﻿_id	ชื่อท้องถิ่น	ชื่อสามัญ (EN)	ชื่อสามัญ (TH)	ชื่อวิทยาศาสตร์	Genus	Family	สถานะชื่อ	สถานะชื่อไทย	IUCN Red List	สภาพนิเวศ	ลักษณะทางพฤกษศาสตร์	Author	URL	การใช้ประโยชน์	การขยายพันธุ์
1	ซิ เก่ พอ	""	ลิงลาว เอื้องแลว นางแลว	Aspidistra sutepensis K.Larsen 	Aspidistra	‎Asparagaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม  แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล  สีเขียวเข้ม 	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3&typeword=group	"ดอก-นำมาแกง
ใบและราก –นำมาทุบแล้วลนไฟบริเวณที่ปวดเมื่อย หรือกระดูกหัก"	เพาะเมล็ด แยกหน่อ
2	โหม่ โห่ ลอ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ยาง-ทาแผลเมื่อโดนน้ำร้อนลวกหรือโดนไฟ
ทั้งลำต้น –นำมาปลูกทำรั่วบ้านหรือสวน"	""
3	หน้อ มี เค	Sensitive plant, sleepy plant, touch-me-not 	ไมยราบ	Mimosa pudica L.	Mimosa	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	LC 2012	พบกระจายทั่วไป  ในที่โล่งเตียนทั่วไป  ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	ไมยราบเป็นไม้ล้มลุกกึ่งเลื้อย ทอดแผ่ไปตามพื้นดิน ลำต้นมีขนละเอียดและหนามโค้งงอ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ไวต่อการสัมผัส ยาว 10-13 ซม. ประกอบด้วย 4 ใบย่อย เรียงตัวแบบนิ้วมือ ยาว 4.5-8 ซม. ใบย่อย 17-22 คู่ รูปใบหอก กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 10-14 มม. ผิวใบด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงอ่อน ช่อดอก รูปทรงกลม ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพู ผลเป็นฝักแบน เป็นข้อๆ อยู่รวมกันเป็นช่อ เมื่อสุกสีดำ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1503	"ราก-นำมาต้นกินเป็นยาแก้ไอ หรือ ขับเสมหะ
และเป็นยาบำรุงกระเพราะอาหาร
ทั้งต้น –รักษาอาการปัสสาวะขัด"	เพาะเมล็ด
4	เชะ โพ เกว	Bitter bush, Siam weed	สาบเสือ	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	Chromolaena	Compositae	Accepted	""	""	พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด	สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/211	"ใบ- ขยี้แล้วกดบริเวณแผลช่วยห้ามเลือด
ราก-ต้มน้ำดื่มแก้ปวดเมื่อย"	เพาะเมล็ด
5	ต่า พอ หล่ะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-ขยี้แล้วทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน	""
6	แปล่ โค่	Cussumuna ginger	ไพล 	Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A.Dietr.	Zingiber 	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบขึ้นกระจายทั่วไป ในที่ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี  ชอบอากาศค่อนข้างร้อน และมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน 	ไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก ขนาดใบกว้าง 3.5-5.5 ซม. และยาว 18-35 ซม. ช่อดอก แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้ง รูปทรงกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2914	เหง้า-ต้มกินแก้ท้องอึด ท้องเฟ้อ รักษาแผลในกระเพาะช่วยขับลมหรือแก้ปวดท้อง	แยกเหง้า
7	ป่อ เก่อ  รอ	Fingerroot, Chinese ginger, Chinese keys, Galingale	กระชาย กระชายขาว กระชายเหลือง	Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.	Boesenbergia	Zingiberaceae	Accepted	""	LC 2013	มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักพบขึ้นในป่าดิบร้อนชื้น	ไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ มีรากอวบ เป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว มีความยาวประมาณ 4-10 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร ออกเป็นกระจุก ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีประมาณ 2-7 ใบ ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ลักษณะเป็นรูปรี ใบยาวประมาณ 12-50 เซนติเมตรและกว้างประมาณ 5-12 เซนติเมตร โคนใบมนหรือแหลม ส่วนปลายใบเรียวแหลม มีขอบเรียบ เส้นกลางใบ ด้านใบ และกาบใบด้านบนจะเป็นร่อง ส่วนด้านล่างจะนูนเป็นสัน ด้านใบเรียบมีความยาวประมาณ 7-25 เซนติเมตร ส่วนกาบใบเป็นสีชมพูยาวประมาณ 7-25 เซนติเมตร ระหว่างก้านใบและกาบใบจะมีลิ้นใบ ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด โดยจะออกที่ยอดระหว่างกาบใบคู่ในสุด มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร แต่ละดอกจะมีใบประดับ 2 ใบ มีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน ๆ เป็นรูปใบหอกกว้างประมาณ 8 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตร ที่กลีบเลี้ยงมีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 1.7 เซนติเมตร ปลายจะแยกเป็น 3 แฉก ส่วนกลีบดอกมีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร และปลายแยกเป็น 3 กลีบ เป็นรูปใบหอก มีขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่มี 1 กลีบ กว้างประมาณ 7 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 1.8 เซนติเมตร ส่วนอีก 2 กลีบจะมีขนาดเท่ากัน กว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้อยู่ 6 อัน แต่มี 5 อันที่เปลี่ยนไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก โดย 2 กลีบบนมีสีชมพู รูปไข่กลับขนาดเท่ากัน มีความกว้างประมาณ 1.2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.7 เซนติเมตร ส่วนอีก 3 กลีบล่างมีสีชมพูติดกันเป็นกระพุ้ง มีความกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.7 เซนติเมตร และที่ปลายจะแผ่กว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีสีชมพูหรือสีม่วงแดงเป็นเส้นอยู่เกือบทั้งกลีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกระเปาะและปลายกลีบ จะมีเกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์อยู่ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหุ้มก้านเกสรตัวเมีย 	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2/	เหง้า-ใช้บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอึด ท้องเฟ้อและยังรักษาริดสีดวง	แยกเหง้า
8	ซ่ะ บอ ลอ	Guava	ฝรั่งขี้นก ฝรั่ง	Psidium guajava L.	Psidium	Myrtaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไป  เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี 	ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2511	"ผลไม้
ใบ-ทุบแล้วนำมาดื่ม รักษาอาการแก้ปวดท้อง
หรือ นำมาสระผม"	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ปักชำ
9	หละ กา หล่ะ	Chinese chives, Chinese onion, Chinese scallion, Japanese scallion, Oriental onion	หอมปรัง หอมซู เกียวซัง เซาะโกซวย กระเทียมจีน คิว ชิงฉ้อย ลกเกี๋ย หอมแป้นหยวก  หัวคิว หัวซู 	Allium chinense G. Don	Allium	Amaryllidaceae	Accepted	""	LC 2013	""	""	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&genus=Allium&keyback=	"ใบ,ราก-ใช้ทำอาหารยับยั้งการเกิดเชื้อรา
ต้านอนุมูลอิสระ"	แยกเหง้า แยกกอ
10	ผงะ หจี่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	ผักไผ่	Polygonum odoratum Lour.	Polygonum	Polygonaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในป่าทั่วไป  โดยเฉพาะบริเวณริมลำธาร  ที่มีความชื้นสูง 	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก สูง 30-35 ซม. ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มีรากงอกออกตามข้อที่สัมผัสดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ขนาดใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ หูใบเชื่อมติดกันเป็นหลอดหุ้มลำต้นเหนือข้อ มีกลิ่นเฉพาะ ช่อดอกกระจะออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก เมล็ดจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2899	"ทำอาหารจิ้มกับลาบ
ใบ-ใช้รับประทานช่วยทำให้เจริญอาหาร
ทั้งต้น-ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร"	เพาะเมล็ด ปักชำ
11	เก่อ เอ เช	Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger	ข่า	Alpinia galanga (L.) Willd.	Alpinia	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง	ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1413	เหง้า-นำมาต้มดื่มช่วยในการย่อยอาหารแก้อาการเป็นหวัดในช่วงหน้าหนาว	แยกหน่อ
12	เก่อ เอ	Ginger	ขิง	Zingiber officinale Roscoe	Zingiber	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง 	ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน  ผลรูปทรงกลม และแข็ง 	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%87/	เหง้า-นำมาต้มดื่มแก้อาการจุกเสียดช่วยบรรเทาอาการโรคภูมิแพ้	แยกเหง้า
13	หน้อ ว่อ เซ	American basil, hoary basil	แมงลัก	Ocimum americanum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน	"ไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน  
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า  มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด
"	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/162	"ใบ-แก้หวัดแก้อาการคัดจมูก
เม็ดแมงลัก-แก้อาการท้องผูกไม่ถ่ายขับ"	เพาะเมล็ด ปักชำ
14	พอ เซ หมื้อ	Kitchen mint, Menthe kitchen mint	สะระแหน่ 	Mentha × villosa Huds.	Mentha 	Lamiaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินร่วงซุย 	"ไม้ล้มลุก เลื้อยแผ่ไปตามดิน ลำต้นสี่เหลี่ยม สีเขียวแกมม่วงน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีค่อนข้างกว้าง กว้าง       1.5-2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวใบย่น ขอบใบหยักฟันเลื่อย มีกลิ่นเฉพาะ ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ หอมด่วนใหญ่ ก้านสีม่วง และหอมด่วนน้อย ก้านสีเขียว ใบมน
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88/	ทั้งต้น-ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาลายด้วยการต้มดื่มกับขิงสด ช่วยบรรเทาอาการแก้หวัด น้ำมูกไหล แก้ไอ	ชำกิ่ง
15	ป่า หน่า ค่อ เมะ เดาะ	Asiatic pennywort, Tiger herbal, Gotu kola	บัวบก	Centella asiatica (L.) Urb.	Centella	Apiaceae	Accepted	""	LC 2019	ชอบขึ้นบริเวณดินที่มีความชุ่มชื้นสูงมาก และชอบร่มเงา  พบขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศ	ไม้ล้มลุก อายุหลายปี เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-5 ซม. ขอบใบหยักก้านใบยาว ช่อดอกออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก 2-3 ดอก กลีบดอกสีม่วง ผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=155	"ลำต้น ใบ-รับประทาน เพื่อบำรุงสายตา
ใบ-ตำพอกแก้โรคผิวหนัง ต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงหัวใจ"	เพาะเมล็ด แยกกอ
16	หน้อ ก่อ หล่า ซู	Licorice weed, Scoparia-weed 	กรดน้ำ 	Scoparia dulcis L.	Scoparia	Plantaginaceae	Accepted	""	""	พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น 	ไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง        0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1105	"ราก-แก้ไอ,ขับเสมหะหรือกินสดลดไข้
ใบและลำต้น-ต้นเป็นยาบำรุงร่างกาย"	เพาะเมล็ด
17	ช่อ โต่	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	เปลือก-มัดของ(ใช้แทนเชือก)	""
18	เก่อ บรึ หล่ะ	Betel Vine	พลู	Piper betle L.	Piper	Piperaceae	Accepted	""	""	เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา พบขึ้นอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง ชอบอากาศร้อน แต่ไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิสูงเกินไป นิยมปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย	พลูเป็นไม้เลื้อย เกาะโดยใช้รากฝอยที่แตกตามข้อใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบแหลม หน้าใบมัน ใบมีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกออกรวมกันเป็นช่อแน่น ขนาดเล็ก	"ไทยเกษตรศาสตร์
ประโยชน์ดอทคอม"	"http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/
https://prayod.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/"	ใบ-ช่วยให้ฟันและเหงือกแข็งแรง ช่วยดับกลิ่นปาก ต้มน้ำกินแก้อาการปวดท้อง แก้ลมพิษ  นำนำไปอังไฟให้ร้อนประคบบริเวณที่บวมช้ำ	ปักชำ
19	นัวะ หม่อ เคอะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"เหง้า-ต้มกินและสามารถนำมาทำขนมหวาน หรือนำมาแกงก็ได้
ใบ-นำมาผัดกิน"	""
20	นัวะเบาะ เก้	Cassava, Manioc, Tapioca 	มันสำปะหลัง สำโรง	Manihot esculenta Crantz	Manihot	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไป  ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี	"พืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง 
"	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/204	"ใบ ยอดอ่อนและผลอ่อน-ลวกจิ้มน้ำพริก
หัวมันสำปะหลัง-นำมาต้มกิน ทอดหรือทำขนมก็ได้
ลำต้น-สามารถนำมาใช้เป็นท่อนพันธุ์ได้ โดยนำมาตัดเป็นท่อนๆแล้วนำไปปลูก"	ชำหัว ชำต้น
21	คึ	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	บอน เผือก	Colocasia esculenta (L.) Schott	Colocasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว  บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง  บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา  และบอนดำ 
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99/	"หัวเผือก-นำมาทำอาหารหรือขนมก็ได้
ลำต้นใบอ่อน-นำมาแกง"	ชำหัว แยกกอ
22	วะกลึ	""	ไผ่	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ลำต้น -ทำฟาก
-ทำตอก
-ทำรั้ว
"	""
23	ต่อ ปล่า สะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ผล  -กิน
ลำต้น  - นำมาทำเสาบ้าน"	""
24	แบ	""	สำลี	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	นำมา-ทำด้ายสำหรับทอผ้าและหมัดมือในพิธีกรรมของชาวกะเหรี่ยง	""
25	ผะ แขะ เดาะ	Gentleman’s toes, Ivy gourd, Little gourd, Scarlet-fruited gourd	ตำลึง	Coccinia grandis (L.) Voigt	Coccinia	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบได้ตั้งแต่ป่าชายหาด ที่รกร้าง ข้างถนน และชายป่าต่างๆ ทั่วประเทศ	ตำลึงเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกตรงข้ามใบ รูปค่อนข้างกลม หักเป็นห้ามุมหรือเว้าลึกเป็นแฉก 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาว 5-8 ซม. โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาว รูประฆัง ผลเป็นผลสด รูปทรงกระบอก ผลสุกสีแดง เนื้อเละ มีเมล็ดมาก	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3661	"ใบ-นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำแล้วคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่ถูกแมลง สัตว์กัดต่อย 
ยอดอ่อน-นำมาทำแกงหรือผัดก็ได้  
ผลอ่อน-นำมาลวกกินกับน้ำพริก"	เพาะเมล็ด ชำต้น
26	คี่ เหต่	""	ละหุ่ง	Ricinus communis L.	Ricinus	Euphorbiaceae	Accepted	""	""	มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ	ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. แยกเพศร่วมต้น มีต่อมน้ำต้อยกระจายตามขอบหูใบ โคนก้านใบ โคนแผ่นใบ และโคนใบประดับ หูใบเชื่อมติดกันรูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1.5 ซม. โอบรอบกิ่ง ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปฝ่ามือ 6-11 แฉก เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 ซม. โคนแบบก้นปิด ขอบจักฟันเลื่อยไม่เท่ากัน ปลายจักเป็นต่อม ช่อดอกแบบช่อกระจะ หรือแยกแขนงสั้น ๆ ดอกเพศผู้อยู่ช่วงล่าง ดอกเพศเมียอยู่ช่วงบน ไม่มีกลีบดอกและจานฐานดอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ แยกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 1 ซม. ในดอกเพศเมียคล้ายเกล็ด เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นมัด แยกสองแฉกหลายหน รังไข่ 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลเม็ดเดียว มีเกล็ดคล้ายหนาม ก้านเกสร 3 อัน ยาวเท่า ๆ กลีบเลี้ยง ปลายแฉกลึก ติดทน ผลแห้งแตก รูปรี ยาวประมาณ 1.5 ซม. จัก 3 พู มีขนคล้ายหนาม เมล็ดผิวมีปื้นสีน้ำตาล จุกขั้วจัก 2 พู	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=5080	"ก้านใบ-ใช้เป่าใส่หู แก้หูอื้อ
ผลออ่น –ทำอาหาร
ใบ-ช่วยแก้เลือดลมพิการ"	เพาะเมล็ด
27	เซะ ชอ เอะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-นอนทับหรือนั่งทับหลังคลอดเพื่อไม่ให้วิงเวียนศรีษะ	""
28	เซะ ชิ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ผล-ตำกินเป็นของทานเล่นหรือเป็นอาหาร
ลำต้น-นำมาทำฟืนนติดไฟได้ดี"	""
29	เก่อ ฮี	Blady grass	หญ้าคา	Imperata cylindrica (L.) Raeusch.	Imperata 	Poaceae	Accepted	""	""	มีถิ่นกำเนิดชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน แพร่กระจายบริเวณเขตร้อนทั่วโลก เป็นวัชพืชพบทั่วไปในที่โล่ง และมีความชื้นสูงทั่วประเทศ	หญ้าอายุหลายปี มี ลำต้นเป็นไหลใต้ดิน เส้นค่อนข้างกลมทอดยาวได้ไกล ลำต้นเหนือดิน เป็นกอตั้งตรง สูง 40-150 ซม. ใบ แตกจากโคนกอ รูปขอบขนาน เนื้อหยาบแข็ง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว 30-75 ซม. ลิ้นใบ เป็นแผ่นเนื้อแข็ง ยาวประมาณ 3 มม. ดอก สีขาวเป็นแบบช่อแกนแยกแขนงแคบ รูปรีหรือทรงกระบอก กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 6-15 ซม. ช่อดอกย่อยรูปหอก มีขนสีขาวคล้ายไหม กาบช่อย่อยรูปเรือ เนื้อบางคล้ายเยื่อ กาบคลุมล่างเนื้อโปร่งบาง กาบคลุมบนรูปหอก เนื้อบางสีชมพูอ่อน อับเรณู 2 อัน สีเหลืองหรือสีส้ม ยอดเกสรเพศเมียสีชมพูหรือสีม่วง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1597	"ราก-เป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แก้ขัดเบา กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เหง้าหรือราก-เป็นยาขับปัสสาวะ
ใบ-ต้มอาบแก้ลมพิษ หรือนำมาสานทำหลังคา
ทั้งต้น-เป็นยาแก้ไขพิษและไขวาฬ"	เพาะเมล็ด
30	หน้อ ข้อ เดาะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ยอดออ่น-หลวกจิ้มน้ำพริก	""
31	ป่อ ดะ บอ	tapeworm plant, ribbonbush	ตะขาบหิน ว่านตะขาบ ตะขาบบิน	Homalocladium platycladum (F.Muell.) L.H.Bailey	Homalocladium	Polygonaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ ชอบความชื้นปานกลาง ได้รับแสงแดดเต็มวัน	ตะขาบหินเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง สูง 1-2 เมตร ลำต้นแบน แตกกิ่งก้านมาก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ร่วงง่าย รูปใบหอกแกมเส้นตรง กว้าง 0.5-1.5 ซม. ยาว  2-5 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่บริเวณข้อ แยกเพศอยู่คนละต้น กลีบรวมสีขาวแกมเขียว ผลสด รูปค่อนข้างกลม เมื่อสุกสีแดง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1743	ใบ-นำมาขยี้ใส่แผลที่โดนตะขาบกัดถือ	ชำกิ่ง
32	ต่า ค่า เดอะ	""	เพี้ยกระทิง	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ใบยอดอ่อน-กินกับลาบดอก-ลวกกินกัน้ำพริก
ใบ-นำมาย่างไฟอ่อนแล้วขยี้เป็นแผ่นเล็กๆเพื่อเพิ่มรสขม ยอดอ่อนและดอก-รับประทานสดหรือนำไปผึ่งแดดให้แห้งและใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก"	""
33	โกล โบ เส่ ละ	Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander	ผักชีฝรั่ง	Eryngium foetidum L.	Eryngium	Apiaceae	Accepted	""	""	ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป	"เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ
มีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก
"	"Unknown
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)"	"http://biodiversity.crru.ac.th/public/bio2018/File%20PDF/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87.pdf
http://sathai.org/2020/03/10/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/
"	ใบ-ใช้ทำอาหาร	เพาะเมล็ด
34	ก่อ หล่า โพ ซะ	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	มะเขือพวง	Solanum torvum Sw.	Solanum	Solanaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในพื้นที่รกร้าง บนไหล่เขาหรือกลางแจ้ง เป็นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี	บ่าแคว้งกุลาเป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นและกิ่งก้านมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าตื้น มีหนามเล็ก ๆ กระจายทั่วไปตามลำต้นและใบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ภายในมีเมล็ดแบนสีน้ำตาล จำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3055	ผล-ใช้ทำอาหาร	เพาะเมล็ด
35	ซะ หม่อ จื้อ	Burmese grape	มะไฟ	Baccaurea ramiflora  Lour.	Baccaurea	Phyllanthaceae	Accepted	""	LC 2019	พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 	มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=989	ผล-นำมากิน	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
36	หม่อ  โพล	""	หมากเขียว	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ยวก-ใช้ทำอาหาร
ผล-ทานเล่นหรือบางคนทานกับหมาก"	""
37	คื้อ ที โบ	Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro	บอน เผือก	Colocasia esculenta (L.) Schott	Colocasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.	"บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ 
ในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว  บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง  บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา  และบอนดำ 
"	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99/	"น้ำจากกั้นใบ-ใช้เป็นยาห้ามเลือด
น้ำจากลำต้นใต้ดิน-ใช้รักษาพิษ
    ลำต้น-ใช้พอกแผลรวมทั้งแผลที่เกิดจากงูกัด
หัว-ใช้เป็นยาระบาย ขับถ่ายปัสสาวะ 
ทั้งต้น-ต้มเป็นอาหารให้หมูกิน"	ชำหัว แยกกอ
38	เก่อ ยอ	Turmeric	ขมิ้น	Curcuma longa L.	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขมิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1264	ใช้ยารักษาโรคกะเพาะ ใช้ทาเวลาแมงกัด ต่อย	แยกเหง้า
39	พอเจ	""	ต้นลีลาวดี	Plumeria sp.	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ยางใช้ทาแผล	""
40	ซ่ะ เล่ หงอ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ยอดอ่อน-นำมาทำเป็นแกงหรือต้มจิ้มกับน้ำพริกก็ได้
ต้น-สามารถทำเป็นเสาบ้านได้"	""
41	แคแม	Bamboo grass, Tiger grass	ตองกง, ก๋ง, เค้ยหลา, เลาแล้ง,  หญ้ากาบไผ่ใหญ่, หญ้าไม้กวาด, หญ้ายูง	Thysanolaena latifolia (Roxb. ex Hornem.) Honda	Thysanolaena	Poaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบในทุกภาคของประเทศที่มีพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 45 เมตร ขึ้นไป ขึ้นทั่วไปบริเวณเนินเขา พื้นที่ลาดเขา ริมธารน้ำ และริมถนน 	พืชกลุ่มหญ้าอายุหลายปี ลำต้นตั้งตรงและแข็งมาก สูง 3-4 เมตร ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอก กว้าง 4.7-9.1 ซม. ยาว 41.0-76.7 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ มีกาบใบเรียบหุ้มลำต้น หูใบเป็นแผ่นเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ช่อดอกแยกแขนงขนาดใหญ่ออกที่ปลายยอด มีขนนุ่มละเอียดปกคลุม ช่อดอกย่อยขนาดเล็ก มีดอกย่อย 2 ดอก ดอกล่างลดรูปเป็นเยื่อบาง ดอกเป็นหมัน ดอกบนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ เมล็ดมีขนาดเล็ก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=1171&view=showone&Itemid=132	"ต้น-ใช้ทำไม้กวาด
ใบ-ทำขนม( เหม่ต่อ ใช้ในการทำพิธีมัดมือ)"	เพาะเมล็ด
42	ซะ เก่อ เป่อ	""	ลิ้นจี่ป่า	Nephelium hypoleucum Kurz	Nephelium	Sapindaceae	Unresolved	""	""	พบขึ้นเองทุกภาคของประเทศไทย ในป่าดิบแล้ง  เจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท	ลิ้นจี่ป่าเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร เปลือกต้นสีเทาแตกสะเก็ด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3–5 คู่ ใบรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ดอกออกเป็นช่อ แบบแยกแขนง ตามปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาว ผลรูปไข่กลับ ออกเป็นพวงใหญ่ ผิวคล้ายลิ้นจี่ ผลสุกสีแดงเข้ม มีเนื้อผลสีขาวติดกับเมล็ด หนึ่งผล มี      1 เมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=988&view=showone&Itemid=59	"ผล-นำมากิน
ลำต้น-สามารถใช้เป็นเสาบ้าน"	เพาะเมล็ด
43	เก่อ ดุย	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ผล-สามารถนำมากินเล่นๆถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในป่า
ใบ-นำมาล้างจานสำหรับคนสมัยก่อน"	""
44	สะ สุ เปล	""	เอนอ้า เอนอ้าขน จุกนารี โคลงเคลง	Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.	Osbeckia	Melastomataceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้า และสันเขาที่ชื้นแฉะ สามารถพบได้จนถึงระดับความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล 	เอนอ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัวเอส (S) ผลแบบแคปซูล รูปคนโฑ มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/257	ผล-นำมากินเล่นๆเป็นผลไม้ในป่า	เพาะเมล็ด
45	เก่อ ที	Sugar cane	อ้อย 	Saccharum officinarum L.	Saccharum	Poaceae	Accepted	""	""	พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก	เป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2410	"ช่วยแก้อาการช้ำใน
ช่วยแก้อากการเจ็บคอ
ช่วยให้เจริญอาหาร
ช่วยแก้อาการเมาค้าง อ่อนเพลีย"	ชำต้น
46	พอ เต่อ กอ	Sunflower	ทานตะวัน	Helianthus annuus L.	Helianthus	Compositae	Accepted	""	LC 2016	มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาตะวันตก นิยมปลูกเป็นแปลง เป็นไม้ที่ปลูกง่ายและโตเร็ว	ลักษณะของลำต้นจะตรง สูงประมาณ 3-4 ฟุต แต่ถ้าปลูกในถิ่นที่มีอากาศเย็นอาจสูงได้ถึง 6 ฟุต ใบจะออกสลับกัน ลักษณะของใบกลมรีกว้างประมาณ 4-8 นิ้ว ยาว 1 ฟุต ขอบใบจะเป็นรอยจักฟันเลื่อย ปลายใบแหลม ดอกนั้นจะมีขนาดใหญ่ ดอกบานเต็มที่โตประมาณ 5-10 นิ้ว มีสีเหลืองสด ตรงกลางดอกจะมีเกสรเป็นวงเกือบเท่าตัวดอก กลีบดอกจะบานแผ่เป็นวงกลมทำให้เกสรดอกเด่นชัดขึ้น	ภาควิชาพืชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์	http://natres.psu.ac.th/Department/PlantScience/510-111web/510-482web/510-482web-1-10-46/Common%20Sunflower.htm	"เม็ด-เป็นของทานเล่น
ทั้งต้น-ปลูกประดับบ้านให้สวยงาม"	เพาะเมล็ด
47	ต่า เหงาะ ละ	""	ผักแพวแดง	Iresine herbstii Hook. 	Iresine	Amaranthaceae	Accepted	""	""	""	ต้น ไม้ล้มลุก สูง 50 ซม.  ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปโล่แกมรูปไข่ รูปวงรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายเว้า สีแดง และมีแถบขวางสีชมพู  ดอก ช่อ ออกที่ปลายก่ิง สีขาวแกมเหลือง มีท้งดอกสมบูรณ์และแยกเพศ  ผล แห้ง ไม่แตก	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เมดไทย (Medthai)"	"http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=743
https://medthai.com/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/"	ใบ-ใช้ทาแผลเวลาโดนมีดบาดหรือห้ามเลือดต่างๆ	เพาะเมล็ด ปักชำ
48	หน้อ หว่อ โป่	Lapine, Lemon grass	ตะไคร้	Cymbopogon citratus (DC.) Stapf	Cymbopogon 	Poaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป  เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุย  ชอบน้ำ ชอบแดด น้ำไม่ขัง 	ตะไคร้เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมากกาบใบสีขาวนวลหรือขาวปนม่วง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม ออกดอกยาก	โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25.htm	"ใบและลำต้น-นำมาทุบไล่ยุง
ลำต้น-นำมาประกอบอาหารต่างๆ"	ชำเหง้า
49	หน้อ เต่อ มี่	Para cress, Toothache plant, Spot flower	ผักคราด ผักคราดหัวแหวน	Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen	Acmella	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปตามดินที่ชื้นแฉะ  ชอบขึ้นบริเวณกลางแจ้ง  ทั่วไป	"ผักเผ็ดเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักเผ็ดใหญ่ ดอกขาว และผักเผ็ดน้อย ดอกสีเหลือง มีรสชาติเผ็ดกว่า และนิยมกินมากกว่า 
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1185	"ยอดออ่อน-ทำอาหาร
ทั้งต้น -เป็นอาหารสุกร"	เพาะเมล็ด ปักชำ
50	หน้อ เซอ แบย	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ยอดอ่อน-ผักจิ้ม
ทั้งต้น-ต้มให้สุกรกินเป็นอาหาร"	""
51	หม่อ เถาะ	Yard long bean	ถั่วฝักยาว	Vigna unguiculata subsp. sesquipedalis (L.) Verdc.	Vigna	Leguminosae	Accepted	""	""	ถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและอินเดีย	"ไม้เลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบประกอบแบบสามใบ เกิดสลับบนต้นหรือกิ่ง ใบจริงคู่แรกเกิดด้านบนใบเลี้ยง
และใบที่เกิดต่อ ๆ ไป ขนาดเล็ก ค่อนข้างแหลมถึงกลมรี รูปร่างของใบเป็นรูปไข่หรือรูปหอก สีเขียวถึงเขียว
เข้ม ที่โคนใบมีหูใบ 2 อัน ดอกช่อกระจะ รูปดอกถั่ว ออกตามซอกมุมใบ แต่ละช่อมี 1-6 ดอก เกสรเพศผู้มี 10
อัน เกสรเพศผู้ 9 อัน ล้อมรอบรังไข่ ส่วนอีก 1 อัน อยู่ตัวแยกเป็นอิสระ เกสรเพศเมีย มีรังไข่ยาว สีเขียว มีก้าน
ชูเกสร และยอดเกสรมีขนฟูสีขาว ผลเป็นฝัก ทรงกลม มีสีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้ม ปลายฝักมีสีเขียวหรือสีม่วง
ผิวขรุขระ สีเขียว ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีร่องแบ่งสีเขียวเข้มตรงกลางผล 2 เส้น อยู่คนละฝั่งตลอดแนวความยาว
ผล เมล็ดมีรูปร่างคล้ายไต มีหลายสี เช่น สีขาว น้้าตาล ด้า และสีสลับน้้าตาล-ขาว ด้า-ขาว และแดง-ขาว"	"Unknown
เมดไทย (Medthai)"	"http://biodiversity.crru.ac.th/public/bio2018/File%20PDF/%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7.pdf
https://medthai.com/%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7/"	"ผล-นำมาผัดกิน
ยอดอ่อน-นำมาต้มกินจิ้มน้ำพริก"	เพาะเมล็ด
52	กี่  โก่มื่อ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ทั้งต้น-ต้มน้ำดื่มแก้อาการเจ็บคอ อาการเวียนหัว หน้ามืดตามัว ปวดหลัง ปวดท้อง
ต้นและใบ-นำมาต้มจิ้มน้ำพริก"	""
53	แหนะ ซ่ะ	Pineapple	สับปะรด 	Ananas comosus (L.) Merr.	Ananas	Bromeliaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-29 องศาเซลเซียส 	พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นแก่ค่อนข้างแข็ง และออกหน่อใหม่ด้านข้าง ใบเรียงสลับถี่รอบต้น ก้านใบกางโอบลำต้น รูปขอบขนาน เรียวคล้ายดาบโค้ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 50-150 ซม. ขอบใบมีหนามขนาดเล็ก เนื้อใบแข็ง ผิวใบด้านหลังสีขาวนวล ช่อดอก ออกปลายยอด ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับอยู่ส่วนบนและล่างของช่อดอก ผลขนาดใหญ่รูปไข่หรือทรงกระบอก กว้าง 8–20 ซม. ไม่มีเมล็ดสมบูรณ์	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/Herbarium/Archives/PlantFile/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%94.html	"เปลือก-นำมาทำเป็นปุ๋ยหมัก
ผล-นำมากิน"	แยกหน่อ ปักชำจุกหรือใบประดับส่วนบน
54	เก่อ โน	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ยาง-ผสมน้ำแก้เปวดเมื่อยตามตัว 
เปลือก-ต้ม"	""
55	โน้ เดาะ	Arrowleaf Monochoria, False pickerelweed, Leaf pondweed	ผักเขียด, ผักฮิ้นน้ำ	Monochoria hastata (L.) Solms	Monochoria	Pontederiaceae	Accepted	""	LC 2011	พบที่อินเดีย เนปาล ศรีลังกา จีน พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซีย ขึ้นตามที่ชื้นแฉะ หนองน้ำ ทะเลสาบ และท้องนา	ไม้น้ำล้มลุก สูงได้ถึง 2 ม. เหง้ายาว มีกาบใบแก่หุ้ม ใบรูปสามเหลี่ยม ยาว 5-25 ซม. โคนรูปเงี่ยงใบหอก ก้านใบยาว 30-90 ซม. ช่อมีกาบหุ้ม ออกตามซอกกาบ ก้านใบช่วงที่มีช่อดอกยาว 7-10 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกคล้ายช่อซี่ร่ม ยาว 2-6 ซม. ก้านช่อสั้น ดอกจำนวนมาก ก้านดอกยาว 1-3 ซม. กลีบรวมสีม่วงอ่อน มี 6 กลีบ แยกจรดโคน วงนอก 3 กลีบ วงใน 3 กลีบ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 1-1.6 ซม. บิดม้วนงอในผล เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม อันใหญ่ 1 อัน ก้านชูอับเรณูหนา ยาวกว่าอันเล็ก อับเรณูยาว 5-6 มม. สีม่วง อันเล็ก 5 อัน อับเรณูยาว 3-4 มม. สีเหลือง รังไข่มี 3 ช่อง เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียรูปเส้นด้าย ปลายมีขนสั้น ผลแห้งแตกเป็น 3 ซีก รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 ซม. เมล็ดขนาดเล็กมีปีก	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Monochoria0hastata0(L.)0Solms	ทั้งต้น-นำมาทำเป็นอาหาร	""
56	ผะ แหวะ เดาะ	Water clover	ผักแว่น	Marsilea crenata C. Presl	Marsilea	Marsileaceae	Accepted	""	LC 2011	พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ขึ้นตามหนองน้ำที่โล่ง ความสูงต่ำกว่า 1000 เมตร 	เฟินน้ำล้มลุก สูงได้ถึงประมาณ 20 ซม. เหง้ายาวทอดเลื้อย มีเกล็ดรูปเส้นด้ายบาง ๆ รากออกตามโคนใบ ใบอ่อนม้วนงอ ใบประกอบมี 4 ใบย่อย ขนาดเท่า ๆ กัน ติดที่ปลายก้านคล้ายกังหัน รูปไข่กลับ ยาวประมาณ 0.5-2 ซม. ก้านใบยาว 2-3 ซม. หรือยาวได้ถึง 15 ซม. ในใบที่อยู่ใต้น้ำ สปอโรคาร์ปออกที่โคนก้านใบมีหลายอัน ก้านยาวประมาณ 5 มม. สปอโรคาร์ปรูปขอบขนาน ยาว 2-5 มม. สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ภายในมีสปอร์จำนวนมาก	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3721	ดอก-นำมาจิ้มกับน้ำพริกแบบสดๆ	ไหล สปอร์
57	เหม่ พอ  ที	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-สามารถนำมากินได้เป็นผลไม้ในป่า	""
58	หน้อ ถะ ชิ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-ดองจิ้มน้ำพริก	""
59	หล้า คลึ บอ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-ใช้ห่อข้าวหรือเอาไปทำหลังคาบ้าน	""
60	ป่อ เหงือ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-นำมาต้มจิ้มน้ำพริก	""
61	เซวโบ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ยอดอ่อน-ลวกจิ้มกับน้ำพริก
ทั้งต้น-ต้มเป็นอาหารสุกร
"	""
62	เก่อ เพ้	Hog plum	มะกอก	Spondias pinnata (L. f.) Kurz	Spondias	Anacardiaceae	Accepted	""	""	พบในป่าทั่วไป ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัด	มะกอกเป็นไม้ต้น ผลัดใบสูง 15-25 เมตร เปลือกต้นสีเทา ค่อนข้างเรียบ กิ่งก้านมีช่องอากาศ กระจัดกระจาย ใบประกอบ แบบขนนก ปลายใบคี่ เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานหรือรูปรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 7-12 ซม. ช่อดอกแยกแขนงออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวครีม มีจำนวนมาก ผลสดรูปไข่ มีเนื้อฉ่ำน้ำ สีเหลืองอมเขียว	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1790	"ผล-ไว้ทำอาหาร
ใบ-กินกับลาบ หรือ จิ้มน้ำพริก"	เพาะเมล็ด
63	ที ลู่ โพ ซ่ะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-กิน ราก-ต้มยาแก้ปวดเมื่อยตามตัว	""
64	โล่ ละ	""	ปาล์มเจ้าเมืองถลาง	""	""	Arecaceae	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-ใช้ทำหลังคาบ้าน	""
65	แหนะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-ใช้ทำเสื่อ	""
66	เก่อ เน	""	คะเนียง	Archidendron jiringa (Jack) I.C.Nielsen	Archidendron	Leguminosae	Accepted	""	""	ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณบริเวณหุบเขาลาดชัน 	คะเนียงเป็นไม้ต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่แน่นทึบ คลุมลำต้นไว้เป็นส่วนใหญ่ เปลือก เรียบสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา ใบเป็นช่อแบบขนนกสองชั้น ก้านช่อยาว 1.5-8 ซม. ที่ปลายก้านช่อมีช่อใบแขนงด้านข้าง 1 คู่ ติดตรงกันข้ามช่อใบแขนงยาว 8-29 ซม. แต่ละช่อมีใบย่อย 2-4 คู่ ขึ้นตรงกันข้าม ใบย่อยรูปมนแกมรูปขอบขนาน ขนาดแตกต่างกัน กว้าง 3-9 ซม.ยาว 3-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลมฐานใบมนและเบี้ยวเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยงไม่ มีขน ดอก สีขาว ขนาดเล็กจำนวน 3-6 ดอก ออกบนช่อกลมเล็กๆ ซึ่งแตกแขนงมาจากช่อใหญ่ ยาว 7-18 ซม. ช่อดอกโปร่งออกตามง่ามใบของใบแก่ที่หลุดร่วงไปแล้วกลีบรองกลีบดอกเล็กมาก มี 5 กลีบ โคนกลีบติดกัน กลีบดอกมี 5 กลีบ ผลแบนยาว รูปบรรทัด มีส่วนคอดเว้าระหว่างเมล็ด กว้างประมาณ 3-5 ซม.ตัวฝักบิดเวียนเป็นเกลียวไปทางเดียวกัน ผิวสีน้ำตาลคล้ำหรือสีน้ำตาลอมม่วง ฝักแก่ผนังจะแตกอ้าออก ผนังหนาคล้ายแผ่นหนัง	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ศูนย์วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษ บรมราชินีนาถ สถายันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา"	"http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2244
http://srdi.yru.ac.th/bcqy/page/322/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87.html"	"เปลือก-รักษาเจ็บทรวงอก อมแก้ปวดฟัน 
ใบ-รักษาโรคผิวหนัง รักษาหิด
เมล็ด-ขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน"	เพาะเมล็ด
67	เป่อ นัว	Jack fruit tree	ขนุน	Artocarpus heterophyllus Lam.	Artocarpus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ปลูกได้ทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด	"ขนุนไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า ""ส่า"" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง "	ไม้มงคล 9 ชนิด สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://www.dnp.go.th/EPAC/9/02kanun.htm	"ผลสุก-กินเป็นผลไม้
ผลดิบ-ทำแกง
ใบอ่อน-สามารถนำมาจิ้มน้ำพริกได้"	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
68	ซะ หม่อ เกล่	Tamarind	มะขาม	Tamarindus indica L.	Tamarindus	Leguminosae	Accepted	""	LC 2017	มีถิ่นกำเนิดที่เกาะมาดากัสกาแพร่กระจายแอฟริกาตะวันออกและอินเดีย พบได้ทั่วไป	ไม้ยืนต้น สูง 15-30 เมตร เปลือกสีเทาหรือสีน้ำตาลเข้ม ใบ แบบใบประกอบแบบขนนก ยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ใบย่อย รูปขอบขนาน จำนวน 10-20 คู่ ออกตรงข้าม ยาว 1.2-2 ซม. กว้าง 3-5 มม. ขอบใบเรียบ ปลายเป็นติ่งแหลม ช่อดอก แบบช่อเชิงลดห้อยลง ก้านช่อดอก ยาว 5-10 มม. กลีบเลี้ยง เป็นแผ่นรูปช้อน 2 แผ่น ยาว1-1.2 ซม. กลีบดอก มี 5 กลีบ กลีบเจริญ 3 กลีบ สีเหลืองอ่อนมีเส้นภายในสีแดง กลีบดอก 2 กลีบ ลดรูป เกสรเพศผู้ มีก้านเกสรเชื่อมติดกัน เกสรที่สมบูรณ์ 3 อัน อีก 2 อัน เป็นเส้นเรียว เกสรเพศเมีย เหนือกลีบเลี้ยง ปลายเกสร เป็นก้อนรูปรี ผล แบบฝัก โค้ง ค่อนข้างแบน ยาว 7-15 ซม. กว้าง 2-3 ซม. เปลือกเมื่อแก่สีน้ำตาลเข้ม เมล็ด สีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2075	"ราก-นำมาต้มแก้อาการท้องร่วง
ใบสด-ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ขับลมในลำไส้
ผล-นำมาพอกหน้าเพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง"	เพาะเมล็ด
69	เก่อ เนอ แกล	Common lime, Lime	มะนาว 	Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle	Citrus	Rutaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไป ขึ้นได้ในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี 	มะนาวเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนาม ใบประกอบชนิดมีใบย่อยใบเดียว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวสดแข็งและหนา เนื้อใบมีจุดน้ำมันกระจาย ก้านใบมีครีบเล็กๆ ดอกเดี่ยวหรือช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง มี 4 กลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก กลิ่นหอม ร่วงง่าย ผลเป็นผลสด กลมเกลี้ยงและผิวมัน เนื้อผลฉ่ำน้ำ มะนาวที่ชาวบ้านใช้มีผลรูปร่าง 2 แบบ คือ ผลรูปทรงกลม เรียกว่า มะนาว ส่วนผลรูปรีหรือรูปไข่ เรียก มะนาวเมือง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=738	"น้ำมะนาวนำมาผสมกับน้ำผึ้ง-แก้อาการเจ็บคอ
ใบ-นำมาต้มแก้อาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย"	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
70	หมะ โอ	Pomelo, Shaddock	ส้มโอ	Citrus maxima (Burm.) Merr.	Citrus	Rutaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในที่โล่ง ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	ไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับส้มและมะนาว ตามกิ่งมีหนามกระจายอยู่ห่างๆ ใบเดี่ยวเวียนสลับ แผ่นใบแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงบนจะมีขนาดใหญ่กว่าช่วงล่างมาก ดอกเดี่ยวออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ สีขาวหรือสีเขียวอมเหลือง ผลรูปร่างกลมโต ตามผิวของผลมีต่อมน้ำมันกลิ่นหอมกระจายอยู่ทั่วไป เนื้อในแบ่งเป็นกลีบๆ สีสันแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/198	ช่วยป้องการอาการท้องผูกได้ดี และมีส่วนช่วยลดคว่ามเสี่ยงของโรคมะเร็ง 	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
71	ซุ เล่ โบ	Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag	เอื้องหมายนา	Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht	Cheilocostus	Costaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ	ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=12269	ลำต้น-ทุบให้สุนัขกินเวลาเจ็บป่วย	เพาะเมล็ด
72	ผะ ออ เดาะ	Water dropwort, Oenanthe	ผักชีล้อม	Oenanthe javanica (Blume) DC.	Oenanthe	Apiaceae	Accepted	""	LC 2011	ชอบขึ้นในน้ำและที่ชื้นแฉะ	พืชล้มลุกที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำหรือทอดเลื้อยไปตามพื้นผิวดิน มีความสูงของต้นตั้งแต่ 10-100 เซนติเมตร และมีความสูงโดยประมาณอยู่ที่ 60 เซนติเมตร ลำต้นกลวงอวบน้ำ ผิวภายนอกเป็นร่อง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มี 1-3 ชั้นเรียงสลับ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปรีแคบหรือรูปไข่ มีความกว้างประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบเป็นจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกมีขนาดเล็กสีขาวออกเป็นช่อซี่ร่ม ดอกย่อยขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 5 ก้าน ผลเป็นผลเดี่ยว ผลแห้งแก่แล้วแตกเป็นสองส่วน ลักษณะของผลค่อนข้างกลมเป็นสัน มีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร และมีก้านเกสรตัวเมียที่ไม่หลุดร่วง มีความยาวประมาณ 1-3 มิลลิเมตร	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/	ยอด-กินกับน้ำพริก	เพาะเมล็ด แยกไหล ปักชำ
73	หน้อ โม่ เหง่	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ยอดอ่อน-ต้มหรือผัดกิน	""
74	เส่ ที	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-นำมากินเล่นๆเป็นผลไม้ในป่า	""
75	เดาะ ก้า	Broken bone, Damocles tree, Indian trumpet flower	เพกา	Oroxylum indicum (L.) Kurz	Oroxylum	Bignoniaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพืชที่ขึ้นได้ง่ายตามธรรมชาติ ในที่โล่งชายป่าดิบและไร่ร้างทั่วไป  เจริญเติบโตในดินเกือบทุกชนิด แต่ชอบดินโปร่งร่วนซุย	เพกาเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ช่อดอกออกที่ปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝักขนาดใหญ่ รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในมีเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=145&view=showone&Itemid=59	"เปลือก-ต้มให้หญิงมีครรค์ดื่มเพื่องให้คลอดบุตรง่าย
ฝักหรือยอดอ่อน-รับประช่วยบำรุงเลือด
"	เพาะเมล็ด ชำราก
76	พอ ปงา ละ	""	หนาดหลวง	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ราก-ต้มกินเป็นยา
ใบ-นำไปอังไฟให้ร้อนไปประคบแผลฟกช้ำหรือแขนขาที่หัก
"	""
77	โก้	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	เปลือก-ต้มกินแก้อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว	""
78	หน้อ ตื่อ โปล่	""	ผักหนาม	Lasia spinosa (L.) Thwaites	Lasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	ชอบขึ้นตามที่ชื้น เช่น ดินเลนตามชายน้ำ หนองน้ำ หรือริมแม่น้ำในป่า	พืชล้มลุกมีเหง้าทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ทุกส่วนมีหนามแหลมล้อมรอบ ใบเดี่ยวรูปลูกศร มีรอยหยักเป็นแฉก ๆ ปลายใบแหลม โคนใบยาวยื่น ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ดอกออกเป็นช่ออัดแน่นบนปลายก้านดอก สีเหลือง มีกาบรองช่อดอกเรียวแหลมสีน้ำตาลแดง บิดเป็นเกลียวห่อหุ้มดอกจนติดผล ผลกลมอัดแน่นเป็นแท่งรูป ทรงกระบอกคล้ายฝักข้าวโพด ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเหลืองอมแดง	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/261	"ราก-ต้มอาบแก้ตุ่ม  ผื่นตามตัว
ยอดอ่อน-ลวกเป็นผักจิ้ม"	เพาะเมล็ด
79	กี่ โก่ เดาะ	Paco	ผักกูด	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	Diplazium	Athyriaceae	Accepted	""	LC 2011	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง  	พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ  มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1840	ยอดอ่อน-นำมาทำอาหารจะแกง จะต้ม หรือจะผัดก็ได้ ช่วยบำรุงเลือด	สปอร์ แยกกอ
80	พอ เด้ ญา	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ลำต้นอ่อน-ผักจิ้ม	""
81	เป่อ ดะ	""	ตองแตบ	Macaranga denticulata (Blume) Müll.Arg.	Macaranga	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2019	พบที่อินเดีย เนปาล ภูฏาน ศรีลังกา จีนตอนใต้ ลาว คาบสมุทรมลายู สุมาตรา และชวา ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่งในป่าเสื่อมโทรม ความสูงถึงประมาณ 1200 เมตร	ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. แยกเพศต่างต้น กิ่งเป็นเหลี่ยม มีขนเป็นขุยหนาแน่น ตามกิ่ง หูใบ แผ่นใบด้านล่าง และใบประดับ ร่วงเร็ว หูใบรูปขอบขนาน ยาว 0.3-1 ซม. ใบเรียงเวียน รูปไข่กว้างหรือแกมรูปสามเหลี่ยม ยาว 10-24 ซม. โคนแบบก้นปิด เส้นแขนงใบย่อยเรียงขนานกัน ก้านใบยาว 5-11 ซม. มีต่อมน้ำต้อยขนาดเล็กกระจายใกล้โคน ใบประดับและใบประดับย่อยขนาดเล็ก ติดทน ขอบมีต่อม ไม่มีกลีบดอก ช่อดอกเพศผู้แบบแยกแขนง ยาวได้ถึง 10 ซม. ดอกออกเป็นกระจุก 3-7 ดอก กลีบเลี้ยง 2-3 กลีบ ยาวประมาณ 1 มม. เกสรเพศผู้มีประมาณ 15 อัน อับเรณูมี 4 ช่อง ช่อดอกเพศเมียแบบช่อกระจะ ยาวได้ถึง 7 ซม. ดอกออกเป็นกระจุก 1-3 ดอก กลีบเลี้ยง 2 กลีบ ยาวประมาณ 1.5 มม. ก้านเกสรเพศเมีย 2-3 อัน ยาวประมาณ 1 มม. ผลแห้งแตก จัก 2 พู กว้างประมาณ 5 มม. ผิวมีเกล็ดต่อมขนาดเล็กหนาแน่น ก้านยาวประมาณ 1 ซม. แต่ละช่องมีเมล็ดเดียว	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=2144	"ใบ-ห่อข้าว
ลำต้น-ใช้สร้างบ้านหรือเอามาทำฟืน
"	เพาะเมล็ด
82	กื่อ ต่า ลู่	""	เห็ด	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	 นำมาแกง  ตำน้ำพริก	""
83	พอ เก่อ มี่	Malabar plum, Java plum, Black plum	หว้า	Syzygium cumini (L.) Skeels	Syzygium	Myrtaceae	Accepted	""	LC 2019	ถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน จากอินเดียถึงมาเลเซีย ชอบดินชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นตามป่าดิบและป่าผลัดใบทั่วไป	ไม้ต้น สูง 10-25 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามง่ามใบ ผลรี กว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ออกดอก ธันวาคม- มกราคม ผลแก่ พฤษภาคม	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช"	"http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1136
http://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/petburi.htm"	"ผล-สามารถนำมากินเล่นๆเป็นผลไม้ในป่า
ลำต้น-นำมาสร้างบ้านได้
"	เพาะเมล็ด
84	หน้อ เจาะ ปลิ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	 ทั้งต้น-ต้ม-รักษาไข้เลือดออก แก้อาการปัสสะวะอักเสบ หรือมีพยาธิ	""
85	เก่อ ซิ ขละ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ต้ม-รักษาอาการปัสสาวะอับเสบแก้ขัดเบา	""
86	ต่า หย่า สะ	Emblic myrabolan, Malacca tree	มะขามป้อม	Phyllanthus emblica L.	Phyllanthus	Phyllanthaceae	Accepted	""	""	พบประปรายในป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าแดงทั่วไป มีมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคกลาง ชอบดินที่มีการระบายน้ำได้ดี	ขามป้อมเป็นไม้ยืนต้น สูง 8-20 เมตร เปลือกเรียบเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 0.25-0.5 ซม. ยาว 0.8-1.2 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกย่อยสีนวล ผลเดี่ยว ออกตามกิ่งและซอกใบจำนวนมาก เป็นผลสด รูปทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อหนา มีเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เมล็ดกลม สีเขียวเข้ม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1768	"ผล-แก้ไอ
และนำมาดอง ขาย
"	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
87	หน้อ ชงะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-นำมาต้มยาแก้ปวดท้อง	""
88	เม โม่	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-นำมาต้ม  แก้อาการปวดท้อง	""
89	จอ ลอ ดิ เดอ	Laurel clockvine, Blue trumpet vine	รางจืด	Thunbergia laurifolia Lindl.	Thunbergia	Acanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นพืชที่ชอบอยู่ตามลุ่มน้ำ ลำห้วย ลำธาร ขึ้นในป่าชื้นจะงามมาก ชอบดินร่วนปนทราย และพบอยู่ตามชายป่าดิบทั่วไปในประเทศ	รางจืดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-14 ซม. ขอบใบเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนหรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ผิวใบเรียบมัน เนื้อใบหนา อวบน้ำเล็กน้อย ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ฐานดอกอัดกันแน่นเป็น รูปทรงกลม ดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปดอกเข็ม โคนเชื่อมกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน ใบประดับสีเขียวประสีน้ำตาลแดง ผลแห้ง แตกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=714	ใบ – แก้อาการเจ็บตา	เพาะเมล็ด ปักชำ
90	ต่า ชิ โประ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใช้ทำต้มแซ่บ(มีรสเปรี้ยว)	""
91	ชุ้ย แอ่ นอ มือ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ	""
92	ซ่อ คา เดาะ	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd	มะระขี้นก	Momordica charantia  L. 	Momordica 	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	พบในป่าบริเวณลุ่มน้ำ และป่าละเมาะ ทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ 	มะระขี้นกเป็นไม้เถา มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปฝ่ามือ กว้างและยาวประมาณ 4-7 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึก 5-7 แฉก ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกสีเหลือง รูประฆัง ผลสด รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีรสขม เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงและผลจะแตกอ้าออก เมล็ดเป็นรูปกลมแบน	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1208	"รักษาโรคเบาหวาน
ผล-นำมาจิ้มกับน้ำพริก
ใบ-นำมาแกง
"	เพาะเมล็ด
93	ป่อ นอ มู	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ลำต้น,ดอก-จิ้มน้ำพริก	""
94	หม่อ คลึ	""	น้ำผึงขาว	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"เปลือก-เคี้ยวกับเกลือแก้ปวดท้อง 
เนื้อไม้-นำมาบดแล้วสูบ หรือ ใส่ปนกับยาสูบ
ผลสุก-รับประทานเป็นผลไม้ในป่า
"	""
95	เต่อ ยอ คะ	Turmeric	ขมิ้น	Curcuma longa L.	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน	ขมิ้นเป็นพืชล้มลุก สูง 30-90 ซม.เหง้าใต้ดินรูปไข่ มีแขนง รูปทรงกระบอก เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกจากเหง้า รูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ช่อดอกแทงจากเหง้า แทรกระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อน บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1264	เหง้า-ทาแก้คันเมื่อโดนแมลงกัด	แยกเหง้า
96	เก่อ ด้อ เด	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-ใช้กินกับลาบ	""
97	ต่า เนอ ชิ เดาะ	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	ผักคาวทอง พลูแก พลูคาว	Houttuynia cordata Thunb.	Houttuynia	Saururaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เจริญได้ดีในที่ลุ่มที่มีความชื้นสูง ขึ้นเองตามธรรมชาติ พบทั่วไปบริเวณริมห้วย ลำธาร และที่ชื้นแฉะริมน้ำหรือตามโคนต้นไม้ใหญ่ 	ผักคาวตองเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีสูง 15-30 ซม. ทั้งต้นมีกลิ่นคาว ลำต้นเลื้อยทอดตามผิวดิน แตกรากตามข้อ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจกว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ก้านใบยาว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ช่อดอก ออกตรงปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบที่โคนช่อ ดอกย่อยขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1188	ทั้งต้น-ผักกินกับน้ำพริกหรือลาบก็ได้	ปักชำ แยกหน่อ
98	พอ เส่ เก่อ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ลำต้น-กินกับลาบ	""
99	ลู เค	Pumpkin	ฟักทอง	Cucurbita moschata Duchesne	Cucurbita	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	นิยมปลูกทั่วไป	 เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ	โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	http://www.rspg.or.th/plants_data/use/herbs10-1.htm	ทั้งต้น-ผล,ยอดอ่อน-ทำอาหารลวกจิ้มน้ำพริก	เพาะเมล็ด
100	หม่อ เถอ ปล่อ ปลึ่	""	ถั่ว	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-นำไปรับประทาน จิ้มน้ำพริก ผัดกิน	""
101	จี่ โป่ ตระ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-นำมารับประทานเป็นผลไม้	""
102	บะ เดอะ ฆะ	Black Mustard Seed	ผักกาดดอย	Brassica juncea (L.) Czern.	Brassica	Brassicaceae	Accepted	""	""	""	พืชล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูงได้ถึง 1 ม. เกลี้ยง แตกกิ่งด้านสาขามาก ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ไม่มีหูใบ ใบที่โคนต้นรูปขอบขนานแกมรูปหอก ขอบหยักเป็นแฉก ยาวได้ถึง 20 ซม มีก้านใบ ส่วนใบที่อยู่ตอนบนรูปหอกแคบ ๆ ก้านใบสั้นมาก หรือ ไม่มีเลย ดอกออกเป็นช่อตั้งตรงที่ปลายยอด มีทั้งเพศผู้ และเพศเมียในดอกเดียวกัน กลีบรองกลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่แกมขอบขนาน เรียงเป็นสองชั้น กลีบดอก 4 กลีบ สีเหลือสด โคนกลีบสอบแคบคล้ายก้าน เกสรผู้ 6 อัน สี่อันยาวเรียงอยู่วงใน สองอันสั้นเรียงอยู่วงนอก อับเรณูรูปหัวลูกศร เมื่อแก่จะแตกตามยาว รังไข่รูปยาว มี 2 ช่อง เชื่อมติดกัน ท่อรับไข่เรียวเล็ก ปลายท่อเป็นหัวกลม ผลเป็นฝัก รูปยาวแคบแกมรูปหอก, ยาว 1.2 – 3.5 ซม. มีจงอยยาวประมาณ 1.2 ซม ตรง และค่อนข้างแบน เมล็ดเล็ก สีดำ ผิวขรุขระ	Unknown	http://mdu16.rtarf.mi.th/www_new/images/work/2/19.Brassica%20juncea.pdf	ทั้งต้น-นำมารับประทาน จิ้ม ผัด  	เพาะเมล็ด
103	หน้อ เก่อ ว่อ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-ทำอาหารใส่ในแกง	""
104	บือ เค	Corn	ข้าวโพด	Zea mays L.	Zea	Poaceae	Accepted	""	LC 2019	มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ในปัจจุบันมีการปลูกทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก	ไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า มีความสูงของต้นประมาณ 1-4 เมตร ผิวต้นเรียบ เนื้อภายในฟ่ามคล้ายกับฟองน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ใบมีลักษณะเรียวยาวเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบมนและมีขนอ่อน ๆ สีขาว เส้นกลางใบมองเห็นได้ชัดเจน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-10 เซนติเมตรและยาวประมาณ 30-100 เซนติเมตร ส่วนก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ออกดอกเป็นช่อ ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียจะอยู่ในต้นเดียวกัน โดยดอกเพศผู้จะออกดอกเป็นช่อและออกที่ปลายยอด ส่วนดอกเพศเมียจะอยู่ต่ำถัดลงมา ออกระหว่างกาบของใบและลำต้น เรียงเป็น 2 แถว มีประมาณ 8-18 ดอก ดอกย่อยจะมีก้านเกสรเพศผู้จำนวน 9-10 ก้าน และมีอับเรณูสีเหลืองส้ม ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ส่วนยอดเกสรเพศเมียเป็นเส้นบาง ๆ ยื่นออกมาเป็นจำนวนมาก คล้ายกับเส้นไหมจำนวนมาก (บ้างก็เรียกว่าหนวดข้าวโพด) โดยจะอยู่ระหว่างกาบใบและลำต้น และดอกเพศเมียเมื่อเจริญเติบโตแล้วก็จะออกเป็นฝักหรือเรียกว่าผล ออกผลเป็นฝัก ผลถูกหุ้มไปด้วยกาบบาง ๆ หลายชั้น ฝักอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีนวล เรียกว่าเปลือกข้าวโพด ฝักมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ในหนึ่งฝักจะมีเมล็ดอยู่รอบฝักเรียงเป็นระเบียบรอบแกนกลางของฝัก เมล็ดจะเกาะอยู่เป็นแถวประมาณ 8 แถว แต่ละแถวจะมีประมาณ 30 เมล็ดและมีสีต่าง ๆ กัน เช่น สีนวล เหลือง ขาว หรือสีม่วงดำ 	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%94/	ผล-รับประทาน	เพาะเมล็ด
105	หม่อ กลุ่ย ละ	Bengal almond, Indian almond, Olive-bark tree, Sea almond, Singapore almond, Tropical Almond, Umbrella Tree	หูกวาง	Terminalia catappa L.	Terminalia	Combretaceae	Accepted	""	LC 2019	หูกวางเป็นพันธุ์ไม้ในป่าชายหาดที่พบขึ้นกระจายตามชายฝั่งทะเล พบปลูกทั่วตั้งแต่ประเทศอินเดียจนถึงตอนเหนือของทวีปออสเตรเลียทางตอนเหนือ	ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง ที่มีความสูงของต้นประมาณ 10-15 เมตร บางครั้งอาจสูงได้ถึง 30-35 เมตร (แต่ไม่ค่อยพบต้นที่ใหญ่มากในประเทศไทย) มีเรือนยอดหนาแน่น แตกกิ่งก้านแผ่ออกในแนวราบเป็นชั้น ๆ คล้ายฉัตร ลำต้นเปลาตรง ต้นที่มีอายุมากและมีขนาดใหญ่จะเป็นพูพอนที่โคนต้น เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนเทาเกือบเรียบ แตกเป็นร่องแบบตื้น ๆ ตามแนวนอนและแนวตั้ง และลอกออกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ทั่วไป กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล ส่วนเนื้อไม้เป็นสีแดง เป็นกลีบเล็กน้อย มีเสี้ยนไม้ละเอียดสามารถขัดชักเงาได้ดี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนสลับกันเป็นกระจุกหนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้น ๆ (ปลายใบกว้างกว่าโคนใบ) โคนใบมนเว้าหรืแสอบแคบเป็นรูปลิ่ม และมีต่อมเล็ก ๆ หนึ่งคู่อยู่ที่โคนใบบริเวณท้องใบ ส่วนขอบใบเรียบเป็นคลื่นหยักเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 12-25 เซนติเมตร หลังใบและท้องใบมีขน เนื้อใบหนา ใบอ่อนเป็นสีเขียวอ่อน เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นเขียวเข้ม แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเมื่อใกล้ร่วงหรือผลัดใบ มีก้านใบยาวประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร มีขน มักผลัดใบในช่วงฤดูหนาวในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ออกดอกเป็นช่อยาวแบบติดดอกสลับ โดยจะออกตามซอกใบ ลักษณะเป็นแท่งยาวประมาณ 8-12 เซนติเมตร มีดอกย่อยเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ดอกมีขนาดเล็กและไม่มีกลิ่นหอม (บางข้อมูลว่ามีกลิ่นฉุนด้วยเล็กน้อย) ดอกเป็นแบบแยกเพศแต่อยู่ในช่อเดียวกัน ดอกเพศผู้จะอยู่บริเวณปลายช่อ ส่วนดอกเพศเมียจะอยู่บริเวณโคนช่อ (อีกข้อมูลระบุว่าดอกแบบสมบูรณ์จะอยู่โคนช่อ) ไม่มีกลีบดอก มีแต่กลีบเลี้ยงดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกรูปสามเหลี่ยม 5 แฉก มีขนด้านนอก ดอกเกสรเพศผู้มี 10 ชั้น ดอกเมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.6 เซนติเมตร โดยดอกจะออกดอกสองครั้งรอบ 1 ปี คือ ในช่วงฤดูหนาวหลังจากแตกใบใหม่ (เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม) และอีกครั้งในช่วงฤดูฝน (เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม) ผลเป็นผลเดี่ยวในแต่ละผลมีเมล็ด 1 เมล็ด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงรีค่อนข้างแบนเล็กน้อย ผลแข็ง มีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร ผลด้านข้างเป็นแผ่นหรือเป็นสันบาง ๆ นูนออกรอบผล ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองอมเขียว และมีกลิ่นหอม ผิวผลเรียบ ผลเมื่อแห้งจะเป็นสีดำคล้ำ เปลือกผลมีเส้นใย ภายในมีเมล็ดเดี่ยว เมล็ดมีขนาดใหญ่ เหนียว และเปลือกในแข็ง โดยผลจะแก่ในช่วงในช่วงแรกประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน และอีกช่วงหนึ่งประมาณพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่หรือรูปรี แบนป้อมเล็กน้อยคล้ายกับผล เมื่อเมล็ดแห้งจะเป็นสีน้ำตาล แข็ง ภายในมีเนื้อมาก 	""	""	"ใบแก่-นำมาม้วนบุหรี่
ยอดอ่อน-นำมารับประทานกับลาบ
"	เพาะเมล็ด
106	เถาะ คี โซ มิ่ ตี่	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	หัว-ไว้ต้มกิน	""
107	ต่า กุย ต่อ ล่อ	""	กล้วยหอม	Musa × paradisiaca L.	Musa	Musaceae	Accepted	""	""	นิยมปลูกทั่วไป	รากกล้วยหอมทอง เป็นแบบ adventitious root ที่แตกออกจากหน่อ ซึ่งหน่อจะแตกออกจากเหง้า รากมีความยาวได้มากกว่า 5 เมตร แทงลึกลงดินได้ถึง 5-7.5 เมตร กล้วยหอมทองมีลำต้นจริงที่เป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลำต้นเทียมที่อยู่เหนือดินสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียว และมีแถบประสีดำ ด้านในสีเขียวอ่อน และมีเส้นลายสีชมพู ใบกล้วยหอมทองเป็นใบเดี่ยว เป็นแบบขนาน มีก้านใบที่มีร่องค่อนข้างกว้าง และมีปีก เส้นกลางใบมีสีเขียว ใบยาวได้มากถึง 3 เมตร ดอก หรือ ปลี จะแทงออกจากหยวกตรงกลางปลายยอด เมื่อแทงออกช่วงแรกจะตั้งตรง และค่อยๆโค้งงอลงด้านล่าง ก้านเครือมีขนอ่อนปกคลุม ปลีมีรูปไข่ ค่อนข้างแหลมยาว และมีปลายแหลม มีกาบหุ้มด้านนอกสีแดงอมม่วง ด้านในสีแดงซีด ปลีกล้วยหอมทองมีความยาวประมาณ 1-1.5 เมตร กล้วยหอมทองเครือหนึ่งมีประมาณ 6 –10 หวี แต่ละหวีมี 10 – 16 ผล หรือมากกว่าหากดินมีความสมบูรณ์ ผลกว้าง 3 – 4 เซนติเมตร และยาว 21 – 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุก เปลือกบางแต่หนากว่ากล้วยไข่ ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองทอง แต่จุกที่ปลายผลยังเป็นสีเขียว แล้วค่อยเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองเมื่อสุกมาก เนื้อสีเหลืองเข้ม มีรสหวาน และมีกลิ่นหอมแรง	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1/	"ผล-นำมาทำขนม
ใบ-นำมาห่อข้าว
ลำต้น-ทำข้าวหมู หรือใช้ในการทำพิธีกรรมในการมัดมือของชาวกะเหรี่ยง
ยอดอ่อน-สามารถทำเป็นยาแก้อาการปัสสาวะอักเสบ
"	แยกหน่อ
108	ต่า กุย วา	Banana, Cultivated banana   	กล้วยน้ำว้า	Musa × paradisiaca L.	Musa 	Musaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบปลูกทั่วไปทุกภาคของประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศร้อนชื้น และมีสภาพอากาศคงที่ ชอบดินร่วนซุย มีน้ำและอากาศถ่ายเทได้ดี	กล้วยอ่องเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูง 2-4.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 ซม. กาบต้นด้านนอกสีเขียวอ่อน มีประดำบ้าง ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียว ก้านช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป้อม ปลายป้าน ด้านนอกสีแดงอมม่วงมีนวลหนา ด้านในมีสีแดงเข้ม เครือหนึ่งมีประมาณ 7-10 หวี หวีหนึ่ง มี 10-16 ผล ก้านผลยาว เปลือกหนา สุกมีสีเหลืองเนื้อสีขาว รสหวาน ไส้กลางมีสีเหลือง 	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2/	"ผลดิบ-ช่วยรักษาโรคกระเพาะ
ผลสุก-ช่วยให้ขับถ่ายปัสสาวะได้ดี
"	แยกหน่อ
109	หงิ ค่า โป่ล	Common rattan	หวายขม	Calamus rotang L.	Calamus	Arecaceae	Accepted	""	""	พบได้ในป่าทั่วไป เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบชื้น	รากแบบระบบรากฝอย (fibrous root system) รากเป็นรากเกิดใหม่ที่โคนต้น ลำต้นเป็นลำต้นเกี่ยวพันหรือเลื้อยเกาะ เป็นลำต้นแตกกอ (multiple trunk) ลำต้นสามารถแตกหน่อด้านข้างในตำแหน่งใต้ดินหรือใกล้ผิวดินเป็นกอ เป็นกอขนาดเล็ก มีหนามบริเวณลำต้น ลำต้นมีสีเขียวปนน้ำตาล ใบเป็นรูปขนนกเป็นพวง (plumose) รูปใบเรียวแหลม ฐานใบแหลม ใบมีสีเขียวทั้งหลังใบและใต้ใบ ช่อดอกแบบแตกแขนงเป็นช่อดอกเล็กๆ ช่อดอกจะผลิดอกย่อยออกมาจากภายใต้ก้าน ช่อดอกประกอบด้วย ดอกเพศผู้สีเหลืองนวล ดอกเพศเมียสีเหลือง ผลมีลักษณะรูปร่างกลม ขนาด 1-2 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีน้ำตาล	suwit 	http://thaiherb-tip108.blogspot.com/2011/03/blog-post_7337.html	"ลำต้น-ทำอาหารเพื่อให้มีรสชาติขม
ยอดอ่อน-นำมาเคี้ยวกินเป็นยา
"	เพาะเมล็ด
110	เต่อ ทู	""	สลอดเถา มะหลอด	Elaeagnus latifolia L.	Elaeagnus 	Elaeagnaceae	Accepted	""	""	พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร  	"ไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น       5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน  และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว 
"	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=841	"ผล-นำมารับประทานเป็นผลไม้
-ตำน้ำพริก
"	เพาะเมล็ด
111	เต่อ โก	Dish-cloth, Sponge gourd 	บวบ	Luffa cylindrica (L.) M.Roem.	Luffa	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบดินร่วน มีการระบายน้ำดี แสงแดดจัด	บวบเป็นไม้เลื้อยวงศ์เดียวกับแตง ทุกส่วนของต้นมีขนปกคลุม และมีมือเลื้อยเกาะออกตามซอกใบ ใบเดี่ยวเวียนสลับ หยักเว้าเป็นพู 5-7 พู ดอกเดี่ยวสีเหลืองออกตามซอกใบ ผลทรงกระบอกหรือทรงกลม ลักษณะแตกต่างกันหลายรูปแบบ เช่น เป็นเหลี่ยม ผิวเรียบ หรือบิดงอคล้ายงู ภายในบรรจุเมล็ดจำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=333	"ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย
ใบ,-ช่วยทำให้เลือดเย็น
ผล-นำมาทำเป็นอาหาร
"	เพาะเมล็ด
112	หม่อ หนะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-กินแก้ไอ	""
113	เส่ หงิ ตะ แคว	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-ต้มกินเวลาท้องเสีย	""
114	โพ สุย เดาะ	Thorny tree	ชะอม	Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen	Acacia 	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายทั่วไป  ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้	ชะอมเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2542	ยอดอ่อน-นำมาประกอบอาหาร	ปักชำ
115	เซะ โท้ เล	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-รับประทานเป็นผลไม้กินแล้วหวาน 	""
116	ชุ้ย เหล่ ดิ เจาะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ยอดอ่อน-ลวกกินกับน้ำพริก	""
117	บะ เดาะ มิ่	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ดอก-ลวกจิ้มน้ำพริก 	""
118	เบอะ คะ เปย เดาะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-ต้มจิ้มน้ำพริก	""
119	เก่อ ซิ ญ่อ เด ชา	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ทั้งต้น-ยาแก้ปวดเมื่อยตามตัว	""
120	ปื่อ ชิ ละ	Soap pod, Shikakai	ส้มป่อย	Acacia concinna (Willd.) DC.	Acacia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ทั่วไป  พบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี 	"ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย มีหนามตามลำต้น กิ่ง ก้านและใบ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 7-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ช่อดอก ออกที่ซอกใบ เป็นช่อกลม กลีบดอกเป็นหลอด สีนวล ผลเป็นฝัก สีน้ำตาลดำ ผิวย่นขรุขระ ขอบเป็นคลื่น
ในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ส้มป่อยธรรมดา และส้มป่อยหลวง ชุมชนใช้ประโยชน์จากส้มป่อยธรรมดามากกว่า เนื่องจากส้มป่อยหลวงพบไม่มาก
"	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1277	"ราก- ใช้แก้ไขและโรคลำไส้ 
เปลือก-เป็นยาระบายถ่ายเสมหะ
ลำต้น-แก้น้ำตาพิการ
ใบ-รักษาเส้นเอ็นพิการ
ยอดอ่อน-แก้อาการไข้
ดอก-บำรุงธาตุ
"	เพาะเมล็ด ปักชำ
121	เฉะ โพ เกว หง่อ	Crofton weed, Sticky snakeroot	สาบหมา	Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.	Ageratina	Compositae	Accepted	""	""	พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป	พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก	สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)	http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=33608&id=159201	ทั้งต้น-เป็นยาสปาเมื่อไม่สบาย	เพาะเมล็ด
122	เก่อ ลึ ซะ	may chang, Aromatic Litsea	ตะไคร้ต้น	Litsea cubeba (Lour.) Pers.	Litsea	Lauraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบตามพื้นที่โล่งแจ้ง  หรือป่ากำลังฟื้นตัวที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตรขึ้นไป 	จะไค้ต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทุกส่วนของต้นและใบมีกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอกแคบ โคนใบและปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีดอกย่อย 4-6 ดอก ออกตามปลายกิ่ง ผลกลมฉ่ำน้ำ สีเขียวอมเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=658	ผล-ใช้ในการทำอาหารเวลาแกงน่อไม้หรือแกงอย่างอื่น ช่วยให้รสชาติมีความหอมน่ารับประทาน	เพาะเมล็ด
123	เซ  ซะ	Papua New Guinea Oak	ก่อเดือย	Castanopsis acuminatissima (Blume) A. DC.	Castanopsis	Fagaceae	Accepted	""	LC 2018	พบขึ้นตามป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 800-1,400 เมตร	บ่าก่อเดือยเป็นไม้ไม่ผลัดใบขนาดกลาง กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม เปลือกแตกเป็นร่องหรือเป็นสะเก็ดตามยาว ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักห่างๆ ดอกเป็นช่อดอกตามปลายกิ่งหรือง่ามใบ สีเหลืองและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลทรงกลมรวมอยู่บนช่อผล กาบหุ้มผลปกคลุมด้วยหนามสั้นและแข็ง จะแตกเมื่อผลแก่จัด	""	""	ผล-รับประทาน ต้น-ทำเสาบ้าน	เพาะเมล็ด
124	ก่อ ฮอ	Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant	มะเขือขื่น 	Solanum virginianum L.	Solanum 	Solanaceae	Accepted	""	""	พบปลูกทั่วไป  ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี	ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=259	ผล-ใช้ในการทำอาหาร	เพาะเมล็ด
125	เก่อ เพ	Flacourtia, Batoko plum, Govenor's plum, Madagascar plum	ตะขบป่า มะเกว๋น	Flacourtia indica (Burm.f.) Merr.	Flacourtia	Salicaceae	Accepted	""	LC 2019	พบในป่าโปร่งทั่วไป ชอบพื้นที่กลางแจ้ง ทนแล้งและน้ำท่วมขังได้ดี	ไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูง 7-10 เมตร ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาล กิ่งก้านอ่อนห้อยลู่ลง ใบเดี่ยวออกสลับ ใบมีรูปร่างหลายแบบ ทั้งรูปขอบขนานรี รูปไข่ หรือไข่กลับ ช่อดอกแบบกระจะที่ปลายยอด มีดอกย่อย 4-6 ดอก ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่คนละต้น เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ดอกเพศเมียมีกลีบเลี้ยงคล้ายดอกเพศผู้ ผลรูปกลมรี เนื้อเละ เมล็ดจำนวนมาก ผลสุกมีสีดำหรือแดง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=111&view=showone	"ราก-แก้โรคผิวหนัง
ใบ-แก้งูกัดสัตว์ มีพิษกัดต่อย
ผล-รับประทานเป็นผลไม้
"	เพาะเมล็ด
126	เก่อ เหย่	Nypa Palm	จาก	Nypa fruticans Wurmb	Nypa	Arecaceae	Accepted	""	LC 2010	เจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียว มีอินทรียวัตถุสูง และมีน้ำท่วมขัง ชอบแสงแดดจัด	"จัดเป็นปาล์มแตกกอจากลำต้นใต้ดินหรือลำต้นที่เลื้อยไปบนดิน โดยโผล่ก้านใบและตัวใบขึ้นมาอยู่เหนือดิน ลำต้นจะแตกแขนงอยู่ใต้ดินทำให้ขึ้นเป็นกอ ๆ และหลายทอด ต้นจากมีความสูงประมาณ 3 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงข้ามกัน มีใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน มีความกว้างประมาณ 5-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 90-120 เซนติเมตร แผ่นใบหนา ปลายใบมีลักษณะเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม (ลักษณะคล้ายใบมะพร้าว) และเป็นรูปรางน้ำคว่ำ ที่ผิวใบด้านบนมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนผิวใบด้านล่างมีสีนวล ส่วนกาบใบใหญ่ห่อโคนต้น ก้านใบที่แตกใหม่จะเป็นสีม่วงแดง ส่วนโคนใบจะมีกะเปาะอากาศเป็นตัวช่วยพยุงให้ใบชูขึ้นเหมือนชูชีพ ส่วนกาบใบนี้บางครั้งจะเรียกว่า ""พอนใบ"" ส่วนช่อดอกที่แทงออกมาเรียกว่า ""นกจาก"" ดอกมีสีเหลือง ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกแน่นระหว่างกาบใบ ดอกเป็นรูปกลม ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ช่อดอกจะชูตั้งขึ้นและโค้งลง มีความยาวประมาณ 25-65 เซนติเมตร ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ผลอยู่รวมกันเป็นช่อ มีผลย่อยอยู่เป็นจำนวนมากเป็นกระจุกเรียกว่า ""โหม่งจาก"" ลักษณะของผลเป็นรูปทรงไข่กลับ (คล้ายกับผลระกำแต่ไม่มีหนาม) แบนและนูนตรงกลาง ผลมีสีน้ำตาลเรียบเป็นมัน มีความกว้างประมาณ 3-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6.5-7.5 เซนติเมตร ผลมีสันแหลมหรือมีร่องผลประมาณ 9-10 ร่อง ข้างในมีเนื้อเมล็ดสีขาว มีปริมาณของเนื้อไม่มากนัก และใช้รับประทานได้ มีรสชาติคล้ายกับลูกตาลสด ภายในผลมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีขาว "	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81/	หยวก-ต้มจิ้มน้ำพริก	เพาะเมล็ด
127	ป่อ เหม่ ชุย	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ดอก-รับประทาน จิ้มน้ำพริก	""
128	เส่ แกว โจ	Yellow cow wood	ติ้วเกลี้ยง	Cratoxylum cochinchinense (Lour.) Blume	Cratoxylum	Hypericaceae	Accepted	""	LC 1998	พบที่จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู สุมาตรา และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทุกภาค ขึ้นในป่าผลัดใบและไม่ผลัดใบ ความสูงถึงประมาณ 1200 เมตร	"ไม้พุ่มหรือไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 25 ม. ลำต้นและกิ่งเรียบ เกลี้ยง มักมีหนาม ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 3-12 ซม. แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 2-5 มม. ปลายมน แหลม หรือแหลมยาว โคนรูปลิ่ม ช่อดอกมี 1-5 ดอก ออกสั้น ๆ ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 1-3 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 5-7 มม. ปลายมน มีต่อมเป็นริ้วกระจาย ดอกสีชมพูอมแดงหรือส้ม กลีบรูปไข่กลับ ยาว 0.5-1 ซม. มีต่อมกระจาย ปลายกลม ไม่มีเกล็ด มัดเกสรเพศผู้ยาว 4-8 มม. ระหว่างมัดมีเกล็ดหนารูปลิ้นสีเหลือง ยาวประมาณ 3 มม. ก้านชูอับเรณูสั้น รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 2 มม. ผลรูปรี ยาว 0.8-1.2 ซม. กลีบเลี้ยงหุ้มเกินกึ่งหนึ่ง เมล็ดยาว 6-8 มม. รวมปีก
"	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=2465	ลำต้น-ใช้กั้นรั้ว  ทำรั้ว ใช้บรรเทาโรคหิดตามง่ามนิ้วมือ	""
129	หมะ  โคะ หละ	 kaffir lime, Leech lime, Makrut lime, Mauritius papeda	มะกรูด	Citrus hystrix DC.	Citrus	Rutaceae	Accepted	""	""	พบทั่วไป  ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด 	มะกรูดเป็นไม้ยืนต้น สูง 2-8 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียว ใบเดี่ยวรูปค่อนข้างกลม กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 3-8 ซม. ใบและดอกคล้ายมะนาว ก้านใบมีครีบขนาดใหญ่เท่าตัวใบ มีลักษณะคล้ายใบไม้ 2 ใบต่อกัน ส่วนล่างที่ติดต่อกับก้านใบคือหูใบ ใบมีสีเขียวแก่ ผิวใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป มีกลิ่นฉุน ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อสั้น ผลชาวบ้านเรียก “มะกรูด” มีรูปร่างค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ ผิวมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่ว ผลอ่อนสีเขียวเมื่อแก่สีเหลือง ภายในมีเมล็ดที่มีเยื่อเมือกหุ้ม	คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์	http://www.natres.psu.ac.th/FNR/vfsouthern/index.php/2013-10-26-10-11-55/9-uncategorised/135-2014-01-19-10-34-00	"นำเปลือกของมะกรูดมาตากจนแห้งไว้ไล่ยุง
ผล-นำมาสระผมแก้รังแค
ใบ-เอาไว้ทำอาหารเพื่อให้เกิดกลิ่นหอม
"	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง เสียบยอด
130	หน้อ จอ ลอ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ราก-นำมาต้มกับน้ำ ดื่มและอาบแก้อาการปวดเมื่อย	""
131	เต่อ คู	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ผล-เป็นอาหารของกวาง
ลำต้น-สร้างบ้าน
"	""
132	โหม่  โพล	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-รับบประทานใช้แทนหมากไว้กินเล่นๆอยู่ในป่า	""
133	เหงื่อ มิ่ วา	Konjac	บุก	Amorphophallus konjac K.Koch	Amorphophallus	Araceae	Accepted	""	""	จากอินเดีย เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงอินโดนีเซียในที่ชื้นบริเวณชายป่าดงดิบ งอกงามดีในฤดูฝนและยุบตัวในฤดูแล้งเหลือแต่หัวใต้ดิน	ไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ลำต้นอวบน้ำ มีหัวมต้ดินเป็นก้อนใหญ่ สีน้ำตาล ขนาด 15-30 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่คล้ายร่ม ขอบใบหยักเว้าเป็นแฉก ก้านใบกลม สีเขียวด่าง ยาว 150-180 ซม. ดอก เป็นช่อแกน มีใบประดับใหญ่ขอบหยักเป็นลอนคลื่นแผ่หุ้มช่อดอก กว้าง 30-45 ซม. ยาว 30 ซม. ปลายช่อเป็นรูปกรวยคว่ำ ผิวยับเป็นร่อง ดอกเพศผู้อยู่ตอนบน ดอกเพศเมียอยู่ตอนล่าง ดอกมีกลิ่นเหม็นเอียน ผล เป็นผลสด เนื้อนุ่มสีแดง ค่อนข้างกลม ขนาดประมาณ 1.2 ซม. มีจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=965	"ลำต้น-นำมาทำอาหาร
หัว-ไว้ทำอาหารเจ
ใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็ง
"	เพาะเมล็ด เพาะหัว
134	หนะ โต เจ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ราก-นำมาต้มกินเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องอืดแก้โรคกระเพาะ	""
135	ที เต่อ เบย โค้ะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ใบ-นำมาต้มกินแก้ปวดท้อง	""
136	เกาะ ซ่ะ	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	"ผล-รับประทานเป็นผลไม้ในป่ามีสรเปรี้ยว
เปลือก-เป็นยาถ่ายพยาธิในหมู
กลีบดอก-รับประทานได้
"	""
137	เกาะ ที	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	""	ผล-รับประทานเป็นผลไม้ที่อยู่ในป่า มีรสเปรี้ยว	""
