังนั้นต้องเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชาวประมงยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวปลาทูน่าหรือรายละเอียดที่ถูกต้อง&amp;nbsp;จึงต้องมีการอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้&amp;nbsp;และฝึกทักษะจากผู้ชำนาญการ&amp;nbsp;อีกเรื่องคือการแก้ไขข้อกฎหมายเรือ&amp;nbsp;ที่จะทำให้รายได้จากอุตสาหกรรมทูน่ากลับมาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จนทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการค้า&amp;nbsp;ส่งออกทูน่าในอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303190702217</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดลานโพธิ์ถ่ายภาพ 3 มิติ จุดเช็คอินรับนักกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยพ่อเมืองศรีสะเกษเปิดลานโพธิ์ถ่ายภาพ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;จุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณลานโพธิ์&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;นางมัลลิกา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดพื้นที่งานศิลปะลานโพธิ์&amp;nbsp;สร้างสรรค์งานศิลป์&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสำรวย&amp;nbsp;เกษกุล&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางสาวชนมณัฐ&amp;nbsp;รอดบุญธรรม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายชัยชนะ&amp;nbsp;ผลาพงศ์&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชการและประชาชน&amp;nbsp;ร่วมในพิธีเปิดพื้นที่งานศิลปะลานต้นโพธิ์เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างสรรค์งานศิลป์&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp;ให้มีความสวยงาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นจุดเช็คอินรองรับนักกีฬาแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&amp;nbsp;ที่สามารถถ่ายภาพให้เป็นภาพแบบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ที่มีสีสันสวยงาม&amp;nbsp;ซึ่งภาพวาดดังกล่าว&amp;nbsp;ศิลปินคนศรีสะเกษใช้เวลาบรรจงสร้างสรรค์ถึง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้ออกแบบปรับพื้นที่ทางเท้า&amp;nbsp;มาบรรเลงลายเส้นและสีสันนำเสนอจุดเด่นสำคัญไว้ที่เดียว&amp;nbsp;ตลอดจนวิถีหรืออัตลักษณ์ของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นจุดเช็คอินให้แก่แขกที่มาเยือนศรีสะเกษได้ถ่ายรูป&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเพื่อต้อนรับทัพนักกีฬาและคณะกรรมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;นครลำดวนเกมส์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304002848289</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>จ.ขอนแก่น ตัดตลาดนัดชุมชนประชาสุขใจสู้ภัย COVID-19 ส่งตรงถึงมือคุณ ลดค่าครองชีพประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ผู้ผลิตชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;นำผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ผักสด&amp;nbsp;อาหารปลอดภัย&amp;nbsp;สินค้าอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;มาแสดงและจำหน่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ที่ศาลาผูกเสี่ยว&amp;nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ประชาสุขใจ&amp;nbsp;สู้ภัย&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ&amp;nbsp;กับภาคประชาชน&amp;nbsp;ตามนโยบายของ&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;กลุ่มผู้ผลิตในชุมชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กลุ่มสัมมาชีพ&amp;nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;กลุ่มสตรี&amp;nbsp;ที่ประสบปัญหาการจำหน่าย&amp;nbsp;และเข้าไม่ถึงช่องทางการจำหน่ายโดยตรง&amp;nbsp;ปัญหาสถานที่จำหน่ายไม่เพียงพอไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ให้มีสถานที่&amp;nbsp;และช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้&amp;nbsp;สร้างอาชีพในชุมชนเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบมากขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการแก้ไขและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพเนื่องจากสินค้าราคาแพง&amp;nbsp;โดยจำหน่ายสินค้าอุปโภค&amp;nbsp;บรืโภค&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;อาหารปลอดภัย&amp;nbsp;ราคาประหยัดช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายและเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจัดตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ประชาสุขใจ&amp;nbsp;สู้ภัย&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;เป็นประจำในวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์&amp;nbsp;พร้อมเชิญชวน&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;แชร์&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน&amp;nbsp;(OTOP)&amp;nbsp;ของจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ทุกวันพฤหัสบดี&amp;nbsp;ที่บริเวณศาลาผูกเสี่ยว&amp;nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานในวันนี้มียอดจำหน่ายจากบูธผู้ผลิตผู้ประกอบการโอทอป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;โคกหนองนา&amp;nbsp;พช.&amp;nbsp;ซึ่งมีจำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;จำหน่ายได้&amp;nbsp;13,750&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บูธของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;จำหน่ายได้&amp;nbsp;3,280&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;17,030&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303193454227</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดแถลงข่าว "งานมหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน&amp;nbsp;มหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณกรงนกใหญ่&amp;nbsp;สวนนกชัยนาท&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;เข้างานฯ&amp;nbsp;และมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท,&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดชัยนาท,&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท,&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(สำนักงานลพบุรี&amp;nbsp;และนายบรรจบ&amp;nbsp;เงินฉลาด&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&amp;nbsp;มหกรรมหุ่นฟางนกชัยนาทและของดีศรีท้องถิ่น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;และเขื่อนเรียงหิน&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณี&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น&amp;nbsp;(OTOP)&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชัยนาทมากขึ้น&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;พบกับการประกวดขบวนแห่หุ่นฟางนกอันตระการตา,&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม,&amp;nbsp;สักการะศาลหลักเมือง,&amp;nbsp;นมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข,&amp;nbsp;ชมหุ่นฟางนกไฮเทคและหุ่นฟางนกสวยงาม&amp;nbsp;ประกอบแสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศสวนป่า,&amp;nbsp;การประกวดหุ่นฟางนกไฮเทคและหุ่นฟางนกสวยงาม,&amp;nbsp;การแสดงวิถีไทย,&amp;nbsp;ร่วมสนุกชิงโชคกับร้านสกุณากาชาดจังหวัด,&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าของดีศรีท้องถิ่น&amp;nbsp;OTOP,&amp;nbsp;สินค้าทางการเกษตร,&amp;nbsp;ชิมอาหารพื้นถิ่นชัยนาท,&amp;nbsp;นิทรรศการส่วนราชการ,&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ส่วนมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายแพทย์พัลลภ&amp;nbsp;ยอดศิรจินดา&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้การจัดงานในรูปแบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;เริ่มจากขบวนแห่วัฒนธรรมประชาชนที่ร่วมขบวนแห่ทุกคนต้องตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;มีการคัดกรองก่อนการจัดงาน&amp;nbsp;การตรวจสอบ&amp;nbsp;และการควบคุมเข้มข้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะร้านค้าที่จำหน่ายในงาน&amp;nbsp;จะมีการส่งผลการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;และติดตามตลอดการจัดงาน&amp;nbsp;ผู้ค้าขายในงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งหากผู้ค้าขายมีการละเลยไม่ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;ทางจังหวัดจะให้ปิดร้านค้าทันที&amp;nbsp;และจะมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจตลอดระยะเวลาของการจัดงานฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303200431243</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>ประธานสภาการท่องเที่ยว อบจ.สตูล เผยผลวิจัยการทำงานอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย ต่อยอดสู่การพัฒนาระบบติดตามตัว (GIS) เพิ่มความปลอดภัยในเดินเรือพร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเจตกร&amp;nbsp;หวันสู&amp;nbsp;ประธานสภาการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้จังหวัดสตูลได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ&amp;nbsp;และมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;จากการทำวิจัยและพัฒนาระบบความช่วยเหลือตามโครงการอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาระบบให้สามารถเร่งรัดความช่วยเหลือทางทะเล&amp;nbsp;เพื่อเสริมศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วนของงานวิจัยที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนแรกคืออาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;(Thai&amp;nbsp;Tourism&amp;nbsp;Volunteers)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยได้ไอเดียจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ด้วยการนำต้นแบบการให้บริการของ&amp;nbsp;อสม.ของกระทรวงสาธารณสุขมาปรับใช้ในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวผ่านอาสาสมัครท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พื้นที่สำหรับทำการวิจัย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คุ้งบางกระเจ้า&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;และสตูล&amp;nbsp;เพื่อทำการศึกษาวิจัยและออกแบบ&amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถมีส่วนช่วยเติมเต็มกับภารกิจของหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปได้&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นหลัก&amp;nbsp;โดยจะนำไปสู่การจัดตั้งองค์กรอาสาสมัครท่องเที่ยวไทยในอนาคตได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่สองที่เกี่ยวเนื่องกันจนก่อให้เกิดเป็นงานวิจัยผูกไขว้กับส่วนแรก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คืองานวิจัยเกี่ยวกับระบบติดตามตัว&amp;nbsp;(GIS)&amp;nbsp;โดยเริ่มต้นระบบทางน้ำใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พี้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;และสตูล&amp;nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสตูลซึ่งมีการจัดการเดินเรือที่มีความหลากหลาย&amp;nbsp;ประกอบกับการเป็นพื้นที่เมืองชายแดน&amp;nbsp;หากเกิดเหตุต่างๆ&amp;nbsp;กับนักท่องเที่ยวจะสามารถทดสอบการใช้งานของระบบและเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาระบบฯ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ติดตั้งชุดอุปกรณ์ทดลองไว้บนเรือ&amp;nbsp;Speedboat&amp;nbsp;ที่บริการรับส่งนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึงบริษัทเดินเรือที่ตกเป็นตัวอย่างในงานวิจัย&amp;nbsp;โดยจะใช้ระบบสัญญาณเป็นการควบคุม&amp;nbsp;ขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาระบบติดตาม&amp;nbsp;(Tracking)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้ามามีส่วนร่วมด้วย&amp;nbsp;ผ่านการทำงานของอาสาสมัครท่องเที่ยวไทยในจังหวัดสตูลประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กว่าคน&amp;nbsp;โดยในส่วนนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัท&amp;nbsp;AIS&amp;nbsp;ในกรณีที่มีจุดอับสัญญาณ&amp;nbsp;เพื่อให้มีสัญญาณครอบคลุมและทั่วถึงจุดบริการ&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ทั้งนี้จะนำไปสู่การเติมเต็มการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อเกิดผลดีและเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104216334</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>ปทุมธานี เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี มุ่งสร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมราชสีห์บัวหลวง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเอกวิทย์&amp;nbsp;มีเพียร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;โดยใช้กลไกประชารัฐในพื้นที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาสังคมทุกระดับ&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ตามเป้าหมายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกวิทย์&amp;nbsp;มีเพียร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวย้ำถึง&amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ของคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;มีหน้าที่นำแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐส่วนกลางไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;นำไปปฏิบัติได้จริง&amp;nbsp;(Action&amp;nbsp;Based)&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ&amp;nbsp;จัดทำแนวทางและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&amp;nbsp;รวมทั้งบูรณาการแผนงาน/โครงการ&amp;nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประซารัฐให้ครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันให้ค้นหา&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อขยายผล&amp;nbsp;รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานแก่คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ&amp;nbsp;และแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการทำงานตามความเหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ควบคู่สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อประชาชนมีความสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ปทุมธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304131800412</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดสมุทรสงครามให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสมพิส&amp;nbsp;ทองดีมาก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้การต้อนรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานเกษตรพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนมะนาวโห่ลุงศิริ&amp;nbsp;ตำบลบางนกแขวก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายทสม์&amp;nbsp;เจริญช่าง&amp;nbsp;เจ้าของสวนมะนาวโห่&amp;nbsp;บรรยายสรุปการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยรองรับนักท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;รวมทั้งการปลูกและการแปรรูปมะม่วงหาวมะนาวโห่แบบเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และสินค้ามีมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.และ&amp;nbsp;GMP&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155501494</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์เงินเฟ้อทั่วไป เดือนกุมภาพันธ์ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรณรงค์&amp;nbsp;พูลพิพัฒน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สูงขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;5.28&amp;nbsp;สาเหตุหลักยังคงเป็นสินค้ากลุ่มพลังงานที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;และค่าราคาไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก&amp;nbsp;รวมถึงสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและราคาวัตถุดิบ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เนื้อสัตว์&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ผักสด&amp;nbsp;อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน&amp;nbsp;และเครื่องประกอบอาหาร&amp;nbsp;นอกจากนี้ฐานราคาในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ต่ำสุดในรอบปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้การคำนวณอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้สูงขึ้นด้วย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาปรับลดลง&amp;nbsp;ทั้งข้าวเหนียว&amp;nbsp;ข้าวสารเจ้า&amp;nbsp;ผลไม้สด&amp;nbsp;เสื้อผ้า&amp;nbsp;ค่าเช่าบ้าน&amp;nbsp;และค่าเล่าเรียน&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ&amp;nbsp;ที่ช่วยบรรเทาปัญหาราคาสินค้าแพงในช่วงระยะเวลานี้ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่ายังคงอยู่ในระดับสูง&amp;nbsp;ตามราคาพลังงานซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภค&amp;nbsp;บริโภคปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;สินค้าที่เริ่มปรับตัวลดลง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กลุ่มอาหารสด&amp;nbsp;โดยเฉพาะเนื้อสุกร&amp;nbsp;ผักผลไม้&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการภาครัฐในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม&amp;nbsp;ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อตลอดทั้งปีนี้&amp;nbsp;ยังมีความเสี่ยงกระทรวงพาณิชย์จะประเมินสถานการณ์และปรับตัวเลขคาดการณ์ให้มีความเหมาะสมในเดือนมีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204743630</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>วิเคราะห์ความสำเร็จ Soft Power ของเกาหลีใต้ เตรียมปรับใช้ต่อยอด Soft Power ของไทย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายภูสิต&amp;nbsp;รัตนกุล&amp;nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงโซล&amp;nbsp;ทำการวิเคราะห์ความสำเร็จ&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;ของเกาหลีใต้&amp;nbsp;เพื่อนำมาปรับใช้กับการขับเคลื่อน&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;ในการผลักดันผลงานภาพยนตร์&amp;nbsp;แอนิเมชัน&amp;nbsp;และดิจิทัลคอนเทนต์ต่างๆ&amp;nbsp;ของไทยออกสู่ตลาดโลก&amp;nbsp;เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ&amp;nbsp;ทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;nbsp;จากการทำให้ต่างชาติรู้จักอาหาร&amp;nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของไทย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากการวิเคราะห์ดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้เห็นว่า&amp;nbsp;นโยบายส่งเสริม&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;power&amp;nbsp;ของเกาหลีใต้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ของเกาหลีใต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่าในเวลา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กว่าปี&amp;nbsp;และสัดส่วนของอุตสาหกรรมการบริการยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน&amp;nbsp;จึงมั่นใจว่าการขับเคลื่อนนโยบาย&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;จะเป็นแรงขับเคลื่อน&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ของประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันภาพยนตร์&amp;nbsp;ซีรีส์&amp;nbsp;แอนิเมชัน&amp;nbsp;และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย&amp;nbsp;ได้รับความนิยมในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สามารถสอดแทรกความเป็นไทย&amp;nbsp;ทั้งอาหารและศิลปวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;และยังเพิ่มโอกาสให้สินค้า&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มขึ้นด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การขับเคลื่อน&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;ของเกาหลีใต้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เกิดขึ้นในสมัยของประธานาธิบดีคิมแดจุง&amp;nbsp;ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี&amp;nbsp;2541-2546&amp;nbsp;ได้ผลักดันใช้วัฒนธรรมเกาหลี&amp;nbsp;ความเป็นเกาหลีควบคู่ไปกับการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ&amp;nbsp;สินค้าและบริการ&amp;nbsp;ผ่านกระแส&amp;nbsp;Korean&amp;nbsp;wave&amp;nbsp;และได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับจนทำให้เกาหลีใต้ขึ้นมาอยู่อันดับที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ในการวัดดัชนี&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;power&amp;nbsp;จากทั่วโลกในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากการส่งออกวัฒนธรรมในหลากหลายรูปแบบ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภาพยนตร์&amp;nbsp;ซีรีย์&amp;nbsp;เกมออนไลน์&amp;nbsp;และเพลง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;ที่ประสบความสำเร็จคือ&amp;nbsp;สื่อและความบันเทิง&amp;nbsp;ที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;K-Drama&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;Daejanggum,&amp;nbsp;Autumn&amp;nbsp;Fairy&amp;nbsp;Tale,&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Winter&amp;nbsp;Sonata&amp;nbsp;และได้พัฒนามาจนถึงวงการเพลง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;K-pop&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;ศิลปินชื่อดังมากมายทั่วโลก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;Psy,&amp;nbsp;EXO,&amp;nbsp;BTS,&amp;nbsp;Blackpink&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เพราะถูกสอดแทรกเข้าไปในทุกสื่อผ่านละครหรือการพูดของดารานักร้อง&amp;nbsp;และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;หมูสามชั้นย่าง&amp;nbsp;ต็อกป็อกกี&amp;nbsp;ไก่ทอด&amp;nbsp;จาจังมยอน&amp;nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&amp;nbsp;โซจูและกิมจิ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมถึงการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ภาษาและวัฒนธรรม&amp;nbsp;ที่ส่งผลให้คนทั่วโลกให้ความสนใจและเข้าใจในวัฒนธรรมและภาษาเกาหลีมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204657629</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่ 1 ตรวจติดตามแผนงานโครงการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดสระบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสระบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางรุ่งรัตนา&amp;nbsp;บุญ-หลง&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นำคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการแผนงานโครงการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;ประเด็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(Covid-19)&amp;nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังติดตามตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด&lt;/strong&gt;และกลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;การติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;การลดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;และโครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมภพ&amp;nbsp;สมิตะสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องชี้แจงถึงผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142119438</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>สกัดการลักลอบขนย้ายกระเทียมและหอมหัวใหญ่เข้าประเทศ พบเห็นแจ้งสายด่วน 1569</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง&amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง&amp;nbsp;ตั้งด่านตรวจบนเส้นทางที่มีการขนย้ายสินค้าเกษตรจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงเวลานี้มีผลผลิตกระเทียมและหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;หากมีการลักลอบนำเข้าและขนย้ายเข้ามาในประเทศ&amp;nbsp;อาจกระทบต่อราคาผลผลิตของเกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำลงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบในช่วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการจับกุมผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ข้อหาขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่มีหนังสืออนุญาตการขนย้าย&amp;nbsp;ฝ่าฝืนประกาศ&amp;nbsp;กกร.ฉบับที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;มีโทษตามมาตรา&amp;nbsp;37&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.2542&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;โดยกรมฯ&amp;nbsp;จะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&amp;nbsp;และขอเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากผู้ใดพบเห็น&amp;nbsp;หรือมีเบาะแสการลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตรสามารถแจ้งได้ที่&amp;nbsp;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145745463</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>นครปฐม คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการอุตสาหกรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญหิรัญ&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;คนที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชลิต&amp;nbsp;แก้วจินดา&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมด้วยเลขานุการคณะกรรมาธิการและคณะ&amp;nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ด้านงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ที่บริษัท&amp;nbsp;โรงเส้นหมี่ชอเฮง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลยายชา&amp;nbsp;อำเภอสามพราน&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายรัฐศาสตร์&amp;nbsp;ชิดชู&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;นายไกรสินธุ์&amp;nbsp;วงศ์สุรไกร&amp;nbsp;กรรมการบริหาร&amp;nbsp;บริษัทโรงเส้นหมี่ชอเฮง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;และพนักงาน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อร่วมพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการดำเนินการและปัญหาอุปสรรคของบริษัท&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับบริษัท&amp;nbsp;โรงเส้นหมี่ชอเฮง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นบริษัทแรกในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ได้มีการริเริ่มใช้ระบบอบแป้งให้แห้งด้วยลมร้อนในการผลิตแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว&amp;nbsp;มีกรรมวิธีในการผลิตที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;และระบบควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;ภายใต้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนตราช้างสามเศียร&amp;nbsp;และตราเอราวัณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญหิรัญ&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;คนที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;เดินทางไปยัง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;หลิ่ง&amp;nbsp;หนัน&amp;nbsp;สตีล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ถนนมาลัยแมน&amp;nbsp;ตำบลวังตะกู&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครปฐม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานรีดและหลอมเหล็ก&amp;nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของโรงงาน&amp;nbsp;ตลอดจนปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;อีกทั้งเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของโรงงานด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304160722500</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มอบวุฒิบัตรและกล่าวปิดอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก  รุ่นที่  1</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มอบวุฒิบัติแก่ผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ร้านดาหลาบาติก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจาก&amp;nbsp;นโยบายจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และผลิตสินค้าชุมชน&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;เริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานราก&amp;nbsp;ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&amp;nbsp;ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการฝึกอบรมผลิตมัดย้อมบาติกในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ทั้งในระดับบุคคล&amp;nbsp;ระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ระดับกลุ่ม&amp;nbsp;ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สามารถพัฒนาผลิตผ้ามัดย้อมบาติก&amp;nbsp;ให้มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน&amp;nbsp;และจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในด้านความรู้สมัยใหม่&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าชุมชน&amp;nbsp;สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดกลาง&amp;nbsp;และขนาดย่อม&amp;nbsp;(SMEs)&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวปิดการอบรม&amp;nbsp;พร้อมขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ทีมวิทยากร&amp;nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านทุกฝ่าย&amp;nbsp;ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมการผลิตมัดย้อมบาติก&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯครั้งนี้&amp;nbsp;ได้นำความรู้ที่ได้รับไปผลิต&amp;nbsp;พัฒนาและต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดต่อไปตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา&amp;nbsp;งอสอน/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165242539</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>สายการบินไทย ฟื้นเส้นทางการบิน เส้นทางประเทศไทยสู่ประเทศอินเดีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ตามที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบข้อตกลง&amp;nbsp;Air&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;ระหว่างประเทศไทยและอินเดีย&amp;nbsp;เริ่มวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไปนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;อีกทั้งเอเชียใต้ถือเป็นตลาดที่สำคัญ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ทำการบินสู่เมืองหลักของอินเดียตามข้อตกลง&amp;nbsp;Air&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เส้นทางประกอบด้วยเส้นทาง&amp;nbsp;ไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-นิวเดลี&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทุกวันจันทร์&amp;nbsp;อังคาร&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;พฤหัสบดี&amp;nbsp;และศุกร์&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-มุมไบ&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทุกวันจันทร์&amp;nbsp;อังคาร&amp;nbsp;และพุธ&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-เจนไน&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทุกวันจันทร์&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และพฤหัสบดี&amp;nbsp;และเส้นทาง&amp;nbsp;ไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู&amp;nbsp;การบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทุกวันพุธ&amp;nbsp;และเสาร์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทยฯ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;เน้นปฏิบัติการบินอย่างมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;(Hygiene&amp;nbsp;Excel-lence)&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ทำการฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค&amp;nbsp;ทำความสะอาดแบบ&amp;nbsp;Deep&amp;nbsp;Cleaning&amp;nbsp;และทำความสะอาด&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุดสัมผัสร่วมในอากาศยานทุกลำหลังเครื่องลงจอด&amp;nbsp;ตลอดจนติดตั้งระบบกรองอากาศภายในเครื่องบินทุกลำ&amp;nbsp;ด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;(HEPA&amp;nbsp;:&amp;nbsp;High&amp;nbsp;Efficiency-Particulate-Air)&amp;nbsp;ซึ่งผู้โดยสารสามารถมั่นใจได้ว่าการบินไทยปฏิบัติการบินในทุกเที่ยวบินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;รายละเอียดตารางบิน&amp;nbsp;สำรองที่นั่ง&amp;nbsp;และออกบัตรโดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://thaiairways.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;thaiairways.com&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;สำนักงานขายการบินไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;THAI&amp;nbsp;Contact&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0-2356-1111&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;(ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.)&amp;nbsp;หรืออีเมล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="mailto:contact@service.thaiairways.com"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;contact@service.thaiairways.com&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย&amp;nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานสาขาที่ออกบัตรโดยสารในแต่ละท้องถิ่น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304204534628</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบางจาก&amp;nbsp;แจ้งว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&amp;nbsp;0.60&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซล&amp;nbsp;ทุกชนิดคงเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;45.16&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;36.64&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;37.48&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;37.75&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304201602614</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>เดินหน้าแก้ไขปัญหาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ รองรับการขยายตัวระบบขนส่งทางรางทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายสรพงศ์&amp;nbsp;ไพฑูรย์พงษ์&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางราง&amp;nbsp;ร่วมกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กปถ.จัดทำฐานข้อมูลจุดตัดและจัดทำเป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการแก้ไขอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;ระยะกลางและระยะยาว&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนารถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดทำคู่มือมาตรฐานจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&amp;nbsp;เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์จุดตัดทางถนนและทางรถไฟให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ&amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนาคู่มือในการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุเชิงลึกบริเวณจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ข้อมูลอุบัติเหตุจาก&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;และศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ถึงแม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;ยังมีอัตราผู้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง&amp;nbsp;17,831&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บและผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีนโยบายมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการลดอุบัติเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;โดยการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง&amp;nbsp;โดยได้เร่งปรับปรุงโครงข่าย&amp;nbsp;ทางรถไฟในปัจจุบัน&amp;nbsp;พัฒนารถไฟทางคู่&amp;nbsp;ก่อสร้างรถไฟสายใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการขนส่งทางรางที่มีความปลอดภัยให้เป็นระบบขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าหลักของประเทศ&amp;nbsp;เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด&amp;nbsp;ลดปัญหามลภาวะทางเสียงและอากาศ&amp;nbsp;ลดต้นทุนโลจิสติกส์&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ประชุมกลุ่มย่อยในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังความเห็นต่อร่างกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐาน&amp;nbsp;หลักเกณฑ์การพิจารฯาจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;และร่างประกาศกรมการขนส่งทางราง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การกระทำที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบการขนส่งทางราง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อน&amp;nbsp;ขร.&amp;nbsp;จะดำเนินการเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุจุดตัดทางถนนและทางรถไฟ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ล่าสุดได้ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ซึ่งมีทางรถไฟผ่านพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอบางกระทุ่ม&amp;nbsp;อำเภอเมืองพิษณุโลก&amp;nbsp;และอำเภอพรหมพิราม&amp;nbsp;มีจุดตัดทางถนนและทางรถไฟรวม&amp;nbsp;52&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เป็นจุดตัดต่างระดับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และจุดตัดเสมอระดับ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในจำนวนนี้มีเครื่องกั้นแล้วจำนวน&amp;nbsp;39&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และทางลักผ่าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โดยอนาคตเมื่อมีโครงการรถไฟทางคู่ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ&amp;nbsp;มีมติเห็นควรนำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EIA&amp;nbsp;เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&amp;nbsp;โดยในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนี้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเป็นจุดตัดต่างระดับทั้งหมด&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้เกิดความปลอดภัยในการเดินรถไฟมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202644621</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>คืบหน้ามาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 53,800 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;ฐีระเวช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และโครงการคนละครึ่งระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จากข้อมูลวานนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม&amp;nbsp;40.72&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด&amp;nbsp;53,889.99&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&amp;nbsp;13.28&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&amp;nbsp;4,116.12&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&amp;nbsp;1.21&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&amp;nbsp;352.97&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่โครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิรวมทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;26.23&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&amp;nbsp;49,420.9&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้า&amp;nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;www.คนละครึ่ง.com&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่&amp;nbsp;หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&amp;nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304202349618</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>ผู้ว่าฯแพร่ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่วังปลาโป่งศรี&amp;nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้เยี่ยมชม&amp;nbsp;ฐานวัดโป่งศรี&amp;nbsp;เยี่ยมชม&amp;nbsp;ฐานเครื่องเงิน&amp;nbsp;ของนายถวิล&amp;nbsp;เป็งวงศ์&amp;nbsp;และเยี่ยมชม&amp;nbsp;ฐานของโบราณ&amp;nbsp;ของนายสุรินทร์&amp;nbsp;สมจิตร&amp;nbsp;ก่อนจะเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ร่วมกับพัฒนาชุมชน&lt;/strong&gt;อำเภอเมืองแพร่จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โครงการฯ&amp;nbsp;ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&amp;nbsp;และเพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รับการพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;กลุ่มองค์กร&amp;nbsp;และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมที่ผู้บริโภคลงมือทำด้วยตนเอง&amp;nbsp;เกิดการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว&amp;nbsp;พร้อมศึกษาและลงมือทำด้วยตนเอง&amp;nbsp;สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความภาคภูมิใจจากฝีมือของตนเองล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&amp;nbsp;ในการดำเนินงานโครงการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โครงการฯ&amp;nbsp;ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้รับการพัฒนาตามแนวทางการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Decentralized&amp;nbsp;Hands&amp;nbsp;&amp;nbsp;On&amp;nbsp;Program&amp;nbsp;Exhibition&amp;nbsp;:&amp;nbsp;D&amp;nbsp;-&amp;nbsp;HOPE)&amp;nbsp;จะทำให้พื้นที่เป้าหมายมีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;D-HOPE&amp;nbsp;มีลักษณะแตกต่างจากนิทรรศการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถูกนำมารวมที่ศูนย์จัดแสดงในที่เดียวกัน&amp;nbsp;(แบบรวมตัวสู่ศูนย์กลาง)&amp;nbsp;ในทางกลับกันนิทรรศการ&amp;nbsp;D-HOPE&amp;nbsp;นั้นอยู่ในลักษณะกระจาย&amp;nbsp;กล่าวคือโปรแกรมที่ผู้เข้าชมสามารถร่วมลงมือปฏิบัติเองนั้นเกิดจากการเลือกคัดสรรโดยบรรดาผู้ผลิตและผู้ให้บริการ&amp;nbsp;กิจกรรมเน้นในลักษณะให้ผู้เข้าชมร่วมลงมือทำมากกว่าการจัดงานแบบศูนย์แสดงสินค้า&amp;nbsp;เพื่อที่นักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนท้องถิ่นสามารถเรียนรู้จากการร่วมประสบการณ์จริงในกิจกรรมนั้นๆ&amp;nbsp;/.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304192859596</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>อำเภอห้วยทับทัน  ตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬา แห่งชาติ ครั้งที่ 47 "ศรีสะเกษเกมส์" และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 "นครลำดวนเกมส์"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิศรา&amp;nbsp;โพธิ์เงิน&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นระธานการประชุม&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬา&amp;nbsp;แห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;"ศรีสะเกษเกมส์"&amp;nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;"นครลำดวนเกมส์"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&lt;/strong&gt;เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแดนปราสาทขอม&amp;nbsp;ชมปราสาทบ้านปราสาท&amp;nbsp;เพื่อต้อนรับท่องเที่ยวให้นักกีฬา&amp;nbsp;ผู้ฝึกสอนและคณะกรรมการที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท&amp;nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชยามร&amp;nbsp;บุญเต็ม&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปราสาท,&amp;nbsp;พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับทัน,เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลห้วยทับทัน,ผอ.รพ.สต.ปราสาท,กำนันตำบลปราสาท,ผู้ใหญ่บ้าน,เจ้าอาวาสวัดปราสาท&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะได้ร่วมลงพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วัดปราสาท&amp;nbsp;บ้านโนนดั่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตรวจความพร้อมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในการจัดการแข่งขันกีฬาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304193455600</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>เริ่มแล้ว  เทศกาลอาหารสะอาด  รสชาติอร่อย  มาตรการ แซนด์บ๊อกซ์" ครั้งแรก กระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูเมืองยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เริ่มแล้ว&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65&amp;nbsp;กับงานเทศกาลอาหารสะอาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;(อาหารจานเด็ด&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สนามโรงพิธีช้างเผือก&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งทาง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ได้จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูเมือง&amp;nbsp;ทั้งด้านสังคม&amp;nbsp;การศึกษา&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;หลังต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;เป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;จะเป็นในรูปแบบ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งแรก&amp;nbsp;มีการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;ยกเว้นในขณะรับประทานอาหาร&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งก่อนเข้างาน&amp;nbsp;ทุกคนก็จะต้องผ่านจุดคัดกรอง&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;โดยประชาชนที่เข้าร่วมงานต่างก็ให้ความร่วมมือกับมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป&amp;nbsp;พบว่าได้&amp;nbsp;มีพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ความสนใจ&amp;nbsp;ออกมาร่วมชิมช้อปอาหารสะอาด&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;จากจังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีอาหารอร่อยหลากเมนู&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ให้เลือกรับประทาน&amp;nbsp;พร้อมกับการชมการแสดงท้องถิ่นจากพี่น้องจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และการแสดงจากศิลปินนักร้องที่มาร่วมขับกล่อม&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อสร้างความสุข&amp;nbsp;ผ่อนคลายความเครียดให้ชาวยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ&amp;nbsp;ยังได้จัด&amp;nbsp;จุดเช็คอิน&amp;nbsp;เทศกาลอาหารจานเด็ด&amp;nbsp;ให้กับประชาชนได้ร่วมถ่ายรูปเซลฟี่&amp;nbsp;กันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นการจัดงานในวันแรกได้รับเกียรติจาก&lt;/strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;ผู้บริหารเทศบาลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับงานเทศกาลอาหารสะอาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;(อาหารจานเด็ด)&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมเสริมของการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;(Sandbox)&amp;nbsp;เนื่องจากในปีนี้อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถมาร่วมงานได้&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลาย&amp;nbsp;และมีที่รับประทานอาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;เพราะด้วยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีเอกลักษณ์ทางสังคมที่โดดเด่นเฉพาะ&amp;nbsp;มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตของชาวพุทธ&amp;nbsp;ชาวจีน&amp;nbsp;และชาวมุสลิม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย&amp;nbsp;ทำให้อาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเป็นที่นิยมมาก&amp;nbsp;งานเทศกาลอาหารจานเด็ดจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยว&amp;nbsp;สัมผัสวัฒนธรรม&amp;nbsp;วิถีชีวิตและลิ้มลองอาหารไทยพื้นเมืองต้นตำรับดั้งเดิม&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&amp;nbsp;จะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย&amp;nbsp;รสชาติล้วนอร่อย&amp;nbsp;จากร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;ส่งเสริมรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ก็จะมีการแสดงบนเวทีมากมายหลากหลาย&amp;nbsp;ทั้งศิลปะ&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;ประเพณี&amp;nbsp;เต็มอิ่มด้วยเสียงเพลงจากศิลปินนักร้องชั้นนำ&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี&amp;nbsp;และสวนธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;และนี้คือสิ่งดี&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ยินดีส่งมอบความสุขให้แก่พี่น้องชาวเทศบาลนครยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304215053636</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>จังหวัดยะลา เปิดงานเทศกาลอาหารจานเด็ด ฟื้นฟูเมืองจากโควิด-19 ภายใต้รูปแบบ Sandbox</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากที่เทศบาลนครยะลาได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เทศบาลฯ&amp;nbsp;จึงได้มีนโยบานในการฟื้นฟูเมือง&amp;nbsp;ทั้งด้านสังคม&amp;nbsp;การศึกษา&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยจัดงานเทศกาลอาหารสะอาด&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;(อาหารจานเด็ด&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ซึ่งจัดในรูปแบบ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;โดยมีมาตรการคือ&amp;nbsp;จำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;และผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;(ยกเว้นขณะรับประทานอาหาร)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งานเทศกาลอาหารสะอาด&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;(อาหารจานเด็ด)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมเสริมของการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;(Sandbox)&amp;nbsp;เนื่องจากในปีนี้อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถมาร่วมงานได้&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้ผ่อนคลายและมีที่รับประทานอาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;เพราะด้วยจังหวัดยะลามีเอกลักษณ์ทางสังคมที่โดดเด่นเฉพาะ&amp;nbsp;มีการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตของชาวพุทธ&amp;nbsp;ชาวจีนและชาวมุสลิม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย&amp;nbsp;ทำให้อาหารไทยและอาหารพื้นเมืองเป็นที่นิยมมาก&amp;nbsp;งานเทศกาลอาหารจานเด็ดจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยว&amp;nbsp;สัมผัสวัฒนธรรม&amp;nbsp;วิถีชีวิตและลิ้มลองอาหารไทยพื้นเมืองต้นตำรับดั้งเดิม&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&amp;nbsp;จะได้อิ่มอร่อยกับอาหารที่หลากหลาย&amp;nbsp;รสชาติล้วนอร่อย&amp;nbsp;จากร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;ส่งเสริมรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;จะได้พบกับการแสดงบนเวทีมากมายหลากหลาย&amp;nbsp;ทั้งศิลปะ&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;ประเพณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเต็มอิ่มด้วยเสียงเพลงจากศิลปินนักร้องชั้นนำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศแสงสี&amp;nbsp;และสวนธรรมชาติสวยงามตลอดทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;และนี้คือสิ่งดีๆ&amp;nbsp;ที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ยินดีส่งมอบความสุขให้แก่ชาวเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;วันศุกร์ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบกับศิลปิน&amp;nbsp;พลพล&amp;nbsp;วันเสาร์ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบกับศิลปิน&amp;nbsp;บ.เบิ้ล&amp;nbsp;300&amp;nbsp;และวันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบกับศิลปิน&amp;nbsp;วงเสือสองเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305084526666</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>เดินหน้าต่อสู้คดีโฮปเวลล์ หลังศาลปกครองสูงสุด สั่งรื้อคดี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น&amp;nbsp;เป็นให้รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่&amp;nbsp;คดีโฮปเวลล์&amp;nbsp;ไว้พิจารณา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;หลังจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าต่อไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;โดยคำสั่งศาลในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี&amp;nbsp;แม้จะยังไม่จบกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ภาครัฐได้ดำเนินการต่อสู้คดีใหม่ได้อีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการนำประเด็นเรื่องอายุความของคดี&amp;nbsp;มติจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;การจดทะเบียนวัตถุประสงค์&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;โฮปเวลล์&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเรื่องการลงนามในสัญญา&amp;nbsp;ผู้ลงนามไม่ใช่บริษัทที่ได้รับสัมปทาน&amp;nbsp;นำมาเป็นประเด็นในการต่อสู้คดีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ศาลปกครองสูงสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีคำร้องที่&amp;nbsp;394&amp;nbsp;&amp;nbsp;396/2564&amp;nbsp;ระหว่างกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ผู้ร้องที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ผู้ร้องที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กับบริษัท&amp;nbsp;โฮปเวลล์&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผู้คัดค้าน&amp;nbsp;อันเป็นคดีที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;อุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ไว้พิจารณา&amp;nbsp;ซึ่งหมายถึงศาลปกครองสูงสุด&amp;nbsp;สั่งรื้อคดี&amp;nbsp;โฮปเวลล์&amp;nbsp;ที่กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;รฟท.&amp;nbsp;ต้องจ่ายค่าเสียหาย&amp;nbsp;ให้เอกชนเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยหลังจากนี้ภาครัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัท&amp;nbsp;โฮปเวลล์&amp;nbsp;หรือไม่&amp;nbsp;ต้องรอให้กระบวนการการตัดสินอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305114721706</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>จ.ยะลา ประชันเสียงนก  การแข่งขันนกเขาชวาเสียง เทศบาลฯ  มาตรการ Sandbox  ครั้งแรก ป้องกันโควิด-19 เข้มข้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยะลาประชันเสียงนก&amp;nbsp;การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลฯ&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งแรกป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;เข้มข้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว&amp;nbsp;อนุรัก์ประเพณีท้องถิ่น&amp;nbsp;ในพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;(Sandbox)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งทางเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ได้เริ่มขึ้นแล้วในวันนี้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สนามนกเขา&amp;nbsp;สวนขวัญเมือง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมชักเสารอกนกปฐมฤกษ์ข้นสู่เสาเริ่มต้นการแข่งขัน&amp;nbsp;บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ได้มีบรรดาชาวชวาวงศ์ทั้งในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;ต่างให้ความสนใจ&amp;nbsp;เดินทางนำนกเขาชวาเสียงมาเข้าร่วมการแข่งขัน&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้ทางเทศบาลนครยะลาได้จัดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;โดยมีมาตรการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(โดยนก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สามารถเข้าร่วมงานได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนจำนวนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่พ่นสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์&amp;nbsp;รวมถึงผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;(ยกเว้นขณะรับประทานอาหาร)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;(Sandbox)&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมที่เทศบาลนครยะลาได้จัดงานต่อเนื่องมายาวนานถึง&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงหรือชาวชวาวงศ์จากหลากหลายพื้นที่มาเข้าร่วม&amp;nbsp;นอกจากการแข่งขันนกเขาชวาเสียงแล้ว&amp;nbsp;เทศบาลยังได้จัดกิจกรรมเสริม&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะมีการแข่งขันนกกรงหัวจุก&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ดอกรวม&amp;nbsp;(VIP)&amp;nbsp;โดยจำกัดจำนวนนกที่เข้าร่วมแข่งขัน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดงานเทศกาลอาหารจานเด็ด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามโรงพิธีช้างเผือก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นระเวลากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ตั้งแต่ปลายปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่เทศบาลนครยะลาได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;เทศบาลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้มีนโยบายในการฟื้นฟูเมือง&amp;nbsp;และได้จัดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อนุรักษ์เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น&amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงนกเขาชวาและธุรกิจเกี่ยวกับนก&amp;nbsp;เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เสริมสร้างความสมานฉันท์สันติสุขให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305090521673</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>เทศบาลนครยะลา จัดแข่งนกเขาชวาเสียง ไร้นกจากอาเซี่ยนเข้าร่วม เนื่องจากโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่สนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซี่ยน&amp;nbsp;บริเวณกลางทะเลสาบสวนขวัญเมือง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ทางนายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;ทน.ยล.ได้จัดการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา&amp;nbsp;มีชาวชวาวงศ์นำนกเขาเดินทางทยอยเข้าไปเตรียมตัวลงทะเบียน&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอำนวยความสะดวกเนื่องจากอยู่ในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมนี้จัดติดต่อกันมาทุกปี&amp;nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;ทำให้ต้องงดจัดไปห้วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่เกิดโรคระบาด&amp;nbsp;ทำให้ประสบปัญหาเศรษฐกิจในวงการ&amp;nbsp;เนื่องจากนกเขาชวาตัวชนะเลิศตัวเสียงดี&amp;nbsp;ตัวมีชื่อเสียงจะมีราคาค่อยข้างสูง&amp;nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้นิยม&amp;nbsp;จึงได้ปรึกษาหารือกับชมรมใน&amp;nbsp;จชต.เห็นพ้องว่า&amp;nbsp;หากสามารถจัดได้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น&amp;nbsp;จึงได้จัดการแข่งขันขึ้น&amp;nbsp;แต่ปีนี้ไม่มีกลุ่มอาเซี่ยนเข้าร่วมเราจำกัด&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;มีผู้ติดตามได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จำกัดจำนวนนกที่&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัวเท่านั้น&amp;nbsp;และผู้ร่วมกิจกรรมต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305113801704</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แห่เที่ยวเกาะเต่าจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่คงมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแห่กันเดินทางมาเที่ยวยังเกาะเต่า&amp;nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ในช่วงเช้าที่ผ่านมากว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในรอบแรกตั้งแต่เช้าตรู่&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าจุดตรวจความปลอดภัยตรงท่าเทียบเรือก็มีมาตรการเข้มในการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ตามรูปแบบกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;แต่จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวยังคงเชื่อมั่น&amp;nbsp;ในการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางรำลึก&amp;nbsp;อัศวชิน&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในปัจจุบันจะมียอดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายอดการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยกลับให้ความสนใจกว่าในอดีต&amp;nbsp;จากปกติมีเพียงแค่&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ปัจจุบันเกาะเต่าเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไงมากขึ้น&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;และพบว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวนั้น&amp;nbsp;ต่างให้การสนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นกิจกรรมยอดฮิตของเกาะเต่า&amp;nbsp;อย่างการดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวไร้พลาสติก&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวของที่นี่&amp;nbsp;ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐอย่าง&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจะสร้างความเคยชิน&amp;nbsp;และสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงสภาพสวยงาม&amp;nbsp;ขณะเดียวกันภาคธุรกิจการท่องเที่ยวก็สามารถเดินหน้าต่อได้ถึงแม้จะประสบกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305121637723</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>วันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชม สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่สกายวอล์ก&amp;nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งคนในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และจากนอกพื้นที่&amp;nbsp;ต่างเดินทางมาท่องเที่ยวที่สกายวอล์ก&amp;nbsp;เพื่อชมความงามของทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;โดยนักท่องเที่ยวเดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด&amp;nbsp;บางรายก็ไปนอนพักค้างคืนอยู่ตามรีสอร์ตใกล้สกายวอล์ก&amp;nbsp;เพื่อที่จะได้ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน&amp;nbsp;ชมพระอาทิตย์ยามเช้า&amp;nbsp;และชมความงดงามของทะเลหมอก&amp;nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นหมอกขาวโพลนที่ลอยอยู่ตรงหน้า&amp;nbsp;และปกคลุมเต็มท้องฟ้าในยามเช้า&amp;nbsp;ในบรรยากาศลมเย็น&amp;nbsp;อุณหภูมิ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวต่างต้องการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก&amp;nbsp;และในช่วงสายหลังจากที่หมอกเริ่มจางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา&amp;nbsp;ผืนป่าฮาลา-บาลา&amp;nbsp;และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;ที่สวยงามไม่แพ้ทางภาคเหนือและมี&amp;nbsp;อากาศที่เย็นสบาย&amp;nbsp;ดังคำพูดที่ว่า&amp;nbsp;ถ้ามาเมืองเบตง&amp;nbsp;ไม่ได้กินไก่สับเบตง&amp;nbsp;ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงอำเภอเบตง&amp;nbsp;หากมาเที่ยวเบตง&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ไปเดินบนสกายวอล์ก&amp;nbsp;ชมทะเลหมอก&amp;nbsp;ก็ถือว่ามาไม่ถึงอำเภอเบตงใต้สุดแดนสยามเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยบนสกายวอล์ก&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการจัดระเบียบเว้นระยะห่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวดโดยผู้ที่เดินทางเข้ามายังบริเวณอาคารสกายวอล์ก&amp;nbsp;ต้องแสดงหลักฐานการลงทะเบียน&amp;nbsp;สแกน&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;(YALA&amp;nbsp;SAFE&amp;nbsp;ALERT)&amp;nbsp;พร้อมหลักฐานการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&amp;nbsp;ส่วนรถของนักท่องเที่ยวทุกชนิดต้องจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านหน้า&amp;nbsp;จากนั้นจะมีรถ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แถวคอยให้บริการ&amp;nbsp;ไป-กลับ&amp;nbsp;จากนั้นสามารถเดินเท้าระยะทาง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;หรือนักท่องเที่ยวสามารถจะใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างของชาวบ้านในพื้นที่เที่ยวละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมถึงต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าชมรอบละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่ละรอบจะห่างกันประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ตามบัตรคิวและที่จุดพักคอยก่อนเข้าในอาคาร&amp;nbsp;รองเท้าต้องฝากไว้ที่ล็อกเกอร์&amp;nbsp;หากไม่อยากถอดรองเท้านักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนถุงหุ้มรองเท้าของกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;อัยเยอร์เวงคู่ละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนที่เข้าไปในสกายวอล์ก&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะให้สวมสายรัดสีเขียวไว้ที่ข้อมือ&amp;nbsp;เพื่อไว้สแกนตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ที่ผ่าน&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงจำนวนคนที่อยู่ในสกายวอล์ก&amp;nbsp;ในแต่ละโซน&amp;nbsp;เพื่อลดความแออัด&amp;nbsp;และเป็นการป้องกันไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;สกายวอล์กตั้งอยู่บนเขาไมโครเวฟ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;2,038&amp;nbsp;ฟุต&amp;nbsp;ตัวอาคารเป็นโครงสร้างเหล็กสูง&amp;nbsp;45&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีบันไดสำหรับนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิว&amp;nbsp;และมีลิฟต์ให้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ&amp;nbsp;โดยไฮไลต์ของที่นี่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระเบียงทางเดิน&amp;nbsp;หรือสกายวอล์ก&amp;nbsp;ที่ยื่นออกไปจากฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความยาว&amp;nbsp;63&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ตรงปลายสกายวอล์ก&amp;nbsp;เป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใส&amp;nbsp;แทมเพอร์ลามิเนต&amp;nbsp;หนา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;ทนทาน&amp;nbsp;สามารถมองทะลุลงถึงพื้นด้านล่างที่เป็นหุบเหวและป่าไม้&amp;nbsp;บนนี้อากาศเย็นสบาย&amp;nbsp;ในอุณหภูมิเฉลี่ย&amp;nbsp;19-20&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;สามารถมองเห็นหมอกได้ถึง&amp;nbsp;360&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;และมีหมอกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305124036727</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>จ.หนองคาย บวงสรวงและวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;นำทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บวงสรวงดวงวิญญาณวีรชน&amp;nbsp;รำลึกวีรกรรมปราบกบฏฮ่อ&amp;nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปีเมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เช้าวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&amp;nbsp;นายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;องค์กรเอกชน&amp;nbsp;ประชาชนชาวหนองคาย&amp;nbsp;ประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;และวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งก่อนจะได้ประกอบพิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อองค์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ยังได้ประกอบพิธีสักการะศาลหลักเมือง&amp;nbsp;บวงสรวงพระบรมราชาอนุสาวรีย์&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และสักการะอนุสาวรีย์ปราบฮ่อองค์เดิมที่ตั้งอยู่ด้านข้าง&amp;nbsp;สภ.เมืองหนองคาย&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดหนองคายได้ร่วมกับส่วนราชการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ในจังหวัดหนองคายร่วมกันจัดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปีเมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นงานประเพณี&amp;nbsp;และเป็นงานประจำปีของจังหวัดหนองคายขึ้นในระหว่างต้นเดือนมีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชน&amp;nbsp;และรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรชนในการทำศึกสงครามปราบปรามกบฏฮ่อ&amp;nbsp;ซึ่งวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เป็นวันที่กองทัพไทยชนะศึกสงครามในครั้งนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการจัดหาทุนสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานเหล่ากาชาด&amp;nbsp;และจัดหาทุนเพื่อใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลของจังหวัดหนองคายที่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการจัดงานเพื่อให้ประชาชนได้ผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัด&amp;nbsp;งานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อฯ&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จึงได้มีการปรับรูปแบบในการจัดงาน&amp;nbsp;หลายอย่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จะไม่มีการแสดงแสงเสียงสงครามปราบฮ่อ&amp;nbsp;แต่จะใช้การเปิดวีดีทัศน์การแสดงแสงเสียงสงครามปราบฮ่อของปีก่อนหน้านี้ผ่านจอ&amp;nbsp;LED&amp;nbsp;ขนาดใหญ่แทน&amp;nbsp;โดยเปิดทุกวันตลอดการจัดงานฯ&amp;nbsp;ไม่จัดการแข่งขันกีฬา&amp;nbsp;และไม่มีการแสดงคอนเสิร์ต&amp;nbsp;ส่วนกิจกรรมที่จัดแต่มีการปรับให้เหมาะสมนั้น&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ/การรำบายศรีเมือง/การออกร้านของหน่วยงานราชการและเอกชน/การจำหน่ายสินค้าโอทอปและสินค้าจากโรงงาน/การออกร้านมัจฉากาชาด&amp;nbsp;และถนนอาหาร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะถนนอาหารจะมีการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผู้ประกอบการจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนฯ&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;มีการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เป็นระยะ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และผู้ที่เข้าไปรับประทานอาหารก็จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ลานเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;บริเวณโดยรอบของศาลากลางจังหวัดหนองคายหลังเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305124531728</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>พาณิชย์สุรินทร์ ลงพื้นที่ส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&amp;nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านแดง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลบึง&amp;nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้พบกับประธานกลุ่ม&amp;nbsp;นางสมใจ&amp;nbsp;ขันทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแดง&amp;nbsp;และสมาชิก&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จากอดีตปลูกผักไว้เพื่อบริโภค&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&amp;nbsp;จากที่จังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนทำให้สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือน&amp;nbsp;ผักอินทรีย์ที่ปลูก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;ต้นหอม&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&amp;nbsp;ตลาดชุมชน&amp;nbsp;ตลาดออนไลน์&amp;nbsp;มีการสั่งซื้อผ่านไลน์&amp;nbsp;เฟสบุ๊ค&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และได้ดำเนินการเชื่อมโยงทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับร้านอาหาร&amp;nbsp;ส่งผักให้กับร้านขนมจีน&amp;nbsp;ร้านก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp;ร้านราดหน้า&amp;nbsp;ร้านเนื้อย่าง&amp;nbsp;ในอำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของหมู่บ้าน&amp;nbsp;สภาพอากาศที่ร้อน&amp;nbsp;ผลผลิตๆ&amp;nbsp;ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ผักที่ผลิตไม่ทัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;เนื่องจากไม่ได้เตรียมวางแผนการผลิตที่ต่อเนื่อง&amp;nbsp;ยังขาดเครื่องทุ่นแรงในการบริหารจัดการระบบน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก&amp;nbsp;ขณะนี้กลุ่มกำลังจะดำเนินการขอจดวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และจะทำหลังคาสแลนด์กันแดดเพื่อให้สามารถปลูกผักได้ผลผลิตตลอดทั้งปี&amp;nbsp;สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์สัปดาห์ละ&amp;nbsp;400-1,200&amp;nbsp;บาทต่อคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305125256732</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>ปิดการแข่งขันนกเขาชวาเสียง เทศบาลนครยะลา (Sandbox) ครั้งที่ 36 รวมนก เข้าประชันเสียง 642 นก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;(Sandbox)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;36&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่สนามนกเขาสวนขวัญเมือง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ได้สิ้นสุดลงแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน&amp;nbsp;จับสลากมอบรางวัล&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ให้แก่ผู้โชคดีที่นำนกเข้าร่วมการแข่งขัน&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบรางวัลชนะเลิศนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;แก่เจ้าของนกที่ชนะการแข่งขันทุกประเภทเสียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีชาวชวาวงศ์ในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;และจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำนกเข้าร่วมการแข่งขันทุกประเภทเสียง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;642&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;เสียงใหญ่&amp;nbsp;61&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;เสียงกลาง&amp;nbsp;107&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;เสียงเล็ก&amp;nbsp;60&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;ดาวรุ่งรวมเสียง&amp;nbsp;183&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;และเบบี้&amp;nbsp;231&amp;nbsp;นก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยปกติในช่วงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลาโดยความร่วมมือจากจังหวัดยะลาและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ได้จัดให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน&amp;nbsp;โดยมีผู้เลี้ยงนกเขาชวาที่รู้จักกันในนาม&amp;nbsp;"ชาวชวาวงศ์"&amp;nbsp;ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน&amp;nbsp;ส่งนกเขาชวาเข้าแข่งขันไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;นกต่อปี&amp;nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่สามารถชื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องชวาวงศ์&amp;nbsp;และเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(Covid-19)&amp;nbsp;ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนซึ่งยังปิดประเทศอยู่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;สาธารณรัฐอินโดนีเซีย&amp;nbsp;ประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;และประเทศบรูไน&amp;nbsp;ไม่สามารถนำนกเดินทางเข้ามาแข่งขันได้&amp;nbsp;แต่เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูเมืองยะลาให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลาจึงได้จัดให้มี&amp;nbsp;"งานแข่งขันนกเขาชวาเสียงเทศบาลนครยะลา"&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยความร่วมมือกับจังหวัดยะลา&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสร้างสีสันเมืองยะลาให้มีชีวิตชีวา&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวการอนุรักษ์เผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น&amp;nbsp;และพัฒนาอาชีพการเลี้ยงนกเขาชวา&amp;nbsp;ตลอดจนยกระดับเศรษฐกิจและรายได้ของผู้เลี้ยงนกเขาชวาในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305133939741</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมพลัง 4 หน่วยงาน ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์ ครอบครัวหัวใจสีเขียว  มุ่งหวังขยายผลสู่ชุมชนเข้มแข็ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&amp;nbsp;ค่ายพระรามหก&amp;nbsp;อำเภอชะอำ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พลตำรวจโท&amp;nbsp;ประพันธ์&amp;nbsp;จันทร์เอม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ร่วมกับธนาคารออมสิน&amp;nbsp;บริษัทเอสซีจี&amp;nbsp;แพคเกจจิ้ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;การไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp;และธนาคารไทยพาณิชย์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;จัดกิจการเสริมสร้าง&amp;nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&amp;nbsp;มีครอบครัวเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจโท&amp;nbsp;ประพันธ์&amp;nbsp;จันทร์เอม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรและศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร&amp;nbsp;ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;(มอนส)&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;โครงการสานรัก&amp;nbsp;สานพลัง&amp;nbsp;ครอบครัวหัวใจสีเขียว&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้ความสำคัญต่อบทบาทของสถาบันครอบครัวเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ด้วยสถาบันครอบครัว&amp;nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านการดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;ใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า&amp;nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ดำเนินชีวิตด้วยวิถีพอเพียงและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้ทุกครอบครัวได้มีโอกาสเรียนรู้&amp;nbsp;สัมผัส&amp;nbsp;พบเห็น&amp;nbsp;และได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริง&amp;nbsp;นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;ทุกครอบครัวได้ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;เรียนรู้แนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจด้านการฟื้นฟูดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;กิจกรรมการทำตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;การทำกระถางประหยัดน้ำ&amp;nbsp;ปลูกต้นไม้และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;พายเรือศึกษาชมธรรมชาติ&amp;nbsp;และกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบสานตาลโตนด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนตาลลุงถนอม&amp;nbsp;กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยจุดประกายให้ทุกคน&amp;nbsp;หันมาสนใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สานต่อสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;พัฒนาชุมชนและสังคมให้ยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142603749</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>ผลการแข่งขันนกเขาชวา จชต.เสียงใหญ่ นกขื่อ โสร่ง จาก จ.ยะลา ได้ชนะเลิศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;จัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีนกเข้าร่วมแข่งขัน&amp;nbsp;642&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แข่งขันแยกประเภทเสียง&amp;nbsp;ผลปรากฏว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เสียงใหญ่&amp;nbsp;นกชนะเลิศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชื่อโสร่ง&amp;nbsp;ของนายมัง&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เถ้าแก่ปลา&amp;nbsp;ของนายอิสมาแอล&amp;nbsp;บินอาลี&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;3.โสร่ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของนายมัง&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภทเสียงกลาง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แซม&amp;nbsp;ซับ&amp;nbsp;ของนายอารง&amp;nbsp;โคกโพธิ์&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เพชรมังกร&amp;nbsp;ของนายแบแซ&amp;nbsp;แม่ลาน&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;มะแอ&amp;nbsp;บากาของนายมะแอ&amp;nbsp;บานา&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เสียงเล็ก&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;.ละอองเพชร&amp;nbsp;ของนายนาเซ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เพชรเมืองช้าง&amp;nbsp;ของนายพี่เหม่อ&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;บุเรงนอง&amp;nbsp;ของนายแวสาและ&amp;nbsp;แวดือรามัน&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เสียงเบบี้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1.&lt;/strong&gt;เด็กนาหม่อม&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;อ.วิชิต&amp;nbsp;อ.หาดใหญ่&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;สจ.&amp;nbsp;สายใจ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;สจ.ดีดี&amp;nbsp;ประจิน&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;3.YTNP&amp;nbsp;ของนายยี&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภท&amp;nbsp;ดาวรุ่ง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นกลีตุยง&amp;nbsp;นายเปาะซูปา&amp;nbsp;ตุยง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;มหามงคล&amp;nbsp;ของนายเอกเดช&amp;nbsp;สิงหรัตน์&amp;nbsp;กทม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และประเภทดาวรุ่งรวมเสียง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;เปเล&amp;nbsp;ของนายตรูลี&amp;nbsp;บุดี&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2.มังกรหยก&amp;nbsp;ของนายแบสลาม&amp;nbsp;ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;และที่&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;รุสกี&amp;nbsp;ของนายอาวี&amp;nbsp;กอเลาะ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305145030759</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>สีสัน แข่งนกกรงหัวจุก ส่งเสียงเชียร์ ลุ้นนก  มาตรการ Sandbox  สนุกสนาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ทางเทศบาลนครยะลาได้เปิดสนามศูนย์เยาวชนฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดการแข่งขันนกกรงหัวจุกประเภท&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ดอกรวม&amp;nbsp;(VIP)&amp;nbsp;กิจกรรมเสริม&amp;nbsp;ในการจัดแข่งขันนกเขาชวาเสียง&amp;nbsp;เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ตามมาตรการ&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งแรก&amp;nbsp;มีการจำกัดจำนวนนกที่เข้าร่วมแข่งขัน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงนกต้องฉีดวัคซีน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;รวมถึงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีบรรดาผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา/ปัตตานี/นราธิวาส/&amp;nbsp;รวมไปถึงเชียงราย/เชียงใหม่/กทม./นครศรีธรรมราช/พัทลุง&amp;nbsp;และอีกหลายๆ&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เดินทางนำนกกรงหัวจุก&amp;nbsp;มาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ทั้งเป็นกลุ่มมากันหลายคนนำนกมา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;รวมถึงที่มาคนเดียวนำนกมาร่วม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;โดยทุกคนต่างก็มั่นใจปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ของทางจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากที่ทางคณะกรรมการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เรียกเจ้าของนำนกขึ้นราวเปิดผ้าที่กรงนก&amp;nbsp;การแข่งขันก็ได้เริ่มต้นขึ้น&amp;nbsp;โดยมีเจ้าของนกคอยปรบมือเรียกชื่อนก&amp;nbsp;ส่งเสียงเชียร์ให้นกร้องแข่งกันอย่างสนุกสนาน&amp;nbsp;ช่วยสร้างสีสัน&amp;nbsp;บรรยากาศของความสุขของคนที่ชื่นชอบนกในพื้นที่ชายแดนใต้&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ทุกคนจะต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับโรคให้ได้&amp;nbsp;โดยมีมาตรการ&amp;nbsp;ส่วนตัวในการป้องกันตนเองที่เคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่กติกาการแข่งขันก็จะใช้ขันน้ำเป็นตัวจับเวลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามเวลามาตรฐานที่กำหนด&amp;nbsp;โดยนกก็จะต้องร้องเพลง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พยางค์&amp;nbsp;ชัดเจน&amp;nbsp;ถึงจะได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ดอก&amp;nbsp;โดยผู้ชนะเลิศการแข่งขัน&amp;nbsp;ก็จะได้รับเงินรางวัล&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศไปครอง&amp;nbsp;ส่วนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก็จะได้รับ&amp;nbsp;เงินรางวัล&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&amp;nbsp;และที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เงินรางวัล&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&amp;nbsp;รวมทั้งรางวัลอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดแข่งขันครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการส่งเสริมประเพณี&amp;nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมไปถึงเสริมสร้างความสามัคคี&amp;nbsp;สมานฉันท์&amp;nbsp;ให้กับประชาชนจากทุกพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิศาล&amp;nbsp;จิรภาธงพันธ์&amp;nbsp;เลขานุการนายกเทศมนตรีนครยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานจัดการแข่งขัน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ในปีนี้เดิมได้กำหนดจัดการแข่งขัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65&amp;nbsp;แต่สถานการณ์โควิดโอมิครอนน่ากังวล&amp;nbsp;กรรมการวันพรุ่งนี้ที่จะมีการแข่งขัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ดอก&amp;nbsp;ดาวรุ่ง&amp;nbsp;บัตร&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเทศบาลได้เชิญไว้&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ปัญหาครึ่งหนึ่งกรรมการตัดสินบางส่วนเป็นโควิด&amp;nbsp;บางส่วนเสี่ยงสูงต้องกักตัว&amp;nbsp;ก็เลยได้ยกเลิกการแข่งขันไป&amp;nbsp;เหลือวันเดียว&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ดอกรวม&amp;nbsp;(VIP)&amp;nbsp;บัตรละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กำหนดไว้ที่&amp;nbsp;82&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;แต่มีนกเข้าร่วม&amp;nbsp;138&amp;nbsp;นก&amp;nbsp;ส่วนมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp;ก็ใช้ขั้นสูงสุดตามที่&amp;nbsp;ศบค.จังหวัดกำหนด&amp;nbsp;กรรมการตัดสิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ล่วงหน้า&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงมายืนยัน&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมสวมใส่แมส&amp;nbsp;เว้นระยะห่าง&amp;nbsp;เดิมมีการกั้นรั้วเชียร์นก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ปีนี้ก็ได้กั้นไว้ถึง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมตรเพื่อป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305150516762</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>ชาวบ้านท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เชื่อมั่นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านท่าฉัตรไชย&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เชื่อมั่นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;จะยิ่งทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตแข็งแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมพร&amp;nbsp;แทนสกุล&amp;nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนบ้านท่าฉัตรไชย&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;ครม.ได้อนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชย&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;ในเนื้อที่&amp;nbsp;141&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ตาราง&amp;nbsp;ในวงเงินลงทุน&amp;nbsp;1,411&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2566-2569&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์&amp;nbsp;ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาตินั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านในพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชย&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีความยินดีและดีใจอย่างมาก&amp;nbsp;เพราะนั้นจะทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่สามารถพึงพาตนเองได้&amp;nbsp;เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงให้กับชุมชน&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่สามารถก้าวทันโลกการท่องเที่ยวในอนาคต&amp;nbsp;โดยไม่ยึดการท่องเที่ยวในรูปแบบ&amp;nbsp;Sea&amp;nbsp;Sand&amp;nbsp;Sun&amp;nbsp;เพียงอย่างเดียว&amp;nbsp;เพราะแนวการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่นิยมและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างมากในช่วงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หากโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;โดยการสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์แบบครบวงจร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305190439826</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>รองนายกฯ และรมว.พณ. เปิดตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437 ที่จ.สุโขทัย ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดตลาดต้องชม&amp;nbsp;ตลาดริมยม&amp;nbsp;2437&amp;nbsp;ที่อำเภอกงไกรลาศ&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;พร้อมปล่อยขบวนคาราวานมะม่วง&amp;nbsp;ออกไปจำหน่าย&amp;nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"รีบอร์น&amp;nbsp;ตลาดต้องชม&amp;nbsp;ตลาดริมยม&amp;nbsp;2437"&amp;nbsp;และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;สตรีทอาร์ท&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เกาะกงโฮมสเตย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าวัดกงไกรลาศ&amp;nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;เพื่อเปิดตลาดริมยม&amp;nbsp;2437&amp;nbsp;ขึ้นมาใหม่&amp;nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ต้องปิดตลาดไประยะเวลาหนึ่ง&amp;nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนให้คนในชุมชนและเทศบาลตำบลกงไกรลาศ&amp;nbsp;จัดตั้งกลุ่มตลาด&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว&amp;nbsp;เน้นให้เป็นศูนย์รวมอาหารโบราณ&amp;nbsp;สตรีทอาร์ท&amp;nbsp;และการแต่งตัวย้อนยุคของพ่อค้าแม่ค้าในสมัย&amp;nbsp;พ.ศ.2437&amp;nbsp;เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นตลาดโบราณที่เสน่ห์อีกแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;โดยมีพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนและเทศบาลตำบลกงไกรลาศ&amp;nbsp;นำอาหารสูตรโบราณที่ขึ้นชื่อของชุมชนมาจำหน่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ขนมผิง&amp;nbsp;ทองม้วน&amp;nbsp;ผัดไทย&amp;nbsp;น้ำปลา&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;และรถบรรทุกขายอาหาร&amp;nbsp;(Foog&amp;nbsp;Truck)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;พร้อมการแสดงศิลปพื้นบ้าน&amp;nbsp;และกลุ่มภาพวาดเด็กนักเรียน&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแบบโบราณและร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก&amp;nbsp;โดยตลาดต้องชม&amp;nbsp;ตลาดริมยม&amp;nbsp;2437&amp;nbsp;จะเปิดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือน&amp;nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนให้ชม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสร้างงานสร้างรายให้กับชุมชน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ปล่อยขบวนราคาวานมะม่วงในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;และใกล้เคียง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ออกไปจำหน่าย&amp;nbsp;ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305202921844</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ พิจิตร เปิดกิจกรรม ดนตรีเพื่อประชาชนและถนนคนเดินปีที่ 9 กระตุ้นเศรษฐกิจถนนคนเดินบางขี้นาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายไพบูลย์&amp;nbsp;ณะบุตรจอม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนายนิเวศน์&amp;nbsp;น้อยอ่ำ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองบางมูลนาก&amp;nbsp;ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมดนตรีเพื่อประชาชนและถนนคนเดินปีที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณถนนคนเดินบางขี้นาก&amp;nbsp;อำเภอบางมูลนาก&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในงานมีการแสดงรำวงย้อนยุคของคนในชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;และจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นสถานที่คนในท้องถิ่น&amp;nbsp;หรือผู้มาเยือนจากต่างถิ่นเข้ามาจับจ่ายใช้สอย&amp;nbsp;สัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิต&amp;nbsp;และขนบธรรมเนียมของถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถนนคนเดินบางขี้นาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กำหนดจัดขึ้นทุกเย็นวันเสาร์&amp;nbsp;บริเวด้านหลังที่ว่าการอำเภอบางมูลนาก&amp;nbsp;โดยจะเริ่มเปิดขายตั้งแต่&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิจิตร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305220540848</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>จังหวัดหนองคาย เปิดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อฯและรำบายศรีเมือง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดหนองคายจัดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางรำจำนวน&amp;nbsp;295&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมรำบายศรีเมือง&amp;nbsp;พร้อมเปิดการแสดงแสงเสียงตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เย็นวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย,&amp;nbsp;นางวารุณี&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคเอกชนได้ร่วมเปิดร้านมัจฉากาชาด&amp;nbsp;โดยการเทหลอดมัจฉากาชาดลงบ่อมัจฉากาชาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีการตักมัจฉาลุ้นของรางวัล&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รถจักรยาน&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;และรางวัลอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;รายได้มอบให้กับกาชาดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;เพื่อใช้ในกิจการสาธารณะกุศลภายในจังหวัดหนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นนายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ก่อนจะมีการประกอบพิธีบายศรีเมือง&amp;nbsp;โดยพิธีพราหมณ์&amp;nbsp;ตามด้วยการรำบายศรีเมืองของชาวหนองคาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;295&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่มีการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;โดยผู้ที่ร่วมรำบายศรีเมือง&amp;nbsp;มีการแต่งกายงดงาม&amp;nbsp;ฟ้อนรำประกอบเพลงบายศรีเมืองอย่างสวยงาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้นายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ&amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมี&amp;nbsp;195&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมืองหนองคาย&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ที่จัดขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ซื้อสินค้าราคาถูกที่เหมาะสมกับสภาพค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;สามารถลดรายจ่ายของครอบครัวได้&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าฯ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;92&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บูธ/ผู้ผลิตและผู้ประกอบการต่างจังหวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บูธ/ส่วนราชการ/ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการอื่นๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บูธ/และร้าน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;MART&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บูธ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305230929850</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437 ที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย พร้อมปล่อยขบวนรถคาราวานมะม่วง ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิด&amp;nbsp;ตลาดต้องชม&amp;nbsp;ตลาดริมยม&amp;nbsp;2437&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าวัดกงไกรลาศ&amp;nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุน&amp;nbsp;โดยมีรูปแบบการจัดสถานที่และการแต่งกายของผู้ประกอบการแบบย้อนยุคในสมัย&amp;nbsp;พ.ศ.2437&amp;nbsp;เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นตลาดโบราณที่มีเสน่ห์&amp;nbsp;พร้อมการแสดงศิลปพื้นบ้าน&amp;nbsp;ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทั้งแบบโบราณและร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก&amp;nbsp;โดยเปิดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือน&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;นั่งคอกหมู&amp;nbsp;ชิมขนม&amp;nbsp;กินปลาน้ำยม&amp;nbsp;ชมวิถีชีวิตคนกงไกรลาศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้เป็นประธานปล่อยคาราวานรถบรรทุกมะม่วง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดสุโขทัยรวมกันจำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ไปร่วมจำหน่ายในโครงการรถโมบายพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรกระจายออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สวท.สุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305231218851</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>อนุทิน หนุน สุรินทร์เป็นจังหวัดแรก เปลี่ยนโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น หวังฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่ ย้ำฉีดวัคซีนสำคัญช่วยลดความรุนแรงของโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จัดการสัมนาเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเปิดประเทศตามโครงการ&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน(ไทย-กัมพูชา)&amp;nbsp;โดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวเปิดงานและพบปะส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และนักธุรกิจชาวจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ทองธารินทร์&amp;nbsp;ตำบลในเมือง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จ&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;โดยระบุว่าจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีการค้าชายแดนที่สำคัญ&amp;nbsp;เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่&amp;nbsp;และประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เพื่อหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;วิธีการคือ&amp;nbsp;ต้องเร่งฉีดเข็มบูสเตอร์&amp;nbsp;และมีการคัดกรองชาวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย&amp;nbsp;พยายามเปิดช่องให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย&amp;nbsp;และต้องเข้าใจโรคด้วย&amp;nbsp;พร้อมเน่นย้ำว่า&amp;nbsp;เรื่องการฉีดวัคซีนนั้นสำคัญมาก&amp;nbsp;เพราะช่วยลดความรุนแรงของโรค&amp;nbsp;ลดอัตราการเสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;ก็ต้องรณรงค์ให้มารับวัคซีน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อฉีดได้ครอบคลุม&amp;nbsp;ต้องกล้าผ่อนคลายมาตรการ&amp;nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;วางเป้าว่า&amp;nbsp;จะเป็นจังหวัดแรกที่เปลี่ยนโควิด-19&amp;nbsp;ให้เป็นโรคประจำถิ่น&amp;nbsp;ถือว่าเป็นการนำร่องการผ่อนคลายมาตรการให้โควิดเป็น&amp;nbsp;Endamic&amp;nbsp;เราก็พร้อมสนับสนุนท่าน&amp;nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้&amp;nbsp;ทุกวันนี้เราได้พัฒนาระบบสุขภาพในจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้ให้เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง&amp;nbsp;และนโยบาย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทรักษาทุกที่ก็เดินหน้าแล้ว&amp;nbsp;ผู้ป่วยโรคไต&amp;nbsp;ได้ฟอกไตฟรี&amp;nbsp;ช่วยลดภาระประชาชน&amp;nbsp;โรงพยาบาลสุรินทร์&amp;nbsp;นับว่า&amp;nbsp;มีความพร้อมในการดูแลประชาชน&amp;nbsp;ปัจจุบันเราใช้นโยบาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมอ&amp;nbsp;เข้าถึงผู้ป่วยมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุทินกล่าว่า&lt;/strong&gt;ในฐานะที่รับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ซึ่งมีโอกาสได้ดูแลสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;มองจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพและจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนพัฒนาอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเมืองสู่อาเซียน&amp;nbsp;เราต้องปรับเปลี่ยนเตรียมความพร้อมด้านระบบการบริการสุขภาพทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;ป้องกันโรค&amp;nbsp;การรักษาพยาบาล&amp;nbsp;และการฟื้นฟูสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่องานสาธารณสุขในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในเรื่องการคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เดินหน้าโครงการการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวง(MR3)&amp;nbsp;เส้นทางระหว่างด่านช่องจอม&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ด่านบึงกาฬ&amp;nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;470&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เลน&amp;nbsp;นับเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่จะเปิดประตูสู่อาเซียน&amp;nbsp;การเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;และลาว&amp;nbsp;โดยเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;เมื่อทำสำเร็จจะเกิดประโยชน์มาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนว่า&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นรายได้หลักของประเทศ&amp;nbsp;เราจำเป็นต้องช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;พัฒนาสุรินทร์&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก&amp;nbsp;ผมทราบว่า&amp;nbsp;ที่สุดในโลกอยู่ที่สุรินทร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช้างเลี้ยงมากที่สุดในโลก&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิอร่อยที่สุดในโลก&amp;nbsp;ปราสาทเก่าแก่ที่สุดในโลก&amp;nbsp;คือที่&amp;nbsp;ปราสาทภูมิโปน&amp;nbsp;เราต้องหาทางนำจุดแข็งตรงนี้&amp;nbsp;มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้พี่น้องชาวสุรินทร์ให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306000115853</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>เคบับม้วนตุรกี เมนูสุขภาพ สุดอร่อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เคบับอาหารไสต์อาหรับเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;พลิกชีวิต&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;รายได้&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบตกงานจากโควิด&amp;nbsp;กลายเป็นเจ้าของร้านตุรกียะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เคบับ&amp;nbsp;อาหารในแถบอาหรับ&amp;nbsp;ที่กำลังฮิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น&amp;nbsp;รวมไปถึงผู้ใหญ่&amp;nbsp;ในช่วงนี้ก็เห็นจะเป็นเคบับ&amp;nbsp;โดยทุกๆ&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ที่ร้านเคบับตุรกี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยื้องตลาดประชาชื่นยะลา&amp;nbsp;ก็จะเห็นลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งซื้อเคบับกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าประจำ&amp;nbsp;หรือลูกค้าใหม่ๆ&amp;nbsp;ที่เพิ่งมาทานครั้งแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยได้ลิ้มลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยบอกว่าลองแวะดูผ่านทุกวันเห็นลูกค้าเยอะ&amp;nbsp;เมนูก็น่าทาน&amp;nbsp;ข้าวหมก&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;น่ากินทุกอย่าง&amp;nbsp;เคบับก็รู้จัก&amp;nbsp;วัยรุ่นฮิตทานกันเยอะช่วงนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับเคบับที่นี่จะมีทั้งเนื้อ&amp;nbsp;และไก่&amp;nbsp;ลูกเล็ก&amp;nbsp;ลูกใหญ่&amp;nbsp;ราคาย่อมเยาให้เลือก&amp;nbsp;แล้วแต่ความชอบของลูกค้า&amp;nbsp;จะซื้อไปทานที่บ้าน&amp;nbsp;หรือนั่งในร้านทานกันร้อนๆ&amp;nbsp;ก็ได้&amp;nbsp;ซึ่งทางร้านได้ตกแต่งจำลองร้านสไตล์&amp;nbsp;ตุรกีมี&amp;nbsp;มีวิว&amp;nbsp;เป็นบอลลูนไว้ให้นั่ง&amp;nbsp;ได้ถ่ายรูป&amp;nbsp;นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านในเมืองยะลา&amp;nbsp;ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอารีนา&amp;nbsp;นิละ&amp;nbsp;เจ้าของร้านตุรกี&amp;nbsp;ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ล่าถึงจุดเริ่มต้น&amp;nbsp;ที่ได้มาเปิดร้าน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เดิมเป็นคนยะลา&amp;nbsp;เรียนที่พัฒนาได้ทุนไปเรียนอินโด&amp;nbsp;กลับมาก็ไปทำงานที่กระบี่&amp;nbsp;พอสถานการณ์โควิดระบาดรอบแรก&amp;nbsp;ก็ได้กลับมาหางานทำที่ยะลา&amp;nbsp;พอสมัครงานไปไม่มีที่ไหนเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบมาก&amp;nbsp;เพราะเราทำงานท่องเที่ยวโดยตรง&amp;nbsp;ก็เลยเห็นว่าตลาดประชาชื่น&amp;nbsp;ทำเลดี&amp;nbsp;ว่างพอดี&amp;nbsp;และยังไม่มีอาหารแนวอินเตอร์มาขาย&amp;nbsp;ก็เลยได้นำเคบับ&amp;nbsp;ที่น่าสนใจมาขายดู&amp;nbsp;พอนึกถึงเคบับ&amp;nbsp;ก็นึกถึงประเทศตุรกี&amp;nbsp;ก็เลยได้ตั้งชื่อร้านเป็นตุรกีในยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาหารของทางร้าน&amp;nbsp;ก็จะมีเคบับ&amp;nbsp;ข้าวหมกแนวอาหรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยากนำเสนอเมนูแนวตะวันตก&amp;nbsp;แนวอาหรับตุรกี&amp;nbsp;ให้คนยะลาได้ลิ้มลอง&amp;nbsp;เปิดมาได้ปีครึ่ง&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นที่ร้านเคบับเล็กๆ&amp;nbsp;ตกงานมาทุนน้อย&amp;nbsp;ก็ค่อยๆ&amp;nbsp;ขยับขยายมา&amp;nbsp;ชาวยะลาค่อนข้างสนใจ&amp;nbsp;ตอบรับดี&amp;nbsp;อาหารสไตล์นี้&amp;nbsp;ไม่ค่อยมีในยะลา&amp;nbsp;เราเองก็ขยันโพส&amp;nbsp;ของอร่อยเมืองยะลาทุกวัน&amp;nbsp;ผู้คนก็รู้จักจากการโพสโปรโมท&amp;nbsp;และมีลูกค้าเดิมมาอุดหนุน&amp;nbsp;บอกต่อด้วยตั้งแต่ลูกค้าเริ่มแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็จะเป็นเคบับม้วน&amp;nbsp;ใช้เนื้อจากเตา&amp;nbsp;Doner&amp;nbsp;มีเนื้อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เตา&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เตา&amp;nbsp;ย่างและ&amp;nbsp;แล่ส่วนที่สุกเกรียมจากผิวด้านนอกสุด&amp;nbsp;เอามาห่อกับแป้งม้วน&amp;nbsp;หอมๆ&amp;nbsp;ราดซอส&amp;nbsp;ให้ลูกค้าทาน&amp;nbsp;สูตรของเราจะมีเพื่อนเป็นเชฟตุรกีมาสอนให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งซิกเนเจอร์&amp;nbsp;นี้ก็จะเน้นรสชาติเนื้อหอมเครื่องเทศตุรกีที่โดดเด่น&amp;nbsp;ซอสที่เป็นโยเกิร์ตเหลวที่หอมหวาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลิตสดใหม่ทุกวัน&amp;nbsp;คู่กับผักด้วย&amp;nbsp;จะเป็นอาหารเหมือนสตรีทฟู้ด&amp;nbsp;ดีต่อสุขภาพคนทาน&amp;nbsp;ราคาย่อมเยา&amp;nbsp;เริ่มต้นชิ้นเล็กกะบับไก่&amp;nbsp;39&amp;nbsp;เนื้อ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกจากนี้ก็มี&amp;nbsp;เมนูอีกมากมาย&amp;nbsp;ซึ่งสามารถตอบโจทย์คนในพื้นที่&amp;nbsp;ขนมปังอาหรับ&amp;nbsp;ข้าวหมกบิรยานี&amp;nbsp;นำเข้าข้าวสารพรีเมี่ยม&amp;nbsp;บิรยานี&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;เนื้อ&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;ราคาเริ่มต้นไก่&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื้อ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในส่วนของรายได้นั้น&amp;nbsp;ทางเจ้าของร้านบอกว่า&amp;nbsp;ทางร้านตอนนี้ขายเคบับได้วันละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ก็จะ&amp;nbsp;แบ่งปันรายได้ให้ครอบครัว&amp;nbsp;ญาติที่ตกงานจากโควิด&amp;nbsp;ที่มาจากกระบี่ได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวด้วย&amp;nbsp;คงเหลือประมาณวันละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ก็จะเป็นรายได้ของเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฝากชาวยะลา&amp;nbsp;ทางร้านได้นำเสนออาหารแนวอินเตอร์รูปแบบแปลกใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สตรีทฟู้ด&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อผู้ทานเมนูอาหารแนวนี้อยากให้ทุกคนมาลองทานกันเยอะๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะได้ช่วยสนับสนุนผู้ตกงานจากผลกระทบโควิดมาตั้งหลักที่บ้าน&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่สนใจอยากมาทานที่ร้านตุรกี&amp;nbsp;ก็จะอยู่ตรงข้ามตลาดประชาชื่นยะลา&amp;nbsp;หรือติดต่อสอบถามมาได้ที่เพจตุรกีอินยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306084254855</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>ลำปาง จัดงาน เทศกาลดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี้ยง ครั้งที่ 21 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบนพื้นที่สูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมกับอำเภอเมืองปาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;องค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;SCG&amp;nbsp;และชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง&amp;nbsp;จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เทศกาลดอกเสี้ยวบานบ้านป่าเหมี้ยง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหมู่บ้านป่าเหมี้ยง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลแจ้ซ้อน&amp;nbsp;อำเภอเมืองปาน&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความรู้สึกรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;ประเพณี&amp;nbsp;วิถีชีวิต&amp;nbsp;ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;สำหรับพิธีเปิดงานในช่วงเย็น&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีนางสาวตวงรัตน์&amp;nbsp;โล่ห์สุนทร&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนพรัตน์&amp;nbsp;รักษ์ไพรสาณฑ์&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองปาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;องค์ภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และประชาชนร่วมพิธี&amp;nbsp;พร้อมชมการแสดงผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP/สินค้าชุมชน&amp;nbsp;และนิทรรศการภายในบริเวณงาน&amp;nbsp;การรับประทานอาหารเย็น&amp;nbsp;(แบบขันโตก)&amp;nbsp;พร้อมชมดนตรีโฟล์คซอง&amp;nbsp;และดนตรีจากวงเดอะสะล้อ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ตลอดการจัดงานมีการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ของดีบ้านป่าเหมี้ยงและอำเภอเมืองปาน&amp;nbsp;นิทรรศการการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;การแสดงดนตรีพื้นเมือง&amp;nbsp;และการแสดงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306095648866</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>องคมนตรี ทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ศาลเจ้าพ่อแก้ว&amp;nbsp;อำเภอบางมูลนาก&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม&amp;nbsp;วัฒนชัย&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;พร้อมคุณหญิงรัชนีวรรณ&amp;nbsp;วัฒนชัย&amp;nbsp;ภรรยา&amp;nbsp;ทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ&amp;nbsp;ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&amp;nbsp;และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&amp;nbsp;โดยมีนายไพบูลย์&amp;nbsp;ณะบุตรจอม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;คณะสงฆ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ประชาชนชาวบางมูลนากเข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะ&amp;nbsp;ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาประวัติความเป็นมา&amp;nbsp;บ้านเกิดเมืองนอน&amp;nbsp;ประวัติศาสตร์ของชาวบางมูลนาก&amp;nbsp;นำมรดกความทรงจำวิถีชีวิตของบางมูลนาก&amp;nbsp;พร้อมทั้งปรับพื้นที่&amp;nbsp;ตลาดฟื้นอดีตตลาดบางมูลนาก&amp;nbsp;ให้ที่เรียนรู้&amp;nbsp;สำหรับผู้สูงวัยและเด็กได้พบปะพูดคุย&amp;nbsp;ได้ขายสินค้า&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมวัฒนธรรมของชาวบางมูลนาก&amp;nbsp;และเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้กับชาวบางมูลนากได้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยยอดทอดผ้าป่าสมทบทุนบูรณะฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,446,485.99&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และร่วมเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;ความทรงจำร่วมของชาวบางมูลนาก&amp;nbsp;ถึงตลาดฟื้นอดีตบางมูลนาก&amp;nbsp;ความทรงจำ&amp;nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่&amp;nbsp;แหล่งเศรษฐกิจจากอดีตจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;โดยมูลนิธิแก้วคุ้มครองเข้ามาพัฒนาพื้นที่ร่วมกับเจ้าของบ้านเก่าในชุมชน&amp;nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิจิตร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306100846867</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรีเปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยานชวนปั่นกินลม ชมนาเกลือล้อเกลียวคลื่นชื่นมื่นทิวทัศน์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวมิ่งขวัญ&amp;nbsp;บุญโภคัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน&amp;nbsp;นักปั่นจักรยาน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือจะช่วยการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&amp;nbsp;(Sport&amp;nbsp;Tourism)&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ที่สำคัญได้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยวและเพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมรับกลิ่นไอลมทะเล&amp;nbsp;อย่างสดชื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดตั้งต้นโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้ทั้งการร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ปล่อยปลา&amp;nbsp;ปล่อยหมึก&amp;nbsp;ชมการสาธิตการเลี้ยงและเพาะพันธ์ปลาหลากชนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น&amp;nbsp;และเรียนรู้แหล่งเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&amp;nbsp;มีทั้งดอกเกลือ&amp;nbsp;ดีเกลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกลือหวาน&amp;nbsp;เกลือจืด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชวนมาปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้อเกลียวคลื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชื่นมื่นทิวทัศน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาท่องบรรยากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้างทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์&amp;nbsp;ท่ามกลางถนนสายเกลือ&amp;nbsp;วัดวาอารามที่เป็นความเชื่อและความศรัทธา&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมตำนานเรื่องเล่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมสักการะ&amp;nbsp;หลวงพ่อทอง&amp;nbsp;วัดเขาตะเครา&amp;nbsp;วัดในกลาง&amp;nbsp;และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;และพระราชมารดาของพระองค์ท่าน&amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า&amp;nbsp;แม่นกเอี้ยงรวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูนก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชมวาฬบรูด้า&amp;nbsp;หาดทรายเม็ดแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปเยือนบ้านแหลม&amp;nbsp;เหมือนสร้างโอกาสให้ชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับความรู้ที่น่าสนใจจากโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย&amp;nbsp;,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;(รางวัลกินรี)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306141229926</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ  ปั่นกินลม ชมนาเกลือ กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้สู่ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นางสาวมิ่งขวัญ&amp;nbsp;บุญโภคัย&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;นักปั่นจักรยาน&amp;nbsp;และเยาวชน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&amp;nbsp;(Sport&amp;nbsp;Tourism)&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกำลังกายเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ให้ความสำคัญกับแหล่งท่องเที่ยวที่นักปั่น&amp;nbsp;ได้เพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้างทาง&amp;nbsp;และร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งท้องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามและมีสถานที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการกีฬา&amp;nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;เพชรบุรีมียอดผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;กิจกรรมนี้&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ทำงานเป็นทีม&amp;nbsp;การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี&amp;nbsp;มีระเบียบวินัย&amp;nbsp;รู้หน้าที่&amp;nbsp;มีความรับผิดชอบ&amp;nbsp;มีน้ำใจนักกีฬา&amp;nbsp;รู้รักสามัคคี&amp;nbsp;และเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&amp;nbsp;ชมแหล่งผลิตเกลือ&amp;nbsp;ประมงทะเล&amp;nbsp;เรียนรู้วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;จะกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีและสร้างการรับรู้ด้านแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงกีฬาของอำเภอบ้านแหลมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121422889</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬยังคงคึกคัก หลังปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นวันละ 700 คน และยังต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน QueQ เช่นเดิม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บรรยากาศในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมถ้ำนาคา&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูลังกาอย่างคึกคัก&amp;nbsp;หลังจากเมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกาได้ปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมถ้ำนาคาเป็น&amp;nbsp;700&amp;nbsp;คนต่อวัน&amp;nbsp;และยังคงต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;QueQ&amp;nbsp;เช่นเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในเช้าวันนี้นักท่องเที่ยวยังคงต่อคิวเพื่อรอขึ้นชมถ้ำนาคาตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06:00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&amp;nbsp;ในขณะนี้คือ&amp;nbsp;ผู้ที่ทำการจองคิวจะต้องกรอกชื่อ-นามสกุล&amp;nbsp;ให้ตรงกับบุคคลที่จะเดินทางมาจริง&amp;nbsp;ไม่สามารถขึ้นแทนกันได้&amp;nbsp;และจะต้องมีผลการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ครบตามเกณฑ์ที่&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;กำหนด&amp;nbsp;นอกจากนี้จะต้องมีผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หรือตรวจด้วย&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;จากสถานพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง&amp;nbsp;ซึ่งหากผู้ที่จองคิวได้แต่ยังไม่มีผลการตรวจดังกล่าว&amp;nbsp;สามารถรับการตรวจได้ที่จุดคัดกรอง&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;ก่อนเข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สวท.บึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121547890</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>ช้อปฟิน ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ขยายตลาดสู่ช่องทางออนไลน์ มอบโค้ดส่วนลดพิเศษ 15% ถึงวันที่ 10 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทศพล&amp;nbsp;ทังสุบุตร&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;SMART&amp;nbsp;LOCAL&amp;nbsp;SHOP&amp;nbsp;by&amp;nbsp;DBD&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้างโลตัส&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคตามการดำเนินชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;โดยประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;Shopee&amp;nbsp;จัดแคมเปญ&amp;nbsp;ช้อปฟิน&amp;nbsp;ของเด่นพื้นที่&amp;nbsp;ของดีพื้นถิ่น&amp;nbsp;คัดสรรร้านค้าชุมชนกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;สินค้ารวมกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ของใช้&amp;nbsp;ของตกแต่ง&amp;nbsp;เครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&amp;nbsp;พร้อมรับส่วนลดพิเศษ&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;เพียงกรอก&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;LOCAL15&amp;nbsp;ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Shopee&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประชาชนสามารถร่วมอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการของชุมชนไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สินค้าคุณภาพดี&amp;nbsp;ในราคาพิเศษ&amp;nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&amp;nbsp;Shopee&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140858921</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>เร่งยกระดับอุตสาหกรรมไทย ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่ สร้างโอกาสการลงทุนสู่ตลาดโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองชัย&amp;nbsp;ชวลิตพิเชฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม&amp;nbsp;(สศอ.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สศอ.&amp;nbsp;ดำเนินโครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่&amp;nbsp;เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย&amp;nbsp;สอดคล้องแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างและรูปแบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ผลผลิตจากภาคการเกษตรเป็นวัตถุดิบตั้งต้นการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะพืชที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยสร้างให้เกิดความเชื่อมโยงของกระบวนการผลิตที่จำเป็นต่อการเพิ่มผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ระยะยาว&amp;nbsp;ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้งหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมูลค่าผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่ในตลาดโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดการณ์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&amp;nbsp;9.41&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่มีมูลค่า&amp;nbsp;670,840&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;คาดว่าผลิตภัณฑ์ไบโอรีไฟเนอรี่จะมีมูลค่าสูงถึง&amp;nbsp;1,734,510&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของมูลค่าตลาดเทคโนโลยีการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรี่&amp;nbsp;ที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&amp;nbsp;10.43&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ในช่วงดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306140637918</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ในเดือนมีนาคม 2565 แนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;กิมาวหา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;และมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล&amp;nbsp;รวมถึงมาตรการควบคุมการป้องกันการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่&amp;nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ&amp;nbsp;ราคาสูงสุด&amp;nbsp;11,850&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก&amp;nbsp;ราคาสูงสุด&amp;nbsp;13.45&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;9.02&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;2.37&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;9.02&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ยางพาราแผ่นดิบชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;57.45&amp;nbsp;บาท/กก.และสุกร&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;96.89&amp;nbsp;บาท/กก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับลดลงในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับข้าวของเวียดนามออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงกลางเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เช่นเดียวกับ&amp;nbsp;กุ้งขาวแวนนาไมและโคเนื้อ&amp;nbsp;ที่ความต้องการบริโภคในประเทศปรับลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306141401929</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี เปิดทางท่องเที่ยวสายจักรยาน ชวนปั่นกินลม ชมนาเกลือ ล้อเกลียวคลื่น  ชื่นมื่นทิวทัศน์ ท่องบรรยากาศ 2 ข้างทาง เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาวมิ่งขวัญ&amp;nbsp;บุญโภคัย&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;นักปั่นจักรยาน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือจะช่วยการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเพชรบุรี&amp;nbsp;สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&amp;nbsp;(Sport&amp;nbsp;Tourism)&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;แต่ที่สำคัญได้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเพลิดเพลินจากการปั่นชมทัศนียภาพ&amp;nbsp;พร้อมรับกลิ่นไอลมทะเลอย่างสดชื่น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดตั้งต้นโครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้ทั้งการร่วมอนุรักษ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ปล่อยปลา&amp;nbsp;ปล่อยหมึก&amp;nbsp;ชมการสาธิตการเลี้ยง&amp;nbsp;และเพาะพันธุ์ปลาหลากชนิด&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น&amp;nbsp;และเรียนรู้แหล่งเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ&amp;nbsp;มีทั้งดอกเกลือ&amp;nbsp;ดีเกลือ&amp;nbsp;เกลือหวาน&amp;nbsp;เกลือจืด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเปิดทางท่องเที่ยว&amp;nbsp;สายจักรยาน&amp;nbsp;ชวนมาปั่นกินลม&amp;nbsp;ชมนาเกลือ&amp;nbsp;ล้อเกลียวคลื่น&amp;nbsp;ชื่นมื่นทิวทัศน์&amp;nbsp;มาท่องบรรยากาศ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้างทาง&amp;nbsp;เที่ยวอย่างหรรษารื่นรมย์&amp;nbsp;ท่ามกลางถนนสายเกลือ&amp;nbsp;วัดวาอารามที่เป็นความเชื่อและความศรัทธา&amp;nbsp;พร้อมตำนานเรื่องเล่าและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์&amp;nbsp;ร่วมสักการะ&amp;nbsp;หลวงพ่อทอง&amp;nbsp;วัดเขาตะเครา&amp;nbsp;วัดในกลาง&amp;nbsp;และอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;และพระราชมารดาของพระองค์ท่าน&amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันว่า&amp;nbsp;แม่นกเอี้ยงรวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูนก&amp;nbsp;ชมวาฬบรูด้า&amp;nbsp;หาดทรายเม็ดแรก&amp;nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปเยือนบ้านแหลม&amp;nbsp;เหมือนสร้างโอกาสให้ชีวิต&amp;nbsp;ได้รับความรู้ที่น่าสนใจจากโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย,โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นในสาขาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้&amp;nbsp;จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;(รางวัลกินรี)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มอบเหรียญที่ระลึกให้นักปั่นจักรยานที่เข้ารอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คันแรกจากการปั่นกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลเมตรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306144342939</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ยโสธร เปิดงานวิ่งพิชิต 3 ลุ่มน้ำ (โขง ชี มูล) ฉลองครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานวิ่งพิชิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;(โขง&amp;nbsp;ชี&amp;nbsp;มูล)&amp;nbsp;ฉลองครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุวัฒน์&amp;nbsp;เข็มเพชร&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายกเทศเมืองยโสธร&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และนักวิ่งจากในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานวิมานพญาแถน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งนักวิ่งต้องมีผลการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;และปฏิบัติตาม&amp;nbsp;มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ร่วมกับหอการค้าจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;รจัดกิจกรรมพิชิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;(โขง&amp;nbsp;ชี&amp;nbsp;มูล)&amp;nbsp;ฉลองครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จังหวัดยโสธรขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่จังหวัดยโสธรสถาปนาครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และเพื่อให้นักวิ่งทั้งในและต่างประเทศได้มารู้จักและสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เมืองสงบงามมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยการวิ่งมีจุดสตาร์ทที่วิมานพญาแถน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คของจังหวัด&amp;nbsp;และในแต่ละจุดที่วิ่งผ่านล้วนเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้แก่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้นอกจากจะมีนักวิ่งทั้งในและต่างประเทศมาร่วมแข่งขันและชิงถ้วยรางวัลกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ถ้วยแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีนักวิ่งแต่งกายแฟนซี&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;มาสร้างสีสันบรรยากาศในงานด้วย&amp;nbsp;ส่วนใหญ่มาในตีมวิถีอีสาน&amp;nbsp;มีเอกลักษณ์จังหวัดยโสธรประกอบในการวิ่ง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บั้งไฟ&amp;nbsp;กระติบข้าว&amp;nbsp;หมอนขิด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และนักวิ่งต่างมีความประทับใจที่ได้ร่วมมากิจกรรมการวิ่งที่จังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306150738944</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>เริ่มแล้วงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ประจำปี 2565 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานเปิดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการแสดงยุทธหัตถีประกอบแสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;สื่อผสม&amp;nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;พระมหากษัตริย์ไทยแห่งกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี&amp;nbsp;มีชัยชนะต่อสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่า&amp;nbsp;ในพระมหาวีรกรรมยุทธหัตถี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานกรรมการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;จัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ซึ่งเดิมจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มกราคม-1&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;คณะกรรมการจัดงานฯ&amp;nbsp;จึงมีมติให้เลื่อนการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแสดงยุทธหัตถี&amp;nbsp;ประกอบ&amp;nbsp;แสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;ตอน&amp;nbsp;มหาวีรกรรมยุทธหัตถี&amp;nbsp;ใช้ช้างจริงในการแสดง&amp;nbsp;การแสดงเพลงอีแซว,&amp;nbsp;เพลงพื้นบ้าน,&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน,&amp;nbsp;การแสดงวงดนตรีไทย&amp;nbsp;วงปี่พาทย์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี,&amp;nbsp;TO&amp;nbsp;BE&amp;nbsp;NUMBER&amp;nbsp;ONE&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี,&amp;nbsp;การแสดงดนตรีสร้างสรรค์ละครเพลงรักเมืองเหน่อ&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Musical&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Suphanburi,&amp;nbsp;การแสดงหุ่นละครเล็ก&amp;nbsp;นาฏยบูรพา&amp;nbsp;รางวัลชนะเลิศหุ่นโลก&amp;nbsp;2016&amp;nbsp;การเดินแบบผ้าไทยโดยแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี,&amp;nbsp;การประกวดธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของดีบ้านฉัน&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาสถิตยุทธการ&amp;nbsp;รวมทั้งกิจกรรมธารากาชาดของเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กิจกรรมเฮฮาพาโชคของแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;เว้นระยะห่าง&amp;nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจะมีเจ้าหน้าที่นำเครื่องตรวจโมบายเดินตรวจบริเวณงาน&amp;nbsp;ส่วนร้านค้าต้องแสดงรายชื่อ&amp;nbsp;ผลการตรวจ&amp;nbsp;และการสุ่มตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ด้านผู้แสดง&amp;nbsp;แสงสีเสียง&amp;nbsp;ต้องแสดงผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;และจำกัดผู้เข้าชมการแสดงยุทธหัตถี&amp;nbsp;รอบละ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306151239955</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะสำรวจแหล่งท่องเที่ยว Unseen ทะเลตราด  เกาะหมาก - เกาะกระดาด - เกาะขายหัวเราะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำคณะผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อพท.&amp;nbsp;เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;เกาะหมาก-เกาะกระดาด-เกาะขายหัวเราะ&amp;nbsp;สถานที่เช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคณะฯ&amp;nbsp;ได้เริ่มเยี่ยมชมเกาะขายหัวเราะ&amp;nbsp;ที่กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้ทางคณะยังได้เที่ยวชมเกาะกระดาด&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;Unseen&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;ที่มีกวางจำนวนมากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;จากนั้นได้มีการเดินทางสู่เกาะหมาก&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมชม&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยว&amp;nbsp;Low&amp;nbsp;Carbon&amp;nbsp;Learning&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;พร้อมทั้งทำกิจกรรมปั่นจักรยาน&amp;nbsp;ปลูกผักออแกนิค&amp;nbsp;ที่เกาะหมากฟาร์ม&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ที่ผลิตพืชผักท้องถิ่นตามฤดูกาล&amp;nbsp;ป้อนให้กับโรงแรม&amp;nbsp;และรีสอร์ท&amp;nbsp;บนเกาะหมาก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการจัดการการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกาะหมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ&amp;nbsp;(Low&amp;nbsp;Carbon&amp;nbsp;Destination)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจากความประทับใจครั้งนี้&amp;nbsp;จะเกิดการบอกต่อและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะหมากเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เกาะหมาก&amp;nbsp;ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และกลุ่มวัยทำงาน&amp;nbsp;เนื่องจากมีความสะดวกในการเดินทาง&amp;nbsp;มีกิจกรรมและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความหลากหลาย&amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ&amp;nbsp;Workation&amp;nbsp;หรือทำงานไปด้วยท่องเที่ยวไปด้วย&amp;nbsp;ได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้นำเสนอเกาะขายหัวเราะ&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่&amp;nbsp;เกาะขายหัวเราะเป็นส่วนหนึ่งของเกาะนกนอก&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อมมาจากเกาะนกใน&amp;nbsp;และเกาะกระดาด&amp;nbsp;เกาะนี้&amp;nbsp;จะมีจังหวะที่โผล่พ้นน้ำในช่วงน้ำลด&amp;nbsp;ซึ่งจะเห็นพื้นที่เกาะเล็กน้อยและมีต้นไม้&amp;nbsp;(ต้นตะบัน)&amp;nbsp;ขึ้นอยู่เพียงต้นเดียว&amp;nbsp;ปรากฏภาพที่คล้ายกับฉากคลาสสิกของหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ผ่านมาพบเห็นต่างพากันเรียกว่า&amp;nbsp;เกาะขายหัวเราะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306185249985</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>พช.ศรีสะเกษ เดินหน้าพัฒนาเครือข่าย OTOP ทุกระดับ มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้การดำเนินงานทุกระดับ&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมพรหมพิมาน&amp;nbsp;ตำบลเมืองใต้&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววริศรา&amp;nbsp;โสภาค&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยยงค์&amp;nbsp;ผ่องใส&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ร่วมดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีกำหนดจัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ทุกระดับ&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึงและให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนระดับจังหวัดและกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการฝึกอบรม&amp;nbsp;ดำเนินการระหว่างวันที่&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&amp;nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประธานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และเลขานุการกรรมการระดับอำเภอๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;44&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทีมที่ปรึกษาและวิทยากร&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp;มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&amp;nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;กรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อำเภอ/จังหวัด&amp;nbsp;และการเป็นผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อย่างมืออาชีพ&amp;nbsp;รวมถึงทิศทาง/แนวโน้มในอนาคตด้านการตลาดผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดที่ผ่านมา&amp;nbsp;จัดทำแนวทางการสนับสนุนผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;การสนับสนุนช่องทางการตลาด&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้เกิดการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306201357001</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>ลานวัฒนธรรม สร้างสุข ตลาดหน้าจวน จังหวัดสุรินทร์ ครั้งที่ 9 สร้างรายได้กว่าล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุรินทร์รวมพลังทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;สร้างสุข&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ตลาดหน้าจวน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมตักบาตรกับช้าง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานทำบุญตักบาตรกับช้าง&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ถ่ายภาพกับทะเลตุง&amp;nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เครื่องเงิน&amp;nbsp;อาหารพื้นบ้าน&amp;nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์ของดีเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;โดยมีร้านค้ามาออกร้านให้การบริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;84&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00-21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย&amp;nbsp;พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับบรรยากาศลานคนเมือง&amp;nbsp;สุรินทร์รื่นรมย์&amp;nbsp;ร้อง&amp;nbsp;เล่น&amp;nbsp;เต้น&amp;nbsp;รำ&amp;nbsp;และชมการแสดงดนตรีร่วมสมัย&amp;nbsp;ดนตรีโฟคซอง&amp;nbsp;จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;สินค้าพื้นเมือง&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&amp;nbsp;ซื้อ&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนสินค้า&amp;nbsp;ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;1,244&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เกิดรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม&amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,246,449&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประสานงาน&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำนวยความสะดวกแก่ศิลปินนักแสดง&amp;nbsp;จัดเก็บข้อมูลผู้แต่งกายผ้าไทยสวยงามและโดดเด่น&amp;nbsp;เข้ารับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในวันเสาร์แรกของทุกต้นเดือน&amp;nbsp;ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306204235004</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>ตำบลช่างปี่ จังหวัดสุรินทร์ สืบสานประเพณี ตะวันลอดช่องบานประตูปราสาทช่างปี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตำบลช่างปี&amp;nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดโครงการ&amp;nbsp;สืบสานประเพณี&amp;nbsp;"ตะวันลอดช่องบานประตู&amp;nbsp;ปราสาทช่างปี่"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปราสาทช่างปี่&amp;nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายณัฏฐพล&amp;nbsp;จรัสรพีพงษ์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวง&amp;nbsp;และเปิดงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ร่วมพิธี&amp;nbsp;ในงานมีกิจกรรมดังนี้&amp;nbsp;ช่วงเช้า&amp;nbsp;พิธีบวงสรวงปราสาทช่างปี่&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;และการสาธิต&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับช่วงเย็นมีพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมมัคคุเทศน์น้อย&amp;nbsp;จากโรงเรียนบ้านช่างปี่&amp;nbsp;รับชมตะวันลอดช่องบานประตูปราสาทช่างปี่&amp;nbsp;หนึ่งปีมีครั้งเดียว&amp;nbsp;และการแสดงแสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;"สืบสานตำนานปราสาทช่างปี่&amp;nbsp;"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307000656035</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>ธ.ก.ส. เดินหน้าสินเชื่อเงินด่วนลูกค้าชั้นดี A-Cash Gold ให้เกษตกรลูกค้าของธนาคารเข้าถึงเงินด่วนในระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;กิมาวหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;กล่าวถึง&amp;nbsp;สินเชื่อเงินด่วนลูกค้าชั้นดี&amp;nbsp;A-Cash&amp;nbsp;Gold&amp;nbsp;สินเชื่อตัวใหม่&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ออกมาเพื่อช่วยขยายโอกาสให้เกษตกรในทะเบียนเกษตรกรลูกค้าของธนาคาร&amp;nbsp;ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการได้&amp;nbsp;มีหลักประกันจำนองไว้กับธนาคารอยู่แล้ว&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงสินเชื่อเงินด่วนที่มีต้นทุนต่ำ&amp;nbsp;ให้มีเงินหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่อง&amp;nbsp;ได้เร็ว&amp;nbsp;ป้องกันก่อหนี้ภายนอกระบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วงเงินด่วนสินเชื่อ&amp;nbsp;A-Cash&amp;nbsp;Gold&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้กู้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและการประเมินศักยภาพ&amp;nbsp;นอกจากการเปิดช่องทางให้เกษตรกรลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนซึ่งเป็นประการท้ายๆ&amp;nbsp;ของการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ยังเดินหน้าสร้างต้นทุนความรู้ซึ่งเป็นต้นทางปัญหาหนี้สินให้แก่เกษตรกรลูกค้าด้วย&amp;nbsp;ทั้งการเติมปัญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนธุรกิจ&amp;nbsp;การจัดการ&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;จัดการข้อมูลสำคัญ&amp;nbsp;ข้อมูลการจัดการฟาร์มการทำบัญชีต้นทุนฟาร์มต่างๆ&amp;nbsp;ที่พบเกษตรกรส่วนใหญ่ละเลยเรื่องนี้ไม่มีข้อมูลประกอบ&amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาทำให้มี่ความเสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จะเติมปัญญาโดยมีต้นแบบทั้งแบบที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;และแบบที่ล้มเหลวให้เกษตรก็ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังมีการคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ที่สำคัญต่อผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้นำไปปรับแผนการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพและได้ราคาดี&amp;nbsp;โดยล่าสุดกับสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย&amp;nbsp;ยูเครน&amp;nbsp;และสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;คาดจะส่งผลให้เดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;ราคาสินค้าส่วนใหญ่ปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ&amp;nbsp;น้ำตาลทรายดิบ&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยางพาราดิบชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และสุกร&amp;nbsp;ส่วนสินค้าที่จะขยับราคาลดลงคือ&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;กุ้งขาวแวนนาไมและโคเนื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104451077</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>ไทยและทั่วโลกกำลังเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีนี้ไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;เผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&amp;nbsp;เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตพร้อมกันคือ&amp;nbsp;วิกฤตไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;วิกฤตเงินเฟ้อและวิกฤตสงครามยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;อาจจะเห็นตัวเลขราคาน้ำมันโลกที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;120&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;/บาร์เรล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่&amp;nbsp;106.58&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เบรนท์&amp;nbsp;118.11&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;/บาร์เรล&amp;nbsp;และเวสต์เท็กซัส&amp;nbsp;110.07&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;/บาร์เรล&amp;nbsp;น้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและขนส่ง&amp;nbsp;ก็จะทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งยิ่งแพงขึ้น&amp;nbsp;กระทบทั้งค่าครองชีพ&amp;nbsp;และภาคการส่งออก&amp;nbsp;รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อที่มาพร้อมกับเงินฝืด&amp;nbsp;จะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับครอบครัวและมหภาค&amp;nbsp;ซึ่งเป็นภาวะที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;ไทยเองก็ไม่แตกต่าง&amp;nbsp;เพราะเราเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลังการประชุมคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;สั่งเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แนวทางหลักคือ&amp;nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลประชาชน&amp;nbsp;บรรเทาภาระหนี้สิน&amp;nbsp;โดยให้ปีนี้เป็น&amp;nbsp;ปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน&amp;nbsp;และเร่งการลงทุนภาครัฐ/เอกชน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;nbsp;และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ซึ่งในวันพุธที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&amp;nbsp;(กพช.)&amp;nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน&amp;nbsp;ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307104012073</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>ยกระดับภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญ&lt;/strong&gt;ของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับ&lt;/strong&gt;การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&amp;nbsp;การดำเนินโครงการ&amp;nbsp;จะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;&amp;nbsp;Health/Medical&amp;nbsp;&amp;nbsp;Plaza)&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&amp;nbsp;(Premium&amp;nbsp;Long&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Care)&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&amp;nbsp;(Hospice&amp;nbsp;Home)&amp;nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคอง&amp;nbsp;ในระยะสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&amp;nbsp;(Rehabilitation&amp;nbsp;Center)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกิดการจ้างงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกระจายรายได้&amp;nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&amp;nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;และท้องถิ่น&amp;nbsp;ในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&amp;nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&amp;nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&amp;nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทย&amp;nbsp;พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&amp;nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307091254043</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>แอร์เอเชีย ปรับเพิ่มเที่ยวบินตรงไป-กลับ หัวหิน-เชียงใหม่ เป็นสัปดาห์ละ 3 วัน รองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการมากขึ้น ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวหัวหิน  ชะอำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอุดร&amp;nbsp;ออลสัน&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;หลังจากรัฐบาลเห็นชอบอนุมัติวงเงิน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อยกระดับท่าอากาศยานหัวหิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;โดยขยายความกว้างของรันเวย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นตามแผนงานในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;จะขยายอาคารผู้โดยสารเพิ่มเติมและปรับปรุง&lt;/strong&gt;อาคารผู้โดยสารเดิมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตท่าอากาศยานหัวหินจะเป็นศูนย์กลางการบินในระดับภูมิภาค&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;มีความพร้อมเป็นศูนย์กลางการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในโครงการ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Riviera&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;จ.ระนอง&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ส่วนการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คลี่คลาย&amp;nbsp;ขณะนี้ผู้บริหารจากบริษัท&amp;nbsp;Phoenix&amp;nbsp;&amp;nbsp;Aviation&amp;nbsp;International&amp;nbsp;HK&amp;nbsp;ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแผนการบินของสายการบินเจท&amp;nbsp;สตาร์&amp;nbsp;สกู๊ตแอร์&amp;nbsp;ไชน่า&amp;nbsp;เอ็กเพรส&amp;nbsp;นำนักท่องเที่ยวบินตรงมายังท่าอากาศยานหัวหิน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ททท.ได้ประสานงานไปยังสำนักงานต่างประเทศที่สิงคโปร์&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่การท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ชะอำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เชื่อว่าจะมีแนวโน้มที่ดี&amp;nbsp;หลังจากแอร์เอเชีย&amp;nbsp;ปรับตารางเที่ยวบินตรงหัวหิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันต่อสัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันต่อสัปดาห์&amp;nbsp;เริ่มใช้ตารางบินใหม่ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วยเที่ยวบิน&amp;nbsp;FD3900&amp;nbsp;เชียงใหม่-หัวหิน&amp;nbsp;วันอังคาร,พฤหัส.เสาร์&amp;nbsp;ออกเวลา&amp;nbsp;11.25&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;12.45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;FD3901&amp;nbsp;หัวหิน-เชียงใหม่&amp;nbsp;วันอังคาร,พฤหัส.เสาร์&amp;nbsp;ออกเวลา&amp;nbsp;13.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เส้นทางการบินหัวหิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ที่ผ่านมามีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ต่อเที่ยวบิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307110150087</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>ยะลา ประชาชนเทขายทองคึกคัก หลังทองพุ่ง   วิกฤต รัสเซีย-ยูเครน  น้ำมันแพง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากวิกฤตสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีมากว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาทองคำแท่ง&amp;nbsp;ทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้บรรยากาศที่ร้านทอง&amp;nbsp;ไท้เซ่งล้ง&amp;nbsp;เขตย่านการค้าถนนสายกลางยะลา&amp;nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เปิดร้าน&amp;nbsp;ได้มีประชาชนทยอยเดินทางนำทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ทั้งแหวน&amp;nbsp;สร้อย&amp;nbsp;กำไล&amp;nbsp;มาเทขายขายกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อหวังได้มีกำไรจากการขายทองหลังทองแพง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;ขายอยู่ที่&amp;nbsp;บาทละ&amp;nbsp;30,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;การมาเลือกซื้อหาทอง&amp;nbsp;ไปสวมใส่&amp;nbsp;ก็ยังได้รับความสนใจจากประชาชนเช่นกัน&amp;nbsp;ถึงแม้นว่าราคาทองในช่วงนี้จะขึ้นราคาสูงมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร้านทอง&amp;nbsp;ไท้เซ่งล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;จากวันเสาร์ที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคาทองอยู่ที่&amp;nbsp;30,250&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พอเปิดตลาดในวันนี้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาทองปรับขึ้นมาถึง&amp;nbsp;30,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคาสูงสุดที่ไม่เคยปรากฏ&amp;nbsp;เนื่องมาจาก&amp;nbsp;สงครามรัสซีย-ยูเครน&amp;nbsp;น้ำมันแพงด้วย&amp;nbsp;ประชาชนก็นำทองรูปพรรณมาขายกันอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่เมื่อเทียบกับ&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;ที่ราคาทองขึ้น&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในสถานการณ์โควิดระบาด&amp;nbsp;รอบแรก&amp;nbsp;ที่ยะลา&amp;nbsp;จะมีประชาชนมาขายเยอะกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการมาซื้อก็ยังมีประชาชนมาซื้อกันเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คาดการณ์ว่า&amp;nbsp;หากสงครามยืดเยื้อไปอีก&amp;nbsp;ราคาทองก็จะสูงขึ้นมากกว่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนผลกระทบของทางร้านไม่มีแต่อย่างใด&amp;nbsp;ประชาชนนำมาขาย&amp;nbsp;ทางร้านก็ขายด้วยอยู่แล้ว&amp;nbsp;ค่าเท่ากัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ราคาน้ำมันทุกชนิดที่ได้ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยวันนี้&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;30.44&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เบนซินลิตรละ&amp;nbsp;45.66&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;38.25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;37.98&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;E&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตรละ&amp;nbsp;37.14&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้รถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อนทำให้ค่าครองชีพ&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสูงขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประชาชน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนี้ค่าน้ำมันขึ้น&amp;nbsp;ข้าวยากหมากแพง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กว่าจะหาเงินได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันบาท&amp;nbsp;ก็หลายวัน&amp;nbsp;เติมน้ำมันช่วงนี้รู้สึกหดหู่มาก&amp;nbsp;ไม่ใช่แต่ตนเองทุกคนที่ใช้รถก็เป็นเหมือนกันหมด&amp;nbsp;อยากให้รัฐช่วยดูประชาชนด้วย&amp;nbsp;น้ำมันเป็นเป้าหมายสำคัญ&amp;nbsp;ต้องใช้&amp;nbsp;ปกติแล้วก็ไม่ได้เติมมาก&amp;nbsp;แต่วันนี้มีความจำเป็นต้องเดิม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พัน&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กัดฟันเติม&amp;nbsp;เดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307123327116</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>ปตท. สนับสนุนรัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมใจประหยัดพลังงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน&amp;nbsp;เกิดขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;สถานการณ์ตึงเครียดในหลายภูมิภาคทั่วโลก&amp;nbsp;อัตราแลกเปลี่ยน&amp;nbsp;ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง&amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับเศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มฟื้นตัวและหลายประเทศเข้าสู่ฤดูร้อน&amp;nbsp;ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์เหล่านี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทั้งราคาน้ำมันดิบและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ขณะเดียวกันประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศกว่าร้อยละ&amp;nbsp;80-90&amp;nbsp;ของความต้องการ&amp;nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทย&amp;nbsp;ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปตท.&amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนทุกคน&amp;nbsp;มาร่วมใจกันประหยัดพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งก็ทำได้หลายรูปแบบ&amp;nbsp;แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนก้าวผ่านวิกฤตพลังงานนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;แค่ช่วยกันประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า&amp;nbsp;ใช้อย่างคุ้มค่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายของเราแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ปตท.ยังได้แนะนำ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วิธีประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่ให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานมีฉลากประหยัดเบอร์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เปิดแอร์&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;องศาเซลเซียล&amp;nbsp;และพัดลมพร้อมกันเพื่อกระจายความเย็นทั่วพื้นที่&amp;nbsp;ถอดปลั๊กไฟและปิดสวิตซ์ทุกครั้งหลังใช้งาน&amp;nbsp;ใช้หลอดไฟ&amp;nbsp;LED&amp;nbsp;หยุดรีดผ้าบ่อย&amp;nbsp;จัดระเบียบและทำความสะอาดตู้เย็น&amp;nbsp;ซักผ้าครั้งละมากๆ&amp;nbsp;รวมถึงศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142435174</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>สำนักงานการวิจัยแห่งชาติร่วม 3 มหาวิทยาลัย จัดโครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับและรับมอบศูนย์&amp;nbsp;ในพิธีเปิด&amp;nbsp;ศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดคำใน&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;อาจารย์&amp;nbsp;ดร.สราวุธ&amp;nbsp;รูปิน&amp;nbsp;ภาควิชาศิลปะไทย&amp;nbsp;คณะวิจิตรศิลป์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าโครงการฯ&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ดร.วิภารัตน์&amp;nbsp;ดีอ่อง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;ประธานในพิธี&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวเปิดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&amp;nbsp;ได้ดำเนิน&amp;nbsp;โครงการด้านเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเป้าหมาย&amp;nbsp;SDGs&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยการศึกษาและฝึกอบรม&amp;nbsp;เพื่อสร้างกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมืองขุนยวม&amp;nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการศึกษาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดทำแนวทางกระบวนการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมือง&amp;nbsp;ขุนยวม&amp;nbsp;บนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างสถาบันการศึกษาอุดมศึกษา&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;(อปท.)&amp;nbsp;และคณะสงฆ์อำเภอขุนยวม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307133038144</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ แนะผู้ประกอบการเตรียมศึกษากฎระเบียบและความต้องการผู้บริโภค เพิ่มโอกาสส่งออก หลังไห่หนานประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนานอย่างเป็นทางการในปี 2568</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูสิต&amp;nbsp;รัตนกุล&amp;nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติมณฑลไห่หนาน&amp;nbsp;ได้ประกาศเตรียมเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนาน&amp;nbsp;(Hainan&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;port)&amp;nbsp;อย่างเป็นทางการในปี&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;มีผลทำให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าจะดำเนินการผ่านศุลกากรเกาะไห่หนาน&amp;nbsp;และการเดินทางเข้าสู่เกาะไห่หนานของนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านการอนุญาตจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;เช่นเดียวกับการไปเที่ยวต่างประเทศการประกาศครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการกระตุ้นให้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเขตการค้าเสรีตามแผนพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างมณฑลไห่หนาน&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ว่าจะสามารถเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมในการส่งออกสินค้าและบริการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศึกษากฎระเบียบการนำเข้า&amp;nbsp;รวมทั้งความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากเกาะไห่หนานถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวฤดูร้อนที่สำคัญของประเทศจีน&amp;nbsp;ทำให้มีโอกาสการทำธุรกิจด้านการบริการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะร้านค้าปลอดภาษี&amp;nbsp;ที่จะเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญอีกช่องทางหนึ่ง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะมีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพของสินค้าไทย&amp;nbsp;เพื่อให้โดดเด่นกว่าสินค้าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในท้องตลาด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307151256232</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาร่วมกับชุมชน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คึดฮอดอีหลี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์&amp;nbsp;สาขาการท่องเที่ยว&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดโครงการวิจัยเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;ของกลุ่มโฮมสเตย์อีสาน-ล้านนา&amp;nbsp;ตำบลสันโค้ง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานล้านนาสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และมีโครงการย่อยอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;การใช้ภาพถ่ายเพื่อการสื่อสารการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;การสื่อสารสารตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;และการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มโฮมสเตย์อีสานล้านนามีการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยชุมชนที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันของชุมชนพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;ระหว่างชาวไทยอีสานและไทยภาคเหนือภายใต้งาน&amp;nbsp;คึดฮอดอีหลี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนอีสาน-ล้านนา&amp;nbsp;ตำบลสันโค้ง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการทดสอบแนวทางการยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานล้านนาสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการวิจัยที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ทอผ้า&amp;nbsp;กลุ่มท่องเที่ยวอีสาน-ล้านนา&amp;nbsp;รับชมวีดีทัศน์แนะนำชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;เที่ยวชมหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชมการจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือนตามวิถีของชาวอีสาน&amp;nbsp;ผสมผสานความอ่อนช้อยของล้านนา&amp;nbsp;การทำขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp;การทอเสื่อตามวิธีแบบชาวอีสาน&amp;nbsp;จากกกราชินี&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กกไหล&amp;nbsp;ซึ่งโบราณเชื่อว่าไหลเงินไหลทองเข้าบ้าน&amp;nbsp;การทดลอง&amp;nbsp;ย่ำข่าง&amp;nbsp;การนวดทางเลือก&amp;nbsp;แก้ปวดเมื่อยฉบับล้านนา&amp;nbsp;การทำกาแฟแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนจะได้เรียนรู้และทดลองคั่วกาแฟด้วยมือแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;และทดลองกราฟแคคตัส&amp;nbsp;ด้วยการนำหัวแคคตัสมาต่อบนตอ&amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงเย็น&amp;nbsp;สนุกสนานกับเครื่องดนตรีอีสานและล้านนา&amp;nbsp;การทำตาแหลวมงคลพวงกุญแจเป็นของที่ระลึก&amp;nbsp;พิธีบายศรีสู่ขวัญ&amp;nbsp;การแสดงสีสันแห่งอีสานความงามแห่งล้านนา&amp;nbsp;และชมหนังกลางแปลงรับประทานอาหารแบบขันโตก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานวัดใหม่ราษฎร์บำรุง&amp;nbsp;ตำบลสันโค้ง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กลุ่มโฮมสเตย์อีสาน-ล้านนา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ศักยภาพสูงที่สุด&amp;nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในอำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นส่วนใหญ่โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาดูงานด้านรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp;สร้างรายได้การท่องเที่ยว&amp;nbsp;และชุมชนยังไม่สามารถดึงคุณค่าเอกลักษณ์ด้านวิถีชีวิต&amp;nbsp;ภูมิปัญญา&amp;nbsp;และองค์ความรู้&amp;nbsp;ออกมาสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจและดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยววัฒนธรรมที่ผสมผสานร่วมกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;และมีกิจกรรมที่ทันสมัย&amp;nbsp;โดยมีวัฒนธรรมเป็นฐาน&amp;nbsp;ยกระดับและพัฒนาการกลุ่มโฮมสเตย์อีสาน&amp;nbsp;ล้านนา&amp;nbsp;สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;ขยายขอบเขต&amp;nbsp;และระดับความเข้มข้นของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;นำไปสู่เป้าหมายของการเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามปณิธานมหาวิทยาลัยพะเยา&amp;nbsp;ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สวท.พะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307143950198</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดแพร่ดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;ในรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;D-HOPE&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วังปลาโป่งศรี&amp;nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนและรองรับการบริหารนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp;สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวมาลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;จนเกิดความประทับใจและสามารถบอกต่อได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(Decentralized&amp;nbsp;Hands-On&amp;nbsp;Program&amp;nbsp;Exhibition&amp;nbsp;:&amp;nbsp;D-HOPE)&amp;nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่กำหนดดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านโป่งศรี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;และบ้านดอนมูล&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลดอนมูล&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144802210</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>จ.อุดรธานีจัดฝึกอบรม "การแปรรูปจิ้งหรีด" </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชน&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มจิ้งหรีดแหล่งโปรตีนทางเลือก&amp;nbsp;จัดอบรมแปรรูปจิ้งหรีดให้กับเกษตรกรผู้สนใจ&amp;nbsp;พร้อมนำคณะเยี่ยมชมบริษัท&amp;nbsp;"แมลงรวย"&amp;nbsp;หวังเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด&amp;nbsp;เพื่อการแปรรูปโคกสะอาด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการอบรมแปรรูปจิ้งหรีด&amp;nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;แมลงรวย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่ออบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีนางขนิษฐา&amp;nbsp;โกวิทยากร&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอเนก&amp;nbsp;รัตน์รองใต้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีการแบ่งกลุ่มให้เกษตรกรได้ร่วมกันแปรรูปผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"จิ้งหรีด"&amp;nbsp;เป็นแมลงเศรษฐกิจที่นิยมเพาะเลี้ยงในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น&amp;nbsp;ทำให้จิ้งหรีดสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจิ้งหรีดนับเป็นสินค้ากลุ่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(FAO)&amp;nbsp;ให้การสนับสนุน&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด&amp;nbsp;เป็นการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;และส่งเสริมให้จังหวัดอุดรธานีเป็นแหล่งผลิตโปรตีนที่สำคัญของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิต&amp;nbsp;และแปรรูปแมลง&amp;nbsp;ที่บริษัท&amp;nbsp;แมลงรวย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;60/55&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ซอยบ้านหนองใหญ่&amp;nbsp;ตำบลหมากแข้ง&amp;nbsp;ถนนรอบเมือง&amp;nbsp;อุดรธานี-หนองบัวลำภู&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีการแปรรูปแมลงทอด&amp;nbsp;อบ&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;และแมลงแช่แข็ง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;จิ้งหรีด&amp;nbsp;ดักแด้&amp;nbsp;สะดิ้ง&amp;nbsp;ด้วงมะพร้าว,&amp;nbsp;ผงจิ้งหรีด&amp;nbsp;ผงดักแด้,&amp;nbsp;แจ๋วบองสะดิ้งอบแห้ง,&amp;nbsp;โปรตีนจิ้งหรีดสะกัด&amp;nbsp;และโปรตีนรสช็อคโกแลต&amp;nbsp;รสวนิลา&amp;nbsp;และรสชาเขียว&amp;nbsp;นูกัต&amp;nbsp;รสผลไม้รวม&amp;nbsp;(ตังเมญี่ปุ่น)&amp;nbsp;คุกกี้โปรตีน"จิ้งหรีด&amp;nbsp;ผสมแอลมอนด์&amp;nbsp;ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;นายสไกร&amp;nbsp;อินทร์นาง&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;09-1896-9599&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171957294</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>จ.ขอนแก่น จุดพลุร่วมมืออุดร-หนองคาย พัฒนาระเบียงนวัตกรรมสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจใหม่ นําฐานการแพทย์เสริมศักยภาพเศรษฐกิจเวลเนส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงแรมโฆษะ&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุเทพ&amp;nbsp;มณีโชติ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นกรอบการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนส&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;โดยมีนายฐาปนา&amp;nbsp;บุณยประวิตร&amp;nbsp;นายกสมาคมการผังเมืองไทย&amp;nbsp;ในฐานะเลขานุการกฎบัตรไทย&amp;nbsp;นายชาติชาย&amp;nbsp;โฆษะวิสุทธิ์&amp;nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมโฆษะ&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;และนายภูวนารถ&amp;nbsp;ยกฉวี&amp;nbsp;ประธานกรรมการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;บี&amp;nbsp;เฮลท์ตี้&amp;nbsp;เอเชีย&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฐาปนา&amp;nbsp;บุณยประวิตร&amp;nbsp;นายกสมาคมการผังเมืองไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะเลขานุการกฎบัตรไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและตอนบน&amp;nbsp;มีลักษณะเป็นประตูเชื่อมต่อโครงข่ายเศรษฐกิจระดับอนุภูมิภาค&amp;nbsp;การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนสามารถเชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศในอนุภูมิภาคโดยตรงทั้งทางถนน&amp;nbsp;ทางราง&amp;nbsp;และทางอากาศ&amp;nbsp;โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีและท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;การขนส่งทางรางที่เชื่อมต่อทางตรงกับ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;และประเทศจีน&amp;nbsp;ทั้งจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ต่างเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;สามารถรองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฐาปนา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ของสามจังหวัดมีกิจกรรมเศรษฐกิจที่หลากหลาย&amp;nbsp;มีเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ&amp;nbsp;เมื่อรวมกิจกรรมเศรษฐกิจที่ทั้งสามจังหวัดผลิตได้&amp;nbsp;จะมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของจังหวัดในภาคอีสานทั้งหมด&amp;nbsp;ไม่นับรวมความเข้มแข็งของศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองของสองจังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ที่มีความหนาแน่นของประชากรและด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ด้านการแพทย์และสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาเป็นศูนย์บริการเวลเนสระดับอนุภูมิภาคได้ไม่ยาก&amp;nbsp;ด้วยศักยภาพของพื้นที่ภาคอีสานตอนกลางและอีสานตอนบน&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;โดยคณะทํางานขับเคลื่อนนิเวศอุตสาหกรรม&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;ได้คัดเลือกให้&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;เป็นพื้นที่พัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายชาติชาย&amp;nbsp;โฆษะวิสุทธิ์&amp;nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมโฆษะ&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะนายกสมาคมโรงแรมภาคอีสาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การพัฒนานิเวศอุตสาหกรรม&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;ที่คัดเลือกพื้นที่อีสานตอนกลางและตอนบนเป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับสมรรถนะกิจการโรงแรมและกิจการส่งเสริมสุขภาพให้เป็นกิจการเวลเนสที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยได้ร่วมกับกฎบัตรไทยเปิดหลักสูตรการจัดการโรงแรมและกิจการเวลเนสสําหรับผู้บริการ&amp;nbsp;โดยมีโครงการที่จะเปิดหลักสูตรในพื้นที่ภาคอีสานในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp;นับเป็นครั้งสําคัญที่โรงแรมจะได้ยกระดับเป็นโรงแรมเวลเนส&amp;nbsp;(WellnessHotel)&amp;nbsp;ที่สมบูรณ์&amp;nbsp;สามารถรองรับนักท่องเที่ยวสุขภาพจากต่างชาติให้เข้ามายังภาคอีสาน&amp;nbsp;ช่วยสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มอัตราการจ้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาติชาย&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีโรงแรมในพื้นที่เป็นจํานวนมากที่ต้องการปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมเวลเนส&amp;nbsp;โดยการนํากิจกรรมด้านการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพเปิดให้บริการในพื้นที่ของโรงแรมแต่ยังติดปัญหาด้านข้อกฎหมาย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เป็นที่น่ายินดีว่า&amp;nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้มีแนวคิดในการแก้ไขกฎกระทรวงให้รวมใบอนุญาตการบริการในลักษณะใบเดียว&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;License)&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเกิดความสะดวกในการขอรับใบอนุญาตและสามารถประกอบการผสมผสานกิจกรรมโรงแรมกับกิจกรรมด้านเวชศาสตร์ในพื้นที่ของโรงแรมได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูวนารถ&amp;nbsp;ยกฉวี&amp;nbsp;ประธานกรรมการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;บี&amp;nbsp;เฮลท์ตี้&amp;nbsp;เอเชีย&amp;nbsp;จํากัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะกรรมการกฎบัตร&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;เขตระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จะเป็นกลไกสําคัญที่จะเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของพื้นที่&amp;nbsp;โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่บริษัทฯ&amp;nbsp;และเครือข่ายเตรียมการสนับสนุนการพัฒนาให้กับกิจการเวลเนส&amp;nbsp;จะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&amp;nbsp;กระตุ้นการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการบริการทางการแพทย์และเวลเนสระหว่างบุคลากรทางการแพทชย์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ในอนาคต&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเวลเนสในพื้นที่ภาคอีสานจะสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลก&amp;nbsp;โดยผ่านเครือข่าย&amp;nbsp;B-Healthy&amp;nbsp;Marketplace&amp;nbsp;ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและเครือข่ายเวลเนสโลก&amp;nbsp;โดยโครงสร้างพื้นฐานที่กล่าวมานี้&amp;nbsp;จะกระตุ้นให้พื้นที่ระเบียงเวลเนสภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเขตระเบียงนวัตกรรมหลักของไทยและอนุภูมิภาคอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307195156340</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 14  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าส่วนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ผู้แทน&amp;nbsp;ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&amp;nbsp;เพื่อทราบสถานการณ์สำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แนวโน้มปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และพิจารณาการติดตามการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในระดับพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายชนิดสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ศาลากลาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และแนวโน้มปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการหดตัวร้อยละ&amp;nbsp;0.4&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยสาขาปศุสัตว์หดตัวร้อยละ&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;สาขาประมงหดตัวร้อยละ&amp;nbsp;0.2&amp;nbsp;สาขาพืชขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;สาขาบริการทางการเกษตรขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;0.3&amp;nbsp;โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยที่ชะลอตัวจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;(Climate&amp;nbsp;Change)&amp;nbsp;โดยเฉพาะสาขาปศุสัตว์หดตัว&amp;nbsp;เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบให้ปริมาณการผลผลิตกระบือ&amp;nbsp;และโคเนื้อ&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;9.6&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.8&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีสินค้าบางชนิดสาขาปศุสัตว์ขยายตัว&amp;nbsp;เนื่องจากสินค้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;และไก่เนื้อ&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;และสาขาพืชขยายตัว&amp;nbsp;เนื่องจากสินค้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันสำะหลัง&amp;nbsp;ยางพาราและอ้อยโรงงาน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;16.5&amp;nbsp;,&amp;nbsp;11.9&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;0.3&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2.3&amp;nbsp;โดยสาขาบริการทางการเกษตรคาดว่า&amp;nbsp;จะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3.4&amp;nbsp;สาขาปศุสัตว์&amp;nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;สาขาพืช&amp;nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&amp;nbsp;0.7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1.7&amp;nbsp;และสาขาประมง&amp;nbsp;ขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&amp;nbsp;0.2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;โดยมีปัจจัยที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การพัฒนาเกษตรกรสู่&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรมืออาชีพที่มีศักยภาพทั้งด้านการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;และการตลาดโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิตควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเกษตรกรจากผลกระทบของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่&amp;nbsp;(Big&amp;nbsp;Data)&amp;nbsp;เพื่อการตัดสินใจ&amp;nbsp;การส่งเสริมทำให้การบริหารการผลิตที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสนับสนุนมีการวางแผนการผลิต&amp;nbsp;และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307222648350</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกตรวจราชการแบบบูรณาการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนบูรณาการประเด็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ต้อนรับและพูด&amp;nbsp;คุย&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนข้อราชการกับนายพีระ&amp;nbsp;ทองโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;9/ผู้ตรวจราชการกรม&amp;nbsp;และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนก่อนที่ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวถึงความพร้อมของการกระจายผลไม้ปลอดภัย&amp;nbsp;ปลอดโควิดในฤดูกาลผลิตปีนี้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด&amp;nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายเร่งเจรจาและหาช่องทางกระจายสินค้าไปยังต่างประเทศเพื่อป้องกันผลผลิตกระจุกตัวและอาจส่งผลต่อราคาผลผลิตโดยเฉพาะการกระจายผลผลิตทุเรียนไปยังประเทศจีน/การหารือแนวทางแก้ปัญหาการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองขลุงที่ยังติดขัดเรื่องของข้อกฎหมายเขตอุทยานแห่งชาติ/การทำประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้นที่ห้องประชุม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพีระ&amp;nbsp;ทองโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงและผู้ตรวจราชการกรม&amp;nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&amp;nbsp;และผู้แทนคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด&amp;nbsp;ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรคประเด็นนโยบายสำคัญ&amp;nbsp;โดยนายสุพจน์&amp;nbsp;ภูติเกียรติขจร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;ซึ่งครั้งนี้เป็นการตรวจราชการแบบบูรณาการ&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีประเด็นตรวจติดตามรวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019/การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;BCG/การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน/การติดตาม&amp;nbsp;ตรวจสอบและประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภันฑ์/การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก/โครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัย&amp;nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;กรมพระศรีสว่างควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงบ่าย&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำเค็มทันใจ&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.คลองน้ำเข็ม&amp;nbsp;อ.แหลมสิงห์&amp;nbsp;และศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง&amp;nbsp;PIPO&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308104124431</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>จ.ยะลา ผลักดันท่องเที่ยววิถีใหม่ ต้นแบบ สถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.ยะลา&amp;nbsp;เตรียมเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองชายแดนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลักดันต้นแบบ&amp;nbsp;สถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;สู่มาตรฐานความปลอดภัย&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&amp;nbsp;มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;ร่วมมือกับพันธมิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ดาเนินการโครงการ&amp;nbsp;"Amazing&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;and&amp;nbsp;&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Administration&amp;nbsp;(SHAV)"&amp;nbsp;ในการสร้างมาตรฐานการบริการให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ในโครงการ&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Administration&amp;nbsp;(SHA)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปิดโอกาสให้กับสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&amp;nbsp;โรงแรมและที่&amp;nbsp;พัก&amp;nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ยานพาหนะ&amp;nbsp;บริษัทนาเที่ยว&amp;nbsp;สปา/นวดเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;และสถานเสริมความงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&amp;nbsp;สนามกอล์ฟและสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ&amp;nbsp;โรงมหรสพ&amp;nbsp;การจัดให้มีมหรสพการแสดง&amp;nbsp;ดนตรี&amp;nbsp;ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&amp;nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อรับตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;http://www.tourismthailand.org/thailandsha&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดเมืองท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;รวมถึงลดความเสี่ยงป้องกันการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ทางจังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สานักงานนราธิวาส&amp;nbsp;และสำนักงานธารณสุขจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;จัดโครงการอบรมต้นแบบเพื่อยกระดับการให้บริการของสถานประกอบการสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;(SHA)&amp;nbsp;ตามวิถีการท่องเที่ยวแนวใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;Tourism&amp;nbsp;Senvices)&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;สถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภัตตาคาร&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;คาเฟ่&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านจำหน่ายของที่ระลึก&amp;nbsp;รถเช่า&amp;nbsp;และธุรกิจอื่นๆ&amp;nbsp;ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;เข้าร่วมรับฟังข้อมูล&amp;nbsp;มาตรการแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;และเกณฑ์ตรวจสอบเพื่อประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการ&amp;nbsp;รวมทั้งปฏิบัติการลงทะเบียนตามโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมวังแก้ว&amp;nbsp;โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;เตรียมความพร้อมและปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308132542491</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จัดกิจกรรม Phuket Hot deal มหกรรมสินค้าร่วมใจ ลดค่าครองชีพ อย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววรนิษย์&amp;nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์สินค้าและค่าครองชีพของประชาชนมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตไม่นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งการจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด&amp;nbsp;บริเวณสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และกิจกรรมล่าสุดในขณะนี้ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ร่วมจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;deal&amp;nbsp;มหกรรมสินค้าร่วมใจ&amp;nbsp;ลดค่าครองชีพ&amp;nbsp;ที่ไม่กำหนดระยะเวลาโดยมีการนำสินค้าอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;มาจำหน่ายในราคาพิเศษ&amp;nbsp;ที่มีราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด&amp;nbsp;อย่างข้าวสาร&amp;nbsp;น้ำมัน&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&amp;nbsp;ผงซักฟอก&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายบุญสม&amp;nbsp;อนันตจรูญวงศ์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัทซุปเปอร์ชีป&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ห้างซุปเปอร์ชีป&amp;nbsp;เป็นห้างท้องถิ่นที่ดูแลคนท้องถิ่นด้วยการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดมาตั้งแต่เริ่มต้น&amp;nbsp;และเมื่อทางกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จัดกิจกรรมบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งให้ความร่วมมือมาตลอดโดยการนำสินค้าที่เป็นความต้องการและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาวางจำหน่าย&amp;nbsp;ในราคาที่ถูกกว่าราคาท้องตลาดอย่างไขไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปกติแผงละ&amp;nbsp;109&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ลดเหลือ&amp;nbsp;102&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121746468</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>อบจ.ชัยนาท กำหนดเปิดให้บริการสวนนกชัยนาท หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  โดยเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรี ระหว่าง 9 -31 มีนาคม นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุสรณ์&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ทำให้องค์การส่วนจังหวัดชัยนาทต้องประกาศปิดการให้บริการสวนนกชัยนาท&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาทให้กลับมา&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงได้มีประกาศองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการเปิดให้บริการสวนนกจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ตั้งแต่วันพุธที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ใช้บริการสวนนกชัยนาท&amp;nbsp;(ชั่วคราว)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แต่ในส่วนของสวนน้ำอวกาศยังไม่เปิดให้บริการ&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามได้ที่ฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;056&amp;nbsp;&amp;nbsp;476617&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;206&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวให้กลับมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจและการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;เยียวยาแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ที่ประสบสภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ประกอบกับอาการบางส่วนอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้สวยงามเกิดความปลอดภัยในการรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จึงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ใช้บริการสวนนกชัยนาทเป็นการชั่วคราวดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน&lt;/strong&gt;ที่มาใช้บริการสวนนกชัยนาท&amp;nbsp;ยังคงมาตรการด้านป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิหน้าประตูทางเข้า&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในขณะท่องเที่ยวในสวนนก&amp;nbsp;การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp;หมั่นล้างมือด้วยเจล/แอลกอฮอล์&amp;nbsp;และลงทะเบียนแอพไทยชนะเมื่อเข้าใช้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135906512</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดโครงการมหกรรมการออม ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมการออม&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และโครงการส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;และการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรี&amp;nbsp;และกลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สาขาอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้อ่านสารจากนายสมคิด&amp;nbsp;จันทมฤก&amp;nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ประกาศวาระชุมชน&amp;nbsp;"การส่งเสริมการออมภาคประชาชน"&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;วาระการครบรอบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;และวันครบรอบ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;วันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายปฐมพงษ์&amp;nbsp;จันทร์สว่าง&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;โครงการมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และนางพัชรี&amp;nbsp;สัมถาวร&amp;nbsp;ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมอาชีพและการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มองค์กรสตรีและกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;เนื่องในวันสตรีสากล&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบเกียรติบัตรแก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;9&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน&amp;nbsp;ตั้งแต่ปีที่จัดตั้งถึงปัจจุบันนานที่สุด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รางวัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนตามฐานข้อมูล&amp;nbsp;จปฐ.&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รางวัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีเงินออมมากที่สุด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รางวัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รวมไปถึงการมอบเกียรติบัตรให้แก่คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มอบป้ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแก่ผู้แทนอำเภอ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการการออม&amp;nbsp;ผลสำเร็จของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;และการส่งเสริมการออมภาคประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นิทรรศการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและหน่วยงานภาคีการสาธิตการผลิตสินค้ากลุ่มอาชีพ/องค์กรสตรี&amp;nbsp;และนิทรรศการ&amp;nbsp;"ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143153522</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นอาการขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;เห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือโควิด-19&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ร่างประกาศกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษา&amp;nbsp;วินิจฉัย&amp;nbsp;หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(ฉบับที่...)&amp;nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรศุลการสำหรับของที่ใช้รักษา&amp;nbsp;วินิจฉัย&amp;nbsp;หรือป้องกันโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;/ร่างประกาศกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การลดอัตรากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลการ&amp;nbsp;พ.ศ.2530&amp;nbsp;(ฉบับที่.&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสินค้าหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&amp;nbsp;หน้ากากกรองฝุ่น&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;หรือสารพิษ&amp;nbsp;บรรดาที่อุปกรณ์&amp;nbsp;เพื่อป้องกันภัยและหน้ากากกรองเชื้อโรค&amp;nbsp;หน้ากากทางการแพทย์นอกจากหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&amp;nbsp;และร่างประกาศกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อผลิตเป็นหน้ากาก&amp;nbsp;(ฉบับที่.&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นอาการศุลกากร&amp;nbsp;สำหรับของที่นำเข้ามาใช้ผลิตเป็นหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัด&amp;nbsp;หน้ากากกรองเชื้อโรค&amp;nbsp;หน้ากากทางการแพทย์นอกจากหน้ากากชนิดที่ใช้ในห้องผ่าตัดและหน้ากากกรองฝุ่น&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;หรือสารพิษ&amp;nbsp;บรรดาที่เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308205111743</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลก 2569 ที่อุดรธานี แลนด์มาร์คอีเวนต์ครั้งแรกในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;2569&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2026)&amp;nbsp;โดยจะจัดขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;มหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ที่อุดรธานี&amp;nbsp;จะเป็นงานแลนด์มาร์คอีเว้นต์ครั้งแรกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;ตอกย้ำความพร้อมของจังหวัดในการจัดงานไมซ์ระดับโลก&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Diversity&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Life:&amp;nbsp;People,&amp;nbsp;Water&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Plants&amp;nbsp;วิถีชีวิต&amp;nbsp;สายน้ำ&amp;nbsp;และพืชพรรณ&amp;nbsp;ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงของสายน้ำ&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และผู้คนในท้องถิ่น&amp;nbsp;ผนวกแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(BCG)&amp;nbsp;และนโยบายการเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;"3S"&amp;nbsp;สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;(SDGs)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมสามัญประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(The&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Association&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Producers&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;AIPH)&amp;nbsp;ที่นครดูไบ&amp;nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;ที่ประชุม&amp;nbsp;AIPH&amp;nbsp;มีมติตกลงตามข้อเสนอของประเทศไทย&amp;nbsp;ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;(Udon&amp;nbsp;Thani&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2026)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;"&amp;nbsp;Diversity&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Life:&amp;nbsp;Connecting&amp;nbsp;Water,&amp;nbsp;Plants,&amp;nbsp;and&amp;nbsp;People&amp;nbsp;for&amp;nbsp;sustainable&amp;nbsp;living&amp;nbsp;หรือความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต:&amp;nbsp;สายสัมพันธ์แห่งน้ำ&amp;nbsp;พืชพรรณ&amp;nbsp;และผู้คนสู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน"&amp;nbsp;อันสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างสายน้ำทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และผู้คนในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในพิธีการส่งมอบการเป็นเจ้าภาพจัดงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าคณะผู้แทนไทย&amp;nbsp;ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในนามของรัฐบาลไทยต่อสมาชิก&amp;nbsp;AIPH&amp;nbsp;สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มอบให้แก่ประเทศไทย&amp;nbsp;โดยความสำเร็จครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ทีเส็บ&amp;nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยต่อการมีส่วนร่วมด้านความมั่นคงทางอาหารโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามนโยบายเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;"3S"&amp;nbsp;ที่เน้นด้านความปลอดภัยทางอาหาร&amp;nbsp;(Safety)&amp;nbsp;ความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;(Security)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและนิเวศการเกษตร&amp;nbsp;(Sustainability)&amp;nbsp;โดยเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Goals&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SDGs)&amp;nbsp;และยึดมั่นต่อเจตจำนงด้านสภาพภูมิอากาศตามความตกลงปารีส&amp;nbsp;(Paris&amp;nbsp;Agreement)&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งความมุ่งมั่นในเรื่องนี้สามารถผนวกใช้เป็นพื้นฐานของแนวคิดและการนำเสนอสาระของงาน&amp;nbsp;และหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนประเด็นความยั่งยืนได้ชัดเจนขึ้น&amp;nbsp;จนเป็นแรงผลักดันให้มีการขับเคลื่อนมาตรการแนวปฏิบัติที่ทำได้จริงในระดับสากลเพื่อความยั่งยืนที่ลดทอนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสยาม&amp;nbsp;ศิริมงคล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวย้ำถึงความพร้อมของทางจังหวัดฯ&amp;nbsp;ในการสร้างความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดงานที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยงานพืชสวนโลกที่อุดรธานี&amp;nbsp;จะเป็นงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ด้วยสถานะความเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;รวมถึงศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคฯ&amp;nbsp;ของทางจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;จะสามารถสะท้อนภาพแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;ตลอดถึงพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการจัดงานอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจิรุตถ์&amp;nbsp;อิศรางกูร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการทีเส็บ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในการยื่นประมูลสิทธิ์ครั้งนี้&amp;nbsp;ได้กล่าวแสดงความมั่นใจต่อความสำเร็จของการจัดงานที่ถือเป็นงานแลนด์มาร์คระดับโลก&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกมาแล้วถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และยังได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล&amp;nbsp;และวาระแห่งชาติในการส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;(Bio-Circular-Green&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;เศรษกิจทฤษฎีใหม่ที่ผสมผสานการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาสังคมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยมุ่งลดและพลิกฟื้นผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดงานที่จะเกิดขึ้นในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทิม&amp;nbsp;ไบรเออร์คลิฟฟ์&amp;nbsp;(Mr.&amp;nbsp;Tim&amp;nbsp;Briercliffe)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(Secretary&amp;nbsp;General&amp;nbsp;of&amp;nbsp;AIPH)&amp;nbsp;กล่าวปีดท้ายในนามของสมาคมฯ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;AIPH&amp;nbsp;มีความมุ่งหวังจะเห็นการจัดงานที่สามารถตอบโจทย์วาระการพัฒนาโลกในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโดยรวม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานอุดรธานีเอ็กซ์โปในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่าจะใช้เงินลงทุน&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และสามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานจำนวน&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ตลอดการจัดงานทั้ง&amp;nbsp;134&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308170142652</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมทีมเศรษฐกิจ ติดตามสภาวะเศรษฐกิจการค้า พร้อมหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานทีมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อติดตามสภาวะเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;พร้อมหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมขุนลุมประพาส&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรสิทธิ์&amp;nbsp;จาตุรัตน์&amp;nbsp;คลังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานต่อที่ประชุม&amp;nbsp;ถึงภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันพบว่า&amp;nbsp;เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวมากขึ้น&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ทั้งด้านอุปทาน&amp;nbsp;ซึ่งขยายตัวจากภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ภาคเกษตรกรรม&amp;nbsp;และภาคบริการ&amp;nbsp;ขณะที่ด้านอุปสงค์&amp;nbsp;ขยายตัวจากการค้าชายแดน&amp;nbsp;การลงทุนภาคเอกชน&amp;nbsp;การบริโภคภาคเอกชน&amp;nbsp;และการใช้จ่ายภาครัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์&amp;nbsp;ขัดนาค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จากเทศกาลดอกบัวตองบานดอยแม่อูคอ&amp;nbsp;ระหว่างเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้าชม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;163,495&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สร้างรายได้กว่า&amp;nbsp;670&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่กิจกรรมงานเปิดเมิงไต&amp;nbsp;ชิมอาหารไทใหญ่&amp;nbsp;ชมสินค้าท้องถิ่น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีผู้เข้าชมงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สร้างรายได้จากการจำหน่ายอาหารและสินค้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,068,573&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;สาเหตุเกิดจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทั้งสองกิจกรรม&amp;nbsp;ขณะที่การค้าชายแดนไทยเมียนมาร์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่านำเข้ากว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และมีมูลค่าการส่งออกจำนวนกว่า&amp;nbsp;186&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมพิจารณาการบริการจัดการสินค้ากระเทียมในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ในการมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308164420642</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>ครม. อนุมัติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเหลือ 0 ไปอีก 6 เดือน บรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน 1-1.50 บาทต่อหน่วย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติอนุมัติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;0.005&amp;nbsp;โดยน้ำหนัก&amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&amp;nbsp;บี10&amp;nbsp;รวมถึงน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราศูนย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สามารถช่วยบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาทต่อหน่วย&amp;nbsp;เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยในปัจจุบันกว่าร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;แต่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงในการทดแทนก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185611704</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>ครม. อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 25,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน&amp;nbsp;ระหว่างปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;อายุไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;หลังจากดำเนินมาตรการตรึงราคาค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;ช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้ามีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กฟผ.ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กฟผ.จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศและเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185323701</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>รัฐบาล ตั้งเป้ารณรงค์ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐลงร้อยละ 20 การใช้น้ำมันลงร้อยละ 10 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;ประกอบการการจำกัดปริมาณการผลิตของโอเปคยังยืนยันทีาจะผลิตเพิ่มขึ้นเพียง&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาร์เรล&amp;nbsp;จึงส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ส่งผลให้ประเทศเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.)&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กพช.&amp;nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน&amp;nbsp;โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับความคล่องตัวในการใช้เชื้อเพลิงในประเทศให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาแพงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าและให้ใช้พลังงานภายในประเทศให้มากที่สุด&amp;nbsp;รวมถึงการพิจารณาขยายขอบเขตการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ประเภทอื่นที่มีราคาถูกกว่าให้มากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งรวมถึงพลังงานจากประเทศและจากเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลได้มีการประเมินสถานการณ์พลังงานเป็นประจำทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอให้ประชาชนเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ที่ราคาน้ำมันดับปรับตัวสูงขึ้นเกินกรอบกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ต่อบาร์เรลเบื้องต้นจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เป็นหลักในการตรึงราคาน้ำมัน&amp;nbsp;คาดว่าภายในเดือนเมษายนนี้จะสามารถกู้เงินได้รวมถึงอาจจะพิจารณาขยายวงเงินกู้&amp;nbsp;รวมถึงการชะลอการจ่ายเครดิตเทอม&amp;nbsp;(Credit&amp;nbsp;Term)&amp;nbsp;หรือเจ้าหนี้การค้ารอการชำระเพื่อนำมาเป็นเงินสดเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ควบคู่เพิ่มเสถียรภาพการผลิตเพื่อเพิ่มสำรองน้ำมันภายในประเทศให้มากกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ควบคู่กับการรณรงค์ประชหยัดพลังงานที่ไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;โดยในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.)&amp;nbsp;กระทรวงพลังงานจะออกมาแถลงวิธีการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยตั้งเป้าให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และลดการใช้น้ำมันลงร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308185132697</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>ครม. อนุมัติขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบ ค่าก่อสร้าง และค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบ&amp;nbsp;ค่าก่อสร้าง&amp;nbsp;และค่าจ้างที่ปรึกษา&amp;nbsp;โครงการรถไฟฟ้ามหานคร&amp;nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&amp;nbsp;ตามมติ&amp;nbsp;ครม.เมื่อวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;โดยให้รัฐบาลรับภาระชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยต่อไป&amp;nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;จนถึงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;ซึ่งหากประมาณการรายได้แตกต่างไปจากที่คาดการณ์ไว้มาก&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมจะพิจารณานำเสนอการรับภาระหนี้ของรัฐบาลให้&amp;nbsp;ครม.พิจารณาอีกครั้งตามความเหมาะสม&amp;nbsp;และมีมติให้สำนักงบประมาณ&amp;nbsp;พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(รฟม.)&amp;nbsp;เป็นรายปี&amp;nbsp;จนถึงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;รฟม.ได้มีการขออนุมัติขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวออกไปแล้ว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยครั้งนี้&amp;nbsp;ขออนุมัติขยายระยะเวลาให้รัฐบาลรับภาระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ต่อ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;จนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;จากการประมาณการรายได้ที่&amp;nbsp;รฟม.ได้รับจากสัญญาสัมปทานเดินรถ&amp;nbsp;จากบริษัท&amp;nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BEM&amp;nbsp;และรายได้ที่รฟม.ดำเนินการเอง&amp;nbsp;ในส่วนของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกิจการรถไฟฟ้า&amp;nbsp;ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของรฟม.และการชำระคืนภาระหนี้ที่รฟม.ได้กู้มาดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งมีการทยอยจ่ายคืนชำระหนี้เป็นรายปี&amp;nbsp;และรฟม.ยังต้องนำรายได้ของโครงการฯสายเฉลิมรัชมงคล&amp;nbsp;ไปใช้จ่ายในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ&amp;nbsp;ที่รฟม.รับผิดชอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภาระหนี้คงค้างของ&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีหนี้คงค้างรวม&amp;nbsp;177,801&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยโครงการฯ&amp;nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&amp;nbsp;มีภาระหนี้คงค้าง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;31,177&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ประมาณการภาระหนี้ของโครงการฯ&amp;nbsp;สายเฉลิมรัชมงคล&amp;nbsp;ตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้&amp;nbsp;พบว่าตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564-2572&amp;nbsp;จะต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;23,876&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และช่วงปี&amp;nbsp;2573-2583&amp;nbsp;มีภาระหนี้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;19,200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ประมาณการรายได้&amp;nbsp;และรายจ่ายรวมของโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ&amp;nbsp;ในช่วงสัญญาสัมปทานโครงการฯสายเฉลิมรัชมงคล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564-2572&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;จะมีรายได้รวม&amp;nbsp;47,391&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และรายจ่าย&amp;nbsp;119,481&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีรายจ่ายเกินรายได้จำนวน&amp;nbsp;72,089&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211111751</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 1 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบางจาก&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ราคาขายปลีกปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;46.76&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;31.54&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.24&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;39.08&amp;nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.35&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308193845735</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ TEST &amp; GO ทางน้ำ กลุ่มแรก หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ&amp;nbsp;TEST&amp;amp;GO&amp;nbsp;ทางน้ำ&amp;nbsp;โดยเรือ&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Maggie&amp;nbsp;สัญชาติเรือมาเลเซีย&amp;nbsp;เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;จอดเทียบท่า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเทียบเรืออ่าวปอ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นางสาวนันทาศิริ&amp;nbsp;รณศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท)&amp;nbsp;สำนักงานภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการที่&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยของชาวต่างชาติทางน่านน้ำเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างมาก&amp;nbsp;เนื่องกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมการเดินทางด้วยเรือยอร์ช&amp;nbsp;เรือสำราญ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้จะเดินทางมาจากประเทศในแถบยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียนเป็นหลัก&amp;nbsp;อาจจะเดินทางมาทางเครื่องบิน&amp;nbsp;แล้วเช่าเหมาเรือไปท่องเที่ยวในน่านน้ำภูเก็ตและใกล้เคียง&amp;nbsp;แล้วกลับมาจังหวัดภูเก็ตเพื่อเดินทางกลับ&amp;nbsp;หรือการนั่งเรือจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพื่อพักผ่อนบนเกาะภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ททท.ได้ดำเนินการส่งเสริมการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาตลอด&amp;nbsp;โดยสถิติการเดินทางทางเรือ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเรือยอร์ชเดินทางเข้ามา&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;คนประจำเรือพร้อมผู้โดยสาร&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;323&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เฉพาะเดือน&amp;nbsp;มกราคม-กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีเรือยอร์ชเข้ามา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;มีผู้โดยสาร&amp;nbsp;92&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมใน&amp;nbsp;การต้อนรับนักท่องเที่ยวทางเรือยอร์ช&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือที่สามารถรองรับเรือได้หลากหลายขนาด&amp;nbsp;การบริการดูแลเรือ&amp;nbsp;ซ่อมเรือ&amp;nbsp;การบริการทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;สปา&amp;nbsp;และแหล่งช้อปปิ้ง&amp;nbsp;ซึ่งสามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังมีเรืออีกจำนวนมากที่แจ้งความประสงค์ขอเดินทางเข้าภูเก็ตภายใต้&amp;nbsp;TEST&amp;amp;GO&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตถือเป็น&amp;nbsp;จุดหมายปลายทาง&lt;/strong&gt;ของเรือสำราญและเรือยอร์ช&amp;nbsp;เนื่องจากมีท่าเรือที่หลากหลากและสะดวกสบาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ท่าเรือน้ำลึก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ท่า&amp;nbsp;และมีท่าเรือของรัฐและเอกชนมากกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ท่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะท่าเรือเอกชนที่ได้ให้บริการเรือยอร์ชในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และเป็นอีกหนึ่งธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ทางเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192856728</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>ครม. อนุมัติร่างกฎหมายตามมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ยกเว้น VAT </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษี&amp;nbsp;สำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&amp;nbsp;โดยกรมสรรพากร&amp;nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&amp;nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซี&amp;nbsp;หรือโทเคนดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(Retail&amp;nbsp;CBDC)&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาและทดสอบการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการใช้งานภาคประชาชน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;รวมทั้งได้ออกร่างกฎกระทรวง&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;..&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;อนุญาตให้หักผลขาดทุน&amp;nbsp;จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ออกจากกำไรได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เฉพาะผลประโยชน์และผลขาดทุนจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;มีผลใช้บังคับ&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2561)&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จะช่วยให้ผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและได้รับความเป็นธรรมในการเสียภาษีมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยให้การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนที่เกิดขึ้นใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;มีความน่าเชื่อถือและให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการใช้เงินดิจิทัลในอนาคตต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211447753</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>ครม. เห็นชอบมาตรการภาษีส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น (startup) ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&amp;nbsp;(Startup)&amp;nbsp;โดยกรมสรรพากร&amp;nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา&amp;nbsp;ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนใน&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;ที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย&amp;nbsp;ทั้งการลงทุนโดยตรงและการลงทุนโดยอ้อมผ่าน&amp;nbsp;Venture&amp;nbsp;Capital&amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายประกาศกำหนด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศสำหรับกำไรจากการขายหุ้นใน&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่&amp;nbsp;บริษัทที่ประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน&amp;nbsp;(CVC)&amp;nbsp;ทั้งไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp;และผู้ถือหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมทุน&amp;nbsp;(PE&amp;nbsp;Trust)&amp;nbsp;ต่างประเทศสำหรับกำไรจากการขายหุ้นใน&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;โดยระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันถัดจากวันที่พระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2575&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&amp;nbsp;(Startup)&amp;nbsp;ในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;สามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และง่ายขึ้น&amp;nbsp;ทั้งยังส่งผลดีทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัวมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดการณ์ว่า&amp;nbsp;จากมาตรการภาษีนี้&amp;nbsp;จะทำให้ภายในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;มีเงินลงทุนใน&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ไทยเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;แสนล้านบาท&amp;nbsp;และก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211701755</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>ศอ.บต.หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์บิน 14 มี.ค.65 นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการ&amp;nbsp;บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)&amp;nbsp;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ร่วมหารือการเตรียมความพร้อมในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลาอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมผ่านระบบประชุมทางไกล&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะร่วมเดินทางมาเป็นประธานในพิธีฯ&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่DD6260&amp;nbsp;เส้นทางดอนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;และประชาชนที่ใช้บริการในเครื่องบินลำนี้&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การดำเนินการท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ที่มีนโยบายให้หน่วยงานดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการคมนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;สำหรับท่าอากาศยานเบตงขณะนี้มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;ตลอดจนความพร้อมของรันเวย์&amp;nbsp;ที่สามารถรองรับเครื่องบินได้ที่มีขนาดสูงสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ATR&amp;nbsp;&amp;nbsp;72&amp;nbsp;และเครื่องบิน&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;ในการเตรียมให้บริการของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ซึ่งตามตารางจะทำการบิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และศุกร์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;สามารถก้าวไปสู่เมืองท่องเที่ย&lt;/strong&gt;ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้รับมาตรฐานทั้งในระดับอาเซียนและระดับสากล&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308194350739</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ลงพบปะ ประชาชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพบ้านนายม่อม ในตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(&amp;nbsp;สว.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;วรพงษ์&amp;nbsp;สง่าเนตร&amp;nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณชุมชนบ้านยายม่อม&amp;nbsp;เพื่อพบปะพูดคุย&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน&amp;nbsp;"วิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพบ้านนายม่อม&amp;nbsp;ในตำบลแหลมงอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยมีชาวบ้านชุมชนบ้านยายม่อม&amp;nbsp;และส่วนราชการในระดับจังหวัด&amp;nbsp;ในระดับอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้อเสนอของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูอาชีพ&lt;/strong&gt;บ้านยายม่อม&amp;nbsp;ที่ได้แจ้งต่อทางคณะวุฒิสภานั้นเป็นเรื่องของความต้องการอาคารเอนกประสงค์เพื่อใช้รองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านยายม่อม&amp;nbsp;การขอสถานที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;เพื่อให้สินค้าของชุมชนได้รับมาตรฐานอย.เพื่อขยายตลาดรอโอกาสทางการค้าของกลุ่ม&amp;nbsp;การปรับปรุงทางเข้าบ้านยามม่อม-หาดทรายดำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;(สว.)&amp;nbsp;จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนอันเป็นประโยชน์&amp;nbsp;ที่ได้รับฟังไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&amp;nbsp;เร่งรัด&amp;nbsp;เสนอแนะ&amp;nbsp;และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308214625759</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เปิดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและประยุกต์ใช้แพลทฟอร์ม NATIONAL DELIVERY ในยุควิถีชีวีติใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวาฤทธิ์&amp;nbsp;ศิริพิทยาโรจน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริม&lt;/strong&gt;และสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;เปิดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและประยุกต์ใช้แพลทฟอร์ม&amp;nbsp;NATIONAL&amp;nbsp;DELIVERY&amp;nbsp;ในยุควิถีชีวีติใหม่&amp;nbsp;โดยมีการแลกเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจกับผู้ประกอบการร้านอาหารพร้อมรับสมัครriderเข้าระบบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวาฤทธิ์&amp;nbsp;ศิริพิทยาโรจน์&amp;nbsp;กล่าวว่าจากสถานการณ์&lt;/strong&gt;การแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมการระบาด&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบทางด้านสุขภาพแก่ประชาชน&amp;nbsp;แต่มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;ภาคประชาชนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาด&amp;nbsp;ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและมาตรการของรัฐเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;(depa)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์ม&amp;nbsp;National&amp;nbsp;Delivery&amp;nbsp;และการส่งเสริมการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มการจัดส่งสินค้า&amp;nbsp;(Delivery)&amp;nbsp;แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง&amp;nbsp;ขนาดย่อม&amp;nbsp;และรายย่อย&amp;nbsp;(MSMEs)&amp;nbsp;ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มการจัดส่งสินค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Delivery)&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพที่พัฒนาโดยคนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติได้&amp;nbsp;ส่งเสริมการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุควิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และสามารถอยู่รอดได้ในยุควิกฤติเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อันจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีเป้าหมายดำเนินการ&amp;nbsp;จัดหาผู้ประกอบการ&lt;/strong&gt;ร้านอาหารไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Rider&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้าสู่ในระบบ&amp;nbsp;ให้ครอบคุมพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและต่างจังหวัดในเมืองหลักๆ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดนำร่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สุดท้ายนี้&amp;nbsp;ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่ง&lt;/strong&gt;ในแพลตฟอร์มนี้&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานใน&amp;nbsp;กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการร้านอาหาร&amp;nbsp;อันจะนำมาซึ่งโอกาส&amp;nbsp;รายได้&amp;nbsp;และความสำเร็จร่วมกันต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308222322774</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ จัดงาน ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จัดงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Amnatcharoen&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Band)&amp;nbsp;และตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(Amnatcharoen&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;&amp;nbsp;Hom&amp;nbsp;&amp;nbsp;Mali&amp;nbsp;Rice)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่&amp;nbsp;Love&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;Amnatcharoen&amp;nbsp;(หอนาฬิกา)&amp;nbsp;สวนสาธารณะมิ่งมงคล&amp;nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;ในพิธีเปิดงานครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;กันครั้งยิ่งใหญ่ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้รับชมสื่อวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบซิเนแมติก&amp;nbsp;(Cinematic)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการในจังหวัด&amp;nbsp;และสื่อดังกล่าวได้เผยแพร่สู่ช่องทางสื่อสารออนไลน์&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;เฟซบุ๊กคมชัดลึก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เฟซบุ๊กกินไม่หยุด&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรอง&amp;nbsp;ส่งเสริมภาพลักษณ์&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&amp;nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า/ผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต&lt;/strong&gt;ใช้ตราสัญลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ร่วมนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าที่ใช้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&amp;nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และยังได้เปิดศูนย์โครงการคลัสเตอร์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และอาจารย์ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก&amp;nbsp;บิ๊กซี&amp;nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&amp;nbsp;อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ในงานดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309044653802</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>ยกระดับการค้าตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญและตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า&lt;/strong&gt;เคลื่อนที่&amp;nbsp;Love&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;Amnatcharoen&amp;nbsp;(หอนาฬิกา)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวนสาธารณะมิ่งมงคล&amp;nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Amnatcharoen&amp;nbsp;Band)&amp;nbsp;และตราสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(Amnatcharoen&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Hom&amp;nbsp;Mali&amp;nbsp;Rice)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;ในพิธีเปิดงานครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;กันครั้งยิ่งใหญ่ตลอดจนประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมพิธีเปิดได้รับชมสื่อวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบซิเนแมติก&amp;nbsp;(Cinematic)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ภาพยนตร์สั้นประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สินค้าของผู้ประกอบการในจังหวัด&amp;nbsp;และสื่อดังกล่าวได้เผยแพร่สู่ช่องทางสื่อสารออนไลน์&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;เฟซบุ๊กคมชัดลึก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เฟซบุ๊กกินไม่หยุด&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายรับรอง&amp;nbsp;ส่งเสริมภาพลักษณ์&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&amp;nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า/ผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต&lt;/strong&gt;ใช้ตราสัญลักษณ์และกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ร่วมนำสินค้ามาแสดงและจำหน่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าที่ใช้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ&amp;nbsp;และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และยังได้เปิดศูนย์โครงการคลัสเตอร์สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และอาจารย์ที่ปรึกษา&lt;/strong&gt;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจาก&amp;nbsp;บิ๊กซี&amp;nbsp;ซูเปอร์มาร์เก็ต&amp;nbsp;อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ในงานดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิรัตน์&amp;nbsp;นามวงษา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เผยว่าในการจัดงานนี้&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดสินค้าตราสัญลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;(Amnatcharoen&amp;nbsp;Band)&amp;nbsp;(Amnatcharoen&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Hom&amp;nbsp;Mali&amp;nbsp;Rice)และที่มา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309042916798</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>พาณิชย์อำนาจเจริญร่วมกับสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ มาบริการพี่น้องประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;ชาวอำนาจเจริญพบกับสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลือนที่&amp;nbsp;Love&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;&amp;nbsp;Amnatcharoen&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริเวณสวนสาธารณะมิ่งมงคล&amp;nbsp;(&amp;nbsp;หอนาฬิกา&amp;nbsp;)&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;แล้วพบกันนะครับ&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการ)้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309042553797</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>หนุนชาวบ้านตะโล๊ะเลี้ยง"ชันโรง" สร้างอาชีพสร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพแวดล้อมของบ้านตะโล๊ะ&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ตำบลลิดล&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและป่าไม้&amp;nbsp;ที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;รวมถึงชาวบ้านมีการปลูกไม้ผลหลายชนิด&amp;nbsp;เหมาะที่จะเป็นแหล่งที่อยู่ของผึ้งป่าชันโรง&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านและเยาวชนของที่นี่หันมารวมกลุ่มเลี้ยงชันโรง&amp;nbsp;หรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;ผึ้งจิ๋ว&amp;nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&amp;nbsp;ตลอดจนยังเป็นการสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยง&amp;nbsp;มีรายได้เสริมตลอดทั้งปี&amp;nbsp;จากการขายน้ำผึ้งชันโรง(นีแซกลูโละ)&amp;nbsp;ที่มีราคาสูงและมีสรรพคุณมากมายที่นำไปใช้ในทางการแพทย์&amp;nbsp;ทั้งบรรเทาและรักษาอาการต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;แก้ไอ&amp;nbsp;แก้หอบ&amp;nbsp;รวมถึงยังใช้เป็นส่วนผสมในการทำเครื่องสำอางอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเลี้ยงชันโรงลงทุนไม่มาก&amp;nbsp;ทำกล่องลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แล้วนำไปวางตามสวนผลไม้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของผึ้งชันโรง&amp;nbsp;ชันโรงก็จะไปหาอาหารเอง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ชันโรง&amp;nbsp;ก็ยังช่วยสร้างระบบนิเวศ&amp;nbsp;ผสมเกสร&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตให้กับสวนผลไม้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายซอลาฮุดดิน&amp;nbsp;บือราเฮง&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางกลุ่มตำบลลิดล&amp;nbsp;เริ่มต้นเลี้ยงชันโรงมา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ไม่เฉพาะแต่เกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครู&amp;nbsp;อาจารย์&amp;nbsp;ค้าขาย&amp;nbsp;ก็เลี้ยงได้&amp;nbsp;ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หารายได้เสริม&amp;nbsp;จากเริ่มแรกเราสังเกตว่าในหมู่บ้านเรา&amp;nbsp;จะมีชันโรงอยู่&amp;nbsp;เห็นว่าน่าจะทำประโยชน์ได้&amp;nbsp;ก็เกิดการเลี้ยงต่อยอดขึ้นมา&amp;nbsp;โดยสมาชิกก็จะกระจายเลี้ยงตามบ้านของตนเอง&amp;nbsp;มีการประชุมวางแผนการเลี้ยงต่างๆ&amp;nbsp;ในเรื่องของการดูดน้ำหวาน&amp;nbsp;เก็บตอนไหน&amp;nbsp;ดูดตอนไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันสมาชิกทั้งหมดจะมีรังชันโรง&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;60-70&amp;nbsp;รัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนรายได้นั้น&amp;nbsp;ก็จะอยู่ที่รังของแต่ละคนว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ที่ช่วงเวลาการดูด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายได้กลุ่มจะอยู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นบาทต่อปี&amp;nbsp;ตามจำนวนรังที่มี&amp;nbsp;คาดว่าต่อไปก็จะขยายเพิ่ม&amp;nbsp;ตอนนี้กระแสบูมมาก&amp;nbsp;น่าจะเลี้ยงกันมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววันวิสาข์&amp;nbsp;จั่นเพชร&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;เข้ามาติดตามตลอดเพื่อให้ทางกลุ่มเปิดเป็นวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เป็นต้นแบบการเลี้ยงชันโรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยสภาพแวดล้อมของยะลาเหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อว่า&amp;nbsp;ตัวชันโรงจะเป็นแมลงเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าสนใจ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตรต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309091847817</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>ผู้ประกอบการสนใจใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลง RCEP ช่วง 2 เดือนแรก มูลค่าสูงกว่า 1,100 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายพิทักษ์&amp;nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ภายหลังความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ผู้ส่งออกไทยได้มีการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&amp;nbsp;สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลง&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;(Form&amp;nbsp;RCEP)&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นมูลค่าสูงถึง&amp;nbsp;1,165.52&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นการส่งออกไปญี่ปุ่นมากที่สุด&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;540.36&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่วนใหญ่เป็นสินค้าปลาปรุงแต่งประเภทปลาเฮอร์ริง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ปลาทูน่า&amp;nbsp;ผักปรุงแต่ง&amp;nbsp;และสิ่งทอ&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;453.95&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สินค้าพืช&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ผลไม้สด&amp;nbsp;และเกาหลีใต้&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;171.21&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินค้าถุงลมนิรภัย&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ไขมันและน้ำมันชนิดระเหย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า&amp;nbsp;Form&amp;nbsp;RCEP&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พบว่าในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีมูลค่าการขอใช้สิทธิฯ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นเกือบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;จากเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;เป็นผลมาจากเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;ที่มีข้อกำหนดของหลักเกณฑ์ที่ง่ายขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการมาขอใช้สิทธิภายใต้&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;กันมาก&amp;nbsp;เนื่องจากสามารถวางแผนการนำเข้าส่งออกสินค้าล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พร้อมให้คำปรึกษาการขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;รวมถึงสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าให้กับผู้ประกอบการและยังได้มีกำหนดจัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์จากตามความตกลง&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;ตามจังหวัดเป้าหมายในทุกภูมิภาค&amp;nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามกำหนดการได้จากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.dft.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;www.dft.go.th&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192808163</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขยายผลให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันสู่การพัฒนาที่ยังยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง&amp;nbsp;เป็นศูนย์ฯ&amp;nbsp;ที่จัดตั้งขึ้น&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขยายผล&amp;nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ประชาชนในพื้นที่บ้านผาบ่องและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนนำแนวคิดและหลักปฏิบัติไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&amp;nbsp;ภายในศูนย์ฯ&amp;nbsp;มีแหล่งเรียนรู้จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การพัฒนาสายพันธ์ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;(ไก่ชนไทย-ไก่พม่า)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การผลิตน้ำมันถั่วลิสง&amp;nbsp;(ถั่วลายเสือ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;3.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;และพัฒนาสายพันธ์ข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปลูกถั่วลายเสือ-ข้าวโพด&amp;nbsp;(ป๊อปคอร์นไทยใหญ่)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนผาบ่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;6.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแปรรูปถั่วลายเสือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;7.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การอนุรักษ์ควายพื้นเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;8.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การต้องปานซอย&amp;nbsp;(ลายฉลุไทยใหญ่)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;9.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การตัดตุง&amp;nbsp;การทำกรวยดอกไม้(ก๊อกซอมต่อ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;10.&lt;/strong&gt;การทำหมวกไทยใหญ่&amp;nbsp;(กุ๊ปไต)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งเรียนรู้ฐานที่&amp;nbsp;11.&lt;/strong&gt;การทอผ้าปกาเกอญอ&amp;nbsp;(ผ้าทอมือกะเหรี่ยง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และภูมิปัญญาไทใหญ่บ้านผาบ่อง&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;สู่การพัฒนาที่ยังยืน&amp;nbsp;มาปฏิบัติที่เกิดผลสร้างประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว&amp;nbsp;ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชม&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;อยู่ดีมีสุข&amp;nbsp;สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์&amp;nbsp;และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ&amp;nbsp;เป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียง&amp;nbsp;ที่เชื่อมโยงกันด้วยหลักไม่เบียดเบียน&amp;nbsp;แบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309105006863</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>คณะกรรมการ กพอ. เดินหน้าเพิ่มรายได้ชุมชนในพื้นที่ อีอีซี  พร้อมให้สิทธิประโยชน์ ดึงดูดนักลงทุน สร้างเม็ดเงินลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคณิศ&amp;nbsp;แสงสุพรรณ&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(สกพอ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(กพอ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;รับทราบโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผู้ค้ารายย่อยในอีอีซี&amp;nbsp;นำเทคโนโลยีมาส่งเสริมสินค้าโอทอป&amp;nbsp;(OTOP)&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการขยายช่องทางจำหน่ายให้ตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;อีกทั้งช่วยหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ค้ารายย่อย&amp;nbsp;พร้อมตั้งกลุ่มเป้าหมายและสินค้าที่นิยมในพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียนทอดกรอบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยมีแนวทาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และศูนย์พัฒนาธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประโยชน์ที่ได้รับ&amp;nbsp;จะสามารถเพิ่มยอดขายสินค้าชุมชนไม่ต่ำกว่าร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;รายได้รวม&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;ระดับชุมชนประมาณร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&amp;nbsp;20&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทำให้ผู้ซื้อสินค้า&amp;nbsp;ผู้บริโภค&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้ใช้สินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;เกิดแรงจูงใจกลับมาเที่ยวซ้ำ&amp;nbsp;ทำให้ชุมชนคนพื้นที่&amp;nbsp;อีอีซี&amp;nbsp;เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และมีรายได้ที่มั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอีอีซี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp;เพื่อกิจการพิเศษ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการกำหนดสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมพิเศษ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;เริ่มนำร่องที่เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EECa)&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;(Sandbox)&amp;nbsp;ให้สิทธิประโยชน์อีอีซีแก่นักลงทุน&amp;nbsp;ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สิทธิประโยชน์อีอีซี&amp;nbsp;เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;ทำให้เกิดการลงทุนที่คล่องตัว&amp;nbsp;เพื่อจูงใจนักลงทุนรายใหญ่เข้าสู่พื้นที่&amp;nbsp;อีอีซี&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเงินลงทุน&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;ภายในอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีข้างหน้า&amp;nbsp;ได้ตามเป้าหมายของอีอีซี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309143412969</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน หารือสถานการณ์ไข่ไก่ ติดตามปริมาณให้มีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมหารือสถานการณ์ไข่ไก่&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;ZOOM&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอุดม&amp;nbsp;ศรีสมทรง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ไข่ไก่&amp;nbsp;มีสาระสำคัญดังนี้&amp;nbsp;ราคาไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เฉลี่ยทั้งประเทศ&amp;nbsp;ยังไม่เกิน&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.30-3.50&amp;nbsp;บาท/ฟอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอให้ติดตามปริมาณไข่ไก่ทุกเบอร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากพบว่าไข่ไก่ไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในพื้นที่ให้ประสานกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เพื่อจัดสรรและเชื่อมโยงจากพื้นที่ใกล้เคียงให้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309143115966</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>อำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ OTOP จำหน่ายสินค้า เนื่องในวันกรรมการหมู่บ้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;ภายใต้การนำของ&amp;nbsp;นายสุกิจ&amp;nbsp;มีพริ้ง&amp;nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;ภาคีเครือข่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อ.ท่าฉาง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;น.ส.ปัทมา&amp;nbsp;ซัง&amp;nbsp;ตัวแทน&amp;nbsp;บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ&amp;nbsp;ในกิจกรรมตลาดประชารัฐ&amp;nbsp;หลาดปันสุข&amp;nbsp;สู้โควิด&amp;nbsp;เนื่องในวันกรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานกิจกรรมหน้าที่ว่าการอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมีการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผลผลิตการเกษตรจากกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุกิจ&amp;nbsp;มีพริ้ง&amp;nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินการตลาดนัดคนไทยยิ้มได้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าสัมมาชีพ&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;แต่ขาดช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;และเพื่อสร้างการเรียนรู้&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมและสอบถามปัญาหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความต้องการของผู้ประกอบการทุกกลุ่ม&amp;nbsp;และได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมประจำเดือน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ได้ร่วมอุดหนุน&amp;nbsp;เยี่ยมชมสินค้าเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309154032008</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา เตรียมจัดการเดินแฟชั่นโชว์จากผ้าในท้องถิ่น ณ จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ในกิจกรรม Yala fashion show on the sky ตามโครงการส่งเสริมวิถีไทย วิถีถิ่น สานสายใยไทย-มาเลเซีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;War&amp;nbsp;room&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทำงานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&amp;nbsp;วิถีถิ่น&amp;nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Yala&amp;nbsp;fashion&amp;nbsp;show&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;sky&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ได้อนุรักษ์&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;คุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักงานวัฒนธรรม&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ได้จัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค.นี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดแถลงข่าวในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องฉายภาพยนตร์เพื่อการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;โดยส่วนกิจกรรมในงาน&amp;nbsp;จะมีการเดินแฟชั่นโชว์จากผ้าในท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;ระดับชาติ&amp;nbsp;และนำไปสู่ระดับนานาชาติต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309160448034</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 20 ปี 2564/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายผกายเนติ์&amp;nbsp;เล่งอี้&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิง&lt;/strong&gt;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;จึงได้ออกประกาศ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&amp;nbsp;18-24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;11,815.28&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,280.55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;8,383.83&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;9,834.41&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;2,184.72&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;719.45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;1,616.17&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;2,165.59&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309202111187</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>กระทรวงการคลังเผยโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 52,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;ฐีระเวช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จากข้อมูลวานนี้&amp;nbsp;(วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;23.00&amp;nbsp;น.)&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;26.24&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดใช้จ่ายรวม&amp;nbsp;52,376.4&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&amp;nbsp;26,620.3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&amp;nbsp;25,756.1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด&amp;nbsp;26.38&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว&amp;nbsp;1.35&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;เป็นผู้ประกอบการรายใหม่&amp;nbsp;2.66&amp;nbsp;หมื่นราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&amp;nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ผ่านเว็ปไซด์&amp;nbsp;www.คนละครึ่ง.com&amp;nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&amp;nbsp;ได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309152912000</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน กุมภาพันธ์ 2565 ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนวรรธน์&amp;nbsp;พลวิชัย&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;43.3&amp;nbsp;ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;โดยเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และต่ำสุดในรอบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจัยมาจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ปัญหาสินค้าราคาแพง&amp;nbsp;ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตปรับตัวลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงอยู่ที่ต่ำกว่าระดับ&amp;nbsp;100&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภค&amp;nbsp;มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าจากวิกฤต&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ในประเทศไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเข้ามาซ้ำเติม&amp;nbsp;ยิ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงลบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ&amp;nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ภาคการส่งออก&amp;nbsp;ธุรกิจโดยทั่วไปและการจ้างงานในอนาคต&amp;nbsp;โดยยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนยืดเยื้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาจส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นลดน้อยถอยลงและระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากภาวะสงคราม&amp;nbsp;ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ&amp;nbsp;3.5-4.5&amp;nbsp;ในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309184730129</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>ภาคเอกชน หวั่น สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ยืดเยื้อ กระทบต่อเศรษฐกิจไทย  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสนั่น&amp;nbsp;อังอุบลกุล&amp;nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทย&lt;/strong&gt;และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มยืดเยื้อ&amp;nbsp;โดยผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและจะทำให้เศรษฐกิจของไทยหดตัวลงจากที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;แต่เชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถตรึงราคาน้ำมันได้จนถึงเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp;และอาจต้องเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า&amp;nbsp;เพราะราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อไปตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะสามารถบรรเทาผลกระทบได้ระดับหนึ่ง&amp;nbsp;โดยประชาชนจะมีภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลงประมาณ&amp;nbsp;1-1.5&amp;nbsp;บาทต่อหน่วย&amp;nbsp;ซึ่งควรต้องเตรียมแผนในด้านอื่นๆ&amp;nbsp;รองรับด้วย&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ภาคเอกชนกำลังติดตามต้นทุนราคาสินค้าที่จะสูงขึ้นหลังจากนี้&amp;nbsp;โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่จะแพงขึ้น&amp;nbsp;รัฐบาลจึงควรเตรียมแนวทางในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การนำปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ทดแทน&amp;nbsp;โดยหอการค้าไทยจะเร่งหารือกับภาครัฐต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศได้ตามปกติ&amp;nbsp;ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย&amp;nbsp;ก็ควรจมีมาตรการดูแลช่วยเหลือให้เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าขณะนี้ภาครัฐกำลังหาแนวทางในการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309184557126</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>รมต. อนุชา ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพเอเปค แสดงศักยภาพต่อประชาคมโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;รมต. อนุชา ขอให้ใช้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพเอเปค แสดงศักยภาพต่อประชาคมโลก ย้ำ เร่งผลักดันการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ทุกระดับ ต่อยอดฟื้นฟูและพัฒนาประเทศยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt; เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 1/2565 (ผ่านระบบ Video Conference) โดยมี นายรณภพ ปัทมะดิษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท สรรเสริญ&amp;nbsp;แก้วกำนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายธานี&amp;nbsp;แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt; กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2565 โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยเพื่อผลักดันและส่งเสริมผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนคนไทยในทุกด้าน พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจและร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้นำจากทั่วโลกที่จะเข้าร่วมการประชุมตลอดปีนี้ ทั้งนี้ ในการประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าด้านการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากคณะอนุกรรมการฯ แต่ละหน่วยงาน อาทิ กรมประชาสัมพันธ์ กรมสารนิเทศ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt; กล่าวย้ำว่า การที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สุดของไทยในทุกด้าน ขอให้คนไทยใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด โดยเฉพาะในการประชุมผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะได้เห็นท่าทีและพลังของสมาชิกที่สำคัญ ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเอเปคจึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายทั้งคนไทยและคนต่างชาติ&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ฯ เน้นการสื่อสารประโยชน์ของเอเปคที่คนไทยได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม และสื่อสารประชาสัมพันธ์เรื่องที่คนสนใจ ใกล้ตัว และเข้าถึง เข้าใจง่าย เช่น การท่องเที่ยว อาหาร และการบริการ เพื่อดึงดูดความสนใจประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมและเห็นโอกาสจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ความพร้อมของมาตรการด้านสาธารณสุขในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 สร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวต่างชาติในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309163847073</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>จังหวัดกระบี่ได้รับการคัดเลือกจากคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศนำร่องโครงการกระบี่โมเดล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพิมพ์รพี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พันธุ์วิชาติกุล&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงโครงการกระบี่โมเดลว่า&amp;nbsp;โครงการกระบี่โมเดลเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจังหวัดโมเดลทำทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยนำร่องในจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;สกลนครจันทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;เป็นแนวคิดของคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศโดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก&amp;nbsp;วงศ์ตระหง่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลักการที่สำคัญคือ&amp;nbsp;การนำเอาแนวคิดแบบใหม่&lt;/strong&gt;เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน&amp;nbsp;โดยนำนวัตกรรมความรู้จากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความรู้แม่นยำ&amp;nbsp;เที่ยงตรง&amp;nbsp;และพิสูจน์แล้วลงมาพาชาวบ้านให้รอดพ้นจากความยากจนมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้ความรู้และนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เช่นการใส่ปุ๋ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;การย้อมผ้า&amp;nbsp;การเลี้ยงแพะในครัวเรือน&amp;nbsp;ที่สำคัญคือชาวบ้านต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยครัวเรือนละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;มีการใช้ความรู้ที่แม่นยำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มีการทำโครงการกระบี่โมเดลอยู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อย่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่การใส่ปุ๋ย&amp;nbsp;การเลี้ยงแพะในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเลี้ยงสาหร่ายขนนก&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเลี้ยงเห็ดร่างแห&amp;nbsp;&amp;nbsp;การทำบาติกจากสีธรรมชาติโดยใช้สีน้ำทะเลเป็นตัวย้อมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านเกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการให้ความรู้แก่ชาวบ้าน&amp;nbsp;เกิดการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ต่อไร่ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการใช้ความรู้นวัตกรรมใหม่ๆ&amp;nbsp;ในการดำเนินงาน&amp;nbsp;เช่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกองทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การ&amp;nbsp;set&amp;nbsp;ค่าดินที่ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้อง&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดกระบี่พื้นที่ส่วนใหญ่มีความเป็นกรด&amp;nbsp;จึงต้องมีการตรวจวัดให้ถูกต้อง&amp;nbsp;เหมาะสมกับพืชที่จะปลูก&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ก็ได้ค้นพบแล้วว่า&amp;nbsp;ได้มีการสร้างนวัตกรรมเกษตรกร&amp;nbsp;มีนวัตกรรมกระบี่โมเดลที่เป็นชาวสวนปาล์มมากกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกคนได้มาช่วยกันทำ&amp;nbsp;ช่วยกันสร้างกระบี่โมเด็ล&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกคนมีรายได้ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ก้าวพ้นความยากจนอย่างยั่งยืนด้วยองค์ความรู้&amp;nbsp;ใหม่ๆ&amp;nbsp;ตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309164931080</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตรัง ครั้งที่ ตง 42-1 ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมนารายณ์&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;ตง&amp;nbsp;42-1/2565&amp;nbsp;โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&amp;nbsp;กำหนดแผนปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาด้านการมาตรฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;งานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีความก้าวหน้าดังนี้&amp;nbsp;รับคำขอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เก็บผลิตภัณฑ์ตัวอย่างตามคำขอส่งตรวจสอบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ให้การรับรองแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ประเมินผลผ่านการตรวจสอบเข้าที่ประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และประเมินผลไม่ผ่านการตรวจสอบครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;ตง&amp;nbsp;42-2/2565&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;แยกออกเป็น&amp;nbsp;ประเภทอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ประเภทของใช้&amp;nbsp;ของประดับตกแต่งและของที่ระลึก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165308082</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ยืนยันจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30 บาท ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กพช.&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุม&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมหารือกันว่าจะต้องหามาตรการในการบริหารว่าจะทำอย่างไร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะดำเนินการได้&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษี&amp;nbsp;การจัดหาเงินเพื่อทดแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดน้อยลง&amp;nbsp;โดยตั้งสมมติฐานไว้หลายประการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลจะสามารถดูแลได้นานแค่ไหน&amp;nbsp;ที่ราคาไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;และหากราคาปรับสูงขึ้นมากกว่านี้จะทำอย่างไร&amp;nbsp;และท้ายที่สุดเมื่อราคาสูงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;ก็จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;เพราะหลายประเทศก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งราคาน้ำมันและแก๊สของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกัน&amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลพยายามจะทำให้ดีที่สุด&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด&amp;nbsp;รวมถึงราคาน้ำมันเบนซินก็ต้องไปหามาตรการช่วยเหลือเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อได้ในสถานการณ์ที่มีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปัจจุบัน&amp;nbsp;แม้ประเทศจะอยู่ไกลกัน&amp;nbsp;แต่ห่วงโซ่การประกอบธุรกิจต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งการค้า&amp;nbsp;การส่งออก&amp;nbsp;เชื่อมโยงกันทั้งหมดและประเทศไทยก็เป็นสมาชิกอยู่ในหลายกลุ่ม&amp;nbsp;มีการค้าขายด้วยกัน&amp;nbsp;ทั้งการเจรจาตามข้อตกลง&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;อาเซป&amp;nbsp;อินโดแปซิฟิค&amp;nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นว่า&amp;nbsp;ไทยอยู่ในจุดที่สมดุลอยู่แล้ว&amp;nbsp;ดังนั้นรัฐบาลก็จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมกับทุกประเทศให้เกิดความสมดุลมากที่สุด&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เรียกคณะกรรมการเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่เข้ามาหารือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะต้องการทราบว่าประเทศไทยมีแร่อยู่ที่ใดบ้าง&amp;nbsp;เพื่อหาทางออกแก้ปัญหาราคาปุ๋ยให้ดีขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องศึกษาว่าจะจัดหาวัสดุต้นทุนได้อย่างไร&amp;nbsp;แต่ต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp;เพราะหากเรามีวัสดุต้นทุนแล้วไม่ได้ใช้&amp;nbsp;ก็จะต้องสั่งซื้อวัสดุต้นทุนการผลิตที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ&amp;nbsp;เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากขึ้นไม่ใช่สั่งซื้อจากต่างประเทศอย่างเดียว&amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;แม้จะต้องใช้เวลา&amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศจำนวนมากในแต่ละปี&amp;nbsp;และมีผลผูกพัน&amp;nbsp;เพราะปุ๋ยบางชนิดได้มาจากการผลิตพลังงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309185200132</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารหารือเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;(กรอ.จ.มห)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมแก้วกินนารี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านพรมแดน&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-&amp;nbsp;สะหวันเขต)&amp;nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในประเด็นเรื่องเวลาเปิดและกำหนดการเดินเรือขนส่งสินค้า&amp;nbsp;โดยกำหนดเดินเรือวันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;เที่ยว)&amp;nbsp;และกำหนดเวลาเปิดด่านจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&amp;nbsp;ระหว่างเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.รวมทั้งมาตรการกรณีรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถโดยสารระหว่างประเทศผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งจะออกเป็นประกาศจังหวัดมุกดาหารต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมยังรับทราบมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายโครงการ&amp;nbsp;บัตรสวัสการแห่งรัฐ&amp;nbsp;คนละครึ่ง&amp;nbsp;และเราเที่ยวด้วยกันในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;183.62&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีการขยายกำลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสัมปะหลัง&amp;nbsp;โรงงานน้ำตาล&amp;nbsp;และยังมีโอกาสเติบโตจากการปลูกกัญชง&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีบริษัทผลิตกัญชงครบวงจรและมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;แล้วกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ด้านการบริโภคภาคเอกชนมีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;351&amp;nbsp;คันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน&amp;nbsp;1775&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;393&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;มูลค่าการค้าชายแดน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15,581.66&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จำนวนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;48.31%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั้งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหารจะได้มีโอกาสดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;จากการเป็นสนามแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการใช้ที่พัก&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยจังหวัดได้เตรียมงานและกิจกรรมรองรับนักกีฬา&amp;nbsp;ผู้ติดตาม&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ไว้หลายกิจกรรม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดงานแสดงสินค้าระหว่างวันที่&amp;nbsp;6-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;เวียดทาวน์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิตย์&amp;nbsp;และถนนคนเดิน&amp;nbsp;ถนนวัฒนธรรม&amp;nbsp;อำเภอหนองสูง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309174709114</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของจังหวัดกระบี่ให้บรรลุวัตถุประสงค์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพนมเบญจา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดกระบี่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองเชิงนิเวศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นจังหวัดเป้าหมายที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาเชิงพื้นที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประเทศไทยมีต้นแบบ&amp;nbsp;"เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;40&amp;nbsp;พื้นที่"&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการร่วมบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโดยการพัฒนาอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สร้างความสมดุลทางด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;ให้อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกันกับแหล่งชุมชนได้อย่างเป็นสุขและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยในที่ประชุมได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;และคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;รวมทั้งร่างคำสั่งคณะทำงานการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;(Eco&amp;nbsp;Network)&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมศึกษาข้อมูลในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เขาพนม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ลำทับ&amp;nbsp;พร้อมสอบถามความคิดเห็นของคณะกรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพและความเหมาะสม&amp;nbsp;ที่จะพัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;พร้อมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--accent);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา&amp;nbsp;งอสอน//&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192115158</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ เร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบราคาสินค้า จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญยฤทธิ์&amp;nbsp;กัลยาณมิตร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางการรับมือ&amp;nbsp;มาตรการรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ที่มีต่อการค้าไทย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์และติดตามผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจการค้าไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบและมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยและอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยหลักการดูแลในเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะต้องให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสม&amp;nbsp;ทั้งการดูแลต้นทุนที่เป็นผู้ผลิตและการดูแลปลายทางเรื่องของราคาจำหน่าย&amp;nbsp;ที่จะต้องไม่ให้มีราคาสูงจนเกินไป&amp;nbsp;หรือมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;โดยจะรายงานต่อนายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พิจารณาเพื่อหาข้อสรุปต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ยังไม่มีนโยบายให้ปรับขึ้นราคาสินค้าในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ&amp;nbsp;จะต้องพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบ&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&amp;nbsp;โดยสินค้าในหมวดสำคัญ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาหารสด&amp;nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีและเครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;ยังคงสามารถตรึงราคาไว้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309191206150</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เข้าพบรองผู้ว่าฯ พังงา ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดพังงา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องรับรองเจ้าเมือง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;น.ส.นุสรา&amp;nbsp;กาญจนกูล&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมเยียนและหารือข้อราชการในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มีการพูดถึงโมเดล&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&lt;/strong&gt;ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปีนี้จังหวัดพังงาร่วมกับทุกภาคส่วนสนับสนุนมังคุดทิพย์พังงา&amp;nbsp;ให้มีราคาตามคุณภาพ&amp;nbsp;โดยใช้สโลแกน&amp;nbsp;มังคุดทิพย์พังงาซื่อสัตย์&amp;nbsp;หวานอมเปรี้ยวหนึ่งเดียวในโลก&amp;nbsp;ให้เกษตรกรนำประโยชน์จากส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของมังคุดมาแปรรูป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำน้ำมังคุด&amp;nbsp;การนำเปลือกมังคุดมาทำน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้กับมังคุดทิพย์พังงา&amp;nbsp;จึงขอรับการสนับสนุนกล่องผลไม้จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีการเตรียมความพร้อมรับมือการกระจายมังคุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และส่งเสริมการขึ้นทะเบียนมังคุดทิพย์พังงาให้เป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309203826198</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>มะนาวตลาดเมืองใหม่ยะลา ขยับขึ้นราคา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงนี้ที่หลายพื้นได้&amp;nbsp;เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง&amp;nbsp;ทำให้ราคามะนาว&lt;/strong&gt;ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;กิโลกรัมละกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับในส่วนของพื้นที่ยะลา&amp;nbsp;เอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคามะนาวที่ตลาดเมืองใหม่&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ก็ได้ขยับราคาสูงขึ้นเช่นกัน&amp;nbsp;แต่ยังไม่ถึงกับกิโลละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กว่าบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม่ค้าที่รับซื้อมะนาวมานั่งขาย&amp;nbsp;ในตลาดเมืองใหม่&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มะนาวได้ขึ้นราคามากว่าสัปดาห์แล้ว&amp;nbsp;ทั้งมะนาวแป้น&amp;nbsp;และมะนาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;30-40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขยับขึ้นเป็น&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;50-&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าขายเป็นจาน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;สีเหลืองหน่อย&amp;nbsp;จานละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คาดว่ายังมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาอีก&amp;nbsp;ผลผลิตน้อย&amp;nbsp;ฤดูร้อนด้วย&amp;nbsp;เหมือนทุกปีที่ผ่านมาถ้าเข้าหน้าร้อนมะนาวก็จะราคาแพงขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งน้ำมันแพง&amp;nbsp;ตอนนี้&amp;nbsp;ไม่เพียงแต่ราคามะนาวที่แพงทุกอย่างขึ้นราคาหมด&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;เมื่อก่อนฝักละ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตอนนี้ขึ้นฝักละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ประชาชนที่ต้องทำอาหารรับประทาน&lt;/strong&gt;ในชีวิตประจำทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็ยังคงออกมาจับจ่าย&amp;nbsp;ซื้อของกันตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ลดปริมาณลง&amp;nbsp;ประหยัดขึ้น&amp;nbsp;ของแพงทุกอย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับในช่วงนี้ซึ่งเป็นฤดูมะม่วง&amp;nbsp;มะนาวแพง&amp;nbsp;ก็จะซื้อมะม่วงไปใช้ทำอาหารแทนมะนาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310084138240</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม "ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท" ครั้งที่ 4 ปี 2565 ที่อำเภอสรรพยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวชำมพร&amp;nbsp;อำไพจิตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอสรรพยา&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&amp;nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;เนื้อหมูบด&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&amp;nbsp;เนื้อจระเข้&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;ปลาทับทิม&amp;nbsp;ผักผลไม้&amp;nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ส้มโอขาวแตงกวา&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากสวนลุงอำนวย&amp;nbsp;เสื้อผ้าบาติกจากกลุ่มสรรพยาบาติก&amp;nbsp;และสินค้าจากชุมชนภายในพื้นที่อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&amp;nbsp;เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310104258302</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>สระแก้ว แถลงข่าวจัดงาน แสดง แสง สี เสียง ปราสาทสด๊กก๊อกธม หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมขอมโบราณตามรอยปราสาทศิลา พร้อมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;เป็นประธานแถลงการณ์จัดงาน&amp;nbsp;การแสดงแสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ปราสาทสด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;ตามโครงการแหล่งท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมของโบราณตามรอยปราสาทปราสาทสด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&amp;nbsp;ประวัติศาสตร์&amp;nbsp;และสุขภาพ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นางสุวิภา&amp;nbsp;ปุณณะเวส&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นางสาวเอสรา&amp;nbsp;ศริวิเชียร&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอโคกสูง&amp;nbsp;นางสาวรุ่งนภา&amp;nbsp;ไท้เชียง&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวจัดงาน&amp;nbsp;แสดง&amp;nbsp;แสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ปราสาทสด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวแหล่งอารยธรรมขอมโบราณตามรอยปราสาทศิลา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/แหล่งโบราณสถานของจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความเป็นมาของงานฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดในภาคตะวันออกนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp;แต่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากนักและนับวันยิ่งกลับเลือนหายไปตามกาลเวลา&amp;nbsp;จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;โดยการเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์การท่องเที่ยวเพื่อให้เราได้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;อีกปัจจัยหนึ่งคือต้องการยกระดับการจัดงานปราสาทสด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เนื่องด้วยสถานที่นี้เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก&amp;nbsp;งานแสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานประวัติศาตร์สด๊กก๊อกธม&amp;nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ขึ้นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;21-22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;กิจกรรมแสดงศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นในเวทีตลาด&amp;nbsp;วัฒนธรรมก่อนและหลังการแสดงแสงสีเสียง&amp;nbsp;เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่มาจากหลากหลายพื้นที่&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมชมพระอาทิตย์ขึ้นลอดซุ้มประตูปราสาทสด๊กก๊อกธมในวันอังคารที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสามารถรอชมปรากฏการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลหลังกิจกรรมชมพระอาทิตย์ลอดซุ้มประตูในวันอังคารที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการแสดงรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองในวันอังคารที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และกิจกรรมการแสดงแสงสีเสียงปราสาทสด๊กก๊อกธมเป็นการแสดง&amp;nbsp;สุดยิ่งใหญ่ตระการตาระหว่างวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยปีนี้ใช้ชื่อการแสดงว่าสต๊อกสด๊กก๊อกธมเรื่องรุจี&amp;nbsp;สานศรัทธาพรหมณ์&amp;nbsp;พุทธ&amp;nbsp;มิ่งมงคล&amp;nbsp;โดยมีนักแสดงมืออาชีพมากมายดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ประจัก-สุชีวิน&amp;nbsp;/ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310125157379</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) ครั้งที่ 12565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายธาตรี&amp;nbsp;บุญมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมภูทอก&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพ&lt;/strong&gt;จังหวัด&amp;nbsp;เป็นการกำหนดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;ในแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565-2570&amp;nbsp;และเพื่อปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนในพื้นที่&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;การเกษตรกรรมในพื้นที่&amp;nbsp;อันจะเป็นผลลัพธ์ที่สร้างอาชีพและเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดบึงกาฬอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310121646340</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม "ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท" ครั้งที่ 4/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอสรรพยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอสรรพยา&amp;nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยา&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4/2565&amp;nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&amp;nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&amp;nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;(เนื้อแดง)&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&amp;nbsp;เนื้อจระเข้&amp;nbsp;ผักผลไม้&amp;nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัด&amp;nbsp;ตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ที่อำเภอสรรพยาวันนี้&amp;nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนื้อหมู&amp;nbsp;เนื้อปลา&amp;nbsp;เนื้อจระเข้&amp;nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&amp;nbsp;และราคาประหยัด&amp;nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่&amp;nbsp;ตำบลศิลาดาน&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&amp;nbsp;ตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&amp;nbsp;ตามอำเภอต่างๆ&amp;nbsp;จนครบทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310123438368</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>จัดระเบียบสายสื่อสาร ปรับภูมิทัศน์ ความปลอดภัยของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบสายสื่อสารของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ตั้งแต่บริเวณซอยสุขุมวิท&amp;nbsp;71&amp;nbsp;จนถึงบริเวณปากซอยทองหล่อ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างดีในการจัดระเบียบสายสื่อสารเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพของเมืองและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแผนดำเนินงานภายในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ความสำคัญที่การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;และปริมณฑลระยะทาง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;รวมถึงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมของบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อลดความทับซ้อนของพื้นที่และลดค่าใช้จ่ายการลงทุนของผู้ให้บริการ&amp;nbsp;ขณะนี้มีผู้ให้บริการแจ้งความประสงค์มาทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนผู้บริการรายอื่นๆ&amp;nbsp;ที่มีความสนใจ&amp;nbsp;สามารถติดต่อในเขตพื้นที่ให้บริการ&amp;nbsp;เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162650518</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>ชมเดือนคอมเพล็ก ร่วมเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ชาวสุพรรณบุรี เที่ยวฟรีงานดอนเจดีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ดร.อุดม&amp;nbsp;โปร่งฟ้า-ดร.สุจิตรา&amp;nbsp;ทรงมัจฉา&amp;nbsp;บริษัทชมเดือนคอมเพล็กซ์&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ศักยภาพไทยอินเตอร์กฎหมายและธุรกิจ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้การสนับสนุน&amp;nbsp;บัตรผ่านประตูเข้างานประจำปี&amp;nbsp;อนุสรณ์ดอนเจดีย์และงานกาชาด&amp;nbsp;เฉพาะเมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยเหมาจ่ายค่าบัตรผ่านประตูจำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผู้มาเที่ยวเข้าฟรี&amp;nbsp;เหมาชมการแสดงยุทธหัตถี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมทั้งซื้อสลากกาชาดแจกชาวตำบลท่าระหัด&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ดร.อุคม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในนามภาคเอกชน&amp;nbsp;ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเทิดประเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;โดยเฉพาะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ต้องเสียเลือดเสียเนื้อเหล่าทหารหาญ&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชนคนไทยไปจำนวนไม่น้อย&amp;nbsp;จึงอยากให้คนไทย&amp;nbsp;ได้รับชมการแสดงมหาวีรกรรมยุทธหัตถี&amp;nbsp;แสดงเหมือนจริง&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้งเท่านั้น&amp;nbsp;ที่มีความยิ่งใหญ่อลังการของการแสดงแสงสีเสียงนั้น&amp;nbsp;เหนือกว่าที่อื่นมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางจังหวัดยังมีมาตรการดูแลและป้องกันเรื่องความปลอดภัยต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;มวลชนที่มาทั้งหมดได้รับการคัดกรองอย่างดี&amp;nbsp;จึงมีความมั่นใจในความปลอดภัย&amp;nbsp;ในการจัดงานของจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;และสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162029506</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>เสวนา : ประเทศไทยได้อะไร จากการประชุม APEC</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์จัดงานเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;จับประเด็นประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ประเทศไทยได้อะไรจากการประชุม&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่บุคลากรภายในกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคนอก&amp;nbsp;เกี่ยวกับการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แอซิฟิก&amp;nbsp;(APEC)&amp;nbsp;ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมในปีนี้&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจากกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายธนวัต&amp;nbsp;ศิริกุล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสารนิเทศ&amp;nbsp;นางสาวปฤณัต&amp;nbsp;อภิรัตน์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;มหาพฤกษ์พงศ์&amp;nbsp;ผู้แทนรองสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค&amp;nbsp;(ABAC)&amp;nbsp;และนายกวี&amp;nbsp;จงกิจถาวร&amp;nbsp;นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนอาวุโส&amp;nbsp;ร่วมเสวนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางสุดฤทัย&amp;nbsp;เลิศเกษม&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กล่าวเปิดงานว่า&amp;nbsp;การสื่อสารเรื่อง&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;มีความท้าทายอย่างมากในเรื่องของการสื่อสารให้คนไทยเข้าใจว่าได้อะไรจากการประชุม&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้หมายความว่า&amp;nbsp;การประชุมจบลงแล้วจะมีรายได้มากขึ้นทันที&amp;nbsp;แต่จะมีความร่วมมือต่างๆ&amp;nbsp;เกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็นโอกาสของประเทศที่จะได้ต่อยอดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;71,&amp;nbsp;178);"&gt;ขับเคลื่อนความสะดวกและโอกาสใหม่ๆ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางสาวปฤณัต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุม&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;โลกกำลังเจอความท้าทายใหม่ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภัยสุขภาพ&amp;nbsp;โรคระบาดโควิด&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และมีโอกาสใหม่ๆ&amp;nbsp;เช่นกัน&amp;nbsp;สิ่งที่คนไทยจะได้จากการประชุม&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;คือจากการผลักดัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;Open&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;Balance&amp;nbsp;"เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&amp;nbsp;เชื่อมโยงกัน&amp;nbsp;สู่สมดุล"&amp;nbsp;ซึ่งมีการผลักดันการเชื่อมโยงการเดินทางข้ามพรมแดน&amp;nbsp;(Connect)&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ให้สะดวกและปลอดภัยขึ้น&amp;nbsp;ทั้งระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมโยงหลังหยุดชะงักไป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำฐานข้อมูลรวมมาตรการเดินทางข้ามแดน&amp;nbsp;บัตรนักธุรกิจ&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ใช้เดินทางในสนามบิน&amp;nbsp;ส่วนในแง่&amp;nbsp;การเปิดกว้าง&amp;nbsp;(Open)&amp;nbsp;ในแง่ของการค้าการลงทุน&amp;nbsp;ที่จะเอื้อประโยชน์กับทุกคน&amp;nbsp;ตลอดเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ลดอุปสรรคทางการค้าลงไปเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และขณะนี้ก็กำลังผลักดันเขตการค้าเสรี&amp;nbsp;(FTA)&amp;nbsp;ของเอเชีย-แปซิฟิก&amp;nbsp;ในชื่อ&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;ในโลกยุคหลังโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อให้คนทุกกลุ่มได้ประโยชน์&amp;nbsp;และเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และประเด็นสุดท้าย&amp;nbsp;คือความสมดุล&amp;nbsp;(Balance)&amp;nbsp;โดยผลักดัน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;เป็นตัวขับเคลื่อน&amp;nbsp;โดยให้สมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่แนวคิดใหม่&amp;nbsp;แต่เป็นสิ่งที่ทำกันมาอยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่อาจใช้ชื่อหรือเน้นในมิติที่ต่างกันไปในแต่ละเขตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเรื่องนี้มาพูดคุยในกรอบของ&amp;nbsp;APEC&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ไม่ใช่เวทีทำข้อตกลง&amp;nbsp;แต่เป็นเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน&amp;nbsp;นำบทเรียนและข้อเสนอมาคุยกันว่าจะอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;ถูกสานต่อต่อไปในอนาคตโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทุกฝ่าย&amp;nbsp;คล้ายการโยนหินถามทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;71,&amp;nbsp;178);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;FTAAP&amp;nbsp;คือจุดหมายในตอนนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านนายมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุม&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ในตอนแรกเป็นการคุยกันของภาครัฐของแต่ละเขตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;แต่ต่อมาก็มีการตั้ง&amp;nbsp;ABAC&amp;nbsp;ขึ้นมา&amp;nbsp;เพื่อดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมพูดคุยกันในแต่ละเขตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ในปีนี้มีแนวทางขับเคลื่อนว่า&amp;nbsp;Embrace&amp;nbsp;(เปิดรับ)&amp;nbsp;Engage&amp;nbsp;(รวมพลัง)&amp;nbsp;Enable&amp;nbsp;(ขยายข้อจำกัด)&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับ&amp;nbsp;APEC&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคมีสิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนให้เห็นผลให้ได้โดยเร็วคือ&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;Agreement&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Asia&amp;nbsp;Pacific&amp;nbsp;ความตกลงเขตการค้าเสรีแห่งเอเชีย-แปซิฟิก)&amp;nbsp;ซึ่งทำได้ยาก&amp;nbsp;เนื่องจากสมาชิก&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;มีมหาอำนาจจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงทำให้มีความเห็นไม่ตรงกัน&amp;nbsp;การตกลงกันแบบเอกฉันท์จึงทำได้ยาก&amp;nbsp;จึงต้องขยายข้อจำกัด&amp;nbsp;แทนที่จะรอทุกเขตเศรษฐกิจพร้อม&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;Minus&amp;nbsp;X&amp;nbsp;เขตใดพร้อมก่อนให้ดำเนินการได้&amp;nbsp;เขตใดยังไม่พร้อม&amp;nbsp;รอพร้อมแล้วค่อยเข้าร่วม&amp;nbsp;เพื่อผลักดัน&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;ให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;71,&amp;nbsp;178);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;APEC&amp;nbsp;คือมหาวิทยาลัยให้สมาชิกได้เรียนรู้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านนายธนวัต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;เปรียบเสมือนมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;หรือห้องเรียน&amp;nbsp;มีการเรียนการสอนกัน&amp;nbsp;มีการคุยกัน&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ก้าวผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง&amp;nbsp;และคนไทยจะได้รับประโยชน์จากการเรียนการสอนนี้แน่นอน&amp;nbsp;ซึ่งสื่อมวลชนจะเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;มาเผยแพร่สร้างความตระหนักถึงประโยชน์เหล่านี้&amp;nbsp;ให้เข้าถึงง่าย&amp;nbsp;แก่ประชาชนทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนวิกฤตขณะนี้&amp;nbsp;ทั้งยูเครน&amp;nbsp;ทั้งรัสเซีย&amp;nbsp;เป็นคู่ค้าของไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะรัสเซียมีตัวเลขซื้อขายกับเราเยอะ&amp;nbsp;แต่ไม่น่ากังวลเพราะวิกฤตต่างๆ&amp;nbsp;ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว&amp;nbsp;ต่อให้มีการคว่ำบาตรรัสเซีย&amp;nbsp;ก็จะเกิดประเทศตัวกลางขึ้นมา&amp;nbsp;การค้าขายจึงไม่น่าเป็นห่วงในวิกฤตนี้&amp;nbsp;ส่วนวิกฤตพลังงาน&amp;nbsp;จะทำให้ต้นทุนสินค้าต่างๆ&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ต่อให้ไม่มีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;เราก็เจอเงินวิกฤตเฟ้ออยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่ถ้าเรื่องนี้ยิ่งนาน&amp;nbsp;ของจะยิ่งแพง&amp;nbsp;อยากบอกให้&amp;nbsp;MSME&amp;nbsp;ทุกคนคิดเรื่องจะส่งออกให้พร้อม&amp;nbsp;เตรียมพร้อมส่งออกเอาไว้&amp;nbsp;เพื่อพร้อมรับภาวะอุปสงค์ที่จะลดลง&amp;nbsp;จากวิกฤตยูเครน-รัสเซีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;71,&amp;nbsp;178);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;BCG&amp;nbsp;=&amp;nbsp;ภูมิปัญญาชาวบ้าน&amp;nbsp;ติดเทอร์โบ&amp;nbsp;ใช้อินเทอร์เน็ต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกวี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;แทนที่จะบอกว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยได้อะไรจาก&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ตนอยากถามว่า&amp;nbsp;ประเทศเสียอะไร&amp;nbsp;หากไม่เข้าร่วม&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ซึ่งคำตอบคือ&amp;nbsp;เสียทุกอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การกล่าวถึงประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;อย่าอธิบายให้เข้าใจยาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;model&amp;nbsp;อย่าพูดให้เข้าใจยาก&amp;nbsp;มันคือ&amp;nbsp;ภูมิปัญญาชาวบ้านติดเทอร์โบ&amp;nbsp;ใช้อินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;จบแล้ว&amp;nbsp;อธิบายได้หมด&amp;nbsp;เรามีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่เคยเอาไปคุยในเวทีระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วน&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;บางคนอาจจะใช้คำว่า&amp;nbsp;อินโด-แปซิฟิก&amp;nbsp;แทนเพราะเป็นศัพท์ใหม่&amp;nbsp;ไทยเราอยู่ตรงกลาง&amp;nbsp;เป็นภูมิศาสตร์ของไทยที่ดีมาก&amp;nbsp;จะไปตรงไหนในภูมิภาคต้องผ่านเรา&amp;nbsp;เราคือจุดศุนย์กลางของความเชื่อมโยงอินโด-แปซิฟิก&amp;nbsp;และเราเสียประโยชน์มากที่ไม่ได้กระโดดเข้าไปในความตกลงต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไทยเป็นประเทศเดียวที่เป็นเพื่อนกับทุกประเทศในองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;เราไม่มีศัตรู&amp;nbsp;เราไม่เสียอะไร&amp;nbsp;แต่พอเราได้อะไร&amp;nbsp;ให้มองเป็นของแถม&amp;nbsp;ทุกวันนี้ที่เราทำอยู่คือของแถมจากสิ่งที่เรามีอยู่&amp;nbsp;ส่วนวิกฤตยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;การคว่ำบาตรที่มีตอนนี้ยังไม่กระทบไทยโดยตรง&amp;nbsp;แต่การยุติสงครามโดยเร็วจะเป็นผลดีกับทุกอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(0,&amp;nbsp;71,&amp;nbsp;178);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การเชื่อมโยง&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ของไทยจะทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับคนไทยบ้าง?&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางสาวปฤณัต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รูปธรรมที่สุดคือ&amp;nbsp;ในกรอบ&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;เราดึง&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;มาโยงกับศักยภาพของภาคเอกชนไทย&amp;nbsp;แสดงนวัตกรรมต่างๆ&amp;nbsp;เสนอโอกาสของการลงทุนจากต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;ภาคธุรกิจก็จะได้ประโยชน์&amp;nbsp;มีคนเข้ามาทำงาน&amp;nbsp;มีโรงเรียนมาเปิด&amp;nbsp;ส่วนอื่นๆ&amp;nbsp;ก็จะมี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;ยกระดับทักษะแรงงานในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141719419</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>ภาคเอกชนไทย เตรียมความพร้อมเจรจาความร่วมมือภายใต้กรอบ APEC ปลายปีนี้ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมนตรี&amp;nbsp;มหาพฤกษ์พงศ์&amp;nbsp;เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสมาชิกสภาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจเอเปค&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ABAC&amp;nbsp;กล่าวในงานเสวนา&amp;nbsp;จับประเด็นประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ไทยได้อะไรจากการเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์จัดขึ้น&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ของเขตเศรษฐกิจทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;ภาคเอกชนได้เข้าร่วมเจรจาในเวที&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp;การที่ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ได้ประโยชน์จากการทำเขตการค้าเสรีเอเปค&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;FTAAP&amp;nbsp;ส่งผลให้การส่งออกขยายตัว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GDPเติบโต&amp;nbsp;รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤติ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนจะเจรจาในเวที&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;ปลายปีนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเด็นหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เขต,&amp;nbsp;การเชื่อมโยงทางดิจิทัล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การส่งเสริม&amp;nbsp;MSMEs&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การส่งเสริมความยั่งยืน&amp;nbsp;และการส่งเสริมด้านการเงินและภาพรวมเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสมาชิกสภาที่ปรึกษาบริหารธุรกิจเอเปค&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ภาคเอกชนอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเจรจากับภาคเอกชนอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในเขตเศรษฐกิจทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;พร้อมทั้งชูประเด็น&amp;nbsp;Bio&amp;nbsp;Circular&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;หรือโมเดล&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ที่จะส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ส่วนกรอบเจรจาอื่นๆ&amp;nbsp;ของเขตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงได้&amp;nbsp;จะเสนอแนวทางให้เขตเศรษฐกิจที่มีความพร้อมเข้าร่วมก่อน&amp;nbsp;และเขตที่ยังไม่พร้อมหรือไม่ประสงค์จะเข้าร่วมสามารถเป็นผู้สังเกตการณ์และเข้าร่วมภายหลังได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204645670</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>การเคหะแห่งชาติ ผนึกกำลัง ธอส. ลงนามเอ็มโอยู สร้างความร่วมมือใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีพงษ์&amp;nbsp;วิชัยดิษฐ&amp;nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนายฉัตรชัย&amp;nbsp;ศิริไล&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ&amp;nbsp;(AUDIT&amp;nbsp;SUPPORT&amp;nbsp;SYSTEM&amp;nbsp;:&amp;nbsp;A2S)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบและสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การเคหะแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;จากความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;(ธอส.)&amp;nbsp;จะตอบโจทย์ภารกิจของการเคหะแห่งชาติมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของการเคหะแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสามารถนำระบบดังกล่าวที่&amp;nbsp;ธอส.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผู้พัฒนาไปใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบ&amp;nbsp;พร้อมร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนงานตรวจสอบ&amp;nbsp;รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์&amp;nbsp;ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือในการใช้ระบบสนับสนุนงานตรวจสอบร่วมกัน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;อนุญาตให้การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;ใช้งานระบบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;และหากการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;จะพัฒนาระบบดังกล่าว&amp;nbsp;จะต้องได้รับความยินยอมจาก&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;ก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับระบบ&amp;nbsp;A2S&amp;nbsp;ธอส.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบดิจิทัลไลเซชั่น&amp;nbsp;(Digitalization)&amp;nbsp;ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการตรวจสอบภายในสากล&amp;nbsp;ซึ่งระบบ&amp;nbsp;A2S&amp;nbsp;ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่การวางแผนการตรวจสอบ&amp;nbsp;การปฏิบัติงานตรวจสอบ&amp;nbsp;การรายงานและติดตามผลการตรวจสอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204519669</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>จ.มุกดาหารดันกิจกรรมและการท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจรับการเปิดด่านชายแดน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารให้สัมภาษณ์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;ประเด็นการรับมือและฟื้นฟูเศรษกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;พื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านมิตรภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;นับจากปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ก่อนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;222,729&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;254,978&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;358,412&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ก่อนการระบาดขยายตัวหรือมีมูลค่า&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ส่วนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์&amp;nbsp;มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;32,816&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการในการขนส่งสินค้าข้ามแดนที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สินค้าส่งออกผ่านด่านมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เครื่องประมวลผลหรือหน่วยเก็บข้อมูล&amp;nbsp;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;สุกรมีชีวิตและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนสินค้านำเข้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อุปกรณ์โทรศัพท์&amp;nbsp;โทรคมนาคม&amp;nbsp;เครื่องประมวลผล&amp;nbsp;หน่วยเก็บความจำ&amp;nbsp;ส่วนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการที่ส่งออก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;น้ำตาล&amp;nbsp;ไม้สัก&amp;nbsp;ไม้ยูคา&amp;nbsp;และโคมีชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยมีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ในการควบคุมการระบาดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันหลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหารเองได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;โดยเริ่มจากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดมุกดาหารมีข้อมูลผู้มาเยือนที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีจำนวนผู้มาเยือน&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มูลรายได้&amp;nbsp;3,600&amp;nbsp;ล้านบาท/ปี&amp;nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&amp;nbsp;1,700บาท/คน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;(เริ่มปิดประเทศ&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2563)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้อมูลผู้มาเยือนจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ลดลงเหลือจำนวน&amp;nbsp;863,484&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มูลค่ารายได้&amp;nbsp;1,390&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&amp;nbsp;1,600บาท/คน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีจำนวนผู้มาเยือนลดลงเหลือจำนวน&amp;nbsp;548,588&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มูลค่ารายได้&amp;nbsp;1,390&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(เฉลี่ยการใช้จ่าย&amp;nbsp;1,360บาท/คน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ยังกล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ประชาชนชาวมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้รับการช่วยเหลือจากมาตการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล&amp;nbsp;ผ่านโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;nbsp;โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และในเฟส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีเม็ดเงินหมุนเวียนแล้วจำนวน&amp;nbsp;183.62&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คนไทยต้องปลอดโควิด-19&amp;nbsp;แต่เศรษฐกิจก็ต้องเดินควบคู่กันไป&amp;nbsp;โดยจังหวัดมุกดาหารได้จัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่กิจกรรมมหัศจรรย์&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พิภพ&amp;nbsp;งานคริสต์มาสแห่ดาววัดสองคอน&amp;nbsp;งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;หนาวนี้ที่ร่มเกล้า&amp;nbsp;งานตรุษจีนมุก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;และยังเตรียมจัดงานและกิจกรรมตามปฏิทินท่องเที่ยว&amp;nbsp;สำหรับในระยะใกล้นี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;งานเวียดทาวน์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มหกรรมสินค้า&amp;nbsp;6-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และถนนคนเดิน&amp;nbsp;ถนนวัฒนธรรมหนองสูง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้งการเตรียมมาตรการรองรับการเปิดด่านชายแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขตในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนนี้ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะทำให้สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310190825623</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>ททท. มอบรางวัล The Best of SHA Awards 2021 สถานประกอบการมาตรฐาน SHA 160 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธศักดิ์&amp;nbsp;สุภสร&amp;nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ททท.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบรางวัล&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;of&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;แก่สถานประกอบการมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกผ่านแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้ารับบริการจากนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของการให้บริการด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;จึงเปรียบเสมือนตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้ดำเนินการปรับปรุง&amp;nbsp;พัฒนาทั้งด้านสินค้าและบริการ&amp;nbsp;รวมทั้งด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ปัจจุบันมีผู้ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;42,191&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ครอบคลุม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;ประเภทกิจการที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;มากที่สุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&amp;nbsp;สถานประกอบการที่พัก&amp;nbsp;หรือโฮมเตย์&amp;nbsp;และยานพาหนะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในครั้งนี้&amp;nbsp;มีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;160&amp;nbsp;รางวัล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;of&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเภทกิจการ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp;(ประเภทนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว)&amp;nbsp;รางวัลยอดเยี่ยม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;81&amp;nbsp;รางวัล,&amp;nbsp;รางวัลดีเยี่ยม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;และรางวัลดีเด่น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;สามารถดูรายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล&amp;nbsp;ได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.thailandsha.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.thailandsha.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310201748649</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>เปิดตัวสินเชื่อ GSB for BCG Economy มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจ BCG ตามนโยบายรัฐบาล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดตัวโครงการสินเชื่อ&amp;nbsp;GSB&amp;nbsp;for&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;สำหรับธุรกิจที่มีการบริหารจัดการตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจใหม่(BCG&amp;nbsp;Model)โดยนิติบุคคลไม่จำกัดวงเงินกู้และบุคคลธรรมดา&amp;nbsp;ให้วงเงินกู้ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;เริ่มต้นที่ร้อยละ&amp;nbsp;3.99&amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นนาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และผ่อนได้นานสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยใช้สมุดเงินฝากออมสิน&amp;nbsp;สลากออมสินพิเศษ&amp;nbsp;พันธบัตร&amp;nbsp;ที่ดินและอาคาร&amp;nbsp;โฉนดที่ดิน&amp;nbsp;หรือคอนโดมีเนียม&amp;nbsp;เป็นหลักประกัน&amp;nbsp;หรือให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;ร่วมค้ำประกันได้&amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถามที่สาขาธนาคารออมสินทั่วประเทศ&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;ให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่มีการบริหารจัดการที่ดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสร้างสมดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งกิจการที่บริหารงานตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;จะสามารถนำทรัพยากรชีวภาพมาผลิตให้คุ้มค่าที่สุด&amp;nbsp;มีการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&amp;nbsp;จึงเป็นพลังสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310202156660</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>การลงทุนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารยังขยายตัว โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;(กรอ.จ.มห.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมแก้วกินนารี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;เพื่อรับทราบภาวะเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;การหารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และการเตรียมพร้อมรับเปิดด่านพรมแดน&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-&amp;nbsp;สะหวันเขต)&amp;nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดมุกดาหารมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการใช้จ่ายโครงการบัตรสวัสการแห่งรัฐ&amp;nbsp;คนละครึ่ง&amp;nbsp;และเราเที่ยวด้วยกัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;183.62&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้านการค้ามีการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดที่นั่งจำนวน&amp;nbsp;351&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน&amp;nbsp;1,775&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;393&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ด้านการค้าชายแดนมีมูลค่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15,581.66&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;48.31%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขยายเพิ่มขึ้นจากการตั้งโรงงานผลิตกัญชงครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;แล้วกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;การขยายกำลังการผลิตของโรงงานแป้งมันสำปะหลังและ&amp;nbsp;โรงงานน้ำตาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการเปิดด่านชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;รายได้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ทั้งด่านชายแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ในเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยทางเรือกำหนดให้มี&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;โดยแยกเป็นเรือไทย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;เรือจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;(&amp;nbsp;ไป-กลับ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางบกโดยผ่านด่านชายแดน&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเดิมให้ผ่านได้เฉพาะรถบรรทุกสินค้า&amp;nbsp;ได้กำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศสามารถวิ่งผ่านไปมาได้ในช่วงเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ทั้งไทยและ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารจะออกเป็นประกาศจังหวัดมุกดาหารให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหารได้รับเลือกจากสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ให้เป็นสนามแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในช่วงดังกล่าว&amp;nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมเสริม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;จัดให้มีงานเวียดทาวน์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิต&amp;nbsp;ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร,&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;จัดให้มีถนนคนเดินและถนนวัฒนธรรม&amp;nbsp;อำเภอหนองสูง&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดให้มีงานแสดงสินค้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และคาดว่าจากการจัดกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;จะมีนักกีฬา&amp;nbsp;ผู้ติดตาม&amp;nbsp;เข้าร่วมแข่งขันและมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ที่พัก&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;และกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพและมีเงินสะพัดในพื้นที่จังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310231034694</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา 14 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;มีกำหนดการเป็นประธานเปิด&amp;nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;วันจันทร์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สนามบินเบตง&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างเมื่อปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&amp;nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;876,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;ทางวิ่งหรือรันเวย์มีขนาดความยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องบินแบบใบพัด&amp;nbsp;ATR&amp;nbsp;70-80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทยเท่านั้น&amp;nbsp;ไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;และนโยบายของ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สัญจรไปมาได้สะดวก&amp;nbsp;ปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สนามบินเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ซึ่งพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นชอบในหลักการให้กรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;(ทย.)&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;2561)&amp;nbsp;เพื่อจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของอําเภอเบตงของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีมุ่งหวังให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลในเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;อีกทั้งสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างการพาณิชย์ในระดับประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;และยังส่งเสริมการรองรับตลาดการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การพาณิชย์&amp;nbsp;เพื่อการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102434757</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>สถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน ยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งกระทบไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นับตั้งแต่รัสเซียใช้ปฏิบัติการณ์ทางทหารบุกยูเครน ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในหลายด้าน&lt;/strong&gt; โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ไทยเราก็เช่นเดียวกันที่หลีกหนีผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ไม่พ้นราคาน้ำมัน-พลังงาน พุ่ง ผู้บริโภคจ่ายแพงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดิอาระเบีย&lt;/strong&gt; มีกำลังการผลิตประมาณ 9.8 ล้านบาร์เรล/วัน ส่งออกราว 4.8 -5 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ7% ของปริมาณส่งออกน้ำมันทั่วโลก แต่เมื่อเกิดสถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน ความกังวลเรื่องน้ำมันจากรัสเซียจะหายไปจากระบบ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกบางประเทศประกาศห้ามนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจากรัสเซีย ยิ่งทำตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยก่อนเกิดวิกฤตรัสเซีย -ยูเครน ราคาน้ำมันดิบอยู่ราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อเกิดสงครามรัสเซีย - ยูเครนขึ้น ราคาน้ำมันในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูง ข้อมูลเมื่อ 9 มี.ค.2565 ราคาน้ำมันสูงกว่า 127 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อไทย ที่นำเข้าน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรล/วัน ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยพุ่งขึ้นตาม ตั้งแต่เกิดสถานการณ์รัสเซีย - ยูเครน ราคาน้ำมันขายปลีกต่างปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยครั้งละ 20 สตางค์/ลิตรสำหรับดีเซล และ 60 สตางค์ถึง 1 บาท/ลิตรสำหรับเบนซิน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ก๊าซธรรมชาติ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับน้ำมัน รัสเซียเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่&lt;/strong&gt; จึงเกิดปัญหาด้านอุปทาน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงต่อเนื่อง ไทยเราเองนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มากกว่า 10 ล้านตัน/ปี ก็ได้รับผลกระทบจากราคานำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาขายปลีกในบ้านเราเพิ่มขึ้นตาม แน่นอนว่าเมื่อราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซพากันขึ้นราคาแบบนี้ ต้นทุนการผลิตสินค้า ค่าขนส่ง ก็ต้องขยับขึ้นไปด้วย ปลายทางสุดท้ายก็ไปกระทบเงินในกระเป๋าของประชาชน ที่มีรายได้เท่าเดิมแต่มีรายจ่ายมากขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่จะเติบโตได้ไม่ตามเป้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ภาคเกษตร ก็หนักไม่แพ้กัน&amp;nbsp;ปุ๋ย อาหารสัตว์&amp;nbsp;แพงกระทบรายได้เกษตรกร&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สินค้าจากภาคการเกษตรก็เป็นอีกจำพวกหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt; เช่น ไข่ไก่ ตั้งแต่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปรับราคาหน้าฟาร์มคละขนาดขึ้นฟองละ 30 สตางค์ จากเดิมฟองละ 2.90 บาท เป็นฟองละ 3.20 บาท เพราะเมล็ดข้าวโพด ข้าวสาลี กากถั่วเหลือง ที่นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ เลี้ยงไก่ไข่ มีราคาสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครน เป็นแหล่งปลูกและผู้ส่งออกเจ้าใหญ่ เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นกับสองประเทศ วัตถุดิบเหล่านี้จึงถูกจำกัดการส่งออกและปริมาณการปลูกการผลิตก็ลดลง ราคาวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ราคาจึงเพิ่มสูง ทางผู้เลี้ยงไก่ไข่บ้านเรา จึงจำเป็นต้องปรับราคาไข่ขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ปุ๋ย ราคาก็ขึ้นสูงกว่าเท่าตัว&lt;/strong&gt; อย่างปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 เดิมราคากระสอบละ 500  600 บาท ขึ้นเป็นกระสอบละ 1,360 บาท สูตร 18-46-0 จากกระสอบละ 700 บาท ขึ้นเป็น 1,800 บาท มีสาเหตุจากทางรัสเซียและเบรารุสที่เป็นพันธมิตรของรัสเซีย ทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และสารตั้งต้นในการผลิตปุ๋ย รายใหญ่ระดับต้น ๆ ของโลก แต่ได้สั่งห้ามส่งออกปุ๋ยไปทั่วโลก จึงส่งผลต่อไทยที่นำเข้าปุ๋ยจากทั้งสองประเทศ ต้องประสบปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาพุ่งสูง&amp;nbsp;ซึ่งราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงก็จะทำให้ราคาสินค้าทางการเกษตรอีกหลายตัวเพิ่มขึ้นตามมา เพราะปุ๋ยเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต และยังกระทบไปถึงรายได้ของเกษตรกรที่ลดลงเพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เชื่อมโยงไปถึงกำลังซื้อของประชาชนในประเทศจะลดลงด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ท่องเที่ยวไทยรับผลกระทบเต็ม ๆ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นักท่องเที่ยวรัสเซีย เป็นตลาดหลักติดอันดับท็อป 10 ของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย&lt;/strong&gt; ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2565 เริ่มเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียรายวันลดลง จากที่เคยเดินทางเฉลี่ย 600-700 คน/วัน เหลือ 378 คน เชื่อว่าสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเรื่องธุรกรรมทางการเงินจากการที่สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและพันธมิตรประกาศคว่ำบาตรรัสเซียด้วยมาตรการตัดธนาคารหลายแห่งของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT หรือเครือข่ายการเงินระดับโลกที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการโอนเงิน การชำระเงินข้ามพรมแดน ทำให้ชาวรัสเซียที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่ถูกตัดจากระบบ SWIFT ไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ เช่น ชำระค่าสินค้าบริการผ่านบัตรเครดิต โอนเงินระหว่างประเทศได้&amp;nbsp;รวมทั้งค่าเงินรูเบิลของรัสเซียตกต่ำและทางรัฐบาลรัสเซียยังจำกัดการนำเงินดอลลาร์ออกนอกประเทศไม่เกิน 1 หมื่นดอลลาร์/คน ทำให้ชาวรัสเซียที่จะเดินทางมาเที่ยวนอกประเทศ มีความยุ่งยากมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาธุรกรรมการเงินนี้ ทางจังหวัดภูเก็ต เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ได้มีมาตรการเฉพาะหน้าช่วยนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย&lt;/strong&gt; ด้วยการร่วมกับ ททท. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จัดตั้ง Call Center เพื่อแก้ไขปัญหาและแนะนำแนวทางให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครน สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากบัตรเครดิต - เดรบิตได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ระบบ unionpay แทน visa และ master card&amp;nbsp;โดยศูนย์ call center นี้ ให้บริการตั้งแต่วันที่ 9  22 มี.ค.65 เวลาทำการ 08.30  19.00 น. โทร. 093-9372086 , 094-8191124 และ Email : hktasst@gmail.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ภาครัฐเร่งบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผลกระทบราคาน้ำมัน - พลังงานและต้นทุนภาคการผลิตที่เพิ่มสูง&lt;/strong&gt; ทางภาครัฐได้เร่งแก้ปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล บี0 และน้ำมันเตาสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าเหลือ 0% เป็นเวลา 6 เดือน จนถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อดึงให้โรงไฟฟ้าใช้น้ำมัน 2 ประเภทนี้แทนก๊าซธรรมชาติมาผลิตกระแสไฟฟ้า ช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ทำให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าลดลงได้ 1-1.50 บาท/หน่วย/เดือน เป็นเวลา 6 เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนราคาน้ำมันภาครัฐยังคงใช้มาตรการตรึงราคาดีเซลให้ต่ำกว่าลิตรละ 30 บาทต่อไป&lt;/strong&gt; โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เห็นชอบให้มีการยกเลิกการกำหนดเพดานการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเดิมที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท เปลี่ยนเป็นไม่กำหนดเพดานการกู้เงิน เพื่อรับมือกับวิกฤติราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย - ยูเครน โดยจะเสนอที่ประชุม ครม. ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ให้เห็นชอบออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือ พรฎ.แก้ไขฉบับเดิมและให้มีผลโดยเร็วที่สุด... ว่ากันง่ายๆ หาก พรฎ.แก้ไขเพิ่มเติมนี้มีผลบังคับใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็สามารถกู้เงินได้มากขึ้น เพื่อนำเงินมาใช้ตรึงราคาน้ำมันให้นานขึ้น ลดความเดือดร้อนให้กับประชาขนได้มากขึ้นนั่นเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311083116721</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>พัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร โครงการยกระดับศักยภาพเกษตรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการยกระดับศักยภาพเกษตรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;เพื่อสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนให้สามารถคิดเอง&amp;nbsp;ทำเองในการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;และส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;โดยสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp;แดนพิบูลย์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศฯ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;กล่าวรายงานโครงการฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางทรัพย์สิน&amp;nbsp;โพธิ์ขาว&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;และคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ระดับอำเภอทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการดังกล่าวฯ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องลีลาวดี&amp;nbsp;โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค&amp;nbsp;แกรนด์&amp;nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311110807774</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>กรมพลศึกษา ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมสะสมแคลอรี่ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช DPE nub CAL@นครศรีธรรมราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมพลศึกษา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;และกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;จัดกิจกรรมสะสมแคลอรี่ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;DPE&amp;nbsp;nub&amp;nbsp;CAL@นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โดยกิจกรรม&amp;nbsp;DPE&amp;nbsp;nub&amp;nbsp;cal&amp;nbsp;นี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสมัครแข่งขันออกกำลังกายออนไลน์&amp;nbsp;สะสมแคลอรี่&amp;nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมฟรี&amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเมื่อสะสมแคลอรี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แอบพลิเคชัน&amp;nbsp;Line:@dpenubcal&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เลือกช่องลงทะเบียน&amp;nbsp;DPE&amp;nbsp;nub&amp;nbsp;&amp;nbsp;CAL@นครศรีธรรมราช)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยการส่งผลการออกกำลังกายมาทางแอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;Line:@dpenubcal&amp;nbsp;ภายในระยะเวลาการจัดกิจกรรมที่กำหนด&amp;nbsp;99&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม20&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องส่งผลการร่วมกิจกรรมในรูปแบบต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ผ่านช่องทาง&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;Line:@dpenubcal&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยระบบจะคำนวณแคลอรีที่ได้จากกิจกรรมที่ร่วม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภาพจากแอปพลิเคชั่นที่กำหนดแสดงระยะทางวิ่งหรือเดินที่มีหน่วยวัดชัดเจน&amp;nbsp;หรือการออกกำลังกายรูปแบบอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสะสมแคลอรีต่อวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยตลอดกิจกรรมผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องสะสมแคลอรี่&lt;/strong&gt;ให้ได้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;แคลอรีหรือ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เครดิตและต้องมีวันที่ส่งผลจำนวนไม่น้อย&amp;nbsp;50&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เพื่อตอบความต่อเนื่องสม่ำเสมอ&amp;nbsp;และสามารถส่งผลการออกกำลังกายได้วันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งเท่านั้นและสามารถส่งผลย้อนหลังได้ภายใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องส่งหลักฐานภาพบันทึกหน้าจอ&lt;/strong&gt;แอพพลิเคชั่น&amp;nbsp;(Application)&amp;nbsp;ของโทรศัพท์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ภาพถ่ายหน้าจอนาฬิกาสมาร์ท&amp;nbsp;วอร์ช&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Watch)&amp;nbsp;ที่แสดงผลเป็นจ้านวนแคลอรี่ที่ใช้&amp;nbsp;ภายหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง&amp;nbsp;และมีสิทธิ์ลุ้นรับเสื้อที่ระลึก&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีแคลอรี่สะสมตามกำหนด&amp;nbsp;ทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชจะสรุปรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถติดต่อขอรับรางวัลได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;075&amp;nbsp;342&amp;nbsp;621&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311105333769</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>พิธีส่งมอบธงสัญลักษณ์ในการจัดงานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ส่งมอบธงสัญลักษณ์ในการจัดงานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;&amp;nbsp;Chiang&amp;nbsp;Rai&amp;nbsp;&amp;nbsp;2023&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน&amp;nbsp;ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ถึงต้นปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรน&amp;nbsp;มายังศูนย์การค้าเทอร์มินอล&amp;nbsp;21&amp;nbsp;โคราช&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในพิธีมอบธงสัญลักษณ์การจัดงานการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;2023&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.ยุพา&amp;nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;เชาวรินทร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ศิลปิน&amp;nbsp;ในจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และจากจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ร่วมพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เทอร์มินอล&amp;nbsp;ฮอลล์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&amp;nbsp;21&amp;nbsp;โคราช&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงความเป็นมาและการดำเนินงานโครงการการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาชาติ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Korat&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;ก่อนรับชมวีดีทัศน์ภาพการดำเนินงานโครงการฯ&amp;nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เชิญธงสัญลักษณ์มอบให้กับพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ภายหลังนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้รับมอบธง&amp;nbsp;ได้โบกธง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งมอบ&amp;nbsp;แล้วนำธงมาปักไว้ที่แท่นวางธง&amp;nbsp;และชมภาพบรรยากาศการส่งมอบธงสัญลักษณ์&amp;nbsp;และบันทึกภาพร่วมกันตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&amp;nbsp;21&amp;nbsp;โคราช&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เจ้าภาพการจัดงาน&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Korat&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;ได้โค้งคำนับรับธง&amp;nbsp;และโบกธง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ก่อนส่งธงสัญลักษณ์ให้กับ&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;ยุพา&amp;nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;เมื่อรับธงแล้วได้โบกธง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;แล้วส่งต่อธงสัญลักษณ์ให้กับ&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;เชาวรินทร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ภายหลังการรับมอบธงแล้วได้โบกธง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อแสดงความพร้อมรับเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป&amp;nbsp;ภายใต้ชื่องานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Chiang&amp;nbsp;Rai&amp;nbsp;2023&amp;nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต้นปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;งานการแสดงศิลปะกรรมร่วมสมัยนานาชาติ&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Biennale)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐบาล&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปะ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&amp;nbsp;ดำเนินโครงการเมืองศิลปะ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เปิดตัว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมืองศิลปะนำร่อง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็นโครการใหญ่ระดับชาติ&amp;nbsp;โดยความร่วมมือ&amp;nbsp;จากภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และองค์กรต่างๆ&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการในจัดงานทางศิลปะของไทยให้เทียบเท่ากับระดับนานาชาติ&amp;nbsp;สร้างโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงความสามารถบนเวทีโลก&amp;nbsp;และวางแผนการจัดงานไว้ทุก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดงานดังกล่าวมาแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จัดขึ้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;2018&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Korat&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Chiang&amp;nbsp;Rai&amp;nbsp;2023&amp;nbsp;จะจัดขึ้นในห้วงปลายปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;ต้นปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นคณะกรรมการจัดงาน&amp;nbsp;ได้มีการสำรวจข้อมูลบริบทพื้นที่และวิถีชีวิต&amp;nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;ประวัติศาสตร์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมเปิดแหล่งเรียนรู้และเชื่อโยงการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เชิงศาสนา&amp;nbsp;ศิลปะ&amp;nbsp;และวัฒนธรรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หอศิลป์&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;(Ching&amp;nbsp;Rai&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;Museum&amp;nbsp;หอนิทรรศการถาวร&amp;nbsp;สำนักงานศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย)&amp;nbsp;บ้านสิงหไคล&amp;nbsp;มูลนิธิมดชนะภัย&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&amp;nbsp;และขัวศิลปะเชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#Thailand&amp;nbsp;Biennale&amp;nbsp;Chiang&amp;nbsp;Rai&amp;nbsp;2023&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311171237021</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>ข้าวลูกปลา พืชเศรษฐกิจประจำถิ่นตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สู่แหล่งสร้างอาชีพและรายได้ของคนในชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลป่าชิง&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้รวมกลุ่มกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจในชุมชน&amp;nbsp;โดยนำเอาพืชเศรษฐกิจประจำถิ่น&amp;nbsp;ข้าวพันธ์ลูกปลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทรัพยากรที่อยู่คู่กับคนในหมู่บ้านมายาวนานกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้คนในชุมชน&amp;nbsp;หนึ่งในนั้นคือการแปรรูปเป็นสบู่ข้าวลูกปลา&amp;nbsp;ที่มีสรรพคุณในการดูแล&amp;nbsp;และรักษาผิวพรรณ&amp;nbsp;และสามารถนำมาใช้เองภายในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเธียรรัตน์&amp;nbsp;แก้วนะ&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายนาอินทรีย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(จะณะแบ่งสุข)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;ตนจึงได้มองหาแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพที่มีอยู่ในชุมชน&amp;nbsp;และเห็นว่าตำบลป่าชิงนั้น&amp;nbsp;เป็นแหล่งปลูกข้าวลูกปลาที่อยู่คู่กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;อีกทั้งข้าวพันธ์ลูกปลายังมีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ&amp;nbsp;จึงเหมาะแก่การนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งกินและของใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;ควบคู่กับสร้างเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารของคนในชุมชนเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้าวลูกปลา&amp;nbsp;เป็นข้าวประจำถิ่นบ้านป่าชิง&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&lt;/strong&gt;เครือข่ายนาอินทรีย์&amp;nbsp;จึงต้องการยกระดับข้าวลูกปลาไปสู่ตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและเป็นตลาดสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคชนิดใหม่&amp;nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และวิทยาลัยชุมชนสงขลา&amp;nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมและพัฒนาข้าวลูกปลาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า&amp;nbsp;ทำให้ทางกลุ่มประสบความสำเร็จในการแปรรูปเป็นอย่างมากมากและในอนาคตก็จะมีการพัฒนาต่อยอดข้าวลูกปลาอย่างครบวงจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเธียรรัตน์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ข้าวลูกปลาของที่นี่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่เหมือนกับพันธ์ข้าวที่อื่น&amp;nbsp;ถึงแม้จะมีการนำไปปลูกในต่างพื้นที่&amp;nbsp;แต่ก็ให้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน&amp;nbsp;เนื่องจากข้าวลูกปลาตำบลป่าชิงจะมีความนิ่มและมีความเหนียวนุ่มเหมือนข้าวญี่ปุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันทางกลุ่ม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;มีการแปรรูปจากข้าวลูกปลามาเป็นข้าวกล้องงอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้าวลูกปลาบ้านป่าชิง&amp;nbsp;ข้าวยำนอกกรอบ&amp;nbsp;ซูชิ&amp;nbsp;ทองม้วนกรอบ&amp;nbsp;ทองม้วนสด&amp;nbsp;แป้งอเนกประสงค์&amp;nbsp;และล่าสุดคือการแปรรูปข้าวลูกปลาเป็นสบู่ข้าวลูกปลา&amp;nbsp;ซึ่งนับว่าการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาแปรรูป&amp;nbsp;ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้&amp;nbsp;แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกและอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการตระหนักให้ผู้คนเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม&amp;nbsp;เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าและอาจก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311122803842</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ชัยนาท นำหัวหน้าส่วนราชการ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 37 ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นาวาเอกหญิงอินทิรา&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ทำพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมือง&amp;nbsp;สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลตายาย&amp;nbsp;นมัสการรูปหล่อหลวงปู่ศุข&amp;nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสวนนกชัยนาท&amp;nbsp;อนุสาวรีย์&amp;nbsp;นายกุศล&amp;nbsp;ศาลติธรรม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ผู้ที่ริเริ่มโครงการสร้างสวนนกชัยนาทแห่งนี้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อนุสาวรีย์&amp;nbsp;ดร.ไพรัตน์&amp;nbsp;เตชะรินทร์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ที่ก่อสร้างสวนนกชัยนาท&amp;nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย&amp;nbsp;เพื่อขอพรในการจัดงานมหกรรมหุ่นฟางนก&amp;nbsp;และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ให้รุร่วงไปด้วยดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;งานมหกรรมหุ่นฟางนก&amp;nbsp;และของดีศรีท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;และเขื่อนเรียงหิน&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311124449852</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ.2565 และโครงการจัดทำแผนที่ชุมชนและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายธเนส&amp;nbsp;สุวัตถิกุล&amp;nbsp;สถิติจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&amp;nbsp;จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติโครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ออกสัมภาษณ์หน่วยตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงสร้างของสมาชิกในครัวเรือน&amp;nbsp;ลักษณะที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;รายได้และรายจ่ายของครัวเรือน&amp;nbsp;การย้ายถิ่นและการส่งเงิน&amp;nbsp;ภาวะหนี้สินและทรัพย์สินของครัวเรือน&amp;nbsp;ตลอดจนการได้รับสวัสดิการหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดสภาพความเป็นอยู่ของประชากรกลุ่มต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;การประมาณค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลในการทำบัญชีประชาชาติในการศึกษาเรื่องการกระจายรายได้ของครัวเรือน&amp;nbsp;และนำข้อมูลไปใช้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของครัวเรือน&amp;nbsp;ตลอดจนประเมินผลการพัฒนาด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;กำหนดเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการจัดทำแผนที่ชุมชนและปรับปรุงข้อมูลเขตแจงนับ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจะลงพื้นที่เขตเทศเมือง&amp;nbsp;นับจำนวนบ้าน/อาคาร/สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในเขตแจงนับ&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบและยืนยันขอบเขตชุมชนสำหรับการจัดทำแผนที่ชุมชน&amp;nbsp;การใช้ประโยชน์ในการนำเสนอผลการสำรวจในระดับชุมชน&amp;nbsp;รวมถึงผู้บริหารในระดับท้องถิ่นในการใช้ข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม&amp;nbsp;และใช้แผนที่เขตแจงนับสำหรับใช้บริการทางด้านวิชาการสถิติ&amp;nbsp;แก่หน่วยงานภายนอกในการกำหนดแนวเขตสำหรับการปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล&amp;nbsp;กำหนดลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้จะลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลจากครัวเรือน&lt;/strong&gt;ที่ตกเป็นเป็นตัวของการสำรวจ&amp;nbsp;ตามโครงการฯ&amp;nbsp;ข้างต้น&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7471&amp;nbsp;1161&amp;nbsp;ในวันและเวลาราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311141959891</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดแปลงพืชกระท่อม มั่นใจจะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ช่วยรักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น และนำไปสู่การต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์ได้ด้วย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพบูลย์&amp;nbsp;โอมาก&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดแปลงพืชกระท่อม&amp;nbsp;เพื่อเป็นปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ของสมาคมพัฒนาชนบท&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลห้วยนาง&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;โดยมีนายอำเภอห้วยยอดให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และมีเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมพิธีฯ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;โดยทางสมาคมพัฒนาชนบทได้สนับสนุนสมาชิกของสมาคมพัฒนาชนบท&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการปลูกพืชเศรษฐกิจกระท่อม&amp;nbsp;โดยได้ดูแลตั้งแต่เงินทุนสนับสนุนกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย&amp;nbsp;การจัดหาพันธ์&amp;nbsp;การแนะนำจากนักวิชาการเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูก&amp;nbsp;และการจัดหาตลาดรองรับในระยะ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการประกันราคาให้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปลดล็อคพืชกระท่อม&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยเป็นการสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;รักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น&amp;nbsp;และนำไปสู่การต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาทางการแพทย์&amp;nbsp;ตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;ของนโยบายเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยแก้ปัญหาด้านการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเคยถูกจับกุมดำเนินคดีจากกฎหมายฉบับเดิมเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณทั้งของรัฐและประชาชนในขั้นตอนการดำเนินคดีอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311142449893</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ เตรียมจัดกิจกรรมกิจกรรม DPE NUB CAL ชัยภูมิ 2022</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางณัฏฐ์ชุดา&amp;nbsp;นันทนิ&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ขอเชิญชวน&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;พี่น้อง&amp;nbsp;ชาวจังหวัดชัยภูมิมาร่วมกัน&amp;nbsp;ออกกำลังกายและเล่นกีฬา&amp;nbsp;พิชิต&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;แคลอรี่&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;99&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ไปด้วยกัน&amp;nbsp;เพื่อลุ้นรับของรางวัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เริ่มแข่งขันสะสมแคลอรี่ได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;99&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายลงทะเบียนสมัครได้ที่&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;@DPEnubcal&amp;nbsp;ลิงก์ลงทะเบียน&amp;nbsp;http://dpenubcal.dpe.go.th/activity?id=5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;โทร.044-811-218&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปรายชื่อผู้ได้รับของรางวัล&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เพจ&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311135531877</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>เกาะสมุยเตรียมพร้อม จัดงานประเพณีวันสงกรานต์ สืบสานวัฒนธรรม ภายใต้คอนเซป สมุย สงกรานต์ เมล์แดง สายวัฒนธรรม กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชยพล&amp;nbsp;อินทรสุภา&amp;nbsp;นายอำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายศุภฤกษ์&amp;nbsp;ทองสุข&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ได้มีการหารือและการร่วมมือของทุกภาคส่วนเตรียมการจัดงานประเพณีวันสงกรานต์เกาะสมุย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้จะมีการจัดงานสงกรานต์ภายใต้ชื่องาน&amp;nbsp;"สมุย&amp;nbsp;สงกรานต์&amp;nbsp;เมล์แดง&amp;nbsp;สายวัฒนธรรม"&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเกาะสมุย&amp;nbsp;การส่งเสริมกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;รวมไปถึงเป็นการอนุรักษ์&amp;nbsp;วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม&amp;nbsp;ของไทยให้ดำรงไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอนและจุดต่างๆที่กำหนดไว้ในพื้นที่อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในพื้นที่ของ&amp;nbsp;เกาะสมุย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเทศกาลสงกรานต์ในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;นั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องดเที่ยวบนเกาะสมุยถือได้ว่าเป็นอีกหนุ่งสถานที่ยอดฮิต&amp;nbsp;ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติและมีเงินสะพัดกว่า&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แต่ปีนี้อาจจะมีเงินสะพัดเกือบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยประกอบกับงานที่จัดเพียงแค่วันเดียว&amp;nbsp;แต่อย่างน้อยก็สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311140501886</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผยรัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์ รัสเซีย-ยูเครน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาพลังงาน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&amp;nbsp;จนกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยสถานการณ์ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&amp;nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&amp;nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&amp;nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;WFH&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ยังอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&amp;nbsp;2565-&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;อายุไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&amp;nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล&lt;/strong&gt;ที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;0.005&amp;nbsp;โดยน้ำหนักหรือน้ำมันดีเซล&amp;nbsp;บี0&amp;nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&amp;nbsp;0&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311154108948</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.66&amp;nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถเพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Industry)&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&amp;nbsp;(GEF)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;GEF&amp;nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&amp;nbsp;1.88&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&amp;nbsp;7.36&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&amp;nbsp;GEF&amp;nbsp;ไปจำนวน&amp;nbsp;0.78&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คงเหลือ&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;7.36&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.66&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311153549941</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>รมต.อนุชา ชูเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเป็นต้นแบบพึ่งพาตนเอง สร้างรายให้พื้นที่ พร้อมผลักดันให้เป็นองค์การมหาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้ (11 มีนาคม 2565) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)&lt;/strong&gt; โดยมี นายศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี &lt;/strong&gt;ว่า เป็นองค์กรที่สามารถช่วยเหลือตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยงบประมาณจากภาครัฐ สามารถผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหาร หวังให้เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ น่าตื่นเต้น น่าค้นหาระดับโลก เป็น Theme Park ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ และมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวที่สร้างความสุขแก่ประชาชน เป็นการจุดประกายแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตอีกหลายพื้นที่ให้สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt; ด้วยศักยภาพของเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารี ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีความแตกต่างจากสวนสัตว์อื่น และมีความชัดเจนในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชน รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ พร้อมผลักดันก้าวสู่การเป็นองค์การมหาชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เจริญรุ่งเรือง สร้างรายได้ให้กับประเทศ ขอให้ผู้บริหารเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเตรียมพัฒนาแผนการการท่องเที่ยวให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างหลากหลาย รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอให้นำแผนไปปฎิบัติขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งขอให้นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยว สร้างความน่าสนใจ สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสกิจกรรมใหม่ที่ทางเชียงใหม่ไน้ท์ซาฟารีเตรียมต้อนรับตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีไฮไล้ท์เป็นการแสดง Tiger Story รับปีขาล (ปีเสือ) 2565 นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจจัดเตรียมมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อาทิ กิจกรรมการแสดงน้ำพุดนตรีขนาดใหญ่ กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวโลกเสมือน VR (Virtual Reality) กิจกรรม Cowboy Show การแสดงเชิงความรู้วิถีชีวิตคาวบอย กิจกรรม Rapter Flying แหล่งเรียนรู้และศึกษานกนักล่าสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึง การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และการแห่ขบวนสัตว์อีกมากมาย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163441998</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>เปิดตลาดนัดปันสุข (ศุกร์) กระตุ้นเศรษฐกิจ @ ศาลากลางจังหวัดพัทลุง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายกู้เกียรติ&amp;nbsp;วงศ์กระพันธุ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดนัดปันสุข&amp;nbsp;(ศุกร์)&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;โดยมีนายเสรี&amp;nbsp;จิตรเวช&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ในนามตัวแทนของส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเปิดตลาดนัดปันสุข&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน&amp;nbsp;และช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;ผ่านตลาดชุมชน&amp;nbsp;โดยใช้กลไกตลาดชุมชนเป็นช่องทางให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;สัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;(Local&amp;nbsp;Economy)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมตลาดนัดปันสุข&amp;nbsp;(ศุกร์)&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรกร&amp;nbsp;สินค้าผู้ผลิตผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;O&amp;nbsp;TOP&amp;nbsp;สัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;เพื่อลดค่าครองชีพ&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าราคาถูก&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยจัดจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;บริเวณลานหน้าโรงอาหารด้านข้างศาลากลางจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;(&amp;nbsp;หลังใหม่&amp;nbsp;)&amp;nbsp;กำหนดดำเนินการ&amp;nbsp;ในวันศุกร์ของทุกสับดาห์&amp;nbsp;เริ่มดำเนินการ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเปิดตลาดครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สินค้าของชุมชนผู้ประกอบการสัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;สินค้ากลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;และเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าของชุมชน&amp;nbsp;โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าในราคาที่เป็นธรรม&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;เป็นการกระจายรายได้&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เที่ยวชมและจับจ่ายใช้สอย&amp;nbsp;ตลาดนัดปันสุข&amp;nbsp;(ศุกร์)&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ทุกวันศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนา&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311174241033</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ รมว.ดีอีเอสร่วมแสดงวิสัยทัศน์ "พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี" และ "โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และ Wellness ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Phuket Metaverse City)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&amp;nbsp;"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี"&amp;nbsp;และ"โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล"&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;(Phuket&amp;nbsp;Metaverse&amp;nbsp;City)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่โรงแรมโบ๊ท&amp;nbsp;ลากูน&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;และนายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&amp;nbsp;"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี"&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;"โอภาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล"&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;(Phuket&amp;nbsp;Metaverse&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและแนะนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่มีมากกว่าธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ทองแตง&amp;nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&amp;nbsp;บิทคับ&amp;nbsp;เวิลดิ์เทค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมป่าฐกฤาพิเศษ&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;Transformation&amp;nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก"&amp;nbsp;นายจิรายุส&amp;nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&amp;nbsp;ผู้ก่อตั้ง&amp;nbsp;และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&amp;nbsp;บิทคับ&amp;nbsp;แคปปตอล&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;โฮลดิ้งส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;"การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดจกัล"&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Phuket&amp;nbsp;Metaverse&amp;nbsp;City&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย&amp;nbsp;ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งการที่เลือกจังหวัดเป็นจังหวัดนำร่อง&amp;nbsp;เนื่องจากเกาะภูเก็ตเป็นไข่มุกอันดามัน&amp;nbsp;ที่มีฐานการพัฒนาและมีการส่งเสริมด้านต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพและความสามารถในด้าน&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;มาร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&amp;nbsp;และสนองนโยบาลรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแห่งใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311181314039</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>เตรียมแผนสำรองพลังงาน รองรับความผันผวนจากสถานการณ์โลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พัฒน์มีเชาว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;นำคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงานชี้แจงถึงสถานการณ์พลังงาน&amp;nbsp;หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความวิกฤติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงสุดในรอบ&amp;nbsp;14-15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สูงกว่า&amp;nbsp;130&amp;nbsp;เหรีญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&amp;nbsp;รวมถึงราคาแก๊สธรรมชาติที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มผันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมารัฐบาลตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมเป็นเงินอุดหนุน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วกว่า&amp;nbsp;23,986&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีแผนจัดหาน้ำมันดิบเพิ่ม&amp;nbsp;จากปัจจุบันมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้แล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนเพื่อไม่ให้ขาดแคลนพลังงานในประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311193132072</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>จ.ภูเก็ต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ "พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี" และ "โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Wellness ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Phuket Metaverse City)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&amp;nbsp;"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี"&amp;nbsp;และ"โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล"&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;(Phuket&amp;nbsp;Metaverse&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่โรงแรมโบ๊ท&amp;nbsp;ลากูน&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;และนายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ร่วมแสดงวิสัยทัศน์&amp;nbsp;"พลิกโจมท่องเที่ยวไทยโดยใช้เทคโนโลยี"&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;"โอกาสประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล"&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;(Phuket&amp;nbsp;&amp;nbsp;Metaverse&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;โดยมีนายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและแนะนำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่มีมากกว่าธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ทองแตง&amp;nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&amp;nbsp;บิทคับ&amp;nbsp;เวิลดิ์เทค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมป่าฐกฤาพิเศษ&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;Transformation&amp;nbsp;แบบไทยสู่สายตาประชาชนโลก"&amp;nbsp;และนายจิรายุส&amp;nbsp;ทรัพย์ศรีโสภา&amp;nbsp;ผู้ก่อตั้ง&amp;nbsp;และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท&amp;nbsp;บิทคับ&amp;nbsp;แคปปิตอล&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;โฮลดิ้งส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;"การส่งเสริมการท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีเจกัล"&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวและ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Metaverse&amp;nbsp;City&amp;nbsp;เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย&amp;nbsp;ในการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งการที่เลือกจังหวัดเป็นจังหวัดนำร่อง&amp;nbsp;เนื่องจากเกาะภูเก็ตเป็นไข่มุกอันดามัน&amp;nbsp;ที่มีฐานการพัฒนาและมีการส่งเสริมด้านต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพและความสามารถในด้าน&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;มาร่วมในการขับเคลื่อนเพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311182741044</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>รมว.พม. ชี้เตรียมรับผลกระทบวิกฤติยูเครน-รัสเซีย ค่าครองชีพอาจสูงขึ้น แต่รัฐบาลจะดูแลเต็มที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึง สถานการณ์การสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ว่า เรากังวลถึงค่าครองชีพ ที่จะมีผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทั้งเรื่องราคาไฟฟ้า ราคาน้ำมัน การขนส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารเพื่อบริโภค ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการจ้างงานด้วย ซึ่งจะต้องปรับแก้ไปตามสถานการณ์ ทางนายกรัฐมนตรีมีทีมงานเกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา และพร้อมจะรับมือสถานการณ์ โดยยืนยันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้สัปดาห์ที่ผ่านมานายกฯหารือเรื่องนี้กับทุกกระทรวง ในวันนั้นผลกระทบยังไม่เลวร้ายเท่าวันนี้ เพราะตอนนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต การจ้างงาน อาหาร พลังงาน และความมั่นคงในการเมืองระหว่างประเทศ ปั่นป่วนไปหมด จะดำเนินการอย่างไรต้องเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด แต่ต้องทำใจว่า มีบางเรื่องที่ควบคุมได้ บางเรื่องก็ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาน้ำมัน ไม่สามารถบังคับราคาได้ รวมถึงราคาปุ๋ย ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ จึงต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ทำงานกับภาคเอกชน และชี้แจงกับประชาชนให้ทราบว่า วันนี้มันไม่ใช่เวลาปกติ มันเป็นเวลาสงคราม แม้เกิดห่างจากเราไป ใช้เวลาบิน 17 ชั่วโมง แต่มีผลกระทบกับเราในทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งราคาน้ำมันทุกวันนี้รัฐบาลใช้เงินไปเยอะมากเพื่อไม่ให้ค่าขนส่งขึ้นราคา เปลี่ยนวิธีผลิตไฟฟ้าจากที่ใช้ก๊าซ ที่ราคาขึ้นไปแล้ว เป็นน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น ยอมเสียรายได้จากภาษีตรงนี้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าที่มีราคาคงที่ไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้สถานการณืในขณะนี้เป็นยิ่งกว่าวิกฤตซ้อนวิกฤตเพราะโควิดที่มี ก็ทำร้ายสุขภาพ ลดการจ้างงานลง เมื่อคนทำงานน้อยลง บริษัทก็กำไรน้อย การเก็บภาษีก็ทำได้ยาก ปีนี้รัฐบาลรัดเข็มขัดมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในประเด็นที่ว่ารัฐบาลถังแตกหรือไม่ นายจุติตอบว่า ประเทศไทยยังมีช่องทางบริหารงบประมาณได้อีกมาก และหากไม่จำเป็นรัฐบาลจะไม่กู้เงิน แต่ถ้ากู้แล้วประชาชนอยู่รอด ประเทศอยู่รอดก็ต้องทำ ในภาวะเช่นนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รักษากำลังใจกันและกันไว้ และประหยัด เพราะวันนี้ทุกอย่างมันจะแพงหมด อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311182614042</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>ไทยพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการประชุมเอเปค 2022 ชูจุดเด่นของไทยก้าวไกลสู่สากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นางสุดฤทัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลิศเกษม&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;203&amp;nbsp;อาคารกรมประชาสัมพันธ์และผ่านการประชุมทางไกล&amp;nbsp;โดยมีนายวิบูลย์&amp;nbsp;คูสกุล&amp;nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิดสำคัญ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;APEC&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;ศูนย์กลางของนานาชาติ,&amp;nbsp;Tech&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;นวัตกรรมไทย&amp;nbsp;ไฮเทคโนโลยี,&amp;nbsp;Healthcare&amp;nbsp;สาธารณสุขไทยในระดับโลก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;CultureUniversal&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;วัฒนธรรมไทยก้าวไกลสู่สากล&amp;nbsp;รวมถึงได้รายงานความคืบหน้าการประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายวิบูลย์&amp;nbsp;คูสกุล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการวางแผนใช้เวทีเอเปคเพื่อโปรโมทจุดเด่นของประเทศไทยให้ผู้นำ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เขตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ได้ทราบ&amp;nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นหลังยุคโควิด&amp;nbsp;โดยสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน&amp;nbsp;Softpower&amp;nbsp;ต่างๆของไทย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ด้านนายนริศโรจน์&amp;nbsp;เฟื่องระบิล&amp;nbsp;อนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติด้านต่างประเทศ&amp;nbsp;ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพที่ดีว่า&amp;nbsp;ในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมประชุมเอเปค&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311194221081</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>ททท.ปลุกกระแสท่องเที่ยวสายมู เปิดตัวกิจกรรม เทศกาลงาน WAT ไฟลท์บังคับ ไม่มีกิจห้ามพลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธศักดิ์&amp;nbsp;สุภสร&amp;nbsp;ผู้ว่าการ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ททท.มุ่งพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ตอกย้ำเมนูท่องเที่ยวสร้างประสบการณ์เหนือมูลค่า&amp;nbsp;มอบประสบการณ์มุมมองใหม่ๆ&amp;nbsp;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุม&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;WAT&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Worship&amp;nbsp;Activities&amp;nbsp;Tradition&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;สร้างสรรค์จัดทำเส้นทางแห่งศรัทธา&amp;nbsp;ความเชื่อ&amp;nbsp;เชื่อมโยงชุมชนศักยภาพและแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;นำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจฐานรากสู่ชุมชนและท้องถิ่นและต่อยอดผลักดันเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;160&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;สร้างรายได้ท่องเที่ยว&amp;nbsp;656,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายอภิชัย&amp;nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;เทศกาลงานWAT&amp;nbsp;ไฟลท์บังคับ&amp;nbsp;ไม่มีกิจห้ามพลาด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;WAT&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Worship&amp;nbsp;Activities&amp;nbsp;Tradition&amp;nbsp;ชูแนวคิด&amp;nbsp;ศรัทธานำทางเส้นทางนำเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวและสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวแห่งศรัทธาเชื่อมโยงชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงาน&amp;nbsp;ททท.เนรมิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่กิจกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสายมู&amp;nbsp;ชูไฮไลท์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่บ้านแห่งศรัทธา&amp;nbsp;แสดงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังเสริมสิริมงคลที่นักท่องเที่ยวสายมูเตลู&amp;nbsp;ต้องห้ามพลาด&amp;nbsp;พร้อมเสนอเอกลักษณ์จุดเช็กอิน&amp;nbsp;สัมผัสวิถีชุมชน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภูมิภาค&amp;nbsp;และกิจกรรม&amp;nbsp;DIY&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ททท.&amp;nbsp;ยังได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่เป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาทางศาสนา&amp;nbsp;ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับเส้นทาง&amp;nbsp;WAT&amp;nbsp;Season&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภูมิภาคทั่วไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เปิดประสบการณ์เที่ยวไทยอิ่มบุญอิ่มใจสไตล์&amp;nbsp;WAT&amp;nbsp;สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;เสริมสิริมงคล&amp;nbsp;พร้อมท่องเที่ยววิถีชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311201154089</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>ไข่ไก่จังหวัดสุรินทร์ปรับราคาสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดไข่ไก่&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;พบว่าขณะนี้ราคาไข่ไก่มีการปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;แผงละ&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื่องจากการปลดระวางแม่ไก่&amp;nbsp;ทำให้กำลังการผลิตไข่ไก่ลดลง&amp;nbsp;ปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดจึงปรับลดลงตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราคาไข่ไก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4.10&amp;nbsp;บาท/ฟอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.60&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3.80&amp;nbsp;บาท/ฟอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3.60&amp;nbsp;บาท/ฟอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.40&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;บาท/ฟอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;เบอร์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.20&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.30&amp;nbsp;บาท/ฟอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311201035088</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&amp;nbsp;ดร.เอนก&amp;nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกลำดวนบานสืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยนายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะได้เดินชมการจำลองวิถีชีวิตวัฒนธรรมชนสี่เผ่า&amp;nbsp;ส่วย&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เขมร&amp;nbsp;เยอ&amp;nbsp;ที่มากมายและหลากหลาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บ้านเรือนจำลอง&amp;nbsp;ภาษา&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;เครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;ศิลปะการแสดง&amp;nbsp;ช่างฝีมือ&amp;nbsp;พร้อมร่วมรับชมการแสดง&amp;nbsp;แสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;อารยธรรมแห่งศรัทธา&amp;nbsp;มนตรา&amp;nbsp;ศรีพฤทเธศวร&amp;nbsp;ตอน&amp;nbsp;สืบราช&amp;nbsp;มรรคา&amp;nbsp;ศรีชยราชา&amp;nbsp;ชัยวรมันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแสดงละครเล่าเรื่องตำนานการสร้างเมืองในอดีตที่ภาคภูมิใจของชาวจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;สืบสานตำนานที่ยิ่งใหญ่อลังการ&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นต้นลำดวน&amp;nbsp;และกลิ่นหอมของดอกลำดวนที่กำลังออกดอก&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312100443123</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>ททท. พังงา จัดนิทรรศการภาพถ่าย กระตุ้นการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงาจัดนิทรรศการภาพถ่าย&amp;nbsp;พร้อมกิจกรรมดนตรีและกิจกรรมแสงสี&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Light&amp;nbsp;up&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;THE&amp;nbsp;MEMORABLE&amp;nbsp;ICONIC&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;PHANGNGA&amp;nbsp;บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า&amp;nbsp;โดยนำผลงานของช่างภาพที่ได้ลงพื้นที่มาถ่ายสภาพสถานที่ท่องเที่ยวอาคารบ้านเรือนของจังหวัดพังงาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จัดแสดงโดยเป็นไปตามแนวคิดพลิกโฉมการท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;Thailand,&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Chapters&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อภาพถ่ายของช่างภาพที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ถูกเผยแพร่ออกไปจะทำให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ได้ชมภาพต้องการเดินทางเข้ามาสัมผัสกับสถานที่จริง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีและในอนาคตจะได้ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมถ่ายภาพใต้ทะเลเพื่อนำเสนอความสวยงามของโลกใต้ทะเลพังงาให้เป็นที่แพร่หลายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงภายในงานวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีภาพถ่ายผ่านเข้ารอบ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;เป็นภาพของสถานที่ท่องเที่ยวทั่วทั้งจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ตลอดจนภาพอาคารบ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวพังงามีคณะกรรมการตัดสินภาพถ่ายกิติมศักดิ์จากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;โดยนักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถเข้าชมภาพได้จากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;TAT&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Phang-nga&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;br&gt;&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312100751124</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>ยืนยันคืนเงินค่าปรับ M Flow ครบทุกรายภายในสัปดาห์หน้า </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสราวุธ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทรงศิวิไล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมทางหลวง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงความคืบหน้าการคืนเงินค่าปรับแก่ผู้ที่ใช้บริการ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กรมทางหลวง&amp;nbsp;ได้เร่งดำเนินการคืนเงินค่าปรับให้กับผู้ใช้ทางทั้งหมด&amp;nbsp;23,563&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายให้ได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;โดยปัจจุบันได้คืนเงินไปแล้ว&amp;nbsp;23,500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่ารวมกว่า&amp;nbsp;10.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;31,499.60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;0.26&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถคืนเงินได้ครบทุกรายภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่กำหนดไว้ว่าจะจ่ายครบภายใน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางและถูกปรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน&amp;nbsp;สามารถแจ้งข้อมูลขอคืนค่าปรับได้ที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.mflowthai.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.mflowthai.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;เลือกกระบวนการโต้แย้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง&amp;nbsp;หรือดำเนินการผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;mflowthai&amp;nbsp;เลือกได้รับหนังสือแจ้งเตือน&amp;nbsp;จากนั้นจึงเลือกกระบวนการโต้แย้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง&amp;nbsp;แล้วจึงกรอกข้อมูลของตนเอง&amp;nbsp;รวมถึงช่องทางในการคืนเงินค่าปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำส่งเงินค่าปรับคืนให้อย่างถูกต้องรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากผู้ใช้ทางไม่สามารถระบุเวลาเดินทางได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ระบุเวลาประมาณการได้&amp;nbsp;ระบบจะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการต่อให้ทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทางหลวง&amp;nbsp;ยังอนุโลมสำหรับผู้ที่ไม่ได้สมัครสมาชิก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่เข้าใช้บริการช่อง&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;ที่ชำระค่าผ่านทางช้า&amp;nbsp;จะชะลอการเรียกเก็บเงินค่าปรับไปก่อน&amp;nbsp;ให้ผู้ใช้ทางรีบมาจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียมผ่านทางก่อนถูกปรับจริง&amp;nbsp;โดยจะอนุโลมให้จนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ผู้ใช้บริการ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;ต้องชำระค่าผ่านทางภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากเกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันจะต้องจ่ายค่าปรับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;กรมทางหลวงจึงอยากขอความร่วมมือให้ผู้ใช้บริการ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;ชำระค่าผ่านทางในเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเชิญชวนให้หันมาสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;และเลือกชำระแบบอัตโนมัติ&amp;nbsp;เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทางบนทางพิเศษระหว่างเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312112903151</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง และบริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป จัดงานแตงโมเกาะสุกร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรสู้ภัย covid -19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสง&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานโปรโมชั่นชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โรบินสันไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;สาขาตรัง&amp;nbsp;โดยร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลและโรบินสันสาขาตรัง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนสถานที่ในการจำหน่ายแตงโมจาก&amp;nbsp;ตำบลเกาะสุกร&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งจำหน่ายในระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp;โดยโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง&amp;nbsp;ผู้ดูแลโครงการอาหารทะเลแปรรูป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกาะสุกรหรือเกาะหมู&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกแตงโม&amp;nbsp;126&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;325&amp;nbsp;ไร่โดยคาดการณ์ผลผลิตทั้งปี&amp;nbsp;485&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;แตงโมเกาะสุกรมีลักษณะเด่นพิเศษ&amp;nbsp;ที่รับรู้กัน&amp;nbsp;คือเนื้อมีสีแดงรสหวานกรอบ&amp;nbsp;เนื้อแน่น&amp;nbsp;เพราะด้วยสภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายและภูมิอากาศบนเกาะ&amp;nbsp;ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดแต่เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของ&amp;nbsp;&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ชีวิตความเป็นอยู่&amp;nbsp;ทำให้การบริโภคชะลอตัว&amp;nbsp;พ่อค้ารับซื้อน้อย&amp;nbsp;ประกอบกับผลผลิตแตงโมจากหลายๆ&amp;nbsp;จังหวัดออกสู่ตลาดพร้อมกัน&amp;nbsp;ทำให้แตงโมล้นตลาด&amp;nbsp;ซึ่งมีหลายภาคส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังได้เปิดจุดให้เกษตรกรจำหน่ายแตงโม&amp;nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมาและจำหน่ายจนกว่าผลผลิตจะหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ประสานผู้ซื้อทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;และต่างจังหวัดในการช่วยรับซื้อแตงโม&amp;nbsp;โดยยอดจำหน่ายรวมกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้พี่น้องเกษตรกรรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของแตงโมเกาะสุกรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312113522159</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>ผู้ว่าฯสมุทรสงครามเปิดงาน Amphawa Food Expriencc ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เปิดงานAmphawa&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Experience&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เศรษฐกิจสร้างรายได้ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานAmphawa&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Experience&amp;nbsp;ที่บริเวณโครงการอัมพวาชัยพัฒนารักษ์&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&amp;nbsp;โดยนายอรรถพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;วรรณกิจ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการททท.&amp;nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างประสบการณ์ที่ดี&lt;/strong&gt;ให้แก่นักท่องเที่ยวให้จดจำและบอกต่อ&amp;nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เช่นส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก&amp;nbsp;และพริกบางช้าง&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จึงร่วมกับโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&amp;nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลุ่ม&amp;nbsp;YEC&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Amphawa&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;&amp;nbsp;Experience&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;Experience&amp;nbsp;@ภาคกลาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&amp;nbsp;ตำบลและอำเภออัมพวา&amp;nbsp;มีนายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;และนายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ได้ร่วมกันเคาะกะลามะพร้าวเป็นสัญลักษณ์เปิดงาน&amp;nbsp;จากนั้นเชฟลี&amp;nbsp;พิจิกา&amp;nbsp;เชฟชื่อดังได้สาธิตเมนูพิเศษ&amp;nbsp;รสชาติแห่งอัมพวา&amp;nbsp;ที่นำมะม่วงหาวมะนาวโห่มาผสมผสานกับวัตถุดิบของดีในจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ประชาชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และคณะ&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมกิจกรรมภาย&amp;nbsp;ในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การเปิดประสบการณ์อาหารถิ่นการันตีโดยรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการร้านอาหาร&amp;nbsp;และโรงแรม&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;รีสอร์ทชื่อดังในจังหวัดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;มาร่วมออกบูธนำเสนอเมนูอาหารถิ่นปรุงสด&amp;nbsp;อร่อยและถูกหลักอนามัยกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แกงเขียวหวานปลาทูลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก,&amp;nbsp;ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู,&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หอยหลอดผัดฉ่าทะเลเดือด,&amp;nbsp;ส้มตำใบชะครามทอดและยอดมะพร้าว,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยำส้มโอกุ้งสด,ขนมจีบนกไทย,&amp;nbsp;ขนมช่อม่วง,ข้าวตูมะพร้าวน้ำหอม,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มะนาวโห่สมูทตี้โยเกิร์ต,&amp;nbsp;กาแฟน้ำหวานดอกมะพร้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและเรียนรู้กิจกรรมท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;ชุมชนเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ฟรี&amp;nbsp;เช่นการทำขนมสัมปันนีแป้งกล้วย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นขนมโบราณสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้การเข้าร่วมกิจกรรมต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนดผ่านแอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;หมอพร้อม&amp;nbsp;หรือแสดงหลักฐานตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นลบไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หรือจะตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ก่อนเข้าร่วมงานกรณีไม่มีหลักฐานการตรวจมาก่อนและผู้เข้าร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312114657170</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>นายก อบจ.สุรินทร์ นำผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ อ.บัวเชด พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;มุ่งเจริญพร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.สุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายภุชงค์&amp;nbsp;สุภัควรางกูร&amp;nbsp;รองนายกอบจ.สุรินทร์&amp;nbsp;นายล้ำเลิศ&amp;nbsp;พัวพัฒนโชติ&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายบรรจง&amp;nbsp;เลาหพงษ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจรัส&amp;nbsp;นายชนะชล&amp;nbsp;มูลจันทร์&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;กต.ตร.สภ.บัวเชด&amp;nbsp;และทีมงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านจรัส&amp;nbsp;ตำบลจรัส&amp;nbsp;อำเภอบัวเชด&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อปรึกษาหารือและวางแนวทางในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&amp;nbsp;และพัฒนาสู่เมืองผลไม้&amp;nbsp;เนื่องจากอำเภอบัวเชดเป็นแหล่งปลูกผลไม้นานาชนิด&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง&amp;nbsp;ซึ่งมีรสชาติดี&amp;nbsp;เนื้อแน่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ขณะนี้ชาวสวนกำลังทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์ก้านยาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจและสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูง&amp;nbsp;โดยนายก&amp;nbsp;อบจ.สุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมชาวสวน&amp;nbsp;และพร้อมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121930187</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานีจัดกิจกรรมคาราวานสื่อมวลขน "ใส่ขุดแต๊งแดง ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ทำการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ถนนตลาดใหม่&amp;nbsp;ตำบลตลาด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายภานุ&amp;nbsp;ศรีบุศยกาญจน์&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;และผู้เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ร่วมเปิดกิจกรรมคาราวานสื่อมวลขน&amp;nbsp;"ใส่ขุดแต๊งแดง&amp;nbsp;ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวไป&amp;nbsp;วัดเขาพระนารายณ์&amp;nbsp;(เขาศรีวิชัย)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และไปสวนแดงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;และการปล่อยขบวนคาราวานสื่อมวลชน&amp;nbsp;"ใส่ชุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต๊งแดง&amp;nbsp;ไปกินแตงโมทุ่งอ่าว"&amp;nbsp;โดยเดินทางถึง&amp;nbsp;วัดเขาพระนารายณ์&amp;nbsp;(เขาศรีวิชัย)&amp;nbsp;เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้&amp;nbsp;ดังปรากฏ&amp;nbsp;หลักฐานโบราณวัตถุสถานจำนวนมากบริเวณเขาศรีวิชัยและพื้นที่ราบโดยรอบ&amp;nbsp;ได้แก่เนินโบราณสถานฐานโยนิ&amp;nbsp;ผิวลึงค์&amp;nbsp;เทว&amp;nbsp;รูปพระวิษณุ&amp;nbsp;ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ธรณีประตู&amp;nbsp;กรอบประตู&amp;nbsp;ฐานเสา&amp;nbsp;เครื่องถ้วยจีน&amp;nbsp;และเครื่องปั้นดินผาพื้นเมือง&amp;nbsp;รวมทั้งลูกปัดอีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คาดว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี&amp;nbsp;เป็นช่วงที่แตงโมของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้โซนอำเภอพุนพิน&amp;nbsp;และอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;ส่งผลให้แตงโมล้นตลาด&amp;nbsp;รวมไปถึงแตงโมทั่วประเทศให้ผลผลิตพร้อมกัน&amp;nbsp;ทำให้กระจายสินค้ามีความยากลำบากขณะที่ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรในปีนี้สูงกว่าที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สวนแตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;ตำบลศรีวิชัย&amp;nbsp;อำเภอพุนพิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;แตงโมบ้านทุ่งอ่าว&amp;nbsp;จุดเด่นที่มีเอกลักษณ์&amp;nbsp;และแตกต่างจากแตงโม&amp;nbsp;ในพื้นที่ปลูกอื่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แดงกรอบ&amp;nbsp;บริโภคได้ถึงเปลือก&amp;nbsp;การันตีความปลอดภัยไม่มีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;ตรวจรับรองโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีวิชัย&amp;nbsp;และนักวิชาการเกษตร,&amp;nbsp;มีการพัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานแตงโม&amp;nbsp;สู่มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จากนักวิชาการเกษตร.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312130106204</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรีกำชับกระทรวงพลังงาน ให้บริหารพลังงานที่เหมาะสม และกระทรวงพาณิชย์ ดูแลสินค้าที่มีผลกระทบต่อประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์&amp;nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&amp;nbsp;จนกระทบต่อราคาสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยสถานการณ์&amp;nbsp;ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&amp;nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&amp;nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&amp;nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;WFH&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&amp;nbsp;25652567&amp;nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;อายุไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&amp;nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต&lt;/strong&gt;สินค้าน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;0.005&amp;nbsp;โดยน้ำหนัก&amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&amp;nbsp;บี&amp;nbsp;0&amp;nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&amp;nbsp;0&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312142050215</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>ช้อปนัดลาดพร้าว@ถนนคนเดิน  ทางเลือกลดวิกฤตค่าครองชีพสูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ช้อปนัดลาดพร้าว@ถนนคนเดิน&amp;nbsp;ทางเลือกลดวิกฤตค่าครองชีพสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว&amp;nbsp;หลังเจอน้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ตลาดนัดมะพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดสินค้ามือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดใน&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กลับมาเปิดนัดมะพร้าว&amp;nbsp;ถนนคนเดินตามปกติแล้ว&amp;nbsp;หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมในห้วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีบรรดา&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;นำเสื้อผ้า&amp;nbsp;กระเป๋า&amp;nbsp;รองเท้า&amp;nbsp;ของเล่นเด็ก&amp;nbsp;ของใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;สินค้ามือสองหลากหลายชนิดมาจำหน่าย&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;เครื่องดื่ม&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่มีประชาชนออกมาเดินจับจ่าย&amp;nbsp;กันอย่างคึกคัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลือกซื้อสินค้ามือสองราคาถูก&amp;nbsp;ที่เริ่มต้นตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วงที่เศรษฐกิจปัจจุบัน&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;อาหารทุกอย่างต่างพากันปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;ตามราคาน้ำมันที่แพงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการเลือกซื้อเสื้อผ้า&amp;nbsp;สินค้ามือสองที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ราคาถูก&amp;nbsp;ก็จะเป็นทางเลือกให้กับหลายๆ&amp;nbsp;คนที่ต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ทางตลาด&amp;nbsp;ยังคงเคร่งครัด&lt;/strong&gt;ให้บรรดา&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;ในตลาด&amp;nbsp;รวมถึงผู้คนที่ออกมาจับจ่ายสินค้าสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;โอมิครอน&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตลาดนัดมะพร้าว&amp;nbsp;จะเปิดให้บริการในทุกวันอังคาร&amp;nbsp;พฤหัสบดี&amp;nbsp;และวันเสาร์ของสัปดาห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00-14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจก็สามารถไปเดินเที่ยว&amp;nbsp;เลือกซื้อสินค้ามือใหม่&amp;nbsp;สินค้ามือสองได้ซึ่งจะมีร้านค้าให้เลือกซื้อกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312144816219</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>จ.ราชบุรีเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป นวัตวิถีบ้านผาปก ส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านมอญห้วยน้ำใส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางยุพิน&amp;nbsp;เศรษฐศักดาศิริ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดราชบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมนายอดุลย์&amp;nbsp;ถาวรกุล&amp;nbsp;นายอำเภอสวนผึ้ง&amp;nbsp;นางดวงสมร&amp;nbsp;พฤฑฒิกุล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;ร่วมกันเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป&amp;nbsp;นวัตวิถีบ้านผาปก&amp;nbsp;หรือบ้านมอญห้วยน้ำใส&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;อ.สวนผึ้ง&amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;จัดขึ้นตามโครงการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE&amp;nbsp;อ่านว่า:ดี-โฮป)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;D-HOPE&amp;nbsp;เป็นแนวทางที่ได้รับการพัฒนาความคิดมาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นการจัดกิจกรรมนิทรรศการในลักษณะกระจาย&amp;nbsp;มีโปรแกรมที่เน้นให้ผู้เข้าชมร่วมลงมือทำ&amp;nbsp;สามารถเรียนรู้จากการร่วมประสบการณ์จริงในกิจกรรมนั้น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รายได้ที่เกิดขึ้นกระจายไปทั้งหมู่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ชมหรือนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปยังหมู่บ้าน&amp;nbsp;สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยเป็นลักษณะแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;และการดำเนินงานชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;นวัตวิถี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมและโปรแกรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;หมู่บ้านท่องเที่ยวโอทอป&amp;nbsp;นวัตวิถีบ้านผาปก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ตลาดบ้านมอญห้วยน้ำใส&amp;nbsp;เริ่มด้วยกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ของชุมชน&amp;nbsp;การทำบุญตักบาตรพระบ้านมอญตามวิถีไทยรามัญ&amp;nbsp;จู๊ดเปอป๊าด&amp;nbsp;จากนั้นเดินชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอป&amp;nbsp;และอาหารพื้นถิ่นที่หากินยากในตลาดมอญ&amp;nbsp;ชมวิถีชีวิตสาวมอญร่อนแร่&amp;nbsp;และกิจกรรมเรียนรู้ขั้นตอนการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอปและลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;ประกอบด้วย,ยาดมสมุนไพรบ้านมอญ,&amp;nbsp;ผ้ามัดย้อมบ้านมอญ,&amp;nbsp;แหนมไม้ไผ่,&amp;nbsp;ขนมโดนัทมอญ,&amp;nbsp;ขนมต้มเสียบไม้,&amp;nbsp;ไข่เค็มดีบุกสมุนไพร,&amp;nbsp;ธูปหอมทรัพย์ขณา,&amp;nbsp;สไบมอญ,&amp;nbsp;ธงตะขาบ&amp;nbsp;และกระถางฮากะ&amp;nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมตักบาตรจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มคณะที่สนใจโปแกรมดังกล่าวติดต่อได้ที่&amp;nbsp;นางอภิคณา&amp;nbsp;ทองเหลือ&amp;nbsp;092-2290988&amp;nbsp;และนางศรีสุดา&amp;nbsp;สุภาพพรชัย&amp;nbsp;081-9815870&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมไฮไลท์&amp;nbsp;ของบ้านผาปก&amp;nbsp;หรือบ้านมอญห้วยน้ำใส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือวัฒนธรรมการตักบาตรของชาวมอญ&amp;nbsp;หรือเรียกว่า&amp;nbsp;"จู๊ดเปอป๊าด&amp;nbsp;"&amp;nbsp;(แปลว่าตักบาตร)&amp;nbsp;โดยจะมีการปูเสื่อตามแนวทางเดินกลางหมู่บ้านซึ่งสร้างจาก&amp;nbsp;ไม้ไผ่ตลอดแนว&amp;nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั่งรอตักบาตร&amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาชาวมอญจะหามระฆัง&amp;nbsp;และตีเพื่อส่งสัญญาณ&amp;nbsp;จากนั้นพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใส&amp;nbsp;จะเดินรับบิณฑบาตรจากญาติโยม&amp;nbsp;นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตามมาด้วยชาวมอญซึ่งเป็นผู้หญิงจะแบกถาดสิ่งของ&amp;nbsp;คนโทน้ำ&amp;nbsp;และข้าวปลาอาหารต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกหนึ่งจุด&amp;nbsp;ที่เป็นไฮไลท์&amp;nbsp;ของที่นี่&amp;nbsp;คือการเดินเล่น&amp;nbsp;หาของกิน&amp;nbsp;ตามทางของหมู่บ้านที่มีกำแพงรั่วไม้ไผ่&amp;nbsp;ตลอดสองข้างทาง&amp;nbsp;พร้อมกับการตั้งร้านค้าขายผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;และอาหารพื้นถิ่นหากินยาก&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกิน&amp;nbsp;และนำกลับไปเป็นของฝากได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อีกอย่างที่สายมูห้ามพลาดคือการสักการะศาลปู่หลวง&amp;nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;คือการได้เขียนข้อความบนแผ่นไม้ไผ่ที่เจาะรู้ผูกเชือก&amp;nbsp;พร้อมกับอธิษฐานขอพรจากศาลปู่หลวงและนำไปผูกไว้ที่ราวไม้ไผ่หน้าศาล&amp;nbsp;ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างบอกกันว่าศาลปู่หลวงศักดิ์สิทธิ์มาก&amp;nbsp;มักจะสำเร็จกันทุกราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ราชบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312155607231</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เปิดงานเยี่ยมชมกิจกรรม Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลกปี 2  กินเป็นยา กินอย่างรู้ที่มา ภายใต้ แนวคิด กรีนอีเวนต์ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวคาดเงินสะพัดกว่า 3 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานเยี่ยมชมงานKrabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fest:กิน&amp;nbsp;เปลี่ยน&amp;nbsp;โลกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กินเป็นยา&amp;nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;แนวคิด&amp;nbsp;กรีนอีเวนต์&amp;nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&amp;nbsp;นางสาววิชุพรรณ&amp;nbsp;ภูเก้าล้วน&amp;nbsp;ศรีสัญญา&amp;nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;สมาคม&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดอ่าวนาง&amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมจัดโดย&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&amp;nbsp;และสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ร่วมกันจัดงาน&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;กินเปลี่ยนโลก&amp;nbsp;เน้นกินอาหารถิ่น&amp;nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;กินรู้ที่มากินเป็นยา&amp;nbsp;กินตามฤดูกาล&amp;nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&amp;nbsp;ร้อนๆ&amp;nbsp;และเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ที่ไม่มีแอลกอฮอล์&amp;nbsp;โดยเปิดพื้นที่หาดอ่าวนาง&amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;เป็นสถานที่จัดงาน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.ด้วยบรรยากาศ&amp;nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&amp;nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;คลื่น&amp;nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&amp;nbsp;พร้อมรับฟังดนตรีคลาสิก&amp;nbsp;จากวง&amp;nbsp;Local&amp;nbsp;Band&amp;nbsp;Mr.&amp;nbsp;COCO&amp;nbsp;&amp;nbsp;Jamboo&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&amp;nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เพลง&amp;nbsp;Mr.&amp;nbsp;COCO&amp;nbsp;Jamboo&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มียอดผู้ชมทาง&amp;nbsp;Youtube&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;150,000,000&amp;nbsp;View&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยอดขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;CD&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ล้านแผ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงาน&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;กินเปลี่ยนโลกวันแรก&lt;/strong&gt;มีเชฟที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยเชฟกิ๊ก&amp;nbsp;กมล&amp;nbsp;ชอบดีงาม&amp;nbsp;เชฟผู้ชนะจากรายการ&amp;nbsp;เชฟกระทะเหล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Iron&amp;nbsp;Chef&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;&amp;nbsp;2015มารังสรรค์โดยการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;ปลาใบ&amp;nbsp;ปลาทราย&amp;nbsp;ปลาหลังเขียว&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;ลูกเหลียง&amp;nbsp;ข้าวสังข์หยด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผักกรูด&amp;nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&amp;nbsp;เจ้าสมุทรแห่งจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&amp;nbsp;เชฟวิท&amp;nbsp;โกวิท&amp;nbsp;ห้าหาบ&amp;nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&amp;nbsp;บลูอันดามัน&amp;nbsp;ได้อย่างลงตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&amp;nbsp;นายสุนทร&amp;nbsp;ภูเก้าล้วน&amp;nbsp;นายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมการเยี่ยมชม&amp;nbsp;บูธอาหารเครื่องดื่มกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ในงานกิจกรรม&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fest&amp;nbsp;:&amp;nbsp;กินเปลี่ยนโลกปี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;กินเป็นยา&amp;nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;แนวคิด&amp;nbsp;กรีนอีเวนต์&amp;nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;วันเสาร์ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การปรุงอาหารโดยรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูใหม่&amp;nbsp;หนึ่งเดียวให้กระบี่&amp;nbsp;โดยเชฟชลิต&amp;nbsp;เฟื่องอารมณ์&amp;nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟป้อม&amp;nbsp;จากร้านอาหารครัวคุณป้อม&amp;nbsp;วันที่อาทิตย์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;โชว์การปรุงอาหารโดยเชฟเก่งราชวัติ&amp;nbsp;วิเชียรรัตน์&amp;nbsp;ผู้เขารอบชิงชนะเลิศจากรายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Iron&amp;nbsp;Chef&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2015&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟเอียวยุทธภูมิ&amp;nbsp;มณีจันทร์&amp;nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่ยังตกค้างอยู่เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในรูปแบบวิถี&amp;nbsp;new&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผอ.ททท.สนง.กระบี่&amp;nbsp;ได้จัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และส่งเสริมการมีรายได้ของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวและพักผ่อน&amp;nbsp;จับจ่าย&amp;nbsp;ใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลาย&amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของการให้บริการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านอาหารท้องถิ่น&amp;nbsp;และสถานประกอบการ&amp;nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;อาหารปลอดภัย&amp;nbsp;กินตามท้องถิ่น&amp;nbsp;และกินตามฤดูกาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในเดือนมีนาคม-เมษายน&amp;nbsp;ชวนลุยเที่ยว&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เกาะสวยเมืองกระบี่&amp;nbsp;ด้วยแคมเปญ&amp;nbsp;ผู้หญิงติดเกาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถติดตาม&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Fanpage&amp;nbsp;:&amp;nbsp;wearekrabi&amp;nbsp;หรือwww.wearekrabi.com&amp;nbsp;หรือสอบถามที่&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0-7562-2163&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1672&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;14,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปานอุมา&amp;nbsp;แหละยุหีม&amp;nbsp;&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312163351243</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดงานเยี่ยมชมกิจกรรม Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลกปี 2  กินเป็นยา  กินอย่างรู้ที่มา ภายใต้ แนวคิด กรีนอีเวนต์ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้วิถีปกติใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ประธานเยี่ยมชมงาน&lt;/strong&gt;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fest:กิน&amp;nbsp;เปลี่ยน&amp;nbsp;โลกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กินเป็นยา&amp;nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;แนวคิด&amp;nbsp;กรีนอีเวนต์&amp;nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&amp;nbsp;นางสาววิชุพรรณ&amp;nbsp;ภูเก้าล้วน&amp;nbsp;ศรีสัญญา&amp;nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;สมาคม&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดอ่าวนาง&amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมจัดโดย&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&amp;nbsp;และสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ร่วมกันจัดงาน&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;กินเปลี่ยนโลก&amp;nbsp;เน้นกินอาหารถิ่น&amp;nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;กินรู้ที่มากินเป็นยา&amp;nbsp;กินตามฤดูกาล&amp;nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&amp;nbsp;ร้อนๆ&amp;nbsp;และเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ที่ไม่มีแอลกอฮอล์&amp;nbsp;โดยเปิดพื้นที่หาดอ่าวนาง&amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;เป็นสถานที่จัดงาน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.ด้วยบรรยากาศ&amp;nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&amp;nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;คลื่น&amp;nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&amp;nbsp;พร้อมรับฟังดนตรีคลาสิก&amp;nbsp;จากวง&amp;nbsp;Local&amp;nbsp;Band&amp;nbsp;Mr.&amp;nbsp;COCO&amp;nbsp;Jamboo&amp;nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&amp;nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เพลง&amp;nbsp;Mr.&amp;nbsp;COCO&amp;nbsp;Jamboo&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มียอดผู้ชมทาง&amp;nbsp;Youtube&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;150,000,000&amp;nbsp;View&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยอดขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;CD&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ล้านแผ่น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การจัดงาน&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;กินเปลี่ยนโลกวันแรกมีเชฟที่มีชื่อเสียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยเชฟกิ๊ก&amp;nbsp;กมล&amp;nbsp;ชอบดีงาม&amp;nbsp;เชฟผู้ชนะจากรายการ&amp;nbsp;เชฟกระทะเหล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Iron&amp;nbsp;Chef&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2015มารังสรรค์โดยการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;ปลาใบ&amp;nbsp;ปลาทราย&amp;nbsp;ปลาหลังเขียว&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;ลูกเหลียง&amp;nbsp;ข้าวสังข์หยด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผักกรูด&amp;nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&amp;nbsp;เจ้าสมุทรแห่งจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&amp;nbsp;เชฟวิท&amp;nbsp;โกวิท&amp;nbsp;ห้าหาบ&amp;nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;รังสรรค์ผ่านเมนู&amp;nbsp;บลูอันดามัน&amp;nbsp;ได้อย่างลงตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่&amp;nbsp;นายสุนทร&amp;nbsp;ภูเก้าล้วน&amp;nbsp;นายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมการเยี่ยมชม&amp;nbsp;บูธอาหารเครื่องดื่มกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ในงานกิจกรรม&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fest&amp;nbsp;:&amp;nbsp;กินเปลี่ยนโลกปี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;กินเป็นยา&amp;nbsp;กินอย่างรู้ที่มา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;แนวคิด&amp;nbsp;กรีนอีเวนต์&amp;nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;วันเสาร์ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การปรุงอาหารโดยรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นเมนูใหม่&amp;nbsp;หนึ่งเดียวให้กระบี่&amp;nbsp;โดยเชฟชลิต&amp;nbsp;เฟื่องอารมณ์&amp;nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟป้อม&amp;nbsp;จากร้านอาหารครัวคุณป้อม&amp;nbsp;วันที่อาทิตย์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;โชว์การปรุงอาหารโดยเชฟเก่งราชวัติ&amp;nbsp;วิเชียรรัตน์&amp;nbsp;ผู้เขารอบชิงชนะเลิศจากรายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Iron&amp;nbsp;Chef&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2015&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับเชฟเอียวยุทธภูมิ&amp;nbsp;มณีจันทร์&amp;nbsp;จากสมาคมเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่ยังตกค้างอยู่เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในรูปแบบวิถี&amp;nbsp;new&amp;nbsp;normal&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผอ.ททท.สนง.กระบี่&amp;nbsp;ได้จัดงานดังกล่าวขึ้น&lt;/strong&gt;เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และส่งเสริมการมีรายได้ของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้ามาเที่ยวและพักผ่อน&amp;nbsp;จับจ่าย&amp;nbsp;ใช้สอยในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมของการให้บริการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านอาหารท้องถิ่น&amp;nbsp;และสถานประกอบการ&amp;nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;อาหารปลอดภัย&amp;nbsp;กินตามท้องถิ่น&amp;nbsp;และกินตามฤดูกาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คาดว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;14,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และในเดือนมีนาคม-เมษายน&amp;nbsp;ชวนลุยเที่ยว&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เกาะสวยเมืองกระบี่&amp;nbsp;ด้วยแคมเปญ&amp;nbsp;ผู้หญิงติดเกาะ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้สนใจข้อมูลกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;สามารถติดตาม&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Fanpage&amp;nbsp;:&amp;nbsp;wearekrabi&amp;nbsp;หรือwww.wearekrabi.com&amp;nbsp;หรือสอบถามที่&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0-7562-2163&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1672&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312225422300</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>มิตรภาพใหม่ ไทย-ซาอุฯ เดินหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ &lt;/strong&gt;ตามคำเชิญของมกุฎราชกุมาร แห่งซาอุฯ ช่วง 25 - 26 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา เป็นการเยือนระดับผู้นำของสองประเทศครั้งแรกในรอบ 32 ปี และยังถือเป็นการฟื้นความสัมพันธ์ หลังมีปัญหาระหว่างกันเมื่ออดีตกว่า 30 ปีก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และเริ่มเห็นผลความสำเร็จเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เริ่มจากเครื่องบินของสาย Saudia Airlines นำนักนักท่องเที่ยวซาอุฯ 71 คน บินจากกรุงริยาด เมืองหลวงซาอุฯ มาลงจอดที่สนามบินสุวรรณ เมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา นับเป็นเที่ยวบินตรงปฐมฤกษ์ระหว่าง 2 ประเทศในรอบ 32 ปี โดยหลังจากนั้นทางซาอุฯ ได้มีเที่ยวบินตรงมายังไทย 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ ในการกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ตั้งเป้านักท่องเที่ยวซาอุฯ เข้าไทยหลักแสนคน/ปี&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันออกกลางประมาณ 7 แสนคน ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง &lt;/strong&gt;แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ เพียง 36,000 คน ดังนั้น เมื่อมีการฟื้นความสัมพันธ์เปิดประเทศระหว่างกันมากขึ้น คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวซาอุฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับหลักแสนคน/ปี ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.เร่งเดินหน้าวางแผนจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเสนอขายการท่องเที่ยว ดึงให้นักท่องเที่ยวซาอุฯ เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีแนวโน้มได้รับความนิยมจากชาวซาอุฯ สูงขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;เตรียมส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ อีกครั้ง&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านแรงงานไทยก็เตรียมส่งแรงงานไปยังซาอุฯ อีกครั้ง เพราะทางซาอุฯ เอง ก็ต้องการแรงงานต่างชาติกว่า 8 ล้านคน&lt;/strong&gt; เนื่องจากมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนามากมาย โดยเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ดร.ฮุสเซน อัล อาวาด ประธานบริษัท ปริ้นเซส จอย เพลสเม้น แอนด์ เจนเนอรัล เซอร์วิส ตัวแทนบริษัทจัดหางานภาคเอกชนของซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางมาเยี่ยมชมสถานทดสอบฝีมือแรงงานของเอกชนไทย และมีความพึงพอใจมากในมาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น คณะรัฐมนตรีของไทย ได้เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานของไทย กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดิอาระเบีย จำนวน 2 ฉบับ&lt;/strong&gt; คือ ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานและร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน ร่างข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทยไปทำงานในซาอุฯ อย่างถูกกฎหมาย มีจริยธรรม และมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายในเดือนนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาสังคม ซาอุฯ จะเดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทย &lt;/strong&gt;เพื่อตรวจร่างข้อตกลงและเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และจะมีการลงนาม MOU หรือบันทึกข้อตกลง - ความร่วมมือดังกล่าว ที่ประเทศซาอุฯ ซึ่งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะเดินทางไปร่วมลงนาม คาดว่าอีก 3 เดือนหลังจากลงนาม จะเริ่มทยอยส่งแรงงานไปซาอุฯ ได้&amp;nbsp;โดยเฟสแรกจะเป็นแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี จะเป็นแรงงานกึ่งทักษะ เช่น ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ ช่างปูน เชฟทำอาหาร ซึ่งกรมการจัดหางาน เปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์ไปทำงานซาอุฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ที่ toea.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.ผ่านมาแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;คาดผลการค้าเพิ่มสูง หลังฟื้นความสัมพันธ์&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคเอกชนมีการประเมินไว้อย่างน่าสนใจว่า เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนของประเทศไทยในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt; ช่วยทำให้การค้าของประเทศกลับมาคึกคักได้ ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับหลักๆ คือการส่งออก เพราะหากดูสัดส่วนการค้าในปี 2564 ไทยส่งออกไปประเทศซาอุฯ ประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 45,000 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.6% ของการส่งออกทั้งหมดจากไทย แต่หากเปิดประตูการค้ากับซาอุฯ ได้มากขึ้น จะทำให้การส่งออกไปซาอุฯ กลับไปที่ประมาณ 2.2% ของการส่งออกทั้งหมด เหมือนปี 2532 ก่อนเกิดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งนั่นหมายถึง ปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยสินค้าไทยที่มีศักยภาพเจาะตลาดซาอุฯ ได้ อย่างรถยนต์ที่ประกอบในไทยและส่วนประกอบ อาหารและอาหารแปรรูป อาหารฮาลาล สินค้าเกษตร เครื่องจักรกล จิวเวลรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า&amp;nbsp;Medical Hub หรือศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์การเมือง  การทูต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทั้ง 2 ด้านนี้&lt;/strong&gt; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กราบบังคมทูลเชิญ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย เสด็จฯ เยือนประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงตอบรับจะเสด็จเยือนไทยภายในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เดินหน้าแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงริยาด คนแรกในรอบ 32 ปี &lt;/strong&gt;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแต่งตั้ง แต่เมื่อใดที่ทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่ายสำเร็จ คาดว่าเมื่อนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองจะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองชาติต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312161753241</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>เริ่มแล้ว Amphawa Food Experience ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณโครงการอัมพวา&amp;nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&amp;nbsp;อ.อัมพวา&amp;nbsp;จ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;Amphawa&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Experience&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;ร่วมเป็นประธานเปิดงานฯ&amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจ.สมุทรสงครามร่วมกับ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์&amp;nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา&amp;nbsp;และกลุ่ม&amp;nbsp;YEC&amp;nbsp;จ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;&amp;nbsp;Experience&amp;nbsp;@ภาคกลาง&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้รวมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อให้จดจำและบอกต่อ&amp;nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&amp;nbsp;ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก&amp;nbsp;และพริกบางช้าง&amp;nbsp;ให้นักท่องเทึ่ยวได้รู้จักมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมชม&amp;nbsp;และเลือกซื้อสินค้าได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณโครงการอัมพวา&amp;nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&amp;nbsp;อ.อัมพวา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จิตติพัฒน์&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา&amp;nbsp;เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312210711290</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>รมว.คมนาคม? ลงพื้นที่? จ.บึงกาฬ? ตรวจติดตามความคืบหน้าสะพาน?มิตรภาพ?ไทย?-ลาว? แห่งที่? 5? บึงกาฬ?-?บอลิคำไซ พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแผน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;ตรวจติดตามความคืบหน้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&amp;nbsp;พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าว่าเป็นไปตามแผน&amp;nbsp;และในอนาคต&amp;nbsp;สนามบินบึงกาฬ&amp;nbsp;จะเติมเต็มศักยภาพของสะพานฯ&amp;nbsp;แห่งนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;บริเวณจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&amp;nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการ&amp;nbsp;ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพฯ&amp;nbsp;และพบปะกับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อรับทราบความคืบหน้าของโครงการฯ&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;และอุปสรรคที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนรับฟังเสียงของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อให้โครงการดังกล่าวดำเนินการได้อย่างเรียบร้อยตามแผนที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;ถือว่าเป็นจังหวัดที่&amp;nbsp;77&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;และถึงแม้จะเป็นจังหวัดน้องใหม่&amp;nbsp;แต่ก็มีศักยภาพหลายด้านที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมต่อไปได้&amp;nbsp;นั่นทำให้พื้นที่แห่งนี้&amp;nbsp;กลายเป็นที่ตั้งของโครงการ&amp;nbsp;Mega&amp;nbsp;Project&amp;nbsp;อย่างสะพานมิตรภาพไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีการร่วมมือกันของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ทั้งเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;และประเทศไทยของเรา&amp;nbsp;โดยในการลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;โดยภาพรวมถือว่ามีความก้าวหน้าตามแผน&amp;nbsp;และสร้างได้เร็วกว่าแผนเล็กน้อย&amp;nbsp;ซึ่งหากสร้างเสร็จ&amp;nbsp;โอกาสที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;ก็คือ&amp;nbsp;จะเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยได้อย่างดียิ่ง&amp;nbsp;เพราะสะพานแห่งนี้จะเปิดเส้นทางเข้าสู่&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;เชื่อมต่อไปถึงเวียดนาม&amp;nbsp;และเข้าสู่จีนตอนใต้ได้&amp;nbsp;นี่จึงเป็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;และนอกจากโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ที่จะเป็นโอกาส&amp;nbsp;และความหวังของประชาชนแล้ว&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;ยังต้องมีโครงการอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติมหลังจากนี้ด้วย&amp;nbsp;เพื่อทำให้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;ถูกเติมเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การก่อสร้างสนามบินบึงกาฬ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กล่าวย้ำ&lt;/strong&gt;ในการพบปะกับประชาชนว่า&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;ต้องมีสนามบิน&amp;nbsp;เพราะจะทำให้สะพานมิตรภาพฯ&amp;nbsp;มีศักยภาพเติมเต็มมากขึ้น&amp;nbsp;คนที่จะใช้สะพานก็จะสามารถมาข้ามสะพานที่&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;เพราะเวลามีค่าสำหรับการลงทุน&amp;nbsp;และมีค่าสำหรับทุกคน&amp;nbsp;จึงเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;สิ่งที่เป็นโอกาส&amp;nbsp;และความหวังของประชาชนจะสำเร็จได้&amp;nbsp;ไม่ใช่เพียงภาครัฐเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ส่วนที่มีผลต่อความสำเร็จ&amp;nbsp;คือภาคประชาชนต้องเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังการมีสะพานฯ&amp;nbsp;และใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นโอกาสในการพัฒนาด้านอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับจ.บึงกาฬ&amp;nbsp;และประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บึงกาฬ-บอลิคำไซ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้การดำเนินการในฝั่งไทย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตอน&amp;nbsp;มีความคืบหน้าตามแผน&amp;nbsp;โดยตอนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งานถนนฝั่งไทย&amp;nbsp;คืบหน้า&amp;nbsp;50.9&amp;nbsp;%&amp;nbsp;เร็วกว่าแผนเล็กน้อย&amp;nbsp;ตอนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งานถนนฝั่งไทย&amp;nbsp;และงานด่านพรมแดนฝั่งไทย&amp;nbsp;คืบหน้า&amp;nbsp;41.366&amp;nbsp;%&amp;nbsp;และตอนที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;งานสะพานข้ามแม่น้ำโขงฝั่งไทย&amp;nbsp;คืบหน้า&amp;nbsp;18&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ซึ่งมีความช้ากว่าแผนเล็กน้อยจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน&amp;nbsp;เครื่องจักร&amp;nbsp;และวัสดุงานก่อสร้างระหว่างประเทศ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ปัจจุบันผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและลาว&amp;nbsp;ได้พยายามเร่งรัดให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;สอดคล้อง&amp;nbsp;ใกล้เคียงกับแผนงานที่กำหนดไว้&amp;nbsp;ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปลายปี&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในการลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เดินทางมาพร้อมกับคณะ&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;นางนาที&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;(นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล),&amp;nbsp;นายวิรัช&amp;nbsp;พิมพะนิตย์&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,&amp;nbsp;นายชยธรรม์&amp;nbsp;พรหมศร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงคมนาคม,&amp;nbsp;นายพิศักดิ์&amp;nbsp;จิตวิริยะวศิน&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม,&amp;nbsp;นายศราวุธ&amp;nbsp;ทรงศิวิไล&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง,&amp;nbsp;นายอภิรัฐ&amp;nbsp;ไชยวงศ์น้อย&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;และนายฐิตินันท์&amp;nbsp;แสงนาค&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสนิท&amp;nbsp;ขาวสอาด&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.บึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312171811255</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>สสว. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เข้าสู่ SMEs ยุคดิจิทัล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สสว.&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;มรภ.สวนสุนันทา&amp;nbsp;ยกระดับไมโครเอสเอ็มอีภาคอีสาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้มีความรู้และสร้างทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบการเพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุค&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;คาดสร้างรายได้ให้ผู้อบรมในโครงการกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ที่โรงแรมสยามแกรนด์อุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผวจ.อุดรธานี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิด&lt;/strong&gt;โครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;(MSME&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;up)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(สสว.)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&amp;nbsp;โดยมีนายประเสริฐ&amp;nbsp;ฝ่ายชาวนา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;นายสิทธิรัชต์&amp;nbsp;จารุไชยกุล&amp;nbsp;ประธานศูนย์เครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ร่วมงาน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้เข้าอบรม&amp;nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวชิระ&amp;nbsp;แก้วกอ&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&amp;nbsp;รักษาการ&lt;/strong&gt;รองผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(สสว.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;มาใช้ในการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล&amp;nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญให้การดำเนินธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถ&amp;nbsp;ในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ก็คาดหวังผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มจังหวัดสบายดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งก็มีจำนวนมาก&amp;nbsp;ได้มาต่อยอดเพิ่มศักยภาพในการขายออนไลน์&amp;nbsp;โดยเฉพาะในกลยุทธต่างๆทั้งเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;ไลน์โอเอ&amp;nbsp;ในสภาวะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ในขณะนี้&amp;nbsp;เป็นสิ่งที่จะช่วยผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ก็ได้รับสนใจจำนวนมาก&amp;nbsp;เพียงแต่ว่าในเชิงปริมาณเราจะไม่เน้น&amp;nbsp;เราจะคัดมาเฉพาะผู้มีความพร้อมจริงๆ&amp;nbsp;และมีความตั้งใจมุ่งมั่น&amp;nbsp;จึงมั่นใจว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน&amp;nbsp;"นอกจากกิจกรรมหลัก&amp;nbsp;ที่ได้ดำเนินการในด้านการส่งเสริททักษะต่างๆแล้ว&amp;nbsp;สสว.ก็จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบของภาครัฐให้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การจดทะเบียนการค้า&amp;nbsp;การจดทะเบียน&amp;nbsp;DBD&amp;nbsp;Registered&amp;nbsp;และการขอมาตรฐาน&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ&amp;nbsp;ของภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น&amp;nbsp;สะดวกขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุค&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รศ.ดร.สมเดช&amp;nbsp;รุ่งศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;คณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา&amp;nbsp;หน่วยร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยฯ&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการให้ความรู้และสร้างทักษะเกี่ยวกับกานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยได้จัดกิจกรรมการอบรมใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เลย&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;และสกลนคร&amp;nbsp;เพื่อกระจายการอบรมให้ทั่วถึงผู้ประกอบการทั้งภูมิภาค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;จะคัดเลือกผู้ประกอบการ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้าสู่ขั้นตอน&lt;/strong&gt;การสร้างประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการจะได้ทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;แอบพลิเคชั่นต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยมีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำตลอดระยะเวลาโครงการ&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัลต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่ากระบวนการอบรมผ่านโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;(MSME&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;up)&amp;nbsp;จะสามารถสร้างรายได้ให้&amp;nbsp;ผู้อบรมในโครงการกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผวจ.อุดรธานี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทาง&amp;nbsp;สสว.ได้มาให้ความรู้เพิ่มยกระดับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกี่ยวกับการขายออนไลน์&amp;nbsp;เนื่องจากโลกปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปสื่อโซเชียลมีความสำคัญ&amp;nbsp;อุดรธานีเองก็ได้วางยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงบ้าง&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ในอุดรจะได้เติบโตเปลี่ยนแปลงและเข้มแข็งขึ้นอย่างจริงจัง&amp;nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการและติดตามข่าวสารกิจกรรมความรู้ได้ที่&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Osmep&amp;nbsp;สสว.&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;CONNEXT&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;www.smeonline.info&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครือข่ายการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ส.ปชส.อด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312172126256</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>ททท.พังงา จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ททท.พังงา&amp;nbsp;จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Memorable&amp;nbsp;Iconic&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Phang&amp;nbsp;Nga&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;(หลังเก่า)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้รับมอบจากนายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีการจัดแสดงภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยมีนางกันตวรรณ&amp;nbsp;ตันเถียร&amp;nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&amp;nbsp;ส.ส.จังหวัดพังงา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานพังงา&amp;nbsp;กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการทำโครงการประกวดภาพถ่าย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เปิดมุมมองใหม่ๆ&amp;nbsp;เป็นสื่อกลางให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความหลากหลาย&amp;nbsp;ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละสถานที่&amp;nbsp;ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภูมิทัศน์อาคาร&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสามารถถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย&amp;nbsp;เล่าเรื่องราว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประกวดภาพถ่าย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;THE&amp;nbsp;MEMORABLE&amp;nbsp;ICONIC&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;PHANGNGA&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดเป็นภาพถ่ายที่สื่อความหมายถึงในความเป็น&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;พร้อมนำภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;นำมาเผยแพร่ในงานนิทรรศการภาพถ่าย&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการเผยแพร่ภาพถ่ายในโอกาสต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายครั้งนี้&amp;nbsp;ททท.สำนักงานพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากช่างภาพเข้าร่วมกิจกรรมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และได้ส่งภาพเข้าร่วมประกวดกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;โดยการคัดเลือกภาพถ่ายเข้าร่วมนิทรรศการผ่านการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้มอบรางวัลให้กับผู้ผ่านเข้ารอบนิทรรศการจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สายการบิน&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;และบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดพังงา&amp;nbsp;รวมมูลค่ากว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312205253288</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>ก๊าซหุงต้มยะลา จ่อปรับขึ้นราคา กก.ละ 1 บาท 1 เม.ย นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่รัฐบาล&amp;nbsp;เตรียมปรับขึ้นราคา"ก๊าซหุงต้ม"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย.65&amp;nbsp;หลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา&amp;nbsp;318&amp;nbsp;บาทต่อถัง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะทยอยปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;333&amp;nbsp;บาทต่อถัง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ราคา"ก๊าซหุงต้ม"&amp;nbsp;ในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังขายในราคาปกติ&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;48&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;1,100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;หน้าร้าน&amp;nbsp;360&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บริการส่ง&amp;nbsp;370&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถังขนาดบรรจุ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กก.ขายหน้าร้าน&amp;nbsp;290&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บริการส่ง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบรรหาร&amp;nbsp;ประจักษ์เลิศวิทยา&amp;nbsp;เจ้าของร้านยะลาแสงทิพย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;ที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคา"ก๊าซหุงต้ม"นั้น&amp;nbsp;ทางร้านก็จะปรับตามอัตราที่ขึ้น&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็น&amp;nbsp;ส่วนตัวในการขึ้นราคา&amp;nbsp;"ก๊าซหุงต้ม"นั้น&amp;nbsp;เป็นภาวะของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เป็นปกติ&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แค่ครัวเรือนไหนใช้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แค่ขึ้นวันละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;สต.30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;อยู่ที่ครัวเรือนมากกว่า&amp;nbsp;ว่ามีความประหยัดขนาดไหน&amp;nbsp;ไม่ถึงกับเดือดร้อน&amp;nbsp;ต้องรู้จักการใช้จ่ายสิ่งไหนควรเท่าไหร่&amp;nbsp;อย่าไปโลภเสี่ยงโชคมากนัก&amp;nbsp;ก็อยู่ได้สบายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จริงๆ&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ในความคิดตนไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้องดำรงชีพ&amp;nbsp;รู้จักใช้เงิน&amp;nbsp;ก็ไม่เดือดร้อน&amp;nbsp;ขึ้นค่าไฟก็เช่นกัน&amp;nbsp;ถ้าไม่รู้ค่าของเงินก็จะมีผลกระทบ&amp;nbsp;รวมถึงอาหารการกิน&amp;nbsp;การประมาณตนรายได้ตนเอง&amp;nbsp;รู้จักเตรียมพร้อมที่คิดจะจ่ายเงิน&amp;nbsp;รายได้มีเท่าไหร่แบ่งปันให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313080343308</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>ท่าอากาศยานเบตง พร้อมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มีนาคมนี้ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงความพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีในพิธีเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;CAAT&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบันมีความพร้อมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทาง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;black;"&gt;ท่าอากาศยานเบตงเป็นท่าอากาศยานแห่งที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;โดยกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์&amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&amp;nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;บนพื้นที่&amp;nbsp;920&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีทางขับ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทางวิ่ง&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;และลานจอดรถยนต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรกโดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์)&amp;nbsp;โดย&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ตามประกาศของ&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);&amp;nbsp;color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&amp;nbsp;(Regional&amp;nbsp;Hub)&amp;nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&amp;nbsp;มาเลเซียและสิงคโปร์ในอนาคตด้วย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313131724378</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จัดกิจกรรม ปั่นชมวิว....ทิวเขา @ โพรงจระเข้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&amp;nbsp;&amp;nbsp;@&amp;nbsp;โพรงจระเข้&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Mounth&amp;nbsp;View&amp;nbsp;Bike&amp;nbsp;Touring&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ProngJorakae&amp;nbsp;พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน&amp;nbsp;และชมกิจกรรมการแสดงของเยาวชนต้นกล้าจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วังหินลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ด้วยการใช้กีฬาจักรยานเป็นสื่อในการจุดประกายและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;หรือผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย&amp;nbsp;และที่สำคัญคือ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่มีธรรมชาติสวยงาม&amp;nbsp;อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก&amp;nbsp;และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งในกิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&amp;nbsp;@&amp;nbsp;โพรงจระเข้&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Mounth&amp;nbsp;View&amp;nbsp;Bike&amp;nbsp;&amp;nbsp;Touring&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ProngJorakae&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดรวมระยะทางประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักปั่นจักรยานของจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313101915320</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา Singora Lake Swim 2022 พร้อมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;Singora&amp;nbsp;Lake&amp;nbsp;Swim&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;พร้อมขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่โรงสีแดง&amp;nbsp;ถนนนครนอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;Singora&amp;nbsp;Lake&amp;nbsp;Swim&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;พร้อมกล่าวต้อนรับคณะนักว่ายน้ำ&amp;nbsp;โดยมีนายรัชต&amp;nbsp;สำราญชลารักษ์&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;คณะว่ายน้ำ&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมการว่ายน้ำข้ามทะเลสาบ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เส้นทางในการแข่งขันว่ายน้ำ&amp;nbsp;เริ่มจากโรงสีแดง&amp;nbsp;ถนนนครนอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;ไปยัง&amp;nbsp;ชุมชนบ้านหัวเขา&amp;nbsp;อำเภอสิงหนคร&amp;nbsp;โดยมีนักกีฬาเข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;พร้อมมีทีม&amp;nbsp;Life&amp;nbsp;Guard&amp;nbsp;จากหลายภาคส่วนดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;Singora&amp;nbsp;Lake&amp;nbsp;Swim&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ถือเป็นการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัด&amp;nbsp;ไม่ว่าจะการแข่งขันกีฬา&amp;nbsp;หรือกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้อยู่ในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;แต่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;สนับสนุนทุกภาคส่วน&lt;/strong&gt;ที่จัดกิจกรรมที่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยเฉพาะวันนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;ยังเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยได้รับความสนใจจากนักว่ายน้ำจากทั่วประเทศมาร่วมการว่ายน้ำในครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยไม่มีการแข่งขันสำหรับผู้ที่รักในการว่ายน้ำ&amp;nbsp;และในปีหน้าทางจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ร่วมกับผู้จัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จะสนับสนุนการจัดกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลาอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจัดกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลาฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเป้าหมายให้นักว่ายน้ำ&amp;nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ตระหนักในเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้รักท้องทะเลสาบ&amp;nbsp;โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาเป็นทรัพย์สมบัติที่มีมูลค่ามหาศาลของประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณิชารีย์&amp;nbsp;หนูบุญ/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิทยา&amp;nbsp;สันบู/ภาพ13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313103621329</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>ลานวัฒนธรรมสร้างสุขสุรินทร์ ครั้งที่ 10 สร้างรายได้กว่า  7 แสนบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุรินทร์จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;สร้างสุข&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ตลาดหน้าจวน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สร้างรายได้กว่า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนบาท&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;รวมพลังทุกภาคส่วน&amp;nbsp;จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;สร้างสุข&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ตลาดหน้าจวน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมช่วงเช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จัดกิจกรรมตักบาตรกับช้าง&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานทำบุญตักบาตรกับช้าง&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นเวลา&amp;nbsp;08.00-09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถ่ายภาพกับทะเลตุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหม&amp;nbsp;เครื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหารพื้นบ้าน&amp;nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์ของดีเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;โดยมีร้านค้ามาออกร้านให้การบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนช่วงเย็น&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00-21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับบรรยากาศลานคนเมือง&amp;nbsp;สุรินทร์รื่นรมย์&amp;nbsp;ร้อง&amp;nbsp;เล่น&amp;nbsp;เต้น&amp;nbsp;รำ&amp;nbsp;และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้กันตรึม&amp;nbsp;จากโรงเรียนประสาทวิทยาคาร&amp;nbsp;การแสดงศิลปะพื้นบ้านวงโปงลาง&amp;nbsp;จากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&amp;nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;สินค้าพื้นเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์&amp;nbsp;รวมทั้งจัดแสดงภาพถ่ายเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์จากสมาคมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&amp;nbsp;สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยมีผู้มาร่วมกิจกรรม/นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม&amp;nbsp;ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า&amp;nbsp;ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;1,048&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เกิดรายได้หมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมทุกกิจกรรม&amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;785,255&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นางสาววาสนา&amp;nbsp;ไชยพรรณา&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้นำบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;รวมทั้งประสานงาน&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกแก่ศิลปินนักแสดง&amp;nbsp;จัดเก็บข้อมูลผู้แต่งกายผ้าไทยสวยงามและโดดเด่น&amp;nbsp;เข้ารับเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในวันเสาร์แรกของทุกต้นเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313103515328</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>ตัวแทนภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จ.ยะลา เผยการเปิดสนามบินเบตงเชิงพาณิชย์ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง และจังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนรินทร์&amp;nbsp;เรืองวงศา&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเปิดสนามบินเบตงเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุด&amp;nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อีกทั้งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;สอบถามมาตลอดว่าจะเปิดการบินในเชิงพาณิชย์เมื่อไร&amp;nbsp;เพราะการจองทัวร์จะต้องจองล่วงหน้า&amp;nbsp;เพื่อเตรียมตั๋วเครื่องบิน&amp;nbsp;โรงแรมที่พัก&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หลังจากเปิดสนามบินในเชิงพาณิชย์แล้ว&amp;nbsp;จะสามารถบรรเทาผลกระทบกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน&amp;nbsp;และสามารถเดิน&amp;nbsp;ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วน&amp;nbsp;นายกันต์พงษ์&amp;nbsp;ลิ่มกาญจนา&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เห็นว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเปิดสนามบินแห่งนี้เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายัง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หากสนามบินเปิดใช้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง&amp;nbsp;3,000-4,000&amp;nbsp;ต่อวัน&amp;nbsp;เศรษฐกิจรายได้ของคนในพื้นที่จะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;การเปิดใช้สนามบินแห่งนี้จึงเป็นความหวังที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารท่าอากาศยาน&amp;nbsp;ที่ตกแต่งด้วย&amp;nbsp;ไม้ไผ่&amp;nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&amp;nbsp;เพราะคำว่า&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บือตง&amp;nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่น&amp;nbsp;แปลว่า&amp;nbsp;ไม้ไผ่&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้เปิดบินทดลองการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ&amp;nbsp;(Charter&amp;nbsp;Flight)&amp;nbsp;ที่มีผู้โดยสาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;76&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;และยังมีเครื่องบินส่วนบุคคลบินเข้ามาลงหลายเที่ยว&amp;nbsp;และในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเตรียม&amp;nbsp;เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อรองรับตลาดการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การพาณิชย์&amp;nbsp;เพื่อการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313113958338</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>อธิบดีกรมท่าอากาศยานตรวจความพร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา ในวันที่ 14 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายปริญญา&amp;nbsp;แสงสุวรรณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวโรทัย&amp;nbsp;ไตรพิทักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักโฆษก&amp;nbsp;สำนักเลขาธิการ&amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ต.ยะรม&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ตรวจความพร้อมภาพรวมด้านต่างๆ&amp;nbsp;ของท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ในการเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&amp;nbsp;"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา"&amp;nbsp;ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;โดยมีนางดวงพร&amp;nbsp;สุวรรณมณี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&amp;nbsp;ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;นายสุทธิพงศ์&amp;nbsp;สาครินทร์&amp;nbsp;ผ&amp;nbsp;อ.สวท.เบตง&amp;nbsp;นายกิตติภณ&amp;nbsp;เปรมรัชชานนท์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปริญญา&amp;nbsp;แสงสุวรรณ&amp;nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;(ทย.)&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;พร้อมเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่มีนโยบายให้หน่วยงานดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการคมนาคม&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์&amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ&amp;nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&amp;nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้ง&amp;nbsp;เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งมีความพร้อมให้บริการตามมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;พร้อมเดินทางไปกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบให้&amp;nbsp;กรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเส้นทางการบินสู่ท่าอากาศยานเบตงเพิ่มเติม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สุวรรณภูมิ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;รวมทั้งพิจารณาความเป็นไปได้ของแผนพัฒนาท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ประเด็นด้านความมั่นคง&amp;nbsp;ความคุ้มค่า&amp;nbsp;และผลประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ทย.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งอยู่ในตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;บนพื้นที่&amp;nbsp;920&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทางขับ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;ทางวิ่ง&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;และลานจอดรถยนต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์)&amp;nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ตามประกาศของ&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&amp;nbsp;(Regional&amp;nbsp;Hub)&amp;nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;และสิงคโปร์ในอนาคตด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313120924340</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 รอบที่ 1 (งวดที่ 20)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(68,&amp;nbsp;68,&amp;nbsp;68);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(68,&amp;nbsp;68,&amp;nbsp;68);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;20)&amp;nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&lt;/strong&gt;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;11,815.28&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,184.72&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,280.55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;719.45,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;8,383.83&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,616.17&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;9,834.41&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,165.59&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122009341</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>จ.เลย เปิดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2565 ขับเคลื่อน Soft power ความเป็นไทย นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดเลย&amp;nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดงานโครงการเทศกาลศิลปะร่วมสมัยลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมสวมหน้ากาก&amp;nbsp;ยลงานศิลป์&amp;nbsp;เช็คอินริมโขง&amp;nbsp;Mask&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;ริมแม่น้ำโขง&amp;nbsp;ตำบลเชียงคาน&amp;nbsp;อำเภอเชียงคาน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจัดพิธีเปิดงานเมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางยุพา&amp;nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี&amp;nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย&amp;nbsp;และในพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;มุ่งก่อให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมในระหว่างพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำโขง&amp;nbsp;รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&amp;nbsp;ให้พัฒนาต่อยอดกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทย&amp;nbsp;และพื้นที่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ขบวนพาเหรดหน้ากากแฟนซี&amp;nbsp;Carnival&amp;nbsp;Colorful&amp;nbsp;Mask&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ขบวนหน้ากากผีบุ้งเต้า&amp;nbsp;ผีขนน้ำ&amp;nbsp;ผีตาโขน&amp;nbsp;ขบวนหน้ากากแฟนซีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เครือข่ายมหาวิทยาราชภัฏเลย&amp;nbsp;เครือข่ายทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;นิทรรศการงานศิลป์ร่วมสมัย&amp;nbsp;ริมฝั่งโขง&amp;nbsp;นิทรรศการหน้ากากนานาชาติ&amp;nbsp;และนิทรรศการหน้ากากจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ&amp;nbsp;ถนนสายศิลปะ(Street&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;at&amp;nbsp;Loei)&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการลายผ้าอัตลักษณ์จังหวัดเลย&amp;nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรมศิลป์ร่วมสมัยจากเครือข่ายยุวชนคนไทเลย&amp;nbsp;การออกร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;จากเครือข่ายชุมชนคุณธรรมในจังหวัดเลย&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;โดยการจัดกิจกรรมดำเนินตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;มีนโยบายมุ่งขับเคลื่อนSoft&amp;nbsp;power&amp;nbsp;ความเป็นไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ&amp;nbsp;(Creative&amp;nbsp;culture)&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประกอบกับ&lt;/span&gt;รัฐบาลได้กำหนดมาตรการผ่อนปรนการแสดงมหรสพประเภทในอาคาร&amp;nbsp;นอกอาคาร&amp;nbsp;โรงละคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงมหรสพ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;ได้เห็นชอบแนวทางปฏิบัติตามมาตรการผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ให้สามารถจัดการแสดงมหรสพได้&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.เลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122419344</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>Krabi Food Fest : กินเปลี่ยนโลก กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว  จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 บรรยากาศคึกคัก    ด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fest:&amp;nbsp;กิน&amp;nbsp;เปลี่ยน&amp;nbsp;โลก&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดอ่าวนาง&amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ผ่านการจัดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่กระบี่&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;กรีนอีเวนต์&amp;nbsp;ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ภายในงานมีการออกร้าน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;จากโรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;อาหารฮาลาลในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยเน้นกินอาหารท้องถิ่น&amp;nbsp;กินเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;กินรู้ที่มา&amp;nbsp;กินเป็นยา&amp;nbsp;กินตามฤดูกาล&amp;nbsp;โดยเชฟประจำร้านอาหารโรงแรม&amp;nbsp;รีสอร์ทในพื้นที่&amp;nbsp;มาปรุงรสให้รับประทานกันสดๆ&amp;nbsp;ร้อนๆ&amp;nbsp;ด้วยบรรยากาศ&amp;nbsp;สุดชิลริมทะเลอ่าวนาง&amp;nbsp;คละเคล้าด้วยเสียงเพลง&amp;nbsp;เสียงคลื่น&amp;nbsp;และชมพระอาทิตย์ตก&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผ่อนคลายด้วยดนตรีคลาสสิก&amp;nbsp;จากวง&amp;nbsp;Local&amp;nbsp;Band&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Mr.&amp;nbsp;COCO&amp;nbsp;Jamboo&amp;nbsp;นักแซกโซโฟนและนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน&amp;nbsp;ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักทั่วโลก&amp;nbsp;มาขับกล่อมให้ชมกันถึงที่&amp;nbsp;พร้อมกิจกรรมเวิร์คช้อป&amp;nbsp;(Workshop)&amp;nbsp;การปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบจากท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์&amp;nbsp;Fusion&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;โดยเชฟที่มีชื่อเสียงของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานเมื่อวานนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;จัดขี้นเป็นวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งบรรยากาศในงานคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็น&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;เข้ามาเยี่ยมชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;เครื่องดื่มตามบูธต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และช่วงค่ำ&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;เชฟโชว์การปรุงอาหารโดยวัตถุดิบท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสไตล์&amp;nbsp;Fusion&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;โดยเชฟ&amp;nbsp;ชลิต&amp;nbsp;เฟื่องอารมณ์&amp;nbsp;เชฟที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ&amp;nbsp;จากครัวคุณตุ่ม&amp;nbsp;ด้วยการนำวัตถุดิบหลักของท้องถิ่น&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ปลาใบ&amp;nbsp;ปลาทราย&amp;nbsp;ปลาเสียบ&amp;nbsp;ยอดหมุย&amp;nbsp;เป็นเมนูใหม่หนึ่งเดียวให้กระบี่&amp;nbsp;แข่งขันการปรุงอาหารกับ&amp;nbsp;เชฟป้อม&amp;nbsp;จากครัวคุณป้อมจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายศุภชัย&amp;nbsp;รอดทอง&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางดวงจันทร์&amp;nbsp;ทรงเจริญ&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และนายสุคนธ์&amp;nbsp;หนูช่วย&amp;nbsp;นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เข้าร่วมงานพร้อมชิมอาหารเลิศรสจากฝีมือเชฟระดับประเทศไทยและเชฟจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ยังตกค้างเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรูปแบบวิถี&amp;nbsp;new&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;และกิจกรรมดังกล่าวยังมีต่อเนื่องถึงวันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00-22.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313131105374</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>นักธุรกิจเบตง มั่นใจ การเปิดเที่ยวบินพาณิชย์  กรุงเทพฯ-เบตง 14 มีนาคมนี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน  รองรับการเปิดด่านทางบก ไทย - มาเลเซีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าสำหรับการเปิดใช้สนามบินเบตง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ล่าสุดบริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ยืนยันเปิดให้บริการเส้นทาง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-เบตง&amp;nbsp;ในรูปแบบเที่ยวบินพาณิชย์เฉลี่ย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;โดยให้บริการในวันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;จะเป็นเที่ยวบินแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสรรเสริญ&amp;nbsp;จิรรัตนโสภณ&amp;nbsp;นักธุกิจในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มั่นใจการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สกายวอล์คเบตง&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ&amp;nbsp;และที่สำคัญสอดรับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคตที่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาให้&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากศักยภาพของเบตงมีความน่าสนใจที่เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนรูปแบบครอบครัว&amp;nbsp;ตลอดจนการการช็อปปิ้ง&amp;nbsp;ซึ่งในอดีตเบตงเป็นเสมือนจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นในอนาคตหากมีเส้นทางบินที่สามารถอำนวยความสะดวกมากขึ้นจึงเป็นความหวังที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่มั่นใจว่าการเชื่อมโยงการบินระหว่างประเทศได้จะหนุนให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตได้อีก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสรรเสริญ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;สำหรับอัตราค่าโดยสารประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;3,800&amp;nbsp;บาทต่อเที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นั้น&amp;nbsp;ในระยะเริ่มต้นอาจเป็นต้นทุนที่สูงซึ่งกลุ่มเป้าหมายน่าจะตอบโจทย์สำหรับกลุ่มธุรกิจ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่มีความพร้อม&amp;nbsp;แต่สำหรับประชาชนทั่วไปหรือคนในพื้นที่อาจมองว่าค่าโดยสารยังสูงและมองว่าน่าจะต้องไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำหรับท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ตั้งอยู่&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;มีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสาร&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;หรือกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนคนต่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันการให้บริการเพื่อสนับสนุนภารกิจเที่ยวบินของทางราชการ&amp;nbsp;และเที่ยวบินส่วนบุคคล&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สอดรับกับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซีย&amp;nbsp;รวมทั้งรองรับการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยด้วยกันเช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งการเปิดใช้ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;สามารถสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชายแดนใต้&amp;nbsp;และกระจายความเจริญทางโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313135341383</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จัดกิจกรรม ปั่นชมวิว....ทิวเขา @ โพรงจระเข้ : Mounth View Bike Touring @ ProngJorakae พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายภูวนัฐ&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&amp;nbsp;@&amp;nbsp;โพรงจระเข้&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Mounth&amp;nbsp;View&amp;nbsp;Bike&amp;nbsp;Touring&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ProngJorakae&amp;nbsp;พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาให้แก่โรงเรียนบ้านในควน&amp;nbsp;และชมกิจกรรมการแสดงของเยาวชนต้นกล้าจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วังหินลาด&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ด้วยการใช้กีฬาจักรยานเป็นสื่อในการจุดประกายและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;หรือผู้พบเห็นทั่วไปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย&amp;nbsp;และที่สำคัญคือ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่มีธรรมชาติสวยงาม&amp;nbsp;อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก&amp;nbsp;และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งในกิจกรรม&amp;nbsp;ปั่นชมวิว....ทิวเขา&amp;nbsp;@&amp;nbsp;โพรงจระเข้&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Mounth&amp;nbsp;View&amp;nbsp;Bike&amp;nbsp;Touring&amp;nbsp;@&amp;nbsp;ProngJorakae&amp;nbsp;จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดรวมระยะทางประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักปั่นจักรยานของจังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313140748385</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>ยืนยันราคาสินค้า 18 หมวดที่มีการปรับราคาสูงขึ้นก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลงแล้ว </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าหลายชนิดที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้ในการตรึงราคาสินค้าสำคัญ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;ยังสามารถควบคุมราคาสินค้าได้&amp;nbsp;รวมถึงราคาสินค้าหลายชนิดที่มีการปรับขึ้นราคาช่วงก่อนหน้านี้ได้มีการปรับลดลงแล้ว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้าและเนื้อสัตว์&amp;nbsp;โดยหมูเนื้อแดงราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งบางวันอาจมีการปรับราคาขึ้นลงเล็กน้อย&amp;nbsp;หรือภายในห้างสรรพสินค้าที่มีราคาชี้นำ&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการปรับราคาลดลงเช่นกัน&amp;nbsp;สำหรับสินค้ามะนาวที่มีการปรับราคาขึ้นสูงอยู่ขณะนี้&amp;nbsp;เนื่องจากมะนาวเป็นสินค้าตามฤดูกาล&amp;nbsp;เมื่อถึงฤดูร้อนราคามะนาวจะมีการปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ด้านเกษตรกรขณะนี้มีความพึงพอใจเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาสามารถขายได้ในราคาที่ต่ำ&amp;nbsp;จึงหวังว่าผู้บริโภคจะเข้าใจ&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นตามช่วงฤดูกาลสำหรับสินค้าพืชผลการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบราคาอาหารสัตว์&amp;nbsp;ที่จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตขณะนี้&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;มอบหมายให้กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้าวโพดตามคลังสินค้าต่างๆ&amp;nbsp;ว่ามีการกักตุนหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันข้าวโพดไม่ได้อยู่ในฤดูการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;แต่อาจมีการตกค้างอยู่ที่ผู้ประกอบการบางส่วน&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;จะสามารถทราบผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;ซึ่งหากพบการกักตุนสินค้าจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313203506459</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>ททท.สุราษฎร์ฯ จัดกิจกรรม เปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยว Surat ไม่รู้ลืม SHOP ... FIN ... CHECK IN ตลาดบางใบไม้ สุราษฎร์ธานี ช้อป 100.- แถม 200.- ซื้อของแม่ค้า ช่วยพ่อค้าแม่ขายที่ขาดรายได้ไปกว่าร้อยละ 50 จากสถานการณ์โควิด 19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประชาชนชาวเมืองสุราษฎร์ฯและใกล้เคียง&lt;/strong&gt;เข้าซื้อคูปองเงินสด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ของตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&amp;nbsp;ก่อนรับฟรีคูปองเงินแทนเงินสดจาก&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสุราษฎร์ฯอีก&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใช้แทนเงินสดสำหรับซื้อของ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และนั่งเรือชมอุโมงค์จาก&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทสำหรับ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการซื้อขาย&amp;nbsp;ในตลาดบางใบ้ไม้ที่เพิ่งกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งได้ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หลังปิดหนีโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มานานกว่า&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แต่ลูกค้าก็ยังไม่คึกคักเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุรินทร์&amp;nbsp;สุขประเสริฐ&amp;nbsp;พ่อค้าขนมเปี๊ยะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เล่าว่าช่วงที่ต้องปิดตลาดเพราะสถานการณ์โรคระบาด&amp;nbsp;ไม่มีรายได้&amp;nbsp;ทำได้เพียงเอาทุนเก่ามาใช้จ่ายอย่างประหยัด&amp;nbsp;ถ้าทุนยาวก็อยู่ได้ดี&amp;nbsp;วันนี้ตลาดกลับมาเปิดอีกครั้ง&amp;nbsp;แต่ลูกค้าก็ยังไม่กลับมาเหมือน&amp;nbsp;ซึ่งอาจเป็นเพราะยังกลัวโรคระบาด&amp;nbsp;และน้ำแพงที่ต้องประหยัดมากขึ้น&amp;nbsp;รายได้ยังกลับมาไม่ถึงร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่นเดียวกันกับนางสาวอุบลรัตน์&amp;nbsp;จอมสวัสดิ์&amp;nbsp;แม่ค้ามัลเบอร์รี่บ้านลุงหมี&amp;nbsp;บอกว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องปรับตัว&amp;nbsp;ปรับปรุงสินค้า&amp;nbsp;ให้หลากหลายขึ้น&amp;nbsp;เช่นแยมมัลเบอร์รี่&amp;nbsp;น้ำพริกมัลเบอร์รี่&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการขายให้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนางสาวนันทวัน&amp;nbsp;ศิริโภคพัฒน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการซื้อขายช่วยเหลือพ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ช่วยเหลือใช้จ่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&amp;nbsp;โดยมีกติกาคือ&amp;nbsp;เมื่อซื้อคูปองสินค้าในตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ในราคา100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แล้วนำหลักฐานมาแสดง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดลงทะเบียนกิจกรรม&amp;nbsp;รับไปเลยคูปองสำหรับซื้อสินค้า&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมคูปองนั่งเรือ&amp;nbsp;Fin&amp;nbsp;Fin&amp;nbsp;ชมอุโมงค์จาก&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ฟรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ขอสงวนสิทธิ์&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;คูปองเรือ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สามารถนั่งได้ไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขอสงวนสิทธิ์ใช้ได้วันต่อวัน&amp;nbsp;เฉพาะวันในการจัดกิจกรรมเท่านั้น&amp;nbsp;จำกัดสิทธิ์เพียง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;สิทธิ์&amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิตย์&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมในวันนี้สามารถกระจายรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;45,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดทุกวันอาทิตย์&amp;nbsp;มีสินค้าชุมชน&amp;nbsp;อาหารมากมายกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ประชาชนที่สนใจจะเดินทางมาท่องเที่ยวตลาดน้ำสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทุกวันอาทิตย์&amp;nbsp;ส่วนการล่องเรือชมอุโมงค์จากนั้นสามารถเดินทางมาล่องเรือชมความงดงามของอุโมงค์จากได้ทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313151456388</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>พาณิชย์แพร่เชื่อมโยงตลาดไม้กวาดดอกหญ้า ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินการเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าไม้กวาดดอกหญ้าที่ผลิตโดยผู้พิการทางสายตา&amp;nbsp;สมาคมคนตาบอดจังหวัดแพร่&amp;nbsp;โดยเป็นการเพิ่มโอกาส&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ผู้พิการทางสายตาซึ่งประสบปัญหาด้านการตลาด&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่จะทำหน้าที่&lt;/strong&gt;เป็นผู้ประสานงานด้านการตลาดให้กับผู้ผลิตสำหรับไม้กวาดดอกหญ้าได้จัดจำหน่าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขนาดราคา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ขนาดใหญ่ราคาด้ามละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และขนาดย่อมราคาด้ามละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาพิเศษเมื่อซื้อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้ามราคา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดแพร่&amp;nbsp;กลุ่มเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ในการสั่งซื้อไม้กวาดดอกหญ้าแล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;280&amp;nbsp;ด้าม&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่กลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;06-3651-5369&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313164951404</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>จ.ยะลา เตรียมสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด "เที่ยวบินปฐมฤกษ์ สนามบินเบตง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้าราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ร่วมกัน&amp;nbsp;เตรียมสถานที่&lt;/strong&gt;ต้อนรับนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด&amp;nbsp;"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;สนามบินเบตงในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออแกไนท์&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการเบตง&amp;nbsp;ร่วมกันจัดสถานที่เตรียมความพร้อมในการต้อนรับ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา"&amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;DD6260&amp;nbsp;เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;จะเดินทางออกจาก&lt;/strong&gt;ท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯเวลา&amp;nbsp;09.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตงประมาณ&amp;nbsp;11:45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;(ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;45&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;จากนั้นท่านนายกฯ&amp;nbsp;จะประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;รับชมวิดิทัศน์ภาพรวมการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;พบปะพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มาร่วมต้อนรับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;สนามบินเบตง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนของท่าอากาศยานเบตงขณะนี้&amp;nbsp;มีความพร้อมของเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;ตลอดจนความพร้อมของรันเวย์ที่รองรับเครื่องบินได้ที่มีขนาดสูงสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ATR72&amp;nbsp;และเครื่องบิน&amp;nbsp;Q400&amp;nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;ในการเตรียมให้บริการของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ซึ่งตามตารางจะทำการบิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;วันจันทร์&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และศุกร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313173519431</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกัน เตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ต้อนรับนายกรัฐมนตรีสู่สวรรค์บนดิน สนามบินเบตง เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD6260 เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง  ในวันพรุ่งนี้ 14 มีนาคม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายปริญญา&amp;nbsp;แสงสุวรรณ&amp;nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;ร่วมกันตรวจติดตามการจัดสถานที่&amp;nbsp;ทั้งภายในและภายนอกอาคารท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;รวมถึงอุปกรณ์&amp;nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;และขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp;ในการต้อนรับ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา"&amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;พร้อมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;DD6260&amp;nbsp;เส้นทางดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;จะเดินทางออกจาก&lt;/strong&gt;ท่าอากาศยานดอนเมืองกรุงเทพฯเวลา&amp;nbsp;09.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตงประมาณ&amp;nbsp;11:45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;(ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;45&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;จากนั้นท่านนายกฯ&amp;nbsp;จะประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;รับชมวิดิทัศน์ภาพรวมการดำเนินงานท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;พบปะพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มาร่วมต้อนรับการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;สนามบินเบตง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การดำเนินโครงการก่อสร้างสนามบินเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&amp;nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทางให้สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง-กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามประกาศของ&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากเส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตงยังมีความพร้อมที่จะมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&amp;nbsp;(Regional&amp;nbsp;Hub)&amp;nbsp;เส้นทางระหว่างประเทศไทย&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;และสิงคโปร์ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสนามบินเบตงเริ่มก่อสร้างเมื่อปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&amp;nbsp;2562&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&amp;nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;876,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313192357446</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>จังหวัดยะลาเตรียมต้อนรับ คณะเดินทางกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์พรุ่งนี้ พร้อมเดินหน้าเปิดการท่องเที่ยวเมืองเบตง เชิญชวนคนไทยทุกภาค "ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องพิชิตเมืองเบตง"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;มีกำหนดจะเดินทางโดยเที่ยวบินโดยสารเชิงพาณิชย์ไฟลท์แรกจากท่าอากาศยานดอนเมือง&amp;nbsp;มายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ให้บริการแก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังอำเภอเบตงจังหวัดยะลาในโอกาสจากนี้ไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เที่ยวบินโดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์ที่จะเดินทางมาพรุ่งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;DD&amp;nbsp;6260&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะนำผู้โดยสารที่เป็นคณะของผู้บริหารระดับสูงของประเทศ&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;รวมทั้งผู้โดยสารที่ได้จองที่นั่งมาเพื่อการท่องเที่ยวที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนด้านการเตรียมความพร้อมการต้อนรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวะดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารระดับจังหวัด&amp;nbsp;และผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้นำภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทำการตกแต่สถานที่&amp;nbsp;นำของดีในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มานำเสนอในรูปแบบของบูธนิทรรศการ&amp;nbsp;เพื่อสื่อให้เห็นถึงความงดงามและ&amp;nbsp;ศักยภาพของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย&amp;nbsp;ควรค่าแก่การเดินทางมาสัมผัสในโอกาสต่อๆ&amp;nbsp;ไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&amp;nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตสิ้นค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไม่ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;สมโชกุน&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ไก่เบตง&amp;nbsp;ผักน้ำ&amp;nbsp;ปลานิลน้ำไหล&amp;nbsp;ปลากือเลาะ&amp;nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&amp;nbsp;อุโมงปิยมิตร&amp;nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&amp;nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&amp;nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&amp;nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&amp;nbsp;จุดชมทะเลหมอก&amp;nbsp;สกายวอล์ค&amp;nbsp;อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องพิชิดให้ได้สักครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313234441491</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>กรมป่าไม้ เตรียมเสนอนายกฯ เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อ.เบตง จ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมป่าไม้&amp;nbsp;เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&amp;nbsp;และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&amp;nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&amp;nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;13&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(สาขานราธิวาส)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดตั้งบู๊ทเสนอโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&amp;nbsp;หรืออุโมงค์ใหญ่&amp;nbsp;แหล่งประวัติศาสตร์กองบัญชาการพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต&amp;nbsp;เพื่อเสนอต่อพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;เชิงพาณิชย์วันนี้(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ต.ยะรม&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปรีชา&amp;nbsp;แสงเทียน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;13&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(สาขานราธิวาส)&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(สาขา&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;)ได้รับการประสาน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;แจ้งมาว่ารัฐบาลมีความสนใจที่จะพัฒนาอุโมงค์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอุโมงค์พรรคคอมมิวนิสต์มาเลเซีย&amp;nbsp;ได้เคยสร้างไว้ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2520&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยในการสู้รบเมื่อในอดีต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมป่าจึงได้ทำการสำรวจ&amp;nbsp;พบ&amp;nbsp;อุโมงค์มี&amp;nbsp;13&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่องทางเข้า-ออก&amp;nbsp;และมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก&amp;nbsp;บริเวณดังกล่าวสอดคล้อง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวชและเชิงประวัติศาสตร์ซึ่งการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้จะสอดคล้องและส่งเสริมการท่องเที่ยวใน&amp;nbsp;อ.เบตงประกอบกับพื้นที่ที่ประชาชน&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;คลุกคลีอยู่กับการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&amp;nbsp;มองว่าภายหลังสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คลี่คลาย&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่จะทำให้การฟื้นฟูพัฒนาเมืองเบตงเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp;มีความคุ้มค่าทำให้เกิดมูลค่าทางด้านรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081003492</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>สนามบินเบตง ความหวังนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ-ประชาชนมั่นใจ กระตุ้นเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สนามบินเบตงเปิดการบินอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความหวังนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการประชาชนต่างดีใจ&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยพลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;DD6260&amp;nbsp;พร้อมผู้โดยสารมุ่งหน้าท่องเที่ยวเบตง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;นับเป็นเที่ยวบินเชิงพาณิย์&amp;nbsp;กรุงเทพ(ดอนเมือง)-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;เที่ยวแรกของการลงจอดสนามบินเบตง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองโดยสารเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองลงเครื่องที่หาดใหญ่แล้วเช่ารถยนต์ขับขี่มาท่องเที่ยวยังพื้นที่เบตงกับครอบครัว&amp;nbsp;ประทับใจผู้คนเบตง&amp;nbsp;น่ารักเป็นกันเอง&amp;nbsp;อาหารอร่อย&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติน่าสนใจ&amp;nbsp;จากการมาครั้งนี้ถ้ามีโอกาสมาอีกแน่นอน&amp;nbsp;ทราบว่าสนามบินเบตงเปิดให้บริการแล้ว&amp;nbsp;น่าจะอำนวยความสะดวกลดเวลาการเดินทางได้เยอะ&amp;nbsp;แน่นอนว่าต้องหาโอกาสมาอีกแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านศิริวรรณ&amp;nbsp;แซ่ตั้ง&amp;nbsp;แม่ค้าล็อตเตอรี่ตลาดสดเมืองเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เผยว่า&amp;nbsp;ดีใจที่สนามบินเบตงเปิดแล้ว&amp;nbsp;การที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงมาเบตง&amp;nbsp;และโดยสารเครื่องบินปฐมฤกษ์ด้วย&amp;nbsp;เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ให้กับคนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยคาดหวังเป็นอย่างมากว่าการมีสายบินจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เมืองเบตงให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน&amp;nbsp;เพราะเราๆผู้ประกอบการ&amp;nbsp;แม่ค้าพ่อค้าก็มีรายได้จากนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;แค่คนในพื้นที่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ยิ่งมีสายการบินเปิดให้บริการ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่น&amp;nbsp;หรือต่างประเทศก็จะนำเม็ดเงินมาหมุนเวียนในพื้นที่&amp;nbsp;กระจายรายได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081119493</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>วิกฤตน้ำมันแพง - ค่าครองชีพสูง กระทบคน หาเช้ากินค่ำ ซ้ำเติมโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในภาวะน้ำมันขึ้นราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;สินค้าแพง&amp;nbsp;ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบ&lt;/strong&gt;กับความเป็นอยู่&amp;nbsp;ค่าครองชีพประชาชนทุกคนทุกอาชีพ&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังทำให้ซ้ำเติมสถานการณ์โควิดโอมิครอน&amp;nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ทั่ว&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;อย่างสองสามี&amp;nbsp;ภรรยาที่มีอาชีพรับน้ำแข็งมาขายที่ตลาดสดยะลา&amp;nbsp;จากเดิมเมื่อก่อนมีรายได้ทั้งทุนทั้งกำไร&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;สองถึงสามพันบาท&amp;nbsp;เดี๋ยวนี้เหลือเพียงแค่พันกว่าบาท&amp;nbsp;ทำให้รายได้น้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนลูกค้าที่เคยมีมาก&amp;nbsp;ตอนนี้ก็หายจนเกือบหมด&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ติดโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นเนื่องจากของแพงทุกอย่าง&amp;nbsp;ทุกวันนี้ครอบครัวนี้&amp;nbsp;ได้แต่บอกว่า&amp;nbsp;ยังไงก็ต้องทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอได้กินแต่ละวันไป&amp;nbsp;ดีกว่าไม่ที่จะไม่มีงานทำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp;จิตร์ขันติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของแพงทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจวัตรประจำวันทุกอย่างแย่ลง&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายจะมากกว่ารายรับ&amp;nbsp;เมื่อก่อนยังเหลือเก็บบ้างตอนนี้ก็ไม่ค่อยเหลือ&amp;nbsp;อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนางธิดารัตน์&amp;nbsp;จิตร์ขันติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำอาชีพอะไรก็ไม่มีรายได้&amp;nbsp;รายได้น้อยลง&amp;nbsp;ลูกค้าน้อยอยากให้รัฐบาลช่วยประชาชน&amp;nbsp;อย่าให้น้ำมันแพงขึ้น&amp;nbsp;ของแพงขึ้น&amp;nbsp;ตอนนี้ขายลำบากลูกค้าก็หายติดโควิดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081301494</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณและสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณและสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของจังหวัด&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่มีการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไว้ครอบครอง&amp;nbsp;ปริมาณรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จิระพันธ์&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดโชคพงษ์เกษม&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จุดรับซื้อข้าวโพดนายณัฐพงค์&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;ปริมาณข้าวโพดในสต็อก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปริมาณการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;แต่ละรายไม่ถึง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเป็นเพียงการรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่และขายให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์นอกจังหวัด&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดเมล็ดความชื้น&amp;nbsp;14-14.50&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;11-&amp;nbsp;11.20&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314092021503</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>พาณิชย์ตรัง จัดกิจกรรมรณรงค์ ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเดินรณรงค์&amp;nbsp;ไม่ซื้อ&amp;nbsp;ไม่ขาย&amp;nbsp;ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริโภค&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้างโรบินสันตรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โทษจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากขายสินค้าปลอมเครื่องหมาย&amp;nbsp;การค้าของบุคคลอื่น&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขายสินค้าที่ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น&amp;nbsp;จำคุกตั้งแต่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับตั้งแต่&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ขายสินค้าละเมิดสิทธิบัตร&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314100433529</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>จ.ประจวบฯ เดินหน้าแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 กลุ่มอำเภอ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทั่วถึงทั้งจังหวัด ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมเกาะหลัก&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ว่าที่พันตรี&amp;nbsp;อดิศักดิ์&amp;nbsp;น้อยสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฯ&amp;nbsp;แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&amp;nbsp;และยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากข้อมูลนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใน&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;ย้อนหลัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&amp;nbsp;7,168,424&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นชาวไทย&amp;nbsp;5,924,708&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;28,601&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ชาวต่างชาติ&amp;nbsp;1,243,443&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;13,790&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&amp;nbsp;4,108,941&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นชาวไทย&amp;nbsp;3,920,292&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;16,135&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ชาวต่างชาติ&amp;nbsp;188,649&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;1,885&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวน&amp;nbsp;2,677,116&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นชาวไทย&amp;nbsp;2,673,519&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;10,494&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ชาวต่างชาติ&amp;nbsp;3,597&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จังหวัดจึงต้องเร่งหาแนวฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง&amp;nbsp;โดยเชื่อว่าหากมีการประกาศให้โรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว&amp;nbsp;จะมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;โดยจากนี้ทุกอำเภอจะต้องสำรวจค้นหาจุดเด่น&amp;nbsp;อัตลักษณ์ของพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;พัฒนาสินค้าในชุมชนท้องถิ่นที่มีความน่าสนใจ&amp;nbsp;จากนั้นจึงจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวให้มีความเชื่อมโยงตามศักยภาพของกลุ่มอำเภอแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โซน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หัวหิน-ปราณบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สามร้อยยอด-กุยบุรี-เมืองประจวบฯ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทับสะแก-บางสะพาน-บางสะพานน้อย&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบพักค้างแรมอย่างน้อย&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวมีระยะเวลาการใช้จ่ายอยู่ในพื้นที่นานขึ้นและกระจายตัวไปในอำเภอต่างๆ&amp;nbsp;สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งจังหวัด&amp;nbsp;โดยจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการจัดทำโปรแกรมแกรมการท่องเที่ยวตามศักยภาพของกลุ่มอำเภอทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โซนดังกล่าว&amp;nbsp;โดยเน้นการจัดทำกิจกรรมที่ตอบสนองนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มครอบครัว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในการเดินทางแบบจำกัดด้วยกลุ่มครอบครัว&amp;nbsp;นิยมเที่ยวแวะพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มนักศึกษา&amp;nbsp;วัยทำงาน&amp;nbsp;หรือกลุ่มเจน-Y&amp;nbsp;นิยมจะเดินทางคนเดียวหรือเดินทางกับเพื่อน&amp;nbsp;กล้าแสดงออก&amp;nbsp;มีความมั่นใจในตัวเอง&amp;nbsp;ชอบความสะดวกรวดเร็วและใช้สื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;และกลุ่มผู้สูงวัย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มวัยเกษียณมีกำลังซื้อจากเงินเก็บหรือบำนาญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้พิจารณาแนวทางการออกแบบจัดทำมาสคอตเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นได้เลือกค่างแว่นถิ่นใต้เป็นมาสคอตส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพราะเป็นสัตว์ที่พบได้ในพื้นที่&amp;nbsp;มีลักษณะนิสัยซุกซน&amp;nbsp;ขี้อาย&amp;nbsp;เป็นสัตว์สังคม&amp;nbsp;มีความน่ารักและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดกิจกรรมประกวดออกแบบมาสคอตค่างแว่นและให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314122238577</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา รองรับการท่องเที่ยว และลงทุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ไปเป็นประธานเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสาร&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารและได้รับมอบภาพวาดสีน้ำรูปเครื่องบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;สำหรับภาพวาดดังกล่าวเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&amp;nbsp;พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์&amp;nbsp;เนื่องในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;ด้วยเครื่องบินพระที่นั่งที่บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(&amp;nbsp;มหาชน)&amp;nbsp;จัดถวาย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนิทรรศการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลาและมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ที่ประสบอุทกภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสนามบินเบตง&amp;nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้ประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รองรับได้เฉพาะอากาศยานขนาดเล็ก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การสร้างสนามบินเบตง&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตง&amp;nbsp;ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทาง&amp;nbsp;ให้สัญจรไปมาได้สะดวก&amp;nbsp;ปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่และการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314124256582</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>เวียดนามรับจดทะเบียนมะขามหวานเพชรบูรณ์ เป็นสินค้า GI รายการที่ 2 ต่อจากเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ&amp;nbsp;ประเทศเวียดนาม&amp;nbsp;ประกาศรับจดทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;นับเป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยรายการที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อจาก&amp;nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;ที่ได้รับการจดทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ในเวียดนาม&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย&amp;nbsp;ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง&amp;nbsp;ในเวียดนาม&amp;nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ทุเรียนปราจีน&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&amp;nbsp;ในจีน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อให้สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมามีสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครอบคลุมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ประเทศทั้งสหภาพยุโรป&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้&amp;nbsp;ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง&amp;nbsp;กาแฟดอยช้าง&amp;nbsp;กาแฟดอยตุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานและผ้าไหมยกดอกลำพูน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์&amp;nbsp;ฝักใหญ่เนื้อหนานุ่มเหนียว&amp;nbsp;มีสีสวยสม่ำเสมอ&amp;nbsp;โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง&amp;nbsp;52,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&amp;nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญของไทย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;และยุโรป&amp;nbsp;สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า&amp;nbsp;3,900&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314144228639</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>พาณิชย์ เผยซาอุฯ ไฟเขียว อนุญาตนำเข้าไก่จาก 11 โรงงานของไทยแล้ว โดยให้มีผลทันที พร้อมเตรียมเปิดตลาดสินค้ารายการอื่น ๆ เพิ่มเติม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ทูตพาณิชย์ที่รับผิดชอบตลาดซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;และอุปทูตของกระทรวงการต่างประเทศของไทย&amp;nbsp;ได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงขององค์การอาหารและยาซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Drug&amp;nbsp;Authority&amp;nbsp;(SFDA)&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ได้ข้อสรุปร่วมกันที่เป็นข้อยุติว่า&amp;nbsp;ซาอุดิอาระเบียจะอนุญาตให้นำเข้าไก่จากประเทศไทยได้&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โรงงานที่เดินทางมาตรวจล่วงหน้าในช่วงปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยให้มีผลทันที&amp;nbsp;ถือเป็นข่าวดีและเป็นผลสำเร็จในการดำเนินการให้สามารถส่งไก่ไปขายยังตลาดซาอุดิอาระเบียได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันซาอุดิอาระเบียนำเข้าไก่&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;5.9&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำเข้าจากบราซิล&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;และนำเข้าจากยูเครนและฝรั่งเศส&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซึ่งจากนี้ไทยจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในซาอุดิอาระเบียได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการและดำเนินการโดยคำนึงถึงปริมาณการบริโภคไก่ในประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งรักษาระดับราคาไก่ในประเทศไม่ให้กระทบกับผู้บริโภคและได้ประโยชน์กับผู้ส่งออกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับตัวเลขการส่งออกไก่ของไทยไปทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;912,900&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า&amp;nbsp;102,529&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ยังมีนโนบายที่จะเปิดตลาดสินค้าอื่นในประเทศซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมด้วย&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314140043617</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปี 2565 รุ่นที่ 2 ยกระดับเกษตรกรจากเกษตรปลอดภัยสู่เครือข่ายวิถีเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์ชนัน&amp;nbsp;จิตภิลัย&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ฐานราก&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรผู้ตรวจ&amp;nbsp;มาตรฐานแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGs&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในการผลิตพืชอาหารแบบปลอดภัย&amp;nbsp;จนถึงเกษตรอินทรีย์ในอำเภอปาย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และสามารถ&amp;nbsp;เป็นผู้ตรวจมาตรฐานแปลงเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGs&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังสามารถยกระดับเกษตรกรจากเกษตรปลอดภัยสู่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เครือข่ายวิถีเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ที่สามารถผลิตพืชผักสมุนไพร&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;และปศุสัตว์ที่หลากหลายและมีปริมาณสม่ำเสมอออกสู่ตลาดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314143623636</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย การค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนมกราคม 2565 มูลค่ารวมกว่า 140,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย&amp;nbsp;เดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&amp;nbsp;มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;141,072&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;9.49&amp;nbsp;แบ่งเป็นการส่งออก&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;77,694&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และนำเข้า&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;63,378&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ&amp;nbsp;ทั้งมาเลเซีย&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;ยกเว้นจีน&amp;nbsp;ที่มูลค่าส่งออกลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;จึงใช้การส่งออกผ่านทางบกเข้าสู่ตลาดจีน&amp;nbsp;แต่ประเทศจีนมีมาตรการโควิดเป็นศูนย์&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกติดขัด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขณะนี้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์เบาบางลงแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกไปจีนทางเรือได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจัยที่ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกของไทย&amp;nbsp;มาจากการฟื้นตัวในภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง&amp;nbsp;และความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศเพื่อนบ้านมีจำนวนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนที่สนับสนุนการค้าชายแดนและผ่านแดน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เร่งรัดการเปิดด่านการค้าชายแดน&amp;nbsp;และโครงการจับคู่กู้เงิน&amp;nbsp;สถาบันการเงินกับ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;ที่ช่วยทำให้การส่งออกผ่าน&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ดีขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314150005656</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว พัฒนาเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา"&amp;nbsp;ที่อาคารที่พักผู้โดยสาร&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมสถาปัตยกรรมของอาคารสนามบินเบตงที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&amp;nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยอำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจการค้า&amp;nbsp;ประกอบกับประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม&amp;nbsp;จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในด้านการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ&amp;nbsp;รวมทั้งที่ท่าอากาศยานเบตงแห่งนี้&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ถือเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนที่จะสร้างและสนับสนุนความเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;ในภูมิภาค&amp;nbsp;โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและถึงแม้ขณะนี้ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบหลายๆ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะความขัดแย้งในต่างประเทศ&amp;nbsp;พร้อมฝากให้กองทัพ&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;ดูแลเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและให้&amp;nbsp;ศอบต.พัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีพบปะพูดคุยกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยินดีที่ได้มาพบประชาชนในวันนี้&amp;nbsp;ได้เห็นถึงความเจริญเติบโตของเบตง&amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลเร่งรัฐที่จะพัฒนาสนามบินเบตงตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และจะพัฒนาต่อเนื่อง&amp;nbsp;วันนี้อาจเผชิญกับปัญหาหลายประการ&amp;nbsp;ทั้งสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ปัญหาทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สถานการณ์จากต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งล้วนแต่เชื่อมโยงกัน&amp;nbsp;เกิดผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งขอให้ทุกคนร่วมมือกัน&amp;nbsp;เข้าใจและเชื่อมั่นรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314153347693</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle>สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี จัดประชุมใหญ่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&amp;nbsp;จัดประชุมใหญ่&amp;nbsp;สามัญประจำปี&amp;nbsp;2563-64&amp;nbsp;พร้อมโชว์ศักยภาพความเข้มแข็งในกลุ่มสมาชิก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;มหาผลศิริกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2563-64&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณศาลาประชาคมหนองทุ่งกราด&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสุนีย์&amp;nbsp;ภูติวณิชย์&amp;nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง&amp;nbsp;และสมาชิกของสมาคม&amp;nbsp;หน่วยงานการท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;เทศบาลนครแหลมฉบัง&amp;nbsp;รวมถึงผู้สนับสนุบสมาคมรถบรรทุก&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยบรรยายกาศภายในงาน&amp;nbsp;ยังมีบูธผู้จำหน่ายสินค้าด้านการขนส่งเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสุนีย์&amp;nbsp;ภูติวณิชย์&amp;nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;การจัดประชุมใหญ่สามัญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2563-64&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการรวมตัวของสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการฯ&amp;nbsp;ทั้งหมดในพื้นที่ชลบุรี&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงมาพบปะสังสรรค์&amp;nbsp;และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานทุกคน&amp;nbsp;ได้ตรวจ&amp;nbsp;เอทีเค&amp;nbsp;หมดแล้ว&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในงาน&amp;nbsp;ยังมีบูธสินค้า&amp;nbsp;และเทคโนโลยีใหม่ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ทางบริษัทซัพพลายเออร์ได้นำมาแสดงในงาน&amp;nbsp;รวมถึงผู้สนับสนุนหลักของงานนี้คือ&amp;nbsp;อีซูซุซึ่งเป็นการรวมพลังในเรื่องการประกอบธุรกิจดังกล่าว&amp;nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องราคาค่าขนส่ง&amp;nbsp;ซึ่งไม่ต้องตัดราคา&amp;nbsp;หรือดัมป์ราคากันเองเพราะทำให้รายได้สูญหายไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;มหาผลศิริกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดประชุมใหญ่&amp;nbsp;สามัญประจำปี&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ของสมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบังชลบุรี&amp;nbsp;ถือเป็นการรวบรวมสมาชิกผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่แหลมฉบัง&amp;nbsp;และชลบุรี&amp;nbsp;ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน&amp;nbsp;เพราะในอนาคตพื้นที่แหลมฉบัง&amp;nbsp;อยู่ในเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(อีอีซี)&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นประตูในการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญของประเทศ&amp;nbsp;โดยถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314152311684</Link_News></row>
<row _id="243"><NewsTitle>การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1การสร้างนิคมอุตสาหกรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสมิต&amp;nbsp;ธารา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;รับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อร่างข้อเสนอโครงการ&amp;nbsp;รายละเอียดโครงการขอบเขตการศึกษา&amp;nbsp;และการประเมินทางเลือกโครงการ&amp;nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตําบลท้าข้าม&amp;nbsp;ตําบลท่าข้าม&amp;nbsp;อําเภอบางปะกง&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ปรึกษาโครงการฯ&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;โทเทิล&amp;nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จํากัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดการการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อร่างข้อเสนอโครงการ&amp;nbsp;รายละเอียดโครงการ&amp;nbsp;ขอบเขตการ&amp;nbsp;ศึกษาและการประเมินทางเลือกโครงการ&amp;nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;โทเทิล&amp;nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;ทราบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;ชลบุรีปาร์ค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของบริษัท&amp;nbsp;โทเทิล&amp;nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งอยู่ตําบลคลองตําหรุ&amp;nbsp;อําเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ริมทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;โดยมีบริเวณพื้นที่โครงการฯ&amp;nbsp;กําหนดให้เป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท&amp;nbsp;(เขตสีเหลืองอ่อน)&amp;nbsp;และที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(เขตสีเขียวมีเส้นทแยงสีฟ้า)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการขอปรับเปลี่ยนการ&lt;/strong&gt;ใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวมเมืองชลบุรีและอยู่ระหว่างการขอเข้าร่วม&amp;nbsp;ดําเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กนอ.)&amp;nbsp;โดยมีแผนในการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมสําหรับรองรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมีความรับผิด&amp;nbsp;ชอบต่อสังคมโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ปาร์ค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จึงจัดให้มีการประชุมรับฟ้งความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยการประชุมในวันนี้เป็นการจัดประชุมครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;ได้แบ่งการประชุมออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รอบเช้า&amp;nbsp;และรอบบ่าย&amp;nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายกสมิต&amp;nbsp;ธารา&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ประชุมรับฟ้งความคิดเห็นในครั้งนี้&amp;nbsp;โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;อาร์&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;เป็นโครงการเพื่อรองรับนักลงทุนที่สนใจจะประกอบการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบัน&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่โครงการฯ&amp;nbsp;จัดเป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท&amp;nbsp;(เขตสีเหลืองอ่อน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพ&amp;nbsp;สิ่งแวดล็อม&amp;nbsp;(เขตสีเขียวมีเส้นทแยง&amp;nbsp;สีฟ้า)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทําและปรับปรุงการใช้ประโยชน์&lt;/strong&gt;พื้นที่ตามผังเมือง&amp;nbsp;รวมเมืองชลบุรีในวันนี้&amp;nbsp;บริษัทโทเทิล&amp;nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ&amp;nbsp;รวมถึงบริษัทที่&amp;nbsp;ปรึกษา&amp;nbsp;ได้เชิญผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;รวมถึงประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&amp;nbsp;มาแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันในการแก่ไขปัญหา&amp;nbsp;และผลกระทบที่จะได้รับจากการดําเนินโครงการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมรับ&amp;nbsp;ฟังความคิดเห็น&lt;/strong&gt;ของประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อนําผลที่ได้จากการประชุมมาร่างข้อเสนอโครงการรายละเอียดโครงการ&amp;nbsp;ขอบเขตการศึกษา&amp;nbsp;และการประเมินทางเลือกโครงการ&amp;nbsp;รวมถึงร่างมาตรการป้องกันแก่ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และเพื่อนําไปแก่ไขปรับปรุงให้เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตำบลคลองตำหรุร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154646713</Link_News></row>
<row _id="244"><NewsTitle>อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แต่งตั้ง/มอบหมายให้นายสมเพชร&amp;nbsp;สร้อยสระคู&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;นำชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัด&amp;nbsp;ประกอบด้วยนายปัญญา&amp;nbsp;สัมพะวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;นายปรีดา&amp;nbsp;อุ่นอุดม&amp;nbsp;นายอำเภอสำโรง&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสำโรง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอสำโรง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี/กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานประกอบกิจการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;99&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบอน&amp;nbsp;อำเภอสำโรง&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อตรวจสอบการแจ้งราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่กักเก็บ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดทำบัญชีคุมสินค้า&amp;nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อและการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การแจ้งราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บและจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;และฉบับที่&amp;nbsp;57&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อ&amp;nbsp;และการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;มีปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ความชื้น&amp;nbsp;14.5%)&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;4,400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และบริษัทฯ&amp;nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัด/สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ในการแจ้งปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า&amp;nbsp;บริษัทฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีศักยภาพและมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขายให้บริษัท&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือต้องรับซื้อจากจังหวัดอื่น&amp;nbsp;ส่วนราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในปีนี้มีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ของรัฐบาล&amp;nbsp;ที่กำหนดราคา&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;14.5%&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;รับซื้อที่ราคา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนความชื้นมากกว่านี้&amp;nbsp;ราคาลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานความชื้น&amp;nbsp;จึงนับว่า&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314155635725</Link_News></row>
<row _id="245"><NewsTitle>วันนี้ที่รอคอยของชาวเบตง...นายกรัฐมนตรีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์  ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ออกเดินทางจากดอนเมืองถึง ใต้สุดแดนสยาม พร้อมพบปะให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรมว.กลาโหม&amp;nbsp;พร้อมคณะอาทิ&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รมว.มหาดไทย&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;และนิทรรศการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดยะลาก่อนจะมอบถุงกำลังใจให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัยและพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;มีนโยบายมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;จึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานดำเนิน&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&amp;nbsp;ยากลำบากต่อการเดินทางและขนส่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและสร้างความมั่นคงให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียทางด่านเบตง&amp;nbsp;และเดินทางสู่พื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตงได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&amp;nbsp;จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งยืนยันว่ามีความพร้อมในการให้บริการได้ตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมเดินทางมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ได้ทำการบินในเส้นทาง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ด้วยความถี่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;ในวันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์&amp;nbsp;นอกจาก&amp;nbsp;เส้นทางให้บริการภายในประเทศแล้ว&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;โดยกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;พร้อมที่จะผลักดันให้ท่าอากาศยานเบตงมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การบินของภูมิภาค&amp;nbsp;ในเส้นทางระหว่างประเทศไทย&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;และสิงคโปร์&amp;nbsp;ในอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของ&amp;nbsp;ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก&amp;nbsp;ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;เป็นท่าอากาศยานแห่งที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ทย.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งอยู่ในตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;บนพื้นที่920&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทางขับ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;ทางวิ่ง&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ลานจอดเครื่องบินรองรับเครื่องบินขนาด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยขนาด&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;และลานจอดรถยนต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์แรก&amp;nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์)&amp;nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ตามประกาศของ&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสรรเสริญ&amp;nbsp;จิรรัตนโสภณ&amp;nbsp;นักธุกิจในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;มั่นใจการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ-&amp;nbsp;เบตงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สกายวอล์คเบตงแหล่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติ&amp;nbsp;และที่สำคัญสอดรับมาตรการเปิดประเทศของมาเลเซียในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยเอื้อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในอนาคตที่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาให้&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการเชื่อมโยงเส้นทางการบินในจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากศักยภาพของเบตงมีความน่าสนใจที่เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อนรูปแบบครอบครัว&amp;nbsp;ตลอดจนการการช็อปปิ้ง&amp;nbsp;ซึ่งในอดีตเบตงเป็นเสมือนจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านด่านทางบก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นในอนาคตหากมีเส้นทางบินที่สามารถอำนวยความสะดวกมากขึ้นจึงเป็นความหวังที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่มั่นใจว่าการเชื่อมโยงการบินระหว่างประเทศได้จะหนุนให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเติบโตได้อีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&amp;nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตสิ้นค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมโชกุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไก่เบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผักน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลานิลน้ำไหล&amp;nbsp;ปลากือเลาะ&amp;nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุโมงปิยมิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&amp;nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดชมทะเลหมอก&amp;nbsp;สกายวอล์ค&amp;nbsp;อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องพิชิดให้ได้สักครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160627733</Link_News></row>
<row _id="246"><NewsTitle>เร่งแก้ปัญหาส่งออกผลไม้ไทยไปจีน เตรียมประสานเปิดเส้นทางพิเศษเข้าด่านทางบก พร้อมเร่งเจรจาช่องทางเรือและทางอากาศ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ติดตามการส่งผลไม้ออกไปจีนเป็นการเฉพาะ&amp;nbsp;เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;จีนมีการตรวจเข้มรถขนผลไม้จากประเทศอื่น&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;ได้มีการเจรจาให้มีเส้นทางพิเศษส่งผลไม้ไทยเข้าจีน&amp;nbsp;หากได้ตรวจสอบตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;นอกจากกระบวนการปลูก&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;การดูแล&amp;nbsp;และการตรวจโควิด-19&amp;nbsp;เข้มงวด&amp;nbsp;ก่อนปิดตู้ผลไม้และตรวจคนขับ&amp;nbsp;รวมทั้งต้องมีเอกสารรับรองที่เห็นชอบร่วมกัน&amp;nbsp;โดยจะขอเลนพิเศษส่งผลไม้เข้าด่านทางบกของจีน&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จะเป็นผู้รับผิดชอบเจรจาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เตรียมมาตรการ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;+1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกในการดูแลผลไม้&amp;nbsp;พร้อมขอความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;นัดหมายผู้มีอำนาจระดับรัฐมนตรี&amp;nbsp;ซึ่งกำลังเร่งประสานเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ทางบก&amp;nbsp;ผ่านด่านประเทศเวียดนาม&amp;nbsp;หรือลาวเข้าสู่จีน&amp;nbsp;และยังได้เตรียมช่องทางอื่นในการส่งออกผลไม้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทางเรือ&amp;nbsp;หรือทางอากาศ&amp;nbsp;โดยอยู่ระหว่างการเจรจาค่าขนส่งกับสายการบินไม่ให้แพงจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จะเร่งเดินหน้าเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและช่วยให้มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากรถไฟลาว-จีน&amp;nbsp;ที่จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งออก&amp;nbsp;คาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้&amp;nbsp;จีนจะมีความพร้อมเรื่องของด่านและจะสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214133806</Link_News></row>
<row _id="247"><NewsTitle>การบินไทย สนับสนุนโครงการพระราชดำริ นำผลิตภัณฑ์โครงการพัฒนาดอยตุง บริการบนเที่ยวบิน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกิตติพงษ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สารสมบูรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;ร่วมมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง&amp;nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในการนำผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม&amp;nbsp;จากแหล่งผลิตแบบยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Production)&amp;nbsp;ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ&amp;nbsp;มาให้บริการผู้โดยสารของการบินไทย&amp;nbsp;พร้อมเปิดตัว&amp;nbsp;Black&amp;nbsp;Silk&amp;nbsp;Blend&amp;nbsp;กาแฟดริปแบบพรีเมียม&amp;nbsp;ที่นำมาให้บริการผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจบนเที่ยวบินของการบินไทย&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ&amp;nbsp;และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้โดยสาร&amp;nbsp;ในเส้นทางบินสู่ยุโรป&amp;nbsp;ออสเตรเลีย&amp;nbsp;ญี่ปุ่นและเกาหลี&amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;ซึ่งมีความพิเศษกลิ่นหอมละมุนเมื่อดื่มที่ระดับความสูงกว่า&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ฟุต&amp;nbsp;จะทำให้สัมผัสได้ถึงความเข้มข้นที่นุ่มนวล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;โครงการความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระหว่างบริษัท&amp;nbsp;การบินไทยฯ&amp;nbsp;สายการบินแห่งชาติที่มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนแบรนด์ประเทศไทยและโครงการพัฒนาดอยตุง&amp;nbsp;(พื้นที่ทรงงาน)&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;นอกจากเพื่อส่งเสริมการปลูกกาแฟบนยอดเขาสูง&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างงานและคุณภาพชีวิตชุมชนแบบยั่งยืน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;โดยนำเมล็ดกาแฟที่ปลูกโดยเกษตรกรท้องถิ่น&amp;nbsp;นอกจาก&amp;nbsp;Black&amp;nbsp;Silk&amp;nbsp;Blend&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ยังมีเมนูกาแฟพิเศษอื่นๆ&amp;nbsp;หมุนเวียนบริการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเป็นการนำเมนูกาแฟแบบคาเฟ่ที่หลากหลาย&amp;nbsp;มาให้บริการบนเที่ยวบินของการบินไทยจากทีมลูกเรือที่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ&amp;nbsp;เสมือนมี&amp;nbsp;Barista&amp;nbsp;On-board&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214049803</Link_News></row>
<row _id="248"><NewsTitle>สุพรรณบุรี ขับเคลื่อนแบรนด์ น้องเหน่อ เสริมสร้างอัตลักษณ์จังหวัด ด้านการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชูชีพ&amp;nbsp;พงษ์ไชย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนแบรนด์&amp;nbsp;น้องเหน่อ&amp;nbsp;เสริมสร้างอัตลักษณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนแบรนด์&amp;nbsp;น้องเหน่อ&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;เงื่อนไข&amp;nbsp;ในการขออนุญาตใช้แบรนด์&amp;nbsp;น้องเหน่อ&amp;nbsp;ในการรับรองมาตรฐานของสินค้า&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;MC&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;น้องเหน่อ&amp;nbsp;เป็นเด็กผมจุก&amp;nbsp;หน้าตาใสซื่อ&amp;nbsp;นุ่งผ้าขาวม้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะใช้ในการสื่อถึงสัญลักษณ์&amp;nbsp;และอัตลักษณ์ของเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สินค้า&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวของจังหวัด&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการรับรองว่าสินค้าที่ได้สัญลักษณ์&amp;nbsp;น้องเหน่อ&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งการการันตีสินค้าคุณภาพจากจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของสถานประกอบการ&amp;nbsp;ร้านเสริมสวย&amp;nbsp;ร้านนวด&amp;nbsp;ร้านสปา&amp;nbsp;ร้านอาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ที่ได้มาตรฐานสะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;จะมีสัญลักษณ์น้องเหน่อติดแสดงอย่างชัดเจน&amp;nbsp;รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดที่ผ่านคณะกรรมการคัดกรอง&amp;nbsp;จะมีการนำตัวมาสคอตน้องเหน่อไปติดตั้ง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดอัตลักษณ์&amp;nbsp;เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศ&amp;nbsp;ที่จะมีแบรนด์อัตลักษณ์ของแต่ละเมือง&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลในการกระตุ้น&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ในชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรีให้เจริญเช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวที่อื่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314174247759</Link_News></row>
<row _id="249"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมชาวอำเภอเบตง ได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำจากท่าอากาศยานนานาชาติเบตง กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเบตง พัฒนาการลงทุน จังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์พร้อมชาวอำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำจากท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองเบตง&amp;nbsp;พัฒนาการลงทุน&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรมว.กลาโหม&amp;nbsp;พร้อมคณะอาทิ&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รมว.มหาดไทย&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;ร่วมเดินทางมาด้วยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;DD6260&amp;nbsp;พร้อมมีผู้โดยสารรวม&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;เพื่อเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยเครื่องบินได้แตะพื้นรันเวย์&amp;nbsp;ในเวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และได้รับการต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำชุ่มฉ่ำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นธรรมเนียมสากลทั่วโลกในการแสดงความยินดี&amp;nbsp;หรือแสดงความต้อนรับเที่ยวบินสำคัญๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่เดินทางมาที่สนามบินแห่งหนึ่งเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;โดยนายยกรัฐมนตรีและคณะได้&amp;nbsp;โดยสารมาพร้อมกับนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวเบตงซึ่งไปทำงานที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;และเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินนี้&amp;nbsp;หลังทราบข่าวว่าท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;เปิดให้บริการแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวบนเวทีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สนามบินเบตง&amp;nbsp;เป็นสนามบินที่สวยที่สุด&amp;nbsp;มองมุมสูงเห็นทิวทัศน์ความสวยงามทั้งผืนน้ำ&amp;nbsp;ท้องฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ป่าเขา&amp;nbsp;เบตงเป็นเมืองที่มีศักยภาพพร้อมอยู่แล้วต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการค้า&amp;nbsp;เป็นเมืองแห่งสัมคมพหุวัฒนธรรมและมีธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;มีสถาปัตยกรรมของอาคารสนามบินเบตงที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&amp;nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งจะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอเบตง&amp;nbsp;หลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้ชมนิทรรศการOTOP&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เยี่ยมชมสนามบินเบตง&amp;nbsp;และพบปะประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดยะลาที่ประสบอุทกภัยและพบปะกลุ่มตัวแทนชาวยะลา&amp;nbsp;ที่มารอให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ก่อนจะเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน&amp;nbsp;DD6261&amp;nbsp;ในเวลา&amp;nbsp;15.00น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รมว.คมนาคม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดันส่งเสริมให้เมืองเบตง&amp;nbsp;เป็นต้นแบบในด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยอำเภอเบตงเป็นอำเภอที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;ถือเป็นเมืองชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวทางด้านธุรกิจการค้า&amp;nbsp;ประกอบกับประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม&amp;nbsp;จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชาชนทั้งในด้านการขนส่งและการเดินทางต่อเนื่องหลายรูปแบบ&amp;nbsp;รวมทั้งที่ท่าอากาศยานเบตงแห่งนี้&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ถือเป็นการสนับสนุนการขนส่งทางอากาศและเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและบริการพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายปรัชญา&amp;nbsp;ปรุงศักดิ์&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเดินทางมาพร้อมเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในวันนี้&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;หลังทราบข่าวว่าจะมีการสร้างสนามบินเบตงก็ติดตามข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เมื่อสายการบินนกแอร์เปิดให้บริการบินตรง&amp;nbsp;ดอนเมือง-เบตง&amp;nbsp;จึงจองตั๋วโดยสารทันทีเพราะอยากกลับมาเที่ยวเบตงอีกครั้งหลังเคยมาเที่ยวครั้งแรกเมื่อ8ปีที่แล้ว&amp;nbsp;เพราะชอบในบรรยากาศความน่ารักของผู้คนและแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของเบตง&amp;nbsp;การมีสนามบินเกิดขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเบตงได้สะดวกรวดเร็วขึ้น&amp;nbsp;และยังส่งผลดีต่อชาวอำเภอเบตงในมิติของการเติบโตด้านเศรษฐกิจอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังเปิดท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;มีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์&lt;/strong&gt;อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;มีสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ให้บริการในเส้นทางการบิน&amp;nbsp;ขาไป&amp;nbsp;จากดอนเมือง-เบตง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ขากลับ&amp;nbsp;เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;ในวันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์&amp;nbsp;ราคาตั๋วโดยสารเริ่มต้นที่&amp;nbsp;3,200&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314181322768</Link_News></row>
<row _id="250"><NewsTitle>ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 40 สตางค์ต่อลิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ค้น้ำมัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;บริษัท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ปตท&lt;/strong&gt;.&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และบางจาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สตางต์ต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;47.16&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;31.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.64&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.48&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.75&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214458816</Link_News></row>
<row _id="251"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ติดตามการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&amp;nbsp;ดร.เอนก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&amp;nbsp;รับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาในพื้นที่&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;อว.&amp;nbsp;เสริมแกร่งภูมิภาค&amp;nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ขับเคลื่อนโปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ด้วยวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การยกระดับการเพิ่มประสิทธิภาพข้าวทุ่งกุลาร้องไห้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาฐานทุนเดิมที่เป็นจุดแข็งของทุ่งกุลาร้องไห้ให้มีความโดดเด่นและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;เป็นช่องทางการตลาดและรายได้&amp;nbsp;พร้อมทั้งยังส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา&amp;nbsp;ซึ่งได้ร่วมพัฒนาพันธุ์กับเครือข่ายมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และภาคเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและมีรายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การทำให้ประชาชนอยู่ดี&amp;nbsp;กินดี&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มพ้นความยากจน&amp;nbsp;โดยเฉพาะมิติทางด้านเศรษฐกิจและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;มหาสารคาม&amp;nbsp;ยโสธร&amp;nbsp;และสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp;อว.หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กิจกรรมประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการกระบวนการแช่และเพาะงอกสำหรับการผลิตข้าวกล้องงอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การจัดแสดงนวัตกรรมการลดระยะเวลาแช่และเพาะงอกข้าวเปลือกสำหรับผลิตข้าวกล้องงอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแค&amp;nbsp;อำเภอราษีไศล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม&amp;nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตาม&lt;/strong&gt;มาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019(โควิด-19)&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางผ่องศรี&amp;nbsp;แซ่จึง&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรศรีสะเกษ&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;นายบุญมี&amp;nbsp;สุระโคตร&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา/ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศ&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;นายนพ&amp;nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ดร.วิจารณ์&amp;nbsp;สิมาฉายา&amp;nbsp;ประธานสภามหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รศ.ดร.ประกาศิต&amp;nbsp;อนุภาพแสนยากร&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอราษีไศล&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์&amp;nbsp;สิงห์คำ&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแคนายไพฑูรย์&amp;nbsp;ฝางคำ&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในกิจกรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์ข้าวตำบลหนองแค&amp;nbsp;อำเภอราษีไศล&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314200138789</Link_News></row>
<row _id="252"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์ เปิด เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.05&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;DD&amp;nbsp;6260&amp;nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;นายอธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และผู้โดยสารในเที่ยว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;มีเส้นทางการบินที่สวยงามที่สุด&amp;nbsp;มีทัศนียภาพที่อุมดมสมบูรณ์&amp;nbsp;สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่&amp;nbsp;คาดว่าอนาคตจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแน่นอน&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดัน&amp;nbsp;เมืองต้นแบบ&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;การค้าชายแดน&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพราะเบตงมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;สังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;มีธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการบินทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;จะเดินหน้าสร้าง&amp;nbsp;และสนับสนุนการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดยั้ง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่สามารถทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รู้สึกดีใจมากที่สนามบินเบตงเปิดอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง&amp;nbsp;จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านเส้นทางที่ไม่สะดวก&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;มีภูเขาคดเคี้ยว&amp;nbsp;แต่เมื่อสนามบินเปิดใช้เวลาเดินทาง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;45&amp;nbsp;นาทีอนาคตอาจจะสามารถเป็นแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางเข้ามาในอำเภอเบตง&amp;nbsp;ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&amp;nbsp;ผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี&amp;nbsp;รวมถึงสิ่งดีๆ&amp;nbsp;อื่นอีกมากมายให้เข้ามาสัมผัส&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับการขับเคลื่อนหลังจากที่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;และกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ดำเนินการตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามเหลี่ยม&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;มีระยะการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;2561)&amp;nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;และนโยบายนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ&amp;nbsp;และใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า&amp;nbsp;สวรรค์บนดินสนามบินเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;หลังได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กพท.)&amp;nbsp;ให้ดำเนินการสนามบินสาธารณะแก่ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;มีเนื้อที่กว่า&amp;nbsp;920&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารกว้างกว่า&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;876,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รองรับเครื่องบินแบบใบพัด&amp;nbsp;ATR&amp;nbsp;72&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ซึ่งมีความจุผู้โดยสาร&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;ในการให้บริการตามตารางการบิน&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน/สัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และศุกร์)&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ขณะที่เส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&amp;nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทย&amp;nbsp;เท่านั้นไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่ไม่สะดวกให้สามารถสัญจร&amp;nbsp;ไปมาได้สะดวก&amp;nbsp;และปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ดีขึ้น&amp;nbsp;สามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&lt;/strong&gt;และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&amp;nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&amp;nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เตรียมเร่งผลักดันและปรับปรุงฟื้นฟู&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลาได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314201859793</Link_News></row>
<row _id="253"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ร่วมไฟลท์ เปิด!!! เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติเบตงจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;DD&amp;nbsp;6260&amp;nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;นายอธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้โดยสารในเที่ยว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;พลตรีอุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเส้นทางการบินที่สวยงามที่สุดมีทัศนียภาพที่อุมดมสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่&amp;nbsp;คาดว่าอนาคตจะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแน่นอนที่ผ่านมา&amp;nbsp;รัฐบาลพยายามผลักดัน&amp;nbsp;เมืองต้นแบบ&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;การค้าชายแดน&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพราะเบตงมีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;สังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;มีธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการบินทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;จะเดินหน้าสร้าง&amp;nbsp;และสนับสนุนการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ผลักดันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างไม่หยุดยั้ง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ที่สามารถทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รู้สึกดีใจมาก&lt;/strong&gt;ที่สนามบินเบตงเปิดอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง&amp;nbsp;จากเมื่อก่อนต้องใช้เวลา&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านเส้นทางที่ไม่สะดวก&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;มีภูเขาคดเคี้ยว&amp;nbsp;แต่เมื่อสนามบินเปิดใช้เวลาเดินทางแค่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;45&amp;nbsp;นาทีอนาคตอาจจะสามารถเป็นแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางเข้ามาในอำเภอเบตง&amp;nbsp;ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&amp;nbsp;ผู้คนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี&amp;nbsp;รวมถึงสิ่งดีๆอื่นอีกมากมายให้เข้ามาสัมผัส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ได้รับการขับเคลื่อน&lt;/strong&gt;หลังจากที่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และมอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;และกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ดำเนินการตามกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามเหลี่ยม&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;มีระยะการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;2561)&amp;nbsp;แล้วเสร็จเมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;และนโยบายนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ทั้งด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ&amp;nbsp;และใช้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ทางอากาศระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;"สวรรค์บนดินสนามบินเบตง"&amp;nbsp;ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;หลังได้รับใบรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กพท.)&amp;nbsp;ให้ดำเนินการสนามบินสาธารณะแก่ท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเนื้อที่กว่า&amp;nbsp;920&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารกว้างกว่า&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คนต่อชั่วโมง&amp;nbsp;และรองรับผู้โดยสารได้&amp;nbsp;876,000&amp;nbsp;คนต่อปี&amp;nbsp;รันเวย์มีขนาดความยาว&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รองรับเครื่องบินแบบใบพัด&amp;nbsp;ATR&amp;nbsp;72&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;-&amp;nbsp;400&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีความจุผู้โดยสาร&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ที่นั่งในการให้บริการตามตารางการบิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน/สัปดาห์&amp;nbsp;(วันจันทร์&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และศุกร์)&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ขณะที่เส้นทางบินและการขึ้นลงของอากาศยาน&amp;nbsp;จะอยู่ในน่านฟ้าของประเทศไทย&amp;nbsp;เท่านั้นไม่มีล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางสู่อำเภอเบตงที่ไม่สะดวกให้สามารถสัญจร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปมาได้สะดวก&amp;nbsp;และปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ดีขึ้น&amp;nbsp;สามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;เชิงนิเวศน์และประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&amp;nbsp;"ต้าสวุ่ยต้อ"&amp;nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เตรียมเร่งผลักดันและปรับปรุงฟื้นฟู&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลาได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314204640795</Link_News></row>
<row _id="254"><NewsTitle>มะขามหวานเพชรบูรณ์ ได้รับจด GI ในเวียดนามแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพล&amp;nbsp;ศรีทับทิม&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้แจ้งแจ้งข่าวดีว่า&amp;nbsp;เวียดนามรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;เป็นรายการที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อจาก&amp;nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;มั่นใจสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค&amp;nbsp;และช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออก&amp;nbsp;เผยจะเดินหน้าจด&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;มีหลายสินค้าที่ยื่นจดทั้งในเวียดนามและจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางด้านนายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ&amp;nbsp;ประเทศเวียดนาม&amp;nbsp;ประกาศรับจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;นับเป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยรายการที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อจาก&amp;nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;ที่ได้รับการจดทะเบียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ในเวียดนามก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย&amp;nbsp;ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติมั่นใจในคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;และช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;จะเดินหน้าผลักดันการจดทะเบียนสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง&amp;nbsp;ในเวียดนาม&amp;nbsp;มะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ทุเรียนปราจีน&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี&amp;nbsp;ในจีน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อให้สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรไทย&lt;/strong&gt;นายสินิตย์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปัจจุบัน&amp;nbsp;มีสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ไทยที่ได้รับการจดทะเบียน&lt;/strong&gt;ในต่างประเทศ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ครอบคลุมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ทั้งสหภาพยุโรป&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้&amp;nbsp;ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง&amp;nbsp;กาแฟดอยช้าง&amp;nbsp;กาแฟดอยตุง&amp;nbsp;เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;และผ้าไหมยกดอกลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมะขามหวานเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสีย&lt;/strong&gt;งเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;ด้วยลักษณะเด่นที่มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์&amp;nbsp;ฝักใหญ่&amp;nbsp;เนื้อหนานุ่มเหนียว&amp;nbsp;มีสีสวยสม่ำเสมอ&amp;nbsp;โดยในแต่ละปีมีปริมาณการผลิตสูงถึง&amp;nbsp;52,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&amp;nbsp;และมีตลาดส่งออกสำคัญของไทย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;และหลายประเทศในทวีปยุโรป&amp;nbsp;สร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์กว่า&amp;nbsp;3,900&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพลินจิต&amp;nbsp;สวนศิลป์พงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.เพชรบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สนง.พาณิชย์&amp;nbsp;จ.พช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314224022834</Link_News></row>
<row _id="255"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมีและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หจก.&amp;nbsp;สุรินทร์รุ่งโรจน์&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หจก.สุรินทร์รุ่งโรจน์&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บจก.ศรีโชติสุรินทร์&amp;nbsp;และสถานประกอบการที่จำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บจก.เกษตรไทสุรินทร์&amp;nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีสินค้าสต็อกไว้จำหน่ายให้เกษตรกร&amp;nbsp;เกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314225418835</Link_News></row>
<row _id="256"><NewsTitle>ของแพงทุกอย่างทำชาวบ้านเดือดร้อน วอนรัฐช่วยเหลือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงภาวะน้ำมันแพง&amp;nbsp;ค่าครองชีพสูงสินค้า&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พืชผักต่างๆ&amp;nbsp;ในชีวิตประจำวันต่างก็ปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;แก๊สหุงต้ม&amp;nbsp;ค่าไฟฟ้าก็จะทยอยปรับขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ผู้ที่หาเช้ากินค่ำรายรับไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายได้รับความเดือดร้อนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านที่ขายพืชผักในตลาดสดยะลา&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนี้ของแพงทุกอย่าง&amp;nbsp;เดือดร้อนมากทำงานไม่มีเงินเก็บ&amp;nbsp;หาได้วันละร้อยกว่าบาทบางวันดีหน่อยขายได้เกือบสามร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็กินรายวันเท่านั้น&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายรายวันในครอบครัวก็วันละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทแล้ว&amp;nbsp;รายได้ที่หามาได้&amp;nbsp;ก็ไม่พอค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;แค่ค่าน้ำมันอย่างเดียวก็แพงมากขับรถ&amp;nbsp;จากบ้านเนียง&amp;nbsp;มาขายของที่ตลาดยะลา&amp;nbsp;ไป-กลับทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลำบากจริงๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องราคาสินค้า&amp;nbsp;ราคาน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ในส่วนของราคามะนาว&amp;nbsp;ที่กำลังมีราคาสูงขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;มะนาวแป้น&amp;nbsp;ขายอยู่ที่&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;55-60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มะนาวบ้าน&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนมะนาวคั้นใส่ขวด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งแม่ค้าบอกว่า&amp;nbsp;ช่วงนี้ราคามะนาวแพงขึ้นปรับขึ้นมา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คาดจะมีการปรับราคาขึ้นอีก&amp;nbsp;ผลผลิตมีน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากภาวะหน้าแล้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถึงแม้นว่าราคามะนาวจะแพงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับประชาชนที่ต้องทำอาหารรับประทานในครอบครัวก็ยังคงออกมาเลือกซื้อมะนาว&amp;nbsp;ไปใช้ประกอบอาหาร&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;ร้านขายอาหาร&amp;nbsp;ก็ยังคงต้องหาซื้อมะนาวไปใช้&amp;nbsp;ทุกคนก็ต่างต้องทำใจกับภาวะของแพงในช่วงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315091348847</Link_News></row>
<row _id="257"><NewsTitle> คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&amp;nbsp;คาราวาน&amp;nbsp;camper&amp;nbsp;van&amp;nbsp;ฝันเป็นจริง&amp;nbsp;ลงใต้เที่ยวเบตง&amp;nbsp;อำเภอในฝันใต้สุดสยาม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&amp;nbsp;(T3&amp;nbsp;Lover&amp;nbsp;)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาราวานรถโฟล์ค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;camper&amp;nbsp;van&amp;nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้&amp;nbsp;ได้เดินทางเริ่มต้นจากกรุงเทพฯหนึ่งพักว่ากิโลเมตร&amp;nbsp;ปลายทางสู่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&amp;nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอธารโต,&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&amp;nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&amp;nbsp;sky&amp;nbsp;walk&amp;nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&amp;nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาย&amp;nbsp;อรรถวรรธน์&amp;nbsp;อ่องแสวงชัย&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;T3&amp;nbsp;Lover/&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ASIA&amp;nbsp;CAMPER&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พวกเราเป็นกลุ่มที่ชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องยากการที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ&amp;nbsp;มองว่าช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวภายในประเทศสำหรับในประเทศไทยยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;โซนภาคเหนือภาคอีสานไปมาหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ที่อยากมาคือ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ถือเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะขับรถที่เราชอบมาซึ่งครั้งนี้ถือว่าสำเร็จขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงใต้สุดประเทศไทย&amp;nbsp;ตลอดระยะทางที่ขับรถมาภาพที่เห็น&amp;nbsp;กับภาพข่าวที่ได้รับจากสื่อต่างๆมองว่าน่ากลัว&amp;nbsp;ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มาปกติกลับช่วงนี้หากเป็นภาคอื่นจะพบเจอแต่ความแห้งแล้ง&amp;nbsp;แต่วันที่ภาคใต้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ถนนหนทางสะดวก&amp;nbsp;ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&amp;nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&amp;nbsp;รู้สึกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย&amp;nbsp;ประกอบกับปัจจุบันทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจในเรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเบตง&amp;nbsp;ที่มีการพัฒนาในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวชอบขับรถ&amp;nbsp;ซึ่งขับรถจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลายทางถึงเบตงถือเป็นประสบการณ์ที่ดี&amp;nbsp;แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบขับรถ&amp;nbsp;เบตงถือเป็นเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเนื่องจากว่ามีสนามบินเบตงรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อว่าทุกคนอยากจะมาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าพิเศษมากๆเบตงเป็นอำเภอสุดท้ายใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;และด้วยสภาพของอำเภอเบตงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยิ่งทำให้รู้สึกว่าอำเภอเบตงมีความพิเศษถือว่าเป็นไฮไลท์ของภาคใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในมุมของการท่องเที่ยวถ้าอยากเที่ยวในประเทศไทย&lt;/strong&gt;การเดินทางโดยเครื่องบินจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง&amp;nbsp;อยู่กับการเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเบตงสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน&amp;nbsp;"สำหรับอำเภอเบตงมองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้สำหรับอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093229851</Link_News></row>
<row _id="258"><NewsTitle>ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย  คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ชมรมโฟล์คทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(T3&amp;nbsp;Lover&amp;nbsp;)&amp;nbsp;คาราวานรถโฟล์ค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;camper&amp;nbsp;van&amp;nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้&amp;nbsp;การเดินทางครั้งนี้ต้นทางจากกรุงเทพฯหนึ่งพักว่ากิโลเมตร&amp;nbsp;ปลายทางสู่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลาเพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&amp;nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอธารโต,&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&amp;nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&amp;nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&amp;nbsp;sky&amp;nbsp;walk&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&amp;nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาย&amp;nbsp;อรรถวรรธน์&amp;nbsp;อ่องแสวงชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;T3&amp;nbsp;Lover/&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ASIA&amp;nbsp;CAMPER&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พวกเราเป็นกลุ่มที่ชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงของการระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องยากการที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ&amp;nbsp;มองว่าช่วงนี้เหมาะแก่การเที่ยวภายในประเทศสำหรับในประเทศไทยยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;โซนภาคเหนือภาคอีสานไปมาหมดแล้วสำหรับในพื้นที่ภาคใต้ที่อยากมาคืออำเภอเบตงจังหวัดยะลาถือเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะขับรถที่เราชอบมาซึ่งครั้งนี้ถือว่าสำเร็จขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงใต้สุดประเทศไทย&amp;nbsp;ตลอดระยะทางที่ขับรถมาภาพที่เห็น&amp;nbsp;กับภาพข่าวที่ได้รับจากสื่อต่างๆมองว่าน่ากลัว&amp;nbsp;ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มาปกติกลับช่วงนี้หากเป็นภาคอื่นจะพบเจอแต่ความแห้งแล้ง&amp;nbsp;แต่วันที่ภาคใต้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ถนนหนทางสะดวก&amp;nbsp;ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&amp;nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&amp;nbsp;รู้สึกมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประกอบกับปัจจุบันทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจ&lt;/strong&gt;ในเรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภอเบตง&amp;nbsp;ที่มีการพัฒนาในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมที่ค่อนข้างสะดวก&amp;nbsp;ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวชอบขับรถ&amp;nbsp;ซึ่งขับรถจากกรุงเทพฯปลายทางถึงเบตงถือเป็นประสบการณ์ที่ดี&amp;nbsp;แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบขับรถ&amp;nbsp;เบตงถือเป็นเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเนื่องจากว่ามีสนามบินเบตงรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทางและเชื่อว่าทุกคนอยากจะมาท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ซึ่งมองว่าพิเศษมากๆเบตงเป็นอำเภอสุดท้ายใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;และด้วยสภาพของอำเภอเบตงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยิ่งทำให้รู้สึกว่าอำเภอเบตงมีความพิเศษถือว่าเป็นไฮไลท์ของภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในมุมของการท่องเที่ยวถ้าอยากเที่ยวในประเทศไทย&lt;/strong&gt;การเดินทางโดยเครื่องบินจะช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง&amp;nbsp;อยู่กับการเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเบตงสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน&amp;nbsp;"สำหรับอำเภอเบตงมองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้สำหรับอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093758855</Link_News></row>
<row _id="259"><NewsTitle>แขวงทางหลวงสมุทรสาครจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 ในโครงการออกแบบสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ-สมุทรสงคราม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวานนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทางแขวงทางหลวงสมุทรสาคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(การประชุมสรุปผลการคัดเลือกแนวทางเลือกในการพัฒนาโครง)&amp;nbsp;โครงการสำรวจออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้&amp;nbsp;ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;-สมุทรสงคราม&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Riviera)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธีรพัฒน์&amp;nbsp;คัชมาตย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุม&amp;nbsp;ร่วมด้วย&amp;nbsp;นายแก่นวิทย์&amp;nbsp;วงศ์ชูศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร&amp;nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบในโครงการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;และมีบริษัท&amp;nbsp;เอพซิลอน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอเชีย&amp;nbsp;แล็ป&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;คอนซัลแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บริษัทผู้รับจ้างมาดำเนินการศึกษาโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;มีความประสงค์จะดำเนินงานโครงการสำรวจออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Riviera)&amp;nbsp;ช่วงจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงข้อมูลการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินงาน&amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;จึงเห็นควรให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้เข้ามามีบทบาทในการรับทราบข้อมูลการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;และแสดงข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะต่อโครงการ&amp;nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;จึงได้กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการ&amp;nbsp;และความก้าวหน้าของการศึกษาด้านต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสม&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ&amp;nbsp;หรือผู้ที่สนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยได้มีการประชุม&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14-15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยแบ่งการประชุม&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;คือที่&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;และที่สมุทรปราการกับกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;โดยในจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;มีพื้นที่ศึกษาโครงการทั้งหมด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตำบลพันท้ายนรสิงห์,&amp;nbsp;โคกขาม,&amp;nbsp;มหาชัย,&amp;nbsp;ท่าจีน,&amp;nbsp;ท่าทราย,&amp;nbsp;บางหญ้าแพรก,&amp;nbsp;บางกระเจ้า,&amp;nbsp;บ้านบ่อ,&amp;nbsp;บางโทรัด,&amp;nbsp;กาหลง,&amp;nbsp;และนาโคก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการ&amp;nbsp;"Thailand&amp;nbsp;Riviera"&amp;nbsp;เกิดจากมติคณะรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่ได้เห็นชอบแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกของปากแม่น้ำเจ้าพระยาจากบริเวณอำเภอพระสมุทรเจดีย์&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ผ่านบางส่วนของกรุงเทพ&amp;nbsp;เข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;และไปสิ้นสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;ช่วงสมุทรสงคราม-ชุมพร&amp;nbsp;ซึ่งทางกรมทางหลวงได้พัฒนามาก่อนหน้านี้แล้ว&amp;nbsp;โดยมีเส้นทางหลักเพื่อเชื่อมต่อแนวเส้นทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเส้นทางที่แยกไปยังแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึงแนวเส้นทางที่แยกออกจากแนวเส้นทางหลักเพื่อเชื่อมกับทางหลวงสายหลักเป็นระยะ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการยกระดับแนวถนนให้มีความสะดวก&amp;nbsp;ปลอดภัยในการเดินทาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315095044864</Link_News></row>
<row _id="260"><NewsTitle>คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลอดสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 106.8  118.4 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลอดสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ&amp;nbsp;106.8&amp;nbsp;&amp;nbsp;118.4&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&amp;nbsp;โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ยังคงมีปัจจัยสำคัญมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยสถานการณ์ตลาดน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;Brent&amp;nbsp;ปรับตัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และราคาน้ำมันดิบ&amp;nbsp;Dubai&amp;nbsp;เฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พร้อมคาดการณ์สัปดาห์นี้ระหว่างวันที่&amp;nbsp;14-18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ราคาน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;Brent&amp;nbsp;มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ&amp;nbsp;106.8&amp;nbsp;&amp;nbsp;118.4&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ต่อบาร์เรล&amp;nbsp;โดยมีอุปทานจากประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น&amp;nbsp;(Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Economy,&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Industry:&amp;nbsp;METI)&amp;nbsp;ประกาศให้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศสามารถลดปริมาณขั้นต่ำในการเก็บน้ำมันสำรองของภาคเอกชนจาก&amp;nbsp;70&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้โรงกลั่นสามารถระบายน้ำมันออกสู่ตลาดได้&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;ล้านบาร์เรล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Agency&amp;nbsp;(IEA)&amp;nbsp;ที่เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมกันระบายน้ำมันจากคลังสำรองปริมาณรวม&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ล้านบาร์เรลเพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมันโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบ&lt;/strong&gt;ในเชิงบวกการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและชาติมหาอำนาจ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;P5+1&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สหรัฐฯ,&amp;nbsp;อังกฤษ,&amp;nbsp;ฝรั่งเศส,&amp;nbsp;รัสเซีย,&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;และเยอรมนี&amp;nbsp;ที่กรุงเวียนนา&amp;nbsp;ประเทศออสเตรีย&amp;nbsp;ในรอบที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ยุติลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้&amp;nbsp;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ&amp;nbsp;หากสหรัฐฯ&amp;nbsp;อนุมัติคำร้องของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา&amp;nbsp;ในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา&amp;nbsp;การผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จากปริมาณการผลิตในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315101945876</Link_News></row>
<row _id="261"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน เชื่อมโยงตลาดยกระดับราคากระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมและยกระดับราคาจำหน่ายกระเทียม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ผ่านมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;เชื่อมโยงตลาดกระเทียมสด&amp;nbsp;โดยประสานผู้รับซื้อจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้ามารับซื้อจากสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป้าหมายกระเทียมสด&amp;nbsp;340,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มูลค่ารวม&amp;nbsp;4,760,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เชื่อมโยงการรับซื้อผลผลิตกระเทียมสดเพื่อแขวนเก็บชะลอการจำหน่าย&amp;nbsp;จากสถาบันเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เป้าหมายกระเทียมสด&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้โครงการบริหารจัดการการตลาดพืชหัวปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กิจกรรมกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะรับซื้อกระเทียมสด&amp;nbsp;ในราคานำตลาดกิโลกรัมละ&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;5,000,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เชื่อมโยงตลาดกระเทียมแห้ง&amp;nbsp;โดยประสานผู้รับซื้อจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้ามารับซื้อจากสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กลุ่มในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;560,000&amp;nbsp;กิโลกรัม(แห้ง)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;2,016,000&amp;nbsp;กิโลกรัม(สด)&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;48-55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102419880</Link_News></row>
<row _id="262"><NewsTitle>คาราวาน camper van ฝันเป็นจริง ลงใต้เที่ยวเบตง อำเภอในฝันใต้สุดสยาม? พร้อมขานรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์?  ตอบโจทย์ร่นเวลาการเดินทางให้คนอยากมาเที่ยวเบตงเพิ่มมากขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาราวานรถโฟล์ค&amp;nbsp;กว่าจำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คัน?&amp;nbsp;จากชมรมโฟล์ค&lt;/strong&gt;ทีสามเลิฟเวอร์เที่ยวไทย&amp;nbsp;(T3&amp;nbsp;Lover&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบในการขับรถท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;camper&amp;nbsp;van&amp;nbsp;หรือการท่องเที่ยวสไตล์แคมป์บนรถตู้?ได้เดินทางมาถึง?&amp;nbsp;อำเภอเบตง?เมื่อช่วงเย็นวานนี้?(14&amp;nbsp;มี.ค.2565)?&amp;nbsp;หลังจากได้เริ่มเดินทางต้นทางจากกรุงเทพฯ?&amp;nbsp;ด้วยระยะทาง?&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กว่า?กิโลเมตร&amp;nbsp;ปลายทางมุ่งหน้าสู่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อมาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศ&amp;nbsp;วีถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตามโครงการแฟมิลี่ทริป&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ&amp;nbsp;และศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการมาสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงหรือ&amp;nbsp;sky&amp;nbsp;walk&amp;nbsp;เดินชมตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;ถ่ายรูปจุดเช็คอิน&amp;nbsp;ตู้ไปรษณีย์ยักษ์สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาย&amp;nbsp;อรรถวรรธน์&amp;nbsp;อ่องแสวงชัย&amp;nbsp;หนึ่งในชมรม&amp;nbsp;T3&amp;nbsp;Lover/&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;ASIA&amp;nbsp;CAMPER&amp;nbsp;ได้เล่าว่า?&amp;nbsp;ชมรมเป็นกลุ่มที่มีความชื่นชอบขับรถท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยใช้รถ?&amp;nbsp;T3&amp;nbsp;camper&amp;nbsp;หรือ?รถบ้าน&amp;nbsp;ที่ผ่านมามีการระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศทำได้ยาก?&amp;nbsp;และในประเทศยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแหล่งที่สวยงาม?&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ?&amp;nbsp;ภาคอีสานก็ไปมาหมดแล้ว?&amp;nbsp;แต่สำหรับในพื้นที่ภาคใต้?&amp;nbsp;โดยเฉพาะ"เบตง"&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ถือเป็นความฝันที่อยากจะขับรถมาท่องเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต?&amp;nbsp;และครั้งนี้?&amp;nbsp;ก็ได้ทำสำเร็จ?&amp;nbsp;ได้ทำตามฝัน?&amp;nbsp;ได้ขับรถมาจนถึงใต้สุดประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดระยะทางที่ขับรถมา?&amp;nbsp;ภาพที่ได้เห็นจากภาพข่าว&lt;/strong&gt;ที่ปรากฎผ่านสื่อต่างๆ?&amp;nbsp;ตอนแรกรู้สึกกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกันคณะจองเราหรือไม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ระหว่างทางที่ขับรถมาเส้นทางที่มา?&amp;nbsp;มันก็เหมือนเส้นทางปกติทั่วไป?&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเราเคยไปทางภาคเหนือหรือ?อีสาน?ก็จะได้เห็นแต่ความแห้งแล้ง?&amp;nbsp;แต่เส้นทางที่จับลงมาจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเต็มไปสีเขียว?ของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ถนนหนทางสะดวก?สำคัญการใช้ชีวิตผู้คนยังดำเนินชีวิตตามปกติ&amp;nbsp;ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล&amp;nbsp;และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง&amp;nbsp;รู้สึกมั่นใจที่มาท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความคิดเห็นการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวานนี้?&amp;nbsp;นายอรรถวรรธน์?&amp;nbsp;ได้บอกว่า?&amp;nbsp;ในมุมมองของคนที่ชอบท่องเที่ยว?แบบกลุ่มตน?&amp;nbsp;สหรับคนที่ไม่ชอบขับรถเดินทาง?&amp;nbsp;การเดินทางด้วยเครื่องบินตอบโจทย์?มาก?&amp;nbsp;เพราะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง?&amp;nbsp;สร้างโอกาสให้คนที่อยากมาเที่ยวในสถานที่พิเศษอย่างเบตง?&amp;nbsp;?เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าเป็นอำเภอสุดท้ายทางใต้ประเทศไทยมันก็พิเศษแล้ว?&amp;nbsp;ยิ่งได้มาสัมผัส?สภาพของเมือง?&amp;nbsp;ป่าเขา?&amp;nbsp;ความอุดมสมบูรณ์?&amp;nbsp;ยิ่งทำให้รู้สึกว่า?เบตง?&amp;nbsp;นี่แหละคือ?สวรรค์ชายแดนใต้?สวรรค์ของนักท่องเที่ยวจริงๆ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว?&amp;nbsp;ถ้าต้องการมาเที่ยวที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถ้าเดินทางด้วยเครื่องบิน?อย่างน้อยทำให้เกิดความมั่นใจได้แล้วว่าเราจะสามารถไปถึงไหนก็ได้ในทุกที่?&amp;nbsp;อย่างมา&amp;nbsp;"เบตง"&amp;nbsp;แม่จะเป็นเมืองเล็กๆ?&amp;nbsp;แค่มองว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะแก่การเที่ยวชมเมืองเป็นเมืองที่น่ารักอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยขณะนี้?&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง?&amp;nbsp;จ.ยะลา?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีสายการนกแอร์&amp;nbsp;เป็นสายการบินแรกที่มาเปิดให้บริการ?&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;คือ?&amp;nbsp;วันจันทร์&amp;nbsp;พุธ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศุกร์&amp;nbsp;ราคาค่าตั๋วโดยสาร&amp;nbsp;เฉลี่ยประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;พันบาท&amp;nbsp;ซึ่งในอนาคต&amp;nbsp;กรมท่าอาศยาน&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม?&amp;nbsp;ได้มีแผนจะขยายรันเวย์ให้ยาวขึ้นเป็?น?&amp;nbsp;2500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ให้สามารถรองรับเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่าได้&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็น&amp;nbsp;"ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค"&amp;nbsp;(Regional&amp;nbsp;Hub)&amp;nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางระหว่างประเทศได้&amp;nbsp;ในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;.&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315113056916</Link_News></row>
<row _id="263"><NewsTitle>จ.อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พบว่า เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.อุบลฯออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการ&lt;/strong&gt;ของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเพชร&amp;nbsp;สร้อยสระคู&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำชุดปฏิบัติการร่วมจังหวัด&amp;nbsp;ออกตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สถานประกอบกิจการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;99&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบอน&amp;nbsp;อำเภอสำโรง&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบการแจ้งราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่กักเก็บ&amp;nbsp;การจัดทำบัญชีคุมสินค้า&amp;nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อและการแสดงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;มีปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ความชื้น&amp;nbsp;14.5%)&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;4,400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และบริษัทฯ&amp;nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับจังหวัด/สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ในการแจ้งปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;มีศักยภาพและมีความต้องการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งขายให้บริษัท&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่เหลือต้องรับซื้อจากจังหวัดอื่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในปีนี้มีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ของรัฐบาล&amp;nbsp;ที่กำหนดราคา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;50&amp;nbsp;สตางค์ต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;14.5%&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;รับซื้อที่ราคา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนความชื้นมากกว่านี้&amp;nbsp;ราคาลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานความชื้น&amp;nbsp;จึงนับว่า&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคตและเป็นที่ต้องของตลาดจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรกช&amp;nbsp;ภูมี&amp;nbsp;สวท.อุบลฯ&amp;nbsp;รายงาน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315115115931</Link_News></row>
<row _id="264"><NewsTitle>สถานการณ์และราคามะนาวจังหวัดเพชรบุรี ปีการผลิต 2564/65 ในช่วงฤดูร้อนเดือนมีนาคม-เมษายน ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ผลผลิตจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,312&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูกปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;32,323&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;ที่มีพื้นที่การเพาะปลูก&amp;nbsp;39,764&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;18.71&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตรวม&amp;nbsp;57,235&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ลดลงจาก&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ที่มีผลผลิต&amp;nbsp;68,551&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;16.5&amp;nbsp;ปลูกมากที่อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;และอำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมและเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;ผลผลิตจะออกน้อย&amp;nbsp;ในช่วงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;โดยปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดมีปริมาณน้อย&amp;nbsp;สาเหตุจากช่วงฤดูกาลดังกล่าว&amp;nbsp;ประกอบกับแหล่งผลผลิตประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนสูง&amp;nbsp;มีฝนตกต่อเนื่องในช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;ขณะที่ต้นมะนาวผลิตดอกและการบำรุงรักษาต้นมะนาวของเกษตรกรน้อยลง&amp;nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยและยาป้องกันโรคพืชมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;สถานการณ์ระดับราคาจากผลผลิตที่ลดลงจากปีที่ผ่านมาประกอบกับเข้าช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงทำให้ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์แนวโน้มตลาด&amp;nbsp;:&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าราคามะนาวยังคงตัวอยู่ในระดับสูง&amp;nbsp;ประมาณอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้นมะนาวผลผลิตรุ่นต่อไปจะเริ่มทยอยออกเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ระดับราคาขายในท้องตลาดเริ่มปรับตัวลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315111610907</Link_News></row>
<row _id="265"><NewsTitle>สาวงามทั่วประเทศร่วมประกวดธิดาดอนเจดีย์ ปี 2565 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สาวงามทั่วประเทศร่วมประกวดธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยสาวงามจาก&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;คว้าตำแหน่งธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;พร้อมรางวัลชุดตะเบงมานงามตา&amp;nbsp;และรางวัลขวัญใจช่างภาพ&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่เวทีกลางหน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อง&amp;nbsp;นางนภัสสร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาด&amp;nbsp;ดร.อุดม&amp;nbsp;โปร่งฟ้า&amp;nbsp;ที่ปรึกษา&amp;nbsp;รมต.ทส.&amp;nbsp;ดร.สุจิตรา&amp;nbsp;ทรงมัจฉา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายนพฤทธิ์&amp;nbsp;ศิริโกศล&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายชูชีพ&amp;nbsp;พงษ์ไชย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมมอบรางวัลให้แก่ธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;โดยในปีนี้&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดให้สาวงามจากทั่วประเทศมีสิทธิ์สมัครเข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;ซึ่งได้มีสาวงามจากทั่วประเทศ&amp;nbsp;เดินทางมาสมัครเข้าประกวดธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และผ่านรอบออดิชั่น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งทำการประกวดเมื่อคืนวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยผู้เข้าประกวดต้องแต่งกายด้วยชุดตะเบงมาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลการประกวดธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;รางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;5&amp;nbsp;นางสาวพลอยไพลิน&amp;nbsp;ลิมปนเวทยานนท์&amp;nbsp;รับเงินสด&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ&amp;nbsp;และได้รับรางวัลพิเศษ&amp;nbsp;ชุดตะเบงมานงามตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับเงินสด&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมสายสะพาย&amp;nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&amp;nbsp;และ/รางวัลขวัญใจช่างภาพ&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ได้รับเงินสด&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมสายสะพาย&amp;nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองอันดับ&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;14&amp;nbsp;นางสาวมนัสนันท์&amp;nbsp;จันทวิภาคได้รับเงินสด&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;7&amp;nbsp;นางสาวปิยพร&amp;nbsp;สังข์สุวรรณ&amp;nbsp;ได้รับเงินสด&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมถ้วยเกียรติยศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นางสาวพัชริดา&amp;nbsp;พูลศักดิ์วรสาร&amp;nbsp;ได้รับเงินสด&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมสายสะพาย&amp;nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รางวัล&amp;nbsp;Popular&amp;nbsp;Vote&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นางสาวปาริฉัตร&amp;nbsp;พรายพรรณ์&amp;nbsp;ได้รับเงินสด&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมสายสะพาย&amp;nbsp;และถ้วยเกียรติยศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับการให้คะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงสื่อมวลชน&amp;nbsp;จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นสพ.ไทยรัฐ&amp;nbsp;,นสพ.เดลินิวส์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สวท.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ช่อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นสพ.คนสุพรรณ&amp;nbsp;ร่วมให้คะแนนรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน&amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้รับของที่ระลึกจาก&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีทุกคน&amp;nbsp;โดยการประกวดธิดาดอนเจดีย์&amp;nbsp;จัดเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;โดยจะมีสาวงามจากทั่วประเทศ&amp;nbsp;เดินทางมาร่วมประกวด&amp;nbsp;จนสร้างชื่อเสียง&amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้นำเงินรายได้จากการจำหน่ายดอกไม้รางวัลขวัญใจคนสุพรรณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;53,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มอบให้ศูนย์ศึกษาพิเศษเขตการศึกษา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315112223912</Link_News></row>
<row _id="266"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลเจรจากับซาอุดีอาระเบีย อนุญาตนำเข้าไก่ไทยได้แล้ว เริ่ม 13 มี.ค.65 เป็นต้นไป ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ประเทศซาอุดีอาระเบียได้พิจารณานำเข้าไก่จากประเทศไทยว่า&amp;nbsp;นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ภายหลังจากที่ทูตพาณิชย์กับกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;เร่งเจรจากับซาอุดีอาระเบียในการหาลู่ทางส่งออกไก่แช่เย็น&amp;nbsp;ไก่แช่แข็ง&amp;nbsp;และไก่แปรรูป&amp;nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เพราะถือว่าเป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่ง&amp;nbsp;จนซาอุดีอาระเบียเดินทางมาตรวจโรงงานผลิตในประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โรง&amp;nbsp;จนล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทูตพาณิชย์ของไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วยอุปทูตไทยประจำซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เดินทางไปพบกับ&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;ของซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง&amp;nbsp;และได้ข้อสรุปร่วมกันว่า&amp;nbsp;ซาอุดีอาระเบียยินดีให้ไก่จากประเทศไทย&amp;nbsp;สามารถส่งออกไปได้&amp;nbsp;และในภาพรวมทางการก็จะมีผลทันทีตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;และขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนกระบวนการ&amp;nbsp;ทั้งเรื่องฮาลาล&amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp;แต่ขณะนี้อย่างน้อย&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โรงงานที่ได้รับการตรวจรับรองไปก่อนหน้านี้สามารถส่งออกไก่ไปซาอุดีอาระเบียได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาพูดคุยกันว่า&amp;nbsp;การส่งออกเป็นเรื่องดี&amp;nbsp;นำเงินเข้าประเทศ&amp;nbsp;แต่ต้องไม่กระทบปริมาณการบริโภคของคนไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยได้ทำเป็นเงื่อนไขไว้แล้ว&amp;nbsp;รวมถึงเรื่องราคาด้วยว่าให้เป็นไปตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับไว้&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์&amp;nbsp;ทั้งผู้บริโภค&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ผู้ส่งออก&amp;nbsp;และประเทศไทยที่จะมีรายได้จากการส่งออกมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับยอดส่งออกไก่ของไทยไปต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;ดังนั้นตลาดซาอุดีอาระเบียก็จะเป็นตลาดที่เพิ่มการนำเงินเข้าประเทศ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315162837102</Link_News></row>
<row _id="267"><NewsTitle>พาณิชย์ตรังจับมือเอกชนเปิดจุดจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร ช่วยเกษตรกรปลูกแตงโมชาวเกาะสุกร จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง วันละ 1,000 กิโลกรัม การันตีความหวาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์ตรังจับมือเอกชนเปิดจุดจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วยเกษตรกรปลูกแตงโมชาวเกาะสุกร&amp;nbsp;จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;การันตีความหวาน&amp;nbsp;หากไม่หวานนำมาเปลี่ยนได้เลย&amp;nbsp;นอกจากนี้ทุกภาคส่วนยังช่วยกันส่งเสริม&amp;nbsp;กำกับดูแลใส่ใจคุณภาพ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปลูก&amp;nbsp;จนถึงเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เพื่อให้ความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ขยายเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;จากการบอกต่อปากต่อปาก&amp;nbsp;อนาคตจะทำให้เกิดการสั่งจองล่วงหน้า&amp;nbsp;แก้ได้ทั้งปัญหาล้นตลาด&amp;nbsp;และมีความยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณพื้นที่ลานโปรโมชั่น&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ห้างโรบินสันไลฟ์สไตล์ตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;สาขาตรัง&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมการจำหน่ายผลผลิตแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;9-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ด้านการผลิต&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตแตงโมเกาะสุกรออกสู่ตลาดแล้ว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ของผลผลิตทั้งหมดในฤดูกาลนี้&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายส่ง&amp;nbsp;(รวมค่าขนส่ง&amp;nbsp;จากเกาะสุกร&amp;nbsp;ถึงท่าเรือตะเสะ&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;12-13&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายปลีกอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;ผลผลิตแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบกับแตงโมจากพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;กำลังออกสู่ตลาดเช่นกันและราคาต่ำกว่า&amp;nbsp;และมีผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ที่ระบาดขึ้นในปัจจุบัน&amp;nbsp;ทำให้สามารถจำหน่ายแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดได้ลดน้อยลง&amp;nbsp;จึงได้ผลกระทบในการจำหน่ายแตงโมจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมตำบลเกาะสุกร&amp;nbsp;ทางพาณิชย์จังหวัดตรังร่วมกับศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;สาขาตรัง&amp;nbsp;สนับสนุนพื้นที่&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;การจำหน่ายผลผลิตแตงโมจากเกาะสุกร&amp;nbsp;จากผู้ปลูกสู่มือผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเกษตรกรชาวเกาะสุกร&amp;nbsp;ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;"แตงโมเกาะสุกร"&amp;nbsp;สามารถปลูกได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;แตงโมหัวนา&amp;nbsp;แตงโมชายหาด&amp;nbsp;และแตงโมหลังนา&amp;nbsp;สำหรับแตงโมเกาะสุกรที่ออกในฤดูกาลนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แตงโมหลังนา&amp;nbsp;(แตงโมงในนา)&amp;nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประสานให้เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมจากเกาะสุกร&amp;nbsp;สามารถนำผลผลิตไปจำหน่าย&amp;nbsp;ที่บริเวณพื้นที่ลานโปรโมชั่น&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โรบินสันไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;สาขาตรัง&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดให้เกษตรกรจำหน่าย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีการเตรียมแตงโมเกาะสุกรวันละกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จำหน่ายในราคา&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการคัดแตงโมเกรดA&amp;nbsp;ค่าความหวานของผลไม้&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;บริกซ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ที่สนใจสามารถมาเลือกซื้อแตงโมเกาะสุกรได้&lt;/strong&gt;โดยตรงจากเกษตรกรชาวเกาะสุกร&amp;nbsp;และยังสินค้าทะเล&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;กุ้งแห้ง&amp;nbsp;ปลาเค็มกางมุ้ง&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าจากชุมชนต่าง&amp;nbsp;ๆในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มาจัดจำหน่ายอีกด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนยังช่วยกันส่งเสริม&amp;nbsp;กำกับดูแลใส่ใจคุณภาพ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปลูก&amp;nbsp;จนถึงเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เพื่อให้ความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ขยายเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;จากการบอกต่อปากต่อปาก&amp;nbsp;อนาคตจะทำให้เกิดการสั่งจองล่วงหน้า&amp;nbsp;แก้ได้ทั้งปัญหาล้นตลาด&amp;nbsp;และมีความยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยงยุทธ&amp;nbsp;ไชยมล&amp;nbsp;เกษตรกรชาวเกาะสุกร&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตอนนี้แตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;มีจำนวนเยอะมาก&amp;nbsp;เพราะตอนนี้ช่วงหลังจากเก็บเกี่ยวนาข้าวเสร็จ&amp;nbsp;จะใช้พื้นที่นามาปลูกแตงโมงเกาะสุกร&amp;nbsp;และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;เป็นที่รู้จักกันทั่วไป&amp;nbsp;จึงทำให้เกษตรกรสนใจปลูกกันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงทำให้มีปริมาณแตงโมเยอะ&amp;nbsp;และต้องการพื้นที่ในการระบายผลผลิต&amp;nbsp;จึงได้ขอความอนุเคราะห์จากภาคเอกชนและได้รับการสนับสนุนมาทุกปี&amp;nbsp;และยังมีสินค้าชุมชนอื่นด้วย&amp;nbsp;จะเปิดขายไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นแตงโมที่&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;ความหวานอยู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;บริกซ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจุดจำหน่ายนี้จะมีการรับประกันการันตีความหวาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากไม่หวานนำมาเปลี่ยนได้เลย&amp;nbsp;วันนี้นำแตงโมมาประมาณ&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;กว่ากิโลกรัม&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถขายได้วันละประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315114357925</Link_News></row>
<row _id="268"><NewsTitle>อบต.กมลา เตรียมจัดงาน หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า Kamala Food Fair 19-21 มีนาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลาเบิกฟ้า&amp;nbsp;Kamala&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fair&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายศิวัชฐ์&amp;nbsp;ระวังกุล&amp;nbsp;นายอำเภอกะทู้&amp;nbsp;นายจุฑา&amp;nbsp;ดุมลักษณ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&amp;nbsp;(อบต.กมลา)&amp;nbsp;นายสมปราชญ์&amp;nbsp;ปราบสงคราม&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;อบต.กมลา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลา&amp;nbsp;เบิกฟ้า&amp;nbsp;Kamala&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fair&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ที่ต้องปรับสู่วิถีการดำเนินชีวิตใหม่แบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;เป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ&amp;nbsp;และเดินทางมาท่องเที่ยว&amp;nbsp;พํานัก&amp;nbsp;และใช้บริการในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายจุฑา&amp;nbsp;ดุมลักษณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ&amp;nbsp;จึงทำให้เกิดความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการหรอยริมเล&amp;nbsp;กมลา&amp;nbsp;เบิกฟ้า&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเลอาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลกมลา&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลาเบิกฟ้า&amp;nbsp;Kamala&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fair&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;19-21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดกมลา&amp;nbsp;ซึ่งมีร้านค้าของผู้ประกอบการร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า&amp;nbsp;74&amp;nbsp;คูหา&amp;nbsp;มีกิจกรรมความบันเทิงทุกวัน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีการแสดงดนตรีจากวงกมลาแบนด์,&amp;nbsp;การแสดงพื้นบ้านรองเง็ง&amp;nbsp;เกาะสิเหร่,&amp;nbsp;การแสดงโชว์และการแสดงคาบาเร่&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ชมการสาธิตการปรุงอาหารจากเชฟปอนด์&amp;nbsp;ลูกหลานชาวตำบลกมลา&amp;nbsp;จากรายการเชฟกระทะเหล็ก&amp;nbsp;IRON&amp;nbsp;CHEF&amp;nbsp;ชมการแสดงดนตรีลูกทุ่งซุปเปอร์แดนซ์&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ชมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจาก&amp;nbsp;ศิลปิน&amp;nbsp;ธีเดช&amp;nbsp;ทองอภิชาติ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดงานจะดำเนินการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องของจุดคัดกรองสำหรับทางเข้าออกของการจัดงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาการจัดงาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315151753043</Link_News></row>
<row _id="269"><NewsTitle>เภสัชฯ ม.รังสิต จับมือ 2 หน่วยงานรัฐ เปิดตัว ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ ชนิดแคปซูล เพื่อจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันที่ 15 มีนาคม 2565 มหาวิทยาลัยรังสิตจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ "ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ" แบบแคปซูล โดย ผศ.ดร.ภญ.สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกัญชาทางการแพทย์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงนามความร่วมมือโดยวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดำเนินการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีกัญชา หรือสารสกัดกัญชาเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งสนับสนุนและร่วมมือทางด้านการจัดหาวัตถุดิบอื่นๆ ที่ไม่ใช่กัญชา &lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดย เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีองค์ความรู้เรื่องกัญชาและผลิตภัณฑ์ ฝ่ายที่สองคือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยโรงงานเภสัชกรรมทหาร ซึ่งมีโรงงานมาตรฐาน GMP และอีกฝ่ายหนึ่งคือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องการใช้กัญชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้าน ผศ.ดร.เภสัชกร เอกพล ลิ้มพงษา วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า แผนการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น มียาไทย 4 ตำรับ ได้แก่ ตำรับทำลายพระสุเมรุ (ชนิดแคปซูล) ตำรับน้ำมันกัญชา (ตำรับอาจารย์เดชา) ตำรับศุขไสยาสน์ (ชนิดแคปซูล) และตำรับประสะกัญชา (ชนิดแคปซูล) เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ชนิดแรกคือ ตำรับทำลายพระสุเมรุ ชนิดแคปซูล พร้อมที่จะจัดจำหน่ายให้แก่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยแล้ว นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายและกระจายผลิตภัณฑ์ผ่าน ศูนย์วิจัยการใช้กัญชาทางคลินิก (สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย) และคลินิกกัญชาทางการแพทย์ (สหคลินิกการแพทย์แผนตะวันออก (ไทย-จีน)) มหาวิทยาลัยรังสิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต กล่าวว่า การขายตำรับยานี้ในตลาดเอกชน จะเป็นจุดเปลี่ยน เพราะจะนำไปสู่รายได้ของเกษตรกรจำนวนมากที่กำลังขาดทุนจากการปลูกกัญชาในตอนนี้ เนื่องจากปัจจุบันผู้ปลูกกัญชาต้องมอบช่อและดอกกัญชาให้ภาครัฐ โดยไม่ได้เงินตอบแทน ขายได้แต่ใบ กิ่ง ก้าน ซึ่งมีสรรพคุณน้อยกว่าช่อและดอก และราคากำลังลดลง การวางขายผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ปลายน้ำมาสู่ต้นน้ำ เกษตรกรจะมีรายได้จากการขายช่อ ดอก กัญชา มากขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315134949982</Link_News></row>
<row _id="270"><NewsTitle>Soft Power ไทยเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ยินดีต่อกระแสความนิยมวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศที่โดดเด่นมากขึ้นแม้อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ทั้งจากรายการโทรทัศน์&amp;nbsp;งานดนตรี&amp;nbsp;เทศกาลอาหาร&amp;nbsp;นิทรรศการแสดงสินค้าและบริการ&amp;nbsp;รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ภาพยนตร์&amp;nbsp;ละคร&amp;nbsp;ซีรี่ส์&amp;nbsp;เพลง&amp;nbsp;และโฆษณา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับจากผู้ชมชาวต่างชาติอย่างล้นหลามโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นตลาดส่งออกความบันเทิงหลักของไทย&amp;nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดันเป็นสินค้าหลักในการส่งออกสู่ตลาดสากล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่สนับสนุนการใช้&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Power&amp;nbsp;นำเสนออัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก&amp;nbsp;ผสมผสานนโยบายพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันและแนวคิดเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;(Bio-Circular-Green)&amp;nbsp;เป็นโจทย์ให้กระทรวงวัฒนธรรมสานต่อแนวทางเพื่อพัฒนาความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยได้จัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&amp;nbsp;CCPOT&amp;nbsp;(Community&amp;nbsp;Cultural&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand)&amp;nbsp;GRAND&amp;nbsp;EXPOSITION&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16-20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน&amp;nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ชื่นชมการบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้ากับแผนงานด้านวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;นอกจากเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้มีการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์แล้ว&amp;nbsp;ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;พลิกฟื้นชุมชน&amp;nbsp;รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญเพื่อเสริมศักยภาพคนไทยเตรียมพร้อมสู่การส่งออกวัฒนธรรมในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315141502999</Link_News></row>
<row _id="271"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ ชุมชนท่องเที่ยวเงินสะพัด ขอบคุณพ่อเมืองศรีสะเกษ จัดงาน "ดอกลำดวนบาน"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดร.กัลยาณี&amp;nbsp;ธรรมจารีย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในวันสุดท้ายของการจัดงานได้ลงไปเยี่ยมชุมชนเครือข่ายการท่องเที่ยวร่วมกับนางสุพิน&amp;nbsp;ศรีเลิศ&amp;nbsp;กรรมการเครือข่ายเพื่อต้องการทราบ&amp;nbsp;ผลจากการจัดงานเทศกาลดอกลำดวน&amp;nbsp;ที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;913&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่มีการออกร้านจำหน่ายสินคาทั้งประเภทอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;รวมทั้งในงานมีการแสดงแสงสีเสียง&amp;nbsp;"อารยธรรม&amp;nbsp;แห่งศรัทธา&amp;nbsp;มนตรา&amp;nbsp;ศรีพฤทเธศวร"&amp;nbsp;ในคืนวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;ปรากฎว่าชุมชนท่องเที่ยวหลายกลุ่มที่สมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวได้ไปสนับสนุนส่งเสริมร่วมกับนางทัศนี&amp;nbsp;ขจัดมลทิน&amp;nbsp;ผอ.สำนักพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&amp;nbsp;ในด้านการจัดอบรมอาหาร&amp;nbsp;อบรมการแส่วผ้า&amp;nbsp;อบรมนวดเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;และชุมชนเหล่านี้&amp;nbsp;จากห้วยทับทัน&amp;nbsp;ขุขันธ์&amp;nbsp;บ้านโพนค้อ&amp;nbsp;ขุนหาญฯ&amp;nbsp;ได้มาออกร้านเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น&amp;nbsp;รวมทั้งผู้อบรมนวดแผนโบราณก็ได้รับการสนับสนุนสถานที่จาก&amp;nbsp;ดร.โสภา&amp;nbsp;มะเครือสี&amp;nbsp;ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี&amp;nbsp;และยังมอบหมายให้&amp;nbsp;น.ส.ศรุดา&amp;nbsp;นาสารีย์&amp;nbsp;มาดูแลการใช้บริการห้องแอร์ในอาคารที่สวนสมเด็จศรีนครินทร์ศรีสะเกษด้วย&amp;nbsp;ทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการสร้างรายได้ให้พนักงานนวดจำนวนมาก&amp;nbsp;ทุกคนขอบคุณนายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษที่ตัดสินใจจัดงาน&amp;nbsp;แม้โควิด-19&amp;nbsp;ยังไม่ไปไหน&amp;nbsp;ถ้าไม่จัดงานอะไรเลยก็ยิ่งทำให้พวกตนไม่ได้ขายของ&amp;nbsp;ไม่มีลูกค้ามาเยี่ยมมาชม&amp;nbsp;และการจัดงานก็มีระบบควบคุมที่ดี&amp;nbsp;มีมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;มีรถนำเที่ยวจากวัดไพรพ้ฒนามาบริการประชาชนฟรี&amp;nbsp;ทำให้ชุมชนสามารถขายผ้าไหม&amp;nbsp;ผ้าทอมือได้มาก&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ร้านสมุนไพร&amp;nbsp;ร้านนวดแผนโบราณก็สร้างรายได้ให้ได้ปลื้มใจกันทุกคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152446052</Link_News></row>
<row _id="272"><NewsTitle>ครม.อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงาน หรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน เพิ่มเติม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565-2566&amp;nbsp;สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;19,926,200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,985,200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15,941,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อให้การติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรายงานผลการประเมินโครงการต่อ&amp;nbsp;ครม.และรัฐสภา&amp;nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&amp;nbsp;จะลงนามในสัญญาจ้างในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;กำหนดแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีขอบเขตของงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จัดทำกรอบแนวคิด(Conceptual&amp;nbsp;Framework)&amp;nbsp;ในการประเมินผลตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ความสอดคล้อง&amp;nbsp;ประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ประสิทธิผล&amp;nbsp;ผลกระทบและความยั่งยืน&amp;nbsp;จัดทำขอบเขตการประเมินผล(Evaluation&amp;nbsp;Scope)&amp;nbsp;จัดเก็บข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิเพื่อใช้ในการศึกษาวิเคราะห์&amp;nbsp;ประเมินผลโครงการ&amp;nbsp;จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายเงินกู้&amp;nbsp;จัดทำรายงานการประเมินผลโครงการและผลสัมฤทธิ์&amp;nbsp;จัดทำแบบจำลอง&amp;nbsp;(Model&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ใช้ประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมและนำเสนอข้อมูลการติดตามประเมินผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ครม.ได้มีมติอนุมัติโครงการภายใต้แผนงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือโครงการตามบัญชีท้าย&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กู้เงินโควิด-19&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;แล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;48&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;396,956&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หน่วยงานเบิกจ่ายเงินกู้แล้วจำนวน&amp;nbsp;278,196&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งโครงการทั้งหมดต้องเบิกจ่ายแล้วเสร็จภายในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315144505024</Link_News></row>
<row _id="273"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณปี 2566 กว่า 3.18 ล้านล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,185,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;85,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;2.74&amp;nbsp;และเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยงานรับงบประมาณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนจัดทำงบประมาณ&amp;nbsp;กล่าวคือ&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นขั้นตอนการพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ&amp;nbsp;เดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;จัดพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;และเอกสารประกอบ&amp;nbsp;เดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เสนอร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;ครม.พิจารณาก่อนส่งสภาผู้แทนราษฎกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2566&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติ&amp;nbsp;เป็นรายจ่ายประจำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,396,942.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23,932.7&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รายจ่ายลงทุน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;695,077.4&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;83,144&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เท่ากับปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152141047</Link_News></row>
<row _id="274"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ สงขลา เปิด โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ OTOP ในการพัฒนาอาชีพ เพื่อขับเคลื่อน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่โรงแรมกรีนเวิลด์&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสุรียพรรณ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;โดยมีนายจรัญ&amp;nbsp;อินทสระ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นางปราณี&amp;nbsp;อ่อนมณี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนประธานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และผู้เข้ารับอบรมเข้าร่วมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;มีภารกิจในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้สนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานตามนโยบาย&amp;nbsp;หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้&amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้ให้&amp;nbsp;แก่ชุมชน&amp;nbsp;โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2544&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;โดยมีเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านกิจกรรม/โครงการ/นโยบาย&amp;nbsp;ภาครัฐต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนการใช้จ่าย&lt;/strong&gt;งบประมาณประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;91,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ,&amp;nbsp;สนับสนุนส่งเสริมผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;และให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดและกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กำหนดหลักสูตรการอบรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;15-16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องสกายเล้าจ์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;โรงแรมกรีนเวิลด์&amp;nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีเนื้อหา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.กรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP/จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.การเป็นผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;อย่างมืออาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ทิศทาง/แนวโน้มอนาคตด้านการตลาดผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.วิเคราะห์ดำเนินงานของเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.จัดทำแนวทางการให้การสนับสนุนผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ในด้านการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนช่องทางการตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.จัดทำแผนปฏิบัติการของเครือบ่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนรับผิดชอบงาน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประธานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และนักวิชาการจังหวัด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณิชารีย์&amp;nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มี.ค.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315152727055</Link_News></row>
<row _id="275"><NewsTitle>จ.ชัยภูมิ ผลักดัน กล้วยหอมทองหนองบัวแดง และ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;และคณะทำงานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมภูแลนคา&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับเกียรติจากนายชาญชัย&amp;nbsp;ศรศรีวิชัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;เป็นประธานในที่ประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้พิจารณาชื่อทางการค้าสินค้าคือ&amp;nbsp;กล้วยหอมทองหนองบัวแดง&amp;nbsp;พื้นที่การผลิตครอบคลุมอำเภอหนองบัวแดง&amp;nbsp;ภักดีชุมพล&amp;nbsp;เกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;571&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น&amp;nbsp;พื้นที่การผลิตครอบคลุมอำเภอหนองบัวแดง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการคุ้มครองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงมาตรฐานและส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้า&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้า&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบประเทศและระดับสากลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315154531072</Link_News></row>
<row _id="276"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ ออกตรวจควบคุมราคา ปุ๋ยเคมี ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออกตรวจราคาสินค้า&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ในเขตอำเภอคอนสาร&amp;nbsp;ภูเขียว&amp;nbsp;และแก้งคร้อ&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;สำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยในพื้นที่&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1,350-1,400&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;0-0-60&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1,320-1,400&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;18-48-0&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1,520&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;มีการปรับราคาขึ้น&amp;nbsp;ในการเลือกซื้อของเกษตร&amp;nbsp;จะดูจากราคาถูกเป็นหลัก&amp;nbsp;ไม่ได้เลือกซื้อจากยี่ห้อที่เคยใช้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การซื้อขายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ค่อนข้างซบเซา&amp;nbsp;ภาวะการค้าชะลอตัว&amp;nbsp;เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรผู้ต้องการใช้ปุ๋ยเคมีลดลง&amp;nbsp;ทั้งเกษตรกรและร้านค้าไม่มีการซื้อเพื่อสต๊อกหรือกักตุน&amp;nbsp;ราคาสินค้า&amp;nbsp;เพราะต้นทุนสูง&amp;nbsp;และราคาปรับขึ้นจากเดือนก่อน&amp;nbsp;ตามต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;กรณีมีการสั้งซื้อปริมาณมากจะจำหน่ายในราคาส่ง&amp;nbsp;และมีรถบริการส่งในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับร้านค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาให้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315164019107</Link_News></row>
<row _id="277"><NewsTitle>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เรียกประชุมเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน ขณะลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจพืช ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ประชุมติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจพืช&amp;nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;X-RAY&amp;nbsp;และหอบังคับการ&amp;nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;เพื่อติดตามทั้งในส่วนของการตรวจคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;โดยเฉพาะพืชผลการเกษตร&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;การตรวจจับวัตถุแปลกปลอม&amp;nbsp;ผ่านกระบวนการขั้นตอนก่อนนำเข้าและส่งออกนอกประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพบการลักลอบนำทุเรียนเวียดนามสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย&amp;nbsp;โดยมีนายสุรเดช&amp;nbsp;ตรงศิริวิบูลย์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร&amp;nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;นางปุณยนุช&amp;nbsp;เพชรฤทธิ์&amp;nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าด่านตรวจพืช&amp;nbsp;ท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมเข้าประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้สัมภาษณ์ในกรณีปัญหาการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนที่ยังคงขาดสภาพคล่อง&amp;nbsp;เนื่องจากประเทศจีนมีความเข้มงวดในการตรวจสอบผลไม้ตามมาตรการ&amp;nbsp;Zero-Covid&amp;nbsp;โดยกล่าวว่า&amp;nbsp;ผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งมีประมาณ&amp;nbsp;740,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องของการส่งออก&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ระบาดมากยิ่งขึ้นในประเทศจีน&amp;nbsp;ทำให้ระบบขนส่งและโลจิสติกส์มีปัญหา&amp;nbsp;โดยปกติแล้วจีนเป็นตลาดรับซื้อทุเรียนรายใหญ่&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;จึงทำให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรและการส่งออก&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพยายามเร่งแก้ปัญหานี้หลายด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนให้ล้งทุเรียน&amp;nbsp;ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP+&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพความปลอดภัยของผลไม้&amp;nbsp;โดยได้มีโอกาสไปดูล้งทุเรียนที่จันทบุรี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พบว่าล้งมีการปรับและนำวิธีการตรวจโควิด-19&amp;nbsp;ตามแบบของจีนมาปรับใช้&amp;nbsp;ทำให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านของนางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;็ได้มีการมอบนโยบายและมีการพูดคุยกับทางด้านของผู้ว่าฯ&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการกำหนดแนวทางมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้เกษตรกร&amp;nbsp;ส่วนเรื่องของการตรวจพบทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;ถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ให้ความสำคัญ&amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมายังถือว่าตรวจพบในปริมาณที่น้อยมาก&amp;nbsp;และเมื่อตรวจพบก็มีการจับกุม&amp;nbsp;และป้องกันการส่งออกได้ทัน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ก็ยังมีทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทย&amp;nbsp;(สวพ.6)&amp;nbsp;สุ่มตรวจทุเรียนสม่ำเสมอเกือบทุกคืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการแก้ปัญหาส่งออกทุเรียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มีอยู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็นหลัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนทราบว่า&amp;nbsp;สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ประเทศจีนในปัจจุบันค่อนข้างรุนแรง&amp;nbsp;ทำให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออก&amp;nbsp;อาจต้องมีหาตลาดที่นิยมบริโภคทุเรียนในอาเซียนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;โดยเร่งเจรจาเพิ่มเติม&amp;nbsp;2.ตลาดภายในประเทศ&amp;nbsp;อาจต้องบูรณาการภายในระหว่างกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;เกี่ยวกับแผนรองรับการบริโภคภายในประเทศช่วงที่มีผลผลิตจำนวนมาก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;การถนอมอาหาร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แช่แข็ง&amp;nbsp;แช่เย็น&amp;nbsp;แปรรูปต่างๆ&amp;nbsp;เข้ามาเพิ่มเติม&amp;nbsp;ทำให้ทุเรียนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและเก็บได้นานขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาระดับนโยบาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาจต้องเชิญเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย&amp;nbsp;ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อเป็นเน้นย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาการส่งออกผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;แต่พบว่า&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;และผลไม้มี&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;เป็นบวก&amp;nbsp;ส่งออกเติบโต&amp;nbsp;มาตรฐานและคุณภาพค่อนข้างดี&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากประเทศจีนที่มีความเข้มข้นในส่วนของ&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;Zero-Covid&amp;nbsp;ยังไม่พบว่าประเทศใดใช้มาตรการนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สวท.ชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315172144123</Link_News></row>
<row _id="278"><NewsTitle>หนุนกลุ่มแม่บ้านแปรรูปสบู่น้ำผึ้งชันโรง จ.ยะลา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และผู้ตรวจราชการกระทรวง&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลงตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;แปรรูปสบู่น้ำผึ้งชันโรง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่กลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรง&amp;nbsp;บ้านพงยาวี&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงผึ้งชันโรงธรรมชาติ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลบุดี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิฆเนศ&amp;nbsp;ต๊ะปวง&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และผู้ตรวจราชการกระทรวง&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายธีรุตม์&amp;nbsp;ศุภวิบูลผล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการ&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้านเลี้ยงผึ้งชันโรง&amp;nbsp;เกษตรกรสบู่น้ำผึ้งชันโรง&amp;nbsp;เพื่อติดตามความสำเร็จของกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;โดยมีนายวิทยา&amp;nbsp;สายกี่เส้ง&amp;nbsp;เกษตรตำบลบุดี&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&amp;nbsp;นำเสนอผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ความสำเร็จ&amp;nbsp;และโอกาสการต่อยอดในอนาคตกับทางคณะฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ตรวจราชการการฯ&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางคณะผู้ตรวจราชการทั้งของสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งทางจังหวัดได้ลงพื้นที่ที่สถานที่แห่งนี้&amp;nbsp;เป็นเรื่องของการเลี้ยงผึ้งชันโรง&amp;nbsp;โดยต่อยอดจากการเลี้ยงเสริมในสวนยางพารา&amp;nbsp;และนำน้ำผึ้งมาสู่การต่อยอดเป็นสบู่เป็นเครื่องสำอางบางส่วน&amp;nbsp;มีการขับเคลื่อนให้ตั้งกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้มีกลุ่มแล้วกลุ่มแม่บ้านเข้ามาทำเกี่ยวกับสบู่&amp;nbsp;จากการพูดคุยกลุ่มอยากจะได้โรงเรือนที่ถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;มีมาตรฐานผ่านการรับรอง&amp;nbsp;เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า&amp;nbsp;ดังนั้นทางผู้ตรวจราชการจะรับข้อเสนอไปหาแนวทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การให้มีการจดวิสาหกิจชุมชนเมื่อจดเป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว&amp;nbsp;จะสามารถไปขอรับการสนับสนุนงบประมาณเป้าหมาย&amp;nbsp;มาสร้างโรงเรือนโรงงานโรงผลิตโดยการให้ดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;นำไปสู่ในเรื่องของการจัดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;การส่งเสริมเรื่องการตลาดจะเป็นในเรื่องของการตลาดออนไลน์&amp;nbsp;ตลาดออฟไลน์&amp;nbsp;ซึ่งทางกลุ่มมีอยู่แล้ว&amp;nbsp;ทางภาครัฐเองก็มี&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;มีช่องทางจำหน่ายของกระทรวงพาณิชย์เป็นต้น&amp;nbsp;สามารถเชื่อมโยงประสานกันผ่านทางระบบที่ทางรัฐจัดให้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันในเรื่องของการส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดความรู้เมื่อเรารวมกันเป็นกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าองค์ความรู้เกิดขึ้น&amp;nbsp;อยากให้ทางกลุ่มช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับเพื่อนพี่น้องที่อยู่ในชุมชนด้วย&amp;nbsp;อาจมีการตั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นหรือมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน&amp;nbsp;อันนี้จะเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่ดีมีความสุขในชุมชนและเศรษฐกิจดียิ่งยิ่งขึ้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315173227129</Link_News></row>
<row _id="279"><NewsTitle>พณ.ตราด ร่วม สคบ.ตราด ศูนย์ดำรงธรรมฯ สำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่อำเภอเมืองตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดตราด&amp;nbsp;และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสำรวจปริมาณและราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;มีเพียงพอต่อการใช้ในการเกษตรที่สามารถใช้ภายในจังหวัดได้ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ในส่วนของราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับขึ้นจากเดิมประมาณ&amp;nbsp;100-300&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;ยากำจัดวัชพืชและศัตรูพืชมีการปรับขึ้นประมาณ&amp;nbsp;20-50&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315172552126</Link_News></row>
<row _id="280"><NewsTitle>เปิดตัวรถโดยสารพลังงานสะอาด Shuttle bus รับ-ส่ง ผู้โดยสารสนามบินเบตง สอดรับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการลงพื้นที่ของรัฐบาล&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พลเอกประยุทย์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์สนามบินเบตง&amp;nbsp;นอกจากนโยบายการพัฒนา&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรแล้ว&amp;nbsp;ในช่วงของการเปิดพิธีนายกรัฐมนตรีได้กล่าวตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งหวังในการพัฒนาพลังงานทดแทน&amp;nbsp;พลังงานทางเลือก&amp;nbsp;มีความยินดีที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีการใช้โรงไฟฟ้าชีวมวลพลังงานทดแทน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งภารกิจที่ทางรัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับนโยบายด้านพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลได้บรรจุไว้ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Economy)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทางท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีนำนโยบายด้านพลังงานมาใช้&amp;nbsp;โดยนำรถ&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;bus&amp;nbsp;พลังงานไฟฟ้า100%&amp;nbsp;ภายในออกแบบเน้นความสะดวกสบาย&amp;nbsp;และทันสมัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย&amp;nbsp;โดยช่วงแรกจะเปิดให้บริการตามโปรแกรมบินของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;สัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;คือวันจันทร์-พุธ-ศุกร์&amp;nbsp;จากท่าอากาศยานเบตง-เมืองเบตง-ด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ค่าโดยสาร&amp;nbsp;40-100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนวัฒน์&amp;nbsp;ประสานธรรมคุณ&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ซีคลีน&amp;nbsp;เพาเวอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หนึ่งในนักลงทุน&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;bus&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;อำเภอเบตงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง&amp;nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ&amp;nbsp;อาการดี&amp;nbsp;อาหารอร่อย&amp;nbsp;ไม่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;จึงมองว่าการนำ&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;bus&amp;nbsp;มาให้บริการที่สนามบินเบตง&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารแล้ว&amp;nbsp;ในส่วนทางด้านลงทุนมองว่า&amp;nbsp;ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ประกอบกับเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซียมีการเปิดประเทศด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงมองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315173809131</Link_News></row>
<row _id="281"><NewsTitle>จ.สตูล ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจสอบราคาและการสต็อกปุ๋ยเคมี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นางสาวธัญรัศม์&amp;nbsp;ไตรพันธ์รัชตะ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสตูล&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคา&amp;nbsp;การสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรอำเภอควนโดน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;พบว่าปุ๋ยมีเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ราคาเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น&amp;nbsp;และไม่พบการสต็อกปุ๋ยเคมี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอดุลย์&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนโดน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นสร้างภาระเพิ่มให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้ยอดขายลดลงถึงร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;โดยแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในเรื่องของปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชภาคอุตสาหกรรมจะมีราคาขึ้นสูง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยทุกสูตร&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;0-0-60,&amp;nbsp;21-0-0,&amp;nbsp;16-0-0&amp;nbsp;และมีแนวโน้มขาดตลาดอีกด้วย&amp;nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;จึงขอฝากถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องราคาปุ๋ยอย่างจริงจัง&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางเจริญศรี&amp;nbsp;อินทสโร&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สถานการณ์ราคาปุ๋ยมีแนวโน้มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ผลผลิตด้านการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;มีราคาดีราคาสูง&amp;nbsp;รวมถึงมีฝนตกทำให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอควนกาหลงยังมีกำลังซื้อปุ๋ยได้&amp;nbsp;แต่หากอนาคตคาดการณ์ว่าราคาปุ๋ยเคมีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมอีก&amp;nbsp;จะส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางสาวธัญรัศม์&amp;nbsp;ไตรพันธ์รัชตะ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อสำรวจตลาดราคาปุ๋ยและการสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;ในวันนี้พรุ่งนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315174658136</Link_News></row>
<row _id="282"><NewsTitle>จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง ครั้งที่ 6/2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ห้องพระยารัษฎา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;6/2565&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ได้แจ้งเรื่องปฏิทินการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตรังปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดตรัง&amp;nbsp;แผนและผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&amp;nbsp;การขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;City&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาโครงการขจัดความยากจนแบบบูรณาการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฐานข้อมูลด้านสังคมกลุ่มเปราะบางเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;(ผู้ผลิต-ผู้บริโภค)&amp;nbsp;โดยมีอนุกรรมการหอการค้าจังหวัดตรังเป็นผู้เสนอประเด็น&amp;nbsp;ประเด็นแจ้งความประสงค์ประกาศแนวชายฝั่งทะเลตรังความยาว&amp;nbsp;119&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เป็นเขตพัฒนาพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหาดยาว&amp;nbsp;ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรังเป็นผู้นำเสนอประเด็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315175510138</Link_News></row>
<row _id="283"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณ และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และปุ๋ย ป้องกันการกักตุนในพื้นที่ ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณ&amp;nbsp;และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;และปุ๋ย&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.)&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เม่งฮวด&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.)&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เค.ดี.ซี&amp;nbsp;พืชผล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินการตรวจปรากฎว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&amp;nbsp;และผู้ประกอบการทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งได้มีการแจ้งราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่จัดเก็บ&amp;nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตามแบบ&amp;nbsp;ขพ.01&amp;nbsp;เป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อสั่งการของ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในเรื่องการไม่กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183947152</Link_News></row>
<row _id="284"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยแผนเชิงรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ส่งเสริมสินค้า BCG และ SMEs ไทยสู่ตลาดออนไลน์ในไต้หวัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูษิต&amp;nbsp;รัตนกุล&amp;nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;PChome&amp;nbsp;แพลตฟอร์มอีคอมมิร์ซในไต้หวัน&amp;nbsp;เปิดตัว&amp;nbsp;PChome&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Thaishopping&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เมืองไทเป&amp;nbsp;ประเทศไต้หวัน&amp;nbsp;โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้บริโภคไต้หวันได้โดยตรง&amp;nbsp;เหมาะกับ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ไทยที่ต้องการขยายโอกาสส่งออกสินค้า&amp;nbsp;Made&amp;nbsp;in&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;เข้าสู่ตลาดไต้หวัน&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างหาผู้นำเข้าในไต้หวัน&amp;nbsp;และต้องการทดลองตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้เปิดตัวร้าน&amp;nbsp;TOPTHAI&amp;nbsp;STORE&amp;nbsp;บน&amp;nbsp;PChome&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าประเภท&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;โดยคาดหวังว่าการร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;จะสามารถการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดออนไลน์ของไต้หวันได้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;PChome&amp;nbsp;มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในไต้หวัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันมีสินค้าไทยจำหน่ายอยู่กว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;PChome&amp;nbsp;เห็นถึงศักยภาพของสินค้าไทยที่จะขยายตลาดในไต้หวัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าต่างชาติทีได้รับความนิยมลำดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีการออกแบบอย่างเป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นสากล&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;PChome&amp;nbsp;นำมาวางขายบนเว็บไซต์ออนไลน์&amp;nbsp;และจะมีแผนประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;เพื่อคัดสรรสินค้าไทยที่เป็น&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;Champion&amp;nbsp;ของแต่ละภูมิภาค&amp;nbsp;เพื่อไปจำหน่ายในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ของประเทศไต้หวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195652192</Link_News></row>
<row _id="285"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่มอบวุฒิบัตรผู้ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก  รุ่นที่  2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มอบวุฒิบัติแก่ผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งการจัดอบรมดังกล่าวมีขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากนโยบายจังหวัดกระบี่ได้ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;และผลิตสินค้าชุมชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;เริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานราก&amp;nbsp;ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น&amp;nbsp;ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมผลิตมัดย้อมบาติกในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ทั้งในระดับบุคคล&amp;nbsp;ระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ระดับกลุ่ม&amp;nbsp;ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สามารถพัฒนาผลิตผ้ามัดย้อมบาติก&amp;nbsp;ให้มีจุดเด่นและมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยยึดหลักการพึ่งตนเองของชุมชน&amp;nbsp;และจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือสนับสนุนในด้านความรู้สมัยใหม่&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าชุมชน&amp;nbsp;สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลางต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวปิดการอบรมพร้อมขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ทีมวิทยากร&amp;nbsp;อาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านทุกฝ่าย&amp;nbsp;ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมการผลิตมัดย้อมบาติก&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ขอให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯครั้งนี้&amp;nbsp;ได้นำความรู้ที่ได้รับไปผลิต&amp;nbsp;พัฒนาและต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315181635142</Link_News></row>
<row _id="286"><NewsTitle>คณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดกระบี่ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงต้นแบบการสกัดน้ำมันปาล์ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายราชัน&amp;nbsp;มีน้อย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงต้นแบบการสกัดน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;สหกรณ์นิคมอ่าวลึก&amp;nbsp;อำเภออ่าวลึก&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็กเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพล&amp;nbsp;อดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2528&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงงานสาธิตคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;โดยคณะวิจัยได้ดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรสวนปาล์มที่มีศักยภาพไปทำการออกแบบ&amp;nbsp;สร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก&amp;nbsp;ต่อมาคณะผู้วิจัยได้คัดเลือก&amp;nbsp;สหกรณ์นิคมอ่าวลึก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นสถานที่ทดสอบ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;2529&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้า&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;และพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;ขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ใช้เงินทุนต่ำ&amp;nbsp;ต่อยอดและพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์บริสุทธิ์เพื่อบริโภค&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อบริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อรับทราบปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ของการการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&amp;nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&amp;nbsp;จากนั้นได้สำรวจพื้นที่ขับเคลื่อน&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(SEDZ)&amp;nbsp;ระดับอำเภอในพื้นหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านในยวนแขก&amp;nbsp;ตำบลอ่าวลึกเหนือ&amp;nbsp;อำเภออ่าวลึก&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;66&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกและทำเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315181948143</Link_News></row>
<row _id="287"><NewsTitle>กรมเจ้าท่า เดินหน้าพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรรณชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;บุตรทองดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กรมเจ้าท่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&amp;nbsp;(Cruise&amp;nbsp;Terminal)&amp;nbsp;เกาะสมุย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&amp;nbsp;บริเวณเกาะสมุย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสำราญทางทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันเรือสำราญยังไม่สามารถเข้าเทียบท่าที่เกาะสมุยได้โดยตรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยและไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จึงได้เร่งรัดผลักดันโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่&amp;nbsp;(Cruise&amp;nbsp;Terminal)&amp;nbsp;ที่อำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;บริเวณแหลมหินคม&amp;nbsp;ตำบลตลิ่งงาม&amp;nbsp;อำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทางด้านวิศวกรรม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมและสังคม&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;PPP&amp;nbsp;Net&amp;nbsp;Cost&amp;nbsp;โดยรัฐจะลงทุนในส่วนของค่าเวนคืนที่ดิน&amp;nbsp;ค่างานก่อสร้างโยธาและค่างานระบบภายในอาคารทั้งหมด&amp;nbsp;และให้เอกชนลงทุนในส่วนของอุปกรณ์ประกอบการดำเนินงาน&amp;nbsp;ดำเนินงานและบำรุงรักษาท่าเรือ&amp;nbsp;รวมถึงให้เอกชนมีสิทธ์ในรายได้ของโครงการทั้งหมดเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากรายได้ของโครงการต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนที่เอกชนคาดหวัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เอกชนอาจได้รับการชดเชยผลตอบแทนจากภาครัฐในรูปแบบของเงินสนับสนุนหรือเงินร่วมลงทุน&amp;nbsp;และหากรายได้ของโครงการสูงกว่าอัตราผลตอบแทนที่เอกชนคาดหวัง&amp;nbsp;เอกชนอาจต้องแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐ&amp;nbsp;ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือค่าสัมปทาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความสามารถในการรองรับของท่าเรือสำราญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะสามารถรองรับเรือสำราญได้พร้อมกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เรือสำราญขนาดใหญ่&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เรือสำราญขนาดกลาง&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และรองรับเรือยอร์ชสูงสุด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือเฟอร์รี่สูงสุด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ซึ่งท่าเรือมีขนาดความยาวหน้าท่า&amp;nbsp;362&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ความลึกร่องน้ำ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;อาคารผู้โดยสารบรรจุ&amp;nbsp;3,600&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งโครงการศึกษาและวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่&amp;nbsp;(Cruise&amp;nbsp;Terminal)&amp;nbsp;จะเป็นการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศและสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวให้กระจายเม็ดเงินไปสู่ผู้คนในท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183543149</Link_News></row>
<row _id="288"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครัวเรือนยากจน ตามนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล ในพื้นอำเภอละงู จำนวน 2 ครัวเรือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการศูนย์ขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล&amp;nbsp;(คจพ.จ)&amp;nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นางศุภมาส&amp;nbsp;เหล็นเรือง&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายจรัส&amp;nbsp;บำรุงเสนา&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครัวเรือนยากจน&amp;nbsp;ตามนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ในพื้นอำเภอละงู&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านของ&amp;nbsp;นายอาเสน&amp;nbsp;ลิมาน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ผู้ป่วยเรื้อรัง&amp;nbsp;โรคกระดูกตับเส้น)&amp;nbsp;อาชีพ&amp;nbsp;เกษตรกรปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;107&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบปากน้ำ&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งในครัวเรือน&amp;nbsp;ได้มีกิจกรรมที่ครัวเรือนได้รับการพัฒนา&amp;nbsp;ในด้านการส่งเสริมด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&amp;nbsp;ได้รับการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;และส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นบ้านของ&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;องศารา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาชีพ&amp;nbsp;รับจ้างทั่วไป&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;109&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลปากน้ำ&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;อาศัยอยู่คนเดียว&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมที่ครัวเรือนได้รับการพัฒนา&amp;nbsp;คือการส่งเสริมด้านการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&amp;nbsp;และส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กำหนดนโยบายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้ข้อมูลครัวเรือนตกเกณฑ์ความยากจนจาก&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;และข้อมูลกลุ่มคนที่ตกหล่น&amp;nbsp;จากการสำรวจเพิ่มเติม&amp;nbsp;ในระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยการขับเคลื่อนผ่านศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&amp;nbsp;(ศจพ.จ.)&amp;nbsp;โดยกำหนดให้ดำเนินการใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;การสร้างกลไก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;จำแนกและตรวจสอบข้อมูล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;จัดทำแผนครัวเรือน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4)&amp;nbsp;บันทึกแผนงาน/โครงการ&amp;nbsp;ในระบบ&amp;nbsp;eMENSCR&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5)&amp;nbsp;บูรณาการความช่วยเหลือ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6)&amp;nbsp;การรายงานผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโอกาสนี้&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;มอบชุดถุงธารน้ำใจ&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์&amp;nbsp;ครัวเรือนละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;มอบพันธุ์ไก่ไข่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พันธุ์ปลาดุก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พันธุ์ผักสวนครัว&amp;nbsp;และเครื่องมือทางการเกษตร&amp;nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;มอบเครื่องอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;ให้แก่ทััง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เดินเยี่ยมชมกิจกรรมของครัวเรือน&amp;nbsp;ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200645205</Link_News></row>
<row _id="289"><NewsTitle>จังหวัดตรังลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายชนินทร์&amp;nbsp;ศิริขันตยกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ตรังมาเลเซีย&amp;nbsp;อะโกรเทค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;รักเกษตรภัณฑ์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร้านเคหเกษตรตรัง&amp;nbsp;และอำเภอนาโยง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;คงแก้วพาณิชรุ่งเรือง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรนาโยง&amp;nbsp;โดยผลการตรวจสอบมีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;38,535&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,984&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ว่าจ้าง&amp;nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตันขึ้นไป&amp;nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเดือนถัดไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315201042208</Link_News></row>
<row _id="290"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน ประชุมแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;POC&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปรากฎสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชน&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยให้จังหวัดกำกับดูแล&amp;nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315211819223</Link_News></row>
<row _id="291"><NewsTitle>เที่ยววิถีใหม่ เทศกาลไทสกลรวมเผ่า รากเหง้าเดียวกัน 22-28 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;เตรียมจัดงานเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&amp;nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22-28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เที่ยววิถีใหม่&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;เคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;เทศบาลนครสกลนคร&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;แถลงข่าวจัดงาน&amp;nbsp;เทศกาลไทสกลรวมเผ่า&amp;nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&amp;nbsp;22-28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;(ข้างพิพิธภัณฑ์ภูพาน)&amp;nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชูพงษ์&amp;nbsp;คำจวง&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ทำให้การจัดงานหรือการจัดกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ต้องงดไป&amp;nbsp;แต่เพื่อรองรับกับการให้โรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&amp;nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;จัดงานเทศกาลเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&amp;nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&amp;nbsp;22-28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพิธีกรรม&amp;nbsp;วิถีชีวิตของ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนเผ่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เชื้อชาติ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ไทญ้อ&amp;nbsp;ผู้ไท&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;โย้ย&amp;nbsp;โส้&amp;nbsp;กะเลิง&amp;nbsp;โซ่ทะวึง&amp;nbsp;บรู&amp;nbsp;ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&amp;nbsp;และเชื้อสายจีน&amp;nbsp;นิทรรศการภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน&amp;nbsp;การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจากชนเผ่า&amp;nbsp;การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากชุมชน&amp;nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเป็นการจัดงานแบบเที่ยววิถีใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ร่วมงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;มีการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;พร้อมกำหนดให้มีเจลแอลกอฮอล์ไว้ทุกร้านค้า&amp;nbsp;จัดจุดคัดกรองทางเข้า-ออก&amp;nbsp;ของงาน&amp;nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และชาวจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;ร่วมงานเทศกาลไทสกลรวมเผ่า&amp;nbsp;รากเหง้าเดียวกัน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22-28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;(ข้างพิพิธภัณฑ์ภูพาน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สกลนคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316015231261</Link_News></row>
<row _id="292"><NewsTitle>แตงโม ผลไม้ ดับกระหายช่วงหน้าร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาแล้วผลไม้หน้าร้อน&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;ที่ประชาชนนิยมเลือกซื้อไปรับประทาน&lt;/strong&gt;&lt;em&gt;&amp;nbsp;เพื่อแก้กระหาย&lt;/em&gt;&amp;nbsp;&lt;em&gt;ดับร้อน&amp;nbsp;&lt;/em&gt;และยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ร้านขายแตงโมตอปิโด&amp;nbsp;นิกอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โสรยาร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ริมถนนทางเข้าเมืองยะลา&amp;nbsp;ที่มีแตงโมลูกเล็ก&amp;nbsp;ลูกใหญ่&amp;nbsp;จำนวนมาก&amp;nbsp;มีประชาชน&amp;nbsp;แวะเวียนมาเลือกซื้อแตงโมกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;บางคนก็ซื้อลูกเดียวบางคนอยู่หลายคนก็ซื้อหลายลูก&amp;nbsp;ซึ่งราคาตอนนี้ก็ไม่แพง&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องพูดถึง&amp;nbsp;เนื้อแดง&amp;nbsp;แน่น&amp;nbsp;หนา&amp;nbsp;หวานอร่อยตามพันธุ์ของตอปิโด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางเจ้าของร้าน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ทุกปีพอถึงช่วงแตงโม&amp;nbsp;ในหน้าร้อน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก็จะไปรับซื้อแตงโมพันธุ์ตอปีโด&amp;nbsp;จากสวนของชาวบ้านที่&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาขาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;คัดเองเก็บเองเป็นแตงโมปลอดสารพิษสดจากสวนตากใบ&amp;nbsp;ซึ่งมีปลูกแตงโมกันมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนปีนี้&amp;nbsp;ก็ขายมาได้สองสามเดือนแล้ว&amp;nbsp;ตั้งแต่ราคามาแรกๆ&amp;nbsp;กก.ละ15-18&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตอนนี้เหลือ&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ที่ผ่าน&amp;nbsp;มาน้ำท่วมด้วย&amp;nbsp;ทำให้ราคาลง&amp;nbsp;พอหลังจากนี้เข้าหน้าร้อนก็จะแพงขึ้นอีก&amp;nbsp;ส่วนผลผลิตปีนี้จะมีน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;รับมาครั้งหนึ่งเป็นตัน&amp;nbsp;ขายสองสามวันหมดก็จะไปรับมาใหม่&amp;nbsp;แต่เดี๋ยวนี้คนซื้อจะไม่ค่อยมากเท่าไหร่&amp;nbsp;ไม่เหมือนเมื่อก่อนมีมาก&amp;nbsp;ส่วนใหญ่คนที่มาซื้อก็จะมีทั้ง&amp;nbsp;คนทำงาน&amp;nbsp;ชาวบ้านทั่วไปที่ผ่านไปมาก็จะแวะซื้อ&amp;nbsp;อยู่ตรงสามแยกพอดี&amp;nbsp;ราคาไม่แพง&amp;nbsp;ลูกค้าที่ซื้อประจำก็จะรู้&amp;nbsp;ขายทั้งปลีก&amp;nbsp;และส่งด้วย&amp;nbsp;รายได้ก็พออยู่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ชอบทาน&amp;nbsp;แตงโมตอปิโด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็สามารถแวะเวียนไปอุดหนุน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แยกเตาปูนท่าสาป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งร้านจะตั้งอยู่ตรงหัวมุม&amp;nbsp;เปิดขายตั้งแต่&amp;nbsp;07.30&amp;nbsp;น.ไปจนถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทุ่ม&amp;nbsp;ทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090319269</Link_News></row>
<row _id="293"><NewsTitle>ธอส. เตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท จัดทำโครงการบ้านอยู่ดีมีสุข ครอบครัว อสม. </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;ศิริไล&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธอส.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;(อสม.)&amp;nbsp;ที่มีส่วนในการช่วยดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;เตรียมวงเงิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อจัดทำ&amp;nbsp;"โครงการบ้านอยู่ดีมีสุขครอบครัว&amp;nbsp;อสม."&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;ที่มีที่ดินปลอดภาระหนี้&amp;nbsp;เพื่อก่อสร้างบ้านตามแบบบ้านของสถาบันประชาชนเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน&amp;nbsp;วงเงินต่อรายไม่เกิน&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;1.99&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;นาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;กรณีกู้&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง&amp;nbsp;2,900&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;พร้อมฟรี&amp;nbsp;ค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้&amp;nbsp;ค่าประเมินราคาหลักประกัน&amp;nbsp;ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง&amp;nbsp;เพียงยื่นกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมาชิก&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;ที่ต้องการขอสินเชื่อดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะต้องลงทะเบียนแสดงความจำนงที่ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;ในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมแสดงเอกสารประกอบการขอสินเชื่อและบัตรประจำตัว&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;รวมถึงแบบบ้าน&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;ที่มีให้เลือก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093745278</Link_News></row>
<row _id="294"><NewsTitle>ร้านกาแฟติ๋มซำ อาหารชื่อดังของเมืองตรัง ห่วงปัญหาแก๊สหุงต้มที่จะปรับขึ้นราคาอีก ซ้ำเติมความเดือดร้อนในหลายๆ ด้าน เพราะแต่ละวันต้องใช้แก๊สจำนวนมาก เพื่อนึ่ง ต้ม ทอด อาหารเช้า ขายลูกค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บรรยากาศร้านอาหารร้านกาแฟติ๋มซำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาหารชื่อดังของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยที่ร้านภาสินีในเขตเทศบาลนครตรัง&amp;nbsp;ซึ่งหนาแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางไปรับประทานกันตั้งแต่เช้า&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นางธนาภา&amp;nbsp;โพธิ์วิจิตร&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าของร้านออกมาระบุว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือหลังจากนั้นอาจจะมีการปรับสูงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;ซึ่งไม่ว่าจะปรับขึ้นมากหรือปรับขึ้นน้อย&amp;nbsp;จะยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนให้แก่พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารทั้งสิ้น&amp;nbsp;เพราะขณะนี้เครื่องปรุง&amp;nbsp;หรือวัตถุดิบทุกชนิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;น้ำปลา&amp;nbsp;ถุงพลาสติก&amp;nbsp;น้ำตาล&amp;nbsp;หรือของใช้จำเป็น&amp;nbsp;มีการปรับราคาแพงขึ้นทุกอย่างแล้ว&amp;nbsp;แต่หากยังจะมีการปรับราคาแก๊สขึ้นอีกก็จะยิ่งเดือดร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปกติร้านกาแฟติ๋มซำจะต้องใช้แก๊สหลายถัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพราะต้องนึ่ง&amp;nbsp;ต้องต้ม&amp;nbsp;ต้องทอด&amp;nbsp;ตลอดเวลา&amp;nbsp;อย่างที่ร้านนภาสินี&amp;nbsp;จะใช้แก๊สวันละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ถังพร้อมกัน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นถังใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ราคาแก๊สถังเล็ก&amp;nbsp;อยู่ที่ถังละ&amp;nbsp;350&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนถังใหญ่&amp;nbsp;อยู่ที่ถังละ&amp;nbsp;1,080&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจะต้องทำการเปลี่ยนทุกๆ&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จึงต้องเสียค่าแก๊สหุงต้มเดือนละกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และหากปรับราคาจะยิ่งทำให้เดือดร้อน&amp;nbsp;ขณะที่ราคาอาหารยังไม่ปรับขึ้นอย่างใด&amp;nbsp;แต่หากมีการปรับราคาแก๊สขึ้นไปอีก&amp;nbsp;ทางร้านค้าก็อาจจะต้องพิจารณาปรับราคาอาหารตามไปด้วย&amp;nbsp;เพราะไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ได้&amp;nbsp;ด้วยการดูแลควบคุมราคาสินค้า&amp;nbsp;หรือตรึงราคาสินค้า&amp;nbsp;อย่าให้มีการปรับขึ้น&amp;nbsp;เพราะจะทำให้ได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316102720303</Link_News></row>
<row _id="295"><NewsTitle>พาณิชย์ลำปาง หนุนร้านอาหารยกระดับอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ผ่านตราสัญลักษณ์ Thai Select</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเยาวเรศ&amp;nbsp;แซ่โค้ว&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวกรรณิการ์&amp;nbsp;ศรีวงค์มูล&amp;nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และรับสมัครร้านอาหารเพื่อขอรับตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Select&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านอาหารโฮม&amp;nbsp;แอท&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;และร้าน&amp;nbsp;มาเมซอง&amp;nbsp;การ์เดนท์&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ได้ยื่นสมัครเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Thai&amp;nbsp;SELECT&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ในการรับรองร้านอาหารไทย&lt;/strong&gt;ที่มีวิธีการปรุงและรสชาติไทยที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการและให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานอาหารไทยทั้งด้านการใช้วัตถุดิบของไทย&amp;nbsp;รสชาติ&amp;nbsp;ความสะอาด&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;และบรรยากาศภายในร้าน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามารับบริการจะได้สัมผัสรสชาติอาหารแบบไทยแท้&amp;nbsp;ตามเจตนารมณ์ของตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;SELECT&amp;nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากร้านอาหารไทยที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5426&amp;nbsp;5022&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316102259302</Link_News></row>
<row _id="296"><NewsTitle>กรมท่าอากาศยาน ประสานสายการบินนกแอร์ เร่งชี้แจงผู้โดยสารกรณียกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง-เบตง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปริญญา&amp;nbsp;แสงสุวรรณ&amp;nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงกรณีสายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ล่าสุดกรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวโดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ยืนยันว่ามีความพร้อมและจะทำการบินเส้นทางดังกล่าวแน่นอน&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ได้ยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดด้านการวางแผนการตลาด&amp;nbsp;จึงต้องมีการทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สายการบินจะทำการบินไฟลท์โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&amp;nbsp;(Influencer&amp;nbsp;Flight)&amp;nbsp;โดยจะเชิญนักข่าว&amp;nbsp;Youtuber,&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Media,&amp;nbsp;Influencer&amp;nbsp;และบริษัททัวร์&amp;nbsp;ซึ่งสายการบินนกแอร์จะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;อีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางชดเชยผู้โดยสาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้ทำการซื้อบัตรโดยสาร&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สายการบินจะทำการคืนเงินค่าโคยสารเต็มจำนวน&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งค่าชดเชยการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;อีกรายละ&amp;nbsp;1,200.-&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานจะได้ประสานและติดตามกับสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ถึงแนวทางการปฏิบัติและรายละเอียดต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110449333</Link_News></row>
<row _id="297"><NewsTitle>แนะนำวิธีขับขี่ให้ประหยัดน้ำมัน ลดภาระค่าใช้จ่าย ยืดอายุการใช้งานรถยนต์ ลดมลพิษทางอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสกสม&amp;nbsp;อัครพันธุ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และโฆษกกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบกขอแนะนำวิธีขับขี่รถที่จะช่วยประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นวิธีง่ายๆ&amp;nbsp;ที่เจ้าของรถสามารถทำได้ทันที&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ควรใช้ความเร็วคงที่ประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;-&amp;nbsp;90&amp;nbsp;กิโลเมตร/ชั่วโมง&amp;nbsp;และควรใช้เกียร์ที่เหมาะสมเพื่อมิให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป&amp;nbsp;ไม่ควรเบิ้ล&amp;nbsp;กระชาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลากเครื่องยนต์&amp;nbsp;จะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว&amp;nbsp;ยังทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เกิดเป็นมลพิษ&amp;nbsp;หรือในกรณีเครื่องยนต์ดีเซลก็จะทำให้เกิดควันดำ&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในอากาศอีกด้วย&amp;nbsp;และไม่ควรเร่งรถ&amp;nbsp;หรือเบรกกะทันหัน&amp;nbsp;หมั่นเติมลมยางตามกำหนดที่คู่มือรถแนะนำ&amp;nbsp;บรรทุกสัมภาระเท่าที่จำเป็น&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;หากมีสัมภาระที่ไม่จำเป็นก็ควรจะนำออกจากรถ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เจ้าของรถควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;หมั่นทำความสะอาด&amp;nbsp;หรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง&amp;nbsp;กรองน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา&amp;nbsp;หรือเปลี่ยนเร็วกว่ากำหนดสำหรับรถที่ใช้งานหนัก&amp;nbsp;เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด&amp;nbsp;ตรวจเช็กและปรับตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นละอองและมีแรงดันตามที่ผู้ผลิตกำหนด&amp;nbsp;ปรับตั้งปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและตั้งจังหวะการฉีดเชื้อเพลิงให้ถูกต้อง&amp;nbsp;เพื่อยืดเวลาการใช้งานรถยนต์ออกไปให้ยาวขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งวิธีการต่างๆ&amp;nbsp;เหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการค่าบำรุงรักษารถและลดค่าเชื้อเพลิงให้กับเจ้าของรถได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;ทั้งยังช่วยลดมลพิษทางอากาศอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110836337</Link_News></row>
<row _id="298"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ขับเคลื่อนกิจกรรม ตลาดนัดชุมชน คนสตูล (ครั้งที่ 4) เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณลานจอดรถหน้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเลขาคณะอนุกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดสตูล&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;และเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;จัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;คนสตูล&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;และส่งเสริมช่องทางการตลาด&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ผู้ผลิตสินค้าชุมชนในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมพบปะให้กำลังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภายในงานฯ&amp;nbsp;มีการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จากอำเภอต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สินค้าจากกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;และผลผลิตจากสัมมาชีพชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งมีการสาธิตอาชีพทำขนมปากหม้อ&amp;nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอมะนัง&amp;nbsp;ให้ได้ชิมฟรีอีกด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;คนสตูล&amp;nbsp;กำหนดเปิดให้บริการเดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในทุกวันพุธที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของเดือน&amp;nbsp;จนถึงเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316114654357</Link_News></row>
<row _id="299"><NewsTitle>ชาวเบตงมั่นใจ สายการบินจะกลับมาเปิดให้บริการในเร็ววัน รองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ระบุ ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ขณะที่สายบิน เตรียมบินไฟล์ท สื่อ ANGENCY โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง 18มี.ค. นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวเบตงมั่นใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สายการบินจะกลับมาเปิดให้บริการในเร็ววัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;ระบุ&amp;nbsp;ช่วงเทศกาลจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก&amp;nbsp;ขณะที่สายบิน&amp;nbsp;เตรียมบินไฟล์ท&amp;nbsp;สื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ANGENCY&amp;nbsp;&amp;nbsp;โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&amp;nbsp;18มี.ค.&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค,65)จากกรณี&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้&amp;nbsp;ยกเลิกเที่ยวบิน&amp;nbsp;เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;ในวันพุธที่&amp;nbsp;16และวันศุกร์&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หลังเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้ไม่นาน&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;ที่เคาน์เตอร์นกแอร์ภายในท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ได้หยุดให้บริการ&amp;nbsp;ทำให้ผู้ที่เปิดจองตั๋วล่วงหน้า&amp;nbsp;ได้มีการติดสอบถามไปสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายบริพัทร&amp;nbsp;คงคา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หนึ่งในผู้ที่มีความตั้งใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จะจองตั๋วเพื่อใช้บริการสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โดยส่วนตัวมีความตั้งใจในการที่ใช้บริการของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เพื่อเดินทางได้เข้าไปจองในระบบของ&amp;nbsp;ปรากฎว่า&amp;nbsp;ทางสายการบินแจ้งกลับมา&amp;nbsp;กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเส้นทาง&amp;nbsp;ก็เข้าใจว่าเป็นช่วงแรกๆ&amp;nbsp;ของการให้บริการ&amp;nbsp;อาจจะมีปัญหา&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเพื่อนๆในกลุ่ม&amp;nbsp;line&amp;nbsp;ที่อยู่กรุงเทพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้จองไปแล้ว&amp;nbsp;ทางสายการบินโทรแจ้งยกเลิก&amp;nbsp;และได้ทำเรื่องขอเงินคืน&amp;nbsp;แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย&amp;nbsp;โดนส่วนตัวคิดว่า&amp;nbsp;มีคนที่จะใช้บริการ&amp;nbsp;ถ้าเป็นช่วงเทศกาลน่าจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;สายการบินก็ไม่อยากประสบปัญหาขาดทุน&amp;nbsp;ส่วนเรื่องของราคา&amp;nbsp;คิดว่า&amp;nbsp;ชาวเบตงเฉพาะกลุ่ม&amp;nbsp;พร้อมใช้บริการ&amp;nbsp;แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด&amp;nbsp;คนที่มีความพร้อมรับได้&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;จองไม่ได้ก็ไม้รู้จะทำอย่างไร&amp;nbsp;ซึ่งต่อไปคิดว่า&amp;nbsp;การใช้บริการโดยสายการบินน่าจะดีขึ้น&amp;nbsp;แต่ต้องใช้เวลา&amp;nbsp;เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เบตง&amp;nbsp;ในเรื่องของการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่บรรยากาศในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;เศรษฐกิจในพื้นที่&lt;/strong&gt;ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีการจับจ่ายซื้อของตามปกติ&amp;nbsp;ล่าสุดทางเพจของนกแอร์&amp;nbsp;มีการประกาศแจ้งผ่านเพจว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะมีบินอีกไฟล์ท&amp;nbsp;สำหรับสื่อ&amp;nbsp;ANGENCY&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;นกแอร์ช่วยสนับสนุนฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิบูลย์&amp;nbsp;ว่องศรีอุดมพร&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การยกตั๋วเที่ยวบินผู้โดยสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบตง-ดอนเมือง&amp;nbsp;คาดว่าไม่คุ้มทุนของทางสายการบิน&amp;nbsp;ที่มียอดการจองตั๋วน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะจาก&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;รวมทั้งสภาพอากาศในพื้นที่เบตงมีทั้งฝนตก&amp;nbsp;ส่งผลถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;อยากเชิญชวนมาเที่ยวเบตงกัน&amp;nbsp;คาดว่าถ้าเป็น&amp;nbsp;ช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;เชงแม้ง&amp;nbsp;เทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;ตรุษจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งการเปิดประเทศ&amp;nbsp;ก็จะทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้นประชาชนจะใช้ทางเลือกในการเดินทางโดยการบินมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งล่าสุด&amp;nbsp;ทางกรมท่าอากาศยานประสานสายการบินนกแอร์&lt;/strong&gt;เร่งชี้แจงผู้โดยสารกรณียกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง-เบตง&amp;nbsp;ตามที่สายการบินนกแอร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดอนเมือง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;กรมท่าอากาศยานได้ประสานกับสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สายการบินนกแอร์ยืนยันว่ามีความพร้อมและจะทำการบิน&lt;/strong&gt;เส้นทางดังกล่าวแน่นอน&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ได้ยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดด้านการวางแผนการตลาด&amp;nbsp;จึงต้องมีการทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;สายการบินจะทำการบินไฟลท์โปรโมตการท่องเที่ยวเบตง&amp;nbsp;(Influencer&amp;nbsp;Flight)&amp;nbsp;โดยจะเชิญนักข่าวYoutuber,&amp;nbsp;&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Media,&amp;nbsp;Influencer&amp;nbsp;และบริษัททัวร์&amp;nbsp;ซึ่งสายการบินนกแอร์จะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางชดเชยผู้โดยสารที่ได้ทำการซื้อบัตรโดยสารเส้นทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สายการบินจะทำการคืนเงินค่าโคยสารเต็มจำนวน&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งค่าชดเชยการแจ้งยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;อีกรายละ&amp;nbsp;1,200.-&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยกรมท่าอากาศยานจะได้ประสานและติดตามกับสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ถึงแนวทางการปฏิบัติและรายละเอียดต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำรวจความต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316120141364</Link_News></row>
<row _id="300"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอิฐสราชัย&amp;nbsp;ลำพา&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางวรรณภา&amp;nbsp;เอ็นดู&amp;nbsp;ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ลงพื้นที่ออกติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;(OPOAI&amp;nbsp;-&amp;nbsp;C)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนโคขุนกาบเชิงเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;ตั้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;168&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.กาบเชิง&amp;nbsp;อ.กาบเชิง&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อโคขุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316115216359</Link_News></row>
<row _id="301"><NewsTitle>ผวจ.นครศรีธรรมราช กำชับทุกฝ่ายคุมเข้มการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารสัตว์และปุ๋ย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมราชสีห์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยมีนายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยงาน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมผ่านระบบ&amp;nbsp;zoom&amp;nbsp;เพื่อให้นายอำเภอและผู้เกี่ยวข้องทั้ง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;อำเภอได้สอบถามข้อข้องใจ&amp;nbsp;และรับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติดังกล่าวพร้อมกันด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อร่วมกำหนดแนวการปฏิบัติและบูรณาการความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุน&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่&amp;nbsp;เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้กำชับให้มีการดำเนินการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;คือการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;การป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;และการขอความร่วมมือเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบาย&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและส่งผลให้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316114922358</Link_News></row>
<row _id="302"><NewsTitle>พาณิชย์ฯขอนแก่น ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โรงงานอาหารสัตว์ขอนแก่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุระชัย&amp;nbsp;วิชาชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ของสถานประกอบการ&amp;nbsp;บมจ.ซีพีเอฟ&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;โรงงานอาหารสัตว์ขอนแก่น&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;555&amp;nbsp;ถนนมิตรภาพ&amp;nbsp;ตำบลท่าพระ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในสต็อก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16,945&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการได้มีการแจ้งแบบรายงาน&amp;nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;สถานการณ์การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ราคาโรงงานรับซื้อ&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;12.75&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปริมาณการรับซื้อ&amp;nbsp;ประมาณวันละ&amp;nbsp;200-300&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งโรงงานมีความต้องการวันละประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;ให้ตรวจสอบติดตามสถานการณ์วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งมีสภาวะขาดแคลนและปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เพื่อควบคุมด้านราคาและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316131608386</Link_News></row>
<row _id="303"><NewsTitle>ไลฟ์อย่างไร ให้ได้ล้าน เสริมเทคนิคเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทศพล&amp;nbsp;ทังสุบุตร&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;จัดอบรมหลักสูตรOne&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Million&amp;nbsp;ไลฟ์อย่างไร&amp;nbsp;ให้ได้ล้าน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;มีการเพิ่มวิธีการไลฟ์สดในการขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น&amp;nbsp;เสริมเทคนิคการสร้างยอดขายและแนวทางการเตรียมตัวสำหรับมือใหม่&amp;nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การเตรียมความพร้อมสำหรับการไลฟ์&amp;nbsp;เทคนิคการสร้าง&amp;nbsp;Content&amp;nbsp;สร้างตัวตนให้กับธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การอบรมจะมุ่งเน้นส่งเสริมสร้างองค์ความรู้และเทคนิค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;"ไลฟ์ขายของ"&amp;nbsp;หรือการ&amp;nbsp;"ถ่ายทอดสด"&amp;nbsp;บนโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ค้าออนไลน์มีโอกาสได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเรียลไทม์&amp;nbsp;นับเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า&amp;nbsp;โดยเฉพาะการไลฟ์ขายของ&amp;nbsp;ที่เป็นวิธีการสื่อสารที่ได้ผลดีมากกว่าการขายของบนเว็บไซต์&amp;nbsp;เพราะสามารถอธิบายสินค้า&amp;nbsp;พูดคุยโน้มน้าวให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ในขณะนั้น&amp;nbsp;มีผลดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้นทันที&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;1570&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.dbd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.dbd.go.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191920599</Link_News></row>
<row _id="304"><NewsTitle>ททท.สำนักงานเพชรบุรี  เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี  โชคดีมีสุข Lucky Day Music Festival</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวชมพู&amp;nbsp;มฤศโชติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ททท.สำนักงานเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;กำหนดจัดเทศกาลดนตรี&amp;nbsp;โชคดีมีสุข&amp;nbsp;Lucky&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ภายใต้รูปแบบการจัดงาน&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ&amp;nbsp;และการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Event&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึงก่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม&amp;nbsp;กำหนดเปิดงานในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;การแสดงดนตรีศิลปิน&amp;nbsp;นิว-จิ๋ว&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;19-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ชมกิจกรรมออกบูทภายในงาน&amp;nbsp;การแสดงวงดนตรีท้องถิ่น&amp;nbsp;การแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;INSTINCT&amp;nbsp;ศิลปิน&amp;nbsp;สงกรานต์&amp;nbsp;รังสรรค์&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานช๊อปสินค้าครบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ร่วมลุ้นโชคกับรางวัลกิจกรรมสอยดาว&amp;nbsp;สนุกกับศิลปินชั้นนำที่ชื่นชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือหลักฐานการตรวจเชื้อโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;Antigen&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;Kit&amp;nbsp;(ATK)&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;Safe&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Fun&amp;nbsp;with&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316151833468</Link_News></row>
<row _id="305"><NewsTitle>ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเตรียมพร้อม เปิดด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก  ไทย -กัมพูชา ครั้งใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวิยะดา&amp;nbsp;ซวง&amp;nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยถึงความพร้อมของผู้ประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;อ.คลองใหญ่&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;กับทิศทางการเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;95%&amp;nbsp;อยากให้เปิด&amp;nbsp;ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;หลังจากปิดไปเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;เป็นเวลากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;รัฐบาลมีการปิดเส้นทางเข้าประเทศ&amp;nbsp;ในบางพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าวนี้สร้างความหวังแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ของ&amp;nbsp;อ.คลองใหญ่&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;โดยนางวิยะดา&amp;nbsp;ซวง&amp;nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&amp;nbsp;มีการสำรวจชายแดนในส่วนของ&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้พยายามผลักดัน&amp;nbsp;และได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐเป็นอย่างดี&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสในอนาคตอันใกล้นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเปิดแดนครั้งใหม่&amp;nbsp;ได้มีการทำประชาคมในภาคธุรกิจในพื้นที่&amp;nbsp;อ.คลองใหญ่&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;95%&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความพร้อมและมีความต้องการให้เปิดด่าน&amp;nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลจะออกมาตรการอย่างไรที่จะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งระหว่างนี้ผู้ประกอบการเอง&amp;nbsp;มีความพร้อมและดำเนินการในเรื่อง&amp;nbsp;มาตรการโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;มีระบบการตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ที่มีมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ความพร้อมของมาตรการ&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;ของสถานประกอบการ&amp;nbsp;ในส่วนของทางภาครัฐ&amp;nbsp;มองว่าทิศทางการทำงาน&amp;nbsp;ก็เหมือนอย่างที่เคยทำมา&amp;nbsp;เพียงแต่พิ่มเติมในส่วนของการควบคุมโรคที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ&amp;nbsp;การเข้าออกของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ถ้าถามว่าวันนี้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่&amp;nbsp;มีความพร้อม&amp;nbsp;อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆ&amp;nbsp;อย่างในพื้นที่เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุนิสา&amp;nbsp;สังข์ทอง&amp;nbsp;สวท.ตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316172533545</Link_News></row>
<row _id="306"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;และอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ว่าจ้าง&amp;nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตันขึ้นไป&amp;nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเดือนถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลการตรวจสต็อก&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.&amp;nbsp;รัษฎา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรรัษฎา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;บวรฟาร์ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เรืองตรัง&amp;nbsp;คลังเกษตร&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.วังวิเศษ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ร้านน้องใหม่เคมีการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ร้านเพื่อนแท้การเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังวิเศษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33,540&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;148&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&amp;nbsp;ออกสินค้า&amp;nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&amp;nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&amp;nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างล่าช้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ห้ามมิให้กักตุนสินค้า&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรังได้จัดทำแผนการตรวจบูรณาการสต็อก&lt;/strong&gt;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&amp;nbsp;และข้าวโพดอาหารสัตว์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152529477</Link_News></row>
<row _id="307"><NewsTitle>ดร.เอก จับมือ SME D Bank เตรียมสินเชื่อ 2,000 ล้าน ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุนโครงการ เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เอก&amp;nbsp;จับมือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;เตรียมสินเชื่อ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หนุนโครงการ&amp;nbsp;เบตงหมื่นล้าน&amp;nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&amp;nbsp;หนุนสร้างงานสร้างรายได้&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&amp;nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง&lt;/strong&gt;และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ&lt;/strong&gt;ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินเชื่อ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;Re-Start&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&amp;nbsp;ลงทุน&amp;nbsp;ขยาย&amp;nbsp;ปรับปรุงกิจการ&amp;nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&amp;nbsp;5.5%&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&amp;nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&amp;nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการ&amp;nbsp;มีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&amp;nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&amp;nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.บริเวณ&amp;nbsp;Skywalk&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.บริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;หรือกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;GPP&amp;nbsp;(Gross&amp;nbsp;Provincial&amp;nbsp;Product)&amp;nbsp;โตขึ้นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศักยภาพของอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&amp;nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และระบบนิเวศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&amp;nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&amp;nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;สามารถยกระดับมาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งการผลิตและบริการ&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างประโยชน์&amp;nbsp;เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;จากศักยภาพของ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่มีจุดเด่น&amp;nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&amp;nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และล่าสุด&amp;nbsp;สนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&amp;nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และใกล้เคียง&amp;nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคาร&lt;/strong&gt;เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&amp;nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&amp;nbsp;แพ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&amp;nbsp;ห้องพัก&amp;nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&amp;nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&amp;nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&amp;nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316153800486</Link_News></row>
<row _id="308"><NewsTitle>ปธ.คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ จับมือ SME D Bank เตรียมสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุน เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จับมือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;เตรียมสินเชื่อ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หนุนโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบตงหมื่นล้าน&amp;nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&amp;nbsp;สร้างงานสร้างรายได้&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&amp;nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กับนางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินเชื่อ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;Re-Start&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&amp;nbsp;ลงทุน&amp;nbsp;ขยาย&amp;nbsp;ปรับปรุงกิจการ&amp;nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&amp;nbsp;5.5%&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&amp;nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&amp;nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการมีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&amp;nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&amp;nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&amp;nbsp;ในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;Skywalk&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และบริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&amp;nbsp;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;หรือกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GPP&amp;nbsp;(Gross&amp;nbsp;Provincial&amp;nbsp;Product)&amp;nbsp;โตขึ้นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศักยภาพของอำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&amp;nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และระบบนิเวศ&amp;nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&amp;nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&amp;nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถยกระดับมาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งการผลิตและบริการให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;จากศักยภาพของ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่มีจุดเด่น&amp;nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&amp;nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&amp;nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&amp;nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp;และล่าสุดสนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&amp;nbsp;อ.เบตงยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&amp;nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และใกล้เคียง&amp;nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตัวอย่างหนึ่งจับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แพ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&amp;nbsp;ห้องพัก&amp;nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&amp;nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&amp;nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&amp;nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากฯ&amp;nbsp;ดร.เอก&amp;nbsp;จับมือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;เตรียมสินเชื่อ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;หนุนโครงการ&amp;nbsp;เบตงหมื่นล้าน&amp;nbsp;ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;ยกระดับธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;รองรับการท่องเที่ยวเติบโต&amp;nbsp;สร้างงานสร้างรายได้&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก&amp;nbsp;หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินเชื่อ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;Re-Start&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&amp;nbsp;ลงทุน&amp;nbsp;ขยาย&amp;nbsp;ปรับปรุงกิจการ&amp;nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&amp;nbsp;5.5%&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&amp;nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&amp;nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการมีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&amp;nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&amp;nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&amp;nbsp;ในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;Skywalk&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และบริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&amp;nbsp;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;หรือกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GPP&amp;nbsp;(Gross&amp;nbsp;Provincial&amp;nbsp;Product)&amp;nbsp;โตขึ้นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศักยภาพของอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&amp;nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และระบบนิเวศ&amp;nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&amp;nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&amp;nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถยกระดับมาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งการผลิตและบริการให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;จากศักยภาพของ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่มีจุดเด่น&amp;nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&amp;nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&amp;nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&amp;nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp;และล่าสุดสนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&amp;nbsp;อ.เบตงยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&amp;nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และใกล้เคียง&amp;nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&amp;nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&amp;nbsp;แพ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&amp;nbsp;ห้องพัก&amp;nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&amp;nbsp;เพิ่มความสะดวกสบาย&amp;nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&amp;nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316160902507</Link_News></row>
<row _id="309"><NewsTitle>20 ผลิตภัณฑ์ชุมชนของแม่ฮ่องสอน ผ่านการพิจารณารับรองผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชุมชนตามเกณฑ์ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;และรับรองผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ชุมชนตามเกณฑ์&amp;nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภทอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ถั่วลายเสือคั่วกรอบ&amp;nbsp;ของนางยุพิน&amp;nbsp;รัตซ้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภทของใช้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ของตกแต่งและของที่ระลึก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า&amp;nbsp;ของกลุ่มผลิตภัณฑ์จากชนเผ่าลีชอ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้า&amp;nbsp;ของกลุ่มสตรีบ้านไทรงาม&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&amp;nbsp;ชนิดแบบมีลวดลาย&amp;nbsp;(เข็มกลัดเงินรูปดอกไม้)&amp;nbsp;ของกลุ่มเครื่องเงินละว้าบ้านละอุบ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&amp;nbsp;ชนิดแบบมีลวดลาย&amp;nbsp;(กำไลข้อมือ)&amp;nbsp;ของกลุ่มเครื่องเงินพรพระคุณไทย&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน&amp;nbsp;ชนิดแบบเรียบ&amp;nbsp;(แหวนเงิน)&amp;nbsp;ของนายธนพัต&amp;nbsp;กมลรัตนะ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดมือ&amp;nbsp;(ตุ๊กตาชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว)&amp;nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านป่าปุ๊&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จานกาบหมาก&amp;nbsp;ของกลุ่มสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ย่าม&amp;nbsp;ของกลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงห้วยไก่ป่า&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ย่าม&amp;nbsp;ของนางสาววัสสา&amp;nbsp;วาสนวงษ์&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ย่าม&amp;nbsp;ของกลุ่มทอผ้าแบวา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลิตภัณฑ์เสื้อไต&amp;nbsp;ของนายโยธิน&amp;nbsp;ปัญญา&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ&amp;nbsp;ของกลุ่มอาชีพทอผ้าฝ้ายสีย้อมธรรมชาติบ้านป่าปุ๊&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&amp;nbsp;ประเภทชุดติดกัน&amp;nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนร้านครูสมศรี&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&amp;nbsp;ประเภทกางเกง&amp;nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนร้านครูสมศรี&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้านุ่งป้าย&amp;nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมผ้าตำบลปางหมู&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปหญิง&amp;nbsp;ประเภทชุดติดกัน&amp;nbsp;ของกลุ่มหัตถกรรมผ้า&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าขนแกะ&amp;nbsp;ของกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วย&amp;nbsp;เสื้อกะเหรี่ยงหญิง&amp;nbsp;ของกลุ่มทอผ้าแบวา&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ&amp;nbsp;ของกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316162510514</Link_News></row>
<row _id="310"><NewsTitle>สำนักงานพื้นที่พิเศษเลยลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพื้นที่พิเศษเลย&amp;nbsp;(อพท.5)&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;ตลอดจนชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;ทำให้การสำรวจเส้นทางเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยการสำรวจเส้นทางได้ลงพื้นที่ท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง&amp;nbsp;เก็บข้อมูล&amp;nbsp;ข้อดี&amp;nbsp;ข้อเสีย&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&amp;nbsp;ในแต่ละเส้นทางทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ทำให้เกิดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่พิเศษเลย&amp;nbsp;โดยมีแหล่งท่องเที่ยวเดิม&amp;nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;ให้เกิดการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดทางการตลาด&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดรายในชุมชน&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการรับรู้&amp;nbsp;พัฒนาต่อยอดส่งต่อเส้นทางให้กับผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่จุดชมวิวสกายวอล์คภูพระใหญ่คกงิ้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธรรมชาติสร้างสรรค์&amp;nbsp;ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาทางอำเภอนาแห้ว&amp;nbsp;ด่านซ้าย&amp;nbsp;พื้นที่ป่าต้นน้ำมีฝนตกลงมา&amp;nbsp;ทำให้สีน้ำของแม่น้ำเหืองจะเข้มมาก&amp;nbsp;ยิ่งเวลาไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน&amp;nbsp;ยิ่งจะเห็นความแตกต่างอย่างมาก&amp;nbsp;จุดชมวิวสกายวอล์คภูพระใหญ่คกงิ้ว&amp;nbsp;มีแม่น้ำสองสายสำคัญกั้นพรมแดนไทย&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดแรกที่ลำน้ำโขงเข้าแผ่นดินอีสาน&amp;nbsp;มีลำน้ำเหืองไหลมาบรรจบเห็นเป็นสองสีได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลาเที่ยงวัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;"ปากเหือง"&amp;nbsp;จุดที่แม่น้ำสองสายสำคัญ&amp;nbsp;"แม่น้ำเหือง"&amp;nbsp;"แม่น้ำโขง"&amp;nbsp;แม่น้ำที่กั้นพรมแดนไทย&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ไหลมาบรรจบกัน&amp;nbsp;ทำให้มีแร่ธาตุอาหารต่างๆ&amp;nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ&amp;nbsp;กิจกรรมนักท่องเที่ยวสามารถถวายหมากเบ็งสักการะพระใหญ่ขอพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน้าที่การงาน&amp;nbsp;การเงิน&amp;nbsp;สุขภาพ&amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&amp;nbsp;ค่าบริการแล้วแต่จิตศรัทธาจะได้หมากเบ็งจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2554&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เห็นชอบการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ครอบคลุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;7,193.01&amp;nbsp;ตร.กม.&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;4,495,645.28&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งล้วนมีความหลากหลายในการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศเมืองสร้างสวรรค์&amp;nbsp;และเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;แนวการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;เมืองเลย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ควรเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่มีชีวิตชีวา&amp;nbsp;มีการจัดกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;เชียงคาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรเป็นเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;เงียบสงบ&amp;nbsp;เหมาะสมกับการพักผ่อน&amp;nbsp;และการเรียนรู้วิถีชีวิตริมโขงร่วม&amp;nbsp;และเชื่อมโยงกับ&amp;nbsp;สปป.ลาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;ท่าลี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรเป็นเมืองการค้าชายแดนศูนย์กลางธุรกิจการขนส่งและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับ&amp;nbsp;สปป.ลาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;ด่านซ้าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;เมืองสร้างสรรค์&amp;nbsp;เป็นเมืองที่น่าส่งเสริมให้เป็นเมืองจักรยาน&amp;nbsp;และเมืองเศรษฐกิจสีเขียวที่มีการจัดการท่องเที่ยวชุมชนที่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ภูเรือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรเป็นเมืองเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;ที่มีกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;ทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;นาแห้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;เป็นเมืองที่สงบเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&amp;nbsp;ที่ยั่งยืนและการท่องเที่ยวธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;ภูกระดึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรเป็นเมืองสร้างสรรค์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;ภูหลวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรเป็นเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;ด้วยเป็นเมืองที่สงบ&amp;nbsp;เมืองสร้างสรรค์แพทย์แผนไทย&amp;nbsp;และยาสมุนไพร&amp;nbsp;และเมืองแห่งความรู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&amp;nbsp;หนองหิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์&amp;nbsp;ด้วยการจัดตั้งอุทยานธรณี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316164002533</Link_News></row>
<row _id="311"><NewsTitle>โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 55,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;ฐีระเวช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จากข้อมูลวานนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;26.25&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&amp;nbsp;55,172&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&amp;nbsp;28,055.8&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&amp;nbsp;27,116.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;26.38&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วจำนวน&amp;nbsp;1.35&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&amp;nbsp;2.75&amp;nbsp;หมื่นราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&amp;nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ผ่านเว็ปไซต์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;www.คนละครึ่ง.com&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&amp;nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194834627</Link_News></row>
<row _id="312"><NewsTitle>ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และอุตสาหกรรมบริการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ร่วมกับ  SME D Bank   ปลุกเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ หนุนโครงการ เบตงหมื่นล้าน ขึ้นแท่นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง&lt;/strong&gt;และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเบตง&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือSME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ&lt;/strong&gt;ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพร้อมรับการเติบโตของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งด้านเงินทุนผ่านโครงการสินเชื่อและร่วมลงทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินเชื่อ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;Re-Start&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเกี่ยวเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเสริมสภาพคล่อง&amp;nbsp;ลงทุน&amp;nbsp;ขยาย&amp;nbsp;ปรับปรุงกิจการ&amp;nbsp;หรือสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง&amp;nbsp;5.5%&amp;nbsp;ต่อปีวงเงินกู้สูงสุด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมปลอดชำระคืนเงินต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ควบคู่กับการสนับสนุนความรู้แนะนำเข้าถึงแหล่งทุน&amp;nbsp;และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ&amp;nbsp;ในการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ดร.ณพพงศ์&amp;nbsp;ธีระวร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน&lt;/strong&gt;เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความยินดียิ่งในความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสถาบัน&amp;nbsp;ในการมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นแบบครบวงจร&amp;nbsp;และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ๆ&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่เป้าหมายคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.บริเวณ&amp;nbsp;Skywalk&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.บริเวณโดยรอบทะเลสาบฮาลาบาลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทำให้เป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคนต่อปีและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในท้องถิ่นเฉลี่ยรายละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ถึง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่าหรือกว่า&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจของ&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;GPP&amp;nbsp;(Gross&amp;nbsp;Provincial&amp;nbsp;Product)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โตขึ้นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่าตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศักยภาพของอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&amp;nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และระบบนิเวศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&amp;nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&amp;nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือกับSME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;จะมาช่วยเติมเต็มในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่เบตง&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถยกระดับมาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการผลิตและบริการ&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมสามารถรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างประโยชน์&amp;nbsp;เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เติบโตอย่างมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;นางสาวนารถนารี&amp;nbsp;รัฐปัตย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;จากศักยภาพของ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่มีจุดเด่น&amp;nbsp;ชุมชนเข้มแข็งสามัคคี&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัฒนธรรมท้องถิ่นโดดเด่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเมืองสงบปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเขตชายแดนติดเมืองเศรษฐกิจของมาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมเข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และล่าสุด&amp;nbsp;สนามบินเบตงเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ยกระดับเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของท่องเที่ยวประจำภาคใต้&amp;nbsp;ผ่านมาตรการด้านการเงินและการพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อยกระดับพัฒนากิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และใกล้เคียง&amp;nbsp;สร้างประโยชน์เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;และสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ดำเนินภารกิจของการเป็นธนาคาร&lt;/strong&gt;เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัวอย่างหนึ่ง&amp;nbsp;จับมือผู้ประกอบการธุรกิจ&amp;nbsp;แพ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนเงินทุนและความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการแพที่พัก&amp;nbsp;ห้องพัก&amp;nbsp;และปรับปรุงเรือโดยสาร&amp;nbsp;เพิ่มความสะดวกสบายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยให้เขื่อนเชี่ยวหลาน&amp;nbsp;กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดฮิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างรายได้เพิ่มแก่ชุมชนโดยรวม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;D&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;จะนำโมเดลความสำเร็จดังกล่าว&amp;nbsp;มาปรับใช้เพื่อยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวเบตงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316182159560</Link_News></row>
<row _id="313"><NewsTitle>ภูเก็ตภาคเอกชนด้านโรงแรมเชื่อมั่น กลับมาเปิดอีกครั้งหลังหยุดมา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวต่อผู้บริการคลับเมด&amp;nbsp;และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ในโอกาสที่คลับเมดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังหยุดมานานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมองว่า&amp;nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เปิดแคมเปญท่องเที่ยวต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Pheket&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Test&amp;amp;&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาความปลอดภัย&lt;/strong&gt;ให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&amp;nbsp;และที่สำคัญคือภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ช่วยให้ความร่วมมือในการเปิดประเทศได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;แม้ว่าโรคระบาด&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักแต่จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยฟื้น&amp;nbsp;ฟื้นตัวกลับมาสวยงามอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมและความมั่นใจ&lt;/strong&gt;ของคนในจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น&amp;nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คลับเมดได้เปิดตัวอีกครั้ง&amp;nbsp;เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&amp;nbsp;และยังส่งผลในทางอ้อมที่จะทำให้สายการบินไทยเริ่มมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;มายังภูเก็ตทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คลับเมดมีสถานที่พักผ่อนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มากกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;แห่งทั่วโลก&amp;nbsp;ครอบคลุมกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ในประเทศแถบยุโรป&amp;nbsp;ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;คลับเมด&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;รีสอร์ทขนาดใหญ่&amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่ชายหาดกะตะ&amp;nbsp;มีพื้นที่กว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และคลับเมด&amp;nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการของคลับเมด&amp;nbsp;ภูเก็ตครั้งนี้&amp;nbsp;สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316190341583</Link_News></row>
<row _id="314"><NewsTitle>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมครบรอบ 62 ปี ส่งเสริมการเรียนรู้ของบุคลากร รองรับการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธศักดิ์&amp;nbsp;สุภสร&amp;nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันสถาปนาองค์กรครบรอบ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;จัดกิจกรรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;TAT&amp;nbsp;OPEN&amp;nbsp;HOUSE&amp;nbsp;DATA&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมออนไลน์&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ร้อยความร่วมมือ&amp;nbsp;สู่&amp;nbsp;ความยั่งยืน&amp;nbsp;และกิจกรรมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อเสริมสิริมงคล&amp;nbsp;เฉลิมฉลองวันสถาปนาครบรอบปีที่&amp;nbsp;62&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรม&amp;nbsp;TAT&amp;nbsp;OPEN&amp;nbsp;HOUSE&amp;nbsp;OPEN&amp;nbsp;DATA&amp;nbsp;ภายใต้คอนเซปต์&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;Driven&amp;nbsp;Mart&amp;nbsp;ขับเคลื่อนแลกเปลี่ยนข้อมูล&amp;nbsp;เพิ่มพูนประสิทธิผลองค์กร&amp;nbsp;จัดขึ้นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจฐานข้อมูลดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ต่อยอดสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังจัดกิจกรรมขับเคลื่อนข้อมูลด้านดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจผ่านระบบ&amp;nbsp;Webinar&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กิจกรรมประกาศเจตนารมย์ในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันกับ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หน่วยงานพันธมิตร&amp;nbsp;และกิจกรรมเสวนาความร่วมมือในการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเปิดประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194312623</Link_News></row>
<row _id="315"><NewsTitle>ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ค้น้ำมัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;บริษัท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ปตท&lt;/strong&gt;.&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และบางจาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;46.16&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.75&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.48&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;37.64&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;30.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193659620</Link_News></row>
<row _id="316"><NewsTitle>ยะลา เดินหน้าพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านบันนังลูวา อย่างยั่งยืน สอดรับวิถีชีวิตใหม่ New normal</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินหน้าพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สอดรับวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;normal&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ม.2&amp;nbsp;ต.หน้าถ้ำ&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปุณณานันท์&amp;nbsp;ทองหยู&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางอภิญญา&amp;nbsp;สุวรรณ&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;คณะศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;มีประชาชนทั้งชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.หน้าถ้ำ&amp;nbsp;และตำบลใกล้เคียงให้ความสนใจ&amp;nbsp;เข้าร่วมจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างยิ่ง&amp;nbsp;สำหรับผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการในครั้งนี้จะทำให้&amp;nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp;ได้มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;แก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรม&amp;nbsp;การล่องเรือเก็บขยะในละหาร&amp;nbsp;การแสดงลิเกฮูลู&amp;nbsp;การแสดงมโนราห์&amp;nbsp;การแสดงกระบองไฟ&amp;nbsp;จากเยาวชน&amp;nbsp;ต.ปุโรง&amp;nbsp;และการแสดงบรรยายธรรม&amp;nbsp;จือราเมาะห์&amp;nbsp;โดยบาบอดิง&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316183620567</Link_News></row>
<row _id="317"><NewsTitle>รพ.กรุงเทพสิริโรจน์ จังหวัดภูเก็ต สนับสนุน ISAPS จัดงานประชุมวิชาการระดับโลก ISAPS Official Course Thailand 2022จังหวัดภูเก็ต ดึงแพทย์ไทยและต่างชาติ ร่วมงานกว่า 200 ราย ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Tourism)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายแพทย์สงวน&amp;nbsp;คุณาพร&amp;nbsp;ศัลยแพทย์ตกแต่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันดูแลสุขภาพและความงาม&amp;nbsp;ARTEMES&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Beauty&amp;nbsp;Destination,&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;พร้อมดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;Local&amp;nbsp;&amp;nbsp;Chairman,&amp;nbsp;ISAPS&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2022,&amp;nbsp;A&amp;nbsp;member&amp;nbsp;of&amp;nbsp;ISAPS&amp;nbsp;Board&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Directors,&amp;nbsp;2020-2022&amp;nbsp;ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานประชุมวิชาการศัลยแพทย์ตกแต่งความงามระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ISAPS&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;Course&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;"การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการจัดงานระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้า&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พัฒนาทักษะ&amp;nbsp;และเทคนิคทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งความงามทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ&amp;nbsp;โดยมีการผ่าตัดสาธิต&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;Surgery&amp;nbsp;โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจากห้องผ่าตัด&amp;nbsp;โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์&amp;nbsp;ไปยังห้องประชุมที่จัดงาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;Streaming&amp;nbsp;ไปยังทีมแพทย์ทั่วโลกอีกด้วย&amp;nbsp;ทำให้การประชุมวิชาการ&amp;nbsp;ISAPS&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;Course&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ได้รับความสนใจจากเหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทย&amp;nbsp;และชาวต่างชาติ&amp;nbsp;ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;รายจากทั่วทุกมุมโลก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ตุรกี&amp;nbsp;สเปน&amp;nbsp;อเมริกา&amp;nbsp;ออสเตรเลีย&amp;nbsp;บลาซิล&amp;nbsp;โคลัมเบีย&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยงานนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;14-16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;แมริออท&amp;nbsp;ภูเก็ตรีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์สปา&amp;nbsp;เมอร์ลินบีช&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายแพทย์สงวน&amp;nbsp;คุณาพร&amp;nbsp;ยังกล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทย&amp;nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;รวมถึงโรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์&amp;nbsp;ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน&amp;nbsp;และได้รับความไว้วางใจเลือกให้เป็น&amp;nbsp;Landmark&amp;nbsp;ของการจัดการประชุมวิชาการระดับโลกในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อตอกย้ำความสำคัญของจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การประชุม&amp;nbsp;และศัลยกรรมตกแต่งความงาม&amp;nbsp;ขานรับนโยบายของภาครัฐ&amp;nbsp;ผลักดันให้&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;กลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ&amp;nbsp;มุ่งสู่การเป็นเมืองมหาอำนาจด้านสุขภาพของโลกในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191004588</Link_News></row>
<row _id="318"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ พิจิตรเตรียมจัดงาน "พิจิตรพิสมัย" ส่งเสริมการท่องเที่ยวเปิดเมืองพิจิตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;นายไพบูลย์&amp;nbsp;ณะบุตรจอม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ประชุมร่วมกับคณะทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารหอชมนกบึงสีไฟ&amp;nbsp;อ.เมืองพิจิตร&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเปลี่ยนชื่อหอชมนก&amp;nbsp;เป็นหอชมบึง&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพปัจจุบันไม่มีนกให้เห็นเช่นเมื่อก่อน&amp;nbsp;แต่สามารถมองเห็นความสวยงามของบึงสีไฟได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;เป็นจุดเช็คอินอีกจุดหนึ่งของบึงสีไฟ&amp;nbsp;ที่ประชุม&amp;nbsp;เห็นชอบการจัดงาน&amp;nbsp;"พิจิตรพิสมัย"&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่หอชมบึง&amp;nbsp;(หอชมนกเดิม)&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;โดยตกแต่งสถานที่เป็นแหล่งพักผ่อน&amp;nbsp;ถ่ายรูป&amp;nbsp;เช็คอินแนวทันสมัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อุโมงค์ไฟ&amp;nbsp;หินทองคำ&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือแนวงานคราฟของคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;ผสมผสานกับร้านค้าโอทอปชุมชน&amp;nbsp;การประกวดไก่ตั้งไก่ต่อ&amp;nbsp;(ไก่แจ้เสียงขัน)&amp;nbsp;แข่งขันเรือจิ๋ว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ฝีพาย&amp;nbsp;และเรือหัวใบ้ท้ายบอด&amp;nbsp;โชว์ขบวนบิ๊กไบค์&amp;nbsp;การแข่งขันเปตอง&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พิจิตรพิสมัย&amp;nbsp;เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลและนโยบายจังหวัดส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.พิจิตร..ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;ขอบคุณ&amp;nbsp;นักธุรกิจรุ่นใหม่(YEC)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิจิตร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192731609</Link_News></row>
<row _id="319"><NewsTitle>คณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดกระบี่  ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  พื้นที่อำเภอปลายพระยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายราชัน&amp;nbsp;มีน้อย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายวินัย&amp;nbsp;ดินแดง&amp;nbsp;นายอำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;ร่วมติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยคณะติดตามฯ&amp;nbsp;เริ่มจากลงพื้นที่&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อีนเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลปลายพระยา&amp;nbsp;อำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี&amp;nbsp;2533&amp;nbsp;&amp;nbsp;2534&amp;nbsp;มีขนาดความจุ&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;ล้านลูบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเสริมการเพาะปลูกพืช&amp;nbsp;กักเก็บน้ำสำหรับอุปโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้ราษฎรใช้บริโภค&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp;และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อบรรเทาการเกิดอุทกภัย&amp;nbsp;จากนั้นติดตามโครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภคครบวงจรในสหกรณ์นิคมอ่าวลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;บ้านปากน้ำ&amp;nbsp;ตำบลปลายพระยา&amp;nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกในเขตพื้นที่ปากน้ำปลูกข้าวบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;และยังพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;ให้กับนักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคลที่สนใจ&amp;nbsp;ในการเรียนรู้วิธีการทำนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;และร่วมทดสอบการทำงานของโรงสีข้าวพระราชทาน&amp;nbsp;ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2534&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อรับทราบปัญหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ของการการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&amp;nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&amp;nbsp;จากนั้นติดตามดูพื้นที่ขับเคลื่อน&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(SEDZ)&amp;nbsp;ระดับอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปลายพระยา&amp;nbsp;อำเภอปลายพระยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;เป็นที่รกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;เตรียมการปลูกพืช&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้กับกลุ่มที่สนใจเข้ามาศึกษา&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191128590</Link_News></row>
<row _id="320"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปฏิบัติราชการ ระหว่างวันที่ 16 - 18 มี.ค. 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนักปราชญ์&amp;nbsp;ไชยานนท์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติราชการในการประชุมหารือสถานการณ์การค้าชายแดน&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;และติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192809610</Link_News></row>
<row _id="321"><NewsTitle>รมว.พาณิชย์ลงพื้นทีติดตามปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนไทยเมียนมาพร้อมเร่งแก้ไขปัญหาให้กับผุ้ประกอบการไทยในช่วงโควิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนักปราชญ์&amp;nbsp;ไชยานนท์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติราชการในการประชุมหารือสถานการณ์การค้าชายแดน&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;และติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ยังได้เดินทางไปชม&lt;/strong&gt;ทัศนียภาพของเมืองแม่ฮ่องสอนที่จะมีการผลักดันการค้าชายแดนต่อไปหลังตากสถานการณ์ปัญหาโรคโควิด19เบาบางลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316192944612</Link_News></row>
<row _id="322"><NewsTitle>พลังงานจังหวัดชัยนาท ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก และของดีศรีท้องถิ่น ประจำปี 2565 ครั้งที่ 37</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ถนนพรหมประเสริฐ&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาทหลังใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ซึ่งพลังงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ออกบูธจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน&amp;nbsp;ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก&amp;nbsp;และของดีศรีท้องถิ่น&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายอำพร&amp;nbsp;วายลม&amp;nbsp;พลังงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสุภาวินี&amp;nbsp;นาควิเชียร&amp;nbsp;หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยให้ความรู้กับผู้ที่สนใจเรื่องของพลังไฟฟ้า&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จะให้คำแนะนำในเรื่องของไฟฟ้าทดแทน&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ระบบสูบพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่&amp;nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับห้องเย็น&amp;nbsp;และระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยจะให้ความรู้ในเรื่องระบบสายส่ง&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;ในโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน&amp;nbsp;และกิจกรรมตอบคำถาม&amp;nbsp;รับของรางวัล&amp;nbsp;หากมีผู้สนใจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;หรือสอบถามในเรื่องระบบส่งไฟฟ้า&amp;nbsp;เข้าสอบถามได้ที่บูธกิจกรรม&amp;nbsp;ภายในงานมหกรรมหุ่นฟางนก&amp;nbsp;และของดีศรีท้องถิ่น&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316191811598</Link_News></row>
<row _id="323"><NewsTitle>ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา เปิดกิจกรรมโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานพิธีเปิดโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางปุณณานันท์&amp;nbsp;ทองหยู&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายสุรเชษฐ์&amp;nbsp;สุทธิกุล&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;นางอภิญญา&amp;nbsp;สุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;คณะศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.หน้าถ้ำ&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการสนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;แก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ภายในงานมีประชาชนทั้งชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.หน้าถ้ำ&amp;nbsp;และตำบลใกล้เคียงให้ความสนใจ&amp;nbsp;เข้าร่วมจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นับเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างยิ่ง&amp;nbsp;สำหรับผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;สนับสนุนเส้นทางการท่องเที่ยวแก่ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการในครั้งนี้จะทำให้&amp;nbsp;ชุมชนบ้านบันนังลูวา&amp;nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp;ได้มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;รวมทั้งกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในงานได้&amp;nbsp;การล่องเรือเก็บขยะในละหาร&amp;nbsp;การแสดงลิเกฮูลู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแสดงมโนราห์&amp;nbsp;การแสดงกระบองไฟ&amp;nbsp;จากเยาวชน&amp;nbsp;ต.ปุโรง&amp;nbsp;และการแสดงบรรยายธรรม&amp;nbsp;จือราเมาะห์&amp;nbsp;โดยบาบอดิง&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316204642637</Link_News></row>
<row _id="324"><NewsTitle>กรมการค้าภายใน ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มไม่เกิน 3.20 บาท  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่&amp;nbsp;ภายหลังผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอปรับราคาจำหน่ายหน้าฟาร์มให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยจากการหารือร่วมกันพบว่า&amp;nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงปรับสูงขึ้นจริงตามที่ผู้เลี้ยงได้แจ้ง&amp;nbsp;สาเหตุจากสภาวะอากาศร้อน&amp;nbsp;ทำให้อัตราการให้ไข่ลดลงและมีขนาดที่เล็กลง&amp;nbsp;ประกอบกับราคาวัตถุดิบหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อลดภาระของผู้เลี้ยงให้สามารถยังคงเลี้ยงต่อไปได้&amp;nbsp;และไม่เป็นภาระกับผู้บริโภคมากเกินไป&amp;nbsp;จึงมีข้อตกลงร่วมกันกำหนดราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ไม่เกิน&amp;nbsp;3.20&amp;nbsp;บาท/ฟอง&amp;nbsp;โดยราคาจำหน่ายปลีก&amp;nbsp;ไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เฉลี่ยทั่วประเทศ&amp;nbsp;ขณะนี้ยังอยู่ที่&amp;nbsp;3.47&amp;nbsp;บาท/ฟอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับราคาหน้าฟาร์ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่สถานการณ์ข้าวโพด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารไก่เนื้อและไก่ไข่นั้น&amp;nbsp;ผลจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;มีความเห็นร่วมกันในการผ่อนคลายมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ในขณะนี้&amp;nbsp;และหากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนผ่อนคลายลง&amp;nbsp;ก็จะช่วยให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในตลาดโลกผ่อนคลายลงเร็วขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193501618</Link_News></row>
<row _id="325"><NewsTitle>พาณิชย์สุรินทร์เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและการใช้ Big Data ภาคการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางวิยะดา&amp;nbsp;เฮ่ประโคน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;เข้าร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมหารือ&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างและการใช้&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;ภาคการเกษตร&amp;nbsp;และความต้องการด้านข้อมูลของเกษตรกรในการผลิตสินค้าข้าวตลอดห่วงโซ่&amp;nbsp;ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;นำโดยรองโฆษกคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;หัวหน้าคณะทำงาน&amp;nbsp;(นางจินตนา&amp;nbsp;ชัยยวรรณาการ)&amp;nbsp;รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;(นายรณวริทธิ์&amp;nbsp;ปริยฉัตรตระกูล)&amp;nbsp;กรรมาธิการ&amp;nbsp;(นายเฉลียว&amp;nbsp;เกาะแก้ว)&amp;nbsp;กรรมาธิการ&amp;nbsp;(นายบุญมี&amp;nbsp;สุระโคตร)&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้ร่วมเดินทางศึกษาดูงาน&amp;nbsp;และผู้เข้าร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มโรงสี&amp;nbsp;ตลาดกลาง&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง&amp;nbsp;ตำบลดู่&amp;nbsp;อำเภอราษีไศล&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316235720671</Link_News></row>
<row _id="326"><NewsTitle>พาณิชย์สุรินทร์ออกตรวจสต็อกปุ๋ยเคมี หลังมีแนวโนมปรับราคาสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมบูรณาการร่วมกับเกษตรอำเภอจอมพระ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอจอมพระ&amp;nbsp;และตำรวจภูธรอำเภอจอมพระ&amp;nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอจอมพระ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;บจก.พูนสินทวีโชค&amp;nbsp;(ร้านชัยวัฒน์)&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ร้านบุญประสงค์ฟาร์ม&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ร้านกีรพรรดิ์พาณิชย์&amp;nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีสินค้าสต็อกไว้จำหน่ายให้เกษตรกร&amp;nbsp;เกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317000102672</Link_News></row>
<row _id="327"><NewsTitle>กระทรวงคมนาคม ร่วมกับภาคเอกชนเตรียมพร้อมทุกมิติ! ภาคคมนาคมขนส่ง ลดผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กล่าวถึงแนวทางการลดผลกระทบต่อภาคคมนาคมขนส่งของไทย&amp;nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&amp;nbsp;กับยูเครน&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน&amp;nbsp;ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านโลจิสติกส์และขนส่งที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ในส่วนของการขนส่งทางถนน&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ให้พิจารณาต้นทุนรถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;ที่อาจขอปรับขึ้นค่าโดยสาร&amp;nbsp;รวมทั้งต้นทุนรถแท็กซี่&amp;nbsp;รวมถึงแนวทางการอุดหนุน&amp;nbsp;(Subsidy)&amp;nbsp;ผู้ประกอบการด้านการขนส่งทางราง&amp;nbsp;ให้ประชาชนสะดวกในการเข้าใช้ระบบการขนส่งทางราง&amp;nbsp;โดยพัฒนาระบบการจ่ายค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะรูปแบบอื่น&amp;nbsp;การส่งเสริมทางการตลาด&amp;nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเดินทางด้วยรถไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการขนส่งทางน้ำ&amp;nbsp;ให้มีแผนการปรับเปลี่ยนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้พลังงานทางเลือกอื่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินกิจการและการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เพื่อมิให้เกิดการหยุดชะงักอย่างเฉียบพลันและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และด้านการขนส่งทางอากาศ&amp;nbsp;ให้พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบสายการบิน&amp;nbsp;รวมทั้งพิจารณามาตรการช่วยเหลือพิ่มเติมในด้านการผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของสายการบิน&amp;nbsp;โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;และเตรียมพร้อมในกรณีเกิดเหตุวิกฤติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยงานภาคเอกชนได้เสนอประเด็นปัญหาเรื่องการขนส่งชายฝั่งและการบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รวมทั้งมาตรการสนับสนุนเพื่อลดต้นทุนการขนส่งด้านอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นอกเหนือจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานครั้งถัดไปในอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317114838773</Link_News></row>
<row _id="328"><NewsTitle>PTT LNG Company Limited และ B.Grimm LNG Limited  ลงนามสัญญา การใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 1</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ที่ห้องกรุงเทพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โรงแรมเซ็นทารา&amp;nbsp;ลาดพร้าว&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;PTTLNG&amp;nbsp;ได้เปิดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;(LNG&amp;nbsp;Shipper)&amp;nbsp;จากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน&amp;nbsp;(กกพ.)&amp;nbsp;เข้าจองใช้บริการ&amp;nbsp;ของสถานีแอลเอ็นจี&amp;nbsp;มาบตาพุด&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;บี.กริม&amp;nbsp;แอลเอ็นจี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ให้ความไว้วางใจในการเข้ามาใช้บริการ&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;Terminal&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;PTTLNG&amp;nbsp;มีปริมาณการจองใช้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนตันต่อปี&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;บี.กริม&amp;nbsp;เพาเวอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ให้แข็งแกร่งและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317095239696</Link_News></row>
<row _id="329"><NewsTitle>กรมธนารักษ์ เตรียมเปิดประมูลที่ดินเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดตากกว่า 1 พันไร่ เดือนพฤษภาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภาศ&amp;nbsp;คงเอียด&amp;nbsp;อธิบดีกรมธนารักษ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมธนารักษ์&amp;nbsp;เตรียมเปิดประมูลที่ดินในโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลท่าสายลวด&amp;nbsp;อำเภอแม่สอด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งแปลงที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่&amp;nbsp;ตก.590&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;1,076-1-90.70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp;ได้มีมติให้เปิดประมูลเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากใหม่&amp;nbsp;และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ฯ&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานดำเนินการเกี่ยวกับการทบทวนสิทธิประโยชน์และการขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์การยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุตามมาตรการเร่งรัดการลงทุน&amp;nbsp;โดยกำหนดผลประโยชน์&amp;nbsp;ตอบแทนเป็นค่าเช่าในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;36,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;คิดเป็นค่าเช่าปีละ&amp;nbsp;38,753,163&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(ปรับปรุงค่าเช่าร้อยละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp;และกำหนดค่าธรรมเนียมการประมูล&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;269,119,188&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีกำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;การเช่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนกิจการเป้าหมายครบทั้ง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรม&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเปิดประมูลได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คุณสมบัติของผู้เสนอการลงทุน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย&amp;nbsp;ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;กรณีกิจการร่วมค้า&amp;nbsp;(Joint&amp;nbsp;Venture)&amp;nbsp;เป็นการร่วมของธุรกิจที่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมกันไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และมีผลงาน&amp;nbsp;หรือประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนแปลงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แปลงหมายเลขทะเบียนที่&amp;nbsp;ตก.591&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;671-2-05&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จัดให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กนอ.)&amp;nbsp;เช่า&amp;nbsp;อัตราค่าเช่าไร่ละ&amp;nbsp;25,200&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;คิดเป็นค่าเช่าทั้งแปลง&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;16.92&amp;nbsp;ล้านบาท/ปี&amp;nbsp;โดยปรับปรุงค่าเช่า&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเช่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;=&amp;nbsp;1,717.91&amp;nbsp;ล้านบาท)&amp;nbsp;ค่าธรรมเนียมการเช่า&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;167.88&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(ค่าธรรมเนียมการเช่าผ่อนชำระ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยเริ่มชำระปีที่&amp;nbsp;6-10&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;พร้อมดอกเบี้ยตามอัตราตลาด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317105919739</Link_News></row>
<row _id="330"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นำสินค้าอุปโภคบริโภค จำหน่าย "โครงการเพชรบุรีเข้มแข็ง รัก เทิดทูน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์"  ให้แก่ประชาชนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20 - 40 % ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน 17,750 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;อบต.บางตะบูน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบางตะบูนออก&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&amp;nbsp;ร่วมกับบริษัท&amp;nbsp;พีรพัฒน์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยบูรณาการร่วมกับงาน&amp;nbsp;"โครงการเพชรบุรีเข้มแข็ง&amp;nbsp;รัก&amp;nbsp;เทิดทูน&amp;nbsp;ชาติ&amp;nbsp;ศาสน์&amp;nbsp;กษัตริย์"&amp;nbsp;(จังหวัดเคลื่อนที่)&amp;nbsp;นำสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;จำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;40&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;จำหน่ายในราคา&amp;nbsp;ถุงละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ฟอง&amp;nbsp;จำหน่ายในราคา&amp;nbsp;ถุงละ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จำหน่ายในราคา&amp;nbsp;ขวดละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ข้าวขาว&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;จำหน่ายในราคา&amp;nbsp;ถุงละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่นๆ&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;น้ำยาล้างจาน&amp;nbsp;ผงซักฟอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำยาปรับผ้านุ่ม&amp;nbsp;จากบริษัท&amp;nbsp;พีรพัฒน์ฯ&amp;nbsp;มาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาประหยัด&amp;nbsp;โดยมีประชาชนร่วมซื้อสินค้ากว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยอดการจำหน่ายสินค้าทั้งสิ้น&amp;nbsp;58,250&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน&amp;nbsp;17,750&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317110934750</Link_News></row>
<row _id="331"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี และคณะ ลงพื้นที่เขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบฯ  เพชรบุรี ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน การจำหน่ายปุ๋ยเคมีสูงเกินราคา ตรวจสอบสต๊อกและติดตามสถานการณ์ เพื่อไม่มีการกักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;ตำรวจภูธรแก่งกระจาน&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองแก่งกระจาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.ป่าเด็ง&amp;nbsp;ในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน&amp;nbsp;การจำหน่ายปุ๋ยเคมีสูงเกินราคา&amp;nbsp;รวมทั้งตรวจสอบสต๊อกและติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;เพื่อไม่มีการกักตุน&amp;nbsp;ฉวยโอกาส&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลป่าเด็ง&amp;nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;(เขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพชรบุรี)&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;การติดตามเรื่องร้องเรียน&amp;nbsp;พบว่าทางร้านมีการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;โดยทางร้านแบ่งจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน&amp;nbsp;ที่มีการปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ไม่ได้มีการจำหน่ายในราคาสูงเกินจริง&amp;nbsp;การตรวจสต๊อกร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ร้านดาวเกษตร&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;142&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ร้านเจริญทรัพย์พาณิชย์&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ร้านเก้-แอมการเกษตร&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;สถานการณ์และราคาจำหน่ายทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุน&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&amp;nbsp;ราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ตรากระต่าย&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;1,340&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,350&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;ตรายารามีร่า&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;8-24-24&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,570&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;ตรายารามีร่า&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;13-13-21&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;1,380&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปริมาณการซื้อของเกษตรกรมีจำนวนลดลงอย่างมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;มีการปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317110731749</Link_News></row>
<row _id="332"><NewsTitle>จังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายรณชัย&amp;nbsp;จิตรวิเศษ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชกรจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;โดยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;พรศรีแกรนด์&amp;nbsp;อพะกรีเทคจำกัด&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่เน้นย้ำให้ตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ปริมาณการครอบครองปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรืโรคพืช&amp;nbsp;และใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายในเชิงบริหารต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และจากสถานการณ์ราคาปุ๋ยและยาที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะการณ์ด้านการตลาดและอีกส่วนคือภาวะของสงคราม&amp;nbsp;โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่เกษตรกรนิยมใช้&amp;nbsp;ที่เป็นผลพลอยได้จากน้ำมัน&amp;nbsp;เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;สิ่งต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นจากน้ำมัน&amp;nbsp;จึงมีการขยับราคาขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร&amp;nbsp;และห้ามกักตุนสินค้า&amp;nbsp;โดยให้ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.สํารวจการกักตุนโภคภัณฑ์&amp;nbsp;พ.ศ.2497&amp;nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเดือนถัดไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิษณุโลก</Province><Department>สวท.พิษณุโลก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317113510765</Link_News></row>
<row _id="333"><NewsTitle>มาแล้ว!!! ทะเลหมอกแรกของปี จุดชมวิวผามออีแดง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;มาแล้ว!!!&amp;nbsp;ทะเลหมอกแรกของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สวยงามบนจุดชมวิวผามออีแดง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;หลังฝนตกอากาศชื้น&amp;nbsp;ปีนี้มาเร็วขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&amp;nbsp;รายงานสภาพอากาศว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง&amp;nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&amp;nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสภาพอากาศดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;มีฝนตกฟ้าคะนองกระจายไปทั่วเกือบทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รวมถึงบนเทือกเขาพนมดงรัก&amp;nbsp;ชายแดนไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;ด้านเขาพระวิหาร&amp;nbsp;ก็มีฝนตกตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตกถึงช่วงเย็น&amp;nbsp;ทำให้อากาศชื้น&amp;nbsp;อากาศที่เคยร้อนกลับมาเย็น&amp;nbsp;เช้าวันนี้&amp;nbsp;ที่จุดชมวิวผามออีแดงอุณหภูมิอยู่ที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;เกิดมีทะเลหมอกแรกของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;ปีนี้ทะเลหมอกมาเร็วกว่าปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร&amp;nbsp;ฝากเชิญชวนนักท่องเที่ยวขึ้นชมทะเลหมอก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชมตะวันขึ้นสามแผ่นดินที่สวยงาม&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวยังได้ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ&amp;nbsp;สถูปคู่&amp;nbsp;และปราสาทโดนตวล&amp;nbsp;โบราณวัตถุ&amp;nbsp;โบราณสถานที่ทรงคุณค่าด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317115300776</Link_News></row>
<row _id="334"><NewsTitle>ขยายเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เอ็นจีวี ออกไปอีก 3 เดือน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวุฒิกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สติฐิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพลังงานในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนในตลาดโลก&amp;nbsp;และจากการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จึงได้ให้ขยายระยะเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์&amp;nbsp;หรือเอ็นจีวี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;15.59&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และราคาขายปลีกเอ็นจีวี&amp;nbsp;ตามมาตรการ&amp;nbsp;เอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล&amp;nbsp;ที่เคยได้รับสิทธิผ่านมาตรการเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;13.62&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จากเดิมสิ้นสุดในวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าที่สนับสนุนทั้งสิ้นกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;3,322&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317144008839</Link_News></row>
<row _id="335"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ เพื่อผลักดันการเปิดจุดการค้าชายแดนในการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&amp;nbsp;เมียนมาร์&amp;nbsp;ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยมีนายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ได้สรุปสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&amp;nbsp;เมียนมาร์&amp;nbsp;ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ช่องทาง&amp;nbsp;ตลอดจนปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;และรับทราบความคืบหน้าในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนด่านห้วยต้นนุ่น&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในการผลักดันให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาการขอเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนห้วยต้นนุ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับการท่องเที่ยวข้ามแดนเฉพาะกิจ&amp;nbsp;และการขอใช้พื้นที่ตั้งอาคารโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้ง&amp;nbsp;ตำบลห้วยผา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อเป็นจุดตรวจสอบสินค้าของจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องทางบ้านห้วยผึ้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในเบื้องต้น&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระบุว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเป็นการเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยเฉพาะสถานการณ์การค้าชายแดน&amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนปัญหาและอุปสรรคของการเปิดจุดผ่อนปรน&amp;nbsp;ทั้งช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วยต้นนุ่น&amp;nbsp;ยังมีการติดปัญหาด้านการปักปันเขตแดน&amp;nbsp;ระหว่างไทยกับเมียนมา&amp;nbsp;และการขอใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคาร&amp;nbsp;และปรับปรุงถนน&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงานขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;ส่วนกรณีหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;เรียกร้องให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเฉพาะกิจเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ทางจังหวัดเร่งเรื่องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอใช้พื้นที่ตั้งอาคารโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอาคารแบบ&amp;nbsp;one&amp;nbsp;stop&amp;nbsp;service&amp;nbsp;ที่ช่องทางบ้านห้วยผึ้งที่มีการก่อสร้างกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ด้วยงบกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และยังไม่มีการใช้งาน&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เร่งให้จังหวัดหาข้อยุติต่อไป&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พิจารณาหาข้อยุติในการใช้อาคารโครงสร้างพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดนบ้านร่องแห้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317133256807</Link_News></row>
<row _id="336"><NewsTitle>สมุทรสาคร เปิดกิจกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) บ้านคลองใหญ่ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม&amp;nbsp;(วัดมอญ)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลหลักสาม&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(Decentralized&amp;nbsp;Hand&amp;nbsp;-&amp;nbsp;On&amp;nbsp;Program&amp;nbsp;Exhibition&amp;nbsp;:&amp;nbsp;D-HOPE)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอาวุธ&amp;nbsp;วิเชียรฉาย&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นางพรรณวิภา&amp;nbsp;ปิยัมปุตระ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นางศลิษา&amp;nbsp;ม่วงใหม่&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นายพิรุณโรจน์&amp;nbsp;นาคดนตรี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดสรรงบประมาณให้อำเภอบ้านแพ้ว&lt;/strong&gt;ดำเนินโครงการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บ้านคลองใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลบ้านแพ้ว&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์โครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;(Champ)&amp;nbsp;ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;(Champ)&amp;nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-&amp;nbsp;HOPE)&amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพชุมชนในด้านการบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับเสน่ห์ของชุมชนร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชน&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;โดยประกอบด้วยกิจกรรม&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการค้นหาผู้ประกอบการ&amp;nbsp;(Champ)&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กิจกรรมทดสอบโปรแกรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กำหนดดำเนินการระหว่างวันที่&amp;nbsp;16-18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านคลองใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลบ้านแพ้ว&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00-16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีการจัดโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โปรแกรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;กิจกรรมต้อนรับ-ห่มสไบมอญ-เสิร์ฟน้ำผึ้งมะนาวกระชายบีดส์&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กิจกรรมร้อยมาลัยดอกรัก&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;กิจกรรมไหว้พระ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟังเรื่องราวของวัดมอญและวิถีชุมชนบ้านคลองใหญ่&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ดื่มน้ำตรีผลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟังเรื่องราววิสาหกิจชุมชนและน้ำตรีผลาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำผ้าอีโคปริ้นท์&amp;nbsp;6.&amp;nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp;7.&amp;nbsp;กิจกรรมเรียนรู้อาหารพื้นถิ่นของชุมชนบ้านคลองใหญ่&amp;nbsp;8.&amp;nbsp;กิจกรรมเรียนรู้เรื่องการทำลูกประคบและยาดม&amp;nbsp;9.&amp;nbsp;กิจกรรมเรียนรู้การทำเมี่ยงคำ&amp;nbsp;10.&amp;nbsp;กิจกรรมการเรียนรู้การทำขนมต้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317151248866</Link_News></row>
<row _id="337"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด&amp;nbsp;(ศจพ.จ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลได้เห็นความสำคัญ&lt;/strong&gt;ของการแก้ไขปัญหาความยากจนในทุกมิติ&amp;nbsp;จึงมีนโยบายในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;โดยใช้ข้อมูลจากระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;(Thai&amp;nbsp;People&amp;nbsp;Map&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Analytics&amp;nbsp;Platform)&amp;nbsp;เพื่อชี้เป้าความยากจน&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ด้านความเป็นอยู่&amp;nbsp;ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ด้านรายได้&amp;nbsp;และด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ&amp;nbsp;(ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คนย่อมมีมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปัญหา)&amp;nbsp;โดยกลไกในการทำงานดังกล่าวครอบคลุมทั้งระดับจังหวัด&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ระดับตำบล&amp;nbsp;และระดับพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสตูลได้สร้างกลไกทุกระดับแล้ว&amp;nbsp;และได้ตรวจสอบรับรองข้อมูลครัวเรือนเป้าหมายที่แก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการบูรณาการให้ความช่วยเหลือจากทุกกระทรวงตามภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวมทั้งภาคเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมฯ&amp;nbsp;ได้ชี้แจงกรอบระยะเวลาการดำเนินการดังกล่า&lt;/strong&gt;ว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สร้างการรับรู้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;วิเคราะห์สภาพปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;ภายในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จำแนกประเภทครัวเรือนเพื่อแก้ไขเป็นรายมิติ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บูรณาการแนวทางการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การบันทึกข้อมูลในระบบ&amp;nbsp;Logbook&amp;nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และติดตามการดำเนินงาน&amp;nbsp;รายงานผล&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;จังหวัดสตูลมีครัวเรือนตกเกณฑ์ในระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;7,672&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;แบ่งเป็นมิติสุขภาพ&amp;nbsp;1,093&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มิติความเป็นอยู่&amp;nbsp;2,052&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มิติการศึกษา&amp;nbsp;1,561&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มิติรายได้&amp;nbsp;4,315&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145830857</Link_News></row>
<row _id="338"><NewsTitle>จ.ลำปาง จัดงาน ลำปางล้ำ Showcase 2022 @เชียงใหม่ แสดงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสร้างสรรค์สู่นครอินเตอร์ ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค.65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;ลำปางล้ำ&amp;nbsp;Showcase&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;งานแสดงผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นสร้างสรรค์สู่นครอินเตอร์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณชั้น&amp;nbsp;G&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;แอร์พอร์ต&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;โดยมีนายจำลักษ์&amp;nbsp;กันเพ็ชร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;และนายชาตรี&amp;nbsp;ธินนท์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มงาน&amp;nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานและชมแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp;ในช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งาน&amp;nbsp;ลำปางล้ำ&amp;nbsp;Showcase&amp;nbsp;2022&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&amp;nbsp;กิจกรรมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรม&amp;nbsp;จากการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนตามสไตล์ลำปางล้ำ&amp;nbsp;เป็นการรวมผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของสล่างานไม้&amp;nbsp;งานจักสาน&amp;nbsp;งานหิน&amp;nbsp;และงานเซรามิกอันมีอัตลักษณ์ของเมืองลำปางตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;นิทรรศการผลิตภัณฑ์ลำปางล้ำ&amp;nbsp;กิจกรรมเสวนา&amp;nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำปางล้ำ&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;DIY&amp;nbsp;Craft&amp;nbsp;ฟรี&amp;nbsp;การแสดงดนตรีอะคูสติก&amp;nbsp;ซื้อผลิตภัณฑ์เด่นพูดคุยกับผู้ผลิตโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมที่ได้รับการพัฒนาจากการผสมผสานและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นในจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หัตถอุตสาหกรรมในรูปแบบใหม่&amp;nbsp;ในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นให้มีสินค้าและรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;หมู่บ้านแกะสลักบ้านหลุก&amp;nbsp;ตำบลนาครัว&amp;nbsp;อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านการแกะสลักไม้)&amp;nbsp;ชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง&amp;nbsp;ตำบลพิชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านการแกะสลักหิน)&amp;nbsp;ชุมชนเซรามิก&amp;nbsp;อำเภอเกาะคา&amp;nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านเครื่องปั้นดินเผา)&amp;nbsp;และชุมชนจักสานไผ่&amp;nbsp;ชุมชนบ้านห้วยเป้ง&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;(ทักษะภูมิปัญญาด้านจักสานไผ่)&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(Covid-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145452852</Link_News></row>
<row _id="339"><NewsTitle>สมาชิกชมรมวิ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรียกความฟิต เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งชันวิ่งมาราธอน รายการ  "Sankala Road Trail 2022 " ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2565 นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายถนอม&amp;nbsp;คงเพชร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานชมรมวิ่งอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;นำเพื่อนสมาชิกร่วมเดิน&amp;nbsp;วิ่งออกกำลังกายเรียกความฟิต&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งชันวิ่งมาราธอน&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;"Sankala&amp;nbsp;Road&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;"&amp;nbsp;ที่จะมีขึ้นในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอเบตงและจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ผ่านกิจกรรมกีฬา&amp;nbsp;พร้อมสัมผัสบรรยากาศและความสวยงามของเส้นทางการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;โดยสมาชิกแต่ละคน&amp;nbsp;จะทำการร่วมแข่งขัน&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประเภทซิกเนเจอร์&amp;nbsp;เรส&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ประเภทมินิมาราธอน&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;10.5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;และประเภทฟันรัน&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายถนอม&amp;nbsp;คงเพชร&amp;nbsp;ประธานชมรมวิ่งอำเภอเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การวิ่งเทรล&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การวิ่งไปตามเส้นทางตามธรรมชาติ&amp;nbsp;เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้&amp;nbsp;ต้องบอกว่าเป็นการวิ่งที่ท้าทายมากเลยทีเดียว&amp;nbsp;เพราะต่างจากการวิ่งบนถนนอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;เพราะทางวิ่งจะวิ่งบนธรรมชาติ&amp;nbsp;ได้ปืนป่าย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ลัดเลาะเทือกเขา&amp;nbsp;ต้องออกเริ่มเพิ่มเป็น&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เท่ากันเลยทีเดียว&amp;nbsp;แม้จะเหนื่อยมากกว่าเดิม&amp;nbsp;แต่บรรยากาศ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เส้นทางธรรมชาติ&amp;nbsp;ที่ทำให้นักวิ่งประทับใจสุดขีด&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและปรโยชน์ของการเดิน-วิ่ง&amp;nbsp;ที่มีผลต่อการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีลดการเจ็บป่วย&amp;nbsp;มาร่วมวิ่งรายการ&amp;nbsp;"Sankala&amp;nbsp;Road&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางปุณณานันท์&amp;nbsp;ทองหยู&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กลุ่มเยาวชนปิยะมิตรไทย&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;กำหนดจัด&amp;nbsp;การแข่งชันวิ่งมาราธอน&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;"Sankala&amp;nbsp;Road&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;"&amp;nbsp;trails&amp;nbsp;เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;ให้กับโรงพยาบาลเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จากสภาวะซบเซาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;พร้อมการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวในวันธรรมดาให้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150600862</Link_News></row>
<row _id="340"><NewsTitle>จังหวัดระนอง บูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคง ตรวจผู้ประกอบการปุ๋ยเคมี เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในต่างประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีษะเนตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีและอุปกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ร้านศิรณัฐ์การเกษตร&amp;nbsp;และร้านมานิตย์ค้าปลีก&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดระนอง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระนอง&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;กอ.รมน.จว.ระนอง&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองระนอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวในการลงพื้นที่&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจสอบราคาปุ๋ยของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ดำเนินงานการออกสำรวจในครั้งนี้ปรากฏว่า&amp;nbsp;ไม่พบการกระทำความความผิด&amp;nbsp;ในการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&amp;nbsp;ทั้งนี้หากผู้ประกอบการ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร้านค้าใดมีการกระทำความผิด&amp;nbsp;จะต้องดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดระนองมีแผนในการดำเนินการตรวจผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กำหนดตรวจในพื้นที่อำเภอกะเปอร์&amp;nbsp;อำเภอกระบุรี&amp;nbsp;อำเภอสุขสำราญ&amp;nbsp;และอำเภอละอุ่น&amp;nbsp;เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรในเบื้องต้น&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;เอาเปรียบและฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์นี้&amp;nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนองได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ยเคมีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังการประชุมวอร์รูม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาผลกระทบที่มีต่อสินค้าสำคัญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;คือปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงจากรัสเซีย&amp;nbsp;และยูเครน&amp;nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้นมาก&amp;nbsp;ทางรัฐบาลจึงต้องหาแนวทางเพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การลดต้นทุนผลิต&amp;nbsp;จากผลิตภัณฑ์ที่ต้องนำเข้า&amp;nbsp;เพราะไม่สามารถผลิตเองได้&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อรัสเซียมีสงคราม&amp;nbsp;จึงผลักดันให้ราคาสินค้าทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลอดห่วงโซ่การผลิตให้เกิดความเป็นธรรม&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง&amp;nbsp;และหากพบว่าต้นทุนผลิตปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่ต้องดูแลให้ผู้ประกอบการอยู่ได้&amp;nbsp;ไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ต้องไม่เดือดร้อนจากราคาที่แพงเกินไป&amp;nbsp;ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องราคา&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ให้มีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ระนอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317153259886</Link_News></row>
<row _id="341"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เพื่อควบคุมและป้องกันการขึ้นราคาสินค้าการเกษตรเกินความจำเป็น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;กอ.&amp;nbsp;รมน.&amp;nbsp;จว.กระบี่&amp;nbsp;ผู้แทนตำรวจภูธรในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&amp;nbsp;หากตรวจพบมีการขึ้นราคาเกินมาตรฐานราคาตลาด&amp;nbsp;จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;โดยเข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บจก.เติมพรการเกษตร&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;489/6&amp;nbsp;ถนนอุตรกิจ&amp;nbsp;ตำบลกระบี่ใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๊ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7.80&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;(อาหารไก่&amp;nbsp;หมู&amp;nbsp;ปลาดุก)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2.80&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และร้านรัฐมนตรีการเกษตร&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;96/1&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลทับปริก&amp;nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๊ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;(อาหารปลาดุก/ข้าวเปลือก/ข้าวสาร)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กระสอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบสต๊อกร้านขายสิ้นค้าดังกล่าวว่า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุน&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน&amp;nbsp;และราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;แต่ปริมาณการซื้อสินค้าของเกษตรกรลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;ทำให้เกษตรหันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ&amp;nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;และปุ๋ยหมักแทนด้วยราคาที่ถูกกว่า&amp;nbsp;โดยจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยให้ครอบคลุมในพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161608924</Link_News></row>
<row _id="342"><NewsTitle>กรมสรรพากร เร่งคืนภาษีฯ ประจำปี 2564 พร้อมเชิญชวนยื่นแบบภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต ถึง 8 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสมหมาย&amp;nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ขณะนี้กรมสรรพากรได้เร่งพิจารณาและอนุมัติคืนภาษี&amp;nbsp;ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;ภ.ง.ด.90&amp;nbsp;และภ.ง.ด.91&amp;nbsp;ประจำปีภาษี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผู้เสียภาษียื่นขอคืนภาษีไปแล้วรวมจำนวน&amp;nbsp;1,679,208&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;จากแบบที่ยื่นขอคืนทั้งหมด&amp;nbsp;2,188,287&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;78&amp;nbsp;รวมจำนวนเงินภาษีที่คืนแล้ว&amp;nbsp;15,426&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับภาษีคืนจากกรมสรรพากรไปแล้ว&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;มีการจัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณาคืนภาษีถูกต้องครบถ้วน&amp;nbsp;และมีการผูกบัญชีธนาคาร&amp;nbsp;ที่ขอคืนกับระบบพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน&amp;nbsp;โดยสามารถตรวจสอบ&amp;nbsp;และติดตามสถานะการขอคืนภาษีได้ด้วยตนเองที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.rd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.rd.go.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นวันสิ้นสุดเวลาการยื่นแบบฯ&amp;nbsp;ภ.ง.ด.90&amp;nbsp;และภ.ง.ด.&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ผ่านทางอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;ขณะนี้มีผู้ยื่นแบบฯแล้ว&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;4,297,589&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;ประจำปีภาษี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สามารถยื่นแบบฯ&amp;nbsp;ได้ตามกำหนดเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อลดภาระค่าปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317155420899</Link_News></row>
<row _id="343"><NewsTitle>Shuttle bus รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 100% อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาสนามบินเบตง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17มี.ค.65)&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการนำนโยบายด้านพลังงานมาใช้&amp;nbsp;โดยนำรถ&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;bus&amp;nbsp;พลังงานไฟฟ้า100%&amp;nbsp;ภายในออกแบบเน้นความสะดวกสบาย&amp;nbsp;และทันสมัยช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายธนวัฒน์&amp;nbsp;ประสานธรรมคุณ&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ซีคลีน&amp;nbsp;เพาเวอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หนึ่งในนักลงทุน&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;bus&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;อำเภอเบตงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง&amp;nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ&amp;nbsp;อาการดี&amp;nbsp;อาหารอร่อย&amp;nbsp;ไม่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;จึงมองว่าการนำ&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;bus&amp;nbsp;มาให้บริการที่สนามบินเบตง&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาสนามบินเบตง&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;รถ&amp;nbsp;Shuttle&amp;nbsp;Bus&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รถรับ-ส่งจากสถานที่หลัก&amp;nbsp;ไปสู่อีกจุดหมายหนึ่ง&amp;nbsp;โดยจะไม่มีการรับคนเพิ่มระหว่างทาง&amp;nbsp;ช่วงแรกจะเปิดให้บริการตามโปรแกรมบินของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จากท่าอากาศยานเบตง-เมืองเบตง-ด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ค่าโดยสาร&amp;nbsp;40-100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนในเรื่องจุดคุ้มทุน&amp;nbsp;รายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย&lt;/strong&gt;อาจต้องใช้ระยะเวลาสักพัก&amp;nbsp;ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพและพื้นที่อื่นๆมาเที่ยวเมืองเบตง&amp;nbsp;มาร่วมพัฒนาเมืองเบตง&amp;nbsp;มาทำให้เมืองเบตงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าอยู่และน่าท่องเที่ยวต่อไป&amp;nbsp;ประกอบกับเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซียมีการเปิดประเทศด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงมองว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317171024959</Link_News></row>
<row _id="344"><NewsTitle>จังหวัดตราด บูรณาการร่วมตรวจติดตามปริมาณ และราคาสินค้า ปุ๋ยเคมี ยาป้องกัน กำจัดศัตรูพืช หรือโรคพืช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพีรพล&amp;nbsp;ลือล่า&amp;nbsp;นายอำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;นายธนินทร์&amp;nbsp;นวลฉวี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด&amp;nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และตำรวจ&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณ&amp;nbsp;และราคา&amp;nbsp;สินค้าประเภทปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;โดยตรวจติดตามที่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เทพนิมิตการเกษตร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;พบว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีปรับราคาสูงขึ้นกระสอบละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;-&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการค้า&amp;nbsp;มีการปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;และประกาศ&amp;nbsp;กกร.&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่องการแจ้งราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บและรายละเอียดเกี่ยวกับปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงพื้นที่ตรวจติดตามปริมาณ&amp;nbsp;และราคาสินค้าประเภทปุ๋ยเคมีครั้งนี้เป็นการบูรณาการ่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อติดตามว่าภาวะราคาปุ๋ย&amp;nbsp;รวมทั้งสต๊อกสินค้าว่ามีเพียงพอในการจำหน่ายให้กับเกษตรกรหรือไม่&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการต่อปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;รวมทั้งยังขอให้ผู้ประกอบการรายงานสต๊อกสินค้าต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในทุกสิ้นเดือน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายนิมิต&amp;nbsp;สุวัฒน์ศรีสุข&amp;nbsp;ผู้ประกอบการบริษัท&amp;nbsp;เทพนิมิตการเกษตรฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเรียกว่าเป็นจุดวิกฤติของปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสั่งนำเข้าปุ๋ยเคมีจากรัสเซีย&amp;nbsp;และเบรารุส&amp;nbsp;ปีหนึ่งเฉลี่ย&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่จากปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันปุ๋ยหายไปจากตลาดประมาณ&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จึงทำให้ปุ๋ยเคมีบางชนิดเกิดปัญหาการขาดตลาดขึ้นบ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317175933979</Link_News></row>
<row _id="345"><NewsTitle>หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ มกษ. 5900-2559 และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน GI ในพื้นที่ อ.ชนบท และ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพิมลรัตน์&amp;nbsp;เมธินธรังสรรค์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และนายสุพจน์&amp;nbsp;บรรเทา&amp;nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&amp;nbsp;ช2&amp;nbsp;นำคณะผู้ตรวจรับรอง&amp;nbsp;นำทีมโดยนางสุกานดา&amp;nbsp;คำปลิว&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;5900-2559&amp;nbsp;"มาตรฐานไหมน้อย"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มไหมทอง&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;บ้านหัวฝาย&amp;nbsp;ต.ปอแดง&amp;nbsp;อ.ชนบท&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;สมาชิกจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งได้รับไข่ไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;มีการตรวจประเมินภายใน&amp;nbsp;จากคณะกรรมการภายในกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;จากนั้นได้ติดตามการผลิตและต่ออายุการรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;บ้านปอแดง&amp;nbsp;ต.คึมชาด&amp;nbsp;อ.หนองสองห้อง&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นกลุ่มที่ผลิตไข่ไหมชุมชน&amp;nbsp;ผลิตไหมวัยอ่อน&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกและผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;ไหมที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ไทยพื้นบ้าน&amp;nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าเส้นไหมจากการทำมาตรฐานให้ตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;พร้อมส่งจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317191218021</Link_News></row>
<row _id="346"><NewsTitle>มทบ. 210 สร้างมัคคุเทศก์น้อย พาทัวร์เที่ยวค่ายพระยอดเมืองขวาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง&amp;nbsp;ตำบลกุรุคุ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;สถาพร&amp;nbsp;บุญชู&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;210&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&amp;nbsp;เป็นค่ายทหารที่มีประวัติและเรื่องราวต่างๆ&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;มีชื่อเดิมว่าค่ายนาโพธิ์&amp;nbsp;แต่ด้วยมีเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;คือมีฟ้าผ่าลงมาตรงกลางป้ายที่เขียนว่า&amp;nbsp;ค่ายนาโพธิ์&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ป้ายแยกออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซีก&amp;nbsp;แม้ทำป้ายมาเปลี่ยนใหม่ก็เกิดเหตุซ้ำเช่นเดิมอีก&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จึงทรงพระราชทานนามใหม่ว่า&amp;nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&amp;nbsp;เหตุการณ์ประหลาดก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประกอบกับค่ายพระยอดเมืองขวาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับการจัดสรรงบประมาณของจังหวัดนครพนมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;จึงทำให้หลายจุดกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวและออกกำลัง&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า&amp;nbsp;เมื่อใดที่เราไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;หากมีไกด์หรือมัคคุเทศก์คอยนำทาง&amp;nbsp;คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และยิ่งมัคคุเทศก์เป็นคนในพื้นที่&amp;nbsp;ก็จะยิ่งให้รายระเอียดได้ครบถ้วน&amp;nbsp;และมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;210&amp;nbsp;(มทบ.210)&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้&amp;nbsp;จึงได้จัดการฝึกอบรมบุตรหลานของกำลังพล&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;210,&amp;nbsp;กองพันทหารราบที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และเยาวชนรอบค่ายที่สนใจ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อสร้างให้เป็นยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวภายในค่าย&amp;nbsp;ตามโครงการอบรมมัคคุเทศก์น้อย&amp;nbsp;มทบ.210&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างมัคุเทศก์ตัวน้อยเพื่อให้ความรู้นักท่องเที่ยวแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุตรหลานได้มีความกล้าแสดงออก&amp;nbsp;ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ถิ่นฐานตัวเองทำให้เกิดความรักความหวงแหน&amp;nbsp;ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;ทั้งยังจะทำให้ทุกคนมีรายได้จากการเป็นมัคคุเทศก์น้อย&amp;nbsp;ได้รู้คุณค่าของเงินที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง&amp;nbsp;รู้จักการมัธยัสถ์&amp;nbsp;และการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในการฝึกอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่บทบาทของยุวมัคคุเทศก์&amp;nbsp;การเป็นยุวมัคคุเทศก์ท่องเที่ยวที่ดี&amp;nbsp;วิธีการต้อนรับนักท่องเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&amp;nbsp;การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพระราชกรณียกิจในพระราชวงศ์จักรี&amp;nbsp;ซึ่งในค่ายมีห้องจัดแสดงพระอัจฉริยะภาพ&amp;nbsp;พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์&amp;nbsp;เรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและกีฬา&amp;nbsp;ที่มีหอกระโดดสูง&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ฟุต&amp;nbsp;หน้าผาจำลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนามยิงปืน&amp;nbsp;สนามยิงธนู&amp;nbsp;สถานีทดสอบกำลังใจ&amp;nbsp;สนามฟุตบอลหญ้าเทียมขนาดใหญ่&amp;nbsp;กิจกรรมทางน้ำ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การพายเรือแคนู&amp;nbsp;การปั่นจักรยานชมทัศนียภาพความสวยงามรอบค่ายพระยอดเมืองขวาง&amp;nbsp;กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเหล่าทหารพันธุ์ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมฝึกการแนะนำตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวบ้านฉัน&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเป็นการลงพื้นที่ฝึกกับสถานที่จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318012350101</Link_News></row>
<row _id="347"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลทุ่งนุ้ย&amp;nbsp;อำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ในกิจกรรมที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตและการตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง&amp;nbsp;หลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;และเลี้ยงแพะ&amp;nbsp;จากอำเภอเมืองสตูล&amp;nbsp;อำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;และอำเภอท่าแพ&amp;nbsp;เข้าร่วมฯ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมการผสมอาหารข้น&amp;nbsp;ในรูปแบบผสมด้วยมือ&amp;nbsp;และผสม&amp;nbsp;ด้วยเครื่องจักรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสตูลได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดรายจ่ายให้พี่น้องชาวเกษตรกร&amp;nbsp;และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ราคาอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;สามารถช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร&amp;nbsp;ให้ได้มีองค์ความรู้ในการเลี้ยงโคขุน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แพะขุน&amp;nbsp;และได้เรียนรู้การผลิตอาหารสัตว์แบบอาหารข้นด้วยตัวเอง&amp;nbsp;ซึ่งวัตถุดิบที่สามารถหาได้ในพื้นที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กากตะกอนน้ำมันปาล์มหรือกากสลัดจ์ปาล์ม&amp;nbsp;กากเนื้อในปาล์ม&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;และส่วนผสมอื่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;(มันเส้น)&amp;nbsp;กากถั่วเหลือง&amp;nbsp;จะต้องนำเข้ามาจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;สำหรับอาหารข้นสูตรนี้ช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้ประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้&amp;nbsp;และเดินข้างหน้าพร้อมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184931003</Link_News></row>
<row _id="348"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดหน้าดินเริ่มก่อสร้างอาคารคลังสินค้าโลจิสติกส์ที่ทันสมัยจังหวัดระยอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.พิรุณ&amp;nbsp;เหมะรักษ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดหน้าดินก่อสร้างอาคารคลังสินค้าโลจิสติกส์&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;เอฟแอลเอส&amp;nbsp;ซัพพลายเชน&amp;nbsp;เซ็นเตอร์(ระยอง)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มรัตนากรแอสเซท&amp;nbsp;และกลุ่มบริษัท&amp;nbsp;เอฟแอลเอส&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;29/15&amp;nbsp;ถนนห้วยโป่ง-โรงไฟฟ้า&amp;nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;มีนายจักรรัตน์&amp;nbsp;เรืองรัตนากร&amp;nbsp;ประธานกรรมการบริหารเครือรัตนากรแอสเซท&amp;nbsp;มิสเตอร์ทอร์บเยอร์น&amp;nbsp;ลาริสซ์&amp;nbsp;ซีอีโอ&amp;nbsp;กลุ่มบริษัท&amp;nbsp;เอฟแอลเอส&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;มิสเตอร์คาร์ล&amp;nbsp;ไฮนซ์&amp;nbsp;เฮคเฮาเซ่น&amp;nbsp;อดีตประธานหอการค้าเยอรมัน-ไทย&amp;nbsp;ร่วมทำพิธีเปิดหน้าดินเริ่มก่อสร้างคลังสินค้าฯ&amp;nbsp;และมีนักธุรกิจชาวเยอรมันและไทย&amp;nbsp;ร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอฟแอลเอส&amp;nbsp;ซัพพลายเชน&amp;nbsp;เซ็นเตอร์(ระยอง)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำระดับภูมิภาคและบริการจัดการคลังสินค้าและเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานและมีชื่อเสียงจากประเทศเยอรมัน&amp;nbsp;ภายในโรงงานมีคลังเก็บสินค้าล้ำสมัยขนาด&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ตร.ม.และมีลานตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;รองรับการบริการโลจิสติกส์ด้านเคมีภัณฑ์ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังมีมีสถานีบริการแบ่งบรรจุและสถานีผสม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับเคมีภัณฑ์ผงวัตถุดิบและของเหลวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับลูกค้าในห่วงโซ่อุปทานและให้บริการที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย&amp;nbsp;และมีระบบการทำความสะอาดถังบรรจุเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;และพื้นที่จอดรถบรรทุกเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;เราต้องการสร้างประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานให้มากที่สุดเพิ่มวงรอบการขนส่งให้มากที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317201623048</Link_News></row>
<row _id="349"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ตรวจเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ย-อาหารสัตว์ ขอความร่วมมือไม่กักตุนและขึ้นราคาสินค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยที่ทำการปกครอง&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ร้านจำหน่ายปุ๋ย&amp;nbsp;และอาหารสัตว์&amp;nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เพื่อสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันปรากฎสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;พร้อมกับสั่งการให้นายอำเภอ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินการ&amp;nbsp;และให้จังหวัดรายงานผลการดำเนินการตามแบบรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบทุกวันศุกร์&amp;nbsp;ทั้งนี้หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317191725023</Link_News></row>
<row _id="350"><NewsTitle>เกษตรตรัง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตำบลบางหมาก&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองลำภู&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลุ่มแม่น้ำตรัง&amp;nbsp;มีกิจกรรมเกี่ยวผลิตภัณฑ์จากต้นจาก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;น้ำตาลจาก&amp;nbsp;จานกาบหมาก&amp;nbsp;จานใบจาก&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ตามบัญชีท้าย&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมรับผลกระทบสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;มีศักยภาพในการแข่งขันด้านการตลาดและเสริมสร้างการยอมรับของผู้บริโภคในระยะยาวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;มีนายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ติดตามด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในวันเดียวกันนี้นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำผุด&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าของวิสาหกิจชุมชนเครื่องแกงตำมือบ้านทุ่งนา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;จากการติดตามพบว่าวิสาหกิจชุมชนทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนวัสดุเครื่องมืออุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมมีการพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิต&amp;nbsp;ได้นำเทคโนโลยีและความรู้ทางเทคนิคที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการผลิตสินค้า&amp;nbsp;ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าและจำนวนของสินค้าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317204255057</Link_News></row>
<row _id="351"><NewsTitle>คลับเมดภูเก็ต กลับมาเปิดอีกครั้งหลังหยุดมา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวต่อผู้บริการคลับเมด&amp;nbsp;และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ในโอกาสที่คลับเมดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังหยุดมานานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมองว่า&amp;nbsp;การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หากขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เปิดแคมเปญท่องเที่ยวต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Test&amp;amp;&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&amp;nbsp;และที่สำคัญคือภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ช่วยให้ความร่วมมือในการเปิดประเทศได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;แม้ว่าโรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;จะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก&amp;nbsp;แต่จะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;ฟื้นตัวกลับมาสวยงามอีกครั้ง&amp;nbsp;สำหรับวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมและความมั่นใจของคนในจังหวัดภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น&amp;nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีที่คลับเมดได้เปิดตัวอีกครั้ง&amp;nbsp;เชื่อว่าจะทำให้การท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&amp;nbsp;และยังส่งผลในทางอ้อมที่จะทำให้สายการบินไทยเริ่มมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;มายังภูเก็ตทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คลับเมดมีสถานที่พักผ่อนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สวยงาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มากกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;แห่งทั่วโลก&amp;nbsp;ครอบคลุมกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ในประเทศแถบยุโรป&amp;nbsp;ส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;คลับเมด&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;รีสอร์ทขนาดใหญ่&amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่ชายหาดกะตะ&amp;nbsp;มีพื้นที่กว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และคลับเมด&amp;nbsp;หนึ่งเดียวในประเทศไทย&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการของคลับเมด&amp;nbsp;ภูเก็ตครั้งนี้&amp;nbsp;สามารถกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318035718120</Link_News></row>
<row _id="352"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์ แลธรรมชาติเขาท่าเพชร ประจำปี ครั้งที่ 12 สืบสานประเพณีประจำถิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงาน&amp;nbsp;แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;แลธรรมชาติเขาท่าเพชร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;(เขาท่าเพชร)&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวนันทวัน&amp;nbsp;ศิริโภคพัฒน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายธธงชัย&amp;nbsp;ศาลอักษร&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.ปรเมษฐ์&amp;nbsp;จินา&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;พระครูปริยัติคุณาวุธ&amp;nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดกลางใหม่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปีนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกำหนดการดำเนินพิธีดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เริ่มพิธีการบวงสรวงศาลหลักเมือง&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จากนั้นดำเนินการพิธีบวงสรวงพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;และสมโภชผ้าห่มพระธาตุ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีเวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่จะร่วมขบวนแห่&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;แล้วเสร็จ&amp;nbsp;เริ่มตั้งขบวนที่หน้าสถานีช่อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;(เดิม)&amp;nbsp;และเริ่มแห่ไปจนถึงพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;ภายในงานมีการแสดงบูชาพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;พิธีทางพราหมณ์และทางพุทธ&amp;nbsp;และพิธีห่มผ้าพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีกรรม&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้คงอยู่สืบไป&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ในการจัดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพระธาตุศรีสุราษฎร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือพระธาตุเขาท่าเพชร&amp;nbsp;ตั้งอยู่บนเนินเขาท่าเพชร&amp;nbsp;สร้างเมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2500&amp;nbsp;ตามแบบศิลปะศรีวิชัยผสมศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น&amp;nbsp;ลักษณะพระธาตุเป็นรูปทรงสูงตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม&amp;nbsp;นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของจังหวัด&amp;nbsp;ต่อมาเกิดการทรุดโทรม&amp;nbsp;จึงมีการบูรณะเป็นลักษณะรูปทรงสูงเรียวคล้ายลำเทียนหรือเสาอโศกประดับด้วยลวดลายปูนปั้นนับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ&amp;nbsp;ต่อมาวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2502&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถ&amp;nbsp;ในรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ได้เสด็จนมัสการพระธาตุแห่งนี้&amp;nbsp;และต่อมาในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2527&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เสด็จแทนพระองค์ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ&amp;nbsp;และพระธาตุสาวก&amp;nbsp;พร้อมทรงปลูกต้นพะยอมเพื่อเป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;ถือเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่มีความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับชาวสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;ได้มีการกำหนดจัดประเพณี&amp;nbsp;แห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;แลธรรมชาติเขาท่าเพชร&amp;nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภัคดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;และการแสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;เปรียบได้กับการถวายผ้าไตรแก่พระพุทธเจ้า&amp;nbsp;ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาร่วมงานบุญแห่ผ้าห่มพระธาตุศรีสุราษฎร์&amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังสามรถเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Chapters@amazingTHAILAND&amp;nbsp;ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#มาเที่ยวเถอะนะ....อยากเจอ&amp;nbsp;#สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เมืองนี้ต้องมา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318040532121</Link_News></row>
<row _id="353"><NewsTitle>จังหวัดตาก จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.นายสมชัย&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางวรรณฤดี&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&amp;nbsp;และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก&amp;nbsp;เปิดการจัดกิจกรรมและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาด&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณเวทีกลางกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;(ลานจอดรถหน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;จังหวัดตากจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ&amp;nbsp;จึงได้จัดตั้งงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ของจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาด&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้นและมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตลอดจนการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักจังหวัดตากมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เป็นการต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-19)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ตาก</Province><Department>สวท.ตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318021728108</Link_News></row>
<row _id="354"><NewsTitle>จ.ตาก เปิดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชน และสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;นายสมชัย&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP/สินค้าวิสาหกิจชุมชน/สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;งบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายประจวบ&amp;nbsp;เจนนัดที่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดตาก&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สินค้าวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;0TOP&amp;nbsp;และสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยกำหนดดำเนินการ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมืองตาก&amp;nbsp;โดยภายในงาน&amp;nbsp;มีผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ในจังหวัดตาก&amp;nbsp;และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นำสินค้ามาจัดแสดงและจัดจำหน่ายกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ของใช้&amp;nbsp;ของฝาก&amp;nbsp;ของที่ระลึก&amp;nbsp;เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;สมุนไพร&amp;nbsp;รวมถึงเครื่องดื่ม&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่ากิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;จะเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ให้กับผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดให้กับชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้มั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318021437107</Link_News></row>
<row _id="355"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1/2565  เพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติหลักเกณฑ์สนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นายอนุวรรตน์&amp;nbsp;โหมดพริ้ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ให้เป็นประธานประชุมคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมีคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติหลักเกณฑ์สนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมปลายพระยา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;การประชุมในวันนี้&amp;nbsp;เพื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และกรอบวงเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;(ส.กทอ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจัดสรรให้จังหวัดละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้านเทคโนโลยีพลังงานทดแทนหรือการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;สถานี่พลังงานชุมชน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;แบบเคลื่อนที่&amp;nbsp;แบบรถเข็น&amp;nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;340&amp;nbsp;วัตต์&amp;nbsp;กองทุนสนับสนุน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;บาท/คัน&amp;nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;แบบลากจูง&amp;nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3,060&amp;nbsp;วัตต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;220,000&amp;nbsp;บาท/คัน&amp;nbsp;เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;ชุดครอบหัวเตาแก๊สประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย&amp;nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสดงอาทิตย์สำหรับห้องเย็น&amp;nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับบ่อบาดาล&amp;nbsp;ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแหล่งกักเก็บน้ำผิวดิน&amp;nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง&amp;nbsp;ไม่มีไฟฟ้ามี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระบบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อชุมชนพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;(Mini&amp;nbsp;/&amp;nbsp;Micro&amp;nbsp;Grid)&amp;nbsp;และระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย&amp;nbsp;(Solar&amp;nbsp;home&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งสถานีพลังงานชุมชน&amp;nbsp;ที่เป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;ต้นน้ำ-&amp;nbsp;กลางน้ำ-ปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยสามารถขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยีเดี่ยว&amp;nbsp;หรือหลายเทคโนโลยีที่ประกอบกัน&amp;nbsp;โดยมีรูปแบบของการร่วมจ่าย&amp;nbsp;(Co&amp;nbsp;-Pay)&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ส่งผลให้สมาชิกเครือข่ายกลุ่มมีรายได้ต่อเดือนหรือต่อปีเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีได้ตลอดอายุการใช้งาน&amp;nbsp;ดูแลบำรุงรักษา&amp;nbsp;จัดหาทดแทนได้&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;มีองค์ความรู้&amp;nbsp;มีวิทยากร&amp;nbsp;สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลได้&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมและส่งโครงการ&amp;nbsp;จากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;หรือหน่วยงานองค์กรที่ดูแล&amp;nbsp;และมีการชี้แจงแนวทางการพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการในการยื่นข้อเสนอและพิจารณาโครงการตามกรอบยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ทางกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการจะต้องดำเนินการ&amp;nbsp;ตามแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต้องจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรหรือเป็นกลุ่มที่มีหน่วยงานราชการรับรองมี&amp;nbsp;มีหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินมีบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนกระบวนการ&amp;nbsp;การยื่นโครงข้อเสนอโครงการ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ส่วนราชการภูมิภาค&amp;nbsp;ส่วนราชการส่วนกลางที่มีที่ตั้งในจังหวัด&amp;nbsp;ส.กอท.ประกาศรับสมัคร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชี้แจงแนวทางการขอรับสนับสนุนเงินกองทุนดังกล่าว&amp;nbsp;จัดประชุมคณะทำงาน&amp;nbsp;คณะทำงานกลั่นกรองโครงการ&amp;nbsp;หากผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุน&amp;nbsp;ส.กอท.ประกาศและแจ้งผล&amp;nbsp;โดยผ่านคณะทำงานดังกล่าว&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;กลั่นกรอง&amp;nbsp;หลังจากนั้นสำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;ฝ่ายเลขาฯ&amp;nbsp;จะได้สรุปรายละเอียดนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการ&amp;nbsp;กบจ.&amp;nbsp;เห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะและรายงานผลการพิจารณาต่อผู้เสนอโครงการ&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;แจ้งไปยังกองทุน&amp;nbsp;เพื่อให้การยื่นโครงการเข้าในระบบเพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อดำเนินตามลำดับ&amp;nbsp;เพื่อให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;แผนด้านพลังงานระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318032848111</Link_News></row>
<row _id="356"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี และเคมีภัณฑ์ ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้จำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายวิรัตน์&amp;nbsp;นามวงษา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองจังหวัด&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชของผู้จำหน่ายในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;ปริมาณปุ๋ยและปริมาณเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ราคาสินค้าบางรายการปรับสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ไม่พบว่ามีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานการณ์ภาวะการค้าในช่วงนี้เป็นฤดูร้อนเกษตรกร&lt;/strong&gt;ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ในปริมาณมาก&amp;nbsp;และคาดว่าจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยมากตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318003014087</Link_News></row>
<row _id="357"><NewsTitle>ภาครัฐ สำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายในจังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยปัจจุบันปรากฏสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เร่งแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;หากพบผู้กระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;มอบหมายให้นายอำเภอ&amp;nbsp;ประสานกับตำรวจ&amp;nbsp;หน่วยงานกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;และปุ๋ยในจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขาย&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ซึ่งคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศ&amp;nbsp;กกร.&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;46&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;และได้มอบสำเนาประกาศไว้ให้ผู้ประกอบการแล้ว&amp;nbsp;ทั้งนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เช่นการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318000219080</Link_News></row>
<row _id="358"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&amp;nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ว่าจ้าง&amp;nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตันขึ้นไป&amp;nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเดือนถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ร้านนำฮง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ร้านเม้งเกษตรเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;และร้านทวีโชคการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.หาดสำราญ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรหาดสำราญ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,072&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;288&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&amp;nbsp;ออกสินค้า&amp;nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&amp;nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&amp;nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้กักตุนสินค้า&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094634146</Link_News></row>
<row _id="359"><NewsTitle>จังหวัดตรัง  ตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช ในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&amp;nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ว่าจ้าง&amp;nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตันขึ้นไป&amp;nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเดือนถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ร้านนำฮง,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ร้านเม้งเกษตรเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;และร้านทวีโชคการเกษตร,&amp;nbsp;อ.หาดสำราญ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คือสหกรณ์การเกษตรหาดสำราญ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,072&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;288&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&amp;nbsp;ออกสินค้า&amp;nbsp;อย่างสม่ำเสมอไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&amp;nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&amp;nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างช้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้กักตุนสินค้า&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094010142</Link_News></row>
<row _id="360"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอวังวิเศษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&amp;nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&amp;nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์การค้า&amp;nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&amp;nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&amp;nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;หน้ากากผ้า&amp;nbsp;เจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และถุงมือ&amp;nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&amp;nbsp;และจำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&amp;nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&amp;nbsp;ให้ครบถ้วน&amp;nbsp;ชัดเจน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&amp;nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0&amp;nbsp;7522&amp;nbsp;3076&amp;nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&amp;nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&amp;nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318113610203</Link_News></row>
<row _id="361"><NewsTitle>สมาชิกวุฒิสภา ติดตามสภาพปัญหาผลกระทบด้านการท่องเที่ยว และด้านอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอสิชล จากสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอสิชล&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นำโดยนายสมชาย&amp;nbsp;เสียงหลาย&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;รองประธานกรรมการโครงการฯ&amp;nbsp;(หัวหน้าคณะเดินทาง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;นครศรีธรรมราชมีการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่อย่างรอบคอบครอบคลุมในทุกมิติทั้งด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม&amp;nbsp;ภายใต้การประเมินสถานการณ์ในทุกระดับ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความพร้อมเช่นกัน&amp;nbsp;มีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวง&amp;nbsp;สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;มีความพร้อมในการให้บริการทั้งในส่วนของสถานที่และพนักงาน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้มุ่งเน้นการสร้างทักษะและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับ&amp;nbsp;โรคโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าใจ&amp;nbsp;มีการใช้ชีวิตในวิถีใหม่&amp;nbsp;(new&amp;nbsp;normal)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชาย&amp;nbsp;เสียงหลาย&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอสิชลเป็นเมืองหลักในการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจไม่แพ้อำเภอขนอม&amp;nbsp;จึงให้ความสำคัญในการแก้ไข้ปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร&amp;nbsp;ธุรกิจบริการ&amp;nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และภาคการประมง&amp;nbsp;รวมทั้งได้เตรียมแผนงานที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอสิชล&amp;nbsp;โดยการหาช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;และเน้นย้ำว่าหากมีปัญหาหรือความเดือดร้อนในพื้นที่&amp;nbsp;จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพรัตน์&amp;nbsp;ทับชุม&amp;nbsp;นายอำเภอสิชล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอสิชลมีความสมบูรณ์ในการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;เขา&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;เล&amp;nbsp;แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีจำนวนลดลง&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการวางแผนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งด้านสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;การคมนาคมทางรถ&amp;nbsp;ทางเรือ&amp;nbsp;และร้านอาหาร&amp;nbsp;ให้ได้รับมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้มีการบริหารจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และเพิ่มเส้นทางการเดินทางโดยเรือจากอำเภอสิชลไปยังอำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;และจากสถานการณ์อาหารสัตว์มีราคาแพง&amp;nbsp;ได้ลงสำรวจในพื้นที่ว่ามีการกักตุนสินค้าหรือไม่&amp;nbsp;ฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือไม่&amp;nbsp;เพราะต้องการให้เป็นไปตามกลไกของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอสิชลนั้น&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อในครัวเรือน&amp;nbsp;ขณะนี้ใช้การตรวจคัดกรองทั้งวิธี&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีเขียวจะเข้าสู่การรักษา&amp;nbsp;"เจอ&amp;nbsp;แจก&amp;nbsp;จบ"&amp;nbsp;รักษาด้วยยาฟ้าทะลายโจรและยารักษาตามอาการ&amp;nbsp;ส่วนกลุ่ม&amp;nbsp;608&amp;nbsp;และกลุ่มเด็กจะตรวจคัดกรองโดยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp;ทั้งในโรงพยาบาล&amp;nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;600&amp;nbsp;เตียง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;CI&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เตียง&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;CI&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่กองร้อยฝึกรบพิเศษที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล&amp;nbsp;และได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ด้วยการรักษาแบบ&amp;nbsp;HI&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีการเปิดให้ผู้ประกอบการโรงแรมลงทะเบียนผ่าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;2&amp;nbsp;plus&amp;nbsp;ส่วนร้านอาหารและสถานประกอบการจะประเมินผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;หากนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยจะมีการประสานงาน&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;1669&amp;nbsp;และจะปิดสถานประกอบการนั้นเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เพื่อทำความสะอาดก่อนที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประสิทธิภาพช่องทางการเผยแพร่เว็บไซต์ข่าวจริงประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318120624220</Link_News></row>
<row _id="362"><NewsTitle>จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบประกาศนีบัตรแก่กลุ่มสมาชิกที่มีผลงานเด่นในรอบปี&amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายผล&amp;nbsp;ดำธรรม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนกำหนดให้วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;และกำหนดให้วันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน&amp;nbsp;โดยในปัจจุบันจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;291&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;37,079&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีเงินสัจจะสะสม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;345,550,360&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;"การส่งเสริมการออมของประชาชน"&amp;nbsp;ในระดับจังหวัดและอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการออมภาคประชาชน&amp;nbsp;เป็นการสร้างหลักประกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเงินออมเดิมที่มีอยู่&amp;nbsp;ครัวเรือนมีการออม&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&amp;nbsp;และครัวเรือนยากจนเป้าหมายของระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;ที่ประสบปัญหามิติด้านรายได้มีการออมเงินอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ของจำนวนครัวเรือน&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;การจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนครั้งนี้&amp;nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงพลังกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,&amp;nbsp;การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,เวทีเสวนา&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการออม&amp;nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น,&amp;nbsp;กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP,&amp;nbsp;นิทรรศการผ้าไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>อุตรดิตถ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318121106223</Link_News></row>
<row _id="363"><NewsTitle>ศอ.บต. จับมือ "รวมพัฒน์" ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แสนล้านบาท กระจายทั่วถึง เพิ่มรายได้ 3.5 ล้านคน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมคิงส์ตัน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่&amp;nbsp;อำเภอหาดใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้มีการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน&amp;nbsp;และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;"สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน"&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเอาสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;จนสามารถสร้างเศรษฐกิจได้มูลค่าเกือบ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่เนื่องจากทั้งวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทำให้ปริมาณ&lt;/strong&gt;เงินที่เคยเข้ามาจากต่างชาติลดลงจากระบบเศรษฐกิจชายแดนใต้&amp;nbsp;ตลอดจนวิกฤติหนี้ที่เพิ่มสูงอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกจนก่อให้เกิดการฝืดเคืองของเงินในระบบ&amp;nbsp;อันทำให้เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ทาง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มูลนิธิรวมพัฒน์&amp;nbsp;จึงได้มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและสร้างสภาพคล่องให้เกิดการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในระบบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจที่มีอยู่เกือบ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเพิ่มและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงผู้คนในท้องถิ่นกว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารราชการของทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขต่อประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;โดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้ในวันนี้&amp;nbsp;จะเป็นการวางรากฐานการทำงานที่สำคัญของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการนำศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริหารพื้นที่ในทุกมิติ&amp;nbsp;เป็นการ&amp;nbsp;เปิดพื้นที่&amp;nbsp;เปิดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน&amp;nbsp;พร้อมนี้&amp;nbsp;ตนจะได้รายงานการทำงานไปยัง&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;ต่อไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายรักษ์พงษ์&amp;nbsp;เซ่งเจริญ&amp;nbsp;ประธานมูลนิธิรวมพัฒน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งสินทรัพย์พร้อมใช้งาน&amp;nbsp;หรืออาจเรียกว่าเป็น&amp;nbsp;Utility&amp;nbsp;พร้อมใช้&amp;nbsp;ที่มีมูลค่ามากกว่า&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อีกทั้งยังประกอบไปด้วยประชาชนซึ่งนับเป็นสมาชิกในระบบ&amp;nbsp;อันเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตในตัวเองอยู่แล้ว&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพาการพัฒนาเศรษฐกิจจากภายนอก&amp;nbsp;จนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในขาดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในวันนี้ตนจึงอยากให้&amp;nbsp;ผู้คนกว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคนนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลุกขึ้นมาจับกลุ่มเชื่อมโยงกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp;ในการสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท&amp;nbsp;Utility&amp;nbsp;Token&amp;nbsp;พร้อมใช้&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นจากภายในชาวจังหวัดชายแดนใต้ด้วยกันเอง&amp;nbsp;โดยตนเองพร้อมร่วมกับ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนดำเนินการศึกษาเพื่อสร้าง&amp;nbsp;Tokenomic&amp;nbsp;ที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;และถูกต้องตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318134742276</Link_News></row>
<row _id="364"><NewsTitle>สายการบินนกแอร์  จัดเที่ยวบินพิเศษ Amazing  เบตง</NewsTitle><NT01_NewsDesc xsi:nil="true" /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region xsi:nil="true" /><Province xsi:nil="true" /><Department xsi:nil="true" /><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="365"><NewsTitle>ยิ่งกว่าโอเค   กระตุ้น ท่องเที่ยวชายแดนภาคใต้  ย้ำ บินแน่เบตง-ดอนเมือง-เบตง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ได้ร่วมกับ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;จัดเที่ยวบินพิเศษ&amp;nbsp;ดอนเมือง-เบตง&amp;nbsp;ด้วยเที่ยวบิน&amp;nbsp;DD5180&amp;nbsp;ลงจอดยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ต.ยะรม&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ในเวลา&amp;nbsp;10.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเบตง&amp;nbsp;โดยมีสื่อมวลชนจากกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Youtuber&amp;nbsp;,&amp;nbsp;social&amp;nbsp;media&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;influencer&amp;nbsp;และบริษัททัวร์จากกรุงเทพมหานครร่วมบินในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;นายเอกยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนรินทร์&amp;nbsp;เรืองวงศา&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คุณธีรพล&amp;nbsp;โชติชนาภิบาล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บ.สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่ผู้ประกอบการจากหลายๆค่ายถามว่าเมื่อไหร่นกแอร์จะเปิดทำการบิน&amp;nbsp;ลงตารางบินสักทีจะได้ซื้อตั๋ว&amp;nbsp;ขอชี้แจงว่าขณะนั้นสนามบินยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเครื่องบินพาณิชย์&amp;nbsp;เมื่อได้รับอนุญาตบินจะเริ่มขายตั๋วทันที&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เปิดจำหน่ายตั๋วโดยสารแล้ว&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ตามเป้าที่ว่างไว้ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด19&amp;nbsp;อีกส่วนมองว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก&amp;nbsp;อ.เบตงเท่าที่ควร&amp;nbsp;วันนี้จึงมีการจัดเที่ยวบินพิเศษขึ้น&amp;nbsp;โดยเชิญสื่อต่างๆ&amp;nbsp;มาดูในเรื่องของความพร้อมของสนามบิน&amp;nbsp;มาดูบรรยากาศตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณีเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;จะได้บินหรือไม่นั้น&amp;nbsp;ต้องดูว่า&lt;/strong&gt;ผลตอบรับหลังจากนี้เป็นอย่างไร&amp;nbsp;ส่วนในเรื่องต้องการการันตี&amp;nbsp;75%&amp;nbsp;จากรัฐบาลนั้น&amp;nbsp;นกแอร์แค่อยากได้ความอุ่นใจในช่วงแรกๆช่วยเหลือไม่ให้เราขาดทุนเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ทางคณะฯได้&amp;nbsp;เดินทางต่อเที่ยวชมแลนด์มาร์คของเมืองเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หอนาฬิกาเมืองเบตง&amp;nbsp;ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp;อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอุโมงค์รถยนต์ตลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย&amp;nbsp;กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดพุทธาธิวาสหรือชื่อเดิมวัดเบตง&amp;nbsp;ชมอุโมงค์ปิยะมิตร&amp;nbsp;และทานอาหารร้านหวายร้อยลี้&amp;nbsp;จากนั้นคณะเที่ยวบินพิเศษเดินทางกลับสู่ท่าอากาศดอนเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318135156280</Link_News></row>
<row _id="366"><NewsTitle>รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เห็นชอบมาตรการสำคัญด้านเศรษฐกิจ 19 ประเด็น </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรรเสริญ&amp;nbsp;สมะลาภา&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการสำคัญด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;ที่กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนต้องการผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จในปีนี้&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน&amp;nbsp;ได้เน้นเรื่องการเจรจาอัพเกรดความตกลงการค้าเสรีอาเซียนกับออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&amp;nbsp;การเร่งรัดให้ความตกลง&amp;nbsp;RCEP&amp;nbsp;มีผลใช้บังคับกับทุกประเทศโดยเร็ว&amp;nbsp;และร่วมกันประกาศเริ่มเจรจาอัพเกรดความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน&amp;nbsp;เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมากขึ้น&amp;nbsp;ตั้งเป้าให้สามารถสรุปผลการเจรจาภายในปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการขยายอายุบันทึกความเข้าใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ที่อาเซียนจะไม่จำกัดการส่งออกสินค้าจำเป็นในช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;และเร่งรัดประเทศสมาชิกให้ความเห็นต่อการขยายบัญชีรายการสินค้าจำเป็น&amp;nbsp;ซึ่งไทยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินผลกระทบของ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาขยายบัญชีรายการสินค้าให้จำกัดเพียงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&amp;nbsp;และห่วงโซ่การผลิตเท่านั้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศนอกอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดอาเซียนกับอินเดีย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถสรุปขอบเขตของการทบทวนความตกลงการค้าสินค้า&amp;nbsp;พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่อาเซียน&amp;nbsp;ให้ทำงานร่วมกับอินเดีย&amp;nbsp;เพื่อกำหนดเวลาประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-อินเดียรอบพิเศษต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ประชุมได้หารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ที่มีต่ออาเซียน&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนช้าลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถเจรจาหาข้อตกลงกันได้โดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกและอาเซียนในระยะยาว&amp;nbsp;ซึ่งไทยได้เสนอให้อาเซียนดำเนินการร่วมกันทั้งเรื่องการเปิดตลาดสินค้า&amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกทางการค้า&amp;nbsp;และความร่วมมือทางด้านพลังงาน&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในภูมิภาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202306543</Link_News></row>
<row _id="367"><NewsTitle>คัดสินค้าชุมชนคุณภาพดีทั่วประเทศ กว่า 4,000 รายการ จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทศพล&amp;nbsp;ทังสุบุตร&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;Shopee&amp;nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย&amp;nbsp;ภายใต้แคมเปญ&amp;nbsp;"สุขใจซื้อของไทย"&amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Shopee&amp;nbsp;และเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.shopee.co.th/dbdonline"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.shopee.co.th/dbdonline&lt;/a&gt;&amp;nbsp;โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนคุณภาพดี&amp;nbsp;จากแหล่งผลิตชื่อดัง&amp;nbsp;สินค้าเด่นทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ทั้งของกิน&amp;nbsp;ของใช้&amp;nbsp;ของตกแต่งบ้านและสมุนไพร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หมวดสินค้าชุมชนไทยที่มีอัตลักษณ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มะพร้าวแก้ว&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ผัดหมี่โคราช&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และน้ำพริกกุ้งเสียบ&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยแคมเปญดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้&amp;nbsp;ผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน&amp;nbsp;คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้ผู้ประกอบการชุมชนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถอุดหนุนสินค้าชุมชนผ่านแคมเปญ&amp;nbsp;สุขใจซื้อของไทย&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Shopee&amp;nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318201921542</Link_News></row>
<row _id="368"><NewsTitle>นกแอร์จัดไฟล์พิเศษ ดึงสื่อมวลชน Youtuber, Influencer และบริษัททัวร์ เดินทางด้วยเที่ยวบิน โปรโมทเส้นทางการบินและสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเบตง พร้อมกำหนดตารางการบินอย่างเป็นทางการในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรพล&amp;nbsp;โชติชนาภิบาล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำคณะสื่อมวลชน&amp;nbsp;Youtuber,&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Media,&amp;nbsp;Influencer&amp;nbsp;และบริษัททัวร์&amp;nbsp;เดินทางด้วยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&amp;nbsp;DD&amp;nbsp;5180&amp;nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ต.ยะรม&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.35&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&amp;nbsp;ดอนเมือง-เบตง&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการเดินทางโดยสายการบิน&amp;nbsp;พร้อมนำคณะสื่อ&amp;nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&amp;nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&amp;nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร&amp;nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;ชมบรรยากาศในเมืองเบตง&amp;nbsp;ลิ้มรดชาดอาหาร&amp;nbsp;และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรพล&amp;nbsp;โชติชนาภิบาล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเดินทางลงพื้นที่ด้วยสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยนำสื่อมวลชน&amp;nbsp;ลงมาเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;และแหล่งเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ใช้เวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมงเศษ&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระยะทาง&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;และราคาของตั๋วโดยสาร&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาอำเภอเบตง&amp;nbsp;ลดภาวะเสี่ยงโควิด-19&amp;nbsp;ในระหว่างการเดินทาง&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ทาง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และคณะสื่อที่เดินทางมาในครั้งนี้&amp;nbsp;จะร่วมกันหารือ&amp;nbsp;และวางแผน&amp;nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เพื่อกำหนดตารางการบินในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&amp;nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไม้ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;ส้มโชกุน&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ไก่เบตง&amp;nbsp;ผักน้ำ&amp;nbsp;ปลานิลน้ำไหล&amp;nbsp;ปลากือเลาะ&amp;nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&amp;nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&amp;nbsp;อุโมงปิยมิตร&amp;nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&amp;nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&amp;nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&amp;nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&amp;nbsp;จุดชมทะเลหมอก&amp;nbsp;สกายวอล์ค&amp;nbsp;อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสัมผัสให้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318142957315</Link_News></row>
<row _id="369"><NewsTitle>รมว.คมนาคม วางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา หรือ สะพานมโนราห์ เชื่อมพัทลุง-สงขลา พร้อมยืนยัน เสร็จในปี 2569</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยมีนายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;อุสาหะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านแหลมจองถนน&amp;nbsp;ตำบลจองถนน&amp;nbsp;อำเภอเขาชัยสน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการก่อสร้างสะพาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;พยายามพัฒนา&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐานให้กับประชาชน&amp;nbsp;เพื่อให้การเดินทางของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สะดวก&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;และปลอดภัย&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่นำโดย&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมระบุว่า&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;แห่งนี้&amp;nbsp;จะเป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ&amp;nbsp;โดยจะทำให้ประชาชนใช้เส้นทางเชื่อมระหว่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดได้สะดวกขึ้น&amp;nbsp;เป็นการเปิดประตูระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาในอีกหลายๆด้านตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังจากมีพิธีวางศิลาฤกษ์แล้ว&amp;nbsp;จะเป็นหลักประกันว่า&amp;nbsp;จะมีการก่อสร้างสะพานแห่งนี้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;และจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ได้จัดทำคำของบประมาณ&amp;nbsp;ภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,841&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาก่อสร้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะใช้เงินกู้ที่ร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เงินงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;30&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;หรือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สะพานมโนราห์&amp;nbsp;มีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท&amp;nbsp;พท.4004&amp;nbsp;กม.ที่&amp;nbsp;3+300&amp;nbsp;บ้านแหลมจองถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.จองถนน&amp;nbsp;อ.เขาชัยสน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และมีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านแหลมยาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.เกาะใหญ่&amp;nbsp;อ.กระแสสินธุ์&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยสะพานมีขนาด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่องจราจร&amp;nbsp;รูปแบบสะพาน&amp;nbsp;จะเป็นสะพานคานซึง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความคงที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมท่ารำของมโนราห์มาประยุกต์&amp;nbsp;เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อัตลักษณ์&amp;nbsp;ของประชาชนในลุ่มทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;รวมทั้งลักษณะโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญ&amp;nbsp;แห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สวท.พัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318143920324</Link_News></row>
<row _id="370"><NewsTitle>นกแอร์จัดไฟล์พิเศษ ดึงสื่อมวลชน และบริษัททัวร์ โปรโมทการท่องเที่ยวเบตง พร้อมหารือ กำหนดตารางการบินในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรพล&amp;nbsp;โชติชนาภิบาล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;นำคณะสื่อมวลชน&amp;nbsp;Youtuber,&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Media,&amp;nbsp;Influencer&amp;nbsp;และบริษัททัวร์&amp;nbsp;เดินทางด้วยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&amp;nbsp;DD&amp;nbsp;5180&amp;nbsp;ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;ต.ยะรม&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.35&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดอนเมือง-เบตง&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการเดินทางโดยสายการบิน&amp;nbsp;พร้อมนำคณะสื่อ&amp;nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&amp;nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&amp;nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร&amp;nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;ชมบรรยากาศในเมืองเบตง&amp;nbsp;ลิ้มรสชาติอาหาร&amp;nbsp;และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรพล&amp;nbsp;โชติชนาภิบาล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การเดินทางลงพื้นที่ด้วยสายการบินนกแอร์ในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยนำสื่อมวลชน&amp;nbsp;ลงมาเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการบิน&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;และแหล่งเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ใช้เวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมงเศษ&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างระยะทาง&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;และราคาของตั๋วโดยสาร&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาอำเภอเบตง&amp;nbsp;ลดภาวะเสี่ยงโควิด-19&amp;nbsp;ในระหว่างการเดินทาง&amp;nbsp;ซึ่งหลังนี้ทาง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และคณะสื่อที่เดินทางมาในครั้งนี้&amp;nbsp;จะร่วมกันหารือ&amp;nbsp;และวางแผน&amp;nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เพื่อกำหนดตารางการบินในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน&amp;nbsp;คล้ายคลึงกับภาคเหนือของไทย&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไม้ดอกเมืองหนาว&amp;nbsp;ส้มโชกุน&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ไก่เบตง&amp;nbsp;ผักน้ำ&amp;nbsp;ปลานิลน้ำไหล&amp;nbsp;ปลากือเลาะ&amp;nbsp;หรือปลาพลวงสีชมพู&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สวนดอกไม้เมืองหนาว&amp;nbsp;บ่อน้ำร้อนเบตง&amp;nbsp;อุโมงปิยมิตร&amp;nbsp;อุโมงมงคลฤทธิ์&amp;nbsp;อเมซอนแห่งเอเซีย&amp;nbsp;หรือป่าฮาลาบาลา&amp;nbsp;และที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศขณะนี้คือ&amp;nbsp;จุดชมทะเลหมอก&amp;nbsp;สกายวอล์ค&amp;nbsp;อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสัมผัสให้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144036326</Link_News></row>
<row _id="371"><NewsTitle>คณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์ฤทธิ์&amp;nbsp;สลักคำ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และในฐานะประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;(กจร.)&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายบำรุง&amp;nbsp;สังข์ขาว&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;นำคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ผู้แทนประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;บูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;อำเภอปง&amp;nbsp;และอำเภอเมืองพะเยา&amp;nbsp;โดยที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;จันทร์กระจ่าง&amp;nbsp;ตำบลป่าซาง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;พบปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;(ชนิดเมล็ด)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13.50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;สังวรกิจอบพืช&amp;nbsp;(2002)&amp;nbsp;ตำบลนาปรัง&amp;nbsp;อำเภอปง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;พบปริมาณสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;(ชนิดเมล็ด)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,835.32&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยพบว่า&amp;nbsp;ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;(ชนิดเมล็ด)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;14.5%&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11.20&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;7.50-8&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เก็บในสต๊อกมีปริมาณลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ผลิตอาหารสัตว์มีคาวามต้องการสูง&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประมาณร้อยละ&amp;nbsp;40&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการจังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และยาป้องกัน&amp;nbsp;หรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ที่ร้านรุ่งนิรันดร์เคมีเกษตร&amp;nbsp;ตำบลท่าวังทอง&amp;nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&amp;nbsp;และร้านชวลิตกิจศิริ&amp;nbsp;ตำบลแม่ต๋ำ&amp;nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&amp;nbsp;ซึ่งผลการดำเนินการ&amp;nbsp;พบว่าสถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ปริมาณปุ๋ยเคมียังคงมีเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&amp;nbsp;เปิดเผย&amp;nbsp;มีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคา&amp;nbsp;สินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.2542&amp;nbsp;สำหรับราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวน&amp;nbsp;เนื่องจากปริมาณปุ๋ยเคมีเข้าสู่ตลาดลดลง&amp;nbsp;สวนทางกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ที่ยังคงมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สวท.พะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318145343352</Link_News></row>
<row _id="372"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(สคบ.)&amp;nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ห้างแมคโครสาขามุกดาหาร&amp;nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผวจ.มุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&amp;nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&amp;nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางลักขณา&amp;nbsp;บุญนำ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&amp;nbsp;110&amp;nbsp;&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ลงมาเหลือ&amp;nbsp;82&amp;nbsp;&amp;nbsp;83&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;150&amp;nbsp;&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&amp;nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&amp;nbsp;3.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&amp;nbsp;3.30&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บริโภคอื่นๆ&amp;nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&amp;nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&amp;nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&amp;nbsp;ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ย&amp;nbsp;ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&amp;nbsp;มาขายด้วย&amp;nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สนง.พาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติมว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&amp;nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318155017410</Link_News></row>
<row _id="373"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกรและผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารสัตว์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ตำรวจภูธรเขาสมิง&amp;nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารสัตว์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในอำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ณรงค์ศักดิ์ฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&amp;nbsp;จิตต์พงค์ฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลสะตอ&amp;nbsp;และร้านเจริญทรัพย์อาหารสัตว์&amp;nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;สถานที่เก็บ&amp;nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริหาร&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การแจ้งราคา&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บ&amp;nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2497&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ออกจากสถานที่เก็บ&amp;nbsp;หรือเปลี่ยนแปลงสภาพของโภคภัณฑ์&amp;nbsp;โดยจังหวัดตราดได้กำหนดรายการโภคภัณฑ์&amp;nbsp;หมวดอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;คือสุกร&amp;nbsp;และเนื้อสุกรชำแหละ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจติดตามปรากฏว่าผู้ประกอบการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้าหรือปฏิเสธการจำหน่าย&amp;nbsp;ปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่วางจำหน่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;29&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;174&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้มีการแนะนำให้ผู้ประกอบการมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318162537441</Link_News></row>
<row _id="374"><NewsTitle>วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาแห่งที่ 2 วงเงิน 4,841 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;เชื่อมพัทลุง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,841&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านแหลมจองถนน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลจองถนน&amp;nbsp;อำเภอเขาชัยสน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เป็นประธานวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;เชื่อมพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ&amp;nbsp;กรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;สำหรับพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;นางนที&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;(นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล)&amp;nbsp;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;อุสาหะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริเวณแหลมบ้านจองถนน&amp;nbsp;ตำบลจองถนน&amp;nbsp;อำเภอเขาชัยสน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ถึงฝั่ง&amp;nbsp;ตำบลเกาะใหญ่&amp;nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นสะพานข้างทะเลสาบแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;ลดระยะทางประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ลดระยะเวลาในการเดินทางราว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม&amp;nbsp;อุตสาหกรรมกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่โครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกจากถนนทางหลวงชนบท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พท.4004&amp;nbsp;(กม.ที่&amp;nbsp;3+300)&amp;nbsp;บ้านแหลมจองถนน&amp;nbsp;ต.จองถนน&amp;nbsp;อ.เขาชัยสน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;วางแนวข้ามทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีจุดสิ้นสุดที่ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;(ถนนรอบเกาะใหญ่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านแหลมยาง&amp;nbsp;ต.เกาะ&amp;nbsp;อ.กระแสสินธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้น&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยสะพานมีขนาด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่องจราจร&amp;nbsp;(สามารถขยายเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ช่องจราจรได้ในอนาคต)&amp;nbsp;และมีรูปแบบสะพานที่เหมาะสม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สะพานคานขึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Extradosed&amp;nbsp;Bridge)&amp;nbsp;และสะพานคานคอนกรีตรูปกล่องความที่&amp;nbsp;(Box&amp;nbsp;Segmental&amp;nbsp;Bridge)&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;บริเวณราวสะพานได้ออกแบบให้มีความสวยงามทางจิตรกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์&amp;nbsp;ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;ทำให้สะพานแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์ค&amp;nbsp;(Land&amp;nbsp;mark)&amp;nbsp;ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากตลอดแนวทะเลสาบสงขลามีสะพานข้ามทะเลสาบ&amp;nbsp;แห่งแรกคือสะพานเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;(สะพานไสกลิ้ง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;หัวป่า)&amp;nbsp;ตั้งอยู่ด้านบนของทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;เชื่อมต่อ&amp;nbsp;อำเภอระโนด&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;มีระยะทางห่างกันเกือบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตรงกลางของทะเลสาบ&amp;nbsp;ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอเขาชัยสน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&amp;nbsp;จังวัดสงขลา&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จและได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(คชก.)&amp;nbsp;และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สผ)&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,841&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2568)&amp;nbsp;โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074&amp;nbsp;612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318163805452</Link_News></row>
<row _id="375"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ตประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหลังชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานบริหารกองทุนได้รับประกาศเปิดรับข้อเสนอ&lt;/strong&gt;โครงการเพื่อให้หน่วยงานที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนฯ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจะสนับสนุนงบประมาณให้กับส่วนราชการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;สถาบันการศึกษาหรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร&amp;nbsp;ที่มีกิจกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุรักษ์พลังงานหรือการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสำนักงานบริหารกองทุน&amp;nbsp;จะเปิดรับข้อเสนอโครงการดังกล่าว&lt;/strong&gt;ในระยะเวลา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยการประชุมวันนี้เพื่อชี้แจงแนวทาง&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขและเทคโนโลยีที่สนับสนุนเพื่อให้ส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;ภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้เป็นมาตรการเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการชี้แจงในเรื่องของ&lt;/strong&gt;กรอบวงเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน&amp;nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไข&amp;nbsp;การยื่นข้อเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดจนถึงเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และแบบเทคโนโลยีพลังงานที่ให้การสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถขอรับแนวทางในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพลังงานจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165813461</Link_News></row>
<row _id="376"><NewsTitle>นโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรณรงค์&amp;nbsp;พูลพิพัฒน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;รวมทั้งการขยายฐานการผลิตในประเทศ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;ครอบคลุมรถ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์และรถกระบะ&amp;nbsp;มีมาตรการยกเว้น/ลดอากรขาเข้า&amp;nbsp;ลดภาษีสรรพสามิตและให้เงินอุดหนุน&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2565-2568&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถ&amp;nbsp;EV&amp;nbsp;มากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งมีเป้าหมายให้ไทยสามารถผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้เอง&amp;nbsp;และสามารถแข่งขันได้&amp;nbsp;ตลอดจนรักษาการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีมาตรการจูงใจและสนับสนุน&lt;/strong&gt;อุตสาหกรรมการผลิตรถไฟฟ้าเพื่อทดแทนการนำเข้า&amp;nbsp;รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&amp;nbsp;ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ&amp;nbsp;725,000&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;675,000&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถบัสและรถบรรทุก&amp;nbsp;34,000&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มียอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;3,994&amp;nbsp;คันแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เมื่อพิจารณาการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ขณะที่การส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยังเป็นเครื่องยนต์สันดาป&amp;nbsp;ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน&amp;nbsp;สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของยานยนต์แห่งอนาคต&amp;nbsp;จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318200728536</Link_News></row>
<row _id="377"><NewsTitle>ภูเก็ตสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (ภูเก็ต พังงา กระบี่)เพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนวทางเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ประชุมคอซิมบี้&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;(สศช.)&amp;nbsp;จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนาและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(ภูเก็ต&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;กระบี่)&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนวทางเพื่อยกระดับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;(Tourism&amp;nbsp;sustainability)&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธาน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการจากพื้นที่อันดามัน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;เข้าร่วมรับฟังแนวทางในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจอันดามันให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และสามารถตอบสนองความต้องการของแต่ละภาคส่วนได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;หลังจากที่การประชุมของคณะทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งมติเห็นชอบให้มี&amp;nbsp;มาตรการระยะสั้น&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;ททท.จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การเพิ่ม&amp;nbsp;Flight&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรการระยะกลาง&amp;nbsp;เป็นมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ,&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;Ease&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Traveling&amp;nbsp;และระยะยาว&amp;nbsp;จัดทำโครงการสร้างทางหลวงแนวใหม่,&amp;nbsp;โครงการท่องเที่ยวเชิงสุภาพ&amp;nbsp;และแผนพัฒนาภูเก็ตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้มีการพูดคุยถึงศักยภาพของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;และกระบี่&amp;nbsp;ในส่วนของทรัพยากรท่องเที่ยวนั้น&amp;nbsp;ภาพรวม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม&amp;nbsp;มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ,&amp;nbsp;มีบริการที่พักและโรงแรมที่หลากหลาย&amp;nbsp;รวมถึงความหลากหลายของวัฒนธรรม,&amp;nbsp;ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;มีโครงสร้างพื้นฐานทางอากาศยานที่ทันสมัย&amp;nbsp;มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ส่วนของธุรกิจและประเภทท่องเที่ยว&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;มีศักยภาพเกื้อหนุนกัน,&amp;nbsp;ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงกันได้จากการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีจุดขายด้านแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่ง&lt;/strong&gt;ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค&amp;nbsp;เน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มีจุดยืนที่แตกต่างกันตามบริบท&amp;nbsp;โดยตลาดเป้าหมาย&amp;nbsp;ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้บริโภคหลักในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งนี้ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด&amp;nbsp;การสำรวจท่าเรือตามเส้นทางการท่องเที่ยวทางน้ำที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางทะเลและชายฝั่งของสามจังหวัด&amp;nbsp;พบว่าส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการจัดทำโครงการพัฒนาเพื่อพัฒนาคุณภาพและขยายขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้าง&lt;/strong&gt;พื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนสมาร์ทซิตี้&amp;nbsp;โดยในอนาคตหากแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(พ.ศ.2566&amp;nbsp;&amp;nbsp;2570)&amp;nbsp;จะทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;แบบก้าวกระโดด&amp;nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวให้เปลี่ยนการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&amp;nbsp;เพิ่มการพึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศและกระจายรายได้สู่พื้นที่บริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยังยืนในทุกมิติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318170207462</Link_News></row>
<row _id="378"><NewsTitle>ภาพรวมการประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกฤษฎา&amp;nbsp;จีนะวิจารณะ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิดหลัก&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;มุ่งสู่การเงินการคลังยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการหารือในประเด็นสำคัญอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะแผนงานความร่วมมือภายใต้กรอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูภูมิภาคเอเปคในบริบทโลกหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมดิจิทัลและการเงินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลังเอเปค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หารือในรายละเอียดเพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างสมาชิกในการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปคในเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาพรวมการประชุมตลอด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการดำเนินการตามประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;โดยการเงินเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเอื้อให้เกิดการลงทุนและโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานด้านการเงินการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเป็นการอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;ในการเข้าถึงแหล่งทุนและการเข้าถึงบริการของภาครัฐ&amp;nbsp;รวมทั้งลดต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดน&amp;nbsp;ซึ่งไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเอเปคและองค์กรระหว่างประเทศในการดำเนินงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคเอเปคให้มุ่งสู่การเจริญเติบโตที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;สมดุล&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;และครอบคลุมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมลำดับต่อไปคือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลัง&amp;nbsp;ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318200614535</Link_News></row>
<row _id="379"><NewsTitle>ทน.หาดใหญ่ พร้อมเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักการศึกษา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พล.ต.ท.สาคร&amp;nbsp;ทองมุณี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นายเจษฎาพงศ์&amp;nbsp;ชูแก้ว&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;รศ.ดร.วิชัย&amp;nbsp;กาญจนสุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรี,นายอาหมัด&amp;nbsp;เบ็ญอาหลี&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรี,ปลัดเทศบาล,รองปลัดเทศบาล,หัวหน้าส่วนราชการ,เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง,ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชวกิจจ์&amp;nbsp;สุวรรณคีรี&amp;nbsp;นายอำเภอหาดใหญ่&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมปรับพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าจังหวัดสงขลาในรูปแบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;ผ่านทางอากาศและทางบก&amp;nbsp;พร้อมรองรับการเปิดประเทศของมาเลเซียในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยในที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาการกำหนดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดการท่องเที่ยวในทุกมิติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การนำมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ&amp;nbsp;ในระดับ&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;PLUS&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวอยู่ในเส้นทางที่กำหนด&amp;nbsp;(Sealed&amp;nbsp;Route)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318173931487</Link_News></row>
<row _id="380"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน ผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป อ.สนม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอิฐสราชัย&amp;nbsp;ลำพา&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;หวังทรัพย์&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ออกติดตามการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนพึ่งตนเองตามวิถีชีวิตเกษตรพอเพียงบ้านหนองขุนศรี&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;115&amp;nbsp;ม.11&amp;nbsp;ต.แคน&amp;nbsp;อ.สนม&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป&amp;nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนฯ&amp;nbsp;ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เห็ดกรอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172129475</Link_News></row>
<row _id="381"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รุดลงพื้นที่เพชรบุรี เร่งหาทางออก ติดตามผล หลังรับทราบชาวบ้านเสี่ยงอันตรายจากจุดตัดทางแยกเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และช่วยชาวประมง แก้ปัญหาร่องน้ำอีแอด ที่ต้องเร่งขุดลอกให้แล้วเสร็จ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายอธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;,นายสุชาติ&amp;nbsp;อุสาหะ&amp;nbsp;,นายกฤษณ์&amp;nbsp;แก้วอยู่&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลความเดือดร้อนจากปัญหาทางข้ามจุดตัดทางแยกที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;และงานขุดลอกร่องน้ำอีแอด&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รับทราบปัญหาที่ส่งผลกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ทั้งความเสี่ยงอันตรายจากจุดข้ามตัดทางแยกที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&amp;nbsp;โดยติดตามโครงการของทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ที่กำลังสำรวจออกแบบ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;การก่อสร้างสะพานข้ามแยกจุดตัดทางหลวง&amp;nbsp;ซึ่งพยายามจะเร่งให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดความแออัดของการจราจร&amp;nbsp;ลดการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;และป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นเพราะเพชรบุรีถือว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้&amp;nbsp;การสัญจรทุกเส้นทางต้องเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;ถึงความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงจากปัญหาร่องน้ำอีแอด&amp;nbsp;ซึ่งได้ไปตรวจศูนย์ขุดร่องน้ำ&amp;nbsp;เพื่อติดตามงานตามแผน&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่า&amp;nbsp;จะสามารถแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เรือกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;สามารถล่องเรือเข้าออกได้ไม่เดือดร้อนจากปัญหาการตื้นเขิน&amp;nbsp;ช่วยลดความเดือดร้อน&amp;nbsp;ให้พี่น้องชาวประมง&amp;nbsp;ทางด้านนายสุชาติ&amp;nbsp;อุสาหะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;หลังรับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ขับเคลื่อน&amp;nbsp;ทุกปัญหาผ่านผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยหาทางออกให้ชาวบ้าน&amp;nbsp;โดยเฉพาะความเดือดร้อน&amp;nbsp;ที่ไม่มีสะพานกลับรถ&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องไปกลับรถ&amp;nbsp;ใต้สะพาน&amp;nbsp;ซึ่งเขาไม่ได้ออกแบบให้เป็นที่กลับรถ&amp;nbsp;มันเป็นคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;จึงหาทางออก&amp;nbsp;โดยจะดำเนินการสร้างสะพานข้ามแบบเกือกม้า&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการด้านงบประมาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318174120488</Link_News></row>
<row _id="382"><NewsTitle>อ.เมืองสุพรรณบุรี ตรวจพื้นที่และประชุมหารือเตรียมการฟื้นฟูและทำนุบำรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้? เฉลิมพระเกียรติ?พระบาทสมเด็?จพระวชิรเกล้าเ?จ้าอยู่หัว? และสมเด็จ?พระนางเจ้า?สิริกิติ์? พระ?บรม?ราชินีนาถ? พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นายศรีธรรม&amp;nbsp;ราชแก้ว&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือและตรวจพื้นที่เตรียมการฟื้นฟูและทำนุบำรุงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่&amp;nbsp;(สระแก้ว&amp;nbsp;สระคา&amp;nbsp;สระยมนา&amp;nbsp;และสระเกษ&amp;nbsp;ซึ่งใช้สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำถวายเป็นน้ำอภิเษก&amp;nbsp;และสรงน้ำมูรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก)&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ?พระบาทสมเด็?จพระวชิรเกล้าเ?จ้าอยู่หัว?&amp;nbsp;และสมเด็จ?พระนางเจ้า?สิริกิติ์?&amp;nbsp;พระ?บรม?ราชินีนาถ?&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง?&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;เทศบาลตำบลท่าเสด็จ&amp;nbsp;อ.เมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;...&amp;nbsp;ร่วมด้วยนายจิตรติ&amp;nbsp;รามเนตร&amp;nbsp;ปลัดอาวุโส&amp;nbsp;พร้อมด้วยเทศบาลตำบลท่าเสด็จ&amp;nbsp;คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์&amp;nbsp;ตลอดจนผู้ปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;ท้องที่&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สืบเนื่องจากเป็นนโยบาย/ภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;จึงได้พิจารณาคัดเลือกการดำเนินการดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสรุปในสาระสำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ประมวลรวบรวมรายละเอียด?รายงานจังหวัด&amp;nbsp;ในการประชุมพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ?หน้าที่?ตามระเบียบ?/กฎหมายต่อไป&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;1.&amp;nbsp;การฟื้?นฟูทำนุบำรุงและปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงบริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;2.&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง?&amp;nbsp;และรูปแบบการบริหาร?จัดการ?พื้นที่?&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;3.&amp;nbsp;สำหรับอาคารแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp;เทศบาลตำบลท่าเสด็จ&amp;nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนการจัดงานประจำปีศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์&amp;nbsp;(ตั้งอยู่ภายในบริเวณแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์)&amp;nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565?&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318174146489</Link_News></row>
<row _id="383"><NewsTitle>จังหวัดตราด จัดกิจกรรม Test Tour ท่องเที่ยวชุมชนตำบลช้างทูนเชื่อมโยงตำบลหนองบอน และตำบลบ่อพลอย ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เปิดกิจกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดตราด&amp;nbsp;(Test&amp;nbsp;Tour)&amp;nbsp;กิจกรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตำบลช้างทูน&amp;nbsp;ตำบลหนองบอน&amp;nbsp;และตำบลบ่อพลอย&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&amp;nbsp;จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชนบันลือ&amp;nbsp;วรรธนพันธุ์&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&amp;nbsp;นายภาณุวัฒน์&amp;nbsp;พุทธเกสร&amp;nbsp;นายอำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&amp;nbsp;ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่พบการระบาดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&amp;nbsp;เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้บุคลากรทางการท่องเที่ยวเป็นเจ้าภาพที่ดี&amp;nbsp;เป็นการช่วยกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;Tour&amp;nbsp;ในครั้งนี้เป็นการนำกลุ่มเป้าหมายร่วมเที่ยวชมแหล่งเที่ยวบ้านช้างทูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การรับความรู้ชุมชนของบ้านช้างทูน&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับประทานอาหารชอง&amp;nbsp;อาหารพื้นบ้านของพื้นที่&amp;nbsp;รับความรู้&amp;nbsp;พร้อมชมพื้นที่ปลูกสมุนไพรของชาวชอง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ชองระอา&amp;nbsp;พญาพันปล้อง&amp;nbsp;พญาป้องทอง&amp;nbsp;รวมทั้งกิจกรรมร่อนพลอยในพื้นที่ตำบลหนองบอน&amp;nbsp;และกิจกรรมทัศนศึกษาเมืองอัญมณี&amp;nbsp;ในตำบลบ่อพลอย&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318185443506</Link_News></row>
<row _id="384"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร ตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าที่ตลาดสด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานเทศบาลเมืองยโสธร&amp;nbsp;สำนักงานชั่งตวงวัดเขต&amp;nbsp;2-7&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดสดเทศบาล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;จ.ยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำ&lt;/strong&gt;ให้ผู้ประกอบการร้านค้าแสดงป้ายราคาสินค้าให้สังเกตง่าย&amp;nbsp;เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าของประชาชน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318191221514</Link_News></row>
<row _id="385"><NewsTitle>ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ตรวจราชการติดตามโครงการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสะแกกรัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพีระ&amp;nbsp;ทองโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;และคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง&amp;nbsp;ประชุมร่วมกับนายขจรเกียรติ&amp;nbsp;รักพานิชมณี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;นายอลงกต&amp;nbsp;วรกี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุม&amp;nbsp;ได้มีการหารือข้อราชการในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;หมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงบ่าย&amp;nbsp;คณะฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ไปยังสหกรณ์การเกษตรห้วยคต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอห้วยคต&amp;nbsp;จ.อุทัยธานี&amp;nbsp;เพื่อติดตามโครงการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;มีการประชุมหารือ&amp;nbsp;ในเรื่องส่งเสริมและสนับสนุนการนำของเสียหรือของเหลือใช้จากสับปะรดมาเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม&amp;nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากสับปะรดเป็น&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง&amp;nbsp;(Tonner)&amp;nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;มาตรฐานผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการองค์การอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการตรวจราชการในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการตรวจราชการ&lt;/strong&gt;ตามกำหนดการตรวจราชการแบบบูรณาการ&amp;nbsp;ของผู้ตรวจราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และคณะเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ&amp;nbsp;และการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐบาล&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังปัญหาของประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไข&amp;nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;ส.ปชส.อุทัยธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อุทัยธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318191706516</Link_News></row>
<row _id="386"><NewsTitle>พาณิชย์ยโสธรร่วมกับแรงงานจังหวัด เสริมความรู้ด้านช่างให้กลุ่มแรงงาน อ.ทรายมูล และ อ. เลิงนกทา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอลเวง&amp;nbsp;ศรีหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชยื&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เช้าวันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดีถ่ายทอดให้ความรู้การตลาด&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การตลาดและช่องทางจำหน่ายสินค้าในยุค&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ให้กับประชาชนกลุ่มแรงงานในพื้นที่อำเภอทรายมูลและอำเภอเลิงนกทา&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการดำเนินกิจกรรมหลัก&amp;nbsp;การพัฒนาศักยภาพแรงงาน&lt;/strong&gt;เพื่อการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จัดโดยสำนักงานแรงงานจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;อบรมให้ความรู้ด้านช่างตัดผม&amp;nbsp;ให้กลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคม&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.ดงมะไฟ&amp;nbsp;อ.ทรายมูล&amp;nbsp;และจัดอบรมให้ความรู้ด้านช่างปูกระเบื้อง&amp;nbsp;แก่กลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่วัดโพธิ์ไทร&amp;nbsp;ม.6&amp;nbsp;ต.กุดแห่&amp;nbsp;อ.เลิงนกทา&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังการอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว&amp;nbsp;ให้มีความรู้วิชาชีพ&lt;/strong&gt;ด้านช่างตัดผมและช่างปูกระเบื้อง&amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองให้มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318193836522</Link_News></row>
<row _id="387"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน สนง.พาณิชย์จังหวัดยโสธร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอลเวง&amp;nbsp;ศรีหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางสาวสุนันทา&amp;nbsp;กังวานกูลกิจ&amp;nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจแนะนำและติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้ตรวจติตตามการดำเนินงานและให้คำแนะนำการปฏิบัติงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;จากนั้นประชุมร่วมกับที่ปรึกษาภาคประชาชนหอกาารค้าจังหวัด&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ม็อค&amp;nbsp;บิชคลับ&amp;nbsp;ยโสธร&amp;nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อเสนอ&amp;nbsp;และการบูรณาการระหว่าง&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาชนและเข้าพบ&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เพื่อร่วมหารือและรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนในภาคบ่าย&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอเลิงนกทา&amp;nbsp;โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงสีพงษ์ชัยธัญญาพืช&amp;nbsp;ต.สามแยก&amp;nbsp;ผู้ผลิตข้าวตราไดโนเสาร์&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยี่ยมชมศูนย์เกษตรยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ต.กุดเชียงหมี&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ตลาดปันสุขบ้านสวาสดิ์&amp;nbsp;ต.กุดเชียงหมี&amp;nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318194110523</Link_News></row>
<row _id="388"><NewsTitle>ภาคอีสานเตรียมพร้อมพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ( Bio economy) ให้เป็นรูปธรรม สร้างรายได้เพิ่มชุมชนในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทย&amp;nbsp;ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค&amp;nbsp;2022&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งจัดประชุมภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&amp;nbsp;เชื่อมโยงกัน&amp;nbsp;สู่สมดุล&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Open.&amp;nbsp;Connect.&amp;nbsp;Balance.&amp;nbsp;ทั้งระดับผู้นำ&amp;nbsp;รัฐมนตรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนให้เอเปคพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคหลังโควิดที่ยั่งยืนและสมดุลทุกคนผ่านแนวคิด&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;(&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ซึ่งไทยจะมุ่งผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม&amp;nbsp;โดยมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือในเอเปค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การฟื้นฟูความเชื่อมโยง&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเดินทางและท่องเที่ยวเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และจากนโยบายของรัฐบาลที่มีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละภาค&amp;nbsp;ในส่วนของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;(อีสาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Northeastern&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Corridor&amp;nbsp;:NeEC)&amp;nbsp;มีพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาส&amp;nbsp;มีความท้าทายในการวางแผนและขับเคลื่อนการพัฒนาโดยใช้เศรษฐกิจชีวภาพเป็นตัวนำที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมงคล&amp;nbsp;ตันสุวรรณ&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;รวมถึงต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรสู่พลังงานหมุนเวียน&amp;nbsp;และจะช่วยเชื่อมโยงผลผลิตในภูมิภาคด้วยโครงข่ายคมนาคมเข้าสู่ส่วนกลางและต่างประเทศไปด้วย&amp;nbsp;เสียงสัมภาษณ์&amp;nbsp;การประชุมเอเปคที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์ต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือเชิงนโยบายอย่างแน่นอน...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;และผู้ประกอบการรุ่นใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าสู่อุตสาหกรรม&amp;nbsp;Bio&amp;nbsp;economy&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318195703532</Link_News></row>
<row _id="389"><NewsTitle>ชุมชนบ้านร่องใหญ่เพชรบุรี    ฟื้นฟูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชน   ยกระดับการเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ ( D  HOPE) สนุกทุกรูปแบบ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ พระอาทิตย์ตกดิน  เดินกินชิมอาหารพื้นเมืองหลากชนิด ชิมสดๆสาหร่ายพวงองุ่น จุ่มน้ำจิ้มรสเด็ด กะหรี่ปั๊ปไส้ปู</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(&amp;nbsp;D&amp;nbsp;&amp;nbsp;HOPE)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านร่องใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวชื่นชมศักยภาพ&amp;nbsp;ความตื่นตัวของชุมชนบ้านร่องใหญ่&amp;nbsp;ที่ร่วมแรงร่วมใจ&amp;nbsp;หวังช่วยกันฟื้นฟูศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยกระดับการเที่ยว&amp;nbsp;ที่ให้นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(&amp;nbsp;D&amp;nbsp;&amp;nbsp;HOPE)&amp;nbsp;ได้ความสุข&amp;nbsp;สนุกทุกรูปแบบ&amp;nbsp;และยังเชื่อมโยงองค์ความรู้มรดกแห่งภูมิปัญญาของเกลือทะเล&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติระบบนิเวศ&amp;nbsp;พื้นที่นาเกลือ&amp;nbsp;และต่อยอดภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตรู้จักนำของดีที่มีอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากส่งเสริมฐานเศรษฐกิจแล้ว&amp;nbsp;ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่สืบทอดเป็นมรดก&amp;nbsp;ภูมิปัญญาล้ำค่าในการทำนาเกลือของชาวเพชรบุรี&amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน&amp;nbsp;สามารถสนุกกับกิจกรรมการลองทำขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวต้มมัด&amp;nbsp;ข้าวหลาม&amp;nbsp;สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ&amp;nbsp;พระอาทิตย์ตกดิน&amp;nbsp;เดินกินชิมอาหารพื้นเมืองหลากชนิด&amp;nbsp;ชิมสดๆสาหร่ายพวงองุ่น&amp;nbsp;จุ่มน้ำจิ้มรสเด็ด&amp;nbsp;กะหรี่ปั๊ปไส้ปู&amp;nbsp;และอาหารการกินมากมาย&amp;nbsp;เสาร์&amp;nbsp;อาทิตย์นี้&amp;nbsp;ขอเชิญนักท่องเที่ยวไปเยือนชุมชน&amp;nbsp;บ้านร่องใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202430544</Link_News></row>
<row _id="390"><NewsTitle>ศอ.บต. จับมือ "รวมพัฒน์" ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล 4 แสนล้านบาท กระจายทั่วถึง เพิ่มรายได้ 3.5 ล้านคน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมคิงส์ตัน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่&amp;nbsp;อำเภอหาดใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน&amp;nbsp;และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;"สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน"&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการนำเอาสินทรัพย์พร้อมใช้งานที่มีอยู่ในจังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;จนสามารถสร้างเศรษฐกิจได้มูลค่าเกือบ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;ในอดีตที่ผ่านมา&amp;nbsp;แต่เนื่องจากทั้งวิกฤตการณ์โรคระบาดที่ทำให้ปริมาณเงินที่เคยเข้ามาจากต่างชาติลดลงจากระบบเศรษฐกิจชายแดนใต้&amp;nbsp;ตลอดจนวิกฤติหนี้ที่เพิ่มสูงอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลกจนก่อให้เกิดการฝืดเคืองของเงินในระบบ&amp;nbsp;อันทำให้เป็นสาเหตุของสภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ทาง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มูลนิธิรวมพัฒน์&amp;nbsp;จึงได้มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนใต้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและสร้างสภาพคล่องให้เกิดการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนในระบบด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจที่มีอยู่เกือบ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเพิ่มและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงผู้คนในท้องถิ่นกว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการบริหารราชการของทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขต่อประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;โดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้ในวันนี้&amp;nbsp;จะเป็นการวางรากฐานการทำงานที่สำคัญของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการนำศักยภาพของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบริหารพื้นที่ในทุกมิติ&amp;nbsp;เป็นการ&amp;nbsp;เปิดพื้นที่&amp;nbsp;เปิดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน&amp;nbsp;พร้อมนี้&amp;nbsp;ตนจะได้รายงานการทำงานไปยัง&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;ต่อไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายรักษ์พงษ์&amp;nbsp;เซ่งเจริญ&amp;nbsp;ประธานมูลนิธิรวมพัฒน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และ&amp;nbsp;อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งสินทรัพย์พร้อมใช้งาน&amp;nbsp;หรืออาจเรียกว่าเป็น&amp;nbsp;Utility&amp;nbsp;พร้อมใช้&amp;nbsp;ที่มีมูลค่ามากกว่า&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อีกทั้งยังประกอบไปด้วยประชาชนซึ่งนับเป็นสมาชิกในระบบ&amp;nbsp;อันเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตในตัวเองอยู่แล้ว&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมาต้องพึ่งพา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจจากภายนอก&amp;nbsp;จนทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในขาดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ในวันนี้ตนจึงอยากให้&amp;nbsp;ผู้คนกว่า&amp;nbsp;3.5&amp;nbsp;ล้านคนนี้&amp;nbsp;ลุกขึ้นมาจับกลุ่มเชื่อมโยงกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp;ในการสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท&amp;nbsp;Utility&amp;nbsp;Token&amp;nbsp;พร้อมใช้&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นจากภายในชาวจังหวัดชายแดนใต้ด้วยกันเอง&amp;nbsp;โดยตนเองพร้อมร่วมกับ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนดำเนินการศึกษาเพื่อสร้าง&amp;nbsp;Tokenomic&amp;nbsp;ที่มีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;และถูกต้องตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204746552</Link_News></row>
<row _id="391"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์ พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สั่งการให้&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;บุญรอด&amp;nbsp;นายอำเภอเคียนซา&amp;nbsp;ออกสำรวจปริมาณปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์&amp;nbsp;ตามสถานประกอบการร้านค้า&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเคียนซา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายอำเภอเคียนซา&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่นสำรวจและตรวจสถานประกอบการ&amp;nbsp;ว่ามีการฉวยโอกาสในการกักตุนสินค้าและและขึ้นราคาหรือไม่&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าได้ลงตรวจสถานประกอบการจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ด้วยกัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ร้านหมื่นพงค์การเกษตร&amp;nbsp;ร้านชำนิการเกษตรร้าน&amp;nbsp;พีพีการเกษตร&amp;nbsp;ร้านโกยีเกษตรและเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;และร้านเคพีเจริญค้าส่ง&amp;nbsp;ซึ่งจากการสำรวจในเบื้องต้นไม่พบการกักตุนและขึ้นราคาอาหารสัตว์และปุ๋ยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้&lt;strong&gt;งนี้&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังคงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันศัตรูพืชและอาหารสัตว์&amp;nbsp;ทุกพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp;ความเชื่อมั่น&amp;nbsp;และความมั่นใจให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในการตรวจสอบและดูแลปัญหาการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318210652558</Link_News></row>
<row _id="392"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดตลาดประชารัฐชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดัน&amp;nbsp;บ้านรังแร้ง&amp;nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข&amp;nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;101&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีนายบุญเลิศ&amp;nbsp;แสงดีเป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&amp;nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&amp;nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อยู่ดี&amp;nbsp;กินดี&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/strong&gt;(COVID-19)โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวชนมณัฐ&amp;nbsp;รอดบุญธรรม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาววริศรา&amp;nbsp;โสภาค&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายสุพิชัย&amp;nbsp;หล่าสกุล&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายศราวุธ&amp;nbsp;ทรงโฉม&amp;nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318205702554</Link_News></row>
<row _id="393"><NewsTitle>ททท.ปลุกกระแสเที่ยวไทย จัดงานเทศกาลดนตรี โชคดีมีสุข Lucky day Music Festival  เที่ยวอย่างปลอดภัยรับโชค นำร่อง 3 จังหวัด เพชรบุรี-ประจวบฯ-ระยอง   กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เย็นวันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายธรรมนูญ&amp;nbsp;ศรีวรรธนะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;,นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก,&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี,&amp;nbsp;รองประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมเปิดงาน&amp;nbsp;เทศกาลดนตรี&amp;nbsp;โชคดีมีสุข&amp;nbsp;Lucky&amp;nbsp;day&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;พร้อมด้วยภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;เทศกาลดนตรี&amp;nbsp;โชคดีมีสุข&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Lucky&amp;nbsp;day&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;นำร่อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เพชรบุรี-ประจวบฯ-ระยอง&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น&amp;nbsp;พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ตามแนวคิด&amp;nbsp;เที่ยวปลอดภัยรับโชค&amp;nbsp;พบกับกิจกรรมความบันเทิง&amp;nbsp;การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&amp;nbsp;และการแสดงศิลปินท้องถิ่น&amp;nbsp;สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สินค้าชุมชน&amp;nbsp;อาหารอร่อยจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;และลุ้นโชคกับกิจกรรมสอยดาว&amp;nbsp;รับรางวัลรถจักรยานยนต์และรางวัลอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมคำนึงถึงความปลอดภัยภายใต้มาตรการ&amp;nbsp;Safe&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Fun&amp;nbsp;With&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;เน้นการป้องกันการระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ภายในงานเว้นระยะห่าง&amp;nbsp;ควบคุมปริมาณผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;คัดกรอง&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;แสดงการฉีดวัคซีนครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ผู้สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:Neekrung&amp;nbsp;To&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เขาเล่าว่า&amp;nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;18-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318210059555</Link_News></row>
<row _id="394"><NewsTitle>จ.ประจวบฯ พร้อมจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด -19 และหารายได้ใช้ในกิจการสาธารณกุศล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สะพานสราญวิถี&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสราวุธ&amp;nbsp;ลิ้มอรุณรักษ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ&amp;nbsp;นายกมล&amp;nbsp;แก้วเทศ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ&amp;nbsp;นพ.วัชรพงษ์&amp;nbsp;เหลืองไพรัตน์&amp;nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;อุณหสุทธิยานนท์&amp;nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางฐิตยาภา&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&amp;nbsp;นายพรหมพิริยะ&amp;nbsp;กิจนุสนธิ์&amp;nbsp;ว่าที่พันตรี&amp;nbsp;อดิศักดิ์&amp;nbsp;น้อยสุวรรณ&amp;nbsp;นายคมกฤช&amp;nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วม&amp;nbsp;ซึ่งงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร.9&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดฯ&amp;nbsp;และบริเวณชายทะเลอ่าวประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณี&amp;nbsp;ผลผลิตการเกษตร&amp;nbsp;และสินค้าของดีของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;เป็นงานประจำปีของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;แต่งดจัดไปเมื่อปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;แต่ปีนี้กลับมาจัดอีกครั้งภายใต้มาตรการป้องกันด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;โดยในพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะงดกิจกรรมการประกวดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรม&amp;nbsp;แต่จะมีการแสดงชุดพิเศษ&amp;nbsp;"เมืองของพ่อสืบสานเล่าขาน&amp;nbsp;คีรีขันธ์&amp;nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว"&amp;nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร.9&amp;nbsp;รวมทั้งจะงดการจัดกิจกรรมล้วงไหชิงของรางวัลในการออกร้านกาชาดแต่ยังคงมีการจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลใบละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เหมือนเช่นเคย&amp;nbsp;โดยจัดพิมพ์สลากกาชาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;นำรายได้จากการจำหน่ายมาใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&amp;nbsp;โดยจะออกรางวัลในคืนวันสุดท้ายของการจัดงานคือวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปีนี้มีรางวัลใหญ่&amp;nbsp;คือรถยนต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รางวัลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;New&amp;nbsp;MG&amp;nbsp;ZS&amp;nbsp;2Wd&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;738,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รางวัลที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;Mitusubishi&amp;nbsp;Triton&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;609,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รางวัลที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;Toyota&amp;nbsp;Yaris&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;539,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และรางวัลอื่นๆ&amp;nbsp;อีกหลายรางวัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;ภายในงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร.9&amp;nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดฯ&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;สืบสานปณิธานจากภูเขาสู่ทะเล&amp;nbsp;เน้นการจัดนิทรรศการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล&amp;nbsp;มีการจำลองแปลงโคกหนองนาโมเดล&amp;nbsp;นำผลผลิตจากแปลงโคกหนองนา&amp;nbsp;โมเดลในพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดมาปรุงประกอบอาหาร&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการจัดฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเผาถ่านทำน้ำส้มควันไม้&amp;nbsp;การสร้างฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;การสาธิตการทำปุ๋ยหมักปุ๋ยชีวภาพ&amp;nbsp;การปลูกข้าวในภาชนะต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;รวมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มผลิตผ้ากว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กลุ่มมาร่วมจัดแสดงภูมิปัญญาการผลิตผ้าไทยของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;การประกวดคาวบอย-คาวเกิร์ล&amp;nbsp;การแข่งขันชกมวยและการโชว์ตัวของ&amp;nbsp;บัวขาว&amp;nbsp;บัญชาเมฆ&amp;nbsp;นักมวยชื่อดัง&amp;nbsp;การแข่งขันตะกร้อลอดห่วงจากแชมป์ระดับประเทศ&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียนทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และการเดินแบบผ้าไทย&amp;nbsp;กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตเขาช่องกระจก&amp;nbsp;ถ่ายภาพ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดชมวิวบนเขาช่องกระจก&amp;nbsp;พร้อมรับใบประกาศนียบัตร&amp;nbsp;การประกวดภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองประจวบฯ&amp;nbsp;ชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;รวมทั้งคาราวานสินค้า&amp;nbsp;และสวนสนุก&amp;nbsp;โดยนำสินค้าคุณภาพจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงาน&amp;nbsp;ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318224600581</Link_News></row>
<row _id="395"><NewsTitle>ททท.ขอเชิญเที่ยวงาน เทศกาลดนตรี โชคดีมีสุข : Lucky day Music Festival ตั้งแต่วันที่18 - 20 มีนาคมนี้ ณ ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธรรมนูญ&amp;nbsp;ศรีวรรธนะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรี&amp;nbsp;โชคดีมีสุข&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Lucky&amp;nbsp;day&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;ขอเชิญร่วมงาน&amp;nbsp;"เทศกาลดนตรี&amp;nbsp;โซคดีมีสุข&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Lucky&amp;nbsp;day&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามแนวคิด&amp;nbsp;"เที่ยวปลอดภัยรับโชค"&amp;nbsp;พบกับกิจกรรมความบันเทิงที่จะพบกับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โซนกิจกรรมความสุขสนุกได้ทุกวัน&amp;nbsp;พร้อมรับโชคกลับบ้าน&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุขยิ้มกว้าง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;พบกับการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&amp;nbsp;และการแสดงศิลปินท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุขเที่ยวไทย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สนุกไปกับการเดินเลือกซื้อสินค้าของผู้ประกอบการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สินค้าชุมชน&amp;nbsp;อาหารของอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัด&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุขลุ้นโชค&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ได้เที่ยวได้โชคกลับบ้าน..กับกิจกรรมสอยดาว&amp;nbsp;โชคดีมีสุข&amp;nbsp;ทุกการจับจ่ายภายในงานครบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อครั้ง&amp;nbsp;รับคูปองร่วมกิจกรรมสอยดาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลุ้นรับรางวัลใหญ่&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;และรางวัลอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"เทศกาลดนตรี&amp;nbsp;โซคดีมีสุข&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Lucky&amp;nbsp;day&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival"&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ให้ออกเดินทางได้อย่างมั่นใจภายหลังช่วงการฉีดวัคซีนอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้คำนึงถึงความปลอดภัย&lt;/strong&gt;ภายใต้มาตรการ&amp;nbsp;Safe&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Fun&amp;nbsp;with&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;ของสาธารณสุขจังหวัดได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ภายในงานมีการเว้นระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;และควบคุมปริมาณผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;มีการตรวจคัดกรองตั้งแต่ประตูทางเข้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318221100565</Link_News></row>
<row _id="396"><NewsTitle>อาเก๊าะ บางปู ขนมพื้นบ้านชาววัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไม่ต้องไปไกลถึงบางปู&amp;nbsp;ปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาเก๊าะ&amp;nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นขนมพื้นบ้านของชาวมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;เป็นขนมที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น&amp;nbsp;ในอดีตขนมอาเก๊าะจะมีให้รับประทานเฉพาะในเดือนถือศีลอด&amp;nbsp;หรือเดือนปอซอของชาวมุสลิมเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันขนมอาเก๊าะได้มีการทำกันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;มีขายกันทั่วไป&amp;nbsp;สามารถหาซื้อทานได้ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทำให้สองสามีภรรยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอิบนีอาบัส&amp;nbsp;อาแว&amp;nbsp;และนางสาวฮัสมะห์&amp;nbsp;แสมา&amp;nbsp;เจ้าของอาเก๊าะบางปู&amp;nbsp;&amp;nbsp;(เจ้าเก่า)&amp;nbsp;ที่มีขายกันเฉพาะในพื้นที่ปัตตานี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;ได้ขยายสาขาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;มายังจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวยะลาได้ชิมอาเก๊าะสูตรดั้งเดิม&amp;nbsp;ที่มีรสชาติอร่อย&amp;nbsp;นุ่มลิ้น&amp;nbsp;หอมละมุน&amp;nbsp;เน้นไม่หวานมากและมีเอกลักษณ์ตรงที่ไข่อยู่ด้านบน&amp;nbsp;หลังเปิดร้านเพียงอาทิตย์กว่าๆ&amp;nbsp;ที่ถนนเส้นทางสายตือเบาะ&amp;nbsp;ชาวยะลาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;แวะเวียนมาซื้อไปรับประทานกันในครอบครัว&amp;nbsp;รวมถึงนำไปเป็นของฝากกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงบ่ายไปถึงหัวค่ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลูกค้าที่มาซื้อบอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาซื้อทาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งแล้ว&amp;nbsp;ซื้อไปแจกด้วย&amp;nbsp;ชอบตรงที่ไม่หวานมาก&amp;nbsp;แป้งน้อยไข่เยอะ&amp;nbsp;หอมกรุ่น&amp;nbsp;ทานคู่กับกาแฟอร่อย&amp;nbsp;นอกจากจะซื้อทานแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยโปรโมทเชิญชวนให้ประชาชนมาแวะลองชิมให้กับทางร้านด้วย&amp;nbsp;คอนเฟิร์ม&amp;nbsp;ความอร่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิบนีอาบัส&amp;nbsp;อาแว&amp;nbsp;ผู้ที่สืบทอดการทำขนมอาเก๊าะ&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขนมอาเก๊าะเป็นขนมโบราณ&amp;nbsp;ที่ได้สืบทอดจากแม่&amp;nbsp;ซึ่งทำมา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สานต่อมาได้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;โดยแม่ก็จะสืบทอดมาจากปู่ที่มาเลย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพัฒนามาเรื่อยๆ&amp;nbsp;อาเก๊าะถ้าเรียกภาษไทยคือ&amp;nbsp;ขนมยก&amp;nbsp;ใช้โซ่ล่าม&amp;nbsp;ยกใช้ถ่าน&amp;nbsp;มลายูเรียกอาเก๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อมาก็เพี้ยนมาเป็นอาเก๊าะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก่อนแม่จะทำเฉพาะเดือนปอซอเดือนเดียว&amp;nbsp;พอตนมาสานต่อก็พัฒนามาเรื่อยๆ&amp;nbsp;ในแบบของเราจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;เป็นขนมโบราณที่ทานได้ทุกเพศ&amp;nbsp;ทุกวัย&amp;nbsp;ไม่ต้องเฉพาะเดือนปอซออย่างเดียว&amp;nbsp;เราอยากให้กินได้ทุกวัน&amp;nbsp;ขนมชาววังปัตตานี&amp;nbsp;กินร้อนๆ&amp;nbsp;ให้ได้ฟิวแบบนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วัสดุหลักของขนมอาเก๊าะ&amp;nbsp;ก็จะมี&amp;nbsp;แป้ง&amp;nbsp;กะทิ&amp;nbsp;ใบเตย&amp;nbsp;รวมถึงไข่ไก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไข่แดง&amp;nbsp;เป็นลูกๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะจัดเตรียมส่วนผสมของขนมมาจากปัตตานี&amp;nbsp;สดๆ&amp;nbsp;ใหม่ๆ&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;พอมาถึงที่ยะลา&amp;nbsp;ก็จะมาติดเตา&amp;nbsp;ล่างบนโดยใช้ถ่าน&amp;nbsp;หยอดแป้งที่ผสมแล้ว&amp;nbsp;ลงบนแม่พิมพ์&amp;nbsp;ซึ่งจะทำได้ครั้งละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;แล้วปิดฝาครอบ&amp;nbsp;เกลี่ยถ่านไปมาเพื่อให้ขนมได้ความร้อนทั่วถึง&amp;nbsp;คล้ายกับการอบขนม&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ก็สุก&amp;nbsp;อาเก๊าะก็จะส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;ก็สามารถตักขึ้นนำขายได้เลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่อยากลองชิมอาเก๊าะบางปู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็สามารถแวะมาซื้อได้ที่&amp;nbsp;ถนนเส้นทางสายตือเบาะ&amp;nbsp;ทางไปเทศบาลเมืองสะเตงนอก&amp;nbsp;หรือติดต่อได้ที่&amp;nbsp;โทร.09-3161-9744&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319083330598</Link_News></row>
<row _id="397"><NewsTitle>ยะลา รถตู้ "ยัน" ยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารหลังราคาน้ำมันแพง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามการสู้รบ&amp;nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วยการตรึงราคาในกลุ่มน้ำดีเซลไว้ที่ลิตรละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในส่วนของรถตู้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สหยะลาขนส่ง&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลักในการเติมรถตู้สำหรับวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารไปกลับยะลา-หาดใหญ่&amp;nbsp;พบว่าทางผู้ประกอบการยังคงราคาค่าโดยสารไว้ที่&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในขณะที่มีประชาชนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งคาดว่าจะมาจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ทำให้หลายคนกลัวที่จะเดินทางไปยังพื้นที่อื่น&amp;nbsp;อีกส่วนเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;น้ำมัน&amp;nbsp;พากันปรับตัวขึ้นราคา&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนต้องประหยัดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายฮารงค์&amp;nbsp;ยะหริ่ง&amp;nbsp;นายคิวรถตู้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สหยะลา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตอนนี้ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;ยังไม่มีนโยบายจากทางกรมการขนส่งฯ&amp;nbsp;ให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแต่อย่างใด&amp;nbsp;ก็ยังปกติ&amp;nbsp;ราคาเดิม&amp;nbsp;ที่นั่งละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ผู้โดยสารลดน้อยลงอาจเพราะพิษเศรษฐกิจ&amp;nbsp;คนไม่ค่อยมีเงิน&amp;nbsp;ส่วนราคาน้ำมันที่แพงขึ้นนั้น&amp;nbsp;เมื่อก่อนเติมดีเซล&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;วิ่งไปกลับ&amp;nbsp;ตอนนี้ก็ต้องเพิ่มเป็น&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถ้าพูดถึงความคุ้ม&amp;nbsp;ก็ไม่คุ้ม&amp;nbsp;แต่เราก็ต้องวิ่งอยู่อย่างนี้&amp;nbsp;คงต้องทำใจ&amp;nbsp;ก็อยากให้น้ำมันปรับราคาลงเร็ว&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เศรษฐกิจจะได้ขับเคลื่อนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082138595</Link_News></row>
<row _id="398"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย  ป้องกันการกักตุนสินค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บูรณาการร่วมกับปลัดอำเภอปราสาท&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปราสาท&amp;nbsp;และตำรวจภูธรอำเภอปราสาท&amp;nbsp;ออกตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมีตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อเร่งแก้ปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอปราสาท&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานประกอบการที่จำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหกรณ์การเกษตรปราสาท&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;284&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;14,200&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร้านปราสาทเกษตรภัณฑ์&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;666&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;33,300&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร้านรวมเกษตร&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;1,470&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;73,500&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บจก.ซี&amp;nbsp;เค&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;3,537&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;176,850&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการแจ้งว่ามีปุ๋ยเคมีสต็อกไว้จำหน่ายให้แก่เกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจะเริ่มมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีมากในช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลทำนา&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีปรับสูงขึ้นตามราคาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีสูตร&amp;nbsp;15-15-15&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1,270&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1,370&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,390&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;16-16-8&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;1,020&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,080&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้า&lt;/strong&gt;หรือฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&amp;nbsp;และผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082303596</Link_News></row>
<row _id="399"><NewsTitle>เดินหน้าแก้ไขสัญญาตัวแทนจำหน่าย เพิ่มโทษทางแพ่งและอาญา ยืนยันปัญหาสลากเกินราคา ลดความรุนแรงลงใน 2 เดือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเสกสกล&amp;nbsp;อัตถาวงศ์&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขาย&amp;nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;คณะทำงานได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าควรปรับปรุงแก้ไขสัญญาการรับสลากไปจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายทุกประเภท&amp;nbsp;ให้มีสภาพบังคับทางแพ่งด้วยการกำหนดเบี้ยปรับสำหรับตัวแทนที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาและวางแนวทางในการพิจารณาโทษทางอาญา&amp;nbsp;รวมถึงกฎหมายอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพิ่ม&amp;nbsp;ในกรณีผู้กระทำผิดซ้ำหรือกรณีนำสลากไปรวมชุด&amp;nbsp;หรือพฤติกรรมนายทุนกว้านซื้อสลากแล้วจำหน่ายในราคาสูง&amp;nbsp;และนอกจากมาตรการและแนวทางต่างๆ&amp;nbsp;ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;ที่เร่งดำเนินการทั้งในระยะสั้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;โครงการลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าฯ&amp;nbsp;ตลอดจนโครงการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานสลากฯ&amp;nbsp;และแผนในระยะยาว&amp;nbsp;คือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;เห็นว่าการออกใบอนุญาตให้กับผู้จำหน่ายสลาก&amp;nbsp;และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จะเป็นอีกแนวทางที่นำมาประกอบการแก้ปัญหาได้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;แนวทางต่างๆ&amp;nbsp;เหล่านี้&amp;nbsp;ยังต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งมีกำหนดการประชุมในปลายเดือนนี้&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาอีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำที่ผิดปกติ&amp;nbsp;โดยสำนักงานสลากฯ&amp;nbsp;จะมีหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการบริษัท&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ขอให้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการเบิกจ่ายสลากฯ&amp;nbsp;ของที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ยืนยันว่าจะสามารถสรุปสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงของราคาสลากให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้ภายในเดือน&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324111800407</Link_News></row>
<row _id="400"><NewsTitle>พัฒนาระบบ My Tax Account ช่วยให้ผู้เสียภาษียื่นแบบ ภ.ง.ด 90 และ ภ.ง.ด 91 ได้สะดวกยิ่งขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสมหมาย&amp;nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรมสรรพากรได้ต่อยอดและพัฒนาระบบ&amp;nbsp;My&amp;nbsp;Tax&amp;nbsp;Account&amp;nbsp;ให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยเพิ่มข้อมูลรายการค่าลดหย่อนใหม่และเพิ่มบริการใหม่จากเดิมที่มีอยู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;เพิ่มใหม่อีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;รวมเป็น&amp;nbsp;13&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้อมูลค่าลดหย่อนครอบครัว&amp;nbsp;ข้อมูลค่าลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อ&amp;nbsp;เช่าซื้อ&amp;nbsp;หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;บริการตรวจสอบประวัติการยื่นแบบ&amp;nbsp;ภ.ง.ด.&amp;nbsp;90/91&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีภาษี&amp;nbsp;และบริการพิมพ์ข้อมูลภาพแบบและใบเสร็จรับเงินสำหรับการยื่นแบบปีภาษีปัจจุบันผ่านอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มข้อมูลเงินเดือนกลุ่มเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่นายจ้างนำส่งให้กรมสรรพากรผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ซึ่งผู้เสียภาษีที่ใช้บริการสามารถมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล&amp;nbsp;ที่ได้มาตรฐานระดับสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ปรับปรุงระบบข้อมูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และบริการเดิมให้ทันสมัยและใช้งานได้สะดวกมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เฉพาะข้อมูลเงินเดือนของบุคลากรในสังกัดหน่วยงานราชการและค่าลดหย่อน&amp;nbsp;จะถูกเตรียมให้สำหรับการยื่นแบบผ่านระบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;e-Filing&amp;nbsp;เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่กำลัง&amp;nbsp;จะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;(ภ.ง.ด.&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ภ.ง.ด.&amp;nbsp;91)&amp;nbsp;ประจำปีภาษี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งสามารถยื่นแบบฯ&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หรือผู้ที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;(e-Filing)&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;กรมสรรพากร&amp;nbsp;www.rd.go.th&amp;nbsp;ได้ขยายเวลายื่นแบบฯ&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319112743614</Link_News></row>
<row _id="401"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ จัดเวทีสัมมนา มหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา หัวข้อ ลดต้นทุนธุรกิจพิชิตตลาดเมียนมา ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพีรพัฒก์&amp;nbsp;อุทัยศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;กล่าวรายงานต่อ&amp;nbsp;นายพิทักษ์&amp;nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;ประธานในพิธีเปิดการสัมมนา&amp;nbsp;มหกรรมการค้าชายแดนไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;ลดต้นทุนธุรกิจพิชิตตลาดเมียนมา&amp;nbsp;ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;การสัมมนาในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา&amp;nbsp;ในเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์คือ&amp;nbsp;เพิ่มขีดความสามารถ&amp;nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการค้าการลงทุน&amp;nbsp;ชี้ช่องทางให้กับบุคคลากรที่เกี่ยวข้องด้านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีวิทยากร&amp;nbsp;คุณชุมศรี&amp;nbsp;เย็นทรวง&amp;nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองสิทธิประโยขน์ทางการค้า&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Boost&amp;nbsp;ธุรกิจ&amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้จากสิทธิพิเศษทางการค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;วิทยากรอีกหนึ่งท่าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คุณสุวดี&amp;nbsp;นิยมไทย&amp;nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;สำนักบริการการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;บรรยายในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การขอหนังสือรับรองการใช้สิทธิพิเศษทางการค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;และหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113314626</Link_News></row>
<row _id="402"><NewsTitle>ผูู้ว่าฯ กระบี่ ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วางศิลาฤกษ์โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;โดยพิธีดังกล่าวมีนายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&amp;nbsp;มีนายอภิรัฐ&amp;nbsp;ไชยวงศ์น้อย&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลเกาะกลาง&amp;nbsp;อำเภอเกาะลันตา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายอภิรัฐ&amp;nbsp;ไชยวงศ์น้อย&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกาะลันตาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันการเดินทางระหว่างแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะลันตาต้องใช้แพขนานยนต์&amp;nbsp;ซึ่งมีความล่าช้าและค่าใช้จ่ายสูง&amp;nbsp;ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านปริมาณการบรรทุกและช่วงเวลาการให้บริการ&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทางหลวงชนบท&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลเกาะกลาง-ตำบลเกาะลันตาน้อย&amp;nbsp;อำเภอเกาะลันตา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมีแนวเส้นทางเริ่มต้นบริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;4206&amp;nbsp;(กม.ที่&amp;nbsp;26+620)&amp;nbsp;ตำบลเกาะกลางไปบรรจบกับทางหลวงชนบท&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;กบ.5035&amp;nbsp;ตำบลเกาะลันตาน้อย&amp;nbsp;รวมระยะทางตลอดโครงการ&amp;nbsp;2,240&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;?ซึ่งก่อสร้างสะพานเป็นรูปแบบสะพานคานขึง&amp;nbsp;(Extradosed&amp;nbsp;Bridge)&amp;nbsp;และสะพานคานยื่น&amp;nbsp;(Balanced&amp;nbsp;Cantilever&amp;nbsp;Bridge)&amp;nbsp;ความยาวสะพาน&amp;nbsp;1,825&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่องจราจร&amp;nbsp;ช่องละ&amp;nbsp;3.75&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ไหล่ทางข้างละ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พร้อมถนนต่อเชื่อมทั้งสองฝั่งรวมระยะทาง&amp;nbsp;415&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงวันหยุด&amp;nbsp;หรือเทศกาลจากเดิมต้องใช้เวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เหลือเพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;หากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;ทางหลวงชนบท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ&amp;nbsp;และได้ผ่านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อม&amp;nbsp;(คชก.)&amp;nbsp;ของสำนักนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม&amp;nbsp;(สผ.)&amp;nbsp;เรียบร้อยเเล้ว&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการเตรียมนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;(กก.วล.)&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ได้จัดทำคำขอภายในกรอบวงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,854&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีระยะเวลาก่อสร้าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2566-2569)&amp;nbsp;โดยจะใช้เงินกู้และงบสมทบจากงบประมาณประจำปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างประมาณปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการได้ในช่วงกลางปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319115040641</Link_News></row>
<row _id="403"><NewsTitle>เริ่มแล้วมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ สุขสันต์สนามชัย  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่ำวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สนามชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผ่านมานายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมอาหารหรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;สุขสันต์สนามชัย&amp;nbsp;โดยมีนายเรวัต&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภา&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเรวัต&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบเนื่องจาก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;งบเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น&amp;nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยการนำอัตลักษณ์ด้านอาหารประจำท้องถิ่น&amp;nbsp;และวัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันจะนำมาซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;การสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;(อาหาร&amp;amp;ของดีภูเก็ต)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ดังนี้ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานบางลา&amp;nbsp;ชายหาดป่าตอง&amp;nbsp;อำเภอกะทู้&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งได้จัดผ่านไปแล้ว&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามชัย&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&amp;nbsp;ตำบลเชิงทะเล&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานฯ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;สุขสันต์สนามชัย&amp;nbsp;เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขพร้อมกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตให้ดีขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งภายในงานมีร้านจำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;อาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ได้รณรงค์ในเรื่องของการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และงดการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร&amp;nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน&amp;nbsp;CLEAN&amp;nbsp;FOOD&amp;nbsp;GOOD&amp;nbsp;TASTE&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319120022649</Link_News></row>
<row _id="404"><NewsTitle>บรรยากาศท่องเที่ยวเบตงคึกคัก หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศแห่เที่ยว อ.เบตง จ.ยะลา ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;บรรยากาศท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลาคึกคัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถตู้โดยสารเหมาแบบ&amp;nbsp;กรุ๊ปทัวส์&amp;nbsp;โดยสารมาเป็นหมู่คณะ&amp;nbsp;และแบบครอบครัวเดินทางจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&amp;nbsp;ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยววันละนับพันคน&amp;nbsp;และได้มีการจองโปรแกรมท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ทั้งรถนำเที่ยวท้องถิ่นแบบไปเช้าเย็นกลับ&amp;nbsp;และพักค้างคืนตามรีสอร์ตต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ทำให้บรรยากาศในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;โดยเฉพาะจุดเช็กอิน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตู้ไปรษณีย์ยักษ์&amp;nbsp;สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&amp;nbsp;จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปถ่ายรูปตู้ไปรษณีย์&amp;nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ&amp;nbsp;อย่างบักกุ๊ดเต๋เบตง&amp;nbsp;อาหารจีน&amp;nbsp;ดั้งเดิม&amp;nbsp;ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเช็กอิน&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินทางจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;มาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ท่องเที่ยวมาเรื่อยๆระหว่างทางจอดแวะถ่ายรูปบริเวณ&amp;nbsp;สะพานข้ามเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;บริเวณบ้านคอกช้างอำเภอธารโต&amp;nbsp;สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อย่นระยะทางในการเดินทาง&amp;nbsp;จากเดิมที่จะต้องไปตามไหล่เขา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ยะลาเบตง&amp;nbsp;เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะพักถ่ายรูปและยืดเส้นยืดสายก่อนจะเดินทางต่ออำเภอเบตง&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาตามเส้นทางมาถึงอำเภอเบตงมีความปลอดภัยมี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางไม่น่ากลัวอย่างที่คิดส่วนอากาศที่เบตงก็เยี่ยมยอดมาก&amp;nbsp;เพราะอยากมาสัมผัสเมืองเบตงมานานแล้ว&amp;nbsp;เห็นแต่ในข่าว&amp;nbsp;เพราะเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;เมื่อมาได้สัมผัสที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย&amp;nbsp;ทั้งธรรมชาติ&amp;nbsp;และวัฒนธรรม&amp;nbsp;มีอาหารการกินอร่อย&amp;nbsp;อย่างไก่เบตง&amp;nbsp;ที่ใครๆ&amp;nbsp;ก็บอกว่าเด็ด&amp;nbsp;ผู้คนอยู่กันหลายเชื้อชาติ&amp;nbsp;น่ารักใจดี&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีเสน่ห์&amp;nbsp;น่าไปสัมผัสขอเชิญชวนมาเที่ยวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กำชับให้&amp;nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&amp;nbsp;มีการวางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยประชาชน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ขณะนี้เกือบครบ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;แล้วที่ได้รับวัคซีน&amp;nbsp;เพราะทางอำเภอเบตงได้เปิดบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ต้องฉีดวัคซีนทุกคน&amp;nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พร้อมตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ให้ฟรี&amp;nbsp;และหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินตามขั้นตอนด้านสาธารณสุขทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319125100658</Link_News></row>
<row _id="405"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(สคบ.)&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ห้างแมคโครสาขามุกดาหาร&amp;nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&amp;nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&amp;nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางลักขณา&amp;nbsp;บุญนำ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&amp;nbsp;110-120&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ลงมาเหลือ&amp;nbsp;82-83&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;150-180&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&amp;nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&amp;nbsp;3.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&amp;nbsp;3.30-3.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ&amp;nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&amp;nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&amp;nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&amp;nbsp;ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ยต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&amp;nbsp;มาขายด้วย&amp;nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติมว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&amp;nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319130444664</Link_News></row>
<row _id="406"><NewsTitle>จ.มุกดาหารพร้อมรับนักปั่นจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวประเด็นความพร้อมในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&amp;nbsp;67&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Princess&amp;nbsp;Maha&amp;nbsp;Chakri&amp;nbsp;Sirindhorns&amp;nbsp;Cup&amp;nbsp;Tour&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2022แบบชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ของจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมโกลเด้นทิวลิป&amp;nbsp;ซอฟเฟอริน&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีนี้จังหวัดมุกดาหารได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งให้เป็น&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ด้วยการใช้พื้นที่และเส้นทางการแข่งขันหลัก&amp;nbsp;ในจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง&amp;nbsp;ได้แก่ในวันที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;6,&amp;nbsp;8,&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้พิจารณาจุดหลัก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หอแก้วมุกดาหาร&amp;nbsp;วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&amp;nbsp;และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;เป็นจุด&amp;nbsp;START-FINISH&amp;nbsp;ของการแข่งขัน&amp;nbsp;ซึ่งหากภาพของสถานที่เหล่านี้&amp;nbsp;ได้ถ่ายทอดออกไปผ่านการแข่งขันในครั้งนี้&amp;nbsp;ภาพความสวยงามของจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;จะอยู่ในความทรงจำของนักแข่งและผู้ชมที่รับชมผ่านช่องทางต่างๆ&amp;nbsp;อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการแข่งขันเส้นทางในพื้นที่ของจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครอบคลุมทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;อยู่ในเขตรับผิดชอบของที่ทำการปกครอง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม&amp;nbsp;34&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่จะคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทางการแข่งขัน&amp;nbsp;อีกทั้งคอยต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ด้วยมิตรภาพและรอยยิ้มในแบบฉบับของมุกดาหาร&amp;nbsp;ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายถึง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนเผ่าพื้นเมือง&amp;nbsp;และกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&amp;nbsp;ที่เป็นหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้มุกดาหารมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยห้วงระยะเวลาของการแข่งขัน&amp;nbsp;จังหวัดจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านการค้าและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;คือกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เวียดทาวน์ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม&amp;nbsp;และกิจกรรมถนนคนเดินอำเภอหนองสูง&amp;nbsp;ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มชนเผ่าผู้ไทหนองสูง&amp;nbsp;โดยสองพื้นที่ของเมืองจะถูกรังสรรค์ไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นับได้ว่าจังหวัดมุกดาหารนั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีความพร้อมทุกด้านในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้&amp;nbsp;ทั้งเรื่อง-ที่พัก&amp;nbsp;ที่จะรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จังหวัดมีโรงแรมที่มีมาตรฐานในระดับ&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;EXTRA&amp;nbsp;PLUS&amp;nbsp;ไว้รับรองนักแข่งและผู้ติดตามชาวต่างชาติ&amp;nbsp;รวมถึงแขก&amp;nbsp;VIP&amp;nbsp;ตามมาตรฐานการแข่งขัน,&amp;nbsp;เส้นทางการแข่งขัน,&amp;nbsp;การให้บริการด้านการแพทย์&amp;nbsp;การพยาบาล&amp;nbsp;ภานใต้มาตรการควบคุมโรค&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดมุกดาหารยืนยันว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีความพร้อมอย่างยิ่งในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติฯ&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&amp;nbsp;67&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;โดยจัดเตรียมสถานที่&amp;nbsp;และกิจกรรมรองรับอย่างสวยงามให้ผู้มาเยือนมีความประทับใจ&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เมืองสำราญชายโขง&amp;nbsp;เชื่อมโยงอินโดจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131045668</Link_News></row>
<row _id="407"><NewsTitle>สัมมนาสาธารณะหัวข้อ ทางรอดปากท้อง ทางออกเศรษฐกิจฝ่าคลื่นโควิด : โอกาสหรือความเสี่ยง?</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันที่ 19 มีนาคม 2565 ณ ห้อง Convention Hall อาคารศูนย์การเรียนรู้อาคาร D สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้มีการสัมมนาสาธารณะหัวข้อ ทางรอดปากท้อง ทางออกเศรษฐกิจฝ่าคลื่นโควิด : โอกาสหรือความเสี่ยง? " จัดโดย ผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.)รุ่นที่ 10 สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมีภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาครัฐ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ร่วมถกทางออก มองหาทางรอด ชี้ความเสี่ยง วิเคราะห์โอกาส เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องให้คนไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ช่วงที่ 1 การสร้างความรู้ความเข้าใจและวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาด้านเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ช่วงที่ 2 การวิเคราะห์หาทางออกด้านเศรษฐกิจของไทย ช่วงที่ 3 การวิเคราะห์ถึงความเสี่ยง โอกาส และมาตรการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขด้านเศรษฐกิจอย่างตรงจุดและทั่วถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย&amp;nbsp;ดร.พิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;ดร. สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย &lt;/p&gt;&lt;p&gt;คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)&amp;nbsp;ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษา สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรม ไทย (อีคอนไทย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เวทีเสวนาดังกล่าวได้มีการเสนอมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับ ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเพิ่มต้นทุนพลังงาน การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของภาครัฐที่ผ่านมา &amp;nbsp;รวมถึงการร่วมหาข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะการช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและภาคธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อสะท้อนไปถึงภาครัฐ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131839671</Link_News></row>
<row _id="408"><NewsTitle>จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดงานมหกรรม โปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2565 แบบ New Normal</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี&amp;nbsp;ผ้าไหมแพรวา&amp;nbsp;ผ้าพื้นถิ่น&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เปิดงานมหกรรม&amp;nbsp;โปงลาง&amp;nbsp;แพรวา&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;นายทรงพล&amp;nbsp;ใจกริ่ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรม&amp;nbsp;โปงลาง&amp;nbsp;แพรวา&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ของจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;โดยมีนายศุภศิษย์&amp;nbsp;กอเจริญยศ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;รอดงาม&amp;nbsp;และนายปราชญา&amp;nbsp;อุ่นเพชรวรากร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายดาระไน&amp;nbsp;ยี่ภู่&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวรายงานในการจัดมหกรรม&amp;nbsp;โปงลาง&amp;nbsp;แพรวา&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;วัตถุประสงค์สำคัญการจัดการงาน&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่และฟื้นฟูอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรมที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา&amp;nbsp;ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม&amp;nbsp;วิจิตร&amp;nbsp;ประณีต&amp;nbsp;จนได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการหารายได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สนับสนุนกิจการของเหล่ากาชาดจังหวัด&amp;nbsp;ในการบรรเทาทุกข์ให้แก่ราษฏรผู้ยากไร้&amp;nbsp;หรือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายกรณี&amp;nbsp;ทั้งการสร้างบ้านเรือนให้ประชาชนที่ยากไร้มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรงมากขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยการจัดงานเป็นไปตามมาตรการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;งานมหกรรม&amp;nbsp;โปงลาง&amp;nbsp;แพรวา&amp;nbsp;และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ถือว่าเป็นงานที่สำคัญ&amp;nbsp;ด้วยมีความเป็นมาที่น่าสนใจ&amp;nbsp;ความปลื้มปิติ&amp;nbsp;โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้ง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2533&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวัฒนธรรม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิทยาลัยนาฏศิลปะกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ในครั้งนั้น&amp;nbsp;พระองค์ได้ทรงบรรเลงดนตรีโปงลาง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของกาฬสินธุ์&amp;nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์จึงเห็นพ้องในการกำหนดให้ทุกวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันเริ่มต้นของการจัดงานมหกรรมโปงลาง&amp;nbsp;แพรวา&amp;nbsp;และงานกาชาด&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นงานประจำปีของจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;โดยในปีนี้&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;18-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงานมีมากมาย&amp;nbsp;อาทิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประกวดวงดนตรีโปงลางชิงถ้วยพระราชทาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การบรรเลงเครื่องดนตรีโปงลางพร้อมกัน&amp;nbsp;229&amp;nbsp;ราง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การออกร้านนิทรรศการของภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจัดแสดงศาลาแห่งภูมิปัญญา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การประกวดผลิตภัณฑ์จากไหมและผ้าไหมแพรวา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจำหน่ายผ้าไหมแพรวา&amp;nbsp;ผ้าพื้นเมือง&amp;nbsp;และสินค้าหนึ่งตำบล&amp;nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;วง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การเดินแบบผ้าไหมแพรวา&amp;nbsp;ผ้าภูไท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การออกรางวัลสลากกาชาด&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319143831689</Link_News></row>
<row _id="409"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดงานกระบี่ดีเพ กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ภายใต้การจัดงาน กระบี่ ดีเพ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ภายใต้การจัดงาน&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ดีเพ"&amp;nbsp;โดยนายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มอบหมายนายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;นายสมศักดฺ&amp;nbsp;กิติธรกุล&amp;nbsp;นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;นายอุทิศ&amp;nbsp;ลิ่มสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานกระบี่&amp;nbsp;นางสาวจรรยารักษ์&amp;nbsp;สาธิตกิจ&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และนางสาวศศิธร&amp;nbsp;กิตติธรกุล&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนสมาคม&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;(ประติมากรรมวงเวียน&amp;nbsp;KRABI&amp;nbsp;LUCKY&amp;nbsp;WINDMILL)&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ที่มีแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งทางบก&amp;nbsp;ทางทะเล&amp;nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์&amp;nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ภายใต้การจัดงาน&amp;nbsp;"กระบี่&amp;nbsp;ดีเพ"&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ของกิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ธุรกิจอาหาร&amp;nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&amp;nbsp;และท้องถิ่นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์&amp;nbsp;วิถีชีวิต&amp;nbsp;สินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่และความสวยงามของทะเลและจังหวัดกระบี่ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่&amp;nbsp;และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;จึงเร่งผลักดันสนับสนุนในการจัดงานร่วมกับจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อกิจกรรม&amp;nbsp;กระบี่ดีเพ&amp;nbsp;เป็นการรวมสุดยอดของดีเมืองกระบี่&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นของหาดทรายขาว&amp;nbsp;น้ำทะเลใสสะอาด&amp;nbsp;ปะการัง&amp;nbsp;ถ้ำ&amp;nbsp;ท่องเที่ยวแช่น้ำแร่&amp;nbsp;และมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อมหนึ่งเดียวในประเทศไทย&amp;nbsp;เป็นการเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;มาเที่ยวเยี่ยมชมและสัมผัสธรรมชาติที่งดงามอย่างแท้จริง&amp;nbsp;และร่วมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมภายในงานที่ทางจังหวัดกระบี่ได้จัดเตรียมไว้รอนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ&amp;nbsp;ชูจุดเด่นของจังหวัด&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ธุรกิจอาหาร&amp;nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&amp;nbsp;ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่&amp;nbsp;และสามารถซื้อสินค้าหรือของดีประจำท้องถิ่นของเมืองกระบี่ถือเป็นการต่อยอด&amp;nbsp;เศรษฐกิจให้ขยายเป็นวงกว้างออกไป&amp;nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง&amp;nbsp;พร้อมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การประดับไฟและจุดถ่ายรูปสำคัญต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้ทุกคนที่มาร่วมในงานได้เก็บภาพถ่ายกันอย่างจุใจในบรรยากาศสุดชิค,&amp;nbsp;สนุกสนานไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งมวลชนในจังหวัด&amp;nbsp;ที่จะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสน้ำพุร้อนสปา&amp;nbsp;ออนเซนสไตล์ไทยๆ,&amp;nbsp;หรอยแรงเวอร์สไตล์อาหารใต้,&amp;nbsp;เรียนรู้ทันเทรนด์ฮิตสินค้าจากกัญชาและกระท่อม&amp;nbsp;ต่อยอดทางธุรกิจเชิงท่องเที่ยว,&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การแสดงพื้นบ้าน&amp;nbsp;หัตถกรรมถิ่นกระบี่,&amp;nbsp;ระบำกีปัสเซอซา&amp;nbsp;และวงดนตรีอะคูสติก,&amp;nbsp;พร้อมทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวช้อป&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ชิล&amp;nbsp;สินค้าชุมชน&amp;nbsp;จากผู้ประกอบการ,&amp;nbsp;นวดผ่อนคลายด้วยน้ำมันแปรรูปจากน้ำแร่,&amp;nbsp;กิจกรรมขบวนรถ&amp;nbsp;รถฟู้ดทรัค,&amp;nbsp;เต็มอิ่มไปกับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศิลปิน&amp;nbsp;บ่าววี,&amp;nbsp;,&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Barbarian&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;มีการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานให้บริการอย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งด้านความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุขและการให้ความรู้และความเข้าใจในมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA+&amp;nbsp;(Amazing&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Administration)&amp;nbsp;กิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;"กระบี่ดีเพ"&amp;nbsp;รวมสุดยอดของดีเมืองกระบี่&amp;nbsp;สวรรค์ของคนรักเที่ยว&amp;nbsp;เปิดบ้านต้อนรับ&amp;nbsp;18-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;(ประติมากรรมวงเวียน&amp;nbsp;KRABI&amp;nbsp;LUCKY&amp;nbsp;WINDMILL)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319154347704</Link_News></row>
<row _id="410"><NewsTitle>รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา และคณะลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ชูจุดขาย เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ ย้อนอดีตวัยเรียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมเฮอริเทจ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;ชูจุดขาย&amp;nbsp;เสน่ห์วันวาน&amp;nbsp;เมืองเหนือ&amp;nbsp;ย้อนอดีตวัยเรียน&amp;nbsp;พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;แก่สถานประกอบการ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายขจรเกียรติ&amp;nbsp;รักพานิชมณี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้เกียรติร่วมงาน&amp;nbsp;?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยนับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจออกเดินทางของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;จึงเกิดเป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;โดยกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;กรมอนามัย&amp;nbsp;และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ&amp;nbsp;ร่วมกันจัดทำโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Administration&amp;nbsp;(SHA)&amp;nbsp;และปัจจุบันมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการให้บริการของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การท่องเที่ยวสีขาว&amp;nbsp;(White&amp;nbsp;Tourism)&amp;nbsp;ที่สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;เป็นธรรม&amp;nbsp;และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;ให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า&amp;nbsp;น่าประทับใจ&amp;nbsp;ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจควบคู่กับความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในโอกาสที่คณะฯ&amp;nbsp;เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้จัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;แก่สถานประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมวดประเภทกิจการ&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภูมิภาคภาคเหนือ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;ได้กำหนดคอนเซปต์การส่งเสริมการตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ&amp;nbsp;(North&amp;nbsp;Nostalgia)&amp;nbsp;นำเสนอความพิเศษในการท่องเที่ยวผ่านเมนูท่องเที่ยวที่สร้างประสบการณ์เปี่ยมคุณค่าเหนือราคา&amp;nbsp;สะท้อนเรื่องราวภูมิปัญญา&amp;nbsp;วิถีชีวิต&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;ประเพณี&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวและกิกรรมทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเติมเต็มกลิ่นอายแห่งความสุขด้วยมนต์เสน่ห์เมืองเหนือ&amp;nbsp;รวมถึงย้อนวันวานวัยเด็กผ่านสินค้าและบริการการท่องเที่ยว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;Nature&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Keep,&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Explore&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Thainess&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Discover&amp;nbsp;โดยใช้สี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฮ่อม&amp;nbsp;(Navy&amp;nbsp;Blue)&amp;nbsp;เป็นสีประจําภาค&amp;nbsp;สื่อถึงความผ่อนคลาย&amp;nbsp;สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเมืองเหนือที่มีความเรียบง่าย&amp;nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งภูมิภาคภาคเหนือกำหนดพื้นที่นำเสนอเรื่องราวเสน่ห์วันวานเมืองเหนือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อุทัยธานี&amp;nbsp;สุโขทัย&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;โดยจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;จะนำเสนอภายใต้ธีม&amp;nbsp;อุทัยธานี&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เสน่ห์เมืองวันวาน&amp;nbsp;ย้อนอดีตวัยเรียน&amp;nbsp;ส่งมอบประสบการณ์วัยเด็ก&amp;nbsp;รำลึกความสุขวันวานท่ามกลางบรรยากาศเมืองอุทัยธานีที่สงบ&amp;nbsp;เรียบง่าย&amp;nbsp;อาคารเรียนหลังเดิม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลาของวิถีชีวิตชาวอุทัยธานีริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp;โดยมีสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ถนนคนเดินตรอกโรงยา&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;เฮอริเทจ&amp;nbsp;(ที่พักที่รีโนเวทมาจากโรงเรียนอุทัยวิทยาลัย&amp;nbsp;โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอุทัยธานี)&amp;nbsp;ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp;วัดอุโบสถาราม&amp;nbsp;บ้านจงรัก&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;?&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อุทัยธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185130757</Link_News></row>
<row _id="411"><NewsTitle>เกาะเต่า คึกคักสุด นทท.เที่ยววันหยุด 1,200 คน อีกฝั่ง นทท.ไทย ยกครอบครัวแห่เที่ยวเกาะสมุย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่บริเวณท่าเรือแม่หาด&amp;nbsp;ตำบลเกาะเต่า&amp;nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความคึกคัก&amp;nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังเกาะเต่าทั้งหมดสูงถึง&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือเร็วจากฝั่ง&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;301&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เรือเร็วจากเกาะสมุย-เกาะพะงัน&amp;nbsp;850&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเรือนอนกลางคืน&amp;nbsp;(สุราษฎร์-เกาะเต่า)&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;49&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางรำลึก&amp;nbsp;อัศวชิน&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะเต่า&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่เข้ามาวันนี้มีสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ซึ่งระยะนี้ในช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเลือกที่จะเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวที่เกาะเต่ามากเป็นพิเศษ&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสและทะเลใสสวยงามเหมาะต่อการดำน้ำเที่ยวทะเลมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันเดียวกัน&amp;nbsp;ที่ท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่&amp;nbsp;อำเภอดอนสัก&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยจากต่างจังหวัดและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เดินทางในรูปแบบครอบครัว&amp;nbsp;นำรถยนต์ส่วนตัวลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเต็มใต้ระหว่างเรือไปยังอำเภอเกาะสมุย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;จากการสอบถามครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวไทย&amp;nbsp;ทราบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จองโรงแรมที่พักในโครงการเราเที่ยวด้วยกันล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว&amp;nbsp;กระทั่งเห็นว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดดีขึ้น&amp;nbsp;จึงออกเดินทางมาพักผ่อนแต่ก็ระวังดูแลตัวเองและครอบครัว&amp;nbsp;ซึ่งช่วงนี้ทะเลแถบเกาะสมุยกำลังสวยน่าเที่ยวมาก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319190140769</Link_News></row>
<row _id="412"><NewsTitle>อบจ.ภูเก็ต จัดมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ สุขสันต์สนามชัย กระตุ้นเศรษฐกิจภูเก็ต สร้างรายได้ให้ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเรวัต&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยถึงการจัดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;สุขสันต์สนามชัย&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สนามชัย&amp;nbsp;ชื่อมต่อกับศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;งบเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น&amp;nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยการนำอัตลักษณ์ด้านอาหารประจำท้องถิ่น&amp;nbsp;และวัฒนธรรมการแต่งกายของคนภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันจะนำมาซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;การสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;(อาหาร&amp;amp;ของดีภูเก็ต)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยเริ่มครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานบางลา&amp;nbsp;ชายหาดป่าตอง&amp;nbsp;อำเภอกะทู้&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งได้จัดผ่านไปแล้ว&amp;nbsp;โดยได้รับผลตอบรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามชัย&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&amp;nbsp;ตำบลเชิงทะเล&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;สำหรับการจัดงานฯ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;สุขสันต์สนามชัย&amp;nbsp;เพื่อมอบประสบการณ์ความสุขพร้อมกับการต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดภูเก็ตให้ดีขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งภายในงานมีร้านจำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;อาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;พบกับโซนอาหารพิเศษ&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการทานอาหารเมนูประยุกต์แนวใหม่&amp;nbsp;โดยเชฟมือทองในสไตล์&amp;nbsp;Omakase&amp;nbsp;ชมการแสดงดนตรี&amp;nbsp;และกิจกรรมบนเวทีอีกมากมาย&amp;nbsp;ซึ่งได้จัดเวทีไว้รองรับถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เวที&amp;nbsp;เพลิดเพลินกับตลาดพื้นบ้าน&amp;nbsp;ลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;และพิเศษสุดของงานนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชิมฟรี!!!&amp;nbsp;หมี่ฮกเกี้ยนกระทะยักษ์&amp;nbsp;การสาธิตการทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;รวมถึงชมการแกะสลักผัก&amp;nbsp;ผลไม้ที่งดงามวิจิตรตระการตา&amp;nbsp;และกิจกรรมพิเศษเฉพาะวันเปิดงาน&amp;nbsp;ยังมีการจัดจำหน่ายไข่ไก่&amp;nbsp;ในราคาฟองละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ให้ได้จับจ่ายใช้สอยวัตถุดิบในราคาต่ำกว่าต้นทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในงาน&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รณรงค์ในเรื่องของการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และงดการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร&amp;nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความสะอาดตามมาตรฐาน&amp;nbsp;CLEAN&amp;nbsp;FOOD&amp;nbsp;GOOD&amp;nbsp;TASTE&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัด&amp;nbsp;งานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สุขสันต์สนามชัย&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สร้างความสุขให้ประชาชน&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามและทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ภูเก็ตสืบไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319221009794</Link_News></row>
<row _id="413"><NewsTitle>ร้านเสริมสวยยะลา ทำใจ เตรียมรับมือค่าไฟพุ่ง  4 บาทต่อหน่วย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ร้านเสริมสวย&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ทำใจ&amp;nbsp;เตรียมรับค่าไฟพุ่ง&amp;nbsp;แตะ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาทต่อหน่วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในรอบเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ถึงสิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;กกพ.&amp;nbsp;มีมติให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปร&amp;nbsp;หรือค่าเอฟที&amp;nbsp;จากวิกฤตราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;เป็นผลกระทบจากการสู้รบ&amp;nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&amp;nbsp;เนื่องจากอุปกรณ์ในร้านเสริมสวยส่วนใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม&amp;nbsp;หวีแปรงไฟฟ้า&amp;nbsp;ที่ม้วนผม&amp;nbsp;โรลม้วนผม&amp;nbsp;เครื่องอบผม&amp;nbsp;ทำผมฯลฯ&amp;nbsp;สารพัด&amp;nbsp;รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;พัดลม&amp;nbsp;สิ่งที่คอยบริการ&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;คุณกัลยา&amp;nbsp;รัตนมณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าของร้าน&amp;nbsp;ลูกปอ&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;ลูกปัด&amp;nbsp;ถนนเวฬุวัน&amp;nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามปกติที่ร้านจะจ่ายค่าไฟฟ้า&amp;nbsp;เฉลี่ยเดือนละ&amp;nbsp;3,800-4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถ้าประหยัดหน่อยก็จะอยู่ที่&amp;nbsp;3,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อุปกรณ์เสริมสวยต้องใช้ไฟฟ้าทุกอย่าง&amp;nbsp;ทีวีก็ต้องมี&amp;nbsp;แต่ไม่ค่อยเปิด&amp;nbsp;ลูกค้าไม่ดู&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะใช้งาน&amp;nbsp;Wi-Fi&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;ซึ่งทางร้านมีบริการให้&amp;nbsp;ส่วนแอร์&amp;nbsp;จะเปิดช่วงที่มีลูกค้าเข้าร้านประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โมง&amp;nbsp;ถ้าไม่มีลูกค้าก็จะปิดในช่วงเย็น&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;โมงเย็น&amp;nbsp;เวลาเปิดแอร์ก็พยายามตั้งอุณหภูมิไว้ที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;เปิดพัดลมคู่กับแอร์ไปด้วย&amp;nbsp;ช่วยประหยัดขึ้นเยอะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ค&amp;nbsp;ที่ค่าไฟฟ้าจะขึ้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาทต่อหน่วยนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางร้านก็คงต้องปรับตัว&amp;nbsp;ประหยัดขึ้น&amp;nbsp;ถ้าร้อนจริงก็เปิดแอร์&amp;nbsp;ลูกค้าเข้าก็จำเป็นต้องเปิดให้ลูกค้าอยู่แล้ว&amp;nbsp;ช่วงนี้อากาศร้อนลูกค้าก็อยากที่จะมานั่งสบาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตอนนี้&amp;nbsp;ก็ทำใจ&amp;nbsp;ถ้ามันแพง&amp;nbsp;เราก็ต้องจ่ายเพิ่ม&amp;nbsp;ประหยัดอย่างอื่นไม่ได้&amp;nbsp;เราต้องใช้ไฟหมด&amp;nbsp;อุปกรณ์ในส่วนอื่น&amp;nbsp;ส่วนไฟก็ต้องเปิดทั้งวันช่วยความสว่าง&amp;nbsp;ต้องยอมรับสิ่งที่จะมา&amp;nbsp;แต่เราก็พยายามประหยัดอยู่&amp;nbsp;เหมือนกระติกน้ำร้อน&amp;nbsp;ก็ไม่เสียบ&amp;nbsp;รวมทั้งอุปกรณ์อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ใช้ในเวลาจำเป็น&amp;nbsp;ประหยัดไปได้&amp;nbsp;แต่อย่างอุปกรณ์เสริมสวยเราใช้งาน&amp;nbsp;ช่วยให้มีรายได้ก็คงต้องใช้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320104336843</Link_News></row>
<row _id="414"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน บ้านรังแร้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โคกหนองนาพาสุข&amp;nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&amp;nbsp;บ้านรังแร้ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดัน&amp;nbsp;บ้านรังแร้ง&amp;nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;101&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีนายบุญเลิศ&amp;nbsp;แสงดีเป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&amp;nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&amp;nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อยู่ดี&amp;nbsp;กินดี&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวชนมณัฐ&amp;nbsp;รอดบุญธรรม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาววริศรา&amp;nbsp;โสภาค&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายสุพิชัย&amp;nbsp;หล่าสกุล&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายศราวุธ&amp;nbsp;ทรงโฉม&amp;nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320121229853</Link_News></row>
<row _id="415"><NewsTitle>อบต.กมลา จังหวัดภูเก็ต เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องจัดงาน หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า Kamala Food Fair ที่หาดกมลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เมื่อช่วงค่ำวานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่บริเวณชายห่าดกมลา&amp;nbsp;ต.กมลา&amp;nbsp;อ.กะทู้&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลาเบิกฟ้า&amp;nbsp;Kamala&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fair&amp;nbsp;โดยมีนายจุฑา&amp;nbsp;ดุมลักษณ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&amp;nbsp;(อบต.กมลา)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;อบต.กมลา&amp;nbsp;ภู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายจุฑา&amp;nbsp;ดุมลักษณ์&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.กมลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ได้ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ&amp;nbsp;และคาดว่าตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้เกิดความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;อบต.กมลา&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลา&amp;nbsp;เบิกฟ้า&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&amp;nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชาชนในพื้นที่ตำบลกมลาและของจังหวัดภูเก็ตให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;"หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลา&amp;nbsp;เบิกฟ้า&amp;nbsp;Kamala&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Fair"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;19-21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565นี้&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังได้รับผลกระทบจากกรแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;และเป็นการต้องกระตุ้นให้เกิดการเร่งจับจ่ายใช้สอยของประชาชน&amp;nbsp;และกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจของตำบลกมลา&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพื่อขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน&amp;nbsp;สร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลกมลาเพิ่มมาก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320122727861</Link_News></row>
<row _id="416"><NewsTitle>ผอ.ททท.สำนักสุรินทร์ ประชุมทำแผนการตลาด ปี 2566 ที่ศรีสะเกษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;cafe&amp;nbsp;De&amp;nbsp;Tree&amp;nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ดร&amp;nbsp;กัลยาณี&amp;nbsp;ธรรมจารีย์&amp;nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษเปิดเผยว่า&amp;nbsp;นางสาวสุชารัตน์&amp;nbsp;แสงอรุณ&amp;nbsp;ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานสุรินทร์&amp;nbsp;ได้จัดประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ประธานหอการค้า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;YEC&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้แทนโรงแรมแกลเลอรี่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้แทนโรงแรมศรีลำดวน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้แทนสถานที่ท่องเที่ยววัดสุพรรณหงส์&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมทำแผนดำเนินการจัดทำแผนการตลาด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการจัดทำแผนการตลาด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2566&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการเตรียมความพร้อมเพื่อกำหนดทิศทาง&amp;nbsp;แนวทางการดำเนินงานแผนการตลาดการท่องเที่ยวของ&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&amp;nbsp;และได้ทำ&amp;nbsp;SWOT&amp;nbsp;ของศรีสะเกษ&amp;nbsp;มาให้เพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวสุชารัตน์&amp;nbsp;แสงอรุณ&amp;nbsp;ผอ.&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันนี้อยากได้เสียงของผู้ประกอบการโดยตรง&amp;nbsp;เพื่อนำไปเขียนแผนด้านการตลาดขอคำเสนอแนะเพื่อนำไปทำแผน&amp;nbsp;และได้ชี้แจงสถานการณ์การท่องเที่ยวศรีสะเกษปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ให้ผู้เข้าประชุมทราบแล้วขอสรุป&amp;nbsp;การท่องเที่ยวภาคเราว่าขณะนี้&amp;nbsp;เมืองหลักคือจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เราเป็นเมืองรอง&amp;nbsp;เมืองรองต้องไป&amp;nbsp;@&amp;nbsp;สุรินทร์-ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;สุรินทร์-ศรีสะเกษ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;วิถีชีวิต&amp;nbsp;คนกับช้าง&amp;nbsp;ผ้าไหม&amp;nbsp;ข้าวหอมสุรินทร์&amp;nbsp;ปราสาท&amp;nbsp;ทุเรีอนภูเขาไฟ&amp;nbsp;ผามออีแดง&amp;nbsp;ทุ่งทะเลหอมกระเทียม&amp;nbsp;วัดไพรพัฒนา&amp;nbsp;วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม&amp;nbsp;การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผ่านสื่อ&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;ที่เข้าถึงกลุ่ม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;ททท.สำนักงานสุรินทร์&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เส้นทางสายมู&amp;nbsp;เส้นทางกินทุเรียนภูเขาไฟ&amp;nbsp;Shopping&amp;nbsp;ผ้าไหมขึ้นชื่อของชาว&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;ผ้าไหมเบญจศรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นักท่องเที่ยวตอนนี้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;1.กลุ่ม&amp;nbsp;Active&amp;nbsp;Senior&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;55-69&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทำงานได้&amp;nbsp;มีกำลังเงิน&amp;nbsp;เป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูง&amp;nbsp;ถ้านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาจะกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มาก&amp;nbsp;เลือกสินค้าทางการท่องเทียวที่เหมาะกับกลุ่ม&amp;nbsp;Active&amp;nbsp;Senior&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;2.Senior&amp;nbsp;กลุ่มนี้มีกำลัง&amp;nbsp;ทำงานได้&amp;nbsp;มีเวลาว่าง&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;3.กลุ่มสร้างกระแส&amp;nbsp;Gen&amp;nbsp;Y&amp;nbsp;กลุ่มนี้เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองเที่ยวที่ใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ซ้ำ&amp;nbsp;แคมปิ้ง&amp;nbsp;มีที่ไหนบ้างไปเช็คอิน&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายการท่องเที่ยวไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทิศทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เที่ยวตามกระแส&amp;nbsp;เที่ยววันธรรมดา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;RTความรับผิดชอบ&amp;nbsp;เพื่อทำการประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320123147862</Link_News></row>
<row _id="417"><NewsTitle>คณะกรรมการฯ ปฏิรูปประเทศ ลงพื้นที่ จ.ลำปาง ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;เปิดบ้านต้อนรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;คณะอนุกรรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;และคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&amp;nbsp;หอการค้าไทย&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ร่วมประเมินติดตามผลการดำเนินงานพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิสระ&amp;nbsp;ว่องกุศลกิจ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ยุคล&amp;nbsp;ลิ้มแหลมทอง&amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;และนายกลินท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สารสิน&amp;nbsp;ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&amp;nbsp;ร่วมนำคณะกรรมการและคณะทำงานปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;คณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&amp;nbsp;หอการค้าไทย&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามประเมินความพร้อมของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ในการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&amp;nbsp;(Enabler)&amp;nbsp;พร้อมร่วมประชุมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลศึกษาแนวทางความเหมาะสมในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงในทุกมิติทุกระดับ&amp;nbsp;สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากฐานภูมิทางสังคมและวัฒนธรรม&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นำหัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวมถึงผู้แทนองค์กรภาคเอกชน&amp;nbsp;และผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับคณะฯ&amp;nbsp;และร่วมประชุมนำเสนอข้อมูลเชิงพื้นที่ในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการติดตามประเมินความพร้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการ&amp;nbsp;อนุกรรมการ&amp;nbsp;และคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(Big&amp;nbsp;Rock)&amp;nbsp;และโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาเชิงพื้นที่ในภาพรวม&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสร้างเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพ&amp;nbsp;การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก&amp;nbsp;การเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาค&amp;nbsp;และการพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ประชาชนมีรายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;และชุมชนท้องถิ่นมีการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในส่วนสำคัญของประเด็นการพัฒนาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้เป็นตัวแทนในนามจังหวัด&amp;nbsp;กล่าวสรุปถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ว่า&amp;nbsp;จังหวัดลำปางมีเป้าหมายในการที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้&amp;nbsp;เชื่อมโยงสร้างสรรค์&amp;nbsp;น่าอยู่อย่างยืนยืน&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ภายใต้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเด็นหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เน้นการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;ทั้งเชิงนิเวศ&amp;nbsp;ประวัติศาสตร์&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;วิถีชุมชน&amp;nbsp;และเชิงธรณีวิทยา,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัตถอุตสาหกรรม&amp;nbsp;การค้าการลงทุน&amp;nbsp;เน้นการผลิตและเรียนรู้พัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ด้านการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มุ่งเน้นส่งเสริมแนววิถีเกษตรพอเพียง&amp;nbsp;เกษตรนวัตกรรมสร้างสรรค์&amp;nbsp;เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ด้านคุณภาพชีวิตเน้นการส่งเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างสรรค์แบ่งปันแบบยั่งยืน&amp;nbsp;พัฒนาให้ก้าวสู่ความทันสมัยเป็นเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp;"Smart&amp;nbsp;city"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-และด้านความมั่นคง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เน้นการรักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย&amp;nbsp;ด้วยการใช้ความรู้เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สำหรับจังหวัดจัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;12,533.961&amp;nbsp;ตร.กม.&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;7,833,726&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีจำนวนประชากร&amp;nbsp;724,678&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ทั้งในด้านการค้าอุตสาหกรรม&amp;nbsp;หัตถอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;และด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;71,417&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อยู่ในลำดับที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัวประชากรเฉลี่ยอยู่ที่&amp;nbsp;100,711&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อปี&amp;nbsp;ซึ่งในแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ที่กำหนด&amp;nbsp;จังหวัดลำปางคาดหวังว่าจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยจากข้อมูลที่ได้รับ&amp;nbsp;จะเป็นสาระสำคัญที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;คณะอนุกรรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;และคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร&amp;nbsp;หอการค้าไทย&amp;nbsp;จะได้นำไปพิจารณากำหนดเป็นแนวทางขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจในภาพรวม&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เกิดการกระจายโอกาสสู่เศรษฐกิจระดับฐานราก&amp;nbsp;และเร่งยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320123437863</Link_News></row>
<row _id="418"><NewsTitle>กำแพงเพชร จัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขัน ปั่นโต้ลม @ กำแพงเพชร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่บริเวณลานหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำ&amp;nbsp;นายบุญช่วย&amp;nbsp;หอมยามเย็น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและแข่งขัน&amp;nbsp;ปั่นโต้ลม&amp;nbsp;@&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;ในการดำเนินงาน&amp;nbsp;และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชรเพชร&amp;nbsp;และเสริมสร้างสุขภาพให้มีพลานามัยที่สมบูรณ์&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนประชาชน&amp;nbsp;เห็นความสำคัญในกิจกรรมการปั่นจักรยานมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยแบ่งกิจกรรมเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปั่นเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะปั่นในระยะทาง&amp;nbsp;75&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;โดยผู้เข้าร่วมรายการนี้จะได้รับถ้วยรางวัลทุกคน&amp;nbsp;สำหรับการปั่นประเภทที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นการปั่นเพื่อการแข่งขัน&amp;nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;รุ่นโอเพ่น&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;ไม่จำกัดอายุ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รุ่นอายุ&amp;nbsp;30-39&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รุ่นอายุ&amp;nbsp;40-49&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;50-59&amp;nbsp;ปีชาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รุ่นอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รุ่นน้ำหนักเกิน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รุ่นโอเพ่นหญิง&amp;nbsp;ไม่จำกัดอายุ&amp;nbsp;และรุ่น&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;หญิง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายบุญช่วย&amp;nbsp;หอมยามเย็น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงกีฬาการปั่นจักรยาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;เป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ทั้งตัวนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน&amp;nbsp;จะได้รับการพัฒนาในด้านของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์&amp;nbsp;มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และยังเป็นโอกาสที่ได้เดินทางมาสัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนชาวจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งริมถนน&amp;nbsp;ตลอดเส้นทางการปั่นในระยะทาง&amp;nbsp;75&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังได้รับมิตรภาพใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จากผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กำแพงเพชร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320134240884</Link_News></row>
<row _id="419"><NewsTitle>มอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เปิดใช้แน่ พ.ย. 67</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพศาล สุวรรณรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง (ทล.) &lt;/strong&gt;เผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ระยะทาง 96.41 กม. มีความก้าวหน้า 72% &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้มี 25 ตอน ก่อสร้างเสร็จแล้ว 5 ตอน&lt;/strong&gt; ระยะทางรวม 24.91 กม. ประกอบด้วย ตอน 6 ช่วง กม. 17+000-22+500 พื้นที่ จ.นครปฐม ระยะทาง 5.5 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.พ.65, ตอน 20, 21, 22, และ 23 ระยะทาง 19.41 กม. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ส่วนที่เหลืออีก 20 ตอน อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าโครงการงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ พ.ย.ปี 66&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว 5 ตอน&lt;/strong&gt; ส่งมอบพื้นที่เพื่อให้การดำเนินงานและบำรุงรักษา Operation and Maintenance (O&amp;amp;M) แล้ว ส่วนอีก 20 ตอน จะส่งมอบพื้นที่เมื่อแล้วเสร็จต่อไป เพื่อให้ดำเนินงาน O&amp;amp;M ในการก่อสร้างด่านเก็บค่าผ่านทาง 8 แห่ง และออกแบบติดตั้งระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-lane Free Flow) หรือระบบ M-Flow ในช่วง พ.ย.ปี 67&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มอเตอร์เวย์สายนี้ก่อสร้างปี 59&lt;/strong&gt; และกำหนดแล้วเสร็จเดือน พ.ย. ปี 66 เริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ด้านตะวันตกกับถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผ่านพื้นที่ อ.นครชัยศรี, อ.เมือง จ.นครปฐม, อ.ท่ามะกา และไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 324 (ถนนกาญจนบุรี-อ.พนมทวน) อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ลักษณะโครงการเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4-6 ช่องจราจร มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 8 ด่าน ได้แก่ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านศรีษะทอง ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ มีค่าแรกเข้า 10 บาท เพิ่มขึ้นตามระยะทาง 1.50 บาทต่อ กม. สูงสุด 150 บาท &amp;nbsp;รถยนต์ 6 ล้อ มีค่าแรกเข้า 16 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2.40 บาทต่อ กม. สูงสุด 240 บาท รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ มีค่าแรกเข้า 23 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 3.45 บาทต่อ กม. สูงสุด 350 บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล &lt;/strong&gt;ไปภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการอำนวยความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการท่องเที่ยว ที่สำคัญจะช่วยให้การเดินทาง จาก อ.บางใหญ่-กาญจนบุรีใช้เวลาเพียง 48 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320161924924</Link_News></row>
<row _id="420"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตรวจมาตรการป้องกันโรคในซอยบางลาป่าตอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเดินทางไปตรวจมาตราการป้องกันโรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ซอยบางลาป่าตอง&amp;nbsp;อำเภอกะทู้ว่า&amp;nbsp;จากการทางจังหวัดภูเก็ตได้มีมาตรการผ่อนคลายในเรื่องมาตราการควบคุมโรคมากขึ้น&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ก็ต้องมีการป้องกันตามที่ทางจังหวัดได้กำหนด&amp;nbsp;และขอความร่วมมือสถานประกอบการให้มีมาตราการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยจะเห็นว่าในขณะนี้&amp;nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อในจังหวัดภูเก็ตใยอดลดลงอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;313&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;18&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ถือว่าจำนวนดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดก็ขอให้ประชาชนได้มีมาตราการในการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ลดลงมากกว่านี้&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อจะมีผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับในส่วนของสถานบันเทิงในซอยบางลาป่าตอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ที่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงค่ำคืน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจลงพื้นที่พบว่า&amp;nbsp;ทางผู้ประกอบการได้มีการดำเนินการในเรื่องของมาตราการควบคุมโรค&amp;nbsp;ที่ทางจังหวัดได้มีการเน้นย้ำให้ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;โดยได้มีการตรวจวัดอุณหภูมิและให้&amp;nbsp;เจลล้างมือแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางเข้าไปยังสถานบันเทิงในซอยดังกล่าว&amp;nbsp;โดยได้มีการตั้งจุดตรวจวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ที่เป็นทางเข้า-ออก&amp;nbsp;ส่วนที่สถานบันเทิงต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ก็ได้มีคำแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามที่ทางราชการกำหนด&amp;nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายอำนวยฯ&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับในส่วนของพนักงานตามสถานประกอบการก็ได้มีการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในซอยบางลาอยู่อย่างหนาตา&amp;nbsp;แต่ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและสถานประกอบการทุกร้าน&amp;nbsp;ให้ดำเนินการตามมาตราการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวในมาตราการป้องกันโรคของจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320173943936</Link_News></row>
<row _id="421"><NewsTitle>อบต.กมลา จังหวัดภูเก็ต จัดงาน "หรอยริมเล กมลาเบิกฟ้า" ชายหาดกมลา กระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เที่ยวงานอย่างคึกคัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุฑา&amp;nbsp;ดุมลักษณ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการจัดงานมหกรรมอาหารทะเล&amp;nbsp;"หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลาเบิกฟ้า"&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;19-21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดกมลา&amp;nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ได้แพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ทำให้ระบบเศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก&amp;nbsp;และเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;ได้มีมาตรการผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออก&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตของนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้สนับสนุนแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ที่จะช่วยกันประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;รวมถึงจัดกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อเชิญชวนให้มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกมลาจึงจัดมหกรรมอาหารทะเล&amp;nbsp;"หรอยริมเล&amp;nbsp;กมลาเบิกฟ้า"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การบริการ&amp;nbsp;และการซื้อสินค้า&amp;nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่ตำบลกมลาและจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างมาเที่ยวงานอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงานวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการแสดง&amp;nbsp;"กมลา&amp;nbsp;แดนสรวง&amp;nbsp;ไข่มุกอันดามัน",&amp;nbsp;การแสดงควงไฟ&amp;nbsp;และจุดอักษร&amp;nbsp;Kamala&amp;nbsp;Beach,&amp;nbsp;การแสดงโขน&amp;nbsp;รองเง็ง&amp;nbsp;เกาะสิเหร่,&amp;nbsp;การแสดงของชาวเนปาล&amp;nbsp;และการแสดงวงกมลา&amp;nbsp;แบรนด์&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คืนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีการแสดงโฟล์คซอง&amp;nbsp;(น้องบีม&amp;nbsp;หาดใหญ่)&amp;nbsp;การสาธิตการปรุงอาหารโดยเชฟปอนด์&amp;nbsp;จากรายการ&amp;nbsp;IRON&amp;nbsp;CHEF&amp;nbsp;และการแสดงลูกทุ่งซุปเปอร์แดนซ์&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คืนสุดท้ายมีการแสดงคาบาเร่โชว์,&amp;nbsp;การแสดงควงไฟ&amp;nbsp;พ่นไฟ&amp;nbsp;และปิดท้ายด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ต&amp;nbsp;ธีเดช&amp;nbsp;ทองอภิชาติ&amp;nbsp;ขับกล่อมบรรเลงให้กับนักท่องเที่ยวและคนกมลา&amp;nbsp;อำเภอกะทู้&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ได้ร่วมสนุกและจับจ่ายสินค้า&amp;nbsp;ชิมอาหารอร่อย&amp;nbsp;ชมการแสดงสวยงามไปด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320174159937</Link_News></row>
<row _id="422"><NewsTitle>คืนสุดท้ายงานมหกรรมอาหารทะเล ครั้งนี้ 2หรอย ริม เลหาดกะรน จังหวัดภูเก็ต ยังคึกคักกระตุ้นการท่องเที่ยวเสริมอาชีพสร้างราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คืนสุดท้ายงานมหกรรมอาหารทะเล&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หรอย&amp;nbsp;ริม&amp;nbsp;เล&amp;nbsp;หาดกะรน&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ยังคึกคักกระตุ้นการท่องเที่ยวเสริมอาชีพสร้างรายได้ในพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตร่วมกับเทศบาลตำบลกะรน&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;เรือเอกเจด็จ&amp;nbsp;วิชรศรณ์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกะรน&amp;nbsp;จัดงานมหกรรมอาหารทะเล&amp;nbsp;(Seafood)&amp;nbsp;หรอย&amp;nbsp;ริม&amp;nbsp;เล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ตำบลกะรน&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นให้มีช่องทางและโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;การจ้างงาน&amp;nbsp;และกระจายรายได้สู่ครัวเรือนในตำบลกะรน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ในชุมชน&lt;/strong&gt;ตำบลกะรนให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาสังคม&amp;nbsp;โดยการจัดงานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลกะรน&amp;nbsp;ถนนปากบาง&amp;nbsp;(เลียบชายหาด)&amp;nbsp;หาดกะตะ&amp;nbsp;ตำบลกะรน&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานมีทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นฝีมือชาวบ้าน&amp;nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ&amp;nbsp;อาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะตะ-กะรน&amp;nbsp;การแสดงดนตรีสด&amp;nbsp;แสง&amp;nbsp;สี&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ที่สนุกสนานทุกค่ำคืน&amp;nbsp;และยังมีมุมๆ&amp;nbsp;เช็คอิน&amp;nbsp;วิวทะเลสวย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ริมชายหาดกะตะ&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการ&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;ในรูปแบบวิถีใหม่&amp;nbsp;ตามมาตรฐานข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมกิจกรรมทุกคน&amp;nbsp;ซึ่งตลอด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คืนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;ร่วมงานจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320193145950</Link_News></row>
<row _id="423"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หนุนสงขลา ปั้นเทศกาลนานาชาติ ปักหมุดเป็นจุดหมายใหม่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการ&amp;nbsp;กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;หนุนสงขลา&amp;nbsp;ปั้นเทศกาลนานาชาติ&amp;nbsp;ปักหมุดเป็นจุดหมายใหม่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก&amp;nbsp;นำกีฬาคนรุ่นใหม่หนุนกิจกรรมไมซ์&amp;nbsp;และการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในงาน&amp;nbsp;ลองเล่น&amp;nbsp;SONGKHLA&amp;nbsp;BEACH&amp;nbsp;JAM&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชายหาดชลาทัศน์&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีปิดงานลองเล่นสงขลาบีชแจมครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา,&amp;nbsp;นายไพเจน&amp;nbsp;มากสุวรรณ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา,&amp;nbsp;น.ส.มัณฑนา&amp;nbsp;ภูธรารักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท)&amp;nbsp;สำนักงานหาดใหญ่&amp;nbsp;และนางศุภวรรณ&amp;nbsp;ตีระรัตน์&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หวังส่งเสริมกิจกรรมท่องเทียวเชิงกีฬา&amp;nbsp;ปั้นงานลองเล่นสงขลาบีชแจมให้เป็นงานเทศกาลระดับนานาชาติในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เพื่อรองรับเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงความนิยมกีฬาประเภทเซิร์ฟที่สูงขึ้น&amp;nbsp;โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมือง&amp;nbsp;SPORT&amp;nbsp;CITY&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;MICE&amp;nbsp;City&amp;nbsp;มีความพร้อมรองรับงานใหญ่ๆ&amp;nbsp;ระดับนานาชาติได้&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทางกระทรวงฯ&amp;nbsp;ได้มีแผนงานส่งเสริมและสนับสนุนให้สงขลาเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อปักหมุดให้สงขลาเป็น&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;TOWN&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของกีฬาคนรุ่นใหม่ที่มี&amp;nbsp;Lifestyle&amp;nbsp;ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบ&amp;nbsp;sport&amp;nbsp;festival&amp;nbsp;โดยนำกิจกรรมกีฬาประเภทเซิร์ฟ&amp;nbsp;มารวมกับกิจกรรมทางดนตรี&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวแบบแคมปิ้ง&amp;nbsp;เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น,&amp;nbsp;เปิดมิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&amp;nbsp;และเปิดโอกาสต่อยอดธุรกิจท้องถิ่นไปกับเทรนด์กีฬาเซิร์ฟ&amp;nbsp;ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสำหรับคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;โดยจุดเด่นของงานลองเล่น&amp;nbsp;สงขลาบีชแจม&amp;nbsp;คือเป็นกิจกรรมงานกีฬา&amp;nbsp;สำหรับทุกคน&amp;nbsp;ทุกเพศ&amp;nbsp;ทุกวัย&amp;nbsp;มางานนี้งานเดียวจะได้&amp;nbsp;รู้จัก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ลองเล่น&amp;nbsp;กีฬาสายเซริ์ฟสุดเท่ห์ทุกประเภท&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;Surfboard,&amp;nbsp;SUP&amp;nbsp;Board,&amp;nbsp;Skimboard&amp;nbsp;โดยทีมงานชั้นนำที่จะมาสอนพื้นฐานการเล่นเบื้องต้น&amp;nbsp;สำหรับสาย&amp;nbsp;Surfskate&amp;nbsp;จะได้ท้าทายกับคลื่นบกขนาด&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ริมชายหาดให้มา&amp;nbsp;ปล่อยของ&amp;nbsp;อวดท่าสวยๆ&amp;nbsp;สกิลเทพๆ&amp;nbsp;กันริมหาดพร้อมเก็บภาพลง&amp;nbsp;IG&amp;nbsp;และรับของรางวัลกลับบ้านไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีกิจกรรมการประกวด&amp;nbsp;Songkhla&amp;nbsp;surf&amp;nbsp;girl&amp;nbsp;สุดฮอท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเฟ้นหาผู้หญิงที่หลงรักในกีฬาเซิร์ฟและพร้อมสร้างแรงบันดาลให้ผู้หญิงด้วยกันหันมาเล่นกีฬานี้กันมากขึ้น&amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยกิจกรรม&amp;nbsp;ลองไถ&amp;nbsp;ที่จะรวมพลคนเซิร์ฟบก&amp;nbsp;และสายไถทุกประเภท&amp;nbsp;ไปไถสนุกๆ&amp;nbsp;สุดชิล&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ริมหาดชลาทัศน์&amp;nbsp;และในสวนสาธารณะเมืองสงขลา&amp;nbsp;กันแบบ&amp;nbsp;exclusive&amp;nbsp;เพื่อเก็บภาพเท่ๆ&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;ig&amp;nbsp;ในเช้าวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป&amp;nbsp;ยังร่วมสนุกในงานได้ทั้งวัน&amp;nbsp;ทั้งคืนกับการช้อปสินค้าจากร้านขายอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ,&amp;nbsp;สินค้าไลฟ์สไตล์สายเซิร์ฟ,&amp;nbsp;บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;(ไร้แอลกอฮอล์),&amp;nbsp;ลานดนตรีสด,&amp;nbsp;โชว์ควงไฟริมหาด&amp;nbsp;สัมผัสบรรยากาศแคมป์ปิ้ง&amp;nbsp;สบายๆ&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;ปลูกจิตสำนึกในการดูแลท้องทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้การท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการจัดกิจกรรมต่างๆของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;หยุดชะงักไป&amp;nbsp;ภาคธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการโรงแรม&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะในส่วนการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา&amp;nbsp;จังหวัดเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมของเมืองให้มากขึ้น&amp;nbsp;ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ๆ&amp;nbsp;เพื่อรองรับโอกาสทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เมื่อสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลายลง&amp;nbsp;ในเร็ววันนี้&amp;nbsp;งานลองเล่น&amp;nbsp;สงขลาบีชแจม&amp;nbsp;ก็เป็นงานหนึ่งที่จังหวัดให้ความสำคัญ&amp;nbsp;และพร้อมจะส่งเสริมให้เป็นกิจกรรม&amp;nbsp;เฟสติวัลประจำปี&amp;nbsp;รวมถึงผลักดันให้เป็น&amp;nbsp;international&amp;nbsp;festival&amp;nbsp;ในปีถัดๆไป&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นงานที่มี&amp;nbsp;เนื้อหาเป็นสากล&amp;nbsp;จับเทรนด์กีฬาเซิร์ฟซึ่งเป็นกีฬาระดับโลกมาเป็นคุณค่าหลักของงาน&amp;nbsp;มั่นใจว่าเมื่อเปิดประเทศกิจกรรมประเภทนี้จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;และสิงคโปร์ที่จะเข้ามาในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;อย่างแน่นอน&amp;nbsp;รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจัดงานลองเล่นสงขลาบีชแจม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;รวมถึงสร้างให้เกิดกิจกรรมทางชายหาดใหม่ๆ&amp;nbsp;ให้กับสงขลา&amp;nbsp;ส่งเสริมกีฬาประเภทใหม่ๆ&amp;nbsp;สำหรับเด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;และประชาชนทุกช่วงวัย&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสร้างมูลค่าให้กับพื้นที่ชายหาดชลาทัศน์&amp;nbsp;และเมืองสงขลาได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;อีกทั้งผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ได้เข้ามาดื่มด่ำ&amp;nbsp;ความสุขจากบรรยากาศของงาน&amp;nbsp;จากกิจกรรมสันทนาการ&amp;nbsp;ดนตรี&amp;nbsp;รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;จากร้านในท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320205506963</Link_News></row>
<row _id="424"><NewsTitle>ประชาชนตื่นตัวยื่นภาษี ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 เพิ่มขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสมหมาย&amp;nbsp;ศิริอุดมเศรษฐ&amp;nbsp;โฆษกกรมสรรพากร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;ภ.ง.ด.90&amp;nbsp;ภ.ง.ด.91&amp;nbsp;ประจำปีภาษี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ยังเปิดให้บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้แม้จะไม่มีภาษีต้องชำระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเกณฑ์สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินเดือน&amp;nbsp;กรณีโสด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเงินได้เกิน&amp;nbsp;120,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;กรณีสมรส&amp;nbsp;มีรายได้ตั้งแต่&amp;nbsp;220,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;ต้องยื่นแบบ&amp;nbsp;ภ.ง.ด.90&amp;nbsp;ภ.ง.ด.91&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้อื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ค่าเช่า&amp;nbsp;อาชีพอิสระ&amp;nbsp;ขายของ&amp;nbsp;กรณีโสด&amp;nbsp;มีเงินได้&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;บาทต่อปีขึ้นไป&amp;nbsp;มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ&amp;nbsp;กรณีสมรส&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;120,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ&amp;nbsp;และสำหรับคนที่ไปรับจ้างทำงานใดแล้วถูกหักภาษี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่จ่าย&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ไว้ก็สามารถคืนขอคืนภาษีส่วนนี้ได้&amp;nbsp;สำหรับภาพรวมปีภาษี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีการตื่นตัวยื่นแบบเข้ามามากใกล้เคียงกับปีก่อน&amp;nbsp;แต่ยอดภาษีที่ชำระเข้ามาสูงกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&amp;nbsp;ภ.ง.ด.90&amp;nbsp;ภ.ง.ด.91&amp;nbsp;ประจำปีภาษี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ง่ายๆ&amp;nbsp;ผ่านออนไลน์&amp;nbsp;กรมสรรพากร&amp;nbsp;www.rd.go.th&amp;nbsp;และสามารถตรวจสถานะของตนเองได้&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;กรณีขอคืนภาษี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321102039028</Link_News></row>
<row _id="425"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรีพอใจ กรุงเทพฯ เป็น Best City  ภูเก็ต สมุย เกาะที่ดีที่สุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;รับทราบและยินดีที่ทราบว่า&amp;nbsp;นิตยสาร&amp;nbsp;DestinAsian&amp;nbsp;จัดให้&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุด&amp;nbsp;(Best&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;ในการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากการเปิดเผยของนิตยสาร&amp;nbsp;DestinAsian&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ได้รับเลือกเป็น&amp;nbsp;Best&amp;nbsp;City&amp;nbsp;จากผลการคัดเลือกของผู้อ่าน&amp;nbsp;(Readers&amp;nbsp;Choice&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;2022)&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อันดับแรกได้แก่&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;โตเกียว&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;และโซล&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เคยได้รับเลือกอันดับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มาแล้วเมื่อปี&amp;nbsp;2020&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งในการประกาศรางวัลครั้งนี้&amp;nbsp;ยังมีจุดหมายปลายทางอื่นๆ&amp;nbsp;ของไทยที่ได้รับเลือกเช่นกัน&amp;nbsp;โดยภูเก็ตและเกาะสมุย&amp;nbsp;ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น&amp;nbsp;"เกาะที่ดีที่สุด"&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;รองจากที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เกาะบาหลี&amp;nbsp;และที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เกาะมัลดีฟส์&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;ยังได้รับเลือกให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดอันดับ&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นิตยสาร&amp;nbsp;DestinAsian&amp;nbsp;ถือเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีการจัดงาน&amp;nbsp;Readers&amp;nbsp;Choice&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;เป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ติดต่อกันมามากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยเป็นการจัดอันดับความเป็นเลิศในภาคการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&amp;nbsp;ตัดสินจากผลโหวตของผู้อ่านทั่วโลก&amp;nbsp;โดยผู้อ่านลงคะแนนในหมวดหมู่ต่างๆ&amp;nbsp;รวมถึงจุดหมายปลายทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงแรมและรีสอร์ท&amp;nbsp;สายการบิน&amp;nbsp;สนามบิน&amp;nbsp;และสายการเดินเรือ&amp;nbsp;โดยการสำรวจความคิดเห็นรางวัล&amp;nbsp;Readers&amp;nbsp;Choice&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน&amp;nbsp;ถึงธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ชื่นชมผลการจัดอันดับดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นเสียงสะท้อนว่าไทยยังครองใจนักท่องเที่ยวเสมอมา&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;เชื่อว่าการพิจารณาปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรให้สอดรับกับมติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ&amp;nbsp;ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในการเดินทางมาประเทศไทย&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบในหลายๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;รัฐบาลเร่งดำเนินการหามาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ควบคู่กับการรับมือตามมาตรการสาธารณสุขตามสถานการณ์&amp;nbsp;รวมทั้งร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันมองหาโอกาสในการเติบโต&amp;nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;แสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยยังคงความน่าสนใจ&amp;nbsp;มีศักยภาพ&amp;nbsp;โดดเด่นและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321101612023</Link_News></row>
<row _id="426"><NewsTitle>ร้านผลิตและจำหน่ายเค้กจำปาดะ จ.ตรัง ขยายร้าน รองรับนักท่องเที่ยว และนักเดินทาง เที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ชูเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น ยังคงรูปแบบเบอเกอรี่-อาหารปลอดภัย ใช้วัตถุดิบปลอดสาร ไร้สารกันเสีย ไม่มีไขมันทรานส์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ร้านลาแมร์&amp;nbsp;เบอเกอรี่&amp;nbsp;ถนนบายพาส&amp;nbsp;สี่แยกบ้านควน-ควนปริง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ม.10&amp;nbsp;ต.โคกหล่อ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ซึ่งเดิมเปิดเป็นร้านเบเกอรี่เล็กๆ&amp;nbsp;ตอนนี้ได้ขยายร้านเพื่อรองรับการขยายตัวของสนามบินตรัง&amp;nbsp;จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวที่คาดจะเดินทางเข้ามาในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากเดิมที่ร้านลาแมร์&amp;nbsp;เบเกอรี่ขายเฉพาะเบอเกอรี่โฮมเมด&amp;nbsp;และเครื่องดื่ม&amp;nbsp;โดยมีเค้กจำปาดะเป็นเมนูเด็ดประจำร้าน&amp;nbsp;ปัจจุบันได้เพิ่มเมนูอาหารพื้นบ้าน&amp;nbsp;ปรุงจากวัตดุดิบท้องถิ่นเข้ามาด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาว&amp;nbsp;ธัชกรหรือเจ&amp;nbsp;เอ้งฉ้วน&amp;nbsp;และน.ส.เพ็ญประกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้วพิทักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งคู่เป็นเจ้าของร้าน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;หลังจากที่ทางร้านเปิดตัวเค้กจำปาดะไปแล้วได้รับผลตอบรับดี&amp;nbsp;ทางร้านจึงต่อยอดเพิ่มให้เค้กมีลูกเล่นมากขึ้น&amp;nbsp;ด้วยการทำเค้กจำปาดะสอดไส้ครีมมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp;โดยใช้มะพร้าวออแกนิคจากสวนของตนเอง&amp;nbsp;เพราะปัจจุบันมะพร้าวในสวนมีมากเพราะส่งออกไม่ได้&amp;nbsp;เมื่อนำมาทำไส้เค้กก็&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับดีเช่นกัน&amp;nbsp;เพราะมีรสชาตินุ่ม&amp;nbsp;หอมละมุนทั้งจากจำปาดะ&amp;nbsp;และมะพร้าวอ่อน&amp;nbsp;โดยจะวางขายหน้าร้านและขายให้ลูกค้าต่างจังหวัด&amp;nbsp;แต่ต้องส่งด้วยรถแช่เย็น&amp;nbsp;เพราะเค้กเป็นเค้กสด&amp;nbsp;ทำใหม่วันต่อวัน&amp;nbsp;ไม่ใส่สารกันเสีย&amp;nbsp;ไม่มีไขมันทรานส์&amp;nbsp;อยู่ได้ในตู้เย็นนาน&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายร้านมาอยู่ที่สี่แยกบ้านควน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะที่เดิมที่จอดรถไม่พอ&amp;nbsp;จึงย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่ซึ่งกว้างขวางกว่าเดิม&amp;nbsp;ในช่วงโควิดนั้นร้านได้รับผลกระทบซบเซา&amp;nbsp;แต่ร้านได้ด้วยร้านมีเมนูเด่นคือเค้กจำปาดะ&amp;nbsp;สามารถขายได้เป็นของฝาก&amp;nbsp;ซื้อกลับไปกินที่บ้าน&amp;nbsp;เมื่อย้ายมาอยู่ที่ใหม่&amp;nbsp;ร้านได้เพิ่มอาหารจานหลักเข้าไปด้วย&amp;nbsp;เน้นเป็นเมนูอาหารพื้นบ้าน&amp;nbsp;ใช้วัสดุในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น้ำพริกใบทำมัง(ใบแมงดา)&amp;nbsp;ทานคู่กับผักพื้นบ้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และปลาเค็ม&amp;nbsp;ปลาหวาน,&amp;nbsp;ต้มซี่โครงกระดูกหมูย่างกับใบส้มม้าว&amp;nbsp;หรือยอมส้มมวง,&amp;nbsp;พิซซ่า,&amp;nbsp;สปาเก็ตตี้ขี้เมา,&amp;nbsp;ยำต่างทะเลสด,&amp;nbsp;และเมนูเบอเกอรี่เพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พายมะพร้าวอ่อน,&amp;nbsp;คุกขี้จมูกข้าวสังหยดผสมงามขี้ม่อน&amp;nbsp;โดยอาหารจะมีราคาเริ่มต้น&amp;nbsp;55&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เบอเกอรี่ราคาเริ่มต้นที่&amp;nbsp;35-150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมนูเครื่องดื่มเริ่มต้นที่&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ด้วยร้านอยู่ใกล้สนามบิน&amp;nbsp;จึงมีทั้งอาหารคาวหวาน&amp;nbsp;เครื่องดื่มไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;นักเดินทาง&amp;nbsp;โดยขนมเบเกอรี่เป็นแบบโฮมเมด&amp;nbsp;อาหารเน้นเมนูสุขภาพ&amp;nbsp;ใช้พืชผักพื้นบ้าน&amp;nbsp;ใช้วัสดุดิบปลอดสารเคมี&amp;nbsp;และของฝาก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปลาหลังเขียวแดดเดียว&amp;nbsp;ปลาหวาน&amp;nbsp;โดยร้านเปิดบริการทุกวัน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30-19.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&amp;nbsp;โทร.098-9695651&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เฟซบุ๊กแฟนเพจ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ลาแมร์&amp;nbsp;เบเกอรี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลูกค้ามาจาก&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;วันนี้สั่งพิซซ่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และโรตีกรอบ&amp;nbsp;ซึ่งทานหลายครั้งแล้ว&amp;nbsp;ติดใจในรสชาติ&amp;nbsp;และทุกครั้งที่มาตรังจะชวนเพื่อนๆ&amp;nbsp;มาทานด้วยกัน&amp;nbsp;ชอบเกือบทุกเมนู&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ราดหน้า&amp;nbsp;หมี่แกงปู&amp;nbsp;และยำ&amp;nbsp;ชอบบรรยากาศโปร่งสบาย&amp;nbsp;ไม่แออัด&amp;nbsp;ลูกค้าในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ชอบมาทานเครื่องดื่ม&amp;nbsp;และเค้ก&amp;nbsp;เพราะเค้กที่นี่รสชาติไม่หวาน&amp;nbsp;เนื้อนุ่ม&amp;nbsp;เป็นเค้กเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;มีให้เลือกหลายแบบ&amp;nbsp;ลูกค้าที่เดินทางมาจาก&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ตนเดินทางมาจากกรุงเทพ&amp;nbsp;เห็นข่าวจากทีวี&amp;nbsp;และเพจต่างๆ&amp;nbsp;เมื่อมีโอกาสมาจังหวัดตรังก็เลยแวะชิม&amp;nbsp;ชิมแล้วอร่อยมากๆ&amp;nbsp;เหมือนกับที่โฆษณา&amp;nbsp;อยากบอกชาวตรังว่าถ้ายังไม่เคยทานที่นี่&amp;nbsp;ให้ลองแวะมา&amp;nbsp;วันนี้ตนเลือกสั่งพิซซ่า&amp;nbsp;สปาเก็ตตี้&amp;nbsp;และเค้กจำปาดะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321090154998</Link_News></row>
<row _id="427"><NewsTitle>รัฐบาล มองโอกาสส่งออกสินค้าหมวดขนม จีนญี่ปุนมาแรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ที่ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(DITP)&amp;nbsp;ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;ในประเทศที่เป็นตลาดส่งออก&amp;nbsp;เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการผลิตและส่งออกให้กับผู้ประกอบการของไทย&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มสินค้าขนม&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในสินค้าหมวดอาหารที่มีโอกาสเติบโตอย่างมากในหลายประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในจีนและญี่ปุ่น&amp;nbsp;ทั้งนี้การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมการบริโภค&amp;nbsp;เอาผู้ซื้อเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp;เป็นนโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกสินค้าอาหารที่โตขึ้นอย่างมาก&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว&amp;nbsp;ข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กลุ่มนักศึกษาจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มเพศหญิงจะนิยม&amp;nbsp;ขนมแป้งเส้นรสเผ็ด&amp;nbsp;ขนมหรืออาหารกระป๋อง&amp;nbsp;และคุกกี้หรือเค้ก&amp;nbsp;กลุ่มเพศชายจะนิยมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&amp;nbsp;ถั่ว&amp;nbsp;และผลไม้อบแห้ง&amp;nbsp;เครื่องดื่ม&amp;nbsp;กลุ่มนักศึกษาที่เกิดหลังปี&amp;nbsp;2000&amp;nbsp;เพศหญิงหรือชายนิยมดื่มน้ำผลไม้และชานม&amp;nbsp;ขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีความต้องการสินค้าใหม่ๆ&amp;nbsp;รองรับสังคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ขนมที่มีการพัฒนาเป็น&amp;nbsp;Functional&amp;nbsp;food&amp;nbsp;ที่มีคุณสมบัติการให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เยลลี่เหลวแบบสำหรับดื่มที่ให้พลังงานและเส้นใย&amp;nbsp;หรือขนมที่มีนวัตกรรม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลูกอมดับกลิ่นปากที่ลดความแรงของมินท์&amp;nbsp;เพื่อให้เหมาะกับเวลาใส่หน้ากากอนามัยและขนมเคี้ยวหนึบ&amp;nbsp;ที่มีการใช้นวัตกรรมในการผลิต&amp;nbsp;เพื่อสร้างความแปลกใหม่&amp;nbsp;รวมถึงให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ผู้ผลิตเปลี่ยนจากการใช้พลาสติกมาเป็นกระดาษมากขึ้น&amp;nbsp;และลดปริมาณบรรจุภัณฑ์มากเกินจำเป็นลงมา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใช้พลาสติกที่บางลง&amp;nbsp;หรือยกเลิกการใช้ถาดพลาสติก&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;จะต้องพิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์และขนาดบรรจุ&lt;/strong&gt;ที่เหมาะสมกับแนวโน้มของตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งควรติดตามศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมในช่วงนั้นๆ&amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(DITP)&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;www.ditp.go.th&amp;nbsp;หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;1169&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321100909016</Link_News></row>
<row _id="428"><NewsTitle>กฟผ.แม่เมาะ นำเสนอข้อมูลแม่เมาะเมืองน่าอยู่ แก่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงพื้นที่จังหวัดลำปางของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายอิสระ&amp;nbsp;ว่องกุศลกิจ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายยุคล&amp;nbsp;ลิ้มแหลมทอง&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;เพื่อร่วมประชุมกับส่วนราชการและภาคเอกชนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;มีนายจรัญ&amp;nbsp;คำเงิน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิสระ&amp;nbsp;ว่องกุศลกิจ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงบทบาทของโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;ต่อการพัฒนาในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และภาคเหนือ&amp;nbsp;ว่าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่เป็นโครงการที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจในจังหวัดลำปางดีขึ้นได้&amp;nbsp;ทั้งการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;การใช้พื้นที่สำหรับปลูกป่าทดแทนที่จะช่วยลดคาร์บอนในภาพรวม&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;สามารถนำงบประมาณด้านความรับผิดชอบต่อสังคมมาบูรณาการร่วมกับจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ให้เกิดการขยายผลด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และเศรษฐกิจภายในจังหวัดลำปางให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงมิติต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;และเส้นทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในจังหวัดภาคเหนือได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321104905045</Link_News></row>
<row _id="429"><NewsTitle>อ.บ้านแท่น บูรณาการเข้าตรวจสอบปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย ป้องกันการกักตุนสินค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ่าสิบเอกประจักษ์ชัย&amp;nbsp;ชนะภัย&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านแท่น&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอบ้านแท่น&amp;nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.บ้านแท่น&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแท่น&amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขาย&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านแท่น&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ไม่พบว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้จากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และปุ๋ยขาดแคลน&amp;nbsp;มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตลอดจนตรวจสอบการกักตุนปุ๋ยของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศโดยด่วน&amp;nbsp;หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย&amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่ละเว้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321110849054</Link_News></row>
<row _id="430"><NewsTitle>กรมเจ้าท่ารับฟังความคิดเห็นแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จัดประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาวางแผน&lt;/strong&gt;เพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;รับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียของโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จัดประชุมปฐมนิเทศปฐมนิเทศโครงการศึกษา&lt;/strong&gt;วางแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้อง&amp;nbsp;Moove&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์ประชุม&amp;nbsp;Move&amp;nbsp;Event&amp;nbsp;Centre&amp;nbsp;ตำบลแพรกษา&amp;nbsp;อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วย&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้มีส่วนได้เสีย&amp;nbsp;องค์กรภาคเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มนักวิชาการ&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และและภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมผ่าน&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพและปริมณฑล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนมาโดยตลอด&amp;nbsp;ดังนั้นการเดินทางทางน้ำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรองรับการเดินทางและลดปัญหาการจราจร&amp;nbsp;ปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยามีเส้นทางเดินเรือสาธารณะ&amp;nbsp;ตั้งแต่ท่าเรือปากเกร็ด&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ถึงกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ศักยภาพท่าเรือเจ้าพระยาในเขตจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ยังสามารถนำคนจากจังหวัดสมุทรปราการเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานครได้&amp;nbsp;โดยกรมเจ้าท่ามีแผนการพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับท่าเรือเป็นสถานีเรือ&amp;nbsp;แต่การพัฒนาดังกล่าวยังต้องมีการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และพร้อมที่จะรองรับการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่น&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเปลี่ยนผ่านระบบได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมเจ้าท่าจึงได้จัดทำโครงการศึกษาวางแผนเพิ่มศักยภาพ&lt;/strong&gt;และพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นของโครงการและชี้แจงประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย&amp;nbsp;ได้รับทราบถึงขอบเขตการศึกษา&amp;nbsp;และแผนงานการศึกษา&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียของโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อนำไปประกอบการศึกษา&amp;nbsp;วางแผนเพิ่มศักยภาพและพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วย&amp;nbsp;ข้อมูลรอบด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321125534099</Link_News></row>
<row _id="431"><NewsTitle>จ.สุโขทัย ตรวจเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ควบคุมเข้มป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากปัญหาสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลน&amp;nbsp;และมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;โดยที่ทำการปกครองจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านด่านลานหอย&amp;nbsp;และนายอำเภอเมืองสุโขทัย&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;สิริเกษตรเคมี&amp;nbsp;2014&amp;nbsp;ตำบลลานหอย&amp;nbsp;อำเภอบ้านด่านลานหอย&amp;nbsp;และที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;ชัยภัทรเคมีเกษตร&amp;nbsp;ตำบลบ้านกล้วย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุโขทัย&amp;nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ในครั้งนี้&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;ส่วนราคาจำหน่ายก็เป็นไปตามกลไกลการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321125406097</Link_News></row>
<row _id="432"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด "PHUKET TASTIVAL Seafood &amp; Gastronomy : หรอย-ยก-โล" ฟื้นเศรษฐกิจ ชูผลผลิตทางการประมง และส่งเสริมการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เตรียมจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&amp;nbsp;"PHUKET&amp;nbsp;TASTIVAL&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;:&amp;nbsp;หรอย-ยก-โล"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฟื้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ชูผลผลิตทางการประมง&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เม.ย.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววรนิษย์&amp;nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดภูเก็ตเร่งฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้วยการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;เริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการ&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัวทางธุรกิจ&amp;nbsp;ซึ่งรวมทั้งตลาดผลผลิตทางการประมงของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตของชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงที่เคยเป็นรายได้หลักอีกทางของจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือผลักดันภาคการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;และการประมงให้กลับคืนมา&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้มีการอนุมัติให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดภูเก็ตเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกซนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ภายใต้ชื่องาน&amp;nbsp;"PHUKET&amp;nbsp;TASTIVAL&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;:&amp;nbsp;หรอย-ยก-โล"&amp;nbsp;โดยเน้นดำเนินงานให้สอดคล้องกับการประกาศขององค์การยูเนสโกที่ให้ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร&amp;nbsp;(Phuket&amp;nbsp;Creative&amp;nbsp;City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Gastronomy)&amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนารูปแบบการจัดมหกรรมซีฟู้ด&amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่นภูเก็ต&amp;nbsp;สินค้าอัตลักษณ์&amp;nbsp;และรูปแบบการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้บริการ&amp;nbsp;และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังส่งเสริมให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตมีการเติบโต&lt;/strong&gt;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มีศักยภาพเอื้อต่อการลงทุน&amp;nbsp;และกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;ที่ทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์&amp;nbsp;และเป็นการสร้างรายได้ให้เข้าถึงเกษตรกร/ผู้ประกอบกรอาหารทะเล&amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่นและสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดภูเก็ตอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ที่สำคัญยังเป็นการสร้างการรับรู้&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาดภายในและต่างประเทศ&amp;nbsp;มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การจัดงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&amp;nbsp;"PHUKET&amp;nbsp;TASTIVAL&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;:&amp;nbsp;หรอย-ยก-โล"&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต&amp;nbsp;ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอีกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;นอกจากการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ&amp;nbsp;แบบยกกิโล&amp;nbsp;แล้วยังมีพื้นที่ปิ้ง&amp;nbsp;ย่าง&amp;nbsp;เผา&amp;nbsp;เพื่อรับประทานกันสดๆภายในงาน&amp;nbsp;การออกร้านจำหน่ายอาหารไทย&amp;nbsp;อาหารนานาซาติ&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Truck&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งการแสดงการแล่เนื้อแซลมอนทั้งรูปแบบแบน&amp;nbsp;Otsukiri&amp;nbsp;(โอสึกิริ)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และแบบชาซิมิ&amp;nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&amp;nbsp;สินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Select&amp;nbsp;และสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;(ภูเก็ต)&amp;nbsp;และการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมฟื้นถิ่นตลอดทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จึงขอเชิญซวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร่วมเที่ยวชม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;อาหารทะเลสด&amp;nbsp;ภายในงานมหกรรมอาหารซีฟู้ด&amp;nbsp;"PHUKET&amp;nbsp;TASTIVAL&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;:&amp;nbsp;หรอย-ยก-โล"&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321134126113</Link_News></row>
<row _id="433"><NewsTitle>สสว. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ SMEs เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่โรงแรมโฆษะ&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ดร.สมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุลผุ้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;(MSME&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;Up)&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปั้นยอดออนไลน์ให้ปังด้วย&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;และรวยแบบจุกๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;OA&amp;nbsp;จัดโดย&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(สสว.)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&amp;nbsp;หวังยกระดับไมโครเอสเอ็มอีภาคอีสานให้มีความรู้และสร้างทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลในการประกอบการ&amp;nbsp;เพื่อตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;คาดสร้างรายได้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รศ.ดร.วีระพงศ์&amp;nbsp;มาลัย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;สสว.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;MSME&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;Up&amp;nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่มผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล&amp;nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายย่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากกิจกรรมหลักที่ดำเนินการในด้านการส่งเสริมทักษะต่างๆ&amp;nbsp;แล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบของภาครัฐให้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การจดทะเบียนการค้า&amp;nbsp;การจดทะเบียน&amp;nbsp;DBD&amp;nbsp;Registered&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงมาตรการและความช่วยเหลือต่างๆ&amp;nbsp;ของภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น&amp;nbsp;สะดวกขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;นำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;มียุทธศาสตร์การสนับสนุนศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการของจังหวัด&amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาช่องทางตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ตามกรอบการพัฒนา&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;ควบคู่กับการท่องเที่ยวชุมชนและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเมืองหลัก&amp;nbsp;เมืองรอง&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321165522239</Link_News></row>
<row _id="434"><NewsTitle>ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประชุมหารือปรับแนวทางการพัฒนา และรองรับการท่องเที่ยวเมืองเบตง หลังมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ พร้อมลดค่าที่พักทันที 30-40%  ลดค่าอาหารทันที 10-20%</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชุมหารือปรับแนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;และรองรับการท่องเที่ยวเมืองเบตง&amp;nbsp;หลังมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;พร้อมลดค่าที่พักทันที&amp;nbsp;30-40%&amp;nbsp;ลดค่าอาหารทันที&amp;nbsp;10-20%&amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เพียงแสดง&amp;nbsp;Boarding&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เคาน์เตอร์ของโรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายสกุล&amp;nbsp;เล็งลัคน์กุล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการปรับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองเบตง&amp;nbsp;สำหรับรองรับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;หลังจากมีการเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวนวพร&amp;nbsp;ชัวชมเกตุ&amp;nbsp;ผอ.ททท.&amp;nbsp;สำนักงานนราธิวาส&amp;nbsp;นายนรินทร์&amp;nbsp;เรืองวงศา&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;ตลอดจนสมาพันธ์ผู้ประกอบการอำเภอเบตง&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนรินทร์&amp;nbsp;เรืองวงศา&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมสมาคมธุรกิจการ&lt;/strong&gt;ท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ผลสรุปผลการประชุมเพื่อหารือแนวทางในการเปิดการบินเชิงพาณิชย์ของสนามบินเบตง&amp;nbsp;ซึ่งทางชมรมโรงแรมอำเภอเบตง&amp;nbsp;เสนอพร้อมลดค่าที่พักทันที&amp;nbsp;30-40%&amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เพียงแสดง&amp;nbsp;Boarding&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เคาน์เตอร์เช็คอินของโรงแรมที่เข้าร่วมรายการ&amp;nbsp;และชมรมร้านอาหารและคาเฟ่อำเภอเบตง&amp;nbsp;พร้อมลดค่าอาหารทันที&amp;nbsp;10-20%&amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เพียงแสดง&amp;nbsp;Boarding&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เคาน์เตอร์ของร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางร้านกะซ้ง&amp;amp;เคมาร์ท&amp;nbsp;ซุปเปอร์มาเก็ต&amp;nbsp;ขอร่วมทำกิจกรรม&amp;nbsp;สำหรับท่านที่บินมากับนกแอร์&amp;nbsp;โดยนำ&amp;nbsp;Boarding&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;มาแลก&amp;nbsp;Welcome&amp;nbsp;Gift&amp;nbsp;Set&amp;nbsp;ที่ประตูทางออก&amp;nbsp;1ท่าน/ชุด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ขนมท้องถิ่น&amp;nbsp;น้ำดื่ม&amp;nbsp;คูปอง"ช้อปคนละครึ่ง&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บ.&amp;nbsp;ได้ที่กะซ้ง&amp;nbsp;&amp;amp;เคมาร์ททั้ง&amp;nbsp;5สาขา&amp;nbsp;และคูปองสามารถใช้เป็นส่วนลดตามร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;ที่ร่วมกิจกรรมตามที่ระบุไว้ในคูปอง&amp;nbsp;ในระยะเวลาคูปอง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ส่วนทางด้าน&amp;nbsp;ททท.สำนักงานนราธิวาส&amp;nbsp;เตรียมจัดแคมเปญ&amp;nbsp;กินเที่ยวฟินฟิน&amp;nbsp;เช็คอินยะลา&amp;nbsp;มอบส่วนลด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับนักท่องเที่ยวที่สั่งเมนูอาหารท้องถิ่น&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาทขึ้นไป/ใบเสร็จกับร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;และเทศบาลเมืองเบตงประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมต่างเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321133822112</Link_News></row>
<row _id="435"><NewsTitle>ผู้บริโภคจีนนิยมเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตของไทยควรติดตาม สู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูสิต&amp;nbsp;รัตนกุล&amp;nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล&amp;nbsp;มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีน&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนมองว่าเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มที่ดีกับสุขภาพ&amp;nbsp;ทำให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจการรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ระมัดระวังปริมาณน้ำตาลในสินค้ามากขึ้นและหันมานิยมเครื่องดื่มปราศจากน้ำตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยจำแนกเป็นเครื่องดื่มชา&amp;nbsp;เครื่องดื่มน้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล&amp;nbsp;และเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีรสนิยม&amp;nbsp;ความชอบและพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้แบรนด์ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งของจีนหรือต่างชาติ&amp;nbsp;พยายามปรับสินค้าให้เข้าถึงใจผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดให้มากขึ้น&amp;nbsp;คาดว่าในปี&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มเป็น&amp;nbsp;27,700&amp;nbsp;ล้านหยวน&amp;nbsp;ในสินค้ากลุ่มนี้&amp;nbsp;ขณะที่ไทยมีสินค้าดังกล่าว&amp;nbsp;วางจำหน่ายในตลาดจีนไม่มาก&amp;nbsp;จึงยังมีช่องว่างและโอกาสในการขยายตลาดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จีนนำเข้าเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มูลค่ารวม&amp;nbsp;161&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;โดยนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสมากที่สุด&amp;nbsp;กว่าร้อยละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ของการนำเข้าทั้งหมดและนำเข้าจากไทย&amp;nbsp;มากเป็นอันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&amp;nbsp;11.83&amp;nbsp;ของการนำเข้าทั้งหมดของจีน&amp;nbsp;โดยผู้ผลิตของไทยควรติดตามแนวโน้มและพฤติกรรมการบริโภคของตลาดจีนอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้า&amp;nbsp;ที่สามารถส่งออกขายได้ทั่วโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144117142</Link_News></row>
<row _id="436"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี บี เค วัน ศรีราชา ประชาคมชาวบ้านอ่าวอุดม การก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านอ่าวอุดมไม่ค้านสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์หน้าโรงแรมชาโตว์วิสต้า&amp;nbsp;แต่ขอให้มาคุยกับชาวบ้านในเรื่องผลกระทบต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อให้บริษัทอยู่ร่วมกับประชาชนได้อย่างเป็นสุขต่อไปในอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์พร&amp;nbsp;อัมพรเพ็ชร&amp;nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางจินตนา&amp;nbsp;จีระชีวิน&amp;nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&amp;nbsp;ประมงอำเภอศรีราชา&amp;nbsp;ตัวแทนเทศบาลนครแหลมฉบัง&amp;nbsp;และนายธัญธร&amp;nbsp;ชถคณานุกูล&amp;nbsp;ตัวแทน&amp;nbsp;บี.เค.วัน&amp;nbsp;ศรีราชา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ประชุมประชาคมการก่อสร้างท่าเทียบเรือของบริษัท&amp;nbsp;ที่เชื่อมต่อจากบริเวณหน้าโรงแรมชาโตว์วิสต้า&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ทุ่งสุขลา&amp;nbsp;อ.ศรีราชา&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&amp;nbsp;ออกไปสู่ทะเล&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือเอนกประสงค์&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวและท่าเรือโดยสารเพื่อรองรับธุรกิจของโรงแรมให้มีคนมาพักและเป็นท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวเกาะสีชังมาใช้ประโยชน์จากท่าเรือ&amp;nbsp;โดยมีชาวชุมชนอ่าวอุดมเข้าร่วมประมาณกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายธัญธร&amp;nbsp;ชถคณานุกูล&amp;nbsp;ตัวแทน&amp;nbsp;บี.เค.วัน&amp;nbsp;ศรีราชา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วัตถุประสงค์การก่อสร้างท่าเทียบเรือของบริษัทฯ&amp;nbsp;มีจุดประสงค์จะพัฒนาเป็นสะพานเพื่อให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมาถ่ายรูป&amp;nbsp;จะได้กระตุ้นธุรกิจของโรงแรมชาโตว์วิสต้า&amp;nbsp;ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก&amp;nbsp;หรือใช้เป็นท่าเรือสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;ให้ชาวบ้าน&amp;nbsp;หน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้ใช้เป็นท่าเทียบเรือ&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;จึงได้คำเนินยื่นขอใบอนุญาต&amp;nbsp;เป็นท่าเทียบเรือขนาดเล็กไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตันกรอส&amp;nbsp;เมื่อท่าเรือนี้เกิดขึ้น&amp;nbsp;จะมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จะจัดให้มีลานจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;จะจัดให้มีล็อค&amp;nbsp;ให้ชาวบ้านอ่าวอุคม&amp;nbsp;มาเช่าทำการค้าขายอาหาร&amp;nbsp;ของของฝาก&amp;nbsp;ขายอาหาร&amp;nbsp;เครื่องดื่ม&amp;nbsp;ขายอาหารทะเลสดของชาวประมงบ้านอ่าวฯ&amp;nbsp;จะจัดให้มีลานสำหรับทำกิจกรรมของชาวบ้าน&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;ถนนคนเดิน&amp;nbsp;จัดงานประเพณีประจำปี&amp;nbsp;เปิดโอการให้ชาวบ้านอ่าวฯ&amp;nbsp;มาร่วมกันประกอบธุรกิจเพื่อต่อยอดสนับสนุนค้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ชาวบ้านที่มีเรือเร็ว&amp;nbsp;มีเรือโดยสาร&amp;nbsp;ก็สามารถมาร่วมมือกันรับนักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมไปเที่ยวเกาะสีชัง&amp;nbsp;เป็นท่าเรือโดยสาร&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมประชุมประชาคมมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นบ้านเป็นห่วงเรื่องผลกระทบการจากการก่อสร้างท่าเทียบเรือนี้&amp;nbsp;จะไปรบกวนระบบนิเวศทางทะเล&amp;nbsp;พันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ที่กลุ่มประมงพื้นที่ได้เลี้ยง&amp;nbsp;เพาะพันธุ์เพื่อนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;รวมทั้งช่วงเวลาการก่อสร้างอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวบ้านอ่าวอุดมด้วย&amp;nbsp;จนได้ข้อสรุปว่า&amp;nbsp;ทางบริษัทจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบผลกระทบของกลุ่มชาวบ้านและชาวประมงพื้นบ้านว่าจะได้รับผลกระทบในเรื่องใดบ้าง&amp;nbsp;เพื่อที่จะแก้ปัญหา&amp;nbsp;รวมทั้งหาทางออกร่วมกัน&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านไม่ขัดข้องในเรื่องการก่อสร้างการสร้างท่าเทียบเรือดังกล่าว&amp;nbsp;แต่จะต้องไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางจินตนา&amp;nbsp;จีระชีวิน&amp;nbsp;ปลัดอำเภอศรีราชา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันนี้บริษัทบี.เค.วัน&amp;nbsp;ได้ขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งมีการขออนุญาตถูกต้อง&amp;nbsp;แต่ชาวบ้านมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้&amp;nbsp;จึงมีความเห็นว่าควรจะมีการชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบ&amp;nbsp;ซึ่งมีกลุ่มประมงได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมว่าเป็นห่วงเรื่องการจับสัตว์น้ำ&amp;nbsp;จึงใช้เวทีนี้เป็นการให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงพร้อมกัน&amp;nbsp;ซึ่งผลสรุปว่า&amp;nbsp;ชาวบ้านที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าเข้าใจแล้วว่า&amp;nbsp;สามารถค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวได้&amp;nbsp;การเปิดปิดเป็นไปตามเวลาที่ชาวบ้านรับได้&amp;nbsp;เปิดตอนเช้าและปิดตอน&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ส่วนประมงพื้นบ้านที่ยังใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงนี้&amp;nbsp;จึงตกลงกันว่า&amp;nbsp;จะให้บริษัทไปดูว่ากลุ่มประมงได้รับความเดือดร้อนจากกรณีใด&amp;nbsp;จะเสียประโยชน์อย่างไร&amp;nbsp;เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บัณฑิต&amp;nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321141518126</Link_News></row>
<row _id="437"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เร่งติดตามการพัฒนาความเชื่อมโยงระบบคมนาคม 4 มิติ ทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ติดตามนโยบายการพัฒนาความเชื่อมโยงระบบคมนาคมของไทยให้มีศักยภาพเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ในอนาคต&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;(ฮับ)&amp;nbsp;โลจิสติกส์ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติของอาเซียน&amp;nbsp;ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.2561-2580)&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พัฒนาระบบผ่านทางด่วน&amp;nbsp;เร่งรัดก่อสร้างมอเตอร์เวย์&amp;nbsp;แผนเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า&amp;nbsp;โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน&amp;nbsp;การขยายเชื่อมต่อสนามบิน&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&amp;nbsp;(มอเตอร์เวย์)&amp;nbsp;สายบางใหญ่&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;(M81)&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;96.41&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;กรมทางหลวง&amp;nbsp;เปิดเผยว่าปัจจุบันมีความก้าวหน้าก่อสร้างเสร็จแล้วร้อยละ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;คาดว่าโครงการงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ภายในเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลได้เดินหน้าผลักดันไทยให้เป็นฮับด้านโลจิสติกส์ของอาเซียน&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันกระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาโครงการคมนาคมทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;มาโดยตลอด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โครงการรถไฟทางคู่&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีโครงการแลนด์บริดจ์&amp;nbsp;ที่เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าข้ามภูมิภาคได้สะดวกและช่วยเพิ่มมูลค่าด้านการขนส่งให้กับไทยอีกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งโครงการต่างๆ&amp;nbsp;ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะได้เห็นความคืบหน้าและผลสำเร็จในช่วง&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321145636160</Link_News></row>
<row _id="438"><NewsTitle>จังหวัดลำพูนพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;มุ่งพัฒนากำลังแรงงาน&amp;nbsp;และพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อส่งต่อแรงงานไปสู่สถานประกอบการ&amp;nbsp;หรือการประกอบอาชีพอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอบรมอาชีพจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อดำเนินงานตามแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพ&amp;nbsp;และปริมาณในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;โรงงาน&amp;nbsp;สถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันในการจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;-2570&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามแผ่นพัฒนากำลังคน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านการเรียนการสอน&amp;nbsp;การฝึกอบรม&amp;nbsp;และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;การรับรองความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนากำลังแรงงานในรูปแบบอื่น&amp;nbsp;ตลอดจนการเตรียมแผนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ&amp;nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;พร้อมการจัดทำระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Google&amp;nbsp;Forms&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวกนำไปวิเคราะห์ความต้องการแรงงานความต้องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;ในภาพรวมของจังหวัด&amp;nbsp;และประสานแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ&amp;nbsp;เข้ากับแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321144145145</Link_News></row>
<row _id="439"><NewsTitle>ชาวบ้าน อ.ทุ่งหว้า จังหวัดสตูลเก็บสาหร่ายขนนกขายสร้างรายได้ปีละ 1 แสนบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านหมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&amp;nbsp;อ.ทุ่งหว้า&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เก็บสาหร่ายขนนกหรือลาโต๊ด&amp;nbsp;หลังจากสาหร่ายได้มาอาศัยกระชังปลาและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถเก็บไปขายสร้างรายได้ปีละประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไสว&amp;nbsp;ดังเด่น&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านที่เลี้ยงปลาในกระชัง&lt;/strong&gt;บริเวณบ้านทุ่งสะโบ๊ะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ต.ทุ่งบุหลัง&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ติดทะเล&amp;nbsp;ชาวบ้านมักจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลากระพง&amp;nbsp;ปลาเก๋า&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกในช่วงมรสุมที่ไม่สามารถออกทะเลได้&amp;nbsp;ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&amp;nbsp;จะมีสาหร่ายขนนกหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า&amp;nbsp;ลาโต๊ด&amp;nbsp;มาเกาะตามกระชังปลาที่เลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สาหร่ายชนิดนี้&amp;nbsp;ชอบอาศัยอยู่ในน้ำที่เค็มจัดที่มีน้ำไหล&lt;/strong&gt;ถ่ายเทตลอดเวลา&amp;nbsp;และจะสลายหายไปเองในช่วงที่มีฝนตกหนัก&amp;nbsp;โดยสาหร่ายจะเริ่มมาเกาะตั้งแต่เดือนธันวาคม&amp;nbsp;จากนั้นจะค่อยๆเจริญเติบโตสามารถเก็บมากินหรือขายได้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมของทุกปี&amp;nbsp;ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้ในแต่ละปีมีได้จากการขายสาหร่ายไม่ต่ำกว่าปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนข้อดีของสาหร่ายตามกระชังนั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะไม่มีทรายมาเกาะ&amp;nbsp;ทำให้รสชาติอร่อยไม่เสียอารมณ์เวลาเคี้ยวโดนเม็ดทรายเหมือนสาหร่ายที่ขึ้นตามธรรมชาติ&amp;nbsp;เพียงแค่นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่น้ำแข็ง&amp;nbsp;จะทำให้สาหร่ายมีความกรุบกริบ&amp;nbsp;นิยมกินคู่กับน้ำพริกถั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;ส.ปชส.สตูล&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150927172</Link_News></row>
<row _id="440"><NewsTitle>จังหวัดสงขลา เตรียมความพร้อมตามแนวทาง Test &amp; GO รับนักท่องเที่ยว ผ่านด่านพรมแดนสะเดา 1 เมษายนนี้ เดินหน้าฟื้นฟูด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้เปิดด่านพรมแดนสะเดาฝั่งไทย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;และล่าสุดประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ได้ประกาศเปิดด่านบูกิตกายูฮีตัม&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนที่จะถึงนี้&amp;nbsp;เพื่อเปิดการเดินทางเชื่อมระหว่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;และฟื้นฟูด่านการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้&amp;nbsp;ทางจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวมาเลเซีย&amp;nbsp;พร้อมเปิดด่านทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการเปิดด่านทางบกทุกคนจะต้องดำเนินการตามแนวทาง&amp;nbsp;Tset&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Go&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือจะต้องลงทะเบียนผ่าน&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;pass&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;พร้อมยื่นหลักฐาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;หนังสือเดินทาง,&amp;nbsp;ใบรับรองการฉีดวัคซีน,&amp;nbsp;ประกันสุขภาพไม่น้อยกว่า20,000&amp;nbsp;USD&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พันกว่าบาท,&amp;nbsp;หลักฐานการจองโรงแรม&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Extra&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และต้องมีหนังสือวีซ่า&amp;nbsp;ซึ่งหลักฐานทั้งหมด&amp;nbsp;กรมควบคุมโรคจะตรวจสอบก่อน&amp;nbsp;หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;ทุกคนจะได้รับ&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ID&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนขั้นตอนการเข้าประเทศไทย&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวต้องแสดงหลักฐาน&lt;/strong&gt;ต่อด่านควบคุมโรคและด่านตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;จากนั้นสามารถเดินทางไปยังที่พักที่ได้ลงทะเบียนไว้&amp;nbsp;ทั้งนี้โรงแรมก็จะมีการประสานงานให้โรงพยาบาลในสังกัด&amp;nbsp;มาตรวจ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;อีกครั้ง&amp;nbsp;หากผลเป็นลบ&amp;nbsp;ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;อีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของการพำนัก&amp;nbsp;แต่หากผลเป็นบวก&amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาตามสถานพยาบาลที่กำหนด&amp;nbsp;ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ารับการกักตัวตามมาตรการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321164033231</Link_News></row>
<row _id="441"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 22 ปี 2564/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายผกายเนติ์&amp;nbsp;เล่งอี้&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;จึงได้ออกประกาศ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&amp;nbsp;4-10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำ&lt;strong&gt;หรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;11,994.39&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,485.53&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;8,414.12&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;9,572.11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;2,005.61&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;3.ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;514.47&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;1,585.88&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;5.ข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;2,427.89&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170300249</Link_News></row>
<row _id="442"><NewsTitle>จ.สุรินทร์ เปิดงานนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมคารเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) บ้านหม่อนไหมพัฒนา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่บ้านหม่อนไหมพัฒนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลแจนแวน&amp;nbsp;อำเภอศรีณรงค์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอศรีณรงค์&amp;nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีณรงค์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเปิดนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;(Champ)&amp;nbsp;โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมคารเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;บ้านหม่อนไหมพัฒนา&amp;nbsp;เปิดงานนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;(Champ)&amp;nbsp;โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;บ้านหม่อนไหมพัฒนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลแจนแวน&amp;nbsp;อำเภอศรีณรงค์&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(Decentralized&amp;nbsp;Hands-&amp;nbsp;On&amp;nbsp;Program&amp;nbsp;Exhibition&amp;nbsp;:&amp;nbsp;D-HOPE)&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน&amp;nbsp;ให้รองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชูศักดิ์&amp;nbsp;ยิ่งรุ่งโรจน์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;สิบเอกเฉลิมชัย&amp;nbsp;ขุมทอง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอศรีณรงค์กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;นางสาวเนตรทราย&amp;nbsp;ยอดเสาวดี&amp;nbsp;พัฒนาการอำเภอศรีณรงค์&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ทั้งจากในจังหวัดและอำเภอ&amp;nbsp;และประชาชนชาวตำบลแจนแวน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานครั้งนี้รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21-23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;(Champ)&amp;nbsp;การสาธิตโปรแกรมของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โปรแกรม&amp;nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรภาคีเครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp;และชาวบ้านหม่อนไหมพัฒนา&amp;nbsp;และหมู่บ้านใกล้เคียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่บ้านหม่อนไหมพัฒนา&amp;nbsp;ได้จัดทำ&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ที่เรียกว่า&amp;nbsp;Champ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละโปรแกรม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ไหว้ศาลปู่ตาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;คุณเทศ&amp;nbsp;ทองอัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.วิถีชีวิตคนกับไหม&amp;nbsp;คุณบุญช่วย&amp;nbsp;ทองอ้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.สร้างสรรค์จินตนาการเป็นลายผ้าอันสวยงาม&amp;nbsp;(การมัดหมี่)&amp;nbsp;คุณวิลาวัณย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.กว่าจะเป็นผืนผ้าอันงดงาม&amp;nbsp;คุณเสน่ห์&amp;nbsp;บุญเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.ผ้าไหมสีดำจากธรรมชาติ&amp;nbsp;(ผ้าย้อมมะเกลือ)&amp;nbsp;คุณเนตร&amp;nbsp;โพธิ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.การแชวเสื้อ&amp;nbsp;เติมลวดลายบนผืนผ้า&amp;nbsp;คุณชรินรัตน์&amp;nbsp;ทองอัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.การทำขนมโบราณ&amp;nbsp;ขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp;คุณสมเย็น&amp;nbsp;คำทา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.การทำแหนมหมูสมุนไพรสูตรโบราณ&amp;nbsp;คุณลิน&amp;nbsp;ทองอัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.การทำไข่เค็มสมุนไพรพื้นบ้าน&amp;nbsp;คุณแอม&amp;nbsp;คะหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.การนวดแผนไทย&amp;nbsp;คุณสุที&amp;nbsp;หอมกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาท่องเที่ยวกิจกรรมที่สนใจได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดย&amp;nbsp;เลือกโปรแกรมได้จากเอกสารหรือแคตตาล็อกและประสานจองมาที่เจ้าของโปรแกรมดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170602253</Link_News></row>
<row _id="443"><NewsTitle>ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมคณะที่ปรึกษาเข้ารายงานความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;น้ำขาว&amp;nbsp;วิศวกรโยธา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผศ.ดร.สมลักษณ์&amp;nbsp;บุญณรงค์&amp;nbsp;สถาปนิก&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;และที่ปรึกษาเข้าพบ&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;โดยสำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ&amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp;มีระบบสาธารณูปโภคและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;และรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญในการศึกษา&amp;nbsp;วางแผนและสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่&amp;nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;ประเพณี&amp;nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง&amp;nbsp;เกิดเสถียรภาพที่สมดุลกันทั้งทางด้านสังคม&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;,&amp;nbsp;เพชรบุรี,&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;และสมุทรสงครามซึ่งได้เลือกพื้นที่ทุ่งหินตำบล&amp;nbsp;ยี่สาร&amp;nbsp;อำเภออัมพวาเป็นพื้นที่เข้าสำรวจการเชื่อมโยงระบบการคมนาคมเข้าสู่พื้นที่แก้มลิงทุ่งหินต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321175011292</Link_News></row>
<row _id="444"><NewsTitle>กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเบตงร่วมกับเกษตรอำเภอเบตงจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;(ศาลาประชาคม)&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายสกุล&amp;nbsp;เล็งลัคน์กุล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;ประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปและครัวเรือนที่ไม่ผ่านเกณฑ์&amp;nbsp;จปฐ.(ด้านรายได้)&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;ได้มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดความรัก&amp;nbsp;ความสามัคคี&amp;nbsp;และเกิดการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกชุมชน&amp;nbsp;ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเป็นชุมชนน่าอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&amp;nbsp;ประธานชุมชน&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และสาธิตฝึกปฏิบัติกระบวนการทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&amp;nbsp;การขายพันธุ์มะนาว&amp;nbsp;การทำดินผสมพร้อมปลูก&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสกุล&amp;nbsp;เล็งลัคน์กุล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทาง&amp;nbsp;ที่ควรจะเป็น&amp;nbsp;โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย&amp;nbsp;สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลาและเป็น&amp;nbsp;การมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต&amp;nbsp;เพื่อความ&amp;nbsp;มั่นคงและยั่งยืนของการพัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คำนึงถึง&amp;nbsp;ความพอประมาณ&amp;nbsp;ความมีเหตุผล&amp;nbsp;การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว&amp;nbsp;ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ&amp;nbsp;และคุณธรรม&amp;nbsp;ประกอบการวางแผน&amp;nbsp;การตัดสินใจและการกระทำสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ&amp;nbsp;ทุกด้าน&amp;nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ความรู้และเทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนให้มี&amp;nbsp;ความสามารถและทักษะ&amp;nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการส่งเสริมอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้&amp;nbsp;และสามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างธุรกิจพัฒนาอาชีพในระดับชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมที่เป็น&amp;nbsp;ประโยชน์ในท้องถิ่นซึ่งจะเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพของคนและชุมชนตามแนวเศรษฐกิจ&amp;nbsp;พอเพียง&amp;nbsp;ให้มีมาตรฐานและเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ในระยะยาวยังสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถและ&amp;nbsp;ศักยภาพในการจัดการด้านสวัสดิการชุมชนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170716254</Link_News></row>
<row _id="445"><NewsTitle>ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบางจาก&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&amp;nbsp;0.60&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&amp;nbsp;คงเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;46.76&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.35&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.08&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.24&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;31.54&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321212003374</Link_News></row>
<row _id="446"><NewsTitle>ยืนยันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ ยังไม่ปรับขึ้นค่าบริการขนส่ง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;สั่งการให้ตรวจสอบ&amp;nbsp;ตามที่มีข่าวว่าแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์มีการปรับขึ้นราคาค่าขนส่ง&amp;nbsp;โดยกรมการค้าภายในได้จัดประชุมร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์และแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;Shopee,&amp;nbsp;Lazada,&amp;nbsp;Grab&amp;nbsp;Food,&amp;nbsp;Lineman,&amp;nbsp;Foodpanda,&amp;nbsp;Robinhood,และ&amp;nbsp;AirAsia&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;พบว่าผู้ประกอบการทุกรายไม่ได้มีการปรับขึ้นค่าบริการขนส่งและไม่มีแผนปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำไม่ให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นค่าบริการในช่วงเวลานี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชน&amp;nbsp;เนื่องจากการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;มีส่วนในวิถีชีวิตของประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมกำชับให้มีการแสดงราคาสินค้าและบริการให้ชัดเจน&amp;nbsp;หากประชาชนพบการกระทำความผิด&amp;nbsp;หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาและปริมาณสินค้า&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321211007365</Link_News></row>
<row _id="447"><NewsTitle>นายก อบต.สาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ 199 ภายในงานหรอยริมเล @หาดในยาง ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2565 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงด้านการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอานุภาพ&amp;nbsp;ยอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเรวัติ&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;นายตฤณ&amp;nbsp;ปัญญาไวย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสินีนาถ&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;@หาดในยาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายตฤณ&amp;nbsp;ปัญญาไวย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;งานหรอยริมเล@ในยาง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;ในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากงานหรอยริมเล&amp;nbsp;ในพื้นที่อื่น&amp;nbsp;เนื่องจากได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอป&amp;nbsp;ที่จะนำผลิตที่มีชื่อ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหารเมนู&amp;nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&amp;nbsp;ของคนสาคู&amp;nbsp;มาวางจำหน่าย&amp;nbsp;รวมทั้งภายในงานจะมีการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&amp;nbsp;การเชิญชวนกลุ่มประมงพื้นบ้านมาเปิดตลาดชิงปลา&amp;nbsp;และมีการแข่งขันย่างปลาเผาเกลือ&amp;nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในงานจะมีการจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ตในราคาที่จับต้องได้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสนับสนุนชางประมงและผู้ประกอบการด้านประมงในพื้นที่ให้มีรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;และในอนาคต&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;จะมีการพัฒนาให้เกาะปลิงในพื้นที่ตำบลสาคู&amp;nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่&amp;nbsp;เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;และอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;คาดว่างานนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;และช่วยส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&amp;nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;และจะทำให้พื้นที่ในเขตตำบลสาคู&amp;nbsp;อำเภอถลางเป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321210449359</Link_News></row>
<row _id="448"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ติดตามสภาวะตลาดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก อำเภอบ้านแฮด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญยุทธ&amp;nbsp;วันดี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสุระชัย&amp;nbsp;วิชาชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการการค้า&amp;nbsp;ลงพื้นที่พบกับนายบุญส่วน&amp;nbsp;แก้วไพฑูรย์&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;เพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่มะม่วง&amp;nbsp;ตำบลหนองแซง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแฮด&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในฤดูกาลมะม่วงผลผลิตออกสู่ตลาด&amp;nbsp;โดยประธานกลุ่มฯ&amp;nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮด&amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งหมด&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกมะม่วงจำนวน&amp;nbsp;1,530&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;450&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผลผลิตจำนวน&amp;nbsp;900-1,000&amp;nbsp;ตัน)&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้ทางกลุ่มฯ&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าสามารถจำหน่ายมะม่วงได้ตามปกติ&amp;nbsp;ไม่ประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด&amp;nbsp;หรือราคาตกต่ำแต่อย่างใด&amp;nbsp;เนื่องจากปีนี้อากาศหนาว&amp;nbsp;ทำให้ดอกบาน&amp;nbsp;และติดผลมะม่วงน้อยลง&amp;nbsp;จึงทำให้ได้ผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยช่องทางการตลาดของกลุ่มฯ&amp;nbsp;ได้แก่บริษัทคู่ค้าที่ส่งออก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย,&amp;nbsp;ห้างแม็คโครขอนแก่นและภาคอีสาน,&amp;nbsp;ขายออนไลน์&amp;nbsp;ออฟไลน์ผ่านไปรษณีย์ไทย,&amp;nbsp;และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203954351</Link_News></row>
<row _id="449"><NewsTitle>จ.ภูเก็ต นายก อบต.สาคู อำเภอถลาง ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ 199 บาท ภายในงานหรอยริมเล @หาดในยาง ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2565 ที่หาดในยางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายก&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;ชวนชิมกุ้งมังกรตัวละ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายในงานหรอยริมเล&amp;nbsp;@หาดในยาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่หาดในยางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอานุภาพ&amp;nbsp;ยอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเรวัติ&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;นายตฤณ&amp;nbsp;ปัญญาไวย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสินีนาถ&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวดารจัดงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายตฤณ&amp;nbsp;ปัญญาไวย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;งานหรอยริมเล@ในยาง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;ในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากงานหรอยริมเลในพื้นที่อื่น&amp;nbsp;เนื่องจากได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์โอทอป&amp;nbsp;ที่จะนำผลิตที่มีชื่อ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;ที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหารเมนู&amp;nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&amp;nbsp;ของคนสาคู&amp;nbsp;มาวางจำหน่าย&amp;nbsp;รวมทั้งภายในงานจะมีการแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&amp;nbsp;การเชิญชวนกลุ่มประมงพื้นบ้านมาเปิดตลาดชิงปลา&amp;nbsp;และมีการแข่งขันย่างปลาเผาเกลือ&amp;nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในงานจะมีการจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ตในราคาที่จับต้องได้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการสนับสนุนชาวประมงและผู้ประกอบการด้านประมงในพื้นที่ให้มีรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;และในอนาคต&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;จะมีการพัฒนาให้เกาะปลิงในพื้นที่ตำบลสาคู&amp;nbsp;เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่&amp;nbsp;เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์ของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ที่ยังคงมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;และอยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายตฤณ&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนชาวตำบลสาคู&amp;nbsp;ชาวจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทุกคนได้มาเที่ยวชมงานหรอยริมเล@หาดในยาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ที่จัดขึ้นบริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;เชิญมาชิมกุ้งมังกรตัวละ199&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และชิมอาหารทะเล&amp;nbsp;รวมถึงอาหารพื้นบ่านของตำบลสาคู&amp;nbsp;ที่จะนำมาจำหน่ายภายในงาน&amp;nbsp;พร้อมมาชมความสวยงามของหาดในยางอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของจังหวัดภูเก็ตและช่วยส่งเสริมการตลาดให้กับสินค้าอาหารทะเล&amp;nbsp;อาหารท้องถิ่นที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเขตตำบลสาคู&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322002108404</Link_News></row>
<row _id="450"><NewsTitle>มทส.จับมือ กลุ่มบริษัท เอ็น พี เอ็ม อัลลิแอนซ์ วิจัยและพัฒนาด้านวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมเหล็ก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;รองศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.อนันต์&amp;nbsp;ทองระอา&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;(มทส.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;พี&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;อัลลิแอนซ์&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายสมมาต&amp;nbsp;ตันติเวชกุล&amp;nbsp;ประธานกลุ่มบริษัท&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;พี&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;อัลลิแอนซ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเออิอิจิ&amp;nbsp;ทากามัตสึ&amp;nbsp;ประธานบริษัท&amp;nbsp;ทากามัตสึ&amp;nbsp;แมนูแฟคเจอริ่ง&amp;nbsp;(ประเทศญี่ปุ่น)&amp;nbsp;และประธานอาวุโส&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทากามัตสึ&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;พี&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นายยาสึฮิโร&amp;nbsp;โยชิดะ&amp;nbsp;ประธานบริษัทโยชิดะ&amp;nbsp;อินดัสทรีส์&amp;nbsp;(ประเทศญี่ปุ่น)&amp;nbsp;และประธานอาวุโส&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;โยชิดะ&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;พี&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;และประสานความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และงานด้านอุตสาหกรรมเหล็ก&amp;nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารและคณาจารย์&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสารนิเทศ&amp;nbsp;อาคารบริหาร&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.อนันต์&amp;nbsp;ทองระอา&amp;nbsp;อธิการบดี&amp;nbsp;มทส.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;เพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;โดยนำความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงไปขยายผลการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;มทส.&amp;nbsp;กับกลุ่มบริษัท&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;พี&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;อัลลิแอนซ์&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;นับเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;การบริหารจัดการองค์ความรู้&amp;nbsp;และการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อและอลูมิเนียม&amp;nbsp;อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์&amp;nbsp;ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร&amp;nbsp;เทคโนโลยีด้านโลหะวิทยา&amp;nbsp;เทคโนโลยีในระบบการควบคุมการผลิต&amp;nbsp;รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องของกลุ่มบริษัทให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นอกจากความร่วมมือในการพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมเหล็ก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาว&amp;nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันสนับสนุนเครื่องมือและทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อการศึกษาและวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของกลุ่มบริษัท&amp;nbsp;ทั้งที่เป็นการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานและการรองรับพนักงานของกลุ่มบริษัทเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา&amp;nbsp;อันเป็นแนวทางที่ดีในการผลิตบัณฑิตและเสริมสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไปอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321204306352</Link_News></row>
<row _id="451"><NewsTitle>ไทย-ซาอุดีอาระเบีย เดินหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;ซัลมาน&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;อับดุลอะซีซ&amp;nbsp;อัลซะอูด&amp;nbsp;มกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ถือเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;รื้อฟื้นและส่งเสริมความร่วมมือในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เร่งวางโรดแมปเพื่อสานต่อความร่วมมือไทย-ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนและด้านแรงงาน&amp;nbsp;หลังจากนั้นไม่นานความสำเร็จเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในหลายด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&amp;nbsp;Saudia&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Airlines&amp;nbsp;ได้นำนักนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;71&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บินตรงจากกรุงริยาด&amp;nbsp;มาลงจอดที่สนามบินสุวรรณเป็นครั้งแรกในรอบ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มตลาดซาอุดีอาระเบียที่มีศักยภาพและสามารถต่อยอดขยายตลาดไปยังกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลางต่อไป&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีปริมาณนักท่องเที่ยวจากชาติตะวันออกกลางประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนคน&amp;nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียเพียง&amp;nbsp;36,000&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้นหลังการฟื้นความสัมพันธ์คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้นเป็นระดับหลัก&amp;nbsp;แสนคน/ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นี่จะเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะได้กลับไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เนื่องจากซาอุดีอาระเบียกำลังเปิดประเทศตามนโยบายวิสัยทัศน์&amp;nbsp;2030&amp;nbsp;จึงมีความต้องการแรงงานต่างชาติในทุกสาขาจำนวนมากถึงประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;รวมถึงแรงงานไทยที่ได้รับการยอมรับด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฝีมือและทักษะที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยล่าสุดความร่วมมือทางด้านแรงงานระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;หลังกระทรวงแรงงานของไทยได้หารือกับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดร.อัฎนัน&amp;nbsp;อับดุลลาห์&amp;nbsp;อัลนาอีม&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;และได้ข้อยุติเรื่องข้อตกลงด้านแรงงานร่วมกันแล้ว&amp;nbsp;โดยนายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;จะเดินทางไปลงนามข้อตกลงในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;รวมถึงจะได้ไปเยี่ยมชมโรงงานดูสภาพการจ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อเป็นข้อมูลมาเผยแพร่ให้คนไทยได้เห็นสภาพการทำงานที่ซาอุดีอาระเบียอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการค้าการลงทุน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภาคเอกชนประเมินไว้อย่างน่าสนใจว่า&amp;nbsp;นี่จะจุดเปลี่ยนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้&amp;nbsp;ไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งออก&amp;nbsp;หากเปิดประตูการค้ากับซาอุดีอาระเบียได้มากขึ้น&amp;nbsp;จะทำให้การส่งออกไปซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;กลับไปที่ประมาณ&amp;nbsp;2.2%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ของการส่งออกทั้งหมด&amp;nbsp;เหมือนปี&amp;nbsp;2532&amp;nbsp;ก่อนเกิดปัญหาระหว่างกัน&amp;nbsp;ปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นไปที่&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยจะเป็นโอกาสของสินค้าไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp;ส่วนประกอบรถยนต์&amp;nbsp;อาหารและอาหารแปรรูป&amp;nbsp;อาหารฮาลาล&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;เครื่องจักรกล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จิวเวลรี่&amp;nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้า&amp;nbsp;Medical&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;หรือศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสุขภาพ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และเรื่องยินดีล่าสุดที่ไทยสามารถส่งออกไก่ไปซาอุดีอาระเบียได้แล้วในรอบ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หลังองค์การอาหารและยาซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SFDAได้ตรวจสอบโรงงานไก่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โรงของไทยในช่วงปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมาและมีข้อสรุปร่วมกันที่เป็นข้อยุติว่าจะอนุญาตให้นำเข้าไก่จากประเทศไทยได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางเว็บไซต์&amp;nbsp;SFDA&amp;nbsp;ได้เปลี่ยนสถานะการนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศไทย&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;Banned&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;Permitted&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งผลจากการอนุญาตในครั้งนี้&amp;nbsp;ไทยจะมีโอกาสเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดในซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;พร้อมทั้งยังมีนโยบายที่จะเปิดตลาดสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ในประเทศซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์การเมืองการทูต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเดินหน้าฟื้นความสัมพันธ์ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้านนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;ได้กราบบังคมทูลเชิญ&amp;nbsp;เจ้าชายมุฮัมมัด&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;ซัลมาน&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;อับดุลอะซีซ&amp;nbsp;อัลซะอูด&amp;nbsp;มกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมแห่งซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;เสด็จฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เยือนประเทศไทยซึ่งพระองค์ทรงตอบรับจะเสด็จเยือนไทยภายในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินหน้าแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยไปประจำกรุงริยาด&amp;nbsp;คนแรกในรอบ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;เมื่อใดที่ทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเมืองหลวงของแต่ละฝ่ายสำเร็จ&amp;nbsp;เมื่อนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองจะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้อีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ที่มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203814350</Link_News></row>
<row _id="452"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัดการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสาคร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นนี้&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่อาคารระหงษ์&amp;nbsp;อ.กระทุ่มแบน&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;นายนัทธี&amp;nbsp;ถิ่นสาคู&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสิรินทร&amp;nbsp;รามสูต&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัดการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;ผลยังส่ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอกระทุ่มแบน&amp;nbsp;องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;ผลยังส่ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมพัฒนา&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวภาคใต้&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;ในการเดินทางเพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับ&amp;nbsp;"การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและสภาพปัญหาการจัตการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลหนองนกไข่&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร"&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและมีความสำคัญทั้งประเภทธรรมชาติสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนสถาน&amp;nbsp;ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมประเพณี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลหนองนกไข่&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีจุดเด่นหลายประการที่สามารถพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยตำบลหนองนกไข่เป็นแหส่งเรียนรู้ทางด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ&amp;nbsp;มีผลิตภัณฑ์ประจำตำบลที่ขึ้นชื่อ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล้วยไม้และฝรั่ง&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยังคงรักษาวิถีเกษตรกรรมของไทยได้อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;ซึ่งหากได้มีการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;โดยผลักดันให้ตำบลหนองนกไข่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่รักษ์ธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;จะทำให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นตลอดจนจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะสามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม&amp;nbsp;มีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน&amp;nbsp;รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของวัดท่ากระบือ&amp;nbsp;วัดท่าไม้&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;มีสวนกล้วยไม้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะตำบลหนองนกไข่เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งด้านวิสาหกิจชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;จะได้เยี่ยมชมในลำดับต่อไปซึ่งในปีนี้&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;มีโครงการที่ดำเนินการในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาโครงสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานกิจกรรมหลัก:โครงการงานอำนวยความปลอดภัย&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง&amp;nbsp;ถนนสาย&amp;nbsp;สค.4014&amp;nbsp;แยกทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;3091-บ้านหนองนกไข่&amp;nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;7,836,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ป้องกันการกัดเซาะริมตลิ่ง&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองหนองนกไข่&amp;nbsp;บริเวณหนองนกไข่&amp;nbsp;หมู่ที่ตำบลหนองนกไข่&amp;nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ความยาว&amp;nbsp;0.145&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;4,365,747&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.โครงการเพิ่มศักยภาพการจำหน่ายสินค้าและบริการ&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;:&amp;nbsp;พัฒนาระบบการตลาด&amp;nbsp;พัฒนาตลาดสินค้าสมุทรสาครสู่สากล&amp;nbsp;กิจกรรมย่อยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดกิจกรรมแถลงข่าวและจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม(เบญจรงค์)&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจะผลักดันให้มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องต่อไป&amp;nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมาลงพื้นที่เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวครั้งนี้&amp;nbsp;จะมีแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวตำบลหนองนกไข่&amp;nbsp;และจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการท่องเที่ยวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322010634417</Link_News></row>
<row _id="453"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ ตาก ให้การต้อนรับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดโครงการ Equnox Riding &amp; Driving 2022 ตามล่าแสงมงคล วสันตวิษุวัต เที่ยวข้ามภูมิภาค พิชิต 1,000 กิโลเมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าฯ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;(สธทท.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดโครงการ&amp;nbsp;Equnox&amp;nbsp;Riding&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Driving&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ตามล่าแสงมงคล&amp;nbsp;วสันตวิษุวัต&amp;nbsp;เที่ยวข้ามภูมิภาค&amp;nbsp;พิชิต&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;นายสวนิต&amp;nbsp;สุริยกุล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;และนางสาวธมลวรรณ&amp;nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานตาก&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดตาก&amp;nbsp;และสมาคมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตาก&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายสมานนพพล&amp;nbsp;รัตนธรรมทิตยา&amp;nbsp;ผู้นำคณะ&amp;nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;(สธทท.)&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;ไทยแลนด์โกลด์วิง&amp;nbsp;ไรเดอร์คลับ&amp;nbsp;กลุ่มคาราวานบิ๊กไบค์จากทั่วประเทศ&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;Equinox&amp;nbsp;Riding&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Driving&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ขับรถข้ามภูมิภาค&amp;nbsp;พิชิต&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อออกตามล่าหาแสงมงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ถือเป็นแสงแรกแห่งวสันตวิษุวัต&amp;nbsp;(Summer&amp;nbsp;Solstice)&amp;nbsp;จากตะวันออกสุดของประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;มาชมแสงพระอาทิตย์ตกดินที่&amp;nbsp;แม่สอด-เมียวดี&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;20-21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นวันวสันตวิษุวัต&amp;nbsp;มีความพิเศษ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลางวันและกลางคืน&amp;nbsp;มีระยะเวลาเท่ากัน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เรียกว่าวัน&amp;nbsp;จุดราตรีเสมอภาค&amp;nbsp;โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่&amp;nbsp;และรถยนต์ติดตาม&amp;nbsp;ออกเที่ยวข้ามภูมิภาค&amp;nbsp;มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;ท่องเที่ยวแบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องผ่านมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติ&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนครบทุกคน&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;Bigbike&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ท่องเที่ยวตามมาตรการ&amp;nbsp;ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;และจังหวัดตาก&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ด้านภาพลักษณ์ที่ดีของ&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;และจังหวัดตากจังหวัดตาก&amp;nbsp;ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321235445398</Link_News></row>
<row _id="454"><NewsTitle>กระทรวงดีอีเอส สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โรงแรมฟอร์จูน&amp;nbsp;ริเวอร์วิว&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ประธานเปิดกิจกรรมสัมมนาสร้างการรับรู้&amp;nbsp;เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม&amp;nbsp;ในปีนี้หวังผลกับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชนเพื่อช่วยต่อยอดในการขยายผลสร้างการรับรู้&amp;nbsp;วิธีสังเกตข่าวปลอม&amp;nbsp;ช่องทางการแจ้งเบาะแส&amp;nbsp;และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม&amp;nbsp;จะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ&amp;nbsp;และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน&amp;nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดความมั่นคง&amp;nbsp;ประชาชนเชื่อมันต่อการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและสารสนเทศได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;วัยทำงาน&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;หน่วยงานต่างจังหวัดและภาคประชาชน&amp;nbsp;เจาะจงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงประเด็นกับการสื่อสาร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กลุ่มอาสาสมัครดิจิทัล&amp;nbsp;(อสด)&amp;nbsp;กลุ่มวิทยุอาสาสมัครสมาคมวิทยุสื่อสาร&amp;nbsp;และกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข&amp;nbsp;(อสม)&amp;nbsp;ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;เร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน&amp;nbsp;ไม่หลงเชื่อข่าวปลอม&amp;nbsp;ข่าวลวง&amp;nbsp;ส่งเสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม&amp;nbsp;ให้ขยายผลทางตรงให้กับประชาชนและสังคม&amp;nbsp;รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม&amp;nbsp;เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และการแชร์ส่งต่อ&amp;nbsp;หรือการโพสต์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรองก่อน&amp;nbsp;หากประชาชนถูกหลอกลวงทำให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทองสามารถแจ้งความกับตำรวจทางออนไลน์ได้&amp;nbsp;และแจ้งเบาะแสได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;www.antifakenewscenter.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322011308420</Link_News></row>
<row _id="455"><NewsTitle>อำเภอเบตงเปิดงานมหกรรมสินค้า OTOP และ สินค้า SMEs  ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ลานหน้ากองร้อย&amp;nbsp;ตชด.445&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลเบตง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช้อปสุขใจ&amp;nbsp;โดยมีนางมุกดา&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&amp;nbsp;ร่วมในพิธีเปิดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;OTOP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดมหกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;20-25&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและการจำหน่ายแก่ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;จากจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และต่างจังหวัดทั่วประเทศที่สมัครใจตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงานครั้งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;อาหารชวนชิมจากอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และทั่วประเทศ&amp;nbsp;รวมไปถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของใช้&amp;nbsp;ของตกแต่ง&amp;nbsp;ของที่ระลึก&amp;nbsp;เสื้อผ้า&amp;nbsp;เครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;รวมถึงสมุนไพร&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บูท&amp;nbsp;กิจกรรมทดลองตลาดโครงการส่งเสริมช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมชม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;อุดหนุนสินค้าโอทอปทั่วไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ที่ลานหน้ากองร้อย&amp;nbsp;ตชด.445&amp;nbsp;ตำบลเบตง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มี.ค.นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094301438</Link_News></row>
<row _id="456"><NewsTitle>ตามล่าแสงตะวัน รองผู้ว่าฯ จ.ตาก ให้การต้อนรับ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) จัดโครงการ Equinox Riding &amp; Driving 2022 เที่ยวข้ามภูมิภาค พิชิต 1,000 กิโลเมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสวนิต&amp;nbsp;สุริยกุล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางสาวธมลวรรณ&amp;nbsp;เจริญวงศ์พิสิฐ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานตาก&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดตาก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สมาคมการค้าธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตาก&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมานนพพล&amp;nbsp;รัตนธรรมทิตยา&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันเดอร์ลัสต์&amp;nbsp;ทัวร์&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;ทราวเวล&amp;nbsp;คอนซัลติ้ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผู้นำคณะ&amp;nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;(สธทท.)&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;ไทยแลนด์โกลด์วิง&amp;nbsp;ไรเดอร์คลับ&amp;nbsp;กลุ่มคาราวานบิ๊กไบค์จากทั่วประเทศ&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;Equinox&amp;nbsp;Riding&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Driving&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ขับรถข้ามภูมิภาค&amp;nbsp;พิชิต&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อออกตามล่าหาแสงมงคลแห่งความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;ผาชะนะได&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติผาแต้ม&amp;nbsp;ชมตะวันลับขอบฟ้า&amp;nbsp;ที่อำเภอแม่สอด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;ถือเป็นแสงแรกแห่ง&amp;nbsp;วสันตวิษุวัต&amp;nbsp;(Summer&amp;nbsp;Solstice)&amp;nbsp;จากตะวันออก&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;สุดของประเทศไทย&amp;nbsp;ชมแสงพระอาทิตย์ตกดิน&amp;nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก&amp;nbsp;(East-West&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Corridor&amp;nbsp;:&amp;nbsp;EWEC)&amp;nbsp;เส้นทางหลวงสายเอเชียสาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(Asian&amp;nbsp;Highway&amp;nbsp;:&amp;nbsp;AH1)&amp;nbsp;ที่อำเภอแม่สอด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีมีแค่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นวัน&amp;nbsp;วสันตวิษุวัต&amp;nbsp;ที่มีความพิเศษคือ&amp;nbsp;กลางวันและกลางคืน&amp;nbsp;มีระยะเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชั่วโมงเท่ากัน&amp;nbsp;เรียกว่าวัน&amp;nbsp;จุดราตรีเสมอภาค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรถยนต์ติดตาม&amp;nbsp;ออกเที่ยวข้ามภูมิภาค&amp;nbsp;พิชิต&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;"&amp;nbsp;เที่ยวแก้ชง&amp;nbsp;เสริมมงคลปีขาล&amp;nbsp;"&amp;nbsp;มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;ท่องเที่ยวแบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;จะต้องผ่านมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ฉีดวัคซีนครบทุกคน&amp;nbsp;โดยกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใช้รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;Bigbike&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;และจังหวัดตาก&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ด้านภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;และจังหวัดตาก&amp;nbsp;ในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและประเทศไทย&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322094911442</Link_News></row>
<row _id="457"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ยินดี ตลาดนัดผดุงศิลป์ เป็นที่นิยม มุ่งหวังต่อยอด กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ยินดีที่&amp;nbsp;ตลาดนัดผดุงศิลป์&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;บริเวณคลองผดุงกรุงเกษมได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;มุ่งหวังผลักดันให้เกิดเครือข่ายตลาดชุมชนเลียบคูคลองชั้นในของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกแขนงได้แสดงผลงานสร้างสรรค์&amp;nbsp;ขยายแหล่งการค้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;เพิ่มพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจให้คนเมือง&amp;nbsp;สร้างชุมชนให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่น่าอยู่และตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะของรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งการให้ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp;พัฒนาคูคลองเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันคูคลองในหลายพื้นที่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งการค้า&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลองโอ่งอ่าง&amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีชื่นชมทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์นี้&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้รักษาอัตลักษณ์ย่านเมืองเก่าไว้ไม่ให้ถูกทำลายแม้มีการพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ให้มีความทันสมัยขึ้น&amp;nbsp;พร้อมกำชับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุขให้คงความสำคัญต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322095350445</Link_News></row>
<row _id="458"><NewsTitle>กล่าวโทษ 2 ผู้ให้บริการทางการเงิน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางธัญญนิตย์&amp;nbsp;นิยมการ&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากข้อมูลการร้องเรียนของประชาชนและการตรวจสอบของ&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;พบว่าในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีผู้ให้บริการทางการเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย&amp;nbsp;ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Market&amp;nbsp;conduct)&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;แมคคาเล&amp;nbsp;กรุ๊พ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ไม่ออกใบแจ้งหนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งจะต้องจัดส่งให้ลูกค้าก่อนถึงวันครบกำหนดชำระ&amp;nbsp;รวมทั้งไม่ได้มอบหลักฐานการชำระเงินให้แก่ลูกค้า&amp;nbsp;โดยศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาว่ามีความผิดตามกฎหมาย&amp;nbsp;และให้ปรับ&amp;nbsp;284,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;อิออน&amp;nbsp;ธนสินทรัพย์&amp;nbsp;(ไทยแลนด์)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ไม่ดูแลข้อมูลลูกค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานและการให้บริการอย่างถูกต้องและเป็นธรรม&amp;nbsp;ทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าให้บุคคลอื่นเพื่อเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย&amp;nbsp;โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า&amp;nbsp;อีกทั้งเมื่อลูกค้าแจ้งไม่รับการติดต่อเพื่อเสนอให้บริการอื่น&amp;nbsp;บริษัทไม่ได้ดำเนินการโดยเร็ว&amp;nbsp;ทำให้ยังมีการติดต่อและรบกวนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ปัจจุบันการดำเนินคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธปท.&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บริษัท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องแล้ว&amp;nbsp;และหากผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;ธปท.&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;โทร.1213&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322102036459</Link_News></row>
<row _id="459"><NewsTitle>สินเชื่อห่วงใย (เพื่อสู้ภัยโควิด-19) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำ ไม่ต้องผ่อนชำระ 6 งวดแรก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเปิดให้กู้โครงการ&amp;nbsp;สินเชื่อห่วงใย&amp;nbsp;(เพื่อสู้ภัยโควิด-19)&amp;nbsp;ด้วยหลักเกณฑ์เงื่อนไขผ่อนปรนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเม็ดเงินหมุนเวียนใช้สอยในครอบครัว&amp;nbsp;ช่วยลดภาระหนี้สิน&amp;nbsp;หรือใช้แก้ปัญหาขาดสภาพคล่อง&amp;nbsp;โดยเปิดให้ผู้มีอายุ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&amp;nbsp;สัญชาติไทย&amp;nbsp;สามารถยื่นขอกู้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่เพียงร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;พร้อมเงื่อนไขพิเศษ&amp;nbsp;ไม่ต้องมีผู้ค้ำและไม่ต้องมีหลักประกันการกู้&amp;nbsp;รวมทั้งผ่อนปรนให้ผู้กู้ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;งวดแรก&amp;nbsp;กำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เปิดให้ยื่นกู้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ผ่านทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ประสงค์ยื่นกู้สามารถเข้าแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ&amp;nbsp;โดยระบบจะกำหนดวันนัดหมายให้ลูกค้าล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันเพื่อกดยื่นขอกู้อีกครั้ง&amp;nbsp;และธนาคารฯ&amp;nbsp;จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบในวันถัดไป&amp;nbsp;หลังจากกดยื่นขอกู้แล้ว&amp;nbsp;ผ่านทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SMS&amp;nbsp;โดยผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อสามารถทำสัญญากู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;(Digital&amp;nbsp;Contract)&amp;nbsp;และรับเงินกู้เข้าบัญชีได้โดยสะดวกรวดเร็วต่อไป&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;GSB&amp;nbsp;Contact&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1115&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322103526468</Link_News></row>
<row _id="460"><NewsTitle>มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา 23 มีนาคมนี้ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายชัยณรงค์&amp;nbsp;กัจฉปานันท์&amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กยศ.&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กยศ.&amp;nbsp;ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&amp;nbsp;และกรมบังคับคดี&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;ในการไกล่เกลี่ยหนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ผู้กู้ยืมเงินบางส่วนขาดรายได้และผิดนัดชำระหนี้&amp;nbsp;จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายของกองทุน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผู้กู้ยืมกลุ่มที่ค้างชำระหนี้ที่ถูกบอกเลิกสัญญาและกำลังจะถูกฟ้อง&amp;nbsp;และผู้กู้ยืมกลุ่มที่จะถูกบังคับคดี&amp;nbsp;ซึ่งหากเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ย&amp;nbsp;นอกจากจะไม่ถูกดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp;จะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ&amp;nbsp;รวมทั้งได้รับโอกาสในการขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ถึงอายุ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้กู้ยืมสามารถกลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ให้เป็นปกติ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขอเชิญชวนผู้กู้ยืมที่ได้รับจดหมายจากกองทุนฯ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดใหญ่ฮอลล์&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&amp;nbsp;หาดใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าและรับสิทธิขอไกล่เกลี่ยฯ&amp;nbsp;ได้ทางเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.studentloan.or.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;www.studentloan.or.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114246513</Link_News></row>
<row _id="461"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย หารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร&amp;nbsp;สร้างมูลค่าสินค้าในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ขณะที่ราคาสุกรชำแหละทรงตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางลลิดา&amp;nbsp;จิวะนันทประวัติ&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โดยพบปะหารือผู้ประกอบการผลิตสินค้าแปรรูปจากเนื้อสุกรและสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หจก.ประชันฟาร์ม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หจก.ประชันอินเตอร์ฟู้ด&amp;nbsp;อำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้แนะนำเชื่อมโยงตลาดประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&amp;nbsp;เป็นการสร้างมูลค่าสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับราคาสุกรในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สุกรเนื้อแดง&amp;nbsp;สามชั้น&amp;nbsp;สะโพก&amp;nbsp;สันนอก&amp;nbsp;สันใน&amp;nbsp;ราคาเฉลี่ยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังคงทรงตัว&amp;nbsp;ส่วนสุกรมีชีวิตปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;1.00&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322110349488</Link_News></row>
<row _id="462"><NewsTitle>เทศบาลนครลำปาง จัดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก ขัวหลวงรัษฎา 105 ปี ระหว่าง 25-27 มี.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศบาลนครลำปาง&amp;nbsp;กำหนดจัดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขัวหลวงรัษฎา&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;17.30-&amp;nbsp;21.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบกับนิทรรศการประวัติศาสตร์&amp;nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&amp;nbsp;ภาพถ่ายสะพานรัษฎาภิเศกในอดีต&amp;nbsp;มุมถ่ายภาพย้อนยุค&amp;nbsp;กิจกรรมสาธิตงานประดิษฐ์&amp;nbsp;เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารท้องถิ่น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กองฮิมวัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กำหนดการจัดงาน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสี&amp;nbsp;เสน่ห์ขัวหลวง&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;กรรมการตัดสินการประกวดวาดภาพ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;19.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พิธีเปิดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กิจกรรมมอบรางวัลประกวดวาดภาพระบายสีและประกวดรีวิว&amp;nbsp;การแสดงบอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายย้อนยุค&amp;nbsp;เฉลิมรัษฎา&amp;nbsp;งามพัสตรา&amp;nbsp;ภูษาสยามอาลัมภางค์นคร,&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พิธีทำบุญตักบาตรบนสะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;การแสดงทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;เล่าค่าวจ๊อยซอพื้นเมือง..รำลึกประวัติศาสตร์ขัวหลวงรัษฎา&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;การแสดงดนตรีเพลงย้อนยุค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิค-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;เว้นระยะห่างหลีกเลี่ยงการสัมผัส&amp;nbsp;และพกเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115323522</Link_News></row>
<row _id="463"><NewsTitle>มรย.จับมือภาคีเครือข่ายลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นปักหมุด อำเภอเบตง เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ด้านการวิจัยและบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;และผ่านระบบ&amp;nbsp;Google&amp;nbsp;Meet&amp;nbsp;โดยมีภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมบัติ&amp;nbsp;โยธาทิพย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พลเอกมณี&amp;nbsp;จันทร์ทิพย์&amp;nbsp;ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล/ที่ปรึกษา&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4/แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;องค์การบริการส่วนตำบลตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;คุณวิรัต&amp;nbsp;แซ่ตัน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;คุณซอลาฮุดดีน&amp;nbsp;ยาญา&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการพระบรมราโชบาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;โดยการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคง&amp;nbsp;พัฒนาการเกษตรอย่างมั่งคั่ง&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงาม&amp;nbsp;เสริมสร้างสังคมแห่งความสมานฉันท์&amp;nbsp;เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp;ด้วยวิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมมือกันพัฒนา&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์&amp;nbsp;องค์ความรู้จากผลงานวิจัย&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;โดยการประสานและบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ในการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัย&amp;nbsp;และนวัตกรรมไปขยายผล&amp;nbsp;ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนา/แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;พัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;คุณภาพชีวิต&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และภายใต้การบูรณาการประสานความร่วมมือนี้&amp;nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อชุมชน&amp;nbsp;เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินงาน&amp;nbsp;การถ่ายทอดองค์ความรู้&amp;nbsp;การวิจัยและการบริการวิชาการสู่ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจาก&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยคณะวิทยาการจัดการได้มีการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;ภายใต้แผนงาน&amp;nbsp;Flagship&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนปิยะมิตร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ภายใต้ความอนุเคราะห์พื้นที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp;สนับสนุนการจัดการศึกษาผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ&amp;nbsp;พัฒนางานวิจัย&amp;nbsp;สร้างองค์ความรู้&amp;nbsp;สร้างสรรค์นวัตกรรม&amp;nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมชายแดนใต้&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;ส่งเสริมการมีอาชีพและยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.สมบัติ&amp;nbsp;โยธาทิพย์&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมทำงานในการดำเนินงาน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยไม่สามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้&amp;nbsp;หากปราศจากความช่วยเหลือจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;หรือหน่วยงานในพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;และภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการร่วมดำเนินงานเพื่อการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงที่ผ่าน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินงานภายใต้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แผนงาน&amp;nbsp;Flagship&amp;nbsp;ของมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ที่ปักหมุดพื้นที่ดำเนินงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;หนึ่งในอำเภอตามหลักการโครงการ&amp;nbsp;เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ประกอบกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;ความต้องการของชุมชน&amp;nbsp;และความพร้อมด้านสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;ที่สามารถพัฒนาและต่อยอดการเป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และพัฒนาอุตสาหกรรมบริการ&amp;nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยมีความพร้อมในด้านองค์ความรู้จากการดำเนินงานวิจัย&amp;nbsp;มีความพร้อมด้านบุคลากรในการให้บริการทางวิชาการวิชาการ&amp;nbsp;และเมื่อผนวกกับศักยภาพของภาคีเครือข่ายแล้ว&amp;nbsp;สามารถที่จะพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีคุณภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114825517</Link_News></row>
<row _id="464"><NewsTitle>จังหวัดสตูล เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวผ่านด่านชายแดนวังประจัน (ด่านชายแดนทางบก) วันที่ 1 เมษายน 2565 ในรูปแบบ Test &amp; go ระยะที่ 1 รองรับนักท่องเที่ยว 60 คนต่อวัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้จังหวัดสตูลได้เตรียมความพร้อมรองรับเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดนวังประจัน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องสำหรับการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูลผ่านด่านดังกล่าว&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดสตูลได้จัดทำมาตรฐาน&amp;nbsp;SOP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(STANDARD&amp;nbsp;OPERATION&amp;nbsp;PROCEDURE&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบ&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;go&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คนต่อวัน&amp;nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีความพร้อมตามข้อกำหนดที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การฉีดวัคซีนของประชากรที่มีอยู่จริงในพื้นที่นำร่องฉีดวัคซีนครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดสตูลมีประชากรได้รับวัคซีนเข็ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(187,772&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;91.06&amp;nbsp;ของประชากรที่ฉีดเข็ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;(207,288&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;และสถานประกอบการจะต้องได้มาตรฐานและปลอดภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยสถานประกอบการจะต้องผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA+&amp;nbsp;/&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;COVID+&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting)&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;%&amp;nbsp;จังหวัดสตูลมีสถานประกอบการผ่านมาตรฐานฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;153&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ซึ่งมากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;และยังมีสถานประกอบการที่ผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;128&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;(โรงแรมและที่พัก/สถานที่จัดประชุม&amp;nbsp;40&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ภัตตาคาร&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;35&amp;nbsp;แห่ง,&amp;nbsp;ยานพาหนะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บริษัทนำเที่ยว&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านค้าของที่ระลึก&amp;nbsp;และร้านค้าอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง)&amp;nbsp;รวมถึงสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;25&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;(โรงแรมและที่พัก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นันทนาการและการท่องเที่ยว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บริษัทนำเที่ยว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภัตตาคารและร้านอาหาร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ยานพาหนะ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง)&amp;nbsp;และสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;EXTRA&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โรงแรมรอยัลฮิลล์สตูล&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จะต้องนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115206520</Link_News></row>
<row _id="465"><NewsTitle>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มั่นใจ แก้ราคาหวยเกินราคาได้ ขายไม่เกิน 80 บาท แน่นอนในปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เบื้องต้นยืนยันว่า&amp;nbsp;จะให้จำหน่ายในราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้แน่นอน&amp;nbsp;โดยจะมีมาตรการในการดำเนินการ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ขายเกินราคา&amp;nbsp;ซึ่งน่าจะสามารถแก้ไขได้ภายในปีนี้&amp;nbsp;ขณะนี้เดินหน้าไปได้ในหลายเรื่องแล้ว&amp;nbsp;มีการทำงานเชิงรุกและวางแผนระยะยาวรองรับการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193326818</Link_News></row>
<row _id="466"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ยโสธร ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;(คจพ.จ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเป้าหมายการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การแต่งตั้งทีมพี่เลี้ยง&amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์บริหารงานการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(แก้จนแบบพุ่งเป้า)&amp;nbsp;ระดับจังหวัด/อำเภอ/ตำบล&amp;nbsp;(Wall&amp;nbsp;Room)&amp;nbsp;การสร้างการรับรู้ในการใช้ระบบ&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;QM&amp;nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือให้อาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ใช้ในการสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&amp;nbsp;ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152129635</Link_News></row>
<row _id="467"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีบูรณาการร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี และติดตามสถานการณ์ ไม่ให้มีการกักตุนสินค้า ในพื้นที่อำเภอท่ายาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;ตำรวจภูธรท่ายาง&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองท่ายาง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทต.ท่ายาง&amp;nbsp;ในการตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมีและติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;เพื่อไม่มีการกักตุน&amp;nbsp;และฉวยโอกาส&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบมีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การตรวจสต๊อกร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;หจก.ส.เจริญสหกิจ&amp;nbsp;สาขาท่าคอยเพชรบุรี&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,624&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;หจก.ส.เจริญสหกิจ&amp;nbsp;สาขาท่ายางเพชรบุรี&amp;nbsp;มีสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,187&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สถานการณ์และราคาจำหน่ายทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุน&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน&amp;nbsp;ราคาที่จำหน่ายสอดคล้องกับต้นทุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;ตรากระต่าย&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;46-0-0&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;1,370&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;(2)&amp;nbsp;ตรากระต่าย&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;15-15-15&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;1,190&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;(3)&amp;nbsp;ตรายารา&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;25-7-7&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;1,320&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;(4)&amp;nbsp;ตรามงกุฎ&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;18-8-8&amp;nbsp;จำหน่ายราคา&amp;nbsp;920&amp;nbsp;บาท/กระสอบ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปริมาณการซื้อของเกษตรกรมีจำนวนลดลงอย่างมาก&amp;nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;มีการปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322174648772</Link_News></row>
<row _id="468"><NewsTitle>นำร่องจัดเดินขบวนรถขนส่งสินค้าทางรถไฟ ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฐากูร&amp;nbsp;อินทรชม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;รฟท.&amp;nbsp;เปิดการทดลองขนส่งสินค้าทางรถไฟ&amp;nbsp;ระหว่างการรถไฟฯ&amp;nbsp;กับบริษัท&amp;nbsp;ไทยเรลโลจิสติกส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;บุญซัพพลายเชน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่หยุดรถศรีสำราญ&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรางจากโรงงานผลิต&amp;nbsp;ไปยังศูนย์กระจายสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟสายใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การรถไฟฯ&amp;nbsp;ดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการพัฒนาระบบราง&amp;nbsp;เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรางถือเป็นระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ต้นทุนต่ำ&amp;nbsp;ประหยัดพลังงานและมีความคุ้มค่า&amp;nbsp;สามารถขนส่งได้ครั้งละจำนวนมากกว่าทางถนนหลายเท่าตัว&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการช่วยเพิ่มรายได้แก่การรถไฟฯ&amp;nbsp;อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทพันธมิตรทางการค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อทดลองเปิดเดินขบวนรถสินค้าครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การสนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าจากถนนมาสู่ระบบราง&amp;nbsp;นำร่องขนส่งสินค้าบนแคร่แบบเปลือยจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แคร่&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;เอก-ชัย&amp;nbsp;ดิสทริบิวชั่น&amp;nbsp;ซิสเทม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(ห้างโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;โลตัส)&amp;nbsp;ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ด้วยตู้สินค้าประเภทคอนเทนเนอร์อีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แคร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ปัจจุบันสัดส่วนการขนส่งสินค้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นการขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุกถึงร้อยละ&amp;nbsp;81&amp;nbsp;และการขนส่งทางรางยังมีสัดส่วนเพียงร้อยละ&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;แต่การรถไฟฯ&amp;nbsp;เชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;การขนส่งสินค้าทางรางมีโอกาสขยายตัวได้มากในอนาคต&amp;nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูง&amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งทางถนนเพิ่ม&amp;nbsp;การขนส่งทางรางจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งได้&amp;nbsp;ประกอบกับรัฐบาล&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และการรถไฟฯ&amp;nbsp;มีการลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&amp;nbsp;เส้นทางรถไฟสายใหม่&amp;nbsp;รวมถึงมีการจัดหาหัวรถจักรรุ่นใหม่&amp;nbsp;ซึ่งจะเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งให้กว้างขึ้น&amp;nbsp;ทำให้บริษัทขนส่งต่างๆ&amp;nbsp;มีความเชื่อมั่นต่อการขนส่งสินค้าทางราง&amp;nbsp;เห็นได้จากมีลูกค้าสนใจติดต่อเข้ามาเปลี่ยนโหมดมาใช้บริการขนส่งทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193200815</Link_News></row>
<row _id="469"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขับเคลื่อนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โครงการจ้างงานเร่งด่วน ชื่นชมงานปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง เพื่อรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สอดรับกับการจัดอันดับให้ภูเก็ตเป็นอันดับ 3 ของเกาะที่ดีที่สุด จาก Readers Choice Awards 2022</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการพัฒนาและเสริมสร้าง&lt;/strong&gt;ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้ขับเคลื่อนโครงการจ้างงานตามแนวทางส่งเสริมและพัฒนาความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาว่างงาน&amp;nbsp;ขาดรายได้&amp;nbsp;หรือที่เรียกว่าเกิดภาวะจนเฉียบพลัน&amp;nbsp;โดยทางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;เสนอโครงการของบประมาณจากรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ในโครงการจ้างงานเร่งด่วน&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพให้ประชาชนมีรายได้&amp;nbsp;สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp;ข้ามฝ่าวิกฤติโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยกำหนดตำแหน่งงานว่าง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;จ้างเป็นค่าแรงขั้นต่ำ&amp;nbsp;336&amp;nbsp;บาทต่อวัน&amp;nbsp;โดยว่าจ้าง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วันต่อเดือน&amp;nbsp;ในระยะเวลาจ้าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โครงการจ้างงานเร่งด่วน&amp;nbsp;ที่เห็นผลอย่างชัดเจน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือการจ้างงานปรับแต่งภูมิทัศน์ในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองสะอาด&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก&amp;nbsp;ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกขณะ&amp;nbsp;สอดรับกับการจัดอันดับให้ภูเก็ตเป็นอันดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของเกาะที่ดีที่สุด&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;Readers&amp;nbsp;Choice&amp;nbsp;Awards&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ของนิตยสาร&amp;nbsp;DestinAsian&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนฐานราก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือเป็นความสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าช่วยกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากเดินหน้าควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกระดับของจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322191200808</Link_News></row>
<row _id="470"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เผย ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เผย&amp;nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;แจง&amp;nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สืบเนื่องจากราคาอาหาร&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;แป้ง&amp;nbsp;เนื้อสัตว์&amp;nbsp;และเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ปรับขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;นางพนิดา&amp;nbsp;วานิชรัตน์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สูงขึ้นเล็กน้อยร้อยละ&amp;nbsp;0.70&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากราคาสินค้าในหมวดอาหาร&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;แป้ง&amp;nbsp;เนื้อสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปรับขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;3.60&amp;nbsp;โดยเป็นไปและสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภคประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักประกอบด้วย&amp;nbsp;ราคาสินค้าในหมวดพลังงาน&amp;nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;และกระแสไฟฟ้า&amp;nbsp;ปรับขึ้นตามต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบที่สูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีหมวดสินค้าบางประเภท&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามฤดูกาลปรับตัวลดลงเนื่องจากปริมาณที่ออกสู่ตลาด&amp;nbsp;สำหรับในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สินค้าประเภท&amp;nbsp;เนื้อหมู&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด&amp;nbsp;ในส่วนของไข่ไก่&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ได้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาหน้าฟาร์ม&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของผู้บริโภค&amp;nbsp;ภาพรวมของราคาสินค้าในหมวดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;มีนโยบายตรึงราคาสินค้าอุปโภค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บริโภค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังไม่มีการอนุมัติให้ปรับราคาสินค้า&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;โดยการติดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน&amp;nbsp;และจำหน่ายสินค้าให้ตรงกับป้ายราคาที่แสดงไว้&amp;nbsp;ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&amp;nbsp;ด้วยการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุจำเป็นสมควร&amp;nbsp;หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้จัดโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โครงการพาณิชย์...ลดราคา!&amp;nbsp;หมูเนื้อแดง&amp;nbsp;ช่วยประชาชน,&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Year&amp;nbsp;Grand&amp;nbsp;Sale&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งสามารถช่วยค่าครองชีพแก่ประชาชนได้กว่า&amp;nbsp;3.4&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้า&amp;nbsp;ราคาประหยัดเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;หากประชาชนพบเห็นการไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า&amp;nbsp;หรือพบเห็นผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;หรือที่&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;0-5311-2659&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิมลกัลย์&amp;nbsp;เดชะชัย&amp;nbsp;สวท.&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;//22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195749837</Link_News></row>
<row _id="471"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรม "ศรีสะเกษพร้อมใจ นุ่งผ้าไทยใส่บาตร ทำความดี วิถีพอเพียง" ตามโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในทุกวันอังคารของสัปดาห์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;พรรษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกาะห้วยน้ำคำ&amp;nbsp;ตำบลหนองครก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&amp;nbsp;"ศรีสะเกษพร้อมใจ&amp;nbsp;นุ่งผ้าไทยใส่บาตร&amp;nbsp;ทำความดี&amp;nbsp;วิถีพอเพียง"&amp;nbsp;ตามโครงการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ในทุกวันอังคารของสัปดาห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง&amp;nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;รวมทั้งใช้วัสดุจากธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งภายในกิจกรรมได้มีการจัดจำหน่ายสินค้าอาหารและ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;จากกลุ่มผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มผู้ผลิตผ้าแส่ว&amp;nbsp;ผ้าทอมือ&amp;nbsp;ผ้าพื้นเมือง&amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์กาแฟโรบัสต้าศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้จ่ายและการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;กระจายรายได้&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็ง&amp;nbsp;และเจริญเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;รูป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยได้รับความเมตตาจากพระครูสิริปริยัติการ&amp;nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดเพียนาม&amp;nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&amp;nbsp;ได้ปรารภธรรมแก่ผู้เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;ในการนี้ได้มอบใบประกาศ&amp;nbsp;แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&amp;nbsp;และผ้าพื้นเมืองสวยงาม&amp;nbsp;การใช้วัสดุทำจากธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;รวมทั้งประเภททีม&amp;nbsp;ประจำวันอังคารที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นางเจษฎามณี&amp;nbsp;สุตะพันธ์&amp;nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกแต่งกายด้วยผ้าไทย&amp;nbsp;และผ้าพื้นเมืองสวยงาม&amp;nbsp;นางสาวโฉมสุดา&amp;nbsp;แหวนเพ็ชร&amp;nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกใช้วัสดุทำจากธรรมชาติสวยงาม&amp;nbsp;และอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;ทีมที่ได้รับการคัดเลือกการแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองสวยงามประเภททีม&amp;nbsp;การบรรเลงดนตรีไทยประกอบโดยวงดนตรีไทยสิริมหาชุมพล&amp;nbsp;จากชมรมดนตรีไทยจากโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ประเภทต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งผ้าพื้นเมือง&amp;nbsp;เบญจศรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อันเป็นอัตลักษณ์ที่มีกรรมวิธีทางธรรมชาติมียอดจำหน่ายในงาน&amp;nbsp;79,685&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการร่วมทำบุญแล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และการสงเคราะห์เพราะสิ่งของพระคุณเจ้าจะแบ่งมอบให้จังหวัดนำไปสงเคราะห์ผู้ยากไร้&amp;nbsp;ผู้ด้อยโอกาสตามหมู่บ้านทั้งจังหวัดด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสำรวย&amp;nbsp;เกษกุล&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;นายนพ&amp;nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&amp;nbsp;นางสาวชนมณัฐ&amp;nbsp;รอดบุญธรรม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&amp;nbsp;สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอวังหิน&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรเอกชน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322201134845</Link_News></row>
<row _id="472"><NewsTitle>จ.สมุทรปราการ ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อาคารศาลากลางจังหวัดชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;หรือว่า&amp;nbsp;กรอ.จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสมุทรปราการเห็นถึงความสำคัญของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนขึ้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจังหวัดจะใช้เวทีการประชุมของคณะกรรมการชุดนี้เป็นกลไกสำคัญในการหารือถึงมาตรการและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;โดยจะมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาเข้าร่วมประชุมหารือกัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในการประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;นายสาธิต&amp;nbsp;กล่อมสวัสดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แจ้งต่อที่ประชุม&amp;nbsp;ถึงการกำหนดการวัน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;ในการจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;ไปตามอำเภอต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานหน้าองค์พระสมุทรเจดีย์&amp;nbsp;อ.พระสมุทรเจดีย์&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณวัดบางพลีน้อย&amp;nbsp;อำเภอบางบ่อ&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึง19.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กำหนดจัดตลาดนัดธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดทิพย์นิมิต&amp;nbsp;อำเภอบางพลี&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้รับทราบถึงความคืบหน้าการพัฒนาสะพานปลาสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งจะมีการพัฒนาให้เป็นท่าเทียบเรือโดยสารและท่องเที่ยว&amp;nbsp;และท่าเทียบเรือรับรองการขนถ่ายปลาทูน่าและสินค้าจากหัวหน้าสำนักงานสะพานปลาสมุทรปราการ&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำรูปแบบของการพัฒนาเสนอไปยังองค์การสะพานปลาส่วนกลางเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221311872</Link_News></row>
<row _id="473"><NewsTitle>ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เยี่ยมชมสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย พร้อมให้กำลังใจผู้ประกอบการทอผ้าและ OTOP ในการมุ่งมั่นสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาบรรพบุรุษให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลต้นธง&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ดร.วันดี&amp;nbsp;กุญชรยาคง&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอนุสรณ์&amp;nbsp;วงศ์วรรณ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นางกุลทรัพย์&amp;nbsp;ชื่นโกสุม&amp;nbsp;นางจิณณารัชช์&amp;nbsp;สัมพันธรัตน์&amp;nbsp;นางกุสุมาล&amp;nbsp;พงษ์สิทธิถาวร&amp;nbsp;นางจิรวรรณ&amp;nbsp;เพ็ญพาส&amp;nbsp;อุปนายกสมาคม&amp;nbsp;นางศุภกาญจน์&amp;nbsp;โรจนโสทร&amp;nbsp;กรรมการบริหารสมาคม&amp;nbsp;นางอมรรัตน์&amp;nbsp;สืบตระกูล&amp;nbsp;ชมรมแม่บ้านกรมที่ดิน&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&amp;nbsp;สมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติ&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ร่วมออกร้านและจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พวกเราคนไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องผู้ประกอบการทอผ้าและ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;มีวันนี้ได้&amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่ทรงรื้อฟื้นผลิตภัณฑ์ผ้า&amp;nbsp;งานหัตถศิลป์&amp;nbsp;หัตถกรรมทุกประเภท&amp;nbsp;ในการใช้เป็นเครื่องมือทำให้มีอาชีพ&amp;nbsp;มีรายได้&amp;nbsp;มีเงินมีทองในการใช้ชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมไม้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ในเรื่องศูนย์ศิลปาชีพมาขยายผลขับเคลื่อนเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รวมกลุ่มของคนที่มีฝีไม้ลายมือ&amp;nbsp;มีความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เก่งเรื่องอาหารก็รวมกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร&amp;nbsp;เก่งเรื่องงานแกะสลักก็รวมกลุ่มผู้ประกอบการงานแกะสลัก&amp;nbsp;เก่งเรื่องผ้าก็รวมกลุ่มเป็นกลุ่มทอผ้า&amp;nbsp;กลุ่มย้อมผ้า&amp;nbsp;ซึ่งทุกกลุ่มก็จะมีผู้นำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผ้าไหม&amp;nbsp;ผ้าทอ&amp;nbsp;ผ้ายกดอก&amp;nbsp;ที่ไม่ได้ทำโดยคนเดียว&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มช่วยกันทอ&amp;nbsp;ช่วยกันตัด&amp;nbsp;ช่วยกันย้อม&amp;nbsp;ช่วยกันขาย&amp;nbsp;ส่งผลให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มได้อานิสงส์ในการมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็ทำให้เราความภาคภูมิใจในความเป็นไทยที่บรรพบุรุษของเราได้กรุณาทิ้งมรดกอันล้ำค่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;"ภูมิปัญญา"&amp;nbsp;ของงานหัตถศิลป์&amp;nbsp;หัตถกรรมของไทยเอาไว้ให้พวกเราได้สืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;แสดงถึงเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของพี่น้องคนไทยภาคเหนือ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า&amp;nbsp;เรามีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของคนไทยซึ่งเป็นความมั่นคงของชีวิต&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในปัจจัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ที่ชีวิตเราจำเป็นต้องมี&amp;nbsp;จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ที่มาจากทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ที่ช่วยกันรักษาภูมิปัญญางานหัตถศิลป์&amp;nbsp;หัตถกรรม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านเครื่องนุ่งห่มให้กับประเทศไทย&amp;nbsp;และขอให้จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ได้ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการทอผ้า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ให้ได้รับการต่อยอด&amp;nbsp;และพัฒนาทักษะ&amp;nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้แก่ชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.วันดี&amp;nbsp;กุญชรยาคง&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พวกเราคนไทยโชคดีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่&amp;nbsp;ในการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;และแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการทอผ้าในทุกพื้นที่ของประเทศไทย&amp;nbsp;ด้วยการพระราชทานลายผ้า&amp;nbsp;"ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ"&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;"ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา"&amp;nbsp;รวมถึงโครงการพระราชดำริ&amp;nbsp;"ผ้าไทยให้สนุก"&amp;nbsp;เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัย&amp;nbsp;ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงวัยผู้ใหญ่&amp;nbsp;สามารถสวมใส่ผ้าไทยได้ในทุกโอกาสในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;ซึ่งนอกเหนือจากเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดผ้าไทยแล้ว&amp;nbsp;ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาฝีมือ&amp;nbsp;พัฒนาลวดลายผ้าไทย&amp;nbsp;ให้เป็นที่ต้องการของคนทุกเพศทุกวัยอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;"เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนได้ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยสีฟ้า&amp;nbsp;ทุกวันศุกร์&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน&amp;nbsp;และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการผ้าทอไทย&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ในการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;พระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป"&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ฯ&amp;nbsp;กล่าวในช่วงท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&amp;nbsp;อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นสถานที่จัดแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการทอผ้าด้วยมือและสืบทอดวัฒนธรรมการทอผ้าของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาตลาดผ้าทอ&amp;nbsp;สร้างอาชีพที่มั่นคงและมีคุณค่าของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ซึ่งภายในมีพิพิธภัณฑ์ผ้าทอมือหริภุญชัยที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมการทอผ้าของคนลำพูน&amp;nbsp;เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาของผ้าทอ&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าทอที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;"ผ้าไหมยกดอกลำพูน"&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นราชินีของผ้าไหมยกดอกแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีความสวยงาม&amp;nbsp;มีประวัติความเป็นมาแต่ครั้งเจ้าดารารัศมีได้คิดค้นวิธีการทอผ้ายกดอก&amp;nbsp;และถ่ายทอดศิลปะผ่านลายผ้าให้เป็นเครื่องแต่งกายและได้รับการสืบสานจวบจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322225810884</Link_News></row>
<row _id="474"><NewsTitle>สำนักงานพลังงานจังหวัดเลย ร่วมกับ โรงเรียนเทศบาลท่าลี่ จัดโครงการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณห้องประชุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าลี่&amp;nbsp;อำเภอท่าลี่&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายโสภัณ&amp;nbsp;อุ่นวงศ์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าลี่&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวจารุวรรณ&amp;nbsp;ปรีชาเดช&amp;nbsp;พลังงานจังหวัดเลย,&amp;nbsp;จ่าสิบโท&amp;nbsp;รุ่งอโนทัย&amp;nbsp;ดีรักษา&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าลี่,&amp;nbsp;นายพิเย็น&amp;nbsp;ภักดีสุวรรณ&amp;nbsp;วิทยากรระดับ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;คณะครูโรงเรียนเทศบาลท่าลี่&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโสภัณ&amp;nbsp;อุ่นวงศ์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าลี่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการเรียนรู้พลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&amp;nbsp;เป็นมิติใหม่ที่ได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทั้งในระบบนอกระบบ&amp;nbsp;และการศึกษาตามอัธยาศัย&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เต็มศักยภาพและหลากหลาย&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ปัจจุบันการใช้พลังงานชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทั่วโลกและมีทั้งเกิดประโยชน์และเกิดโทษมหาศาล&amp;nbsp;ถ้าเราไม่ตระหนักถึงความเข้าใจวิธีการใช้พลังงานและการประหยัดประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่ต้องศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ่าสิบโท&amp;nbsp;รุ่งอโนทัย&amp;nbsp;ดีรักษา&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลท่าลี่&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เทศบาลตำบลท่าลี่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในด้านบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์และประชาชนในท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติเทศบาล&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2496&amp;nbsp;และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เทศบาลตำบลมีหน้าที่จัดการศึกษาและให้ราษฎรได้รับการศึกษาอบรม&amp;nbsp;จึงได้จัดตั้งสถานศึกษาคือ&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาลท่าลี่และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าลี่&amp;nbsp;โดยได้นำนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยใช้สถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;School&amp;nbsp;Based&amp;nbsp;Management&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Local&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;:SBMLD&amp;nbsp;โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการด้านการศึกษาทั้งในระบบ&amp;nbsp;นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้เต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา&amp;nbsp;พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานและเพื่อเป็นศูนย์ในการถ่ายทอดในเรื่องพลังงานธรรมชาติและพลังงานทดแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322230208885</Link_News></row>
<row _id="475"><NewsTitle>จ.หนองบัวลำภู จัดงาน แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล 2022 นำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมของจังหวัดผ่านลวดลายบนผืนผ้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองบัวลำภู&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสุวิทย์&amp;nbsp;จันทร์หวร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้ประกอบกิจการ&amp;nbsp;และประชาชนในจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต่างแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสฏฐชัย&amp;nbsp;ยุทธเศรษฐสิริ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน&amp;nbsp;แพรพรรณลุ่มภูสู่สากล&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภูมีวัฒนธรรมอันยาวนานกว่า&amp;nbsp;900&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมกันมาจากรุ่นสู่รุ่น&amp;nbsp;โดยเฉพาะผ้าทอลายพื้นเมืองของจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;จึงจัดงานนี้ขึ้นเพื่อสร้างรายได้&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพให้กับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของจังหวัด&amp;nbsp;รวมถึงผ่านการจัดกิจกรรมการประกวดต่างๆ&amp;nbsp;ต่อเนื่องกันในช่วงเวลา&amp;nbsp;21&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากที่นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็ได้เชิญชวนให้หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมการเดินแบบในชุดผ้าทอไทย&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบให้ประชาชนได้เห็นความสวยงามของผ้าทอไทยจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;และเพื่อนำเสนอให้เห็นว่าผ้าทอไทยที่มีลวดลายงดงาม&amp;nbsp;และตัดเย็บอย่างประณีตนั้น&amp;nbsp;สามารถสวมใส่ได้ร่วมสมัยและไม่เชย&amp;nbsp;แม้จะเป็นยุค&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;นี้ก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นจึงเป็นกิจกรรมประกวดแฟชั่นโชว์จากเยาวชนในจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่สวมใส่ผ้าไทยมาประกวดความงดงามของลวดลายผ้า&amp;nbsp;และความมั่นใจของเยาวชนที่ได้สวมใส่ผ้าไทย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนเห็นความสวยงามของผ้าทอไทย&amp;nbsp;สร้างความรักในวัฒนธรรมผ้าทอไทยในใจของเยาวชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สวท.หนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322231008886</Link_News></row>
<row _id="476"><NewsTitle>ททท. พังงา จัดกิจกรรม Bangsak Beach Festival 2022 ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ททท.&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;Bangsak&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการส่งเสริมท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและแสดงศักยภาพด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง&amp;nbsp;สมาคมกระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ชมรมเซิร์ฟสเก็ตตะกั่วป่า&amp;nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาในชื่องาน&amp;nbsp;Bangsak&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเวลา&amp;nbsp;16.00-22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ.หาดบางสัก&amp;nbsp;ตำบลบางม่วง&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและแสดงศักยภาพด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพิ่มมุมมองใหม่ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาตามแนวคิด&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Chapter&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมน่าสนใจอาทิ&amp;nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลโดยตรงจากชาวประมงในพื้นที่&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Truck&amp;nbsp;กิจกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอดทั้งสามวัน&amp;nbsp;ประติมากรรมไฟ&amp;nbsp;การแข่งขันเซิร์ฟสเก็ต&amp;nbsp;และเวิร์คช้อปนำกัญชามาทำอาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;และหลังจากการจบการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;Bangsak&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมพาย&amp;nbsp;Sup&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ในวันที่&amp;nbsp;1-5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และกิจกรรมการเล่น&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;กิจกรรมเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ตลาดสินค้าชุมชม&amp;nbsp;(Local&amp;nbsp;Market)&amp;nbsp;กิจกรรมวัฒนธรรม&amp;nbsp;ศิลปะ&amp;nbsp;และดนตรี&amp;nbsp;(Culture&amp;nbsp;&amp;amp;Art&amp;nbsp;,Sound)&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;29-30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งเซิร์ฟของจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095856933</Link_News></row>
<row _id="477"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดลำปาง เดินหน้าสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์โครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางเยาวเรศ&amp;nbsp;แซ่โค้ว&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จัดสัมมนาเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพาราและปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ลำปางจำกัด&amp;nbsp;ตำบลน้ำโจ้&amp;nbsp;อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แนวทางการดำเนินการ&amp;nbsp;รวมทั้งติดตามการดำเนินการ&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะตามโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การสัมมนาครั้งนี้&amp;nbsp;มีวิทยากรร่วมอภิปราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางสาวเยาวเรศ&amp;nbsp;แซ่โค้ว&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นางสาวสุบิน&amp;nbsp;แก้วเต็ม&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และนายกิติศักดิ์&amp;nbsp;กุลเดชานันท์&amp;nbsp;ผู้จัดการ&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;สาขาแม่ทะ&amp;nbsp;ดำเนินรายการโดย&amp;nbsp;นางรพีพันธ์&amp;nbsp;อุดขันจริง&amp;nbsp;นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323102054945</Link_News></row>
<row _id="478"><NewsTitle>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขยายเวลามอบส่วนลด LPG ต่อไปอีก 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพให้ประชาชนไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอรรถพล&amp;nbsp;ฤกษ์พิบูลย์&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;และบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน&amp;nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ในประเทศยังอยู่ในระดับสูง&amp;nbsp;และเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จึงมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;กลุ่มร้านค้า&amp;nbsp;หาบเร่&amp;nbsp;แผงลอยอาหาร&amp;nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อเดือน&amp;nbsp;ต่อไปอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ได้สนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;(LPG)&amp;nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มร้านค้า&amp;nbsp;หาบเร่&amp;nbsp;แผงลอยอาหาร&amp;nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;มาตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;เป็นงบประมาณรวมกว่า&amp;nbsp;15.6&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตด้วยกันได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323122313013</Link_News></row>
<row _id="479"><NewsTitle>ปตท. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ขยายเวลามอบส่วนลด LPG ต่อไปอีก 3 เดือน ถึง 30 มิถุนายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอรรถพล&amp;nbsp;ฤกษ์พิบูลย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและบรรเทาผล&amp;nbsp;กระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังคงผันผวน&amp;nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ในประเทศยังอยู่ในระดับสูงและเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จึงมีมติอนุมัติให้ขยายระยะเวลาช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;กลุ่มร้านค้า&amp;nbsp;หาบเร่&amp;nbsp;แผงลอยอาหาร&amp;nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อเดือนต่อไปอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ได้สนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;(LPG)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แก่ผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;กลุ่มร้านค้า&amp;nbsp;หาบเร่&amp;nbsp;แผงลอยอาหาร&amp;nbsp;ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;มาตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;เป็นงบประมาณรวมกว่า&amp;nbsp;15.6&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้คนไทยฝ่าวิกฤตด้วยกันได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323115454997</Link_News></row>
<row _id="480"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;สร้างความร่วมมือพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และให้นักท่องเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่วัดดอนมูล&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลดอนมูล&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาวนิติยา&amp;nbsp;พงษ์พานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;(D-HOPE)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;กลุ่มองค์กร&amp;nbsp;และครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมที่ผู้บริโภคลงมือทำด้วยตนเอง&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้&amp;nbsp;ศึกษา&amp;nbsp;และลงมือทำด้วยตนเอง&amp;nbsp;สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความภาคภูมิใจจากฝีมือของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมในงานประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเยี่ยมชมฐานศูนย์เรียนรู้เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก&amp;nbsp;ฐานร้อยรักสานฝัน&amp;nbsp;ฐานที่วางพักใจ&amp;nbsp;การแสดงของชุมชน&amp;nbsp;และนิทรรศการของผู้ประกอบการชุมชน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;และมาตรการสาธารณสุข&amp;nbsp;D-M-H-T-T-A&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323103318949</Link_News></row>
<row _id="481"><NewsTitle>ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมลดใช้พลังงาน ส่งเสริมพลังงานทางเลือกเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีริศ&amp;nbsp;อัมระปาล&amp;nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กนอ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;ในโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;กนอ.&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;เกิดการผลักดันให้มีการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;มีการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;กนอ.&amp;nbsp;และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะร่วมกันดำเนินงานภายใต้กรอบความเข้าใจใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;และด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แผนงานในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ต่อจากนี้&amp;nbsp;(2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;2567)&amp;nbsp;คาดว่าจะเกิดการประหยัดพลังงานสะสมได้กว่า&amp;nbsp;640&amp;nbsp;ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้กว่า&amp;nbsp;2,560&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า&amp;nbsp;3.4&amp;nbsp;แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในระยะแรกตั้งเป้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่&amp;nbsp;กนอ.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดำเนินการเอง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,505&amp;nbsp;โรงงาน&amp;nbsp;ให้ตระหนักถึงความจําเป็นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรืออุตสาหกรรม&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและบรรลุเป้าหมายความเป็น&amp;nbsp;กลางทางคาร์บอนภายในปี&amp;nbsp;2593&amp;nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี&amp;nbsp;2608&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110437961</Link_News></row>
<row _id="482"><NewsTitle>เร่งดำเนินการรีไซเคิลซากรถยนต์เก่า ลดการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;พนมชัย&amp;nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถิติจำนวนรถยนต์จำแนกตามอายุรถทั่วประเทศของกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;5,033,307&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;หากรีไซเคิลซากรถจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านคัน&amp;nbsp;จะได้เหล็กประมาณ&amp;nbsp;6.55&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทยมีกำลังการบริโภคเหล็กอยู่ที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านตันต่อปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบ่งเป็นการนำเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;และผลิตเอง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านตันและคาดว่าในระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีข้างหน้า&amp;nbsp;จำนวนรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะเพิ่มเป็น&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ล้านคัน&amp;nbsp;ซึ่งรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐานเป็นสาเหตุหลักอย่างหนี่งของปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีโรงงานถอดแยกชิ้นส่วนรถยนต์&amp;nbsp;แบบครบวงจรอยู่เพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งในประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ดำเนินงานตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน&amp;nbsp;การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะและการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรอ.&amp;nbsp;จึงผลักดันให้ธุรกิจชนิดนี้เกิดการขยายตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศและเป็นการนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยาง&amp;nbsp;พลาสติกและโลหะที่เป็นเหล็ก&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่มีรถยนต์เก่านำรถยนต์มาทำลายอย่างถูกวิธีและกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยการซื้อรถยนต์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&amp;nbsp;นำไปสู่การเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110836964</Link_News></row>
<row _id="483"><NewsTitle>กฟผ.เชิญชวนคนไทยร่วมใจประหยัดพลังงาน ล้างแอร์ฟรี - รับส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 รวม เริ่มเมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงอื่นในการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มความสามารถ&amp;nbsp;เพื่อทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;ที่มีราคาสูง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปรับการเดินเครื่องโดยใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลแทนก๊าซฯ&amp;nbsp;เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหิน&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบค่าไฟฟ้าของประชาชนและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้ยังได้&amp;nbsp;จัดแคมเปญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Save&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;for&amp;nbsp;ALL&amp;nbsp;ร่วมใจประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน&amp;nbsp;เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ผ่านกิจกรรม&amp;nbsp;ล้างแอร์ช่วยชาติ&amp;nbsp;(Clean&amp;nbsp;your&amp;nbsp;air,&amp;nbsp;Clean&amp;nbsp;your&amp;nbsp;life)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยร่วมกับสมาคมผู้ค้าเครื่องปรับอากาศไทยให้บริการล้างแอร์แก่ประชาชนทั่วประเทศฟรีจำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;สิทธิ&amp;nbsp;จำกัดครัวเรือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สิทธิต่อการล้างแอร์ฟรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;คุณสมบัติยต้องเป็นแอร์แบบติดผนังขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;บีทียู&amp;nbsp;เพียงลงทะเบียนรับสิทธิผ่านทาง&amp;nbsp;www.egat.co.th&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;การล้างแอร์ทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ&amp;nbsp;10&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ส่งเสริมการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าและผู้ค้าปลีก&amp;nbsp;มอบส่วนลด&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;สิทธิ&amp;nbsp;เพียงแสดงบัตรประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดขายในร้านค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมและแสดงหลักฐานการเพิ่มเพื่อนใน&amp;nbsp;LINE@EGAT&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนจะสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;ล้านหน่วยต่อปี&amp;nbsp;ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ&amp;nbsp;804&amp;nbsp;ตันต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323120741006</Link_News></row>
<row _id="484"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม นำสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ในครัวเรือนมาจำหน่ายในราคาถูก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณวัดลาดเป้ง&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางณัฐสุดา&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งมีประชาชนเข้าแถวเพื่อซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากสถานการณ์ราคาสินค้า&amp;nbsp;โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับราคาสูงขึ้นเช่นกัน&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จึงได้จัดโครงการเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน&amp;nbsp;โดยได้จัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าจำเป็นในครัวเรือน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำตาล&amp;nbsp;ซอสปรุงรส&amp;nbsp;เนื้อสัตว์&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;นำมาจำหน่ายในราคาต้นทุน&amp;nbsp;ถูกกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;ให้บริการประชาชน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยมีคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp;เว้นระยะห่าง&amp;nbsp;แจกบัตรคิว&amp;nbsp;จะเรียกคิวละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และมีการจำกัดจำนวนการซื้อเพื่อมิให้ส่งผลกระทบกับร้านค้าในชุมชนได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายเจิม&amp;nbsp;นาคทอง&amp;nbsp;ประชาชนในตำบลนางตะเคียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ออกมาซื้อสินค้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการนี้ดีมาก&amp;nbsp;สินค้าราคาถูกมีคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่ต้องเดินทางไปไกล&amp;nbsp;ให้เปลืองน้ำมันในสถานการณ์แบบนี้อยากให้จัดครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;จะได้แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางกฤษญาพร&amp;nbsp;สุนทรพจน์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการ&amp;nbsp;ธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&amp;nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นเดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;หมุนเวียนไปตามอำเภอต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางออกมาจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323125827017</Link_News></row>
<row _id="485"><NewsTitle>เดินหน้านำนักออกแบบรุ่นใหม่ ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ ส่งเสริมการจ้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านการแข่งขันทักษะด้านการออกแบบ&amp;nbsp;โดยคัดเลือกนักศึกษาลงพื้นที่ร่วมพัฒนาสินค้า&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;และบริการชุมชนต่อเนื่องเป็นปีที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ได้คัดเลือก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ของจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าแก่สินค้าและบริการของชุมชน&amp;nbsp;และได้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp;ที่ออกแบบตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านดงป่าเปลือย&amp;nbsp;ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า&amp;nbsp;สร้างการจดจำ&amp;nbsp;ผลักดันชุมชนบ้านดงป่าเปือยสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;รวมทั้งได้สร้างความสุขให้ชุมชนอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพแก่ประชาชน&amp;nbsp;นำไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างดี&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ประสานงานกับผู้ประกอบการและชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ในการนำผลิตภัณฑ์มาต่อยอดภายใต้โครงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&amp;nbsp;พร้อมจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ได้ลงนามความร่วมมือกับภาคเอกชนจำหน่ายสินค้ามียอดเจรจาธุรกิจแล้วกว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323143329073</Link_News></row>
<row _id="486"><NewsTitle>ยะลา  ติดตามความคืบหน้า เปิดด่านเบตง ต้อนรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ One day trip - Test &amp; Go</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน&lt;/strong&gt;เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาและคณะกรรมการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดยะลาเฉพาะสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4/2565&amp;nbsp;ซึ่งมีการติดตามความคืบหน้าการเปิดพรมแดนด่านเบตง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ได้เห็นชอบ&amp;nbsp;สำหรับการเปิดแผนการกำหนดรายละเอียดมาตรการด้านสาธารณสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวผ่านด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;day&amp;nbsp;trip&amp;nbsp;(ต้องมีผลตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยรูปแบบ&amp;nbsp;ATK)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;(ต้องมีผลตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&amp;nbsp;,ต้องมีการทำประกันชีวิต,&amp;nbsp;และต้องเข้ารับโรงแรม&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ร้านค้าต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;Sha&amp;nbsp;plus&amp;nbsp;ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&amp;nbsp;สำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อเตรียมเปิดด่านเบตงในเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144806091</Link_News></row>
<row _id="487"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ร่วมวางแนวทางระบายผลไม้เพื่อการส่งออก รองรับปริมาณผลผลิตปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านตัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยผลการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;(2565)&amp;nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หรือเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;5,426,555&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ที่เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งไปยังตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;ทำให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชน&amp;nbsp;หารือเพื่อสนับสนุนช่องทางส่งออกแก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทุกภูมิภาคเป็นการล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นจะมีแนวทางร่วมกัน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประเด็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครอบคลุมทั้งการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ทางราง&amp;nbsp;ทางเรือ&amp;nbsp;และทางอากาศ&amp;nbsp;สำหรับตลาดสำคัญคือประเทศจีนที่มีปริมาณส่งออกสูงที่สุด&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีปริมาณ&amp;nbsp;2,200,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปีนี้ไทยจะเจรจากับทางการจีนเพื่อเปิดด่านสำคัญคือ&amp;nbsp;ด่านตงซิง&amp;nbsp;เพื่อระบายผลไม้ออก&amp;nbsp;รวมทั้งขอเพิ่มมาตรการอำนวยความสะดวกแก่การขนส่งเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน&amp;nbsp;ซึ่งต้องตรวจสินค้าที่ด่านโม่ฮาน&amp;nbsp;แต่ด่านยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะเจรจาให้ตรวจที่ด่านคุนหมิงแทน&amp;nbsp;ขณะที่การขนส่งทางเรือปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนเริ่มคลี่คลายลง&amp;nbsp;และค่าระวางเรือยังทรงตัว&amp;nbsp;ส่วนการขนส่งทางอากาศจะเจรจากับ&amp;nbsp;EXIM&amp;nbsp;BANK&amp;nbsp;หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ช่วยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนให้ต้นทุนการขนส่งทางอากาศลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคเอกชนขอให้ช่วยเจรจากับจีนกรณีการตรวจโควิดที่ด่านตรวจ&amp;nbsp;แล้วพบเชื้อโควิด&amp;nbsp;ขอให้ฆ่าเชื้อแล้วส่งผลไม้กลับแต่อย่าปิดด่านและขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้งเกษตรกรผู้แปรรูป&amp;nbsp;ล้ง&amp;nbsp;ผู้ส่งออกและส่วนราชการทั้งหมด&amp;nbsp;ช่วยหาหนทางให้การส่งผลไม้ส่งออกไปตลาดในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดีที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201402282</Link_News></row>
<row _id="488"><NewsTitle>ยืนยันการโยกย้ายตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้บริการเส้นทางบินของสายการบินนกแอร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;กรมท่าอากาศยาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงกรณีมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ถึงกรณีที่กรมท่าอากาศยานมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าว&amp;nbsp;ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของสายการบินนกแอร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าอากาศยานเบตงแต่อย่างใด&amp;nbsp;ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;กรมท่าอากาศยานได้มีคำสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;โดยให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ไปช่วยปฏิบัติราชการที่กองควบคุมมาตรฐานสนามบิน&amp;nbsp;เพื่อความเหมาะสมและเป็นรูปแบบของการบริหารงานบุคคลภายในของกรมท่าอากาศยานและให้หน่วยงานสามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมท่าอากาศยาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ยังได้ชี้แจงกรณีที่มีบุคคลภายนอกนำรถตู้เข้าไปในลานจอดอากาศยาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบตามมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานเบตง&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน&amp;nbsp;ล่าสุดได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน&amp;nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201539283</Link_News></row>
<row _id="489"><NewsTitle>โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มียอดใช้จ่ายแล้วกว่า 57,000 ล้านบาท ประชาชนสามารถใช้สิทธิ ถึง 30 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;ฐีระเวช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จากข้อมูลวานนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;26.26&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&amp;nbsp;57,037.1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&amp;nbsp;29,015.1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&amp;nbsp;28,022&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งตามประเภทตามร้านค้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;23,865.1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ร้านธงฟ้า&amp;nbsp;9,777.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;2,560.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ร้านค้าทั่วไป&amp;nbsp;19,714.4&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ร้านบริการ&amp;nbsp;1,012.9&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และกิจการขนส่งสาธารณะ&amp;nbsp;107.3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยมีประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด&amp;nbsp;26.38&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;และมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แล้วจำนวน&amp;nbsp;1.35&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;เป็นผู้ประกอบการรายใหม่&amp;nbsp;2.81&amp;nbsp;หมื่นราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้จนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่&amp;nbsp;ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;www.คนละครึ่ง.com&lt;/a&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ&amp;nbsp;ได้อย่างต่อเนื่องจนกว่ากระทรวงการคลังจะประกาศปิดรับสมัคร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323202000286</Link_News></row>
<row _id="490"><NewsTitle>จังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ประชุมติดตามการดำเนินงานพร้อมพิจารณาร่างแผนความปลอดภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;และทบทวนอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมแม่กลอง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;มีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;พร้อมพิจารณาร่างแผนความปลอดภัยเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการและให้มีการปรับมาตรการบางส่วน&amp;nbsp;และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน&amp;nbsp;ครอบคลุม&amp;nbsp;รวมทั้งได้มีการทบทวนอัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการทบทวนกันทุกปี&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวทางในการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของททท.ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งผลการทบทวน/การวิเคราะห์อัตลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองรองของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เห็นควรเป็น&amp;nbsp;เมืองปราชญ์ศิลปิน&amp;nbsp;วิถีถิ่นสามน้ำ&amp;nbsp;ล่องลำนาวา&amp;nbsp;สามเวลา&amp;nbsp;สามอำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจังหวัดสมุทรสงครามในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมีกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนคน&amp;nbsp;ซึ่งลดลงจากปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เหลือเพียง&amp;nbsp;900&amp;nbsp;กว่าล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง&amp;nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของททท.&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างสมดุล&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;วิถีชีวิต&amp;nbsp;ผลไม้พื้นถิ่น&amp;nbsp;เมนูอาหารถิ่นตามฤดูกาล&amp;nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323170953185</Link_News></row>
<row _id="491"><NewsTitle>จ.มุกดาหาร เชิญร่วมชม เชียร์และเป็นเจ้าบ้านที่ดีการแข่งขันจักรยานานาชาติ 1-10 เมษายนนี้ และช่วงสงกรานต์อย่างปลอดโรค ปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และนายประวิตร&amp;nbsp;ศรีบุญรัตน์&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวในรายการ&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหารพบประชาชน&amp;nbsp;ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เอฟ.เอ็ม.99.25&amp;nbsp;มฮ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;live&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารและ&amp;nbsp;สวท.มุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนางวันวิภา&amp;nbsp;แพงแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;จะจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราช&amp;nbsp;เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เจริญพระชนมพรรษา&amp;nbsp;67&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;"The&amp;nbsp;Princess&amp;nbsp;Maha&amp;nbsp;Chakri&amp;nbsp;Sirindhorns&amp;nbsp;Cup&amp;nbsp;Tour&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;แบบชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;โดยใช้เส้นทางภายในจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;และมุกดาหาร&amp;nbsp;ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารร่วมชมเชียร์&amp;nbsp;เ&lt;/strong&gt;ป็นกำลังใจให้กับนักกีฬา&amp;nbsp;และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี&amp;nbsp;ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดบ้านเรือน&amp;nbsp;และชุมชน&amp;nbsp;เพื่อแสดงออกถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&amp;nbsp;และความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหารยังมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวและทีมนักกีฬานานาชาติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;งานเวียดทาวน์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งานถนนวัฒนธรรมอำเภอหนองสูง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565และงานมหกรรมแสดงสินค้าและจับคู่เจรจาธุรกิจสู่การค้าชายแดน&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ระว่างวันที่&amp;nbsp;6-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และยังมีงาน&amp;nbsp;มินิสงกรานต์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณวัดศรีมงคลใต้&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสรงน้ำพระ&amp;nbsp;ก่อเจดีย์ทรายอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายประวิตร&amp;nbsp;ศรีบุญรัตน์&amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สถานการณ์การระบาดของโควิดโอมิครอน&amp;nbsp;ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่องทั้งไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;ขอให้&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนเน้นมาตรการส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่&amp;nbsp;หรือเจล&amp;nbsp;แอลกอฮอล์เมื่อจับต้องสิ่งของ,&amp;nbsp;ระยะห่างจากคนอื่น&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก&amp;nbsp;และในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ซึ่งมีการเดินทาวกลับภูมิลำเนาขอเชิญชวนให้ทุกครอบครัวตรวจสอบการรับวัคซีนของผู้สูงอายุในครอบครัวและขอให้รับวัคซีนให้ครบทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงอาการเจ็บป่วยรุนแรงอันตรายถึงเสียชีวิตได้&amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่จะเดินทางกลับมุกดาหารขอให้มีการประเมินความเสี่ยงตนเองว่ามีความเสี่ยงสูงมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;ถ้ามีความเสี่ยงสูงสามารถทำได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แนวทางคือ&amp;nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือ&amp;nbsp;จัดหา&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ตรวจด้วยตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งสามารถทำได้สะดวก&amp;nbsp;เพื่อกลับบ้านมาอย่างปลอดโรคและปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323180043197</Link_News></row>
<row _id="492"><NewsTitle>ยะลา สืบสานผ้าพื้นถิ่น จัดแฟชั่นโชว์ Yala fashion show on the skyกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เริ่มแล้ว&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรม&amp;nbsp;Yala&amp;nbsp;fashion&amp;nbsp;show&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;sky&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมวิถีไทย&amp;nbsp;วิถีถิ่น&amp;nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานวัฒนธรรม&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งได้นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;สานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;นำไปสู่ระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่บริเวณจุดชมวิว&lt;/strong&gt;สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;มีนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายปิยะ&amp;nbsp;สุวรรณพฤกษ์&amp;nbsp;ประธานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&amp;nbsp;วิถีถิ่น&amp;nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมภริยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในด้วยการสวมใส่เสื้อลายผ้ายะลารวมใจ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดยะลาซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรม&amp;nbsp;Yala&amp;nbsp;fashion&amp;nbsp;show&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;sky&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกิดขึ้นจากแนวคิดการออกแบบลวดลาดผ้าป่าแดนใต้&amp;nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;ที่ทรงพระราชทานแก่ช่างฝีมือ&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดและเสริมรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจในงานฝีมือวิถีถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้แก่กลุ่มครูผีเสื้อ&amp;nbsp;กลุ่มธาตุดิน&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;Adel&amp;nbsp;Kraf&amp;nbsp;กลุ่มอาดือนัน&amp;nbsp;กลุ่มนานาไอเดีย&amp;nbsp;กลุ่มศรียะลาบาติก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Eric&amp;nbsp;Choong&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อชุด&amp;nbsp;ป่าแดนใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324092926347</Link_News></row>
<row _id="493"><NewsTitle>นกแอร์ เปิดเที่ยวบิน จากดอนเมืองเยือนเมืองสามหมอก ช่วงฤดูร้อน 2 วันต่อสัปดาห์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แจ้งตารางบินช่วงฤดูร้อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สายการบินนกแอร์&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;โดยจะให้บริการในวันศุกร์&amp;nbsp;และวันอาทิตย์&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;ทางอากาศ&amp;nbsp;จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;จากดอนเมือง&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;DD152&amp;nbsp;เวลาออก&amp;nbsp;10:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เวลาถึง&amp;nbsp;11:30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;DD154&amp;nbsp;เวลาออก&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เวลาถึง&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ในส่วนของเส้นทางแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;DD153&amp;nbsp;เวลาออก&amp;nbsp;12:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เวลาถึง&amp;nbsp;13:30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;DD155&amp;nbsp;เวลาออก&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เวลาถึง&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;053-612-057&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของมาตรการ&amp;nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการ&amp;nbsp;แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยการตั้งจุดคัดกรองทำการตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือให้กับผู้มาใช้บริการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สายการบิน&amp;nbsp;และผู้ประกอบการทุกคน&amp;nbsp;พร้อมกำชับให้พนักงานทำความสะอาด&amp;nbsp;หมั่นดูแลทำความสะอาดสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ห้องน้ำ&amp;nbsp;จุดตรวจค้น&amp;nbsp;เคานเตอร์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เคาน์เตอร์เช็คอิน&amp;nbsp;เก้าอี้ผู้โดยสาร&amp;nbsp;รถเข็นสัมภาระ&amp;nbsp;ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน&amp;nbsp;รวมถึงได้ตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จุดคัดกรอง&amp;nbsp;จุดประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ห้องผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก&amp;nbsp;และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ให้บริการทุกวันจันทร์&amp;nbsp;วันพุธ&amp;nbsp;และวันศุกร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324094611356</Link_News></row>
<row _id="494"><NewsTitle>การบินไทย พร้อมกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารสู่ 34 เส้นทางบินทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;แจ้งว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย&amp;nbsp;สายการบินไทยให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารในตารางการบินฤดูร้อน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;34&amp;nbsp;เส้นทางบินทั่วโลก&amp;nbsp;เริ่มวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีเส้นทางสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทาง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ลอนดอน-กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทาง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ซิดนีย์-กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทาง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-โคเปนเฮเกน-กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;แลเส้นทาง&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-สตอกโฮล์ม-กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนเส้นทางยุโรปและออสเตรเลียให้บริการ&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เส้นทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ลอนดอน&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ปารีส&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ซูริก&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-บรัสเซลส์&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-มิวนิก&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ซิดนีย์&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;และเส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยวบิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเส้นทางเอเชียให้บริการ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เส้นทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-โตเกียว&amp;nbsp;(นาริตะ)&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-โตเกียว&amp;nbsp;(ฮาเนดะ)&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-นาโกยา&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-โอซากา&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-มะนิลา&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-โซล&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน/&amp;nbsp;เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ไทเป&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ฮ่องกง&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-สิงคโปร์&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-จาการ์ตา&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ธากา&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-เจนไน&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-เบงกาลูรู&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-นิวเดลี&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-มุมไบ&amp;nbsp;ทำการบินทุกวัน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-ละฮอร์&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;/เส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-อิสลามาบัด&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;และเส้นทางไป-กลับ&amp;nbsp;กรุงเทพฯ-การาจี&amp;nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายละเอียดตารางบิน&amp;nbsp;สำรองที่นั่ง&amp;nbsp;และออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://thaiairways.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;thaiairways.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;สำนักงานขายการบินไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;THAI&amp;nbsp;Contact&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;0-2356-1111&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;(ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อีเมล&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="mailto:contact@service.thaiairways.com"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;contact@service.thaiairways.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103322384</Link_News></row>
<row _id="495"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ออกสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ภายหลังสถานการณ์ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;(สคบ.)&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ห้างแม็คโครสาขามุกดาหาร&amp;nbsp;และร้านจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการขึ้นราคาจนเกินควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงภาพรวมราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจะอยู่ในกลุ่มเนื้อสัตว์&amp;nbsp;แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของพาณิชย์&amp;nbsp;และยังอยู่ในราคาตามมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยในช่วงนี้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก็ได้ออกตรวจติดตามราคาสินค้าทุกวัน&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนชาวมุกดาหารสบายใจในเรื่องนี้ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางลักขณา&amp;nbsp;บุญนำ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงสถานการณ์ด้านราคาของสุกรมีชีวิตได้ลดลงจาก&amp;nbsp;110&amp;nbsp;&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ในช่วงเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ลงมาเหลือ&amp;nbsp;82&amp;nbsp;&amp;nbsp;83&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาสุกรชำแหละตามท้องตลาดทั่วไปมีราคาลดลง&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;150&amp;nbsp;&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ส่วนราคาไข่ไก่&amp;nbsp;ถึงแม้ราคาหน้าฟาร์มจะปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยในส่วนของไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;3.20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ราคาแนะนำจะอยู่ที่&amp;nbsp;3.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังจำหน่ายในราคา&amp;nbsp;3.30&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนราคาสินค้าอุปโภค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บริโภคอื่นๆ&amp;nbsp;ยังคงทรงตัวและมีความเพียงพอตอความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนทางด้านราคาสินค้าเพื่อการเกษตรและอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้สินค้าขาดตลาด&amp;nbsp;ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการระงับการผลิตจากต้นทาง&amp;nbsp;และพบการขายสินค้าแบบพ่วงจากบริษัทค้าส่ง&amp;nbsp;ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;หากต้องการซื้อปุ๋ย&amp;nbsp;ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;หรือปุ๋ยสูตรอื่นๆ&amp;nbsp;มาขายด้วย&amp;nbsp;ทำให้ทางร้านต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหารจะทำการเก็บรวบรวมเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;ว่ามีบริษัทใดกระทำการในลักษณะดังกล่าวบ้าง&amp;nbsp;เพื่อแจ้งไปยังกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;หาทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อให้ราคาสินค้ามีกลไกที่เป็นมาตรฐาน&amp;nbsp;และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324110622403</Link_News></row>
<row _id="496"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม "ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท" ครั้งที่ 5 ที่อำเภอมโนรมย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;วัดศรีเจริญ&amp;nbsp;ตำบลศิลาดาน&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2565&amp;nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&amp;nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;ปลาทับทิม&amp;nbsp;ผักผลไม้&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ส้มโอขาวแตงกวา&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสินค้าจากชุมชนภายในพื้นที่อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&amp;nbsp;เป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324111351405</Link_News></row>
<row _id="497"><NewsTitle>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาเผยแพร่แนวทางการสะสม Energy points </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวฐิติลักษณ์&amp;nbsp;คำพา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เกียรติเป็นประธานในงานสัมมนาเผยแพร่แนวทางการสะสม&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;points&amp;nbsp;ภายใต้โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;(Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&amp;nbsp;(ชลบุรี&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;ตราด)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องแสนสุข&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;โรงแรมบางแสน&amp;nbsp;เฮอริเทจ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;บัณฑิตกมล&amp;nbsp;รองประธานคณะทำงานโครงการฯ,&amp;nbsp;นายรุ่งเรือง&amp;nbsp;สายพวรรณ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,&amp;nbsp;นายณัฎฐ์ธน&amp;nbsp;สาตรจีนพงษ์&amp;nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนต่างๆ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ท่ามกลางผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;ที่ตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;สถานประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&amp;nbsp;SME&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีที่มาจากการที่สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ได้ทำการสำรวจสภาพปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;และความต้องการการส่งเสริมสนับสนุนด้านการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานหลายประการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(SMEs)&amp;nbsp;ที่มีสภาพความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากขาดแนวทางและเงินทุนที่จะดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงสนับสนุนให้&amp;nbsp;สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ดำเนินโครงการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและลดต้นทุนในอุตสาหกรรมขนาด&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็น&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;Phase&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการจูงใจให้โรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;(SME)&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นระบบแบบง่ายๆ&amp;nbsp;ด้วยกลไกการสะสม&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;โดยได้รับ&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Point&amp;nbsp;ต่อเมื่อดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;ที่โครงการกำหนด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.ประกาศนโยบายด้านพลังงาน&amp;nbsp;2.แต่งตั้งผู้ประสานงานดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานในองค์กร&amp;nbsp;(Energy&amp;nbsp;Man)&amp;nbsp;3.วางแผนการอนุรักษ์พลังงานเบื้องต้นภายในองค์กร&amp;nbsp;4.ทบทวนแผนการอนุรักษ์พลังงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;เพื่อพร้อมนำไปปฏิบัติ&amp;nbsp;เมื่อได้รับ&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Point&amp;nbsp;แล้วสามารถนำมาแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านพลังงานต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การอบรมให้ความรู้&amp;nbsp;และการศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;การให้คำแนะนำแนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;และเงินทุนสนับสนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แสนบาทต่อนิติบุคคล&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ร่วมกันประชาสัมพันธ์และดำเนินโครงการให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภายในงานยังได้จัดการบรรยายเรื่อง&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;แนวทางเพื่อการประหยัดพลังงานสำหรับ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการบรรยายเรื่อง&amp;nbsp;แนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงาน&amp;nbsp;SME&amp;nbsp;จากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;รวมถึงบูธแนะนำอุปกรณ์ประหยัดพลังงานจากผู้ประกอบการโดยตรงอีกกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;038&amp;nbsp;288&amp;nbsp;507&amp;nbsp;/&amp;nbsp;081&amp;nbsp;002&amp;nbsp;6776&amp;nbsp;e-mail:&amp;nbsp;center.chonburi@gmail.com&amp;nbsp;,Facebook&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;official&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;Points&amp;nbsp;จังหวัดอื่นสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324113141416</Link_News></row>
<row _id="498"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม "ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท" ครั้งที่ 5/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอมโนรมย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;บริเวณวัดศรีเจริญ&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;รักษาราชการนายอำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลศิลาดาน&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5/2565&amp;nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&amp;nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&amp;nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&amp;nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เนื้อสุกร&amp;nbsp;(เนื้อแดง)&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;160&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื้อไก่&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&amp;nbsp;เนื้อจระเข้&amp;nbsp;ผักผลไม้&amp;nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัด&amp;nbsp;ตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่วัดศรีเจริญ&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์วันนี้&amp;nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนื้อหมู&amp;nbsp;เนื้อปลา&amp;nbsp;เนื้อจระเข้&amp;nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;รวมถึงสินค้าเกษตรส้มโอขาวแตงกวาเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&amp;nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&amp;nbsp;และราคาประหยัด&amp;nbsp;โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่วัดทรงเสวย&amp;nbsp;ตำบลหนองน้อย&amp;nbsp;อำเภอวัดสิงห์&amp;nbsp;และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&amp;nbsp;ตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&amp;nbsp;ตามอำเภอต่างๆ&amp;nbsp;จนครบทุกอำเภอ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp;"ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท"&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324120402436</Link_News></row>
<row _id="499"><NewsTitle>งานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ส่งออกระดับโลก และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้ ประจำปี พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนสามโก้วิทยาคม&amp;nbsp;ตำบลสามโก้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอสามโก้&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;นายวีระศักดิ์&amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;งานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;ส่งออกระดับโลก&amp;nbsp;และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวเอกรัตน์&amp;nbsp;นาคาคง&amp;nbsp;นายศักดิ์ดา&amp;nbsp;บรรดาศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนเข้าร่วมในพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอานนท์&amp;nbsp;บูรณะภักดี&amp;nbsp;นายอำเภอสามโก้&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายมะม่วงและสร้างโอกาส&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของอำเภอสามโก้&amp;nbsp;และผลไม้ต่างๆ&amp;nbsp;อย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;และภายในงานกิ่งกาชาดอำเภอสามโก้&amp;nbsp;ได้จัดให้มีการออกร้านกิ่งกาชาดพาโชค&amp;nbsp;เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของอำเภอสามโก้&amp;nbsp;ในด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้&amp;nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp;คนชรา&amp;nbsp;คนพิการ&amp;nbsp;และผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนสามโก้วิทยาคม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลสามโก้&amp;nbsp;อำเภอสามโก้&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายในงานกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ชมขบวนแห่ของดีอำเภอสามโก้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการแสดงเด็กนักเรียนของกลุ่มโรงเรียนสามโก้การประกวดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;กล้วยน้ำว้า&amp;nbsp;การประกวดพืชผักผลไม้ที่เป็นของดีอำเภอสามโก้&amp;nbsp;การแข่งขันทำมูนข้าวเหนียว&amp;nbsp;ยำมะม่วงลีลา&amp;nbsp;แข่งขันกินมะม่วงสุก&amp;nbsp;การประกวดพันธุ์วัวสวยงามของกลุ่มผู้เลี้ยงวัวสามโก้&amp;nbsp;การโชว์บอนสีสวยงามของกลุ่มบอนสีอำเภอสามโก้&amp;nbsp;และการประกวดร้องเพลงกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;นักร้องกิตติมศักดิ์และการออกร้านกิ่งกาซาดพาโชค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานมหกรรมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;ส่งออกระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเทศกาลของดีอำเภอสามโก้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ในการสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;และสำหรับสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;ที่นำมาจัดแสดงจำหน่าย&amp;nbsp;และจัดประกวดแข่งขันในครั้งนี้&amp;nbsp;ล้วนเป็นผลผลิตของเกษตรกรในอำเภอสามโก้ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงสีทอง&amp;nbsp;พืชผักต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นของเด่น&amp;nbsp;ของดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;ที่อำเภอสามโก้ภูมิใจนำเสนอให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมอนุรักษ์ประเพณีพื้นบ้านให้อยู่คู่หมู่บ้านชุมชน&amp;nbsp;ตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อ่างทอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142535476</Link_News></row>
<row _id="500"><NewsTitle>กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยรวม 3 ปี กว่า 30,000 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนมาจากจำนวนคดีความที่เข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลมากขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทั้งด้านบวกและลบแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&amp;nbsp;ต่างแสดงผลประกอบการที่เป็นบวก&amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามอง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&amp;nbsp;โดยพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจัดตั้งธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;7.92&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของกฎหมาย&amp;nbsp;ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน&amp;nbsp;ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งหรือมีธุรกิจเป็นของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีการจัดตั้งถึง&amp;nbsp;435&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทุนจดทะเบียนกว่า&amp;nbsp;572.91&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะที่รายได้ธุรกิจเฉลี่ยรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2561&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2563)&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพบว่า&amp;nbsp;มีจำนวน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;รายต่อปี&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสความต้องการที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายที่จะเติบโตตามการจัดตั้งธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;และจำเป็นต้องใช้บริการรับคำปรึกษาเพื่อดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;ทั้งด้านการเงิน&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;การระงับข้อพิพาท&amp;nbsp;และธุรกิจยังสามารถใช้สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นตัวช่วยในการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมายให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&amp;nbsp;ดำเนินธุรกิจอยู่จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;5,478&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;0.67&amp;nbsp;ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีมูลค่าทุนรวม&amp;nbsp;12,808.39&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;เป็นธุรกิจขนาดเล็กดำเนินธุรกิจในรูปบริษัทจำกัด&amp;nbsp;มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยจำนวนธุรกิจดังกล่าวทำให้คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก&amp;nbsp;จึงพร้อมเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&amp;nbsp;เป็นธุรกิจที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูง&amp;nbsp;หากลูกค้ามีความพึงพอใจในผลงาน&amp;nbsp;และเกิดการบอกต่อ&amp;nbsp;จะส่งผลให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324141407469</Link_News></row>
<row _id="501"><NewsTitle>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงครามจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย OTOP ทั้งสามอำเภอเพื่อระดมสมองในการจัดทำแผนสู่ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมกนกรัตน์รีสอรท์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลบ้านปรก&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ประธานเครือข่าย&amp;nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดผู้รับผิดชอบงาน&amp;nbsp;เข้าร่วมทบทวนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&amp;nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;แนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;การเป็นผู้ผลิตอย่างมืออาชีพ&amp;nbsp;จัดทำแนวทางการให้การสนับสนุนผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;ช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;และการจัดทำแผนปฏิบัติงานขยายเครือข่ายระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรมืออาชีพมาบรรยายและวิเคราะห์แนวทางให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในการดำเนินงานจากองค์กรของตนเองอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;เป็นการสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ให้คณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพกรอบแนวทางการดำเนินงานของเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&amp;nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์ได้พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ให้มีความสามรรถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324135647467</Link_News></row>
<row _id="502"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำรัฐบาล พร้อมสนับสนุนงบประมาณและนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ BCG Startup  ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงานมหกรรม&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;Investment&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บีโอไอ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;NIA&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน&amp;nbsp;วิสาหกิจเริ่มต้น&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;ก้าวสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเป็นอุตสาหกรรมในวงกว้างครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;สอดคล้องกับความพร้อมของประเทศไทย&amp;nbsp;ด้วยการต่อยอดจุดแข็งของประเทศ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;ความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และความสามารถในการนำผลผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;พร้อมมีห่วงโซ่อุปทานทางด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง&amp;nbsp;รวมทั้งการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อรองรับการลงทุนที่มี&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;และสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;เพื่อสร้างนวัตกรรมและยกระดับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจาก&amp;nbsp;บีโอไอ&amp;nbsp;เงินสนับสนุนจากกองทุนเพิ่มขีดความสามาถในการแข่งขันของประเทศซึ่งมีงบประมาณพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวดวงใจ&amp;nbsp;อัศวจินตจิตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;บีโอไอ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ถือเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;งานมหกรรม&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;Investment&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศในการสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;สู่การเป็น&amp;nbsp;Unicorn&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ธุรกิจ&amp;nbsp;วิสาหกิจเริ่มต้น&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯหรือ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;31,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&amp;nbsp;เพื่อร่วมพัฒนาเศรษฐกิจไทยควบคู่การอนุรักษ์&amp;nbsp;อุตสาหกรรม&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;จะมีส่วนช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหากได้รับการสนับสนุนอย่างครบวงจรและถูกจุด&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จก็จะเป็นการจุดประกายความหวังให้คนรุ่นใหม่รวมพลังกันเข้ามาพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายพันธุ์อาจ&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันปริมาณ&amp;nbsp;วิสาหกรรมเริ่มต้นของไทย&amp;nbsp;ในกลุ่มวิสาหกิจเทคโนโลยีเชิงลึก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Deep&amp;nbsp;Tech&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก&amp;nbsp;เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด&amp;nbsp;สำหรับวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;จัดเป็นกลุ่มที่มีการวิจัยและพัฒนาเข้มข้น&amp;nbsp;ในด้านการเกษตรอาหารและการแพทย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสาขาที่ประเทศไทยมีความสามารถระดับสูงในห่วงโซ่มูลค่าโลก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Global&amp;nbsp;Value&amp;nbsp;Chain&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหมาะสำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่ของไทยและดึงดูดทางนวัตกรรมในระดับนานาชาติเป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยตั้งเป้าหมายให้มีวิสาหกิจเกิดใหม่&amp;nbsp;100&amp;nbsp;รายภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งไปแล้วกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324133827460</Link_News></row>
<row _id="503"><NewsTitle>ยกระดับ 16 เทศกาลงานประเพณีไทย ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีนี้ได้คัดเลือกงานเทศกาล&amp;nbsp;ประเพณีที่มีความโดดเด่นมาส่งเสริมและยกระดับไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ประเพณีแห่สลุงหลวง&amp;nbsp;สืบสานกลองใหญ่&amp;nbsp;ปีใหม่เมืองนครลำปาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีภูไทรำลึก&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีปอยส่างลอง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน&amp;nbsp;บ้านหาดเสี้ยว&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีสืบสานงานนมัสการหลวงพ่อพระสุก&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศกาลเสน่ห์ชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถีย่านเมืองเก่าวิวาห์บาบ๋าภูเก็ต&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีบูชาพระธาตุ&amp;nbsp;ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองคนดี&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีห่มผ้าพระนอน&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเพณีทิ้งกระจาด&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงมหกรรมสืบสานพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;งานของดีเมืองนรา&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานเทศกาลและประเพณีดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สามารถช่วยให้เกิดการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเดินทาง&amp;nbsp;ศิลปินพื้นบ้าน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์และบริการทางวัฒนธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;โดยทุกกิจกรรมเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150224510</Link_News></row>
<row _id="504"><NewsTitle>พัฒนาเส้นทางเรือโดยสารไฟฟ้า 5 เส้นทางในปี 2565 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแผนพัฒนาเส้นทางเดินเรือสีเขียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูริพัฒน์&amp;nbsp;ธีระกุลพิศุทธิ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;เตรียมแผนการยกระดับความปลอดภัยทางน้ำเชิงรุก&amp;nbsp;โดยสำนักงานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&amp;nbsp;ร่วมกับภาคเอกชนในการเปิดเส้นทางให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้า&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเพื่อมาใช้ในระบบขนส่งทางน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นไปตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ตามแผนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจะเปิด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เส้นทางเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาโดยใช้เรือขนาดความยาว&amp;nbsp;23.97&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รองรับคนโดยสารได้จำนวน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้จำนวน&amp;nbsp;262,800&amp;nbsp;ลิตรต่อปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยตลอดเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมมีระยะทาง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เขตพระนคร&amp;nbsp;เขตดุสิต&amp;nbsp;เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย&amp;nbsp;และเขตปทุมวัน&amp;nbsp;ใช้เวลาเดินทางตลอดสายเพียง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;โดยต่อเรือไฟฟ้าจำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และนำของเดิมมาดัดแปลงอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;รวมเป็น&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ขนาดความยาว&amp;nbsp;9.90&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รองรับคนโดยสารได้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สามารถทดแทนการใช้น้ำมันได้จำนวน&amp;nbsp;40,420.20&amp;nbsp;ลิตรต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เส้นทางคลองแสนแสบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เส้นทางส่วนต่อขยายของ&amp;nbsp;กทม.(วัดศรีบุญเรือง-มีนบุรี)&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;11.5&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;มีเรือไฟฟ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;นำมาให้บริการประชาชนฟรี&amp;nbsp;ในเส้นทางคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย&amp;nbsp;รองรับคนโดยสารได้&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ร่วมกับโซลาร์เซลล์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เส้นทางคลองดำเนินสะดวก&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเส้นทางคลองดำเนินสะดวก&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ซึ่งมีเรือจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ติดตั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้าทดแทนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันสำหรับเรือเพลาใบจักรยาว(หางยาว)&amp;nbsp;ปัจจุบันให้บริการเดินเรือท่องเที่ยวคลองดำเนินสะดวกเรียบร้อยแล้วและร่วมกับเอกชน&amp;nbsp;พัฒนาเรือเพลาใบจักรยาววัสดุตัวเรือทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์&amp;nbsp;ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ซึ่งได้ต่อเรือและส่งมอบให้กรมเจ้าท่าเพื่อใช้เป็นต้นแบบของเรือในคลองดำเนินสะดวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp;Banpu&amp;nbsp;NEXT&amp;nbsp;e-Ferry&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าทางทะเล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ปัจจุบันเรือได้ย้ายจากอ่าวพังงา&amp;nbsp;มาให้บริการใน&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;(ท่าเรือสิชลซีฟู้ด)&amp;nbsp;ออกให้บริการล่องเรือรับประทานอาหาร&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;ระหว่างท่าเรือสิชล-เขาพลายดำ&amp;nbsp;ช่วงเวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.-17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยมีผู้ใช้บริการประมาณ&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;คนต่อวัน&amp;nbsp;ปัจจุบันหยุดการให้บริการชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;โครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นับเป็นโครงการที่มีส่วนสำคัญเป็นความร่วมมือระหว่างกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมและภาคเอกชน&amp;nbsp;ในการดำเนินการตามแผนพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรรมพลังงานไฟฟ้ามาใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสอดรับกับแผนพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบก&amp;nbsp;ช่วยลดมลพิษเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;ทั้งทางรถ&amp;nbsp;ราง&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150806519</Link_News></row>
<row _id="505"><NewsTitle>รองเลขาธิการ ศอ.บต.ร่วมชมแฟชั่นโชว์ Yala Fashion Show on the Sky ชุดป่าแดนใต้ ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าลายท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สู่ระดับสากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;ร่วมโครงการส่งเสริมวิถีไทย&amp;nbsp;วิถีถิ่น&amp;nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;Yala&amp;nbsp;fashion&amp;nbsp;show&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;sky&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดชมวิวสกายวอล์ค&amp;nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปิยะ&amp;nbsp;สุวรรณพฤกษ์&amp;nbsp;ประธานโครงการส่งเสริมวิถีไทย&amp;nbsp;วิถีถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สานสายใยไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรม&amp;nbsp;Yala&amp;nbsp;fashion&amp;nbsp;show&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;sky&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการผ้าในท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มครูผีเสื้อ&amp;nbsp;กลุ่มธาตุดิน&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;Adel&amp;nbsp;Kraf&amp;nbsp;กลุ่มอาดือนัน&amp;nbsp;กลุ่มนานาไอเดีย&amp;nbsp;กลุ่มศรียะลาบาติก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Eric&amp;nbsp;Choong&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อชุด&amp;nbsp;ป่าแดนใต้&amp;nbsp;ซึ่งมีแนวคิดในการออกแบบลวดลายผ้าป่าแดนใต้&amp;nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;ที่ทรงพระราชทานแก่ช่างฝีมือ&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดและเสริมรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจในงานฝีมือวิถีถิ่นอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และนอกจากนี้ภายในงานผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ยังได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์&amp;nbsp;โดยสวมใส่เสื้อลายผ้ายะลารวมใจ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดยะลา&amp;nbsp;สร้างความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;และถือได้ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145448501</Link_News></row>
<row _id="506"><NewsTitle>อบจ.นราธิวาส พร้อมร่วมพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอังคนา&amp;nbsp;พุฒิไพโรจน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&amp;nbsp;อบจ.นราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายบุญลือ&amp;nbsp;เทพษรเลขานุการ&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;นายประหยัด&amp;nbsp;เสนา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองคลัง&amp;nbsp;นางณิชนันทน์&amp;nbsp;โชติไพบูลย์พันธุ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักปลัด&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประชุมหารือแก้ไขปัญหาและวางแนวทางส่งเสริมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกังร่วมกับนายอาเรส&amp;nbsp;หะยีแวนาแว&amp;nbsp;สมาชิกสภา&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อ.เมืองนราธิวาส&amp;nbsp;และคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อรับฟังปัญหาของการท่องเที่ยวตลาดน้ำยะกัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;เพื่อวางกรอบและแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp;ทางเข้าออก&amp;nbsp;สถานที่จอดรถ&amp;nbsp;จัดให้มีเรือนำเที่ยวชมทัศนียภาพในชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนการจัดให้จุด&amp;nbsp;check-in&amp;nbsp;ให้นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ได้เก็บภาพบรรยากาศ&amp;nbsp;ซึ่งทางอบจ.นราธิวาส&amp;nbsp;จะนำข้อเสนอจากคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยวไปพิจารณาและหาแนวทางร่วมกับคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตลาดน้ำยะกัง&amp;nbsp;ถือเป็นการท่องเที่ยวชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตสามารถพัฒนายกระดับการให้บริการในทางกายภาพ&amp;nbsp;คุณภาพสินค้าอาหาร&amp;nbsp;และบรรยากาศธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่นักท่องเที่ยวสร้างความประทับใจในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถนำรายได้กลับมาสู่ชุมชนได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155524567</Link_News></row>
<row _id="507"><NewsTitle>แหล่งเงินและวงเงินที่ใช้ในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบความขัดแย้งรัสเซียกับยูเครน กว่า 80,000 ล้านบาท </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นายพรชัย&amp;nbsp;ฐีระเวช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์จาก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตการที่รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp;ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;แบ่งเป็นครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านหลังคาเรือน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกันตนในมาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11.2&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;นายจ้างจำนวน&amp;nbsp;490,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ประกันตนในมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จำนวนน&amp;nbsp;10.7&amp;nbsp;ล้านคร&amp;nbsp;ผู้ประกันตนในมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ผู้ใช้ก๊าซหุงต้มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ผู้ใช้ก๊าซ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ทั่วไป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;318,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์รับจ้าง&amp;nbsp;จำนวน157,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และผู้ขับรถแท็กซี่ที่อยู่ในโครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยใช้แหล่งเงินในการดำเนินมาตรการจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;39,520&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;กองทุนประกันสังคมวงเงิน&amp;nbsp;35,224&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;งบกลางจากสำนักงบประมาณ&amp;nbsp;3,740&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจากบริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,763&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวมวงเงินในการชดเชยทั้งสิ้นทั้งหมด&amp;nbsp;80,247&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193310749</Link_News></row>
<row _id="508"><NewsTitle>ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยรวม 3 ปี กว่า 30,000 ล้านบาท </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสินิตย์&amp;nbsp;เลิศไกร&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมาสร้างผลกระทบทั้งด้านบวกและลบแก่ภาคธุรกิจทั่วโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19&amp;nbsp;ต่างแสดงผลประกอบการที่เป็นบวก&amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามองคือ&amp;nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&amp;nbsp;โดยพบว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจจัดตั้งธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนแรกของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;7.92&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของกฎหมาย&amp;nbsp;ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน&amp;nbsp;ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันไปจนถึงผู้ที่มีความขัดแย้งหรือมีธุรกิจเป็นของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีการจัดตั้งถึง&amp;nbsp;435&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุนจดทะเบียนกว่า&amp;nbsp;572.91&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่รายได้ธุรกิจเฉลี่ยรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2561&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2563)&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลพบว่า&amp;nbsp;มีจำนวน&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;-&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;รายต่อปี&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสความต้องการที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายที่จะเติบโตตามการจัดตั้งธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;และจำเป็นต้องใช้บริการรับคำปรึกษาเพื่อดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;ทั้งด้านการเงิน&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;การระงับข้อพิพาท&amp;nbsp;และธุรกิจยังสามารถใช้สำนักงานกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นตัวช่วยในการประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมายให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินธุรกิจอยู่จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;5,478&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;0.67&amp;nbsp;ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่&amp;nbsp;และมีมูลค่าทุนรวม&amp;nbsp;12,808.39&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;เป็นธุรกิจขนาดเล็กดำเนินธุรกิจในรูปบริษัทจำกัด&amp;nbsp;มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยจำนวนธุรกิจดังกล่าวทำให้คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก&amp;nbsp;จึงพร้อมเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ธุรกิจกิจกรรมทางกฎหมาย&amp;nbsp;เป็นธุรกิจที่อาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูง&amp;nbsp;หากลูกค้ามีความพึงพอใจในผลงานและเกิดการบอกต่อ&amp;nbsp;จะส่งผลให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193004744</Link_News></row>
<row _id="509"><NewsTitle>ยืนยันภาพรวมทางการเงินการคลังของไทย ยังมีเสถียรภาพ การก่อหนี้สาธารณะไม่สูงเกินกว่าเพดาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำทีมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การคลัง&amp;nbsp;พลังงานและแรงงาน&amp;nbsp;กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;โดยกล่าวยอมรับว่า&amp;nbsp;นอกจากความรุนแรงของผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp;ที่มีมากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเพราะประชาชนไทยได้รับผลกระทบต่อไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้ออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ยังไม่คลี่คลาย&amp;nbsp;ในเวลาเดียวกันสัญญาณราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประกอบกับการลดกำลังการผลิตจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก&amp;nbsp;รวมถึงโอเปคที่ไม่เพิ่มกำลังการผลิต&amp;nbsp;จนเข้าสู่วิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ถือเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต&amp;nbsp;แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจออกทั้งด้านการเงินการคลังช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;ผ่านการดูแลของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยงานที่ดูแลเศรษฐกิจมหภาค&amp;nbsp;ทั้งธนาคารแห่งประเทศ&amp;nbsp;สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของไทยจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางการเงินคลัง&amp;nbsp;ทั้งนี้หลังเกิดความต้องการพลังงานและสินค้าบางประเภทสูงเกินกว่าที่จะผลิตได้ทัน&amp;nbsp;ส่งผลต่อราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกีดกันทางการค้า&amp;nbsp;จึงเป็นเหตุอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;พร้อมยืนยันเสถียรภาพการเงินการคลังของไทย&amp;nbsp;ไม่สูงเกินกว่าเพดานหนี้สาธารณะแม้จะปรับเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงฐานะการคลังของรัฐบาลในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564-กุมพาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;901,414&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,429,194&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน&amp;nbsp;394,465&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้เงินคงคลัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;418,588&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนความกังวลต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย&amp;nbsp;คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้าโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กนง.ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จะมีการประชุมอีกครั้งปลายเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;ส่วนสภาพคล่องด้านเสถียรภาพทางการเงินของภาคเอกชน&amp;nbsp;และธนาคารพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินภายในระบบสถาบันกาเรงิน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้งบประมาณปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประเทศไทยขาดดุลประมาณ&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185619700</Link_News></row>
<row _id="510"><NewsTitle>พช.ปทุมธานี  ดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดปทุมธานี สู่มาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูถัมภ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลคลองหนึ่ง&amp;nbsp;อำเภอคลองหลวง&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;นายพงษ์เทพ&amp;nbsp;รุ่งเรือง&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;สู่มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สุพจน์&amp;nbsp;ทรายแก้ว&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ&amp;nbsp;นางรัตนาวดี&amp;nbsp;ครุยทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ&amp;nbsp;แก่กลุ่มผู้ผลิต&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;ที่จะทำให้มีคุณภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;และเป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;ตามหลัก&amp;nbsp;เกณฑ์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;กำหนด&amp;nbsp;ช่วงเช้า&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;สนับสนุนวิทยากรบรรยาย&amp;nbsp;"แนวทางการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน"&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ช่วงบ่าย&amp;nbsp;แบ่งกลุ่มผู้ประกอบการตามผลิตภัณฑ์ออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สถานีแรก&amp;nbsp;ประเภทอาหาร&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเภทเครื่องดื่ม&amp;nbsp;และสถานที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรประจำกลุ่มให้คำแนะนำวิธีการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์เชิงลึก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ปทุมธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324172133653</Link_News></row>
<row _id="511"><NewsTitle>เดินหน้าคัดกรองผู้จำหน่ายจริงตามราคา 80 บาท พร้อมเริ่มจำหน่ายงวดแรก 2 พฤษภาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายลวรณ&amp;nbsp;แสงสนิท&amp;nbsp;ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาพรวมของการดำเนินการทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่กรุเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;เสร็จสิ้น&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;151&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการทำสัญญารับสลากไปจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มงวดวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทำให้ยอดรวมของจุดจำหน่ายโครงการสลาก&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ขณะนี้มีทั้งหมด&amp;nbsp;228&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;จังหวัด)&amp;nbsp;ส่วนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการในจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ภาคอื่นๆ&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการคัดเลือกอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการคัดกรองผู้ลงทะเบียนซื้อ-จองล่วงหน้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งในส่วนของรายเดิม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;และที่สมัครใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ&amp;nbsp;โดยจะใช้การตรวจสอบการจำหน่ายจริงตามราคาและข้อมูลจากภาครัฐมาประกอบการพิจารณา&amp;nbsp;เพื่อให้การคัดกรองมีความแม่นยำถูกต้อง&amp;nbsp;และได้ผู้ที่ทำอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวจริงในปัจจุบัน&amp;nbsp;ไม่ใช่ผู้ที่นำสลากไปจำหน่ายต่อให้แก่พ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสลากฯ&amp;nbsp;ได้มีการทดสอบระบบ&amp;nbsp;ให้ผู้ซื้อสลาก&amp;nbsp;Scan&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;จากผู้จำหน่ายสลาก&amp;nbsp;เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้จำหน่ายสลากจริงในราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตั้งแต่งวดวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงงวดวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และจะดำเนินการตรวจสอบการเป็นผู้จำหน่ายสลากจริงด้วยวิธีดังกล่าวอีกอย่างน้อยจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;ในภายหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่การจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ระหว่างพัฒนาระบบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185211693</Link_News></row>
<row _id="512"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี เร่งติดตามผลการดำเนินโครงการ ฯ เสริมสร้างศักยภาพ ฐานการผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม เชื่อมโยงการท่องเที่ยวคุณภาพ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ให้ท้องถิ่นมีศักยภาพความพร้อมทุกด้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;,&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงาจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพริบพรี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;เร่งการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โดยมุ่งให้ท้องถิ่นมีศักยภาพความพร้อม&amp;nbsp;ภายใต้กลไกประชารัฐในพื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;โดยยึดหลักความต้องการของคนในพื้นที่&amp;nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;มาสร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;โดยดึงของดี&amp;nbsp;ทั้งพืชเกษตร&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้ติดตามโครงการ&amp;nbsp;เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาการค้า&amp;nbsp;การลงทุน&amp;nbsp;และการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สนองยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;ซึ่งบางโครงการได้ขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ&amp;nbsp;และยกเลิกโครงการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเปิดโลกทะเลโคลน&amp;nbsp;ของด&amp;nbsp;เนื่องจากความไม่พร้อมของสถานที่&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้นำงบประมาณจากโครงการที่ยกเลิก&amp;nbsp;ไปให้โครงการที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;ให้ดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ถนนคนเดิน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;และขนมหวานเมืองเพชร&amp;nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและบริการเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324181640670</Link_News></row>
<row _id="513"><NewsTitle>ส.ปชส.สตูล จัด Press Tour วันเดย์ทริป ฟื้นเมืองสตูล ท่องเที่ยวน้ำตกวังสายทอง - ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ - ล่องแก่งวังสายทอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;Press&amp;nbsp;Tour&amp;nbsp;ฟื้นเมืองสตูล&amp;nbsp;รับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางบกและทางทะเล&amp;nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์ฟื้นเมืองสตูล&amp;nbsp;รับการท่องเที่ยวหลังโควิด-19&amp;nbsp;คลาย&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;Universal&amp;nbsp;Prevention&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้แทนด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;,สื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และเครือข่ายประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ทริปแรก&amp;nbsp;จัดไปแล้ววันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่าน&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;Trip&amp;nbsp;เที่ยวทะเลครบจบใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;กับเส้นทาง&amp;nbsp;"มหัศจรรย์สันหลังมังกร-อ่าวตะโละวาว&amp;nbsp;เกาะตะรุเตา"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวทางบก&amp;nbsp;มีน้ำตกวังสายทอง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ล่องแก่งวังสายทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;Trip&amp;nbsp;เที่ยววันเดียวจบใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการล่องแก่งวังสายทอง&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;มีการทำ&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;ทุกราย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้เปิดให้บริการ&amp;nbsp;หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทุกแห่งมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ล่องแก่ง&amp;nbsp;เที่ยวถ้ำเจ็ดคต&amp;nbsp;และน้ำตกวังสายทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อดีของการท่องเที่ยววังสายทองคือ&amp;nbsp;เที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โล่ง&amp;nbsp;โปร่ง&amp;nbsp;มีแสงแดด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่กว้างและระบายอากาศ&amp;nbsp;ดีมาก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สถานประกอบการมีความหลากหลายให้เลือกใช้บริการ&amp;nbsp;ราคาตั้งแต่&amp;nbsp;600&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ความหลากหลายตรงนี้เป็นจุดแข็งของวังสายทอง&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี&amp;nbsp;เพราะความหลากหลาย&amp;nbsp;สถานประกอบการแต่ละแห่ง&amp;nbsp;มีสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;สามารถจัดอบรม&amp;nbsp;สัมมนา&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสเดียวกันนี้&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านทางบกที่ด่านวังประจัน&amp;nbsp;อ.ควนโดน&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;ซึ่งมติที่ประชุมของ&amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เห็นชอบให้จังหวัดสตูลเปิดด่านทางบกในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324191843732</Link_News></row>
<row _id="514"><NewsTitle>หนองคาย คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภาศึกษาดูงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เชื่อมโยงภูมิภาคที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;โดยได้ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;และรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับ&amp;nbsp;สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคไทย-จีน-ลาว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ธนะศักดิ์&amp;nbsp;ปฏิมาประกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ได้เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค&amp;nbsp;ที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;มีนายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางสาวสิริมา&amp;nbsp;วัฒโน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและนำศึกษาดูงาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยในช่วงเช้าได้ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดโพธิ์ชัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พระอารามหลวง&amp;nbsp;วัดที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพระใส&amp;nbsp;พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย&amp;nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโขง&amp;nbsp;หน้าวัดลำดวน&amp;nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลานที่มีพญานาคคู่ขนาดใหญ่&amp;nbsp;ถือเป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงบ่าย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ธนะศักดิ์&amp;nbsp;ปฏิมาประกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;พร้อมคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับ&amp;nbsp;สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;และแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคไทย-จีน-ลาว&amp;nbsp;โดยมีนางสาวสิริมา&amp;nbsp;วัฒโน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมปทุมเทวาภิบาล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดหนองคาย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;พลเรือเอก&amp;nbsp;ชุมนุม&amp;nbsp;อาจวงษ์&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเดินทางมาศึกษาดูงานและร่วมประชุมกับจังหวัดหนองคายครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะของทางจังหวัด&amp;nbsp;ในการเตรียมการเพื่อเปิดประเทศ&amp;nbsp;เพราะว่าจังหวัดหนองคายจะเป็นจุดสำคัญ&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเส้นทางรถไฟไทย-จีนผ่านมาทางนี้&amp;nbsp;จึงได้มาดูการเตรียมความพร้อมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการป้องกันและควบคุมโรค&amp;nbsp;และการเตรียมการในการรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการประกาศออกมาแล้วว่าจะมีการเปิดประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดหนองคายคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ต้นเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;กิจการท่องเที่ยวก็จะได้รับการฟื้นฟู&amp;nbsp;สามารถกลับมามีรายได้เข้าประเทศเช่นเดิมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;กล่าวต่อไปอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากที่ได้รับฟังบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวมไปถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ทั่วไป&amp;nbsp;พบว่ามีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;เป็นจำนวนมากที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;เพียงแต่ว่าในการเชื่องโยงการท่องเที่ยวแบบภูมิภาคที่เป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;และตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ที่ต้องมีการเน้นในการทำกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย&amp;nbsp;เป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ที่อุดรฯ&amp;nbsp;ก็จะมีการจัดพืชสวนโลกที่เป็นนานาชาติ&amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ก็จะมีการขยายกีฬาร่มร่อนให้เป็นกีฬาในระดับโลกต่อไป&amp;nbsp;และทางคณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ยังได้ขอให้มีการจัดทำข้อมูลเป็นสถิติ&amp;nbsp;ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ&amp;nbsp;ที่เดินทางจาก&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;เข้ามาในไทย&amp;nbsp;ว่ามีพฤติกรรมในการท่องเที่ยวอย่างไร&amp;nbsp;จุดขายที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวคืออะไร&amp;nbsp;แล้วจะได้มีการพัฒนาจุดขายดังกล่าวให้มีการขยายตัวรับนักท่องเที่ยวตามยุทธศาสตร์ชาติได้เพิ่มขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324191931734</Link_News></row>
<row _id="515"><NewsTitle>จังหวัดมุกดาการ จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม "เวียดทาวน์มุก" วันที่ 1-3 เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดมุกดาการ&amp;nbsp;จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม&amp;nbsp;"เวียดทาวน์มุก"&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เม.ย.นี้&amp;nbsp;ชมศิลปวัฒนธรรมของชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิดดื่มด่ำกับอาหารสไตล์เวียดนามตลอดการจัดงาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องแก้วมุกดา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรงเรียนพลอยพาเลช&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าว&amp;nbsp;ร่วมด้วย&amp;nbsp;นางสาววรรณา&amp;nbsp;บุตรดีสิงห์&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;นายธัชชัย&amp;nbsp;ใจคง&amp;nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุข&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;นายคณิต&amp;nbsp;ปัญติโย&amp;nbsp;นายกสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวเขตนครพนม&amp;nbsp;และประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ในการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;Viet&amp;nbsp;town&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเสริมเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสนุก&amp;nbsp;(&amp;nbsp;เที่ยวสนุก&amp;nbsp;สุขสบาย&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และรองรับนักท่องเที่ยวจากการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;และจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;ทั้งประเภทหญิงและประเภทชาย&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นหลัก&amp;nbsp;โดยมีจุด&amp;nbsp;Start&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Finnich&amp;nbsp;อยู่หอแก้วมุกดาหาร&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&amp;nbsp;ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้&amp;nbsp;จะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม&amp;nbsp;ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด&lt;/strong&gt;ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม&amp;nbsp;ของดีจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ให้ชาวต่างประเทศได้รับรู้และกลับมาเยือนอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ร่วมกับสมาคมไทย-เวียดนาม&amp;nbsp;และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกันจัดงาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมประซาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;"Viet&amp;nbsp;town&amp;nbsp;เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;Xin&amp;nbsp;Chao&amp;nbsp;เวียดทาวน์มุก&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนห้าแยก&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริเวณถนนสองนางสถิตย์&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นางสาววรรณา&amp;nbsp;บุตรดีสิงห์&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;แบ่งออกเป็นสองช่วงในแต่ละวัน&amp;nbsp;โดยในช่วงเช้า&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.00-10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ซึมซับวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายเวียดนามและดื่มด่ำกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนห้าแยก&amp;nbsp;และชื่นชมวัฒนธรรมทางด้าน&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ที่โดดเด่น&amp;nbsp;ช่วงเย็น&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สัมผัสและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการตกแต่งสไตล์เวียดนามด้วย&amp;nbsp;ผ้า&amp;nbsp;โคมเวียด&amp;nbsp;และแสงไฟ&amp;nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมซม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสี่แยกธนาคารกรุงเทพดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบกับการแสดงในพิธีเปิด&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.00-19.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จากกลุ่มสตรีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามพร้อมเชิญคณะแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมสนุกด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีศิลปิน&amp;nbsp;Danu&amp;nbsp;กลับมาร่วมสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงานอีกครั้ง&amp;nbsp;หลังจากได้สร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวมุกดาหารในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;Muk&amp;nbsp;Street&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;2022&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มต้นความสนุกจากกลุ่มแม่ๆ&amp;nbsp;สตรีในชุมชน&amp;nbsp;มาร่วมสร้างขบวนบาร์สโลปกับบทเพลงและจังหวะสนุกๆ&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ผู้มาร่วมงานได้ร่วมสนุกด้วยกันบนท้องถนนแห่งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไฮไลท์วันสุดท้ายของงาน&amp;nbsp;ร่วมชมและให้กำลังใจผู้แช่งขันทำเมนูอาหาร&amp;nbsp;จานสร้างสรรค์จากหมูยอ&amp;nbsp;และการแข่งขันการจัดจานอาหารแหนมเนืองในรูปแบบสร้างสรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินวง&amp;nbsp;หมาเก้าหาง&amp;nbsp;(Makaohang)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศิลปินที่นำดนตรีแจ๊สมาผสมผสานกับดนตรีพื้นถิ่น&amp;nbsp;ที่มาร่วมสร้างสีสรรให้กับผู้ร่วมงานในครั้งนี้&amp;nbsp;และในทุกๆวัน&amp;nbsp;ยังมีมหกรรมสินค้าและอาหาร&amp;nbsp;ของดีเมืองมุกดาหารให้เลือกจับจ่ายตลอดทั้งงาน&amp;nbsp;รวมทั้งนิทรรศการวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายเวียดนามให้ได้ศึกษาและรับชม&amp;nbsp;ด้วยกิจกรรมดนตรีหลากหลาย&amp;nbsp;เดินชม&amp;nbsp;ถ่ายรูปและเช็คอินผลงานสร้างสรรค์ของทีมงาน&amp;nbsp;Muk&amp;nbsp;Street&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;ที่ยังคงกลิ่นอายให้ผู้มาร่วมงานได้ชื่นชม&amp;nbsp;และยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับผู้มาร่วมงานทุกวันร่วม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;รายการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาด&lt;/strong&gt;ของไวรัสโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324195355762</Link_News></row>
<row _id="516"><NewsTitle>ส.ปชส.สตูล จัด Press Tour วันเดย์ทริป ฟื้นเมืองสตูล ท่องเที่ยวน้ำตกวังสายทอง - ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ - ล่องแก่งวังสายทอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;Press&amp;nbsp;Tour&amp;nbsp;ฟื้นเมืองสตูล&amp;nbsp;รับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางบกและทางทะเล&amp;nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์ฟื้นเมืองสตูล&amp;nbsp;รับการท่องเที่ยวหลังโควิด-19&amp;nbsp;คลาย&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;Universal&amp;nbsp;Prevention&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้แทนด้านสาธารณสุข&amp;nbsp;,สื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และเครือข่ายประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ทริปแรก&amp;nbsp;จัดไปแล้ววันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่าน&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;Trip&amp;nbsp;เที่ยวทะเลครบจบใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;กับเส้นทาง&amp;nbsp;"มหัศจรรย์สันหลังมังกร-อ่าวตะโละวาว&amp;nbsp;เกาะตะรุเตา"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำคณะโดย&amp;nbsp;นายจรัส&amp;nbsp;บำรุงเสนา&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวทางบก&amp;nbsp;มีน้ำตกวังสายทอง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศึกษาวิถีชีวิตของชนเผ่ามันนิ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ล่องแก่งวังสายทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางบกแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;Trip&amp;nbsp;เที่ยววันเดียวจบใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการล่องแก่งวังสายทอง&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;มีการทำ&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;ทุกราย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมาที่ได้เปิดให้บริการ&amp;nbsp;หลังจากปิดการให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทุกแห่งมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ล่องแก่ง&amp;nbsp;เที่ยวถ้ำเจ็ดคต&amp;nbsp;และน้ำตกวังสายทอง&amp;nbsp;ข้อดีของการท่องเที่ยววังสายทองคือ&amp;nbsp;เที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;โล่ง&amp;nbsp;โปร่ง&amp;nbsp;มีแสงแดด&amp;nbsp;พื้นที่กว้างและระบายอากาศ&amp;nbsp;ดีมาก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สถานประกอบการมีความหลากหลายให้เลือกใช้บริการ&amp;nbsp;ราคาตั้งแต่&amp;nbsp;600&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ความหลากหลายตรงนี้เป็นจุดแข็งของวังสายทอง&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี&amp;nbsp;เพราะความหลากหลาย&amp;nbsp;สถานประกอบการแต่ละแห่ง&amp;nbsp;มีสิ่งอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;ที่พัก&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;สามารถจัดอบรม&amp;nbsp;สัมมนา&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โอกาสเดียวกันนี้&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการเปิดด่านทางบกที่ด่านวังประจัน&amp;nbsp;อ.ควนโดน&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;ซึ่งมติที่ประชุมของ&amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เห็นชอบให้จังหวัดสตูลเปิดด่านทางบกในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324224546789</Link_News></row>
<row _id="517"><NewsTitle>จังหวัดระยองคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&amp;nbsp;"เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;มีนายวรวุฒิ&amp;nbsp;ด่านสมพงศ์&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&amp;nbsp;เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&amp;nbsp;"เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&amp;nbsp;พร้อมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผลความสำเร็จไปยังชุมชนอื่นๆ&amp;nbsp;ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน&amp;nbsp;สร้างโอกาส&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324232133794</Link_News></row>
<row _id="518"><NewsTitle>เปิดโอกาสผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรม BCG ผ่านโครงการดีพร้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐพล&amp;nbsp;รังสิตพล&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือดีพร้อม&amp;nbsp;(DIPROM)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ดีพร้อม&amp;nbsp;ได้เน้นแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;nbsp;โดยมุ่งเป้ากลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่&amp;nbsp;หรือสตาร์ทอัพ&amp;nbsp;ที่มีจุดเด่นด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;เกิดนวัตกรรมสนับสนุนและแก้ปัญหาในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ผ่านมา&amp;nbsp;ดีพร้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมตั้งแต่การติดอาวุธเพิ่มเติมทักษะการประกอบการเพื่อให้เกิดโมเดลธุรกิจที่พร้อมต่อยอดกิจการและการเชื่อมโยงไปยังแหล่งเงินทุนคุณภาพสำหรับผู้ประกอบการในระยะเติบโต&amp;nbsp;ผ่านโครงการดีพร้อมสตาร์ทอัพ&amp;nbsp;คอนเน็ค&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมเป็นปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้รับการคัดเลือกจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอโมเดลธุรกิจ&amp;nbsp;ตั้งเป้าให้เกิดการร่วมลงทุนในปีนี้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในปีนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต่างจากการดำเนินงานที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจะเน้นขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย&amp;nbsp;ดีพร้อมแคร์&amp;nbsp;(DIPROM&amp;nbsp;CARE)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศอุตสาหกรรม&amp;nbsp;มุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์ร่วม&amp;nbsp;(BCG)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรับรูปแบบการส่งเสริมให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ของแต่ละธุรกิจ&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ&amp;nbsp;เครือข่ายเงินทุน&amp;nbsp;เครือข่ายตลาดและเครือข่ายวิชาการ&amp;nbsp;มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมร่วม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Co-Creation&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเอกชนรายใหญ่&amp;nbsp;เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน&amp;nbsp;โดยมีบริษัทใหญ่จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บริษัทร่วมโครงการ&amp;nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมการทดลองใช้นวัตกรรม&amp;nbsp;หรือโซลูชั่นส์ในตลาดจริง&amp;nbsp;ถือเป็นมิติใหม่&amp;nbsp;ของการพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการและง่ายต่อการขยายผลในเชิงธุรกิจและเป็นก้าวสำคัญที่ดีพร้อมมุ่งส่งเสริมในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะสำคัญ&amp;nbsp;โดยในระยะเริ่มต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Early&amp;nbsp;Stage)&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Delta&amp;nbsp;x&amp;nbsp;DIProm&amp;nbsp;Angel&amp;nbsp;Fund&amp;nbsp;บ่มเพาะผู้ประกอบการให้มีทักษะทางธุรกิจและทำกิจกรรม&amp;nbsp;Hackatron&amp;nbsp;ร่วมกับบริษัท&amp;nbsp;Delta&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SCG&amp;nbsp;ในฐานะแองเจิ้ล&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นปีที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และเมื่อผู้ประกอบการผ่านกระบวนการบ่มเพาะจนมีทักษะเชี่ยวชาญก็จะเข้าสู่ระยะเติบโต&amp;nbsp;จะดำเนินการส่งต่อผู้ประกอบการสู่โครงการ&amp;nbsp;สตาร์ทอัพ&amp;nbsp;คอนเน็ค&amp;nbsp;เพื่อเข้าสู่สนามการนำเสนอโมเดลธุรกิจเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนต่อยอดนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;พร้อมสร้างเครือข่ายคุณภาพผ่านโครงการดีพร้อมฮีโร่&amp;nbsp;และในระยะเข้มแข็ง&amp;nbsp;เชื่อมโยงผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสู่ตลาดเงินทุน&amp;nbsp;DIPROM&amp;nbsp;Capital&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;โดยในทุกระยะของการส่งเสริม&amp;nbsp;ดีพร้อม&amp;nbsp;วางแผนสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินติดเสริมเกราะผู้ประกอบการในเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีภาคเอกชนเจ้าของเงินทุนพร้อมสนับสนุนอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ถือเป็นการพัฒนาเครือข่ายสตาร์ตอัพคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย&amp;nbsp;ที่พร้อมเชื่อมโยงสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102532833</Link_News></row>
<row _id="519"><NewsTitle>พาณิชย์แพร่ แจ้งราคาข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2564/2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปรัง&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;มีการปรับราคา&amp;nbsp;เนื่องจากตลาดปลายทางปรับราคารับซื้อสูงขึ้นอีก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปรัง&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดแพร่มีพื้นที่การเพาะปลูก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;29,597&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;17,776.27&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นข้าวเปลือกเหนียวพันธุ์สันป่าตอง&amp;nbsp;กข.10&amp;nbsp;ปรับราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;420-500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;เนื่องจากตลาดปลายทางปรับราคารับซื้อสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ราคารับซื้อวันนี้&amp;nbsp;9,500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ปรับขึ้น&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;ราคารับซื้อวันนี้&amp;nbsp;8,070&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ปรับขึ้น&amp;nbsp;420บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112442882</Link_News></row>
<row _id="520"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวันเพ็ญ&amp;nbsp;มังศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายธีรวุฒิ&amp;nbsp;คล้ายเคลื่อน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมตรีวัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวันเพ็ญ&amp;nbsp;มังศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรกรเพชรบุรีมีความพร้อมสร้างผลผลิตทางการเกษตรทุกประเภทและมีคุณภาพ&amp;nbsp;พร้อมติดตามผลให้เป็นไปตามแผนที่จะดำเนินการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการผลิตข้าว&amp;nbsp;เร่งหาปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จัดวางแผน&amp;nbsp;การผลิตข้าว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและชุมชน&amp;nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการ&amp;nbsp;ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&amp;nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&amp;nbsp;ได้อนุมัติวงเงินกู้ของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โรงสีทวีรวมมิตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และโรงสีสมบัติประเสริฐ&amp;nbsp;โดยการประชุมครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;รวมถึงโครงการอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวเนื่องกับผลผลิตข้าวในจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์&amp;nbsp;และเพื่อพิจารณาการขอรับการชดเชยดอกเบี้ยขอผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325132503925</Link_News></row>
<row _id="521"><NewsTitle>ธนาคารออมสิน ฉลองครบรอบ 109 ปี มอบกระปุกชิงช้าสวรรค์ เป็นของขวัญเมื่อฝาก 500 บาทขึ้นไป </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารออมสินเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งธนาคารเป็นปีที่&amp;nbsp;109&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจัดทำของขวัญชิ้นพิเศษ&amp;nbsp;กระปุกชิงช้าสวรรค์&amp;nbsp;มอบให้แก่ลูกค้าเงินฝากทุกประเภทบัญชีตามที่ธนาคารกำหนด&amp;nbsp;ที่ฝากเงินตั้งแต่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาทขึ้นไป&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในปัจจุบัน&amp;nbsp;จึงกำหนดให้มีการลงทะเบียนจองสิทธิฝากเงินล่วงหน้า&amp;nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการที่สาขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในวันที่&amp;nbsp;28-31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.gsb.or.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.gsb.or.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;และช่องทาง&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;:&amp;nbsp;@GSBsociety&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;กำหนด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เลขบัตรประชาชน&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สิทธิ&amp;nbsp;เลือกฝากเงินได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ช่องทาง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สาขาธนาคาร&amp;nbsp;เครื่องรับฝากเงิน&amp;nbsp;(ADM)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;แอป&amp;nbsp;MyMo&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ให้นำภาพถ่ายหน้าจอการลงทะเบียนจองสิทธิพร้อมหลักฐานการฝากเงินติดต่อรับกระปุกได้ในวันที่&amp;nbsp;1-4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำหรับเด็กที่เกิดในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธนาคารฯ&amp;nbsp;จะมอบเงินขวัญถุง&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อเริ่มต้นปลูกฝังสร้างเสริมวินัยการออมตั้งแต่แรกเกิด&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&amp;nbsp;โดยบิดาหรือมารดาเด็กที่มีสัญชาติไทย&amp;nbsp;สามารถนำสูติบัตรฉบับจริง&amp;nbsp;พร้อมบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดา&amp;nbsp;มาแสดงตัวตนที่สาขาธนาคารออมสินภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325204149145</Link_News></row>
<row _id="522"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในร้านค้าทั้งของเอกชน รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรต่างๆในพื้นที่จังหวัดตรังทั้ง 10 อำเภอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;รวมทั้งยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชในร้านค้าทั้งของเอกชน&amp;nbsp;รวมทั้งสหกรณ์การเกษตรต่างๆในพื้นที่จังหวัดตรังทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในการครอบครอง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์ที่ปุ๋ยภายในประเทศกำลังเข้าสู่วิกฤติขาดแคลน&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดสงครามสู้รบระหว่างรัสเซีย&amp;nbsp;และยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเทศต้นทางผลิตแม่ปุ๋ยสำคัญที่ประเทศไทยสั่งนำเข้า&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณปุ๋ยในประเทศขาดแคลน&amp;nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของเกษตรกร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่า&amp;nbsp;แต่ละร้านไม่มีการกักตุนปุ๋ย&amp;nbsp;และทุกร้านขาดแคลน&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยหลายแห่ง&amp;nbsp;ประสบปัญหาจำหน่ายปุ๋ยไม่ได้&amp;nbsp;เนื่องจากราคาแพงเกษตรกรรายย่อยไม่มีกำลังซื้อ&amp;nbsp;ทำให้ขายยากมากกว่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยแต่ละวันร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยจะมีเกษตรกรเดินทางมาสอบถามราคา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อจะซื้อจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่ก็ต้องล่าถอยกลับไป&amp;nbsp;เนื่องจากสู้ราคาไม่ไหว&amp;nbsp;โดยที่ทางร้านจำหน่ายเองไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นเองแต่อย่างใด&amp;nbsp;แต่ราคาปุ๋ยมีราคาแพงตั้งแต่บริษัทต้นทางที่สั่งซื้อเข้ามา&amp;nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายปุ๋ยรายใหญ่&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;ซึ่งลูกค้ามีทั้งรายย่อย&amp;nbsp;และเจ้าของสวนแปลงใหญ่&amp;nbsp;ก็พบว่าไม่มีการกักตุนปุ๋ยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;และปุ๋ยมีน้อยไม่เพียงพอจำหน่าย&amp;nbsp;โดยนายธีระชัย&amp;nbsp;โกวิทย์วัฒนไพศาล&amp;nbsp;เจ้าของร้าน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สินค้าที่มีอยู่ในโกดัง&amp;nbsp;มีเจ้าของสวนจ่ายเงินซื้อไว้ทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;ทั้งรายเล็ก&amp;nbsp;รายใหญ่&amp;nbsp;แต่เจ้าของสวนไม่มีที่เก็บ&amp;nbsp;จึงฝากเก็บไว้ภายในโคดังของร้านต่อไป&amp;nbsp;ทำให้ทางร้านประสบปัญหาต่อเนื่องคือ&amp;nbsp;โกดังไม่มีพิ้นที่ว่างสำหรับเก็บปุ๋ยล๊อตใหม่ที่จะเข้ามา&amp;nbsp;นอกจากนั้นในการสั่งซื้อปุ๋ยจากบริษัทนำเข้าและผู้ผลิตปุ๋ยภายในประเทศพบว่า&amp;nbsp;ทางร้านสั่งซื้อยากมากขึ้น&amp;nbsp;เพราะบริษัทปิดการขาย&amp;nbsp;และหากจะสั่งซื้อเพียงสูตรใดสูตรหนึ่งก็ไม่ได้&amp;nbsp;จะต้องสั่งซื้อคละสูตรกัน&amp;nbsp;และปุ๋ยหายาก&amp;nbsp;โดยขณะนี้เมื่อปุ๋ยที่มาใหม่มีน้อยมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางร้านจะแบ่งขายกระจายให้แก่ลูกค้า&amp;nbsp;จะไม่ขายให้ใครจำนวนมากตามที่ต้องการเหมือนเมื่อก่อน&amp;nbsp;เพื่อแบ่งๆกันไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ท&lt;strong&gt;างด้านนายชนินทร์&amp;nbsp;ศิริขันตยกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย&amp;nbsp;เนื่องจากราคาปุ๋ยในปัจจุบันนี้มีราคาเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยรอบนี้กระทรวงพานิชย์เป็นเจ้าภาพลงตรวจ&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรดูแลเรื่อง&amp;nbsp;พ.ร.บ.ปุ๋ย&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบราคาสูงขึ้นจริงๆ&amp;nbsp;โดยร้านไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา&amp;nbsp;แต่สูงขึ้นเพราะกลไกราคา&amp;nbsp;การลงตรวจสอบ&amp;nbsp;จึงได้ให้ข้อมูลแก่เกษตรกร&amp;nbsp;และไขข้อสงสัยให้กับเกษตรกรด้วย&amp;nbsp;จากการตรวจร้านขายปุ๋ยไม่พบการสต๊อกปุ๋ย&amp;nbsp;ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยได้ชี้แจงว่ากลไกผันผวนตามสถานการณ์โลก&amp;nbsp;และสงคราม&amp;nbsp;ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งร้านกำหนดราคาขายตามราคาอ้างอิงจากบริษัทใหญ่&amp;nbsp;ทำให้ราคาปุ๋ยแต่ละวันไม่นิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรคิดว่าร้านเป็นคนขึ้นราคา&amp;nbsp;แต่ความจริงไม่ใช่&amp;nbsp;ซึ่งทางหน่วยงานได้เข้ามาเก็บข้อมูลต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ตรงจุดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางสาวจัณฑิมา&amp;nbsp;สันติสุข&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีร้านขายปุ๋ย&amp;nbsp;ยาปราบวัชพืช&amp;nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;โดยทางชุดตรวจสอบจะสุ่มตรวจทั้งร้านจำหน่ายรายใหญ่&amp;nbsp;และรายเล็กทั้งหมด&amp;nbsp;โดยพบว่าขณะนี้ในจังหวัดตรังขาดแคลนปุ๋ย&amp;nbsp;เนื่องจากทางร้านได้สั่งซื้อปุ๋ยไปยังบริษัทปุ๋ย&amp;nbsp;แต่บริษัทส่งปุ๋ยล่าช้า&amp;nbsp;ในขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการแม่ปุ๋ย&amp;nbsp;ส่วนเจ้าของสวนแปลงใหญ่ๆ&amp;nbsp;จะใช้วิธีการซื้อปุ๋ยไว้ครั้งละมาก&amp;nbsp;หรือติดต่อซื้อกับเซลขายปุ๋ยโดยตรง&amp;nbsp;เพราะกลัวว่าราคาจะเพิ่มอีก&amp;nbsp;ตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ราคาปุ๋ยน่าเป็นห่วง&amp;nbsp;หากสถานการณ์โลกยังเป็นอยู่เช่นนี้&amp;nbsp;และราคาของที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;มาจากสาเหตุราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ที่ใช้ในการขนส่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140420940</Link_News></row>
<row _id="523"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนทางบก ด่านวังประจัน รับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการ SOP ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;และคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรการฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(ทางบก)&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โต๊ะพญาวัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสตูลจะเปิดด่านพรมแดนวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&amp;nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&amp;nbsp;กำหนดให้จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยใช้มาตรการ&amp;nbsp;SOP&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการ&amp;nbsp;และต้องลงทะเบียนผ่านระบบ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;ล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สำหรับติดตามผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;มีการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ในวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;และกำหนดให้เข้าพักโรงแรมที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาล&amp;nbsp;โดยจังหวัดสตูลมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&amp;nbsp;และโรงแรมรอยัลฮิลล์&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&amp;nbsp;พร้อมด้วยหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศไทย/ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อรับทราบปัญหาในการปฏิบัติจากคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(SOP)&amp;nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&amp;nbsp;(ทางบก)&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหรือองค์กร&amp;nbsp;ในระหว่างการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยวฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและปรังปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140943943</Link_News></row>
<row _id="524"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดด่านพรมแดนทางบก ด่านวังประจัน รับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการ SOP ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ&amp;nbsp;และคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรการฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(ทางบก)&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โต๊ะพญาวัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสตูลจะเปิดด่านพรมแดนวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&amp;nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&amp;nbsp;กำหนดให้จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เปิดด่านพรมแดนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยใช้มาตรการ&amp;nbsp;SOP&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการ&amp;nbsp;และต้องลงทะเบียนผ่านระบบ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;ล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สำหรับติดตามผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;มีการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ในวันที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;และกำหนดให้เข้าพักโรงแรมที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาล&amp;nbsp;โดยจังหวัดสตูลมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&amp;nbsp;และโรงแรมรอยัลฮิลล์&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&amp;nbsp;พร้อมด้วยหนังสือขออนุญาตเข้าประเทศไทย/ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาในการปฏิบัติจากคณะทำงานติดตาม&lt;/strong&gt;และควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(SOP)&amp;nbsp;ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปิดการท่องเที่ยวด่านชายแดน&amp;nbsp;(ทางบก)&amp;nbsp;พร้อมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานหรือองค์กร&amp;nbsp;ในระหว่างการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยวฯ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและปรังปรุงมาตรฐานแนวทางปฏิบัติ&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325144821965</Link_News></row>
<row _id="525"><NewsTitle>จัดทริปนั่งเรือ เที่ยวฟรี นั่งริมทะเลดูพระอาทิตย์ตกดิน เอาใจนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ปัตตานี หลังโควิด19และเหตุความรุนแรงดีขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานการณ์รุนแรง&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเริ่มดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;ทำให้หน่วยงานต่างๆพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มาเยือนปัตตานี&amp;nbsp;โดยได้จัดทริปเที่ยวฟรี&amp;nbsp;เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวในปัตตานี&amp;nbsp;ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจปัตตานีเติบโตขึ้น&amp;nbsp;ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;มีอาชีพ&amp;nbsp;มีรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความสวยงามสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;ก็ไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งมีสถานทีท่องเที่ยวสำคัญๆมากมายที่สวยงาม&amp;nbsp;ทั้งทางธรรมชาติ&amp;nbsp;ทางบก&amp;nbsp;ทางทะเล&amp;nbsp;ทามกลางสังคมที่อยู่แบบพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;เป็นสเน่ห์ของจังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ด้านห่อการค้าไทย&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการจัดทริปเที่ยวฟรีในปัตตานี&amp;nbsp;โดยเชิญนักท่องเที่ยวกว่า70&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้ขึ้นเรือบริเวณท่าเรือริมแม่น้ำในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อเดินทางไปดูพระอาทิตย์ตกดิน&amp;nbsp;นั้งปิ้งย่าง&amp;nbsp;และจิบกาแฟ&amp;nbsp;ที่แหลมตาชี&amp;nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;ซึ่งใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ก็ถึงจุดท่องเที่ยวดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งระหว่างทางเดินเรือ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถชมและถ่ายรูปกับนกนางนวลที่กำลังบินตามเรือ&amp;nbsp;เพื่อรอกินปลา&amp;nbsp;และชมวิถีชาวประมงขนาดเล็กที่ใช้เรือกอและออกหาปลา&amp;nbsp;ทามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่สวยงาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริชัย&amp;nbsp;ปิติเจริญ&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานีมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆมากมาย&amp;nbsp;โดยได้จะวางแผนในช่วงเช้าในการท่องเที่ยวทางบก&amp;nbsp;คือตลาดจีน(กือดาจีนอ&amp;nbsp;ภาษายาวี)&amp;nbsp;และชมแลนมาร์คเมืองประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง&amp;nbsp;ส่วนช่วงเย็นก็จะพาไปเที่ยวทางทะเล&amp;nbsp;โดยขึ้นเรือเพื่อไปยังแหลมตาชี&amp;nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;เพื่อดูวิถีชุมชน&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นไฮไลท์สำคัญคือ&amp;nbsp;จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น&amp;nbsp;และพระอาทิตย์ตก&amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการดึงนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ต่างจังหวัด&amp;nbsp;หรือต่างพื้นทีเข้ามาเที่ยว&amp;nbsp;จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องค้างที่ปัตตานี&amp;nbsp;แทนที่จะเป็นจุดแวะหรือทางผ่านเท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเราได้สำรวจแล้ว&amp;nbsp;และวันนี้เป็นการทดลองอย่างจริงจังในการเชิญประชาชนมาเที่ยวก่อน&amp;nbsp;ซึ่งจากความร่วมมือของทุกฝ่าย&amp;nbsp;เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;เจ๊ะเตะ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตนคาดหวังมากกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ได้ออกแบบสถานทีใกล้จะเสร็จแล้ว&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตนจะทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;และให้เป็นแลนมาร์คที่สำคัญที่สุดในจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ทุกอย่างตนได้วางแผนออกแบบไว้แล้ว&amp;nbsp;แต่ยังคงรองบประมานเพื่อสนับสนุนปรับปรุงให้สวยงามกว่านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับชาวบ้านที่นี่ก็เตรียมความพร้อมอยู่แล้วที่จะต้อนรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่นเดียวกับวันนี้&amp;nbsp;เมื่อชาวบ้านทราบว่าจะมีนักท่องเที่ยวมา&amp;nbsp;ทุกคนก็ดีใจ&amp;nbsp;และพากันออกมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่ถ้าจุดนี้ไม่เกิดชาวบบ้านก็ไม่ออกมา&amp;nbsp;และชาวบ้านที่จะออกมาขายของก็ไม่มีรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่นี่ทะเลมีความสวย&amp;nbsp;หาดทรายขาว&amp;nbsp;อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชอบท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;เชิงธรรมชาติ&amp;nbsp;ให้มาเที่ยวกัน&amp;nbsp;เพราะที่นี่มีทะเลที่สวยงาม&amp;nbsp;หาดทรายขาว&amp;nbsp;สามารถมาตั้งแคมป์&amp;nbsp;ปิ้งย่าง&amp;nbsp;และดูพระอาทิตย์ขึ้น&amp;nbsp;และพระอาทิตย์ตก&amp;nbsp;ที่ริมทะเล&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านตำบลแหลมโพธิ์&amp;nbsp;พร้อมที่จะให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และให้ความสะดวกสบาย&amp;nbsp;ให้ความปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/บดินทร์&amp;nbsp;ส.ปชส.ปน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145649970</Link_News></row>
<row _id="526"><NewsTitle>จังหวัดพังงาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น SURF FESTIVAL (FIRST WAVE OF KHAOLAK SURF TOWN)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?จังหวัดพังงาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;(FIRST&amp;nbsp;WAVE&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;KHAOLAK&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;TOWN)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;คุณฑีฆาวัฒน์&amp;nbsp;ปัทมาคม&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ริป&amp;nbsp;เคลิร์ล&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และนายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา&amp;nbsp;ร่วมในการแถลงข่าวครั้งนี้โดยในแถลงข่าวได้กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระดานโต้คลื่นในจังหวัดพังงาผลักดันส่งเสริมกิจกรรมให้พังงาเป็นเมืองแห่ง&amp;nbsp;Sport&amp;nbsp;City&amp;nbsp;และพัฒนาให้เยาวชนประชาชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้จากกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;(FIRST&amp;nbsp;WAVE&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;OF&amp;nbsp;KHAOLAK&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;TOWN)&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;RIP&amp;nbsp;CURL&amp;nbsp;จับมือร่วมกับทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมต้อนรับเปิด&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;&amp;nbsp;Season&amp;nbsp;อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;เตรียมปลดปล่อย&amp;nbsp;คว้าประสบการณ์ใหม่และสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกันในงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;&amp;nbsp;(FIRST&amp;nbsp;WAVE&amp;nbsp;&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;KHAOLAK&amp;nbsp;&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;TOWN)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และบริเวณหาดปะการัง&amp;nbsp;ตำบลคึกคัก&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;กิจกรรมสุดที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนเรื่องราวเปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่กับการออกเดินทางไปสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของการโต้คลื่นอย่างแท้จริงอาทิ&amp;nbsp;Surt&amp;nbsp;Culture,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Lesson&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;Surfer&amp;nbsp;Talk,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;&amp;nbsp;Photography,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Sustainability,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Gallery,Surf&amp;nbsp;Wellness&amp;nbsp;,Surf&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์&lt;/strong&gt;เปิดฤดูกาลกิจกรรมกระดานโต้คลื่นของพังงาเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างการรับรู้และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325194700098</Link_News></row>
<row _id="527"><NewsTitle>คณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565  ลงพื้นที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ติดตามการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนายธีรภัทร์&amp;nbsp;บุญฤทธิ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;และสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลในควน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นำโดยนางกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานการประกวดฯ&amp;nbsp;และคณะกรรมการตัดสินจากหน่วยงานราชการอื่นๆ&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวได้คัดเลือกวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลในควน&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลในควน&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เข้าร่วมการประกวดฯ&amp;nbsp;มีกิจกรรมการผลิตขนมทองม้วน&amp;nbsp;เพื่อส่งจำหน่ายตามออเดอร์ของลูกค้า&amp;nbsp;และเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และสาธิตกรรมวิธีการผลิตให้แก่ผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;โดยขนมทองม้วนจะมีรสชาติที่หลากหลาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รสจำปาดะ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;และสมุนไพรต่างๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยเน้นวัตถุดิบภายในชุมชน&amp;nbsp;ปัจจุบันส่งจำหน่ายร้านค้าภายในชุมชนและข้างเคียง&amp;nbsp;ต่างจังหวัด&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;และห้างสรรพสินค้าแม็คโครจังหวัดตรัง&amp;nbsp;สามารถติดต่อสั่งซื้อสินค้าได้ผ่านทางนางรินรดา&amp;nbsp;จันทระ&amp;nbsp;ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านในควน&amp;nbsp;โทร.081-0807925&amp;nbsp;หรือทางเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;รินรดา&amp;nbsp;จันทระ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325180141063</Link_News></row>
<row _id="528"><NewsTitle>โค้งสุดท้าย มหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง จังหวัดบึงกาฬ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดบึงกาฬจัดมหกรรมกัญชา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้ธีม&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&amp;nbsp;กัญชาริมโขง&amp;nbsp;เป็นวันสุดท้าย&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-25&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp;การออกร้านอาหารที่มีส่วนผสมจากกัญชา&amp;nbsp;คลินิกกัญชาแพทย์แผนไทย/แผนปัจจุบัน&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา&amp;nbsp;กัญชง&amp;nbsp;บริการนวดน้ำมันกัญชา&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม&amp;nbsp;รวมถึงยังมีการปรุงเมนูเด็ดจากกัญชาโดยเชฟชื่อดัง&amp;nbsp;กิจกรรมสาธิตการแปรรูปสินค้าและบริการจากกัญชา&amp;nbsp;กัญชง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้กระจายสู่เกษตรกรชาวจังหวัดบึงกาฬต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่นายชุมพล&amp;nbsp;แจ้งไพร&amp;nbsp;หรือเชฟชุมพล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายกัญชา&amp;nbsp;และผลตอบรับที่ได้จากการจัดงานในครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;เห็นด้วยอย่างมากกับนโยบายกัญชาในปัจจุบัน&amp;nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางการแพทย์แล้ว&amp;nbsp;ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นสารสกัดจากกัญชา&amp;nbsp;เพื่อปรุงลงในอาหาร&amp;nbsp;สร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอย่างมาก&amp;nbsp;อีกทั้งรู้สึกพอใจกับผลตอบรับจากการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;โดยประชาชนได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325191214084</Link_News></row>
<row _id="529"><NewsTitle>ผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรม BCG สู่ตลาดเกาหลีใต้ รวมมูลค่าการค้ากว่า 12 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูษิต&amp;nbsp;รัตนกุล&amp;nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยผลการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้านวัตกรรม&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;สู่ตลาดเกาหลีใต้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งมีผลการเจรจาการค้าออนไลน์&amp;nbsp;(OBM)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;63&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม&amp;nbsp;12.05&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เป็นการสั่งซื้อทันทีมูลค่า&amp;nbsp;3.42&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และคาดว่าการสั่งซื้อใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีจะมีมูลค่า&amp;nbsp;8.63&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และยังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขอเป็นผู้แทนจำหน่าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายแจ้งว่า&amp;nbsp;ยังไม่สามารถระบุมูลค่าได้ในขณะนี้&amp;nbsp;แต่มีแนวโน้มดี&amp;nbsp;สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล&amp;nbsp;ของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ&amp;nbsp;ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล&amp;nbsp;เทียนหอมในเซรามิค&amp;nbsp;เก้าอี้รูปช้าง&amp;nbsp;โคมไฟ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันสินค้านวัตกรรม&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ของไทยเจาะตลาดเกาหลีใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยสินค้าไทยที่นำไปจัดแสดงในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเกาหลีเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ที่เข้ามาชมและเลือกซื้อ&amp;nbsp;เนื่องจากเกาหลีใต้มีแนวคิดใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์โลกเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งหากไม่ติดเรื่องสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาด&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;สินค้าไทยจะได้รับความสนใจมากกว่านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203300139</Link_News></row>
<row _id="530"><NewsTitle>พังงา พร้อมเปิดฤดูกาลโต้คลื่น SURF FESTIVAL ผลักดัน เมืองเขาหลัก สู่การเป็น Surf Town Destination แห่งแรกของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานพังงา&amp;nbsp;และนายฑีฆาวัฒน์&amp;nbsp;ปัทมาคม&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ริป&amp;nbsp;เคิร์ล(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;(FIRST&amp;nbsp;WAVE&amp;nbsp;&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;KHAOLAK&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;&amp;nbsp;TOWN)&amp;nbsp;ต่อสื่อมวลชน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดฤดูกาลกิจกรรมกระดานโต้คลื่นของพังงาเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างการรับรู้&amp;nbsp;และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้จากกิจกรรมกีฬาเชิงการท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้เป็นจุดหมาย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Destination&amp;nbsp;ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;TOWN&amp;nbsp;แห่งแรกของประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยและทั่วโลกเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;นโยบายของรัฐบาลในการเปิดการเดินทางระหว่างประเทศทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมีการเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยและจังหวัดพังงาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงายังไม่ฟื้นตัวเท่ากับช่วงเวลาปกติ&amp;nbsp;แต่จังหวัดพังงาก็ยังสามารถปรับตัวนำกีฬาโต้คลื่นซึ่งเป็นกีฬาใหม่ที่สร้างกระแสการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว&amp;nbsp;อีกทั้งกีฬาโต้คลื่นยังเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;จึงเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและสร้างการรับรู้และสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงามากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ททท.สำนักงานพังงา&amp;nbsp;ร่วมกับชมรมกีฬากระดานโต้คลื่นจังหวัดพังงาและแบรนด์&amp;nbsp;RIP&amp;nbsp;CURL&amp;nbsp;แบรนด์โต้คลื่นชื่อดังระดับโลก&amp;nbsp;พร้อมจับมือร่วมกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมต้อนรับเปิด&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Season&amp;nbsp;ของปีนี้อย่างเป็นทางการเตรียมปลดปล่อยคว้าประสบการณ์ใหม่และสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกัน&amp;nbsp;ในงานเปิดฤดูกาลโต้คลื่น&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;FESTIVAL&amp;nbsp;(FIRST&amp;nbsp;WAVE&amp;nbsp;OF&amp;nbsp;KHAOLAK&amp;nbsp;SURF&amp;nbsp;TOWN)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหาดปะการัง&amp;nbsp;ต.คึกคัก&amp;nbsp;อ.ตะกั่วป่า&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรื่องราว&amp;nbsp;เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่กับการออกเดินทางไปสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของการโต้คลื่นอย่างแท้จริง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Culture,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Lesson,&amp;nbsp;Surfer&amp;nbsp;Talk,&amp;nbsp;&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Photography,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Sustainability&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Art&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Gallery,&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;Wellness,&amp;nbsp;&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;คาดว่าจะมีนักโต้คลื่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325194830100</Link_News></row>
<row _id="531"><NewsTitle>ททท.จันทบุรีจัดกิจกรรม ออกไปกิน กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ททท.จันทบุรีจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ออกไปกิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;เปิดจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;อาหารเลิศรสขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องแสดงผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่บริเวณชายหาดแหลมสิงห์&amp;nbsp;อ.แหลมสิงห์&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;น&lt;/strong&gt;ายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้แทนสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;ผู้ประกอบ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมออกไปกินที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจันทบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับอำเภอแหลมสิงห์&amp;nbsp;เทศบาลปากน้ำแหลมสิงห์&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองผ่านการจัดงานเทศกาล&amp;nbsp;หรืองานอีเว้นท์สร้างการรับรู้ถึงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;อาหารเลิศรสขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรีกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;ปิ้งย่างอาหารทะเลสดด้วยเตาบาบีคิวปิ้งย่างยาว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เอาใจนักท่องเที่ยวสายชิม&amp;nbsp;มีการแบ่งโซนรับประทานอาหาร&amp;nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องแสดงผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่ภายใต้สถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;และเติมเต็มความสนุกสนานงานจัดขึ้นรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195926119</Link_News></row>
<row _id="532"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดงาน หรอยเพเลตรัง  มหกรรมซีฟู้ด จังหวัดตรัง : Trang Seafood Festival ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด โครงการสงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.2565)&amp;nbsp;ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;หรอยเพเลตรัง&amp;nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Trang&amp;nbsp;&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&amp;nbsp;โครงการสงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&amp;nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลและชาวประมงพื้นถิ่น&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีอาชีพและมีรายได้ในช่วงสถานการณ์&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&amp;nbsp;ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้ง&amp;nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการขยายตัว&lt;/strong&gt;และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;หรอยเพเลตรัง&amp;nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Trang&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างโรบินสันตรัง&amp;nbsp;ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;โดยไลฟ์สดผ่านสื่อ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและรับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าอาหารทะเลและสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สินค้าที่คัดสรรมาจำหน่ายในงานมีทั้งอาหารทะเลสด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&amp;nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ตลอดจนสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;จะทำให้สินค้าอาหารทะเลของจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายและเข้าถึงตลาดผู้บริโภค&amp;nbsp;ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;สอดรับกับสถานการณ์การส่งเสริมการตลาดยุคใหม่แบบ&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหารทะเล&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดจังหวัดตรังจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195913118</Link_News></row>
<row _id="533"><NewsTitle>การบินไทย  ยืนยันไม่มีการให้บริการด้วยอากาศยานแบบโบอิ้ง 737 ในเที่ยวบินพาณิชย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;ส่งถึงสายการบินต่างๆ&amp;nbsp;เรื่องการเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติการบินกับอากาศยานแบบโบอิ้ง&amp;nbsp;(Boeing)&amp;nbsp;737-800&amp;nbsp;จากการตรวจสอบของบริษัทการบินไทยฯ&amp;nbsp;พบว่ายังไม่ได้รับเอกสารฉบับดังกล่าว&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;กพท.&amp;nbsp;แต่อย่างใด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจุบันสายการบินไทยไม่ได้ใช้อากาศยานแบบโบอิ้ง&amp;nbsp;737&amp;nbsp;ในการให้บริการในเที่ยวบินพาณิชย์&amp;nbsp;หรือให้บริการแก่ผู้โดยสาร&amp;nbsp;มีเพียงอากาศยานที่ใช้ในการให้บริการในเที่ยวบินพาณิชย์รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โบอิ้ง&amp;nbsp;777&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;787&amp;nbsp;แอร์บัส&amp;nbsp;350&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;320&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;โดยยืนยันว่า&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;มุ่งเน้นความปลอดภัยและการตรงต่อเวลาในการให้บริการมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203144138</Link_News></row>
<row _id="534"><NewsTitle>เร่งรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น ช่วยเหลือเกษตรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอุดม&amp;nbsp;ศรีสมทรง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้เป็นช่วงปลายฤดูการผลิตของมะม่วงฟ้าลั่น&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตจะมีลักษณะแก่จัด&amp;nbsp;เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ส่งผลให้ออกสู่ตลาดในปริมาณมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตตกเกรดที่ไม่มีตลาดรองรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน&amp;nbsp;PT&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิตตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรเพื่อแปรรูป&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคานำตลาดและจะรับซื้อต่อเนื่องจนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายในช่วงปลายฤดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเททิ้งมะม่วง&amp;nbsp;ที่จังหวัดพิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เป็นการคัดแยกผลผลิตมะม่วงของผู้รวบรวมเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;ซึ่งมีการรับซื้อแบบเหมาและมาทำการคัดแยกที่ตกเกรด&amp;nbsp;หรือไม่ได้คุณภาพออกทิ้ง&amp;nbsp;โดยเป็นการดำเนินการทางการค้าปกติก่อนส่งไปยังตลาดปลายทาง&amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้ดำเนินการรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น&amp;nbsp;เพื่อเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต&amp;nbsp;รวมปริมาณการรับซื้อแล้วกว่า&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;รับซื้อในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคาชี้นำตลาด&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ได้เข้าไปรับซื้อผลผลิตจาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;และจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีความพอใจในราคาเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เพื่อรองรับผลผลิตมะม่วงที่จะออกมากในช่วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในแหล่งผลิตต่างๆ&amp;nbsp;ดำเนินมาตรการกระจายออกผลผลิต&amp;nbsp;สนับสนุนค่าบริหารจัดการกิโลกรัมละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตมะม่วงเป้าหมาย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;14,900&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะมีการเปิดจุดจำหน่ายในรถโมบายการเคหะ&amp;nbsp;ห้างท้องถิ่นและนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิต&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายรับผลผลิตมะม่วงในช่วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปริมาณไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคามะม่วงให้อยู่ในเกณฑ์ดีได้ตลอดฤดูการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202539133</Link_News></row>
<row _id="535"><NewsTitle>จังหวัดตรัง จัดงาน หรอยเพ เลตรัง มหกรรมซีฟู้ด จังหวัดตรัง : Trang Seafood Festival ส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&amp;nbsp;ตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;หรอยเพ&amp;nbsp;เลตรัง&amp;nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Trang&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&amp;nbsp;โครงการสjงเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&amp;nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารทะเลและชาวประมงพื้นถิ่น&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีอาชีพและมีรายได้ในช่วงสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&amp;nbsp;ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมทั้งยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งาน&amp;nbsp;หรอยเพ&amp;nbsp;เลตรัง&amp;nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;Trang&amp;nbsp;Seafood&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;โดยไลฟ์สดผ่านสื่อ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศและรับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าอาหารทะเลและสินค้าเด่นของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;สินค้าที่คัดสรรมาจำหน่ายในงานมีทั้งอาหารทะเลสด&amp;nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&amp;nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ตลอดจนสินค้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;จะทำให้สินค้าอาหารทะเลของจังหวัดตรังจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายและเข้าถึงตลาดผู้บริโภค&amp;nbsp;ส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;สอดรับกับสถานการณ์การส่งเสริมการตลาดยุคใหม่แบบ&amp;nbsp;Next&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอาหารทะเล&amp;nbsp;ทั้งนี้คาดว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดจังหวัดตรังจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดตรังอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202444132</Link_News></row>
<row _id="536"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรวจความพร้อมด่านพรมแดนเบตง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตรวจความพร้อมด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก่อนเปิดด่านทางบกรองรับหากมีการนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&amp;nbsp;ล่องใต้ชายแดนเส้นทาง&amp;nbsp;หาดใหญ่-&amp;nbsp;เบตง-&amp;nbsp;ปัตตานี-นราธิวาส-กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เย็นวันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านเปิงกาลันฮูลู&amp;nbsp;รัฐเปรัค&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&amp;nbsp;ล่องใต้ชายแดน&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;หาดใหญ่-เบตง-ปัตตานี-นราธิวาส-กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างสมดุลในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทางธรรมชาติ&amp;nbsp;ทางบกและทางทะเล&amp;nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;วิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่&amp;nbsp;สกายวอร์ค&amp;nbsp;(Skywalk)&amp;nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;การเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเชื่อมโยงการเดินทางท่องเที่ยวเมืองชายแดน&amp;nbsp;การเปิดสนามบินเบตง&amp;nbsp;รวมถึงการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเช่น&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Aazean&amp;nbsp;Jungle&amp;nbsp;trail&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ที่จะดำเนินการในวันที่&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายธีรุตม์&amp;nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเบตง&amp;nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมนำตรวจดูสถานที่ต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากนโยบายของพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ&amp;nbsp;ประเทศไทยได้เปิดประเทศตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;ต่อมาวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;ได้เปิดเทสแอนด์โก&amp;nbsp;จนปัจจุบัน&amp;nbsp;แต่เกิดการชะงักขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ&amp;nbsp;เพราะไวรัสโควิด19&amp;nbsp;ขณะนี้มีการเดินหน้าสำหรับเปิดการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จะมีการค่อยๆลดมาตรการของสาธารณสุขในการเข้าประเทศ&amp;nbsp;สำหรับวันนี้ที่เดินทางมาก็เพื่อตรวจดูความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง&amp;nbsp;และจะมีการหารือกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;บริษัททัวร์&amp;nbsp;ต่างๆ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ทำอย่างไรให้มีการเปิดการบินมายังอำเภอเบตง&amp;nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไฟล์&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;จะมีการเซ็นสัญญาลงนาม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ซึ่งมีท่าอากาศยาน&amp;nbsp;สายการบิน&amp;nbsp;บริษัททัวร์&amp;nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ถึงข้อตกลงต่างๆว่าจะมีการช่วยเหลือกันอย่างไร&amp;nbsp;อัตราค่าโดยสารจะคิดอย่างไร&amp;nbsp;ที่จะสามารถทำให้มีการเปิดการบินได้&amp;nbsp;ส่วนการเปิดด่านพรมแดนต่างๆ&amp;nbsp;ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;แต่ก็ต้องอยู่ที่เพื่อนบ้านเราด้วยว่าพร้อมที่จะเปิดหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินทางไปยังสนามกีฬากลาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;เป็นสนามกีฬากลางหุบเขา&amp;nbsp;ที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่สุดในบรรดาสนามกีฬาแห่งอื่นๆ&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อไปมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับนักฟุตบอลเยาวชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และร่วมให้กำลังใจนักฟุตบอล&amp;nbsp;U-20&amp;nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลสันติสุขคัพ&amp;nbsp;จังหวัดยะลาครั้งที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325213214154</Link_News></row>
<row _id="537"><NewsTitle>อบต.สาคู จังหวัดภูเก็ต จัดงาน "หรอยริมเล @หาดในยาง" กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ มาเที่ยวงานอย่างคึกคัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;19.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;ตำบลสาคู&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอานุภาพ&amp;nbsp;ยอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายตฤณ&amp;nbsp;ปัญญาไวย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;พร้อมทีมบริหาร&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ตามแนวทางของจังหวัดภูเก็ตและกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอานุภาพ&amp;nbsp;ยอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้เสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์หารระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;มากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้วยการมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสีมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและครอบคลุม&amp;nbsp;โดยการดึงความมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่มาร่วมขับเคลื่อนเพื่อกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;ได้จัดงาน&amp;nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณหาดในยาง&amp;nbsp;เนื่องจากหาดในยางเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เห็นได้อย่างชัดเจนว่างาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&amp;nbsp;ในครั้ง&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวงานอย่างเนืองแน่น&amp;nbsp;และได้ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างมีรอยยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสีมการท่องเที่ยวงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรอยริมเล@หาดในยาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จะมีเงินสะพัดในพื้นที่จำนวนมาก&amp;nbsp;ถือได้ว่าภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตกำลังฟื้นกลับมาในทิศทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;นายอานุภาพ&amp;nbsp;ยอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายตฤณ&amp;nbsp;ปัญญาไวย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อบต.สาคู&amp;nbsp;ได้นำเอาศักยภาพความโดดเด่นของคนในชุมชนมามีส่วนร่วมภายในเพื่อส่งมอบความสุขและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง&amp;nbsp;โดยเฉพาะได้นำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียงมาจำหน่าย&amp;nbsp;และนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ทั้งการแข่งขันทำอาหารเมนู&amp;nbsp;น้ำชุบหยำหรือน้ำชุบยอก&amp;nbsp;อาหารประจำถิ้นของคนสาคู&amp;nbsp;การแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ&amp;nbsp;เพื่อสร้างสีสันและความสนุกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;อบต.สาคู&amp;nbsp;ได้เปิดจำหน่ายกุ้งมังกรตัวละ&amp;nbsp;199&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติกุ้งมังกรของดีภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่างานนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท้องเที่ยวในพื้นที่ตำบลสาคูมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325215550160</Link_News></row>
<row _id="538"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมพร้อม ท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ ล่องใต้ชายแดนจ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&amp;nbsp;ล่องใต้ชายแดน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังความพร้อมในการเปิดด่านชายแดนทางบก&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;น.ส.ภัทรอนงค์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายธีรุตม์&amp;nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายสกุล&amp;nbsp;เล็งลัคน์กุล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;(ด่านชายแดนทางบกไทย-มาเลเซีย)&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาดูความพร้อมหลังจากที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เดินทางเที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะพยายามเปิดด่านให้ได้ภายในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องทั้งสองฝั่ง&amp;nbsp;(ไทย-มาเลเซีย)&amp;nbsp;สามารถเดินทางหาสู่กันได้&amp;nbsp;การค้าขายชายแดนจะเริ่มขยับตัว&amp;nbsp;เป็นการยกสถานะทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ทั้งสองประเทศให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;พร้อมคณะ&lt;/strong&gt;ได้เดินทางต่อไปยัง&amp;nbsp;สนามกีฬาเทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;(จุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล&amp;nbsp;Amazean&amp;nbsp;Jungle&amp;nbsp;Trail)&amp;nbsp;เพื่อรับฟังความพร้อมในการจัดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่&amp;nbsp;เยาวชนที่ทำการแข่งฟุตบอล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามแห่งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325215757161</Link_News></row>
<row _id="539"><NewsTitle>วัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ประชุมคัดเลือกชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี เสนอ ชุมชนคุณธรรม วัดโพธาราม ชุมชนคุณธรรม วัดสิงห์ท่าและชุมชนคุณธรรม วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้ เข้ารับรางวัลระดับประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;แสงศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&amp;nbsp;คัดเลือก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;บวร&amp;nbsp;ออนทัวร์&amp;nbsp;และชุมชน&amp;nbsp;คุณธรรม&amp;nbsp;เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;ซึ่งมีชุมชนคุณธรรมที่น้อมนำหลักปรัชญาของ&amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;284&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ระดับส่งเสริมคุณธรรม&amp;nbsp;135&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ระดับคุณธรรม&amp;nbsp;105&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และระดับคุณธรรมต้นแบบ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือก&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ&amp;nbsp;เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งเพื่อเสนอเข้ารับการพิจารณา&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดโพธาราม&amp;nbsp;ตำบลห้องแซง&amp;nbsp;อำเภอเลิงนกทา/ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดสิงห์ท่า&amp;nbsp;ตำบลในเมือง&amp;nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;และชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้&amp;nbsp;ตำบลคำเตย&amp;nbsp;อำเภอไทยเจริญ&amp;nbsp;เพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ&amp;nbsp;สร้างขวัญ&amp;nbsp;กำลังใจแก่ชุมชนและผู้ให้การสนับสนุนพร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผล&amp;nbsp;สู่ความสำเร็จไปยังชุมชนอื่นและปลุกกระแสการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;สร้างโอกาส&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;มีชุมชนคุณธรรมที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเข้าร่วมโครงการสืบสานรักษาต่อยอดศาสตร์พระราชาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;บวร&amp;nbsp;On&amp;nbsp;Tour&amp;nbsp;จังหวัดยโสธรตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แห่งในแต่ละอำเภอ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอเลิงนกทา&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดโพธาราม&amp;nbsp;ตำบลห้องแซง&amp;nbsp;/ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดศรีบุญเรือง&amp;nbsp;ตำบลกุดเชียงหมีและชุมชนคุณธรรมวัดโคกก่องตำบลบุ่งค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอไทยเจริญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดอัครเทวดามีคาแอลซ่งแย้&amp;nbsp;ตำบลคำเตย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอกุดชุม&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดป่าพุทธิคุณ&amp;nbsp;ตำบลหนองแหน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอป่าติ้ว&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดศรีฐานนอก&amp;nbsp;ตำบลศรีฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอทรายมูล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชุมชนคุณธรร&amp;nbsp;มวัดนาเวียง&amp;nbsp;(สระไตรนุรักษ์)&amp;nbsp;ตำบลนาเวียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดบูรพา&amp;nbsp;ตำบลทุ่งแต้/ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดสิงห์ท่า&amp;nbsp;ตำบลในเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดกู่จาน&amp;nbsp;ตำบลกู่จาน/ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดหนองเลิง&amp;nbsp;ตำบลแคนน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอมหาชนะชัย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดโพธิกาญจนาราม&amp;nbsp;ตำบลบึงแก&amp;nbsp;และชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;วัดฟ้าหยาดตำบลฟ้าหยาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326005234210</Link_News></row>
<row _id="540"><NewsTitle>ผู้ว่า ฯ สตูล เปิดงาน จากภูผา สู่อันดามัน จังหวัดสตูล เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานจากภูผา&amp;nbsp;สู่อันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายวรศิษฎ์&amp;nbsp;เลียงประสิทธิ์&amp;nbsp;สส.สตูล&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานฯ&amp;nbsp;นายภาณุ&amp;nbsp;วรมิตร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานสตูล&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ&amp;nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ประธานในพิธีฯ&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย&amp;nbsp;ภายใต้บรรยากาศสายฝนโปรยปราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภาณุ&amp;nbsp;วรมิตร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;"จากภูผา&amp;nbsp;สู่อันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล"&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp;ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ&amp;nbsp;ที่สร้างสรรค์ขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่สไตด์&amp;nbsp;NEW&amp;nbsp;NORMAL&amp;nbsp;และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;HAPPY&amp;nbsp;MODEL&amp;nbsp;ของรัฐบาล&amp;nbsp;ที่จะสามารถกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วยความสนุกกับ&amp;nbsp;ACTIVITY&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กับกิจกรรมพายเรือคายัคล่องแก่ง&amp;nbsp;เส้นทางน้ำตกวังสายทอง-ถึงถ้ำเจ็ดคต,&amp;nbsp;พายคายัค&amp;nbsp;ลอดถ้ำพบรัก&amp;nbsp;ชมปราสาทหินพันยอด,&amp;nbsp;ผาจอหนัง,&amp;nbsp;หินตา&amp;nbsp;หินยาย,&amp;nbsp;สันหลังมังกร&amp;nbsp;พายคายัค&amp;nbsp;ชมป่าโกงชุมชนบ้านหัวหิน&amp;nbsp;และจับจ่ายสินค้าท้องถิ่น&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ทานอาหารสไตล์&amp;nbsp;Camping&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดปากบารา&amp;nbsp;และกิจกรรม&amp;nbsp;EVENT&amp;nbsp;สุดพิเศษ&amp;nbsp;พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวงอคูสติกในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&amp;nbsp;สงกรานต์,&amp;nbsp;&amp;nbsp;SEASON&amp;nbsp;FIVE,&amp;nbsp;SDF&amp;nbsp;สติก&amp;nbsp;และวงกัวลาบารา&amp;nbsp;และชิลไปกับบรรยากาศภายในงานวิวภูผาและอันดามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาร่วมงาน&amp;nbsp;จากภูผา&amp;nbsp;สู่อันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;มาร่วมสนุกฟรีตลอดงาน&amp;nbsp;พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินคนดังตลอดทุกค่ำคืน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานภายใต้ความปลอดภัยด้วยมาตรการ&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;free&amp;nbsp;zone&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326002754205</Link_News></row>
<row _id="541"><NewsTitle>ผู้ว่า ฯ สตูล เปิดงานจากภูผา สู่อันดามัน จังหวัดสตูล เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานจากภูผา&amp;nbsp;สู่อันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรศิษฎ์&amp;nbsp;เลียงประสิทธิ์&amp;nbsp;สส.สตูล&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานฯ&amp;nbsp;นายภาณุ&amp;nbsp;วรมิตร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานสตูล&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานฯ&amp;nbsp;โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ประธานในพิธีฯ&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมให้กำลังใจพ่อค้าแม่ขาย&amp;nbsp;ภายใต้บรรยากาศสายฝนโปรยปราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภาณุ&amp;nbsp;วรมิตร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดงาน&amp;nbsp;"จากภูผา&amp;nbsp;สู่อันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล"&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp;ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆที่สร้างสรรค์ขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่สไตด์&amp;nbsp;NEW&amp;nbsp;NORMAL&amp;nbsp;และให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;HAPPY&amp;nbsp;MODEL&amp;nbsp;ของรัฐบาล&amp;nbsp;ที่จะสามารถกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วยความสนุกกับ&amp;nbsp;ACTIVITY&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กับกิจกรรมพายเรือคายัคล่องแก่ง&amp;nbsp;เส้นทางน้ำตกวังสายทอง-ถึงถ้ำเจ็ดคต,&amp;nbsp;พายคายัค&amp;nbsp;ลอดถ้ำพบรัก&amp;nbsp;ชมปราสาทหินพันยอด,&amp;nbsp;ผาจอหนัง,&amp;nbsp;หินตา&amp;nbsp;หินยาย,&amp;nbsp;สันหลังมังกร&amp;nbsp;พายคายัค&amp;nbsp;ชมป่าโกงชุมชนบ้านหัวหิน&amp;nbsp;และจับจ่ายสินค้าท้องถิ่นกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ทานอาหารสไตล์&amp;nbsp;Camping&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดปากบารา&amp;nbsp;และกิจกรรม&amp;nbsp;EVENT&amp;nbsp;สุดพิเศษ&amp;nbsp;พร้อมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากวงอคูสติกในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สงกรานต์,&amp;nbsp;SEASON&amp;nbsp;&amp;nbsp;FIVE,&amp;nbsp;SDF&amp;nbsp;สติก&amp;nbsp;และวงกัวลาบารา&amp;nbsp;และชิลไปกับบรรยากาศภายในงานวิวภูผาและอันดามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาร่วมงาน&amp;nbsp;จากภูผา&amp;nbsp;สู่อันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;มาร่วมสนุกฟรีตลอดงาน&amp;nbsp;พร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินคนดังตลอดทุกค่ำคืน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานภายใต้ความปลอดภัยด้วยมาตรการ&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;free&amp;nbsp;zone&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326001852198</Link_News></row>
<row _id="542"><NewsTitle>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP ได้ชิม ขนมทองก้อน ชมว่าอร่อยพร้อมเหมาหมดร้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;18.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณสนามเฉลิมพระเกียรติฯหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;สานสัมพันธ์เครือข่ายการประชาสัมพันธ์และการจัดแสดงดนตรีสร้างสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ก่อนเข้าช่วงพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;รัฐมนตรีฯได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าและทักทายประชาชน&amp;nbsp;เมื่อเดินถึงร้าน&amp;nbsp;ขนมทองก้อน&amp;nbsp;จึงได้ลองชิมเพราะยังไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน&amp;nbsp;และได้ยกนิ้วพร้อมเอ่ยปากชมว่า&amp;nbsp;"อร่อยมาก&amp;nbsp;ทานง่าย&amp;nbsp;พอดีคำ&amp;nbsp;ชื่อก็ดี&amp;nbsp;รสชาติก็อร่อย"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภิวัฒน์&amp;nbsp;ช่อผกา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(เฟิสท์)&amp;nbsp;เจ้าของร้าน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การที่ได้มีโอกาสต้องขอขอบคุณทางพัฒนาชุมชนอำเภอสรรพยา&amp;nbsp;ที่ได้แนะนำและเชิญชวนให้นำสินค้าใหม่มาโปรโมทในงาน&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้นำสินค้ามาขายเพื่อให้เป็นที่รู้จักของผู้คนที่มาพบเห็นมากขึ้น&amp;nbsp;โดยปกติขายขนมไทยอยู่แล้ว&amp;nbsp;โดยเฉพาะขนมทองม้วน&amp;nbsp;ขนมกง&amp;nbsp;ขนมเปี๊ย&amp;nbsp;สำหรับขนมที่นำมาในงานนี้คือ&amp;nbsp;ขนมทองก้อน&amp;nbsp;เป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์มาจากขนมทองม้วนเดิม&amp;nbsp;รสชาติเหมือนกัน&amp;nbsp;ความรู้สึกตอนที่รัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;มาเยี่ยมบูธและชิมขนม&amp;nbsp;รู้สึกดีใจมาก&amp;nbsp;ที่ได้ให้ความสนใจ&amp;nbsp;ขนมทองก้อน&amp;nbsp;เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;และถามถึงตัวของขนม&amp;nbsp;ว่าคือขนมอะไร&amp;nbsp;มีที่มาอย่างไร&amp;nbsp;มาเป็น&amp;nbsp;ขนมทองก้อน&amp;nbsp;ได้อย่างไร&amp;nbsp;ชื่อแปลกดี&amp;nbsp;และก็ได้ขอชิม&amp;nbsp;ขนมทองก้อน&amp;nbsp;และถึงกับยกนิ้วให้เลย&amp;nbsp;พร้อมบอกว่า&amp;nbsp;"อร่อยมาก&amp;nbsp;ทานง่าย&amp;nbsp;พอดีคำ&amp;nbsp;ชื่อก็ดี&amp;nbsp;รสชาติก็อร่อย"&amp;nbsp;และได้ซื้อเหมาหมดร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่มาของคำว่า&amp;nbsp;"ทองก้อน"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยแรงบัลดาลใจที่มุ่งหวังให้&amp;nbsp;ทองก้อน&amp;nbsp;ขนมพื้นบ้านไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน&amp;nbsp;เป็นที่รู้จักของคนหนุ่มสาว&amp;nbsp;ยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;ชิลล์เรียบง่าย&amp;nbsp;ทันสมัย&amp;nbsp;แต่ไม่ละทิ้งความเป็นไทย&amp;nbsp;ขนมทองก้อน&amp;nbsp;By&amp;nbsp;ภารินี&amp;nbsp;จึงถือกำเนิดขึ้นจาก&amp;nbsp;สูตรขนมทองม้วนโบราณ&amp;nbsp;ที่ทำมายาวนานเกือบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;มัน&amp;nbsp;จากกะทิสดแท้ๆ&amp;nbsp;จากธรรมชาติ&amp;nbsp;มาเป็น&amp;nbsp;"ขนมทองก้อน"&amp;nbsp;ภายใต้แบรนด์&amp;nbsp;ภารินี&amp;nbsp;ที่ยังคงความกรอบ&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;มัน&amp;nbsp;แบบทองม้วนดั่งเดิม&amp;nbsp;แต่มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย&amp;nbsp;น่ารัก&amp;nbsp;พอดีคำ&amp;nbsp;ทานง่าย&amp;nbsp;ในทุกโอกาส&amp;nbsp;พร้อมเพิ่มรสชาติใหม่ๆ&amp;nbsp;ให้ขนมทองก้อนถูกใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น&amp;nbsp;สินค้าสามารถเก็บได้นานประมาณ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;080-7899518&amp;nbsp;(เฟิสท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไลน์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;@189mxibc&amp;nbsp;เพจทองก้อน&amp;nbsp;:&amp;nbsp;https://m.facebook.com/HomemadeChainat/?ref=bookmarks&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325235752194</Link_News></row>
<row _id="543"><NewsTitle>ลำปางเปิดงาน ขัวหลวงรัษฎา 105 ปี รำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก สะพานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.นิมิตร&amp;nbsp;จิวะสันติการ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;รังษิรุจิ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพิธีเปิดงานรำลึกประวัติศาสตร์สะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมการประกวดวาดภาพระบายสีและการประกวดรีวิวสะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;พร้อมร่วมเดินชมนิทรรศการประวัติศาสตร์&amp;nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&amp;nbsp;ภาพถ่ายสะพานรัษฎาภิเศกในอดีต&amp;nbsp;และร่วมชมการเดินแบบบอกเล่าเรื่องราวผ่านเครื่องแต่งกายย้อนยุค&amp;nbsp;เฉลิมรัษฎา&amp;nbsp;งามพัสตรา&amp;nbsp;ภูษาสยามอาลัมภางค์นคร&amp;nbsp;เมื่อช่วงค่ำวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งาน&amp;nbsp;ขัวหลวงรัษฎา&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;17.30&amp;nbsp;&amp;nbsp;21.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์&amp;nbsp;เล่าเรื่องสะพานรัษฎาภิเศก&amp;nbsp;ผ่านการจำลองวิถีชีวิต&amp;nbsp;ภาพถ่ายสะพาน&amp;nbsp;รัษฎาภิเศกในอดีต&amp;nbsp;มุมถ่ายภาพย้อนยุค&amp;nbsp;กิจกรรมสาธิตงานประดิษฐ์&amp;nbsp;เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารท้องถิ่น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กองฮิมวัง&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิค&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดยผู้ร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;เว้นระยะห่างหลีกเลี่ยงการสัมผัส&amp;nbsp;และพกเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326075928221</Link_News></row>
<row _id="544"><NewsTitle>ลำปาง จัดงาน โชว์คราฟ อาร์ทสตรีท จัดแสดงสินค้าและทดลองตลาด พร้อมผลงานศิลปะในแต่ละย่านสร้างสรรค์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเยาวเรศ&amp;nbsp;แซ่โค้ว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และจัดแสดงผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;เพื่อจัดแสดงสินค้าและทดลองตลาด&amp;nbsp;พร้อมกับนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะที่เกี่ยวข้องในแต่ละย่านสร้างสรรค์&amp;nbsp;"โชว์คราฟ&amp;nbsp;อาร์ทสตรีท"&amp;nbsp;(SHOW&amp;nbsp;CRAFT&amp;nbsp;ART&amp;nbsp;STREET)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณวัดเกาะลุการาม&amp;nbsp;กาดกองต้า&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;23-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการในจังหวัดลำปางเข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กลุ่มสินค้าหัตถกรรม&amp;nbsp;สินค้าประเภทเสื้อผ้า&amp;nbsp;เครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;เครื่องประดับ&amp;nbsp;สินค้าประเภทของที่ระลึก&amp;nbsp;ของตกแต่ง&amp;nbsp;สินค้าประเภทอาหาร&amp;nbsp;ตลอดจนกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจภายในงาน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะย่านกองต้า&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Mini&amp;nbsp;Talk&amp;nbsp;Show&amp;nbsp;จากผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และมีดนตรีบรรเลงเพลงโฟร์คซองตลอดการจัดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326080555224</Link_News></row>
<row _id="545"><NewsTitle>จังหวัดมุกดาการ จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญช่วย&amp;nbsp;น้อยสันเทียะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;แถลงข่าวการ&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;มหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;Viet&amp;nbsp;town&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเสริมเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดสนุก&amp;nbsp;และรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;จากการแข่งขันจักรยานทางไกล&amp;nbsp;นานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ร่วมกับสมาคมไทย-เวียดนาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;ร่วมกันจัดงาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมประซาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&amp;nbsp;"Viet&amp;nbsp;town&amp;nbsp;เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;Xin&amp;nbsp;Chao&amp;nbsp;เวียดทาวน์มุก&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนห้าแยก&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;แบ่งออกเป็นสองช่วงในแต่ละวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยในช่วงเช้า&amp;nbsp;ซึมซับวิถีชีวิตคนไทยเชื้อสายเวียดนามและดื่มด่ำกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชุมชนห้าแยก&amp;nbsp;และชื่นชมวัฒนธรรมทางด้าน&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ที่โดดเด่น&amp;nbsp;ช่วงเย็น&amp;nbsp;สัมผัสและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนด้วยการตกแต่งสไตล์เวียดนามด้วย&amp;nbsp;ผ้า&amp;nbsp;โคมเวียด&amp;nbsp;และแสงไฟ&amp;nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมซม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสี่แยกธนาคารกรุงเทพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326090752230</Link_News></row>
<row _id="546"><NewsTitle>ผู้ว่าฯมุกดาหาร ตัดดอกกัญชงช่อแรกเป็นปฐมฤกษ์ก่อนเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดมุกดาหารเป็นประธานในพิธีตัดช่อดอกกัญชงปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ของบริษัทเอ็นเนอร์โกร(ประเทศไทย)จำกัด&amp;nbsp;ผู้ประกอบการอุตสาหกิจกัญชงครบวงจรจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริษัทเอ็นเนอร์โกร(ประเทศไทย)จำกัด&amp;nbsp;บ้านโค้งสำราญ&amp;nbsp;ตำบลคำอาฮวน&amp;nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทเอ็นเนอโกรฯ&amp;nbsp;เป็นโรงงานผลิตกัญชง&amp;nbsp;ครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นแห่งแรกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;ตั้งอยู่บนพื้นที่ปลูกกว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;ปัจจุบันมีอายุครบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยเมื่อเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้มีพิธีหย่อนเมล็ดกัญชงปฐมฤกษ์&amp;nbsp;และให้ผลผลิตตัดช่อครั้งแรกวันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เป็นปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ก่อนเดินเครื่องจักรผลิต&amp;nbsp;เชิงพาณิชย์&amp;nbsp;และอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงทุนของบริษัทเอ็นเนอร์โกรฯ&amp;nbsp;นับว่าเป็นประโยชน์กับจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพให้กับประชาชนจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และทางเลือกของเกษตรกร&amp;nbsp;ในการปลูกพืชดังกล่าว&amp;nbsp;ส่งให้กับโรงงาน&amp;nbsp;นอกจากพืชเศรษฐกิจหลักที่ปลูกเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูง&amp;nbsp;มีระยะการเก็บผลผลิตไดถึงปีละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ยังต้องการอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;อย่างน้อยมีพื้นที่ปลูกไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326091022231</Link_News></row>
<row _id="547"><NewsTitle>จนท.พาณิชย์ ปกครองอำเภอ ตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่สำรวจปริมาณปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชฯ  ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานระดับอำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอ&amp;nbsp;และสถานีตำรวจภูธร&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;และอำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อควบคุมมิให้ผู้ประกอบการปุ๋ยและยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในเรื่องการไม่กักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยได้สำรวจร้านผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านสุพจน์เคมีการเกษตร&amp;nbsp;อำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;ร้านสมบัติปายคลังเกษตร&amp;nbsp;อำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;ร้านสมบัติเคมีเกษตร&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;ร้านแสงทองเคมีการเกษตร&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;ร้านสมบัติคลังเกษตร&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;ร้านทองพักตร์&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;ร้านเซเว่นการเกษตร&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;ร้านสมบัติคลังเกษตร&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;หจก.พี&amp;nbsp;เอ็น&amp;nbsp;พืชผลขนส่ง&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินการตรวจปรากฏว่าผู้ประกอบการปุ๋ย&lt;/strong&gt;และยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&amp;nbsp;และได้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;ครบถ้วน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326101039236</Link_News></row>
<row _id="548"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน จัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 2/2565 วันที่ 31 มี.ค. 65 ในพื้นที่ อ.เมือง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กำหนดจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยดำเนินการจัดหาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในการจำหน่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;น้ำมันพืช&amp;nbsp;น้ำตาลทราย&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&amp;nbsp;ปลากระป๋อง&amp;nbsp;ในราคาชดเชยต่ำกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;โดยจัดให้บริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;บริเวณหน้าวัดห้วยเดื่อ&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;บริเวณวัดในสอย&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาและเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รวมทั้งลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มช่องทางในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพประจำวันในราคาถูกกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;โดยเฉพาะเป็นการช่วยให้สามารถเข้าถึงประชาชนโดยตรงถึงที่พักอาศัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326101322239</Link_News></row>
<row _id="549"><NewsTitle>ประเพณีแห่ยักษ์ หนึ่งเดียวในโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญกำหนดจัดงานประเพณีแห่ยักษ์คุอัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;อำเภอชานุมาน&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานประเพณีแห่ยักษ์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดอำนาจเจริญให้มีความโดดเด่นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นและเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขบวนแห่ยักษ์คุ&amp;nbsp;การประกวดขบวนแห่ยักษ์และธิดายักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแสดงแสงสีเสียง&amp;nbsp;ตำนานยักษ์คุชานุมานมณฑล&amp;nbsp;หมู่บ้านยักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมปั่นจักรยานชมเมืองเล่าเรื่องชานุมาน&amp;nbsp;การแข่งขันตกปลานานาชาติกลางแม่น้ำโขง&amp;nbsp;ที่บริเวณแก่งหินขัน&amp;nbsp;ตำบลโคกสาร&amp;nbsp;อำเภอชานุมาน&amp;nbsp;การประกวดรถจักรยานยนต์คลาสสิกยักษ์คุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมการแข่งขันวิ่งสามขา&amp;nbsp;การแข่งขันกินจุ&amp;nbsp;การประกวดเต้นส้มตำลีลา&amp;nbsp;การเล่นเกมแจกของรางวัล&amp;nbsp;การแสดงศิลปินพื้นบ้านราชินีหมอลำแห่งลำน้ำโขง&amp;nbsp;(คุณแม่อังคนางค์&amp;nbsp;คุณไชย)&amp;nbsp;การแสดงเริงร่าผ้าเมืองอำนาจ&amp;nbsp;กิจกรรมเดินแบบผ้าไทยผ้าพื้นถิ่นอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และการประกวดธิดาชานุมาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการออกร้านจำหน่าย&amp;nbsp;OTOP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีเมืองอำนาจ&amp;nbsp;สินค้าราคาถูก&amp;nbsp;ยักษ์คุแลน&amp;nbsp;(เครื่องเล่น&amp;nbsp;สวนสนุก)&amp;nbsp;ร้านขายสินค้าและกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมายภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326121522291</Link_News></row>
<row _id="550"><NewsTitle>ธ.ก.ส. ขยายระยะเวลาขอสินเชื่อสู้ภัย COVID  19 เพิ่มสภาพคล่องและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบให้กับเกษตรกร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการสินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;จากเดิมที่สิ้นสุดโครงการไปแล้ว&amp;nbsp;โดยขยายเวลาไปจนถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ให้มีสภาพคล่องในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวงเงินกู้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่ต้องใช้หลักประกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ปลอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;วงเงินรวมกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า&amp;nbsp;9,391&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120347278</Link_News></row>
<row _id="551"><NewsTitle>พาณิชย์ฯแม่ฮ่องสอน ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 21)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(68,&amp;nbsp;68,&amp;nbsp;68);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(68,&amp;nbsp;68,&amp;nbsp;68);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;21)&amp;nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;11,986.30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,013.70&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,284.10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;715.90,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;8,279.52&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,720.48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;9,685.12&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,314.88&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326110924256</Link_News></row>
<row _id="552"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชมความงดงามของสกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง พร้อมตรวจความพร้อมสนามเทรลระดับ UTMB World Series สนามที่ 2 ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในรายการ Amazean Jungle Trail ที่จะจัดขึ้นใน ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2565 นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน&amp;nbsp;ชมพระอาทิตย์ยามเช้าและชมความงดงามของทะเลหมอก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สกายวอล์ค&amp;nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นหมอกขาวโพลนที่ลอยอยู่ตรงหน้า&amp;nbsp;และปกคลุมเต็มท้องฟ้าในยามเช้า&amp;nbsp;ในบรรยากาศลมเย็น&amp;nbsp;อุณหภูมิ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;โดมียบรรดานักท่องเที่ยวทั่วประเทศต่างถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก&amp;nbsp;และหลังจากที่หมอกเริ่มจางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา&amp;nbsp;ผืนป่าฮาลา-บาลา&amp;nbsp;และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;ที่สวยงามไม่แพ้ภาคเหนีอ&amp;nbsp;อากาศก็เย็นสบาย&amp;nbsp;ดังคำพูดที่ว่า&amp;nbsp;ถ้ามาเมืองเบตง&amp;nbsp;ไม่ได้กินไก่สับตง&amp;nbsp;ถือว่ามาไม่ถึงเบตง&amp;nbsp;มาเที่ยวเบตง&amp;nbsp;แต่ไม่เดินบนสกายวอล์ก&amp;nbsp;ชมทะเลหมอก&amp;nbsp;ก็ถือว่ามาไม่ถึงเบตงเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การลงพื้นที่อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อมาดูความพร้อมของสนามเทรลระดับ&amp;nbsp;UTMB&amp;nbsp;&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Series&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนามที่สอง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ภายใต้รายการแข่งขัน&amp;nbsp;Amazean&amp;nbsp;Jungle&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;จะจัดขึ้นใน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยมีจุดปล่อยตัวนักกีฬาวิ่งเทรล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามกีฬาเทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการจัดการแข่งขัน&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;By&amp;nbsp;UTMB&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ได้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง&amp;nbsp;347&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีแนวโน้มคาดว่าจะถึง&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;พร้อมเตรียมผลักดัน&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;by&amp;nbsp;UTMB&amp;nbsp;ให้เข้าสู่การเป็นสนามระดับ&amp;nbsp;Major&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ซึ่งมีเพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สนามทั่วโลก&amp;nbsp;ที่จะมีโอกาสได้รับการคัดเลือก&amp;nbsp;นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะมีนักวิ่งเทรลจากทั่วโลก&amp;nbsp;เดินทางมาเข้าร่วมแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;พร้อมผลักดันให้เกิดสนามเทรลระดับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;UTMB&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Series&amp;nbsp;สนามที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ภายใต้รายการแข่งขัน&amp;nbsp;Amazean&amp;nbsp;Jungle&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;ที่จะจัดขึ้นใน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากสนามบินเบตงเปิดให้บริการ&amp;nbsp;จะมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก&amp;nbsp;จะเดินทางเข้าร่วมวิ่งเทรลรายการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;เดินทางไปยังหมู่บ้านจุพากรณ์พัฒนา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชมวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp;หมูบ้านจุฬาภรณ์พัฒนาที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&amp;nbsp;-จีน&amp;nbsp;อยู่ในกลางหุบเขา&amp;nbsp;ร่วมพบปะผู้นำชุมชนและชาวบ้าน&amp;nbsp;เยี่ยมชมศึกษาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จุฬาภรณ์พัฒนา10&amp;nbsp;และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศผสมผสานกับการท่องเที่ยวเชิงประวัดิศาสตร์&amp;nbsp;เรียนรู้สมุนไพรพื้นถิ่น&amp;nbsp;วิถีชงชาสมุนไพร&amp;nbsp;และเดินไปชมต้นไม้ยักษ์ป่าฮาลา-บาลา&amp;nbsp;พร้อมรับประทานอาหารจีนกวางโส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326131052317</Link_News></row>
<row _id="553"><NewsTitle>ประชาชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง ต่างมีความประทับใจและดีใจที่ต่อไปจะสามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น นำรายได้มาสู่ชุมชนและกระคุ้นเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.ทรงศักดิ์&amp;nbsp;ทองศรี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;(มท.2)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ที่ได้ผลักดันนโยบายกัญชา&amp;nbsp;เพื่อเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้จากงานมหกรรมกัญชา&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&amp;nbsp;กัญชาริมโขง&amp;nbsp;ที่จัดขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&amp;nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&amp;nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&amp;nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&amp;nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&amp;nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ดร.ทรงศักดิ์&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&amp;nbsp;รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีสาร&amp;nbsp;THC&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว&amp;nbsp;โดยการใช้เพียงสาร&amp;nbsp;CBD&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ทำให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องสำอาง&amp;nbsp;อาหารเสริม&amp;nbsp;เครื่องปรุงรส&amp;nbsp;ชาชง&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;เครื่องดื่ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หากกฏปลดล็อคกัญชาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว&amp;nbsp;กัญชาจะถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&amp;nbsp;ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และประเทศชาติได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้เข้าร่วมงานต่างมีความประทับใจในการจัดงานครั้งนี้และเห็นว่ากัญชามีประโยชน์มากมาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นสินค้าและบริการได้อย่างหลากหลาย&amp;nbsp;คุณวิไลวัลย์&amp;nbsp;โสภาหัสดร&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า&amp;nbsp;กัญชามีประโยชน์หลายอย่างมาก&amp;nbsp;ได้มาดูการฝึกอบรมทำลูกประคบสมุนไพรกัญชา&amp;nbsp;ดีใจและรู้สึกประทับใจที่&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;มีกิจกรรมดีๆ&amp;nbsp;แบบนี้&amp;nbsp;และคุณกิตติพงษ์&amp;nbsp;อัคศร&amp;nbsp;ได้บอกเล่าความประทับใจว่า&amp;nbsp;นโยบายปลดล็อกกัญชามีประโยชน์&amp;nbsp;ถ้าประชาชนใช้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;ประทับใจที่บ้านเราสามารถนำกัญชามาทำเป็นผลิตภํณฑ์ดีๆ&amp;nbsp;ได้อย่างหลากหลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จะเห็นได้ว่าการจัดงานท่องเที่ยวเริงร่า&amp;nbsp;กัญชาริมโขง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้มากมายเกี่ยวกับกัญชา&amp;nbsp;มีบริการนวดน้ำมันกัญชา&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเชื่อมโยงแหล่งปลูกและผลิตกัญชา&amp;nbsp;กัญชง&amp;nbsp;กับเส้นทางท่องเที่ยว&amp;nbsp;ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า&amp;nbsp;นำรายได้มาสู่ประชาชน&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สวท.บึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326143805329</Link_News></row>
<row _id="554"><NewsTitle>ชวนคนไทยลดใช้พลังงานผ่านแคมเปญ Save Energy for ALL ร่วมใจประหยัดพลังงาน ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญญนิตย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วงศ์รักมิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กฟผ&lt;/strong&gt;.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้พลังงานทั่วประเทศและทั่วโลก&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ขานรับมาตรการลดการใช้พลังงานของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมุ่งเป้าลดการใช้พลังงานในสำนักงานลงร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ด้วยมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การบริหารจัดการควบคุมระบบแสงสว่างในอาคารโดยการตั้งเวลา&amp;nbsp;(Timer)&amp;nbsp;และติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Motion&amp;nbsp;Sensor)&amp;nbsp;กำหนดเวลาปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงพักกลางวันและก่อนเวลาเลิกงานอย่างน้อย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;60&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;รวมถึงปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น&amp;nbsp;26&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมรณรงค์ให้พนักงาน&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีแทนการสวมเสื้อสูท&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ได้นำระบบสื่อสารออนไลน์และระบบงานดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประชาชนสามารถประหยัดพลังงานด้วยตนเองง่ายๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพียงปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ติดดาว&amp;nbsp;ปิดสวิตซ์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทันทีเมื่อเลิกใช้งาน&amp;nbsp;เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดของห้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะเดียวกัน&amp;nbsp;กฟผ.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการลดใช้พลังงานของประเทศและชวนคนไทยลดใช้พลังงานด้วยแคมเปญ&amp;nbsp;Save&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;for&amp;nbsp;ALL&amp;nbsp;ร่วมใจประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ล้างแอร์ฟรีช่วยชาติและส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.egat.co.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.egat.co.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;การประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือสำคัญในการเผชิญกับวิกฤตนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190758381</Link_News></row>
<row _id="555"><NewsTitle>ชาวโคราชตื่นตัวรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า 100%  เข้าชมงาน "มอเตอร์โชว์โคราช ครั้งที่ 29" THE NORTHEAST INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2022  วันที่ 26 มีนาคม- 3 เมษายน 2565 ที่เดอะมอลล์โคราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดงาน"มอเตอร์โชว์โคราช&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;29"&amp;nbsp;THE&amp;nbsp;NORTHEAST&amp;nbsp;INTERNATIONAL&amp;nbsp;MOTOR&amp;nbsp;SHOW&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;โดยชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;เดอะมอลล์โคราช&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;Variety&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;,&amp;nbsp;MCC&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Grand&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดอะมอลล์โคราช&amp;nbsp;มหกรรมแสดงยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่สุดแห่งปี&amp;nbsp;ที่คนรักรถยนต์&amp;nbsp;มอเตอร์ไซค์&amp;nbsp;ไม่ควรพลาด&amp;nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&amp;nbsp;ท้าลมร้อน&amp;nbsp;SUMMER&amp;nbsp;SALE&amp;nbsp;การันตีงานเดียวครบทุกแบรนด์&amp;nbsp;เนรมิตทั้งห้างและศูนย์การค้า&amp;nbsp;ยกขบวนรถยนต์ใหม่&amp;nbsp;มอเตอร์ไซค์ใหม่&amp;nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;คอนเซ็ปต์คาร์&amp;nbsp;อุปกรณ์ประดับยนต์&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;จากค่ายรถดัง&amp;nbsp;ตอบรับกระแสนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่น่าจับตามอง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษโปรโมชั่นเด็ดจากหลากหลายค่าย&amp;nbsp;การันตีโปรโมชั่นเดียวกับงานบางกอก&amp;nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&amp;nbsp;มอเตอร์โชว์&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกฤตยา&amp;nbsp;เรืองเข็มทอง&amp;nbsp;ประธานชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วัตถุประสงค์จัดงานเพื่อสร้างกิจกรรมของชมรมฯ&amp;nbsp;และนำเสนอเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมในรูปแบบใหม่ของรถยนต์แต่ละค่ายที่มีการออก&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ใหม่ทุกปีและกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่งเสริมการตลาดให้ตลาดรถยนต์ในจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;คึกคักและมีสีสันมากขึ้น&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจช่วงต้นปี&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ได้เลือกซื้อรถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;และอุปกรณ์ประดับยนต์&amp;nbsp;ตรงตามความต้องการในเงื่อนไขที่เหมาะสม&amp;nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;โดยการมอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมแก่เหล่ากาชาดจังหวัดนคราชสีมา&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มอเตอร์โชว์โคราช&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;คาดการณ์จำนวนผู้เข้าร่วมรับชมงานตลอด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วันจัดงานมากกว่า&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายรวมยอดจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์จากทุกค่าย&amp;nbsp;รวมกันมากกว่า&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;คาดว่าจะมีเงินสะพัดหมุนเวียนภายในงานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;1,700&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับปีนี้มีบรรดาค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำมากมายที่เข้าร่วมจัดแสดง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รถยนต์&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แบรนด์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;BMW,&amp;nbsp;Mercedes-Benz,&amp;nbsp;Hyundai,&amp;nbsp;Toyota,&amp;nbsp;Honda,&amp;nbsp;Mazda,&amp;nbsp;Mitsubishi&amp;nbsp;Motors,&amp;nbsp;Nissan,&amp;nbsp;Ford,&amp;nbsp;Suzuki,&amp;nbsp;Isuzu,&amp;nbsp;Great&amp;nbsp;Wall&amp;nbsp;Motors,&amp;nbsp;MG,&amp;nbsp;Kia&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;DFSK&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ค่ายรถยนต์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในครั้งนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ค่าย&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการแพ็คเกจภาษีรถ&amp;nbsp;EV&amp;nbsp;ตามมาตรการรัฐบาลในการมอบเงินอุดหนุนจำนวน&amp;nbsp;70,000-150,000&amp;nbsp;บาทต่อคัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ค่าย&amp;nbsp;Great&amp;nbsp;Wall&amp;nbsp;Motor&amp;nbsp;ที่นำรถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ORA&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;Cat&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;400&amp;nbsp;KM&amp;nbsp;TECH,&amp;nbsp;400&amp;nbsp;KM&amp;nbsp;PRO&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;KM&amp;nbsp;ULTRA&amp;nbsp;นำมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ค่ายรถยนต์&amp;nbsp;MG&amp;nbsp;กับรถยนต์ไฟฟ้า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;MG&amp;nbsp;ZS&amp;nbsp;EV&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;MG&amp;nbsp;EP&amp;nbsp;เอาใจ&amp;nbsp;รถยนต์ครอบครัวที่มีมาถึง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ที่นั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ค่าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;BMW&amp;nbsp;Motorrad&amp;nbsp;,&amp;nbsp;YAMAHA,&amp;nbsp;HONDA&amp;nbsp;BIGWING,&amp;nbsp;HONDAเกริกไกร&amp;nbsp;,HONDAMONKEY,&amp;nbsp;VESPA,&amp;nbsp;LAMBRETTA,&amp;nbsp;PEUGEOT&amp;nbsp;,&amp;nbsp;GPX,&amp;nbsp;NTK&amp;nbsp;จักรยานไฟฟ้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชินาพัฒน์&amp;nbsp;พิมพ์ศรีแก้ว&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เดอะมอลล์ราชสีมา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวเสริม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จองรถในงานนี้รับโปรโมชั่นเดียวกับกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ข้อเสนอสุดพิเศษทุกค่ายรถ&amp;nbsp;มีสิทธิ์ลุ้นรับ&amp;nbsp;Gift&amp;nbsp;Voucher&amp;nbsp;สำหรับซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์&amp;nbsp;รวมมูลค่ากว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;บัตรเติมน้ำมัน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รับสิทธิ์ซื้อคูปองอาหาร&amp;nbsp;FOOD&amp;nbsp;HALL&amp;nbsp;ซื้อ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แถมฟรี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;สิทธิ์&amp;nbsp;รวมมูลค่ากว่า&amp;nbsp;900,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และที่ขาดไม่ได้คือเหล่าพริตตี้สาวสวยที่ยกทัพมาร่วมสร้างสีสันภายในงานทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งานมอเตอร์โชว์โคราช&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;29&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(THE&amp;nbsp;NORTHEAST&amp;nbsp;INTERNATIONAL&amp;nbsp;MOTOR&amp;nbsp;SHOW&amp;nbsp;2022)&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;Variety&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;,&amp;nbsp;MCC&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Grand&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดอะมอลล์โคราช&amp;nbsp;วันจันทร์-ศุกร์&amp;nbsp;เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์&amp;nbsp;เข้าชมได้ในเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;งานนี้เข้าชมฟรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326153746343</Link_News></row>
<row _id="556"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ขนส่งทุเรียน-มะพร้าวระยอง 60 ตัน ไปประเทศจีน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สถานีรถไฟมาบตาพุด&amp;nbsp;ต.มาบตาพุด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นายสาธิต&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นประธานปล่อยขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ขนส่งสินค้า&amp;nbsp;ประเภททุเรียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และมะพร้าว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ของบริษัทเก้าเจริญ&amp;nbsp;เทรน&amp;nbsp;ทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ปลายทางประเทศจีน&amp;nbsp;มีนางสาวสุวีรยา&amp;nbsp;ปั้นปาน&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;พล.ต.ต.วรา&amp;nbsp;เวชชาภินันท์&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ระยอง&amp;nbsp;นายพิธพร&amp;nbsp;สะมะลาภา&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายภานุศักดิ์&amp;nbsp;สายพานิช&amp;nbsp;นายกสมาคมทุเรียนไทย&amp;nbsp;นายนรเสฏฐ์&amp;nbsp;คูติกิขจรรัตน์&amp;nbsp;NS.OLAN888&amp;nbsp;FRESH&amp;nbsp;FRUIT&amp;nbsp;CO.,LTD.&amp;nbsp;ภาคเอกชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;นายปัญญา&amp;nbsp;ปะพุธสะโร&amp;nbsp;ประธานกรรมการ&amp;nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&amp;nbsp;เทรน&amp;nbsp;ทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นายปุรเชรษฐ์&amp;nbsp;ปะพุธสะโร&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&amp;nbsp;เทรน&amp;nbsp;ทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปุรเชรษฐ์&amp;nbsp;ปะพุธสะโร&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&amp;nbsp;เทรน&amp;nbsp;ทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ระบบราง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ต่อมาในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เป็นผู้ขอถ่ายลำและผู้ขอผ่านแดนทางรถไฟจากกรมศุลกากร&amp;nbsp;และการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าผ่านแดนทางรถไฟตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยขนส่งตู้สินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไปยัง&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ทั้งนี้การส่งสินค้าประเภทผลไม้ทุเรียนและมะพร้าวส่งไปยังจีนดังกล่าว&amp;nbsp;ใช้เส้นทางจากระยองถึงสถานีหนองคาย&amp;nbsp;และรถไฟจะเดินขบวนส่งสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;ก่อนเข้าประเทศจีนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายปัญญา&amp;nbsp;ปะพุธสะโร&amp;nbsp;ประธานกรรมการ&amp;nbsp;บริษัทเก้าเจริญ&amp;nbsp;เทรน&amp;nbsp;ทรานสปอร์ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเปิดขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นขบวนนำร่องส่งสินค้าประเภทผลไม้ไปจีน&amp;nbsp;โดยทางบริษัทได้ผ่านมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;ของจีน&amp;nbsp;ซึ่งมีภาครัฐให้การสนับสนุนช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยการขนส่งทางรถไฟจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนค่าขนส่ง&amp;nbsp;และการขนส่งทางรางใช้เวลาเร็วกว่าขนส่งทางถนน&amp;nbsp;และทางเรือ&amp;nbsp;ทั้งยังช่วยลดการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;และลดมลพิษและอุบัติเหตุทางถนนด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจะเป็นการช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร&amp;nbsp;ลดการล้นตลาดของผลไม้ภาคตะวันออกอีกด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;มีแผนจะส่งทุเรียนและผลไม้อื่นๆ&amp;nbsp;ของภาคตะวันออกไปจีนอีกกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;ในช่วงฤดูผลไม้ออกสู่ตลาดที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายสาธิต&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสินค้าไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในฤดูผลไม้นี้&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน&amp;nbsp;โดยการส่งประเภทผลไม้ไปจีนมีหลายช่องทาง&amp;nbsp;ทั้งทางอากาศ&amp;nbsp;ทางเรือ&amp;nbsp;และทางบก&amp;nbsp;โดยการขนส่งทางรางเป็นสิ่งสำคัญ&amp;nbsp;รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมให้ส่งสิงค้าไปยังจีนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;บ.เก้าเจริญฯ&amp;nbsp;ได้บุกเบิกมาพักหนึ่งแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งการส่งสินค้าทางรางเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ค้าผลไม้&amp;nbsp;ได้มีช่องทางพิเศษส่งสินค้าไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;โดยจะเป็นการเพิ่มยอด&amp;nbsp;และเพิ่มสินค้าเกษตรเป็นผลดีกับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326154858347</Link_News></row>
<row _id="557"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวฯ เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวล่องใต้ชายแดน อ. เบตง จ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&amp;nbsp;ล่องใต้ชายแดน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบริหารจัดการ&amp;nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;น.ส.ฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;น.ส.ภัทรอนงค์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นายธีรุตม์&amp;nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;แสงเทียน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;สาขานราธิวาส&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดชมวิวสกายวอร์คอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่นี่มีความสมบูรณ์ด้านธรรมชาติ&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;อาหารพื้นถิ่น&amp;nbsp;&lt;u&gt;ขอ&lt;/u&gt;เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความงามของที่นี่&amp;nbsp;และในช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พ.ค.65&amp;nbsp;มีการแข่งขันวิ่ง&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;Amazean&amp;nbsp;Jungle&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแข่งวิ่งในป่าดิบชื้น&amp;nbsp;ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;มีความพร้อม&amp;nbsp;วันนี้ทางรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่มาด้วย&amp;nbsp;พร้อมที่จะทำการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ออกสู่ทั่วโลก&amp;nbsp;เพื่อเป็นการตอบโจทย์&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Chapters&amp;nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่&amp;nbsp;(new&amp;nbsp;normal)&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;แห่งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อมา&amp;nbsp;น.ส.ฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะลงพื้นที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เพื่อพบปะผู้นำชุมชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านจุฬาภรณ์&amp;nbsp;และต้นไม้ยักษ์แห่งป่าฮาลาบาลา&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระบบนิเวศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326161926352</Link_News></row>
<row _id="558"><NewsTitle>ผลตอบรับมหกรรมกัญชา ท่องเที่ยวเริงร่า กัญชาริมโขง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากงานมหกรรมกัญชา&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&amp;nbsp;กัญชาริมโขง&amp;nbsp;ที่จัดขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เมืองบึงกาฬ&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกฯ&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขยกกระทรวงมาร่วมในงาน&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากตลอดการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&amp;nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&amp;nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&amp;nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&amp;nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.ทรงศักดิ์&amp;nbsp;ทองศรี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;(มท.2)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ที่ได้ผลักดันนโยบายกัญชา&amp;nbsp;เพื่อเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้จากงานมหกรรมกัญชา&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเริงร่า&amp;nbsp;กัญชาริมโขง&amp;nbsp;ที่จัดขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ถนนข้าวเม่าริมโขง&amp;nbsp;อ.เมืองบึงกาฬ&amp;nbsp;จ.บึงกาฬ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การจัดงานดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนทางวิชาการกัญชาทางการแพทย์&amp;nbsp;นอกจากการแปรรูปเป็นเวชภัณฑ์&amp;nbsp;ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสินค้า&amp;nbsp;และบริการเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;ให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากได้&amp;nbsp;แต่ต้องดำเนินการไปด้วยความรอบครอบด้านกฎหมายควบคู่กันไป&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการปลูกกัญชายังคงต้องอยู่ภายใต้การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนอยู่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มท.2&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี&amp;nbsp;รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่มีสาร&amp;nbsp;THC&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันแล้ว&amp;nbsp;โดยการใช้เพียงสาร&amp;nbsp;CBD&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ทำให้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องสำอาง&amp;nbsp;อาหารเสริม&amp;nbsp;เครื่องปรุงรส&amp;nbsp;ชาชง&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;เครื่องดื่ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;หากกฎปลดล็อคกัญชาเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว&amp;nbsp;กัญชาจะถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ&amp;nbsp;ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และประเทศชาติได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326164341356</Link_News></row>
<row _id="559"><NewsTitle>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทยพบสื่อชายแดนใต้ ร่วมโปรโมทท่องเที่ยวมาเลย์หลังเปิดด่าน 1 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมาศวิน&amp;nbsp;ไซนาล&amp;nbsp;อาบีดีน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะเยือนปัตตานี&amp;nbsp;พบปะสื่อมวลชนในพื้นที่เพื่อหาแนวทางร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวมาเลเซียหลังจากการเปิดด่านทางบกในเร็วๆ&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การมาเยือนภาคใต้ของคณะฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอด้านการท่องเที่ยวให้กับสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ&amp;nbsp;ทราบว่า&amp;nbsp;มาเลเซียจะเปิดด่านทางบกเริ่มวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลล่าสุดที่ได้จาก&amp;nbsp;รมต.&amp;nbsp;สาธารณสุขมาเลเซียคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเปิดด่านทางบกทั้งหมดที่ติดกับชายแดนประเทศไทย&amp;nbsp;เราต้องการแจ้งให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในประเทศได้กลับมาฟื้นฟูการท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;ตลอดการเยือนของเราได้พบปะกับผู้เกี่ยวข้องใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;ทั้งสื่อมวลชน&amp;nbsp;เอเย่นต์ทัวร์&amp;nbsp;และพบกับ&amp;nbsp;สส.สงขลาที่หาดใหญ่&amp;nbsp;เราปรึกษาถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเปิดด่านในครั้งนี้ข่าวเพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อไป&amp;nbsp;หลังจากที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากโควิค&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ตลอดสองปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประชากรที่ให้การสนับสนุนหรือเป็นนักท่องเที่ยวที่เที่ยวในมาเลเซียมากที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากภาคใต้มีทั้งทางบกและทางน้ำ&amp;nbsp;ดังนั้นจังหวัดชายแดนใต้จึงมีความสำคัญ&amp;nbsp;หลังจากรัฐบาลประกาศจะเปิดด่านทางบก&amp;nbsp;เราจึงมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแห่งแรก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลกระทบจากโควิดถือว่าหนักมาก&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2020&amp;nbsp;ในมาเลเซียนักท่องเที่ยวลดลง&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&lt;/strong&gt;เปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในปี&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;ที่ลดลง&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันนี้ประเทศได้เข้าสู่การเปลี่ยนโรคโควิดไปสู่&amp;nbsp;โรคประจำถิ่น&amp;nbsp;เราจึงต้องเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวใหม่&amp;nbsp;และโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวว่าเราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเมืองไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อกำหนดการเดินทางเข้ามาเลเซีย&amp;nbsp;ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์&lt;/strong&gt;อาจมีสิทธิ์เดินทางไปลังกาวีภายใต้โปรแกรมการเข้าพิเศษ&amp;nbsp;ชาวต่างชาติที่ถือหนังสือเดินทางที่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศจะต้องได้รับวีซ่าก่อนออกเดินทางการกักตัว&amp;nbsp;ในการกักตัว&amp;nbsp;ผู้โดยสารที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วันเมื่อมาถึงโรงแรมที่กำหนดโดยผู้โดยสารออกค่าใช้จ่ายเอง&amp;nbsp;ผู้โดยสารต้องแสดงหลักฐานการชำระล่วงหน้าที่&amp;nbsp;MySafeTravel&amp;nbsp;อาจขยายระยะเวลากักกันเป็น&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ผู้โดยสารต้องสวมสายรัดข้อมือเฝ้าระวังที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในช่วงระยะเวลาการสังเกตและเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้โดยสารที่ได้รับวัคซีน&amp;nbsp;อยู่บ้าน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้โดยสารต้องได้รับวัคซีนครบตามจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โด๊ส&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วันก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โด๊สของวัคซีนครั้งเดียว&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วันก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;ผู้โดยสารเหล่านี้อาจกรอก&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;Quarantine&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;(HQA)&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วันก่อนเดินทางมาถึงให้ทำการกักกันที่บ้าน&amp;nbsp;การตรวจ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ผู้โดยสารต้องมีผลการทดสอบ&amp;nbsp;PCR&amp;nbsp;เป็นลบที่ได้รับภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันก่อนออกเดินทาง&amp;nbsp;สิ่งนี้ใช้ไม่ได้กับผู้โดยสารที่หายจากโรคโควิด-19&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วันก่อนออกเดินทางและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;โดยต้องมีจดหมาย&amp;nbsp;Fit&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Travel&amp;nbsp;จากโรงพยาบาล&amp;nbsp;ต้องเข้ารับการตรวจโควิด-19&amp;nbsp;เมื่อเดินทางมาถึง&amp;nbsp;และรับการทดสอบ&amp;nbsp;Rapid&amp;nbsp;Antigen&amp;nbsp;หลังจากเดินทางมาถึง&amp;nbsp;ต้องอัปโหลดผลการทดสอบทั้งหมดไปที่แอป&amp;nbsp;MySejahtera&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326163914355</Link_News></row>
<row _id="560"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรและคณะศึกษาดูงานพื้นที่จังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพนมเบญจา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับและประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&amp;nbsp;กิจการชายแดนไทย&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายมนูญ&amp;nbsp;สิวาภิรมรัตน์&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&amp;nbsp;กิจการชายแดนไทย&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ในโอกาสที่เดินทางมาการศึกษาดูงาน&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;"การส่งเสริมโครงการกระบี่แซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;(Krabi&amp;nbsp;Sandbox)&amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยวเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศภายหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานเกี่ยวกับกระบี่แซนด์บ๊อกซ์&amp;nbsp;(Krabi&amp;nbsp;Sanb0x&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ตลอดจนสภาพปัญหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;ระหว่างผู้แทนหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ผู้แทนภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;และผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนความต้องการสนับสนุนด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐและเอกชนและหน่วยงาน&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อเสนอแนะและและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานตามโครงการกระบี่แซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;(Krabi&amp;nbsp;Sandbox)&amp;nbsp;รวมทั้งแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ตลอดจนรายงานอุปสรรคปัญหาเชิงพื้นที่และให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมได้มีการเสนอแนะประเด็น&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สรุปผลการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;(Krabi&amp;nbsp;Sandbox)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;Krabi&amp;nbsp;even&amp;nbsp;more&amp;nbsp;amazing&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนควบคู่เศรษฐกิจภายใต้การแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ซึ่งภาคเอกชน&amp;nbsp;เสนอให้ยกเลิกระบบไทยแลนด์พาสด์&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ควบคู่กับการดำเนินการภายใต้มาตรการสาธารณสุข&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การบำบัดน้ำเสียในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;,ปัญหาด้านการแพทย์และการสาธารณสุข&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&amp;nbsp;และเชิงนิเวศน์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ภาคบ่าย&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ลงสำรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังจากนี้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อผลักดันในเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปานอุมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แหละยุหีม&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326164759359</Link_News></row>
<row _id="561"><NewsTitle>อบจ.ภูเก็ต จัดใหญ่งานมหกรรมอาหาร หรอยหนัด หยัดได้ หรรษาลากูน่าโกรฟ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชาวภูเก็ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเรวัต&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;หรรษาลากูน่าโกรฟ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานลากูน่าโกรฟ&amp;nbsp;ตำบลเชิงทะเล&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายวัชรินทร์&amp;nbsp;ปฐมวัฒนพงศ์&amp;nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;และนายแอนโทนี&amp;nbsp;โล&amp;nbsp;รองประธานกรรมการบริหาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ลากูน่ารีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์โฮเท็ล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;นายอานุภาพ&amp;nbsp;เวชวนิชสนอง&amp;nbsp;และนายทิวัตถ์&amp;nbsp;สีดอกบบวบ&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภา&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;รวมถึงแขกผู้มีเกียรติ&amp;nbsp;สื่อมวลชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมงานจำนวนมากภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเรวัต&amp;nbsp;อารีรอบ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มระหว่างปี&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ได้เตรียมกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจที่เปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถือเป็นความร่วมมืออีกครั้งของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ที่ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้พลิกฟื้นโดยเร็ว&amp;nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามให้ดำรงไว้ทั้งในด้านอาหาร&amp;nbsp;การแต่งกายและวิถีชีวิตของคนภูเก็ต&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการร้านค้า&amp;nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;โรงแรมที่พัก&amp;nbsp;ที่จะสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานรากตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;งานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรรษาลากูน่าโกรฟ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อบจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;จัดขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวภูเก็ต&amp;nbsp;ขอให้ทุกท่านเที่ยวสนุกอย่างปลอดภัยกับการท่องเที่ยววิถีใหม่&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting&amp;nbsp;สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้มาสัมผัสเยี่ยมชม&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอบคุณในความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยเฉพาะกรรมการบริหาร&amp;nbsp;บริษัทลากูน่ารีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์โฮเท็ล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายวัชรินทร์&amp;nbsp;ปฐมวัฒนพงศ์&amp;nbsp;ปลัด&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร&amp;nbsp;หรอยหนัด&amp;nbsp;หยัดได้&amp;nbsp;(อาหาร&amp;amp;ของดีภูเก็ต)&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;มีร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง&amp;nbsp;อาหารทะเลสดและแปรรูป&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;โซนอาหารพิเศษในไสตล์&amp;nbsp;Chef&amp;nbsp;Table&amp;nbsp;การแสดงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีอีกมากมาย&amp;nbsp;ซึ่งได้จัดเวทีไว้รองรับถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เวที&amp;nbsp;ทั้งเวทีหลักและเวทีการแสดงพื้นบ้านลานวัฒนธรรม&amp;nbsp;และพิเศษสุดของงาน&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;ทุกท่านจะได้ชิมฟรี!!!&amp;nbsp;ก๋วยเตี๋ยวกุ้ยกระทะยักษ์&amp;nbsp;ที่แสนอร่อย&amp;nbsp;รวมถึงได้ร่วมชมการสาธิตการทำอาหารพื้นเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;และชมการแกะสลักผักผลไม้ที่งดงามวิจิตรตระการตา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190902385</Link_News></row>
<row _id="562"><NewsTitle>ททท.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดนใต้ ชู อัตลักษณ์ประจำถิ่นดึงนักท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวภัทรอนงค์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานนราธิวาส&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;เข้าสักการะศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;โดยมีนางรดา&amp;nbsp;จิรานนท์&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;และนายธาดา&amp;nbsp;คณานุรักษ์&amp;nbsp;ประธานมูลนิธิเทพปูชนียสถาน&amp;nbsp;(เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว)&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นคณะฯเดินทางต่อไปเยี่ยมชมบ้านขุนพิทักษ์รายา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากการฟื้นฟูบูรณะตามความประสงค์ของผู้สืบตระกูลขุนพิทักษ์รายา&amp;nbsp;จนได้รับรางวัลจากยูเนสโก&amp;nbsp;อีกทั้งบ้านขุนพิทักษ์รายา&amp;nbsp;อยู่ในย่านตลาดจีน&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าอดีตย่านนี้มีความเจริญรุ่งเรือง&amp;nbsp;เป็นแหล่งการค้าการขาย&amp;nbsp;ขนานกับแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;และเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่กลุ่มแรกๆที่เข้ามายังปัตตานี&amp;nbsp;เห็นถึงความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมของ&amp;nbsp;จ.ปัตตานีอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;สำหรับบ้านบ้านขุนพิทักษ์รายา&amp;nbsp;ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทที่ได้รับรางวัลยูเนสโกในวันที่1ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เป็นมรดกคุณค่าแก่มรดกทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;เข้ามาดูแล้ว&amp;nbsp;ตอนนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวก็เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงไม่ว่าจะเป็นยะลา&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;เข้าปัตตานี&amp;nbsp;และจังหวัดนราธิวาสเข้าปัตตานี&amp;nbsp;อัตราการเข้าพักในปัตตานีสูงมากๆถึง&amp;nbsp;70&amp;nbsp;-&amp;nbsp;80%&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในสามจังหวัดหลักของการท่องเที่ยวชายแดนใต้&amp;nbsp;คิดว่าหลังจากนี้เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ทางสมาคมเอกชนต่างๆ&amp;nbsp;หรือสมาคมการท่องเที่ยวรวมถึงสายการบินที่จะมีการเปิดเส้นทางการบินจากกรุงเทพมาเบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;อย่างนกแอร์&amp;nbsp;ที่จะ&amp;nbsp;Re-OPEN&amp;nbsp;จะทำให้การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในส่วนของสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้สดใสอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326203053411</Link_News></row>
<row _id="563"><NewsTitle>เปิดงาน Bangsak Beach Festival 2022 กระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวเปิดงาน&amp;nbsp;Bangsak&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;โดยมีนายอะหมาน&amp;nbsp;หมัดอะดัม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานพังงา&amp;nbsp;นายธราธิป&amp;nbsp;ทองเจิม&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมการเปิดครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งาน&amp;nbsp;Bangsak&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;เริ่มขึ้นวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไปจนถึง&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;16.00-22.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชายหาดบางสัก&amp;nbsp;ต.บางม่วง&amp;nbsp;อ.ตะกั่วป่า&amp;nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมและการแสดงโชว์ตลอดทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันให้ได้รับชมมากมาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การสอนเล่นซับบอร์ด&amp;nbsp;โชว์&amp;nbsp;Surf&amp;nbsp;skate&amp;nbsp;จากชมรมตะกั่วป่าเซิร์ฟสเก็ต&amp;nbsp;การแสดงโชว์ควงลูกไฟ&amp;nbsp;ควงกระบองไฟ&amp;nbsp;ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง&amp;nbsp;เรียนรู้สรรพคุณ&amp;nbsp;เวิร์กช้อปสาธิตการนำกัญชามาปรุงอาหาร&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;และเครื่องดื่ม&amp;nbsp;และการจำหน่ายซีฟู้ดและอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ท่ามกลางกลิ่นอายของบรรยากาศธรรมชาติและลมทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326213848423</Link_News></row>
<row _id="564"><NewsTitle>ผู้ว่าฯร้อยเอ็ด เปิดงาน ROBINSON ROI ET MOTOR SHOW 2022 เพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;ROBINSON&amp;nbsp;ROI&amp;nbsp;ET&amp;nbsp;MOTOR&amp;nbsp;SHOW&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวศิริรัตน์&amp;nbsp;พละไกร&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร&amp;nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเรืองศักดิ์&amp;nbsp;รัตนโภคาสถิต&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายธนบดี&amp;nbsp;ครองยุติ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ร้อยเอ็ดได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ประกอบการค่ายรถ&amp;nbsp;ถือเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เป็นนิมิตรหมายอันดี&amp;nbsp;ที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและยังเป็นการช่วยภาพลักษณ์การค้าและการท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดอีกด้วย&amp;nbsp;โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตเป็นศูนย์กลางและก้าวสู่ความเป็นผู้นำมอเตอร์โชว์&amp;nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในงาน&amp;nbsp;ROBINSON&amp;nbsp;ROI&amp;nbsp;ET&amp;nbsp;MOTOR&amp;nbsp;SHOW&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะพบกับค่ายรถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์ชั้นนำ&amp;nbsp;โดยได้นำนวัตกรรมยานยนต์จากค่ายต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษ&amp;nbsp;และกิจกรรมพิเศษ&amp;nbsp;อีกมากมายตลอดทั้งงาน&amp;nbsp;ด้วยความมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;ที่จะช่วยเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ของชาวร้อยเอ็ด&amp;nbsp;และจังหวัดใกล้เคียงให้สมบูรณ์มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327043722442</Link_News></row>
<row _id="565"><NewsTitle>ภูเก็ตเทศบาลนครภูเก็ตจึงจัดงาน เทศกาลอาหารทะเล : หรอย ริม เล ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้(26&amp;nbsp;มี.ค.65)ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร.10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(สะพานหิน)&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เทศบาลนครภูเก็ตได้จัดงานเทศกาลอาหารทะเล&amp;nbsp;:&amp;nbsp;หรอย&amp;nbsp;ริม&amp;nbsp;เล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในเขตเทศบาลนครภูเก็ตและของจังหวัดโดยมีนาย&amp;nbsp;พิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานในพิธีเปิดงานพร้อมด้วยนาย&amp;nbsp;นายสาโรจน์&amp;nbsp;อังคณาพิลาส&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ผู้ยริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนเข้าร่วม&amp;nbsp;นายสาโรจน์&amp;nbsp;อังคณาพิลาส&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ตกล่าวว่า&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(Covid-19)&amp;nbsp;ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตให้สามารถฟื้นตัวได้ภายหลั&lt;/strong&gt;งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อันจะทำให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหาร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นทาง&amp;nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จัดโครงการพัฒนาเสริมพัฒนาและเสริมสร้างเศรฐกิจฐานรากภายใต้ชื่องานเทศกาลอาหารทะเล&amp;nbsp;หรอย&amp;nbsp;ริม&amp;nbsp;เล&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร.10&amp;nbsp;(ปลายแหลมสะพานหิน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;26-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ครั้งที่&amp;nbsp;2วันที่&amp;nbsp;23-24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการในเขตเทศบาลนครภูเก็ตมาร่วมออกร้านจำหน่ายอาหารกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกร้านในงานทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง&amp;nbsp;โดยการจัดงานครั้งนี้เทศบาลได้ถือปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก&lt;/strong&gt;ได้ชื่อว่าเป็น&amp;nbsp;ไข่มุกอันดามัน&amp;nbsp;และมีจุดเด่นหลายด้านไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&amp;nbsp;ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม&amp;nbsp;และวิถีชีวิตชาวภูเก็ต&amp;nbsp;การจัดงานเทศกาลอาหารทะเล:&amp;nbsp;หรอย&amp;nbsp;ริม&amp;nbsp;เลเกิดขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14,454,187&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และมีรายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;442,891&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แต่ในปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เริ่มมีการติดเชื้อในประเทศไทย&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตลดลง&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,003,290&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;72.54&amp;nbsp;ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;108,464&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลดลงคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;75.51&amp;nbsp;และปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่สำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และปัญหาการจ้างงานเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และเกิดการจ้างงานให้ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น&amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตภายหลังได้รับผลกระทบจังหวัดภูเก็ตจึงได้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ตรวมถึงเทศบาลนครภูเก็ตกำหนดจัดเทศกาลอาหารขึ้นในพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอเพื่อสร้างกระตุ้นการจับจ่ายสร้างสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327124602475</Link_News></row>
<row _id="566"><NewsTitle>ททท.ตาก จัดกิจกรรมวิ่งเทรล TAK Scenic Route &amp; Trail เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เช้าวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;04.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ&amp;nbsp;ตำบลป่ามะม่วง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตาก&amp;nbsp;จังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;ไตรคุ้มดัน&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตาก&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายณพล&amp;nbsp;ชยานนท์ภักดี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองตาก&amp;nbsp;นางสาวเมธาวดี&amp;nbsp;สุวรรณเทพ&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานตาก&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดกิจกรรมวิ่งเทรล&amp;nbsp;TAK&amp;nbsp;Scenic&amp;nbsp;Route&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;และปล่อยตัวนักวิ่ง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่พื้นที่จังหวัดตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วย&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานตาก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;รันรัน&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมกันดำเนินการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;TAK&amp;nbsp;Scenic&amp;nbsp;Route&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;ในครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิ่งจากจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;มีจุดปล่อยตัวที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ&amp;nbsp;ตำบลป่ามะม่วง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในเวลา&amp;nbsp;04.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;แล้วเลี้ยวขวาออกจากอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;ตามถนนไปประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แล้วเลี้ยวซ้าย&amp;nbsp;ไปโรงโม่หิน&amp;nbsp;วิ่งตามทางดินแดงไป&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;เริ่มเข้าทางเทรล&amp;nbsp;single&amp;nbsp;track&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดนี้สามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำจากด้านหลัง&amp;nbsp;บนเขาแตงโม&amp;nbsp;ถึงจุด&amp;nbsp;A1&amp;nbsp;(จุดพัก)&amp;nbsp;จากนั้นเส้นทางจะเป็น&amp;nbsp;Rolling&amp;nbsp;เรื่อยๆ&amp;nbsp;ไปจนจุด&amp;nbsp;A2&amp;nbsp;(จุดพัก)&amp;nbsp;และมีหินลอยค่อนข้างเยอะ&amp;nbsp;ตรงจุด&amp;nbsp;A2&amp;nbsp;จะเห็นวิวบ่อน้ำของโรงโม่หิน&amp;nbsp;ออกจากจุด&amp;nbsp;A2&amp;nbsp;วิ่งบนหลังอ่างเก็บน้ำแล้ววนลงมา&amp;nbsp;ด้านข้างของอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;และผ่านฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ลัดเลาะข้างเขาสองพี่น้องลงข้าง&amp;nbsp;spillway&amp;nbsp;แล้ววิ่งบน&amp;nbsp;สันอ่างเก็บน้ำเพื่อเข้าสู่เส้นชัยให้ทันก่อนเวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;(คัทออฟ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชั่วโมง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้เข้าแข่งขันทุกคน&amp;nbsp;ได้ผ่านการรับวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;มาแล้วอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หรือผลตรวจ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ตามที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;จ.ตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327140805493</Link_News></row>
<row _id="567"><NewsTitle>องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมานจัดโครงการวิ่งเทรล เพื่ออนุรักษ์ ป่าต้นน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน (Numman Trail ๒๐๒๑) ครั้งที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;นายชัยธวัช&amp;nbsp;เนียมศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการวิ่งเทรล&amp;nbsp;เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน(Numman&amp;nbsp;trial&amp;nbsp;๒๐๒๑)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;จีนอ่ำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;นายประวิน&amp;nbsp;อินทะบุญศรี&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน,&amp;nbsp;นายณฐพล&amp;nbsp;วิถี&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองเลย&amp;nbsp;นักวิ่งทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยธวัช&amp;nbsp;เนียมศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;เป็นตำบลที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและมีการท่องเที่ยววิถีชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;การส่งเสริมและการกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน&amp;nbsp;จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp;และยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดเลย&amp;nbsp;เมืองน่าอยู่&amp;nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;และการลงทุน&amp;nbsp;ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณฐพล&amp;nbsp;วิถี&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถือเป็นพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&amp;nbsp;และการท่องเที่ยววิถีชุมชนที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงเหมาะสมเป็นสนามวิ่งเทรล&amp;nbsp;อำเภอเมืองเลย&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่ม่วงหวานการันตี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เดอะรัน&amp;nbsp;(ไทยแลนด์)จำกัด&amp;nbsp;ได้จัดโครงการวิ่งเทรล&amp;nbsp;เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;(น้ำหมานเทรล&amp;nbsp;2021)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนส่งเสริมการอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำ&lt;/strong&gt;ในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นำรายได้จากการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ไปพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวบ้านไร่ม่วง&amp;nbsp;ตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;ให้มีความสวยงาม&amp;nbsp;เป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;และมีความปลอดภัย&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ตำบลน้ำหมานและมีส่วนร่วมร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนแบบยั่งยืน&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร&amp;nbsp;โดยเชฟชุมชนตำบลนำหมาน&amp;nbsp;และเพื่อนำรายได้&amp;nbsp;ไปช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp;ผู้ยากไร้&amp;nbsp;ในตำบลน้ำหมาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีประเภทการแข่งขัน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฟันเทรล&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ไม่แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&amp;nbsp;มินิเทรล&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&amp;nbsp;ฮาฟเทรล&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&amp;nbsp;และเทรล&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;แบ่งกลุ่มรุ่นอายุ&amp;nbsp;ใช้ชิปจับเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327164507531</Link_News></row>
<row _id="568"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมทำกิจกรรม Wrokshop ที่โรงปั้นเซรามิก จังหวัดปัตตานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายนิพันธ์&amp;nbsp;บุญหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;และร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;Wrokshop&amp;nbsp;ที่โรงปั้นเซรามิก&amp;nbsp;ของเญจเมธา&amp;nbsp;เซรามิก&amp;nbsp;ตำบลควน&amp;nbsp;อำเภอปะนาเระ&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมรับทราบรับแนวทางการดำเนินงานของโรงปั้นเซรามิก&amp;nbsp;และแจ้งแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;และจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;"เตรียมพร้อมท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่&amp;nbsp;ล่องใต้ชายแดน"&amp;nbsp;ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย&amp;nbsp;ทั้งทะเล&amp;nbsp;ป่าเขา&amp;nbsp;น้ำตก&amp;nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;พร้อมได้พบปะภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327170357536</Link_News></row>
<row _id="569"><NewsTitle>ป.ป.ท.ตรวจติดตามการดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ของแขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&amp;nbsp;ป.ป.ท.เขต&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พ.ต.ท.ทนง&amp;nbsp;เพิ่มพูล&amp;nbsp;ผอ.ปปท.เขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มอบหมายให้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;ปปท.&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายณัฐรดา&amp;nbsp;ศิริวัฒนกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริต&amp;nbsp;และนางสาวลัทธพร&amp;nbsp;มีพร้อม&amp;nbsp;นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมมือกับ&amp;nbsp;ผู้แทนสภาองศ์กรชุมชนตำบลจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายใต้กลุ่มแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ระดับพื้นที่&amp;nbsp;กรอบวงเงิน&amp;nbsp;55,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ของแขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการงานซ่อมสร้างผิวทางลาดยางแอสฟิสติกคอนกรีต&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;สร.021&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพสระชุด-ประเคียบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลสระขุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;12,850,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;เวทยะวานิช&amp;nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และนายเฉียบวุฒิ&amp;nbsp;อ่อนยิ่ง&amp;nbsp;นายช่างโยธาชำนาญงาน&amp;nbsp;นำคณะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสระขุดและผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ประชุมชี้แจงข้อมูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินโครงการและลงพื้นที่&amp;nbsp;ผลการตรวจติดตามเบื้องต้นพบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แขวงทางหลวงชนบทสุรินทร์ได้ดำเนินโครงการงานซ่อมสร้างผิวทางลาดยางแอสฟัสดิกคอนกรีตสาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร.021&amp;nbsp;&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพสระชุด-ประเคียบ&amp;nbsp;ตำบลสระขุด&amp;nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ปริมาณงาน&amp;nbsp;ผิวจราจรกว้าง&amp;nbsp;6.00&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ไหล่ทางกว้างข้างละ&amp;nbsp;0.00-1.50&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;2,560&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;จุดก่อสร้างโครงการมีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการติดตั้ง&amp;nbsp;ผู้รับจ้างได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการตรวจรับงานและทำการเบิกจ่ายเงินงวดงานเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;12,850,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่พบความซ้ำซ้อนกับโครงการหรืองบประมาณอื่น&amp;nbsp;และโครงการกำหนดไว้ในแผนพัฒนาของเทศบาลตำบลสระขุด&amp;nbsp;อำเภอชุมพลบุรี&amp;nbsp;คณะทำงานฯ&amp;nbsp;ได้ขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบอย่างละเอียด&amp;nbsp;และจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องรายงานผลเสนอผู้บริหารต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327181904549</Link_News></row>
<row _id="570"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานตลาดย้อนยุคนครหาดใหญ่ @ มหกรรมวัฒนธรรม 2 เล นำทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการสร้างรายได้ในพื้นที่จังหวัดสงขลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานตลาดย้อนยุคนครหาดใหญ่&amp;nbsp;@&amp;nbsp;มหกรรมวัฒนธรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เล&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดย&amp;nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.นาที&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นางสุรียพรรณ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;พล.ต.ท.สาคร&amp;nbsp;ทองมุณี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่&amp;nbsp;หน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการอนุรักษ์&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และกระตุ้นการสร้างรายได้ในจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;ไทยเที่ยวไทย&amp;nbsp;และถือเป็นกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นการนำ&amp;nbsp;สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่งดงามของภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งที่จับต้องได้&amp;nbsp;และจับต้องไม่ได้&amp;nbsp;ผนวกเข้ากับ&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;มาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์&amp;nbsp;สร้างเป็นสินค้าและบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;งานดังกล่าว&amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;-&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp;การแสดงหนังตะลุง&amp;nbsp;มโนรา&amp;nbsp;กลองยาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งและดนตรีแจ๊ส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซุ้มจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;อาหารโบราณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;การสาธิตการทำขนม&amp;nbsp;เพ้นท์ผ้าบาติก&amp;nbsp;และการสาธิตอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม,&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;"ผ้าไทย"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณ&amp;nbsp;สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่&amp;nbsp;อำเภอหาดใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327214508582</Link_News></row>
<row _id="571"><NewsTitle>จ.หนองคาย ขนส่งผลไม้ทางรถไฟไปจีนครั้งแรก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการไทยส่งออกผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;เป็นทุเรียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;น้ำหนัก&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และมะพร้าว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์น้ำหนักรวม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เที่ยวปฐมฤกษ์โดยทางรถไฟไปจีน&amp;nbsp;เผยหากไม่ติดขัดปัญหาอะไร&amp;nbsp;จะใช้ระยะเวลาในการขนส่งจากภาคตะวันออกของไทยไปถึงจีนเพียง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วันเท่านั้น&amp;nbsp;ในขณะที่กรมศุลกากรได้เร่งปรับแก้ระเบียบ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกลดขั้นตอน&amp;nbsp;และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;10.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขบวนรถไฟขนส่งสินค้า&amp;nbsp;ที่เป็นผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;แยกเป็นทุเรียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;น้ำหนักรวม&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และมะพร้าว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตู้คนเทรนเนอร์&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ที่ต้นทางจากภาคตะวันออกจากสถานีมาบตาพุด&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้เดินทางมาถึงสถานีหนองคาย&amp;nbsp;เพื่อจะส่งต่อข้ามไปสถานีท่านาแล้ง&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;และขนส่งต่อไปยังปลายทางที่ประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเที่ยวปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ในการขนส่งผลไม้ไปจีน&amp;nbsp;ที่ใช้การขนส่งทางรถไฟจีน-ลาว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวุฒิ&amp;nbsp;เร่งประดุงทอง&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่การรถไฟ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชหนองคาย&amp;nbsp;และตัวแทนของบริษัท&amp;nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอน&amp;nbsp;ก่อนจะขนส่งต่อไปสถานีท่านาแล้ง&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวุฒิ&amp;nbsp;เร่งประดุงทอง&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจากไทยไปจีน&amp;nbsp;โดยใช้ทางรถไฟจากไทยผ่าน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ก่อนจะเปลี่ยนแคร่จากรางขนาด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เป็นรางขนาด&amp;nbsp;1.435&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จากนั้นก็ส่งผ่านด่านบ่อเต็น&amp;nbsp;(สปป.ลาว)&amp;nbsp;ก่อนจะขนถ่ายอีกครั้งเนื่องจากด่านรถไฟบ่อหาน&amp;nbsp;ยังไม่เสร็จเรียบร้อย&amp;nbsp;แต่ทุกฝ่ายกำลังเร่งให้แล้วเสร็จให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนการเตรียมพร้อมของกรมศุลกากรนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;และอธิบดีกรมศุลกากร&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ด่านศุลกากรหนองคายได้แก้ไขปัญหาที่ติดขัดทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งด่านศุลกากรหนองคายได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาส่งให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;เพื่อให้มีการแก้ไขกฎกระทรวง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จากเดิมที่ด่านรถไฟหนองคายเป็นเพียงด่านพรมแดน&amp;nbsp;การตรวจปล่อยสินค้าต้องมีการขนถ่ายตู้คอนเทรนเนอร์ขึ้น-ลง&amp;nbsp;เพื่อนำไปตรวจที่ด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;ที่อยู่ห่างประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;แล้วค่อยนำกลับมายกกลับขึ้นแคร่&amp;nbsp;ทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อธิบดีกรมศุลกากรต้องการลดขั้นตอนและต้นทุนตรงจุดนี้&amp;nbsp;ที่เป็นการส่งออกสินค้า&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้ด่านศุลกากรหนองคายเข้ามาดำเนินการขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp;ที่ด่านสถานีหนองคาย&amp;nbsp;เลย&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงแรกที่ยังไม่มีเครื่องมือในการดำเนินการ&amp;nbsp;จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการเป็นหลักก่อน&amp;nbsp;ทั้งการตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า&amp;nbsp;ขาออก&amp;nbsp;และสินค้าผ่านแดน&amp;nbsp;โดยที่ไม่ให้เกิดต้นทุนกับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และเป็นการส่งเสริมการส่งออก&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;ในส่วนของรถเอกซเรย์เคลื่อนที่นั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินการ&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งแผนเดิมนั้นจะนำรถเอกซเรย์ไปประจำที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนมาประจำที่ด่านสถานีหนองคายแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;มั้นสิริไพบูลย์&amp;nbsp;โปรเจคเมเนเจอร์&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เก้าเจริญเทรนทรานสปอร์ต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขบวนรถไฟขบวนนี้จะเป็นขบวนรถไฟขบวนแรกในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน&amp;nbsp;ซึ่งช่วงนี้ปัญหาการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีนก็ยังคงมีอยู่&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;แต่ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;โชคดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ทั้งการดูแลและการประสานงาน&amp;nbsp;ซึ่งหากการขนส่งครั้งนี้สำเร็จตามที่ได้มีการประสานงานทุกขั้นตอนจนถึงประเทศจีนแล้ว&amp;nbsp;เมื่อถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่เป็นฤดูกาลผลไม้เริ่มออก&amp;nbsp;จะเป็นการช่วยเกษตรการในการส่งออกผลไม้ไปจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว&amp;nbsp;ส่วนต้นทุนในการขนส่งนั้นที่ช่วงแรกอาจจะดูยังสูงอยู่&amp;nbsp;แต่หลังจากที่มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหากมีการปรับลดขั้นตอนการใช้คนลง&amp;nbsp;จะทำให้ต้นทุนลดลง&amp;nbsp;จะทำให้การขนส่งผลิตผลทางการเกษตรทางรถไฟไปจีนสามารถทำได้&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของบริษัทเอง&amp;nbsp;มีคู่ค้าที่ทำร่วมกัน&amp;nbsp;มีการตั้งบริษัทใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;และยังมีคู่ค้าอยู่ในประเทศจีนที่เป็นรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของจีน&amp;nbsp;ทุกฝ่ายก็ได้ร่วมมือประสานงานกัน&amp;nbsp;สำหรับระยะเวลาในการขนส่งเริ่มตั้งแต่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จนไปถึงคุนหมิง&amp;nbsp;จีน&amp;nbsp;หากไม่ติดขัดปัญหาอะไร&amp;nbsp;จะใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วันไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วันเท่านั้น&amp;nbsp;ถือเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบเดิม&amp;nbsp;โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือ&amp;nbsp;ที่ขณะนี้การเข้าออกท่าของเรือทำให้ค่อนข้างยากมาก&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น&amp;nbsp;และยังต้องรอคิวเพื่อเข้าท่ายาวนานมากขึ้นไปอีก&amp;nbsp;ซึ่งเหตุการณ์นี้น่าจะอยู่อีกนาน&amp;nbsp;ประกอบทางการจีนเองได้เร่งแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่งเส้นทางนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;นอกจากนี้ทางบริษัทฯ&amp;nbsp;เองได้มีการวางแผนงานโครงการที่จะใช้เส้นทางนี้&amp;nbsp;ในการขนส่งผลิตผลทางเกษตรจากประเทศไทยให้ไปถึงทวีปยุโรปอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328092815611</Link_News></row>
<row _id="572"><NewsTitle>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นำร่องหน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน ร้อยละ 20 ขานรับวาระสำคัญแห่งชาติคาดช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ 10,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;สินสุขประเสริฐ&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พพ.&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ล้านหน่วยต่อวัน&amp;nbsp;แต่จากวิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะแก๊สธรรมชาติเหลว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;LNG&amp;nbsp;ที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ถึงถึงร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;35&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นจาก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บาทเป็น&amp;nbsp;7.30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำในการประหยัดพลังงานภาครัฐ&amp;nbsp;ตามมติ&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;หลังเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;โดยอนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พพ.&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก&amp;nbsp;ที่มีบทบาท&amp;nbsp;หน้าที่&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;จึงนำร่อง&amp;nbsp;ลดใช้พลังงานภาครัฐ&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์การประหยัดพลังงานภาครัฐ&amp;nbsp;รวมพลังคนไทย&amp;nbsp;ลดใช้พลังงาน&amp;nbsp;หาร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;โดยประกาศนโยบายประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;สร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;โดยบุคลากรของพพ.ทุกคน&amp;nbsp;จะต้องประหยัดพลังงานทุกด้าน&amp;nbsp;ตามเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หากหน่วยงานภาครัฐร่วมมือประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;ขณะที่ภาคประชาชนหากร่วมใจประหยัดพลังงานอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณด้านพลังงานได้ถึง&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้การดำเนินโครงการประหยัดพลังงานเป็นไปตามเป้าหมาย&amp;nbsp;ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน&amp;nbsp;เพื่อคอยกำกับ&amp;nbsp;ดูแลให้การประหยัดพลังงานเป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้และยังได้ฝึกอบรมการล้างแอร์ด้วยตนเอง&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมาย&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เริ่มอบรมตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พพ.&amp;nbsp;พร้อมเป็นศูนย์ข้อมูลให้ความรู้&amp;nbsp;แนะนำ&amp;nbsp;อบรมเชิงปฏิบัติการณ์&amp;nbsp;ให้แก่หน่วยงานราชการอื่นๆ&amp;nbsp;ตลอดจนภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328113908667</Link_News></row>
<row _id="573"><NewsTitle>จังหวัดตราด กำหนดจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า งานมหกรรมการค้าชายแดนภาคตะวันออก  (Thailand Eastern Regional Border Trade Fair 2022)  5  9 เมษายน นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;งานมหกรรมการค้าชายแดนภาคตะวันออก&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Eastern&amp;nbsp;Regional&amp;nbsp;Border&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;Fair&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการค้าชายแดนกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด&amp;nbsp;(สนามหลวงเฉลิมพระเกียรติ)&amp;nbsp;ในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการภาคตะวันออก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คูหา&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;การเจรจาจับคู่ธุรกิจ&amp;nbsp;และกิจกรรมสันทนาการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กิจกรรมจับคูปอง&amp;nbsp;ชิงรางวัล&amp;nbsp;Gift/Cash&amp;nbsp;Vonder&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จับรางวัลสร้อยคอทองคำ&amp;nbsp;รวมทั้งการแสดงมินิคอมเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เก่ง&amp;nbsp;ธชย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จุ๊บ&amp;nbsp;อิทธิกร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เอิ้นขวัญ&amp;nbsp;วรัญญา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดาว&amp;nbsp;ขำมิน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หนิง&amp;nbsp;ปัทมา&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328113039659</Link_News></row>
<row _id="574"><NewsTitle>เทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับชมรมตกปลาภูเก็ต และชมรมกอจ๊าน จัดการแข่งขันกีฬาตกปลา ครั้งที่ 13</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทศบาลนครภูเก็ต&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ชมรมตกปลาภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และชมรมกอจ๊าน&amp;nbsp;จัดการแข่งขันกีฬาตกปลา&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ปลายแหลมสะพานหิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&amp;nbsp;ร่วมกับชมรมตกปลาภูเก็ตจัดพิธีปิดการแข่งขันกีฬาตกปลาจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายอานุภาพ&amp;nbsp;รอดขวัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานปิดการแข่งขัน&amp;nbsp;และมีนายสาโรจน์&amp;nbsp;อังคณาพิลาส&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;นักกีฬาแข่งขันตกปลา&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสาโรจน์&amp;nbsp;อังคณาพิลาส&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เทศบาลนครภูเก็ตร่วมกับชมรมกีฬาตกปลาภูเก็ต&amp;nbsp;และชมรมกอจ๊านภูเก็ตจัดการแข่งขันกีฬาตกปลาจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร.10&amp;nbsp;(สะพานหิน)&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนการเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;ตลอดจนนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;พร้อมรองรับการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน&amp;nbsp;โดยใช้ทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่เพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของจังหวัดและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน&amp;nbsp;แบ่งเป็นประเภทเรือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เรือเร็ว&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;141&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เรือยนต์&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเรือหางยาว&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;226&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;รวมเงินรางวัล&amp;nbsp;117,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในงานยังมีกิจกรรมการจำหน่ายปลาสด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการประมูลปลาเพื่อมอบให้เป็นสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;ซึ่งเงินที่ได้จากการจัดกิจกรรมทั้งหมดหลังหักค้าใช้จ่ายแล้วจะนำไปมอบให้เป็นประโยชน์แก่สังคม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หน่วย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บ้านพักพิงสุนัขจรจัด&amp;nbsp;และศูนย์นครภูเก็ตปันน้ำใจ&amp;nbsp;สร้างสุข&amp;nbsp;เพื่อเป็นการทำบุญและเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328133530711</Link_News></row>
<row _id="575"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดตรังแจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&lt;/strong&gt;และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แจ้ง&amp;nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ&lt;/strong&gt;และจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135345724</Link_News></row>
<row _id="576"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังแจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&lt;/strong&gt;และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แจ้ง&amp;nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135450725</Link_News></row>
<row _id="577"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดตรังรายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&amp;nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&amp;nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&amp;nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134458718</Link_News></row>
<row _id="578"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังรายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&amp;nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&amp;nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&amp;nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328135027721</Link_News></row>
<row _id="579"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดตรัง  แจ้งให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนตัวตนในการจำหน่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตรังได้ออกประกาศจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;โดยกำหนดให้ลานเทแจ้งผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันยืนยันตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดตรังได้ปรับตัวอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการลักขโมยผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อกำกับดูแลและป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&lt;/strong&gt;และบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;จังหวัดตรังจึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มและผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แจ้ง&amp;nbsp;ให้ผู้ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่รับซื้อจะต้องแจ้งยืนยันแสดงตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134714719</Link_News></row>
<row _id="580"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดตรัง  รายงานผลการตรวจสอบลานเท ปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;สมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ตำรวจภูธรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ออกตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของลานเท&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;(ยกเว้นอำเภอหาดสำราญ)&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันไม่ได้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในเรื่องของคุณภาพของผลผลิต&amp;nbsp;ลานเทไม่รับซื้อปาล์มดิบ&amp;nbsp;โดยคัดผลปาล์มดิบหรือไม่ได้คุณภาพคืนให้กับผู้ที่นำผลปาล์มมาขาย&amp;nbsp;ส่วนในเรื่องการป้องปรามการลัดขโมยผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ผู้ที่นำผลปาล์มน้ำมันมาขายให้กับลานเทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;และกำหนดให้ผู้ขายรายใหม่แสดงสำเนาบัตรประชาชนก่อนรับซื้อทุกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328134856720</Link_News></row>
<row _id="581"><NewsTitle>OR เปิดตัวโครงการ "กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง Herbal Hub" มุ่งนำร่องด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านหนองยาง&amp;nbsp;ตำบลชมพู&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;นายณัชพล&amp;nbsp;จีนขจร&amp;nbsp;ผู้จัดการส่วนคลังปิโตรเลียมลำปาง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือโออาร์&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายไพฑูรย์&amp;nbsp;โพธิทอง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง&amp;nbsp;Herbal&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;โดยทางโออาร์ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณและร่วมกับชุมชนบ้านหนองยางจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีการเปิดโครงการและติดตั้งป้าย&amp;nbsp;"กลุ่มวิสาหกิจขุมชนหนองยาง&amp;nbsp;Herbal&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัชพล&amp;nbsp;จีนขจร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในนามบริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือโออาร์&amp;nbsp;ได้มาเปิด&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจขุมชน&amp;nbsp;หนองยาง&amp;nbsp;Herbal&amp;nbsp;Hub&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนของโออาร์ร่วมกับชุมชนบ้านหนองยาง&amp;nbsp;ซึ่งมีความพร้อมดำเนินการ&amp;nbsp;โดยทางบริษัทฯ&amp;nbsp;ได้สนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์น้ำมันเหลือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัชพล&amp;nbsp;จีนขจร&amp;nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โออาร์มีวิสัยทัศน์ที่จะเติมเต็มโอกาสและเราเติบโตร่วมกัน&amp;nbsp;เราจะไม่ทิ้งกันไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;เราจะร่วมใจกับชุมชนบ้านหนองยางเพื่อให้ชุมชนมีเศรษฐกิจดีขึ้น&amp;nbsp;มีความมั่นคง&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเราจะดูแลและสนับสนุนให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จถึงที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายประสิทธิ์&amp;nbsp;สีตาบุตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำแหน่งประธานชุมชนบ้านหนองยาง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นโอกาสที่ดีของชุมชนที่ทางโออาร์&amp;nbsp;ได้สนับสนุนโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ชุมชนบ้านหนองยางเป็นชุมชนเข้มแข็งได้ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140008729</Link_News></row>
<row _id="582"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแพร่ แจ้งราคามันสำปะหลัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;แจ้งสถานการณ์ราคามันสำปะหลัง&amp;nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน&amp;nbsp;31,934.78&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;93,090&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;80&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราคามันเชื้อแป้ง&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;2.35-2.60&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ราคายังคงทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140942732</Link_News></row>
<row _id="583"><NewsTitle>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนนโยบายภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Future Industry </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพันธุ์&amp;nbsp;มงคลสุธี&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ส.อ.ท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์โลกตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจของโลก&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ส.อ.ท.&amp;nbsp;มีนโยบายขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคตให้เข้มแข็ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การส่งเสริมภาคการเกษตรของไทยให้เป็นศูนย์กลางทางด้านผลผลิตการเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;พร้อมปรับตัวให้เข้าสู่&amp;nbsp;Future&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;ต่อยอดการเกษตรแบบดั้งเดิมเป็นการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อให้ผลิตได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;/การต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเป็นมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;/การผลักดันระบบสาธารณสุขไทยด้านการให้บริการด้านสุขภาพ&amp;nbsp;เครื่องมือแพทย์&amp;nbsp;รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ครอบคลุมทุกการบริการ&amp;nbsp;/การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นมาตรฐานระดับโลกรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&amp;nbsp;นำไปสู่การนำรายได้เช้าสู่ประเทศ&amp;nbsp;/การส่งเสริมด้าน&amp;nbsp;Technology&amp;nbsp;ในไทย&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่โครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;5G&amp;nbsp;เร่งให้เกิดการนำแอพพลิเคชั่นและบริการ&amp;nbsp;IoT&amp;nbsp;มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;/การพัฒนาผู้ประกอบการด้านการใช้นวัตกรรม&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุน&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ไทยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;/การพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานของไทย&amp;nbsp;รวมถึงด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย&amp;nbsp;ในการพัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานให้อย่างครอบคลุม&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328213335962</Link_News></row>
<row _id="584"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมพิธีส่งออกไก่ไทยไปซาอุดิอาระเบีย ตู้ปฐมฤกษ์ ครั้งแรกในรอบ 18 ปี มั่นใจช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออกในภาพรวมให้โตขึ้น ตั้งเป้าปีนี้ส่งออกไก่ได้กว่า 980,000 ตัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพิธีส่งออกไก่แปรรูป&amp;nbsp;ตู้ปฐมฤกษ์ของไทยไปซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;ที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ซีพีเอฟ&amp;nbsp;(มีนบุรี&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่า&amp;nbsp;วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;โดยเฉพาะไก่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าเป้าหมายที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;หลังการฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้ากับซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โรงงานของไทยได้รับการตรวจรับรองคุณภาพมาตรฐานและอนุญาตให้สามารถส่งออกไก่ไปซาอุดิอาระเบียได้แล้วทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซาอุดิอาระเบียนำเข้าไก่จากประเทศบราซิลร้อยละ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;และจากยูเครนและฝรั่งเศสร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;หลังจากนี้คาดว่าไทย&amp;nbsp;จะเป็นตลาดสำคัญที่ซาอุดิอาระเบียจะนำเข้าสินค้าไก่เพิ่มขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ไทยส่งออกไก่ไปทั่วโลก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;900,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่าประมาณ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งเป้าว่าจะทำได้&amp;nbsp;980,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งการส่งออกไก่ไปซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;จะเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทยให้เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประสิทธิ์&amp;nbsp;บุญดวงประเสริฐ&amp;nbsp;ประธานคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือซีพีเอฟ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โรงงานของซีพีเอฟได้รับการรับรองจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โรงงาน&amp;nbsp;พร้อมขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ที่ได้ร่วมมือประสานงานจนสามารถส่งออกไก่ไทยไปได้&amp;nbsp;เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกไก่ของไทยได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค65)&amp;nbsp;ได้ส่งมอบไก่ล็อตแรกไปยังซาอุดิอาระเบียเป็นครั้งแรกในรอบ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2547&amp;nbsp;คาดว่าเดือนมีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะส่งออกได้&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และภายในสิ้นปีจะส่งออกได้&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และคาดว่าจะสามารถทำได้ถึง&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือมูลค่า&amp;nbsp;4,200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปที่ผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144616757</Link_News></row>
<row _id="585"><NewsTitle>การบินไทย สนับสนุนเกษตรกรไทย ผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;การบินไทยฯ&amp;nbsp;ในฐานะสายการบินแห่งชาติมุ่งมั่นผลักดันการสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ&amp;nbsp;โดยให้การสนับสนุนเกษตรกรไทยในการผลักดันสินค้าภาคการเกษตรสู่ตลาดโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะสินค้าผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดยฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์&amp;nbsp;ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำแก่ตัวแทนผู้ขนส่งสินค้าทางอากาศและผู้ส่งออกขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ไปยังเมืองกวางเจา&amp;nbsp;เฉิงตู&amp;nbsp;คุนหมิง&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;และนิวเดลี&amp;nbsp;สาธารณรัฐอินเดีย&amp;nbsp;ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส&amp;nbsp;350&amp;nbsp;และโบอิ้ง&amp;nbsp;777&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเดือนมีนาคมได้ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน&amp;nbsp;39&amp;nbsp;เที่ยวบิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ไปยังเมืองกวางโจว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;คุนหมิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;คุนหมิง-นิวเดลี&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;และในเดือนเมษายน&amp;nbsp;จะให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำจำนวน&amp;nbsp;87&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ไปยังเมืองกวางโจว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;เฉิงตู&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;คุณหมิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;คุนหมิง-นิวเดลี&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เที่ยวบิน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เดือนมีนาคมและเมษายนให้บริการเช่าเหมาลำขนส่งผลไม้และสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;126&amp;nbsp;เที่ยวบิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;บริษัทการบินไทยฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144240749</Link_News></row>
<row _id="586"><NewsTitle>ปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 800,000 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทัย&amp;nbsp;รัตนากร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธนาคารได้เข้าร่วมทุนในบริษัท&amp;nbsp;เงินสดทันใจ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เปิดตัวสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำช่วงเปิดตัวร้อยละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ส่งผลให้หลังจากนั้นไม่นานตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ&amp;nbsp;ได้ทยอยปรับลดโครงสร้างดอกเบี้ยจากร้อยละ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ลงเหลือร้อยละ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยตลอด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาชนที่มีรายได้น้อยจำนวนกว่า&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้รับอนุมัติสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ&amp;nbsp;เงินสดทันใจ&amp;nbsp;ทั้งสินเชื่อใหม่และรีไฟแนนซ์&amp;nbsp;วงเงินรวมกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;16,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ช่วยเสริมสภาพคล่องในการนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายและแก้ปัญหาการเงิน&amp;nbsp;ด้วยต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด&amp;nbsp;สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้าคิดเป็นเม็ดเงินราว&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;คาดการณ์ตัวเลขอนุมัติสินเชื่อรวมกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสินเชื่อ&amp;nbsp;เงินสดทันใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ให้บริการทั้งการขอกู้ใหม่และรีไฟแนนซ์&amp;nbsp;โดยรถยนต์ผ่อนชำระได้นานถึง&amp;nbsp;54&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และรถจักรยานยนต์ผ่อนชำระได้นาน&amp;nbsp;36&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;ไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน&amp;nbsp;ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน&amp;nbsp;และไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน&amp;nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;เริ่มต้นเพียงร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;0.49&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;สามารถนำรถไปติดต่อขอกู้ได้ที่เครือข่ายกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;สาขา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สาขาเงินสดทันใจในเครือศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และที่บูธให้บริการเงินสดทันใจ&amp;nbsp;ภายในสาขาธนาคารออมสิน&amp;nbsp;1,054&amp;nbsp;สาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144532753</Link_News></row>
<row _id="587"><NewsTitle>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย พบปะผู้ประกอบการ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอ.เบตง จ.ยะลา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซีย เดินทางเข้า-ออก ด่านไทย-มาเลเซีย หลังมีการเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ร้านอาหารฮันตาน่า&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางมาศวิน&amp;nbsp;ไซนาล&amp;nbsp;อาบีดีน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ได้เดินทางมาพบปะ&amp;nbsp;หารือ&amp;nbsp;กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียหลังมีการเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซียหลังจากที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากโควิค&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีนายอาลี&amp;nbsp;ดูดิง&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;นายโตหอง&amp;nbsp;แซ่หลี่&amp;nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;นายนรินทร์&amp;nbsp;เรืองวงศา&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;คาเฟ่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมาศวิน&amp;nbsp;ไซนาล&amp;nbsp;อาบีดีน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย&lt;/strong&gt;ประจำประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลประเทศมาเลเซียได้เดินหน้าผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวลดลงถึง&amp;nbsp;70-80&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซียจึงต้องพิจารณาเปิดด่านชายแดนจังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;ซึ่งเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&amp;nbsp;ทำให้ต้องเลื่อนออกไป&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล&amp;nbsp;ประเทศได้เตรียมเข้าสู่การเปลี่ยนโรคโควิดไปสู่&amp;nbsp;โรคประจำถิ่น&amp;nbsp;รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านทางบก&amp;nbsp;รับนักท่องเที่ยวชาวไทย&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย&amp;nbsp;เดินทางเข้าประเทสไทย&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ใหม่อีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจด้านอื่นๆ&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;สำหรับข้อกำหนดการเดินทางเข้ามาเลเซี&amp;nbsp;ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว&amp;nbsp;เมื่อเข้ามาเลเซียจะไม่ต้องกักตัวอีก&amp;nbsp;แต่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;แบบอาร์ที-พีซีอาร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;และตรวจแบบเอทีเคภายในเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงหลังเดินทางถึงมาเลเซีย&amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ผู้เดินทางที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียไม่ต้องสมัคร&amp;nbsp;MyTravelPass&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องซื้อประกันการเดินทางและประกันที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ตามข้อกำหนด&amp;nbsp;ผู้เดินทางต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพทั้งหมดที่ถูกบังคับใช้ในประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ&amp;nbsp;และการเช็คอินผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;MySejahtera&amp;nbsp;ในแต่ละสถานที่&amp;nbsp;ยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จำกัดที่มีผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก&amp;nbsp;รัฐบาลยังได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเต็มที่&amp;nbsp;แม้ว่าจะยังได้รับการส่งเสริมให้เว้นระยะห่างทางกายภาพก็ตาม&amp;nbsp;และจะอยู่ร่วมกับโควิด&amp;nbsp;และให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานล่าสุด&amp;nbsp;(SOP)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับการเปิดชายแดน&amp;nbsp;สามารถศึกษาข้อมูลชมเว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.malaysia.travel/travel-alert&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154315793</Link_News></row>
<row _id="588"><NewsTitle>พัฒนาแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม จุดเชคอิน ช่วยเหลือเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางยุพา&amp;nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้หารือกับนายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;ธรรมตานันท์&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการลูกค้ารายย่อยและองค์กรชุมชน&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;เพื่อจัดทำโครงการออมสินมีดี&amp;nbsp;ชุมชนวิถีถิ่นไทย&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;โครงการเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;ในการช่วยเหลือเครือข่ายวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการยกระดับและต่อยอดชุมชนคุณธรรมที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;สอดคล้องกับธนาคารออมสินได้มีโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ&amp;nbsp;ส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาขีดความสามารถประกอบกิจการของกลุ่มองค์กรชุมชนให้ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;หรือบริการมีศักยภาพสามารถแข่งขันในตลาดได้&amp;nbsp;นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มองค์กรชุมชนมาจัดจำหน่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความร่วมมือดังกล่าวธนาคารออมสิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะนำนักศึกษามหาวิทยาลัยจากโครงการ&amp;nbsp;พร้อมนวัตกรรมสมัยใหม่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ไปพัฒนาภูมิปัญญา&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;ช่วยเหลือ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชุมชนคุณธรรมปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และปีนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชุมชนพัฒนามิทัศน์&amp;nbsp;จุดเชคอิน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;โฮมสเตย์และจุดเด่นของชุมชนยลวิถี&amp;nbsp;รองรับด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ค้นหาเสน่ห์ของเมืองดึงดูดนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;สร้างงานและสร้างรายได้แก่ชุมชน&amp;nbsp;ร่วมจัดทำพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;CPOT&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนารูปแบบและจำหน่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211501951</Link_News></row>
<row _id="589"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัด ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธาน&lt;/strong&gt;ในการประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องมรกต&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้ง&lt;/strong&gt;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จากภาคราชการ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมได้นำเรื่องวาระรายงานเพื่อทราบ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การตรวจลานเท&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;สถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้า&amp;nbsp;การกำกับดูแลผู้ประกอบการตาม&amp;nbsp;พรบ.มาตราชั่ง&amp;nbsp;ตวง&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;พ.ศ.2542&amp;nbsp;และวาระเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยให้มีการจัดชุดออกตรวจตลาดสดผู้ประกอบการโดยบูรณาการ&lt;/strong&gt;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&amp;nbsp;และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;โดยสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน&amp;nbsp;1569&amp;nbsp;ในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ตลาดที่ทำดี&amp;nbsp;ผ่านสื่อต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โทรทัศน์&amp;nbsp;วิทยุ&amp;nbsp;สื่อออนไลน์&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328155317801</Link_News></row>
<row _id="590"><NewsTitle>จ.สุโขทัย จัดงานวันหมากม่วง หมากปราง ของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอสวรรคโลก&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;จัดงานวันหมากม่วง&amp;nbsp;หมากปราง&amp;nbsp;ของดีศรีสวรรคโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;แถลงข่าว&amp;nbsp;การจัดงานวันหมากม่วง&amp;nbsp;หมากปราง&amp;nbsp;ของดีศรีสวรรคโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะมะม่วง&amp;nbsp;มะปราง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงและมีผลผลิตเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยภายในงานได้จัดกิจกรรมออกร้านจำหน่ายผลไม้&amp;nbsp;ผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสินค้าแปรรูปการเกษตร&amp;nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;(OTOP)&amp;nbsp;การประกวดมะม่วง&amp;nbsp;มะปรางพันธุ์ดี&amp;nbsp;ผลใหญ่&amp;nbsp;ของเกษตรกรชาวสวน&amp;nbsp;การประกวดธิดาชาวสวน&amp;nbsp;การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งของผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&amp;nbsp;การออกร้านเทศกาลอาหาร&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154315792</Link_News></row>
<row _id="591"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู พาเที่ยว สวนองุ่นเบญจตานนท์ อำเภอนาวัง พร้อมต้อนรับนักเที่ยววิถีไหม่ ห่างไกลจากโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายมานัส&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;คู่สมรส&amp;nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ชมสวนองุ่นเบญจตานนท์&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านสวนสวรรค์&amp;nbsp;ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;210&amp;nbsp;ตำบลเทพคีรี&amp;nbsp;ถนนนาวัง-เลย&amp;nbsp;อำเภอนาวัง&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกองุ่นที่ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีต้นองุ่นทั้งหมด&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศสวนองุ่นที่ติดภูเขา&amp;nbsp;วิวสวยงาม&amp;nbsp;ปีนี้เป็นปีแรกทำให้ผลผลิตออกเต็มที่มีองุ่น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พันธุ์ไวท์มะลากา&amp;nbsp;และพันธุ์ป็อกดำ&amp;nbsp;ขายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เปิดให้บริการเที่ยว&amp;nbsp;แชะ&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;อิ่มแล้ว&amp;nbsp;ค่อยซื้อ&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00-17.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;เบญจตานนท์&amp;nbsp;เจ้าของสวนองุ่นเบญจตานนท์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดิมเป็นคนจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เคยปลูกองุ่นและมีความรู้ประสบการณ์การปลูกองุ่นมาแล้ว&amp;nbsp;เมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านแฟนที่อำเภอนาวัง&amp;nbsp;เมื่อเห็นสภาพบรรยากาศ&amp;nbsp;ดินที่สมบูรณ์จึงทดลองปลูกองุ่นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทำให้ได้ผลผลิตดีมาก&amp;nbsp;ต้นทุนน้อย&amp;nbsp;ไม่ได้ใช้สารเคมีมาก&amp;nbsp;และองุ่นไม่มีโรคเยอะ&amp;nbsp;คุณภาพและรสชาติขององุ่น&amp;nbsp;ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอนาวัง&amp;nbsp;รสชาติอร่อยกว่าที่ราชบุรี&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพดินเป็นดินภูเขา&amp;nbsp;ไม่ต้องใช้วิธีการปรับปรุงดินมาก&amp;nbsp;เพราะในดินธรรมชาติมีปุ๋ยที่สมบูรณ์&amp;nbsp;การดูแลรักษา&amp;nbsp;องุ่นก็ง่าย&amp;nbsp;ไม่ค่อยมีโรค&amp;nbsp;ศัตรูพืชก็น้อย&amp;nbsp;โดยใช้วิธีการปลูกแบบกึ่งอินทรีย์และเคมีปลอดภัย&amp;nbsp;โดยในช่วงของการเก็บเกี่ยวจะไม่ใช้สารดีมีเลย&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาชม&amp;nbsp;สามารถเด็ดลูกองุ่นจากช่อ&amp;nbsp;ชิมได้เลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;เบญจตานนท์&amp;nbsp;เจ้าของสวนองุ่นเบญจตานนท์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บอกกับทีมข่าวว่า&amp;nbsp;ปลูกองุ่น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว&amp;nbsp;สามารถเก็บองุ่นขายได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;-3&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;ปลูก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สามารถเก็บองุ่นขายได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;โดยองุ่นจะออกผลผลิตเต็มที่ช่วงเดือนมกราคม-สงกรานต์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สามารถให้ผลผลิตเก็บองุ่นขายได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;สำหรับปีนี้ไร่องุ่นเบญจตานนท์&amp;nbsp;พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;มาแชะ&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ไร่องุ่น&amp;nbsp;เบญจตานนท์&amp;nbsp;ซึ่งสามารถมีองุ่นให้นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้ชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ไปจนถึง&amp;nbsp;เดือนเมษายน&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาชมไร่องุ่นที่อำเภอนาวัง&amp;nbsp;มาสารถชิมองุ่นสดจากไร่ได้&amp;nbsp;ก่อนตัดสินใจซื้อ&amp;nbsp;องุ่นที่อำเภอนาวัง&amp;nbsp;มีรสชาติ&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;อร่อยและลูกโตมาก&amp;nbsp;ที่สำคัญชอบช่อไหนตัดเลย&amp;nbsp;และเจ้าของสวนอนุญาตให้ชิมองุ่นได้ก่อนค่อยตัดและซื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328163815837</Link_News></row>
<row _id="592"><NewsTitle>พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ส่งเสริมการเชื่อมโยงการตลาด เพิ่มช่องทางและขยายตลาดให้กลุ่มผู้ประกอบการ ร้อยแก่นสารสินธุ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จังตระกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&amp;nbsp;"ส่องตลาดออนไลน์&amp;nbsp;ปั้นยอดขายสู่ระดับโลก"&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการตลาด&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางและขยายโอกาสทางการตลาด&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจและสร้างภาพลักษณ์&amp;nbsp;เสริมสร้างความมั่นใจและสร้างสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจ&amp;nbsp;เป็นแรงใจให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;(กาฬสินธุ์&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;มหาสารคาม&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด)&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;28-30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;กรีน&amp;nbsp;โฮเต็ล&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;รีสอร์ท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญยุทธ&amp;nbsp;วันดี&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้&amp;nbsp;ความสามารถ&amp;nbsp;ความเชี่ยวญาญและประสบการณ์ด้านการตลาดที่หลากหลายเนื้อหาหลักสูตรให้ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์&amp;nbsp;(Online&amp;nbsp;Marketing)&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบผสมระหว่างทฤษฎี&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Theory)&amp;nbsp;&amp;nbsp;การปฏิบัติ&amp;nbsp;(Workshop)&amp;nbsp;และกรณีตัวอย่าง&amp;nbsp;(Case&amp;nbsp;Study)&amp;nbsp;เพื่อผู้ประกอบการได้นำไปวางแผนและปรับใช้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328164133839</Link_News></row>
<row _id="593"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เพื่อพัฒนาต่อยอดยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งออกสู่ระดับประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นางสังวาล&amp;nbsp;มัลลานู&amp;nbsp;พลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงบประมาณโครงการ&amp;nbsp;ภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้าย&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เยียวยา&amp;nbsp;และฟื้นฟู&amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานพลังงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้คัดเลือกกลุ่ม&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มขนมงาบ้านชานเมือง&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยนาป่าแปก&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาใบหม่อนภูตะวัน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนออมทรัพย์เกษตรทางเลือกบ้านแม่สุริน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการ&lt;/strong&gt;เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่นำร่อง&amp;nbsp;นำแนวทางความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อยอดยกระดับ&amp;nbsp;และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง&amp;nbsp;เพื่อส่งออกสู่ระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน&amp;nbsp;มาให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328170247845</Link_News></row>
<row _id="594"><NewsTitle>มุกดาหาร ยอดการนำเข้า  ส่งออก สินค้าผ่านด่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มุกดาหาร&amp;nbsp;ยอดการนำเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;สินค้าผ่านด่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และแนวโน้มดีขึ้น&amp;nbsp;เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;และจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เปิดด่านพรมแดนสะพานมมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปิติณัช&amp;nbsp;ศรีธรา&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนผ่าน&amp;nbsp;ด่านมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;มีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;นับจากปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ก่อนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;222,729&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;254,978&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;358,412&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ก่อนการระบาดขยายตัวหรือมีมูลค่า&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ส่วนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์&amp;nbsp;มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;32,816&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดมาตรการในการขนส่งสินค้าข้ามแดน&amp;nbsp;ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างไร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยกเว้นอาจทำให้ล่าช้า&amp;nbsp;จากมาตรการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ทั้งคน&amp;nbsp;รถ&amp;nbsp;และสิ่งของที่บรรทุก&amp;nbsp;จะได้รับการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;และคัดกรองอย่างเคร่งครัดทั้งไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยสินค้าส่งออกผ่านด่านมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เครื่องประมวลผลหรือหน่วยเก็บข้อมูล&amp;nbsp;อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;สุกรมีชีวิตและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนสินค้านำเข้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อุปกรณ์โทรศัพท์&amp;nbsp;โทรคมนาคม&amp;nbsp;เครื่องประมวลผล&amp;nbsp;หน่วยเก็บความจำ&amp;nbsp;ส่วนเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการที่ส่งออก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;น้ำตาล&amp;nbsp;ไม้สัก&amp;nbsp;ไม้ยูคา&amp;nbsp;และโคมีชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เมื่อจังหวัดมุกดาหารและประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เปิดด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ให้ประชาชน&amp;nbsp;สามารถเดินทางข้ามไปมา&amp;nbsp;และขนถ่ายสินค้าได้&amp;nbsp;ทั้งทางเรือ&amp;nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;และรถโดยสารระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ก็จะทำให้การส่งออก&amp;nbsp;-นำเข้า&amp;nbsp;การค้าชายแดนด้านจังหวัดมุกดาหารเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;หลังจากหยุดไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดยให้ผ่านได้เฉพาะรถบรรทุกสินค้าเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการเตรียมพร้อมรับการเปิดด่านชายแดน&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และด่านท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ปฎิบัติ&amp;nbsp;ตามบทบาทภารกิจของหน่วยงานนั้นอย่างชัดเจน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และเป็นไปตามเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่เดินทางผ่าน&amp;nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทั้งรถยนต์ส่วน&amp;nbsp;บุคคล&amp;nbsp;รถโดยสารระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเปิดให้บริการในแต่ละวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางรถยนต์&amp;nbsp;ช่วงเวลา&amp;nbsp;06.00-18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากเข้ามาในราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;ให้อยู่ได้ไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;เข้าพักได้&amp;nbsp;เฉพาะโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;PLUS&amp;nbsp;และอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนทางเรือ&amp;nbsp;เปิดให้บริการวันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เที่ยว&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;และเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พร้อมกันทั้งเรือไทยและเรือ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;ซึ่งด่านศุลกากร&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมให้บริการทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328174025858</Link_News></row>
<row _id="595"><NewsTitle>จนท.ชั่งตวงจังหวัดยะลา ตรวจสอบตาชั่งทอง ป้องกันผู้ขายทองฉวยโอกาศเอาเปรียบผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าฯ&amp;nbsp;ก้องสกุล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นำคณะฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ตรวจสอบและปิดตรา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตาชั่งตวงทองได้มาตรฐานของร้านทองในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้นายก้องสกุล&amp;nbsp;จันทราช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ศคบ.ประจำจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการจำหน่ายทองรูปพรรณ&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายก้องสกุล&amp;nbsp;จันทราช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ชั่งตวง&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในเมืองยะลา&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;ที่ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และทองแท่งโดยการตวงชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;ตรวจสอบชนิดของทอง&amp;nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทอง&amp;nbsp;น้ำหนักทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และตรวจสอบราคาทองรูปพรรณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นำตัวแทนของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของผู้ประกอบจำหน่ายทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และทองแท่ง&amp;nbsp;ที่เปิดขายในพื้นที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ถนนสายกลาง&amp;nbsp;โดยถนนเส้นทางนี้มีร้านขายทองติดๆกันหลายร้าน&amp;nbsp;ดูในเรื่องตาชั่งเป็นหลักที่จะใช้ในการตวงทอง&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงตรวจสอบว่า&amp;nbsp;ตาชั่งตวงทองที่ได้ตรวจนั้นมีมาตรฐานรือไม่&amp;nbsp;เมื่อวัดแล้วมีมาตรฐานทางจังหวัดยะลาจะทำการปิดตรามาตรฐานที่ร้านทอง&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อทองได้สบายใจ&amp;nbsp;รู้ว่าร้านขายทองร้านนี้ตวงชั่งทองได้ตรง&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อทอง&amp;nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;ที่คณะได้มาตรวจ&amp;nbsp;มีมาตรฐานทุกร้าน&amp;nbsp;พร้อมกับได้ปิดตรามาตรฐานตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้สบายและมั่นใจเมื่อซื้อทองกลับบ้าน&amp;nbsp;นายก้องสกุล&amp;nbsp;จันทราช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับราคาซื้อขายทองคำในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ราคาขึ้น-ลง&amp;nbsp;ตามตลาดโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และตลาดในประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีการซื้อขายทองคำไม่คึกคัก&amp;nbsp;มีประชาชนมาซื้อบางตา&amp;nbsp;อาจะเป็นเพราะประชาชนเก็บเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;หรืออาจจะเก็บทองไว้เมื่อมีราคาสูงให้เตะที่บาทละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่อยเอาทองที่เก็บออกมาขายเพื่อเก็งกำไร&amp;nbsp;ผู้ขายทองรายหนึ่ง&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;นายก้องสกุล&amp;nbsp;จันทราช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฝากยังพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ให้สังเกตร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและทองแท่ง&amp;nbsp;ที่มีติดตรามาตรฐานชั่งตวงทองด้วย&amp;nbsp;และทางร้านจะต้องแสดงประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ทองแท่ง&amp;nbsp;น้ำหนักของทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และราคาทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ให้ผู้บริโภคได้ทราบ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328172358848</Link_News></row>
<row _id="596"><NewsTitle>ยะลา ตรวจสอบตาชั่งทอง ป้องกันผู้ขายฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าฯยะลา&amp;nbsp;นำคณะฯ&amp;nbsp;ตรวจสอบและปิดตรา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตาชั่งตวงทองมาตรฐาน&amp;nbsp;ร้านทองในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้นายก้องสกุล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จันทราช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;&lt;em&gt;สคบ.จังหวัดยะลา&lt;/em&gt;&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการจำหน่ายทองรูปพรรณ&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันราคาทองรูปพรรณปรับตัวสูงขี้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ชั่งตวง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ในเมืองยะลา&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;ที่ร้านจำหน่ายทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และทองแท่ง&amp;nbsp;โดยการตวงชั่งน้ำหนัก&amp;nbsp;ตรวจสอบชนิดของทอง&amp;nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทอง&amp;nbsp;น้ำหนักทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และตรวจสอบราคาทองรูปพรรณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งระบุว่า&amp;nbsp;การนำตัวแทนของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มาครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;ของผู้ประกอบจำหน่ายทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และทองแท่ง&amp;nbsp;ที่เปิดขายในพื้นที่เทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;ถนนสายกลาง&amp;nbsp;โดยถนนเส้นทางนี้มีร้านขายทองติดๆกันหลายร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็จะ&amp;nbsp;ดูในเรื่องตาชั่งเป็นหลักที่จะใช้ในการตวงทอง&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ชั่งตวงตรวจสอบว่า&amp;nbsp;ตาชั่งตวงทองที่ได้ตรวจนั้นมีมาตรฐานหรือไม่&amp;nbsp;เมื่อวัดแล้วมีมาตรฐาน&amp;nbsp;ทางจังหวัดยะลาจะทำการปิดตรามาตรฐานที่ร้านทอง&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกค้ามาซื้อทองได้สบายใจ&amp;nbsp;รู้ว่าร้านขายทองร้านนี้ตวงชั่งทองได้ตรง&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อทอง&amp;nbsp;ซึ่งผลการตรวจสอบตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;ที่คณะได้มาตรวจ&amp;nbsp;มีมาตรฐานทุกร้าน&amp;nbsp;พร้อมกับได้ปิดตรามาตรฐานตาชั่งตวงทอง&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้สบายและมั่นใจเมื่อซื้อทองกลับบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับราคาซื้อขายทองคำในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ราคาขึ้น-ลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามตลาดโลก&amp;nbsp;และตลาดในประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีการซื้อขายทองคำไม่คึกคัก&amp;nbsp;มีประชาชนมาซื้อบางตา&amp;nbsp;อาจเป็นเพราะประชาชนเก็บเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;หรืออาจจะเก็บทองไว้เมื่อมีราคาสูงให้แตะที่บาทละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่อยเอาทองที่เก็บออกมาขายเพื่อเก็งกำไร&amp;nbsp;ผู้ขายทองรายหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังฝากพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้สังเกตร้านจำหน่ายทองรูปพรรณและทองแท่ง&amp;nbsp;ที่มีติดตรามาตรฐานชั่งตวงทองด้วย&amp;nbsp;และทางร้านจะต้องแสดงประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ทองแท่ง&amp;nbsp;น้ำหนักของทองรูปพรรณ&amp;nbsp;และราคาทองรูปพรรณ&amp;nbsp;ให้ผู้บริโภคได้ทราบ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328172552849</Link_News></row>
<row _id="597"><NewsTitle>ยืนยันเดือนพฤษภาคมนี้ จะสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคา 80 บาท ได้อย่างแน่นอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย&amp;nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&amp;nbsp;ชุดของนายเสกสกล&amp;nbsp;อัตถาวงศ์&amp;nbsp;ที่เข้าไปดำเนินการต่อกระบวนการการค้าสลากออนไลน์ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บริษัทคือ&amp;nbsp;มังกรฟ้าและกองสลากพลัส&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นรายใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;โดยสองบริษัทมียอดรวมเกือบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านฉบับ&amp;nbsp;ถือเป็นร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;ที่นำไปค้าเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;และอนุกรรมการ&amp;nbsp;จะเข้าไปดำเนินคดีอย่างเต็มที่กับทุกคน&amp;nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่า&amp;nbsp;มีมูลเหตุที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ค้าทั้งสองรายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนจะมีรายอื่นอีกหรือไม่นั้น&amp;nbsp;รอให้อนุกรรมการดำเนินการต่อไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินคดีกับรายย่อยที่ขายเกินราคา&amp;nbsp;เห็นว่าคงจะไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;ทั้งนี้การค้าสลากออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าทำให้ราคาสลากแพงขึ้น&amp;nbsp;แต่การเปลี่ยนมือผู้ถือสลากและกว้านซื้อจำนวนมากทำให้ราคาสลากเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;ในราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้ได้ในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ส่วนเรื่องการขายสลากชุดไว้จะพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่แท้จริงของสลากแพง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาจากยี่ปั้วที่สนามบินน้ำนั้น&amp;nbsp;หากมีการตรวจสอบว่าเป็นเช่นนั้นก็จะดำเนินการทั้งหมด&amp;nbsp;จากการสำรวจผู้ค้าสลากพบว่า&amp;nbsp;มีผู้ค้าสลากที่ไม่มีสิทธิในการจองซื้อสลากประมาณร้อยละ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการได้พยายามแก้ปัญหาตรงนี้แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การที่กองสลากจะมาจำหน่ายสลากออนไลน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่มีการจัดการกับการจำหน่ายสลากออนไลน์ในปัจจุบันนั้น&amp;nbsp;ไม่ถือเป็นการปิดกั้นทางการค้า&amp;nbsp;เพราะทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะจำหน่ายสลากออนไลน์ในราคา&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่ได้จำหน่ายเกินราคาเหมือนที่บริษัทอื่นทำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328210843944</Link_News></row>
<row _id="598"><NewsTitle>คาดการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีผู้โดยสารใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้น เพราะน้ำมันแพง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจิรุตม์&amp;nbsp;วิศาลจิตร&amp;nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;จึงประเมินว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่ให้บริการเดินรถเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนทั้งสภาพรถและพนักงานขับรถ&amp;nbsp;และความเพียงพอของปริมาณรองรับการเดินทางไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง&amp;nbsp;ควบคู่กับการตรวจสอบราคาค่าโดยสารไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐบาลยังมีนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดปัญหารจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;มีนโยบายในการส่งเสริมให้ประชาชนทยอยเดินทางโดยเฉพาะไปยังจังหวัดที่เกิน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครให้เดินทางก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ผู้ประกอบการรถโดยสารท่องเที่ยวและรถโดยสารสาธารณะกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บริษัท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ความร่วมมือกับภาครัฐลดค่าโดยสารกรณีมีการจองตั๋วโดยสารเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;และจากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายได้เรียกร้องขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะทั้งรถโดยสารระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;รวมถึงรถจักรยานยนต์รับจ้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังเปิดเผยถึงมาตรการอำนวยความสะดวกปลอดภัย&amp;nbsp;ของประชาชน&amp;nbsp;โดยบริษัท&amp;nbsp;ขนส่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บขส.จะจัดการเดินรถอย่างเพียงพอ&amp;nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการถโดยสารไม่ประจำทางมาเสริมเที่ยววิ่ง&amp;nbsp;รองรับไปยังภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp;ป้องกันมีผู้โดยสารตกค้าง&amp;nbsp;พร้อมทั้งเปิดศูนย์อำนวยความสะดวก&amp;nbsp;1584&amp;nbsp;ดูแลผู้โดยสารที่เดินทางด้วยระบบสาธารณะตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออกตรวจสภาพความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถร่วมบริการเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากตัวบุคคลและสภาพของตัวรถทุกคันก่อนออกเดินทาง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;บขส.&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328210442939</Link_News></row>
<row _id="599"><NewsTitle>ระยอง เปิดงานมหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเล (The Beauty of Sea Creatures)ขนสัตว์น้ำทะเลแสดงโชว์กลางห้างสรรพสินค้า กระตุ้นท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประชาชนและนักท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;มหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลจังหวัดระยอง&amp;nbsp;(The&amp;nbsp;Beauty&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Sea&amp;nbsp;Creatures)&amp;nbsp;จัดโดยสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออกและสำนักงานประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.สุทธินี&amp;nbsp;ลิ้มธรรมมหิศร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง&amp;nbsp;นายเสรี&amp;nbsp;เรือนหล้า&amp;nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายสุเทพ&amp;nbsp;เจือละอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;นายพรศักดิ์&amp;nbsp;แย้มกลิ่น&amp;nbsp;นายกสมาคมประมงจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;งานดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์สัตว์ทะเลมีชีวิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปลาทะเลสวยงาม&amp;nbsp;และสัตว์ทะเลหายากหลากหลายพันธุ์&amp;nbsp;มาจัดแสดงโชว์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยองให้เกิดการขับเคลื่อนภายในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;โดยการจัดแสดงนิทรรศการพันธุ์สัตว์น้ำทะเล&amp;nbsp;และพรรณไม้น้ำต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปลาทะเลที่มีสีสันสวยงาม&amp;nbsp;สัตว์น้ำเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสัตว์ทะเลมีพิษหรือสัตว์ทะเลที่เป็นอันตราย&amp;nbsp;อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภายในจังหวัดระยอง&amp;nbsp;มาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอเชิญมาร่วมชมความงามหลงใหลไปกับโลกใต้ทะเล&lt;/strong&gt;ในบรรยากาศดอกไม้ใต้ทะเลตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ที่บริเวณจุดพักผ่อน&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;พลาซ่าระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328184219898</Link_News></row>
<row _id="600"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ซักซ้อมเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการรองรับการเปิดด่านชายแดน (ทางบก) ด่านพรมแดนวังประจัน อำเภอควนโดน รับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย 1 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายอำเภอควนโดน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรวังประจัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สาธารณสุขอำเภอควนโดน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางจากประเทศมาเลเซียมายังจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน&amp;nbsp;ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐเปอร์ลิส&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ภายใต้มาตรฐาน&amp;nbsp;SOP&amp;nbsp;(STANDARD&amp;nbsp;OPERATION&amp;nbsp;PROCEDURE)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการ&lt;/strong&gt;ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ตั้งแต่การตรวจเอกสารตามที่กำหนดผ่านการลงทะเบียน&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ก่อนเดินทางเข้าประเทศ&amp;nbsp;และเมื่อเดินทางมาถึงแล้วจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองด่านเข้าออกจังหวัด&amp;nbsp;ด่านศุลกากร&amp;nbsp;และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&amp;nbsp;จึงประทับตราระบุว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นส่วนที่สำคัญคือเรื่องการเดินทางไปโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Extra&amp;nbsp;+&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีการจับคู่กับโรงพยาบาลในพื้นที่&amp;nbsp;โดยจังหวัดสตูลมีโรงพยาบาล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่โรงแรมสินเกียรติบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสตูล&amp;nbsp;และโรงแรมรอยัล&amp;nbsp;ฮิลล์&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลละงู&amp;nbsp;โดยกำหนดให้รถของนักท่องเที่ยวจะต้องไปตามเส้นทางที่กำหนด&amp;nbsp;โดยมีรถจากโรงแรมที่พักเป็นผู้นำขบวนเส้นทาง&amp;nbsp;ที่นักท่องเที่ยวจองไว้&amp;nbsp;หากกรณีนักท่องเที่ยวออกนอกเส้นทางจะมีความผิดตามกฎหมายไทย&amp;nbsp;จากนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;ก่อนเข้าพักโรงแรม&amp;nbsp;โดยให้รอผลการหาเชื้อ&amp;nbsp;หากพบว่ามีนักท่องเที่ยวติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการรักษาตัวต่อไป&amp;nbsp;แต่หากไม่ติดเชื้อสามารถท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;และให้ตรวจหาเชื้อซ้ำด้วย&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หากผลเป็นบวกให้เข้าสู่กระบวนการรักษา&amp;nbsp;แต่ผลเป็นลบสามารถท่องเที่ยวต่อไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การซักซ้อมในวันนี้ผลถือว่าน่าพอใจ&lt;/strong&gt;พอสมควร&amp;nbsp;โดยขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp;สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้ดี&amp;nbsp;อาจมีบางจุดที่มีข้อบกพร่องบ้างได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงแรกได้กำหนดไว้ไม่เกิน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คนต่อวัน&amp;nbsp;คาดว่านักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มาก&amp;nbsp;เนื่องจากใกล้เข้าสู่เดือนรอมฎอน&amp;nbsp;(ช่วงถือศีลอด)&amp;nbsp;แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปนี้คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก&amp;nbsp;รวมถึงคนไทยที่อยู่ในมาเลเซียก็จะผ่านด่านพรมแดนวังประจันเข้ามามากเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328182534884</Link_News></row>
<row _id="601"><NewsTitle>ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบางจาก&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;0.50&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&amp;nbsp;คงเดิม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;47.46&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;40.05&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.78&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;32.24&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328184556899</Link_News></row>
<row _id="602"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน เพื่อรองรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 เมษายน 2565 นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ด่านพรมแดนวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายพีรพัฒน์&amp;nbsp;เงินเจริญ&amp;nbsp;นายอำเภอควนโดน&amp;nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรวังประจัน&amp;nbsp;สาธารณสุขอำเภอควนโดน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการอำนวยความสะดวกต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;โดยผ่านด่านพรมแดนวังประจัน&amp;nbsp;เพื่อรองรับการเปิดประเทศในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการซักซ้อมขั้นตอนการรับนักท่องเที่ยวเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยขั้นตอนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต้องแสดงเอกสารต่อด่านควบคุมโรค&amp;nbsp;แสดง&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Pass&amp;nbsp;ID&amp;nbsp;ใบการจองโรงแรม&amp;nbsp;ด่านควบคุมโรครองรับเอกสาร&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสดงเอกสารต่อด่านตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;โดยแสดงใบ&amp;nbsp;ตม.6&amp;nbsp;ที่ด่านควบคุมโรครับรองแล้ว&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำแดงสิ่งของต่อศุลกากร&amp;nbsp;(หากมี)&amp;nbsp;ขั้นตอนที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดินทางไปยังโรงแรม&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;Extra&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;โดยมีรถตู้ของโรงแรมมารอรับ&amp;nbsp;เมื่อเดินทางถึงโรงแรมจะต้องตรวจ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;และต้องเข้าพัก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;เพื่อรอฟังผลการตรวจ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;หากตรวจแล้วผลเป็นบวก&amp;nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการรักษา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ&amp;nbsp;และผู้สัมผัสเสียงสูงเข้ารับการกักตัวตามมาตรการ&amp;nbsp;หากตรวจแล้วผลเป็นลบ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจะต้องตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของการพำนัก&amp;nbsp;อีกครั้ง&amp;nbsp;หากตรวจแล้วเป็นบวก&amp;nbsp;ก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาเช่นเดิม&amp;nbsp;และหากผลตรวจเป็นลบ&amp;nbsp;ก็สามารเดินทางท่องเที่ยวต่อไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในขณะนี้จังหวัดสตูล&amp;nbsp;มีความพร้อม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ในการเปิดประเทศในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ซึ่งการซักซ้อมในวันนี้เป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;โดยขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp;สามารถรองรับการท่องเที่ยวได้ดี&amp;nbsp;อาจมีบางจุดที่มีข้อบกพร่องบ้าง&amp;nbsp;และได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาแล้ว&amp;nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328191446907</Link_News></row>
<row _id="603"><NewsTitle>ส่งแล้ว "ไก่ไทยไปซาอุฯ" ล็อตแรก  ตั้งเป้าส่งออกทั่วโลก 980,000 ตัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt; วันนี้ (28 มี.ค.) ไทยได้มีการส่งออกไก่แปรรูป "ตู้ปฐมฤกษ์" ไปซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ล็อตแรก&amp;nbsp;ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของการส่งออกสินค้าไทยไปซาอุฯ โดยเฉพาะไก่ซึ่งเป็นสินค้าเป้าหมายที่มีความสำคัญหลังจากที่ไทยขาดโอกาสในเรื่องนี้ช่วง 18 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนหน้าซาอุฯ นำเข้าไก่ 75% จากประเทศบราซิล&amp;nbsp;25% จากยูเครนและฝรั่งเศส จากนี้ไปคิดว่าไก่จากประเทศไทยจะเป็นตลาดสำคัญที่ซาอุฯ ได้ในอนาคต โดยปี 2564 ไทยส่งออกไก่ไปทั่วโลกประมาณ 9 แสนตันนำเงินเข้าประเทศประมาณ&amp;nbsp;1 แสนล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะทำได้ 9.8 แสน ตัน ซึ่งการส่งออกไก่ไปซาฯอุถือเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและเพิ่มตัวเลขการส่งออกไก่ของไทยด้วย&amp;nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนนำคณะเดินทางไปซาอุฯ เพื่อขยายตลาดการค้าพร้อมเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า&lt;/strong&gt; โรงงานซีพีเอฟได้รับการรับรองจากซาอุฯ จำนวน 5 โรงงานจากทั้งหมด 11 โรงงาน เพื่อส่งออกไก่ของไทย โดยวันนี้ส่งมอบไก่ล็อตแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ตั้งแต่ปี 2547&amp;nbsp;และเดือนนี้คาดว่าจะส่งออกได้ 600 ตัน มูลค่า 47 ล้านบาท และภายในสิ้นปีจะส่งออกได้ 300 ตู้ ปริมาณ 6,000 ตัน มูลค่า 400-500 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าจะทำได้ถึง 60,000 ตัน ภายใน 5 ปี หรือมูลค่า 4,200 ล้านบาท ทั้งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูปที่ผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า&lt;/strong&gt; ประเทศซาอุฯ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมีประชากรมากถึง 35.6 ล้านคน และมีสัดส่วนการนำเข้าอาหารสูงที่สุดในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Corporation Council) และปัจจุบันซาอุฯ นำเข้าผลิตภัณฑ์ไก่จากทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 6.5 แสนตัน โดย 70% เป็นการนำเข้าไก่สดทั้งตัวและ 30% เป็นการนำเข้าไก่ชำแหละและไก่แปรรูป ผู้บริโภคซาอุฯ มีอัตราการบริโภคเนื้อไก่ 45 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือทั้งประเทศที่ 1.5 ล้านตันต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328185436901</Link_News></row>
<row _id="604"><NewsTitle>อีอีซี ร่วมกับ อบจ.ระยอง กรมประมง และ ททท. ลงนามบันทึกข้อตกลงจับมือฟื้นฟูสัตว์ทะเล จัดกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ควบคู่การเพาะพันธุ์สัตว์คืนสู่ทะเล สร้างรายได้แก่ชุมชน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมโรงแรมระยองรีสอร์ท&amp;nbsp;ต.เพ&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสาธิต&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;โดยมีนายคณิศ&amp;nbsp;แสงสุพรรณ&amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายปิยะ&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นางปราณี&amp;nbsp;จั่นนพรัตน์&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นางสุวรรณา&amp;nbsp;โดตี้&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยเป็นการลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;(สกพอ.)&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นอกจากนี้ภายในงานได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;และการแถลงข่าวถึงการลงนามในทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคณิศ&amp;nbsp;แสงสุพรรณ&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;สกพอ.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาความยั่งยืนของสัตว์ทะเลในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองแล้ว&amp;nbsp;ภารกิจสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่&amp;nbsp;คืนความสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ&amp;nbsp;สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ&amp;nbsp;สร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;วัตถุประสงค์และการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;สกพอ.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบจ.ระยอง&amp;nbsp;จะสนับสนุนงบประมาณให้แก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&amp;nbsp;เพื่อทำการเพาะพันธุ์ลูกสัตว์ทะเลที่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;เนื่องจากพบว่าในปัจจุบันปริมาณสัตว์ทะเลที่ถือเป็นแหล่งอาหารและวัตถุดิบรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่&amp;nbsp;เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และคืนชีวิตสัตว์สู่ทะเลภาคตะวันออกโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางธัญรัตน์&amp;nbsp;อินทร&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;สกพอ.&amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการดังกล่าวยังได้รับการขยายผลไปพื้นที่อื่นใน&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&amp;nbsp;เทศบาลเมืองศรีราชา&amp;nbsp;เมืองพัทยา&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดีในการจัดหาสถานที่เตรียมความพร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์ทะเลโดยบูรณาการกับระหว่างรัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนการสร้างความสมดุลให้กับทะเลควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายปิยะ&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อบจ.ระยอง&amp;nbsp;มีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ยุวมัคคุเทศก์&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;ในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;ผ่านการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวปล่อยลูกสัตว์ทะเลคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดเตรียมสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยสัตว์ทะเลคืนสู่ธรรมชาติด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวประชาชนในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และยุวมัคคุเทศก์&amp;nbsp;เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&amp;nbsp;ให้มีรายได้เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการและเพาะพันธุ์สัตว์ในทะเลให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328204041925</Link_News></row>
<row _id="605"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี  ดึงจุดแข็ง แหล่งผลิตพืชผล  จัดมหกรรม "งานเกษตร และของดีท่ายาง ชิมผลไม้สด อาหารอร่อยหลากรส  เลือกซื้อสินค้า ราคาถูก คุณภาพดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ดึงจุดแข็ง&amp;nbsp;แหล่งผลิตพืชผล&amp;nbsp;จัดมหกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;"งานเกษตร&amp;nbsp;และของดีท่ายาง&amp;nbsp;ชิมผลไม้สด&amp;nbsp;อาหารอร่อยหลากรส&amp;nbsp;เลือกซื้อสินค้า&amp;nbsp;ราคาถูก&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายอำเภอท่ายาง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชนร่วมพิธีเปิดงานเกษตร&amp;nbsp;และของดีท่ายาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวทีกลางสนามฟุตบอล&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;กล่าวเชิญชวน&lt;/strong&gt;นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;ไปเที่ยวชมงานเกษตร&amp;nbsp;และของดีท่ายาง&amp;nbsp;มีของดีมากมายที่อาจแปลกแตกต่างจากชุมชนอื่นๆ&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตพืชสวน&amp;nbsp;มีผลผลิตพืชไร่มากมาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ไปเที่ยว"งานเกษตร&amp;nbsp;และของดีท่ายาง&amp;nbsp;จะได้ชิมทั้งผลไม้สด&amp;nbsp;อาหารอร่อยหลากรส&amp;nbsp;ผลผลิตหลากชนิด&amp;nbsp;เลือกซื้อสินค้า&amp;nbsp;ราคาถูก&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;มีทั้งผลไม้สดจากต้น&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;ขนุน&amp;nbsp;สับปะรด&amp;nbsp;กล้วยหอมทอง&amp;nbsp;ชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;ที่คัดผลคุณภาพยกสวนมาไว้ในงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมเมนูน่ารับประทาน&amp;nbsp;รายการอาหารขึ้นชื่อของแต่ละตำบล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โคขุนย่างเตาถ่าน&amp;nbsp;หนองจอก&amp;nbsp;ข้าวหลามยางหย่อง&amp;nbsp;ไวน์กระชายดำ&amp;nbsp;จากท่าไม้รวก&amp;nbsp;และสารพัดเมนูยกระดับความอร่อย&amp;nbsp;ปอเปี๊ยะไส้ปลา&amp;nbsp;แกงเขียวหวาน&amp;nbsp;จากกลัดหลวง&amp;nbsp;พร้อมของฝากมากมายสดจากไร่&amp;nbsp;ใหม่จากสวน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานเกษตรและของดีท่ายาง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวทีกลางสนามฟุตบอล&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328221018976</Link_News></row>
<row _id="606"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอนคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีโดยนำเสนอ 4 ชุมชนต้นแบบที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมขุมลุมประพาส&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมพิจารณาคัดเลือก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชนยลวิถีประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการพิจารณาขับเคลื่อนชุมชน&lt;/strong&gt;คุณธรรมที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุมชนบ้านถ้ำลอด&amp;nbsp;ตำบลถ้ำลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;ชุมชนบ้านต่อแพ&amp;nbsp;ตำบลแม่เงา&amp;nbsp;อำเภอขุนยวม&amp;nbsp;ชุมชนบ้านละอูบ&amp;nbsp;ตำบลห้วยห้อม&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;และชุมชนบ้านน้ำฮู&amp;nbsp;ตำบลเวียงใต้&amp;nbsp;อำเภอปาย&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละชุมชนได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาขับเคลื่อนด้วยพลังบวรเอาจากนั้นยังมีการบริหารจัดการชุมชนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นด้านท่องเที่ยว&amp;nbsp;รวมทั้งมีรูปแบบการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329084135995</Link_News></row>
<row _id="607"><NewsTitle>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คาดการณ์สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงสัปดาห์นี้จะอยู่ในกรอบ 112.6  120.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ราคาน้ำมันดิบทุกชนิดเฉลี่ยรายสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ&amp;nbsp;110&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ต่อบาร์เรลอีกครั้ง&amp;nbsp;หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้า&amp;nbsp;ราคาน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;Brent&amp;nbsp;ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;และราคาน้ำมันดิบ&amp;nbsp;Dubai&amp;nbsp;ปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลจากกลุ่มติดอาวุธ&amp;nbsp;Houthi&amp;nbsp;ในเยเมนใช้โดรนติดขีปนาวุธ&amp;nbsp;โจมตีสถานีจ่ายน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Aramco&amp;nbsp;ที่เมือง&amp;nbsp;Jeddah&amp;nbsp;ในซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ทำให้ถังเก็บน้ำมันสำเร็จรูป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในยูเครน&amp;nbsp;ประธานาธิบดียูเครน&amp;nbsp;ประกาศพร้อมรับสถานะความเป็นกลางและปราศจากอาวุธนิวเคลียร์&amp;nbsp;แต่ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการปลดอาวุธ&amp;nbsp;(Demilitarization)&amp;nbsp;ในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย&amp;nbsp;โดยการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนจะจัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคมนี้ที่ประเทศตุรกี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ICE&amp;nbsp;Brent&amp;nbsp;มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ&amp;nbsp;112.6&amp;nbsp;&amp;nbsp;120.9&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&amp;nbsp;ต่อบาร์เรล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวกหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี&amp;nbsp;ระบุว่าขณะนี้สามารถลดการพึ่งพาทางพลังงานจากรัสเซีย&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับก่อนรุกรานยูเครน&amp;nbsp;จากเดิมนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;0.25&amp;nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันอยู่ที่&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;25,&amp;nbsp;ก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;จากเดิมร้อยละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;78,000&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี&amp;nbsp;ปัจจุบันอยู่ที่&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;และถ่านหิน&amp;nbsp;จากเดิมร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านตันต่อปี&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ&amp;nbsp;ทางการจีนประกาศมาตรการ&amp;nbsp;Lockdown&amp;nbsp;ที่นครเซี่ยงไฮ้&amp;nbsp;(Shanghai)&amp;nbsp;เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการเงินของจีน&amp;nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;Lockdown&amp;nbsp;กำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะระงับการให้บริการ&amp;nbsp;เช่นเดียวกับบริษัทรวมถึงโรงงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ต้องยุติการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;หรือทำงานที่บ้าน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329114423062</Link_News></row>
<row _id="608"><NewsTitle>ธ.ก.ส. เตือน ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคาร ทำการปล่อยเงินกู้นอก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;กิมาวหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ขณะนี้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ช่องทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;แอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคารและมีการโพสต์เสนอเงินกู้ตามช่องทางข้อความส่วนตัวใน&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;และแจ้งให้ติดต่อไปยัง&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;ซึ่งระบุว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เป็นสปอนเซอร์หลักและต้องผ่อนชำระล่วงหน้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;โดยไม่ใช้หลักประกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อผ่านทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;อย่าหลงเชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ที่เป็นทางการคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธกส&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;การให้บริการหรือข้อมูลข่าวสารสำคัญไปยังลูกค้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;Account&amp;nbsp;:&amp;nbsp;@baacfamily&amp;nbsp;ที่เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;รวมถึงการแจ้งความประสงค์เบื้องต้นในการขอใช้บริการสินเชื่อบางประเภทกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งหากถูกต้องตามหลักเกณฑ์จึงจะนัดหมายทำสัญญาต่อไป&amp;nbsp;โดยจุดสังเกต&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;Account&amp;nbsp;:&amp;nbsp;@baacfamily&amp;nbsp;จะมีโลโก้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;และสัญลักษณ์รูปโล่สีเขียวที่บริเวณหน้าชื่อและมียอดผู้ติดตามปัจจุบันกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีการหลอกลวงจากมิจฉาชีพในหลายรูปแบบ&lt;/strong&gt;ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;หากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างต่างๆ&amp;nbsp;หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;ติดต่อได้ที่&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;02&amp;nbsp;555&amp;nbsp;0555&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หรือทางเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.baac.or.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.baac.or.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธกส&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;โดยธนาคารจะดําเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้ที่หลอกลวงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329150247142</Link_News></row>
<row _id="609"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรียืนยัน เร่งแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ตามข้อร้องเรียนของประชาชน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาเกินกว่าที่กำหนดว่า&amp;nbsp;ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ&amp;nbsp;เพราะเป็นข้อร้องเรียนของประชาชนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และจำเป็นต้องใช้มาตรการเฉพาะในการตรวจสอบและหาสาเหตุให้ได้ว่าจุดใดที่ทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เสือ&amp;nbsp;กองสลาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันไม่มีแล้ว&amp;nbsp;เพราะเป็นการจ่ายตรงตามโควตาผู้มีสิทธิในสลาก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโควตาที่ให้มาอย่างเฉพาะเจาะจง&amp;nbsp;ตามกฏหมายหรือระเบียบใหม่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;ที่เริ่มมาตั้งแต่สมัย&amp;nbsp;คสช.&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับโควตาอาจไปรวบรวมสลากกินแบ่งรัฐบาลกันเอง&amp;nbsp;จึงต้องไปแก้ไขในส่วนนี้&amp;nbsp;ซึ่งมีการตรวจสอบและติดตามอยู่&amp;nbsp;ดังนั้นย้ำว่าไม่มีโควตาพิเศษ&amp;nbsp;หรือโควตา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เสือ&amp;nbsp;ตามที่มีกระแสข่าวและมองว่าการแก้ปัญหานี้&amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องการเมือง&amp;nbsp;แต่เป็นเรื่องที่ต้องมุ่งมั่นแก้ไขและทำให้สำเร็จมากกว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329150551146</Link_News></row>
<row _id="610"><NewsTitle>เสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบการนำเสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง&amp;nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว&amp;nbsp;ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน&amp;nbsp;ซึ่งตามขั้นตอน&amp;nbsp;ทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จะจัดส่งเอกสารนำเสนอพื้นที่อุทยานมรดกแห่งอาเซียน&amp;nbsp;ให้ศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;เพื่อส่งเอกสารนำเสนอให้แก่คณะผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินพื้นที่&amp;nbsp;และเสนอคณะทำงานอาเซียนด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพพิจารณา&amp;nbsp;ก่อนนำเข้าที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อให้การรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกแห่งอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับลักษณะโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และที่เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียน&amp;nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึง&amp;nbsp;ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าตามธรรมชาติมากกว่าร้อยละ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชพันธุ์หายาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;หญ้าดอกลำโพง&amp;nbsp;ผักชีภูกระดึง&amp;nbsp;กุหลาบขาว&amp;nbsp;กุหลาบแดง&amp;nbsp;รวมทั้งมีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เลียงผา&amp;nbsp;ลิ่นชวา&amp;nbsp;เต่าเหลือง&amp;nbsp;ค่างแว่นถิ่นเหนือ&amp;nbsp;ชะนีมือขาว&amp;nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด&amp;nbsp;ที่มีลักษณะโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญคือ&amp;nbsp;กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธเมตตา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าร้อยละ&amp;nbsp;96.65&amp;nbsp;และมีความหลากหลายทางธรณีวิทยาและลักษณะของถ้ำ&amp;nbsp;โดยพื้นที่ที่มีความโดดเด่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ถ้ำครอบ&amp;nbsp;ถ้ำใหญ่น้ำหนาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชหายาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จำปีศรีเมืองไทย&amp;nbsp;กระโถนพระฤษี&amp;nbsp;สนสามพันปี&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แมวลายหินอ่อน&amp;nbsp;เลียงผา&amp;nbsp;เนื้อทราย&amp;nbsp;เสือลายเมฆ&amp;nbsp;และในพื้นที่ยังมีประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ประเพณีการแขวนทุง(แขวนธง)&amp;nbsp;ประเพณีบุญบั้งไฟ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่,&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติตะรุเตา,&amp;nbsp;กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&amp;nbsp;หมู่เกาะสิมิลันและอ่าวพังงา,&amp;nbsp;กลุ่มป่าแก่งกระจาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติกุยบุรี&amp;nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี,&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง,&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&amp;nbsp;และอุทยานแห่งชาติเขาสก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155247176</Link_News></row>
<row _id="611"><NewsTitle>กษ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ มะม่วง ที่ตลาดกลางมะม่วง ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพจนา&amp;nbsp;เสมา&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวินิจ&amp;nbsp;เฮ่าบุญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายภควรรณ&amp;nbsp;ชัยรัตน์เมธี&amp;nbsp;เกษตรอำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลที่รับผิดชอบตำบลวังยาง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตลาดกลางมะม่วง&amp;nbsp;ต.วังยาง&amp;nbsp;อ.ศรีประจันต์&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีมะม่วงถูกทิ้งเน่าเสียด้านหลังอาคารประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปะปนกับขยะทั่วไป&amp;nbsp;จากการสอบถามผู้ค้าส่งในตลาดพบว่า&amp;nbsp;ได้รับซื้อมะม่วงจากชาวสวน&amp;nbsp;(ลูกไร่)&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ไม่มีผู้มารับซื้อ&amp;nbsp;ทำให้มะม่วงเน่าเสียจึงต้องทิ้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นางสาวพจนา&amp;nbsp;กล่าวภายหลังการลงพื้นที่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการสอบถาม&amp;nbsp;นางสุนทร&amp;nbsp;พันธุ์น้อย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงและเป็นผู้รับซื้อมะม่วงจากลูกไร่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และมีแผงรับซื้ออยู่ในตลาดกลาง&amp;nbsp;ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;ปกติจะซื้อขายมะม่วงวันละประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(รวมทุกพันธุ์)&amp;nbsp;มีพ่อค้ามารับซื้อตลอดเพื่อนำไปส่งกระจายผลผลิตต่อไป&amp;nbsp;แต่ในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;ผลผลิตมะม่วงออกเป็นจำนวนมากและออกพร้อมๆ&amp;nbsp;กันทั่วประเทศ&amp;nbsp;พ่อค้าขาประจำไม่มารับซื้อ&amp;nbsp;แต่ตนเองต้องรับซื้อจากลูกไร่&amp;nbsp;ทำให้มะม่วงเน่าเสียที่แผงรับซื้อและต้องเททิ้งตามที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาดว่า&amp;nbsp;มะม่วงในสวนของเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรีจะเก็บเกี่ยวหมดในช่วงปลายเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยตนเพียงขอให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐมาพูดคุยรับฟังปัญหาและสะท้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปยังรัฐบาล&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;ขอให้รัฐมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเป็นเงินเช่นเดียวกับข้าว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เงินอุดหนุน&amp;nbsp;เงินประกันราคา&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;ขอให้ช่วยเรื่องต้นทุนการผลิตเนื่องจาก&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;แพง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;ขอให้กีดกันมะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มะม่วงแก้วขมิ้นจากประเทศกัมพูชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4)&amp;nbsp;ขอให้ปรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีไม้ผล&amp;nbsp;เนื่องจากตามหลักเกณฑ์ฯ&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;หากไม้ผลไม่เสียหาย&amp;nbsp;(ตาย)&amp;nbsp;จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;ทั้งที่ไม้ผลได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและไม่ให้ผลผลิต&amp;nbsp;โดยขอให้ช่วยเป็นเงินฟื้นฟูไม้ผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้นำข้อร้องเรียน&amp;nbsp;เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;/ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;กองทัพอากาศ&amp;nbsp;แจ้งความประสงค์จะรับซื้อมะม่วง&amp;nbsp;จากจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ทั้งนี้อยู่ระหว่างประสานเพื่อทราบความต้องการชนิดพันธุ์/ราคา/ปริมาณ/ข้อกำหนดอื่นๆ&amp;nbsp;ของผู้ซื้อ&amp;nbsp;ให้แน่นอน&amp;nbsp;และจะประสานมายังแผงรับซื้อเพื่อเชื่อมโยงการตลาดอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอศรีประจันต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะสำรวจปริมาณมะม่วงคงค้างในสวน&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางกระจายผลผลิตไปยังตลาดในพื้นที่ต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329154055166</Link_News></row>
<row _id="612"><NewsTitle>กระบี่เปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านไหนหนังด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ D -Hope</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;บัวทอง&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดเส้นทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;"ชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเรือบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;ตำบลเขาคราม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสงัด&amp;nbsp;พืชพันธุ์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสงัด&amp;nbsp;พืชพันธุ์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;เป็นชุมชนที่มีศักยภาพมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค&amp;nbsp;D-&amp;nbsp;Hope&amp;nbsp;ที่สนใจเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมสังคมและสิ่งแวดล้อมใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กลุ่มกิจกรรม&amp;nbsp;ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย&amp;nbsp;ชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&amp;nbsp;D-Hope&amp;nbsp;และสามารถต่อยอดการพัฒนาทั้งการผลิตสินค้าชุมชนสร้างคุณค่าและมูลค่าทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่งผลต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;Decentralized&amp;nbsp;Hand&amp;nbsp;On&amp;nbsp;Program&amp;nbsp;Exhibition&amp;nbsp;D-&amp;nbsp;Hope&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp;เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;แชะ&amp;nbsp;แชร์&amp;nbsp;โปรแกรมการท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;และการแสดงอัตลักษณ์ชุมชนบ้านไหนหนังจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โปรแกรม&amp;nbsp;ทั้งการสาธิต&amp;nbsp;แสดง&amp;nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;กิจกรรมนำนักท่องเที่ยวร่วมโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนที่โดดเด่นของชุมชน&amp;nbsp;ด้วยการล่องเรือชมเส้นทางธรรมชาติ&amp;nbsp;พายเรือคายัคและเยี่ยมชมพร้อมร่วมกิจกรรมทำผลิตสบู่น้ำผึ้งกับกลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงผึ้งโพรง&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Bike&amp;nbsp;Rally&amp;nbsp;เส้นทางการท่องเที่ยวบ้านไหนหนัง&amp;nbsp;ซึ่งมีนักปั่นกลุ่มท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติได้เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง&amp;nbsp;และพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;นวัตวิถีบ้านไหนหนังให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วาสนา&amp;nbsp;บัวทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.กระบี่&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329155650179</Link_News></row>
<row _id="613"><NewsTitle>ฟรี ค่าผ่านทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และหมายเลข 9 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางบนทางหลวงพิเศษพิเศษระหว่างเมือง&amp;nbsp;หรือมอเตอร์เวย์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง&amp;nbsp;ตอนกรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา&amp;nbsp;รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;34&amp;nbsp;(บางวัว)&amp;nbsp;ทางแยกเข้าชลบุรี&amp;nbsp;ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;ทางแยกเข้าพัทยา&amp;nbsp;และตอนบ้านหนองปรือ-บ้านฉาง&amp;nbsp;รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(บ้านอำเภอ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร(ถนนกาญจนาภิเษก)ตอนพระประแดง-บางแค&amp;nbsp;ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน&amp;nbsp;และตอนบางปะอิน-บางพลี&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;00.01&amp;nbsp;นาฬิกาของวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;นาฬิกา&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาดว่า&amp;nbsp;จะมีประชาชนจำนวนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;4,190,425&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางจะมีปัญหาการจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร&amp;nbsp;โดยการยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&amp;nbsp;147&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แต่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ประมาณ&amp;nbsp;205&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้รับทราบกรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทยยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้&amp;nbsp;บนทางพิเศษบูรพาวิถี(ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี)&amp;nbsp;ทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี&amp;nbsp;และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&amp;nbsp;กับทางพิเศษบูรพาวิถี&amp;nbsp;และทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&amp;nbsp;และทางพิเศษสายเชื่อมระหว่างถนนวงแหวนอุตสาหกรรมกับทางพิเศษกาญจนาภิเษก&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;00.01&amp;nbsp;นาฬิกา&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;24.00&amp;nbsp;นาฬิกา&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะมีผู้ใช้บริการประมาณ&amp;nbsp;987,028&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รายได้ที่ไม่ได้เรียกเก็บจำนวน&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่วนผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจำนวน&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่ทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&amp;nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณการจราจรรวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันจำนวน&amp;nbsp;1,363,565&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รายได้ที่ไม่ได้เรียกเก็บ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และผลประโยชน์ที่จะได้รับจำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329161736198</Link_News></row>
<row _id="614"><NewsTitle>ครม. เห็นชอบให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินคลาวด์กลางภาครัฐ รวมวงเงิน 6,216 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;จัดให้มีคลาวด์กลางภาครัฐและให้บริษัท&amp;nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินคลาวด์กลางภาครัฐ&amp;nbsp;พร้อมเห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายผูกพันต่อเนื่อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2566-2568&amp;nbsp;โครงการบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ&amp;nbsp;รวมวงเงิน&amp;nbsp;6,216&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ค่าเช่าใช้ระบบเพื่อให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ&amp;nbsp;ค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่ม&amp;nbsp;ค่าบริการการบริหารจัดการ&amp;nbsp;ค่าบริการสิทธิของระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล&amp;nbsp;และค่าบริการระบบศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายและ&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ได้ประเมินว่า&amp;nbsp;การดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;จะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในส่วนของค่าเช่าคลาวด์ได้&amp;nbsp;4,116&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;76.22&amp;nbsp;และส่งเสริมระบบสารสนเทศของประเทศให้มั่นคงปลอดภัย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อการบริหารจัดการและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากข้อมูลและระบบงานของหน่วยงานภาครัฐอยู่ในระบบคลาวด์กลางภาครัฐที่มีมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยและตั้งอยู่ภายในประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182525288</Link_News></row>
<row _id="615"><NewsTitle>ครม. มอบกระทรวงการคลังพิจารณาผ่อนคลายกฎกระทรวง เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถ ผลิตเหล้า ได้อย่างเสรีกรณีไม่ใช่เพื่อการค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงในบางเรื่อง&amp;nbsp;เพื่อไม่เป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชน&amp;nbsp;ในการผลิตสุรา&amp;nbsp;โดยยังคงควบคุมดูแลให้การผลิตสุราอยู่ภายใต้มาตรฐานด้านสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้ไขร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;สำหรับมติดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นไปตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..&amp;nbsp;โดยเป็นร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&amp;nbsp;ซึ่งมีสาระเป็นการให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นว่า&amp;nbsp;การผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้&amp;nbsp;โดยควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่องคุณภาพ&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182340286</Link_News></row>
<row _id="616"><NewsTitle>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดโครงการ Workation Thailand เร่งขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย ผลักดันการท่องเที่ยวในกลุ่มวัยทำงานให้สามารถทำงานควบคู่การท่องเที่ยว พร้อมสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลังจากผลกระทบโรคโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากความสำเร็จของโครงการ&amp;nbsp;Workation&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;ครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;ที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบ&amp;nbsp;Workation&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้การเติบโตของตลาดท่องเที่ยวในประเทศเป็นไปตามเป้าหมายที่&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;กำหนด&amp;nbsp;สามารถกระจายรายได้เข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวในประเทศมูลค่ากว่า&amp;nbsp;170&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;ได้ต่อยอดโครงการ&amp;nbsp;Workation&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Workation&amp;nbsp;Paradise&amp;nbsp;Throughout&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ&amp;nbsp;Workation&amp;nbsp;อีกครั้ง&amp;nbsp;และเปิดโอกาสให้บุคลากรในหน่วยงาน&amp;nbsp;หรือองค์กรต่างๆ&amp;nbsp;และกลุ่มวัยทำงาน&amp;nbsp;สามารถเปลี่ยนให้โรงแรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รีสอร์ตเป็นสถานที่ทำงาน&amp;nbsp;การจัดกิจกรรม&amp;nbsp;การประชุมพบปะสังสรรค์&amp;nbsp;ซึ่งได้ร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า&amp;nbsp;450&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จัดแพ็กเกจแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การพักห้องพัก&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ที่จัดประชุมในราคาพิเศษ&amp;nbsp;/การท่องเที่ยวตามธีม&amp;nbsp;/การท่องเที่ยวในรูปแบบ&amp;nbsp;Luxury&amp;nbsp;/และการท่องเที่ยวตามความสนใจพิเศษ&amp;nbsp;เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยให้สามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการที่สนใจนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวและสิทธิพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.tourismthailand.org/workationthailand"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.tourismthailand.org/workationthailand&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329181043273</Link_News></row>
<row _id="617"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ยกทีมพิสูจน์ อาหารรสเด็ด คนเพชรการันตี แวะชิม ร้านข้าวแกงแม่ล้วน ร่วมขับเคลื่อนความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และคณะทำงานขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ร้านข้าวแกงแม่ล้วน&amp;nbsp;อำเภอเขาย้อย&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังจากจังหวัดเพชรบุรีได้รับการประกาศให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์&amp;nbsp;ด้านอาหารของ&amp;nbsp;UNESCO&amp;nbsp;ต้องคำนึงถึงมาตรฐานทุกด้าน&amp;nbsp;ทั้งการให้บริการ&amp;nbsp;ความพร้อมของพนักงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็มทุกคน&amp;nbsp;Q&amp;nbsp;Restaurant&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;และสหกรณ์&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;สัตว์ประมงต่างๆ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;Clean&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;Taste&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการตรวจสอบในการรักษามาตรฐาน&amp;nbsp;ซึ่งร้านข้าวแกงแม่ล้วนได้ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;และปฏิบัติได้สูงกว่ามาตรฐานที่วางไว้&amp;nbsp;มีการคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp;การทำความสะอาดห้องน้ำทุกระยะ&amp;nbsp;ระบบการระบายอากาศ&amp;nbsp;ทุกอย่างที่เป็นมาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม&amp;nbsp;ซึ่งจะได้รับป้าย&amp;nbsp;อาหารรสเด็ด&amp;nbsp;คนเพชรการันตี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และป้าย&amp;nbsp;City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;gastronomy&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนางอรอนงค์&amp;nbsp;ศิริชัย&amp;nbsp;ในฐานะเจ้าของร้านข้าวแกง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาหารที่ทำมาขายต้องผ่านการคัดกรองในเรื่องความสด&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;วัตถุดิบต้องเน้นใช้ของดี&amp;nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารที่จะรักษาคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;อยากจะให้เขาประทับใจของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้นนางสาวกรรณิกา&amp;nbsp;ช้างสุวรรณ&amp;nbsp;ประชาชนที่มารับประทานข้าวแกงแม่ล้วน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่เลือกกินข้าวแกงร้านนี้เพราะด้วยสภาพ&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ตอนนี้&amp;nbsp;เป็นหนึ่งทางเลือกด้วยสถานที่&amp;nbsp;ปลอดโปร่งโล่ง&amp;nbsp;ไม่แออัด&amp;nbsp;เป็นหลัก&amp;nbsp;เรื่องของรสชาติก็โอเค&amp;nbsp;รสชาติต่างๆ&amp;nbsp;ไม่เผ็ดมาก&amp;nbsp;ไม่จัดจ้านมากเกินไป&amp;nbsp;ผู้ใหญ่ทานได้ผู้สูงอายุทานได้&amp;nbsp;ส่วนเรื่องของราคา&amp;nbsp;จะเป็นราคาที่แตะต้องได้ทุกคน&amp;nbsp;ไม่แพงมาก&amp;nbsp;สมราคากับปริมาณอาหาร&amp;nbsp;และอยากบอกนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;แค่เลี้ยวเข้าเส้นทางของวังมะนาว&amp;nbsp;ก่อนถึงเขาย้อย&amp;nbsp;เชิญชวนให้มาแวะทานร้านแม่ล้วน&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;รับรองว่าเด็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329183153294</Link_News></row>
<row _id="618"><NewsTitle>ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จับมือ ททท.ระยอง จัดงาน Rayong Crab Carnival เทศกาลปูสุดฟิน กระตุ้นท่องเที่ยว ส่งเสริมผู้ประกอบการมีช่องทางขายของ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;17.30&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;พลาซ่าระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;Rayong&amp;nbsp;Crab&amp;nbsp;Carnival&amp;nbsp;&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศกาลปูสุดฟิน&amp;nbsp;ต้องกินให้ได้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;พลาซ่าระยอง&amp;nbsp;ททท.ระยอง&amp;nbsp;และหอการค้าระยอง&amp;nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มี.ค.-3&amp;nbsp;เม.ย.นี้&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อสร้างสีสัน&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารทะเลของจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภายในงานได้มีการรวบรวมสุดยอดเมนูปูจากร้านดังในจังหวัดระยอง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปูนิ่ม&amp;nbsp;ปูไข่ดองน้ำปลากวน&amp;nbsp;ปูม้า&amp;nbsp;ปูนึ่ง&amp;nbsp;จ๊อไข่ปู&amp;nbsp;และยังมีเมนูอาหารทะเลสดๆ&amp;nbsp;หลากหลายอีกด้วย&amp;nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างสีสัน&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีช่องทางการขายของ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329203818335</Link_News></row>
<row _id="619"><NewsTitle>มทส.ประชุมหารือเรื่อง ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา (Wellness corridor) เพื่อนำเสนอกรอบการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่พื้นที่เขต ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;วิริยะกุลนันท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง&amp;nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา&amp;nbsp;(Wellness&amp;nbsp;corridor)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสารนิทัศน์&amp;nbsp;อาคารบริหาร&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;(มทส.)&amp;nbsp;การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของมหาวิทยาลัยไปสู่พื้นที่เขต&amp;nbsp;ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;อาจารย์&amp;nbsp;ดร.มัลลิกา&amp;nbsp;สังข์สนิท&amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;และความเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เป็นแกนกลางจัดการประชุม&amp;nbsp;และมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ร่วมนำเสนอความพร้อมของมหาวิทยาลัยในมิติของตลาดสุขภาพ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.หนึ่ง&amp;nbsp;เตียอำรุง&amp;nbsp;คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร&amp;nbsp;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;นันทกร&amp;nbsp;บุญเกิด&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการวิจัยการผลิตกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และพาณิชย์&amp;nbsp;แพทย์หญิง&amp;nbsp;เพิ่มศิริ&amp;nbsp;เลอมานุวรรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&amp;nbsp;ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329205102338</Link_News></row>
<row _id="620"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานีจับมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดมหกรรม OTOP ทั่วไทยร่วมใจสู่สุราษฎร์ธานี เพิ่มช่องทางการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เย็นวันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราขการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมเปิดงาน&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ทั่วไทยร่วมใจสู่สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;บุรณาการร่วมกับคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;Trader&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานโปรโมชั่น&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จากทั่วประเทศ&amp;nbsp;และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้มีความยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายกรองศักดิ์&amp;nbsp;โอยสวัสดิ์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ในนามคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินงานในครั้งนี่&amp;nbsp;จัดให้มีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;81&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประเภทอาหารและชวนชิม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;36&amp;nbsp;บูทธ&amp;nbsp;ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ประเภทเครื่องประดับ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;ประเภทของใช้&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บูฑ&amp;nbsp;และประเภทสมุนไพร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;โดยเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด&amp;nbsp;เป็นความร่วมมือของคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;คณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;Trader&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานในการส่งเสริมและสนับสนุน&amp;nbsp;รวมทั้งได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากผู้บริหารเซ็นทรัลพลาซ่า&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ที่ให้การอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่จัดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในทุกมิติ&amp;nbsp;ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากโดยให้นำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรอง&amp;nbsp;อีกทั้งให้พัฒนาขีดความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการการตลาด&amp;nbsp;โดยมีการสนับสนุนให้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งระบบ&amp;nbsp;Onsite&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;มีการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการเชื่องโยงกิจกรรมการ&amp;nbsp;Matching&amp;nbsp;ระหว่างผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการที่มาร่วมจำหน่ายและผู้ที่เข้าร่วมเยี่ยมชมในงานนี้&amp;nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างโอกาสและสร้างช่องทางในโอกาสข้างหน้า&amp;nbsp;อันเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง&amp;nbsp;เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329235840358</Link_News></row>
<row _id="621"><NewsTitle>ส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดโบราณร้อยปีบางพลี สมุทรปราการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดโบราณบางพลี&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาคารสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;สัมผัสภูมิปัญญาไทย&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้และให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีโอกาสร่วมสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไปตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชุมชนบางพลี&amp;nbsp;อำเภอบางพลี&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เป็นชุมชนเก่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นมายาว&amp;nbsp;นานกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ชาวชุมชนมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย&amp;nbsp;แต่แฝงไปด้วยอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;โดยจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลบางพลี&amp;nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้น&amp;nbsp;โดยมีรูปแบบของการจัดงานเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลาการจัดงาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;กำหนดจะจัดกิจกรรมในทุกวันเสาร์และอาทิตย์รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;หรือว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สัปดาห์แรก&amp;nbsp;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&amp;nbsp;รักแรกภพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายย้อนยุคในสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ใส่เสือทรงกระบอก&amp;nbsp;นุ่งผ้าโจงกระเบน&amp;nbsp;มีการตักบาตรทางเรือย้อนยุค&amp;nbsp;การแสดงเพลงฉ่อย&amp;nbsp;การแสดงหุ่นไทย&amp;nbsp;การแสดงหุ่นจีน&amp;nbsp;การขายสินค้าทางเรือ&amp;nbsp;การแสดงกลองยาว&amp;nbsp;การแสดงดนตรีจากศิลปินดารานักแสดง&amp;nbsp;นักร้องและการจัดแสดงและจัดจำหน่าย&amp;nbsp;ข้าวห่อใบบัว&amp;nbsp;ต้นตำรับอาหารชาวบางพลีสมุทรปราการในยุดนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สัปดาห์ที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&amp;nbsp;มนต์รัก&amp;nbsp;ทุ่งบางพลี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมแต่งกาย&amp;nbsp;ผ้าไทยลายดอกไม้&amp;nbsp;ยุคของสดใส&amp;nbsp;ชื่นบาน&amp;nbsp;ผู้ชายจะรณรงค์ให้สวมใส่กางเกงขาก๊วย&amp;nbsp;เสื้อลายดอก&amp;nbsp;ผ้าขาวม้าคาดเอว&amp;nbsp;ผู้หญิงจะรณรงค์ให้นุ่งผ้าถุง&amp;nbsp;เสื้อลายดอกไม้สีสันสดใส่&amp;nbsp;จะมีการจัดแสดงลูกทุ่งย้อนยุด&amp;nbsp;การรำวงย้อนยุด&amp;nbsp;และการจำหน่ายสินค้าทางเรือและเปิดตำรับอาหารของชาวบางพลีสมุทรปราการ&amp;nbsp;ในยุดนี้คือ&amp;nbsp;ขนมสายบัว&amp;nbsp;เมี่ยงกลีบบัว&amp;nbsp;แกงกะทิสายบัว&amp;nbsp;รากบัวทอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สัปดาห์ที่&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&amp;nbsp;อะเมสซิ่ง&amp;nbsp;บางพลี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นยุคที่ชุมชนบางพลี&amp;nbsp;ได้รับวัฒนธรรมการแต่งกายจากชุมชนเมืองบางกอกคือ&amp;nbsp;การเปลี่ยนจากการใส่ผ้าถุง&amp;nbsp;มาเป็นกางเกงขาบาน&amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันในนามยุคหกศูนย์&amp;nbsp;หรือยุคเจ็ดศูนย์&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมภายในงานจะมีการแสดงทางวัฒนธรรมนาฏมวยไทย&amp;nbsp;การแข่งขันเรือมาด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ฝีพาย&amp;nbsp;และการแสดงจาดศิลปินดารา&amp;nbsp;นักร้อง&amp;nbsp;การเล่นเกมชิงรางวัลต่างๆ&amp;nbsp;และการจำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;ของชาวบางพลีในยุดนี้อย่างหลากหลาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าวต้มมัดบางพลี&amp;nbsp;ขนมต้มบางพลี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สัปดาห์ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใช้ชื่อการจัดงานว่า&amp;nbsp;หลงรัก&amp;nbsp;บางพลี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจะรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทยลายขอ&amp;nbsp;และแต่งกายแฟชั่นของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน&amp;nbsp;ภายในงานจะมีการจัดประกวดการแต่งกายขุดไทยร่วมสมัย&amp;nbsp;การแข่งขันพายเรือหัวใบ้ท้ายบอด&amp;nbsp;การแข่งขันพายเรือกะละมัง&amp;nbsp;การแข่งขันมวยทะเล&amp;nbsp;การแสดงดนตรีและสายน้ำและการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ของชาวบางพลีสมุทรปราการ&amp;nbsp;ในยุคปัจจุบันอย่างมากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมยังไม่ได้กำหนดวันของการจัดงานที่แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;หรือกรกฎาคมของปีนี้&amp;nbsp;โดยจะมีการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง&amp;nbsp;ในการจัดประชุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330091627378</Link_News></row>
<row _id="622"><NewsTitle>คาเฟ่ในสวนยะลา @ยุโป   นั่งชิล  บรรยากาศธรรมชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จุดเช็คอินใหม่&amp;nbsp;คาเฟ่ในสวนยะลา&amp;nbsp;@ยุโป&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั่งชิล&amp;nbsp;มาแล้วบายใจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บรรยากาศธรรมชาติ&amp;nbsp;ผสมผสานศิลปะการแสดงชาวใต้&amp;nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวบ้านยุโป&amp;nbsp;พลิกพื้นที่สวนผสมผสาน&amp;nbsp;สร้างสวนสไตล์คาเฟ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จุดเช็คแห่งใหม่ยะลา&amp;nbsp;@ยุโป&amp;nbsp;ดึงดูดประชาชนท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ให้มาสัมผัสกับบรรยากาศ&amp;nbsp;แบบลูกทุ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั่งทานอาหารริมสระน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใต้ร่มเงาไม้ผล&amp;nbsp;ที่ทำเป็นที่นั่งจากไม้ไผ่&amp;nbsp;ไม้ในพื้นที่กว่าสิบโต๊ะ&amp;nbsp;ในบริเวณรอบๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมมุมถ่ายรูป&amp;nbsp;โดยรอบ&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;ทั้งสะพานที่ทอดระหว่างสองฝั่งสระ&amp;nbsp;มุมหน้าต่างยะลาบ้านฉัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประดับประดาด้วยผ้าพื้นเมืองของใช้โบราณ&amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ถูกใจ&amp;nbsp;ทั้งของบรรดาผู้ใหญ่&amp;nbsp;และเด็กๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เซลฟี่กันได้อย่างเต็มอิ่ม&amp;nbsp;มีความสุข&amp;nbsp;มีรอยยิ้ม&amp;nbsp;ซึ่งเรียกความสนใจให้ชาวเมืองยะลา&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ต่างหอบลูก&amp;nbsp;จูงหลานมากันทั้งครอบครัว&amp;nbsp;รวมถึงมากันในหมู่เพื่อนๆ&amp;nbsp;เพื่อมาเยี่ยมชมบรรยากาศของสวนคาเฟ่ยุโป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชาวยะลา&amp;nbsp;ที่ได้มาสวนคาเฟ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชื่นชอบบรรยากาศดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เย็นสบาย&amp;nbsp;ไม่แออัดเหมาะกับสถานการณ์โควิดในช่วงนี้&amp;nbsp;ซึ่งต่างกับในเมืองที่พลุกพล่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ได้มาคลายเครียดด้วยถ่ายรูปมุมต่างๆลงโซเชียลให้เพื่อนๆ&amp;nbsp;ได้ดู&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนอาหารก็อร่อยราคาเป็นกันเอง&amp;nbsp;ไม่แพง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่&amp;nbsp;บางคนก็ชอบทานข้าวต้มมัด&amp;nbsp;ขนมพื้นบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขนมทานเล่นมากกว่าการทานข้าวส่วนบางคนก็จะชอบทานทั้งกาแฟ&amp;nbsp;ข้าวเพื่อให้อิ่มท้องซึ่งก็จะมีให้เลือกมากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมานะ&amp;nbsp;ป.ปาน&amp;nbsp;ได้เล่าว่า&amp;nbsp;แนวคิดที่ได้มาเปิดร้านสไตล์คาเฟ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ้านๆ&amp;nbsp;ลุกทุ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดิมมีสวนอยู่แล้ว&amp;nbsp;เป็นสวนผสมผสาน&amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงเดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ปลูกทั้งมังคุด&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ส้มโอ&amp;nbsp;ในสระน้ำก็มีการเลี้ยงหอยขม&amp;nbsp;ซึ่งเดี๋ยวนี้ได้โยกย้ายไปเลี้ยงอยู่ในทุ่งนา&amp;nbsp;ก็เลยคิดว่า&amp;nbsp;น่าจะนำต้นทุน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สวนของเรามาปรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน&amp;nbsp;ใจคือ&amp;nbsp;อยากให้ชุมชนมาขายของ&amp;nbsp;แต่ก็ไม่มีอาจจะคิดว่าขายไม่ได้&amp;nbsp;ก็เลยหันมานำน้องๆ&amp;nbsp;เยาวชนที่เป็นชาวมุสลิมในพื้นที่&amp;nbsp;ที่ไม่มีงานทำ&amp;nbsp;มาทำ&amp;nbsp;มาจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำ&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;พื้นบ้านบางอย่างซึ่งไปรับจากภูมิปัญญาชาวบ้านมุสลิมแถวนี้&amp;nbsp;เข้ามาขาย&amp;nbsp;ให้มีรายได้&amp;nbsp;พลิกแปลง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มีสวนมีอยู่แล้วโดยมีแนวคิดหลัก&amp;nbsp;นำต้นทุนมาสร้างบรรยากาศ&amp;nbsp;ให้เป็นธรรมชาติ&amp;nbsp;ให้คนมาท่องเที่ยวในชุมชนเราได้มากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่จะเน้นธรรมชาติ&amp;nbsp;สร้างธรรมชาติ&amp;nbsp;พลิกแปลงป่า&amp;nbsp;เมื่อก่อนริมถนนที่นี่จะเป็นป่ารกร้าง&amp;nbsp;ส่วนด้านหลังเป็นสวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยให้มีจุดเด่น&amp;nbsp;วิวทิวทัศน์&amp;nbsp;วิวถ่ายรูป&amp;nbsp;มีซุ้มต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ริมสระน้ำ&amp;nbsp;มีอาหารพื้นบ้านที่ราคาย่อมเยา&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ก็ยังมีอาหารตามสั่ง&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เมนูจานเดี่ยวอิ่มท้อง&amp;nbsp;ทั้งข้าวผัด&amp;nbsp;ข้าวเครื่องแกง&amp;nbsp;กระเพรา&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;ทะเล&amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp;เมนูยำ&amp;nbsp;ยำรสแซ่บ&amp;nbsp;เมนูปิ้ง-ย่าง&amp;nbsp;เมนูท๊อด-ทอด&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;เมนูน้ำ&amp;nbsp;ชา&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;นมสด&amp;nbsp;โซดา&amp;nbsp;ราคาไม่แพงเริ่มต้นที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp;ขนมสอดไส้&amp;nbsp;ข้าวต้มมัด&amp;nbsp;และอีกหลายขนมที่ภูมิปัญญานำมาฝากขาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางร้านได้เปิดโอกาสขึ้นป้ายรับสมัครเยาวชน&amp;nbsp;ประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้มาทำงานที่นี่&amp;nbsp;ใช้หลักพี่สอนน้อง&amp;nbsp;อยากให้ทุกคนมีรายได้&amp;nbsp;รวมถึงเน้นให้ภูมิปัญญา&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;ดีเกฮูลู&amp;nbsp;มะโย่ง&amp;nbsp;โนราห์&amp;nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมกับร้าน&amp;nbsp;ผสมผสานกัน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเชิญชวนชาวยะลา&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงทุกคนมาเที่ยวเมืองยะลา&amp;nbsp;เบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;ลองแวะมาดู&amp;nbsp;หากเดินทางมาจากถนนสาย&amp;nbsp;418&amp;nbsp;ยะลา-ปัตตานี&amp;nbsp;ก็เข้าใต้สะพานบ่อเจ็ดลูก&amp;nbsp;ขับตรงมา&amp;nbsp;800&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ก็ถึงร้าน&amp;nbsp;เชิญชวนให้ท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ชุมชนจะได้มีรายได้&amp;nbsp;ท่องเที่ยวใกล้บ้านปลอดภัย&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ยุโป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;รอยต่อ&amp;nbsp;ยุโป-บ้านบ่อเจ็ดลูก&amp;nbsp;เข้ามาเที่ยวชุมชนบ้านยุโปของเรา&amp;nbsp;รับรองว่า&amp;nbsp;อาหารอร่อย&amp;nbsp;บรรยากาศดี&amp;nbsp;เพลงไพเราะ&amp;nbsp;ชมสวนไปด้วย&amp;nbsp;โดยร้าน&amp;nbsp;จะเปิดทุกวัน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00-20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;หรือติดต่อได้ทางหมายเลข&amp;nbsp;087-2997015&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330075655373</Link_News></row>
<row _id="623"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการจัดตั้ง คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ เจาะตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดมีมติให้จัดตั้ง&amp;nbsp;คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Thailand&amp;nbsp;Halal&amp;nbsp;Taskforce)&amp;nbsp;ขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนผ่านอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้า&amp;nbsp;สร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารอันดับ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ของโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าฮาลาล&amp;nbsp;จึงพร้อมเดินหน้าและเชื่อมั่นว่าจะเข้าถึงตลาดประชากรมุสลิมซึ่งมีจำนวนกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;รวมทั้งต่อยอดโครงการลงทุนเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรฮาลาล&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;จึงเชื่อมั่นว่าคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์นี้&amp;nbsp;จะเร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่าตลาดกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯได้สำเร็จ&amp;nbsp;และจะสามารถยกระดับความเชื่อมั่นเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลที่ได้ต่อยอดเจรจาขยายความร่วมมือเกี่ยวกับการค้าการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;และระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล&amp;nbsp;กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;(UAE)&amp;nbsp;รวมทั้งจากกรณีที่ซาอุดีอาระเบียยกเลิกการห้ามนำเข้าไก่แปรรูปจากไทย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความสำเร็จจากนายกรัฐมนตรีที่ได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียได้เป็นผลสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาไทยได้ส่งออกไก่แปรรูปล็อตแรกไปยังซาอุดีอาระเบีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;ภายในสิ้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้จะส่งออกได้อีก&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ากว่า&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330103125424</Link_News></row>
<row _id="624"><NewsTitle>กองทัพภาคที่ 4 จัดกิจกรรม มัคคุเทศก์น้อยในแหล่งท่องเที่ยวทหาร ตะลอนทัวร์สถานที่ประวัติศาสตร์ แบบ One Day Trip</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กองกิจการพลเรือน&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดกิจกรรมทัศนศึกษาตามโครงการ&amp;nbsp;มัคคุเทศก์น้อยในแหล่งท่องเที่ยวทหาร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;ที่มีดำริให้หน่วยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในกองทัพบก&amp;nbsp;นำบุตรหลานกำลังพลทัศนศึกษาสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;เสริมความรู้ทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้บุตรหลานของกำลังพลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย&amp;nbsp;รวมถึงเกียรติประวัติของหน่วยทหารที่ตนอาศัยอยู่&amp;nbsp;สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นบุตรหลานทหาร&amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในหน่วยทหาร&amp;nbsp;และคัดเลือกมัคคุเทศก์น้อย&amp;nbsp;เป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน&amp;nbsp;มัคคุเทศก์น้อย&amp;nbsp;ในระดับกองทัพบก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมในครั้งนี้มีเยาวชนอายุระหว่าง&amp;nbsp;13-18&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่เป็นบุตรหลานกำลังพลภายในค่ายวชิราวุธ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งได้สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ผ่านโครงการ&amp;nbsp;นั่งรถชมเมือง&amp;nbsp;เล่าเรื่องลิกอร์&amp;nbsp;ทัศนศึกษาสถานที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์เมืองทุ่งท่าลาด&amp;nbsp;ห้องประวัติศาสตร์และหอเกียรติยศกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภายในค่ายวชิราวุธ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;nbsp;ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;อนุสาวรีย์วีรไทย&amp;nbsp;2484&amp;nbsp;และพิพิธภัณฑ์วีรไทย&amp;nbsp;โดยเด็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทุกคน&amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความและรูปภาพถึงความประทับใจและความรู้ที่ได้รับ&amp;nbsp;ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง&amp;nbsp;ได้เช็คอินสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของค่ายวชิราวุธ&amp;nbsp;และมีการประกวดมัคคุเทศก์น้อยกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เพื่อคัดเลือกตัวแทนกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไปเข้าแข่งขันในระดับกองทัพบก&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp;ทองใบ&amp;nbsp;รองเสนาธิการกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองฝ่ายเสนาธิการ&amp;nbsp;ของกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หรือผู้แทน&amp;nbsp;ร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของมัคคุเทศก์น้อย&amp;nbsp;มอบรางวัลและเกียรติบัตร&amp;nbsp;ให้กับมัคคุเทศก์น้อย&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สวท.นครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330102331414</Link_News></row>
<row _id="625"><NewsTitle>กรมบัญชีกลาง พร้อมเปิดระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ หรือ New GFMIS Thai ทั่วประเทศ 4 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววารี&amp;nbsp;แว่นแก้ว&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรมบัญชีกลางได้พัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;GFMIS&amp;nbsp;Thai)&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เพื่อทดแทนระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งมีข้อจำกัดในการอัปเดตเวอร์ชันและการบำรุงรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้ทดสอบระบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;GFMIS&amp;nbsp;Thai&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการเบิกเงินจากคลัง&amp;nbsp;รับเงิน&amp;nbsp;จ่ายเงินและนำเงินส่งคลัง&amp;nbsp;จนมั่นใจแล้วว่าระบบงานมีความสมบูรณ์เพียงพอและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านการเงินการคลังของหน่วยงานผู้เบิก&amp;nbsp;อีกทั้งได้เปิดให้หน่วยงานเข้าทดลองปฏิบัติงานในระบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;GFMIS&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;ตามข้อมูลจริงของแต่ละหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อทดสอบระบบงานในภาพรวมและตรวจสอบความพร้อมของระบบสนับสนุน&amp;nbsp;โดยจะเปิดระบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;GFMIS&amp;nbsp;Thai&amp;nbsp;ให้หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศเริ่มใช้งาน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับระบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;GFMIS&amp;nbsp;Thai&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&amp;nbsp;ช่วยให้การเบิกเงินจากคลัง&amp;nbsp;รับเงิน&amp;nbsp;จ่ายเงินและนำเงินส่งคลัง&amp;nbsp;ของหน่วยงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รองรับจำนวนผู้ใช้งานในระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยระบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะเปิดให้ใช้งานจนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330104946440</Link_News></row>
<row _id="626"><NewsTitle>ตำรวจท่องเที่ยวตราด ดูแลและสอบถามผลกระทบจากปัญหาสงคราม นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และยูเครนในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ส.ทท.6&amp;nbsp;กก.2&amp;nbsp;บก.ทท.1&amp;nbsp;(ตราด)&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ศิริเจริญนำ&amp;nbsp;สว.ส.ทท.6&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ร.ต.ท.มารุต&amp;nbsp;พรหมอริยกุล&amp;nbsp;ร้อยเวร&amp;nbsp;20&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวประจำเกาะช้าง&amp;nbsp;ได้ออกตรวจตราดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;และได้มาตรวจเยี่ยมนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย&amp;nbsp;เพื่อสอบถาม&amp;nbsp;และดูแลว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยสู้รบระหว่างประเทศหรือไม่&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวแจ้งว่า&amp;nbsp;ไม่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;ส.ทท.6&amp;nbsp;กก.2&amp;nbsp;บก.ทท.1&amp;nbsp;(ตราด)&amp;nbsp;จึงได้ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Tourust&amp;nbsp;Police&amp;nbsp;i&amp;nbsp;lert&amp;nbsp;u&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการ&amp;nbsp;DMHTTA&amp;nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์เบอร์โทร&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;center&amp;nbsp;1155&amp;nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330111548461</Link_News></row>
<row _id="627"><NewsTitle>จ.ลำปาง 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG สาขาเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมการเสวนาออนไลน์&amp;nbsp;(Webinar)&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;สาขาเกษตรบูรณาการเชิงพื้นที่&amp;nbsp;(Area&amp;nbsp;based)&amp;nbsp;ในพื้นที่นำร่องจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;Webex&amp;nbsp;Meetings&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายยุคล&amp;nbsp;ลิ้มแหลมทอง&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนา&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;เป็นประธานการเสวนาครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดเสวนามีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตดีรักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณภาพที่ดีด้วยการใช้ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;แนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2556-2570&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;มาตรฐานสูง&amp;nbsp;และรายได้สูง&amp;nbsp;โดยนำร่อง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;และจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ให้เป็นโมเดลการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยง&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานขยายผลในจังหวัดอื่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113326470</Link_News></row>
<row _id="628"><NewsTitle>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน ภูเก็ตไบค์วีค 2022 (PHUKET BIKE WEEK 2022) ครั้งที่ 26 รูปแบบ New Normal Ride Together เพื่อเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยกระดับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกทั้งทางทะเลและทางบกของประเทศไทย คาดจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่เดอะเพลย์ยาร์ดภูเก็ต&amp;nbsp;ตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จัดแถลงข่าวเตรียมจัดงาน&amp;nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;(PHUKET&amp;nbsp;BIKE&amp;nbsp;WEEK&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;"New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;Ride&amp;nbsp;Together")&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสิรภพ&amp;nbsp;ดวงสอดศรี&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;สิงห์ฆาฬะ&amp;nbsp;รักษาการนายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าว&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;ดร.นาที&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทนทัพเรือภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และผู้ให้การสนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมแถลงข่าวภายใต้บรรยากาศบริเวณการจัดงาน&amp;nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;ที่มีความสวยงามของธรรมชาติที่น่าสัมผัสและมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทยา&amp;nbsp;สิงห์ฆาฬะ&amp;nbsp;รักษาการนายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;และจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ร่วมจัดงาน&amp;nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;2022"&amp;nbsp;(PHUKET&amp;nbsp;BIKE&amp;nbsp;WEEK&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;"New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;Ride&amp;nbsp;Together")&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;26&amp;nbsp;โดยในปีนี้&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวมีความหลากหลาย&amp;nbsp;สร้างสรรค์&amp;nbsp;และถ่ายทอดเรื่องราวความพิเศษของวัฒนธรรมความเป็นมา&amp;nbsp;เที่ยวชมความประทับใจของท้องทะเล&amp;nbsp;หาดทรายที่ขาวสะอาดของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;รวมทั้งสถานที่สำคัญที่น่าสนใจต่างๆ&amp;nbsp;หลายแห่ง&amp;nbsp;โดยผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบเอ็กซ์คลูชีฟ&amp;nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ&amp;nbsp;และกลุ่มนักขับขี่บิ๊กไบค์&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;สิงคโปร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ที่มีอัตราการใช้จ่ายสูง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกทั้งทางทะเลและทางบก&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการเสริมสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไชค์ใหญ่จากทั่วโลก&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ให้ฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็งในระยะยาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย&amp;nbsp;อาทิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประกวดรถมอเตอร์ไซค์คัสตอมไบค์&amp;nbsp;รุ่นทัวร์ริ่ง&amp;nbsp;รุ่นคลาสสิค&amp;nbsp;ชมรถมอเตอร์ไซด์รุ่นสะสมหายาก&amp;nbsp;รถยนต์อเมริกันคลาสสิคคาร์&amp;nbsp;ยลโฉมมอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่จากค่ายชั้นนำทุกค่าย&amp;nbsp;ร่วมขบวนขับขี่คาราวานบิ๊กไบค์&amp;nbsp;เพื่อรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจร&amp;nbsp;การประกวดมิสภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;ชมการแสดงคอนเสิร์ตจาก&amp;nbsp;แอ๊ด&amp;nbsp;คาราบาว&amp;nbsp;บ่าววี&amp;nbsp;จ๊อบทูดู&amp;nbsp;และศิลปินอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;ชมบูธแสดงสินค้าอุปกรณ์ของตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์หลากหลาย&amp;nbsp;รวมถึงมีการแข่งขันกีฬาทางน้ำ&amp;nbsp;โดยภายในงานมีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และคาดว่าในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันของการจัดงาน&amp;nbsp;จะมีการใช้จ่ายต่อคนต่อวันประมาณ&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จะทำให้มีเงินสะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดงานภูเก็ตไบค์วีคในทุกๆ&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาจะมีนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่&amp;nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ในระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมตามปกติได้&amp;nbsp;ซึ่งอุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวประสบกับปัญหาเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;สมาคมภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;และอีกหลายภาคส่วน&amp;nbsp;ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เดอะเพลย์ยาร์ดภูเก็ต&amp;nbsp;ตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่มีความพร้อมด้านสถานที่ที่สามารถรวมกิจกรรมทั้งทางน้ำทางบทไว้ที่เดียว&amp;nbsp;และเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;งานภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ก่อนการจัดงานหนึ่งสัปดาห์&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้มีเงินเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะมีผู้เข้าร่วมงานแล้วยังมีผู้ติดตามที่จะทำให้มียอดเงินสะพัดกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจะกระจายทั่วทุกพื้นที่ของภาคใต้นอกจากจังหวัดภูเก็ตด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ภูเก็ตไบค์วีค&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่สามารถ&lt;/strong&gt;เปิดมุมมองการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ด้วยการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ&amp;nbsp;ชื่นชมความงดงามและธรรมชาติของเกาะอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และยังทำให้เห็นถึงความร่วมมือ&amp;nbsp;ความสามัคคี&amp;nbsp;ของผู้รักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่&amp;nbsp;จนทำให้เกิดความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายระดับเอเชียและระดับโลก&amp;nbsp;และต้องขอความร่วมมือประชาชนให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับและดูแลความปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อสร้างความประทับใจและความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330134813521</Link_News></row>
<row _id="629"><NewsTitle>การบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัว ส่งออกสินค้า การท่องเที่ยว </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวุฒิพงศ์&amp;nbsp;จิตตั้งสกุล&amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สศค.&amp;nbsp;ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทน&amp;nbsp;การส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน&amp;nbsp;มีสัญญาณขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า&amp;nbsp;สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ&amp;nbsp;27.7&amp;nbsp;สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มาที่ระดับ&amp;nbsp;43.3&amp;nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&amp;nbsp;และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน&amp;nbsp;มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;23,483&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;ขยายตัวจากช่วงเดียวกันที่ร้อยละ&amp;nbsp;16.2&amp;nbsp;โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักของไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง&amp;nbsp;ด้านบริการด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;152,954&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย&amp;nbsp;เยอรมนี&amp;nbsp;ฝรั่งเศส&amp;nbsp;สหราชอาณาจักร&amp;nbsp;และสหรัฐฯ&amp;nbsp;เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย&amp;nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15.28&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ&amp;nbsp;72.4&amp;nbsp;และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม้มีปัจจัยกดดันจากระดับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;5.28&amp;nbsp;ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;59.9&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง&amp;nbsp;และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330144820557</Link_News></row>
<row _id="630"><NewsTitle>อพท.เตรียมผลักดันเกาะหมาก เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการขยะการท่องเที่ยว และเสนอประกาศพื้นที่พิเศษ 3 แห่ง ภายในปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาวาอากาศเอก&amp;nbsp;อธิคุณ&amp;nbsp;คงมี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อพท.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อพท.เตรียมผลักดัน&amp;nbsp;เกาะหมาก&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ&amp;nbsp;Circular&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;ที่มีการคัดแยกและแปรรูปขยะจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยใช้นวัตกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;แล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวที่มีแผนจัดการขยะ&amp;nbsp;ด้วยการพัฒนาระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้&amp;nbsp;และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เตรียมประกาศพื้นที่พิเศษ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;พื้นที่ลุ่มนํ้าทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;และพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เบื้องต้นพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พพท.&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้วและจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ&amp;nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษฯ&amp;nbsp;เร็ว&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามลำดับต่อไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงการผลักดันชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผลักดัน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ชุมชนที่พัฒนาแล้วเข้าสู่การตลาดท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตั้งเป้า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในอันดับดัชนีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135938531</Link_News></row>
<row _id="631"><NewsTitle>องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ พายเรือสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมคลองแควอ้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแควอ้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;พายเรือสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมคลองแควอ้อม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;นางสาวสุกานดา&amp;nbsp;ปานะสุทธะ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;นำผู้บริหาร&amp;nbsp;หัวหน้า&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ร่วมพายเรือคายัค&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;จุดเริ่มต้นจากท่าน้ำวัดอินทาราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;คลองแควอ้อม&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุกานดา&amp;nbsp;ปานะสุทธะ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสำรวจและเยี่ยมชมโครงการคลองสวยน้ำใส&amp;nbsp;ซึ่งคลองแควอ้อมนับเป็นอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คลอง&amp;nbsp;ที่จะอนุรักษ์และพัฒนาภูมิทัศน์ให้เป็นคลองที่นอกจากใช้ประโยชน์อื่นๆ&amp;nbsp;แล้วยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำโดยเฉพาะการพายเรือ&amp;nbsp;และหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง&amp;nbsp;ทางจังหวัดพร้อมที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากพายเรือสำรวจเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำแล้ว&amp;nbsp;ยังร่วมกันจัดเก็บวัชพืชในลำคลองเพื่อที่ลอยมากับสายน้ำอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว/ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330141137539</Link_News></row>
<row _id="632"><NewsTitle>ศอ.บต. จัดการประชุมฯ ยกระดับองค์กรสู่ ระบบราชการ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดในการให้บริการประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&amp;nbsp;และมีผู้แทนส่วนงานภายใน&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อเรียนรู้การพัฒนา&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;สู่ระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;ดร.ภาวนา&amp;nbsp;กิตติวิมลชัย&amp;nbsp;นักวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp;เป็นวิทยาการบรรยายผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;โดยจะมีการประชุมเพื่อเพิ่มความรู้เรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ในส่วนของภาครัฐในฐานะฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนด&amp;nbsp;จึงกำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนระบบราชการให้สอดรับกับบริบทที่จะเกิดขึ้นกับการเป็นประเทศ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;โดยภาครัฐจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&amp;nbsp;และจะต้องมีการปรับตัวเข้าสู่ระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;โดยการนำเทคโนโลยีและดิจิตอลที่ทันสมัยมาปรับใช้ในกระบวนการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;สามารถเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;จึงดำเนินการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานภายในได้เรียนรู้และเข้าใจระบบดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การนำองค์กรเข้าสู่ระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;จำเป็นต้องเตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องมือที่เรียกว่าฐานข้อมูล&amp;nbsp;ที่จะนำเข้าสู่การบริหารจัดการ&amp;nbsp;บูรณาการนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและระบบการดำเนินงานลักษณะของดิจิตอล&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนที่เป็นผู้รับบริการ&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;แล้วจำเป็นต้องเปิดกว้างในเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีประชาชนเป็นลูกค้า&amp;nbsp;ตั้งแต่ส่วนบุคคลและองค์กร&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยล่าสุด&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้มีการจัดทำข้อมูลในการดูแลกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ตาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;TP&amp;nbsp;MAP&amp;nbsp;นำร่องแล้ว&amp;nbsp;379&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปต่อยอดการพัฒนาและดูแลกลุ่มบุคคลเหล่านี้ในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330151001596</Link_News></row>
<row _id="633"><NewsTitle>บสย. พร้อมค้ำประกันสินเชื่อ ช่วยเหลือ SMEs วงเงินรองรับ 1 แสนล้านบาท เริ่ม 1 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสิทธิกร&amp;nbsp;ดิเรกสุนทร&amp;nbsp;กรรมการและผู้จัดการทั่วไป&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;บสย.พร้อมเดินหน้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อ&amp;nbsp;ตามมาตรการรัฐบาล&amp;nbsp;สนับสนุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;เข้าถึงสินเชื่อ&amp;nbsp;วงเงินรองรับ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยจะเริ่มเปิดรับคำขอค้ำประกันสินเชื่อ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;แบ่งวงเงินค้ำประกันออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการค้ำประกันสินเชื่อ&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;Extra&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;90,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;Soft&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;เดิมที่จะครบสัญญาในเดือนเมษายน&amp;nbsp;ให้ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่อเนื่อง&amp;nbsp;ช่วยประคับประคองกิจการ&amp;nbsp;ลดปัญหาค้างชำระ&amp;nbsp;และพยุงการจ้างงานในประเทศ&amp;nbsp;โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;เพียงร้อยละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน&amp;nbsp;สิ้นสุดรับคำขอวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ&amp;nbsp;บสย.SMEs&amp;nbsp;สร้างชาติ&amp;nbsp;(PGS9)&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการย่อย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเติมทุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;กลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระยะเวลาค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สิ้นสุดรับคำขอวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่&amp;nbsp;ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน&amp;nbsp;บสย.&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;02-890-9999&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Line@doctor.tcg&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203941734</Link_News></row>
<row _id="634"><NewsTitle>รมว.แรงงาน ร่วมคณะผู้แทนไทยเยือนดูไบ ประชุม World Government Summit ครั้งที่ 8</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนายสุรชัย&amp;nbsp;ชัยตระกูลทอง&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Government&amp;nbsp;Summit&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;ค.ศ.2022&amp;nbsp;ตามหนังสือเชิญของรัฐมนตรีกระทรวงปัญญาประดิษฐ์ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและการทำงานทางไกล&amp;nbsp;มีหนังสือเชิญโดยมีนายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&amp;nbsp;เพื่อร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;Shaping&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Future&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Government&amp;nbsp;และมีหัวข้อหลักในการประชุม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นโยบายขับเคลื่อนการบริหารรัฐกิจ&amp;nbsp;อนาคตของระบบสาธารณสุข&amp;nbsp;การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก&amp;nbsp;การสร้างสังคมที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;อนาคตของการศึกษาและการทำงาน&amp;nbsp;และเมืองแห่งอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุม&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Government&amp;nbsp;Summit&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นการประชุมระหว่างประเทศที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ภายใต้การอุปถัมภ์ชองเชค&amp;nbsp;มูฮัมมัด&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;รอชิด&amp;nbsp;อัลมักตูม&amp;nbsp;(His&amp;nbsp;Highness&amp;nbsp;Sheikh&amp;nbsp;Mohammed&amp;nbsp;bin&amp;nbsp;Rashid&amp;nbsp;Al&amp;nbsp;Maktoum)&amp;nbsp;รองประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าครองรัฐดูไบ&amp;nbsp;เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้นำรัฐบาล&amp;nbsp;รัฐมนตรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสจากภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;และผู้นำองค์การระหว่างประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;ในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการพัฒนาและการบริหารจัดการภาครัฐ&amp;nbsp;มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;นครดูไบ&amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2020&amp;nbsp;จัดขึ้นในรูปแบบของการเสวนา&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;190&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กล่าวถ้อยแถลงสาระสำคัญครอบคลุมในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;สุขภาพหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203835733</Link_News></row>
<row _id="635"><NewsTitle>ทางหลวงชนบท จัดโครงการศึกษาการก่อสร้างถนนหลายสายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับ EEC</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp;ในโครงการศึกษาความเหมาะสม&lt;/strong&gt;โครงการก่อสร้างถนนสายแยก&amp;nbsp;ทล.315&amp;nbsp;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ณ8&amp;nbsp;และถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฉ50&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมแอดแลนติด&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โรงแรมเดอะไทน์&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;บางแสน&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวานนท์&amp;nbsp;ศักดิ์บูรณาเพชร&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมาณราคาของโครงการจากกลุ่มที่ปรึกษาของกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ได้บรรยายถึงความเป็นมาและภาพรวมโครงการให้สื่อมวลชน&amp;nbsp;รับทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวานนท์&amp;nbsp;ศักดิ์บูรณาเพชร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบเนื่องจาก&amp;nbsp;การประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีมติรับทราบและเห็นชอบให้ขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนให้ดำเนินการศึกษาโครงการสำรวจออกแบบและก่อสร้างถนนสายแยก&amp;nbsp;ทล.315&amp;nbsp;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฌ8&amp;nbsp;และถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฉ50&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ตามผังระบบคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการและการก่อสร้าง&amp;nbsp;รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการ&amp;nbsp;เพื่อรับฟังและรวบรวมประเด็นปัญหาหรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;ก่อนที่จะดำเนินโครงการสำรวจออกแบบรายละเอียดในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;โดยกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนา&amp;nbsp;โครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างถนนแยกสาย&amp;nbsp;ทล.315&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เชื่อมต่อถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฌ8&amp;nbsp;และถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฉ50&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนที่ประกาศในเขตผังเมืองรวมเมืองชลบุรี&amp;nbsp;และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และเป็นเส้นทางสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของเมือง&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรหนาแน่นในเขตอำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;และรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EEC)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยแนวเส้นทางของโครงการ&amp;nbsp;วางตัวอยู่ในแนวเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;361&amp;nbsp;กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โดยมีแนวคิดในการพัฒนาเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ส่วนที่เชื่อมต่อถนนแยกสาย&amp;nbsp;ทล.315&amp;nbsp;กับถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฌ8&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ส่วนที่เป็นถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฌ8&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และถนนผังเมืองสาย&amp;nbsp;ฉ50&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยและทำงานในเขตจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;สนับสนุนการเชื่อมต่อการเดินทาง&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ลดปัญหามลพิษจากการจราจรที่ติดขัด&amp;nbsp;และสร้างภาพลักษณ์ของเขตเมืองในภาพรวมให้ดีขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330172512649</Link_News></row>
<row _id="636"><NewsTitle>หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสังขละบุรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โรงแรมริเวอร์แคว&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายผกายเนติ์&amp;nbsp;เล่งอี้&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายบุญชู&amp;nbsp;วิวัฒนาทร&amp;nbsp;ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;กล่าวรายงานการประชุมฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วยที่ปรึกษา&amp;nbsp;คณะกรรมการ&amp;nbsp;สมาชิกหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีจัดการประชุมใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมาให้กับสมาชิกได้รับทราบ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นองค์กรภาคเอกชนหลัก&amp;nbsp;หนึ่งในหลาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;ของจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ดำเนินงานภายใต้ภารกิจ&amp;nbsp;การส่งเสริมการค้า&amp;nbsp;พัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างคุณค่าชีวิต&amp;nbsp;มาเป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีสมาชิกที่เข้าร่วมองค์กรจากหลากหลายสาขาอาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ภัสร์ภรณ์&amp;nbsp;เหลืองทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จิตริน&amp;nbsp;มัชฌันติกะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพวีดีโอ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;พัชรพล&amp;nbsp;เจริญสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182816664</Link_News></row>
<row _id="637"><NewsTitle>จังหวัดยะลาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านประเทศมาเลเซียเตรียมความพร้อมเปิดด่านทางบก รับนักท่องเที่ยว ในรูปแบบ Test&amp;Go และ One day trip  ระหว่างรอ ศบค .ไฟเขียวเปิดด่าน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำผู้ประกอบการต่างๆห้ามเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลังเปิดด่านทางบก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยะลาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านประเทศมาเลเซีย&lt;/strong&gt;เตรียมความพร้อมเปิดด่านทางบก&amp;nbsp;รับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;Test&amp;amp;Go&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;day&amp;nbsp;trip&amp;nbsp;ระหว่างรอ&amp;nbsp;ศบค&amp;nbsp;.ไฟเขียวเปิดด่าน&amp;nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำผู้ประกอบการต่างๆห้ามเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหลังเปิดด่านทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมใต้สุดสยาม&amp;nbsp;อาคารด่านศุลกากรเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พร้อมนายรัชฏา&amp;nbsp;จิวาลัย&amp;nbsp;กงสุลใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เมืองปีนัง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งสาธารณสุข&amp;nbsp;กรมควบคุมโรค&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยงานด้วนความมั่นคง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ได้ร่วมประชุมกับ&amp;nbsp;ต่วนอาริฟ&amp;nbsp;เบนดาซะ&amp;nbsp;รองหัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเปิงกาลันฮูลู&amp;nbsp;รัฐเปรัก&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;นางโนอาซีรา&amp;nbsp;พอซี&amp;nbsp;ตัวแทนด่านศุลกากร&amp;nbsp;และอีกหลายหน่วยงานของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดด่านของทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;การประชุมใช้ประมาณเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานต่างๆของอำเภอเบตงถึงมาตรการต่างในการเปิดด่าน&amp;nbsp;ในส่วนของอำเภเอบตง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้มอบ&amp;nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการเป็นแม่งานในเรื่องต่างให้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนที่มีการเปิดด่าน&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดยะลาได้ดำเนินการส่งหนังสือไปยัง&amp;nbsp;ศปก.กก&amp;nbsp;พิจารณา&amp;nbsp;ขออนุญาตให้เปิดด่านพรมแดนเบตงแล้ว&amp;nbsp;เพื่อรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งมติเห็นชอบเปิดรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ&amp;nbsp;Test&amp;amp;Go&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;day&amp;nbsp;trip&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเปิดด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;ทางฝั่งประเทศมาเลเซียมีความพร้อมอยู่แล้ว&amp;nbsp;ในขณะที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ก็มีความพร้อมแล้วเช่นกัน&amp;nbsp;แต่ต้องให้&amp;nbsp;ศบค&amp;nbsp;.กลาง&amp;nbsp;อนุญาตก่อน&amp;nbsp;ถึงจะสามารถเปิดด่านได้ในขณะนี้&amp;nbsp;ในการประชุมวันนี้ก็เป็นการประชุมปรึกษาหารือถึงมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งหากได้รับอนุญาตให้เปิดด่านเบตงแล้วนั้น&amp;nbsp;ก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&amp;nbsp;เราจึงต้องมีการวางมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งเรื่องรถ&amp;nbsp;เรื่องคน&amp;nbsp;วิธีการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนวุ่นวาย&amp;nbsp;หากได้รับอนุญาตให้เปิดด่าน&amp;nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกันไม่ใช่เฉพาะแต่หน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับรูปแบบที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวของด่านพรมแดนเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเปิดรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;Test&amp;amp;Go&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;day&amp;nbsp;trip&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รูปแบบจะไม่อนุญาตให้นำรถจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาใช้ในประเทศไทย&amp;nbsp;จะต้องใช้รถรับส่งในประเทศไทยเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนเวลา&amp;nbsp;ก็ได้ประสานกับทางฝั่งมาเลเซียไปแล้วว่า&amp;nbsp;จะเปิดเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.-&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาแบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;day&amp;nbsp;trip&amp;nbsp;จะต้องตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของไทยเป็นผู้ตรวจหากไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้แต่ต้องเดินทางกลับก่อนด่านปิดในเวลา&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;แต่หากพบเชื้อให้เดินทางกลับประเทศทันที&amp;nbsp;ในส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางรูปแบบ&amp;nbsp;Test&amp;amp;Go&amp;nbsp;ก็ดำเนินการตามปกติทั่วไป&amp;nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเข้าพักในโรงแรม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ห้ามออกไปไหนเพื่อรอผลตรวจโควิด-19&amp;nbsp;หากไม่พบเชื้อจึงจะสามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;แต่หากพบเชื้อก็ให้อยู่รักษาจนหายถึงจะเดินทางอออกมาได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการต่างๆ&amp;nbsp;ทั้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธุรกิจโรงแรม&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;รถโดยสาร&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์รับจ้าง&amp;nbsp;ตามสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ไม่ให้เอาเปรียบนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งค่าที่พัก&amp;nbsp;ทั้งค่าโดยสาร&amp;nbsp;ค่าอาหารต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งจะให้หน่วยงานต่างๆร่วมกันตรวจสอบหากมีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวก็ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330181544657</Link_News></row>
<row _id="638"><NewsTitle>ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กลุ่มผู้ค้น้ำมัน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และบางจาก&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;0.60&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&amp;nbsp;คงเดิม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่งผลให้ราคาขายปลีก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&amp;nbsp;46.86&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.45&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;39.18&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E20&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;38.34&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;E85&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;31.64&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&amp;nbsp;ดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;35.96&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;B7&amp;nbsp;ไฮดีเซล&amp;nbsp;S&amp;nbsp;และไฮดีเซล&amp;nbsp;B20&amp;nbsp;S&amp;nbsp;ราคาอยู่ที่&amp;nbsp;29.94&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203433731</Link_News></row>
<row _id="639"><NewsTitle>เชื่อส่งออกไทยปี 2565 เติบโตได้ถึงร้อยละ 10 ดันจีดีพีของประเทศให้ขยายตัวได้ตามเป้า </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การส่งออกของไทยสามารถทำได้ดีตามเป้าหมาย&amp;nbsp;โดยหลายฝ่ายคาดกาณ์ว่าปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของอัตราการการเติบโตทั้งหมด&amp;nbsp;ทั้งนี้ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;(ม.ค.-ก.พ.65)&amp;nbsp;การส่งออกขยายตัวถึงร้อยละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีแรงส่งที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากภาครัฐมีการสนับสนุนอำนวยความสะดวกในการส่งออก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จะช่วยทำให้การส่งออกขยายตัวได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;และจะส่งผลให้จีดีพีในภาพรวมของประเทศ&amp;nbsp;ขยายตัวอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;รวมถึงลดขั้นตอนด้านโลจิสติกส์ต่างๆ&amp;nbsp;ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;มั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;จะสามารถทำให้การส่งออกเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายชัยชาญ&amp;nbsp;เจริญสุข&amp;nbsp;ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สรท.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป้าหมายการส่งออกที่ร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;มีโอกาสเป็นไปได้&amp;nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่สูง&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากและต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากภาครัฐ&amp;nbsp;ทั้งกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออกอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ประกอบกับช่วงเวลานี้ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์การค้าโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;รวมทั้งราคาพลังงาน&amp;nbsp;ซึ่งมีผลโดยตรงกับค่าระวางเรือในการส่งออกสินค้า&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ภาคเอกชนมีการปรับตัวเพื่อทำให้การส่งออกของประเทศยังคงขยายตัวได้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนตลาดการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่เป็นตลาดที่น่าสนใจและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330201910716</Link_News></row>
<row _id="640"><NewsTitle>คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 ต่อปี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายปิติ&amp;nbsp;ดิษยทัต&amp;nbsp;เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กนง.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.50&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ทั้งนี้คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ร้อยละ&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;โดยผลของการระบาดโควิด-19&amp;nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&amp;nbsp;มีผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่มากเท่าระลอกก่อนหน้า&amp;nbsp;แม้หลายประเทศจะมีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย&amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น&amp;nbsp;แต่จะไม่กระทบแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ขณะที่ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ&amp;nbsp;4.4&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่คาดว่าในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;การขยายตัวของเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในบางอุตสาหกรรมที่อาจยืดเยื้อและผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;จะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ขณะที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;4.9&amp;nbsp;โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ในไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุนในหมวดอาหารเป็นหลัก&amp;nbsp;ก่อนที่จะปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.7&amp;nbsp;ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่มีโอกาสสูงกว่าที่ประเมินไว้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;จะติดตามพัฒนาการเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายการเงิน&amp;nbsp;ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย&amp;nbsp;และยังมองว่า&amp;nbsp;มาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง&amp;nbsp;มาตรการการคลังควรสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด&amp;nbsp;โดยเน้นการสร้างรายได้และการบรรเทาภาระค่าครองชีพในกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ขณะที่นโยบายการเงินช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลายต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อช่วยกระจายสภาพคล่องและช่วยลดภาระหนี้โดยเฉพาะในกลุ่มที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&amp;nbsp;มาตรการพักทรัพย์พักหนี้&amp;nbsp;และมาตรการอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&amp;nbsp;ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนให้เห็นผลในวงกว้างและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงิน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา&amp;nbsp;ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพและรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ยังให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;จะติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ&amp;nbsp;ทั้งราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลก&amp;nbsp;การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น&amp;nbsp;และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจขยายวงกว้างและสร้างความไม่แน่นอนในระยะต่อไป&amp;nbsp;โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมหากจำเป็น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203343730</Link_News></row>
<row _id="641"><NewsTitle>ไทยพร้อมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก 2565 ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2565 เน้นรูปแบบการประชุมแบบรักษ์โลก Carbon Neutral</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางกอบกาญจน์&amp;nbsp;วัฒนวรางกูร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานกรรมการจัดงาน&amp;nbsp;Global&amp;nbsp;Summit&amp;nbsp;Of&amp;nbsp;Woman&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;Summit&amp;nbsp;Of&amp;nbsp;Woman&amp;nbsp;2022)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;23-25&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โรงแรม&amp;nbsp;Centara&amp;nbsp;Grand&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Bangkok&amp;nbsp;Convention&amp;nbsp;Centre&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ภายใต้ธีม&amp;nbsp;Women:&amp;nbsp;Creating&amp;nbsp;Opportunities&amp;nbsp;in&amp;nbsp;the&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Reality&amp;nbsp;โดยจะมีตัวแทนผู้นำสตรีจากภาครัฐและเอกชนทั่วโลกเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการดูแลและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;และเป็นการจัดแบบรักษ์โลก&amp;nbsp;Carbon&amp;nbsp;Neutral&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;การเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุมการจัดเลี้ยงอาหาร&amp;nbsp;การบริหารขยะและของเสียภายในงาน&amp;nbsp;และมีการสนับสนุนกิจกรรมที่ทำให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ผ่านการทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนเพิ่มเติม&amp;nbsp;ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมถึงการนำเสนอสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นพัฒนาเป็นนักธุรกิจระดับนานาชาติ&amp;nbsp;การจัดงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งเสริมการลงทุน&amp;nbsp;และความเท่าเทียมกันของผู้หญิงและผู้ชาย&amp;nbsp;ในบทบาทของการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;รวมไปถึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้&amp;nbsp;สร้างความเปลี่ยนแปลงและความเติบโตให้กับธุรกิจผ่าน&amp;nbsp;E-Commerce&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายศิริปกรณ์&amp;nbsp;เชี่ยวสมุทร&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ไทยมีความพร้อมในการเปิดประเทศรับคณะผู้นำสตรีในการประชุมระดับนานาชาติและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้&amp;nbsp;ททท.กำหนดให้เป็นปี&amp;nbsp;Visit&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Year&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;Amazing&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Chapters&amp;nbsp;ปีแห่งการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อต้อนรับทั้งชาวต่างชาติให้สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศโดยไม่ต้องกักตัว&amp;nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย&amp;nbsp;ถือเป็นการต้อนรับเข้าสู่ชีวิตปกติใหม่&amp;nbsp;สร้างรายได้และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวกลุ่ม&amp;nbsp;Expat&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ&amp;nbsp;สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง&amp;nbsp;นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330203129728</Link_News></row>
<row _id="642"><NewsTitle>อบต.ฉลุง จังหวัดสตูล ร่วมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบูรณาการกับการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ต.ฉลุง ต.ควนโพธิ์ ต. เจ๊ะบิลัง และ ต.เกาะสาหร่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสุจริต&amp;nbsp;ยามาสา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงพร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;แกนนำหมู่บ้าน&amp;nbsp;เข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบูรณาการกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริเชื่อมโยง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลได้แก่พื้นที่ตำบลฉลุง&amp;nbsp;ตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;ตำบลเจ๊ะบิลัง&amp;nbsp;และตำบลเกาะสาหร่าย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;อบจ.สตูล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นายสัมฤทธิ์&amp;nbsp;เลียงประสิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานร่วมพบปะพูดคุยและให้แนวคิดในการดำเนินกิจกรรมโครงการ&amp;nbsp;ทั้งนี้ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลได้มีการจัดแบ่งกลุ่มเพื่อจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเป้าหมายทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเพื่อการดึงจุดแข็งจุดด้อยของแต่ละตำบลออกมาในการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวภายใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเข้าด้วยกันแบบบูรณาการร่วม&amp;nbsp;และในช่วงบ่ายได้มีการลงสำรวจพื้นที่จริงในพื้นที่ตำบลควนโพธิ์และตำบลฉลุง&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเก็บรายละเอียดข้อมูลในการนำมาพัฒนา&lt;/strong&gt;ต่อยอดเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตของ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงเองก็ได้นำเสนอในส่วนของสวนสุขภาพบริเวณข้างที่ทำการ&amp;nbsp;อบต.ฉลุง&amp;nbsp;/เขาบังใบ/เขาระยาบังสา/กลุ่มวิสาหกิจผึ้งโพรง/กลุ่มวิสาหกิจบ้านหัวเขา(ขนมพื้นบ้าน)/ถนนอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(street&amp;nbsp;food)&amp;nbsp;&amp;nbsp;/ล่องแก่ง&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวของ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลในการบูรณาการร่วมกันในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182959666</Link_News></row>
<row _id="643"><NewsTitle>อบต.ไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวเตรียมจัดงาน เทศกาลหรอยริมเล ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.65 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นที่ไม้ขาว สะพานสารสิน จังหวัดภูเก็ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณสะพานสารสิน&amp;nbsp;ตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานตามโครงการเทศกาล&amp;nbsp;อาหารอร่อย&amp;nbsp;หรอยริมเล&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านไม้ขาว&amp;nbsp;หัวเกาะภูเก็ต&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นายสราวุธ&amp;nbsp;สีสาคูคราม&amp;nbsp;นายกองค์การการบริหารส่วนตำบลไม้ขาว&amp;nbsp;ดร.นาที&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;นายสิรภพ&amp;nbsp;ดวงสอดศรี&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภูเก็ต&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสราวุธ&amp;nbsp;สีสาคูคราม&amp;nbsp;นายกองค์การการบริหารส่วนตำบลไม้ขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับงานเทศกาลอาหารหรอยริมเล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สะพานสารสิน&amp;nbsp;จะมีขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล&amp;nbsp;และได้กระจายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน&amp;nbsp;และเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่&amp;nbsp;ถือเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นตำบลไม้ขาวและจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการอาหาร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวงานเทศกาลอาหารหรอยริมเล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สะพานสารสิน&amp;nbsp;จะมีขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจะมีผู้คนเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยภายในงานจะมีร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นพื้นเมืองของบ้านไม้ขาว&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;จั๊กจั่นทอด&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผักลิ้นหาน&amp;nbsp;และสินค้าทั่วไปตามความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330190621687</Link_News></row>
<row _id="644"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดพังงา ติดตามการดำเนินงานโครงการ The Park Khaolak</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&amp;nbsp;นายไชยยศ&amp;nbsp;จิรเมธากร&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นางสาวปภัสมน&amp;nbsp;อัมราลิขิต&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการสำคัญที่ได้รับงบประมาณจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และโครงการอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เทศบาลตำบลคึกคัก&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Park&amp;nbsp;Khaolak&amp;nbsp;เป็นการนำพื้นที่รกร้างกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มาพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การกีฬา&amp;nbsp;นันทนาการ&amp;nbsp;สถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และสถานที่พักผ่อนของประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างอาคารศูนย์กลางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ลานจัดกิจกรรมขนาดใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย&amp;nbsp;ร้านค้าชุมชน&amp;nbsp;ลานชมวิว&amp;nbsp;ทางเดินลอยฟ้า&amp;nbsp;คาดว่าจะเพิ่มศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก&amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางนันทนาการชายฝั่งของจังหวัดพังงาที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวพังงาได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานเกาะคอเขาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะคอเขา&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การพัฒนาตลาดน้ำคลองบางเนียง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ทางจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณคลองบางเนียง&amp;nbsp;สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัดน้ำพุร้อนคลองท่อมเมืองสปา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับการติดตามการดำเนินโครงการในครั้งนี้&amp;nbsp;จะได้นำเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp;และขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน&amp;nbsp;ทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330211440739</Link_News></row>
<row _id="645"><NewsTitle>จังหวัดนครราชสีมา จับมือ มทส.และคณะผู้บริหารการคลังจังหวัดนครราชสีมา (คบจ.) จัดมหกรรมโคราชสังคมไร้เงินสด (Korat Cashless Society)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมโคราช&amp;nbsp;สังคมไร้เงินสด&amp;nbsp;KORAT&amp;nbsp;CASHLESS&amp;nbsp;SOCIETY&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดเซฟวัน&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มหกรรมโคราชสังคมไร้เงินสด&amp;nbsp;(Korat&amp;nbsp;Cashless&amp;nbsp;Society)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก้าวสู่เมืองแห่งการทำธุรกรรมออนไลน์&amp;nbsp;ลดการใช้เงินสด&amp;nbsp;เป็นความร่วมมือของคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;(คบจ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจดิจิทัลของจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายโคราชสังคมไร้เงินสดประสบผลสำเร็จและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การขับเคลื่อนโคราชสังคมไร้เงินสด&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการลดการใช้เงินสด&amp;nbsp;พร้อมลุ้นรับรางวัลประจำเดือน&amp;nbsp;การแจกคูปองส่วนลดร้านค้า&amp;nbsp;และแจกรางวัลใหญ่สำหรับร้านค้าอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221055757</Link_News></row>
<row _id="646"><NewsTitle>จุรินทร์ออนทัวร์ ลงพังงา ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร พร้อมเดินหน้า "อมก๋อยโมเดล" ดึงผู้ค้ารายใหญ่ "ซื้อมังคุดทิพย์" ตรงจากเกษตรกร 1,050 ตัน ดันราคาพุ่งแตะ 60 บาทต่อ กก.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดพังงาเพื่อติดตามความคืบหน้าและประชาสัมพันธ์โครงการประกันรายได้ปาล์ม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และเป็นประธานเปิดกิจกรรมพาณิชย์เดินหน้าอมก๋อยโมเดล&amp;nbsp;@&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;สินค้ามังคุดทิพย์พังงา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นางสาวนุสรา&amp;nbsp;กาญจนกูล&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;นายอุดม&amp;nbsp;ศรีสมทรง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;นางสาวปภัสมน&amp;nbsp;อัมราลิขิต&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นางกันตวรรณ&amp;nbsp;ตันเถียร&amp;nbsp;ส.ส.พังงา&amp;nbsp;นายจุฤทธิ์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;อดีต&amp;nbsp;ส.ส.พังงา&amp;nbsp;นายสุขทัศน์&amp;nbsp;ต่างวิริยะกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;นางนวลจันทร์&amp;nbsp;โพธิ์วิจิต&amp;nbsp;นายอำเภอกะปง&amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มผู้ขายมังคุดทิพย์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ตัวแทนห้างค้าส่ง-ค้าปลีก&amp;nbsp;ตัวแทนตลาดกลางสินค้าเกษตร&amp;nbsp;แพลตฟอร์มออนไลน์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารเอนกประสงค์ปากถัก&amp;nbsp;ตําบลท่านา&amp;nbsp;อําเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สมัยที่ตนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แรกๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลปาล์มกิโลกรัมละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บาทกว่า&amp;nbsp;ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถ้าต่ำกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จะมีส่วนต่างโอนเข้าบัญชี&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ให้เท่ากับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตามราคาประกันรายได้&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเราแก้ปัญหาให้ปาล์มราคาดีขึ้น&amp;nbsp;วันนี้ที่นี่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทกว่าแล้ว&amp;nbsp;นอกเหนือจากปัจจัยราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่สูงขึ้น&amp;nbsp;มีส่วนทำให้ราคาผลปาล์มปรับเพิ่มขึ้นแล้ว&amp;nbsp;ตนได้พาพ่อค้าไปเปิดตลาดส่งออกน้ำมันปาล์มที่อินเดีย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นถึง&amp;nbsp;438%&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เมื่อผลปาล์มราคาแพง&amp;nbsp;ต้นทุนการทำน้ำมันปาล์มขวดก็แพงขึ้นไปด้วย&amp;nbsp;โดยตามโครงสร้างราคาควรอยู่ที่ขวดละ&amp;nbsp;68-70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่เราพยายามขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มไว้&amp;nbsp;ทำให้ราคาขายน้ำมันปาล์มขวดเฉลี่ยทั่วประเทศยังอยู่ที่ขวดละ&amp;nbsp;63.34&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&amp;nbsp;64.22&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และเรื่องราคายางพารา&amp;nbsp;วันนี้ดีขึ้น&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วยหรือขี้ยาง&amp;nbsp;ราคาล่าสุดเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่&amp;nbsp;26.50-27&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ซึ่งสมัยก่อนขี้ยางกิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งทุกอย่างดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการประกันรายได้จะยังคงอยู่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นยาขนานสำคัญและเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและเข้าปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะขึ้นปีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ช่วยให้เกษตรกรมีหลักประกันรายได้ที่ดีมาก&amp;nbsp;ม็อบเกษตรกรถึงไม่มีในช่วง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;อย่างน้อยสามารถยังชีพได้ด้วยเงินส่วนต่างของโครงการประกันรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อกับเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,050&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็นการซื้อขายล่วงหน้าเพื่อให้เกิดหลักประกันว่ามังคุดฤดูนี้&amp;nbsp;มังคุดทิพย์พังงาบ้านเราอย่างน้อย&amp;nbsp;1,050&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขายได้แน่นอน&amp;nbsp;ที่จะออกลูกในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;มิถุนายนโดยประมาณ&amp;nbsp;และราคารับซื้อเบอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และเบอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;45-60&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;ถ้าเป็นมังคุดคละกิโลกรัมละ&amp;nbsp;25-35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตนใช้โมเดลนี้ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;สั่งการเป็นนโยบายที่อำเภออมก๋อย&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ให้เกษตรกรที่ปลูกบุก&amp;nbsp;ปลูกเครื่องเทศที่ขายไม่ค่อยได้ราคา&amp;nbsp;สั่งการเป็นนโยบายให้พาณิชย์จังหวัดเป็นเซลล์แมนจังหวัดช่วยขายพืชผลการเกษตร&amp;nbsp;พาผู้ซื้อไปทำสัญญารับซื้อล่วงหน้า&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรชนกลุ่มน้อยที่อำเภออมก๋อย&amp;nbsp;มีหลักประกันพืชเกษตร&amp;nbsp;รู้ราคาล่วงหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้จึงใช้ชื่ออมก๋อยโมเดล&amp;nbsp;มารับซื้อที่พังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งปีนี้น่าจะมีผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มารับซื้อแล้ว&amp;nbsp;1,050&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมสำคัญช่วยหาตลาดให้ล่วงหน้า&amp;nbsp;ตนเชื่อว่าปีนี้มังคุดไม่น่าจะมีปัญหาแต่ขอให้ทำให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่ให้เสียชื่อจะทำให้ปีต่อไปคนจะแย่งกันซื้อและมีกำลังใจมาทำสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปีนี้มีบริษัทมาเซ็นสัญญา&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เป็นห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตลาดกลาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แพลตฟอร์ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และเป็นล้งรวบรวมผลไม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรบ้าน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;1,050&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวสวนมังคุดทิพย์ด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการค้าภายในระบุว่า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่เข้าทำสัญญาฯ&amp;nbsp;กับกลุ่มเกษตรกรมังคุดทิพย์พังงา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กลุ่มประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ห้าง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เซ็นทรัล&amp;nbsp;ฟู้ด&amp;nbsp;รีเทล&amp;nbsp;เดอะมอลล์&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;&amp;nbsp;สยามแม็คโคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;บิ๊กซี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอก-ชัย&amp;nbsp;ดีสทริบิวชั่น&amp;nbsp;2.ตลาดกลาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ตลาดศรีเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลาดมรกต&amp;nbsp;3.แพลตฟอร์ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย:&amp;nbsp;Ohlala&amp;nbsp;(ททบ.5)&amp;nbsp;4.ผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ทั่วไป&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เอเจฟรุ๊ต&amp;nbsp;อินเตอร์เทรด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณ์มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รุสกีผลไม้&amp;nbsp;รุสกีซัพพลาย&amp;nbsp;อิมปอร์ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาลินี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาได้แจ้งข้อมูลผลผลิตมังคุดในการประชุมคณะทำงานดำเนินกิจกรรมพรีออเดอร์ผลไม้มังคุดที่พังงาปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่าผลผลิตปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะมีปริมาณ&amp;nbsp;2,968.50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดพังงามีฝนตกชุกและมีปริมาณน้ำฝนสูง&amp;nbsp;ส่งผลให้ดอกมังคุดร่วง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม&amp;nbsp;โดยแหล่งผลิตสำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;39%&amp;nbsp;ตะกั่วป่า&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;คุระบุรี&amp;nbsp;14%&amp;nbsp;และท้ายเมือง&amp;nbsp;14%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330234033768</Link_News></row>
<row _id="647"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่ จ.พังงา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ดินทางลงพื้นที่ไปยังเทศบาลตำบลคึกคัก&amp;nbsp;ตำบลคึกคัก&amp;nbsp;อ.ตะกั่วป่า&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;ติดตามโครงการที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันได้นำเสนอขอรับงบประมาณ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;นายไตรทิพย์&amp;nbsp;สกุลประดิษฐ์&amp;nbsp;นายอำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;นายสวัสดิ์&amp;nbsp;ตันเก่ง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับและนำเสนอข้อมูลโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Park&amp;nbsp;Khaolak&amp;nbsp;ความคืบหน้าศึกษาการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะคอเขา&amp;nbsp;และติดตามโครงการพัฒนาแหล่งสปาวารีบำบัด&amp;nbsp;น้ำพุร้อนเค็ม&amp;nbsp;อำเภอคลองท่อม&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;(กระบี่&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;และสตูล)&amp;nbsp;จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.สัญจร&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330234348769</Link_News></row>
<row _id="648"><NewsTitle>มะนาวในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ปรับขึ้นราคา ขณะที่ผู้บริโภคร้านอาหาร ร้านส้มตำ ร้านยำ ยังจำเป็นต้องใช้ เพราะความเปรี้ยวต่างกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงและตลาดนัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ใน&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลาพบว่ามีการปรับราคาการจำหน่ายขึ้นมาตั้งแต่ช่วงตรุษจีน&amp;nbsp;ต้นเดือน&amp;nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยล่าสุดขึ้นราคาเป็นถุงละ800-&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถุงละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หากเป็นมะนาวแป้นกระสอบละ&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีแนวโน้มที่จะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม่ค้าขายผักสด&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ราคามะนาวในระยะนี้มีการปรับราคาขึ้นทุกวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ราคามะนาว&amp;nbsp;ถุงละ10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;อยู่ที่ถุงละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;-1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิมช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ถุงละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;-&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาทถุงละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งการปรับราคานั้นจะทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีน&amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้ราคามะนาวสด&amp;nbsp;ปรับขึ้นมาถุงละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่กระสอบละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;-600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในเดือนหน้ามีแนวโน้มจะขึ้นอีกเพราะเป็นช่วงหน้าแล้งและมะนาวออกผลน้อย&amp;nbsp;ซึ่งการที่ราคามะนาวแพงขึ้น&amp;nbsp;อาจเป็นเพราะร้านอาหารเปิด&amp;nbsp;เพราะเป็นช่วงเปิดเมือง&amp;nbsp;และกำลังจะเปิดประเทศด้วยทำให้คนต้องการใช้มะนาวเยอะขึ้น&amp;nbsp;จึงทำให้แพงสุดในปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม่ค้า&amp;nbsp;บอกอีกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากราคาเป็นแบบนี้แม่ค้าขายมะนาวก็แย่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะมะนาวลูกละ10&amp;nbsp;บาทเห็นใจคนซื้อแต่ทำไงได้มาแพงก็ต้องขายแพงปัจจัยราคาที่แพงมาจาก&amp;nbsp;ราคาน้ำมันแพง&amp;nbsp;และเป็นช่วงหน้าแล้งด้วยผลผลิตออกน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งแต่ก่อนมะนาวลูกใหญ่สุดลูกละไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และคาดว่าปีนี้ราคาจะขึ้นไปถึงกระสอบละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาทอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้บางร้านต้องจัดแบ่งเป็นชุดใส่ตระกร้าเล็กขาย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาทเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านมาราคามะนาวเคยขึ้นไปถึงลูกละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ก็&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีมาแล้ว&amp;nbsp;และปีนี้มีแนวโน้มราคายังคงจะขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้พ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;ต้องปรับตัวรับมาเฉพาะพอขายในแต่ละวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นพ่อค้า&amp;nbsp;แม่ค้า&amp;nbsp;ร้านส้มตำ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร้านยำก็ปรับลดกำลังซื้อลงจากเดิมเคยซื้อ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;-200&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;ลดลงเหลือ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;และเลือกที่จะใช้อย่างอื่นมาทดแทนความเปรี้ยวของมะนาว&amp;nbsp;แต่รสชาติอาหารจะไม่ได้ตามที่ต้องการ&amp;nbsp;เพียงแต่อาจจะใช้ทดแทนกันได้เป็นบางอย่าง&amp;nbsp;อย่างส้มตำจะขาดมะนาวไม่ได้&amp;nbsp;ยำต่างๆ&amp;nbsp;ข้าวผัดจะให้ไปใส่น้ำมะขามเปียกก็ไม่ได้&amp;nbsp;น้ำจิ้มซีฟู้ดก็ขาดมะนาวไม่ได้&amp;nbsp;รสชาติก็ไม่เหมือนกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่แผงผักสด&amp;nbsp;ตลาดโก้งโค้ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดนัดยามเช้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบว่า&amp;nbsp;มะนาวมีการปรับราคาขึ้นโดยแม่ค้าได้จัดใส่ตระกร้าเล็กแยกเป็นชุดแบ่งขาย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;ชุดละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปรับขึ้นชุดละราคา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ตระกร้ามี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลูกเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ซื้อ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ราคามะนาวปรับราคาขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งแม่ค้าขายผักอีกรายบอกว่า&amp;nbsp;ในช่วงหน้าร้อน&amp;nbsp;หน้าแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;เป็นช่วงที่มะนาวเริ่มขาดตลาดมะนาวหายาก&amp;nbsp;ชาวสวนมะนาวเองก็มีผลผลิตมะนาวมาส่งขายน้อยลง&amp;nbsp;ทำให้มะนาวปรับขึ้นราคา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเช่นนี้ในช่วงหน้าแล้งของทุกปี&amp;nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่&amp;nbsp;โดยเฉพาะลูกค้าที่นำมะนาวไปทำอาหาร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;นำไปทำเป็นเครื่องดื่มขายต่อ&amp;nbsp;ก็จำเป็นต้องซื้อในราคานี้&amp;nbsp;แต่อาจจะซื้อน้อยลง&amp;nbsp;จากเดิมที่ซื้อคราวละมากๆ&amp;nbsp;เป็นกระสอบก็ซื้อน้อยลง&amp;nbsp;หรือใช้วิธีทยอยซื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331120726894</Link_News></row>
<row _id="649"><NewsTitle>นครนายก ส่งเสริมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดนครนายก&amp;nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำ&amp;nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;จังหวัดนครนายก&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2566-พ.ศ.2569&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.วรรษิดา&amp;nbsp;บุญญาณเมธาพร&amp;nbsp;รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะการจัดการการท่องเที่ยว&amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการ&amp;nbsp;และคณะทำงาน&amp;nbsp;จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำ&amp;nbsp;นโยบายและแผนยุทธศาสตร์สำหรับรองรับสังคมผู้สูงอายุในชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;จังหวัดนครนายก&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พ.ศ.2569&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์ฝึกอาชีพผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครนายก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในช่วงเช้า&amp;nbsp;บรรยายพิเศษหัวข้อ&amp;nbsp;สถานการณ์แนวโน้มและผลกระทบของผู้สูงอายุในจังหวัดนครนายก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยวิทยากร&amp;nbsp;:&amp;nbsp;นางชญาภา&amp;nbsp;นิธิญาณิน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายนภดล&amp;nbsp;พรมวิเศษ&amp;nbsp;นักพัฒนาสังคม&amp;nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจาก&amp;nbsp;นางจันทร์จิรา&amp;nbsp;พัฒนศิริ&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครนายก&amp;nbsp;และบรรยายพิเศษหัวข้อ&amp;nbsp;"สังคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;โอกาสของการท่องเที่ยวชุมชนที่ยั่งยืนในอนาคต"&amp;nbsp;และวิทยากร&amp;nbsp;:&amp;nbsp;นายพงษ์อนัน&amp;nbsp;จันทร์ไพร&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;และในช่วงบ่าย&amp;nbsp;ผู้แทนในระดับบริหาร&amp;nbsp;จากภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาควิชาการ&amp;nbsp;ภาคชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และภาคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยสำหรับชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางหัวหน้าโครงการและคณะทำงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอขอบพระคุณการสนับสนุนจากผู้บริหารของจังหวัดทุกๆ&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ที่ให้ความอนุเคราะห์เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการและพร้อมจะร่วมขับเคลื่อนไปพร้อมๆ&amp;nbsp;กันทั้งจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331115733885</Link_News></row>
<row _id="650"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Park&amp;nbsp;(ผ่านระบบออนไลน์)&amp;nbsp;ไปยังนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Park&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Park&amp;nbsp;ว่าเป็นโครงการภายใต้นโยบาย&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ที่มีความมุ่งหวังร่วมกันให้เกิดการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคตโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;รองรับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;S-Curve&amp;nbsp;ที่มีนวัตกรรม&amp;nbsp;หรือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต&amp;nbsp;อันจะก่อให้เกิดการขยายตัวในการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องประเภทอื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากโครงการนี้สำเร็จลุล่วง&amp;nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งการเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&amp;nbsp;S-Curve&amp;nbsp;ตลอดจนมีส่วนในการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น&amp;nbsp;ให้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;สร้างเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;เพิ่มรายได้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331151041031</Link_News></row>
<row _id="651"><NewsTitle>กพต. อนุมัติหลักการ 5 โครงการที่ ศอ.บต. นำเสนอรอง นรม. ย้ำ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนมติ กพต. อย่างเป็นรูปธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กพต.&amp;nbsp;อนุมัติหลักการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โครงการที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;นำเสนอ&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;นรม.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนมติ&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ&amp;nbsp;มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย&amp;nbsp;เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา&lt;/strong&gt;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(กพต.)&amp;nbsp;จัดการประชุมครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตึกบัญชาการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;และเป็นประธานในการประชุม&amp;nbsp;มีพลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ผู้บริหารของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และคณะกรรมการ&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานการพัฒนาของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;พร้อมเสนอเรื่องเพื่อพิจารณาให้ที่ประชุมเห็นชอบทั้งสิ้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เรื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้รายงานข้อสั่งการของประธาน&amp;nbsp;กพต.&lt;/strong&gt;เกี่ยวกับการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ซึ่งทุกส่วนราชการได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาครอบคลุมทั้งหมด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ส่งไปทำงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4,988&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ฝึกอบรมทักษะอาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในพื้นที่รวม&amp;nbsp;5,988&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สร้างอาชีพทางเลือกอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;5,703&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคเกษตรประเภทสวนปาล์มในมาเลเซีย&amp;nbsp;นำร่องจำนวน&amp;nbsp;700&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมบริหารจัดการแรงงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;และความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาและมีความเห็นพ้องร่วมกันว่าโรคระบาดชนิดนี้จะเป็นโรคประจำถิ่นต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;โดยแนวทางแก้ไขที่ได้ผลคือ&amp;nbsp;การใช้ปุ๋ยเพื่อให้ต้นยางมีความแข็งแรง&amp;nbsp;การปรับปรุงสวนยางให้มีความโปร่ง&amp;nbsp;อากาศถ่ายเท&amp;nbsp;และการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว&amp;nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ที่เคยระบาดสูงสุด&lt;/strong&gt;ในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;850,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดลงเหลือ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป&amp;nbsp;ได้เตรียมปรับแผนการดำเนินงานเพื่อดูแลเกษตรกรชาวสวนยางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;และดำเนินโครงการ&amp;nbsp;๑&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;๑&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;นำร่องแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;44&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โดยตั้งเป้าว่าในฤดูฝนที่จะถึงนี้&amp;nbsp;พื้นที่เกิดโรคจากเดิมซึ่งเคยระบาดกว่า&amp;nbsp;800,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;เรื่องเพื่อพิจารณาที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำเสนอขออนุมัติหลักการโครงการสำคัญ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการเสริมสร้างคนดีตามหลักการ&amp;nbsp;ทางศาสนา&amp;nbsp;เพื่อสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูและทำนุบำรุงความเป็นพหุสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมกิจการทางศาสนาที่เกี่ยวข้องของทุกศาสนา&amp;nbsp;เน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนที่จะได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงหลักการทางศาสนาและนำหลักการทางศาสนาไปสู่การดำเนินชีวิตที่ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์&amp;nbsp;อุโมงค์ใหญ่&amp;nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&amp;nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อสร้างพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การท่องเที่ยวอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ให้เป็นเมืองแห่งการพึ่งพา&lt;/strong&gt;ตนเองทั้งด้าน&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;และเป็นโครงการสำคัญที่จูงใจนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ&amp;nbsp;และต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนที่จะเดินทางเข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของคนรุ่นก่อนและนำไปสู่การท่องเที่ยวในเรื่องอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่&amp;nbsp;ด่านบูกิตกายูฮิตัม&amp;nbsp;ของมาเลเซียเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp;อำเภอสะเดา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เพื่อเร่งเปิดให้บริการและอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;ระหว่างด่านพรมแดนระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และปฏิบัติธรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สังเวชนียสถาน&amp;nbsp;ประเทศอินเดีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนปาล&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;และปฏิบัติธรรมและศึกษาแหล่งสังเวชนียสถาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประเทศอินเดีย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เนปาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และเป็นการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ&amp;nbsp;และโครงการจ้างบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมายและชุมชนเมือง&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนภาครัฐในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;โดยจ้างบัณฑิตอาสาฯ&amp;nbsp;เพิ่มอีกจำนวน&amp;nbsp;339&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกหมู่บ้าน&amp;nbsp;และเขตชุมชนเมือง&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านที่ยังขาดอยู่จำนวน&amp;nbsp;137&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และชุมชนเมืองจำนวน&amp;nbsp;202&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้มีบัณฑิตอาสาฯ&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,458&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;และส่วนราชการรับทราบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มติที่ประชุมของ&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;มีความสำคัญและจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ&amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องที่สนองตอบต่อปัญหาและความจำเป็นของประชาชน&amp;nbsp;เป็นเรื่องที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;โครงการที่เป็นไป&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนมติ&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;ไปสู่การปฏิบัติ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;งานปศุสัตว์&amp;nbsp;เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;การกีฬา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;โครงการที่&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;มีมติในวันนี้&amp;nbsp;ก็ต้องจัดหางบประมาณ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการโดยเร็ว&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จะประสานสำนักงบประมาณ&amp;nbsp;เพื่อจัดหางบประมาณในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต่อเนื่องถึงปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;และปีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากติดขัดประการใด&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;จะเร่งนัดหารือเป็นการเร่งด่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการเชิงรุกที่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;โดยสร้างการมีส่วนร่วมผู้นำท้องถิ่นท้องที่&amp;nbsp;และภาคประชาสังคม&amp;nbsp;นำข้อเสนอเหล่านั้นไปหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติและนำเสนอ&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;ในการประชุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331152859043</Link_News></row>
<row _id="652"><NewsTitle>ตม.ภูเก็ต เผยยอดให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนแล้วกว่า 1,800 คน และยังคงมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พ.ต.ท.อนิรุทธ์&amp;nbsp;ภัทรวิวัฒน์&amp;nbsp;สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;เปิดเผยว่&lt;/strong&gt;า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งการท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;สำนักงานภูเก็ต&amp;nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก&amp;nbsp;ได้เข้ามาดูแลบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,830&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็น&amp;nbsp;การต่อวีซ่าที่กำลังจะหมดอายุ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,830&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อยู่ต่อเพื่อการท่องเที่ยว&amp;nbsp;177&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และสถานทูตรับ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในส่วนของการจัดหาที่พักราคาพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งปัญหาเที่ยวบิน&amp;nbsp;และการที่ไม่สามารถกดเงินได้นั้น&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;ททท.สำนักงานภูเก็ต&amp;nbsp;ได้มีการเปิด&amp;nbsp;คอลเซ็นเตอร์&amp;nbsp;รับเรื่องราวเพื่อการช่วยเหลือ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ได้มีการประสานกับกงสุลรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย&amp;nbsp;ประจำประเทศไทย&amp;nbsp;ในการช่วยเหลือ&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จากข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนที่ขออยู่ต่อในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,725&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;รัสเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;8,545&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ยูเครน&amp;nbsp;1,184&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และยังคงมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยูเครนเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331155509067</Link_News></row>
<row _id="653"><NewsTitle>ททท. เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี International Jazz &amp; Blues Festival 2022 กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริปกรณ์&amp;nbsp;เชี่ยวสมุทร&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ททท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลดนตรี&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Jazz&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Blues&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;5F&amp;nbsp;:&amp;nbsp;4M&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Film&amp;nbsp;Fashion&amp;nbsp;Festival&amp;nbsp;Fight&amp;nbsp;Music&amp;nbsp;Museum&amp;nbsp;Master&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Meta&amp;nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สนามฟุตบอลของ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรู&amp;nbsp;อารีน่า&amp;nbsp;หัวหิน&amp;nbsp;สปอร์ต&amp;nbsp;คลับ&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จะสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่&amp;nbsp;ให้สามารถจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ควบคู่กับดนตรี&amp;nbsp;กีฬา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธรรมชาติ&amp;nbsp;สุขภาพและวัฒนธรรมทางอาหารการกิน&amp;nbsp;เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น&amp;nbsp;ภายหลังสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;ผ่านการจัดอีเวนท์ระดับโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะศิลปินระดับตำนานของโลกที่จะมาร่วมสร้างสีสัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เคนเนธ&amp;nbsp;บรูซ&amp;nbsp;กอลีลิกซ์&amp;nbsp;(Kenneth&amp;nbsp;Gorelick)"&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;"Kenny&amp;nbsp;G"&amp;nbsp;/&amp;nbsp;วง&amp;nbsp;DRAGONFLY&amp;nbsp;และการแสดงจากMelodic&amp;nbsp;Corner&amp;nbsp;รวมทั้งค่ายเพลงแจ๊สคนรุ่นใหม่จาก&amp;nbsp;Muzik&amp;nbsp;Move&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คาดว่าการจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;จะสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและช่วยกระจายรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้วยการจัดงานภายใต้รูปแบบ&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Event&amp;nbsp;ผู้เข้าชมต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;และเอกสารรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;รวมถึงจำกัดจำนวนผู้เข้าชม&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;การคัดกรองอุณหภูมิ&amp;nbsp;การกำหนดพื้นที่รับประทานอาหาร&amp;nbsp;(พื้นที่เปิดหน้ากาก)&amp;nbsp;รวมถึงผู้ร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331193803200</Link_News></row>
<row _id="654"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี คัดเลือกสุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี  โดดเด่น ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหารการกิน วิถีชีวิตวัฒนธรรม ความสุขมีทุกรูปแบบ ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นางสาวคะนึง&amp;nbsp;ไข่ลือนาม&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และคณะกรรมการ&amp;nbsp;ร่วมพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;ไเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นางสาวคะนึง&amp;nbsp;ไข่ลือนาม&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรีเปิดเผยถึงการพิจารณาคัดเลือกชุมชนต้นแบบเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สานนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ที่จะค้นหาชุมชนคุณธรรม&amp;nbsp;น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร&amp;nbsp;จนสามารถมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวทุกมิติ&amp;nbsp;โดดเด่น&amp;nbsp;ทั้งแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;อาหารการกิน&amp;nbsp;วิถีชีวิตวัฒนธรรม&amp;nbsp;เพื่อประกาศยกย่อง&amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านในชุมชน&amp;nbsp;และเพื่อเป็นเครื่องยืนยัน&amp;nbsp;ว่าของดี&amp;nbsp;ของเด่น&amp;nbsp;ที่มีอยู่ในชุมชน&amp;nbsp;สามารถสร้างความสนุกให้ผู้มาเยือน&amp;nbsp;ความสุขมีทุกรูปแบบ&amp;nbsp;ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนสักครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการตัดสิน&amp;nbsp;คัดเลือกชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวแทนชุมชนของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการได้มีมติ&amp;nbsp;คัดเลือก&amp;nbsp;ชุมชนบ้านถ้ำรงค์&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;,ชุมชนถ้ำเสือ&amp;nbsp;อำเภอแก่งกระจาน,และชุมชนบ้านบางเกตุ&amp;nbsp;อำเภอชะอำ&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ส่งรายชื่อทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุมชนให้กระทรวงวัฒนธรรมได้พิจารณาคัดเลือก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สุดยอดชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;ระดับประเทศต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331174119152</Link_News></row>
<row _id="655"><NewsTitle>วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่จัดทำข้อมูลเที่ยวชุมชนวิถี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นางสาววาสนา&amp;nbsp;ไชยพรรณา&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางสาววีณา&amp;nbsp;พื้นแสน&amp;nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาววรรณี&amp;nbsp;สายรัตน์&amp;nbsp;นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนคุณธรรมบ้านภูมิโปน&amp;nbsp;ตำบลดม&amp;nbsp;อำเภอสังขะ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงปราสาทภูมิโปน&amp;nbsp;เพื่อจัดทำข้อมูลประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;"เที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ยลวิถี"&amp;nbsp;โดยได้สำรวจสวนกาญจันดา&amp;nbsp;สวนอินทผาลัมเจ้าแรก&amp;nbsp;ของอำเภอสังขะ&amp;nbsp;สวนองุ่นในบ้าน&amp;nbsp;ที่สามารถปลูกไว้กินเองในครัวเรือน&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์โรงเรียนดมวิทยาคาร&amp;nbsp;แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของคนในชุมชน&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;@นาตาทวด&amp;nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ติดถนน&amp;nbsp;หมายเลย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ที่พร้อมรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และโรงแรม&amp;nbsp;นงลักษณ์รีสอร์ท&amp;nbsp;ที่มีพร้อมทั้งที่พักและอาหารไว้พร้อมรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331232324251</Link_News></row>
<row _id="656"><NewsTitle>มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ชะลอการเปิดด่าน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งสองฝั่ง มีแนวโน้มสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&amp;nbsp;ชะลอการเปิดด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมือง&amp;nbsp;จากเดิมกำหนดวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทั้งสองฝั่งมีแนวโน้มสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ประกาศความพร้อมในการเปิดด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;และด่านประเพณี&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยที่ประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดด่านชายแดนไทย-ลาว&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งมีคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-ลาว&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ส่วนราชการและองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมีมติเห็นชอบมาตรการเตรียมความพร้อมในกรณีการเปิดด่านจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&amp;nbsp;และสะพานมิตรภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;โดยกำหนดมาตรการแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;เรือขนเฉพาะสินค้า&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;เรือขนสินค้าพร้อมผู้โดยสาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;หรือรถโดยสารระหว่างประเทศผ่านสะพานมิตรภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ปรากฏว่าในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และแขวงสะหวันนะเขตนั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.2548&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;43)&amp;nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;6/2565&amp;nbsp;เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม&amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสูง&amp;nbsp;และพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;7/2565&amp;nbsp;เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;24)&amp;nbsp;ที่กำหนดให้จังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง&amp;nbsp;เป็นผลให้วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต้องชะลอการเปิดด่านณจุดผ่านแดนถาวรอำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;(ท่าเทียบเรือ-ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร)&amp;nbsp;และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;แห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)&amp;nbsp;ออกไปก่อน&amp;nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;จึงจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331233829255</Link_News></row>
<row _id="657"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี กดปุ่มเปิด โครงการก่อสร้างนิคมฯ สมาร์ท ปาร์คที่ระยอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิด&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Park)&amp;nbsp;ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Park)จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;มีนายสุริยะ&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;นายวีริส&amp;nbsp;อัมระปาล&amp;nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งโครงการภายใต้นโยบายไทยแลนด์&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;รองรับการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&amp;nbsp;ที่มีนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต&amp;nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการลงทุนในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ที่ครอบคลุมทุกมิติ&amp;nbsp;รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านอื่นๆ&amp;nbsp;ช่วยเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจสังคม&amp;nbsp;และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน&amp;nbsp;สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&amp;nbsp;ปาร์ค&amp;nbsp;ดังกล่าวมีพื้นที่รวม&amp;nbsp;1,383.76&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มูลค่าการลงทุน&amp;nbsp;2,370&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หลังจากลงนามในสัญญาจ้างผู้รับเหมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท&amp;nbsp;ปาร์คดังกล่าว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าของงานก่อสร้างโครงการสะสมเท่ากับ&amp;nbsp;7.66%&amp;nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและมีการลงทุนในนิคมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401000842003</Link_News></row>
<row _id="658"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="659"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="660"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="661"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="662"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="663"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="664"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="665"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="666"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="667"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="668"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="669"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="670"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="671"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="672"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="673"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="674"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="675"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="676"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="677"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="678"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="679"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="680"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="681"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="682"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="683"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="684"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="685"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="686"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="687"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="688"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="689"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="690"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="691"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="692"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="693"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="694"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="695"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="696"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="697"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="698"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="699"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="700"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="701"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="702"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="703"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="704"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="705"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="706"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="707"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="708"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="709"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="710"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="711"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="712"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="713"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="714"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="715"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="716"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="717"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="718"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="719"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="720"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="721"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="722"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="723"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="724"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="725"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="726"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="727"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="728"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="729"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="730"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="731"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="732"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="733"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="734"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="735"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="736"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="737"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="738"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="739"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="740"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="741"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="742"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="743"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="744"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="745"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="746"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="747"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="748"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="749"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="750"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="751"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="752"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="753"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="754"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="755"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="756"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="757"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="758"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="759"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="760"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="761"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="762"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="763"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="764"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="765"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="766"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="767"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="768"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="769"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="770"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="771"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="772"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="773"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="774"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="775"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="776"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="777"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="778"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="779"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="780"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="781"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="782"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="783"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="784"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="785"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="786"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="787"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="788"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="789"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="790"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="791"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="792"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="793"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="794"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="795"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="796"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="797"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="798"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="799"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="800"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="801"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="802"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="803"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="804"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="805"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="806"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="807"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="808"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="809"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="810"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="811"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="812"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="813"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="814"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="815"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="816"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="817"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="818"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="819"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="820"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="821"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="822"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="823"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="824"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="825"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="826"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="827"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="828"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="829"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="830"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="831"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="832"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="833"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="834"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="835"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="836"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="837"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="838"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="839"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="840"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="841"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="842"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="843"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="844"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="845"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="846"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="847"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="848"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="849"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="850"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="851"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="852"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="853"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="854"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="855"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="856"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="857"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="858"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="859"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="860"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="861"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="862"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="863"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="864"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="865"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="866"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="867"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="868"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="869"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="870"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="871"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="872"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="873"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="874"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="875"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="876"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="877"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="878"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="879"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="880"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="881"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="882"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="883"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="884"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="885"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="886"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
</data>
