{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"ชื่อท้องถิ่น","type":"text"},{"id":"ชื่อสามัญ (EN)","type":"text"},{"id":"ชื่อสามัญ (TH)","type":"text"},{"id":"ชื่อวิทยาศาสตร์","type":"text"},{"id":"Genus","type":"text"},{"id":"Family","type":"text"},{"id":"สถานะชื่อ","type":"text"},{"id":"สถานะชื่อไทย","type":"text"},{"id":"IUCN Red List","type":"text"},{"id":"สภาพนิเวศ","type":"text"},{"id":"ลักษณะทางพฤกษศาสตร์","type":"text"},{"id":"Author","type":"text"},{"id":"URL","type":"text"},{"id":"การใช้ประโยชน์","type":"text"},{"id":"การขยายพันธุ์","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"จะไคต้น","may chang, Aromatic Litsea","ตะไคร้ต้น","Litsea cubeba (Lour.) Pers.","Litsea","Lauraceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบตามพื้นที่โล่งแจ้ง  หรือป่ากำลังฟื้นตัวที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตรขึ้นไป ","จะไค้ต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทุกส่วนของต้นและใบมีกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอกแคบ โคนใบและปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีดอกย่อย 4-6 ดอก ออกตามปลายกิ่ง ผลกลมฉ่ำน้ำ สีเขียวอมเหลือง","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=658","ผลสดและใบอ่อนนำมาตำน้ำพริก ใส่แกง ผลแห้งนำมาตากและใช้เป็นเครื่องเทศ","เพาะเมล็ด"],
    [2,"มะตุ้ม","","หนามไข่กุ้ง ไข่กุ้งพู","Rubus ellipticus var. obcordatus (Franch.) Focke","Rubus","Rosaceae","Accepted","","","พบที่อินเดีย ปากีสถาน ภูฏาน ศรีลังกา เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามชายป่าดิบเขา ความสูง 1000-2000 เมตร","ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย มีขนสั้นนุ่ม ขนแข็งสีน้ำตาลแดง และหนามโค้งหนาแน่นตามกิ่ง แกนและก้านใบประกอบ และแกนช่อดอก มีขนสั้นนุ่มตามหูใบ แผ่นใบด้านล่าง ใบประดับ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก และรังไข่ หูใบรูปเส้นด้าย ยาว 0.7-1 ซม. ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านใบประกอบยาว 2-6 ซม. ก้านใบย่อยคู่ล่างสั้นมาก ใบปลายยาว 2-3 ซม. ใบรูปไข่กลับกว้าง ยาว 3-6 ซม. ใบปลายยาวกว่าใบคู่ล่าง ปลายตัดหรือเว้าตื้น ขอบจักฟันเลื่อย ช่อดอกแบบช่อกระจะเป็นกลุ่มแน่นที่ปลายกิ่ง ยาว 1.5-4 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 5-9 มม. ใบประดับย่อยขนาดเล็ก ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.2 ซม. ก้านดอกและกลีบเลี้ยงมีขนประปราย กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 4-6 มม. ดอกสีขาวหรืออมชมพู กลีบรูปใบพาย ขอบแหว่ง เกสรเพศผู้เรียงกลุ่มเดียว สั้นกว่ากลีบดอก ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ผลกลุ่มสีเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. เมล็ดมีรอยย่น","สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87&genus=Rubus&species=ellipticus&author=Sm.","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [3,"มะตุ้ม","","ไข่ปูส้ม กุหลาบจันทร์","Rubus sumatranus Miq.","Rubus","Rosaceae","Accepted","","","","","","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1123","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้",""],
    [4,"เอี้ยงนา","Crape ginger, Malay ginger, Spiral flag","เอื้องหมายนา","Cheilocostus speciosus (J.Koenig) C.D.Specht","Cheilocostus","Costaceae","Accepted","","","พบทั่วไป  ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณเชิงเขา ริมน้ำตก และริมทางน้ำ","ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ชอบขึ้นบริเวณที่ชุ่มชื้น สูง 1.5-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสีเหลืองหรือชมพู ผลแห้ง แตกได้ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม เมื่อสุกสีแดง","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=12269","เหง้าต้มน้ำดื่ม ช่วยแก้นิ่ว บำรุงกำลัง และช่วยแก้โรคความดันต่ำ หน้าซีด","เพาะเมล็ด"],
    [5,"ผักพา","East Indian glory bower","ปื้งขาว เข็มป่า","Clerodendrum glandulosum Lindl.","Clerodendrum ","Lamiaceae","Accepted","","","พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ในพื้นที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก ขึ้นตามที่ชื้นในป่าเบญจพรรณและชายป่าดิบ หรือป่าดิบที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อน ","ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนเล็กน้อย ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ ออกเรียงสลับตามข้อเป็นคู่ๆ ตั้งฉากกัน กว้าง 7-38 ซม. ยาว 4-40 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า ขอบจัก ผิวใบหนาและสาก สีเขียวเข้ม เส้นใบสีเขียวอ่อน ดอกช่อกระจุกขนาดใหญ่ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยบานไม่พร้อมกัน รูปร่างคล้ายดอกมะลิ สีขาว กลับดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ยาว 5 อัน","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3478","ยอดลวกหรือนึ่งจิ้มน้ำพริก เปลือกลำต้นใช้เคี้ยวแทนหมาก","เพาะเมล็ด"],
    [6,"ดอกโจ้เครือ","Scarlet clock vine","รางจืดแดง หนามแน่แดง","Thunbergia coccinea Wall.","Thunbergia","Acanthaceae","Accepted","","","พบบริเวณริมลำธารเชิงเขา ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-600 เมตร","ไม้เลื้อย ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 2-7 ซม. ยาว 5.5-14 ซม. ฐานใบมน ขอบใบหยักเล็กน้อย แผ่นใบเกลี้ยง ก้านใบเรียว ยาว 0.5-3 ซม. ช่อดอกห้อยลงยาวถึง 100 ซม. กลีบเลี้ยงสีแดงม่วง มีขนาดเล็ก กลีบดอกสีส้ม เชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ แต่ละกลีบมีขนาดไม่เท่ากัน เกสรเพศผู้ 4 อัน รังไข่เกลี้ยง ผลเกลี้ยง แก่แล้วแตกเป็น 2 พู","ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=892","ใบ เถาต้มน้ำดื่มช่วยขับสารพิษ","เพาะเมล็ด"],
    [7,"มะเขาวัว","","มะเขาควาย","Dittoceras maculatum Kerr","Dittoceras","Apocynaceae","Accepted","","","ชอบขึ้นในป่าดิบเขาที่มีความชื้น สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรขึ้นไป","พืชไม้เถาเลื้อยยาว มักเลื้อยพาดตามต้นไม้ใหญ่ ในทุกส่วนของมะเขาควายจะมีน้ำยางสีขาวลักษณะเหมือนน้ำนม ใบเดี่ยวรูปรี ปลายใบแหลม ใบจะออกเรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน ออกดอกเป็นช่อสีขาวในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ส่วนผลจะออกเป็นฝักคู่ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเดือนสิงหาคม-กันยายน","ดร.จารุณี ภิลุมวงค์ และนางสาวกมลทิพย์ เรารัตน์","https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/33","ผลนำมาดอง หรือรับประทานสด ยางจากผลสด ช่วยแก้ท้องเสีย ช่วยบำรุงกำลังเพศชาย","เพาะเมล็ด"],
    [8,"ตักดักนก","","ขนุนดิน กากหมากตาฤๅษี\n","Balanophora fungosa J.R.Forst. & G.Forst.","Balanophora","Balanophoraceae","Accepted","","","พบที่อินเดีย ไห่หนาน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ นิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร","ไม้ล้มลุกกินซาก แยกเพศต่างต้น หัวใต้ดินออกเดี่ยว ๆ หรือแยกแขนงจำนวนมาก กลม ๆ ผิวมีตุ่มรูปดาวกระจาย ใบเรียงเวียน เรียงซ้อนเหลื่อม 10-20 ใบ ช่อดอกเพศผู้รูปรีกว้าง ยาวได้ถึง 12 ซม. ใบประดับคล้ายกาบรูปรีกว้าง ปลายตัด ยาวประมาณ 5 มม. ก้านดอกย่อยยาว 0.7-1 ซม. กลีบรวมมี 4-5 กลีบ รูปรีแกมรูปใบหอก ยาว 3-7 มม. เกสรเพศผู้ 4-5 อัน คล้ายรูปเกือกม้า ช่อดอกเพศเมียรูปรีหรือรูปไข่กลับ มักมีขนาดเล็กกว่าช่อดอกเพศผู้ ยาวได้ถึง 6 ซม.","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsLinkno=682&words=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A4%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5&typeword=word","ใช้ดักนก (มีกลิ่นแรง)","เพาะเมล็ด"],
    [9,"แก๋วแวก","Yam bean","มันแกว","Pachyrhizus erosus (L.) Urb.","Pachyrhizus","Leguminosae","Accepted","","","เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเม็กซิโกและประเทศในแถบอเมริกากลาง ในประเทศไทยมีการปลูกมันแกวมานานแล้ว สันนิษฐานว่าชาวญวนเป็นผู้นำเข้ามาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือมีคนไทยนำมันแกวเข้ามาจากเวียดนาม แล้วนำมาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดี ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่","เป็นพืชในตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ลำต้นมีขน เป็นไม้เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่น แต่ไม่มีมือเกาะ ลำต้นอาจยาวได้ถึง 5.5 เมตร ต้นไม่แตกแขนง โคนต้นเนื้อแข็ง มีหัวใต้ดินเป็นรากสะสมอาหาร หัวมีลักษณะอวบและมีขนาดใหญ่ ขนาดจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ปลูก โดยทั่วไปมีขนาดเท่ากำปั้น พบได้มากจะเป็นพันธุ์หัวใหญ่ โดยจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร และหัวเป็นสีน้ำตาลอ่อน ในหนึ่งต้นจะมีหัวเพียงหัวเดียว ลักษณะของหัวอาจจะเป็นหัวเรียบ ๆ หรือเป็นพู และมีรูปร่างแตกต่างกันมาก ส่วนมากจะเป็นหัวแบบมี 4 พู เนื้อในหัวเป็นสีขาวขุ่น มีเส้นใยอาหารมาก รสชาติคล้ายแป้ง โดยส่วนที่อยู่ใต้ดินจะมีอายุข้ามปี แต่ส่วนที่อยู่บนดินจะมีอายุเพียงปีเดียว ใบเป็นประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ แตกจากก้านใบ เรียงสลับ ก้านใบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลักษะของใบย่อยเป็นรูปจักใหญ่หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม โคนใบป้านมนเข้าหาเส้นกลางใบ แผ่นใบเรียบแต่สากมือ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อกระจะออกเดี่ยว ๆ ที่ซอกใบ มีขนสีน้ำตาล ช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปดอกถั่วหรือรูปไต กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมน้ำเงิน สีชมพู หรือสีขาว เมื่อดอกบานจะมีรูปร่างคล้ายดอกแค แต่มีขนาดเล็กกว่าและยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน แบน และมีขนปกคลุมทั่วทั้งฝัก ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ฝักเมื่อแก่จะเรียบ ทั้งฝักมีเมล็ดเรียงกันอยู่ภายในประมาณ 4-10 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปจัตุรัสแบน เมล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข็มหรือสีแดง ผิวมัน ","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A7/","หัวใต้ดินรับประทานเป็นผลไม้ ยอดอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก หัวใช้ดองกับเหล้า มีรสขม ดื่มบำรุงกำลัง","เพาะเมล็ด"],
    [10,"ผักป้อมดิน","Licorice weed, Scoparia-weed ","กรดน้ำ ","Scoparia dulcis L.","Scoparia","Plantaginaceae","Accepted","","","พบได้ทั่วไปเป็นกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ชายน้ำ ริมบึงที่ชื้น ","ไม้ล้มลุก มีใบเดี่ยวออกรอบข้อ 3 ใบ รูปหอก กว้าง        0.4-0.5 ซม. ยาว 1.2-1.4 ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบ ขอบจักซี่ฟันลึกและห่าง ลำต้นเป็นเหลี่ยม ช่อดอกขนาดเล็กออกตามซอกใบเป็นกระจุก ดอกย่อยสีขาว มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ มีผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวตามซอกใบ ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1105","ใบและยอดสดนำมาจิ้มน้ำพริกหรือกินกับลาบมีรสหวานหรือนำมาตากแห้งทำชาชงน้ำดื่ม","เพาะเมล็ด"],
    [11,"ผักหนาม","","ผักหนาม","Lasia spinosa (L.) Thwaites","Lasia","Araceae","Accepted","","LC 2011","ชอบขึ้นตามที่ชื้น เช่น ดินเลนตามชายน้ำ หนองน้ำ หรือริมแม่น้ำในป่า","พืชล้มลุกมีเหง้าทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ทุกส่วนมีหนามแหลมล้อมรอบ ใบเดี่ยวรูปลูกศร มีรอยหยักเป็นแฉก ๆ ปลายใบแหลม โคนใบยาวยื่น ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ดอกออกเป็นช่ออัดแน่นบนปลายก้านดอก สีเหลือง มีกาบรองช่อดอกเรียวแหลมสีน้ำตาลแดง บิดเป็นเกลียวห่อหุ้มดอกจนติดผล ผลกลมอัดแน่นเป็นแท่งรูป ทรงกระบอกคล้ายฝักข้าวโพด ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเหลืองอมแดง","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/261","ต้นอ่อนนำมาลวกกินกับน้ำพริก","เพาะเมล็ด แยกหน่อ"],
    [12,"","","ลิงลาว เอื้องแลว นางแลว","Aspidistra sutepensis K.Larsen ","Aspidistra","‎Asparagaceae","Accepted","","","ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง","ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม  แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล  สีเขียวเข้ม ","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3&typeword=group","ดอกนำมาลวกจิ้มน้ำพริก ผัด แกง","แยกหน่อ"],
    [13,"หางเม่น","Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain","หญ้าเอ็นยืด ผักกาดน้ำ หมอน้อย","Plantago major L.","Plantago","Plantaginaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบมากบริเวณที่รกร้างบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ ชอบขึ้นในผืนป่าที่ได้รับความชื้นตลอดวัน และพื้นที่ใกล้แหล่งนํ้า ชอบแสงแดด","หญ้าเอ็นยืดเป็นไม้ล้มลุกสูง 30-50 ซม. ลำต้นสั้นติดผิวดิน ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก รูปไข่กลับ กว้าง 12-16 ซม. ยาว 20-30 ซม. ก้านใบยาวเท่ากับแผ่นใบ ช่อดอก แทงออกจากกลางต้น ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเขียวแกมน้ำตาล ผลเป็นผลแห้ง แตกได้","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=2141","ต้นอ่อนรับประทานเป็นผักสดหรือลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำมาตากแห้งเป็นชาชงดื่ม","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [14,"หวายหอม","","หวาย","Calamus pandanosmus Furtado","Calamus","Arecaceae","Accepted","","","","หวายขนาดเล็กขึ้นเป็นกอ กาบหุ้มลำมีสีเขียวเข้มเมื่อสดและมีสีน้ำตาลเมื่อแห้ง กาบหุ้มลำมีลายเส้นตลอดความยาว มีหนามรูปเล็บเหยี่ยวปลายสีดำ โคนหนามเป็นปุ่มนูนกลม ปลายหนามชี้ลงกระจายเดี่ยว ๆ flagellum มีหนามรูปเล็บเหยี่ยวเกิดเดี่ยว ๆ สลับไปมารอบๆ knee เห็นชัดมีลักษณะเหี่ยวย่น ocrea ชัดเจนมีสีน้ำตาล ก้านใบไม่มีหรือยาวไม่เกิน ๑ ซม. ทางใบด้านบนและที่ขอบของทางใบเกลี้ยง ส่วนด้านล่างมีหนามรูปเล็บเหยี่ยวปลายสีดำเกิดเดี่ยว ๆ หรือเป็นกลุ่ม ๆ ห่างกันเป็นระยะ ๆ ไม่สม่ำเสมอ ใบย่อยรูปยาวรีขอบใบเรียบ ผิวใบย่นเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นใบตามขวางขัดเจน ใบย่อยแต่ละข้างของทางใบเรียงตัวแบบตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยเป็นคู่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ ใบย่อยคู่สุดท้ายของเชื่อมติด","Unknown","https://web.ku.ac.th/nk40/nk/data/13/c_pandan.htm","หน่ออ่อนนำมาตำหรือแกง ดองจิ้มน้ำพริก เนื้อในเมล็ดรับประทานได้","เพาะเมล็ด แยกกอ แยกหน่อ"],
    [15,"","white garland-lily, white ginger lily","กระทายเหิน มหาหงส์ หางหงส์ ตาเหิน","Hedychium coronarium J.Koenig","Hedychium","Zingiberaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบขึ้นมากในภาคเหนือ  ตามชายป่าใกล้ลำธาร  ชอบที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึงทั้งวัน คนนิยมปลูกไว้ในบ้านเพราะดอกให้กลิ่นหอม","ไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน สูง 1-1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนานหรือใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 16-25 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลม มี 3 พู","สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)","http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=53032&id=191607","หน่ออ่อนรับประทานสดหรือลวกกับน้ำพริก","แยกหน่อ"],
    [16,"","","มหาหงส์ดอกเหลือง\n","Hedychium flavescens Carey ex Roscoe","Hedychium","Zingiberaceae","Accepted","","","","","","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2952","หน่อลวกกับน้ำพริก",""],
    [17,"มะกลิ้ง","Chinese Lard Seed","มะกลิ้ง","Hodgsonia heteroclita (Roxb.) Hook. f. & Thomson","Hodgsonia","Cucurbitaceae","Accepted","","","ชอบเลื้อยพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่ตามริมห้วย หรือบริเวณที่มีความชุ่มชื้น","บ่ากิ๊งเป็นไม้เถาเลื้อยเกาะกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ มี 3-5 แฉก ขอบใบเรียบ หรือจักฟันเลื่อยห่าง แผ่นใบเกลี้ยง มีต่อมขนาดเล็กประปราย โคนก้านใบมีเกล็ดประดับคล้ายหนามสีดำ มีมือเกาะแยกเป็น 2-3 แฉก ดอกแยกเพศต่างต้น สีขาวครีม ออกตามซอกใบ ผลกลมขนาดใหญ่ คล้ายฟักเขียว ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมน้ำตาลหรือสีเขียวอ่อน ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่เรียงตัวเป็นวงกลม 6 เมล็ด ","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1002","เมล็ดนำมาเผาไฟแล้วตำน้ำพริก เถาและใบนำมาลนไฟแล้วสูดควันช่วยรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ ไซนัส","เพาะเมล็ด"],
    [18,"หญ้ากระปี๋","Day Flower","ผักปลาบใบกว้าง","Commelina benghalensis L.","Commelina","Commelinaceae","Accepted","","LC 2018","พบตามริมทาง ทุ่งหญ้า และที่ลุ่มชื้นแฉะ","ไม้ล้มลุก อายุปีเดียวหรือข้ามปี/วัชพืช ความสูง 15-40 เซนติเมตร ลำต้นกลม อวบน้ำ ทอดขนานไปตามพื้นและแตกรากตามข้อ มีขนอ่อนทั่วไป ปลายยอดชูตั้งขึ้น ใบรูปไข่ค่อนข้างป้อมถึงรูปรี ปลายแหลม โคนแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น    กาบรองดอกสีเขียว ดอกสีน้ำเงินอมม่วง ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร มี 3 กลีบ ผลรูปรี เมล็ดสีน้ำตาล ผิวขรุขระ","สำนักพิมพ์บ้านและสวน","https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/136495.html","ยอดอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก หรือแกงใส่เนื้อ","เพาะเมล็ด"],
    [19,"ผักแดด","Persicaria lapathifolia (L.) Delarbre","พงโพด","Persicaria lapathifolia (L.) Delarbre","Persicaria","Polygonaceae","Accepted","","LC 2013","","","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Persicaria&author=&family=&genus=Persicaria&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=per1110","ยอดอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก หรือแกงใส่เนื้อ ผลรับประทานเป็นผลไม้ มีรสเย็นจืด","เพาะเมล็ด"],
    [20,"หน่อแล้ง","","","","","Zingiberaceae","","","","","","","","ดอกนำมาเผาและตำน้ำพริก",""],
    [21,"เครือพวง","Tropical Clematis","พวงแก้วกุดั่น เครือจางหลวง","Clematis smilacifolia Wall.","Clematis","Ranunculaceae","Accepted","","","พบที่บังกลาเทศ เนปาล ภูฏาน อินเดีย พม่า จีน กัมพูชา เวียดนาม ภูมิภาคมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามชายป่าที่แห้งแล้ง ความสูง 300-1800 เมตร","ไม้เถา ใบรูปไข่ หรือแกมรูปขอบขนานถึงรูปใบหอก ยาว 6-21 ซม. โคนเว้าตื้นหรือคล้ายรูปก้นปิด เส้นโคนใบข้างละ 2-3 เส้น ก้านใบยาว 3.5-12 ซม. ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 10 ซม. ใบประดับรูปแถบ ยาว 0.7-1 ซม. มี 10-27 ดอก ก้านดอกยาว 4-10 ซม. ใบประดับย่อย 2 อัน รูปแถบ ยาวประมาณ 3 มม. กลีบเลี้ยงมี 4-6 กลีบ ด้านนอกสีน้ำตาล มีขนละเอียด ด้านในสีม่วงอมน้ำเงิน รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 1.5-2 ซม. พับงอกลับ เกสรเพศผู้ยาว 0.8-1.6 ซม. ด้านนอกมักเป็นหมัน รูปแถบ อับเรณูยาว 2-5 มม. ปลายมีรยางค์สั้น ๆ ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 6 มม. ขยายในผลคล้ายหาง ยาว 4-8 ซม. มีขนยาวนุ่มหนาแน่น ผลรูปรี เบี้ยว ยาว 0.6-1.2 ซม.","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3941","เถานำมาอมแก้ปวดฟัน","เพาะเมล็ด"],
    [22,"ไม้ยุม","Cigar-box cedar, Indian mahogany, Moulmein cedar,Red cedar","ยมหอม","Toona ciliata M.Roem.","Toona","Meliaceae","Accepted","","LC 2018","พบที่อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล ศรีลังกา ภูฏาน จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 1300 เมตร นิยมปลูกเป็นไม้สวนป่าในหลายประเทศ","ไม้ต้น สูงได้ถึง 40 ม. แยกเพศร่วมต้น กิ่งมีช่องอากาศ ใบประกอบเรียงเวียน มีใบย่อย 8-15 คู่ ก้านใบยาว 5-20 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ยาว 7-16 ซม. ปลายแหลมยาว โคนเบี้ยว ก้านใบย่อยยาว 0.5-1.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ยาวได้ถึง 50 ซม. ก้านดอกยาว 0.5-1 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปรีขนาดเล็ก ขอบมีขนครุย ดอกสีขาว มี 5 กลีบ รูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาว 4-5 มม. ขอบมีขนครุย ก้านชูเกสรร่วมยาว 3-5 มม. เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 1.5-3 มม. จานฐานดอกคล้ายนวมสีส้มแดง มีขนยาวหนาแน่น รังไข่มีขนยาว มี 5 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 8 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ยาว 1.5-3 มม. ยอดเกสรแบน ผลแห้งแตกเป็น 5 ซีก รูปรี ยาว 2-4 ซม. แกนกลางมีห้าเหลี่ยม ผิวมีช่องอากาศ เมล็ดมีปีกทั้งสองด้าน ยาว 1.5-2 ซม. รวมปีก","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=4751","เนื้อไม้นำมาสร้างบ้าน","เพาะเมล็ด"],
    [23,"ผักหมอง","","","","","","","","","","","","","ใบนำมาแกง",""],
    [24,"ต้าง","","ต้างหอม","","","","","","","","","","","ใบอ่อนกินกับลาบ หรือลวกจิ้มน้ำพริก",""],
    [25,"มะล้วง","","","","","","","","","","","","","ผลคล้ายเกาลัดแต่เล็กกว่ารับประทานได้",""],
    [26,"ผักแหย่ง","Orange Climber, forest pepper, wild orange tree","เครืองูเห่า ผักแปมป่า","Toddalia asiatica (L.) Lam.","Toddalia","Rutaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก","ไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2501","ใบและยอดอ่อนจิ้มน้ำพริก ","เพาะเมล็ด ปักชำ"],
    [27,"ชะม่อนเครือ","False Black Pepper, White-flowered Embelia, Vidanga","ส้มกุ้ง ส้มจี้","Embelia ribes Burm.f.","Embelia","Primulaceae","Accepted","","","","เป็นพรรณไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เลื้อย มีความสูงได้ประมาณ 3-6 เมตร และอาจยาวได้ถึง 13 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมวงรีถึงรูปขอบขนานแกมใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่มหรือกลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-8 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ออดอกเป็นช่อแยกแขนง โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ดอกย่อยเป็นสีเขียวหรือสีขาว กลีบเลี้ยงดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกลึก ลักษณะเป็นรูปวงรี ยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนขึ้นหนาแน่น ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีขนาดกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ ฉ่ำน้ำ","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87/","ใบนำมาลนไฟ ใส่เกลือและนำมาอมเป็นเมี่ยง","เพาะเมล็ด"],
    [28,"ชมพูภูคา","","ชมพูภูคา","Bretschneidera sinensis Hemsl.","Bretschneidera","Akaniaceae","Accepted","พืชหายาก","EN 1998","พบที่จีน เวียดนามตอนบน ไต้หวัน และภาคเหนือของไทยที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ขึ้นตามที่ลาดชันในป่าดิบเขา ความสูง 1200-1500 เมตร","ไม้ต้น ใบประกอบ ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกตามปลายกิ่ง ตั้งขึ้น กลีบเลี้ยงรูประฆังกว้าง ดอกสมมาตรด้านข้าง มี 5 กลีบ ติดบนหลอดกลีบเลี้ยง กลีบบนโค้งปิดเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้ 8 อัน ผลแห้งแตกเป็น 3-5 ส่วน ผนังหนา มีขนละเอียดและตุ่ม เมล็ดมีเยื่อหุ้มสีส้ม","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/Herbarium/Archives/PlantMonth/2016/2016_10.html","ไม้ประดับ ออกดอกสวยงาม","เพาะเมล็ด"],
    [29,"หญ้าไส้เดือน","","ผักลืมผัว ผักเบี้ยดิน","Lobelia nummularia Lam.","Lobelia ","Campanulaceae","Accepted","","","พบที่อินเดีย บังกลาเทศ ภูฏาน ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ ในไทยพบกระจายแทบทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ขึ้นตามร่มเงาในป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ความสูง 600-1600 เมตร","ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อย ยาวได้ถึง 50 ซม. มีรากตามข้อ ลำต้นมักมีขนยาว ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือเกือบกลม ยาว 0.7-2.5 ซม. ปลายแหลม มนหรือกลม โคนรูปหัวใจ เบี้ยว แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขน ขอบจักซี่ฟันตื้น ๆ ก้านใบยาวได้ถึง 1.5 ซม. ดอกออกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบ ก้านดอกยาว 0.7-3.5 ซม. ฐานดอกรูปถ้วย ยาว 2-4 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบ ยาว 2.5-6 มม. ขอบจักซี่ฟันห่าง ๆ 2-3 คู่ ดอกสีม่วงอมเขียวหรือแดง ด้านในมีปื้นสีเหลืองอ่อน ยาว 0.6-1 ซม. กลีบบน 2 กลีบ แฉกลึกจรดโคน รูปสามเหลี่ยม ขอบกลีบเว้า กลีบล่าง 3 กลีบ รูปขอบขนาน ยาวกว่ากลีบบน โคนคอด ด้านในหลอดกลีบมีขนยาว เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเหนือกึ่งกลางหลอด อับเรณูที่เชื่อมติดกันยาว 1-1.5 มม. ผลสดมีหลายเมล็ด สีม่วงอมแดง รูปกลมหรือรี ยาว 0.7-1.5 ซม. เมล็ดผิวเป็นร่างแห","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%A7&genus=Lobelia&species=thorelii&author=E.%20Wimm.","ยอดอ่อนหรือทั้งต้นกินเป็นผักสด หรือนำมาจิ้มน้ำพริก","เพาะเมล็ด ปักชำ"],
    [30,"ผักกูดดง","Paco","ผักกูด","Diplazium esculentum (Retz.) Sw.","Diplazium","Campanulaceae","Accepted","","LC 2011","ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง  ","พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ  มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1840","ยอดอ่อนนำมาผัด ยำ ลวกจิ้มน้ำพริก","แยกกอ สปอร์"],
    [31,"","Java pennywort","บัวบกเขา ผักหนอกเขา","Hydrocotyle javanica Thunb.","Hydrocotyle","Araliaceae","Accepted","","LC 2011","พบในเอเชียเขตร้อน จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ขึ้นตามที่ชื้นแฉะหรือชายป่า ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร","ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดนอน เกลี้ยงหรือมีขนสั้นนุ่ม ใบรูปไข่กว้าง ส่วนมากด้านกว้างยาวกว่าด้านยาว กว้าง 3-9 ซม. ขอบจักมน 5-7 จัก หรือเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย โคนรูปหัวใจตื้น ๆ ส่วนมากมีขนสั้นนุ่มตามเส้นแขนงใบทั้งสองด้าน เส้นโคนใบ 7-9 เส้น ก้านใบยาวได้ถึง 17 ซม. มีขนยาว ช่อดอกออกเป็นกระจุกหลายช่อ ส่วนมากก้านช่อยาวไม่เกิน 2 ซม. มักสั้นกว่าก้านใบ ดอกจำนวนมาก ก้านดอกสั้นมากหรือยาวได้ถึง 2 มม. กลีบดอกรูปขอบขนาน มักมีแต้มสีม่วงแดง ยาวประมาณ 1 มม. ผลกลมแป้น กว้าง 1.5-1.8 มม. ยาว 1-1.3 มม. เกลี้ยง","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3750","ยอดสดจิ้มน้ำพริก","เพาะเมล็ด"],
    [32,"กุ้ยกุ้ย","","กูดต้น กูดพร้าว มหาสดำ","Cyathea latebrosa (Wall. ex Hook.) Copel.","Cyathea","Cyatheaceae","Accepted","","","เขตการกระจายพันธุ์ในจีนตอนใต้ กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นกระจายพันธุ์ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ โดยมักพบขึ้นตามไหล่เขาในป่าดิบเขา บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลต่ำกว่า 1,000 เมตร","เฟิร์นต้นที่มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-5 เมตร ตามลำต้นมีเกล็ดขึ้นปกคลุมและมีรอยก้านใบที่หลุดร่วงไป รากมีลักษณะเป็นเส้นแข็งสีดำ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกรวมกันเป็นกลุ่มบริเวณใกล้ยอด แกนกลางของใบประกอบไม่เรียบ มีตุ่มขรุขระทางด้านล่าง ส่วนด้านบนมีขนและเกล็ดขึ้นประปราย ก้านใบเป็นสีน้ำตาลปนเหลืองหรือสีน้ำตาลเข้ม ยาวได้ประมาณ 40 เซนติเมตร มีหนามสั้น ๆ ที่โคนมีเกล็ดสีน้ำตาลเป็นมัน เกล็ดมีลักษณะเป็นรูปแถบ มีขนาดกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ด้านบนมีขน กลุ่มใบย่อยคู่ล่างลดขนาดลงยาวได้ประมาณ 10 เซนติเมตร มีรูปร่างไม่แน่นอน ส่วนกลุ่มใบย่อยถัดขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ ปลายเรียวแหลมและมีติ่งยาว มีขนาดกว้างประมาณ 14 เซนติเมตร และยาวประมาณ 40 เซนติเมตร แกนกลุ่มใบย่อยมีเกล็ดแบนสีน้ำตาลทางด้านล่าง ใบย่อยจะมีมากกว่า 25 คู่ เรียงห่างกันประมาณ 1.6 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก มีขนาดกว้างประมาณ 1.7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนกึ่งตัด ส่วนขอบหยักเว้าลึกเกือบถึงเส้นกลางใบย่อย หยักเฉียง รูปเคียว มีขนาดกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายมน ส่วนขอบเรียบหรือจักเป็นฟันเลื่อย เส้นกลางใบย่อยมีขนทางด้านบน ส่วนด้านล่างมีเกล็ดแบนสีน้ำตาล แผ่นใบบาง ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน เส้นใบแยกสาขาออกเป็นคู่ 7-8 คู่ ก้านใบย่อยไม่มี กลุ่มอับสปอร์จะมีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม อยู่บนเส้นใบทั้งสองข้าง โดยจะอยู่ตรงเส้นกลางใบย่อย เยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์เป็นเกล็ดเล็ก อยู่ที่ฐานของกลุ่มอับสปอร์","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/","ไม้ประดับ","สปอร์"],
    [33,"ผักแกงแกะ","","","","","","","","","","","","","ยอดอ่อนนำมาแกง หรือรับประทานสดจิ้มน้ำพริก มีรสขม",""],
    [34,"งัง","","ตำแยช้าง กะลังตังช้าง","Girardinia diversifolia (Link) Friis","Girardinia","Urticaceae","Accepted","","",""," เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากหนาแน่น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปฝ่ามือ เป็นพู 3-7 พู ขอบใบหยักซี่ฟันเลื่อย ตามก้านใบมีขนเป็นหนามแข็งๆ กอดเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นพวงใหญ่ตามง่ามใบ ผลเล็ก กลม ผิวผลมีหนามแข็งหนาแน่น","โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","http://www.rspg.or.th/plants_data/use/toxic_05.htm","ใบและต้นมีพิษ หากโดนผิว จะทำให้ปวดแสบปวดร้อน","เพาะเมล็ด"],
    [35,"มะนอด","","เดื่อปล้องหิน","Ficus semicordata Buch.-Ham. ex Sm.","Ficus","Moraceae","Accepted","","LC 2019","พบที่ปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ริมลำธาร ความสูงถึงประมาณ 1600 เมตร","ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. หูใบยาว 1-3.5 ซม. โอบหุ้มกิ่ง ร่วงเร็ว ใบเรียงสลับระนาบเดียว รูปรีถึงรูปใบหอก หรือแกมรูปไข่กลับ ส่วนมากยาว 10-25 ซม. หรือยาวได้ถึง 45 ซม. โคนเบี้ยว ด้านหนึ่งรูปหัวใจกว้าง คลุมก้านใบ ขอบใบจักซี่ฟัน แผ่นใบมีขนสากและขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลหนาแน่นด้านล่าง และมีผลึกซิสโทลิท ก้านใบยาว 0.5-2 ซม. ดอกอยู่ภายในฐานดอกที่ขยายออกตามกิ่งที่ไม่มีใบหรือออกจากไหลที่โคนต้น รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม. ไร้ก้านหรือยาวได้ถึง 5 มม. มีใบประดับ 3 ใบ ช่องเปิดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มม. มีขนหนาแน่น มีใบประดับ 5 ใบ ผลสุกภายในสีขาว","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=2034","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [36,"จางจืด","","","","","","","","","","","","","ใบและกิ่งนำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยขับสารพิษในร่างกาย",""],
    [37,"ก่อนูน","","ก่อแป้น กว้าวกวาง ก่อตี ก่อหนาม ก่อหรั้ง มะก่อ","Castanopsis diversifolia (Kurz) King ex Hook.f.","Castanopsis","Fagaceae","Accepted","","","พม่า ลาว ภาคเหนือ,ภาคกลางตามป่าดินเขา,ป่าเหล่า,ป่าเบญจพรรณ ที่สูงระหว่าง(700) 1,000–1,500 (2,200) เมตร ออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน ติดผลช่วงกันยายนถึงตุลาคม","ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง 10 – 30 เมตร ขนาดวัดรอบ 150 – 200 เซนติเมตร ตาใบรูปไข่ มีขน กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่นและมีช่องอากาศทั่วไป ใบรูปรี หรือรูปขอบขนาน กว้าง 5 – 10 เซนติเมตร ยาว 11 – 22 เซนติเมตร โคนมน หรือเบี้ยวเล็กน้อย ปลายเรียวแหลมหรือเป็นติ่งแหลม ขอบเรียบ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนังหรือค่อนข้างหนา ด้านบนเกลี้ยงยกเว้นตามเส้นกลางใบ ด้านล่างใบมีขนประปราย เส้นกลางใบนูนเด่นทางด้านล่างและเป็นร่องทางด้านบน เส้นแขนงใบข้างละ 8 – 14 เส้น เส้นโค้งอ่อนแต่ไม่เชื่อมกับเส้นถัดขึ้นไป เส้นใบย่อยแบบขั้นบันไดเห็นได้ทางด้านล่าง เส้นใบย่อยแบบร่างแหเห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 1 – 1.5 เซนติเมตร เมื่ออ่อนมีขนสีน้ำตาล ช่อดอกเพศผู้และเพศเมียแยกต่างช่อ หรือร่วมช่อเดียวกัน ในกรณีร่วมช่อกลุ่มของดอกเพศเมียจะอยู่ทางโคนช่อ ช่อออกตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง ทุกส่วนมีขนทั่วไป ช่อดอกเพศผู้ส่วนใหญ่แยกแขนง ช่อย่อยยาว 5 – 10 เซนติเมตร ดอกเล็กสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน กลิ่นหอมอ่อน ติดกระจายหรือเป็นกระจุกๆละ 2-3 ดอก มีกลีบเลี้ยงหรือกลีบรวมที่แยกเป็นอิสระจากกัน 6 กลีบ มีขนอยู่ตามขอบกลีบ เกสรเพสผู้มี 12 อัน และมีรังไข่ที่ไม่เจริญรูปทรงกลมขนาดเล็ก และมีขนปกคลุมแน่นอยู่ตรงกลางช่อดอกเพศเมียมักเป็นช่อเดี่ยว ยาว 8 -15 เซนติเมตร ดอกติดกระจายไปตามแกนช่อดอก ลักษณะทั่วไปคล้ายดอกเพศผู้ มีเกสรเพศผู้เป็นหมัน 12 อัน รังไข่รูปป้อมมักเป็นเหลี่ยมตามยาว 3 เหลี่ยม มีขนคลุมแน่น มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด ปลายรังไข่มีก้านยอดเกสรเพศเมีย มีขนบริเวณที่ค่อนมาทางโคนก้าน 3 อัน ปลายก้านผิวเกลี้ยงและถ่างออก ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 6.5 เซนติเมตร (รวมทั้งกาบหุ้มผล) ก้านผลเห็นไม่ชัด ผลติดกระจายไปตามแกนช่อผลที่ยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร กาบหุ้มผลจะหุ้มมิดตัวผล ยกเว้นบริเวณปลายยอด ผิวกาบคลุมด้วยหนามที่ไม่แยกแขนงหนาแน่น หนามเหยียดตรงหรือโค้งเล็กน้อยและมีขนปกคลุม กาบไม่แยกเมื่อผลแก่จัด ในแต่ละกาบจะมีผลรูปป้อมหรือรูปรี 1 – (2 -3) ผล ผิวผลเกลี้ยง ยกเว้นบริเวณส่วนปลายผล เปลือกลำต้นสีน้ำตาลแก่สลับด้วยสีเทาดวงโตๆผิวค่อนข้างเรียบ เปลือกในไม่มีสันยาวกดเนื้อไม้ กระพี้ผิวเรียบสีน้ำตาลอ่อน หูใบเรียวแหลม มีขนทางด้านนอก","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3088","เมล็ดนำมาคั่วรับประทานเป็นอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [38,"แกงหอม","Cinnamon","อบเชย เชียกใหญ่ จวงดง เชียด เฉียด ฝนเสน่หา สมุลแว้ง มหาปราบ","Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet","Cinnamomum","Lauraceae","Accepted","","LC 2019","พบได้ในป่าเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์หรือป่าดงดิบทั่วไปในประเทศไทย","อบเชยไทยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตร ทรงพุ่มกลมหรือเป็นรูปเจดีย์ต่ำ ๆ ทึบ เปลือกต้นค่อนข้างเรียบเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา เปลือกและใบมีกลิ่นหอม ใบอบเชยไทย ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนา เกลี้ยง แข็ง และกรอบ เส้นใบออกจากโคนมี 3 เส้น ยาวตลอดจนถึงปลายใบ ด้านล่างเป็นคราบขาว ก้านใบยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกอบเชยไทย ออกดอกเป็นช่อแบบกระจายที่ปลายกิ่ง ยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกมีกลิ่นเหม็น ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ผลอบเชยไทย ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลแข็ง ตามผิวผลมีคราบขาว แต่ละมีเมล็ดเดียว ฐานรองรับผลมีลักษณะเป็นรูปถ้วย","หนังสือสวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ  โดย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nUnknown","http://www.rspg.or.th/plants_data/use/spicies12.htm\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=cin001\nhttp://cinnamomumbejolghota.blogspot.com/2017/10/blog-post.html","เปลือกต้นใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่น","เพาะเมล็ด"],
    [39,"หญ้าดำ สาบดำ\n","Crofton weed, Sticky snakeroot","สาบหมา","Ageratina adenophora (Spreng.) R.M.King & H.Rob.","Ageratina","Compositae","Accepted","","","พบมากในพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-600 เมตรขึ้นไป","พืชล้มลุกสูง ๐.๖ - ๑ เมตร ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม ขนาด ๓ - ๕ x ๔ - ๘ เซนติเมตร ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อกลมเกิดที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาว อัดกันแน่นเป็นกระจุกกลม ผลแห้ง ไม่แตกมีขนสีขาวจำนวนมาก","สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)","http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=33608&id=159201","ใบ ขยี้ใส่แผลสด ช่วยห้ามเลือด","เพาะเมล็ด"],
    [40,"ผักเผ็ด","Para cress, Toothache plant, Spot flower","ผักคราด ผักคราดหัวแหวน","Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen","Acmella","Compositae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบทั่วไปตามดินที่ชื้นแฉะ  ชอบขึ้นบริเวณกลางแจ้ง  ทั่วไป","ผักเผ็ดเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นค่อนข้างกลม อวบน้ำ อาจมีสีม่วงแดง ต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ช่อดอกออกที่ซอกใบ รูปกรวยคว่ำสีเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง รูปไข่\nในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผักเผ็ดใหญ่ ดอกขาว และผักเผ็ดน้อย ดอกสีเหลือง มีรสชาติเผ็ดกว่า และนิยมกินมากกว่า \n","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1185","ดอกและใบอ่อน นำมาแกง","เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง"],
    [41,"","","ไผ่บง","Dendrocalamus brandisii (Munro) Kurz","Dendrocalamus","Poaceae","Accepted","","","เป็นพืชพื้นเมืองของจังหวัดกาญจนบุรี ชอบน้ำ","ลำเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 20 ซม. สูง 10-20 ม. มีขนสีน้ำตาลมากกว่าไผ่ตง ที่กาบหุ้มลำมีส่วนของใบยอดกาบใหญ่ กอขนาดสูงใหญ่ กอไม่แน่น มีการแตกกิ่งตั้งแต่กลางลำขึ้นไป มีรากฝอยออกรอบข้อ หน่อดกขนาดใหญ่ เหมาะที่จะใช้งานได้หลายอย่าง (ธัญพิสิษฐ์, 2553)","ธัญพิสิษฐ์ พวงจิก และคณะ","https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjst/article/view/65715/53730","หน่อนำมาแกง","แยกกอ"],
    [42,"","Giant Bamboo","ไผ่ซางป่า","Dendrocalamus strictus (Roxb.) Nees","Dendrocalamus","Poaceae","Accepted","","","กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย มาเลเซีย พม่า  อินโดนีเซีย โดยทั่วไปจะพบมากทางภาคกลาง และภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชุ่มชื้นสูง เช่น ในบริเวณหุบเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่และลำปาง\n","เป็นไม้ไผ่หน่ออัดใบ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม ผิวเป็นมัน มีกิ่งแขนงมาก สูงประมาณ 6-20 ซม. มีเนื้อหนาประมาณ 5-8 มม. ปล้องยาวประมาณ 15-50 ซม. เนื้อไม้หยาบ โดยทั่วไปลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-12.5 ซม. ถ้าพบบริเวณเนินเขาสูงลำต้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5-10 ซม. กาบหุ้มลำในปล้องต่ำ ๆ จะสั้นประมาณ 8-30 ซม. ข้างนอกกาบจะมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลือง ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะไม่มีขนขณะที่ยังอ่อน กาบหุ้มลำมีสีเขียวอมเหลือง ครีบกาบเล็กหรือไม่มี่ กระจังกาบแคบ หยัก ใบยอดกาบตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบ ๆ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเป็นมุมป้าน ขนาดใบยาว 12-30 ซม. กว้าง 1-2.5 ซม.ลักษณะใบ ท้องใบมีขนอ่อนแน่น เส้นลายใบ 2-6 เส้น เส้นลายใบย่อย 5-7 เส้น ขอบใบสากคม ก้านใบแบน ยาว 0.2-0.5 ซม. ครีบใบไม่ค่อยเห็น กระจังใบโค้งเข้า ปลายรูปมนหรือกลม มีหยัก กาบใบข้างนอกไม่มีขน หน่อมีขนาดเล็กกว่าหน่อไผ่ตง","ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.dnp.go.th/EPAC/bamboo_rattan/bamboo04.htm","หน่อนำมาแกง","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [43,"ต้นโจ้","","ห้อมช้าง","Phlogacanthus curviflorus (Wall.) Nees","Phlogacanthus","Acanthaceae","Accepted","",""," พบกระจายเป็นกลุ่มบริเวณริมลำธาร ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-750 เมตร","ไม้พุ่ม สูง 1-2 ม. ลำต้นกลวง ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้าม รูปรีแกมไข่กว้าง กว้าง 12 ซม. ยาว 30 ซม. ก้านใบ ยาว 5-6 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ตั้งขึ้น สีส้มแดงหรือแดงอิฐ กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน สีเขียว มีขนนุ่ม กลีบดอกเป็นหลอดโค้ง ยาว 5-6 ซม. ด้านนอกมีขนแน่น ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบโค้งออกด้านนอก เกสรเพศผู้ 2 อัน ผลแห้งแก่แล้วแตก รูปรียาว มีสันสี่เหลี่ยม กว้าง 0.4-0.6 ซม. ยาว 3.2-3.5 ซม. เมล็ด 12-14 เมล็ด","ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=30","กินน้ำหวานของกลีบดอก","เพาะเมล็ด"],
    [44,"มะเดื่อ","","มะเดื่อ มะเดื่อหว้า เดื่อหลวง มะเดื่อชุมพร","Ficus auriculata Lour.","Ficus","Moraceae","Accepted","","LC 2019","ปากีสถาน อินเดียตอนเหนือ เนปาล รัฐสิกขิม ภูฏาน พม่า จีนตอนใต้ ลาว เวียดนาม กัมพูชา และคาบสมุทรมาเลเซีย ในประเทศไทยพบทุกภาคยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบตามป่าดิบ และป่าเบญจพรรณ มักอยู่ริมลำน้ำ ระดับความสูงตั้งแต่ 0-1300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล","ไม้ต้น สูง 10-15 เมตร ใบเรียงสลับวนรอบกิ่ง แผ่น ใบรูปไข่ กว้าง 1.5-13 เซนติเมตร ยาว 18-21 เซนติเมตร เนื้อใบเหนียวหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ปลายใบแหลม ขอบหยักฟันเลื่อยห่างๆ ฐานมน ก้านใบ ยาว 3-6 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยง ผลรูปลูกแพร์ เกิดเป็นกระจุกตามลำต้นหรือกิ่งขนาดใหญ่ ผิวเกลี้ยงหรืออาจมีขนสั้นนุ่มปกคลุม มักมีสันตามยาวและมีรอยแผลใบประดับข้าง ชนาดตามขวางตอนสด 3.5-4.5 เซนติเมตร สุกสีส้มแกมแดง ก้านหน่วยผลยาว 4-5 เซนติเมตร ดอกแยกเพศแยกต้นเป็นต้น เพศผู้กับต้นเพศเมียต้นเพศผู้ประกอบด้วยเพศผู้ที่เกิดรอบปากช่องเปิด","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1175\nhttp://www.qsbg.org/Database/BOTANIC_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2434","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาเมล็ด"],
    [45,"กุ๊ก","Mak kouk","เร่วป่า","Amomum dealbatum Roxb.","Amomum","Zingiberaceae","Accepted","","","พบมากในป่าดิบชื้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ขึ้นได้ดีในที่มีความชื้นสูง ริมลำธาร ชอบดินร่วนซุย ไม่มีน้ำท่วมขัง","จี๋กุ๊กเป็นพืชล้มลุก ลำต้นแข็ง สูง 1-2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน อายุหลายปี หัวสีขาวอมเหลือง รสเผ็ดขื่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 8-15 ซม. ยาว   40-50 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นมันวาว มีกาบใบห่อม้วนกันเป็นลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อที่โคนลำต้น มีกลีบเลี้ยงซ้อนกันอัดแน่น สีเขียวปนน้ำตาล กลีบดอกย่อยสีขาวเป็นหลอด พองเป็นกระเปาะ และปากเปิด  ส่วนปากกลีบดอกที่เปิดมีแถบสีเหลือง 1 แถบ ตรงกลาง  ผลกลมเกลี้ยง ขนาดเล็ก เมื่อแก่ผลจะแห้งและแข็ง  ","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2924","หน่อกินกับน้ำพริก","เพาะเมล็ด แยกเหง้า"],
    [46,"กล้วยไข่"," Lady Finger Banana","กล้วย","Musa acuminata Colla","Musa","Musaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","นิยมปลูกในช่วงฤดูฝนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน","ไม้ยืนต้นประเภท perennial herb มีลำต้นแท้ที่เป็นหัวอยู่ใต้ดิน มีลำต้นเทียมสูง 2.5-3.0 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่าศูนญ์กลางประมาณ 16 เซนติเมตร หรือ มีเส้นรอบวงลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวปนเหลือง กาบด้านในมีสีชมพูแดง มีประดำหนา โคนใบมีปีกสีชมพู ใบเป็นแบบ lanceolate ใบมีสีเขียวปนเหลือง ใบไม่เป็นนวล ก้านใบสีเขียวอมเหลือง ใบกว้างประมาณ 70-75 เซนติเมตร ยาว 180-195 เซนติเมตร แผ่นใบทั้งสองด้านมีความกว้างไม่เท่ากัน มีร่องกว้าง ดอกเป็นแบบดอกรวม เรียกว่า ปลี ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกกันโดยดอกเพศเมียอยู่ด้านบน\nส่วนดอกเพศผู้อยู่ด้านล่าง ส่วนกลางเป็นดอกกระเทย ดอกกระเทยมีค่อนข้างน้อยมาก มีขนอ่อนปกคลุมที่ก้านช่อดอก ใบประดับดอกมีรูปไข่ มีลักษณะม้วนงอขึ้น โดยมีส่วนปลายค่อนข้างแหลม ด้านล่่างมีสีแดงอมม่วง ด้านบนมีสีซีดดอกย่อยมีกลีบเชื่อมติดกัน 2 กลีบ ได้แก่ กลีบรวม มีจำนวน 5 กลีบมีลักษณะสีขาวปลายสีเหลือง และกลีบรวมเดี่ยว 1 กลีบ มีลักษณะขาวใส เกสรเพศผู้ และเพศเมียมีความยาวใกล้เคียงกัน เกสรเพศเมียสูงกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย เกสรเพศเมียมีสีเหลือง ส่วนเกสรเพศผู้มีสีชมพู ส่วนของปลีกล้วยไข่ที่รวมกันจะเรียกว่า เครือ ซึ่งจะแบ่งเป็นหวีๆ ประมาณ 7-10 หวี แต่ละหวีมีผลกล้วยประมาณ 10-14 ผล ผลมีขนาด กว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร มีก้านผลค่อนข้างสั้น เปลือกผลค่อนข้างบาง เมื่อสุกมีสีเหลือง แต่อาจพบจุดดำเล็ก ๆ ประปรายบนเปลือกผล เนื้อกล้วยมีสีครีมอมส้ม ให้รสหวาน และมีกลิ่นหอม","พืชเกษตร","https://puechkaset.com/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88/","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","แยกกอ"],
    [47,"มักคาดา / มะแก๋ว","Guava","ฝรั่งขี้นก","Psidium guajava L.","Psidium","Myrtaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบปลูกทั่วไป  เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพพื้นที่ แต่ชอบดินปนทรายที่ระบายน้ำดี ","ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแดงสลับเทา ลอกหลุดเป็นแผ่นบางๆ ได้ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรี หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด เมล็ดกลม มีจำนวนมาก","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2511","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง"],
    [48,"มะหนุน","Jack fruit tree","ขนุน","Artocarpus heterophyllus Lam.","Artocarpus","Moraceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ปลูกได้ทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และแสงแดดจัด","ขนุนไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวด้านล่างสากมือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า \"ส่า\" ออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ผลเป็นผลรวมขนาดใหญ่ ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง ","ไม้มงคล 9 ชนิด สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://www.dnp.go.th/EPAC/9/02kanun.htm","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง"],
    [49,"มันต้น","Cassava, Manioc, Tapioca ","มันสำปะหลัง สำโรง","Manihot esculenta Crantz","Manihot","Euphorbiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบทั่วไป  ชอบดินปนทรายร่วนซุย ระบายน้ำดี","พืชล้มลุก มีหัวสะสมอาหารใต้ดิน ใบประกอบแบบนิ้วมือ 3 ใบ เรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนแหลม ขอบเรียบ ผิวใบเรียบมัน ก้านใบยาว 8-15 ซม. มีหูใบ 2 ข้าง ลำต้นมียางใส ช่อดอกกระจะออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลกลุ่มทรงกลม ลักษณะมีปีกบางเป็นซีก เมล็ดสีน้ำตาล\nในชุมชนมี 2 ชนิด คือ มันต้างขาว และมันต้างแดง \n","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/204","หัวนำมาทำอาหาร ยอดลวกกินกับน้ำพริก","เพาะเมล็ด ปักชำต้น"],
    [50,"มันแก๋ว","Sweet potato","มันเทศ","Ipomoea batatas (L.) Lam.","Ipomoea","Convolvulaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบทั่วไปบริเวณที่รกร้างในป่าละเมาะ  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง","มันเทศเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินสีม่วงแดง ส้ม นวลหรือขาว รูปกระสวยหรือหัวยาว ลำต้นเลื้อยบนดิน ตั้งตรง หรือเลื้อยพัน ยาว 1-5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก   ที่ข้อมีราก ใบเดี่ยว เรียงรูปไข่กว้างหรือรูปกลม กว้าง 4-11 ซม. ยาว 4-14 ซม. ขอบเรียบหรือจักเป็นแฉกมี 3-5 แฉก โคนใบรูปหัวใจ ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยงหรือมีขนกระจาย ก้านใบยาว 4-20 ซม. ช่อดอกออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกแข็งยาว 3-18 ซม. เป็นสัน เกลี้ยงหรือมีขน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรูปกรวย สีม่วงอ่อน ผลแห้ง รูปไข่มี 4 ช่อง หรือน้อยกว่า เมล็ดเกลี้ยงมีขนาดเล็ก\nในชุมชนมี 3 ชนิด คือ มันแกวขาว มันแกวแดง และมันแกวม่อนไข่ \n","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/","หัวนำมาเผากิน ยอดอ่อนนำไปประกอบอาหาร","ปักชำหัว"],
    [51,"เตย","Pandanus Palm , Fragrant Pandan","เตยหอม","Pandanus amaryllifolius Roxb.","Pandanus","Pandanaceae","Accepted","","","เติบโตได้ดีในสภาพพื้นดินร่วน ชุ่มน้ำ แดดไม่จัดมาก.","เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวลักษณะแตกกอเป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเป็นข้อ ใบออกเป็นพุ่มบริเวณปลายยอด เมื่อโตจะมีรากค้ำจุนช่วยพยุงลำต้นไว้ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ลักษณะใบยาวเรียวคล้ายใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง ถ้าดูด้านท้องใบจะเห็นเป็นรูปคล้ายกระดูกงูเรือ ใบมีกลิ่นหอม","cknaturalherbs\nTropical Plants Database, Ken Fern. tropical.theferns.info. 2020-06-04.","http://www.cknaturalherbs.com/?pid=c272dbd8-9886-4266-81b7-ba37a64b6aff&ctid=5a315e10-95ee-4057-8586-9adb65a23de1\nhttp://tropical.theferns.info/viewtropical.php?id=Pandanus+amaryllifolius","ใบต้มกับน้ำดื่ม","เพาะเมล็ด ชำราก ชำต้น"],
    [52,"หม่อน","White mulberry, Mulberry","หม่อน","Morus alba L.","Morus","Moraceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน","ต้น ไม้พุ่ม  ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ขึ้นกับชนิดพันธุ์ กว้าง 8-14 ซม. ยาว 12-16 ซม. ผิวใบสากคาย ดอก ช่อ รูปทรงกระบอกออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบรวมสีขาวหม่นหรือสีขาวแกมเขียว ผล ผลรวม รูปทรงกระบอก เมื่อสุกสีม่วงแดง","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nข้อมูลพรรณไม้ ระบบฐานข้อมูลเกษตรดิจิทัล","http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=643\nhttps://data.addrun.org/plant/archives/406-morus-alba-l","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","ปักชำ ตอนกิ่ง"],
    [53,"ไม้เต๋น","Achung, Duabanga, Lampati","ลำพูป่า ตุ้มเต๋น คอเหนียง สะบันงาช้าง","Duabanga grandiflora (DC.) Walp.","Duabanga","Lythraceae","Accepted","","LC 2019","พบที่อินเดีย พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ตามหุบเขา ริมลำธาร หรือที่ชุ่มชื้น ความสูงถึงประมาณ 1200 เมตร","ไม้ต้น สูงได้ถึง 35 ม. โคนต้นมีพูพอน กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบเรียงตรงข้าม รูปขอบขนานหรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 10-24 ซม. ปลายแหลมยาว โคนกลมหรือเว้าตื้น แผ่นใบด้านล่างมีนวล ก้านใบยาวได้ถึง 1 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกสั้น ๆ ที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 3-4 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกจำนวนอย่างละ 6-7 กลีบ หลอดกลีบเลี้ยงรูปถ้วย กลีบรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่กลับ ยาว 1-3 ซม. บานออก ดอกสีขาว มีกลิ่นแรง กลีบรูปรี ยาว 4 ซม. ย่น ก้านกลีบยาว 2-4 มม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก เรียง 2 วง อับเรณูติดไหว โค้ง รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ออวุลจำนวนมาก ผลแห้งแตกเป็น 6-9 ซีก รูปไข่กว้างเกือบกลม กว้าง 4-4.5 ซม. ยาว 3-4 ซม. กลีบเลี้ยงติดทน เมล็ดจำนวนมาก รูปแถบ ยาว 4-6 มม. มี 2 หาง รูปเส้นด้าย","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=5139","ลำต้นและกิ่งใช้เป็นไม้ฟืน ผลอ่อนกินกับน้ำพริก","เพาะเมล็ด"],
    [54,"ดอกคูณ","American elder","พวงไข่มุก ระป่า อุน อุนฝรั่ง","Sambucus canadensis L.","Sambucus","Adoxaceae","Accepted","","","มีถิ่นกำเนิดทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อน","ไม้พุ่ม สูง 2-6 ม. ใบประกอบ 2 ชั้น ปลายคี่ เรียงตรงข้าม ยาวได้ถึง 25 ซม. ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 8 คู่ ใบช่วงโคนส่วนมากมี 3 ใบย่อย ช่วงปลายมักมีใบเดียว ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือรูปใบหอกกลับ ยาว 4-9 ซม. ใบกลางขนาดใหญ่กว่าใบข้างในใบประกอบย่อยที่มี 3 ใบ ขอบจักฟันเลื่อย แผ่นใบด้านล่างมีขนสั้นนุ่ม ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่นแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง แผ่กว้างได้กว่า 30 ซม. ก้านช่อยาวได้กว่า 10 ซม. ก้านดอกยาวได้ถึง 5 มม. กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ ยาวประมาณ 1 มม. เชื่อมติดกันที่โคน ดอกสีขาว มี 4-5 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน กลีบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 5 มม. ปลายมน เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 5 อัน อับเรณูหันออก รังไข่กึ่งใต้วงกลีบ ส่วนมากมี 5 ช่อง ไร้ก้านเกสรเพศเมีย ยอดเกสรจัก 5 พู ผลคล้ายผลสดมี 4-6 เมล็ด","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/mindexdictdetail.aspx?runno=3949","ปลูกประดับ","เพาะเมล็ด"],
    [55,"ผักหนาม / หอมป้อมเป้อ","Culantro, Long coriander, Sawtooth coriander","ผักชีฝรั่ง","Eryngium foetidum L.","Eryngium","Apiaceae","Accepted","","","ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก ชอบดินร่วนปนทราย ชอบอยู่ในร่ม ชอบพื้นที่ไม่แฉะเกินไป","เหง้าใต้ดินและอาจอยู่เหนือดินเล็กน้อย เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก ใบแทงออกจากเหง้าที่เป็นลำต้นเรียงเวียนรอบเหง้าแน่นเป็นกระจุกรูปไข่ขอบขนวน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย และ\nมีหนามเล็กที่ปลายฟันเลื่อย ใบแข็งกระด้าง ใบอ่อนมีสีเขียวสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม ดอกช่อแทงออกตรงกลางของลำต้น ใบประดับที่ก้านดอกรูปหอก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปขนานแกมรูปไข่ สีเขียว กลีบดอก 5-7 กลีบ สีขาว ดอกย่อยจำนวนมาก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสีขาว เกสรเพศเมียเป็นเส้นด้าย 2 เส้น ไม่มีฐานเกสร ผลแห้งจะปริแตกออกเป็น 2 ซีก แต่ละซีก เมล็ดจำนวนมาก\n","Unknown\nมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)","http://biodiversity.crru.ac.th/public/bio2018/File%20PDF/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87.pdf\nhttp://sathai.org/2020/03/10/%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b-%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87/\n","ใบนำมาใส่แกงช่วยดับกลิ่นคาว","เพาะเมล็ด"],
    [56,"","rock tassel fern","หางสิงห์","Huperzia squarrosa (G. Forst.) Trevis.","Huperzia","Lycopodiaceae","Accepted","","","พบได้ที่บริเวณเขตร้อนทั่วไป เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย","พืชจำพวกคล้ายเฟิน ลำต้นอวบน้ำ สีเขียวอ่อน ยาวได้ถึง 70 เซนติเมตร ปลายแตกออกเป็นคู่ ใบเรียงเวียนสลับรอบลำต้น รูปใบหอก ปลายแหลม ไม่มีก้านใบ สีเขียว เรียงเป็นระเบียบ บริเวณปลายมีสโตรบิลัส อับสปอร์ เรียงตัวกันแน่นที่ใต้ใบ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองเมื่อแก่เต็มที่","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nข้อมูลพรรณไม้ ระบบฐานข้อมูลเกษตรดิจิทัล","http://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=Hup002\nhttps://data.addrun.org/plant/archives/856-huperzia-squarrosa-g-forst-trevis","ปลูกประดับ","สปอร์"],
    [57,"ยาสูบ","Tobacco","ยาสูบ","Nicotiana tabacum L.","Nicotiana","Solanaceae","Accepted","","","พืชพื้นเมืองของทวีป อเมริกาใต้","ไม้ล้มลุก สูง 0.6-2 เมตร ตามลำต้นและยอดมีขนอ่อนปกคลุม ทุกส่วนของต้นมีต่อมน้ำยางเหนียว ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 30-60 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเรียวสอบ ท้องใบและหลังใบมีขนปกคลุม ขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอก เป็นดอกช่อออกที่ปลายยอด มีกลีบดอก สีชมพูปนขาว 5 กลีบ ส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายกลีบแหลม มีขนขาวปกคลุม กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม ผล เป็นผลแห้ง รูปขอบขนาน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาล แตกออกได้ ด้านในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก","โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ","http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_22_5.htm","ใบขยี้ทากันทาก","เพาะเมล็ด"],
    [58,"หญ้าโต้มขัด","Broom weed","ยุงกวาด ยุงปัด หญ้าขัด","Sida acuta Burm.f.","Sida","Malvaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบขึ้นในป่าฟื้นสภาพและที่โล่งแจ้ง ","หญ้าขัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีความเหนียวและแข็ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย มีหูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีเหลือง ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/237","ใช้ลำต้นและกิ่งมามัดเข้าด้วยกันทำเป็นไม้กวาด สำหรับกวาดบ้านและพื้น","เพาะเมล็ด"],
    [59,"","Ginger","ขิง","Zingiber officinale Roscoe","Zingiber","Zingiberaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบได้ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง ","ขิงเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกเหง้ามีสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ ลำต้นเทียมแทงขึ้นเป็นกอ มีกาบใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับถี่ รูปหอก กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 12-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ ผิวใบเรียบและมัน ช่อดอกรูปกระบองโบราณ แทงขึ้นจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ทุกๆ ดอกมีกาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งห่อรองรับ กลีบดอกและกลีบเลี้ยง มีอย่างละ 3 กลีบ หลุดร่วงเร็ว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ปลายกลีบแผ่กว้าง เกสรผู้มี 6 อัน  ผลรูปทรงกลม และแข็ง ","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%87/","เหง้านำมาประกอบอาหาร","แยกเหง้า"],
    [60,"ผักกูด","Paco","ผักกูด","Diplazium esculentum (Retz.) Sw.","Diplazium","Athyriaceae","Accepted","","LC 2011","ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง  ","พืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ  มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1840","ยอดและใบอ่อนนำมาแกง","แยกกอ สปอร์"],
    [61,"ผักหละ","Thorny tree","ชะอม","Acacia pennata subsp. insuavis (Lace) I.C.Nielsen","Acacia ","Leguminosae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบกระจายทั่วไป  ชอบพื้นที่ค่อนข้างชื้น ทนน้ำขังได้","ชะอมเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง หรือไม้เถายืนต้น ลำต้นสีขาวมีหนามแหลมคม ใบประกอบขนาดเล็กเป็นฝอย มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถินหรือใบส้มป่อย ใบมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นลูกสะตอ ใบเรียงสลับ ใบย่อยออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีมี 13-28 คู่ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ สีขาวหรือขาวนวล ขนาดเล็ก เห็นชัดเฉพาะเกสรตัวผู้ที่เป็นฝอยๆ","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=2542","ยอดและใบอ่อนนำมาแกง","เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง"],
    [62,"มะหลอด","","สลอดเถา มะหลอด","Elaeagnus latifolia L.","Elaeagnus ","Elaeagnaceae","Accepted","","","พบตามชายป่าที่ชื้น ป่าเบญจพรรณ และชอบขึ้นอยู่ตามเนินเขาทั่วไปในที่โล่ง ที่ระดับ 200-1,600 เมตร  ","ไม้เถาเนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีเกล็ดสีเทาหรือสีเงินละเอียดทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมหอก กว้าง 3.5-4.5 ซม. ยาว 6-12 ซม. โคนใบสอบ ปลายแหลม ขอบเรียบ ท้องใบสีเขียวอมน้ำเงิน เกลี้ยง หลังใบมีเกล็ดเล็กสีเงิน ก้านใบยาว 0.8-1.2 ซม. ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ปลายแยกเป็น       5 กลีบ ผลรูปรี ยาว 1-2 ซม. สีแดงหรือแดงปนส้ม\nในชุมชนมี 2 ชนิด คือ ผลขนาดเล็ก มีรสหวาน  และผลขนาดใหญ่ มีรสออกเปรี้ยว \n","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=841","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [63,"เมี่ยง","Tea plant","ชาอัสสัม","Camellia sinensis var. assamica (J.W.Mast.) Kitam.","Camellia","Theaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบขึ้นตามพื้นที่สูงโดยเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ความลาดชันพอสมควร มีอินทรียวัตถุในดินสูง ระบายน้ำได้ดี เป็นกรดเล็กน้อย","ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก กิ่งก้านแตกออกด้านข้า ทรงพุ่มเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอก ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบหนา ด้านบนใบมัน ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุม  ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและออกเป็นกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ มี 3 พู ข้างในมีหลายเมล็ด","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/191","ใบนำมานึ่งทำเมี่ยง","เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง"],
    [64,"","","ไผ่เฮียะ","Cephalostachyum virgatum (Munro) Kurz","Cephalostachyum","Poaceae","Accepted","",""," พบขึ้นในป่าดิบแล้ง โดยเฉพาะริมลำธาร ต่างประเทศพบได้ตั้งแต่อินเดียจนถึงภูมิภาคอินโดจีน","ไผ่ประเภทเหง้ากอขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 7-12 เมตร ลำตรงอัดกันเป็นกอแน่น เส้นผ่านศูนยกลางลำ 3-8 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-50 เซนติเมตร ลำอ่อนมีขนและนวลสีขาวปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้ม แต่ละข้อมีกิ่งจำนวนมาก ใบรูปใบหอก รูปขอบขนาน กาบหุ้มลำสีเหลืองอมเขียวถึงสีส้มอมเขียว ปกคลุมด้วยขนสีขาวถึงสีเหลองอ่อน ใบยอดกาบรูปใบหอก ขอบมักม้วนขึ้นด้านบนละพับลง มีขนปกคลุมเล็กน้อย","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1177","หน่อนำมาแกง","แยกเหง้า"],
    [65,"","Pomelo, Shaddock","ส้มโอ","Citrus maxima (Burm.) Merr.","Citrus","Rutaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบขึ้นในที่โล่ง ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี","ไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับส้มและมะนาว ตามกิ่งมีหนามกระจายอยู่ห่างๆ ใบเดี่ยวเวียนสลับ แผ่นใบแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงบนจะมีขนาดใหญ่กว่าช่วงล่างมาก ดอกเดี่ยวออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ สีขาวหรือสีเขียวอมเหลือง ผลรูปร่างกลมโต ตามผิวของผลมีต่อมน้ำมันกลิ่นหอมกระจายอยู่ทั่วไป เนื้อในแบ่งเป็นกลีบๆ สีสันแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/198","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง"],
    [66,"","Sugar palm, Sweet palm","ลูกชิด ตาว","Arenga pinnata  (Wrumb) Merr.","Arenga","Arecaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ชอบขึ้นบริเวณเชิงเขา โดยเฉพาะริมลำธาร บริเวณดินร่วน ชอบอากาศชุ่มชื้น พบมากในภาคเหนือ","ไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นพืชขนาดใหญ่ตระกูลปาล์ม ใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบมนและแหลม โคนใบรูปเงี่ยงใบหอก ขอบใบเรียบ ผิวใบหนา หลังใบสีอ่อน ช่อดอกเชิงลดขนาดใหญ่ออกตามซอกใบห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลุ่มรูปไข่สีเขียว ผลแก่สีเหลืองและดำ เมล็ดสีขาวขุ่น ลักษณะนิ่มและอ่อน แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต้นต๋าวให้ผลช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่ให้ผลครั้งเดียว มากที่สุดไม่เกิน 4 ครั้ง","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A7/","เมล็ดนำมาทำขนมหวาน","เพาะเมล็ด"],
    [67,"","","ไผ่รวก ","Thyrsostachys siamensis Gamble","Thyrsostachys","Poaceae","Accepted","","","ชอบขึ้นในที่แล้ง หรือที่สูงบนภูเขา ชอบอากาศร้อน น้ำไม่ขัง ดินระบายน้ำดี","ไพืชล้มลุกอายุหลายปี  เป็นไม้พุ่มแตกกอ  ลำต้นตั้งตรง กลม  เป็นทรงกระบอกกลวง ขนาด 2-5 ซม. ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมเทา ไม่มีหนาม มีเนื้อแข็ง เห็นข้อและปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 15-30 ซม. มีเหง้าใต้ดินสั้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ 2 แถว รูปหอก กว้าง 0.6-1.2 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบคม ผิวใบด้านบนเรียบ สีเขียวอ่อน ใบแก่สีเหลืองอ่อน มีเส้นลายใบ ข้างละ3-5 เส้น มีกาบหุ้มลำต้นบางแนบชิดลำต้น ไม่หลุดร่วง ยอดกาบบางเรียวสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่ง กาบตอนปลายตรงที่ต่อกับใบจะมีลิ้นใบ","ศูนย์ปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.dnp.go.th/EPAC/bamboo_rattan/bamboo19.htm","หน่ออ่อนเป็นอาหาร ลำต้นใช้ทำด้ามอุปกรณ์การเกษตร","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง แยกหน่อ ปักชำต้น"],
    [68,"มะยื่น","Lemon","มะนาวเทศ เลม่อน","Citrus limon (L.) Osbeck","Citrus","Rutaceae","Accepted","","","","ไม้พุ่ม ปลายยอดมีหนามแหลม ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยว เมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นหอมแรง ส่วนลักษณะของดอกเลมอน ดอกมีกลิ่นหอม และมีสีขาว ส่วนลักษณะของผลเลมอน เป็นรูปกลมรี ที่ปลายผลจะมีติ่งแหลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง ในผลมีเมล็ดหลายเมล็ด เนื้อผลฉ่ำน้ำและมีรสเปรี้ยว","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99/","ผลใช้ปรุงอาหารช่วยให้มีรสชาติเปรี้ยว","เพาะเมล็ด"],
    [69,"มะขะหนัด","Pineapple","สับปะรด ","Ananas comosus (L.) Merr.","Ananas","Bromeliaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","ขึ้นได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-29 องศาเซลเซียส ","พืชล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นแก่ค่อนข้างแข็ง และออกหน่อใหม่ด้านข้าง ใบเรียงสลับถี่รอบต้น ก้านใบกางโอบลำต้น รูปขอบขนาน เรียวคล้ายดาบโค้ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 50-150 ซม. ขอบใบมีหนามขนาดเล็ก เนื้อใบแข็ง ผิวใบด้านหลังสีขาวนวล ช่อดอก ออกปลายยอด ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับอยู่ส่วนบนและล่างของช่อดอก ผลขนาดใหญ่รูปไข่หรือทรงกระบอก กว้าง 8–20 ซม. ไม่มีเมล็ดสมบูรณ์","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/Herbarium/Archives/PlantFile/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%94.html","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","แยกหน่อ ปักชำจุกหรือใบประดับส่วนบน"],
    [70,"","Garden croton","โกสน","Codiaeum variegatum (L.) Rumph. ex A.Juss.","Codiaeum","Euphorbiaceae","Accepted","","LC 2019","พบในป่าหรือนิยมนำมาปลูก  แหล่งกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศเขตร้อนทั่วไป เป็นพืชดั้งเดิมของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลียและฝั่งทะเลทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิค","ต้นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 3 เมตร","รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","https://www.pharmacy.cmu.ac.th/makok.php?id=171\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=cod002","ใบนำมาประกอบอาหาร","ตอนกิ่ง ปักชำ"],
    [71,"บะแคว้งขม","Plate brush egg plant","มะแว้งต้น ","Solanum indicum L.","Solanum","Solanaceae","Unresolved","","","พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศ  ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในบริเวณที่ราบ ชายป่าที่โล่งแจ้งและที่รกร้างริมทาง ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง ","มะแคว้งขมเป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนสีเทาปกคลุมทั้งต้น โคนต้นมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นกระจุกปลายกิ่ง กว้าง 2-6 ซม. ยาว 3-10 ซม. ขอบใบเว้าตื้น โคนใบกว้าง ปลายใบแหลม มีหนามแหลมตามเส้นกลางใบ ผิวใบหนา ดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงโคนกลีบติดกัน ปลายแยกเป็น  5 แฉก และคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกสีม่วง โคนติดกัน แผ่เป็นจาน แยกเป็น 5 แฉก ผลกลุ่มออกเป็นพวง ผิวขาวเทามีกระสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีส้มไม่มีลาย มีเมล็ดจำนวนมาก","ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี","http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=178","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [72,"หมักนม","Passion fruit","กะทกรก, เสาวรส","Passiflora foetida L.","Passiflora","Passifloraceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ตามที่รกร้างต่างๆ บริเวณป่าที่ราบ ชอบเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ","ไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ ยาว 1.5-5 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบใบเว้าเป็น 3 พู มีขนทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ กลีบดอกด้านในสีขาว ด้านนอกสีเขียวอ่อน มีรยางค์เป็นริ้วสีม่วง ปลายสีขาว กลีบเลี้ยงสีเขียว เป็นฝอย 3 กลีบ ผลสด รูปเกือบกลม มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกสีเหลืองแกมส้ม เมล็ดจำนวนมากสีดำ มีเยื่อเมือกหุ้ม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2311","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [73,"กะเพรา","Holy basil, Sacred basil, Thai basil","กะเพรา, กะเพราแดง","Ocimum tenuiflorum L.","Ocimum","Lamiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบกระจายทั่วไป ชอบแดดจัด ดินร่วน ไม่ชอบน้ำขังและไม่ต้องการน้ำมาก การเด็ดดอกทิ้งช่วยรักษาต้นกะเพราให้มีอายุยาวนานขึ้น","ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและใบมีขนและมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ตั้งฉากกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบหยักห่าง ผิวใบเรียบ ช่อดอกตั้งขึ้นเป็นชั้นๆ รูปฉัตร ดอกย่อยสีชมพูแกมม่วง กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวกลม ส่วนล่างมี 4 แฉก กลีบดอกด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ปลายกลีบม้วนพับลง ผลแห้ง เมล็ดสีดำอยู่ภายในหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง  \nในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กระเพราสีแหล้ (สีม่วงแดง) และกระเพราสีขาว (สีเขียว) \n","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2196&view=showone&Itemid=59","ใบนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง"],
    [74,"บะเดือย","Job’s tear, Adlay","เดือย","Coix lacryma-jobi L","Coix ","Poaceae","Accepted","","","พบปลูกได้ทั่วไป แต่มีมากในภาคเหนือ พบในไร่และสวน ปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบอากาศร้อนชื้น ได้รับแสงแดดเต็มวัน","ไม้ล้มลุกตระกูลข้าว อายุปีเดียว ลำต้นเป็นปล้องและกลวง แตกกิ่งเล็กน้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบหนาสาก ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีหูใบสั้น สีเขียว ช่อดอกเชิงลดรวม มีกาบหุ้ม ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ผลกลุ่ม ผลย่อยรูปทรงกลมสีเขียว เมื่อแก่มีสีดำ เปลือกภายนอกแข็ง","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2/","เมล็ดกินได้","เพาะเมล็ด"],
    [75,"หมักฮี","Chayote","ชาโยเต้ มะระหวาน","Sechium edule (Jacq.) Sw.","Sechium","Apiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","บ่าเขือเครือเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาวเย็น ดินร่วน ระบายน้ำดี ","ไม้เลื้อยที่มีอายุหลายปี มีลำต้นเป็นเถายาวคล้ายพืชตระกูลแตง เถามีลักษณะเป็นเหลี่ยม ลำต้นเป็นเหลี่ยม และเลื้อยยาวได้มากกว่า 10 เมตร โดยแตกกิ่งแขนงออก 3-5 เถา โดยโคนเถาที่แก่จะมีสีน้ำตาล ส่วนปลายเถาหรือยอดมีสีเขียว และมีขนขนาดเล็กปกคลุม และบริเวณปลายเถาแตกใบออกเป็นช่วงๆ ทำให้เถาแลดูเป็นข้อๆ พร้อมแตกมือจับออกบริเวณซอกใบ โดยแตกมือจับย่อยที่ส่วนปลายออกประมาณ 3 เส้น ส่วนระบบรากประกอบด้วยรากแก้วขนาดใหญ่ และแตกรากแขนงแทงลงดินในแนวขนานกับพื้นดิน ใบฟักแม้วแตกออกบริเวณข้อตามความยาวของเถา แต่ละข้อจะแตกใบเพียงใบเดียว มีลักษณะเป็นเหลี่ยมหรือแฉก 5 แฉก ขนาดใบกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม และมีขนสากมือปกคลุมทั้งด้านบน และด้านล่าง ดอกฝักแม้วแทงออกเป็นดอกเดี่ยว แต่ออกหลายดอกใกล้กันตามซอกใบตามเถา แยกเพศกันอยู่คนละดอก แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ตัวดอกมีขนาดเล็ก ดอกตูมมีลักษณะทรงกลม สีเขียวอมเหลือง มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เมื่อดอกบานจะแผ่กลีบดอกออก 4 กลีบ สีเหลืองอ่อน แผ่รกลีบดอกมีขนขนาดเล็กปกคลุม ตรงกลางเป็นเกสรตัวผู้หรือรังไข่ที่แยกกันอยู่คนละดอก ผลฟักแม้วติดเป็นผลเดี่ยวตามเถาบริเวณซอกใบ ผลมีลักษณะคล้ายผลโกโก้ ขั้วผลสอบเล็ก ท้ายผลใหญ่ ผิวผล และก้นผลเป็นร่อง ผลอ่อนมีสีเขียวสด ผลแก่มีสีเขียวอมเหลือง ขนาดผล กว้าง 5-15 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร มีน้ำหนักผลประมาณ 200-400 กรัม ผลอ่อนมีผิวเกลี้ยง ผลแก่มีหนามขนาดเล็กปกคลุมห่างๆ เปลือกผลหรือเนื้อผลหนา มีรสหวานมัน คล้ายมันฝรั่ง ส่วนด้านในมีเมล็ด 1 เมล็ด ซึ่งสามารถงอกเป็นต้นอ่อนได้ทั้งที่ผลยังติดบนเถา","พืชเกษตร","https://puechkaset.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A7/","ผลและยอดนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [76,"","Sugar cane","อ้อย ","Saccharum officinarum L.","Saccharum","Poaceae","Accepted","","","พบปลูกในสวน และบริเวณบ้านเรือน ทั่วไป ชอบดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง น้ำไม่ท่วมและมีการระบายน้ำดี ชอบแสงมาก","เป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ช่อดอก ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็กอ้อยมีหลายพันธุ์ แตกต่างกันที่ความสูงความยาวของข้อและสีของลำต้น","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2410","ลำต้นนำมาประทาน","ปักชำลำต้น"],
    [77,"","Sweet leaf, Sweet leaf bush","ผักหวานบ้าน ","Sauropus androgynus (L.) Merr.","Sauropus","Phyllanthaceae","Accepted","","","ในธรรมชาติพบขึ้นตามป่าผลัดใบทั่วไป  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี","ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 0.7-2 เมตร เปลือกต้นขรุขระ สีน้ำตาล กิ่งอ่อนสีเขียวเข้ม ผิวเรียบ ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ท้องใบสีเข้มกว่าหลังใบ คล้ายใบมะยม ดอกสีแดง ออกติดตามก้านใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก อย่างละ 3 กลีบ มีเมล็ดกลมแป้นขอบเป็นพู 3 พูสีเขียวฝ้า จานรองสีแดงเข้ม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2901","ยอดและใบอ่อนนำมาแกง","เพาะเมล็ด ปักชำต้น"],
    [78,"","Galangal, Greater Galangal, Chinese Ginger","ข่า","Alpinia galanga (L.) Willd.","Alpinia","Zingiberaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบกระจายอยู่ทั่วไป ขึ้นได้ดีในที่ดอน ชอบดินร่วนซุย อุดมสมบูรณ์ ชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำขัง","ข่าเป็นไม้ล้มลุกสูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก วงรี หรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ช่อดอกออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุด มีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกลม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1413","เหง้านำมาประกอบอาหาร","แยกเหง้า"],
    [79,"ผักอียอ","Temple tree, Pagoda tree, Frangipani","พญาปล้องทอง พญายอ เสลดพังพอนตัวเมีย","Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau","Clinacanthus ","Acanthaceae","Accepted","","","พบทั่วไป  ชอบดินร่วนปนทราย  ที่มีแสงแดดรำไร","ผักพญายอเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยสูง 1-3 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอก ขนาดใบกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. สีเขียวเข้ม ช่อดอก ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม โคนกลีบสีเขียวติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 2 ปาก ไม่ค่อยออกดอก ผลเป็นผลแห้ง แตกได้","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2254","ใบใส่แกงแค แกงหน่อ","ปักชำกิ่ง"],
    [80,"","Coconut","มะพร้าว","Cocos nucifera L.","Cocos","Arecaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","เจริญในดินร่วน ดินทราย ที่ระบายน้ำได้ดี","มะพร้าวเป็นพืชพวกปาล์มต้นเดี่ยว ลำต้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20-40 เซนติเมตร สูง 10-30 เมตร ลำต้นเปลาตรงมีปล้องถี่ๆ ตลอดต้น ใบ ใบประกอบ ใบย่อยเรียวยาว ดอก ขนาดเล็กสีขาวนวลออกเป็นช่อเรียกว่า จั่น ผล ค่อนข้างกลมมีเปลือกเป็นเส้นใยหนา ผลอ่อนสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม ผลแก่สีน้ำตาลแกมเหลือง เมล็ด ลักษณะกลมป้านมีเปลือกแข็งสีน้ำตาลเรียกว่า กะลา เนื้อในขาวเป็นมัน มีน้ำอยู่ภายใน","ศูนวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา","http://srdi.yru.ac.th/bcqy/page/348/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7.html","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [81,"มะกล้วยเตด","Papaya","มะละกอ","Carica papaya L.","Carica","Caricaceae","Accepted","","","นิยมปลูกทั่วไป","ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 3-6 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลออกขาว ลำต้นตรง ไม่มีแก่น แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลใบชัดเจน มียางขาวข้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบต้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบรูปฝ่ามือ ขนาด 80-120 ซม. ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึงแกนก้าน ก้านใบเป็นหลอด กลมกลวงยาว 25-100 ซม. ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อยาวห้อยลง ดอกสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอม ดอกเพศเมียสีขาว ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีขนาดใหญ่ กว่าดอกเพศผู้ ผล รูปกระสวย ผิวเรียบ เปลือกบาง มียางสีขาว ผลสดสีเขียวเข้ม พอสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม รับประทานได้ มีเมล็ดมาก เมล็ดกลม สีดำ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวใส","เมดไทย (Medthai)\nโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD/\nhttp://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_15_4.htm","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [82,"ฟักแป้น","Pumpkin","ฟักทอง","Cucurbita moschata Duchesne","Cucurbita","Cucurbitaceae","Accepted","","","นิยมปลูกทั่วไป"," เป็นพืชล้มลุก มีเถายาวเลื้อยปกคลุมดิน ลำต้นมีลักษณะกลมหรือเป็นเหลี่ยมมน ผิวเป็นร่องตามความยาว มีขนอ่อน ๆ มีหนวดสำหรับยึด เกาะยึดบริเวณข้อ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับกัน โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบหยักเป็นเหลี่ยม 5 เหลี่ยม มีขนทั้ง 2 ด้านของตัวใบดอกเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองมีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายระฆังหรือกระดิ่งออกบริเวณง่ามใบผลมีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพูเล็ก ๆ โดยรอบเปลือกนอกขรุขระและแข็ง มีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนและ สีเหลืองเข้ม และสีเหลืองตามลำดับ เนื้อภายในมีสีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีส้ม เมล็ดมีจำนวนมากซึ่งอยู่ตรงกลางผลระหว่างเนื้อฟู ๆ มีรูปร่างคล้ายไข่ แบน มีขอบนูนอยู่โดยรอบ","โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","http://www.rspg.or.th/plants_data/use/herbs10-1.htm","ผลและยอดนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [83,"","Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro","บอน เผือก","Colocasia esculenta (L.) Schott","Colocasia","Araceae","Accepted","","LC 2011","พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.","บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ \nในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว  บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง  บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา  และบอนดำ \n","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99/","หัวนำมาประกอบอาหาร","แยกหน่อ"],
    [84,"","Elephant ear, Taro, Japanese taro, Wild taro","บอน","Colocasia esculenta (L.) Schott","Colocasia","Araceae","Accepted","","LC 2011","พบกระจายอยู่ทั่วไป ชอบขึ้นตามหนองน้ำ พื้นที่น้ำขัง ริมลำธาร.","บอนเป็น พืชล้มลุกหลายฤดู มีหัวใต้ดิน ไหลเลื้อยไปเป็นต้นใหม่ ใบและลำต้นสีเขียวสดหรือสีเขียวอมน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่ยาว สีเขียวแกมม่วงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ มีน้ำยางเหนียวสีขุ่น หากสัมผัสโดนผิวหนังจะคัน ดอกออกเป็นช่อ สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีเหลืองนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง มีกลิ่นหอม ส่วนปลายของช่อดอกเป็นดอกตัวผู้ ส่วนโคนเป็นดอกตัวเมีย ก้านช่อดอกสั้นกว่าก้านใบ \nในชุมชนมี 4 ชนิด คือ บอนหวาน จุดกลางใบสีขาว  บอนคันหรือบอนแท้ จุดกลางใบสีแดงม่วง  บอนผา ผิวใบเป็นมันและหนา  และบอนดำ \n","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99/","ก้านใบนำมาแกง","แยกหน่อ"],
    [85,"","","ตูน อ้อดิบ","Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.","Colocasia","Araceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบทั่วไปทุกภาคของประเทศ  ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ความชื้นสูง พบมากบริเวณริมลำธาร","ไม้ล้มลุกหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นสีขาว ก้านใบแทงออกจากเหง้า ก้านใบอวบน้ำ ขนาดใหญ่และยาว สีเขียว มีไขเคลือบสีขาวนวล เนื้อของก้านใบฉ่ำน้ำ และมีรูอากาศแทรกอยู่ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหัวใจ กว้าง 40-43 ซม. ยาว 28-48 ซม. ปลายใบมนและแหลม โคนใบปิด ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบมัน สีเขียวอ่อน ช่อดอก ออกเป็นแท่งเดี่ยว ดอกย่อยแยกเพศอยู่ในช่อเดียวกัน สีขาวนวล มีกาบยาวรีสีขาวนวลหุ้มช่อดอก โคนป่องมีช่องเปิดมองเห็นช่อดอกเป็นกระเปาะตรงกลาง คล้ายดอกหน้าวัว ผลสด สีเขียว","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/168","ก้านใบนำมาแกง","แยกหน่อ แยกเหง้า"],
    [86,"มันจัว","Yam bean","มันแกว","Pachyrhizus erosus (L.) Urb.","Pachyrhizus","Leguminosae","Accepted","","","เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเม็กซิโกและประเทศในแถบอเมริกากลาง ในประเทศไทยมีการปลูกมันแกวมานานแล้ว สันนิษฐานว่าชาวญวนเป็นผู้นำเข้ามาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือมีคนไทยนำมันแกวเข้ามาจากเวียดนาม แล้วนำมาปลูกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดี ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่","เป็นพืชในตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ลำต้นมีขน เป็นไม้เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่น แต่ไม่มีมือเกาะ ลำต้นอาจยาวได้ถึง 5.5 เมตร ต้นไม่แตกแขนง โคนต้นเนื้อแข็ง มีหัวใต้ดินเป็นรากสะสมอาหาร หัวมีลักษณะอวบและมีขนาดใหญ่ ขนาดจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ปลูก โดยทั่วไปมีขนาดเท่ากำปั้น พบได้มากจะเป็นพันธุ์หัวใหญ่ โดยจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร และหัวเป็นสีน้ำตาลอ่อน ในหนึ่งต้นจะมีหัวเพียงหัวเดียว ลักษณะของหัวอาจจะเป็นหัวเรียบ ๆ หรือเป็นพู และมีรูปร่างแตกต่างกันมาก ส่วนมากจะเป็นหัวแบบมี 4 พู เนื้อในหัวเป็นสีขาวขุ่น มีเส้นใยอาหารมาก รสชาติคล้ายแป้ง โดยส่วนที่อยู่ใต้ดินจะมีอายุข้ามปี แต่ส่วนที่อยู่บนดินจะมีอายุเพียงปีเดียว ใบเป็นประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ แตกจากก้านใบ เรียงสลับ ก้านใบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลักษะของใบย่อยเป็นรูปจักใหญ่หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม โคนใบป้านมนเข้าหาเส้นกลางใบ แผ่นใบเรียบแต่สากมือ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อกระจะออกเดี่ยว ๆ ที่ซอกใบ มีขนสีน้ำตาล ช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปดอกถั่วหรือรูปไต กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมน้ำเงิน สีชมพู หรือสีขาว เมื่อดอกบานจะมีรูปร่างคล้ายดอกแค แต่มีขนาดเล็กกว่าและยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน แบน และมีขนปกคลุมทั่วทั้งฝัก ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ฝักเมื่อแก่จะเรียบ ทั้งฝักมีเมล็ดเรียงกันอยู่ภายในประมาณ 4-10 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปจัตุรัสแบน เมล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข็มหรือสีแดง ผิวมัน ","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A7/","หัวนำมารับประทานสด","เพาะเมล็ด"],
    [87,"ก้อมก้อ","American basil, hoary basil","แมงลัก","Ocimum americanum L.","Ocimum","Lamiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย ชอบที่ราบโล่งแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน","ไม้ล้มลุก ลำต้นตรง โคนต้นแข็ง สูงประมาณ 40-65 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีขาวและสีม่วง ใบสีเขียวอ่อน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามแบบตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลมหรือเรียวยาว โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มปกคลุม ออกดอกเป็นช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว เมล็ดรูปรีขนาดเล็กสีดำ เมื่อละลายน้ำจะพองตัว เป็นพืชที่มีขนนุ่มปกคลุมทั้งต้น และมีกลิ่นหอมฉุน  \nในชุมชนมี 2 ชนิด คือ กอมก้อส้มสีแหล้ ลำต้นสีม่วง และกอมก้อแคสีขาว ลำต้นสีขาว รสชาติเฝื่อนและมีกลิ่นฉุนกว่า  มีกลิ่นเฉพาะที่แตกต่างกัน ชาวบ้านนิยมรับประทานทั้ง 2 ชนิด\n","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/162","ใบนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง"],
    [88,"","Chili, Chilli Pepper","พริกขี้หนู","Capsicum annuum L.","Capsicum","Solanaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","นิยมปลูกทั่วไป","พืชที่มีอายุได้หลายฤดู  ลำต้นตั้งตรง  สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต  ใบแบนเรียบเป็นมัน  ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก  กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง  เกสรตัวผู้ 1-10 อัน  เกสรตัวเมีย 1-2 อัน  ผลหลายขนาด  ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว  ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม  เมื่อแก่เป็นสีแดง  การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย   และอากาศร้อน","Unknown\nUnknown","http://botanicgardentu.blogspot.com/2017/01/chili-chilli-pepper-capsicum-frutescens.html\nhttp://www.the-than.com/samonpai/P/48.html","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [89,"","Chili, Chilli Pepper","พริกชี้ฟ้า","Capsicum annuum L.","Capsicum","Solanaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","นิยมปลูกทั่วไป","พืชที่มีอายุได้หลายฤดู  ลำต้นตั้งตรง  สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต  ใบแบนเรียบเป็นมัน  ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก  กลีบดอกจะมีสีขาว หรือสีม่วง  เกสรตัวผู้ 1-10 อัน  เกสรตัวเมีย 1-2 อัน  ผลหลายขนาด  ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว  ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม  เมื่อแก่เป็นสีแดง  การปลูกพริกชอบดินร่วนซุย   และอากาศร้อน","Unknown\nUnknown","http://botanicgardentu.blogspot.com/2017/01/chili-chilli-pepper-capsicum-frutescens.html\nhttp://www.the-than.com/samonpai/P/48.html","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [90,"","Egg plant","มะเขือม่วง","Solanum melongena L.","Solanum","Solanaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ในเขตร้อน","มีขนาดทรงพุ่มสูง  50-250 เซนติเมตร  มีการเจริญแบบไม่จำกัด  ทรงพุ่มเกิดราก มีการเจริญของกิ่งแขนง  ระบบรากเป็นรากแก้ว  ใบเดียว  ขนาดใหญ่เจริญสลับกัน  ด้านล่างของใบมีขนหนาสีเทา  ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศดอกสามารถเจริญได้ในทุกช่วงแสง  ขนาดผลขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  ลักษณะผลมีหลายแบบ เช่น กลม รูปไข่ หรือกลมยาว  เมล็ดมีขนาดเล็กสีน้ำตาล","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/70","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [91,"มะเขือขม","Bitter tomato, Ethiopian eggplant, Mock Tomato","มะเขือขม มะเขือเอธิโอเปีย","Solanum aethiopicum L.","Solanum","Solanaceae","Accepted","","","พบในเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา","ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 2.5 เมตร","Tropical Plants Database, Ken Fern. tropical.theferns.info. 2020-06-05.","http://tropical.theferns.info/viewtropical.php?id=Solanum+aethiopicum","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [92,"มะเขือแจ้","Cockroach berry, Soda-appla nightshade, yellow-fruit nightshade, yellow-berried nightshade, Thai green eggplant, Thai striped eggplant","มะเขือขื่น ","Solanum virginianum L.","Solanum ","Solanaceae","Accepted","","","พบปลูกทั่วไป  ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และทนแล้งได้ดี","ไม้พุ่มขนาดย่อม สูง 0.14-1 เมตร ต้น ใบ กิ่งก้าน มีหนามแหลมสีม่วงดำ มีขนสั้นปกคลุมทั้งต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ มีหนามแหลมคมตั้งฉากตามเส้นกลางใบรูปไข่ กว้าง 4-12 ซม. ยาว 4.5-18 ซม. โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบเว้าเข้าเป็นพูตื้นๆ ก้านใบยาว 1-10 ซม. ดอกช่อกระจุกสั้น ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 4-6 ดอก กลีบดอกสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวยสั้น ผลกลมโตขนาดผลหมากดิบ ภายในมีวุ้นสีเขียวข้น รสขื่น","ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี","http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=259","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [93,"มะแขว่น","Indian ivy-rue","กำจัดต้น พริกหอม ลูกระมาศ หมากมาศ ","Zanthoxylum rhetsa DC.","Zanthoxylum","Rutaceae","Unresolved","","LC 2019","พบในป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบเขา พบมากในภาคเหนือ  ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในที่ชื้น","มะแข่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร มีหนามแหลมตามลำต้นและกิ่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลอมเหลือง ใบดกหนาเขียวสด ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่หรือคู่ เรียงสลับ ก้านใบสีแดง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม โคนแหลมและเบี้ยว ขอบเรียบหรือหยักห่างๆ ช่อดอกออกแยกแขนง ออกที่ยอดหรือตามง่ามใบ สีนวลหรือขาวอมเขียว รูปรีหรือรูปไข่ ผลเป็นผลกลุ่มออกเป็นช่อ    ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ สีเขียว มีกลิ่นหอม ผลแก่เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง แก่จัดสีดำ แตกอ้าเห็นเมล็ดในสีดำเล็กๆ ","ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี","http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=13","ผลนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [94,"","Mango","มะม่วง","Mangifera indica L.","Mangifera","Anacardiaceae","Accepted","","","พบได้ทั่วไป","ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-30 ม. ลำต้นตรง เรือนยอดกลม ทึบ ใบเรียงเวียนสลับ ใบเดี่ยว รูปรี กว้าง 3-10 ซม. ยาว 16-45 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1.5-6 ซม.ดอกช่อสีนวล ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ยาว 18-30 ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบ ยาว 3.5-4 มม. เกสรสีแดงเรื่อ ๆ ผลเดี่ยว ผลดิบมีสีเขียวเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือเหลืองส้ม มีเมล็ดภายใน 1 เมล็ด","Unknown","https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/mamuang.htm","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง เพาะเมล็ด"],
    [95,"","Burmese grape","มะไฟ","Baccaurea ramiflora  Lour.","Baccaurea","Phyllanthaceae","Accepted","","LC 2019","พบมากในป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ","มะไฟเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อนเทา แตกเป็นร่องตื้น ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นติ่งแหลม ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง ท้องใบสีอ่อนกว่าหลังใบ ช่อดอกสั้นๆ ออกตามลำต้นและกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองหรือชมพูอมเหลือง กลิ่นหอมเล็กน้อย ผลกลุ่มออกเป็นช่อยาวห้อยลง ผลย่อยรูปทรงกลม เนื้อผลอวบน้ำ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือชมพูอมแดง เมล็ดค่อนข้างแบน มีเยื่อสีชมพูห่อหุ้ม หนึ่งผลมี 1–3 เมล็ด","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=989","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง"],
    [96,"","Java apple","ชมพู่","Syzygium samarangense (Blume) Merr. & L.M.Perry","Syzygium","Myrtaceae","Accepted","","LC 2018","เป็นไม้ผลที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง มีปลูกอยู่ทั่วประเทศ ฤดูกาลที่ออกผลระหว่างเดือนมิถุนายนและเดือนกันยายน","ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลําต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ทรงพุ่มกลมทึบ เปลือกลําต้นสีน้ำตาลอมดํา ใบเดี่ยว สีเขียวเข้มเปนมัน แผ่นใบหนาเป็นมัน ใบเรียวยาวขอบใบเรียบและปลายใบแหลม ดอกออกตามซอกใบ มีกลีบเลี้ยงรูปถ้วยแผ่เป็น 4 กลีบ กลีบดอกสีขาว 4 กลีบ ร่วงง่าย มีเกสรตัวผู้จํานวนมากยาวฝอยฟูมีสีขาว สีเขียวใบไม้ สีชมพู อ่อนๆ ผสมผสานกันอยู่ มีเกสรตัวเมีย 1 อัน ผลทรงกลมแป็น สีเขียว ผลทางขั้วขนาดเล็กและเรียวลงมาบานออกคล้ายหยดน้ำ มีเนื้อนิ่มรสหวาน และมีความกรอบ ภายในมีความเปนกรดเล็กน้อย เมล็ดในสีน้ำตาลอ่อนมีเยื่อฟูนิ่มหุ้มอยู่ภายนอกเมล็ด","Unknown\nโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","http://bot.swu.ac.th/upload/meattree_document/1229062155.pdf\nhttp://www.rspg.or.th/plants_data/use/fruit_3.htm","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง"],
    [97,"บะห้า","Malabar plum, Java plum, Black plum","หว้า","Syzygium cumini (L.) Skeels","Syzygium","Myrtaceae","Accepted","","LC 2019","ถิ่นกำเนิด เอเชียเขตร้อน จากอินเดียถึงมาเลเซีย ชอบดินชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นตามป่าดิบและป่าผลัดใบทั่วไป","ไม้ต้น สูง 10-25 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ดอกสีขาวออกเป็นช่อตามง่ามใบ ผลรี กว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาว 1.5-3 เซนติเมตร ออกดอก ธันวาคม- มกราคม ผลแก่ พฤษภาคม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1136\nhttp://www.dnp.go.th/EPAC/province_plant/petburi.htm","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [98,"กาแฟ","Arabica Coffee","กาแฟอาราบิก้า","Coffea arabica L.","Coffea","Rubiaceae","Accepted","","EN 2018","ปัจจุบันเพาะปลูกกันมากในเขตร้อนชื้นและกึ่งเย็น","ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา บริเวณประเทศเอธิโอเปีย แต่ชาวอาหรับเป็นชาติแรกที่นำกาแฟมาชงดื่ม จึงทำให้ชื่อภาษาละตินของกาแฟใช้คำว่า \"อาราบิก้า\" (arabica) ที่หมายถึงชาวอาหรับ โดยต้นกาแฟจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นประมาณ 2-4 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบแหลมเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบเป็นมัน บางครั้งเป็นคลื่น มีหูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบดอกเป็นสีขาว ติดกันเป็นหลอด ดอกมีกลิ่นหอม ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปไข่แกมรูปทรงกลม โดยผลอ่อนจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดง","อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา ","http://chaipatpark.com/tips/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/item/915-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2.html","ผลนำมาทำเครื่องดื่ม","เพาะเมล็ด"],
    [99,"ผักแปม","","ผักแปม","Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu","Eleutherococcus","Araliaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบมากในภาคเหนือ  ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง","ผักแปมเป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล กิ่งก้านสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ใบประกอบแบบนิ้วมือมี 5 ใบย่อย ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีและรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ปลายและโคนใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะ ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลรูปทรงกลม","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2871","ยอดและใบ กินกับลาบ","เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง"],
    [100,"","Sweet fennel","เทียนแกลบ ผักชีลาวต้น ยี่หร่าหวาน เทียนข้าวเปลือก","Foeniculum vulgare Mill.","Foeniculum","Apiaceae","Accepted","","","","ไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี มีความสูงของต้นประมาณ 50-150 เซนติเมตร ลำต้นมีการแตกกิ่งก้านบริเวณปลายยอด กิ่งและก้านมีสีเทาอมเขียว ผิวมีร่องตามยาว ใบมีลักษณะเป็นเส้นฝอย แตกเป็นแฉกคล้ายขนนกประมาณ 3-4 แฉก มีก้านใบยาวประมาณ 3.5-4.5 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อคล้ายร่ม โดยจะออกที่ปลายกิ่ง ในช่อหนึ่งจะมีดอกประมาณ 5-30 ดอก ก้านช่อดอกจะแตกออกเป็นก้านประมาณ 5-20 ก้าน ช่อดอกยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร ดอกเทียนข้าวเปลือกมีขนาดเล็ก สีเหลือง ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปกลมรี ยาวได้ประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 5 ก้าน มีเกสรเพศเมีย 1 ก้าน ออกผลเป็นคู่บริเวณดอก ผลมีลักษณะกลมยาวเป็นรูปไข่หรือเป็นรูปขอบขนานคล้ายข้าวเปลือก ด้านข้างของผลค่อนข้างแบน ผิวเรียบไม่มีขน เมล็ดหรือซีกผลมีลักษณะด้านนอกนูน ส่วนด้านในที่ประกบกันของเมล็ดหรือด้านแนวเชื่อมค่อนข้างแบนหรืออาจเว้าเล็กน้อย ด้านที่นูนจะมีสันตามแนวยาวของเมล็ด 3 เส้น และด้านแนวเชื่อมอีก 2 เส้น สันมีลักษณะยื่นนูนออกจากผิวอย่างเด่นชัด เมล็ดเป็นสีน้ำตาล มีขนาดกว้างประมาณ 1.1-2.5 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 3.6-8.4 มิลลิเมตร ผลมักจะไม่ค่อยแตกเป็น 2 ซีก ทำให้ดูคล้ายข้าวเปลือก แต่บางครั้งก็แตกเป็น 2 ซีก ซึ่งภายในแต่ละซีกจะมีเมล็ด 1 เมล็ด ทำให้เหมือนแกลม เมื่อนำมาบดเป็นผงสีน้ำตาลอมเหลืองถึงสีน้ำตาลอมเขียว โดยมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานและเผ็ดร้อน","เมดไทย (Medthai)","https://medthai.com/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81/","ใบนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [101,"มะฝูง","Peach","ท้อ","Prunus persica (L.) Batsch","Prunus","Rosaceae","Accepted","","","มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน","ไม้ต้นขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ขอบใบจัก ดอกเดี่ยว มักออกเป็นกระจุก กลีบเลี้ยง ๕ กลีบ กลีบดอก ๕ กลีบ สีขาวหรืออาจเป็นสีแดง ชมพู ดอกจะแตกออกมาก่อนใบ ผลเป็นผลสดเมล็ดเดี่ยว มีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\nกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2406\nhttp://www.dnp.go.th/botany/mplant/word.aspx?linkback=genus&keyback=Dendrophthoe&author=&family=&genus=&habit=&localname=&species=&word=&lastitem=pru008","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [102,"จักไคหอม","Citronella grass","ตะไคร้หอม","Cymbopogon nardus (L.) Rendle","Cymbopogon","Poaceae","Accepted","","","เป็นพืชเขตร้อน พบทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยนิยมปลูกในสวนครัวเพื่อใช้ทำยา","ม้ล้มลุกจำพวกหญ้า สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นแตกจากเหง้าใต้ดินเป็นกอ ลำต้นเป็นข้อๆ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบรูปขอบขนานปลายแหลม ใบยาวกว่าตะไคร้บ้าน ลักษณะของใบกว้าง 5-20 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 50-100 เซนติเมตร แผ่นใบแคบ ยาว และนิ่มกว่าตะไคร้บ้าน มีสีเขียว ผิวเกลี้ยง และมีกลิ่นหอมเอียน ปลายใบห้อยลงปรกดิน ก้านใบเป็นกาบซ้อนกันแน่นสีเขียวปนม่วงแดง ต้นและใบมีกลิ่นฉุนจนรับประทานเป็นอาหารไม่ได้ ดอกออกเป็นช่อ ออกที่ปลายยอด ชูก้านช่อดอกยาวออกมาจากส่วนกลางต้น มีช่อดอกใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร แยกออกเป็นแขนง เป็นช่อฝอย แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยสีน้ำตาลแดง เป็นพืชที่ออกดอกยาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก","ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี\nประโยชน์ดอทคอม","http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=47\nhttps://prayod.com/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1/","ขยี้ก้านและใบทากันยุง","แยกกอ แยกต้น แยกเหง้า ปักชำ"],
    [103,"","Mountain ebony tree, St. Thomas tree","เสี้ยวดอกขาว","Bauhinia variegata L.","Bauhinia","Leguminosae","Accepted","","LC 2012","พบที่อินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ในไทยพบทางภาคเหนือ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ความสูง 200-1500 เมตร","ไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 15 ม. มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน หูใบขนาดเล็ก ใบรูปไข่กว้าง เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-16 ซม. ปลายใบแฉกตื้น ๆ ปลายแฉกมนกลม โคนรูปหัวใจ แผ่นใบด้านล่างมีขนละเอียดประปราย เส้นใบ 11-13 เส้น ก้านใบยาว 3-4 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะสั้น ๆ ออกตามกิ่ง ใบประดับรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก ก้านดอกหนา ยาวประมาณ 5 มม. ตาดอกรูปกระสวย ยาว 3-4 ซม. ฐานดอกยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบเลี้ยงรูปกาบ ดอกสีขาว กลีบกลางมีปื้นสีชมพูหรือม่วงอมเหลือง รูปไข่กลับ ยาว 4-5.5 ซม. มีก้านสั้น ๆ เกสรเพศผู้ 5 อัน ยาวไม่เท่ากัน ก้านชูอับเรณูยาว 2-4 ซม. อับเรณูยาวประมาณ 7 มม. รังไข่ยาวประมาณ 2 ซม. มีขนตามรอยเชื่อม ก้านรังไข่ยาวประมาณ 1.5 ซม. ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 ซม. ยอดเกสรขนาดเล็ก ฝักรูปแถบ เบี้ยว ยาว 20-30 ซม. มี 10-25 เมล็ด แบน เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 ซม.","สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7","ยอดอ่อนนำมาประกอบอาหาร เมล็ดนำมาคั่วแล้วตำน้ำพริกหรือกินเล่น","เพาะเมล็ด"],
    [104,"","star gooseberry","มะยม","Phyllanthus acidus (L.) Skeels","Phyllanthus","Phyllanthaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกเป็นไม้ผลหรือไม้มงคลทั่วไปในเขตร้อน","ไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. ใบรูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 2.5-10 ซม. ปลายมีติ่งแหลม โคนมน ช่อดอกมีดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุก 2-6 ดอกมักออกที่โคนช่อตามซอกใบหรือตามกิ่ง ช่อดอกเพศเมียส่วนมากออกตามกิ่ง ก้านดอกยาว 0.5-3 มม. ขยายในผลยาว 2-5 มม. กลีบเลี้ยงสีแดง รูปไข่ ยาว 1-2 มม. ดอกเพศผู้มี 4 กลีบ แคบกว่าในดอกเพศเมียเล็กน้อย จานฐานดอกเป็นต่อม 4 ต่อม ดอกเพศเมียมี 4-6 กลีบ จานฐานดอกเป็นต่อม 4-6 ต่อม เกสรเพศผู้ 4 อัน แยกกัน ยาวประมาณ 5 มม. บางครั้งมี 1-2 อันในดอกเพศเมีย ลดรูป รังไข่จัก 6-8 พู ก้านเกสรเพศเมีย 3-4 อัน ยาว 1-6 มม. ผลจัก 6-8 พู เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.7 ซม. เมล็ดกลมแกมรูปสามเหลี่ยมมน ยาว 5-8 มม.","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช\nฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\n","http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?wordsnamesci=Phyllanthus0acidus0(L.)0Skeels\nhttp://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=386","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [105,"พลู","Betel Vine","พลู","Piper betle L.","Piper","Piperaceae","Accepted","","","เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา พบขึ้นอยู่ในบริเวณที่มีความชื้นสูง ชอบอากาศร้อน แต่ไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิสูงเกินไป นิยมปลูกในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย","พลูเป็นไม้เลื้อย เกาะโดยใช้รากฝอยที่แตกตามข้อใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบแหลม หน้าใบมัน ใบมีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกออกรวมกันเป็นช่อแน่น ขนาดเล็ก","ไทยเกษตรศาสตร์\nประโยชน์ดอทคอม","http://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/\nhttps://prayod.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9/","ใบกินกับหมาก","ปักชำ"],
    [106,"ต้นป่าน","","ไข่ปลา","Debregeasia longifolia (Burm.f.) Wedd.","Debregeasia","Urticaceae","Accepted","","LC 2019","พบกระจายในทวีปแอฟริกาและเขตร้อนของทวีปเอเชีย ในประเทศไทยพบได้เกือบทุกภาค ในพื้นที่ชุ่มชื้น ริมน้ำ หรือในสภาพป่าที่กำลังฟื้นคืนสภาพ","ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-6 เมตร ใบเดี่ยว รูปหอกแคบ ขนาดกว้าง 1.5-6 เซนติเมตร ยาว 4-24 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบไม่สมมาตรเล็กน้อย ขอบใบหยัก ผิวใบขรุขระ มีขนปกคลุมทั้งสองด้าน เส้นใบที่ฐานมี 3 เส้น ดอกสีขาวขนาดเล็ก ออกเป็นช่อกลมแน่นตามกิ่งก้าน ช่อดอกแตกแขนงสั้นๆ ดอกแยกเพศ บนต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีกาบรองเล็กๆ หลายอัน กลีบรองดอก ปลายแยก 4 กลีบ เกสรผู้ 4 อัน เกสรเมียฝ่อ ดอกเพศเมีย กาบรองไม่เท่ากัน กลีบรองดอกเชื่อมเป็นหลอด ก้านเกสรเมียสั้น และมีปุ่มที่ปลาย ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ผลสีแสด ลักษณะชุ่มน้ำ มีผิวบาง ทรงกลมหรือแบนเล็กน้อย ติดกันแน่นเป็นก้อน เมล็ดมีสีดำขนาดเล็ก ติดผลช่วงเดือนมกราคม-เมษายน","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=380:2012-04-12-03-11-03&catid=25:the-project&Itemid=68","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด"],
    [107,"ผักแคว","","ผักเค็ด ขี้เหล็กหวาน ผักเคล็ด ขี้เหล็กผี ผักเห็ด ขี้เหล็กน้อย ขี้เหล็กเทศ ผักหวานบ้าน","Senna sophera (L.) Roxb.","Senna","Leguminosae","Accepted","","","เป็นไม้กลางแจ้ง พบได้ทั่วไปตามที่รกร้างต่าง ๆ","ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 3-6 ฟุต กิ่งก้านเล็กเรียวกลม ใบประกอบเหมือนใบขี้เหล็ก ใบย่อยรูปหอก ปลายแหลม ดอกกช่อ สีเหลืองคล้ายดอกขี้เหล็ก แต่ดอกไม่ดกแน่นเหมือนดอกขี้เหล็ก ฝัก กลมยาวเหมือนฝักถั่วเขียว แต่โตและยาวกว่า","จ.ส.อ. พิสูตน์ ลักษณะวิลาศ\nPiromwaroon","https://www.bansuanporpeang.com/node/15505\nhttp://piromwaroon.blogspot.com/2013/10/blog-post_756.html","ยอดอ่อนลวกจิ้มน้ำพริก (ดอกเหลืองคล้ายขี้เหล็ก)","เพาะเมล็ด"],
    [108,"ฟักป่า","","","","","","","","","","","","","ยอดอ่อนลวกจิ้มน้ำพริก",""],
    [109,"กล้วยงา","","กล้วยนาก","Musa sp.","Musa","Musaceae","","","","","ลำต้นของกล้วยนากมีความสูงประมาณ 3-4 เมตร กาบด้านนอกมีสีเขียวปนแดง ด้านในสีชมพู มีปื้นแดงเป็นแถบ ใบของกล้วยนาก จะออกเป็นใบเดี่ยว ก้านใบมีสีชมพูปนแดง ร่องใบเปิดค่อนข้างกว้าง พื้นมีสีเขียวเข้ม ขณะที่ท้องใบจะมีสีชมพู ดอกหรือปลีกล้วยนาก มีลักษณะรูปไข่ ปลายแหลม มีสีแดงอมม่วง กาบปลีเปิดม้วนงอขึ้น กล้วยนากเป็นกล้วยที่มีผลอกเป็นเครือ เครือหนึ่งมี 5-7 หวี แต่ละหวีมี 14-18 ผล ผลกลมคล้ายกล้วยไข่ เมื่อดิบจะมีสีแดงสดใส เมื่อแก่จัดสีเขียวอมแดง เมื่อสุกสีแดงอมเหลือง เนื้อผลสีเหลืองส้ม รสหวาน กลิ่นหอมเย็น","วรุณพร อโศกพรชัย\nเกษตรตำบล.คอม","https://www.baanlaesuan.com/110228/plant-scoop/type_of_banana\nhttps://www.kasettambon.com/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81/","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","แยกหน่อ"],
    [110,"ผักแค","Wild betal, lolot pepper","ช้าพลู ชะพลู","Piper sarmentosum Roxb.","Piper","Piperaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบขึ้นตามที่ลุ่มชื้นแฉะ ชอบดินอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุสูง ","ผักแคเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่น ใบสีเขียวเข้มเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอก ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด ต้นและใบมีกลิ่นเฉพาะตัวและมีรสเผ็ดเล็กน้อย","ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2897","ใบนำมาประกอบอาหาร","ปักชำต้น"],
    [111,"ผักแคขี้นก","","ช้าพลู","Piper sp.","","","","","","","","","","ใบนำมาประกอบอาหาร",""],
    [112,"เคียง","Fish tail palm, Wart fish tail palm, Burmese fish tail palm, Clustered fish tail plam, Tufted fish tail palm","เต่าร้าง","Caryota mitis Lour.","Caryota","Arecaceae","Accepted","","LC 2018","พบทุกภาคของประเทศ  เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี ","ไม้ยืนต้น ตระกูลปาล์มแตกกอ มีใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสามเหลี่ยมหยักเว้า ปลายแหลมคล้ายหางปลา โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบสีเขียวเป็นมัน กาบใบยาว โคนกาบใบมีขนสีน้ำตาลแดงปนเทาหรือสีดำ ช่อดอกเชิงลดสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกใบห้อยลงมา ผลเป็นกลุ่มทรงกลม เมื่อสุกสีแดงคล้ำ แต่ละผลมี 1 เมล็ด","กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช","http://www.dnp.go.th/Botany/detail.aspx?words=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87&typeword=group","หน่ออ่อนนำมาแกง","เพาะเมล็ด แยกกอ"],
    [113,"บะต้อง","Sentul, Santol, Red sentol, Yellow sentol","กระท้อน","Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr.","Sandoricum","Meliaceae","Accepted","","LC 2018","พบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น กระจายอยู่ทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-700 เมตร ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ  ","มะต้องเป็นไม้ต้น สูง 15-30 เมตร แตกกิ่งต่ำ ปลายกิ่งลู่ลง เปลือกต้นผิวเรียบและแตกล่อนเป็นสะเก็ดใหญ่ สีน้ำตาลอ่อนอมชมพู ใบประกอบ เรียงสลับ    มี 3 ใบย่อย รูปไข่หรือกลมรี กว้าง 5-11 ซม. ยาว 10-20 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนสีเหลือง ใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นสีแดงอิฐ ช่อดอกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยสีเขียวอมเหลือง จำนวนมาก กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ แยกกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้ 10 อัน ผลขนาดใหญ่ กลมแป้นฉ่ำน้ำ เปลือกมีขนนุ่ม เนื้อหนา มียางสีขาวเล็กน้อย ผลสุกสีเหลืองนวล","สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้","http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=1158&view=showone&Itemid=132","ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้","เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง"],
    [114,"งามอน","Perilla, Chinese basil, Purple mint, Shiso, Zi-su-zi, Beefsteak plant","งาขี้ม้อน ","Perilla frutescens (L.) Britton ","Perilla","Lamiaceae","Accepted","พืชที่พบได้ทั่วไป","","พบปลูกมากในจังหวัดน่าน และแถบภาคเหนือของประเทศไทย  ขึ้นได้ดีในดินร่วนอุดมสมบูรณ์ทั่วไป ","งาม้อนเป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ต้นสูงไม่เกิน 1.5-1.8 เมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กว้าง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อย ผิวใบมีขนนุ่มสีขาวทั้ง 2 ด้าน ดอกออกเป็นช่อใหญ่ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอด แยกเป็นสองปาก ผลแห้งไม่แตก ให้เมล็ดคล้ายเมล็ดข้าวฟ่างเล็กๆ ที่นกกิน ขนาดเล็กกว่าเมล็ดงาดำ กรอบ และมีกลิ่นหอม","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/249","เมล็ดนำมาประกอบอาหาร","เพาะเมล็ด"],
    [115,"","Moonflower","ชมจันทร์ พระจันทร์ บานดึก","Ipomoea alba L.","Ipomoea","Convolvulaceae","Accepted","","","","","","http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=915","ดอก นำมาผัด หรือลวกจิ้มน้ำพริก เป็นยาระบายอ่อนๆ",""],
    [116,"หญ้าร้อยหนึ่ง","","","","","","","","","","","","","",""],
    [117,"","","ว่านดักแด้","Stahlianthus campanulatus Kuntze","Stahlianthus","Zingiberaceae","Accepted","","","","","","http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2961","เหง้ากินสด ช่วยขับลม ",""],
    [118,"หญ้าวาย","Bitter bush, Siam weed","สาบเสือ","Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.","Chromolaena","Compositae","Accepted","","","พบได้ตามที่รกร้างทั่วไป ชอบพื้นที่แห้งแล้ง แสงแดดจัด","สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงได้ถึง 1.5 เมตร ทุกส่วนของต้นขณะที่ยังอ่อนมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขน กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5.5-11.5 ซม. ช่อดอก ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือขาวแกมม่วง ผลแห้ง ไม่แตก ลักษณะเป็นเส้นยาวแบน มีขน","องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)","https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/211","ใบ ขยี้พอกแผลสดช่วยห้ามเลือดได้","เพาะเมล็ด"]
]}
