{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"จีนเปิดด่านรถไฟผิงเสียง นำเข้าทุเรียนลำไยผลไม้ไทย 4 มกราคมนี้","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;เปิดเผยวันนี้(1&nbsp;ม.ค.)&nbsp;ว่า&nbsp;จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน&nbsp;ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก&nbsp;ตนได้สั่งการทูตเกษตรเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตนได้หารือเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย</p><p><strong>ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล&nbsp;(ฝ่ายเกษตร)</strong>&nbsp;ของไทยประจำนครกว่างโจว&nbsp;ว่า&nbsp;ด่านรถไฟผิงเสียง&nbsp;(เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง)&nbsp;ประเทศจีนได้เปิดด่านแล้ว&nbsp;โดยกำหนดเปิดนำเข้าผลไม้ไทยตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อคลี่คลายปัญหากรณีด่านตงซิง&nbsp;(เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&nbsp;ประเทศจีน)&nbsp;ปิดด่าน&nbsp;ทําให้ทุเรียนและลําไยสดของประเทศไทยที่มีปริมาณมากต้องติดค้างอยู่ที่ด่านตงซิงซึ่งไม่สามารถยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรเข้าประเทศจีนได้&nbsp;ทางการจีนจึงประสานเป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝ่ายเกษตรฯ&nbsp;กว่างโจวแจ้งมายังหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อํานวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการผลไม้ทําการเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชในช่วง&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สินค้าผลไม้ไทยจะได้ยื่นคําร้องขอผ่านพิธีการศุลกากรผ่านด่านรถไฟผิงเสียงเพื่อขนส่งเข้าประเทศจีนได้</p><p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ส่งออกต้องรีบยื่นขอเปลี่ยนแปลงใบรับรองสุขอนามัยพืชจากด่านตงชิงเป็นด่านรถไฟผิงเสียงและต้องระมัดระวังอย่าให้มีการปนเปื้อนโควิด-19&nbsp;ทั้งคนขับ&nbsp;รถและสินค้าเพราะถ้าพบทางการจีนจะปิดด่านทันทีจึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันเข้มงวดกวดขันอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>จากสถิติการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีน&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;เดือนมกราคม-ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน&nbsp;มีปริมาณกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;148,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยปริมาณการส่งออกผลไม้สูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลำไย&nbsp;และมะพร้าวอ่อน&nbsp;ตามลำดับแต่เริ่มประสบปัญหาการขนส่งผลไม้ติดขัดตามด่านต่างๆ&nbsp;ของจีนในช่วงปลายปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101193830354"],
    [2,"ปศุสัตว์แพร่ ฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;ในหลักสูตร&nbsp;การฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;และกฎหมายลำดับรอง&nbsp;เพื่อการเตรียมความพร้อมต่อใบอนุญาต&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;นายชัยรัตน์&nbsp;บัวเลิศ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มฯ&nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรชี้แจงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;และกฎหมายลำดับรอง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อใบอนุญาต&nbsp;ให้แก่ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;38&nbsp;แห่ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ทั้งนี้&nbsp;เพื่อชี้แจงให้ผู้ประกอบการฆ่าสัตว์รับทราบและเข้าใจแนวปฏิบัติตามกฎหมาย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;และเตรียมความพร้อมในการต่อใบอนุญาตประกอบกิจการฆ่าสัตว์&nbsp;รวมถึงพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;ณ&nbsp;สนามชนโคบ้านกาซ้อง&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102113800491"],
    [3,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจสอบสถานที่ เพื่อประกอบการขออนุญาตให้ใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบการขออนุญาตใช้สถานที่เล่นการพนันชนไก่และกัดปลา&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ตรวจสอบสถานที่&nbsp;และกลั่นกรองข้อมูลให้เป็นไปตามระเบียบ&nbsp;กฎหมาย&nbsp;เพื่อประกอบการพิจารณาขออนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันชนไก่&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามชนไก่บ้านนาหว้า&nbsp;เลขที่&nbsp;173&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;</strong>การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายนายวิลิต&nbsp;แสงสุวรรณ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;186&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัวที่บ้านหัวนายูง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102141717586"],
    [4,"ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ส่งความสุขปีใหม่ โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน รวมถึงการจำหน่ายพันธุ์ต้นไม้ในราคาถูก เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชน ซื้อไปปลูกไว้กินเองหรือเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้","<p><strong>ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นางวรรณา&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;ผ็อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&nbsp;โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;จุดนิทรรศการ&nbsp;การเรียนรู้&nbsp;การผลิตขยายพันธุ์พืช&nbsp;การผลิตกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;จุดเชคอินแปลงท่องเที่ยวพันธุ์ไม้ต่างๆ&nbsp;&nbsp;และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;ตันพันธุ์พริกเดือยไก่&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;มะละกอ&nbsp;ต้นพันธุ์กระท่อม&nbsp;แม่พันธุ์แหนแดง&nbsp;โดยแจกให้กับประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนรับฟรีต้นไม้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการพันธุ์ต้นไม้ในราคาถูก&nbsp;เช่น&nbsp;พริกพันธุ์เดือยไก่&nbsp;บรรจุถาดหลุม&nbsp;ขนาด&nbsp;104&nbsp;หลุม</strong>&nbsp;ราคา&nbsp;150&nbsp;บาทต่อถาด&nbsp;มะละกอฮอลแลนด์&nbsp;ถุงเพาะชำขนาด&nbsp;&nbsp;3x6&nbsp;นิ้ว&nbsp;&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;5&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;บรรจุถาดหลุม&nbsp;ขนาด&nbsp;104&nbsp;หลุม&nbsp;ราคา&nbsp;150&nbsp;บาทต่อถาด&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;ไม้นิ้ว/ไม้ขาด&nbsp;ล้างราก&nbsp;ราคา&nbsp;5&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;เมือเขือยาว&nbsp;บรรจุถาดหลุม&nbsp;ขนาด&nbsp;104&nbsp;หลุม&nbsp;&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;150&nbsp;บาทต่อถาด&nbsp;&nbsp;กล้วยหอมทอง&nbsp;กล้วยน้ำว้า&nbsp;กล้วยหิน&nbsp;ถุงเพาะชำขนาด&nbsp;&nbsp;3x6&nbsp;นิ้ว&nbsp;ราคา&nbsp;15&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการส่งความสุขปีใหม่&nbsp;โดยการเปิดบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร</strong>&nbsp;และแจกฟรีต้นไม้ให้กับประชาชน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;รับต้นไม้และซื้อต้นไม้ไปปลูกกันเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102173607638"],
    [5,"คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ศึกษาดูงานรับทราบปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ ที่จังหวัดจันทบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;ประเสริฐสุวรรณ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้นำคณะ&nbsp;ฯ&nbsp;ลงพื้นที่รับทราบปัญหาราคาผลไม้&nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ&nbsp;ที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนสมาคม&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมนำเสนอข้อมูล&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ&nbsp;คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จะรับทราบ&nbsp;รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์&nbsp;หากเป็นปัญหาใหญ่จะสรุปประเด็นนำเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;แต่ถ้าหากเป็นประเด็นที่อยู่ในวิสัยที่คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎรสามารถประสานผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาก็จะรีบดำเนินการทันที&nbsp;เพื่อให้การส่งออกผลไม้ของเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีได้เป็นไปอย่างราบรื่นเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและนำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>และในช่วงบ่ายคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมและรับทราบปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนลำไย&nbsp;ที่สวนของ&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;จันทรส&nbsp;นายกสมาคมชาวสวนลำไย&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104111252087"],
    [6,"ชาวนาออกหาขุดปูนาขายตัวละ 1 บาท สร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นาข้าวของชาวบ้านใน&nbsp;ต.คอนฉิม&nbsp;อ.แวงใหญ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;พบว่ามีชาวบ้านจากอำเภอติดกัน&nbsp;พากันมาขุดปูนาในพื้นที่นาข้าวที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว&nbsp;</strong>โดยพบว่าชาวบ้านต่างเตรียมอุปกรณ์ในการขุดปูนามาครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่เสียมสำหรับขุดดิน&nbsp;คุถังใส่ปู&nbsp;ขวดน้ำสำหรับเทใส่ดินหากดินแข็งเพื่อให้ขุดง่าย&nbsp;โดยชาวบ้านที่มาขุดปูนาในวันนี้ต่างยิ้มแย้มขุดหาปูนาท่ามกลางลมพัดเย็นสบาย&nbsp;และสามารถขุดหาปูได้ไปกันเป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางศิริขวัญ&nbsp;แวมประชา&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;60&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านหนองงู&nbsp;ต.ห้วยแก&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น</strong>&nbsp;ชาวบ้านที่มาขุดปูนากับเพื่อนๆ&nbsp;ในหมู่บ้านเดียวกัน&nbsp;บอกกับผู้สื่อข่าวว่า&nbsp;ปูนาที่หาได้ในช่วงนี้จะเป็นปูนาที่มีมันมาก&nbsp;นำไปทำอาหารจะอร่อยที่สุด&nbsp;ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;ปีจะมีเพียง&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยในวันนี้ได้ตื่นเช้าออกมาขุดปูพร้อมกับเพื่อนบ้านโดยตระเวนหาตามพื้นที่นาของชาวบ้าน&nbsp;และขออนุญาตเจ้าของที่เข้าไปขุด&nbsp;หากอนุญาตก็จะเข้าไปขุดรูปูโดยรูปูนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มาก&nbsp;บางรูก็ขุดลึกถึงเจอ&nbsp;บางรูก็ขุดลงไปไม่ลึกก็ได้ปูนาตัวโตมาแล้ว&nbsp;โดยตนเองนั้นจะนำไปทำอาหารกินร่วมกับครอบครัว&nbsp;ซึ่งเมนูจากปูนานั้นมีหลากหลายวิธีการทำ&nbsp;ทั้งการนำไปย่างไฟ&nbsp;ป่นปูนา(เอาไปทำแล้วปรุง)&nbsp;ดองใส่ส้มตำ&nbsp;อ๋อปูนา&nbsp;ซึ่งวิธีทำคือขูดเนื้อจากกระดองปูรวมทั้งมันปู&nbsp;นำไปใส่หม้อปรุงรสชาติที่ต้องการ&nbsp;ใส่ผักชีลาว&nbsp;ผักอีตู่หรือผักแมงลัก&nbsp;ทานร่วมกันข้าวเหนียวร้อนๆ&nbsp;รับประกันความหอมของปู&nbsp;ความมันจากมันปู&nbsp;และความอร่อยจากวัตถุทั้งหมด&nbsp;ซึ่งส่วนตัวชื่นชอบเมนูอ๋อปูเพราะมีรสชาติที่ถูกปาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางศิริขวัญ&nbsp;บอกอีกว่า&nbsp;ปูนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาแล้ว&nbsp;ก็จะออกหาขุดปูนา&nbsp;</strong>ซึ่งจะเป็นปูที่มีมันเยอะกว่าช่วงอื่นๆ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จะมี&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ที่จะขุดปูมันมาประกอบอาหาร&nbsp;นอกจากนำไปทำอาหารแล้ว&nbsp;หากได้ปูเยอะก็จะนำไปขายให้กับชาวบ้านเพียงตัวละ&nbsp;1&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยการออกหาปูนานั้นเป็นวิถีชีวิตชาวนาที่พอหลังฤดูเกี่ยวข้าวแล้วก็จะออกหาปูหาปลาในนาที่น้ำแห้งขอดไป&nbsp;ปูก็จะอาศัยอยู่ในรูเพื่อจำศีลตามวงจรชีวิต&nbsp;ทำให้คนอีสานสามารถมีอยู่มีกินตามธรรมชาติได้ทุกฤดูกาลด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104125811139"],
    [7,"ขานรับนโยบายรัฐบาล แก้ปัญหาภัยแล้ง ประหยัดน้ำ ทางรอดต้านแล้ง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;การบริหารจัดการน้ำและการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ&nbsp;ขานรับนโยบายแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้งประเทศไทยของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ด้วยการจัดทำโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;ทางรอดต้านแล้ง&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำเพื่อชาติ&nbsp;นำเสนอภายใต้แนวคิด&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;บริจาคน้ำ&nbsp;เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&nbsp;ก่อนภาวะวิกฤติภัยแล้งจะมาถึงกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษาและประชาชนทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>การรณรงค์จะนำเสนอผ่านเพลงและมิวสิควิดีโอเพลง&nbsp;Save&nbsp;Water</strong>&nbsp;หรือเพลง&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น&nbsp;สำหรับแนวทางด้านการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการได้แก่&nbsp;มาตรการที่&nbsp;1&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;เพื่อเป็นน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;2&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;พร้อมทั้งสํารวจ&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;พื้นที่ที่มีศักยภาพ&nbsp;ที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;มาตรการที่&nbsp;3&nbsp;กําหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&nbsp;รวมทั้งติดตามกํากับให้เป็นไปตามแผนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;พร้อมจัดทําทะเบียนผู้ใช้น้ำ&nbsp;มาตรการที่&nbsp;4&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นอันดับแรก&nbsp;มาตรการที่&nbsp;5&nbsp;เตรียมน้ำสํารองสําหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;6&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;มาตรการที่&nbsp;7&nbsp;ติดตามประเมินผล&nbsp;เพื่อให้ผลการดําเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;และมาตรการที่&nbsp;8&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ให้ทุกภาคส่วน&nbsp;เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กําหนดไว้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;และร่วมแรงร่วมใจกันประหยัดน้ำ&nbsp;ใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104142258200"],
    [8,"ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 6.78 พันล้านบาท จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ.2569 และนครราชสีมา พ.ศ.2572","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;วงเงินงบ&nbsp;4,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;6,781&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาด้านพืชสวนของไทย&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจด้านธุรกิจการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออกผลผลิตการเกษตรและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการต่อยอดการวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกำหนดยื่นประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในพื้นที่&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569</strong>&nbsp;&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&nbsp;ตำบลกุดสระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;รวม&nbsp;1,030&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&nbsp;134&nbsp;วัน&nbsp;(ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570)&nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;20&nbsp;ประเทศ&nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&nbsp;B&nbsp;หรือ&nbsp;International&nbsp;Horticultural&nbsp;Exhibition&nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&nbsp;250,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&nbsp;3-6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>งานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572</strong>&nbsp;(ระดับ&nbsp;A1)&nbsp;วงเงินงบ&nbsp;4,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา&nbsp;ตำบลเทพาลัย&nbsp;อำเภอคง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;รวม&nbsp;678&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&nbsp;2.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&nbsp;110&nbsp;วัน&nbsp;(ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2572&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2573)&nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;30&nbsp;&nbsp;ประเทศ&nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&nbsp;A1&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Horticultural&nbsp;Exposition&nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&nbsp;500,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ประเทศ</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก</strong>&nbsp;เป็นงานมหกรรมจัดแสดงพืชสวนกลางแจ้ง&nbsp;โดยมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์&nbsp;และมีภาคีสมาชิกรวม&nbsp;65&nbsp;ประเทศ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2549&nbsp;(ระดับ&nbsp;A1)&nbsp;และปี&nbsp;พ.ศ.2554&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104162113327"],
    [9,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน เพราะอาจเปียกชื้นและเสียหายได้ รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราแป้ง ในพืชไร่ พืชสวน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงยังปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&nbsp;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;-&nbsp;ในระยะนี้จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า</strong>&nbsp;กับมีลมแรง&nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน&nbsp;อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;เกษตรกรไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งข้ามคืน&nbsp;เพราะอาจเปียกชื้นและเสียหายได้&nbsp;รวมทั้งควรระวังและป้องกันโรคราแป้ง&nbsp;ในพืชไร่&nbsp;พืชสวน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104155759303"],
    [10,"เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (เครือข่าย) ตำบลบ้านควน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(เครือข่าย)&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ม.6&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นางพูลสุข&nbsp;พิทยาสุนทร&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแบ่งเป็นสวนยางพารา&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;นาข้าว&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ผักและไม้ยืนต้น&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;อาคารผลิตปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;และกิจกรรมประมงประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ปัจจุบันนางพูลสุข&nbsp;พิทยาสุนทร&nbsp;ได้นำผลผลิตเกษตร</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน่อไม้&nbsp;พริก&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;ผักเหรียง&nbsp;และผักต่างๆ&nbsp;ในตลาดเกษตรกร&nbsp;(หน้าจวนผู้ว่าราชการ)&nbsp;ทุกวัน&nbsp;อังคารและศุกร์ของสัปดาห์&nbsp;รายได้เฉลี่ยอาทิตย์ละ&nbsp;2,000&nbsp;-&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;และได้จำหน่ายปุ๋ยชีวภาพให้แก่การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(สาขาเมืองตรัง)&nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&nbsp;พร้อมทั้งมอบป้าย&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;ศดปช.)&nbsp;ประจำตำบลบ้านควน&nbsp;เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;และแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และอินทรีย์แก่เกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104165542356"],
    [11,"การต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ประจำปี 2565","<p><strong>แจ้งการต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ที่อ้างถึง&nbsp;ในหมวด&nbsp;1&nbsp;มาตรตรา&nbsp;8&nbsp;ได้ระบุว่า&nbsp;ภายในสามสิบวัน&nbsp;นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน&nbsp;ให้วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป&nbsp;แจ้งให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบตามวิธีที่คณะกรรมการกำหนด&nbsp;</p><p><strong>วิสาหกิจชุมชนใดไม่แจ้งความประสงค์ตามวรรคหนึ่งเป็นเวลาสองปีติดต่อกัน&nbsp;</strong>ให้กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีหนังสือเตือน&nbsp;ให้วิสาหกิจชุมชนนั้นแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน&nbsp;ถ้าไม่มีการแจ้งตามคำเตือนดังกล่าว&nbsp;ให้กรมส่งเสริมการเกษตรถอนชื่อออกจากทะเบียน&nbsp;และกรมส่งเสริมการเกษตรได้เปิดรับจะทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2548&nbsp;เป็นต้นมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ให้ดำเนินการต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ให้เป็นไปตามพระราชกำหนด&nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการยื่นขอต่อทะเบียนของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้&nbsp;ตามลิงค์ด้านล่างนี้&nbsp;&nbsp;http://www.sceb.doae.go.th/ext65.htm</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105072447430"],
    [12,"หารือมาตรการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรแพง หยุดส่งออกในระยะสั้น","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังหารือการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรในประเทศปรับสูงขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรภายในประเทศปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;มีผู้ประกอบการรวม&nbsp;190,000&nbsp;ราย&nbsp;สามารถผลิตสุกรประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านตัว/ปี&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่&nbsp;&nbsp;มีปริมาณสุกรมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัว&nbsp;และอีก&nbsp;180,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเลี้ยงสุกรรายเล็ก&nbsp;รายย่อย&nbsp;</p><p><strong>โดยเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบเกิดโรคระบาดในสุกร</strong>&nbsp;โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ทำให้ไทยต้องใช้มาตรการเข้มข้นในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง&nbsp;ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;ยารักษาโรคในสุกรปรับสูงขึ้น&nbsp;เกษตรกรจำนวนหนึ่งจึงปรับแผนลดการผลิตสุกรขุนลง&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณสุกรในประเทศลดลง&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;ปัจจุบัน</strong>&nbsp;รัฐบาลไทยสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุม&nbsp;ยับยั้งการระบาดของโรคในสุกรได้อย่างดีเยี่ยม&nbsp;ส่งผลให้สุกรไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทำให้ราคาเนื้อหมูสดภายในประเทศปรับราคาสูงขึ้น</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรภายในประเทศ</strong>&nbsp;จึงได้สั่งการมายังกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ให้เร่งติดตามและแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ&nbsp;อย่างเร่งด่วนทั้งในระยะสั้น&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;และในระยะกลาง&nbsp;-&nbsp;ยาว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการที่เลี้ยงสุกรทุกขนาด&nbsp;ให้กลับมาประกอบอาชีพ&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ในครัวเรือนและสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศ&nbsp;โดยตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อที่จะหยุดการส่งออกสุกรในทันที&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในระยะกลาง&nbsp;-&nbsp;ยาวนั้น</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์จะเริ่มส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม&nbsp;ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม&nbsp;เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง&nbsp;โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาสนับสนุน&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ&nbsp;โดยคาดว่าภายใน&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น&nbsp;และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;ยังเตรียมหารือมาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ&nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ&nbsp;8&nbsp;ล้านตัน&nbsp;แต่มีกำลังการผลิตเพียง&nbsp;4&nbsp;ล้านตัน/ต่อปี</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ยังได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งเตรียมการสำรวจพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;และมีความเสี่ยงจากโรคระบาด&nbsp;เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่ในการผลักดัน&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;Sandbox&nbsp;หรือเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ&nbsp;ส่งเสริมการนำเข้า&nbsp;การผลิตส่งออกสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ตามโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยด่วน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105111213492"],
    [13,"ชู ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี GI สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและรายได้สู่ชุมชน","<p><strong>นายนพดล&nbsp;ศรีพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;12&nbsp;นครสวรรค์</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี&nbsp;เป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน&nbsp;ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2555&nbsp;ด้วยเอกลักษณ์ของเนื้อปลาที่นุ่ม&nbsp;แน่น&nbsp;และรสชาติหวานอร่อย&nbsp;นิยมนำไปทำเป็นเมนูรับประทานกันในงานเลี้ยงโต๊ะจีน&nbsp;และร้านอาหารในจังหวัด&nbsp;ประกอบกับการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของผู้ประกอบการในท้องถิ่น&nbsp;ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและนำรายได้มาสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างมูลค่า&nbsp;ทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ตลาด</strong>&nbsp;ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะจำหน่ายภายในจังหวัดเป็นหลัก&nbsp;โดยผลผลิตร้อยละ&nbsp;94&nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้าในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมารับซื้อถึงกระชังเลี้ยงปลาเพื่อส่งต่อไปยังร้านอาหาร&nbsp;โต๊ะจีนในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ส่วนผลผลิต&nbsp;ที่เหลืออีกร้อยละ&nbsp;6&nbsp;เกษตรกรนำไปจำหน่ายด้วยตนเองที่ตลาดสด&nbsp;และบางส่วนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายสนับสนุนด้านการแปรรูปด้านการตลาด&nbsp;ตลอดจนมาตรฐานของสินค้าเพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภครวมถึงเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกรขายผ่านตลาดออนไลน์มากขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรที่เลี้ยงปลาแรด&nbsp;GI&nbsp;</strong>จะประสบปัญหาผลผลิตลดลง&nbsp;เนื่องจากสภาวะภัยแล้งตั้งแต่กลางปี&nbsp;2563&nbsp;มาจนถึงช่วงกลางปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาน้ำท่วมช่วงเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;ส่งผลให้ปลาแรดบางส่วนที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโตตาย&nbsp;ซึ่งหากสถานการณ์น้ำเป็นไปในทิศทางที่ดี&nbsp;คาดว่าผลผลิตรุ่นต่อไปจะเพิ่มมากขึ้น&nbsp;สำหรับแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี&nbsp;จะเน้นด้านการผลิตและการตลาด&nbsp;มีการจัดการข้อมูลผู้ผลิต&nbsp;ปริมาณการผลิตและคู่ค้า&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรและตลาด&nbsp;รวมถึงการวางแผนการผลิตเพื่อรองรับปริมาณความต้องการสินค้าได้ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105162059730"],
    [14,"เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมฐานเรียนรู้พื้นที่นำร่องการปลูกกัญชาทางการแพทย์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;เยี่ยมฐานเรียนรู้การปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลอ่าวตง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;การปลูกกัญชาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำการเกษตรบ้านห้วยใหญ่อ่าวตง&nbsp;</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรือนปลูกกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตปลูกถูกกฎหมายแห่งแรกและแห่งเดียวในตำบลอ่าวตง&nbsp;&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและสามารถนำร่องปลูกกัญชาทางการแพทย์ได้ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะใช้เพื่อเป็นทางเลือกในการบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังเป็นการสร้างงาน&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;&nbsp;เป็นจุดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้ามาเยี่ยมชมหรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้ที่ผู้ใหญ่บุญรอด&nbsp;บุญช่วย&nbsp;เบอร์โทร&nbsp;089-289-3900&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105153109660"],
    [15,"ประธาน กมธ.วิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ลงพื้นที่แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;โฉนดเลขที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ตำบลวัดยม&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;และคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;เดินทางมาเพื่อศึกษาเรียนรู้และเยี่ยมชมสถานที่&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;แนวพระราชปณิธานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ&nbsp;พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;สร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณกับชาวไทยมาอย่างยาวนาน&nbsp;พร้อมร่วมกิจกรรมการปักดำข้าวและปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด&nbsp;ผู้บริหารภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;แห่งนี้&nbsp;มีพระนาม&nbsp;สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์&nbsp;</strong>ทรงถือกรรมสิทธิ์&nbsp;เป็นโฉนดเลขที่&nbsp;1&nbsp;เลขที่ดิน&nbsp;117&nbsp;ระวาง&nbsp;17ต&nbsp;3&nbsp;อ&nbsp;ตำบลบ้านแป้ง&nbsp;อำเภอพระราชวัง&nbsp;แขวงเมืองกรุงเก่า&nbsp;เมืองกรุงเก่า&nbsp;(จังหวัดพระนคร&nbsp;ศรีอยุธยาในปัจจุบัน)&nbsp;เนื้อที่&nbsp;89&nbsp;&nbsp;1&nbsp;&nbsp;52&nbsp;ไร่&nbsp;ออกเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;ร.ศ.&nbsp;120&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2444)&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;ได้รับโอนมาจากกระทรวงการคลัง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2533&nbsp;เนื้อที่รังวัดปัจจุบัน&nbsp;91&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;99&nbsp;ตารางวา</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ดำเนินงานการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;แนวพระราชปณิธานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ&nbsp;พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;สำหรับที่ดินผืนนี้มีพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น&nbsp;จะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัทไทยฮา&nbsp;Intelligence&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;บริษัทคูโบต้า&nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยได้ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าที่ดินโฉนดแห่งนี้&nbsp;น่าจะเป็นที่ดินผืนดินอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นผืนที่ดินที่มีประชาชนเข้ามาประกอบอาชีพอยู่แล้ว&nbsp;โดยเพิ่มคุณค่าด้วยการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยพัฒนาให้ชีวิตความเป็นอยู่การทำงานด้านเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้ดีขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะทำเป็นโครงการนำร่องสำหรับการศึกษาเรียนรู้</strong>&nbsp;สิ่งที่หวังมากกว่าการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;คือ&nbsp;ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมให้ได้&nbsp;ซึ่งพี่น้องเกษตรกรทั้ง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ได้ตกลงที่จะร่วมมือช่วยกันพัฒนาพื้นที่ผืนนาแปลงนี้&nbsp;โดยเฉพาะความร่วมมือในการนำเทคโนโลยีเข้ามาของภาคเอกชน&nbsp;จะทำให้ผลผลิตของเกษตรกรดีขึ้น&nbsp;มีตลาดรองรับการจำหน่ายผลิตผล&nbsp;อีกทั้งยังได้พัฒนาที่ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีเกษตรของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&nbsp;ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำขึ้นในลำดับต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105154318675"],
    [16,"กรมปศุสัตว์ หาแนวทางเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง","<p><strong>นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร&nbsp;เพื่อหาแนวทาง&nbsp;มาตรการเพิ่มกำลังผลิตสุกรขุนเพื่อแก้ปัญหาเนื้อสุกรราคาสูง&nbsp;ที่ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อมาตรการคุมเข้มโควิด-19&nbsp;ผ่อนคลาย&nbsp;ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น&nbsp;หากร่วมกับปัจจัยที่มีปริมาณการเลี้ยงลดลง&nbsp;อีกสาเหตุที่ทำให้ปริมาณหมูในปี&nbsp;2564&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;จากที่ผลิตได้ปีละ&nbsp;20&nbsp;ล้านตัวเหลือ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัว&nbsp;โดยส่งออก&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;คงเหลือบริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;จึงทำให้ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดจะส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;ซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อไม่ให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงซึ่งมั่นใจว่า&nbsp;มาตรการสนับสนุนต่างๆ&nbsp;จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคซึ่งจะขอความร่วมมือผู้เลี้ยงรายกลางและรายใหญ่ให้ผลิตลูกหมูให้รายย่อยและรายเล็กไปเลี้ยง&nbsp;ทั้งยังมีการสนับสนุนการเลี้ยงโดยจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในโครงการสานฝันสร้างอาชีพอีกด้วย</p><p><strong>นายภวพรรธน์&nbsp;ปฐมโพธิวัฒน์&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายผลิต&nbsp;ลิ้มไพบูลย์ฟาร์ม&nbsp;(สะพานหิน)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นฟาร์มขนาดกลาง&nbsp;มีการจัดการฟาร์มที่ดี&nbsp;เป็นระบบปิด&nbsp;มีมาตรการระบบป้องกันทางชีวภาพ&nbsp;มีสุกรประมาณ&nbsp;2,500&nbsp;แม่&nbsp;จำหน่ายสุกรขุน&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;มีโรงผสมอาหารเอง&nbsp;มีโรงฆ่าสุกรมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;มีร้านค้าขายเนื้อสุกรเองอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105160652708"],
    [17,"นายกรัฐมนตรี สั่งการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับให้เร่งติดตามกรณีปัญหาราคาเนื้อหมูที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งหารือเพื่อดูแลแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกรแพงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ได้เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยแนวทางคือชะลอการส่งออกสุกร&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;เพื่อทำให้ราคาของเนื้อสุกรในตลาดลดต่ำ&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือ&nbsp;ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง&nbsp;ตรึงราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง&nbsp;และขอความร่วมมือผู้ค้า&nbsp;อย่าเพิ่งฉวยโอกาสจำหน่ายราคาเนื้อสุกรที่แพงเกินสมควร&nbsp;ทั้งนี้คาดว่าภายใน&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น&nbsp;และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับระยะกลาง-ยาวนั้น&nbsp;รัฐบาลจะมุ่งเน้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ให้กรมปศุสัตว์ส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิม&nbsp;ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;มีการขึ้นทะเบียนฟาร์มสุกรกับผู้เลี้ยงรายเล็ก-ย่อยมากขึ้น&nbsp;เพื่อเฝ้าติดตาม&nbsp;ควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และบำบัดโรคในสุกร&nbsp;นอกจากนี้ยังจะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกหมูเพิ่ม&nbsp;เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง&nbsp;โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาสนับสนุน&nbsp;เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการเร่งหารือกับภาคการเกษตรและการส่งออก-นำเข้า&nbsp;เพื่อหามาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;และจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ&nbsp;8&nbsp;ล้านตัน&nbsp;แต่มีกำลังการผลิตเพียง&nbsp;4&nbsp;ล้านตัน/ต่อปี</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เป็นห่วงเรื่องราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยได้เร่งให้มีการติดตามและออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อให้เกิดการบูรณาการในแก้ปัญหาหมูแพง&nbsp;รวมทั้งราคาสินค้าแพงอื่นๆ&nbsp;ด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105203647840"],
    [18,"คุมเข้มแผนจัดสรรน้ำในช่วงแล้งปีนี้ เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภคต้องเพียงพอ ด้านการเกษตรให้เพาะปลูกได้ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;57,757&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของความจุอ่างรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้&nbsp;33,639&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;7,557&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;3.59&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;56&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;2.51&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;89&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;พิจารณาเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐบาล&nbsp;โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ด้านคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์น้ำและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดแล้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105200212826"],
    [19,"โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by agri-map)   ปีงบประมาณ 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานประชุมประชาคมเพื่อออกแบบโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;agri-map)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลโนนงาม&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยให้ความรู้และแนวทางในการดำเนินงานการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;และการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;</strong>เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวเพื่อทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่เกษตรกรในอนาคต&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106084805864"],
    [20,"รัฐบาล กำหนดมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง สั่งห้ามส่งออกชั่วคราว ช่วยลดต้นทุน เร่งกระจายพันธ์ุ","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง&nbsp;จากปริมาณสุกรที่ลดลง&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงสุกรปรับสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้เนื้อหมูปัจจุบันมีราคาสูงมาก&nbsp;ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้หารือร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่&nbsp;โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;ตัวเลขเบื้องต้นในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด&nbsp;ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัว&nbsp;บริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;</p><p><strong>การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์&nbsp;</strong>โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี&nbsp;การจัดสินเชื่อพิเศษของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ&nbsp;การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น&nbsp;การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร&nbsp;เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&nbsp;โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว</p><p><strong>มาตรการระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;การขยายกำลังผลิตแม่สุกร&nbsp;สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์&nbsp;ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>มาตรการระยะยาว&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;จะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด&nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106105512924"],
    [21,"ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อมให้เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้  เพื่อส่งเสริมนำร่องให้เกษตรกรในชุมชนปลูก ทั้งแบบกลุ่มผลเล็ก ผลกลาง และผลใหญ่ ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อมให้เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;เพื่อส่งเสริมนำร่องให้เกษตรกรในชุมชนปลูก&nbsp;ทั้งแบบกลุ่มผลเล็ก&nbsp;ผลกลาง&nbsp;และผลใหญ่&nbsp;โดยผลเล็กส่งให้&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;ผลิตยาแก้ไอสำหรับใช้ในโรงพยาบาลของรัฐ&nbsp;ผลกลาง&nbsp;และผลใหญ่จำหน่ายให้พ่อแม่ค้า&nbsp;และกลุ่มแปรรูปเป็นมะขามป้อมดอง&nbsp;มะขามป้อมแช่อิ่ม</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ได้จัดทำแปลงปลูกและพัฒนาสายพันธุ์มะขามป้อม</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยาแผนโบราณ&nbsp;และยาแก้ไอ&nbsp;โดยการใช้ผลมะขามป้อมกลุ่มผลเล็ก&nbsp;ซึ่งมีคุณสมบัติทางยา&nbsp;มาตากแห้งและส่งขายให้กับ&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กลางผลิตยาแก้ไอให้&nbsp;รพ.ของรัฐ&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เพื่อใช้ในการรักษากับผู้ป่วยใน&nbsp;รพ.ของรัฐ&nbsp;และผลใหญ่ส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;โดยจุดเด่นของมะขามป้อมที่ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรังพัฒนาสายพันธุ์ออกมาได้&nbsp;คือ&nbsp;ผลดก&nbsp;มีขนาดผลใหญ่&nbsp;ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง&nbsp;เน้นการทำความสะอาดโคนต้น&nbsp;และร่องสวนให้เตียนตลอดเวลาเพื่อป้องกันแมลง&nbsp;หนอนเจาะลำต้นและผล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสุมาลี&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ได้รวบรวมพันธุ์มะขามป้อม&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;จังหวัดในภาคกลาง&nbsp;เนื่องจากในภาคกลางมะขามป้อมจะลูกใหญ่กว่ามะขามป้อมภาคใต้&nbsp;โดยนำต้นพันธุ์มาปลูกในแปลงทดสอบพันธุ์&nbsp;และตอนนี้ทางศูนย์ฯ&nbsp;ได้ทำการทดลองปลูกในพื้นที่ได้สำเร็จจนได้สายพันธุ์&nbsp;ที่เป็นพันธุ์แนะนำของศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มตามน้ำหนักต่อผล&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มผลเล็ก&nbsp;น้ำหนักไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;กรัม&nbsp;ผลกลาง&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;11-19&nbsp;กรัม&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;20&nbsp;กรัม&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;โดยผลเล็กและผลกลาง&nbsp;ทางศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;จะส่งขายให้&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;เพื่อผลิตเป็นยาแก้ไอ&nbsp;ซึ่งมีความต้องการสูง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;รพ.ห้วยยอด&nbsp;เป็นแหล่งผลิตยาแก้ไอส่งมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐในทุกจังหวัด&nbsp;และเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้ส่งเสริมให้ประชาชนนำเอาต้นพันธุ์ไปปลูกเพื่อให้พืชเศรษฐกิจตัวใหม่&nbsp;ตอนนี้ได้ส่งเสริมไปแล้ว&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงละ&nbsp;15&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งแปลงส่งเสริมจะให้ปลูกทั้งกลุ่มผลเล็ก&nbsp;และกลุ่มผลใหญ่&nbsp;ผลเล็กจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยา&nbsp;ส่วนผลใหญ่ใช้เพื่อการแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;ดอง&nbsp;และแช่อิ่ม&nbsp;ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้สูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่ขายผลสดได้เพียงกิโลกรัมละ&nbsp;30-50&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากจะส่งขายให้&nbsp;รพ.ห้วยยอดแล้ว&nbsp;ยังมีผู้สนใจมารับผลสดไปจำหน่ายด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>มะขามป้อมมีลักษณะเป็นพืชป่า&nbsp;ดูแลง่าย&nbsp;ช่วงก่อนติดดอกให้ปุ๋ยสูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;</strong>ช่วงติดผลให้ปุ๋ยสูตร&nbsp;13-13-21&nbsp;เพื่อบำรุงลูก&nbsp;ส่วนการดูแลลำต้นต้องดายหน้ารอบโคนต้นให้เตียนและสะอาด&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหนอนเจาะต้น&nbsp;และด้วยความที่มะขามป้อมเป็นพืชสมุนไพรต้องงดใช้สารเคมี&nbsp;ส่วนอายุการให้ผลผลิตของต้นพันธุ์เสียบยอด&nbsp;จะให้ผลผลิตเมื่ออายุครบ&nbsp;2&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;และจะเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุต้นครบ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยทางภาคใต้จะชอบรับประทานผลใหญ่&nbsp;เพราะเปรี้ยวน้อย&nbsp;ฝาดน้อย&nbsp;และผลมะขามป้อมมีวิตามินซีสูง&nbsp;ฟลาโวนอยด์&nbsp;แอนตี้อ๊อกซีแด้นท์&nbsp;ในใบมะขามป้อมมีสารแทนนินสูง&nbsp;ใบจึงเหมาะแก่การนำไปทำอาหารเสริมเพื่อเพิ่มอสุจิของปลา&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทดลองใช้ใบ&nbsp;&nbsp;หากเกษตรกรสนใจปลูกมะขามป้อมซึ่งจะเป็นเศรษฐกิจตัวใหม่&nbsp;สามารถติดต่อดูงานได้ที่&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ถนนตรัง-&nbsp;สิเกา&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลไม้ฝาด&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.063&nbsp;-&nbsp;227&nbsp;6250</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106145431050"],
    [22,"จ.จันทบุรี ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด เดินหน้าดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;คทช.จังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ทั้งในห้องประชุม&nbsp;และระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมีเรื่องเพื่อทราบ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คำสั่งนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและเพิ่มเติมองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการ&nbsp;รายงานสรุปผลและความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาลท้องที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เรื่องพิจารณา&nbsp;พื้นที่บริเวณที่กรมชลประทานขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง&nbsp;ทับซ้อนกับพื้นที่บริเวณที่จังหวัดจันทบุรีดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106164139162"],
    [23,"กรมการค้าภายใน เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสู่มาตรฐานสากล GHP และ HACCP","<p><strong>นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพมาตรฐานของผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;ให้ผู้ประกอบการโรงสีได้รับรองระบบมาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;GHP&nbsp;(Good&nbsp;Hygiene&nbsp;Practice)&nbsp;และระบบมาตรฐานการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม&nbsp;ืหรือ&nbsp;HACCP&nbsp;(Hazard&nbsp;Analysis&nbsp;Critical&nbsp;Control&nbsp;Point)&nbsp;มีผู้ประกอบการโรงสีข้าวได้รับรองระบบมาตรฐานแล้ว&nbsp;375&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานเพิ่มเติมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ทุกรายได้ผ่านการตรวจรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GHP&nbsp;และ&nbsp;HACCP&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;รวมเป็น&nbsp;385&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ได้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวด้วย</p><p><strong>การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>จะส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค&nbsp;และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่งขันการส่งออกข้าวไทยได้ในระยะยาว&nbsp;อยู่ภายใต้นโยบายเกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจค้าข้าวได้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106153122097"],
    [24,"งบประมาณปี 66 มุ่งมั่นให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่อเนื่อง สร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกรอย่างยั่งยืน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เตรียมการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13&nbsp;แผนการปฏิรูปประเทศ&nbsp;นโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ&nbsp;&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;และนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;โรคระบาดในพืชและสัตว์&nbsp;และการแก้ปัญหาผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;ที่มีต่อภาคเกษตร&nbsp;ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้การช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้อง</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106175532193"],
    [25,"เกษตรธารโต ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน จังหวัดยะลา","<p><strong>เกษตรธารโต&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน</strong>&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โครงการแปลงใหญ่&nbsp;2564&nbsp;และประเมินแปลง&nbsp;GAP&nbsp;เบื้องต้น</p><p><strong>วันนี้(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวภัทรสิริตา&nbsp;พรหมประสิทธิ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ได้ลงพื้นติดตามการดำเนินงานแปลงเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน&nbsp;และประเมินแปลง&nbsp;GAP&nbsp;ทุเรียน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ได้ให้ความรู้การบันทึกข้อมูลแปลง&nbsp;นายอุลัย&nbsp;เพ็งภัตรา&nbsp;ม.7&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106173640181"],
    [26,"เกษตรยะลา ประชุมวางแผนการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน","<p><strong>วันนี้(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย&nbsp;ผอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด&nbsp;สำนักงานจังหวัดยะลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมวางแผนการจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ในประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาไม้ผลจังหวัดยะลา&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;รศ.ดร.สุนันท์&nbsp;สีสังข์&nbsp;มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&nbsp;</strong>เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาผลไม้จังหวัดยะลา&nbsp;ตั้งแต่การจัดการผลิต&nbsp;และผลิตไม้ผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการตลาดสินค้าผลไม้ที่มีมายาวนานต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์ไว้&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล&nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดไม้ผลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;สร้างความเข้มแข็งและความเสมอภาคให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรไม้ผล&nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตผลไม้ครบวงจร&nbsp;และการพัฒนาเครือข่ายการส่งออกและระบบโลจิสติกส์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106173750182"],
    [27,"ปีนี้น้ำน้อย !!เกษตรจังหวัดนครพนม แนะลดทำนารอบ 2 ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ สร้างรายได้เสริม","<p><strong>จากข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุน</strong>ในเขตและนอกเขตชลประทาน&nbsp;มีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย&nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่จำเป็นที่จะต้องงดการจัดสรรน้ำในการเพาะปลูกข้าวในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบจากประมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการเพาะปลูกพืช&nbsp;โดยการงดการทำนาแล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;จะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;133.79&nbsp;(ม.รทก.)&nbsp;ความลึก&nbsp;10.55&nbsp;เมตร&nbsp;ปริมาณน้ำปัจจุบัน&nbsp;2,200&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8%&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สำนักวิจัย&nbsp;พัฒนาและอุทกวิทยา&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65)</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่และการงดทำนาในรอบที่&nbsp;2&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่น้อยและอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช&nbsp;จึงได้เชิญชวนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ในช่วงฤดูแล้งให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลุกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;ผ่านโครงการของรัฐต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;(หลังนา)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการที่จะปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาในรอบที่&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>เตรียมแปลงดี&nbsp;มีชัยไปกว่าครึ่ง&nbsp;ลดต้นทุนได้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>แนะนำให้เกษตรกรที่สนใจที่ปลูกพืชน้ำน้อยเตรียมดิน&nbsp;โดยใช้วิธีการไถดะและไถพรวน&nbsp;(2-3&nbsp;ครั้ง)&nbsp;เตรียมแปลงโดยการยกแปลงผสมปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยคอก&nbsp;รดน้ำให้ชุ่ม&nbsp;ยกระบบแปลงให้พอเหมาะ&nbsp;ย่อยดินก้อนให้มีขนาดเล็กลงหรือนำออกจากแปลง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักเก็บลมร้อน&nbsp;หากเตรียมดินดี&nbsp;การคลุมแปลงจะสามารถอยู่ได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ฤดูกาลปลูก&nbsp;ใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;หรือปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมในการปลุกพืช&nbsp;แล้วคลุมแปลงด้วยหญ้าหรือฟางข้าวและรดน้ำให้พอมีความชื้น&nbsp;ก่อนเจาะหลุมปลูกต้นกล้า&nbsp;วิธีนี้จะช่วยให้ดินมีความเย็นในฤดูร้อน&nbsp;รักษาความชื้นในดิน&nbsp;ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝน&nbsp;ลดการสูญเสียปุ๋ย&nbsp;ลดวัชพืช&nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างดิน&nbsp;ลดการอัดแน่นของดิน&nbsp;ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่สัมผัสกับพื้นดิน&nbsp;ปัญหาที่อาจพบได้คือ&nbsp;ในที่ที่มีความชื้นสูง&nbsp;หากฟางใกล้โคนต้นมากไป&nbsp;อาจทำให้เกิดโรคเน่าได้&nbsp;อาจเป็นที่สนใจของสัตว์ศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;หมู&nbsp;และไก่&nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำแมลงพาหะมาสู่แปลงปลูกพืชได้</p><p><strong>7&nbsp;พืชน้ำน้อย&nbsp;ทางเลือกใหม่&nbsp;สู้ภัยแล้ง&nbsp;</strong>ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชน้ำน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่</p><p>(1)&nbsp;ข้าวโพดข้าวเหนียว&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;438&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;64-68&nbsp;วัน</p><p>(2)&nbsp;ฟักทอง&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;616&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;75-90&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;458&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;55-60&nbsp;วัน</p><p>(4)&nbsp;แฟง&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;551&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;60-65&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(5)&nbsp;แตงกวา&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;660&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;30-32&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(6)&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;300&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>(7)&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;อัตราการใช้น้ำ&nbsp;758&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ต่อไร่&nbsp;อายุพืช&nbsp;150&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;เกษตรกรจะต้องวางแผนและศึกษาข้อมูล</strong>ด้านการตลาดในพื้นที่ก่อนทำการเพาะปลูก&nbsp;เพื่อป้องกันปริมาณผลผลิตที่ได้ราคาต่ำ&nbsp;และทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายในรูปแบบตลาดออนไลน์ที่มีการเปิดช่องทางของเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;สินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่จะเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคได้มาพบกัน&nbsp;และสามารถจำหน่ายผลผลิตจากผู้ผลิตและผู้บริโภคได้โดยตรง&nbsp;ทำให้สะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้&nbsp;สิ่งสำคัญเกษตรกรจะต้องเน้นการผลิตที่ปลอดภัยและยึดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำการเกษตร&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นได้อย่างมั่นคง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์&nbsp;อุ่นนาแซง</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106181016203"],
    [28,"สว.จับมือ สส.สุราษฎร์ธานีร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นการใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงในทะเลชายฝั่ง ให้เป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสำราญ&nbsp;ครรชิต&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสมชาติ&nbsp;ประดิษฐ์พร&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เขตอำเภอพุนพิน&nbsp;ร่วมกับผู้ประกอบการผู้ทำการประมง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมรับฟังและแสดงความคิดเห็น&nbsp;กรณีการทำการประมงโดยใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงในทะเลชายฝั่งเพื่อให้อวนรุน&nbsp;เป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน&nbsp;โดยได้เชิญนายอิทธิพล&nbsp;ขวาไทย&nbsp;ประมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายศิวะ&nbsp;ธนาพล&nbsp;ประมงอำเภอเมืองสุราฎร์ธานี&nbsp;นายเสน่ห์&nbsp;รัตนสำเนียง&nbsp;ประมงอำเภอไชยา&nbsp;เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายประมง</strong>&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก&nbsp;การประมง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;และในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพุนพิน&nbsp;โรงแรมสยามธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อวนรุน&nbsp;เป็นเครื่องมืออวนรูปถุงอีกชนิดหนึ่งที่ใช้แรงคน&nbsp;</strong>หรือเครื่องยนต์ผลักดันเครื่องมือ&nbsp;อวนที่ยึดติดกับคันรุน&nbsp;และติดตั้งบริเวณหัวเรือ&nbsp;ให้เคลื่อนที่ในแนวราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้สัตว์น้ำที่อยู่ด้านหน้าใกล้ปากอวนเข้ามาติดอยู่ที่ก้นถุงอวน&nbsp;เครื่องมือประเภทนี้ปากอวนจะเป็นรูปสามเหลี่ยมเอนตามคัน&nbsp;รุน&nbsp;หลักการจับสัตว์น้ำเหมือนเครื่องมือประเภทอวนลาก&nbsp;มีข้อจำกัด&nbsp;คือ&nbsp;ไม่สามารถทำการประมงในระดับน้ำ&nbsp;ลึกเกินกว่า&nbsp;15&nbsp;เมตรได้&nbsp;เว้นแต่จะใช้คันรุน&nbsp;และเรือที่ยาวมาก&nbsp;ข้อจำกัดอีกประการหนึ่ง&nbsp;คือ&nbsp;ไม่สามารถใช้ทำประมงบริเวณที่พื้นทะเลที่มีสิ่งกีดขวางใต้น้ำที่สามารถทำให้อวนฉีกขาดได้&nbsp;เครื่องมือนี้ชาวประมงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณทะเลใกล้ปากแม่น้ำ&nbsp;อ่าวน้ำตื้น&nbsp;และบริเวณชายหาดที่มีกุ้งและเคยชุกชุม.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106181812207"],
    [29,"เกษตรกรตำบลนาท่ามใต้ จังหวัดตรัง ทำการเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 7,000-8,000 บาท เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากสวนยางพารา","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;จ่าเอกประวิทย์&nbsp;ทองเขียว&nbsp;รักษาการประมงอำเภอเมืองตรัง&nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(เครือข่ายตำบลนาท่ามใต้)&nbsp;ม.1&nbsp;ตำบลนาท่ามใต้&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;นางสาวสุดชดา&nbsp;สุดสิริ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ทางศูนย์ฯ&nbsp;ยังเป็นเครือข่ายศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;</strong>ได้มีการแนะนำการให้หลอดแบล๊ดไลค์ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชภายในแปลง&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;กิจกรรมด้านประมง&nbsp;(เลี้ยงปลาทับทิม&nbsp;)&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;(เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และเป็ดไข่)&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;กล้วย&nbsp;และไม้ยืนต้น&nbsp;ผลผลิตที่ได้จัดจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ&nbsp;7,000-8,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้จากสวนยางพารา&nbsp;พร้อมทั้งมอบป้าย&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;&nbsp;(1&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ศดปช.)&nbsp;ประจำตำบลบ้านควน&nbsp;เพื่อให้บริการการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;และแนะนำการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และอินทรีย์แก่เกษตรกรในตำบล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183323216"],
    [30,"วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชน","<p>นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด</strong>&nbsp;&nbsp;มีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;ธนาคารปูม้า&nbsp;และได้มีการต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&nbsp;และของชุมชม&nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้ง&nbsp;และจ๊อปู&nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183550218"],
    [31,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการและขับเคลื่อนการผลิตผักปลอดภัย</strong>เพื่อการบริโภคในครัวเรือน&nbsp;เน้นการลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;สร้างสุขภาพที่ดีให้แก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการนำความรู้ไปปฏิบัติใช้ของเกษตรกร&nbsp;และให้คำแนะนำตั้งแต่วิธีการประกอบโรงเรือน&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การให้น้ำและการจัดการศัตรูพืชที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังช่วยประสานงานเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ในการนี้ได้ลงตรวจเยี่ยมเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางรัก&nbsp;นาท่ามเหนือ&nbsp;และนาท่ามใต้&nbsp;เกษตรกรได้ประกอบโรงเรือนเรียบร้อยแล้วและวางแผนปลูกผักกาด&nbsp;ผักกวางตุ้ง&nbsp;ผักคะน้าและผักชี&nbsp;ผลการสำรวจความพึงพอใจของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจเนื่องจากเป็นโครงการที่เกษตรกรได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183748221"],
    [32,"สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงเกษตรกรเตรียมจัดตั้ง ศพก.เครือข่าย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;เยี่ยมแปลงเกษตรกร&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;แปลงนายอธิพงศ์&nbsp;โพธิ์ทอง&nbsp;ม.1&nbsp;ต.โคกสะบ้า&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พื้นที่&nbsp;กว่า&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ที่เน้นทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;กล้วยหอมทอง&nbsp;เลี้ยงปลาดุก&nbsp;ไก่&nbsp;และหมู&nbsp;เลี้ยงผึ้ง&nbsp;ในสวนมังคุด&nbsp;ลองกอง&nbsp;และขยายพันธุ์ไม้ประดับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;แปลงที่&nbsp;2&nbsp;ของ&nbsp;น.ส.ธณฐกาญจน์&nbsp;หมุนมิต&nbsp;ม.4&nbsp;ต.นาโยงเหนือ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>เน้นพืชผัก&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะนาว&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ต้นหมาก&nbsp;กาแฟ&nbsp;และกล้วย&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;เตรียมจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ให้คำแนะนำการดูแล&nbsp;การจัดการสวน&nbsp;ด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;แก่เกษตรกรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106183907222"],
    [33,"สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง จัดฝึกอบรม โครงการแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ (แรงงานนอกระบบ) สาขา การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายปกรณ์&nbsp;ศรีเพชร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานตรัง&nbsp;ฝ่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เปิดฝึกอบรม&nbsp;โครงการแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ&nbsp;กิจกรรมแรงงานกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ&nbsp;(แรงงานนอกระบบ)&nbsp;สาขา&nbsp;การทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1/2565&nbsp;ระยะเวลาฝึก&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์&nbsp;ม.10&nbsp;ต.แหลมสอม&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;ผู้เข้าฝึกอบรม&nbsp;20&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะให้กับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ทักษะฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;และการเตรียมความพร้อมทางด้านจรรยาบรรณในวิชาชีพเพื่อเข้าสู่กระบวนการทำงาน&nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;และสังคมให้การยอมรับในศักยภาพการทำงาน&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเป็นกำลังแรงงานตามความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;และสามารถนำไปประกอบอิสระได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106184137225"],
    [34,"เกษตรจังหวัดนครพนม แนะลดทำนารอบ 2 ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ สร้างรายได้เสริม","<p><strong>เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;แนะลดทำนารอบ&nbsp;2&nbsp;ชวนเกษตรกรหันปลูกพืชใช้น้ำน้อยตลาดต้องการ&nbsp;สร้างรายได้เสริม</strong></p><p><br></p><p><strong>จากข้อมูลการคาดการณ์สถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในเขตและนอกเขตชลประทาน</strong>&nbsp;มีปริมาณน้ำที่ค่อนข้างน้อย&nbsp;ทำให้ในหลายพื้นที่จำเป็นที่จะต้องงดการจัดสรรน้ำในการเพาะปลูกข้าวในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรอาจจะได้รับผลกระทบจากประมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของการเพาะปลูกพืช&nbsp;โดยการงดการทำนาแล้วหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;133.79&nbsp;(ม.รทก.)&nbsp;ความลึก&nbsp;10.55&nbsp;เมตร&nbsp;ปริมาณน้ำปัจจุบัน&nbsp;2,200&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8&nbsp;%&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สำนักวิจัย&nbsp;พัฒนาและอุทกวิทยา&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.2565)</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่และการงดทำนาในรอบที่&nbsp;2&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่น้อยและอาจจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เพาะปลูกพืช&nbsp;จึงได้เชิญชวนและส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ในช่วงฤดูแล้งให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยในปี&nbsp;65&nbsp;ได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;ผ่านโครงการของรัฐต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย&nbsp;(หลังนา)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการที่จะปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาในรอบที่&nbsp;2</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่สนใจที่ปลูกพืชน้ำน้อยเตรียมดิน&nbsp;โดยใช้วิธีการไถดะและไถพรวน&nbsp;(2-3&nbsp;ครั้ง)&nbsp;</strong>เตรียมแปลงโดยการยกแปลงผสมปุ๋ยรองพื้นและปุ๋ยคอก&nbsp;รดน้ำให้ชุ่ม&nbsp;ยกระบบแปลงให้พอเหมาะ&nbsp;ย่อยดินก้อนให้มีขนาดเล็กลงหรือนำออกจากแปลง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักเก็บลมร้อน&nbsp;หากเตรียมดินดี&nbsp;การคลุมแปลงจะสามารถอยู่ได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ฤดูกาลปลูก&nbsp;ใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;หรือปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมในการปลุกพืช&nbsp;แล้วคลุมแปลงด้วยหญ้าหรือฟางข้าวและรดน้ำให้พอมีความชื้น&nbsp;ก่อนเจาะหลุมปลูกต้นกล้า&nbsp;วิธีนี้จะช่วยให้ดินมีความเย็นในฤดูร้อน&nbsp;รักษาความชื้นในดิน&nbsp;ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝน&nbsp;ลดการสูญเสียปุ๋ย&nbsp;ลดวัชพืช&nbsp;ปรับปรุงโครงสร้างดิน&nbsp;ลดการอัดแน่นของดิน&nbsp;ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ทำให้ผลผลิตไม่สัมผัสกับพื้นดิน&nbsp;ปัญหาที่อาจพบได้คือ&nbsp;ในที่ที่มีความชื้นสูง&nbsp;หากฟางใกล้โคนต้นมากไป&nbsp;อาจทำให้เกิดโรคเน่าได้&nbsp;อาจเป็นที่สนใจของสัตว์ศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;หมู&nbsp;และไก่&nbsp;เสี่ยงต่อการเกิดโรคและนำแมลงพาหะมาสู่แปลงปลูกพืชได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106210317256"],
    [35,"เข้าตรวจแนะนำการจัดทำบัญชี กลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านเสียว สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวมานิดา&nbsp;สานารีย์&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี&nbsp;เข้าตรวจเเนะนำการจัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรกรทำนาบ้านเสียว&nbsp;สำหรับปีสิ้นสุดวันที่?&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้านการเงินการบัญชีแก่?กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ?&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#ตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106223647278"],
    [36,"ร่วมตรวจติดตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลังปี 256465","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;</strong>สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายนิวัตร&nbsp;คำภา&nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ&nbsp;&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;ร่วมตรวจสอบสต็อกผู้ประกอบการมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตามคำสั่งคณะทำงานตรวจสอบสต็อกตามโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลังจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106223921286"],
    [37,"เข้าตรวจแนะนำการจัดทำบัญชี กลุ่มเกษตรกรทำนาโพนเมืองน้อย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาววรรณิภา?&nbsp;ภูต้องลม&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชี?&nbsp;เข้าตรวจเเนะนำการจัดทำบัญชีกลุ่มเกษตรกรทำนาโพนเมืองน้อย&nbsp;สำหรับปีสิ้นสุดวันที่?&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้านการเงินการบัญชีแก่?กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106224033288"],
    [38,"ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ สกย.โพนทอง จำกัด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;1&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการ&nbsp;สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านโพนทอง&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการสหกรณ์&nbsp;เพื่อติดตามการใช้หนี้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">Cr#สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-06-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106225211290"],
    [39,"ชูนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำลำแรกของไทย เสริมประสิทธิภาพภารกิจงานชลประทาน","<p><strong>นายทินกร&nbsp;เหลือล้น&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;9&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;ถือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญที่สุดในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ความจุเก็บกัก&nbsp;117&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;รักษาระบบนิเวศ&nbsp;การเกษตร&nbsp;การท่องเที่ยวและการอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&nbsp;แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าไหลลงอ่างฯ&nbsp;เฉลี่ยเหลือประมาณ&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&nbsp;สวนทางกับการคาดการณ์ในอีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ข้างหน้า&nbsp;ที่ความต้องการใช้น้ำในอ่างฯ&nbsp;บางพระจะเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;150&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ต่อปี&nbsp;จึงจำเป็นต้องนำน้ำต้นทุนจากแหล่งน้ำอื่นๆ&nbsp;มาเสริมน้ำต้นทุนในอ่างฯ&nbsp;บางพระ&nbsp;โดยการสูบผันน้ำส่วนเกินจากแหล่งอื่นในช่วงฤดูฝน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยานุชิต&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และระบบสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางประกง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พร้อมติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นประจำ&nbsp;แต่ในส่วนของอ่างฯ&nbsp;บางพระจะพิเศษกว่าแหล่งน้ำอื่นๆ&nbsp;ที่มีระบบโทรมาตรตรวจวัดคุณภาพน้ำ&nbsp;ที่สามารถตรวจวัดได้แบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;ทั้งบริเวณอ่างเก็บน้ำและปลายท่อสูบผันน้ำที่สูบมาจากแหล่งน้ำอื่นก่อนที่น้ำจะไหลลงอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับตะกอนดินและคุณภาพน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการเชิงปริมาณและคุณภาพของน้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;โดยคิดค้นนวัตกรรมเรือเก็บตัวอย่างตะกอนและคุณภาพน้ำ&nbsp;อุทกชลประทาน&nbsp;1&nbsp;ซึ่งเป็นเรือลำแรกของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เพื่อพัฒนาการจัดการตะกอนและคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานในการนํามาวิเคราะห์วางแผนการระบายและขุดลอกตะกอนดิน&nbsp;รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพน้ำ</p><p><strong>ด้านนายไวรุจน์&nbsp;เอี่ยมโอภาส</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทาน&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เรือเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ำ&nbsp;\"อุทกชลประทาน&nbsp;1\"&nbsp;จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเก็บตัวอย่างตะกอนดินและคุณภาพน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;ทุ่นแรง&nbsp;และใช้เวลาดําเนินการลดลง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107101443346"],
    [40,"เกษตรลำปาง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังการระบาด \"ด้วงหมักผัก\"","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด</strong>&nbsp;(เช่น&nbsp;คะน้า&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;บรอกโคลี&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ผักกาดหอม&nbsp;ฯลฯ)&nbsp;ให้เฝ้าระวังการระบาดของ&nbsp;\"ด้วงหมักผัก\"&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศช่วงนี้&nbsp;ตอนเช้ามีอากาศเย็นความชื้นสูงและอากาศร้อนในตอนกลางวัน</p><p><strong>เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;</strong>หากพบตัวแมลง&nbsp;หรือใบพืชผักถูกกัดกินเป็นรูพรุน&nbsp;ให้รีบดำเนินการป้องกัน&nbsp;หรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อการควบคุมและหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107092038313"],
    [41,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยราคาหมูแพงส่งผลกระทบค่าครองชีพประชาชน เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหา","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประขาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยราคาเนื้อหมูแพง&nbsp;ส่งผลกระทบค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน&nbsp;วางมาตรการ&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;คือ&nbsp;1.ระยะเร่งด่วน&nbsp;ห้ามส่งออกหมูมีชีวิต&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์&nbsp;โดยจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรได้กลับมาเลี้ยงใหม่&nbsp;ตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสอดคล้องต้นทุนที่เกิดขึ้น&nbsp;และเร่งสำรวจภาพรวมการผลิตสุกรเพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;และเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&nbsp;2.ระยะสั้น&nbsp;ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;ขยายกำลังผลิตแม่สุกร&nbsp;และเร่งศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด</p><p><strong>และมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว&nbsp;&nbsp;ให้ผลักดันยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาด&nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&nbsp;รวมทั้งจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก&nbsp;ร.ก.ส.&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107091517312"],
    [42,"จังหวัดตราด เริ่มการขับเคลื่อน BCG Model ด้านการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</span>(Zoom&nbsp;Meeting)<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;&nbsp;</span>ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราดจัดขึ้น&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ</strong>&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และให้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;พิจารณากำหนดและดำเนินแผนงาน/โครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้ถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-2570&nbsp;&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;จึงได้จัดประชุมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อชี้แจงกรอบการดำเนินงานและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;รวมทั้งสินค้าเกษตรนำร่องเข้าสู่&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาแนวทางและการจัดทำ&nbsp;BCG&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;สินค้าเกษตรที่คัดเลือก&nbsp;ภาคการเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ยางพารา&nbsp;และกุ้งขาวแวนาไม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;อยู่บนพื้นฐานของ&nbsp;4&nbsp;+&nbsp;1&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;สาขายุทธศาสตร์&nbsp;คือ&nbsp;1.เกษตรและอาหาร&nbsp;2.สุขภาพและการแพทย์&nbsp;3.พลังงาน&nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ&nbsp;4.การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และฐานความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม&nbsp;โดย&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;+1&nbsp;ที่เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120227413"],
    [43,"จังหวัดตรัง  ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอรัษฎา ห้วยยอดและอำเภอเมือง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;ห้วยยอดและอำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมันและยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันจังหวัดตรังให้สามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;ตามประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;58&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการรับซื้อ&nbsp;และการแสดงราคารับซื้อสินค้าผลปาล์มน้ำมันตามอัตราน้ำมันฯ&nbsp;และฉบับที่&nbsp;21&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าน้ำมันปาล์มและผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;รวมทั้งแนะนำให้ลานเททำบัญชีลูกค้าที่นำผลผลิตมาจำหน่ายเพื่อป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สถานการณ์โดยทั่วไป&nbsp;ปริมาณผลปาล์มน้ำมันเข้าสู่ตลาดลดลงจากเดือนก่อน&nbsp;</strong>ราคารับซื้อกิโลกรัมละ&nbsp;9.80&nbsp;&nbsp;10.00&nbsp;บาท&nbsp;ผู้ประกอบการลานเทจะรวบรวมผลปาล์มน้ำมันไปจำหน่ายให้กับโรงงานสกัดในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่&nbsp;ในส่วนของการป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;หน่วยงานระดับอำเภอได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่และขอความร่วมมือไม่รับซื้อผลปาล์มน้ำมันจากผู้ที่นำมาขายในลักษณะผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;มีปริมาณน้อย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107142759489"],
    [44,"สำนักงานประมงจังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง มอบพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;ที่&nbsp;อบต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;นายสมนึก&nbsp;ธูปหอม&nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เป็นประธานมอบพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;18,500&nbsp;ตัว&nbsp;โดยมีนายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;นางสุวรรณดี&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง&nbsp;พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประมงในจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;02.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;254&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1,4,5,6,7&nbsp;พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;รวม&nbsp;74&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเฉพาะหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกทราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;โดยประมงอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายด้านประมง&nbsp;พบมีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นบ่อดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;บ่อ&nbsp;พื้นที่&nbsp;13.34&nbsp;ไร่&nbsp;บ่อซีเมนต์หรือลักษณะอย่างอื่นที่คล้ายคลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;บ่อ&nbsp;พื้นที่&nbsp;54&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;โดยในวันนี้ได้มอบพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ประกอบด้วยปลากินพืช&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;18,500&nbsp;ตัว&nbsp;และปลาดุก&nbsp;จำนวน&nbsp;10,400&nbsp;ตัว&nbsp;ให้กับเกษตรกรด้านการประมงที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107164618581"],
    [45,"เพิ่มผลผลิตและต้นทุนการผลิตข้าว ทำงานเชิงพื้นที่ เข้าถึงพี่น้องชาวนาและสามารถแก้ไข้ปัญหาได้","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการตามภารกิจของกรมการข้าว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายในการเพิ่มผลผลิตและต้นทุนการผลิตข้าว&nbsp;จึงมีข้อสั่งการให้กรมการข้าวดำเนินการตามแนวโนบายโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา&nbsp;จึงได้มีแผนการดำเนินโครงการตามภารกิจของกรมการข้าว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมด้านเมล็ดพันธุ์รวมไปถึงงานด้านข้าวให้กับพี่น้องชาวนา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีโครงการ/กิจกรรมที่จะดำเนินการคือ</strong>&nbsp;ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;ส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน&nbsp;พัฒนาระบบข้อมูลข้าวอัจฉริยะ&nbsp;ส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง&nbsp;และยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระยะ1&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;จะต้องยกระดับการทำงานด้านข้าวในทุกๆ&nbsp;ด้าน</strong>&nbsp;ทั้งงานผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;&nbsp;งานด้านการวิจัยข้าว&nbsp;ตลอดจนงานด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;การนำวิจัยที่เป็นประโยชน์มาส่งเสริม&nbsp;การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มาปรับใช้ให้เกิดการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา&nbsp;โดยผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าว&nbsp;และกรมการข้าวส่วนกลาง&nbsp;นอกจากนั้นควรเน้นการทำงานเชิงพื้นที่&nbsp;เพื่อให้สามารถเข้าถึงพี่น้องชาวนาและสามารถแก้ไข้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวนาได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107203155703"],
    [46,"จังหวัดหนองบัวลำภู เปิดโครงการคลินิกการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong> เปิดโครงการคลินิกการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ตำบลป่าไม้งาม อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;โดยนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวต้อนรับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าไม้งาม กล่าวรายงานข้อมูลพื้นฐานนของตำบล และเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ เพื่อให้บริการทางด้านวิชาการด้านการเกษตร ด้านพืช ด้านสัตว์ ประมง ดิน น้ำ กฎหมายทางการเกษตร การทำบัญชีครัวเรือน ปัญหาที่ดินทำกินและปัญหาอื่นๆ พร้อมกันนั้นได้มีการจัดนิทรรศการต่างๆ และการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ ของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-07-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107204937714"],
    [47,"เร่งบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งนี้ คุมเข้มแผนจัดสรรน้ำเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง จัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;57,117&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เป็นน้ำใช้การได้&nbsp;&nbsp;33,187&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ผลการจัดสรรน้ำช่วงแล้ง(1&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว&nbsp;7,762&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;35&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;คงเหลือปริมาณน้ำที่ต้องจัดสรรอีก&nbsp;14,518&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;&nbsp;1,864&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;33&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละพื้นที่&nbsp;พร้อมจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม&nbsp;โดยจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เป็นอันดับแรก&nbsp;และน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ส่วนหนึ่งจะสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมนี้&nbsp;ด้านการเกษตรกรรมได้จัดสรรน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการตามมาตรการที่&nbsp;5</strong>&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชช่วงแล้ง&nbsp;ตามข้อสั่งการพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;นั้น&nbsp;ปัจจุบันกรมชลประทานได้วางแผนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;มีแผนการเพาะปลูก&nbsp;ข้าวนาปรังกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;จนถึงขณะนี้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไปแล้ว&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้กับเกษตรกรได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จะบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ด้วยความประณีตและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่มีน้ำใช้ตลอดช่วงแล้งนี้&nbsp;อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108103802793"],
    [48,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนปล่อยแตนเบียนต่อเนื่อง ป้องกันศัตรูมะพร้าว","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมะพร้าวแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเนื้อที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;คิดเป็น&nbsp;62&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;โดยอำเภอเกาะสมุยเป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการเกษตรมากที่สุด&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำสวนมะพร้าวประมาณ&nbsp;28,245&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,883&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ผ่านมาเกษตรกรทำสวนมะพร้าว&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประสบปัญหาการระบาดของศัตรูมะพร้าวในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และในปี&nbsp;2555&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้รับงบประมาณจากกองทุนวิจัย&nbsp;จึงได้เริ่มเข้ามาสำรวจพื้นที่ระบาดของแมลงดำหนามและจัดทำแผนที่การระบาด&nbsp;ต่อมาได้ดำเนินการเลี้ยงและปล่อยแตน&nbsp;แมลงดำหนาม&nbsp;พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรในพื้นที่เกาะสมุย&nbsp;ปัจจุบันในพื้นที่สามารถดำเนินการเลี้ยงแตนเบียนได้เอง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวอำเภอเกาะสมุยขึ้น&nbsp;ซึ่งการจากดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้การระบาดของแมลงดำหนาม&nbsp;หนอนหัวดำ&nbsp;ด้วงแรด&nbsp;และด้วงงวงลดน้อยลง&nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในพื้นที่ดังกล่าว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าวนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีจุดเด่นในการปลูกพืชผสมผสานเพื่อสร้างรายได้&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกกล้วยน้ำว้า&nbsp;ไผ่&nbsp;และพริกไทย&nbsp;ร่วมกับปลูกต้นมะพร้าว&nbsp;โดยมีนายวิศาล&nbsp;บรมธนรัตน์&nbsp;เป็นประธานศูนย์ฯ&nbsp;โดยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิต&nbsp;1,584&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;สมาชิก&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินกิจกรรมลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109211823176"],
    [49,"กรมปศุสัตว์ ยืนยันไม่เคยเห็นหนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เรื่องข้อห่วงใยโรคระบาดในสุกร","<p><strong>?นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อออนไลน์กรณี&nbsp;ภาคีคณบดี&nbsp;คณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย&nbsp;ได้มีหนังสือลงวันที่&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;แจ้งมายังกรมปศุสัตว์&nbsp;เรื่อง&nbsp;ข้อห่วงใยต่อสถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร&nbsp;โดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย&nbsp;พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(Afican&nbsp;Swine&nbsp;Fever:&nbsp;ASF)&nbsp;ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค&nbsp;และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามมาตรการเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&nbsp;นั้นขอยืนยันว่า&nbsp;ยังไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าวเสนอขึ้นมารายงานให้ทราบ&nbsp;แต่เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ขอยืนยันว่า&nbsp;ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน</strong>&nbsp;ตามหลักวิชาการและเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เร่งสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบลงพื้นที่&nbsp;พร้อมประเมินความเสี่ยงและขอความร่วมมือเกษตรกรในการสังเกตและเฝ้าระวังโรค&nbsp;โดยสามารถรายงานหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอในทุกพื้นที่&nbsp;หรือที่&nbsp;Application:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้สั่งการด่วนจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง</strong>&nbsp;สุ่มตรวจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&nbsp;6&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;&nbsp;196&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&nbsp;4&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;2&nbsp;โรงฆ่ารวม&nbsp;114&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกร&nbsp;นำไปตรวจหาโรคโดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเมื่อทราบผลการวิเคราะห์จะรายงานผลและเร่งดำเนินการต่อไปโดยเร็ว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110092646219"],
    [50,"กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&nbsp;จึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&nbsp;รวมถึงอุปสรรค&nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110102205243"],
    [51,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผลไม้รับฟังปัญหาความต้องการ กรณีก่อสร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเค็มในพื้นที่คลองลิปะใหญ่","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผลไม้&nbsp;รับฟังปัญหาความต้องการ&nbsp;กรณีก่อสร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำเค็มในพื้นที่คลองลิปะใหญ่&nbsp;ตำบลอ่างทอง&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพบปะพี่น้องประชาชนในอำเภอเกาะสมุย&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวในแต่ละปีไม่น้อยกว่า&nbsp;80,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในช่วงก่อนสถานการณ์ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;19&nbsp;อำเภอเกาะสมุยยังเป็นแหล่งที่มีการผลิตผลทางการเกษตรที่มีชื่อเสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลางสาด&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนมากในแต่ละปี&nbsp;และในภาคการเกษตรมีแนว&nbsp;โน้มที่จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำบนเกาะ&nbsp;สมุย&nbsp;ไม่สามารถดำเนินการให้ทันกับความด้องการใช้น้ำของพื้นที่เพราะมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก&nbsp;เช่น&nbsp;ข้อจำกัดทางด้านการใช้ที่ดิน&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดังนั้นปัญหาการขาดแคลนน้ำจึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อกิจกรรมด้านต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ธุรกิจการท่องเที่ยวอย่าง&nbsp;สำคัญ&nbsp;และต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของท้องถิ่นของประเทศ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;จึงมีการสั่งการให้หน่วยงานโครงการชลประทานจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาในพื้นที่&nbsp;และพบว่าการสร้างประตูระบายน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำเค็มมีความสำคัญที่สามารถบรรเทาอุทกภัยทั้งในพื้นที่การเกษตรและชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&nbsp;ป้องกันการรุกตัวของน้ำเค็มไม่ให้ไหลย้อนเข้าคลอง&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำจืดและบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร&nbsp;อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง&nbsp;ปรับปรุงระบบชลประทานที่มีอยู่เดิมและเสนอระบบชลประทานใหม่สำหรับแหล่งน้ำที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งสามารถปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคมของราษฎรในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>อำเภอเกาะสมุยมีพื้นที่ประมาณ&nbsp;228&nbsp;ตารางกิโลเมตร</strong>&nbsp;เป็นพื้นที่ทางการเกษตรประมาณร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่เกาะ&nbsp;ปัจจุบันภาคการเกษตรมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องผลผลิตมีราคาสูง&nbsp;การใช้น้ำบนพื้นที่เกาะจึงเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;และด้านการท่องเที่ยว&nbsp;แม้ว่าภาครัฐได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคแล้ว&nbsp;แต่ในภาคการเกษตรยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำรวมถึงปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ายังพื้นที่การเกษตรอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110114239292"],
    [52,"เกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่ประเมินแปลงส้มโชกุนเบตงที่จะขอรับรองมาตรฐาน GAP","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ออกพื้นที่สำรวจแปลงส้มโชกุนเบตงของนายรพีพงศ์&nbsp;โรจน์กัลยาภา&nbsp;&nbsp;โดยเกษตรกรจะขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;สวนตั้งอยู่บนพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;รายล้อมด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขา&nbsp;และให้ผลผลิตในช่วงฤดูกาลประมาณ&nbsp;70,000&nbsp;กิโลกรัมต่อปี</p><p><strong>โดยส้มโชกุนที่สวนแห่งนี้มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;เปลือกล่อนปอกง่าย&nbsp;</strong>ชานนิ่ม&nbsp;และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว&nbsp;เกษตรกรได้จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกับดักแสงไฟ&nbsp;ล่อผีเสื้อมวนหวาน&nbsp;กับดักล่อแมลงวันทอง&nbsp;ตัดแต่งกิ่งสม่ำเสมอ&nbsp;และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการบำรุงต้นให้แข็งแรง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ด้านได้แก่&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;พื้นที่ปลูก</strong>&nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ&nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลงเพาะปลูกสุขลักษณะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110135805334"],
    [53,"กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;</strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต&nbsp;ร่วมกิจกรรมศึกษาแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคนิคองค์ความรู้การเพาะเลี้ยงกระท่อม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พืชกระท่อม&nbsp;(Mitragyna&nbsp;speciosa&nbsp;(Korth.)&nbsp;Havil.)&nbsp;ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ?&nbsp;ได้แก่?&nbsp;การรักษาโรคตามภูมิปัญญาพื้นบ้านและตำรับยาแผนโบราณ&nbsp;กลุ่มผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร?&nbsp;มาเป็นเวลานาน&nbsp;โดยมีสารไมตราจินีน&nbsp;และสาร&nbsp;7-ไฮดรอกไซไมตราจินีน&nbsp;เป็นสารสำคัญสามารถบรรเทาอาการปวด?&nbsp;แก้ปวดท้อง&nbsp;แก้บิด&nbsp;ท้องเสีย&nbsp;แก้ปวดเมื่อยร่างกาย&nbsp;ระงับประสาท&nbsp;ช่วยให้ทำงานทนไม่หิวง่าย&nbsp;โดยพบได้มากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้&nbsp;และบางจังหวัดของภาคกลาง</p><p><strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในอดีตพืชกระท่อมถูกระบุในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ประเภทที่&nbsp;5&nbsp;แต่ในปัจจุบันประเทศไทยได้แก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8&nbsp;มีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยพืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&nbsp;พิชกระท่อมจึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป?&nbsp;อย่างไรก็ตามพืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&nbsp;รวมถึงอุปสรรค&nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน?&nbsp;100,000?&nbsp;ต้น</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมในวันนี้</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับคณะอาจารย์&nbsp;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;กองขยายพันธุ์พืช?&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา?&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคในการเพาะกระท่อมพันธุ์ดีซึ่งจะนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการผลิตกระท่อมตามโครงการวิจัยและนำองค์ความรู้ดังกล่าวไว้ใช้ส่งเสริมเกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110142705344"],
    [54,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีกดปุ่ม เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตกร","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;กดปุ่ม&nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตกร&nbsp;</strong>นายชัยชาญ&nbsp;สิทธิวิรัชธรรม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายโชติวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;ส.ส.&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;และคณะ&nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การใช้น้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่10&nbsp;และ&nbsp;12&nbsp;ณ&nbsp;ฝ่ายส่งน้ำที่&nbsp;2&nbsp;ชัณสูตร&nbsp;(โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร)&nbsp;ต.โพสังโฆ&nbsp;อ.ค่ายบางระจัน&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยได้พบปะพูดคุยรับทราบปัญหาของเกษตรกร&nbsp;</strong>ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;และผู้แทนจากกรมชลประทาน&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของเกษตรกรโดยจะดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้แก่เกษตรกรที่เพาะปลูกข้าว&nbsp;และพืชเกษตรแล้วในฤดูการนี้จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;และขอความร่วมมือเกษตรกรห้ามเพาะปลูกเพิ่มเติมและงดการเพาะปลูกหลังจากเก็บเกี่ยวในฤดูการนี้จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;เนื่องจากน้ำต้นทุนมีจำนวนน้อยและต้องใช้ในการบริหารจัดการด้านอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้ในการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้ขอความร่วมมือเกษตรกร</strong>ให้เข้าร่วมโครงการโคกหนองนาโมเดล&nbsp;หรือโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ในการนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้กดปุ่ม&nbsp;เดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน้อยเข้าสู่คลองส่งน้ำ&nbsp;1&nbsp;ซ้าย&nbsp;-1&nbsp;ขวา&nbsp;ต.ถอนสมอ&nbsp;&nbsp;อ.ท่าช้าง&nbsp;&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับเกษตรกร&nbsp;และได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจการเพาะปลูกข้าวนาปรังของเกษตรกรด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110144546356"],
    [55,"เกษตรกรเลี้ยงไก่ปลื้ม ผู้บริโภคเข้าใจกินเนื้อไก่เพิ่มร่วมแก้ปัญหาประเทศยามวิกฤตหมูแพง","<p><strong>เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วประเทศ&nbsp;รับอานิสงส์หลังผู้บริโภคหันกินเนื้อไก่</strong>ทดแทนเนื้อหมูเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการแก้ปัญหาประเทศจากหมูขาดแคลนและมีราคาแพง&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ฟื้นตัวหลังอุตสาหกรรมชะลอตัวยาวช่วงโควิด-19</p><p><strong>นางฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ความต้องการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;จากการที่ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมหันไปหาโปรตีนทางเลือกอื่นที่มีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการเทียบเท่าเนื้อหมูในราคาที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งเนื้อไก่เป็นโปรตีนคุณภาพดีย่อยง่าย&nbsp;ที่สำคัญราคาถูกกว่าเนื้อหมูในขณะนี้ถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;ทำให้จูงใจผู้บริโภคในการเปลี่ยนไปหาเนื้อสัตว์ทดแทน&nbsp;ซึ่งร้านอาหารและร้านอาหารตามสั่ง&nbsp;มีการปรับวัตถุดิบจากเนื้อหมูมาเป็นเนื้อไก่มากขึ้นด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สมาคมฯ&nbsp;ขอขอบคุณคนไทยแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่เข้าใจสถานการณ์</strong>และเลือกกินเนื้อไก่ทดแทนเนื้อหมู&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีตลาดรองรับเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาประเทศในยามวิกฤตขาดแคลนเนื้อหมูแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่มีกำลังใจดำเนินธุรกิจต่อไป&nbsp;หลังแบกภาระขาดทุนตลอดช่วงระยะเวลาโควิด-19&nbsp;เกษตรกรพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลและสร้างแหล่งอาหารมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ให้กับคนไทยในทุกสถานการณ์&nbsp;</p><p><strong>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความต้องการเนื้อไก่ที่เพิ่ม</strong>ขึ้นส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;โดยราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มปรับมาอยู่ที่&nbsp;37-39&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขณะที่คนเลี้ยงมีต้นทุน&nbsp;36-38&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;แม้จะปรับไม่มากและเป็นราคาทรงตัวตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2564&nbsp;แต่ก็ดีขึ้นกว่าช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และดีกว่าเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ราคาเฉลี่ยประมาณ&nbsp;34-35&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ปัจจุบันราคาไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที่&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการในตลาด&nbsp;ในระหว่างรอผลผลิตเนื้อหมูจากการเลี้ยงรอบใหม่อีกระยะหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ภาคปศุสัตว์และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของไทย</strong>&nbsp;ยังประสบกับปัญหาสำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นต้นทุนหลักประมาณ&nbsp;60%&nbsp;ของต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะช่วงปี&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เกษตรกรต้องประสบกับการขาดทุนสะสมจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2564&nbsp;ราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง&nbsp;30-40%&nbsp;รวมถึงปัจจัยการผลิตและการป้องกันโรคระบาดปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการบริหารจัดดังกล่าวมานาน&nbsp;ซึ่งราคาเนื้อไก่ที่ปรับขึ้นนี้จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยได้มาตรฐานสากลระดับโลก&nbsp;</strong>และปฏิบัติตามแนวทางการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;ได้รับการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้อนตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สร้างหลักประกันให้กับผู้บริโภคเนื้อไก่ให้ได้รับโปรตีนคุณภาพดีและปลอดภัยอย่างยั่งยืน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110154938431"],
    [56,"เกษตรกร เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ","<p><strong>เกษตรกร&nbsp;เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ&nbsp;ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกร</strong>ฟื้นอาชีพ&nbsp;เพิ่มซัพพลายหมู&nbsp;ขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร&nbsp;ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี</p><p><strong>นายสุนทราภรณ์&nbsp;สิงห์รีวงศ์&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ&nbsp;ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว&nbsp;หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง&nbsp;60%&nbsp;ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ&nbsp;จากที่เคยมีถึง&nbsp;200,000&nbsp;ราย&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;80,000&nbsp;รายในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด&nbsp;ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร&nbsp;และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ&nbsp;ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&nbsp;รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่&nbsp;ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ&nbsp;ด้วยการประกันภัย&nbsp;กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย&nbsp;จะต้องมีการชดเชยในทันที&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด&nbsp;</strong>ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง&nbsp;ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง&nbsp;โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ&nbsp;จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ&nbsp;พากันเลิกอาชีพ&nbsp;และปล่อยเล้าร้าง&nbsp;จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้&nbsp;ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ&nbsp;แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง&nbsp;ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง&nbsp;ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที&nbsp;เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง&nbsp;18-19&nbsp;ล้านตัวต่อปี&nbsp;จะต้องใช้เวลา&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู&nbsp;ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;การช่วยลดหนี้&nbsp;พักหนี้&nbsp;หรือพักดอกเบี้ย&nbsp;พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน&nbsp;และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;&nbsp;นายสุนทราภรณ์&nbsp;กล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับแนวทางแก้ปัญหา</strong>&nbsp;ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น&nbsp;ข้อเท็จจริงคือ&nbsp;ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ&nbsp;จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ&nbsp;ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ&nbsp;ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว&nbsp;จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา&nbsp;เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ&nbsp;เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว&nbsp;รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม&nbsp;ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง&nbsp;จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่&nbsp;ที่ต้องล่มสลาย&nbsp;เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110155553436"],
    [57,"ตรัง  โอกาสทองของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย หลังราคาหมูแพงทำคนต้องการซื้อลูกสุกรพุ่ง แต่เดือดร้อนจากค่าปัจจัยที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าอาหารที่แพงปรับขึ้นถี่ยิบ","<p><strong>ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสุกรบ้านเกาะปราง&nbsp;หมู่&nbsp;12</strong>&nbsp;ต.หนองปรือ&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายประยวด&nbsp;สุขดำ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;12&nbsp;ต.หนองปรือ&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสุกรบ้านเกาะปราง&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในกลุ่มมีสมาชิกประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;โดยกระจายกันเลี้ยง&nbsp;ในส่วนของตนเองมีแม่พันธุ์อยู่&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;มีลูกสุกร&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;วัน&nbsp;อยู่จำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีคนจองทั้งหมดแล้ว&nbsp;โดยจำหน่ายในราคาตัวละ&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;ก่อนหน้านี้เคยจำหน่ายในราคาตัวละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;คนที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องการจะเอาไปเลี้ยงขุน&nbsp;ส่งขายเป็นสุกรชำแหละ&nbsp;ซึ่งราคาสูงมาก&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ลูกสุกรมีไม่พอจำหน่าย&nbsp;เพราะความต้องการสูงมากขึ้นกว่า&nbsp;40%</strong>&nbsp;โดยมีบางคนที่ต้องการเลี้ยงมาสอบถามอยู่ตลอดเวลาว่า&nbsp;แม่สุกรจะตกลูกอีกเมื่อไร&nbsp;เพราะต้องการซื้อ&nbsp;โดยแม่สุกร&nbsp;เมื่อผสมพันธุ์แล้วใช้เวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;114&nbsp;&nbsp;119&nbsp;วัน&nbsp;ก็จะตกลูก&nbsp;หลังจากนั้นประมาณ&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ก็สามารถขายเป็นลูกสุกรได้ดังกล่าว&nbsp;แต่ส่วนตัวก็จะต้องเก็บไว้บางส่วน&nbsp;เพื่อจะนำไปขุนเอง&nbsp;และเมื่อขุนได้ขนาด&nbsp;จะถูกนำไปส่งให้กับพ่อค้าเขียงหมู&nbsp;ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำอาหารหมูมาขายให้แก่เกษตรกร&nbsp;และจะรับซื้อลูกสุกรขุนที่พวกตนเลี้ยงกลับไปทั้งหมด&nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่ต้องมีปัญหาเรื่องของการตลาด&nbsp;&nbsp;แถมช่วงนี้ยังทำให้ราคาหมูหน้าฟาร์มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;จนล่าสุดถึงกิโลกรัมละ&nbsp;90&nbsp;บาทแล้ว&nbsp;ซึ่งไม่เคยมีราคาที่ดีเช่นนี้มาก่อนเลย&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีสุกรขุนอยู่ในฟาร์มจำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;รอทยอยส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าเขียงหมู&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สิ่งที่เกษตรกรรู้สึกกังวลก็คือ&nbsp;ราคาอาหารหมูที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ</strong>&nbsp;ครั้งละ&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกระสอบ&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;4&nbsp;ครั้งแล้ว&nbsp;นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และล่าสุดที่ปรับขึ้นก็คือ&nbsp;เมื่อช่วงต้นปี&nbsp;2565&nbsp;ต่างไปจากเมื่อก่อนที่นานๆ&nbsp;ราคาอาหารหมูจะปรับขึ้นสักครั้ง&nbsp;โดยทางผู้ผลิตอ้างว่าเกิดจากวัตถุดิบขาดแคลน&nbsp;โดยราคาอาหารจะมีทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ขนาด&nbsp;เริ่มจากขนาดเล็กจะแพงสุดไปจนถึงสุกรขุนจนส่งขายได้&nbsp;โดยมีราคากระสอบละ&nbsp;790&nbsp;บาท&nbsp;,700&nbsp;บาท&nbsp;,570&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;480&nbsp;บาท&nbsp;โดยในระยะเวลาประมาณ&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;ทำต้นทุนอาหารเพิ่มขึ้นมาประมาณ&nbsp;30%&nbsp;โดยสุกร&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;กินอาหารประมาณ&nbsp;7&nbsp;กระสอบ&nbsp;โดยต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;40%&nbsp;เพราะแม้จะไม่ต้องซื้อลูกสุกร&nbsp;แต่ต้องเลี้ยงแม่พันธุ์ไว้ขยายพันธุ์เอาลูก&nbsp;ซึ่งแบกรับค่าอาหารที่แพงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110161535456"],
    [58,"ติดตามสถานการณ์น้ำแล้งปี 65 อย่างใกล้ชิด รณรงค์ทุกภาคส่วนช่วยใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;-17&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;56,855&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;75&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว&nbsp;4.05&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;63&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;2.80&nbsp;ล้านไร่&nbsp;&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;99&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;ให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติสนับสนุนการเกษตรก่อน&nbsp;จากนั้นจะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำช่วยเสริม&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกับเดินหน้าตามมาตรการรับมือการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ปี&nbsp;64/65</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เน้นย้ำน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ต้องเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ให้ตระหนักถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;และร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;รู้คุณค่า&nbsp;รวมทั้งควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรังให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110183226520"],
    [59,"ประมงจังหวัดตรัง มอบพันธุ์สัตว์น้ำและป้ายศูนย์ ศพก. ด้านประมง จำนวน 10 ศูนย์","<p><strong>ที่บริเวณสระน้ำเพิ่มสุข&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;มอบพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;(ปลานิล,&nbsp;ปลาทับทิม,&nbsp;ปลาดุก,&nbsp;ปลาหมอ)&nbsp;จำนวน&nbsp;3,530&nbsp;ตัว&nbsp;อาหารสัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;กระสอบ&nbsp;และมอบป้ายศูนย์&nbsp;ศพก.&nbsp;ด้านประมง&nbsp;โดยให้แก่เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ตามโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง&nbsp;</strong>(ศูนย์เครือข่าย)&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายฯ&nbsp;ที่จัดตั้งใน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ให้มีฐานเรียนรู้ด้านการประมง&nbsp;สามารถเป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้สนใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;(อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142557787"],
    [60,"ครม. อนุมัติ  574.11 ล้านบาท เยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยในพื้นที่ 56 จังหวัด","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;จำนวน&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(African&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;และโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่า&nbsp;โดยจะจ่ายเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;56&nbsp;จังหวัด&nbsp;มีเกษตรกรที่กรมปศุสัตว์ได้ทำลายสุกรไปแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;4,941&nbsp;ราย&nbsp;และจำนวนสุกร&nbsp;159,453&nbsp;ตัว</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้มีการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;&nbsp;เพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกร&nbsp;ดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งในขณะนี้มีความคืบหน้าของโครงการกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ซึ่งหากพัฒนาได้สำเร็จ&nbsp;ไทยจะเป็นชาติแรกในโลกที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกรได้เป็นชาติแรก&nbsp;พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ยังได้ดำเนินระบบการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง&nbsp;กำกับดูแล&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;ตลอดจนการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;อาทิ&nbsp;ให้มีรั้วรอบฟาร์ม&nbsp;ให้มีจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบ&nbsp;สำรวจโรคตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล&nbsp;พร้อมชี้แจงให้ประชาชนอย่างโปร่งใส&nbsp;ที่สำคัญต้องลดความเดือดร้อนของเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม&nbsp;ผู้ค้ารายย่อย&nbsp;โดยเฉพาะผู้บริโภค&nbsp;ในขณะนี้ให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142707789"],
    [61,"ครม. รับทราบ 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ เร่งจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยง","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติรับทราบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&nbsp;ฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สนทช.)&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;9&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภท&nbsp;โดยการสูบน้ำจากแหล่งน้ำมากไปสู่แหล่งน้ำน้อย&nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำใต้ดิน&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเก็บน้ำและปรับปรุงและพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;สำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการสำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบเพื่ออุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;และจัดทำทะเบียนผู้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำหนดแผนปริมาณน้ำจัดสรรในฤดูแล้งให้ชัดเจน&nbsp;&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผนและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึงถึงระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;โดยจัดทำทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ระบุพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำที่นำมาใช้ให้ชัดเจนเพื่อให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน&nbsp;เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลงเพาะปลูกนารอบที่&nbsp;1&nbsp;(นาปี)&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจวัด&nbsp;และควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การเกษตร&nbsp;และชุมชนลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;รวมทั้งควบคุมและขึ้นทะเบียนการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำและลำน้ำ&nbsp;ติดตามและประเมินผลเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;โดยรายงานเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งติดตาม&nbsp;ควบคุมการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชทนแล้ง&nbsp;การทำนาปรัง&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันที</p><p><strong>โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&nbsp;หรือเสี่ยงภัยแล้ง&nbsp;หรือฝนทิ้งช่วง&nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการซ่อมแซมอาคารชลศาสตร์&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;โครงการการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;โครงการปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;และโครงการเพิ่มน้ำต้นทุน&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ&nbsp;รายได้&nbsp;และการจ้างแรงงานให้กับประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111144721812"],
    [62,"เริ่มแล้ว ฤดูกาลทุเรียน ออกก่อน อ่อนไม่มี ทุเรียนทวาย ทุเรียนนอกฤดู ยอดจอง ไม่พอขาย","<p><strong>การผลิต&nbsp;ทุเรียน&nbsp;นอกฤดู&nbsp;หรือที่เรียกกันว่าทุเรียนทวาย&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;ต.อ่าวใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ถือว่า&nbsp;เกษตรชาวสวนส่วนน้อย&nbsp;ที่ต้องการผลผลิตทุเรียนให้ออกในช่วงนี้&nbsp;เพราะดูแลยาก&nbsp;บางต้นจะเก็บไว้&nbsp;5-10&nbsp;ลูก&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แต่ด้วยความต้องการของผู้บริโภคทุเรียน&nbsp;มีความต้องการสูง&nbsp;และรวมถึงราคาที่&nbsp;ณ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp;นายชยุตพงศ์&nbsp;ลาภดล&nbsp;เกษตรกรสวนทุเรียน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.อ่าวใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ถือเป็นเกษตรกร&nbsp;เจ้าแรกๆ&nbsp;ที่จำหน่ายทุเรียนทวาย&nbsp;เปิดหน้าร้าน&nbsp;บ้านคอกม้า&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;ริมถนน&nbsp;สายตราด&nbsp;แหลมศอก&nbsp;ต.อ่าวใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;จำหน่ายทุเรียน&nbsp;และผลไม้ตามฤดูกาล&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>นายชยุตพงศ์&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ตนเองจะรับซื้อทุเรียนที่ได้คุณภาพ&nbsp;จากเจ้าของสวนในพื้นที่&nbsp;ส่งไปทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลผลผลิตทุเรียนของจังหวัดตราด&nbsp;ที่เหลืออีกไม่กี่วัน&nbsp;ก็จะออกมารุ่นแรก&nbsp;แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่&nbsp;ความต้องการของผู้บริโภคทุเรียนมีมาก&nbsp;และประจวบกับทุเรียนทวายในพื้นที่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ออกเป็นทุเรียนที่ออกก่อนฤดู&nbsp;เป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นจำนวนมากด้วย&nbsp;ทำให้มียอดสั่งจอง&nbsp;สินค้าไม่พอจำหน่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;นายชยุตพงศ์&nbsp;บอกอีกว่า&nbsp;ทุเรียนทวาย&nbsp;เป็นทุเรียนที่&nbsp;ออกก่อนฤดูและมีรสชาติอร่อย&nbsp;</strong>เพราะช่วงของการเจริญเติบโต&nbsp;จะไม่โดนฝน&nbsp;ทำให้เนื้อทุเรียน&nbsp;หอม&nbsp;หนึบ&nbsp;อร่อย&nbsp;แต่อาจจะมีเปลือกหนาบางลูก&nbsp;และจะเป็นไซด์ขนาดใหญ่&nbsp;ส่วนการจำหน่ายนั้น&nbsp;ราคากลาง&nbsp;จะดูจากล้งเป็นหลัก&nbsp;ซึ่งราคาจะไม่สูงกว่าล้งมากนัก&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;<strong>ทางนายชยุตพงศ์&nbsp;บอกต่ออีกว่า&nbsp;</strong>จะทำการส่งจำหน่ายทุเรียนทวาย&nbsp;จนกว่าทุเรียนในพื้นที่รุ่นนี้จะหมด&nbsp;ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูกาลทุเรียน&nbsp;หมอนทอง&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;จะออกสู่ตลาด&nbsp;ในช่วงประมาณสิ้นเดือน&nbsp;มีนาคมที่จะถึงนี้</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สสังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111153931849"],
    [63,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ระยะนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;4-15&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;8-15&nbsp;องศาเซลเซียส</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้จะมีอากาศเปลี่ยนแปลง</strong>&nbsp;เกษตรกรควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;เกษตรกรควรใช้น้ำอย่างประหยัดและวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อจะได้มีน้ำใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง&nbsp;สำหรับปริมาณน้ำระเหยจะมีมาก&nbsp;เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชและโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใบไม้&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;และหญ้าแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อลดอัตราการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน&nbsp;รักษาความชื้นภายในดิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160537865"],
    [64,"ปศุสัตว์จังหวัดตรัง ยืนยันหมูในจังหวัดตรังไม่เคยเกิดโรคระบาด","<p><strong>จากกรณีที่ฟาร์มเลี้ยงหมูรายย่อยหลายแห่งใน&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;และ&nbsp;อ.ห้วยยอด</strong>&nbsp;เกิดโรคระบาดเมื่อประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;เดือนที่ผ่าน&nbsp;จนทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;เข้าไปตรวจสอบและสั่งการให้เจ้าของฟาร์มหมูเร่งฝังทำลายหมูทั้งหมด&nbsp;ทำให้ขาดทุนจำนวนมาก&nbsp;แต่ก็มีเจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูบางรายต้องเร่งส่งขาย&nbsp;เพื่อลดปัญหาการขาดทุน&nbsp;ทำให้จนถึงขณะนี้เจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูจำนวนมากต้องหยุดพักคอก&nbsp;ไม่กล้าลงทุนเลี้ยงใหม่&nbsp;เพราะอาหารและลูกหมูมีราคาแพง&nbsp;และหวั่นจะเกิดโรคระบาดซ้ำ&nbsp;เพราะที่ผ่านมาหลังจากหมูเกิดโรคระบาด&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าโรคระบาดที่เกิดขึ้นเกิดจากโรค&nbsp;และสาเหตุอะไร&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;นายสัตวแพทย์สุรจิต&nbsp;วิชชุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตนของยืนยันว่าจังหวัดตรัง&nbsp;ไม่เคยเกิดโรคระบาดในหมู&nbsp;ส่วนภาคใต้ก็มีบ้างแต่ประปราย&nbsp;ตนในฐานะปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;ขอยืนยันว่าได้ควบคุมโรคระบาดในจังหวัดตรังได้อย่างชัดเจน&nbsp;แน่นอน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผลกระทบของโรคระบาดที่เกิดขึ้นอย่างที่ปรากฎข่าวอยู่ขณะนี้&nbsp;ไม่พบในจังหวัดตรังอย่างแน่นอน&nbsp;และไม่พบโรคระบาดในจังหวัดตรังมาเป็นเวลานานแล้ว&nbsp;ในส่วนของกรมปศุสัตว์มีนโยบายอย่างชัดเจน&nbsp;มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรรายย่อย&nbsp;และเกษตรกรรายใหญ่&nbsp;เพื่อให้มีความรู้เท่าทันโรคระบาดในฟาร์ม&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์มีนโยบายให้ประชุมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกเป็นประจำทุกปี&nbsp;ปีละ&nbsp;2-3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์รายใหญ่&nbsp;หรือฟาร์มระบบปิดมีรูปแบบการจัดการฟาร์มและการป้องกันโรคอย่างดี&nbsp;ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้พัฒนาฟาร์มเป็นฟาร์มมาตรฐานจะมีปัญหานิดหน่อย&nbsp;ทั้งนี้ชาวบ้านถามยืนยันว่า&nbsp;ไม่เคยพบการโรคระบาดในหมูเกิดขึ้นเลยหรือ&nbsp;แต่ชาวบ้านและเจ้าของฟาร์มในพื้นที่&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;และอ.ห้วยยอด&nbsp;ยืนยันว่าหมูเกิดโรคระบาดและฝังไปเป็นจำนวนมากก่อนสิ้นปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสัตวแพทย์สุรจิต&nbsp;วิชชุสุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>ไม่เคยมี&nbsp;เป็นการเสพข่าว&nbsp;และเข้าไปตรวจสอบแล้วยืนยันไม่พบการระบาดเลย&nbsp;สำหรับจังหวัดตรัง&nbsp;มีเกษตรการรายย่อย&nbsp;ที่เลี้ยงสุกร&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;มีสุกรนับแสนตัว&nbsp;มีฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีแม่พันธุ์&nbsp;4,500&nbsp;ตัว&nbsp;มีหมูขุนในฟาร์ม&nbsp;30,000&nbsp;ตัว&nbsp;จึงยืนยันว่าหมูในจังหวัดตรังมีเพียงพอต่อการบริโภคในจังหวัดอย่างแน่นอน&nbsp;แต่หมูย่างมีการนำเข้าจากจังหวัดใกล้เคียงบ้าง&nbsp;ประมาณวันละ&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;เพราะหมูย่างจะมีการเลือกใช้หมูขนาดเฉพาะของเขา&nbsp;&nbsp;แต่สาเหตุที่หมูในจังหวัดตรังมีราคาแพง&nbsp;เป็นเพราะในโลกสมัยที่การสื่อสารทั่วถึง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรังหมูมีเพียงพออยู่แล้ว&nbsp;ไม่ได้ขาดแคลน&nbsp;แต่เมื่อหมูที่อื่นขาดตลอด&nbsp;หมูที่ตรังจึงไหลไปที่อื่นด้วย&nbsp;และราคาก็ขยับราคาสูงตามประกาศราคาสมาคมผู้เลี้ยงหมูภาคใต้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160746868"],
    [65,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี 2565 ล่วงหน้า พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เกิดมาตรการที่เข้มงวดโดยเฉพาะด่านนำเข้าจีน&nbsp;และส่งผลต่อการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรผลไม้ของไทย&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้&nbsp;มีความเป็นห่วงสถานการณ์และได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย&nbsp;จึงได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ลงพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และเชียงราย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-15&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยจะติดตามความคืบหน้าในหลายด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;(ลำไย)&nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กรกอ.)&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;(Agritech&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Center&nbsp;:AIC)&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และเชียงราย&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมด่านเชียงของและด่านเชียงแสนในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบกและทางเรือลำน้ำโขง&nbsp;โดยเฉพาะมาตรการ&nbsp;SPS&nbsp;และโควิดฟรี&nbsp;(Covid&nbsp;Free)&nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเตนและด่านโมฮ่าน&nbsp;ตลอดจนการประชุมหารือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้า&nbsp;(Arabica)&nbsp;ตลอดห่วงโซอุปทาน&nbsp;การบริหารจัดการน้ำของโครงการชลประทานภาคเหนือตอนบนและการขับเคลื่อนโครงการโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือเพื่อพัฒนาการเกษตรในเมืองและส่งเสริมเพิ่มพื่นที่สีเขียวเพื่อแก้ปัญหา&nbsp;pm.2.5&nbsp;และลดก๊าซเรือนกระจก</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับข้อมูลการส่งออกนำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปรากฎว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า&nbsp;3&nbsp;เท่าตัว&nbsp;โดยในปี&nbsp;2563&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน&nbsp;1.02&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน&nbsp;30,735&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไทยได้เปรียบจีน&nbsp;7.2&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;ครองตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วนตลาด&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;สูงถึงร้อนฝยละ&nbsp;ขณะที่เพียง&nbsp;10&nbsp;เดือนของปี&nbsp;2564&nbsp;(เดือน&nbsp;ม.ค-ต.ค&nbsp;64)&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;สูงเป็นประวัติการณ์&nbsp;ส่วนการนำเข้าส่งออกผักในปี&nbsp;2563&nbsp;จีนส่งออกออกผักมาไทย&nbsp;8&nbsp;พันล้าน&nbsp;ไทยส่งออกผักสดผักแข็งผักแห้งและมัน&nbsp;หัวมัน&nbsp;30,000&nbsp;ล้าน&nbsp;แต่ถ้าแยกผักออกมาไทยส่งออกผักไปจีน&nbsp;1&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;เสียดุลการค้าจีนด้านผัก&nbsp;7&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;ในขณะที่ไทยได้เปรียบการส่งออกผลไม้ไปจีนกว่า&nbsp;7&nbsp;หมื่นล้านบาท</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111202541975"],
    [66,"ชุมชนบ้านถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา หลักทรงงาน ที่ดิน 1 งานสู่รายได้ 1 แสนบาท","<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> เยี่ยมและให้กำลังใจชุมชนบ้านถ้ำกลองเพลตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ในการขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา หลักทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร อาชีพรายได้และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผ่านการระเบิดจากข้างในของชุมชนสู่การปฏิบัติตามหลักภูมิสังคมด้วยการปลูกผักปลอดสาร คนกินปลอดภัย คนปลูกสุขใจ ผักปลอดภัยสายบุญ</p><p><strong>โดยมีการปลูกผักหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดทั้งปีตามหลักภูมิสังคม </strong>ใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากมูลควาย,วัวผสมแกลบหมักด้วยน้ำหมักจากเศษอาหารและเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดขยะ ซึ่งใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยเฉพาะเงื่อนไข ความรู้ ทั้งการผลิต การจำหน่ายแบบองค์รวม และมองทั้งระบบ และจะต้องนำเงื่อนไข คุณธรรม คือความอดทน ขยัน ความเพียร ความซื่อสัตย์สุจริต </p><p><strong>ชุมชนนี้ดำเนินการมานานหลายปีและยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง</strong> และจะนำไปสู่ภูมิคุ้มกันที่ดีมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้นนอกจากรับประทานแล้วยังจำหน่ายเป็นรายได้ต่อครั้งประมาณ 7,000 - 10,000 บาท ตลอดทั้งปีประมาณ 84,000 - 120,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งชุมชนบ้านถ้ำกลองเพล ดำเนินการ จำนวน 50 ครัวเรือน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2022-11-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111201859974"],
    [67,"ปศุสัตว์เพชรบุรี ออกให้บริการตรวจสุขภาพโคนม เจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ  ตรวจรับรองฟาร์มGFM และขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง","<p><strong>ปศุสัตว์เพชรบุรีออกให้บริการตรวจสุขภาพโคนม</strong>&nbsp;เจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ&nbsp;ตรวจรับรองฟาร์มGFM&nbsp;และขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการตรวจสุขภาพโคนมประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการเก็บตัวอย่างด้วยการเจาะเลือดโคนม&nbsp;เพื่อทดสอบโรคบรูเซลโลซิส&nbsp;(แท้งติดต่อ)&nbsp;ในโคนม&nbsp;พร้อมบันทึกข้อมูลประวัติสัตว์และให้คำแนะนำในด้านการจัดการฟาร์มที่ดี&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลป่าเด็ง&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เก็บตัวอย่าง&nbsp;โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;192&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นายมานะ&nbsp;บุตรเพชร&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอบ้านลาดนำทีมเจ้าหน้าที่ฯ</strong>&nbsp;ออกปฏิบัติงานในพื้นที่ให้บริการเจาะเลือดเก็บตัวอย่างแพะเนื้อ&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบ้านลาด&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อตรวจรับรองฟาร์มเข้าสู่ระบบฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;:&nbsp;GFM)&nbsp;และฟาร์มปลอดโรคบลูเซลลูซีสในแพะ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรีได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งทั้งรายใหม่และรายเก่า&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางหมู่บ้าน&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หนองขนาน&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;19&nbsp;ฝูง&nbsp;มีเป็ดไล่ทุ่งอยู่ในการเลี้ยง&nbsp;140,000&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ชี้แจงมาตรการ&nbsp;เพื่อจำกัดเขตการเลี้ยง</strong>&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้เลี้ยงภายในเขตจังหวัด&nbsp;หากต้องมีการเคลื่อนย้ายข้ามข้ามจังหวัดให้ดำเนินการตามมาตรการกรมปศุสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาด&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมาขึ้นทะเบียนฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;เพื่อปรับเปลี่ยนลักษณะการเลี้ยงให้เป็นฟาร์มที่มีการจัดการฟาร์มที่เหมาะสม&nbsp;และมอบยาฆ่าเชื้อโรคให้กับเกษตรกรทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/12&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112114841117"],
    [68,"ปศุสัตว์เพชรบุรี เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำนม ประจำเดือนมกราคม 2565","<p><strong>ปศุสัตว์เพชรบุรี&nbsp;เก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพน้ำนม</strong>&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;10-11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอชะอำ&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ตรวจนับปริมาณและเก็บตัวอย่างน้ำนมดิบ&nbsp;ตามโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยการจดบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำนมดิบทุกเบอร์ถัง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รอบเย็นวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;และ&nbsp;รอบเช้าวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&nbsp;จำกัด&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย&nbsp;จำกัด&nbsp;(ศูนย์ชะอำ)&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบกลุ่มเกษตรกรโคนมชะอำ&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมพอเพียงอำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค&nbsp;ห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาป่าเด็ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งตรวจคุณภาพของน้ำนมดิบทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;</strong>ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตกจังหวัดราชบุรีต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/12&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112115054119"],
    [69,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน","<p><strong>วันที่&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;ตัวแทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมและพิจารณา&nbsp;ในเรื่อง&nbsp;\"การประชุมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;อย่างเป็นธรรม&nbsp;(ในเขตภาคเหนือ)\"&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;APP&nbsp;ZOOM&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting</p><p><strong>สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;การคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;ผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อาทิ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;ซึ่งฤดูกาลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด&nbsp;30,716&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว&nbsp;ผลการบริหารจัดการสิ้นจี่ของทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;และน่าน&nbsp;ได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งมิติของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงปริมาณรวมถึงครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโตของลิ้นจี่ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;และหลังเก็บเกี่ยว&nbsp;จึงทำให้ไม่มีผลผลิตส่วนเกิน&nbsp;ในส่วนของราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;(ห่อ)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;78&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;เท่ากับ&nbsp;53&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;เท่ากับ&nbsp;41&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;เท่ากับ&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และเกรดคละ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยจากการขายลิ้นจี่เท่ากับ&nbsp;62/38/25/14/&nbsp;8&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p><strong>ในส่วนของการผลิตลำไยในฤดูภาคเหนือฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้น&nbsp;1&nbsp;ล้านกว่าไร่&nbsp;เนื้อที่ให้ผล&nbsp;9&nbsp;แสนกว่าไร่&nbsp;ประมาณการผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่&nbsp;711&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูและติดตามสถานการณ์การผลิตและการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย&nbsp;ตลอดฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สำหรับราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;ลำไย&nbsp;(สดช่อ)&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมและเกรด&nbsp;AA+A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้นทุนการผลิตลำไยในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีส่วนต่างของราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;กำไรเฉลี่ยจากการขายลำไยเท่ากับ&nbsp;18/12/4/14&nbsp;&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;อย่างไรก็ตามกรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น(Focus&nbsp;Group)&nbsp;เชิงตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;</p><p>\"ปัญหาและอุปสรรค\"&nbsp;ของการบริหารจัดการผลไม้ระดับ&nbsp;Area&nbsp;basedและรายสินค้า&nbsp;และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา&nbsp;โดยมีผู้ให้ข้อคิดเห็นประกอบด้วย&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายแรงงานในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ข้อเสนอแนะควรมีการขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่&nbsp;ด้านผู้ประกอบการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อ/ปิดกิจการ&nbsp;ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายรับซื้อผลผลิตเฉพาะบางเกรด&nbsp;รวมถึงเตาอบไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเพื่อแปรรูปอบแห้งคุณภาพลดลง&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ยกระดับเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการแปรรูปสร้างตลาดท้องถิ่นจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและจัดทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายผลผลิตลำไยสู่ผู้บริโภคโดยตรง,&nbsp;ด้านระบบโลจิสติส์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;บริษัทขนส่งไม่รับส่งผลไม้สด&nbsp;ทำให้ไม่สามารถขายผลไม้ออนไลน์ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;กระจายผลผลิตคุณภาพสู้ผู้บริโภคผ่านหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น,&nbsp;ด้านการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;โครงการสนับสนุนจากภาครัฐดำเนินการในช่วงปลายฤดูกาลผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทัน&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการจัด&nbsp;Zoning&nbsp;จะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงกระจุกตัวและควรมีแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ในภาวะวิกฤต,&nbsp;ด้านการแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;(สดช่อ/รูดร่วง/อบแห้งเนื้อสีทอง)ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ขาดแคลนระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต(สดช่อ)&nbsp;&nbsp;เกษตรกรยังไม่ได้&nbsp;GAP&nbsp;ครบ&nbsp;100%&nbsp;หน่วยรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ไม่สามารถรับรองพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้&nbsp;ล้งไม่รับซื้อผลผลิตราคาถูก&nbsp;(รูดร่วงเกรด&nbsp;B)&nbsp;ไม่มีกลุ่ม/องค์กรด้านการแปรรูปในพื้นที่และไม่มีนวัตกรรมด้านการแปรรูป&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;หน่วยงานระดับสูงควรประสาน/ทำความเข้าใจกับหน่วยรับรองเพื่อรับGAPสำหรับพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ควรมีการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปลำไยด้านสรรพคุณทางยาร่วมกับสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;กัญชา&nbsp;กระท่อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สร้างเครือข่ายการแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ&nbsp;ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและควรมีกลไกการบริหารจัดการทั้ง&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;และผู้ประกอบการ,&nbsp;&nbsp;ด้านบรรจุภัณฑ์&nbsp;(Packaging)&nbsp;ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;เกษตรกรยังขาดความรู้ในการคัดบรรจุ&nbsp;(Packing)&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องกระดาษได้รับความเสียหายระหว่างขนส่งจากความชื้นของผลผลิตลำไย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคเอกชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;ควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการขนส่งระยะทางไกล,&nbsp;&nbsp;ด้านการตลาดปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ไม่มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง&nbsp;(กลุ่มเกษตรกร/จังหวัด)&nbsp;ไม่มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;เน้นการพึ่งพาตลาดเก่า&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรส่งเสริม/ยกระดับให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้สามารถพัฒนาเป็นจุดรวบรวมผลผลิตเพื่อช่วยกระจายผลผลิต&nbsp;พัฒนาความรู้ให้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยี&nbsp;เช่น&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;Online&nbsp;การสร้างเวบไชต์/เพจจำหน่ายสินค้า&nbsp;เปิดตลาดใหม่และประชาสัมพันธ์การบริโภคลำไยเกี่ยวกับค่านิยมในการบริโภคที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;สรรพคุณทางยา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112133753145"],
    [70,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด จัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ( Field Day)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้เยี่ยมชมกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;(&nbsp;Field&nbsp;Day)&nbsp;ศูนย์เรียนรู้ตามรอยศาสตร์พระราชา&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;โดยนายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความสามารถและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม&nbsp;โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้ให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ในการใช้การสอนที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;และให้คำแนะนำในการบริหารจัดการต่างๆกับเกษตรกร</p><p><strong>การจัดกิจกรรมดังกล่าวทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดจัดบูธนิทรรศการ&nbsp;เพื่อสอนความรู้ต่างๆให้กับเกษตรกร&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำปุ๋ยชนิดต่างๆ&nbsp;การทดสอบดิน&nbsp;การทำอาหารเสริมให้พืช&nbsp;การใช้เทคโนโลยีผลิตพืชอย่างปลอดภัย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราดยังได้เยี่ยมชมสินค้าของเกษตรกร</strong>ในพื้นที่ที่นำมาจำหน่าย&nbsp;การสาธิต&nbsp;การให้น้ำผ่านสมาร์ทโฟน&nbsp;โรงเห็ดอัจฉริยะ&nbsp;และร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตของศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112145443240"],
    [71,"สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี จัดทำแผนพัฒนาอาชีพ เวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก","<p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนนิคมสงเคราะห์&nbsp;2&nbsp;ต.พุคำจาน</strong>&nbsp;อ.พระพุทธบาท&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;นางสาวอรอนง&nbsp;ขำวงษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;นายสละ&nbsp;นิรากรณ์&nbsp;&nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ร่วมจัดเวทีประชาคม&nbsp;ระดมความคิดเห็นของเกษตรกรสะท้อนปัญหา</p><p>ด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;ด้านแหล่งน้ำ&nbsp;ในการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;</p><p>ด้านหนี้สิน&nbsp;เพิ่มการทำอาชีพเสริม&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p>ด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;การปรับเปลี่ยนพืชทางเลือก&nbsp;</p><p>ด้านที่ดินทำกิน&nbsp;เกี่ยวกับคุณภาพดิน&nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การปลูกพืชรองที่มีความเหมาะสมกับดิน&nbsp;</p><p>ด้านสวัสดิการสิทธิเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;</p><p>และด้านคุณภาพชีวิต&nbsp;การพัฒนากลุ่มอาชีพ&nbsp;ในด้านการตลาด&nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;(ดอกเข้าพรรษา)&nbsp;ซึ่งหน่วยงานภาคีร่วมรับฟังปัญหาความตัองการ&nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&nbsp;คำแนะนำ&nbsp;กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;และร่วมบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180044349"],
    [72,"ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี หรือ ธกส. เปิดเผยข้อมูล                      การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ ประจำปี 2564/2565 ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ ธนาคาร ธกส.","<p><strong>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ธกส.&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;Lead&nbsp;:&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หรือ&nbsp;ธกส.&nbsp;เปิดเผยข้อมูล&nbsp;การจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนานของ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;</p><p><strong>นางวิภารัตน์&nbsp;สัมนักษร&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร</strong>และสหกรณ์การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยถึง&nbsp;ข้อมูลการจ่ายเงินตามโครงการนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ควบคู่มาตรการคู่ขนายของ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ในส่วนของโครงการตามนโยบายของรัฐบาลสำหรับพืชเศรษฐกิจหลัก&nbsp;ซึ่งอยู่ในโครงการประกันรายได้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการประกันรายได้&nbsp;</strong>ควบคู่กับมาตรการคู่ขนานของ&nbsp;ธกส.&nbsp;เพื่อเสริมให้ลูกค้ามีเงินทุนสำหรับปีการผลิตถัดไป&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ในปีนี้มีด้วยกัน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>โครงการประกันรายได้ข้าว&nbsp;เกษตรกรได้รับเงินแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;28,938&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;389,998,178&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการข้าว&nbsp;ช่วยเหลือในการดูแลคุณภาพข้าวให้กับเกษตร&nbsp;โดยรัฐบาลช่วยเหลือไร่ละ&nbsp;1,000บาท&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือครอบครัวละไม่เกิน&nbsp;20,000บาท&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับเงินแล้วจำนวน&nbsp;27,008&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;293,219,765.25บาท&nbsp;</p><p>โครงการสินเชื่อชะลอข้าว&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่มียุ้งฉาง&nbsp;โดยจะให้สินเชื่อตามวงเงินสินเชื่อ&nbsp;ตามแต่ละประเภทของข้าว&nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาการให้สินเชื่อไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;เดือนโดยไม่คิดดอกเบี้ย&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับเงินค่าฝากเก็บ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;&nbsp;</p><p>โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว&nbsp;โดยจะเป็นสินเชื่อสำหรับกลุ่มบุคคลหรือสหกรณ์การเกษตรที่มีสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกข้าว&nbsp;ดำเนินการรวบรวมข้าวเพื่อรอการขาย&nbsp;สามารถขอสินเชื่อได้&nbsp;โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยผู้กู้จะรับผิดชอบดอกเบี้ยเพียง&nbsp;1%&nbsp;ดอกเบี้ยที่เหลือรัฐบาลจะรับผิดชอบในการชำระดอกเบี้ย&nbsp;ให้กับ&nbsp;ธกส.&nbsp;มีระยะเวลาการชำระหนี้&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;ยางพารา&nbsp;ที่มีอายุตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>ซึ่งมีเกษตรกร&nbsp;ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,726&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;5,314,737.16บาท&nbsp;สำหรับพืชเศรษฐกิจอีก&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกร&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ราคาประกันราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180433350"],
    [73,"สภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรีจัดโครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพเปิดเวทีประชาคมอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานราก","<p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนนิคมสงเคราะห์&nbsp;2&nbsp;ต.พุคำจาน&nbsp;อ.พระพุทธบาท&nbsp;จ.สระบุรี</strong>&nbsp;นางสาวอรอนง&nbsp;ขำวงษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;นายสละ&nbsp;&nbsp;</p><p>นิรากรณ์&nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดสระบุรี&nbsp;และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;ร่วมเวทีประชาคม&nbsp;ระดมความคิดเห็นของเกษตรกรสะท้อนปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;ด้านแหล่งนำ้&nbsp;ในการเพิ่มแหล่งกักเก็บนำ้เพื่อการเกษตร&nbsp;ด้านหนี้สิน&nbsp;เพิ่มการทำอาชีพเสริม&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;กาคปรับเปลี่ยนพืชทางเลือก&nbsp;ด้านที่ดินทำกิน&nbsp;เกี่ยวกับคุณภาพดิน&nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การปลูกพืชรองที่มีความเหมาะสมกับดิน&nbsp;ด้านสวัสดิการสิทธิเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;และด้านคุณภาพชีวิต&nbsp;การพัฒนากลุ่มอาชีพ&nbsp;ในด้านการตลาด&nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;(ปลูกดอกเข้าพรรษา)&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหน่วยงานภาคีร่วมรับฟังปัญหาความตัองการ&nbsp;พร้อมให้ข้อมูล</strong>&nbsp;คำแนะนำ&nbsp;กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;และร่วมบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112180621351"],
    [74,"อบจ.ตรัง อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา หลักสูตร เทคนิคการลับมีดกรีดยาง รุ่นที่ 3","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายโชคดี&nbsp;คีรีกิ้น&nbsp;และ&nbsp;นายจารึก&nbsp;ทองหนัน</strong>&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรีดยางพารา&nbsp;&nbsp;หลักสูตร&nbsp;เทคนิคการลับมีดกรีดยาง&nbsp;รุ่นที่&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;มัสยิดบ้านแหลม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>โครงการดังกล่าว&nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาวสวนยางพารา</strong>ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่อง&nbsp;การลับมีดกรีดยาง&nbsp;การดูแลรักษาสวนยางที่ถูกต้อง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งโค่นต้นยาง&nbsp;เพื่อปลูกแทนรอบใหม่&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;ทุกคนจะได้ทราบหลักการกรีดยางอย่างน้อย&nbsp;4&nbsp;ประการ&nbsp;คือ</p><p>1.&nbsp;การลับมีดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำยางในการกรีดต่อครั้งสูง</p><p>2.&nbsp;การกรีดอย่างไรให้น้ำยางมากที่สุด</p><p>3.&nbsp;กรีดยางอย่างไรให้ต้นยางเสียหายน้อยที่สุด&nbsp;และกรีดได้นานที่สุด&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;25-30&nbsp;ปี</p><p>4.&nbsp;กรีดยางอย่างไรจึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด</p><p><strong>โดยการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายประยูร&nbsp;เซ่งย่อง</strong>&nbsp;อดีตผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดตรัง&nbsp;หรือสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นวิทยากรถ่ายทอดให้ความรู้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161749289"],
    [75,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน","<p>วันที่&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามงานนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันประชุมและพิจารณา&nbsp;ในเรื่อง&nbsp;\"การประชุมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;อย่างเป็นธรรม&nbsp;(ในเขตภาคเหนือ)\"&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;APP&nbsp;ZOOM&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting&nbsp;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;การคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;ผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อาทิ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;ซึ่งฤดูกาลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด&nbsp;30,716&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ขณะนี้เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว&nbsp;ผลการบริหารจัดการสิ้นจี่ของทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;และน่าน&nbsp;ได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งมิติของการบริหารจัดการเชิงคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงปริมาณรวมถึงครอบคลุมทุกระยะการเจริญเติบโตของลิ้นจี่ตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;และหลังเก็บเกี่ยว&nbsp;จึงทำให้ไม่มีผลผลิตส่วนเกิน&nbsp;ในส่วนของราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;(ห่อ)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;78&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;&nbsp;เท่ากับ&nbsp;53&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;เท่ากับ&nbsp;41&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;เท่ากับ&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และเกรดคละ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยจากการขายลิ้นจี่เท่ากับ&nbsp;62/38/25/14/&nbsp;8&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ในส่วนของการผลิตลำไยในฤดูภาคเหนือ&nbsp;ฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้น&nbsp;1ล้านกว่าไร่&nbsp;เนื้อที่ให้ผล&nbsp;9&nbsp;แสนกว่าไร่&nbsp;ประมาณการผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แสนกว่าตัน&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่&nbsp;711&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูและติดตามสถานการณ์การผลิตและการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย&nbsp;ตลอดฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;สำหรับราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยตลอดฤดูกาล&nbsp;พบว่า&nbsp;ลำไย&nbsp;(สดช่อ)&nbsp;เกรด&nbsp;AA&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;29&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;15&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมและเกรด&nbsp;AA+A&nbsp;ราคาเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้นทุนการผลิตลำไยในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีส่วนต่างของราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;กำไรเฉลี่ยจากการขายลำไยเท่ากับ&nbsp;18/12/4/14&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ได้&nbsp;ร่วมกันระดมความคิดเห็น&nbsp;(Focus&nbsp;Group)&nbsp;เชิงตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;\"ปัญหาและอุปสรรค\"&nbsp;ของการบริหารจัดการผลไม้ระดับ&nbsp;Area&nbsp;basedและรายสินค้า&nbsp;และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา&nbsp;โดยมีผู้ให้ข้อคิดเห็นประกอบด้วย&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายแรงงานในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ข้อเสนอแนะควรมีการขึ้นทะเบียนแรงงานเก็บเกี่ยวลำไยในพื้นที่,&nbsp;ด้านผู้ประกอบการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;ผู้ประกอบการหยุดรับซื้อ/ปิดกิจการ&nbsp;ทำให้ราคาลำไยตกต่ำ&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายรับซื้อผลผลิตเฉพาะบางเกรด&nbsp;รวมถึงเตาอบไม่เพียงพอกับปริมาณผลผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเพื่อแปรรูปอบแห้งคุณภาพลดลง&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ยกระดับเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาการแปรรูปสร้างตลาดท้องถิ่นจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและจัดทำเว็บไซต์เพื่อจำหน่ายผลผลิตลำไยสู่ผู้บริโภคโดยตรง,&nbsp;ด้านระบบโลจิสติส์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;บริษัทขนส่งไม่รับส่งผลไม้สด&nbsp;ทำให้ไม่สามารถขายผลไม้ออนไลน์ได้ตามความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;กระจายผลผลิตคุณภาพสู้ผู้บริโภคผ่านหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีเป็นต้น,&nbsp;ด้านการบริหารจัดการปัญหาและอุปสรรคที่พบ&nbsp;โครงการสนับสนุนจากภาครัฐดำเนินการในช่วงปลายฤดูกาลผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทัน&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการจัด&nbsp;Zoning&nbsp;จะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาดในช่วงกระจุกตัวและควรมีแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ในภาวะวิกฤต,&nbsp;ด้านการแปรรูป/ผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;(สดช่อ/รูดร่วง/อบแห้งเนื้อสีทอง)ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ขาดแคลนระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต(สดช่อ)&nbsp;เกษตรกรยังไม่ได้&nbsp;GAP&nbsp;ครบ&nbsp;100%&nbsp;หน่วยรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ไม่สามารถรับรองพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้&nbsp;ล้งไม่รับซื้อผลผลิตราคาถูก&nbsp;(รูดร่วงเกรด&nbsp;B)&nbsp;ไม่มีกลุ่ม/องค์กรด้านการแปรรูปในพื้นที่และไม่มีนวัตกรรมด้านการแปรรูป&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;หน่วยงานระดับสูงควรประสาน/ทำความเข้าใจกับหน่วยรับรองเพื่อรับGAPสำหรับพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ควรมีการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปลำไยด้านสรรพคุณทางยาร่วมกับสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;กัญชา&nbsp;กระท่อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สร้างเครือข่ายการแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ&nbsp;ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงนวัตกรรมพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและควรมีกลไกการบริหารจัดการทั้ง&nbsp;Value&nbsp;Chain&nbsp;ประกอบด้วยเกษตรกร&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;และผู้ประกอบการ,&nbsp;ด้านบรรจุภัณฑ์&nbsp;(Packaging)&nbsp;ปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;เกษตรกรยังขาดความรู้ในการคัดบรรจุ&nbsp;(Packing)&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องกระดาษได้รับความเสียหายระหว่างขนส่งจากความชื้นของผลผลิตลำไย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคเอกชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;ควรมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการขนส่งระยะทางไกล,&nbsp;ด้านการตลาดปัญหาอุปสรรคที่พบ&nbsp;ไม่มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง&nbsp;(กลุ่มเกษตรกร/จังหวัด)&nbsp;ไม่มีการเชื่อมโยงการตลาดระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;เน้นการพึ่งพาตลาดเก่า&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ควรส่งเสริม/ยกระดับให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้สามารถพัฒนาเป็นจุดรวบรวมผลผลิตเพื่อช่วยกระจายผลผลิต&nbsp;พัฒนาความรู้ให้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยี&nbsp;เช่น&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;Online&nbsp;การสร้างเวบไชต์/เพจจำหน่ายสินค้า&nbsp;เปิดตลาดใหม่และประชาสัมพันธ์การบริโภคลำไยเกี่ยวกับค่านิยมในการบริโภคที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;เช่น&nbsp;สรรพคุณทางยา&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161715288"],
    [76,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด ครั้งที่ 12565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องศรีตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายนายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม</p><p><strong>ที่ประชุมได้แจ้งผลการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้กองทุนหมุนเวียน</strong>เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;แจ้ผลการพิจารณาอนุมัติคำขอกู้ของ&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;สถานะหนี้ลูกหนี้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;การแจ้งยุติคำขอกู้กรณีผู้ขอกู้ไม่เข้าหลักเกณฑ์&nbsp;ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การจัดสรรงบประมาณกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนของ&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&nbsp;และ&nbsp;อบก.ส่วนอำเภอ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้พิจารณาการขอกู้เงินกองทุนหมุนเวียนฯ&nbsp;ของเกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;5,135,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112170615315"],
    [77,"จังหวัดนครปฐมเปิดงานมหกรรมสินค้าดี เพื่อส่งเสริมสินค้า GI และเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณลานกิจกรรม&nbsp;ชั้น&nbsp;1</strong>&nbsp;ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;ศาลายา&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;&nbsp;นายพงศ์สุธี&nbsp;สุขศิริ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;และนางสาวมยุรี&nbsp;กาญจนมัจฉา&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;ศาลายา&nbsp;ร่วมเปิดงานมหกรรมสินค้าดีจังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาและประชาสัมพันธ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;และเกษตรปลอดภัย&nbsp;เพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;ในเรื่องของสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอนครชัยศรี&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;จำนวน&nbsp;82&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;5,692&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;GI&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และสินค้าชุมชนจังหวัดนครปฐม&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น</p><p><strong>โดยภายในงาน&nbsp;มีการจำหน่ายสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นและมีคุณภาพ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอนครชัยศรี&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์,&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมสามพราน,&nbsp;เนื้อโคขุนกำแพงแสน,&nbsp;เมี่ยงคำลำพญา,&nbsp;&nbsp;หมั่นโถวแม่ล้วน,&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร,&nbsp;ผักผลไม้แปรรูป,&nbsp;เนื้อสัตว์แปรรูป&nbsp;รวมทั้งสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;จากเกษตรกรผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;GI&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;OTOP&nbsp;SMES&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่มีชื่อเสียงมากกว่า&nbsp;45&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;ทางเพจมหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้สินค้าภายในจังหวัด&nbsp;ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;ทำให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม-&nbsp;ภาพ/ข่าว</strong></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205610399"],
    [78,"หน่วยงานเกษตรจังหวัดพังงา จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 (field day )","<p><strong>หน่วยงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี</strong>เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(field&nbsp;day&nbsp;)&nbsp;&amp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(field&nbsp;day&nbsp;)&nbsp;&amp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;โดยมีนายวีระ&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกะปง&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;และนายเอนก&nbsp;จีวะรัตน์&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.อำเภอกะปง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีมังคุดและทุเรียน</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฐานการเรียนรู้</p><p>1.การพัฒนาคุณภาพทุเรียนสาลิกาและมังคุดทิพย์พังงา</p><p>2.เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืชที่ถูกต้องเหมาะสม</p><p>3.การจัดการดินปุ๋ยในสวนไม้ผล</p><p>4.การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี</p><p><strong>มีกิจกรรมการเสวนาสินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;(ทุเรียน&nbsp;และ&nbsp;มังคุด)&nbsp;</strong>นอกจากนี้&nbsp;มีนิทรรศการและการให้บริการจากหน่วยงานบูรณาการต่างๆ&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;สถานที่จัดงาน&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112203319391"],
    [79,"เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกพริก เฝ้าระวังแมลงวันทองพริก พร้อมแนะวิธีป้องกันไม่ให้ผลผลิตเสียหาย","<p><strong>ในช่วงนี้เกษตรกรในหลายพื้นที่ได้ทำการปลูกพืชฤดูแล้ง</strong>&nbsp;เพื่อสร้างรายเสริมหลังจากการทำนาอีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินที่ว่างเปล่า&nbsp;โดยมีการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยหลายชนิด&nbsp;และหนึ่งในนั้นที่เกษตรกรนิยมปลูกมาก&nbsp;คือ&nbsp;พริก&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเกษตรกรนิยมปลูกและตลาดเองก็มีความต้องการจากสภาพอากาศที่ร้อน&nbsp;มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;อากาศเย็นในช่วงเช้า&nbsp;และในช่วงกลางวันมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น&nbsp;ในระยะนี้จึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกให้เฝ้าระวังการเข้าทำลายของแมลงวันทองพริก&nbsp;ที่จะมีหนอนเข้ากัดกินชอนไชอยู่ภายในผล&nbsp;ทำให้ผลพริกเน่าร่วงหล่น&nbsp;และเมื่อหนอนโตเต็มที่ก็จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดินทำให้ยากต่อการกำจัด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการเข้าทำลายของแมลงวันพริก&nbsp;เมื่อเข้าทำลายแล้วจะมีลักษณะอาการภายนอกของพริกที่ถูกแมลงวันทองพริกเข้าทำลาย&nbsp;จะคล้ายกับโรคกุ้งแห้ง&nbsp;หรือ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">&nbsp;</span>โรคแอนแทรคโนสในพริก&nbsp;แต่จะมีความแตกต่างกันตรงโรคกุ้งแห้งเกิดจากเชื้อราจะไม่มีหนอนอยู่ภายในพริก&nbsp;แต่พริกที่ถูกแมลงวันทองพริกทำลายจะมีหนอนอยู่ภายใน&nbsp;หรือมีรูของหนอนที่เจาะออกมาเพื่อเป็นดักแด้ก่อนจะกลายเป็นแมลงวันทองพริกตัวเต็มวัย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในระยะนี้เกษตรกรเจ้าของสวนพริก&nbsp;ควรหมั่นสำรวจและทำความสะอาดแปลงปลูกพริกอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ด้วยการเก็บผลพริกที่ร่วงหล่นนำมาเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก&nbsp;เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันทองพริก&nbsp;จากนั้นให้พ่นด้วยสารน้ำมันปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์&nbsp;83.9%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;60&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;พ่นทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;โดยเน้นที่ผลพริก&nbsp;ในกรณีพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นประจำ&nbsp;ให้พ่นครั้งแรกเมื่อต้นพริกเริ่มติดผล&nbsp;และหยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;และเมื่อต้นพริกเริ่มติดผล&nbsp;ให้เกษตรกรพ่นด้วยเหยื่อพิษโปรตีน&nbsp;เนื่องจากแมลงวันทองพริกมีหน้าตาคล้ายกับแมลงวันทองผลไม้มาก&nbsp;แต่เป็นคนละชนิดกัน&nbsp;การใช้กับดักโดยสารล่อแมลงอย่างเมทธิลยูจินอล&nbsp;จะไม่สามารถหยุดยั้งการระบาดและเข้าทำลายของแมลงวันทองพริกได้&nbsp;ฉีดพ่นเหยื่อพิษโปรตีนเป็นจุดทุกต้นรอบแปลงปลูก&nbsp;และพ่นเป็นแถวต้นละจุด&nbsp;ห่างกันแถวละ&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;โดยพ่นทุกสัปดาห์&nbsp;หรือให้เทเหยื่อพิษโปรตีนใส่ไว้ในกับดักดัดแปลง&nbsp;เช่น&nbsp;ขวดพลาสติกเจาะช่องให้แมลงสามารถบินเข้ากับดักได้&nbsp;และติดตั้งกับดักสูงจากพื้นดิน&nbsp;15&nbsp;ซม.&nbsp;รอบแปลงปลูก&nbsp;จากนั้นให้ฉีดพ่นด้วยสารฆ่าแมลงมาลาไทออน&nbsp;83%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร</p><p><strong>หากเกษตรกรพบการเข้าทำลาย</strong>&nbsp;หรือมีข้อสงสัยควรรีบแจ้งข้อมูลการระบาดหรือหากมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112204823396"],
    [80,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญ พร้อมเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอนาทม","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอนาทม&nbsp;อำเภอนาทม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ลงพื้นที่มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญของกระทรวง&nbsp;กรม&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวง/กรม&nbsp;และจังหวัด&nbsp;แก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;อปท.&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านของทุกตำบล&nbsp;และทุกหมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอนาทม&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;ร่วมมอบแนวทางการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนราชการ&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ตลอดจนกลุ่ม/องค์กร&nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานตามภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนด้วย&nbsp;โดยนายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้มอบแนวทางปฏิบัติราชการและภารกิจสำคัญของกระทรวง&nbsp;กรม&nbsp;และจังหวัด&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญฯ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;ทำให้การทำงาน&nbsp;การประชุมฯ&nbsp;ต้องห่างจากประชาชนมากขึ้น&nbsp;ขอให้ทุกคนได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และการเว้นระยะห่างตามมาตรการควบคุมการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายในท้องที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แนวทางการดำเนินงานขอให้ยึดหลักการทำงาน&nbsp;5&nbsp;ร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ริเริ่ม&nbsp;มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp;นำนวัตกรรม&nbsp;เทคโนโลยีมาปรับใช้&nbsp;รุก&nbsp;ทำงานเชิงรุก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทำงานและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทำงานด้วยความรัก&nbsp;ความมีมิตรไมตรี&nbsp;รอบคอบ&nbsp;ทำงานด้วยความรอบคอบ&nbsp;โดยยึดผลสัมฤทธิ์ของงานและระเบียบกฎหมายเป็นสำคัญ&nbsp;และเป้าหมาย&nbsp;5&nbsp;ส&nbsp;ได้แก่&nbsp;สงบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในจังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อให้ชาวนครพนมมีความสุข&nbsp;สะอาด&nbsp;เพื่อให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองที่สะอาด&nbsp;น่าอยู่&nbsp;ปราศจากมลภาวะที่เป็นพิษทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&nbsp;สวยงาม&nbsp;เพื่อให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองที่มีความสวยงาม&nbsp;สะดวก&nbsp;เพื่อให้เส้นทางการคมนาคมจังหวัดนครพนมสะดวก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112205342398"],
    [81,"สมุทรสาครจัดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;มหาชัย</strong>&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.สุนันทา&nbsp;น้อยพิทักษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;ตันติศรีเจริญกุล&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดงาน&nbsp;\"เทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เมื่อวันที่19&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2562&nbsp;มีเอกลักษณ์โดดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;น้ำนิด&nbsp;ติดก้าน&nbsp;หวานกรอบ&nbsp;ความอร่อยของลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;มาจากจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นเมือง&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำจืด&nbsp;น้ำกร่อย&nbsp;และน้ำเค็ม&nbsp;ลักษณะของดินที่ใช้ในการเพาะปลูก&nbsp;เป็นดินเหนียว&nbsp;ซึ่งดินในลักษณะนี้จะมีอนุมูลของโพแทสเชียม&nbsp;(K+)&nbsp;มีหน้าที่ในการสร้างน้ำตาล&nbsp;ทำให้ผลไม้ที่ปลูกในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีรสชาติหวานเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงานจะพบกับลำไยพวงทองบ้านแพ้วที่ขายสด&nbsp;ปลอดภัยไม่อบกำมะถัน</strong>&nbsp;กินแล้วไม่เจ็บคอ&nbsp;ไม่ร้อนใน&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่นำลำไยพวงทองบ้านแพ้วมาสรรสร้างดัดแปลงเป็นเมนูอาหารคาวหวาน&nbsp;เช่น&nbsp;เค้กลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;ไอศกรีมกะทิสดลำไย&nbsp;วาฟเฟิลหน้าลำไย&nbsp;สาคูไส้ลำไย&nbsp;ซึ่งงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;จัดขึ้นระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;12-16มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00-20.00.&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการ/เจ้าหน้าที่มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าบูธ&nbsp;และทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยมีใบรับรองมาแสดงให้ดู&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าเที่ยวชมภายในงาน&nbsp;อีกทั้งยังมีจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;และข้อสำคัญแม่ค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และผู้เข้าร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112211903412"],
    [82,"ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะกับคณะกรรมการดำเนินสหกรณ์การเกษตรชานุมาน จำกัด  และสหกรณ์การเกษตรนาเจริญ  จำกัด","<p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาย&nbsp;คงแก้ว</strong>&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;13&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมข้าราชการ&nbsp;และพนักงานราชการสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพบปะกับคณะกรรมการดำเนินสหกรณ์การเกษตรชานุมาน&nbsp;</strong>จำกัด&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรนาเจริญ&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่แผนการพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่ความเข้มแข็งของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรชานุมาน&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-01T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112235001430"],
    [83,"กฟผ.เขื่อนสิรินธร มอบพันธุ์ปลาตะเพียนเลี้ยงในบ่อดิน ให้กับชุมชนสร้างอาหาร สร้างรายได้","<p><strong>นายธานน&nbsp;จีนปาน&nbsp;วิศวกรระดับ&nbsp;9&nbsp;</strong>กองเดินเครื่องโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา&nbsp;พร้อมด้วยนายสท้าน&nbsp;เอติรัตนะ&nbsp;หัวหน้าแผนกบำรุงรักษาโยธา&nbsp;นายนที&nbsp;ศรีสมรรถการ&nbsp;หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ฯ&nbsp;เขื่อนสิรินธร&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานเขื่อนสิรินธร&nbsp;ร่วมมอบพันธุ์ปลาตะเพียน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรบ้านสุขสำราญ&nbsp;ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;ที่ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;โดยมีนายอภัย&nbsp;เรือนเจริญ&nbsp;นางอรุณรัตน์&nbsp;จำปาเทพ&nbsp;(หมอลำทำเกษตร)&nbsp;และสมาชิกกลุ่มฯ&nbsp;ร่วมรับมอบ</p><p><strong>สำหรับพันธุ์ปลาตะเพียนดังกล่าว&nbsp;</strong>เป็นผลผลิตการเพาะพันธุ์ของศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเขื่อนสิรินธร&nbsp;ให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ในพื้นที่เขื่อนสิรินธร&nbsp;เพื่อนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะและส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปลาในบ่อดิน&nbsp;ในการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณ&nbsp;สร้างอาหารสำหรับการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่เขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113084848463"],
    [84,"พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง งวดที่ 3 ในวันพรุ่งนี้กว่า 850 ล้านบาท","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยาง&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;ประจำเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และงวด&nbsp;2&nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;แล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับงวดที่&nbsp;3&nbsp;ประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พร้อมโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางในวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;850.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยได้กำหนดราคายางพาราอ้างอิง&nbsp;</strong>&nbsp;ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;59.85&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.15&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ราคานำ้ยางสด&nbsp;DRC&nbsp;100%&nbsp;อยู่ที่&nbsp;51.03&nbsp;บาพ/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.97&nbsp;บาพ/กก.&nbsp;และราคายางก้อนถ้วย&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23.18&nbsp;บาท/กก.&nbsp;จะไม่มีชดเชยในงวดที่&nbsp;3&nbsp;เนื่องจากราคาขายยางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันที่ตั้งไว้&nbsp;ถือเป็นเรื่องดีที่แนวโน้มราคายางในตลาดอยู่ในแนวบวก&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินโครงการชะลอขายยางก้อนถ้วยของ&nbsp;กยท.&nbsp;ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายช่วงที่ผลผลิตในตลาดมากเกินไป&nbsp;เมื่อปริมาณผลผลิตในตลาดมีความเหมาะสม&nbsp;ราคาจะปรับตัวขึ้น&nbsp;จึงสามารถนำผลผลิตยางที่เก็บไว้มาขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ตั้งแต่งวดที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เป็นเงินรวมกว่า&nbsp;2,284&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ไม่นิ่งนอนใจ&nbsp;</strong>ลงพื้นที่สำรวจและเร่งประสานงานข้อมูลเกษตรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ให้ได้รับเงินประกันรายได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนทุกราย&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายและมาตรการอื่นคู่ขนานไปด้วย&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างเสถียรภาพให้แก่ราคายางพาราต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113121122559"],
    [85,"ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม พร้อมรองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรชาวสวนส้มโอ","<p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ยามโคกสูง&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;ลงพื้นที่สวน&nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&nbsp;ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;โดยมีประวิตร&nbsp;คุ้มสิน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;นายกอบต.บางสะแก&nbsp;กำนัน&nbsp;-ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตรกรให้การต้อนรับและนำชมผลผลิตส้มโอขาวใหญ่&nbsp;และสนทนาในหลายประเด็น&nbsp;ทั้งเรื่องผลผลิตส้มโอขาวใหญ่&nbsp;และการจัดการน้ำในพื้นที่สวนของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เกษตรกรนิยมปลูกส้มโอกันมานานเกือบ&nbsp;200&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&nbsp;ที่เชื่อกันว่ารสชาติดีที่สุด&nbsp;เพราะเคยได้รับรางวัลต่างๆ&nbsp;มากมาย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สมุทรสงครามแม้จะเป็นจังหวัดเล็ก&nbsp;เพราะมีพื้นที่เพียง&nbsp;416&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;แต่ก็มีจุดเด่น&nbsp;เพราะเป็นเมืองที่มี&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;คือน้ำจืด&nbsp;น้ำเค็ม&nbsp;และน้ำกร่อย&nbsp;ดินจึงมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร&nbsp;ส่งผลทำให้ผลไม้ที่นี่มีรสชาติดี&nbsp;โดยเฉพาะส้มโอ&nbsp;เป็นผลไม้ที่คนไทยทุกภาครู้จักและนิยมบริโภคกันมาช้านาน&nbsp;ดังนั้นการปลูกส้มโอจึงมีทุกภูมิภาคของประเทศไทย&nbsp;และให้ผลผลิตได้ในเกือบทุกสภาพดิน&nbsp;จะแตกต่างกันก็แต่เพียงรสชาติเท่านั้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113123535579"],
    [86,"พัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตร เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น มีความยั่งยืน","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท&nbsp;แอโร&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(1992)&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;เน้นถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;และเกษตรกรที่สนใจเป็นผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ</strong>&nbsp;หรือโดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;โดยคัดเลือกผู้สนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;พัฒนาทักษะฝีมือให้สูงขึ้นจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้&nbsp;รวมทั้งยังคาดหมายว่าจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสู่&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;ความมั่งคั่งและความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน&nbsp;3&nbsp;มิติสำคัญคือ</strong>&nbsp;เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม&nbsp;เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม&nbsp;และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113153800693"],
    [87,"เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่  พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในปี&nbsp;2565&nbsp;และปีต่อๆ&nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&nbsp;1&nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จังหวัดลำพูน&nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&nbsp;250,000&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;สถานการณ์การผลิต&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&nbsp;แบบ&nbsp;win-win&nbsp;ทุกฝ่าย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&nbsp;2565&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&nbsp;คพจ.&nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;-&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&nbsp;โดยใช้โมเดล&nbsp;Fair&nbsp;Trade&nbsp;ลำไย&nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151633661"],
    [88,"เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่  พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;</strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;และปีต่อๆ&nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&nbsp;1&nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก</strong>&nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&nbsp;250,000&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การผลิต&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&nbsp;แบบ&nbsp;win-win&nbsp;ทุกฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&nbsp;2565&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&nbsp;คพจ.&nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;-&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตร</strong>เพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&nbsp;โดยใช้โมเดล&nbsp;Fair&nbsp;Trade&nbsp;ลำไย&nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113151633664"],
    [89,"ตรัง -กยท.เร่งช่วยชาวสวนชะลอขายน้ำยางสดหลังเดือดร้อนหนัก","<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;กยท.ตรัง&nbsp;อนุมัติงบประมาณกว่า&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง</strong>&nbsp;ในการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้ชะลอขาย&nbsp;สร้างอำนาจต่อรองนายทุนใหญ่&nbsp;หลังราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;-&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ค่าครองชีพ&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;อาหารทะเลราคาพุ่งรายวัน&nbsp;ทำชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางเดือดร้อนหนัก&nbsp;รายได้ไม่พอรายจ่าย&nbsp;โดยหมู&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต้องใช้น้ำยางสดประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;กิโลกรัมจึงจะซื้อได้&nbsp;โดยมาตรการชะลอการขายยางจะทำให้เกษตรกร&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดในตลาด&nbsp;สร้างอำนาจต่อรองกับนายทุนใหญ่&nbsp;รอจังหวะส่งขาย&nbsp;ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&nbsp;กระตุ้นราคายาง&nbsp;และช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนกำลังประสบปัญหาเรื่องค่าครองชีพอยู่แสนสาหัสขณะนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;กยท.ย่านตาขาว&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;อ.ย่านตาขาว</strong>&nbsp;และโรงรวบรวมน้ำยางสดมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;&nbsp;นายภิรม&nbsp;หนูรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;สาขา/10&nbsp;อำเภอของจ.ตรัง&nbsp;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และงบพัฒนาจังหวัดตรังจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อจัดซื้อถังเก็บน้ำยา&nbsp;เร่งทำโครงการชะลอการขายยาง&nbsp;ของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อเก็บสต๊อกน้ำยางสดเอาไว้เพื่อชะลอขาย&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;เพื่อหวังช่วยพยุงราคายางให้สูงขึ้น&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากราคาที่ลดลงโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ&nbsp;</p><p><strong>โดยขณะนี้&nbsp;พบว่าราคายางพารายังตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;</strong>ทั้งๆ&nbsp;ที่ปริมาณผลผลิตเหลือน้อย&nbsp;แต่ราคากลับขึ้นๆลงๆในระดับที่ตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคใต้ให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น&nbsp;จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว&nbsp;จากการที่ราคาหมู&nbsp;ไก่&nbsp;กุ้ง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;รวมทั้งอาหารทะเลทุกชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทำรายได้ไม่พอรายจ่าย&nbsp;ยิ่งเดือดร้อนหนัก&nbsp;จึงเร่งใช้โครงการชะลอการขายยางเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้&nbsp;เพื่อชะลอการขายให้โรงงาน&nbsp;โดยจะรอจังหวะที่ราคาดีขึ้น&nbsp;นำเสนอขายผ่านตลาดกลางยางพาราทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่งในภาคใต้&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;หวังจะช่วยพยุงราคายางพาราให้สูงขึ้น&nbsp;โดยการสร้างอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือของเกษตรกร&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&nbsp;ทำเกษตรกรเดือดร้อนต่อเนื่อง&nbsp;เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ส่วนใหญ่</strong>ก็มาจากยางพารา&nbsp;โดยขณะนี้พบว่าจากปัญหาราคาน้ำยางสดที่ตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ชาวสวนต้องขายน้ำยางสดมากถึง&nbsp;4-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จึงจะซื้อเนื้อหมูได้เพียง&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และต้องขายน้ำยางสดให้มากขึ้น&nbsp;จึงจะซื้อสินค้าอื่นๆเข้าครัวเรือนได้&nbsp;ทำประชาชนเดือดร้อนหนักในขณะนี้&nbsp;กยท.จึงเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาจากราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;และเรื่องค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;ผ่านโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จุดรวบรวมน้ำยางสดทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;เก็บน้ำยางสดได้&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;แต่ตั้งเป้าไว้&nbsp;ที่&nbsp;25&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;สามารถเก็บน้ำยางสดได้รอบละ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ถ้าน้ำยางมากก็เพิ่มได้&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายภิรม&nbsp;ทองรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเกษตรกรในการชะลอขายรวม&nbsp;4&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;ยางแผ่นดิบ&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&nbsp;ในส่วนของจังหวัดตรัง&nbsp;ทำการชะลอการขายน้ำยางสด&nbsp;งบประมาณจำนวน&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากงบพัฒนาจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอีกจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมายชะลอการขายให้ได้ประมาณ&nbsp;350&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังเริ่มทำ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;และจะขยายไป&nbsp;กยท.ทุกสาขา&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เหมาะสม&nbsp;เมื่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก&nbsp;ราคายางตกต่ำ&nbsp;โครงการก็ช้อนซื้อเก็บไว้&nbsp;เมื่อราคาสูงขึ้นเหมาะสม&nbsp;ก็นำออกมาทยอยขายเก็งกำไร&nbsp;โดยถ้าจุดไหนน้ำยางของสมาชิกเข้ามามาก&nbsp;ก็จะเพิ่มปริมาณการสต๊อกน้ำยางสดในจุดนั้นเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยสิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยต้องการคือ&nbsp;เมื่อสมาชิกนำน้ำยางมาฝากไว้&nbsp;ซึ่งเก็บได้นานถึง&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;โดยที่คุณภาพน้ำยางและเปอร์เซ็นต์ยางไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;สมาชิกที่ขายน้ำยางอยู่ประจำจะไม่ถูกกดราคา&nbsp;เพราะสหกรณ์มีการชะลอ&nbsp;เลือกเวลาขายที่ได้กำไร&nbsp;และในระดับประเทศหากทุกๆผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของเกษตรกรสามารถชะลอการขายได้&nbsp;จะเกิดประโยชน์ในภาพรวม&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในเมืองเกษตรกร&nbsp;ผ่าน&nbsp;กยท.พ่อค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหา&nbsp;กยท.และวิ่งหาชาวสวน&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในมือเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสมพล&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตอนนี้สหกรณ์ทุ่งยาวสามารถเก็บสต๊อกน้ำยางสด&nbsp;เพื่อชะลอขายได้รอบละ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ศักยภาพจะรับได้รอบละ&nbsp;60&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้ทำมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;โดยรอบนี้ถ้าขายในวันนี้จะได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในการชะลอจะดูราคาส่วนต่างให้ได้กำไร&nbsp;หลักๆต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในการขายน้ำยาง&nbsp;หากช่วงราคาไม่ดีสามารถหมุนมาฝากไว้ก่อน&nbsp;สหกรณ์ก็ดึงราคาไว้&nbsp;และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่ขาดทุน&nbsp;ก็นำออกขายได้&nbsp;โดยกยท.จะเสนอขายในตลาดกลาง&nbsp;เจรจากับคู่ค้าโดยตรง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113152533672"],
    [90,"ผู้ว่าฯ ลำพูน ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างฝายน้ำล้นบ้านโฮ่งหลวง คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2565 ก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการก่อสร้างฝายน้ำล้นบ้านโฮ่งหลวง&nbsp;ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างฝายลำน้ำลี้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ้านโฮ่ง&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีนายประเชิญ&nbsp;สมองดี&nbsp;นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับฝายน้ำล้นดังกล่าวมีความยาวสันฝาย&nbsp;46.20&nbsp;ม.&nbsp;</strong>ความสูงสันฝาย&nbsp;3.50&nbsp;ม.&nbsp;บานประตูระบายน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;3&nbsp;x&nbsp;6&nbsp;ม.&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;บาน&nbsp;หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีประชากรได้รับประโยชน์&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;อีกจำนวนกว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;เบื้องต้นพบปัญหาคันดินชั่วคราวถูกกัดเซาะ&nbsp;ซึ่งกั้นทางน้ำเพื่อการก่อสร้างพังทลาย&nbsp;ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การก่อสร้าง&nbsp;เป็นปัญหาอุปสรรคในการกั้นลำน้ำ&nbsp;ซึ่งผู้รับเหมารายเดิมไม่สามารถก่อสร้างต่อได้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;1&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;จึงแจ้งดำเนินการปรับเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมา&nbsp;และจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหม่&nbsp;ดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ&nbsp;ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;คาดแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ก่อนฤดูน้ำหลาก.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113160025720"],
    [91,"เกษตรอำเภอเบตงเยี่ยมเยียนแปลงเกษตรผสมผสาน โครงการมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตงลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการทำแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน&nbsp;เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;และได้แนะนำวิธีการจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถดูแลจัดการขั้นพื้นฐานได้&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรได้เตรียมเพาะต้นกล้าชุดใหม่เพื่อเตรียมลงปลูกทดแทนผักรุ่นก่อนหน้านี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113164712773"],
    [92,"เกษตรปะเหลียน จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลปะเหลียน แปลงใหญ่ปี 2565)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมบริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;</strong>ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แปลงใหญ่ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยถ่ายทอดความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างเหมาะสม&nbsp;การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;และการเชื่อมโยงตลาด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113165143778"],
    [93,"หามาตรการส่งเสริมสินค้าเกษตรส่งออกไปยังต่างประเทศ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ว่า&nbsp;หลังจากได้มีการเปิดวิ่งรถไฟจีน&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;(คุนหมิง&nbsp;-&nbsp;เวียงจันทร์)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมีระยะทางประมาณ&nbsp;1,035&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทยไปจีน&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;รวมไปถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง&nbsp;และทวีปยุโรป&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดหนองคายกลายเป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การขนส่งโลจิสติกส์&nbsp;รวมถึงด้านการบริการที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และมีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการหารือถึงการเปิดด่านแบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;go&nbsp;ระหว่างไทยกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;แบบไปเช้าเย็นกลับ&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศอีกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้มอบแนวทางการดำเนินงานต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยให้ดูสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรว่ามีสินค้าชนิดใดที่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางดังกล่าวได้&nbsp;ควรหามาตรการที่จะส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ให้สามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ&nbsp;ได้ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113183154833"],
    [94,"ยืนยันไม่ปกปิดข้อมูลทุกประเด็นโรค ASF ในสุกร พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรด่วน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้มีการตรวจพบเชื้อโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรจากการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวสัมผัส&nbsp;&nbsp;ที่โรงฆ่าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม&nbsp;ตรวจโดยห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์เพื่อยืนยันผล&nbsp;ได้มีความห่วงใยต่อเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่ต้นและสั่งการด่วนให้กรมปศุสัตว์รีบดำเนินการทันที&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินการ</strong>&nbsp;เพื่อหารือและทำความเข้าใจร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมโรคให้สงบโดยเร็ว&nbsp;ได้ประชุมคณะทำงานด้านวิชาการในการป้องกัน&nbsp;ควบคุมและกำจัดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ซึ่งจะประกาศเขตโรคระบาดและมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดที่พบโรค&nbsp;และรายงานแจ้งไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;ต่อไป&nbsp;โดยการดำเนินการต่างๆ&nbsp;จะคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสียหายและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด&nbsp;วอนเกษตรกรอย่าตระหนก&nbsp;โรค&nbsp;ASF&nbsp;เกิดเฉพาะในสุกรเท่านั้น&nbsp;ย้ำไม่ระบาดติดต่อสู่คน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ไม่เคยปกปิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการเพื่อเฝ้าระวังป้องกันโรคมาตั้งแต่ปี&nbsp;2561&nbsp;ที่พบการระบาดเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรครั้งแรกในประเทศจีน&nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และมีการเตรียมความพร้อมรับมือต่อโรคมาโดยตลอด&nbsp;สำหรับประเด็นเงินชดเชย&nbsp;เนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนและยารักษาจำเพาะ&nbsp;หากพบการระบาดของโรคในประเทศแล้วจะกำจัดโรคได้ยากก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง&nbsp;ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันโรคมาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งหนึ่งในมาตรการที่ดำเนินการคือ&nbsp;การลดความเสี่ยงโดยการทำลายสุกรที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อป้องกันการเกิดโรค&nbsp;พร้อมชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายเพื่อป้องกันโรค&nbsp;</p><p>ที่ผ่านมาได้ดำเนินการขออนุมัติจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;โดยได้ดำเนินการชดเชยค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายมาแล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมเกษตรกรทั้งสิ้น&nbsp;3,239&nbsp;ราย&nbsp;สุกรจำนวน&nbsp;112,752&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;470,426,009&nbsp;บาท&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ขออนุมัติงบประมาณในส่วนดังกล่าวแก่เกษตรกรจำนวน&nbsp;4,941&nbsp;ราย&nbsp;สุกรจำนวน&nbsp;159,453&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;574&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ครม.ได้อนุมัติแล้ว&nbsp;จะเร่งเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยเร็วต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการทำงานเชิงรุกป้องกันโรคในระยะยาว</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีคำสั่งกรมปศุสัตว์แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;เพื่อศึกษาและวิจัยการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรในอนาคต&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;การศึกษาและพัฒนาวัคซีนโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรโดยเร็ว&nbsp;ซึ่งวัคซีนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมโรคเท่านั้น&nbsp;แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมโรค&nbsp;การป้องกันโรคโดยการเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องระบบความปลอดภัยทางชีวภาพของฟาร์มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นภายในฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114093911940"],
    [95,"ส่งเสริมการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม แก้ปัญหาไข่ไหมไม่เพียงพอ","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ไข่ไหมเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการเลี้ยงไหมของเกษตรกร&nbsp;โดยกรมหม่อนไหมมีภารกิจในการผลิตและบริการไข่ไหมพันธุ์ดีที่ปลอดโรคเพบริน&nbsp;บริการแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;ไข่ไหมที่แจกจ่ายมี&nbsp;3&nbsp;ประเภทคือ&nbsp;เป็นพันธุ์ไทยลูกผสมพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดลูกผสม&nbsp;และพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดพันธุ์แท้&nbsp;ปัจจุบันความต้องการไข่ไหมของเกษตรกร&nbsp;เฉลี่ยปีละ&nbsp;200,000&nbsp;&nbsp;300,000&nbsp;แผ่น&nbsp;ซึ่งเกินความสามารถการผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ที่ผลิตได้ประมาณ&nbsp;130,000&nbsp;แผ่น/ปี</p><p><strong>เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีไข่ไหมพันธุ์ดีเพียงพอกับความต้องการ</strong>&nbsp;กรมหม่อนไหมจึงได้ดำเนินการให้มีการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่มีศักยภาพและมีความพร้อมช่วยเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์&nbsp;ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ในพื้นที่การดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;มีการดำเนินการวางแผนการผลิตไข่ไหมแบบปีต่อปี&nbsp;</p><p><strong>โดยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีความสามารถในการเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์ขยาย</strong>&nbsp;พร้อมกับตรวจสอบความพร้อมของเกษตรกรในการเลี้ยงไหมแต่ละรุ่นเพื่อขออนุมัติอธิบดีกรมหม่อนไหมดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม&nbsp;แล้วจึงทำสัญญาข้อตกลงการเลี้ยงไหมเพื่อผลิตไข่ไหมกับเกษตรกรเจ้าหน้าที่จะติดตามการเลี้ยงไหมของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อรุ่น&nbsp;เพื่อควบคุมการเลี้ยงไหมให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย&nbsp;และป้องกันช่องทางการนำโรคและแมลงเข้ามาภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;</p><p><strong>เมื่อเกษตรกรเลี้ยงไหมจนกระทั่งทำรังแล้ว</strong>&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ในพื้นที่จะรับซื้อรังไหมด้วยราคาอ้างอิงคุณภาพและปริมาณของรังไหม&nbsp;เพื่อนำรังไหมที่ได้จากเกษตรกรมาผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;โดยนำมาปาดรัง&nbsp;คัดเพศดักแด้และจัดเก็บรักษาดักแด้&nbsp;ผสมพันธุ์ผีเสื้อ&nbsp;วางไข่&nbsp;ตรวจโรคเพบรินในแม่ผีเสื้อและบริหารจัดการไข่ไหมพันธุ์ดีเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114105806970"],
    [96,"ขับเคลื่อนนโยบายลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง","<p><strong>นายนราพัฒน์&nbsp;แก้วทอง&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการลดต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ประเทศไทยมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;โดยราคาปุ๋ยในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาแม่ปุ๋ยในตลาดโลก&nbsp;เนื่องจากจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยสำคัญจำกัดการส่งออก&nbsp;ส่งผลให้วัตถุดิบหรือแม่ปุ๋ยในตลาดโลกขาดแคลน&nbsp;ประกอบกับผลกระทบต่อเนื่องจากการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม</strong>เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;ได้พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาปุ๋ยราคาสูงและไม่มีเสถียรภาพภายใต้แผนการบริหารจัดการปุ๋ยปี&nbsp;2565-2569&nbsp;เสนอโดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการวางมาตรการระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;และระยะยาวให้มีความต่อเนื่อง&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยที่มีคุณภาพ&nbsp;เพียงพอ&nbsp;ทั่วถึงและใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพสูง&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ&nbsp;ภาคเกษตรไทย&nbsp;มีเสถียรภาพและมีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;<strong>โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ย&nbsp;การเจรจาการกำหนดราคาแม่ปุ๋ยไนโตรเจน&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;และโพแทสเซียม&nbsp;ร่วมกับประเทศมาเลเซียและจีน&nbsp;ในฐานะผู้ผลิตแม่ปุ๋ยหลักในภูมิภาค&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีการนำเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาสูงและไม่มีเสถียรภาพขึ้นหารือในระดับกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเสนอแผนการดำเนินงานทั้งระบบ&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการร่วมกันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114144039087"],
    [97,"มทร.ตรัง ส่งเสริมอาชีพสร้างประสบการณ์เรียนรู้ วิชาสหกิจศึกษา ทดลอง การเลี้ยงกุ้งด้วยสารเสริมโปรไบโอติก","<p><strong>มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง</strong> ผศ.ดร.ประเสริฐ ทองหนูนุ้ย คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกประสบการณ์ด้านการทำงานด้วยตนเอง ในรายวิชาสหกิจศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายวิชาเพิ่มประสบการณ์ด้านการทำงานให้กับนักศึกษาได้เรียนรู้นอกห้องเรียนและเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบันก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการออกไปสหกิจศึกษานอกสถานศึกษา หรือนอกจังหวัดตรัง เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>นายยุทธนา อาดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4</strong> สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง เข้าร่วมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในรายวิชาสหกิจศึกษา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พรเทพ วิรัชวงศ์ อาจารย์ประจำวิชาสหกิจศึกษา และมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาคริยา ฉลาด รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา พร้อมด้วยนางสาวเนตรนภา สุจริต นักวิชาการประมง เป็นที่ปรึกษาสหกิจศึกษา ได้ทำการทดลอง การเลี้ยงกุ้งด้วยสารเสริมโปรไบโอติก โดยการทดลองเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมร่วมกับการใช้ยีสต์เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของกุ้ง ในบ่อเลี้ยงกุ้งพลาสติกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 8 เมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 120 เซนติเมตร ระยะเวลาในการทดลองตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 - วันที่ 12 มกราคม 2565 เป็นระยะเวลารวม 65 วัน ผลการเลี้ยงได้กุ้งขนาด 65 ตัวต่อกิโลกรัม </p><p>นักศึกษา กล่าวว่า ตนได้พักในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยจึงมีความพร้อมและสะดวกต่อการเดินทางเพื่อเข้ามาดูแลการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมด้วยตนเอง ดำเนินการในขั้นตอนการเตรียมน้ำ การวัดคุณภาพน้ำและการเปลี่ยนถ่ายระบบน้ำ รวมไปถึงการเตรียมอาหารเม็ดสำเร็จรูปเสริมยีสต์โปรไบโอติกและการให้อาหารกุ้งตามเวลา เพื่อให้กุ้งมีการเจริญเติบโตที่ดีและมีอัตราการรอดสูงที่สุด และเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 ศูนย์วิสาหกิจศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง ได้ส่งเสริมผลผลิตของนักศึกษาดังกล่าว จำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไม ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท ผ่านการไลฟ์สดใน facebook</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114144743097"],
    [98,"ประมงชลบุรี เปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านอ่างศิลา","<p><strong>วันศุกร์ที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิติ&nbsp;วิวัฒน์วานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านอ่างศิลา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตลาดประมงพื้นบ้าน&nbsp;ตำบลอ่างศิลา&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมีนายวินัย&nbsp;พ้นภัยพาล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;ร่วมพิธีในครั้งนี้</p><p><strong>ตลาดอ่างศิลา&nbsp;เป็นตลาดที่มีสินค้าอาหารทะเลสดใหม่&nbsp;อาหารทะเลแห้ง</strong>&nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&nbsp;สำหรับจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี&nbsp;และเป็นการรวบรวมสินค้าจากเรือประมงพื้นบ้านภายในจังหวัดชลบุรี&nbsp;และจากจังหวัดใกล้เคียงมาจำหน่าย&nbsp;ช่วยให้ชาวประมงในพื้นที่และนอกพื้นที่&nbsp;สามารถมีตลาดรองรับสินค้าสัตว์น้ำในรูปแบบต่างๆ&nbsp;เป็นการช่วยเหลือในการกระจายสินค้า&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐพงค์&nbsp;วรรณพัฒน์&nbsp;ประมงจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี&nbsp;ร่วมกับเทศบาลเมืองอ่างศิลา&nbsp;จัดโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นที่บ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;และให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการดำเนินการจัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในระดับอำเภอ&nbsp;หรือจังหวัด&nbsp;ให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านอย่างมีประสิทธภาพและประสิทธิผลต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลเมืองอ่างศิลา</strong>&nbsp;โดยมีนายวินัย&nbsp;พ้นภัยพาล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา&nbsp;ได้อนุเคราะห์สถานที่&nbsp;เพื่อจำหน่ายสินค้า&nbsp;ทั้งอาหารทะเลสด&nbsp;อาหารทะเลแห้ง&nbsp;และอาหารทะเลแปรรูป&nbsp;จากชุมชนประมงพื้นบ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;แจงรอน&nbsp;ห่อหมก&nbsp;ฮอยจ๊อ&nbsp;ไข่หมึกอย่าง&nbsp;ขนมลำเจียก&nbsp;ขนมเรไร&nbsp;ขนมแมงดาฉาบ&nbsp;และเสื้อฟ้าท้องถิ่นเป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายนิติ&nbsp;วิวัฒน์วานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงตลาดและการกระจายสินค้าของชาวประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ&nbsp;ตลาดอ่างศิลามีครกหินอันเลื่องชื่อแล้วยังมีตลาดอาหารทะเลสด&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัยเป็นจุดศูนย์รวมของอาหารทะเลสดจากเรือประมงพื้นบ้านถึงผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;เช่น&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลา&nbsp;รวมถึงอาหารแปรรูปต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กะปิ&nbsp;น้ำปลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;เป็นการดำเนินการจัดหาสถานที่เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในระดับจังหวัด&nbsp;ของชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดชลบุรีให้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ขอให้ผู้จำหน่ายสินค้า&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ปฏิบัติตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยต้องไม่ประมาท&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;พบเจลล้างมือ&nbsp;ล้างมือปล่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114160159136"],
    [99,"นายกรัฐมนตรีเรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้แจงสถานการณ์โรคระบาด ASF ในสุกร เน้นย้ำแก้ปัญหาโดยเร็ว ด้","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เรียกนายสัตวแพทย์&nbsp;สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เข้าพบเป็นการด่วน&nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่อรายงานสถานการณ์&nbsp;พร้อมประเมิน&nbsp;การแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(&nbsp;ASF&nbsp;)ในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้น</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวภายหลังพบนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรีให้ช่วยกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาโรคระบาดในสุกรและเน้นย้ำควบคุมโรคให้ดี&nbsp;และให้ร่วมมือทำงานกับทุกภาคส่วน&nbsp;รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย&nbsp;ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงราคาสุกรที่เข้าระบบทั้งหมดจะใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด&nbsp;จึงได้ชี้แจงไปว่า&nbsp;8-12&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สำรวจจำนวนสุกรว่ามีจำนวนเท่าใดโดยให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;และให้มีการสำรวจความเสียหาย&nbsp;ซึ่งตัวเลขในการเคลื่อนย้ายสัตว์ขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;รวมถึงความเสียหายของผู้เลี้ยงรายย่อย&nbsp;ไม่ได้เกิดจากโรคเพียงอย่างเดียว&nbsp;ยังมีต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้นทั่วโลกด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเยียวยาจะเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายย่อย</strong>&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการระดมทุนมาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือถึง&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อนำไปดำเนินการลดความเสี่ยงในการเกิดโรค&nbsp;ส่วนการช่วยเหลือเอกชนขนาดกลางและขนาดใหญ่ภาครัฐไม่ได้ช่วยเหลือ</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย</strong>&nbsp;ต้องมีการยกระดับการเลี้ยงหมูให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพตามที่กรมปศุสัตว์ตั้งเกณฑ์&nbsp;GFM&nbsp;Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;ไว้&nbsp;เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยผู้บริโภค&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ไม่ทราบเรื่องที่เกษตรกรถูกข่มขู่หลังจากมาเปิดเผยข้อมูล&nbsp;และคงเป็นไปไม่ได้&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ไม่ถอดใจในการทำงาน&nbsp;เพราะที่ผ่านมาตนเองได้แก้ปัญหาโรคระบาดในม้า&nbsp;โรคลัมปีสกินจนตอนนี้แทบไม่มีแล้ว&nbsp;และล่าสุดโรคระบาดสุกร&nbsp;ซึ่งเกิดมาร้อยปี&nbsp;แต่ยังไม่มีวัคซีน&nbsp;การควบคุมต้องบูรณาการร่วมกัน&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ก็เข้าใจและให้กำลังใจในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงต่อไป</p><p><strong>ด้านนายสัตวแพทย์&nbsp;กิจจา&nbsp;อุไรรงค์&nbsp;</strong>คณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจง&nbsp;กรณีที่จังหวัดนครปฐมพบโรคระบบ&nbsp;ASF&nbsp;&nbsp;ในหมูมา&nbsp;2&nbsp;ปีแล้วว่า&nbsp;เรื่องนี้เมื่อประกาศเป็นโรคระบาดอย่างเป็นทางการ&nbsp;มาตรการที่ต้องดำเนินการคือ&nbsp;การฟื้นฟูอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นเหมือนเดิม&nbsp;และต้องรอประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันแนวทางที่แก้ปัญหาคือ&nbsp;จะต้องควบคุมการระบาดและฟื้นฟูอุตสาหกรรมสุกรให้กลับมาได้โดยเร็ว&nbsp;โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการเป็นหลัก&nbsp;แต่ไม่ให้เดือดร้อนผู้เลี้ยงและผู้บริโภค</p><p><strong>ส่วนราคาหมูที่ปรับสูงขึ้นมาจากหลายปัจจัย</strong>&nbsp;แต่เชื่อว่า&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;โรคระบาดในสุกรไม่ได้ก่อโรคในคนหรือสัตว์อื่น&nbsp;เนื้อหมูยังบริโภคได้ปกติหากมีการปรุงสุกและไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย&nbsp;อย่าตระหนก&nbsp;หรือตกใจ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114200448269"],
    [100,"กลุ่มยุทธฯ เกษตรยะลา อบรมให้ความรู้  Live Steaming อย่างมืออาชีพแก่เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ  ขานรับนโยบาย Digital DOAE เปลี่ยนผ่านสู่ยุค next normal","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวจารุภา&nbsp;คงชะนะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;</strong>ได้เปิดการอบรมการถ่ายทอดสด&nbsp;(Live&nbsp;steaming)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;&nbsp;(Social&nbsp;Media)&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรให้สอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;Digital&nbsp;&nbsp;DOAE&nbsp;เปลี่ยนผ่านสู่ยุค&nbsp;next&nbsp;normal&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวจุติพร&nbsp;น่วมทอง&nbsp;เป็นวิทยากร&nbsp;ให้ความรู้อุปกรณ์&nbsp;และการติดตั้งอุปกรณ์เทคนิค</strong>&nbsp;และวิธีการถ่ายทอดสด&nbsp;(Live&nbsp;steaming)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;(Social&nbsp;Media)&nbsp;&nbsp;รวมไปถึงการฝึกปฏิบัติการถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;Facebook&nbsp;ด้วยโปรแกรม&nbsp;OBS&nbsp;Studio</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114173252213"],
    [101,"จังหวัดพังงาระดมความคิดเห็นขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพมังคุด","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ตัวแทนภาคเอกชน&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในพื้นที่อำเภอกะปง&nbsp;ร่วมระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพมังคุดของจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพมังคุดจังหวัดพังงา&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม&nbsp;เกิดการบริหารจัดการ&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่มังคุด&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการศึกษาดูงานแปลงเรียนรู้ต้นแบบสวนมังคุด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114205246304"],
    [102,"จ.ศรีสะเกษ จ่ายเงินช่วยเหลือน้ำท่วม ปี 2564 ด้านการปลูกพืช","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้สำรวจผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ที่เกิดเมื่อ&nbsp;19&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;140&nbsp;ตำบล&nbsp;912&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;14,995&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรเสียหาย&nbsp;114,241.1150&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น</p><p>ข้าว&nbsp;103,076.2125&nbsp;ไร่</p><p>พืชไร่/พืชผัก&nbsp;12,140.1525&nbsp;ไร่</p><p>ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;24.75&nbsp;ไร่</p><p><strong>จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ,</strong>&nbsp;อำเภอกันทรารมย์,&nbsp;อำเภอขุขันธ์,&nbsp;อำเภอไพรบึง,&nbsp;อำเภอปรางค์กู่,&nbsp;อำเภอราษีไศล,&nbsp;&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย,&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน,&nbsp;อำเภอโนนคูณ,&nbsp;อำเภอศรีรัตนะ,&nbsp;อำเภอน้ำเกลี้ยง,&nbsp;อำเภอวังหิน,&nbsp;อำเภอภูสิงห์,&nbsp;อำเภอเบญจลักษ์,&nbsp;อำเภอพยุห์,&nbsp;&nbsp;อำเภอศิลาลาด&nbsp;และอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;160,919,814.75&nbsp;บาท&nbsp;และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อนุมัติการช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114222752337"],
    [103,"จังหวัดศรีสะเกษ จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ โรคลำปี สกิน ปี 2564","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้สำรวจผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์</strong>&nbsp;โรคลำปี&nbsp;สกิน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่เกิดเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และภัยยังไม่สิ้นสุด&nbsp;พื้นที่ประสบภัย&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;204&nbsp;ตำบล&nbsp;2,628&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;เทศบาล&nbsp;11&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;21,001&nbsp;ราย</p><p>สัตว์ป่วยสะสม&nbsp;45,428&nbsp;ตัว</p><p>สัตว์ตาย&nbsp;6258&nbsp;ตัว&nbsp;(วัว&nbsp;6,217&nbsp;ตัว&nbsp;,กระบือ&nbsp;41&nbsp;ตัว)</p><p>สัตว์หายป่วยสะสม&nbsp;37,701&nbsp;ตัว</p><p>คงเหลือสัตว์ป่วย&nbsp;1,469&nbsp;ตัว&nbsp;(ไม่พบสัตว์ป่วยเพิ่ม)</p><p><strong>จำนวนเงินที่ต้องจ่าย&nbsp;140,897,700&nbsp;บาท&nbsp;จ่ายไปแล้ว&nbsp;55,675,00&nbsp;บาท</strong>&nbsp;และส่วนที่เหลือ&nbsp;85,222,700&nbsp;บาท&nbsp;อยู่ระหว่างที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อนุมัติการช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114223120339"],
    [104,"เชื่อมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อนทำหมูราคาแพง นอกเหนือจากต้นทุนสูง การเกิดโรคระบาด ASF","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าต้นเหตุที่ราคาเนื้อสุกรมีราคาแพงขึ้นนั้น&nbsp;เกิดจากการเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;จึงขอชี้แจงว่า&nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;มีลูกสุกรเข้าคอกเลี้ยงเฉลี่ยราว&nbsp;&nbsp;350,000&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งปัจจุบันปริมาณลูกสุกรเข้าเลี้ยงก็ยังคงมีตัวเลขใกล้เคียงกัน&nbsp;อีกทั้งยังมีจำนวนสุกรที่เข้าโรงเชือดที่มีปริมาณคงที่มาโดยตลอด&nbsp;จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเหตุใดราคาเนื้อสุกรจึงมีราคาแพงขึ้น&nbsp;โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญอาจมาจากการกักตุนสินค้าในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;จึงได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว&nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรณีการพบการระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์จะจัดตั้งวอร์รูมขึ้นทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อสแกนพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคระบาด&nbsp;ASF&nbsp;พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;โดยเฉพาะรายเล็กและรายย่อย&nbsp;ในการยกระดับมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้น&nbsp;ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้จะมีอาสาปศุสัตว์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมขอยืนยันว่าหากตรวจพบการเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;จะเร่งเข้าควบคุมโรคโดยทันที&nbsp;ภายใต้มาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างรัดกุมและจำกัดวงเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115133630433"],
    [105,"นายอำเภอบัวเชด จ.สุรินทร์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล","<p><strong>นายพิศาล&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นายอำเภอบัวเชด&nbsp;</strong>ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลจรัส&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสวนเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล&nbsp;เพื่อให้กำลังใจและร่วมส่งเสริมสนับสนุนนโยบายสุรินทร์รุ่งเรืองเมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สวนของ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;แคนศิลา&nbsp;ปลูกทุเรียนและลำไยบนพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันมีลำไยพร้อมจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;นางนิตยา&nbsp;ผมงาม&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ&nbsp;ปัจจุบันมีทุเรียนกำลังติดดอก&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;ต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;นายไมตรี&nbsp;สมอร่าม&nbsp;เกษตรกรผู้ทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;ขุดสระเลี้ยงปลาหมอเทศ&nbsp;และปลูกไม้ผลบนขอบสระ&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;&nbsp;เงาะ&nbsp;&nbsp;ลำไย&nbsp;&nbsp;มะม่วง</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115090108355"],
    [106,"รับนโยบายนายกรัฐมนตรี สั่งการด่วนทุกพื้นที่เข้มมาตรการควบคุมโรค เร่งเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกร","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้ประกาศพบโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความหว่งใยอย่างมากได้เรียกประชุมด่วนเพื่อเร่งแก้ปัญหาโรคระบาดหมูโดยได้มอบนโยบายให้&nbsp;กรมปศุสัตว์เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายยรอยและรายใหญ่&nbsp;โดยให้ประสานความ&nbsp;ร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นกํานันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;การเลี้ยงสุกรทั้งโรงฆ่าสัตว์และเขียงหมูโดยเร็วรวมทั้งให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ติดตามพื้นที่ทราบว่ามีการระบาดของโรคเพื่อเร่ง&nbsp;สอบสวนหาสาเหตุเพื่อควบคุมโรคได้โดยเร็วและให้เพิ่มช่องทางและเน้นการประชาสัมพันธ์สื่อสารข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่&nbsp;ถูกต้องแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เสียหาย&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการผลิตสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดนั้น&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์ไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;รับนโยบายนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกเขตและจังหวัดจัดตั้ง&nbsp;WARROOM&nbsp;เพื่อสื่อสารข้อมูลกับประชาชนและรายงานการดําเนินงานทุกวัน&nbsp;ต่อผู้บริหารอย่างทันท่วงที&nbsp;ทุกพื้นที่ให้การบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมป้องกันและการเคลื่อนย้ายสัตว์ต้องโปร่งใส&nbsp;ไม่มีการสร้าง&nbsp;เงื่อนไขและให้คํานึงถึงผลประโยชนข์องเกษตรกรเป็นหลักไม่สร้างความเดือดร้อนหรือภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มแก่เกษตรกรสํารวจการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและปริมาณหมูที่คงเหลือในระบบ&nbsp;พร้อมทั้งสํารวจปริมาณความต้องการประชาชนต่อการบริโภคและใช้เนื้อหมูในประเทศ&nbsp;รวมทั้งปริมาณการส่งออกเพื่อนําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์บริหารจัดการแก้ไขปัญหาความต้องการสุกรทั้งระบบให้ศึกษาการเพิ่มผลผลิตสุกรแม่พันธุ์และลูกหมูในระบบการเลี้ยงที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพและการช่วยเหลือบริการเกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;รายย่อยและรายเล็ก&nbsp;</p><p><strong>การช่วยเหลือด้านอาหารสัตว์และศึกษาวิจัยด้านอาหารสัตว์&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการลดต้นทนุ&nbsp;ในการผลิต&nbsp;การร่วมมือกับ&nbsp;หน่วยงานต่างๆเช่นพาณิชย์ในการตรวจสอบห้องเย็นเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กําลังจะมาถงึการรายงาน&nbsp;โรคตามระบบรายงานโรคระบาดในสกุรให้ดําเนินการตามมาตรการที่แจ้งโดยจังหวัดที่พบโรคให้รีบรายงานแจ้งไปยังผู้ว่าราชการและส่วนกลางทันทีบูรณาการกับหนว่ยงานในพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทางระบาดวิทยาและหาสาเหตุเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&nbsp;ทําการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอดเชื้อโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรก่อนทําการลงเลี้ยงรอบใหม่และสิ่งสําคัญที่สุดคือ&nbsp;การผลักดันให้&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยทําการเลี้ยงโดยปรับปรุงฟาร์มใหม่ให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นการป้องกันโรคเข้าฟาร์มได้ดีที่สุดเนื่องจากโรคนี้ไม่มีวัคซีนและยารักษาที่จําเพาะ&nbsp;โดยทําฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสียหายสามารถป้องกันการเกิดโรคได้</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ย้ำให้ทุกเขตทุกจังหวัด&nbsp;</strong>ทําการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรรายย่อยให้ปรับปรุงฟาร์มให้มีความ&nbsp;ปลอดภัยทางชีวภาพซึ่งเปน็สิ่งสําคัญมากในการปอ้งกันโรคหากพบโรคให้จังหวัดรายงานและดําเนนิการสอบสวนทันทีไม่ทําตามจะ&nbsp;ถือว่ามีความผิดละเลยการปฏิบัติงานในหน้าที่การปฏิบัติงานและการรายงานของ&nbsp;WARROOM&nbsp;ในทุกเขตและจังหวัดให้ดําเนนิการทุกวันไม่เว้นแม้ในวันหยุดราชการและเสาร์-อาทิตย์&nbsp;จนกว่าสถานการณ์โรคจะคลี่คลายพร้อมเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้บริการเกษตรกรและจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายจากการทําลายสุกรเพื่อป้องกันโรคโดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115132537424"],
    [107,"เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ นำเนื้อที่ 4 ไร่ สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว","<p><strong>เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ</strong>&nbsp;นำเนื้อที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน&nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว&nbsp;</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองพังงาและผู้นำท้องที่&nbsp;ได้เยี่ยมชมสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายวินัย&nbsp;รัตน์ไทรแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;(Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;&nbsp;Farmer)&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตากแดด&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ที่เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ด้วยการนำที่ดิน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำสวนยางพารามาก่อนแต่เนื่องจากราคาผันผวนขึ้นลงไม่คงที่</strong>จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยของพ่อหลวง&nbsp;พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มเมอร์อย่างจริงจัง&nbsp;และแสวงหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;ในด้านเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ด้วยแนวคิดการทำเกษตรให้แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น&nbsp;สร้างจุดเด่นให้กับสวนของตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน&nbsp;นักเรียนนักศึกษา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;คนชุมชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชม</strong>ภายในสวนและเห็นว่าอยากให้ชาวบ้านรวมทั้งเกษตรกรทั่วไปได้นำไปเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ปลูกพืชผักชนิดต่างๆหรือผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องซื้อ&nbsp;หากผลผลิตเยอะก็นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านหรือนำไปจำหน่าย&nbsp;ซึ่งก็ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่เป็นออกส่วนๆ&nbsp;ทำการปลูกส้มเขียวหวานพันธ์ต่างๆกว่า&nbsp;200&nbsp;ต้น&nbsp;</strong>ปลูกแซมระหว่างต้นด้วยมะละกอ&nbsp;มะนาวแป้น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;ปลูกพืชผักต่างๆหลากหลายชนิด&nbsp;โดยเน้นความสำคัญในการทำเกษตรแบบอินทรีย์&nbsp;รวมทั้งได้ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา&nbsp;สูบน้ำในบ่อมาใช้ภายในสวน&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เก็บผลผลิตจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวทุกวัน&nbsp;หนึ่งในผลผลิตที่ทำให้สวนถุงแป้งเป็นที่รู้จัก&nbsp;คือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;โดยตนได้นำมะนาวพันธุ์โคตรดกสุพรรณ&nbsp;ปลูกไว้รวมกับมะนาวพันธุ์พื้นเมืองของพังงา&nbsp;</p><p><strong>กระทั่งสังเกตพบว่ามีต้นแตกหน่อขึ้นมามีลูกดก&nbsp;ผลโต&nbsp;</strong>กลิ่นหอมแบบมะนาวพื้นเมือง&nbsp;เป็นช่อคล้ายพวงองุ่น&nbsp;ผลดก&nbsp;มีน้ำเยอะ&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ออกผลตลอดทั้งปี&nbsp;จึงขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง&nbsp;ปัจจุบันสามารถขยายได้จำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง&nbsp;ส่วนส้มเขียวหวานและส้มโชกุนที่ปลูกมาเป็นปีที่&nbsp;5&nbsp;มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก&nbsp;การออกดอกแต่ละรุ่นที่เป็นส้มปีจะทยอยออกหลายชุด&nbsp;ทำให้ได้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ปีละ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ธ.ค.-&nbsp;ก.พ.&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ออกผลเต็มต้นและเริ่มสุกมีสีสันสวยงาม&nbsp;จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;</p><p><strong>ประกอบสวนถุงแป้งเป็นสวนต้นแบบที่เปิดให้มีการศึกษาเรียนรู้ด้วย</strong>&nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่ยังคงติดกระแสและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;สร้างรายได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยทางสวนถุงแป้งจะเก็บค่าเข้าชมสวนส้มคนละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เฉพาะผู้ใหญ่&nbsp;ส่วนเด็กเข้าชมฟรี&nbsp;มีบริการหมวกกับตะกร้าไว้สำหรับถ่ายภาพกับผลส้มฟรี&nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ&nbsp;ส้มสดๆจากต้น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกภายในสวนไว้จำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันสวนถุงแป้งมีการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>ภายในสวนจะปลูกพืชแบบเอื้อต่อกัน&nbsp;โดยแบ่งเป็นพืชผักสร้างรายได้ประจำวัน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;บวบ&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;ส่วนรายได้ต่อเดือนจะเป็นพวก&nbsp;กล้วย&nbsp;มะละกอ&nbsp;ขนุน&nbsp;ส่วนรายได้รายปีก็จะมีส้มและทุเรียนเป็นหลัก&nbsp;และมีรายได้เสริมจากการผลิตพันธุ์ไม้ตามสั่งของลูกค้า&nbsp;ทำให้ปัจจุบันครอบครัวมีความสุขจากการได้อยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115135745450"],
    [108,"เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ นำเนื้อที่ 4 ไร่ สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว","<p><strong>เกษตรกรพังงารุ่นใหม่ผู้เดินตามรอยของพ่อหลวงจนประสบความสำเร็จ&nbsp;</strong>นำเนื้อที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;สร้างสวนเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์เรียนรู้เชิงท่องเที่ยวและจุดเช็คอิน&nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสร้างรายได้ให้ครอบครัว</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางวิภาดา&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองพังงาและผู้นำท้องที่&nbsp;ได้เยี่ยมชมสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของนายวินัย&nbsp;รัตน์ไทรแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตากแดด&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;จ.พังงา&nbsp;ที่เดินตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ด้วยการนำที่ดิน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำสวนยางพารามาก่อนแต่เนื่องจากราคาผันผวนขึ้นลงไม่คงที่จึงตัดสินใจโค่นต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยของพ่อหลวง&nbsp;พร้อมกับเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำการเกษตรสมาร์ทฟาร์มเมอร์อย่างจริงจังและแสวงหาความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆในด้านเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ด้วยแนวคิดการทำเกษตรให้แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น&nbsp;สร้างจุดเด่นให้กับสวนของตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน&nbsp;นักเรียนนักศึกษา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;คนชุมชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมภายในสวนและเห็นว่าอยากให้ชาวบ้านรวมทั้งเกษตรกรทั่วไปได้นำไปเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ปลูกพืชผักชนิดต่างๆหรือผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องซื้อ&nbsp;หากผลผลิตเยอะก็นำไปแบ่งปันเพื่อนบ้านหรือนำไปจำหน่าย&nbsp;ซึ่งก็ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่เป็นออกส่วนๆ&nbsp;ทำการปลูกส้มเขียวหวานพันธ์ต่างๆกว่า&nbsp;200&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;ปลูกแซมระหว่างต้นด้วยมะละกอ&nbsp;มะนาวแป้น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;ปลูกพืชผักต่างๆหลากหลายชนิด&nbsp;โดยเน้นความสำคัญในการทำเกษตรแบบอินทรีย์&nbsp;รวมทั้งได้ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา&nbsp;สูบน้ำในบ่อมาใช้ภายในสวน&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เก็บผลผลิตจำหน่ายทำให้มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวทุกวัน&nbsp;หนึ่งในผลผลิตที่ทำให้สวนถุงแป้งเป็นที่รู้จัก&nbsp;คือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;โดยตนได้นำมะนาวพันธุ์โคตรดกสุพรรณ&nbsp;ปลูกไว้รวมกับมะนาวพันธุ์พื้นเมืองของพังงา&nbsp;กระทั่งสังเกตพบว่ามีต้นแตกหน่อขึ้นมามีลูกดก&nbsp;ผลโต&nbsp;กลิ่นหอมแบบมะนาวพื้นเมือง&nbsp;เป็นช่อคล้ายพวงองุ่น&nbsp;ผลดก&nbsp;มีน้ำเยอะ&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ออกผลตลอดทั้งปี&nbsp;จึงขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง&nbsp;ปัจจุบันสามารถขยายได้จำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง</p><p><strong>ส่วนส้มเขียวหวานและส้มโชกุนที่ปลูกมาเป็นปีที่&nbsp;5&nbsp;มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;การออกดอกแต่ละรุ่นที่เป็นส้มปีจะทยอยออกหลายชุด&nbsp;ทำให้ได้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ปีละ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ธ.ค.-&nbsp;ก.พ.&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ออกผลเต็มต้นและเริ่มสุกมีสีสันสวยงาม&nbsp;จึงได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;ประกอบสวนถุงแป้งเป็นสวนต้นแบบที่เปิดให้มีการศึกษาเรียนรู้ด้วย&nbsp;ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่ยังคงติดกระแสและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;สร้างรายได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>โดยทางสวนถุงแป้งจะเก็บค่าเข้าชมสวนส้มคนละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;</strong>เฉพาะผู้ใหญ่&nbsp;ส่วนเด็กเข้าชมฟรี&nbsp;มีบริการหมวกกับตะกร้าไว้สำหรับถ่ายภาพกับผลส้มฟรี&nbsp;นอกจากนี้ยังมีน้ำส้มคั้นสดๆ&nbsp;ส้มสดๆจากต้น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกภายในสวนไว้จำหน่ายในราคาย่อมเยาอีกด้วย</p><p><strong>ปัจจุบันสวนถุงแป้งมีการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP</strong>&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ภายในสวนจะปลูกพืชแบบเอื้อต่อกัน&nbsp;โดยแบ่งเป็นพืชผักสร้างรายได้ประจำวัน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;บวบ&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะนาวแป้นพวงพังงา&nbsp;ส่วนรายได้ต่อเดือนจะเป็นพวก&nbsp;กล้วย&nbsp;มะละกอ&nbsp;ขนุน&nbsp;ส่วนรายได้รายปีก็จะมีส้มและทุเรียนเป็นหลัก&nbsp;และมีรายได้เสริมจากการผลิตพันธุ์ไม้ตามสั่งของลูกค้า&nbsp;ทำให้ปัจจุบันครอบครัวมีความสุขจากการได้อยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140418455"],
    [109,"ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ มอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส ระดับ A และระดับ B ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;มอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส&nbsp;</strong>ระดับ&nbsp;A&nbsp;และระดับ&nbsp;B&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;พร้อมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;farmer)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>นายสัตว์แพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายภิเษก&nbsp;โรจนวิภาต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;และนางสาวอาทิยา&nbsp;แปลงใจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมเกษตรกรตามโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;farmer)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;การดำเนินการฝึกอบรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)</p><p><strong>โดยนายพนม&nbsp;มีศิริพันธุ์&nbsp;ปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;เป็นประธานในพิธี</strong>และมอบใบรับรองฟาร์มปลอดโรคบรูเซลโลสิส&nbsp;ระดับ&nbsp;A&nbsp;และ&nbsp;ระดับ&nbsp;B&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะดำเนินงานจากสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;5</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;เลิศสิริฟาร์มแพะ&nbsp;ตำบลช่อแฮ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และ&nbsp;รุ่งนภาฟาร์มแพะ&nbsp;ตำบลเวียงทอง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140614456"],
    [110,"กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนเบตงสีทอง ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด  ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา","<p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;และนางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ม.4&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;หลังมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกส้มโชกุนเบตงสีทอง&nbsp;เนื่องจากพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลาในขณะนี้&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกส้มโชกุนเบตง&nbsp;ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;มากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีและยังประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด&nbsp;ระบายไม่ทัน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่วงส้มสายน้ำผึ่ง&nbsp;ของทางภาคเหนือออกผลผลิตเช่นกันและยังลงมาตีตลาดส้มโชกุนเบตง&nbsp;และทำให้ผู้บริโภคสับสนถึงรสชาดที่แท้จริงของส้มโชกุนสีทองเบตง&nbsp;สับสนระหว่างส้มสายน้ำผึ้งกับส้มโชกุนเบตงสีทอง&nbsp;ความจริงรสชาดของส้มโชกุนเบตงจะมีรสชาดไม่เหมือนที่ไหนเนื่องจากอำเภอเบตงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกส้มโชกุน&nbsp;ทั้งสภาพดินและสภาพอากาศ&nbsp;จุดเด่นของส้มโชกุนเบตงสีทอง&nbsp;ของแท้นั้น&nbsp;เวลารับประทานเมื่อแกะเปลือกผลส้มออก&nbsp;ส้มจะมีกลิ่นหอม&nbsp;เปลือกร่อน&nbsp;สีสันของเนื้อส้มจะมีสีส้มอมแดง&nbsp;ส่วนรสชาติก็จะออกเปรี้ยวอมหวาน&nbsp;ถือเป็นจุดเด่นของส้มโชกุนสีทองเบตงแท้&nbsp;จากพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>ส้มโชกุนเบตงของนายรพีพงษ์&nbsp;&nbsp;โรจน์กัลยาภา&nbsp;</strong>เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนเบตง&nbsp;เล่าว่า&nbsp;สวนส้มของตน&nbsp;มีต้นส้มมีอายุประมาณ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;17&nbsp;ไร่&nbsp;ในแต่ละปีสามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;175&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;ถ้ามีการระบายส้มได้ก็คุ้มทุนแต่เมื่อเจอการระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้สร้างความเดือดร้อนมาก&nbsp;ยิ่งช่วงนี้ส้มโชกุนได้รับผลกระทบมากไม่มีตลาดส่งออกและการสั่งออเดอร์จากพ่อค้าแม่ค้า&nbsp;ก็ลดลง&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาซื้อเป็นของฝากลดลง&nbsp;เดิมนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะนิยมซื้อไปฝากครอบครัว&nbsp;ในส่วนนี้ก็ขาดหายไปเนื่องมีล็อกดาวน์ปิดประเทศ&nbsp;อีกทั้งไม่มีตลาดระบายผลผลิตเน่าคาต้น&nbsp;นอกจากนี้ยังตรงกับช่วงส้มทางภาพเหนือ&nbsp;สายน้ำผึ่งออกผลผลิตพอดี&nbsp;โดยส้มโชกุนเบตง&nbsp;เริ่มขายตั้งแต่เบอร์&nbsp;2&nbsp;0&nbsp;(สองศูนย์)&nbsp;ขายส่ง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ขายส่งกิโลกรัมละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;และเบอร์&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท</p><p><strong>ด้านนายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>มาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;พี่น้องเกษตรผู้ปลูกส้มโชกุนสีทองเบตง&nbsp;ของอำเภอเบตง&nbsp;ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดส้มโชกุนของเกษตรกรผู้ปลูกส้มในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาตลาดการจำหน่ายส้มโชกุนในพื้นที่อำเภอเบตงเบื้องต้น&nbsp;โดยได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ในการหาช่องทางตลาดเพื่อจำหน่ายส้มโชกุนออกนอกเขตพื้นที่&nbsp;ไปยังตามสถานที่ท่องเที่ยวและจังหวัดอื่น&nbsp;ตลอดจนแนวทางการประชาสัมพันธ์&nbsp;อาจจะมีการจัดเทศกาลส้มโชกุนเบตง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนนำผลผลิตออกมาจำหน่าย&nbsp;พร้อมเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้มากินส้มโชกุนใต้ต้น&nbsp;ในสวนของเกษตรกร&nbsp;เพื่อส้มโชกุนเบตงให้เป็นที่รู้จักและเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกส้มโชกุนนำผลผลิตออกจำหน่ายต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115150610476"],
    [111,"เร่งแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ สำหรับกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการได้อย่างทันท่วงที","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;3)&nbsp;ผ่านระบบการประชุมออนไลน์&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานการประชุมได้&nbsp;ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการผลิตและการตลาดผลไม้&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาภัยพิบัติ&nbsp;ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย</strong>&nbsp;เกิดความไม่สะดวกในการขนส่งสินค้า&nbsp;ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จึงมีความจำเป็นจะต้องจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ&nbsp;โดยแผนดังกล่าวแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ด้านคือ&nbsp;ด้านการผลิตและด้านการตลาด</p><p><strong>สำหรับด้านการผลิตนั้น&nbsp;ปัจจัยสำคัญ&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ภัยพิบัติ/โรคพืช&nbsp;ที่ส่งผลทำให้ผลผลิตผลไม้เกิดความเสียหาย&nbsp;ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะพิจารณาช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐ&nbsp;ส่วนผลกระทบต่อระบบโลจิติกส์&nbsp;ทำให้ระบบขนส่งไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่และกระจายผลผลิตข้ามจังหวัดได้&nbsp;กำหนดมาตรการสร้าง&nbsp;Platform&nbsp;ข้อมูลเก็บเกี่ยวเชิงพื้นที่แบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;จัดตั้งศูนย์รวบรวม/กระจาย&nbsp;ระดับหมู่บ้าน/ตำบล&nbsp;รวมถึงการสร้าง&nbsp;Plat&nbsp;Form&nbsp;เชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งกับบริษัทไปรษณีย์ไทย/บริษัทขนส่งเอกชน&nbsp;รวมถึงปัจจัยจากโรคระบาดโควิด-19&nbsp;ที่คาดว่าจะส่งผลด้านขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยว/รวบรวม/&nbsp;กระจาย&nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องผ่อนปรนการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างภาค&nbsp;โดยให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเก็บเกี่ยวและขนย้ายผลไม้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนด้านการตลาด&nbsp;โรคระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&nbsp;ระบบขนส่งล่าช้า&nbsp;ติดขัด&nbsp;ผลผลิตไม่สามารถขนส่งได้&nbsp;ทำให้กระจุกตัว&nbsp;เสียหาย&nbsp;จนถึงราคาตกต่ำ&nbsp;ซึ่งการแก้ไขคือ&nbsp;ต้องกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้ได้โดยเร็ว&nbsp;โดยที่ประชุมได้กำหนดมาตรการใช้ระบบขนส่ง/จำหน่ายผ่านไปรษณีย์ไทย/บริษัทขนส่ง&nbsp;มาตรการของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;12&nbsp;มาตรการ&nbsp;และโครงการจำหน่ายผ่านสถาบันเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของโลจิสติกส์ต่างประเทศ</strong>&nbsp;ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&nbsp;ผลผลิตไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้&nbsp;ระบบขนส่งต่างประเทศมีน้อย&nbsp;ติดขัดทั้งทางเรือ/บก/อากาศ&nbsp;ซึ่งต้องกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยมีมาตรการคือ&nbsp;มาตรการของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มาตรการ&nbsp;โครงการทางด่วนตรวจปล่อยตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;ตั้งศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศ&nbsp;ระบบการขนส่ง&nbsp;ในรูปแบบต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีในส่วนของมาตรการ/ข้อกีดกันทางการค้า&nbsp;ด่านปิด/SPS/ภาษี&nbsp;โดยผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นคือ&nbsp;ไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศปลายทางได้&nbsp;ต้นทุนเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้เกิดข้อเสียเปรียบทางการแข่งขัน&nbsp;ที่ประชุมจึงได้กำหนดมาตรการให้ทูตพาณิชย์/ทูตเกษตร&nbsp;เร่งเจรจาเปิดด่านขอความช่วยเหลือให้สามารถส่งออกได้&nbsp;เจรจาผ่อนผันข้อกีดกันต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ส่งออกได้&nbsp;ขอลดอัตราภาษีเพื่อให้สามารถแข่งขันได้</p><p><strong>รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องตามแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;มาตรการด้วยกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115192304514"],
    [112,"เปิดยุทธการยกกำลัง X ชิงเก็บ ลดเผา ป้องกันไฟป่าภาคเหนือ ปี 2565","<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เปิดโครงการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และเปิดยุทธการป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำวังเฮือ&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตัวแทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ตลอดจนเครือข่ายความร่วมมือป้องกันไฟป่าเข้าร่วมงาน&nbsp;&nbsp;มีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และนายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;กำหนดให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการฟื้นฟูและการปรับตัวทุกมิติ&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;เพิ่มสมรรถนะปรับแนวคิดและระบบในการทำงานแบบใหม่&nbsp;สร้างการรับรู้ความเข้าใจและการทำงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ตลอดจนทำงานแบบใหม่&nbsp;ทส.&nbsp;ยกกำลัง&nbsp;X&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโครงการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;และการเปิดยุทธการป้องกันไฟป่าของกรมป่าไม้ในวันนี้&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานเชิงรุก&nbsp;ที่เน้นการประสานงานกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้านนายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;รวม&nbsp;42.09&nbsp;ล้านไร่&nbsp;โดยจัดเตรียมกำลังพล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นปพ.&nbsp;(พิทักษ์ป่า)&nbsp;520&nbsp;คน&nbsp;และเหยี่ยวไฟ&nbsp;135&nbsp;คน&nbsp;เพื่อประจำในจุดต่างๆ&nbsp;ตามแผนที่กำหนด&nbsp;สำหรับในส่วนโครงการชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ที่กรมป่าไม้ดำเนินการในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีเป้าหมายชิงเก็บ&nbsp;1,500&nbsp;ตัน&nbsp;และชิงเผา&nbsp;155,000&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งยังมีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลนและป้องกันไฟป่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ใน&nbsp;10&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;289,383&nbsp;ไร่&nbsp;เป้าหมายเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าโครงการฯ&nbsp;และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบจิตอาสา</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ในส่วนการดำเนินงานของกรมป่าไม้นั้นนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&nbsp;ตามข้อมูลสถิติจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม&nbsp;Suomi&nbsp;NPP&nbsp;เซ็นเซอร์&nbsp;VIIRS&nbsp;พบว่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมถึง&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;มีจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;30,293&nbsp;จุด&nbsp;เป็นปริมาณที่ลดลงถึง&nbsp;26,036&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;และหากย้อนกลับไปเทียบกับปี&nbsp;2562&nbsp;พบว่ามีจุดความร้อนลดลงถึงร้อยละ&nbsp;46.22</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115162258489"],
    [113,"สำนักงานเกษตรเชียงใหม่สร้างต้นแบบเกษตรอัจฉริยะ? (Handy Sense)","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่??&nbsp;ส่งเสริมการใช้&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่?ในแปลงสตรอเบอรี่ที่อำเภอสะเมิง&nbsp;</strong></p><p><strong>นายเจริญ&nbsp;พิมพ์ขาล&nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>?&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;ได้ลงพื้นที่อำเภอสะเมิง?&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าโครงการระบบน้ำอัจฉริยะ&nbsp;(Handy&nbsp;Sense)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร&nbsp;ตำบลบ่อแก้ว&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่?&nbsp;ในแปลงเกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี&nbsp;ตำบลบ่อแก้ว&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;โดยจังหวัดเชียงใหม่เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;ศูนย์ของทั่วประเทศ&nbsp;ที่นำระบบการบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบน้ำอัจฉริยะ&nbsp;(Handy&nbsp;Sense)&nbsp;โดยสร้างต้นแบบแปลงเรียนรู้การบริหารจัดการแปลง&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรในแปลงสตรอว์เบอร์รี&nbsp;ที่เป็นแหล่งปลูกใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อีกทั้งพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;คือ&nbsp;นายวิทยา&nbsp;นาระต๊ะ&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อยกระดับเป็นวิทยากรเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้?&nbsp;ระบบเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Handy&nbsp;Sense)&nbsp;เป็นอุปกรณ์&nbsp;IoT&nbsp;และระบบปฏิบัติการ</strong>&nbsp;ในการควบคุมสภาพแวดล้อมซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;เซนเซอร์&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ฟังก์ชั่น&nbsp;ซึ่งใช้วัดสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก&nbsp;และสามารถควบคุมการให้น้ำสำหรับพืชช่วยเกษตรกรลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากร&nbsp;ทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพส่งผลต่อรายได้ของเกษตรที่เพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบแก่คนในชุมชน&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้นำไปปรับใช้ในแปลงของตนเองได้โดยสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-5311-2478-79&nbsp;</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115171609497"],
    [114,"ศรีสะเกษ !! นายก อบต.โนนสัง ลุยปรับปรุงถนนเพื่อลำเลียงผลผลิตการเกษตร","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง</strong>&nbsp;เริ่มขยับงานด้านถนนเพื่อการสัญจรลำเลียงผลผลิตการเกษตร&nbsp;ลดอุบัติเหตุ&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>โดยท่านนายกทองวรรณ&nbsp;จิตโชติ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง</strong>&nbsp;ภายหลังได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารหมาดๆ&nbsp;ซึ่งว่างเว้นไป&nbsp;1สมัย&nbsp;วันนี้เริ่มดำเนินงานพัฒนาถนนหนทางให้อยู่ในสภาพสัญจรไปมาได้สดวกจึงพร้อมด้วยพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้าง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ซ่อมแซมถนน&nbsp;บ้านโนนสังและบ้านโนนผึ้ง&nbsp;เพื่อความสะดวกในการสัญจรของประชาชนอันดับแรก&nbsp;นอกจากประชาชนจะได้ประโยชน์จากการนำผลผลิตไปขายในตลาดแล้วยังลดอุบัติเหตุในยามค่ำคืนจากที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่ออีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115203935566"],
    [115,"ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมือง  ปศุสัตว์แบบครบวงจร","<p><strong>หลังนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอกประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จชต.</strong>เมื่อวันพุธที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมร่วมประชุมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล&nbsp;โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พลเรือตรีสมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;ได้ลงพื้นที่</strong>&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;ตำบลทุ่งปรัง&nbsp;อำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการและการตลาด&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร&nbsp;โดยมีนายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายมะเสาวดี&nbsp;ไสสากา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเสริมความรู้</strong>&nbsp;ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์&nbsp;การผลิตพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์โคเนื้อ&nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด&nbsp;โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร</p><p>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์</p><p><strong>โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค</strong>&nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้แก่ประชาชน&nbsp;โดยโคที่เลี้ยงไว้&nbsp;คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยกรอบแนวคิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;หรือโคต้นน้ำ&nbsp;โดยพัฒนาพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;ให้สมบูรณ์&nbsp;และการผลิตลูกโค&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี&nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด&nbsp;จนไปถึง&nbsp;1&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกระบวนการดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา&nbsp;พ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;เช่น&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้&nbsp;และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร&nbsp;ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว&nbsp;จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;ต้นกระทิน&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์&nbsp;และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค&nbsp;คือ&nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า&nbsp;มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;และ&nbsp;มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหารและการหมักอาหารจากฟาร์ม&nbsp;การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี&nbsp;และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;</strong>ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน&nbsp;210&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084528792"],
    [116,"ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมือง  ปศุสัตว์แบบครบวงจร","<p><strong>หลังนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอกประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จชต.</strong>เมื่อวันพุธที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมร่วมประชุมกับ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล&nbsp;โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ&nbsp;ต่อมา&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พลเรือตรีสมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการเลี้ยงโค&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขต&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;เพื่อศึกษาเรื่องของการเลี้ยงโคให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;ตลอดจน&nbsp;วันนี้&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เลขาธิการศอ.บต.&nbsp;ลงพื้นที่ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;ตำบลทุ่งปรัง&nbsp;อำเภอสิชล&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการและการตลาด&nbsp;เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร&nbsp;โดยครั้งนี้มีนายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายมะเสาวดี&nbsp;ไสสากา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเสริมความรู้&nbsp;ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่&nbsp;</strong>เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์&nbsp;การผลิตพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์โคเนื้อ&nbsp;ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด&nbsp;โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร&nbsp;</p><p>ในการนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เป็นเมืองปศุสัตว์&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค&nbsp;โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และสร้างรายได้แก่ประชาชน&nbsp;โดยโคที่เลี้ยงไว้&nbsp;คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยกรอบแนวคิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;หรือโคต้นน้ำ&nbsp;โดยพัฒนาพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;ให้สมบูรณ์&nbsp;และการผลิตลูกโค&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี&nbsp;โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด&nbsp;จนไปถึง&nbsp;1&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;</p><p><strong>และปลายน้ำ&nbsp;คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน</strong>&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งกระบวนการดังกล่าว&nbsp;จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา&nbsp;พ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;เช่น&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้&nbsp;และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร&nbsp;ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว&nbsp;จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;ต้นกระทิน&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์&nbsp;และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย</p><p>นอกจากนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้&nbsp;ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.&nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า&nbsp;</p><p>2.&nbsp;มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;</p><p>3.&nbsp;มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>โดยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหาร</strong>และการหมักอาหารจากฟาร์ม&nbsp;การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี&nbsp;และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท&nbsp;ไอบีซี&nbsp;อินดัสเตรียล&nbsp;จำกัด&nbsp;(IBCI)&nbsp;ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน&nbsp;210&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117084917794"],
    [117,"การส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์หลังประกาศโรค ASF ในสุกร ไม่กระทบมากนัก ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หลังจากที่มีการประกาศโรค&nbsp;อหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรในประเทศไทยและได้รายงานไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมที่ผ่านมานั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือผลกระทบด้านการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์&nbsp;หลังการประกาศพบเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรในประเทศไทย&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ศึกษาถึงผลกระทบและเงื่อนไขในการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ของประเทศผู้นำเข้าต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการค้นคว้าข้อมูลและตามระเบียบประเทศคู่ค้า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และตามหลักมาตรฐานสากลพบว่า&nbsp;การส่งออกเนื้อสุกรดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;คาดการณ์ว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก&nbsp;เนื่องจากประเทศไทยมีตลาดส่งออกหลักทั้งเนื้อสุกรดิบและสุก&nbsp;ที่ยอมรับในการปฏิบัติตามคำแนะนำของ&nbsp;OIE&nbsp;และเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่กำหนด&nbsp;โดยตลาดส่งออกหลักของเนื้อสุกรดิบคือฮ่องกง&nbsp;ส่วนเนื้อสุกรสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;ตลาดหลักคือ&nbsp;ญี่ปุ่นและฮ่องกง&nbsp;ซึ่งการส่งออกในกรณีที่ประเทศมีการระบาดของโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;นั้นจะพิจารณาตามข้อแนะนำ&nbsp;OIE&nbsp;และเงื่อนไขประเทศผู้นำเข้าที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นการห้ามทั้งประเทศ&nbsp;หรือห้ามเป็นพื้นที่&nbsp;หรือห้ามเป็นฟาร์ม&nbsp;โดยมีข้อกำหนดอาทิ&nbsp;การส่งออกเนื้อสุกรดิบ&nbsp;สำหรับบางประเทศที่ไม่ได้ห้ามนำเข้า&nbsp;กรมศุสัตว์จะอนุญาตให้ส่งออกต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีการควบคุมการผลิตเนื้อสุกร&nbsp;ไม่ให้มีเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรปนเปื้อนในกระบวนการผลิต&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรปรุงสุก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;OIE&nbsp;ได้กำหนดเงื่อนไขการทำลายเชื้อไวรัส&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ดังนี้&nbsp;การทำลายเชื้อไวรัส&nbsp;ASF&nbsp;ในเนื้อสุกรต้องผ่านความร้อน&nbsp;70&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ระยะเวลาอย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;และในกรณีที่บางประเทศมีการกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าเป็นการเฉพาะ&nbsp;กรมปศุสัตว์จะเร่งเจรจากับหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศนั้นๆ&nbsp;เพื่อขอส่งสินค้าเนื้อสุกรปรุงสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;ให้ได้อย่างต่อเนื่อง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการส่งออกเนื้อสุกรดิบ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และสินค้าเนื้อสุกรปรุงสุกหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จะพิจารณาจากท่าทีและเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่จะมีการกำหนดเพิ่มเติมอย่างไร&nbsp;และปัจจัยอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยคาดการณ์ว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;การส่งออกน่าจะมีปริมาณใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาโดยส่งออกประมาณ&nbsp;23,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;3,646&nbsp;ล้านบาทอย่างไรก็ตามการส่งออกสุกรมีชีวิตนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง&nbsp;ภาครัฐได้มีการแก้ปัญหาโดยมาตรการระยะเร่งด่วนกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ประกาศห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117102634828"],
    [118,"หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมกันเตรียมพื้นที่สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ \"โคกหนองนา โมเดล\"","<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;กองพันทหารราบ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;</strong>โดย&nbsp;พันจ่าเอก&nbsp;ณัฐพัฒน์&nbsp;ทองนวน&nbsp;หัวหน้าชุดกิจการพลเรือน&nbsp;กองพันทหารราบ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กำลังพล&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;นาย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;617&nbsp;,&nbsp;นายวชิระ&nbsp;กระต่ายจันทร์&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากุ่ม&nbsp;,&nbsp;นาย&nbsp;ฤชา&nbsp;ถีระเจริญ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;,&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันเตรียมพื้นที่สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โครงการ&nbsp;\"โคกหนองนา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;เกษตรตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลเนินทราย&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด</p><p><strong>สำหรับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โครงการ&nbsp;\"โคกหนองนา&nbsp;โมเดล\"</strong>&nbsp;เกษตรตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเนินดินแดง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลเนินทราย&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแปลงสาธิตให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;นำไปเป็นแบบอย่างในการปรับใช้กับแปลงเกษตรของตนเองต่อไป&nbsp;เนื่องด้วยในพื้นที่มีประชาชนประกอบอาชีพเกษตรเป็นส่วนใหญ่&nbsp;โดยพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;จะจัดพิธีเปิดโครงการดังกล่าวในวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117111744867"],
    [119,"กยท.ตรัง อนุมัติงบประมาณกว่า 72 ล้านบาท เร่งช่วยเหลือชาวสวนยาง ในการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้ชะลอขาย สร้างอำนาจต่อรองนายทุนใหญ่ หลังราคายางพาราตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ  46 - 48 บาท  ขณะที่ค่าครองชีพ หมู ไก่ อาหารทะเลราคาพุ่งรายวัน ทำให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนยางเดือดร้อน","<p><strong>ที่ศูนย์รวบรวมน้ำยางสด&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;กยท.ย่านตาขาว&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;อ.ย่านตาขาว</strong>&nbsp;และโรงรวบรวมน้ำยางสดมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายภิรม&nbsp;หนูรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;สาขา/10&nbsp;อำเภอของจ.ตรัง&nbsp;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และงบพัฒนาจังหวัดตรังจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อจัดซื้อถังเก็บน้ำยา&nbsp;เร่งทำโครงการชะลอการขายยาง&nbsp;ของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อเก็บสต๊อกน้ำยางสดเอาไว้เพื่อชะลอขาย&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;เพื่อหวังช่วยพยุงราคายางให้สูงขึ้น&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากราคาที่ลดลงโดยไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ&nbsp;โดยขณะนี้พบว่าราคายางพารายังตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ทั้ง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ปริมาณผลผลิตเหลือน้อย&nbsp;แต่ราคากลับขึ้น&nbsp;ๆ&nbsp;ลง&nbsp;ๆ&nbsp;ในระดับที่ตกต่ำต่อเนื่อง&nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร</p><p><strong>ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของภาคใต้ให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น</strong>&nbsp;จากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว&nbsp;จากการที่ราคาหมู&nbsp;ไก่&nbsp;กุ้ง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;รวมทั้งอาหารทะเลทุกชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทำรายได้ไม่พอรายจ่าย&nbsp;ยิ่งเดือดร้อนหนัก&nbsp;จึงเร่งใช้โครงการชะลอการขายยางเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยการเก็บสต๊อกน้ำยางสดไว้&nbsp;เพื่อชะลอการขายให้โรงงาน&nbsp;โดยจะรอจังหวะที่ราคาดีขึ้น&nbsp;นำเสนอขายผ่านตลาดกลางยางพาราทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่งในภาคใต้&nbsp;ลดปริมาณน้ำยางสดออกสู่ตลาด&nbsp;หวังจะช่วยพยุงราคายางพาราให้สูงขึ้น&nbsp;โดยการสร้างอำนาจต่อรองให้อยู่ในมือของเกษตรกร&nbsp;ไม่ให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบจากการรวมหัวกดราคา&nbsp;ทำเกษตรกรเดือดร้อนต่อเนื่อง&nbsp;เป็นการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ด้วย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และเม็ดเงินที่สะพัดในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็มาจากยางพารา&nbsp;</p><p><strong>โดยขณะนี้พบว่าจากปัญหาราคาน้ำยางสดที่ตกต่ำ</strong>เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;46&nbsp;&nbsp;48&nbsp;บาท&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ชาวสวนต้องขายน้ำยางสดมากถึง&nbsp;4-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จึงจะซื้อเนื้อหมูได้เพียง&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และต้องขายน้ำยางสดให้มากขึ้น&nbsp;จึงจะซื้อสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าครัวเรือนได้&nbsp;ทำประชาชนเดือดร้อนหนักในขณะนี้&nbsp;กยท.จึงเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ที่กำลังประสบปัญหาจากราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;และเรื่องค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;ผ่านโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งการยางแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จุดรวบรวมน้ำยางสดทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่&nbsp;ต.หนองบ่อ&nbsp;เก็บน้ำยางสดได้&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;แต่ตั้งเป้าไว้&nbsp;ที่&nbsp;25&nbsp;ตันต่อรอบ&nbsp;ส่วนที่สหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว&nbsp;สามารถเก็บน้ำยางสดได้รอบละ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ถ้าน้ำยางมากก็เพิ่มได้</p><p><strong>นายภิรม&nbsp;ทองรอด&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือเกษตรกรในการชะลอขายรวม&nbsp;4&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;ยางแผ่นดิบ&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&nbsp;ในส่วนของจังหวัดตรัง&nbsp;ทำการชะลอการขายน้ำยางสด&nbsp;งบประมาณจำนวน&nbsp;72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากงบพัฒนาจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โดยนายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอีกจำนวน&nbsp;800,000&nbsp;บาท&nbsp;เป้าหมายชะลอการขายให้ได้ประมาณ&nbsp;350&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังเริ่มทำ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;และจะขยายไป&nbsp;กยท.ทุกสาขา&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เหมาะสม&nbsp;เมื่อผลผลิตเข้าสู่ตลาดมาก&nbsp;ราคายางตกต่ำ&nbsp;โครงการก็ช้อนซื้อเก็บไว้&nbsp;เมื่อราคาสูงขึ้นเหมาะสม&nbsp;ก็นำออกมาทยอยขายเก็งกำไร&nbsp;ถ้าจุดไหนน้ำยางของสมาชิกเข้ามามาก&nbsp;ก็จะเพิ่มปริมาณการสต๊อกน้ำยางสดในจุดนั้นเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สิ่งที่การยางแห่งประเทศไทยต้องการคือ&nbsp;เมื่อสมาชิกนำน้ำยางมาฝากไว้</strong>&nbsp;ซึ่งเก็บได้นานถึง&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;โดยที่คุณภาพน้ำยางและเปอร์เซ็นต์ยางไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;สมาชิกที่ขายน้ำยางอยู่ประจำจะไม่ถูกกดราคา&nbsp;เพราะสหกรณ์มีการชะลอ&nbsp;เลือกเวลาขายที่ได้กำไร&nbsp;และในระดับประเทศหากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของเกษตรกรสามารถชะลอการขายได้จะเกิดประโยชน์ในภาพรวม&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในเมืองเกษตรกร&nbsp;ผ่าน&nbsp;กยท.พ่อค้าจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหา&nbsp;กยท.และวิ่งหาชาวสวน&nbsp;อำนาจต่อรองจะอยู่ในมือเกษตรกร</p><p><strong>ทางด้านนายสมพล&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประธานสหกรณ์การเกษตรทุ่งยาว</strong>&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตอนนี้สหกรณ์ทุ่งยาวสามารถเก็บสต๊อกน้ำยางสด&nbsp;เพื่อชะลอขายได้รอบละ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ศักยภาพจะรับได้รอบละ&nbsp;60&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้ทำมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;โดยรอบนี้ถ้าขายในวันนี้จะได้ส่วนต่างกิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในการชะลอจะดูราคาส่วนต่างให้ได้กำไร&nbsp;หลักๆต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในการขายน้ำยาง&nbsp;หากช่วงราคาไม่ดีสามารถหมุนมาฝากไว้ก่อน&nbsp;สหกรณ์ก็ดึงราคาไว้&nbsp;และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่ขาดทุน&nbsp;ก็นำออกขายได้&nbsp;โดยกยท.จะเสนอขายในตลาดกลาง&nbsp;เจรจากับคู่ค้าโดยตรง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117120958891"],
    [120,"แจงมาตรการสนับสนุนทางการเงิน ส่งเสริมการทำนาวิถีใหม่ ลดต้นทุนการผลิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;ประชุมชี้แจงมาตรการสนับสนุนทางการเงิน&nbsp;&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อน&nbsp;จากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการโครงการ&nbsp;Rice&nbsp;NAMA&nbsp;องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;กล่าวแนะนำโครงการ&nbsp;&nbsp;การประชุมในครั้งนี้เป็นการชี้แจงหลักเกณฑ์และแผนการดําเนินงานมาตรการสนับสนุนทางการเงินของโครงการ&nbsp;รวมทั้งมาตรการเงินอุดหนุนเพิ่มเติม&nbsp;โดยโครงการได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก&nbsp;NAMA&nbsp;Facility&nbsp;จํานวน&nbsp;8.4&nbsp;ล้านยูโร&nbsp;โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นผู้จัดการเงินทุนสนับสนุน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาสามารถเข้าถึงการปรับใช้เทคโนโลยีในการทํานาได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทํานาและไม่เพิ่มภาระทางการเงินให้แก่ชาวนา&nbsp;</p><p><strong>โดยดําเนินการในพื้นที่เขตชลประทานภาคกลาง&nbsp;6&nbsp;จังหวัดคือ</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในช่วงนำร่องของโครงการฯ&nbsp;ได้มีการใช้เงินทุนสนับสนุนในรูปแบบของการสนับสนุนเงินทุนล่วงหน้าแก่ชาวนา&nbsp;เพื่อการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จึงได้มีการปรับเปลี่ยนข้อเสนอโครงการเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนทางการเงินและได้รับอนุมัติในการดําเนินงานมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ชาวนาและผู้ให้บริการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการควบคู่สําหรับชาวนา(เงินทุนหมุนเวียนพร้อมเงินอุดหนุน)&nbsp;เพื่อการเตรียมดินและการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์และมาตรการเงินอุดหนุนผู้ให้บริการเพื่อการลงทุนในชุดอุปกรณ์ปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ชาวนาและผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117181517150"],
    [121,"เดินหน้าโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร รณรงค์เข้มข้นพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เดินหน้าโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรมาทำการเกษตรแบบปลอดการเผา&nbsp;โดยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&nbsp;เพื่อเร่งรัด&nbsp;จัดการและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;และเนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรีมีจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยการสำรวจในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวนมากถึง&nbsp;96&nbsp;จุด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จึงดำเนินการจัดงานรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เน้นการถ่ายทอดความรู้และสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา&nbsp;ช่วงการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการสาธิตการใช้เครื่องตัดตอซัง</strong>&nbsp;การไถกลบและการหว่านปอเทือง&nbsp;พร้อมสถานีการเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;สำหรับ&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรได้&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่มๆ&nbsp;ละ&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการรณรงค์ลดการเผาในท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วม&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมสร้างการรับรู้และกิจกรรม</strong>&nbsp;เสนอทางเลือกลดการเผาอย่างรอบด้าน&nbsp;ซึ่งจากการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจำนวนจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ในพื้นที่การเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีแนวโน้มลดลง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายให้พื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ของจังหวัดสุพรรณบุรีลดลง&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ลดลง&nbsp;พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;สภาพอากาศดีขึ้น&nbsp;และสุขภาพของประชาชนที่ดีขึ้นกว่าเดิม&nbsp;หากเกษตรกรท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118095945271"],
    [122,"กรมปศุสัตว์ ยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและรายย่อย พร้อมมาตรการส่งเสริมฟื้นฟูผู้เลี้ยงสุกร","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทุกภาคด้าน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยทางด้านอาหารของผู้บริโภคภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงความมั่นคงทางด้านอาชีพของเกษตรกรด้านปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ยังประสบปัญหาต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาโรคระบาด&nbsp;ทำให้เพิ่มต้นทุนของฟาร์ม&nbsp;เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์ป่วยและทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&nbsp;เนื่องจากผลผลิตลดลง&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงมีนโยบายให้มีการขับเคลื่อนฟาร์ม</strong>ที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร&nbsp;(GFM)&nbsp;เพื่อยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ให้มีการจัดการที่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;ซึ่งเป็นการลดปัญหาจากโรคระบาดและส่งเสริมให้สินค้าปศุสัตว์มีความปลอดภัย&nbsp;โดยระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย&nbsp;ไม่ซับซ้อนและใช้ต้นทุนต่ำ&nbsp;สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด&nbsp;ที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดโรคระบาดได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้วางมาตรการการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกร</strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;โดยในเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยนั้น&nbsp;ในระยะแรก&nbsp;กรมปศุสัตว์สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศให้คำแนะนำและสำรวจความต้องการการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรภายใต้ตามมาตรการประเมินความเสี่ยงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยจะต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ดี&nbsp;ที่ถูกต้องและความพร้อมในการเลี้ยงสุกรใหม่ภายใต้ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;มีมาตรการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น</strong>&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร&nbsp;พร้อมเร่งผลักดันและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์และการจัดการที่ถูกต้อง&nbsp;ปัจจุบันกรมปศุสัตว์มีการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในปศุสัตว์&nbsp;10&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สัตว์ปีกพื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;เป็ดเนื้อ&nbsp;เป็ดไข่&nbsp;โคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;กระบือ&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;และสุกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118100323278"],
    [123,"ผู้ว่าฯ ตรัง มอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ราย&nbsp;และส่งมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</strong>ซึ่งแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก&nbsp;รวมทั้งประเทศและในจังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;และจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า&nbsp;(Thai&nbsp;people&nbsp;Map)&nbsp;จังหวัดตรังมีคนจน&nbsp;12,105&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;3.10%&nbsp;ของทั้งหมดโดยมีปัญหาด้านรายได้&nbsp;5,137&nbsp;คน&nbsp;ปัญหาด้านความเป็นอยู่&nbsp;4,092&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&nbsp;</strong>เพื่อให้มีรายได้เพิ่มลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนาและกลุ่มคนเปราะบางตามเป้าหมาย&nbsp;เพื่อการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นคลังอาหารภายในครัวเรือน&nbsp;ในระหว่างที่เกษตรหรือประชาชนต้องอยู่ประจำบ้านไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้านหรืออาจเกิดสภาวะการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรสามารถมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอาหารที่ทุกคนบริโภคได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ตลอดจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพหลักต่อไปได้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตอบสนองความปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&nbsp;ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ&nbsp;สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีแหล่งอาหาร</strong>โปรตีนบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายในครัวเรือนตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้&nbsp;ทักษะในการเลี้ยงไก่ไข่และสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118101216290"],
    [124,"ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง  ร่วมกับอำเภอรัษฎาและองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไพร อำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรทุ่งซาฟารี ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่นับพันไร่  และแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ  ในช่วงเช้าจะพบทะเลหมอกส่วนช่วงเย็นจะพบกับพระอาทิตย์ตกระหว่างหุบเขา  ลงทุนหลักร้อยชมวิวหลักล้าน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายมนต์ชัย&nbsp;หนูสาย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;(เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองชำนาญการพิเศษ)&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอรัษฎา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางจรุณี&nbsp;ดำช่วย&nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;,&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไพร,&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอรัษฎา,&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;ลงพื้นที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;หรือทุ่งหญ้าซาฟารี&nbsp;ทั้งนี้สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;ได้ปลูกหญ้าหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;บนเนื้อที่กว่าพันไร่&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์&nbsp;ในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทางด้าน&nbsp;นายมนต์ชัย&nbsp;หนูสาย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;</strong>(เจ้าพนักงานงานฝ่ายปกครองชำนาญการพิเศษ)&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอรัษฎา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;เป็นที่รู้จักของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวทั่วไป&nbsp;เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;และแหล่งที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอรัษฎา&nbsp;คือที่ที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;นั้นทางที่สถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;ได้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ&nbsp;โดยใช้พื้นที่กว่าพันไร่ในการปลูกหญ้า&nbsp;มีทุ่งหญ้าเขียวขจี&nbsp;พร้อมด้วยต้นไม้อีกหลากหลายชนิดที่ร่วมกันอนุรักษ์&nbsp;โดยไม่มีการตัดต้นไม้แต่อย่างใด&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ&nbsp;สัมผัสอากาศบริสุทธิ์&nbsp;ท่ามกลางหุบเขาและทุ่งหญ้า&nbsp;พร้อมด้วยแหล่งน้ำสองฟากฝั่งของตำบลหนองบังและตำบลเขาไพร&nbsp;เนื้อที่แหล่งน้ำกว่า&nbsp;4&nbsp;ร้อยไร่&nbsp;การเดินทางมาท่องเที่ยวที่ทุ่งหญ้าซาฟารี&nbsp;ที่อำเภอรัษฎานั้นเป็นการลงทุนหลักร้อยชมวิวหลักล้าน&nbsp;&nbsp;อีกทั้งยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับหญ้าสายพันธุ์ต่างๆที่ปลูกในพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในขณะที่&nbsp;นางจรุณี&nbsp;ดำช่วย&nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเช้าจะพบทะเลหมอกส่วนช่วงเย็นจะพบกับพระอาทิตย์ตกระหว่างหุบเขา&nbsp;เป็นภาพที่สวยงามอย่างมาก&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางมาท่องเที่ยวที่ทุ่งซาฟารี&nbsp;ที่บริเวณสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทุกวัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105427338"],
    [125,"ปศุสัตว์จังหวัดตรัง จัดพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ราย&nbsp;และส่งมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ซึ่งแพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโลก&nbsp;รวมทั้งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;และจากข้อมูลระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาแบบชี้เป้า&nbsp;(Thai&nbsp;people&nbsp;Map)&nbsp;จังหวัดตรังมีคนจน&nbsp;12,105&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;3.10%&nbsp;ของทั้งหมด&nbsp;โดยมีปัญหาด้านรายได้&nbsp;5,137&nbsp;คน&nbsp;ปัญหาด้านความเป็นอยู่&nbsp;4,092&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน&nbsp;</strong>เพื่อให้มีรายได้เพิ่มลดค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดไวรัสโคโรนาและกลุ่มคนเปราะบางตามเป้าหมาย&nbsp;&nbsp;เพื่อการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นคลังอาหารภายในครัวเรือน&nbsp;ในระหว่างที่เกษตรหรือประชาชนต้องอยู่ประจำบ้านไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกบ้านหรืออาจเกิดสภาวะการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;เกษตรกรสามารถมีแหล่งอาหารที่เพียงพอสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอาหารที่ทุกคนบริโภคได้ตลอดทั้งปี&nbsp;และสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ตลอดจนสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพหลักต่อไปได้&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่</strong>เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อตอบสนองความปกติใหม่&nbsp;&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&nbsp;ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพ&nbsp;สู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีแหล่งอาหารโปรตีนบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายในครัวเรือนตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้&nbsp;ทักษะในการเลี้ยงไก่ไข่และสามารถจำหน่ายเพิ่มรายได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118105812340"],
    [126,"จ.จันทบุรีประชุมเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลไม้จังหวัดจันทบุรีโดยมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในโรงคัดบรรจุรวมถึงสวนขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมไพลิน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลไม้จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;นายกสมาคมทุเรียนไทย&nbsp;TDA&nbsp;และนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการการส่งออกผลไม้เข้าร่วมประชุม&nbsp;โดยมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดในโรงคัดบรรจุรวมถึงสวนขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ต้องมีมาตรการควบคุมการเข้าออก&nbsp;&nbsp;แยกพื้นที่การผลิตออกจากส่วนสำนักงาน&nbsp;บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าพื้นที่ผลิต&nbsp;งดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่ไม่จำเป็น&nbsp;&nbsp;จัดให้มีบุคลากรสำหรับคัดกรองคนเข้าโรงงานคัดบรรจุนอกจากตรวจวัดอุณหภูมิแล้วต้องซักถามอาการไอ&nbsp;จาม&nbsp;การเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หากมีอาการ&nbsp;ห้ามเข้า&nbsp;ทำความสะอาดยานพาหนะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับของ&nbsp;FAO/WHO&nbsp;ก่อนเข้าโรงงาน&nbsp;&nbsp;จัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมสุขอนามัยของพนักงานภายในโรงคัดบรรจุ&nbsp;&nbsp;โรงคัดบรรจุจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ&nbsp;ที่มีการผลิตให้เพียงพอ&nbsp;พนักงานล้างมือบ่อยๆ&nbsp;หรือทุกครั้งที่สัมผัส&nbsp;&nbsp;เว้นระยะห่างในการทำงานอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ไม่หันหน้าเข้าหากัน&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนถุงมือ&nbsp;หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่&nbsp;ชำรุด&nbsp;เปียก&nbsp;สกปรก&nbsp;เมื่อเปลี่ยนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ&nbsp;ล็อตการผลิต&nbsp;หรือทุก&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;ทำความสะอาดโรงงาน&nbsp;พื้น&nbsp;วัสดุและอุปกรณ์ก่อนและหลังเลิกการผลิตและทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมทั้งภายนอกและภายใน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการประชุมคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พบว่าในปีนี้จังหวัดจันทบุรีมีผลผลิตไม้ผลรวมทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;และ&nbsp;ลองกอง&nbsp;ของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีเนื้อที่ยืนต้นรวม&nbsp;448,241&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;17,377&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;3.69&nbsp;มีเนื้อที่ให้ผลรวม&nbsp;410,524&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;1,531&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.37&nbsp;มีปริมาณผลผลิตโดยรวม&nbsp;722,037&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;137,282&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;23.48&nbsp;ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย&nbsp;1,759&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;329&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;สำหรับการกระจายตัวของผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด&nbsp;เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;โดยจะออกกระจุกตัวสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118113532366"],
    [127,"เตรียมปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 12 ตัว  13 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;จะปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย&nbsp;รอบที่&nbsp;11&nbsp;ในปีนี้กลับคืนสู่ธรรมชาติในวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ภายในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;หลังองค์การสวนสัตว์ฯประสบความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์และปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติมาตั้งแต่ปี&nbsp;2554&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;พบนกกระเรียนพันธุ์ไทยสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในธรรมชาติได้แล้ว&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>ปีนี้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมี&nbsp;12&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เพศผู้&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;และเพศเมีย&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;โดยเลือกปล่อยในช่วงวันแห่งความรัก&nbsp;เนื่องจากเป็นนกกระเรียนมีความโดดเด่นเรื่องของรักแท้และเป็นนกที่จับคู่แบบผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต&nbsp;ที่สำคัญจะเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งเดียวที่มีความสำคัญและโดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีความเชื่อมโยงกับวิถีชุมชนและองค์ความรู้ท้องถิ่นสอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ</p><p><strong>สำหรับนกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็น&nbsp;1&nbsp;ในสัตว์สงวน&nbsp;19&nbsp;ชนิดของไทย</strong>&nbsp;เป็นนกขนาดใหญ่&nbsp;คอยาว&nbsp;หัวและคอเป็นหนังเปลือยสีแดงสด&nbsp;กระหม่อมเป็นแผ่นกระดูกแข็งสีเทา&nbsp;ขนลำตัวสีเทา&nbsp;ขายาวสีแดงสด&nbsp;พบตามท้องนาและพื้นที่ชุ่มน้ำต่างๆของไทย&nbsp;ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ฯ&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และคณะวนศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ได้เพาะพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยในกรงเลี้ยง&nbsp;ทำการศึกษาแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติไปหลายครั้งแล้วในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และพื้นที่โดยรอบ&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่งถือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะกับการอยู่อาศัยของนกหลายชนิดและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติ&nbsp;มีความสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;นันทนาการ&nbsp;การท่องเที่ยวและสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118192856667"],
    [128,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี เปิดศูนย์ปฏิบัติการ(War room) เฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF)","<p><strong>วานนี้&nbsp;(17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสัตวแพทย์กรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>เปิดศูนย์ปฏิบัติการ(War&nbsp;room)&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;&nbsp;(African&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีเข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่ประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการในการเตรียมพร้อมเผชิญเหตุกรณีตรวจพบโรคระบาดในพื้นที่&nbsp;และชี้แจงมาตรการ&nbsp;การควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;แก้ไขสถานการณ์&nbsp;เตรียมข้อมูลจำนวนเกษตรกร&nbsp;จำนวนสุกร&nbsp;โรงฆ่าสุกร&nbsp;เขียงจำหน่าย&nbsp;ร้านขายอาหารสัตว์&nbsp;และข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;ให้ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา&nbsp;โดยไม่มีการสร้างเงื่อนไขต่างๆ&nbsp;เพื่อเรียกรับผลประโยชน์จากเกษตรกร&nbsp;และผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสุกรหรือซากสุกร</strong>&nbsp;ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยหลักเกณฑ์&nbsp;และเงื่อนไขการอนุญาตเคลื่อนย้ายสุกร&nbsp;หมูป่า&nbsp;หรือซากสุกร&nbsp;ซากหมูป่า&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;ชี้แจงแนวทางการส่งเสริมยกระดับฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;GAP&nbsp;&nbsp;ตลอดจนจัดทำคำสั่งมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และการรับเรื่องจากเกษตรกร&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/18&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118153949518"],
    [129,"กรมชลประทาน ย้ำทุกภาคส่วนร่วมใจประหยัดน้ำต้านภัยแล้ง","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1-17&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;55,998&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;74&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้&nbsp;32,068&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ&nbsp;8,987&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของปริมาณน้ำใช้การได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้วกว่า&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;72&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;เพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ&nbsp;16&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้&nbsp;และดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>พร้อมเน้นย้ำให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;\"ประหยัดน้ำ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;บริจาค\"</strong>&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;\"ประหยัดน้ำ&nbsp;ทางรอดต้านแล้ง\"&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำก่อนที่วิกฤติภัยแล้งจะมาถึงและร่วมแรงร่วมใจใช้ทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118193051675"],
    [130,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น (สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายลิขิต&nbsp;อุปมา&nbsp;ผอ.ส่วนส่งเสริมฯ&nbsp;สนง.ปศข.&nbsp;3,&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สนง.ปศจ.ชัยภูมิ&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะอนุกรรมการโครงการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ลงพื้นที่เชิงประจักษ์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;ไชยชะอุ่ม&nbsp;ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;(สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับเขตภาคอีสานตอนล่าง&nbsp;</strong>เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ที่จะเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;นายวาสนา&nbsp;นาคดิลก&nbsp;สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;และ&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;มีจุดเด่นด้าน&nbsp;1.ความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์&nbsp;หมั่นศึกษาหาความรู้&nbsp;มีการคิดวิเคราะห์&nbsp;สังเคราะห์ข้อมูล&nbsp;ค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;พัฒนางานที่ทำอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ย่อท้อ&nbsp;2.การวางแผนจัดการด้านการเงิน&nbsp;3.มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในฟาร์ม&nbsp;นำระบบ&nbsp;IOT&nbsp;มาช่วยบริหารจัดการ&nbsp;(นำเซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดมาช่วยจัดการข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ&nbsp;)&nbsp;เพื่อช่วยจัดการด้านการควบคุมอุณหภูมิ&nbsp;ความชื้น&nbsp;การทำงานของระบบคูลลิ่งแพด&nbsp;และแรงลม&nbsp;ทำให้ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้า&nbsp;ลดการใช้คน&nbsp;ลดความเสี่ยงในการควบคุมโรคระบาดต่างๆ&nbsp;4.มีการนำสมุนไพร&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;สะเดา&nbsp;เข้ามาใช้ในฟาร์มไก่เนื้อ&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ต้นทุนลดลง&nbsp;5.ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ในการนำปุ๋ยมูลไก่มาใช้ประโยชน์สามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังจากไร่ละ&nbsp;2-3&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นไร่ละ&nbsp;6-8&nbsp;ตัน&nbsp;รวมทั้งมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าสามารถนำไปใช้ในการเพิ่มผลผลิตในพืชหรือผักอื่นๆ&nbsp;เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี&nbsp;ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับเพื่อนเกษตรกร&nbsp;ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ&nbsp;สามารถรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&nbsp;จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรไก่เนื้อชัยภูมิ&nbsp;จำกัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สามารถเพิ่มผลกำไรในการเลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;</strong>สร้างความยั่งยืนในอาชีพ&nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;หรือกลุ่มอื่นให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118182735642"],
    [131,"สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประทานสิ่งของพระราชทานเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรที่จังหวัดอุดรธานี","<p><strong>สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประทานสิ่งของพระราชทานเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</strong><strong>&nbsp;</strong>ประทานความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;อประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>โปรดให้&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;(กล่องสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ขนมแห้ง&nbsp;และอื่นๆ)&nbsp;มอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และนายอำเภอ&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นตัวแทนเกษตรกร</strong>ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;อำเภอที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;กล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</span></p><p>&nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกร&nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;จังหวัดอุดรธานีมีผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกุดจับ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอพิบูลรักษ์&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอน้ำโสม&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบ้านดุง&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกู่แก้ว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเพ็ญ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกุมภวาปี&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอศรีธาตุ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนายูง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอโนนสะอาด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสุกรที่สงสัยว่าติดเชื้อและถูกกำจัดจำนวนกว่า&nbsp;4,000&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118194614696"],
    [132,"สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว&nbsp;ที่แปลงนากลุ่มแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ตำบลสะแกโพรง&nbsp;อำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;,&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ประธานและสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลสะแกโพรง&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>และบริษัท&nbsp;คูโบต้า&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รู้ถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง&nbsp;ให้เกษตรกรนำวัสดุเหลือใช้ในไร่นากลับมาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน&nbsp;เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตข้าว&nbsp;และลดพื้นที่การเผาในพื้นที่การเกษตรเป็นการลดปัญหาฝุ่นพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยนำนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและองค์ความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;มาประยุกต์ใช้เพื่อจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>ซึ่งภายในงานเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมและเยี่ยมชมกิจกรรม</strong>การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรครบวงจรนำมาจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;นิทรรศการให้ความรู้&nbsp;และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118200131704"],
    [133,"ร้อยเอ็ด สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=\"font-weight:&nbsp;bolder;&nbsp;color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>โปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นผู้แทนพระองค์&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ที่หอประชุมอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายสมจิตร์&nbsp;คำสี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายแพทย์ปิติ&nbsp;ทั้งไพศาล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายเริงวิทย์&nbsp;ถนอมแสง&nbsp;นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;,พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</strong>&nbsp;มีพระเมตตาต่อราษฎร&nbsp;จึงได้พระราชทานสิ่งของอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;แก่เกษตรกรในจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอโพนทอง&nbsp;อำเภอจังหาร&nbsp;และอำเภอธวัชบุรี&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายอำเภอทั้ง&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้ารับมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อนำไปแจกจ่าย&nbsp;ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดแก่ประชาชนต่อไป</p><p>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรชาวจังหวัดร้อยเอ็ดรู้สึกทราบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;จักขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี&nbsp;เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118210325722"],
    [134,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 10 (นายโสภณ สุวรรณรัตน์) ติดตาม โคก หนอง นา โมเดล จ.เลย","<p><strong>นายโสภณ&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจราชการตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&nbsp;พันเอก&nbsp;ภานุรัตน์&nbsp;ดีเสมอ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่&nbsp;23,&nbsp;นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในประเด็นการตรวจราชการ&nbsp;</p><p><strong>นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดเลยได้รับจัดสรรแปลงครัวเรือนต้นแบบโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;58&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;267&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;749&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;แปลงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;Community&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;Life&nbsp;(CLM)&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ให้กับชาวอำเภอภูเรือและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยแปลงศูนย์เรียนรู้ตันแบบ&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;ไร่มาลีรักษ์&nbsp;ของ&nbsp;นางมาลี&nbsp;ประกิจฤทธานนท์&nbsp;เป็นแปลงเรียนรู้ตันแบบ&nbsp;และส่งเสริมทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจเสียสละ&nbsp;แบ่งปั่น&nbsp;เกื้อกูลในชุมชน&nbsp;และเป็นการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยการลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ที่ได้นำความสุข&nbsp;ความพอเพียง&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงความรู้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และการต่อยอดขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับ&nbsp;CLM&nbsp;สนับสนุนสร้างฐานเรียนรู้ทั้ง&nbsp;9&nbsp;ฐาน&nbsp;สนับสนุนวัสดุประจำฐานการเรียนรู้&nbsp;และสนับสนุนครุภัณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.เครื่องสกัดไขมันพืช&nbsp;2.เครื่องผสมอาหารสัตว์&nbsp;3.เครื่องย่อยอาหารสัตว์&nbsp;และกิ่งไม้&nbsp;4.เครื่องบรรจุกระป๋อง&nbsp;5.เครื่องขึ้นรูปภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;และ&nbsp;6.เครื่องบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการถูกต้องตามคุณสมบัติครุภัณฑ์&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดเลยมีพื้นที่เป็นลักษณะเขาลาดชัน&nbsp;มีความสูงต่ำสลับกัน</strong>&nbsp;เริ่มทำการพัฒนาปลูกข้าวไร่&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;สวนผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;ลำไย&nbsp;และไม้ตัดดอก&nbsp;เช่น&nbsp;กุหลาบ&nbsp;คัตเตอร์&nbsp;และ&nbsp;ไฮเดรนเยีย&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;แฝก&nbsp;พันธุ์ข้าวพื้นถิ่น&nbsp;สมุนไพรพื้นถิ่น&nbsp;ด้านสัตว์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่&nbsp;เป็ด&nbsp;และปลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่.องค์ความรู้ด้านเกษตรผสมผสาน&nbsp;การนำนวัตกรรมประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายโสภณ&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10&nbsp;</strong>&nbsp;ได้ให้คำแนะนำ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.สร้างศูนย์เรียนรู้ให้มีชีวิต&nbsp;ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาอาชีพสร้างรายได้&nbsp;โดยให้จัดทำระเบียบแนวทางการใช้&nbsp;การเก็บบำรุงรักษา&nbsp;2.ขับเคลื่อนกิจกรรมในศูนย์ฯ&nbsp;อย่างต่อเนื่องให้มีความยั่งยืน&nbsp;โดยประสานส่วนราชการและภาคีในการพัฒนาศูนย์ฯ&nbsp;เพื่อขยายผลการดำเนินงานสู่ชุมชนในวงกว้าง&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;สื่อสารสร้างการรับรู้และใช้ประโยชน์จากศูนย์ฯ&nbsp;ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและประกอบอาชีพตามหลักเกษตรกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;และมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-19)&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119000842738"],
    [135,"ลงพื้นที่ตรวจรับงาน โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ปีงบประมาณ 2565","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับงาน&nbsp;โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่เขต&nbsp;ตำบลนาแต้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นาจะขุดบ่อขนาด&nbsp;1,260&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</strong>เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และถูกต้องตามรูปแบบมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;และใช้ประโยชน์ในการเก็บกักน้ำในแปลงนาเกษตรกร&nbsp;ให้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</p><p>ภาพ&nbsp;:&nbsp;นายชูวิทย์&nbsp;พึ่งพรหม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119092202762"],
    [136,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล มอบเงินอุดหนุนชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเกษตรกรด้านหนี้สินที่มีหนี้เงินกู้เพื่อการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>นายถาวรศักดิ์&nbsp;รัตนชูศรี&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&nbsp;มอบเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ตามโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้แทนสหกรณ์เข้าร่วมรับมอบ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2562&nbsp;เห็นชอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้เพื่อการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2561&nbsp;ต้นเงินกู้คงเหลือจำนวนไม่เกิน&nbsp;300,000&nbsp;บาทแรก&nbsp;ในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เต็มจำนวน&nbsp;โดยได้ดำเนินโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;และในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อดำเนินโครงการ&nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;กิจกรรมหลักช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกสถาบันเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;สหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,954&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,011,752.60&nbsp;บาท&nbsp;โดยแบ่งจ่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;งวดๆ&nbsp;ละ&nbsp;505,876.30&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจ่ายงวดที่&nbsp;1&nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;323&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;59,400.38&nbsp;บาท&nbsp;2)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเมืองสตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,459.59&nbsp;บาท&nbsp;3)&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;กรป.กลาง&nbsp;นพค.สตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;4,493.83&nbsp;บาท&nbsp;4)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรทุ่งหว้า&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;393&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;66,537.34&nbsp;บาท&nbsp;5)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;515&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;102,189.11&nbsp;บาท&nbsp;6)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรท่าแพ&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;218&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;63,724.61&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7)&nbsp;สหกรณ์การเกษตรละงู&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;437&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;168,071.44&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสมาชิกสหกรณ์จะได้รับประโยชน์เพื่อนำเงินส่วนที่ได้รับการช่วยเหลือชดเชยดอกเบี้ยไปบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119093409765"],
    [137,"ติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสานโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักเกษตรกรบุดี ยะลา","<p><strong>เกษตรเมืองยะลา&nbsp;ติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสานหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;</strong>ตำบลบุดี&nbsp;ตามโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักและแปลงเกษตรผสมผสาน</p><p><strong>นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;มอบหมายให้นายวิทยา&nbsp;สายกีเส็ง&nbsp;</strong>นางรัตนาภรณ์&nbsp;พิบูลย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;เพื่อติดตามแปลงเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ตามโครงการระบบการให้น้ำแปลงผักและแปลงเกษตรผสมผสาน&nbsp;ให้เกษตรกรทำการเกษตรโดยผลิตพืชผักและเกษตรแบบผสมผสานตลอดทั้งปี&nbsp;โดยไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;และส่งเสริมให้เป็นเกษตรกรต้นแบบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119102759779"],
    [138,"ขับเคลื่อนมาตรฐานไหมไทย หนุนกลุ่มเกษตรกรผลิตไหมคุณภาพ","<p><strong>นางสาวทัศนีย์&nbsp;เมืองแก้ว&nbsp;</strong>รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงผลการติดตามประเมินผลโครงการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีกรมหม่อนไหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;มีการจัดอบรมความรู้&nbsp;ด้านการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานแก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามประเมินผลโครงการพบว่า&nbsp;</strong>ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;สามารถส่งเสริมเกษตรกรได้จำนวน&nbsp;626&nbsp;ราย&nbsp;ผลจากการสนับสนุนการอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกกลุ่ม&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านขี้กา&nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาวิธีการฟอกย้อมสีเคมี/สีธรรมชาติได้อย่างถูกวิธี&nbsp;สามารถพัฒนาลายของผ้าไหมให้มีลวดลายสวยงามมากยิ่งขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าไหมมัดหมี่สีมะดัน&nbsp;ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผ้าไหมมัดหมี่เฉลียงลายดอกไม้&nbsp;ผ้ามัดหมี่ลายแมงมุม&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้ใบรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ส่วนเกษตรกรสมาชิกราย&nbsp;อื่นๆ&nbsp;สามารถจำหน่ายผ้าไหมได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นผืนละประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;&nbsp;2,000&nbsp;บาทผลให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผ้าไหมเฉลี่ยรายละ&nbsp;34,400&nbsp;บาท/ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคามีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลวดลายและวิธีการทอผ้าไหม&nbsp;</p><p><strong>ด้านการตลาด&nbsp;นอกจากจะจำหน่ายภายในหมู่บ้าน</strong>&nbsp;ยังมีการขยายช่องทางการตลาดในรูปแบบออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;Line&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;ของสมาชิกเกษตรกร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยม&nbsp;มีการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องและในอนาคต&nbsp;มีแผนพัฒนาสู่การเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;หรือสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีกทั้งผู้ใช้หรือผู้ซื้อผ้าไหม&nbsp;ยังมั่นใจในคุณภาพจากการรับรองมาตรฐานผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผ้าไหมของไทยเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119131647883"],
    [139,"กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ลดการระบาดของแมลงวัน","<p><strong>(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คณะกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นางรัฐยา&nbsp;ชายศรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางศิริรัตน์&nbsp;วีระเชื้อ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวจันทิมา&nbsp;เอี่ยมสะอาด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการอารักขาพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดพร้อมทั้งให้คำแนะนำการจัดการแมลงวันผลไม้และแมลงศัตรูพืชในพื้นที่ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ลดจำนวนแมลงวันผลไม้ในพื้นที่</strong>&nbsp;และปล่อยแมลงวันผลไม้ฉายรังสี&nbsp;(แมลงวันผลไม้เป็นหมัน)&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ครั้ง&nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ลดการระบาดของแมลงวันผลไม้ลงได้อย่างมากแม้จะไม่มีการห่อผลก็ตาม&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตของชมพู่เพชรสายรุ้งในพื้นที่&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรีเข้าไปดำเนินการ&nbsp;มีผลผลิตคุณภาพดี&nbsp;เกษตรกรมีความพอใจอย่างมาก</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119113022827"],
    [140,"ผู้เลี้ยงสุกร  ยะลา แนะรัฐ เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่","<p><strong>ผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ยะลา&nbsp;แนะรัฐ&nbsp;เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู&nbsp;</strong>หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่&nbsp;พร้อมเสนอ&nbsp;ในแต่ละพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงสุกร&nbsp;ให้กับเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ลดการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;</p><p><strong>นายเกรียงศักดิ์&nbsp;เสรีรัตน์ยืนยง&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับปัญหาการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกันหมู&nbsp;หรือโรค&nbsp;ASF&nbsp;ที่ทางปศุสัตว์&nbsp;ได้ออกมายอมรับแล้วว่า&nbsp;พบการระบาดในหลายพื้นที่จริง&nbsp;ซึ่งโรค&nbsp;ASF&nbsp;ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบ&nbsp;เป็นวงกว้าง&nbsp;ในหลายพื้นที่&nbsp;รวมทั้งบรรดาพ่อค้าหมู&nbsp;ตามตลาดสดต่างๆ&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ในปัจจุบันนี้&nbsp;ราคาเนื้อหมูสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งจริงๆแล้วที่ราคาหมูสูงขึ้น&nbsp;ก็เกิดจากสภาวะของแม่สุกรที่เจอโรคนี้&nbsp;มันจะทำลายแม่สุกรทั้งระบบเลย&nbsp;จะตายหมดเลยเกือบ&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;เมื่อโรงงานผลิตลูกสุกรไม่มี&nbsp;เกษตรกรก็ไม่สามารถเอาลูกสุกรมาเลี้ยงได้&nbsp;พอเลี้ยงไม่ได้ก็ไม่มีหมูเข้าสู่ตลาด&nbsp;เหมือนดีมานด์ซัพพลาย&nbsp;ทำให้ราคาหมูในตลาดแพงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ก่อนหน้าที่จะเกิดโรคนี้&nbsp;เรามีโรคโควิดอยู่&nbsp;ตลาดต่างๆ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;</strong>ร้านอาหาร&nbsp;ก็ไม่ได้ดำเนินการ&nbsp;มีการแจกของแจกข้าว&nbsp;ความต้องการหมูก็ลดลง&nbsp;แต่หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหารเริ่มเปิด&nbsp;เริ่มกลับมาปกติ&nbsp;การใช้เนื้อหมู&nbsp;ก็มีเพิ่มขึ้น&nbsp;สุดท้ายก็สะท้อนความเป็นจริงว่า&nbsp;หมูขาดตลาดจริงๆ&nbsp;ภาคกลางเป็นภาคที่มีการเลี้ยงสุกร&nbsp;นครปฐมเป็นเมืองหลวงของการป้อนสุกรให้กรุงเทพ&nbsp;หมูไม่มีป้อนเข้ากรุงเทพ&nbsp;แต่ช่วงระยะหนึ่งก็ใช้หมูห้องเย็นที่เก็บสะสมเอาไว้ตอนราคาถูก&nbsp;ป้อนเข้าไปก่อน&nbsp;สุดท้ายหมูในห้องเย็นหมด&nbsp;แต่ตลาดยังต้องการอยู่&nbsp;ราคาก็เลยปรับขึ้นตามกลไกลตลาด&nbsp;ซึ่งถือว่าราคาเนื้อหมูในขณะนี้ถือเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการ&nbsp;ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ก็ว่าไว้</p><p><strong>ถ้ารัฐไม่เข้ามาเกี่ยวข้องในตอนนี้&nbsp;เชื่อว่าราคาหมูหน้าฟาร์มอาจจะสูงขึ้น&nbsp;กก.ละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;</strong>แต่ตนเองเชื่อว่าหากทางภาครัฐยังไม่ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการพัฒนาวัคซีนขึ้นมา&nbsp;หลังจากนี้ไปเลี้ยงไปก็ไม่รอด&nbsp;ซึ่งตนมองว่าในการเลี้ยงหมูในอนาคตถ้ายังอยู่แบบนี้&nbsp;ก็จะต้องใช้วิธีเลี้ยงแบบระบบปิด&nbsp;ซึ่งทางเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถดำเนินการได้เลย&nbsp;ส่วนเกษตรกรรายใหญ่จะสามารถดำเนินการได้&nbsp;เนื่องจากมีความรู้&nbsp;มีเทคโนโลยี&nbsp;และมีทุนทรัพย์&nbsp;ซึ่งถ้าจะให้เกษตรกรรายย่อยไปทำก็จะต้องให้ทุน&nbsp;สนับสนุนเทคโนโลยี&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;กล่าว</p><p><strong>หลังจากนี้&nbsp;ไปหากมีการทำวัคซีนได้แล้ว&nbsp;อยากให้ทางกรมปศุสัตว์&nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;และทางรัฐบาล&nbsp;ได้รับรู้ว่า&nbsp;การเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;คือการเคลื่อนย้ายโรค&nbsp;วิธีการแก้คือ&nbsp;จังหวัดใดที่มีความต้องการสุกรมากน้อยขนาดไหน&nbsp;ก็ให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยง&nbsp;โดยรัฐส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง&nbsp;แล้วส่งให้ชาวบ้านในพื้นที่กิน&nbsp;เน้นส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงหมูให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;ในแต่ละจังหวัด&nbsp;ลดการเคลื่อนย้ายสุกรจากต่างพื้นที่ให้น้อยที่สุด&nbsp;ที่ตนเชื่อว่าถ้าต้องการให้อาชีพนี้อยู่ได้&nbsp;ก็จะต้องมีการวางแผนเตรียมการเอาไว้&nbsp;ถ้าไม่เช่นนั้นเกษตรกรรายย่อยก็จะอยู่ไม่ได้&nbsp;ก็จะส่งปัญหาเรื่องอาชีพ&nbsp;&nbsp;กระทบกันไปหมด&nbsp;จึงอยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องรีบวางแผนดำเนินการส่งเสริมให้เลี้ยงกันภายในจังหวัด&nbsp;แล้วกินภายในจังหวัด&nbsp;ในเขตของตัวเอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119123129873"],
    [141,"สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง   รายงานสถานการณ์น้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ พร้อมเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดศัตรูพืช","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายธวัชชัย&nbsp;ฤกษ์เกลี้ยง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;</strong>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำและคาดการณ์สภาพอากาศ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดตรัง&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10-20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตลอดช่วง&nbsp;ทำให้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง&nbsp;ส่วนมากทางตอนล่างของภาค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดังนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดศัตรูพืชจำพวกหนอนในไม้ผล</strong>และพืชผักต่างๆ&nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง&nbsp;&nbsp;ไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ&nbsp;เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน&nbsp;&nbsp;&nbsp;สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;และเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;หลังจากฝนตก&nbsp;&nbsp;ควรเปิดเครื่องตีน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นและเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ควรระวังเพลี้ยไฟในพริก&nbsp;ควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกและ&nbsp;บริเวณโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใบไม้&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;และหญ้าแห้ง&nbsp;และเกษตรกรควรระวังและป้องกันการเกิดอัคคีภัย&nbsp;โดยทําแนวกันไฟรอบพื้นที่การเกษตรด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119132341889"],
    [142,"สถานีพัฒนาที่ดินตราด ดำเนินโครงการอบรมหมอดินอาสา 4.0 ประจำปีงบประมาณ 2565 หลักสูตร 3 เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน","<p><strong>(19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสมาน&nbsp;ก้อนศรีษะ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตราด</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดอบรม&nbsp;\"โครงการอบรมหมอดินอาสา&nbsp;4.0\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;(หลักสูตร&nbsp;3)&nbsp;ณ&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด</p><p>สำหรับการอบรมครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสาด้านการเกษตร&nbsp;ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลฐานความรู้หมอดินอาสา&nbsp;ในรูปแบบดิจิทัลและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้&nbsp;การจัดระบบข้อมูลให้มีความทันสมัย&nbsp;เข้าถึงง่าย&nbsp;ใช้งานสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;รวมถึงเน้นการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งสำหรับกลุ่มหมอดินอาสา&nbsp;ในการต่อยอดการอนุรักษ์ดินและน้ำให้ใช้ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>การจัดฝึกอบรมครั้งนี้มีหมอดินอาสาเข้าร่วมจำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;</strong>แบ่งเป็นอำเภอเมืองตราด&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;8&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119133629899"],
    [143,"ตราด พัฒนาหมอดินอาสาสร้างนวัตกรรมเกษตรก้าวสู่เทคโนโลยี 4.0","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</strong>นายสุชล&nbsp;แก้วเกาะสะบ้า&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;2&nbsp;ได้เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการอบรมหมอดินอาสา&nbsp;4.0&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;3&nbsp;การพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาด้านการเกษตรตามบริบทของท้องถิ่น&nbsp;โดยมีหมอดินอาสาเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;แต่เนื่องสถานการณ์การเผยระบายของโควิด-19&nbsp;ทำให้มารับการอบรมประมาณ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดย&nbsp;นายสมาน&nbsp;ก้อนศรีษะ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;มีนโยบายจัดตั้งเครือข่ายหมอดินอาสา&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2538&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีหมอดินอาสาระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;ปฏิบัติงานอยู่ทั่วประเทศ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;75,000&nbsp;คน&nbsp;บทบาทของหมอดินอาสา&nbsp;นอกจากเป็นผู้ประสานงานของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินกับเกษตรกรในหมู่บ้านแล้ว&nbsp;ยังให้ความช่วยเหลือดูแลเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถจัดการดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;พร้อมทั้งเป็นผู้กระจายข้อมูลการพัฒนาที่ดิน/&nbsp;ไปยังหมู่บ้านต่างๆ&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ที่ดินให้เหมาะสม&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน/&nbsp;และสาธิตทดสอบผลิตภัณฑ์&nbsp;นวัตกรรมของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;การอบรมหมอดินอาสามีมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;เริ่มตั้งแต่การสร้างความเข้าใจ&nbsp;บทบาทการทำงานร่วมกัน&nbsp;ของเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินกับหมอดินอาสา&nbsp;สร้างวิทยากรหมอดินอาสาพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;&nbsp;การอบรมเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ&nbsp;&nbsp;การใช้เครื่องมือตรวจสอบดิน&nbsp;การใช้แผนที่ดินเพื่อจัดการที่ดินของเกษตรกร/รวมทั้งการเพิ่มประสบการณ์&nbsp;โดยศึกษาดูงานในและนอกพื้นที่&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสาด้านการเกษตรให้สามารถเข้าถึงข้อมูลถังความรู้หมอดินอาสารูปแบบดิจิทัล&nbsp;และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในพัฒนาพื้นที่การเกษตรของตนเอง&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับหมอดินอาสาอาชีพที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน&nbsp;เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลหมอดินอาสาในรูปแบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาเป็น&nbsp;Big&nbsp;data&nbsp;รองรับองค์กร&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การมอบใบประกาศผู้ได้รับเลือกเป็นหมอดินอาสาจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;การบรรยายเรื่อง&nbsp;การพัฒนาทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก&nbsp;การเก็บตัวอย่างดินพร้อมส่งตัวอย่างดิน&nbsp;การประเมินความสมบูรณ์ของดิน&nbsp;การแบ่งปันความรู้หมอดินอาสาจากถังความรู้&nbsp;การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศการพัฒนาที่ดิน&nbsp;โดยหมอดินอาสาที่ประสบความสำเร็จการทำการเกษตร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการปรึกษาการรับสมัครหมอดินอาสารุ่นใหม่&nbsp;</strong>โดยรุ่นเก่าอายุมากสุด&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;และอายุน้อยสุด&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;ให้ปรับปรุงฐานข้อมูลอาสาสมัครให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;2&nbsp;จะได้นำไปแก้ไขในระบบให้ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>สนธยา/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155200995"],
    [144,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทตราด จัดโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอาคารแขวงทางหลวงชนบท&nbsp;ต.หนองเสม็ด</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ได้มีการจัดโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น&nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทตราด&nbsp;เป็นวิทยากรให้ความรู้และเทคนิคการซ่อมอุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;และมีเกษตรกรชาวสวนจังหวัดตราด&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อบรมเกษตรกรหลักสูตรช่างเกษตรท้องถิ่น&nbsp;</strong>จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถซ่อมเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;และสามารนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการทำการเกษตร&nbsp;ให้เกษตรกรมีความรู้ด้านพื้นฐาน&nbsp;ที่จะสามารถซ่อมเครื่องยนต์ใช้เองได้เอง&nbsp;ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ที่เกษตรกรใช้ภายในสวน&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง&nbsp;เครื่องพ่นยา&nbsp;เครื่องพ่นสารเคมี&nbsp;เครื่องพ่นปุ๋ย&nbsp;โดยให้เกษตรกรนำอุปกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ที่เสียไม่สามารถใช้งานได้&nbsp;ของเกษตรกรชาวสวน&nbsp;นำมาซ่อมให้รู้การถอด&nbsp;การประกอบ&nbsp;และวิเคราะห์ได้ว่า&nbsp;เสียจากจุดใด&nbsp;โดยทาง&nbsp;ผู้จัดการอบรม&nbsp;จะมีเครื่องมือและอะไหล่&nbsp;เปลี่ยนให้&nbsp;รวมถึงมีการแนะนำการเลือกใช้น้ำมันเครื่อง&nbsp;พื้นฐานของการทำงานเครื่องยนต์&nbsp;4&nbsp;จังหวะ&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;จังหวะ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119154154985"],
    [145,"จังหวัดยโสธร เตรียมพร้อมป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร พร้อมเร่งสำรวจความต้องการผู้เลี้ยงที่ต้องทำลายสุกร เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;นายอำเภอและปศุสัตจ์อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมหมอนขิด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากมีการพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(Africa&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;ในประเทศ&nbsp;</strong>ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;จึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;มีเกษตรกรเลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;271&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;มีสุกร&nbsp;47,984&nbsp;ตัว&nbsp;มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายจากการระบาดของโรค</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</strong>&nbsp;ระหว่างเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;เมืองยโสธร&nbsp;คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ค้อวัง&nbsp;ไทยเจริญและกุดชุม&nbsp;มีสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,491&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;9,254,982&nbsp;บาท&nbsp;และมีสุกรที่เกิดโรคและถูกทำลายหลังวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;มหาชนะชัย&nbsp;คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ค้อวัง&nbsp;ไทยเจริญและป่าติ้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;269&nbsp;ตัว&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,100,272&nbsp;บาท&nbsp;รวมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เร่งสำรวจความต้องการของเกษตรกรทั้ง&nbsp;125&nbsp;ราย&nbsp;ที่จะขอรับความช่วยเหลือด้านการเกษตร&nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ในระยะเร่งด่วน&nbsp;ส่วนการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป&nbsp;เช่น&nbsp;การฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอีกทั้งการเร่งสำรวจจำนวนสุกรพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์และลูกสุกร&nbsp;เพื่อวางแผนรับมือปัญหาการขาดแคลนสุกร&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>และในการเฝ้าระวังควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;มีอาสาปศุสัตว์ในทุกพื้นที่&nbsp;คอยเฝ้าระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบสุกรป่วย&nbsp;ตาย&nbsp;เพื่อเร่งตรวจสอบและดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้&nbsp;เรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและประชาชน&nbsp;ทั่วไปมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;เพื่อช่วยเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการระบาด&nbsp;โรคอีกด้วย</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119163543040"],
    [146,"เทศบาลตำบลควนโพธิ์  จังหวัดตรัง  ปลูกต้นตะลิงปลิงสองข้างทางร่มรื่นสวยงาม ยามออกผลทำให้คนขับรถผ่านถึงกับเปรี้ยวปาก ตาสว่างน้ำลายสอ แถมชาวบ้านเก็บกินฟรีได้หลากหลายเมนู","<p><strong>เทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;ต.ย่านตาขาว&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;ได้ปลูกต้นตะลิงปลิงสองข้างทางทั้ง&nbsp;5&nbsp;หมู้บ้าน&nbsp;โดยเฉพาะถนนสายย่านตาขาว-พิกุลทอง&nbsp;ม.4&nbsp;และ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ย่านตาขาว&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;มีผลตะลิงปลิงกำลังออกดอกออกผล&nbsp;ตลอดเส้นทางเป็นระยะทางยาวกว่า&nbsp;4&nbsp;กม.&nbsp;</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ต้นตะลิงปลิงออกลูกดกเต็มต้น&nbsp;</strong>ซึ่งดกกว่าทุกปี&nbsp;ติดผลจากกิ่งลำต้นลงถึงโคนต้น&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาถึงกับตาตื่น&nbsp;&nbsp;เปรี้ยวปากน้ำลายสอ&nbsp;แวะเก็บกิน&nbsp;บ้างก็ไปปรุงอาหารหลากหลายเมน&nbsp;เช่นต้มส้มปลาทูตะลิงปลิง&nbsp;แกงส้ม&nbsp;หรือแกงเหลืองใส่ตะลิงปลิง&nbsp;น้ำพริกตะลิงปลิง&nbsp;ยำปลากรอบตะลิงปลิง&nbsp;และนำผลสดมากินกับน้ำปลาหวาน&nbsp;พริกเกลือ&nbsp;และกะปิ&nbsp;ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;หากต้องไปซื้อตะลิงปลิงในตลาด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;40-50&nbsp;บาท&nbsp;เลยทีเดียว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;สาเหตุที่ทางเทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;&nbsp;ได้เลือกต้นตะลิงปลิงมาปลูก</strong>&nbsp;เนื่องจากเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก&nbsp;ทรงต้นไม่ใหญ่&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;มีลักษณะเป็นพุ่ม&nbsp;ง่ายต่อการตกแต่งดูแลรักษา&nbsp;ต้นทุนในการดูแลก็ไม่เยอะ&nbsp;และยังทำให้ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์ทั้งให้รมเงา&nbsp;และนำผลสดไปรับประทานประกอบอาหารได้อีกด้วย&nbsp;โดยเทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;ได้ปลูกต้นตะลิงปลิงไปแล้วกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;โดยปลูกปีหนึ่ง&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;สร้างความร่มรื่น&nbsp;สวยงาม&nbsp;แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>นางสมจิตร&nbsp;ตรัง&nbsp;อายุ&nbsp;&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;</strong>อยู่บ้านเลขที่&nbsp;72/6&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.ย่านตาขาว&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่าตนเอง&nbsp;ได้กลับจากตลาดและได้แวะเก็บผลตะลิงปลิงเพื่อนำไปประกอบอาหารโดยจะนำไปทำแกงส้ม&nbsp;และต้อกับปลา&nbsp;และถือว่าการปลูกต้นตะลิงปลิงข้างถนนเป็นเรื่องที่ดีมากประชาชนได้ประโยชน์&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายทรงชัย&nbsp;สวนอินทร์&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;3&nbsp;สมัย&nbsp;</strong>เทศบาลตำบลควนโพธิ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองมีความตั้งใจที่จะปลูกต้นตะลิงปลิง&nbsp;ซึ่งปลูกมาประมาณ&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;และตอนนี้ก็ได้ปลูกเพิ่มเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;จนตอนนี้มีต้นตะลิงปลิงทั้งต้นเล็กต้นใหญ่&nbsp;1,000&nbsp;กว่าต้น&nbsp;คลอบคลุมทั้ง&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยกำหนดว้าว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ต้องปลูกให้ได้&nbsp;250&nbsp;ต้น&nbsp;และคิดว่าจะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากต้นตะลิงปลิง&nbsp;ดูแลง่ายเป็นพุ่มเล็กๆและชาวบ้านยังสามารถเก็บผลไปทำอาหารได้หลายอย่าง&nbsp;ทั้งแกงส้ม&nbsp;ต้ม&nbsp;ยำ&nbsp;และกินสดๆกับกะปิ&nbsp;ซึ่งดีกว่าปลูกไม้ประดับอื่นที่ได้แค่ความสวยงามแต่ชาวบ้านนำมาใช้สอยหรือบริโภคไม่ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119164127048"],
    [147,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด พร้อมสร้างอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ดินที่ได้จัดสรรให้เกษตรกรไปทำกิน&nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรเหล่านั้นได้ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพทำการเกษตร&nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;พึ่งพาตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ศึกษาแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งในภาพรวมพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;มีเป้าหมายทั้งหมด&nbsp;1,442&nbsp;พื้นที่&nbsp;ใน&nbsp;70&nbsp;จังหวัด&nbsp;เนื้อที่กว่า&nbsp;5.7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายสำหรับการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;จำนวน&nbsp;185&nbsp;พื้นที่&nbsp;62&nbsp;จังหวัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยมีหน่วยงานในคณะอนุกรรมการฯ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;บูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกรอบภารกิจ&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นฐานข้อมูล&nbsp;Zoning&nbsp;ด้านพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;ด้านสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;และด้านการส่งเสริมและการจัดทำบัญชีครัวเรือน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับแผนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด&nbsp;ในปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้คัดเลือกพื้นที่&nbsp;คทช.ที่เป็นเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้และพัฒนาการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพ&nbsp;จัดทำระบบดินและน้ำให้มีคุณภาพ&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&nbsp;การแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;สนับสนุนวัสดุการเกษตรและส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อเป็นสถาบันเกษตรกร&nbsp;โดยนำระบบสหกรณ์เข้ามาเป็นกลไกในการบริหารจัดการผลผลิตและการดำเนินธุรกิจร่วมกันของคนในชุมชน</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119184951128"],
    [148,"พ่อเมืองอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง หมู่ 4 บ้านสว่างเหนือ ตำบลห้วย อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายอำเภอปทุมราชฯ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชฯ&nbsp;ได้เข้าเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านสว่างเหนือ&nbsp;ตำบลห้วย&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;ความต้องการของกลุ่มฯ&nbsp;ที่ต้องการให้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือในการดำเนินการของกลุ่มฯ&nbsp;และเยี่ยมชมกิจกรรมของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องผสมอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;และอุปกรณ์การแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโค&nbsp;เยี่ยมชมการเลี้ยงโคขุนของกลุ่ม&nbsp;พร้อมทั้งปศุสัตว์จังหวัดได้ประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ในส่วนที่&nbsp;กรมปศุสัตว์ส่งเสริม</p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119214008183"],
    [149,"ผวจ.ยโสธร เปิดจวน ทำ ที่ว่างสร้างอาหาร รอบ 2 ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคง&nbsp;ทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;ทางอาหาร&nbsp;รอบ&nbsp;2&nbsp;ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมีนายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พัฒนการอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>โดย&nbsp;จังหวัดยโสธรร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ดำเนินโครงการ</strong>อันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และกิจกรรมการน้อมนำแนวพระราชดำริ&nbsp;ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารสู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารรอบ&nbsp;2&nbsp;ด้วยการปลูก&nbsp;พืชผัก&nbsp;ภายในครัวเรือน&nbsp;โดยนำปุ๋ย&nbsp;ที่ได้จากการทำขยะอินทรีย์ตามหลัก&nbsp;๓&nbsp;R&nbsp;มาใช้บำรุงต้นไม้&nbsp;โดยจัดทำภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;&nbsp;เป็นต้นแบบ&nbsp;พร้อมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริของ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สู่แผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้เชิญชวนประชาชน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน</strong>&nbsp;เพื่อพึ่งตนเอง&nbsp;สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน&nbsp;อีกทั้งเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับหมู่บ้านและชุมชน</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ขยายผลให้ประชาชนปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;133,347&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;แห่ง&nbsp;ทำให้มีความมั่นคงทางอาหารมีพืชผักที่ปลูกเองไว้บริโภคตลอดปีและขยายผลสู่หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ด้วยกระบวนการ&nbsp;ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง&nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;นักพัฒนา&nbsp;3&nbsp;ประสานขับเคลื่อนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ทุกครัวเรือนคือคลังอาหาร&nbsp;ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปัน&nbsp;ทักษะชีวิตวิถีใหม่เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็นและชุมชนท้องถิ่นสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;ใช้ที่ว่างสร้างอาหารและสร้างชุมชนสู่&nbsp;ถนนกินได้</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;</strong>ที่ได้จากศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์พืชชุมชนของแต่ละอำเภอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;และพัฒนาการจังหวัด&nbsp;พัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;มอบเมล็ดพันธุ์ผัก/พันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;ให้ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายขยายผล&nbsp;จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกผักสวนครัวภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร/ข่าว/&nbsp;19&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095203231"],
    [150,"เดินหน้าจ้างแรงงานช่วยเหลือเกษตรกรปี 2565 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อซ่อมแซม&nbsp;บำรุงรักษา&nbsp;ขุดลอก&nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&nbsp;แก้มลิง&nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำและโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&nbsp;ด้วยการจัดจ้างแรงงานทั่วทุกภาคของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&nbsp;75,000&nbsp;คน</strong>&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;4,465&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;8,700&nbsp;&nbsp;87,000&nbsp;บาท&nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&nbsp;&nbsp;22,120&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;ลำดับคือ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;2,303&nbsp;&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;1,872&nbsp;คน&nbsp;และจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;1,730&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการจ้างแรงงานชลประทาน</strong>&nbsp;ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>หากเกษตรกร&nbsp;หรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ</strong>&nbsp;สามารถติดต่อสอบถาม&nbsp;หรือสมัครได้ที่&nbsp;โครงการชลประทานใกล้บ้าน&nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460&nbsp;&nbsp;ชลประทานบริการประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095919238"],
    [151,"กษ.เพชรบุรี และคณะทำงานร่วมกันพิจารณาการจัดงานทำขวัญเกลือ และงาน Field day โครงการสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่","<p><strong>นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานโครงการสืบสานพิธีทำขวัญเกลือ&nbsp;และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือ&nbsp;เพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;จัดประชุมโดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานและพิธีทำขวัญเกลือ&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะทำงาน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นที่ปรึกษาคณะทำงานดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งร่วมกันพิจารณารายละเอียดการจัดงานทำขวัญเกลือ&nbsp;และงาน&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;เกลือทะเล&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี&nbsp;จำกัด&nbsp;และแปลงนาเกลือ/ยุ้งเกลือของ&nbsp;นายวีระศักดิ์&nbsp;แผนประไพ&nbsp;ตำบลบ้านแหลม&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยหารือในเรื่องของกำหนดการ&nbsp;แผนผังการจัดงาน&nbsp;และรายละเอียดกิจกรรม&nbsp;ผู้รับผิดชอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติการแต่งกายในวันงานเป็น&nbsp;เสื้อสีขาว&nbsp;กระโปรง/กางเกง&nbsp;สีสุภาพ&nbsp;</strong>วัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เกษตรกรชาวนาเกลือ&nbsp;และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือ&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทศไทย&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือ&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ที่มีศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;มีองค์ความรู้และนวัตกรรมที่โดดเด่น&nbsp;ต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลัก&nbsp;ของชุมชนเพื่อสร้างรายได้</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120095936242"],
    [152,"ยกระดับความปลอดภัยชีวภาพสูงสุด ขอให้รายย่อยเลี้ยงหมูแบบ GFM ป้องกันควบคุมโรคโดยเร็ว","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้รายงานการเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรโดยได้แจ้งไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคได้ในระยะยาวและยั่งยืน&nbsp;และตามหลักสากลโดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ&nbsp;การผลักดันยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกรให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดซึ่งไม่เฉพาะสามารถป้องกันโรค&nbsp;ASF&nbsp;&nbsp;ในสุกรเท่านั้น&nbsp;ยังสามารถป้องกันโรคระบาดอื่นๆ&nbsp;ในสุกรได้อีกด้วย&nbsp;การส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มมีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หรือ&nbsp;GFM&nbsp;ซึ่งรายย่อยสามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการทำมาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;และเป็นการเตรียมความพร้อมในการยกระดับเป็นฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ต่อไปในอนาคต</p><p><strong>สำหรับในการเลี้ยงสุกรที่มีจำนวนน้อยกว่า&nbsp;500&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;สามารถทำฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หลักการสำคัญมี&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การป้องกันโรค&nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับและด้านผลผลิต&nbsp;มีข้อกำหนดในการรับรอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่และโครงสร้าง&nbsp;การจัดการโรงเรือนและอุปกรณ์&nbsp;การจัดการยานพาหนะ&nbsp;การจัดการบุคลากร&nbsp;การจัดการด้านสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการอาหารสัตว์และยาสัตว์&nbsp;การจัดการด้านข้อมูลและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>การทำ&nbsp;GFM&nbsp;เป็นการทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม</strong>&nbsp;เป็นมาตรการหนึ่งของมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันเชื้อโรคที่ติดมากับคน&nbsp;สัตว์และสิ่งของ&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;รองเท้า&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เครื่องใช้และยานพาหนะ&nbsp;มีพื้นที่พักสัตว์&nbsp;พื้นที่เลี้ยง&nbsp;และพื้นที่ขายหมู&nbsp;แยกออกจากกัน&nbsp;บุคคลหากไม่จำเป็นไม่ควรให้เข้าในพื้นที่เลี้ยงสุกรโดยเด็ดขาด&nbsp;ถ้าจำเป็นต้องมีการอาบน้ำ&nbsp;เปลี่ยนชุดก่อนเข้า-ออก&nbsp;และจุ่มรองเท้าบู้ทฆ่าเชื้อทุกครั้งและผู้ที่เข้าพื้นที่เลี้ยงสุกรต้องพักโรคอย่างน้อย&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;การเลี้ยงสัตว์&nbsp;เลือกแหล่งอาหารที่น่าเชื่อถือ&nbsp;ไม่นำอาหารเหลือที่มีส่วนประกอบของเนื้อหมูมาใช้ในการเลี้ยง&nbsp;การปฏิบัติดังกล่าวสามารถป้องกันโรคได้อย่างดี</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ผลที่ได้จากการทำฟาร์ม&nbsp;GFM</strong>&nbsp;สามารถลดปัญหาโรคระบาด&nbsp;ลดความเสียหาย&nbsp;ลดปัญหาการเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะและสามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีอาชีพที่มีความมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;และประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังทำให้สามารถป้องกันและควบคุมโรคได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120104551263"],
    [153,"รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 และคณะฯ ตรวจเยี่ยมตำบลต้นแบบ และการปฏิบัติงานและการฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง(อพป.) ที่สุพรรณบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมขุนแผน&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>พล.ต.วิทยา&nbsp;สุวรรณดี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและการฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&nbsp;(อพป.)&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.พีรฉัตร&nbsp;พานทอง&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมบรรยายสรุป&nbsp;ตำบลต้นแบบ&nbsp;ตามโครงการกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผล&nbsp;โดย&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ภายใต้งานบริหารจัดการขับเคลื่อน&nbsp;แผนงานตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในช่วงบ่าย&nbsp;พันเอก&nbsp;ณัฐภูมิ&nbsp;เหลาทอง&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการธนาคารโค-กระบือ</strong>ตามพระราชดำริตำบลพลับพลาไชย&nbsp;ตำบลพลับพลาไชย&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมพบปะพูดคุยกับเกษตรกรและเยี่ยมชมธนาคารโค-กระบือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับกลุ่มธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ</strong>&nbsp;ต.พลับพลาไชย&nbsp;อ.อู่ทอง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;จัดตั้งกลุ่มขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2552&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภออู่ทอง&nbsp;ในการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;ในการที่จะให้สนับสนุนความร่วมมือกันในการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;และให้การสนับสนุนวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เทคนิค&nbsp;และความรู้ต่างๆ&nbsp;แก่เกษตรกรในการเลี้ยงดูโค&nbsp;-&nbsp;กระบือให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตร&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนโค&nbsp;-&nbsp;กระบือจากโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;255&nbsp;คน&nbsp;มีสัตว์ในกลุ่มรวมทั้งสิ้น&nbsp;396&nbsp;ตัว&nbsp;แยกเป็น&nbsp;โค&nbsp;จำนวน&nbsp;128&nbsp;ตัว&nbsp;และกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;268&nbsp;ตัว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;เดินทางต่อไปยังสถานที่ฝึกจัดตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&nbsp;(อพป.)&nbsp;บ้านหนองอีนาค&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลด่านช้าง&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;เพื่อมอบชุดเครื่องแบบชุด&nbsp;ชรบ.&nbsp;โดยผู้นำหมู่บ้านกล่าวประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมรับชมการแสดงพื้นบ้าน&nbsp;การร้องเพลง&nbsp;อพป.&nbsp;/การฝึกใช้อาวุธ&nbsp;ปลช.ของผู้เข้ารับการฝึก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120105020266"],
    [154,"อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง  มอบพันธุ์สัตว์น้ำจืด ช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงปลา ที่ได้ผลกระทบอุทกภัย บ้านโพรงจระเข้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;ธูปหอม&nbsp;&nbsp;นายอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;สุวรรณดี&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรังและเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมแจกพันธุ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาดุก&nbsp;ปลาไน&nbsp;ปลาสุลต่าน&nbsp;แก่ผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดตรังได้รับผลกระทบใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;289&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1446&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;โค/กระบือ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;150&nbsp;คัน&nbsp;อพยพ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;สาย&nbsp;&nbsp;ฝายน้ำล้น&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;โดยอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกทราย&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านโหล๊ะคล้า&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านไทรงาม&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านลำพิกุล&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านทอนพลา&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;บ้านลำขนุน&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120113832303"],
    [155,"กรมส่งเสริมการเกษตร แนะเกษตรกรเตรียมพร้อมรับมือ น้ำเค็มรุกสวนกล้วยไม้","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมาสภาพอากาศมีความแปรปรวนค่อนข้างเร็ว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างกว้างขวาง&nbsp;ทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งและน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ส่งผลให้น้ำเค็มรุกเข้าสวนกล้วยไม้&nbsp;โดยในต้นปี&nbsp;2565&nbsp;กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ&nbsp;ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนที่ขึ้นสูงสุดไว้&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;23&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;และวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่ที่เป็นปากแม่น้ำซึ่งเชื่อมติดกับทะเลเป็นระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;และจะกลับคืนสู่สภาพปกติ&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ควรเฝ้าระวังค่าความเค็มของน้ำไม่ควรเกินกว่า&nbsp;0.75&nbsp;กรัมต่อลิตร&nbsp;หรือค่าการนำไฟฟ้า&nbsp;(EC)&nbsp;สูงเกินกว่า&nbsp;750&nbsp;ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร&nbsp;หากสวนกล้วยไม้ได้รับน้ำเค็มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน&nbsp;จะทำให้ต้นกล้วยไม้มีอาการปลายรากกุด&nbsp;ใบเริ่มลู่ลง&nbsp;นิ่ม&nbsp;และเหลืองก่อนที่จะหลุด&nbsp;เนื้อเยื่อแห้งไม่เจริญเติบโต&nbsp;และอาจรุนแรงถึงตายได้ในที่สุดกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เล็งเห็นผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับสวนกล้วยไม้</p><p><strong>ขอแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้</strong>&nbsp;ควรเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้หรือนำมาผสมปุ๋ย&nbsp;และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้เครื่องวัด&nbsp;EC&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากแหล่งน้ำที่นำมารดกล้วยไม้ยังมีคุณภาพดี&nbsp;ให้สูบน้ำเข้ามาเก็บกักในบ่อพักให้เต็ม&nbsp;เพื่อสำรองไว้กรณีเกิดน้ำทะเลหนุน&nbsp;ควรรักษาระดับน้ำในบ่อพักน้ำในสวนกล้วยไม้ให้สูงกว่าระดับน้ำข้างนอก&nbsp;เพื่อดันไม่ให้น้ำจากข้างนอกซึ่งอาจจะเป็นน้ำเค็มไหลซึมเข้าบ่อ&nbsp;/&nbsp;ปรับเปลี่ยนวิธีการให้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;ด้วยการนำหัวสปริงเกอร์แบบประหยัดน้ำที่มีอัตราการใช้น้ำ&nbsp;100&nbsp;&nbsp;120&nbsp;ลิตร&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;หัว&nbsp;ในเวลา&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มาใช้แทน&nbsp;</p><p><strong>หากน้ำมีค่าความเค็มสูงขึ้น&nbsp;ควรลดอัตราการผสมปุ๋ยลงจากเดิม</strong>&nbsp;เนื่องจากปุ๋ยเป็นเกลือชนิดหนึ่งซึ่งจะเพิ่มความเค็มของน้ำ&nbsp;และหากน้ำที่ผสมปุ๋ยแล้วมีค่าความเค็มสูงเกินไป&nbsp;ปุ๋ยจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่รากหรือต้นกล้วยไม้หากเกษตรกรผลิตกล้วยไม้ที่มีราคาสูงและต้องการกล้วยไม้ที่มีคุณภาพดี&nbsp;อาจจะพิจารณาใช้เครื่องกรองน้ำแบบ&nbsp;Reverse&nbsp;Osmosis&nbsp;&nbsp;ซึ่งสามารถกรองเกลือที่ละลายในน้ำอย่างได้ผล</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120135807399"],
    [156,"สำนักงานประมงจังหวัดตรัง เดินหน้าพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง ให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ","<p><strong>นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;นายประภาส&nbsp;แก้วโยชน์</strong>&nbsp;ประมงอำเภอปะเหลียน&nbsp;จ่าเอกประวิทย์&nbsp;ทองเขียว&nbsp;รักษาราชการประมงอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบปัจจัยการผลิตให้แก่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรด้านประมง&nbsp;เพื่อพัฒนาศูนย์ฯ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;ให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรผู้ที่สนใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;(อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์)&nbsp;ณ&nbsp;สระน้ำเพิ่มสุข&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;ดำเนินการโดยมุ่งเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในระดับชุมชน&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นจุดถ่ายทอดความรู้&nbsp;&nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรของชุมชน&nbsp;ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เดินหน้าพัฒนาและยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายด้านการประมงต้นแบบ&nbsp;&nbsp;ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประมงในรูปแบบต่างๆ&nbsp;&nbsp;เป็นกลไกในการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่ร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในเชิงวิชาการให้แก่เกษตรกรในชุมชน&nbsp;&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;&nbsp;พัฒนาอาชีพและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการประมงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120125207329"],
    [157,"สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง  จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่? (พริกไทย แปลงใหญ่ปี 2565) ครั้งที่ 2","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายฤทธิเดช&nbsp;สุขคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(พริกไทย)&nbsp;กิจกรรม&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(แปลงปี&nbsp;2565)&nbsp;เน้นวิเคราะห์ข้อมูลจัดทำแผนการผลิตรายแปลงรายบุคคล&nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่ใน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;แก่สมาชิกแปลงใหญ่พริกไทยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยบ้านละมอ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;ม.6&nbsp;ต.ละมอ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งระบบการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;จะทำให้เกิดความร่วมมือในการผลิต</strong>โดยเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่&nbsp;เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดการปัจจัยการผลิต&nbsp;การผลิต&nbsp;เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว&nbsp;การจัดการหลังการผลิต&nbsp;การแปรรูปเบื้องต้นและการตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142317423"],
    [158,"เกษตรกรรุ่นใหม่อำเภอปะเหลียน(ไร่สมประสงค์) จังหวัดตรัง  ทำการเกษตรแบบผสมผสาน พร้อม ปลูกพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ ตามฤดูกาล จำหน่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;</strong>เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามการดำเนินกิจกรรมเกษตรผสมผสานของนายสมประสงค์&nbsp;หยงสตาร์&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่อำเภอปะเหลียน&nbsp;ณ&nbsp;ไร่สมประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ</strong>&nbsp;ตามฤดูกาล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวไร่&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;มันหวาน&nbsp;ถั่วลิสง&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;มะเขือยาว&nbsp;และเน้นปลูกผักสลัด&nbsp;เช่น&nbsp;กรีนโอ๊ค&nbsp;เรดโอ๊ค&nbsp;ลงดินทั้งในและนอกโรงเรือน&nbsp;โดยจำหน่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์&nbsp;095-2722532&nbsp;หรือเพจเฟสบุ๊คชื่อ&nbsp;ไร่สมประสงค์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142409424"],
    [159,"เกษตรอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 1","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ตำบลปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย</strong>&nbsp;โดยกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรไปสู่การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;มีวิทยากรจากสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเกษตรผสมผสาน&nbsp;&nbsp;วิทยากรจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;มาให้ความรู้เรื่องการรวมกลุ่มและการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;และวิทยากรจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ตรัง&nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดทำบัญชีครัวเรือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142523425"],
    [160,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามการพ่นสารเคมีด้วยโดรนในแปลงยางพาราที่ประสบปัญหาโรคใบร่วงยางพารา พื้นที่ตำบลวังวน","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวกรภัทร&nbsp;แซ่ฟู้&nbsp;</strong>และนางสาวบุณยานุช&nbsp;หาดสุด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการพ่นสารเคมีด้วยโดรนในแปลงยางพารา&nbsp;นายไภษัชย์&nbsp;พานิชย์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เกษตรกรปลูกยางพาราพื้นที่ประมาณ&nbsp;100ไร่&nbsp;โดยการพ่นสารเคมีครั้งนี้เป็นการพ่นสารเคมีครั้งที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการแนะนำการใส่ปุ๋ยยางพาราและแนะนำให้เกษตรกร</strong>ใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าในแปลงเพื่อป้องกันและกำจัดโรคใบร่วงยางพาราและเพื่อบำรุงต้นยางร่วมด้วย&nbsp;สำหรับโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Pestalotiopsis&nbsp;sp.&nbsp;หรือ&nbsp;Colletotrichum&nbsp;sp.&nbsp;ในอาการเริ่มแรก&nbsp;จะเกิดจุดช้ำบริเวณใต้ใบ&nbsp;และด้านบนของใบบริเวณเดียวกันจะเป็นสีเหลืองลักษณะกลม&nbsp;ต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นสีคล้ำ&nbsp;ขอบแผลดำ&nbsp;และกลายเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขีดขาวซีด&nbsp;รูปร่างจุดแผลค่อนข้างกลม&nbsp;รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;อาจซ้อนกันเป็นแผลขนาดใหญ่&nbsp;เมื่ออาการรุนแรงจะเกิดใบเหลืองและร่วง&nbsp;การป้องกันกำจัด&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้แนะนำดังนี้</strong></p><p>1)&nbsp;ใส่ปุ๋ยบำรุงสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับต้นยางพารา&nbsp;เมื่อเกิดอาการใบเหลืองและร่วง&nbsp;ต้นยางจะสามารถสร้างใบใหม่ออกมาทดแทนใบยางที่ร่วงเนื่องจากโรคได้อย่างรวดเร็ว</p><p>2)&nbsp;ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชื้อราไตรโครเดอร์มา&nbsp;ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคที่ติดมากับใบที่ร่วงลงดิน&nbsp;และจะช่วยส่งเสริมให้ต้นยางแข็งแรง</p><p>3)&nbsp;พ่นสารเคมีควบคุมโรค&nbsp;โดยฉีดพ่นบริเวณทรงพุ่มและพื้นดินให้ทั่วแปลงเมื่อพบการระบาดที่รุนแรง&nbsp;โดยฉีดพ่นพุ่มใบอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทำซ้ำทุก&nbsp;7-15&nbsp;วัน&nbsp;และฉีดพ่นพื้นสวนที่มีใบที่เป็นโรคร่วงหล่นด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142654426"],
    [161,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา อำเภอย่านตาขาว","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;</strong>มีกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกผักสวนครัว&nbsp;การปลูกเมล่อน&nbsp;การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์&nbsp;การปลูกผักยกแคร่&nbsp;ปลูกกล้วยหอม&nbsp;แก้วมังกร&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;โดยมีสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรร่วมกับครูที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ช่วยกันดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;มีการแบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ผลผลิตที่ได้จากกิจกรรมจะนำเข้าสู่กิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียนภายในโรงเรียน&nbsp;</p><p>และหากมีเหลือจะจำหน่ายให้แก่ผู้ปกครองและผู้ที่สนใจ&nbsp;ผ่านทางออนไลน์&nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;เป็นการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มยุวเกษตรกรเพื่อนำมาหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ทั้งยังได้บริโภคอาหารที่สดและปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142805428"],
    [162,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  ร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;เพื่อร่วมการดำเนินกิจกรรมพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนบ้านในควน&nbsp;มีเป้าหมายเข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โดยร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวประกอบไปด้วย&nbsp;</strong>การบรรยายและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์&nbsp;และการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรประจำแหล่งเรียนรู้&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ให้สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ต้นแบบดังกล่าว&nbsp;แก่ผู้ที่สนใจ&nbsp;และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอื่นๆ&nbsp;ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพในการเป็นผู้นำให้แก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120142732427"],
    [163,"เกษตรตรัง ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา พัฒนา ศจช.ต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;</strong>เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ถ่ายทอดความรู้เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญในสละ&nbsp;แนะนำแมลงศัตรูที่สำคัญในสละ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วงแรดมะพร้าว&nbsp;ด้วงงวงจิ๋ว&nbsp;การให้ธาตุอาหารโพแทสเซียม&nbsp;แคลเซียม&nbsp;โบรอน&nbsp;การยืดช่อดอกโดยการฉีดโบรอน&nbsp;และบำรุงต้นโดยใช้โบรอนครั้งละ&nbsp;1ช้อนโต๊ะต่อต้น&nbsp;ใช้ปุ๋ยสูตร&nbsp;15-5-25&nbsp;เพื่อพัฒนา&nbsp;ศจช.ต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;มึผู้เข้าร่วมจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่สละสุมาลี&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;เป็นเครื่องมือที่กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>ใช้ในการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้การจัดการศัตรูพืชให้กับเกษตรกรในชุมชนให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน&nbsp;นับตั้งแต่การบริหารจัดการศัตรูพืช&nbsp;การวินิจฉัยศัตรูพืช&nbsp;การติดตามสถานการณ์และพยากรณ์ศัตรูพืช&nbsp;การป้องกันการระบาดและการผลิตขยายสารชีวภัณฑ์หรือแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จึงต้องเดินหน้าขับเคลื่อนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ&nbsp;ให้ตอบสนองความต้องการต่อเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;และที่สำคัญตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่และชุมชนที่นำสู่การแก้ปัญหาด้านศัตรูพืชอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อเป็นสร้างต้นแบบที่ดีของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120152040462"],
    [164,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียน กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 4 ตำบลย่านซื่อ พร้อมให้คำแนะนำโครงการที่สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและกลุ่มแปลงใหญ่ฯ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียน&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่ที่4&nbsp;ตำบลย่านซื่อ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;การดำเนินกิจการของกลุ่มฯ&nbsp;สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทุกกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>การรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;มีการรับซื้อได้ปริมาณ&nbsp;11&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;</strong>เนื่องจากช่วงนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลง&nbsp;และราคาค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องแข่งขันกับลานเทใกล้เคียง&nbsp;แต่ก็สามารถดำเนินการได้&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยเคมีผสม&nbsp;</strong>รอบการผลิตรอบใหม่จะเริ่มเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้นมาก&nbsp;และแม่ปุ๋ยขาดตลาด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสมาชิกเพราะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กลุ่มได้มีการเพิ่มกิจกรรมขึ้นอีกหนึ่งอย่าง&nbsp;</strong>คือการขยายต้นพันธุ์ปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยใช้สายพันธุ์ยูนิวานิช&nbsp;เพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยเริ่มเปิดให้จองต้นพันธุ์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปกิจกรรมนี้ได้เกิดจากการแก้ไขปัญหาให้กลุ่มสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้&nbsp;ด้วยการบริหารจัดการกิจการโดยคณะกรรมการกลุ่มฯ&nbsp;เจ้าหน้าที่เกษตรได้ให้คำแนะนำในเรื่องการจัดการเอกสารให้เป็นระบบ&nbsp;การหาแหล่งเงินทุน&nbsp;การเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;และโครงการส่งเสริมที่เกี่ยวข้องเพื่อที่สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและกลุ่มแปลงใหญ่ฯ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120153830478"],
    [165,"รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตามงานเกษตรแปลงใหญ่","<p><strong>นายอำพันธุ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>กล่าวถึง&nbsp;เกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ว่า&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่บ้านไหนหนัง&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ได้รวมกลุ่มกัน&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปี&nbsp;2535&nbsp;เพื่อทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง&nbsp;กิจกรรมหลักของกลุ่มคือ&nbsp;อนุรักษ์ป่าชายเลน&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าชายเลนที่ต้องดูแลประมาณ&nbsp;3,500&nbsp;ไร่&nbsp;และเป็นกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกับการเลี้ยงผึ้งโพรงที่ต้องอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของป่าซึ่งเป็นแหล่งอาหารของผึ้งโพรง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;MAP&nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่ดูแลสนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนสามารถให้การสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ของกลุ่มได้ด้วยต่อมาในปี&nbsp;2557&nbsp;ทางกลุ่มได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนในชื่อ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งบ้านไหนหนัง&nbsp;เนื่องจากกลุ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายน้ำผึ้งโดยรายได้&nbsp;10%&nbsp;จะหักไว้เข้ากองทุนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกลุ่มเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกระบี่&nbsp;ได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกร</strong>ตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนา&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;ซึ่งตรงกับความต้องการในการพัฒนาที่ยั่งยืนทางกลุ่มจึงได้ขอจัดตั้งเป็น&nbsp;แปลงใหญ่ผึ้งโพรงบ้านไหนหนัง&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;นายสุธีร์&nbsp;ปานขวัญ&nbsp;ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานแปลงใหญ่ผึ้งโพรงบ้านไหนหนัง&nbsp;โดยมีการบริหารจัดการกลุ่มภายใต้แนวคิด&nbsp;พัฒนาอาชีพ&nbsp;เสริมสร้างรายได้&nbsp;กระจายพันธุ์ป่า&nbsp;พัฒนาแหล่งเรียนรู้&nbsp;เชิดชูวิถีพอเพียงเพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน&nbsp;และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง</p><p><strong>การเลี้ยงผึ้งของชาวบ้านไหนหนังนั้น&nbsp;เริ่มจากการทำกล่องไม้</strong>เพื่อให้ผึ้งเข้ามาทำรังและเก็บสะสมน้ำหวาน&nbsp;ใช้ไม้ในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ต้นทัง&nbsp;ต้นกระท้อน&nbsp;ต้นทุเรียน&nbsp;กลุ่มเลี้ยงผึ้งหาไม้จากในสวนของตนเองหรือหากใครมีเยอะก็แบ่งให้สมาชิกคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ตัวกล่องเลี้ยงผึ้งลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านบนทำเป็นฝาที่สามารถยกออกจากกล่องได้&nbsp;ด้านหน้าเป็นช่องประตูที่ให้ผึ้งบินเข้าออกได้&nbsp;ลักษณะเป็นผนังทึบและมีช่องเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้ผึ้งบินเข้าไปได้ขนาดยาว&nbsp;5&nbsp;ซม.&nbsp;กว้าง&nbsp;1&nbsp;ซม.&nbsp;ด้านข้างด้านหนึ่งสามารถแง้มเพื่อดูด้านในและเอื้อมมือเข้าไปทำความสะอาดได้อีกด้านปิดสนิท&nbsp;กล่องเลี้ยงผึ้งมีขนาดกว้าง&nbsp;35&nbsp;ซม.&nbsp;ยาว&nbsp;50&nbsp;ซม.&nbsp;และสูง&nbsp;30&nbsp;ซม.&nbsp;เสาทำจากปูนหรือไม้ก็ได้มีความสูง&nbsp;1.2&nbsp;เมตร&nbsp;เส้นผ่าศูนย์กลาง&nbsp;10&nbsp;ซม.&nbsp;ตำแหน่งของเสาที่สูงจากพื้นประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;จะทำร่องใส่น้ำรอบเสา&nbsp;เพื่อป้องกันมดและยังเป็นแหล่งน้ำให้ผึ้งได้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>หากไม่ใช้เสาปูนสามารถใช้เสาไม้ตามเรือกสวนที่มีขนาดเดียวกัน</strong>&nbsp;ไม่มีร่องใส่น้ำต้องใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องยนต์เก่า&nbsp;พันที่โคนเสาป้องกันมด&nbsp;เสาปูนนี้ทางแกนนำกลุ่มจะจัดทำให้แก่สมาชิก&nbsp;สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีการผลิตได้แก่&nbsp;กล่องเลี้ยงผึ้ง&nbsp;และพันธุ์ผึ้ง/ชันโรง&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำผึ้งบรรจุขวด&nbsp;&nbsp;ลิปสติก&nbsp;(ลิปมัน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขี้ผึ้ง&nbsp;&nbsp;สบู่&nbsp;&nbsp;&nbsp;โลชั่นทาผิว&nbsp;และการเข้าร่วมเป็นจุดเรียนรู้การท่องเที่ยวชุมชนร่วมกับเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120164055524"],
    [166,"จังหวัดสุรินทร์พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ประยงค์หอม&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายกุลชาติ&nbsp;บูรณะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร&nbsp;ด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;พื้นที่นำร่องกลุ่มเดิมของตำบลจอมพระ&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.จอมพระ&nbsp;อ.จอมพระ&nbsp;โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรตำบลจอมพระ&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอจอมพระ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173027555"],
    [167,"จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกข้าว 3,097,382 ไร่ ปริมาณผลผลิตรวม 1,152,089 ตัน ราคารับซื้อตันละ 11,000-11,800 บาท  ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน","<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร</strong>ายงานสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;3,097,382&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;372&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;1,152,089&nbsp;ตัน&nbsp;ราคารับซื้อตันละ&nbsp;11,000-11,800&nbsp;บาท&nbsp;ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน&nbsp;และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว&nbsp;ลดลงตันละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล</strong>และมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;&nbsp;เป็นดังนี้</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีเกษตรกรขึ้น</p><p>ทะเบียนทั้งสิ้น&nbsp;216746&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรได้รับการโอนเงินส่วนต่างประกันรายได้&nbsp;งวดที่&nbsp;1-14&nbsp;จำนวน&nbsp;210,300&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;97.03&nbsp;ของครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;จำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;4,361,273,847&nbsp;บาท&nbsp;(สี่พันสามร้อยหกสิบเอ็ดล้าน&nbsp;สองแสนเจ็ดหมื่นสามพันแปดร้อยสี่สิบเจ็ดบาท)&nbsp;</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธกส.&nbsp;จังหวัด</p><p>สุรินทร์&nbsp;ได้จ่ายเงินกู้ให้เกษตรกรแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;34,092&nbsp;ราย&nbsp;ปริมาณข้าวเปลือก&nbsp;183842&nbsp;ตัน&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;1,990,450,640&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร</p><p>มีสถาบันเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;250&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เบิกเงินกู้&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;มีสถาบันเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>ปริมาณข้าวเปลือกที่ได้รับจัดสรร&nbsp;5,700&nbsp;ตัน</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพพัฒนาขยายผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูก</p><p>ข้าวไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกร&nbsp;210270&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;2,663,674,745&nbsp;บาท</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกมี</p><p>ผู้ประกอบการเข้าร่วม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินที่ได้รับอนุมัติ&nbsp;2,418&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173349558"],
    [168,"จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง รวมทั้งสิ้น 133,408 ไร่ พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิตรวม 476,611 ตัน ราคาจำหน่ายหัวมันสด 2.70 บาทต่อกิโลกรัม","<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ทั้ง&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;133,408&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่เพาะปลูกลดลงจากปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;3.5&nbsp;ตันต่อไร่&nbsp;ปริมาณผลิตเฉลี่ย&nbsp;3,469&nbsp;ตัน&nbsp;ปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;476,611&nbsp;ตัน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย&nbsp;การขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ราคาต้นพันธุ์มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับปัจจัยการผลิตที่มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การตลาดราคาซื้อขายหัวมันสด&nbsp;ณ&nbsp;ลานมัน&nbsp;2.40&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</strong>&nbsp;หัวมันสด&nbsp;เชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;ณ&nbsp;โรงแป้ง&nbsp;2.70&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;มันเส้น&nbsp;6.80&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ราคาหัวมันสดและมันเส้นทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อน&nbsp;และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน&nbsp;พบว่าหัวมันสดคละ&nbsp;ณ&nbsp;ลานมัน&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;0.55&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p><strong>ส่วนเส้นปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</strong>ผลผลิตส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำมันสำปะหลังสดไปขายให้กับลานมันของเอกชนและสหกรณ์การเกษตรในแหล่งเพาะปลูก&nbsp;โดยผู้รวบรวมจะรวบรวมผลผลิตจำหน่ายให้กับโรงงานแป้งมันในเขตจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173447559"],
    [169,"จังหวัดเพชรบุรี ติดตาม ปัญหา อุปสรรค ผลผลิตทางด้านพืชผลการเกษตร เร่งหาแนวทาง พัฒนาคุณภาพผลผลิต ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้าน สู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานติดตามภารกิจของหน่วยงานด้านพืชและที่เกี่ยวข้องกับด้านพืช&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพชรบุรีเป็นเมืองผลผลิตพืชผลทางด้านการเกษตรแทบทุกชนิด&nbsp;มีทั้งจำหน่ายในพื้นที่&nbsp;และส่งไปขายทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงสินค้าบางชนิดส่งออกไปขายต่างประเทศ&nbsp;เรื่องการพัฒนาคุณภาพผลผลิต&nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;สานต่อยุทธศาสตร์จังหวัดเพชรบุรีที่เป็นเมืองเศรษฐกิจต้นแบบ&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;น่ากิน&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;เร่งส่งเสริมฐานการผลิตตั้งแต่ระดับชาวบ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้าน&nbsp;ให้ไปสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านประมง&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;พร้อมทั้งติดตามว่ามีปัญหา&nbsp;อุปสรรคด้านใดบ้าง&nbsp;เพื่อจักได้ยกระดับการสร้างผลิตผลของตนเอง&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทำงานควบคู่ไปกับการส่งเสริมทั้งในระดับหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และระดับอำเภอ&nbsp;รวมถึงให้พิจารณาแต่ละหมู่บ้าน&nbsp;ว่าชุมชนไหนบ้างที่มีความพร้อมในการเรียนรู้&nbsp;เพื่อการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>การสร้างสินค้าคุณภาพ&nbsp;ผลผลิตที่ได้มาตรฐานและตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภคว่า&nbsp;จะเป็นการช่วยสร้างโอกาส&nbsp;สามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย&nbsp;และป้องกันผลผลิตราคาตกต่ำ&nbsp;และสานนโยบายรัฐบาลที่ให้หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy)&nbsp;ที่มีเป้าหมายผลักดัน&nbsp;การเกษตรและอาหาร&nbsp;รวมถึงด้านสุขภาพและการแพทย์&nbsp;พลังงาน&nbsp;วัสดุ&nbsp;,เคมีชีวภาพ&nbsp;การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;ที่ถือเป็นเศรษฐกิจแนวใหม่&nbsp;ซึ่งการนำแนวคิดเรื่อง&nbsp;BCG&nbsp;มาใช้&nbsp;จะช่วยทำให้คนตกงาน&nbsp;เริ่มหันกลับมาสนใจการทำงานในภาคการเกษตร&nbsp;ช่วยลดภาวะการว่างงาน&nbsp;และทำให้เกิดความก้าวหน้าด้านเกษตรอาหาร&nbsp;และยังส่งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดการต่อยอดให้ชาวบ้านสามารถสอนคนอื่นๆในชุมชนต่อไปได้อย่างทั่วถึง&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120195034615"],
    [170,"จังหวัดภูเก็ต โดย พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชน และเช็กสต๊อกหมู เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน","<p><strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายราคาสินค้า&nbsp;ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;และเช็กสต๊อกหมู&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>นางสาววรนิษย์&nbsp;อภิรัฐจิรวงษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายเทวิน&nbsp;แสวงสิน&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำคณะลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายเนื้อหมู&nbsp;ภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;และเช็กสต๊อกหมู&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดจำหน่ายที่ร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งที่ห้างโกเซอรี่ภูเก็ต&nbsp;ที่ได้รับโควต้าหมูเนื้อแดง&nbsp;80&nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&nbsp;จำหน่ายให้กับประชาชนในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จากนั้นไปตรวจสอบที่ห้างซุปเปอร์ชิป&nbsp;สาขาใหญ่&nbsp;และตรวจสต๊อกหมูยังห้างแม็คโคร&nbsp;สาขาภูเก็ต&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การตรวจสอบในเรื่องของไข่ไก่และอาหารสดอื่นๆ&nbsp;ตลอดจนสินค้าอื่นที่จำเป็น&nbsp;เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีการนำเข้าเนื้อหมูชำแหละอยู่ที่&nbsp;30&nbsp;ตันต่อวัน</strong>&nbsp;หมูเป็น&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;รวมแล้วปริมาณการบริโภคเนื้อหมูในจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ประมาณวันละ&nbsp;32,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีฟาร์มหมูประมาณ&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;มีหมูอยู่ที่ประมาณ&nbsp;1,040&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่จึงต้องมีการนำเข้า&nbsp;ส่วนการตรวจตลาดในครั้งนี้&nbsp;เป็นการตรวจสอบราคาสินค้าในช่วงที่มีการปรับขึ้นราคา&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน&nbsp;ช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;และสินค้าที่มีราคาถูกกว่าท้องตลาด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในส่วนของสต๊อกเนื้อหมูในช่วงนี้ต้องเป็นไปตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;หากตรวจพบว่าไม่มีการแจ้งปริมาณสต๊อกที่ชัดเจน&nbsp;จะมีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;และปรับอีกวันละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะมีการแจ้ง&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และหากพบเห็นว่ามีการกักตุนสินค้า&nbsp;จะมีโทษตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120180636582"],
    [171,"โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรอบรมการจัดทำบัญชีรายบุคคล ปีงบประมาณ 2565 ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายสมศักดิ์&nbsp;เถาว์รินทร์&nbsp;นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรสายสอบบัญชีที่&nbsp;4&nbsp;เข้าอบรมและสอนแนะการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120201008638"],
    [172,"ประชุมขับเคลื่อนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขต 14 ผ่านระบบ Zoom Conference","<p><strong>วันพุธ&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นางจิรันธนิน&nbsp;ปะกิรณะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวนิรมล&nbsp;ดำพะธิก&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;(นายคมสัน&nbsp;จำรูญพงษ์)&nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;&nbsp;Conference&nbsp;&nbsp;จากห้องประชุม&nbsp;1403&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>ผู้ตรวจฯ&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบในเรื่อง</p><p>(1)สถานการณ์ประเทศไทย&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ชะลอลงทั้งภาคการส่งออกต่อเนื่องถึงภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และภาคบริการ&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;สถานการณ์ความยากจน&nbsp;ปี&nbsp;61&nbsp;สัดส่วนคนจนร้อยละ&nbsp;9.85&nbsp;หรือคนจน&nbsp;6.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;1.4&nbsp;ล้านคนจากปีก่อน&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;สาขาเกษตรติดลบ&nbsp;3.2&nbsp;หนี้ครัวเรือนของไทย&nbsp;13,479,197&nbsp;ล้านบาท&nbsp;80.1&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ของ&nbsp;GDP&nbsp;บริบทโลก-บริบทไทย&nbsp;แนวทางพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&nbsp;ประเทศไทยต้องชนะ&nbsp;ปรับจุดอ่อนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส&nbsp;เสริมจุดแข็งเดิม&nbsp;สร้างจุดแข็งใหม่</p><p>(2)&nbsp;สถานการณ์โควิท-19</p><p>(3)สถานการณ์ภัยแล้ง</p><p>(4)สถานการณ์เผาตอซัง</p><p>(5)&nbsp;แนวทางการขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร&nbsp;วางรากฐานการทำงานของกระทรวงรองรับความปกติใหม่&nbsp;และสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ตรวจฯ&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;ได้มอบแนวทางการตรวจราชการ</strong>ตามแผนการตรวจราชการและขับเคลื่อนบูรณาการในระดับพื้นที่ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;&nbsp;นโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนพื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิท-19&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;จากนั้นเป็นเรื่องการพัฒนาการเกษตรฐานรากเพื่อสร้างเกษตรกรนักธุรกิจด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และฝากประชาสัมพันธ์&nbsp;กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;ในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120201142643"],
    [173,"จังหวัดสตูล จัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Application Zoom","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมการประชุมผ่านระบบ&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;3</p><p><strong>สำหรับการประชุมเพื่อพิจารณาในประเด็นสำคัญ</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;มอบสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;เร่งรัดการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;และ&nbsp;2.&nbsp;เห็นชอบปฏิทินการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;(พ.ศ.2566-2570)&nbsp;ฉบับทบทวน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;และให้ดำเนินงานตาม&nbsp;\"วาระ&nbsp;5&nbsp;ส.&nbsp;สตูล...สบาย&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;มีความสบายสไตล์สตูล&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;การจัดระเบียบสังคมและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120204848666"],
    [174,"เกษตรนครพนม ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาเกษตรกรเป็นวิทยากรทำเกษตรปลอดการเผา ยกระดับ ศพก. เป็นต้นแบบจุดเรียนรู้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลวังตามัว&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;อบรมถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เป็นวิทยากรด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(พื้นทีนำร่องกลุ่มเดิม)&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถเป็นวิทยากรเกษตรปลอดการเผาเพื่อลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายอุดร&nbsp;ไพศาล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ติดตามและให้คำแนะนำกับเกษตรกรในพื้นที่ในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ซึ่งได้เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นการนำความรู้และการใช้เทคโนโลยีมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการกำจัดเศษวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และสามารถเป็นวิทยากรเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรได้&nbsp;โดยมุ่งเน้นลดการเผาในพื้นที่เกษตรและที่โล่งแจ้งป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยตรง&nbsp;โดยยึดการใช้พื้นที่และองค์ความรู้จาก&nbsp;ศพก.&nbsp;เป็นจุดต้นแบบในการเรียนรู้การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่</p><p>สำหรับสถานการณ์การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;หรือการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสุขภาพของประชาชน&nbsp;ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น&nbsp;อีกทั้งการเผาก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;220&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงให้แก่วัตถุใดๆ&nbsp;แม้เป็นของตนเอง&nbsp;จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น&nbsp;ต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;และปรับไม่เกิน&nbsp;14,000&nbsp;บาท&nbsp;(ประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;พ.ศ.2499)&nbsp;และหากยังมีการเผาต่อเนื่องจะทำให้ผิดกฎหมาย&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;74&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;21&nbsp;มาตรา&nbsp;22&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือวรรคสาม&nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&nbsp;ที่ออกตามมาตรา&nbsp;28/1&nbsp;วรรคสอง&nbsp;โดยไม่มีเหตุหรือขัดข้อแก้ตัวอันสมควร&nbsp;หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;23&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคสอง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคสองต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;25000&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมโดย&nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560)</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ดำเนินการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;เช่น&nbsp;การเพเห็ดฟาง&nbsp;การทำอาหารสัตว์&nbsp;และการทำประมง&nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้ลดลงในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120210620680"],
    [175,"จ.นครพนม ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมพืชกระท่อมเป็นพืช เศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย\"","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณสหกรณ์การเกษตรรวมใจชาวอำเภอนาหว้า&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;เลขที่&nbsp;13&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านนาซ่อม&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;\"ปลูกพืชเศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย\"&nbsp;(พืชกระท่อมโมเดล)&nbsp;ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะที่ปรึกษาพืชกระท่อมจังหวัดนครพนม&nbsp;เข้าร่วมปลูกพืชกระท่อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระท่อม&nbsp;เป็นสมุนไพรไทย&nbsp;ที่สามารถส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกได้ในอนาคตจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมมือกันศึกษาวิจัยสรรพคุณทางยาเพื่อแปรรูปเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการตลาดนำการผลิต&nbsp;ให้เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกหรือพืชเศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับกระท่อม&nbsp;เดิมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ&nbsp;พ.ศ.2522</strong>&nbsp;แต่ในหลายประเทศ&nbsp;มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประกอบกับอนุสัญญาเดี่ยว&nbsp;ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ค.ศ.1961&nbsp;และพิธีสารแก้ไขอนุสัญญาเดี่ยว&nbsp;ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ&nbsp;ค.ศ.1972&nbsp;ก็มิได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล&nbsp;และบริบทของสังคมไทยในบางพื้นที่&nbsp;ที่มีการบริโภคพืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน&nbsp;รัฐบาลจึงได้ยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ตามเจตนารมแห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;8)&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;คือหลังวันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริม&nbsp;กระท่อม&nbsp;</strong>เศรษฐกิจทางการเกษตรและสมุนไพรไทย\"&nbsp;(พืชกระท่อมโมเดล)&nbsp;ที่เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ให้กับเกษตร&nbsp;โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันส่งเสริมการปลูกในพื้นที่&nbsp;โดยมีการจัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ระหว่างภาคเอกชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยมีการส่งเสริมการปลูก&nbsp;การรับซื้อผลผลิตคืน&nbsp;และมีจุดรับซื้อผลผลิตให้กับเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นการเน้นการตลาดนำผลิต&nbsp;วิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดนครพนมได้ในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120210249679"],
    [176,"ร้อยเอ็ดประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.รณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&nbsp;ผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;,&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;วรวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>โดยที่ประชุม&nbsp;มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ตามหลักเกณฑ์โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อกปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;กำหนดให้เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ย&nbsp;ได้เห็นชอบวงเงินกู้ของผู้ประกอบการค้าข้าวที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ต้องมีการตรวจสอบสต็อกข้าวของผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการครั้งแรก&nbsp;ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีการอนุมัติ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.มติที่ประชุมเมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติจำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โดยคณะทำงานฯได้ตรวจสอบสต็อกครั้งแรกประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผลการตรวจทุกรายมีปริมาณสต็อกข้าวในครอบครองครอบคลุมมูลค่าตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;2.มติที่ประชุมเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติเพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยฯ&nbsp;จึงขอให้คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พิจารณาคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการและผลการตรวจสอบสต็อกข้าวครั้งแรก&nbsp;และขอความเห็นชอบคณะอนุกรรมการพิจารณาให้การรับรองผลการตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์โครงการฯ&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120224438696"],
    [177,"ร้อยเอ็ด ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ระดับจังหวัด","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;มอบหมายให้นาย&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลัง&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดรชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;วรวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายสมจิตร์&nbsp;คำสี&nbsp;เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดย&nbsp;อนุกรรมการอนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกร</strong>ผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;,โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&nbsp;,&nbsp;อีกทั้งโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง&nbsp;และโครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มและมีรายได้ที่มั่นคง</p><p><strong>ซึ่งจากข้อมูลพบว่าราคาหัวมันสำปะหลังในปี&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;2565&nbsp;</strong>ราคารับซื้อใกล้เคียงกัน&nbsp;ราคาหัวมันสำปะหลัง&nbsp;ที่เกษตรกรขายได้มีราคาดีต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2563&nbsp;เนื่องจากตลาดส่งออกคือประเทศจีนมีความต้องการมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น&nbsp;สำหรับราคารับซื้อมันคละ&nbsp;ที่&nbsp;ลานมันปี&nbsp;2565&nbsp;มีราคาสูงกว่าปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ&nbsp;15.6&nbsp;เนื่องจากเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งในหัวมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงกำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อน&nbsp;พันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;ควบคุมการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;ส่วนผู้ที่จะทำการขนย้ายต้นพันธุ์ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง&nbsp;เข้าหรือออก&nbsp;จากท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ดจะต้องขออนุญาตการขนย้ายก่อนทุกครั้ง</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120235452704"],
    [178,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร ด้านการทำเกษตรปลอดการเผา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศาลาหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.จอมพระ&nbsp;อ.จอมพระ</strong>&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดย&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ประยงค์หอม&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมายให้นายกุลชาติ&nbsp;บูรณะ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถเป็นวิทยากร&nbsp;ด้านการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ในพื้นที่นำร่องกลุ่มเดิม&nbsp;ของตำบลจอมพระ&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยมีกิจกรรมให้ความรู้และแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรตำบลจอมพระ&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอจอมพระอย่างดีเยี่ยม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121000825708"],
    [179,"เกษตรยะลา จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรสูงวัย","<p><strong>นายกัสมัน?&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา?&nbsp;มอบหมายให้?นางสาว?ณพัทร์?&nbsp;อาจหาญณรงค์</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจุฑาทิพย์?&nbsp;โพชนุกูล?&nbsp;นักวิชาการ?ส่งเสริม?การเกษตร?ปฏิบัติการ?&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;จัดเวที?ครั้งที่?&nbsp;2&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์?&nbsp;วิเคราะห์ศักยภาพตนเองเพื่อจัดทำแผนการจัดการบ้านเกษตรสมบูรณ์ในครัวเรือนเกษตรสูงวัยแบบมีส่วนร่วมโดยมีการประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งวางแผนการพัฒนา?ตนเอง?&nbsp;และแลกเปลี่ยนข้อมูลการปลูกผัก?&nbsp;ในรูปแบบผักยกแคร่?&nbsp;และผักโฮโดรโปนิกส์?&nbsp;ณ?&nbsp;นูริชฟาร์ม?&nbsp;ตำบลลำใหม่?&nbsp;อำเภอเมืองยะลา?&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121082834716"],
    [180,"การเลี้ยงแพะขุน หนึ่งอาชีพปศุสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ทนทาน ตลาดต้องการ","<p><strong>นางสุจารีย์&nbsp;พิชา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;นครราชสีมา</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะให้ยั่งยืน&nbsp;มีผลผลิตที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการบริโภค&nbsp;การตลาดและการแปรรูป&nbsp;รวมถึงส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;แพะขุน&nbsp;นับเป็นสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่น่าสนใจ&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ&nbsp;สำหรับการค้าและบริโภค&nbsp;เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&nbsp;ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยและให้ผลตอบแทนเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>&nbsp;เป็นแหล่งผลิตแพะที่สำคัญรองจากภาคใต้และภาคกลาง&nbsp;โดยพบการเลี้ยงมากในพื้นที่&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;มีการเลี้ยงแพะเนื้อ&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;160,146&nbsp;ตัว&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ&nbsp;86&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;6,583&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>จากการศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดแพะขุน</strong>ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงแพะเนื้อมากที่สุด&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;พบเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงแพะพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;เพื่อผลิตลูกแพะสำหรับขุนเอง&nbsp;โดยน้ำหนักแพะขุนที่เกษตรกรนิยมจำหน่ายคือ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ตัว&nbsp;เนื่องจากได้รับราคาสูง&nbsp;และใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น&nbsp;ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&nbsp;1,416&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;โดยแม่พันธุ์&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;โดยใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;แม่พันธุ์สามารถให้ลูกได้&nbsp;1-2&nbsp;รุ่น&nbsp;(รุ่นละ&nbsp;1-2&nbsp;ตัว)&nbsp;สำหรับแพะเพศเมีย&nbsp;จะเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;และให้ลูกประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จึงปลดระวาง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรเลี้ยงแพะขุนได้ประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถจำหน่ายให้กับพ่อค้าได้&nbsp;ในราคาเฉลี่ย&nbsp;2,151&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;หรือ&nbsp;98&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ได้กำไร&nbsp;735&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;หรือ&nbsp;33&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรยังมีรายได้จากการจำหน่ายมูลแพะ&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;10&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลให้ราคาจำหน่าย&nbsp;&nbsp;แพะขุนต่ำกว่าปีที่ผ่านมาแต่ปริมาณการผลิตแพะขุนของเกษตรกรยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;อีกทั้งความต้องการของตลาดแพะขุนยังมีมาก&nbsp;ที่สำคัญแพะขุนเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&nbsp;โตไว&nbsp;ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย&nbsp;ไม่ต้องจ้างแรงงานภายนอก&nbsp;เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เองในครัวเรือน&nbsp;รวมถึงมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&nbsp;จึงนับว่าการเลี้ยงแพะขุน&nbsp;เป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน&nbsp;สามารถทำได้เป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121105039759"],
    [181,"ประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด (mindset) ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านระบบ Video Conference และระบบ Zoom meeting","<p><strong>&nbsp;วันพฤหัสบดีที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวเบญจพร&nbsp;ชาครานนท์&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน</strong>&nbsp;ประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด&nbsp;(mindset)&nbsp;ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;โดยมีนายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;เข้าร่วมรับฟังการประชุมเพื่อปรับกระบวนการทางความคิด&nbsp;(mindset)&nbsp;ของบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;เพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงองค์กรและนำไปสู่การยกระดับระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;และมุ่งเน้นการทำงานในเชิงรุกและสร้างมูลค่าเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&nbsp;และหน่วยงาน&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;และระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;พัฒนาที่ดิน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121084157721"],
    [182,"ต่อยอดอาชีพให้เกษตรกรกับโครงการฝึกอบรมศิลปาชีพ มุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้เสริมเพิ่มมากขึ้น","<p><strong>นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;ให้การสนับสนุนภารกิจการฝึกอบรม&nbsp;การให้ความรู้&nbsp;รวมทั้งฝึกฝนทักษะงานช่างฝีมือและมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดทุกแห่ง&nbsp;ใน&nbsp;72&nbsp;จังหวัด&nbsp;เปิดรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกร/บุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ได้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยผลการดำเนินงานในปี&nbsp;2564&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจจำนวนมากมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;1,041&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;หลักสูตรฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;884&nbsp;ราย&nbsp;และหลักสูตรศิลปาชีพเพื่อผู้สนใจ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;157&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;พบว่า&nbsp;จำนวน&nbsp;632&nbsp;ราย&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;60.17&nbsp;ของเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับการส่งเสริมพัฒนามีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;แนวทางยังคงเป็นการช่วยให้เกษตรกร</strong>และบุตรหลานเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีทักษะด้านงานศิลปหัตถกรรมสามารถนำความรู้นำไปประกอบอาชีพหลัก&nbsp;หรืออาชีพเสริมนอกเหนือจากทำการเกษตร&nbsp;เป็นการสร้างความเท่าเทียมในด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;และพัฒนาทักษะอาชีพให้เกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ให้เกิดองค์ความรู้ที่จะต่อยอดผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น&nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้เสริมนอกภาคการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150923898"],
    [183,"กรมการข้าว ปูทางให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องและเหมาะสม","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการอบรมการใช้โดรนทางการเกษตรเพื่อการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ว่า&nbsp;การใช้โดรนทางการเกษตรในประเทศไทยมีความนิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้นซึ่งมีการนำไปใช้ในการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูข้าวเป็นหลัก&nbsp;ช่วยให้มีการใช้แรงงานและเวลาที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการดั้งเดิมของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งการที่นำโดรนมาใช้ในแปลงนา&nbsp;ผู้รับจ้างฉีดพ่นและเกษตรกรต้องมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการใช้โดรนสำหรับการเกษตร&nbsp;เพื่อให้การฉีดพ่นสารมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;โดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี</strong>&nbsp;ร่วมกับบริษัทอะโกรโรโบติกส์&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดการอบรมในครั้งนี้เพื่อช่วยให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่กรมการข้าว&nbsp;เข้าใจและตระหนักถึงการใช้โดรนทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ปลอดภัยต่อตนเอง&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และอำนวยความสะดวกในภาคการเกษตรมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150738894"],
    [184,"ปศุสัตว์อำเภอเบตงร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดยะลาเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบการระบาดในประเทศจีน ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตงเผยไก่เบตงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอเบตงร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดยะลาเฝ้าระวังโรคสัตว์&nbsp;</strong>ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก&nbsp;เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนกหลังพบการระบาดในประเทศจีน&nbsp;ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตงเผยไก่เบตงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;21&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายเกริกฤทธิ์&nbsp;โรจนรวีวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;</strong>นำเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.เนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีก&nbsp;ดำเนินการเจาะเลือดไก่&nbsp;ทำสวอปไก่หรือการเก็บตัวอย่างขี้ไก่ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่&nbsp;รวมไปถึงการศึกษาระดับภูมิคุ้มกันโรคนิวคาสเซิลในไก่เบตงภายหลังได้รับวัคซีน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีนว่าเนื้อไก่เบตงและไก่เนื้อในพื้นที่มีคุณภาพ&nbsp;มีความปลอดภัยห่างไกลจากโรคไข้หวัดนกอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>นายเกริกฤทธิ์&nbsp;โรจนรวีวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>องค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;พบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิด&nbsp;H5N6&nbsp;ในประเทศจีน&nbsp;ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;เสียชีวิตแล้ว&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในประเทศไทยไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มีการเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;ขอให้ประชาชนและผู้บริโภคในพื้นที่อย่าได้วิตกกังวลว่าเนื้อไก่ที่จะนำไปไหว้ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะไม่ปลอดภัย&nbsp;เพราะปศุสัตว์อำเภอเบตงได้มีการคุมเข้ม&nbsp;พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังปัญหาโรคไข้หวัดนกไว้อย่างเต็มที่ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มั่นใจได้ว่าเนื้อไก่ในพื้นที่อำเภอเบตงปลอดภัยแน่นอน&nbsp;และที่สำคัญฟาร์มไก่ในพื้นที่ได้ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;(Good&nbsp;Farming&nbsp;Management&nbsp;)&nbsp;และขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;สังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำไปจำหน่ายจ่ายแจกหรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรค&nbsp;หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเบตง&nbsp;โทร.073-230575&nbsp;หรือแจ้งผ่าน&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางขนิษฐา&nbsp;ศรีภักดี&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากกระแสของโรคไข้หวัดนกที่พบการระบาดในประเทศจีน&nbsp;ตนมีความกังวลอยู่บ้าง&nbsp;แต่ก็อุ่นใจที่มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจเยี่ยมและให้ความรู้การเฝ้าระวังไข้หวัดนก&nbsp;โดยฟาร์มไก่เบตงของตนมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีระบบการป้องกันโรคและเข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด&nbsp;ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม&nbsp;พร้อมฉีดพ่นยานพาหนะทุกคันที่มารับไก่ไปจำหน่ายตามมาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;และช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง&nbsp;ซึ่งปีนี้วันไหว้ตรงกับวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดจองไก่ล่วงหน้าแล้ว&nbsp;ซึ่งขนาดที่พร้อมจำหน่ายมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;โดยต้องมีขนาดและน้ำหนักอยู่ที่&nbsp;1.8&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่วนราคาไก่หน้าฟาร์ม&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;240&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ทางฟาร์มมีบริการฟรีซแช่แข็งพร้อมรับประทาน&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;280&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121133912853"],
    [185,"ห่วงใยผู้บริโภค ตรุษจีนปีนี้เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ ที่มีตรา ปศุสัตว์ OK มั่นใจสะอาด ปลอดสารตกค้าง ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ออกมาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;เพื่อเตรียมจัดพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในวันปีใหม่ของจีน&nbsp;โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์นั้น&nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&nbsp;โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&nbsp;ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;และไข่นกกระทาสด&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ&nbsp;และตลาดสด&nbsp;เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดกว่า&nbsp;7,000&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสถานที่จำหน่าย&nbsp;</p><p>ที่เข้าร่วมโครงการได้ทั้งประเทศ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ได้มีการ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเขต&nbsp;1-&nbsp;9&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันพัฒนาและผลักดันมาตรฐานปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;GAP&nbsp;โรงฆ่าสัตว์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กรมปศุสัตว์ได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์จากโรงฆ่าสัตว์&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในเนื้อสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;โดยผลการตรวจทั้งหมดยังตรวจไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;จึงขอให้ประชาชนผู้บริโภคมั่นใจว่า&nbsp;สินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองนั้น&nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เหมาะสมแก่การบริโภค&nbsp;ปลอดจากสารตกค้าง&nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;มั่นใจซื้อสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ให้สังเกตตราสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121150324890"],
    [186,"ตรัง เกษตรกรเลี้ยงหมูทั้งปลอดโรคและลดต้นทุนเพิ่มรายได้","<p><strong>ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมบ้านหนองสองพี่น้อง&nbsp;หมู่&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ต.หนองช้างแล่น</strong>&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;วิมลเมือง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ต.หนองช้างแล่น&nbsp;&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งเป็นประธานกลุ่ม&nbsp;ฯ&nbsp;นำผู้สื่อข่าวดูวิธีการเลี้ยงหมูหลุมแบบประยุกต์&nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากโรค&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มรายได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยนายประพันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหมูหลุม&nbsp;ฯ&nbsp;</strong>มีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เดิมกระจายกันเลี้ยง&nbsp;แต่พอได้ข่าวว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;หลายคนก็เลิกเลี้ยง&nbsp;กลัวจะเกิดโรค&nbsp;&nbsp;แต่ของตนเองยังเลี้ยงต่อ&nbsp;ส่วนตัวจากการติดตามข่าวสาร&nbsp;คิดว่าโรคระบาดที่ฟาร์มหลายแห่ง&nbsp;เชื้อน่าจะมาจากเจ้าของหมูไปซื้อหมูติดเชื้อมากิน&nbsp;จากนั้นเมื่อเหลือเป็นเศษอาหาร&nbsp;ก็คงนำไปให้หมูกินต่อ&nbsp;ทำให้เชื้อระบาดขึ้นในฟาร์ม&nbsp;ส่วนตัวจะไม่เอาเศษอาหารที่เหลือมาให้หมูกินอย่างเด็ดขาด&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ&nbsp;จะเอาต้นไม้&nbsp;พืช&nbsp;ผัก&nbsp;ข้างบ้าน&nbsp;โดยเฉพาะต้นกล้วยจะตัดมาใส่ให้หมูกัดกินทั้งต้น&nbsp;&nbsp;ได้ทั้งความชื้นหากหมูอยากได้น้ำด้วย&nbsp;และส่วนตัวคิดว่าต้นกล้วยมีจุลินทรีย์&nbsp;มีความฝาด&nbsp;จะทำให้โรคท้องร่วง&nbsp;โรคอหิวาห์ไม่ค่อยมี&nbsp;และในต้นกล้วยก็จะมีใยอาหาร&nbsp;มีไฟเบอร์มาก&nbsp;ทำให้ระบบขับถ่ายของหมูดี&nbsp;ไม่เป็นการถ่ายเหลว&nbsp;จึงเป็นการเลี้ยงตามแบบของตนเอง&nbsp;ทำให้ตั้งแต่ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบนี้&nbsp;ผ่านมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หมูไม่เคยป่วย&nbsp;และไม่เคยเสียเงินฉีดวัคซีน</p><p><strong>ส่วนการประหยัดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มรายนั้น&nbsp;ตนเองจะใช้วิธีการผสมอาหารเอง</strong>&nbsp;โดยการซื้อวัตถุดิบมาผสมเอง&nbsp;ซึ่งวัตถุดิบก็มีราคาแพง&nbsp;จากเดิมกระสอบ&nbsp;430&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;แต่ขณะนี้กระสอบละ&nbsp;570&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหมูแต่ละตัวต้องกินอาหารประมาณ&nbsp;7-8&nbsp;กระสอบ&nbsp;แต่เมื่อตนเองซื้อวัตถุดิบมาเลี้ยงเอง&nbsp;สามารถประหยัดต้นทุนได้ประมาณกระสอบละ&nbsp;70&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;โดยหมูที่ตนเลี้ยงไว้ครั้งละประมาณ&nbsp;20&nbsp;&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;เดิมตนเองเลี้ยงหมูหลุมเหมือนเกษตรกรทั่วไป&nbsp;เอามูลมาทำปุ๋ยหมัก&nbsp;&nbsp;แต่หมูมักประสบปัญหาป่วยบ่อย&nbsp;เป็นหวัด&nbsp;เป็นโรคปอด&nbsp;และตาย&nbsp;หรือไม่ทนต่อโรค&nbsp;&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;</p><p><strong>จากการที่ต้องอาบน้ำ&nbsp;ล้างคอกบ่อย&nbsp;ทำให้คอกชื้น&nbsp;ทำให้หมูป่วย&nbsp;</strong>แต่ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปีมาแล้ว&nbsp;ตนได้ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแบบหมูหลุมประยุกต์&nbsp;ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&nbsp;จึงนำเปลือกมะพร้าวมาสับ&nbsp;เพื่อนำมาทำเป็นวัสดุรองพื้น&nbsp;โดยเปลี่ยนทุกๆ&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;โกยมูลเก่าขึ้นก็เปลี่ยนวัสดุใหม่ลงไป&nbsp;ซึ่งเปลือกมะพร้าวดูดความชื้นภายในคอก&nbsp;ไม่ต้องให้น้ำกับหมู&nbsp;ประหยัดต้นทุนค่าน้ำ&nbsp;ค่าไฟ&nbsp;ส่วนมูลที่โกยมาก็เอามาทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;เพื่อจำหน่าย&nbsp;เดิมฉีดมูลหมูทิ้งขณะล้างคอก&nbsp;แต่เอามาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;&nbsp;ใส่แกลบ&nbsp;ผสมโดโลไมค์&nbsp;และน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นหมักต่ออีก&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;นำมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ๆ</strong>&nbsp;ต้องการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;บางคนใช้ปุ๋ยเคมีมาตลอด&nbsp;ก็ควรเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพบ้าง&nbsp;เพื่อปรับปรุงและบำรุงดิน&nbsp;ทำให้ดินโปร่ง&nbsp;พืชก็เจริญงอกงาม&nbsp;โดยใช้ชื่อว่า&nbsp;&nbsp;ปุ๋ยกำนัลดิน&nbsp;คือ&nbsp;คืนความสมบูรณ์ให้กับดิน&nbsp;&nbsp;โดยปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;จากหมู&nbsp;20-30&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถนำมูลมาผลิตปุ๋ยได้เดือนละประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;&nbsp;2,000&nbsp;กระสอบ&nbsp;ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;โดยบรรจุ&nbsp;6&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาถุงละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;บรรจุ&nbsp;&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;กระสอบละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อคิดคำนวณแล้วหมู&nbsp;1&nbsp;ตัวที่เลี้ยงไว้&nbsp;จะสามารถเอามูลมาทำปุ๋ยขายได้ตัวละขายได้ตัวละเกือบ&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;ทำให้สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121134633862"],
    [187,"สุพรรณบุรี เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่วัดไผ่ขวาง&nbsp;ตำบลไผ่ขวาง&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;สามารถแก้ไขปัญหา&nbsp;และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ได้ในคราวเดียวกัน&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจร&nbsp;ในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้ง&nbsp;บุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;นอกจากการให้บริการของหน่วยงานแล้วยังมีการร่วมบูรณาการกิจกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด&nbsp;โดยการมอบถุงยังชีพด้านปศุสัตว์ให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าวและคลินิกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;คลินิกแก้ปัญหาในพื้นที่&nbsp;&nbsp;2.คลินิกด้านวิชาการเกษตร&nbsp;และ3.&nbsp;คลินิกการให้บริการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ร้านธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;จากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121185829093"],
    [188,"จิตอาสาสระแก้วร่วมพัฒนาแปลงต้นแบบ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์","<p><strong>(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายปริญญา&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;เปิดกิจกรรมโครงการจิตอาสาจังหวัดสระแก้วร่วมพัฒนาแปลงต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;ที่บริเวณแปลงต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;นายทองพูล&nbsp;มะสูงเนิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;บ้านวังเจริญ&nbsp;ตำบลวังใหม่&nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;</p><p>โดยกิจกรรมในวันนี้มีการปลูกไม้ป่า&nbsp;การปลูกไม้ผล&nbsp;การปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;มอบพันธุ์ไก่&nbsp;สำหรับแปลงต้นแบบของอำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลวังใหม่&nbsp;จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;บ้านวังเจริญ&nbsp;ตำบลวังใหม่&nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;มีจำนวนเกษตรกร&nbsp;2&nbsp;รายที่เข้าร่วมโครงการฯ</p><p><strong>โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่มีจุดมุ่งหมาย</strong>นำรูปแบบของเกษตรทฤษฎีใหม่ขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดในระดับชุมชนสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มั่นคงพึ่งพาตนเองได้ความเข้มแข็งของชุมชนโดยเฉพาะความมั่นคงทางด้านอาหารต่อยอดเป็นทางเลือกอาชีพและการรวมกลุ่มดำเนินธุรกิจที่ตกเกิดขึ้นภายใต้ฐานรากของเกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่จังหวัดสระแก้วดำเนินการครอบคลุมพื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;37&nbsp;ตำบลมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;818&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพื้นที่เข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;3,356.5&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p>ประจัก-สุชีวิน&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121191213106"],
    [189,"กรมประมง มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.7436-2563 ประเดิมเกษตรกร 2 รายแรก เสริมความมั่นใจสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค","<p><strong>นายประพันธ์&nbsp;ลีปายะคุณ&nbsp;รองอธิบดีกรมประมงและคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;เพื่อมอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;มาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค&nbsp;(มกษ.&nbsp;7436&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจากจังหวัดราชบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายแรกที่ผ่านการรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภคหลังกรมประมงเปิดให้การรับรองมาตรฐานดังกล่าว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;<strong>มาตรฐานความปลอดภัยในการผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;</strong>เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการระบบการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารให้กับผู้บริโภค&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายด้านการผลิตสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กรมประมงจึงมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการผลิตที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและครอบคลุมมิติอื่นๆ&nbsp;ในระดับสากล&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ด้านส่งเสริมความยั่งยืนให้สินค้าประมงไทยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก&nbsp;ตลอดจนพัฒนาอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรไทย&nbsp;</p><p><strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;</strong>กรมประมงได้มอบใบรับรองมาตรฐานให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;(กุ้งทะเล)&nbsp;จากจังหวัดราชบุรีที่ยื่นความประสงค์ขอรับการตรวจประเมินใบรับรองและผ่านการรับการรับรองในมาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7436&nbsp;-&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางบุญช่วย&nbsp;ชัยตระกูล&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลตำบลบ้านสิงห์&nbsp;อำเภอโพธาราม&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;นางมาลี&nbsp;สาคร&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล&nbsp;ตำบลดอนใหญ่&nbsp;อำเภอบางแพ&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;เนื่องจากมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานสมัครใจ&nbsp;โดยมีจุดเด่นคือเกษตรกรสามารถขอการรับรองสัตว์น้ำหลายชนิดพร้อมกันได้ภายใต้มาตรฐานฉบับเดียว&nbsp;กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจ&nbsp;ยื่นคำขอรับการตรวจรับรองมาตรฐาน&nbsp;มกษ.&nbsp;7436-2563&nbsp;สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดหรือศูนย์ฯ&nbsp;ทุกแห่งในพื้นที่ที่ฟาร์มตั้งอยู่</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121200151147"],
    [190,"สสก.5 สงขลา เตือนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายฯ ภาคใต้ รีบต่อทะเบียน ภายใน 30 ม.ค.65 ก่อนถูกถอนชื่อ","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นการรวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน&nbsp;เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชนให้เกิดประโยชน์&nbsp;&nbsp;เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่มและชุมชน&nbsp;โดยมีคนในชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ&nbsp;และมีสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;คอยให้คำแนะนำ&nbsp;สนับสนุนให้การดำเนินกิจการของวิสาหกิจชุมชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันภาคใต้&nbsp;มีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;9,702&nbsp;แห่ง&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;194,926&nbsp;ราย&nbsp;มีเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียน&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;94&nbsp;แห่ง&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;2,131&nbsp;ราย&nbsp;โดยวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วต้องมายื่นต่อทะเบียนทุกปี&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;1-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอที่ยื่นจดทะเบียนฯไว้&nbsp;เพื่อรักษาสิทธิในการได้รับการสนับสนุนและบริการจากภาครัฐตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ขอเชิญชวนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เข้ามาต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ช่วงระหว่างวันที่&nbsp;1-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอที่ยื่นจดทะเบียนฯ&nbsp;เพื่อให้นายทะเบียน&nbsp;(เกษตรอำเภอ)&nbsp;พิจารณาอนุมัติต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประจำปี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ต้องเป็นกิจการของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่มีการดำเนินการจริงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;และเป็นกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน&nbsp;พร้อมยื่นแบบคำขอดำเนินกิจการต่อ&nbsp;(แบบ&nbsp;สวช.&nbsp;03)&nbsp;และเอกสารหลักฐานประกอบการต่อทะเบียน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หนังสือสำคัญการจดทะเบียน&nbsp;(ท.ว.ช.2)&nbsp;เอกสารสำคัญแสดงการดำเนินกิจการ&nbsp;(ท.ว.ช.3)&nbsp;บัตรประชาชนของผู้ยื่นแบบ&nbsp;หนังสือมอบอำนาจให้ทำการแทน&nbsp;บันทึกแจ้งความ&nbsp;(กรณี&nbsp;ท.ว.ช.2/&nbsp;ท.ว.ช.3&nbsp;สูญหาย)&nbsp;ข้อบังคับหรือข้อตกลงร่วมกันของสมาชิก&nbsp;แผนประกอบการ&nbsp;ผลการดำเนินงาน&nbsp;แบบจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และแบบจัดเก็บเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขทะเบียนนิติบุคคล&nbsp;(ถ้ามี)&nbsp;หากวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนไม่ดำเนินการมาต่อทะเบียน&nbsp;กรณีไม่มายื่นต่อทะเบียน&nbsp;2&nbsp;ปีติดต่อกัน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจะออกหนังสือแจ้งเตือนการต่อทะเบียน&nbsp;และหากไม่มาดำเนินการตามหนังสือแจ้งเตือน&nbsp;จะถูกเพิกถอนทะเบียนและถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน&nbsp;ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ที่กำหนดให้วิสาหกิจชุมชนยื่นขอต่อทะเบียนประกอบกิจการเป็นประจำทุกปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โทร&nbsp;0-7433-0262</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-21T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121180533049"],
    [191,"นายกรัฐมนตรี สั่งเข้ม ชุดเฉพาะกิจปศุสัตว์สนธิกำลังร่วม ตรวจสอบกันกักตุนซากสุกรของห้องเย็นและคุมเข้มการเคลื่อนย้ายไม่ทราบแหล่งที่มา","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการตรวจสอบห้องเย็น&nbsp;กรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้านั้น&nbsp;กรมปศุสัตว์พร้อมหน่วยงานในพื้นที่เครือข่ายกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(ปคบ.)&nbsp;จึงได้สนธิกำลังเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อกันการกักตุนซากสุกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;อายัดสินค้ารอตรวจสอบแล้วรวมกว่า&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์&nbsp;กองสารวัตรและกักกัน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(ปคบ.)&nbsp;สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เข้าตรวจสอบการกักตุนซากสุกรในห้องเย็น&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ห้องเย็นแห่งหนึ่งมีเนื้อสุกรแช่แข็งจัดเก็บ&nbsp;แจ้งกรมการค้าภายใน&nbsp;จำนวน&nbsp;929&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ไม่พบการออกเอกสารเคลื่อนย้ายเนื้อสุกรออกจากห้องเย็น&nbsp;ปลายทางนครปฐมและราชบุรี&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้มีการเคลื่อนย้ายเนื้อสุกรไปแล้ว&nbsp;โดยเป็นเนื้อสุกรที่รับฝากมาจากบริษัทแห่งหนึ่งย่านราชบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และจากแหล่งอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่าในส่วนที่ยังไม่ได้เเจ้งกับกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;ตรวจสอบพบอีกจำนวน&nbsp;&nbsp;234&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นของบริษัท&nbsp;A&nbsp;แห่งหนึ่งจากราชบุรีที่นำมาฝากเมื่อเดือนกันยายน&nbsp;-พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;โดยบริษัทดังกล่าวยังไม่เคยเบิกสินค้าออกแต่อย่างใด&nbsp;สินค้าที่ฝากเก็บมีการระบุชื่อสินค้าเป็นสันนอกติดปีก&nbsp;ทำให้ห้องเย็นจัดเก็บเป็นสินค้าไก่ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเนื้อสุกร&nbsp;ซึ่งไม่สามารถแสดงเอกสารเคลื่อนย้ายจำนวนประมาณ&nbsp;71&nbsp;ตันได้&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการอายัดสินค้าไว้ก่อนทั้งหมด&nbsp;71&nbsp;ตัน&nbsp;หากสามารถนำมาแสดงได้จะเข้ามาดำเนินการถอนอายัด&nbsp;โดยให้บริษัท&nbsp;A&nbsp;&nbsp;นำเอกสารมาแสดงและชี้แจงภายในวันนี้</p><p><strong>ในวันเดียวกันนี้&nbsp;เข้าตรวจสอบห้องเย็นอีกแห่งหนึ่ง&nbsp;</strong>พบเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์แต่ไม่พบเนื้อสัตว์เข้าฝากในห้องเย็นนั้น&nbsp;โดยจำนวนที่ระบุในเอกสาร&nbsp;283&nbsp;ตัน&nbsp;จึงได้สอบถามถึงสถานที่จัดเก็บเนื้อสัตว์ดังกล่าว&nbsp;จากนั้นจึงได้ตามสอบไปยังห้องเย็นอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดเก็บเพิ่มเติมของห้องเย็นที่พบเอกสารแต่ไม่มีสินค้าจัดเก็บ&nbsp;พบว่ามีการนำซากสุกรจากบริษัท&nbsp;B&nbsp;และบริษัท&nbsp;A&nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ตรวจพบจากห้องเย็นข้างต้น&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;441&nbsp;ตัน&nbsp;มาจัดเก็บไว้ที่ห้องเย็นนี้&nbsp;โดยไม่พบเอกสารเคลื่อนย้าย&nbsp;และไม่ได้แจ้งการกักตุนสินค้าให้กรมการค้าภายในทราบ&nbsp;จากการตรวจสอบพบมีซากสุกร&nbsp;พบว่าเป็นของบริษัท&nbsp;A&nbsp;มาจัดเก็บที่ห้องเย็นนี้จำนวน&nbsp;158&nbsp;ตัน&nbsp;และบริษัท&nbsp;B&nbsp;ไปจัดเก็บจำนวน&nbsp;283&nbsp;ตัน&nbsp;ตรวจสอบไม่พบเอกสารการเคลื่อนย้ายไปห้องเย็นดังกล่าว&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้อายัดซากสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;441&nbsp;ตันทั้งหมด&nbsp;และแจ้งให้บริษัท&nbsp;A&nbsp;และ&nbsp;B&nbsp;นำเอกสารการเคลื่อนย้ายและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาแสดงภายในวันนี้เช่นกัน&nbsp;หากไม่สามารถนำมาแสดงได้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122141347315"],
    [192,"ปีนี้ 3 จังหวัดแหล่งผลิตหอมหัวใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ผลผลิตรวมกว่า 3.5 หมื่นตัน","<p><strong>นางอังคณา&nbsp;พุทธศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่</strong>&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตหอมหัวใหญ่&nbsp;ปีเพาะปลูก&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกหอมหัวใหญ่คิดเป็นร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของเนื้อที่เพาะปลูกหอมหัวใหญ่ทั้งประเทศ&nbsp;โดยปีเพาะปลูก&nbsp;2564/65&nbsp;คาดว่ามีเนื้อเพาะปลูกรวม&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;8,606&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากไม่ได้รับความเสียหายจากพายุฝน&nbsp;ทำให้เกษตรกรเพาะต้นกล้าพันธุ์ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;สามารถขยายเนื้อที่เพาะปลูกได้มากขึ้น&nbsp;ด้านผลผลิต&nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณรวม&nbsp;35,044&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>จากการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตหอมหัวใหญ่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่&nbsp;จะเห็นได้ว่าภาพรวมผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ดีและบางกลุ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ผาตั้ง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ได้เก็บเกี่ยวผลิตเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;อยู่ในช่วงที่เกษตรกรกำลังทยอยระบายผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;โดยราคาขายอยู่ที่&nbsp;11-15&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ส่วนกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอแม่วาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&nbsp;และประมาณร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว&nbsp;คาดว่า&nbsp;ปริมาณผลผลิตปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ขณะที่&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เริ่มพบปัญหาหอมเป็นเชื้อรา&nbsp;ซึ่งมีสาเหตุจากสภาพอากาศหนาว&nbsp;และมีหมอกลง&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่บ้านกาดพัฒนา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโต&nbsp;&nbsp;ผลผลิตที่ได้คาดว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;และกลุ่มผู้ปลูกหอมหัวใหญ่อำเภอพร้าว&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หอมหัวใหญ่อยู่ในระยะการเจริญเติบโตโดยคาดว่าจะได้ผลผลิตดีเช่นกัน&nbsp;ทั้งนี้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ในภาคเหนือออกมาจำนวนมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122135706299"],
    [193,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือทูตลาว ขยายความร่วมมือขนส่งผลไม้รถไฟสายจีน-ลาว","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;เปิดเผยวันนี้&nbsp;&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.)&nbsp;ว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ขบวนรถขนส่งสินค้าจากสถานีเวียงจันทน์ใต้จะออกเดินบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว&nbsp;เข้าจีนที่ด่านรถไฟโมฮ่านในตอนใต้ของมณฑลยูนนาน&nbsp;สู่มหานครฉงชิ่งในภาคตะวันตกของจีน&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;เร็วกว่าการขนส่งทางเรือถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าตัว&nbsp;</p><p><strong>นับเป็นขบวนรถสินค้าปฐมฤกษ์ที่ขนส่งสินค้าเกษตรของไทย</strong>&nbsp;ไปยังประเทศจีนผ่าน&nbsp;สปป.ลาวเป็นครั้งแรก&nbsp;ตั้งแต่เปิดเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยสินค้าเกษตรล็อตแรกเป็นข้าวเหนียวหัก&nbsp;20&nbsp;ตู้น้ำหนัก&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;จากบริษัทกล้าทิพย์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานจากหน่วยงานต่างประเทศคลาดเคลื่อนว่า&nbsp;ได้มีการขนส่งไปฉงชิ่งแล้วเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;แต่เมื่อตนตรวจสอบย้อนกลับในวันเดียวกันทราบว่า&nbsp;ข้าวล็อตดังกล่าวได้ส่งออกจากประเทศไทยผ่านด่านหนองคายไปฝั่ง&nbsp;สปป.ลาวที่ท่าบก&nbsp;ท่านาแล้งแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้ส่งไปถึงมหานครฉงชิ่ง&nbsp;เพราะต้องรอเคลียร์พิธีการทางศุลกากรและไฟเขียวจากกระทรวงกสิกรรมที่นครเวียงจันทน์&nbsp;จึงได้ประสานกับนายด่านตรวจพืชหนองคาย&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;บริษัทชิ้ปปิ้งและบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยและจีน&nbsp;จนทราบปัญหาจึงติดต่อให้คุณจันทร&nbsp;สิทธิชัย&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค&nbsp;และท่าบกท่านาแล้งช่วยสนับสนุนจนเรียบร้อย&nbsp;และได้รับแจ้งว่าจะเคลื่อนย้ายตู้สินค้าไปสถานีเวียงจันทน์ใต้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้&nbsp;ก่อนจะยกขึ้นแคร่รถไฟเพื่อพร้อมในการเดินทางในวันพุธที่&nbsp;26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;</p><p><strong>พร้อมหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว&nbsp;เรื่องการขนส่งสินค้าผ่านแดนจากไทยไปจีนบนเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว&nbsp;เพื่อความพร้อมสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรอื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้ที่ใกล้จะถึงฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้นอกจากนี้&nbsp;จะมีการประชุมทางไกลกับสมาคมผลไม้และสมาคมล้งกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภาคตะวันออก&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122195855429"],
    [194,"ผู้ว่าฯ ลำพูน และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผัก ตามโครงการ Lamphun Go Green  พร้อมโชว์สกิลการทำอาหารเมนูผักจากสวน เสริฟแก่ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทาน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนและร่วมกิจกรรมปลูกผัก&nbsp;ทำอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;พอเพียง&nbsp;บ้านไร่น้อย&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่แปลงผักของคนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ของแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;โดยการนำพืชผักสวนครัว&nbsp;อาทิ&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ผักกาด&nbsp;ต้นมะเขือ&nbsp;และผักต่างๆ&nbsp;มาปลูกยังพื้นที่แปลงเกษตร&nbsp;เป็นการเริ่มต้นในการใช้ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ทั้งยังเป็นการหนุนการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แก่คนในชุมชน&nbsp;โดยมีนางภัทราพร&nbsp;ลายจุด&nbsp;&nbsp;นายอำเภอป่าซาง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนชาวบ้านไร่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้คนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้มีส่วนร่วม&nbsp;พร้อมการขับเคลื่อนตามนโยบายที่สำคัญ&nbsp;ซึ่งการใช้พื้นที่ว่างสร้างอาหารตามโครงการปลูกผัก&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกพืชผัก&nbsp;เพื่อคนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ได้เก็บไว้บริโภค&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อช่วงโควิด-19&nbsp;พร้อมทั้งได้โชว์การทำอาหาร&nbsp;เมนู&nbsp;แกงผักหวานใส่ปลาแห้ง&nbsp;เมนู&nbsp;ไข่ทอดชะอม&nbsp;และเมนูผัดผักคะน้า&nbsp;หมูกรอบ&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตที่เก็บจากสวนแห่งนี้&nbsp;นำมาทำอาหาร&nbsp;ให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับประทานในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122174427393"],
    [195,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาโรคลัมปิสกิน15 ล้านบาท ที่จังหวัดนครพนม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมกับชี้แจงทำความเข้าใจความล่าช้าการอนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ที่เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;และโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;ที่หอประชุมมรุกขนคร&nbsp;โรงเรียนนครพนมวิทยาคม&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;โดยมีนายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;รองประธานรัฐสภาคนที่&nbsp;2&nbsp;นายไพจิตร&nbsp;ศรีวรขาน&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือร่วมรับฟังและรับมอบเงินเยียวยา</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงว่า&nbsp;แม้คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติเงินงบกลางมานานแล้วก็ตาม&nbsp;แต่เอกสารที่ใช้ทั้งหมดต้องผ่านจังหวัดและผ่านเขตก่อนจึงจะอนุมัติได้&nbsp;ซึ่งล่าช้าถึง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ต้องยึดระเบียบและความถูกต้องเป็นหลัก</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เลี้ยงโคกระบือที่เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกินจังหวัดนครพนม&nbsp;625&nbsp;ราย&nbsp;เป็นโคจำนวน&nbsp;677&nbsp;ตัว&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;15,785,000&nbsp;บาท&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;8,438,500&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะโอนผ่านทาง&nbsp;ธกส.&nbsp;ซึ่งอายุโคกระบือไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;13,000&nbsp;บาท,&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนขึ้นไปไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;22,000&nbsp;บาท,&nbsp;อายุ&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;29,000&nbsp;บาท&nbsp;หากอายุตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รับเงินเยียวยา&nbsp;35,000&nbsp;บาท</p><p><strong>ขณะเดียวกันก็ได้เชิญชวนเกษตรกร</strong>ร่วมโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้&nbsp;ด้วยการขอสินเชื่อจาก&nbsp;ธกส.ได้รายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อทำการเกษตรปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ที่สามารถจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122191142421"],
    [196,"กรมประมง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 1.5 ล้านตัว เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำสร้างรายได้ให้ประชาชนคลองนาคราช จังหวัดชุมพร","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำภายใต้&nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราช&nbsp;&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;ตลอดจนส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าและการผลิตทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงและประชาชนที่ไม่สามารถหารายได้สำหรับจุนเจือครอบครัวได้เหมือนสถานการณ์ปกติ&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสร้างอาชีพ</strong>&nbsp;สร้างรายได้จากสัตว์น้ำให้แก่เกษตรกร&nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดทำ&nbsp;โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในคลองนาคราชจังหวัดชุมพร&nbsp;และโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในพื้นที่คลองผันน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารโปรตีนและเพิ่มรายได้แก่ชาวประมงและประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง&nbsp;สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ตลอดจนสามารถจับสัตว์น้ำไปบริโภคและจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดการสร้างรายได้&nbsp;และก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนจังหวัดชุมพร&nbsp;ตลอดลุ่มน้ำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมวันนี้&nbsp;กรมประมง</strong>&nbsp;ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน&nbsp;1,500,000&nbsp;ตัว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กุ้งก้ามกราม&nbsp;ปลาตะเพียนขาว&nbsp;ปลาสุลต่านหรือปลาบ้า&nbsp;และปลากระแห&nbsp;เป็นต้น&nbsp;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;คืนความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำในคลองนาคราช&nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนมีทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งโปรตีนจากสัตว์น้ำสำหรับการบริโภคและจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว&nbsp;ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;อันจะเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับครัวเรือนได้ในระดับหนึ่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123210815659"],
    [197,"วราวุธ จัดโครงการเพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิต ลดโลกร้อน ที่ จ.สุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมปลูกป่าโครงการเพิ่มพื้นที่ป่า&nbsp;เพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิต&nbsp;ที่วัดสองเขต&nbsp;ตำบลสนามคลี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมีนายสรชัด&nbsp;สุจิตต์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ดร.อุดม&nbsp;โปร่งฟ้า&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;รมว.ทส.&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายนพฤทธิ์&nbsp;ศิริโกศล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมพิธี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บนพื้นที่&nbsp;23&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ต้นประตู่&nbsp;ต้นยางนา&nbsp;ต้นมะเกลือ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน&nbsp;สำหรับพื้นที่ปลูกป่าดังกล่าวได้รับความอนุเคราะห์จากพระอธิการวีระ&nbsp;ภัทโก&nbsp;เจ้าอาวาสวัดสองเขต&nbsp;ที่มอบพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูและสร้างความสมดุลของสภาพแวดล้อม&nbsp;และลดโลกร้อน</p>","2022-01-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123195733657"],
    [198,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่ หลังพบการระบาดโรค ASF ในฟาร์มสุกร 3 แห่งใน 2 อำเภอ พร้อมแนะผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเฝ้าระวังเข้มงวด","<p><strong>ปศุสัตว์&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;เร่งตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่&nbsp;หลังพบการระบาดโรค&nbsp;ASF</strong>&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;พร้อมแนะผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเฝ้าระวังเข้มงวด</p><p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ได้มีการทำลายสุกรรวม&nbsp;117&nbsp;ตัว&nbsp;และฝังกลบในฟาร์มที่เกิดโรคตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคระบาดในสัตว์&nbsp;พร้อมเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร&nbsp;โดยขณะนี้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.รอบจุดเกิดโรค&nbsp;และส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกตรวจฟาร์มสุกรในรัศมี&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>จากการสำรวจข้อมูลการเลี้ยงสุกรในจังหวัด&nbsp;พบว่ามีเกษตรกรประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จำนวนสุกรกว่า&nbsp;80,000&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่เป็นฟาร์มขนาดเล็กซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยง&nbsp;เพราะมีระบบการป้องกันในฟาร์มไม่ดีเท่าฟาร์มขนาดกลางถึงใหญ่ที่เลี้ยงในระบบปิด&nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด&nbsp;เช่น&nbsp;<strong>หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสุกรด้วยเศษอาหาร&nbsp;</strong>จัดหาสุกรจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรอง&nbsp;ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อยานพาหนะที่เข้าออกฟาร์ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และแจ้งสัตวแพทย์ทันทีเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณของโรคเพื่อนำสุกรเข้ารับการตรวจหาเชื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124085211689"],
    [199,"ป.ปั๊บ เด็กรุ่นใหม่บนพื้นที่สูง สร้างเกษตรยั่งยืนควบคู่การท่องเที่ยว สร้างรายได้ตลอดทั้งปี","<p><strong>นายบรมัตถ์&nbsp;ทิพกนก&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;7&nbsp;อำเภอสบเมย</strong>&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;บอกเล่าเรื่องราวแนวคิดของคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สูงกับเกษตรวิถีใหม่&nbsp;หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสหกรณ์ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการสหกรณ์ฯ&nbsp;นายวรชิต&nbsp;ศรีพนาลัย&nbsp;หรือ&nbsp;\"ป.ปั๊บ\"</p><p><strong>นายวรชิต&nbsp;ศรีพนาลัย&nbsp;หรือ&nbsp;\"ป.ปั๊บ\"&nbsp;อายุเพียง&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;</strong>เป็นคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สูง&nbsp;บ้านห้วยน้ำใส&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เมื่อจบการศึกษาจึงเริ่มหางานทำในเมือง&nbsp;แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;นำพาให้ฉุกคิด&nbsp;กลับสู่อ้อมกอดถิ่นบ้านเกิด&nbsp;ด้วยที่ว่าครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่เดิม&nbsp;จึงหันเหชีวิตมาทำการเกษตร&nbsp;โดยมีทีมงานสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;เป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาแนะนำ&nbsp;สนับสนุนแนวคิดการเกษตรที่ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;วางระบบการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;วางรูปแบบพื้นที่ปลูกอย่างเป็นระบบ&nbsp;ทำให้ตอนนี้สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ทั้งปี&nbsp;ทั้งการเพาะปลูกพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;เลี้ยงปศุสัตว์และประมง</p><p><strong>แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น&nbsp;แต่น่าภาคภูมิใจ</strong>&nbsp;เพราะตอนนี้เมล็ดพันธุ์ต่างๆ&nbsp;กำลังเจริญงอกงามพร้อมผลิดอกออกผลในอนาคต&nbsp;ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;มีทะเลหมอก&nbsp;ชมธรรมชาติ&nbsp;เพราะอัดอั้นกันมานานตามสถานการณ์&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ในฐานะคนรุ่นใหม่ไม่หยุดนิ่ง&nbsp;ด้วยพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม&nbsp;<strong>\"ป.ปั๊บ\"&nbsp;ลงมือปรับปรุงสถานที่</strong>&nbsp;โดยคาดหวังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ไม่เพียงแค่ชมทิวทัศน์&nbsp;ทะเลหมอกเท่านั้น&nbsp;ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;การวางระบบการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ชมพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;การเลี้ยงปศุสัตว์และประมง&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;ที่สำคัญการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิถีชีวิตของคนอยู่กับป่า&nbsp;ผู้มาเยี่ยมชมจะได้มากกว่าทะเลหมอก&nbsp;คือ&nbsp;\"สิ่งที่คนในเมืองไม่เคยเจอ</p><p><strong>หากสนใจท่องเที่ยวธรรมชาติเรียนรู้&nbsp;วิถีคนอยู่กับป่า</strong>&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;สวน&nbsp;ป.ปั๊บ&nbsp;บ้านห้วยน้ำใส&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;Worachit&nbsp;Siphanalai&nbsp;แนวคิดดีๆ&nbsp;จากคนดีๆ&nbsp;บนพื้นที่สูงอำเภอสบเมย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124103059726"],
    [200,"ร้อยเอ็ด  มอบโค- กระบือ ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>24&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบโค-กระบือ&nbsp;ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;และการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;ที่เทศบาลตำบลศรีแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายอนุรักษ์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นางเกื้อจิตต์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีแก้ว&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง&nbsp;เข้าร่วม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยได้มีการมอบโค-กระบือ&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;147&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>และมอบเวชภัณฑ์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจน&nbsp;มีโคเป็นของตนเองและขยายผลให้กับเกษตรกรข้างเคียง&nbsp;เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;อีกทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ทำให้มีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการรวมกลุ่ม&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน&nbsp;และเป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสนี้&nbsp;ยังมีการออกหน่วยบริการ&nbsp;สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;</strong>ได้มีการทำหมันสุนัข&nbsp;แมว&nbsp;และการฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;ซึ่งมีชาวบ้านให้ความสนใจจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124111021748"],
    [201,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้จำหน่ายทั้งปี อำเภอวังยาง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ</strong>&nbsp;ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรแลสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของนายไชยยงค์&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;และนางวนาวรรณ&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี</p><p><strong>ในการปลูกผักที่ปลอดภัยและสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างการสูง&nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&nbsp;</p><p><strong>จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง&nbsp;</strong>ฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ</strong></p><p>1.&nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค</p><p>2.&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน</p><p>และกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย</p><p>3.&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>4.&nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>5.&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิต</p><p>ได้ในราคาสูงขึ้น</p><p>6.&nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญ&nbsp;</strong>คือ&nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและจะใช้หลัก&nbsp;&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ไอพีเอ็ม&nbsp;แทนแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีสุขภาพที่ดี&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถ&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;093-1528775</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191322924"],
    [202,"ชวนเกษตรกร วางแผนปลูกพืชหลากหลายใช้น้ำน้อยแทนข้าวในฤดูนาปรังปีนี้ ประหยัดน้ำ สร้างรายได้","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;เมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;มักจะมีปริมาณจำกัด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่สนใจหันมาปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;พริก&nbsp;แตงโม&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>พืชเหล่านี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน&nbsp;120&nbsp;วัน</strong>&nbsp;โดยเฉลี่ยการปลูกข้าวพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จะใช้น้ำประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;-&nbsp;1,500&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิต&nbsp;ในขณะที่พืชใช้น้ำน้อยจะใช้น้ำเพียงประมาณไร่ละ&nbsp;300&nbsp;-&nbsp;800&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิตเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผลการเก็บข้อมูลของเกษตรกร&nbsp;</strong>เข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มีรายได้จากการปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เปรียบเทียบกับรายได้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ที่มีการวางแผนการผลิตและการตลาด&nbsp;พบว่า&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;มีรายได้&nbsp;1,185&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;(ไม่รวมค่าเช่านา)&nbsp;ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาจะมีรายได้&nbsp;24,760&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;พริกซอส&nbsp;37,600&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;4,040&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;1,450บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;1,490&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;แตงโม&nbsp;12,220&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;36,800&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;60,075&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วสิสง&nbsp;5,800&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;หอมแบ่ง&nbsp;17,030&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และบวบ&nbsp;32,900&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ว่า&nbsp;พืชใช้น้ำน้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ก่อนการเลือกปลูกพืชแต่ละชนิด</strong>&nbsp;เกษตรกรควรจะมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดก่อนเริ่มปลูกเสมอ&nbsp;ตลอดจนประเมินความพร้อมของสภาพพื้นที่&nbsp;และศักยภาพในการผลิตของเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามทีเหมาะสมและมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง</strong>&nbsp;เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;ตั้งแต่การผลิต&nbsp;การจัดการคุณภาพผลผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124142138785"],
    [203,"จังหวัดตรัง เดินหน้าพัฒนาตลาดเกษตรกรและตลาดสินค้าเกษตร โครงการพัฒนาตลาดเกษตร ระดับอำเภอ จังหวัดตรัง","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;<strong>ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาด</strong>เกษตรปลอดภัย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;(Green&nbsp;field&nbsp;Market&nbsp;)&nbsp;กิจกรรมพัฒนาตลาดเกษตรกรและตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;โครงการพัฒนาตลาดเกษตร&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;Red&nbsp;House&nbsp;Farm&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๓&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;</strong>ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;สินค้าหัตถกรรม&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;และพัฒนาตลาดเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;ให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภออำเภอละ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกร</strong>ระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124150509812"],
    [204,"ผู้เลี้ยงสุกร จ.ประจวบฯ วางมาตรการป้องกันโรค ASF เข้มงวด ขณะที่ผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด","<p><strong>24&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;โพธิ์ระย้า&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;</strong>หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ห้วยทราย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ในส่วนของฟาร์มเลี้ยงสุกรของตนเองยังไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคดังกล่าวเพราะเลี้ยงในระบบปิดมานานกว่า&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;มีมาตรการป้องกันภายในฟาร์มที่เข้มงวด&nbsp;ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาโดยพลการ&nbsp;รถยนต์ที่เข้ามาในฟาร์มทุกคัน&nbsp;ล้อรถต้องแล่นผ่านปูนขาวและฉีดยาฆ่าเชื้อรอบคัน&nbsp;สำหรับรถบรรทุกสุกรที่มาจากต่างจังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อขายเป็นประจำต้องนำรถยนต์ไปผ่านการฆ่าเชื้อที่&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เมื่อรถมาถึงหน้าฟาร์มให้พักรถก่อน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และก่อนนำรถเข้ามาในฟาร์มต้องฉีดยาฆ่าเชื้ออีก&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่จะเข้ามาตรวจฟาร์มต้องขอให้อยู่ห่างจากฟาร์มเลี้ยงพอสมควร</strong>&nbsp;เนื่องจากแต่ละวันเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหลายฟาร์ม&nbsp;จึงไม่มั่นใจว่าจะนำเชื้อเข้ามาหรือไม่&nbsp;ขณะนี้มีสุกรในฟาร์มรอจำหน่ายในครั้งต่อไปอีกกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัว&nbsp;หลังจากที่ผ่านมาก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนได้จำหน่ายสุกร&nbsp;180&nbsp;ตัว&nbsp;ให้พ่อค้าชาว&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;ราคาหน้าฟาร์ม&nbsp;กก.ละไม่เกิน&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันฟาร์มรายย่อยทุกแห่งมีสุกรไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","NULL","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124165056844"],
    [205,"เกษตรอำเภอเมืองแพร่ ศึกษาดูงานการสร้างอาชีพแก่กลุ่มแม่บ้านเกษตร","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่&nbsp;นำทีมแม่บ้านเกษตรกรศึกษาดูงาน</strong>การสร้างอาชีพแก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรเพื่อให้สมาชิกได้ศึกษาต่อยอดสร้างอาชีพเสริม&nbsp;ที่ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่</strong>&nbsp;นำทีมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้า&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้าสามารถต่อยอดจากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้สร้างกิจกรรมใหม่ของกลุ่ม&nbsp;หรือสร้างอาชีพเสริมให้กับสมาชิกกลุ่มได้&nbsp;</p><p><strong>โดยจุดแรกของการศึกษาดูงานคือการปลูกผักปลอดสาร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงเกษตรกร</strong>&nbsp;นายคณาวุฒิ&nbsp;คำสุข&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกตลอดทั้งปี&nbsp;เน้นการปลูกสะระแหน่&nbsp;และผักไผ่&nbsp;(ผักแพว)&nbsp;มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด&nbsp;(ปอเทือง)&nbsp;ได้มีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับการปลูก&nbsp;การบำรุงรักษาให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดยปลูกแค่ครั้งเดียว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะบู</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมการแปรรูปกล้วยที่หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;การทำกล้วยฉาบ&nbsp;กล้วยอบม้วน&nbsp;กล้วยอบ&nbsp;กล้วยเบรค&nbsp;กล้วยสอดใส้มะขาม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะบูได้รับมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;แล้ว&nbsp;ถึง&nbsp;12&nbsp;ชนิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124185411898"],
    [206,"ประชุมการติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ผ่านระบบการประชุม Video Conference (Zoom Meeting) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ผู้แทน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมการติดตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ผ่านระบบการประชุม&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;(Zoom&nbsp;Meeting)&nbsp;โดยมีนายอำพันธุ์&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่</strong>ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;มีความประสงค์ติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ประเด็นการติดตามตรวจสอบเอกสารบัญชีของกลุ่มแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ที่พบข้อสังเกตในการจัดทำเอกสารบัญชี&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;จังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191739929"],
    [207,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้จำหน่ายทั้งปี อำเภอวังยาง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&nbsp;</strong>ตำบลวังยาง&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรแลสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของ&nbsp;นายไชยยงค์&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;และ&nbsp;นางวนาวรรณ&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี</p><p><strong>ในการปลูกผักที่ปลอดภัยและสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;</strong>ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง&nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ</strong></p><p>1.&nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค</p><p>2.&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน</p><p>และกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย</p><p>3.&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>4.&nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>5.&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น</p><p>6.&nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;</strong>ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและจะใช้หลัก&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ไอพีเอ็ม&nbsp;แทนแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีสุขภาพที่ดี&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจก็สามารถ&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;093-1528775</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191746930"],
    [208,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรที่อำเภอวังยาง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประสานการปฏิบัติงานร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการปลูกผักปลอดภัยของ&nbsp;นายไชยยงค์&nbsp;และ&nbsp;นางวนาวรรณ&nbsp;พ่อชมพู&nbsp;เกษตรกรต้นแบบปลูกผักปลอดภัย&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านใหม่ไทยเจริญ&nbsp;ตำบลวังยาง&nbsp;และเยี่ยมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งอำเภอวังยาง&nbsp;รวมกลุ่มผลิต&nbsp;เชื่อมโยงการตลาด&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า&nbsp;313&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;รายในพื้นที่&nbsp;ที่มีอาชีพการทำนาเป็นส่วนใหญ่&nbsp;และปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี</p><p><strong>การปลูกผักที่ปลอดภัย</strong>และสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการแปลงที่ดี&nbsp;มีการปลูกพืชผักที่หลากหลายหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด&nbsp;มีการจัดการและวางระบบการปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ&nbsp;จนทำให้ผลผลิตของที่นี่มีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;สำหรับผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมากเนื่องจากมีคุณค่าทางอาการทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง&nbsp;แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น&nbsp;มักจะเลือกบริโภคผักที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก&nbsp;เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด&nbsp;เมื่อผู้ซื้อนำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่ตกค้างอยู่ในพืชผักนั้นได้&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ข้อดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ</strong></p><p>1.&nbsp;ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ&nbsp;ไม่มีสารพิษตกค้าง&nbsp;เกิดความปลอดภัยแกผู้บริโภค</p><p>2.&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย</p><p>3.&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรดด้านค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>4.&nbsp;ลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช</p><p>5.&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ&nbsp;ทำให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น</p><p>6.&nbsp;ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่จะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งวิธีการผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;</strong>ในการปลูกผักจะมีหลักการที่สำคัญคือ&nbsp;จะต้องมีการใช้สารเคมีในการผลิตให้น้อยที่สุดที่สุด&nbsp;หรือใช้ตามความจำเป็นและใช้หลัก&nbsp;การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;ไอพีเอ็ม&nbsp;แทน&nbsp;แต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลนั้นจะต้องเลือกวิธีที่ประหยัดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีสุขภาพที่ดี&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;ทำให้การทำการเกษตรของเกษตรมีความยั่งยืนและมั่นคง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นจุดเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถ&nbsp;ติดต่อโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกรต้นแบบได้ที่&nbsp;093-1528775</p><p><strong>สำหรับมันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ</strong>&nbsp;ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ&nbsp;หลายชนิด&nbsp;มีผลกำไรอยู่ระหว่าง&nbsp;6,000&nbsp;-&nbsp;9,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และตาก&nbsp;ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของผลผลิตทั้งประเทศ&nbsp;ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;จากประเทศในแถบยุโรป&nbsp;เช่น&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;สก๊อตแลนด์&nbsp;เยอรมัน&nbsp;สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี&nbsp;เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย&nbsp;ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&nbsp;(pH)&nbsp;ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง&nbsp;5.5&nbsp;-&nbsp;6.5&nbsp;และในสภาพดินเหนียวจัดจะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง&nbsp;เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์แอตแลนติค</strong>&nbsp;(Atlantic)&nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง&nbsp;(Potato&nbsp;Chip)&nbsp;มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;100&nbsp;-&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง&nbsp;พุ่มหนา&nbsp;ใบใหญ่สีเขียวเข้ม&nbsp;หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก&nbsp;ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย&nbsp;เนื้อสีขาวครีม&nbsp;และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้&nbsp;สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย&nbsp;โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ&nbsp;ชานุชิต&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ซึ่งต่อมาในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&nbsp;และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง</p><p><strong>สำหรับปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าหัวพันธุ์&nbsp;ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และดิน&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้&nbsp;หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(solar&nbsp;cell)&nbsp;เครื่องชั่งรถบรรทุก&nbsp;พร้อมอาคาร&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถไถกลบหัวพันธุ์&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์&nbsp;การปรับปรุงดิน&nbsp;เช่น&nbsp;สารปรับปรุงดิน&nbsp;และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง&nbsp;มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต&nbsp;การตลาดมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124184637887"],
    [209,"ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่เยี่ยมแปลงใหญ่มันฝรั่งอำเภอวังยาง รวมกลุ่มผลิต เชื่อมโยงการตลาด สร้างรายได้ให้กับชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลยอดชาด</strong>&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามการดำเนินงานกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;ที่มีการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า&nbsp;313&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;โดยเกษตรกรในพื้นที่ตำบลยอดชาด&nbsp;อำเภอวังยางจะมีอาชีพการทำนาและมีการปลูกมันฝรั่งเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุกปี</p><p><strong>มันฝรั่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆ</strong>&nbsp;หลายชนิด&nbsp;มีผลกำไรอยู่ระหว่าง&nbsp;6,000&nbsp;-9,000&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;แหล่งปลูกมันฝรั่งที่สำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และตาก&nbsp;ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของผลผลิตทั้งประเทศ&nbsp;ส่วนการบริโภคหัวมันสดคิดเป็นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;&nbsp;และหัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;จากประเทศในแถบยุโรป&nbsp;เช่น&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;สก๊อตแลนด์&nbsp;เยอรมัน&nbsp;สำหรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหัวมันฝรั่งจะต้องมีลักษณะของดินที่มีการระบายน้ำดี&nbsp;เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย&nbsp;ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&nbsp;(pH)&nbsp;ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง&nbsp;5.5&nbsp;-&nbsp;6.5&nbsp;และในสภาพดินเหนียวจัดจะไม่เหมาะกับการปลูกมันฝรั่ง&nbsp;เพราะการระบายน้ำและอากาศไม่ดีเป็นอุปสรรคต่อการสร้างหัว</p><p><strong>สำหรับสายพันธุ์มันฝรั่งที่เกษตรกรในพื้นที่เลือกปลูก&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์แอตแลนติค</strong>&nbsp;(Atlantic)&nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับแปรรูปเป็นมันทอดแผ่นบาง&nbsp;(Potato&nbsp;Chip)&nbsp;มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;100&nbsp;-&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;มีลักษณะทรงต้นตั้งตรง&nbsp;พุ่มหนา&nbsp;ใบใหญ่สีเขียวเข้ม&nbsp;หัวกลมขนาดปานกลางถึงเล็ก&nbsp;ผิวสีเหลืองอ่อนเป็นร่างแหเล็กน้อย&nbsp;เนื้อสีขาวครีม&nbsp;และให้ผลผลิตต่อไร่ที่สูง&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่นิยมที่เลือกสายพันธุ์นี้&nbsp;สำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย&nbsp;โดยภายใต้การนำของนายสุพรรณ&nbsp;ชานุชิต&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;ที่พยายามรวมกลุ่มเกษตรกรและขับเคลื่อนในการเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ซึ่งต่อมาในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยางได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้แนะนำพร้อมจัดประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;และต่อมาได้ยกระดับกลุ่มให้เป็นแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&nbsp;และมีการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดของกลุ่มอย่างมั่นคง</p><p><strong>สำหรับปัญหาที่กลุ่มเกษตรกรต้องเจอในปัจจุบัน&nbsp;คือ&nbsp;</strong>ต้นทุนการผลิตสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าหัวพันธุ์&nbsp;ค่าจ้างเหมารถเพื่อไปจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ราคาปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และดิน&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้ในการลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามกลุ่มในครั้งนี้&nbsp;หน่วยงายราชการที่เกี่ยวข้องได้แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาส่งเสริมกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งให้สามารถขับเคลื่อนกลุ่มได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดบ่อบาดาลระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(solar&nbsp;cell)&nbsp;เครื่องชั่งรถบรรทุก&nbsp;พร้อมอาคาร&nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถไถกลบหัวพันธุ์&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;ห้องเย็นเก็บหัวพันธุ์&nbsp;การปรับปรุงดิน&nbsp;เช่น&nbsp;สารปรับปรุงดิน&nbsp;และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน&nbsp;ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาและการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มันฝรั่ง&nbsp;จะทำกลุ่มเกิดความเข้าแข็ง&nbsp;มีโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันด้านการผลิต&nbsp;การตลาดมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124192022932"],
    [210,"อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสหกรณ์การเกษตร คทช. และศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตถั่วคั่วชุมชนผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>วานนี้&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายคีตวุฒิ&nbsp;นับแสง&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และบุคลากรสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงแพะเนื้อสมาชิกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;คทช.&nbsp;แม่ปายฝั่งซ้าย&nbsp;จำกัด&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสมาชิกจำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;แพะพันธุ์เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการดูแลและปัจจัยการผลิตภายใต้คณะทำงานการส่งเสริมอาชีพและการตลาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิก&nbsp;ให้กินดีอยู่ดี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตถั่วคั่วชุมชนบ้านผาบ่อง&nbsp;</strong>(วิสาหกิจชุมชนถั่วสายฟ้าบ้านผาบ่อง)&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสอง&nbsp;เจ้าของร้านถั่วสายฟ้า&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกถั่วต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ถั่วลายเสือ&nbsp;ถั่วดาวอินคา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และร้านเน้นการรับซื้อวัตถุดิบที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;ซึ่งจะนำมาแปรรูปด้วยการคั่วกับเกลือตามสูตรแบบชาวไทยใหญ่โบราณ&nbsp;ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว&nbsp;และสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124215406998"],
    [211,"จัดชุดผสมเทียม นพช.นพค.51ฯ ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ ให้แก่ราษฎรพร้อมประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี สกิน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;ม.ค.65&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;จัดชุดผสมเทียม&nbsp;นพช.นพค.51ฯ&nbsp;ลงพื้นที่ผสมเทียมโค-กระบือ&nbsp;ให้แก่ราษฎรพร้อมประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้เกษตรกรรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่บ้านโคกสูง&nbsp;ต.นาผือ,&nbsp;บ้านกุดปลาดุก&nbsp;ต.กุดปลาดุก&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญฯ&nbsp;และ&nbsp;บ้านโป่งหิน&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</span></p><p><br></p><p>Cr#<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124230559001"],
    [212,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ ประสานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอและด่านกักสัตว์ประจวบฯ กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร","<p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้เร่งลงพื้นที่สอบสวนควบคุมโรคฟาร์มสุกรในพื้นที่แต่ยังไม่พบการระบาดเพิ่ม&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอและด่านกักสัตว์ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการระบาด&nbsp;</p><p><strong>หากตรวจพบสุกรติดเชื้อในฟาร์มขนาดเล็กจะทำลายสุกรทุกตัว&nbsp;</strong>และฝังกลบตามมาตรการควบคุมโรคระบาดในสัตว์และจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบราชการ&nbsp;ส่วนการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวครอบคลุม&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จะมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรอย่างเข้มงวดในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.รอบจุดเกิดโรค&nbsp;พร้อมแจกจ่ายน้ำยาฆ่าเชื้อให้เจ้าของฟาร์มนำไปใช้ฉีดป้องกันเชื้อโรคในฟาร์ม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125085553007"],
    [213,"ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี ตรวจติดตามสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บซากสุกร ป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไรและเฝ้าระวังโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรีตรวจติดตามสถานที่จำหน่ายและจัดเก็บซากสุกร&nbsp;</strong>ป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไรและเฝ้าระวังโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;นายอิสรา&nbsp;หล้าสุดตา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเขาย้อยรักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกับคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;นำโดย&nbsp;นายธนภัทร&nbsp;ณ&nbsp;ระนอง&nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.อ.วันชัย&nbsp;ขาวรัมย์&nbsp;ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสอบสถานที่จำหน่าย&nbsp;และจัดเก็บซากสุกร&nbsp;ชิ้นส่วนสุกรชำแหละ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ดีฟาร์มฟู้ดรีเทล&nbsp;ภาคใต้&nbsp;สาขาเพชรบุรี&nbsp;ถ.สุรินทรฤาชัย&nbsp;ต.ท่าราบ&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;และ&nbsp;ร้านหมูสมนึกเพชรบุรี&nbsp;ต.ธงชัย&nbsp;อ.เมืองเพชรบุรี&nbsp;ผลการตรวจสอบไม่พบการกักตุนชิ้นส่วนของซากสุกร&nbsp;และชิ้นส่วนสุกรทั้งหมดมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;พร้อมคณะได้ให้กำลังใจ</strong>และขอบคุณผู้ประกอบการร้านค้าที่ให้ความร่วมมือตามมาตรการของภาครัฐ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบราคาสินค้าตามตลาดในพื้นที่เพื่อควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ราคามาตรฐานโดยให้เห็นแก่ความสุขของลูกค้าและประชาชนเป็นหลัก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/25&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125101414040"],
    [214,"วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา กลุ่มเข้มแข็ง เน้นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายนิกร&nbsp;แสงเกตุ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;7&nbsp;ชัยนาท</strong>&nbsp;&nbsp;(สศท.7)&nbsp;&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์การผลิตหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งบ้านซับลังกา&nbsp;ตำบลเกาะรัง&nbsp;อำเภอชัยบาดาล&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง&nbsp;&nbsp;ดำเนินการตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่งวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ&nbsp;ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>สำหรับด้านการผลิต&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ต้นทุนการผลิตของทางกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;เฉลี่ยในปีแรก&nbsp;41,956&nbsp;บาท/ไร่/ปี&nbsp;ซึ่งต้นทุนในปีแรกจะสูงเนื่องจากมีค่าต้นพันธุ์&nbsp;ค่าเตรียมดิน&nbsp;ค่าแรงงานในการปลูกและดูแลรักษาและต้นทุนปีที่&nbsp;2-5&nbsp;จะมีต้นทุนลดลง&nbsp;โดยหน่อไม้ฝรั่งจะเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หลังจากเพาะปลูกและในรอบปีสามารถให้ผลผลิตถึง&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;&nbsp;สามารถสร้างกำไร&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจะมีบริษัทมารับซื้อเพื่อส่งออกต่างประเทศ&nbsp;ตลาดคู่ค้าสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;สิงคโปร์และมาเลเซีย&nbsp;และขณะนี้ผลผลิตของกลุ่มยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;พร้อมมีแนวโน้มจะขยายพื้นที่ปลูกที่ได้ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกที่สามารถทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ทางกลุ่มจะมีกำไรถึงปีละ&nbsp;2,200,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125110606069"],
    [215,"จ.ขอนแก่น เชิญสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสุกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;&nbsp;</strong><strong>ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดสุกรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น</strong></p><p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมแก่นเมือง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>โปรดให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคสุกร&nbsp;ที่สุกรถูกสั่งทำลายจำนวน&nbsp;4,710&nbsp;ตัว&nbsp;จำนวน&nbsp;219&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ใน&nbsp;20&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอพระยืน,&nbsp;หนองเรือ,&nbsp;ชุมแพ,&nbsp;สีชมพู,&nbsp;กระนวน,&nbsp;เมือง,&nbsp;โคกโพธิ์ไชย,&nbsp;น้ำพอง,&nbsp;ซำสูง,&nbsp;อุบลรัตน์,&nbsp;หนองนาคำ,&nbsp;ภูผาม่าน,&nbsp;แวงน้อย,&nbsp;บ้านฝาง,&nbsp;มัญจาคีรี,&nbsp;บ้านไผ่,&nbsp;โนนศิลา,&nbsp;ภูเวียง,&nbsp;บ้านแฮด&nbsp;และอำเภอพล&nbsp;ซึ่งราคาประเมินที่เกิดจากความเสียหายจริงของเกษตรกรคิดเป็นเงิน&nbsp;26,126,518&nbsp;บาท&nbsp;ภาครัฐจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่รับผลกระทบร้อยละ&nbsp;75&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;19,594,888&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;เข้ารับสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และนายอำเภอเป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;นำไปมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;ที่<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</span>ทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;และทรงพระกรุณาพระราชทานสิ่งของให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125121241123"],
    [216,"ลิ้นจี่ นพ.1 ออกดอกแล้ว คาดปีนี้ผลผลิตออกมาก พร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมสวน","<p><strong>จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาอย่างต่อเนื่องจากเมื่อปลายปีที่แล้ว</strong>&nbsp;ทำให้ปีนี้ต้นลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ที่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ต่างดูแลรักษา&nbsp;บำรุงต้นให้แข็งแรง&nbsp;ก็เริ่มทยอยออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้น&nbsp;นับว่าเป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ต่างก็ยิ้มดีใจ&nbsp;สภาพอากาศที่เย็นและมีความชื้นทำให้การติดดอกของต้นลิ้นจี่นับว่ามีปริมาณที่มาก&nbsp;ซึ่งช่วงนี้เกษตรกรต้องดูแลบำรุงดอกให้สมบูรณ์เพื่อต้นลิ้นจี่ติดผลในปริมาณที่มาก&nbsp;สำหรับลิ้นจี่&nbsp;พันธุ์&nbsp;นพ.1&nbsp;ต้องการสภาพอากาศหนาวเย็นไม่มากและไม่ยาวนานในการกระตุ้นการออกดอก&nbsp;ต่างจากพันธุ์อื่นที่ปลูกในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ลักษณะที่โดดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;เนื้อแห้ง&nbsp;ไม่เละ&nbsp;เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็ว&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนเมษายนของทุกปี&nbsp;ทำให้จำหน่ายได้ในราคาดี&nbsp;และไม่มีปัญหาด้านการตลาด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในปีนี้มีอากาศที่เย็นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ลิ้นจี่&nbsp;พันธุ์&nbsp;นพ.1&nbsp;สามารถติดดอกได้มากขึ้นและกำลังพัฒนาเป็นผลขนาดเล็ก&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนมให้สามารถเข้ามาชิมผลลิ้นจี่แบบสดๆที่สวนได้&nbsp;สำหรับลิ้นจี่พันธุ์&nbsp;นพ.1เป็นลิ้นจี่กลุ่มพันธุ์เบา&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี&nbsp;การปลูกพันธุ์เบามีข้อได้เปรียบคือ&nbsp;ให้ผลผลิตเร็ว&nbsp;ช่วงที่ผลผลิตมีน้อย&nbsp;ทำให้ขายได้ราคาสูง&nbsp;มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของจังหวัดนครพนมและหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้</p><p><strong>ลิ้นจี่&nbsp;เป็นผลไม้ที่มีรสหวานกลมกล่อม</strong>&nbsp;มีผู้นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;การปลูกลิ้นจี่มีกระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่&nbsp;ซึ่งนิยมปลูก&nbsp;เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา&nbsp;คือ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ซึ่งมีความต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นการออกดอก&nbsp;โดยมีขนาดผลใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;&nbsp;36&nbsp;ผล&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;รสชาติหวานอมเปรี้ยว&nbsp;ไม่มีรสฝาด&nbsp;เนื้อหนา&nbsp;0.98&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ความหวาน&nbsp;18&nbsp;&nbsp;20&nbsp;องศาบริกซ์&nbsp;และให้ผลผลิต&nbsp;65&nbsp;&nbsp;180&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อต้น&nbsp;เมื่ออายุ&nbsp;8&nbsp;-10&nbsp;ปีซึ่งนับว่าเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเป็นอย่างมากในปัจจุบัน</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;อยากให้แวะชิมและเยี่ยมชมสนลิ้นจี่&nbsp;นพ&nbsp;.1&nbsp;ซึ่งเป็นพืช&nbsp;Gi&nbsp;ของนครพนม&nbsp;ที่นับว่ามีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก&nbsp;โดยผลผลิตจะสมารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้ใครที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;สดๆจากสวน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ที่เปิดให้ได้เยี่ยมชม&nbsp;ชิม&nbsp;และช๊อป&nbsp;หรือสามารถสั่งซื้อลิ้นจี่&nbsp;นพ.1&nbsp;ได้ที่&nbsp;081-3201645&nbsp;หรือ&nbsp;061-3096720&nbsp;(นางรัศมี&nbsp;อุทาวงษ์&nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ลิ้นจี่&nbsp;นพ.1)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-01-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125180047387"],
    [217,"นครปฐม ประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)","<p><strong>ที่ห้องประชุมวัชรีรมยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคมสัน&nbsp;เจริญอาจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;(1)&nbsp;นายธนิศร์&nbsp;วงศ์ปิยะสถิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;(3)พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.พงษ์สวัสดิ์&nbsp;ภาชนะทิพย์&nbsp;รองผอ.รมน.กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;น.ฐ.(ท),พ.ต.อ.พงษกร&nbsp;อุปพงษ์&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.นครปฐม,นาย&nbsp;นายยงยุทธ&nbsp;สวนทอง&nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม,นางอภิญญา&nbsp;เอี่ยมอำภา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครปฐม,นายสมควร&nbsp;ปิยะพงศ์เดชา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม&nbsp;นายพงศ์สุธี&nbsp;สุขศิริ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>โดยในที่ประชุม&nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้รายงานผลการตรวจสถานที่พักซากและสถานที่จัดเก็บซากสัตว์</strong>&nbsp;ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;พบว่ามีจำนวนห้องเย็นเก็บซาก&nbsp;จำนวน&nbsp;72&nbsp;ห้อง&nbsp;จำนวนซากสุกรที่จัดเก็บจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;484,120&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์และการดำเนินการที่ผ่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;พบว่าที่ผ่านมาจังหวัดนครปฐมมีการสวอปสุกรไปแล้วกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ตัว&nbsp;ยังไม่เชื้อที่เชื่อได้ว่าเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ตลอดจนได้มีการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรไปแล้วกว่า&nbsp;7.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;และอำเภอสามพราน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ตลอดจนได้ชี้แจ้งรายละเอียด&nbsp;ประกาศจังหวัดนครปฐม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดเขตเฝ้าระวังโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ในสัตว์ชนิด&nbsp;สุกรและหมูป่า&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ที่มีสาระสำคัญคือ&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ชนิด&nbsp;สุกร&nbsp;และหมูป่า&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&nbsp;หากฝ่าฝืนมีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ให้ที่ประชุมรับทราบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน</strong>&nbsp;ปัจจุบันพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ได้ดำเนินการโครงการจำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ที่มีกว่า&nbsp;9&nbsp;แห่งในจังหวัดนครปฐม&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แบ่งเป็นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อำเภอบางเลน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อำเภอนครชัยศรี&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อำเภอดอนตูม&nbsp;1&nbsp;จุด,อำเภอสามพราน&nbsp;1&nbsp;จุดและอำเภอกำแพงแสน&nbsp;1&nbsp;จุด</p><p><strong>ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้ทุกส่วนราชการเตรียมฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ</strong>ให้สามารถกลับมาเลี้ยงสุกรให้โดยเร็วตลอดจนให้ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ถอดบทเรียนของเกษตรกรที่สามารถยังคงเลี้ยงสุกรได้เพื่อให้เป็นแนวทางแก่เกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;ศึกษาและเป็นแนวทางในการดำเนินการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;ขอให้ทุกอำเภอมั่นตรวจสอบสถานที่พักซากและสถานที่จัดเก็บซากสัตว์&nbsp;ในการนำเข้าและนำออก&nbsp;ตลอดจนสำรวจตรวจสอบตลาดสด&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126100239543"],
    [218,"สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเกษตรและสหกรณ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ฮอลล์&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์การค้าเทอร์มินอล&nbsp;21&nbsp;</strong>โคราช&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริการเกษตร&nbsp;เป็นประธานเปิดงานการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(District&nbsp;Workshop&nbsp;:&nbsp;DW)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จัดขึ้นเพื่อการเรียนรู้&nbsp;การพัฒนาคนและพัฒนางาน</strong>&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานส่งเสริมการเกษตรให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด&nbsp;และอำเภอ&nbsp;ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่&nbsp;ประสบความสำเร็จ&nbsp;เป็นเวทีเชื่อมโยงวิชาการจากแหล่งความรู้ทางวิชาการไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ขณะเดียวกันเป็นช่องทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;แสดงผลงานการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E&nbsp;-extension)&nbsp;จากกลุ่มแปลงใหญ่,&nbsp;ศพก.,&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;(YSF),&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;(SF),&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร,กลุ่มยุวเกษตรกร,&nbsp;&nbsp;กลุ่ม&nbsp;(ศจช.),&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;เป็นต้นกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(E&nbsp;-&nbsp;extension)&nbsp;จากงานยุทธศาสตร์และสารสนเทศ,งานส่งเสริมและพัฒนาการผลิต,งานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร,งานอารักขาพืช&nbsp;และงานบริหารทั่วไป</p><p><strong>สำหรับการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมาทุกระดับ&nbsp;มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;พัฒนาการดำเนินงานให้มีความสามารถและมีความพร้อมในการถ่ายทอดความรู้และให้บริการการเกษตรแก่เกษตรกร&nbsp;โดยมุ่งในการพัฒนากรมส่งเสริมการเกษตรสู่การเป็น&nbsp;Digital&nbsp;DOAE&nbsp;ปรับวิธีการทำงานเป็นแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และพร้อมรองรับ&nbsp;Next&nbsp;Normalการเพิ่มศักยภาพบุคลากรทุกระดับ&nbsp;และยกระดับเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141430683"],
    [219,"ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;</strong>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายสรรเสริญ&nbsp;เจริญศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อปรับปรุงแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้านให้เป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงระดับหมู่บ้าน&nbsp;ผ่านกลไกของคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;(กม.)&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม.)&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126141841688"],
    [220,"ร้อยเอ็ด ประชุมคณะกรรมการศูนย์ป้องกันโรคระบาดในสัตว์","<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ</strong>ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์&nbsp;จังวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดย&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้ที่ประชุมได้รับทราบ&nbsp;สถานการณ์โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;</strong>ในโค-กระบือ&nbsp;/สถานการณ์การระบาดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ของประเทศไทย/สถานการณ์โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด/ความก้าวหน้าในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรเจ้าของสัตว์/&nbsp;สถานการณ์โรคระบาดในสุกร/สถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;PRRS&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด/โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;และ&nbsp;ร่วมกันพิจารณา&nbsp;การขอความร่วมมือกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กรณีมีสัตว์ป่วย&nbsp;หรือตายผิดปกติ&nbsp;ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;และการนำสุกรเข้าเลี้ยงใหม่ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126142455693"],
    [221,"สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอควนโดน</strong>&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายถาวรศักดิ์&nbsp;รัตนชูศรี&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สหกรณ์&nbsp;และผู้แทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดสตูล&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายวินิช&nbsp;ตาเดอิน&nbsp;ประธานกรรมการดำเนินการในนามของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรควนโดน&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ได้ชี้แจงรายละเอียดงบการเงินซึ่งทำให้ทราบว่าสหกรณ์ได้พัฒนามาเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;จนมีทุนหมุนเวียน&nbsp;279&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;1,213&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีกำไรสุทธิประจำปี&nbsp;9,485,426.55&nbsp;บาท&nbsp;และสามารถให้บริการด้านการจำหน่ายสิ้นค้า&nbsp;เงินฝากและสิ้นเชื่อเพื่อการเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นการอำนวยประโยชน์ให้แก่สมาชิกสหกรณ์&nbsp;และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับงบการเงินของสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้สมาชิกของสหกรณ์ได้เข้าใจ&nbsp;และรับทราบถึงฐานะทางการเงิน&nbsp;และผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ในส่วนของสหกรณ์จังหวัดได้เข้าไปดูแลและส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;รวมถึงมีนโยบายส่งเสริมตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการเกษตรแปลงใหญ่และเกษตรอินทรีย์&nbsp;แต่นโยบายทั้งหมดต้องผ่านสหกรณ์ในพื้นที่เพื่อเป้าหมายของสมาชิกและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และการเข้าประชุมของสมาชิกทำให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์และความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้เป็นสหกรณ์มีความเข็มแข็งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126161759771"],
    [222,"ปศุสัตว์จังหวัดตรังส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;นายสุรจิต&nbsp;วิชชุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในพื้นที่ตำบลห้วยนาง&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เลี้ยงสุกรรวม&nbsp;155&nbsp;ตัว&nbsp;มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกร</strong>&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมป้องกันโรค&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของจังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126163937788"],
    [223,"เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง   ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด เพื่อเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันโรค การดูแลสุขภาพสัตว์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสุรจิต&nbsp;วิชชุวรรณ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มสุกรในพื้นที่&nbsp;ตำบลห้วยนาง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในพื้นที่ตำบลห้วยนาง&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เลี้ยงสุกรรวม&nbsp;155&nbsp;ตัว&nbsp;มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำ&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกร&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมป้องกันโรค&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของจังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126165232797"],
    [224,"จังหวัดบุรีรัมย์ เฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และโรคระบาดอื่นๆในสัตว์ พร้อมเร่งทำความเข้าใจให้เกษตรกรปรับปรุงฟาร์ม คอกสุกร และเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร&nbsp;โรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และโรคไข้หวัดนกและมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรคในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากรณีที่เนื้อสุกรชำแหละมีราคาสูง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายอภิชาต&nbsp;สุวรรณชัยรบ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;นายอภิชาต&nbsp;สุวรรณชัยรบ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โรคระบาดในสุกร&nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;ทำให้สุกรที่ติดเชื้อ&nbsp;ตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ยังไม่มีวัคซีนและวิธีรักษาที่จำเพาะ&nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;เชื้อยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือซากสัตว์&nbsp;อาหารแปรรูปจากเนื้อสุกรที่ติดเชื้อได้นานหลายเดือน&nbsp;ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;หากได้รับรายงานว่ามีสุกรพื้นที่ไหนมีอาการป่วยคล้ายโรค&nbsp;ASF&nbsp;หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ&nbsp;ก็จะเข้าไปทำลายเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดทันที&nbsp;และให้เกษตรรายนั้นงดเลี้ยงสุกรออกไปก่อน&nbsp;มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน&nbsp;408&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;มูลค่าที่ต้องจ่ายเป็นเงินชดเชยเป็นเงิน&nbsp;42&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดำเนินการจ่ายให้เกษตรกรไปแล้วจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และจะทยอยจ่ายให้เกษตรกรตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้มีการให้ความรู้แก่เกษตรรายย่อยในการดูแลสุกร</strong>โดยปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;การทำความสะอาดบุคคล&nbsp;ยานพาหะ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;รองเท้า&nbsp;เพื่อฆ่าเชื้อก่อนเข้าออกโรงเรือน&nbsp;คอกสุกร&nbsp;หมั่นทำความสะอาดโรงเรือนหรือคอกสุกรตามตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่&nbsp;ใช้ตาข่ายคลุมคอกสุกรป้องกันแมลงพาหะ&nbsp;เข้มงวดบุคคลภายนอกเข้าออกหรือเข้าใกล้คอกสุกร&nbsp;และงดการใช้เศษอาหารจากครัวเรือนเลี้ยงสุกร&nbsp;ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าและโรคไข้หวัดนก&nbsp;ยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอนุพงศ์&nbsp;สุขสมนิตย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจจำนวนผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;&nbsp;จำนวนสุกร&nbsp;ตรวจสอบฟาร์ม&nbsp;ให้ขึ้นทะเบียนทั้งหมด&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันโรค&nbsp;การปรับปรุงฟาร์มหรือโรงเรือนเลี้ยงสุกรให้เป็นมาตรฐานให้แก่เกษตรกร&nbsp;ควบคุมเข้มงวดกวดขันการขนย้ายสัตว์&nbsp;ตรวจสอบห้องเย็น&nbsp;สถานที่จำหน่ายในพื้นที่&nbsp;ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดด้านอาหารปลอดภัย&nbsp;รวมถึงการชดเชยให้เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ดำรง&nbsp;โค่นถอน&nbsp;ส.ปชส.บุรีรัมย์&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126165738801"],
    [225,"เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;ZOOM&nbsp;Meeting&nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานในหน้าที่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;อาทิ&nbsp;การจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่มาจดทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;832&nbsp;แห่ง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;719&nbsp;แห่ง&nbsp;มีรายได้จากการดำเนินกิจการ&nbsp;รวม&nbsp;64,104,285&nbsp;บาท&nbsp;และผลการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้น&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนตามเป้าหมายการพัฒนา&nbsp;การแต่งตั้งคณะทำงานประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และกำหนดแผนการประกวดวิสาหกิจชุชนดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126185210858"],
    [226,"เจ้าของฟาร์มจระเข้ ใน อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ปรับตัวช่วงโควิด หันมาชำแหละเนื้อจระเข้ขายในช่วงหมูแพง","<p><strong>เกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้&nbsp;ในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ปรับกลยุทธ์การ</strong>ขายหันมาชำแหละเนื้อจรเข้ขาย&nbsp;หลังโควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการส่งออก&nbsp;ประกอบกับช่วงหมูแพง&nbsp;คนสนใจหันมาบริโภคแทนเนื้อหมู&nbsp;เนื่องจากราคาถูกและรสชาติอร่อยถูกปาก</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์</strong>&nbsp;ประมง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมฟาร์มเลี้ยงจระเข้&nbsp;ป.ปริญญา&nbsp;ของนายปริญญา&nbsp;ขวามาตร&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ใหม่นาเพียง&nbsp;อำเภอแวงใหญ่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;หลังจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกจระเข้ไปยังต่างประเทศได้&nbsp;ประกอบกับในช่วงนี้เนื้อหมูมีราคาแพง&nbsp;ทางฟาร์มจึงหันมาชำแหละเนื้อจระเข้ขายในราคาถูก</p><p><strong>นายปริญญา&nbsp;ขวามาตร&nbsp;เจ้าของฟาร์มจระเข้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงจระเข้&nbsp;นั้น&nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก&nbsp;เพราะจระเข้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;โดยจระเข้ที่ฟาร์มส่วนใหญ่เมื่ออายุระหว่า&nbsp;3-4&nbsp;ปี&nbsp;จะส่งขายไปยังต่างประเทศ&nbsp;เพราะต้องใช้หนังในการผลิตสินค้า&nbsp;เฉลี่ยราคาอยู่ที่ตัวละ&nbsp;5,500-10,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาด&nbsp;แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกเป็นปัญหา&nbsp;ไม่สามารถส่งจระเข้ออกไปขายยังต่างประเทศได้&nbsp;ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าอาหารจระเข้ที่มีอยู่กว่า&nbsp;1,500&nbsp;ตัว&nbsp;เดือนละกว่าแสนบาท&nbsp;จึงหาวิธีที่จะขายจระเข้ที่ฟาร์มออก&nbsp;เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;ด้วยการจำหน่ายจระเข้ให้กับชาวบ้านที่สนใจนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพ&nbsp;โดยจระเข้&nbsp;อายุ&nbsp;1-2&nbsp;ปี&nbsp;ขายตัวละ&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ส่วนจระเข้อายุ&nbsp;3-4&nbsp;ปี&nbsp;ก็ชำแหละขายเนื้อและชิ้นส่วน&nbsp;ราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;หรือขายแบบทั้งตัว&nbsp;โดยในช่วงที่เนื้อหมูมีราคาแพง&nbsp;ชาวบ้านได้นิยมหันมาบริโภคเนื้อจระเข้มากขึ้น&nbsp;เพราะเนื้อจระเข้เองก็มีสรรพคุณในการดูแลสุขภาพด้วย&nbsp;โดยเมนูที่นิยมนำไปประกอบอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อจระเข้ผัดเผ็ด&nbsp;ปิ้ง&nbsp;ย่าง&nbsp;จิ้มแจ่ว&nbsp;ซึ่งมีรสชาติหอมไม่มีกลิ่นสาป&nbsp;หรือเหม็นคาว&nbsp;เหมือนเนื้อหมูหรือไก่&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;จึงเหมาะกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่สนใจ&nbsp;สามารถเยี่ยมชมฟาร์มจระเข้ที่บ้านใหม่นาเพียง&nbsp;อ.&nbsp;แวงใหญ่</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นฟาร์มเปิด&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หรือผู้ประกอบการรายอื่นสามารถเข้ามาเยี่ยมชม&nbsp;หรือศึกษาดูงานได้&nbsp;ส่วนผู้ที่สนใจจะซื้อเนื้อจระเข้ไปรับประทาน&nbsp;ต้องโทรมาแจ้งล่วงหน้าก่อน&nbsp;เพราะการซื้อขายต้องขออนุญาตกรมประมง&nbsp;เนื่องจากจระเข้&nbsp;เป็นสัตว์คุ้มครอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126171536806"],
    [227,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง&nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง&nbsp;และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างร่งด่วน</p><p><strong>จากสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</strong>&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(&nbsp;African&nbsp;swine&nbsp;fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;เป็นโรคไวรัสที่ติดต่อร้ายแรงในสัตว์ตระกูลสุกร&nbsp;มีการแพร่กระจายในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก&nbsp;เป็นโรคที่ไม่ติดต่อระหว่างสัตว์และคน&nbsp;แต่เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากเชื้อไวรัสที่ก่อโรคมีความทนทานทั้งที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม&nbsp;และผลิตภัณฑ์จากสุกร&nbsp;จึงกำจัดโรคออกจากประเทศที่มีการระบาดได้ยาก&nbsp;เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเกษตรกรเลี้ยงสุกร&nbsp;ประมาณ&nbsp;สองแสนกว่าตัว&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่เลี้ยงสุกรอยู่ในสาขาอาชีพจำนวน&nbsp;3,500&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมาสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พบว่าสุกรที่ตาย&nbsp;ส่งพิสูจน์แล้วปรากฏว่าไม่ได้เป็นโรค&nbsp;African&nbsp;swine&nbsp;fever&nbsp;:&nbsp;ASF&nbsp;เป็นโรคอื่นที่ทำให้หมูล้มป่วยตายเรียกว่าโรคเพิร์สในสุกร&nbsp;</p><p><strong>ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าไปดูแลและกำจัดในสุกรเหล่านี้จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ทางจังหวัดได้ชดเชยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&nbsp;จำนวนเงินประมาณ&nbsp;8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังหรือ&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;การประชุมนัดแรกก็มีหลายภาคส่วน&nbsp;ทั้งหน่วยงานปศุสัตว์&nbsp;หน่วยงานฝ่ายวิชาการ&nbsp;ในการพิสูจน์ซากของโรคเป็นศูนย์วิจัยอำเภอทุ่งสง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีหน่วยงานทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ป้องกันบรรเทาสาธารภัยจังหวัด</strong>&nbsp;และอีกหลายหน่วยงานร่วมเป็นคณะกรรมการ&nbsp;สำหรับวันนี้มีคณะกรรมการเพิ่มขึ้น&nbsp;อาทิหน่วยงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;11&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;แต่ละหน่วยก็จะมีภารหน้าที่&nbsp;มีงบประมาณ&nbsp;เครื่อง&nbsp;และบุคลากรที่จะเตรียมพร้อมการเฝ้าระวัง&nbsp;ถ้ากรณีที่มีการระบาดเกิดเหตุในลักษณะปัจจุบันทันด่วน&nbsp;เป็นโรค&nbsp;ASF&nbsp;และในขณะนี้ยังไม่พบโรค&nbsp;ASF&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในการประชุมในครั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้ออกในเรื่อองค์ความรู้&nbsp;วิธีปฏิบัติ</strong>&nbsp;สำหรับการเฝ้าระวังโรค&nbsp;ASF&nbsp;อย่างไรก็ตามทางจังหวัดจะทำการสื่อสารที่งายขึ้นและจัดทำเป็นข้อความสื่อสารเพื่อนำไปเผยแพร่ให้ทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;และสามารถแจ้งปัญหาได้ที่อาสาปศุสัตว์ในพื้นที่หรือแจ้งผ่านกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หรือศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;1567.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126172456808"],
    [228,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม","<p><strong>ศูนย์หม่อนไหมฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร&nbsp;</strong>เข้าร่วมโครงการ&nbsp;บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;AGri-Map)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เวียงเก่า&nbsp;และ&nbsp;อ.สีชมพู&nbsp;จ.ขอนแก่น</p><p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดีผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</strong>&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาววีราภรณ์&nbsp;อินทรักษ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายทินกร&nbsp;สุ่มมาตย์&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์รับสมัครเกษตรกร&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;AGri-Map)&nbsp;ประจำปี&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;อำเภอเวียงเก่า&nbsp;และ&nbsp;อำเภอสีชมพู&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>โดยมีเกษตรกรที่สนใจ&nbsp;เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม</strong>&nbsp;(Zoning&nbsp;by&nbsp;AGri-Map)&nbsp;มาร่วมรับฟัง&nbsp;ข้อมูล&nbsp;เพื่อประกอบการตัดสินใจจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ติดตามเยี่ยมเยียนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;(5&nbsp;ประสาน&nbsp;สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ถวายในหลวง)&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126182840849"],
    [229,"กรมชลประทาน เร่งสร้างประตูระบายน้ำ 4 แห่งเสร็จภายในปี 65-66 แก้แล้งลุ่มน้ำยมตอนล่าง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายชูชาติ&nbsp;รักจิตร&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;4&nbsp;โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร&nbsp;พร้อมเร่งรัดงานให้แล้วเสร็จตามแผน&nbsp;หวังเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม&nbsp;บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่อย่างยั่งยืน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สภาพพื้นท่ีตอนล่างของลุ่มน้ำยม&nbsp;ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงวางแผนดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดช่วงแม่น้ำยม&nbsp;เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้ง&nbsp;และทำหน้าที่หน่วงชะลอน้ำเพื่อผันน้ำเข้าทุ่ง&nbsp;หรือแก้มลิงในช่วงน้ำหลาก&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการประตูระบายน้ำแล้ว&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตำบลท่านางงาม&nbsp;อำเภอบางระกำ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดประตูเหล็กบานโค้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;บาน&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ลบ.ม.)&nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2562&nbsp;2566)&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;51,375&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;2,568&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งรัดการก่อสร้างประตูระบายน้ำให้แล้วเสร็จ&nbsp;ให้สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ในปี&nbsp;2565&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยโครงการประตูระบายน้ำท่าแห</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตำบลกำแพงดิน&nbsp;อำเภอสามง่าม&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;12&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2562&nbsp;&nbsp;2567)&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;81,111&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1,412&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;43&nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำให้แล้วเสร็จ&nbsp;ให้สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้เช่นเดียวกัน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตำบลไผ่ท่าโพ&nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;มีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กบานระบายเหล็กชนิดโค้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;บาน&nbsp;ระยะเวลาในการก่อสร้าง&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.2564&nbsp;&nbsp;2568)&nbsp;หากก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;28,868&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;16&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หากประตูระบายน้ำทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างได้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงแล้ง&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126195316891"],
    [230,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดแดนมังกร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นำทีมทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการเกษตรไทย&nbsp;-&nbsp;จีน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12&nbsp;กับกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จีน&nbsp;เพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่า&nbsp;และปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ&nbsp;ไทยไปจีน&nbsp;และที่ประชุมยังได้เห็นชอบโครงการความร่วมมือไทย&nbsp;&nbsp;จีน&nbsp;ใหม่อีก&nbsp;12&nbsp;โครงการ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่สนับสนุนงบประมาณราว&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กับฝ่ายไทย&nbsp;ผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง&nbsp;-&nbsp;ล้านช้าง&nbsp;โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบความร่วมมือนี้&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย&nbsp;จีน&nbsp;และประเทศที่เชื่อมโยงเส้นทางดังกล่าว&nbsp;ในส่วนของความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;การชลประทาน&nbsp;การประมงน้ำจืดและพันธุ์ปลาและพืชน้ำ&nbsp;อันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้หารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในประเด็นความร่วมมือเชิงนโยบายกับฝ่ายจีน&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่ายชูนโยบายด้านเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;นโยบาย&nbsp;3S&nbsp;ว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;ความมั่นคงด้านเกษตรกรรมและความยั่งยืนภาคการเกษตร&nbsp;นโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรอัจฉริยะ&nbsp;การขจัดปัญหาความยากจนและการพัฒนาและวิจัยวัคซีนปศุสัตว์&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะโลกในยุค&nbsp;post&nbsp;covid&nbsp;อันใกล้&nbsp;ซึ่งฝ่ายจีนเห็นด้วยกับฝ่ายไทยที่จะกำหนดประเด็นความร่วมมือในอนาคตโดยอ้างอิงจากนโยบายข้างต้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126194852889"],
    [231,"จังหวัดเลยจัดวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565","<p>       ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่าย ศพก.ไร่อำภาฟาร์ม หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) มีส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรจัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร การลดต้นทุนการผลิตและเชื่อมโยงด้านการตลาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงที่จะดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการต่างๆ โดย มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรมต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของเกษตรกรเพื่อพัฒนาอาชีพให้ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเข้าใจง่ายต่อการปฏิบัติ นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาคุณภาพการผลิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565 เพื่อสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตที่ลดลง มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการทำการเกษตร ที่ยั่งยืนในอนาคต โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเลย บูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริการด้านการเกษตร รวมไปถึงการลดต้นทุนการผลิตและเชื่อมโยงด้านการตลาด&nbsp;โดยแบ่งเกษตรกรออกเป็นกลุ่มย่อยและหมุนเวียนเรียนรู้ตามสถานีต่าง ๆ จำนวน 7 สถานี ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 1 ฐานการทำบัญชีครัวเรือน (สนง.ตรวจบัญชีสหกรณ์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 2 ฐานการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง (กรมวิชาการเกษตร)</p><p>สถานีที่ 3 ฐานการขยายพันธุ์พืช (พืชสวนเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 4 ฐานการจัดการศัตรูพืช (สำนักงานเกษตรจังหวัด)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 5 ฐานการผลิตน้ำหมักชีวภาพ (สถานีพัฒนาที่ดินเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 6 ฐานการเลี้ยงปศุสัตว์ (ปศุสัตว์อำเภอเมืองเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่ 7 ฐานการผลิตประมง (ประมงอำเภอเมืองเลย)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสเรียนรู้ หากมีข้อสงสัยจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญ คอยให้คำแนะนำ เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจแล้วสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;นอกจากนี้ ภายในงานมีการให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;พร้อมจัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ในกาลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร พร้อมแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&nbsp;จากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-01-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126192009876"],
    [232,"จ.สุราษฎร์ธานี วางมาตรการเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้มข้น พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคอย่างทั่วถึง","<p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับมอบหมายจากนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน</p><p><strong>ซึ่งจากการหารือได้ข้อสรุปว่า&nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีการระบาดของโรคอหิวาต์</strong>แอฟริกาในสุกร(ASF)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแต่อย่างใด&nbsp;โดยมอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคASF&nbsp;ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และให้เร่งสำรวจข้อมูลฟาร์มสุกร/จำนวนสุกร/ผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;และเตรียมมาตรการเยียวยาตามระเบียบของทางราชการ&nbsp;หากเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ขึ้น&nbsp;รวมทั้งให้ประสานกับประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารข้อมูล&nbsp;และช่วยเฝ้าระวังโรค&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ASF&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;นอกจากนี้ให้ประสานกับด่านกักกันสัตว์&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;การเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามระเบียบ/มาตรการอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ขอให้อำเภอกำชับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสุกรป่วยตายผิดปกติให้แจ้งอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที&nbsp;และให้ทุกหน่วยงานร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและช่วยเฝ้าระวัง&nbsp;แจ้งเหตุให้ทราบผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;หมายเลข&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;1567</p><p><strong>ขณะที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด</strong>&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบที่พัก/ห้องเย็นเก็บซากสุกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ไม่พบการกักตุนเนื้อสุกร&nbsp;หรือการปฏิบัติผิดกฎหมายแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127083259946"],
    [233,"มุ่งพัฒนาองค์ความรู้เจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการไม้ผล ตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายส่งเสริมให้นักวิชาการเกษตรและเกษตรกรคัดเลือกพืชในพื้นที่มาส่งเสริมเป็นผลไม้อัตลักษณ์&nbsp;ผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;เน้นการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตร&nbsp;เพิ่มมูลค่าด้วยมาตรฐานการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;รวมทั้งพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพ&nbsp;</p><p><strong>กระบวนการทำงานในพื้นที่ในการพัฒนาสินค้าไม้ผล</strong>ตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก&nbsp;5&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;พัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่&nbsp;พัฒนาเกษตรกร&nbsp;พัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;การบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้&nbsp;และบริหารจัดการโครงการ&nbsp;</p><p><strong>งานส่งเสริมการผลิตไม้ผลเป็นงานสำคัญงานหนึ่ง</strong>ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีความท้าทายทั้งเรื่องความยากของงานและความเร่งด่วนของระยะเวลาปฏิบัติงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานไม้ผล&nbsp;จึงต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำงานคือ&nbsp;รู้และแม่นยำในการทำข้อมูล&nbsp;ในขณะเดียวกันก็ต้องผสานความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงานที่รับผิดชอบได้อย่างลงตัว&nbsp;</p><p><strong>การเตรียมความพร้อมและพัฒนาความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;ประสบการณ์</strong>&nbsp;ด้านการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;เพื่อการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญา&nbsp;สำหรับตัวอย่างสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียง&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอปากพนัง&nbsp;อำเภอปากพนัง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สละป่าบอน&nbsp;อำเภอป่าบอน&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ทุเรียนชะนีเกาะช้าง&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งล้วนจัดเป็นสินค้าสร้างชื่อ&nbsp;และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจหลักที่มีการส่งออกมากที่สุดคือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;รองลงมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลำไย&nbsp;มังคุด&nbsp;มะม่วง&nbsp;เงาะ&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และลองกอง&nbsp;ในขณะที่ผลไม้พื้นถิ่นซึ่งเป็นผลไม้กลุ่มเศรษฐกิจรองก็มีความสำคัญเช่นกัน&nbsp;และยังได้รับความนิยมสูงเท่าเทียมกัน&nbsp;จะเห็นได้จากมีมูลค่าการซื้อขายในประเทศสูง&nbsp;รวมทั้งมีตลาดเฉพาะอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127112903013"],
    [234,"เตรียมมาตรการรองรับปลดล็อคกัญชา กัญชง ต้องไม่ส่งผลกระทบเกษตรกรที่จะปลูกในประเทศ ","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในประเด็นที่เป็นข้อกังวลเรื่องความพร้อมของเกษตรกรและพันธุ์พืชสกุลกัญชาที่จะใช้ปลูกนั้น&nbsp;การดำเนินงานที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้รวบรวม&nbsp;ศึกษา&nbsp;และขยายพันธุ์กัญชาพันธุ์พื้นเมืองของไทย&nbsp;และพันธุ์การค้าจากต่างประเทศรวม&nbsp;87&nbsp;แหล่งปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;พันธุ์&nbsp;ซึ่งกรมฯพร้อมที่จะผลิตต้นพันธุ์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรนำไปปลูกได้อย่างเพียงพอ&nbsp;ทั้งนี้ได้จัดทำคู่มือการปลูกพืชสกุลกัญชาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและครอบคลุมในทุกมิติเผยแพร่ไปสู่เกษตรกรแล้ว&nbsp;และยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินจัดทำแผนที่ความเหมาะสมการปลูกพืชสกุลกัญชาในแปลงปลูกของประเทศไทยด้วย&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ที่</strong>&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.doa.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.doa.go.th</a>&nbsp;บนเมนู&nbsp;กัญชง&nbsp;กัญชา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมยังสนับสนุนการนำพันธุ์กัญชา&nbsp;กัญชงมาแจ้งขึ้นทะเบียนพันธุ์&nbsp;โดยปัจจุบันมีพันธุ์กัญชาที่ได้หนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรแล้วจำนวน&nbsp;5&nbsp;พันธุ์&nbsp;และกัญชงจำนวน&nbsp;8&nbsp;พันธุ์&nbsp;รวมทั้งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดการตรวจสอบลักษณะประจำพันธุ์ของพืชสกุลแคนาบิสที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;โดยกัญชากัญชงจะเป็นพืชที่สามารถนำพันธุ์ใหม่มายื่นขอจดทะเบียนรับความคุ้มครองได้&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักปรับปรุงพันธุ์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชสกุลกัญชาให้มีความหลากหลายของพันธุ์มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร&nbsp;พร้อมกันนี้กรมวิชาการเกษตรยังได้เปิดขอบข่ายการรับรองแหล่งผลิตพืชกัญชากัญชงตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อรองรับการปลูกที่ปลอดภัย&nbsp;ในเกรดที่นำไปทำเป็นยาและสำหรับบริโภคได้</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สำหรับข้อกังวลเรื่องการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และช่อดอก&nbsp;พืชสกุลกัญชาจากต่างประเทศได้อย่างเสรีนั้น&nbsp;กรมวิชาการเกษตรมีมาตรการทางฏหมายที่กำกับดูแลการนำเข้า&nbsp;คือ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;กักพืช&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถประกาศให้พืชสกุลกัญชาเป็นสิ่งต้องห้ามได้&nbsp;หากวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วพบว่าประเทศต้นทางมีศัตรูพืชที่ร้ายแรง&nbsp;ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยการนำเข้าสิ่งต้องห้ามที่ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;แจ้งนำเข้าที่ด่าน&nbsp;พร้อมแนบใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับมาด้วย&nbsp;รวมทั้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;วิธีการที่กำหนด&nbsp;พร้อมกับยังต้องปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;พ.ศ.2518&nbsp;ซึ่งเมล็ดพันธุ์กัญชาและกัญชงเป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุมการนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;ขาย&nbsp;และรวบรวมจะต้องขออนุญาตและต้องไม่ใช่พืชดัดแปลงพันธุกรรม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127184124305"],
    [235,"เกษตรจังหวัดกระบี่ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน แก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวถึงโครงการส่งเสริมให้เกษตรกร</strong>ใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;แก้ปัญหาภัยแล้ว&nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงดิน&nbsp;ส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง&nbsp;<strong>&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่จึงได้จัดโครงการศึกษาการจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้งบประมาณสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว.)&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อแสดงผลการศึกษาการใช้ถ่านชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้</strong>ทางการเกษตร&nbsp;ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ที่สามารถทำให้เผชิญปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงดิน&nbsp;และการส่งเสริมให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง&nbsp;เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรที่มีต่อการจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยกำหนดให้มีต้นแบบองค์ความรู้การจัดการดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;โดยแยกเป็น&nbsp;3&nbsp;ชนิดพืช&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ชนิดพืชชะอม&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;ชนิดพืชแตงโม&nbsp;และอำเภออ่าวลึก&nbsp;ชนิดพืชฟักทอง&nbsp;รวมถึงเกษตรกรมีทัศนคติที่ยอมรับนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติ&nbsp;และสามารถเป็นต้นแบบขยายผลในเกิดประโยชน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมการเข้าฐานเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฐาน&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การเลือกชนิดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;&nbsp;การผลิตเตาเผาถ่านไบโอชาร์และการใช้งานเตาแต่ละชนิด&nbsp;การแปรรูปและผลิตผลิตภัณฑ์จากถ่านไบโอชาร์และประโยชน์จากถ่านชีวภาพ&nbsp;โดยเกษตรกรเจ้าของแปลงศึกษาพร้อมด้วยเกษตรกรเครือข่าย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการถ่านชีวภาพและนิทรรศการจากศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนคลองพน&nbsp;ซึ่งเป็นต้นแบบในการผลิตเตาเผาถ่านไบโอชาร์ของจังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127124134054"],
    [236,"จังหวัดลพบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลพบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะค่า&nbsp;อำเภอโคกเจริญ&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;covid-19&nbsp;ทำให้วิถีการทำเกษตรเปลี่ยนไปการรวมกลุ่มการทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เท่าที่ควร&nbsp;เนื่องจากช่องทางจำหน่ายลดลงทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรมีราคาสูง&nbsp;ขาดอำนาจการต่อรอง&nbsp;ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;และยังประสบปัญหาด้านการเกษตรด้านโรค&nbsp;แมลง&nbsp;ศัตรูพืชระบาด&nbsp;จะเห็นว่าปัญหาด้านการเกษตรมีความหลากหลาย&nbsp;จึงจำเป็นต้องบูรณาการ&nbsp;ออกหน่วยให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพการเกษตรและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืน<strong>สำหรับหน่วยคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คลินิก&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;คลินิกด้านพืช,&nbsp;สัตว์,&nbsp;ประมง,&nbsp;ดินและปุ๋ย&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังนำหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ในระดับจังหวัดนำบริการต่างๆมากกว่า&nbsp;50&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;มาให้บริการประชาชนในพื้นที่โดยตรง&nbsp;รวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและต้องการของประชาชน&nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาให้การช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;และยังมีพิธีมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยากไร้&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ชุด,&nbsp;มอบเครื่องนุ่งห่มให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาสาธารณภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ชุด,&nbsp;มอบทุนกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ทุน&nbsp;และพิธีมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ทุน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127175623230"],
    [237,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งควบคุมโรค ASF ในฟาร์มสุกร 2 อำเภอ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดทุกสัปดาห์เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งสุกรจากฟาร์มอื่นๆ ตรวจหาเชื้อ","<p><strong>(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากกรณีตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ได้มีการทำลายซากสุกร&nbsp;117&nbsp;ตัว&nbsp;ต่อมามีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;ล่าสุดยืนยันว่ายังไม่มีฟาร์มหมูในพื้นที่อื่นติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;พร้อมแจ้งนายอำเภอประสานกับเจ้าหน้าที่ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;โรคระบาดสัตว์&nbsp;2558&nbsp;ขณะนี้มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดทุกสัปดาห์เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สำหรับฟาร์มอื่นในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;กรณีรายย่อยให้นำสุกรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้ที่สุดหรือภายในจังหวัดเท่านั้น&nbsp;กรณีผู้เลี้ยงขนาดกลาง&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างโรงเรือนละ&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ประกอบด้วยเลือดหรือน้ำลาย&nbsp;สารคัดหลั่งไปตรวจสอบหาเชื้อ&nbsp;ส่วนฟาร์มในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;ให้ผู้เลี้ยงเฝ้าระวังอาการของสุกร</p><p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ได้กำหนดแนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อของฟาร์มรายย่อยโดยควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรในพื้นที่รัศมี&nbsp;5&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;ยานพาหนะทุกคันที่มีการขนย้ายสุกรหรือซากสุกร&nbsp;ให้ทำความสะอาดล้างรถทุกครั้งและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จุดตรวจด่านกักกันสัตว์หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ก่อนนำสุกรหรือซากสุกรขึ้นยานพาหนะ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สั่งการให้ฝ่ายสุขภาพสัตว์เร่งสร้างเครือข่ายช่องทางการแจ้งโรค&nbsp;เก็บตัวอย่างจากฟาร์ม&nbsp;โรงฆ่าสุกร&nbsp;และสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;ตามแผนงานที่กำหนด&nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยขอความร่วมมือรถจับสุกรให้ทำความสะอาดรถทุกครั้งหลังจับ&nbsp;ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ให้พ่นรถจับสุกรทุกครั้งก่อนออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127154557165"],
    [238,"สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลาง ณ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ที่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;ที่แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา</strong>&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;อ่อนดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และหน่วยงานในจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;เข็มวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาทร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลาง&nbsp;ณ&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&nbsp;จากการเผาในพื้นที่การเกษตรและสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;เป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการทำการเกษตรแบบปลอดการเผาได้อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมสร้างการรับรู้และกิจกรรมเสนอทางเลือกลดการเผา&nbsp;อาทิ&nbsp;การแสดงนิทรรศการ&nbsp;เช่น&nbsp;ผลกระทบจากการเผา&nbsp;การไถกลบตอซัง&nbsp;บรรจุภัณฑ์จากฟางข้าว&nbsp;เชื้อเพลิงชีวมวลจากฟางข้าว&nbsp;ใบอ้อย&nbsp;และเหง้ามันสำปะหลัง&nbsp;การสาธิตการใช้ประโยชน์จากวัสดุทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปการใช้&nbsp;และของประดับจากฟางข้าว&nbsp;การเพาะเห็ดจากฟางข้าว&nbsp;การอัดฟางก้อน&nbsp;การทําปุ๋ยหมักจากฟางข้าวการให้บริการด้านวิชาการ&nbsp;เช่น&nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบลดโลกร้อน&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกข้าวโดยการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์&nbsp;ในแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ด้านเมล็ดพันธุ์และการปลูกข้าวโพดหลังนา&nbsp;เทคโนโลยีการปลูกอ้อย&nbsp;การใช้ปุ๋ยและการปรับปรุงดิน&nbsp;และให้คำแนะนำแหล่งเงินทุน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการตลาด&nbsp;โดยการนำผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากตลาดเกษตรกร&nbsp;มาร่วมจำหน่ายภายในงาน</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127171645211"],
    [239,"ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  ร่วมกับ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  ตรวจเยี่ยมตลาดเกษตรจังหวัดตรัง","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมตลาดเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;เผือกผ่อง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนจังหวัดตรัง&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นายอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการตลาดเกษตรกรเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ที่กำหนดให้ทุกจังหวัดมีสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;หรือมีแหล่งกระจายผลผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัย&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจำนวนมากกว่า&nbsp;75&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;เป็นของเกษตรกรรายเดี่ยว&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;แม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;รวมแล้วกว่า&nbsp;45&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สินค้าในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;GAP&nbsp;อย.&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;มผช.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จึงมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127161333176"],
    [240,"เกษตรนาโยง ร่วมกับเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการ ศพก. และโครงการพัฒนาและสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (งบกลาง ปี 2564)","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร</strong>ชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับนางพรทิพย์&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ของนายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;(ศพก.หลัก&nbsp;อำเภอนาโยง)&nbsp;และโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(งบกลาง&nbsp;ปี&nbsp;2564)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;มีเป้าหมายดังนี้&nbsp;</p><p>1.โครงการส่งเสริมการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะและพลังงานทางเลือก&nbsp;(โซลาเซลล์)&nbsp;ในไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;จำวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ของนายแปลง&nbsp;รักภักดี&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.นาข้าวเสีย&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งดำเนินการติดตั้งระบบน้ำและใช้งานเรียบร้อยแล้ว</p><p>2.โครงการปลูกพืชทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ได้รับมอบต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;และพริกไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ต้น&nbsp;เป้าหมายติดตามแปลงของเกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางพรเพ็ญ&nbsp;มากชัย&nbsp;นางสุคนธ์&nbsp;นาคประสิทธิ์&nbsp;และนายเกษม&nbsp;ทองขาว&nbsp;ดำเนินการปลูกเรียบร้อยแล้ว</p><p>3.โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;(นายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์)&nbsp;ได้รับเครื่องสูบน้ำแบบโซลาเซลล์&nbsp;ผลตอบรับหลังจากเข้าร่วมโครงการพบว่า&nbsp;เกษตรกรมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127165456196"],
    [241,"โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10:00&nbsp;น.&nbsp;นายวรพันธุ์&nbsp;สุวัณณุสส์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่อาคารตลาดนัดบ้านวังมืด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบุพราหมณ์&nbsp;อำเภอนาดี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ได้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ที่มีปัญหา&nbsp;ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม</strong>&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;เป็นการสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย&nbsp;พระวิริยะอุตสาหะ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหา&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกๆ&nbsp;ด้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ปราจีนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127181815249"],
    [242,"เกษตรนครพนม เดินหน้าถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เป็น (Young Smart Farmer) ยกระดับการเกษตรสมัยใหม่ด้วยคนรุ่นใหม่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณศูนย์การเรียนรู้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;22&nbsp;ตำบลบ้านแก้ง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอนาแก&nbsp;จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ภายใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;กิจกรรมพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;หลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;ให้เป็น&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ซึ่งดำเนินการเป็นระยะที่&nbsp;1&nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการจัดในระหว่างวันที่&nbsp;27-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพและความสามารถด้านการเกษตรทดแทนเกษตรกรที่สูงอายุ&nbsp;และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าของสินค้าภาคการเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เกิดการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำทางการเกษตร&nbsp;พึ่งพาตนเองและครอบครัว&nbsp;เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตรได้อย่างมั่นคง</p><p><strong>สำหรับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรทุกคนได้รับการพัฒนาเป็นเกษตรกรที่มีความพร้อมรับกับสถานการณ์ด้านการเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยมีความพร้อม&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;จึงได้กำหนดคำนิยามของเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;-Farmer)&nbsp;หมายถึง&nbsp;ผู้ประกอบการเกษตรที่มีการใช้เทคโนโลยี&nbsp;และการบริหารจัดการเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างทันยุคสมัย&nbsp;มีความเข้มแข็ง&nbsp;พึ่งพาตนเองได้และถือเป็นเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม&nbsp;มุ่งเน้นให้มีความสามารถในการบริหารจัดการกลุ่มทั้ง&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริหารจัดการองค์กร&nbsp;ทุนและทรัพยากร&nbsp;ผลประโยชน์ของสมาชิก&nbsp;ความรู้ความสามารถของสมาชิกและองค์กร&nbsp;และการบริหารเชิงธุรกิจ&nbsp;เพื่อให้เกิดกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;&nbsp;นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายเจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพของกรมส่งเสริมการเกษตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพยิ่งขึ้น&nbsp;และยังได้ดำเนินงานสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่มาตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2551&nbsp;&nbsp;มุ่งเน้นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรเป็นรายบุคคลในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การบริหารจัดการธุรกิจ&nbsp;และการใช้ระบบสารสนเทศ</p><p><strong>การดำเนินงานตามนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;</strong>มีการแบ่งช่วงอายุของกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;อายุ&nbsp;17-45&nbsp;ปี&nbsp;จึงยกระดับการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เน้นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายโดยให้เกษตรกรเป็น&nbsp;ศูนย์กลางการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็น&nbsp;ผู้จัดการเรียนรู้&nbsp;มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความสามารถด้านการเกษตร&nbsp;ทดแทนเกษตรกรผู้สูงอายุ&nbsp;และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาด&nbsp;จนเป็นเกษตรกรมืออาชีพที่เป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น&nbsp;และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับ&nbsp;ขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>การสร้าง&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;</strong>ถือเป็นการเสริมสร้างความรู้ด้านการเกษตรแบบรุ่นใหม่ให้กับเยาวชนตั้งแต่สถาบันการศึกษาในระดับประถม&nbsp;หรือเยาวชนทั่วไป&nbsp;ที่เยาวชนซึ่งเป็นบุตรหลานของเกษตรกรให้รู้เรื่องการตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;วิเคราะห์สภาพดิน&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์&nbsp;การดูแลจัดการด้วยระบบเกษตรแม่นยำ&nbsp;การเก็บเกี่ยว&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาดให้ครบวงจร&nbsp;เพื่อสร้างเยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ในอนาคต&nbsp;ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;ทั้งมีความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพทางการเกษตร&nbsp;พึ่งพาตนเอง&nbsp;และเป็นที่พึ่งให้แก่เพื่อนเกษตรกรได้&nbsp;และสำหรับคุณสมบัติของ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จะต้องมีความรู้เรื่องที่ทำ&nbsp;มีข้อมูลตัดสินใจ&nbsp;มีการจัดการผลผลิต/ตลาด&nbsp;ใส่ใจคุณภาพ&nbsp;รับผิดชอบสังคม/สิ่งแวดล้อม&nbsp;ภาคภูมิใจที่เป็นเกษตรกร&nbsp;โดยเกษตรกรรุ่นใหม่จะต้องได้รับการประเมินศักยภาพและต้องผ่านคุณสมบัติด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;180,000&nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&nbsp;และมีอายุระหว่าง17-&nbsp;45&nbsp;ปี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;</strong>สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128000846407"],
    [243,"จ.สุรินทร์ ประชุมขับเคลื่อนโครงการ \"สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางกรรณชนันจ์&nbsp;คชสีห์&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าทีประจำศูนย์ข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;กลุ่มงานกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"&nbsp;</strong>คณะทำงานด้านการตรวจรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS&nbsp;Surin&nbsp;Model)&nbsp;และคณทำงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการปลูกข้าวอินทรีย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128085807430"],
    [244,"รณรงค์เข้ม สร้างเครือข่ายลดการเผาในพื้นที่ภาคกลาง เน้นใช้เทคโนโลยีจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;จัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรภาคกลางขึ้น&nbsp;ที่แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อรณรงค์เน้นหนักให้เกษตรกรมีความตระหนักถึงข้อเสียของการเผาในพื้นที่การเกษตรและนำเสนอเทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสมในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีจังหวัดในความรับผิดชอบ&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;อ่างทอง&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;และชัยนาท&nbsp;มีพื้นที่การเกษตรประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;</p><p><strong>โดยจากฐานข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</strong>&nbsp;&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่ามีจุด&nbsp;Hotspot&nbsp;ในพื้นที่การเกษตรภาพรวม&nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;คิดเป็นพื้นที่&nbsp;18,031&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ปลูกข้าว&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาในชุมชนต้นแบบ&nbsp;12&nbsp;ชุมชน&nbsp;&nbsp;และพบว่า&nbsp;หลายพื้นที่ประสบความสำเร็จทั้งลดการเผาและสร้างรายได้แก่ชุมชนจากการผลิตและจำหน่ายฟางก้อน&nbsp;ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากใบอ้อย&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;การเพาะเห็ดจากฟางข้าว&nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักสร้างมูลค่า&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>ภาพรวมทั้งประเทศ&nbsp;จากการสำรวจจากดาวเทียมระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;12,705&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากเดิมในปี&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งพบจุดความร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;26,310&nbsp;จุด&nbsp;โดยอยู่ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;3,320&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากเดิมในปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;6,285&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>ตั้งเป้าลดการเผาในพื้นที่การเกษตรในเขตจังหวัดภาคกลางให้เป็นศูนย์&nbsp;หรือน้อยกว่าปี&nbsp;2564&nbsp;โดยใช้กลไกเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;ทำหน้าที่สื่อสารสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเผาในพื้นที่การเกษตรและจัดงานรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้เกษตรกรเกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเกิดจิตสำนึกตระหนักถึงผลเสียจากการเผา&nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128102232471"],
    [245,"สวนส้มโชกุนตรัง ราคาดีสวนกระแสส้มภาคอื่น  ผลผลิตเยอะ รสชาติหวานอร่อยเป็นที่ต้องการของตลาดออนไลน์ทั่วประเทศ เฉพาะเทศกาลตรุษจีนเจ้าของสวนเตรียมไว้ 40,000 กิโลกรัม พร้อมกับประกาศปรับลดราคาลง 10 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อช่วยประชาชนในภาวะของแพง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่สวนส้ม&nbsp;ไร่วังน้ำค้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;บ้านเจ้าพะ&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สวนส้ม&nbsp;โชกุนที่มีชื่อเสียงของ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และได้ผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตรว่าเป็นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัยจากสารเคมี&nbsp;พบว่าคนงานกำลังเร่งเก็บผลผลิต&nbsp;เพื่อเตรียมส่งขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ซึ่งมีออเดอร์จากการขายออนไลน์เข้ามาจำนวนมาก&nbsp;ทั้งจากในจังหวัด&nbsp;และจากจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;สวนกระแสส้มของจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่ราคาตก&nbsp;โดยส้มทั้งหมดที่กำลังออกผลผลิตในปีนี้รวมประมาณ&nbsp;&nbsp;80,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จากเนื้อที่ประมาณ&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นส้มที่ออกในฤดูกาล&nbsp;คือ&nbsp;ฤดูแล้ง&nbsp;ทำให้รสชาติหวาน&nbsp;อร่อย&nbsp;และปลอดสารพิษ&nbsp;จึงเป็นที่ต้องการของลูกค้า&nbsp;เฉพาะเทศกาลตรุษจีนปีนี้&nbsp;เตรียมส้มไว้ทั้งหมด&nbsp;40,000&nbsp;กก.&nbsp;โดยทุกปีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังจะเข้าไปเก็บตัวอย่างผลผลิตตรวจหาสารเคมี&nbsp;โดยเมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้ก็เดินทางเข้าไปเก็บเช่นกัน&nbsp;แต่ผลยังไม่ออกมา&nbsp;แต่ยืนยันได้ว่าเป็นส้มปลอดสารเคมี&nbsp;100%</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ส้มโชกุนให้ผลผลิตดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;โดยเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;เก็บไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เหลืออีกประมาณ&nbsp;70,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;กำลังทยอยเก็บ&nbsp;เชื่อว่าสามารถเก็บผลผลิตต่อไปได้จนถึงเทศกาลเช็งเม้ง&nbsp;หรือประมาณเดือนมีนาคม&nbsp;หรือเมษายน&nbsp;เฉพาะเทศกาลตรุษจีนปีนี้ได้เตรียมผลผลิต&nbsp;และกำลังเร่งให้คนงานเก็บทั้งกลางวันและกลางคืน&nbsp;เพื่อส่งจำหน่ายประมาณ&nbsp;&nbsp;40,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;ซึ่งปีนี้ไม่มีการปรับราคา&nbsp;แต่มีการลดราคาให้ลูกค้ากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ทุกไซต์&nbsp;ทุกขนาด&nbsp;เพื่อช่วยประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะของแพง&nbsp;โดยมีทั้งหมดประมาณ&nbsp;5&nbsp;ขนาด&nbsp;จำหน่ายตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มขนาด&nbsp;5&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ขนาด&nbsp;6&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;150&nbsp;บาท,&nbsp;ขนาด&nbsp;7&nbsp;ลูก&nbsp;กก.ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;130&nbsp;บาท,&nbsp;ขนาด&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;ขาย&nbsp;กก.ละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมกก.ละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;และขนาดเล็กสุด&nbsp;11-12&nbsp;ลูกต่อกก.ขายกก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมกก.ละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งส้มทั้งหมดเป็นส้มเกรดเอคัดไซส์&nbsp;โดยขนาดที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขนาด&nbsp;6&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.&nbsp;และขนาด&nbsp;7&nbsp;ลูกต่อ&nbsp;กก.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;แม้ผลผลิตส้มจะออกมาก&nbsp;ราคาดี&nbsp;มีรายได้เพิ่ม&nbsp;แต่ต้องประสบกับปัญหาราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้น&nbsp;จากเดิมปุ๋ยกระสอบละ&nbsp;800&nbsp;-&nbsp;900&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้ปรับราคาขึ้นเป็นกระสอบละกว่า&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งตนเองจะต้องใส่ปุ๋ยปีละ&nbsp;3&nbsp;รอบ&nbsp;แต่ละรอบจะต้องจ่ายค่าปุ๋ยเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ในปีนี้ต้องจ่ายเงินค่าปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด&nbsp;180,000&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้เดือดร้อนหนักเหมือนกับเกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;แต่สิ่งที่ตนเองสงสัย&nbsp;คือ&nbsp;ทำไมประเทศเพื่อนบ้านเขาผลิตและส่งออกปุ๋ยได้&nbsp;แต่ทำไมประเทศไทยไม่ผลิตปุ๋ยเคมีใช้เองภายในประเทศ&nbsp;แต่ต้องพึ่งพาการนำเข้าแม่ปุ๋ย&nbsp;ตนเองสงสัยมาก&nbsp;จึงอยากวอนขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ย&nbsp;ให้เป็นราคาที่เหมาะสม&nbsp;ไม่ใช่แพงมากขนาดนี้&nbsp;ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับไร่วังน้ำค้าง&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ&nbsp;130&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>แบ่งเป็น&nbsp;พื้นที่ปลูกส้มโชกุน&nbsp;รวม&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;และ&nbsp;60&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นสวนผลไม้และการเกษตรผสมผสาน&nbsp;เช่น&nbsp;ส้มโอ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;กระท้อน&nbsp;และพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอื่นๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;โดยผลผลิตส้มโชกุนจะออกปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ในฤดูกาล&nbsp;ประมาณธันวาคม&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;และนอกฤดูกาล&nbsp;ประมาณเดือนสิงหาคม&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;ช่วงที่ไม่มีผลผลิตก็จะเป็นการพื้นฟูลำต้น&nbsp;และบำรุงดิน&nbsp;&nbsp;ใครสนใจติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;087&nbsp;&nbsp;2715052</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128130648556"],
    [246,"ขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ภายใต้ยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด","<p><strong>นายพิศาล&nbsp;พงศาพิชณ์</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;(มกอช.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต&nbsp;เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก&nbsp;</p><p><strong>มกอช.&nbsp;ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ</strong>&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;โดยมีเลขาธิการ&nbsp;มกอช.&nbsp;และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานอนุกรรมการร่วม&nbsp;และมีผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน&nbsp;มกอช.&nbsp;และผู้อำนวยการกองมาตรฐานสินค้านำเข้าส่งออก&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เป็นฝ่ายเลขานุการร่วม&nbsp;</p><p><strong>คณะอนุกรรมการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพฯ</strong>&nbsp;ได้มีการประชุมหารือร่วมกันและเห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับในสินค้านำร่อง&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวและทุเรียน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการผลักดันสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานให้มีมูลค่าสูง&nbsp;โดยการพัฒนาและเชื่อมโยงเกษตรกรที่ได้มาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไปใช้&nbsp;รวมไปถึงการส่งเสริมการนำระบบตามสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ไปใช้&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและส่งเสริมการเชื่อมโยงสินค้ามาตรฐานกับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;มีผลการดำเนินงาน</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรือ&nbsp;Organic&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;สำหรับสินค้านำร่องข้าวและทุเรียน&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีแผนการดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;โดยขยายผลเพิ่มเติมไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กำลังดำเนินการต่อเนื่องในสินค้าข้าวและส่งเสริมช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและมีการใช้ระบบตามสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรทั้งช่องทางออฟไลน์และช่องทางออนไลน์&nbsp;อาทิ&nbsp;การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มกลาง&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;บนแพลตฟอร์ม&nbsp;Thaitrade.com&nbsp;ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและแพลตฟอร์ม&nbsp;Phenixbox.com&nbsp;ของบริษัทแอสเสท&nbsp;เวิรด์&nbsp;คอร์ป&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ซึ่งได้เชื่อมโยงช่องทางเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรไทยไว้บนหน้าเฉพาะ&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;บนเว็บไซต์&nbsp;Moc.go.th&nbsp;รวมถึงเว็บไซต์&nbsp;DGTFarm.com&nbsp;ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่&nbsp;มกอช.&nbsp;พัฒนาขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128154717669"],
    [247,"ทำขวัญเกลือ เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาเกลือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบ้านแหลม&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สถาบันเกลือทะเล&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;สหกรณ์เกลือและชาวนาเกลือ&nbsp;7&nbsp;จังหวัดในภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้และภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งจะทำพิธีพร้อมกันทุกจังหวัด&nbsp;กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาเกลือทะเล&nbsp;รวมถึงการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์&nbsp;วัฒนธรรมการทำนาเกลือทะเลของประเทศ&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทสไทย&nbsp;อีกทั้งเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือทะเล&nbsp;และเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่</p><p><strong>การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นการรื้อฟื้นประเพณีโบราณของนาเกลือ</strong>เพื่อความเป็นสิริมงคลฤกษ์งามยามดีเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสู่ผลผลิตที่สมบูรณ์ต่อยอดด้วยมาตรฐานและคุณภาพใหม่&nbsp;(มาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;(มกษ.)&nbsp;และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายสร้าง&nbsp;Story&nbsp;สร้างแบรนด์ด้วยการตลาดยุคดิจิทัล&nbsp;</p><p><strong>เกลือทะเลมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ไทย</strong>&nbsp;ส่วนประวัติศาสตร์โลกนั้นในยุโรปยุคกรีก-โรมันเรียกเกลือว่า&nbsp;สสารแห่งพระเจ้า&nbsp;เป็นยุทธปัจจัยและสารอาหารที่สำคัญมาก&nbsp;การฟื้นฟูให้ความสำคัญกับพิธีทำขวัญเกลือจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเกลือทะเลไทยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีอีกพิธีกรรมคือ&nbsp;พิธีแรกนาเกลือในเดือนแรกของการเริ่มต้นฤดูกาลทำนาเกลือเมื่อแดดแรกมาถึงหลังสิ้นฤดูฝนในเดือนตุลาคม&nbsp;หรือพฤศจิกายน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128154229655"],
    [248,"ปศุสัตว์สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;นายสมยศ&nbsp;ปราณอุดมรัตน์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชนิตา&nbsp;แช่มตระกูล&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายสาธิต&nbsp;กล่อมสวัสดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันตรวจตลาดและราคาสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เนื่องในเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสดบางฆ้อง&nbsp;และตลาดสดปากน้ำ&nbsp;(ท่าเรือวิบูลย์ศรี)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;และไข่สด&nbsp;เพื่อนำไปประกอบพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าและบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วในช่วงเทศกาลตรุษจีน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้มีการเข้มงวดตรวจสอบกระบวนการผลิต</strong>สินค้าปศุสัตว์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตของกรมปศุสัตว์&nbsp;รวมถึงการสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อตรวจหาสารตกค้างต่างๆ&nbsp;ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านการตรวจสอบมีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์ทั้งระบบ&nbsp;โดยมุ่งหวังให้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ช่วยสร้างความมั่นใจในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น&nbsp;ปัจจุบันมีสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ในขอบข่ายการรับรองทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อเป็ด&nbsp;เนื้อโค&nbsp;ไข่ไก่สด&nbsp;ไข่เป็ดสด&nbsp;และไข่นกกระทาสด&nbsp;โดยสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองโครงการปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จะต้องจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ดี&nbsp;เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ&nbsp;ขอให้ประชาชนผู้บริโภคมั่นใจว่า</strong>&nbsp;สินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองนั้น&nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เหมาะสมแก่การบริโภค&nbsp;ปลอดจากสารตกค้าง&nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;มั่นใจซื้อสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ให้สังเกตตราสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการได้กำชับให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจ&nbsp;และใช้เครื่องชั่งให้ได้มาตรฐานที่กำหนด&nbsp;ซึ่งจะมีสติกเกอร์เครื่องชั่งที่ได้รับการตรวจจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128134911578"],
    [249,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด จัดพิธีมอบป้ายโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า Q และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย เลือกใช้สินค้า Q (Q Restaurant )","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบป้ายโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า&nbsp;Q&nbsp;และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&nbsp;เลือกใช้สินค้า&nbsp;Q&nbsp;(Q&nbsp;Restaurant&nbsp;)&nbsp;ให้แก่ผู้ผ่านการรับรองตามโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ดำเนินการจัดขึ้น&nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร</strong>และอาหารแห่งชาติ&nbsp;มอบหมายให้จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินโครงการส่งเสริมการบริโภคและใช้วัตถุดิบสินค้า&nbsp;Q&nbsp;และโครงการร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัย&nbsp;เลือกใช้สินค้า&nbsp;Q&nbsp;(Q&nbsp;Restaurant)&nbsp;&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เพื่อส่งเสริมแหล่งจำหน่ายสินค้า&nbsp;Q&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากสินค้า&nbsp;Q&nbsp;ในจังหวัดตราดให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;</strong>และผ่านการรับรองเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>ประเภทสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;Q&nbsp;รายใหม่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านค้าหน้าฟาร์ม&nbsp;ศุภฤกษ์&nbsp;เมล่อนฟาร์ม&nbsp;สินคา&nbsp;GAP&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมล่อน&nbsp;และร้านค้าหน้าฟาร์ม&nbsp;นางนิตย์&nbsp;สาขะ&nbsp;สินค้า&nbsp;GAP&nbsp;ได้แก่&nbsp;คะน้า&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;และกวางตุ้องฮ่องเต้&nbsp;</p><p><strong>ประเภทร้านอาหารได้ป้ายรับรองอาหารวัตถุดิบปลอดภัย</strong>เลือกใช้สินค้า&nbsp;Q&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านนัวร์&nbsp;CAF?_82c&nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อเป็ดบด&nbsp;เนื้ออกเป็ด&nbsp;เอ็นข้อไก่&nbsp;ปีกกลางไก่&nbsp;เนื้อหมูบด&nbsp;ร้านแคนวาส&nbsp;แฟมิลี่&nbsp;โฮม&nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กุ้งขาวไวหาง&nbsp;ปีกกลางไก่&nbsp;อกไก่เนื้อล้วนติดหนัง&nbsp;และร้านอานารีน&nbsp;วัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;น่องติดสะโพกเป็ด&nbsp;เนื้ออกเป็ด&nbsp;น่องติดสะโพกไก่&nbsp;จึงได้จัดให้มีการมอบป้ายโครงการในครั้งนี้ขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128153952648"],
    [250,"ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี ชี้แจงกรณีชาวบ้านร้องเรียนมีการขนย้ายหมูตายออกจากฟาร์ม กังวลอาจเป็นโรค","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีประกาศเป็นเอกสารชี้แจง</strong>ถึงกรณีชาวบ้านร้องเรียนมีการขนย้ายหมูตายออกจากฟาร์ม&nbsp;และกังวลหมูอาจเป็นโรคนั้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีตัวแทนประชาชนในจังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้เข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้นำภาพรถขนสุกรตายในพื้นที่อำเภอปากท่อ&nbsp;และอำเภอเมืองราชบุรี&nbsp;และได้ยื่นรายละเอียดร้องต่อสื่อมวลชนว่ามีการขนย้ายสุกรตายออกจากฟาร์มเป็นประจำ&nbsp;และนำสุกรตายเหล่านี้ไว้ที่ใด&nbsp;ป่วยเป็นโรคหรือไม่และมีการระบาดในพื้นที่จังหวัดราชบุรีหรือไม่&nbsp;เพราะอาจสร้างผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่เมื่อนำสุกรไปชำแหละขายเพื่อบริโภคกับประชาชน</p><p><strong>โดยข้อเท็จจริงสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้รับเรื่องร้องเรียนของประชาชน&nbsp;</strong>และได้รายงานเบื้องต้นกับนายประกอบ&nbsp;วงศ์มณีรุ่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;ว่าในกรณีการเกิดโรคระบาด&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-9&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;กรมปศุสัตว์ส่งชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจสอบเก็บตัวอย่าง&nbsp;เพื่อค้นหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า&nbsp;ชุดเฉพาะกิจได้เข้าตรวจสอบฟาร์มสุกร&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;และนำตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติกรมปศุสัตว์&nbsp;ผลปรากฏว่าไม่พบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี</p><p>ซึ่งมีการดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&nbsp;จะดำเนินการตรวจสอบสถานะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการร้องเรียน&nbsp;จากกลุ่มบุคคล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่ฟาร์มในพื้นที่ตำบลห้วยไผ่&nbsp;ตำบลน้ำพุ&nbsp;อำเภอเมืองราชบุรี&nbsp;และพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ของตำบลทุ่งหลวง&nbsp;อำเภอปากท่อ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;33&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;โดยกระทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม2565</p><p>2.&nbsp;ในส่วนของรูปถ่ายภาพยานพาหนะที่มีลักษณะการบรรทุกซากสุกรทั้ง&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีความผิดฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;ตาม&nbsp;พรบ.โรคระบาตสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558</p><p>3.&nbsp;ให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เข้มงวดการออกใบอนุญาต&nbsp;เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;รวมถึงชากสัตว์ที่ตายภายในฟาร์มที่ไม่มีวิการโรคระบาด&nbsp;ให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม&nbsp;ออกหนังสือรับรองซาก&nbsp;และอนุญาตให้นำไปเป็นอาหารสัตว์อื่น&nbsp;เช่น&nbsp;จระเข้&nbsp;ปลา&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ส่วนซากที่ไม่เหมาะสมให้ฝัง&nbsp;เผา&nbsp;ทำลายภายในฟาร์ม&nbsp;ไมให้มีการเคลื่อนย้ายออกนอกฟาร์มเป็นอันขาด</p><p>4.&nbsp;ให้ปศุสัตว์อำเภอร่วมกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ดำเนินการตั้งต่าน&nbsp;ตรวจสอบการระทำผิดตาม&nbsp;พรบ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้รับรายงานว่า</strong>มีการพบเชื้อโรคอหิวาต์&nbsp;แอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปากท่อ&nbsp;ได้มีการประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคแอฟริกาในสุกร(AFS)&nbsp;ข้อที่&nbsp;3&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์ตามข้อ&nbsp;2&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาดเว้นแต่ได้รับใบอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์&nbsp;ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&nbsp;ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามาตรา&nbsp;22&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;หากฝ้าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;แห่งประราชบัญญัติโรคระบาตสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162318706"],
    [251,"การประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท</strong>&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ประธานบริหารมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;กรณีช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเข้ามาหากินในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;โดยมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณหอประชุมโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวร?พันธุ์?&nbsp;สุวัณณุสส์&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ปราจีนบุรี&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และผู้แทนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมหารือทั้งหมด&nbsp;ได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน</p><p><strong>โดยประธานบริหารงานมูลนิธิ&nbsp;ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์</strong>&nbsp;และรับฟังสภาพปัญหา&nbsp;ความคิดเห็นและหารือร่วมกันกับผู้แทนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าบุกรุก&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไข&nbsp;ได้แก่&nbsp;องค์ความรู้ในการผลักดันช้างอย่างถูกวิธี&nbsp;การชดเชยเยียวยาค่าเสียหายให้กับเกษตรกร&nbsp;ในด้านพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ที่พักอาศัย&nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ต่อมา&nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</strong>ได้ร่วมมอบนมจืดให้แก่โรงเรียนเขาไม้แก้ว&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้แก่เด็กนักเรียน&nbsp;รวมทั้งได้ปลูกต้นรวงผึ้ง&nbsp;เยี่ยมชมแปลงปลูกผักอินทรีย์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;และเดินทางไปดูสภาพพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่าบุกรุก&nbsp;ที่บ้านโปร่งสะเดา&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;โดยได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับฟังปัญหาและผลกระทบจาก&nbsp;ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;พร้อม&nbsp;ให้กำลังใจและให้คำแนะนำในด้านการป้องกันและแก้ไขในเบื้องต้น&nbsp;และได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานในพื้นที่หาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ปราจีนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162731715"],
    [252,"รมว.เกษตรฯ เปิดศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) นำร่องแห่งแรกของ จ.ประจวบฯ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม","<p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;(Feed&nbsp;Center)&nbsp;บริเวณโครงการเลี้ยงโคนมในระบบชีวภาพ&nbsp;(วัวหลุม)&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;และ&nbsp;นายกิตติพงศ์&nbsp;สุขภาคกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>นายสังวาลย์&nbsp;โพธิ์มี&nbsp;ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้การต้อนรับ&nbsp;โดยโครงการศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์แห่งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&nbsp;การรวบรวมและแปรรูปของสถาบันเกษตรกร&nbsp;&nbsp;(ตาม&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;เงินกู้โควิด&nbsp;พ.ศ.2563)&nbsp;จำนวน&nbsp;7,609,500&nbsp;บาท&nbsp;และเงินที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;สมทบ&nbsp;845,000&nbsp;บาท&nbsp;นำมาใช้ดำเนินการก่อสร้างและจัดซื้อครุภัณฑ์พร้อมติดตั้งอุปกรณ์กระบวนการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;TMR&nbsp;หรืออาหารผสมสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาจากการนำอาหารหยาบและอาหารข้นมาผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการก่อสร้างโรงเรือนเก็บและผสมอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;ก่อสร้างบ่อหมักอาหารหยาบ&nbsp;</strong>ก่อสร้างลานคอนกรีต&nbsp;จัดซื้อรถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;ล้อ&nbsp;แบบดั๊ม&nbsp;จัดซื้อรถตัดล้อยาง&nbsp;ขนาด&nbsp;100&nbsp;แรงม้า&nbsp;จัดซื้อเครื่องผสมอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;จัดซื้อเครื่องบรรจุอาหารสุญญากาศแบบ&nbsp;2&nbsp;หัว&nbsp;มีกำลังการผลิตวันละ&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;จำหน่ายให้สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่สนใจในราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;4&nbsp;บาท</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการตั้งศูนย์กลางการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;(Feed&nbsp;Center)&nbsp;เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องการให้มีการจัดตั้งศูนย์ในลักษณะเช่นนี้กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่มีการเลี้ยงโคนมเพื่อช่วยเกษตรกรในการลดตันทุนการผลิต&nbsp;เพราะการเลี้ยงโคนมมีต้นทุนเรื่องของอาหารสัตว์ถึงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ในขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรรายย่อยด้วย&nbsp;เพราะอาหาร&nbsp;TMR&nbsp;ที่ผลิตจากศูนย์แห่งนี้เป็นสูตรที่ผ่านการพัฒนาให้เหมาะสมกับโคนม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรพัฒนาการเลี้ยงควบคู่กับการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนมโค</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และหากศูนย์ผลิตอาหารสัตว์แห่งนี้ประสบความสำเร็จ&nbsp;จะเป็นการนำร่องให้กับสหกรณ์อื่นๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่งถือเป็นอาชีพพระราชทานของคนไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมมากเป็นลำดับที่&nbsp;5</strong>&nbsp;ของประเทศ&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกระจายอยู่ทุกอำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;1,059&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนโคนม&nbsp;36,915&nbsp;ตัว&nbsp;ผลิตน้ำนมดิบ&nbsp;64,112&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;โดยผลิตน้ำนมดิบผ่านระบบสหกรณ์โคนม&nbsp;มีสหกรณ์โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173556740"],
    [253,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี มอบกระเช้าแก่ผู้สูงอายุเกิน 100 ปี","<p><strong>นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบกระเช้าผลไม้&nbsp;ให้กับนางสาย&nbsp;&nbsp;สีสด&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;104&nbsp;ปี&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;272&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลดอนโพธิ์ทอง&nbsp;อ.เมืองสุพรรณบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;ทรงห่วงใยสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ&nbsp;จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;โปรดกระหม่อมให้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้สูงอายุและทรงมอบหมายให้&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ดูแลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>โดยในครั้งนี้&nbsp;ตนได้รับมอบหมายจากนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในการนำกระเช้าผลไม้มามอบให้แก่ยายสาย&nbsp;สีสด&nbsp;พร้อมพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ&nbsp;กับยายสายและครอบครัวด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับยายสาย&nbsp;สีสด&nbsp;เป็นคนอารมณ์ร่าเริง&nbsp;แจ่มใส&nbsp;แม้สุขภาพร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม&nbsp;</strong>แต่ยังชอบแอบไปขุดดินถอดหญ้าเพื่อปลูกผัก&nbsp;ชอบทานกล้วยทุกชนิด&nbsp;และมีความเป็นอยู่เรียบง่าย&nbsp;ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี&nbsp;เป็นที่เคารพนับถือของลูกหลาน&nbsp;เพื่อนบ้าน&nbsp;และคนในชุมชนได้ดูเป็นแบบอย่างตามวัฒนธรรมประเพณีไทย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173728741"],
    [254,"เกษตรอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (งบกลาง ปี 2564)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;พร้อมด้วยนายไกรนรา&nbsp;รัตนบุรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(งบกลาง&nbsp;ปี&nbsp;2564)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;(งบกลาง&nbsp;ปี&nbsp;2564)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;มีเป้าหมายดังนี้</p><p>1.โครงการส่งเสริมการใช้ระบบน้ำอัจฉริยะและพลังงานทางเลือก&nbsp;(โซลาเซลล์)&nbsp;ในไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;โดยติดตามแปลงของนายปรีชา&nbsp;เคี่ยมพันธ์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง</p><p>2.โครงการปลูกพืชทางเลือกเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้รับมอบต้นพันธุ์มะพร้าวบริโภคผลสด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;และพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ต้น&nbsp;โดยติดตามแปลงของนายปรีชา&nbsp;พรหมห้อง&nbsp;ม.10&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง</p><p>3.โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป้าหมายคือ&nbsp;ศพก.เครือข่าย&nbsp;การปลูกฝรั่ง&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ได้รับการสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128175944755"],
    [255,"ปศุสัตว์เพชรบุรี จัดอบรมเกษตรกรโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร","<p><strong>ปศุสัตว์เพชรบุรี&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&nbsp;อบรมเกษตรกร</strong>โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก&nbsp;อ.บ้านลาด&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;</strong>และปศุสัตว์อำเภอบ้านลาดร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยลึก&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริม&nbsp;และพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การพัฒนาอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;นายบุญ&nbsp;โพธิ์ทอง&nbsp;&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และนางสาวภัทรกร&nbsp;ชื่นโกมล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;บรรยายเรื่อง&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;โดยสนับสนุนให้เกษตรกรจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;หลังจากที่ได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนการจัดซื้อไก่ไข่และอุปกรณ์การเลี้ยงไก่&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;สามารถลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/27&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128191647770"],
    [256,"ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เปิดตัว \"โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน\"  ณ สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา","<p><strong>นายมานพ&nbsp;จินาไหม&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;(ประกอบด้วย&nbsp;ชุมพร&nbsp;&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ได้คัดเลือกสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.บางวัน&nbsp;อ.คุระบุรี&nbsp;จ,พังงา&nbsp;ให้จัดทำ&nbsp;\"โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน\"&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรทั้งการผลิต&nbsp;รวบรวม&nbsp;แปรรูป&nbsp;และการตลาด</strong>&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสร้างเป็นหัวขบวนให้กับเกษตรกรและเครือข่าย&nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;เชื่อมโยงธุรกิจกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เกิดรายได้ทั้งระบบ&nbsp;และยังเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงกิจกรรม&nbsp;โครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของธนาคารที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;การเป็นวิทยากรให้ความรู้&nbsp;การเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรในโครงการของธนาคาร&nbsp;การเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&nbsp;เป็นต้นสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;แห่งนี้มีทั้ง&nbsp;กาแฟ&nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อเมทัลชีท&nbsp;การเลี้ยงไก่ระบบเปิด&nbsp;และผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด&nbsp;ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนเกษตรผสมผสานที่สามารถนำไปปรับใช้เป็นต้นแบบได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีแผนพัฒนาบุคลากร&nbsp;มีการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ</strong>&nbsp;การใช้งานสื่อออนไลน์&nbsp;เพื่อการประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาด&nbsp;แผนพัฒนาอาคารสถานที่และอุปกรณ์&nbsp;มีการปรับปรุงอาคารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับผู้เข้าอบรม&nbsp;จัดซื้ออุปกรณ์ประจำศูนย์เรียนรู้&nbsp;เพื่อใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;กิจกรรมพัฒนาฐานเรียนรู้&nbsp;จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;จัดทำแปลงสาธิต&nbsp;&nbsp;เพื่อรองรับการศึกษาดูงาน&nbsp;ผู้สนใจจากภายในและภายนอกชุมชน&nbsp;แผนส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;จัดกิจกรรมความรู้&nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&nbsp;&nbsp;ด้านการผลิต&nbsp;ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;&nbsp;มุ่งหวังให้สมาชิกปรับวิธีคิด&nbsp;ปรับวิธีการผลิตตามแนวทางเกษตรผสมผสาน&nbsp;กระบวนการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&nbsp;(GAP)&nbsp;รวมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต&nbsp;และการแปรรูป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จะทำให้มีการปรับ&nbsp;เปลี่ยน</strong>&nbsp;พัฒนาระบบการเกษตร&nbsp;โดยใช้ตลาดนำ&nbsp;ผ่านการประยุกต์ใช้หลักวิชาการตลาดที่มั่นคง&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205252787"],
    [257,"เกษตรยะลา ร่วมประชุมการติดตามผลการเตรียมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","<p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ร่วมประชุมการติดตาม&nbsp;ผลการเตรียมรับเสด็จฯ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;</p><p><strong>เพื่อติดตามผลการดำเนินการเตรียมรับเสด็จ&nbsp;และแบ่งมอบภารกิจแก่ส่วนราชการ</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการเตรียมรับเสด็จให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านภักดี&nbsp;ตำบลเขื่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205335788"],
    [258,"ธกส.ยะลา เผย เร่งช่วยเหลือเกษตรหนี้นอกระบบเข้าโครงการ ระบุ ช่วยเหลือไปแล้วกว่า 2 พันราย วงเงิน 92 ล้านบาท","<p><strong>สิบตำรวจเอกหญิงบุษราภรณ์&nbsp;สันนุกิจ&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ</strong>สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(Covid-19)&nbsp;การประกอบอาชีพของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงผลกระทบด้านแรงงาน&nbsp;ประสบปัญหาการเลิกจ้าง&nbsp;การชะลอการจ้างงาน&nbsp;ทำให้&nbsp;ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนของเกษตรกรที่มีหนี้นอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ธกส.ยะลา&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน</strong>ของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนที่มีหนี้นอกระบบ&nbsp;ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบธนาคารทั้งจังหวัดเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;2,233&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินสิ้นเชื่อจำนวน&nbsp;92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นมาตรการจัดการหนี้นอกระบบแบบบูรณาการ&nbsp;ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;ด้านการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ&nbsp;ด้านการป้องกันการก่อหนี้นอกระบบรอบใหม่โดยมีมาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น&nbsp;กรณีที่ลูกค้า</strong>เป็นหนี้นอกระบบมาติดต่อที่&nbsp;ธกส.สาขาทางธนาคารก็จะมีป้ายรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ที่ธนาคาร&nbsp;ธกส.ทุกสาขาทั่วประเทศและจากนั้นจะมีการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้มาคุยกันเมื่อตกลงได้แล้ว&nbsp;ทางธนาคารก็จะนัดหมายเพื่อให้ความรู้ทางการเงินและเมื่อลูกค้าเข้าหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารก็จะดำเนินการได้ทันทีเพื่อให้ลูกค้าได้รับการแก้ไขหนี้นอกระบบ&nbsp;ก้าวผ่านความยากจน&nbsp;ไม่กลับไปก่อหนี้นอกระบบอีก&nbsp;เป็นการ&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;และเพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพในภาคชนบท&nbsp;เป็นการกระตุ้น&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการช่วยเหลือประกอบด้วย&nbsp;</strong></p><p>1.โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน&nbsp;สำหรับชำระหนี้นอกระบบที่เกิดจาก&nbsp;เกษตรกรลูกค้า&nbsp;คู่สมรส&nbsp;บุตร&nbsp;บิดามารดาของเกษตรกรลูกค้าหรือของคู่สมรสซึ่งอยู่ในอุปการะของเกษตรกรลูกค้า&nbsp;วงเงินกู้ไม่เกินรายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เว้นแต่กรณีมีวัตถุประสงค์ในการสงวนที่ดินทำกินที่ลูกหนี้ใช้ที่ดินในการจำนองไม่เกินรายละ&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิตรายละไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และการคืนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของดอกเบี้ยที่ชำระหนี้</p><p>2.โครงการสินเชื่อชำระดีมีวงเงิน&nbsp;Smart&nbsp;Cash&nbsp;สำหรับลูกค้าผู้กู้สินเชื่อตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ&nbsp;ที่ชำระ&nbsp;หนี้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดและมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบของลูกค้า&nbsp;โดย&nbsp;สนับสนุนเงินเครดิตหมุนเวียนผ่านบัตร&nbsp;ATM&nbsp;ตามต้นเงินกู้ที่ได้รับชำระหนี้ตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ&nbsp;สูงสุดรายละ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;MRR&nbsp;+&nbsp;(0&nbsp;ถึง&nbsp;3)&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือนนับจากวัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่านการคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิต&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;ให้กับเกษตรกรลูกค้าที่มีความต้องการสินเชื่อสามารถแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อได้ผ่านช่องทาง&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;an?m.</p><p>3.โครงการสินเชื่ออาชีพเสริมเพิ่มรายได้&nbsp;เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับลูกค้าผู้กู้สินเชื่อตามโครงการแก้ไขหนี้นอก&nbsp;ระบบ&nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบอาชีพเสริม&nbsp;โดยผ่านการฝึกอบรมความรู้หรือทักษะจาก&nbsp;สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน&nbsp;วงเงินกู้รายละไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;0&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;และตั้งแต่เดือนที่&nbsp;7&nbsp;เป็นต้นไปอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;MRR&nbsp;ต่อปี&nbsp;(ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย&nbsp;MRR&nbsp;เท่ากับร้อยละ&nbsp;6.50)&nbsp;ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ระยะเวลาโครงการตั้งแต่บัดนี้-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2566</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129100052842"],
    [259,"กรมประมง เปิดให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์  4-28 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>นายถาวร&nbsp;ทันใจ&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;ในฐานะโฆษกกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมง&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;นั้นกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กรมประมงจึงได้ออกประกาศกรมประมง&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดห้วงเวลา&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;สำหรับปีการประมง&nbsp;&nbsp;(2565&nbsp;-&nbsp;2566)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์ในการขอรับใบอนุญาตฯ&nbsp;ได้มีการปรับปรุงและแตกต่างไปจากการขอรับใบอนุญาตฯ&nbsp;ในรอบปีที่ผ่านมาไม่มากนัก&nbsp;</p><p><strong>โดยในรอบปีการประมงใหม่นี้</strong>&nbsp;กรมประมงได้กำหนดให้ผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์ยื่นคำขอรับใบอนุญาต&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;หรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล&nbsp;หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมประมงจะพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;แล้วจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับใบอนุญาต&nbsp;ดำเนินการคือ&nbsp;1.&nbsp;กรณีได้รับอนุญาตฯ&nbsp;ให้ผู้ขอรับอนุญาตชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าอากรการประมงและรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอที่ยื่นคำขอ&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิจากการเป็นผู้ได้รับอนุญาต&nbsp;พร้อมทั้งรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่ได้ยื่นคำขอไว้&nbsp;และจัดทำเครื่องหมายประจำเรือให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตมีผลใช้บังคับ&nbsp;2.&nbsp;กรณีที่ไม่ได้รับอนุญาตฯ&nbsp;ให้ผู้ขอรับอนุญาตยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตได้&nbsp;ภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง&nbsp;โดยยื่น&nbsp;ผ่าน&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ไปยังกรมประมง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้รับใบอนุญาตต้องได้รับการตรวจเรือและเครื่องมือทำการประมง</strong>ก่อนออกทำการประมงครั้งแรก&nbsp;โดยสามารถขอรับการตรวจเรือและเครื่องมือทำการประมงได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&nbsp;(หลังจากได้รับใบรับคำขอรับใบอนุญาตฯ)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากไม่ผ่านการตรวจเรือประมงและเครื่องมือทำการประมง&nbsp;จะไม่สามารถออกไปทำการประมงตามที่ได้รับอนุญาตได้&nbsp;ทั้งนี้ขอให้พี่น้องชาวประมงที่ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์&nbsp;ในรอบปีการประมง&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;ให้มายื่นขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพื่อเป็นการรักษา&nbsp;สิทธิ&nbsp;&nbsp;ของตนเองที่จะสามารถทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมงที่จะถึงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129123531912"],
    [260,"ขับเคลื่อนนโยบาย ตลาดนำการผลิต จัดเวทีลงนามสัญญาซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมระบบเกษตรพันธสัญญา ปี 2565","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมหม่อนไหมได้ดำเนินงานตามนโยบาย&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอน&nbsp;มีความมั่นคงในอาชีพ&nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการตลาด&nbsp;&nbsp;ด้วยการแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตร่วมกัน&nbsp;ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ในจังหวัดน่าน&nbsp;เชียงรายและพะเยา&nbsp;หันมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;เป็นการสร้างอาชีพใหม่&nbsp;ทดแทนการทำเกษตรกรรมแบบเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว&nbsp;ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงด้านผลผลิตและราคา&nbsp;ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมและขยายผลสู่ระบบเกษตรพันธสัญญา&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน&nbsp;เป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;&nbsp;และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ลดความเสี่ยงด้านการตลาด&nbsp;มีการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยุติธรรมระหว่างภาคเอกชนกับเกษตรกร&nbsp;ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนในอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาคเอกชน&nbsp;คือบริษัท&nbsp;จุลไหมไทย&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมกับกลุ่มเกษตรกรนั้น&nbsp;มีความต้องการผลผลิตรังไหมทั่วประเทศถึง&nbsp;5,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่เกษตรกรยังผลิตได้ประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;กรมหม่อนไหมจึงเดินหน้าร่วมกับบริษัท&nbsp;จุลไหมไทย&nbsp;เร่งสร้างเกษตรกรรายใหม่ให้เข้าสู่ระบบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมมากขึ้น&nbsp;โดยส่งเสริมกิจกรรมการฝึกอบรมให้ความรู้ในการผลิตไหมอุตสาหกรรมแบบครบวงจร&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตร&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม&nbsp;3&nbsp;จังหวัดดังกล่าว</strong>&nbsp;&nbsp;307&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เลี้ยงไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รุ่น&nbsp;ผลผลิตรังไหมรวม&nbsp;55.77&nbsp;ตัน&nbsp;รายได้&nbsp;8.67&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแผนการเลี้ยงไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;รุ่น&nbsp;คาดการณ์จะได้ผลผลิตรังไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;ตัน&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้มากกว่า&nbsp;12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมหม่อนไหมยังเดินหน้า&nbsp;</strong>ส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญาในการซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรม&nbsp;เป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ&nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน&nbsp;อันจะเป็นการร่วมกันพัฒนาวงการหม่อนไหมไทย&nbsp;ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในการผลิตเส้นไหม&nbsp;ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลกต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129120705886"],
    [261,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร (ผักกาดขาว)","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรผักกาดขาว&nbsp;โดยมีนางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมยุทธศาสตร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพาะปลูกผักกาดขาว&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;มีผลผลิตประมาณ&nbsp;800&nbsp;ตัน&nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ส่งจำหน่ายให้ผู้รวบรวม&nbsp;,&nbsp;โรงงานตัดแต่งในอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก&nbsp;ขณะที่ในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและนานกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;รวมทั้งราคาผักกาดขาวช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง&nbsp;จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับผลผลิตผักกาดขาวในหลายจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และตาก&nbsp;ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้&nbsp;ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการติดตามสถานการณ์การผลิต&nbsp;และราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักกาดขาว&nbsp;เพื่อเป็นการวางแผนการปลูก&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;ทั้งด้านการผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;อันจะนำไปสู่การกำหนดพื้นที่และปริมาณการปลูกที่เหมาะสม&nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จ&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;</p><p>จึงมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วางแผนการผลิต&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ปริมาณการผลิต&nbsp;และการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ดูแลกลไกตลาด&nbsp;ราคา&nbsp;และประสานงานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร&nbsp;โดยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักกาดขาวในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129115103882"],
    [262,"เกษตรกรอำเภอรัตนบุรี พื้นที่ต้นแบบ พร้อมส่งผลผลิตให้กับส่วนราชการ ร้านค้า และ ประชาชนผู้บริโภค ตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอรัตนบุรี&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่เป็นพื้นที่ต้นแบบตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เข้าตกลงกำหนดการจัดส่งสินค้าพืชผลเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้กับ&nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;และ&nbsp;โรงเรียนบ้านหนองกา&nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการจัดส่งตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ได้กำเนินโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง</strong>&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยส่งเสริมการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;ด้วยการชักชวนให้ร้านอาหาร&nbsp;นำพืชผักอินทรีย์เป็นส่วนประกอบในการประกอบอาหาร&nbsp;อำเภอรัตนบุรีจึงเชื่อมตลาดกลุ่มเกษตรกรพืชผักอินทรีย์&nbsp;กับ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;และ&nbsp;ร้านค้าจำหน่ายอาหาร&nbsp;เพื่อจัดส่งผักอินทรีย์&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ปลอดสารเคมี&nbsp;นำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค&nbsp;และ&nbsp;นำไปเป็นประกอบอาหารให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้บริโภคอาหารปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>ในขณะเดียวกัน&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;ก็ได้รณรงค์ขับเคลื่อน</strong>ในแต่ละชุมชนต่างๆ&nbsp;เพื่อร่วมส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;ในแต่ละครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;&nbsp;สร้างวิถีวัฒนธรรมพึ่งตนเองในชุมชน&nbsp;ควบคู่สนับสนุนกับการขับเคลื่อนตามโครงการ&nbsp;โคกหนองนาโมเดล&nbsp;ให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลผลิตและแบ่งปันในชุมชน&nbsp;และ&nbsp;ระหว่างชุมชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชุมชน&nbsp;ยังจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์</strong>&nbsp;และ&nbsp;อาหารปลอดภัย&nbsp;เพื่อนำพืชผักสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ให้กับประชาชนด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129134915945"],
    [263,"การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม","<p><strong>บริษัท&nbsp;ปลาณีตฟาร์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดงานสัมมนา&nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องราชพฤกษ์&nbsp;อาคารทักษิณาคาร&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&nbsp;&nbsp;มีผศ.คำรณ&nbsp;พิทักษ์&nbsp;ผอ.อุทยานวิทยาศาตร์ภาคใต้&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;รศ.ดร.ณัฐพงศ์&nbsp;จิตรนิรัตน์&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;รศ.ดร.สมัคร&nbsp;แก้วสุกแสง&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการ&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;ร่วมกันสัมมนา&nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&nbsp;และที่ประชุมผ่านระบบออนไลน์&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการ&nbsp;การขับเคลื่อนเกษตรคุณภาพด้วยนวัตกรรม&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจาก</strong>กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ภายใต้การดูแลจากอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุดภายใต้&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;จากวิกฤตโรคระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อเราในวงกว้าง&nbsp;มีการคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพ&nbsp;อนามัย&nbsp;และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะความปลอดภัยด้านอาหาร&nbsp;ภาคการเกษตรเป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นต้น&nbsp;ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการเกษตรคุณภาพ&nbsp;การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;GAP,&nbsp;Organic&nbsp;เข้ามาขับเคลื่อนจนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่</p><p><strong>อะมิโนปลาทะเล&nbsp;ตราปลาณีตฟาร์ม&nbsp;เกิดจากงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;</strong>การนำทรัพยากรส่วนเกินการจากการแปรรูปอาหารทะเล&nbsp;ได้แก่&nbsp;เศษวัตถุดิบของบริษัท&nbsp;เซาท์เทอร์น&nbsp;ซีฟูด&nbsp;โปรดักส์&nbsp;จำกัด&nbsp;มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;โดยการสกัดอะมิโนด้วยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;ปราศจากสารเคมีใดๆ&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นปัจจัยสนับสนุนการเพาะปลูกพืชผัก&nbsp;ผลไม้ชนิดต่างๆ&nbsp;เป้าหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถ&nbsp;ลด&nbsp;ทดแทนการใช้ปุ๋ย&nbsp;และสารเคมี&nbsp;อีกทั้งยังส่งผลต่อการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&nbsp;และลดต้นทุนการเพาะปลูก&nbsp;ส่งผลเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคได้รับอาหารปลอดภัย</p><p><strong>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการของอะมิโนปลาทะเล</strong>&nbsp;ประโยชน์และความจำเป็นต่อพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;รวมเนื้อที่เพาะปลูกประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่ได้มีโอกาสทดลองใช้ในการเพาะปลูกในระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;เดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอาจารย์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญการ&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;นักวิจัย&nbsp;สาขาต่างๆ&nbsp;คอยดูแล&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;เก็บข้อมูล&nbsp;และสรุปผลการใช้หลังสิ้นสุดโครงการ&nbsp;และสนับสนุนให้เกษตรกรที่สนใจใช้อะมิโนปลาทะเล&nbsp;สามารถเข้าถึงในระดับราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129135514947"],
    [264,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ฝึกอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมโครงการพระราชดำริแก้มลิงหนองเลิงเปือย จังหวัดกาฬสินธุ์","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;</strong>ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;โวหาร&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นายพนม&nbsp;ถานะ&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตร&nbsp;และนางสุคนธ์&nbsp;นรนิล&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;จัดฝึกอบรมโครงการพระราชดำริแก้มลิงหนองเลิงเปือย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;แปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนผลสด&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหม่อนไหม&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านดงเมือง&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเหล่าอ้อย&nbsp;อำเภอร่องคำ&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าอบรมจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องความรู้ทั่วไป&nbsp;และประโยชน์ของหม่อนผล&nbsp;</strong>การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนผลสด&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวเกรียบ&nbsp;การวางแผนการผลิตและการตลาดของหม่อนผลสด&nbsp;โดยเกษตรกรผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมและให้ความสนใจในการสาธิตและฝึกปฏิบัติเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129164201010"],
    [265,"บรรยากาศงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2565 ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>ตลอดทั้งวันที่งานเกษตรแฟร์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ภายใต้&nbsp;เกษตรวิถีใหม่&nbsp;หลังมหันตภัยโควิด&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก&nbsp;ทำให้บรรยากาศเดิมหลังไม่มีการจัดงานมาเกือบ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;กลับมาทำให้ประชาชนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง&nbsp;ภายในงานมีการกำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ประชาชนเช็คอินผ่านแอปหมอพร้อม&nbsp;และแสดงผลการฉีดวัคซีนก่อนเข้างาน&nbsp;และยังมีจุดบริการล้างมือให้ตามจุดต่างๆ&nbsp;ทำให้ประชาชนที่ร่วมงานครั้งนี้มีความมั่นใจและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามประชาชนที่เดินทางมางานครั้งนี้</strong>&nbsp;นางแสงรวี&nbsp;สุขเกษม&nbsp;เล่าว่า&nbsp;รู้สึกดีใจที่ได้มีการจัดงานแบบนี้อีกครั้งหลังห่างหายไปนาน&nbsp;โดยเฉพาะปีนี้มีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้การมาเที่ยวรู้สึกปลอดภัย&nbsp;ถึงแม้ว่าจะยังมีโรคดังกล่าวอยู่&nbsp;ตนเองก็ยังมีสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;พกเจลแอลกอฮอร์และทำตามมาตรการเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางปรีดา&nbsp;ทองอยู่&nbsp;ผู้ประกอบการร้านแคปหมูแม่สมจิตร&nbsp;เล่าว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่มีโควิด-19&nbsp;ทำให้ยอดขายลดลง&nbsp;โดยในการจัดงานครั้งนี้เป็นความหวังอย่างยิ่งที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาอีกครั้งและยังชื่นชมการจัดงานที่มาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้รู้สึกปลอดภัยกับตัวเองและยังทำให้ประชาชนที่ร่วมงานรู้สึกมั่นใจขึ้นอีกเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนที่สนใจร่วมงานงานเกษตรแฟร์</strong>&nbsp;สามารถเดินทางมาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;โดยร่วมปฎิบัติภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129193114051"],
    [266,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนประมงพื้นบ้านเพชรบุรี รวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน&nbsp;คลองบางอินทร์&nbsp;ตำบลบางขุนไทร&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาของชาวประมงในพื้นที่และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านคลองบางอินทร์&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ&nbsp;ให้คำแนะนำกับชาวประมงพื้นบ้าน</strong>&nbsp;ในการรวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรประมงชุมชนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมงอพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มส่งออกทั้งในและต่างประเทศให้ได้มาตรฐาน&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129192526044"],
    [267,"กรมชลประทาน เร่งเครื่องงานระบบส่งน้ำคลองลำกงและอ่างฯห้วยน้ำเฮี้ย จังหวัดเพชรบูรณ์ หวังแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ","<p><strong>นายชูชาติ&nbsp;รักจิตร&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ไปติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานโครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกงและโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หวังแก้ปัญหาภัยแล้งและเสริมความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่&nbsp;โดยรองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;10&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกง&nbsp;ตำบลวังท่าดี&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม&nbsp;ซึ่งอยู่ในแผนงานระยะเร่งด่วนของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำป่าสักตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</p><p><strong>ลักษณะโครงการแบ่งเป็นระบบท่อส่งน้ำและระบบคลองส่งน้ำ</strong>&nbsp;ความยาวรวมประมาณ&nbsp;&nbsp;99&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และระบบคลองระบายน้ำฝั่งซ้าย-ขวา&nbsp;รวม&nbsp;23&nbsp;สาย&nbsp;ความยาวรวม&nbsp;44&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2562-2569)&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า&nbsp;50,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในเขตตำบลท่าแดง&nbsp;ตำบลวังท่าดี&nbsp;ตำบลวังโบสถ์&nbsp;ตำบลบ่อไทย&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ได้สั่งการให้ปรับการดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี&nbsp;2568&nbsp;และงานก่อสร้างระบบส่งน้ำที่แล้วเสร็จแต่ละปี&nbsp;ต้องส่งน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์เป็นช่วงๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย&nbsp;</strong>ตำบลบ้านเนิน&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;คาดว่าจะเปิดใช้งานและเก็บน้ำได้ในช่วงปลายปี&nbsp;2565&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;5.40&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่จะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสัก&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ในเขตโครงการฯ&nbsp;ในฤดูฝนประมาณ&nbsp;4,500&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วงแล้งอีกประมาณ&nbsp;900&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมได้กำชับให้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางวิศวกรรมและเร่งรัดให้งานแล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;เพื่อให้เริ่มเก็บน้ำได้ในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง&nbsp;ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129192214041"],
    [268,"สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายราชศักดิ์&nbsp;ตระสินธุ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายจารุวัฒน์&nbsp;&nbsp;วิยาสิงห์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;4&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;แนะนำส่งเสริม&nbsp;สหกรณ์การเกษตรสำโรงทาบ&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;และติดตามเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิก&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ดังนี้</p><p>1.นายบุญทัน&nbsp;&nbsp;สุภาวหา&nbsp;&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ขุดสระน้ำ&nbsp;เพื่อเลี้ยงปลาดุก&nbsp;มีรายได้ระหว่างปีประมาณ&nbsp;&nbsp;14,000&nbsp;&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และได้มีการปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงโคจำนวน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ตัว</p><p>2.นางยวนใจ&nbsp;&nbsp;นาคนวล&nbsp;&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อใช้ในการทำนาจำนวน&nbsp;&nbsp;13&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;ในฤดูทำนาปี&nbsp;&nbsp;และทำนาปรัง&nbsp;พร้อมทั้งมีการปลูกหญ้าเพื่อเลี้ยงโคจำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และเลี้ยงกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มประมาณ&nbsp;&nbsp;5,000-10,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;</p><p>3.นางสำรวน&nbsp;&nbsp;แสงเพชร&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลพร้อมติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงวัว&nbsp;&nbsp;โดยได้เลี้ยงวัวพันธุ์บรามัน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ราคาประมาณตัวละ&nbsp;45,000-50,000&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>4.นายนรินทร์&nbsp;&nbsp;วันถุนัด&nbsp;&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;มีการเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อทำนาปีและนาปรัง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;18&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวสมาชิกจะปลูกพริก&nbsp;ปลูกถั่วฝักยาว&nbsp;ปลูกมันเทศ&nbsp;&nbsp;มีรายได้เพิ่มประมาณ&nbsp;20,000/ปี</p><p>5.นายแถ&nbsp;&nbsp;บุญกล้า&nbsp;สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;มีการเจาะบ่อบาดาลและติดตั้งแผงโซล่าเซลล์&nbsp;เพื่อใช้ในฤดูกาลทำนาปีและนาปรัง&nbsp;ในพื้นที่จำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;และมีการเลี้ยงวัวจำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;และเลี้ยงกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ทำให้มีรายได้เพิ่มประมาณ&nbsp;&nbsp;5,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;/ปี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคของสมาชิกในเรื่องของคุณภาพน้ำบาดาล</strong>ตลอดจนแนะนำช่องทางการตลาดในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;และการใช้ประโยชน์จากระบบน้ำเพื่อให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้ใน&nbsp;&nbsp;อนาคต&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129211501064"],
    [269,"ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน เปิดตัว โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน","<p><strong>ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;เปิดตัว&nbsp;โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.บางวัน&nbsp;อ.คุระบุรี&nbsp;จ.พังงา&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้แนวทางการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางการทำการเกษตรแบบปลอดภัยและลดต้นทุนทีมีการเกื้อกูลกิจกรรมทั้งระบบตั้งแต่กระบวนการผลิต&nbsp;การรวบรวมและการแปรรูปสู่การทำการตลาดอย่างยั่งยืน</p><p><strong>นายมานพ&nbsp;จินาไหม&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนบน&nbsp;(ประกอบด้วย&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;พังงา&nbsp;&nbsp;กระบี่&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต)&nbsp;&nbsp;ได้คัดเลือกสวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดี&nbsp;ที่ตั้ง&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ต.บางวัน&nbsp;อ.คุระบุรี&nbsp;จ.พังงา&nbsp;จัดทำ&nbsp;โครงการต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรทั้งการผลิต&nbsp;รวบรวม&nbsp;&nbsp;แปรรูป&nbsp;&nbsp;และการตลาด&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสร้างเป็นหัวขบวนให้กับเกษตรกรและเครือข่าย&nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;เชื่อมโยงธุรกิจกับเกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เกิดรายได้ทั้งระบบ&nbsp;และยังเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงกิจกรรม&nbsp;โครงการต่างๆของธนาคารที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;การเป็นวิทยากรให้ความรู้&nbsp;การเป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรในโครงการของธนาคารการเป็นแหล่งศึกษาดูงาน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>สวนลุงวุฒิฟาร์มไก่ไข่อารมณ์ดีแห่งนี้มีทั้งกาแฟ&nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อเมทัลชีท</strong>&nbsp;การเลี้ยงไก่ระบบเปิด&nbsp;และผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด&nbsp;ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนเกษตรผสมผสานที่สามารถนำไปปรับใช้เป็นต้นแบบได้ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.ได้มีแผนพัฒนาบุคลากรมีการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ&nbsp;การใช้งานสื่อออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์และขยายช่องทางการตลาด&nbsp;แผนพัฒนาอาคารสถานที่และอุปกรณ์&nbsp;มีการปรับปรุงอาคารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับผู้เข้าอบรม&nbsp;จัดซื้ออุปกรณ์ประจำศูนย์เรียนรู้&nbsp;เพื่อใช้ในการอบรมให้ความรู้แก่เข้ารับการอบรม&nbsp;กิจกรรมพัฒนาฐานเรียนรู้&nbsp;จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;จัดทำแปลงสาธิต&nbsp;เพื่อรองรับการศึกษาดูงาน&nbsp;ผู้สนใจจากภายในและภายนอกชุมชน&nbsp;แผนส่งเสริมการเรียนรู้&nbsp;จัดกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;ด้านการบริหารจัดการ&nbsp;ด้านการผลิต&nbsp;ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;มุ่งหวังให้สมาชิกปรับวิธีคิด&nbsp;ปรับวิธีการผลิตตามแนวทางเกษตรผสมผสาน&nbsp;กระบวนการผลิตตามมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&nbsp;(GAP)&nbsp;รวมทั้งการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิต&nbsp;และการแปรรูป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จะทำให้เกษตรกรมีการปรับ&nbsp;เปลี่ยน</strong>&nbsp;พัฒนาระบบการเกษตร&nbsp;โดยใช้ตลาดนำ&nbsp;ผ่านการประยุกต์ใช้หลักวิชาการ&nbsp;เพื่อการตลาดที่มั่นคง&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130111449113"],
    [270,"จังหวัดระยอง จับมือภาคเอกชน สนับสนุนเกษตรกรในภาวะปุ๋ยแพง","<p><strong>นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;รับมอบปุ๋ยเคมี&nbsp;สูตร&nbsp;21-0-0&nbsp;จากผู้แทนบริษัท&nbsp;อูเบะ&nbsp;เคมิคอลส์&nbsp;(เอเชีย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับตัวแทนเกษตรกรอำเภอบ้านฉางผู้ปลูกสับปะรด&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และมะพร้าว</p><p><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;</strong>โดยนายนายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรหลายอำเภอ&nbsp;และในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้พบปะ&nbsp;เยี่ยมเยียน&nbsp;นายสุทธิ&nbsp;ที่หมาย&nbsp;เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พบว่าเกษตรกรกำลังประสบปัญหาปุ๋ยเคมีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตพืช&nbsp;ประกอบกับจังหวัดระยอง&nbsp;มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต&nbsp;คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;อูเบะ&nbsp;เคมิคอลส์&nbsp;(เอเชีย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จึงมอบหมายให้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;ประสานความร่วมมือจากบริษัท&nbsp;อูเบะฯ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;21-0-0&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130120757132"],
    [271,"สั่งพาณิชย์จังหวัดยกระดับการตรวจสต๊อกน้ำมันปาล์มต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้โมเดลการเช็คสต๊อกน้ำมันปาล์ม&nbsp;คล้ายคลึงกับการเช็คสต๊อกสุกร&nbsp;หลังจากราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้น&nbsp;ว่า&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว&nbsp;แต่ปัจจุบันได้มีการยกระดับให้มาตรการมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยสั่งให้พาณิชย์จังหวัดรายงานตัวเลขสต๊อก&nbsp;ต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มดิบในประเทศว่ามีปริมาณเท่าใด&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ</strong>&nbsp;สมาคมโรงกลั่นน้ำมัน&nbsp;พยายามตรึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้นานที่สุด&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;สถานการณ์ราคาผลปาล์มปีนี้ปรับตัวสูงถึง&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;แต่เนื่องด้วยขณะนี้ผลผลิตปาล์มเริ่มกระจายออกสู่ตลาด&nbsp;ทำให้ราคาเริ่มปรับตัวลดลงมาบ้าง&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;จะมีปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการส่งผลให้มีแรงงานเริ่มกลับเข้าไปเก็บผลปาล์มได้&nbsp;ทำให้มีผลปาล์มในระบบเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันปาล์มปรับลดลง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130195350293"],
    [272,"ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์ผลผลิต ผักกาดขาว ตกต่ำ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรผักกาดขาว&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมยุทธศาสตร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่เพาะปลูกผักกาดขาว&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>มีผลผลิตประมาณ&nbsp;800&nbsp;ตัน&nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ส่งจำหน่ายให้ผู้รวบรวม&nbsp;,&nbsp;โรงงานตัดแต่งในอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก&nbsp;ขณะที่ในปีนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและนานกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;รวมทั้งราคาผักกาดขาวช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง&nbsp;จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับผลผลิตผักกาดขาวในหลายจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และตาก&nbsp;ออกสู่ตลาดในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้&nbsp;ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการติดตามสถานการณ์การผลิต&nbsp;และราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักกาดขาว&nbsp;เพื่อเป็นการวางแผนการปลูก&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;ทั้งด้านการผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;อันจะนำไปสู่การกำหนดพื้นที่และปริมาณการปลูกที่เหมาะสม&nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวประสบความสำเร็จ&nbsp;และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วางแผนการผลิต&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ปริมาณการผลิต&nbsp;และการแปรรูปสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ดูแลกลไกตลาด&nbsp;ราคา&nbsp;และประสานงานผู้ประกอบการเข้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร&nbsp;โดยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักกาดขาวในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;</span></p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130151804191"],
    [273,"อำเภออุทุมพรพิสัย  เร่งตรวจสอบ การฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรม ปศุสัตว์กำหนด","<p><strong>เมื่อ&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น&nbsp;นายเทวัญ&nbsp;ศรีสุธัญญาวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภออุทุมพรพิสัย</strong>,&nbsp;นายมนัสพล&nbsp;ไชยโยธา&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พ.ต.ต&nbsp;พินิจ&nbsp;คำภักดี&nbsp;สารวัตรป้องกันปราบปราม.สภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;นายพีระยศ&nbsp;แร่ทอง&nbsp;รก.ปศุสัตว์อำภอเมืองจันทร์&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม.จนท.อส.อำเภออุทุมพรพิสัย.เข้าตรวจสอบโรงฆ่าสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>เพื่อตรวจสอบการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์</strong>&nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกรและซากให้เป็นไปตามมาตรการที่กรม&nbsp;ปศุสัตว์กำหนด.ตรวจตราป้องกันการการกักตุนเนื้อสุกรและกำกับดูแลร้านจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ.ให้ติดป้ายราคาสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ผลการปฎิบัติงานไม่พบผู้กระทำผิดแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-30T00:00:00","NULL","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130194512288"],
    [274,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตร บ้านห้วยโป่งกาน ตำบลผาบ่อง และบ้านไมโครเวฟ ตำบลห้วยโป่ง","<p><strong>วานนี้&nbsp;(29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;นางสาวลักษณาวดี&nbsp;ขำผุด&nbsp;รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟู&nbsp;และพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;และรับฟังความเห็นจากเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่บ้านห้วยโป่งกาน&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;และบ้านไมโครเวฟ&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เบื้องต้นหลังจากลงพื้นที่แล้วได้ข้อสรุปดังนี้</p><p>1.ราคาตกต่ำเนื่องจากมีผลผลิตในหลายจังหวัดออกสู่ตลาดเพิ่มจากปีก่อน&nbsp;มีการนำเข้าผักจากจีนมาจำหน่ายในประเทศ&nbsp;ประกอบกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา&nbsp;การขนส่งสินค้าระยะทาง&nbsp;เท่ากันแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องใช้ระยะเวลามากกว่าจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;2&nbsp;เท่า&nbsp;ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูง</p><p>2.เกษตรกรขอให้ภาครัฐช่วยเหลือ&nbsp;ดังนี้&nbsp;มาตรการเร่งด่วน&nbsp;โดยขอให้หาผู้ประกอบการมารับซื้อผลผลิตหน้าสวนในราคา&nbsp;3&nbsp;บาท/กก.&nbsp;โดยเกษตรกรรับผิดชอบค่าแรงในการตัดและขนจัดเรียงขึ้นรถบรรทุก&nbsp;และขอรับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในราคา&nbsp;ที่ถูกลง&nbsp;ในการปลูกพืชฤดูกาลถัดไป&nbsp;ขณะที่มาตรการระยะยาว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;พร้อมขอให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรช่วยเหลือสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย&nbsp;รวมทั้งปรับเปลี่ยนพื้นที่&nbsp;ปลูกผักกาดขาวและกะหล่ำปลี&nbsp;เป็นผักปลอดภัย&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;และส่งเสริมเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหรือส่งเสริมอาชีพ/ปลูกพืชอื่นๆ&nbsp;ที่สร้างรายได้ที่ดีให้เกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-30T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131002626328"],
    [275,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มที่พบการระบาดโรค ASF ต่อเนื่อง 1 เดือน พร้อมสุ่มตรวจหาเชื้อในฟาร์มสุกรเป้าหมายเพื่อควบคุมการระบาด","<p><strong>นายยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในฟาร์มสุกร&nbsp;3&nbsp;แห่งใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;ที่พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;โดยจะดำเนินการต่อเนื่องทุกสัปดาห์เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนฟาร์มอื่นในรัศมีรอบจุดเกิดโรค&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง</strong>ของสุกรไปตรวจหาเชื้อ&nbsp;พร้อมแนะนำเกษตรกรรายย่อยให้นำสุกรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ใกล้ที่สุดหรือภายในจังหวัดเท่านั้น&nbsp;และขอความร่วมมือรถจับสุกรให้ทำความสะอาดรถทุกครั้งหลังจับ&nbsp;มีการตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อรถจับสุกรทุกครั้งก่อนออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้าย&nbsp;ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีฟาร์มสุกรในพื้นที่อื่นติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;พร้อมแจ้งนายอำเภอประสานกับเจ้าหน้าที่ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;2558&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131081536337"],
    [276,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หลักสูตร WiNS รุ่นที่ 2 ในการศึกษาดูงานด้านการเกษตรที่สวนส้มโอขาวใหญ่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;หลักสูตร&nbsp;WiNS&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยชมกระบวนการปลูกส้มโอขาวใหญ่ของประวิตร&nbsp;คุ้มสิน&nbsp;ปราญชาวบ้าน&nbsp;ที่บอกเล่าตั้งแต่การปลูก&nbsp;การดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;จนถึงการส่งจำหน่าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการรับใช้สังคมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;สามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้ตามยุทธศาสตร์&nbsp;โดยการนำวิทยาศาสตร์&nbsp;การวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ&nbsp;พร้อมดึงศักยภาพพลังคนรุ่นใหม่ในการหลอมรวมกับความคิดผู้บริหารระดับสูงในการสร้างเครือข่าย&nbsp;การทำงานร่วมกัน&nbsp;ร่วมแบ่งปันความรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;เพื่อการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสังคมและการศึกษาไทย&nbsp;การที่นำคณะมาศึกษาดูงานเรื่องการเกษตรของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เนื่องจากส้มโอขาวใหญ่เป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละนับร้อยล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131115326403"],
    [277,"","",null,"","","",""],
    [278,"","",null,"","","",""],
    [279,"","",null,"","","",""],
    [280,"","",null,"","","",""],
    [281,"","",null,"","","",""],
    [282,"","",null,"","","",""],
    [283,"","",null,"","","",""],
    [284,"","",null,"","","",""],
    [285,"","",null,"","","",""],
    [286,"","",null,"","","",""],
    [287,"","",null,"","","",""],
    [288,"","",null,"","","",""],
    [289,"","",null,"","","",""],
    [290,"","",null,"","","",""],
    [291,"","",null,"","","",""],
    [292,"","",null,"","","",""],
    [293,"","",null,"","","",""],
    [294,"","",null,"","","",""],
    [295,"","",null,"","","",""],
    [296,"","",null,"","","",""],
    [297,"","",null,"","","",""],
    [298,"","",null,"","","",""],
    [299,"","",null,"","","",""],
    [300,"","",null,"","","",""],
    [301,"","",null,"","","",""],
    [302,"","",null,"","","",""],
    [303,"","",null,"","","",""],
    [304,"","",null,"","","",""],
    [305,"","",null,"","","",""],
    [306,"","",null,"","","",""],
    [307,"","",null,"","","",""],
    [308,"","",null,"","","",""],
    [309,"","",null,"","","",""],
    [310,"","",null,"","","",""],
    [311,"","",null,"","","",""],
    [312,"","",null,"","","",""],
    [313,"","",null,"","","",""],
    [314,"","",null,"","","",""],
    [315,"","",null,"","","",""],
    [316,"","",null,"","","",""],
    [317,"","",null,"","","",""],
    [318,"","",null,"","","",""],
    [319,"","",null,"","","",""],
    [320,"","",null,"","","",""],
    [321,"","",null,"","","",""],
    [322,"","",null,"","","",""],
    [323,"","",null,"","","",""],
    [324,"","",null,"","","",""],
    [325,"","",null,"","","",""],
    [326,"","",null,"","","",""],
    [327,"","",null,"","","",""],
    [328,"","",null,"","","",""]
]}
